๔๑
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรคช์ มุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๔๒
๑.๗ โครงการจดั ทาสารสนเทศตาบลต้นแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ติ
กรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสรมิ การใชป้ ระโยชน์จากข้อมูลความจาเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และ
ข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช. 2ค) ผ่านการจัดทาสารสนเทศตาบลต้นแบบ โดยใช้โปรแกรม
Community Information Radar Analysis Diagram : CIA เป็นเครอ่ ื งมือการวเิ คราะห์ข้อมูลและจัดทา
สารสนเทศในการพัฒนาคุณภาพชวี ติ โดยรว่ มกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ในการคัดเลือกตาบลต้นแบบ
เป็นตัวแทนจังหวัด ในการประกวดการจดั ทาสารสนเทศตาบลต้นแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ติ ระดับเขต
ตรวจราชการ ประจาปี 2564 และยังมีการบูรณาการในการดาเนินการกับแผนพัฒนาตาบล (One Plan)
ด้านการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ท้ัง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านอาชีพ ด้านจดั การทุนของชุมชน ด้านจัดการความเสี่ยง
ของชุมชน ด้านแก้ปัญหาความยากจน และด้านบรหิ ารจดั การชุมชน ขยายผลไปสู่ระดับอาเภอ และจงั หวัด
เพื่อการพัฒนาอยา่ งต่อเน่ือง
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
1) มีสารสนเทศตาบลต้นแบบ จานวน 76 ตาบล
2) มีสารสนเทศตาบลต้นแบบเพ่ือพัฒนาคุณภาพชวี ติ ระดับเขตตรวจราชการ จานวน 18 ตาบล
- เชงิ คุณภาพ
1) ชุมชนมีความรจู้ ากกระบวนการจดั ทาสารสนเทศตาบลต้นแบบเพ่ือพัฒนาคุณภาพชวี ติ
2) หน่วยงานภาคีการพัฒนาส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นาองค์ความรู้
จากกระบวนการจัดทาสารสนเทศตาบลต้นแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวติ ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ ของประชาชน
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สรา้ งสรรคช์ ุมชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๔๓
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรคช์ มุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๔๔
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรคช์ มุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๔๕
๑.8 โครงการส่งเสรมิ การพัฒนากลไกและโครงสรา้ งดูดซับมูลค่าทางเศรษฐกิจและ
การกระจายรายได้กลับสู่ท้องถ่ิน กิจกรรมหลักพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยภาคีเครอื ข่าย
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารฐั เป็นกลไกสาคัญของกระทรวงมหาดไทย
ที่สามารถตอบสนองนโยบายรฐั บาล “ลดความเหลื่อมล้า สรา้ งรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
ให้ครอบคลุม ท้ังประเทศ” โดยให้ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนรว่ มดาเนินการรว่ มกับภาครฐั
ซงึ่ ตรงกับภารกิจของ กรมการพัฒนาชุมชนมีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสรมิ ชุมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยงั่ ยืน
ภายใต้วสิ ัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่งคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565” และมีภารกิจสนับสนุน
การขับเคล่ือนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารฐั ในระดับนโยบายและระดับพ้ืนท่ี โดยมีเป้าหมาย คือ
“สรา้ งรายได้ให้กับชุมชน เพื่อประชาชนมีความสุข”ดาเนินการ ๓ เรอ่ ื ง ประกอบด้วย การเกษตร การแปรรูป
และการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยดึงเอาพลังของ 5 ภาคส่วน ทั้งภาครฐั ภาคเอกชน ภาควชิ าการ ภาคประชา
สังคม ภาคประชาชน มารว่ มเปน็ พลังในขับเคล่ือนในรูปแบบประชารฐั ภายใต้แนวคิด Social Enterprise (SE)
เพื่อให้กลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้รบั การพัฒนาและสรา้ งประสิทธิภาพตลอดต้นทาง กลางทาง
ปลายทาง ผ่านกระบวนการขับเคลื่อน 5 ฟันเฟือง เรม่ ิ ต้นต้ังแต่ การเข้าถึงปัจจยั การผลิต การสรา้ งองค์ความรู้
การตลาด การสื่อสารสรา้ งการรบั รู้ และการบรหิ ารจดั การ เพ่ือพัฒนากลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและ
ประชารฐั ในพื้นที่ให้มีประสิทธภิ าพ ส่งเสรมิ สนับสนุน และเพ่ิมโอกาสทางการตลาดของผู้ประกอบการและเครอื ข่าย
ธรุ กิจชุมชนให้สามารถแข่งขันได้อยา่ งเป็นธรรมและสรา้ งเศรษฐกิจชุมชนให้มั่นคงเพ่ิมรายได้ให้ชุมชน ประชาชน
มีความสุข
ผลการดาเนินงาน
- เชิงปรมิ าณ กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้รบั การพัฒนาศักยภาพ
76 จงั หวัด และกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 3 กลุ่มงาน ได้แก่ ด้านเกษตร ด้านการแปรรูป
และด้านการท่องเทย่ี วโดยชุมชน ในพื้นที่ 76 จงั หวดั ๆ ละ ๑๐ กลุ่ม รวมทง้ั ส้ิน 760 กลุ่ม (เปา้ หมาย 1,520 คน)
- เชงิ คุณภาพ รายได้จากการจาหน่ายสินค้าชุมชนเพิ่มขึ้นรอ้ ยละ 10
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรคช์ ุมชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๔๖
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรคช์ มุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๔๗
๒. ประเด็นการพัฒนาท่ี ๒ ส่งเสรมิ เศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัวอยา่ งสมดุล
2.1 ด้านส่งเสรมิ ผู้ประกอบการ
โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสู่ยุค 4.0
กรมการพัฒนาชุมชน ดาเนินการพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ท่ีมีศักยภาพ
สามารถใช้สมารท์ โฟนในการเข้าสู่เครอื ข่ายสังคมออนไลน์ (Social network) จังหวัดละ 50 ราย/กลุ่ม
เพ่ืออบรมให้ความรู้ ความสามารถในด้านการจาหน่ายสินค้าในตลาดออนไลน์ เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการ
สู่ยุค 4.0 สามารถเข้าถึงตลาดในประเทศ ต่างประเทศ และตลาดออนไลน์ รวมทั้งสรา้ งนวัตกรรมเทคโนโลยี
มีความคิดสรา้ งสรรค์ในการบรหิ ารจัดการ และการตลาด และมีธรรมาภิบาลในการประกอบอาชีพ ทาให้
มีรายได้เพิ่มข้ึน และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้มีความมั่นคงได้
ผลการดาเนินงาน
- เชิงปรมิ าณ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จานวน 3,800 ราย มีชอ่ งทางการจาหน่ายสินค้า
OTOP ผ่านระบบตลาดออนไลน์
- เชิงคุณภาพ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้รบั การพัฒนาศักยภาพ มีทักษะ ความรู้
ด้านการตลาดออนไลน์ และมีรายได้เพ่ิมขึ้น รอ้ ยละ ๑๐
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชุม สร้างคน สรา้ งชาติ
๔๘
2.2 ด้านผลิตภัณฑ์
๒.2.1 โครงการส่งเสรมิ กระบวนการเครอื ข่ายองค์ความรู้ (Knowledge - Based
OTOP : KBO)
ก รมก ารพั ฒนาชุ มชน ดาเนิ นการ การส่ งเสรมิ กระบวนการเครอื ข่ายองค์ความรู้
(Knowledge - Based OTOP : KBO) ผ่านคณะกรรมการเครอื ข่ายองค์ความรู้ KBO จังหวัด เพ่ือเป็น
ศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
OTOP ในการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคณุ ภาพ มาตรฐาน มีมูลค่าเพิ่ม สรา้ งสรรค์นวตั กรรม รวมทงั้
เผยแพรป่ ระชาสัมพันธผ์ ลการดาเนินงานของเครอื ข่ายองค์ความรู้ KBO จังหวัด และผลิตภัณฑ์ OTOP
ท่ีผ่านกระบวนการพัฒนาแล้ว ให้มีโอกาสนาเสนอออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางการตลาด
ให้กับผลิตภัณฑ์เพิ่มมากข้ึน ในการดาเนินงานประกอบด้วย 3 กิจกรรม ดังนี้ ๑) กิจกรรมท่ี ๑ การพัฒนา
ศักยภาพเครอื ข่ายองค์ความรู้ KBO ๒) กิจกรรมที่ 2 พัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP โดยเครอื ข่ายองค์ความรู้ KBO
จังหวัดและ ๓) กิจกรรมท่ี 3 ประกวดและเผยแพรผ่ ลการดาเนินงานเครอื ข่ายองค์ความรู้ KBO จังหวัด
เพื่อให้จงั หวัดมีความพรอ้ มในการให้ความรูแ้ ก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และพัฒนาเป้าหมาย OTOP
ตามแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ตามความเหมาะสม รวมท้ัง คัดเลือกผลิตภัณฑ์ OTOP เป้าหมาย
จานวน ๑ ผลิตภัณฑ์ ท่ีมีความโดดเด่น มีนวัตกรรม เข้ารว่ มประกวดและเผยแพรผ่ ลการดาเนินงานเครอื ข่าย
องค์ความรู้ KBO จังหวัด เพ่ือเผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์ผลงานการดาเนินงาน ในปีน้ี เป็นกา รประกวด
แบบออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ ผลิตภัณฑ์ จานวน ๑,๕๒๐ ผลิตภัณฑ์ ได้รบั การพัฒนาและมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
- เชิงคุณภาพ คณะกรรมการเครอื ข่าย KBO จังหวัด เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือ
/สนับสนนุ ขีดความสามารถผู้ประกอบการ OTOP ในการยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน
2.2.2 โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรบั ตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D)
ให้มีคุณภาพมาตรฐาน
เป็นการดาเนินงานเพื่อพัฒนาทกั ษะผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความรคู้ วามสามารถ
ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพ่ิมสูงข้ึน พัฒนายกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรบั ตัว
สู่การพัฒนา (Quadrant D) ให้มีศักยภาพทางการตลาดเพิ่มขึ้น และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์
OTOP กลุ่มปรบั ตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่
๑) กิจกรรมท่ี ๑ พัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรบั ตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) คือการจัดอบรม
ให้ความรูก้ ับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในระบบออนไลน์ (Video Conference, Zoom) และพัฒนาผลิตภัณฑ์
OTOP กลุ่มปรบั ตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) อีกทั้ง ทดสอบตลาดออนไลน์และออฟไลน์ และ ๒) กิจกรรมที่ 2
การติดตามสนับสนุนการดาเนินงานโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ก ลุ่ม ป ร บั ตัว สู่กา รพัฒนา
(Quadrant D) ให้มีคุณภาพมาตรฐาน
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรค์ชุมชมุ สร้างคน สร้างชาติ
๔๙
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
1) ผลิตภัณฑ์จานวน 1,900 ผลิตภัณฑ์ ได้รบั การพัฒนายกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์
2) ผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) จานวน 1,900 ราย/กลุ่ม
มีรายได้เพิ่มข้ึนรอ้ ยละ 10
- เชงิ คุณภาพ
1) ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มปรบั ตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) มีความรูใ้ นการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด และสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าแข่งขันในตลาดได้
และมีรายได้เพ่ิมข้ึน
2) ตั วผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรับตั วสู่ การพัฒนา ( Quadrant D) จานวน 1,900
ผลิตภัณฑ์ มีคุณภาพมาตรฐาน มีมูลค่าเพ่ิมและสามารถแข่งขันในตลาดได้
2.3 ด้านส่งเสรมิ การตลาด
2.3.1 โครงการ OTOP City 2020
การจัดงาน OTOP City เป็นการจัดงานแสดงและจาหน่ายสินค้า OTOP ในระดับประเทศ
ผลของการจดั งานท่ีผ่านมาประสบผลสาเรจ็ เป็นไปตามเป้าหมาย ได้รบั ความสนใจจากประชาชนเป็นจานวนมาก
นอกจากนั้น การจัดงาน OTOP City ยังเป็นการจัดงานที่สามารถประชาสัมพันธแ์ ละเผยแพรผ่ ลสาเรจ็ ของโครงการ
หนึ่งตาบล หน่ึงผลิตภัณฑ์ และเป็นการสรา้ งการเรยี นรูใ้ นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ได้ดีอีกด้วย ดังน้ัน เพ่ือให้
การดาเนินงานอย่างต่อเน่ืองและเพ่ิมรายได้ให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กรมการพัฒนาชุ มชน
จึงดาเนินการจัดงาน OTOP City 2020 ระหว่างวันที่ 19 - 27 ธนั วาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์
1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาเภอปากเกรด็ จงั หวัดนนทบุร ีเพ่ือจดั แสดงและจาหน่ายสินค้า OTOP ระดับ
๓ – ๕ ดาวจาก 76 จงั หวดั และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้ารว่ มจาหน่ายไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ กลุ่ม/ราย
โอกาสน้ี สมเด็จพระเจา้ ลูกเธอ เจา้ ฟ้าสิรวิ ัณณวร ี นารรี ตั นราชกัญญา ทรงประทาน
พระอนุญาตแบบลายมัดหม่ีพระราชทาน “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิรวิ ัณณวรฯี ” เพ่ือเป็นการจุดประกาย
ความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความรว่ มสมัย สามารถก้าวสู้ระดับสากล
และเปน็ ของขวญั ปีใหม่ท่ีสื่อความหมายถึงการส่งมอบความรกั และความสุขให้แก่ชาวไทยทกุ คนและประทาน
พระอนุญาตให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค สามารถนาไปใช้ทอผ้า ผลิตผ้าได้ รวมท้ัง ประทาน
พระอนุญาตให้กรมการพัฒนาชุมชนและสภาสตรแี ห่งชาติ ในพระบรมราชนิ ูปถัมภ์ ได้จัดประกวดผ้าลาย
พระราชทานต่อไป
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
๑) มีการจดั งาน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ระดับ ๓ – ๕ ดาว และอาหาร OTOP ชวนชมิ
เข้ารว่ มจาหน่ายไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ ราย
๒) มียอดจาหน่าย จานวน 701,830,702 ล้านบาท
๓) มีผู้เข้าเย่ยี มชมงานไม่น้อยกวา่ ๔๐๐,๐๐๐ คน
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สรา้ งสรรค์ชุมชมุ สรา้ งคน สร้างชาติ
๕๐
- เชงิ คุณภาพ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และอาหารชวนชิม เข้ารว่ มงานต่างนา
ประสบการณ์ทไี่ ด้รบั ไปพัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด
“OTOP City 2020” วนั ที่ 19-27 ธนั วาคม 2563 อาคาคชาเลนเจอร์ 1 – 3 อมิ แพค็ เมอื งทองธานี
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๕๑
๒.3.2 โครงการตลาดนัด คนไทยย้ิมได้
กรมการพัฒนาชุมชน ดาเนินงานตลาดประชารฐั ใน ๓ ตลาด ได้แก่ ตลาดประชารฐั
คนไทยย้ิมได้ ตลาดประชารฐั ของดีจังหวัด และตลาดประชารฐั Modern Trade เพ่ือชว่ ยเหลือเกษตรกร
ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการทไ่ี ด้รบั ความเดือดรอ้ นจากการไม่มีสถานท่ีค้าขาย ตลอดจนผู้ประกอบการรายใหม่
ทีป่ ระสงค์จะมาจาหน่ายในตลาดประชารฐั ทัง้ นี้ ตลาดประชารฐั คนไทยยิม้ ได้ มีการเปลี่ยนชอ่ื จาก “ตลาดนัด
ชุมชน ไทยชว่ ยไทย คนไทยย้ิมได้” เป็น “ตลาดประชารฐั คนไทยยิ้มได้” ดาเนินการครอบคลุม 76 จงั หวัด
ทั่วประเทศ ซง่ึ กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนการดาเนินงาน กาหนดกลยุทธก์ ารขับเคลื่อนโครงการตลาดนัด
คนไทยยม้ิ ได้ และนาผลสาเรจ็ นี้ไปขยายผลในหมู่บ้านที่สามารถเชอื่ มโยงการทอ่ งเท่ียว สรา้ งรายได้ให้แก่ชุมชน
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ จดั ตลาดนัดคนไทยยม้ิ ได้ จานวน 64,000 ครง้ั
- เชงิ คุณภาพ
1) เพิ่มชอ่ งทางการจาหน่ายสินค้าหนึ่งตาบล หน่ึงผลิตภัณฑ์ (OTOP)
2) ผู้ประกอบการตลาดนัด คนไทยยิม้ ได้ มีรายได้จากการจาหน่ายสินค้าเพ่ิมขึ้น
3) ตลาดนัดคนไทยย้ิมได้ เกิดการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง ตลาดได้รบั การพัฒนา และมีการ
ขยายผล การดาเนินงานสู่ตลาดในหมู่บา้ นท่เี ป็นแหล่งทอ่ งเทีย่ ว
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สรา้ งสรรค์ชุมชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๕๒
๒.3.3 โครงการส่งเสรมิ ชอ่ งทางการตลาดภายใต้งาน มหกรรมอาหารจานเด็ด Food Fest
2020
กรมการพัฒนาชุมชน ดาเนินการส่งเสรมิ ช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
OTOP ด้านอาหาร เพ่ือตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการดาเนินชวี ติ แบบ New Normal เนื่องจาก
สถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID -19) ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของ
ประเทศต้องชะงักลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชวี ติ ความเป็นอยู่ของประชาชน รวมท้ังผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
OTOP ชุมชนท่องเที่ยว และชอ่ งทางการตลาดท่ีลดลง จงึ ได้ส่งเสรมิ ชอ่ งทางการตลาดภายใต้งาน มหกรรมอาหาร
จานเด็ด Food Fest 2020 ดาเนินการระหว่างวันท่ี 28 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2563 ณ MCC HALL ชั้น 4
เดอะมอลล์ ไลฟส์ โตร์ งามวงศ์วาน โดยมีผู้ประกอบการชวนชมิ เข้ารว่ มในการจาหน่ายสินค้าด้านอาหาร
ผลการดาเนินงาน
- เชิงปรมิ าณ ดาเนินการจดั แสดงและจาหน่ายสินค้า ผู้ประกอบการ OTOP เข้ารว่ ม
จาหน่าย 16 ราย/กลุ่ม มียอดการจาหน่าย รวมทั้งสิ้น 602,085 บาท (หกแสนสองพันแปดสิบห้าบาทถ้วน)
- เชิงคุณภาพ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีชอ่ งทางการตลาด และมีรายได้เพ่ิมข้ึน
จากการจาหน่ายในงานไปใชใ้ นการดาเนินชวี ติ ในพื้นที่ท่ีก่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจฐานราก
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สร้างสรรค์ชมุ ชมุ สร้างคน สร้างชาติ
๕๓
2.4 ด้านส่งเสรมิ ภูมิปัญญา
๒.4.1 โครงการจดั แสดงและจาหน่ายภูมิปัญญา OTOP เชงิ บูรณาการ “สืบสาน รกั ษา
และต่อยอด”
กรมการพัฒนาชุมชน ดาเนินโครงการจดั แสดงและจาหน่ายภูมิปัญญา OTOP เชงิ บูรณาการ
"สืบสาน รกั ษา และต่อยอด" ในโอกาสงานพิธพี ระราชทานปรญิ ญาบัตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
(มหาวทิ ยาลัยราชภัฎจงั หวดั สกลนคร) ภาคเหนือ (มหาวทิ ยาลัยราชภัฎจงั หวดั เชยี งใหม่) และภาคใต้ (มหาวทิ ยาลัย
ราชภัฎสุราษฎร์ธานี) เพ่ือเป็นการสืบสานรกั ษาและต่อยอดการอนุรกั ษ์และสืบสาน ภูมิปัญญาของคนไทย
ผ่านผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อเพิ่มชอ่ งทางการตลาด และเพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในพ้ืนท่ี
ดาเนินโครงการฯ
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
1) มีผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP เข้ารว่ มจาหน่ายสินค้า 111 ราย/กลุ่ม
2) มียอดจาหน่ายไม่น้อยกวา่ 1 ล้านบาทต่อจุด
- เชงิ คุณภาพ
1) ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้จากการจาหน่ายสินค้าในครวั เรอื น
๒) ประชาชนท่ีเข้าเย่ียมชมงานและผู้ประกอบการท่ีเข้ารว่ มจาหน่ายในงานฯ เกิดความ
สานึกและตระหนักในในพระมหากรุณาธคิ ุณท่ีทรงมีประชาชนชาวไทยในเรอ่ ื งของการอนุรกั ษ์ สืบส าน
ภูมิปัญญาการส่งเสรมิ อาชพี และการดาเนินงานโครงการหน่ึงตาบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สร้างสรรค์ชมุ ชุม สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๕๔
๒.4.2 โครงการส่งเสรมิ ภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย
ก ร ม ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น สื บ ส า น พ ร ะ ร า ช ป ณิ ธ า น ส ม เ ด็ จ พ ร ะ น า ง เ จ้า สิ ร กิ ิ ติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ในเร่อื งการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ินของไทยและ
พระอัจฉรยิ ภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจา้ ฟ้าสิรวิ ัณณวรนี ารรี ตั นราชกัญญา ด้านการออกแบบเครอ่ ื งแต่ง
กายสิ่งทอและการอนรุ กั ษ์ผ้าไทย มีคณุ ภาพเปน็ ท่ยี อมรบั โดยใชภ้ ูมิปญั ญาท้องถิ่น องค์ความรู้ และเทคโนโลยี
สมัยใหม่ ในการพัฒนาต่อยอดสรา้ งรายได้เพ่ิมให้กับชุมชนและเพื่อเผยแพรป่ ระชาสัมพันธผ์ ้าไทยแต่ละ
ประเภทให้เป็นที่รูจ้ ักอย่างแพรห่ ลายในการดาเนินงานโครงการฯ จะประกอบด้วย ๓ กิจกรรม ดังนี้
๑) กิจกรรมท่ี 1 อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) เป็นการอบรม
พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) โดยทีมผู้เชย่ี วชาญด้านผ้าไทย ให้กับกลุ่มเป้าหมาย
ชา่ งทอผ้า จานวน 3๕0 คน 3๕0 ผลิตภัณฑ์ กิจกรรมท่ี 2 ประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจา้ ฟ้าสิร ิ
วัณณวรฯี ” ประเภทผ้าลายพระราชทานที่ส่งเข้าประกวด แบ่งเป็น ๑๕ ประเภท ตามเทคนิค/เอกลักษณ์ของ
ผ้าประจาถ่ินของจงั หวัดนั้น ๆ โดยแบง่ การประกวดเป็น 2 ระดับ คือ ระดับภาค และระดับประเทศ และมีรางวลั
การประกวด แบง่ เปน็ ๓ ประเภทรางวัล ดังนี้
ประเภทท่ี ๑ The Best of the Best รางวัลชนะเลิศรางวัลเดียวจากในแต่ละประเภท
นามาออกแบบตัดเยบ็ ฉลองพระองค์ และรางวลั เหรยี ญพระราชทานพรอ้ มสรอ้ ยคอทองคา
ประเภทท่ี ๒ The Best รางวัลที่ 1 - 3 ของ ๑๕ ประเภท ได้รับรางวัลเหรยี ญ
พระราชทานทองคา เงนิ และ นาก ตามลาดับ
ประเภทท่ี ๓ ชมเชย Top 10 ของ ๑๕ ประเภท ได้รบั ประกาศนียบัตร (Certificate)
และ ๓) กิจกรรมท่ี 3 บันทึกและเผยแพรป่ ระชาสัมพันธผ์ ลงานผ้าท่ไี ด้รบั รางวลั การประกวด เพ่ือรวบรวมภาพ
และเรอ่ ื งราวของผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจา้ ฟ้าสิรวิ ณั ณวรฯี ” ท่ีได้รบั รางวลั การประกวด จดั ทาต้นฉบับ
หนังสือรวมผ้าประกวดลายพระราชทานฉบับสมบูรณ์ และฉบับอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดทาเป็น 2 ภาษา
(ไทยและอังกฤษ)
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
1) จานวนผลิตภัณฑ์ผ้าไทยได้รบั การส่งเสรมิ และพัฒนาศักยภาพ จานวน 3๕0
ผลิตภัณฑ์
2) ผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพมีรายได้เพ่ิมข้ึน ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 10
- เชงิ คุณภาพ
1) ผ้าไทยภูมิปัญญาท้องถ่ินของไทยได้รบั การอนุรกั ษ์สืบสานตามพระราชปณิธาน
สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหี ลวง
2) พระอัจฉรยิ ภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรวิ ัณณวร ี นารรี ตั นราชกัญญา
ด้านการออกแบบเครอ่ ื งแต่งกายสิ่งทอและการอนุรกั ษ์ผ้าไทย ได้รบั การเผยแพรเ่ ห็นเป็นท่ปี ระจกั ษ์
3) ผ้าไทยภูมิปัญญาไทยได้รบั การพัฒนาศักยภาพให้มีคุณภาพเป็นท่ียอมรบั โดยใช้
ภูมิปญั ญาท้องถิ่น องค์ความรู้ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการพัฒนาต่อยอดสรา้ งรายได้เพิ่มให้กับชุมชน
4) ผ้าไทยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมได้รบั การสืบทอด และเผยแพรเ่ ป็นท่ีรูจ้ กั
อยา่ งแพรห่ ลาย ก่อให้เกิดการสรา้ งงาน สรา้ งรายได้ในชุมชน เปน็ วงจรเศรษฐกิจเชงิ มหภาค
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สร้างสรรค์ชมุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๕๕
๒.4.3 โครงการมาตรการส่งเสรมิ และสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามมติ
คณะรฐั มนตร ี 9 มิถุนายน 2563
กรมการพัฒนาชุมชน เป็นเจา้ ภาพหลักรว่ มกับกระทรวงวัฒนธรรม ดาเนินมาตรการ
ส่งเสรมิ และสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามมติคณะรัฐมนตร ี เมื่อวันท่ี 9 มิถุนายน 2563
เพ่ืออนุรกั ษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันล้าค่า รากเหง้าจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สะท้อนให้เห็นบรบิ ท
ทางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละพ้ืนท่ี กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดความเหล่ือมล้าและกระจายรายได้สู่ชุมชน
พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพ่ือให้ประชาชนมีรายได้ พ่ึงพาตนเองได้อยา่ งย่ังยืน
โดยให้ดาเนินการตามมาตรการ 7 มาตรการ ดังนี้
มาตรการที่ 1 ให้ถือว่ามาตรการส่งเสรมิ และสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย
เป็นนโยบายของรฐั บาล ในการส่งเสรมิ ให้ข้าราชการ ประชาชน แต่งกายด้วยผ้าไทยตามความเหมาะสมของ
ท้องถิ่นเพ่ิมขึ้นหรอื อยา่ งน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน
มาตรการท่ี 2 ให้ทุกกระทรวงพิจารณาจัดทามาตรการส่งเสรมิ สนับสนุนการใช้และ
สวมใส่ผ้าไทย
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สร้างสรรค์ชุมชมุ สร้างคน สร้างชาติ
๕๖
มาตรการที่ 3 จดั ทาแผนงาน/โครงการรณรงค์การใชแ้ ละสวมใส่ผ้าไทยและผ้าพ้ืนเมอื ง
เพ่ือให้เกิดความย่ังยนื
มาตรการที่ 4 สรา้ งความรว่ มมือกับภาคเครอื ข่ายในการรณรงค์ระหว่างภาครฐั /เอกชน
และประชาชน รวมท้งั กาหนดบทบาทหน้าที่ในการดาเนินงานตามแผนปฏิบตั ิการของภาคเครอื ข่าย
มาตรการที่ 5 จดั กิจกรรมเก่ียวกับการแต่งกายด้วยผ้าไทย และผ้าพื้นเมืองในจงั หวัด
ตามห้วงระยะเวลาทเ่ี หมาะสม
มาตรการท่ี 6 จัดให้มีการอนุรกั ษ์ต่อยอดภูมิปัญญา เก่ียวกับการแปรูปผ้าไทย ผลิต
เป็นสินค้าต่าง ๆ เพ่ือให้เกิดประโยชน์ในการส่งเสรมิ เศรษฐกิจเชิงสรา้ งสรรค์ และสรา้ งเศรษฐกิจฐานราก
ในระดับจงั หวดั และชุมชน
มาตรการที่ 7 ประกาศยกย่องหน่วยงานองค์กรภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาชน
ต้นแบบของจงั หวัดท่ีรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทย และผ้าพื้นเมืองทีเ่ กิดผลเปน็ รปู ธรรม
ผลการดาเนินงาน ตามมาตรการส่งเสรมิ และสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย
ตามมติคณะรฐั มนตร ี 9 มิถุนายน 2563 สามารถสรา้ งรายได้ให้ผู้ผลิตประกอบการ OTOP ประเภทผ้า
เครอ่ ื งแต่งกาย ทั้งประเทศ จานวน 12,828,953,711 บาท (หนึ่งหม่ืนสองพันแปดรอ้ ยยี่สิบแปดล้าน
เก้ าแสนห้ าหม่ืนสามพันเจ็ดร้อยสิ บเอ็ดบาทถ้วน) มีผู้ผลิต ประกอบการ OTOP ได้ รับประโยชน์
จานวน 15,479 กลุ่ม/รายมีสมาชกิ ของกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้รบั ประโยชน์ 110,925 คน
นอกจากนี้ ยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนี
พันปีหลวง ในการอนุรกั ษ์ผ้าไทยให้รบั รูแ้ ละเห็นคุณค่าของผ้าไทย รณรงค์และกระตุ้นให้เกิดค่านิยม
การใชผ้ ลิตภัณฑ์ที่ทาจากผ้าทอซงึ่ เป็นภูมิปัญญาของคนไทย และยังชว่ ยให้ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผ้าทอไทย
มีคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ีขึ้น
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรค์ชมุ ชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๕๗
๒.4.4 โครงการจดั แสดงและจาหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปญั ญา (OTOP)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจในการขับเคลื่อนการดาเนินงานโครงการหนึ่งตาบล
หน่ึงผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งมีกิจกรรมสาคัญในการขับเคลื่อนการดาเนินงาน ๓ เรอ่ ื ง ได้แก่ ๑) การพัฒนา
ศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ๒) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP และ ๓) การส่งเสรมิ ช่องทาง
ก ารตล าด ดังนั้น เพื่อเป็นการสืบสาน รกั ษา และต่อยอด การอนุรกั ษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย
ผ่านผลิตภัณฑ์ OTOP และสรา้ งเครอื ข่ายการพัฒนายกระดับอัตลักษณ์ศิลปหัตถกรรมเช่ือมโยงร่วมกัน
ใน 20 จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ จงึ จดั ทาโครงการจดั แสดงและจาหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปญั ญา OTOP
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพ่ือแลกเปลี่ยนเรยี นรูศ้ ิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไทย และประชาสัมพันธ์ผลงาน
ศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไทยของกลุ่มผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ท้องถ่ิน (OTOP) ณ หอประชุมจามจุร ี
มหาวทิ ยาลัยราชภัฎสกลนคร อาเภอเมืองสกลนคร จงั หวัดสกลนคร
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชุมชุม สรา้ งคน สร้างชาติ
๕๘
ผลการดาเนินงาน
- เชิงปรมิ าณ มีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP 20 จงั หวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ท่เี ข้ารว่ มงานจานวน 42 ราย
- เชิงคุณภาพ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่เข้ารว่ มงาน มีประสบการณ์ในการ
นาสินค้าเข้าสู่ตลาดเกิดการการแลกเปลี่ยนเรยี นรูเ้ รอ่ ื งผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาและเพ่ิมทักษะ
ในการขายสินค้า
๒.4.5 โครงการสืบสาน อนุรกั ษ์ศิลปผ์ ้าถ่ินไทย ดารงไว้ในแผ่นดิน
ด้วยสานึกในพระมหากรุณาธคิ ุณ ในการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้า
สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และอนุรกั ษ์ผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน ตลอดจน
การเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ OTOP ในประเภทผ้าและเครอ่ ื งแต่งกายท่ีมี จานวน ๓๔,๗๑๘ ผลิตภัณฑ์
คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๘.๖๖ ของจานวน ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งหมด ซ่ึงดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจรญิ ประธานสภา
สมาคมสตรแี ห่งชาติ ในพระบรมราชนิ ูปถัมภ์ ได้รเิ รม่ ิ ดาเนิน โครงการ “สืบสาน อนุรกั ษ์ศิลปผ์ ้าถ่ินไทยดารง
ไว้ในแผ่นดิน” รว่ มกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยดาเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง
ว่าด้วยการประสานความรว่ มมือ เป็นปฐมบท ของการดาเนินงานโครงการ และได้กระจายความรว่ มมือ
ไปสู่จงั หวัดทกุ จงั หวัด
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม/โครงการเพ่ือต่อยอดและขยายผล เช่น มาตรการส่งเสรมิ
และสนับสนุนการใชแ้ ละสวมใส่ผ้าไทย ตามมติคณะรฐั มนตร ี เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ “ผ้าไทยให้สนุก”
ตามพระดาร ิ สมเด็จพระเจา้ ลูกเธอ เจา้ ฟ้าสิรวิ ัณณวร ี นารรี ตั นราชกัญญา และกิจกรรมการประกวดลายผ้า
พระราชทาน “ผ้าลายขอเจา้ ฟ้าสิรวิ ัณณวรฯี ” ทาให้ประชาชนรูจ้ กั ผ้าไทย และสานึกในพระมหากรุณาธคิ ุณสมเด็จ
พระนางเจา้ สิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหี ลวง
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สร้างสรรค์ชมุ ชมุ สร้างคน สร้างชาติ
๕๙
ผลการดาเนินงาน
- มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความรว่ มมือกับจังหวัด/หน่วยงานภาคี จานวน 3
หน่วยงาน 77 จังหวัด และมีการจัดตั้งคณะทางานขับเคลื่อนโครงการฯให้ประสบผลสาเรจ็ รวมท้ัง มีการ
จดั ทาแค็ตตาล็อกผ้าไทย เพ่ือเผยแพรป่ ระชาสัมพันธผ์ ้าไทยต่อไป
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชมุ สร้างคน สร้างชาติ
๖๐
2.5 ด้านชุมชนท่องเท่ียวนวัตวถิ ี
โครงการชุมชนท่องเท่ียว OTOP นวัตวถิ ี
กรมการพัฒนาชุมชน ได้นาแนวคิดการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การเรยี นรูท้ ่ีนักท่องเที่ยว
ลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ให้ความรูแ้ ก่ผู้นาชุมชน/ผู้นาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ในพ้ืนที่เป้าหมาย จานวน
100 ชุมชน โดยดาเนินการค้นหาผู้จดั โปรแกรมท่องเท่ียวเชงิ สรา้ งสรรค์ (Champ) 100 ชุมชน รวมท้ังส้ิน
1,000 คน และแผนการทดสอบโปรแกรมท่องเที่ยว จานวน 1,000 แผน รวมทั้งประชาสัมพันธจ์ ดั กิจกรรม
การเรยี นรูท้ ี่นักท่องเท่ียวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ประกอบด้วย 1) เอกสารแนะนาการท่องเที่ยวของชุมชน
2) โปรแกรมของผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยว จานวน 1,000 โปรแกรม 3) ผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยว
เชิงสรา้ งสรรค์ (Champ) ท่ีมีกิจกรรมรองรบั ให้บรกิ ารนักท่องเท่ียว จานวน 100 ชุมชน ๆ ละ 10 คน
รวมทั้งสิ้น 1,000 คน
ท้ังนี้ ยังมีการยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพ่ือจาหน่ายให้นักท่องเท่ียว แบ่งเป็น
4 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย ๑) พัฒนาผลิตภัณฑ์คลัสเตอรอ์ าหาร ๒) พัฒนาผลิตภัณฑ์คลัสเตอรผ์ ้าและ
เครอ่ ื งแต่งกาย ๓) พัฒนาผลิตภัณฑ์คลัสเตอรข์ องใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึก และ ๔) พัฒนาผลิตภัณฑ์
คลัสเตอรส์ มุนไพรท่ไี ม่ใชอ่ าหาร เพื่อสนับสนุนชุมชนท่องเทย่ี ว OTOP นวตั วถิ ี
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
1) จดั โปรแกรมท่องเท่ียวเชงิ สรา้ งสรรค์ (Champ) 100 ชุมชน รวมทัง้ สิ้น 1,000 คน
2) จานวนโปรแกรมการท่องเทย่ี ว/ผลิตภัณฑ์เด่น 100 ชุมชน รวมท้งั ส้ิน 1,000 โปรแกรม
- เชิงคุณภาพ ชุมชนท่องเท่ียว OTOP นวัตวถิ ี สามารถนาแนวคิดการจัดกิจกรรม
ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ไปจัดกิจกรรมท่องเท่ียวในชุมชนได้อย่าง
มีประสิทธภิ าพ และมีการประชาสัมพันธก์ ารจดั กิจกรรมอย่างแพรห่ ลาย
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สร้างสรรค์ชุมชมุ สรา้ งคน สร้างชาติ
๖๑
๓. ประเด็นการพฒั นาท่ี ๓ เสรมิ สรา้ งทนุ ชุมชนให้มีธรรมาภิบาล
๓.๑ โครงการเสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งกองทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาลและการเข้าถึง
แหล่งทุน
กรมการพัฒนาชุมชน ได้เสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งกองทุนชุมชนสู่ธรรมาภิบาลผ่านโครงการ
เสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งกองทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาลและการเข้าถึงแหล่งทุน โดยดาเนินการส่งเสรมิ
สนับสนุนและพัฒนากลุ่มออมทรพั ย์เพื่อการผลิตและโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ให้มีการ
ตรวจสุขภาพกองทุนชุมชน เพื่อประเมินศักยภาพกองทุน พรอ้ มจดั ทาแผนการพัฒนากองทุน และส่งเสรมิ
กองทุนชุมชนให้มีการบรหิ ารจัดการท่ีมีประสิทธภิ าพตามหลักธรรมาภิบาลด้วยกิจกรรม Mobile Clinic
สรา้ งสุขกองทุนชุมชน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย จานวน ๙,๐๐๐ กองทุน ได้แก่ กลุ่มออมทรพั ย์เพ่ือการผลิต
จานวน ๔,๕๐๐ กองทุน และโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) จานวน ๔,๕๐๐ กองทุน โดยทีมคู่หู
ค่คู ิด Move for fund team ลงพื้นทใ่ี ห้คาแนะนา ปรกึ ษากองทนุ ชุมชนให้มีการบรหิ ารจดั การกองทุนชุมชน
ด้านการบรหิ ารโครงการ บรหิ ารหนี้และบรหิ ารสัญญา ส่งเสรมิ การออมเชงิ คุณภาพแก่สมาชกิ กองทุนชุมชน
และส่งเสรมิ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนและนาเงนิ ทุนไปประกอบอาชพี ตามปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ดังน้ี
๓.๑.๑ กิจกรรมหลักที่ ๑ พัฒนากลไกการขับเคล่ือนกองทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล
โดยประชุมเชงิ ปฏิบัติการเสรมิ สรา้ งกองทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล ในเขตพื้นที่ ๗๖ จังหวัด จานวน
๒ รุน่ ประกอบด้วย รุน่ ท่ี ๑ จานวน ๘ จงั หวัด ดาเนินการระหว่างวันท่ี ๒ – ๔ เมษายน ๒๕๖๔ ณ ศูนย์พุทธ
ธรรมพรหมวชิรญาณป่าดงใหญ่วังอ้อ ตาบลหัวดอน อาเภอเข่ืองใน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีผู้เข้ารว่ ม
ประชุมฯ จานวน ๑๒๘ คน และ รุน่ ที่ ๒ จานวน ๖๘ จังหวัด ดาเนินการระหว่างวันท่ี ๒๓ – ๒๕ มิถุนายน
๒๕๖๔ ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้อง War Room ศูนย์สารสนเทศเพ่ือการพัฒนาชุมชน กรมการ
พัฒนาชุมชน
๓.๑.๒ กิจกรรมหลักที่ ๒ สนับสนุนกองทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล โดยการปรบั ปรุง
ฐานข้อมูลกองทุนชุมชนให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล จานวน ๑ ฐาน และจัดทาคู่มือบัญ ชีกอง ทุน
แก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) จานวน ๓,๕๐๐ ชุด
๓.๑.๓ กิจกรรมหลักที่ ๓ พัฒนาศักยภาพกองทุนชุมชน โดยการจัดประชุมคณะกรรมการ
ในพื้นที่เป้าหมายส่งเสรมิ พัฒนาศักยภาพกลุ่มออมทรพั ย์เพื่อการผลิตสู่มาตรฐาน SMART Saving Group
จานวน ๗๖๐ กลุ่ม
๓.๑.๔ กิจกรรมหลักท่ี ๔ ประกาศความสาเรจ็ กองทุนชุมชนสู่การเป็นต้นแบบ โดยการส่งเสรมิ
การดาเนินงานศูนย์สาธติ การตลาดต้นแบบ จานวน ๑๘ แห่ง ๆละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท
๓.๑.๕ กิจกรรมหลักท่ี ๕ ส่งเสรมิ การเข้าถึงแหล่งทุน โดยการประชุมเชงิ ปฏิบัติการ Mobile
clinic สรา้ งสุขกองทุนชุมชน จานวน ๖,๐๐๐ หมู่บ้าน ๆ ละ ๒๕ คน รวม ๑๕๐,๐๐๐ คน เพ่ือส่งเสรมิ กองทุน
ชุมชนให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามหลักธรรมาภิบาล ส่งเสรมิ ให้ประชาชนในหมู่บ้าน
สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและนาเงนิ ทุนไปประกอบอาชีพได้ และการดาเนินการกองทุนเก้ือหนุนความสาเรจ็
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรคช์ มุ ชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๖๒
จานวน ๑๕๒ กองทนุ เพื่อสรา้ งขวญั กาลังใจแก่กองทุนชุมชนเป้าหมายทีม่ ีการบรหิ ารจดั การตามหลักธรรมาภิบาล
ดีเด่นและสามารถสรา้ งโอกาสให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงแหล่งทนุ
ผลการดาเนินงาน
๑. สามารถพัฒนากองทุนชุมชนให้มีการบรหิ ารจดั การตามหลักธรรมาภิบาล จานวน ๙,๐๐๐
กองทุน ประกอบด้วย กลุ่มออมทรพั ย์เพ่ือการผลิต จานวน ๔,๕๐๐ และกองทุนโครงการแก้ไขปัญหา
ความยากจน จานวน ๔,๕๐๐ กองทุน
๒. มีการยกระดับการพัฒนากองทนุ ชุมชน
๒.๑ กลุ่มออมทรพั ยเ์ พ่ือการผลิต จานวน ๔,๕๐๐ กลุ่ม
๒.๑.๑ กลุ่มออมทรพั ยเ์ พื่อการผลิต ระดับ ๑ (พอใช)้ จานวน ๒,๒๖๒ กลุ่ม หลังการ
พัฒนา สามารถยกระดับจากระดับ ๑ (พอใช)้ เป็นระดับ ๒ (ปานกลาง) จานวน ๑,๕๘๖ กลุ่ม และระดับ 3 (ดี)
จานวน ๖๗๖ กลุ่ม
๒.๑.๒ กลุ่มออมทรพั ย์เพื่อการผลิต ระดับ ๒ (ปานกลาง) จานวน ๒,๒๓๘ กลุ่ม
หลังการพัฒนา สามารถยกระดับจากระดับ ๒ (ปานกลาง) เป็นระดับ 3 (ดี) จานวน ๒,๒๓๘ กลุ่ม
๒.๒ กองทนุ โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน จานวน ๔,๕๐๐ กองทนุ
๒.๒.๑ กองทุนโครงการแก้ไขปญั หาความยากจน ระดับ ๑ (พอใช)้ จานวน ๑,๙๑๐ กองทนุ
หลังการพัฒนาสามารถยกระดับจากระดับ ๑ (พอใช)้ เป็นระดับ ๒ (ปานกลาง) จานวน ๑,๑๘๔ กองทุนและ
ระดับ ๓ (ดี) จานวน ๗๒๖ กองทุน
๒.๒.๒ กองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ระดับ ๒ (ปานกลาง) จานวน
๒,๕๙๐ กองทุน หลังการพัฒนาสามารถยกระดับจากระดับ ๒ (ปานกลาง) เปน็ ระดับ ๓ (ดี) จานวน ๒,๕๙๐ กองทุน
๓. สนับสนนุ ให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทนุ จานวน ๑๕๐,๐๐๐ คน จานวนเงนิ ที่เข้าถึงแหล่งทนุ
10,321,532,000 บาท อาชพี ของผู้ท่ีสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ประกอบด้วย 1) ด้านเกษตรกร 128,351 คน
2) ค้าขาย 7,931 คน 3) รบั จ้างทั่วไป 8,869 คน 4) โรงงานอุตสาหกรรม 217 คน 5) พนักงานบรษิ ัท
299 คน 6) ข้าราชการ/รฐั วสิ าหกิจ 650 คน 7) นักเรยี น นักศึกษา 195 คน 8) ว่างงาน/ไม่มีงานทา
954 คน และ 9) อ่ืน ๆ ไม่ระบุ 2,534 คน
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรคช์ ุมชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๖๓
ข้อมูลการดาเนินงานกลุ่มออมทรพั ย์เพ่ือการผลิต ในภาพรวม
กรมการพัฒนาชุมชนส่งเสรมิ สนับสนุนการดาเนินงานกลุ่มออมทรพั ยเ์ พ่ือการผลิต ภายใต้
แนวคิด “พัฒนาคน เพื่อสรา้ งแหล่งทุนในชุมชน” โดยการส่งเสรมิ ให้เกิดกระบวนการเรยี นรูข้ องประชาชน
ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาสังคม ให้มีคุณธรรม มีการช่วยเหลือเกื้อกูล เอื้ออาทร แบ่งปันซ่ึงกันและกัน
พัฒนาเศรษฐกิจให้มีแหล่งทุนในการประกอบอาชีพในชุมชน และลดการพึ่งพาจากภายนอก ตลอดจน
เกิดกระบวนการเรยี นรูร้ ว่ มกันตามวถิ ีทางประชาธปิ ไตย โดยยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ คือ ซื่อสัตย์
เสียสละ ความรบั ผิดชอบ ความเห็นอกเห็นใจ และความไวว้ างใจซงึ่ กันและกัน
ปัจจุบันมีกลุ่มออมทรพั ย์เพ่ือการผลิต 19,222 กลุ่ม สมาชิกจานวน 5,187,466 คน
จานวนเงนิ สัจจะสะสม 34,940,535,543 บาท สามารถสนับสนุนเงนิ ทุนให้สมาชิกกู้ไปประกอบอาชีพ
จานวน 1,178,962 คน เป็นเงนิ จานวน 24,337,966,705 บาท ผลการจัดระดับการพัฒนา มีกลุ่ม
ออมทรพั ย์เพื่อการผลิตท่ีมีผลการดาเนินงานอยู่ในระดับ 3 ผลงานดี จานวน 9,200 กลุ่ม คิดเป็นรอ้ ยละ
47.87 ระดับ 2 ผลงานพอใช้ จานวน 7,115 กลุ่ม คิดเป็นรอ้ ยละ 37.01 และระดับ 1 ผลงานปรบั ปรุง
จานวน 2,907 กลุ่ม คิดเปน็ รอ้ ยละ 15.12
ข้อมูลการดาเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ในภาพรวม
กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนดาเนินโครงการแก้ไขปัญหา
ความยากจน (กข.คจ.) ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2536 จนถึงปัจจุบนั เพื่อยกระดับคุณภาพชวี ติ ของประชาชนและแก้ไข
ปัญหาความยากจน โดยมุ่งเป้าหมายท่ีครวั เรอื นยากจนที่มีรายได้ต่ากว่าเกณฑ์ความจาเป็นพ้ืนฐาน (จปฐ.)
โดยการสนับสนุนเงนิ ทุนในระดับหมู่บ้าน ๆ ละ 280,000 บาท เพื่อเป็นเงนิ ทุนหมุนเวยี นให้ครวั เรอื น
เป้าหมายยืมไ ปล ง ทุนประ ก อบอาชีพ การบรหิ ารจัดการโ ครง การฯ ดาเนิ นการภายใต้ ระ เบียบ
กระทรวงมหาดไทย วา่ ด้วยการบรหิ ารและการใชจ้ า่ ยเงนิ โครงการแก้ไขปญั หาความยากจน พ.ศ. 2553 และ
การมีส่วนรว่ มขององค์กรประชาชนและประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมายในการรว่ มคิด รว่ มตัดสินใจ รว่ มทา
รบั ผิดชอบ และรว่ มรบั ผลประโยชน์ โดยมีวธิ กี ารบรหิ ารจดั การเงนิ ทุนให้หมุนเวยี นคงอยู่ในหมู่บ้าน รวมถึง
การตรวจสอบเงนิ ทุนโดยคณะกรรมการและมีเจา้ หน้าท่ีพัฒนาชุมชนเป็นผู้ส่งเสรมิ สนับสนนุ ตรวจสอบและ
ติดตามการดาเนินโครงการ กข.คจ. ให้มีความโปรง่ ใส มีประสิทธภิ าพและเกิดธรรมาภิบาล
ปัจจุบันมีหมู่บ้านโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) จานวน 29,231 หมู่บ้าน
เงนิ ทุนจานวน 8,990,664,522.30 บาท จานวนครวั เรอื นท่ีได้รบั เงนิ ยืม 1,155,692 ครวั เรอื น เป็นเงนิ
7,672,013,840 บาท จานวนเงนิ ทุนฝากธนาคาร 891,346,519.30 บาท เงนิ ทุนที่อยู่ระหว่างการเรง่ รดั
ติดตามการชาระเงนิ ยืม จานวน 2,656 หมู่บ้าน รวมเป็นเงนิ 427,304,163 บาท ผลการจัดระดับ
การพัฒนา มีกองทุนแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ทีม่ ีผลการดาเนินงานอยูใ่ นระดับ 1 ปรบั ปรงุ จานวน
3,735 กองทุน คิดเป็นรอ้ ยละ 12.77 ระดับ 2 ปานกลาง จานวน 11,272 กองทุน คิดเป็นรอ้ ยละ 38.56
และระดับ 3 ผลงานดี จานวน 14,224 กองทุน คิดเป็นรอ้ ยละ 48.67
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สร้างสรรคช์ มุ ชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๖๔
๓.๒ โครงการแก้ปัญหาหนี้สินภาคครวั เรอื นของประชาชน โดยศูนย์จดั การกองทุนชุมชน
กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดทาโครงการแก้ปัญหาหนี้สินภาคครวั เรอื นของประชาชน
โดยศูนย์จดั การกองทุนชุมชน เพื่อเป็นกลไกในการชว่ ยเหลือประชาชนได้มีอาชพี มีรายได้ และลดปัญหา
หนี้สินภาคครวั เรอื นด้วยการน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติจนเป็นวถิ ีชวี ติ การสรา้ ง
ภูมิคุ้มกันทางการเงนิ และการสนับสนุนให้ครวั เรอื นเป้าหมายมีอาชีพและมีรายได้ นาไปสู่การลด ปลดหน้ี
โดยศูนย์จดั การกองทนุ ชุมชน ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ดังน้ี
๓.๒.๑ กิจกรรมท่ี ๑ จัดต้ังศูนย์จดั การกองทุนชุมชน ในพื้นที่ที่ประสบกับปัญหาความยากจน
ซา้ ซาก ๑๐ อันดับของประเทศ ประกอบด้วย จงั หวดั แม่ฮ่องสอน กาฬสินธุ์ บุรรี มั ย์ น่าน นครพนม นราธวิ าส ปตั ตานี
ชยั นาท ตาก และจงั หวดั อานาจเจรญิ รวม ๑๐๗ แห่ง รวม ๒,๑๔๐ คน
๓.๒.๒ กิจกรรมท่ี ๒ ศูนย์จัดการกองทุนชุมชนบรหิ ารจดั การหน้ี “สานึกดี แผนดี บรหิ ารหนี้ได้”
ดาเนินการ ณ ศูนย์จดั การกองทุนชุมชน จานวน 214 แห่ง เพ่ือให้ครวั เรอื นเป้าหมายมีความรูค้ วามเข้าใจในการ
บรหิ ารจดั การหนี้สิน มีการเสรมิ สรา้ งวนิ ัยทางการเงนิ มีการดาเนินชวี ติ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และได้รบั การส่งเสรมิ การประกอบอาชพี กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ตัวแทนครวั เรอื นผู้มีหนี้สินหมู่บา้ นละ 30 คน
โดยครวั เรอื นดังกล่าวต้องมีหน้ีสินในกลุ่ม /กองทุนการเงนิ ที่เป็นสมาชกิ ของศูนย์จดั การกองทุนชุมชน ดาเนินการ
ในพื้นทห่ี มู่บา้ นทเี่ ปน็ ท่ีตั้งของศูนยจ์ ดั การกองทนุ ชุมชนเปา้ หมาย รวมท้ังส้ิน 6,420 คน
๓.๒.๓ กิจกรรมที่ ๓ ศูนย์จัดการกองทุนชุมชนสู่การเป็นต้นแบบด้านการบรหิ ารจดั การหน้ี
เป็นการส่งเสรมิ สนับสนุน และเพ่ิมศักยภาพศูนย์จัดการกองทุนชุมชนท่ีได้รบั การคัดเลือกตามเกณฑ์
การคัดเลือกท่ีกรมการพัฒนาชุมชนกาหนด จานวน 18 แห่ง (ไม่ซ้ากับศูนย์จัดการกองทุนชุมชนท่ีได้รับ
งบประมาณในการดาเนินงานตามโครงการศูนย์จดั การกองทุนชุมชนดีเด่นสู่การเป็นต้นแบบด้านการบรหิ าร
จดั การหน้ี จานวน 36 แห่ง ) เพื่อให้เปน็ แหล่งเรยี นรู้ ศึกษาดูงาน และสรา้ งความตระหนักในการปรบั เปล่ียน
พฤติกรรม การใช้จ่ายเงนิ ของคนท้ังในและนอกชุมชน รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธเ์ ผยแพรอ่ งค์ความรู้
การดาเนินงานศูนย์จดั การกองทุนชุมชน ในการบรหิ ารจดั การหนี้ครวั เรอื น โดยให้ศูนย์จดั การกองทุนชุมชน
ส่งเอกสาร หลักฐาน และคลิปวดี ิโอ มาให้คณะกรรมการคัดเลือกท่ีส่วนกลาง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สรา้ งสรรคช์ มุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๖๕
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
๑) รอ้ ยละ 100 ของพ้ืนท่ีเปา้ หมาย สามารถจดั ตั้งศูนยจ์ ดั การกองทุนชุมชนได้ (107 แห่ง)
๒) รอ้ ยละ 90 ของศูนยจ์ ดั การกองทุนชุมชนสามารถบรหิ ารจดั การหนี้ได้ตามเกณฑ์ท่ีกาหนด
๓) รอ้ ยละ 80 ของครวั เรอื นเปา้ หมายแก้ไขปญั หาหนี้สิน (จานวน 5,136 ครวั เรอื น)
๔) มีศูนยจ์ ดั การกองทนุ ชุมชนต้นแบบด้านการบรหิ ารจดั การหนี้ จานวน 18 แห่ง
- เชงิ คณุ ภาพ
๑) ศูนย์จัดการกองทุนชุมชน จานวน 214 แห่ง สามารถขับเคล่ือนการบรหิ ารจัดการ
กองทุนชุมชนได้
๒) คณะกรรมการศูนย์จัดการกองทุนชุมชน จานวน 214 แห่ง มีความรูค้ วามเข้าใจ
สามารถบรหิ ารจดั การศูนยจ์ ดั การกองทุนชุมชนตามแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน
๓) ศูนย์จัดการกองทุนชุมชนต้นแบบด้านการบรหิ ารจัดการหนี้ จานวน 18 แห่ง สามารถ
เป็นแหล่งเรยี นรู้ ศึกษา ดูงาน และสรา้ งความตระหนักในการปรบั เปล่ียนพฤติกรรมการใช้จ่ายเงนิ ของคน
ทั้งในและนอกชุมชนให้ดีข้ึน
๓.๓ โครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธก์ ารดาเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี
ในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการดาเนินงานของกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี ให้ประสบ
ความสาเรจ็ น้ัน การประชาสัมพันธ์ และออกแบบการเผยแพรข่ ้อมูลส่ือประชาสัมพันธ์ มีความสาคัญ
เป็นอย่างมาก ในการที่จะพัฒนาศักยภาพและบทบาทของสมาชกิ กองทุนพัฒนาบทบาท ให้เป็นท่ีรูจ้ กั ของ
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรคช์ ุมชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๖๖
สาธารณชนครอบคลุมมากขึ้น กรมการพัฒนาชุมชน จงึ กาหนดรูปแบบของส่ือประชาสัมพันธแ์ ละออกแบบ
การเผยแพรข่ ้อมูลส่ือประชาสัมพันธ์ เชน่ ป้ายประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ จุลสาร โปสเตอร์ นิทรรศการ สื่อวดี ีทัศน์
และสปอรต์ วทิ ยุ เป็นต้น เพ่ือให้จงั หวัดได้ดาเนินการประชาสัมพันธง์ านกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี ให้เป็น
ที่ยอมรบั และรจู้ กั อยา่ งแพรห่ ลาย
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
1) จังหวัดมีสื่อประชาสัมพันธก์ องทุนพัฒนาบทบาทสตรใี ห้เป็นท่ีรูจ้ ักของสาธารณชน
ในระดับพื้นทอ่ี ยา่ งครอบคลุม
2) จงั หวัดมีสื่อเผยแพรก่ ารดาเนินงานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรใี นการพัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ ให้ดีขึ้น อย่างน้อย 2 ชอ่ งทาง
- เชงิ คณุ ภาพ
1) กองทุนพัฒนาบทบาทสตรเี ป็นทรี่ จู้ กั ของสาธารณชน
2) กองทุนพัฒนาบทบาทสตรมี ีสมาชกิ กองทนุ พัฒนาบทบาทสตรเี พิ่มขึ้น
3) สมาชกิ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรเี ข้าถึงกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรแี ละเสนอโครงการ
ขอรบั การสนับสนนุ เงนิ จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ีประเภทเงนิ ทุนหมุนเวยี นและเงนิ อุดหนุนมากข้ึน
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรคช์ มุ ชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๖๗
๓.๔ โครงการเพ่ิมประสิทธภิ าพการปฏิบตั ิงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรแี ก่กลไกการขับเคลื่อน
กองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี
ในการดาเนินงานของกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี น้ัน กลไกถือว่าเป็นหลักสาคัญในการ
ขับเคลื่อนการดาเนินงานที่สาคัญ ไม่ว่าจะเป็นคณะทางานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรตี าบล/
อาสาสมัครผู้ประสานงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรหี มู่บ้าน/ชุมชน หรอื คณะทางานขับเคล่ือนกองทุน
พัฒนาบทบาทสตร ีจังหวัด/คณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรอี าเภอ กรมการพัฒนาชุมชน
จงึ เล็งเห็นความสาคัญในจุดน้ี เพ่ือสรา้ งความรูค้ วามเข้าใจในบทบาทหน้าที่ในการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนา
บทบาทสตรใี ห้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และสามารถนาความรูท้ ี่ได้รบั ไปใช้ในการดาเนินงาน
ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล จึงได้จัดให้มีการประชุมเพ่ิมประสิทธภิ าพการปฏิบัติงาน
กองทุนพัฒนาบทบาทสตรใี ห้แก่กลไกการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ีข้ึน
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
1) คณะทางานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรตี าบล/อาสาสมัครผู้ประสานงาน
กองทนุ พัฒนาบทบาทสตรหี มู่บ้าน/ชุมชน จานวน 878 อาเภอ ๆ ละ 30 คน รวมท้งั สิ้น 26,340 คน
2) คณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี จังหวัด/คณะทางานขั บเคล่ือน
กองทุนพัฒนาบทบาทสตรอี าเภอ จานวน 76 จงั หวัด ๆ ละ 50 คน รวมทงั้ ส้ิน 3,800 คน
- เชงิ คณุ ภาพ
๑) รอ้ ยละ 80 ของผู้เข้ารว่ มโครงการฯ มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าท่ีของกลไก
การขับเคลื่อนกองทนุ พัฒนาบทบาทสตร ี
๒) กลไกการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี สามารถส่งเสรมิ สนับสนุนให้สมาชกิ
ได้รบั ประโยชน์จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ีเพื่อสรา้ งความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคม
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรคช์ มุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๖๘
๓.๕ โครงการพัฒนาทกั ษะอาชพี แก่สมาชกิ กองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี
กรมการพัฒนาชุมชน ดาเนินการพัฒนาทักษะอาชีพแก่สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี
เพื่อให้กลุ่มอาชพี ที่เข้ารว่ มโครงการมีความรูค้ วามเข้าใจในการบรหิ ารจดั การกลุ่มตามหลัก 5 ก การบรหิ าร
กลุ่มตามหลักธรรมาภิบาล และมีเทคนิคการบรหิ ารจดั การกลุ่มให้ประสบผลสาเรจ็ สามารถนาความรู้ ทไี่ ด้รบั
ไปใชใ้ นการบรหิ ารจดั การกลุ่มได้ รวมท้งั มีแผนพัฒนาและเครอื ข่ายกลุ่มอาชพี สมาชกิ กองทุนพัฒนาบทบาท
สตร ีในพ้ืนท่ี ๗๖ จงั หวดั ทาให้สามารถเชอื่ มโยงองค์ความร/ู้ พัฒนาทักษะต่อยอดได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
1) มีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี จานวน 3,800 คน มีทักษะอาชีพ สามารถนาไป
ประกอบอาชพี ได้
2) มีเครอื ข่ายกลุ่มอาชพี สมาชกิ กองทุนพัฒนาบทบาทสตร ีจานวน 76 จงั หวดั
3) มีแผนพัฒนากลุ่มอาชพี สมาชกิ กองทนุ พัฒนาบทบาทสตร ีจานวน 76 แผน
- เชงิ คุณภาพ
1) รอ้ ยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารว่ มโครงการฯ มีความรู้ ความเข้าใจในการบรหิ าร
จดั การกิจการของกลุ่มอาชพี
๒) กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรมี ีความสามารถในการบรหิ ารจัดการ
กลุ่มอาชพี ของตนเองและบูรณาการรว่ มกับเครอื ข่ายอาชพี อื่น ๆ ในพ้ืนท่ี
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สรา้ งสรรคช์ ุมชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๖๙
๓.๖ โครงการส่งเสรมิ เยาวสตรสี ู่ผู้นารนุ่ ใหม่ระดับจงั หวดั
การดาเนินงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี ผู้นาสตรรี ุน่ ใหม่ถือว่ามีบทบาทสาคัญ
ในการเข้ามามีส่ วนร่วมในการขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี ให้ เข้มแข็ง และเป็นไป
ตามวัตถุประสงค์ของกองทุน กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้ส่งเสรมิ และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนท่ีเป็น
สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี ท่ีมีอายุต้ังแต่ 18 – 25 ปี ให้เป็นเยาวสตรสี ู่ผู้นารุน่ ใหม่ในระดับจงั หวัด
ท้ัง 76 จังหวัด เพื่อให้เยาวสตรที ่ีเข้ารว่ มโครงการฯ ได้พัฒนาศักยภาพและมีส่วนรว่ มในการดาเนินงาน
ขับเคลื่อนกองทนุ พัฒนาบทบาทสตร ีพรอ้ มท่จี ะเปน็ ผู้นาในอนาคตต่อไป
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรคช์ ุมชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๗๐
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ เยาวชนเป็นสมาชกิ กองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี จานวน 1,810 คน ทเี่ ข้ารว่ ม
โครงการฯ พัฒนาศักยภาพสู่การเป็นผู้นาสตรรี นุ่ ใหม่ระดับจงั หวดั ได้
- เชงิ คุณภาพ
๑) เยาวสตรกี องทุนพัฒนาบทบาทสตรสี ามารถมีส่วนรว่ มการดาเนินงานขับเคลื่อนกองทุน
พัฒนาบทบาทสตรตี ามวัตถุประสงค์ทไ่ี ด้กาหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
๒) รอ้ ยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการฯ พัฒนาศักยภาพสู่การเป็นผู้นาสตรรี ุน่ ใหม่
ระดับจงั หวัด
๓) รอ้ ยละ 80 ของผู้เข้ารว่ มโครงการฯ สามารถนาศักยภาพมาใชใ้ นการพัฒนาเยาวสตร ี
สตรแี ละชุมชน
๓.๗ โครงการส่งเสรมิ ชอ่ งทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชพี สมาชกิ กองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี
กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดาเนินการส่งเสรมิ ชอ่ งทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชพี สมาชกิ
กองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี ที่ได้กู้ยืมเงนิ ประเภทเงนิ ทุนหมุนเวยี น ปี 2560 – 2563 เพื่อสรา้ งความเข้าใจ
เตรยี มความพรอ้ ม และวางแผนการดาเนินงาน รว่ มกับเครอื ข่ายในตลาดประชารฐั ท้ัง 9 ประเภท หรอื ตลาดนัด
ชุมชนในอาเภอ/จังหวัด งานประเพณี งานจังหวัด และกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี มีการ
แลกเปลี่ยนเรยี นรูร้ ะหว่างกลุ่มอาชพี สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี และผู้ประกอบการอ่ืน ๆ ในด้าน
ปัจจยั การผลิต ด้านการตลาด ด้านการบรหิ ารจดั การกลุ่ม และด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์
ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารว่ มโครงการฯ มียอดจาหน่ายเพ่ิมมากข้ึน
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรคช์ มุ ชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๗๑
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
๑) กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี ได้รบั การส่งเสรมิ ช่องทางการตลาด
ผลิตภัณฑ์ รวม 1,725 กลุ่ม
๒) รอ้ ยละ 80 ของผลิตภัณฑ์ของกลุม่ เปา้ หมายที่เข้ารว่ มโครงการฯ มียอดจาหน่ายเพิ่มขึ้น
- เชิงคุณภาพ กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรมี ีประสบการณ์เพิ่มข้ึนจาก
การแลกเปลี่ยนเรยี นรูร้ ะหว่างกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี และผู้ประกอบการอ่ืน ๆ
ในด้านปัจจยั การผลิต ด้านการตลาด ด้านการบรหิ ารจดั การกลุ่ม และด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สร้างสรรคช์ ุมชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๗๒
๔. ประเด็นการพัฒนาที่ ๔ เสรมิ สรา้ งองค์กรให้มขี ดี สมรรถนะ
๔.๑ ด้านการบรหิ ารงานบุคคล
๔.๑.๑ โครงการฝึกอบรมเสรมิ สรา้ งคุณธรรมจรยิ ธรรมแก่ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน
กรมการพัฒนาชุมชน ได้กาหนดยุทธศาสตรใ์ นการส่งเสรมิ จรยิ ธรรมให้แก่ข้าราชการ
กรมการพัฒนาชุมชนไว้ เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการดาเนินงานส่งเสรมิ คุณธรรมและจรยิ ธรรมข้าราชการ
ในสังกัดและปลุกจติ สานึกให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนปฏิบัติหน้าท่ีให้มีประสิทธภิ าพ รกั ษาจรยิ ธรรม
แห่งความดี ธารงไว้ซงึ่ ศักดิ์ศรแี ละเกียรติของความเป็นข้าราชการที่ดี และมีแผนส่งเสรมิ และพัฒนาข้าราชการ
ให้มีคุณธรรม จรยิ ธรรม เพื่อส่งเสรมิ และพัฒนาให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนได้มีความรู้ ความเข้าใจ
ในหลักคุณธรรม จรยิ ธรรม และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ในการน้ี กรมการพัฒนาชุมชนจงึ ได้ดาเนินการฝึกอบรมเสรมิ สรา้ งคุณธรรมจรยิ ธรรม
แก่ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนขึ้น เพื่อให้ประพฤติปฏิบัติหน้าท่ีราชการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
มีทัศนคติรูจ้ กั การเสียสละ อุทิศตนเพ่ือประโยชน์ส่วนรวม และยังเป็นการสรา้ งเครอื ข่ายให้กับข้าราชการ
กรมการพัฒนาชุมชนท่ีประพฤติปฏิบัติหน้าท่ีราชการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป โดยดาเนินการ
ณ ศูนยป์ ฏิบัติธรรมมาบเอื้องเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บา้ นบึง จงั หวัด
ชลบุร ี โดยอบรมให้ความรูเ้ กี่ยวกับประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการพลเรอื น ข้อบังคับกรมการพัฒนาชุมชน
ว่าด้วยจรยิ ธรรมและจรรยาข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้ง รบั ฟังการบรรยายหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา โมเดล
ชมส่ือวดี ีทัศน์ ศึกษาพ้ืนที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอ้ือง พื้นท่ีต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล และการฝึก
ปฏิบัติฐานการเรยี นรูเ้ พ่ือการพัฒนาตนเอง ฐานคนรกั ษ์น้า และฐานแปรรูป กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ข้าราชการ
ในส่วนภูมิภาคและส่วนกลางทีร่ บั ราชการมาแล้วไม่เกิน ๕ ปี หน่วยงานละ ๑ คน รวม ๙๐ คน
ผลการดาเนินงาน
- เชิงปรมิ าณ ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนท่ีเข้ารว่ มอบรม รอ้ ยละ 90 มีความรู้
ความเข้าใจในเน้ือหาการฝึกอบรม
- เชิงคุณภาพ ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ราชการ
เป็นไปตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการพลเรอื น ข้อบังคับกรมการพัฒนา
ชุมชนว่าด้วยจรยิ ธรรมและจรรยาข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ทั้งสรา้ งภาพลักษณ์องค์กรคุณธรรม
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชุม สร้างคน สร้างชาติ
๗๓
๔.๑.๒ โครงการข้าราชการต้นแบบด้านจรยิ ธรรม (The Icon)
กรมการพัฒนาชุมชน ให้ความสาคัญกับประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการพลเรอื น
และจรยิ ธรรมและจรรยาข้าราชการ จึงได้ส่งเสรมิ และปลุกจิตสานึกให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน
ตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรคี วามเป็นข้าราชการท่ีดี ข้าราชการต้นแบบด้านจรยิ ธรรม (The Icon) ขึ้น
เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการท่ีดีมีคุณธรรม จรยิ ธรรมให้ปรากฏและเป็นต้นแบบที่ดีให้กับ
ข้าราชการในสังกัด ให้ประพฤติปฏิบัติหน้าท่ีราชการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยคัดเลือกข้าราชการ
และลูกจ้างดีเด่นกรมการพัฒนาชุมชน ข้าราชการพลเรอื นดีเด่น (ครุฑทองคา) และข้าราชการที่ปฏิบัติตน
ตามประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการพลเรอื นและข้อบังคับกรมการพัฒนาชุมชนว่าด้วยจรยิ ธรรมและจรรยา
ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ.2559 โดยมีผู้บังคับบัญชารบั รองความประพฤติ คัดเลือกให้เหลือ
เขตตรวจละ 1 คน และส่วนกลาง 1 คน รวมท้ังสิ้น 19 คน และคัดเลือกให้เหลือไม่เกิน ๕ คน เพ่ือเป็น
ข้าราชการต้นแบบด้านจรยิ ธรรม (The Icon) ประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๔
ผลการดาเนินงาน
- เชิงปรมิ าณ มีข้าราชการต้นแบบด้านจรยิ ธรรมที่เป็นแบบอย่างให้แก่ข้าราชการ จานวน
๑ คน ได้แก่ นายธนศักดิ์ นาเลิศ พัฒนาการอาเภอเมืองอ่างทอง จงั หวดั อ่างทอง
- เชงิ คุณภาพ ข้าราชการต้นแบบด้านจรยิ ธรรม (The Icon) เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่
ข้าราชการในสังกัด ให้ประพฤติปฏิบตั ิหน้าท่รี าชการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สร้างสรรค์ชุมชุม สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๗๔
๔.๑.๓ โครงการพัฒนาข้าราชการท่ีอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติราชการ หลักสูตรพัฒนากร
ก่อนประจาการ (รุน่ ๑๑๓ – ๑๑๗)
กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดาเนินการพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ ตาแหน่งนักวชิ าการ
พัฒนาชุมชนระดับปฏิบัติการ หรอื “พัฒนากร” เป็นประจาทุกปี และเพ่ือให้สอดคล้องกับกฎ ก.พ. ว่าด้วย
ก า ร ท ด ล อ ง ป ฏิ บั ติ ห น้ า ท่ี ร า ช ก า ร แ ล ะ ก า ร พั ฒ น า ข้ า ร า ช ก า ร ที่ อ ยู่ ร ะ ห ว่ า ง ท ด ล อ ง ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ร า ช ก า ร
พ.ศ. 2553 มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ตามกฎ ก.พ. ข้อ 8 ซ่ึงกระทรวงมหาดไทย
ได้พิจารณามอบอานาจให้กรมการพัฒนาชุมชนดาเนินการอบรมสัมมนา “ภาคการเป็นข้าราชการท่ีดี” ภายใต้
หลักสูตรพัฒนากรก่อนประจาการ เพื่อเป็นการเสรมิ สรา้ งสมรรถนะผู้บรรจุเข้ารบั ราชการ ให้สามารถ
ปฏิบตั ิงานได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ รวมท้ังการพัฒนาข้าราชการให้เปน็ ข้าราชการท่ีดี
เป้าหมายการดาเนินงาน บัญชผี ู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพ่ือบรรจุและแต่งตั้ง
บุคคลเข้ารบั ราชการในตาแหน่งนักวชิ าการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ (พัฒนากร) ประกาศ ณ วันท่ี 30 กันยายน
2562 และมาแสดงตนเพ่ือบรรจุเข้ารบั ราชการ (บัญชหี มดอายุวนั ท่ี 30 กันยายน 2564) ดาเนินการ 4 รนุ่ จานวน
๓๖๔ คน ดังน้ี
รนุ่ ท่ี 113 จานวน 100 คน
รนุ่ ที่ 114 จานวน 100 คน
รนุ่ ท่ี 116 จานวน 97 คน
รนุ่ ท่ี 117 จานวน 67 คน
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชุม สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๗๕
ซ่ึงดาเนินการตามกระบวนการใน ๓ ขั้นตอน สรุปได้ดังนี้ คือ ๑) ภาคการปฐมนิเทศ ๒) ภาคการเรยี นรู้
ด้วยตนเอง ๓) ภาคการอบรมสัมมนารว่ มกัน “การเปน็ ข้าราชการทีด่ ี”
ความแตกต่างในการพัฒนาข้าราชการในแต่ละรุน่
๑) หลักสูตรพัฒนากรก่อนประจาการ รุน่ ท่ี 113 ดาเนินการภายหลังสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID – 19) กลับสู่ภาวะปกติแล้วเพ่ือเป็นการเสรมิ สรา้ งสมรรถนะ
ผู้บรรจุเข้ารบั ราชการ ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ปรบั ปรุงหลักสูตรในรูปแบบผสมผสาน
(Blended learning) ให้มีความสอดคล้องกับนโยบายและภารกิจการดาเนินงานของกรมการพัฒนาชุมชน
โดยปรบั ลดระยะเวลาการฝึกอบรมจากเดิม 40 วัน ปรบั เป็น 17 วัน และใชร้ ะบบพ่ีเลี้ยงเข้ามามีส่วนสาคัญในการ
ขับเคลื่อน
๒) หลักสูตรพัฒนากรก่อนประจาการ รุน่ ที่ 114 ได้เปล่ียนรูปแบบการฝึกอบรม
จากเดิมประชุม/สัมมนา ปรบั ใหม่เป็นดาเนินการในรูปแบบออนไลน์ เพ่ือให้บุคลากรของกรมการพัฒนาชุมชน
มีความพรอ้ มรบั มือกับสถานการณ์ในยุค New Normal รวมถึงเสรมิ ทักษะให้บุคลากรของกรมการพัฒนา
ชุมชน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธภิ าพ และตอบสนองต่อภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชน
๓) หลักสูตรพัฒนากรก่อนประจาการ รุน่ ท่ี 116-117 ดาเนินการปรบั ปรุงหลักสูตร
ในรูปแบบผสมผสาน (Blended learning) ให้มีความสอดคล้องกับนโยบายและภารกิจการดาเนินงานของ
กรมการพัฒนาชุมชน โดยขยายระยะเวลาการฝึกอบรมจากเดิม 40 วัน เพ่ิมเป็น 60 วัน กิจกรรมการ
ฝึกอบรมเพิ่มทักษะระยะส้ันกสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ โคก หนอง นา ฝึกปฏิบัติ
ภาคสนาม ณ พ้ืนทีต่ ้นสังกัด และภาคสรปุ ดาเนินการในรปู แบบออนไลน์
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
๑) รอ้ ยละ 95 ของผู้เข้ารบั การฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่
การเป็นพัฒนากร และผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กาหนด
๒) ร้อยละ ๘๐ ของผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับ
มอบหมายได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ภายใต้การสอนแนะงานจากผู้บงั คับบัญชาระดับจงั หวัด อาเภอและพัฒนากร
พ่ีเลี้ยง ณ พื้นทตี่ ้นสังกัด
- เชิงคุณภาพ ผู้ผ่านการฝึกอบรม มีความพรอ้ มในการปฏิบัติหน้าท่ี สามารถนาความรู้
ทไ่ี ด้รบั ไปปรบั ใชใ้ นการปฏิบัติราชการได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธภิ าพ
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สร้างสรรค์ชุมชุม สร้างคน สรา้ งชาติ
๗๖
พัฒนากร รุน่ 113
พัฒนากร รุน่ 114
พัฒนากร รุน่ 116
๔.๑.๔ โครงการฝึกอบรมพัฒนากรระหว่างประจาการ ด้านบรหิ ารการเปลี่ยนแปลง
กรมการพัฒนาชุมชน ดาเนินโครงการพัฒนาพ้ืนที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวติ
ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ซงึ่ มีพัฒนากร เป็นกลไกหลักที่สาคัญทางานใกล้ชดิ
กับผู้นา กลุ่ม/องค์กร และเครอื ข่ายการพัฒนาชุมชนในระดับพื้นที่ โดยมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนกระบวน
ตามโครงการพัฒนาพื้นท่ีต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา
โมเดล” แต่ด้วยภายใต้สถานการณ์ท่ีเปล่ียนแปลงไป ทาให้พัฒนากรจาเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชุมชุม สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๗๗
กระบวนงานในการขับเคลื่อนเพ่ือให้งานบรรลุวตั ถุประสงค์และมีประสิทธภิ าพและเปน็ ประโยชน์กับประชาชน
ในพ้ืนท่ี รวมท้ัง พัฒนาสมรรถนะให้สามารถปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงได้
อย่างมีประสิทธภิ าพ ซ่ึงจะส่งผลให้การผลักดันนโยบาย/เป้าหมาย/ยุทธศาสตรข์ ององค์กรไปสู่การปฏิบัติ
จนเกิดความสาเรจ็ อยา่ งสัมฤทธผิ์ ล ในการฝึกอบรมพัฒนากรระหวา่ งประจาการ ด้านบรหิ ารการเปลี่ยนแปลง
เป็นการอบรมในรูปแบบออนไลน์ จานวน 3,640 คน โดยมีหลักสูตรการฝึกอบรม ประกอบด้วยเนื้อหาวชิ า
ได้แก่ หมวดท่ี 1 การแปลงปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบตั ิ หมวดที่ 2 การออกแบบพ้ืนท่ตี ้นแบบ
เพ่ือการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล และหมวดท่ี 3 เพิ่มพูน
ทักษะ เพื่อการบรหิ ารงานท่ีมีประสิทธภิ าพ
ผลการดาเนินงาน
- เชิงปรมิ าณ พัฒนาการ จานวน 3,640 คน สามารถนาความรูจ้ ากการฝึกอบรม
ไปปฏิบตั ิงานในพ้ืนที่ได้
- เชงิ คุณภาพ รอ้ ยละ 90 ของผู้เข้ารบั การฝึกอบรม ผ่านเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธ์ิ
การเรยี นรตู้ ามเกณฑ์ทีห่ ลักสูตรกาหนด
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชุม สรา้ งคน สร้างชาติ
๗๘
๔.๑.๕ โครงการฝึกอบรมบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน เพ่ือขับเคลื่อนแผนพัฒนา
ในระดับพ้ืนท่ี หลักสูตรเสรมิ สมรรถนะพัฒนาการอาเภอ
กรมการพัฒนาชุมชน ส่งเสรมิ การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ
ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะให้ ความสาคัญของการสื่อสารในโลกดิจิทัล
และความสาคัญของการนาเสนองานท่ีมีประสิทธภิ าพ รูปแบบและวธิ กี ารทางานด้านการสื่อสาร ในการนี้
พัฒนาการอาเภอ เป็นผู้นาในการขับเคล่ือนในระดับอาเภอ และมีบทบาทสาคัญในการส่ือสารสรา้ งการรบั รู้
การขับเคล่ือนแผนพัฒนาในระดับพื้นท่ีสู่สาธารณชนอย่างมีประสิทธภิ าพ อีกทั้ง ยังมีหน้าท่ีส่งเสรมิ และ
สนับสนุน “พัฒนากร” ในการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาทุกระดับ ส่งเสรมิ ให้มีความรูแ้ ละทักษะ
การนาเสนอ สามารถสื่อสารภาพลักษณ์ และวัฒนธรรมของกรมการพัฒนาชุมชน ให้เด่นชัด รวมถึง
สรา้ งอัตลักษณ์ของกรมการพัฒนาชุมชน ให้แก่สาธารณชน/สังคมได้อยา่ งแพรห่ ลาย
เน่ืองจากสถานการณ์โรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) การอบรมหลักสูตร
เสรมิ สมรรถนะพัฒนาการอาเภอ จึงได้ใช้การฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ที่เปล่ียนแปลงไป โดยมีเน้ือหาหลักสูตร แบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ หมวดที่ 1 เทคนิคการสื่อสาร
และการนาเสนองานท่ีมีประสิทธภิ าพ หมวดท่ี 2 ยุทธศาสตรก์ ารสื่อสารองค์กร และหมวดที่ 3 การผลิตส่ือ
เพ่ือการประชาสัมพันธ์ (ส่ือสารสังคม) กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย พัฒนาการอาเภอ ๘๗๘ คน
ใน ๗๖ จงั หวดั
ท่ีมีประสิทธภิ าพ ผลการดาเนินงาน
ไม่ต่ากว่าระดับมาก - เชิงปรมิ าณ รอ้ ยละ 100 ของผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถสรา้ งสื่อประชาสัมพันธ์
- เชงิ คุณภาพ รอ้ ยละ 90 ของผู้ผ่านการอบรมมีความรูค้ วามเข้าใจในเน้ือหาตามหลักสูตร
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรค์ชุมชุม สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๗๙
๔.๑.๖ โครงการฝึกอบรมหลักสูตรนักบรหิ ารงานพัฒนาชุมชนระดับสูง (นพส.)
ข้าราชการระดั บหั วหน้าหน่วยงานระดั บจังหวัด เป็นฟันเฟืองสาคัญของรัฐบาล
ในการรบั ผิดชอบการพัฒนาชนบท เพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ติ ท่ีดีข้ึนของประชาชน รวมทั้งการขับเคลื่อนการนา
นโยบายรฐั บาลสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาเชงิ ระบบ โดยเฉพาะอย่างย่ิงนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน
การสรา้ งวถิ ีชวี ติ ชุมชนตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง จงึ จาเปน็ ต้องมีการเตรยี มความพรอ้ มบุคลากร
ของหน่วยงานภาครฐั ท่ีทางานตามหลักการพัฒนาชุมชนและมีบทบาทสาคัญในการพัฒนาชนบทอย่างต่อเนื่อง
ตลอดจนการพัฒนาองค์กรและบุคลากรให้มีความรู้ และทักษะ ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนมีข้อมูลบุคลากร
ท่ีดารงตาแหน่งประเภทวชิ าการ ระดับชานาญการพิเศษ ที่มีความพรอ้ มท่ีจะก้าวข้ึนสู่ตาแหน่งพัฒนาการ
จงั หวัดตามที่กาหนดไวใ้ น Career Path และยังไม่ผ่านการฝกึ อบรมในหลักสูตรนักบรหิ ารงานพัฒนาชุมชน
ระดับสูง (นพส.) หรอื เทียบเท่า จานวนท้ังส้ิน ๑๓๕ คน เพ่ือเข้ารบั ฝึกอบรมหลักสูตรนักบรหิ ารงานพัฒนา
ชุมชนระดับสูง (นพส.) เพ่ือเปน็ การเตรยี มความพรอ้ มก่อนเข้าสู่ตาแหน่งหัวหน้าหน่วยงานระดับจงั หวดั โดยมี
ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทบทวนและพัฒนาหลักสูตรสาหรบั การฝึกอบรม เตรยี มความพรอ้ มท้ังสถานที่
วัสดุ อุปกรณ์ วทิ ยากร ขั้นตอนท่ี 2 ดาเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตร โดยจดั กระบวนการเรยี นรูใ้ นรูปแบบ
Governance innovation Lab ประเด็น “การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างย่ังยืน
ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และขั้นตอนท่ี 3 ติดตามและประเมินผลหลังจากเสรจ็ สิ้น
การฝกึ อบรม
โดยรปู แบบการฝกึ อบรม เป็นดาเนินการฝึกอบรมแบบผสมผสาน (Blended Learning)
ระหว่างการเรยี นออนไลน์และเรยี นรูจ้ ากประสบการณ์ตรง ในรูปแบบ Governance innovation Lab
ประเด็น “การขจดั ความยากจนและพัฒนาคนทุกชว่ งวยั อย่างย่ังยืนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลในการวางแผนการพัฒนาเชิงพื้นท่ีให้สอดคล้องยุทธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี แผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ แผนแม่บท แผนพัฒนาจงั หวัด ตลอดจนนโยบายของรฐั บาล
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ ผู้เข้ารบั การอบรมรอ้ ยละ ๙๕ ผ่านการประเมินผลการฝกึ อบรมตามเกณฑ์
ทีก่ าหนด
- เชิงคุณภาพ ผู้ผ่านการอบรมมีสมรรถนะในการเป็นเป็นนักยุทธศาสตรภ์ าครฐั
ด้านการพัฒนาชุมชนยุคใหม่ที่มีคุณธรรม มีภาวะผู้นา มีการทางานแบบบูรณาการ และเกิดพันธมิตร
ในการทางาน
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรค์ชมุ ชุม สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๘๐
๔.๑.๗ โครงการจดั ฝกึ อบรมนานาชาติออนไลน์หลักสูตร Sustainable Community
Development Applying Sufficiency Economy Philosophy from Theory to Practice
(ได้รบั งบประมาณจากกรมความรว่ มมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ)
ก ร ม ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น ไ ด้ จั ด ท า ห ลั ก สู ต ร ฝึ ก อ บ ร ม น า น า ช า ติ Sustainable
Community Development Applying Sufficiency Economy Philosophy from theory to practice
เป็นหลักสูตรหน่ึงของหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจาปี ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ (Annual International
Training Course: AITC) ของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ บทเรยี น
และประสบการณ์ในการส่งเสรมิ การน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในวถิ ีชีวติ
ของประชาชนและในการพัฒนาชุมชน โดยมีเนื้อหาเก่ียวกับการเรยี นรูแ้ ละสรา้ งความเข้าใจเกี่ยวกับ
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง การเสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งชุมชน การศึกษาดูงานในหมู่บ้านต้นแบบ
เศรษฐกิจพอเพียง และใช้วธิ ีการเรยี นรูแ้ บบสองทางระหว่างผู้เข้าอบรมและวทิ ยากร กลุ่มเป้าหมาย
ประกอบด้วย เจา้ หน้าท่ขี องหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องจากประเทศต่าง ๆ การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา
(COVID – 19) ได้ส่งผลกระทบต่อวถิ ีชีวติ ของประชาชนในประเทศต่าง ๆ ทาให้ต้องปรบั วธิ กี ารดาเนินงาน
ให้สอดคล้องสถานการณ์การแพรร่ ะบาด โดยการดาเนินงานหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติฯ รูปแบบเป็นการ
ฝึกอบรมออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting ได้ดาเนินการฝึกอบรมฯ จานวน ๒ รนุ่ ดังนี้
1) รุน่ ท่ี 1 ผู้เข้ารว่ มหลักสูตรจานวน 30 คน จาก 14 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศ
ภูฏาน กัมพูชา เอกวาดอร์ เกรเนดา อินโดนีเซีย อิหรา่ น โมรอ็ กโก ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐโบลีวารแ์ ห่ง
เวเนซุเอลา สหสาธารณรฐั แทนซาเนีย สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรฐั อุซเบกิสถาน
สาธารณรฐั สหกรณ์กายอานา และสาธารณรฐั บอตสวานา
2) รุน่ ที่ 2 ผู้เข้ารว่ มหลักสูตรจานวน 12 คน จาก 5 ประเทศได้แก่ ประเทศอียิปต์
จอรแ์ ดน คาซคั สถาน ตุรกี และเวยี ดนาม ผู้เข้ารว่ มหลักสูตรฯ ทั้ง 2 รุน่ จานวน 42 คน จาก 19 ประเทศ
ผลการดาเนินงาน
- ผู้เข้ารว่ มหลักสูตรฯ ท้ัง 2 รนุ่ จานวน 42 คน จาก 19 ประเทศ มีความรู้ ความเข้าใจ
ในแนวคิด หลักการ/วธิ กี ารดาเนินงาน และกลไกการพัฒนาชุมชน ซงึ่ นาไปสู่การพ่ึงตนเอง และมีความเข้าใจ
แนวคิดของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงสามารถนาแนวคิดหลักการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มาไปประยุกต์ชีวติ ประจาวัน และการประกอบอาชีพ จากการให้ความรูใ้ นหลักสูตรฯ ของกรมการพัฒนา
ชุมชน
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สร้างสรรค์ชุมชมุ สร้างคน สร้างชาติ
๘๑
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๘๒
4.1.8 โครงการส่งเสรมิ ความเป็นผู้ประกอบการชุมชนตามแนวทาง D – HOPE
โครงการส่งเสรมิ ความเป็นผู้ประกอบการชุมชน เป็นโครงการความรว่ มมือทางวชิ าการ
ไทย – ญี่ปุ่น โดยกรมความรว่ มมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานประสานหลัก
ของไทย และกรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยดาเนินการในพื้นท่ี รว่ มกับองค์การความรว่ มมือระหว่าง
ป ร ะ เ ท ศ แ ห่ ง ญ่ี ปุ่ น (Japan International Cooperation Agency : JICA) เ พ่ื อ ส่ ง เ ส ร มิ ค ว า ม เ ป็ น
ผู้ประกอบการชุมชน (Project for Community - based Entrepreneurship Promotion) มีเป้าหมาย
เพ่ือให้เศรษฐกิจฐานรากในพ้ืนท่ี ได้รบั การกระตุ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในชุมชน
และเพื่อให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้รบั การพัฒนาตามแนวทางการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บรโิ ภค
ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง (Decentralized Hands – on Program Exhibition : D – HOPE) ระยะเวลา
ดาเนินการ ๔ ปี (ปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔) โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ลงนามในบันทึก
ความเข้าใจรว่ ม Memorandum of Understanding : MOU กับองค์การความรว่ มมือระหว่างประเทศ
แห่งญ่ีปุน่ (Japan International Cooperation Agency: JICA)
โครงการส่งเสรมิ ความเป็นผู้ประกอบการชุมชนตามแนวทาง D – HOPE เป็นการ
พัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ กลุ่มองค์กร และครวั เรอื นที่เข้ารว่ มโครงการ ฯ ให้สามารถ
จัดกิจกรรมที่ลูกค้าลงมือทาด้วยตนเอง (Hands – on Program) ตามแนวทาง D – HOPE : Decentralized
Hands – on Program Exhibition ซงึ่ เป็นแนวทางการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ (แชมป)์ ผ่านกระบวนการ
มีส่วนรว่ มและการประยุกต์ใชศ้ าสตรต์ ่าง ๆ โดยใชแ้ นวคิด เศรษฐกิจการสรา้ งประสบการณ์ (Experience Economy)
ซึ่งเน้นการเปล่ียนผ่านการพัฒนาทางเศรษฐกิจจากสินค้าโภคภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ การบรกิ าร ไปสู่การรว่ มแบ่งปัน
ประสบการณ์ ในการกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจทจ่ี ะตอบสนองต่อความท้าทายทีเ่ ป็นประเด็นสาคัญในปัจจุบัน โดยใช้
กระบวนการมีส่วนรว่ มในการค้นหาแชมปท์ ี่มีความรู้ ความชานาญในด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น การนาเสนอ เล่าเรอ่ ื ง
การทาอาหารพ้ืนถิ่น การทาเกษตรอินทรยี ์ การนวดแผนโบราณ ฯลฯ ซ่ึงบุคคลเหล่าน้ีหลายคนไม่กล้านาเสนอ
ความสามารถของตนเอง รวมทั้ง เป็นการเชอื่ มโยงเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชนโดยให้ลูกค้าไปท่องเที่ยวในชุมชน
ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง (Hands – on Program) ทดลองทาสินค้าที่สนใจ แล้ว นากลับเป็นของที่ระลึก
การเชอ่ื มเส้นทางทอ่ งเทีย่ วทาให้เกิดรายได้แก่คนในชุมชนหลากหลาย เชน่ คนเล่าเรอ่ ื งจะได้รบั ค่าตอบแทน
คนทาอาหารว่างเพื่อต้อนรบั แขก คนทาอาหารกลางวัน หรอื คนท่ีมารว่ ม แสดงเพื่อให้การต้อนรบั แขกและ
แชมปท์ ่มี ีสินค้าให้ลูกค้าได้ลงมือปฏิบตั ิ ทาให้เกิดการกระจายรายได้แก่คนในชุมชน
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๘๓
ผลการดาเนินงาน
๑) เป็นโครงการต่อเน่ืองท่ีมีระยะเวลาดาเนินงาน 4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 –
2564) โดยในปีท่ี 1 (พ.ศ. 2561) ดาเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัด คือจังหวัดนครพนม มุกดาหาร
สุรนิ ทร์ เชยี งใหม่ ลาพูน จนั ทบุร ี ชลบุร ี ระนอง และจงั หวดั ตรงั ในปีที่ 2 (ปี พ.ศ. 2562) ดาเนินงานในพ้ืนที่
เปา้ หมาย 5 จงั หวัด คือ จงั หวดั ลพบุร ีสิงห์บุร ีราชบุร ีพัทลุง และจงั หวัดพังงา
๒) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กรมการพัฒนาชุมชน ได้นาแนวคิด D – HOPE
ดาเนินงานในชุมชนท่องเท่ียว OTOP นวัตวถิ ี จานวน 100 ชุมชน ในพื้นที่ 76 จังหวัด มีผู้ประกอบการ
(แชมป)์ เพิ่มขึ้นหมู่บ้านละ 10 คน รวม 100 หมู่บ้าน จานวน 1,000 คน มีโปรแกรม Hands – on หมู่บ้าน
ละ 10 โปรแกรม รวม 1,000 โปรแกรม จดั พิมพ์แคตตาล็อก ชุมชนละ 1,000 เล่ม รวม 100,000 เล่ม
๓) ในชว่ งการแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรน่า 2019 (COVID-19) ผู้เชย่ี วชาญ
ญี่ปุ่นจัดทาโปรแกรมทัวรอ์ อนไลน์ขายแก่บรษิ ัททัวรเ์ พ่ือสรา้ งรายได้แก่แชมป์เป้ ียน ได้แก่ ท่องเที่ยว
D-HOPE ผ่านชอ่ งทางออฟไลน์/ออนไลน์ สาหรบั บรษิ ัททัวรญ์ ่ีปุ่น ๔ แห่ง และสมาคมชาวญ่ีปุ่นในประเทศ
ไทย สรา้ งผลตอบรบั ท่ีดีให้กับบรษิ ัททัวรญ์ ่ีป่นในการทาท่องเที่ยวออนไลน์, ท่องเที่ยวออนไลน์ D-HOPE
ณ ชุมชนบา้ นหนองบัว จงั หวดั สุรนิ ทร,์ ท่องเที่ยวออนไลน์ทีใ่ ห้ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง
โดยความรว่ มมือกับบรษิ ัท H.I.S, ท่องเที่ยวออนไลน์โฮมสเตย์ โดยผู้ประกอบการชุมชน D-HOPE ในจงั หวัด
เชยี งใหม่ เป็นต้น
4) การศึกษาออนไลน์โดยความรว่ มมือจาก Sophia GED และ JTB Thailand ได้แก่
กิจกรรมศึกษาออนไลน์ในหัวข้อ “Bangkok – International Organizations Study Program with
Fieldwork” เรยี นรกู้ ารทาผัดไทยกุ้งสด ชุมชนมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ชุมชน และโปรแกรม Hands – on
ผัดไทยกุ้งสด และกิจกรรมศึกษาดูงานออนไลน์ในหัวข้อ “Chiba University Online Study Abroad
Program : Thailand Course – Joining Dynamically Changing Southeast Asian World”
มีนักศึกษาจากมหาวทิ ยาลัยชบิ ะ และนักศึกษาจากมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ารว่ มกิจกรรมเรยี นรูก้ ารทา
พวงมะโหต เป็นต้นโครงการน้ี ได้รบั รางวัลเลิศรฐั สาขาการบรหิ ารราชการแบบมีส่วนรว่ มระดับดี ประจาปี
พ.ศ. ๒564 ประเภทรางวัลสัมฤทธผ์ิ ลประชาชนมีส่วนรว่ ม (Effective Change)
ปี กรมการพัฒนาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชุมชุม สร้างคน สรา้ งชาติ
๘๔
๔.๑.๙ โครงการตลาดนัดความรูง้ านพัฒนาชุมชน (KM Market)
การดาเนินโครงการตลาดนัดความรูง้ านพัฒนาชุมชน (KM Market) เป็นการส่งเสรมิ
เพ่ิมทักษะการจดั การความรูใ้ นงานพัฒนาชุมชน (Care & Share) ให้บุคลากรเรยี นรูใ้ นการเป็นนักจดั การ
ความรูใ้ นงานพัฒนาชุมชน เสรมิ สรา้ งการเรยี นรูแ้ ละสรา้ งแรงจูงใจในการจัดการความรู้ (Capture & Learn)
สามารถจัดการความรูก้ ารพัฒนาพ้ืนท่ีต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวติ ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่
“โคก หนอง นา โมเดล” และการพัฒนาคลังความรูข้ องกรมการพัฒนาชุมชน (Create & Apply) เพ่ือให้บุคลากร
กรมการพัฒนาชุมชนและบุคคลท่ีสนใจสามารถเข้าถึง เพิ่มความรู้ ทกั ษะด้านการพัฒนาชุมชน และนาไปใชป้ ระโยชน์
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
๑) มีแนวทางการดาเนินงานการจดั การความรูง้ านนโยบายสาคัญของกรมการพัฒนา
ชุมชนและแผนการจดั การความรู้ กรมการพัฒนาชุมชน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
๒) มีการสรา้ งเครอื ข่ายนักจัดการความรูก้ รมการพัฒนาชุมชน จานวน ๒ เครอื ข่าย
คือเครอื ข่ายนักจดั การความรูภ้ าคราชการ จานวน ๒๖๘ คน และเครอื ข่ายภาคประชาชน จานวน ๒๒๐ คน
และมีการเพิ่มทกั ษะการจดั การความรใู้ ห้แก่เครอื ข่ายนักจดั การความรู้
๓) มีการส่งเสรมิ บุคลากรให้มีการจัดการความรูง้ านนโยบายสาคัญของกรมการ
พัฒนาชุมชน อยา่ งน้อยคนละ 1 เรอ่ ื ง
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สร้างสรรค์ชมุ ชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๘๕
๔) มีการจัดการความรูง้ านนโยบายสาคัญของกรมการพัฒนาชุมชน และเผยแพร่
องค์ความรผู้ ่านส่ือ หรอื ชอ่ งทางการประชาสัมพันธ์ เพื่อแลกเปล่ียนเรยี นรู้ จานวน 1 ชอ่ งทาง และมีกิจกรรม
แบง่ ปนั องค์ความรู้
- เชงิ คุณภาพ
๑) บุคลากรมีความสามารถในการจดั การความรใู้ นงานพัฒนาชุมชน
๒) บุคลากรสามารถจดั การความรกู้ ารพัฒนาพื้นทีต่ ้นแบบการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ
ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”
๓) มีคลังความรใู้ นการพัฒนาชุมชน
๔.๑.๑๐ โครงการศึกษาวจิ ยั งานพัฒนาชุมชน : ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งเสรมิ การเรยี นรู้
ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงของศูนย์การเรยี นรูร้ ะดับตาบลตามหลักบวร กรณีศึกษาจังหวัด
อุบลราชธานี
กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดาเนินการโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ
ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กิจกรรมที่ 1 การฝึกอบรมเพ่ิมทักษะระยะส้ัน ในการ
พัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง จงึ ได้เล็งเห็นความสาคัญของการดาเนินงานโครงการดังกล่าว จงึ ได้
จัดทาโครงการศึกษาวจิ ัยงานพัฒนาชุมชน : ปัจจัยท่ีมีผลต่อการส่งเสรมิ การเรยี นรูต้ ามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียงของศูนย์การเรยี นรูร้ ะดับตาบล ตามหลักบวร กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ซ่ึงผลจากการวจิ ัย
จะทาให้ทราบปัจจยั ที่ส่งผลต่อความสาเรจ็ ของการเรยี นรูโ้ ครงการพัฒนาพ้ืนที่ ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ
ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” และมีแนวทางในการเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงตามทฤษฎีเตาหลอมเหล็ก สอดคล้องกับเป้าหมายและวสิ ัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชน “เศรษฐกิจ
ฐานรากมั่นคง และชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565” เพ่ือรายงานผลการวจิ ยั ได้รบั การนาเสนอและเผยแพร่
ในระดับประเทศ และได้รบั การยอมรบั
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชุมชมุ สร้างคน สรา้ งชาติ
๘๖
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ มีรายงานผลการวจิ ยั ฉบับสมบูรณ์ จานวน 1 ฉบบั
- เชงิ คุณภาพ รายงานผลการวจิ ยั ได้รบั การนาเสนอและเผยแพรใ่ นระดับประเทศ
๔.๒ ด้านการบรหิ ารจดั การองค์กร (โครงสรา้ ง ระบบ เทคโนโลยี การตรวจสอบ)
๔.๒.๑ การตรวจสอบภายใน
กรมการพัฒนาชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการทางานให้มีความน่าเช่ือถือ โปรง่ ใส
เน้นความคุ้มค่า และเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน โดยปรบั ปรุงกระบวนการกากับดูแล การบรหิ ารความเส่ียง
และการควบคุมภายในของหน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา
มีผลการดาเนินงานสรปุ ดังนี้
ด้านที่ ๑ งานบรกิ ารให้ความเชื่อม่ัน โดยตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ เช่น งบการเงนิ
ผลการดาเนินงาน การปฏิบตั ิตามกฎ ระเบยี บ ข้อบังคับ ความมั่นคงปลอดภัยของระบบต่าง ๆ การตรวจสอบ
ความถูกต้องและเช่ือถือได้ของข้อมูลทางการเงนิ การบัญชี เพื่อให้ผู้บรหิ าร และประชาชนเช่ือมั่นว่า
การดาเนินงานของกรมฯ เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบทเี่ ก่ียวข้อง
1) การตรวจสอบด้านการเงนิ การบัญชี (Financial Audit) ตรวจสอบศูนยศ์ ึกษาและ
พัฒนาชุมชน เรอ่ ื ง เงนิ ฝากคลัง ลูกหน้ีเงนิ ยืมราชการ และการจัดซอ้ื จัดจ้าง จานวน 3 หน่วย ตรวจสอบ
ปี กรมการพฒั นาชุมชน
สรา้ งสรรค์ชมุ ชมุ สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๘๗
สานักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี เร่อื ง การจัดซื้อจัดจ้าง และตรวจสอบสานักงานเลขานุการ
คณะอนุกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรรี ะดั บจังหวัด เร่อื ง เงนิ ฝากคลัง บัญชีเงนิ รับฝาก -
เงนิ ทุนหมุนเวยี นจานวน 25 หน่วย พบว่า ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
ท่ีเก่ียวข้อง แต่มีบางประเด็นท่ีปฏิบัติไม่ครบถ้วน เช่น การรบั และนาส่งเงนิ ประกันสัญญา การบันทึกบัญชี
หลักฐานการส่งใช้เงนิ ยืมราชการข้ันตอนการจัดซ้ือจัดจ้าง โดยได้ให้ข้อเสนอแนะในการปรบั ปรุงแก้ไข
เพ่ือให้การดาเนินงานถกู ต้อง ครบถ้วน
2) การตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกาหนด (Compliance Audit) การติดตาม
และประเมินผลระบบการควบคุมภายใน จานวน 6 หน่วย พบว่า ส่วนใหญ่มีการจัดวางระบบการควบคุม
ภายในเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมภายในสาหรบั หน่วยงานของรฐั ตามทกี่ รมบญั ชกี ลางกาหนด
3) การตรวจสอบการดาเนินงานโครงการ (Performance Audit) ตรวจสอบผลการ
ดาเนินงานจานวน 2 โครงการ ดังน้ี
๓.๑ โครงการบรหิ ารจัดการโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ
ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กิจกรรมที่ 1 ฝึกอบรมเพิ่มทักษะระยะส้ัน
การพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” พบว่า ส่วนใหญ่มีข้อมูล
เบ้ืองต้นที่สมบูรณ์เพียงพอสาหรบั การปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบ มีองค์ประกอบของโครงการท่ีครบถ้วน
และชดั เจน เชน่ วัตถปุ ระสงค์ ระยะเวลาดาเนินการ เปา้ หมาย ผลผลิต และตัวชวี้ ัด ความสาเรจ็ ของโครงการ
เป็นต้น มีการกาหนดพื้นท่ี วธิ กี าร ปฏิบัติงานและกิจกรรมในการ ดาเนินงานโครงการชดั เจน มีการกาหนด
งบประมาณ ระบุแหล่งท่ีมาของเงนิ และการใชจ้ า่ ยเงนิ อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง
มีระยะเวลาในการดาเนินงาน โครงการ/กิจกรรม ชดั เจน การดาเนินงานเป็นไปตามแผนปฏิบัติงานที่กาหนด
มีหน่วยงานที่รบั ผิดชอบการดาเนินงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่ชัดเจน มีผู้ประสานงานโครงการท่ีสามารถ
ให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง มีกระบวนการปฏิบัติงานท่ีชัดเจน เป็นไปตามนโยบาย พันธกิจ ของส่วนราชการ/
หน่วยงาน มีกระบวนการหรอื วธิ กี ารติดตาม และประเมินผลการดาเนินงาน แต่อย่างไรก็ดียังมีบางประเด็น
ที่เจ้าหน้าที่ดาเนินการไม่ถูกต้อง เช่น การส่งใช้คืนเงนิ ยืมเลยระยะเวลาที่กาหนดในสัญญายืมเงนิ
การเบิกจา่ ยค่าสมนาคุณวทิ ยากรท่ีมีลักษณะเป็นการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ ไม่มีการระบุว่าเป็นวทิ ยากรประจา
กลุ่มใด หลักฐานการจ่ายเงนิ ไม่ได้ประทับตราจ่ายเงนิ แล้ว การแต่งตั้ งคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุ
ไม่ได้กาหนดระยะเวลาในการตรวจรบั พัสดุ ไม่มีการจัดทารายงานการประชุมประกอบการตรวจรบั พัสดุ
ไม่ได้ระบุแหล่งท่ีมาของราคากลาง ไม่มีการจดั ทารายงานการประชุมพิจารณาผลการจา้ ง ความไม่สอดคล้อง
ของลาดับข้ันตอนตามกระบวนการจัดซือ้ จดั จ้าง การไม่ลงวันท่ีในเอกสารท่ีเกี่ยวข้องในกระบวนการจดั ซอ้ื
จัดจ้างและการจัดทารายงานขอซ้ือหรอื ขอจ้างไม่ถูกต้อง โดยให้ข้อเสนอแนะว่า ให้เจ้าหน้าท่ีปฏิบัติ
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงนิ จากคลัง การรบั เงนิ การจ่ายเงนิ การเก็บรกั ษาเงนิ
และการนาเงนิ ส่งคลัง พ.ศ.2562 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใชจ้ ่ายในการฝึกอบรม การจดั งาน
แล ะ ก ารประ ชุ มระ หว่าง ประ เทศ พ.ศ. 2549 (แก้ ไ ข เพ่ิ มเติ มถึ ง ฉบับท่ี 3 พ.ศ. 2555) ระ เบียบ
กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้างและการบรหิ ารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติ
การจดั ซอื้ จดั จา้ งและการบรหิ ารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 โดยเครง่ ครดั
๓.๒ การจัดซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง รถบรรทุก (ดีเซล ขนาด 1 ตัน
ปรมิ าตรกระบอกสูบไม่ต่ากว่า 2,400 ซซี ี หรอื กาลังเครอ่ ื งยนต์สูงสุดไม่ต่ากว่า 110 จานวน 46 คัน พบว่า
เจา้ หน้าท่ีและผู้เกี่ยวข้องได้ดาเนินการเป็นไปตามข้ันตอนกระบวนการจดั ซอ้ื จดั จา้ งตามที่กฎหมาย ระเบียบ
ปี กรมการพัฒนาชุมชน
สรา้ งสรรค์ชุมชุม สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๘๘
ข้อบังคับ มติคณะรฐั มนตร ี และหรอื หนังสือสั่งการที่เก่ียวข้องกาหนด แต่อย่างไรก็ดี ยังมีบางประเด็น
ที่เจ้าหน้าท่ี ดาเนินไม่ครบถ้วนตามระเบียบฯที่กาหนด ได้แก่ การเผยแพรส่ าระสาคัญของสัญญาหรอื
ข้อตกลงฯ ในระบบเครอื ข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน ซง่ึ พระราชบัญญัติการจดั ซอื้ จดั จา้ งและการบรหิ าร
พัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 มาตรา 98 ระบุ “ให้หน่วยงานของรฐั ประกาศเผยแพรส่ าระสาคัญของสัญญาหรอื
ข้อตกลงท่ไี ด้ลงนามแล้ว รวมทงั้ การแก้ไขเปล่ียนแปลงสัญญาหรอื ข้อตกลงในระบบเครอื ข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรฐั ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการที่กรมบัญชีกลางกาหนด ” โดยให้
ข้อเสนอแนะว่า ขอให้เจ้าหน้าท่ีผู้รบั ผิดชอบ ดาเนินการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติระเบียบ กฎหมาย
ที่เกี่ยวข้องโดยเครง่ ครดั ในการเผยแพรส่ าระสาคัญของสัญญาหรอื ข้อตกลงที่ได้ลงนามแล้ว รวมทั้ง
การแก้ไขเปล่ียนแปลงสัญญาหรอื ข้อตกลงในระบบเครอื ข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและ
ของหน่วยงานของรฐั ตามหลักเกณฑ์และวธิ กี ารท่กี รมบัญชกี ลางกาหนด
4) การตรวจสอบด้านการบรหิ าร (Management Audit) ตรวจสอบการบรหิ ารจดั การ
โครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” พบว่า หน่วยรบั ตรวจได้ดาเนินการ/บรหิ ารจดั การกระบวนการดาเนินงาน
การเบิกจา่ ยเงนิ ตามโครงการเงนิ กู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟ้ ืนฟูเศรษฐกิจและสังคม ทไ่ี ด้รบั ผลกระทบ
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ โครงการพัฒนาพ้ืนท่ีต้นแบบการพัฒนา
คุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเบิกจา่ ยเงนิ
จากคลังฯ ท่ีกาหนด ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนท่ีสุด ที่ กค ๐๔๐๒.๒/ว ๗๕ ลงวันท่ี ๒๔ เมษายน
๒๕๖๓ และหน่วยรบั ตรวจได้ดาเนินการจัดวางระบบการควบคุมภายในตามข้ันตอนของการดาเนินงาน/
การบรหิ ารการดาเนินงานตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงนิ จากคลังฯ ในด้านการวางแผน การควบคุม
และการติดตามผลการดาเนินงาน
5) การตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Audit)
ตรวจสอบระบบรายงานออนไลน์ (CDD-Report) พบว่า ผู้พัฒนาระบบได้มีกาหนดแผนการดาเนินงาน
และมีกาหนดกิจกรรม/การควบคุมภายใน ตามขั้นตอนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไว้
อย่างเพียงพอ เหมาะสมในการพัฒนาระบบรายงานออนไลน์ (CDD-Report) ให้สามารถใช้งานได้ตรง
ตามวตั ถุประสงค์อย่างมีประสิทธผิ ล และประสิทธภิ าพ และในภาพรวมระบบรายงานออนไลน์ (CDD-Report)
สามารถชว่ ยอานวยความสะดวก ลดภาระในการจดั ทารายงานของเจา้ หน้าที่ และชว่ ยให้การประมวลผลรายงาน
มีความรวดเรว็ ข้ึน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการปรบั ปรุงและพัฒนาระบบรายงาน แต่อย่างไรก็ดี
ยังมีปัญหาจากการใชง้ านบางประการท่ีส่งผลให้การใชง้ านระบบรายงานออนไลน์ (CDD-Report) ได้ไม่เต็ม
ประสิทธภิ าพ โดยให้ข้อเสนอแนะว่า เจา้ หน้าที่ผู้รบั ผิดชอบรายงานควรรวบรวมปัญหา/ข้อขัดข้องจากการใชง้ าน
ระบบรายงานออนไลน์ (CDD-Report) และแจง้ ผู้พัฒนาระบบดาเนินการปรบั ปรุงแก้ไข, เจา้ หน้าที่ผู้รบั ผิดชอบ
รายงานฯ ดาเนินการการทบทวน/ตรวจสอบความจาเป็นของการใช้งานรายงานออนไลน์ในระบบรายงาน
ออนไลน์ (CDD-Report) และให้ผู้พัฒนาระบบ ดาเนินการประสานรวบรวมข้อมูล ปรบั ปรุงให้เป็นปัจจุบัน
กรณีหมดความจาเป็นของการใช้งานควรนาออกจากหน้าระบบรายงานเพื่อให้หน้าระบบรายงานแสดง
รายการท่ีเป็นปัจจุบันและไม่สิ้นเปลืองทรพั ยากรในการจัดเก็บข้อมูล (Sever) และควรเพิ่มการสื่อสาร/
การประสานการดาเนินงาน และสรา้ งความรูค้ วามเข้าใจรว่ มกันระหว่างเจ้าหน้าท่ีผู้รบั ผิดชอบรายงานฯ
และผู้พัฒนาระบบเป็นประจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดข้อขัดข้อง ในการใช้งานควรเรง่ ประสานงาน
และดาเนินการแก้ไขทันที
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สร้างสรรค์ชมุ ชุม สร้างคน สรา้ งชาติ
๘๙
ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน ได้รวบรวมข้อตรวจพบที่มีนัยสาคัญท่ีหน่วยรบั ตรวจ
ดาเนินการไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนตามระเบียบ หนังสือส่ังการ และตามแนวทางที่การดาเนินงานท่ีเก่ียวข้อง
แจง้ ให้หน่วยงาน ในสังกัดทราบ เพื่อเป็นข้อมูลในการปรบั ปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธภิ าพย่ิงข้ึน
ด้านท่ี ๒ งานบรกิ ารให้คาปรกึ ษา โดยให้คาปรกึ ษา แนะนาข้อมูล กฎหมาย ระเบียบ
ท่ีเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ทงั้ ในเชงิ รบั และเชงิ รกุ เพ่ือให้หน่วยงานทงั้ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สามารถ
ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนเป็นไปตามระเบียบฯ ที่กาหนด และชว่ ยลดความเสี่ยงหรอื ข้อผิดพลาด
ที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน
1) งานเชิงรบั โดยการให้คาปรกึ ษาแนะนา ผ่านทางระบบสานักงานอัตโนมัติ (OA)
โทรศัพท์ เว็บไซต์กลุ่มตรวจสอบภายใน Line และทาง รวมถึง
การตรวจสอบ/สอบทานเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสานัก กอง ศูนย์
2) งานเชิงรุก โดยการจัดฝึกอบรมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติเพิ่มประสิทธิภาพ
การควบคุมภายใน และการบรหิ ารความเส่ียง กลุ่มเป้าหมายคือเจา้ หน้าที่ผู้รบั ผิดชอบการด้านการจัดซ้ือ
จดั จา้ งของสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ รวม 878 คน ระหวา่ งวนั ที่ 17-19 มีนาคม 2564 โดยรอ้ ยละ 82
ของกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติงานมากข้ึน และแจง้ ข้อพึงระวังจากผลการตรวจสอบ
ให้หน่วยงานในสังกัดทราบเพ่ือนาไปเป็นข้อข้อมูลในการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามระเบยี บ กฎหมาย
๔.๒.๒ โครงการระบบ Big Data กรมการพัฒนาชุมชน
กรมการพัฒนาชุมชน ได้ตระหนักถึงความสาคัญของนโยบายดังกล่าว จึงได้พัฒนา
ระบบ Big Data ของกรมการพัฒนาชุมชน ซ่ึงเป็นการรวบรวมข้อมูลท่ีมีปรมิ าณมากมหาศาล ซ่ึงอยู่กัน
อย่างกระจัดกระจาย และเพ่ือให้การใช้ข้อมูลท่ีมีอยู่ง่ายต่อการบรหิ ารงานจัดการ การสืบค้นข้อมูล และ
เผยแพรข่ ้อมูล สะดวกและง่ายต่อการใชง้ าน จงึ ได้พัฒนาระบบ Big Data มี 4 ระดับ ดังน้ี
๑) กาหนดและรวบรวม ชุ ดข้อมูลงานพัฒนาชุมชนท่ีมีคุณค่าและหลากหลาย
Community Development High Value Data) ประกอบด้วย 8 ฐานหลัก ได้แก่ ข้อมูลความจาเป็น
พ้ืนฐาน (จปฐ.) ข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บา้ น (กชช. ๒ค) ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ผู้นาชุมชน กองทุนพัฒนา
บทบาทสตร ี หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ทุนชุมชน พ้ืนท่ีต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”
๒) บรหิ ารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรอื Big Data ของกรมการพัฒนาชุมชน
โดยเกิดจากการนาชุดข้อมูลท้ัง 8 ฐาน มาจดั หมวดหมู่ให้อยู่ในกลุ่มทม่ี ีความเกี่ยวข้องกันหรอื เช่ือมโยงข้อมูล
หลายมิติ เพื่อบ่งช้ีความสัมพันธข์ องข้อมูล การเปรยี บเทียบ ระดับการพัฒนา วเิ คราะห์สถานการณ์และ
ศักยภาพและ คาดการณ์แนวโน้มของข้อมูลบง่ ชก้ี ารพัฒนาชุมชน โดยแบง่ มิติการพัฒนาเปน็ 4 ด้าน ได้แก่
๒.๑) มิติด้านคณุ ภาพชวี ติ ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ โครงสรา้ งสังคม อาชพี รายได้
๒.๒) มิติด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ OTOP ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP
รายได้ชุมชน
๒.๓) มิติด้านทุนชุมชน ได้แก่ กลุ่มออมทรพั ย์เพื่อการผลิต กองทุนพัฒนาบทบาท
สตร ีกองทุนชุมชน ข้อมูลหนี้ครวั เรอื น
๒.๔) มิติด้านความเข้มแข็งชุมชน/หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง พ้ืนท่ี
ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ผู้นา/ปราชญ์ชุมชน
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สรา้ งสรรค์ชุมชุม สรา้ งคน สรา้ งชาติ
๙๐
๓ ) ก า ร ว เิ ค ร า ะ ห์ ป ร ะ ม ว ล ผ ล แ ล ะ แ ส ด ง ผ ล ข้ อ มู ล ( Big Data Analytics and
Visualising) โดยใชเ้ ทคโนโลยตี ่างๆ เชน่ การใชป้ ัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลข้อมูลเชงิ แผนท่ี (GIS)
ระบบรายงานอัจฉรยิ ะ (Business intelligent : BI ) ระบบวเิ คราะห์ข้อมูลในมิติต่างๆ (Dashboard)
โดยแสดงผลในรปู ของรายงาน กราฟ ตารางสรุป เปน็ ต้น
๔) การใชป้ ระโยชน์ เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาระบบ Big Data คือตอบสนองต่อ
วสิ ัยทัศน์ พันธกิจ และภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชน ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชน
พึ่งตนเองได้ ได้แก่ ๑) ผู้บรหิ ารใช้ข้อมูลในการวางแผนกาหนดนโยบาย (EIS) ๒) การเชื่อมโยงและ
แลกเปลี่ยนข้อมูลภายใน /ภายนอกกรมฯ ๓)การพัฒนาช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงบรกิ ารของภาครฐั
ณ จุดเดียว (One Stop Service) และ ๔) การเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ (Open Data) โดยเผยแพร่
ประชาสัมพันธผ์ ่านระบบ Big datahttp://cddata.cdd.go.th/apps/bigdata ผ่านทางชอ่ งทางบรกิ ารต่าง ๆ
และระบบเว็บไซต์จังหวัดซ่ึงเป็นข้อมูลที่ได้จากการวเิ คราะห์จะถูกนาไปใช้ประโยชน์เพื่อการตัดใจของ
ผู้บรหิ าร (EIS) และการให้บรกิ ารเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ (Open Data) รวมถึงการพัฒนาช่องทาง
ให้ประชาชนเข้าถึงบรกิ ารของภาครฐั ณ จุดเดียว (One Stop Service) ตลอดจนนาข้อมูลไปใช้เป็น
ศูนย์ข้อมูลการพัฒนาคุณภาพชีวติ ของคนไทย (Thailand Quality of Life Big Data Centre) เป็นต้น
และมีการประเมินผลการใช้งานระบบ (Intensive Feedback) จากสานัก กอง และผู้บรหิ ารของกรมฯ
เพื่อนาข้อเสนอแนะมาปรบั ปรงุ และพัฒนาระบบให้สามารถใชง้ านได้อย่างมีประสิทธภิ าพต่อไป
ผลการดาเนินงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
๑) มีระบบ Big Data กรมการพัฒนาชุมชน จานวน 1 ระบบ
๒) มีฐานข้อมูลงานพัฒนาชุมชนจากสานัก กอง ศูนย์ จานวน 8 ฐาน
- เชงิ คุณภาพ
๑) มีข้อมูลเพื่อใชว้ างแผนและกาหนดนโยบาย (EIS) ในการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของ
ประชาชน
๒) มีการเชอื่ มโยงและให้บรกิ ารข้อมูลระหวา่ งหน่วยงาน เพ่ือนาข้อมูลไปใชป้ ระโยชน์
ในการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของประชาชน
ปี กรมการพฒั นาชมุ ชน
สร้างสรรค์ชมุ ชมุ สรา้ งคน สร้างชาติ