The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุมาลี ทิพย์จักร์, 2024-01-15 08:11:52

วิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ

วิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ

42 ที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปแบบมัลติมีเดีย เรื่อง ชนิดของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อยู่ในระดับมากที่สุด กาญจนา ชลเกริกเกียรติ(2561) ได้ศึกษา เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำ พื้นฐานภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะ สาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2561มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถใน การอ่านและเขียนคำพื้นฐาน ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อพัฒนาแบบฝึก ทักษะสาระภาษาไทย ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 16 คน เครื่องมือที่ใช้ใน การเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำพื้นฐาน จำนวน 6 แบบฝึก และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ แบบแผนการทดลองใช้แบบกลุ่มเดียว (One Group Pre-test Post-test Design) สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า 1) การพัฒนาทักษะ การอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 80.51./83.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ คือ 80/80 2) ผลที่เกิดกับนักเรียนหลังการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้แบบฝึก ทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่านักเรียนมีทักษะการอ่าน และเขียนดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านทักษะการอ่านและเขียนคำพื้นฐาน สูงขึ้น มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 83.33 2.3 กรอบแนวคิดการวิจัย ตัวแปรต้น การเรียนโดยใช้บทเรียน สำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงตามมาตรา ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงตามมาตรา แผนภูมิที่ 2 แผนภูมิแสดงกรอบแนวคิดการวิจัย


43 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาวิจัยโดยมี รายละเอียด ดังนี้ 3.1 กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 19 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 3.2 แบบแผนการวิจัย การศึกษาครั้งนี้มีแบบแผนการวิจัย (Experimental Design) กลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและ หลังการทดลอง (One group Pretest – Posttest Design) วิจัยบทที่ 3 ในกรณีนี้ กลุ่ม สอบก่อน ทดลอง สอบหลัง คะแนนก่อน คะแนนหลัง E T1 X T2 E1 E2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนการทดลอง E แทน กลุ่มทดลอง (Experimental Group) T1 แทน การทดสอบก่อนเรียน (Pretest) X แทน วิธีการสอนแบบเปิด (Open Approach) T2 แทน การทดสอบหลังเรียน (Posttest)


44 E1 แทน คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนของผู้เรียนโดยคิด เป็นค่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 E2 แทน คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนโดยคิดเป็น ค่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ผู้วิจัยได้สร้างเครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย ดังนี้ 3.3.1 บทเรียนสำเร็จรูป บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 มีขอบเขตของเนื้อหา ดังนี้ หน่วยที่ 1 คำที่มีตัวสะกดแม่กก ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 2 คำที่มีตัวสะกดแม่กด ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 3 คำที่มีตัวสะกดแม่กบ ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 4 คำที่มีตัวสะกดแม่กน ไม่ตรงตามมาตรา 3.3.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตาม มาตรา ในแม่กก แม่กด แม่กบ และแม่กน จำนวน 20 ข้อ เป็นแบบเลือกตอบแบบปรนัย ใช้เวลา 40 นาที 3.4 การสร้างและการหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ 3.4.1 การสร้างบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อใช้กับกลุ่มตัวอย่าง มีขั้นตอนดังนี้ 3.4.1.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติป.2/2 การเขียนสะกดคำและ


45 บอกความหมายของคำ โดยได้กำหนดให้นักเรียนสะกดคำ แจกลูกคำ อ่านเป็นคำ คำที่มีตัวสะกด ตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา 3.4.1.2 ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับบทเรียนสำเร็จรูป และการหาประสิทธิภาพ ของบทเรียนสำเร็จรูปจากทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้าง บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ 3.4.1.3 ศึกษาค้นคว้าสร้างบทเรียนสำเร็จรูป โดยสร้างเป็นบทเรียนสำเร็จรูปชนิด เส้นตรงใช้การตอบสนองโดยการเลือกคำตอบ ก ข ค โดยศึกษาด้วย กรอบเริ่มต้น กรอบฝึกหัด ซึ่งทั้งสองกรอบนี้ เรียกว่า กรอบสอน แต่ละกรอบเสนอเนื้อหาเริ่มจากง่ายไปหายาก จนไปถึงกรอบ สุดท้ายเรียกว่ากรอบสอบ 3.4.1.4 กำหนดกิจกรรมการเรียนที่ใช้ในกรอบการเรียนรู้แต่ละกรอบโดยพิจารณา ถึงประสิทธิภาพที่จะนำไปสู่ความสำเร็จตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังให้สอดคล้องกับพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์ และความสนใจของนักเรียน 3.4.1.5 ดำเนินการสร้างบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีขอบเขตของเนื้อหา ดังนี้ หน่วยที่ 1 คำที่มีตัวสะกดแม่กก ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 2 คำที่มีตัวสะกดแม่กด ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 3 คำที่มีตัวสะกดแม่กบ ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 4 คำที่มีตัวสะกดแม่กน ไม่ตรงตามมาตรา 3.4.1.6 นำบทเรียนสำเร็จรูปที่สร้างขึ้น ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ตรวจและ ประเมินบทเรียน เพื่อปรับปรุงแก้ไข และผู้วิจัยนำมาดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1) การทดลองครั้งที่ 1 โดยนำบทเรียนสำเร็จรูปไปทดลองกับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ตำบลเสอเพลอ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี จำนวน 3 คน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไข 2) การทดลองครั้งที่ 2 หลังจากปรับปรุงแก้ไขแล้วนำบทเรียนสำเร็จรูป ไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ตำบลเสอเพลอ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีจำนวน 10 คน เพื่อหาข้อบกพร่องและปรับปรุงแก้ไข ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าและดำเนินการสร้างแบบประเมินคุณภาพของบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์ สวนมอญ โดยมีการประเมิน 2 ด้าน คือ ด้านเนื้อหา และด้านสื่อ ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้


46 1. ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับวิธีการสร้างแบบประเมินเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2. สร้างแบบประเมิน 2 ชุด คือ แบบประเมินสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา และแบบประเมิน สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ โดยใช้แบบประเมินที่มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณ ค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คือ 5 , 4 , 3 , 2 , 1 โดยกำหนดความหมายของคะแนนไว้ดังนี้ คะแนน 5 หมายถึง มีคุณภาพระดับดีมาก คะแนน 4 หมายถึง มีคุณภาพระดับดี คะแนน 3 หมายถึง มีคุณภาพระดับพอใช้ คะแนน 2 หมายถึง มีคุณภาพระดับต้องปรับปรุง คะแนน 1 หมายถึง มีคุณภาพระดับใช้ไม่ได้ 3. นำแบบประเมินที่สร้างขึ้นไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบเพื่อปรับปรุงแก้ไข 4. นำแบบประเมินที่ปรับปรุงแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา จำนวน 3 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ จำนวน 3 ท่าน ประเมินคุณภาพของบทเรียนสำเร็จรูป 5. นำผลจากการประเมินมาพิจารณาหาค่าเฉลี่ยเพื่อใช้เป็นเกณฑ์การประเมิน คุณภาพของบทเรียนสำเร็จรูป โดยกำหนดเกณฑ์ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง มีคุณภาพระดับดีมาก คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีคุณภาพระดับดี คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีคุณภาพระดับพอใช้ คะแนนเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง มีคุณภาพระดับปรับปรุง คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีคุณภาพระดับใช้ไม่ได้ ผู้วิจัยกำหนดค่าเฉลี่ยของคุณภาพของสื่อตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไป


47 ตัวอย่างแบบประเมินความคิดเห็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา คำชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นของท่าน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับความคิดเห็นตาม ระดับประมาณค่าของสื่อบทเรียนสำเร็จรูปซึ่งกำหนดเกณฑ์ตัดสินคุณภาพเป็น 5 ระดับ ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง ดีมาก ระดับ 4 หมายถึง ดี ระดับ 3 หมายถึง พอใช้ ระดับ 2 หมายถึง ต้องปรับปรุง ระดับ 1 หมายถึง ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 1 2 3 4 5 1. มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. ความถูกต้องของเนื้อหา 3. มีความทันสมัย 4. มีความต่อเนื่อง 5. มีความชัดเจน 6. มีความคิดสร้างสรรค์ 7. มีความครอบคลุม 8. มีความกระชับรัดกุม 9. มีบทสรุปที่ดี รวมคะแนน ข้อเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...............................................ผู้ประเมิน (......................................................................)


48 ตัวอย่างแบบประเมินความคิดเห็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา คำชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นของท่าน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับความคิดเห็นตาม ระดับประมาณค่าของสื่อบทเรียนสำเร็จรูปซึ่งกำหนดเกณฑ์ตัดสินคุณภาพเป็น 5 ระดับ ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง ดีมาก ระดับ 4 หมายถึง ดี ระดับ 3 หมายถึง พอใช้ ระดับ 2 หมายถึง ต้องปรับปรุง ระดับ 1 หมายถึง ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 1 2 3 4 5 1. ความน่าสนใจของบทเรียนสำเร็จรูป 2. ความเหมาะสมของขนาดและตัวอักษร 3. ความเหมาะสมของการเลือกใช้สีกับตัวอักษร 4. ความเหมาะสมของภาพประกอบ 5. ความเหมาะสมของบทเรียนสำเร็จรูปกับวัยของผู้เรียน 6. ความเหมาะสมของขนาดของบทเรียนและการวางหน้า 7. ความสะดวกในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป 8. มีความชัดเจนช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น 9. ความทนทานของบทเรียนสำเร็จรูป รวมคะแนน ข้อเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...............................................ผู้ประเมิน (......................................................................)


49 3.4.1.7 นำบทเรียนสำเร็จรูปบทเรียนสำเร็จรูปที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วกลุ่มตัวอย่างจริง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ตำบลเสอเพลอ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี และหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3.4.2 การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรง ตามมาตราในแม่กก แม่กบ แม่กน และแม่กด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ใช้สำหรับก่อน และหลังเรียน มีขั้นตอนดังนี้ 3.4.2.1 ศึกษาเอกสาร ทฤษฎี หลักการที่เกี่ยวกับการสร้างแบบทดสอบ 3.4.2.2 วิเคราะห์เนื้อหาที่เกี่ยวกับคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตราในแม่กก แม่กบ แม่กน และแม่กด ในหนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และบัญชีคำพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แล้วนำข้อมูลมาสร้างแบบทดสอบ เป็นแบบเลือกตอบปรนัย จำนวน 20 ข้อ 3.4.2.3 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตาม มาตราที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบ ความเที่ยงตรงด้านเนื้อหาให้เหมาะสมกับระดับชั้นเรียน 3.4.2.4 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตาม มาตราไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียน บ้านทองอินทร์สวนมอญ ตำบลเสอเพลอ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีเพื่อหาค่าความยากง่าย (P) ของแบบทดสอบ โดยให้มีค่าความยากง่ายระหว่าง .20-.80 หาค่าอำนาจจำแนก ตั้งแต่ .20 ขึ้นไป และหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบโดยใช้สูตร คูเดอร์ ริชาร์ดสัน 20 3.4.2.5 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเขียนสะกดคำที่มี ตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างจริง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ตำบลเสอเพลอ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี จำนวน 19 คน 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้


50 1. ศึกษาหลักสูตร วิเคราะห์หลักสูตร กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตามหลักสูตรแกนการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เกี่ยวกับเรื่องตัวสะกด ไม่ตรงตามมาตรา 2. ศึกษาและสร้างบทเรียนสำเร็จรูป แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา 3. หาคุณภาพของเครื่องที่ใช้ในการวิจัยให้มีประสิทธิภาพ 4. ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลา 40 นาที 5. ดำเนินการใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา จำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบเรียน คาบเรียนละ 50 นาที รวมทั้งหมด 16 คาบเรียน 6. ทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มี ตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลา 40 นาที 7. หาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง เรื่อง คำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 E1/E2 8. นำคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาวิเคราะห์ข้อมูลโดย วิธีทางสถิติ เพื่อตรวจสอบสมมติฐาน 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา โดยวิเคราะห์ หาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีคุณภาพตามเกณฑ์ 80/80 ด้วยค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1/E2) อีกทั้งผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ ศึกษาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา โดยการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ โดยการนำคะแนนทดสอบ หลังเรียนมาคิดคะแนนเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) แล้วนำคะแนน มาทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติ t-test for One Sample เทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด คือ ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 80


51 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพเครื่องมือ 1.1 การหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) ของบทเรียนสำเร็จรูปและแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา โดยใช้สูตรดัชนี ความสอดคล้อง IOC ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558: 220-221) IOC = N R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับเนื้อหา หรือระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 1.2 การหาค่าความยากและค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม โดยใช้สูตร ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558: 195) N R p = f Ru Rl r − = เมื่อ P แทน ค่าความยาก R แทน ค่าอำนาจจำแนก R แทน จำนวนผู้ตอบถูกทั้งหมด (Ru+Rl) N แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ (ซึ่งเท่ากับ 2f) f แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ Ru แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงที่ตอบข้อนั้นถูก Rl แทน จำนวนคนในกลุ่มต่ำที่ตอบข้อนั้นถูก


52 1.3 การหาค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบวัดวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ ค่าความเชื่อมั่นด้วยสูตร KR-20 ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558: 223) − − − = tt 2 s pq 1 n 1 n KR 20 : r เมื่อ tt r แทนค่า ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ n แทนค่า จำนวนข้อของแบบทดสอบทั้งฉบับ P แทนค่า อัตราส่วนของผู้ตอบถูกในข้อนั้น q แทนค่า อัตราส่วนของผู้ตอบผิดในข้อนั้น S 2 แทนค่า ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ 2. สถิติพื้นฐาน ดังนี้ 2.1 ร้อยละ (Percentage) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553: 29) 100 N f p = เมื่อ p แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 2.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553: 29) N x X = เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม


53 2.3 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีสูตรคำนวณ ดังนี้ (สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553: 123) ( ) N(N 1) N X X S.D. 2 2 − − = เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด X แทน คะแนนแต่ละตัว N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม 3. การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผล การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผล ของการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียน สำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3.1 หาค่าประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้(E1/E2) ตามเกณฑ์80/80 การหาค่า E1 และ E2 ใช้สูตร ดังนี้(เผชิญ กิจระการ, 2544: 49) 100 A N X E1 = เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ x แทน คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือ แบบทดสอบย่อยทุกชุดรวมกัน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชุดรวมกัน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด


54 100 B N x E2 = เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ x แทน คะแนนรวมของแบบแบบทดสอบหลังเรียน B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 80 ตัวแรก หมายถึง รอยละของคาเฉลี่ยจากคะแนนที่นักเรียนทำแบบฝึกระหว่าง เรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 80 ตัวหลัง หมายถึง รอยละของคาเฉลี่ยจากคะแนนที่นักเรียนได้จากการทำ แบบทดสอบหลังการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 4. สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน 4.1 การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย ก่อนเรียนและหลัง เรียน โดยใช้สูตรคำนวณหาค่า t-test แบบ Dependent Samples (บุญชม ศรีสะอาด, 2556: 68) (N 1) N D ( D) D t 2 2 − − = เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤต เพื่อทราบนัยสำคัญ D แทน ความแตกต่างระหว่างคะแนนแต่ละคู่ N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่ แทน ผลรวม df แทน ความเป็นอิสระมีค่าเท่ากับ N – 1


55 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้1) เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยผู้วิจัยขอเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อตอบ วัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมายและเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ถูกต้อง ผู้วิจัยได้กำหนดความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ̅แทน คะแนนเฉลี่ย S.D แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t แทน การทดสอบของสมมติฐานทางสถิติ * แทน ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4.2 ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2.1 การวิเคราะห์ผลการสร้างและตรวจสอบประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป วิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน บ้านทองอินทร์สวนมอญ ให้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 4.2.2 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ


56 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.3.1 ผลการสร้างและตรวจสอบประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์ สวนมอญ มีผลดังต่อไปนี้ 4.3.1.1 ผลการสร้างบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรง มาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ในครั้งนี้ทำให้ได้ บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4 หน่วย ดังนี้ หน่วยที่ 1 คำที่มีตัวสะกดแม่กก ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 2 คำที่มีตัวสะกดแม่กด ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 3 คำที่มีตัวสะกดแม่กบ ไม่ตรงตามมาตรา หน่วยที่ 4 คำที่มีตัวสะกดแม่กน ไม่ตรงตามมาตรา 4.3.1.2 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพด้านเนื้อหาของบทเรียนสำเร็จรูป วิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้าน ทองอินทร์สวนมอญ ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ปรากฏผลดังตารางต่อไปนี้ รายการประเมิน ̅ ระดับคุณภาพ 1. มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 5 ดีมาก 2. ความถูกต้องของเนื้อหา 5 ดีมาก 3. มีความทันสมัย 5 ดีมาก 4. มีความต่อเนื่อง 4 ดี 5. มีความชัดเจน 4.33 ดี 6. มีความคิดสร้างสรรค์ 4.66 ดีมาก 7. มีความครอบคลุม 4.33 ดี 8. มีความกระชับรัดกุม 4.66 ดีมาก 9. มีบทสรุปที่ดี 4.66 ดีมาก เฉลี่ย 4.63 ดีมาก ตารางที่ 6 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพด้านสื่อของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ


57 จากตารางที่ 6 ผลการประเมินบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรง มาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ด้านเนื้อหา โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน พบว่าคุณภาพของบทเรียนสำเร็จรูปโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก เมื่อพิจารณาตามรายการประเมินพบว่า มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน 2551 มีความถูกต้องของเนื้อหา มีความทันสมัย มีความคิดสร้างสรรค์ มีความกระชับ รัดกุม และมีบทสรุปของเนื้อหาในบทเรียนสำเร็จรูปอยู่ในระดับ ดีมาก ในส่วนความต่อเนื่องของ เนื้อหา ความชัดเจนและความครอบคลุมของเนื้อหาของบทเรียนสำเร็จรูปอยู่ในระดับ ดี ผู้เชี่ยวชาญมีข้อเสนอแนะด้านเนื้อหาว่า ควรมีการเพิ่มเติมตัวอย่าง รูปภาพ และบทสรุป ท้ายเล่ม เพิ่มเติมการอธิบายเนื้อหาในบทเรียนสำเร็จรูปให้มากขึ้น และควรระวังการสะกดคำ ให้ถูกต้องทั้งนี้ผู้วิจัยได้ปรับปรุง และดำเนินการแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 4.3.1.3 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพด้านสื่อของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์ สวนมอญ ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ปรากฏผลดังตารางต่อไปนี้ รายการประเมิน ̅ ระดับคุณภาพ 1. ความน่าสนใจของบทเรียนสำเร็จรูป 5 ดีมาก 2. ความเหมาะสมของขนาดและตัวอักษร 4 ดี 3. ความเหมาะสมของการเลือกใช้สีกับตัวอักษร 5 ดีมาก 4. ความเหมาะสมของภาพประกอบ 5 ดีมาก 5. ความเหมาะสมของบทเรียนสำเร็จรูปกับวัยของผู้เรียน 5 ดีมาก 6. ความเหมาะสมของขนาดของบทเรียนและการวางหน้า 4 ดี 7. ความสะดวกในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป 4.33 ดี 8. มีความชัดเจนช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น 5 ดีมาก 9. ความทนทานของบทเรียนสำเร็จรูป 5 ดีมาก เฉลี่ย 4.70 ดีมาก ตารางที่ 7 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพด้านสื่อของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ


58 จากตารางที่ 7 พบว่าผลการประเมินบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อจำนวน 3 ท่าน พบว่าคุณภาพของบทเรียนสำเร็จรูปโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก เมื่อพิจารณาตามรายการประเมินพบว่า บทเรียนสำเร็จรูปมีความน่าสนใจ มีความเหมาะสมของ การเลือกใช้สีกับตัวอักษร และมีความชัดเจนของบทเรียนสำเร็จรูปช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น ด้านความเหมาะสมของภาพประกอบ ความเหมาะสมของบทเรียนสำเร็จรูปกับวัยของผู้เรียน และความทนทานของบทเรียนสำเร็จรูป ส่วนในด้านความเหมาะสมของขนาดของตัวอักษร มีความเหมาะสมของขนาดของบทเรียนและการวางหน้า มีความสะดวกในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป มีคุณภาพอยู่ในระดับดี ผู้เชี่ยวชาญมีข้อเสนอแนะด้านสื่อว่าขนาดของตัวอักษรมีขนาดเล็กมากเกินไป แบบฝึกหัด ในแต่ละแบบฝึกหัดควรแยกไว้คนละหน้า ไม่ควรจัดทำไว้ในหน้าเดียวกัน เพื่อให้มีความเหมาะสม กับวัย ผู้วิจัยได้ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 4.3.1.4 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์ สวนมอญ ตามเกณฑ์ 80/80 ผลปรากฏดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 8 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ตามเกณฑ์ 80/80 จากตารางที่ 8 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวน มอญพบว่ามีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.11/84.74 แสดงให้เห็นว่าบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์ สวนมอญที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ E1/E2 = 80/80 แบบฝึกระหว่างเรียน แบบทดสอบหลังเรียน ประสิทธิภาพ คะแนนเต็ม ค่าเฉลี่ย E1 คะแนนเต็ม ค่าเฉลี่ย E2 E1 / E2 20 16.42 82.11 20 16.95 84.74 82.11/84.74


59 4.3.2 ผลการใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ มีผลดังต่อไปนี้ 4.3.2.1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 ระหว่างก่อนและหลังเรียนของนักเรียน โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มี ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ผลปรากฏดังตารางต่อไปนี้ คนที่ ก่อน เรียน (20) คะแนนแบบฝึกหัด รวม ระหว่าง เรียน (20) หลัง เรียน (20) หน่วยที่1 แม่ กก (5) หน่วยที่2 แม่ กด (5) หน่วยที่3 แม่ กบ (5) หน่วยที่4 แม่ กน (5) 1 3 4 3 4 3 14 16 2 6 4 3 4 4 15 19 3 4 4 3 4 3 14 15 4 2 4 3 4 3 14 13 5 14 5 5 5 5 20 20 6 1 3 3 2 3 11 12 7 5 4 4 5 4 17 17 8 2 4 3 4 4 15 13 9 4 5 4 4 5 18 16 10 6 3 3 5 4 15 15 11 4 5 4 5 4 18 17 12 10 5 4 5 5 19 20 13 11 4 3 4 4 15 17 14 6 3 3 4 4 14 16 15 2 5 4 5 4 18 19 16 15 5 5 5 5 20 20 17 14 5 5 5 5 20 20


60 คนที่ ก่อน เรียน (20) คะแนนแบบฝึกหัด รวม ระหว่าง เรียน (20) หลัง เรียน (20) หน่วยที่1 แม่ กก (5) หน่วยที่2 แม่ กด (5) หน่วยที่3 แม่ กบ (5) หน่วยที่4 แม่ กน (5) 18 13 5 5 5 5 20 20 19 3 4 3 4 4 15 17 รวม 125 81 70 83 78 312 322 ̅ 6.58 4.26 3.68 4.37 4.11 16.42 16.95 S.D. 4.69 0.73 0.82 0.76 0.74 2.67 2.59 ร้อยละ 32.9 85.26 73.68 87.36 82.1 82.1 84.73 ตารางที่ 9 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 ระหว่างก่อนและหลังเรียนของนักเรียน โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มี ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ จากตารางที่ 9 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 ระหว่างก่อนและหลังเรียนของนักเรียน โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มี ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ จำนวน 19 คน พบว่านักเรียนได้คะแนนทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 6.58 คิดเป็นร้อยละ 32.9 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 4.69 และได้คะแนนทดสอบหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 16.95 คิดเป็น ร้อยละ 84.73 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.59 จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และคะแนนหลังเรียนไม่น้อยว่าร้อยละ 80 ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ซึ่งมีคะแนนเต็มก่อนเรียนและหลังเรียน 20 คะแนน และเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ดังแสดงรายละเอียดในตารางที่ 10


61 การทดสอบ N คะแนนเต็ม คะแนน เฉลี่ย ร้อยละ S.D. t ก่อนเรียน 19 20 6.58 32.90 4.69 13.44 หลังเรียน 19 20 16.95 84.73 2.59 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตารางที่ 10 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ จากตารางที่ 10 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียน เท่ากับ 6.58 คะแนน และ 16.95 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05


62 บทที่ 5 บทสรุป งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ผู้วิจัยนำเสนอการสรุป ผลการวิจัย อภิปรายผล และเสนอแนะโดยมีลำดับดังนี้ 5.1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 5.2 สมมติฐานของการวิจัย 5.3 สรุปผลการวิจัย 5.4 อภิปรายผลการวิจัย 5.5 ข้อเสนอแนะ 5.1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 5.1.1 เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 5.1.2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 5.2 สมมติฐานของการวิจัย 5.2.1 บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 5.2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 5.3 สรุปผลการวิจัย การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตราสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ สรุปผลได้ดังนี้ 5.3.1 ผลการสร้างและตรวจสอบประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ พบว่ามีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.11/84.74 แสดงให้เห็นว่าบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ E1/E2 = 80/80


63 5.3.2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างก่อนและหลังเรียนของนักเรียน โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ จำนวน 19 คน พบว่านักเรียนได้คะแนนทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 6.58 คิดเป็นร้อยละ 32.9 โดยมีส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 4.69 และได้คะแนนทดสอบหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 16.95 คิดเป็นร้อยละ 84.73 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.59 จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 5.4 อภิปรายผล จากผลการวิจัยการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ผู้วิจัยนำมาอภิปรายผลได้ ดังต่อไปนี้ 5.4.1 จากการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ ให้มีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์80/80 พบว่า ประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ ตรงมาตราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน (E1/E2 ) มีประสิทธิภาพเป็น 82.11/84.74 จะเห็นได้ว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด จากผลการวิจัยดังกล่าวมีความสอดคล้องกับผลการวิจัยของ อารินธร ตลับทอง (2553) ได้ศึกษา เรื่อง การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการสร้างคำ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคลองปักหลัก ผลการวิจัยพบว่า บทเรียนสำเร็จรูปเรื่อง การสร้างคำ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคลองปักหลักสำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร มีประสิทธิภาพ 80.06 / 85.50 และสอดคล้องกับผลการวิจัยของ สุเจตนี ศรีคำ (2558) ได้ศึกษา เรื่อง การพัฒนา บทเรียนสำเร็จรูปแบบมัลติมีเดีย เรื่อง ชนิดของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการศึกษาพบว่า บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.61 / 80.89 ซึ่งเป็นไป ตามเกณฑ์ที่กำหนด อีกทั้งยังสอดคล้องกับผลการวิจัยของ กาญจนา ชลเกริกเกียรติ (2561) ได้ศึกษา เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 80.51./83.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์


64 มาตรฐานที่ตั้งไว้ คือ 80/80 ทั้งนี้เป็นเพราะบทเรียนสำเร็จรูป ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นส่งเสริมให้นักเรียน เรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายและผ่านการฝึกฝน ทักษะทางภาษา โดยครูมีบทบาทในการจัดสื่อการเรียน ใช้สื่อประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนที่ เร้าความสนใจ เพิ่มแรงจูงใจในการเรียน เป็นสื่อที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตาม ความสามารถและตามศักยภาพของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เป็นการเรียนที่ตอบสนองต่อความแตกต่าง ระหว่างบุคคล นักเรียนสามารถวัดผลและประเมินผลการเรียนได้ด้วยตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนมี ความเข้าใจในบทเรียนได้มากขึ้น หากมีการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปให้เป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดีย หรือบทเรียนเครือข่ายที่สามารถเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจบนเครือข่าย ทางอินเทอร์เน็ตน่าจะช่วยให้การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปเป็นประโยชน์แก่วงการการศึกษา ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 5.4.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลักจากเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มี ตัวสะกดไม่ตรงมาตราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญที่ผู้วิจัย สร้างขึ้น นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียน เท่ากับ 6.58 คะแนน และ 16.95 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ ระดับ .05 จากผลการวิจัยข้างต้นมีความสอดคล้องกับงานวิจัยของ นิตยา ผูกเกสร (2551) ได้ศึกษา เรื่อง การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่องการอ่านตีความสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ นนทบุรีจากผลการศึกษาพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่องการอ่านตีความ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนการเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสอดคล้องกับงานวิจัยของอารินธร ตลับทอง (2553) ได้ศึกษา เรื่อง การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการสร้างคำ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคลองปักหลักมีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปเรื่อง การสร้างคำ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคลอง ปักหลัก สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้บทเรียน สำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง การสร้างคำ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการทดลองสูงกว่าก่อน การทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบทเรียนสำเร็จรูป ที่ผู้วิจัยได้ พัฒนาขึ้น ผ่านการสร้างอย่างมีระบบ มีขั้นตอน ผ่านการทดสอบหาประสิทธิภาพ และ มีการปรับปรุง ให้มีประสิทธิภาพก่อนนาไปใช้จริงกับนักเรียน สอดคล้องกับบุญชม ศรีสะอาด (2541 : 79) ที่กล่าวถึง ขั้นตอนการทดลองและการปรับปรุงบทเรียนสำเร็จรูป สรุปได้ว่า หลังจากที่เขียนบทเรียนเสร็จ


65 เรียบร้อยแล้วควรนนำไปทดลองใช้เป็นรายบุคคลเพื่อหาจุดบกพร่องและแก้ไข จากนั้นนำไปทดลองใช้ กับกลุ่มเล็กเพื่อหาจุดบกพร่องและแก้ไขปรับปรุงบทเรียนอีกครั้งก่อนนำไปทดลองใช้ในห้องเรียน นอกจากนี้การจัดการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปเป็นการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญ มุ่งให้ผู้เรียนเรียนด้วยตนเอง และจากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียน สำเร็จรูป พบว่า นักเรียนมีความสนใจและตั้งใจในการเรียน อาจเนื่องมาจากบทเรียน มีความแปลก ใหม่ แตกต่างจากการเรียนแบบปกติ ทำให้มีความสุขและไม่รู้สึกกดดันเพราะนักเรียนเรียนได้ตาม ความสามารถของแต่ละบุคคล และเมื่อเรียนจบบทเรียนในแต่ละหน่วยแล้ว มีกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อ ช่วยทบทวนความรู้ความเข้าใจของนักเรียน มีแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อน เรียนและหลังเรียนในแต่ละหน่วย นักเรียนทราบผลคะแนนทันที และถ้านักเรียนมีคะแนนที่ไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมิน นักเรียนสามารถกลับไปทบทวนบทเรียนได้ตลอดเวลา สอดคล้องกับธีระชัย ปูรณ โชติ (2532 : 2) ที่กล่าวว่า บทเรียนโปรแกรม เป็นเครื่องมือซึ่งสามารถทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามลำดับ ขั้นที่จัดไว้ และช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ตามความสามารถของแต่ละบุคคล 5.5 ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานวิจัย ดังต่อไปนี้ 5.5.1 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 5.5.1.1 บทเรียนสำเร็จรูป เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ให้นักเรียนลงมือทำด้วย ตนเอง จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนขณะลงมือทำพบว่า นักเรียนมักมองข้ามขั้นตอน การศึกษาใบความรู้ โดยลงมือทำแบบฝึกหัดเลย เมื่อพบปัญหาจึงกลับมาศึกษาใบความรู้ ฉะนั้นก่อน การทำแบบฝึกหัดในแต่ละหน่วย ครูผู้สอนควรฝึกวินัยให้กับนักเรียน โดยให้นักเรียนปฏิบัติตาม ขั้นตอน เริ่มจากศึกษาใบความรู้ จากนั้นจึงลงมือทำแบบฝึกหัดในแต่ละหน่วย พร้อมทั้งตรวจสอบ ความถูกต้องจากการเฉลยแบบฝึกหัดไปทีละแบบฝึกหัด 5.5.1.2 จากการสังเกตขณะทดลอง ผู้วิจัยพบว่า การใช้บทเรียนสำเร็จรูปของ นักเรียนนั้น ถ้ากระตุ้นโดยการบันทึกผลคะแนนหลังทำแบบฝึกหัดในแต่ละแบบฝึกหัดเลย เพื่อให้ นักเรียนได้ทราบผลพัฒนาการในการทำแบบฝึกหัดในแต่ละหน่วยของตนเอง จะช่วยให้นักเรียนมี ความพยายามในการทำแบบฝึกหัดในหน่วยต่อไปให้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเสริมแรงในการเรียนรู้อีก รูปแบบหนึ่ง 5.5.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 5.5.2.1 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปกับ ระดับชั้นอื่นหรือเนื้อหาอื่นๆ


66 5.5.2.2 ควรทำการวิจัยที่มีการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป ผสมผสานกับการจัดการเรียนรู้รูปแบบอื่นๆ 5.5.2.3 ควรศึกษาผลการเรียนรู้เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยการเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างที่เรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป กับการเรียนโดยวิธีการแบบปกติเพื่อดูผลว่าแตกต่างกันหรือไม่ 5.5.2.4 ควรศึกษาผลการเรียนรู้ เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 เพื่อแก้ไขปัญหาตั้งแต่ในระดับประถมศึกษาตอนต้น และเป็น การปูพื้นฐานให้นักเรียนได้เขียนสะกดคำคล่องขึ้นในระดับชั้นที่สูงต่อไป


67 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. พิมพ์ครั้งที่ 18. กรุงเทพฯ: สกสค. ลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. กรมวิชาการ. (2546). การจัดการสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุ สภาลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กาญจนา ชลเกริกเกียรติ. (2561). การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. กำชัย ทองหล่อ. (2547). หลักภาษาไทย. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น. จารุวรรณ ยังรักษา. (2542). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคงทนในการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอนแบบค้นพบ โดยใช้ กิจกรรมการเรียนแบบคอนสตรัคติวิซึมเป็นกลุ่ม กับเป็นรายบุคคล และการสอนตามคู่มือ ครู. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ชม ภูมิภาค. (2521). เทคนิคทางการสอนและการศึกษา.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ประสานมิตร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2521). นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษากับการสอนระดับอนุบาล. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. เชิดศักดิ์ โฆวาสินธ์. (2525). การวัดผลการศึกษา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถวัลย์ มาศจรัส. (2546). นวัตกรรมการศึกษา ชุด บทเรียนสำเร็จรูป. กรุงเทพฯ: 21 เซ็นจูรี่ จำกัด. ธีระชัย ปูรณโชติ. (2539). การสร้างผลงานทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิตยา ผูกเกสร. (2551). การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านตีความ สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเวียร์ นนทบุรี. ปริญญาการศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการมัธยมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. บุญชม ศรีสะอาด. (2541). การพัฒนาการสอน. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. บุญเสริม ฤทธาภิรมย์. (2519). เทคโนโลยีทางการศึกษา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน.


68 บรรณานุกรม (ต่อ) ประหยัด จิระวรพงศ์. (2528). หลักการและเทคโนโลยีการศึกษา. กรุงเทพฯ: บูรพาสาส์น. เปรื่อง กุมุท. (2527). สื่อสำเร็จรูปเพื่อการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: ภาควิชาเทคโนโลยีทาง การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนรินทรวิโรฒ ประสานมิตร. พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2545). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: เฮ้าส์ ออฟเคอร์มิ้สท์. พระยาอุปกิตศิลปสาร. (2544). หลักภาษาไทย: อักขรวิธี วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. เพ็ญศรี สร้อยเพชร. (2542). บทเรียนสำเร็จรูป. นครปฐม: คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏนครปฐม. พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2529). การสร้างและการพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพฯ: สำนัก ทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2540). การวัดผลและการสร้างแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ราชบัณฑิตยสถาน. (2542). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์. รัชดา ขำครุธ. (2540). การศึกษาเปรียบเทียบการศึกษาด้านการอ่าน การเขียน และความสนใจใน การเรียนวิชาหลักภาษาไทยที่ได้รับการสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปกับการสอนตามคู่มือ ครู. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. ล้วน สายยศ; และอังคณา สายยศ. (2524). สถิติวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ทวีกิจการพิมพ์. สุเจตนี ศรีคำ. (2558). การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปมัลติมีเดีย เรื่อง ชนิดของคำ กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนเรศวร. เสาวณีย์ สิกขาบัณฑิต. (2528). เทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนคร. อาคม จันทรสุนทร และ เชาวลิต ชำนาญ. (2519). เทคโนโลยีวัตกรรม. เชียงใหม่:ภาควิชาเทคโนโลยี ทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาลัยเชียงใหม่.


69 บรรณานุกรม (ต่อ) อารินธร ตลับทอง. (2553). การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง การสร้างคำ สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนคลองปักหลัก สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร. ปริญญา การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการมัธยมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อัญชสา ยิ้มถนอม. (2553). การพัฒนาบทเรียนสาเร็จรูป เรื่องการสร้างคาในภาษาไทย สาหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอน ภาษาไทยมหาวิทยาลัยศิลปากร. Bloom. (1976). ทฤษฎีการเรียนรู้ตามแนวคิดของบลูม. สืบค้นเมื่อ 5 กันยายน 2566, จาก http://weblogsimple.blogspot.com/2011/08/blog-post_21.html


70 ภาคผนวก


71 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล


72


73 แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราแม่ กก ก. นาค ข. ภาพ ค. รส ง. พิษ 7.“เด็กชายก้องแสดงความ........... ต่อคุณครูด้วย ความนอบน้อม” ข้อใดคือคำตอบที่ถูกต้อง ก. เคารบ ข. เคารพ ค. เคารภ ง. เคารฟ 2. คำในข้อใดแตกต่างจากพวก ก. สุข ข. เมฆ ค. โชค ง. หมวก 8. ข้อใดมีตัวสะกดออกเสียงเหมือนคำว่า “บุญ” ก. เมฆ ข. กิจ ค. คุณ ง. นาค 3. คำในข้อใดใช้ ค เป็นตัวสะกด ก. ตัวเล..... ข. บริโภ..... ค. ความสุ..... ง. ไข่มุ..... 9. คำในข้อใดเขียนถูกต้อง ก. ธรรมชาต ข. สงสาน ค. สมบัด ง. สัญญา 4. พยัญชนะ ป พ ฟ และ ภ อ่านออกเสียงเหมือน ตัวสะกดพยัญชนะใด ก. ก ข. ด ค. น ง. บ 10. คำว่า “คูณหาร” จัดอยู่ในมาตราตัวสะกดใด ก. แม่ กก ข. แม่ กด ค. แม่ กน ง. แม่ กบ 5. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราแม่ กบ ก. อาชีพ ข. อาคาร ค. อากาศ ง. อาศัย 11. คำในข้อใดไม่ใช้ร เป็นตัวสะกด ก. ลำธาร ข. การบ้าน ค. มาร ง. เมื่อวาร 6. “คุณยายบริจา.....เงินให้คนจน” ควรเติม พยัญชนะใดลงในช่องว่าง ก. บ ข. พ ค. ด ง. ค 12. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราตัวสะกดเดียวกัน กับคำว่า พิการ ก. รูปภาพ ข. ตัวเลข ค. ประมาณ ง. ประโยค


74 13. คำว่า ทะ - นา - คาน ข้อใดเขียนถูกต้อง ก. ธนาคาร ข. ธนาคาล ค. ธนาคาน ง. ธนาคาฬ 17. “..................ชาวต่างชาติสนใจศิลปะของไทยเป็น อย่างมาก” ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง ก. ปัดจุบัน ข. ปัจุบัน ค. ปัจจุบัน ง. ปัตรจุบัน 14. “คุณตา..........ว่า จะพาไปทะเล”ควรเติม คำใดลงในช่องว่าง ก. สัญญา ข. สันญา ค. สัณญา ง. สัญยา 18. ปะ - ติ - บัด เขียนได้อย่างไร ก. ปะติบัด ข. ปฏิบัต ค. ปฏิบัติ ง. ปะฏิบัติ 15. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราแม่ กด ก. กตัญญู ข. ซื่อสัตย์ ค. พรรคพวก ง. ประมาณ 19. “นักเรียนควรเป็น...............ที่ดีของพ่อแม่” ควร เติมข้อใดลงในช่องว่าง ก. บุต ข. บุดร ค. บุตริ์ ง. บุตร 16. ข้อใดมีตัวสะกดในมาตราแม่กดมากที่สุด ก. ขับรถอย่าประมาท ข. พ่อไม่ชอบคนเกียจคร้าน ค. คนดีมีความซื่อสัตย์ ง. โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า 20. พัด - ทะ - นา เป็นคำอ่านของคำในข้อใด ก. พัฒณา ข. พัฒนา ค. พัทนา ง. พัทณา


75 เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราแม่ กก ก. นาค ข. ภาพ ค. รส ง. พิษ 7.“เด็กชายก้องแสดงความ........... ต่อคุณครูด้วย ความนอบน้อม” ข้อใดคือคำตอบที่ถูกต้อง ก. เคารบ ข. เคารพ ค. เคารภ ง. เคารฟ 2. คำในข้อใดแตกต่างจากพวก ก. สุข ข. เมฆ ค. โชค ง. หมวก 8. ข้อใดมีตัวสะกดออกเสียงเหมือนคำว่า “บุญ” ก. เมฆ ข. กิจ ค. คุณ ง. นาค 3. คำในข้อใดใช้ ค เป็นตัวสะกด ก. ตัวเล..... ข. บริโภ..... ค. ความสุ..... ง. ไข่มุ..... 9. คำในข้อใดเขียนถูกต้อง ก. ธรรมชาต ข. สงสาน ค. สมบัด ง. สัญญา 4. พยัญชนะ ป พ ฟ และ ภ อ่านออกเสียงเหมือน ตัวสะกดพยัญชนะใด ก. ก ข. ด ค. น ง. บ 10. คำว่า “คูณหาร” จัดอยู่ในมาตราตัวสะกดใด ก. แม่ กก ข. แม่ กด ค. แม่ กน ง. แม่ กบ 5. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราแม่ กบ ก. อาชีพ ข. อาคาร ค. อากาศ ง. อาศัย 11. คำในข้อใดไม่ใช้ร เป็นตัวสะกด ก. ลำธาร ข. การบ้าน ค. มาร ง. เมื่อวาร 6. “คุณยายบริจา.....เงินให้คนจน” ควรเติม พยัญชนะใดลงในช่องว่าง ก. บ ข. พ ค. ด ง. ค 12. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราตัวสะกดเดียวกัน กับคำว่า พิการ ก. รูปภาพ ข. ตัวเลข ค. ประมาณ ง. ประโยค


76 13. คำว่า ทะ - นา - คาน ข้อใดเขียนถูกต้อง ก. ธนาคาร ข. ธนาคาล ค. ธนาคาน ง. ธนาคาฬ 17. “..................ชาวต่างชาติสนใจศิลปะของไทยเป็น อย่างมาก” ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง ก. ปัดจุบัน ข. ปัจุบัน ค. ปัจจุบัน ง. ปัตรจุบัน 14. “คุณตา..........ว่า จะพาไปทะเล”ควรเติม คำใดลงในช่องว่าง ก. สัญญา ข. สันญา ค. สัณญา ง. สัญยา 18. ปะ - ติ - บัด เขียนได้อย่างไร ก. ปะติบัด ข. ปฏิบัต ค. ปฏิบัติ ง. ปะฏิบัติ 15. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราแม่ กด ก. กตัญญู ข. ซื่อสัตย์ ค. พรรคพวก ง. ประมาณ 19. “นักเรียนควรเป็น...............ที่ดีของพ่อแม่” ควร เติมข้อใดลงในช่องว่าง ก. บุต ข. บุดร ค. บุตริ์ ง. บุตร 16. ข้อใดมีตัวสะกดในมาตราแม่กดมากที่สุด ก. ขับรถอย่าประมาท ข. พ่อไม่ชอบคนเกียจคร้าน ค. คนดีมีความซื่อสัตย์ ง. โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า 20. พัด - ทะ - นา เป็นคำอ่านของคำในข้อใด ก. พัฒณา ข. พัฒนา ค. พัทนา ง. พัทณา


77 ภาคผนวก ข ภาพการเก็บรวบรวมข้อมูล


78 ภาพที่ 1 การทดสอบก่อนเรียน ภาพที่ 2 การทดสอบก่อนเรียน


79 ภาพที่ 3 การเก็บรวบรวมข้อมูล ภาพที่ 4 การเก็บรวบรวมข้อมูล


80 ภาพที่ 5 การเก็บรวบรวมข้อมูล ภาพที่ 6 การเก็บรวบรวมข้อมูล


81 ภาพที่ 7 การทดสอบหลังเรียน ภาพที่ 8 การทดสอบหลังเรียน


82 ภาพที่ 9 การทำแบบฝึกหัดของนักเรียน


83 ภาพที่ 10 การทำแบบฝึกหัดของนักเรียน


84 ภาคผนวก ค รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัย


85 รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัย 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลมาลย์ รักศรีอักษร ตำแหน่ง อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วุฒิการศึกษา ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ภาษาไทย) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2. นางสมพร ชูพรหมวงศ์ ตำแหน่ง ครูผู้สอน โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ จังหวัดอุดรธานี วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต (การประถมศึกษา) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 3. นางสาวสุภาวดี งอสอน ตำแหน่ง ครูผู้สอน โรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ จังหวัดอุดรธานี วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


86 ภาคผนวก ง ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ


87 แบบประเมินความคิดเห็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา คำชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นของท่าน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับความคิดเห็นตาม ระดับประมาณค่าของสื่อบทเรียนสำเร็จรูปซึ่งกำหนดเกณฑ์ตัดสินคุณภาพเป็น 5 ระดับ ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง ดีมาก ระดับ 4 หมายถึง ดี ระดับ 3 หมายถึง พอใช้ ระดับ 2 หมายถึง ต้องปรับปรุง ระดับ 1 หมายถึง ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 1 2 3 4 5 10. มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 11. ความถูกต้องของเนื้อหา 12. มีความทันสมัย 13. มีความต่อเนื่อง 14. มีความชัดเจน 15. มีความคิดสร้างสรรค์ 16. มีความครอบคลุม 17. มีความกระชับรัดกุม 18. มีบทสรุปที่ดี รวมคะแนน ข้อเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...............................................ผู้ประเมิน (......................................................................)


88 แบบประเมินความคิดเห็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา คำชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นของท่าน โดยทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับความคิดเห็นตาม ระดับประมาณค่าของสื่อบทเรียนสำเร็จรูปซึ่งกำหนดเกณฑ์ตัดสินคุณภาพเป็น 5 ระดับ ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง ดีมาก ระดับ 4 หมายถึง ดี ระดับ 3 หมายถึง พอใช้ ระดับ 2 หมายถึง ต้องปรับปรุง ระดับ 1 หมายถึง ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 1 2 3 4 5 10. ความน่าสนใจของบทเรียนสำเร็จรูป 11. ความเหมาะสมของขนาดและตัวอักษร 12. ความเหมาะสมของการเลือกใช้สีกับตัวอักษร 13. ความเหมาะสมของภาพประกอบ 14. ความเหมาะสมของบทเรียนสำเร็จรูปกับวัยของผู้เรียน 15. ความเหมาะสมของขนาดของบทเรียนและการวางหน้า 16. ความสะดวกในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป 17. มีความชัดเจนช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น 18. ความทนทานของบทเรียนสำเร็จรูป รวมคะแนน ข้อเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...............................................ผู้ประเมิน (......................................................................)


89 ผลการประเมินความคิดเห็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา รายการประเมิน คนที่1 คนที่2 คนที่3 เฉลี่ย 1. มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 5 5 5 5 2. ความถูกต้องของเนื้อหา 5 5 5 5 3. มีความทันสมัย 5 5 5 5 4. มีความต่อเนื่อง 4 4 4 4 5. มีความชัดเจน 4 4 5 4.33 6. มีความคิดสร้างสรรค์ 4 5 5 4.66 7. มีความครอบคลุม 4 4 5 4.33 8. มีความกระชับรัดกุม 5 5 4 4.66 9. มีบทสรุปที่ดี 4 5 5 4.66 รวมคะแนน 40 42 43 4.63


90 ผลการประเมินความคิดเห็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ บทเรียนสำเร็จรูปวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา รายการประเมิน คนที่1 คนที่2 คนที่3 เฉลี่ย 1. ความน่าสนใจของบทเรียนสำเร็จรูป 5 5 5 5 2. ความเหมาะสมของขนาดและตัวอักษร 4 4 4 4 3. ความเหมาะสมของการเลือกใช้สีกับตัวอักษร 5 5 5 5 4. ความเหมาะสมของภาพประกอบ 5 5 5 5 5. ความเหมาะสมของบทเรียนสำเร็จรูปกับวัยของ ผู้เรียน 5 5 5 5 6. ความเหมาะสมของขนาดของบทเรียนและการ วางหน้า 4 4 4 4 7. ความสะดวกในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป 4 5 4 4.33 8. มีความชัดเจนช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น 5 5 5 5 9. ความทนทานของบทเรียนสำเร็จรูป 5 5 5 5 รวมคะแนน 42 43 42 4.70


91 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา (Index of Item Objective Congruence : IOC) คำชี้แจง : กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยทำเครื่องหมาย √ ตรงกับช่องตาม ความคิดเห็นของท่าน เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาปรับปรุงต่อไป เกณฑ์การประเมิน +1 แน่ใจว่าข้อคำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 0 ไม่แน่ใจว่าข้อคำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ -1 แน่ใจว่าข้อคำถามไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา / สาระการ เรียนรู้ จุดประสงค์ การเรียนรู้ ข้อคำถาม / ข้อสอบ ผลการ พิจารณา ข้อเสนอ แนะ +1 0 -1 การเขียน สะกดคำ ที่มีตัวสะกด ไม่ตรงตาม มาตรา แม่กก นักเรียนสามารถ บอกความหมาย และหลักการ เขียนสะกดคำ ที่มีตัวสะกด ไม่ตรงตาม มาตรา แม่กกได้ (K) 1. คำในข้อใดจัดอยู่ในมาตราแม่กก ก. นาค ข. ภาพ ค. รส ง. พิษ 2. คำในข้อใดแตกต่างจากพวก ก. สุข ข. เมฆ ค. โชค ง. หมวก


Click to View FlipBook Version