ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง Some biological aspects of mud lobsters, Thalassina spp. in Kampuan mangrove forest, Ranong province ห้องปฏิบัติการวิจยัดา้นอนกุรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของสตัวน์ ้าชายฝั่ง สถานีวิจยัเพื่อการพฒันาชายฝั่งอนัดามนั คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๒๕๖๓
ISBN 978-616-278-565-8
ค าขอบค ุณ คณะผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณ รศ.ดร.เชษฐพงศ์เมฆสัมพันธ์ อดีต คณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ รศ.จิราภัษ อัจจิมางกูร จากภาควิชาการจัดการประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่คอย ให้การสนับสนุนและเล็งเห็นถึงความส าคัญในการศึกษาวิจัยและจัดพิมพ์ เอกสารเผยแพร่ทางวิชาการต่าง ๆ ด้วยดีเสมอมา กราบขอบพระคุณ ดร. สนใจ หะวานนท์ ที่คอยให้ความช่วยเหลือทางวิชาการจนกระทั่งหนังสือเล่มนี้เสร็จสิ้น สมบูรณ์ ขอบพระคุณ ผศ.ดร.พงษ์รัตน์ ด ารงโรจน์วัฒนา และคุณเรืองฤทธิ์ พรหมด า เป็นอย่างสูงที่คอยให้ความช่วยเหลือในการวิเคราะห์ตัวอย่างสัตว์น ้า ในกลุ่มหอยและกลุ่มปู การส ารวจภาคสนาม การวิจัยและการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ส าเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี “โดยได้รับงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2561จากโครงการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และทุนอุดหนุนวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ขอกราบ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ คุณงามความดีและผลบุญจากการ จัดท าหนังสือเล่มนี้เป็นวิทยาทาน คณะผู้วิจัยขอมอบให้กับ บิดา มารดา ผู้ให้ ก าเนิดและให้ลมหายใจ ครูบาอาจารยผ์ ปู้ระสิทธิ์ประสาทวิชาทางดา้นชีววิทยา และการประมง บุคลากรของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันทุกท่าน ที่คอยเป็นก าลังใจ ให้ความรัก ความเมตตา และความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน ตลอดมา และด้วยความเคารพอย่างสูงในชีวิตของสัตว์ทั้งปวง ผู้วิจัยขออุทิศ ความดีจากหนังสือเล่มนี้ให้กับดวงวิญญาณของสัตว์น ้าทุกชนิดที่ได้เสียสละ ชีวิตเพื่อใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ ณัฐภัทร โหงวเกิด สหัส ราชเมืองขวาง
ค าน า สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล อันดามัน จังหวัดระนอง จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการเรียนการสอน และการวิจัย ของคณะประมงและคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้กับประชาชน ชุมชน สถานศึกษา ทั้งในระดับชาติและนานาชาติพื้นที่โดยรอบของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่ง อันดามัน โอบล้อมไปด้วยป่ าชายเลนคลองก าพวนซึ่งเป็นระบบนิเวศชายฝั่ งที่ ส าคัญ จึงมีศักยภาพสูงในการพัฒนาให้เป็นห้องเรียนธรรมชาติให้แก่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนผู้ที่สนใจทั่วไปที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ด้าน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง หนังสือ “ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง” เล่มนี้ เป็นความพยายามของผู้วิจัยในการรวบรวมข้อมูลทาง ชีววิทยาขั้นต้นของแม่หอบในสกุล Thalassina ที่ได้จากการศึกษาวิจัยและส ารวจ พบในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานส าหรับต่อยอดงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ แม่หอบในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย โดยในอนาคตผู้วิจัยมีความมุ่งหวังในการ ปรับเปลี่ยนเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ให้เป็นภาคภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพื่อความ เหมาะสมในการน าไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการของหน่วยงานและนักวิจัยใน ต่างประเทศ ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนของชาติ ที่จะได้น าความรู้ไปใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาทรัพยากรสัตว์น ้าชายฝั่งที่มีอยู่ใน ท้องถิ่นของตนเอง ข้อวิจารณ์อันเป็นประโยชน์เพื่อปรับปรุงเนื้อหาของหนังสือเล่ม นี้ และข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดอันอาจเกิดขึ้น ผู้วิจัยขอยอมรับไว้ด้วยความ ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ณัฐภัทร โหงวเกิด สหัส ราชเมืองขวาง
สารบัญ หน้า บทน า 1 ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 18 อนุกรมวิธานและลักษณะทางสัณฐานวิทยา 23 อาหารและการกินอาหารของแม่หอบ 33 พฤติกรรมการเคลื่อนที่และการขุดรูสร้างจอมหอบ 36 โครงสร้างของจอมหอบ 40 ขนาดอนุภาคดินตะกอนที่พบบริเวณจอมหอบ 46 ความเค็มของน ้าในแอ่งพักภายในจอมหอบ 51 พันธุ์พืชและสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ 53 ประโยชน์และโทษของแม่หอบ 67 บรรณานุกรม 70 ปลากระดูกแข็ง 95 บรรณานุกรม ดัชนีชื่อวิทยาศาสตร์ 192 ดัชนีชื่อสามัญภาษาอังกฤษ 195 ดัชนีชื่อสามัญภาษาไทย 198
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 1 ป่ าชายเลนหรือป่ าโกงกาง (mangrove forest หรือ intertidal forest) คือ กลุ่มสังคมพืชซึ่งขึ้นอยู่ในเขตน ้าลงต ่าสุดและน ้าขึ้นสูงสุดบริเวณชายฝั่ ง ทะเล ปากแม่น ้าหรืออ่าว อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง สังคมพืชที่ประกอบด้วย พันธุ์ไม้หลายชนิด หลายตระกูล และเป็นพวกที่มีใบเขียวตลอดปี (evergreen species)ซึ่งมีลักษณะทางสรีรวิทยาและความต้องการสิ่งแวดล้อมที่คล้ายกัน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้สกุลโกงกาง (Rhizophora spp.) เป็นส าคัญ และมีไม้สกุลอื่นขึ้นปะปน (ส่วนส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง, 2548) ป่ าชายเลนเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความส าคัญอย่างยิ่ง ทั้ง ในด้านป่ าไม้การประมง และสิ่งแวดล้อม ในด้านป่ าไม้ไม้จากป่ าชายเลน โดยเฉพาะไม้โกงกางสามารถน ามาท าฟื น เผาถ่าน ให้ถ่านที่มีคุณภาพดีพันธุ์ไม้ บทน า ต้นโกงกางในสกุล Rhizophora พืชเด่นในป่าชายเลน
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 2 ในป่ าชายเลนบางชนิดน าไปท าสิ่งก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์หรือสกัดสารเคมีที่เป็น ประโยชน์เช่น แทนนิน แอลกอฮอล์กรดน ้าส้ม และน ้ามันดิน เป็นต้น ด้านการประมง ป่ าชายเลนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและอนุบาลสัตว์น ้าวัยอ่อน เช่น กุ้ง หอย ปู และปลา ซึ่งเป็นสัตว์น ้าเศรษฐกิจที่ส าคัญ รวมถึงสัตว์อื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของห่วงโซ่อาหาร ด้านสิ่งแวดล้อม ป่ าชายเลนช่วยในการลดภาระน ้าเสียจาก ชุมชน เนื่องจากรากของต้นไม้ในป่ าชายเลนที่งอกออกมาเหนือพื้นดิน จะท า หน้าที่คล้ายตะแกรงธรรมชาติคอยกลั่นกรองสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่มากับกระแสน ้า นอกจากนี้ป่ าชายเลนยังเป็นฉากก าบังภัยธรรมชาติเพื่อป้องกันลมพายุมรสุมที่ มีผลต่อการพังทลายของดินบริเวณชายฝั่งอีกด้วย (สนิท, 2541; สรายุทธและรุ่ง สุริยา, 2554) ป่ าชายเลนคลองก าพวน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน จังหวัด ระนอง มีพื้นที่ป่ าประมาณ 5,088.51 ไร่ เป็ นป่ าชายเลนซึ่งยังคงมีความ อุดมสมบูรณ์และได้ถูกอนุรักษ์ไว้ให้มีสภาพตามธรรมชาติ (สถานีวิจัยเพื่อการ พัฒนาชายฝั่งอันดามัน, 2556) ป่าชายเลนคลองก าพวน อ าเภอสุขส าราญ จังหวัดระนอง
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 3 สัตว์น ้าไม่มีกระดูกสันหลังเป็นทรัพยากรประมงอย่างหนึ่งที่มี ความส าคัญในระบบนิเวศป่ าชายเลน เนื่องจากสามารถบ่งบอกถึง สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปของระบบนิเวศได้เป็นอย่างดี(Brown and McLachlam, 1990) แม่หอบ (mud lobster) ในสกุล Thalassinaเป็ นแม่หอบเพียงสกุล เดียวในครอบครัว Thalassinidaeจัดเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณหรือเป็นซากดึกด าบรรพ์มีชีวิตที่ด ารงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน โดยถือก าเนิดมาตั้งแต่ยุคไมโอซีน ยาวนานถึง 16 ล้านปี(Karasawa and Nishikawa, 1991) ลักษณะทั่วไป มี รูปร่างคล้ายกุ้งผสมกับปูกรีเรียบไม่มีฟัน ตามีขนาดเล็ก เปลือกคลุมหัวเป็นรูป ทรงกระบอกและอาจมีปุ่ มหรือหนามแหลมกระจายอยู่ทั่วไปทั้ง 2 ข้าง มีขาเดิน 5 คู่ ขาเดินคู่แรกมีขนาดใหญ่คล้ายก้ามปูเรียกว่า cheliped ส่วนท้องมีขนาด เล็ก ยาวเรียว และแบ่งออกเป็นปล้องชัดเจนจ านวน 6 ปล้อง ปล้องที่ถัดจาก ปล้องล าตัว 1 ปล้อง ลักษณะเป็นหางแหลมและไม่มีแพนหาง มีทวารหนักอยู่ ปลายสุด ล าตัวมีสีแดงเข้มอมน ้าตาล (Paterson et al., 2004) ในประเทศไทย พบแม่หอบได้ในจังหวัดทางภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สงขลา ปัตตานี กระบี่ นราธิวาส พังงา ระนอง และภูเก็ต (Havanond, 2000) โดยจะพบแม่หอบทั้งสิ้น 3 ชนิด คือ Thalassina anomala, T. gracilisและ T. squamifera(Ngoc-Ho and Saint Laurent, 2009; Sakai and Turkay, 2012) แม่หอบเป็ นสัตว์น ้าไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มหนึ่งที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศป่ าชายเลนในบางพื้นที่เป็นอย่างมาก (Havanond, 2000; Hassan et al., 2012) ในป่ าชายเลนคลองก าพวน สัตว์ กลุ่มนี้มีการขุดรูท ารังอยู่เป็นจ านวนมากบริเวณรอบ ๆ สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนา ชายฝั่ งอันดามัน โดยจะขุดรูอาศัยอยู่ตามพื้นดินที่มีลักษณะอ่อนนุ่มจนถึง ค่อนข้างแข็ง และน าดินที่ขุดขึ้นมา ทับถมบริเวณพื้นดินจนเป็นเนินสูงคล้ายจอม
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 4 ปลวก (สหัส, 2561) มีรูปร่างคล้ายกับภูเขาไฟ เรียกว่าจอมหอบ (สนใจ, 2525) เมื่อน ้าทะเลท่วมถึงจะพัดพาดินตะกอนของจอมหอบซึ่งมีธาตุอาหารต่าง ๆ ไป เป็นอาหารของแพลงก์ตอนพืช ท าให้เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารจากใต้ดิน (Paterson et al., 2004) อย่างไรก็ตามในสภาพที่ในบางพื้นที่มีจอมหอบอยู่เป็นจ านวนมากและ ขยายต่อเนื่องกันคล้ายคันดิน หากน ้าทะเลท่วมไม่ถึงก็จะท าให้สภาพพื้นที่ ดังกล่าวแห้งและมีสภาพแตกต่างไปจากพื้นที่ป่ าชายเลนทั่วไป จึงอาจเป็น อุปสรรคต่อการขยายพันธุ์ของพันธุ์ไม้ป่ าชายเลนบางชนิดได้เช่น ป่ าโกงกาง เป็นต้น (สรายุทธและรุ่งสุริยา, 2554)
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 5 การจัดท าหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นจากความพยายามของผู้วิจัยในการ น าผลการศึกษาวิจัยที่ได้ซึ่งประกอบด้วย อนุกรมวิธานและลักษณะทาง สัณฐานวิทยาอาหารและการกินอาหารของแม่หอบ พฤติกรรมการเคลื่อนที่และ การขุดรูสร้างจอมหอบ โครงสร้างของจอมหอบ ขนาดอนุภาคดินตะกอนที่พบ บริเวณจอมหอบ ความเค็มของน ้าในแอ่งพักภายในจอมหอบ พันธุ์พืชและสัตว์ หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ และประโยชน์และโทษของแม่หอบ มา น าเสนอแก่ผู้ที่สนใจ ทั้งนี้นักวิจัยและนักวิชาการสามารถที่จะน าความรู้ที่ได้ จากการศึกษาในครั้งนี้ไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการศึกษาวิจัยเพื่อ เชื่อมโยงความสัมพันธ์และติดตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตและปัจจัย สิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศป่ าชายเลนที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต อีกทั้งเยาวชน และประชาชนทั่วไปจะไ ด ้เล็งเห็นและตระหนักถึงความส าคัญของ ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในระบบนิเวศป่ าชายเลนของประเทศไทยอีกด้วย กิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งซึ่งจัดขึ้นโดย สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 6 แปลงศึกษา: จัดท าแปลงศึกษา (study plot) ขนาด 20 x 20 เมตร บริเวณป่ าชายเลนคลองก าพวนหลังสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน อ าเภอสุขส าราญ จังหวัดระนอง จ านวน 4 แปลง จากนั้นท าการสุ่มศึกษาแม่ หอบที่อาศัยอยู่ในจอมหอบ 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ในช่วงเดือนกรกฏาคม 2560 (ฤดูมรสุม) ครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคม 2560(ฤดูหลังมรสุม)และครั้งที่ 3 ในช่วงเดือนเมษายน 2561(ฤดูก่อนมรสุม) โดยในแต่ละครั้งจะท าการศึกษา จอมหอบจ านวน 3 รังต่อ1 แปลงศึกษา ในช่วงเวลาน ้าลง รวมจอมหอบที่ศึกษา ทั้งสิ้น 36 รัง แปลงที่ 1(จอมหอบที่ 1A-1I): ป่าโกงกางปลูกบริเวณหลังโรงซักผ้า สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน (ส านักงานเก่า) ลักษณะพื้นที่เป็น ป่ าโกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) ที่ปลูกในพื้นที่โล่ง ความสูงของต้น ประมาณ 1-3 เมตร ขึ้นอยู่ห่างกันในทุก ๆ 2-3 เมตร มีไม้พุ่มขนาดเล็ก ได้แก่ ต้น เหงือกปลาหมอ (Acanthus ilicifolius)และต้นถอบแถบน ้า (Derris trifoliata)ขึ้น กระจายอยู่ทั่วไป บริเวณโดยรอบแปลงศึกษาพบต้นแสมขาว (Avicennia alba) ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ห่าง ๆ ส าหรับในแปลงศึกษานี้เป็นบริเวณที่พบจอมหอบได้ มาก ขนาดความสูงประมาณ 10-40เซนติเมตร (ซม.) แปลงศึกษานี้อยู่ในเขต ตอนบนสุดของป่ าชายเลน พื้นดินแข็งปนทราย แปลงที่ 2 (รังที่ 2A-2I): ป่าโกงกางปลูกบริเวณหลังบ้านพักบุคลากร อาคารวิจัยชายฝั่งอันดามัน สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน พืชที่พบ บริเวณนี้จะเป็นต้นโกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) ที่ปลูกไว้ มีความสูง ประมาณ 1-3 เมตร ขึ้นอยู่ห่างกันในทุก ๆ 2-3 เมตร พบต้นถอบแถบน ้า (Derris trifoliata) ต้นเหงือกปลาหมอ (Acanthus ilicifolius) และหญ้าคา(Imperata cylindrica) ขึ้นอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น แปลงศึกษานี้พบจอมหอบจ านวนมาก
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 7 มีความสูงประมาณ 30-60 ซม. อยู่ชิดติดกัน และมีแอ่งน ้าจ านวนมากอยู่ ระหว่างจอมหอบแต่ละรัง พื้นดินแข็งปนทราย แปลงที่ 3 (รังที่ 3A-3I): พื้นที่เปิดโล่งระหว่างป่ าชายเลนปลูกกับป่ าสน พืชที่พบบริเวณนี้จะเป็ นต้นโกงกาง (Rhizophoraspp.) ที่ปลูก ความสูง ประมาณ 1-2 เมตร ขึ้นอยู่ห่างกันในทุก ๆ 2-3 เมตร พบต้นถอบแถบน ้า (Derris trifoliata) ขึ้นอยู่เป็นกลุ่มจ านวนมาก มักพบจอมหอบอยู่บริเวณที่มีกลุ่มของต้น ถอบแถบน ้าขึ้นอยู่หรืออาจพบในบริเวณใกล้เคียง จอมหอบในบริเวณนี้พบอยู่ กระจัดกระจายและมีขนาดความสูงเพียง 5-10ซม. เท่านั้น พื้นดินแข็งปนทราย แปลงที่ 4(รังที่ 4A-4I): พื้นที่เปิดโล่งระหว่างป่ าชายเลนปลูกกับป่ าสน พืชที่พบบริเวณนี้จะเป็ นต้นโกงกาง(Rhizophora spp.) ที่ปลูก ความสูง ประมาณ 1-2 เมตร ขึ้นอยู่ห่างกันในทุก ๆ 2-3 เมตร มีหญ้าคา (Imperata cylindrica)ขึ้นกระจัดกระจายทั่วพื้นที่แปลงศึกษานี้อยู่ติดกับคลองก าพวนซึ่ง สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและเป็นแปลงที่อยู่ใกล้กับปากคลองก าพวนมากที่สุด จอมหอบในแปลงศึกษานี้จะพบอยู่ตามที่โล่งและตามพุ่มหญ้าที่กระจาย อยู่ทั่วไป จอมหอบในบริเวณนี้พบอยู่กระจัดกระจายและมีขนาดความสูงเพียง 5-10ซม. เท่านั้น พื้นดินแข็งปนทราย ตัวอย่างจอมหอบที่พบในแปลงศึกษา
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 8 แปลงที่1 แปลงที่2 แปลงที่3 แปลงที่4 หาดประภาส ปากคลองก าพวน คลองก าพวน ป่ าชายเลนคลองก าพวน 98°23' E 98°24' E 98°25' E 9°22'30"N 9°22'45"N
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 9 สภาพแวดล้อมของแปลงศึกษา: แปลงที่1 (รังที่1A-1I) สภาพแวดล้อมของแปลงศึกษา: แปลงที่2 (รังที่2A-2I)
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 10 สภาพแวดล้อมของแปลงศึกษา: แปลงที่3 (รังที่3A-3I) สภาพแวดล้อมของแปลงศึกษา: แปลงที่4 (รังที่4A-4I)
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 11 การศึกษาอนุกรมวิธานและลักษณะทางสัณฐานวิทยา: ท าการเก็บ ตัวอย่างแม่หอบที่อาศัยอยู่ในจอมหอบจากแปลงศึกษาที่ก าหนดไว้โดยใช้เสียม และจอบขุดแม่หอบขึ้นมา จากนั้นน าตัวอย่างที่จับได้มาถ่ายภาพทาง วิทยาศาสตร์วัดขนาดความยาวของกระดอง (carapacelength) โดยวัดจาก ปลายสุดของจะงอยปาก (rostrum) ไปจนถึงยังปลายสุดของส่วนยื่นตรงกลาง ด้านท้ายสุดของกระดอง (dorsomedian process of carapace) ตัวอย่างที่ได้ จะถูกเก็บรักษาไว้ในแอลกอฮอล์เข้มข้น 75เปอร์เซ็นต์ จากนั้นท าการจัดจ าแนก ชนิดโดยใช้เอกสารทางอนุกรมวิธานของ Moh and Chong (2009), Ngoc-Ho and Saint Laurent (2009), Sakai and Turkay (2012)และ Lin et al. (2016) การจัดล าดับทางอนุกรมวิธานของแม่หอบที่พบใช้ตาม WoRMS (2020) ศึกษาลักษณะภายนอกของแม่หอบตั้งแต่ส่วนหัว ส่วนอก ส่วนท้องและรยางค์ ต่าง ๆ ในห้องปฏิบัติการ ท าการอธิบายลักษณะทางสัณฐานวิทยาของสกุลและ ลักษณะที่ใช้ในการจัดจ าแนกชนิด (diagnosis character) ของแม่หอบแต่ละ ชนิด ศึกษาความแตกต่างระหว่างเพศ ไข่และพัฒนาการของตัวอ่อนของ แม่หอบที่พบ ส าหรับตัวอย่างแม่หอบชนิด T. squamiferaจ านวน 1 ตัวอย่าง ที่ สตัฟฟ์ เก็บรักษาไว้ ณ สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันในช่วงก่อนปี 2560 ถูกน ามาใช้ในการศึกษาด้านสัณฐานวิทยาในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน การศึกษาอาหารและการกินอาหารของแม่หอบ: น าแม่หอบ (T. spinosa) ที่เพิ่งจับได้ใหม่ ๆ จ านวน 5 ตัว (ตัวอย่างที่ใช้ศึกษาน ามาจาก พื้นที่ ป่ าชายเลนปลูก ในโครงการประชาอาสาปลูกป่ า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี บ้านทับปลา อ าเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา) มาผ่ากระเพาะและ ล าไส้จากนั้นท าการวิเคราะห์องค์ประกอบของอาหารที่พบในกระเพาะอาหาร โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ขั้นตอน คือ
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 12 1. ตรวจสอบระดับปริมาณอาหารในกระเพาะอาหาร (stomach fullness) ตามวิธีของ Lipinski and Linkowski (1988) 2. ท าการจ าแนกประเภทของอาหารที่พบในกระเพาะอาหารด้วย กล้องจุลทรรศน์ก าลังขยาย 20X จากนั้นวิเคราะห์หาองค์ประกอบของอาหาร โดยวิธี percentage of occurrence method ตาม อนัญญา (2557) การศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนที่การขุดรูและสร้างจอมหอบ: ท าการ สังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ภายในห้องปฏิบัติการดังนี้ 1. จัดเตรียมตู้กระจกแก้วขนาด 30x50x38ซม. จ านวน 6 ตู้ จากนั้น น าดินจากจอมหอบเติมลงไปให้ได้ความสูงประมาณครึ่งหนึ่งของตู้กระจกแก้ว 2. ใส่แม่หอบ (T. spinosa) ลงไปในตู้กระจกแก้ว จ านวนตู้ละ 1 ตัว พร้อมทั้งใส่น ้าทะเลจากธรรมชาติลงไปประมาณ 1 ใน 6ของตู้ 3. ท าการบันทึกวิดีโอเพื่อศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนที่และการใช้ รยางค์เพื่อขุดรูท ารัง และพฤติกรรมอื่น ๆ ของแม่หอบ 4. ท าการวาดแบบจ าลองลักษณะรูของแม่หอบ การศึกษาโครงสร้างของจอมหอบในธรรมชาติ: ท าการวาดภาพ ลักษณะภายนอกของจอมหอบที่พบ จากนั้นวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของปาก รูบนจอมหอบ เพื่อน าค่าที่วัดได้มาค านวณหาค่าความสัมพันธ์กับขนาดความ ยาวของกระดองของแม่หอบในรูปแบบเชิงเส้น วัดขนาดของจอมหอบตามวิธี ของ ปรียะวุฒิ (2530) เพื่อหาค่าเฉลี่ยความกว้าง ความยาว และความสูงของ จอมหอบ ในระหว่างที่ท าการขุดจอมหอบจะท าการร่างภาพ (sketch) ประกอบ เพื่อทราบลักษณะโครงสร้างภายในของจอมหอบ หมายเหตุพฤติกรรมการเคลื่อนที่ การขุดรูและสร้างจอมหอบ จะท าการ สังเกตในระหว่างการศึกษาโครงสร้างจอมหอบในธรรมชาติด้วยเช่นกัน
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 13 การศึกษาขนาดอนุภาคดินตะกอนและความเค็มของน้ าในแอ่งพัก ภายในจอมหอบ: ท าการเก็บตัวอย่างดินบริเวณด้านข้างตรงจุดกึ่งกลางความสูง ของรัง จ านวน 200 กรัม เพื่อน ามาศึกษาหาขนาดอนุภาคดินตะกอน (grain size) โดยวิธีของ Wentworth (1922) จากนั้นท าการขุดจอมหอบไล่ลงไปใต้ดิน ตามรูจนพบแอ่งคล้ายกระเปาะทรงกลม (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่ารูส่วน อื่นประมาณ 1-2เท่า) ซึ่งจะมีน ้าขังในแอ่งนี้มากน้อยแตกต่างกันในจอมหอบ แต่ละรัง และเป็นที่พักตัวของแม่หอบ (เรียกรูส่วนนี้ว่า “แอ่งพัก”) ท าการเก็บ ตัวอย่างน ้าจากแอ่งพักทันทีและวัดค่าความเค็มของน ้าโดยใช้เครื่อง Salinometer การศึกษาพันธุ์พืชและสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ทพบบริเวณ ี่จอมหอบ: ท าการเดินส ารวจทั่ วไป (general survey) พันธุ์พืชที่พบ จดบันทึกการ แพร่กระจายและจัดจ าแนกชนิดโดยใช้คู่มือของ สรายุทธและรุ่งสุริยา (2554) และท าการเดินส ารวจทั่วไปสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ บันทึกแหล่งที่อยู่อาศัยของ สัตว์ที่พบทั้งที่อาศัยอยู่บริเวณภายนอกและภายในจอมหอบ ท าการเก็บ ตัวอย่างสัตว์หน้าดินเพื่อน ามาจัดจ าแนกชนิดในห้องปฏิบัติการ โดยใช้คู่มือใน การจัดจ าแนกชนิดของ สหัส (2561), Carpenter and Niem (1998a และ 1998b), Ngoc-Hoet al. (2001), Swennen et al. (2001)และ Paterson et al. (2004)
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 14 การศึกษาตัวอย่างและการจัดจ าแนกชนิดของแม่หอบในห้องปฏิบัติการ การจดบันทึกและบันทึกวิดีโอพฤติกรรมการขุดรูของแม่หอบในที่เลี้ยง
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 15 การศึกษาโครงสร้างของจอมหอบโดยการถ่ายภาพ วัดขนาดและการขุดจอม หอบพร้อมวาดภาพประกอบเพื่อทราบโครงสร้างภายใน การศึกษาโครงสร้างของจอมหอบโดยการถ่ายภาพ วัดขนาดและ การขุดจอมหอบพร้อมวาดภาพประกอบเพื่อทราบโครงสร้างภายใน
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 16 การเก็บตัวอย่างดินบริเวณจอมหอบและการเก็บตัวอย่างน ้าในแอ่งพักภายใน จอมหอบ น ้าจากแอ่งพัก
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 17 การส ารวจทั่วไปเพื่อศึกษาชนิดของพันธุ์พืชและสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ บริเวณจอมหอบ
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 18 ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง คณะนักวิจัยสามารถเก็บรวบรวมและท าการศึกษาแม่หอบในสกุล Thalassina ได้ทั้งสิ้นจ านวน 40 ตัวอย่าง (รวมตัวอย่างของ T. squamifera 1 ตัวอย่างที่สตัฟฟ์ ไว้) เมื่อท าการจัดจ าแนกชนิดทางอนุกรมวิธานพบแม่หอบ ในสกุลดังกล่าวทั้งสิ้นจ านวน 4 ชนิด ประกอบด้วย T. anomala จ านวน 8 ตัวอย่าง เป็นเพศผู้ 6 ตัว เพศเมีย 2 ตัว, T. krempfi จ านวน 1 ตัวอย่าง เป็นเพศเมีย, T. spinosa จ านวน 30 ตัวอย่าง เป็นเพศผู้ 19 ตัว เพศเมีย 11 ตัว และ T. squamifera จ านวน 1 ตัวอย่าง เพศผู้
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 19 ตารางแสดงจ านวน ความยาวล าตัวและน ้าหนักของแม่หอบที่ส ารวจพบ ชนิดของแม่หอบ (จ านวนตัว) เพศ (จ านวนตัว) ความยาวกระดอง (ซม.) (ค่าเฉลี่ย+SD) น ้าหนัก (กรัม) (ค่าเฉลี่ย+SD) T. anomala (8) ผู้ (6) 3.7-5.4(4.5+0.7) 15.0-60.0 (36.7+19.4) เมีย (2) 4.4-5.9(5.2+1.1) 30.0-65.0 (47.5+24.8) T. krempfi (1) เมีย (1) 10.0 no data T. spinosa (30) ผู้ (19) 2.0-5.7 (4.0+0.9) 3.0-60.0 (23.2+15.1) เมีย (11) 3.5-5.5 (4.2+0.6) 10.0-55.0 (25.1+12.5) T. squamifera (1) ผู้(1) 12.6 no data รวมตัวอย่างที่ศึกษาทั้งหมด 40 ตัวอย่าง Ngoc-Ho and Saint Laurent (2009) และ Sakai and Turkay (2012) รายงานชนิดของแม่หอบในสกุล Thalassina ที่พบในประเทศไทยทั้งสิ้น จ านวน 3 ชนิดด ้วยกันคือ T. anomala, T. gracilis และ T. squamifera อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้ได้รายงานการพบแม่หอบในสกุลดังกล่าวซึ่งไม่ เคยมีรายงานการพบในไทยมาก่อนจึงเป็นการรายงานการพบครั้งแรก (new record) ในประเทศไทย จ านวน 2 ชนิด คือ T. krempfi และ T. spinosa ท าให้ในปัจจุบันประเทศไทยมีแม่หอบในสกุล Thalassina จ านวนทั้งสิ้น 5 ชนิดด้วยกัน คือ T. anomala, T. gracilis, T. krempfi, T. spinosa และ T. squamifera อันเป็นข้อมูลทางวิชาการใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงความ หลากหลายทางชีวภาพของสัตว์หน้าดินในป่ าชายเลนของประเทศไทย
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 20 โดยในแปลงศึกษาที่ 1 พบแม่หอบทั้งหมด 11 ตัวอย่าง เป็นแม่หอบ ชนิด T. anomala จ านวน 4 ตัวอย่าง (เพศผู้ 3 ตัวอย่าง เพศเมีย 1 ตัวอย่าง) และแม่หอบชนิด T. spinosa จ านวน 7 ตัวอย่าง (เพศผู้ 5 ตัวอย่าง เพศเมีย 2 ตัวอย่าง) แปลงศึกษาที่ 2 พบแม่หอบทั้งหมด 10 ตัวอย่าง เป็นแม่หอบชนิด T. anomala จ านวน 3 ตัวอย่าง (เพศผู้ 2 ตัวอย่าง เพศเมีย 1 ตัวอย่าง) และ แม่หอบชนิด T. spinosa จ านวน 6 ตัวอย่าง (เพศผู้ 4 ตัวอย่าง เพศเมีย 2 ตัวอย่าง) และแม่หอบชนิด T. krempfi 1 ตัวอย่าง (เพศเมีย) แปลงศึกษาที่ 3 พบแม่หอบทั้งหมด 9 ตัวอย่าง เป็นแม่หอบชนิด T. anomala จ านวน 1 ตัวอย่าง (เพศผู้) และ T. spinosa จ านวน 8 ตัวอย่าง (เพศผู้ 5 ตัวอย่าง เพศเมีย 3 ตัวอย่าง) แปลงที่ 4 มีแม่หอบชนิด T. spinosa ทั้งหมด จ านวน 9 ตัวอย่าง (เพศผู้ 5 ตัวอย่าง และเพศเมีย 4 ตัวอย่าง) การศึกษานี้พบว่า ในจอมหอบ 1 รัง มักจะมีแม่หอบอาศัยอยู่เพียง 1 ตัวอย่างเท่านั้น ยกเว้นในแปลงที่ 1 รังที่ 1A และ 1C พบว่ามีแม่หอบชนิด T. spinosa จ านวน 2 ตัวอย่างอาศัยอยู่ในรังเดียวกัน (แต่ละรังจะมีแม่หอบ เพศผู้ 1 ตัวอย่าง และเพศเมีย 1 ตัวอย่าง) และยังพบแม่หอบชนิด T. spinosa และ T. krempfiอาศัยอยู่ภายในรังเดียวกันในแปลงที่ 2 รังที่ 2I โดยแม่หอบ จากทั้งสองรังข้างต้นจะพักตัวอยู่ภายในแอ่งพักซึ่งมีดินแบ่งกั้นอาณาเขตของ ทั้งสองตัวอย่างอย่างชัดเจน
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 21 ตารางแสดงชนิด เพศ และจ านวนตัวอย่างของแม่หอบที่เก็บรวบรวม ได้จากจอมหอบในแต่ละรัง แปลงที่ ช่วงเวลาท าการ รังที่ ชนิดของแม่หอบ เก็บตัวอย่าง (เพศ/จ านวนตัว) 1 ก.ค.-60 1A T. spinosa (ผู้/1) 1A T. spinosa (เมีย/1) 1B T. spinosa (ผู้/1) 1C T. spinosa (ผู้/1) 1C T. spinosa (เมีย/1) ธ.ค.-60 1D T. anomala (ผู้/1) 1E T. spinosa (ผู้/1) 1F T. anomala (เมีย/1) เม.ย.-61 1G T. spinosa (ผู้/1) 1H T. anomala (ผู้/1) 1I T. anomala (ผู้/1) 2 ก.ค.-60 2A T. anomala (ผู้/1) 2B T. anomala (เมีย/1) 2C T. spinosa (ผู้/1) ธ.ค.-60 2D T. anomala (ผู้/1) 2E T. spinosa (เมีย/1) 2F T. spinosa (ผู้/1) เม.ย.-61 2G T. spinosa (เมีย/1) 2H T. spinosa (ผู้/1) 2I T. spinosa (ผู้/1), T. krempfi (เมีย/1)
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 22 ตารางแสดงชนิด เพศ และจ านวนตัวอย่างของแม่หอบที่เก็บรวบรวม ได้จากจอมหอบในแต่ละรัง (ต่อ) แปลงที่ ช่วงเวลาท าการ รังที่ ชนิดของแม่หอบ เก็บตัวอย่าง (เพศ/จ านวนตัว) 3 ก.ค.-60 3A T. spinosa (ผู้/1) 3B T. spinosa (ผู้/1) 3C T. spinosa (เมีย/1) ธ.ค.-60 3D T. spinosa (ผู้/1) 3E T. spinosa (ผู้/1) 3F T. spinosa (เมีย/1) เม.ย.-61 3G T. spinosa (ผู้/1) 3H T. spinosa (เมีย/1) 3I T. anomala (ผู้/1) 4 ก.ค.-60 4A T. spinosa (เมีย/1) 4B T. spinosa (เมีย/1) 4C T. spinosa (ผู้/1) ธ.ค.-60 4D T. spinosa (ผู้/1) 4E T. spinosa (ผู้/1) 4F T. spinosa (เมีย/1) เม.ย.-61 4G T. spinosa (ผู้/1) 4H T. spinosa (ผู้/1) 4I T. spinosa (เมีย/1) ตัวอย่างสตัฟฟ์ ก่อนปี 2560 - T. squamifera (ผู้/1)
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 23 อนุกรมวิธานและลักษณะทางสัณฐานวิทยา สามารถจัดล าดับทางอนุกรมวิธานของแม่หอบในสกุล Thalassina ตาม WoRMS (2020) ดังนี้ 1 cm. 1 cm. Kingdom Animalia Phylum Arthropoda Subphylum Crustacea Superclass Multicrustacea Class Malacostraca Subclass Eumalacostraca Superorder Eucarida Order Decapoda Suborder Pleocyemata Infraorder Gebiidea Family Thalassinidae Genus Thalassina Species Thalassina anomala Thalassina krempfi Thalassina spinosa Thalassina squamifera
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 24 ลกัษณะท่วัไปของแม่หอบในสกลุ Thalassina รูปร่างคล้ายกุ้งผสมกับปู ร่างกายแบ่งเป็นข้อปล้องชัดเจน ตามี ขนาดเล็ก เป็นตาประกอบตั้งอยู่บนก้านตา จะงอยหัว (rostrum) เรียบหรือ อาจมีตุ่ม มีหนวดคู่สั้น (antennule) จ านวน 1 คู่ และหนวดคู่ยาว (antenna) จ านวน 1 คู่ ส่วนหัวเชื่อมกับส่วนอกเรียกว่า cephalothorax ซึ่งมีกระดอง หรือเปลือกคลุมหัว (carapace) หุ้มรวมสองส่วนนี้เข้าด้วยกันจนดูเหมือน เป็นส่วนเดียวกัน กระดองเป็นรูปทรงกระบอก อาจมีปุ่ มหรือหนามแหลม (spine) ขนาดต่าง ๆ กัน กระจายอยู่ทั่วไปตามบริเวณด้านข้างของกระดอง ทั้งสองข้าง ส่วนหลังตอนบนของกระดองมีร่องโค้ง (cervical groove) เห็นได้ ชัดเจน ส่วนยื่นตรงกลางด้านท้ายสุดของกระดอง (dorsomedian process of carapace) มีขนาดเล็ก ลักษณะเรียวแหลมหรืออาจทู่ ส่วนท้องของกระดองมี ขนาดใหญ่ ความยาวของกระดองประมาณ 25-40 % ของความยาวล าตัว แม่หอบมีขาเดิน (pereiopod) จ านวน 5 คู่ ขาเดินคู่แรกมีขนาดใหญ่คล้าย ก้ามปู เรียกว่า chelate ขนาดทั้งสองข้างอาจจะเท่าหรือไม่เท่ากัน โดยก้าม ซ้ายอาจจะใหญ่กว่าก้ามขวาหรือก้ามขวาอาจจะใหญ่กว่าก็ได้ ลักษณะของ ก้ามทั้งสอง 2 ข้าง อาจจะคล้ายหรือแตกต่างกัน ปกติก้ามข้างใหญ่ของเพศผู้ จะใหญ่กว่าของเพศเมีย ขอบด้านในตอนบนของก้ามใหญ่จะเป็นสันหยัก เรียงทอดไปตามแนวยาว ขาเดินคู่ที่สองมีลักษณะเป็นก้ามเล็ก (subchelate) ส่วนท้อง (abdomen) มีขนาดเล็กและยาวเรียวแบ่งเป็นปล้อง (somite) จ านวน 6 ปล้อง ขาว่ายน ้า (pleopod) มีทั้งหมด 5 คู่ อยู่บริเวณด้านล่างส่วน ท้องตรงบริเวณปล้องที่ 1-5 และมีหางแหลม (telson) อยู่ตอนท้ายสุดถัดมา จากปล้องของส่วนท้อง แผ่นหาง (uropod) มี 2 คู่ ลักษณะเป็นก้านเรียว ไม่เป็นแผ่น ล าตัวมีสีแดงอ่อนจนถึงเข้มอมน ้าตาล
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 25 ลักษณะทั่วไปของแม่หอบในสกุล Thalassina : A) ภาพด้านข้าง, B) ภาพด้านหลัง และ C) ภาพด้านท้อง
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 26 การจดัจา แนกชนดิแม่หอบในสกลุ Thalassina ทสี่า รวจพบ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ก า ร ศ ึก ษ า นี ้พ บ แ ม่ห อ บ ใ น ส กุล Thalassina ทั้งสิ้นจ านวน 4 ชนิด คือ T. anomala, T. krempfi, T. spinosa และ T. squamifera โดยแม่หอบละชนิดมีลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่ สามารถแยกออกจากกันได้ตาม Moh and Chong (2009), Ngoc-Ho and Saint Laurent (2009)และ Sakai and Turkay (2012) ดังนี้ T. anomala เป็นแม่หอบชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนของกระดองจะ มีตุ่มหรือหนามพัฒนาปานกลางขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป บริเวณขอบของร่องโค้งบน กระดองไม่มีหนาม ส่วนยื่นตรงกลางด้านท้ายของกระดองมีลักษณะแหลมยาว พัฒนาดีและยื่นออกไปทางด้านหลังของกระดอง มีซี่ฟันตรงขอบในด้านบนของ ก้ามใหญ่ จ านวน 11-21อัน T. krempfi เป็นแม่หอบชนิดที่มีขนาดเล็ก ส่วนของกระดองจะเรียบ บริเวณขอบของร่องโค้งบนกระดองไม่มีหนาม ส่วนยื่นตรงกลางด้านท้ายของ กระดองมีลักษณะแหลมยาวพัฒนาดีและยื่นออกไปทางด้านหลังของกระดอง มีซี่ฟันตรงขอบในด้านบนของก้ามใหญ่ จ านวน 11-21อัน T. spinosa พบว่ามีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับ T. anomalaแต่ส่วนของ กระดองจะมีตุ่มหรือหนามซึ่งพัฒนาดีขึ้นอยู่กระจัดกระจายเห็นได้ชัดเจน บริเวณขอบของร่องโค้งบนกระดองมีหนามแหลมเห็นได้ชัดเจน ส่วนยื่นตรง กลางด้านท้ายของกระดองมีลักษณะทู่เป็นตุ่มยื่นออกไปทางด้านหลัง มีซี่ฟัน ตรงขอบในด้านบนของก้ามใหญ่ จ านวน 12-19อัน T. squamifera ส่วนของกระดองมีตุ่มขึ้นกระจายทั่วไป บริเวณขอบ ร่องโค้งบนกระดอง ไม่มีหนามหรือตุ่ม ส่วนยื่นตรงกลางด้านท้ายของกระดอง
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 27 มีลักษณะทู่เป็นตุ่มยื่นออกไปทางด้านหลัง มีซี่ฟันตรงขอบในด้านบนของก้าม ใหญ่ จ านวน 7-12อัน ลักษณะทั่วไปของแม่หอบในสกุล Thalassina ที่ส ารวจพบ T. anomala T. krempfi 1 cm. 1 cm.
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 28 ลักษณะทั่วไปของแม่หอบในสกุล Thalassina ที่ส ารวจพบ (ต่อ) T. spinosa T. squamifera 1 cm. 1 cm.
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 29 T. anomala 5 mm. T. krempfi T. spinosa T. squamifera 5 mm. 5 mm. 5 mm. ตุ่มหรือหนามที่พบอยู่บริเวณกระดอง (ลูกศรสีแดง) หนามบริเวณขอบร่องโค้ง บนกระดอง (ลูกศรสีแดง) และส่วนยื่นตรงกลางด้านท้ายของกระดอง ของแม่หอบแต่ละชนิด (ลูกศรสีน ้าเงิน)
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 30 ซี่ฟันตรงขอบในด้านบนของก้ามใหญ่ (ลูกศรสีแดง) ของแม่หอบแต่ละชนิด ความแตกต่างระหว่างเพศ: แม่หอบเพศผู้ จะมีอวัยวะที่ช่วยในการ สืบพันธุ์ลักษณะเรียวแหลมอยู่ตรงบริเวณโคนขาเดินคู่ที่ 5 เรียกว่า petasma ส่วนแม่หอบเพศเมีย จะมีรูเปิดอวัยวะเพศที่เรียกว่า female pore อยู่ตรงบริเวณ โคนขาเดินคู่ที่ 3 นอกจากนี้ ส่วนท้องด้านข้างของเพศเมียจะมีขนาดค่อนข้าง กว้างกว่าเพศผู้ทั้งนี้เพื่อใช้ในการอุ้มไข่ T. anomala T. krempfi T. spinosa T. squamifera 1 cm. 1 cm. 1 cm. 1 cm.
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 31 ภาพด้านท้องแสดงความแตกต่างระหว่างเพศของแม่หอบในสกุล Thalassina: A) แม่หอบเพศผู้และ B) แม่หอบเพศเมีย A B
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 32 ในระหว่างการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้วิจัยพบแม่หอบชนิด T. spinosa เพศเมีย จ านวน 1 ตัวอย่าง (แปลงศึกษาที่ 2รังที่ 2C) มีการอุ้มไข่ซึ่งยึดเกาะอยู่ รวมกันเป็นจ านวนมากอยู่บริเวณส่วนท้อง ไข่เหล่านี้จะยึดเกาะอยู่กับขาว่ายน ้า คู่ที่ 2-5 เม็ดไข่มีลักษณะกลม ขนาดเล็ก และมีสีน ้าตาล จึงได้น าไข่ไปส่อง ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พบว่าเป็ นไข่แก่ที่ใกล้จะฟั กออกเป็ นตัวอ่อน (Prehatching embryo) ซึ่งสามารถมองเห็นโครงสร้างตัวอ่อนภายในไข่มีดวงตา สีด าชัดเจน หลังจากนั้นได้น าแม่หอบดังกล่าวมาเลี้ยงไว้ในตู้กระจกที่เตรียมและ จ าลองแหล่งที่อยู่อาศัยของแม่หอบเอาไว้ เมื่อเวลาผ่านไป 9 วัน ตัวอ่อนจึงฟัก ออกมาจากไข่จึงได้ท าการย้ายตัวอ่อนมาอนุบาลไว้ในตู้กระจกใหม่ พร้อมทั้งใส่ ลักษณะของไข่ (A) โครงสร้างภายในของไข่แก่ก่อนที่จะฟักเป็นตัวอ่อน (B) และตัวอ่อนของแม่หอบในระย Zoea (C) A B C
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 33 น ้าทะเลประมาณ 1ใน 3 ของตู้กระจก ความเค็ม 30 ppt โดยไม่ใส่ดินโคลนและ ไม่มีการเติมอากาศ เมื่อน าตัวอ่อนไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่าตัวอ่อนแรก ฟักอยู่ในระยะ Zoea มีรูปร่างคล้ายกุ้ง ด้านหลังส่วนท้ายของปล้องท้องแต่ละ ปล้องมีหนามยื่นแหลมออกไปปล้องละ 1 อัน ส่วนของจะงอยหัว ขาเดิน หนวดคู่ที่ 1 และ 2 เห็นได้ชัดเจน ขากรรไกรมีลักษณะคล้ายรูปเคียว ส่วนของ หางแบนและมีขนาดใหญ่ (Pohle and Santana, 2014) อาหารและการกินอาหารของแม่หอบ ทางเดินอาหารของแม่หอบแบ่งออกเป็ น 2 ตอนใหญ่ ๆ ได้แก่ กระเพาะอาหารและล าไส้ กระเพาะอาหารของแม่หอบมีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ ด้านหลังของปากตอนกลางของกระดอง ส่วนล าไส้ของแม่หอบมีขนาดใหญ่มาก เมื่อเทียบกับ Decapod อื่น ๆ ล าไส้อยู่ต่อจากกระเพาะอาหารทอดยาวไปทาง ล าตัว และมีช่องเปิดของรูก้นอยู่ที่ปลายด้านล่างของหางแหลม (ปรียะวุฒิ, 2530) จากการศึกษาปริมาณอาหารในกระเพาะอาหารของแม่หอบ (T. spinosa)จ านวน 5 ตัวอย่าง พบว่า แม่หอบทุกตัวอย่างมีปริมาณอาหารอยู่ เต็มกระเพาะอาหาร (ระดับ 4) ภายในกระเพาะอาหารประกอบด้วยอนุภาคของ ดินเลนสีด ากระจัดกระจายอยู่ทั่วไปร้อยละ 55-80 และมีเนื้อเยื่อพืชสีน ้าตาล (ไม่สามารถจัดจ าแนกชนิดได้) ปะปนร่วมอยู่ด้วยประมาณร้อยละ 20-45 ของ ปริมาณอาหารในกระเพาะทั้งหมด การศึกษานี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า แม่หอบ กินสารอินทรีย์ในโคลนเลนและเนื้อเยื่อของรากพืชซึ่งมีลักษณะอ่อนนุ่ม เป็นอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ ปรียะวุฒิ(2530),Johnson (1961), Sankolli (1963) และ Ng and Kang (1988)
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 34 ลักษณะของเนื้อเยื่อพืชที่พบในกระเพาะอาหารของแม่หอบ
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 35 ตารางแสดงปริมาณและองค์ประกอบของอาหารที่พบในกระเพาะอาหาร ของแม่หอบที่ท าการศึกษา แม่หอบตัวที่ ระดับอาหารใน กระเพาะตาม องค์ประกอบของอาหารตามวิธีของ อนัญญา (2557) Lipinski and Linkowski (1988) ดินโคลน เนื้อเยื่อพืช 1 4 60 40 2 4 70 30 3 4 55 45 4 4 80 20 5 4 55 45 ค่าเฉลี่ย 4 64 36 หมายเหตุ : ระดับอาหารในกระเพาะตาม Lipinski and Linkowski (1988); ระดับ 0 คือ ไม่พบอาหารในกระเพาะ, ระดับ 1 คือ พบอาหารใน กระเพาะอาหารเพียงเล็กน้อย, ระดับ 2 คือ พบอาหารในกระเพาะอาหารน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของกระเพาะอาหาร, ระดับ 3 คือ พบอาหารในกระเพาะมากกว่า ครึ่งหนึ่งของกระเพาะอาหาร และ ระดับ 4 คือ พบอาหารเต็มกระเพาะอาหาร
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 36 พฤติกรรมการเคลื่อนทีและ่การขุดรูสร้างจอมหอบ การศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของแม่หอบ (T. spinosa) ในตู้กระจก ทดลอง จ านวนทั้งสิ้น 6 ตัวอย่าง พบว่า แม่หอบมีขาเดินที่ถูกปรับให้มีความ เหมาะสมที่จะคืบคลานไปตามความยาวของรูแคบ ๆ ภายในจอมหอบที่มัน สร้างขึ้นมาได้ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณรอยต่อของ cephalothorax กับ ส่วนท้อง รวมทั้งรอยต่อของข้อปล้องต่าง ๆ ของส่วนท้องเกาะกันอย่างหลวม ๆ จึงท าให้ แม่หอบสามารถเอี้ยวตัวไปมาด้านซ้ายและขวาเป็นอย่างดีอีกทั้งยังสามารถโค้ง งอส่วนของท้องเข้าใต้อกได้ด้วยเช่นกัน แม่หอบจึงสามารถปรับตัวอยู่ในรูที่มี ความแคบและคดเคี้ยวไปมาได้เป็นอย่างดี(ปรียะวุฒิ, 2530; Sankolli ,1963) คณะผู้วิจัยได้ทดลองน าแม่หอบมาวางลงบนพื้นปูนเพื่อสังเกต พฤติกรรมการเดิน พบว่าแม่หอบจะเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ โดยใช้ขาเดินคู่ที่ 3-5 ในการเดินเป็นหลัก ส่วนขาเดินคู่ที่ 1-2 ซึ่งมีลักษณะเป็นก้ามจะช่วยในการ เดินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยในระหว่างการเดินแม่หอบมักจะยกขาเดินคู่ที่ 1 ขึ้นอยู่เสมอ ทั้งนี้อาจเป็นการแสดงการป้องกันตนเองจากศัตรู นอกจากนี้ยัง พบว่า แม่หอบสามารถเคลื่อนที่ถอยหลังได้ด้วย แม่หอบที่เลี้ยงในตู้กระจกทดลอง สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ และจะตายลงในที่สุด ซึ่งคาดว่าแม่หอบอาจเกิดความเครียดและ ไม่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมภายในตู้ทดลองซึ่งไม่เหมาะสมต่อการ ด ารงชีวิตอีกต่อไป โดยก่อนตายแม่หอบทุกตัวจะมีอาการอ่อนแอ สังเกตได้จาก การที่แม่หอบจะนอนนิ่งอยู่กับที่ไม่ค่อยเคลื่อนตัวไปไหน ในระยะแรกของ การศึกษาได้น าแม่หอบที่จับได้จากพื้นที่ศึกษามาเลี้ยงรวมกันในตู้ทดลอง มากกว่า 1 ตัวอย่าง พบว่า เมื่อพวกมันพบกันก็จะต่อสู้กันทันทีไม่ว่าจะเลี้ยงรวม
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 37 หรือแยกเพศกันก็ตาม ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมก้าวร้าว (Dubey et al., 2012) และการปกป้องอาณาเขตของสัตว์กลุ่มนี้(Moh and Chong, 2009) การศึกษาพฤติกรรมการขุดรูและสร้างจอมหอบในตู้กระจกทดลอง พบว่า แม่หอบจะใช้ขาเดินสองคู่แรกซึ่งมีลักษณะเป็นก้ามในการขุดรูและขน ย้ายดิน โดยจะเอาส่วนหัวมุดลงไปในดิน แล้วใช้ขาเดินคู่ที่ 1 ซึ่งเป็นก้ามใหญ่ และแข็งแรงในการขุดและเก็บดินไว้ระหว่างก้ามทั้งสองข้างไว้ในขณะท าการขน ดิน จากการสังเกตพบว่า ความสามารถในการรับน ้าหนักของมูลดินในระหว่างที่ ขนย้ายดินออกจากรูของแม่หอบแต่ละตัวจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความ แข็งแรงและขนาดก้ามของแม่หอบแต่ละตัว ส าหรับขาเดินคู่ที่ 2 ซึ่งมีลักษณะ เป็นก้ามที่มีขนาดเล็กกว่า มีปลายก้ามแหลมโค้งงอและมีหนามคล้ายฟัน จะท า หน้าที่ช่วยในการโอบประคองดินร่วมกับขาเดินคู่ที่ 1 เมื่อแม่หอบขุดดินได้แล้ว จะใช้ขาเดินคู่ที่ 3-5 ในการเดินถอยหลังออกมายังปากรู เมื่อถึงปากรู ขาเดิน คู่ที่ 3จะดันดินออกไปพร้อมกับขาเดินคู่ที่ 2เพื่อเคลื่อนดันดินไปข้างหน้า จากนั้นก้ามใหญ่จะท าหน้าที่รับดินออกไปวางไว้ทางด้านหน้าและใช้นิ้วแหลม ของก้ามดันดินออกไปให้พ้นปากรู แล้วจึงเดินกลับลงรูไป แม่หอบจะขุดดินมา วางไว้ที่ปากรูเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอน ้าในตู้ทดลองและจะพยายามขุดดินใกล้ ๆ น ้าเพื่อสร้างเป็นแอ่งส าหรับใช้ในการพักตัว เรียกว่า “แอ่งพัก” โดยสามารถพบ แอ่งนี้ได้ในจอมหอบตามธรรมชาติที่ท าการศึกษาด้วยเช่นกัน จากการสังเกตพฤติกรรมการขุดรูขนดินของแม่หอบจากจอมหอบใน ธรรมชาติโดยตรง พบว่า แม่หอบที่มีการสร้างจอมหอบจนกระทั่งมีแอ่งพัก ภายในจอมหอบแล้ว จะท าการขนดินขึ้นมายังปากรูโดยการใช้อวัยวะต่าง ๆ เช่นเดียวกับแม่หอบที่เลี้ยงในตู้กระจกทดลอง แต่การเดินน าดินมายังปากรูจะ เป็นการเดินไปข้างหน้าเพื่อวางดินที่ขุดไปไว้บริเวณปากรูแล้วจึงเดินถอยหลังลง
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 38 ไปในรูเพื่อขุดดินใหม่ พฤติกรรมการเดินถอยหลังเพื่อขนดินมาไว้บนปากรูที่พบ ในตู้กระจกทดลองอาจเป็นพฤติกรรมการขุดรูสร้างจอมหอบในช่วงแรกของ แม่หอบเท่านั้น เมื่อแม่หอบสามารถขุดรูจนมีความกว้างเพียงพอและสามารถ สร้างแอ่งพักได้แล้ว การน าดินที่ขุดขึ้นมาจะท าโดยการเดินไปข้างหน้าแทนที่จะ เป็นการเดินถอยหลังเหมือนกับการขุดรูในช่วงแรก เมื่อใกล้สิ้นสุดการขุดดินในแต่ละครั้ง แม่หอบจะน าดินที่ขุดได้มาวาง เพื่อปิดปากรูเอาไว้ซึ่งการปิดรูนี้คาดว่าเป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์ชนิดอื่น ๆ เข้า ไปรบกวนขณะอาศัยอยู่ในแอ่งพัก ส าหรับดินที่แม่หอบขนมาไว้บนปากรูจะเพิ่ม จ านวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเนินจอมหอบรูปทรงกรวยขนาดเล็กใหญ่ แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับจ านวนครั้งที่แม่หอบขนดินขึ้นมา แม่หอบจะใช้ขาเดินสองคู่แรกในการขุดรูและขนย้ายดิน โดยจะเอา ส่วนหัวมุดลงไปในดิน ขาเดินคู่ที่ 1 ใช้ในการขุดและโอบเก็บดินไว้ ขาเดินคู่ที่ 2 ช่วยในการโอบ ประคองดิน จากนั้นแม่หอบจะเดินถอยหลังเพื่อน าดินขึ้นมาจากรู ขาเดินคู่ที่ 2 และ 3 จะดันดินออกไปข้างหน้า ก้ามใหญ่จะรับดินออกไป เมื่อแม่หอบขนดินขึ้นมาไว้ปากรูแล้วจะลงกลับไปขุดดินขึ้นมาใหม่อีกครั้ง วางไว้ทางด้านหน้าและใช้นิ้วแหลมของก้ามดันดินออกไปให้พ้นปากรู (ขาเดินคู่ที่ 2 ถูกบังไว้โดยขาเดินคู่ที่ 1 หรือก้ามใหญ่) ขาเดินคู่ที่ 1 ขาเดินคู่ที่ 3 ขาเดินคู่ที่ 4 ขาเดินคู่ที่ 5 ขาเดินคู่ที่ 2 พฤติกรรมการขุดรูสร้างจอมหอบของแม่หอบที่เลี้ยงในตู้ทดลอง รับชมวีดีโอเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=7D6hEve8vM8
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 39 แม่หอบเป็นสัตว์ที่มีกิจกรรมในช่วงตอนกลางคืน (nocturnal) หรือ ช่วงเวลาพลบค ่า การขุดรูและน าดินขึ้นมาไว้บนดินจึงพบมากในช่วงเวลาตอน กลางคืน แม่หอบจะกินสารอินทรีย์ในขณะอยู่ในโพรงดิน โดยจะกินสารอินทรีย์ ที่อยู่ในดินที่ขุดมาเป็นอาหาร (Dubey et al, 2012; Nur-Nadiah et al., 2019) อย่างไรก็ตามคณะนักวิจัยพบว่าบางครั้งในช่วงเวลากลางวันสามารถ พบแม่หอบเดินอยู่บริเวณพื้นดินในป่ าชายเลนด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่าขณะอาศัย อยู่ภายในรูในช่วงเวลาดังกล่าว แม่หอบอาจถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ (ในขณะที่มีการขุดบ่อกุ้งในจังหวัดพังงา พบแม่หอบออกมาจากรูและเดิน ออกมาจากรู [จักรพันธ์ จันทร์เกษร, ข้อมูลติดต่อส่วนตัว]) การรบกวนจาก สิ่งมีชีวิตอื่น เช่น การถูกล่ากินเป็นอาหารโดยงูกินเปี้ยว (Fordonia leucobalia) (Gow, 1989; Shine, 1991; Voris and Murphy, 2002) หรือปัจจัยสิ่งแวดล้อม ภายในรูที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เช่น การไหลบ่าของน ้าจืดที่มาผสมกับ น ้าทะเลในป่ าชายเลนในช่วงฤดูฝน ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความเค็ม อย่างรวดเร็ว (Bedi and Primavera, 2018) งูกินเปี้ยว (Fordonia leucobalia) ภาพโดย Scott Tragese
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 40 แม่หอบจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในรูที่แคบยาว ดังนั้น จึงมีการปรับตัว ให้เหมาะกับการอาศัยอยู่แต่ภายในรู การที่แม่หอบอยู่ในรูที่มืดและมีกิจกรรม ตอนกลางคืน ท าให้ตาของมันไม่ค่อยได้ใช้งานมากนักจึงลดรูปเล็กลง เพื่อความ เหมาะสมในการด ารงชีวิตอยู่ในรู รูภายในจอมหอบเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่สืบพันธุ์ และกินอาหาร (Johnson, 1961; Griffis and Suchanek, 1991) เหงือกของแม่ หอบมีลักษณะพิเศษซึ่งประกอบด้วยแขนงรูปทรงกระบอกและมีการปรับ บางส่วนให้มีลักษณะเป็นแผ่นแบน รูปร่างคล้ายใบไม้ เป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวใน การแลกเปลี่ยนก๊าซในช่องเหงือก นอกจากนี้ แผ่นปิดเหงือกของแม่หอบยัง สามารถขยับเข้าออกทางด้านข้างได้ ท าให้น ้าไหลผ่านเข้าออกช่องเหงือกได้ อย่างรวดเร็วมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของแม่หอบให้ สามารถอยู่ในน ้าที่ออกซิเจนต ่าได้ (ปรียะวุฒิ, 2530; Batang and Suzuki, 1999) โครงสร้างของจอมหอบ จากการศึกษาโครงสร้างของจอมหอบจ านวน 36 รัง พบว่า จอมหอบมี ลักษณะโดยทั่วไป เป็นเนินดินรูปทรงกรวยต ่าจนถึงสูงแตกต่างกันออกไป ลักษณะคล้ายกับจอมปลวก ซึ่งเกิดขึ้นจากการขุดรูตามพื้นดินของแม่หอบใน บริเวณป่ าชายเลนคลองก าพวนที่ดินมีลักษณะอ่อนนุ่มจนถึงค่อนข้างแข็งและมี ทรายปะปน โดยแม่หอบจะน าดินที่ขุดขึ้นมาทับถมบริเวณปากรูจนกลายเป็น เนินสูง ซึ่งมักเห็นเป็นกองดินใหม่ ๆ เป็นโคลนเปียกในตอนเช้า ฐานจอมหอบมี ลักษณะเป็นรูปทรงกลมหรือรีและมีขนาดแตกต่างกันออกไปในแต่ละรังขึ้นอยู่ กับระยะเวลาในการขุดดินของแม่หอบ และการพัดพาของดินตะกอนจากจอม หอบออกไปในช่วงเวลาน ้าขึ้น
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 41 ฐานของจอมหอบทั้งหมดที่ส ารวจพบในครั้งนี้มีความกว้างตั้งแต่ 5.0- 280.0 ซม.(เฉลี่ย 66.8+59.2ซม.) ความยาวตั้งแต่ 7.0-340.0 ซม.(เฉลี่ย 88.0+82.2ซม.)และมีความสูงตั้งแต่ 3.0-40.0ซม.(เฉลี่ย 19.4+10.9ซม.)จาก ระดับพื้นดิน ลักษณะทั่วไปของจอมหอบที่ส ารวจพบในการศึกษานี้ โดยความกว้าง ความยาว และความสูงของจอมหอบของแม่หอบชนิด T. anomala มีค่าตั้งแต่ 50.0-160.0ซม. (เฉลี่ย 78.4+38.4 ซม.), 62.0-340.0 ซม. (เฉลี่ย 122.5+97.1ซม.)และ 7.0-37.0 ซม.(เฉลี่ย 21.5+10.6ซม.) ตามล าดับ ในขณะที่ความกว้าง ความยาว และความสูงของจอมหอบของแม่ หอบชนิด T. spinosa มีค่าตั้งแต่ 5.0-280.0ซม.(เฉลี่ย 63.5+64.7ซม.), 7.0-340.0ซม. (เฉลี่ย 78.8+78.5ซม.)และ 3.0-40.0 ซม.(เฉลี่ย 19.4+10.9 ซม.) ตามล าดับ
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 42 คณะนักวิจัยพบว่า ในพื้นที่ในป่ าชายเลนคลองก าพวนบริเวณอื่น ๆ เช่น บริเวณป่ าชายเลนตรงท่าเทียบเรือสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดา มัน ยังสามารถพบจอมหอบขนาดใหญ่ซึ่งมีความกว้างและความยาวมากกว่า 2 เมตร และมีความสูงมากกว่า 1 เมตร อยู่เป็นจ านวนมาก ซึ่งมักเป็นบริเวณ ที่ดินแห้งและน ้าทะเลท่วมไม่ถึง บริเวณรอบ ๆ จอมหอบมักจะพบแอ่งน ้าที่เกิดจากการกัดเซาะของดินที่ แม่หอบขุดขึ้นมาสร้างรัง พบพันธุ์ไม้ในป่ าชายเลน และสามารถพบสัตว์หน้าดิน ขนาดใหญ่ชนิดต่าง ๆ อาศัยอยู่ทั้งในบริเวณโดยรอบหรือบางชนิดอาจพบอาศัย อยู่ภายในดินของจอมหอบโดยตรง สภาพแวดล้อมทั่วไปโดยรอบจอมหอบที่ท าการศึกษา
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 43 จอมหอบขนาดใหญ่ (ลูกศรสีแดง) ที่พบบริเวณท่าเทียบเรือสถานีวิจัย เพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันภายในป่ าชายเลนคลองก าพวน จากการศึกษานี้พบว่า รูเปิดเข้าออกบนจอมหอบ มีจ านวนตั้งแต่ 1-3รู ปากรูบนจอมหอบจะเปิดออกเมื่อแม่หอบขนดินขึ้นมาวางบนปากรูในครั้งแรก ปากรูบนจอมหอบที่พบในการศึกษานี้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 1.5-5.1 ซม.(เฉลี่ย 3.5+0.9ซม.) โดยปากรูบนจอมหอบของแม่หอบชนิด T. anomala
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 44 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 2.8-5.1(เฉลี่ย 4.1+0.7 ซม.) ในขณะที่ปากรูบน จอมหอบของแม่หอบชนิด T. spinosa มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่1.5-4.6 ซม. (เฉลี่ย 3.3+0.9ซม.) รูบางรูจะเป็นแนวยาวมีทางเชื่อมต่อกับจอมหอบอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง รูซึ่งลึกลงไปจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 10–30 ซม.(หรืออาจ ลึกมากจนถึงระดับ 1.0-1.5 เมตร [ข้อมูลจากการศึกษาขั้นต้นในพื้นที่ป่ าชาย เลนคลองก าพวนในปี พศ. 2557 โดยผู้วิจัยคนที่ 2]) มักจะมีทางแยกออกเป็น แขนงคล้ายรูปตัว Y หรือโค้งคล้ายรูปตัว U หรืออาจเป็นแนวตรงคล้ายรูปตัว I และมีแอ่งพักซึ่งมีน ้าขังอยู่และเป็นที่พักตัวของแม่หอบ เรียกว่า “แอ่งพัก” (บาง แขนงจะตัน) ลักษณะของรู (ลูกศรสีแดง) ที่พบบริเวณจอมหอบ : A) ปากรู, B) รูใน จอมหอบ, C) รูซึ่งมีลักษณะเป็นแนวยาวที่แม่หอบขุดลงไปด้านล่างของ พื้นดิน และ D) แอ่งพัก (ลูกศรสีน ้าเงิน) ซึ่งมีน ้าและเป็นที่อยู่ของแม่หอบ
ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 45 แบบจ าลองลักษณะโครงสร้างรังภายนอกและภายในของแม่หอบ ในป่ าชายเลนคลองก าพวน ความสูง (เมตร) ปากรู รูตามแนวยาว ระดับพืน้ดิน แอ่งพัก 1.0 0.5 -0.5 -1.0 0 ที่มา : สหัส (2561)