The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ณัฐภัทร โหงวเกิด, สหัส ราชเมืองขวาง
ห้องปฏิบัติการวิจัยด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำชายฝั่ง
สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.๒๕๖๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่าชายเลนคลองกำพวน จังหวัดระนอง

ณัฐภัทร โหงวเกิด, สหัส ราชเมืองขวาง
ห้องปฏิบัติการวิจัยด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำชายฝั่ง
สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.๒๕๖๓

ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 46 จากการศึกษานี้พบว่าขนาดของปากรูของแม่หอบชนิด T. anomala ไม่มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับขนาดความยาวของกระดอง (r² = 0.308) ในขณะที่ขนาดของปากรูของแม่หอบชนิด T. spinosa มี แนวโน้มความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับขนาดความยาวของกระดอง (r² = 0.652) กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของปากรูที่พบบริเวณจอม หอบกับความยาวทั้งหมดของล าตัวของแม่หอบที่ส ารวจพบ (แสดงเฉพาะแม่ หอบชนิด T. anomala และ T. spinosa) ขนาดอนุภาคดินตะกอนทีพ่บบริเวณจอมหอบ จากการศึกษาขนาดอนุภาคดินตะกอนของจอมหอบจ านวน 36 รังใน แปลงศึกษา 4 แปลง พบว่าค่าเฉลี่ยของขนาดอนุภาคดินตะกอนในแปลงที่ 1 อนุภาคตะกอนส่วนใหญ่เป็นทรายขนาดกลาง (medium sand) มากถึง 53% 1 2 3 4 5 2 3 4 5 6 30 ขนาดความยาวล าตัว (ซม.) เส้นผ่าศูนย์กลางของปากรู (ซม.) r² = 0.308 r² = 0.652 = T. anomala (n=8) = T. spinosa (n=30)


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 47 รองลงมาจะเป็นทรายละเอียด (fine sand) 27 % ทรายหยาบ (coarse sand) 11 % ทรายละเอียดมาก (very fine sand)6 % กรวดขนาดเล็ก (granules) 2% และทรายหยาบมาก (very coarse sand) 1 % ค่าเฉลี่ยของขนาดอนุภาคดินตะกอนในแปลงที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นทราย ละเอียด 44 % รองลงมาเป็นทรายขนาดกลาง 27% ทรายละเอียดมาก 15% ทรายหยาบ 6 % กรวดขนาดเล็ก 6 % และทรายหยาบมาก 1 % ค่าเฉลี่ยของขนาดอนุภาคดินตะกอนในแปลงที่ 3 ส่วนใหญ่เป็นทราย ละเอียด 44 % รองลงมาเป็นทรายละเอียดมาก 22 % ทรายขนาดกลาง 16 % ทรายหยาบ 9 % กรวดขนาดเล็ก 5 % และทรายหยาบมาก 4% ค่าเฉลี่ยของขนาดอนุภาคดินตะกอนในแปลงที่ 4 ส่วนใหญ่เป็นทราย ละเอียด 37 % รองลงมาเป็นทรายขนาดกลาง 26 % ทรายละเอียดมาก 23 % ทรายหยาบ 6 % กรวดขนาดเล็ก 6 % และทรายหยาบมาก 2 % ในแปลงที่ 4 นี้ มีทรายละเอียดในสัดส่วนสูงสุดคล้ายกับแปลงที่ 2 และ 3


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 48 ค่าเฉลี่ยขนาดอนุภาคดินตะกอนบริเวณจอมหอบในแต่ละแปลงที่ท าการศึกษา = ทรายละเอียดมาก = ทรายละเอียด = ทรายขนาดกลาง = ทรายหยาบ = ทรายหยาบมาก = กรวดขนาดเล็ก (ตัวเลขภายในกราฟแท่งแสดงสัดส่วนเปอร์เซนของอนุภาคดินตะกอน)


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 49 ค่าเฉลี่ยของอนุภาคดินตะกอนขนาดต่าง ๆ จากแปลงศึกษาทั้ง 4 แปลง พบว่า มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นดินทรายละเอียด 38 % รองลงมา เป็นทรายขนาดกลาง 31 % ทรายละเอียดมาก 17 % ทรายหยาบ 8 % กรวด ขนาดเล็ก 5 % และมีทรายหยาบมากในปริมาณที่น้อยที่สุด 2 % (สัดส่วน ทั้งหมด 100 % ไม่คิดรวมตะกอนดินโคลนปนเลนที่มีอนุภาคน้อยกว่า 63 ไมครอน ซึ่งมีประมาณ 1-3 % ของอนุภาคดินตะกอนทั้งหมดและหลุดรอดไป กับน ้าระหว่างท าการศึกษา) ดินตะกอนทรายเหล่านี้เป็นองค์ประกอบหลักของรังแม่หอบที่ศึกษา ซึ่ง มีปริมาณมากกว่าตะกอนดินโคลนปนเลนที่พบได้ทั่วไปในป่ าชายเลนของ จังหวัดระนอง (เนาวรัตน์, 2527) ทั้งนี้เนื่องจากแปลงที่ท าการศึกษาอยู่ใกล้กับ บริเวณปากแม่น ้า (ปากคลองก าพวน) ในช่วงเวลาน ้าขึ้นน ้าทะเลจากชายฝั่ง ทะเลอันดามัน (หาดประพาส) จะไหลเข้ามาหนุนในคลองก าพวนโดยมี กระแสน ้าค่อนข้างแรง จึงได้พัดพาตะกอนทรายจากชายฝั่งทะเลเข้ามาด้วยและ ดินทรายเป็นองค์ประกอบดินหลักที่พบในจอมหอบบริเวณป่าชายเลนคลองก าพวน


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 50 ตกตะกอนในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ในปี พ.ศ 2547 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ธรณีพิบัติ ภัยสึนามิ คลื่นสึนามิได้พัดพาดินตะกอนทรายจากทะเลเข้ามาทับถมในป่ าชาย เลนคลองก าพวนเป็นจ านวนมาก ท าให้ดินเลนเดิมเกิดการทับถมของตะกอน ทรายมากขึ้น (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2550) จอมหอบทั้งหมดที่พบในป่ าชายเลนคลองก าพวนในครั้งนี้จะมีดินเลน ปะปนอยู่ในจอมหอบบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ดินทรายซึ่งเป็น องค์ประกอบหลักของจอมหอบสามารถเกาะกันเป็นก้อนได้ องค์ประกอบของ ดินเช่นนี้เหมาะแก่การขุดรูสร้างจอมหอบของแม่หอบ จึงสามารถพบจอมหอบ ในบริเวณป่ าชายเลนคลองก าพวนได้ทั่วไปและอาจพบมากในบางพื้นที่ ตะกอนทรายที่ทับถมบริเวณปากคลองก าพวนซึ่งจะถูกพัดพาเข้ามาภายใน คลองก าพวนในช่วงเวลาน ้าขึ้น


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 51 ความเค็มของน ้าในแอ่งพักภายในจอมหอบ ความเค็มของน ้าในแอ่งพักภายในจอมหอบ พบว่ามีค่าต ่าสุดในแอ่ง พักของจอมหอบรังที่ 3 ของแปลงศึกษาที่ 4 ในช่วงฤดูมรสุม โดยมีค่าความเค็ม เพียง 5 ppt และมีค่าสูงสุดในแอ่งพักแม่หอบรังที่ 5 และ 6 ของแปลงศึกษาที่ 2 ในช่วงหลังมรสุม โดยมีค่าความเค็มสูงถึง 40 ppt ตารางแสดงค่าความเค็มของน ้าที่พบในแอ่งพักแม่หอบ ฤดูเก็บ ตัวอย่าง รังที่ ความเค็ม (ppt) ค่าเฉลี่ย แต่ละฤดู แปลงที่ 1 แปลงที่ 2 แปลงที่ 3 แปลงที่ 4 (ppt) 1 11 7 15 14 12 ฤดูมรสุม 2 16 10 11 9 ก.ค.-60 3 12 19 9 5 ค่าเฉลี่ย 13 12 12 9 4 15 31 35 38 31 หลังฤดูมรสุม 5 27 40 36 31 ธ.ค.-60 6 18 40 33 33 ค่าเฉลี่ย 20 37 35 34 7 32 33 16 39 30 ก่อนฤดูมรสุม 8 32 31 29 31 เม.ย.-61 9 35 31 17 32 ค่าเฉลี่ย 33 32 21 34


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 52 จากการศึกษาพบว่า ในช่วงฤดูมรสุม ค่าความเค็มเฉลี่ยของน ้าในแอ่ง พักภายในจอมหอบมีค่า12 ppt ในขณะที่ค่าความเค็มดังกล่าวในช่วงหลังและ ก่อนฤดูหลังมรสุมมีค่าใกล้เคียงกัน ซึ่งสูงกว่าในช่วงฤดูมรสุมมาก โดยมีค่า ความเค็ม 31 และ 30 ppt ตามล าดับ ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงฤดูมรสุมมีฝนตก หนัก ท าให้น ้าจืดจากคลองก าพวนไหลลงมารวมกับน ้าทะเลที่หนุนเข้ามาทาง ปากคลองก าพวนในปริมาณที่มากกว่าฤดูกาลอื่น ส าหรับค่าความเค็มของน ้าใน แปลงที่ 1 ในช่วงหลังฤดูมรสุม (ธ.ค. 2560) นั้น มีค่าเฉลี่ยต ่าที่สุด คือ 20 ppt ทั้งนี้เนื่องจากแปลงศึกษาดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งห่างจากปากคลองก าพวน มากที่สุด จึงได้รับอิทธิพลของน ้าทะเลหนุนเข้ามาในพื้นที่น้อยกว่าแปลงศึกษา อื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นแปลงศึกษาที่ได้รับอิทธิพลของน ้าจืดที่ไหลลงมาจากคลองก า พวนมากที่สุด เนื่องจากเป็นแปลงศึกษาแรกที่สามารถรับน ้าจืดจากคลองก า พวนได้จึงท าให้ความเค็มของน ้าในแปลงศึกษานี้น้อยกว่าแปลงศึกษาอื่น ๆ ใน ฤดูกาลเดียวกัน จะเห็นได้ว่าแม่หอบสามารถด ารงชีวิตอยู่ได้ในน ้าที่มีช่วงความเค็มที่ กว้างมากตั้งแต่ 5 –40 ppt อย่างไรก็ตาม Hassan et al. (2012) ได้รายงาน การพบแม่หอบที่อาศัยอยู่บริเวณแปลงแตงโม โดยพบแม่หอบที่ตายแล้วจ านวน 3 ตัวอย่าง อยู่ในแอ่งน ้าขังที่เกิดขึ้นจากฝนตกในบริเวณที่ลาดต ่าของแปลง แตงโม จึงคาดว่าแม่หอบไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้นานเมื่ออยู่ในน ้าที่ไม่มี น ้าเค็มหรือแหล่งน ้าจืด (Kartika and Patria, 2012) แม่หอบที่พบในป่ าชายเลนคลองก าพวน สามารถ ด ารงชีวิตอยู่ได้ในน ้าที่มีช่วงความเค็มที่กว้างมาก ตั้งแต่ 5 – 40 ppt


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 53 พันธุ์พืชและสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ พืช: การศึกษาความหลากชนิดของพืชที่พบบริเวณรอบ ๆ จอมหอบ พบพันธุ์พืชทั้งสิ้น จ านวน 8 ชนิด โดยในแปลงที่ 1 และ 2 สามารถพบพันธุ์ พืชได้แปลงละ 5 ชนิด ในขณะที่แปลงที่ 3 และ 4 สามารถพบพันธุ์พืชได้ แปลงละ 7 ชนิด การศึกษานี้พบ หญ้าคา (Imperata cylindrica) เหงือกปลา หมอ (Acanthus ilicifolius) ถอบแถบน ้า(Derris trifoliata) และโกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) ได้ในทุกแปลงที่ท าการศึกษา ตารางแสดงรายชื่อชนิดพันธุ์พืชที่พบบริเวณจอมหอบ ชื่อวทิยาศาสตร์ชื่อไทย แปลงที่ 1 2 3 4 Imperata cylindrica หญ้าคา + + + + Acanthus ilicifolius เหงือกปลาหมอ + + + + Avicennia alba แสมขาว + - - - Finlaysonia maritima กระเพาะปลา - + + + Derris trifoliata ถอบแถบน ้า + + + + Ceriops decandra โปรงขาว - - + + Rhizophora apiculata โกงกางใบเล็ก + + + + Rhizophora mucronata โกงกางใบใหญ่ - - + + รวมจา นวนชนิดพืชทพี่บในแต่ละแปลง 5 5 7 7 รวมจ านวนชนิดพืชทพี่บทัง้หมด 8 ชนิด แม่หอบสามารถขุดรูและสร้างจอมหอบกระจายอยู่ได้ทั่วไปเป็นบริเวณ กว้างในพื้นที่ป่ าชายเลนซึ่งมีพันธุ์พืชป่ าชายเลนชนิดต่าง ๆ เจริญเติบโตอยู่ (Isarankura ,1967; Ng and Kang, 1988; Hassan et al., 2015)


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 54 พันธุ์พืชที่พบในการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงการแพร่กระจายตามแนว เขต (zonation) ของพืชในป่ าชายเลน (Havanond, 2000) โดยพบว่า ต้นแสม ขาว(Avicennia alba) มีการแพร่การะจายอยู่ในแปลงศึกษาที่ 1 เท่านั้น เนื่องจาก สภาพแวดล้อมของพื้นที่ในแปลงดังกล่าวเป็นพื้นที่บนสุดของแนวเขตในป่ าชาย เลน โดยน ้าทะเลจะท่วมถึงบริเวณนี้ในช่วงเวลาที่น ้าขึ้นเต็มที่เท่านั้น จึงเหมาะแก่ การเจริญเติบโตของพืชชนิดดังกล่าว (สรายุทธและรุ่งสุริยา, 2554) ในขณะที่ พืชชนิดอื่น ๆ จากแปลงศึกษา (ยกเว้น โกงกางใบเล็กและโกงกางใบใหญ่ซึ่งเป็น ป่ าปลูก) มีการเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้มากกว่าหนึ่งแปลงศึกษา ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น สภาพพื้นดินที่มีทรายปะปน อิทธิพลของน ้า ขึ้นน ้าลงที่ได้รับซึ่งคล้ายคลึงกัน การศึกษาที่ผ่านมาพบว่ามีพันธุ์ไม้บางชนิด สามารถขึ้นอยู่บนจอมหอบได้โดยตรง เช่น ปรงทะเล (Acrostichum aureum) เป็นต้น และในป่ าชายเลนที่ถูกแผ้วถางจะมีปริมาณของจอมหอบมากขึ้นเป็น สองเท่าของป่ าชายเลนธรรมชาติ(สนใจ, 2525) ต้นปรงทะเลซึ่งขึ้นอยู่บนจอมหอบโดยตรง (บ้านทับปลา อ าเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา)


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 55 หญ้าคา Imperata cylindrica เหงือกปลาหมอ Acanthus ilicifolius แสมขาว Avicennia alba กระเพาะปลา Finlaysonia maritima ถอบแถบน ้า Derris trifoliata โปรงขาว Ceriops decandra ชนิดพันธุ์พืชที่พบบริเวณรอบ ๆ จอมหอบ


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 56 โกงกางใบเล็ก Rhizophora apiculata โกงกางใบใหญ่ Rhizophora mucronata ชนิดพันธุ์พืชที่พบบริเวณรอบ ๆ จอมหอบ (ต่อ) สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน มีพันธุ์ไม้ป่าชายเลนขึ้นอยู่โดยรอบ (4 ธันวาคม 2561)


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 57 สัตว์หน้าดินขนาดใหญ่: บริเวณจอมหอบพบสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ ทั้งสิ้น 30 ชนิด โดยพบว่าในแปลงที่ 1 มีความหลากชนิดของสัตว์หน้าดิน ขนาดใหญ่มากที่สุด 27 ชนิด รองลงมาคือแปลงที่ 2 พบ 23 ชนิด ในขณะที่ แปลงที่ 3 และ 4 มีความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่แปลงละ 10 ชนิด ชนิดสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่บริเวณ ภายนอกบริเวณที่ใกล้กับจอมหอบ ซึ่งมักเป็นสัตว์หน้าดินที่พบได้โดยทั่วไป ในป่ าชายเลน (สหัส, 2561) โดยอาจพบเกาะติดอยู่กับราก ล าต้น หรือใบของ พืชที่ขึ ้นอยู่รอบจอมหอบ เช่น หอยกะทิยอดเรียบ (Nerita planospira) เป็นต้น บางชนิดอาจพบอาศัยอยู่บริเวณพื้นดินทั่วไป เช่น หอยถั่วแดง (Assiminea brevicula) บางชนิดพบขุดรูท ารังอยู่ใกล้กับจอมหอบ เช่น ปูแสม ชนิดต่าง ๆ บางชนิดอาศัยอยู่ได้ทั้งภายนอกและภายในจอมหอบ เช่น ปูก้ามดาบก้ามขาว (Uca annulipes) หรือบางชนิดอาจพบอาศัยอยู่ในแอ่งน ้า ที่อยู่รอบจอมหอบ เช่น ปลาตีน Periophthalmus argentilineatus เป็นต้น บางชนิดพบอาศัยอยู่ภายในจอมหอบโดยตรงแต่ไม่ได้จ าเพาะกับต าแหน่งดิน ภายในจอมหอบ เช่น แม่เพรียง (Unidentified species) กุ้งดีดขัน (Alpheus euphrosyne) แ ม ่ห อ บ น ้อ ย (Wolffogebia phuketensis) ห ร ือ บ า ง ช นิด พบอาศัยอยู่ภายในจอมหอบโดยตรงแต่จ าเพาะกับต าแหน่งดินภายในจอม หอบโดยเลือกที่จะอาศัยอยู่ที่ขอบด้านข้างตามความยาวของรูในจอมหอบ เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อที่จะใช้ท่อ siphon ยื่นไปดูดน ้าที่ผ่านมายังรูแม่หอบเพื่อกรอง กิน อ า ห า ร เ ช่น ห อ ย เ ม็ด ข น ุน (Glaconome virens) แ ล ะ ห อ ย โ ค ม ไ ฟ (Laternula sp.) เป็นต้น


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 58 ภาพจ าลองแสดงจอมหอบ พืชและสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบ บริเวณจอมหอบ ที่มา: https://wildshores.blogspot.com/2018/01/mud-lobsters-condodevelopers-in.html#.XsY8425uJPY


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 59 ตารางแสดงรายชื่อชนิดสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ Phylum ชื่อวิทยาศาสตร์ชื่อไทย แปลงที่ 1 2 3 4 Platyhelminthes Unidentified species หนอนตัวแบน + + - - Annelida Unidentified species แม่เพรียง + + + + Sipuncula Unidentified species หนอนถั่ว + + + + Mollusca Nerita planospira หอยกะทิยอดเรียบ + + - - Cerithidea quadrata หอยจุ๊บแจง + - - - Telescopium telescopium หอยล าโพง + + - - Assiminea brevicula หอยถั่วแดง + + - - Laternula sp. หอยโคมไฟ - - + + Glauconome virens หอยเม็ดขนุน - + + + Polymesoda erosa หอยกัน + + + + Arthropoda Alpheus euphrosyne กุ้งดีดขัน + + + + Wolffogebia phuketensis แม่หอบน้อย + + - - Coenobita violascens ปูเสฉวนบก + + - - Clibanarius longitarsus ปูเสฉวนขายาว + + + + Metaplax distincta ปูก้ามยาว + + - - Episesarma singaporense ปูแสมก้ามแดง + + - - Episesarma versicolor ปูแสมก้ามม่วง + + - - Fasciarma fasciatum ปูแสมขน + - - - Parasesarma darwinense ปูแสมดาร์วิน + + - -


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 60 ตารางแสดงรายชื่อชนิดสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ (ต่อ) Phylum ชื่อวิทยาศาสตร์ชื่อไทย แปลงที่ 1 2 3 4 Arthropoda Parasesarma plicatum ปูแสมก้ามส้ม + + - - Perisesarma dussumieri ปูแสมขาวงแหวนน ้าเงิน + + - - Pseudohelice subquadrata ปูแสม + - - - Sarmatium germaini ปูแสม + - - - Sesarmoides kraussi ปูแสมขายาว + - - - Mictyris thailandensis ปูทหารปากบารา + + + + Uca annulipes ปูก้ามดาบก้ามขาว + + + + Scylla olivacea ปูทะเล - + - - Thalamita crenata ปูหินเขียว + - - - Phyllophaga sp. ตัวอ่อนด้วง + + - - Chordata Periophthalmus argentilineatus ปลาตีน + + + + รวมจา นวนชนิดสัตวท์ พบในแต่ละแปลง ี่ศึกษา 27 23 10 10 รวมจา นวนชนิดสัตวท์พี่บทัง้หมด 30 ชนิด + = พบ - = ไม่พบ ส าหรับความสัมพันธ์ระหว่างจอมหอบกับสัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ ภายในจอมหอบโดยตรงนั้น พบว่า จอมหอบเปรียบเสมือนบ้านหรือที่อยู่อาศัย ให้กับสัตว์หน้าดินชนิดต่าง ๆ โดยที่ตัวแม่หอบที่อาศัยอยู่ในจอมหอบเองก็ไม่ได้ รับหรือเสียประโยชน์จากสัตว์หน้าดินที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจอมหอบแต่อย่างใด


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 61 อาทิ เช่น หนอนถั่ว ที่พบอยู่ในดินจอมหอบซึ่งสามารถพบได้ทั่วไปในดินของ หาดเลนบริเวณหลังสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่ งอันดามัน (สหัส, 2561) สัตว์กลุ่มนี้ที่ท าหน้าที่คล้ายกับไส้เดือนในป่ าบกโดยการขุดรูของหนอนถั่วไป เรื่อยๆ เปรียบเสมือนการพรวนดินให้มีการระบายถ่ายเทน ้าและอากาศภายใน ดินของจอมหอบ แต่ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับแม่หอบที่อาศัยอยู่ในจอมหอบ โดยตรง โดยไม่มีฝ่ายใดเสียหรือได้รับประโยชน์(nutralism) (ปรียะวุฒิ, 2530) ในช่วงปี พ.ศ. 2561 ผู้วิจัยท่านแรกได้มีโอกาสส ารวจแม่หอบจาก ป่ าชายเลนบริเวณอ่าวเคย ต าบลคุระ อ าเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ได้พบพยาธิ ตัวกลม (Chitwoodepirura sp.) ในระยะ intermediate larva อาศัยอยู่ใน กล้ามเนื้อของหางแหลมของแม่หอบในภาวะปรสิต (parasitism) โดยมีแม่หอบ เป็ น intermediate host ซึ่งเคยมีรายงานไว้โดย ปรียะวุฒิ (2530) ส าหรับ รายงานการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่หอบและสัตว์หน้าดินที่เข้ามา อาศัยในจอมหอบยังมีไม่มากนัก จึงควรที่จะมีการศึกษาในเรื่องนี้กันอย่าง ละเอียดต่อไป (Dubey et al., 2012) พยาธิตัวกลม (Chitwoodepirura sp.) (วงกลมสีแดง) ที่พบในหางแหลมของแม่หอบ


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 62 หนอนตัวแบน Unidentified species พบบริเวณผิวหน้าดินของจอมหอบ แม่เพรียง Unidentified species พบอยู่ในดินภายในจอมหอบ หนอนถั่ว Unidentified species พบขุดรูอยู่ในดินเปียกของจอมหอบ หอยกะทิยอดราบ Nerita planospira พบตามต้นไม้และตามพื้นดินใกล้จอมหอบ หอยจุ๊บแจง Cerithidea quadrata พบบริเวณแอ่งน ้ารอบ ๆ ฐานของจอมหอบ หอยล าโพง Telescopium telescopium พบบริเวณแอ่งน ้ารอบ ๆ ฐานของจอมหอบ ชนิดสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 63 หอยถั่วแดง Assiminea brevicula พบบริเวณรอบ ๆ พื้นดินใกล้จอมหอบ หอยโคมไฟ Laternula sp. พบฝังตัวตามผนังรูภายในจอมหอบ หอยเม็ดขนุน Glauconome virens พบฝังตัวตามผนังรูภายในจอมหอบ หอยกัน Polymesoda erosa พบฝังตัวตามหน้าดินใกล้จอมหอบ กุ้งดีดขัน Alpheus euphrosyne พบอยู่ในดินภายในจอมหอบ แม่หอบน้อย Wolffogebia phuketensis พบอยู่ในดินภายในจอมหอบ ชนิดสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ (ต่อ)


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 64 ปูเสฉวนบก Coenobita violascens พบหากินรอบ ๆ จอมหอบในเวลากลางคืน ปูเสฉวนขายาว Clibanarius longitarsus พบบริเวณแอ่งน ้ารอบ ๆ ฐานของจอมหอบ ปูแสมก้ามยาว Metaplax distincta พบบริเวณแอ่งน ้ารอบ ๆ ฐานของจอมหอบ ปูแสมก้ามแดง Episesarma singaporense พบขุดรูอยู่ตามพื้นดินข้างจอมหอบ ปูแสมก้ามม่วง Episesarma versicolor พบขุดรูอยู่ตามพื้นดินข้างจอมหอบ ปูแสมขน Fasciarma fasciatum พบหลบอยู่ตามกองดินที่แม่หอบขนออกมา ชนิดสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ (ต่อ)


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 65 ปูแสมดาร์วิน Parasesarma darwinense พบขุดรูอยู่ในรังของแม่หอบ หรือตามแอ่งน ้า ปูแสมก้ามส้ม Parasesarma plicatum พบบริเวณผิวหน้าดินของจอมหอบ พบบริเวณฐานจอมหอบที่มีพื้นที่เป็นแอ่งน ้า ปูแสม Pseudohelice subquadrata พบขุดรูอาศัยอยู่ภายในจอมหอบ ปูแสม Sarmatium germaini พบขุดรูอยู่ภายในจอมหอบ ปูแสมขายาว Sesarmoides kraussi พบหลบซ่อนตามท่อนไม้ที่ทับทมจอมหอบ ชนิดสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ (ต่อ) ปูแสมขาวงแหวนน ้าเงิน Perisesarma dussumieri


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 66 ปูทหารยักษ์ปากบารา Mictyris thailandensis พบขุดรูอาศัยอยู่บริเวณฐานหรือบนจอมหอบ ปูก้ามดาบก้ามขาว Uca annulipes พบขุดรูอาศัยอยู่บริเวณฐานหรือบนจอมหอบ ปูทะเล Scylla olivacea พบขุดรูอาศัยอยู่ในแอ่งน ้าใกล้จอมหอบ ปูหินเขียว Thalamita crenata พบขุดรูอาศัยอยู่ในแอ่งน ้าใกล้จอมหอบ หนอนด้วง Phyllophaga sp. พบอาศัยอยู่ภายในดินส่วนยอดของจอมหอบ ปลาตีน Periophthalmus argentilineatus พบบริเวณแอ่งน ้าบริเวณฐานของจอมหอบ ชนิดสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ที่พบบริเวณจอมหอบ (ต่อ) Phyllophaga larvae


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 67 ประโยชน์และโทษของแม่หอบ ประโยชน์ของแม่หอบ 1. แม่หอบสามารถน ามาใช้กินเป็นอาหารได้ ในบางประเทศ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ฟิ ลลิปปินส์ นิวกินี และฟิ จิ น าส่วนของล าตัวและส่วนของ ก้ามใหญ่ของแม่หอบ มาปรุงเป็นอาหารในรูปแบบต่าง ๆ (Holthuis, 1991) ใน พื้นที่อ าเภอสุขส าราญ จังหวัดระนอง ชาวบ้านจะจับแม่หอบมาท าเป็นยารักษา โรค โดยจะน าแม่หอบมาย่างไฟจนตัวแม่หอบเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีขาว จากนั้น น ามาต าให้ละเอียดและน าไปผสมน ้าผึ้ง โดยมีความเชื่อว่าเป็นยาแก้หอบ อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลการยืนยันทางการแพทย์ที่ชัดเจนซึ่งจะได้มีการศึกษา กันต่อไป 2. จอมหอบเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด จากการศึกษาในครั้งนี้ พบว่ามีสัตว์หน้าดินหลายชนิดเข้ามาอาศัยอยู่ตามส่วนต่าง ๆของจอมหอบ เช่น บริเวณพื้นผิวของจอมหอบมักพบปูแสมชนิดต่าง ๆ (ในวงศ์ Sesarmidae) บริเวณในแอ่งน ้าด้านข้างของจอมหอบจะพบ หอยล าโพง (Telescopium telescopium) ปลาตีน (Periophthalmus argentilineatus) ภายในกองดินของ จอมหอบที่แม่หอบขุดขึ้นมาจะพบหนอนด้วง (Phyllophagasp.) หนอนถั่ว (Peanut worm)แม่หอบน้อย (Wolffogebia phuketensis) บริเวณผนังรูภายใน จอมหอบจะพบหอยโคมไฟ (Laternula sp.) เป็นต้น 3. แม่หอบเป็นตัวช่วยในการหมุนเวียนแร่ธาตุในระบบนิเวศป่ าชายเลน การขุดรูของแม่หอบโดยการน าดินที่ขุดขึ้นมาใหม่มาวางไว้บริเวณปากรัง เป็น การน าเอาธาตุอาหารต่าง ๆ ซึ่งปะปนอยู่กับดินที่ขุดใหม่ขึ้นมาด้วย เมื่อน ้าทะเล ท่วมถึงจะพัดพาดินซึ่งมีแร่ธาตุเหล่านี้ไปเป็นธาตุอาหารส าหรับการเจริญเติบโต ของผู้ผลิตขั้นต้นในระบบนิเวศป่ าชายเลน (Malley, 1977; Koike and Mukai, 1983; Ng and Kang, 1988;Lim et al., 1991; Hossain et. al., 2019)และยัง


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 68 เป็นการเพิ่มปริมาณออกซิเจนแก่ดินที่แม่หอบขุดขึ้นมาวางบนพื้นดินอีกด้วย (Dubey et al., 2012; Bedi and Primavera, 2018) โทษของแม่หอบ 1. ก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านการเกษตรและประมง - ในประเทศไทย มีรายงานเกี่ยวกับการขุดรูสร้างจอมหอบที่มัก ก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านการเกษตร โดย สนใจ (2525) ได้อ้างอิงถึง หลวงสมานวรกิจ (2480) ซึ่งรายงานว่า แม่หอบที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ไม่มีน ้าขัง ได้ก่อมูลดินเป็นจ านวนมากล้อมพื้นที่สวนที่ปลูกมะพร้าวจนเกิดน ้าขังภายใน ท าให้ต้นมะพร้าวยืนต้นตาย นอกจากนี้แม่หอบยังสร้างท าความเสียหายแก่ เกษตรกรที่ท าฟาร์มกุ้ง โดยจะขุดรูตามบริเวณคันดินหรือคันบ่อเลี้ยงกุ้งท าให้ เกิดการรั่วและน ้าไหลออกจากนากุ้งอีกด้วย (ไพบูลย์, 2525) แม่หอบที่ถูกชาวบ้านจับและน ามาประกอบอาหารในประเทศอินโดนีเซีย ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=5pXdPU5VZRo


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 69 - ในต่างประเทศ Johnson(1961)ได้อ้างถึงรายงานของ Dammerman (1929) ว่าแม่หอบชอบท าลายต้นอ่อนของต้นจากในคาบสมุทรมลายู ในขณะ ที่ปรียะวุฒิ (2530) ได้อ้างถึงรายงานของ Kaestner (1970) ว่าแม่หอบเป็นศัตรู ของนาข้าวในคาบสมุทรมลายู โดยรูของมันจะเป็นช่องทางให้น ้าเค็มเข้าไปใน นา ท าให้ต้นข้าวตายและจอมหอบที่สร้างขึ้นจ านวนมากท าให้การกีดขวาง ทางเดินในนาข้าวอีกด้วย นอกจากนี้ Hassan et al. (2015) ได้รายงานว่า แม่ หอบที่พบในบริเวณไร่แตงโมของเกษตรกรในรัฐ Terengganuของประเทศ มาเลเซีย จะกัดกิดยอดอ่อนของแตงโมในเวลากลางคืนท าให้เกิดความเสียหาย 2. จอมหอบเป็นอุปสรรคต่อการขยายพันธุ์ของพันธุ์ไม้ป่ าชายเลน ใน สภาพที่บางพื้นที่มีจอมหอบอยู่เป็นจ านวนมากและขยายต่อเนื่องกันคล้ายคัน ดิน หากน ้าท่วมไม่ถึงก็จะท าให้สภาพพื้นที่ดังกล่าวแห้งและมีสภาพแตกต่างไป จากพื้นที่ป่ าชายเลนทั่วไป จึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการขยายพันธุ์ของพันธุ์ไม้ป่ า ชายเลนบางชนิด เช่น โกงกาง เป็นต้น (สนใจ, 2525; สรายุทธและรุ่งสุริยา, 2554) ข้อเสนอแนะ แม่หอบเป็นสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งในป่ าชายเลนที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศป่ าชายเลนในบางพื้นที่เป็นอย่างมาก ปัจจุบัน ข้อมูลด้านชีววิทยาและนิเวศวิทยาของแม่หอบในประเทศไทยยังมีไม่มากนัก ใน อนาคตหากได้มีการศึกษาและวิจัยในเรื่องนี้มากขึ้น ก็จะสามารถน าข้อมูล ศึกษาวิจัยที่ได้มาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้แม่หอบ เป็นดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ (Bioindictator) ของสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้ส าหรับการ วางแผนในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรในป่ าชายเลนต่อไป


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 70 บรรณานุกรม เนาวรัตน์ ไกรพานนนท์. 2527. การศึกษาสมบัติทางแร่วิทยาและทางเคมีของ ป่ าชายเลน จังหวัดระนอง. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 225 หน้า. ปรียะวุฒิ วัชรานนท์. 2530. การศึกษานิเวศวิทยาบางประการของแม่หอบ Thalassina anomala (Herbst, 1804). วิทยานิพนธ์ปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพ ฯ. 121 หน้า. ไพบูลย์ นัยเนตร. 2525. แม่หอบ. ใน รายงานการสัมมนาระบบนิเวศวิทยาป่ า ชายเลนครั้งที่ 4 โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีวันที่ 7-11 กรกฎาคม 2525. ส านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. กรุงเทพ ฯ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2550. สถานีวิจัยทรัพยากรชายฝั่งระนอง หาด ประภาสและคลองก าพวน: ผลกระทบและการจัดการหลังคลื่นยักษ์ “สึนามิ”. อักษรสยามการพิมพ์. กรุงเทพ ฯ. 107 หน้า. สนใจ หะวานนท์. 2525. แม่หอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพป่ าชายเลน ใน รายงานการสัมมนาระบบนิเวศวิทยาป่ าชายเลนครั้งที่ 4 โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีวันที่ 7-11 กรกฎาคม 2525. ส านักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. กรุงเทพ ฯ. สนิท อักษรแก้ว. 2541. ป่ าชายเลน...นิเวศวิทยาและการจัดการ. ภาควิชา วนวัฒวิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ส านักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพ ฯ. 227 หน้า. สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน. 2556. แผนแม่บทการวิจัยเพื่อ พัฒนาระบบนิเวศ อ าเภอสุขส าราญ จังหวัดระนอง 2558-2563. สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 86 หน้า


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 71 สหัส ราชเมืองขวาง. 2561. สัตว์น ้าในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง. สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนชายฝั่งอันดามัน คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. 199 หน้า. สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน และ รุ่งสุริยา บัวสาลี. 2554. ป่ าชายเลน: นิเวศวิทยา และพรรณไม้. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ าและพันธุ์พืช. กรุงเทพ ฯ. 690 หน้า. ส่วนส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. 2548. เอกสาร ประกอบการฝึกอบรม เรื่อง ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. ส านัก อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง. เอกสารเผยแพร่ สทช. ฉบับที่ 2. 138 หน้า. อนัญญา เจริญพรนิพัทธ. 2557. ชนิดของอาหารและการเติบโตของปูแสม สกุล Episesarma และ Perisesarma ในอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์- ธานี. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. กรุงเทพ ฯ. 42 หน้า Batang, Z. B., Suzuki, H. 1999. Gill-cleaning mechanisms of the mudlobster Thalassina anomala(Decapoda: Thalassinidea: Thalassinidae). Journal of Crustacean Biology,19:671–683. Bedi, A. M., Primavera, J. H. 2018. New record of Thalassina spinosa (Crustacea: Decapoda: Gebiidea: Thalassinidae) from the Philippines. Philippine Journal of Science, 147(3): 357-361. Brown, A. C. and McLachlan, A. 1990. Ecology of Sandy Shores. Elsevier Sciences Publishers B.V., Amsterdam. Carpenter, K.E., Niem, V.H., editors. 1998a. FAO species


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 72 identification guide for fishery purposes. The living marine resources of the western central Pacific. Volume 1. Seaweeds, corals, bivalves and gastropods. Food and Agriculture Organization of the United Nations, Rome. Carpenter, K. E., Niem, V. H., editors. 1998b. FAO species identification guide for fishery purposes. The living marine resources of the western central Pacific. Volume 2. Cephalopods, crustaceans, holothurians and sharks. Food and Agriculture Organization of the United Nations, Rome. Dubey, S. K., Choudhury, A., Chand, B. K., Trivedi, R. K. 2012. Ecobiological study on burrowing mud lobster, Thalassina anomala (Herbst, 1840) (Decapoda: Thalassinidae) in the intertidal mangrove mudflat of deltaic Sundarbans. Exploratory Animal and Medical Research, 2(1): 70-75. Gow, G.1989. Graeme Gow’s Complete Guide to Australian Snakes. North Ryde, NSW, Australia: Angus & Robertson Publishers. 171 pages. Griffis, R. B., Suchanek, T. H. 1991. A model of burrow architecture and tropic modes in Thalassinidean shrimp (Decapoda: Thalassinidea). Marine Ecology Progress Series,12: 185-190. Hassan, M., Lian, C. J., Zakariah, M. I., Azmi, M. 2015. A first report on mud lobster (Thalassina anomala) and its mound characteristics from Setiu wetland, Terengganu, Malaysia. Journal of Sustainability Science and Management, 10 (2):


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 73 112-116. Havanond, S. 2000. Effect of mud lobster (Thalassina anomala Herbst) mounds on mangrove succession in Thailand. Royal Forest Department, Thailand. 229 pages. Holthuis, L. B.1991. "Thalassina anomala". In Marine Lobsters of the World. FAO Fisheries Synopsis No. 125. Food and Agriculture Organization. pp. 229–231. Hossain, M. S., Bujang, J. S., Kamal, A. H. M., Zakaria, M. H., Muslima, A. M., Nadzri, M. I. 2019. Effects of burrowing mud lobsters (Thalassina anomala Herbst 1804) on soil macro-and micronutrients in a Malaysian mangrove. Estuarine, Coastal and Shelf Science,228. Isarankura, K. 1967. Status Report on Faunatistic Spects of mangrove Forest in Thailand. Proceeding of the First Thai National Seminar on Man grove Ecology, 1(2): 139-158. Johnson, D. S. 1961. The food and feeding of the mud lobster, Thalassina anomala (Herbst). Crustaceana, 2(4): 325-326. Karasawa, H., Nishikawa, I.1991. "Thalassina anomala(Herbst, 1804) (Thalassinidea: Decapoda) from the Miocene Bihoku Group, southwest Japan". Transactions and Proceedings of the Palaeontological Society of Japan, 163: 852-860. Kartika, W. D., Patria M. P.2012. Nest Characteristics of Mud Lobster


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 74 Thalassina anomala (Herbst 1804) in Tanjung Jabung Barat, Jambi, Sumatra, Indonesia. International Journal of Basic & Applied Sciences IJBAS-IJENS, 12(6). Lim, K. K. P., Murphy, D. H., Morgany, T., Sivasothi, N., Ng, P. K. L., Soong, B. C., Tan, H.T. W.,Tan, K. S.,Tan, T. K. 1999. "Mud lobster, Thalassina anomala". In Peter K. L. Ng; N. Sivasothi. A Guide to the Mangroves of Singapore. Singapore Science Centre. Koike, I., Mukai, H. 1983. Oxygen and inorganic nitrogen contents and fluxes in burrows of the shrimps Callianassa japonica and Upogebia major. Marine Ecology Progress Series, 12: 185-190. Lin,F. J., Komai,T., Chan,T. Y.2016. A new mud lobster of the genus Thalassina Latreille, 1806 (Crustacea: Decapoda: Gebiidea: Thalassinidae) from marine seagrass beds in Dongsha (Pratas) Island, South China Sea. Raffles Bulletin of Zoology, 64: 98-104. Lipinski, M.R., Linkowski, T. B. 1988. Food of the squid Ommastrephes bartramii (Lesueur, 1821) from the South-West Atlantic Ocean, South African Journal of Marine Science, 6(1): 43-46. Malley, D.F. 1977. Adaptations of decapod crustaceans to life in mangrove swamps. Marine Research in Indonesia, 18: 63-72. Moh, H. H., Chong, V. C. 2009. A new species of Thalassina (Crustacea: Decapoda: Thalassinidae) from Malaysia. The Raffles Bulletin of Zoology, 57(2): 465-473.


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 75 Ng, P. K. L., Kang, N. 1988. The mud lobster Thalassina. Nature Malaysiana.13(4): 28–31, 11 figs. Ngoc-Ho, N., Ngoc-Dung, D., Phi Hung, T. 2001. The genus Wolffogebia Sakai, 1982 with a new species from Vietnam. Zoosystema, 23(1): 101-108. Ngoc-Ho, N., de Saint Laurent, M. 2009. The genus Thalassina Latreille, 1806 (Crustacea: Thalassinidea: Thalassinidea). Raffles Bulletin of Zoology, Supplement No. 20: 121-158. Nur-Nadiah, Z., Malahubban, M., Fukarazi, S., Wong, S. C., Rajaee, A. H. 2019.Length-weight and morphometric analysis of mudlobster, Thalassina anomala from Sarawak, Malaysia. Pertanika Journal of Tropical Agricultural Science, 42(1): 209- 223. Paterson, G. L. J., Ayuthaka, J., Kendall, M. A., editors. 2004. A field guide to the common marine flora and fauna of Ranong. Coastal Biodiversity in Ranong project. 352 pages. Pohle, G., Santana, W. 2014. Gebiidea and Axiidea (=Thalassinidae). In Martin J. W., Olesen, J., Hoeg, J. T., editors. Atlast of Crustacean Larvae. Baltimore, MD: Johns Hopkins University press. Sakai, K., Turkay, M. 2012. A review of the species of the genus Thalassina (Thalassinidea, Thalassinidae). Crustaceana, 85 (11): 1339-1376.


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 76 Shine, R.1991. Strangers in a strange land: ecology of the Australian colubrid snakes. Copeia,120–131. Sankolli, K. N. 1963. On the occurrence of Thalassina anomala (Herbst), a burrowing crustacean in Bombay water, and its burrowing method. Journal of the Bombay Natural History Society, 60(3): 598-605. Swennen C., Moolenbeek, R. G., Ruttanadakul, N., Hobbelink, H., Dekker, H., Hajisamae, S. 2001. The Molluscs of the Southern Gulf of Thailand. Thai Studies in Biodiversity No. 4. 1-210 pp. Voris, H. K., Murphy, J. C.2002. The Prey and Predators of Homalopsine Snakes. Journal of Natural History, 36: 1621- 1632. Wentworth. C. K. 1922. A scale of grade and class terms for clastic sediments. Jourana of Geology, 30(5): 377-392. WoRMS (2020). ThalassinaLatreille, 1806. Accessed at: http://www.marinespecies.org/aphia.php?p=taxdetails&id=465 352 on 2020-05-09 https://wildshores.blogspot.com/2018/01/mud-lobsters-condodevelopers-in.html#.XsY8425uJPY https://www.youtube.com/watch?v=5pXdPU5VZRo https://www.youtube.com/watch?v=7D6hEve8vM8


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 77


ชีววิทยาบางประการของแม่หอบในป่ าชายเลนคลองก าพวน จังหวัดระนอง 78 หนังสือเล่มนีจ้ัดพิมพแ์ละเผยแพร่ “ โดยได้รับทุนอุดหนุนวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ” หนังสือเล่มนีจ้ัดพิมพแ์ละเผยแพร่ “โดยได้รับงบประมาณเงินทุนอุดหนุนวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ผู้เขียน : สหัส ราชเมืองขวาง การศึกษา : วท.บ การประมง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ : วท.ม วิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต าแหน่ง : นักวิจัยช านาญการพิเศษ ที่ท างาน : ห้องปฏิบัติการวิจัยด้านอนุกรมวิธานและ ความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น ้าชายฝั่ง สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เขียน : ณัฐภัทร โหงวเกิด การศึกษา : วท.บ การประมง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ต าแหน่ง : นักวิชาการประมง (ลูกจ้างโครงการ) ที่ท างาน : ห้องปฏิบัติการวิจัยด้านอนุกรมวิธานและ ความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น ้าชายฝั่ง สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ View publication stats


Click to View FlipBook Version