¤Òí ¹íÒ
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร เปนแหลงรวมนวัตกรรมองคค วามรูตา ง ๆ
และเทคโนโลยีทางการเกษตร โดยสํานักสงเสริมและฝกอบรม กําแพงแสน
มภี ารกจิ ใหบ รกิ ารวชิ าการแกช มุ ชน สงั คม ไดด าํ เนนิ งานโครงการสรา งและพฒั นา
เกษตรกร ผปู ระกอบการและเจา หนา ทผ่ี ปู ฏบิ ตั งิ านทางดา นการผลติ การแปรรปู
และการตลาดสินคาการเกษตรข้ึน เพ่ือเปนการลดชองวางในการเขาถึง
องคค วามรแู ละนวตั กรรมระหวา งเกษตรกรกบั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ซงึ่ เปน
โครงการท่ีสอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12
ตามแนวคิดเกี่ยวกับประเทศไทย 4.0 ท่ีมียุทธศาสตรท่ีสําคัญคือ การพัฒนา
สูความมั่นคง ม่งั ค่งั และย่ังยืน ดวยการสรา งความเขมแข็งจากภายใน ขบั เคลือ่ น
ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผานกลไกประชารัฐ เพ่ือปฏิรูปโครงสราง
เศรษฐกิจใหประเทศไทยเปนประเทศท่ีมีรายไดสูง ปรับเปลี่ยนโครงสรางไปสู
Value based Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนดวยนวัตกรรม รวมถึง
สอดคลอ งตามยทุ ธศาสตรข องกลมุ จงั หวดั ภาคกลางตอนลา ง 1 ทต่ี อ งการยกระดบั
การผลิตภาคเกษตรกรรม พาณิชยกรรมปรับเปล่ียนกระบวนการผลิต โดยเนน
วิทยาศาสตร เทคโนโลยีและนวัตกรรม เนนการเปนเมืองนวัตกรรมอาหาร
เพื่อสงเสริมพัฒนาคุณภาพการผลิตสินคาเกษตร และเกษตรอุตสาหกรรม
ที่ไดมาตรฐาน
เอกสารคูมือ เรื่องการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ ไดจัดทําข้ึนเพื่อรวบรวม
องคความรูตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการผลิต การแปรรูป การเพ่ิมมูลคาสินคา
การตลาดของเห็ดเศรษฐกิจ เพื่อใหผูเขารวมโครงการและเกษตรกรที่สนใจ
ไดนําไปศึกษาเรียนรู ทบทวน เปนแนวทางในการปฏิบัติและพัฒนาอาชีพ
การเพาะเห็ดอยางเปนระบบยกระดับรายไดของตนเองและชุมชนใหดีย่ิงขึ้น
ตอไป
สํานกั สง เสรมิ และฝกอบรม กําแพงแสน
มกราคม 2561
1การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
2 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
2
¡ÒÃà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨ 4
â´ÂÊØÇ·Ô ¤íÒ¡Í§á¡ŒÇ ¹¾Ê·Ô ¸ìÔ ÅÍ‹ §¨ÒŒ áÅÐÃªÑ ¹Õ ¨ÒÃÊØ ѹμ 7
¡ÒüÅμÔ ËÑÇàªéÍ× àË´ç àÈÃɰ¡Ô¨ 21
ÇÑÊ´ØÊíÒËÃºÑ ¡ÒÃà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨ 27
ÊÀÒ¾áÇ´ÅÍŒ ÁáÅСÒèѴ¡Òà 31
¡ÒÃà»´ ´Í¡àË´ç 33
áÁŧÈμÑ ÃÙàË´ç 38
âäàË´ç ¶§Ø 44
¡ÒÃà¾ÒÐàËç´¿Ò§ 54
àË´ç ¶Ñè§àª‹Ò 61
¡ÒÃá»Ãû٠áÅСÒÃμÅÒ´¢Í§àË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
â´Â ´Ã.ÊҤà ªÔ¹Ç§¤ áÅй¾ÊÔ·¸ìÔ ÅÍ‹ §¨ŒÒ 61
ʶҹ¡Òóà Ëç´àÈÃɰ¡¨Ô 62
»ÃÐ⪹¢Í§àË´ç àÈÃɰ¡Ô¨ 65
¼Å¼ÅÔμáÅСÒÃμÅÒ´àËç´àÈÃɰ¡Ô¨¢Í§ä·Â 70
¡ÒÃá»Ãû٠àË´ç àÈÃɰ¡Ô¨ 77
¡ÒÃμÅÒ´ã¹Í¹Ò¤μÊÒí ËÃºÑ à¡ÉμáÃ/¼ÙŒ»ÃСͺ¡Òà 80
ºÃóҹ¡Ø ÃÁ
การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô 3
3
เกศารรเพษาะเหฐ็ดกจิ
สุวทิ คํากองแกว1/
นพสทิ ธ์ิ ลองจา2/
ÃÒàË´ç ¨Ñ´à»š¹ ªÑé¹ÊÙ§ รชั นี จารุสนั ต3 /
«Ö觹Ѻ䴌NjÒÁÕÇÇÔ Ñ²¹Ò¡ÒÃÊÙ§ÊØ´¡Ç‹ÒÃÒ͹è× æ ·ÇÑè ä»
àªÍ×é ÃÒáÅÐÁÇÕ §¨ÃªÇÕ μÔ ·ÊèÕ ÅºÑ «ºÑ «ÍŒ ¹¡ÇÒ‹
เรม่ิ จากสปอรซ งึ่ เปน อวยั วะ ไดอีก หมุนเวียนเชนนี้เร่ือยไป และ
หรือสวนที่สรางเซลลขยายพันธุ เมื่อ เห็ดยังถูกจัดเปนพืชช้ันตํ่าอีกดวย
ตกไปในสภาพแวดลอมเหมาะสม เนอ่ื งจากเหด็ ไมม คี ลอฟล ดไ มส ามารถ
จะงอกเปน ใยและกลมุ ใยรา (mycelium) สังเคราะหแสง และไมสามารถปรุง
เจริญพัฒนาเปนกลุมกอนเกิดเปน อาหารเองไดเ หมอื นพชื ชนั้ สงู ทวั่ ๆ ไป
ดอกเห็ด อยูเหนือพื้นดิน บนตนไม จะสง ผลดีตอ การบริโภค การจําหนาย
ขอนไมซากพืช มูลสัตว ฯลฯ เม่ือ และการใหผ ลตอบแทนทค่ี ุมคาทส่ี ุด
ดอกเหด็ เจรญิ จะสรา งสปอรซ งึ่ จะปลวิ
ไปงอกเปนใยรา และเปนดอกเห็ด
1ท่ีปรึกษาชมมรมผูเ พาะเหด็ เศรษฐกจิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตกําแพงแสน จงั หวัดนครปฐม
2นกั วชิ าการโสตทศั นศกึ ษา ปฏบิ ตั ิการ สาํ นกั สง เสรมิ และฝก อบรม กาํ แพงแสน มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร
วิทยาเขตกําแพงแสน จงั หวัดนครปฐม
3นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ชํานาญการพิเศษ สํานักสงเสริมและฝกอบรม กําแพงแสน มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร วิทยาเขตกาํ แพงแสน จังหวดั นครปฐม
4 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
ʋǹμ‹Ò§ æ ¢Í§´Í¡àËç´
(MORPHOLOGY)
ดอกเห็ดโดยท่วั ๆ ไป ประกอบดว ยสวนตาง ๆ ดงั น้ี
1. ËÁÇ¡ (cap ËÃÍ× pilleus) เปน สวนท่อี ยดู านบนสุด มีรูปรา ง
ตาง ๆ กัน เชน โคงนนู รปู กรวย รปู ปากแตร รูประฆงั เปนตน มีสวนประกอบ
บนหมวกตางกนั เชน ผิวเรียบ ขรขุ ระ มีขนเกลด็ มีสีแตกตางกนั และอาจมีการ
เปลย่ี นแปลงได
2. ¤ÃºÕ (gill ËÃÍ× lamella) อาจเปน แผน หรอื ซบี่ าง ๆ อยใู ตห มวก
เรียงเปนรัศมี การเรียงของครีบอาจติดกนั บางชนดิ ตดิ กบั กาน บางชนิดติดเนอ้ื
หมวก หรือมีลกั ษณะเปน รู (pores) หรือเปนสนั (ridges) ซง่ึ ครบี เปนท่เี กดิ ของ
เมลด็ หรอื สปอร (sore)
3. ¡ÒŒ ¹ (stalk ËÃ×Í stipe) เปนสว นทีป่ ลายขางหน่งึ ยอดตดิ กบั
หมวกเห็ดมีขนาด รูปรางและสีตางกัน ผิวอาจเรียบ ขรุขระ มีขนหรือเกล็ด
ตําแหนงของกานอาจจะอยูกึ่งกลางหรือเยื้องไปดานใดดานหน่ึงของหมวกเห็ด
เห็ดบางชนดิ ไมม ีกา น เชน เหด็ หหู นู เหด็ เผาะ บางชนิดมรี ากหย่งั ลึกลงไปในดนิ
เชน เห็ดโคน
5การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
4. ǧáËǹ (ring ËÃ×Í annulus) เปน สวนท่เี กดิ จากเยอื่ บาง ๆ
ท่ียึดขอบหมวกกบั กานดอกที่ขาดออกเมื่อหมวกเห็ดบาน ซึ่งจะเหลือตดิ กับกาน
เปนวงหรือเปน เย่อื บาง ๆ (inner veil หรอื partial veil) รอบกาน
5. à»ÅÍ× ¡ËÃÍ× àÂÍè× ËÁŒØ ´Í¡ (volva, outer veil ËÃÍ× universal veil)
เปนสวนนอกสุดท่ีหุมหมวกและกานไวภายในขณะที่ยังเปนดอกออน เมื่อ
ดอกเห็ดเจริญตอนบนของเปลือกหรือเยื่อหุมดอกจะแตกออกเพ่ือใหกานและ
หมวกยดึ ขยายตวั สว นของเปลอื กหมุ จะยงั คงฝง อยทู โี่ คนเปน ลกั ษณะคลา ยถว ย
เชน เห็ดฟาง บางชนดิ เปน เกลด็ อยทู ่ีรอบโคนกาน บางชนดิ มีเสนใยยดึ ดอกเหด็
ใหต ดิ กับสว นของวัสดทุ เี่ หด็ งอกเปนดอก เชน พนื้ ดนิ
6. à¹Í×é (context) เนอื้ ภายในหมวกหรอื กา น อาจจะลน่ื เหนยี ว นมุ
เปราะ เปน เสนใยหรือคอนขา งแข็ง
การเพาะเห็ดในปจจุบนั แยกเปน 2 แบบ คือ
- การเพาะเห็ดเศรษฐกจิ คือเห็ดทม่ี ีจาํ หนายตามทองตลาดและเปน ที่
นยิ มบรโิ ภค ไดแก เหด็ นางฟา เห็ดนางรม เห็ดโคนญี่ปนุ เห็ดหูหนู เหด็ เปา ฮ้อื
เห็ดหอม และเหด็ ฟาง ฯลฯ
- การเพาะเหด็ เปน ยาหรอื เหด็ ทางการแพทย เชน เหด็ หลนิ จอื เหด็ ถง่ั เชา
เหด็ เยือ่ ไผ เห็ดกระถินพิมาน เหด็ หัวลงิ ฯลฯ
ดังน้ัน ไมวาจะเปนการเพาะเห็ดแบบใด หรือใชวัสดุเพาะใดก็ตาม
มอี งคประกอบทส่ี ําคญั 3 ขน้ั ตอน คอื
1. การผลิตหัวเชือ้ เหด็ เศรษฐกิจ
2. วัสดุสําหรับการเพาะเหด็ เศรษฐกิจ
3. สภาพแวดลอ มและการจัดการ
6 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
หัวเชือ้
เหด็ เศรษฐกิจ
ËÑÇàªé×ÍàËç´ÁÕ¤ÇÒÁÊíÒ¤ÑÞÍ‹ҧÂèÔ§·èÕ¼ÙŒ¼ÅÔμ¡ŒÍ¹àªé×ÍμŒÍ§ãËŒ
¤ÇÒÁÊíÒ¤ÞÑ «Ö觢ѹé μ͹¡ÒüÅμÔ ËÇÑ àªéÍ× àË´ç àÈÃɰ¡Ô¨ Áմѧμ‹Í仹éÕ
การทําอาหารวนุ เล้ยี งเชอื้ เห็ด
ในการเพาะเล้ียงเชื้อเห็ดทําได 2 วิธี คือ การเพาะสปอรจะทําใน
ลกั ษณะเชงิ วชิ าการเพอื่ หาสายพนั ธใุ หม วธิ ที น่ี ยิ มใชม ากทสี่ ดุ คอื การแยกเนอ้ื เยอื่
จะไดสายพนั ธตุ รงกับสายพนั ธเุ ดิม ซึง่ มวี ิธกี ารไมย งุ ยาก
สตู รอาหารวนุ P.D.A. (Potato Dextrose Agar)
สตู รอาหารวนุ สตู รนี้ นยิ มใชก นั มากในการเพาะเหด็ เศรษฐกจิ เพราะวา
สตู รดงั กลา วมขี อ ดี คอื จดั เตรยี มงา ยและวสั ดทุ ใี่ ชส ามารถหาซอื้ ไดต ามทอ งตลาด
สูตรอาหารวุน ประกอบดว ย
มันฝร่งั 200-300 กรัม
นํ้าตาลเดก โตรส 18-20 กรมั
วนุ ทําขนม 18-20 กรมั
น้าํ 1,000 ซ.ี ซ.ี
7การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
ÍØ»¡Ã³· ÊèÕ Òí ¤ÑÞ㹡Ò÷íÒÍÒËÒÃnjعàÅÂéÕ §àª×Íé
ËÁŒÍ¹Ö觤ÇÒÁ´Ñ¹ (Autoclave) ໚¹ÍØ»¡Ã³·ÕèÊíÒ¤ÑÞ
㹡ÒÃ㪌ÊíÒËÃѺ¹èÖ§¦‹Òàªé×ͨØÅÔ¹·ÃÕÂã¹ÍÒËÒÃÇØŒ¹áÅÐàÁÅç´¸Ñ޾ת
ËÁŒÍ¹èÖ§·íÒ¨Ò¡âÅËзÕèÁÕ¤ÇÒÁ·¹·Ò¹μ‹Íáç¡´´Ñ¹ä´Œ´Õ໚¹¾ÔàÈÉ
à¾ÃÒÐ㹡ÒùÖ触‹Òàª×éͨØÅÔ¹·ÃÕÂμŒÍ§ãªŒ¤ÇÒÁ´Ñ¹¤‹Í¹¢ŒÒ§ÊÙ§ (ÃÒ¤Ò
ËÁÍŒ ¹è§Ö ¤ÇÒÁ´¹Ñ ¤Í‹ ¹¢ŒÒ§á¾§)
8 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
วธิ ที ําอาหารวนุ เลยี้ งเชื้อเห็ด
1. นาํ มนั ฝรงั่ มาปอกเปลอื กแลว หนั่ ใหเ ปน ชน้ิ เลก็ ๆ ขนาดเทา กบั ลกู เตา
หรอื มขี นาด 1 x 1 x 1 ลูกบาศกเ ซนติเมตร
2. นาํ มนั ฝรงั่ ที่หั่นใสในภาชนะและเทนํ้าสะอาดใส ประมาณ 1,000 ซี.ซ.ี
หรือ 1 ลิตร โดยใชไฟออนๆ ถาใชไฟแรงมันฝร่ังอาจจะเปอยและยุยละลาย
เนอื้ มนั ฝรง่ั ออกมา ทาํ ใหอ าหารวนุ มลี กั ษณะขนุ ขาวซงึ่ ยากตอ การสงั เกตการเดนิ
ของเสน ใยเหด็ (การตม มันฝร่งั ใชร ะยะเวลาประมาณ 15 นาที นบั จากน้ําเดอื ด)
3. นาํ มันฝรัง่ ท่ตี มเทใสกระชอนท่มี ีภาชนะรองรับเพือ่ แยกกากมันฝร่ัง
ออกจากน้าํ ตมมนั ฝรั่ง
4. นาํ นาํ้ มนั ฝรง่ั ทก่ี รองแลว มาตม แลว ใสผ งวนุ ลงไปในหมอ ตม ประมาณ
18-20 กรัม (กอนใสผงวุน ควรผสมผงวุนกับน้ําเย็นขางนอกกอนเพราะถาใส
ผงวนุ ลงไปในนาํ้ มนั ฝรงั่ ทรี่ อ นจะทาํ ใหอ าหารวนุ จบั กนั เปน กอ น) และใหค นตลอด
เวลาเพื่อปองกันไมใหอาหารวุนไหมบริเวณกนหมอ การทําอาหารวุนควรใชไฟ
ปานกลาง
5. หลังจากนั้นใหเติมนํ้าตาลเดกโตรสลงไปประมาณ 18-20 กรัม
คนตอ ไปจนนํา้ หนดื เล็กนอย
6. เมอื่ อาหารวนุ ละลายหมดแลว ใหน าํ อาหารวนุ ทไ่ี ดม าบรรจขุ วดแบน
20-30 ซ.ี ซ.ี ระวงั อยา ใหอ าหารวนุ เปอ นปากขวด พรอ มกบั อดุ ดว ยจกุ สาํ ลหี มุ ดว ย
กระดาษ และใชย างรดั หรอื ใชค อขวดพลาสตกิ ครอบใหเรียบรอย
7. นาํ ขวดอาหารวนุ มานง่ึ ฆาเช้อื ดว ยหมอนง่ึ ความดัน โดยใชค วามดนั
ท่ี 15-20 ปอนดตอตารางน้ิว สังเกตที่แรงดัน 15 ปอนดตอตารางนิ้ว อุณภูมิ
121.5 องศาเซลเซยี ส เรมิ่ นบั ระยะเวลาในการนง่ึ 30-40 นาที หากมปี รมิ าณขวด
จาํ นวนมากใหเ พมิ่ เวลาในการนงึ่ ฆา เชอ้ื เพอ่ื จะไดฆ า เชอ้ื โดยสมบรู ณ ขอ ควรระวงั
ในการนง่ึ ไมค วรใชค วามดนั เกนิ 20 ปอนดตอ ตารางน้ิว เพราะนอกจากจะเกิด
อันตรายตอผใู ชแ ลว อาจทําใหค ุณคาอาหารถูกทาํ ลายเนอ่ื งจากความดนั สูงมาก
เกนิ ไป
9การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
8. ขวดอาหารวุนท่ีผานการน่งึ แลว กอนท่อี าหารวนุ จะเย็นตัวลงหรอื
กอนท่ีอาหารวุนจะแข็งตัว ใหนําขวดอาหารวุนมาวางในลักษณะนอน เพื่อเพ่ิม
พ้ืนท่ีผิวของอาหารวุน และเมื่ออาหารวุนแข็งตัวดีแลวก็สามารถนําไปใชเลี้ยง
เชื้อเหด็ ไดตอ ไป
¡ÒÃàÅéÕ§àª×Íé àËç´º¹ÍÒËÒÃnjع
การเล้ียงเชื้อเห็ดบนอาหารวุน นับวาเปนข้ันตอนที่มีความสําคัญมาก
ท่ีสุดผูเพาะเห็ดตองฝกปฏิบัติจนกระทั่งมีความชํานาญและสามารถเข่ียเช้ือเห็ด
ลงบนอาหารวุนไดโดยไมมีเชื้อปลอมปน วิธีน้ีเปนการขยายเชื้อเห็ดใหมีจํานวน
มากขน้ึ เพ่อื ท่ีจะใชท ําหวั เช้ือตอไป
¡ÒÃà¢ÕèÂà¹×éÍàÂè×Íà¾è×ÍàÅÕé§àª×éÍàËç´º¹ÍÒËÒÃÇØŒ¹
(Tissue Culture)
การเข่ียเนื้อเย่ือเห็ด หรือการแยกเน้ือเยื่อเห็ดลงบนอาหารวุน เปน
กรรมวิธที ่นี ิยมใชกนั มาก เพราะทําไดงายกวา การเพาะเลี้ยงสปอร (spore) และ
ดอกเห็ดท่ไี ดจะมลี ักษณะคลายพนั ธุเ ดมิ ทุกประการ การเขยี่ เน้อื เยือ่ แบบนี้นยิ ม
10 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
ใชก บั เหด็ หลายชนดิ เชน เห็ดฟาง เห็ดนางรม เหด็ นางฟา เหด็ เปาฮื้อ เห็ดหหู นู
เหด็ แชมปญ อง ฯลฯ การเข่ียเนือ้ เยอ่ื เหด็ ดวยวธิ กี ารนี้ มหี ลักการ ดังนี้
1. การเลอื กดอกเหด็ ทจ่ี ะทาํ พันธุ ควรมลี กั ษณะ ดังนี้
1.1 ดอกเห็ดจะตองมีขนาดใหญ น้ําหนกั มาก ชอ ดอกดก
1.2 ดอกเห็ดท่ีจะนํามาเข่ียเน้ือเย่ือ ควรเปนดอกเห็ดที่สมบูรณ
ไมเ ปนโรคหรือมแี มลงเขา ทําลาย
1.3 ดอกเห็ดจะตองสด ไมออนหรือแกเกินไป เก็บมาจากถุง
กอนเชือ้ ใหม ๆ เนอ้ื เย่อื เหด็ อยูในระยะท่พี รอมจะเจริญเติบโต
1.4 ดอกเห็ดท่นี ํามาเขีย่ จะตอ งไมถ กู น้ํา และหามนํามาลา งนํา้ เปน
อันขาดเพราะน้ําจะดูดซึมเขาไปในดอกเห็ดทําใหโอกาสท่ีจะเกิดเช้ือปลอมปน
ไดง าย
2. วสั ดอุ ปุ กรณท ใ่ี ชใ นการเขย่ี เนอ้ื เยอ่ื เหด็ อปุ กรณด งั กลา วตอ งสะอาด
ประกอบดวย
2.1 ตูเข่ียเชื้อจากเน้ือเยื่อเห็ด จัดเปนอุปกรณที่สําคัญอยางหน่ึง
ในการเพาะเห็ด ท้ังนี้เนื่องจากในสภาพบรรยากาศท่ัว ๆ ไปจะมีเช้ือรา
เชอื้ แบคทเี รยี และเชอื้ จลุ นิ ทรยี อ นื่ ๆ เปน จาํ นวนมากทจ่ี ะเจรญิ แขง ขนั กบั เชอื้ เหด็
11การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
2.2 เขม็ เขย่ี เชอ้ื ลกั ษณะของเขม็ จะตอ งมปี ลายแหลมและงอตงั้ ฉาก
กบั ตวั เขม็ ใชส าํ หรบั จกิ เนอื้ เยอื่ เหด็ โคนญป่ี นุ เพอื่ สะดวกในการตดั และจกิ เนอื้ เยอื่
ของดอกเหด็
2.3 ตะเกียงแอลกอฮอล ทํามาจากอะลูมิเนียม หรือแกวตะเกียง
ชนิดน้ีมักมีฝาครอบเพ่ือชวยปองกันไมใหแอลกอฮอลระเหยออกมา ใชเมทธิล
แอลกอฮอลเปนเชื้อเพลิงเพราะเชื้อเพลิงชนิดน้ีไมมีเขมาควันจับเข็มเข่ียเช้ือและ
ปากขวด หลงั จากปฏบิ ตั งิ านแตล ะครง้ั ควรใชฝ าครอบตะเกยี งแอลกอฮอลครอบ
ตะเกยี งเอาไว เพอ่ื ปองกนั ไมใหแอลกอฮอลสูญเสยี ไปโดยเปลาประโยชน
2.4 แอลกอฮอล แอลกอฮอลทนี่ ิยมใชกนั ทว่ั ๆ ไปมี 2 ชนิด คอื
- เมทธิลแอลกอฮอล แอลกอฮอลชนิดนี้เหมาะสําหรับการ
นาํ มาใชจ ดุ ไฟอยา งเดยี วเปน แอลกอฮอลท มี่ อี นั ตราย รบั ประทานไมไ ด มจี าํ หนา ย
ตามทอ งตลาดท่วั ๆ ไป
- เอทธิลแอลกอฮอล เปนแอลกอฮอลสําหรับการนํามาใช
ฆาเชอื้ มีจําหนา ยตามรา นขายยาและรานขายเคมีภัณฑ
2.5 ใบมดี คม ๆ
2.6 ขวดอาหารวุน
2.7 ดอกเหด็
12 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
3. การเตรียมอปุ กรณในการเขี่ยเนอ้ื เยื่อเพ่ือเลี้ยงเชอ้ื เห็ด อุปกรณท ่ี
ใชต อ งสะอาด โดยเฉพาะตเู ขย่ี เชอ้ื ตอ งทาํ ความสะอาดเปน กรณพี เิ ศษ โดยปฏบิ ตั ิ
ดังน้ี
3.1 ใชน ้าํ ยาเดทตอลหรือคลอรอกซ เชด็ ถทู ําความสะอาดภายในตู
เขยี่ เชื้อ
3.2 ใชเ อทธิลแอลกอฮอลฆาเช้ือ ความเขม ขน 70% ฉีดพน ฆาเช้ือ
ภายในตูเขี่ยเชื้อกอนลงมือปฏิบัติการ วิธีการนี้นิยมใชกันมากเพราะปฏิบัติได
สะดวกและรวดเรว็
3.3 การฆาเช้อื ภายในตูเขย่ี เช้อื อาจใชแสงอลุ ตราไวโอเลท ฆาเชอื้
ภายในตเู ขย่ี เชอื้ กอนลงมอื ปฏิบัตกิ ารกไ็ ด
3.4 การฆาเช้ือภายในตูเข่ียเชื้อ อาจจะใชฟอรมาลินหยดลงบน
ดางทบั ทมิ อัตราสว น 2:1 รมควันตเู ขยี่ เชือ้ ท้ิงไวป ระมาณ 24-48 ชว่ั โมง
13การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
4. ขั้นตอนในการแยกเน้ือเย่ือเพ่ือเลี้ยงเช้ือเห็ด เม่ือเตรียมอุปกรณ
ตา ง ๆ เรยี บรอ ยแลว ผเู ขี่ยเชื้อควรปฏบิ ัติ ดังน้ี
4.1 ใหนําอุปกรณที่จะใชในการแยกเน้ือเย่ือเพื่อเล้ียงเช้ือเห็ด ซึ่ง
ประกอบดว ย ขวดอาหารวุนตะเกียงแอลกอฮอล เขม็ เขี่ยเชอื้ และดอกเหด็ ใสใ น
ตเู ขีย่ เชอื้ จากเน้อื เยื่อเห็ดท่ีผา นการทําความสะอาด และฆา เชอื้ เรียบรอยแลว
4.2 ใหสอดมือเขาไปในตู ทางชองท่ีอยูดานลางของตู พรอมกับ
จดุ ไฟทีต่ ะเกยี งแอลกอฮอล
4.3 ใหใ ชม อื ทถ่ี นดั จบั เขม็ เขย่ี เชอื้ คลา ยกบั การจบั ดนิ สอหรอื ปากกา
จากนนั้ จงึ ลนไฟฆาเช้ือทเ่ี ขม็ เขย่ี เชือ้ แลว ปลอ ยใหเยน็ ตวั ลงสกั ครูห นง่ึ
4.4 ใชม ดี ผาและฉกี ดอกเหด็ ออกเปน 2 สวน พรอมกบั ใชเขม็ เข่ีย
เช้ือจกิ เนื้อเยื่อดอกเห็ดท่อี ยภู ายในใหต ิดมาเปน ชนิ้ เลก็ ๆ
4.5 ใหว างดอกเหด็ ลง และใชม ือทว่ี างดอกเห็ด หยบิ ขวดอาหารวนุ
และใชอุงมือท่ีถือเข็มเขี่ยเช้ือ ดึงจุกสําลีออกและตองระวังอยาใหสวนของสําลี
ท่อี ยูด านในขวดสมั ผัสกบั สง่ิ ใด (หา มกําจุกสําลีเด็ดขาด) จากน้ันจงึ ลนไฟฆาเช้อื
ทบ่ี รเิ วณปากขวด พรอ มกบั นาํ เนอ้ื เยอ่ื เหด็ ทอ่ี ยปู ลายเขม็ เขยี่ เชอ้ื เขา ไปวางบรเิ วณ
ตรงกลางของอาหารวุน จากนั้นจึงนําเข็มเข่ียเช้ือออกพรอมกับลนไฟฆาเช้ือท่ี
บรเิ วณปากขวดอกี ครัง้ หน่งึ กอ นท่ีจะปดจุกสําลี
¡ÒôÙáŢǴÍÒËÒÃǹŒØ
หลังจากเข่ียเน้ือเยื่อจากดอกเห็ดลงบนอาหารวุนเรียบรอยแลว
การดแู ลรกั ษาขวดอาหารวุนควรปฏิบัติ ดงั น้ี
1. การปองกันมด หรือแมลงชนิดอ่ืนท่ีจะมากัดกระดาษที่ปด จุกขวด
และคลานเขาไปในอาหารวุน ควรปองกันไมใ หมดเขาไปกัดกนิ เสน ใยเห็ด
2. ใหสังเกตขวดอาหารวุนวามีเชื้อปลอมปนหรือไมทุกระยะของการ
เจริญเติบโตของเสนใย เพราะถาเสนใยเดินเต็มผิวอาหารวุนแลวจะสังเกต
เชอื้ ปลอมปนไดย าก
14 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
3. ถาตองการใหเสนใยเดินเร็ว ควรเก็บรักษาขวดอาหารวุนท่ีใชเลี้ยง
เช้อื เห็ดไวในบริเวณทมี่ ืด ๆ และเม่ือเสนใยเดนิ เตม็ ผวิ ของอาหารวุนแลว ควรรบี
ขยายลงเพาะเล้ยี งบนเมล็ดธญั พชื ตอไป
¢Ç´·èÕàÃÔèÁà¢èÂÕ à¹é×ÍàÂ×Íè ŧº¹ÍÒËÒÃÇØŒ¹ ¢Ç´·ÕèàÊŒ¹ãÂà´Ô¹àμçÁ
¡ÒÃàÅÕé§àªéÍ× àËç´º¹àÁÅç´¸ÑÞ¾ª×
การเล้ียงเชื้อเห็ดบนเมล็ดธัญพืชเพ่ือขยายเชื้อเห็ดใหมีปริมาณเพิ่ม
มากข้ึนผูเพาะเห็ดใชวิธีการซื้อหัวเชื้อเห็ดที่เจริญบนเมล็ดธัญพืชจากรานขาย
หัวเช้ือเห็ดผูเพาะเห็ดนิยมใชวิธีการน้ีมาก แตถาผูเพาะเห็ดเขาใจวิธีการทําก็
สามารถผลติ หวั เชอื้ เหด็ ออกจาํ หนา ยได ซง่ึ จะทาํ กาํ ไรใหแ กผ ผู ลติ ไดไ มน อ ยทเี ดยี ว
สําหรับเมล็ดธัญพืชที่สามารถนํามาใชทําหัวเชื้อเห็ดมีหลายชนิด ไดแก ขาวฟาง
ขาวเปลือก ขาวโพด ขาวสาลี ฯลฯ แตท่ีนิยมใชมากท่ีสุดก็คือ ขาวฟาง และ
ขาวเปลอื ก เพราะหางาย ราคาถูก และหัวเชอ้ื เหด็ ทไ่ี ดมลี ักษณะรว น เหมาะสม
และสะดวกจงึ สะดวกในการเขี่ยเชื้อลงกอนเชอ้ื เหด็
15การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
ขั้นตอนในการเตรียมเมลด็ ธญั พชื ใหป ฏิบตั ิเปนขนั้ ๆ ดังนี้
1. นําเมลด็ ธญั พืช ซึ่งอาจจะเปนเมล็ดขาวฟาง ขา วเปลอื ก ฯลฯ มา
ทําความสะอาดโดยการคัดส่ิงเจือปนออกใหหมด และทําการลางหลาย ๆ ครั้ง
จนเมลด็ ธญั พืชสะอาด
2. นําเมลด็ ธญั พชื มาแชน ้ําทง้ิ ไวประมาณ 12-18 ชัว่ โมง เพ่อื ใหเ มล็ด
ธญั พืชนม่ิ และตม สุกไดง ายในระหวางแชค วรเปล่ยี นน้ํา 2-3 ครัง้
3. นําเมล็ดธัญพืชไปตมหรือนึ่งจนกระท่ังสุกพอดีโดยสังเกตจาก
เม่ือนําเมล็ดธัญพืชมาบีบจะนิ่มมือ และเมล็ดธัญพืชเร่ิมปริเล็กนอย ไมควรให
เมล็ดธัญพืชสุกมากเกินหรือเมล็ดธัญพืชบานมากเกินไป เพาะเมล็ดธัญพืชจะ
ดูดน้ําเขาไวในเมล็ดจนแฉะ ซึ่งจะมีผลทําใหเสนใยเห็ดไมสามารถเจริญเติบโต
อยางสมํา่ เสมอทง้ั ขวด
16 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
4. นําเมล็ดธัญพืชที่ตมสุกแลวมาเทใสบนตะแกรง แลวเกลี่ยเมล็ดให
กระจาย ผ่งึ ลมทิง้ ไวประมาณ 20-30 นาที เมล็ดธญั พชื จะหมาด ไมแ ฉะนา้ํ มาก
5. นําเมล็ดธัญพืชบรรจุลงในขวดกลมหรือขวดแบน โดยใหใสลงไป
ประมาณคร่งึ ขวดพรอมกับอุดจกุ ดว ยสําลี และหมุ ดวยกระดาษทบั อีกชั้นหนง่ึ
6. นําขวดเมล็ดธัญพืชไปนึ่งดวย
หมอนึ่งความดัน เพ่ือฆาเช้ือภายในขวดเมล็ด
ธญั พชื ใหห มด โดยใชค วามดนั ที่ 15-20 ปอนด
ตอตารางนิ้ว อุณภูมิ 121.5 องศาเซลเซียส
ระยะเวลาในการนงึ่ 30-40 นาที หากมปี รมิ าณ
ขวดจํานวนมากใหเพ่ิมเวลาในการนึ่งฆาเช้ือ
เพื่อจะไดฆาเช้ือโดยสมบูรณ เมื่อขวดเมล็ด
ธญั พชื เยน็ ตวั ลงใหน าํ ขวดเมลด็ ธญั พชื มาเขยา
โดยพยายามอยาใหเมล็ดธญั พชื ถกู จกุ สาํ ลี ซ่งึ
จะชว ยใหค วามชน้ื ของเมลด็ ธญั พชื ภายในขวด
กระจายอยา งสมา่ํ เสมอ และชว ยใหเ สน ใยเหด็
เจริญเตบิ โตดขี ึ้น
17การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
¡ÒÃà¢ÂÕè àªÍé× àË´ç ŧ㹢ǴàÁÅ´ç ¸ÞÑ ¾×ª
ในการเข่ียเช้ือเห็ดลงเลี้ยงในเมล็ดธัญพืช ผูเข่ียเช้ือตองใชเทคนิค
การปลอดเชอ้ื ปลอมปนโดยทาํ การเขี่ยภายในตเู ขีย่ เช้อื
วสั ดุและอุปกรณ
- ขวดเมลด็ ธัญพชื ท่ีนึง่ ฆาเชื้อแลว
- ขวดอาหารวนุ ทีเ่ สน ใยเจริญเตบิ โตเตม็ พื้นผิวแลว ไมมกี ารปนเปอน
- อุปกรณท ีใ่ ชในการเข่ียเชือ้ ไดแก เข็มเขีย่ เชื้อ ตะเกยี ง แอลกอฮอล
- ตเู ข่ียเชื้อ
ข้นั ตอนการปฏบิ ัติการเขี่ยเชื้อเห็ด
1. ใหเ ลอื กขวดอาหารวนุ ทเ่ี สน ใยเจรญิ เตม็ พนื้ ผวิ ใหม ๆ เพราะระยะน้ี
เสน ใยจะแขง็ แรงมากทสี่ ดุ ถา ใชข วดหวั เชอ้ื เหด็ ทมี่ เี สน ใยแก เชอื้ เหด็ จะไมแ ขง็ แรง
และเสน ใยเจริญเติบโตชา
2. นําอุปกรณเ ขี่ยเช้ือตา ง ๆ ทีท่ ําความสะอาดดวยแอลกอฮอล 70%
เรยี บรอยแลว ใสเ ขา ไปในตูเ ข่ยี เชอ้ื
3. สอดมือทง้ั สองเขาไปในตเู ขยี่ เช้ือ ใชม อื ขวาถอื เขม็ เข่ยี คลายกับการ
จับดินสอหรือปากกา แลวลนไฟฆาเชื้อที่เข็มเข่ียเช้ือ และปลอยใหเข็มเข่ียเช้ือ
18 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
เยน็ ตวั ลงสกั ครหู นง่ึ จงึ ใชม อื ซา ยหยบิ ขวดอาหารวนุ ขน้ึ มา แลว ใชอ งุ มอื ขวาดงึ จกุ
สําลอี อก ขอควรระวังไมควรกาํ จกุ สําลไี ว
4. ใหลนไฟฆาเชื้อที่ปากขวด พรอมกับสอดเข็มเขี่ยเช้ือเขาไปในขวด
อาหารวนุ แลวตดั เสนใยเหด็ ที่เจริญบนอาหารวุน ขนาด 1 x 1 ตารางเซนติเมตร
จากนั้นจึงใชปลายเข็มเขี่ยจิกแผนอาหารวุนที่เสนใยเจริญอยูออกมา และลนไฟ
ฆา เชื้อที่ปากขวดอาหารวุน อกี ครัง้ หนงึ่ กอ นที่จะปดจกุ สําลี
5. ใหใชมือซายหยิบขวดเมล็ดธัญพืชขึ้นมา พรอมกับใชอุงมือขวาดึง
จุกสาํ ลอี อก แลว ลนไฟฆาเชอื้ ทีป่ ากขวด จากนั้นจงึ สอดแผนอาหารวุน เขาไปใน
ขวดเมล็ดธัญพืช โดยใหวางช้ินสวนของอาหารวุนที่เสนใยเจริญอยู ไวตรงกลาง
ขวด แลว ดงึ เขม็ เขย่ี เชอื้ ออก จากนนั้ จงึ ลนไฟฆา เชอ้ื ทปี่ ากขวดกอ นปด จกุ สาํ ลี และ
หมุ ปากขวดดว ยกระดาษอกี ชน้ั หนงึ่ เชอื้ เหด็ จะเดนิ เตม็ ขวดเมลด็ ธญั พชื ตามชนดิ
ของเห็ด เชน เห็ดนางฟา เห็ดนางรม และเห็ดโคนญีป่ นุ ประมาณ 12-15 วัน
สว นเห็ดหหู นู เห็ดเปาฮอื้ ประมาณ 15-20 วนั เปนอนั เสรจ็ ขัน้ ตอนของการผลติ
หวั เช้อื เห็ดเศรษฐกิจ
19การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
แตสําหรับผูเพาะเห็ดท่ัวไปอาจไมจําเปนตองทําเชื้อเห็ดเองก็สามารถ
เลือกซื้อเชื้อเห็ดไดจากฟารมเห็ด หรือจากรานขายอุปกรณเพาะเห็ด ซึ่งในการ
เลือกหัวเชื้อเห็ดควรสนใจเปนพิเศษเก่ียวกับอายุของเชื้อและความบริสุทธ์ิ
ของเชอื้ ควรเลอื กเชอื้ เหด็ ทเี่ สน ใยยงั เดนิ ไมเ ตม็ ขวดหรอื เพงิ่ เตม็ ไมค วรเลอื กขวด
ที่เสนใยแก ซึ่งเสนใยมักสานกันแนนและเปล่ียนเปนสีเหลืองหรือขาวอมเหลือง
เพราะเทหัวเชื้อไมไดและเสนใยแกมักโตชา เม่ือเพาะแลวอาจไดดอกเห็ดนอย
นอกจากนห้ี วั เชอ้ื ตอ งบรสิ ทุ ธิ์ ไมม เี ชอ้ื โรคหรอื แมลงศตั รใู ดๆ เจอื ปน ใหส งั เกตวา
เสน ใยเหด็ ทเี่ จรญิ ออกจากชนิ้ วนุ ตอ งเปน วงสมา่ํ เสมอ เมลด็ ขา วควรแหง สมาํ่ เสมอ
ทงั้ ขวด ไมม ีนา้ํ เย้ิมเปนเมอื ก หรอื มสี ีแตกตา งกนั ไป เชน สดี ํา เทา นา้ํ ตาล เขียว
หรือเหลืองเปนหยอม ๆ แสดงวามีเช้ืออ่ืนปะปน ไมควรนําไปเพาะขยายลง
กอ นเชอ้ื นอกจากนห้ี วั เชอ้ื บางขวดมเี สน ใยเหด็ เวา แหวง ขาดหายไปเปน หยอ ม ๆ
ก็ไมควรนําไปเพาะเชนกัน เนื่องจากอาจมีศัตรูเห็ด เชน ไรไขปลา ไรขาวใหญ
กัดกินเสนใยถานําไปเพาะจะเกิดความเสียหายอยางมาก ท่ีสําคัญตองซ้ือจาก
แหลง ทเี่ ช่อื ถอื ได
20 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
วัสดสุ าํ หรบั
การเพาะเหด็ เศรษฐกิจ
¸ÒμØÍÒËÒÃ໚¹ÊÔè§ÊíÒ¤ÑÞ·ÕèàËç´¨íÒ໚¹μŒÍ§ä´ŒÃѺà¾è×Í㪌㹡ÒÃ
à¨ÃÞÔ àμºÔ âμ ä´áŒ ¡‹ ¤Òú ͹ ä¹âμÃਹ ¸ÒμÍØ ÒËÒà áÅÐÇμÔ ÒÁ¹Ô «§èÖ ¸ÒμÍØ ÒËÒÃ
áμ‹ÅЪ¹Ô´ÁÕ¤ÇÒÁ¨íÒ໚¹ã¹áμ‹ÅЪ‹Ç§¢Í§¡ÒÃà¨ÃÔÞàμÔºâμäÁ‹àËÁ×͹¡Ñ¹
¤ÇÒÁÊÒí ¤ÞÑ ¢Í§¸ÒμÍØ ÒËÒÃàËÅÒ‹ ¹àéÕ ¡ÂèÕ Çà¹Í×è §â´Âμç¡ºÑ ¡ÒÃàÅÍ× ¡ÇÊÑ ´·Ø ¨èÕ Ð¹Òí
ÁÒ㪌à¾ÒÐàËç´ à¾ÃÒÐã¹áμ‹ÅзŒÍ§·èÕ¡ç¨ÐÁÕÇÑÊ´Øà¾ÒзÕèÊÒÁÒöËÒä´Œã¹ÃÒ¤Ò
·Õèáμ¡μ‹Ò§¡Ñ¹ áÅÐäÁ‹Ç‹Ò¨Ð㪌ÇÑʴت¹Ô´ã´¡ç¤ÇÃãËŒÁÕ¸ÒμØÍÒËÒÃÊíÒ¤ÑÞÍ‹ҧ
¤Ãº¶ÇŒ ¹ à¾×Íè ãˌ䴡Œ ÍŒ ¹àª×Íé àË´ç ·ÕèÁ¤Õ سÀÒ¾«§èÖ ¸ÒμØÍÒËÒ÷èÕÊíÒ¤ÞÑ ä´Œá¡‹
1. ข้ีเล่ือย ที่ใชเปนวัสดุเพาะเปนขี้เลื่อยไมเนื้อออนทุกชนิด สามารถ
เพาะเห็ดไดดี แตในปจจุบันท่ีนิยมใชไมยางพารา เพราะหาไดงายและซ้ือไดใน
จํานวนมาก ๆ ไดจากโรงเลื่อย ข้ีเล่ือยที่ใชควรเปนกลางเกากลางใหมจะดีที่สุด
หากเปน ขเ้ี ลอื่ ยใหมค วรกองทงิ้ ไว 4 สปั ดาห เชอื้ เหด็ จะเจรญิ เตบิ โตไดด ี ถา ขเี้ ลอื่ ย
เกา มากเกินไปจะถูกยอยเปนปุยหมกั ไมม ีธาตอุ าหาร
21การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
2. รํา ใชรําละเอียดซึ่งเปนอาหารที่ดีที่สุดของเช้ือเห็ด มีธาตุอาหาร
ครบ ทําใหร าเห็ดเจริญเติบโตไดดแี ละใหผลผลิตสงู
3. ปนู ขาว ชว ยปรบั สภาพความเปน กรดเปน ดา งใหอ ยรู ะหวา ง 6.5 - 8.5
จะทาํ ใหเห็ดเจริญเติบโตและใหผ ลผลิตดี
4. ดีเกลอื หรอื เมกนเี ซียมซลั เฟส (MgSO4) ชวยใหเสน ใยเห็ดมีความ
แข็งแรงข้นึ เจรญิ เติบโตในวสั ดุเพาะไดดี ทาํ ใหเ สน ใยรวมเปนดอกไดส มบรู ณข น้ึ
ความชน้ื ของกอนเห็ดอยทู ่ี 60-65% เหด็ ชอบความชื้น แตไมชอบแฉะ
หรือแหงเกินไป ถาชื้นมากเสนใยจะไมเดิน น้ําจะไปหยุดการเจริญเติบโตของ
เสน ใย หากแหง เกนิ ไปเชื้อจะไมเดนิ เพราะไมม คี วามชน้ื ใหเสนใยเจรญิ เติบโต
¡Ò÷íÒ¡ŒÍ¹àª×éÍàË´ç
วัสดุ อปุ กรณท ่ใี ช ไดแ ก
- อปุ กรณผ สมวสั ดเุ พาะเหด็ เครอ่ื งผสม ใชส าํ หรบั คลกุ เคลา สารอาหาร
ของเหด็ ใหส มาํ่ เสมอเขา กนั ไดด ี ไมท าํ ใหส ารอาหารกระจกุ ตวั หากไมม เี ครอ่ื งผสม
อาจใชผ สมดว ยมอื เชน พลัว่ หรอื คลาด
- ถุงพลาสติก
คุณสมบัติถุงทนรอน กน
มจี บี ขนาด 6.5 x 12.5 นวิ้
ไมแ ตกหรือฉีกขาดงา ย
- คอขวด
พลาสติก ใชบังคับชอง
ปากถุงของกอนเช้ือ และ
ใหเห็ดออกตามชองหรือ
รคู อขวด
22 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
- สําลี ใชอ ุดปอ งกนั เช้อื โรและแมลงศตั รูเหด็ เขาไปในวสั ดเุ พาะ หรอื
กอ นเชอ้ื เห็ดและระบายอากาศ รักษาความชนื้ ในกอนเห็ด
- หนังยาง ใชรดั ปากถุงพลาสตกิ กับคอขวด
- จุกปดกอนเช้ือเห็ด ใชสําหรับปดกอนเชื้อเพื่อกันแมลงหรือหนูกัด
เจาะทําลาย หากไมใชจุกปดกอนจะใชกระดาษปดทับแลวรัดดวยหนังยาง
แทนกไ็ ด
สตู รทใ่ี ชใ นการผสมวัสดเุ พาะเห็ด
- ขีเ้ ล่อื ยไมยางพารา 100 กิโลกรัม
- รําละเอียด 5 กโิ ลกรัม
ถา เปน เห็ดโคนญปี่ ุน เพม่ิ ราํ ละเอียด 7-10 กโิ ลกรัม
- ดีเกลือ 0.2 กโิ ลกรัม
- ปนู ขาว 1 กิโลกรัม
- นํ้า เพ่อื เพิ่มความชน้ื 60-65%
23การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
หลังจากเตรียมสูตรอาหาร
ไดแลวใหนําสวนผสมท้ังหมดไป
คลกุ เคลา ใหเ ขา กนั คอยเตมิ นาํ้ เพอื่ ปรบั
ความชื้นใหอยูที่ประมาณ 60-65%
ใหทดสอบความช้ืนโดยเอามือกําแลว
บีบแรง ๆ หากความชื้นท่ีพอเหมาะ
จะรูสึกมือชื้น ๆ และเมื่อแบมือออก
จะเหน็ วสั ดเุ พาะจบั กนั เปนกอน และแตกออกเปน 2-3 กอ น แตถากาํ แลวมนี า้ํ
เล็ดลอดออกหรือน้าํ เยิม้ เปน หยดจากงา มมอื แสดงวา ความชนื้ สงู เกนิ ไป ควรผึ่ง
หรือนําวัสดุเพาะแหงเขาไปผสมอีก แตหากกํามือแลวแบบออกวัสดุเพาะแตก
กระจายไมจับกันเปนกอน แสดงวาวัสดุเพาะแหงเกินไปจะตองเพ่ิมนํ้าใหมี
ความชนื้
เม่ือผสมวัสดุเพาะเสร็จแลว ใหบรรจุใสถุงพลาสติกที่ใชเพาะเห็ด ถุง
กอนเช้ือควรมีนํ้าหนัก 8 ขีด ถึง 1 กก. เม่ืออัดกอนเช้ือแนนดีแลว ใสคอขวด
พลาสติก อุดดวยสําลี การบรรจุวัสดุเพาะควรบรรจุใหหมดภายในวันเดียว
เพราะหากท้ิงไวความช้ืนภายในกองวสั ดุจะหายไป และเกดิ การหมกั ภายในกอง
วสั ดุเพาะ
24 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
นํากอนเช้ือที่ไดไปนึ่งฆาเช้ือ ใชเวลาอยางนอยไมตํ่ากวา 4 ช่ัวโมง
นับจากไอนํ้าท่ีพนออกมาประมาณ 15-20 ซม. โดยสังเกตจากไอน้ําจาก
ชองระบาย เมื่อครบตามเวลา เปดตูนึ่งและปลอยใหกอนเย็นคลายตัว จนกวา
จะเยน็ ลง
การนึง่ ฆาเชอื้
1. ตูน่ึงกอนเช้ือเห็ด ขนาดความจุของตูขึ้นอยูกับชนิดของการใชงาน
และลักษณะของการนึ่งฆา เชอื้ การน่ึงฆาเชื้อเพื่อนึง่ ฆาเชื้อโรคและแมลงทป่ี ะปน
กันมากับวัสดุเพาะในกอนเช้อื เห็ด
2. ตะแกรงใสกอนเช้ือเห็ด ขนาดบรรจุ 12 กอนตอ 1 ตะแกรง ใช
สําหรับใสกอนเห็ดเขาตูอบสามารถระบายไอนํ้าและกระจายอุณหภูมิใหทั่วถึง
ทกุ กอ น
การถายเช้ือลงกอนเชื้อ สถานท่ีที่ใชถายหัวเชื้อเห็ดลงกอนเช้ือควร
สะอาด ลมสงบ วัสดุท่ีใชเขี่ยหัวเชื้อควรทําความสะอาดดวยแอลกอฮอลกอน
ทกุ ครง้ั กอ นเชอื้ ทจ่ี ะนาํ มาถา ยเชอ้ื ลงจะตอ งเยน็ ดแี ลว การทดสอบโดยการนาํ มา
แนบกับผิวหนังท่ีบอบบาง เชน ใบหนาหรือตนแขน หากผิวหนังสามารถทน
ความรอนได กส็ ามารถไปหยอดเชอื้ ลงได ซ่งึ มขี นั้ ตอน ดงั นี้
1. ทําความสะอาดรางกาย โดยการอาบน้ํา เปลี่ยนเส้อื ผา
2. ทาํ ความสะอาดเครอื่ งมอื และขวดหวั เชอ้ื เหด็ ดว ยแอลกอฮอร 70%
25การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
3. นาํ หวั เชอื้ เหด็ ทเ่ี ลย้ี งไวใ น
เมลด็ ธญั พชื ใชประมาณ 10-20 เมล็ด
ตอกอน เข่ียลงใน แลวรีบปดปากถุง
ดวยสําลี และปดดวยจุกหรือใช
กระดาษปด ทบั ทนั ที
4. นาํ กอ นเชอื้ ทถี่ า ยหวั เชอื้ เหด็
ลงเรียบรอยแลวไปบมไวในโรงบม
กอนเช้ือตอไป
26 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
สภาพแวดลอ ม
และการจัดการ
¡Òè´Ñ ¡Òá͌ ¹àªÍ×é áÅСÒÃ»ÃºÑ ÊÀÒ¾áÇ´ÅÍŒ ÁÍÂÒ‹ §à¢ÒŒ 㨸ÃÃÁªÒμÔ
¢Í§àË´ç ¨Ð·Òí ãˌ䴼Œ żÅμÔ ÍÂÒ‹ §àËÁÒÐÊÁáÅÐÅ´»˜ÞËÒμÒ‹ §æ ·Õ¨è Ðà¡Ô´¢é¹Ö
ÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´ã¹¡ÒúÁ‹ ¡ŒÍ¹àª×Íé áÅСÒÃà»´ ´Í¡ ´Ñ§¹Õé
การบม กอ นเชือ้
หลังจากใสเช้ือเห็ดลงในถุงกอนเชอื้ แลว ใหนําไปบมในโรงบมเช้ือหรือ
บรเิ วณทม่ี อี ณุ หภมู ปิ กติ เพอ่ื ใหเ สน ใยเจรญิ เตบิ โตในกอ นเชอื้ ในการจดั วาง หาก
วางในแนวต้ังไมควรใหถงุ ทับซอนกัน ถาจัดวางในแนวนอนสามารถจัดวางซอน
ตองหมน่ั ตรวจดโู รคแมลง มด มอด แมลงสาบ ปลวก หรือไร หากพบใหรีบนํา
กอ นเชอ้ื ออกไปกาํ จดั ทนั ที หรอื ฉดี พน ดว ยสารสกดั ตะไครห อมรอบ ๆ โรงบม เพอื่
ปอ งกนั ไวก อ นไดห มนั่ ตรวจดทู กุ วนั หากพบถงุ เสยี หายมเี ชอ้ื อน่ื ปะปนใหร บี แยก
ออกมา นําไปนึ่งฆาเชื้อแลวใสลงไปใหม แตถาเสียหายมาก ๆ ก็ใหท้ิงไป
กอ นเช้ือเห็ดจะใชไ ดด ีเม่อื เสน ใยเต็มถุง
หากจะทํากอนเชื้อเพ่ือการจําหนาย
ราคาจะแตกตางกันไปตามชนิดของเห็ด มีต้ังแต
ถุงละประมาณ 6 บาท จนถึง 15 บาท โดยเช้ือถุง
ทเ่ี สน ใยเจรญิ เตม็ แลว จะมรี าคาแพงทสี่ ดุ สาํ หรบั ผเู พาะเหด็ ทไี่ มไ ดท าํ กอ นเชอื้ เอง
การเลือกซ้ือกอนเช้อื ควรพิจารณากอ นเชอื้ ท่ีดี ดงั นี้
1. กอนเชื้อมีขนาดและน้ําหนักที่ไดมาตราฐาน 800 - 1,000 กรัม
ที่ขนาดถุง 6 ½ x 12 ½ นิว้
2. การเดินของเสนใยเห็ดตองสม่ําเสมอ จากดานบนลงสูดานลาง
ไมเวาแหวง ทง้ั น้ีควรตอ งซ้อื จากแหลงที่เชือ่ ถอื ได
27การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
3. ปราศจากโรค เชน ราสม ราเขยี ว ราดาํ
4. ปราศจากแมลง เชน ปลวก ไร
5. ระยะเวลาในการเดนิ ของเสน ใย ตอ งตรงตามระยะเวลาของเหด็ นน้ั ๆ
เชน เหด็ นางฟา เหด็ นางรม ใชเ วลาประมาณ 30 วนั สว นเหด็ โคนญปี่ นุ เหด็ เปา ฮอื้
เหด็ หหู นู ประมาณ 60 วัน
âçàÃÍ× ¹à»´´Í¡àËç´
โรงเรือนเปดดอกเห็ดควรเปนโรงเรือนที่มีแสงสวางสองพอสมควร
อากาศถายเทสะดวก และท่ีสําคัญที่สุดคือ สามารถรักษาความชื้นใหเหมาะสม
ตอการเจริญเติบโตของเห็ดไดคือ ควรมีความช้ืนภายในโรงเรือนประมาณ
รอ ยละ 80 โรงเรอื นเปด ดอกเห็ดโดยท่วั ไปมีอยู 2 แบบ คอื โรงเรอื นแบบระบบ
ปด และเปด
โรงเรือนเปดดอกเห็ดทั้งสองรูปแบบมีขนาดของโรงเรือนไมแนนอน
โดยทว่ั ไปนยิ มใชก นั อยู 2 ขนาดคอื 4 x 6 x 2 เมตร หรอื ขนาด 8 x 12 x 12 เมตร
โดยท่ัวไปไมควรมขี นาดความกวา ง x ยาว เกิน 8 x 16 เมตร เพราะจะมีปญ หา
เรื่องการสะสมของโรคและแมลง ตลอดจนการระบายกาซคารบอนไดออกไซด
โดยเปดบริเวณหนาจ่ัวใหมีชองวางเพ่ือใหอากาศถายเทได ภายในต้ังชั้นเรียง
กอนเชื้อเห็ด ช้ันวางกอนเชื้ออาจใชไมไผหรือไมระแนงทําก็ได สวนเสา
ของโรงเรือนอาจใชไมเนื้อแข็งหรือคอนกรีต ภายในมีช้ันวางกอนเช้ือ 4 ช้ัน
จาํ นวนชั้นที่ทาํ แตละชน้ั หางกันประมาณ 40 เซนตเิ มตร สาํ หรบั ชนั้ ลางควรอยู
หางจากพื้นดินประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงานและเก็บ
ดอกเห็ดไดสะดวกดว ย
28 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
ช้นั เพาะเหด็
รปู แบบของชนั้ วางกอ นเชอื้ เหด็ นน้ั มหี ลายแบบ และสรา งชนั้ แบบไหน
ทเ่ี หมาะสมกบั โรงเรือนของเรา ใหผ ใู ชพ ิจารณารปู แบบของชนั้ ตอไปน้ี
1. ชั้นแบบทรงตัว A สามารถบรรจุกอนเช้ือเห็ดใหสูงจากพื้นทราย
ประมาณ 10-12 กอน
2. ชนั้ แบบคอนโดหรอื ตวั H บรรจกุ อ นเชอ้ื ไดม ากกวา และใชพ น้ื ทน่ี อ ย
กวา ชั้นแบบตัว A
3. ชน้ั แบบแขวน ใชเ ชอื กไนลอ นรอ ยแผน พลาสตกิ แลว วางกอ นเชอ้ื เหด็
ในลักษณะนอน ประมาณ 3-4 ถุง แลวค่นั ดวยแผน พลาสติกทเี่ จาะรู 4 รู ก้นั สลบั
กนั ไปเรือ่ ย ๆ แลวนําไปแขวนไวใ นโรงเรอื นเพาะเหด็ กส็ ามารถทําได ซง่ึ จะทําให
ชวยประหยัดพ้ืนที่ไดมากและสามารถบรรจุกอนเชื้อเห็ดไดมากข้ึนโครงสราง
ของโรงเรือนตอ งแขง็ แรง
·Ã§μÑÇ A Ẻá¢Ç¹
·Ã§μÑÇ H
29การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
สภาพแวดลอ มทเ่ี กี่ยวของกับเหด็
กอนอื่นท่ีจะเขาสูกระบวนการเปดดอกเห็ด เราควรจะตองทราบถึง
สภาพแวดลอมทสี่ ําคัญของการเพาะเหด็ เสียกอ น
ท้ังน้สี ภาพแวดลอ มนบั เปนปจจัยทม่ี ผี ลตอการเจรญิ เตบิ โตของเสนใย
และการเกิดดอกของเห็ด ดังน้ันในการเพาะเห็ดถาตองการจะใหเห็ดมีผลผลิต
ผเู พาะตอ งจดั สภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสมตอ การเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ดว ย ซงึ่ สภาพ
แวดลอ มทเ่ี กยี่ วของกบั เห็ดมี ดังน้ี
ความเปนกรดเปน ดา ง
ความเปนกรดมักจะแสดงออกดวยความเปร้ียว สวนความเปนดาง
จะมีรสฝาดและไมเหมาะสมสําหรับการเพาะเห็ดเปนอยางย่ิง โดยทั่วไปเห็ดจะ
เจรญิ ไดด ใี นสภาพความเปน กรดเปน ดา งประมาณ 6.5-8.5 หรอื เปน กรดเลก็ นอ ย
แตถ า มคี วามเปน กรดสงู เกนิ ไปจะมผี ลตอบสนองตอ ผลผลติ ของเหด็ เชน เดยี วกนั
หากมคี วามเปน ดา งก็จะสงผลกระทบตอ ผลผลติ เชนกนั
อุณหภูมิ
อุณหภูมิจะมีผลตอการเจริญเติบโตของเสนใยและการเกิดดอกเห็ด
สําหรับอุณหภูมิทเ่ี หมาะสมอยูระหวาง 25-32 องศาเซลเซยี ส ในขณะเดียวกัน
เสน ใยของเหด็ สามารถเจรญิ เตบิ โตทอี่ ณุ หภมู สิ งู กวา 32 องศาเซลเซยี ส นอกจาก
นีอ้ ุณหภมู สิ ูงจะมีผลตอ ผลผลติ ของดอกเหด็ ดว ย
ความชน้ื
โรงเรือนเปดดอกเห็ดในสภาพที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของ
ดอกเห็ดจะมีความชื้นสัมพัทธอยูที่ 80-85 ถาความชื้นสัมพัทธในโรงเรือนต่ํา
จะทําใหดอกเห็ดเห่ียวและแหง ดอกแตก และใหผลผลิตต่ําควรเพ่ิมความชื้น
โดยการรดนาํ้
30 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
อากาศ
เห็ดเปนจุลินทรียที่ตองการออกซิเจนคอนขางมากในระยะท่ีดอกเห็ด
สว นในระยะการเปน เสนใยจะใชอ อกซิเจนนอยกวา การเปนดอกเห็ด ซึ่งในระยะ
เสนใยจะมคี วามทนทานตอ การขาดออกซิเจนไดด ีกวาระยะท่เี ปนดอกเห็ด
แสง
แสงชวยกระตุนการรวมตัวของเสนใยเปนดอกเห็ดไดสมบูรณขึ้น
ถาแสงนอ ยเหมาะตอการเจรญิ เตบิ โตของเสนใย
¡ÒÃà»´ ´Í¡àËç´
การเปดดอกเห็ดคือ การรวมตัวของเสนใยเปนดอก เสนใยไดมีการ
เปล่ียนแปลงรูปรางมาอัดตัวกันสรางเปนดอกเห็ดข้ึน เมื่ออยูในสภาพแวดลอม
ทีเ่ หมาะสมโดยผลผลิตท่ีไดจ ะดีหรือไมน ้นั ขึ้นอยูก ับอาหาร อณุ หภูมิ ความชื้น
การถา ยเทอากาศ และโรคแมลงศตั รูท่ีรบกวน ซงึ่ วิธกี ารผลติ ดอกเห็ดในปจจุบนั
ไดม ีการทาํ มากมายหลายวธิ ี ดังนี้
1. การเปดจกุ ดอกเหด็ ทปี่ ากถุง ใหวางถุงในแนวนอนหรือแนวตง้ั ก็ได
พนละอองนํา้ เปนฝอยละเอียด เหด็ จะเกิดขนึ้ แลว โผลอ อกมาทางปากถุง ซง่ึ วิธีน้ี
สามารถผลิตเหด็ ไดห ลายรุน หรอื จนหมดอาหารเหด็
2. การกรีดขา งถงุ ใชมดี คม ๆ หรอื คัดเตอรก รีดเปน แนวลงมาตรง ๆ
หรือเฉยี ง ๆ หรอื กากบาทเปนจดุ เลก็ ๆ
31การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
เสนใยเหด็ จะเจรญิ เต็มกอนเชอื้ ใชเ วลาประมาณ 30 วนั แลว หลังจาก
นนั้ ควรปลอ ยใหเสนใยเห็ดรัดตวั และสะสมอาหารเพมิ่ มากขึ้นเปนเวลาประมาณ
5-7 วนั สังเกตเสนใยในระยะน้ีจะสานกันอยา งหนาแนนพรอ มทจ่ี ะเจริญออกมา
เปนดอก การเปด ถุงกอนเชือ้ เห็ดนางรมเห็ดนางฟา มวี ิธีดังนี้
เปด ปากถงุ โดย
1. ดึงกระดาษหรือจกุ ที่หุม ออก แลว ดงึ จุกสาํ ลีออกมา
2. ดงึ คอขวดออกและพับปากถุงไวใ นรปู เดมิ
หากเปน เห็ดโคนญปี่ ุน หรอื เห็ดนางฟา ท่เี กบ็ ดอกขนาดเล็ก ไมตองดงึ
คอขวดออก เพราะนํ้าหนักดอกนอย ดอกออกเปนชอ ซึ่งคอขวดจะชวยรับ
นํา้ หนกั ของชอ ดอก
การเก็บผลผลิต ควรเก็บดอกเห็ดในขณะท่ีบานเต็มที่ จะเก็บเกี่ยว
ขนาดท่ีไมแกเกินหรือออนเกินไป โดยการสังเกตจาก ครีบเห็ดไมมีสปอร
ดอกเห็ด จะมีรอยบุมตรงกลางเล็กนอย กลีบดอกยังไมเหยียดตรง หากเปน
เห็ดโคนญ่ีปุนไมมีสปอรที่ครีบดอก หมวกดอกงองุมหรือหมวกดอกขนาด
เทาเหรียญบาท แตขอบหมวกยังไมบานยอยและเก็บดอกเห็ดในชอเดียวกัน
ใหหมด ไมใหมีเศษเหลือติดคางอยูกับกอนเช้ือ เน่ืองจากจะทําใหเนา เชื้อโรค
และแมลงอาจเขา ทาํ ลายไดง า ย เกษตรกรมกั นยิ มเกบ็ ดอกเหด็ ในชว งเวลาเชา มดื
กอ นรดนาํ้ เมอ่ื เกบ็ เหด็ แลว ใหน าํ ไปวางในภาชนะโปรง จากนน้ั บรรจถุ งุ พลาสตกิ
ขนาดใหญ อาจทําใหพองลมปองกนั การกระทบไมใ หด อกเหด็ ชํา้ จัดวางในที่รม
หรอื ในหอ งเยน็ ไมใ หโ ดนแสงแดดหรอื ลมโกรก ในขณะทร่ี อการขนสง ไปจาํ หนา ย
ตอไป
32 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
áÁŧÈÑμÃÙàË´ç
áÁŧÈÑμÃÙàËç´·ÕèÊíÒ¤ÑÞáÅÐÁÕ¤ÇÒÁà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡ÑºàËç´
Ê‹§¼ÅãËŒ¼Å¼ÅÔμŴŧÁÕ ´Ñ§¹éÕ
˹͹áÁŧǹÑ
พบการระบาดในเหด็ เกอื บทกุ ชนดิ โดยเฉพาะเหด็ ทเ่ี กบ็ ดอกขายไดแ ลว
การเพาะเลี้ยงเห็ดในปท่ี 2 ชอบอาศัยอยูในของเนาเหม็นรวมท้ังกล่ินของ
แอมโมเนียจากกอนอาหารเห็ด การทําลายจะพบวาสวนของกอนเช้ือในถุงเห็ด
เปลี่ยนเปนสีนํ้าตาลหรือสีดํา และมักพบโรคเนาเกิดข้ึนดวยทุกครั้ง
หนอนแมลงวนั ทพ่ี บทาํ ลายเห็ดอยา งรุนแรงในปจุบนั มี 3 ชนิด คอื
1. หนอนแมลงวนั เซียรดิ (Sciarid) หรือแมลงหวปี่ ก ดาํ จะทาํ ลาย
กัดกินเห็ดในระยะท่ีเปนตัวหนอน เคยพบทําลายเห็ดหูหนูและเห็ดแชมปญอง
ทําใหดอกเห็ดเสียหาย คุณภาพและราคาลดตํ่าลง โดยหนอนมีลักษณะลําตัว
สีขาวใสหรือสีเหลืองสม บางครั้งสวนหัวมีสีดํา ความยาวของลําตัวประมาณ
5-7 เซนติเมตร เคล่ือนไหวไดรวดเร็วและกินจุมาก ตัวแกจะมีสีดํา ขนาด
2-3 เซนติเมตร วงจรชีวติ จากไขก ระทั่งเปน ตัวแกประมาณ 25-30 วนั
2. หนอนแมลงวันฟอริด (Phorid) หรือแมลงวันหลังโกง ตัวแก
จะพบทั้งชนิดมีปกและไมมีปก ในระยะที่เปนตัวหนอนจะทําลายเสนใยเห็ด
ท่ีกําลังเดินบนผิวกอนเช้ือเห็ดในถุงและมักจะเขาไปทําลายสวนโคนและ
หมวกดอกจนพรุนเสียหาย แตความรุนแรง
นอ ยกวาพวกแมลงวนั เซียรดิ
3. แมลงหว่ีเห็ด เปนแมลงสีดํา
ขนาดเลก็ มากคลา ยแมลงหว่ี พบตามทอ่ี บั ชน้ื
ตัวแกมักจะเกาะตามดอกเห็ด ถุงเห็ด
ฝา และเสาโรงเรือน ลักษณะการทําลาย
33การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
ตัวแกจะทําลายเกาะที่ดอก และดูดน้ําเล้ียงดอกเห็ด ทําใหดอกเปนจุด สภาพ
ดอกไมส มบรู ณ ตวั แกจ ะเขา ไปไขใ นกอ นเชอื้ ทาํ ใหเ สน ใยถกู ทาํ ลาย หนา กอ นเกดิ
ความเสยี หายและเหด็ ไมเ กดิ ดอก หรอื เกดิ ดอกนอ ย การปอ งกนั โดยทาํ โรงเรอื น
ไมใหมืดทึบ และไมมีแหลงอาหารของแมลงหว่ี ฉีดพนดวยสารชีวภาพ หรือใช
แบคทเี รียในการกําจดั
˹͹¼àÕ Ê×éÍ
หนอนผีเสื้อกลางวัน พบเกาะอยูตามฝาผนังโรงเรือนและปากถุง
กอนเห็ด ปกมีสีน้ําตาลสลับลายสีนํ้าตาลดํา ขณะเกาะน่ิงอยูกับท่ีจะเปน
รปู สามเหลยี่ มคลายหลงั คา วางไขบ นจกุ สาํ ลีปด กอ นถงุ เชอื้ ไขเปน กลุมมีเสนใย
สีครีมปากคลุม การทําลายพบวาหลังจากตัวหนอนฟกออกมาแลวจะกินอยู
บรเิ วณปากถงุ หรือชอนไชไปตามผวิ ของกอนเช้อื ทม่ี เี สน ใยเหด็ สขี าวทาํ ใหเสน ใย
เหด็ ขาดชะงกั การเจรญิ เตบิ โต การทาํ ลายดอกเหด็ ทาํ ใหด อกเหด็ ไมส มบรู ณ และ
ไมเ กดิ ดอก บางครงั้ อาจเจาะรเู ขา ไปในกอ นเชอ้ื ทาํ ใหก อ นเชอื้ เนา เสยี เรว็ ขนึ้ การ
ปองกันโดยเปด โรงเรือนไมใหม ดื ทบึ และเปน ท่อี ยอู าศยั ของหนอนผเี สื้อ หรือใช
สารชีวภาพ และแบคทเี รียในการกาํ จดั
äâÒÇãËÞ‹
ไรขาวใหญ หรือเรียกอีกอยางวาไรแดง เปนศัตรูเห็ดท่ีสรางความ
เสียหายรุนแรงท่ีเกิดข้ึนกับเห็ดนางฟา เห็ดนางรม โดยจะติดมาตั้งแตการทํา
หวั เชอื้ ถงึ การเปด ดอก จะทาํ ลายเสน ใยทาํ ใหเ หด็ ไมเ กดิ ดอก มองเหน็ แตว นั เพาะ
ขี้เล่ือย แตจะไมเห็นการเดินของเสนใย การปองกันโดยเลือกแหลงหัวเชื้อ
ทีเ่ ชอ่ื ถือไดปราศจากไร ถา เกิดการระบาดขึน้ แลวใหทาํ ลายโดยเอากอนเช้ือออก
จากโรงเรอื น นําไปหมักท้งิ ไวเ ชอ้ื ไรกจ็ ะตายไปเอง
34 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
สาํ หรบั วธิ กี ารปองกันกาํ จัดไรขาวใหญมี ดังตอ ไปน้ี
การเตรียมโรงเพาะเห็ดใหป ราศจากไรขาวใหญ
1. ควรสรา งโรงเรอื นขนาดเลก็ หลาย ๆ โรงเรอื น แทนการสรา งโรงเรอื น
ขนาดใหญเ พยี งโรงเรือนเดียว เพือ่ ใหโ รงเรอื น
2. การทําลายแหลงอาหารของไรขาวใหญในโรงเรือน โดยกําจัด
กอ นเชือ้ ทเ่ี ปด ดอกแลว ออกทง้ิ ไปใหหางจากโรงเพาะเห็ด
3. เผาทําลายกอนเช้ือเกาทั้งหมด เพ่ือทําลายแหลงเพาะพันธุของไร
ขาวใหญไมใหแพรเขา สโู รงเพาะเห็ดไดอ ีก
4. ทําความสะอาดโรงเรือนหลังจากสิ้นสุดการบมเสนใยและการ
เปด ดอกทุกครง้ั เพ่ือลดปรมิ าณไรขาวใหญใ นโรงเรอื นใหนอ ยลงหรอื หมดส้นิ ไป
5. พนโรงเรือนดวยสารกําจัดไรหลังจากทําความสะอาดโรงเรือน
เพื่อกาํ จัดไรขาวใหญท ีห่ ลงเหลอื อยภู ายในโรงเรือนอกี ขนั้ ตอนหน่ึง
6. เปด โรงเรอื นใหแ หง ตอ ไปอกี นาน 15 วนั เพอ่ื ใหต วั ไรขาวใหญแ หง ตาย
การเตรยี มกอ นเชือ้ ใหปราศจากไรขาวใหญ
1. เลือกซื้อหัวเชื้อและกอนเช้ือเห็ดจากแหลงที่ปราศจากไรขาวใหญ
โดยดจู ากลกั ษณะการทาํ ลาย
2. เลือกซื้อกอนเช้ือที่มีอายุใกลเคียงกันและเปนเห็ดชนิดเดียวกันเพ่ือ
ใหก ารบมเสน ใยและการเปด ดอกของเหด็ แตล ะรุนเสร็จพรอ มกัน ทาํ ใหม โี อกาส
พักโรงเรอื นทาํ ความสะอาดได
3. หมั่นตรวจดูกอนเช้ือโดยสมํ่าเสมอ ถาพบไรขาวใหญใหรีบนํา
กอ นเชอ้ื กอ นนน้ั และกอ นเชอ้ื ทอี่ ยบู รเิ วณขา งเคยี งทง้ั หมดออกไปรมดว ยสารฟอสฟน
4. ควรหมน่ั รมตูเขย่ี ดว ยสารฟอสฟน
5. ถา มไี รขาวใหญร ะบาด ใหร มหวั เชอื้ ดว ยสารฟอสฟน กอ นถา ยเชอ้ื ลง
สูกอ นเชอ้ื
6. พนสารกําจัดไรคลุมถงุ เหด็ ระยะบม เสนใย
35การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
วิธกี ารใชสารกําจดั ไรทถ่ี ูกวิธจี ะตอ งคาํ นงึ ถึง
1. วัตถุประสงคข องการใชส ารกาํ จดั ไร
- ใชพนโรงเรือนหลังจากนํากอนเชื้อออกไปหมดแลว โดยทํา
ความสะอาดและเปดโรงเรือนไวใหแหงสนิทกอน จากน้ันทําการฉีดพนสาร
กําจัดไรใหทวั่ โดยเฉพาะอยา งย่งิ บรเิ วณพน้ื โรงเรือนแลวทง้ิ ไวประมาณ 15 วัน
กอนนําเชอ้ื ใหมเขา มา
- ใชพน พนื้ หอ งถา ยเช้อื กอ นถายเชอื้ จากหวั เชื้อลงสกู อนเชือ้
- ใชพ น คลมุ ถงุ กอ นเชอื้ ระยะบม เสน ใย โดยผสมสารจบั ใบกอ นฉดี พน
2. หามใชสารกําจัดไรพนกอนเช้ือในระยะเปดดอก เพราะจะเปน
อันตรายตอเสนใยดอกเหด็ และผบู รโิ ภค
3. ชนิดและอตั ราของสารกาํ จดั ไรที่แนะนาํ
- dicofol (เคลเทน kelthane 18.5% EC) อตั รา 40 ซซี /ี นาํ้ 20 ลติ ร
- triazophos (ฮอสตาธีออน hostathion 40% EC) อัตรา
30 ซีซ/ี นาํ้ 20 ลิตร
- นาํ้ ยาจบั ใบใชผ สมสารกาํ จดั ไร เพอื่ ฉดี พน คลมุ ถงุ กอ นเชอื้ ในระยะ
บมเสน ใย
- กรณีฉดี พนคลุมถงุ กอ นเชอื้ ควรใชใ นอัตราเขม ขนเปน 2 เทา
วธิ กี ารใชสารฟอสฟน ท่ีถกู วิธี จะตองคํานึงถงึ
1. วตั ถปุ ระสงคข องการใชสารฟอสฟน
- ใชร มตูเขย่ี เชอื้
- ใชรมหวั เช้ือกอนถายเช้อื เขา สูกอ นเชื้อ
- ใชรมกอนเชอ้ื ที่กาํ ลงั บม เสนใยและเปด ดอกขณะมีไรระบาด
2. อัตราของสารฟอสฟนที่แนะนํา ควรใชในอัตรา 1 เม็ด (3 กรัม)
ตอขนาดภาชนะท่ีรม 0.5 ลูกบาศกเมตร (กวาง x ยาว x สูง เทากับ 1 x 1
x .05 เมตร) รมเปนระยะเวลานาน 25 ชั่วโมง ทําการรมกอนเชื้อซ้ํา 2 ครั้ง
หางกนั 2 วัน
36 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
äÃ䢋»ÅÒ
จะทําลายเสนใยของเห็ดหูหนู เห็ดขอนขาวที่เจริญอยูในถุงพลาสติก
กอนนําไปเปดใหเห็ดออกดอก หรือทําลายโดยตรงท่ีดอกเห็ด ทําใหดอกเห็ด
แคระแกรน็ ในถงุ เชือ้ เหด็ จะพบเม็ดกลมเลก็ ๆ (เปน สวนทองของไรตัวเมยี ท่มี ีไข
และตัวออนเจริญอยู) เหมือนไขปลากระจายอยูทว่ั ไป หากระบาดรุนแรงจะพบ
ซากตัวเต็มวัยท่ีตายแลวเปนผงฝุนสีน้ําตาลคลายข้ีเล่ือยละเอียดเต็มไปหมด
บริเวณปากถุงเห็ดและชั้นวางถุงเห็ด ไรไขปลามีวงจรชีวิตจากไขเปนตัวแก
ประมาณ 7-16 วนั ซึง่ วิธปี อ งกันกาํ จดั มี ดังน้ี
- ใชคารบาริลหรือเซฟวิน ในอัตราเขมขน 0.5 เปอรเซ็นต
หรือประมาณ 8-10 ชอนแกงพูน/น้ํา 1 ปบ หรือใชเพนโปรพาธริน อัตรา
0.05 เปอรเซ็นต หรือประมาณ 100 ซีซ/ี นํ้า 1 ปบ ผสมน้ํายาจับใบฉีดพนให
ทั่วโรงเรือน ถุงเช้ือเห็ดและจุกสําลี ซึ่งจะปองกันการเขาทําลายของศัตูรเห็ด
ไดประมาณ 10-14 วัน
- ควรทาํ ลายและเคลอื่ นยา ยถงุ เหด็ ทถี่ กู ทาํ ลายจากไรไขป ลาออกจาก
โรงเรือนทนั ทีเพ่อื ปอ งกนั การขยายพนั ธขุ องไรไขป ลา
ÈμÑ ÃÙÍ×è¹ æ
สําหรับศัตรูอ่ืนท่ีนอกเหนือจากท่ีกลาวไปแลว เชน ดวงเจาะเห็ด
หนูกัดทําลายกอนเช้ือ เกษตรกรควรจะหม่ันสํารวจตรวจโรงเรือนสนใจเพื่อ
ดกู ารระบาดของแมลงและศตั รเู ห็ดอยเู สมอ
37การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
โรคเหด็ ถงุ
âä·àèÕ ¡´Ô ¨Ò¡àªé×ÍÃÒ
1. เช้ือราดํา ลักษณะที่พบทั่วไปจะเกิดขึ้นในบริเวณกอนเห็ด
เปนตุมดํามีสปอรอยูภายในกอนเชื้อ การทําลายไมรุนแรง ปองกันโดยหากพบ
ราดาํ ใหนําออกจากโรงเรอื นไปทาํ ลาย
2. เชื้อราดาํ โบไตรโอดิฟโพลเตีย จะพบวาขี้เล่อื ยในถุงเห็ดมีสีน้ําตาล
เขมเกือบดํา ซึ่งในระยะแรกเชื้อราจะมีสีขาว ตอมาเจริญขยายกวางข้ึนเรื่อย ๆ
เม่ือท้ิงไวนาน ๆ จะเกิดกอนเล็ก ๆ สีดําท่ีเปนสวนขยายพันธุของเชื้อรานูน
ออกมาทีผ่ วิ ของถงุ พลาสติก
38 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
3. ราเขียวเพนนิซีเลียมและเพซีโลไมซีส เช้ือราเพนนิซีเลียมเปนรา
ท่ีชอบอุณหภูมิปานกลาง ลักษณะบนถุงเห็ด
จะเหน็ เปน หยอ มสเี ขยี วตองออ น สเี หลอื งออ น
อมเขียว หรือสีเทาออนมองดูคลายฝุนเกาะ
สกปรก มักเกดิ บรเิ วณดา นลา งของถุงเห็ด
4. ราสีสม มักเกิดเปนกระจุกบริเวณปากถุงมีลักษณะเปนผลสีชมพู
อมสม หรือเปนกอ นติดกันสสี ม บางถงุ อาจมีราสีสมเกิดท่กี น ถงุ ก็ได การระบาด
ของราสีสมจะทําใหเสนใยเห็ดไมเจริญเติบโต เนื่องจากเช้ือรานี้เจริญรวดเร็ว
ปกคลมุ เสน ใยเหด็
5. ราเมอื ก จะเกดิ กบั ถงุ เหด็ ทเี่ ปด ถงุ เกบ็ ดอกไปแลว หลายรนุ จะสงั เกต
เห็นเสนใยสีเหลืองชัดเจนบริเวณดานขางถุงและบริเวณปากถุง ที่มีความช้ืน
ในกอนสงู การปองกนั โดยการงดนา้ํ เพอื่ ลดความชนื้ ภายในกอน
โรคของเหด็ ถุงทีเ่ กดิ จากเชอื้ ราโดยท่ัวไปเกดิ ไดทัง้ เช้ือราปนเปอ นหรือ
แขงขัน และเชื้อราโรคเห็ด ซ่ึงเช้ือราปนเปอนสวนใหญเปนพวกที่มีเสนใย
เจริญมาก ทาํ ใหเ สน ใยเหด็ ชะงักการเจริญเติบโต สังเกตเหน็ เสน แบงเขตท่ีเสนใย
เห็ดมาบรรจบกับเสนใยของเชื้อราปนเปอน การเกิดเชื้อราปนเปอนในถุงเพาะ
เห็ดมักเปนสาเหตุใหผลผลิตเห็ดลดลง ถามีเชื้อราเหลาน้ีเกิดบริเวณปากถุง
ก็จะเปนเหตุใหเกิดการระบาดไปทั่วทั้งโรงเพาะ ทําใหการเพาะเห็ดไดรับ
ความเสยี หายได ผลผลติ ลดลง
สาเหตุของการเกิดเชื้อราปนเปอนมีหลายประการ เชน การท้ิงถุง
กอนเช้อื เห็ดท่ีเก็บดอกแลว ในบริเวณฟารม ทาํ ใหเชอื้ รากระจายอยใู นบรเิ วณนนั้
เมื่อมีฝนตก ลมพัด หรือตกลงไปในน้ําที่นํามาใชรดเห็ด นอกจากนี้ยังมีสาเหตุ
อนื่ ๆ อกี เชน หวั เชอื้ ไมบ รสิ ทุ ธ์ิ การน่งึ ฆาเชื้อถงุ กอ นเหด็ ทาํ ลายฆาเชือ้ ไมหมด
ถงุ แตกหรอื แมลงทาํ ลาย เปนตน
39การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
สาํ หรบั การปอ งกนั การเกิดเชอ้ื ราปนเปอ นในการเพาะเห็ดถงุ มดี ังนี้
1. ตรวจสอบความสะอาดและความบรสิ ทุ ธิ์ ไมม เี ชอื้ ราอนื่ ปนเปอ นของ
หวั เช้อื กอนซอื้
2. การถา ยเชอื้ ควรทาํ ในหอ งทส่ี ะอาด ปราศจากฝนุ ละอองหรอื เชอ้ื โรค
อ่ืน ๆ หรอื เปนบรเิ วณที่ไมม ีอากาศถายเท
3. คัดแยกถุงเห็ดเสีย ถุงเห็ดแตก ถุงเห็ดท่ีมีจุกสําลีช้ืน นําไปนึ่งใหม
หรือเผาทําลายเพือ่ ลดการระบาดของเช้อื รา
4. รักษาความสะอาดโรงเรือนเพาะเห็ด และบริเวณโดยทั่วไป
รอบ ๆ ฟารม
5. เมื่อเก็บผลผลิตหมดแลว ควรพักโรงเรือนเพาะเห็ดประมาณ
2-3 สัปดาห เพือ่ ทาํ ความสะอาดและฉดี พนสารปอ งกันกาํ จดั แมลง หรอื เชื้อรา
ทอ่ี าจซกุ ซอนตามพื้นเสา และฝาผนงั กอ นนาํ เชือ้ เหด็ ชดุ ใหมเขามา ถาเปนไปได
ควรแยกโรงบม เช้ือกับโรงเรอื นเปดดอกไวคนละหลงั กนั
âä·èàÕ ¡Ô´¨Ò¡àªé×ͺ¡Ñ àμÃÕ
1. โรคเนา สนี าํ้ ตาล เกดิ จากเชอื้ บกั เตรี ซง่ึ มลี กั ษณะอาการของโรค คอื
หมวกเห็ดดานบนเปนจกุ สเี หลอื งออ นแลวเปล่ียนเปน สนี ้าํ ตาลขยายไปทัว่ หมวก
สว นแผลทก่ี า นดอกเปน ปน สเี หลอื งหรอื นาํ้ ตาลแดง แผลจะยบุ ตวั ไดเ มอื่ ใหน าํ้ และ
ทําใหน้ําไปเกาะท่ีตรงสวนน้ี ซึ่งเปนสาเหตุใหเกิดการกระจายของเชื้อบักเตรี
โรคนจี้ ะทาํ ใหด อกเหด็ มขี นาดเลก็ กวา ปกติ ผวิ หมวกมสี นี า้ํ ตาลออ นชาํ้ งา ยไมเ ปน
ที่ตอ งการของตลาด
2. โรคจุดสีน้ําตาลของเห็ดเปาฮ้ือ และโรคเนาเสียของเห็ดสกุล
นางรม (เหด็ นางรม เหด็ ภฏู าน) เกดิ จากเชอื้ บกั เตรกี ลมุ เรอื งแสง โดยเหด็ เปา ฮอ้ื
จะมีอาการเร่ิมแรกสังเกตไดจากดอกเห็ดท่ีโผลพนคอขวดมีสีเหลืองซีด ๆ
บางดอกมลี ักษณะมวนงอ ไมส มบูรณ ดอกไมพฒั นา สวนดอกทเ่ี จรญิ ออกมาได
40 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
หมวกดอกจะไมบ านเต็มท่ี กลมุ ของชอ ดอกมีตง้ั แต 2-4 ดอก กา นลบี เปนกระจุก
หมวกดอกดานบนและลางรวมทั้งกานดอกมีจุดสีน้าํ ตาลออนประปราย จากน้ัน
1-2 วัน จุดสนี า้ํ ตาลจะเขม ขนึ้ และดอกเหด็ บรเิ วณนจี้ ะยุบตัว
สว นอาการเนา เหลืองมกั จะพบบอย ดอกเห็ดทโ่ี ผลพนคอขวดออกมา
จะมสี เี หลอื ง ดอกมขี นาดเลก็ ผดิ ปกติ บางดอกมลี กั ษณะมวนงอ ดอกเหย่ี วเหลอื ง
ทงั้ กระจกุ และไมพ ฒั นา ซงึ่ อาการเหยี่ วเหลอื งจะแตกตา งจากอาการเหย่ี วเหลอื ง
ทด่ี อกเหด็ ขาดความชื้น คอื หากเกบ็ เหด็ รนุ แรกทีม่ อี าการดังกลา วทิง้ แลว ใหนา้ํ
เตม็ ท่ี ภายในโรงเรอื นเพาะเหด็ มคี วามชนื้ เพยี งพอ แตด อกเหด็ รนุ ใหมก ย็ งั มอี าการ
เห่ียวเหลืองอยู แสดงวาเห็ดมีอาการเห่ียวเหลืองเน่ืองจากเชื้อบักเตรีทําใหเก็บ
ผลผลิตไมได และถาปริมาณเชื้อบักเตรีมีมาก ก็จะทําใหผลผลิตเสียหายหมด
ท้งั รนุ
สําหรับการปองกันกําจัดโรคที่เกิดจากเชื้อบักเตรีมีขอควรปฏิบัติเพื่อ
หลกี เล่ยี งสภาวะที่เหมาะสมสาํ หรับเชื้อบกั เตรี ดงั นี้
1. ลดความช้ืนในโรงเรือนเพาะไมใหสงู มากเกินไป
2. หากจําเปนตองใชสารเคมีในการปองกันกําจัด ใหรดน้ําคลอรีน
อตั ราสว น 250-300 ซซี ี/น้าํ 40 แกลลอน หรือ 10 ซีซ/ี นา้ํ 1 ปบ (น้าํ คลอรีน คอื
การใชสารละลายคลอร็อกซหรือไฮเตอรละลายนํ้า เพื่อทําใหความเขมขน
เจอื จางลง จะไดน าํ้ คลอรนี ทเี่ ปน นา้ํ ยาฆา เชอื้ โรคและทาํ ความสะอาดพน้ื ผวิ ทว่ั ไป
âä·èàÕ ¡Ô´¨Ò¡àªéÍ× äÇÃÑÊ
พบในเหด็ นางรม โดยมีลักษณะอาการดังน้ี คือ หมวกเหด็ มวนขึน้ หรอื
งอลง ดอกมีขนาดเล็ก ขอบดอกไมเรียบ เม่ือถูกน้ําจะฉํ่านํ้ากวาปกติ หรือดอก
แคระแกร็น ชอดอกสน้ั เปนกระจุก เชอ้ื ไวรัสชนิดนี้ถายทอดไดโดยวิธีสมั ผัส และ
มวี ธิ ปี อ งกนั โดยไมน าํ ดอกทไี่ มไ ดร บั การตรวจสอบหรอื สงสยั วา เปน โรคไปทาํ พนั ธุ
(ตอ ดอก)
41การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
âä·àèÕ ¡Ô´¨Ò¡àªé×ÍäÁÁ‹ ÊÕ ÒàËμØ
โรคท่ีเกิดจากเชื้อไมมีสาเหตุ คือ โรคที่เกิดจากสภาพแวดลอม
ไมเหมาะสม ไดแก ความแปรปรวนของอากาศ อุณหภูมิ ความช้ืน เปนตน
ซึ่งไมไดเกิดจากเชื้อโรคเปนสาเหตุของความผิดปกติ สําหรับโรคท่ีเกิดจากเชื้อ
ไมมีสาเหตุท่ีพบในประเทศไทย คือ โรคดอกหงิก ของเห็ดสกุลนางรม นางฟา
เห็ดภูฏาน เห็ดนางรมฮังการี และเห็ดเปาฮื้อ โดยคาดคะเนวาเกิดจาก
สาเหตอุ นื่ ๆ เชน เชอ้ื ออ นแอ หรืออากาศรอ นจัด เปนตน
หากพบเหด็ สกลุ นางรมแสดงอาการของโรคดอกหงกิ ดงั ทก่ี ลา วมาแลว
ขางตน จะมแี นวทางในการแกไขปญหา ดงั น้ี
1. การถายเทอากาศ โรงเรือนท่ีเพาะเห็ดจะตองมีชองระบายอากาศ
อยางเพียงพอ ควรเปดประตูและหนาตาง เพื่อระบายอากาศ และปองกัน
การสะสมของกาซคารบ อนไดออกไซด
2. ความช้ืน ควรตรวจตราความช้ืนสัมพัทธของอากาศภายนอกและ
ภายในโรงเรือนใหอ ยูใ นระดบั ทเี่ หมาะสม ซ่ึงโดยทั่วไปความชน้ื สมั พทั ธใ นระยะ
เปดดอกจะอยูระหวาง 75-80 เปอรเซ็นต และความช้ืนในโรงเพาะจะมีความ
สัมพันธกับอุณหภูมิสูงตํ่าของอากาศภายนอกโรงเรือน ดังน้ันในฤดูหนาวท่ีมี
อากาศแหงความชื้นตํ่า ควรใชผาพลาสติกบุโรงเรือนดานในปดประตูหนาตาง
โรงเรือนไวปองกันความช้ืนระเหย ใหน้ําวันละ 3 เวลา ก็จะชวยใหโรงเรือน
เปดดอกมีความชื้นพอเหมาะ สวนในฤดูรอน อุณหภูมิและอากาศภายนอก
โรงเรือนจะสูง การรักษาความช้ืนจะกระทํา
โดยใหน้ําวันละหลายครั้ง รวมท้ังรดนํ้าท่ีพื้น
โรงเรือน ขางฝา และหลังคา มีการระบาย
อากาศภายในโรงเรือน ก็จะชวยใหโรงเรือน
มคี วามชื้นไดตามตอ งการ
42 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
3. สูตรอาหาร จะตอ งเปน สตู รอาหารท่ไี ดมาตรฐาน มสี วนประกอบ
ที่เหมาะสมกับการตองการของเห็ด เพราะการเตรียมวัสดุเพาะผิดไป การยอย
สลายของวัสดุเพาะ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีและฟสิกสของวัสดุจะไมสมดุล
ซง่ึ จะทาํ ใหค ณุ ภาพของวสั ดเุ พาะเห็ดและธาตอุ าหารเปลี่ยนแปลงไปดวย
ปญหาโรค-แมลง นับวามีความสําคัญเพ่ิมขึ้นเปนอยางมากเน่ืองจาก
เกิดการสะสมของเชื้อจุลินทรีย ซึ่งมีอยูแลวในอากาศ ในนํ้า ในฝุนละออง
หรือวัสดุเพาะ เปนเหตุใหเชื้อโรคเกิดการขยายตัวเพ่ิมปริมาณมากข้ึน ดังน้ัน
ถาผูเพาะเห็ดไดทําความเขาใจและใหความสําคัญตอการรักษาความสะอาด
และสุขอนามัยฟารมเห็ด ต้ังแตเร่ิมการเพาะเห็ดจนกระทั่งการออกดอก และ
เก็บผลผลิตจะชวยลดปญหาการเกิดเช้ือราแขงขัน ราปนเปอนหรือโรคเห็ดได
นอกจากนี้ผูเพาะเห็ดควรทําความเขาใจศึกษาเร่ืองชีววิทยาของเห็ดแตละชนิด
รวมทั้งเชื้อจุลินทรียท่ีเปนสาเหตุของโรคและความสัมพันธของสิ่งแวดลอม
กับการเพาะเห็ด การวางแผนการจัดตั้งฟารมเห็ดและการจัดการฟารมดวย
เพ่ือใชเปนหลักในการแกปญหาเฉพาะหนาตลอดไปถึงการแกไขปญหาที่จะ
เกดิ ขนึ้ ในอนาคตดวย
43การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
เหด็ กาฟรเพาางะ
ÅѡɳТͧ¡ÒÃà¾ÒÐàËç´¿Ò§
ã¹»˜¨¨ØºÑ¹¹ÁÕé ÍÕ ÂÙË‹ ÅÒÂÇÔ¸Õ ¤Í×
¡ÒÃà¾ÒÐàË紿ҧẺ¡Í§ÊÙ§,
¡ÒÃà¾ÒÐàË´ç ¿Ò§áºº¡Í§àμÕÂé , ¡ÒÃà¾ÒÐ
àË´ç ¿Ò§¨Ò¡à»ÅÍ× ¡½¡˜ ¶ÇèÑ , ¡ÒÃà¾ÒÐàË´ç
¿Ò§áººâçàÃ×͹ËÃ×ÍÍØμÊÒË¡ÃÃÁ
໚¹μ¹Œ
¡ÒÃà¾ÒÐàË´ç ¿Ò§áºº¡Í§Ê§Ù ¹¹éÑ
ã¹»¨˜ ¨ºØ ¹Ñ äÁ‹à»š¹·Õ¹è ÂÔ Á·íҡѹ¹Ñ¡ à¾ÃÒÐ
ãªàŒ ÇÅÒ¡ÒÃà¾Òйҹ Í¡Õ ·§éÑ μÍŒ §àÊÂÕ àÇÅÒ
㹡ÒôÙáÅÃ¡Ñ ÉÒ¹Ò¹Í¡Õ ´ŒÇÂ
ʋǹÇÔ¸Õ¡ÒÃà¾ÒÐàË紿ҧẺ
¡Í§àμéÂÕ ¹é¹Ñ ¡Òí Å§Ñ à»š¹·è¹Õ ÂÔ ÁÁÒ¡ à¾ÃÒÐ
ÁÕÇÔ¸Õ·íÒ·Õè§‹Ò·Ñé§ÇÑÊ´Ø·èÕ㪌à¾ÒСçËÒ
ä´§Œ Ò‹  áÅмżÅμÔ ·äÕè ´ÍŒ Âã‹Ù ¹à¡³±· ¹èÕ Ò‹
¾Í㨠㹷չè é¨Õ СŋÒÇÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´à©¾ÒÐ
¡ÒÃà¾ÒÐẺ¡Í§àμéÕ¨ҡ¡ŒÍ¹àª×éÍ
¢éÕàÅèÍ× Â·Õãè ªŒáÅŒÇà·‹Ò¹éѹ
44 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
ʧèÔ ¨íÒ໚¹ã¹¡ÒÃà¾ÒÐàË´ç ¿Ò§
วัตถุดิบที่ใชในการเพาะ ใชกอนเชื้อข้ีเลื่อยท่ีผานจากการเพาะเห็ด
ถุงพลาสติกมาแลว ในการใชต ัง้ กองเห็ด 1 กองจะใชก อนเชอื้ ประมาณ 50 กอ น
ซึ่งจะตองเตรียมกอ นใหพ อดีกับกองเหด็
อาหารเสรมิ การใสอ าหารเสรมิ เปน สว นชว ยใหเ สน ใยของเหด็ ฟางเจรญิ
ไดด ี และทาํ ใหไ ดด อกเหด็ มากกวา ทไ่ี มไ ดใ สถ งึ ประมาณเทา ตวั อาหารเสรมิ ทนี่ ยิ ม
ใชอยูเปนประจํา ไดแก ละอองขาว ปุยมูลสัตวหรือปุยคอกแหง ไสนุน ไสฝาย
ผักตบชวาสบั ใหเ ปนชน้ิ เลก็ ๆ จอกแหง และเศษพชื ช้ินเลก็ ๆ ทนี่ ิ่มและอุมนํา้
ไดดเี หลานก้ี ม็ สี ว นใชเปนอาหารเสรมิ ไดเ ชนกัน
ราํ ละเอยี ด นยิ มใชร ําละเอยี ดผสมกบั อาหารเสรมิ เชน ผกั ตบชวา เพราะ
รําอุดมไปดวยโปรตีน และวิตามินบีซึ่งเหด็ ตอ งการมาก
45การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
เชอ้ื เห็ดฟางท่ีจะใชเพาะ การเลือกซอื้ เชื้อเห็ดฟางเพอื่ ใหไ ดเ ชือ้ เหด็ ที่มี
คุณภาพดแี ละเหมาะสมกบั ราคามีหลกั เกณฑการพจิ ารณาประกอบดงั น้ี คอื
- เมอื่ จบั ดทู ถ่ี งุ เชอ้ื เหด็ ควรจะตอ งมลี กั ษณะเปน กอ นแนน มเี สน ใยของ
เช้อื เห็ดเดนิ เตม็ กอนแลว
- ไมมีเช้ือราชนิดอ่ืน ๆ หรือเปนพวกแมลง หนอน หรือตัวไรเหลานี้
เจือปน และไมควรจะมีนาํ้ อยกู น ถุงซึ่งแสดงวา ชื้นเกนิ ไป ความงอกจะไมด ี
- ไมมีดอกเห็ดอยูในถุงเชื้อเห็ดนั้น เพราะนั่นหมายความวาเช้ือเร่ิมแก
เกินไปแลว
- ควรผลิตจากปุยหมักของเปลือกเมล็ดบัวผสมกับขี้มาหรือไสนุนกับ
ข้ีมา
- เสนใยไมฟูจัดหรือละเอียดเล็กเปนฝอยจนผิดธรรมดา ลักษณะของ
เสน ใยควรเปน สขี าวนวล เจริญคลมุ ทวั่ กอนเชอ้ื เหด็ ฟางนัน้
- ตอ งมกี ลน่ิ หอมของเหด็ ฟางดว ย จงึ จะเปน กอ นเช้อื เหด็ ฟางทด่ี ี
- วัสดใุ นถงุ เลยี้ งเชอื้ ตอ งไมเละ ไมเ ปย ก สังเกตวาไมมนี ํ้าเละท่กี นถงุ
- เช้อื เหด็ ฟางที่ซ้อื ตองไมถ กู แดด หรือรอการขายไวนานจนเกินไป
- เชอ้ื เห็ดฟางท่ีซือ้ มาน้นั ควรจะทําการเพาะภายใน 7 วัน
- อยาหลงเชื่อคําโฆษณาใด ๆ ของผูขาย ควรสอบถามจากผูท่ีเคย
ทดลองเพาะมากอ นดกี วา นอกจากนี้
ควรมีการตรวจสอบเชื้อเห็ดฟาง
จากหลายยห่ี อ เช้อื เหด็ ฟางยห่ี อ ใดให
ผลผลิตสูงก็ควรเลือกใชยี่หอน้ันมา
เพาะจะดีกวา
- ราคาของเชื้อเห็ดฟางไม
ควรจะแพงจนเกนิ ไป ควรสบื ราคาจาก
เชอื้ เหด็ หลาย ๆ ยหี่ อ เพอ่ื เปรยี บเทยี บ
ดดู ว ย
46 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
- บางถุงอาจจะมีดอกเห็ดฟางขนาดเล็กๆ ขึ้นอยูในถุงเล็กนอย
กถ็ อื วา ใชเ พาะเห็ดไดเ ชนกนั
- ไมควรเก็บเชื้อไวในตูเย็นหรือในสถานท่ีมีอุณหภูมิรอนเกิน
50 องศาเซลเซียส
สถานทเ่ี พาะเหด็ เนอ่ื งจากการเพาะเหด็ ฟางเปน การเพาะบนดนิ ดงั นน้ั
เราตอ งคาํ นงึ ถงึ สภาพแวดลอ มแปลงเพาะนนั้ ดว ยเปน อยา งยง่ิ โดยเฉพาะตอ งเปน
บริเวณท่ีไมมีสารฆาแมลงหรือสารกันเช้ือรา นํ้าไมทวมขัง มีการระบายน้ําไดดี
และตองเปนท่ีไมเคยใชเพาะ
เห็ดฟางมากอน ถาเคยเพาะ
เ ห็ ด ฟ า ง ม า ก อ น ก็ ค ว ร จ ะ
ทําความสะอาดท่ีบริเวณนั้น
โดยการขุดพลิกดินตากแดด
จัด ๆ ไวสัก 1 อาทิตย เพื่อ
ฆา เชอ้ื โรคตา ง ๆ บนดนิ ทจ่ี ะเปน
พาหนะของโรคและแมลงตอเช้ือเห็ด ที่เราจะเพาะในท่ีดนิ นนั้ ไดด ขี ึน้
สรุปแลวท่ีกองเพาะเห็ดควรเปนสถานท่ีที่โลงแจง และที่สําคัญอีก
ประการหนึ่งก็คือ สภาพดินบริเวณน้ันจะตองไมเค็มเพราะความเค็มของดิน
จะทําใหเ สนใยเหด็ ไมร วมตวั กนั เปน ดอกเห็ดได
ไมแ บบ ไมแ บบทใ่ี ชใ นการ
เพาะเห็ดฟางกองเตี้ยทําจากไม
กระดานตอกเปนกรอบแบบลังไม
รูปส่ีเหล่ียมคางหมู ขนาดของ
ไมแบบหรือกรอบลังไมนี้ไมควร
ใหญหรือเล็กจนเกินไป ขนาดของ
ไมแ บบหรอื กรอบลงั ไมท ป่ี กตใิ ชก นั
47การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
ก็คือ มีฐานกวาง 35-40 เซนติเมตร ดานบนกวาง 25-30 เซนติเมตร
สงู 35-40 เซนตเิ มตร ความยาวของแบบพมิ พก รอบไมน ี้ ควรจะมขี นาด 1-1.5 เมตร
ผาพลาสติกเพ่ือใชในการคลุมกองเห็ด สวนมากมักจะใชผาพลาสติก เพราะ
ราคาถกู และประหยัดดี ซื้อคร้งั เดยี วกใ็ ชไดหลายครั้ง
บัวรดนํ้า จะเปน บัวพลาสตกิ หรือบวั สังกะสกี ็ใชไ ดท ้ังนนั้ ขอใหใชตักน้าํ
ไดแ ละรดนา้ํ แลวไดน ํ้าเปน ฝอย ๆ กใ็ ชไ ดแ ลว ปจ จบุ ันทที่ ํามาก ๆ จะใชเครือ่ งสูบ
ไดโวหรือเครื่องสูบน้ําฉีดนํ้าเปนฝอยรดกองฟางใหเปยกชุม กอนเริ่มการหมักได
กจ็ ะสะดวกดี
»˜¨¨Ñ·ÕÊè íÒ¤ÞÑ ã¹¡ÒÃà¾ÒÐàË´ç ¿Ò§
1. สภาพอากาศทเี่ หมาะสมในการเพาะเหด็ ฟาง เหด็ ฟางชอบอากาศรอ น
อณุ หภมู ิ 35-37 องศาเซลเซยี ส ขนึ้ ไดด ที งั้ ในฤดฝู นและในฤดรู อ น เพราะอากาศรอ น
จะชวยเรงการเจริญเติบโตของดอกเห็ดไดดีอยูแลว สวนในชวงอากาศหนาว
ไมคอยจะดีนัก เพราะอากาศที่เย็นเกินไปไมเอื้ออํานวยตอการเติบโตของ
ดอกเห็ดฟาง สําหรับทางภาคใตก็สามารถจะเพาะเห็ดฟางไดตลอดทั้งป ถามี
ฝนตกไมม ากเกนิ ไปนัก
48 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô