จงึ เหน็ ไดว า การเพาะเหด็ ฟางของประเทศไทยเราสามารถเพาะไดต ลอดป
แตหนาหนาวผลผลิตจะลดนอยลง เน่ืองจากอุณหภูมิต่ํา จึงทําใหราคาสูง
หลังจากฤดูเกี่ยวขาวอากาศรอน ฟางและแรงงานมีมาก มีเกษตรกรเพาะมาก
จึงเปนธรรมดาท่ีเห็ดจะมีราคาตํ่าลง สําหรับในฤดูฝนชาวนาสวนมากทํานา
การเพาะเหด็ นอ ยลง ราคาเห็ดฟางนนั้ กจ็ ะสูงขน้ึ
2. ความช้ืน เปนสวนสําคัญในการเพาะเห็ดฟางมาก เปนตัวกําหนด
การเจริญเติบโตของเสนใยเห็ดที่สําคัญ ถาความชื้นมีนอยเกินไปเสนใยของเห็ด
จะเดินชา และรวมตัวเปนดอกไมได ถาความชื้นมากเกินไปการระบายอากาศ
ภายในกองไมด ี ถา เสน ใยขาดออกซเิ จนกจ็ ะทาํ ใหเ สน ใยฝอ หรอื เนา ตายไป
นา้ํ ที่จะแชห รอื ทําใหฟ างชุมควรตอ งเปนน้ําสะอาด ไมม ีเกลือเจอื ปน
หรอื เคม็ หรือเปนนา้ํ เนาเสยี ท่หี มกั อยูในบอนาน ๆ จนมกี ล่ินเหม็น กไ็ มควรจะ
นาํ มาใชใ นการเพาะเหด็ ฟางทดี่ นี น้ั นาํ้ ทใ่ี ชใ นการงอกเสน ใยเหด็ จะมาจากในฟาง
ที่อุมเอาไว และความชื้นจากพื้นแปลงเพาะนั้นก็เพียงพอแลว ปกติขณะที่เพาะ
ไวเปนกองเรียบรอยแลวน้ันจึงไมควรจะมีการใหนํ้าอีก ควรจะรดเพียงคร้ังเดียว
คือ ระหวางการหมักฟางเพาะทํากองเทานั้นหรืออาจจะชวยบางเฉพาะในกรณี
ทค่ี วามชน้ื มีนอ ยหรือแหง จนเกินไป การใหความชืน้ นโี้ ดยการโปรยน้ําจากผักบวั
รอบบรเิ วณขาง ๆ แปลงเพาะเทา นัน้ ก็พอ
3. แสงแดด เหด็ ฟางไมช อบแสงแดดโดยตรงนกั ถา ถกู แสงแดดมากเกนิ
ไปเสนใยเห็ดอาจจะตายไดงาย หลังจากทํากองเพาะเห็ดเรียบรอยแลว จึงควร
จะทําการคลุมกองดวยผาพลาสติกและใชฟางแหงหรือหญาคาปดคลุมทับอีก
เพื่อพรางแสงแดดไดดวย ดอกเห็ดฟางที่ไมโดนแสงจัดมีสีขาวนวลสวย
ถาดอกเหด็ ฟางโดนแดดแลวจะเปลยี่ นจากสขี าวเปน สดี ําเร็วขึ้นกวาปกติ
49การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
ÇÔ¸¡Õ ÒÃà¾ÒÐàË´ç ¿Ò§áºº¡Í§àμÂÕé
การเพาะเหด็ ฟางแบบกองเตย้ี เปน วธิ กี ารทไ่ี ดป ระยกุ ตม าจากการเพาะ
เห็ดฟางแบบกองสูง ขอ ดีของการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตย้ี ก็คือ สามารถจะใช
วสั ดเุ พาะไดห ลายอยาง เชน ฟาง ผกั ตบชวา ตนถวั่ ตนกลวย กอนเช้อื ขีเ้ ล่ือยท่ี
ใชแลว ชานออ ย เหลา น้ีเปนตน เปน การเพาะท่ีใชวัสดนุ อยแตไ ดผลผลิตท้ังหมด
ไดในระยะเวลาสั้นมาก สามารถรูผลผลิตคอนขางแนนอนและเหมาะที่จะเพาะ
เปนอาชีพหรือทําไวเพ่ือใชกินเองในครัวเรือน เนื่องจากการเพาะเห็ดฟางแบบ
กองเตี้ยนี้จะตองทําจํานวนกองใหมาก ดังนั้นเพ่ือสะดวกในการเพาะจึงนิยม
ทาํ ไมแบบเพื่อจะอัดวสั ดุทีจ่ ะเพาะใหเปนรูปกองเลก็ ๆ ได
¢¹éÑ μ͹㹡ÒÃà¾ÒÐàË´ç ¿Ò§áºº¡Í§àμéÕÂ
1. เตรียมดินใหเ รียบ พลกิ หนา ดนิ ตากแดดไว 3-4 วัน เพ่อื ฆาเชือ้ โรค
2. การเพาะเห็ดฟางแบบกองเต้ียใชกอนเช้ือขี้เล่ือยท่ีผานการเพาะเห็ด
มาแลว ตใี หก อ นแตกออกจากถงุ หรอื ใชม ดี กรดี ผา ถงุ ใหข าดแยกถงุ ออกจากขเี้ ลอื่ ย
3. หลังจาก ท่ีเตรยี มวัสดถเุ พาะแลว นําวสั ดทุ ่ีใชเพาะนนั้ ใสล งในกะบะ
ไมท่ีวางเอาดานกวาง ซ่ึงมีลักษณะปานลงสัมผัสพื้นใหดานแคบอยูขางบนใส
ใหส งู ประมาณ 4-6 นวิ้ วางกอ นขเ้ี ลอื่ ยเกา ลงในกระบะไมร ดนา้ํ ใหช มุ และเหยยี บ
ใหแ นน วางวสั ดเุ พาะหนาประมาณ 1 คืบ
4. นําอาหารเสริมผักตบขวาสดท่ีผสมกับรําละเอียดแลวโรยเปนแถบ
กวางประมาณ 2 นิว้ รอบ ๆ ดานทั้งส่ีดา นหนาประมาณ 1 นิ้ว
5. แบงเช้ือเห็ดฟางจากถุงซึ่งปกติเชื้อเห็ดฟาง 1 ถุง หนักประมาณ
200 กรัม ออกเปน 3-4 สวนเทาๆ กนั จากนน้ั โรยเช้ือเห็ดฟาง 1 สวน โดยโรย
ลงบนอาหารเสรมิ ใหท วั่ และชดิ กบั ขอบของแบบไมท ง้ั สดี่ า นกเ็ ปน การเสรจ็ ชนั้ ที่ 1
6. ทาํ ชัน้ ท่ี 2 และ 3 หรือ 4 ตอไปกท็ าํ เชน เดยี วกบั ชน้ั ที่ 1 ทกุ อยา ง
เม่ือทํามาถึงข้ันสุดทาย ใหโรยอาหารเสริมและเชื้อเห็ดใหเต็ม
ท่วั หลงั แปลง
50 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
7. นํากอนเช้ือขี้เล่ือย ดังตัวอยาง มาปดทับใหหนา 1-2 น้ิว แลว
เอาแบบไมออก โดยใชม อื ขางหนง่ึ กดกองฟางไวแ ละทาํ กองอ่ืนตอ ๆ ไป
8. ทาํ กองอ่นื ๆ ตอ ไปใหขนานกับกองแรก โดยเวน ระยะหางประมาณ
6-12 นวิ้ จากกองแรก
9. เม่ือตัง้ กองเห็ดครบจาํ นวนแลว ใหพ รวนดินรอบ ๆ แปลงเพาะเห็ด
พรวนไปใหห างจากกองเหด็ ประมาณ 1 ฟุต
10. ชองวางระหวางกองแตละกองสามารถใชใหเกิดประโยชนในการ
เพิ่มผลผลิตไดอีก โดยพรวนดินโรยอาหารเสริม ปุยคอก และโรยเช้ือเห็ดฟาง
ลงไปบนชองวางระหวางกอง เพราะบริเวณนี้ก็สามารถทําใหเกิดดอกเห็ดได
จากนน้ั รดน้ําดนิ รอบ ๆ กองใหเ ปยกชน้ื
11. ทําไมค้าํ กองเห็ดฟางไวเพ่อื รองรบั ผา พลาสติกที่มาคลมุ กองเห็ด
12. คลมุ กองเหด็ ดว ยผา พลาสตกิ โดยใช 2 ผนื เกยทบั กนั ตรงกลาง คลมุ
ใหสูงกวากองเล็กนอย โดยคลุมเปนแถว ๆ การคลุมพลาสติกเปนเรื่องสําคัญ
ทแ่ี ตล ะแหง ในแตล ะฤดจู ะตอ งดดั แปลงไปตามความตอ งการของเหด็ คอื ชว งระยะ
แรกราววันที่ 1-3 เชื้อเห็ดตองการอุณหภูมิประมาณ 35-38 องศาเซลเซียส
และในวันตอ ๆ มาตองการอุณหภูมิต่ําลงเร่ือย ๆ จนวันที่ 8-10 ซ่ึงเปนวันที่
เก็บผลผลิตน้ันตองการอุณหภูมิราว 30 องศาเซลเซียส ผาพลาสติกที่ใชใหใช
51การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
พลาสติกใสหรือสีก็ได ถาเปนผาพลาสติกย่ิงเกาก็ยิ่งดี คลุมแลวใชฟางแหงคลุม
กนั แดดกันลมใหอกี ชนั้ หน่ึง
13. นําฟางแหง
มาคลุมทับผาพลาสติก
อี ก ค รั้ ง ห น่ึ ง จ น มิ ด เ พื่ อ
ปองกันแสงแดด แลวใช
ของหนัก ๆ ทับปลายผา
ใหติดพืน้ กันลมตี
¡ÒôáÙ ÅÃ¡Ñ ÉÒ
การดแู ลในชว ง 1-4 วนั แรก (ในฤดรู อ นหรือฤดฝู น) สว นในฤดหู นาวชวง
1-8 วนั ตอ งควบคมุ อณุ หภมู ใิ นกองเหด็ ใหไ ดร ะดบั 37-40 องศาเซลเซยี ส ถา หาก
อุณหภูมิสูงเกินไป ใหเปดชองลมระบายอากาศดานบนหรือรดนํ้ารอบกองเห็ด
เพ่อื ลดอณุ หภูมลิ งกไ็ ด
เมือ่ ถึงวนั ที่ 4-5 ใหเปด พลาสตกิ คลมุ ดานลา งของหวั หรอื ทายกอง กวาง
ประมาณ 3-4 นิ้ว เพ่อื ใหม อี ากาศถายเทและเพ่ือเปนการกระตุนการรวมตวั ของ
เสนใยเห็ดเปนดอก การใหความช้ืนนํ้าจะเปนการเพ่ิมความช้ืนกระตุนเสนใย
เช้ือเห็ดฟาง และหยุดการสรางเสนใยและพรอมท่ีจะเปลี่ยนเปนการสรางดอก
การใหความชื้นจะรดนํ้าบริเวณดานนอก รอบๆ กองอยางสม่ําเสมอ ควรทํา
ในระหวา งเชาหรือเยน็ ประมาณวันท่ี 6-7 จะเห็นเปนตมุ ดอกขนาดเล็ก ใหเ ปด
ชอ งอากาศใหก วา งมากกวา เดมิ เมอื่
เห็นเกิดเปนดอกแลวถาอากาศ
ไมเ พยี งพอดอกจะขรขุ ระ และมเี สน ใย
เหน็ เกดิ ขน้ึ รอบๆ ฐานดอก ถา อากาศ
เพียงพอดอกเหด็ จะมผี วิ ดอกเปน มนั
ราบเรยี บ ดอกไมบิดงอ สังเกตจะมี
52 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
ตุมดอกสีขาวท่ีเกิดขึ้นบนกองเห็ด ดอกเห็ดสีขาวเล็ก ๆ ตุมสีขาวเหลานี้จะ
เจรญิ เตบิ โตเปนเห็ดตอไปและใหเร่มิ เกบ็ เหด็ ได
¡ÒÃࡺç àË´ç ¿Ò§
หลักจากดูแลในระยะเวลา 8-10 วัน ดอกเห็ดจะสามารถเก็บผลลิตได
โดยเก็บเฉพาะดอกตูมท่ีมีลักษณะเปนรูปไข แตถาดอกเห็ดท่ีข้ึนเปนกระจุกมี
ทง้ั ออ นและแก ถา มดี อกเล็ก ๆ มากกวาดอกใหญ ควรรอเก็บเมื่อดอกเล็กโตหรือ
รอเกบ็ ชดุ หลงั แตอ ยา เกบ็ ดอกเหด็ ทบี่ านและมปี ลอกแตกจะทาํ ใหข ายไดร าคาตา่ํ
การเก็บดอกเห็ดข้ึนท้ังกระจุกโดยใชมือจับทั้งกระจุกอยางเบา ๆ แลวหมุนซาย
และขวาเล็กนอย ดึงข้นึ มาพยายามอยาใหเสน ใยกระทบกระเทอื น เม่อื เก็บดอก
แลวใหตัดแตงดอกเห็ดทันที แลวนําสงตลาดเพราะเห็ดฟางจะบานเร็ว ผลผลิต
โดยเฉล่ยี ตอ กองจะไดดอกเห็ดประมาณ 1-2 กิโลกรมั
53การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
àËç´ ¨Ñ´à»¹š ÍÒËÒÃ㹡ÅÁ‹Ø ¾×ª¼¡Ñ สําหรับเห็ดถ่ังเชา
·èÁÕ ¤Õ ³Ø ¤‹Ò·Ò§ÍÒËÒÃʧ٠â´Â੾ÒÐÁÕâ»ÃμÕ¹ เ ป น เ ห็ ด ท่ี อุ ด ม ไ ป ด ว ย ส า ร
áÅÐÇÔμÒÁÔ¹ ÁÕä¢ÁѹμèíÒ ÁÕàÊŒ¹ãÂÍÒËÒÃÊÙ§ สําคัญหลายชนิด เชน อะดีโน
àËÁÒСѺ¤¹·Ø¡à¾È·Ø¡ÇÑ «èÖ§¹Í¡¨Ò¡¨Ð ซีน คอรไดเซบิน ซึ่งสวน
¹Òí ä»ãªãŒ ¹¡ÒûÃСͺÍÒËÒÃáÅÇŒ 处 ÁàÕ Ë´ç ประกอบท่ีเปนสารสําคัญเหลา
ÍÕ¡ËÅÒª¹Ô´·Õè¹Í¡¨Ò¡¨ÐÁդس¤‹Ò·Ò§ นี้ มีสรรพคุณที่เปนประโยชน
âÀª¹Ò¡ÒÃʧ٠áÅÇŒ ÂѧÁÊÕ Ãþ¤Ø³·Ò§ÂÒÍ¡Õ ต อ ก า ร นํ า ไ ป ใ ช เ ป น ส ว น
´ŒÇ ઋ¹ àË´ç ËÅ¹Ô ¨×Í àË´ç äÁμÒà¡Ð ประกอบในการรกั ษาโรคตา ง ๆ
àËç´¶§Ñè àª‹Ò à»¹š μŒ¹ รวมถึงการเพ่ิมภูมิคุมกันและ
เพม่ิ ความแข็งแรงของรางกาย
54 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
สรรพคณุ ท่สี ําคญั ของเห็ดถัง่ เชา (Winkler, 2008)
มีสรรพคณุ ในการบํารุงรางกาย บํารุงหลอดเลอื ด ตานการทํางานของ
เซลลมะเร็ง โดยมีสารคอรดีซิปน (cordecepin) มีฤทธ์ิทางชีวภาพชวยยับย้ัง
การแพรกระจายของเซลลมะเร็ง ตานแบคทีเรียกอโรค เพิ่มประสิทธิภาพ
การทํางานของเมด็ เลอื ดขาว ลดการอกั เสบ กรดอะดีโนซีน (adenosine acid)
มีฤทธิ์ควบคุมการไหลเวียนของเลือด ตานการแข็งตัวของเลือดและการเกิด
ล่ิมเลือดในรางกาย ปองกันโรคหัวใจเตนผิดจังหวะ และโพลีแซคคาไรด
(polysaccharides) ออกฤทธ์ิกระตุนการทํางานของระบบภูมิตานทานของ
รา งกาย ชว ยลดระดบั น้ําตาลในเลือดและเพิ่มภมู ิคมุ กนั แกรางกาย
เห็ดถ่ังเชาจะผลิตสารออกฤทธ์ิทางยามากหรือนอยหรือไมมีเลยน้ัน
ขนึ้ อยูกบั ปจ จัยหลายประการ ไดแ ก สายพันธุ วธิ ีการเพาะเล้ยี ง สวนประกอบ
ของอาหารเพาะเล้ียง ความเปนกรด-ดางของอาหาร สภาพแวดลอม อุณหภูมิ
แสง และสิ่งแวดลอมอื่น ๆ ดังนั้นการจะเพาะเห็ดถั่งเชาจึงควรศึกษาถึง
รายละเอยี ดของการเพาะใหถ องแทเสียกอ น
¢Ñ¹é μ͹¡ÒÃà¾ÒÐàË´ç
1. เตรยี มสถานที่สําหรบั เพาะ
เนอื่ งจากเหด็ ถงั่ เชา เปน เหด็ เมอื งหนาว สถานทท่ี ใ่ี ชส าํ หรบั เพาะจะ
ตองเปน หอ งทมี่ ีการปรบั อณุ หภูมคิ อนขา งเย็น ประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส
อาจใชต ูเยน็ กไ็ ด แตต องเปนตูเ ยน็ ท่เี ปนระบบโนฟรอสทีต่ อ งใชพ ดั ลม
ตูแช หอ ง
55การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
2. เตรยี มชนั้ วาง
เตรียมชั้นวางเพื่อวางวัสดุเพาะ พรอมท้ังติดตั้งระบบไฟ เพื่อให
ภายในหอ งมีแสงท่เี หมาะสมกบั การเพาะเหด็
3. เตรียมเชื้อเห็ด
สายพนั ธเุ หด็ ทชี่ มรมผเู พาะเหด็ เศรษฐกจิ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร
วทิ ยาเขตกําแพงแสน เปน เหด็ ถ่งั เชา สีทอง สายพันธุ ME42 (เพราะเปนสายพนั ธุ
ทแ่ี ขง็ แรง มคี ุณภาพและใหผลผลติ สงู )
56 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
4. เตรียมอาหารเล้ียงเชื้อ (อาหารวุน พีดีเอ (PDA) สูตรอาหาร
เลี้ยงเช้อื และวธิ ีการเตรยี มเหมือนกบั การทําสูตรอาหารวนุ พีดีเอ
5. เตรียมแยกเน้ือเย่ือเห็ด
การแยกเน้ือเชื้อจากดอกเห็ดถ่ังเชาลงในอาหารเล้ียงเช้ือ
(อาหารวุน พดี ีเอ) เมื่อเชอื้ เดนิ เต็ม (ประมาณ 15-20 วนั ) ซึ่งสังเกตขวดอาหาร
วุนวามีเช้ือปลอมปนหรือปราศจากการปนเปอน ใหนําไปขยายตอในเช้ือเหลว
ที่เตรียมไวตอไป
57การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
การทาํ เชอื้ เหลว เหมอื นกบั การทาํ อาหารวนุ พดี เี อ สว นประกอบจะใช
มนั ฝร่ัง 200-300 กก. นํา้ ตาลแลกโตส 18-20 กรมั กบั นํ้า 1,000 ซซี ี นาํ มาตม
และบรรจุลงขวด นําไปนึ่งในหมอนึ่งความดันที่ 15 ปอนดตอตารางนิ้ว
นาน 30 นาที หลังจากนั้นรอพักใหขวดคลายความรอน และนําไปแยกเช้ือบน
อาหารวุน ลงสูเชื้อเหลวแลวตอไป (ในกระบวนการแยกเชื้ออาหารวุนลงสู
เชอื้ เหลวจะตอ งปฏบิ ตั ภิ ายในตเู ขย่ี เชอื้ และตอ งใชเ ทคนคิ การปลอดเชอื้ ปลอมปน)
เม่ือเขีย่ เช้อื วุนลงสเู ช้ือเหลวแลวนาํ ไปลงเครอ่ื งเขยา 5-7 วนั จะสงั เกต
เห็นเสนใยเห็ดถ่ังเชากระจายเต็มเชื้อเหลว และสังเกตวาไมมีเชื้ออื่นปลอมปน
ก็พรอมจะนําไปถา ยเชือ้ ตอ ในวสั ดุเพาะไดเ ลย
6. การเตรียมวสั ดุเพาะ (อาหารแขง็ )
ขาวสารหรอื เมล็ดธัญพืช 50 กรมั
มนั ฝรง่ั 200-300 กรมั
นํา้ 1,000 ซีซี
น้าํ ตาลแดกโตรส 10 กรัม
หนอนไหม 30 กรัม
นมผง 10 กรมั
ปุยฟอสฟอรสั 1 กรัม
ดีเกลือ 0.5 กรมั
ไขไก 1 ฟอง
58 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
Ç¸Ô ¡Õ Ò÷Òí ÇÊÑ ´Øà¾ÒÐ (ÍÒËÒÃᢧç )
- เตรียมขาวสารหรือเมล็ดธัญพืชปริมาณ 50 กรัม (ใชกับขนาด
ขวดแกว 26 ออนซ)
- ตมมันฝร่ังกับน้ํา 1,000 ซีซี (การเตรียมมันฝร่ังเหมือนกับการทํา
อาหารวนุ พดี เี อ)
- นําน้าํ ตมมนั ฝรงั่ ปรมิ าณ 1,000 ซีซี ผสมกับหนอน 20 กรมั ไขไ ก
1 ฟอง นมผง 10 กรัม ปยุ ฟอสฟอรสั 1 กรัม ดเี กลือ 0.5 กรัม นําสว นผสมมาปน
รวมกัน
- ตกั สว นผสมทปี่ น เขา กนั ดแี ลว ลงในขวดแกว ทมี่ เี มลด็ ธญั พชื ปรมิ าณ
พอทวมเมล็ดธัญพืช
- นําไปนง่ึ ฆาเชอ้ื ท่หี มอ น่ึงความดนั ที่ 15 ปอนดต อ ตารางน้วิ เปนเวลา
30 นาที
- เมอื่ นง่ึ ฆา เชอื้ อาหารแขง็ ทกุ อยา งเรยี บรอ ยแลว ขน้ั ตอนตอ ไปเปน การ
ถา ยเชอื้ เหลวลงในวสั ดเุ พาะหรอื อาหารแขง็ โดยใชเ ทคนคิ การปลอดเชอื้ คดั เลอื ก
เชอื้ เหลวทม่ี คี วามสมบูรณไ มมีการปนเปอ น
59การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
¡ÒôáÙ ÅÃ¡Ñ ÉÒ
เม่ือถายเช้ือเหลวลงอาหารแข็งแลว
นาํ ไปบม ในหอ งคอ นขา งมดื เพอื่ ใหเ กดิ เสน ใยเหด็
ท่ีมีอุณหภูมิประมาณ 15-20 c และมีอากาศ
ที่เหมาะสม ประมาณ 15 วัน หลังจากนั้น
ใหแ สงสวา งประมาณ 12-13 ชม./วนั ในหองท่ีมี
อุณหภูมิ 15-17 c ความชื้นสัมพันธประมาณ
75% เพอื่ กระตนุ ใหเ กดิ ดอกและสรา งสารสาํ คญั
สําหรับเห็ดที่เพาะในขวด ควรเปด
ใหอากาศเขาไปบางอยางนอยวันละ 1 คร้ัง
จัดเตรียมภาชนะท่ีสามารถใหความช้ืนในหอง
เพาะกับเห็ดได หรือใชภาชนะใสนํ้าวางไวใตช้ัน
สําหรับเพาะเห็ด นอกจากนี้ควรตรวจดูความชื้น
และอณุ หภมู ิในหอ งเพาะดวย
¡ÒÃࡺç à¡ÕèÂÇ
เม่ือเพาะเลี้ยง
ถั่งเชาไดตามระยะเวลา
ประมาณ 60 - 70 วนั เรา
สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต
โดยนําออกจากขวดและ
ตดั สว นดอกไปตาก/อบแหง
หรือใชสวนฐานลางที่เปน
อาหารแขง็ ไปตาก/อบแหง
กไ็ ด
60 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
การแปรรูปและการตลาด
ของเห็ดเศรษฐกิจ
ดร.สาคร ชินวงค1
นพสทิ ธิ์ ลอ งจา2
ʶҹ¡ÒóàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
àË´ç ໹š ÍÒËÒûÃШÒí Ç¹Ñ ¢Í§Á¹ÉØ Â· ÍÕè ´Ø Áä»´ÇŒ ¤³Ø ¤Ò‹ ·Ò§ÍÒËÒÃ
໚¹áËŧ‹ â»Ãμ¹Õ ÇÔμÒÁ¹Ô áÅÐáø‹ ÒμμØ Ò‹ §æ ·¨Õè Òí ໚¹ÊíÒËÃѺ¡ÒÃà¨ÃÞÔ àμºÔ âμ
áÅÐàÊÃÔÁÊÃÒŒ §¤ÇÒÁá¢ç§áç¢Í§ÃÒ‹ §¡ÒÂ
เหด็ สามารถนาํ มาเปน อาหาร จดั ทาํ โรงเรอื นและการจดั สภาพแวดลอ ม
เพอื่ ใชร บั ประทาน นาํ มาแปรรปู เปน ยา ทเ่ี หมาะสมเพอื่ การเพาะเลยี้ ง จงึ ทาํ ให
อาหารเสริม เครื่องสําอางและแปรรูป สามารถผลิตเห็ดไดหลายชนิดท้ังเห็ด
ในลกั ษณะอนื่ ๆ เหด็ จึงมีการเพาะเลยี้ ง เมืองรอนและเห็ดเมืองหนาว เห็ด
อยา งแพรห ลายจนเปน อตุ สาหกรรมทม่ี ี เศรษฐกจิ ทนี่ ยิ มเพาะ ไดแ ก เหด็ นางรม
มูลคาทางเศรษฐกิจสําคัญระดับโลก เหด็ นางฟา เห็ดเปา ฮื้อ เหด็ หอม เห็ด
สาํ หรบั ในประเทศไทยมแี หลง เพาะเหด็ เข็มทอง เห็ดขอนขาว เห็ดหลินจือ
กระจายอยูในพ้ืนที่ทุกจังหวัด โดย เหด็ โคนญปี่ ุน และเห็ดถ่ังเชา เหด็ เปน
เฉพาะเห็ดเพาะในถุงพลาสติก มีการ สินคาทางดานการเกษตรท่ีมีศักยภาพ
1นักวิชาการเกษตร ชํานาญการ สํานักสงเสริมและฝกอบรม กําแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
วทิ ยาเขตกําแพงแสน จังหวัดนครปฐม
2นกั วชิ าการโสตทศั นศกึ ษา ปฏบิ ตั ิการ สาํ นกั สง เสรมิ และฝก อบรม กาํ แพงแสน มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร
วิทยาเขตกาํ แพงแสน จังหวดั นครปฐม
61การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
การผลิตสูง โดยมีปริมาณการผลิตตอปกวา 120,000 ตัน เปนมูลคากวา
10,284 ลานบาท ผลผลิตสวนใหญใชเพื่อการบริโภคภายในประเทศ
97 เปอรเซ็นต และมีบางสวนสงออกในรูปผลผลิตสด กระปองและแชแข็ง
และแปรรูปประเทศสหรัฐอเมริกา ฝร่ังเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุน สิงคโปร ลาว
โอมาน บรูไน และซาอุดิอาระเบีย ซ่ึงมีความตองการผลผลิตเห็ด สถานการณ
การผลิตเห็ดเศรษฐกิจมีแนวโนมจะเติบโตข้ึนเรื่อยๆ นโยบายของรัฐเองก็ให
ความสําคัญในเร่ืองการผลิตผลผลิตทางการเกษตรท่ีใสใจตอสุขภาพและ
สภาพแวดลอม อีกท้ังกระแสของผูบริโภคในปจจุบันคือการรักสุขภาพดวยการ
บรโิ ภคอาหารทสี่ ะอาดและปลอดภยั เพม่ิ ขนึ้ เรอื่ ยๆ เหด็ เศรษฐกจิ จงึ เปน ทางเลอื ก
ของผูบริโภคท่ีมีคุณคาทางโภชนาการใหโปรตีนทดแทนเน้ือสัตว รสชาติอรอย
ราคาไมแพง และยงั มีคณุ คา ทางสมุนไพร มคี ุณสมบตั ิในการปองกนั และบรรเทา
โรคตา งๆ ไดอ กี ดวย
»ÃÐ⪹¢ ͧàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
àËç´à»š¹áËÅ‹§ÍÒËÒÃâ»ÃμÕ¹¨Ò¡¸ÃÃÁªÒμÔ·èÕÁÕÇÔÇѲ¹Ò¡ÒÃÁÒ¨Ò¡
¡ÒûÃÐÊÒ¹àÊŒ¹ã¨íҹǹÁÒ¡¢Í§àªé×ÍÃÒª¹Ñé ʧ٠àË紨Ѵ໹š ÍÒËÒûÃÐàÀ·¼Ñ¡
·è»Õ ÃÒȨҡä¢Áѹ ÁÕ»ÃÔÁÒ³¹íÒé μÒÅáÅÐà¡ÅÍ× ¤Í‹ ¹¢ÒŒ §μíèÒ ÁÕÃʪÒμÔ´áÕ ÅСŹÔè
·ªèÕ Ç¹ÃѺ»Ãзҹ
เนื่องจากเห็ดมีกรดอะมิโนกลูตามิคเปนองคประกอบ ซ่ึงจะทําหนาที่
ชวยกระตุนประสาทการรับรูรสอาหารของล้ินใหไวกวาปกติและทําใหมีรสชาติ
คลา ยกับเนอื้ สัตว นอกจากนี้เห็ดยงั อุดมไปดว ยวิตามิน โดยเฉพาะวติ ามนิ บรี วม
(ไรโบฟลาวิน) และไนอาซิน ซึ่งจะชวยควบคุมการทํางานของระบบยอยอาหาร
เห็ดจัดเปนแหลงเกลือแรที่สําคัญ มีเกลือแรตางๆ เชน ซิลิเนียม ทําหนาที่ชวย
ตา นอนุมูลอสิ ระ ลดความเส่ยี งตอการเกิดโรคมะเรง็ โรคหลอดเลอื ดหวั ใจอดุ ตนั
62 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
โปแตสเซียม ทาํ หนา ท่ีควบคมุ จังหวะการเตน ของหวั ใจ สมดลุ ของนํา้ ในรา งกาย
การทาํ งานของกลา มเนอ้ื และระบบประสาทตา งๆ ลดการเกดิ โรคความดนั โลหติ สงู
อมั พฤกษแ ละอมั พาต ทองแดง ทาํ หนา ทชี่ ว ยเสรมิ สรา งการทาํ งานของธาตเุ หลก็
และท่ีสาํ คญั เห็ดมีองคป ระกอบของพฤกษเคมีทีช่ ่ือวา “โพลแี ซคคาไรด” (Poly-
saccharide) จะทํางานรวมกับแมคโครฟากจ (macrophage) ซึ่งเปนเซลล
คมุ กนั ขนาดใหญท อ่ี อกจากหลอดเลอื ดเขา สเู นอ้ื เยอื่ และจะไปจบั กบั โพลแี ซคคาไรด
ท่ีบริเวณกระเพาะอาหาร และนําไปสง ยังเซลลคุมกันตวั อน่ื ๆ โดยจะชว ยกระตนุ
วงจรการทํางานของระบบภูมคิ ุมกันของรา งกาย เสรมิ และชว ยเพมิ่ ปริมาณและ
ประสิทธิภาพของเซลลคุมกันธรรมชาติ ใหทําหนาท่ีทําลายเซลลแปลกปลอม
ท่ีเขามาในรางกาย รวมถึงพวกไวรัสและแบคทีเรียอื่นๆ ดวย เห็ดยังใหคุณคา
ทางโภชนาการและมีสรรพคุณทางยา ซ่ึงมีคุณสมบัติที่ชวยเสริมภูมิคุมกัน
ในรา งกาย และชว ยลดอตั ราความเสย่ี งจากโรครา ยตา งๆ เชน โรคมะเรง็ เบาหวาน
อัลไซเมอร หลอดเลือดหัวใจอุดตัน และความดันโลหิตสูง เปนตน สรรพคุณ
ทางยาของเห็ด ชว ยควบคุมการทํางานของอวยั วะสาํ คญั ตา งๆ เชน สมอง หวั ใจ
ปอด ตับ และระบบไหลเวียนของโลหิต ชาวจีนจัดเห็ดเปนยาเย็น เพราะมี
สรรพคุณชวยลดไข เพ่ิมพลังชีวิต ดับรอนใน แกชํ้าใน บํารุงรางกาย ลดระดับ
น้ําตาล และคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ลดความดนั ขับปส สาวะ ชว ยใหห าย
หงุดหงิด บาํ รงุ เซลลป ระสาท รักษาอาการอลั ไซเมอร และที่สาํ คญั คอื ชวยยบั ยงั้
การเจรญิ เติบโตของเซลลมะเรง็ (ชฎาพร นุชจังหรดี , 2549)
คุณคาทางโภชนาการและประโยชนของเห็ดทางการแพทย
(Medicinal Mushrooms) ดังน้ี
1) เห็ดหอมหรอื เหด็ ชิตาเกะ เปน ยาอายุวฒั นะ เพราะชวยลดไขมัน
ในเสน เลอื ด อกี ทงั้ ยงั เพม่ิ ภูมิคุมกนั ตอ เชอ้ื ไวรัสและมะเรง็ ดวย และมีกรดอะมิโน
ถงึ 21 ชนิด มีวติ ามิน บ1ี บี2 สงู พอๆ กบั ยีสต มวี ิตามินดสี ูงชวยบํารงุ กระดูก
และมีปริมาณโซเดียมต่ํา เหมาะสําหรับผูท่ีเปนโรคไต นอกจากน้ียังมีแคลเซียม
63การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
ฟอสฟอรัสและเหล็ก ซ่ึงชวยเสริมสรางกระดูกและฟนใหแข็งแรง ชวยลดความ
เปน กรดในกระเพาะอาหาร ชว ยบํารงุ กาํ ลัง บรรเทาอาการไขหวัด ชาวจนี ยกให
เห็ดหอมเปน อาหารตน ตํารบั “อมตะ”
2) เหด็ หหู นู เปน กลุมคารโ บไฮเดรต สามารถเพิม่ ความแข็งแรงใหเ ม็ด
เลือดขาวในผูสูงอายุ ทําใหภูมิตานทานรางกายดีข้ึน รวมท้ังชวยรักษาโรค
กระเพาะและรดิ สีดวง เหด็ หูหนูขาวมีคณุ สมบตั ิในการชวยบํารงุ ปอดและไต
3) เห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปญอง รูปรางกลมมน คลายกระดุมที่มี
ขนาดใหญ ผิวเนอ้ื นวล สามารถรกั ษาและปอ งกันการเกดิ มะเรง็ เตานมมากทีส่ ดุ
โดยมีสารชวยยับยั้งเอนไซมอะโรมาเตส (Aromatase) ทําใหเกิดการยับย้ังการ
เปลย่ี นฮอรโ มนเอนโดรเจนเปน ฮอรโ มนเอสโตรเจนในผหู ญงิ วยั หมดประจาํ เดอื น
เมื่อรางกายผลิตฮอรโมนเอสโตรเจนไดนอยลงก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของ
เซลลมะเร็งเตา นมใหนอ ยลงตามไปดว ย
4) เหด็ นางรม เห็ดนางฟาและเห็ดเปาฮอ้ื เหด็ สามอยางนอี้ ยตู ระกลู
เดียวกนั เจริญเตบิ โตเปน ชอ ๆ คลา ยพดั เหด็ นางรมมีสีขาวอมเทา เห็ดนางฟา มี
สีขาวอมน้ําตาล ขณะท่ีเห็ดเปาฮ้ือจะมีสีคล้ําและเน้ือเหนียวหนาและนุมอรอย
คลา ยเนอ้ื สัตวมากกวา มีสารสาํ คัญทส่ี ามารถปอ งกนั โรคหวดั ชวยการไหลเวียน
เลอื ด และโรคกระเพาะ
5) เห็ดฟาง เปนเห็ดยอดนิยมของคนไทย นิยมเพาะกันบนกองฟาง
ขาวชื้นๆ โคนมีสีขาว สว นหมวกสีนา้ํ ตาลอมเทา หาซือ้ ไดง า ยตามทอ งตลาด ให
วติ ามนิ ซสี งู และมกี รดอะมโิ นสาํ คญั อยหู ลายชนดิ รบั ประทานเปน ประจาํ จะชว ย
เสรมิ ภมู คิ มุ กนั การตดิ เชอื้ ตา งๆ อกี ทงั้ ยงั ชว ยลดความดนั โลหติ และเรง การสมานแผล
6) เหด็ เขม็ ทอง เปน เหด็ สขี าว หวั เลก็ ๆ ขน้ึ ตดิ กนั เปน แพ รสชาตเิ หนยี ว
นมุ กนิ เปน ประจาํ จะชว ยรกั ษาโรคตับ กระเพาะ และลําไสอกั เสบเรอื้ รงั
7) เห็ดโคน ชว ยเจรญิ อาหาร บํารุงกําลัง แกบ ิด แกค ลืน่ ไส อาเจยี น
แกไอ ละลายเสมหะ การทดลองทางเภสัชศาสตรพบวาน้ําที่สกัดจากเห็ดโคน
สามารถยบั ยง้ั เชื้อโรคบางชนิด เชน เช้อื ไทฟอยด
64 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
8) เห็ดหลินจือ เปนสมุนไพรจีนที่ถูกจัดเปนยาและใชกันมานานกวา
4,000 ป ในศาสตรการแพทยแผนตะวันออกเภสัชตํารับโบราณใชเปนยา
อายุวัฒนะและรักษาโรคตางๆ สรรพคุณเปนยาบํารุงรางกาย บรรเทาอาการ
ออนเพลียทําใหม กี ําลงั สง เสรมิ การไหลเวยี นของเลือดดขี ึ้น ความจาํ ดี ประสาท
สัมผัสตางๆ ชัดเจนขึ้น มีสารสําคัญเบตากลูแคนซึ่งมีคุณสมบัติชวยตานอนุมูล
อสิ ระ ยบั ยงั้ การเจรญิ เตบิ โตของเนื้อราย (Cao LZ และ Lin ZB., 2002) รวมทง้ั
กระตุนภูมิคุมกันไวรัส คนญี่ปุนมักใชควบคูกับการรักษาโรคมะเร็งและโรค
ผูสูงอายุ เชน โรคหัวใจ โรคหลอดลมอักเสบเร้ือรัง และโรคความดันโลหิตสูง
(วาลุกา พลายงาม, 2561) ปจ จบุ ันยงั มีการนําไปเปนสว นผสมของเครอ่ื งสําอาง
อีกดวย
9) เห็ดถั่งเชา เปนราชาแหงสมุนไพร มีสารสําคัญ Cordyceps
sinensis บาํ รงุ รางกายเพ่ิมภูมคิ ุมกัน ตานการแขง็ ตัวของเลอื ดบํารุงหลอดเลอื ด
ชวยกระตุนเพ่ิมสมรรถภาพทางเพศทําใหรางกายมีพลัง ปองกันเลือดออก
ในสมอง ล่ิมเลือด หัวใจขาดเลือดและหอบหืด ตานอนุมูลอิสระ ทําใหแกชา
และตานการอักเสพ ชวงลดระดับนํ้าตาลในเลือด ฟนฟูการทํางานของไต
เปนเห็ดสมุนไพรใชรักษาสารพัดโรค ที่สําคัญเพ่ิมภูมิคุมกันแกรางกายตานการ
ทํางานของเชลลมะเรง็ ได (Winkler, 2008)
àË紼żÅÔμáÅСÒÃμÅÒ´
àÈÃɰ¡Ô¨¢Í§ä·Â
¡ÒüÅμÔ àË´ç ÊÒÁÒö໹š ÍÒª¾Õ ËÅ¡Ñ ÊÃÒŒ §ÃÒÂä´ãŒ Ëጠ¡à‹ ¡Éμáà áÅÐ
໚¹ÍÒªÕ¾àÊÃÔÁÊíÒËÃѺ¼ÙŒÊ¹ã¨·èÕ¨ÐÊÌҧÃÒÂä´ŒãËŒ¤Ãͺ¤ÃÑÇà¾×è;èÖ§¾ÒμÑÇàͧ
໹š ÍÒª¾Õ ·ãèÕ ªŒ¾×é¹·Õ蹌Í ŧ·Ø¹μèÒí ¡Ç‹ÒÍÒª¾Õ à¡ÉμÃÍè×¹æ àËç´ãËŒ¼Å¼ÅÔμã¹
ÃÐÂÐàÇÅÒÍѹʹéÑ áÅÐÊÒÁÒö¨Ñ´¡ÒÃãËŒÁռżÅÔμä´Œμ‹Íà¹Íè× §·§éÑ »‚
การตัดสินใจในการเลือกเพาะเห็ดเศรษฐกิจเปนอาชีพจะตอง
พจิ ารณาใหร อบคอบถงึ สงิ่ ทจี่ ะเปน ขอ มลู พน้ื ฐานประกอบ คอื เหด็ ทเี่ ลอื กจะผลติ
65การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
ตอ งไดร บั การยอมรบั จากผบู รโิ ภค โดยเปน ทร่ี จู กั กนั โดยทวั่ ไป และเกดิ ความนยิ ม
ในการบริโภค พ้ืนที่หรือสถานท่ีตั้งฟารมไมหางจากตลาดหรือแหลงรับซื้อ
การคมนาคมสะดวก เน่ืองจากผลผลิตเห็ดมีอายุหลังการเก็บเก่ียวสั้น มีการ
คลายความรอนทําใหการดูแลหลังการเก็บเกี่ยวคอนขางยาก จึงจําเปนตองใช
เวลาในการจัดการหลังการเก็บเก่ียวและการขนสงใหสั้นท่ีสุดและมีตลาดใหญ
รองรับ หรือมีโรงงานแหลงรับซื้อวัตถุดิบเพ่ือการแปรรูปซ่ึงมีจํานวน/ปริมาณ
ผลผลิตแนนอนและราคาท่ีมีการตกลงลวงหนา สําหรับสภาพภูมิอากาศและ
ภูมิประเทศจะตองเหมาะกับการผลิตเห็ดชนิดท่ีตองการทั้งนี้เน่ืองจากเห็ด
ตางชนิดกันมีความตองการอุณหภูมิในการเจริญของเสนใยและการออกดอก
ไมเทากัน ถาตองมีการจัดการในสภาพโรงเรือนปดและจะทําใหมีตนทุนสูง
ข้นึ ไปดวย และวตั ถุดบิ หรอื วสั ดทุ ใี่ ชใ นการเพาะเหด็ หางายและมรี าคาถูก
สวนสําคัญที่สุดคือความพรอมของเกษตรกรหรือผูสนใจ เปนเร่ือง
ทส่ี าํ คญั ทส่ี ดุ เกษตรกรจะตอ งมใี จรกั ในการเพาะเหด็ เศรษฐกจิ มกี ารพฒั นาตนเอง
ใฝหาความรูเพ่ือการพัฒนาและการแกปญหาหาทางออก รวมถึงการรวมกลุม
สรา งเครือขา ยเพื่อการพฒั นาและการแลกเปล่ยี นเรยี นรู เพราะการพฒั นาอยาง
เปนกลุมจะสรางพลังในสาขาอาชีพการผลิตเห็ดเศรษฐกิจนั่นเอง ลักษณะนิสัย
ของเกษตรกรและผูประกอบการที่จะประสบความสําเร็จและสรางใหเกิดความ
ยัง่ ยืนในอาชีพ จะตอ งมีความขยนั อยางฉลาด วเิ คราะหหาขอบกพรอง ปรบั ปรงุ
แกไขใหสอดคลองกับสถานการณปจจุบันอยูเสมอ ซื่อสัตยและมีคุณธรรมและ
จริยธรรมในการผลิตและจะตองไมเปนผูทําลายอาชีพของตนเอง ประหยัด
ใชทรัพยากรในกระบวนการผลิตใหเกิดประโยชนสูงสุด สามารถลดตนทุน
การผลิตใหไดมากที่สุด อดทน การเพาะเห็ดจะตองเอาใจใสอยูเปนประจําและ
รักความสะอาดเน่ืองจากเห็ดเปนเชื้อราจะตองไมใหเชื้อราชนิดอ่ืนเจริญเติบโต
แขงขันกับเช้ือเห็ด และใสใจในการเก็บผลผลิตท่ีไดคุณภาพและไดราคาสูง
รวมทงั้ ตอ งศกึ ษาหาความรู เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพอ่ื พฒั นาและเปลยี่ นแปลง
66 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
ตลอดเวลา อาชีพการเพาะเห็ดจําเปนตองปรับตัวเพื่อใหเขากับสภาวการณที่
เปล่ียนแปลง
แผนการผลิตเห็ดตามความตองการของตลาด เกษตรกรและ
ผปู ระกอบการจะตองมีเทคนิคเพ่อื ใหป ระสบความสาํ เรจ็ คอื เกษตรกรจะตองมี
การรวบรวมขอมูลขาวสารที่ถูกตองและทันตอเหตุการณ เพ่ือประกอบการ
ตัดสินใจในวางแผนการผลิตใหมีปริมาณสอดคลองกับความตองการของตลาด
มกี ารเกบ็ เชอ้ื เหด็ ทม่ี คี ณุ ภาพดเี พอื่ นาํ มาใชต ามแผน และการจดั การใหม กี ารเปด
ดอกที่สามารถใหผ ลผลติ ตรงตามกําหนด และมกี ารเก็บขอมูลและประสบการณ
ในการผลิตการจัดการไวเพ่ือเปนบทเรียนและการวางแผนการผลิตในครั้งตอไป
รวมท้ังมีการบริหารศัตรูพืชอยางถูกวิธีดวย โดยการรักษาความสะอาดในฟารม
เห็ดตลอดเวลา ปฏิบัติในการทําฟารมและการจัดการผลผลิตเห็ดท่ีไดมาตรฐาน
สากล ปจจุบันไดมีกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานสินคาเกษตรสําหรับ
หลักปฏิบัตสิ ําหรับการผลติ เช้อื เห็ดเปนมาตรฐานบงั คับ พ.ศ. 2560 กาํ หนด
บังคับใชกลางป พ.ศ. 2561 (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/
PDF/2560/A/042/27.PDF) เนื่อจากประเทศเรามีศักยภาพในการผลิตเห็ด
ชนิดตางๆ มาก และผลผลิตยังเปนท่ีตองการของตลาดภายในประเทศและ
ตลาดโลก
ผลผลิตและการตลาดเห็ดเศรษฐกิจ ปจจุบันประเทศไทยผลิต
เห็ดเศรษฐกิจหลัก ไดแก เห็ดฟาง เห็ดตระกูลนางรม (นางรมนางฟา เปาฮื้อ)
เห็ดหหู นู เหด็ หอม เหด็ เข็มทอง เหด็ ขอนขาว และเห็ดหลนิ จอื ซ่งึ มีความสําคญั
ทางเศรษฐกิจ สรางอาหารแหลงโปรตีนที่สําคัญซึ่งมีความปลอดภัย และ
ยังมีการนําเห็ดไปใชเปนสมุนไพรรักษาโรค ผลิตภัณฑอาหารเสริมสุขภาพ
เครอื่ งสาํ อาง ขอ มลู การนาํ เขา เหด็ ในป 2550 มกี ารนาํ เขา เหด็ มลู คา 987.1 ลา นบาท
ในป พ.ศ. 2557 มกี ารนาํ เขา เห็ดแหง มูลคา 2,176 ลานบาท จะเหน็ ไดวามกี าร
67การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
นาํ เขา เหด็ เพม่ิ ขน้ึ มากกวา 2 เทา ตวั มแี นวโนม การนาํ เขา มากขน้ึ ในทกุ ป การเพม่ิ
ผลิตเห็ดเศรษฐกิจในประเทศแนวโนมมีตลาดที่สามารถขยายตัวได เชน
เหด็ ฟางขาดตลาด พบวา เอม็ เค สกุ ที้ ่ใี ชเหด็ ฟางถึง 20 ตนั /วัน จึงมกี ารสง เสรมิ
ใหใชพื้นที่จังหวัดกระบี่ซ่ึงเปนพ้ืนท่ีท่ีมีวัสดุในการเพาะปลูกคือทะลายปาลม
เพอ่ื ผลิตเห็ดฟางสง เปนตน ซ่งึ คุณภาพของผลผลติ เหด็ ในประเทศไทยไมไ ดดอย
ไปกวาการนําเขาเห็ดจากตางประเทศ ประเทศไทยมีผลผลิตเห็ดปละประมาณ
120,000 ตนั ประมาณการมลู คา ราว 10,284 ลา นบาท โดยในปริมาณการผลิต
น้ีจะเกดิ ธุรกจิ หมุนเวยี น อนั ไดแก การจดั จาํ หนา ยเหด็ วสั ดุอปุ กรณต า งๆ ธุรกิจ
บริการ ธุรกิจแปรรูป ไมตํ่ากวา 12,000 ลานบาท และมีมูลคาสงออกเฉลี่ย
250 ลานบาทตอป โดยในจาํ นวนน้ีมีบรโิ ภคภายในประเทศถึงรอ ยละ 97 มีการ
สงออกตา งประเทศเพยี ง รอ ยละ 3 เทานน้ั
ตารางท่ี 1 การผลิตและมูลคา ของเหด็ ชนดิ ตางๆ ของประเทศไทย
ßîĉéđĀéĘ ñúñúĉêêîĆ (%) øćÙćđÞúĊę÷ (ïćì/ÖÖ.) öúĎ ÙćŠ (úšćîïćì)
đĀéĘ ôćÜ 66,000 (55) 80 5,280
đĀéĘ ÿÖčúîćÜøö 24,000 (20) 60 1,440
đĀéĘ ĀĎĀîĎ 14,400 (12) 60 864
đĀĘéĀĂö 3,600 (3) 150 540
đĀéĘ ĂČęîė (đ×öĘ ìĂÜ úö ĒÙøÜ) 12,000 (10) 180 2,160
øüö 120,000 10,284
ìęĊöć: ÿöćÙöîÖĆ üÝĉ ÷Ć ĒúąđóćąđĀéĘ ĒĀŠÜðøąđìýĕì÷ (2559)
ระบบการตลาดเห็ดเศรษฐกิจในประเทศไทยมีแนวโนมสงออกเห็ด
ไปยงั ประเทศตางๆ ดงั น้ี สหรฐั อเมรกิ า ฝรงั่ เศส ออสเตรเลยี ญ่ีปนุ สงิ คโปร ลาว
โอมาน บรไู น และซาอดุ อิ าระเบยี ซงึ่ มคี วามตอ งการเหด็ ทงั้ ในรปู ของเหด็ สดและ
อาหารแปรรูป สวนตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโนมความตองการเพิ่มสูงขึ้น
อยางตอเนื่อง คือตลาดอาเซียน+3 สําหรับแนวโนมความความตองการของ
ผูบ ริโภคในยคุ ปจ จุบนั นอกจากในรปู อาหารสดแลวและอาหารแปรรปู แลว ยงั มี
68 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
ความตองการในรูปแบบ ยา อาหารเสริม และเครื่องสําอางอีกดวย ตลาด
ผลิตภัณฑเห็ดจึงมีแนวโนมเติบโตข้ึนเรื่อยๆ และแนวโนมความตองการของ
ผูบริโภคในยุคปจจุบัน คือ อาหารพรอมรับประทาน ท่ีมีความสะดวกสามารถ
เขาไมโครเวฟและรับประทานไดทันที ไมยุงยากเสียเวลาในการปรุง นอกจากนี้
แนวโนมการบริโภคอาหารที่ดีตอสุขภาพมีมากข้ึนและมีความแรงอยางตอเน่ือง
โดยเฉพาะอาหารปลอดสารพษิ ทผ่ี ลติ ดว ยกระบวนการไรส ารเคมี สามารถขายได
ราคาสูงกวาปกติหลายเทาตัว รวมทั้งสินคาและผลิตภัณฑจะตองผานการ
รบั รองมาตรฐานความปลอดภยั ตา งๆ เชน อย. GMP, HACCP, BRC หรอื มาตรฐาน
การตรวจสอบยอนกลับ เพื่อเพิ่มคุณคาและมูลคาใหกับสินคาและผลิตภัณฑ
จากเห็ดเศรษฐกิจ
69การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
เหด็ กาเรศแปรรรษูป ฐกจิ
ดา นผลติ ภัณฑ
·Òí äÁ¶Ö§μÍŒ §á»Ãû٠àË´ç
àË´ç à»¹š ¾ª× ·ÁèÕ ÍÕ ÒÂÊØ éѹ àËç´áμ‹ÅЪ¹´Ô ¨ÐÁÍÕ ÒÂØ·áèÕ μ¡μ‹Ò§¡Ñ¹ ´Ñ§¹é¹Ñ
ª¹´Ô ¢Í§àË´ç ¨§Ö ໹š ÍÕ¡»˜¨¨ÂÑ Ë¹§Öè ¢Í§¡ÒÃà¹Ò‹ àÊÕ ·Òí ãË¡Œ ÒÃà¡çºÃÑ¡ÉÒ໚¹ÊèÔ§
·è¨Õ íÒ໚¹ ´§Ñ ¹Ñ鹨§Ö μÍŒ §Á¡Õ ÒèѴ¡ÒÃã¹àÃè×ͧ¢Í§¡ÒÃà¡çºà¡ÂÕè Ç ¡ÒÃà¡çºÃ¡Ñ ÉÒ
ÃÇÁä»¶§Ö ¡Òö¹ÍÁàË´ç ãËÊŒ ÒÁÒö㪻Œ ÃÐâª¹ä ´ÊŒ Ù§Ê´Ø áμ¡‹ ÒÃࡺç ÃÑ¡ÉÒáÅÐ
¡Òö¹ÍÁäÇÍŒ ÂÒ‹ §à´ÂÕ Ç¤§äÁ‹¾Í
จึงจําเปนที่จะตองนําเห็ด และการดอง Pickle การจะแปรรูป
มาแปรรูปเปนผลิตภัณฑเพื่อเปนการ แบบใดน้ันขึ้นอยูกับชนิดของเห็ดและ
เพิ่มมูลคาใหแกเห็ดและเปนวิธีการ ความตอ งการของตลาดวา ในแตล ะแหง
เพิ่มรายไดอีกวิธีหน่ึงของผูประกอบ วา ตอ งการเหด็ แปรรปู ชนดิ ใด (มหาวทิ ยาลยั
อาชีพการเพาะเห็ดและเปนการสราง เกษตรศาสตร, 2558)
รายไดใหกับผูประกอบอาชีพ การ
แปรรูปเห็ดขายเชนกัน การนําเห็ดมา
แปรรูปสามารถทําไดหลายชนิด เชน
การแชแข็ง Freezing บรรจุกระปอง
Sterilization การทําแหง Drying
70 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
การแปรรูปเห็ดเศรษฐกิจ ดานผลิตภัณฑ (Product) กลุมผูผลิตเห็ด
มคี วามจาํ เปน ในการพฒั นาตนเองเพอื่ พฒั นาสกู ารเปน ผปู ระกอบการใหส ามารถ
ทลายกาํ แพงอปุ สรรคตา งๆ ทง้ั ดา นการผลิต การจัดการและการตลาดเพอ่ื สราง
ความยงั่ ยนื ในสาขาอาชพี จากชอ งวา งงานวจิ ยั ทศ่ี กึ ษาคน ควา มาพบวา เกษตรกร
ผูเพาะเห็ดตองไดรับการพัฒนาดานตราสินคาและบรรจุภัณฑเพ่ือสรางความ
นาเชื่อถือในคุณภาพ หากจะขยายชองทางการตลาดไปยังตลาดท่ีใหญขึ้น และ
หากกลุมสามารถผลิตเห็ดไดมากพอมีความจําเปนท่ีจะตองแปรรูปผลผลิตเห็ด
เปนผลิตภัณฑในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งมีแนวทางในการแปรรูปเห็ด
ตามหมวดหมูตางๆ ดังนี้
1. อาหาร เปนการรักษาเห็ดใหมีอายุไดยาวนานคุณภาพดีและมี
รสชาติอรอย ไดแก นํ้าเห็ดสุขภาพเห็ดอบกรอบเห็ดสามรสเห็ดดองซีอ๊ิว
เหด็ ทอดกรอบ ขาเหด็ ทอดสมนุ ไพร เหด็ พะโล และลกู ชนิ้ เหด็ หอม ชาเหด็ กาแฟ
เห็ดฯลฯ ตัวอยา งสตู รและวิธที ําผลติ ภัณฑแ ปรรปู เห็ดกรอบสมุนไพร เห็ดสวรรค
และการทาํ แหนมเหด็ ดงั นี้ (ขนิษฐา ชาญชยั กุล, 2558)
71การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
สว นประกอบ ใชท ําเห็ดกรอบสมนุ ไพร
- เหด็ นางฟา 3 กิโลกรัม
กรัม
- ใบมะกรูด 100 กรมั
กรมั
- ตะไคร 50 กรมั
ชอนชา
- พรกิ ข้ีหนแู หง 25 ถวย
- นํ้าตาลปบ 200
- เกลอื 1
- นํ้ามนั หอยเจ 1/4
- น้าํ มนั ปาลม
72 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
วิธที ํา เห็ดกรอบสมนุ ไพร
1. นาํ เหด็ นางฟา มาตดั กา นเหด็ แขง็ ๆ ทง้ิ สาเหตทุ ต่ี ดั ทง้ิ เพราะกา นของ
เหด็ เม่อื นําไปทอดจะไมก รอบจะเหลือเพียงกลีบดอกของเหด็ ฉีกดอกเหด็ ใหเปน
ฝอยเสน เลก็ ๆ เพราะเวลาทีน่ าํ ไปทอดจะทําใหก รอบไวขนึ้
2. ใบมะกรูดมาตดั เอากานแขง็ ออก
3. นาํ ตะไครม าหน่ั เปนฝอยๆ
4. นําเห็ดมาลาง โดยที่เวลาลางเห็ดควรนําเห็ดมาบีบนํ้าออก แลว
นําเหด็ ไปผ่ึงไวแตไมควรนาํ เหด็ ไปตากแดด
5. จากน้นั เตรียมน้าํ มันปาลมใหร อ นจัดแลวนําเหด็ ลงไปทอด ใชเวลา
ในการทอดประมาณ 30 นาที ถา หากทอดเหด็ ในปรมิ าณทนี่ อ ย ใหส งั เกตเมอื่ เหด็
เปลี่ยนสีเปนสีเหลืองใหชอนตักยกขึ้นมา ในการทอดเห็ดเราจะทอดเห็ดดวยกัน
2 ครงั้ ครง้ั ท่ี 1 ทอดเพือ่ ไลความชืน้ จากเหด็ สว นการทอดรอบท่ี 2 จะทําใหเ หด็
ทม่ี ีชิน้ เลก็ และช้นิ ใหญป นกนั อยูน น้ั มีความกรอบทเี่ ทา ๆ กนั
6. นําตะไครทหี่ ่นั เปน ฝอย ๆ นาํ ลงไปทอดในนํา้ มันรอ น ๆ เพราะวา
เมื่อเรารบั ประทานจะทาํ ใหต ะไครมกี ลิน่ หอม นาํ ตะไครข ้ึน
7. นําใบมะกรดู ลงไปทอดในขณะทีน่ ํ้ามันยงั รอ น ๆ
8. ลดอณุ หภมู นิ า้ํ มนั ไมใ หร อ นจนเกนิ ไปแลว นาํ เหด็ ทที่ อดไวใ นรอบท่ี 1
มาทอดรอบท่ี 2 เพือ่ ใหเ ห็ดกรอบเสมอกนั ทอดจนเห็ดกลายเปน สีเหลืองทอง
9. การทํานํ้าปรุงเราจะใสนํ้าตาลปบลงไปพรอมกับนํ้ามันหอยเจ
คนจนกวานํ้าตาลปบจะละลายจนเหนียวเปนยางมะตูม จากนั้นนําเห็ด ตะไคร
ใบมะกรูด ลงไปในกระทะ จากน้ันคลุกใหเขากัน แลวนํามาใสภาชนะ ถาหาก
ตอ งการจะบรรจใุ สก ลอง ควรท้ิงไวใ หเ ยน็ กอน แลว นํามาบรรจุ
73การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡Ô¨
สว นประกอบ ใชท าํ เหด็ สวรรค
- เห็ดนางฟา 3 กิโลกรมั
- น้ําตาลปบ 200 กรมั
- นา้ํ มนั หอย 1/4 ถวย
- พรกิ ไทย 2 ชอ นชา
- งาขาวค่ัว 5 ชอ นโตะ
- ลูกผักชี 1 ชอ นชา
- ซีอิ๊วขาว 3 ชอนโตะ
- น้ํามนั ปาลม
วิธที ํา เหด็ สวรรค
1. นาํ เหด็ มาตัดกานแข็งออก แลวฉกี ดอกเหด็ ออกเปนเสนเลก็ ๆ ลางนํา้
ใหสะอาด
2. นําเห็ดลงไปทอดในขณะที่นํ้ามันรอนจัดรอจนกวาเห็ดจะเปนสีเหลือง
หลงั จากนน้ั นาํ เหด็ ขนึ้ มาซบั นาํ้ มนั เพอื่ ทจ่ี ะลดความรอ นของเหด็ ลดอณุ หภมู ขิ อง
น้าํ มนั ใหเ บาลงเพอ่ื ไมใหน ํ้ามันรอ นจนเกนิ ไป
3. นําเห็ดทเ่ี ราซับนา้ํ มันไวลงมาทอดรอบท่ี 2 รอจนกวาเหด็ จะกลายเปน
สีเหลืองท่เี หลอื งกวาการทอดครัง้ ที่ 1 จากน้ันตักเหด็ มาผง่ึ ไว
4. นํางาขาวมาคัว่ ใหห อม ลูกผักชคี ัว่ ใหห อม พักไว
5. การทําซอสปรุง นํานํ้าตาลปบและน้ํามันหอยมาคนในกระทะจนกวา
จะละลายเหนยี วเปน ยางมะตมู ควรใชไ ฟออ น ๆ เพอื่ ปอ งกนั การไหมข องนาํ้ ตาลปบ
หลังจากน้ันนําเห็ดที่ผึ่งไวลงมาคลุกใหเขากับนํ้าซอสและโรยงาขาวคั่วพรอมกับ
ลูกผักชีเพื่อเพ่ิมความหอม หลังจากน้ันนําใสภาชนะ และโรยดวยงาขาวคั่ว
อกี ครงั้ เพอ่ื ความสวยงาม การบรรจใุ สก ลองควรเปนกลอ งที่มฝี าปด สนิท อากาศ
ไมส ามารถเขาไปได
74 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡Ô¨
สวนประกอบ การทาํ แหนมเหด็
- เห็ดนางฟา, เหด็ โคนญี่ปุน, เหด็ นางโรม 5 กิโลกรัม
- ขาวเหนียวนง่ึ 600 กรัม
- กระเทยี มบด 600 กรมั
- เกลอื 60 กรัม
- พรกิ ขห้ี นูสด 2 ขดี
- พรกิ ไทย 1 ชอนโตะ
- น้าํ ตาลทราย 3 ชอ นโตะ
- รากผกั ชปี ระมาณ 5 ราก
- ถุงพลาสติกและยางรดั
วิธีทํา แหนมเห็ด
1. นําเห็ดทั้ง 3 ชนดิ ลา งนํา้ ใหส ะอาดและสะบัดน้ําออกใหหมด นํามา
ฉีกเปนเสน เลก็ ๆ ตามดอกเห็ด
2. นาํ เห็ดไปนง่ึ หรือลวกนํ้ารอนประมาณ 5 นาที พออนุ ๆ แลว บีบน้ํา
ออกใหห มด แลวผึง่ ไว
3. นําขา วเหนียวกับกระเทียม มาโขกรวมกนั ใหล ะเอียด
4. นาํ ขา วกบั กระเทยี มทเ่ี ราโขกไวพ รอ มนาํ้ ตาลทรายมาผสมลงในเหด็
ท่ีผง่ึ ไว แลวคลกุ เคลา จนทุกอยางเขากนั
5. หลงั จากนนั้ ใหน าํ มาตกั ใสถ งุ พลาสตกิ ในปรมิ าณครงึ่ ชอ นโตะ แลว ใส
พริกตามลงไป จากนั้นทําการบิดถุงเพ่ือไลอากาศแลวมัดดวยหนังสต๊ิกใหแนน
อยา ใหอากาศเขา ไป เก็บไวในอณุ หภูมหิ อง 3 วนั หลงั จากนัน้ 3 วัน กส็ ามารถ
นํามารับประทานได ใหนําแหนมเห็ดมาเก็บไวในตูเย็นที่อุณหภูมิ 5 องศา
เพื่อหยุดการเปรย้ี ว
75การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
2. ยา อาหารเสริมมีบริษัทช้ันนําตางๆ ไดนําเห็ดมาสกัดในรูปของ
ผลิตภัณฑเสริมอาหารและมีงานวิจัยเห็ดในเชิงสมุนไพรอยางตอเน่ือง เชน เห็ด
ถงั่ เชา เหด็ กระถินพิมาน ฯลฯ ซงึ่ เปนเห็ดทางการแพทย โดยผลติ ภัณฑในกลมุ น้ี
มีมลู คา กวา 3 หมื่นลา นบาท
3. เครื่องสําอาง เห็ดกลายเปน วตั ถดุ ิบท่ีสามารถนําไปพัฒนาตอ ยอด
เปนสินคาเพ่ือสุขภาพและความงาม ที่คนหันมาใหความสนใจอยางมากเชน
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย (วว.) มีการวิจัยและ
พัฒนาผลิตภัณฑ ครีมบํารุงผิวจากเห็ดแครง เพ่ือลดริ้วรอยสารสกัดจากเห็ด
นางรมทชี่ ว ยกระตุนการสรางคอลลาเจน ซ่ึงนําไปตอ ยอดสูการพฒั นาผลติ ภัณฑ
โดยบริษัทตางๆ แลวรวมท้ังการพัฒนาผลิตภัณฑโดยเกษตรกร ผูประกอบการ
และภาคสว นตา งๆ เชน สบูเหด็ ถ่ังเชา สบูเห็ดหลนิ จอื เซรมั่ ถัง่ เชา ยาสฟี นเหด็
หลินจือ ฯลฯ
76 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
¡ÒÃμÅҴ໹š àÃÍ×è §ÊÒí ¤ÞÑ ÁÒ¡ÊÒí ËÃºÑ à¡ÉμáÃ/
¼»ŒÙ ÃСͺ¡ÒÃà¾ÃÒÐËÅ§Ñ ¨Ò¡à¡ÉμáÃà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
áÅÐä´Œ¼Å¼ÅÔμáÅŒÇËÃ×ͼÅÔμ¼ÅÔμÀѳ±¨Ò¡àËç´áŌǨÐ
μŒÍ§ÁÕáËÅ‹§μÅÒ´¢Ò·èÕä´ŒÃÒ¤Ò«Öè§àÁ×èÍÇÔà¤ÃÒÐËμŒ¹·Ø¹
áÅŒÇÊÒÁÒö¢Ò¼żÅÔμãËŒà¡ÉμáÃÁÕÃÒÂä´ŒÊÒÁÒö
àÅéÕ§¤Ãͺ¤ÃÑÇáÅÐÁÕ¤ÇÒÁÂèѧÂ×¹ÍÂÙ‹ÃÍ´ä´Œ ÊíÒËÃѺ¼ÙŒ
à¾ÒÐàËç´ÃÒÂãËÁ¨‹ íÒ໚¹μÍŒ §Å´àÊŒ¹·Ò§¡ÒÃμÅÒ´à¾Í×è ãËŒ
ÊÒÁÒö¢ÒÂä´ÃŒ Ò¤Ò´·Õ ÊèÕ ´Ø â´ÂÁàÕ Ê¹Œ ·Ò§¨Ò¡à¡ÉμáÃ
¼ÙŒà¾ÒÐàËç´ÊÙ‹¼ÙŒºÃÔâÀ¤ËÃ×ÍÌҹ¤ŒÒËÃ×ͼٌ»ÃСͺ¡ÒÃ
â´Âμç«§èÖ àʹŒ ·Ò§â´Â»¡μ¢Ô ͧ¡ÒÃμÅÒ´¨ÐàÃÔèÁμ¹Œ ¨Ò¡
à¡ÉμáüàŒÙ ¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô ʼ‹Ù Ì٠ǺÃÇÁàË´ç ã¹·ÍŒ §¶¹èÔ
Ê‹§μÍ‹ ä»Â§Ñ ¼ÃÙŒ ǺÃÇÁà¾è×Íʧ‹ μÅÒ´¡ÅÒ§ áÅÐÊ‹§Ê¹Ô ¤ŒÒ
ÊÙ‹μÅÒ´¡ÅÒ§¤ŒÒÊ‹§ËÃ×ÍÍØμÊÒË¡ÃÃÁã¹¢éѹμ͹μ‹Ò§æ
·Õè¡Å‹ÒÇÁÒ¨ÐÁÕ¤‹Ò¡ÒÃμÅÒ´ÊÙ§ÁÒ¡ËÒ¡à¡ÉμáÃäÁ‹ÁÕ
¡ÒúÃËÔ Òè´Ñ ¡ÒôҌ ¹¡ÒÃμÅÒ´ÍÂÒ‹ §à»¹š Ãкº¨Ðʧ‹ ¼Å
μ‹ÍÃÒÂä´Œ¤ÇÒÁÍÂÃÙ‹ Í´áÅФÇÒÁÂÑè§Â×¹ã¹ÍÒª¾Õ
77การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
เม่ือวิเคราะหการตลาดในอดีตและอนาคต พบวาในศตวรรษท่ี 21
มกี ารเปลย่ี นแปลงเกดิ ขน้ึ อยา งรอบดา น คนเราใชเ วลาเพอ่ื การเรยี นรเู กอื บทงั้ ชวี ติ
ดงั นนั้ แนวโนม ตลาดในอนาคตสนิ คา /ผลติ ภณั ฑจ ะตอ งใหป ระโยชน สรา งทศั นคติ
และพัฒนาความคิดของผูบรโิ ภคในทางท่ีดี จงึ ตอ งคํานึงถึง
1) หลกั การเรยี นรวู เิ คราะหพ ฤตกิ รรมผบู รโิ ภคซง่ึ ปจ จบุ นั คนสว นใหญ
ใชเวลาในชวี ิตไปกับการทาํ งานและพกั ผอ น
2) ความเปนตลาดใหม สินคา ผลิตภัณฑตองมีเรื่องราว มีความ
แปลกใหม มคี วามเฉพาะ เชน เฉพาะพน้ื ท่ี สนิ คา แตล ะภมู ภิ าค GI (Geographical
Indication)
3) การเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการคิด การส่ือสารผานชองทางท่ี
ผูบริโภคใชในการเรียนรู และการพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะส่ือ Online การให
บริการขอมูลผลิตภัณฑ สินคาที่ใหประโยชนและสงผลตอทัศนคติและพัฒนา
ความคิด
4) การสอื่ สารสองทาง ซงึ่ ตลาดแบบใหมต อ งมกี ารสอ่ื สารกบั ผบู รโิ ภค
ท่ีมีการโตตอบกัน interactive มีขอมูลในการใหบริการหรือเรียกวาสินคา
พรอ มบรกิ าร
ซึ่งสอดคลองกับ 6 แนวโนมการตลาดในอนาคตที่นาจับตามอง
ในป พ.ศ. 2561 (Affinity solution, 2018) ดงั นี้
1) Content Marketing Distribution เปนการวางแผนในการ
เผยแพร content เพื่อใหขอความที่เราตองการส่ือสารตรงกับความตองการ
ของลูกคา
2) การ PR & Content Marketing เปนการนําเสนอขอมูลท่ีเปน
ประโยชน เพื่อสรางความสมั พันธที่ดี สรางความนา เชอ่ื ถือ
3) Authenticity in marketing การจัดกิจกรรม การนัดพบ
เฉพาะกลุม member เพอื่ รกั ษาความสัมพนั ธและสรา งความนาเช่อื ถอื
78 การ à¾ÒÐàËç´àÈÃɰ¡¨Ô
4) Chatbots การใชร ว มกบั social media ไมว าจะเปน Facebook
Messenger, Line@ หรอื Live chat เพอื่ ใหร บั มอื กบั ลกู คา ไดท กุ เวลาตอบสนอง
ทนั ทีและเพม่ิ ประสบการณท่ีดใี หลูกคา เนนการบรกิ ารเปน หัวใจหลกั
5) Voice search ซงึ่ แนวโนมผูคนจาํ นวนมากขึ้นท่ีเริม่ ใชงานระบบ
สั่งการดวยเสียง คาดวาในป พ.ศ. 2563 จะมีคนเกินกวา 50% ท่ีจะใชงาน
ฟงกชัน่ น้ีทจี่ ะเขามามบี ทบาทตอ นกั การตลาดมากขนึ้
6) Videocontent วดิ โี อเปน สิ่งทีด่ งึ ดคู วามสนใจของคนไดมากกวา
การโพสขอ ความปกตทิ วั่ ไป โดยผคู นประมาณ 55% บรโิ ภคขอ มลู ทอ่ี ยใู นรปู แบบ
ของวดิ โี อ และในป พ.ศ. 2565 อาจสงู ถึง 80%
ดังน้ันในการผลิตผลผลิตและสรางผลิตภัณฑเพ่ือตอบสนองกับ
การตลาดสมัยใหมการผลิตเห็ดเศรษฐกิจจะตองมีกระบวนการผลิตท่ีปลอดภัย
ไดมาตรฐาน มีการจัดการอยางเปนระบบและใชตลาดนําการผลิตเพื่อวางแผน
การผลิตตามความตองการของตลาด และมีการตลาดที่แนนอนและตองมี
การพัฒนาผลผลิตและผลิตภัณฑอยางตอเน่ืองเพื่อตอบสนองความตองการ
ของกลุมผูบริโภค ทั้งนี้เกษตรกรและผูประกอบการจะตองเปนผูยอมรับและ
ปรับเปล่ียนตอการเปลี่ยนแปลง และเปนผูแสวงหาความรูและประสบการณ
เพ่ือพัฒนาสาขาอาชีพของตนเองอยูอยางตอเน่ืองและตลอดเวลา และตอง
พฒั นาการขายสนิ คา และผลติ ภณั ฑต ามแนวโนม การตลาดและผบู รโิ ภคในอนาคต
ที่ตองการความสะดวกสบาย ความปลอดภัยของสินคา ชองทางในการสื่อสาร
กับกลุมผูบริโภคตามพฤติกรรมท่ีเกิดข้ึนในยุคสมัยท่ีเปลี่ยนแปลง การส่ือสาร
ท่ีทรงประสิทธิภาพดานการตลาดพรอมการบริการที่ตอบสนองและสราง
ประสบการณท ดี่ ใี หก บั กลมุ ลกู คา ซง่ึ เหลา นจี้ ะตอ งมกี ารเชอื่ มโยงการขายสรู ะบบ
ออนไลน
79การà¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô
ºÃóҹءÃÁ
กรมสงเสรมิ การเกษตร. (2542). การบริหารศัตรเู หด็ .กรุงเทพฯ
กรมสงเสริมการเกษตร. (2543). คูมือถายทอดเทคโนโลยีการผลิตเห็ด.
นวิ ธรรมดาการพมิ พ, กรงุ เทพฯ.
กรมสงเสริมการเกษตร. (2558). การเพาะเห็ดเบื้องตน. เอกสารคําแนะนํา.
กรมสง เสรมิ การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ กรงุ เทพมหานคร
ชฎาพร นชุ จงั หรดี . (2549). ประโยชนข องเหด็ นานาชนดิ . เขา ถงึ เมอ่ื 14 มนี าคม
2561
ดพี รอ ม ไชยวงศเ กียรต,ิ อมั พร นนั ทธีโร. (2547). การเพาะเห็ดฟาง. โรงพมิ พช มุ นมุ
สหกณก ารเกษตรแหงประเทศไทยจาํ กัด. กรุงเทพฯ.
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. (2558) การแปรรูปเห็ด. เอกสารเผยแพร
การแปรรูปเห็ดเพื่อเปนอาชีพเสริม สํานักสงเสริมและฝกอบรม
กําแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตกําแพงแสน
จังหวัดนครปฐม
วาลกุ า พลายงาม. (2561). เหด็ ทางการแพทย อาหารฟง กช ่ันเสริมภมู ิคุมกนั .
วิทยาลัยการแพทยแ ผนตะวนั ออกมหาวิทยาลัยรงั สิต
สมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแหงประเทศไทย. (2559). เพาะเห็ดกินได
ทาํ ขายรวย. สมาคมนักวจิ ัยและเพาะเห็ดแหงประเทศไทย. เนชัน่ บคุ
อภิชาติศรีสอาด, อัมพาคําวงษา. (2557). คูมือการเพาะเห็ดเงินลานรวบรวม
พันธุเ หด็ เศรษฐกจิ ทําเงิน. นาคาอินเตอรม ีเดีย, กรงุ เทพฯ.
Affinity solution. (2018) แนวโนมการตลาดในอนาคตท่ีนาจับตามอง
ในป 2018.http://www.affinity.co.th/?lang=th เขาถึงเม่ือ
14 มีนาคม 2561
80 การ à¾ÒÐàË´ç àÈÃɰ¡¨Ô