The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

HEAD HEART
๔H
คู‹มือบริหารจัดการเวลาเรยี น
HEALTH HAND
ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารŒู”

สาํ นกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา

สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน

คู่มอื บรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู้”

ISBN : 978-616-395-797-9
จัดพิมพโ์ ดย สำ� นักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
พมิ พค์ ร้งั ที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๙
จ�ำนวนพิมพ์ ๓๕,๐๐๐ เลม่

ข้อมูลทางบรรณานุกรมของส�ำนกั หอสมดุ แห่งชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
ส�ำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา.

คู่มอื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู”้ .--พิมพ์ครั้งท่ี 1. กรงุ เทพฯ :
สำ� นักฯ, 2559. 89 หน้า.
1. การศกึ ษา--ไทย. I. ชือ่ เรื่อง.
370.9593
ISBN 978-616-395-797-9

พิมพท์ ี ่ โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกัด
๗๙ ถนนงามวงศว์ าน แขวงลาดยาว เขตจตจุ ักร กรงุ เทพมหานคร ๑๐๙๐๐
โทร. ๐-๒๕๖๑-๔๕๖๗ โทรสาร ๐-๒๕๗๙-๕๑๐๑
นายโชคดี ออสุวรรณ ผพู้ ิมพ์ผูโ้ ฆษณา

ค�ำน�ำ

การเตรียมผ้เู รียนใหพ้ ร้อมในโลกที่มกี ารเปล่ียนแปลงอย่างพลวตั จะต้องส่งเสรมิ และพัฒนาให้มที กั ษะ
ในศตวรรษที่ ๒๑ ทักษะการท�ำงาน ทักษะการด�ำรงชีวิต และที่ส�ำคัญจะต้องเป็นผู้ท่ีมีคุณธรรม จริยธรรม
และมสี ุขภาวะ รฐั บาลจึงได้กำ� หนดนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู้” ใหเ้ ปน็ แนวทางการปฏิรปู การศึกษา
อย่างเป็นรูปธรรม เพ่ือเตรียมผู้เรียนให้มีคุณสมบัติดังกล่าว โดยก�ำหนดเป้าหมายการพัฒนา ๔H ได้แก่
Head (พัฒนาสมอง) Heart (พฒั นาจติ ใจ) Hand (พฒั นาทกั ษะการปฏบิ ตั )ิ และ Health (พฒั นาสุขภาพ)
ให้เชื่อมโยงกบั หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
นโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้” มุ่งหวังให้มีการเปล่ียนแปลงการเรียนการสอน ทั้งในและ
นอกห้องเรียน โดยครูปรับบทบาทการสอนเพื่อเอ้ือให้ผู้เรียนได้มีโอกาสมากขึ้นในการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ
เชอ่ื มโยงกบั สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั มปี ฏสิ มั พนั ธแ์ ละรจู้ กั การทำ� งานเปน็ ทมี ไดฝ้ กึ คดิ วเิ คราะห์ วางแผน แกป้ ญั หา
และสร้างสรรคส์ ิ่งใหมๆ่ รวมทั้งมโี อกาสได้พฒั นาจิตใจให้เห็นคณุ ค่าของการเป็นคนดี ทำ� ความดี ทำ� ประโยชน์
เพอ่ื ผอู้ น่ื และสงั คมสว่ นรวม สถานศกึ ษาจำ� เปน็ ตอ้ งปรบั โครงสรา้ งเวลาเรยี นใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบาย จดั ตารางเรยี น
ให้เหมาะสมและเอ้ือกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน สร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง
ชุมชน องค์กรต่างๆ ไดม้ ีส่วนร่วมในการจดั การศกึ ษา ซึ่งหนงั สือ ค่มู ือบริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย
“ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้” ฉบับน้ี จะเป็นกรอบแนวทางให้สถานศึกษาและครูผู้สอนได้น�ำไปใช้ด�ำเนินงาน
ใหบ้ รรลคุ วามมงุ่ หมายของโครงการ ตลอดจนผทู้ ท่ี ำ� หนา้ ทสี่ ง่ เสรมิ สนบั สนนุ และผเู้ กย่ี วขอ้ ง ไดเ้ ขา้ ใจแนวปฏบิ ตั ิ
ของส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน และดำ� เนินงานไปในทศิ ทางเดยี วกัน
ขอขอบคุณผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการ และผู้เก่ียวข้องทุกฝ่าย
ท่ใี ห้ความร่วมมือในการระดมความคดิ และจดั ทำ� เอกสารฉบบั นจ้ี นสำ� เร็จลลุ ่วงด้วยดี

(นายการุณ สกุลประดิษฐ์)
เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สารบัญ

หนา้

คำ� น�ำ ๗
บทที่ ๑ บทน�ำ ๗
ความเป็นมา ๘
นโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร้”ู ๙
วตั ถปุ ระสงค์ ๙
คำ� ส�ำคัญ ๑๓
บทท่ี ๒ การบรหิ ารจดั การหลกั สูตรสถานศกึ ษา ๑๓
โครงสรา้ งเวลาเรยี นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑๕
การปรบั โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา ๑๗
เง่อื นไขการจดั โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษาและการจดั การเรียนร้ ู ๒๒
แนวทางการจัดตารางเรียน ๒๖
บทท่ี ๓ การออกแบบกจิ กรรมเพิม่ เวลาร ู้ ๒๖
การออกแบบกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ๓๐
หลกั การส�ำคญั ของการจดั กจิ กรรมเพิ่มเวลารู้ ๓๒
ตัวอย่างการออกแบบกิจกรรมเพ่มิ เวลารู้ ๓๘
บทที่ ๔ การวดั และประเมนิ ผลกจิ กรรมเพ่มิ เวลารู้ ๓๙
กระบวนการวัดและประเมนิ ผลกจิ กรรมเพิ่มเวลาร ู้ ๔๐
วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลกิจกรรมเพม่ิ เวลาร้ ู ๔๒
การนำ� ผลการประเมนิ กจิ กรรมเพ่ิมเวลารู้ไปใช ้ ๔๓
บทที่ ๕ การขับเคล่ือนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู้” ๔๓
กลไกการขับเคลอ่ื นสกู่ ารปฏิบตั ิ ๔๕
การขับเคล่ือนนโยบายสกู่ ารปฏิบัต ิ ๔๗
บทบาทของผทู้ ่ีเกีย่ วข้องในระดบั สถานศกึ ษา ๔๙
สือ่ และแหล่งเรียนร้ทู สี่ นบั สนุนการขับเคล่อื นนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู้ ๕๓
ภาคผนวก ๕๔
ภาคผนวก ก จุดมงุ่ หมายทางการศึกษาของ Benjamin Bloom ๕๘
ภาคผนวก ข ตัวอย่างกิจกรรม ๕๘
๖๗
กิจกรรม เกมลา่ ทา้ สื่อ (Head) ๗๑
กิจกรรม น�ำ้ จะหมดโลกจริงหรอื (Head) ๗๖
กิจกรรม ตามรอยพระราชา (Heart) ๘๐
กิจกรรม พีช่ วนน้องทอ่ งแดนบญุ (Heart) ๘๔
กจิ กรรม ขนมถ้วยไทยโบราณ (Hand) ๙๒
กจิ กรรม เกมหรรษา (Health) ๙๓
บรรณานุกรม
คณะผจู้ ัดทำ�

สารบญั แผนภาพ หนา้
๑๒
แผนภาพที่ ๑ กรอบแนวคดิ ของนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู”้ ๒๗
แผนภาพที่ ๒ กรอบความเชอ่ื มโยงระหว่างกิจกรรมลดเวลาเรียนและเพ่ิมเวลารู้ ๒๘
แผนภาพท่ี ๓ การออกแบบกิจกรรมลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้
กรณีที่สถานศกึ ษาไม่มีหน่วยการเรียนรแู้ ละกจิ กรรมเพิม่ เวลาร้ ู ๒๙
แผนภาพท่ี ๔ การออกแบบกิจกรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้
กรณที ีส่ ถานศกึ ษามีหน่วยการเรียนรแู้ ละกิจกรรมเพมิ่ เวลารู้ ๓๑
แผนภาพที่ ๕ ๗ หลักการส�ำคญั ของการจดั กจิ กรรมเพมิ่ เวลาร ู้ ๓๘
แผนภาพที่ ๖ การวดั และประเมินผลการเรียนรูด้ ้วยวิธกี ารและเครื่องมอื ทห่ี ลากหลาย ๓๙
แผนภาพท่ี ๗ กระบวนการวัดและประเมินผลกจิ กรรมเพ่ิมเวลาร ู้ ๔๔
แผนภาพท่ี ๘ กลไกการขับเคล่อื นนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร้”ู สกู่ ารปฏบิ ตั ิ

สารบัญตาราง หน้า
๑๔
ตารางท่ี ๑ กรอบโครงสร้างเวลาเรยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ๑๖
๑๘
ตารางท่ี ๒ แนวทางการปรับโครงสรา้ งเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลาร้”ู ๑๙
ตารางท่ี ๓ ตวั อย่างโครงสรา้ งหลักสตู ร ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓
ตารางที่ ๔ ตัวอยา่ งการจัดโครงสร้างเวลาเรยี น ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ๒๐
และการลงเวลาในแบบ ปพ.๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๙
ตารางที่ ๕ ตัวอยา่ งการจดั โครงสร้างเวลาเรียน ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ๒๑
และการลงเวลาในแบบ ปพ.๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ แบบที่ ๑
ตารางท่ี ๖ ตวั อยา่ งการจดั โครงสร้างเวลาเรียน ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
และการลงเวลาในแบบ ปพ.๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ แบบที่ ๒

บทท่ี ๑

บทน�ำ

ความเปน มา
“ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้” เป็นนโยบำยหน่ึงของรัฐบำลท่ีใช้เป็นแนวทำงกำรปฏิรูปกำรศึกษำ

อย่ำงเป็นรูปธรรม เพ่ือเตรียมผู้เรียนให้พร้อมเข้ำสู่กำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ซ่ึงครูต้องใช้ควำมสำมำรถ
ในกำรออกแบบกำรเรยี นรู้ เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม มที กั ษะในกำรคดิ วเิ ครำะห์ กำรแกป้ ญั หำ
รู้จักกำรท�ำงำนเป็นทีม รู้จกั กำรปรบั ตวั มปี ฏสิ มั พนั ธก์ บั คนอ่นื มีควำมรคู้ วำมสำมำรถตำมหลักสตู รแกนกลำง
กำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ และที่ส�ำคัญต้องพัฒนำผู้เรียนให้ค้นหำศักยภำพและควำมชอบ
ของตนเอง

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขน้ั พื้นฐำน ไดด้ ำ� เนินกำรตำมนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพม่ิ เวลำรู้”
ระยะที่ ๑ ในภำคเรียนท่ี ๒ ปีกำรศึกษำ ๒๕๕๘ มีโรงเรียนเข้ำร่วมโครงกำร จ�ำนวน ๔,๑๐๐ โรงเรียน
เป็นโรงเรียนสังกัดส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน จ�ำนวน ๓,๘๓๑ โรงเรียน สังกัดส�ำนักงำน
คณะกรรมกำรส่งเสริมกำรศึกษำเอกชน จ�ำนวน ๑๖๑ โรงเรียน และสังกัดกรมส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น
จ�ำนวน ๑๐๘ โรงเรียน กิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ ในระยะแรกเน้น ๔ หมวด คือ หมวดที่ ๑ กิจกรรมพัฒนำ
ผูเ้ รยี น (กิจกรรมบังคับตำมหลกั สูตร) หมวดที่ ๒ สรำ้ งเสรมิ สมรรถนะและกำรเรยี นรู้ หมวดท่ี ๓ สรำ้ งเสรมิ
คณุ ลกั ษณะและค่ำนิยม และหมวดที่ ๔ สรำ้ งเสรมิ ทกั ษะกำรท�ำงำน กำรด�ำรงชพี และทกั ษะชวี ิต ใชร้ ูปแบบ
กำรจดั กจิ กรรมทง้ั ในและนอกหอ้ งเรยี น กจิ กรรมกำรพฒั นำเปน็ ไปตำมควำมสนใจของผเู้ รยี น ผเู้ รยี นมสี ว่ นรว่ ม
ในกำรออกแบบกจิ กรรม และมีควำมสขุ กบั กจิ กรรม ตอ่ มำได้มกี ำรปรับเป้ำหมำยของกิจกรรมจำก ๔ หมวด
เป็นกำรพัฒนำ ๔H คือ Head (กจิ กรรมพัฒนำสมอง) Heart (กิจกรรมพัฒนำจติ ใจ) Hand (กจิ กรรมพฒั นำ
ทักษะกำรปฏบิ ัติ) และ Health (กจิ กรรมพัฒนำสุขภำพ) ซ่งึ สอดคล้องกบั องค์ ๔ ของกำรจัดกำรศกึ ษำ คอื
พุทธศิ ึกษำ จรยิ ศกึ ษำ หตั ถศึกษำ และพลศึกษำ ทงั้ นเ้ี พ่อื เปน็ กำรพัฒนำผูเ้ รยี นในทุกด้ำน ใหผ้ เู้ รียนไดค้ ้นคว้ำ
ถกแถลง สรำ้ งควำมคิดเชิงเหตุผล และประยุกตใ์ ชอ้ งคค์ วำมรู้ในชวี ิตประจำ� วนั หรือสถำนกำรณต์ ่ำงๆ ได้อย่ำง
เหมำะสม กำรประเมินผลเป็นกำรประเมินควำมสุขและควำมพึงพอใจในกำรเข้ำร่วมกิจกรรม ผลจำกกำร
ติดตำมของสำ� นกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพน้ื ฐำน ในระยะที่ ๑ พบว่ำ ผ้เู รียนมคี ุณภำพ ๔H โดยรวม
อยู่ในระดับมำก ผู้เรียนมีควำมต่ืนตัวในกำรร่วมกิจกรรม มีควำมสุขท่ีได้เข้ำร่วมกิจกรรมตำมเวลำที่ก�ำหนด
กล้ำแสดงออก กระตือรือร้นในกำรปฏิบัติกิจกรรม นอกจำกน้ี ยังได้รับควำมร่วมมือจำกบุคลำกรในท้องถิ่น
ปรำชญช์ ำวบ้ำน ส่วนรำชกำร และเอกชน แตก่ จิ กรรมส่วนใหญเ่ ปน็ Hand (กิจกรรมพฒั นำทักษะกำรปฏิบัติ)
และ Health (กิจกรรมพัฒนำสุขภำพ) ส่วน Head (กิจกรรมพัฒนำสมอง) และ Heart (กิจกรรมพัฒนำ
จิตใจ) ไมเ่ ข้มข้นเท่ำท่คี วร และยังมคี วำมเขำ้ ใจท่ีคลำดเคลื่อนเกย่ี วกับเปำ้ หมำยของนโยบำย

ในระยะท่ี ๒ ภำคเรียนที่ ๑ ปีกำรศึกษำ ๒๕๕๙ มีโรงเรียนเข้ำร่วมโครงกำรเพิ่มอีก จ�ำนวน
๑๗,๓๑๗ โรงเรยี น เปน็ โรงเรยี นสงั กดั สำ� นกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน จำ� นวน ๑๕,๘๙๗ โรงเรยี น
สงั กดั สำ� นกั งำนคณะกรรมกำรสง่ เสรมิ กำรศกึ ษำเอกชน จำ� นวน ๕๐๔ โรงเรยี น สงั กดั กรมสง่ เสรมิ กำรปกครอง

คูม‹ ือบรหิ ารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร”ูŒ 7

ทอ้ งถนิ่ จำ� นวน ๔๗๙ โรงเรยี น และสงั กดั สำ� นกั กำรศกึ ษำ กรงุ เทพมหำนคร จำ� นวน ๔๓๗ โรงเรยี น รวม ๒ ระยะ
มีโรงเรียนเข้ำร่วมโครงกำร จำ� นวน ๒๑,๔๑๗ โรงเรียน ในระยะน้ี เน้นกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรูท้ มี่ เี ปำ้ หมำย
กำรพฒั นำ ๔H คอื Head (กิจกรรมพฒั นำสมอง) Heart (กิจกรรมพัฒนำจิตใจ) Hand (กิจกรรมพฒั นำทักษะ
กำรปฏบิ ตั )ิ และ Health (กจิ กรรมพฒั นำสขุ ภำพ) และเนน้ ใหผ้ เู้ รยี นเรยี นรอู้ ยำ่ งมคี วำมสขุ โดยใชข้ น้ั พฒั นำกำร
ของ Bloom’s Taxonomy of Education Objectives (Krathwohl, D.R., ๒๐๐๒) เปน็ หลกั ในกำรจดั กจิ กรรม
และเน้นให้เกิดทักษะกำรคิดขั้นสูง ผลจำกกำรลงพ้ืนท่ีของผู้บริหำรกระทรวงศึกษำธิกำรและผู้บริหำร
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พบว่ำ สถำนศึกษำมีควำมกังวล ว่ำกำรจัดกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้
ทแี่ ยกสว่ นกบั หลกั สตู รอำจทำ� ใหเ้ รยี นไมค่ รบตำมทหี่ ลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑
ก�ำหนด และกิจกรรมท่ีผู้เรียนเข้ำร่วม นอกจำกจะมีควำมสุขกับกำรเรียนรู้แล้ว ควรจะได้รับประโยชน์ทั้งใน
ด้ำนกำรด�ำรงชวี ิตและกำรศกึ ษำต่อดว้ ย

ในระยะที่ ๓ ภำคเรียนที่ ๒ ปีกำรศึกษำ ๒๕๕๙ มีกำรพัฒนำกำรจัดกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ให้เชื่อมโยง
กับหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ และยังคงเน้นเป้ำหมำยกำรพัฒนำ ๔H
ทั้งนี้ ให้ควำมส�ำคัญทั้งกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้และกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ โดยมุ่งเน้นลดเวลำเรียนในลักษณะ
กำรรับกำรถ่ำยทอดควำมรู้ด้วยกำรบรรยำย/สำธิต เป็นเพิ่มเวลำและโอกำสในกำรสร้ำงควำมรู้ด้วยตนเอง
ผ่ำนกำรลงมือปฏิบตั ิ มีควำมสุขกับกำรเรยี นรู้ ปรับบทบำทครูจำกกำรเป็นผู้สอนมำเป็นผู้ให้คำ� ปรึกษำช้ีแนะ
มีกำรประเมินพัฒนำกำรของผู้เรียนอย่ำงหลำกหลำยตำมสภำพจริง และเช่ือมโยงกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้
และตวั ชว้ี ัด

จำกกำรด�ำเนินงำนทีก่ ลำ่ วมำข้ำงต้น สำ� นกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพน้ื ฐำน จึงปรบั กำรบริหำร
จัดกำรหลกั สูตรและแนวทำงกำรดำ� เนินงำนตำมนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพ่มิ เวลำร”ู้
นโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้”

นโยบำย “ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้” มุ่งเน้นพัฒนำผู้เรียนซ่ึงเป็นอนำคตของชำติ ให้มีควำมสมดุล
ทั้งด้ำนร่ำงกำย ควำมรู้ คุณธรรม มีจิตส�ำนึกในควำมเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในกำรปกครอง
ตำมระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีควำมรู้และทักษะพ้ืนฐำน รวมท้ังเจตคติ
ทจี่ ำ� เปน็ ตอ่ กำรศกึ ษำตอ่ กำรประกอบอำชพี และกำรศกึ ษำตลอดชวี ติ โดยมงุ่ เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำ� คญั บนพนื้ ฐำน
ควำมเช่ือว่ำ ทุกคนสำมำรถเรียนรู้และพัฒนำตนเองได้เต็มตำมศักยภำพ และมีควำมพร้อมในกำรแข่งขัน
ระดบั นำนำชำติ สำ� นกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำนไดป้ รบั กำรบรหิ ำรจดั กำรหลกั สตู รและแนวทำง
กำรดำ� เนนิ งำนตำมนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพ่มิ เวลำร”ู้ ดังนี้

๑. ปรับโครงสร้ำงเวลำเรียน ระดับประถมศึกษำ มีเวลำเรียนรวมไม่เกิน ๑,๐๐๐ ชั่วโมงต่อปี ระดับ
มัธยมศกึ ษำตอนตน้ มีเวลำเรียนรวมไม่เกิน ๑,๒๐๐ ช่ัวโมงตอ่ ปี

๒. ก�ำหนดตัวช้ีวัดท่ีต้องรู้และควรรู้ ของ ๘ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ เพื่อลดควำมซ�้ำซ้อนของเนื้อหำ
ภำระงำน/ชน้ิ งำน ลดเวลำเรียน และเป็นกรอบในกำรประเมินผลผูเ้ รยี นระดับชำติ

๓. จัดกิจกรรมกำรเรียนรูป้ ระวัตศิ ำสตรแ์ ละภูมิศำสตร์อย่ำงเขม้ ข้น
๔. ปรบั เปลยี่ นกำรจดั กจิ กรรมเพิม่ เวลำรู้ ให้มงุ่ เนน้ เป้ำหมำยดงั น้ี

8 ค‹มู ือบรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร”Œู

๔.๑ พัฒนำ ๔H คือ Head (กิจกรรมพัฒนำสมอง) Heart (กิจกรรมพัฒนำจิตใจ) Hand
(กิจกรรมพฒั นำทกั ษะกำรปฏิบตั ิ) และ Health (กิจกรรมพฒั นำสขุ ภำพ)

๔.๒ ให้เช่ือมโยงกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ และค่ำนิยมทดี่ ีงำมของคนไทย

๔.๓ พฒั นำทักษะกำรเรยี นรสู้ ำ� หรบั ศตวรรษท่ี ๒๑
๔.๔ พัฒนำทักษะกำรคิดวิเครำะห์ตำมแนวกำรประเมินผลผู้เรียนนำนำชำติ (Programme for
International Student Assessment : PISA)
๔.๕ ผเู้ รยี นมคี วำมสขุ กับกำรเรียนรู้
๕. ให้เวลำของกำรจดั กจิ กรรมเพมิ่ เวลำรรู้ วมอยูใ่ นโครงสร้ำงเวลำเรียนตำมท่ีกำ� หนดในข้อ ๑
๖. กิจกรรมเพ่มิ เวลำรู้ มที งั้ กิจกรรมทีก่ ำ� หนดให้เรยี น และกจิ กรรมให้เลือกเรียน
นอกจำกนี้ กระทรวงศึกษำธิกำรมีนโยบำยปรับเวลำเรียนในระดับชั้นประถมศึกษำปีท่ี ๑-๓
กลุ่มสำระกำรเรียนร้ภู ำษำต่ำงประเทศ (ภำษำอังกฤษ) จำกเวลำเรียน ๔๐ ช่วั โมงต่อปี เปน็ ๒๐๐ ชั่วโมงตอ่ ปี
และเวลำเรียนรวมของกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม สุขศึกษำและพลศึกษำ
ศลิ ปะและกำรงำนอำชพี และเทคโนโลยีเปน็ ๑๖๐ชวั่ โมงตอ่ ปีดงั นนั้ เพอื่ ใหก้ ำรบรหิ ำรจดั กำรหลกั สตู รสถำนศกึ ษำ
และกำรจัดกิจกรรมลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้ เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน แต่ยังคงหลักกำรที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
อยำ่ งมคี วำมสขุ และมคี วำมหมำยตอ่ ชวี ติ ของผเู้ รยี น สำ� นกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พน้ื ฐำน จงึ ไดจ้ ดั ทำ�
คูม่ อื บรหิ ำรจดั กำรเวลำเรียน ตำมนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพิม่ เวลำรู้” เพ่ือเปน็ แนวทำงในกำรบรหิ ำรจัดกำร
ของสถำนศกึ ษำ
วัตถุประสงค์
คมู่ ือบรหิ ำรจดั กำรเวลำเรยี น ตำมนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” มวี ัตถปุ ระสงค์เพอื่ ให้
๑. สถำนศึกษำสำมำรถบริหำรจัดกำรเวลำเรียน จัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ และกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้
ไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม ทง้ั ด้ำนวชิ ำกำรและด้ำนปฏบิ ตั ิ
๒. ครูสำมำรถใช้เป็นแนวทำงกำรออกแบบกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนได้รับกำรพัฒนำตนเอง
ตำมควำมสนใจและควำมถนดั อย่ำงเตม็ ตำมศักยภำพ มีคณุ ภำพตำมหลักสูตร และมคี วำมสุขกบั กำรเรยี นรู้
๓. ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงำน องค์กร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำ
เข้ำใจแนวคิดและเห็นแนวทำงกำรดำ� เนินงำนตำมนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพิ่มเวลำร”ู้
คา� สา� คัญ
เพ่ือให้กำรน�ำนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” ไปสู่กำรปฏิบัติ มีควำมชัดเจนตรงกัน จึงก�ำหนด
ควำมหมำยของคำ� ส�ำคัญ ไวด้ ังนี้
ลดเวลาเรียน หมำยถึง “ลดเวลำสอนของครู” เป็นกำรลดสัดส่วนเวลำเรียนในห้องเรียน และเวลำ
ของกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ ทคี่ รผู ู้สอนเปน็ ผบู้ รรยำย อธบิ ำยควำมรู้ ผู้เรียนเปน็ ผู้รบั ควำมรู้ มำเพ่ิมบทบำท
กำรเปน็ ผทู้ คี่ อยอำ� นวยควำมสะดวก สง่ เสรมิ กำรเรยี นรู้ ตง้ั คำ� ถำมทท่ี ำ้ ทำยควำมสำมำรถ และกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี น
ได้เรียนรดู้ ้วยตนเองมำกขึ้น

ค‹ูมือบรหิ ารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารูŒ” 9

เพ่ิมเวลารู้ หมำยถึง “เพิ่มเวลำกำรเรียนรู้ของผู้เรียน” เป็นกำรเพ่ิมเวลำและโอกำสให้ผู้เรียน
เกดิ กำรเรยี นรผู้ ำ่ นกำรลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ มปี ระสบกำรณต์ รง คดิ วเิ ครำะห์ ทำ� งำนเปน็ ทมี และเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
อยำ่ งมคี วำมสขุ จำกกิจกรรมสร้ำงสรรคท์ ีห่ ลำกหลำย

การบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้” หมำยถึง กำรจัดโครงสร้ำงเวลำเรียน
ตำรำงเรียน และกำรเรียนรู้ ตำมนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” โดยมุ่งเน้นกำรพัฒนำสมอง (Head)
พัฒนำจิตใจ (Heart) พัฒนำทักษะกำรปฏิบัติ (Hand) และพัฒนำสุขภำพ (Health) ซ่ึงมีกำรเช่ือมโยง
กับหลักสูตร นอกจำกนั้นเวลำท่ีใช้ในกำรท�ำกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้นับเป็นส่วนหน่ึงในโครงสร้ำงเวลำเรียน
ของหลักสูตรสถำนศกึ ษำ

ตวั ชว้ี ดั ตอ้ งรู้ หมำยถงึ สงิ่ ทผี่ เู้ รยี นพงึ รแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ซง่ึ สะทอ้ นถงึ มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ และผเู้ รยี นทกุ คน
จำ� เปน็ ต้องเรียนรู้ โดยมีกำรจัดกำรเรียนรู้อยำ่ งเป็นระบบ และเป็นเกณฑ์ส�ำคัญสำ� หรับกำรวดั และประเมนิ ผล
เพ่ือตรวจสอบคุณภำพผเู้ รียนระดบั ชั้นเรยี นและระดบั ชำติ

ตัวช้ีวัดควรรู้ หมำยถึง ส่ิงท่ีผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ซ่ึงสะท้อนถึงมำตรฐำนกำรเรียนรู้ และผู้เรียน
ทุกคนควรเรียนรู้ โดยผู้เรียนสำมำรถแสวงหำควำมรู้ หรือศึกษำได้ด้วยตนเอง หรือศึกษำจำกสิ่งรอบตัว
และชีวิตประจ�ำวัน ซึ่งสำมำรถเรียนรู้เพ่ิมเติมจำกกิจกรรมเสริมควำมรู้ต่ำงๆ และเป็นเกณฑ์ส�ำหรับกำรวัด
และประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภำพผูเ้ รยี นระดบั ชน้ั เรยี น

กจิ กรรมลดเวลาเรียน หมำยถงึ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ที่ปรบั บทบำทของครใู นกำรบรรยำย กำรอธบิ ำย
ควำมรู้ เป็นผู้อ�ำนวยควำมสะดวก สง่ เสรมิ กำรเรยี นรู้ ต้ังค�ำถำมทที่ ้ำทำยควำมสำมำรถ และกระต้นุ ให้ผูเ้ รียน
ได้เรียนรู้ด้วยตนเองมำกขึ้น โดยมีเป้ำหมำยเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด
ของหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ด�ำเนินกำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้
ของผู้เรียนตำมแนวปฏิบัติกำรวัดและประเมินผล กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้เป็นกำรจัดในช่วงเวลำ
ตำมโครงสรำ้ งของหลกั สูตร ท้งั ในรำยวชิ ำพนื้ ฐำนและรำยวิชำเพิ่มเตมิ

กิจกรรมเพ่ิมเวลารู้ หมำยถึง กิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ผ่ำนกำรลงมือปฏิบัติจริง
มปี ระสบกำรณ์ตรง คิดวเิ ครำะห์ ท�ำงำนเป็นทีม และเรียนรดู้ ว้ ยตนเองอยำ่ งมคี วำมสขุ จำกกิจกรรมสร้ำงสรรค์
ที่หลำกหลำย โดยมีเป้ำหมำยเพื่อพัฒนำสมอง (Head) พัฒนำจิตใจ (Heart) พัฒนำทักษะกำรปฏิบัติ
(Hand) และพัฒนำสุขภำพ (Health) ใหเ้ ช่อื มโยงกับมำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัดของหลักสูตรแกนกลำง
กำรศึกษำขนั้ พน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ ซึ่งตัวช้วี ดั ที่นำ� มำออกแบบกิจกรรมเนน้ ตัวชี้วัดที่เป็นกระบวนกำร
โดยดำ� เนนิ กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ ควำมกำ้ วหนำ้ ของผเู้ รยี น และนำ� ผลกำรประเมนิ ไปใชเ้ ปน็ สว่ นหนง่ึ
ของกำรประเมนิ กำรผำ่ นตวั ชว้ี ดั ตำมหลกั สตู ร สถำนศกึ ษำประเมนิ ควำมพงึ พอใจของผเู้ รยี น/ผปู้ กครอง/ชมุ ชน
และผูเ้ ก่ียวข้อง เพอ่ื รำยงำนผลใหผ้ ูเ้ รียน ผู้ปกครอง และผูเ้ กีย่ วขอ้ งทรำบ และมสี ่วนรว่ มในกำรพฒั นำผูเ้ รียน
รวมทง้ั ครนู ำ� ผลกำรประเมนิ มำปรบั กำรจดั กจิ กรรมใหม้ ปี ระสทิ ธภิ ำพ กจิ กรรมจดั เปน็ ชวั่ โมงเฉพำะในชว่ งเวลำ
ทำ้ ยของแตล่ ะวนั หรอื จดั ในชว่ งเวลำอน่ื ตำมบรบิ ทของสถำนศกึ ษำ ซง่ึ นบั เปน็ สว่ นหนงึ่ ในโครงสรำ้ งเวลำเรยี น
ตำมหลักสตู รสถำนศกึ ษำ คอื ระดบั ประถมศกึ ษำ เวลำเรียนรวมไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ ช่วั โมงตอ่ ปี ระดบั มธั ยมศึกษำ
ตอนตน้ เวลำเรียนรวมไม่เกนิ ๑,๒๐๐ ช่วั โมงตอ่ ปี กจิ กรรมแบง่ เปน็ ๒ ลกั ษณะ คอื กิจกรรมท่กี ำ� หนดให้เรียน
และกจิ กรรมทเ่ี ลือกเรยี น
10 คู‹มอื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ูŒ

 กจิ กรรมทกี่ า� หนดใหเ้ รยี น หมำยถงึ กจิ กรรมทเี่ ชอ่ื มโยงกบั ตวั ชวี้ ดั ตอ้ งรู้ ทเ่ี นน้ ทกั ษะกระบวนกำร
หลังจำกผู้เรียนเรียนรู้ผ่ำนกิจกรรมกำรเรียนรู้ในรำยวิชำแล้ว จะได้รับกำรฝึกปฏิบัติ มีประสบกำรณ์ตรง
และมีควำมสขุ กับกำรเรียนรู้ผ่ำนกจิ กรรมพัฒนำ ๔H

 กิจกรรมท่ีเลือกเรียน หมำยถึง กิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนเลือก และ/หรือ กิจกรรมท่ีออกแบบ
โดยผู้เรียน เพอื่ ตอบสนองควำมสนใจ ควำมต้องกำรของตนเอง โดยมีเปำ้ หมำยใหผ้ ูเ้ รยี นมีสุขภำวะทีส่ มบูรณ์
ท้ังทำงกำย จิตใจ สังคม และปัญญำ โดยผ่ำนกำรท�ำกิจกรรมพัฒนำ ๔H ท้ังนี้กิจกรรมควรเช่ือมโยงกับ
ตัวช้วี ดั ต้องรู้ และ/หรือ ตวั ชีว้ ัดควรรู้ ท่ีเน้นทกั ษะกระบวนกำร

กิจกรรมพัฒนาสมอง (Head) หมำยถึง กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนำทักษะกำรคิด เพื่อให้ผู้เรียน
มคี วำมสำมำรถในกำรคิดวเิ ครำะห์ สงั เครำะห์ ประเมินค่ำ ตัดสินใจ แก้ปัญหำอย่ำงสร้ำงสรรค์

กจิ กรรมพฒั นาจติ ใจ (Heart) หมำยถงึ กจิ กรรมสง่ เสรมิ พฒั นำ และปลกู ฝงั คำ่ นยิ ม คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
กำรทำ� ประโยชน์เพื่อสงั คม เพ่ือให้ผเู้ รียนมีคุณลักษณะอนั พึงประสงค์จนเป็นลกั ษณะนิสัย และมีจิตส�ำนึกที่ดี
ต่อตนเองและสว่ นรวม

กิจกรรมพัฒนาทักษะการปฏิบัติ (Hand) หมำยถึง กิจกรรมสร้ำงเสริมทักษะกำรท�ำงำน ทักษะ
ทำงอำชีพท่หี ลำกหลำย เพื่อใหผ้ ูเ้ รียนค้นพบควำมสำมำรถ ควำมถนัด และศักยภำพของตนเอง

กจิ กรรมพฒั นาสขุ ภาพ (Health) หมำยถงึ กจิ กรรมสรำ้ งเสรมิ สขุ ภำวะเพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นมสี มรรถนะทำงกำย
ทส่ี มบูรณ์ แข็งแรง มเี จตคติทด่ี ีตอ่ กำรดแู ลสขุ ภำพ และมีทักษะปฏิบตั ดิ ้ำนสุขภำพจนเป็นนิสัย

๔H

คมู‹ อื บรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู”Œ 11

12 คม‹ู อื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”Œู กรอบแนวคิดของนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำร”ู

แนวคิด กระบวนการ เปาหมาย

พรบ.การศึกษาแหง่ ชาติฯ การบรหิ ารจัดการหลกั สูตร ผลลัพธ์ท่ีเกดิ ขึ้นกบั ผูเ้ รียน
คนดี มปี ัญญำ มคี วำมสุข • ปรบั โครงสร้ำงเวลำเรยี น ๑. มีควำมสขุ
• ปรบั กำรเรยี นรู้ ๒. มีทักษะกำรเรียนร้ตู ำมที่หลักสตู ร
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานฯ
• ๘ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ - กจิ กรรมกำรเรียนรู้ ก�ำหนด
• ๕ สมรรถนะส�ำคัญของผ้เู รียน - กิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ ๓. มที กั ษะกำรเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี ๒๑
• ๘ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๔. มีทกั ษะกำรคิดขน้ั สูง
การออกแบบกิจกรรมทเ่ี ชอื่ มโยงกับ ๕. มีคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
ปฏิญญาสากลว่าด้วยการจดั การศกึ ษา ๑. ทฤษฎกี ำรเรยี นรู้ ๖. มที ักษะชวี ติ และกำรท�ำงำน
ลด ในศตวรรษที่ ๒๑ (UNESCO) ๒. หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พ้ืนฐำนฯ ๗. มสี ขุ นสิ ยั และสขุ ภำพทพี่ งึ ประสงค์
เวลาเรียน • Learning to Know ๓. ทักษะกำรเรยี นรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ๘. มคี วำมสำมำรถในกำรแข่งขนั
เพ่ิม • Learning to Do ๔. ควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขันนำนำชำติ
เวลารู้ • Learning to Live Together นำนำชำติ
• Learning to Be กิจกรรมเพ่ิมเวลารู้ (๔H)
(กจิ กรรมทก่ี �าหนดใหเ้ รียน กิจกรรมท่ีเลือกเรยี น) ประเมินผลลพั ธ์
แนวคดิ ทฤษฎีการเรียนรู้ Head - พทุ ธศิ กึ ษำ - พทุ ธิพสิ ยั ทเ่ี กิดข้ึนกับผู้เรียน
• องค์ ๔ กำรจดั กำรศกึ ษำ
• ทฤษฎีกำรเรยี นรู้ (Bloom’s Taxonomy (Cognitive Domain)
Heart - จรยิ ศกึ ษำ - จิตพสิ ยั
of Education Objectives)
• กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ทเ่ี นน้ บทบำทและ (Affective Domain)
Hand - หัตถศึกษำ - ทกั ษะพิสยั
กำรมสี ่วนร่วมของผูเ้ รียน (Active Learning) Health - พลศกึ ษำ (Psychomotor
• ทฤษฎีพหปุ ญั ญำ (Multiple Intelligence)
Domain)

แผนภาพที่ ๑ กรอบแนวคดิ ของนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพ่มิ เวลำร”ู้

บทที่ ๒

กำรบริหำรจดั กำรหลกั สูตรสถำนศกึ ษำ

กำรด�ำเนินงำนตำมนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพิ่มเวลำร”ู้ สถำนศึกษำตอ้ งบริหำรจัดกำรเวลำเรียนของ
หลักสูตรสถำนศกึ ษำใหเ้ ปน็ ไปตำมหลกั กำรของหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขน้ั พื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑
เพื่อพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่หลักสูตรแกนกลำงฯ ก�ำหนด และ
สอดคลอ้ งกบั แนวปฏิบัตติ ำมนโยบำย
โครงสรา้ งเวลาเรียนตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ได้ก�ำหนดโครงสร้ำงเวลำเรียนพื้นฐำน
ซึ่งระบุกำรจัดเวลำเรียนของแต่ละกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ เป็นกรอบทิศทำงในกำรพัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำ
ส่วนรำยวิชำเพิ่มเติมและกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน สถำนศึกษำสำมำรถจัดให้เหมำะสม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์
และบริบทของสถำนศึกษำ โดยกำรก�ำหนดเวลำเรยี นในแตล่ ะระดบั กำรศกึ ษำ สรปุ ไดด้ งั น้ี

ระดับประถมศึกษา : ก�ำหนดกรอบโครงสร้ำงเวลำเรียนพื้นฐำนส�ำหรับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ๘ กลุ่ม
มีเวลำเรียนรวม ๘๔๐ ช่ัวโมงต่อปี กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน ๑๒๐ ช่ัวโมงต่อปี และรำยวิชำ/กิจกรรม
ท่ีสถำนศึกษำจัดเพิ่มเติมตำมควำมพร้อมและจุดเน้นไม่น้อยกว่ำ ๔๐ ชั่วโมงต่อปี รวมไม่น้อยกว่ำ ๑,๐๐๐
ช่วั โมงต่อปี

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น : ก�ำหนดกรอบโครงสร้ำงเวลำเรียนพ้ืนฐำนส�ำหรับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้
๘ กลุ่ม มีเวลำเรียนรวม ๘๘๐ ช่ัวโมงต่อปี (๒๒ หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน ๑๒๐ ชั่วโมงต่อปี
และรำยวิชำ/กิจกรรมท่ีสถำนศึกษำจัดเพิ่มเติมตำมควำมพร้อมและจุดเน้น ไม่น้อยกว่ำ ๒๐๐ ช่ัวโมงต่อปี
รวมไม่น้อยกวำ่ ๑,๒๐๐ ชวั่ โมงต่อปี

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย : กำ� หนดกรอบโครงสรำ้ งเวลำเรียนพน้ื ฐำนสำ� หรบั กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้
๘ กล่มุ มเี วลำเรยี นรวม ๓ ปี จำ� นวน ๑,๖๔๐ ชวั่ โมง (๔๑ หนว่ ยกิต) กจิ กรรมพัฒนำผเู้ รียน ๓๖๐ ช่ัวโมง
และรำยวิชำ/กิจกรรมท่ีสถำนศึกษำจัดเพิ่มเติมตำมควำมพร้อมและจุดเน้น ไม่น้อยกว่ำ ๑,๖๐๐ ชั่วโมง
(๔๐หน่วยกิต) รวม ๓ ปี ไมน่ อ้ ยกว่ำ ๓,๖๐๐ ช่วั โมง

กรอบโครงสร้ำงเวลำเรียนตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑
ตำมตำรำงท่ี ๑

คม‹ู อื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารูŒ” 13

ตารางท่ี ๑ กรอบโครงสรำ้ งเวลำเรยี นตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศกั รำช ๒๕๕๑

กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ ป.๑ ระดบั ประถมศกึ ษา เวลาเรียน ระดับ
กจิ กรรม ๒๐๐ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ มัธยมศึกษา
๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓
ภำษำไทย ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ม. ๔-๖
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
คณติ ศำสตร์ ๒๐๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
(๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๖ นก.)
วิทยำศำสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๒๔๐
๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ (๖ นก.)
สังคมศึกษำ ศำสนำและ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) ๒๔๐
วฒั นธรรม ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๖ นก.)
- ประวตั ศิ ำสตร์ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๓๒๐
๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๘ นก.)
- ศำสนำ ศีลธรรม จรยิ ธรรม ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
- หน้ำที่พลเมือง วฒั นธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐
และกำรดำ� เนินชวี ิตในสงั คม ปลี ะไมน่ ้อยกว่ำ ๔๐ ชว่ั โมง (๔ นก.) (๔ นก.) (๔ นก.) (๒ นก.)
- เศรษฐศำสตร์
- ภูมิศำสตร์ ไมน่ ้อยกว่า ๑,๐๐๐ ช่วั โมง/ป ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
สขุ ศึกษำและพลศึกษำ (๑ นก.) (๑ นก.) (๑ นก.)

๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
๘๐ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๖ นก.)

ศลิ ปะ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
(๒ นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) (๓ นก.)
กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ๔๐
๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
ภำษำต่ำงประเทศ ๔๐ (๒ นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) (๓ นก.)

รวมเวลาเรียน ๘๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
(พืน้ ฐาน) ๑๒๐ (๒ นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) (๓ นก.)

กิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
รำยวชิ ำ/กิจกรรมที่ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๖ นก.)
สถำนศกึ ษำจดั เพ่ิมเติม
ตำมควำมพรอ้ มและจุดเนน้ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๑,๖๔๐
(๒๒ นก.) (๒๒ นก.) (๒๒ นก.) (๔๑ นก.)

๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๓๖๐
ไม่นอ้ ยกว่ำ

ปลี ะไม่น้อยกว่ำ ๒๐๐ ช่วั โมง ๑,๖๐๐
ชว่ั โมง

รวมเวลาเรียนท้งั หมด ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ ช่วั โมง/ป รวม ๓ ป
ไมน่ อ้ ยกว่า
๓,๖๐๐

ช่ัวโมง

14 คม‹ู ือบรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารŒู”

การปรับโครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษา
กระทรวงศึกษำธิกำรได้มีแนวปฏิบัติเก่ียวกับกำรบริหำรจัดกำรเวลำเรียนของสถำนศึกษำ ในโครงกำร

“ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้” ที่สอดคล้องกับโครงสร้ำงเวลำเรียนตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน
พุทธศักรำช ๒๕๕๑ และนโยบำยท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ จัดกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษในช้ันประถมศึกษำปีท่ี ๑-๓
จ�ำนวน ๕ ชั่วโมงต่อสัปดำห์ จัดกำรเรียนรู้กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
สำระประวตั ศิ ำสตร์ และภมู ศิ ำสตรอ์ ย่ำงเข้มข้น กจิ กรรมเพิ่มเวลำรู้ตอ้ งเชื่อมโยงกบั หลักสูตร และเวลำเรยี น
อยู่ภำยใต้กรอบของโครงสร้ำงเวลำเรียน ทั้งนี้เพื่อให้กำรพัฒนำผู้เรียนมีคุณภำพสอดคล้องตำมสภำพปัญหำ
และควำมต้องกำรของสังคม ประเทศชำติ เอ้ือต่อกำรปรับเปลี่ยนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีผู้เรียนเป็นผู้รับควำมรู้
เช่น กำรบรรยำย กำรสำธติ กำรศึกษำใบควำมรู้ เปน็ เพิ่มบทบำทของครผู สู้ อนใหเ้ ปน็ ผู้อำ� นวยควำมสะดวก
กระตุ้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองมำกข้ึน ซึ่งสถำนศึกษำมีแนวทำงในกำรปรับโครงสร้ำงหลักสูตร
สถำนศึกษำ ดงั น้ี

ระดบั ประถมศึกษา
สถำนศึกษำปรับเวลำเรียนวิชำพ้ืนฐำนของแต่ละกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ตำมโครงสร้ำงเวลำเรียน
ทห่ี ลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ ก�ำหนด ไดต้ ำมควำมเหมำะสม และสอดคล้อง
ตำมแนวปฏิบัติท่ีกระทรวงศึกษำก�ำหนด ท้ังนี้ต้องมีเวลำเรียนรวมตำมที่ก�ำหนดไว้ในโครงสร้ำงเวลำเรียน
โดยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน เทำ่ กบั ๘๔๐ ชัว่ โมง/ปี และรำยวชิ ำ/กิจกรรมท่สี ถำนศกึ ษำจัดเพ่ิมเติมตำมควำมพร้อม
และจุดเน้น เท่ำกบั ๔๐ ช่ัวโมง/ปี รวมท้ังสนิ้ ๘๘๐ ชว่ั โมง/ปี (๒๒ ชั่วโมง/สัปดำห์) และผ้เู รียนตอ้ งมีคณุ ภำพ
ตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด เวลำของกำรจัดกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน จ�ำนวน ๑๒๐ ชั่วโมง/ปี
(๓ ช่ัวโมง/สัปดำห์) ประกอบด้วย กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพ่ือสังคมและ
สำธำรณประโยชน์ โดยเวลำเรียนรวมทงั้ หมด ไม่เกนิ ๑,๐๐๐ ช่ัวโมง/ปี
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
สถำนศึกษำก�ำหนดจ�ำนวนหน่วยกิตท่ีเรียนของแต่ละรำยวิชำต่อภำคเรียนตำมควำมเหมำะสม ทั้งน้ี
ต้องเป็นไปตำมโครงสร้ำงเวลำเรียนที่หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ก�ำหนด
โดยรำยวชิ ำพืน้ ฐำน เท่ำกับ ๘๘๐ ชว่ั โมง/ปี และรำยวชิ ำ/กจิ กรรมท่สี ถำนศกึ ษำจัดเพิม่ เติมตำมควำมพร้อม
และจดุ เน้น เท่ำกบั ๒๐๐ ช่ัวโมง/ปี รวมท้ังส้ิน ๑,๐๘๐ ชัว่ โมง/ปี (๒๗ ช่ัวโมง/สปั ดำห์) และผู้เรียนต้องมี
คณุ ภำพตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้วี ัด เวลำของกำรจดั กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน จำ� นวน ๑๒๐ ชวั่ โมง/ปี
(๓ ช่ัวโมง/สัปดำห์) ประกอบด้วย กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพ่ือสังคมและ
สำธำรณประโยชน์ โดยเวลำเรยี นรวมท้งั หมด ไมเ่ กิน ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ปี
แนวทำงกำรปรบั โครงสรำ้ งเวลำเรยี น ตำมนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพ่มิ เวลำร”ู้ ตำมตำรำงท่ี ๒

คมู‹ ือบรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารŒู” 15

ตารางท่ี ๒ แนวทำงกำรปรบั โครงสร้ำงเวลำเรียน ตำมนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิม่ เวลำรู”้

กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ เวลาเรยี นตอ่ ป ช้นั ป.๑-๓ เวลาเรียนต่อป ชนั้ ป.๔-๖ เวลาเรยี นต่อปชั้น ม.๑-๓
รายวิชา/กจิ กรรม เดมิ ใหม่ เดมิ ใหม่ เดิม ใหม่

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ๒๐๐ ๒๐๐ คงเดิม
ภำษำไทย ๒๐๐ ๒๐๐
คณิตศำสตร์ ๘๐ ๘๐
วิทยำศำสตร์ ๔๐ ๒๐๐
ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำองั กฤษ)
สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐
- ประวตั ศิ ำสตร์
- ภมู ศิ ำสตร์ ๘๐ ๑๖๐
- ศำสนำ ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
- หนำ้ ท่พี ลเมอื ง วฒั นธรรม ๘๐
๘๐
และกำรดำ� เนินชวี ติ ในสังคม ๔๐
- เศรษฐศำสตร์ ๘๔๐ ๘๔๐
สขุ ศึกษำและพลศึกษำ ๔๐ ๔๐
ศิลปะ ๑๒๐ ๑๒๐
กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี
รวมเวลาเรยี นพน้ื ฐาน ไม่นอ้ ยกวา่ ไมเ่ กนิ ไม่นอ้ ยกวา่ ไมเ่ กนิ ไมน่ ้อยกว่า ไมเ่ กนิ
รายวิชาเพิม่ เตมิ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ช่วั โมง/ป ชัว่ โมง/ป ช่วั โมง/ป ชวั่ โมง/ป ชั่วโมง/ป ชว่ั โมง/ป
 กจิ กรรมแนะแนว
 กิจกรรมนักเรียน
- ลูกเสอื เนตรนำรี ยุวกำชำด
ผู้บ�ำเพ็ญประโยชน์
นกั ศึกษำวิชำทหำร
- ชมุ นมุ ชมรม
 กิจกรรมเพือ่ สงั คม
และสำธำรณประโยชน์

รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด
ตามท่หี ลักสูตรก�าหนด

หมายเหตุ ระดบั ประถมศกึ ษา สำมำรถปรบั เวลำเรยี นพนื้ ฐำนของแตล่ ะกลมุ่ สำระกำรเรยี นรไู้ ดต้ ำมควำมเหมำะสม
ท้ังน้ีต้องมีเวลำเรียนรวมตำมที่ก�ำหนดไว้ในโครงสร้ำงเวลำเรียนพื้นฐำนและผู้เรียนต้องมีคุณภำพ
ตำมมำตรฐำนกำรเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ัดที่ก�ำหนด

16 คูม‹ ือบรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารูŒ”

เงื่อนไขการจดั โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษาและการจดั การเรยี นรู้
กำรปรับโครงสร้ำงหลักสูตรสถำนศึกษำและกำรจัดกำรเรียนรู้ ต้องอยู่ภำยใต้ข้อก�ำหนดของหลักสูตร

แกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พืน้ ฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ และกรอบนโนบำยของกระทรวงศกึ ษำธกิ ำร ซงึ่ มเี งอ่ื นไข
ในกำรจัดดงั นี้

๑. กำรจัดกำรเรียนรู้สำระประวัติศำสตร์และภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ
และวัฒนธรรม กำ� หนดใหต้ อ้ งจดั แบบเขม้ ข้น

๒. กำรจัดกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ ก�ำหนดให้เช่ือมโยงกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด โดยพิจำรณำ
ตัวช้ีวัดท่ีพัฒนำทักษะกระบวนกำรมำใช้ในกำรออกแบบกิจกรรม ผ่ำนกำรพัฒนำ ๔H แบ่งกิจกรรม
เปน็ ๒ กล่มุ คือ กจิ กรรมท่กี ำ� หนดใหเ้ รยี น และกจิ กรรมท่ีเลือกเรยี น

๓. สถำนศึกษำอำจจัดกิจกรรมเพ่ิมเวลารู้เปนชั่วโมงเฉพาะ ในช่วงเวลาท้ายก่อนกลับบ้าน
หรอื เวลาอื่นตามบริบทและความเหมาะสมของสถานศึกษา โดยใช้เวลาเรียนของ ๘ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
หรอื กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น

๔. วิชำหน้ำท่ีพลเมือง เป็นรำยวิชำเพ่ิมเติม ให้จัดกำรเรียนกำรสอนแบบบูรณำกำร ลงสู่กิจกรรม
ท่ีสถำนศึกษำด�ำเนินกำรอยู่แล้ว โดยไม่เพิ่มชั่วโมงในตารางเรียน ได้แก่ กิจกรรมกำรเรียนรู้บูรณำกำร
ในรำยวิชำพื้นฐำนและเพ่ิมเติม กิจกรรมหน้ำเสำธง กิจกรรมกีฬำสี กิจกรรมตำมประเพณี กิจกรรมลูกเสือ
เนตรนำรี ยวุ กำชำด เพอื่ ปลูกฝังให้เกดิ กำรปฏบิ ตั ิ และกลำยเปน็ พฤตกิ รรมในชวี ติ ประจ�ำวนั

๕. ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๑ - ๓ สถำนศกึ ษำมแี นวทำงในกำรบรหิ ำรจดั กำรเวลำเรยี นและกำรจดั กำร
เรยี นรู้ ดังน้ี

๕.๑ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำองั กฤษ) กำ� หนดเวลำเรยี นเปน็ ๒๐๐ ชว่ั โมงตอ่ ปี
หรือ ๕ ชั่วโมงต่อสัปดำห์ ให้จัดกำรเรียนรู้โดยใชก้ ิจกรรม วธิ กี ำร สอ่ื เทคโนโลยี อยำ่ งหลำกหลำย และเนน้
กำรใช้ภำษำอังกฤษเพ่ือกำรสอ่ื สำร

๕.๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำ
และพลศึกษำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ศิลปะ และกลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี อำจจัด
กำรเรียนรู้แบบบูรณำกำร ใน ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้นี้ หรือจัดบูรณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืนๆ
หรือแยกรำยวิชำได้ตำมบริบทและควำมเหมำะสมของโรงเรียน ทั้งนี้ กำรจัดกำรเรียนรู้สำระประวัติศำสตร์
และภมู ศิ ำสตร์ ตอ้ งจดั กำรเรยี นรแู้ บบเข้มขน้

๕.๓ สำมำรถปรบั เวลำเรยี นพนื้ ฐำนของแตล่ ะกลมุ่ สำระกำรเรยี นรไู้ ด้ (ยกเวน้ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำ
ตำ่ งประเทศและสำระประวตั ิศำสตร์) ตำมควำมเหมำะสม ท้ังน้ีต้องมีเวลำเรยี นรวมพ้นื ฐำน ๘๔๐ ช่วั โมงตอ่ ปี

จำกเง่ือนไขกำรจัดโครงสร้ำงหลักสูตรสถำนศึกษำและกำรจัดกำรเรียนรู้ข้ำงต้น สถำนศึกษำสำมำรถ
จดั โครงสร้ำงเวลำเรียนให้เหมำะสมกบั บริบทของตนไดอ้ ยำ่ งหลำกหลำย โดยพิจำรณำจำก

ความพร้อมของสถานศึกษา : ในสว่ นของควำมพรอ้ มนน้ั สถำนศึกษำต้องพิจำรณำจำ� นวนครูผู้สอน
ในแตล่ ะกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ อปุ กรณ์ สอ่ื กำรเรยี นกำรสอน หอ้ งเรยี นและสถำนทสี่ ำ� หรบั ชนั้ เรยี น งบประมำณ
ทรัพยำกรต่ำงๆ ท่ีจะเอ้ืออ�ำนวยต่อกำรเรียนกำรสอน สถำนศึกษำขนำดใหญ่ ที่มีบุคลำกรและครูผู้สอน
แต่ละกลุ่มสำระกำรเรียนรู้เพียงพอ อำจมีรูปแบบของโครงสร้ำงหลักสูตร/เวลำเรียนแตกต่ำงจำกสถำนศึกษำ
ขนำดเลก็ ที่มีข้อจำ� กัดในเรอ่ื งตำ่ งๆ

คูม‹ ือบรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารŒู” 17

ความต้องการและจุดเน้นของสถานศึกษา : ควำมต้องกำรและจุดเน้นของสถำนศกึ ษำ เปน็ สงิ่ ส�ำคัญ
ท่ีต้องน�ำมำพิจำรณำประกอบกำรจัดโครงสร้ำงหลักสูตร/เวลำเรียน สถำนศึกษำอำจจัดกำรศึกษำท่ีมีจุดเน้น
เชน่ ภำษำต่ำงประเทศ วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ กำรศึกษำคน้ ควำ้ ด้วยตนเอง กำรศึกษำเพ่อื กำรมีงำนท�ำ
ซ่ึงโครงสร้ำงหลักสูตร/เวลำเรียนของโปรแกรมเหล่ำน้ันย่อมแตกต่ำงกัน หรือสถำนศึกษำท่ีอยู่ในเมืองใหญ่
ย่อมมีโครงสร้ำงหลักสตู รแตกต่ำงจำกสถำนศึกษำทต่ี ้งั อย่บู นดอยหรอื ชนบท เป็นต้น

ความต้องการของผู้เรียน : ควำมต้องกำรของผู้เรียนเป็นปัจจัยส�ำคัญอีกประกำรหน่ึงต่อกำรจัด
โครงสร้ำงหลักสูตร/เวลำเรียน โดยเฉพำะอย่ำงย่ิงในระดับชั้นมัธยมศึกษำตอนปลำย ผู้เรียนบำงกลุ่ม
อำจต้องกำรเรียนต่อในระดับอุดมศึกษำในสำขำต่ำง ๆ แต่ก็มีบำงกลุ่มท่ีต้องกำรเตรียมพร้อมส�ำหรับ
กำรออกไปประกอบอำชีพ เป็นต้น สถำนศึกษำจึงควรมีกำรส�ำรวจควำมต้องกำรของผู้เรียนเพื่อเป็นข้อมูล
ประกอบกำรพิจำรณำดว้ ย

กำรปรับโครงสรำ้ งหลักสตู รสถำนศกึ ษำและกำรลงเวลำในแบบ ปพ.๑ ตำมตำรำงท่ี ๓-๖

ตารางท่ี ๓ ตวั อย่ำงโครงสร้ำงหลักสูตร ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๑-๓

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน (เดมิ ) ตวั อย่างการปรบั เวลาเรยี น (ชม./ป)
(ชม./ป) แบบ ๑ แบบ ๒ แบบ ๓ แบบ ๔
รายวชิ าพืน้ ฐาน
ท ๑...๑๐๑ ภำษำไทย ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
ค ๑...๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
ว ๑...๑๐๑ วิทยำศำสตร์ ๒๐๐
ส ๑...๑๐๑ สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ๘๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ...
(เนน้ ภูมิศำสตร)์ ๘๐ ...
ส ๑...๑๐๒ ประวัติศำสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ...
พ ๑...๑๐๑ สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ
ศ ๑...๑๐๑ ศิลปะ ๔๐* ๔๐* ...
ง ๑...๑๐๑ กำรงำนอำชีพ และเทคโนโลยี
อ ๑...๑๐๑ ภำษำอังกฤษ ๔๐ ๔๐* ๔๐* ๔๐ ๑๖๐ ๔๐
๘๐ ๒๐* ๓๐* ... ...
รายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเตมิ ๘๐ ๒๐* ๓๐* ... ...
ส ๑...๒๓๑ หนำ้ ที่พลเมือง ๔๐ ๔๐ * ๒๐* ... ...
๔๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒๐๐
 กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
 กิจกรรมนักเรยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
- ลกู เสอื /เนตรนำร/ี ยวุ กำชำด ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ชมุ นุม/ชมรม ๑๒๐
 กิจกรรมเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์
๔๐
กิจกรรมเพมิ่ เวลารู้
รวมเวลาเรียนทงั้ สน้ิ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
บูรณาการ บรู ณาการ บูรณาการ บรู ณาการ บรู ณาการ
๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐

หมายเหตุ * จัดบูรณำกำรกำรเรยี นรู้รว่ มกันตำมควำมสอดคลอ้ งของเน้ือหำและกำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้

18 คม‹ู ือบรหิ ารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารูŒ”

ตารางท่ี ๔ ตัวอยำ่ งกำรจัดโครงสร้ำงเวลำเรยี น ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๑ และกำรลงเวลำในแบบ ปพ.๑
ปกี ำรศึกษำ ๒๕๕๙

กลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรียน
ป.๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ภำษำไทย เดิม ภาคเรียนที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ ใหม่ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปพ.๑
คณติ ศำสตร์
วิทยำศำสตร์ ๒๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐
สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
๒๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐
- ประวัติศำสตร์
- ศำสนำ ศีลธรรม จริยธรรม ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๔๐ ๘๐
- หน้ำทพี่ ลเมอื ง วัฒนธรรม
และกำรด�ำเนินชวี ติ ในสงั คม ๑๒๐
- เศรษฐศำสตร์
- ภูมิศำสตร์ ๔๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๔๐
สุขศกึ ษำและพลศึกษำ
ศิลปะ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๑๖๐ ๒๐ ๖๐
กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี
ภำษำตำ่ งประเทศ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๑๐ ๕๐
๘๐ ๔๐ ๔๐ ๑๐ ๕๐
รวมเวลาเรยี น ๔๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๔๐
(พื้นฐาน) ๔๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐๐ ๑๐๐ ๑๒๐
๘๔๐ ๔๒๐ ๔๒๐ ๘๔๐ ๔๒๐ ๘๔๐
กิจกรรมพัฒนำผเู้ รยี น
รำยวชิ ำ/กจิ กรรมทสี่ ถำนศกึ ษำ ๑๒๐ ๖๐ ๖๐ ๑๒๐ ๖๐ ๑๒๐
จัดเพิม่ เติมตำมควำมพรอ้ มและจดุ เน้น ปีละไม่เกนิ ๔๐ ช่วั โมง หน้ำทพ่ี ลเมือง
ปลี ะไม่น้อยกว่ำ ๔๐ ช่วั โมง
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ๔๐

ไม่น้อยกวา่ ๑,๐๐๐ ชว่ั โมง/ป ไมเ่ กนิ ๑๐๐๐ ชัว่ โมง/ป

หมายเหตุ ระดับประถมศึกษา โครงสร้ำงเวลำเรียนพื้นฐำน สถำนศึกษำสำมำรถปรับเวลำเรียนพ้ืนฐำนของแต่ละ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ได้ตำมควำมเหมำะสม ท้ังนี้ต้องมีเวลำเรียนรวมตำมท่ีก�ำหนดไว้ในโครงสร้ำง
เวลำเรียนพ้ืนฐำน และผู้เรียนต้องมีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีก�ำหนด (หลักสูตร
แกนกลำงกำรศึกษำขัน้ พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑, ๒๕๕๓ หนำ้ ๒๔)

ค‹มู อื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ูŒ 19

ตารางที่ ๕ ตวั อย่ำงกำรจดั โครงสรำ้ งเวลำเรียน ชั้นประถมศึกษำปที ี่ ๑ และกำรลงเวลำในแบบ ปพ.๑
ปกี ำรศึกษำ ๒๕๖๐ แบบที่ ๑

เวลาเรียน

กล่มุ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม ป.๑

กลุม่ สาระการเรียนรู้ ใหม่ ภาคเรยี นที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปพ.๑
ภำษำไทย ๒๐๐
คณิตศำสตร์ ๒๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐
วทิ ยำศำสตร์ ๘๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐
สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๘๐
๑๖๐
- ประวตั ิศำสตร์ ๒๐ ๒๐ ๔๐
- ศำสนำ ศลี ธรรม จรยิ ธรรม ๒๐๐
- หนำ้ ทพ่ี ลเมือง วัฒนธรรม ๘๔๐ ๒๐ ๒๐ ๔๐
และกำรดำ� เนินชวี ิตในสงั คม ๑๒๐
- เศรษฐศำสตร์ ปลี ะไมเ่ กนิ ๔๐ ชว่ั โมง ๒๐ ๑๐ ๓๐
- ภูมิศำสตร์ ไมเ่ กนิ ๑๐ ๑๐ ๒๐
สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ ๑๐๐๐ ช่วั โมง/ป ๑๐ ๒๐ ๓๐
ศลิ ปะ ๑๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐
กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ๘๔๐
ภำษำต่ำงประเทศ ๔๒๐ ๔๒๐ ๑๒๐
๔๐
รวมเวลาเรียน ๖๐ ๖๐ ๑๐๐๐
(พนื้ ฐาน) ๒๐ ๒๐

กจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รียน ๕๐๐ ๕๐๐
หน้ำท่ีพลเมือง

รวมเวลาเรียนทั้งหมด

หมายเหตุ ระดับประถมศึกษา โครงสร้ำงเวลำเรียนพื้นฐำน สถำนศึกษำสำมำรถปรับเวลำเรียนพื้นฐำนของแต่ละ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ได้ตำมควำมเหมำะสม ทั้งนี้ต้องมีเวลำเรียนรวมตำมที่ก�ำหนดไว้ในโครงสร้ำง
เวลำเรียนพ้ืนฐำน และผู้เรียนต้องมีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีก�ำหนด (หลักสูตร
แกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พื้นฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑, ๒๕๕๓ หนำ้ ๒๔)

20 คู‹มอื บริหารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ูŒ

ตารางท่ี ๖ ตัวอยำ่ งกำรจดั โครงสร้ำงเวลำเรียน ชั้นประถมศึกษำปที ่ี ๑ และกำรลงเวลำในแบบ ปพ.๑
ปีกำรศึกษำ ๒๕๖๐ แบบที่ ๒

เวลาเรียน

กลุ่มสาระการเรยี นรู้/กิจกรรม ป.๑

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ใหม่ ภาคเรียนท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ปพ.๑
ภำษำไทย ๒๐๐
คณติ ศำสตร์ ๒๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐
วิทยำศำสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๖๐
สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๘๐
๑๖๐
- ประวตั ศิ ำสตร์ ๒๐ ๒๐ ๔๐
- ศำสนำ ศีลธรรม จรยิ ธรรม ๒๐๐
- หนำ้ ที่พลเมอื ง วัฒนธรรม ๘๔๐ ๒๐ ๒๐ ๔๐
และกำรด�ำเนนิ ชวี ิตในสังคม ๑๒๐
- เศรษฐศำสตร์ ปลี ะไมเ่ กิน ๔๐ ชั่วโมง ๒๐ ๒๐ ๔๐
- ภมู ิศำสตร์ ไมเ่ กิน ๒๐ ๒๐ ๔๐
สขุ ศึกษำและพลศึกษำ ๑๐๐๐ ชว่ั โมง/ป ๒๐ ๒๐ ๔๐
ศลิ ปะ ๑๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐
กำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี ๘๔๐
ภำษำต่ำงประเทศ ๔๒๐ ๔๒๐ ๑๒๐
๔๐
รวมเวลาเรยี น ๖๐ ๖๐ ๑๐๐๐
(พนื้ ฐาน) ๒๐ ๒๐

กิจกรรมพฒั นำผ้เู รียน ๕๐๐ ๕๐๐
หนำ้ ที่พลเมือง

รวมเวลาเรยี นท้ังหมด

หมายเหตุ ระดับประถมศึกษา โครงสร้ำงเวลำเรียนพ้ืนฐำน สถำนศึกษำสำมำรถปรับเวลำเรียนพื้นฐำนของแต่ละ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ได้ตำมควำมเหมำะสม ท้ังน้ีต้องมีเวลำเรียนรวมตำมที่ก�ำหนดไว้ในโครงสร้ำง
เวลำเรียนพื้นฐำน และผู้เรียนต้องมีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัดที่ก�ำหนด (หลักสูตร
แกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑, ๒๕๕๓ หนำ้ ๒๔)

คูม‹ ือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ูŒ 21

แนวทางการจดั ตารางเรยี น
กำรจัดตำรำงเรียนท่ีเหมำะสม จะช่วยให้กำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียนเป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ

โดยทั่วไปน้ัน สถำนศึกษำจัดตำรำงเรียนที่แต่ละวิชำสอนแยกเป็นอิสระจำกกัน โดยมีเวลำเรียนประมำณ
๕๐-๖๐ นำที เทำ่ กันทกุ รำยวิชำ ซึ่งกำรจัดตำรำงเรียนในลกั ษณะดงั กลำ่ ว บำงครั้งเป็นอปุ สรรคต่อกำรเรยี นรู้
แบบบูรณำกำร หรือกำรเรียนที่ต้องใช้ระยะเวลำต่อเน่ืองเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติ ดังน้ัน หำกสถำนศึกษำ
มีแนวทำงและรูปแบบกำรจัดตำรำงเรียนให้เหมำะสมกับกำรพัฒนำคุณภำพก็จะช่วยให้กำรจัดกำรเรียนรู้
เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพมำกข้ึน กำรจัดตำรำงเรียนอำจจัดท�ำได้ในลักษณะต่ำงๆ เช่น กำรจัดคำบคู่
ตอ่ เน่ืองกัน กำรจัดชว่ งเวลำเรยี นทีเ่ หมำะสมกับธรรมชำตขิ องรำยวิชำ กำรจดั ตำรำงเรยี นบรู ณำกำร เปน็ ตน้

สำ� หรบั กจิ กรรมเพม่ิ เวลำรู้ สถำนศกึ ษำอำจจดั ตำรำงเรยี นทเี่ ปดิ โอกำสใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรแู้ บบบรู ณำกำร
เพื่อให้เชื่อมโยงศำสตร์ต่ำงๆ เข้ำด้วยกัน และมีกำรน�ำควำมรู้ดังกล่ำวไปประยุกต์และลงมือปฏิบัติจริง เช่น
อำจใหผ้ เู้ รยี นรวมกลมุ่ ชว่ ยกนั คดิ บรู ณำกำรควำมรทู้ ำงวทิ ยำศำสตร์ คณติ ศำสตร์ กำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี
เข้ำด้วยกัน มีกำรต้ังวัตถุประสงค์ วำงแผนกำรท�ำงำน ศึกษำด�ำเนินงำน และหำข้อสรุปร่วมกัน ซึ่งกิจกรรม
กำรเรียนรู้เหล่ำนี้ นอกจำกช่วยเสริมสร้ำงควำมรู้ควำมสำมำรถทำงวิชำกำร และทักษะกำรคิดวิเครำะห์แล้ว
ยังสำมำรถปลูกฝังคุณลักษณะต่ำงๆ ท้ังน้ีอำจใช้เวลำเรียนพื้นฐำนของรำยวิชำบำงกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ และ
เวลำในกำรจดั กิจกรรมพฒั นำผเู้ รียนมำจดั กิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ได้
22 คม‹ู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารูŒ”

ตัวอย่างท่ี ๑ ตารางจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒
โรงเรยี น..........................................................อำ� เภอ..........................................................จงั หวดั ..........................................................

เวลา ๐๗.๐๐- ๘.๓๐-๙.๓๐ น. ๙.๓๐-๑๐.๓๐ น. ๑๐.๓๐-๑๑.๓๐ น. ๑๑.๓๐- ๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น. ๑๓.๓๐-๑๔.๓๐ น. ๑๔.๓๐-๑๕.๓๐ น.
วัน ๘.๓๐ น. ๑๒.๓๐ น.
จันทร์ ค ๑๑๑๐๑ ท ๑๑๑๐๑
คณติ ศำสตร์ ภำษำไทย จดั การเรยี นรู้บรู ณาการ ว ๑๑๑๐๑ เพิ่มเวลารู้ ซ่อมเสริม/
๔ กลมุ่ สาระ วิทยำศำสตร์ จัดการเรยี นรบู้ ูรณาการ กิจกรรมตามจุดเนน้
อ ๑๑๑๐๑ ของสถานศึกษา
ภำษำองั กฤษ (สงั คมฯ/ศลิ ปะ/สขุ ฯ/กำรงำนฯ) ภำษำองั กฤษเพอื่ กำรสอื่ สำร
ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ ฯลฯ ซ่อมเสริม/
อังคาร ิกจกรรมยำมเช้ำ ห ้นำเสำธง ( ูบรณำกำรหน้ำที่พลเมือง)ค ๑๑๑๐๑อ ๑๑๑๐๑ ท ๑๑๑๐๑ แนะแนว กิจกรรมตามจดุ เนน้
พักรับประทำนอำหำรกลำง ัวนคณติ ศำสตร์ภำษำองั กฤษภำษำไทย ชมรม/ชมุ นุม* เพมิ่ เวลารู้ ของสถานศกึ ษา
จดั การเรียนรู้บรู ณาการ
ค‹มู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารŒ”ู 23 พุธ ท ๑๑๑๐๑ ค ๑๑๑๐๑ จดั การเรยี นร้บู ูรณาการ ส ๑๑๑๐๒ ซ่อมเสริม/
ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ ๔ กลุ่มสาระ ประวัติศำสตร์ ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ กจิ กรรมตามจดุ เน้น
ภำษำอังกฤษ ฯลฯ ของสถานศกึ ษา
พฤหัสบดี อ ๑๑๑๐๑ (สังคมฯ/ศิลปะ/สุขฯ/กำรงำนฯ) ลูกเสือ-ยุวกำชำด*
ภำษำอังกฤษ เพิ่มเวลารู้ ซ่อมเสริม/
จดั การเรยี นรบู้ ูรณาการ จดั การเรียนร้บู รู ณาการ กจิ กรรมตามจุดเนน้
๔ กลุ่มสาระ ของสถานศกึ ษา
คณิตศำสตร์ ภำษำไทย
(สงั คมฯ/ศิลปะ/สุขฯ/กำรงำนฯ) ภำษำองั กฤษ ฯลฯ

เพม่ิ เวลารู้
จดั การเรยี นรู้บูรณาการ

ภำษำไทย คณิตศำสตร์
ภำษำอังกฤษ ฯลฯ

ศกุ ร์ ท ๑๑๑๐๑ ว ๑๑๑๐๑ อ ๑๑๑๐๑ ค ๑๑๑๐๑ เพิ่มเวลารู้ ซ่อมเสริม/
ภำษำไทย วทิ ยำศำสตร์ ภำษำอังกฤษ คณิตศำสตร์ ตำมควำมสนใจ กจิ กรรมตามจุดเน้น
ของสถานศึกษา
ของผู้เรยี น

หมายเหตุ กำรจดั กจิ กรรมเพม่ิ เวลำรู้ จัดบูรณำกำรอยูใ่ นเวลำเรียนตำมโครงสรำ้ งเวลำเรยี นท่ีหลักสตู รก�ำหนด โดยบรู ณำกำรในรำยวิชำพื้นฐำน วิชำเพม่ิ เติม
และกจิ กรรมพัฒนำผู้เรียนตำมควำมเหมำะสม

24 คม‹ู อื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”Œู ตัวอยา่ งท่ี ๒ ตารางจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒
โรงเรยี น..........................................................อำ� เภอ..........................................................จังหวดั ..........................................................

เวลา ๐๗.๐๐- ๘.๓๐-๙.๓๐ น. ๙.๓๐-๑๐.๓๐ น. ๑๐.๓๐-๑๑.๓๐ น. ๑๑.๓๐- ๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น. ๑๓.๓๐-๑๔.๓๐ น. ๑๔.๓๐-๑๕.๓๐ น.
วนั ๘.๓๐ น. ๑๒.๓๐ น. ซ่อมเสรมิ /
จันทร์ ค ๑๒๑๐๑ ท ๑๒๑๐๑ เพ่มิ เวลารู้
องั คาร คณติ ศำสตร์ ภำษำไทย จัดการเรยี นรบู้ ูรณาการ แนะแนว จัดการเรยี นร้บู ูรณาการ กิจกรรมตามจดุ เน้น
๔ กลมุ่ สาระ ชมรม/ชมุ นุม ของสถานศึกษา
พธุ ค ๑๒๑๐๑ ภำษำอังกฤษเพื่อกำรสอื่ สำร
พฤหสั บดี คณติ ศำสตร์ (สังคมฯ/ศลิ ปะ/สขุ ฯ/กำรงำนฯ) ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ ฯลฯ ซ่อมเสริม/
กจิ กรรมตามจุดเน้น
ิกจกรรมยำมเช้ำ ห ้นำเสำธง ( ูบรณำกำรหน้ำที่พลเมือง)ท ๑๒๑๐๑อ ๑๒๑๐๑ท ๑๒๑๐๑ แนะแนว เพ่ิมเวลารู้ ของสถานศึกษา
พักรับประทำนอำหำรกลำง ัวนภำษำไทยภำษำอังกฤษภำษำไทยชมรม/ชมุ นุม*จดั การเรียนรบู้ ูรณาการ
ซอ่ มเสรมิ /
อ ๑๒๑๐๑ จัดการเรียนรู้บรู ณาการ ส ๑๒๑๐๒ อ ๑๒๑๐๑ ภำษำไทย คณิตศำสตร์ กิจกรรมตามจุดเนน้
ภำษำองั กฤษ ๔ กล่มุ สาระ ประวัตศิ ำสตร์ ภำษำองั กฤษ ภำษำองั กฤษ ฯลฯ ของสถานศกึ ษา

(สังคมฯ/ศลิ ปะ/สขุ ฯ/กำรงำนฯ) ลกู เสือ-ยุวกำชำด เพิ่มเวลารู้ ซอ่ มเสรมิ /
จัดการเรยี นร้บู ูรณาการ กิจกรรมตามจุดเน้น
ค ๑๒๑๐๑ จัดการเรียนรู้บูรณาการ ของสถานศึกษา
คณิตศำสตร์ ๔ กลุ่มสาระ คณติ ศำสตร์ ภำษำไทย
ภำษำองั กฤษ ฯลฯ
(สังคมฯ/ศลิ ปะ/สุขฯ/กำรงำนฯ)
เพม่ิ เวลารู้
จดั การเรียนรู้บรู ณาการ

ภำษำไทย คณิตศำสตร์
วทิ ยำศำสตร์ ฯลฯ

ศุกร์ ท ๑๒๑๐๑ ว ๑๒๑๐๑ ค ๑๒๑๐๑ อ ๑๒๑๐๑ เพิม่ เวลารู้ ซ่อมเสริม/
ภำษำไทย วทิ ยำศำสตร์ คณติ ศำสตร์ ภำษำองั กฤษ ตำมควำมสนใจ กิจกรรมตามจดุ เน้น
ของสถานศกึ ษา
ของผู้เรียน

หมายเหตุ กำรจัดกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ จัดบูรณำกำรอย่ใู นเวลำเรียนตำมโครงสรำ้ งเวลำเรียนทห่ี ลักสูตรก�ำหนด โดยบูรณำกำรในรำยวชิ ำพน้ื ฐำน วชิ ำเพ่มิ เตมิ
และกิจกรรมพฒั นำผู้เรยี นตำมควำมเหมำะสม

ตัวอย่างท่ี ๓ ตารางจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒
โรงเรยี น..........................................................อำ� เภอ..........................................................จังหวัด..........................................................

เวลา ๐๗.๐๐- ๘.๓๐-๙.๓๐ น. ๙.๓๐-๑๐.๓๐ น. ๑๐.๓๐-๑๑.๓๐ น. ๑๑.๓๐- ๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น. ๑๓.๓๐-๑๔.๓๐ น. ๑๔.๓๐-๑๕.๓๐ น.
วัน ๘.๓๐ น. ๑๒.๓๐ น.
จันทร์ ค ๑๓๑๐๑ ท ๑๓๑๐๑
คณติ ศำสตร์ ภำษำไทย จดั การเรยี นร้บู รู ณาการ ว ๑๓๑๐๑ เพ่ิมเวลารู้ ซอ่ มเสริม/
๔ กลุ่มสาระ วทิ ยำศำสตร์ จดั การเรียนรู้บูรณาการ กิจกรรมตามจุดเน้น
ของสถานศกึ ษา
(สังคมฯ/ศิลปะ/สุขฯ/กำรงำนฯ) ภำษำอังกฤษเพ่อื กำรสอ่ื สำร
ภำษำไทย คณิตศำสตร์ ฯลฯ

อังคาร ิกจกรรมยำมเช้ำ ห ้นำเสำธง ( ูบรณำกำรหน้ำที่พลเมือง)ค ๑๓๑๐๑อ ๑๓๑๐๑ท ๑๓๑๐๑ แนะแนว เพ่ิมเวลารู้ ซอ่ มเสริม/
พักรับประทำนอำหำรกลำง ัวนคณติ ศำสตร์ภำษำองั กฤษภำษำไทยชมรม/ชุมนุมตำมควำมสนใจ กิจกรรมตามจุดเน้น
ของสถานศึกษา
ของผเู้ รียน

ค‹มู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารŒ”ู 25 พุธ ท ๑๓๑๐๑ อ ๑๓๑๐๑ ค ๑๓๑๐๑ จัดการเรียนรู้บรู ณาการ เพิม่ เวลารู้ ซ่อมเสริม/
พฤหัสบดี ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ คณิตศำสตร์ ๔ กลุ่มสาระ จัดการเรยี นร้บู ูรณาการ กจิ กรรมตามจุดเน้น
ของสถานศกึ ษา
ศกุ ร์ อ ๑๓๑๐๑ (สังคมฯ/ศลิ ปะ/สขุ ฯ/กำรงำนฯ) ภำษำไทย คณติ ศำสตร์
ภำษำอังกฤษ ภำษำอังกฤษ ฯลฯ ซอ่ มเสรมิ /
กิจกรรมตามจุดเน้น
ท ๑๓๑๐๑ ค ๑๓๑๐๑ ส ๑๓๑๐๒ ลูกเสือ-ยุวกำชำด เพิม่ เวลารู้ ของสถานศกึ ษา
ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ ประวัติศำสตร์ จดั การเรียนรู้บูรณาการ
ซ่อมเสรมิ /
คณติ ศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ กจิ กรรมตามจดุ เน้น
สังคมศึกษำ ฯลฯ ของสถานศึกษา

ว ๑๓๑๐๑ จัดการเรียนรูบ้ ูรณาการ อ ๑๓๑๐๑ เพ่ิมเวลารู้
วทิ ยำศำสตร์ ๔ กลุม่ สาระ ภำษำอังกฤษ จดั การเรยี นรู้บูรณาการ

(สังคมฯ/ศิลปะ/สุขฯ/กำรงำนฯ) คณิตศำสตร์ ภำษำไทย
ภำษำองั กฤษ ฯลฯ

หมายเหตุ กำรจดั กจิ กรรมเพม่ิ เวลำรู้ จัดบูรณำกำรอยูใ่ นเวลำเรียนตำมโครงสรำ้ งเวลำเรยี นที่หลักสตู รกำ� หนด โดยบรู ณำกำรในรำยวชิ ำพน้ื ฐำน วิชำเพิ่มเติม
และกจิ กรรมพัฒนำผู้เรียนตำมควำมเหมำะสม

บทที่ ๓

กำรออกแบบกจิ กรรมเพิ่มเวลำรู

กิจกรรมลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้ เป็นกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียนตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำ
ขนั้ พน้ื ฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑ ทเี่ นน้ ผู้เรยี นลงมอื ปฏิบตั ิ คิดวเิ ครำะห์ ท�ำงำนเปน็ ทีม เผชิญประสบกำรณ์ตรง
เรียนรู้ด้วยตนเอง และได้ค้นพบศักยภำพของตนเอง โดยกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้เน้นเป้ำหมำยกำรพัฒนำ ๔H
ประกอบด้วย กำรพัฒนำสมอง (Head) กำรพัฒนำจิตใจ (Heart) กำรพัฒนำทักษะกำรปฏิบัติ (Hand)
และกำรพัฒนำสุขภำพ (Health) เชื่อมโยงกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียน
๕ ประกำร และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผูเ้ รยี น ๘ ประกำร พัฒนำทกั ษะกำรเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี ๒๑
และพัฒนำทักษะกำรคิดวิเครำะห์ตำมแนวกำรประเมินผลผู้เรียนนำนำชำติ (PISA) กำรจัดกำรเรียนรู้
ผสู้ อนควรลดบทบำทจำกผู้ใหค้ วำมรู้ เปน็ กำรใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รยี นรดู้ ว้ ยกำรลงมอื ปฏิบตั จิ ริง (Active Learning)
การออกแบบกิจกรรมลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้

กำรออกแบบกิจกรรมลดเวลำเรียน เพม่ิ เวลำรู้ ผสู้ อนต้องออกแบบกิจกรรมให้มีควำมเชือ่ มโยงระหวำ่ ง
กจิ กรรมลดเวลำเรยี นและกจิ กรรมเพมิ่ เวลำรู้ โดยกจิ กรรมลดเวลำเรยี น เปน็ กำรจดั กำรเรยี นรเู้ พอื่ พฒั นำผเู้ รยี น
ให้มีควำมรู้ควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด ของหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน
พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ ทล่ี ดบทบำทผสู้ อนในกำรบรรยำยหรอื ใหค้ วำมรู้ เปน็ กำรจดั กำรเรยี นรทู้ ใี่ หผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้
ด้วยกำรลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ (Active Learning) และกจิ กรรมเพม่ิ เวลำรู้ เปน็ กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้ โดยเน้น
หลัก ๔H ได้แก่ กจิ กรรมพฒั นำสมอง (Head) กจิ กรรมพัฒนำจติ ใจ (Heart) กิจกรรมพัฒนำทกั ษะกำรปฏิบัติ
(Hand) และกจิ กรรมพฒั นำสขุ ภำพ (Health) ซงึ่ ผเู้ รยี นจะไดฝ้ กึ ทกั ษะและเสรมิ สรำ้ งคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ทเี่ ชื่อมโยงจำกกจิ กรรมลดเวลำเรยี น

กรอบความเชือ่ มโยงระหวา่ งกิจกรรมลดเวลาเรยี นและกจิ กรรมเพ่มิ เวลารู้
กำรออกแบบกจิ กรรมกำรเรยี นรใู้ หม้ คี วำมเชอ่ื มโยงระหวำ่ งกจิ กรรมลดเวลำเรยี นและกจิ กรรมเพมิ่ เวลำรู้
ผู้สอนสำมำรถเชื่อมโยงกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ในช่วงลดเวลำเรียน จำกตัวช้ีวัดในแต่ละรำยวิชำ
ที่มุ่งให้ผู้เรียนเกิดท้ังควำมรู้/ควำมคิดรวบยอด (K : Knowledge) ทักษะ/กำรปฏิบัติ (P : Performance)
และคุณลักษณะ (Attribute) สู่กำรจัดกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติ (Active Learning)
ตำมควำมถนัดควำมสนใจจำกกำรได้มีส่วนร่วมในประสบกำรณ์ที่สอดคล้องกับชีวิตจริง อำทิ พัฒนำทักษะ
กำรคิดขั้นสูงจำกกำรลงมือปฏิบัติ กำรท�ำงำนสำมำรถพัฒนำเป็นอำชีพหรือเลือกแนวทำงกำรศึกษำต่อ
ในระดบั ทส่ี งู และเกดิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ พ่ี รอ้ มสกู่ ำรเปน็ พลเมอื งทม่ี คี ณุ ภำพในยคุ แหง่ ศตวรรษที่ ๒๑
เป็นกำรพัฒนำต่อยอดจำกตัวช้ีวัดท่ีเน้นกำรปฏิบัติ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในกิจกรรมลดเวลำเรียน
ใหก้ ำรจดั กจิ กรรมในช่วงเพิ่มเวลำรมู้ คี วำมหมำยกบั ชวี ติ จริงยง่ิ ขนึ้

26 ค‹ูมือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู”Œ

ทั้งน้ีกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ ควรมีทั้งกิจกรรมที่ก�ำหนดให้เรียนซึ่งเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดท่ีต้องรู้
และกิจกรรมให้เลือกเรียน ที่ผู้เรียนเลือกได้ตำมควำมถนัดควำมสนใจ ซึ่งทั้งกิจกรรมท่ีก�ำหนดให้เรียน
และกิจกรรมให้เลือกเรียน มุ่งเน้นประเมินด้ำนทักษะ/กำรปฏิบัติ (Performance) และด้ำนคุณลักษณะ
(Attribute) ที่สอดคล้องกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด ในหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน
พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ ดงั กำรด�ำเนินกำรตำมกรอบในแผนภำพที่ ๒

K Knowledge
ความร/ู้ ความคดิ รวบยอด

P Performance
ทักษะ/การปฏบิ ตั ิ

กิจกรรม กลุม่ สาระการเรยี นรู้ A Attribute
ลด คุณลักษณะ
เวลา
เรยี น ตัวช้วี ัด ตวั ช้ีวดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ต้องรู้ ควรรู้

KPA

กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้

กิจกรรมที่กา� หนดให้เรียน กิจกรรมให้เลอื กเรียน

ตัวช้ีวดั Head Heart ตวั ชว้ี ดั ตัวชีว้ ดั
ต้องรู้ ต้องรู้ ควรรู้
Theme/หวั เรอื่ ง
PA P A
Health Hand

สมรรถนะส�าคัญ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ของผเู้ รียน ของผ้เู รยี น

แผนภาพที่ ๒ กรอบควำมเชอื่ มโยงระหวำ่ งกจิ กรรมลดเวลำเรียนและเพม่ิ เวลำรู้
คมู‹ อื บริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารŒู” 27

แนวทางการออกแบบกจิ กรรมลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้
กำรออกแบบกจิ กรรมลดเวลำเรียน เพม่ิ เวลำรู้ สำมำรถด�ำเนนิ กำรไดด้ ังนี้
กรณีที่ ๑ สถำนศึกษำท่ียังไม่มีหน่วยกำรเรียนรู้และกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ สำมำรถด�ำเนินกำรได้
๒ รปู แบบ คอื รูปแบบที่ ๑A เรม่ิ ตน้ จำกกำรสำ� รวจปญั หำและควำมตอ้ งกำรของผู้เรียน รปู แบบที่ ๑B เร่มิ ต้น
จำกศกึ ษำวิเครำะหม์ ำตรฐำนกำรเรียนรูแ้ ละตวั ช้วี ัด ดังแผนภำพที่ ๓

กรณีที่ ๑

รปู แบบท่ี ๑A รปู แบบที่ ๑B

ส�ารวจปญ หาและความต้องการของผเู้ รียน ศึกษาวิเคราะห์มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชวี้ ัด

ก�าหนดหัวเรอื่ ง (Theme) ก�าหนดหัวเร่อื ง (Theme)
ศึกษาวเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้วี ัด

เลอื กรปู แบบ

ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ ออกแบบกิจกรรมเพม่ิ เวลารู้
ตัวช้วี ดั : K P A สอดคลอ้ งกบั ๔H และ
เน้นตัวชีว้ ดั : P A

จัดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดกิจกรรมเพมิ่ เวลารู้

วดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วัดและประเมินผลการเรียนรู้

แผนภาพท่ี ๓ กำรออกแบบกจิ กรรมลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้ กรณีทสี่ ถำนศึกษำไมม่ ีหน่วยกำรเรยี นรู้
และกจิ กรรมเพม่ิ เวลำรู้

28 คมู‹ อื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารŒ”ู

กรณที ่ี ๒ สำ� หรับสถำนศกึ ษำทมี่ หี น่วยกำรเรยี นรูแ้ ละกิจกรรมเพ่มิ เวลำร้อู ยูแ่ ล้ว สำมำรถดำ� เนนิ กำรได้
ดังแผนภำพท่ี ๔

กรณีที่ ๒

หน่วยการเรยี นรู้ กจิ กรรมเพ่ิมเวลารู้

ทบทวนความสอดคล้องกับ ทบทวนความสอดคล้องกับ ๔H
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชวี้ ดั และมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วัด

ปรบั ปรุง กิจกรรมการเรยี นรู้ ปรบั ปรงุ กิจกรรมเพ่มิ เวลารู้
ตัวชีว้ ัด : K P A เนน้ ตัวช้วี ดั : P A

จัดกิจกรรมการเรียนรู้ จดั กิจกรรมเพิ่มเวลารู้

วัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ วัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

แผนภาพที่ ๔ กำรออกแบบกจิ กรรมลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้ กรณีท่ีสถำนศึกษำมหี นว่ ยกำรเรียนรู้
และกจิ กรรมเพิ่มเวลำรู้

คู‹มอื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู”Œ 29

หลักการส�าคัญของการจดั กจิ กรรมเพ่ิมเวลารู้
กำรจัดกิจกรรมเพมิ่ เวลำรู้ มีรปู แบบกำรจัดกจิ กรรม ๒ ลักษณะ ซ่ึงขึ้นอย่กู ับธรรมชำติของวิชำ ได้แก่

กจิ กรรมบรู ณำกำร และกจิ กรรมเฉพำะเร่อื ง โดยมีหลักกำรสำ� คญั ของกำรจดั กจิ กรรม ๗ ประกำร ดังน้ี
๑. เชอื่ มโยงตวั ชวี้ ดั : สอดคลอ้ งและเชอ่ื มโยงกบั มำตรฐำนกำรเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั ตำมหลกั สตู รแกนกลำง

กำรศึกษำขัน้ พ้นื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑
๒. เน้นจัด ๔H : เน้นกำรจัดกิจกรรมให้บรรลุเป้ำหมำย ๔H ได้แก่ กิจกรรมพัฒนำสมอง (Head)

กจิ กรรมพัฒนำจิตใจ (Heart) กจิ กรรมพัฒนำทกั ษะกำรปฏบิ ัติ (Hand) และกิจกรรมพัฒนำสุขภำพ (Health)
๓. ผู้เรียนเปน สุข : เรียนรู้อยำ่ งมีควำมสขุ โดยกำรใช้วิธกี ำรจดั กิจกรรมที่หลำกหลำยอย่ำงเหมำะสม

ตอบสนองควำมสนใจ ควำมถนัด ควำมตอ้ งกำร และควำมแตกตำ่ งของผู้เรยี น
๔. สนุกการคิดข้นั สูง : เปดิ โอกำสใหผ้ ูเ้ รียนไดว้ ำงแผน คิดวิเครำะห์ คน้ ควำ้ ถกแถลง สรำ้ งควำมคดิ

เชิงเหตุผล อภิปรำย สรุปควำมรู้ น�ำเสนอ จุดประกำยควำมคิด สร้ำงแรงบันดำลใจ สร้ำงควำมมุ่งมั่น
เพ่ือแสวงหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำและสรำ้ งสรรค์นวัตกรรม

๕. มุ่งท�างานเปนกลุ่ม : จัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม ท�ำงำนอย่ำง
เปน็ ระบบ แลกเปลยี่ นประสบกำรณ์ ช่วยเหลือเกอ้ื กลู มคี วำมสำมคั คี และเป็นผ้นู ำ� ผูต้ ำมทดี่ ี

๖. ล่มุ ลกึ แหลง่ เรียนรู้ : ใช้แหล่งเรียนรู้ ภมู ิปญั ญำ สง่ิ แวดล้อม และเทคโนโลยสี ำรสนเทศ เพ่ือพัฒนำ
คุณภำพกำรเรียนรู้

๗. สูก่ ารประเมิน P&A : ประเมนิ ผลตำมสภำพจรงิ (Authentic Assessment) โดยใช้เทคนิควิธกี ำร
ท่ีหลำกหลำย เนน้ กำรประเมนิ กำรปฏิบัติ (P : Performance Assessment) และกำรประเมนิ คณุ ลักษณะ
(A : Attribute Assessment)

โดยสรุปไดด้ งั แผนภำพท่ี ๕
30 คม‹ู ือบรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารŒู”

เชือ่ มโยงตัวชี้วัด

สู่การประเมิน P&A เชื่อมโยงมำตรฐำนกำรเรียนร้/ู
ตวั ชว้ี ัด ตำมหลักสูตรฯ
ประเมินผลตำมสภำพจรงิ
เน้นกำรประเมินกำรปฏิบตั ิ เนน้ จัด ๔H
(Performance) และคณุ ลกั ษณะ
ค‹มู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารŒ”ู 31 ๗ ครอบคลุมกิจกรรมพัฒนำสมอง (Head)
(Attribute) พัฒนำจิตใจ (Heart) พัฒนำทกั ษะกำรปฏิบัติ
หลกั การส�าคญั
ลุ่มลกึ แหลง่ เรยี นรู้ การจดั กจิ กรรม (Hand) และพฒั นำสขุ ภำพ (Health)
ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้
ใช้แหล่งเรียนรู้ ภมู ปิ ญั ญำ ผูเ้ รยี นเปนสขุ
สงิ่ แวดลอ้ ม และเทคโนโลยสี ำรสนเทศ
เรยี นร้อู ยำ่ งมคี วำมสุข ตอบสนอง
เพ่ือพัฒนำคุณภำพกำรเรียนรู้ ควำมสนใจ ควำมถนดั

มุ่งทา� งานเปนกลุ่ม สนกุ การคดิ ขั้นสูง

เรยี นร้รู ว่ มกนั เป็นทมี ท�ำงำนอย่ำงเปน็ ระบบ เปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้วำงแผน เกิดทักษะกำรคดิ ขนั้ สูง
แลกเปลี่ยนประสบกำรณ์ ชว่ ยเหลอื เกือ้ กูล จดุ ประกำยควำมคดิ สร้ำงควำมมุง่ ม่นั เพือ่ แสวงหำควำมรู้

มคี วำมสำมัคคี และเปน็ ผนู้ ำ� ผ้ตู ำมที่ดี กำรแกป้ ัญหำ และสรำ้ งสรรคน์ วตั กรรม

แผนภาพที่ ๕ ๗ หลักกำรส�ำคัญของกำรจัดกจิ กรรมเพม่ิ เวลำรู้

ท้ังนี้ได้แสดงตัวอย่ำงกำรออกแบบกิจกรรมลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้ กรณีที่ ๑ สถำนศึกษำที่ยังไม่มี
หน่วยกำรเรียนรู้และกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ คือ กิจกรรมเรื่องอำหำรจำกกล้วย โดยใช้แผนภำพ Infographic
ในหน้ำ ๓๒-๓๔ นอกน้ันเป็นตัวอย่ำงกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ท่ีน่ำสนใจ ท่ีสถำนศึกษำสำมำรถน�ำไปพัฒนำ
ให้เหมำะสมกับบริบท ได้แก่ ออมสินสร้ำงสรรค์ ส�ำนึกไทย และผักตบชวำกับส่ิงแวดล้อม โดยน�ำเสนอเป็น
แผนภำพ Infographic ในหน้ำ ๓๕-๓๗ ส�ำหรับตัวอย่ำงกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ที่มีรำยละเอียดของกิจกรรมอยู่
ในภำคผนวก

ตวั อยา่ งการออกแบบกิจกรรมเพิ่มเวลารู้

สงั คมศกึ ษา คณติ ศาสตร์

ตอ้ งรู้ ควรรู้ การงานอาชีพฯ ต้องรู้ ควรรู้

ส ๓.๑ ป.๕/๑ ค ๓.๑ ป.๕/๒
ส ๓.๑ ป.๕/๒
ส ๓.๑ ป.๕/๓ ต้องรู้ ควรรู้ K หนว่ ย
ง ๑.๑ ป.๕/๒ การเรยี นรู้
KP ง ๔.๑ ป.๕/๑ บอกความสมั พนั ธ์ “เศรษฐกจิ
ประยุกต์ ทา� กิจกรรม ง ๔.๑ ป.๕/๒ ชุมชน”

กจิ กรรม ง ๔.๑ ป.๕/๓
ลด K PA KP
เวลา ความคดิ ใชท้ กั ษะ ประณีต หาความ สรา้ งงาน
เรียน สร้างสรรค์ แตกตา่ ง สา� รวจ

ง ๓.๑ ป.๕/๑

P

ค้นหา

กจิ กรรมเพ่มิ เวลารู้

กจิ กรรมให้เลอื กเรียน Head Heart คุณลักษณะอนั พึง
ประสงคข์ องผ้เู รยี น
สมรรถนะสา� คญั อาหารจากกล้วย
ของผู้เรียน มุง่ มน่ั ในการท�างาน
Health Hand มีจติ สาธารณะ
การสื่อสาร
ต้องรู้ ควรรู้

ท�ากิจกรรม สร้างงาน ใชท้ ักษะ ค้นหา รวบรวม PA ประณีต

32 ค‹มู อื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารŒ”ู

ว ๓.๑ ป.๕/๒ สืบคน้ ขอ้ มลู และอภิปรำยกำรน�ำ Head Heart ส ๓.๑ ป.๕/๒ ประยุกตใ์ ช้แนวคิดของปรัชญำ
วัสดไุ ปใชใ้ นชีวติ ประจ�ำวนั เศรษฐกิจพอเพียงในกำรทำ� กิจกรรมตำ่ งๆ
ค‹มู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารŒ”ู 33 ง ๑.๑ ป.๕/๒ ใชท้ กั ษะกำรจัดกำรในกำรท�ำงำน อาหารจากกลว้ ย ในครอบครัว โรงเรยี น และชุมชน
อยำ่ งเป็นระบบ ประณีต และมคี วำมคดิ สรำ้ งสรรค์ ง ๓.๑ ป.๕/๒ สรำ้ งงำนเอกสำรเพ่อื ใช้ประโยชน์
Health Hand ในชวี ติ ประจำ� วันดว้ ยควำมรบั ผดิ ชอบ
ง ๑.๑ ป.๕/๒ ใชท้ ักษะกำรจัดกำรในกำรทำ� งำน
อยำ่ งเปน็ ระบบ ประณีต และมคี วำมคดิ สร้ำงสรรค์ พ ๓.๑ ป.๕/๒ เลม่ เกมนำ� ไปสกู่ ฬี ำทเ่ี ลือก
ง ๓.๑ ป.๕/๑ คน้ หำ รวบรวมขอ้ มูลท่สี นใจ และ และกิจกรรมกำรเคลอื่ นไหวแบบผลัด
เป็นประโยชน์ จำกแหล่งขอ้ มลู ตำ่ งๆ ทเ่ี ชอ่ื ถอื ได้
ตรงตำมวัตถุประสงค์
ง ๓.๑ ป.๕/๒ สร้ำงงำนเอกสำรเพ่อื ใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจ�ำวนั ดว้ ยควำมรบั ผดิ ชอบ

34 คม‹ู อื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”Œู ÍÒËÒèҡ¡ÅÇŒ  ส ๓.๑ ป.๕/๒ P
ง ๑.๑ ป.๕/๒ ง ๓.๑ ป.๕/๑ ง ๓.๑ ป.๕/๒
ว ๓.๑ ป.๕/๒
ท�างานเปนข้นั เปนตอน วางแผน พ ๓.๑ ป.๕/๒ A
อยา่ งเปนระบบ และประเมนิ ผล
HEAD HAND การท�างานเพอ่ื การพัฒนางาน ๓ ๔

กำรคิดวิเครำะห์ ทักษะกำรท�ำงำน กา� หนดภาระงาน
วำงแผนธุรกจิ
สรปุ ขอ้ มูล เลอื กอำหำรทส่ี นใจฝึกปฏิบตั ิ
๒ สรุปขอ้ มลู กำรท�ำอำหำร ศกึ ษำวธิ ีทำ� อำหำรจำกกล้วย
HEART HEALTH ๑ จำกกลว้ ยในท้องถิน่ และ จำกส่ือตำ่ งๆ หรอื จำกผู้รู้
นา� เสนอขอ้ มลู แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ควำมรับผิดชอบ สร้ำงเสรมิ สุขภำวะ คน้ หาและรวบรวมข้อมูล เสนอข้อมลู กำรทำ� อำหำร ๕
ควำมสำมคั คี มนี ้�ำใจ ขยนั คน้ หำและรวบรวมกำรทำ� จำกกลว้ ยในทอ้ งถนิ่ และ
อำหำรจำกลว้ ยในทอ้ งถ่นิ แลกเปลย่ี นเรียนรู้ วเิ คราะห์งาน
อดทน เออ้ื เฟอเผ่ือแผ่ วัสดทุ ่ตี อ้ งใช้ เครื่องมอื อปุ กรณ์
มีเจตคตทิ ี่ดีตอ่ กำรทำ� งำน ๘ ๗๖
และขน้ั ตอน

วางแผนจ�าหน่าย วางแผนในการทา� งาน
ปฏบิ ัตงิ านตามแผน ค�ำนวณต้นทุน กำ� ไร กำ� หนดรำคำขำย แบ่งหน้ำท่ี คำ� นวณตน้ ทุน
ท�ำงำนตำมลำ� ดับขัน้ ตอน และกลยทุ ธ์ในกำรขำย เพอื่ สร้ำง ประเมนิ ควำมเปน็ ไปได้
คณุ ลกั ษณะ สมรรถนะสา� คัญ ทว่ี ำงแผนไว้ ฝกึ ลักษณะนิสยั แรงจูงใจลูกคำ้ ของแผน
๑๐ ๑๑ประเมนิ ผลการทา� งาน
มงุ่ มั่นในกำรทำ� งำน กำรสื่อสำร กำรท�ำงำนทด่ี ี
มีจติ สำธำรณะ ประเมนิ ผลกำรขำย กำ� ไร ขำดทนุ ผลสำ� เรจ็
๙ ของงำน ปญั หำ อุปสรรค วเิ ครำะห์ข้อดี ข้อเสีย
สื่อกำรเรยี นรู้ : จัดทา� รายงาน
ตัวอย่ำงอำหำรจำกกล้วย, อุปกรณ์ จ�าหนา่ ยผลผลิต จัดท�ำรำยงำนกำรปฏบิ ัตงิ ำนโดยบรู ณำกำร
จำ� หนำ่ ยผลผลิต ควำมรูแ้ ละประสบกำรณ์ น�ำเทคโนโลยมี ำใช้

ในกำรท�ำเอกสำรรำยงำน

และข้อคิดในกำรพฒั นำงำนโอกำสตอ่ ไป

กำรสืบคน้ ข้อมลู , วัสดุอุปกรณท์ ี่ใช้ ตำมทว่ี ำงแผนไว้
ท�ำอำหำร

ออมสินสรา งสรรค HEAD HEART HAND คุณลักษณะ
พัฒนาทักษะการคดิ การสอื่ สาร การแกป้ ญ หา ความคิดสรา้ งสรรค์ คดิ วิเคราะห์ การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ มวี ินยั
ตระหนักถงึ ความอดออม และน�าทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ การส่ือสาร ประหยดั การน�าเสนอผลงาน อยอู่ ยา่ งพอเพียง
การแก้ปญ หา อดออม มงุ่ มน่ั ในการท�างาน

สมรรถนะส�าคญั กจิ กรรมที่ ๓
การคดิ
สงั คม ศาสนา ส ๓.๑ ป.๑/๒ ส ๓.๑ ป.๒/๔ ส ๓.๑ ป.๓/๒ การสือ่ สาร ๑. ทบทวนข้นั ตอนกำรทำ� กระปกุ ออมสินตำมแผนในกจิ กรรมที่ ๒
และวัฒนธรรม ส ๓.๑ ป.๔/๓ ส ๓.๑ ป.๕/๒ ส ๓.๑ ป.๖/๓ การแก้ปญหา ๒. ลงมอื สรำ้ งช้ินงำน “กระปกุ ออมสนิ ” ตำมแผนท่วี ำงไว้
๓. ตกแต่งลวดลำย
๔. น�ำเสนอชิ้นงำน ปัญหำ และสำเหตขุ องอุปสรรคขณะท�ำงำน

ค‹มู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารŒ”ู 35 ศลิ ปะ ศ ๑.๑ ป.๑/๓ ศ ๑.๑ ป.๒/๔ ศ ๑.๑ ป.๓/๗ ๑. ผ้เู รียนศึกษำควำมเปน็ มำและข้อดีของกำรใช้ประปุกออกสนิ กจิ กรรมท่ี ๒
ศ ๑.๑ ป.๔/๕ ศ ๑.๑ ป.๕/๒ ศ ๑.๑ ป.๖/๒

ง ๑.๑ ป.๑/๒ ง ๑.๑ ป.๒/๒ ง ๑.๑ ป.๓/๒ ๒. ผู้เรยี นวำงแผนกำรทำ� กระปุกออกสนิ จำก ๔ ประเดน็ คอื
ง ๑.๑ ป.๔/๒ ง ๑.๑ ป.๕/๒ ง ๑.๑ ป.๖/๒ กำรออกแบบ วัสดุ ขัน้ ตอน และกำรตกแตง่
การงานอาชีพ ๓. ผเู้ รียนปรับแผนจำกกำรประเมนิ ปญั หำ อุปสรรค ควำมไมส่ อดคลอ้ งกนั
และเทคโนโลยี ระหวำ่ งแผน และกำรทำ� งำนจรงิ
๔. น�ำเสนอผลงำนกำรออกแบบ และผู้เรยี นร่วมกันคัดเลือกผลงำน
กำรออกแบบ

PA ส่ือการเรียนรู้ กจิ กรรมท่ี ๑
๑. ผ้เู รียนคิดหำวิธรี วมเงินให้ได้คำ่ เงินจ�ำนวนตำ่ งๆ ตำมท่ีสถำนกำรณ์
- เหรียญและธนบัตรประเภทตำ่ งๆ ปัญหำก�ำหนด โดยผู้สอนให้ประเภทเงนิ กับผู้เรยี นอยำ่ งหลำกหลำย
- เพลง “รวมเงนิ ” ๒. ผูเ้ รยี นเล่นเกม “รวมเงิน”
- ตัวอยำ่ งชิน้ งำน “กระปกุ ออมสนิ ไมไ้ ผ”่ ๓. สนทนำถึงคำ่ ใชจ้ ำ่ ยในแตล่ ะวนั จนสรุปเป็นรำยรับ รำยจำ่ ย
- วัสดุ/อุปกรณ์ต่ำงๆ เพ่อื กำรท�ำกระปุกออมสิน และกำรออมของผู้เรียน

จำกไม้ไผ่

สํานกึ ไทย ๕ ขัน้ ตอนสูก่ ารสรHา้ งiจstิตoสr�าiนcกึ aคlวMามeเปthน ไoทdย

Head วเิ ครำะห์และ ก�าหนดประเดน็ ศกึ ษา ๑
ตีควำมขอ้ มลู ๒
ดูวดี ิทัศนห์ รอื สือ่ อ่ืนๆ เก่ยี วกับประวัติศำสตร์ชำติไทย ๓
ภมู ใิ จในชำติ ศำสนำ กษตั ริย์ Heart สมัยตำ่ งๆ ถกแถลงเรอื่ งรำว เพอื่ กำ� หนดประเดน็ กำรศกึ ษำ ๔
รักษำสิ่งแวดล้อม เลอื กประเดน็ และรว่ มกันศึกษำตำมที่ตนสนใจ ๕
ซอ่ื สตั ย์ เสียสละ อดทน
และมีอดุ มกำรณ์ในส่ิงทด่ี ีงำม สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู

Hand ใชว้ ธิ ีกำรทำงประวัตศิ ำสตร์ ผเู้ รยี นใช้วิธีกำรทำงประวตั ิศำสตร์และเครือ่ งมือทำงภมู ศิ ำสตร์
ในกำรสบื ค้น รวบรวม และ สืบค้นและรวบรวมขอ้ มูลตำมทสี่ นใจ จำกแหล่งเรยี นรตู้ ำ่ งๆ
นำ� เสนอขอ้ มลู ใชเ้ คร่อื งมอื วเิ คราะหแ์ ละตคี วามขอ้ มลู
ทำงภูมิศำสตร์ศกึ ษำข้อมูล ผเู้ รยี นวิเครำะหแ์ ละตีควำมขอ้ มูล นำ� ข้อมลู ที่ได้จำกกำรสืบคน้
ทักษะกำรท�ำงำนเปน็ ทีม รวบรวมไว้ แลว้ มำพจิ ำรณำโดยใชเ้ หตุผลเปน็ แนวทำง
ในกำรตคี วำม เพอ่ื น�ำไปส่กู ำรคน้ พบขอ้ เทจ็ จริงทำง
พฤติกรรมกำรปอ้ งกนั Health ประวตั ิศำสตรแ์ ละภมู ิศำสตร์
และแกไ้ ขปัญหำสงิ่ แวดลอ้ ม คดั เลือกและประเมินขอ้ มูล
ท่มี ตี ่อสขุ ภำพ ผู้เรยี นแต่ละกลุ่มคัดเลือกและประเมนิ ข้อมลู เพอ่ื คน้ หำ
ควำมเกี่ยวข้องสมั พันธร์ ะหวำ่ งขอ้ มลู กบั ขอ้ เทจ็ จรงิ
ทำงประวตั ศิ ำสตรแ์ ละภมู ศิ ำสตรท์ ี่ต้องกำรทรำบ
เรียบเรียงและเขียนรายงาน
ผเู้ รียนแตล่ ะกลมุ่ เรียบเรยี งรำยงำนจำกกำรวิเครำะห์
และกำรตคี วำมขอ้ มูล จัดนทิ รรศกำรน�ำเสนอด้วยกำร
สรำ้ งสรรคง์ ำนเป็นแผนภำพ แผนผัง และภำพประกอบ
แสดงนำฏศลิ ปหรือละครง่ำยๆ

ส ๔.๑ ป.๖/๑ ส ๔.๑ ป.๖/๒ สมรรถนะสา� คญั
ส ๕.๑ ป.๖/๑ พ ๔.๑ ป.๖/๑ - กำรสอื่ สำร
ศ ๑.๑ ป.๖/๒ ศ ๓.๑ ป.๖/๓ - กำรใช้เทคโนโลยี

คณุ ลักษณะ - กำรคดิ
- รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ - กำรแกป้ ัญหำ
- รักควำมเป็นไทย - ทกั ษะชีวิต
- มีจติ สำธำรณะ
- ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
- ใฝ่เรียนรู้

36 ค‹มู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลาร”Œู

ผกั ตบชวากับสง่ิ แวดลอ ม ส ๕.๑ ม.๑/๑-๓ ส.๕.๑ ม.๒/๑
Project-based Learning ว ๖.๑ ม.๑/๖-๗ ว ๖.๑ ม.๒/๗
ง ๑.๑ ม.๑/๑-๓ ง ๑.๑ ม.๒/๑-๓
ง ๑.๑ ม.๓/๑-๓ ง ๒.๑ ม.๓/๒
HEAD HAND ท�างานเปน ข้ันเปน ตอน วางแผน ง ๓.๑ ม.๓/๔ ง ๓.๑ ม.๓/๓
อย่างเปนระบบ และประเมนิ ผล
กำรคิดวเิ ครำะห์ ออกแบบเคร่อื งมือ การทา� งานเพ่ือการพัฒนางาน ๓ ๔ก�าหนดภาระงาน
วำงแผนธรุ กิจ ในกำรกำ� จัด
ผักตบชวำ

ค‹มู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารŒ”ู 37 HEART HEALTH ๑ สรปุ ข้อมูล วเิ ครำะหผ์ ลกระทบของผักตบชวำ
ทม่ี ีผลตอ่ ส่ิงแวดล้อม
จิตอำสำมสี ว่ นร่วม สุขภำพทดี่ ีจำก ค้นหาและรวบรวมขอ้ มลู ๒ สรปุ ขอ้ มลู พื้นทใ่ี นประเทศไทย
กับองคก์ ร หน่วยงำน กำรปรำศจำก คน้ หำและรวบรวมขอ้ มูล ที่มีผกั ตบชวำ ๕
ในกำรก�ำจัดวัชพืช นา� เสนอข้อมูล
มลภำวะ ตน้ ก�ำเนิดผักตบชวำ น�ำเสนอข้อมลู ต้นก�ำเนิด วิเคราะหง์ าน
ในประเทศไทย ผกั ตบชวำในประเทศไทย วสั ดุทีต่ อ้ งใช้ เครอ่ื งมอื
อปุ กรณ์ และข้ันตอน

วางแผนในการท�างาน
๗ ศกึ ษำค้นควำ้ และออกแบบเคร่ืองมือ
๘ ก�ำจัดผักตบชวำ กำรใช้ประโยชน์
ปฏิบัติตามแผน จำกผกั ตบชวำ เช่น กำรทำ� กำซชวี ภำพ
คุณลกั ษณะ สมรรถนะสา� คญั การน�าไปใช้ กำรสร้ำงเครือ่ งมอื ก�ำจดั ผักตบชวำ ปุยหมัก และผลติ ภณั ฑ์

มงุ่ ม่ันในกำรท�ำงำน คดิ วเิ ครำะห์แกป้ ัญหำ กำรใชป้ ระโยชน์จำกเคร่ืองมอื
มจี ิตสำธำรณะ
และผักตบชวำ
๑๐
สื่อกำรเรยี นรู้ : ๙
คอมพวิ เตอร์, จัดทา� รายงาน
วัสดุอปุ กรณ์ทใ่ี ชส้ ร้ำงชนิ้ งำน ประเมินผลการทา� งาน จัดท�ำรำยงำนกำรปฏบิ ัตงิ ำนโดยบูรณำกำร
ประเมนิ ผลส�ำเรจ็ ของงำน ควำมรู้และประสบกำรณ์ น�ำเทคโนโลยี
วิเครำะหข์ อ้ ดี ขอ้ ด้อย
มำใชใ้ นกำรทำ� เอกสำรรำยงำน

บทที่ ๔

กำรวัดและประเมินผลกจิ กรรมเพม่ิ เวลำรู

กิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ เป็นกิจกรรมท่ีต้องกำรพัฒนำผู้เรียนรอบด้ำน ได้แก่ กำรพัฒนำสมอง (Head)
กำรพัฒนำจิตใจ (Heart) กำรพัฒนำทักษะกำรปฏิบัติ (Hand) และกำรพัฒนำสุขภำพ (Health) โดยกำร
ออกแบบและสร้ำงกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง และให้เชื่อมโยงกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด
ของหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ผู้สอนต้องด�ำเนินกำรวัดและประเมินผล
กำรเรียนรู้ด้วยวิธีกำรและเครื่องมือท่ีหลำกหลำย เพื่อเป็นข้อมูลในกำรพัฒนำกำรเรียนรู้ของผู้เรียน
และบรรลุมำตรฐำนกำรเรยี นร้/ู ตวั ชวี้ ดั ของหลกั สูตร ดงั แผนภำพต่อไปน้ี

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ การสงั เกตพฤติกรรม การประเมนิ ตนเองของผเู้ รียน
การประเมนิ โดยเพอื่ น การประเมินการปฏบิ ตั ิ การใช้ค�าถามและการสนทนา

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั ของหลกั สูตร

Head Heart Hand Health
พฒั นาสมอง พฒั นาจิตใจ พัฒนาทักษะการปฏบิ ตั ิ พัฒนาสขุ ภาพ
เพมิ่ พูนทักษะกำรคดิ ปลูกฝังคำ่ นยิ ม ฝึกกำรทำ� งำน สรำ้ งเสริมสุขภำวะ
วิเครำะห์ สงั เครำะห์ คุณธรรม จรยิ ธรรม ฝกึ ทกั ษะทำงอำชพี สมรรถนะทำงกำย
ตดั สนิ ใจและแก้ปญั หำ ทำ� ประโยชน์เพ่ือสงั คม คน้ หำศักยภำพและควำม
ถนัดของตนเอง

๔H

แผนภาพที่ ๖ กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรูด้ ้วยวธิ กี ำรและเครอ่ื งมือทหี่ ลำกหลำย
38 คม‹ู อื บรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารŒู”

กระบวนการวัดและประเมินผลกจิ กรรมเพ่ิมเวลารู้
ภำระงำนของผู้สอนเมือ่ ออกแบบกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ ดว้ ยวธิ กี ำรกำ� หนดหัวเร่อื ง (Theme) เปำ้ หมำย

กำรพัฒนำผ้เู รียน (๔H) โดยกำรเชื่อมโยงกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ัดของหลกั สูตร ผู้สอนจะตอ้ งวำงแผน
กำรประเมินผู้เรียนว่ำ มีกำรพัฒนำกำรด้ำนใดเกิดขึ้นบ้ำง ระหว่ำงร่วมกิจกรรมและภำยหลังกำรจัดกิจกรรม
สน้ิ สุดลง ผู้เรยี นจะได้รบั กำรประเมินเปน็ ระยะๆ ซ่ึงภำรกจิ ดงั กลำ่ ว มขี ัน้ ตอนปฏบิ ตั ดิ งั แผนภำพที่ ๗

๑. ออกแบบและพฒั นากจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ ข้อมูลปอ้ นกลบั

๒. ศกึ ษารายละเอียดของกิจกรรมเพมิ่ เวลารู้ Head พัฒนาการเรยี นรู้
๓. วางแผนการประเมนิ Heart กำรคิดวิเครำะห์
- ศึกษาตวั ช้ีวัดของหลักสตู ร Hand สงั เครำะห์
Health กำรตัดสนิ ใจ
- ก�าหนดพฤติกรรมบ่งชีต้ ามตัวชว้ี ดั คณุ ลกั ษณะและค่านิยม
- เลอื กวิธีการประเมิน
- สร้าง/จัดหาเคร่ืองมอื ทักษะปฏิบัติ
- เกณฑก์ ารประเมิน สุขภาวะ

๔. ประเมินวเิ คราะห์ผเู้ รยี น
๕. ประเมินความกา้ วหน้าระหว่างจัดกิจกรรม
๖. ประเมินความสา� เรจ็ หลังการจดั กจิ กรรม

๗. ส่งผลการประเมนิ ให้ครปู ระจ�าช้ัน/ ข้อมูลปอ้ นกลบั
ครูท่ปี รึกษา/ครปู ระจา� รายวชิ า

๘. รายงานผลการประเมินต่อผู้เกยี่ วข้อง

แผนภาพท่ี ๗ กระบวนกำรวดั และประเมินผลกจิ กรรมเพิม่ เวลำรู้
คม‹ู อื บริหารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู”Œ 39

วธิ กี ารวัดและประเมินผลกิจกรรมเพิม่ เวลารู้
กิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ เป็นกิจกรรมที่ต้องกำรพัฒนำผู้เรียนรอบด้ำน ได้แก่ กำรพัฒนำสมอง (Head)

กำรพัฒนำจิตใจ (Heart) กำรพัฒนำทักษะกำรปฏิบัติ (Hand) และกำรพัฒนำสุขภำพ (Health) โดยกำร
ออกแบบและสร้ำงกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติไปพร้อมๆ กับกำรใช้กระบวนกำรคิด ให้ผู้เรียนเรียนรู้
อย่ำงมีควำมสุข ดงั น้นั กำรวัดและประเมนิ ผลผู้เรียน ผู้สอนสำมำรถใช้วิธกี ำรประเมินดงั น้ี

๑. การประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Authentic Assessment) เปน็ กำรประเมนิ ดว้ ยวธิ กี ำรทหี่ ลำกหลำย
เพื่อให้ได้ผลกำรประเมินที่สะท้อนควำมสำมำรถที่แท้จริงของผู้เรียน จึงควรใช้กำรประเมินกำรปฏิบัติ
(Performance Assessment) รว่ มกบั กำรประเมนิ ดว้ ยวธิ กี ำรอนื่ และกำ� หนดเกณฑใ์ นกำรประเมนิ (Rubrics)
ให้สอดคล้องหรอื ใกล้เคียงกบั ชีวิตจริง

๒. การสงั เกตพฤตกิ รรม เป็นกำรเก็บข้อมลู จำกกำรดูกำรปฏิบัตกิ จิ กรรมของผู้เรียน โดยไม่ขดั จังหวะ
กำรท�ำงำนหรือกำรคิดของผู้เรียน กำรสังเกตพฤติกรรมเป็นส่ิงท่ีท�ำได้ตลอดเวลำ แต่ควรมีกระบวนกำร
และจุดประสงค์ที่ชัดเจนว่ำต้องกำรประเมินอะไร โดยอำจใช้เครื่องมือ เช่น แบบมำตรประมำณค่ำ
แบบตรวจสอบรำยกำร สมุดจดบันทึก เพื่อประเมินผู้เรียนตำมตัวชี้วัด และควรสังเกตหลำยคร้ัง
หลำยสถำนกำรณ์ และหลำยช่วงเวลำ เพื่อขจดั ควำมล�ำเอยี ง

๓. การประเมินตนเองของผู้เรียน (Student Self-assessment) กำรประเมินตนเอง นับเป็น
ทั้งเครื่องมือประเมินและเคร่ืองมือพัฒนำกำรเรียนรู้ เพรำะท�ำให้ผู้เรียนได้คิดใคร่ครวญว่ำ ได้เรียนรู้อะไร
เรียนรู้อย่ำงไร และผลงำนท่ีท�ำนั้นดีแล้วหรือยัง กำรประเมินตนเองจึงเป็นวิธีหน่ึงที่จะช่วยพัฒนำผู้เรียน
ใหเ้ ปน็ ผู้ที่สำมำรถเรียนรู้ดว้ ยตนเอง

๔. การประเมินโดยเพ่ือน (Peer Assessment) เป็นเทคนิคกำรประเมินอกี รูปแบบหน่ึงทนี่ ำ่ จะนำ�
มำใช้เพื่อพัฒนำผู้เรียนให้เข้ำถึงคุณลักษณะของงำนที่มีคุณภำพ เพรำะกำรที่ผู้เรียนจะบอกได้ว่ำชิ้นงำนนั้น
เป็นเช่นไร ผู้เรียนต้องมีควำมเข้ำใจอย่ำงชัดเจนก่อนว่ำเขำก�ำลังตรวจสอบอะไรในงำนของเพ่ือน ฉะนั้น
ผสู้ อนตอ้ งอธบิ ำยผลทค่ี ำดหวงั ใหผ้ เู้ รยี นทรำบกอ่ นทจ่ี ะลงมอื ประเมนิ กำรทจ่ี ะสรำ้ งควำมมนั่ ใจวำ่ ผเู้ รยี นเขำ้ ใจ
กำรประเมนิ รูปแบบนี้ ควรมกี ำรฝึกผเู้ รยี น

๕. การประเมินการปฏิบัติ (Performance Assessment) เป็นวิธีกำรประเมินงำนหรือกิจกรรม
ที่ผู้สอนมอบหมำยให้ผู้เรียนปฏิบัติงำนเพ่ือให้ทรำบถึงผลกำรพัฒนำของผู้เรียน กำรประเมินลักษณะนี้
ผู้สอนต้องเตรียมส่งิ สำ� คัญ ๒ ประกำร คอื ภำระงำน (Tasks) หรอื กจิ กรรมที่จะให้ผเู้ รยี นปฏิบตั ิ เชน่ กำรทำ�
โครงกำร/โครงงำน กำรส�ำรวจ กำรน�ำเสนอ กำรสร้ำงแบบจ�ำลอง กำรท่องปำกเปลำ่ กำรสำธิต กำรทดลอง
วิทยำศำสตร์ กำรจัดนิทรรศกำร กำรแสดงละคร เป็นต้น และเกณฑ์ในกำรให้คะแนน (Scoring Rubrics)
กำรประเมินกำรปฏิบัติ จะช่วยตอบค�ำถำมท่ีท�ำให้เรำรู้ว่ำ “ผู้เรียนสำมำรถน�ำสิ่งท่ีเรียนรู้ไปใช้ได้ดีเพียงใด”
ดังนั้น เพ่ือให้กำรประเมินกำรปฏิบัติในระดับช้ันเรียนเป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ ผู้สอนต้องท�ำควำมเข้ำใจ
ทีช่ ดั เจนเกยี่ วกับประเดน็ ต่อไปนี้

๑) สง่ิ ทเ่ี รำต้องกำรจะวดั (พิจำรณำจำกมำตรฐำน/ตวั ชวี้ ดั หรอื ผลลพั ธท์ ่เี รำตอ้ งกำร)
๒) กำรจัดกำรเรียนรูท้ ีเ่ อือ้ ตอ่ กำรประเมนิ กำรปฏิบตั ิ
๓) รูปแบบหรือวธิ ีกำรประเมินกำรปฏิบตั ิ
๔) กำรสรำ้ งเครอ่ื งมือประเมนิ กำรปฏบิ ัติ
๕) กำรกำ� หนดเกณฑ์ในกำรประเมนิ (Rubrics)
40 คม‹ู ือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารŒู”

๖. การใช้ค�าถาม (Questioning) ค�ำถำมเป็นวิธีหนึ่งในกำรกระตุ้น/ชี้แนะให้ผู้เรียนแสดงออก
ถงึ พัฒนำกำรกำรเรียนรู้ของตนเอง รวมถงึ เปน็ เครื่องมือวดั และประเมินเพ่อื พัฒนำกำรเรียนรู้ ดงั นั้น เทคนิค
กำรตั้งค�ำถำมเพื่อส่งเสริมกำรเรียนรู้ของผู้เรียน จึงเป็นเร่ืองส�ำคัญยิ่งที่ผู้สอนต้องเรียนรู้และน�ำไปใช้ให้ได้
อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ กำรตง้ั คำ� ถำมเพอื่ พฒั นำผเู้ รยี นจงึ เปน็ กลวธิ สี ำ� คญั ทผ่ี สู้ อนใชป้ ระเมนิ กำรเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น
รวมทง้ั เปน็ เครอื่ งสะทอ้ นใหผ้ สู้ อนสำมำรถชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นใหบ้ รรลจุ ดุ มงุ่ หมำยของกำรเรยี นรู้ ซง่ึ เบนจำมนิ บลมู
(Benjamin S. Bloom) แบ่งระดับค�ำถำมตำมแนวกระบวนกำรคิดทำงกำรเรียนรู้ Bloom’s Taxonomy
ด้ำน Cognitive Domain ออกเปน็ ๖ ระดับ ดงั น้ี

๖.๑ การถามคําถามเพื่อการเรียนรูในระดับความรูความจํา (Remembering) หมำยถึง
กำรถำมค�ำถำมกำรเรียนรู้ในระดับที่ผู้เรียนสำมำรถตอบได้ ว่ำสิ่งท่ีได้เรียนรู้มำมีสำระอะไรบ้ำง กำรที่ผู้เรียน
สำมำรถตอบไดน้ น้ั ไดม้ ำจำกกำรจดจำ� เปน็ สำ� คญั ดงั นนั้ คำ� ถำมทใี่ ชม้ กั เปน็ คำ� ถำมถงึ ขอ้ มลู สำระ รำยละเอยี ด
ของส่ิงทีเ่ รยี นรู้

ตัวอยา่ ง : สมเดจ็ พระนเรศวร มีพระนำมเดมิ ว่ำอะไร
๖.๒ การถามคาํ ถามเพอื่ การเรยี นรใู นระดบั ความเขา ใจ (Understanding) หมำยถงึ กำรถำมคำ� ถำม
กำรเรียนรู้ในระดับที่ผู้เรียนเข้ำใจควำมหมำย ควำมสัมพันธ์ และโครงสร้ำงของส่ิงที่เรียน และสำมำรถ
อธิบำยสิ่งท่ีเรียนรู้น้ันได้ด้วยค�ำพูดของตนเอง ผู้เรียนที่มีควำมเข้ำใจในเรื่องใดเร่ืองหนึ่ง หลังจำกได้
ควำมรใู้ นเรอื่ งนน้ั มำแลว้ จะสำมำรถแสดงออกไดห้ ลำยทำง เชน่ ตคี วำม แปลควำม เปรยี บเทยี บได้ บอกควำม
แตกต่ำงได้ เปน็ ต้น

ตวั อย่าง : ใจควำมส�ำคัญของเรื่องทอ่ี ำ่ นนี้ คืออะไร
๖.๓ การถามคําถามเพ่ือการเรียนรูในระดับการนําไปใช (Applying) หมำยถึง กำรถำมค�ำถำม
กำรเรียนรู้ในระดับที่ผู้เรียนสำมำรถน�ำพ้ืนฐำนข้อมูล ควำมรู้และควำมเข้ำใจท่ีได้เรียนรู้มำแต่เดิม ไปใช้
ในกำรแก้ปัญหำ ในสถำนกำรณ์ใหม่หรือเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจ�ำวัน ดังน้ัน ค�ำถำมในระดับนี้
มักประกอบด้วยสถำนกำรณ์ที่แปลกใหม่ที่ผู้เรียนจะต้องดึงควำมรู้ควำมเข้ำใจมำใช้ในกำรแก้ไขปัญหำ
ให้สำ� เรจ็ ลุล่วง

ตัวอยา่ ง : นกั เรียนมีวิธปี ระหยัดพลงั งำนในบำ้ นของนกั เรียนอยำ่ งไร?
๖.๔ การถามคาํ ถามเพือ่ การเรยี นรูในระดบั การวเิ คราะห (Analyzing) หมำยถึง กำรถำมคำ� ถำม
กำรเรยี นรใู้ นระดบั ทผ่ี เู้ รยี นตอ้ งใชก้ ำรคดิ ทล่ี กึ ซงึ้ เนอ่ื งจำกไมส่ ำมำรถหำคำ� ตอบไดจ้ ำกขอ้ มลู ทม่ี อี ยไู่ ดโ้ ดยตรง
ผเู้ รยี นตอ้ งใชค้ วำมคดิ จำกกำรแยกแยะขอ้ มลู และหำควำมสมั พนั ธข์ องขอ้ มลู ทแ่ี ยกแยะนน้ั หรอื อกี นยั หนงึ่ คอื
กำรเรยี นรใู้ นระดบั ทผี่ เู้ รยี นสำมำรถจบั ไดว้ ำ่ อะไรเปน็ สำเหตุ อะไรเปน็ ผล หรอื แรงจงู ใจทท่ี ำ� ใหป้ รำกฏกำรณใ์ ด
ปรำกฏกำรณห์ น่ึงเกดิ ขึน้

ตวั อย่าง : อะไรเปน็ สำเหตทุ ีท่ �ำใหว้ ัยรุ่นไทยตดิ มือถือ
๖.๕ การถามคาํ ถามเพอื่ การเรยี นรใู นระดบั การประเมนิ คา (Evaluating) หมำยถงึ กำรถำมคำ� ถำม
กำรเรียนรู้ในระดับที่ผู้เรียนต้องใช้วิจำรณญำณในกำรตัดสิน พิจำรณำคุณค่ำ เลือกหรือไม่เลือก จัดล�ำดับ
ให้รำงวัล ซ่ึงหมำยควำมว่ำ ผู้เรียนจะต้องสำมำรถต้ังเกณฑ์ในกำรประเมิน หรือตัดสินคุณค่ำต่ำงๆ ได้
และแสดงควำมคดิ เหน็ ในเร่ืองน้นั ได้อย่ำงมหี ลักเกณฑ์

ตัวอยา่ ง : นักเรียนเชื่อตำมข่ำวท่สี ง่ ตอ่ กันมำในสอ่ื ออนไลนด์ ังกล่ำวหรอื ไม่ เพรำะเหตุใด
คูม‹ ือบริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารŒู” 41

๖.๖ การถามคาํ ถามเพ่อื การเรยี นรูใ นระดับการสรางสรรค (Creating) หมำยถงึ กำรถำมค�ำถำม
ให้ผูเ้ รยี นท้ำทำยควำมสำมำรถ ให้คดิ ค้นสงิ่ ใหม่ ท่ไี ม่ซ้ำ� กับผูอ้ ่ืน

ตัวอยา่ ง : กระดำษท่ีใช้เพียงหนำ้ เดียวนำ� มำประดิษฐส์ งิ่ ใดได้บ้ำง
๗. การสนทนา เปน็ กำรสอ่ื สำร ๒ ทำง อกี ประเภทหนง่ึ ระหว่ำงผู้สอนกับผ้เู รียน สำมำรถด�ำเนินกำร
เป็นกลุ่มหรือรำยบุคคลก็ได้ โดยทั่วไปมักใช้อย่ำงไม่เป็นทำงกำร เพื่อติดตำมตรวจสอบว่ำ ผู้เรียนเกิดกำร
เรียนรู้เพียงใด เปน็ ข้อมลู สำ� หรบั พัฒนำ วิธกี ำรน้อี ำจใช้เวลำ แต่มีประโยชน์ตอ่ กำรคน้ หำ วนิ ิจฉยั ข้อปัญหำ
ตลอดจนเร่อื งอน่ื ๆ ท่ีอำจเป็นปญั หำ อุปสรรคตอ่ กำรเรียนรู้ เช่น วิธกี ำรเรียนรู้ที่แตกตำ่ งกนั เปน็ ตน้
การนา� ผลการประเมินกิจกรรมเพิม่ เวลารูไ้ ปใช้
กำรออกแบบกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้ ได้ออกแบบโดยเชื่อมโยงกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด
ซ่ึงมีท้ังด้ำนควำมรู้ ทักษะกำรปฏิบัติ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เมื่อครูผู้สอนจัดกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้
และประเมนิ ผลผเู้ รยี นแล้ว ผลกำรประเมนิ จะสะทอ้ นตวั ชว้ี ัดต่ำงๆ ท่รี ะบไุ ว้ในกจิ กรรมน้ันๆ ผู้สอนสำมำรถ
น�ำผลกำรประเมินไปใช้ในกำรผ่ำนตัวชี้วัดเหล่ำน้ันได้ นอกจำกน้ี ถ้ำผลกำรประเมินกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้
สะท้อนถงึ ควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขียน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนำ
ผเู้ รียน ผู้สอนสำมำรถน�ำผลกำรประเมนิ น้นั ไปเปน็ ส่วนหนึ่งของกำรประเมินผลดงั กล่ำวได้

42 คูม‹ อื บรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารูŒ”

บทท่ี ๕

กำรขบั เคล่ือนนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพ่ิมเวลำร”ู

กระทรวงศึกษำธิกำร ก�ำหนดนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” เพื่อให้สถำนศึกษำสำมำรถ
บริหำรจัดกำรเวลำเรียนตำมโครงสร้ำงหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑
และจัดกำรเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้รับกำรพัฒนำครบท้ัง ๔H มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะและคุณลักษณะ
ท่ีพึงประสงค์ พรอ้ มส�ำหรับกำรดำ� รงชวี ิตในศตวรรษที่ ๒๑ และมคี วำมสำมำรถในกำรแขง่ ขันระดับนำนำชำติ
กำรด�ำเนินงำนตำมนโยบำยให้ประสบควำมส�ำเร็จ จึงต้องอำศัยควำมร่วมมือของทุกฝ่ำย ทั้งภำครัฐ
และเอกชน
กลไกการขับเคลือ่ นสกู่ ารปฏบิ ตั ิ

กำรขับเคลื่อนนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้” ไปสู่กำรปฏิบัติอย่ำงเป็นรูปธรรมนั้น
กระทรวงศึกษำธิกำรได้มอบหมำยให้ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ซ่ึงเป็นหน่วยงำนหลัก
ในกำรจัดกำรศึกษำในระดับกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน เป็นผู้ขับเคล่ือนนโยบำย และมีหน่วยงำนท้ังภำครัฐ
และเอกชนร่วมมือสนับสนุนกำรด�ำเนินงำน เกิดเป็นกลไกกำรขับเคลื่อนนโยบำยที่มีควำมชัดเจนและ
สอดคลอ้ งกัน ดังแผนภำพที่ ๘

คู‹มอื บรหิ ารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารŒู” 43

กลไกการขบั เคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู้ ส่กู ารปฏิบตั ิ

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประกาศนโยบาย
มอบนโยบาย
สง่ เสริมสนบั สนุน
ก�ากบั ติดตาม
รายงานผล

สพฐ. วางแผน ภาคเี ครือข่าย
สพป./สพม. สนบั สนุน
กา� กับ ติดตาม - องค์กรภำครฐั
รายงานผล - องคก์ รภำคเอกชน
- เครือขำ่ ยผปู้ กครอง
วางแผน - ชุมชน
สนบั สนนุ
นเิ ทศ กา� กบั ตดิ ตาม ฯลฯ
รายงานผล

สถานศึกษา วางแผน
จดั กจิ กรรม
สนบั สนุน
นเิ ทศภายใน
รายงานผล

แผนภาพท่ี ๘ กลไกกำรขบั เคลอ่ื นนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิม่ เวลำรู้” ส่กู ำรปฏบิ ัติ
44 ค‹ูมือบริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”Œู

การขับเคลื่อนนโยบายสูก่ ารปฏบิ ัติ
กำรขับเคล่ือนนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้” ไปสู่กำรปฏิบัติอย่ำงเป็นรูปธรรมนั้น ส�ำนักงำน

คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พ้ืนฐำน ได้ดำ� เนินงำนในรปู ของคณะกรรมกำร ประกอบด้วย ส�ำนกั /สถำบนั ตำ่ งๆ
ในสงั กดั เปน็ คณะกรรมกำร และสำ� นกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ทำ� หนำ้ ทเี่ ปน็ เลขำนกุ ำรคณะกรรมกำร
บทบำทของแตล่ ะหน่วยงำนและขนั้ ตอนกำรด�ำเนินงำน มดี ังน้ี

กระทรวงศกึ ษาธิการ
๑. ประกำศนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพม่ิ เวลำรู้” และมอบหมำยให้ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำ
ข้นั พน้ื ฐำน เปน็ หน่วยงำนหลักในกำรด�ำเนนิ กำรตำมนโยบำย
๒. สง่ เสริมสนับสนนุ กำรน�ำนโยบำยไปสู่กำรปฏิบัติ โดยให้แนวทำงกำรดำ� เนินงำนที่ชดั เจน
๓. ก�ำกบั ตดิ ตำม และรำยงำนผลกำรขับเคลื่อนนโยบำยอยำ่ งตอ่ เนือ่ ง ตอ่ ทป่ี ระชุมคณะรัฐมนตรี
สา� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
๑. วำงแผน ก�ำหนดแนวทำงกำรขบั เคล่อื นนโยบำย โดยกำรแตง่ ต้ังคณะกรรมกำรขับเคลอ่ื นนโยบำย
“ลดเวลำเรยี น เพมิ่ เวลำรู”้
๒. กำ� หนดหนว่ ยงำนภำยในสงั กดั รบั ผดิ ชอบในดำ้ นกำรสนบั สนนุ นเิ ทศ กำ� กบั ตดิ ตำม และรำยงำนผล
โดยเน้นกำรมสี ่วนรว่ มของทกุ ฝ่ำย ไดแ้ ก่

๑) ส�ำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ เปน็ หนว่ ยงำนหลักในกำรขบั เคลอ่ื นนโยบำย โดยจดั ท�ำ
คู่มือบริหำรจัดกำรเวลำเรียน ตำมนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” ชุดเอกสำรกิจกรรมเพิ่มเวลำรู้
ประกอบกำรขับเคลื่อนนโยบำยสู่กำรปฏิบัติ ในระดับสถำนศึกษำและระดับชั้นเรียน จัดประชุมแลกเปลี่ยน
เรยี นรู้ และนำ� เสนอผลงำนกำรจัดกิจกรรมลดเวลำเรยี น เพ่มิ เวลำรู้ ทปี่ ระสบผลส�ำเร็จ

๒) ศูนย์พัฒนำกำรนิเทศและเร่งรัดกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน จัดอบรมทีม
Core Smart Trainer และ Smart Trainer จัดท�ำระบบรำยงำนออนไลน์ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้
ให้กับทีม Smart Trainer พร้อมท้ังคู่มือกำรนิเทศ ติดตำม และรำยงำนผลกำรจัดกิจกรรมลดเวลำเรียน
เพมิ่ เวลำรู้ และจดั ทำ� เอกสำรแนวทำงกำรนิเทศกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนร้เู พ่อื พัฒนำ ๔H

๓) ส�ำนักพัฒนำนวัตกรรมกำรจัดกำรศึกษำ จัดท�ำคู่มือกำรใช้คลังเมนูกิจกรรมสนับสนุน
ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้ ขององค์กรและหน่วยงำนภำยนอก และท�ำกำรวิจัย เร่ือง กำรศึกษำยุทธศำสตร์
กำรขบั เคล่อื นนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพ่ิมเวลำร้”ู ของสำ� นักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน

๔) ส�ำนักทดสอบทำงกำรศึกษำ จัดท�ำเครื่องมือประเมินผลกำรพัฒนำผู้เรียน และสรุปรำยงำนผล
กำรขับเคลือ่ นนโยบำย

๕) ส�ำนักติดตำมและประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน แต่งต้ังคณะกรรมกำรติดตำม
กำรน�ำนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพิ่มเวลำร”ู้ ไปปฏบิ ัตใิ นทุกเขตพ้ืนทก่ี ำรศึกษำ และโรงเรียนในโครงกำร

๖) ส�ำนักเทคโนโลยีเพื่อกำรเรียนกำรสอน จัดท�ำเว็บไซต์กลำงในกำรประชำสัมพันธ์ และเผยแพร่
ข้อมลู ในกำรจดั กำรเรียนกำรสอนตำมนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพมิ่ เวลำร้”ู

คม‹ู ือบรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารูŒ” 45

๗) ส�ำนกั พัฒนำครูและบคุ ลำกรกำรศกึ ษำข้ันพ้ืนฐำน เผยแพรก่ ำรอบรมผำ่ นระบบ TEPE ออนไลน์
๘) สำ� นกั อ�ำนวยกำร ประชำสัมพนั ธ์โครงกำรและกจิ กรรมของโครงกำรผ่ำนสอื่ ต่ำงๆ
๙) ส�ำนักนโยบำยและแผนกำรศึกษำขั้นพืน้ ฐำน ดแู ลดำ้ นงบประมำณของโครงกำร
๑๐) ส�ำนักบริหำรงำนกำรศึกษำภำคบังคับ ส่งเสริมสนับสนุนสถำนศึกษำในสังกัด จัดฐำนกิจกรรม
กำรเรยี นรู้ ๔H
๑๑) สำ� นกั บรหิ ำรงำนกำรมธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สง่ เสรมิ สนบั สนนุ สถำนศกึ ษำในสงั กดั จดั ฐำนกจิ กรรม
กำรเรียนรู้ ๔H
๑๒) ส�ำนักพัฒนำกิจกรรมนักเรียน ส่งเสริมสนับสนุนสถำนศึกษำจัดฐำนกิจกรรมพัฒนำ
สุขภำพ (Health)
๑๓) ส�ำนักพัฒนำระบบบริหำรงำนบุคคลและนิติกร สนับสนุนข้อมูลสำรสนเทศเก่ียวกับบุคลำกร
ทำงกำรศึกษำของสถำนศกึ ษำในโครงกำร
๑๔) ศูนย์พัฒนำคุณภำพกำรศึกษำด้วยเทคโนโลยีกำรศึกษำทำงไกล สนับสนุนกำรด�ำเนินงำน
ตำมนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” ผ่ำนระบบ DLTV และ DLIT
สา� นกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษา
๑. วำงแผน ก�ำหนดแนวทำงขับเคลื่อนนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” ในระดับเขตพ้ืนท่ี
จัดท�ำมำตรกำรในกำรส่งเสริมสนับสนุนกำรขับเคลื่อนนโยบำยสู่กำรปฏิบัติ ซ่ึงมีผู้อ�ำนวยกำรส�ำนักงำน
เขตพ้นื ท่กี ำรศึกษำ เปน็ ผู้น�ำในกำรขับเคลอื่ นนโยบำย (Core Smart Trainer)
๒. แต่งตัง้ ผรู้ บั ผิดชอบ โดยเน้นกำรมีส่วนรว่ มของทุกฝ่ำย ได้แก่
๑) คณะท�ำงำน ติดตำม ตรวจสอบและนิเทศกำรศึกษำของเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ (ก.ต.ป.น.)
มีผู้อ�ำนวยกำรกลุ่ม ประธำนเครือข่ำย ผู้บริหำรสถำนศึกษำ เป็นคณะท�ำงำนขับเคล่ือนนโยบำยในระดับ
เขตพื้นท่ี
๒) กลุ่มนิเทศ ติดตำมและประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำ มีหน้ำที่นิเทศ ติดตำมให้ควำมช่วยเหลือ
โรงเรยี นในกำรจัดกจิ กรรมเพ่มิ เวลำรู้
๓) กลุ่มอ�ำนวยกำร มีหน้ำท่ีประสำนควำมร่วมมือจำกภำคีเครือข่ำยในกำรสนับสนุนกำรจัด
กจิ กรรมลดเวลำเรียน เพม่ิ เวลำรู้
๔) กลุ่มนโยบำยและแผน มีหน้ำท่ีในกำรจัดสรรงบประมำณเพ่ือสนับสนุนในกำรจัดกิจกรรม
เพิ่มเวลำรู้
๕) กลมุ่ ส่งเสรมิ กำรศึกษำ มีหน้ำที่ประสำนควำมรว่ มมือ สนับสนนุ แหลง่ เรียนรู้
๖) กล่มุ บริหำรงำนบคุ คล มีหน้ำที่พัฒนำศักยภำพบคุ ลำกรในกำรจัดกจิ กรรมเพ่ิมเวลำรู้
๓. สร้ำงภำคีเครือข่ำยควำมร่วมมือจำกหน่วยงำนภำยนอก ในกำรเข้ำมำให้ควำมร่วมมือ
และสนับสนนุ กำรด�ำเนนิ กำร
๔. ประชมุ ชีแ้ จง สร้ำงควำมตระหนกั ควำมเข้ำใจในแนวปฏิบัติ ให้ผบู้ ริหำร ครู และผูท้ เี่ กยี่ วขอ้ ง
๕. นิเทศ ติดตำม ให้ควำมช่วยเหลือโรงเรียนในกำรด�ำเนินงำน โดยใช้กระบวนกำรมีส่วนร่วมของ
ทกุ ฝ่ำยทเี่ กย่ี วขอ้ ง
46 คม‹ู อื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารŒู”

๖. สง่ เสริมใหผ้ ู้ทม่ี สี ว่ นเกี่ยวข้องพฒั นำนวตั กรรม เพื่อนำ� นโยบำยสู่กำรปฏิบัติ
๗. รำยงำนผลกำรปฏิบัติกำรขับเคล่ือนนโยบำยให้ผู้ที่เก่ียวข้องได้รับทรำบควำมก้ำวหน้ำ อุปสรรค
และควำมสำ� เร็จ
๘. เผยแพร่ผลกำรด�ำเนินงำน กำรจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับเขตพื้นที่กำรศึกษำ
กำรประชำสัมพันธ์ผำ่ นช่องทำงทหี่ ลำกหลำย
สถานศึกษา
๑. ศึกษำ วิเครำะห์นโยบำย “ลดเวลำเรียน เพม่ิ เวลำร้”ู
๒. แตง่ ตั้งคณะทำ� งำนผู้รบั ผิดชอบ โดยเนน้ กำรมสี ว่ นรว่ มของทุกฝ่ำยทีเ่ ก่ยี วข้อง
๓. ประชุมชีแ้ จง สรำ้ งควำมเขำ้ ใจกำรดำ� เนนิ งำนใหก้ ับผูเ้ กย่ี วขอ้ งทุกฝำ่ ย
๔. ก�ำหนดภำพควำมส�ำเรจ็ ของกำรขบั เคล่ือนนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพ่มิ เวลำรู้”
๕. วิเครำะห์และปรับโครงสร้ำงหลักสูตรสถำนศึกษำให้สอดคล้องกับกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ และบริบท
ของสถำนศกึ ษำ
๖. จัดท�ำสำรสนเทศตำมควำมถนัด ควำมสนใจของผู้เรยี น เปน็ รำยบคุ คล
๗. จดั เตรยี มส่อื แหล่งเรียนรู้ อำคำรสถำนที่ เพ่ือสนบั สนุนกำรจดั กิจกรรมเพมิ่ เวลำรู้
๘. สรำ้ งภำคเี ครอื ขำ่ ยควำมรว่ มมอื จำกหนว่ ยงำนภำยนอก ในกำรเขำ้ มำใหค้ วำมรว่ มมอื และสนบั สนนุ
ในกำรจัดกิจกรรมเพ่มิ เวลำรู้
๙. ออกแบบกระบวนกำรนิเทศ ก�ำกบั ติดตำมกำรด�ำเนนิ งำน
๑๐. ออกแบบกระบวนกำรสะท้อนผลกำรด�ำเนนิ งำน และรำยงำนผลอย่ำงต่อเนอ่ื ง
๑๑. เผยแพรผ่ ลกำรด�ำเนินงำน เวทีแลกเปลย่ี นเรียนรู้ และประชำสมั พันธ์ผำ่ นชอ่ งทำงทหี่ ลำกหลำย
บทบาทของผ้ทู ีเ่ ก่ียวข้องในระดับสถานศกึ ษา
สถำนศกึ ษำ คอื หนว่ ยงำนระดบั ปฏบิ ตั ติ ำมนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพมิ่ เวลำร”ู้ บคุ ลำกรในสถำนศกึ ษำ
มบี ทบำทและหนำ้ ท่ดี ังนี้
ผูบ้ รหิ าร
๑. เป็นผู้น�ำกำรขับเคล่ือนนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” ระดับโรงเรียน สร้ำงควำมตระหนัก
ควำมเข้ำใจ อ�ำนวยควำมสะดวก และให้ค�ำแนะนำ� ในกำรดำ� เนนิ งำนกำรจดั กิจกรรม
๒. ส่งเสริมสนบั สนนุ ใหค้ รพู ัฒนำนวตั กรรมกำรจัดกจิ กรรมเพ่มิ เวลำรู้
๓. ประสำนและแสวงหำแหลง่ เรยี นรู้นอกสถำนศึกษำ ภมู ิปญั ญำตำ่ งๆ และควำมรว่ มมอื จำกชุมชน
๔. นเิ ทศ กำ� กบั ติดตำมกำรจัดกจิ กรรมเพ่ิมเวลำรู้
๕. จัดประชุม เสวนำทบทวนหลังกำรปฏิบัติงำน (After Action Review : AAR) และน�ำผลไปใช้
ในกำรพฒั นำตอ่ ไป

คู‹มือบรหิ ารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู”Œ 47

ครูผสู้ อน
๑. วิเครำะห์ผู้เรียนเป็นรำยบุคคล และจัดท�ำฐำนข้อมูลสำรสนเทศเกี่ยวกับควำมสนใจ ควำมถนัด
ควำมตอ้ งกำร จ�ำแนกเปน็ ระดับชน้ั เรยี นและรำยบุคคล
๒. วิเครำะห์หลกั สตู รสถำนศึกษำในรำยวิชำที่รบั ผดิ ชอบ และออกแบบกจิ กรรมเพิ่มเวลำรู้
๓. จัดกิจกรรมลดเวลำเรยี น เพม่ิ เวลำรู้ โดยเน้นกำรสร้ำงแรงจูงใจผเู้ รียน จัดกำรเรยี นรู้แบบบูรณำกำร
๔. ประเมินและสะท้อนผลกำรเรยี นรู้ของผูเ้ รียน เพ่อื ให้มกี ำรปรบั ปรงุ และพฒั นำกำรเรยี นรู้
๕. ประชมุ เสวนำทบทวนหลังกำรปฏิบัติเพื่อแลกเปล่ยี นเรียนรู้ และน�ำผลมำพัฒนำกำรจัดกิจกรรม
ผเู้ รยี น
๑. สำ� รวจควำมสนใจ ควำมตอ้ งกำร และศกั ยภำพของตนเอง เพอ่ื วำงแผนกำรเรยี นรแู้ ละพฒั นำตนเอง
๒. เข้ำร่วมกิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้ตำมตำรำงเรียนและวิธีกำรเรียนรู้ที่ก�ำหนดอย่ำงกระตือรือร้น
และสนองตอบตอ่ กจิ กรรมเตม็ ตำมศักยภำพและขีดควำมสำมำรถของตนเอง
๓. ร่วมน�ำเสนอผลกำรเรียนรขู้ องตนเองอยำ่ งภำคภูมิ
ผู้ปกครองและผู้ทม่ี ีส่วนเก่ยี วขอ้ ง
๑. ส่งเสริมสนบั สนนุ ให้สถำนศึกษำด�ำเนินกจิ กรรมตำมนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพ่มิ เวลำร”ู้
๒. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ผู้เรยี นในกำรปฏิบัตกิ จิ กรรมลดเวลำเรยี น เพิ่มเวลำรู้
๓. ประเมินควำมกำ้ วหน้ำและให้ข้อมูลย้อนกลับในกำรด�ำเนนิ กิจกรรมเพ่ิมเวลำรู้
๔. รว่ มชืน่ ชมผลงำนของผ้เู รียนและสถำนศึกษำ

48 ค‹มู ือบรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู”Œ

ส่ือและแหล่งเรียนรู้ท่สี นบั สนนุ การขับเคล่ือนนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร้”ู
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน และองค์กรต่ำง ๆ ได้จัดท�ำเว็บไซต์เพ่ือสนับสนุน

กำรด�ำเนนิ งำนโครงกำรลดเวลำเรยี น เพิม่ เวลำรู้ ดังน้ี
๑. http://mcmk.obec.go.th
เว็บไซต์กลำงกำรขับเคลื่อนนโยบำย “ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้” เพ่ือกำรประชำสัมพันธ์และ

กำรเผยแพรข่ อ้ มลู จดั ทำ� โดยส�ำนักเทคโนโลยีเพื่อกำรเรียนกำรสอน

๒. http://moderateclass.innoobec.com/moderate.php
คลงั เมนกู ิจกรรมสนับสนุนลดเวลำเรียน เพ่มิ เวลำรู้ ขององคก์ ร และหนว่ ยงำนภำยนอก เพือ่ ให้ครู

ได้น�ำไปปรับใชใ้ นกำรจดั กจิ กรรมลดเวลำเรยี น เพ่มิ เวลำรู้ ให้สอดคลอ้ งกับบรบิ ทของสถำนศกึ ษำ จดั ทำ� โดย
สำ� นักพัฒนำนวัตกรรมทำงกำรศึกษำ

คูม‹ ือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารู”Œ 49


Click to View FlipBook Version