The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

๓. http://www.esdc.go.th/home/dawnhold/4h
ระบบกำรนเิ ทศ ตดิ ตำม และรำยงำนผลกำรจดั กจิ กรรมลดเวลำเรยี น เพม่ิ เวลำรู้ สำ� หรบั Core Smart

Trainer และโรงเรียนในโครงกำร จดั ทำ� โดยศูนยพ์ ัฒนำกำรนิเทศและเร่งรดั คณุ ภำพกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน
๔. http://www.dlit.ac.th/
คลงั วดี โิ อและสอ่ื กำรสอนประเภทตำ่ งๆ ทคี่ รสู ำมำรถ Download ไปศกึ ษำได้ จดั ทำ� โดยศนู ยพ์ ฒั นำ

คุณภำพกำรศึกษำดว้ ยเทคโนโลยกี ำรศกึ ษำทำงไกล
50 คูม‹ อื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารŒู”

๕. www.thaiteachers.tv
แหลง่ รวมวดี โิ อและสอื่ กำรสอนของกลมุ่ สำระกำรเรยี นรตู้ ำ่ งๆ เพอ่ื กำรพฒั นำครู จดั ทำ� โดยสำ� นกั งำน

คณะกรรมกำรกำรอุดมศกึ ษำ
๖. http://hp.anamai.moph.go.th/ewt_dl_link.php?nid=486
แนวทำงกำรดำ� เนนิ งำนนโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพม่ิ เวลำร”ู้ ดำ้ นสขุ ภำพ จดั ทำ� โดยสำ� นกั สง่ เสรมิ สขุ ภำพ

กรมอนำมัย กระทรวงสำธำรณสุข
ค‹ูมอื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”Œู 51



ภาคผนวก

ภำคผนวก ก จดุ มุงหมำยทำงกำรศกึ ษำของ Benjamin Bloom

๔H ๓D : Bloom Taxonomy (๒๐๑๘) PISA ๒๐๑๕
Head : Cognitive ๖.กำรประเมินคำ่ สมรรถนะ
พุทธิศึกษา Domain ๕.กำรสงั เครำะห์  กำรรู้เรื่อง
พทุ ธพิ สิ ัย ๔.กำรวิเครำะห์ กำรอำ่ น
Heart :  กำรรูเ้ ร่ือง
จรยิ ศกึ ษา ๓. กำรน�ำไปใช้ คณติ ศำสตร์
Hand : ๒.ควำมเขำ้ ใจ  กำรรูเ้ รอ่ื ง
หัตถศึกษา ๑.ควำมรู้ ควำมจ�ำ วทิ ยำศำสตร์
Health :  กำรแก้ปญั หำ
พลศึกษา Effective ๕.บคุ ลกิ ภำพ แบบรว่ มมอื
Domain ๔.กำรจดั ระบบ  เนน้ กำรคิด
จิตพสิ ยั ๓.คำ่ นิยม วเิ ครำะห์
Psychomotor ๒. กำรตอบสนอง
Domain ๑.กำรรบั รู้
ทกั ษะพสิ ัย ๕. ควำมเป็นธรรมชำติ
๔.ควำมถูกตอ้ ง
๓.ควำมต่อเนอื่ งในกำรปฏิบัติ
๒.กำรลงมอื ปฏิบตั /ิ ท�ำตำม
๑. กำรรับรู้

การยกระดบั คณุ ภาพด้านพทุ ธพิ สิ ัย (Cognitive Domain)

54 คม‹ู ือบริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารูŒ”

การยกระดบั คณุ ภาพด้านพุทธิพิสยั (Cognitive Domain)
การยกระดบั คณุ ภาพดา้ นพทุ ธิพสิ ยั (Cognitive Domain)

คมู‹ ือบรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารูŒ” 55

การยกระดับคณุ ภาพดา้ นจติ พสิ ัย (Effective Domain)
การยกระดับคณุ ภาพด้านจติ พิสัย (Effective Domain)

56 คม‹ู อื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารŒู”

การยกระดับคุณภาพด้านทกั ษะพสิ ยั (Psychomotor Domain)
การยกระดับคุณภาพด้านทกั ษะพิสัย (Psychomotor Domain)

ค‹ูมือบริหารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารูŒ” 57

ภำคผนวก ข ตวั อยำงกจิ กรรม

ผังมโนทัศน์การจดั กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้
กจิ กรรมพัฒนาสมอง (Head)

HEART

กำรมีจติ ส�ำนกึ ท่ดี ี ในกำรเลือกใชส้ ือ่
เพ่อื เผยแพร่ข้อมูลข่ำวสำร ทีส่ ง่ ผลกระทบต่อ

คุณภำพชวี ติ และไม่ละเมดิ ลขิ สิทธ์ิ

เกมลา่ ท้าสื่อ

HEAD

คดิ วิเครำะห์ วิจำรณ์ พิจำรณำควำมน่ำเช่ือถอื
ของข้อมูลขำ่ วสำรท่ีหลำกหลำย โดยใชห้ ลกั เหตผุ ล

ในกำรตัดสินใจท่จี ะเชือ่ หรือไมเ่ ชื่อ

HAND HEALTH

กำรใช้ทกั ษะสบื คน้ ขอ้ มูลจำกแหล่งข้อมลู ตรวจสอบสือ่ โฆษณำ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั สขุ ภำพ
ทหี่ ลำกหลำยเพื่อน�ำมำประกอบกำรพจิ ำรณำ และเลอื กบรโิ ภคไดอ้ ย่ำงเหมำะสม

ตัดสินใจ

ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๔/๓-๖, ท ๑.๑ ป.๕/๔-๕, ท ๑.๑ ป.๖/๕, ท ๑.๑ ม.๒/๒-๖, ท ๑.๑ ม.๓/๘
พ ๑.๑ ม.๓/๓, พ ๔.๑ ป.๕/๓, พ ๕.๑ ป.๕/๔

สมรรถนะสา� คัญของผ้เู รียน
 ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร
 ควำมสำมำรถในกำรคิด
 ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 ซื่อสตั ย์สจุ รติ
 มวี ินัย
 มุ่งม่นั ในกำรท�ำงำน

58 คู‹มือบรหิ ารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร”Œู

เกมล่าท้าส่อื

ควรเรยี นรอู้ ะไรมากอ่ น ตัวชีว้ ัด
- ประเภทและชนิดของแหลง่ ข้อมลู ท ๑.๑ ป.๔/๓-๖, ท ๑.๑ ป.๕/๔-๕,
- วิธกี ำรสืบคน้ ข้อมูล จำกแหลง่ ขอ้ มูล ท ๑.๑ ป.๖/๕, ท ๑.๑ ม.๒/๒-๖,
ท ๑.๑ ม.๓/๘,
ทห่ี ลำกหลำย พ ๑.๑ ม.๓/๓, พ ๔.๑ ป.๕/๓,
พ ๕.๑ ป.๕/๔

พฒั นาผเู้ รียนอยา่ งไร นา� กจิ กรรมไปใชอ้ ยา่ งไร
ความรู้ - ใชก้ ับนกั เรยี นระดับชน้ั ป.๑ - ม.๓
โดยพิจำรณำให้เหมำะสมกบั วัย
นักเรยี นจะไดค้ ดิ วิเครำะห์ วจิ ำรณ์ พจิ ำรณำ - สำมำรถจดั กิจกรรมคละช้นั เรียนได้
ควำมน่ำเช่ือถือของขอ้ มูลข่ำวสำรท่หี ลำกหลำย - เลือกสื่อทนี่ �ำมำใช้ใหเ้ หมำะสมกับวยั
โดยใชห้ ลกั เหตุผล เพอ่ื ให้นักเรยี นได้รับประสบกำรณ์
สมรรถนะส�าคญั ของผูเ้ รียน และควำมสนกุ สนำน
• ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
• ควำมสำมำรถในกำรคดิ
• ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ซือ่ สัตยส์ จุ ริต
มวี ินยั
มุง่ มัน่ ในกำรทำ� งำน

เกณฑ์ความสา� เร็จ
๑. รู้ เขำ้ ใจ สำมำรถเล่ำ/ตอบค�ำถำม/อธิบำยเกย่ี วกบั ข้อมูลขำ่ วสำรทไี่ ดจ้ ำกสอ่ื
๒. สำมำรถวเิ ครำะห์ วจิ ำรณ์ พิจำรณำควำมนำ่ เชอ่ื ถือของข้อมลู ขำ่ วสำรท่ีหลำกหลำย โดยใช้หลกั เหตผุ ล
เพื่อตดั สินใจท่ีจะเชอื่ หรอื ไม่เชอ่ื
๓. สำมำรถน�ำกระบวนกำรคดิ อยำ่ งมีวิจำรณญำณไปประยกุ ต์ใช้ในกำรด�ำรงชีวติ ได้

ขอ้ เสนอแนะ
สำมำรถปรับเน้ือหำ หรอื ข้นั ตอนกำรจัดกิจกรรมได้ตำมควำมเหมำะสมกบั ผเู้ รยี น

ค‹ูมอื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารŒ”ู 59

สรำ้ งควำมสนใจ กระบวนการจดั กจิ กรรม

สำ� รวจและค้นหำ ๑. แจกตัวอยำ่ งข่ำว ภำพ โฆษณำ เนอื้ หำตำ่ งๆ จำกสอื่ ให้นกั เรยี นแตล่ ะคน
อธิบำยและลงขอ้ สรปุ ๒. ถำมนักเรียนด้วยคำ� ถำมตอ่ ไปนี้
ขยำยควำมรู้
- นกั เรียนไดร้ ับขำ่ วสำรหรือเนอื้ หำเรอ่ื งใด
- ข่ำวสำรหรอื เน้ือหำที่นกั เรยี นได้รบั มำจำกส่อื ประเภทใด
- นกั เรยี นได้อะไรจำกขำ่ วสำรหรอื เนื้อหำดังกลำ่ ว และรสู้ ึกอย่ำงไร
- นักเรยี นมีขอ้ สงสยั เกีย่ วกบั เนื้อหำสือ่ ทไ่ี ด้รับอยำ่ งไร
- นักเรียนเชื่อถอื หรือไม่เชื่อถือเนื้อหำจำกสื่อที่ได้รับ
๓. นกั เรยี นดวู ดี โิ อขำ่ ว “ชอ็ กดบั คำหอ้ งนอน วำ่ ทเ่ี จำ้ สำวกนิ ยำเสรมิ ควำมงำม”
ชี้ให้เหน็ ปญั หำกำรเช่ือข่ำวสำร ค�ำโฆษณำท่ีสง่ ผลต่อชวี ติ
๔. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ ๓-๕ คน นักเรียนค้นคว้ำภำพ ข่ำว หรือ
โฆษณำชวนเช่ือจำกอินเทอร์เน็ต หรือส่ือต่ำงๆ จำกน้ันน�ำเสนอหน้ำห้อง
ใหเ้ พอื่ นๆ ช่วยกนั แสดงควำมคิดเห็น
๕. ใหน้ กั เรยี นดรู ปู ภำพ Feed ขำ่ วตำ่ งๆ ทป่ี รำกฏบน Facebook ใหน้ กั เรยี นดู
ชี้ให้เห็นว่ำ มีข่ำว Feed มำกมำย ในแต่ละวันมำจำกหลำยแหล่ง
มีทั้งขำ่ วสำร รูปภำพ โฆษณำขำยของ แล้วต้ังค�ำถำม
- นกั เรียนมคี วำมรู้สึกอย่ำงไรกับส่ิงท่เี หน็
- นกั เรยี นจะรู้ได้อยำ่ งไร วำ่ ข่ำวไหนจรงิ ข่ำวไหนลวง อนั ไหนเชือ่ ถือได้

อันไหนไมค่ วรเชอ่ื
- ท�ำอยำ่ งไรจะสำมำรถพสิ ูจนข์ ำ่ วได้
๖. อภิปรำยวิธีกำรสังเกตภำพ ข่ำว วิธีกำรพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยกำรสืบค้น
ข้อมูล ประกอบกำรตดั สนิ ใจ ฯลฯ
๗. แนะนำ� รูปแบบกำรเล่นเกม “เกมลำ่ ท้ำสอ่ื ” ในรอบต่ำงๆ พร้อมกฎกตกิ ำ
ทำ� ควำมเข้ำใจรว่ มกัน
๘. นักเรียนเรมิ่ เล่นเกม (ดรู ำยละเอียดทใ่ี บกจิ กรรม “เกมลำ่ ทำ้ สื่อ”)
๙. ร่วมกันเฉลยค�ำตอบแต่ละค�ำถำมในแต่ละรอบ หลังแข่งขันเสร็จ
พร้อมให้ข้อคิด/เหตุผลในกำรพิจำรณำส่ือในแต่ละข้อ พร้อมอภิปรำย
แนวทำงในกำรน�ำไปใชใ้ นชีวิตประจ�ำวัน
๑๐. รวมคะแนน ทีมที่ได้คะแนนสูงสุด ได้เล่นต่อในรอบท่ี ๔ “พิชิตราชา
ล่าท้าส่ือ” หำกตอบถูก ทีมผู้ชนะจะได้ต�ำแหน่ง “รำชำล่ำท้ำส่ือ” และ
ได้รบั รำงวลั (ครูเตรยี มรำงวัลเล็กๆ นอ้ ยๆ ใหผ้ ูช้ นะ และรำงวลั ปลอบใจ
สำ� หรบั ทีมท่เี หลอื )

60 คมู‹ อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารูŒ”

ประเมนิ ๑๑. นกั เรียนอภปิ รำยเกี่ยวกับ “เกมล่ำท้ำสื่อ” ไดแ้ ก่
- ควำมประทับใจ
- เทคนิคในกำรเล่นเกม เช่น กระบวนกำรคิดที่น�ำมำซ่ึงกำรตัดสินใจ
กำรใชเ้ หตผุ ลเพอ่ื เลอื กเช่ือหรือไมเ่ ชอ่ื

๑๒. สรุปควำมส�ำคัญของกำรใช้กำรรวบรวมข้อมูล เพื่อคิดพิจำรณำเสพส่ือ
อยำ่ งรอบคอบ ระมดั ระวัง ตำมหลกั เหตผุ ล เพ่ือตัดสนิ ใจเช่ือ-ไมเ่ ชอ่ื ขอ้ มลู
ข่ำวสำรท่หี ลำกหลำย

ข้อควรค�านึง
- ครคู วรเลือกสอื่ ที่นำ� มำใชใ้ ห้เหมำะสมกบั วัย เพอ่ื ใหน้ กั เรียนได้รับรู้ได้อยำ่ งหลำกหลำย
- ครูควรปรับเปล่ยี นภำพหรือโจทยท์ ่ใี ช้ ให้เขำ้ กบั สถำนกำรณ์ในปัจจุบัน
- ครูควรชี้ให้เห็นว่ำ ตัวเรำล้อมรอบไปด้วยสื่อนำนำชนิด ท้ังสื่อส่ิงพิมพ์และส่ืออิเล็กทรอนิกส์

เนื่องจำกมีผู้ออกแบบ มีผู้ผลิตส่ือเพ่ือโน้มน้ำวชักจูงให้เรำเช่ือ ให้เรำคิดคล้อยตำมอย่ำงท่ีเขำต้องกำร
ดังนั้น เรำจึงต้องรู้เท่ำทันกำรโฆษณำ เท่ำทันต่อเนื้อหำต่ำงๆ ท่ีน�ำเสนอผ่ำนสื่อ เท่ำทันต่อเทคนิคที่ใช้
ในกำรสร้ำงและปรับแต่งสอ่ื

สือ่ และแหล่งเรียนรู้
๑. http://www.youtube.com
๒. http://www.m-culture.go.th/
๓. http://www.inetfoundation.or.th/icthappy/index.php

การประเมินผล
๑. แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นรำยบุคคล
๒. แบบสอบถำมควำมพงึ พอใจตอ่ กำรเข้ำร่วมกิจกรรมของนกั เรยี น

คูม‹ ือบรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารูŒ” 61

กตกิ า “เกมลา่ ทา้ สอ่ื ”

๑. แบ่งผู้เข้ำแข่งขันเป็นทีม แต่ละทีมจะได้รับอุปกรณ์ คือ Tablet ๑ เครื่อง เพื่อดูสื่อมัลติมีเดีย
และคน้ หำข้อมลู จำกอินเทอร์เนต็ (ใช้ค้นหำไดท้ กุ รอบกำรแข่งขัน)

๒. เกมใชร้ ะบบสะสมคะแนน ทมี ไดค้ ะแนนรวมจำกเกมท้ัง ๓ รอบ มำกที่สุด เปน็ ทีมทช่ี นะ
๓. เกมแบ่งเป็น ๔ รอบ แต่ละรอบมรี ปู แบบเกมที่ต่ำงกนั ดังนี้

๓.๑ รอบที่ ๑ “ภาพแต่งลวงตา” (๑๐ ภาพ ภาพละ ๒ คะแนน)
รปู แบบเกม ทำยวำ่ ภำพใด เป็นภำพท่มี กี ำรแตง่ เติม ตัดต่อ หรอื เป็นภำพลวงตำ พรอ้ มให้
เหตผุ ล

๓.๒ รอบท่ี ๒ “ขา่ วนมี้ ที ่มี า” (๑๐ ค�าถาม คา� ถามละ ๕ คะแนน)
รูปแบบเกม นักเรียนดูข่ำว แล้วสำมำรถตรวจเช็กข้อมูลว่ำเป็นควำมจริงหรือไม่ กำรตอบ
ใหบ้ อกวธิ กี ำรตรวจสอบขอ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ งกบั แหลง่ ขำ่ วทเ่ี ชอื่ ถอื ได้ เชน่ ขำ่ ว “สงกรำนตป์ ดิ ตง้ั แต่
วันที่ ๑๒” ตอบว่ำ ตอ้ งตรวจสอบกบั “กระทรวงมหำดไทย” เปน็ ตน้ (ค�ำตอบอำจมมี ำกกว่ำ
หนง่ึ คำ� ตอบ)

๓.๓ รอบท่ี ๓ “ข่าวจรงิ -ขา่ วลวง” (๓ คา� ถาม คา� ถามละ ๑๐ คะแนน)
รปู แบบเกม ดคู ลปิ วดี โิ อ/ขำ่ วทแี่ ชรใ์ นโซเชยี ล แลว้ หำขอ้ มลู เพอ่ื สนบั สนนุ กำรตอบวำ่ เชอ่ื /ไมเ่ ชอ่ื
เพรำะอะไร (เช่น เช่ือ เพรำะพสิ จู น์ได้ตำมหลักวทิ ยำศำสตร์/มปี ระสบกำรณม์ ำกอ่ น/มีกำร
อ้ำงอิงตำมหลกั วิชำกำร (Scholarly Resources Citation) ฯลฯ ไม่เชอื่ เพรำะรูปประกอบ
มีกำรตดั ตอ่ /คน้ หำในเว็บไซต์ พบวำ่ เปน็ ขำ่ วปลอม พรอ้ มค�ำอธบิ ำย/เปน็ ไปไม่ไดต้ ำมหลกั
วทิ ยำศำสตร์ ฯลฯ)

๓.๔ รอบที่ ๔ “พิชิตราชาลา่ ท้าสอื่ ”
รูปแบบเกม ดูภำพและข้อควำมที่อ้ำงว่ำเป็นค�ำพูดของอับรำฮัม ลินคอล์น แล้วตอบว่ำ
เปน็ คำ� พดู ของลนิ คอลน์ จรงิ หรอื ไม่ พรอ้ มระบเุ หตผุ ล โดยไมใ่ ชอ้ ปุ กรณค์ น้ หาขอ้ มลู ใหเ้ วลา
๓๐ วินาที

๔. ในกำรคน้ หำขอ้ มลู ทมี สำมำรถใชอ้ ปุ กรณส์ ว่ นตวั เชน่ โทรศพั ทม์ อื ถอื ชว่ ยหำขอ้ มลู ได้ แตม่ ขี อ้ แมว้ ำ่
จ�ำนวนอปุ กรณเ์ พม่ิ เติมต้องเทำ่ กนั ทุกทีม

62 คม‹ู อื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารูŒ”

ตวั อย่างภาพคา� ถามรอบที่ ๑ “ภาพแต่งลวงตา”

คู‹มือบรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารูŒ” 63

ตัวอย่างคา� ถามรอบท่ี ๒ “ข่าวนี้มที ม่ี า”

ค�าถาม : “จะตรวจสอบข้อเท็จจรงิ ของขำ่ วเหลำ่ น้ีไดจ้ ำก...”
๑. “ประกำศ คสช. ฉบับท่ี ๙ ส่ังใหส้ ถำนศึกษำทุกแห่งหยดุ ทำ� กำรตั้งแตว่ ันท่ี ๒๓ พฤษภำคม ๒๕๕๙

ถึง ๑ สิงหำคม ๒๕๕๙”
๒. “วันวิสำขบชู ำทีจ่ ะถงึ น้ี รำ้ นเจต้ อ้ ยแจกข้ำวมันไก่ฟรีทงั้ รำ้ น!!!”
๓. “รำคำนำ�้ มันปรบั ตวั ข้ึนอีก ๕๐ สตำงค”์
๔. “พำยลุ ูกใหญ่จะเข้ำส่อู ่ำวไทยในวนั พรงุ่ น”ี้
๕. “รฐั บำลประกำศเพมิ่ ภำษีมลู คำ่ เพ่ิม เป็น ๒๐ เปอรเ์ ซ็นต์”
๖. “ธนำคำรจะเพมิ่ ดอกเบ้ยี เงินฝำกรำยบคุ คล เปน็ ร้อยละ ๒”
๗. “กอ่ นขับรถออกจำกบำ้ น ต้องตดิ เครื่องทิง้ ไว้ประมำณ ๕ นำที เพ่ืออนุ่ เครื่องยนต์”
๘. “สัปดำหห์ นำ้ จังหวัดจะจัดมหกรรมธงฟำ้ รำคำประหยัด”
๙. “เดินทำงไปฟิลปิ ปินส์ตอ้ งทำ� วีซ่ำหรอื ไม่”
๑๐. “ใช้ที่หนบี ดง้ั จมกู แบบนักระบำ� ใตน้ ำ�้ แล้วดงั้ จะโด่งขึ้น”

ตัวอย่างคา� ถามรอบท่ี ๓ “ขา่ วจรงิ -ขา่ วลวง”

ข่าวที่ ๑ ขำยยำเสรมิ ควำมงำม

64 คม‹ู อื บรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารูŒ”

ข่าวท่ี ๒ ลดน้ำ� หนกั ดว้ ยนำ้� ตำล
ข่าวที่ ๓ ลอกผวิ ขำว

คู‹มือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารŒ”ู 65

ตวั อยา่ งคา� ถามรอบท่ี ๔ “พชิ ิตราชาล่าทา้ ส่ือ”

คำ� ถำม : นคี่ อื ค�ำพูดของลินคอลน์ ประธำนำธิบดคี นท่ี ๑๖ ของสหรัฐอเมรกิ ำ จรงิ หรอื ไม…่
“อย่ำเช่ือทุกอย่ำงที่คุณได้อ่ำนบนอินเทอร์เน็ต แค่เพียงเพรำะว่ำมีรูปภำพกับค�ำกล่ำว (ที่ว่ำกันว่ำ)

คนๆ นน้ั ได้กล่ำวไวว้ ำงอยู่คกู่ นั ” - อบั รำฮมั ลินคอลน์

“อย่าเชอื่ ทกุ อย่างทค่ี ณุ ไดอ้ ่าน
บนอนิ เทอร์เน็ต แค่เพยี ง
เพราะวา่ มีรูปภาพกับคา� กล่าว
(ท่ีว่ากนั วา่ ) คน ๆ น้นั ได้กลา่ วไว้
วางอยู่คู่กัน”
- อบั ราฮัม ลินคอล์น

66 คมู‹ อื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารŒู”

ผงั มโนทศั น์การจดั กิจกรรมเพ่ิมเวลารู้
กิจกรรมพัฒนาสมอง (Head)

น�า้ จะหมดโลกจริงหรอื

HEAD

กำรคดิ วเิ ครำะห์ หำแนวทำงแก้ปญั หำ
ในสถำนกำรณภ์ ยั แล้ง

HAND HEALTH

กำรแสดงบทบำทสมมติ ร้จู ักบทบำทหนำ้ ทที่ ่ีแตกต่ำงในสังคม
ในบทบำทหน้ำท่ตี ำ่ งๆ มจี ติ สำธำรณะ ตลอดจนมีทัศนคติทดี่ ี

ในกำรทำ� งำนร่วมกับผูอ้ นื่

ตัวชี้วัด
ว ๑.๑ ป.๒/๕, ว ๒.๒ ป.๓/๒-๓, ว ๑.๑ ป.๔/๒, ว ๖.๑ ป.๕/๒, ว ๒.๒ ป.๖/๔,
ว ๖.๑ ม.๑/๗, ว ๖/๑ ม.๒/๗, ว ๒.๑ ม.๓/๓, ว ๒.๒ ม.๓/๓,
ส ๔.๒ ป. ๑/๒, ส ๕.๒ ป.๒/๔, ส ๕.๒ ป. ๓/๒, ส. ๕.๒ ป. ๔/๒, ส ๕.๒ ป.๕/๓,
ส ๕.๒ ม.๒/๓, ส ๕.๒ ม. ๓/๓

สมรรถนะส�าคัญของผเู้ รยี น
 ควำมสำมำรถในกำรส่อื สำร
 ควำมสำมำรถในกำรคดิ
 ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
 ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชวี ติ
 ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
 อยูอ่ ยำ่ งพอเพียง
 มจี ิตสำธำรณะ

คมู‹ อื บรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารูŒ” 67

น�้าจะหมดโลกจริงหรอื

ควรเรียนรูอ้ ะไรมากอ่ น ตวั ชว้ี ัด
- ทรพั ยำกรน้�ำ ว ๑.๑ ป.๒/๕, ว ๒.๒ ป.๓/๒-๓, ว ๑.๑
- บทบำทและควำมรบั ผดิ ชอบของผูน้ ำ� ป.๔/๒, ว ๖.๑ ป.๕/๒, ว ๒.๒ ป.๖/๔, ว ๖.๑
พฒั นาผู้เรียนอยา่ งไร ป.๖/๓ ว ๖.๑ ม.๑/๗, ว ๖/๑ ม.๒/๗, ว ๒.๑
ม.๓/๓, ว ๒.๒ ม.๓/๓, ส ๔.๒ ป.๑/๒, ส ๕.๒
ผู้เรียนแก้ไขปัญหำจำกสถำนกำรณ์ที่ก�ำหนด ป.๒/๔, ส ๕.๒ ป.๓/๒, ส ๕/๒ ป.๔/๒, ส ๕.๒
ผ่ำนสถำนกำรณ์สมมติ เพื่อรู้จักและเข้ำใจ ป.๕/๓, ส ๕.๒ ม.๒/๓, ส ๕.๒ ม.๓/๓
บทบำทหนำ้ ท่ที ีแ่ ตกต่ำงในสงั คม
สมรรถนะสา� คญั ของผเู้ รียน น�ากิจกรรมไปใชอ้ ย่างไร
• ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร - เป็นกิจกรรมที่เหมำะสมกับนักเรยี น
• ควำมสำมำรถในกำรคดิ
• ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ ทุกระดับชัน้ ในกำรปลกู ฝังจติ สำ� นึก
• ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวติ และกำรแสดงออกถงึ กำรแก้ไขปัญหำ
• ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี จำกสถำนกำรณ์ทก่ี �ำหนด
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
มีจิตสำธำรณะ และอย่อู ยำ่ งพอเพียง - ควรเลือกใชค้ ำ� ถำมทเ่ี หมำะกบั
วัยของนักเรียน

เกณฑค์ วามสา� เร็จ
๑. นักเรยี นคดิ วิเครำะห์ แก้ไขปญั หำจำกสถำนกำรณ์ทีก่ �ำหนดให้
๒. นกั เรยี นน�ำเสนอแนวทำงแกป้ ัญหำกำรขำดแคลนนำ้� และวิธกี ำรอนุรักษน์ �ำ้ ได้

ขอ้ เสนอแนะ
ควรวำงแผนกำรจัดกิจกรรมให้เหมำะสมกบั บริบทของสถำนศึกษำ

68 คูม‹ อื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู”Œ

กำรรวบรวมข้อมลู กระบวนการจัดกิจกรรม

๑. นักเรียนชมวีดทิ ศั น์ เร่อื ง “น�ำ้ จะหมดโลกจรงิ หรือ”
(https://youtu.be/GWyIb6bfkHQ) และจบั ใจควำมส�ำคัญ

กำรประเมนิ คณุ คำ่ ภำพวดี ิทศั น์ เรอ่ื ง “นำ้� จะหมดโลกจริงหรอื ”
กำรตดั สินใจ ๒. ครพู ูดกระตุ้น ชกั ชวนให้เดก็ เกดิ ควำมสนใจในกิจกรรมทก่ี �ำลงั จะท�ำ

- ชว่ ยกันสงั เกตวำ่ มอี ะไรทนี่ ำ่ สนใจในคลิปบำ้ ง
- นักเรยี นมคี วำมรสู้ กึ อยำ่ งไร กับคลปิ วดี โิ อทีช่ ม
๓. ถำมคำ� ถำม และอภปิ รำย
- นักเรยี นเคยเหน็ ปรำกฏกำรณ์ เชน่ นำ้� แหง้ ขอด ดินแตกระแหง ฯลฯ

ในทอ้ งถิ่น/ชุมชนของนักเรยี นหรอื ไม่ (เคย/ไม่เคย)
- นกั เรยี นคิดวำ่ ส่งิ ท่ีเหน็ เกิดขนึ้ จำกสำเหตอุ ะไร (ฝนแลง้ )
- กำรขำดแคลนนำ้� สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และประเทศ

อย่ำงไร (ไม่มีน�้ำใช้/ประปำไม่ไหล/บ่อบำดำลแห้ง/ข้ำวไม่ออกรวง/
ผลผลิตทำงกำรเกษตรเสียหำย/เกษตรกรขำดทุน/รำคำสินค้ำเกษตร
ถบี ตวั สงู ขน้ึ /คำ่ ครองชพี สูงขึ้น/ฯลฯ)
๔. แบง่ นักเรียนออกเปน็ กลุ่ม จ�ำนวน ๖ กลมุ่ สมมติสถำนกำรณ์ใหน้ กั เรยี น
เป็นนักวิทยำศำสตร์ ผู้ใหญ่บ้ำน ผู้ว่ำรำชกำร นำยกรัฐมนตรี นักบริหำร
จัดกำรน�้ำ ผู้สื่อข่ำว นักเรียนออกมำน�ำเสนอบทบำทหน้ำที่ในประเด็น
ตอ่ ไปน้ี
- สถำนกำรณ์ปญั หำภยั แล้ง
- ผลกระทบทเี่ กดิ จำกปญั หำภยั แล้ง
- แนวทำงกำรแกป้ ัญหำของแต่ละบทบำททีไ่ ด้รบั
- สรุปข้อคิดทเี่ กดิ จำกแสดงบทบำทสมมติ

ค‹ูมอื บริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารูŒ” 69

กำรปฏิบัติ ๕. นักเรียนแต่ละกลมุ่ แสดงบทบำทสมมตติ ำมทีไ่ ด้รบั มอบหมำย
๖. เมอ่ื แตล่ ะกลมุ่ แสดงบทบำทสมมตจิ บ ครตู งั้ คำ� ถำมวำ่ ตำมบทบำทกำรแสดง

ของเพ่ือนที่ผ่ำนมำ นักเรียนจะมีส่วนร่วมแก้ปัญหำน้�ำจะหมดโลก
ได้อย่ำงไร
๗. อภปิ รำยแลกเปลีย่ นควำมคิดเหน็ และน�ำเสนอแนวทำงแก้ปัญหำในฐำนะ
บทบำทตำ่ งๆ
๘. ถำมค�ำถำม “ในกำรแก้ปัญหำตำมวิธีของนักเรียน นอกจำกตัวนักเรียน
เองแล้ว ยังต้องท�ำงำนร่วมกับใครเพ่ือบรรลุผลส�ำเร็จตำมแผน (เช่น
หำกนกั บรหิ ำรจดั กำรนำ�้ เสนอใหส้ รำ้ งเขอ่ื น กต็ อบวำ่ ตอ้ งไดร้ บั ควำมรว่ มมอื
จำกรฐั บำล ชุมชน เปน็ ต้น)
๙. ครูสนทนำเชอ่ื มโยงถงึ บทบำทของนักเรยี นในกำรประหยดั ทรัพยำกรนำ้�
- นกั เรียนจะมีวิธใี นกำรประหยดั น้ำ� ในบ้ำน โรงเรียน ชมุ ชน ไดอ้ ยำ่ งไร
- นกั เรยี นจะมแี นวทำงในกำรรณรงค์ใหเ้ พ่อื น ครอบครัว และชมุ ชน

ร่วมกันประหยดั น�้ำไดอ้ ย่ำงไร
๑๐. นักเรียนร่วมกันสรุปว่ำ ปัญหำภัยแล้งเป็นเรื่องส�ำคัญที่ต้องกำรกำรแก้ไข

และในกำรแกป้ ญั หำนี้ทุกฝำ่ ยต้องมสี ่วนรว่ ม และตอ้ งทำ� งำนร่วมกัน

ข้อควรคา� นึง
ควรพิจำรณำเลือกเนื้อหำสำระ รูปแบบ ในกำรน�ำไปจัดกิจกรรมแก่นักเรียนให้เหมำะสมกับ

ระดบั ชน้ั เรียน และสอดคล้องกบั ตวั ช้ีวัดกบั กลมุ่ สำระกำรเรียนรทู้ น่ี ำ� ไปบรู ณำกำร

ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้
๑. วดี ทิ ศั น์ เรอื่ ง “นำ้� จะหมดโลกจริงหรอื ” (https://youtu.be/GWyIb6bfkHQ)
๒. เวบ็ ไซต์ กรมทรัพยำกรนำ้� (http://www.dwr.go.th/home)

การประเมนิ ผล
๑. ผลงำนนกั เรียน
๒. กำรน�ำเสนอผลงำน

70 คูม‹ อื บรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารŒู”

ผงั มโนทัศนก์ ารจดั กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้
กิจกรรมพฒั นาจิตใจ (Heart)

HEAD

มคี วำมรู้ ควำมเข้ำใจ รจู้ ักกำรคิดวเิ ครำะห์
เพ่อื น�ำมำปฏิบตั ิตนตำมรอยพระรำชำ
ไดเ้ หมำะสมกบั ตนเอง

ตามรอยพระราชา

HEART

ควำมจงรกั ภกั ดี ควำมซำบซงึ้ ควำมภมู ิใจ
ตอ่ สถำบันพระมหำกษตั รยิ ข์ องไทย

HAND HEALTH

ปฏบิ ตั ติ นโดยใช้แนวทำง ควำมสุข ในกำรด�ำรงชวี ิต
ตำมรอยพระรำชำในชีวิตประจำ� วัน ตำมรอยพระรำชำ

ตัวชว้ี ัด
ส ๔.๓ ป.๑/๒, ส ๔.๓ ป.๓/๒, ส ๒.๒ ป.๔/๓, ส ๓.๑ ป.๔/๓, ส ๓.๑ ป.๕/๒, ส ๓.๑ ม.๑/๓

สมรรถนะสา� คัญของผ้เู รียน
 ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร
 ควำมสำมำรถในกำรคดิ
 ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ
 ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวิต
 ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
 รกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์
 ซือ่ สัตย์สจุ ริต
 ใฝเ่ รยี นรู้
 อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง
 มงุ่ มนั่ ในกำรท�ำงำน

ค‹มู ือบรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารŒ”ู 71

ตามรอยพระราชา

ควรเรียนรู้อะไรมาก่อน ตัวชว้ี ัด
- พระรำชประวัติ พระอจั ฉริยภำพ ส ๔.๓ ป.๑/๒, ส ๔.๓ ป.๓/๒,
ส ๒.๒ ป.๔/๓, ส ๓.๑ ป.๔/๓,
พระรำชกรณียกิจ ส ๓.๑ ป.๕/๒, ส ๓.๑ ม.๑/๓
โครงกำรในพระรำชด�ำริ
หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
ในพระมหำกษตั รยิ ์รัชกำลท่ี ๙

พัฒนาผู้เรียนอยา่ งไร นา� กิจกรรมไปใช้อยา่ งไร
ปลกู ฝังให้นกั เรยี นมคี วำมจงรักภกั ดี เปน็ กิจกรรมท่ีเหมำะสมกับ
ต่อสถำบนั พระมหำกษตั ริย์ และน�ำไป
เปน็ แบบอยำ่ ง สกู่ ำรปฏบิ ตั ติ นในชวี ติ ประจำ� วนั นกั เรียนทุกระดับช้นั ในกำรสรำ้ งเสริม
ปลูกฝงั จิตส�ำนกึ และประพฤติปฏิบัตติ น
สมรรถนะส�าคญั ของผูเ้ รียน เปน็ คนดี ตำมรอยพระรำชำ
• ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร เพอื่ แสดงควำมจงรักภักดแี ละ
• ควำมสำมำรถในกำรคิด ส�ำนกึ ในพระมหำกรุณำธิคณุ ของ
• ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ พระบำทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหำภูมิพลอดลุ ยเดช
• ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชวี ติ
• ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
รักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซื่อสัตย์สุจรติ
ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง และ
มุ่งมัน่ ในกำรท�ำงำน

เกณฑค์ วามส�าเรจ็
๑. นกั เรียนสำมำรถอธบิ ำยควำมหมำย และควำมส�ำคญั ของสถำบนั พระมหำกษัตริย์
๒. นักเรียนสำมำรถน�ำข้อคิดทีไ่ ดจ้ ำกกิจกรรม “ตำมรอยพระรำชำ” มำใชใ้ นกำรด�ำเนนิ ชีวติ

ขอ้ เสนอแนะ

๑. เหมำะกบั นักเรียน ๓๕-๔๐ คน
๒. ควรวำงแผนกจิ กรรมใหเ้ หมำะสมกบั บริบทของสถำนศกึ ษำ

72 ค‹ูมือบรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”Œู

สรำ้ งควำมตระหนกั กระบวนการจัดกิจกรรม
ประเมนิ เชิงเหตุผล
๑. ครูทบทวนควำมรู้เดิมเก่ียวกับพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพล
กำ� หนดค่ำนิยม อดลุ ยเดช
- รูปท่ีนักเรียนคิดว่ำทกุ บำ้ นมี คอื รูปของใคร
(รปู ของพระบำทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหำภูมพิ ลอดุลยเดช)
- ทำ� ไมทกุ บ้ำนจึงมีรปู ของในหลวง
(เพรำะทุกคนรักในหลวง)
- ทำ� ไมทุกคนจึงรักในหลวง
(เพรำะในหลวงรักประชำชน ห่วงใยประชำชน ทรงงำนหนกั
เพือ่ ควำมสขุ ของประชำชน)

๒. เตรยี มวดี ทิ ศั นเ์ พลง “ในหลวงของแผน่ ดนิ ” (https://youtu.be/LxuHkx-
43LU) ครูพูดกระตุ้นเชิญชวนให้นักเรียนเกดิ ควำมสนใจชมวีดิทัศน์

๓. นกั เรียนชม วีดทิ ศั น์เพลง “ในหลวงของแผน่ ดนิ ”
๔. ครูถำมนักเรยี นเกย่ี วกับเน้ือหำของเพลงหลังจำกชมวดี ิทศั น์ ดงั ตอ่ ไปนี้

- เนือ้ เพลงเลำ่ เรอื่ งเกีย่ วกบั ใคร
(พระบำทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหำภูมิพลอดุลยเดช)

- ในหลวงทรงงำนอะไรบ้ำง
(ทรงเสดจ็ เยย่ี มรำษฎร ทรงแก้ปัญหำควำมเดือดรอ้ นของประชำชน)

- สถำนทส่ี ว่ นใหญท่ ีใ่ นหลวงทรงเสด็จพระรำชดำ� เนินไปเปน็ แบบใด
(เปน็ ถ่นิ ทรุ กันดำร)

- ท�ำไมในหลวงจึงเสดจ็ ไปในถิ่นทุรกนั ดำร
(เพรำะในหลวงทรงเหน็ วำ่ ประชำชนในถน่ิ ทรุ กนั ดำรมคี วำมเดอื ดรอ้ น
และตอ้ งกำรควำมช่วยเหลอื )

- นักเรียนสงั เกตเห็นหรอื ไม่ว่ำในหลวงทรงงำนท่ีใดบ้ำง
(ในหลวงทรงงำนทุกที่ ท้ังในปำ่ ภเู ขำ เกำะ กลำงแดด กลำงฝน)

- หอ้ งทรงงำนในหลวงมอี ะไรบ้ำง
(แผนที่ วิทยสุ ่อื สำร กล้องถ่ำยรปู ดนิ สอ)

- ทำ� ไมในหลวงจึงไมป่ ระทบั อย่ำงสุขสบำยในพระรำชวัง
(เพรำะในหลวงอยำกเห็นทกุ ขส์ ุขประชำชนของพระองค)์

- ทำ� ไมในหลวงจึงทรงงำนหนกั
(เพรำะในหลวงทรงรกั และห่วงใยประชำชน)

๕. แบง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ ใหไ้ ปศกึ ษำพระรำชกรณยี กจิ ตำ่ งๆ ของพระบำทสมเดจ็
พระปรมนิ ทรมหำภมู ิพลอดุลยเดช ตำมหัวขอ้ ที่นกั เรียนสนใจ จำกเว็บไซต์
วดี ิทัศน์ หอ้ งสมุด ฯลฯ
ค‹มู อื บริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารŒ”ู 73

วำงแนวปฏบิ ัติ ๖. นักเรียนบรรยำยพระรำชกรณียกิจของพระบำทสมเด็จพระปรมินทร
ปฏบิ ตั ิดว้ ยควำมชนื่ ชอบ มหำภมู พิ ลอดุลยเดช ที่ได้ศึกษำมำ
- พระรำชกรณียกิจส�ำคัญในพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพล
อดุลยเดช มอี ะไรบำ้ ง
(กำรเสด็จเยี่ยมรำษฎรเป็นประจำ� โครงกำรแกม้ ลิง ฝนหลวง
เศรษฐกิจพอเพยี ง โครงกำรเกษตรในพระรำชดำ� ริ โครงกำรชงั่ หวั มัน
ฯลฯ)
- พระรำชกรณยี กิจที่ทรงงำนเกดิ ประโยชน์ตอ่ รำษฎรอยำ่ งไร
(ประชำชนมอี ำชีพและสร้ำงรำยไดเ้ ลีย้ งตนเองและครอบครวั ได้
กำรพฒั นำกำรคมนำคม กำรแกป้ ญั หำนำ�้ ทว่ ม แกป้ ญั หำขำดแคลนนำ�้
ทใ่ี ช้ในกำรเกษตร ฯลฯ)
- สรุปข้อคดิ ทีไ่ ดจ้ ำกกำรศึกษำคน้ ควำ้ พระรำชกรณยี กจิ
(ควำมทมุ่ เทในกำรท�ำงำน ควำมเสียสละ ควำมอดทนอดกลน้ั
กำรมีจติ สำธำรณะ ฯลฯ)
- จะปฏิบตั ิตนอยำ่ งไร เพอ่ื ตอบสนองพระมหำกรณุ ำธิคุณของ
พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมพิ ลอดลุ ยเดช
(ถวำยควำมจงรักภักดี โดยกำรปฏิบัติตนเป็นคนดี ปฏิบัติหน้ำท่ี
ตำมบทบำทหน้ำท่ีของตนเอง มีควำมพอเพียง รักษำส่ิงแวดล้อม
บำ� เพญ็ ประโยชน์ เพอื่ ตอบแทนพระมหำกรณุ ำธคิ ณุ ของพระองคท์ ำ่ น)

๗. นกั เรยี นทำ� รำยงำนตำมหวั ขอ้ ทไี่ ด้รับมอบหมำย
๘. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำ� เสนอผลงำนหน้ำช้ันเรียน
๙. นักเรียนประชำสัมพันธ์และจัดนิทรรศกำร “ตำมรอยพระรำชำ” เพ่ือให้

นกั เรยี นทง้ั โรงเรียนเข้ำรว่ มกิจกรรม
๑๐. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ

- พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช ทรงท�ำทุกอย่ำง
เพื่อประชำชนของพระองค์ เพรำะพระองค์รักประชำชน เรำสมควร
ตอบแทนพระมหำกรณุ ำธคิ ณุ ดว้ ยกำรถวำยควำมจงรกั ภกั ดตี อ่ พระองค์
ปฏบิ ตั ิตนตำมรอยพระรำชำ

ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
วีดิทศั น์เพลง “ในหลวงของแผ่นดนิ ” (https://youtu.be/LxuHkx-43LU)

การประเมินผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมนักเรียนขณะเขำ้ รว่ มกิจกรรม
๒. ประเมนิ จำกกำรน�ำเสนอผลงำนหน้ำชัน้ เรยี น

74 คมู‹ ือบริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู”Œ

เพลง ในหลวงของแผน่ ดิน

มอง เหน็ พระเจา้ อยหู่ ัว
ท่ามกลางคนมดื มวั เหมอื นเห็นแสงทองสอ่ งใจ

ตืน้ ตนั เพียงได้มอง
พนมมอื ทั้งสอง กม้ ลงกราบดว้ ยหวั ใจ

มอง พระผู้ทรงเมตตา
เฝา ดูแลประชา ทว่ั อาณาใกล้ไกล
เมือ่ ยามออ่ นลา้ หมดหวังพระองค์อย่เู ปน หลักนา� หวั ใจ
ยึดเหน่ียวอยภู่ ายในว่าวันพรุ่งนยี้ ังมหี วงั

ในหลวงของแผน่ ดนิ
หล่อรวมใหเ้ มด็ ดนิ ทรายกลายเปน แผน่ ดนิ ที่ยิ่งใหญ่

หยดนา�้ หยาดเหงื่อพระองค์หยดลงทีไ่ หน
ทกุ ขร์ ้อนจะพลันสลายทกุ ข์ภัยจะไมอ่ าจแผว้ พาน

ในหลวงของแผ่นดนิ
ทรงเปนทีร่ ักและท่ีพึ่งพงิ ใหเ้ ราแสนนาน

ตัง้ แต่เล็ก จนโตจา� ได้ทกุ อยา่ ง
ใต้รม่ พระบรบิ าล สุขสราญด้วยความรม่ เย็น

ในหลวงของแผน่ ดนิ
ทรงเปนท่รี ักและท่ีพงึ่ พิงให้เราแสนนาน

ต้งั แต่เลก็ จนโตจา� ไดท้ กุ อยา่ ง
ใต้ร่มพระบริบาล สุขสราญด้วยความรม่ เย็น
แผ่นดินน้ีคอื บ้าน คอื แดนสวรรค์ แสนสุขใจ

มีทกุ อย่างท่ดี ีเพราะใคร ฉันจะไม่ลมื
ในหลวงของแผน่ ดิน

หล่อรวมให้เม็ดดนิ ทรายกลายเปนแผ่นดนิ ท่ยี ิ่งใหญ่
หยดนา้� หยาดเหง่ือพระองค์หยดลงท่ีไหน

ทุกขร์ อ้ นจะพลันสลายทกุ ขภ์ ยั จะไม่อาจแผ้วพาน
ในหลวงของแผน่ ดนิ

ทรงเปน ทรี่ กั และทพี่ ่งึ พิงให้เราแสนนาน
ตัง้ แต่เลก็ จนโตจ�าได้ทุกอย่าง

ใต้รม่ พระบรบิ าล สุขสราญด้วยความรม่ เย็น
แผ่นดินนค้ี อื บา้ น คอื แดนสวรรค์ แสนสขุ ใจ

มีทกุ อย่างทีด่ ีเพราะใคร ฉันจะไมล่ ืม

คู‹มอื บรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารูŒ” 75

ผังมโนทัศน์การจดั กจิ กรรมเพิ่มเวลารู้
กจิ กรรมพฒั นาจิตใจ (Heart)

HEAD

กำรฝึกคดิ วิเครำะห์ จำกค�ำถำม
ท่ีครกู ระตุ้น กำรเขียน กำรพดู

เพอ่ื กำรส่ือสำร

พ่ีชวนนอ้ งทอ่ งแดนบญุ

HEART

กำรปฏบิ ตั ิตนเป็นศำสนกิ ชนท่ดี ี ในศำสนำทีต่ นนับถอื
กำรมจี ิตอำสำ กำรบ�ำเพ็ญประโยชน์ต่ำงๆ ที่วดั

HAND HEALTH

กำรสวดมนต์ กำรไหว้ มสี ขุ ภำพจติ ที่ดีจำกกำรปฏิบัตติ น
และกำรกรำบแบบเบญจำงคประดษิ ฐ์ เปน็ พุทธศำสนิกชนท่ีดี

ตวั ชว้ี ดั
ส ๑.๒ ป.๑/๑, ส ๔.๓ ป.๑/๒, ส ๑.๒ ป.๒/๒, ส ๒.๑ ป.๒/๒, ส ๑.๒ ป.๓/๑-๒, ส ๑.๒ ป.๔/๓,
ส ๑.๑ ป.๕/๗, ส ๑.๒ ป.๕/๒-๓, ส ๑.๑ ป.๖/๙, ส ๑.๒ ป.๖/๑-๔, ส ๑.๑ ม.๒/๑๑

สมรรถนะสา� คัญของผูเ้ รยี น
 ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
 ควำมสำมำรถในกำรคดิ
 ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
 ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวติ
 ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
 รกั ชำติ ศำสน์ กษตั ริย์
 รกั ควำมเปน็ ไทย
 มีจิตสำธำรณะ

76 คม‹ู ือบรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารŒู”

พชี่ วนน้องท่องแดนบุญ

ควรเรยี นร้อู ะไรมากอ่ น ตวั ชวี้ ดั
- กำรสวดมนต์ไหว้พระ ส ๑.๒ ป.๑/๑, ส ๔.๓ ป.๑/๒, ส ๑.๒ ป.๒/๒,
- มำรยำทในกำรปฏบิ ตั ิตนในศำสนสถำน ส ๒.๑ ป.๒/๒, ส ๑.๒ ป.๓/๑-๒,
ส ๑.๒ ป.๔/๓, ส ๑.๑ ป.๕/๗, ส ๑.๒ ป.๕/๒-๓,
ส ๑.๑ ป.๖/๙, ส ๑.๒ ป.๖/๑-๔,
ส ๑.๑ ม.๒/๑๑

พัฒนาผเู้ รยี นอยา่ งไร น�ากิจกรรมไปใช้อยา่ งไร
กำรปฏบิ ตั ิตนเป็นศำสนกิ ชนที่ดี ในศำสนำ - กำรจดั กิจกรรม เร่ิมจำกกำรสรำ้ ง
ท่ตี นนับถือ
จิตส�ำนึกและกระตุ้นให้เกิดแรงจงู ใจ
สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน ในกำรร่วมกิจกรรม ท้งั ทีห่ อ้ งเรียนและที่วดั
• ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร ดว้ ยควำมบรสิ ทุ ธใิ์ จ ครตู อ้ งคอยดแู ล แนะนำ�
• ควำมสำมำรถในกำรคดิ และเปน็ แบบอย่ำงทีด่ ีในกำรปฏบิ ัตติ น
• ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
• ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชวี ติ - กำรออกแบบ และกำรประเมินชิน้ งำน
• ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี ควรเนน้ ในแงข่ องแนวคดิ ท่นี ำ� เสนอ
มำกกวำ่ องคป์ ระกอบของชน้ิ งำน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
รกั ชำติ ศำสน์ กษัตริย์ รักควำมเปน็ ไทย
มีจิตสำธำรณะ

เกณฑค์ วามสา� เรจ็
๑. นกั เรยี นท่ีเป็นรนุ่ พี่ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่ำงท่ดี ีตอ่ รุ่นนอ้ ง
๒. นกั เรียนอธบิ ำยหลกั ปฏิบัติตนทด่ี ตี ำมศำสนำที่ตนนับถือได้
๓. กำรปฏบิ ติตนตำมหลักธรรมทำงศำสนำท่ีตนนบั ถือและอยู่ร่วมกนั อย่ำงมีควำมสขุ

ขอ้ เสนอแนะ
เหมำะกับนกั เรียนทงั้ กลุ่มเลก็ และกล่มุ ใหญ่ แตจ่ ำ� นวนครูท่ีดูแลกิจกรรมต้องมีสัดสว่ นทีเ่ หมำะสม

ดแู ลกิจกรรมอย่ำงใกล้ชิด

ค‹ูมอื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”Œู 77

กำรรวบรวมควำมรู้ กระบวนการจัดกจิ กรรม
กำรประเมินคณุ คำ่
กำรตัดสินใจ ๑. สนทนำเก่ียวกบั วัดหรอื ศำสนสถำนในชมุ ชน โดยใชภ้ ำพประกอบ
กำรปฏิบัติ ๒. สนทนำกบั นักเรียนเกี่ยวกับกำรปฏบิ ตั ิตนเป็นศำสนิกชนทดี่ ี กำรสวดมนต์

ไหวพ้ ระ กำรปฏิบัติตนเม่อื ไปวดั หรอื สถำนทีส่ �ำคัญทำงศำสนำ
๓. ทบทวนเกย่ี วกบั สวดมนตไ์ หวพ้ ระ และกำรกรำบแบบเบญจำงคประดษิ ฐ์
๔. ร่วมกันสรุปเกี่ยวกับ กำรปฏิบัติตนเป็นศำสนิกชนท่ีดีและมำรยำท

ในกำรปฏบิ ตั ิตนท่วี ัด
๕. มอบหมำยใหน้ กั เรยี นรนุ่ พไี่ ปศกึ ษำเกยี่ วกบั ประวตั ขิ องวดั หรอื ศำสนสถำน

ภำยในชมุ ชน จำกผูน้ �ำ/ผ้รู ใู้ นชุมชน
๖. นักเรียนและครูร่วมสนทนำถึงกำรปฏิบัติตนท่ีเหมำะสมเม่ือไปวัดหรือ

ศำสนสถำน
๗. แบ่งกลุ่มนักเรียนตำมควำมสมัครใจ เพื่อศึกษำสถำนที่ส�ำคัญต่ำงๆ

ภำยในวดั หรือศำสนสถำนในชุมชน
๘. จบั คดู่ แู ลนอ้ งโดยควำมสมคั รใจของทัง้ สองฝ่ำย
๙. นักเรียนแต่ละกลุ่มไปค้นหำค�ำตอบ โดยพ่ีแนะน�ำให้ควำมรู้เก่ียวกับ

ศำสนสถำนและกำรปฏบิ ตั ิตนให้เหมำะสมภำยในวดั หรือศำสนสถำน
๑๐. พระหรือผู้น�ำทำงศำสนำบรรยำยให้ควำมรู้เก่ียวกับหลักธรรมทำงศำสนำ

กำรสวดมนต์ไหว้พระ กำรนั่งสมำธิ หรือปฏิบัติกิจกรรมอื่นๆ ตำมหลัก
ศำสนำทีต่ นนบั ถือ
๑๑. สนทนำเกี่ยวกับกำรปฏิบัติตนที่เหมำะสมและกำรบ�ำเพ็ญประโยชน์ต่ำงๆ
ท่วี ัดหรือศำสนสถำน โดยใชค้ �ำถำมกระตนุ้ ควำมคิด เช่น

“นักเรียนคิดว่ำวัดหรือศำสนสถำน มีควำมส�ำคัญกับคนในชุมชน
หรือไม่ อย่ำงไร”

“นักเรียนคิดว่ำ เรำควรมีส่วนช่วยดูแลรักษำสถำนท่ีส�ำคัญของวัด
หรือศำสนสถำนหรือไม่ เพรำะเหตใุ ด”

“นักเรียนคิดว่ำ สถำนท่ีส�ำคัญในวัดหรือศำสนสถำนส่วนใดบ้ำง
ท่นี ักเรยี นอยำกมสี ว่ นชว่ ยเหลือดูแล”

“นักเรยี นจะมีวธิ กี ำรอยำ่ งไร และต้องใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์อะไรบำ้ ง”
“นักเรียนจะมีวิธีกำรแบ่งหน้ำที่ของพี่และน้องๆ ในกลุ่มอย่ำงไร
จึงจะทำ� งำนได้มปี ระสิทธภิ ำพที่สดุ ”
๑๒. น�ำนักเรียนไปวัดหรือศำสนสถำนในชุมชน เพื่อฝึกปฏิบัติกิจกรรม
ตำมท่นี ักเรยี นวำงแผนไว้ และบันทกึ ภำพกจิ กรรม

78 คม‹ู ือบรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารŒู”

๑๓. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันสรุปผลกำรปฏบิ ตั ิงำน และร่วมแสดงควำมคิดเหน็
จำกประเดน็ คำ� ถำม พรอ้ มกับส่งตัวแทนมำน�ำเสนอ ดังน้ี
“นกั เรียนรูส้ ึกอยำ่ งไร ตอ่ กำรเปน็ ศำสนกิ ชนท่ดี ”ี
“นักเรยี นรสู้ ึกพอใจทีป่ ฏิบัติกจิ กรรมใดมำกที่สุด เพรำะเหตุใด”
“เมื่อนักเรียนไปวัดหรือศำสนสถำนนักเรียนคิดว่ำจะปฏิบัติตน
อย่ำงไรบ้ำง”

๑๔. นักเรียนวิเครำะห์หลักธรรมท่ีได้จำกพระหรือผู้น�ำทำงศำสนำ สรุป
เป็นแนวทำงกำรด�ำเนินชีวิต และน�ำไปปฏิบัติให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้
อยำ่ งสนั ติสุข

๑๕. เปิดภำพนกั เรียนทท่ี �ำกิจกรรมตำ่ งๆ ท่ีวัด และสนทนำเกี่ยวกบั ภำพนั้นๆ
๑๖. นักเรยี นเลำ่ เหตุกำรณ์ทีป่ ระทับใจ
๑๗. นักเรียนวำดภำพ และเขียนบรรยำยภำพที่นักเรียนประทับใจ พร้อมต้ัง

ช่ือเรื่อง
๑๘. นักเรียนน�ำเสนอผลงำนกำรเขียนเร่ืองจำกภำพ โดยเล่ำเรื่องจำกช้ินงำน

ท่ีนักเรยี นท�ำ และรว่ มกนั ประเมนิ ผลงำนที่เพื่อนน�ำเสนอ
๑๙. นักเรียนร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จำกกำรไปปฏิบัติกิจกรรมท่ีวัดหรือ

ศำสนสถำน
ข้อควรคา� นงึ

๑. ครูต้องศกึ ษำเพิม่ เตมิ เกีย่ วกบั ประวัตแิ ละขอ้ มูลของวดั หรอื ศำสนสถำน เพอ่ื อธิบำยแนะน�ำ
นกั เรยี นอย่ำงถกู ตอ้ ง และควรใหน้ กั เรยี นบันทกึ กจิ กรรมใหช้ ดั เจน

๒. ครสู ำมำรถปรบั เปลี่ยนกิจกรรมตำมหลกั ศำสนำที่นับถือ ตำมบรบิ ทของสถำนศกึ ษำ
ส่ือและแหล่งเรียนรู้

๑. วัดหรอื ศำสนสถำนในชมุ ชน
๒. ภำพวดั หรอื ศำสนสถำนในชมุ ชน
๓. ภำพกจิ กรรมทนี่ กั เรยี นปฏิบัติทว่ี ัด
การประเมินผล
๑. สังเกตพฤตกิ รรม ควำมสนใจในกำรปฏิบัตกิ จิ กรรม
๒. ตรวจช้นิ งำนกำรเขยี นเรือ่ งจำกภำพ
๓. ประเมินควำมพงึ พอใจ

ค‹มู อื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารูŒ” 79

ผังมโนทัศน์การจดั กิจกรรมเพ่มิ เวลารู้
กจิ กรรมพัฒนาทักษะการปฏบิ ัติ (Hand)

HEAD

กำรคดิ รำคำต้นทนุ
รำคำขำย

ขนมถ้วยไทยโบราณ

HAND

ทกั ษะกำรทำ� ขนมถ้วยไทยโบรำณ
กำรทำ� บัญชรี ำยรบั -รำยจ่ำย

HEART HEALTH

เหน็ ควำมสำ� คญั และรู้คณุ คำ่ คุณค่ำของสำรอำหำร
ของอำชีพในท้องถน่ิ ท่เี ป็นอำชีพสจุ ริต ท่ีได้จำกขนมถว้ ยไทยโบรำณ
ส่งผลตอ่ สขุ ภำพ และคุณภำพชีวติ ที่ดี
กำรทำ� บัญชีครวั เรือน ซึ่งเกดิ จำกกำรประกอบสัมมำอำชีพ

ตวั ชี้วัด
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ง ๑.๑ ป.๒/๑, ง ๑.๑ ป.๓/๓,ง ๑.๑ ป.๔/๒, ง ๑.๑ ป.๕/๑, ง ๑.๑ ป.๖/๑,
ง ๔/๑ ม.๑/๑-๓, ง ๔.๑ ม.๒/๓

สมรรถนะส�าคัญของผู้เรียน
 ควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร
 ควำมสำมำรถในกำรคิด
 ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
 ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชวี ิต

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
 ใฝ่เรียนรู้
 อย่อู ย่ำงพอเพียง
 มุ่งมน่ั ในกำรทำ� งำน

80 ค‹ูมอื บริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู”Œ

ควรเรียนรู้อะไรมาก่อน ขนมถ้วยไทยโบราณ
- อำชพี ในทอ้ งถิ่น
- ขนมไทยโบรำณ ตัวชวี้ ัด
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ง ๑.๑ ป.๒/๑, ง ๑.๑ ป.๓/๓,
ง ๑.๑ ป.๔/๒, ง ๑.๑ ป.๕/๑, ง ๑.๑ ป.๖/๑,
ง ๔/๑ ม.๑/๑-๓, ง ๔.๑ ม.๒/๓

พฒั นาผู้เรียนอยา่ งไร น�ากิจกรรมไปใชอ้ ยา่ งไร
กำรสรำ้ งเสริมควำมรเู้ ก่ียวกบั อำชีพในทอ้ งถนิ่ เป็นกิจกรรมทเ่ี หมำะสมกับนกั เรยี น
อำชีพทีส่ อดคล้องกับควำมรู้ ควำมถนดั
และควำมสนใจของตนเอง โดยกำรซักถำม ทกุ ระดบั ชั้น ในกำรสร้ำงเสรมิ ทกั ษะ
อภปิ รำย และกำรศึกษำคน้ คว้ำ หำควำมรู้ เกีย่ วกับอำชพี ตำมควำมรู้ ควำมถนัด
จำกแหลง่ เรียนรู้ และควำมสนใจของตนเอง ซงึ่ นำ� ไปสู่
กำรประกอบอำชีพได้
สมรรถนะส�าคญั ของผู้เรียน
• ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร
• ควำมสำมำรถในกำรคดิ
• ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ
• ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง และ
มงุ่ มนั่ ในกำรทำ� งำน

เกณฑค์ วามสา� เรจ็
๑. นกั เรยี นท�ำขนมถ้วยไทยโบรำณได้
๒. นักเรยี นคดิ หำรำคำต้นทุนและรำคำขำยได้
๓. นักเรยี นสำมำรถสร้ำงเสริมรำยไดร้ ะหว่ำงเรยี น ดว้ ยอำชีพท่ีตนเองมีควำมรู้ ควำมถนัด และควำมสนใจ

สำมำรถนำ� ไปสูก่ ำรทำ� มำค้ำขำยได้
ข้อเสนอแนะ

๑. เหมำะกับนกั เรยี นไม่เกนิ ๔๐ คน
๒. ควรวำงแผนใหเ้ หมำะสมกับระดับชนั้ เรียน และบริบทของสถำนศึกษำ
๓. ครูอำจจัดกจิ กรรม“เสน้ ทำงสู่อำชพี ” ในโรงเรยี น เพอ่ื ให้นกั เรยี นปฏิบัติงำนอำชพี ของแตล่ ะกล่มุ
และแลกเปล่ยี นเรยี นรู้

ค‹มู ือบริหารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารูŒ” 81

กำรสังเกต รบั รู้ กระบวนการจัดกจิ กรรม

๑. ครูกระตุ้นให้นักเรียนสนใจ ด้วยค�ำถำมต่อไปน้ี
- อำชีพในทอ้ งถนิ่ ที่นักเรยี นอำศยั อยู่ นักเรียนรูจ้ กั อะไรบำ้ ง
- นักเรียนคิดวำ่ อำชพี ในท้องถน่ิ อะไรบ้ำง ท่มี ีมำตง้ั แต่โบรำณ
- ในทอ้ งถน่ิ ทน่ี กั เรยี นอำศยั อยู่ นกั เรยี นมอี ำชพี ทำ� ขนมโบรำณอะไรบำ้ ง

๒. ส�ำรวจควำมสนใจของนักเรียนแตล่ ะคนที่มตี อ่ งำนอำชพี ในท้องถ่นิ
๓. ครสู รปุ อำชพี ในทอ้ งถน่ิ ทน่ี กั เรยี นสนใจมำกทส่ี ดุ คอื “กำรทำ� ขนมถว้ ยไทย

โบรำณ”

กำรทำ� ตำมแบบ ภำพ ขนมถว้ ยไทยโบรำณ
ที่มา : http://www.mmo-thai.com/
๔. นักเรียนเสนอช่ือผู้รู้ในกำรท�ำขนมถ้วยแบบไทยโบรำณ และมอบหมำย
ตัวแทนนักเรียนติดต่อและนัดหมำยผู้รู้ที่เช่ียวชำญในกำรท�ำขนมถ้วยไทย
โบรำณ เพอื่ ทจ่ี ะพำนกั เรยี นไปศกึ ษำวธิ กี ำร ขนั้ ตอนในกำรทำ� ขนมถว้ ยไทย
โบรำณ
๕. นักเรียนศึกษำขั้นตอน/วิธีกำร/อุปกรณ์ ในกำรท�ำขนมถ้วยไทยโบรำณ
ตำมท่ผี รู้ ู้สำธิตให้ดู และลงมอื ปฏบิ ตั ติ ำม

ภำพ ส่วนผสมขนมถว้ ยไทยโบรำณ
ท่มี า : http://9leang.com/

82 คม‹ู ือบริหารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารู”Œ

กำรทำ� โดยไมม่ แี บบ ๕.๑ นกั เรยี นลงมอื ปฏบิ ตั ติ ำมขนั้ ตอน โดยเรมิ่ จำกกำรเลอื กชนดิ ของแปง้ /
กำรฝกึ ใหเ้ กิดทักษะ น�้ำตำล/กะทิ ตำมสว่ นผสมทผ่ี รู้ แู้ นะนำ�

๕.๒ นักเรียนลงมือทำ� ขนมถว้ ยไทยโบรำณตำมที่ผรู้ ู้แนะน�ำ
๖. ครูสนทนำกับนักเรียนถึงประสบกำรณ์ที่ได้รับจำกกำรลงมือปฏิบัติกับผู้รู้

ในกำรท�ำขนมถ้วยไทยโบรำณ
- ควำมรูส้ ึกในกำรลงมือปฏิบัติ
- รสชำตขิ องขนมถ้วยท่นี กั เรียนฝึกท�ำเป็นอย่ำงไรบ้ำง
- นกั เรียนคดิ ว่ำสำมำรถน�ำมำท�ำเป็นอำชพี ได้หรอื ไม่ เพรำะอะไร

๗. นกั เรยี นลงมอื ปฏิบตั ทิ �ำขนมถ้วยไทยโบรำณเป็นกลมุ่
๘. ตรวจผลงำนของนกั เรยี นเชงิ คณุ ภำพดำ้ นรสชำติ ควำมอรอ่ ย ควำมสวยงำม
๙. นกั เรยี นในกล่มุ ร่วมประเมินผลงำนของตนเอง เพ่อื หำจุดเด่นและจดุ ทค่ี วร

ปรับปรุงกำรทำ� งำนครั้งตอ่ ไป
๑๐. นักเรียนคดิ หำตน้ ทุน-รำคำขำย
๑๑. นกั เรียนลงมือปฏบิ ัตใิ นกำรทำ� ขนมถ้วย นำ� ไปขำย ทัง้ จัดทำ� บญั ชรี ำยรบั -รำยจ่ำย

และบัญชคี รัวเรอื น

ขอ้ ควรค�านึง
ครูควรแนะน�ำให้นักเรียนพิจำรณำเลือกอำชีพในท้องถิ่นท่ีตนเองเลือก โดยเน้นอำชีพสุจริต

ควำมเหมำะสมกบั ระดบั ชน้ั กำรมสี ว่ นรว่ มจำกภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถนิ่ และสอดคลอ้ งกบั ตวั ชวี้ ดั ของกลมุ่ สำระ
กำรเรียนรู้

ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
๑. บุคคลท่ีประกอบอำชพี ในท้องถิน่
๒. บญั ชีรำยรบั -รำยจำ่ ย
๓. บัญชคี รวั เรอื น

การประเมนิ ผล
๑. สังเกตพฤติกรรม ควำมสนใจในกำรปฏิบัติกิจกรรม
๒. ตรวจผลงำน ขนมถ้วยไทยโบรำณ
๓. ประเมินควำมพึงพอใจ

คู‹มอื บรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารูŒ” 83

ผังมโนทศั น์การจดั กิจกรรมเพิ่มเวลารู้
กจิ กรรมพัฒนาสุขภาพ (Health)

HEAD

คดิ วำงแผน เพื่อประยุกต์ใชก้ จิ กรรม
ในกำรพฒั นำตนเองในชีวิตจริง

และคดิ รเิ รม่ิ สร้ำงสรรคก์ ิจกรรมนันทนำกำร
หลำกหลำยรปู แบบ

เกมหรรษา

HEALTH

กำรใช้เวลำว่ำงในกจิ กรรมนันทนำกำร ควำมสนุกสนำน
จติ ใจแจม่ ใส สุขภำพกำยแขง็ แรง

HEART HAND

เจตคตทิ ี่ดตี ่อกำรออกกำ� ลงั กำย ทักษะกำรเล่นกฬี ำ
กำรเล่นกีฬำ และกำรรกั สุขภำพ

ตัวชี้วัด
พ ๓.๑ ป.๑/๒, พ ๓.๒ ป.๑/๑-๒, พ.๓.๑ ป.๒/๒, พ.๓.๒ ป.๒/๒

สมรรถนะส�าคญั ของผเู้ รียน
 ควำมสำมำรถในกำรคดิ
 ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ
 ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวิต

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต
 มีวินยั

84 คูม‹ อื บริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”ูŒ

เกมหรรษา

ควรเรยี นรอู้ ะไรมากอ่ น ตัวชว้ี ัด
- กำรเตรียมควำมพร้อมให้กับรำ่ งกำย พ ๓.๑ ป.๑/๒, พ ๓.๒ ป.๑/๑-๒,
พ.๓.๑ ป.๒/๒, พ.๓.๒ ป.๒/๒
กอ่ นเลน่ เกมหรอื กีฬำท่ตี ้องเคลื่อนไหว
- กำรป้องกันตนเองจำกกำรเลน่ กจิ กรรม

หรอื กฬี ำเบ้ืองต้น

พัฒนาผูเ้ รียนอยา่ งไร นา� กจิ กรรมไปใช้อย่างไร
- นกั เรยี นคดิ วำงแผนสดั สว่ นกำรใชเ้ วลำในแตล่ ะวนั - กจิ กรรมที่ ๒-๓ สำมำรถปรับเปล่ยี น
กจิ กรรมตำมควำมเหมำะสมกบั ระดบั ชน้ั
ระหว่ำงเวลำในกำรเรียน และเวลำวำ่ ง ของผู้เรียน และบริบทของสถำนศึกษำ
- นักเรยี นคิดสร้ำงสรรค์ออกแบบกิจกรรม - กิจกรรมท่ี ๔ นอกจำกนกั เรียนจะ
สร้ำงสรรคก์ ิจกรรมนันทนำกำรขึ้นมำเอง
นนั ทนำกำร และเป็นผู้น�ำเพอื่ นเลน่ แลว้ ถำ้ เปน็
สมรรถนะส�าคญั ของผเู้ รยี น นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษำตอนต้น
• ควำมสำมำรถในกำรคิด อำจปรบั เป็นกำรสืบคน้ คน้ หำกิจกรรม
• ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ นันทนำกำรที่ชอบ
• ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ซอื่ สตั ย์สุจรติ และมวี ินยั

เกณฑค์ วามสา� เร็จ
นักเรียนอธบิ ำยคุณค่ำของประโยชน์ของกจิ กรรมนนั ทนำกำร และสำมำรถนำ� ไปเลน่ กับเพือ่ น เพื่อผอ่ นคลำย

ควำมเครียด และสรำ้ งสัมพนั ธ์ทีด่ กี บั เพ่อื นในช่วงเวลำวำ่ งจำกกำรเรียนในชวี ิตประจ�ำวนั ได้
ข้อเสนอแนะ

เหมำะกับนักเรียน จ�ำนวน ๓๐-๔๐ คน และหำกจัดกิจกรรมแบบคละชั้น ควรมีกิจกรรมหลำกหลำย
ให้ผูเ้ รยี นเลือกเลน่ ไดต้ ำมควำมถนัด ควำมสนใจ

คม‹ู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”ูŒ 85

กระบวนการจดั กจิ กรรมที่ ๑

สูตรแบง่ เวลาการเรยี น

กำรสรำ้ งควำมตระหนกั ๑. นักเรียนศึกษำ Infographic หัวข้อ “๑ วัน” ของเด็กใน “โลกมือถือ”
เพือ่ ใช้เป็นข้อมลู แสดงควำมคดิ เห็นจำกค�ำถำมของครู เช่น
- จำกข้อมลู สอดคล้องกบั พฤตกิ รรมของตวั นกั เรยี นหรอื ไม่
- ทำ� อย่ำงไร เรำจะลดเวลำในกำรใช้มือถอื ใหน้ อ้ ยลง
- หำกเรำไมอ่ ยใู่ นโลกมือถือ เรำจะใชเ้ วลำท�ำอะไร
- เรำจะบรหิ ำรเวลำใน ๑ วนั อยำ่ งไร จงึ จะเหมำะสม

ทมี่ า : สถำบันสือ่ เด็กและเยำวชน (สสย.)

สำ� รวจในโครงกำรตดิ ตำมสภำวกำรณเ์ ดก็ ในหวั ขอ้ “๑ วนั ในชวี ติ เดก็ ไทย”
จำกส�ำนักงำนส่งเสริมสังคมแห่งกำรเรียนรู้และคุณภำพเยำวชน (สสค.)
เดือนมกรำคม ๒๕๕๖ โดยกลุม่ ตัวอยำ่ ง ๓,๐๕๘ คน ทัง้ ในกรุงเทพฯ และ
ตำ่ งจงั หวดั ไดส้ ถติ ทิ นี่ ำ่ สนใจมำกๆ รวมทง้ั เหน็ ควำมเปลยี่ นแปลงทน่ี ำ่ ตกใจ
อยู่ไม่นอ้ ยเลยทีเดียว
หำกเป็นนักเรียนชั้นประถมศกึ ษำตอนตน้ อำจปรบั กิจกรรมเปน็ กำรพูดคุย กำรเล่ำนทิ ำน ใช้กำร์ตนู ภำพ
กำร์ตูนเคลื่อนไหว หรอื ภำพยนตรส์ นั้ ตำมควำมเหมำะสม

86 ค‹มู ือบรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารู”Œ

ขั้นสร้ำงสรรค์ชน้ิ งำน ๒. ครยู กตัวอย่ำง “สูตรแบง่ เวลำกำรเรียน”

ท่ีมา : ศนู ยส์ ง่ เสริมและพัฒนำกำรเรยี นรู้ มหำวทิ ยำลัยสงขลำนครินทร์
(http://clpd.psu.ac.th)

นำ� ไปใช้ในชีวติ ประจ�ำวัน ๓. ให้นักเรียนแต่ละคน ออกแบบสูตรแบ่งเวลำกำรเรียนท่ีสอดคล้องกับ
น�ำเสนอผลงำน กจิ กรรมในแต่ละวันของนกั เรียน

สรปุ กิจกรรม ๔. นักเรียนนำ� เสนอสูตรแบง่ เวลำกำรเรยี นบนบอรด์ แสดงผลงำน
๕. นกั เรียนรว่ มกนั คิด

“ทำ� ไมเรำต้องแบง่ เวลำให้กับกิจกรรมและกำรพกั ผ่อน”
“มีอะไรบ้ำงที่เรำจะท�ำในชว่ งเวลำพักผ่อนและในช่วงกิจกรรม”
“ประโยชนข์ องกำรแบง่ เวลำใหก้ บั กจิ กรรมและกำรพกั ผอ่ น มอี ะไรบำ้ ง”

ขอ้ ควรคา� นึง
ส�ำหรบั ชน้ั ประถมศกึ ษำตอนต้น สำมำรถใช้กำรวำด ระบำยสี และภำพมำใช้ในกำรท�ำชนิ้ งำน

สำ� หรับช้นั ประถมศึกษำตอนปลำย สำมำรถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรม์ ำใชใ้ นกำรท�ำชิน้ งำน

ขอ้ เสนอแนะ ตัวอย่ำงชิน้ งำนของช้ันประถมศึกษำตอนต้น

คม‹ู ือบรหิ ารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารŒู” 87

ด�ำเนินกจิ กรรม กระบวนการจดั กจิ กรรมที่ ๒

“เสือกนิ ววั ”
๑. ใหน้ ักเรียนยนื ล้อมวงเปน็ วงกลม แล้วจบั มือกัน
๒. ครูเลือกนักเรียน ๑ คน เป็นเสืออยู่นอกวง นักเรียนอีก ๑ คน เป็นวัว

อยใู่ นวง
๓. เมอ่ื ครใู หส้ ญั ญำณเรมิ่ เลน่ เสอื ไลจ่ บั ววั ใหไ้ ด้ โดยนกั เรยี นทย่ี นื จบั มอื ลอ้ มวง

ใหว้ วั ผ่ำนได้ แตต่ ้องคอยกน้ั ไม่ใหเ้ สือผ่ำนไปจับววั ได้
๔. ภำยใน ๒ นำที ถ้ำเสอื จบั ววั ได้ เสือชนะ เสอื จับววั ไมไ่ ด้ วัวชนะ

= ครู
= ววั
= เสอื
= นักเรยี น

สรุปกิจกรรม ๕. ตั้งคำ� ถำม :
- หลังจำกเล่นกจิ กรรม “เสอื กินวัว” นักเรยี นไดป้ ระโยชน์อะไร
- ช่วงเวลำใดทเี่ หมำะกับกำรเลน่ เกม “เสือกนิ ววั ”

88 คู‹มอื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู”Œ

ดำ� เนนิ กจิ กรรม กระบวนการจัดกจิ กรรมที่ ๓

“ว่งิ พลดั เปลีย่ นบอล”
๑. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละเท่ำๆ กนั
๒. นักเรียนทุกกลุ่มยืนเป็นแถวตอน หลังกรวยประจ�ำกลุ่มของตนเอง

โดยคนแรกของกลมุ่ ถอื ลกู บอลเอำไว้
๓. ครูนำ� กรวยไปวำงตรงข้ำมแถว ห่ำงกนั ประมำณ ๑๐ เมตร
๔. เมื่อครูให้สัญญำณเร่ิมเล่น นักเรียนคนแรกของทุกแถวว่ิงไปอ้อมกรวย

แล้วกลับน�ำบอลมำส่งให้เพ่ือนคนต่อไป แล้วตัวเองไปต่อท้ำยแถว
ทำ� อยำ่ งนตี้ ่อไปเรื่อยๆ
๕. แถวไหนว่ิงครบทุกคนกอ่ น แถวน้ันชนะ

= ครู
= นักเรยี น
= ทศิ ทำง

สรปุ กิจกรรม ๖. ต้ังค�ำถำม:
- หลงั จำกเลน่ กจิ กรรม “วง่ิ พลดั เปลยี่ นบอล” นกั เรยี นไดป้ ระโยชนอ์ ะไร
- ชว่ งเวลำใดทเ่ี หมำะกับกำรเลน่ เกม “วงิ่ พลดั เปลี่ยนบอล”

คม‹ู ือบริหารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ูŒ 89

กระบวนการจดั กิจกรรมท่ี ๔

“เกมเสือกนิ วัว”

ด�ำเนนิ กิจกรรม ๑. แบง่ นกั เรียนเป็นกลมุ่ ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ค้นหำหรือสร้ำงสรรคก์ ิจกรรม
นันทนำกำร อำทิ เกมกำรละเล่นพ้ืนเมือง เกมกำรละเล่นประจ�ำท้องถิ่น
ท่ีจะน�ำไปเล่นในยำมวำ่ งใหเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ รำ่ งกำย โดยครกู ำ� หนดกรอบ
กำรเลอื กกิจกรรมใหน้ ักเรียน ดังนี้
- สรำ้ งควำมสมั พันธ์ท่ดี ีและควำมสนุกสนำนในหมคู่ ณะ
- ลดควำมตงึ เครียดจำกกำรเรยี น
- มกี ตกิ ำ กฎกำรเลน่ ชดั เจน
- พฒั นำกำรทำ� งำนเป็นทีม
- เวลำในกำรเล่นกิจกรรมแต่ละคร้งั ไมเ่ กนิ ๕ นำที

๒. นักเรยี นนำ� เสนอกิจกรรมนันทนำกำรตำมประเด็นในข้อ ๑ ก่อนนำ� ไปเล่น

อำจเพ่ิมประเด็นกำรน�ำเสนอเก่ียวกับเหตุผลที่สนใจกิจกรรมนันทนำกำรนั้น นอกเหนือจำกประเด็น
ในขอ้ ๑ เชน่ จุดเด่น จดุ ด้อย และขอ้ จำ� กัดของเกมต่อผู้เล่นแตล่ ะบุคคล

สรุปกิจกรรม ๓. นักเรียนทดลองเล่น และเตรียมเป็นผู้น�ำกำรเล่นกจิ กรรมนนั ทนำกำร
๔. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ผลัดกันนำ� เพ่อื นเลน่ กิจกรรมของกลมุ่ ตนเอง
๕. นักเรียนร่วมกันท�ำ Mind Mapping สรุปประโยชน์ของกำรเล่นกิจกรรม

นันทนำกำร

90 คม‹ู อื บรหิ ารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารู”Œ

ตัวอย่าง Mind Mapping “ประโยชนข์ องกิจกรรมนันทนาการ”

สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้
๑. Infographic หวั ข้อ “๑ วัน” ของเดก็ ใน “โลกมือถอื ”
๒. Infographic “สูตรแบ่งเวลำกำรเรียน”

การประเมินผล
๑. สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นรำยบคุ คล
๒. สงั เกตพฤติกรรมกำรเข้ำร่วมกิจกรรมกลุม่
๓. ประเมนิ ควำมพงึ พอใจต่อกำรเข้ำรว่ มกจิ กรรมของนักเรียน
ค‹ูมือบริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”Œู 91

บรรณำนุกรม

กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร. (๒๕๕๓). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. พมิ พค์ รงั้ ท่ี ๒.
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณก์ ำรเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกัด.

ศูนย์พัฒนำกำรนิเทศและเร่งรัดคุณภำพกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน. (๒๕๕๙). แนวทางการนิเทศการจัดกิจกรรม
การเรยี นรู้เพือ่ พฒั นา ๔H. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์องค์กำรสงเครำะห์ทหำรผำ่ นศกึ .

สำ� นกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ. (๒๕๕๓). แนวทางการจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. พิมพ์ครั้งท่ี ๒. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณ์
กำรเกษตรแห่งประเทศไทย จำ� กัด.

_______. (๒๕๕๓). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. พมิ พค์ รงั้ ที่ ๒. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณก์ ำรเกษตรแหง่ ประเทศไทย
จ�ำกดั .

_______. (๒๕๕๔). เพอ่ื นคคู่ ดิ มติ รคคู่ รู แนวทางการจดั การเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตร.์ กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พช์ มุ นมุ
สหกรณก์ ำรเกษตรแหง่ ประเทศไทย จ�ำกดั .

_______. (๒๕๕๗). แนวปฏิบัติการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. พมิ พ์คร้ังที่ ๔. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ชุมนมุ สหกรณก์ ำรเกษตร
แหง่ ประเทศไทย จ�ำกดั .

_______. (๒๕๕๘). แนวการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อสร้างส�านึกความเปนไทย. พิมพ์คร้ังท่ี ๒.
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์กำรเกษตรแห่งประเทศไทย จำ� กดั .

_______. (๒๕๕๙). คู่มือบริหารจัดการเวลาเรยี น “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”. (อัดส�ำเนำ).
Krathwohl, D. R. (2002). “A Revision of Bloom’s Taxonomy : An Overview.” Theory into

Practice. 41 No. 4. 212-218. [online] Available : http://www.unco.edu/cetl/sir/
stating_outcome/documents/Krathwohl.pdf.

92 คม‹ู อื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารูŒ”

คณะผจู ดั ทำ�

ทป่ี รกึ ษา เลขำธิกำรคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พื้นฐำน
๑. นำยกำรณุ สกลุ ประดิษฐ์
๒. นำยบญุ รกั ษ์ ยอดเพชร รองเลขำธิกำรคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขัน้ พน้ื ฐำน
๓. นำงสุกญั ญำ งำมบรรจง ทีป่ รึกษำด้ำนพฒั นำกระบวนกำรเรียนรู้
ผู้รบั ผดิ ชอบ
๑. นำงสำวรตั นำ แสงบวั เผ่อื น ผ้อู ำ� นวยกำรกลมุ่ พฒั นำและส่งเสรมิ กำรนเิ ทศ
สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๒. นำงเสำวภำ ศกั ดำ นักวชิ ำกำรศกึ ษำช�ำนำญกำรพิเศษ
สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๓. นำงสำวพรนิภำ ศลิ ปป ระคอง นกั วิชำกำรศึกษำชำ� นำญกำรพเิ ศษ
ส�ำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๔. นำยสิริชยั มำกมลู ผล นกั วชิ ำกำรศึกษำชำ� นำญกำรพิเศษ
สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๕. นำงณฐั ำ เพชรธนู นักวชิ ำกำรศึกษำช�ำนำญกำรพิเศษ
ส�ำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๖. นำงอสั มะ หะยีโซะ นักวิชำกำรศึกษำปฏิบตั ิกำร
ส�ำนักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
คณะท�างานจัดท�ารา่ งเอกสารคู่มอื บรหิ ารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”ู้
ระหว่างวันที่ ๒๖-๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ โรงแรมแกรนด์ ทาวเวอร์ อนิ น์ พระราม ๖ กรุงเทพมหานคร
๑. นำงพรรณภำ พูลบวั ข้ำรำชกำรบำ� นำญ
๒. นำงสำยสวำท รตั นกรรดิ ข้ำรำชกำรบำ� นำญ
๓. นำงวนดิ ำ ปำณกี จิ ศกึ ษำนิเทศก์ สพม. เขต ๒๗
๔. นำงวำสนำ ค�ำเพง็ ศึกษำนิเทศก์ สพม. เขต ๒๙
๕. นำยไชยวฒั น์ ชุ่มนำเสียว ศึกษำนิเทศก์ สพม. เขต ๓๒
๖. นำงอำทติ ยำ ปัญญำ ศกึ ษำนเิ ทศก์ สพม. เขต ๔๐
๗. นำยมนตรี อสุ ำหะ ศึกษำนเิ ทศก์ สพป.ลพบุรี เขต ๑
๘. นำงกนกรัตน์ สุพรรณอ่วม ศกึ ษำนิเทศก์ สพป.นครปฐม เขต ๒
๙. นำงวำสนำ ตำลทอง ศกึ ษำนิเทศก์ สพป.ชยั ภูมิ เขต ๓
๑๐. นำงพะยอม รตั นำภรณ์ ศึกษำนิเทศก์ สพป.นครรำชสีมำ เขต ๒
๑๑. นำงละออ ดำ่ นพิษณพุ ันธ์ ศกึ ษำนเิ ทศก์ สพป.พิษณโุ ลก เขต ๑
๑๒. นำงระเบยี บ สิทธชิ ยั ศึกษำนเิ ทศก์ สพป.นำ่ น เขต ๒
๑๓. นำงเบญจมำศ มณเฑยี ร ศกึ ษำนเิ ทศก์ สพป.แพร่ เขต ๑

คู‹มือบริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารูŒ” 93

๑๔. นำงสำวจำรุวรรณ พูพะเนียด ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรยี นปรดี ำรำมวิทยำคม สพม. เขต ๙
๑๕. นำงปรำณี รตั นธรรม ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียนนำเชอื กพิทยำสรรค์ สพม. เขต ๒๖
๑๖. นำยวริ ตั น์ แสงกลุ ผอู้ ำ� นวยกำรโรงเรียนกลนั ทำพิทยำคม สพม. เขต ๓๒
๑๗. นำยโกศล เสนำปักธงไชย ผอู้ ำ� นวยกำรโรงเรียนแคนดงพิทยำคม สพม. เขต ๓๒
๑๘. นำยวลั ลภ วบิ ูลย์กลู ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรยี นบ้ำนโนนไหมโนนศลิ ำ สพป.หนองบัวลำ� ภู เขต ๒
๑๙. นำยธนำ โดง่ พิมำย ผ้อู �ำนวยกำรโรงเรียนวดั สคุ นั ธำรมย์ สพป.บรุ ีรัมย์ เขต ๔
๒๐. นำยสถำนุ เกตคุ ัมธิวตั ร์ ผอู้ ำ� นวยกำรโรงเรยี นบ้ำนโคกเพ็ด สพป.นครรำชสมี ำ เขต ๖
๒๑. นำยวเิ ชียร ปรำรมภ์ ผู้อำ� นวยกำรโรงเรยี นวัดชยั สถำน สพป.ล�ำพนู เขต ๑
๒๒. ว่ำทีร่ อ้ ยตรปี ระเสรฐิ รุจิรำ ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรยี นอนบุ ำลเพชรบุรี สพป.เพชรบรุ ี เขต ๑
๒๓. นำยวชั ระ ปำ้ นภูมิ ผู้อำ� นวยกำรโรงเรียนบ้ำนมะอึ สพป.ร้อยเอ็ด เขต ๑
๒๔. นำยสัมฤทธ์ิ สนั เต ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรยี นบ้ำนขว้ำงใหญ่ สพป.รอ้ ยเอ็ด เขต ๑
๒๕. นำงสำวเสำวภำ ประพนั ธ์ ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นปงแม่ลอบ สพป.ล�ำพนู เขต ๑
๒๖. นำยอภเิ ชษฐ์ ฉิมพลสี วรรค์ ผูอ้ ำ� นวยกำรโรงเรยี นวดั หัวงิว้ สพป.นครสวรรค์ เขต ๑
๒๗. นำยคมสนั แทง่ ทองคำ� ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นชำกพุดซำ สพป.ชลบุรี เขต ๑
๒๘. นำยสวุ รศิ ร์ กสริ ตั น์บำ� รุง ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียนอนุบำลหนองใหญ่ สพป.ชลบรุ ี เขต ๑
๒๙. นำยพทิ กั ษ์ ประสทิ ธิเวชำนนท์ ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรียนอนบุ ำลวดั อูต่ ะเภำ สพป.ชลบรุ ี เขต ๑
๓๐. นำยประชนั ชำวสำมทอง ผู้อำ� นวยกำรโรงเรยี นบำ้ นกดุ ปลำฉลำดหนองปรอื
๓๑. นำงสำวรจุ ริ ำ เรอื นเหมย สพป.นครรำชสีมำ เขต ๖
๓๒. นำงสำวนำทยำพร ผลบุญ ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนแม่กลองเกำ่ สพป.ตำก เขต ๒
๓๓. นำงสุกญั ญำ ไชยคิรินทร์ ครโู รงเรียนกุดครองวทิ ยำคำร สพป.กำฬสนิ ธุ์ เขต ๑
๓๔. นำงรัชนี มำกแกว้ ครโู รงเรียนร้อยเอด็ วทิ ยำลยั สพม. เขต ๒๗
๓๕. นำยสุเมธ รำชประชมุ ครโู รงเรียนเพชรละครวิทยำ สพม. เขต ๔๐
๓๖. นำงทัศนยี ำ เล่อื นลอย ครูโรงเรยี นหว้ ยกรดวทิ ยำ สพม.เขต ๕
๓๗. นำงสำวกัญญำ หนพู รหม ครูโรงเรียนอนบุ ำลชยั นำท สพป.ชัยนำท
๓๘. นำยอภชิ ำต กรแี สง ครโู รงเรียนอนุบำลชัยนำท สพป.ชัยนำท
๓๙. นำงสำวชนดิ ำ ศรสี ำ� รำญ ครโู รงเรยี นเทศบำล ๕ วัดพระปฐมเจดีย์ เทศบำลนครนครปฐม
๔๐. นำงสำววไลรัตน์ ใจน้อม ครูโรงเรียนเทศบำล ๔ (เชำวนปรีชำอทุ ิศ) เทศบำลนครนครปฐม
๔๑. นำยวรศักดิ์ วัชรกำ� ธร ครโู รงเรยี นหนองจอกพิทยำนสุ รณ์ สำ� นักงำนเขตหนองจอก กทม.
๔๒. นำยธัญญำ เรืองแก้ว ผอู้ ำ� นวยกำรศูนย์พฒั นำกำรนิเทศและเร่งรดั คุณภำพ
๔๓. นำงพรพรรณ โชตพิ ฤกษวัน กำรศกึ ษำขั้นพ้ืนฐำน
๔๔. นำงสำวรัตนำ แสงบัวเผื่อน รองผ้อู �ำนวยกำรส�ำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
ผอู้ ำ� นวยกำรกลมุ่ พฒั นำและสง่ เสรมิ กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้
ส�ำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
ผู้อำ� นวยกำรกลมุ่ พฒั นำและสง่ เสริมกำรนิเทศ
สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ

94 ค‹มู ือบริหารจดั การเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลาร”ูŒ

๔๕. นำงผำณติ ทวศี กั ด์ิ ส�ำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๔๖. นำงสำวพรนภิ ำ ศิลปประคอง สำ� นักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๔๗. นำงเสำวภำ ศกั ดำ สำ� นักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๔๘. นำยสริ ชิ ัย มำกมูลผล ส�ำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๔๙. นำงสำวจรญู ศรี แจบไธสง ส�ำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๕๐. นำงณฐั ำ เพชรธนู ส�ำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๕๑. นำยประชำ อ่อนรักษำ ส�ำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๕๒. นำงอัสมะ หะยีโซะ สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๕๓. นำงสำวพรทพิ ย์ ดนิ ดี สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๕๔. นำยพฒุ พิ งษ์ เจรญิ ชำศรี สำ� นกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ

คณะท�างานบรรณาธิการกิจเอกสารคู่มือบริหารจัดการเวลาเรียนตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
ระหว่างวนั ที่ ๗-๑๑ กันยายน ๒๕๕๙ ณ โรงแรมแกรนด์ ทาวเวอร์ อนิ น์ พระราม ๖ กรงุ เทพมหานคร
๑. นำงพรรณภำ พลู บัว ขำ้ รำชกำรบำ� นำญ
๒. นำงสำยสวำท รตั นกรรดิ ขำ้ รำชกำรบำ� นำญ
๓. นำงกนกรตั น์ สุพรรณอ่วม ศกึ ษำนเิ ทศก์ สพป.นครปฐม เขต ๒
๔. นำยมนตรี อุสำหะ ศึกษำนเิ ทศก์ สพป.ลพบุรี เขต ๑
๕. นำงมินตรำ เกษศลิ ป ศกึ ษำนเิ ทศก์ สพป.พิษณุโลก เขต ๒
๖. นำงอำทติ ยำ ปัญญำ ศกึ ษำนิเทศก์ สพม. เขต ๔๐
๗. นำงสำวนวพร จทุ อง ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนหว้ ยลกึ สพป.สงขลำ เขต ๒
๘. นำยวัลลภ วบิ ลู ยก์ ลู ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนโนนไหมโนนศลิ ำ สพป.หนองบัวล�ำภู เขต ๒
๙. นำยวเิ ชยี ร ปรำรมภ์ ผ้อู ำ� นวยกำรโรงเรียนวัดชยั สถำน สพป.ล�ำพนู เขต ๑
๑๐. นำงสำวเสำวภำ ประพันธ์ ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรยี นบำ้ นปงแมล่ อบ สพป.ลำ� พนู เขต ๑
๑๑. นำยอภิเชษฐ์ ฉมิ พลีสวรรค์ ผู้อำ� นวยกำรโรงเรยี นวดั หวั งวิ้ สพป.นครสวรรค์ เขต ๑
๑๒. นำงวรำภรณ์ ไชยเดช ผู้อำ� นวยกำรโรงเรียนสระวิทยำ สพป.นครสวรรค์ เขต ๑
๑๓. นำงสำวสมจติ ตำคำ� แสง ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรยี นบำ้ นจนั ทร์ สพป.เชยี งใหม่ เขต ๖
๑๔. นำงสำวรจุ ิรำ เรอื นเหมย ผ้อู �ำนวยกำรโรงเรยี นบ้ำนแมก่ ลองเก่ำ สพป.ตำก เขต ๒
๑๕. นำยสมศกั ด์ิ จติ รเอือ้ ตระกูล ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรยี นอนบุ ำลชยั นำท สพป.ชัยนำท
๑๖. นำยคมสนั แทง่ ทองค�ำ ผู้อำ� นวยกำรโรงเรียนบำ้ นชำกพุดซำ สพป.ชลบรุ ี เขต ๑
๑๗. นำงสำวจำรวุ รรณ พูพะเนียด ผู้อำ� นวยกำรโรงเรียนปรดี ำรำมวิทยำคม สพม. เขต ๙
๑๘. วำ่ ทีร่ ้อยตรีทองศรี จินะ ผอู้ �ำนวยกำรโรงเรียนท่งุ หัวชำ้ งพทิ ยำคม สพม. เขต ๓๕
๑๙. นำยวชั ระ ป้ำนภูมิ ผอู้ ำ� นวยกำรโรงเรยี นบำ้ นมะอึ สพป.รอ้ ยเอด็ เขต ๑
๒๐. นำยสัมฤทธิ์ สันเต ผอู้ ำ� นวยกำรโรงเรียนบ้ำนขวำ้ งใหญ่ สพป.ร้อยเอ็ด เขต ๑
๒๑. นำยสปิ ปนนท์ มงั่ อะนะ รองผอู้ �ำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นกลอ้ ทอ สพป.ตำก เขต ๒
๒๒. นำงวันทนำ บัวทอง ครโู รงเรียนห้วยกรดวทิ ยำ สพม. เขต ๕

ค‹ูมือบริหารจดั การเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารูŒ” 95

๒๓. นำยสเุ มธ รำชประชมุ ครูโรงเรียนหว้ ยกรดวิทยำ สพม. เขต ๕
๒๔. นำยธัญญำ เรืองแก้ว รองผูอ้ ำ� นวยกำรสำ� นกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๒๕. นำงพรพรรณ โชติพฤกษวัน ผอู้ ำ� นวยกำรกลมุ่ พฒั นำและสง่ เสรมิ กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้
๒๖. นำงสำวรตั นำ แสงบัวเผอื่ น สำ� นกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๒๗. นำงผำณติ ทวีศกั ด์ิ ผู้อำ� นวยกำรกลุ่มพัฒนำและสง่ เสรมิ กำรนเิ ทศ
๒๘. นำงสำวพรนิภำ ศลิ ปป ระคอง สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๒๙. นำงเสำวภำ ศักดำ สำ� นักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๓๐. นำยสริ ิชัย มำกมลู ผล สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๓๑. นำงสำวจรญู ศรี แจบไธสง สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๓๒. นำงณฐั ำ เพชรธนู ส�ำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๓๓. นำยประชำ ออ่ นรกั ษำ สำ� นักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๓๔. นำงอสั มะ หะยีโซะ ส�ำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๓๕. นำงสำวกัญญำวีร์ โลหะสวสั ด์ิ สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๓๖. นำยพฒุ พิ งษ์ เจริญชำศรี สำ� นกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
บรรณาธิการกิจขั้นสุดทา้ ย สำ� นกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๑. นำยธญั ญำ เรอื งแกว้ ส�ำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๒. นำงสำวรัตนำ แสงบวั เผ่ือน รองผูอ้ �ำนวยกำรสำ� นกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
๓. นำงพรพรรณ โชติพฤกษวนั ผอู้ ำ� นวยกำรกลมุ่ พฒั นำและสง่ เสรมิ กำรนเิ ทศ
๔. นำงเสำวภำ ศกั ดำ ส�ำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
๕. นำงณัฐำ เพชรธนู ผอู้ ำ� นวยกำรกลมุ่ พฒั นำและสง่ เสรมิ กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้
๖. นำยประชำ อ่อนรักษำ สำ� นกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
ส�ำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ
สำ� นักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
ส�ำนักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ

96 คู‹มือบรหิ ารจัดการเวลาเรยี น ตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”Œู


Click to View FlipBook Version