The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thaninrat Kritchanthat Sirivisalsuwan, 2020-02-08 00:06:52

วารสารวิทยาจารย์ ปีที่ 118 ฉบับที่ 11 เดือนกันยายน 2562

7 วิทยาจารย์ กันยายน 2562

ข้นั ตอนท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิการตามแผน (DO) เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั การพฒั นา
คุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้านโดยเน้นผู้เรียนเป็นส�ำคัญของครูโรงเรียนนาน้อยโดยใช้ NANOI MODEL
ไปใชก้ บั บคุ ลากร นกั เรยี น คณะกรรมการสถานศกึ ษา เพอื่ ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายโดยใชก้ ระบวนการ P D C A
พบวา่ ในการดำ� เนนิ งานพฒั นาคณุ ภาพทสี่ อดคลอ้ งกบั รปู แบบการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นอยา่ งรอบดา้ น
โดยเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำ� คญั ของครโู รงเรยี นนานอ้ ยโดยใช้ NANOI MODELทพี่ ฒั นาไวผ้ า่ นกจิ กรรมยอ่ ย ไดแ้ ก่
1. ด้านความรู้ (Knowledge) ด�ำเนินการโดยกิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นรู้ของนกั เรียนและการพฒั นาผลการทดสอบ O-NET ในระดับ ม.3 และ ม.6
2. ดา้ นทักษะชวี ิต (Skills) ด�ำเนนิ การโดยการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวติ เปน็ กิจกรรมท่ีม่งุ เน้น
พัฒนาทักษะชวี ิตของนกั เรียนในด้าน ทกั ษะการตดั สินใจ ทักษะการแก้ปัญหา ทกั ษะการคิดสรา้ งสรรค์
3. ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (Affective) มี 9 กจิ กรรม ดงั น้ี
3.1 กจิ กรรมหน้าเสาธง
3.2 กิจกรรมเขา้ ค่ายคณุ ธรรมจริยธรรม
3.3 กิจกรรมนำ� วัดเข้าสโู่ รงเรยี น
3.4 กิจกรรมวันสำ� คญั ทางศาสนาและชุมนมุ รกั ษ์พระพทุ ธศาสนา
3.5 กิจกรรมการออมทรัพยก์ บั ธนาคารโรงเรียนดว้ ยหลักเศรษฐกิจพอเพียง
3.6 กจิ กรรมโครงงานคณุ ธรรม ละอ่อนนานอ้ ยฮกั โลก มจี ติ สาธารณะ
3.7 กจิ กรรมรณรงคต์ อ่ ตา้ นยาเสพตดิ
3.8 กจิ กรรม 5 ส และธนาคารขยะโรงเรยี น
3.9 กจิ กรรมวัฒนธรรมอำ� เภอนาน้อย
ข้ันตอนท่ี 4 ข้ันตรวจสอบ (Check) เป็นการประเมินผลในการจัดกิจกรรมท่ีส่งเสริมคุณภาพ
นกั เรียนอย่างรอบด้านโดยเนน้ ผู้เรยี นเป็นสำ� คญั ของครโู รงเรยี นนาน้อยโดยใช้ NANOI MODEL มีเคร่อื งมอื
ในการประเมนิ ในแต่ละดา้ นคือ
1. ด้านความรู้ (Knowledge) ใช้เครื่องมือ คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน และ
ผลการทดสอบ O-NET ของนกั เรยี น
2. ด้านทักษะชีวติ (Skills) ใชเ้ ครื่องมือ คอื แบบประเมินทกั ษะการตัดสินใจ แบบประเมนิ ทกั ษะ
การแก้ปัญหา และแบบประเมินทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์ โดยใช้เกณฑ์ประเมนิ คุณภาพ Rubric Score
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Affective) ใชเ้ ครอื่ งมอื ประเมนิ คณุ ภาพ แบบ Rubric Score
ประเมนิ โดยครู
ขนั้ ตอนที่ 5 ปรบั ปรงุ และแกไ้ ข (Act) เปน็ การสะทอ้ นผลการดำ� เนนิ งานตามสภาพจรงิ (Reflection)
เพื่อวิเคราะห์ว่ามีปัญหา อุปสรรคท่ีควรแก้ไขและพัฒนาหรือไม่ ถ้าหาก “ไม่ใช่” ก็จะน�ำปัญหาอุปสรรค
ท่พี บมาเป็นสิง่ ทจี่ ะตอ้ งแสวงหาแนวทางในการแกไ้ ขและพฒั นา เพ่อื นำ� ไปส่กู ารปฏบิ ัติ หาก “ใช่” แสดงว่า
บรรลตุ ามเปา้ หมายทกี่ ำ� หนดไว้

วิทยาจารย์ 99

แบบอย่างที่ภาคภูมิ
ผลการพฒั นา เปน็ ดงั นี้
1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) ได้ด�ำเนินการพฒั นานกั เรยี น ดังน้ี
1.1 ผลการเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น ปกี ารศกึ ษา 2557 - 2558
เพ่ิมข้นึ ทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ โดยภาพรวมเพ่มิ ข้นึ ร้อยละ 5.83 ซง่ึ สูงกว่าค่าเป้าหมายร้อยละ 3
1.2 ผลการเปรยี บเทยี บคะแนนทดสอบระดบั ชาติ ระดบั ม.3 ปกี ารศกึ ษา 2557 และ 2558
โดยเฉลีย่ รวม 5 วิชา เพิ่มข้ึนร้อยละ 26.71
1.3 ผลคะแนนทดสอบระดบั ชาติ ระดบั ม.6 ปกี ารศกึ ษา 2557 และ 2558 โดยเฉลยี่ รวม
5 วิชา เพ่ิมข้ึนร้อยละ 67.07
2. ผลการเปรียบเทียบด้านทักษะชีวิตของนักเรียน โรงเรียนนาน้อย จังหวัดน่าน
ปีการศกึ ษา 2557 และ 2558 พบวา่ มีคะแนนเฉล่ียเพิ่มข้นึ 16.93 คิดเปน็ รอ้ ยละ 22.57
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Affective) นกั เรยี นทร่ี ว่ มกจิ กรรมการพฒั นาคณุ ภาพ
ผู้เรียนอย่างรอบด้านโดยเน้นผู้เรียนเป็นส�ำคัญของครูโรงเรียนนาน้อยโดยใช้ NANOI MODEL
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ปกี ารศกึ ษา 2558 ไดค้ ะแนนเฉลย่ี 3.63 อยใู่ นระดบั ดเี ยย่ี ม ซงึ่ สงู กวา่
คา่ เปา้ หมายที่ก�ำหนดไวค้ ะแนนเฉล่ียไมต่ ำ่� กว่า 2.50
ผลการพัฒนานักเรยี นในดา้ นต่าง ๆ ไดร้ บั รางวัลดังนี้
1. นายพงศกร เสาร์เขียว นักเรียนทุนพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ
สยามมกุฎราชกมุ าร รนุ่ ที่ 4 ปกี ารศกึ ษา 2558
2. เด็กหญิงอรจิรา ใจฝั้น ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันร้องเพลงคุณธรรมจริยธรรม
ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ งานมหกรรมสง่ เสรมิ ศลี ธรรมและกจิ กรรมพฒั นา
ผู้เรยี นทางดา้ นพระพทุ ธศาสนา ปกี ารศึกษา 2558
3. นางสาวขวญั จริ า กองวนั ไดร้ บั รางวลั รองชนะเลศิ อนั ดบั 1 เหรยี ญเงนิ การแขง่ ขนั กฬี า
มวยสากลสมัครเล่น รุ่นพินเวท (45 กิโลกรัม) ในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 31 “จันทบูรเกมส์”
ประจ�ำปี 2558 ณ จังหวัดจนั ทบุรี
4. นางสาวอนญั ญา สุทธิ ไดร้ บั รางวลั เหรียญทองรองชนะเลศิ อันดบั ที่ 2 ระดบั ประเทศ
กจิ กรรมการประกวดวาดภาพจติ รกรรม ปี 2558 โครงการ Thailand GO GREEN 2558 ฉลาดกนิ
ฉลาดอยู่ ฉลาดใช้พลงั งานทดแทน แปลงขยะเปน็ ทอง

100 วิทยาจารย์

นานานา่ รู้

ณฐั มน ไทยประสทิ ธ์ิเจรญิ

ประเทศไทยร่วมเฉลมิ ฉลอง
วนั ที่ระลกึ สากลแห่งการร้หู นงั สือ ปี 2562
Theme “Literacy and Multilingualism”

การรู้หนังสือถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เปน็ กญุ แจสำ� คญั ทจี่ ะไขไปสกู่ ารเรยี นรจู้ ากองคค์ วามรใู้ นโลกกวา้ ง ทงั้ การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และการศกึ ษา
ตามอธั ยาศยั นำ� ไปสกู่ ารคน้ ควา้ ใฝห่ าความรจู้ ากทรพั ยากรการเรยี นรู้ และแหลง่ เรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย ตลอดจน
ความรู้เก่ียวกับการคิดค�ำนวณ ความเป็นเหตุเป็นผล กระบวนการแก้ปัญหา ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
สารสนเทศและ เทคโนโลยี การเงนิ สงั คม วฒั นธรรม และความตระหนกั ตอ่ ตนเองและสงั คมโลก หากยอ้ นไปในอดตี
ประชากรในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ยังมีความเหล่ือมล้�ำทางด้านสังคมและการศึกษาอยู่มาก
องคก์ ารการศึกษา วทิ ยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยเู นสโก (UNESCO) มองว่าการขจดั
ความไมร่ ู้ จะสามารถขจดั ความเหลอื่ มลำ้� ได้ ยเู นสโก จงึ ไดก้ ำ� หนดใหว้ นั ที่ 8 กนั ยายน ของทกุ ปี เปน็ วนั เฉลมิ ฉลอง
เนอ่ื งในโอกาส “วนั ทรี่ ะลกึ สากลแหง่ การรหู้ นงั สอื ” หรอื “National Literacy Day” เพอ่ื เชญิ ชวนใหป้ ระเทศสมาชกิ
ท่ัวโลกร่วมกันรณรงค์ให้ประชากรโลกเห็นความส�ำคัญของการรู้หนังสือ ซึ่งเป็นสะพานน�ำไปสู่การเรียนรู้
ท่ีจะแก้ปัญหาสังคมและลดความเหลอ่ื มล�ำ้ ใหไ้ ดใ้ นท่ีสุด ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิก ไดม้ ีการจัดกจิ กรรม
เพ่ือร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด โดยมีส�ำนักงาน กศน. ซ่ึงเป็นองค์กรส�ำคัญที่ท�ำงาน
ในด้านส่งเสริมการรู้หนังสือของประชาชนมาอย่างยาวนานภายใต้ร่มเงาของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในปีน้ี
สำ� นกั งาน กศน. ไดก้ ำ� หนดจดั งานวนั ทร่ี ะลกึ สากลแหง่ การรหู้ นงั สอื ประจำ� ปี 2562 ขนึ้ ณ หอ้ งแกรนด์ ไดมอนด์
อมิ แพค็ ฟอร่ัม เมอื งทองธานี จังหวัดนนทบุรี

วทิ ยาจารย์ 101

“ “

การรหู้ นงั สือ (Literacy)
เป็นความสามารถที่เข้าใจภาษา
ในระดบั ที่เหมาะกับการตดิ ต่อส่ือสาร
และโดยทวั่ ไปการรู้หนงั สอื ทำ� ให้ทำ� งาน
ไดส้ มบรู ณ์ตามระดบั สังคมต่าง ๆ
การรู้หนังสือเปน็ ทักษะพน้ื ฐาน
ที่ประชาคมโลกให้ความส�ำคัญ

ดร.ศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน. ในเรื่องของการรู้หนังสือของประชากร และได้ก�ำหนดให้วันท่ี
กลา่ ววา่ การรู้หนังสอื (Literacy) เปน็ ความสามารถ 8กนั ยายนของทกุ ปีเปน็ วนั ทรี่ ะลกึ สากลแหง่ การรหู้ นงั สอื ซง่ึ ในปี2562
ท่ีเข้าใจภาษา ในระดับท่ีเหมาะกับการติดต่อสื่อสาร น้ีจะเน้นไปที่เร่ือง "การรู้หนังสือกับความหลากหลายทางภาษา”
และโดยทั่วไปการรู้หนังสือท�ำให้ท�ำงานได้สมบูรณ์ (Literacy and Multilingualism) ส�ำนักงาน กศน. ในฐานะ
ตามระดบั สงั คมตา่ ง ๆ การรหู้ นงั สอื เปน็ ทกั ษะพนื้ ฐาน ทมี่ บี ทบาทหนา้ ทส่ี ำ� คญั ในการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหป้ ระชาชนคนไทย
ท่ีประชาคมโลกให้ความส�ำคัญ องค์การยูเนสโก ได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ได้ก�ำหนดแนวคิดหลัก
(UNESCO) ได้ก�ำหนดให้วันท่ี 8 กันยายนของทุกปี ในการรว่ มเฉลิมฉลองในประเทศไทย คือ "กศน. กับการส่งเสริม
เปน็ วนั ทร่ี ะลกึ สากลแหง่ การรหู้ นงั สอื เพอ่ื เปน็ การยำ้� เตอื น การเรยี นรหู้ นงั สอื ของชมุ ชนและสงั คมไทย"
ให้สังคมมองเห็นความส�ำคัญของการรู้หนังสือ ดา้ น ดร.วเิ ลขา ลสี วุ รรณ รองเลขาธกิ าร กศน. กลา่ ววา่
อกี ทง้ั การรหู้ นงั สอื จำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ ตอ่ การเขา้ ถงึ เปา้ หมาย ภาษาเปน็ สง่ิ ประดษิ ฐท์ ส่ี วยงามของมนษุ ย ์ ถอื เปน็ วฒั นธรรมอยา่ งหนงึ่
ของการพัฒนาประชาชนท่ีย่ังยืน เป็นการส่งเสริม ที่มนุษย์สร้างสรรค์ข้ึน เพ่ือจรรโลงสังคมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพ่ือให้ปวงชน และก้าวสู่อนาคต ทั่วโลกมีภาษาแตกต่างกันถึง 5,000 ภาษา
มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ภาษาทใี่ ชก้ นั มากทส่ี ดุ คอื ภาษาจนี ซงึ่ มคี นพดู อยถู่ งึ หนงึ่ พนั ลา้ นคนเศษ
การรหู้ นงั สอื จงึ เปน็ การพฒั นาคนอยา่ งยงั่ ยนื ชว่ ยให้ รองลงมา คอื ภาษาองั กฤษ และภาษาฮนิ ดี ภาษาทใ่ี ชก้ นั แตกตา่ ง
เข้าถึงองค์ความรู้ และน�ำไปสู่กระบวนการสร้าง หลากหลายท่ีว่าน้ี เป็นภาษาท่ีใช้ค�ำพูดโดยมีเสียงเป็นถ้อยค�ำ
ความเข้มแข็ง และความเช่ือม่ันในตนเองอันส่งผลดี และมตี วั หนงั สอื ทใี่ ชแ้ ทนคำ� พดู จนรวบรวมมาเปน็ หลกั ภาษา และ
ตอ่ ทกุ คนอกี ทง้ั ยงั เปน็ ชอ่ งทางในการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ขา่ วสาร การใชภ้ าษาของภาษานน้ั ๆนอกจากน้ียงั มภี าษาทใ่ี ชส้ งิ่ อน่ื นอกเหนอื
การเปดิ โลกทศั นพ์ ฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และการประกอบอาชพี จากค�ำพูดและตัวหนังสือในการส่ือสาร ซ่ึงอาจเรียกเป็น
อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในโลกของการเปล่ียนแปลง "ภาษากาย" เชน่ การพยกั หนา้ การสบตา การแสดงออกทางใบหนา้
อยา่ งรวดเรว็ องคก์ ารยเู นสโก (UNESCO) ไดม้ องเหน็ ท่ีแสดงออกถึงความพอใจ หรือไม่พอใจ การโค้งค�ำนับ การไหว้
ความสำ� คญั แหง่ การรหู้ นงั สอื จงึ มกี ารรณรงคใ์ หท้ กุ ๆ เป็นต้น โดยท่ีภาษากายนี้ เป็นการส่ือสารท่ีมีส่วนเน้นภาษาพูด
ประเทศ และทุก ๆ คนในสังคมโลก ให้ความสำ� คัญ ท่ชี ัดเจนรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมภี าษาสัญลกั ษณต์ า่ ง ๆ ทม่ี นษุ ย์

102 วทิ ยาจารย์

สรา้ งขน้ึ มา เพอื่ ใชใ้ นการสอื่ สารสรา้ งความขา้ ใจ เชน่ ภาษามอื ปจั จบุ นั วทิ ยาการและเทคโนโลยที ร่ี ดุ หนา้ และรวดเรว็ ทำ� ให้
ประกอบร่างกาย และริมฝีปาก ใช้ในกลุ่มผู้พิการทางหู มนุษย์ในทุกสังคม จ�ำเป็นต้องปรับตัวให้รู้เท่าทัน สามารถ
การใชอ้ ักษรเบรลล์ ส�ำหรบั คนตาบอด เป็นต้น มนุษยต์ ้งั แต่ รบั มอื ไดใ้ นหลายมติ ิ ความสมั พนั ธข์ องคนทอ่ี ยคู่ นละซกี โลก
โบราณทปี่ รากฏเปน็ สงั คม สรา้ งสญั ลกั ษณท์ างเสยี งเรยี กชอ่ื มีความเชื่อมโยงเสมือนอยู่ใกล้ชิดกัน ความรู้ในวิทยาการ
สง่ิ รอบขา้ ง ทงั้ ตวั มนษุ ยเ์ อง เผา่ พนั ธ์ุ สง่ิ มชี วี ติ อนื่ อากปั กริ ยิ า เทคโนโลยี นวตั กรรมทง้ั หลาย สามารถเชอ่ื มตอ่ แลกเปลย่ี นกนั ได้
ฯลฯ จวบจนหลายรอ้ ยหลายพนั ภาษาเสียง มาสู่สัญลกั ษณ์ ในเวลารวดเร็ว นอกจากน้ี เรายังสามารถเรยี นรู้วฒั นธรรม
ภาษาเขียนที่แตกต่างหลากหลาย นับว่ามนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ สงั คมทแ่ี ตกตา่ งหลากหลาย จากชอ่ งทางมากมาย ในสงั คม
ในซีกโลกใดของโลก สร้างสรรค์ - สรรค์สร้าง - จรรโลง - เทคโนโลยีดิจทิ ลั นอกจากการเรียนรู้ สมั พันธเ์ ชอื่ มโยงของ
พัฒนาภาษา ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ภาษา จึงเป็นศิลปะ คนในโลก โดยชอ่ งทางสอื่ ดจิ ทิ ลั แลว้ การเลอื่ นไหลไปมาหาสู่
ความสวยงามทมี่ นษุ ยป์ ระดษิ ฐข์ นึ้ มาทงั้ ภาษาพดู และภาษาเขยี น การอพยพข้ามพรมแดนระหว่างกลุ่มคนที่มีสังคมและ
มีความพลวัตร เปลี่ยนแปลง พัฒนา บัญญัติค�ำใหม่ ๆ วฒั นธรรมทแ่ี ตกตา่ ง มคี วามสะดวก เปดิ กวา้ ง และเปน็ ไปได้
วลใี หม่ ๆ ทงั้ จากผคู้ นในสงั คมหนงึ่ ๆ รวมถึงการหลอมรวม ในหลายสังคม โดยเฉพาะประเทศเพ่ือนบ้าน รอยต่อ
ภาษาอน่ื ๆเขา้ มาใชก้ ฎเกณฑย์ ดื หยนุ่ ปรบั เปลยี่ นตามยคุ สมยั ชายแดน กลมุ่ ประเทศรวมตวั ตา่ ง ๆ เหลา่ นี้ ทำ� ใหค้ นในสงั คม
ภาษาท�ำหน้าที่แสดงความคิดอ่านของบุคคล สะท้อน หนงึ่ ๆ จ�ำเปน็ ตอ้ งปรับตวั เรียนรู้ เลือ่ นไหลทางภาษาของ
ความเขา้ ใจ อปุ นสิ ยั อารมณ์ รสนยิ ม ตลอดจนพฤตกิ รรมทม่ี ี ตนเอง เพ่ือติดต่อ สร้างความข้าใจ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี
ตอ่ คนรอบขา้ ง ชมุ ชน และสงั คม นอกจากนี้ ภาษายังเป็น ระหว่างปัจเจกบุคคล ระหว่างชุมชนหรือแม้ระหว่างสังคม
สอื่ จรรโลงใจในรปู แบบขอ้ เขยี นบทความนทิ านนยิ ายรอ้ ยแกว้ โดยรวม ดงั กลา่ วถงึ ความสำ� คญั ของภาษาขา้ งตน้ วา่ ภาษา
รอ้ ยกรอง ตลอดจนบทเพลง สรรคส์ รา้ งความสวยงาม สนุ ทรยี ์ เปน็ สอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจสรา้ งความผกู พนั ระหวา่ งคนในชมุ ชน
สจู่ ติ ใจมนษุ ย์ รวมถงึ ยดึ โยงใหม้ นษุ ยม์ คี วามผกู พนั กนั ตงั้ แต่ ในสังคมเล็ก ๆ จนถึงระดับสังคมโลก การเรียนรู้ภาษาแม่
ระดบั ครอบครวั ชมุ ชน ไปจนถงึ สงั คมโดยรวม แสดงพฒั นาการ ของเราจงึ นา่ จะไมเ่ พยี งพอทจี่ ะทำ� ความเขา้ ใจทำ� ความสมั พนั ธ์
ประวตั ศิ าสตรข์ องมนษุ ยแ์ ละของโลกในรปู แบบของการจารกึ กบั กลมุ่ คนสงั คมอน่ื ดังน้ัน หน่วยงานการศกึ ษาในปัจจบุ นั
รวมท้งั การจารึกในวัตถุต่าง ๆ นอกจากสง่ เสรมิ การรหู้ นงั สอื เพอ่ื ใหผ้ คู้ นไดม้ ที กั ษะพนื้ ฐาน
ทจี่ ำ� เปน็ ในการเรยี นรสู้ ง่ิ อน่ื ใด วทิ ยาการใหมแ่ ลว้ การสง่ เสรมิ
ให้ประชาชนได้เรียนรู้ภาษาอ่ืน ที่มีความเกี่ยวข้องกับ
ชีวิตประจ�ำวันของเรา ไม่ว่าเราจะอยู่ในพื้นท่ีชายแดน
เขตรอยตอ่ ประเทศเพอ่ื นบา้ นตดิ ตอ่ คา้ ขายอยรู่ ว่ มพนื้ ทเ่ี ดยี วกนั
กบั ชนตา่ งวฒั นธรรม พน้ื ทท่ี เี่ ปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว ความรจู้ าก
ส่ือดิจิทัล ช่องทางอินเทอร์เน็ต รวมท้ังส่ือสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ
จงึ จำ� เปน็ ทที่ กุ คนตอ้ งเรยี นรภู้ าษาอนื่ ๆนอกเหนอื จากภาษาแม่
เพอ่ื การแลกเปลยี่ นเรียนรู้ สงิ่ ใหม่ ๆ วทิ ยาการใหมต่ ่อยอด
นวตั กรรมเพอ่ื สรา้ งสรรคค์ วามกา้ วหนา้ พฒั นาสำ� หรบั อนาคต
ของโลกแลว้ ส่ิงสำ� คัญที่สุดในสังคมมนษุ ย์คือ การสง่ เสรมิ
สรา้ งสรรคค์ วามสมั พนั ธแ์ ละความเขา้ ใจอนั ดรี ะหวา่ งกลมุ่ คน
ที่แม้จะแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมแต่เราสามารถ
อยู่ร่วมกันไดใ้ นสังคมท่ีมีภราดรภาพ ความเสมอภาค และ
สนั ตภิ าพ

วทิ ยาจารย์ 103

ทศั น์ศกึ ษา

ธนนิ ท์รฐั กฤษฎ์ิฉันทัชท์ ศิริวศิ าลสวุ รรณ

สอนภาษาไทยอย่างไร
ใหส้ นกุ สนานพร้อมพฒั นาทักษะการคดิ วิเคราะห์ :

เทคนิค 5T Model บรู ณาการกจิ กรรม
ร้อง เล่น เต้น เรียน

ตอนที่ 2

(อ่านตอ่ จากฉบับทีแ่ ลว้ )
กิจกรรมท่ี 1 “ปริศนาภาษากาย”
1. ครูสุ่มนักเรียนโดยการจับสลากออกมาหน้าชั้นเรียน จ�ำนวน 10 คน จากน้ันให้นักเรียน
แตล่ ะคนเลอื กหนงั สอื ทดี่ า้ นหลงั ตดิ บตั รคำ� ทคี่ รเู ตรยี มไว้ คนละ 1 เลม่ (กระตา่ ย ตะโกน ระฆงั กระจก
พระอาทิตย์ ขนม สนุก ทหาร จมูก ขยัน) โดยครูให้นักเรียนแต่ละคนแสดงท่าทางประกอบค�ำ
โดยมกี ติกา ดังนี้
กติกา คือ ห้ามนักเรียนพูดหรือส่งเสียงในการแสดงท่าทางประกอบโดยเด็ดขาด จากน้ัน
ให้นักเรียนในห้องเรียนทายว่าท่าทางนั้นตรงกับค�ำว่าอะไร ครูติดบัตรค�ำท้ังหมดบนกระดาน
(Think, Talk)
2. ใหน้ ักเรยี นอ่านคำ� บนกระดานและสังเกตคำ� โดยครใู ชค้ ำ� ถาม ดังนี้ (Turn)
• คำ� เหลา่ นมี้ ีสิง่ ท่เี หมือนกนั คอื อะไร
(อา่ นออกเสียง อะ)
• คำ� ท่ีมรี ูป - ะ ประสมอยู่ มีคำ� อะไรบา้ ง
(กระต่าย ตะโกน ระฆัง กระจก พระอาทิตย)์
• คำ� ท่อี อกเสียง อะ แตไ่ มม่ ี รปู - ะ ประสมอยู่ มคี �ำอะไรบา้ ง
(ขนม สนกุ ทหาร จมกู ขยัน)
• ค�ำที่ม ี - ะ เรยี กวา่ อะไร
(ค�ำทป่ี ระวิสรรชนีย)์
• ค�ำทีไ่ ม่มี - ะ เรียกว่าอะไร
(ค�ำที่ไมป่ ระวิสรรชนยี )์
3. ครูให้ความรู้กับนักเรียนว่า ค�ำที่มีรูป - ะ ประสมอยู่ เราเรียกว่า “ค�ำท่ีประวิสรรชนีย์”
สว่ นคำ� ทไ่ี มม่ รี ปู - ะ แตอ่ า่ นออกเสยี ง อะ กง่ึ เสยี ง เรยี กวา่ “คำ� ทไี่ มป่ ระวสิ รรชนยี ”์ (Teach, Thai Skills)

104 วทิ ยาจารย์

กจิ กรรมเพลง “ร้องเพลงประ - ไม่ประจ�ำงา่ ยข้ึนใจ”
กตกิ า ครูให้นักเรียนร้องเพลงพร้อมแสดงท่าทางประกอบเพลงตามครู ดงั น้ี
(Think Talk Turn Teach Thai Skills)
ประ คือ อะ ประวิสรรชนยี ์ (ซำ้� ) // ดู ดู ดู (ซ้ำ� )
มองไปเจอ สระอะ (ซำ้� ) // อา่ น ออก อะ เต็มเสียง
ไมป่ ระ คอื ไมอ่ ะ ไม่ประวิสรรชนยี ์ (ซ�ำ้ ) // ดู ดู ดู (ซำ้� )
มองไปไมเ่ จอ สระอะ (ซ�ำ้ ) // อ่าน ออก อะ ก่งึ เสียง
กิจกรรมที่ 2 “ประ - ไม่ประ อพยพข้นึ เรือ”
โดยครสู มมติสถานการณน์ �้ำท่วมใหน้ กั เรยี นอพยพตนเองข้นึ เรอื ของครูให้ได้ทงั้ หมด กตกิ า ดงั น้ี
• ครูแจกบตั รค�ำใหน้ ักเรียนทกุ คน โดยบตั รคำ� ที่ครแู จกนัน้ จะเปน็ บัตรคำ� ในหมวดต่าง ๆ (Think)
(ช่ือจังหวดั ชือ่ ประเทศ ช่อื ผลไม้ ชื่อกฬี า ช่ือขนม ชอ่ื สัตว์ ชื่อดอกไม้ ช่อื ผัก)
• ครอู ยู่คนละฝ่งั กบั นักเรยี น ตัวอย่างเช่น ถา้ ครูส่ังใหช้ ือ่ จงั หวดั อพยพขนึ้ เรือ นกั เรยี นท่ไี ด้บตั รค�ำช่ือจังหวัด
ตอ้ งอพยพมาอยู่ฝั่งเดยี วกับครูจนครบทกุ คน และทุกหมวดตอ่ ไป (Talk Turn Teach Thai Skills)

บัตรคำ� กจิ กรรมท่ี 2 “อพยพขึ้นเรือ”

หมวดชือ่ จงั หวัด - จนั ทบุร ี กระบ ี่ สมทุ รปราการ ระนอง พะเยา นนทบุรี
หมวดชือ่ ประเทศ - ซาอดุ ีอาระเบยี ตุรก ี สเปน สงิ คโปร์ สหรฐั อเมรกิ า อิสราเอล
หมวดชอื่ ผลไม ้ - มะม่วง ระกำ� องุ่น ขนนุ มะละกอ ฝรั่ง
หมวดชอ่ื กีฬา - สนุกเกอร ์ ยงิ ธนู ปน่ั จกั รยาน กระโดดไกล ตะกรอ้ กระบ่ีกระบอง
หมวดชือ่ ขนม - กะละแม ตะโก ้ กระยาสารท เสน่ห์จันทร์ ไอศกรีม
หมวดช่ือสัตว์ - ตั๊กแตน จามร ี จกั๊ จั่น ชะนี กระรอก
หมวดชือ่ ดอกไม้ - มะล ิ กระดงั งา มหาหงษ์ พู่ระหง ลดาวัลย์
หมวดช่อื ผัก - กระเฉด คะน้า ชะอม กะหล�ำ่ ปล ี โหระพา

กิจกรรมที่ 3 “ประ - ไม่ประ งานนร้ี ู้แน่”
ครแู บง่ กลมุ่ นกั เรยี นออกเปน็ 4 กลมุ่ กลมุ่ ละ ประมาณ 11 คน ครแู จกชดุ บตั ร กจิ กรรมท่ี 2 “อพยพขน้ึ เรอื ” ใหน้ กั เรยี น
แต่ละกล่มุ กลมุ่ ละประมาณ 11 บตั รค�ำ โดยบัตรค�ำแต่ละกลุ่มจะมสี ที ่แี ตกต่างกนั คือ สีชมพู สฟี า้ สเี ขียว สดี �ำ
กตกิ า คอื ใหน้ กั เรยี นในแตล่ ะกลมุ่ ตอ่ แถวเปน็ 4 แถว โดยฟงั เสยี งสญั ญาณการเปา่ นกหวดี ของครู ถา้ ครเู ปา่ นกหวดี
ให้นักเรียนที่อยู่หน้าแถว คนที่ 1 น�ำบัตรค�ำท่ีตนเองได้น�ำไปติดบนกระดาน โดยกระดานจะแยกเป็น 2 ฝั่ง (ฝั่งซ้ายและ
ฝง่ั ขวา) คอื ฝง่ั ทมี่ หี วั ขอ้ ปา้ ยคำ� ทป่ี ระวสิ รรชนยี แ์ ละคำ� ทไ่ี มป่ ระวสิ รรชนยี ์ นกั เรยี นจะตอ้ งแยกแยะใหไ้ ดว้ า่ บตั รคำ� ทตี่ นเองไดน้ นั้
เป็นคำ� ที่ประวสิ รรชนีย์หรอื คำ� ที่ไม่ประวสิ รรชนยี ์ โดยถา้ นักเรียนคนที่ 1 ติดบัตรคำ� เสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ให้นกั เรียนมาปรบมอื
กับนักเรียนที่อยู่หัวแถวในล�ำดับต่อไป จากนั้นฟังเสียงครูเป่านกหวีดในล�ำดับต่อไป ท�ำแบบน้ีจนกว่าบัตรค�ำจะหมด
โดยมรี ูปผังการดำ� เนินกจิ กรรมในขั้นตอนนี้ ดงั น้ี (Think Talk Turn Teach Thai Skills)

วิทยาจารย์ 105

กระดาน คำทไ่ี ม่ประวสิ รรชนยี ์

คำที่ประวิสรรชนีย์

คนท่ี 1 คนท่ี 1 คนที่ 1 คนท่ี 1
ปรบมือ

ตอ่ แถวหลังสุด

กิจกรรมท่ี 4 “นิทานคณุ ธรรม ตาดู หฟู ัง มือจด”
กจิ กรรมที่ 4 ค“รนูใหทิ น้ ากั เนรียคนรุณวมธกลรมุ่ ร(กมล่มุ ตเดามิ ด4ู กหลฟูุม่ ) ังจากมนอื น้ั คจรดแู จ”กกระดาษใหน้ ักเรียนกลมุ่ ละ 1 แผ่น
ครูใหน้ ักเรยี นรวมกลมุ่ (กลมุ่ เดมิ 4 กลุม่ ) จากนั้นครแู จกกระดาษใหน้ กั เรียนกลมุ่ ละ 1 แผ่น
กติกา คือ ให้นักเรียนฟังเพื่อสังเกตค�ำที่ประวิสรรชนีย์และค�ำท่ีไม่ประวิสรรชนีย์ จากนิทานคุณธรรมที่ครูเล่าเรื่อง
“กระบองเพชรไร้หนาม” เม่ือครูเล่านิทานจบให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเขียนคำ� ท่ีประวิสรรชนีย์และคำ� ท่ีไม่ประวิสรรชนีย์
ลงในกระดาษใหเ้ รียบรอ้ ยและแต่ละกลุ่มสลบั กนั ตรวจผลงานของตนเอง (Think Talk Turn Teach Thai Skills)

คำ�ท่ีประวิสรรชนยี ท์ ่ีพบในนิทานคุณธรรมเร่อื ง “กระบองเพชรไร้หนาม”

- ทะเลทราย ระอุ กระบองเพชร ตะวนั กระหาย จะ นะ ซะ อะไร

คำ�ท่ไี ม่ประวิสรรชนีย์ที่พบในนทิ านคุณธรรมเรอ่ื ง “กระบองเพชรไรห้ นาม”

- สวัสดี อันตราย ธรรมชาติ ตลอด

106 วทิ ยาจารย์

กจิ กรรมท่ี 5 “ตามล่าหาความจรงิ ”
ครใู หน้ ักเรียนรวมกลมุ่ (กล่มุ เดมิ 4 กลมุ่ ) โดยมี กตกิ า ดงั นี้ (Think Talk Turn Teach Thai Skills)
• เรม่ิ กจิ กรรมตง้ั แต่กลุม่ ท่ี 1 ถึง กลุ่มท่ี 4 เรยี งตามล�ำดบั แบบวนไปเรอ่ื ย ๆ
• ครถู ามคำ� ถามนักเรยี นในแต่ละกลุม่ ดงั น้ี

คำ� ถามที่ 1 : การรอ้ งไหร้ �่ำไรมีเสยี งชะงักเปน็ ห้วง ๆ เรียกว่าอะไร (สะอึกสะอ้ืน)
คำ� ถามที่ 2 : การดแู ลให้ปลอดภัย ดแู ลอยา่ งรอบคอบไม่ใหพ้ ล้งั พลาด เรียกว่าอะไร (ระมดั ระวงั )
คำ� ถามท่ี 3 : การผ่อนหนกั ผ่อนเบาใหแ้ ก่กัน ปรองดองกนั เรียกว่าอะไร (ประนปี ระนอม)
คำ� ถามท่ี 4 : งา่ ย ไม่ลำ� บาก เรยี กวา่ อะไร (สะดวกสบาย)
ค�ำถามที่ 5 : หมดจด ผอ่ งใส ไม่สกปรก เรียกวา่ อะไร (สะอาดสะอ้าน)
ค�ำถามที่ 6 : ถถี่ ้วน รอบคอบ เรยี กว่าอะไร (ละเอยี ดลออ)
ค�ำถามที่ 7 : แสงกระพรบิ ดงู ดงาม เรียกว่าอะไร (ระยบิ ระยับ)
ค�ำถามท่ี 8 : คอยระมัดระวังพยงุ ไว้ คอยบํารงุ รกั ษา ทะนุถนอมอยา่ งดี เรยี กวา่ อะไร (ประคบั ประคอง)
ค�ำถามท่ี 9 : คลอ่ งแคลว่ แขง็ ขัน กระปรกี้ ระเปรา่ วอ่ งไว  เรยี กวา่ อะไร (กระฉับกระเฉง)
คำ� ถามท่ี 10 : พูดหรือทำ� อะไรใหเ้ ขารักและสนทิ ชิดชอบ เรยี กวา่ อะไร (ประจบประแจง)
ค�ำถามที่ 11 : มักกิน กินไม่เลือก เหน็ แกก่ นิ เรียกวา่ อะไร (ตะกละตะกลาม)
คำ� ถามท่ี 12 : ปะปนกันมากมายเต็มไปหมด เรยี กว่าอะไร (พะรงุ พะรัง)

• กลุ่มของนักเรียนท่ีถูกถามจะต้องช่วยกันหาค�ำตอบ โดยการน�ำค�ำตอบมารวมกัน
ให้ได้ความหมายท่ีสมบรู ณ์ เชน่ คำ� ถาม วัดพระแก้วอยู่ในจงั หวดั อะไร คำ� ตอบ กรุงเทพ + มหานคร เป็นต้น
• นกั เรยี นและครชู ว่ ยกนั สรปุ วา่ คำ� ทป่ี ระวสิ รรชนยี อ์ อกเสยี งอะ เตม็ เสยี ง สว่ นคำ� ทไี่ มป่ ระวสิ รรชนยี ์
ออกเสยี งอะกึง่ เสียง

สนทนาดว้ ยเทคนคิ คำ�ถาม R – C – A เพอ่ื พฒั นาทกั ษะชวี ติ
ในการสงั เกต และมแี นวทางหาคำ�ตอบ

คำ� ถามถามเพื่อสะทอ้ น (R)
- นกั เรยี นใชว้ ธิ กี ารใดหรอื ทกั ษะใดทที่ ำ� ใหร้ วู้ า่ คำ� ใดคอื คำ� ทป่ี ระวสิ รรชนยี แ์ ละคำ� ใดคอื
ค�ำทไี่ มป่ ระวิสรรชนยี ์
- ตอนท่ีครูอ่านนิทานให้นักเรียนฟัง นักเรียนรู้ได้อย่างไรว่าค�ำใดประวิสรรชนีย์หรือ
ไม่ประวสิ รรชนยี ์
ค�ำถามเพื่อการเชือ่ มโยง (C)
- นกั เรยี นใชท้ กั ษะการสังเกตในชีวติ ประจ�ำวนั อย่างไรบ้าง (แลกเปลี่ยน)
- ทผี่ ่านมานักเรยี นเคยสังเกตส่งิ ต่าง ๆ เพอื่ หาค�ำตอบหรอื ไม่ อย่างไร
ค�ำถามเพื่อการปรับใช้ (A)
- ในระหวา่ งเดนิ ทางจากบา้ นมาโรงเรยี นนกั เรยี นใชท้ กั ษะการสงั เกตกบั สง่ิ รอบขา้ งอยา่ งไร

วทิ ยาจารย์ 107

- ที่ผ่านมานักเรยี นเคยสังเกตสง่ิ ต่าง ๆ เพื่อหาคำตอบหรอื ไม่ อย่างไร
คำถามเพื่อการปรบั ใช้ (A)

- ในระหว่างเดินทางจากบ้านมาโรงเรยี นนักเรยี นใช้ทักษะการสังเกตกบั สิ่งรอบข้างอย่างไร



5ผ สTอลนMเสพodื่อำ�eพเ1lร ัฒ. ใจ็เนผ5เนผรTเลายีกยชนMสาแทกงิรำoพกัาเเdสรปรษรeส1ร่ห็จlะอ.รมิ เัวนชเชใผสขะเนีวยิงพรจ้อติกแปา้่ือหาพกัแงพรรนรทหฒัะเษห่สังกจั่งนรัวสศษกัาิขใ์มือนษอ้ตสะทเหรชว์ใักรก้านนษรวี่ืองังรติะกทงาสษชัแกาอื รีว“ทษรเหิตกรจจะี่งื่อ่แ2รชัดศงหะัด1ีวก่งต“บิตศแิจกกวแวตรกลรหวนะจิร่รงะรบกษศรรกวสษาตมทนวทรพรก่ีกรจี่2าฐ2ารรัด1รษ1.รจ”กมทเแดัรหิจี่ลกกีย2กนะิจ1นกรงัา”สรรรสพรรหู้มอืฐมนกเ.ทกรังาากัสรรยี ษือเเรทระนียียักชนษนรรวี วู้ะรติู้ ิชชู้วาีวริชภหิตาาสัภษรคหาาไัสรษทศูคยารตไูรศวทะตรดยวรับรษปรรทษะระี่ดท2ถี่ับม12ศป1กึกรกาษะาราถรจโจดมดั ัดยศกกใชึกาา้รรษเรายีโดนยกใาชร้

2. Oเแดnข็กe่งชขBันาeยO2lอtn.ินOeเดทnB็กัชeeชlาRtกยOoาองanินรdeทัมRSัชยop์กaไaาdดrงt้รรSaััมบpIยaโnลr์ ttไea่รดrา้รInnงับatวโetลัลiro่รnnาแaงatลวiloะัลYnเoaแหluลรYะtียhoเญหuณรtทีhยอสญณงาทธสอ“ารางรธะ“ณาดรรับระณัฐดนรปับัฐาปนรนะราาะชนชชาาาาชชชตนานิ”ตจจิ”ใีนนี นในกกาารรเขเข้า้ารร่ว่วมมการ
การแขง่ ขนั

108 วทิ ยาจารย์

3. เดก็ หญิงปยิ ธิดา มีมา ไดร้ บั โล่รางวัล “ระดับประเทศ” ในการประกวดคำ� ขวัญ หวั ข้อ “คนไทยรกั ชาติ
รักและนิยมความเปน็ ไทย” เนอื่ งในวนั ภาษาไทยแหง่ ชาติ ณ กรมส่งเสริมวฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม
4. เด็กชายนครินทร์ ฮวดสุวรรณ์ และเด็กหญิงสุจิตตรา กาด�ำ ได้รับโล่รางวัล “ระดับประเทศ”
ในการประกวดเลา่ นิทานในโครงการ “นทิ านสขี าวกับเรื่องราวแห่งความดงี าม” ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั

เอกสารอา้ งอิง
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาต,ิ สำ� นักงาน. (2545). พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542
และที่แก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับที2่ ) พ.ศ 2545. กรงุ เทพฯ: พริกหวานกราฟฟิก.
วิทยท์ ชิ ัย พวงค�ำ. (2551). การพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตขุ องความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ของนกั เรยี น
มัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยา
การศกึ ษา คณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
สคุ นธ์ สินธพานนท์ และคณะ. (2555). พฒั นาทักษะการคดิ ...ตามแนวปฏิรูปการศกึ ษา. พมิ พ์คร้งั ท่ี 1.
กรงุ เทพฯ: หา้ งหุน้ สว่ นจ�ำกดั 9119 เทคนคิ พร้ินติง้ .
ไพฑูรย์ สนิ ลารตั น.์ (255๗). ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ตอ้ งก้าวใหพ้ น้ กับดกั ของตะวนั ตก. พมิ พ์ครง้ั ที่ 1.
กรุงเทพฯ: วทิ ยาลัยครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธุรกิจบณั ฑติ ย์.
พิมพนั ธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดสี ุข. (255๗). การจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21. พิมพ์ครัง้ ที่ 1.
กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
ธนินทร์ ฐั กฤษฎิ์ฉันทชั ท์ ศริ วิ ศิ าลสุวรรณ. (2559). “การจดั กจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยใช้นวตั กรรม
THINK TALK TURN PLUS TEACH FOR THAI LANGUAGE: 5T MODELโดยบูรณาการ กิจกรรมร้องเล่นเต้นเรียน
เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และเจตคติต่อวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับประถมศึกษา.” การประชุมทางวิชาการ
ของครุ สุ ภา ประจำ� ปี 2559. สำ� นักงานเลขาธกิ ารคุรสุ ภา.

วิทยาจารย์ 109

แวดวงการศกึ ษา

กองบรรณาธกิ าร

ครุ ุสภาปรับรูปแบบการออกหนังสอื อนญุ าตใหบ้ คุ คลประกอบวชิ าชพี
ทางการศึกษาโดยไม่มใี บอนุญาตประกอบวชิ าชีพผ่านระบบ
KSP SCHOOL ต้งั แตว่ นั ที่ 1 สงิ หาคม 2562 เป็นตน้ ไป

ส�ำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้พัฒนารูปแบบการออกหนังสืออนุญาตให้บุคคล
ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์
ผา่ นระบบ “KSP School” ต้ังแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นตน้ ไป เพ่อื ให้สอดคล้องกบั นโยบาย
ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยสถานศึกษาที่ยื่นค�ำขอสามารถด�ำเนินการทุกข้ันตอนผ่านระบบ
“KSP School” ตงั้ แตก่ ารยนื่ คำ� ขอ การตรวจสอบสถานะคำ� ขอ รวมทงั้ สามารถพมิ พห์ นงั สอื อนญุ าต
ให้บุคคล ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ด้วยตนเอง
โดยไม่ต้องรอการจดั พิมพ์และจดั สง่ จากครุ สุ ภา
ทงั้ น้ีหนงั สอื อนญุ าตใหบ้ คุ คลประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษาโดยไมม่ ใี บอนญุ าตประกอบวชิ าชพี
จะปรบั รปู แบบจากเดมิ ทมี่ กี ารตดิ รปู ถา่ ยของผไู้ ดร้ บั อนญุ าต เปน็ แบบไมต่ ดิ รปู ถา่ ย เพอื่ ใหส้ ามารถ
พมิ พใ์ บอนญุ าตไดด้ ว้ ยตนเองจากเครอื่ งคอมพวิ เตอรส์ ว่ นบคุ คล ทง้ั นจี้ ะชว่ ยอำ� นวยความสะดวก
และสามารถลดระยะเวลาในการออกหนังสืออนุญาตดังกล่าว ให้มีความรวดเร็วมากย่ิงขึ้น
โดยระยะเวลาดำ� เนนิ การ คอื ภายใน 15 วนั ทำ� การ ซง่ึ สะดวกรวดเรว็ กวา่ การยน่ื เอกสารทางไปรษณยี ์
และทางเคาน์เตอรบ์ ริการ
สถานศึกษาทีม่ คี วามประสงค์จะสมคั รใช้ระบบ KSP School เพ่ือขอหนังสืออนุญาต ฯ
สามารถสมคั รไดท้ ี่ https://school.ksp.or.th โดยศกึ ษาวธิ กี ารสมคั รสมาชกิ และการเขา้ ใชง้ านระบบ
จากเว็บไซต์ของคุรุสภา www.ksp.or.th เมนู “บริการประชาชน” หรือสอบถามรายละเอียด
เพิม่ เติมไดท้ ี่ 02 304 9899 กด 2

110 วทิ ยาจารย์

วทิ ยาจารย์ 111

112 วทิ ยาจารย์




Click to View FlipBook Version