3.เศรษฐกจิ และกำรค้ำของประเทศจนี
3.1 สกลุ เงนิ ตรำ
สกุล เงินเรียกวา่ “เหรินหมินป้ี ” (人民币)โดยมีหน่วยเรียกเป็น “หยวน” (元)มีอตั รา
แลกเปล่ียน 1 หยวน เท่ากบั 4.4949 บาท, 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากบั 6.8985 หยวน (สถิติเฉลี่ยตลอดท้งั ปี
2562)
3.2.กำรค้ำระหว่ำงประเทศ
การคา้ ระหวา่ งประเทศ
เศรษฐกิจจีนขยายตวั อยา่ งต่อเน่ือในช่วง 30 ปี ท่ีดาเนินการปฏิรูปและเปิ ดประเทศมาต้งั แต่ปี 2521 อยา่ งไรก็ดี
ต้งั แต่ปี 2555 เป็นตน้ มา เศรษฐกิจจีนมีแนวโนม้ การเติบโตท่ีลดลงอนั เป็ นผลมาจากการชะลอตวั ของ
เศรษฐกิจโลกและสงครามการคา้ ระหวา่ งจีนและสหรัฐ ฯ (trade war) ซ่ึงเร่ิมตน้ มาต้งั แต่ปี 2561
จีนไดป้ รับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ การเงิน การคลงั และคา่ เงินหยวนอยา่ งต่อเน่ืองในลกั ษณะค่อย
เป็นค่อยไป โดยนอกจากจะปรับปรุงเพื่อยกระดบั มาตรฐานทางเศรษฐกิจของตนเองใหแ้ ขง่ ขนั ในโลก
ปัจจุบนั ไดด้ ียงิ่ ข้ึนแลว้ ยงั มีนยั ทางการเมืองที่ตอ้ งการแสดงความต้งั ใจจริงของรัฐบาลจีนในการชะลอ และ
93
ป้องกนั ภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินไปและตอ้ งการปรับความสมั พนั ธ์ดา้ นเศรษฐกิจกบั
สหรัฐ ฯ ซ่ึงพยายามกดดนั ใหจ้ ีนปรับค่าเงินหยวน เพ่ือลดการเสียดุลการคา้ และปัญหาการวา่ งงาน
นอกจากน้ี รัฐบาลจีนมีเป้าหมายที่จะเนน้ ผลผลิตทางการเกษตรใหพ้ อเพยี งสาหรับการบริโภค
ภายในประเทศโดยการเนน้ การพฒั นาดา้ นเทคโนโลยรี ะดบั สูง เพื่อยกระดบั การผลิตและการกระจายรายได้
อยา่ งเทา่ เทียมกนั
3.2.1 นโยบายสาคญั ดา้ นเศรษฐกิจของจีน มีรายละเอียด ดงั น้ี
การสร้างความกา้ วหนา้ และยดึ มน่ั ในนโยบายเศรษฐกิจมหภาคท่ีมีเสถียรภาพ การมีนโยบายเศรษฐกิจจุลภาค
ท่ียดื หยนุ่ และนโยบายสังคมที่ตอบสนองต่อความตอ้ งการพ้นื ฐานของประชากร
การขจดั ความยากจนตอ้ งบรรลุตามเป้าหมายที่ต้งั ไว้ และเนน้ ย้าการต่อสู้กบั ความทา้ ทาย 3 ประการ (การ
ควบคุมความเสี่ยงดา้ นการเงิน ขจดั ความยากจน และแกไ้ ขปัญหามลพิษ) การปฏิรูปรัฐวสิ าหกิจ และการให้
เศรษฐกิจเติบโตอยา่ งมีคุณภาพและการพฒั นาอยา่ งมนั่ คงมุง่ การพฒั นาท่ีมีคุณภาพสูง (high quality
development) ไดแ้ ก่
1) การขบั เคลื่อนโดยนวตั กรรม (innovation-driven) และการปฏิรูปและการเปิ ดกวา้ ง เป็นปัจจยั
หลกั ในการพฒั นาเศรษฐกิจในภาพรวม
2) ปฏิรูปโครงสร้างดา้ นอุปทาน โดยเพิ่มรายไดใ้ หแ้ ก่เกษตรกร ฟ้ื นฟูชนบท และเร่งฟ้ื นฟูการเล้ียง
สุกร
3) ปฏิรูประบบวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยเี ชิงลึก
4) พฒั นาภาคอุตสาหกรรมเชิงกลยทุ ธ์ สนบั สนุนการอพั เกรดอุปกรณ์ และเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี
ลดภาษีและคา่ ธรรมเนียม
5) แกป้ ัญหาดา้ นการบริการในสถานดูแลผสู้ ูงอายแุ ละเด็ก โดยการเร่งสร้างระบบการดูแลผสู้ ูงวยั
และพฒั นาบริการดูแลเด็ก
6) ส่งเสริมการพฒั นาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมฟิ ตเนส
7) ส่งเสริมการก่อสร้างโครงสร้างพ้นื ฐาน เช่น รถไฟระหวา่ ง เสฉวน-ทิเบต การสร้างเครือขา่ ยเพ่ือ
ป้องกนั และควบคุมภยั ธรรมชาติ และถนนในชนบท เป็ นตน้
8) เร่งดาเนินการตามยทุ ธศาสตร์การพฒั นาระดบั ภูมิภาค รวมไปถึง ปักก่ิง-เทียนจิน-เหอเป่ ย เขต
เศรษฐกิจสามเหล่ียมปากแมน่ ้าแยงซีเกียง เขตเศรษฐกิจ Greater Bay Area (GBA)
9) ส่งเสริมการก่อสร้างเขตใหม่ สงอนั (Xiong’an New Area) อยา่ งจริงจงั และ
10) ส่งเสริมการอนุรักษร์ ะบบนิเวศบริเวณลุ่มแม่น้าฮวงโห
การเปิ ดกวา้ งจะไปในทิศทางท่ีใหญข่ ้ึน กวา้ งข้ึน และลึกข้ึน โดย
1) เนน้ ย้าการสนบั สนุนและการปกป้องนกั ลงทุนต่างชาติ
2) สนบั สนุนการคา้ ระหวา่ งประเทศที่มีเสถียรภาพและมีคุณภาพ
94
3) ใหเ้ ขตนาร่องการคา้ เสรีแสดงบทบาทสาคญั ในการปฏิรูปและการเปิ ดกวา้ ง
4) สนบั สนุนการสร้างทา่ เรือการคา้ เสรีใน ไห่หนาน
5) พฒั นาระบบงานบริการและนโยบายการลงทุนของขอ้ ริเร่ิม BRI
6) เร่งการเจรจาความตกลงการคา้ เสรีระดบั พหุภาคี
ดาเนินแผนยทุ ธศาสตร์ Made in China 2025 ผลกั ดนั ใหป้ ระเทศจีนกา้ วผา่ นจากการเป็ น “โรงงานของโลก”
สู่การเป็น “ประเทศท่ีมีนวตั กรรมช้นั นาระดบั โลก” ภายใต้ 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต คือ
1) อุตสาหกรรมเทคโนโลยสี ารสนเทศ
2) อุตสาหกรรมเคร่ืองจกั รกลการผลิตที่ควบคุมดว้ ยระบบ Numerical Control (NC) และหุ่นยนต์
3) อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อากาศยานและอวกาศ
4) อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือดา้ นวศิ วกรรมทางทะเลและเรือท่ีใชเ้ ทคโนโลยขี ้นั สูง
5) อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ขนส่งทางรถไฟท่ีทนั สมยั
6) อุตสาหกรรมยานยนตป์ ระหยดั พลงั งานและยานยนตพ์ ลงั งานใหม่
7) อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ดา้ นพลงั งานไฟฟ้า
8) อุตสาหกรรมการผลิตเคร่ืองจกั รและเครื่องมือทางการเกษตร
9) อุตสาหกรรมการผลิตวสั ดุชนิดใหม่
10) อุตสาหกรรมการผลิตยาชีวภาพและอุปกรณ์การแพทยป์ ระสิทธิภาพสูง ตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจ
และสงั คมแห่งชาติของจีนฉบบั ท่ี 13 จีนไดแ้ บ่งช่วงเวลาการปฎิรูปดา้ นการผลิตและอุตสาหกรรมของ
ประเทศออกเป็น 3 ระดบั ข้นั ดงั ตอ่ ไปน้ี
ข้นั ท่ี 1 (พ.ศ. 2559-2568) พฒั นาและปรับปรุงคุณภาพการผลิต
ข้นั ท่ี 2 (พ.ศ. 2569-2578) เพ่ิมขีดความสามารถดา้ นนวตั กรรม
ข้นั ท่ี 3 (พ.ศ. 2579-2592) ยกระดบั ศกั ยภาพของอุตสาหกรรมการผลิต
3.2.2 ตลาดส่งออกสินคา้ ที่สาคญั ไดแ้ ก่
สหรัฐอเมริกา ญี่ป่ ุน เกาหลีใต้ เวยี ดนาม เยอรมนี อินเดีย เนเธอร์แลนด์ องั กฤษ
3.2.3 ตลาดนาเขา้ สินคา้ ที่สาคญั ไดแ้ ก่
เกาหลีใต้ ญี่ป่ ุน สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี บราซิล มาเลเซีย เวยี ดนาม
3.2.4 สินคา้ ส่งออกที่สาคญั ไดแ้ ก่
คอมพวิ เตอร์และชิ้นส่วนคอมพวิ เตอร์ อุปกรณ์การสื่อสาร อุปกรณ์เครื่องจกั รผลิตภณั ฑเ์ หลก็ กลา้ เคมีภณั ฑ์
อาหาร รถยนต์ ผลิตภณั ฑส์ ่ิงทอ เส้ือผา้ เฟอร์นิเจอร์
3.2.5 สินคา้ นาเขา้ ที่สาคญั ไดแ้ ก่
น้ามนั ดิบและผลิตภณั ฑ์น้ามนั อุปกรณ์เครื่องจกั ร กา๊ ซธรรมชาติ คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ แร่
เหลก็ พลาสติกส์ เคมีภณั ฑ์ ยา เน้ือสตั ว์ ไม้ ผกั และผลไม้
95
3.การลงทุนจากต่างประเทศ
ในส่วนของการลงทุนจากตา่ งประเทศ มูลคา่ เงินลงทุนในจีน (FDI) มีมูลคา่ ประมาณ 1.38 แสนลา้ น
ดอลลาร์สหรัฐ เพ่ิมข้ึนร้อยละ 2.4 เป็นแหล่งรองรับเงินทุนตา่ งประเทศมากเป็นอนั ดบั 2 ของโลกในขณะท่ี
จีนไดไ้ ปลงทุนในต่างประเทศ (ยกเวน้ ดา้ นการเงิน) คิดเป็ นมูลค่า 1.30 แสนลา้ นดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มข้ึนร้อย
ละ 4.2
3.2.1 ผลู้ งทุนที่สาคญั ไดแ้ ก่
สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ป่ ุน สหรัฐอเมริกา องั กฤษ เยอรมนั เนเธอร์แลนด์
3.2.2 ประเทศที่จีนไปลงทุน ไดแ้ ก่
สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย แคนาดา เยอรมนี เวยี ดนาม
เขตเศรษฐกิจระดบั ชาติ มีดงั น้ี
(1) เขตเศรษฐกิจจิง-จิน-จ้ี (Beijing-Tianjin-Hebei Integration)
3.3 เขตเศรษฐกิจระดบั ชาติ มีดงั น้ี
3.3.1 เขตเศรษฐกิจจิง-จิน-จ้ีประกอบดว้ ยกรุงปักก่ิง นครเทียนจิน และ 11 เมืองในมณฑลเหอเป่ ย โดยมี
จานวนประชากรมากกวา่ ร้อยละ 8 ของจีนและปริมาณ GDP มากกวา่ ร้อยละ 10 ของจีน เมื่อปี 2557 จีนได้
กาหนดการพฒั นาไปดว้ ยกนั ของกรุงปักก่ิง-นครเทียนจิน-เหอเป่ ยเป็นยทุ ธศาสตร์ระดบั ชาติ โดยเนน้
บทบาทท่ีเป็นเมืองหลวงของกรุงปักกิ่งและพฒั นากรุงปักก่ิงใหเ้ ป็นศูนยก์ ลางการเมือง ศูนยก์ ลางวฒั นธรรม
ศูนยก์ ารแลกเปล่ียนระหวา่ งประเทศ และศูนยน์ วตั กรรมทางเทคโนโลยขี องจีน ส่วนบทบาทท่ีไม่ใช่เมือง
หลวง (non-capital functions) จะยา้ ยไปอยนู่ ครเทียนจินและมณฑลเหอเป่ ย เช่น โรงงานอุตสาหกรรมและ
ตลาดขายส่งสินคา้ ตา่ ง ๆ เพอ่ื เป็นการบูรณาการศกั ยภาพของกรุงปักก่ิง ท่าเรือเทียนจิน และทรัพยากรบุคคล
ของเหอเป่ ยเพ่ือทาใหเ้ กิดศูนยก์ ลางเครือข่ายในดา้ นอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า ปิ โตรเคมี
ซอฟตแ์ วร์ และอากาศยาน เป็นตน้ รวมท้งั เพ่ือเป็นตน้ แบบในการแกไ้ ขปัญหาเมืองขนาดใหญ่ เช่น จราจร
ติดขดั และมลพษิ ทางอากาศ เป็นตน้
96
3.3.2แถบเศรษฐกิจแยงซีเกียง (Yangtze River Economic Belt)
แถบเศรษฐกิจแยงซีเกียงประกอบดว้ ยมณฑลและเมืองใหญ่ตามลุ่มแมน่ ้าแยงซีเกียงท้งั หมด 11 มณฑล/
เมือง ไดแ้ ก่ นครเซ่ียงไฮ้ มณฑลเจียงซู มณฑลเจอ้ เจียง มณฑลอนั ฮุย มณฑลเจียงซี มณฑลหูเป่ ย มณฑลหู
หนาน นครฉงช่ิง มณฑลเสฉวน มณฑลยนู นาน และมณฑลกยุ้ โจว โดยมีจานวนประชากรมากกวา่ ร้อยละ
40 ของจีนและปริมาณ GDP มากกวา่ ร้อยละ 40 ของจีน เมื่อปี 2557 จีนไดก้ าหนดการพฒั นาแถบเศรษฐกิจ
แยงซีเกียงเป็นยทุ ธศาสตร์ระดบั ชาติ โดยพ่ึงพาเส้นทางการขนส่งทางน้าของแยงซีเกียงในการผลกั ดนั การ
พฒั นาอยา่ งมีคุณภาพสูงของภูมิภาคตน้ น้า-กลางน้า-ปลายน้าแยงซีเกียง รวมท้งั ผลกั ดนั การเปิ ดประเทศของ
พ้ืนท่ีชายฝั่งทะเล พ้นื ที่ตามลุ่มแมน่ ้า และพ้ืนท่ีชายแดน ท้งั น้ี แถบเศรษฐกิจแยงซีเกียงมีกลุ่มเมืองใหญ่ 3
กลุ่ม ไดแ้ ก่ กลุ่มเมืองปากแม่น้าแยงซีเกียง (นครเซี่ยงไฮเ้ ป็ นเมืองศูนยก์ ลาง) กลุ่มเมืองแยงซีเกียงตอนกลาง
(นครอูฮ่ น่ั เป็นเมืองศูนยก์ ลาง) และกลุ่มเมืองนครเฉิงตู-นครฉงช่ิง (นครฉงชิ่งเป็ นเมืองศูนยก์ ลาง)
3.3.3 อ่าวกวางตุง้ -ฮ่องกง-มาเก๊า (Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area (GBA))
โครงการอ่าวกวางตุง้ -ฮ่องกง-มาเก๊าครอบคลุมพ้นื ท่ีเศรษฐกิจสาคญั ของจีนตอนใตค้ ือ มณฑลกวางตุง้
เขตปกครองพเิ ศษฮ่องกงและมาเก๊า โดยในเขตมณฑลกวางตุง้ ครอบคลุม 9 พ้ืนท่ีไดแ้ ก่ นครกวา่ งโจว เมือง
เซินเจิ้น เมืองจูไห่ เมืองฝอซาน เมืองหุย้ โจว เมืองตงกวน เมืองจงซาน เมืองเจียงเหมินและเมืองจา้ วช่ิง โดยมี
จานวนประชากรประมาณ 70 ลา้ นคน และมีปริมาณ GDP มากกวา่ 1.66 ลา้ นลา้ นดอลลาร์สหรัฐ โครงการ
อา่ วกวางตุง้ -ฮ่องกง-มาเก๊าเป็ นหน่ึงในโครงการยทุ ธศาสตร์ตามแนวคิด Belt and Road Initiative (BRI) ของ
จีน ที่ไดก้ าหนดไวใ้ นแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ 5 ปี (2559-2563) ฉบบั ที่ 13 ของจีน เม่ือปี
2560 จีนเร่ิมกาหนดการพฒั นาอา่ วกวางตุง้ -ฮ่องกง-มาเกา๊ เป็นยทุ ธศาสตร์ระดบั ชาติ
3.3.4 เขตเศรษฐกิจปากน้าแยงซีเกียง (Yangtze River Delta Economic Integration)
เขตเศรษฐกิจปากน้าแยงซีเกียงประกอบดว้ ย นครเซี่ยงไฮ้ เมือง 9 แห่งในมณฑลเจียงซู เมือง 9 แห่งใน
มณฑลเจอ้ เจียง และเมืองอีก 9 แห่งในมณฑลอนั ฮุย เป็นเขตท่ีมีความเจริญเติบโตมากที่สุดของจีน และเป็น
ศูนยก์ ลางการคา้ การเงิน และอุตสาหกรรมของจีนต้งั แต่ยคุ 1930s ปัจจุบนั มีจานวนประชากร
ประมาณ ร้อยละ 6 ของจีนและปริมาณ GDP ประมาณร้อยละ 25 ของจีน เม่ือปี 2561 จีนไดก้ าหนดการ
พฒั นา ไปดว้ ยกนั ของเขตเศรษฐกิจปากน้าแยงซีเกียงเป็นยทุ ธศาสตร์ระดบั ชาติ โดยมีเป้าหมายการ
พฒั นาเชิงยทุ ธศาสตร์ ไดแ้ ก่
1) เป็นเขตสาคญั ในการขบั เคล่ือนการเติบโตของเศรษฐกิจจีน
2) เป็นเขตสาธิตของการพฒั นาท่ีมีคุณภาพสูงของจีน
3) เป็นเขตนาร่องการพฒั นาแบบมีความทนั สมยั ในข้นั พ้ืนฐาน
4) เป็นเขตสาธิตการพฒั นาไปดว้ ยกนั ในระดบั ภูมิภาค และ
5) เปิ ดเขตสาคญั นาร่องการปฏิรูปและเปิ ดประเทศในยคุ สมยั ใหม่
97
4. ยุทธศำสตร์เชื่อมโยงนำนำประเทศของจนี
1) ขอ้ ริเริ่มหน่ึงแถบหน่ึงเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI)
เป็นยทุ ธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ที่เสนอแนวคิดโดย นายสี จิ้นผงิ เม่ือปี 2556 โดยมี
เป้าหมายเพอ่ื ความเชื่อมโยงทางดา้ นคมนาคม ดา้ นโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมความสัมพนั ธ์กบั ประเทศเพอ่ื นบา้ น
เป็นการสร้างความมน่ั คงในเส้นทางการคา้ ท้งั ทางบก และทางทะเลของจีนกบั ประเทศในเส้นทาง Belt and
Road เป็นนโยบายที่รัฐบาลจีนส่งเสริมเพื่อความร่วมมือทางดา้ นเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศบนเส้นทาง Belt
and Road และเป็นกรอบการทางานที่สาคญั ในการพฒั นาเศรษฐกิจในระดบั พหุภาคีของจีน
ในอีกแง่หน่ึงของ BRI คือการจดั สรรปันส่วนทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีอยอู่ ยา่ งจากดั ใหเ้ กิด
ประโยชน์มากท่ีสุด โดยมุง่ เนน้ การรวมตวั กนั ทางดา้ นการตลาด และความร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจ เพือ่
กระจายผลประโยชนส์ ู่ส่วนรวมในภูมิภาค
หน่ึงแถบ (One Belt)
หน่ึงแถบ หรือ แถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Road Economic Belt) คือ
เครือข่ายเส้นทางบกจากจีนไปยงั 6 ภูมิภาค ไดแ้ ก่ เอเชียตะวนั ออก เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง
ตะวนั ออกกลางและแอฟริกาเหนือ เอเชียใต้ และยโุ รป แบ่งการพฒั นาออกเป็ น 6 เส้นทาง/ระเบียง
เศรษฐกิจ นอกจากน้ีในระเบียงเศรษฐกิจที่ติดกบั ชายฝั่งยงั เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกนั กบั เส้นทางเดินเรือ
ทะเล ซ่ึงแต่ละระเบียงเศรษฐกิจนอกจากจะมุ่งสร้างโครงสร้างพ้นื ฐานเพือ่ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ไดแ้ ก่
ถนน รถไฟ รวมถึงทา่ เรือและทอ่ ส่งน้ามนั นอกจากน้ีในจุดศูนยก์ ลางการกระจายสินคา้ สิ่งอานวยความ
98
สะดวกอื่น ๆ ถูกสร้างหรือพฒั นาข้ึนเพ่อื รองรับการเจริญเติบโตทางการคา้ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ การขา้ ม
แดน ศุลกากร เป็ นตน้ โดยรายละเอียดสังเขปของ 6 ระเบียงเศรษฐกิจดงั ตารางที่ 1
หนึ่งเส้นทำง (One Road)
หน่ึงเส้นทาง หรือ เส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษท่ี 21 (21st Century Maritime Silk
Road) เป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมจีนกบั ประเทศในมหาสมุทรตา่ ง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั โดยจีนไดพ้ ฒั นาทา่ เรือหลกั
4 ท่า เพือ่ รองรับเส้นทางสายไหมใหม่ ไดแ้ ก่ ทา่ เรือฝโู จว (Fuzhou Port) ท่าเรือเฉวยี นโจว (Quanzhou Port)
ท่าเรือกวางโจว (Guanzhou Port) ท่าเรือจา้ นเจียง (Zhanjiang Port) (ดงั รูปท่ี 3) ซ่ึงแบ่งเส้นทางเดินเรือ
ออกเป็ น 2 เส้นทาง คือ
- ชายฝั่งตะวนั ออกของจีน – ทะเลจีนใต้ – มหาสมุทรอินเดีย - อา่ วเปอร์เซีย - ทะเลเมดิเตอร์เร
เนียน – ยโุ รป (Coastal China—South China Sea—Indian Ocean—Persian Gulf – The Mediterranean Sea -
Europe)
- ชายฝ่ังตะวนั ออกของจีน – ทะเลจีนใต้ – มหาสมุทรแปซิฟิ กตอนใต้ (Coastal China—South
China Sea—South Pacific Ocean)
ความแออดั ช่องแคบมะละกาและการเป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ ซ่ึงมีขอ้
พพิ าทกบั จีน ทาใหเ้ ส้นทางสายไหมทางทะเลเป็นเคร่ืองมือท่ีจะช่วยลดการพ่ึงพาจากช่องแคบมะละกา จีนจึง
ใหค้ วามสาคญั ในการลงทุน/ประกอบการทา่ เรือตา่ ง ๆ ตามเส้นทางสายไหมใหม่น้ี ในทศวรรษท่ีผา่ นมา จีน
ไดล้ งทุนในการสนบั สนุนท้งั การสร้างทา่ เรือใหม่ การพฒั นาศกั ยภาพท่าเรือที่มีอยเู่ ดิม รวมถึงเขา้ ไปลงทุน
ประกอบการเป็ นจานวนเงินกวา่ 5 พนั ลา้ นเหรียญสหรัฐ ฯ ในท่าเรือตา่ ง ๆ ทว่ั โลก ไดแ้ ก่
99
2) ระเบียงการคา้ ระหวา่ งประเทศทางบกและทางทะเล (International Land and Sea Trade
Corridor: ILSTC)
เมื่อวนั ที่ 12 พฤศจิกายน 2561 นายหลี่ เคอ่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และ นายลี เซียนลุง
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เป็นสักขีพยานร่วมในพธิ ีลงนามบนั ทึกความเขา้ ใจเก่ียวกบั ร่วมมือกนั พฒั นา
ช่องทาง The New International Land-Sea Trade Corridor (ILSTC) ภายใตโ้ ครงการสาธิต connectivity เชิง
ยทุ ธศาสตร์ระหวา่ งจีน (นครฉงช่ิง) – สิงคโปร์ ปัจจุบนั มี 12 เมือง/มณฑลไดล้ งนามเขา้ ร่วมพฒั นา ILSTC
ไดแ้ ก่ เขตปกครองตนเองกวา่ งซีจว้ ง มณฑลยนู นาน มณฑลกุย้ โจว มณฑลกานซู มณฑลชิงไห่ เขตปกครอง
ตนเองซินเจียง มณฑลส่านซี เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เขตปกครองตนเองทิเบต เข9ปกครอง
ตนเองหนิงเซี่ยหุย มณฑลเสฉวน นครฉงชิ่ง
1. อตั ราการนาเขา้ และส่งออกสินคา้ ของประเทศจีน
จีนยงั คงเป็นประเทศที่ครองตาแหน่งการคา้ โลกที่ใหญส่ ุดในโลก ปัจจุบนั GDP ของจีนอยทู่ ่ีประมาณ
11,795,297 ลา้ นดอลล่าร์สหรัฐฯ อีกท้งั เศรษฐกิจของจีน ยงั มีขนาดใหญ่เป็นอนั ดบั 2 ของโลกดว้ ย
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผา่ นมา การคา้ ของจีนไดข้ ยายตวั อยา่ งกา้ วกระโดด ในปี พ. ศ. 2538 มูลค่าการนาเขา้
และส่งออกสินคา้ ของจีนอยูท่ ่ี 3% ของการคา้ โลก ภายในปี 2561 การคา้ ขายสินคา้ ท้งั หมดเพ่ิมข้ึนเป็ น
12.4% ของการคา้ โลก
จีนเป็นผสู้ ่งออกสินคา้ โภคภณั ฑท์ ่ีใหญท่ ่ีสุดในโลก
ต้งั แตป่ ี 2009 เป็นตน้ มา มูลค่าการส่งออก(Shippingจีน)รายปี ของจีนอยใู่ นระดบั 1.904 ลา้ นลา้ น
ดอลลาร์สหรัฐ จีนเป็นผผู้ ลิตผา้ ฝ้ายป่ันดา้ ย และอุตสาหกรรมสิ่งทอที่มีขนาดใหญ่ท่ีสุดในโลก ท้งั ดา้ นการ
ผลิตและส่งออกโดยรวม นอกจากน้ี ยงั เป็นประเทศท่ีเป็นผผู้ ลิตชารายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิ ก รวมไป
ถึงมูลคา่ การผลิตขา้ วประจาปี ของจีนยงั คิดเป็นสัดส่วนเกือบคร่ึงหน่ึงของผลผลิตขา้ วท้งั หมดของประเทศ
หรือราว 30% ของการผลิตขา้ วทวั่ โลก
ทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ที่ถือวา่ จีนครองความไดเ้ ปรียบทางการคา้ โลก คือ เป็นผผู้ ลิตอลูมิเนียม, ถ่านหิน,
ทองแดงและแร่เหลก็ อยา่ งไรกต็ ามสินคา้ ที่จีนนาเขา้ สูงสุดน้นั ไดแ้ ก่ พืชที่ใชผ้ ลิตน้ามนั เช่น ถว่ั เหลือง และ
ปัจจุบนั จีนถือเป็ นหน่ึงในผูน้ าเขา้ ถวั่ เหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยไดล้ งนามในสญั ญารักษาความมุ่งมนั่
ในการนาเขา้ ถวั่ เหลืองมูลคา่ หลายพนั ลา้ นดอลลาร์จากสหรัฐอเมริกา
มูลค่าการส่งออกสินคา้ ของจีนในแต่ละปี สูงกวา่ ปริมาณนาเขา้ การคา้ ของจีนกบั สหรัฐฯ ขยายตวั ใน
ปี 2018 เมื่อเทียบกบั ปี 2017 และการส่งออกไปยงั สหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวตั ิการณ์ ในปี 2018 โดยคิดเป็น
มูลค่า 480,000 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 19% ของการส่งออกท้งั หมด แต่มีการนาเขา้ เพยี ง 7.3% เทา่ น้นั
100
สินคา้ โภคภณั ฑท์ ี่ส่งออก 5 อนั ดบั แรกของประเทศจีนไดแ้ ก่ : ฝ้าย, ชา, ขา้ ว, มนั ฝรั่ง, และถว่ั เหลือง
สินคา้ ที่ส่งออกที่สาคญั อื่น ๆ :
⇒ เครื่องจกั รไฟฟ้า,อุปกรณ์เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า : มูลคา่ การส่งออก 26.3% ของการส่งออกท้งั หมด
⇒ เคร่ืองจกั ร รวมถึงคอมพิวเตอร์ : มูลคา่ การส่งออก 16.3%
⇒ อุปกรณ์สาหรับบา้ น เช่น เฟอร์นิเจอร์ เคร่ืองนอน ไฟ ฯลฯ : มูลคา่ การส่งออก 4.2%
⇒ เส้ือผา้ เครื่องแต่งกาย : มูลคา่ การส่งออก 3.4%
⇒ รองเทา้ : มูลคา่ การส่งออก 2.3%
⇒ ยานพาหนะ : มูลค่าการส่งออก 2.9%
⇒ ผลิตภณั ฑแ์ ร่เหล็ก และเหล็กกลา้ : มูลคา่ การส่งออก 2.5%
สินคา้ โภคภณั ฑท์ ่ีนาเขา้ 5 อนั ดบั แรกของประเทศจีน ไดแ้ ก่ : เช้ือเพลิงแร่รวมถึงน้ามนั , แร่เหล็ก,
แร่ทองแดงและทองแดง, เมล็ดน้ามนั เช่นคาโนลา และถ่านหิน
สินคา้ นาเขา้ ท่ีสาคญั อ่ืนๆ :
⇒ อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ : 431,600 ลา้ นดอลล่าร์สหรัฐ/ปี
⇒ เครื่องจกั รและอุปกรณ์ไฟฟ้า : 414.3 พนั ลา้ นดอลล่าร์สหรัฐ/ปี
⇒ ยานพาหนะ : 71.5 พนั ลา้ นดอลล่าร์สหรัฐ/ปี
⇒ พลาสติกและสินคา้ ท่ีทามาจากพลาสติก : 61 พนั ลา้ นดอลล่าร์สหรัฐ/ปี
⇒ สารเคมีอินทรีย์ : $ 43.9 พนั ลา้ นดอลล่าร์สหรัฐ/ปี
เนื่องจากจีนเป็ นประเทศผนู้ าเขา้ ท่ีสาคญั และมีสดั ส่วนประมาณ 10% ของการนาเขา้ ทวั่ โลก รวมกวา่ 17
ลา้ นลา้ นดอลลาร์สหรัฐ ซ่ึงเท่ากบั วา่ ตวั เลขความตอ้ งการผลิตภณั ฑต์ อ่ ปี จะอยทู่ ่ีประมาณ 1,200 ดอล่าร์สหรัฐ
ต่อคน (หรือประมาณ 37,176 บาท/คน)
สรุป เน่ืองจากจีนมีอนาเขตท่ีกวา้ งขวาง มีการติดต่อระหวา่ งประเทศมากมาย กบั หลายประเทศ สิ่งสาคญั
คือการฑูตระหวา่ งประเทศ ไมว่ า่ จะดา้ นการเมือง ดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นวฒั นธรรม แตท่ ี่เห็นไดช้ ดั จาก
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศของจีน คือ ดา้ นเศรษฐกิจและการคา้ ระหวา่ งประเทศ จีนมีการลงทุนติดต่อซ้ือ
ขายสินคา้ ระหวา่ งประเทศ มีสินคา้ ท้งั นาเขา้ และส่งออก มีการลงทุนจากตา่ งประเทศ และจีนยงั มียทุ ธศาสตร์
เชื่อมโยงนานาประเทศของจีน หน่ึงแถบหน่ึงเส้นทาง
101
คำถำมท้ำยบท
1. กำรฑูตทมี่ เี อกลกั ษณ์แบบจนี มอี ะไรบ้ำง
2. สินค้ำสำคญั ทจี่ นี นำเข้ำจำกไทยมอี ะไรบ้ำง
3. สินค้ำสำคญั ทจ่ี นี ส่งออกมำไทยมอี ะไรบ้ำง
4. 人民币 มหี น่วยเรียกคืออะไร
5. เศรษฐกจิ ระดบั ชำติมอี ะไรบ้ำง
102
หนังสืออ้ำงองิ
กมล จนั ทรสร. (2506). อทิ ธิพลชาวจนี โพน้ ทะเล. พระนคร : โรงพิมพร์ งุ่ เรอื งรัตน์.
เกียรติศักด์ิ ม่นั ศร.ี (2519). สงั คมชาวจนี ในประเทศไทย. วทิ ยานิพนธ์ วิทยาลัยการทัพบก.
เกรียงไกร บญุ ธนกานนท์. เชง็ เมง้ : ไหว้บรรพบรุ ษุ เทศกาลเช็งเม้ง. เขา้ ถงึ เจาก http://
www.fengshuitown.com.
ของไหว้วันตรุษจนี เปดิ ความหมายมงคลอาหารคาว หวาน ผลไม.้ เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://www.springnews.co.th/spring-life/820339.
ขจัดภัย บรุ ษุ พัฒน.์ (2515). “นโยบายผสมกลมกลนื ของรัฐบาลไทยต่อชาวจนี ” ใน วารสาร
สังคมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์.
จติ รา กอ่ นันทเกียรติ. (2540). ตงึ่ หน่ังเก้ีย. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: แพรว.
เจีย แยนจอง. (2539). “ไทยจนี เปน็ พีน่ ้องกนั ตง้ั แต่สโุ ขทัยสมยั โบราณกาลก่อนก่อต้งั อาณาจักร
สุโขทัย ศึกษาในกรณีอทิ ธิพลจีน โบราณในวฒั นธรรมไทยเดมิ ,” ใน 20 ปี ไทยจนี .(30 ปี
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตาน.ี
ญาดา ประภาพนั ธ.์ุ (2524). ระบบเจ้าภาษีนายอากรสมยั กรุงเทพฯ ยคุ ต้น, พระนคร : บางกอกการ
พิมพ.์
ณรงค์ พ่วงพศิ . (2525). “สายสัมพนั ธ์ระหว่างชาวจีนอพยพกับราชสาํ นักไทย,” ใน คนจีน 200 ปี
ภายใต้พระบรมโพธสิ มภาร (ภาค 2), กรุงเทพฯ : สหมติ รการพมิ พ์.
เทศกาลโคมไฟ. (2019). เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.bareo-isyss.com/2019/living-young/
เทศกาลโคมไฟ.
103
ทาความรจู้ ักเทศกาลไหวบ้ ๊ะจ่าง ประเพณโี บราณของชาวจีน. (2564). เข้าถึงไดจ้ าก
https://www.shopat24.com/blog/trending/zongzi-festival-ancient-traditions-of-china/
บ๊ะจา่ งกับตานานสดุ ยิง่ ใหญ.่ (2564). เข้าถงึ ไดจ้ าก
https://www.innnews.co.th/lifestyle/news_131439.
ประพฤทธ์ิ ศุกลรัตนเมธ.ี (2515). “ฐานะทางกฎหมายของชาวจีนโพ้นทะเล,” ใน วารสาร
สังคมศาสตร์ คณะรฐั ศาสตร์.
ประเพณธี รรมเนยี มจนี : พธิ แี ตง่ งาน เทศกาลตรษุ จีน วนั สารทจนี วนั เช็งเมง้ . 2543. กรงุ เทพฯ:
ร่งุ เรืองสาสน์ .
เปดิ ประวัตวิ นั ‘ไหว้พระจันทร์’ และวิธีการไหว้พระจันทรเ์ พ่ือความมงคลของชวี ิต. (2564). เข้าถงึ
ได้จากhttps://www.the1.co.th/en/the1today/articles/1035.
พรพรรณ จันทโรนานนท.์ (2539). ฮก ลก ซ่วิ โชค ลาภ อายยุ ืน. กรุงเทพฯ : มตชิ น.
ยพุ เรศ มลิ ลแิ กน. (2510). บทบาทของชาวจีนในประเทศไทย, วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
โยชกิ าวา่ โทชิฮาร.ุ (2535). (อาทร ฟังธรรมสาร แปลจากภาษาญีป่ ุน่ ). “วัฒนธรรมจนี ทมี่ ีต่อการ
ก่อตัง้ ของกรุงเทพฯ ในคริสต์ศตวรรษท่ี 19,” ใน วารสารธรรมศาสตร์ 19.
สงิ สยู่ หยู. (2000). “การแลกเปล่ียนวัฒนธรรมระหวา่ งจนี กับไทย,” ใน ความสมั พันธไ์ ทย-จนี เหลยี ว
หลงั แลหน้า. กรุงเทพฯ : ศนู ย์จีนศกึ ษา สถาบนั เอเชยี ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
สมุ าลี สุขดานนท.์ (2562). เส้นทางสายไหมใหม่ เสน้ ทางการค้าแห่งอนาคต. เขา้ ถึงได้จาก
http://www.cuti.chula.ac.th/articles/491.
สมบรู ณ์ สขุ สําราญ และคณะ. (2530). ชุมชนจีน : ความต่อเนือ่ งและการเปลี่ยนแปลง. งานวิจัย
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
104
แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย. (2538). “จีน-ไทย’ ภายใตพ้ ระบรมโพธิสมภาร,” ใน เอเชยี ปริทัศน์16
มกราคม-เมษายน.
อดิน รพีพัฒน.์ (2521). สงั คมไทยในต้นรตั นโกสนิ ทร์ : พ.ศ. 2325 – 2416. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพพ์ ิฆ
เณศ.
เออิจิ มูราชิมา. (2539). การเมืองจีนสยาม. กรงุ เทพฯ : ศูนย์จนี ศึกษา สถาบนั เอเชยี ศึกษา
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
105
106