The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานวิจัยในชั้นเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by porrada.vinit, 2023-09-27 21:58:12

งานวิจัยในชั้นเรียน

งานวิจัยในชั้นเรียน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รายงานวิจัยชั้นเรียน นางชุติมา คำมี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดโพธิ์ลอย กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 โดยใชแบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning


ความเปนมาและความสำคัญของปญหา หลักสูตรแกนกลางกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย มุงพัฒนานักเรียนใหเปนมนุษยที่มีความสมดุลทั้งดาน รางกาย ความรูคุณธรรม มีจิตสำนึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลกยึดมั่นในการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตย มีความรูมีทักษะพื้นฐานและมีเจตคติที่ดีตอการศึกษา มีเปาหมายและกรอบทิศทางในการ พัฒนาคุณภาพผูเรียนใหเปนคนดีมีปญญามีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแขงขันในเวทีระดับ โลก เนนผูเรียนเปนสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อที่วา ทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองไดศักยภาพ เนน ความเปนเอกภาพของชาติมุงพัฒนาเด็กและเยาวชนใหเปนผูมีความรูทักษะ เจตคติและคุณธรรมบน พื้นฐานของความเปนไทยควบคูกับความเปนสากล มีคุณภาพในการใชภาษาไทย มีโครงสรางยืดหยุนทั้งดาน สาระการเรียนรูเวลาและการจัดการเรียนรูใหเหมาะสมกับผูเรียน สงเสริมทักษะการอาน การเขียน การคิด วิเคราะหการคิดเชิงสรางสรรคเนนการมีสวนรวมของสังคมในการจัดการศึกษาเพื่อใหสอดคลองกับความ ตองการของผูเรียน ทองถิ่นและชุมชนสามารถนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน เรียนรูอยางมีความสุข มี ศักยภาพในการศึกษาตอและการประกอบอาชีพ มีความสามารถในการสื่อสาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา ถายทอดความคิด ความรูความเขาใจและทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและประสบการณมี วิจารณญาณและการคิดอยางเปนระบบ สามารถแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ไดอยางถูกตองเหมาะสม บน พื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และขอมูลสารสนเทศสามารถเลือกและใชเทคโนโลยีดานตางๆ มีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมแกปญหาอยางสรางสรรคถูกตองเหมาะสม และมี คุณธรรม (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 : 3 – 4) การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning เปนกระบวนการเรียนการสอนที่สงเสริมใหผูเรียนมี สวนรวมในชั้นเรียน สรางปฏิสัมพันธระหวางครูผูสอนกับผูเรียน มุงใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครูเปนผู อำนวยความสะดวก สรางแรงบันดาลใจ ใหคำปรึกษา ดูแล แนะนำ จัดวิธีการเรียนรูและแหลงเรียนรูที่ หลากหลาย ใหผูเรียนไดเรียนรูอยางมีความหมาย สรางองคความรูได มีความเขาใจในตนเอง ใช สติปญญา คิด วิเคราะห สรางสรรคผลงาน มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต บรรลุ เปาหมายการเรียนรูตามระดับชวงวัย (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2562 : 4) ลักษณะของการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning มีดังนี้ 1. เปนการพัฒนาศักยภาพการคิด การแกปญหา และการนำความรูไปประยุกตใช 2. ผูเรียนมีสวนรวมในการจัดระบบการเรียนรู และสรางองคความรูโดยมีปฏิสัมพันธรวมกันใน รูปแบบของความรวมมือ 3. เปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรูสูงสุด 4. เปนกิจกรรมที่ใหผูเรียนบูรณาการขอมูล ขาวสาร สารสนเทศ สูทักษะการคิดวิเคราะห 5. ผูเรียนไดเรียนรูความมีวินัยในการทำงานรวมกับผูอื่น 6. ความรูเกิดจากประสบการณ และการสรุปของผูเรียน 7. ผูสอนเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติดวยตนเอง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2562 : 5)


ตัวอยางเทคนิคการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning สามารถสรางใหเกิดขึ้นไดทั้งในหองเรียนและนอก หองเรียน รวมทั้งสามารถใชไดกับนักเรียนทุกระดับ ทั้งการเรียนรูเปนรายบุคคล การเรียนรูแบบกลุมเล็ก และการเรียนรูแบบกลุมใหญ ตัวอยางรูปแบบหรือเทคนิค การจัดกิจกรรมการเรียนรูที่จะชวยใหผูเรียนเกิด การเรียนรูแบบ Active Learning ไดดี ไดแก 1. การเรียนรูแบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-Share) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ให ผูเรียนคิดเกี่ยวกับประเด็นที่กำหนดแตละคน ประมาณ 2-3 นาที (Think) จากนั้นใหแลกเปลี่ยนความคิดกับ เพื่อนอีกคน 3-5 นาที (Pair) และนำเสนอความคิดเห็นตอผูเรียนทั้งหมด (Share) 2. การเรียนรูแบบรวมมือ (Collaborative learning group) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ ใหผูเรียนไดทำงานรวมกับผูอื่น โดยจัดเปนกลุมๆ ละ 3-6 คน 3. การเรียนรูแบบทบทวนโดยผูเรียน (Student-led review sessions) คือการจัดกิจกรรม การเรียนรูที่เปดโอกาสใหผูเรียนไดทบทวนความรูและพิจารณาขอสงสัยตาง ๆ ในการปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนรู โดยครูจะคอยชวยเหลือกรณีที่มีปญหา 4. การเรียนรูแบบใชเกม (Games) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ผูสอนนำเกมเขาบูรณาการ ในการเรียนการสอน ซึ่งใชไดทั้งในขั้นการนำเขาสูบทเรียน การสอน การมอบหมายงาน และหรือขั้นการ ประเมินผล 5. การเรียนรูแบบวิเคราะหวีดีโอ (Analysis or reactions to videos) คือการจัดกิจกรรม การเรียนรูที่ใหผูเรียนไดดูวีดีโอ 5-20 นาที แลวใหผูเรียนแสดงความคิดเห็น หรือสะทอนความคิดเกี่ยวกับสิ่ง ที่ไดดู อาจโดยวิธีการพูดโตตอบกัน การเขียน หรือ การรวมกันสรุปเปนรายกลุม 6. การเรียนรูแบบโตวาที (Student debates) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่จัดใหผูเรียนได นำเสนอขอมูลที่ไดจากประสบการณและการเรียนรู เพื่อยืนยันแนวคิดของตนเองหรือกลุม 7. การเรียนรูแบบผูเรียนสรางแบบทดสอบ (Student generated exam questions) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ใหผูเรียนสรางแบบทดสอบจากสิ่งที่ไดเรียนรูมาแลว 8. การเรียนรูแบบกระบวนการวิจัย (Mini-research proposals or project) คือการจัด กิจกรรมการเรียนรูที่อิงกระบวนการวิจัย โดยใหผูเรียนกำหนดหัวขอที่ตองการเรียนรู วางแผนการเรียน เรียนรูตามแผน สรุปความรูหรือสรางผลงาน และสะทอนความคิดในสิ่งที่ไดเรียนรู หรืออาจเรียกวาการสอน แบบโครงงาน(project-based learning) หรือ การสอนแบบใชปญหาเปนฐาน (problem-based learning) 9. การเรียนรูแบบกรณีศึกษา (Analyze case studies) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ให ผูเรียนไดอานกรณีตัวอยางที่ตองการศึกษา จากนั้นใหผูเรียนวิเคราะหและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือ แนวทางแกปญหาภายในกลุม แลวนำเสนอความคิดเห็นตอผูเรียนทั้งหมด


10. การเรียนรูแบบการเขียนบันทึก (Keeping journals or logs) คือการจัดกิจกรรม การเรียนรูที่ผูเรียนจดบันทึกเรื่องราวตางๆ ที่ไดพบเห็น หรือเหตุการณที่เกิดขึ้นในแตละวัน รวมทั้งเสนอ ความคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบันทึกที่เขียน 11. การเรียนรูแบบการเขียนจดหมายขาว (Write and produce a newsletter) คือการจัด กิจกรรมการเรียนรูที่ใหผูเรียนรวมกันผลิตจดหมายขาว อันประกอบดวย บทความ ขอมูลสารสนเทศ ขาวสาร และเหตุการณที่เกิดขึ้น แลวแจกจายไปยังบุคคลอื่นๆ 12. การเรียนรูแบบแผนผังความคิด (Concept mapping) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ให ผูเรียนออกแบบแผนผังความคิด เพื่อนำเสนอความคิดรวบยอด และความเชื่อมโยงกันของกรอบความคิด โดยการใชเสนเปนตัวเชื่อมโยง อาจจัดทำเปนรายบุคคลหรืองานกลุม แลวนำเสนอผลงานตอผูเรียนอื่นๆ จากนั้นเปดโอกาสใหผูเรียนคนอื่นไดซักถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม (สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558) บทบาทของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรูตามแนวทางของ Active Learning ดังนี้ 1. จัดใหผูเรียนเปนศูนยกลางของการเรียนการสอน นำไปใชประโยชนในชีวิตจริงของผูเรียน 2. สรางบรรยากาศของการมีสวนรวม และการเจรจาโตตอบที่สงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดี กับผูสอนและเพื่อนในชั้นเรียน 3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนสงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในทุกกิจกรรม รวมทั้งกระตุนให ผูเรียนความสำเร็จในการเรียนรู 4. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบรวมมือ สงเสริมใหเกิดการรวมมือในกลุมผูเรียน 5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหทาทาย และใหโอกาสผูเรียนไดรับวิธีการสอนที่หลากหลาย 6. วางแผนเกี่ยวกับเวลาในการจัดการเรียนการสอนอยางชัดเจน ทั้งในสวนของเนื้อหาและ กิจกรรม 7. ครูผูสอนตองใจกวาง ยอมรับความสามารถในการแสดงออก และความคิดของผูเรียน (ณัชนัน แกวชัยเจริญกิจ, 2550) การอานและการเขียนเปนทักษะที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวัน เพราะเมื่ออานออกเขียนไดก็จะ เกิดความรูความเขาใจ นำไปสูการสรางความคิด การตัดสินใจแกปญหา และกาวทันตอเหตุการณของโลก ในยุคปจจุบัน การจัดกิจกรรมการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนวัดเขารวก พบวานักเรียนสวนใหญนักเรียนอานและเขียนสะกดคำไมถูกตอง โดยเฉพาะคำที่มี ตัวสะกดทั้งตรงตามมาตราและไมตรงตามมาตรา จากปญหาดังกลาวในฐานะของครูผูสอนจึงไดศึกษาเทคนิควิธีการสอนตางๆที่เหมาะสมกับวัยของ นักเรียน การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning โดยใชแบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนเปน หนึ่งที่นาสนใจและเหมาะสมกับวัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ทำใหผูเรียนเกิดการเรียนรูอยาง สนุกสนาน ไมเบื่อหนายในการเรียน ชวยใหนักเรียนจดจำเนื้อหาไดอยางแมนยำและคงทนเปนเวลานาน ดังนั้นผูสอนจึงไดนำนวัตกรรม “การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning โดยใชแบบฝกทักษะพัฒนาการ อานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด” มาใชประกอบการเรียนการสอน เรื่องการอานและการเขียนสะกด คำมาตราตัวสะกด เพื่อใหนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนวัดเขารวก เกิดการเรียนรูและมีความ


เขาใจในเรื่อง การอานและการเขียนสะกดคำตามมาตาตัวสะกดไดอยางถูกตองและคลองแคลว นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยในระดับที่สูงขึ้น และสามารถนำความรูไปใชในชีวิตประจำวันไดจริง วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกดกอนและหลัง การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning โดยใชแบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตรา ตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ความสำคัญของการศึกษา ผลของการศึกษาครั้งนี้ทำใหไดวิธีการสอนคำมาตราตัวสะกด โดยการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning โดยใชแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 3 อันจะเปนแนวทางสำหรับครูผูสอนไดนำไปใชพัฒนากระบวนการเรียนการสอนภาษาไทยใหมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ขอบเขตของการศึกษา 1. ขอบเขตดานประชากรและกลุมตัวอยาง ประชากรที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ ไดแก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนวัดเขารวก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 ปการศึกษา 2565 จำนวนทั้งสิ้น 24 คน 2. ขอบเขตดานเนื้อหา เนื้อหาที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ไดแก คำมาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตราและไมตรงตามมาตรา สำหรับชั้นประถมศึกษาปที่3 ตามหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนวัดเขารวก พุทธศักราช 2551 กลุมสาระ การเรียนรูภาษาไทย ซึ่งเปนไปตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด นำมาจัดการเรียนรูแบบ Active Learning โดยใชแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 3โรงเรียนวัดเขารวก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต2 จำนวน 8 เลม ดังนี้ เลมที่ 1 มาตราตัวสะกดแมกง เลมที่ 2 มาตราตัวสะกดแมกม เลมที่ 3 มาตราตัวสะกดแมกน เลมที่ 4 มาตราตัวสะกดแมเกย เลมที่ 5 มาตราตัวสะกดแมเกอว เลมที่ 6 มาตราตัวสะกดแมกก เลมที่ 7 มาตราตัวสะกดแมกด เลมที่ 8 มาตราตัวสะกดแมกบ ระยะเวลาที่ใชในการศึกษาคนควา ระยะเวลาที่ใชในการศึกษา ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565


ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรอิสระ ไดแก การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning โดยใชแบบฝกทักษะการอานและ การเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ตัวแปรตาม ไดแก ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน สมมติฐานของการศึกษา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ที่เรียนดวยการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning โดยใชแบบ ฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวากอนเรียน กรอบแนวคิดของการศึกษา ผูศึกษาไดวางกรอบแนวคิดในการเรียนการสอนภาษาไทย โดยการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวยแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกดกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 ประกอบการสอน ดังนี้ ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1. นักเรียนมีทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกดไดถูกตองคลองแคลว 2. เปนแนวทางสำหรับครูผูสอนภาษาไทยในการเลือกกิจกรรมการเรียนการสอน 3. เปนแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนการอานและการเขียนคำมาตรา ตัวสะกดในกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 นิยามศัพทเฉพาะ 1. การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning หมายถึง กระบวนการเรียนการสอนที่สงเสริมให ผูเรียนมีสวนรวมในชั้นเรียน สรางปฏิสัมพันธระหวางครูผูสอนกับผูเรียน มุงใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครู เปนผูอำนวยความสะดวก สรางแรงบันดาลใจ ใหคำปรึกษา ดูแล แนะนำ จัดวิธีการเรียนรูและแหลงเรียนรูที่ หลากหลาย ใหผูเรียนไดเรียนรูอยางมีความหมาย สรางองคความรูได มีความเขาใจในตนเอง ใชสติปญญา คิด วิเคราะห สรางสรรคผลงาน มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต บรรลุเปาหมายการเรียนรู ตามระดับชวงวัย การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวยแบบฝกทักษะการอานและ การเขียนคำมาตราตัวสะกด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำมาตราตัวสะกด โดยการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวยแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด


2. การสอนโดยใชแบบฝกทักษะพัฒนาการอาน การเขียนคำมาตราตัวสะกด หมายถึง การนำ แบบฝกทักษะพัฒนาการอาน การเขียนคำมาตราตัวสะกด มาใชเปนกิจกรรมประกอบการเรียนการสอนใน เนื้อหาวิชาหลักภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 3 3. ความสามารถในการอานและการเขียน หมายถึง ความรู ความสามารถของนักเรียนที่จะ แสดงพฤติกรรมตามผลการเรียนรูที่คาดหวังของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ภายหลังสิ้นสุด จากการเรียนการสอนซึ่งสามารถสังเกตและวัดไดจากคะแนนของนักเรียนในการทดสอบความสามารถใน การอานและเขียนคำศัพท 4. แผนการจัดการเรียนรูหมายถึง แผนการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning เรื่อง การ อาน การเขียนคำมาตราตัวสะกด โดยใชแบบฝกทักษะพัฒนาการอาน การเขียนคำมาตราตัวสะกด กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ซึ่งประกอบไปดวยจุดประสงคการเรียนรูสาระการเรียนรู กระบวนการจัดการเรียนรูสื่อและแหลงการเรียนรูการวัดผลประเมินผล 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู ความสามารถของนักเรียนที่แสดงพฤติกรรมตาม ตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 หลังจากสิ้นสุด การเรียนการสอนดวยแบบฝกทักษะพัฒนาการอาน การเขียนคำมาตราตัวสะกด กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ซึ่งสามารถวัดไดจากคะแนนของนักเรียนในการทำแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ตอนที่ 1 แบบทดสอบวัดทักษะการอาน จำนวน 15 คำ ตอนที่ 2 แบบทดสอบวัดทักษะการเขียน จำนวน 15 คำ 4. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอาน การเขียนคำมาตราตัวสะกด กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่3 ที่ผูศึกษาสรางขึ้น แบงออกเปน 2 ตอน ตอนที่1 แบบทดสอบวัดทักษะการอาน จำนวน 15คำตอนที่2 แบบทดสอบวัดทักษะการ เขียน จำนวน 15 คำ เพื่อใชทดสอบนักเรียนกอนเรียนและหลังเรียนดวยแบบฝกพัฒนาการอาน การเขียน คำมาตรา กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย 1. ประชากร ประชากรเปนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนวัดเขารวก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 2.1 แบบประเมินผลการอานกอนเรียนและหลังเรียน 2.2 แบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 3. ขั้นตอนการสรางเครื่องมือ 3.1 ศึกษาเอกสารหลักสูตรสถานศึกษา แนวคิดทฤษฏีการเรียนการสอน 3.2 ศึกษาปญหาของนักเรียน วิเคราะหขอมูลที่พบในการจัดการเรียนการสอน 3.3 ศึกษาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning 3.4 ศึกษาเทคนิคการสรางแบบฝกทักษะการอานและการเขียน เพื่อใหเหมาะสมกับ เนื้อหาและผูเรียน


3.5 สรางแบบประเมินผลการอานกอนเรียน - หลังเรียน 3.6 ประเมินผลการอานกอนใชแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 3.7 ดำเนินการจัดกิจกรรมประจำวัน โดยใชแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตรา ตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 3.8 ประเมินผลการอานหลังใชแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 การเก็บรวบรวมขอมูล ใชการเก็บรวบรวมขอมูลในสถานการณจริงในชั้นเรียน โดยใชแบบประเมินผลการอาน และการเขียนกอนและหลังการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวยแบบฝกทักษะการอานและการ เขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 และสังเกตพฤติกรรมของผูเรียนระหวางจัด กิจกรรมการเรียนการสอน การวิเคราะหขอมูล ขอมูลที่รวบรวมไดจากแบบทดสอบอานคำพื้นฐานกอนเรียนและหลังเรียน นำมาวิเคราะห หาคาเฉลี่ย ( Χ ) และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แลวเปรียบเทียบคะแนนความกาวหนาของนักเรียน แตละคน ผลการวิเคราะหขอมูล ขอมูลทั่วไปของกลุมที่ศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนวัดเขารวกทั้งหมดรวม 24 คน มีการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์กอนเรียน แลวจึงดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรูโดยใชแบบฝก ทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 หลังจากนั้นจึงทำ การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน แลวจึงนำผลมาเก็บรวบรวม ขอมูลกอนเรียนและหลังเรียนที่รวบรวมได จากเครื่องมือที่ผูวิจัยสรางขึ้นมาจำแนกผลการเรียนรู ดังนี้ สรุปไดวานักเรียนทั้ง 24 คน มีความกาวหนาในการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวย แบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ประกอบการ เรียนรูเรื่องคำมาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตราและไมตรงตามมาตรา คาเฉลี่ยและคาเบี่ยงเบนมาตรฐานของนักเรียนในการใชสื่อการสอน แบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 การฝก จำนวน นักเรียน X ΣX รอยละ คา S.D กอนเรียน 24 คน 510 21.25 70.83 3.25 หลังเรียน 24 คน 578 24.08 80.28 2.65


จากตารางสรุปไดวา การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวยแบบฝกทักษะพัฒนาการอาน และการเขียนคำมาตราตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 กอนเรียนมีคาเฉลี่ยเทากับ 21.25 หลังเรียนมีคาเฉลี่ยเทากับ 24.08 จะเห็นไดวาคะแนนของคาเฉลี่ยหลังเรียนมีคามากกวาคะแนนเฉลี่ยกอน เรียน และคาเบี่ยงเบนมาตรฐานของกอนเรียนมีคาเทากับ 3.25 สวนคาเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียนมีคา เทากับ 3.65 แสดงวาขอมูลมีคาคะแนนใกลเคียงกัน สรุปผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องคำมาตราตัวสะกด โดยการ จัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวยแบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 เพื่อแกปญหาการอานและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนวัดเขารวก พบวา นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องมาตราตัวสะกดดีขึ้น อภิปรายผล ผลการศึกษาคนควาในครั้งนี้ปรากฏวา ผลสัมฤทธิ์การเรียนรูของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู แบบ Active Learning ดวยแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 มีคุณภาพและประสิทธิภาพอยางดียิ่ง ดวยเหตุผลดังตอไปนี้ 1. แบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 3 เปนสื่อที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผลของการวิเคราะหขอมูลดังกลาว 2. แบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 3 ชุดนี้สรางขึ้นอยางถูกวิธี ไดผานขั้นตอนการสรางและพัฒนาอยางเปนระบบ เริ่มตั้งแตเอกสาร หลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวของในการใชหลักสูตร และยังไดรับการแนะนำ ขอเสนอแนะจากผูเชี่ยวชาญ และมีประสบการณดานเนื้อหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู ความเหมาะสมของเนื้อหา 3. การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวยแบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำ มาตราตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู 4. การจัดการเรียนรูเรื่องคำมาตราตัวสะกด โดยการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ดวย แบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ได เรียงลำดับความยากงายสอดคลองตามธรรมชาติการเรียนรู ทำใหเรียนรูสึกวาตนเองประสบความสำเร็จใน การเรียนรู จึงสรุปไดวาแบบฝกทักษะการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 มีประสิทธิภาพอยางยิ่ง สามารถนำไปใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู สงผลใหผูเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น


ขอเสนอแนะ จากผลการศึกษาคนควาครั้งนี้มีขอเสนอแนะเพื่อประโยชนตอวงการศึกษาดังนี้ 1. กอนนำแบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 ไปใชประกอบการสอน ผูสอนควรศึกษารายละเอียดของทุกกิจกรรมกอนนำไปใช 2. แบบฝกทักษะพัฒนาการอานและการเขียนคำมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 3 จะเกิดความสมบูรณครูผูสอนตองใชควบคูไปกับแผนการจัดการเรียนรูที่ผูวิจัยจัดทำขึ้น จัดกิจกรรมให ครบทุกขั้นตอน ตองตรวจแบบฝกอยางเปนปจจุบันใหผูเรียนรูผลทันที พรอมกับเฉลยคำตอบที่ถูกตองให ผูเรียนไดรูทุกครั้ง


ภาคผนวก


แบบบันทึกคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน – หลังเรียน เรื่อง การอ่านและการเขียนคํามาตราตัวสะกด นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนวัดเขารวก เลขที่ ชื่อ - สกุล ก่อนเรียน หลังเรียน 30 คะแนน 30 คะแนน 1 เด็กชายรัชภูมิ โพธิ์ แวง 25 28 2 เด็กชายยศภัทร เชยจันทร์ 24 26 3 เด็กชายอัครวินท์ ภูริวัตร 20 23 4 เด็กชายกฤษกร สีตอง 16 20 5 เด็กชายพลพล เย็นคต 19 23 6 เด็กชายนันทวัฒน์ สังขกุล 22 25 7 เด็กชายภูษิตร ปรีชาวนา 16 20 8 เด็กชายเศรษฐวิทย์ พาไทยสงค์ 16 21 9 เด็กชายพัฒน์สร ไกรทอง 21 24 10 เด็กชายกฤษดา คําสุข 22 24 11 เด็กชายกฤติยชญ์ บรรพชาติ 16 20 12 เด็กหญิงเบญญาภา พรมอินทร์ 18 22 13 เด็กหญิงกมลยุพา กาบจี๋ 22 24 14 เด็กหญิง พัดชา สารีคํา 21 23 15 เด็กหญิงนุชนาฏ สุพรรณนอก 23 25 16 เด็กหญิงเเนตรนภา เรืองรักเรียน 25 28 17 เด็กหญิงกัญญาพัชร สีนรครุฑ 24 27 18 เด็กหญิงทัดดาว ทองวิจิตร 25 27 19 เด็กหญิงพรธิวา ภูริวัตร 26 28 20 เด็กหญิงนันทิวา ศรีมาลา 20 22 21 เด็กหญิงกฤติญา ด้วงหิรัญ 26 28 22 เด็กหญิงปุณยนุช บรรเลง 20 22 23 เด็กหญิงกนกพรรณ เกิดยิ้ม 20 23 24 เด็กหญิงนิพรรณพร คาบคํา 23 25 เฉลี่ย 21.25 24.08 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.25 2.65 ร้อยละ 70.83 80.28


แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน


แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอ่านการเขียนคํามาตราตัวสะกด ชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ ข้อสอบ จํานวน ๓๐ ข้อ ๓๐ คะแนน ชื่อ______________________________ชั้น_________เลขที่______ คําชี้แจง ๑. แบบวัดผลสัมฤทธิ์มีทั้ งหมด ๒ ตอน ๓๐ ข้อ ดังนี้ ตอนที่ ๑ ข้อสอบวัดทักษะการอ่านโดยให้นักเรียนอ่านคํา จํานวน ๑๕ คํา ตอนที่ ๒ ข้อสอบวัดทักษะการเขียนโดยให้นักเรียนเขียนตามคําบอก จํานวน ๑๕ คํา ๒. ไม่ควรขีดเขียนหรือทําเครื่องหมายใด ๆ ลงในแบบทดสอบนี้


ตอนที่ ๑ ข้อสอบวัดทักษะการอ่านมีจํานวน ๑๕ ข้อ คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน คําชี้แจง นักเรียนอานออกเสียงคําต ่ ่อไปนี้ให้ถูกต้อง วิธีการประเมิน อ่านถูกต้องได้คะแนนข้อละ ๑ คะแนน ๑. อร่อย อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๙. สมอง อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๒. แมวเหมียว อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๑๐. จริงจัง อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๓. บริจาค อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๑๑. ซ่อมแซม อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๔. สุนัข อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๑๒. สนาม อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๕. ชีวิต อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๑๓. การคูณ อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๖. สําเร็จ อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๑๔. บําเพ็ญ อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๗. รูปภาพ อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๑๕. ขโมย อ่านได้ อ่านไม่ได้ ๘. สรุป อ่านได้ อ่านไม่ได้


ตอนที่ ๒ ข้อสอบวัดทักษะการเขียนมีจํานวน ๑๕ ข้อ คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน คําชี้แจง นักเรียนเขียนตามคําบอกของครูให้ถูกต้อง วิธีการประเมิน เขียนถูกต้องได้คะแนนข้อละ ๑ คะแนน ๑. ๙. ๒. ๑๐. ๓. ๑๑. ๔. ๑๒ ๕. ๑๓ ๖. ๑๔ ๗. ๑๕ ๘.


เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน *************************************** ตอนที่ ๑ แบบทดสอบวัดทักษะการอ่าน ๑. อร่อย ๙. สมอง ๒. แมวเหมียว ๑๐. จริงจัง ๓. บริจาค ๑๑. ซ่อมแซม ๔. สุนัข ๑๒. สนาม ๕. ชีวิต ๑๓. การคูณ ๖. สําเร็จ ๑๔. บําเพ็ญ ๗. รูปภาพ ๑๕. ขโมย ๘. สรุป


ตอนที่ ๒ แบบทดสอบวัดทักษะการเขียน ๑. สมัคร ๙. แข็งแรง ๒. ประมุข ๑๐. สี่เหลี่ยม ๓. โอกาส ๑๑. ขนม ๔. พิเศษ ๑๒. พยาบาล ๕. มะพร้าว ๑๓. ปลาวาฬ ๖. เกี่ยวข้าว ๑๔. เหนื่อย ๗. เคารพ ๑๕. เฉลย ๘. บุปผา


ตัวอยางแบบฝกทักษะเลม 1


คําชี้แจง แบบฝึ กทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคํามาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๓ มีจํานวน ๘ เล่ม ได้แก่ เล่มที่ ๑ ผู้เก่ งกล้า...มาตราแม่กง เล่มที่ ๒ เจ้าปัญญา...มาตราแม่กม เล่มที่ ๓ ชวนลั้ นลา...มาตราแม่กน เล่มที่ ๔ สุขหรรษา...มาตราแม่เกย เล่มที่ ๕ ชะชะช่า...มาตราแม่เกอว เล่มที่ ๖ นกเริงร่า...มาตราแม่กก เล่มที่ ๗ ร้องเฮฮา...มาตราแม่กด เล่มที่ ๘ หนูซู่ซ่า...มาตราแม่กบ แบบฝึ กทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคํามาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๓ เล่มนี้ เป็ นเล่มที่ ๑ ผู้เก่งกล้า... มาตราแม่กง ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ และทําแบบฝึ กทักษะที่กาหนดให้ ํ พร้อม ทั้ งปฏิบัติตามที่ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้กระบวนการดําเนินการใช้แบบ ฝึ กทักษะเป็ นไปตามลําดับขั้ นตอน เนื้อหา และจุดประสงค์การเรียนรู้


คําแนะนําสําหรับครู แบบฝึ กทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคํามาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๓ เล่มที่ ๑ ผู้เก่งกล้า...มาตราแม่กง เป็ นการเรียนรู้ที่เน้นการฝึ กปฏิบัติ เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะในการเรียนรู้เรื่ อง มาตราตัวสะกดที่ถูกต้อง ครูควรปฏิบัติดังนี้ ๑. ให้คําแนะนําในการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถฝึ กปฏิบัติได้ตามกิจกรรมในแบบฝึ กทักษะ โดยทําข้อตกลงใน การเรียน และการวัดประเมินผล ๒. ให้นักเรียนทําแบบทดสอบก่อนเรียน จํานวน ๑๐ ข้อ ๓. ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามแบบฝึ กทักษะตั้งแต่ต้นจนจบตามลําดับ ในแผนการจัดการเรียนรู้ ๔. เมื่อนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามแบบฝึ กทักษะแล้ว ให้ทําแบบทดสอบ หลังเรียน จํานวน ๑๐ ข้อ ๕. ครูมีหน้าที่ดําเนินการตรวจแบบฝึ กทักษะ แบบทดสอบ สังเกตพฤติกรรม เฉลยแบบฝึ ก อํานวยความสะดวกในการทําแบบฝึ ก เพื่อให้การเรียนรู้เป็ นไปตาม วัตถุประสงค์ บันทึกคะแนนแล้วแจ้งผลแก่นักเรียน และติดตามซ่อมเสริมนักเรียน ที่ไม่ผานก่ ิจกรรม


คําแนะนําสําหรับนักเรียน ๑. ให้นักเรียนฟังคําอธิบายจากครู หากไม่เข้าใจให้ถามครู ๒. นักเรียนทําแบบทดสอบก่อนเรียนจํานวน ๑๐ ข้อ ๓. ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ศึกษาใบความรู้และปฏิบัติ ตามแบบฝึ กทักษะตั้ งแต่ต้นจนจบตามลําดับ ๔. ส่งผลการทําแบบฝึ กทักษะให้ครู ตรวจและประเมินผล หากมี ข้อผิดพลาด ให้แกไขให้ถูก ้ ต้อง ๕. ทบทวนความรู้ความเข้าใจจากใบความรู้และแบบฝึ กทักษะที่ได้ทําไปแล้ว ๖. ทําแบบทดสอบหลังเรียน จํานวน ๑๐ ข้อ เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจใน เรื่องที่เรียนมาแล้ว หากไม่ผ่าน ให้ศึกษาใบความรู้และแบบฝึ กทักษะอีกครั้งหนึ่ง แล้วขอทดสอบหลังเรียนใหม่


จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อานออกเสียง ่ คําในมาตราตัวสะกดแม่กงได้ถูกต้อง ๒. บอกความหมายของคําในมาตราตัวสะกดแมกง่ ได้ถูกต้อง ๓. จําแนกคําในมาตราตัวสะกดแม่กงได้ถูกต้อง ๔. เขียนคําในมาตราตัวสะกดแม่กงได้ถูกต้อง ๕. เติมคําในประโยคได้ถูกต้อง ๖. แตงประโยคจากคําในมาตราตัวสะกดแม ่ ่กงได้ถูกต้อง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒.ใฝ่ เรียนรู้


การประเมินผล ประเมินผล ครูตรวจให้คะแนนแบบฝึ กทักษะ แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน และบันทึกผลคะแนนของนักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๑. คะแนนทดสอบก่อนเรียน ๑๐ คะแนน ทําแบบทดสอบได้ถูกต้องได้ คะแนนข้อละ ๑ คะแนน ๒. คะแนนการทําแบบฝึ กทักษะ ๖๐ คะแนน ตามเกณฑ์การประเมินผล การทําแบบฝึ กทักษะ


แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกดแม่กง คําชี้แจง นักเรียนทําเครื่องหมายกากบาท ทับตัวอักษรหน้าข้อคําตอบที่ถูกต้อง เพียงข้อเดียว ๑. คําวา่ “ครอบครัวพอเพียง” สะกดด้วยมาตราแม่กงก ี่คํา ก. ๑ คํา ข. ๒ คํา ค. ๓ คํา ๒. ผลไม้ในข้อใดไม่ได้สะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่กง ก. มะม่วง ข. มะเฟื อง ค. มะพร้าว ๓. ข้อใดอาน่ถู กต้อง ก. สงกรานต์ อ่านวา่ สง - กาน ข. ครวญคราง อ่านวา่ ครวน - คราง ค. เกรงกลัว อ่านวา่ เกง – กลัว


๔. “มะม่วงมะปราง อยูข้างข้างบ ่ ่อ มะเฟื องนั้นหนอ ปลูกต่อมะปราง” จากกลอนมีผลไม้กี่ชนิด ก. ๓ ชนิด ข. ๔ ชนิด ค. ๕ ชนิด อ่านบทกลอนต่อไปนี้แล้วตอบคําถามข้อ ๕ - ๖ “ฟักแฟงแตงไทย ตะไคร้ข่าขิง มะกรูดมะปริง ทุกสิ่งพอเพียง” ๕. จากกลอนข้างต้นคําที่สะกดมาตราตัวสะกดแม่กง มีก ี่คํา ก. ๔ คํา ข. ๕ คํา ค. ๖ คํา ๖. ผักในข้อใดไม่ได้สะกดมาตราตัวสะกดแมกง่ ก. ตะไคร้ ข. แตงไทย ค. ขิง ๗. คําในข้อใดเขียนผิด ก. บรรเลง ข. กริ่งเกรง ค. พระสงค์


๘. ข้อใดมีคําที่สะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่กงมากที่สุด ก. ช้างตายทั้ งตัวเอาใบบัวมาปิ ด ข. เข้าเมืองตาหลิ่ วต้องหลิ่ วตาตาม ค. พูดไปสองไพเบี้ย นิ่ งเสียตําลึงทอง ๙. “ใช้จ่ายอยางประหยัดและรู้จัก........ ่ ”ควรเติมคําในข้อใด ก. เห็นแก่ตัว ข. พอเพียง ค. คดโกง ๑๐.คําในข้อใดเขียนถูกต้อง ก. เกงกลัว ข. ไต่ตรอง ค. เคว้งคว้าง


ใบความร้ที่ ๑ู มาตราตัวสะกดแม่กง สระ -า กาง วาง ทาง สระ -ะ ถัง วัง รัง สระ โ- โยง โกง โมง สระ แ- แกง แซง แตง สระ -ัว พวง รวง หวง สระ -ุ ยุง มุง ถุง มาตราตัวสะกดแม่กง คือ คําที่ประสมกบสระตั ่างๆ และมี ง เป็ นตัวสะกด ตัวอยาง่


กางเกง ตัวอย่างคํา ช้าง แปรง เตียง วิ่ ง โอ่ง แตงโม มะม่วง ถุงเท้า กระโปรง


ใบความร้ที่ ๒ู ร้จักความหมายู ที่ คํา ความหมาย ๑ ขัง ให้อยูในที่ล้อมเช ่ ่นกรง คอก หรือเล้า เป็ นต้น ๒ นัง่ อาการที่หยอนก่ นให้ติดก ้ บพื ั้ นหรือที่รองเช่นเกาอี ้ ้ ๓ ช้าง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดหนึ่ง มีงวงและงา ๔ แปรง สิ่งของอยางหนึ่งทําด้วยขนสัตว์ ใช้สําหรับปัด ขัด ถู ่ ๕ เตียง ที่สําหรับนอนมีสี่ขาคล้ายโต๊ะ ๖ วิ่ ง กาวไปโดยเร็วยิ ้ งกว่าเดิน ่ ๗ กางเกง เครื่องนุ่งมี ๒ ขา ๘ เพลง สําเนียงขับร้อง ทํานองดนตรี ๙ สมอง อวัยวะที่อยูภายในกะโหลกศีรษะ ่ เนื้อนุ่ม หยุน ่ ลักษณะเป็ นลอน เป็ นศูนย์รวมระบบประสาท ๑๐ โอ่ง ภาชนะสําหรับขังนํ้ ากนสอบเล็กน้อย ปากกว้าง ้ มีขนาดตาง ๆ ก่นั


แบบฝึ กทักษะที่ ๑ “อ่านคํากันเถอะ” คําชี้แจง ให้นักเรียนอานออกเสียงคํา ่ ในมาตราตัวสะกดแม่กงให้ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) กระโปรง กางเกง เสียงดัง รุงรัง สมอง จริงจัง มะม่วง หนังสือ โป แข็งแรง ร้องเพลง


แบบฝึ กทักษะที่ ๒ “ค่ฉันอยู่ไหน”ู คําชี้แจง ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่คําที่มีความหมายตรงกบรูปภาพที่ก ั าหนดให้ ํ ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) ตัวอย่าง ๑. ๒. ๓. ยุง แปรง ช้าง โอ่ง แตงโม


๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. มะม่วง กระป๋ อง กางเกง เตียงถุงเท้า กระโปรง ถังนํ้า


แบบฝึ กทักษะที่ ๓ “ตามหาแม่กง” คําชี้แจง ให้นักเรียนระบายสีคําที่อยูในมาตรา ่ ตัวสะกดแม่กง (๑๐ คะแนน) ตัวอย่าง ช้าง โอ่ง ยุง่โง่แข็ง งา นัง่ โยง น้อง งู ลิง ถุง แห้ง เสียง งอแง สูง งาม


แบบฝึ กทักษะที่ ๔ “ชวนกันเขียนคํา” คําชี้แจง ให้นักเรียนเขียนคําในมาตราตัวสะกดแม่กงในช่องวางแล้วระบายสี ่ ให้สวยงาม (๑๐ คะแนน) ตัวอย่าง มา หา ยา วา ยาง


แบบฝึ กทักษะที่ ๕ “เติมคําในประโยค” คําชี้แจง เลือกคําที่กาหนดให้เติ ํ มลงในช่องวาง่ ให้ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) แข็งแรง พอเพียง แข็งแกร่ง ผ้หญิง ู มะม่วง ข้าง แตงกวา ต่างถิ่น เลี้ยง น้อง ปิ งปอง ตัวอย่าง ๑. แดงเป็ น ของดํา ๒. นารีนังอยู่ สมปอง ่ ๓. สมศรีเป็ นเด็ก น่ารักมาก ๔. เป็ นผักใช้จิ้ มกบนํ ั้ าพริก ๕. เขียวเป็ นคน และอดทน ๖. มะปรางเป็ นคน มาอาศัยอยูก่บยัา่ ๗. ตาและยายมีความเป็ นอยูอย่าง ่ ๘. คุณครูชอบเล่นกีฬา ๙. เป็ นผลไม้ชนิดหนึ่ง ๑๐. ลุงกอง ้ สุนัขไว้หลายตัว ทองแดงเป็ นคน แข็งแรง และเก่ งกล้า


แบบฝึ กทักษะที่ ๖ “ประโยคของฉัน” คําชี้แจง ให้นักเรียนแต่งประโยคจากคําที่กาหนดให้ (๑๐ คะแนน) ํ ตัวอย่าง ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ยุง ยุงลายออกหากินตอนกลางวัน กางเกง แข็งแรง แตงโม เสียงดัง กระป๋ อง


แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกดแม่กง คําชี้แจง นักเรียนทําเครื่องหมายกากบาท ทับตัวอักษรหน้าข้อคําตอบที่ถูกต้อง เพียงข้อเดียว ๑. คําในข้อใดเขียนผิด ก. บรรเลง ข. กริ่งเกรง ค. พระสงค์ ๒. ข้อใดมีคําที่สะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่กงมากที่สุด ก. ช้างตายทั้ งตัวเอาใบบัวมาปิ ด ข. เข้าเมืองตาหลิ่ วต้องหลิ่ วตาตาม ค. พูดไปสองไพเบี้ย นิ่ งเสียตําลึงทอง ๓. “ใช้จ่ายอยางประหยัดและรู้จัก........ ่ ”ควรเติมคําในข้อใด ก. เห็นแก่ตัว ข. พอเพียง ค. คดโกง ๔. คําในข้อใดเขียนถูกต้อง ก. เกงกลัว ข. ไต่ตรอง ค. เคว้งคว้าง


๕. คําวา่ “ครอบครัวพอเพียง” สะกดด้วยมาตราแม่กงก ี่คํา ก. ๑ คํา ข. ๒ คํา ค. ๓ คํา ๖. ผลไม้ในข้อใดไม่ได้สะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่กง ก. มะม่วง ข. มะเฟื อง ค. มะพร้าว ๗. ข้อใดอ่านถู กต้อง ก. สงกรานต์ อ่านวา่ สง - กาน ข. ครวญคราง อ่านวา่ ครวน - คราง ค. เกรงกลัว อ่านวา่ เกง – กลัว ๘. “มะม่วงมะปราง อยูข้างข้างบ ่ ่อ มะเฟื องนั้นหนอ ปลูกต่อมะปราง” จากกลอนมีผลไม้กี่ชนิด ก. ๓ ชนิด ข. ๔ ชนิด ค. ๕ ชนิด


อ่านบทกลอนต่อไปนี้แล้วตอบคําถามข้อ ๙ – ๑๐ “ฟักแฟงแตงไทย ตะไคร้ข่าขิง มะกรูดมะปริง ทุกสิ่งพอเพียง” ๙. ผักในข้อใดไม่ได้สะกดมาตราตัวสะกดแมกง่ ก. ตะไคร้ ข. แตงไทย ค. ขิง ๑๐. จากกลอนข้างต้นคําที่สะกดมาตราตัวสะกดแม่กง มีก ี่คํา ก. ๔ คํา ข. ๕ คํา ค. ๖ คํา


ภาคผนวก


เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกดแม่กง ๑. ก ๒. ค ๓. ข ๔. ก ๕. ค ๖. ก ๗. ค ๘. ค ๙. ข ๑๐. ค


เฉลยแบบฝึ กทักษะที่ ๒ “ค่ฉันอยู่ไหน”ู คําชี้แจง ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่คําที่มีความหมายตรงกบรูปภาพที่ก ั าหนดให้ ํ ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) ตัวอย่าง ๑. ๒. ๓. ยุง แปรง ช้าง โอ่ง แตงโม


๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. มะม่วง กระป๋ อง กางเกง เตียงถุงเท้า กระโปรง ถังนํ้า


เฉลยแบบฝึ กทักษะที่ ๓ “ตามหาแม่กง” คําชี้แจง ให้นักเรียนระบายสีคําที่อยูในมาตรา ่ ตัวสะกดแม่กง (๑๐ คะแนน) ตัวอย่าง ช้าง โอ่ง ยุง่โง่แข็ง งา นัง่ โยง น้อง งู ลิง ถุง แห้ง เสียง งอแง สูง งาม


เฉลยแบบฝึ กทักษะที่ ๔ “ชวนกันเขียนคํา” คําชี้แจง ให้นักเรียนเขียนคําในมาตราตัวสะกดแม่กงในช่องวางแล้วระบายสี ่ ให้สวยงาม (๑๐ คะแนน) ตัวอย่าง ยาง ถุง แดง โรง ฟัง น้อง โอ่ง ยุง วัง แรง แข็ง ทอง โมง ลิง ธง


เฉลยแบบฝึ กทักษะที่ ๕ “เติมคําในประโยค” คําชี้แจง เลือกคําที่กาหนดให้เติ ํ มลงในช่องวาง่ ให้ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) แข็งแรง พอเพียง แข็งแกร่ง ผ้หญิง ู มะม่วง ข้าง แตงกวา ต่างถิ่น เลี้ยง น้อง ปิ งปอง ตัวอย่าง ๑. แดงเป็ น น้อง ของดํา ๒. นารีนังอยู่ ่ ข้าง สมปอง ๓. สมศรีเป็ นเด็ก ผู้หญิง น่ารักมาก ๔. แตงกวา เป็ นผักใช้จิ้ มกบนํ ั้ าพริก ๕. เขียวเป็ นคน แข็งแกร่ง และอดทน ๖. มะปรางเป็ นคน ตางถิ ่่ น มาอาศัยอยูก่บยัา่ ๗. ตาและยายมีความเป็ นอยูอย่าง ่ พอเพียง ๘. คุณครูชอบเล่นกีฬา ปิ งปอง ๙. มะม่วง เป็ นผลไม้ชนิดหนึ่ง ๑๐. ลุงกอง ้ เลี้ยง สุนัขไว้หลายตัว ทองแดงเป็ นคน แข็งแรง และเก่ งกล้า


เฉลยแบบฝึ กทักษะที่ ๖ “ประโยคของฉัน” คําชี้แจง ให้นักเรียนแต่งประโยคจากคําที่กาหนดให้ (๑๐ คะแนน) ํ ตัวอย่าง ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ยุง ยุงลายออกหากินตอนกลางวัน กางเกง พอใส ่ ่กางเกงสีนํ้ าตาล แข็งแรง ดื่มนมทุกวันทําให้แข็งแรง แตงโม แม่ค้าขายแตงโมลูกละ ๒๐ เสียงดัง นักเรียนหัวเราะเสียงดังมาก กระป๋ อง แม่ซื ้อปลากระป๋ องที่ตลาด


เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกดแม่กง ๑. ค ๒. ค ๓. ข ๔. ค ๕. ก ๖. ค ๗. ข ๘. ก ๙. ก ๑๐. ค


Click to View FlipBook Version