ดา้ นท่ี ๒
การบริหารหลกั สตู รและงานวชิ าการ
(ระดบั ๔)
๒.๑ การพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา
๑) วเิ คราะห์ความต้องการจาเป็นของสถานศึกษา รว่ มกบั ชุมชน สังคม ท้องถิ่น และผู้มีสว่ นเกี่ยวขอ้ งทุกฝ่าย
ครอบคลุมทุกประเดน็
๒) นาผลการวิเคราะห์ท่ีไดม้ าพฒั นาหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกบั หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขัน้ พื้นฐาน เปา้ หมายและวิสัยทศั นข์ องสถานศึกษา
๓) นาหลกั สตู รของสถานศึกษาไปออกแบบจดั การเรยี นการสอนอย่างเปน็ ขน้ั ตอนตามท่กี าหนดบรรลผุ ลตาม
จุดมงุ่ หมาย
๔) จดั ทาแผนและดาเนนิ การนิเทศ กากบั ตดิ ตาม และประเมนิ การใชห้ ลกั สตู รอยา่ งตอ่ เน่ือง
๕) สรุปผลการนเิ ทศ กากับ ติดตาม และประเมิน นาผลมาปรับปรงุ และพฒั นาหลกั สตู รอย่างต่อเนอื่ ง
โดยใช้กระบวนการวจิ ัยเพ่ือพัฒนานาไปสู่ความย่ังยืนและเปน็ แบบอย่างในวงกวา้ งได
๒.๒ การจัดกจิ กรรมเสริมหลักสตู ร
๑) นาผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลนกั เรียนรายบคุ คลและความคิดเหน็ ของผูป้ กครอง ท้องถ่ิน ชมุ ชนมากาหนด
กจิ กรรมเสริมหลักสตู ร ไดเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ งกับความพร้อม ความสนใจของนักเรียน เปน็ ไปตามความ
ต้องการของผูป้ กครองและชมุ ชน และสอดคล้องกับบรบิ ทของท้องถ่ิน ชมุ ชน
๒) กาหนดวตั ถปุ ระสงค์ กรอบแนวคิด และแนวทางการจัดกจิ กรรมเสรมิ หลักสตู รไว้อยา่ งชดั เจนสอดคลอ้ งกับ
มาตรฐานการเรยี นรู้ของกล่มุ สาระการเรียนรู้ เนน้ การพัฒนารอบดา้ น ทั้งการอา่ น เขยี น การสอื่ สาร การคิดท่ี
หลากหลาย ทักษะการจดั การ และงานอาชพี
๓) มีรูปแบบการจัดกจิ กรรมท่ีหลากหลาย ท้าทาย สร้างสรรค์ น่าสนใจ ท้ังกจิ กรรมรายบุคคล และกิจกรรม
กลุ่ม
๔) นกั เรยี นทุกคน ทุกกลุ่มเป้าหมายได้ปฏบิ ัติกจิ กรรมอย่างมีความสุข
๕) นกั เรียนมผี ลงานเชิงสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และหรือมีการพัฒนาตอ่ ยอดที่ชัดเจน
๒.๓ สื่อ เทคโนโลยีเพื่อการเรยี นร้แู ละแหล่งเรยี นรู้
๑) รบั ฟงั ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะของครู นกั เรียน และผูท้ ม่ี สี ว่ นเกยี่ วข้องเกีย่ วกบั ความตอ้ งการใช้สื่อ
เทคโนโลยีเพื่อการเรยี นรู้ แหล่งเรยี นรู้ มีการวเิ คราะหส์ รปุ ผล เพ่ือใช้ในการออกแบบ วางแผน และดาเนินการ
จัดหาและผลติ
๒) ออกแบบ วางแผน และดาเนินการจดั หาและผลิตส่ือ เทคโนโลยเี พอื่ การเรยี นรู้ และแหล่งเรยี นรทู้ ี่
สอดคลอ้ งกับเป้าหมายของหลกั สตู รอย่างครบถ้วนสมบรู ณ์ทกุ กลมุ่ สาระการเรียนรู้จนผลิตสอื่ เทคโนโลยเี พือ่
การเรยี นรู้ได้ดี
๓) จัดบรกิ ารและบารุงรกั ษาส่ือ เทคโนโลยีเพอ่ื การเรยี นรู้ และแหล่งเรยี นรอู้ ย่างเป็นระบบ
๔) ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้ครใู ชส้ ือ่ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ ท้งั ที่มีในสถานศกึ ษาในท้องถน่ิ และ
ชมุ ชน ครูทกุ คนนาส่ือไปใช้อย่างเหมาะสมกบั เปา้ หมาย สาระการเรียนรู้ วธิ ีการจัดการเรียนรู้และวัยของ
นักเรยี น
๕) ประชาสัมพนั ธ์เผยแพรส่ ือ่ เทคโนโลยเี พ่อื การเรยี นรู้ และแหลง่ เรียนรู้ท่ีไดร้ ับการยอมรับเป็นนวัตกรรม สู่
แวดวงวชิ าการผา่ นรปู แบบและวธิ กี ารทีม่ ีความหลากหลาย
๒.๔ ระบบการวดั และประเมินผล
๑) สรา้ งและพัฒนาแนวทาง/ กระบวนการประเมินผล เพ่ือใหไ้ ดข้ ้อมูลสารสนเทศเก่ียวกับนักเรียนท่ีถูกต้อง
ครบถว้ น
๒) มีระเบยี บการวดั และประเมินผลทีม่ คี รู นกั เรียน ผปู้ กครอง และผมู้ สี ่วนเกย่ี วขอ้ งร่วมจดั ทาสอดคล้องกับสง่ิ
ทต่ี ้องการวดั และประเมิน
๓) สรา้ งและพัฒนาเครื่องมือวดั และประเมนิ ผลที่มคี ุณภาพ หลากหลายรปู แบบ และมีการเกบ็ รวบรวมอย่าง
เป็นระบบ สามารถนามาใชไ้ ด้อย่างสะดวกรวดเร็วตรงความตอ้ งการ ในทุกกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
๔) จัดทาเอกสารประกอบการวดั และประเมนิ ผลเพอื่ สรุปรายงานเสนอต่อผ้บู ังคับบัญชาหน่วยงานต้นสังกัด
และผู้เกยี่ วข้อง
๕) นาผลไปใชเ้ พ่ือพฒั นากระบวนการบรหิ ารและการจัดการของผูบ้ รหิ ารโรงเรยี น กระบวนการจัดการเรยี น
การสอนของครู และกระบวนการเรียนรูข้ องนกั เรียน
ด้านท่ี ๒ การบรหิ ารหลกั สตู รและงานวิชาการ
๒.๑ การพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา
๒.๒.๑ นาผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู นกั เรยี นรายบุคคลและความคิดเห็นของผู้ปกครอง
ชุมชน มากาหนดกิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร
การดาเนินงาน
โรงเรียนพระธาตุพิทยาคม มีการวิเคราะห์ข๎อมูลนักเรยี นรายบุคคล และความจาเปน็ ของ
สถานศึกษา รวํ มกบั ชุมชน สงั คม ทอ๎ งถ่นิ และผู๎มีสวํ นเกยี่ วขอ๎ งดังนี้
๑. โรงเรยี นไดว๎ ิเคราะห์สภาพแวดล๎อม ในการจัดการศึกษา โดยให๎ผป๎ู กครอง นักเรยี น
ครู และบคุ ลากรในโรงเรยี น รวํ มแสดงความคิดเห็น ระบจุ ุดเดํนและจุดท่ีควรพัฒนา เพื่อนาผลทไ่ี ด๎มาวางแผน
พฒั นาสถานศึกษา
๒. ศึกษาข๎อมลู เกย่ี วกับสภาพและความต๎องการของชุมชนและท๎องถนิ่ ดา๎ นการศึกษา
เศรษฐกจิ และวฒั นธรรม
3. แตงํ ต้งั คณะทางาน เพ่ือวางแผนและเตรียมความพร๎อมในการพัฒนาหลักสูตร
4. สรุป/ รายงานผล ข๎อมูลนักเรียนรายบุคคล และความต๎องการจาเป็นของสถานศึกษา
ชุมชน สงั คม และท๎องถ่ิน
5. นาผลจากข๎อมูลนักเรียนรายบุคคล และของสถานศกึ ษา ชุมชน ท๎องถิน่ มาใชใ๎ น
การวางแผนและเตรียมความพรอ๎ มในการพัฒนาหลักสตู ร
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการดาเนนิ งานอยูํในระดับ 4 โดยทางโรงเรียนพระธาตุพิทยาคม ไดน๎ าผลการ
วเิ คราะหข์ ๎อมลู นักเรียนรายบุคคล และความจาเปน็ ของสถานศกึ ษาและชมุ ชน มาวางแผนในการพัฒนา/
ปรบั ปรุงหลักสูตรสถานศึกษาอยาํ งตํอเนื่อง มหี ลกั สตู รที่สนองความต๎องการของสถานศกึ ษา ชุมชน สงั คม
และท๎องถ่ิน ชุมชนุ สงั คม และทอ๎ งถนิ่ มีสํวนรวํ มในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา
หลกั ฐานอา้ งอิง
– รายงานผลการวิเคราะห์ความต๎องการจาเป็นของสถานศึกษา ชมุ ชน สังคม และท๎องถิ่น
– คาสง่ั แตงํ ตัง้ คณะกรรมการพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา
– บนั ทึกการประชมุ
– แบบสารวจความต๎องการจาเป็นของสถานศึกษา
– รูปภาพ
คาสัง่ แตงํ ตง้ั คณะกรรมการพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา
c
การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน คณะกรรมการทป่ี รึกษา ผ๎ปู กครอง นกั เรยี น
๒.๑.๒ นาผลการวเิ คราะห์ท่ีไดม้ าพฒั นาหลกั สตู รของสถานศกึ ษาใหม้ คี วามยดื หยนุ่ และสอดคล้อง
กบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
การดาเนินงาน
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนพระธาตุพิทยาคมด๎านคณุ ภาพครูผ๎ูสอน มีการดาเนนิ การ
พฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาอยํางตํอเนื่องใหส๎ อดคล๎องตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐานพุทธศักราช
2551 และการวเิ คราะห์หลักสตู รในสํวนของมาตรฐานการเรยี นร๎ู ตัวชีว้ ัดของกลุมํ สาระการเรียนร๎ู
คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลมํุ สาระการเรยี นรส๎ู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) มกี ารกาหนดกรอบ
โครงสรา๎ งเวลาเรียนของหลักสูตรให๎ครบถว๎ นตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551
ให๎เหมาะสมกบั บรบิ ทของผูเ๎ รียนและสถานศึกษา
ผลการดาเนินงาน
ผลการดาเนนิ งานอยใูํ นระดบั 4 โรงเรียนพระธาตพุ ทิ ยาคม มหี ลกั สตู รสถานศกึ ษา หลักสตู ร
กลุํมสาระการเรยี นรู๎ 8 กลุํมสาระ ทีม่ ีความยดื หยนํุ และสอดคลอ๎ งกบั เป้าหมายการจัดการศึกษา และวิสัยทัศน์
ของสถานศกึ ษา หลักสูตรของโรงเรียนเป็นไปตามความต๎องการของชุมชน และท๎องถิ่น นักเรียนได๎เรียนรู๎ตาม
ความถนัด ความสนใจ สนองตามศักยภาพและความต๎องการของนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ัน
พน้ื ฐาน นกั เรยี น ผู๎ปกครอง ชุมชน มีสํวนรวํ มในการจดั ทาหลกั สูตร
หลักฐานอ้างอิง
– คาสั่งแตํงตงั้ คณะกรรมการพฒั นาหลกั สูตร
– กรอบโครงสร๎างเวลาเรียนของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
– กาหนดโครงสรา๎ งหลกั สตู รสถานศกึ ษา
– การดาเนนิ งานแลกเปลี่ยนเรยี นรูเ๎ ครอื ขํายโรงเรยี นโครงการ TSQP ๒ และการนเิ ทศ
ตดิ ตาม และวิพากษ์หลกั สตู ร หนวํ ยการสอน และการจัดการเรียนร๎ู
– การประชุมการพัฒนาหลกั สูตร
– PLC ของครู 3 กลุมํ สาระการเรียนรแู๎ ละ 5 กลํุมสาระการเรยี นรู๎
– หลกั สูตรสถานศึกษา
– หลักสตู รกลํมุ สาระการเรยี นร๎ู 8 กลมุํ สาระ
คาสั่งคณะกรรมการงานหลกั สตู รและการเรียนการสอน
กาหนดกรอบโครงสรา๎ งเวลาเรียนของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรยี นพระธาตุพทิ ยาคม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ปกี ารศึกษา 2563)
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2
รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก รหัสวิชา ชอื่ วิชา นก รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก รหัสวิชา ชอื่ วิชา นก
กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน กลมุ่ สาระวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน กลมุ่ สาระวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน 1.5
1.5
ท21101 ภาษาไทย 1 1.5 ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 ท23101 ภาษาไทย 5 1.5 ท23102 ภาษาไทย 6 1.5
1.0
ค21101 คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1 1.5 ค21102 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 2 1.5 ค22101 คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 3 1.5 ค22102 คณติ ศาสตรพ์ ้นื ฐาน 4 1.5 ค23101 คณติ ศาสตรพ์ นื้ ฐาน 5 1.5 ค23102 คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน 6 0.5
0.5
ว21101 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1 1.5 ว21102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 2 1.5 ว22101 วทิ ยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน 3 1.5 ว22102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 4 1.5 ว23101 วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน 5 1.5 ว23102 วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 6 1.0
1.0
ส21101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส21104 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1.0 ส22101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส22104 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส23101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส23104 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.5
0.5
ส21102 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส21105 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส22102 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส22105 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส23102 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส23105 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5
11.0
ส21103 พระพุทธศาสนา 0.5 ส21106 พระพุทธศาสนา 0.5 ส22103 พระพุทธศาสนา 0.5 ส22106 พระพุทธศาสนา 0.5 ส23103 พระพุทธศาสนา 0.5 ส23106 พระพุทธศาสนา
0.5
ศ21101 ศลิ ปะพืน้ ฐาน 1 1.0 ศ21102 ศลิ ปะพืน้ ฐาน 2 1.0 ศ22101 ศลิ ปะพ้ืนฐาน 3 1.0 ศ22102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน 4 1.0 ศ23101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน 5 1.0 ศ23102 ศลิ ปะพืน้ ฐาน 6 1.0
1.0
พ21101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0 พ21102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0 พ22101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0 พ22102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0 พ23101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0 พ23102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5
0.5
อ21101 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 1.5 อ21102 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 2 1.5 อ22101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 3 1.5 อ22102 ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน 4 1.5 อ23101 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 5 1.5 อ23102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 6
ง21101 การงานอาชพี 0.5 ง21102 การงานอาชพี 0.5 ง22101 การงานอาชีพ 0.5 ง22102 การงานอาชพี 0.5 ง23101 การงานอาชีพ 0.5 ง23102 การงานอาชพี
ว21103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 ว21104 วทิ ยาการคานวณ 0.5 ว22103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 ว22104 วทิ ยาการคานวณ 0.5 ว23103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 ว23104 วทิ ยาการคานวณ
รวม 11.0 รวม 11.0 รวม 11.0 รวม 11.0 รวม 11.0 รวม
กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเติม กลมุ่ สาระวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเติม
ส21231 หนา้ ท่ีพลเมอื ง 1 0.5 ส21232 หนา้ ที่พลเมอื ง 2 0.5 ส22233 หนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 0.5 ส22234 หนา้ ท่ีพลเมอื ง 4 0.5 ส23235 หนา้ ที่พลเมอื ง 5 0.5 ส23236 หนา้ ท่ีพลเมอื ง 6
ค21201 คณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ 1 1.0 ค21202 คณติ ศาสตรเ์ พิม่ เตมิ 2 1.0 ค22201 คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 3 1.0 ค22202 คณิตศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 4 1.0 ค23201 คณติ ศาสตรเ์ พิม่ เตมิ 5 1.0 ค23202 คณิตศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 6
ว21201 วทิ ยาศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 1 1.0 ว21202 วทิ ยาศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 2 1.0 ว22201 วทิ ยาศาสตรก์ บั ความงาม 1.0 ว22202 วทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ 4 1.0 ว23201 วทิ ยาศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 5 1.0 ว23202 วทิ ยาศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 6
จ21201 ภาษาจีน 1 0.5 I20201 การสบื คน้ ดว้ ยโครงงาน (IS1) 1.0 I20202 การเขียนรายงานทางวิชาการ (IS2) 1.0 จ22202 ภาษาจีน 4 0.5 จ23201 ภาษาจีน 5 0.5 จ23202 ภาษาจีน 6
ก21201 ภาษาเกาหลี 1 0.5 จ21202 ภาษาจีน 2 0.5 จ22201 ภาษาจีน 3 0.5 ก22202 ภาษาเกาหลี 4 0.5 ก23201 ภาษาเกาหลี 5 0.5 ก23202 ภาษาเกาหลี 6
โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรยี นพระธาตุพทิ ยาคม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (แผนการเรยี นศิลป-์ ภาษา) ปกี ารศึกษา 2563
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/2, 4/3 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/2 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6/2
ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1
นก รหัสวิชา ชอื่ วิชา นก รหัสวิชา ชอื่ วิชา นก รหัสวิชา ชอื่ วิชา นก รหัสวิชา ชอื่ วิชา
รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก รหัสวิชา ชอ่ื วิชา กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน นก
กลมุ่ สาระวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน
กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน
ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0
ค31101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1 1.0 ค31102 คณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน 2 1.0 ค32101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 3 1.0 ค32102 คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน 4 1.0 ค33101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 5 1.0 ค33102 คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน 6 1.0
ส31101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส31103 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส32101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส32102 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1.0 ส33101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส33103 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1.0
ส31102 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส31104 ประวัติศาสตร์ 0.5 พ32101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ32102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 ส33102 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส33104 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5
พ31101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ31102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 ศ32101 ศลิ ปะพ้นื ฐาน 3 0.5 ศ32102 ศลิ ปะพ้นื ฐาน 4 0.5 พ33101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ33102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5
ศ31101 ศลิ ปะพ้ืนฐาน 1 0.5 ศ31102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน 2 0.5 ง32101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 0.5 ง32102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 4 0.5 ศ33101 ศลิ ปะพืน้ ฐาน 5 0.5 ศ33102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน 6 0.5
ง31101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 1 0.5 ง31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2 0.5 ว30103 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 3 1.0 ว30104 วทิ ยาศาสตร์ โลก และอวกาศ 1.5 ง33101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 5 0.5 ง33102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 6 0.5
ว30103 วทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน 3 1.0 ว30102 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1 1.0 ว32103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 ว32104 วทิ ยาการคานวณ 0.5 ว33103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 อ33102 ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน 6 1.0
ว31103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 ว31104 วทิ ยาการคานวณ 0.5 อ32101 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 3 1.0 อ32102 ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน 4 1.0 ว30105 วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน 5 1.0
อ31101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1 1.0 อ31102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 1.0 อ33101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 5 1.0
รวม 7.5 รวม 7.5 รวม 7.0 รวม 7.5 รวม 7.5 รวม 6.0
กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเติม กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเติม กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพ่ิมเติม
จ31201 ภาษาจีนเพ่ือการสอ่ื สาร 1 หรอื 3.0 จ31202 ภาษาจีนเพ่อื การส่อื สาร 2 หรอื 3.0 จ32201 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 3 3.0 จ32202 ภาษาจีนเพอ่ื การสื่อสาร 4 3.0 จ33201 ภาษาจีนเพื่อการส่อื สาร 5 3.0 จ33202 ภาษาจีนเพือ่ การสือ่ สาร 6 3.0
ก31201 ภาษาเกาหลี 1 3.0 ก31202 ภาษาเกาหลี 2 3.0 ก30201 ภาษาเกาหลีเบื้องตน้ 1 1.0 ก 1.0 ก30202 ภาษาเกาหลีเบ้ืองตน้ 2 1.0 ก 1.0
ท30201 หลกั การใชภ้ าษาไทย 1 1.0 ท30201 หลกั การใชภ้ าษาไทย 2 1.0 ท30203 การเขียน 1.0 ท30204 ภาษากบั วฒั นธรรม 1.0 ท30205 ภาษาถิ่น 1.0 ท30206 วรรณกรรมท้องถ่ิน 1.0
ส30231 หนา้ ที่พลเมอื ง 1 0.5 ส30232 หนา้ ที่พลเมอื ง 2 0.5 ส30233 หนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 0.5 ส30234 หนา้ ท่ีพลเมอื ง 4 0.5 ง33203 ทักษะอาชพี 5 1.0 ง33204 ทักษะอาชีพ 6 1.0
ง31204 ทักษะอาชีพ 1 1.0 I30201 การสืบคน้ ดว้ ยโครงงาน (IS1) 1.0 I30202 การเขียนรายงานทางวชิ าการ (IS2) 1.0 ง32204 ทักษะอาชพี 4 1.0 ส33201 โลกและเหตกุ ารณ์ปัจจุบัน 1.0 อ33202 ภาษาองั กฤษอา่ นเขียน 6 1.0
โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรยี นพระธาตุพทิ ยาคม ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย (แผนการเรยี นวทิ ยาศาสตร-์ คณติ ศาสตร)์ ปกี ารศึกษา 2563
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6/1
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2
รหัสวิชา ชอื่ วิชา นก รหัสวิชา ชอื่ วิชา นก รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก รหัสวิชา ชอ่ื วิชา นก
กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน กลมุ่ สาระวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน กลมุ่ สาระวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระวิชาพื้นฐาน
ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0
ค31101 คณติ ศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 1 1.0 ค31102 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 2 1.0 ค32101 คณติ ศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 3 1.0 ค32102 คณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 4 1.0 ค33101 คณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน 5 1.0 ค33102 คณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน 6 1.0
ส31101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส31103 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1.0 ส32101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส32102 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0 ส33101 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1.0 ส33103 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.0
ส31102 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส31104 ประวัติศาสตร์ 0.5 พ32101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ32102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 ส33102 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 ส33104 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5
พ31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ31102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 ศ32101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน 3 0.5 ศ32102 ศลิ ปะพืน้ ฐาน 4 0.5 พ33101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ33102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5
ศ31101 ศลิ ปะพ้ืนฐาน 1 0.5 ศ31102 ศลิ ปะพ้นื ฐาน 2 0.5 ง32101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 0.5 ง32102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 4 0.5 ศ33101 ศลิ ปะพื้นฐาน 5 0.5 ศ33102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน 6 0.5
ง31101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 1 0.5 ง31102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 2 0.5 ว30103 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 3 1.0 ว30104 วทิ ยาศาสตร์ โลก และอวกาศ 1.5 ง33101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 5 0.5 ง33102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 6 0.5
ว30103 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 3 1.0 ว30102 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1 1.0 ว32103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 ว32104 วทิ ยาการคานวณ 0.5 ว33103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 อ33102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 6 1.0
ว31103 การออกแบบและเทคโนโลยี 0.5 ว31104 วทิ ยาการคานวณ 0.5 อ32101 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 3 1.0 อ32102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4 1.0 ว30105 วทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน 5 1.0
อ31101 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน 1 1.0 อ31102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 2 1.0 อ33101 ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน 5 1.0
รวม 7.5 รวม 7.5 รวม 7.0 รวม 7.5 รวม 7.5 รวม 6.0
กลมุ่ สาระวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเติม กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระวิชาเพิ่มเติม
ว31201 ฟิสิกส์ 1 2.0 ว31202 ฟิสิกส์ 2 2.0 ว32203 ฟิสกิ ส์ 3 2.0 ว32204 ฟิสกิ ส์ 4 2.0 ว33205 ฟิสิกส์ 5 2.0 ว33206 ฟิสิกส์ 6 2.0
ว31221 เคมี 1 1.5 ว31222 เคมี 2 1.5 ว32223 เคมี 3 1.5 ว32224 เคมี 4 1.5 ว33225 เคมี 5 1.5 ว33226 เคมี 6 1.5
ว31241 ชวี วทิ ยา 1 1.5 ว31242 ชวี วทิ ยา 2 1.5 ว32243 ชวี วทิ ยา 3 1.5 ว32244 ชวี วทิ ยา 4 1.5 ว33245 ชวี วทิ ยา 5 1.5 ว33246 ชีววทิ ยา 6 1.5
ว31251 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1 1.0 ว31252 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 2 1.0 ว32253 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 1.0 ว32254 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 4 1.0 ค33201 คณติ ศาสตรเ์ พิม่ เตมิ 5 2.0 ค33202 คณิตศาสตรเ์ พิม่ เตมิ 6 2.0
การกาหนดโครงสร๎างหลักสูตรสถานศกึ ษา แผนการเรียนท่ีหลากหลากหลายใหผ๎ เ๎ู รยี นสามารถเลอื ก
ที่จะเรียนรูใ๎ หส๎ อดคลอ๎ งตามความถนดั และความสนใจของตนเอง
การแลกเปลี่ยนเรียนร๎ูเครือขํายโรงเรียนโครงการ TSQP ๒ และ
การนิเทศ ตดิ ตาม และวพิ ากษห์ ลักสตู ร หนํวยการสอน และการจดั การเรียนร๎ู
โดยผทู๎ รงคุณวฒุ ิจากสานกั งานกองทนุ เพ่ือความเสมอภาคทางการศกึ ษา (กสศ.) และมหาวิทยาลยั ศรปี ทมุ
การประชุมวเิ คราะห์หลักสูตรสถานศกึ ษา
PLC ของครู 3 กลุมํ สาระการเรยี นรแ๎ู ละ 5 กลมํุ สาระการเรยี นร๎ู
รูปเลมํ หลักสูตรสถานศกึ ษา
หลักสูตรกลํุมสาระการ
เรยี นร๎ู 8 กลมุํ สาระการ
เรยี นรู๎
๒.๑.๓ นา
หลกั สูตรสถานศึกษาไป
ออกแบบจดั การเรยี นการ
สอนเพอ่ื ให้บรรลผุ ลตาม
จุดม่งุ หมาย
การดาเนินงาน
การนาหลกั สตู รสถานศึกษาไปออกแบบการจดั การเรยี นการสอนอยํางเปน็ ขน้ั ตอนมกี ระบวนการ ดังนี้
๑. ครผู ๎สู อนศึกษา วิเคราะห์หลกั สตู ร มาตรฐานการเรียนร๎ู ตวั ชีว้ ดั หรอื ผลการเรยี นรู๎ สมรรถนะ
สาคัญของผู๎เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๒. ออกแบบการจัดการเรยี นรู๎ โดยเลอื กใชว๎ ธิ ีการสอนและเทคนิคการสอน สอื่ / แหลงํ เรียนร๎ู การวดั
และประเมินผล เพ่ือใหผ๎ ๎เู รียนได๎พัฒนาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นร๎ู
๓. จัดทาหนวํ ยการเรยี นรูท๎ ต่ี อบสนองความแตกตาํ งระหวาํ งบคุ คล และพฒั นาการทางสมอง เพื่อนา
ผู๎เรยี นไปสเํู ป้าหมาย
๔. จดั กจิ กรรมการเรยี นรทู๎ ีห่ ลากหลาย เนน๎ ผเู๎ รียนเปน็ สาคัญ และเนน๎ กจิ กรรม Active Learning
๕. เตรียมและเลอื กใช๎สือ่ ให๎เหมาะสมกบั กจิ กรรม นาภมู ิปัญญาทอ๎ งถิ่นและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมา
ประยุกตใ์ ชใ๎ นการจดั การเรียนการสอน
๖. ประเมนิ ความกา๎ วหน๎าของผู๎เรียนด๎วยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชา และ
ระดบั พฒั นาการของผูเ๎ รยี น
๗. วิเคราะห์ผลการประเมนิ มาใช๎ในการสอนซํอมเสริมและพฒั นาผเู๎ รียน
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการดาเนินงานอยํูในระดับ 4 โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนเป็นลาดับข้ันตอน มีการศึกษา
วิเคราะหห์ ลกั สูตร มาตรฐานการเรยี นรู๎ ตวั ชว้ี ดั สมรรถนะสาคัญของผเู๎ รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มีการออกแบบการจัดการเรียนรู๎ มีวิธีการสอนและเทคนิคท่ีหลากหลาย มีสื่อและแหลํงการเรียนรู๎ จัดทา
แผนการสอนที่เหมาะสมกับผ๎ูเรียน โดยเน๎นผู๎เรียนเป็นสาคัญ มีกิจกรรม Active Learning มีการใช๎นวัตกรรม
เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู๎ และมีการวัดผลและประเมินผลตามแผนการจัดการเรียนรู๎ที่สอดคล๎องกับ
มาตรฐานการเรียนร๎ู และมกี ารซํอมเสริมใหก๎ ับผู๎เรียนท่ีต๎องพัฒนา สํงผลให๎ผู๎เรียนมีผลสัมฤทธิ์ท่ีดี และเป็นคน
ดี เกํง มีความสุขตามมาตรฐานการศกึ ษา
หลกั ฐานอา้ งอิง
– แผนการจัดการเรยี นร๎ู
– การจดั กจิ กรรมการเรียนร๎โู ดยใช๎สือ่ เทคโนโลยี สารสนเทศ
– การบริหารจัดการช้นั เรยี น
– การนเิ ทศรายบุคคล
การกาหนดแผนผงั การออกแบบการสอน การจัดการเรยี นรู๎แบบ Thinking School สอดแทรกเทคนิค
วิธีตํางๆ ที่หลากหลายมาพฒั นาการสอนคิดในโรงเรยี น มํุงใหผ๎ ูเ๎ รยี นมีทกั ษะแหํงการเรียนรู๎ในศตวรรษที่ 21
แผนการจัดการเรียนรู๎ทีเ่ นน๎ ผู๎เรยี นเปน็ สาคัญ การบรู ณาการการจดั การเรียนร๎รู ะหวํางกลํุมสาระการเรยี นรู๎
การจัดกิจกรรมการเรียนรโ๎ู ดยใช๎สือ่ เทคโนโลยี สารสนเทศ หรอื ใช๎แหลงํ เรยี นร๎มู าชํวยในการจดั
กจิ กรรมการเรยี นรไ๎ู ด๎อยาํ งมคี ุณภาพ
เตรียมพร้อมครูและบคุ ลากรโดยเขา้ ร่วมประชุม Video Conference หรอื zoom เทคนิคการสอน
online จากหนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งอยา่ งต่อเนื่อง
ส่งเสรมิ ครูและบุคลากรใหส้ ามารถจัดการเรียนรู้ online ในวิชาของตนเองโดยใชโ้ ปรแกรมตา่ งๆอยา่ ง
หลากหลาย เชน่ Class Start, Zoom, Google Classroom เปน็ ต้น
การบริหารจัดการช้นั เรยี น การสรา๎ งปฏิสมั พนั ธ์เชิงบวกกบั นกั เรียน และสํงเสริมการเรียนรู๎อยํางมี
ความสขุ โดยสรา๎ งบรรยากาศแหงํ การเรียนรู๎ ดแู ลเอาใจใสใํ ห๎คาแนะนาปรึกษา และรับฟังนักเรยี นอยํางเขา๎ ใจ
กจิ กรรมการเรียนรู๎แบบ Active Learning
ครผู ูส๎ อนมีการวเิ คราะห์ และประเมินผู๎เรียนเป็นรายบุคคลเพื่อทราบความแตกตําง และข๎อจากัดของ
ผู๎เรยี นดา๎ นการเรียนเป็นรายบคุ คล มีการจดั ทาโครงสร๎างรายวิชาและแผนจดั การเรยี นรู๎ท่เี น๎นผู๎เรียนเป็นสาคัญ
มีการวัดและประเมินผ๎ูเรียนตามสภาพจริง เป็นข้ันตอน โดยใช๎เคร่ืองมือและวิธีการวัดและประเมิ นผลท่ี
หลากหลายและเหมาะสมกบั ผ๎ูเรียนในการจัดการเรียนรู๎ โดย ใช๎เคร่ืองมือการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย
และสอดคล๎องกับวิธีการประเมินตลอดจนจุดประสงค์ในการประเมิน และนาผลการประเมินการเรียนรู๎มา
จัดทาวจิ ัยในชั้นเรียนเพอ่ื พฒั นาการเรยี นการสอน และแกป๎ ัญหาผู๎เรียน ทาให๎ผ๎ูเรียนเกิดการเรียนร๎ู และเข๎าใจ
เนอ้ื หา ทกั ษะกระบวนการ และเกดิ เจตคติที่ดีตํอการเรียนรู๎ สงํ ผลให๎นกั เรยี นมีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนทส่ี ูงขนึ้
1. ขั้นตอนการวัดและประเมินผลผ๎เู รยี น
1.1 ศกึ ษา วเิ คราะห์มาตรฐานและตัวช้วี ัดของหลกั สตู ร
1.2 จดั ทาโครงสร๎างรายวิชาและการวัดผลประเมนิ ผล
1.3 ชี้แจงรายละเอียดของการวัดและประเมินผลให๎ผู๎เรียนเข๎าใจถึงวัตถุประสงค์ วิธีการ
เคร่อื งมือ ภาระงาน เกณฑ์ คะแนน ตามแผนการประเมินท่กี าหนดไว๎
1.4 ดาเนนิ การวัดและประเมนิ วเิ คราะหผ์ ๎ูเรยี น
1.5 วดั และประเมนิ ความก๎าวหน๎าระหวํางเรียน
1.6 วัดและประเมินผลการเรียนรู๎หลังเรยี นเม่อื จบหนวํ ยหรือปลายภาคเรยี น
2. ใหข๎ อ๎ มลู ย๎อนกลับแกผํ เ๎ู รยี นและนาผลมาพฒั นาผู๎เรยี น
2.1 ครูผ๎ูสอนให๎ข๎อมูลย๎อนกลับในการทาแบบฝึกหัด แบบทดสอบ ภาระงาน/ ช้ินงานแกํ
นกั เรยี น
2.2 ผู๎เรยี นนาข๎อมูลยอ๎ นกลับมาพฒั นา ปรับปรงุ การเรียนร๎ู
3. ครนู าผลการประเมนิ การเรียนรมู๎ าจัดทาวจิ ัยในช้นั เรยี นเพ่อื พัฒนาการเรียนการสอน
๒.๑.๔ จดั ทาแผนและดาเนินการนเิ ทศ กากบั ตดิ ตาม และประเมนิ การใช้หลกั สูตร
การดาเนนิ งาน
โรงเรียนได๎จัดทาแผน และดาเนนิ การนเิ ทศ กากับติดตาม และประเมินผลการใช๎หลักสตู ร
ดังน้ี
1. มรี ูปแบบการนิเทศการใช๎หลักสตู รดงั น้ี
- วเิ คราะหส์ ภาพปญั หาความต๎องการความจาเปน็ ซ่งึ ทางโรงเรยี นได๎จัดทาขอ๎ มูล
สารสนเทศ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน O - net/ NT ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและความต๎องการจาเปน็
- วางแผนการจดั ทาคํมู ือและแผนการนเิ ทศภายใน ประชมุ ชีแ้ จง แตํงตั้ง
คณะกรรมการ ประกอบด๎วย ผ๎ูบริหาร หัวหน๎าฝ่าย หัวหน๎าสายช้ัน หรือบุคลากรตามความเหมาะสม และ
สร๎างเคร่ืองมอื การนเิ ทศภายใน
- ปฏิบัติการนิเทศภายใน โดยใช๎การนิเทศแบบกัลยาณมิตรในการให๎คาปรึกษา
แนะนา เยยี่ มชนั้ เรียน และสงั เกตการสอน
- ประเมินผล และสรุปรายงานผล เพือ่ สะท๎อนผลการประเมนิ และนาผลการนิเทศ
ไปปรับปรงุ
2. ประเมิน ตดิ ตาม ผลการใช๎หลักสูตรสถานศกึ ษา ดังน้ี
- องค์ประกอบของหลกั สูตรสอดคล๎องกบั หลักสตู รแกนกลาง สอดคลอ๎ งกบั ความ
ต๎องการของผ๎ูเรยี น ผูป๎ กครอง ชุมชน มีความเหมาะสมตามแนวทางการจัดการเรียนรู๎ ด๎านสื่อการสอน การจัด
กจิ กรรมพฒั นาผเู๎ รยี น และการวดั ประเมนิ ผล การจดั สรรงบประมาณและการมีสํวนรํวมของชุมชน
- สรปุ และรายงานผลการประเมนิ การใช๎หลักสตู ร
ผลการดาเนินงาน
ผลการดาเนินงานอยใูํ นระดบั 4 โรงเรียนพระธาตพุ ทิ ยาคมมรี ะบบการนิเทศภายในท่ชี ัดเจน
มีการนิเทศภายในแบบมีสํวนรํวม มีผลการประเมินการใช๎หลักสูตรสถานศึกษา เพื่อนาไปพัฒนาปรับปรุง
หลกั สตู รสถานศกึ ษา และนาหลักสูตรไปสํหู ๎องเรยี น ตลอดจนจัดการเรยี นการสอนอยาํ งมีประสิทธภิ าพ
มีการ PLC และนิเทศตดิ ตามอยาํ งเปน็ ระบบ
หลักฐานอ้างอิง
- คาส่ังแตงํ ตัง้ คณะกรรมการนิเทศภายใน
- วิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วดั ของหลกั สตู ร
- วจิ ัยในชั้นเรียนเพ่อื พฒั นาการเรยี นการสอน
- แผนการพัฒนาตนเอง (ID Plan) และ SAR ทุกปีการศกึ ษา
- กจิ กรรมการนเิ ทศภายใน
- แผนการนเิ ทศภายใน
- แบบบันทึกการนิเทศรายบุคคล
- แบบประเมินการใชห๎ ลกั สตู ร
ครูผูส๎ อนศึกษา วิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสตู ร
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
และหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
ครูผูส๎ อนจัดทาโครงสรา๎ งรายวชิ าและวางแผนการวัดและประเมนิ ผล
ครูผสู๎ อนจดั ทาโครงสรา๎ งรายวิชาและวางแผนการวดั และประเมนิ ผล
แผนการจัดการเรียนรู๎มีการกาหนดชิ้นงาน/ ภาระงาน และวธิ กี ารวัดและประเมนิ ผลท่ชี ดั เจน
ครูชแ้ี จงรายละเอียดการวดั และประเมินผลการเรียนรูร๎ ายวชิ าแกํผ๎ูเรยี น
ครวู ัดและประเมนิ ผลการเรียนรขู๎ องผ๎ูเรียนระหวํางเรยี นโดยใชก๎ ิจกรรมการเรียนร๎ู
วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผลทีห่ ลากหลาย
ครูวดั และประเมนิ ผลการเรยี นร๎หู ลังเรียนเมอื่ จบหนํวยหรือปลายภาคเรียน
ครใู ห๎ข๎อมลู ย๎อนกลับในการทาแบบฝกึ หดั แบบทดสอบ ภาระงาน/ ชนิ้ งานแกนํ ักเรยี น
ครนู าผลการประเมนิ การเรยี นรู๎มาจดั ทาวิจยั ในช้นั เรยี นเพ่ือพฒั นาการเรียนการสอน
นอกจากนีค้ รูและบุคลากรได๎จดั ทาแผนการพัฒนาตนเอง (ID Plan) และ SAR ทกุ ปีการศึกษา
สงํ เสริมให๎ครูและบุคลากรเข๎ารับการอบรมพฒั นาตนเองท้ังในรปู แบบออนไลน์และอบรมตามหนํวยงานตํางๆ
ทเี่ กยี่ วข๎องอยาํ งตอํ เน่ือง
การตดิ ตามการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน และการนเิ ทศภายใน
๒.๑.๕ สรปุ ผลการนิเทศ กากับ ตดิ ตาม และประเมนิ มาปรบั ปรงุ และพัฒนาหลักสตู ร โดยใช้
กระบวนการวจิ ัยเพอ่ื พฒั นา
การดาเนินงาน
การสรปุ ผล การนิเทศ กากับตดิ ตาม และประเมินผลการใช๎หลักสูตรสถานศกึ ษาไดด๎ าเนินการ
ดังนี้
1. แตงํ ตงั้ คณะดาเนินงานสรุปผล การนิเทศ กากับตดิ ตาม และประเมนิ ผลการใช๎
หลกั สตู รสถานศึกษา
2. จดั ทาแบบสารวจความคิดเหน็ ความพงึ พอใจตํอการใชห๎ ลักสตู รสถานศึกษา
3. สรปุ และรายงานผล การสารวจความคดิ เหน็ ความพงึ พอใจการใชห๎ ลักสูตร
สถานศกึ ษา
4. ประเมนิ ผลการใชห๎ ลักสูตร ทัง้ ด๎านปจั จัย และดา๎ นกระบวนการ ประกอบดว๎ ย
- การนาหลักสตู รไปใช๎
- คุณภาพของหลักสตู ร
- ผลการจดั การเรียนรู๎
- พฤตกิ รรมการเรียนรู๎ของนักเรยี น
5. นาผลมาปรับปรุง และพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา
6. ครผู ู๎สอนนาหลักสูตรสถานศกึ ษาท่พี ฒั นาแล๎ว ไปใช๎ในการจดั การเรยี นการสอน
ผลการดาเนนิ การ
ผลการดาเนนิ งานอยํูในระดับ 4 ผลการประเมินความพึงพอใจตํอการจดั การเรียนการสอนตาม
หลกั สูตรของโรงเรียน พบวํา ครู นักเรียน และผู๎ปกครอง มีความพงึ พอใจตอํ การใช๎หลักสูตรสถานศกึ ษา ใน
ระดับดมี าก โรงเรยี นไดน๎ าผลการประเมนิ มาใชใ๎ นการพัฒนาหลกั สตู รอยํางตํอเน่ือง สงํ ผลใหก๎ ารจัดการเรยี น
การสอนมีประสทิ ธิภาพและเปน็ ท่ียอมรับของชมุ ชน ทาให๎สํงนักเรียนมาเรียนท่โี รงเรยี นพระธาตุพิทยาคมเพม่ิ
มากขนึ้ นักเรียนท่ีมีความสามารถทางด๎านวิชาการได๎เข๎ารวํ มแขงํ ขนั ทักษะทางวชิ าการ และได๎รับรางวัล ระดบั
กลุมํ เครือขําย ฯ ระดับเขตพ้ืนท่ี ฯ ระดับภาคเหนือ และระดับประเทศ
หลกั ฐานอ้างอิง - บันทกึ การประชมุ ครู
- คาส่ังแตํงตั้งคณะดาเนินงาน - หลกั สตู รสถานศึกษา
- รายงานประเมินผลความพงึ พอใจ - ผลประเมนิ ระดับชาติ
- รายงานผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน - รูปภาพ
- เกียรติบัตรการแขํงขันทกั ษะทางวิชาการ
๒.๒ การจดั กจิ กรรมเสริมหลักสูตร
๒.๒.๑. นาผลการวเิ คราะห์ข้อมลู นกั เรียนรายบคุ คลและความคดิ เหน็ ของผู้ปกครอง ชุมชน มา
กาหนดกิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร
การดาเนินงาน
๑. โครงการระบบดูแลชํวยเหลือนกั เรยี นเขม๎ แข็ง เพ่ิมโอกาสทางการศึกษา
โรงเรียนพระธาตุพทิ ยาคมมีกระบวนการดาเนนิ งานดูแลชํวยเหลอื นกั เรยี นอยาํ งเป็นระบบ
มขี นั้ ตอนชัดเจน มหี ลักฐานและขอ๎ มูล เพ่ือใชใ๎ นการกาหนดกิจกรรมเสริมหลักสูตรได๎เหมาะสม และสอดคล๎อง
กบั ความพร๎อม ความสนใจของนักเรียน โดยศกึ ษาเด็กเปน็ รายบคุ คลจากข๎อมลู การเยย่ี มบ๎านนักเรยี น
จัดกิจกรรมแนะแนว เพ่อื สงํ เสรมิ พฒั นานกั เรยี น
๒. พฒั นาระบบออนไลนด์ แู ลชํวยเหลือนกั เรียน
การติดตาม เอาใจใสํนักเรยี นอยาํ งใกล๎ชดิ ผาํ นระบบออนไลน์ โดยใช๎ Applications : Zoom
และ Google Meet ดาเนินงานอยํางมรี ะบบและมปี ระสิทธิภาพ สนทนาซักถามแสดงความคิดเห็นระหวํางครู
และผู๎ปกครองของนักเรยี นได๎
๓. พฒั นาระบบข๎อมลู สารสนเทศนักเรยี น
มกี ารพฒั นาระบบขอ๎ มลู สารสนเทศนักเรียนอยํางมรี ะบบ เป็นปัจจบุ นั สามารถใชข๎ ๎อมลู ได๎
งํายและสะดวกรวดเรว็
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการประเมินอยํูในระดับ ๔ นาผลการวิเคราะห์ข๎อมูลนักเรียนรายบุคคล และความคิดเห็นของ
ผป๎ู กครอง ทอ๎ งถน่ิ ชุมชน มากาหนดกิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร ไดเ๎ หมาะสมและสอดคล๎องกบั ความพร๎อม
ความสนใจของนกั เรียน เป็นไปตามความต๎องการของผู๎ปกครองและชมุ ชน และสอดคล๎องกับบริบทของ
ทอ๎ งถ่นิ ชมุ ชน
กจิ กรรมเสรมิ หลักสตู รเปน็ กจิ กรรมทีส่ ํงเสริมให๎ผ๎เู รยี นใฝห่ าความรู๎ แสดงความร๎ูความสามารถ
อยาํ งเต็มที่ สร๎างเสริมและพฒั นาผเ๎ู รียนใหม๎ สี ขุ ภาพรํางกายแขง็ แรง และสขุ ภาพจิตท่ีดี มคี วามฉลาด
ทางอารมณ์ สามารถอยํูรวํ มกบั ผอ๎ู น่ื ในสงั คมได๎ และเติบโตเปน็ บคุ ลากรที่มีคณุ ภาพของประเทศ
๒.๒.๒. กาหนดวัตถุประสงค์ กรอบแนวคิดและแนวทางการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร สอดคล้อง
กบั มาตรฐานการเรยี นรเู้ น้นการพัฒนารอบด้าน
การดาเนนิ งาน
แตํงต้ังคณะทางาน โดยศึกษามาตรฐานการเรียนรู๎ของกลุํมสาระการเรียนรู๎ เพื่อรํวมกันกาหนด
วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิด และแนวทางการจดั กิจกรรมเสริมหลักสูตร ให๎เหมาะสมกับผ๎ูเรียนและจัดกิจกรรม
ที่สอดคล๎องกับบริบทของท๎องถ่ินและชุมชน จัดทากิจกรรมเสริมหลักสูตร มีครูผ๎ูรับผิดชอบในแตํละกิจกรรม
จัดเตรียมสอ่ื วสั ดอุ ปุ กรณ์ มกี ารวัดผลประเมินผล และรายงานผลการจัดกิจกรรม
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการประเมนิ อยูํในระดับ ๔ กาหนดวัตถปุ ระสงค์ กรอบแนวคิด และแนวทางการจดั กจิ กรรมเสรมิ
หลกั สูตรไวอ๎ ยาํ งชดั เจน สอดคล๎องกับมาตรฐานการเรียนรู๎ของกลํมุ สาระการเรียนร๎ู เนน๎ การพัฒนารอบด๎าน
ท้ังการอํานเขียน การสอื่ สาร การคดิ ที่หลากหลาย ทกั ษะการจดั การ และทักษะอาชีพ
๒.๒.๓. มีรูปแบบการจัดกจิ กรรมทหี่ ลากหลาย ทา้ ทาย สร้างสรรค์ทัง้ กจิ กรรมรายบุคคล และ
กิจกรรมกลุ่ม
การดาเนินงาน
๑. กิจกรรมเพิม่ พูนประสบการณใ์ หแ๎ กนํ ักเรียนภายในสถานศึกษา
ใหโ๎ อกาสนักเรยี นเลือกกจิ กรรมท่ีตนเองสนใจ เชนํ กจิ กรรมเชํนกจิ กรรมวันฮาโลวนี กิจกรรม
ภาษาจนี และกจิ กรรม ๕ ภาษาพาเพลนิ โดยเน๎นการจัดกิจกรรมทสี่ งํ เสริมศกั ยภาพของผเ๎ู รียน ในดา๎ นการคดิ
วิเคราะห์ ดา๎ นภาษาองั กฤษ ดา๎ นภาษาอนื่ และด๎านศิลปะ ดา๎ นดนตรี และกีฬา ให๎ผู๎เรียนไดเ๎ รยี นสงู
จากการปฏิบตั ิจรงิ โดยใชก๎ ระบวนการกลมํุ และรายบุคคล
เรียนร๎ูการทางานกระบวนการกลุํมจากการทาโครงงานคุณธรรม ให๎ความร๎แู กํนักเรียน
นักเรียนสามารถจดั ทาโครงงานคณุ ธรรมได๎ตามกระบวนการ มคี วามเช่อื มั่นและกลา๎ ที่จะนาเสนอผลงาน
ของตนเอง
๒. กจิ กรรมเพิม่ พนู ประสบการณ์ใหแ๎ กํนักเรยี นภายนอกสถานศกึ ษากจิ กรรมทศั นศึกษาแหลงํ เรยี นร๎ู
ภายนอกสถานศึกษา เพื่อใหผ๎ ๎ูเรยี นไดเ๎ รียนรจ๎ู ากแหลํงเรยี นรู๎ที่หลากหลาย
กจิ กรรมของชุมชนทจี่ ดั ขึ้นเป็นประจาทกุ ปี กจิ กรรมปลูกข๎าวนาบญุ ของแสงทองรีสอร์ท
อาเภอเชยี งกลาง จงั หวัดนาํ น นกั เรียนไดเ๎ รียนร๎ขู ั้นตอนการปลูกขา๎ วของชาวนาแบบด้ังเดิม โดยการปฏิบัติจริง
ทาใหเ๎ กดิ ความภาคภมู ใิ จ และเห็นคุณคําของวิถีชีวิตของชาวนา ได๎ศึกษา สังเกตการณ์เจริญเติบโตของต๎นข๎าว
จนถงึ ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว
กิจกรรมวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา นักเรียนทุกคนได๎รํวมกิจกรรมที่วัดกลาง ตาบลพระธาตุ
อาเภอเชียงกลาง จังหวัดนําน ในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา เชํน วันเข๎าพรรษา วันอาสาฬหบูชา วัน
มาฆบชู า เปน็ ต๎น
ผลการดาเนินงาน
ผลการประเมินอยูํในระดับ ๔ มรี ปู แบบการจดั กจิ กรรมทห่ี ลากหลาย ทา๎ ทาย สรา๎ งสรรค์ นําสนใจ
ในกจิ กรรมรายบุคคล และกิจกรรมกลํมุ
๒.๒.๔. นักเรยี นทุกคนรว่ มกิจกรรมเสรมิ หลักสูตรอย่างมีความสุข
การดาเนนิ งาน
จากการเข๎ารํวมกิจกรรมเสริมหลักสูตรของนักเรียน การอบรมประดิษฐ์กระเป๋าผ๎า และสานตะกร๎า
พลาสติก และการอบรมการประดิษฐ์โคมตุงล๎านนา สืบสานภมู ปิ ัญญาท๎องถ่นิ นักเรยี นทุกคนมีความตงั้ ใจ
ใหค๎ วามสนใจ ให๎ความสนใจในการปฏิบัติกิจกรรม มีความสุขที่ได๎ปฏิบัติกิจกรรมรํวมกับเพ่ือนๆ และบุคคลใน
ชมุ ชน
ผลการดาเนินงาน
ผลการประเมินอยํูในระดบั ๔ นกั เรยี นทุกกลํุมเปา้ หมายไดป๎ ฏิบตั ิกิจกรรมอยาํ งมคี วามสขุ
๒.๒.๕. นกั เรยี นมีผลงานเชงิ สรา้ งสรรคแ์ ละเหน็ การพัฒนาต่อยอดได้
การดาเนนิ งาน
จากประสบการณ์การเรียนรู๎ของนักเรียนท่ีได๎จากกิจกรรมเสริมหลักสูตร นักเรียนสามารถสร๎างสรรค์
ผลงานจากการเรียนร๎ูและนาความรู๎ท่ีได๎มาพัฒนาผลงานของตนเองให๎มีคุณภาพ และพัฒนาความรู๎
ความสามารถในดา๎ นตาํ ง ๆ มีผลงานเชิงประจกั ษ์ ได๎รับการยอมรับจากหนวํ ยงานตาํ งๆ
นกั เรยี นโรงเรียนพระธาตุพทิ ยาคม นางสาวเบญจวรรณ อุทุมพร ไดร๎ ับการคดั เลือกเป็นเยาวสตรไี ทย
ดเี ดํน ประจาปี 2563 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาตอนต๎น ของกระทรวงศึกษาธิการ
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการประเมินอยํใู นระดับ ๔ นกั เรียนมีผลงานเชงิ สร๎างสรรค์ แปลกใหมํ และมีการพฒั นา
ตอํ ยอดที่ชัดเจน
๒.๓ สือ่ เทคโนโลยีเพอื่ การเรยี นการสอน และแหล่งเรียนรู้
๒.๓.๑ รบั ฟงั ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของครู นักเรยี น และผู้เกย่ี วข้อง มกี ารวิเคราะห์
สรปุ ผล เพื่อการออกแบบ จัดหาและผลติ
วิธกี ารดาเนินการ
โรงเรียนไดม๎ กี ารประชุมรับฟงั ความคิดเหน็ และขอ๎ เสนอแนะของครู ผูเ๎ กยี่ วขอ๎ ง เกี่ยวกับความต๎องการ
สื่อ เทคโนโลยีท่ีทันสมัย ในการจัดการเรียนการสอน แตํละกลุํมสาระการเรียนร๎ูและการสรรหาวัสดุ เพ่ือผลิต
เอง เพื่อพฒั นาการเรียนการสอน
ผลการดาเนนิ การ
ผลการประเมินอยูํในระดับ ๓ รับฟังความคิดเห็นและข๎อเสนอแนะของครู นักเรียน และผ๎ูท่ีมีสํวน
เกี่ยวขอ๎ งกบั ความตอ๎ งการใช๎ ส่อื เทคโนโลยีเพ่อื การเรียนรู๎ แหลํงเรียนร๎ู มีการวิเคราะห์ สรุปผล เพื่อใช๎ในการ
ออกแบบ วางแผน และดาเนินการจัดหาและผลิต โดยโรงเรียนได๎มีการประชุมปรึกษารับฟังความคิดเห็น
ข๎อเสนอแนะ และผู๎ที่เก่ียวข๎องเก่ียวกับความต๎องการใช๎สื่อ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู๎ แหลํงเรียนรู๎ ตลอดจน
การจัดหาส่อื เพอื่ ใช๎ในการออกแบบ วางแผน และดาเนินการจัดหาผลติ ส่อื ให๎ตรงตามความตอ๎ งการ
หลกั ฐานอา้ งอิง
การประชมุ , บนั ทกึ การประชุม
๒.๓.๒ ออกแบบ วางแผน และจัดหาและผลิตส่อื เทคโนโลยเี พ่ือการเรยี นรแู้ ละแหล่งเรยี นรทู้ ่ี
สอดคลอ้ งกบั เปา้ หมายของหลกั สูตร
ผลการดาเนินการ
ผลการประเมินอยํูในระดับ ๔ ออกแบบ วางแผน และดาเนินการจัดหาและผลิตสื่อ เทคโนโลยีเพื่อ
การเรียนร๎ู และแหลํงเรียนร๎ูท่ีสอดคล๎องกับเป้าหมายของหลักสูตรอยํางครบถ๎วนสมบูรณ์ มีการผลิตสื่อ
เทคโนโลยีเพื่อการเรยี นรู๎ท้งั ๘ กลมํุ สาระการเรียนรู๎
โดยครูแตํละกลํุมสาระ แตํละชั้นรํวมกันออกแบบและวางแผน จัดหาส่ือ ผลิตส่ือตามความต๎องการ
เพื่อชํวยให๎นักเรียนเรียนรู๎เร็วขึ้น โดยสอดคล๎องกับหลักสูตรสถานศึกษา ตลอดจนสภาพแวดล๎อมบริเวณ
รอบโรงเรียนท่ีสะอาด รํมร่ืนไปด๎วยต๎นไม๎ พ้ืนท่ีใช๎สอยเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของครู สํงผลตํอการ
พัฒนาการของผูเ๎ รยี น
วธิ ีการดาเนินการ
โรงเรียนได๎มีการจัดให๎ครูออกแบบ วางแผน และผลิตส่ือเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน โดย
จัดใหม๎ สี ่ือท่ีทันสมัย จัดสภาพแวดล๎อมภายในสถานศกึ ษาอยํางเหมาะสม เพียงพอตํอการจัดการเรียนการสอน
ของครูและผ๎เู รียนอยาํ งเตม็ ที่ ตรงตามความต๎องการ
หลกั ฐานอา้ งอิง
การใช๎ Application Quizzes ในการจดั การเรียนการสอน
การใช๎ Application Kahoot ในการจดั การเรียนการสอนในชนั้ เรยี น
การสรา๎ งสอื่ การเรยี นการสอนโดยใช๎ Application
การจดั การเรยี นการสอนผําน Application Zoom
บรรยากาศบรเิ วณโรงเรยี นพระธาตุพทิ ยาคม
๒.๓.๓ จัดบริการและบารุงรักษาส่ือ เทคโนโลยเี พอ่ื การเรียนรแู้ ละแหลง่ เรียนรู้
ผลการดาเนนิ การ
ผลการประเมินอยูํในระดับ ๔ จัดบริการและบารุงรักษาสื่อ เทคโนโลยีเพ่ือการเรียนร๎ู และแหลํง
เรยี นรอ๎ู ยํางเปน็ ระบบ
โดยทางโรงเรยี นได๎จดั ให๎มีหอ๎ งปฏิบัตกิ ารตาํ งๆ พร๎อมสิ่งอานวยความสะดวกครบถ๎วน เพียงพอ มีการ
วางแผนที่ดแี ละใชป๎ ระโยชนอ์ ยํางคม๎ุ คาํ มหี อ๎ งปฏิบัติการตามกลุํมสาระ เพื่อให๎มีความเหมาะสมตํอการจัดการ
เรียนการสอนและเกิดประโยชน์สูงสุด โรงเรียนมีห๎องสมุด มีปริมาณหนังสือ และส่ือเทคโนโลยีที่ทันสมัย
เพียงพอตอํ ความต๎องการของครูและนักเรียน มีกิจกรรมที่สํงเสริมให๎นักเรียนมีนิสัยรักการอําน มีคอมพิวเตอร์
ให๎บริการสืบค๎น หาความรู๎ด๎วยตนเองในชํวงเวลาวํางหรือพักกลางวัน โรงเรียนจัดให๎มีแหลํงเรียนรู๎ท้ังภายใน
และภายนอกห๎องเรยี น ทห่ี ลากหลายมรี ปู แบบและวธิ ีการใช๎เพอ่ื เกดิ ประโยชนต์ ํอการเรยี นรอ๎ู ยาํ งแทจ๎ ริง
วิธีการดาเนนิ การ
โรงเรยี นพระธาตุพิทยาคม มีห๎องปฏิบตั กิ ารเพ่ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน ดังนี้
๑. หอ๎ งปฏิบัตกิ ารวิทยาศาสตร์
๒. หอ๎ งคณติ ศาสตร์
๓. หอ๎ งภาษาอังกฤษ
๔. ห๎องภาษาจีน
๕. ห๎องอาเซียนหรือสังคมศึกษา
๖. ห๎องศิลปศึกษา
๗. ห๎องพละศึกษา
๘. หอ๎ งปฏิบัติการทางดนตรีไทย-สากล
๙. ห๎องปฏบิ ตั ิการงานอาชีพ
๑๐. ห๎องสมดุ
๑๑. ห๎องประชุม
จานวนเคร่ืองคอมพิวเตอรท์ ั้งหมด 46 เครือ่ ง
- ใชเ๎ พ่อื การเรยี นการสอน 32 เครอ่ื ง
- ใชใ๎ นการบริการ 4 เครอ่ื ง
- ใช๎ Internet ได๎ 46 เครือ่ ง
ปริมาณส่ือ
- เคร่ืองคอมพิวเตอร์ 46 เครื่อง
- เครอ่ื งเลนํ วิดโี อ - เครื่อง
- เครือ่ งโทรสาร 1 เครื่อง
- โทรทัศน์ 14 เครอื่ ง
- โปรเจคเตอร์ 2 เคร่อื ง
- เคร่ือง Visualizer 3 เครอ่ื ง
ปริมาณสื่อ 14 เครือ่ ง
- DLIT/LED TV/ Smart TV 6 เครอ่ื ง
- เครอ่ื งปรนิ้ เตอร์
หลักฐานอา้ งอิง
สื่อ อปุ กรณ์ และแหลงํ เรียนรู๎ โรงเรยี นพระธาตุพิทยาคม
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ในหอ๎ งสมุด
แหลํงเรียนรู๎/ภมู ปิ ญั ญาท๎องถ่ิน
ปราชญ์ชาวบา๎ น/ภมู ิปญั ญาท๎องถ่นิ /ผูท๎ รงคุณวุฒิท่ีสถานศึกษาเชญิ มาให๎ความรแ๎ู กคํ รูและนกั เรียน ได๎แกํ
ท่ี ช่อื ปราชญท์ ้องถ่ิน/ แหลง่ เรยี นรู้ ทีอ่ ยู่/ สถานท่ตี ้งั เร่อื ง
๑ นายอนวทั ย์ สลีออํ น ฟารม์ เหด็ โตโนํ บ๎านกลาง การเพาะเหด็ นางฟ้า
Yong Smart Farmer บ๎านรชั ดา การปลกู ผักไฮโดรโปนกิ ส์
๒ นายเอกชัย แตงเทศ อ.เมอื งนาํ น จ.นําน การอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล๎อม
๓ วิทยาลยั ชมุ ชนนาํ น วัดกลาง ต.พระธาตุ การตีกลองปูจา
๔ พระธนารัตน์ หอมดอก อ.เมอื งนาํ น จ.นําน ดนตรไี ทยและนาฏศลิ ป์
๕ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั วทิ ยาลัย
เทศบาลตาบลปัว อ.ปัว การสานตะกร๎าจากกลอํ งนม
๖ ชมรมผสู๎ ูงอายุ ตาบลปวั จ.นาํ น การถักจากรองแก๎วจากพลาสติก
ถาดเอนกประสงค์จากกลํองนม
๗ นางวรรณกิ า เครอื เทพ บา๎ นพวงพยอม การทาคก๎ุ ก้ีสองเกลอจากกระบก (พชื ศึกษา
โครงการอนรุ กั ษ์พนั ธุกรรมพชื ของโรงเรยี นพระ
๘ นายสมศักดิ์ สุขโข บ๎านกลาง ธาตพุ ิทยาคม)
๙ กอรมน. จังหวัดนาํ น อ.เมือง จ.นําน กระถางปูนปัน้ จากเศษผา๎
๑๐ นางไพวรรณ์ เพตะกร โรงพยาบาลสํงเสริมสขุ ภาพ การทาป๋ยุ หมัก การเพาะเห็ดนางฟา้
ต.พระธาตุ การนวดฝา่ เท๎าเพอ่ื สุขภาพ
๑๑ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั วิทยาลยั อ.เมอื งนาํ น จ.นําน
เรยี น ร๎ู รักนกการเลยี้ งสุกร
๑๒ กรมทหารพรานที่ ๓๒ อ.เมืองนาํ น จ.นําน การเลยี้ งไสเ๎ ดือน
๑๓ เสรมิ สวยออง บา๎ นสบกอน การเลยี้ งกบในบํอซีเมนต์
อ.เชียงกลาง จ.นําน การสรา๎ งฝายมชี วี ติ
๑๔ นางอุไร เปยี งใจ บา๎ นสบกอน เสรมิ สวยหญงิ
อ.เชยี งกลาง จ.นาํ น ตัดผมชาย
โคมไฟลา๎ นนา ตะกร๎าพลาสตกิ และกระเปา๋ ผา๎
ที่ ชอ่ื ปราชญท์ อ้ งถิ่น/ แหลง่ เรียนรู้ ที่อยู่/ สถานที่ตงั้ เรือ่ ง
๑๕ นางถนอมศรี สินธวุ งค์ โคมไฟล๎านนา ตะกรา๎ พลาสติกและกระเปา๋ ผ๎า
๑๖ นางมะลิ ฝปี ากเพราะ บ๎านสบกอน
๑๗ นางมลทวิ า ฟ้าสาร อ.เชียงกลาง จ.นาํ น โคมไฟล๎านนา ตะกร๎าพลาสตกิ และกระเปา๋ ผ๎า
๑๘ นางพิมพิไล สุทธการ บา๎ นสบกอน
อ.เชยี งกลาง จ.นําน โคมไฟล๎านนา ตะกร๎าพลาสตกิ และกระเปา๋ ผา๎
หลักฐานอา้ งอิง บ๎านสบกอน
อ.เชยี งกลาง จ.นําน โคมไฟลา๎ นนา ตะกร๎าพลาสตกิ และกระเปา๋ ผา๎
บา๎ นสบกอน
อ.เชยี งกลาง จ.นาํ น
๒.๓.๔ ส่งเสรมิ สนับสนุนให้ครูใช้สือ่ เทคโนโลยีเพื่อการเรยี นรู้
ผลการดาเนนิ การ
ผลการประเมินอยํูในระดับ ๔ สํงเสริมสนับสนุนให๎ครูใช๎สื่อ เทคโนโลยีเพ่ือการเรียนร๎ู และแหลํง
เรียนรู๎ ทั้งท่ีมีในสถานศึกษา ในท๎องถ่ินและชุมชน ครูทุกคนนาส่ือไปใช๎อยํางเหมาะสมกับเป้าหมาย สาระการ
เรียนรว๎ู ธิ ีการจดั การเรยี นรูแ๎ ละวยั ของนกั เรยี น
โดยครูแตํละกลํุมสาระการเรียนรู๎ รํวมกันวางแผน สรรหาและผลิตสื่อ เทคโนโลยีท่ีต๎องการโดยการ
ประชาสมั พนั ธ์ เชญิ ชวนผูร๎ ใ๎ู นท๎องถ่นิ /ผ๎ปู กครอง รํวมคิดรํวมทาตามความเหมาะสม ให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎ที่
หลากหลาย เรียนรู๎ได๎เร็ว จัดซื้อ จัดหาส่ือเทคโนโลยี โปรเจคเตอร์ คอมพิวเตอร์ Smart TV, เคร่ืองปร้ินเตอร์
ให๎แกํครูผ๎ูสอนได๎ใช๎ประกอบการเรียนการสอนและสนับสนุนการจัดทาสื่อเอกสาร ตารา คูํมือครู ตามท่ี
ครูผูส๎ อนแตํละกลํมุ สาระการเรยี นรู๎ต๎องการ และสํงเสริมการผลิตส่ือด๎วยตนเองตามเนอ้ื หาของแตํละรายวิชา
วิธกี ารดาเนนิ การ
โรงเรยี นมีการสงํ เสรมิ การมสี ํวนรํวมในการวางแผน การจัดหาและผลติ ส่อื เทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู๎
ระหวํางสถานศึกษาและชุมชน ได๎ใชร๎ ํวมกนั อยํางเหมาะสมและคุ๎มคํา ดงั นี้
๑. สือ่ การสอนในรปู แบบ VCD
๒. ส่ือการสอนในรูปแบบ Power Point
๓. สอ่ื การสอนในรปู แบบส่ือออนไลน์
๔. การใช๎ Zoom
๕. การจัดตงั้ กลํมุ Line ระกวาํ งครูและผูป๎ กครองแตํละชน้ั เรยี น
๖. Smart TV
๗. โปรเจคเตอร์
๘. เคร่ือง Visualizer
๙. คอมพิวเตอร์ชํวยสอน
หลักฐานอา้ งอิง
๒.๓.๕ ประชาสัมพนั ธ์ เผยแพร่สือ่ เทคโนโลยีเพอื่ การเรยี นรู้ และแหล่งเรียนรู้ สู่แวดวงวิชาการ
ด้วยรปู แบบและวธิ กี ารที่หลากหลาย นา่ สนใจ
วธิ กี ารดาเนินงาน
ในแตลํ ะกลุมํ สาระการเรยี นร๎ู แตลํ ะชวํ งชั้น มกี ารเผยแพรํการใช๎ส่ือการสอน นวัตกรรม ให๎ครูได๎มีการ
แลกเปล่ียนเรียนรู๎ PLC กันภายในโรงเรียน และมีการเผยแพรํผลงานโดยมีครูในเครือขํายกลุํมโรงเรียนได๎
ศกึ ษาดูงาน
ผลการดาเนนิ การ
ผลการประเมินอยูใํ นระดับ ๔ ประชาสัมพันธ์ เผยแพรํสื่อ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนร๎ู และแหลํงเรียนรู๎
ท่ีได๎รบั การยอมรับเปน็ นวตั กรรม ผํานรปู แบบและวธิ ีการทมี่ คี วามหลากหลาย
โดยแนะนา สรรหา ประชาสัมพันธ์ท้ังนักเรียนและครู ได๎ใช๎ส่ือท่ีตรงตามความต๎องการ จนเกิดการ
ยอมรบั และนาไปใช๎ โดยได๎นา Smart TV ใชใ๎ นการเรยี นการสอน ครูได๎นาสอ่ื จากเว็บไซต์ตํางๆ เชํน youtube
และสื่อผลิตเอง มาใชป๎ ระกอบการเรยี นการสอน ไดเ๎ หมาะสมกับเนอื้ หาวิชาสาระที่สอน
๒.๔ ระบบการวัดและประเมินผล
๒.๔.๑ สรา้ งและพัฒนาแนวทาง/ กระบวนการประเมินผลเพอื่ ให้ได้ข้อมูลสารสนเทศเก่ียวกับ
นกั เรยี น
วิธีการดาเนินงาน
โรงเรียนพระธาตพุ ิทยาคมได๎ดาเนินการสรา๎ งและพัฒนาแนวทาง/ กระบวนการวัดและ
ประเมินผลของแตํละกลํมุ สาระการเรียนรู๎ โดย
๑. ให๎ทกุ รายวชิ าประเมินให๎ครอบคลมุ ทั้งดา๎ นความรู๎ ทกั ษะ กระบวนการ และคุณลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์โดยมแี นวทางในการวดั และประเมนิ ผล ดงั นี้
๑.๑ ประเมินผลกอํ นเรยี น เพื่อตรวจสอบความพรอ๎ มและความรู๎พนื้ ฐานของผ๎ูเรียน
๑.๒ ประเมินผลระหวาํ งเรยี น เพ่ือตรวจสอบพัฒนาการของผ๎เู รยี นและนาผล
การประเมินไปปรับปรงุ แก๎ไข
๑.๓ ประเมินผลหลงั เรยี น
2. กาหนดสดั สํวนระหวํางเรยี นกบั การประเมินปลายภาค
3. แนะนา อบรมครูโดยมีครูแกนนาในโรงเรยี นมาให๎ความร๎ูในการวัดและประเมนิ ผลโดยใช๎
โปรแกรมวดั และประเมินผลการศึกษาออนไลน์ เชํน ระบบ SGS ระบบ Q – Info เป็นต๎น
4. จัดทาเอกสารบันทึกข๎อมูลสารสนเทศของผู๎เรยี น
5. ตัดสินผลการเรียน
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการดาเนนิ งานอยํใู นระดบั ๔ โรงเรียนมีการสร๎างและพัฒนากระบวนการประเมินผลท่ีครู
ใช๎พัฒนาคุณภาพผู๎เรียนโดยบูรณาการการวัดและประเมินผลกับการเรียนการสอนเข๎าด๎วยกัน มีการวัดและ
ประเมินผู๎เรียนท้ังระหวํางการจัดการเรียนการสอนและสิ้นสุดการจัดการเรียนการสอนโดยใช๎วิธีการท่ี
หลากหลาย มีการดาเนินการอยํางตํอเน่ืองควบคูํไปในกิจกรรมการเรียนร๎ูของผู๎เรียนทาให๎ได๎ข๎อมูลสารสนเทศ
ทแ่ี สดงพัฒนาการ ความก๎าวหนา๎ และความสาเร็จทางการเรียนของผู๎เรียนและเป็นประโยชน์ตํอการสํงเสริมให๎
ผู๎เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนร๎ูอยํางเต็มตามศักยภาพตลอดจนได๎พัฒนาระบบการวัดและประเมินผล โดยใช๎
โปรแกรมวัดและประเมินผลการศึกษาออนไลน์เข๎ามาชํวยอานวยความสะดวก ทาให๎สามารถค๎นหา จัดเก็บ
และเรยี กใช๎งานเอกสารได๎สะดวกรวดเรว็ มากยิ่งข้นึ อกี ทง้ั ยังเปน็ อีกชอํ งทางหน่งึ ให๎นกั เรียน ผ๎ูปกครองสามารถ
ตรวจสอบดผู ลการเรยี นของนักเรยี นผํานทางเวบ็ ไซต์ของทางโรงเรียนได๎อีกดว๎ ย
หลักฐานอ้างอิง
– ปพ.5
– การวัดและประเมินผลการศกึ ษาออนไลน์ด๎วยระบบ SGS ระบบ Q – Info
ตัวอยํางระบบการวัดและประเมินผลด๎วยระบบ SGS
ตวั อยํางระบบการวดั และประเมินผลดว๎ ยระบบ Q – Info
๒.๔.๒ มรี ะเบียบการวดั และประเมนิ ผลท่สี อดคลอ้ งกบั ส่งิ ทตี่ ้องการวดั และประเมิน
วิธีการดาเนินงาน
โรงเรยี นไดแ๎ ตํงตั้งคณะกรรมการจดั ทาระเบยี บสถานศึกษาวําด๎วยการวัดและประเมนิ ผล การ
เรยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ โดยมีคณะกรรมการท่ปี รึกษาและ
คณะกรรมการจดั ทาระเบียบการวัดและประเมนิ ผลการเรียน มีการอบรมครูเก่ยี วกับระเบียบการวัดและ
ประเมินผลเพื่อให๎เขา๎ ใจตรงกันและมีแนวปฏิบัตใิ นเร่ืองการประเมินผลการเรยี น ไปในทิศทางเดยี วกัน
ตลอดจนการสรา๎ งความเขา๎ ใจในการจดั ทาเคร่ืองมือวดั ผลและประเมนิ ผลที่มคี ุณภาพ โดยการตรวจสอบกํอน
ดาเนินการสอบ มกี ารตรวจสอบความถกู ต๎องภายในกลุมํ สาระการเรียนรู๎ และผํานการตรวจสอบจากฝ่าย
บริหารงานวิชาการทุกครั้ง
ผลการดาเนินงาน
ผลการดาเนินงานอยูํในระดบั ๔ โรงเรยี นมรี ะเบยี บการวัดและประเมนิ ผลเพื่อให๎ผู๎บรหิ าร ครู
และผ๎ูมีสวํ นเก่ยี วข๎องเขา๎ ใจแนวปฏิบตั ใิ นการวัดและประเมินผลการเรียน ตามสาระและเจตนารมณข์ อง
ระเบยี บการวัดและประเมนิ ผลของสถานศกึ ษา ที่สอดคล๎องตามแนวทางการวัดและประเมินผลผเู๎ รียนของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ได๎ถกู ต๎อง มีความเข๎าใจตรงกัน และมีแนวทาง
ปฏบิ ตั ใิ นเรอ่ื งการประเมินผลการเรยี นไปในทศิ ทางเดียวกนั โรงเรยี นมเี ครอ่ื งมือวดั และประเมนิ ที่สอดคล๎อง
กับมาตรฐานและตัวชีว้ ดั ใช๎วธิ ีการประเมนิ ท่ีหลากหลาย เชนํ การซกั ถาม การสงั เกต การประเมินช้นิ งาน การ
ใชข๎ ๎อสอบวดั ความร๎ู เพ่ือประเมนิ ความกา๎ วหน๎าและพฒั นาการของผ๎เู รยี นในสดั สํวนทเี่ หมาะสม โรงเรยี นมี
ขอ๎ สอบทม่ี ีคุณภาพเพ่ือใช๎การวดั และประเมินผลตามมาตรฐานและตวั ชีว้ ัด
หลักฐานอ้างอิง
– คาสัง่ แตงํ ต้ังคณะกรรมการจัดทาระเบยี บสถานศึกษาวําดว๎ ยการวัดและประเมนิ
ผลการเรยี น ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
– ระเบียบสถานศึกษาวาํ ด๎วยการวดั และประเมินผลการเรียนตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คาสั่งแตงํ ต้งั คณะกรรมการจัดทาระเบียบสถานศึกษาวําดว๎ ยการวดั และประเมนิ ผลการเรียน
ระเบยี บสถานศึกษาวาํ ด๎วยการวดั และประเมนิ ผลการเรียน
๒.๔.๓ สร้างและพัฒนาเคร่ืองมือวัดและประเมินผลทมี่ ีคุณภาพ และเกบ็ รวบรวมข้อมูลเป็นระบบ
ใชง้ านสะดวกรวดเร็ว
วิธีการดาเนนิ งาน
โรงเรยี นพระธาตพุ ิทยาคมไดม๎ ีการประชุมคณะครทู าความเขา๎ ใจเก่ียวกับการสร๎างและพัฒนา
เคร่ืองมือวัดและประเมินผลซ่ึงต๎องสอดคล๎องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนร๎ู/ ตัวช้ีวัดตามกลุํมสาระการ
เรียนรู๎ที่กาหนดในหลักสตู ร โรงเรียนไดด๎ าเนนิ การสรา๎ งและพัฒนาเคร่อื งมอื วดั และประเมนิ ผลการเรียนรโู๎ ดย
๑. กาหนดหลักฐานการเรียนรู๎ โดยการวิเคราะห์ตัวช้ีวัดเพื่อกาหนดหลักฐานการเรียนร๎ูวํา
ตอ๎ งการวัดพฤติกรรมใดเลอื กวิธกี ารและเคร่ืองมือวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรไ๎ู ด๎อยํางเหมาะสม
๒. สร๎างและพฒั นาเครอ่ื งมือวัดและประเมนิ ผลการเรียนร๎โู ดยสรา๎ งเคร่ืองมอื วัดและประเมินผล
ในระดับชัน้ เรยี นที่สอดคล๎องกบั กจิ กรรมการเรยี นร๎ูและคณุ ลกั ษณะทกี่ าหนดในตวั ช้ีวัด
๓. นามาเกบ็ รวบรวมไวเ๎ ปน็ หมวดหมํู
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการดาเนินงานอยูํในระดบั ๔ โรงเรยี นพระธาตพุ ทิ ยาคมมีการพฒั นาเครื่องมือวัดและ
ประเมนิ ผลการเรียนรู๎ โดยได๎ดาเนนิ การดว๎ ยเทคนิควิธีการท่ีหลากหลายเพ่ือใหส๎ ามารถวัดและประเมนิ ผล
ผ๎ูเรยี นไดอ๎ ยาํ งรอบดา๎ นทงั้ ด๎านความรู๎ ความคิด กระบวนการ พฤตกิ รรมและเจตคตเิ หมาะสมกบั สิ่งท่ีตอ๎ งการ
วดั และระดบั ชนั้ ของผ๎ูเรียน จัดใหม๎ กี ารประเมนิ การอําน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ตลอดจนกิจกรรมพฒั นาผเู๎ รียน มีการประเมินผเ๎ู รียนโดยพิจารณาจากการพฒั นาการของผูเ๎ รียน การสังเกต
พฤติกรรมการเรยี นรู๎ การรํวมกิจกรรมและการทดสอบควบคํูไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความ
เหมาะสมของแตํละช้นั มีคลงั ขอ๎ สอบเพ่ือสามารถนาไปวัดผลและประเมินผลไดอ๎ ยํางรวดเรว็ โรงเรียนมกี าร
เกบ็ รวบรวมขอ๎ มูลการวัดและประเมินผลอยาํ งเปน็ ระบบ
หลกั ฐานอา้ งอิง
– คลังขอ๎ สอบสถานศึกษา
– ภาพกจิ กรรมการประชุม ชี้แจงแนวทางการเก็บรวบรวมขอ๎ มลู