ก [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” www.langahealth.com
ก [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” คำนำ แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2566 ฉบับนี้ ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานีได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ขับเคลื่อนงานบริหารจัดการและทิศทางการทำงานด้าน สาธารณสุขในพื้นที่รับผิดชอบ ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ตามแผนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา โดยได้นำเสนอข้อมูล เป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 สภาพทั่วไป ส่วนที่ 2 ทิศทางการทำงานด้านสาธารณสุข ส่วนที่ 3 ทิศทางการบริหารจัดการสุขภาพระดับพื้นที่โดยใช้ยุทธศาสตร์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลลางา พ.ศ.2566-2570 ส่วนที่ 4 แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2566 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2566 ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการ ขับเคลื่อนงานบริหารจัดการและทิศทางการทำงานด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา ให้มีค่าพัฒนาที่สูงขึ้น ส่งผลให้คุณภาพ การบริการด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล เป็นประโยชน์ สูงสุดแก่ประชาชน ผู้รับบริการและผู้ป่วยในพื้นที่ ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมือและให้คำแนะนำในการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปี งบประมาณ 2566 ฉบับนี้เป็นอย่างดี งานยุทธศาสตร์สุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา ธันวาคม 2565
ข [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 สภาพทั่วไป 1 ส่วนที่ 2 ทิศทางการทำงานด้านสาธารณสุข 10 นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้อง ยุทธศาสตร์องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ส่วนที่ 3 ทิศทางการบริหารจัดการสุขภาพระดับพื้นที่โดยใช้ยุทธศาสตร์ 29 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา พ.ศ.2566-2570 ส่วนที่ 4 แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2566 58 ภาคผนวก 65
1 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ส่วนที่ 1 1.ข้อมูลทั่วไปตำบลลางา คำว่าลางา มีความหมายว่า รุก มาจากการใช้ภาษาในการทำสงครามของกษัตริย์ในสมัยโบราณ ตำบลลางา เป็นชื่อที่ตั้งขึ้น ตามภาษายาวีท้องถิ่น โดยมาจากคำว่า ลังงารีย์ ภาษาอังกฤษว่า LANGA แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การต่อสู้ซึ่งหมู่บ้านบริเวณนี้มีภูเขาและป่าไม้เป็นส่วนใหญ่ และมีภูเขาสูงใหญ่คือ ภูเขาบาละแต ซึ่งเป็นเทือกเขาติดต่อกับเทือกเขาบูโด ปัจจุบันเรียกตำบลนี้ว่าตำบลลางาซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า ลังงารีย์ ที่ตั้งและขนาด ตำบลลางา ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี มีระยะทางห่างจากอำเภอมายอ ประมาณ ๙ กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดปัตตานี ๓๒ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 19.45 ตารางกิโลเมตรหรือ 12,157 ไร่ อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดต่อ ตำบลกระหวะ อำเภอมายอ ทิศใต้ ติดต่อ ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง ทิศตะวันตก ติดต่อ ตำบลควน อำเภอปะนาเระ ทิศตะวันออก ติดต่อ ตำบลสะกำ อำเภอมายอ ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ สภาพพื้นที่เป็นที่ราบ และที่ราบสูง มีเนินและภูเขา บริเวณที่ราบเหมาะสำหรับการเพาะปลูก ได้แก่ การทำนา ทำสวนผลไม้ ส่วนที่ราบสูงเหมาะสำหรับการทำสวนยางพาราและป่าไม้ สภาพภูมิอากาศ มีฤดูร้อนและฤดูฝน ฝนตกเกือบตลอดปีฤดูฝนประมาณช่วงเดือนพฤษภาคม – มกราคม ส่วนฤดูร้อนประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนเมษายน การเมืองการปกครอง - การเมืองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลลางา มี นายมูหมัดอารอฟะห์ แวบือซา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นางปะอียะห์ ยูโซะ รองนายก อบต. คนที่ ๑ นายนิเลาะ นิเซ็ง รองนายก อบต. คนที่ ๒ นายหาแว ยูโสะ ประธานสภา อบต. ลางา นางนูรมายีด๊ะ สาและ รองปลัด อบต.ลางา รก.ปลัด - การปกครอง ตำบลลางาแบ่งการปกครองเป็น ๗ หมู่บ้าน คือ หมู่ หมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวนหลังคาเรือน 1 บ้านกอแล นายมะดิง ตาเฮ 128 2 บ้านลางา นายมะนาเซ มะยูโซะ 287 3 บ้านตาแบ๊ะ นายอนันต์ แม่กอง 287 4 บ้านบาละแต นายมะกรีวาแมง 313
2 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 5 บ้านปาลัส นายมูหมัดตายูดิน อาลี(กำนัน) 421 6 บ้านจูนง นายนิเห็ง นิมา 90 7 บ้านเปาะชี นายซิลอิสซาม ซิลอิสซาม 79 - คำขวัญตำบลลางา ตลาดนัดเดินดิน ศิลปินพื้นบ้าน เชี่ยวชาญผ้าคลุมผม อุดมด้วยทุเรียน สภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยภาพรวม ตำบลลางา ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก มีสวนยางพาราและสวน ผลไม้ มีการทำกสิกรรม(ผ้าบาติก) การเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ และประกอบอาชีพค้าขายควบคู่กันไป ส่วน การค้ามีอยู่ในเขตชุมชน(บ้านปาลัส หมู่ที่ 5) การคมนาคมของตำบลลางา สามารถติดต่อกับชุมชนภายในตำบลและระหว่างตำบลโดยการคมนาคม ทางบก ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๒ (สายสงขลา - นราธิวาส) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๖๑ (สายยะลา - ปาลัส) ประชากรตำบลลางาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน พื้นที่ เพาะปลูกในตำบลมีข้าว ยางพารา ลองกอง และมีการประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขายควบคู่กันไป - ประเพณีและศิลปวัฒนธรรม ๑. ประเพณีมูฮารอมสัมพันธ์ ๒. ประเพณีวันรายอ ๓. ประเพณีวันเมาลิด ๔. ประเพณีวันถือศีลอด ๕. ประเพณีวันอาซูรอ ๖. ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ๗. ประเพณีเข้าสุนัต 2 ข้อมูลด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี รหัสไปรษณีย์ 94190 ห่างจากโรงพยาบาลมายอ 9 กิโลเมตร และห่างจากโรงพยาบาลปัตตานี 30 กิโลเมตร เขตพื้นที่รับผิดชอบ ชื่อหมู่บ้าน จำนวน ประชากร หลังคาเรือน ครัวเรือน อสม. หมู่ที่ 1 บ้านกอแล 520 128 135 7 หมู่ที่ 2 บ้านลางา 1,243 287 312 8 หมู่ที่ 3 บ้านตาแบ๊ะ 1,080 287 385 7
3 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ชื่อหมู่บ้าน จำนวน ประชากร หลังคาเรือน ครัวเรือน อสม. หมู่ที่ 4 บ้านบาละแต 1,457 313 365 15 หมู่ที่ 5 บ้านปาลัส 1,625 421 985 8 หมู่ที่ 6 บ้านจูนง 370 90 128 2 หมู่ที่ 7 บ้านเปาะชี 328 79 86 3 รวม 6,623 1,605 2,396 50 ที่มา : ฐานข้อมูล HDC (type area 1,3) วันที่ 22 ส.ค 2565 การนับถือศาสนา ศาสนา จำนวน ร้อยละ ศาสนาอิสลาม 6,623 100 ศาสนาพุทธ - - ศาสนาคริสต์ - - ศาสนาอื่นๆ - - ที่มา : ฐานข้อมูล HDC (type area 1,3) วันที่ 22 ส.ค 2565 การประกอบอาชีพ อาชีพ จำนวน ร้อยละ รับจ้าง 233 17.9 ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ 38 3.2 ประมง - - เกษตรกร 974 74.8 ค้าขาย 51 3.9 ที่มา : ฐานข้อมูลโปรกรม HOSXPPCU ณ วันที่ 22 ส.ค 2565
4 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” สถานดูแลเด็กปฐมวัยและสถานศึกษา สังกัด จำนวน (แห่ง) จำนวน (คน) จำนวนครู/อาจารย์ (คน) จำนวนเด็กนักเรียน/ นักศึกษา (คน) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของอบต. 2 3 44 สำกัดสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปัตตานี เขต 1 2 3 3 32 335 สำกัดสำนักงานพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ปัตตานี เขต 15 - - - สำกัดสำนักงานเอกชน - โรงเรียนเอกชนสอนสามัญ - โรงเรียนเอกชนสอนสามัญควบคู่ศาสนา - โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอย่างเดียว - โรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวะศึกษา - สถาบันปอเนาะ - ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) 1 - - 2 7 13 - 3 325 - 105 236 538 สังกัดกรมอาชีวะศึกษา - - - สังกัดอุดมศึกษา - - - สำกัดสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ - - - สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - - - ที่มา : แฟ้มรายงาน งานอนามัยโรงเรียนณ วันที่ 22 ส.ค 2565
5 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ปิรามิดประชากร ที่มา : HDCณ วันที่ 22 ส.ค 2565 จำนวนบุคลากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา ตำแหน่ง จำนวน สัดส่วนต่อประชากร ผอ.รพ.สต. (นักวิชาการสาธารณสุข) 1 6,623 พยาบาลวิชาชีพ 4 1,655.75 นักวิชาการสาธารณสุข 5 1,324.6 เจ้าพนักงานสาธารณสุข 0 0 เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข 1 6,623 กายภาพบำบัด (ลูกจ้าง) 1 6,623 แพทย์แผนไทย (ลูกจ้าง) 1 6,623 ผู้ช่วยเจ้าพนักงานการเงิน บัญชี 1 ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ 1 แม่บ้าน 1 อาสาสมัครสาธารณสุข 50 132.46 ที่มา :รายงานบุคลากร ณ วันที่ 22 ส.ค 2565
6 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” สถานสุขภาพ 3 ปีย้อนหลัง สถานะสุขภาพ ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 จำนวน อัตรา จำนวน อัตรา จำนวน อัตรา อัตราเกิด : ประชากรพันคน 93 9.00 90 9.00 66 6.00 อัตราตาย : ประชากรพันคน 60 6.00 74 7.00 60 6.00 ที่มา : HDCณ วันที่ 3 ม.ค 2565 จำนวนและอัตราป่วย 5 อันดับแรก ลำ ดับ สาเหตุการป่วย ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 จำนวน อัตรา ที่ จำนวน อัตรา ที่ จำนวน อัตรา ที่ 1 การติดเชื้อของทางเดิน หายใจส่วนบน 1484 47.94 1 1100 48.30 1 772 53.02 1 2 ฟันผุ 683 13.23 2 817 13.76 2 551 13.84 2 3 ความดันโลหิตสูง 279 18.85 3 212 17.75 4 59 13.84 4 4 โรคกระเพาะอาหาร 271 12.60 4 291 11.80 3 161 10.94 3 5 โรคอื่นๆของผิวหนังและ เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง 263 7.38 5 162 8.39 5 51 8.36 5 ที่มา : HDC ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2565 สาเหตุการตาย จำนวนและอัตราตาย 5 อันดับแรก ลำ ดับ สาเหตุการตาย ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 จำนวน อัตรา ที่ จำนวน อัตรา ที่ จำนวน อัตรา ที่ 1 ความดันโลหิตสูง 41 58.33 1 64 0.00 1 55 0.00 2 โรคกล้ามเนื้อผนังหัวใจด้าน หน้าที่ตายตามมา 7 19.44 2 1 37.50 2 0 68.75 1 3 โรคต่อมน้ำเหลืองของเยื่อ แขวนลำไส้อักเสบแบบไม่ จำเพาะ 3 5.56 3 0 0.00 0 0 0.00 0 4 โรคไตจากความดันโลหิตสูง ที่มีไตวาย 1 0.00 4 0 0.00 0 0 0.00 0
7 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ลำ ดับ สาเหตุการตาย ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 จำนวน อัตรา ที่ จำนวน อัตรา ที่ จำนวน อัตรา ที่ 5 โรคหืดจากภูมิแพ้ 1 0.00 5 0 0.00 0 0 0.00 0 ที่มา : ฐานข้อมูลโปรกรม HOSXPPCU ณ วันที่ 3 ม.ค 2565 จำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคทางระบาดวิทยา 5 อันดับแรก ลำ ดับ โรค ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 จำนวน อัตรา ที่ จำนวน อัตรา ที่ จำนวน อัตรา ที่ 1 อุจจาระร่วง 8 80.43 1 8 84.35 1 4 88.16 2 2 โรคตาแดง 1 8.70 2 3 3.40 3 1 9.21 3 3 โรคไข้เลือดออก 0 6.52 3 0 12.24 2 0 2.63 4 4 วัณโรค 0 3.26 4 0 0.00 0 0.00 5 ไข้สุกใส 0 1.09 5 0 0.00 0 0.00 6 โรคcovid-19 0 0 0 0 0 167 92.00 1 ที่มา : ฐานข้อมูลโปรกรม HOSXPPCU ณ วันที่ 3 ม.ค 2565 จำนวนผู้สูงอายุ 1.ผลการคัดกรองผู้สูงอายุ จำนวนตาม (ADL) จำนวน ผู้สูงอายุ จำนวนผู้สูงอายุได้รับการคัดกรอง ยังไม่ได้รับการ คัดกรอง ติดสังคม ติดบ้าน ติดเตียง รวม 660 628 16 6 650 - ที่มา : รายงาน การคัดกรองร้อยละของ Healthy Ageing HDCณ วันที่ 3 ม.ค 2565 2.จำนวนผู้ป่วยติดบ้านติดบ้าน (รวมทุกกลุ่มอายุ) จำนวน ประชากร จำนวน ติดบ้าน ร้อยละ ติดเตียง ร้อยละ รวม ร้อยละ 6573 23 0.7 6 0.5 38 1.25 ที่มา : แฟ้มรายงาน งานHHC ณ วันที่ 3 ม.ค 2565
8 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 3.บทบาทหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา เป็นสถานพยาบาลประจำตำบล สังกัดองค์การบริหารส่วน จังหวัดปัตตานีมีขีดความสามารถ ระดับปฐมภูมิ (Primary care) ได้รับการยกฐานะจากสถานีอนามัยตาม นโยบายของรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี พ.ศ.2552 ซึ่งอนุมัติงบประมาณภายใต้ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งปี พ.ศ.2555 เพื่อยกระดับสถานีอนามัย หรือศูนย์สุขภาพชุมชน ให้เป็นโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา มีการให้บริการสาธารณสุขที่หลากหลาย การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค การเยี่ยมบ้าน โดยให้บริการแบบ ผู้ป่วยนอก ไม่รับผู้ป่วยใน และไม่มีแพทย์ทำงานอยู่ประจำ แต่จะอาศัยความร่วมมือกัน กับแพทย์ใน โรงพยาบาลชุมชน ตารางให้บริการ วัน เวลา 08.30-12.00 น. เวลา 13.00-16.30 น. หมายเหตุ วันจันทร์ ตรวจรักษาทั่วไป ตรวจรักษาทั่วไป คลินิกตรวจคัดกรองมะเร็งปาก มดลูก คลินิกตรวจคัดกรองมะเร็งปาก มดลูก คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการ แพทย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ ในชุมชน(เยี่ยมบ้าน) คลินิกพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี (DSPM) วันอังคาร ตรวจรักษาทั่วไป ตรวจรักษาทั่วไป คลินิกโรคเรื้อรัง (NCDs) เยี่ยมบ้านผู้ป่วย(NCDs) แพทย์รพ.มายอลงตรวจเวลา 08.30-12.00 น. (สัปดาห์เว้น สัปดาห์) คลินิกสูงวัย เยี่ยมบ้าน คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทาง การแพทย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการ แพทย์ในชุมชน(เยี่ยมบ้าน) วันพุธ ตรวจรักษาทั่วไป ตรวจรักษาทั่วไป คลินิกวัคซีน 0-5 ปี คลินิกวัคซีน 0-5 ปี คลินิกอดบุหรี่ วันพฤหัสบดี ตรวจรักษาทั่วไป ตรวจรักษาทั่วไป คลินิกฝากครรภ์(รายใหม่) คลินิกฝากครรภ์(รายเก่า) คลินิกทันตกรรม คลินิกทันตกรรม ทันตแพทย์รพ. มายอ ล ง ให้บริการ คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทาง การแพทย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการ แพทย์ในชุมชน(เยี่ยมบ้าน) ตรวจรักษาทั่วไป ตรวจรักษาทั่วไป
9 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” วันศุกร์ อนามัยโรงเรียน อนามัยโรงเรียน อาชีวอนามัย/คุ้มครองผู้บริโภค เยี่ยมบ้าน คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทาง การแพทย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการ แพทย์ในชุมชน(เยี่ยมบ้าน)
10 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ส่วนที่ 2 ทิศทางการทำงานด้านสาธารณสุข นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้อง 1.แผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข มีเป้าหมายที่สำคัญ คือ “ประชาชนทุกภาคส่วนมีความรอบรู้ด้าน สุขภาพ มีส่วนร่วมในการวางระบบในการดูแลสุขภาพ ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงบริการ สาธารณสุขที่จำเป็น และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ระบบสาธารณสุขที่เป็นเอกภาพและการอภิบาลระบบที่ดี”การจัดทำร่างแผนปฏิรูปประเทศด้าน สาธารณสุข ดำเนินการภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา 258 (ช ด้านอื่นๆ) ได้แก่ ข้อ (4) ปรับระบบหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนได้รับสิทธิและประโยชน์จากการบริหาร จัดการและการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและสะดวกทัดเทียมกันและข้อ (5) ให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มี แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงได้พิจารณาประเด็นอื่นที่นำสู่การ ออกแบบนโยบายและระบบที่สมบูรณ์ สนับสนุนให้การขับเคลื่อน ประเด็นปฏิรูปด้านสาธารณสุขเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมมีโอกาสทัดเทียมกันและประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงปัจจัยทั้งภายนอกและภายในที่จะส่งผลถึงการสาธารณสุขของประเทศ และความ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศทั้งในระยะยาว และระยะกลาง การกำหนดประเด็นการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุข ได้คำนึงถึงองค์ประกอบ 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ ที่ให้ความสำคัญกับการมีกลไกในการกำหนดนโยบายสุขภาพ แห่งชาติที่มีความเป็นเอกภาพ การกระจายอำนาจในการบริหารจัดการไปยังเขตสุขภาพ การมีระบบ สารสนเทศสุขภาพ และการวางแผนกำลังคนสุขภาพ 2) ด้านระบบบริการสาธารณสุข มุ่งพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ การแพทย์แผนไทย การแพทย์ฉุกเฉิน และการสร้างเสริมป้องกันและควบคุมโรค 3) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้ความสำคัญในการสร้าง ความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน รวมถึงการคุ้มครองผู้บริโภค 4) ด้านความยั่งยืนและเพียงพอด้านการเงินการคลังสุขภาพ โดยการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ ภาครัฐทุกระบบให้มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม และยั่งยืน แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) หลังจากที่นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ให้ทุกส่วนราชการจัดทำแผนงานในภารกิจหลักของหน่วยงานระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) เพื่อให้ สอดรับกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ในการจัดทำยุทธศาสตร์และกรอบการปฏิรูป และจัดทำร่าง กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ ให้บรรลุตามวิสัยทัศน์“ประเทศ ไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” กระทรวงสาธารณสุขในฐานะส่วนราชการ จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(ด้านสาธารณสุข) ขึ้น ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีฯ อีกทั้งระบบสุขภาพไทยกำลังเผชิญกับสิ่งที่ท้าทายจากรอบด้าน อาทิ การ
11 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนจากสังคมชนบทสู่สังคมเมือง การเชื่อมต่อการค้าการลงทุนทั่วโลก ตลอดจน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลให้ประชาชนมีความคาดหวังต่อคุณภาพของระบบบริการมากขึ้น ขณะที่ งบประมาณภาครัฐเริ่มมีจำกัด ไม่เพียงพอต่อการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ทำให้ระบบสุขภาพไทย ต้องเตรียมเพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศจึงมี ความจำเป็นที่ต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบสุขภาพ เพื่อให้ ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี และส่งผลต่อการใช้จ่ายภาครัฐด้านสุขภาพของประเทศต่อไป สอดรับ กับการปฏิรูปประเทศไทยและการปฏิรูปด้านสาธารณสุข เพื่อสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงยั่งยืนให้กับระบบ สุขภาพทัดเทียมกับนานาประเทศในเอเชียได้จึงได้วางทิศทางในการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้าน สาธารณสุข) เป็น 4 ระยะ ระยะละ 5 ปี และมีจุดเน้นหนักแต่ละระยะ คือระยะที่ 1 พ.ศ. 2560 - 2564 ปฏิรูป ระบบ ระยะที่ 2 พ.ศ. 2565 - 2569 สร้างความเข้มแข็ง ระยะที่ 3 พ.ศ. 2570 - 2574 สู่ความยั่งยืน และ ระยะที่ 4 พ.ศ. 2575 - 2579 เป็น 1 ใน 3 ของเอเชียโดยยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ประกอบด้วย วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพ ที่รวมพลังสังคม เพื่อประชาชนสุขภาพดี พันธกิจ: พัฒนาและอภิบาลระบบสุขภาพ อย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน เป้าหมาย: ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน ยุทธศาสตร์ 4 Excellence: ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเลิศ (Promotion, Prevention & Protection Excellence) ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านบริการเป็นเลิศ (Service Excellence) ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านบุคลากรเป็นเลิศ (People Excellence) ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารเป็นเลิศด้วยธรรมาภิบาล (Governance Excellence) นโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข มีดังนี้ นโยบายหลักด้านที่ 1 การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) สืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักสำคัญในการบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชน และพัฒนา ประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลย เดชมหาราชบรมนาถบพิตร รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้หลักการทรงงาน การนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ ราชการและการพัฒนาประเทศ เพื่อประโยชน์ในวงกว้าง รวมทั้งเผยแพร่ศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงไปสู่เวทีโลกเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2) ต่อยอดการดำเนินการของหน่วยพระราชทานและประชาชนจิตอาสาพระราชทานตามแนว พระราชดำริ ให้เป็นแบบอย่างการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แก้ไข
12 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ปัญหาให้แก่ประชาชน และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน โดยระดมพลังความรัก ความสามัคคีทั้งของ หน่วยงานในพระองค์ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และชุมชน นโยบายหลักด้านที่ 2 การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของ ประเทศ ในประเด็น “แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ” โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข คือ ให้ความรู้เยาวชนถึงภัยยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งฟื้นฟู ดูแล รักษาผู้เสพผ่านกระบวนการทาง สาธารณสุข นโยบายหลักด้านที่ 3 การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก ในประเด็น “สร้างบทบาทที่สร้างสรรค์ของ ไทยในภูมิภาคและเวทีโลก” โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข คือ มีบทบาทในการขับเคลื่อนการ พัฒนาภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในกรอบสหประชาชาติ (กระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพหลักใน เป้าหมายที่ 3 Good Health and Well-being) นโยบายหลักด้านที่ 4 การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย ในประเด็นที่ เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) พัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวโดย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข คือ การบริหารจัดการของเสียอุตสาหกรรมและขยะแบบคลัสเตอร์ ระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนในแต่ละพื้นที่ของจังหวัด กลุ่มจังหวัด เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและ สุขภาพ 2) พัฒนาคุณภาพและความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้าน สาธารณสุข คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 3) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว อาทิ ธุรกิจสปาและ แพทย์แผนไทย ผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพรไทย เพื่อสร้างความหลากหลายของสินค้า และสร้างโอกาสการขยาย ฐานการผลิตและการตลาดในระดับภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมธุรกิจบริการที่มีศักยภาพสู่ระดับสากล 4) สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสนับสนุนนโยบายด้านการบริการ สาธารณสุข 5) ส่งเสริมการค้าในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั้งใน ภาคการผลิตและบริการในการเข้าถึงตลาด โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข คือ การทบทวน กฎหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ การคุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมการกำกับดูแลที่มี มาตรฐานและเอื้อต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการทุกขนาด ตลอดจนช่วยเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจ ของกิจการบริษัทการค้าระหว่างประเทศในประเทศไทย นโยบายหลักด้านที่ 5 การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ในประเด็น “พัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง” โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข คือ พัฒนา พื้นที่โดยรอบให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของเอเชีย นโยบายหลักด้านที่ 6 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัยใน ประเด็นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
13 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 1) ส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข คือ จัดให้มีระบบพัฒนา เด็กแรกเกิดอย่างต่อเนื่องจนถึงเด็กวัยเรียนให้มีโอกาสพัฒนาตามศักยภาพ เพื่อสร้างคนไทยที่มีพัฒนาการเต็ม ตามศักยภาพผ่านครอบครัวที่อบอุ่นในทุกรูปแบบครอบครัว เพื่อส่งต่อการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพสู่การ พัฒนาในระยะถัดไปบนฐานการให้ความช่วยเหลือที่คำนึงถึงศักยภาพของครอบครัวและพื้นทีเตรียมความ พร้อมการเป็นพ่อแม่ ความรู้เรื่องโภชนาการและสุขภาพ การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ผ่านการให้บริการสาธารณะที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทั่วประเทศให้ ได้มาตรฐาน และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษาและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยให้สามารถจัดการศึกษาได้ อย่างมีคุณภาพ 2) วิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้าน สาธารณสุข คือ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำและความยากจน ยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคมและนวัตกรรมในพื้นที่ที่สามารถช่วย แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสสำหรับผู้ด้อยโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยควบคู่ไปกับการ พัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมสำหรับโลกยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ตามความเหมาะสมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยระยะแรกจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพของประชาชนอย่างครบวงจร ทั้ง ระบบยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย นโยบายหลักด้านที่ 7 การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม มุ่งเน้นการจัดบริการ สาธารณสุขและระบบความคุ้มครองทางสังคม ที่ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มอย่างเหมาะสมนำไปสู่ความเสมอ ภาค ประกอบด้วย 1) พัฒนาระบบบริการสาธารณสุข แพทย์สมัยใหม่ และแพทย์แผนไทย ให้มีประสิทธิภาพทันสมัย เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีคุณภาพทัดเทียมกันทั่วทุกพื้นที่ รวมถึงการยกระดับไปสู่ความชำนาญใน ด้านการแพทย์แม่นยำ และยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ โดยอยู่บน พื้นฐานหลักประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ ส่งเสริมให้มีมาตรการสร้างเสริมสุขภาวะ และอนามัยให้คนไทยทุกช่วงวัยมีสุขภาพแข็งแรงและลดอัตราการเจ็บป่วยโรคเรื้อรัง พร้อมทั้งจัดให้มี สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เอื้อต่อสุขภาพของประชาชนอย่างเหมาะสมและพอเพียง 2) ส่งเสริมการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาวะที่ ถูกต้องของคนทุกกลุ่มวัย ส่งเสริมการเล่นกีฬาและออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะ สร้างระบบรับมือต่อ โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ ทั้งระบบติดตาม เฝ้าระวัง และการจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขอย่างครบ วงจรและบูรณาการ จัดระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลอย่างทั่วถึง และส่งเสริมให้ ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกพื้นที่ 3) พัฒนาและยกระดับความรู้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้เป็นหมอประจำบ้าน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารทางการแพทย์ เร่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพให้ทั่วถึงและ ครอบคลุมประชากรทุกภาคส่วน ลดความเหลื่อมล้ำของคุณภาพบริการในแต่ละระบบ พร้อมทั้งเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบบริการสาธารณสุขในชุมชนผ่านการพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกลควบคู่ไปกับการเพิ่ม บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และการยกระดับคุณภาพการบริการของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อให้ประชาชนในทุกครัวเรือนทุกพื้นที่โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนสามารถเข้าถึง หน่วยบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
14 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 4) สร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมด้านการศึกษา สุขภาพการมีงานทำที่เหมาะสมกับ ประชากรทุกกลุ่ม มีการลงทุนทางสังคมแบบมุ่งเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนยากจนและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส โดยตรง จัดให้มีระบบบำเหน็จบำนาญหลังพ้นวัยทำงาน ปฏิรูประบบภาษีให้ส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาผ่านกลไกกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และยกระดับคุณภาพ การศึกษาผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงคุ้มครองแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบให้ได้รับความ ปลอดภัย และมีสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ได้รับรายได้ สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมแก่การดำรง ชีพ นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในการ ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันพุธ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562 โดยกระทรวงสาธารณสุข เป็นกระทรวงที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง มีภารกิจดูแลประชาชนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เกิดจนสิ้นอายุขัยต้องทำงานทั้ง ในมิติสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ เพื่อลดความเจ็บป่วย ลดความจนของประชาชน ดังนั้น 1) การพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวพระราชดำริ โครงการเฉลิมพระเกียรติ และโครงการที่ เกี่ยวเนื่องกับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด และพัฒนาการบริการด้าน สาธารณสุข ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน 2) การดูแลให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งทางกาย ทางใจ และมีความมั่นคงทางสุขภาพ เพื่อให้คน ไทยทุกช่วงวัยมีสุขภาพแข็งแรง และลดอัตราการเจ็บป่วยโรคเรื้อรัง 2.1) สร้างเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง เพื่อการมีสุขภาพที่ดี ส่งเสริมการ ออกกำลังกาย และโภชนาการที่ถูกสุขลักษณะ ให้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกพื้นที่ 2.2) พัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์อย่างต่อเนื่อง จนถึงเด็กวัยเรียน ให้มีพัฒนาการ สมวัย มีคุณภาพ เพื่อส่งต่อการพัฒนาในระยะถัดไป 2.3) จัดการดูแลระยะยาวรองรับสังคมสูงวัยอย่างเป็นระบบ ให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ลดจำนวนผู้ป่วย ติดบ้าน ติดเตียง เข้าถึงการบริการอย่างมีศักดิ์ศรี สนับสนุนให้ชุมชน ท้องถิ่น และภาคเอกชน เข้ามาจัดบริการ ดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ โดยกำกับดูแลให้มีมาตรฐาน 2.4) จัดการภัยคุกคามความมั่นคงทางสุขภาพอย่างครบวงจรและบูรณาการ ป้องกันและควบคุม ปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ วิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุข โรคระบาด โรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ การคุ้มครองผู้บริโภคโดย ความร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐ ประชาชน ท้องถิ่น และเอกชน รวมทั้งการยกระดับความร่วมมือทาง สาธารณสุขกับต่างประเทศ ด้านความมั่นคงทางสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน และพื้นที่เขตพัฒนา เศรษฐกิจพิเศษ 3) การดูแลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแออัดลด ระยะเวลาการรอคอย และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน 3.1) เพิ่มศักยภาพการให้บริการของหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่เขตสุขภาพ ลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป เพิ่มขีด
15 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ความสามารถของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จัดระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่ มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลอย่างทั่วถึง รวมทั้งการพัฒนาห้องฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ และกำลังคนที่ เพียงพอ 3.2) พัฒนาและยกระดับความรู้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่ หรือ อสม. ให้เป็นหมอประจำ บ้านในการดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการ เข้าถึงข้อมูล และแบ่งเบาภาระ ค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทางไปพบแพทย์ 3.3) ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการได้แก่ ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ระบบคิว ระบบงานบริการของโรงพยาบาล ระบบส่งต่อ ตลอดจน การเชื่อมโยงข้อมูลการบริการสุขภาพให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ใน การบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน 4) ผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข 4.1) ให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาและสมุนไพรในทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย เร่งศึกษาวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชง และพืชสมุนไพรในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์ เพื่อ สร้างโอกาสทางการรักษา เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ของประชาชน โดยกำหนดกลไกการดำเนินงานที่ รัดกุมเพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคม ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 4.2) ส่งเสริมนวัตกรรมและศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ทั้งด้านระบบบริการทางการแพทย์ การสร้างเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การศึกษาวิจัย การผลิตและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการด้านสุขภาพที่ทันสมัย เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ของประชาชน ให้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของเอเชีย (Medical Hub) 5) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ 5.1) ให้ทุกหน่วยงานยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน กระจายอำนาจการ บริหารจัดการระบบบริการและทรัพยากรสู่เขตสุขภาพ เพื่อความคล่องตัวและตอบสนองต่อความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น 5.2) สร้างขวัญกำลังใจบุคลากร ผู้บริหารหน่วยงานทุกระดับต้องให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากร ตั้งแต่เริ่มเข้าทำงาน ความปลอดภัยและความสุขในการทำงาน การพัฒนาศักยภาพ ความก้าวหน้าในอาชีพ พัฒนาสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรม เพื่อธำรงรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพในการให้บริการแก่ประชาชน นโยบายเร่งรัดของผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข 1) สุขภาพกลุ่มวัย ได้แก่ - กลุ่มวัยแม่และเด็ก - กลุ่มวัยผู้สูงอายุ - Health Literacy: การออกกำลังกาย
16 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 2) การควบคุมป้องกันวัณโรค มุ่งเน้นความครอบคลุมในการค้นหาและเพิ่มอัตราความสำเร็จการรักษา ผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ 3) จัดการภัยคุกคามความมั่นคงทางสุขภาพ ได้แก่ - ยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่อันตรายต่อสุขภาพ - ใช้ยาอย่างสมเหตุผล/จัดการเชื้อดื้อยา (RDU & AMR) 4) พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ได้แก่ - พัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่ (อสม.) เป็นหมอครอบครัว - พัฒนาทีมคลินิกหมอครอบครัว (Primary Care Cluster: PCC) - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) - รพ.สต. ติดดาว 5) ลดแออัด ลดรอคอยในโรงพยาบาล ได้แก่ - จัดระบบบริการเพื่อลดความแออัด โดยเพิ่มการให้บริการทีมคลินิกหมอครอบครัว (Primary Care Cluster: PCC) ในเขตเมือง การรับยาที่ร้านขายยาและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ - พัฒนาห้องฉุกเฉินคุณภาพ 6) Fast Track ได้แก่ - การจัดการโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) - การจัดการโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI) 7) การเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์มุ่งเน้นให้ประชาชนมีความรู้และเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ได้อย่าง ทั่วถึง มีคุณภาพ และปลอดภัย 8) นวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อเศรษฐกิจ สนับสนุนการใช้สมุนไพร การนวดไทย และการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพเสริมเศรษฐกิจ 9) องค์กรคุณภาพ ได้แก่ - การพัฒนาเพื่อให้เกิดระบบภายในองค์กร (Hospital Accreditation: HA) - การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ ภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award: PMQA) - องค์กรแห่งความสุข 10) นวัตกรรมการบริหารจัดการของเขตสุขภาพ (Initiative Management) เพิ่มประสิทธิภาพ การ บริหารจัดการของเขตสุขภาพ
17 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 11) โครงการพระราชดำริ แผนพัฒนาสุขภาพจังหวัดปัตตานี พ.ศ. 2561 – 2565 จังหวัดปัตตานี โดยคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดปัตตานี (ก.บ.จ.ปน.) ได้ ดำเนินการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดปัตตานี 5 ปี พ.ศ. 2561 - 2565 ตามแนวทางที่คณะกรรมการบูรณาการ นโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) กำหนด คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดปัตตานี (ก.บ.จ. ปน.)ได้มีมติเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เห็นชอบร่างแผนพัฒนาจังหวัดปัตตานี 5 ปี พ.ศ. 2561 – 2565 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยเห็นชอบประเด็นการพัฒนา “เมืองเกษตรอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ฮา ลาลคุณภาพของประเทศ เป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่สันติสุข” ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างเสริมเศรษฐกิจที่เข้มแข็งจากฐานเกษตรอุตสาหกรรม ผลผลิตฮาลาลการค้า การบริการ และการท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาสังคมชุมชนที่น่าอยู่และทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่ 3 การเสริมสร้างความมั่นคง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเชื่อมโยงการคมนาคม โดยประเด็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข คือ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาสังคม ชุมชนที่น่าอยู่และทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องคือ ร้อยละของเด็กปฐมวัย 4 ช่วงอายุ (9, 18, 30, 42 เดือน) มีพัฒนาการสมวัย กลยุทธ์คือ สร้างเสริมสุขภาพประชาชน พัฒนาทั่วทุกชุมชน หมู่บ้านให้เป็นพื้นที่สุขภาวะดีแบบมีส่วนร่วมพร้อมยกระดับการบริการสุขภาพรองรับการพัฒนาเมืองและการ เชื่อมโยงนานาชาติ มีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาสาธารณสุข ตาม 21 ตัวชี้วัด ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ปัตตานีปีพ.ศ. 2565 มียุทธศาสตร์และตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเลิศ (Promotion Prevention & Protection Excellence) ประเด็น : ลดมารดาตาย (5 โรค) เป้าหมาย ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย, ไม่มีมารดาเสียชีวิตจากการตกเลือดหลังคลอด, ลดมารดาตายจาก Indirect cause และเพิ่มการเข้าถึงบริการของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด ตัวชี้วัด 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทยไม่เกิน 17 ต่อแสนการเกิดมีชีพ 2. ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อยร้อยละ 70 3. ร้อยละหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงได้รับการเว้นช่วงระยะการมีบุตร ร้อยละ 60 4. ร้อยละหญิงคลอดที่มีภาวะ Shock จากการตกเลือด ไม่เกินร้อยละ 25 5. ร้อยละของหญิงหลังคลอดได้รับการดูแลครบ 3 ครั้ง ตามเกณฑ์ มากกว่าร้อยละ 75 มาตรการสำคัญ
18 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” มาตรการที่ 1. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. พัฒนาทีม อสม.และเครือข่ายในพื้นที่ในการค้นหา คัดกรอง และส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงเข้าสู่ ระบบบริการและติดตามดูแลต่อเนื่อง 2. ส่งเสริม/สนับสนุน/สร้างทีมแกนนำในการดูแลหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงในระยะตั้งครรภ์,คลอด และ หลังคลอด 3. สร้างนักสื่อสารสุขภาพทุกระดับ 4. แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานเครือข่ายบริการสุขภาพระดับจังหวัด (PNC) จังหวัดอุดรธานี ประเด็น : ลดมารดาตาย (5 โรค) มาตรการที่ 2. พัฒนาการดูแล High Risk pregnancy Care และพัฒนา Seamless refer กิจกรรมหลัก (Key Activity) Service redesign High Risk/ Covid in pregnancy Care จากบ้าน/ ชุมชน Pre hos ANC to LR OR ER 1. พัฒนาระบบการคัดกรองครรภ์เสี่ยงให้เหมาะสมกับศักยภาพในการดูแลของสถานบริการ/ vaccine covid/ ATK ให้หญิงตั้งครรภ์ in ANC clinic ทุกระดับสถานบริการ 2. พัฒนาการดูแลระบบ Zoning consult/ Direct Consult (One Province One labor Room) คัดกรองเร็ว รู้เร็ว รักษา ส่งต่อเร็ว In hos พัฒนาแนวทางการดูแลร่วมสูติแพทย์, อายุรแพทย์, ศัลยแพทย์และ จิตเวช ได้แก่ ▪ Rapid response team ▪ 1) พัฒนาศักยภาพของบุคลากรงานฝากครรภ์/ ห้องคลอด และหลังคลอด 2) เรื่องการคัดกรองความเสี่ยง/ประเมิน/การรายงานและการส่งต่อ Post hos การติดตามเยี่ยมบ้าน HHC มารดาหลังคลอด กลุ่มเสี่ยงตามแนวทางที่กำหนด 1) Discharge Plan กลุ่ม NL/ กลุ่ม High Risk 2) การส่งต่อข้อมูลการเยี่ยม ระยะเวลาในการเยี่ยม มาตรการที่ 3. พัฒนาระบบบริหารจัดการ กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. กำหนดนโยบาย โดย MCH Board 2. Dead case and Near miss conference 3. ประเมินโรงพยาบาลตามมาตรฐานงานอนามัย แม่และเด็ก
19 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 4. การนิเทศหน้างาน และสอบสถานการณ์ 5. พัฒนาระบบฐานข้อมูล MCH High Risk/covid in Pregnancy ประเด็น : เด็กปฐมวัย สูงดีสมส่วน เป้าหมาย 1. เด็กปฐมวัย มีภาวการณ์เจริญเติบโต และโภชนาการดี “สูงดีสมส่วน” 2. สร้างพื้นที่ (ต้นแบบ) ที่มีการขับเคลื่อนงานโภชนาการ 3. สร้างความรอบรู้ในเรื่อง “โภชนาการเด็ก และการติดตามการเจริญเติบโต” ตัวชี้วัด เด็กปฐมวัย สูงดีสมส่วน ≥ ร้อยละ 64 มาตรการสำคัญ มาตรการที่ 1. ส่งเสริมการดำเนินงาน & ขับเคลื่อนงานโภชนาการเด็กปฐมวัย และสร้างพื้นที่ต้นแบบ กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. ขับเคลื่อนงานด้านโภชนาการในพื้นที่ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง 2. ผู้รับผิดชอบงานโภชนาการ เน้นมาตรฐานบริการ ติดตาม และการเฝ้าระวังการเจริญเติบโตทุก 3 เดือน อย่างเข้มข้น 3. เสนอแผนงาน/โครงการส่งเสริมการดำเนินงานด้านโภชนาการของเด็กปฐมวัย ผ่านงบท้องถิ่นหรือ อื่น ๆ 4. สรุปรายงานผลการดำเนินงาน และการขับเคลื่อนงานโภชนาการ ให้กับผู้บริหาร ผ่านเวทีประชุม ประจำเดือน มาตรการที่ 2. สร้างภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานด้านโภชนาการ กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. สร้างทีม อสม./เครือข่ายเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเคลื่อนที่ในชุมชน, จัดสัปดาห์รณรงค์ชั่งน้ำหนัก และส่วนสูงในทุกไตรมาส 2. ประชาสัมพันธ์และสื่อสารสร้างความรอบรู้ในเรื่อง “โภชนาการเด็กและการติดตามการ เจริญเติบโต” สำหรับเจ้าหน้าที่ ครู ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ในคลินิก ANC WCC PP และ Line Group 3. Feedback และประเมินผลความรู้และความเข้าใจของครู ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ผ่าน สื่อ หลายช่องทาง ประเด็น : ผู้สูงอายุ เป้าหมาย ผู้สูงอายุมีสุขภาพและได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เหมาะสม และรวดเร็ว
20 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ตัวชี้วัด 1. ร้อยละ 50 ของประชากรสูงอายุที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 2. ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชนร้อยละ 98 มาตรการสำคัญ มาตรการที่ 1. ส่งเสริมระบบบริการและการเข้าถึงบริการที่ดีมีคุณภาพ กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. สนับสนุนการประเมินคัดกรองการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ผ่าน Health Platform 2. สนับสนุนการใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและการ ดูแลสุขภาพตนเองของประชาชน ครอบครัว และชุมชน 3. สนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้จัดทำแผนการส่งเสริมสุขภาพดี(Wellness Plan)และการ เข้าถึงบริการโดยเฉพาะบริการส่งเสริมป้องกันตามความจำเป็น 4. สนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุให้ผ่านเกณฑ์คุณภาพด้าน สุขภาพ 5. ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองการพลัดตกหกล้มและภาวะสมองเสื่อมผ่านคลินิกผู้สูงอายุ 6. สนับสนุนการเข้าถึงบริการทันตสุขภาพแบบผสมผสานทั้งส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูตามความ จำเป็น มาตรการที่ 2. ส่งเสริมสุขภาพดูและผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน (Intermediate Care in Community and Long Term Care) กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. ยกระดับมาตรฐานหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ภายใต้แนวทางการ ดำเนินงาน Intermediate Care และ Long Term Care ในชุมชน 2. พัฒนาระบบฐานข้อมูลโปรแกรม 3C และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุผ่าน Digital Platform 3. พัฒนาศักยภาพบุคลากร (CM/ CG/ CC) 4. ขับเคลื่อนการดูแลผู้สูงอายุผ่านภาคีเครือข่ายในชุมชน มาตรการที่ 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่าย กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. สื่อสาร/ ประชาสัมพันธ์/ ประเมินชมรมผู้สูงอายุตำบล LTC/ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์/HL 2. สื่อสารหรือประชาสัมพันธ์พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์/ HL
21 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 3. ประเมินชมรมผู้สูงอายุ/ ตำบล LTC ขับเคลื่อนชมรมผู้สูงอายุ/ จัดกิจกรรมสนับสนุนพฤติกรรม สุขภาพที่พึงประสงค์/ HL ประเด็น : การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กปฐมวัย เป้าหมาย เด็ก 0-5 ปี ไม่เสียชีวิตด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนและสร้างความรอบรู้ในเรื่อง “ประโยชน์ของ วัคซีนกับหลักศาสนาอิสลามในการส่งเสริมการเจริญเติบโตในเด็กปฐมวัย ตัวชี้วัด ความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนแต่ละชนิดครบตามเกณฑ์ ในเด็กอายุครบ 1–5 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ➢ ระดับตำบล 1. ทีมงาน รพ.สต. ปฏิบัติตามระบบการพัฒนาการสื่อสารสร้างความรอบรู้เรื่องวัคซีนในคลินิก ANC WBC อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ประเด็น : การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กปฐมวัย มาตรการที่ 2. การสื่อสารสร้างความรอบรู้เรื่องวัคซีนให้กับเครือข่ายต่างๆ (โดยกะบะห์โมเดล) กิจกรรมหลัก (Key Activity) ➢ ระดับตำบล 1. สื่อสารความรอบรู้เรื่องวัคซีนให้กับผู้ปกครอง ครู ครูพี่เลี้ยงในศูนย์พัฒนาเด็ก ผู้นำในชุมชนอย่าง ต่อเนื่อง 2. จัดกิจกรรมสื่อสารให้ความรอบรู้เรื่องวัคซีนให้กับเด็กในโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างน้อย ปี ละ 1-2 ครั้ง 3. สุ่มประเมินความรอบรู้เรื่องวัคซีนฯ กับผู้ปกครองเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไตรมาสละ 1 ครั้ง Small Success ประเด็น : COVID-19 (Living with covid) เป้าหมาย ประชาชนได้รับวัคซีนโควิด-19 และสถานบริการดำเนินงานตามมาตฐาน COVID FREE SETTING ตัวชี้วัด 1. ความครอบคลุมของวัคซีนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของประชากร 2. รพ.ทุกแห่งใช้มาตรการ COVID FREE SETTING ร้อยละ 100 3. ผู้ป่วยโควิด-19 รักษาในระบบ Home Isolation อย่างน้อยร้อยละ 60 มาตรการสำคัญ มาตรการที่ 1. ส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 กิจกรรมหลัก (Key Activity)
22 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ➢ ระดับตำบล 1. วิเคราะห์สถานการณ์โรค จัดทำแผนการให้บริการรายวัน/รายสัปดาห์ 2. การประสานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายให้ชุมชน/เครือข่ายในพื้นที่ 3. เสริมพลังกิจกรรมบ้าน/โรงเรียน/ศูนย์พัฒนาเด็ก/ศาสนสถาน/สถานที่ราชการ 4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของหน่วยงานให้มีการบูรณาการอย่างเป็นระบบ ประเด็น : COVID-19 (Living with covid) 5. ติดตามเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน มาตรการที่ 2. ส่งเสริมความรอบรู้ตามแนวทาง Universal Prevention (UP) กิจกรรมหลัก (Key Activity) ➢ ระดับตำบล 1. พัฒนารูปแบบการเข้าถึงการตรวจด้วย ATK 2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมใช้มาตรฐาน UP มาตรการที่ 3. ส่งเสริมมาตรฐาน COVID FREE SETTING ในสถานบริการสาธารณสุข กิจกรรมหลัก (Key Activity) ➢ ระดับตำบล 1. พัฒนาระบบบริการตามมาตรฐาน COVID FREE SETTING มาตรการที่ 4. มีระบบการบริหารจัดการ Home Isolation ที่ได้มาตรฐาน ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านบริการเป็นเลิศ (Service Excellence) ประเด็น : การควบคุมป้องกันวัณโรค เป้าหมาย เร่งการค้นหา ขึ้นทะเบียนรักษา และลดอัตราการเสียชีวิตขผู้ป่วยของวัณโรค ตัวชี้วัด อัตราความสำเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ (เกณฑ์ร้อยละ 88) มาตรการสำคัญ มาตรการที่ 1. การค้นหาผู้ป่วย
23 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” กิจกรรมหลัก (Key Activity) ➢ ระดับตำบล 1. กิจกรรมการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สัมผัสวัณโรค (7 กลุ่มเสี่ยง: ผู้สัมผัสร่วมบ้าน, TB/HIV, บุคลากรสาธารณสุข, แรงงานต่างด้าว, ผู้ต้องขัง, โรคเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาล Uncontrolled DM HbA1c > 7, ผู้สูงอายุที่มีโรคร่วม) ประเด็น : การควบคุมป้องกันวัณโรค ➢ ระดับตำบล 1. บันทึกการกำกับการรับประทานยา (DOT) และการเยี่ยมบ้านของผู้ป่วยในโปรแกรม NTIP 2. ดำเนินการติดตาม หรือเยี่ยมบ้าน ถ้าผู้ป่วยผิดนัด พร้อมจัดการให้ผู้ป่วยเก็บเสมหะเพื่อส่งตรวจ ตามแนวทางการติดตามอาการของผู้ป่วย มาตรการที่ 3. พัฒนาระบบบริการ กิจกรรมหลัก (Key Activity) ➢ ระดับตำบล 1. ฝึกอบรมและเป็นที่ปรึกษาให้กับ อสม.ในพื้นที่ 2. ระบบข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลวัณโรค (NTIP) ประเด็น : การควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป้าหมาย ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาล/ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับ ความดันโลหิตสูง และลดภาวะแทรกซ้อนจากโรค ตัวชี้วัด อำเภอผ่านเกณฑ์คุณภาพ NCD Clinic Plus ร้อยละ 80 มาตรการสำคัญ มาตรการที่ 1. พัฒนาระบบบริการที่เชื่อมโยงสู่ชุมชน กิจกรรมหลัก (Key Activity) ➢ ระดับตำบล 1. จัดตั้ง Health Station ในชุมชน (มีเครื่องวัดความดันโลหิต/ เครื่อง DTX/ ระบบการบันทึก ข้อมูล) และสื่อสารให้ประชาชนรับรู้สถานะสุขภาพตนเอง 2. จัดทำแผนการดำเนินงานชุมชนวิถีใหม่ห่างไกล NCD ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชุมชนที่ เชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอก พชอ./ อปท./ ภาคเอกชนฯลฯ มาตรการที่ 2. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนการจัดบริการ
24 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” กิจกรรมหลัก (Key Activity) ➢ ระดับตำบล 1. พัฒนาการส่งต่อข้อมูล self-monitoring ของผู้ป่วยจาก Health Station ไปยัง case manager ระดับอำเภอและหมอครอบครัว 2. นำข้อมูลจาก Data exchange มาใช้งานในการเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ ประเด็น : ระบบสุขภาพปฐมภูมิเข้มแข็ง เป้าหมาย ประชาชนเข้าถึงบริการปฐมภูมิที่มีคุณภาพ และมีการส่งต่อผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ตัวชี้วัด อำเภอผ่านระบบปฐมภูมิเข้มแข็ง ร้อยละ 100 ๖ (ระดับ 4) มาตรการสำคัญ มาตรการที่ 1. พัฒนาโครงสร้างและการจัดระบบ PCU/NPCU กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. ชี้แจง ประชาสัมพันธ์ และมอบนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ 2. แจ้งทุกอำเภอกำหนดพื้นที่จัดตั้ง PCU/NPCU 2 อำเภอ เต็มพื้นที่ คือ อำไม้แก่นและอำแม่ลาน 3. สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพ รพ.สต. ให้มีมาตรฐานตามคุณภาพ รพ.สต.ติดดาว และจัดตั้งพร้อม ทั้งขึ้นทะเบียนเป็น PCU/NPCU ตามพ.ร.บ. 4. ผลักดันและเชิญชวนแพทย์ให้เปิดใจเข้ารับการอบรมเวชศาสตร์ครอบครัวระยะสั้นให้มากขึ้นทั้ง แพทย์ GP และแพทย์เกษียณ 5. ผลักดันและเชิญชวนแพทย์ให้เปิดใจเข้ารับการอบรมเวชศาสตร์ครอบครัวระยะสั้นให้มากขึ้นทั้ง แพทย์ GP และแพทย์เกษียณ 6. สนับสนุนให้ระบบบริการสมัครขอรับงบเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วย บริการปฐมภูมิปีพ.ศ. 2565 ประเด็น : ระบบสุขภาพปฐมภูมิเข้มแข็ง 5. ประเมินผลการดำเนินงาน พชอ.ประจำปี มาตรการที่ 3. พัฒนาระบบคุณภาพ รพ.สต. ติดดาว กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. ประชุมทีมคณะกรรมการปฐมภูมิ เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา 2. ประชุมวางแผนการดำเนินงานในปีพ.ศ. 2565 3. วิเคราะห์ GAP เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา
25 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 4. จัดอบรมทบทวนเกณฑ์การประเมิน รพ.สต.ติดดาว ปีพ.ศ. 2565 5. จัดอบรม และเยี่ยมอำเภอที่มีปัญหาในการจัดการ 6. ประเมินคุณภาพ รพ.สต.ติดดาว มาตรการที่ 4. พัฒนาระบบบริการ 3 หมอ กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. ชี้แจง ประชาสัมพันธ์ และมอบนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนให้ประชาชนคนไทยมีหมอ ประจำตัว 3 คน 2. พัฒนาศักยภาพหมอประจำตัว 3 คน 3. สนับสนุนให้มีการพัฒนาศักยภาพ อสม. หมอประจำบ้าน/ อาสาสมัครประจำครอบครัว อสค. 4. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดการระบบข้อมูลองค์ความรู้สำหรับประชาชน 5. สื่อสารช่องทางการติดต่อ หมอประจำตัว 3 คน และสร้างการรับรู้กับประชาชน ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านบุคลากรเป็นเลิศ (People Excellence) ประเด็น : องค์กรแห่งความสุข เป้าหมาย เจ้าหน้าที่มีความสุขและมีสัมพันธภาพที่ดีภายในองค์กร ตัวชี้วัด ร้อยละของความผูกพันต่อองค์กร ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 75 มาตรการที่ 1. ปรับวิธีคิด พิชิตพลังบวก (Mind set) กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. สนับสนุนการจัดกิจกรรมพัฒนาองค์กร การปรับ Mind set ในการทำงานอย่างต่อเนื่อง 2. การสร้างวัฒนธรรมองค์กร 3. พัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชมรมจริยธรรม 4. สรรหาบุคคลต้นแบบ MOPH มาตรการที่ 2. เส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพ กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. แต่งตั้งคณะทำงานการกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าตำแหน่งสายบริหารทุกระดับ 2. มีแผนทดแทนตำแหน่งทางการบริหาร 3. พัฒนาศักยภาพบุคคลที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งสายบริหาร
26 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 4. พัฒนาศักยภาพบุคลากรตามสายวิชาชีพ มาตรการที่ 3. การเสริมสร้างแรงจูงใจและธำรงรักษา กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. สนับสนุน คนดี คนเก่ง ให้ได้รับการประเมินความดีความชอบที่เหมาะสม 2. จัดกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีแก่บุคลากรในองค์กร 3. จัดสวัสดิการและค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้กับบุคลากร 4. จัดกิจกรรมเชิดชูคนดี คนเก่ง 5. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกเอื้อต่อการปฏิบัติงาน 6. ยกระดับสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ Digital transformation ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านบริหารเป็นเลิศด้วยธรรมาธิบาล (Governance Excellence) ประเด็น : ธรรมาภิบาล เป้าหมาย คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอมีการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลตัวชี้วัด ร้อยละของคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ มีการดำเนินงานหลักธรรมาภิบาลทั้ง 4 ด้าน ร้อยละ 100 มาตรการที่ 1. การสร้างการมีส่วนร่วม กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. ทบทวนคณะทำงานของคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ 2. มีการประชุมของคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 3. มีการนำเสนอผลงานดำเนินงานตามประเด็นปัญหาในการประชุมคณะกรรมการประสานงาน สาธารณสุขระดับอำเภอ 4. มีช่องทางให้เจ้าหน้าที่แสดงความคิดเห็นการดำเนินงานของคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุข ระดับอำเภอ มาตรการที่ 2. การสร้างฉันทามติร่วมกัน กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. การวางแผนการใช้ คน เงิน ของ ของคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ 2. การพิจารณา คน เงิน ของต้องผ่านมติการประชุมของคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับ อำเภอ 3. มีการเผยแพร่ผลการประชุมให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง
27 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” มาตรการที่ 3. สร้างความเป็นธรรมเสมอภาค กิจกรรมหลัก (Key Activity) 1. สามารถตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลในสิทธิประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ ตามภาระงานที่รับผิดชอบเช่น การประเมินความดีความชอบ ยุทธศาสตร์องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี “ สร้างปัตตานีเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้คู่คุณธรรม มีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีจิตอาสา ดำรงอยู่บนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ” ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาการศึกษาและสังคมให้มีคุณภาพ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่ ๔ พัฒนาเศรษฐกิจและเอาชนะความยากจน ยุทธศาสตร์ที่ ๕ พัฒนาการกีฬาสู่ความเป็นเลิศและส่งเสริมการท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ที่ ๖ ส่งเสริมการรักษาความมั่นคงและเสริมสร้างสันติสุข ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุขและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพคือ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาการศึกษาและสังคมให้มีคุณภาพ กลยุทธ์ที่ ๑.๑ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาทุกประเภท และทุกระดับให้ได้มาตรฐาน และ เป็นไปตามความต้องการของท้องถิ่น กลยุทธ์ที่ ๑.๒ ส่งเสริม ทำนุบำรุงศาสนา ศาสนสถาน อนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น กลยุทธ์ที่ ๑.๓ ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชนและสถาบันครอบครัว กลยุทธ์ที่ ๑.๔ ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชนสตรี ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส กลยุทธ์ที่ ๑.๕ ส่งเสริม สนับสนุนการควบคุมโรคติดต่อ การป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติด กลยุทธ์ที่ ๑.๖ การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี กลยุทธ์ที่ ๑.๗ ปรับปรุง จัดหาปัจจัยเครื่องมือ เครื่องใช้และการพัฒนาอาคารสถานที่ ตลอดจนสภาพแวดล้อม ภายในสถานที่ปฏิบัติงาน แผนการกระจายอํานาจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แผนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และแผนปฏิบัติ การกําหนดขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) ด้านการถ่ายโอนภารกิจ กําหนดให้สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาล ทั่วไปให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลทั่วไปตั้งอยู่เขต พื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ต้องถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ซึ่งหมายถึง องค์การบริหาร ส่วนตําบล เทศบาล เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ในระยะแรกให้ถ่ายโอน ตามความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และระยะสุดท้ายของแผนการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และแผนปฏิบัติการกําหนดขั้นตอนการกระจายอํานาจ
28 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) ด้านการถ่ายโอนภารกิจ หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดไม่ พร้อมรับการถ่ายโอนก็ให้ถ่ายโอนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดดําเนินการ อย่างไรก็ตาม พบว่าการถ่ายโอน ภารกิจดังกล่าาวของสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขยังไม่ประสบความสําเร็จตามแผนการกระจายอํานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และแผนปฏิบัติการกําหนดขั้นตอนการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) ด้านการถ่ายโอนภารกิจ โดยพบว่า สํานักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ดําเนินการถ่ายโอนสถานีอนามัย (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลและสถานี อนามัยเฉลิมพระเกียรติ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี) จํานวน ๒๗ แห่งในปีพ.ศ. ๒๕๕๑ จํานวน ๑๙ แห่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จํานวน ๔ แห่งในปีพ.ศ. ๒๕๕๗ จํานวน ๑ แห่ง ในปีพ.ศ. ๒๕๕๙ จํานวน ๖ แห่งในปีพ.ศ. ๒๕๖๒ และจํานวน ๘ แห่งในปีพ.ศ. ๒๕๖๓ รวมทั้งสิ้น ๖๕ แห่ง จากจํานวนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ๖๐ พรรษา นวมินทราชินีและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ๙,๗๘๗ แห่งทั่วประเทศ กลไกและกระบวนการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ๖๐ พรรษา นวมินทราชินีและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด กลไกส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจด้านสาธารณสุขขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อ รองรับการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ๖๐ พรรษา นวมินทราชินีและโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตําบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามแผนปฏิบัติการกําหนดขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) คือ (๑) กลไกส่งเสริมและสนับสนุนในระดับชาติคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุข ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี หน้าที่และอํานาจบริหารจัดการด้านการถ่ายโอนภารกิจ บุคลากร งบประมาณ และทรัพย์สินตามที่กําหนดไว้ ในแผนปฏิบัติการกําหนดขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) (๒) กลไกส่งเสริมและสนับสนุนในระดับพื้นที่คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.)ขององค์การ บริหารส่วนจังหวัด มีหน้าที่และอํานาจกําหนดนโยบายกํากับดูแลและพัฒนางานด้านสาธารณสุขขององค์การ บริหารส่วนจังหวัดที่ได้รับการถ่ายโอนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ๖๐ พรรษา นวมินทราชินีและโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบล ตามแผนปฏิบัติการกําหนดขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา เป็นหนึ่งใน 32 แห่งของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล/ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ๖๐ พรรษา นวมินทราชินีของจังหวัดปัตตานีที่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การ บริหารส่วนจังหวัดปัตตานีในปีงบประมาณ 2566 โดยมีภารกิจด้านยุทธศาสตร์พัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่ 6 ด้านประกอบด้วย 1) การพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน 2) การควบคุมโรคติดต่อและไม่ติดต่อ 3) การพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ 4) การส่งเสริมและสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ 5) การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ 6) การบริหารจัดการและพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินและระบบการส่งต่อผู้ป่วย
29 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ส่วนที่ 3 ทิศทางการบริหารจัดการสุขภาพระดับพื้นที่โดยใช้ยุทธศาสตร์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา พ.ศ.2566-2570 สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ยุทธศาสตร์ SO : พัฒนาความเป็นเลิศการบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ในด่าน 4 มุมเมืองแห่งอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ST : บริหารความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกอัล-อิสลาม WO : พัฒนาคุณภาพ การบริหารยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านสุขภาพในพื้นที่ WT : รพ.สต.ลางาดิจิทัล (Langa Digital Health Promoting Hospital) วิสัยทัศน์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลชั้นเลิศด้านการสร้างเสริมสุขภาพและบริการสุขภาพองค์รวม ใน ดวงใจแห่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ค่านิยมหลัก สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ให้บริการด้วยหัวใจ มุ่งมั่นพัฒนา พันธกิจ 1.พัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตมุสลิมในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน 2.พัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพองค์รวมอัล-อิสลาม 3.ให้บริการสุขภาพด้วยหัวใจตามสิทธิ์และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ 4.บริหารจัดการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้มีสมรรถนะขั้นสูง (HPO) เป้าประสงค์ 1.ลดอัตราการเจ็บป่วยรายใหม่ ในโรคยุทธศาสตร์ 2.เพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดภาวะพิการ มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้านความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน 3.ประชาชนและผู้มาใช้บริการเชื่อมั่นและศรัทธา 4.รพ.สต.มีสมรรถนะขั้นสูงอันดับ 1 ใน 3 ของรพ.สต.ขนาดใหญ่ (Size L) ในสามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ กลยุทธ์ 1.สร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก 2.คุณภาพการดูแลสุขภาพองค์รวม 3.ผู้ใช้บริการอบอุ่นใจ ผู้ให้บริการมีความสุข สถานที่ทำงานสวยงาม 4.บริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศ 5.Excellent Supporting System 6.รพ.สต.ลางาดิจิทัล (Langa Digital Health Promoting Hospital)
30 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ขั้น ที่ ประเด็น/รายละเอียด/เนื้อหา ขั้น ที่ 1 วิเคราะห์โครงร่างองค์การ เพื่อกำหนดความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์(โรคยุทธศาสตร์) 1.NCDs 1.1 DM, HT 1.2 CKD, Stroke, STEMI โรค 2561 2562 2563 2564 2565 คน แสนปชก. คน แสนปชก. คน แสนปชก. คน แสนปชก. คน แสนปชก. DM 21 309.1 28 408.94 22 317.23 27 384.23 27 381.73 HT 64 942.01 57 832.48 45 648.88 55 782.70 58 820.02 CKD 87 1,320.18 98 1,487.10 102 1,547.80 106 1,608.50 94 1,426.40 STROKE 9 136.57 9 136.57 5 75.87 7 106.22 6 91.04 STEMI 8 121.40 11 166.90 8 121.40 7 106.22 7 06.22 2.แม่และเด็ก 2.1 ตั้งครรภ์ไม่พร้อม, BA, PPH, GDM/HT 2.2 LBW, พัฒนาการล่าช้า, สติปัญญา,ความครอบคลุมของวัคซีน วัคซีน 2561 2562 2563 2564 2565 DTPHB3,OPV3 (ร้อยละ) 97.25 91.30 89.38 85.59 91.43 MMR1(ร้อยละ) 96.33 94.57 88.50 86.44 90.48 JE1 (ร้อยละ) 95.92 72.32 95.10 94.07 83.90 DTP4,OPV4 (ร้อยละ) 87.76 88.39 95.10 93.22 84.75 JE2,MMR2 (ร้อยละ) 92.55 93.62 80.77 88.46 92.24 93.97 93.91 93.91 86.55 86.55 DTP5,OPV5(ร้อยละ) 84.09 87.21 79.61 79.65 89.17 3.โรคติดต่อ 3.1 โรคอุบัติใหม่ (Covid-19) ปี(พ.ศ.) จำนวนผู้ป่วย(ราย) จำนวนผู้ป่วยตาย(ราย) 2564 869 6
31 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 2565 84 1 3.2 โรคอุบัติซ้ำ (DHF, TB) โรคไข้เลือดออก (DHF) ปี(พ.ศ.) จำนวนผู้ป่วยรวม(ราย) 2561 17 2562 6 2563 2 2564 1 2565 0 โรควัณโรค (TB) ปี(พ.ศ.) จำนวนผู้ป่วยรายใหม่(ราย) จำนวนผู้ป่วยป่วยซ้ำ(ราย) จำนวนผู้ป่วยรวม (ราย) 2561 4 0 4 2562 4 0 4 2563 11 0 11 2564 3 1 4 2565 1 1 2 4.โรคจิตเวช 4.1 จิตเภท ปี(พ.ศ.) จิตเภททั่วไป(ราย) จิตเภทจากยาเสพติด(ราย) จำนวนผู้ป่วยรวม(ราย) 2561 21 10 31 2562 21 11 32 2563 15 13 28 2564 22 10 32 2565 15 10 25 5.อุบัติเหตุ 5.1 จุดเสี่ยงเกิดเหตุทางถนนสายหลัก/สายรอง 5.2 Head Injury 6.ปัญหาสุขภาพทางช่องปากและฟัน
32 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 6.1 ฟันผุ 6.2 ปริทันต์ ขั้น ที่ 2 วิเคราะห์สภาพแวดล้อมองค์การ (TOWS Analysis) ภายนอก 1. ประชากร ประเด็นยุทธศาสตร์ T (ความท้าทายที่ต้องการเอาชนะ จากภาวะคุกคาม) O (ความได้เปรียบจาก โอกาส) ด้านโครงสร้างอายุประชากร 1.แม่และเด็ก 1.1 แม่ -ตั้งครรภ์ไม่พร้อม เกิดจากปัญหาครอบครัวแตกแยก พ่อ แม่แยกทางกัน / ถูกจับแต่งงาน ความรู้น้อย/ไม่ได้เรียนหนังสือ ใจแตก -PPH เกิดจากแม่มีภาวะซีด ตั้งครรภ์ซ้ำ ชอบ กินมาม่า ลูกชิ้น ขนมที่มีผงชูรส (ขาด สารอาหารธาตุเหล็ก) -GDM เกิดจากชอบกินของหวาน กินของ จุกจิก (มีปัจจัยและพฤติกรรมเสี่ยงมา ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยเจริญพันธ์) -HT ชอบกินบูดู ปลาเค็ม แกงกะทิบุฟเฟต์/ ชาบู -ฟันผุ ชอบกินของหวาน /เปรี้ยว แพ้ท้อง แล้วอาเจียนทำให้แปรงฟันไม่ได้ สร้างเสริมสุขภาพแม่และเด็กเชิง รุกในระดับบุคคล ครัวเรือนและ ชุมชนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต มุสลิม 1.2 เด็ก
33 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” -LBW แม่อายุน้อย ไม่มีความรู้ในการดูแล ตัวเอง / ยากจน / อยู่กับคนแก่ -ความครอบคลุมของวัคซีน ไม่ฉีดวัคซีนกลัวลูกไข้ ถ้าไข้แล้วไม่มี เวลาดูแล เสียเวลาในการทำมาหากิน อยู่กับคนแก่ / พี่เลี้ยง -ฟันผุ ชอบกินของหวาน ลูกอม น้ำอัดลม แล้วไม่แปรงฟัน และอาศัยอยู่กับคนแก่ หรือพี่เลี้ยง ปล่อยปละละเลย และเด็ก กลัวการทำฟัน 2.วัยเรียน/ วัยรุ่น 2.1 การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและ ตั้งครรภ์ซ้ำ ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่แยกทางกัน / ถูกจับแต่งงาน ความรู้น้อย/ไม่ได้ เรียนหนังสือ FB Line 2.2 เด็กน้ำหนักน้อย เตี้ย ผอม ยากจน พ่อแม่ขาดความรู้ ชอบกินขนม จุกจิก/น้ำหวาน โรงเรียนสร้างเสริมสุขภาพวัยเรียน ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตมุสลิม 3 วัยทำงาน 3.1 NCDs -ชอบกินเค็ม หวาน มัน แกงกะทิ มี ร้านน้ำชา/คาเฟ่ สูบบุหรี่ -ไม่ใส่ใจสุขภาพตนเอง 3.2 จิตเภท -ใช้ยาเสพติด เข้าถึงง่าย ว่างงาน มั่วสุม คบเพื่อนเกเร -กรรมพันธ์ ผลักดันให้เกิดชุมชนหรือโซน สุขภาพต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตมุสลิม
34 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 3.3 อุบัติเหตุ พื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านปาลัส เป็นแหล่ง ชุมชน มีถนนสายเพชรเกษม(ทางหลวง 42) ตัดผ่าน การจราจรค่อนข้าง หนาแน่น รถขับเร็ว ถนนแคบ มีการ วางเต้นท์ขายของยื่นออกมาทางถนน จอดรถไม่เป็นระเบียบ รถขนส่งขนาด ใหญ่จอดในที่คับขัน ส่งผลให้เกิดอุบัติ บ่อยครั้ง 3.4 โรคติดต่อ ชุมชนเมือง มีการค้าขาย การไปมาหาสู่ กันของคนใน-นอกพื้นที่ แรงงาน คน แออัด ชอบรวมกลุ่ม 4 ผู้สูงอายุ 4.1 NCDs -ต้องมีบูดูทุกมื้อ ปลาเค็ม บูโบ(ของ หวาน) ชอบกินซุป แกงกะทิ ถือนกไป นั่งร้านน้ำชา สูบบุหรี่ ผู้สูงอายุทั้งหมด กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย 4.2 โรคติดต่อ สังคมเครือญาติไปมาหาสู่กัน ครอบครัวใหญ่ แรงงาน กลุ่มดะวะห์ กลุ่มฟังธรรม (บรรยายศาสนา) แข่งนก 4.3 ปริทันต์ ใส่ฟันเทียมตลอดเวลา ไม่มา/ไม่มีคน พามารับบริการ ผลักดันนโยบายสร้างเสริมสุขภาพ เชิงรุก(3อ2ส.)ในสนามแข่งนกเขา ชวา/นกกรงหัวจุก ด้านสัดส่วนประชากรถิ่น แฝง ต่าง ด้าว ท่องเที่ยว 1.โรคติดต่อ
35 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ตลาดใหญ่ คนนอกเข้ามาซื้อ-ค้าขาย บ้านเช่า คนแออัด ขยะ 2.NCDs ไม่เข้าระบบ ไม่ให้ข้อมูล เข้าถึงยาก เครือข่ายครัวเรือนรายงานและ แจ้งเหตุ การเจ็บป่วยในพื้นที่ที่มี คนแฝงเข้าออกบ่อยครั้ง เกิด ตาย ย้ายถิ่น 1.แม่และเด็ก อยู่มาเลเซีย/ต่างจังหวัด ติดต่อไม่ได้ คนแฝงไม่เข้าระบบ 2.NCDs อยู่มาเลเซีย/ต่างจังหวัด ติดต่อไม่ได้ ไม่ รักษาต่อ คนแฝงไม่เข้าระบบ 3.โรคติดต่อ ลักลอบเข้าเมือง ปกปิดข้อมูล เข้าถึง ยาก สร้างและพัฒนาเครือข่ายสุขภาพ ออนไลน์เชื่อมโยงข้อมูลการบริการ ระหว่างจังหวัด/ประเทศ 2. สังคม ประเด็นยุทธศาสตร์ T (ความท้าทายที่ต้องการเอาชนะ จากภาวะคุกคาม) O (ความได้เปรียบจาก โอกาส) การตั้งถิ่นฐาน 1.อุบัติเหตุ พื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านปาลัส เป็นแหล่งชุมชน มีถนนสายเพชรเกษม(ทางหลวง 42) ตัด ผ่าน การจราจรค่อนข้างหนาแน่น รถขับ เร็ว ถนนแคบ มีการวางเต้นท์ขายของ ยื่นออกมาทางถนน จอดรถไม่เป็น ระเบียบ รถขนส่งขนาดใหญ่จอดในที่คับ ขัน ส่งผลให้เกิดอุบัติบ่อยครั้ง 2.โรคติดต่อ การค้าขาย ตลาดสด คนนอกเข้ามาซื้อขาย บ้านเช่า ขยะ 3.NCDs ผลักดันให้เกิดชุมชนต้นแบบ การแพทย์ฉุกเฉินชุมชนในทุก ระดับ FR BLS ALS โดยความ ร่วมมือจากอบต.คลินิกเอกชน และมูลนิธิเอกชนในพื้นที่สร้าง ความร่วมมือครัวเรือนแจ้งเหตุ, รถเข็นฉุกเฉิน,เครื่องมือช่วยเหลือ ฉุกเฉิน(AED) 1.ผลักดันให้เกิดนโยบาย และยุทธศาสตร์การแพทย์ ฉุกเฉินและการส่งต่อ และ การเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่- อุบัติซ้ำในระดับพื้นที่จาก อบจ.และอปท.อื่นๆ 2.ผลักดันให้อบต.มี ศักยภาพเพียงพอในการ จัดการผู้ป่วยวิกฤตร่วมกัน 3.พัฒนา ER รพ.สต.ให้มี คุณภาพ Early Detection และส่งต่อ อย่างมีคุณภาพ)
36 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” เข้าถึงยาก ไม่ให้ข้อมูล/ความร่วมมือคน รวยไปคลินิกมากกว่าเข้าระบบรพ.สต. ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี 1.แม่และเด็ก -แม่ อาหารแสลงขณะตั้งท้อง -เด็ก วัคซีนไม่ฮาลาล(ไม่ถูกหลักศาสนา) 2.NCDs มีความเชื่อดั่งเดิมตามวิถีชุมชน เช่นการ ใช้น้ำมนต์ปัดเป่าโรคร้าย หรือเมื่อเกิด ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต ต้องไปหาหมอบ้านที่ตัวเอง ศรัทธาก่อน ทำให้เกิดความล่าช้าในการ เข้าถึงบริการทางการแพทย์ 3.จิตเภท ชุมชนใหญ่ เข้าถึงยาเสพติดง่าย แหล่ง มั่วสุม ว่างงาน กรรมพันธุ์ 4.โรคติดต่อ ชุมชนใหญ่ ตลาด ขยะ น้ำขัง พ่อค้า แม่ค้า แรงงาน รวมกลุ่มดะวะ(เผยแพร่ ศาสนา) ละหมาด ฟังบรรยายธรรม ศาสนา เรียนกีรออาตี/อัลกุรอาน บางส่วนพื้นที่ราบต่ำ น้ำท่วม/น้ำขัง Al-Islam Model (การใช้อัลกุรอาน /Hukum Pakar/คุตบะห์/จือราเมาะห์ ) กำหนดนโยบายสาธารณะการ สร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกสร้าง เสริมสุขภาพ 6 กลุ่มโรค ยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิถี ชีวิตอิสลาม โครงสร้างอำนาจในชุมชน และหมู่บ้าน (ภาคีเครือข่ายสุขภาพ) ต่อ 6 โรค ยุทธศาสตร์ ภาคีเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ เช่น อบต. ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ยังขาดความ ตระหนักต่อการให้ความร่วมมือในการ จัดการปัญหา 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ ให้ข้อมูลและเสริมพลังใน การสร้างความร่วมมือและ เป็นหุ้นส่วนในการจัดการ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์
37 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” สถาบันทางสังคมต่อ 6 กลุ่มโรค ยุทธศาสตร์ 1.NCD งานเลี้ยงต่างๆที่มัสยิดนิยมจัดด้วยแกง กะทิ บูดู ปลาเค็ม ของหวาน สูบบุหรี่ 2.โรคติดต่อ ปอเนาะ/มัสยิด ขาดความร่วมมือ/ปกปิดข้อมูล การ ละหมาด การฟังธรรม เรียนอัลกุรอาน รับประทานอาหาร/นอนห้องเดียวกัน ใช้ ห้องน้ำร่วมกัน สุขวิทยาทีไม่สะอาด สร้างและพัฒนาความร่วมมือ ปัญหาสุขภาพด้านโรคฉุกเฉิน วิกฤตและโรคอุบัติใหม่ ใน 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ผ่านกลไก การบริหารจัดการของสภาสันติ สุข สิ่งแวดล้อมและภัยสุขภาพต่อ 6 กลุ่ม โรคยุทธศาสตร์ 1.โรคติดต่อ -โรคอุบัติใหม่(Covid-19) ละหมาดร่วมกัน ใช้น้ำในอ่างร่วมกัน ความแอดอัดของชุมชน/ตลาดสด -DHF พื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบลุ่ม มีน้ำขัง มี ขยะ -TB ชุมชนแออัด การออกดะวะห์(เผยแพร่ ศาสนา)การละหมาดในมัสยิด 2.NCDs มีร้านน้ำชา/คาเฟ่ สูบบุหรี่ ชอบกิน บุฟเฟต์ แกงกะทิในงานสำคัญ 3.จิตเภท เพื่อนไม่ดี มีแหล่งมั่วสุม เข้าถึงยาเสพติด ง่าย อบต.กำหนดข้อบัญญัติเรื่องขยะ และภัยสุขภาพและส่งเสริม สนับสนุนสถานประกอบการเข้า ร่วมโครงการ 3อ2ส.รวมถึงชุมชน ปลอดยาเสพติด 3.เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ประเด็นยุทธศาสตร์ T O
38 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” (ความท้าทายที่ต้องการเอาชนะ จากภาวะคุกคาม) (ความได้เปรียบจาก โอกาส) การค้าและการลงทุน 1.NCDs สนใจงานมากกว่าสุขภาพ อาหาร เร่งด่วน(ฟาสฟูดส์) เดลิเวอรี่ 2.โรคติดต่อ แรงงาน การค้าขาย 3.จิตเภท แหล่งค้าขายยาเสพติด การเข้าถึงง่าย (FB Line) 4.อุบัติเหตุ ถนนใหญ่ มีการค้าขายบนถนน กีด ขวางการจราจร 5.ฟันผุ มีคลินิกฟันเถื่อน แนวโน้มการขยายตัวของชุมชน ค่อนข้างสูง มีจุดจอดรถ-เดินรถไป ต่างจังหวัด-ประเทศมาเลเซีย มีสถานี เติมน้ำมัน ธนาคารและร้านสะดวกซื้อ การขยายตัวของชุมชนค่อนข้างโตและ หนาแน่น ผลักดันให้สภาชุมชนปาลัส และชุมชนอื่นๆกำหนด มาตรการทางสังคมที่เป็น ปัญหาด้านสุขภาพในพื้นที่ รายได้ต่อหัว หนี้สินครัวเรือนต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ ประชากรในพื้นที่มีรายได้อยู่ในระดับ ต่ำ-ปานกลาง ประกอบอาชีพค้าขาย , การเกษตร กรีดยางพารา มุ่งประกอบ อาชีพมากกว่าที่จะดูแลสุขภาพของ ตนเองในโรคยุทธศาสตร์ ภาคีเครือข่ายร่วมจัดตั้งศูนย์คัด กรองสุขภาพในชุมชนและ ครัวเรือน (Health station) ฐานะทางเศรษฐกิจต่อ 6 กลุ่มโรค ยุทธศาสตร์ Application Healthy Mayo
39 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ประชากรที่มีรายได้ต่ำบางส่วนต้อง ออกไปทำมาหากินนอกพื้นที่ จังหวัด ใกล้เคียง กทม.หรือประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในการ ดูแลโรคยุทธศาสตร์ เทคโนโลยี ดิจิทัล 6 กลุ่มโรค รพ.สต. ดิจิทัล 4.การเมืองและการบริหาร ประเด็นยุทธศาสตร์ T (ความท้าทายที่ต้องการเอาชนะ จากภาวะคุกคาม) O (ความได้เปรียบจาก โอกาส) นโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ กลุ่มจังหวัด จังหวัด สาธารณสุขเขต สุขภาพที่ 12, สสจ.ปัตตานีต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ ขาดนโยบายและยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่ การปฏิบัติอย่างจริงจังของพื้นที่ในการ สนับสนุนให้มีการจัดการปัญหาสุขภาพ ใน 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ 1.วางระบบบริหาร ยุทธศาสตร์ใน 6 กลุ่มโรค (Agenda Function + Area base ) 2.ยกระดับคุณภาพบริการ รพ.สต.ทุกด้าน นโยบายและยุทธศาสตร์ อปท. ต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ 1.อบจ. ปัตตานี(6 ยุทธศาสตร์) ปีงบประมาณ 2566 รพ.สต.ลางาได้รับ การถ่ายโอนให้แก่ อบจ.ปัตตานี 2.อบต.และเทศบาล ขาดการประสานงานและนำนโยบาย/ ยุทธศาสตร์มาทำงานร่วมกันกับอบต. พัฒนาความเป็นเลิศใน 6 ยุทธศาสตร์พัฒนาสุขภาพ ในพื้นที่ 1.การพัฒนาการ สาธารณสุขมูลฐาน 2.การควบคุมโรคติดต่อ และไม่ติดต่อ 3.การพัฒนาระบบบริการ สุขภาพปฐมภูมิ 4.การส่งเสริมและ สนับสนุนการแพทย์แผน ไทยและการแพทย์แผน ไทยประยุกต์
40 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” 5.การฟื้นฟูสมรรถภาพ ด้านการแพทย์ 6.การบริหารจัดการและ พัฒนาการแพทย์ฉุกเฉิน และระบบการส่งต่อผู้ป่วย การเมืองภาคประชาชน (ชมรม สมาคมสโมสร) ต่อ 6 กลุ่มโรค ยุทธศาสตร์ -สภาสันติสุข -สภาชุมชนปาลัส -สมาคม 3 ประสาน (ดูแลผู้ยากไร้ เด็ก กำพร้า) -ชมรมตาดีกา -กลุ่มเยาวชน -กลุ่มสตรีทำขนม แต่ยังขาดด้านการให้ความร่วมมือต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ ส่งเสริมและสนับสนุนสภา ชมรม สมาคม กลุ่มต่างๆ รวมกำหนด นโยบายสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การ จัดตั้งสภา ชมรม สมาคม กลุ่ม ต่างๆ การบริหารภาครัฐแนวใหม่ ต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ 1.การยกระดับการให้บริการอย่างมี คุณภาพ มุ่งเน้นประชาชนเป็นจุด ศูนย์กลาง 2.ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตามวิถี มุสลิม 3.ลดขั้นตอนการให้บริการ (70 ปีไม่มี คิว) พัฒนาขีดความสามารถ ของรพ.สต.ให้มีมาตรฐาน สูงขึ้น (HPO) และได้รับ การรับรองคุณภาพ 5ดาว 5ดี และ DHSA ภายใน (1) ผลการสร้างเสริมสุขภาพและผลการดูแลผู้ป่วย
41 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” ประเด็นยุทธศาสตร์ W (ประเด็นปรับปรุงพัฒนา จากจุดอ่อน) S (ความได้เปรียบจาก จุดแข็ง) ผลลัพธ์การสร้างเสริมสุขภาพ ต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ 1.แม่และเด็ก -Early ANC -EPI ครอบคลุม 2.NCDs รายใหม่เพิ่มขึ้น ยังขาดความตระหนัก การดูแลตนเอง/การปรับเปลี่ยน พฤติกรรม มีภาวะแทรกซ้อน CKD Stroke STEMI 3.โรคติดต่อ -การเข้าถึงวัคซีนCovid-19 ต่ำ -SRRT เชิงรุก -DOT คุณภาพต่ำ 4.โรคจิตเวช ลงติดตามเชิงรุก ทำกลุ่มปรับเปลี่ยน บำบัด/ศาสนบำบัด 5.อุบัติเหตุ -มีการจัดการ จุดเสี่ยงเกิดเหตุทางถนน สายหลัก/สายรอง ร่วมสร้างนโยบายสาธารณะ/ความ ปลอดภัยทางถนนร่วมกันกับภาคี เครือข่าย -Head Injury ร่วมสร้างนโยบายสาธารณะ/ความ ปลอดภัยทางถนนร่วมกันกับภาคี เครือข่าย 6.ปัญหาสุขภาพทางช่องปากและฟัน สร้างสุขภาพเชิงรุกที่สอดคล้อง กับวิถีชีวิตมุสลิมในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน
42 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” การลงพื้นที่ให้บริการเชิงรุกรร. ศพด./ เยี่ยมบ้านเชิงรุก ผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยต่อ 6 กลุ่มโรค ยุทธศาสตร์) Early Detection & EMS & refer 1.แม่และเด็ก Early Warning Sign 2.NCDs -ผู้ป่วยมี Health Literlacy แต่ขาด ความตระหนักต่อโรค -Early Detection & EMS & refer -Early Warning Sign -ER รพ.สต.ลางาคุณภาพ 3.โรคติดต่อ -SRRT เชิงรุก การเข้าถึงวัคซีนcovid ควบคุมได้เร็ว รณรงค์สุขภาพ 4.โรคจิตเวช -คัดกรอง -กลุ่มบำบัด 5.อุบัติเหตุ -มีการจัดการ จุดเสี่ยงเกิดเหตุทางถนน สายหลัก/สายรอง ร่วมสร้างนโยบายสาธารณะ/ความ ปลอดภัยทางถนนร่วมกันกับภาคี เครือข่าย -Head Injury ร่วมสร้างนโยบายสาธารณะ/ความ ปลอดภัยทางถนนร่วมกันกับภาคี เครือข่าย 6.ปัญหาสุขภาพทางช่องปากและฟัน Excellent Early Detection & EMS & Refer (ให้ตอบผลลัพธ์ดี เสมอ มีนวัตกรรม มี ผลงานระดับจังหวัด เขต และชาติ)
43 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” การลงพื้นที่ให้บริการเชิงรุกรร. ศพด./ เยี่ยมบ้านเชิงรุก (2) ผลการมุ่งเน้นผู้ป่วยและผู้รับผลงาน ประเด็นยุทธศาสตร์ W (ประเด็นปรับปรุงพัฒนา จากจุดอ่อน) S (ความได้เปรียบจาก จุดแข็ง) การจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพที่ เหมาะสมกับ สอดคล้องกับกลุ่มป่วยต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ -Early Warning Sign -Early Detection -ER รพ.สต. ลางาคุณภาพ -EMS & Refer คุณภาพ SRRT เชิงรุก ควบคุมโรค/ติดตามได้ ทันเวลา ยกระดับคุณภาพการ จัดบริการทางคลินิกให้ สูงขึ้น (NCDs, ฟื้นฟู, สมรรถภาพทางการแพทย์ และคลินิกโรคติดต่อต่างๆ) การจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพที่ เหมาะสม สอดคล้องกับกลุ่มเสี่ยงต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ 1.แม่และเด็ก -โรงเรียนพ่อแม่ -COC (เยี่ยมบ้าน/ติดตามกลุ่มเสี่ยง/PP อย่างต่อเนื่อง) -สร้าง Campaign Early ANC โดยอสม. 2.NCD การคัดกรองเชิงรุก/ติดตามอย่างต่อเนื่อง 3.โรคติดต่อ ลงติดตามเชิงรุก 4.อุบัติเหตุ รณรงค์การสวมหมวกกันน๊อค พัฒนาคุณภาพบริการสร้าง สุขภาพองค์รวมที่สอดคล้อง กับวิถีมุสลิม
44 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” การส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วม ของผู้รับผลงานและหรือภาคีเครือข่าย สุขภาพต่อ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ -ให้ความรู้3อ2ส -เสริมพลังผู้ดูแล เครือข่าย -สนับสนุนและพัฒนาเครือข่ายมีส่วนร่วม -คืนข้อมูลสุขภาพ -เครือข่ายร่วมจัดการ เช่น FR อบต.ลางา พัฒนาสมรรถนะผู้รับผลงานและ ภาคีเครือข่ายสุขภาพร่วม จัดบริการสุขภาพ Pre-Post Hospital Care การเข้าถึงบริการที่ครอบคลุมและ การแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ -Early Warning Sign Early Detection ER รพ.สต. ลางา EMS & refer -รถ EMS รพ.สต. ไม่ได้มาตรฐาน(25 ปี) -ชุมชนมีการเข้าถึงบริการการแพทย์ ฉุกเฉิน -อบต.มีทีม FR แต่ยังขาดศักยภาพในการ จัดการ พัฒนาขีดความสามารถในการ ให้บริการ EMS & Refer ครอบคลุมทุกชุมชนและหมู่บ้าน ความพึงพอใจและข้อร้องเรียน ความพึงพอใจปานกลาง ไม่มีข้อร้องเรียนแต่มีเสียงติเตียนในงาน บริการบางเรื่อง พัฒนารูปแบบการให้บริการ ที่สอดคล้องกับความ คาดหวังและความต้องการ ของผู้ใช้บริการ
45 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” (3) ผลการมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล ประเด็นยุทธศาสตร์ W (ประเด็นปรับปรุงพัฒนา จากจุดอ่อน) S (ความได้เปรียบจาก จุดแข็ง) อัตรากำลังสหสาขาวิชาชีพเพียงพอ เหมาะสมใน 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ พัฒนาวิชาชีพและทีมสามารถ Early Warning Sign -EMS & Refer เพิ่มขีดความสามารถ (Competency)ในการ ให้บริการสุขภาพที่สูงขึ้น ใน 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ สมรรถนะในการดุแล 6 กลุ่มโรค ยุทธศาสตร์ -ขาดสมรรถนะที่เหมาะสมด้านวิชาชีพ -Early Warning Sign - EMS & Refer พัฒนา Multi-Function & Specific Competency ของ 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ในทุก ตำแหน่ง ระดับความสุขของบุคลากร -ปานกลาง ถึงดี -มีการส่งเสริมการพัฒนาตนเอง วิชาชีพ และทีม -ดูงาน แลกเปลี่ยนพัฒนาต่อยอดงาน -สันทนาการกลุ่มร่วมกัน เจ้าหน้าที่&อส ม. รพ.สต.แห่งความสุข มี ความสมดุลระหว่างชีวิต และงาน (4) ด้านการนำ ประเด็นยุทธศาสตร์ W (ประเด็นปรับปรุงพัฒนา จากจุดอ่อน) S (ความได้เปรียบจาก จุดแข็ง) การบริหารยุทศาสตร์ พัฒนาสุขภาพ ระดับพื้นที่ ตั้งแต่ การวางแผน ยุทธศาสตร์ การนำแผนยุทธศาสตร์สู่ การปฏิบัติ และการประเมินผลแผน ยุทธศาสตร์ -ไม่มีแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร พัฒนาความเป็นเลิศในการ บริหารยุทธศาสตร์พัฒนาสุขภาพ ระดับพื้นที่
46 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” -การบริหารจัดการยังขาดทั้ง ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ไม่มีการ ติดตามผลลัพธ์/สรุป การรับรองคุณภาพ รพ.สต.(5ดาว5ดี และ DHSA) -ผ่านรพ.สต.5ดาว5ดีแต่ยังไม่ได้มีการ Re-accredit -ขาดการทำวิจัย นวัตกรรม พัฒนาและมุ่งการรับรองคุณภาพ ซ้ำ5ดาว5ดี และ DHSA แห่งแรก ของปัตตานีและเขตสุขภาพที่ 12 การบริหารสารสนเทศสุขภาพดิจิทัล -การจัดการข้อมูลสารสนเทศสุขภาพ ของรพ.สต.ยังขาดประสิทธิภาพ ระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน -ไม่สามารถจัดการด้วยตนเองได้ ปฏิรูปให้เป็นรพ.สต.ดิจิทัล การบริหารแบบธรรมาภิบาล มีความยุติธรรม เท่าเทียม มีส่วนร่วมใน ส่วนได้ส่วนเสียขององค์การ ในระดับดี รพ.สต.ธรรมาภิบาล (5) ด้านประสิทธิผลของกระบวนการทำงานที่สำคัญ ประเด็นยุทธศาสตร์ W (ประเด็นปรับปรุงพัฒนา จากจุดอ่อน) S (ความได้เปรียบจาก จุดแข็ง) การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ) พัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัย และบริหารความเสี่ยงเชิงรุกรอบ ด้าน RSQ ในระบบย่อย 1.ด้านการพยาบาล -CNPG -ไม่มีอุบัติการณ์ แต่มีกระบวนการ/CPG ซึ่งดูแลโดยทีมรพ. (ไม่มีการปรับปรุง พัฒนาเป็นปัจจุบัน) 2.ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ในการสร้างเสริมสุขภาพและการดูแล ผู้ป่วย -ปรับปรุงพัฒนา CPG/CNPG ใน 6 กลุ่มโรคยุทธศาสตร์ -Healing Environment และ จัดหาเครื่องมือช่วยเหลือชีวิต ฉุกเฉิน เช่น AED
47 [พิมพ์ที่นี่] “ สรา้งสรรคส์่งิใหม่ ใหบ้ริการดว้ยหวัใจ มงุ่ม่นัพฒันา ” สถานที่ไม่เอื้อต่อการจัดการผู้ป่วยวิกฤต 3.ด้านการป้องกันและควบคุมการติด เชื้อ -การจัดเก็บขยะติดเชื้อ ไม่ได้ตาม มาตรฐาน -ไม่มีการจัดการสิ่งคัดหลั่งที่ถูกหลัก IC -ท่อน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐาน 4.เวชระเบียน (Hos-pcu) -มีการทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน แต่ขาด การสำรองข้อมูล -ระบบ Internet ไม่เสถียร 5.ความปลอดภัยด้านยาและคบส. ลดความเสี่ยงด้าน ME การแพ้ยาซ้ำ การติดเชื้อในชุมชน(RDU) 6.การตรวจทดสอบประกอบการตรวจ วินิจฉัยโรค (LAB ) เครื่องมือพิเศษ เช่น EKG Ultrasoud ไม่ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์และ ความรู้ -Excellent IC -เวชระเบียนดิจิทัล -ยกระดับความปลอดภัยด้านยา จัดหาเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจ ทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค การฟื้นฟูสมรรภาพทางการแพทย์ 1.การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ แผนไทยประยุกต์ -มีการใช้ยาสมุนไพรในรพ.สต. -ขาดแพทย์แผนไทยประจำ 2.กายภาพบำบัด มีการจ้างนักกายภาพ เพิ่มการเข้าถึง บริการในการจัดการลดพิการ การ บริการการแพทย์ทางเลือก(แต่ไม่มี กรอบงานที่ลงในรพ.สต.) จัดตั้งคลินิกฟื้นฟู สมรรถภาพทางการแพทย์