The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมิทัศน์


ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำเลือง เหตุทอง
สาขาวิชาพืชสวนประดับและภูมิทัศน์
คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suchantina, 2021-12-24 03:45:13

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมิทัศน์

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมิทัศน์


ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำเลือง เหตุทอง
สาขาวิชาพืชสวนประดับและภูมิทัศน์
คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย

๘๖ ชนิด ไม้ตน้ ในง๘าน๕ภปีมู ไสทิ ใหศั ญน่ ์

85 Years Sai yai 86 Species of Trees for Landscape Landscape Uses

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์จาเลอื ง เหตุทอง

สาขาวิชาพชื สวนประดบั และภมู ิทัศน์ คณะเกษตรศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวชิ ยั

๘๕ ปี ๘๖ ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมทิ ัศน์

85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
Uses Uses

ผูช้ ่วยศาสตราจารย์จาเลือง เหตุทอง

สาขาวชิ าพืชสวนประดับและภมู ทิ ศั น์ คณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชยั

๘๕ ปี ไสใหญ่ ๘๖ ชนิด ไม้ต้นในงานภมู ทิ ัศน์

85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จาเลือง เหตุทอง

สาขาวชิ าพชื สวนประดบั และภูมิทศั น์ คณะเกษตรศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ัย

ชา่ งภาพ : ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์จำเลือง เหตทุ อง
ภาพลายเสน้ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำเลือง เหตุทอง
ออกแบบปก : ผชู้ ่วยศาสตราจารย์จำเลือง เหตุทอง

จดั พมิ พโ์ ดย.

สาขาวิชาพชื สวนประดับและภมู ิทศั น์ คณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรวี ชิ ัย

ไทรกระเบื้อง โปรง

มะเดอื่ กวาง หลมุ พอ



คำนำ

คำว่ำ ไม้ต้น น้ีอำจจะไม่เป็นท่ีคุ้นเคยเหมือนกับคำว่ำ ไม้ยืนต้น แต่หำกพิจำรณำโดยละเอียด
แล้ว ไม้ยืนต้นน้ันมีควำมหมำยกว้ำงกว่ำ เพรำะหมำยถึง พันธ์ุไม้ท่ีมีอำยุยืนมำกกว่ำ 2 ปีข้ึนไป ซ่ึงอำจ
เป็นไมพ้ ุ่ม ไม้เล้ือย ไม้ลม้ ลุกอำยุยนื หรือไมต้ ้น ก็ได้ ดังน้ัน ศำสตรำจำรย์ กสิน สุวตะพันธ์ุ จึงได้นำคำ
ว่ำไม้ต้นน้ีมำใช้ต้ังแต่ประมำณ พ.ศ. 2510 เป็นต้นมำ หมำยถึง ต้นไม้ที่มีลำต้นใหญ่ ลำเดียวเปลำตรง
สำมำรถมองเห็นลำต้นที่สูงเด่นจัด เจริญเติบโตในแนวตั้งโดยไม่ต้องอำศัยส่ิงพำดพิง และแตก
ก่ิงก้ำนสำขำเป็นรูปทรงทำงด้ำนบนได้อย่ำงอิสระ มีรูปทรงพุ่มใบหรือเรือนยอดอยู่ในระดับสูง โดยมี
รูปทรงทีแ่ ตกตำ่ งกัน มอี ำยุหลำยปี และมีเน้ือไม้โดยจะเป็นไม้เนื้ออ่อนหรอื ไม้เนื้อแข็งก็ได้และไมต้ น้ ที่
นำมำใช้ในงำนภูมิทัศน์ต้องเป็นพรรณไม้ที่ตอบสนองท้ังวัตถุประสงค์กำรใช้ประโยชน์และควำม
สวยงำม เช่น ไม้ให้รม่ เงำไม้กันลมไม้ในลำนจอดรถและลำนเอนกประสงค์ไม้สร้ำงสุนทรียภำพ หรือ
ควำมงำม เป็นตน้ และกำรประยุกตใ์ ช้ไม้ต้นกำรใช้งำนเฉพำะ เช่น ไมร้ ิมทะเลไม้ทนลมแรงทนนำ้ ท่วม
ไม้ดอกหอมไมร้ มิ ถนนในเมืองกำรใชป้ ระโยชนไ์ ม้พืน้ ถ่ินหรอื ไม้ทอ้ งถ่ินในงำนภมู ทิ ศั น์ เป็นต้น

เอกสำรเล่มนี้เกิดจำกกำรรวบรวมและเรียบเรียงจำกเอกสำรทีใ่ ช้ประกอบกำรเรียนกำรสอนใน
รำยวิชำวัสดุพืชพรรณ 1 วัสดุพืชพรรณ 2 ไม้ยืนต้นในงำนภูมิทัศน์และกำรจัดกำร และกำรจัดสวน ที่
หลักสตู รสำขำวิชำเทคโนโลยีภูมิทัศน์ สำขำเกษตรประยุกต์ คณะเกษตรศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั เทคโนโลยี
รำชมงคลศรีวิชัย และได้ทำกำรปรับปรุงในวำระครบรอบ 85 ปี ไสใหญ่รำชมงคล โดยนำเสนอ
รำยละเอียดพรรณไม้ต้นท่ีมศี ักยภำพตำมกำรใชง้ ำนภูมทิ ศั น์ จำนวน 86 ชนิด มีรปู ภำพประกอบกว่ำ 500

รูป “85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงำนภูมิทัศน์” ท้ังท่ีเป็นไม้ต้นท่ัวไป และไม้ท้องถิ่น เพ่ือ

ประโยชน์ในกำรเลือกใชท้ ถี่ กู ต้องเหมำะสม สอดคล้องกบั สิ่งแวดลอ้ มและกำรดำรงอยูข่ องตน้ ไม้ อนั จะ
นำไปส่กู ำรงำนภมู ทิ ัศน์และสงิ่ แวดลอ้ มท่ยี งั่ ยนื สืบไป

ขอขอบพระคุณสำหรับกำลังใจ ควำมช่วยเหลือ และควำมรู้ต่ำงๆ ที่ได้รับจำกหลำยๆ ท่ำน
ข้ำพเจ้ำขอขอบพระคุณบูรพคณ ำจำรย์ทุกท่ำน ท่ีประสิทธิประสำทควำมรู้ให้ข้ำพเจ้ำ และ
ขอขอบพระคุณเจ้ำของสถำนที่ในกำรถ่ำยภำพประกอบ เจำ้ ของลิขสิทธิ์ข้อมูลที่ใช้ในกำรค้นคว้ำเรียบ
เรยี งในเอกสำรเล่มนีท้ ุกท่ำน สุดท้ำยน้ีข้ำพเจ้ำขอบพระคุณคณะเกษตรศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยเทคโนโลยี
รำชมงคลศรวี ิชัย

ผู้ชว่ ยศำสตรำจำรย์จำเลอื ง เหตุทอง
20 ธันวำคม 2564



สารบัญ

คานา หน้า
สารบญั




85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ทีป่ ลกู เพ่อื การตกแต่งภมู ิทัศน์ ใน มทร. ศรวี ิชัย 1
วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ)่
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของไมต้ ้น 1
การประยกุ ตใ์ ช้ไม้ต้นกับการใชง้ านเฉพาะ
ผลการศึกษาไม้ตน้ 86 ชนิด เพ่ือการใชง้ านภูมิทัศน์ 15

รายละเอียดไมต้ น้ 86 ชนิด หน้า รายละเอยี ดไมต้ น้ 86 ชนดิ 19

กระถิน 23 ชงโค หนา้
กระถินณรงค์ 24 ชมพู่แก้มแหม่ม
กระถนิ เทพา 25 ชมพู่มา่ เหมี่ยว 46
กระท้อน 26 ชยั พฤกษ์ 47
กระทงิ 27 เชยี ด 48
กนั เกรา 28 ตะแบกนา 49
กลั ปพฤกษ์ 29 ตะลิงปลิง 50
กาสะลองคา 30 ตาเบเหลือง 51
กาฬพฤกษ์ 31 ทองหลางด่าง 52
แก้ว 32 ไทรกระเป๋า 53
ขนนุ 33 ไทรซลิ ิเบส 54
ข่อย 34 ไทรทอง 55
ขี้เหลก็ ไทย 35 ไทรใบยาว 56
ขเี้ หล็กอเมรกิ ัน 36 ไทรยอ้ ยใบแหลม 57
แคบา้ น 37 น้าเต้าต้น 58
แคฝร่งั 38 นนุ่ 59
แคแสด 39 บหุ งาส่าหรี 60
ไคร้ยอ้ ย 40 ประดู่แดง 61
เงาะโรงเรยี น 41 ประดูอ่ ังสนา 62
จามจุรี 42 ปาโลแซนโตส 63
จาปา 43 ปบี 64
จาปาเทศใบเล็ก 44 แปรงลา้ งขวด 65
จาปี 45 พญาสัตตบรรณ 66
67
68

รายละเอยี ดไมต้ น้ 86 ชนิด ค หนา้

พกิ ุล หน้า รายละเอยี ดไมต้ น้ 86 ชนิด 89
มะเกลอื 90
มะเกย๋ี ง 69 สนฉัตร 91
มะขาม 70 สนทะเล 92
มะปราง 71 สนประดพิ ัทธ์ 93
มะเฟือง 72 สนสามใบ 94
มะม่วงหิมพานต์ 73 สกั 95
มะยม 74 สาเก 96
มะฮอกกานใี บใหญ่ 75 สพุ รรณกิ าร์ 97
ยอบ้าน 76 เสลาใบใหญ่ 98
ยางพารา 77 แสงจันทร์ 99
ยูคาลปิ ตัส 78 หนวดปลาหมกึ 100
ราชพฤกษ์ 79 หางนกยูงฝรง่ั 101
ลองกอง 80 หกู ระจง 102
ลั่นทม 81 หกู วาง 103
ลนั่ ทมขาว 82 เหรยี ง 104
ลาดวน 83 เหลอื งอินเดีย 105
ลาไย 84 องุ่นทะเล 106
เลยี่ น 85 อโศกอินเดยี 107
ศรีตรงั 86 อมั พวา 108
87 อนิ ทนลิ นา้ 109
อ้างอิงภาพ 88 อนิ ทนลิ บก
บรรณานุกรม 110

1

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ท่ีปลูกเพ่อื การตกแตง่ ภูมทิ ัศน์ ใน
มทร. ศรีวิชัย วทิ ยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่)

85 years Sai Yai 86 species of trees for Landscape decoration at
RUTS. Nakhon Si Thammarat Campus (SaiYai)

ภาพท่ี 1-3 มะเกยี๋ ง ผาเสีย้ น และโปรงไมต้ น้ ใน มทร. ศรวี ิชยั วทิ ยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่)
ที่มา : จาเลอื ง เหตุทอง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของไมต้ น้
ไม้ต้น หมายถึง ต้นไม้ที่มีลาต้นใหญ่ ลาเดียวเปลาตรง สามารถมองเห็นลาต้นที่สูงเด่นชัด

เจริญเตบิ โตในแนวต้งั โดยไม่ต้องอาศัยสิง่ พาดพงิ และแตกก่ิงกา้ นสาขาเป็นรูปทรงทางด้านบนได้อย่าง
อิสระ มีรูปทรงพุ่มใบหรอื เรือนยอดอยู่ในระดับสูง โดยมีรปู ทรงท่ีแตกต่างกัน มีอายุหลายปี และมีเนื้อ
ไม้โดยจะเป็นไม้เนือ้ ออ่ นหรอื ไมเ้ น้ือแข็งกไ็ ด้ จาแนกออกได้ 3 ประเภทตามขนาดความสงู

1. ไม้ตน้ ขนาดใหญ่ คือตน้ ไมใ้ หญ่ทมี่ คี วามสงู ตงั้ แต่ 12 เมตรข้ึนไป
2. ไมต้ ้นขนาดกลาง คอื ต้นไม้ใหญท่ มี่ คี วามสงู ตัง้ แต่ 9.00- 12.00 เมตร
3. ไมต้ ้นขนาดเล็ก คือตน้ ไมใ้ หญท่ ม่ี คี วามสงู ตั้งแต่ 6.00- 9.00 เมตร

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

2

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ลักษณะทว่ั ไปของไมต้ ้นทส่ี ารวจ

1) รูปทรงธรรมชาติของเรอื นยอดไม้ตน้ สามารถแบง่ ออกเป็น 16 แบบ ดงั น้ี

1.1) รูปทรงกลม 1.9) รปู ทรงไมส่ มา่ เสมอ

1.2) รปู ทรงกระบอก 1.10) รปู ทรงแจกันหรือทรงร่ม

1.3) รูปทรงพีรามิด 1.11) รปู ทรงแผ่เป็นชน้ั ๆ คล้ายฉตั ร

1.4) รปู ทรงแผ่กวา้ ง 1.12) รูปทรงแผ่เห็นกิง่ ก้าน

1.5) รูปทรงผอมสงู 1.13) รูปทรงคลา้ ยปาล์ม

1.6) รปู ทรงไข่ 1.14) รูปทรงลกั ษณะเปิดสละสลวยเหมอื นภาพวาด

1.7) รปู ทรงไข่กวา้ ง 1.15) รปู ทรงปาล์ม

1.8) รปู ทรงห้อยย้อย 1.16) รูปทรงแตกกอ

2) ลาตน้ (Stem) ซ่ึงสามารถจาแนกตามลกั ษณะของเปลือกได้ คอื

2.1) ลาต้นที่เปลือกมีรอยแตกเป็นร่องลึกติดต่อกันตามแนวยาวของต้นแล้วเปลือกที่

อยู่คนั่ สลับร่องลกึ แตกเปน็ กาบหนา มีรูปร่างไม่แน่นอน (fissured bark) เชน่ ก้ามปู กันเกรา เปน็ ตน้

2.2) ลาต้นท่ีเปลือกมีรอยแตกเปน็ ร่องลกึ ทัง้ แนวยาวและแนวขวางของลาตน้ เรียกว่า

เปลอื กแตกเปน็ เหล่ยี ม (cracked bark) ทาใหก้ าบมีรูปรา่ งเปน็ รปู สีเ่ หล่ียม เช่น เต็ง รงั สนสองใบ เป็นตน้

2.3) ลาต้นที่เปลือกเหมือนกับเป็นรอยด่างหรือลอกออกได้เป็นชิ้นๆ หรือแผ่นกว้าง

(flaking or palling bark) และม้วนตวั ตามยาวเปน็ กาบห่อหุ้มลาตน้ อยู่ระยะหนึง่ จึงร่วง เช่น ยูคาลปิ ตัส

2.4) ลาตน้ ที่เปลือกมีผิวเรียบ (smooth bark) ไมม่ ีรอยแตก แต่จะเหน็ รอยช่อง Lenticel

ผดุ ออกเป็นจุดสเี ขม้ ปกตเิ ปลือกจะเป็นสีเทาออ่ นหรือขาวหม่น เชน่ นุ่น หางนกยูงฝร่งั ไทร เป็นตน้

2.5) ลาตน้ ท่ีมีเปลือกท่ีลอกตัวออกจากตอนปลายต้นออกมาได้เปน็ แนวหรือแถบยาว

(stripping bark) เปลอื กมักเหนยี ว เช่น ปอ ฝา้ ย ตะขบฝรั่ง หวา้ ชมพู่ เป็นต้น

2.6) ลาต้นที่มเี ปลือกที่แตกเป็นสะเกด็ บางเล็ก(dippled-scaly bark) เป็นแว่นค่อนข้าง

กลมขนาดตา่ งๆ กัน หลุดง่าย เช่น มะไฟ รัก เป็นต้น

2.7) ลาต้นที่มีเปลือกท่ีแตกเป็นสะเก็ด (scaly bark) แตกแล้วหลุดออกเป็นวง เช่น

ฝรัง่ ตะแบกนา เป็นตน้

2.8) ลาต้นทม่ี ีเปลือกสีสวยงาม (colored bark)

2.9) ลาต้นทม่ี เี ปลอื กไม้เป็นชนั (resinous bark)

2.10) ลาต้นทมี่ เี ปลือกไมเ้ ป็นหนาม (thorny bark)

ภาพที่ 4 เปลอื กไมช้ นั้ นอก
ทีม่ า: จาเลอื ง เหตุทอง

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

3

3) ใบ (Leaf)
3.1) รปู แบบของใบหรอื ชนดิ ของใบ สามารถแบ่งออกเปน็ 2 ชนิด คอื
3.1.1) ใบเดี่ยว (simple leaf) คือ ใบที่มแี ผ่นใบและมีก้านใบอันเดียว
3.1.2) ใบประกอบ (compound leaves) คือ ใบท่ีประกอบด้วยแผ่นใบมากกว่า 1

เรยี กใบเหล่าน้วี ่า ใบยอ่ ย (Leaflets) ซึ่งใบประกอบสามารถแบ่งเป็นหลายแบบ ได้แก่
- ใบประกอบแบบขนนก (pinnately compound leaves) เป็นใบประกอบท่ี

ใบย่อยออก 2 ข้างของแกนกลาง (rachis) ซ่ึงเป็นส่วนท่ีต่อจากก้านใบ ใบประกอบแบบขนนกน้ี มี 2
แบบ คือ ประกอบแบบขนนกปลายคี่ (odd-pinnate หรอื imparipinnate) เช่น ประดู่ คูน และใบประกอบ
แบบขนนกปลายคู่ (even- pinnate หรอื paripinnate) เชน่ เงาะลาไย เปน็ ต้น

- ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น (bi-pinnately compound leaves) เป็นใบ
ประกอบแบบขนนกทแ่ี กนกลางแตกแขนงออกเป็นแกนกลางที่สองแล้วจึงมใี บยอ่ ยแบบขนนก

- ใบประกอบแบบขนนก 3 ช้ัน (tri-pinnately compound leaves) เป็นใบ
ประกอบท่แี กนกลางท่สี องแตกแขนงออกเป็นแกนกลางทส่ี าม จงึ จะมใี บยอ่ ยแบบขนนก

- ใบประกอบรูปนิ้วมือ (palmately compound leaves) เป็นใบประกอบท่ี
กา้ นใบยอ่ ยทุกใบออกจากตาแหน่งเดยี วกันตรงปลายก้านใบ

- ใบประกอบแบบขนนกมใี บยอ่ ยสองใบ (bifoliateหรือ binate)
- ใบประกอบแบบขนนกมีใบย่อยสามใบ (bifoliateหรอื ternate)

ใบเดี่ยว ปลายใบ ใบประกอบแบบนว้ิ มอื
ขอบใบ
ซอกใบ แผ่นใบ
กา้ นใบ เสน้ ใบ
เสน้ กลางใบ
โคนใบ ใบประกอบแบบขนนก

ใบประกอบ

ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ใบประกอบแบบขนนก 2 ชน้ั ใบประกอบแบบขนนก 3 ชนั้

ภาพที่ 5 ชนิดของใบ
ทมี่ า : เอื้อมพร วีสมหมาย (2552)

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

4

3.2) การเรียงใบ (phyllotaxy) ไดแ้ ก่
3.2.1) เรียงสลับ (alermate) ใบเรียงสลับบนกิ่งไม่เป็นระเบียบ ช่วงระยะห่างไม่

เท่ากัน
3.2.2) เรียงสลบั ระนาบเดยี ว (distichous) ใบเรยี งสลับระนาบเดียวกนั บนก่ิงอย่าง

มีระเบยี บ ช่วงระยะห่างเท่ากนั
3.2.3) เรียงตรงขา้ ม (opposite) ใบเรียงตรงกนั ขา้ มกนั บนกิง่ ในระนาบเดียวกนั
3.2.4) เรียงตรงข้ามสลบั ตั้งฉาก (decussate) ใบเรยี งตรงกันข้ามกันบนกิง่ แต่ละคู่

ตงั้ ฉากกันและกัน
3.2.5) เรียงวงรอบ (whorl) ใบเรียงเป็นวงรอบท่ีจุดเดียวกันบนกิ่งมากกว่า 2 ใบ

ขน้ึ ไป
3.2.6) เรยี งเวียน (spiral) ใบเรียงเวียนเหมอื นบนั ไดเวียน
3.2.7) เรยี งเปน็ กระจุก (fasciculate) ใบเรยี งเปน็ กระจกุ บนก่ิง

เรียงสลับ เรยี งสลบั ระนาบเดยี ว เรยี งตรงข้าม

เรยี งตรงขา้ มสลบั ตงั้ ฉาก เรยี งวงรอบ เรยี งเวยี น

ภาพที่ 6 การเรียงใบ
ท่ีมา : เออ้ื มพร วสี มหมาย (2552)

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

5

3.3) รปู ร่างใบ (leaf shape) ได้แก่
3.3.1) รปู ลม่ิ แคบ (subulate) ใบค่อนขา้ งสัน้ สอบแคบจากโคนใบไปยังปลายใบ
3.3.2) รูปเข็ม (acicular) ใบเลก็ แหลมคลา้ ยเขม็
3.3.3) รปู แถบ (linear) ใบยาวและแคบ ขอบใบเกอื บขนานกนั
3.3.4) รูปขอบขนาน (oblong) ใบมีขอบทัง้ สองดา้ นขนานกนั ความยาวเปน็ สอง

เทา่ ของความกว้าง
3.3.5) รูปใบหอก (lanceolate) ใบรูปคล้ายใบหอก โคนใบกว้างค่อยๆ แคบสู่

ปลายใบ ความยาว เปน็ สามเท่าของความกวา้ ง
3.3.6) รูปใบรปู หอกกลบั (oblanceolate) ใบมีรปู ร่างคลา้ ยใบหอกหวั กลับ
3.3.7) รูปรี (elliptic) ใบมีรูปร่างรี ส่วนกว้างท่ีสุดอยู่ตรงกลางใบ เมื่อแบ่ง

ออกเป็น 2 สว่ น จะได้ 2 ขา้ ง เทา่ ๆ กัน ส่วนปลายและโคนเรียว
3.3.8) รูปไข่ (ovate) ใบมีรูปร่างคล้ายไข่ ส่วนกว้างท่ีสุดอยู่ต่ากว่าก่ึงกลางใบ

ความยาว ต่อ ความกวา้ ง เทา่ กบั 3 ตอ่ 2
3.3.9) รปู ไข่กลับ (obovate) ใบมีรปู ร่างคล้ายไข่กลับ ฐานใบเล็กเรียวกวา่ ปลายใบ
3.3.10) รูปสามเหลีย่ ม (deltoid) ใบมรี ปู ร่างคลา้ ยสามเหล่ยี มดา้ นเทา่
3.3.11) รปู ส่ีเหลย่ี มข้าวหลามตดั (rhomboid)
3.3.12) รปู ไต (reniform) ใบมีรูปร่างคล้ายไต สว่ นของฐานใบเว้าลกึ และขยายออก
3.3.13) รปู วงกลม (orbicular) ใบมรี ูปร่างคล้ายวงกลม
3.3.14) รปู หัวใจ (cordate) ใบมีรปู รา่ งคลา้ ยหวั ใจ
3.3.15) รปู เคยี ว (falcate) ใบมรี ูปร่างโคง้ งอคลา้ ยเคียวหรือพระจนั ทร์เส้ยี ว
3.3.16) รูปช้อน (spathulate) ใบมรี ูปร่างคลา้ ยชอ้ นโคนใบแคบเรยี ว ปลายใบป้าน

รูปเข็ม รปู แถบ รปู ขอบขนาน รปู ใบหอก รูปใบหอกกลบั รปู รี รูปไข่ รปู ไขก่ ลับ
ขนาน

รปู สามเหลยี่ ม รูปสเี่ หลีย่ มข้าวหลามตัด รปู ไต รปู วงกลม รปู หัวใจ รูปเคียว รปู ชอ้ น

ภาพที่ 7 รูปร่างใบ
ทมี่ า : เออ้ื มพร วีสมหมาย (2552)

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

คล้ายหาง 6
ใบเป็นมมุ
3.4) ปลายใบ (leaf apex) ไดแ้ ก่
3.4.1) ปลายยาวคล้ายหาง (caudate) ปลายใบ สอบเข้าหากันแล้วเรียวยื่นออกไป

3.4.2) ปลายตง่ิ หนาม (mucronate) ปลายใบติง่ สั้นเกดิ จากเส้นกลางใบยนื่ ออกไป
3.4.3) ปลายแหลม (acute) ปลายใบแหลมเกิดจากขอบใบสองข้างชนกันท่ีปลาย

3.4.4) ปลายเรยี วแหลม (acuminate) ปลายใบแหลมแต่ปลายใบคอดเว้าเล็กน้อย
3.4.5) ปลายมน (obtuse) ปลายใบโค้งมน
3.4.6) ปลายตัด (truncate) ปลายใบตดั เกือบเป็นเสน้ ตรง
3.4.7) ปลายเว้าบุ๋ม (retuse) ปลายเวา้ เปน็ แอ่งต้ืนๆ ตรงกลาง
3.4.8) ปลายเว้าตืน้ (emarginate) ปลายเวา้ หยักเป็นมมุ ลงไปตนื้ ๆ

ปลายยาวคล้ายหาง ปลายต่งิ หนาม ปลายแหลม ปลายกลมมน

ปลายมน ปลายตัด ปลายเวา้ ต้ืน ปลายเวา้ บมุ๋

ภาพท่ี 8 ปลายใบ
ท่มี า : เอ้อื มพร วสี มหมาย (2552)

3.5) โคนใบ (leaf base) ไดแ้ ก่
3.5.1) โคนมน (obtuse) โคนใบมน
3.5.2) โคนตดั (truncate) โคนใบตัด
3.5.3) โคนรูปหัวใจ (cordate) โคนใบเว้าเปน็ รูปหัวใจ
3.5.4) โคนเฉียงหรือเบยี้ ว(oblique) โคนใบไมเ่ ทา่ กัน หรอื โคนใบเบยี้ ว
3.5.5) โคนรูปลิ่ม (cuneate) โคนใบสอบเรียวมาตรงๆ แล้วจรดกนั คลา้ ยรูปล่ิม
3.5.6) โคนสอบเรยี ว (attenuate)โคนใบค่อยๆ สอบเรยี วลงมาคล้ายกา้ นใบมคี รีบ
3.5.7) โคนสอบ (acute) โคนใบสอบแหลม
3.5.7) โคนรูปเง่ยี งใบหอก (hastate) คล้ายโคนรูปเง่ยี งลกู ศร แต่สว่ นโคนผายออก
3.5.8) โคนรูปเง่ียงลกู ศร (sagittate) โคนใบรปู ลูกศร

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ ้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

7

โคนมน โคนตดั โคนรูปหัวใจ โคนเฉียงหรือเบ้ียว

โคนรปู ลิ่ม โคนสอบเรยี ว โคนสอบ โคนรูปเงย่ี งใบหอก โคนรูปเง่ยี งลกู ศร

ภาพท่ี 9 ปลายใบ
ที่มา : เอ้ือมพร วสี มหมาย (2552)

3.6) ขอบใบ (leaf margin) ได้แก่
3.6.1) ขอบใบเป็นขนครุย (ciliate)
3.6.2) ขอบใบเรียบ (entire)
3.6.3) ขอบใบเปน็ คลื่น (undulate)
3.6.4) ขอบใบหยักมน (crenate)
3.6.5) ขอบใบหยกั ซี่ฟนั (dentate)
3.6.6) ขอบใบจักฟนั เลื่อย (serrate)
3.6.7) ขอบใบจกั ฟันเลื่อยถี่(serrulate)
3.6.8) ขอบใบจกั ฟนั เลื่อยซ้อน(double serrate)
3.6.9) ขอบใบจักเป็นพหู รือหยกั (lobed)
3.6.10) ขอบใบหยักแบบขนนก (pinnatifid)

เป็นขนครยุ เรยี บ เป็นคลนื่ หยักมน หยักซี่ฟัน

จักฟันเลือ่ ย จกั ฟันเล่อื ยถี่ จักฟนั เล่อื ยซอ้ น พูหรอื หยกั หยักแบบขนนก

ภาพที่ 10 ขอบใบ
ทม่ี า : เอือ้ มพร วีสมหมาย (2552)

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ ้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

8

3.7) เน้อื ใบ (leaf texture) ไดแ้ ก่
3.7.1) ใบอวบน้า (succulent)
3.7.2) ใบคล้ายแผน่ หนงั (coriaceous)
3.7.3) ใบคล้ายกระดาษ (chartaceous)
3.7.4) ใบบางคลา้ ยเยือ่ (membranaceous)

4) ดอก (Flower)
4.1) ดอกมสี ว่ นประกอบของ 4 วง คอื
4.1.1) วงกลีบเลี้ยง (calyx) ประกอบด้วย กลีบเล้ียง (sepal) ดอกส่วนมากกลีบ

เลีย้ งเหน็ ชัดเจน พบไดท้ ั้งแบบท่ีเช่ือมติดกันและแยกอสิ ระ กลบี เล้ียงและกลบี ดอกมลี ักษณะเหมือนกัน
เรียกว่า กลบี รวม (tepal) เม่อื อยู่เปน็ วงเรยี กว่า วงกลบี รวม (perianth)

4.1.2) วงกลีบดอก (corolla) ประกอบด้วย กลีบดอก (petal) พบได้ทัง้ กลีบดอกที่
เชือ่ มติดกนั และกลบี ดอกท่แี ยกอสิ ระ พืชบางชนิดอาจไม่มกี ลีบดอก

4.1.3) วงเกสรเพศผู้ (androecium) ประกอบดว้ ย เกสรเพศผู้ (stamen)
4.1.4) วงเกสรเพศเมีย (gynoecium) ประกอบด้วย เกสรเพศเมีย (pistil)
ดอกของพชื ทีม่ ีครบทงั้ 4 วงนี้ เรยี กว่า ดอกสมบูรณ์ (complete flower) และดอกที่ขาด
ไปวงใดวงหนึ่งเรยี กวา่ ดอกไม่สมบูรณ์ (incomplete flower) สว่ นดอกที่มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรเพศเมีย
อยู่ในดอกเดียวกัน เรียกว่า ดอกสมบูรณ์เพศ (perfect flower) และดอกท่ีขาดเพศใดเพศหนึ่ง เรียกว่า
ดอกสมบูรณ์เพศ (inperfect flower) หรอื ดอกเพศเดยี ว (unisexual)

วงกลีบดอก (corolla) เกสรเพศเมยี (pistil)
เกสรเพศผู้ (stamen) อับเรณู (anther)

กา้ นชูอบั เรณู (filamen)

รงั ไข่ (ovary)
กลบี ดอก (petal)วงกลีบเลีย้ ง (calyx)

ภาพที่ 11 สว่ นประกอบของดอก
ทม่ี า : เอ้อื มพร วสี มหมาย (2552)

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

9

4.2) รปู ดอก สามารถแบง่ ตามลักษณะของกลบี ดอก คือ
4.2.1) กลบี ดอกทีแ่ ยกอสิ ระ ทมี่ รี ปู ทรงเฉพาะ ดงั น้ี
- รปู กากบาท (cruciform) ประกอบดว้ ยกลบี ดอก 4 กลีบ แตล่ ะคู่ต้งั ฉากกนั
- รูปดอกถั่ว (papilionaceousform) ประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ มี

ลักษณะแตกตา่ งกนั แบ่งเปน็ 3 ขนาด คือ กลีบกลางใหญ่ เรยี กว่ากลีบกลาง (standard) เรียงอยวู่ งนอกสุด
กลบี ขา้ งหน่ึงคู่ เรยี กว่า กลบี ข้าง (wings) และกลีบคลู่ ่างเช่อื มติดกันเปน็ กระโดงเรียกว่ากลีบคู่ลา่ ง (keel)

- รูปดอกหางนกยูง (caesalpinaceousform) ประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ
ซงึ่ 4 กลีบมีรูปรา่ งคล้ายคลึงกนั เรยี งอยูใ่ นวงเดยี วกัน ส่วนกลีบบนสดุ มีขนาดและรปู ร่างแตกต่างเรยี งอยู่
วงในสุด

4.2.2) กลีบดอกท่เี ชื่อมติดกนั มรี ูปแบบต่างๆ ดงั น้ี
- รูปวงล้อ (rotate) กลบี ดอกเช่อื มตดิ กันและแผ่ออกคล้ายรปู กงล้อ
- รูปดอกเข็ม (salverform) กลีบดอกเช่ือมติดกันเป็นรปู กรวยแคบหรือรูป

แจกัน
- รูปกรวย (funnelform) กลีบดอกเชอื่ มตดิ กันคลา้ ยรปู แตรหรอื รูปกรวยกวา้ ง
- รปู ระฆัง (campanulate) กลีบดอกเช่อื มติดกันคล้ายรปู ระฆงั
- รปู คนโทหรอื รูปโถ (urceolate) กลีบดอกเชอื่ มติดกนั คล้ายรูปคนโท
- รูปหลอด (tubular) กลีบดอกเชื่อมติดกัน เป็น รูปหลอด หรือรูป

ทรงกระบอก
- รูปปากเปิด (bilabiate) กลีบดอกติดกันท่ีโคน ปลายแยกเป็น 2 ส่วน

ขนาดและลกั ษณะตา่ งกัน
4.3) ช่อดอก (inflorescence) สามารถแบ่งไดด้ งั นี้
4.3.1) ช่อเชงิ ลด (spike) ช่อดอกทีด่ อกย่อยไม่มีก้าน
4.3.2) ช่อกระจะ (raceme) ช่อดอกทีด่ อกย่อยมกี า้ น แกนกลางไม่แตกแขนง
4.3.3) ชอ่ หางกระรอก (catkin) คลา้ ยกบั ช่อเชงิ ลด ชอ่ ดอกห้อยลงและมเี พศเดยี ว
4.3.4) ช่อซ่ีร่ม (umbel) ช่อดอกท่ีดอกย่อยออกจากจุดเดียวกัน และมีก้านยาว

เท่ากนั
4.3.5) ช่อกระจุกแน่น (head หรือ capitulum) ช่อดอกท่ีมีดอกย่อยอัดแน่นบน

ฐานรองดอกรูปถ้วย หรือรปู จาน เช่น ดอกตานตะวนั
4.3.6) ช่อดอกกระจกุ (cyme) ช่อดอกท่ีมดี อกกลางบานก่อนดอกลา่ ง
4.3.7) ชอ่ แยกแขนง (panicle) ชอ่ ดอกทแ่ี กนกลางแตกแขนง
4.3.8) ช่อเชิงหล่ัน (corymb) ช่อดอกท่ีดอกย่อยอยู่ในระนาบเดียวกัน ก้านดอก

ยาวไมเ่ ท่ากนั

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

10

4.3.9) ชอ่ เชิงลดมีกาบ (spadix) ชอ่ ดอกแบบช่อเชิงลด ทมี่ ีดอกแยกเพศ ติดอยกู่ ับ
แกนขนาดใหญ่ แล้วมีกาบห้มุ ช่อดอก (spathe) เชน่ ดอกหนา้ ววั

ชอ่ เชิงลด ชอ่ กระจะ ช่อหางกระรอก ช่อซร่ี ม่ ชอ่ กระจุกแน่น

ชอ่ ดอกกระจุก ช่อซรี่ ่ม ช่อเชงิ หล่ัน ชอ่ เชิงลดมกี าบ

ภาพที่ 12 รูปแบบของช่อดอก
ทมี่ า : เออื้ มพร วสี มหมาย (2552)

5) ผล (Fruit) ผลมีหลายประเภทดงั นี้
5.1) ผลเดี่ยว (simple fruit) ได้แก่ ผลท่ีเกิดจากดอกเด่ียว ซึ่งมีรังไข่อันเดียว (carpel)

หรอื หลาย รงั ไข่เช่ือมตดิ กันก็ได้ แบง่ ออกเป็นผลชนดิ ต่างๆ ดงั นี้
5.1.1) ผลสด (fleshy fruit) เปน็ ผลเน้ือนุ่ม มหี ลายชนดิ คือ
ก. ผลเมล็ดเดียวแข็ง (drupe) เป็นผลสดที่มีเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว ผนังผล

แบ่งเป็น 3 ช้ันชัดเจน ผนังชั้นกลาง (mesocap) มีเนื้อนุ่ม ผนังช้ันใน (endocap) แข็ง เช่น มะปราง
มะม่วง มะกอก พุทรา หรอื ไมก่ ็เปน็ เส้นใย เช่น มะพรา้ ว ส่วนท่เี รยี กวา่ กาบ ตาล

ข. ผลมีเนื้อหลายเมล็ด (berry) เป็นผลสดที่มีหลายเมล็ด ผนังผลท้ังสามช้ัน
อ่อนนมุ่ ผลสดชนดิ นแ้ี บง่ ไดเ้ ป็น

- ผลแบบแอปเป้ิล (pome) เป็นผลที่มีผนังผลบางถูกห่อหุ้มด้วยฐานดอกที่
เจริญขยายใหญข่ น้ึ กลายเป็นเนอื้ นุ่มเช่น แอปเปล้ิ สาล่ี ชมพู่

- ผลแบบส้ม (hesperidium) เป็นผลท่ีมีผนังผลช้ันนอกหนา มีต่อมน้ามัน
ผนังผลชั้นในมีลกั ษณะเปน็ เย่ือห้มุ กลบี ภายในเปน็ ถงุ สะสมน้าหวาน

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

11

- ผลแบบแตง (pepoหรือ gourd) เป็นผลที่มีผนังผลชั้นนอกหนาและเหนียว
ผนงั ช้นั กลางและผนงั ช้ันในอ่อนนุม่ เชน่ ฟกั แตงโม บวบ นา้ เต้า

ผลเมล็ดเดยี วแข็ง ผลมีเนือ้ หลายเมลด็

ผลแบบสม้ ผลแบบแอปเปิล้

ผลแบบแอปเปลิ้

ภาพที่ 13 รูปแบบของผลสด
ท่ีมา : เออ้ื มพร วสี มหมาย (2552)

5.1.2) ผลแห้ง (dry fruit) แบ่งออกเป็น
ก. ผลแห้งไมแ่ ตก (dry indehiscent fruit) แบง่ ออกเป็น
- ผลแห้งเมล็ดล่อน (achene) ผลขนาดเล็กมีหน่ึงเมล็ด ผนังผลมักแห้งและ

บางไมต่ ดิ กับเมลด็ เช่น ผลทานตะวัน บวั หลวง
- ผลธญั พชื (caryopsis หรือgrain) ผลขนาดเลก็ หนึง่ เมลด็ ผนงั ผลแห้งติดกับ

เมลด็ เชน่ พืชวงศ์หญ้าข้าว
- ผลปีกเดยี ว (samara) เปน็ ผลมปี ีกยาวหรอื กลมลอ้ มรอบ เช่น ประดู่
- ผลเปลอื กแข็งเมลด็ เดียว (nut) เปน็ ผลมเี มลด็ เดียว ผนังผลแขง็ และมนั

ผลแหง้ เมล็ดลอ่ น ผลเปลือกแข็งเมล็ดเดียว ผลปีกเดียว

ภาพที่ 14 รูปแบบของผลแห้งไมแ่ ตก
ทีม่ า : เออ้ื มพร วีสมหมาย (2552)

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

12

ข. ผลแหง้ แกแ่ ตก (dry dehiscent fruit) แบ่งออกเปน็
- ผลแตกสองครั้ง (schizocarp) เป็นผลท่ีมาจากรังไข่เช่ือมติดกันแต่เมื่อแก่
จะแยกจากกนั เรียกวา่ ซีกผล (mericarp) และแตล่ ะซีกผลจะมีเมล็ด 1 เมลด็ เช่น พืชบางชนิดในวงศช์ บา
MALVACEAE และวงศ์ผกั ชี ยห่ี รา่ UMBELLIFERAE
- ฝกั แตกแนวเดียว (follicle) เป็นผลทแี่ ตกตามรอยตะเข็บหน่ึงดา้ น มักแตก
ทางด้านหลัง เชน่ จาปี ปอ สาโรง
- ฝักแบบถว่ั (legume) เป็นผลทแ่ี ตกตามรอยตะเขบ็ 2 ด้าน ผลพืชวงศถ์ ่ัว
- ฝกั แบบผลผักกาด (slilique) ผลทเ่ี กิดจากรังไขส่ องอนั ซึ่งติดกัน เมอ่ื แก่แตก
ออกเปน็ 2 ซีก จากก้านไปยังปลายมักมผี นงั บางๆ กน้ั กลางเหลืออยู่ เชน่ ตอ้ ยติง่ ผักกาดต่างๆ
- ผลแห้งแตก (capsule) ผลเกิดจากรังไข่เช่ือมติดกัน รังไข่มีมากกว่า 1 ช่อง
และมกี ารแตกหลายดา้ น แบ่งไดเ้ ปน็
- ผลแตกกลางพู (loculicidal capsule) ผลเมื่อแก่จะแตกตรงกลางระหว่างพู
เชน่ ทเุ รยี น
- ผลแตกตามรอยประสาน (septicidal capsule) ผลเมอื่ แก่จะแตกตรงผนงั กัน้ พู
- ผลแตกตามขวาง (circumcisile capsule) ผลเม่ือแก่แตกตามขวาง มีฝาเปิด
ผลชนิดน้มี ีหลายเมลด็ หรอื เมลด็ จานวนมาก เชน่ หงอนไก่
- ผลกระเปาะ (utricle) ผลเมื่อแก่แตกโดยมฝี าเปิด ผลชนิดน้ีมผี นงั บางและมี
เมล็ดเดยี ว
- ผลแตกเป็นช่อง (poricidal capsule) ผลเมื่อแก่แตกเป็นช่องเล็กที่ปลาย ให้
เมล็ดออก เชน่ ฝนิ่

ผลแตกสองครงั้ ฝักแตกแนวเดียว ฝักแบบถ่วั ฝักแบบผลผักกาด

ผลแหง้ แตกครง้ั ผลแตกตามขวาง ผลแตกเปน็ ช่อง

ภาพที่ 15 รูปแบบของผลแห้งแก่แตก
ทมี่ า : เออื้ มพร วสี มหมาย (2552)

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

13

5.2) ผลกลุ่ม (aggregate fruit) ได้แก่ผลที่เกิดจากดอกเดี่ยว ซ่ึงมาจากลาย carpel แยก
จากกัน (apocarpous) รังไขแ่ ต่ละอันเจรญิ เป็นผลเด่ยี ว 1 ผล ซ่ึงเบียดตดิ กันเปน็ กลุ่มหรอื กระจุกดูคลา้ ยๆ
กับวา่ เป็นผลเดียว เช่น นอ้ นหนา่ กระดังงา สตอบอร่ี หวาย

5.3) ผลรวม (multiple) ได้แก่ ผลที่เกิดจากช่อซึ่งเบยี ดกันแน่นเมอื่ เป็นผลดูคลา้ ยๆ ผล
เด่ียวเช่นกัน เช่น ขนุน สาเก ยอ สับปะรด มะเด่ือ แต่มะเดื่อเป็นผลรวมลักษณะพิเศษ ช่อดอกรูปร่าง
คล้ายผล (syconium) คือมีแกนกลางดอกเปลีย่ นแปลงขยายใหญ่เปน็ กระเปาะมรี ูเปิดท่ีปลายโอบดอกไว้
ดอกมีขนาดเล็กมาก แยกเพศในกระเปาะ ดอกเพศผู้จานวนน้อย อยู่ใกล้ปากรูเปิด มีกลีบรวม 3 กลีบ
ดอกเพศเมียจานวนมาก อยู่ติดกบั ผนังกระเปาะด้านในสุด มีกลีบรวมส้ันๆ 3 กลีบ การผสมเกสรอาศัย
แมลงหว่ีมะเด่ือ

ผลกลมุ่ ผลรวม

ภาพที่ 16 ผลกลุม่ และผลรวม
ท่มี า : เออื้ มพร วีสมหมาย (2552)

ระยะการออกดอกตดิ ผล
ช่วงเดือนหรือฤดูกาลท่ีต้นไม้มีดอกและผลพร้อมๆ กันในรอบ 1 ปี โดยท่ัวไประยะเวลา

ประมาณ 1-2 เดือน หลังการออกดอกก็จะมีการติดผลให้เห็น เช่น กระโดน มรี ะยะการออกดอกตดิ ผล
คือดอก ธ.ค.- ก.พ. ผล ม.ค.- ม.ี ค. แตข่ ้ึนอยกู่ ับสภาพพื้นทที่ ศี่ กึ ษา
การขยายพนั ธุ์

การเพิ่มหรือทวีจานวนต้นพืชให้มีมากข้ึนหรือหมายถึงการเพ่ิมจานวนพืชจากท่ีมีอยู่ แต่จะ
กล่าวถึงวิธีการขยายพันธุ์ที่นิยม ไดจ้ านวนต้นมาก ได้ผลดีและประหยัดคุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด เช่น
โกสน การขยายพันธ์ุสามารถทาได้หลายวิธี ได้แก่ การเพาะเมล็ด การตอนก่ิง การตัดชาก่ิง การเสียบ
ยอด การติดตา แต่การตัดชากิ่งเป็นวิธีการท่ีง่ายและประหยัด รองมาคือการตอนกิ่ง ดังนั้นจึงใช้ว่า
ขยายพนั ธุ์โดยวธิ ี การตดั ชาก่งิ และการตอนก่งิ

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

14

ลกั ษณะนเิ วศวทิ ยาหรอื พน้ื ทท่ี ี่พบ
เปน็ การเขยี นบรรยายตามลักษณะประเภทหรอื ชนดิ ของปา่ หรอื การบรรยายตามพ้ืนทท่ี พี่ บ เช่น

กรวย พบตามท่ีราบริมน้าทางภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้หรือต้นไม้บางชนิดมีการ
ปลูกเลย้ี งอย่ทู ่วั ไป หรอื กระโดน พบประปรายตามปา่ เบญจพรรณช้ืน ปา่ โปร่งและปา่ ทุ่ง เป็นต้น
การใชป้ ระโยชน์ในงานด้านภูมิทศั น์

เป็นการเขียนบรรยายส่วนประกอบของไม้ต้นท่ีมีลักษณะเดน่ ได้แก่ รูปทรง ใบ ดอก หรือผล
สวยงามกลนิ่ ดอกผวิ สมั ผัส อตั ราการเจริญเตบิ โต ข้อดขี องไมต้ ้นแตล่ ะชนดิ นาเสนอการนาไมต้ น้ ไปใช้
ประโยชน์ในงานภูมิทัศน์และระยะการปลูก เช่น กระท้อน:รูปทรง ใบและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจรญิ เติบโตเร็ว ขน้ึ ได้ดีในดนิ ร่วนท่ีมคี วามชนื้ สูง การระบายน้าดี เหมาะสาหรับปลกู เพื่อเป็นไมผ้ ลและ
ให้ร่มเงาในบ้านในบ้านท่ีมีพื้นท่ีกว้าง ปลูกจัดภูมิทัศน์สวนผีเส้ือ เพราะเป็นที่วางไข่ของผีเส้ือใบ
กระทอ้ นและภูมิทศั น์ทเี่ ปน็ ธรรมชาติ ระยะปลกู 5-8 เมตร
ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตที่พบในพืน้ ที่ศึกษา

เป็นการเขียนบรรยายการเจริญเติบโต และปัญหาที่พบกับไม้ต้นแต่ละชนิด เช่น กระท้อน :
เจริญเติบโตดี โดยเฉพาะต้นท่ีอยู่บนเนิน ทั้งต้นที่ปลูกเล้ียงและต้นท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และพบ
ปัญหาหนอนเจาะทาลายลาต้นและหนอนผเี สอ้ื กดั กินใบ
ภาพเขียนลายเสน้ ลกั ษณะทรงพมุ่

เป็นการเขียนภาพลายเส้นลักษณะรูปทรงพุ่มหรือพุ่มใบของไม้ต้นชนิดน้ันประกอบ ตาม
รายละเอียดท่ีได้ศึกษาและการตรวจเอกสาร เพื่อง่ายต่อการนาไปใช้ในการออกแบบวางผังพืชพรรณใน
งานภมู ิทศั น์ การเขียนแบบรปู ดา้ นและรปู ตัด และการนาเสนอแบบในขน้ั ตอนการนาเสนองาน

ภาพท่ี 17-18 ภาพลายเสน้ ลักษณะทรงพุ่ม
ท่มี า : จาเลือง เหตุทอง

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

15

การประยุกต์ใช้ไมต้ ้นกับการใชง้ านเฉพาะ

1. ไมใ้ นลานจอดรถและลานเอนกประสงค์
ลกั ษณะสาคญั ของต้นไม้ ควรเปน็ ไม้ทีม่ ีทรงพมุ่ แผก่ ว้างแตกกงิ่ ในระดบั สูงพอกับการลอดผา่ น
ของคนและรถ กิ่งก้านไม่เปราะหักหรือฉีกขาดง่าย ใบและดอกไม่ร่วงมากนัก ไม้ไม่ผลัดใบจะดีกว่า
เพราะสามารถให้รม่ เงากบั ทจ่ี อดได้ เจรญิ เติบโตเร็ว ไม่มสี ่วนใดทเ่ี ป็นอาหารนก และก่อใหเ้ กดิ อันตราย
กับผู้ใช้ ตัวอย่างต้นไม้ เช่น กระพ้ีจ่นั เฉียงพรา้ นางแอ นนทรี ประดู่ พะยูง มะขาม โสกน้า เป็นต้น
2. ไมส้ รา้ งมมุ มองให้กับพื้นทใ่ี นหลายแบบ
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ควรเป็นไม้ที่ผลัดใบและมีดอกสวยงาม จะทาให้มีการเปลี่ยนแปลง
ในเรือ่ งความหนาแน่นของทรงพุ่มสี ผิวสัมผัส ในแต่ละฤดูกาลของแต่ละปี ตัวอยา่ งต้นไม้ เช่น กระพี้
จนั่ กัลปพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ ตะแบกนา ทองกวาว ราชพฤกษ์ ล่นั ทม เสลา อินทนลิ นา้ อินทนิลบก เป็นตน้
3. ไมร้ ิมนา้
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ควรเป็นไมท้ ่ีมใี บขนาดเล็ก กงิ่ กา้ นห้อยย้อยลักษณะอ่อนไหว ทรงพุ่ม
โปร่งป้องกันการคายน้า ทรงพุ่มสวยงาม มีจุดเด่นน่าสนใจเช่น ดอก ใบ ผล เป็นต้น สามารถ
เจริญเติบโตและปรับสภาพได้ดีเมื่ออยู่ใกล้น้าหรือเมื่อมีน้าท่วมถึง ตัวอย่างต้นไม้ เช่น กุ่มน้า ไคร้ยอ้ ย
จาก จิกนา จกิ นา้ ตีนเปด็ ทราย โพรง ลาพู สาคู หยนี ้า หลิว โสกนา้ เป็นตน้
4. ไมป้ ลกู สร้างสวนปา่ ธรรมชาติ
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ควรเป็นไม้โตเร็วเพ่ือช่วยในการสร้างพื้นท่ีสีเขียว ทนต่อการดูแล
รกั ษาต่าได้ควรเลือกใช้ไม้ทอ้ งถิ่นหรือไม้ท่ีมีแนวโน้มทจี่ ะเจริญเติบโตได้ดี ผลเป็นอาหารของนกและ
สัตว์ในกลุ่มฟันแทะ ได้แก่ กระรอก กระแต หนู เป็นต้น เพ่ือการกระจายพันธ์ุตามธรรมชาติ ตัวอย่าง
ต้นไม้ เช่น กรวย กระถินณรงค์ กระถ่ินเทพา กระทุ่มบก แซะ ไกร แคยอดดา แคหางค่าง จาปาดะ
เฉียงพร้านางแอ ชะมวง เด่ือฉ่ิง ตะขบไทย ทุเรียน ไทร โปรง ผ่าเส้ียน พระเจ้าห้าพระองค์ พะยูง
พลับพลา มะกลา่ ตน้ มะเด่อื ยางนา สะเดาเทียม สักทอง โสกน้า หว้านา เป็นต้น
5. ไมร้ ิมถนนและทางหลวงตา่ งจงั หวดั
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ควรเป็นไม้ที่โตเร็ว ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีความเครียดสูง มี
ทรงพุ่มแผแ่ ละแน่นทบึ ไม่ผลัดใบหรอื ผลดั ใบในช่วงส้ันๆ ใบมีขนาดเล็ก ไม่ร่วงงา่ ย เพอ่ื ช่วยในการให้
รม่ เงาและดักเสียง พร้อมท้ังฝุ่นละอองบนถนน ลักษณะดอกเด่นสวยงาม บานทน ก่ิงก้านเหนียวไม่มี
ส่วนที่กอ่ ใหเ้ กดิ อันตรายกับผใู้ ช้ ระบบรากลึกไมเ่ กิดปมรากโผล่ขึ้นเหนือระดับผิวดนิ ไมม่ พี ูพอนขนาด
ใหญ่ ไม่มีระบบรากชอนไชทาลาย และทนตอ่ การดูแลรักษาต่าส่วนทางหลวงตา่ งจังหวดั นอกจากดอก
เด่นสวยงาม ให้ร่มเงาและทนต่อการดูแลรักษาต่าแล้ว ควรเป็นการปลูกเชิงอนุรักษ์ไม้ป่าที่หายาก เป็น
ทรพั ยากรปา่ ไมท้ ีม่ คี า่ หรอื ไม้ท้องถ่นิ เพอื่ การสงวนรกั ษาพนั ธ์ุ ตวั อย่างตน้ ไม้ เชน่ กระทงิ กระถินณรงค์
กระถน่ิ เทพา ขเี้ หลก็ ไทย แคแสด จามจุรี ตะแบกนา ประดู่อังสนา ประดูปา่ เสลา อินทนลิ นา้ เปน็ ต้น

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

16

6. ไมร้ มิ ทะเล
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ควรเป็นไม้ท่ีช่วยบรรเทาไอเค็มจากทะเล โดยการปลูกต้นสนทะเล
หรือไม้ต้นทนเค็มบริเวณชายฝ่ังเพ่ือกรองไอเค็มจากทะเล จะช่วยให้ต้นไม้ท่ีใช้ในงานภูมิทัศน์ใกล้
ชายหาดเสียหายน้อยลง ดังนั้น ต้องเป็นต้นไม้ท่ีมีลาต้นเหนียวและอ่อน ก่ิงก้านไม่เปราะหักงา่ ย ลู่ตาม
ลมได้ดี ใบมีขนาดเล็กละเอียด ถ้าใบมีขนาดใหญ่ ใบจะมีลักษณะหนาหรือเป็นมันเงา ใบทนทาน ไม่
เสียหายง่ายและทนเค็ม ท้ังความเค็มในดินและไอเค็มทะเล ตัวอย่างต้นไม้ เช่น กระทิง กระถินณรงค์
กระถนิ เทพา กระถิน แกว้ แคแสด จิกสวน จกิ ทะเล ตาลโตนด ตนี เปด็ ทราย ตีนเป็ดทะเล ทองกวาว ไทร
ยอ้ ยใบแหลม นนทรี โพทะเล มะขาม มะขามเทศ มะพร้าว มะฮอกกานี ยูคาลิปตัส ราชพฤกษ์ ล่ันทม
ลาพู หวา้ หกู วาง สารภีทะเล สนทะเล สุพรรณกิ าร์ แสงจันทร์ หางนกยงู ฝรัง่ หว้า หูกวาง เปน็ ต้น
7. ไม้ทนลมแรง
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ต้องเป็นต้นไม้ท่ีมีก่ิงก้านอ่อนไหวลู่ตามลมได้ ก่ิงไม่เปราะหักง่าย
ระบบรากแผ่กว้างเพ่อื ยดึ ดิน ทนแล้งได้ดี ตวั อย่างต้นไม้ เชน่ มะขาม มะขามเทศ สนทะเล สนประดพิ ัทธ์
เสม็ดขาว เสมด็ แดง เปน็ ตน้
8. ไม้ทนน้าท่วม
ลกั ษณะสาคญั ของต้นไม้ ต้องเปน็ ต้นไม้ที่มนี ิสัยชอบความชื้นสงู หรอื ข้ึนในที่ใกลน้ ้า เมื่อถกู น้า
ท่วมขังระยะเวลาหน่ึงก็สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ ตัวอย่างต้นไม้ เช่น ส่วนใหญ่เป็นไม้ท่ีข้ึนได้ดีริมน้า
กรวย กระโดน กุ่มน้า จกิ นาชะมวง เด่ือฉ่งิ ตะเคียนทอง ไทร โปรง โพธิ์ มะขาม มะม่วงเบา มะเด่อื กวาง
ยางนา สะท้อนรอก ส้านใหญ่ โสกน้า หวา้ นา อินทนลิ น้า เป็นตน้
9. ไม้ดอกหอม
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ต้องเป็นตน้ ไม้ทีม่ ีดอกให้กลน่ิ หอม อาจมีกลิน่ หอมตลอดทัง้ วันหรือ
เฉพาะช่วงเวลา ตวั อยา่ งตน้ ไม้ เชน่ กันเกรา กระดงั งาไทย จาปี จาปีสนี วล จาปา จันทน์กะพอ้ ชัยพฤกษ์
ตนั หยง นมหนู บุนนาค บุหงาสา่ หรี ปีบ ประดู่ พะยอม พกิ ุล รวงผ้ึง ลาดวน เลี่ยน ลน่ั ทม สารภี เป็นตน้
10. ไมร้ ิมถนนในเมอื ง
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ต้องเป็นต้นไม้ที่สามารถต้านทานต่อสภาพอากาศเป็นพิษจากไอเสีย
ของยานพาหนะและสภาพแวดลอ้ มทีไ่ ม่เหมาะสมได้ โตเร็ว มรี ูปทรงคงที่ เรือนยอดหนาแน่น แสงสอ่ ง
ผ่านได้น้อย ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่รถตาพร่าหรืองงงัน ตัวอย่างต้นไม้ เช่น จามจุรี ชมพู
พันธ์ุทิพย์ ไทรยอดทอง มะขาม มะฮอกกานี เสลา เหลืองปรดี ียาธร อนิ ทนลิ นา้ เปน็ ต้น
11. ไม้ท่เี ปน็ อนั ตรายต่อส่ิงกอ่ สร้าง
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ต้องเป็นต้นไม้ท่ีมีขนาดใหญ่ ทั้งกิ่งก้านสาขาและระบบรากขนาด
ใหญ่สามารถชอนไชไปได้ไกล และเป็นพูพอน ตัวอย่างต้นไม้ เช่น กะออก กรา่ ง ไกร จามจุรี จามจุรีสี
ทอง ไทร โพธ์ิ พระเจ้าห้าพระองค์ มะเดอื่ กวาง ยางนา หลมุ พอ เปน็ ตน้

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

17

12. ไม้ตดั แต่ง
ลักษณะสาคญั ของต้นไม้ ต้องเปน็ ต้นไม้ท่ีสามารถยืนต้นอยู่ได้เองโดยไม่ต้องมีวสั ดอุ ่ืนมาช่วย
พยุง มใี บดกและมีขนาดเล็ก ทนต่อความแห้งแลง้ ไดด้ ี ตดั แต่งเปน็ รูปทรงได้ง่าย เมอ่ื ตดั แตง่ แลว้ จะแตก
กิ่งก้านสาขาได้มาก รวดเรว็ ตัวอย่างต้นไม้ เช่นกระถนิ ขอ่ ย ข่อยหนาม ตะโกมะขาม มะสัง เปน็ ต้น
13. ไมท้ ีไ่ มค่ วรใชใ้ นสนามเด็กเล่น
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ตอ้ งเป็นตน้ ไม้ท่ีกอ่ ให้เกิดอันตรายต่อเด็กได้ง่าย มีพิษอยู่ที่ขน ลาต้น
ผล เมลด็ หรือราก มีหนามแหลมคมตามก่ิง ลาตน้ ปลายมีลกั ษณะแหลมคม ก่งิ เปราะหกั งา่ ย หรือมีผลที่
ใหญ่ซงึ่ อาจรว่ งหล่นเปน็ อนั ตรายแกเ่ ด็กได้ ตัวอย่างต้นไม้ เช่น กระโดน ตีนเป็ดน้า โพทะเล พญาไร้ใบ
มะพร้าว มะตูม ปาลม์ ขวด ราเพย เปน็ ตน้
14. ไม้ในกรงนก
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ให้ร่มเงา เป็นทอ่ี ย่ทู ารงั และมผี ลเปน็ อาหาร และอีกกลมุ่ สาหรับทารงั
หรือเป็นวัสดุในการสร้างรัง โดยเฉพาะนกขนาดกลางถึงขนาดเล็กจะใช้เศษฟาง ใบหญ้า และปาล์ม
ประดบั นกสามารถใชป้ ากจกิ ใบให้ขาดแล้วบิน ซึ่งจะได้วัสดใุ นการสร้างรังทเ่ี ป็นเส้นเลก็ และยาว คล้าย
ใบหญ้าในธรรมชาตินอกจากนี้ผลปาล์มยงั เป็นอาหารของนกได้ ตัวอย่างต้นไม้ ได้แก่ ไม้สกลุ ไทร เช่น
ไทรโพธิ์ กรา่ ง หรือที่มผี ลเปน็ อาหาร หว้า ตะขบฝร่ัง เป็นต้น และไมต้ ระกลู ปาล์ม ได้แก่ ปาลม์ ท้องถิ่น
และ ปาล์มประดับนาเข้า เช่น หมากเขียว (ติดผลตลอดทั้งปี) ปาล์มนา้ มัน ต้นใหญ่ให้ร่มเงา เปน็ ที่อยู่ที่
ทารงั ใบเป็นวัสดใุ นการสรา้ งรงั และผลใช้เปน็ อาหาร
15. ไมใ้ นสวนผีเสือ้
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ กลุ่มหน่ึงสาหรับการยายพันธุ์ และอีกกลุ่มสาหรับเป็นอาหาร (ตาม
ชนิดของผีเสื้อ) ต้องใช้ต้นไม้ท่ีมีสี กล่ิน น้าหวาน ล่อแมลง ตัวอย่างต้นไม้ เช่นกระท้อน กัลปพฤกษ์
ขเี้ หลก็ จาปา จาปาทอง จาปี เฉยี งพร้านางแอ มะม่วง พิกุล ส้มตา่ งๆ เป็นต้น
16. ไมส้ าหรับสวนผ้พู ิการทางสายตา
ลักษณะสาคญั ของตน้ ไม้ ต้องเปน็ ต้นไมท้ ่ีเขาสามารถใช้ประสาทสมั ผสั อยา่ งอนื่ นอกเหนอื จาก
การมองเห็นด้วยสายตา เชน่ มีกลิ่นหอม ผวิ หยาบขรุขระ หรือมีเสยี ง ตัวอย่างต้นไม้ที่นิยมใช้ ได้แก่ ไม้
ดอกหอม และไมต้ น้ ทผ่ี ิวเปลอื กตน้ ท่หี ยาบขรุขระ
17. ไม้พ้นื ถิ่นหรอื ไม้ทอ้ งถิน่ ในงานภูมทิ ัศน์
ลักษณะสาคัญของต้นไม้ ต้องเป็นต้นไม้ท่ีพบเห็นหรือกระจายพันธ์ุท่ัวไปในท้องถิ่นชนบท
หรือเกิดขึ้นโดยธรรมชาติในเฉพาะพ้ืนท่ีหน่ึงๆ หรือ พนื้ ที่ใกล้เคียง ซ่ึงบางชนิดอาจมีลักษณะใกล้เคียง
หรือเหมือนกันกับต้นไม้ในท่อี ืน่ ๆ ได้
การเลือกใช้ไม้พื้นถิ่น เป็นแนวความคิดหลักท่ีจะต้องคานึงถึงเป็นข้อแรก โดยเฉพาะงานภูมิ
ทัศน์ในพ้นื ท่ีธรรมชาติ เป็นการรวมกลุ่มกันเพ่ือให้คงอยู่ได้ด้วยตัวเองและไม่เปน็ ภาระในเร่ืองการดูแล
รกั ษา น่าจะเป็นผลลัพธ์ท่ถี ูกต้อง ความรู้เรื่องไมพ้ น้ื ถนิ่ และการรวมรวบมาจากการเรียนรู้และการสังเกต

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

18

สังคมพืชในบริเวณนั้นๆ หากต้องทาการออกแบบพืชพรรณในบริเวณที่มีระบบนิเวศพิเศษ เช่น การ
เลือกใช้ต้นไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ ไม่ควรใช้ต้นไม้ท่ีนาเข้า หรือไม้จากต่างถิ่น ต้องเลือกใช้ไม้ท่ี
จัดหาได้ง่ายในท้องถน่ิ หรือไม้ทอ้ งถน่ิ ท่ีมีขายในตลาดพรรณไม้ เช่น ตะแบกนา จาปา ตะเคียน เป็นต้น
และไม่ควรเลอื กใช้ต้นไมเ้ พราะความสวยงามเพียงอย่างเดียว เพราะนอกจากจะไมส่ วยงาม ไม่กลมกลืน
แล้ว ยังอาจเป็นผลเสียต่อสังคมพืชและสัตว์ป่าเดิมด้วย และการเลือกตน้ ไม้ที่นอกจากจะมคี วามคงทน
ต่อสภาพแวดล้อมเมืองที่จากัดในหลายๆ ด้านเช่น มลภาวะ อากาศ สภาพภูมิอากาศ สภาพดินเลวและ
อ่ืนๆ แล้วความเป็นพืชพ้ืนถิ่นยังสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิทัศน์พ้ืนถ่ินเฉกเช่นเดียวกับ
สถาปตั ยกรรมพน้ื ถ่นิ ทส่ี มควรได้รบั การอนุรักษใ์ หย้ ั่งยนื สืบไป

นอกจากนั้นการนาไม้พ้ืนถิ่นไปใชป้ ระโยชน์ในงานภูมิทัศน์ของพื้นที่ตามความเหมาะสมของ
สภาพแวดลอ้ ม เช่น อุณหภูมิ น้า แสง และดินท่ีเป็นปัจจัยซง่ึ มผี ลต่อการเจริญเตบิ โตของพชื แต่ละชนิด
ดังนั้น สภาพท้องถ่ินที่พรรณไม้น้ันๆ ข้ึนอยู่หรือเจริญเติบโตอยู่ จึงเป็นสิ่งท่ีมีความสาคัญและมีผลต่อ
พรรณไม้ที่จะเลือกปลูกมีหลายชนิดสามารถนามาใช้ประโยชน์ดี เป็นที่นิยมใช้ในงานภูมิทศั น์ เป็นไม้
ต้นประดับ และมีการปลูก หรือผลิตเพ่ือการค้า เช่น กระดังงาไทย แคนา จาปา จาปี ตะแบกนา พะยูง
โสกน้า อินทนลิ นา้ อินทนิลบก เป็นตน้

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

19

ผลการศกึ ษาไม้ต้นเพื่อการใช้งานภูมิทศั น์ (มทร. ศรีวิชยั วทิ ยาเขตนครศรีธรรมราช พนื้ ที่ไสใหญ่) 86 ชนิด

ตารางที่ 1 ไม้ต้น 86 ชนิด กับการใช้งานด้านภูมิทัศน์ภายในพ้ืนที่ มทร. ศรีวิชัย วิทยาเขต

นครศรีธรรมราช อาเภอทุง่ สง จังหวดั นครศรีธรรมราช

ชอื่ พรรณไม้ ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ (Scientific name) ชื่อวงศ์ (Family)

1. กระถิน Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit FABACEAE

2. กระถนิ ณรงค์ Acacia auriculiformis A.Cunn.ex Benth FABACEAE

3. กระถินเทพา Acacia mangium Willd. FABACEAE

4. กระท้อน Sandoricum koetjape (Burm.f) Merr. MELIACEAE

5. กระทงิ Calophyllum inophyllum L. GUTTIFERAE

6. กันเกรา Fagraea fragrans Roxb. LOGANIACEAE

7. กัลปพฤกษ์ Cassia bakeriana Craib FABACEAE

8. กาสะลองคา Radermachera ignea (Kurz) Steenis BIGNONIACEAE

9. กาฬพฤกษ์ Cassia grandis L. f. FABACEAE

10. แก้ว Murraya paniculata (L.) Jack RUTACEAE

11. ขนนุ Artocarpus heterophyllus Lam. MORACEAE

12. ข่อย Streblus asper Lour. MORACEAE

13. ขเ้ี หลก็ ไทย Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby FABACEAE

14. ขเ้ี หลก็ อเมริกนั Senna spectabilis (DC.) Irwin & Barneby FABACEAE

15. แคบา้ น Sesbania grandiflora (L.) Poir. FABACEAE

16. แคฝร่ัง Gliricidia sepium (Jacq.) Walp. FABACEAE

17. แคแสด Spathodea campanulata P. Beauv. BIGNONIACEAE

18. ไคร้ยอ้ ย Elaeocarpus grandiflorus J. E. Sm. ELAEOCARPACEAE

19. เงาะโรงเรยี น Nepnelium lappaceum L. SAPINDACEAE

20. จามจุรี Albizia saman (Jacq.) Merr. FABACEAE

21. จาปา Magnolia champaca L. MAGNOLIACEAE

22. จาปาเทศใบเล็ก Pterospermum diversifolium Blume MALVACEAE

23. จาปี Magnolia alba DC. MAGNOLIACEAE

24. ชงโค Bauhinia purpurea L. FABACEAE

25. ชมพแู่ ก้มแหม่ม Syzygium samarangense (Blume) Merr. L.M. & Perry MYRTACEAE

26. ชมพู่ม่าเหมีย่ ว Syzygium malaccense (L.) Merr. L.M. & Perry MYRTACEAE

27. ชยั พฤกษ์ Cassia javanica L. subsp. javanica. FABACEAE

28. เชยี ด Cinnamomum iners Reinw. ex Blume LAURACEAE

29. ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda Jack LYTHRACEAE

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

20

ชอ่ื พรรณไม้ ช่อื วิทยาศาสตร์ (Scientific name) ช่อื วงศ์ (Family)

30. ตะลงิ ปลงิ Averrhoa bilimbi L. OXALIDACEAE
BIGNONIACEAE
31. ตาเบเหลือง Tabebuia argentea Britt. FABACEAE
MORACEAE
32. ทองหลางด่าง Erythrina variegata L. MORACEAE
MORACEAE
33. ไทรกระเป๋า Ficus benghalensis L. Krishnae MORACEAE
MORACEAE
34. ไทรซลิ เิ บส Ficus celebensis Corner BIGNONIACEAE
BOMBACACEAE
35. ไทรทอง Ficus microcarpa L. f. Goden Leaves VERBENACEAE
FABACEAE
36. ไทรใบยาว Ficus maclellardii King FABACEAE
POLYGONACEAE
37. ไทรย้อยใบแหลม Ficus benjamina L. ver. benjamina BIGNONIACEAE
MYRTACEAE
38. น้าเต้าตน้ Crescentia cujete L. APOCYNACEAE
SAPOTACEAE
39. นนุ่ Ceiba pentandra(L.) Gaertn. EBENACEAE
MYRTACEAE
40. บุหงาสา่ หรี Citharexylum spinosum L. FABACEAE
ANACARDIACEAE
41. ประดู่แดง Phyllocarpus septentrionalis Donn. Smith OXALIDACEAE
ANACARDIACEAE
42. ประดอู่ งั สนา Pterocarpus indicus Willd. EUPHORBIACEAE
MELIACEAE
43. ปาโลแซนโตส Triplaris cumingiana Fisch. & C.A. Mey. ex C.A. Mey. RUBIACEAE
EUPHORBIACEAE
44. ปีบ Millingtonia hortensis L. f. MYRTACEAE
FABACEAE
45. แปรงล้างขวด Callistemon viminalis (Sol. Ex Gaertn.) G. Don MELIACEAE
APOCYNACEAE
46. พญาสตั ตบรรณ Alstonia scholaris (L.) R. Br. APOCYNACEAE

47. พกิ ุล Mimusops elengi L.

48. มะเกลอื Diospyros mollis Griff.

49. มะเก๋ียง Syzygium neversum (DC.) var. paniala (Roxb.) Chantar. J.Parn.

50. มะขาม Tamarindus indica L.

51. มะปราง Bouea macrophylla Gritf.

52. มะเฟือง Averrhoa carambola L.

53. มะม่วงหิมพานต์ Anacardium occidentale L.

54. มะยม Phyllanthus acidus (L.) Skeels

55. มะฮอกกานีใบใหญ่ Swietenia macrophylla King

56. ยอบา้ น Morinda citrifolia L.

57. ยางพารา Hevea brasiliensis (Kunth) Muell. Arg.

78. ยูคาลิปตสั Eucalyptus camaldulensis Dehnh.

59. ราชพฤกษ์ Cassia fistula L.

60. ลองกอง Lansium parasiticum (Osbeck) K. C. Sahni & Bennet

61. ลนั่ ทม Plumeria spp.

62. ลั่นทมขาว Plumeria obtusa L.

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

21

ชื่อพรรณไม้ ช่ือวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ชื่อวงศ์ (Family)

63. ลาดวน Melodorum fruticosum Lour. ANNONACEAE
64. ลาไย Dimocarpus longan Lour. var. longan SAPINDACEAE
65. เลี่ยน Melia azedarach L. MELIACEAE
66. ศรีตรัง Jacaranda filicifolia D. Don BIGNONIACEAE
67. สนฉัตร Araucaria heterophylla (Salisb.) Franco ARAUCARIACEAE
68. สนทะเล Casuarina equisetifolia L. CASUARINACEAE
69. สนประดิพัทธ์ Casuarina junghuniana Miq. CASUARINACEAE
70. สนสามใบ Pinuskesiya Royle ex Gordon PINACEAE
71. สกั Tectona grandis L. f. LABIATAE
72. สาเก Artocarpus altilis (Parkinson ex F. A. Zom) Fosberg MORACEAE
73. สุพรรณกิ าร์ Cochlospermum religiosum (Mart. & Shrank) Pilg. COCHLOSPERMACEAE
74. เสลาใบใหญ่ Lagerstroemia loudonii Teijsm. & Binn. LYTHRACEAE
75. แสงจนั ทร์ Pisonia grandis R. Br. NYCTAGINACEAE
76. หนวดปลาหมกึ Schefflera actinophylla (Endl.) Harms ARALIACEAE
77. หางนกยูงฝร่ัง Delonix regia (Bojer ex Hook.) Raf. FABACEAE
78. หูกระจง Terminalia ivorensis A. Chev. COMBRETACEAE
79. หกู วาง Terminalia catappa L. COMBRETACEAE
80. เหรยี ง Parkia timorana (DC.) Merr. FABACEAE
81. เหลอื งอินเดยี Handroanthus chrysanthus (Jacq.) S. O. Grose BIGNONIACEAE
82. องนุ่ ทะเล Coccoloba uvifera (L.) L. POLYGONACEAE
83. อโศกอนิ เดยี Monoon longifolium (Sonn.) B. Xue & M.K. Saunolers ANNONACEAE
84. อมั พวา Cynometra cauliflora L. FABACEAE
85. อินทนิลนา้ Lagerstroemia speciosa (L.) Pers. LYTHRACEAE
86. อินทนิลบก Lagerstroemia macrocapa Wall. LYTHRACEAE

ท่มี า: จาเลอื ง เหตทุ อง

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

22

รูปแบบการเขยี นบรรยายรายละเอยี ดพรรณไมแ้ ตล่ ะชนิดและการจัดหนา้ กระดาษ

ช่อื ไทย (ชื่อสามญั ) กรวย (Kruai)

ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Horsfieldiairya (Gaertn.) Warb.
ชื่อวงศ์
ชอ่ื อืน่ MYRISTICACEAE
ถิ่นกาเนิด กรวยน้า กรวยสวน กะเพราพระ จมุ พรา้ ตุมพระ
ภาคใตข้ องประเทศไทย

ลกั ษณะทั่วไปประเภทไม้ต้น ความสูง ขนาดทรงพุ่ม ผลัดใบ/ไม่ผลัดใบ ลกั ษณะทรงพมุ่
รูปทรงธรรมชาติพุ่มใบลักษณะทรงพุ่ม (แผ่กว้าง ความหนาแน่น ปลาย
ก่ิง)ลักษณะลาต้น โคนต้นพูพอน เปลือกต้นสีของเปลือกและลักษณะ เปลอื กต้น ใบ
ของเปลอื ก เรียบหรอื แตกเป็นร่องตนื้ เปน็ ตน้
ดอก ผล
ใบชนิดของใบการเรียงใบ รูปร่างใบ ขนาดใบกว้าง-ยาว ปลาย
ใบ โคนใบ ขอบใบ แผ่นใบ สีใบ ก้านใบมี/ไม่มีลักษณะและความยาว ภาพเขยี นลายเส้นลักษณะทรงพ่มุ
ของกา้ นใบ

ดอกประเภทของดอก สีและกลิ่นดอกชนิดของดอก ดอกเด่ียว

(รูปดอกกลีบดอกที่แยกอิสระ/เช่ือมติดกัน )ดอกช่อ (รูปแบบและ

ขนาดช่อดอก) ตาแหน่งท่ีออกดอก ขนาดดอก ลักษณะกลีบดอกที่แยก
อิสระ /กลีบรวมโคนเช่ือมติดกัน จานวนเกสรเพศผู้ และเส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลางดอก

ผลประเภทของผล รูปทรง ขนาด สีผลแก่ สีผลสุก ลักษณะ
อนื่ ๆ ลกั ษณะเมล็ด รูปทรง สี และขนาด
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ธ.ค.- ม.ี ค. ผล ก.พ.- ก.ค.
การขยายพันธ์ุ วิธที นี่ ิยม
นิเวศวิทยาเขียนบรรยายตามลักษณะประเภทหรือชนิดของป่าหรือการ
บรรยายตามพื้นทท่ี ีพ่ บ
การใช้ประโยชน์เขียนบรรยายส่วนประกอบของไม้ต้นที่มีลักษณะเด่น
ได้แก่ รูปทรง ใบ ดอก หรือผลสวยงามกล่ินดอกผิวสัมผัส อัตราการ
เจริญเติบโต ข้อดีของไม้ต้นแต่ละชนิด นาเสนอการนาไม้ต้นไปใช้
ประโยชนใ์ นงานภูมิทศั นแ์ ละระยะการปลูก
ลักษณะการเจรญิ เตบิ โตทีพ่ บในพนื้ ท่ศี ึกษาเขียนบรรยายการเจรญิ เตบิ โต
และปญั หาท่พี บกับไมต้ ้นแต่ละชนิด
ลักษณะทรงพุ่มที่เป็นลายเส้นเพื่อง่ายต่อการนาไปใช้ในการออกแบบ
วางผังพืชพรรณในงานภูมิทัศน์ การเขียนแบบรูปด้านและรูปตัด และ
การนาเสนอแบบในข้นั ตอนการนาเสนองานภูมิทัศน์

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

23

กระถิน (White Popinac)

ช่อื วทิ ยาศาสตร์ Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit
ชอ่ื วงศ์ FABACEAE
ชอ่ื อื่น กระถนิ บา้ น ตอแต ผกั กา้ นถนิ สะตอเบา
ถิน่ กาเนดิ ทวีปอเมริกาเขตร้อนและหมเู่ กาะแปซิฟิก

ลักษณะท่ัวไป ไมต้ ้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สงู 3-10 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 3-5 เมตร ก่ึงผลัดใบ ทรงพุ่มกลม แผ่กว้าง ไม่ค่อยแตกกิ่งก้าน
เปลือกต้นสีน้าตาลอมแดง แตกเป็นตามแนวยาวและมสี ะเกด็ ขนาดเลก็

ใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชันปลายคู่ เรียงสลับ
แกนกลางใบประกอบยาว 15-25 ซม. แยกแขนงตรงข้าม 3-10 คู่ ยาว 5-
10 ซม. ใบย่อย 5-20 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานแกมรูปแถบ กว้าง
0.1-0.3 ซม. ยาว 0.5-1.2 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเบียว ขอบใบเรยี บ
มขี นสัน แผน่ ใบบาง สีเขียวสดเรียบเกลียง ผวิ ใบดา้ นลา่ งมีนวลสีขาว

ดอก สีขาวอมเหลือง ออกเป็นชอ่ แบบช่อกระจุกแน่นที่ซอก
ใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกตังยาว 3-5 ซม. กลีบเลียงขนาดเล็ก โคนเช่ือม
ติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ รูปช้อน
เกสรเพศผู้ 10 อนั เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางช่อดอก 1.5-2 ซม.

ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักทรงแบน รูปขอบขนาน
ปลายแหลม โคนสอบ กวา้ ง 1.5-2 ซม. ยาว 10-20 ซม. เรียงอยู่บนแกน
ตมุ้ กลม 2-10 ฝัก สีเขียว เมล็ดสีน้าตาลอ่อน เม่ือสุกแข็งเป็นสีเขียวอม
นา้ ตาล เมลด็ รปู ไข่แบน สีนา้ ตาลเปน็ มนั จ้านวน 15-30 เมลด็ ตอ่ ฝกั
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี
การขยายพันธ์ุ เพาะเมล็ด
นเิ วศวิทยา พบตามป่าโปร่งรมิ ทุ่งนาและปลกู เลียงอยู่ทัว่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินทุกชนิด เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อสร้าง
พืนท่ีสีเขียว ปลูกแสดงแนวขอบเขตพืนท่ี หรือปลูกเป็นผักสวนครัว
สวนผักพืนบ้าน เกษตรผสมผสาน ปลูกระยะชิดตัดแต่งเป็นรัวบัง
สายตา กนั ลมและแสดงแนวขอบเขตพนื ท่ี ระยะปลูก 1-5 เมตร
ลักษณะการเจรญิ เตบิ โตท่พี บในพื้นทศี่ ึกษา เจริญเตบิ โตดี โดยเฉพาะท่ี
ต้นปลูกบนที่เนิน พบยอดอ่อนถูกท้าลายโดยเพลียดูดน้าเลียง เมล็ด
จ้านวนมาก เจริญเป็นตน้ อ่อนได้งา่ ยและรวดเร็วกลายเป็นวชั พชื

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

24

กระถินณรงค์ (Wattle)

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Acacia auriculiformis Cunn.ex Benth

ช่อื วงศ์ FABACEAE

ถิ่นกาเนิด ทางเหนือของออสเตรเลยี ปาปัวนิวกินี

ลักษณะท่ัวไป ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 8-10 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8
เมตร ไม่ผลดั ใบ ทรงพุ่มกลม แผ่กว้างและค่อนขา้ งแน่น กิ่งแขนงห้อย
ยอ้ ย เปลือกต้นสีนา้ ตาลอมเทา แตกเป็นร่องลึกตามแนวยาวแล้วเปลือก
ท่กี นั สลับรอ่ งลึกแตกเปน็ กาบหนา มรี ูปรา่ งไมแ่ นน่ อน

ใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชันปลายคู่ พบเฉพาะเมอื่ เป็น
ตน้ ออ่ น เม่ือโตขึนจะเหลือเพียงก้านใบเปลี่ยนรูปแผ่ขยายคลา้ ยใบดังที่
เหน็ มีลกั ษณะและท้าหน้าทค่ี ล้ายใบ เรยี งเวียนสลับ รปู ทรงโคง้ งอ เป็น
รูปเสียว กว้าง 1-2 ซม. ยาว 7-15 ซม. ขอบใบเรียบ แผ่นใบเกลียงหนา
สีเขียวเขม้ ลายเส้นเปน็ แนวยาวมองเหน็ ชัดเจนทงั สองด้าน

ดอก สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อแบบช่อหาง
กระรอกที่ซอกใบใกล้ปลายก่ิง ช่อดอกห้อยยาว 4-10 ซม. ดอกย่อย
ขนาดเลก็ จ้านวนมาก กลบี เลียง 5 กลีบ กลบี ดอกโคนกลีบเช่ือมติดกัน
ปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายกลบี โค้งกลับลง เม่อื บานเต็มที่เกสรเพศผู้สี
เหลอื งสดใสจา้ นวนมากและอาจมผี ลส้าหรับผเู้ ป็นโรคภมู แิ พ้

ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักทรงแบนและบิดเป็น
เกลียวหรือวงกลม 1-3 วง กว้าง 1-1.3 ซม. ยาว 3-4 ซม. สเี ขยี วออ่ น เมื่อ
สุกสีน้าตาล มีเนือหุ้มเมล็ดสีส้ม เมล็ดทรงกลมแบน สีน้าตาลอมด้า
จา้ นวน 5-15 เมลด็ ตอ่ ฝกั
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี แตอ่ อกดอกมากชว่ ง ม.ิ ย.- ก.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็
นิเวศวิทยา พบปลกู เลียงอยทู่ ัว่ ไป
การใช้งานดา้ นภมู ิทศั น์ รปู ทรง ใบและดอกสวยงาม ผิวสมั ผสั ค่อนขา้ ง
ละเอียด เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินทราย ทนแล้งได้ดี
ทนน้าท่วมขัง เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงา หรือปลูกแสดงแนว
ขอบเขตพืนท่ีในพืนท่ีมีการดูแลต้่า ไม้ชายทะเล ปลูกสร้างสวนป่า ไม้
ปรบั ปรุงดินและตกแตง่ ทางหลวงตา่ งจังหวัด ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนท่ีศึกษา เจริญเติบโตไม่ดเี ท่าท่ีควร
เน่อื งจากปลูกบรเิ วณคันบอ่ ประมงซ่ึงใกล้น้ามากเกนิ ไป พบปญั หาเรื่อง
หนอนเจาะท้าลายก่ิงและล้าต้น ท้าให้ก่ิงมีอาการเหี่ยวเฉาและหักโค่น
รปู ทรงไมส่ วยงามตามธรรมชาติ หรือแหง้ ตายทังต้น

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

25

กระถนิ เทพา (Kra Thin Te Pha)

ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Acacia mangium Willd.

ชอ่ื วงศ์ FABACEAE

ถนิ่ กาเนดิ ทางเหนือของออสเตรเลยี ปาปัวนิวกนิ ี

ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6-8 เมตรไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมแผ่กว้าง ค่อนข้างแน่น ล้าต้น
เปลาตรง เปลือกตน้ สีน้าตาลหรือน้าตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึกตามแนว
ยาวแลว้ เปลือกที่กันสลับรอ่ งลกึ แตกเปน็ กาบหนา มรี ปู ร่างไม่แนน่ อน

ใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชันปลายคู่ พบเฉพาะเมื่อเป็น
ตน้ อ่อน เม่ือโตขึนจะเหลือเพียงก้านใบเปลี่ยนรปู แผ่ขยายคล้ายใบดังที่
เห็น มีลักษณะและท้าหน้าท่ีคล้ายใบ เรียงเวยี นสลับ รูปใบหอก กว้าง
3-6 ซม. ยาว 8-20 ซม. ปลายเรียวมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบเป็น
คล่ืนเล็กน้อย แผน่ ใบเกลียง หนาและเหนียว สีเขียวหม่น ลายเส้นเป็น
แนวยาวมองเห็นชดั เจนทังสองดา้ น

ดอก สีขาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อแบบช่อหาง
กระรอกท่ีซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกตังยาว 10-15 ซม. ดอกย่อย
ขนาดเลก็ จ้านวนมาก กลีบเลียง 5 กลีบ กลีบดอกโคนกลีบเช่ือมติดกัน
ปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายกลบี โค้งกลบั ลง เม่อื บานเตม็ ที่เกสรเพศผู้สี
ขาวจ้านวนมาก

ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักหนาและบิดม้วนเป็นวง
ไม่เป็นระเบียบ กว้าง 0.5-0.8 ซม. ยาว 2-3 ซม. สีเขียวอ่อน เมื่อสุกสี
นา้ ตาล เมลด็ กลมแบน สีนา้ ตาลดา้ เป็นมนั จ้านวน 5-12 เมลด็ ตอ่ ฝกั
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี แต่ออกดอกมากชว่ ง ม.ิ ย.- ก.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็
นิเวศวิทยา พบปลูกเลียงอยู่ท่ัวไปในท่ีความสูงไม่เกิน 100 เมตรจาก
ระดบั น้าทะเล
การใช้งานด้านภมู ิทัศน์ รูปทรงและล้าต้นสวยงาม ผวิ สัมผัสปานกลาง
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดใี นดินร่วนปนดินทราย ไม่ชอบอากาศเย็น ทน
แล้งและทนเค็ม เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงา หรือปลูกแสดงแนว
ขอบเขตพืนท่ีในพืนท่ีมีการดูแลต้่า ไม้ปรับปรุงดิน ไม้ชายทะเล ปลูก
สรา้ งสวนป่าและตกแต่งทางหลวงตา่ งจงั หวดั ระยะปลกู 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา มีการเจริญเติบโต
ทางด้านความสูง ทรงพุ่มทรงกระบอกแคบยาว เนื่องจากปลูกใน
ระยะชดิ

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

26

กระทอ้ น (Santol)

ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Sandoricum koetjape (Burm.f) Merr.
ชอื่ วงศ์ MELIACEAE
ชอ่ื อน่ื ทอ้ น มะตอ้ ง สะทอ้ น
ถิ่นกาเนดิ มาลายู

ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8
เมตร ผลัดใบระยะสัน ทรงพุ่มกลมหรือรูปไข่ ล้าต้นเปลาตรง เปลือก
ตน้ สีน้าตาลอมเทาคอ่ นขา้ งเรยี บ หรือแตกเป็นสะเก็ดใหญ่ ๆ

ใบ ใบประกอบมีใบย่อยสามใบ เรียงเวยี นสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 8 - 16 ซม. ใบย่อยที่ปลายรูปรีค่อนข้างกลม กว้าง 5-12
ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน โคนใบของใบย่อยคขู่ า้ ง
เบียวเล็กน้อย ขอบใบเรียบเป็นคลื่นห่าง ๆ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้าง
เหนียวและย่นเป็นลอน สีเขียวเข้มเป็นมัน ผิวใบด้านล่างมีขนปกคลุม
ใบแกจ่ ะเปล่ยี นเปน็ สแี ดงเข้ม

ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ซอก
ใบใกล้ปลายก่ิง ช่อดอกห้อยยาว 4-16 ซม. ดอกย่อยจ้านวนมาก กลีบ
เลียงเช่ือมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ
รูปขอบขนาน เกสรเพศผู้ 10 อนั เส้นผ่านศูนยก์ ลางดอก 1-1.8 ซม.

ผล ผลสดแบบมีเนือ ทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-10
ซม. สีเขียวมีขนปกคลมุ เม่ือสุกสีเหลอื งนวล เปลอื กหนามีเนอื นมุ่ ฉ่้าน้า
เมล็ดมีเนือนุ่มเป็นปุยขาวห่อหุ้ม เมล็ดรูปรีหนา สีน้าตาลอ่อน จ้านวน
2-5 เมล็ดต่อผล
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ม.ค.- มี.ค. ผล ก.พ.- พ.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็ ตอนกง่ิ ทาบก่ิงหรอื ติดตา
นเิ วศวทิ ยา พบตามดิบแล้ง ปา่ ดิบชนื ทางภาคใต้และปลูกเลียงอยู่ท่ัวไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วนที่มีความชืนสูง การระบายน้าดี
เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อเป็นไม้ผลและให้ร่มเงาในบ้านในบ้านที่มีพืนท่ี
กว้าง ปลูกจัดภูมิทัศน์สวนผีเสือ เพราะเป็นท่ีวางไข่ของผีเสือใบ
กระท้อนและภูมิทัศน์ท่ีเปน็ ธรรมชาติ ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตดี โดยเฉพาะ
ต้นที่อยู่บนเนิน ทังต้นที่ปลูกเลียงและต้นที่เกิดขึนเองตามธรรมชาติ
และพบปญั หาหนอนเจาะท้าลายลา้ ตน้ และหนอนผีเสอื กัดกนิ ใบ

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

27

กระทิง (Alexandrian Laurel)

ช่อื วทิ ยาศาสตร์ Calophyllum inophyllum L.
ชอื่ วงศ์ GUTTIFERAE - CLUSIACEAE
ช่อื อืน่ กากระทงิ สารภที ะเล สารภีแนน
ถิ่นกาเนิด ประเทศไทยและเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6-8 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มแผ่กว้าง เปลือกต้นสีน้าตาลเข้ม
หรือสนี ้าตาลปนเทา แตกเป็นรอ่ งลึกตามแนวยาวแล้วเปลอื กท่ีกันสลับ
ร่องลึกแตกเปน็ กาบหนา มรี ูปรา่ งไม่แนน่ อน มียางสีเหลอื งอมเขยี ว

ใบ ใบเด่ยี ว เรยี งตรงข้ามสลับตังฉาก รูปไข่กลับแกมรปู ขอบ
ขนาน กว้าง 5-7 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบมนมีรอยเว้าบุ๋ม โคนใบ
สอบเรียว ขอบใบเรียบเป็นคลื่น แผ่นใบหนาและเหนียว สีเขียวเข้ม
เรียบเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีเขียวอมเหลือง เส้นแขนงใบถ่ีและขนาน
กนั กา้ นใบยาว 2-3 ซม.

ดอก สีขาวนวลหรอื เหลืองออ่ น มีกลิ่นหอม ออกเป็นชอ่ แบบ
ช่อกระจะที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่งและปลายก่ิง ช่อดอกห้อยยาว 15-20
ซม. ดอกย่อยมากกว่า 6 ดอก กลีบเลยี ง 4 กลีบ สีขาวนวล รปู ชอ้ น กลีบ
ดอก 4-8 กลีบ รปู ไข่ เกสรเพศผู้สีเหลอื งจา้ นวนมาก เส้นผา่ นศนู ย์กลาง
ดอก 2- 2.5 ซม.

ผล ผลสดแบบมีเนือ ทรงกลม เส้นผ่านศูนยก์ ลาง 2-2.5 ซม.
สีเขียวอ่อน เมอื่ สกุ สนี า้ ตาลอมเหลือง เปลอื กเหนียวและหนา เมลด็ ทรง
กลม สีนา้ ตาลอ่อนขนาดใหญ่ จ้านวน 1 เมลด็ ตอ่ ผล
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ต.ค.- ก.พ. ผล พ.ย.- มี.ค.
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
นิเวศวิทยา พบตามชายทะเลและกระจายพันธุท์ ่วั ประเทศ
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงใบและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสปาน
กลาง เจริญเติบโตปานกลาง ขึนได้ดีในพืนท่ีใกล้น้าหรือใกล้ทะเล
ระบบรากชอนไช เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงารมิ ทะเล ริมน้า ถนน
ในสวนสาธารณะและภูมิทศั นท์ เ่ี ป็นธรรมชาติ ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี มีการ
กระจายพันธุ์โดยธรรมชาติ ทรงพุ่มชิดกับพรรณไม้อ่ืน ท้าให้มีการ
เจรญิ ทางด้านความสงู มรี ูปทรงท่ผี ดิ ธรรมชาติ

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

28

กันเกรา (Anan)

ชือ่ วิทยาศาสตร์ Fagraea fragrans Roxb.
ชอ่ื วงศ์ GENTIANACEAE
ชอ่ื อ่ืน ตะมะซู ต้ามซู ู ต้าเสา ทา้ เสา มนั ปลา
ถน่ิ กาเนดิ อินเดยี และเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 20-30 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8
เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่หรอื รปู รี เปลือกต้นสนี ้าตาลเข้มหรือเทา
ปนด้า แตกเป็นร่องลึกตามแนวยาวแล้วเปลือกที่กันสลับร่องลึกแตก
เปน็ กาบหนา มีรูปร่างไม่แน่นอน

ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับฉาก รูปรีแกมรปู ใบหอก กวา้ ง
2-4 ซม. ยาว 7-13 ซม. ปลายใบเรียวแหลมเป็นต่ิง โคนใบสอบเรียบ
แคบ ขอบใบเรยี บ แผน่ ใบบาง สีเขียวเข้มเป็นมัน มีหูใบระหว่างกา้ นใบ
คล้ายรูปถ้วยเล็ก ๆ กา้ นใบยาว 0.6-2 ซม.

ดอก สีขาว แล้วเปล่ียนเป็นสีเหลืองและสีน้าตาลอ่อนเม่ือ
ใกล้ร่วง มีกลิ่นหอมเย็น ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงสันๆ ที่
ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกตังยาว 5-10 ซม. ดอกย่อยรูปแจกัน 7-30
ดอก กลีบเลียงโคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 กลีบ
กลีบดอกโคนเช่ือมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ปลายกลีบมน เกสร
เพศผู้ 5 อัน เส้นผา่ นศูนย์กลาง 1.5-2.2 ซม.

ผล ผลสดแบบมีเนือหลายเมลด็ ทรงกลม เสน้ ผ่านศนู ย์กลาง
0.6-0.8 ซม. มีต่ิงแหลมสันติดอยู่ท่ีปลาย สเี ขียว เม่ือสุกสีแดงอมสม้ มี
เนอื บางรสขม เมลด็ เปน็ เหล่ยี ม สีนา้ ตาลเขม้ ขนาดเล็ก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก มี.ค.- พ.ค. ผล เม.ย.- ส.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็
นิเวศวิทยา พบในพนื ท่ใี กล้แหล่งนา้ ในปา่ เบญจพรรณชืน หรอื ทุกภาค
ของประเทศไทย พบมากทางภาคใต้
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ดอกหอม ผิวสัมผัส
ปานกลาง เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีทังในที่แล้งและท่ีฝนตกชุก เหมาะ
ส้าหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงา หรือสร้างจุดเด่นในสถานที่ราชการ ลาน
พักผ่อน สวนไมห้ อมและภมู ิทศั นท์ เ่ี ป็นธรรมชาติ ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตที่พบในพน้ื ทีศ่ ึกษา เจริญเติบโตไดด้ ี ออกดอก
ตดิ ผลเม่อื อายปุ ระมาณ 7 ปี แต่จะเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นความสงู ทรงพุ่ม
ทรงกระบอกแคบยาว เน่ืองจากปลกู ในระยะชดิ
หมายเหตุ ต้นไม้ประจา้ จังหวดั นครพนม

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

29

กลั ปพฤกษ์ (Pink Cassia, Pink Shower)

ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ Cassia bakeriana Craib
ชือ่ วงศ์
ชื่ออน่ื FABACEAE
ถ่ินกาเนิด กานล์
เอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

ลกั ษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-15 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6-8 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมหรือรูปร่ม แผ่กว้าง แตกก่ิงใน
ระดับต้่า ทอดก่ิงก้านยาวขนึ ด้านบน เปลือกต้นสีเทาหรอื สีน้าตาลอ่อน
คอ่ นข้างเรยี บ หรือแตกเป็นร่องตนื ๆ ตามแนวยาว

ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 15-40 ซม. ใบย่อย 5-8 คู่ เรียงตรงข้ามและเรยี งขนาดจาก
เลก็ ไปใหญ่ จากโคนถึงปลาย รูปไข่แกมรปู ใบหอก กว้าง 1.5-3.5 ซม.
ยาว 6-9 ซม. ปลายใบมนมีตง่ิ สัน โคนใบเบียว แผน่ ใบบางแต่ค่อนข้าง
เหนียว สีเขียวเข้มเกลียง ผิวใบด้านล่างมีขนคล้ายก้ามหย่ี ใบออ่ นมีขน
คล้ายไหมปกคลุมทังสองดา้ น

ดอก สีชมพู ออกเปน็ ชอ่ แบบช่อเชิงหลั่นพร้อมใบอ่อนทกี่ ิ่ง
ชอ่ ดอกตังยาว 10-15 ซม. ดอกย่อยรูปดอกหางนกยูง กลบี เลยี ง 5 กลีบ
รูปไข่แกมรูปใบหอก มีขนนุ่ม กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่แกมรูปใบหอก
ปลายมน โคนเรียวแคบ ดอกจะเปลยี่ นเป็นสขี าวเม่ือใกล้โรย เกสรเพศผู้
10 อัน 3 อันยาวกวา่ อันอ่ืนๆ เส้นผา่ นศูนยก์ ลางดอก 5-8 ซม.

ผล ผลแห้ง เป็นฝักทรงกระบอก กว้าง 1.2-1.5 ซม. ยาว 30-
40 ซม. มีขนนุ่ม สีน้าตาลเข้มหรือเทาหนาแน่น เม่ือสุกสีน้าตาลอมด้า
เมลด็ คอ่ นข้างกลมแบน สนี า้ ตาลเปน็ มัน จา้ นวน 30-50 เมลด็ ตอ่ ฝัก
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ก.พ.- มี.ค. ผล เม.ย.- มิ.ย.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมล็ด
นิเวศวิทยา พบขึนอย่ตู ามปา่ เบญจพรรณแลง้ และปลกู เลยี งอยู่ท่วั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจริญเติบโตปานกลาง ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินทราย ทนแล้ง เหมาะ
ส้าหรับปลกู เพ่อื แสดงแนวขอบเขตพืนที่ หรือปลูกสรา้ งจดุ เดน่ ในท่ีโล่ง
ขนาดใหญ่ สวนสาธารณะ สนามกอล์ฟ สถานที่ราชการโดยปลูกต้น
เดยี วหน้าอาคารและตกแตง่ ทางหลวงต่างจงั หวดั ระยะปลกู 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตดีทรงพุ่ม
สวยงาม ดอกบานเต็มตน้ ไมพ่ บโรคและแมลงรบกวน เนอื่ งจากปลูกอยู่
บนเนนิ ท่โี ลง่ ได้รับแสงแดดตลอดทังวนั และการระบายน้าดี

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

30

กาสะลองคา (Tree Jasmine)

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Radermachera ignea (Kurz) Steenis
ช่อื วงศ์ BIGNONIACEAE
ชอื่ อน่ื กากี จางจดื ปบี ทอง ลา้ เภาหลามต้น ออ้ ยช้าง
ถ่ินกาเนิด พมา่ ลาว ตอนเหนือของเวียดนาม ตอนใตข้ องจนี

ลกั ษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6 - 8 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปไข่แคบโปร่ง ล้าต้นเปลาตรง
เปลือกต้นสนี า้ ตาลอมเทาหรือน้าตาลครีม แตกเปน็ สะเกด็ ละเอยี ด

ใบ ใบประกอบแบบขนนกสามชนั ปลายค่ี เรยี งตรงข้ามสลับ
ตังฉาก แกนกลางใบประกอบยาว 20-50 ซม. ก้านใบบนสุดแยกออก 1
ครงั กา้ นใบกลางแยก 2 ครัง และก้านใบล่างแยก 3 ครงั ใบทังหมดเป็น
รูปสามเหล่ียม ใบย่อย 2 - 5 คู่ เรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปใบ
หอก กว้าง 2-5 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายใบแหลมต่ิง โคนใบแหลม
ขอบใบเรียบเป็นคล่ืนเล็กน้อย แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียวและย่น
เป็นลอน สเี ขยี วเขม้ เป็นมัน

ดอก สีส้ม ออกเป็นชอ่ แบบชอ่ กระจะสันท่ีกิ่งแก่และล้าต้น
ช่อดอกมีขนนุ่มสัน ดอกย่อยรูประฆัง 2-5 ดอก กลีบเลียงเช่ือมติดกัน
เป็นหลอด ยาว 1.5-2 ซม. หลอดแยกลงคร่ึงหนึ่งของหลอดเพียงด้าน
เดียว สีม่วงแดง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาว 4-7 ซม. ปลาย
แยกเป็น 5 แฉก เกสรเพศผู้ 4 อนั เส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 1.5-2 ซม.

ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เปน็ ฝักทรงกระบอกเรียวเล็ก บิด
เล็กน้อย กว้าง 0.5-0.8 ซม. ยาว 26-40 ซม. มีขนนุ่มสีน้าตาลเข้ม เม่ือ
สุกสีนา้ ตาล เมล็ดทรงแบนมีปีกสองด้านสีขาว จ้านวน 20-40 เมลด็ ต่อ
ฝกั
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ม.ค.- เม.ย. ผล ก.พ.- พ.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด หรอื ปักช้ากง่ิ และหนอ่ ทเี่ กดิ จากราก
นเิ วศวทิ ยา พบตามปา่ ธรรมชาตบิ นภูเขาหินปนู ทางภาคเหนอื
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสปาน
กลาง เจรญิ เติบโตช้า ขึนได้ดีในดนิ ทม่ี ีการระบายน้าดี ชอบอากาศแห้ง
และเย็น เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือสร้างจุดเด่นในท่ีโล่งขนาดใหญ่
สวนสาธารณะ สนามกอล์ฟ และสถานทรี่ าชการ ระยะปลกู 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพ้ืนท่ีศึกษา เจริญเติบโตเร็วใน
ระยะแรก ทรงพุ่มค่อนข้างแนน่ เนื่องจากความชืนและปริมาณนา้ ฝนสูง
ส่งผลให้เกดิ ดอกนอ้ ยแต่กล่มุ ดอกขนาดใหญ่
หมายเหตุ ต้นไมป้ ระจ้าจงั หวดั เชียงราย

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

31

กาฬพฤกษ์ (Horse Cassia)

ชอื่ วิทยาศาสตร์ Cassia grandis L. f.
ชอ่ื วงศ์
ชอื่ อืน่ FABACEAE
ถิน่ กาเนิด กัลปพฤกษย์ อดแดง
อเมรกิ าเขตร้อน

ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 10-15 เมตร กึ่งผลัดใบ ทรงพุ่มกลมหรือคล้ายรูปร่ม แผ่กว้าง
กิ่งลลู่ ง เปลือกต้นสนี ้าตาลเขม้ เกอื บดา้ แตกเปน็ สะเกด็ หนา

ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 15-30 ซม. ใบย่อย 10-20 คู่ เรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูป
ขอบขนาน กว้าง 1-2 ซม. ยาว 3-5 ซม. ปลายใบมน มีติ่งหรือเว้า
เล็กน้อย โคนใบเบยี ว ขอบใบเรยี บ แผ่นใบบางแแตเ่ หนียว สเี ขียวเขม้ มี
ขนนุ่มสนี า้ ตาลปกคลุม ใบออ่ นสแี ดงคลั่ง

ดอก สีชมพูอมสม้ ออกเปน็ ช่อแบบช่อกระจะพร้อมใบอ่อน
ท่กี ิ่ง ช่อดอกตังยาว 10-20 ซม. ดอกย่อยรูปดอกหางนกยูงจ้านวนมาก
กลีบเลียง 5 กลีบ รูปไข่กลับหรอื เกือบกลม มขี นนุ่ม กลีบดอก 5 กลีบ
รปู ไข่กลับ สีแดงคล้าแลว้ เปลี่ยนเป็นสีชมพูอมส้ม เกสรเพศผู้ 10 อัน 3
อนั ยาวกวา่ อนั อ่นื ๆ เส้นผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 3.5-5 ซม.

ผล ผลแห้ง เป็นฝักทรงกระบอก กว้าง 3-4 ซม. ยาว 20-40
ซม. สีด้า ผิวมีรอยแตกและมีสันทังสองข้าง เมล็ดรูปรี หรือรูปไข่แกม
รปู ขอบขนาน สีเหลือง มีกลิน่ เหมน็ จา้ นวน 20-40 เมล็ดตอ่ ฝัก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ก.พ.- ม.ี ค. ผล ม.ี ค.- ก.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมล็ด
นเิ วศวทิ ยา พบขึนอยตู่ ามปา่ เบญจพรรณแล้งและปลกู เลียงอยูท่ ั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจรญิ เติบโตเร็วและแขง็ แรง ขนึ ได้ดใี นดินรว่ นปนดินทราย การระบาย
น้าดี เห มาะส้าหรับปลูกเพ่ือสร้างจุดเด่นในท่ีโล่งขนาดให ญ่
สวนสาธารณะ สนามกอล์ฟ สถานท่ีราชการโดยปลูกต้นเดียวหน้า
อาคาร ปลูกแสดงแนวขอบเขตพืนท่ีและตกแต่งทางหลวงต่างจังหวัด
ระยะปลกู 8-10 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเตบิ โตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา เจริญเตบิ โตดีในระยะ 5-6
ปีแรกของการปลูก ต่อมาพบปัญหาหนอนเจาะท้าลายฝักและก่ิงขนาด
ใหญ่ ท้าใหร้ ูปทรงไมส่ วยงามและการปลูกในท่ีระดบั นา้ ใต้ดนิ สูงท้าให้
ออกดอกน้อย ฝักขนาดใหญแ่ ละแข็ง เมือ่ รว่ งหลน่ อาจเป็นอนั ตรายได้

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

32

แกว้ (Orange Jessamine)

ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Murraya paniculata (L.) Jack
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ชื่ออ่ืน แก้วขาว แก้วขีไก่ แกว้ พรกิ แกว้ ลาย ตะไหลแก้ว
ถน่ิ กาเนดิ จีน ญ่ีปนุ่ อินเดีย และเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดเลก็ ถงึ ขนาดกลาง สูง 3-10 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 3 - 5 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่แน่นทึบ เปลือกต้นสีขาวเทา
แตกเป็นร่องตามแนวยาว

ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 7-15 ซม. ใบย่อย 5-9 ใบ เรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่กลับ
กว้าง 1-3 ซม. ยาว 2-7 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบแหลมและเบียว
ขอบใบเป็นคล่ืนหรือหยักมนตืนๆ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สี
เขยี วสดเป็นมนั ใบมีตอ่ มน้ามัน

ดอก สีขาว มีกล่ินหอมมาก ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงหล่ันท่ี
ซอกใบใกล้ปลายกิง่ และปลายก่ิง ชอ่ ดอกตงั ยาว 5-10 ซม. ดอกย่อย 3-7
ดอก กลีบเลียง 5 กลบี รปู สามเหลี่ยม กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่กลับแกม
รปู ขอบขนาน ปลายมนและมว้ นพับไปข้างหลัง เกสรเพศผู้ 10 อนั สัน
5 อนั ยาว 5 อัน เรยี งสลับ เส้นผา่ นศูนย์กลางดอก 2.5-3 ซม.

ผล ผลสดแบบมีเนือ รูปไข่ กว้าง 0.5-0.8 ซม. ยาว 1-1.5
ซม. ปลายแหลม สเี ขียว มองเหน็ ตอ่ มน้ามันชัดเจน เมื่อสกุ เปน็ สีแดงอม
สม้ เมล็ดมีขนหนาและเหนียวห่อหุ้ม เมล็ดรูปไข่ จ้านวน 1-2 เมลด็ ต่อ
ผล
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ หรอื ตอนก่งิ
นเิ วศวทิ ยา พบทั่วทุกภาคของไทย ขนึ อย่ตู ามป่าดิบแลง้
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ดอกหอม
ผิวสัมผัสละเอียด เจริญเติบโตปานกลาง ขึนได้ดีในดินในดินร่วนปน
ดินทราย ทนเค็มและทนลมแรง ปลูกในท่ีร้าไรได้ แต่จะไม่มีดอก
เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อตัดแต่งรูปทรง ปลูกเป็นแนวรัวบังสายตาหรือ
กนั ลมรมิ ทะเลและสวนไม้หอม ระยะปลูก 2-5 เมตร หรือน้อยกว่า
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดีส่วนใหญ่
เป็นการปลูกเพ่ือการตดั แต่งทรงพุ่มรปู ดอกเห็ดหรือเปน็ ไม้ประธานใน
สวนหย่อม เกิดดอกน้อยเมือ่ เปรียบเทียบกับการปลูกแบบรปู ทรงอิสระ
แตจ่ ะไดค้ วามงามของล้าตน้ กงิ่ และสเี ขียวสดของใบ
หมายเหตุ ตน้ ไมป้ ระจ้าจงั หวัดสระแกว้

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

33

ขนนุ (Jack Fruit Tree)

ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Artocarpus heterophyllus Lam.
ช่อื วงศ์ MORACEAE
ชอื่ อ่นื ขะเนอ มะหนนุ หมักมี
ถิน่ กาเนิด อินเดีย

ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-15 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 4-6 เมตร ทรงพุ่มรูปเจดีย์เมื่อต้นยังเล็ก โตขึนเป็นทรงกลม
เปลือกต้นสีน้าตาลอมแดง มีรอยด่างขาวกระจายท่ัวไปและค่อนข้าง
เรียบ หรอื แตกรอ่ งตนื ๆ ตามแนวยาว

ใบ ใบเดี่ยว เรยี งเวยี นสลับ รปู ไขก่ ลับ กวา้ ง 3.5-7.5 ซม. ยาว
5-25 ซม. ปลายใบเป็นต่ิงแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นคล่ืน
เล็กน้อย แผ่นใบหนาและเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ค่อนข้างเรียบ สีเขียว
เข้มเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีเขียวอมสีน้าตาลอ่อนและมีขนเล็กๆ
กระจายทว่ั ใบ กา้ นใบยาว 1.5-2.5 ซม.

ดอก ดอกแยกเพศร่วมต้น ดอกเพศผู้ สีเหลืองนวลออกเป็น
ชอ่ แบบช่อกระจุกแน่นทีซ่ อกใบสดุ ทา้ ยของกิง่ แตกใหม่ รูปกลมรี ไม่มี
กลีบเลยี งและกลีบดอก ดอกเพศเมีย สีเหลืองนวล ออกเป็นช่อแบบช่อ
กระจุกแน่นที่ล้าต้นและก่ิงโครงสร้างขนาดใหญ่ ไม่มีกลีบเลียงและ
กลีบดอก ชอ่ ดอกมีกาบห่อห้มุ และหลดุ เมอื่ ชอ่ ดอกแก่

ผล ผลสดแบบมีเนือ เป็นผลรวมขนาดใหญ่ รูปรีหรือทรง
กลมยาว มีหนามเป็นตุ่มๆ ไม่แหลม สีเขยี วอมเหลือง เม่ือสุกสีน้าตาล
อมเหลืองและมกี ลิน่ หอม เมลด็ มเี นือสีเหลืองหรือสีเหลอื งอมส้มห่อหุ้ม
เมลด็ หนารปู ไข่หรือรปู รี สนี ้าตาลออ่ น ขนาดใหญ่ จา้ นวน 1 เมล็ดตอ่ 1
ผลย่อย
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด เสยี บยอด หรือทาบกง่ิ
นเิ วศวทิ ยา พบปลูกเลียงอยทู่ ั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วน ระบบรากชอนไช เหมาะส้าหรับ
ปลูกเพื่อใหร้ ม่ เงา ไม้ผลและไม้มงคล ระยะปลูก 3-6 เมตร
ลักษณะการเจรญิ เตบิ โตท่พี บในพืน้ ที่ศึกษา พบวา่ ในท่ีเนินเจรญิ เติบโต
ดี พุ่มใบแน่นทึบ ส่วนต้นที่ปลูกที่ราบมีระดับน้าใต้ดินสูง พุ่มใบโปร่ง
มีหนอนเจาะท้าลายล้าต้น ผล ท้าให้ก่ิงหักโค่นและผลร่วงหลน่ ส่งกลิ่น
เหมน็ เปรยี ว พนื ที่สกปรก

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

34

ข่อย (Siamese Rough Bush)

ช่ือวิทยาศาสตร์ Streblus asper Lour.
ชือ่ วงศ์ MORACEAE
ชอื่ อ่นื กักไมฝ้ อย ซะโยเส่ ส้มพอ สะนาย
ถน่ิ กาเนดิ อินเดียและเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 9-12 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 5-6
เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่แน่นทึบ ล้าต้นอาจขึนเด่ียวๆ หรือแตก
กอ แตกก่ิงต่้าชิดพืน เปลือกสีเทาอมขาว ค่อนข้างเรียบ หรือแตกหลุด
ลอ่ นเป็นแผน่ บาง ๆ มียางสีขาว

ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 2-3.5 ซม.
ยาว 4-6 ซม. ปลายและโคนใบสอบทู่ ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อยไม่ค่อย
เป็นระเบียบ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียวและยน่ เป็นลอน สีเขียวเข้ม
ใบมีขนสากเหมือนกระดาษทราย กา้ นใบสันมาก

ดอก ดอกแยกเพศร่วมต้น ดอกเพศผู้ สีเหลืองอ่อน ดอกเพศ
เมยี สีเขียวอ่อน ออกเปน็ ช่อแบบช่อกระจุกแน่นที่ซอกใบใกลป้ ลายกิ่ง
ช่อดอกทรงกลม หรือรูปไข่ กลีบเลียง 4 กลีบ ไม่มีกลีบดอก แต่กลีบ
เลียงดอกเพศเมีย แบ่งเป็นสองแถว เส้นผ่านศูนย์กลางช่อดอกทังสอง
เพศประมาณ 0.5 ซม.

ผล ผลสดแบบมีเนือ ทรงกลมหรือเปน็ สองพูเล็กๆ เส้นผ่าน
ศนู ย์กลางประมาณ 0.8 ซม. ก้านผลยาว 1.5-2 ซม. ผลอ่อนสีเขียวอ่อน
เมอ่ื สุกสเี หลือง มีเมล็ดกลมแขง็ สนี ้าตาลออ่ น จา้ นวน 1 เมล็ดต่อผล
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ม.ค.- ม.ี ค. ผล ก.พ.- เม.ย.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมล็ด หรอื ตอนกิง่
นิเวศวทิ ยา ขนึ อยูท่ ว่ั ไปในทโี่ ล่ง ป่าดิบแลง้ และป่าที่ถกู รบกวน
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจริญเติบโตเร็ว ทนแล้งและทนเค็ม เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือตัดแต่ง
รปู ทรง รัว ก้าแพงบังสายตาหรือกันลมริมทะเล ไม้ดัด ไม้ประธานใน
สวนหยอ่ มและให้ร่มเงา ระยะปลูก 4-6 เมตร เมือ่ ปลกู รูปทรงอสิ ระ
ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตท่พี บในพื้นท่ีศกึ ษา พบวา่ ต้นที่เกดิ ขึนเองตาม
ธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณจอมปลวก เจริญเติบโตดีมาก มีทรงพุ่ม
หนาแน่น ส่วนต้นทีใ่ ชง้ านภมู ิทัศน์ ท้าไมด้ ัดประดับสวนหยอ่ มบริเวณ
หน้าอาคาร เจริญเติบโตเร็วท้าให้ต้องการตัดแต่งบ่อย เน่ืองจาก
ความชนื และปริมาณน้าฝนค่อนข้างสูง

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ ้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

35

ขีเ้ หลก็ (Thai Copper Pod)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby.
ชือ่ วงศ์ FABACEAE
ชื่ออน่ื ขีเหลก็ ไทย ขีเหลก็ บา้ น ขีเหล็กหลวง ผักจีลี
ถิน่ กาเนดิ เอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้

ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 8-15 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 4-6 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมแผก่ ว้างหรือรูปทรงกระบอก
ทบึ เปลือกต้นสเี ทาอมนา้ ตาลและแตกเปน็ รอ่ งตืนตามแนวยาว

ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 10-25 ซม. ใบย่อย 5-14 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน
กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 3-7 ซม. ปลายและโคนใบมนหรอื แหลม ขอบใบ
เรียบ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขยี วเข้ม ผิวใบด้านล่างมีขนนุ่ม
สัน ใบอ่อนมีทงั สีเขียวอมแดงและสีเขยี วอมขาว

ดอก สีเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อเชงิ หล่ันแตกแขนงท่ีปลาย
กง่ิ ช่อดอกตังยาว 20-30 ซม. ดอกรูปดอกหางนกยูง 10-60 ดอก กลีบ
เลียง 5 กลีบ รูปไข่กลับหรือกลม กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่กลับ เกสร
เพศผู้ 10 อนั 2 อนั ยาวกวา่ อนั อน่ื ๆ เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางดอก 2.5-4 ซม.

ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักทรงแบน โค้งและมีสัน
นูน กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 20-30 ซม. ฝักอ่อนสีเขียวคล้า เมื่อสุกสี
น้าตาล เมลด็ รูปรี สีนา้ ตาลเขม้ จา้ นวน 20-30 เมล็ดต่อฝกั
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี ออกดอกมากชว่ ง มิ.ย.- ก.ค.
การขยายพันธุ์ เพาะเมลด็
นเิ วศวิทยา ป่าทงุ่ และป่าโปรง่ ท่ัวไป พบไดท้ กุ ภาคของประเทศไทย
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินทราย ทนน้าท่วมขังและทน
มลพิษต่าง ๆ เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงาริมน้า สวนสาธารณะ
สวนผักพืนบ้าน ภูมิทัศน์ที่เป็นธรรมชาติและตกแต่งทางหลวง
ต่างจงั หวัด ใบและดอกอ่อนใชป้ ระกอบอาหาร ระยะปลูก 3-6 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตได้ดีบริเวณ
ริมน้าในพืนท่ีธรรมชาติ มีการรบกวนโดยมนุษย์ในการเก็บยอดและ
ดอกออ่ นจงึ ทา้ ให้รปู ทรงไมส่ วยงามตามธรรมชาติ โอกาสน้อยที่จะเห็น
ดอกบานทังต้น นอกจากนีพบการท้าลายของหนอนกัดกินใบอ่อน ใน
ต้นทมี่ กี ารปลูกเลยี งสามารถตัดแตง่ ควบคุมทรงพมุ่ ได้
หมายเหตุ ตน้ ไม้ประจ้าจังหวัดชยั ภมู ิ

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ ้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

36

ขี้เหล็กอเมรกิ ัน (Amarican cassia)

ช่ือวิทยาศาสตร์ Senna spectabilis (DC.) Irwin & Barneby
ชื่อวงศ์ FABACEAE
ชอื่ อืน่ ขเี หล็กอเมริกา สวุ รรณพฤกษ์
ถิน่ กาเนดิ อเมรกิ ากลางและอเมริกาใต้

ลักษณะทว่ั ไป ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร ขนาดทรง
พุม่ 4-6 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มแผ่กว้าง เปลือกต้นสีน้าตาลเข้มคอ่ นข้าง
เรียบ หรือแตกเปน็ รอ่ งตนื ตามแนวยาว

ใบ ใบประกอบแบบขนนก ปลายคู่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 25-30 ซม. ใบย่อย 8-20 คู่ รปู รีแกมรูปไข่ กว้าง 1-2 ซม.
ยาว 3-7 ซม. ปลายใบเป็นต่ิงแหลม โคนใบมนและเบียว แผ่นใบบาง
ออ่ น สเี ขยี วสด ผิวใบด้านลา่ งมีขนประปราย

ดอก สีเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่ง ช่อ
ดอกตงั ยาว 30-40 ซม. ดอกย่อยรปู ดอกหางนกยงู 6-60 ดอก กลบี เลยี ง 5
กลีบ สีเขียว กลีบดอก 5 กลบี มีขนาดไม่เทา่ กนั เกสรเพศผู้ 10 อัน เป็น
หมนั 3 อนั เสน้ ผา่ นศูนย์กลางดอก 2.5-4 ซม.

ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักทรงกระบอก กว้าง 0.8-
1.3 ซม. ยาว 15-30 ซม. สีเขียวสด เม่ือสุกสีน้าตาลเข้ม เมล็ดรูปรี สี
นา้ ตาลเขม้ จา้ นวน 50-70 เมล็ดต่อฝัก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมลด็
นเิ วศวิทยา พบปลูกเลยี งอยทู่ ั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสปานกลาง
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินทุกชนิด การระบายน้าดี เหมาะส้าหรับ
ปลูกเพ่ือให้ร่มเงา หรือปลูกเป็นกลุ่มสร้างจุดเด่นในสวนสาธารณะ ท่ี
จอดรถ ปลกู ลดความแข็งกระด้างของอาคาร แสดงแนวขอบเขตพืนท่ี
ตกแตง่ ถนนในสถานทรี่ าชการและทางหลวงต่างจงั หวดั แตต่ ้องตดั แต่ง
กิง่ ดา้ นลา่ งเพือ่ ใหโ้ ปร่ง ระยะปลูก 4-10 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตได้ไม่ดี
เน่อื งจากปลกู ในที่ราบ มีระดับน้าใตด้ ินสูง กงิ่ กา้ นส่วนบนของทรงพุ่ม
แห้งตาย และต่อมาแห้งตายทังต้น ซ่ึงเกิดจากหนอนเจาะล้าต้น
นอกจากนพี บหนอนกดั กินใบและฝกั อ่อน

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ ้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

37

แคบา้ น (Agasta, Cork Wood Tree)

ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Sesbania grandiflora (L.) Poir.
ชอ่ื วงศ์
ชือ่ อื่น FABACEAE
ถน่ิ กาเนิด แค แคขาว แคแดง
เอเชยี เขตร้อน และแถบหมู่เกาะอนิ ดสี ตะวันตก

ลักษณะทว่ั ไป ไม้ต้นขนาดเล็กถงึ ขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 3-5เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มทรงกระบอกหรือรูปไข่ เปลือกต้นสี
นา้ ตาลอมเทา แตกเป็นร่องลึกตามแนวยาวแล้วเปลือกที่กันสลบั ร่องลึก
แตกเปน็ กาบหนา มรี ูปร่างไมแ่ นน่ อน

ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนสลบั แกนกลาง
ใบประกอบยาว 20-30 ซม. ใบย่อย 10-30 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบ
ขนาน กว้าง 1-2 ซม. ยาว 3-5 ซม. ปลายและโคนใบมน ขอบใบเรียบ
แผน่ ใบบางและเรียบ สเี ขียวเขม้ ผิวใบดา้ นล่างมีขนละเอยี ด

ดอก สขี าวและมว่ งแดง ออกเป็นชอ่ แบบช่อกระจะท่ีซอกใบ
ใกล้ปลายก่ิง ช่อดอกห้อย ดอกย่อยรูปดอกถ่ัว 2-4 ดอก ยาว 4-6 ซม.
กลีบเลียงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 2 แฉก กลีบดอก 5
กลีบ บางและออ่ น เกสรเพศผู้ 10 อัน

ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักทรงกระบอกเรียว กว้าง
ประมาณ 0.7 ซม. ยาว 30-50 ซม. ด้านข้างฝักแบน สีเขยี วอ่อน เมอื่ สุก
สีนา้ ตาล เมลด็ แบนมปี กี บางสขี าว จา้ นวน 30-40 เมล็ดตอ่ ฝัก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด
นเิ วศวทิ ยา พบปลกู เลยี งอยู่ทวั่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินเหนียว การระบายน้าดี ก่ิง
เปราะหักง่าย เหมาะส้าหรับปลูกในบ้าน เพ่ือเป็นทังไม้ประดับและผัก
สวนครัว แสดงแนวขอบเขตพืนท่ีและปลูกเพ่ือให้ร่มเงาริมถนนใต้
สายไฟฟา้ ยอดและดอกใช้ประกอบอาหาร ระยะปลกู 2-5 เมตร
ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตท่ีพบในพ้ืนท่ีศึกษา พบว่าต้นที่ปลูกในที่ราบ
ดนิ มีความชืนสูง การระบายน้าดี มีการเจริญเติบโตดี ทรงพุ่มค่อนข้าง
แน่น ต้นใหญ่ให้ดอกจ้านวนมาก ส่วนต้นท่ีปลูกบนเนินใกล้โรงเรือน
แผนกโคนม ฝักและใบมีสีเหลืองซีด เน่ืองจากการใส่ปุ๋ยคอกสด
โดยท่ัวไปพบปัญหาหนอนและแมลงกัดกินดอกอ่อน แต่ส้าหรับต้นที่
ปลกู เพ่ือการคา้ ต้องมกี ารควบคมุ ทรงพุ่ม

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

38

แคฝรง่ั (Madre de Cacao, Quick Stick)

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Gliricidia sepium (Jacq.) Kunth ex Walp.

ชื่อวงศ์ FABACEAE

ถน่ิ กาเนดิ อเมริกาเขตรอ้ นและแถบทะเลแคริบเบยี น

ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 8-15 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6 - 8 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มค่อนข้างกลมโปร่งหรือไม่เป็น
ระเบียบในระยะ 1-2 ปีแรกปลูก กิง่ ออ่ นมีขนและจะหลุดร่วงไปเม่ือก่ิง
แก่เปลือกตน้ สีน้าตาล กะดา้ กระดา่ ง แตกเปน็ รอ่ งละเอยี ดตามแนวยาว

ใบ ใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 10-20 ซม. ใบย่อย 7-17 ใบ เรยี งตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่
แกมรูปขอบขนาน กวา้ ง 1-3 ซม. ยาว 3-7 ซม. ปลายใบแหลมหรือเรียว
แหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบบาง สีเขียวเข้ม ผิว
ใบด้านล่างสเี ขยี วนวลและมขี นละเอียด ใบออ่ นสีน้าตาลดา้ มีขนสนั

ดอก สีขาวและชมพู มีกล่นิ หอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะ
ที่ก่ิงแก่เหนือรอยแผลของใบ ช่อดอกตังยาว 10-15 ซม. ดอกย่อยรูป
ดอกถ่ัว ยาว 1.5-2 ซม. กลีบเลียงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ขอบหยักซี่
ฟนั ตืน ๆ 5 จกั มขี นสนั ๆ กลบี ดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 10 อัน

ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักทรงแบน ปลายและโคน
ฝักแหลม กว้าง 1–2 ซม. ยาว 10-15 ซม. สีเขียวอ่อน มีขนละเอียด เม่ือ
สกุ สีนา้ ตาลหรอื น้าตาลเข้ม เมล็ดทรงกลมแบน สีนา้ ตาลเขม้ จ้านวน 3-
8 เมลด็ ตอ่ ฝกั
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ธ.ค.- ม.ี ค. ผล ก.พ.- พ.ค.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมลด็ ตอนกิ่ง หรือปักช้าก่ิง
นิเวศวิทยา พบปลกู เลียงอยทู่ ่ัวไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ดอกหอม ผวิ สัมผัส
ละเอียด เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินทุกชนิด ทนน้าท่วมขัง เหมาะ
ส้าหรับปลูกเพื่อสร้างจุดเด่นในสวนสาธารณะ สถานท่ีราชการ ปลูก
แสดงแนวขอบเขตพนื ที่และปรับปรุงดนิ ดอกใช้ประกอบอาหาร ระยะ
ปลูก 5-8 เมตร
ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตทพี่ บในพนื้ ที่ศึกษา พบว่าต้นทปี่ ลูกใหม่อายุ 5-
7 ปี เจริญเติบโตดี มีการออกดอกและติดฝักเต็มต้น ส่วนต้นท่ีมีอายุ
มากเจริญได้ไม่ดี เนื่องจากปลูกบนคันบ่อประมงท่ีขอบบ่อเป็นโพรง
ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้า บางต้นจึงโค่นล้ม นอกจากนีพบว่าต้น
ดอกสชี มพตู ิดฝกั มากแต่ ฝักมขี นาดเลก็ กว่าต้นดอกสขี าว

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

39

แคแสด (African Tulip Tree)

ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Spathodea campanulata P. Beauv.
ช่อื วงศ์ BIGNONIACEAE
ชอื่ อื่น แคแดง
ถิ่นกาเนิด ยูกันดา เขตร้อนของแอฟรกิ า และเคนยา

ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 8-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 4-6 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มทรงกระบอก เม่ือแรกปลูกมีทรง
พ่มุ คอ่ นข้างกลม เปลอื กตน้ สนี ้าตาลเข้ม แตกสะเก็ดหลุดล่อนเป็นแผน่

ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรยี งเวยี นสลบั แกนกลาง
ใบประกอบยาว 30-45 ซม. ใบย่อย 4-9 คู่ เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมรูป
ขอบขนาน กว้าง 2.5-5.5 ซม. ยาว 4-12 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน
และเบียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางและย่นเป็นลอน สีเขียวเข้ม มีขน
ประปราย ใบอ่อนสีเขยี วอมนา้ ตาลมีขนสนั

ดอก สีแดงอมส้ม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะสันท่ีปลายก่ิง
ช่อดอกตังขนาดใหญ่ ดอกย่อยรูประฆังหงายจ้านวนมาก กลีบเลียง
เช่อื มตดิ กันเป็นหลอดโคง้ ปลายแหลม แตกข้างเดยี วและมขี นสีน้าตาล
กลีบดอกโคนเชื่อมตดิ กันเป็นหลอดยาว ยาว 5-7 ซม. ปลายแยก 5 แฉก
ขอบกลบี ดอกยว้ ยย่น เกสรเพศผู้ 5 อันเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 8-10 ซม.

ผล ผลแห้งแตกตะเข็บเดียว เป็นฝักทรงแบน กว้าง 2-3 ซม.
ยาว 15-20 ซม. ปลายแหลม สีนา้ ตาลเขม้ เมื่อสุกสีน้าตาลด้า เมล็ดแบน
มีปีกแคบ ๆ สขี าวทงั สองดา้ น จ้านวน 20-40 เมล็ดต่อฝกั
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี
การขยายพันธ์ุ เพาะเมล็ด ตน้ มอี ายมุ ากกวา่ 4 ปี จึงจะออกดอก
นเิ วศวทิ ยา พบปลกู เลียงอยทู่ วั่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจรญิ เตบิ โตเรว็ ขนึ ได้ดีในดนิ รว่ น การระบายนา้ ดี ถา้ ปลูกในทแ่ี ห้งแล้ง
จะผลัดใบ เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงา หรือปลูกสรา้ งจุดเด่นในที่
โล่งขนาดใหญ่ สวนสาธารณะ พืนที่ท่ัวไปหรือริมทะเลและนิยมปลูก
ตกแตง่ ทางหลวงตา่ งจังหวัด ระยะปลกู 4-6 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา พบว่าไม่มีการผลัดใบ
ออกดอกตลอดปี แต่พบปัญหาพืนท่ีปลกู มีการระบายน้าไม่ดี ได้รับน้า
มากเกิน หนอนเจาะท้าลายล้าต้นและมีไม้เลือยปกคลุมทรงพุ่มท้าให้
ไดร้ ับแสงน้อย ท้าใหแ้ หง้ ตาย

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

40

ไคร้ยอ้ ย (Khrai Yoi)

ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ Elaeocarpus grandiflorus J. E. Sm.
ชอื่ วงศ์ ELAEOCARPACEAE
ช่ืออ่ืน จิก ดอกปีใหม่ แตว้ น้า สารภนี ้า
ถิ่นกาเนดิ เอเชียเขตรอ้ น

ลกั ษณะทัว่ ไป ไม้ต้นขนาดกลาง สงู 5-10 เมตร ขนาดทรงพมุ่ 4-6 เมตร
ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มค่อนข้างกลม แผ่กว้าง เปลือกต้นสีน้าตาลอ่อน
ค่อนข้างเรยี บ มีรอยด่างสขี าวสลบั สีนา้ ตาลเขม้ กระจายทั่วทังล้าตน้

ใบ ใบเด่ียว เรียงเวียนสลับ รูปรีหรือรูปใบหอก กว้าง 3-6
ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบจกั ซฟ่ี นั แผน่ ใบ
หนาและแข็ง สีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบแบนยาว 1-1.5 ซม. ใบอ่อนสี
เขียวอมเหลอื ง

ดอก สีขาวนวล มกี ลนิ่ หอม ออกเปน็ ช่อแบบช่อกระจะท่ีกิ่ง
และซอกใบใกล้ปลายก่ิง ช่อดอกหอ้ ยยาว 10-20 ซม. กลีบเลียง 5 กลีบ
รปู สามเหลย่ี มยาวเรยี ว สีน้าตาลอมแดง มีขนดา้ นนอก กลบี ดอก 5 กลีบ
ปลายกลีบดอกจักเป็นริวละเอียด เกสรเพศผู้จ้านวนมาก เส้นผ่าน
ศนู ย์กลางดอก 2.5-3 ซม.

ผล ผลสดแบบมีเนือเมล็ดเดียว รูปรีหรือรูปทรงกระสวย
กวา้ ง 2-2.5 ซม. ยาว 3-4 ซม. ก้านผลสีแดง ปลายแหลม สีเขยี วนวล เมือ่
สุกสเี ขยี วอมเหลอื ง มีรสขมเฝื่อน เมล็ดมีเนือและชันหอ่ ห้มุ เมลด็ แข็ง สี
นา้ ตาลอ่อน
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ม.ิ ย.- ก.ค. ผล ก.ค.- ก.ย.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง
นิเวศวิทยา พบตามป่าดิบ ริมฝ่ังน้าท่ีความสูง 50-800 เมตรจาก
ระดบั นา้ ทะเล
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงดอกและผลสวยงาม ผิวสัมผัสปาน
กลาง เจริญเติบโตเร็ว ขึนไดด้ ีในดินรว่ นปนดินเหนียวและท่ีลมุ่ ใกล้น้า
ออกดอกเร็วตังแตต่ ้นเลก็ เหมาะส้าหรับปลูกเป็นกลุ่มเพื่อประดับและ
ใหร้ ่มเงาริมน้าหรือภูมิทัศนท์ เ่ี ป็นธรรมชาติ ระยะปลกู 3-6 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นทศี่ ึกษา เจริญเติบโตไดด้ ี และเป็น
พรรณไม้ทีน่ า้ เขา้ มาปลูกเลียงใหม่ พบปัญหาใบร่วง ทรงพ่มุ โปรง่ ในฤดู
แล้ง เน่ืองจากดินท่ีปลูกเป็นดินตะกอนจากท้องร่อง เม่ือขาดน้าท้าให้
ดินแข็ง แตกระแหง มีผลกระทบต่อระบบรากโดยตรง

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

41

เงาะโรงเรียน (Rambutan)

ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Napnelium lappaceum L.
ช่ือวงศ์ SAPINDACEAE
ชื่ออื่น เงาะนาสาร ลินจขี่ น
ถ่ินกาเนดิ สุราษฎรธ์ านี

ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ต้นขนาดเล็กถงึ ขนาดกลาง สงู 4-10 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 6-8 เมตร ไมผ่ ลดั ใบ ทรงพมุ่ กลมแผ่กว้าง เปลอื กตน้ สีน้าตาลอมเทา
คอ่ นข้างเรยี บ หรือแตกเป็นสะเก็ดละเอยี ด

ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนสลบั แกนกลาง
ใบประกอบยาว 12-18 ซม. มีใบย่อย 3 คู่ เรียงตรงข้ามหรือเยืองกัน
เล็กน้อย รูปไข่กลับ กว้าง 2-8 ซม. ยาว 5-15 ซม. ปลายใบมีต่ิงแหลม
โคนใบสอบเรียว ขอบใบเรยี บเป็นคลน่ื เลก็ นอ้ ย แผ่นใบบางแต่ค่อนขา้ ง
เหนียวและแข็ง ยน่ เป็นลอน สีเขียวเข้ม เกลียงผิวใบด้านล่างมีขนอ่อน
ๆ ที่เสน้ แขนงใบ ใบอ่อนสเี ขียวอมเหลือง

ดอก มีทังดอกแยกเพศร่วมต้นและดอกแยกเพศแยกต้น สี
เหลืองอมเขียว ออกเปน็ ช่อแบบชอ่ แยกแขนงที่ปลายกง่ิ ช่อดอกตงั ยาว
10-30 ซม. ดอกมกี ลบี เลียง 4-5 กลบี สีเขยี วอ่อน กลีบดอก 4 กลบี ดอก
เพศผ้มู ีขนาดเลก็ และมจี า้ นวนมากกวา่ ดอกเพศเมีย

ผล ผลสดแบบมีเนือเมล็ดเดียว ทรงกลมหรอื รูปไข่ เส้นผ่าน
ศูนย์กลาง 3-4 ซม. มีขนบนเปลือกยาว 0.5-1 ซม. สีเขียว เม่ือสุก
เปลี่ยนเป็นโคนสีแดง ปลายขนสีเขียว เปลือกผลค่อนข้างบาง เนือใส
ออ่ นนมุ่ สีขาวไม่ตดิ เมลด็ เมลด็ รปู ไขค่ อ่ นขา้ งแบน สนี ้าตาลออ่ น
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ม.ี ค.- พ.ค. ผล เม.ย.- ก.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ ทาบก่งิ หรือตดิ ตา
นิเวศวทิ ยา พบปลูกเลยี งทั่วไป โดยเฉพาะภาคใตต้ อนบน
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจรญิ เติบโตปานกลาง ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินเหนียว การระบายนา้ ดี
เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงา หรือเป็นไม้ผลในสวนหลังบ้าน ปลูก
สรา้ งสวนป่าและภมู ทิ ศั น์ทเี่ ป็นธรรมชาติ ระยะปลกู 6-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพ้ืนท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี เนื่องจาก
ปลูกเป็นพืชเศรษฐกจิ มีการดูแลอยา่ งดี และพนื ทป่ี ลกู มีการระบายน้าดี
ปัจจัยที่ส้าคัญคือการตัดแต่ง ท้าให้ได้ผลผลิต ทรงพุ่มสวยงาม ไม่สูง
มากและสะดวกต่อการเก็บเกีย่ ว

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

42

จามจุรี (Monkey Pod, Rain Tree)

ช่ือวิทยาศาสตร์ Albizia saman (Jacq.) Merr.
ชื่อวงศ์ FABACEAE
ชอื่ อน่ื กา้ มปู จามจุรีสีชมพู ฉ้าฉา ซึก ต๊ดุ ตู่
ถ่นิ กาเนดิ อเมริกาเขตรอ้ นไปจนถึงบราซิล

ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 20-40
เมตรไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปร่มแผ่กว้าง เปลือกต้นสีน้าตาลด้า แตกเป็น
ร่องลึกตามแนวยาวแล้วเปลือกที่กันสลับร่องลึกแตกเป็นกาบหนา มี
รปู รา่ งไมแ่ นน่ อน หลุดลอ่ นไดง้ า่ ย

ใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชัน ปลายคู่ เรียงเวียนสลับ
แกนกลางใบประกอบยาว 10-18 ซม. แยกแขนงตรงข้าม 3-5 คู่ ยาว 10-
20 ซม. ใบย่อย 4-8 คู่ เรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
เบียว กว้าง 1-4 ซม. ยาว 1.5-6 ซม. ปลายใบมนหรือมีติ่งแหลมเล็กๆ
โคนใบมนและเบียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางแตค่ อ่ นข้างเหนยี ว สีเขียว
เขม้ เป็นมนั ผิวใบดา้ นลา่ งมีขนละเอียด

ดอก สีชมพู ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นรูปซี่ร่มที่ปลาย
กง่ิ ชอ่ ดอกตังยาว 10-15 ซม. กลบี เลียงเช่อื มตดิ กันเปน็ หลอด ปลายแยก
เป็น 7-8 แฉก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก
เกสรเพศผู้สชี มพูจา้ นวนมาก เส้นผ่านศนู ยก์ ลางชอ่ ดอก 5-6 ซม.

ผล ผลแห้ง เป็นฝักหนา รูปขอบขนาน โค้งเล็กน้อย กว้าง
1.5-2.5 ซม. ยาว 15-20 ซม. ขอบหนาเป็นสนั ทงั สองขา้ ง สีเขยี วสด เม่ือ
สกุ สดี ้าเปน็ มนั มีเนือนม่ิ เมล็ดรูปรี สีน้าตาล จ้านวน 10-18 เมลด็ ต่อฝัก
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ส.ค.- ก.พ. ผล พ.ย.- ก.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็
นิเวศวิทยา พบมากบรเิ วณปา่ โปรง่ หรอื ท่นี าดอนรกรา้ ง
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสค่อนข้าง
ละเอียด เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินท่ีมีความชืนสูง ทนน้าท่วมขัง
ต้นท่ีมีขนาดใหญ่รากมักจะลอย เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงาใน
สวนสาธารณะและภมู ทิ ศั นท์ ่เี ปน็ ธรรมชาติ ระยะปลูก 10-15 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี พบว่าบาง
ต้นมีการออกดอก 2 ครังต่อปีหรือตลอดปี และมีการทิงใบหมดในต้น
กุมภาพันธ์ แตกใบใหม่พร้อมกับการมีดอกและดอกบานเต็มต้นช่วง
ปลายเดือนกุมภาพันธถ์ ึงเดอื นเมษายน พบกับต้นทอ่ี ยู่ริมน้า
หมายเหตุ ต้นไม้ประจ้าจงั หวดั ล้าพูน

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

43

จาปา (Orange Champaka)

ชือ่ วิทยาศาสตร์ Magnolia champaca L.
ชือ่ วงศ์ MAGNOLIACEAE
ชอ่ื อื่น จ้าปากอ จา้ ปาเขา จา้ ปาทอง
ถิน่ กาเนดิ อินเดีย จีนตอนใต้ และประเทศอินโดจีน

ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8
เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปกรวยคว้่า แตกกิ่งจ้านวนมากที่ยอด
ค่อนข้างทึบ ก่ิงอ่อนมีขน ล้าต้นตังตรง เปลือกต้นสีเทาอ่อนหรือสี
น้าตาลคอ่ นขา้ งเรียบ หรือแตกเปน็ ร่องไม่เป็นระเบียบ

ใบ ใบเด่ียว เรยี งเวยี นสลับ รูปรีหรือรปู ใบหอกแกมรูปขอบ
ขนาน กว้าง 4-10 ซม. ยาว 10-25 ซม. และมีรอยแผลของหูใบ ปลายใบ
เรียวแหลม โคนใบสอบแหลม ขอบใบเรียบเป็นคลืน่ แผ่นใบหนาและ
เหนียว ย่นเป็นลอน สีเขียวอ่อน ผิวใบด้านล่างมีนวลสีขาว มีขนอ่อน
ปกคลมุ กา้ นใบยาว 2-3.5 ซม. ใบออ่ นมขี นนุม่ ปกคลมุ และหูใบหอ่ หุ้ม

ดอก สีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมมาก ดอกเด่ียว ออกที่ซอก
ใบใกล้ปลายก่ิง ก้านดอกยาว 2.5-3 ซม. มีใบติด 1 ใบ ดอกอ่อนมีกาบ
หุ้มและหลุดร่วงเม่ือดอกบาน ลกั ษณะเป็นกลีบรวม 8-12 กลบี รูปยาวรี
แกมรปู ใบหอก ปลายแหลม ดอกจะบานตอนพลบค่า้ เชา้ วันต่อมากลีบ
จะกางออก และรว่ งในตอนเย็น เส้นผ่านศนู ยก์ ลางดอก 4-6 ซม.

ผล ผลกลุม่ แหง้ แตก เป็นชอ่ แน่น ยาว 6-9 ซม. ผลย่อยรปู ไข่
จ้านวนมาก กว้าง 1-1.2 ซม. ยาว 1.2-2 ซม. สเี ขียวอมขาว มีช่องระบาย
อากาศเป็นจดุ สีครมี กระจายทั่วผล เมล็ดมีเยอ่ื หุ้มเมล็ดสีแดง เมล็ดรปู รี
สนี ้าตาลเข้ม จา้ นวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ ทาบก่งิ หรอื ตอนก่งิ
นิเวศวิทยา พบตามป่าดิบและป่าดิบเขาทางภาคเหนอื และใต้ของไทย
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ดอกหอม ผวิ สัมผัส
หยาบ เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีในดินร่วน การระบายน้าดี เหมาะ
ส้าหรับปลูกในบ้านใกล้ระเบยี งเพ่อื สะดวกในการเก็บดอก ไมใ้ ห้รม่ เงา
ลานอเนกประสงค์และสวนไมห้ อม ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตไม่ดีมีกิ่ง
สว่ นบนของทรงพุ่มแห้งตายหรือตายทงั ต้น เน่ืองจากปลูกใกล้ห้องน้า
ไดร้ บั นา้ มากเกิน ดินระบายนา้ ไมด่ ีและปญั หาหนอนเจาะทา้ ลายล้าต้น
หมายเหตุ จ้าปาคล้ายกบั จ้าปีมาก ต่างกนั ท่ีมีดอกสขี าว

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses

44

จา้ ปาเทศใบเล็ก (Champa Thet Bai Lack)

ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ Pterospermum diversifolium Bl.
ชือ่ วงศ์ MALVACEAE
ชือ่ อ่ืน กะหนาย ขนาน จา้ ปาเทศ ลา้ ป้าง
ถน่ิ กาเนดิ มาลายแู ละภาคใต้ของประเทศไทย

ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-20 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 8-10
เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพมุ่ รูปเจดยี ์หรือรูปกรวยกวา้ ง เปลือกต้นสีน้าตาล
ต้นมีอายุมากแตกหลุดลอ่ นเป็นสะเก็ด

ใบ ใบเด่ยี ว เรยี งสลบั รปู ขอบขนาน กวา้ ง 5-6.5 ซม. ยาว 7.5-
15 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลมสัน ๆ โคนใบรูปหัวใจเบียว ขอบใบเว้า
หรือเป็นติ่งไม่สม่้าเสมอ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว ย่นเป็นลอน สี
เขยี วสด ผิวใบด้านลา่ งมีนวลสีขาว เส้นแขนงใบนูนเด่น มีขนสีน้าตาล
ปกคลุม ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม.

ดอก สเี หลืองนวลหรอื ขาว มีกลิน่ หอม ดอกเด่ยี ว ออกที่ซอก
ใบใกล้ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 1-1.5 ซม. กลีบเลียง 5 กลีบ รูปขอบ
ขนานแคบ ด้านในมีขนก้ามะหย่ี ด้านนอกมีขนสีน้าตาล กลีบดอก 5
กลีบ รปู ช้อน ปลายกลีบกว้าง เกสรตัวผู้ทส่ี มบูรณ์ 15 อัน ติดกันเป็น 5
มัด มัดละ 3 อัน เป็นหมนั 5 อัน เสน้ ผา่ นศนู ย์กลางดอก 5-7 ซม.

ผล ผลแห้งแตกตามรอยประสาน ทรงกลมถึงรูปขอบขนาน
กว้าง 8-12 ซม. ยาว 10-17 ซม. มีสันเป็นคล่ืน 5 สัน มีขนละเอียดสี
น้าตาลปกคลุม เม่ือสุกสีน้าตาลเข้ม เมล็ดทรงแบนมีปีก สีน้าตาลอม
เหลือง จา้ นวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด หรอื ตอนก่ิง
นิเวศวิทยา พบตามป่าดบิ ทางภาคตะวนั ออก และภาคใต้
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ดอกหอม
ผิวสัมผัสค่อนข้างหยาบ เจรญิ เติบโตเรว็ ขึนได้ดใี นดินร่วน การระบาย
น้าดี เหมาะส้าหรับปลูกเพอื่ ให้รม่ เงาในพืนท่ขี นาดใหญ่ สวนสาธารณะ
สวนไมห้ อมและปลกู เปน็ ไมอ้ นุรกั ษ์ ระยะปลูก 6-10 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตที่พบในพน้ื ทศี่ ึกษา เจริญเตบิ โตดี โตเร็ว ออก
ดอกเม่ืออายุ 4 - 5 ปี แต่ยงั ไมพ่ บการติดผล เน่ืองจากเม่ือนา้ เข้ามาปลูก
พบปัญหาเรื่องการปลูกชิดกับตวั อาคารมากเกนิ ไป ท้าให้ได้ทรงพุม่ ไม่
สวยงามและสร้างความเสียหายใหก้ ับอาคาร

85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses


Click to View FlipBook Version