45
จาปี (White Champaka)
ช่ือวิทยาศาสตร์ Magnolia alba DC.
ชื่อวงศ์ MAGNOLIACEAE
ถิน่ กาเนิด ตอนใตข้ องจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุม่ 8-10 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปกรวยคว่้า แตกกิ่งจา้ นวนมาก
ที่ยอด ค่อนข้างทึบ เปลือกต้นสีน้าตาลอ่อน เทาหรือมีหลายสีลวดลาย
สวยงาม แตกเป็นร่องตนื ๆ ถ่ีๆ ตามแนวยาว
ใบ ใบเด่ียว เรยี งเวยี นสลบั รูปรีแกมรปู ขอบขนาน กว้าง 5-
10 ซม. ยาว 15-25 ซม. และมีรอยแผลของหูใบ ปลายใบเรียวแหลม
โคนใบแหลมหรอื รูปลิ่ม ขอบใบเรียบเป็นคล่ืนเลก็ น้อย แผ่นใบเกลียง
หนาและเหนียว สีเขียวสดเป็นมัน โคนก้านใบบวมยาว 2-4 ซม. ใบ
อ่อนมขี นนมุ่ ปกคลุมและหูใบหอ่ หุ้ม
ดอก สีขาวนวล มีกลิ่นหอม ดอกเด่ียว ออกท่ีซอกใบใกล้
ปลายก่ิง ก้านดอกยาว 1-1.5 ซม. ดอกอ่อนมีกาบหุ้มและหลุดร่วงเมื่อ
ดอกบาน ลกั ษณะเป็นกลบี รวม 8-12 กลบี รปู รีแกมรูปใบหอกค่อนข้าง
ยาว ปลายแหลม มีกลิน่ หอมมากตอนกลางคืน เช้าวันต่อมากลน่ิ จะจาง
ลง ดอกบานวันเดียวแลว้ รว่ ง เส้นผา่ นศูนย์กลาง 5-7 ซม.
ผล ผลกลุ่มแห้งแตก ทรงกลมหรือรูปไข่ บิดเบียวเล็กน้อย
เม่ือสุกสีแดงมีช่องระบายอากาศเป็นจุดสีขาว กว้าง 2-2.5 ซม. ยาว 2-
2.8 ซม. เย่ือหุ้มเมล็ดสีแดง เมล็ดรูปรี สีด้า จ้านวน 1-4 เมล็ดต่อผล
ทั่วไปไม่ติดผลเนื่องจากความชืนและความเย็นไม่เพียงพอ พบการติด
ผลที่ อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี แตม่ ีดอกนอ้ ยชว่ งฤดูรอ้ น
การขยายพนั ธ์ุ ทาบกง่ิ หรอื ตอนกิ่ง
นิเวศวิทยา พบปลูกเลยี งอยู่ท่วั ไป น้าเขา้ มาปลกู จากต่างประเทศ
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ดอกหอม ผวิ สัมผัส
หยาบ เจรญิ เติบโตเรว็ ขึนไดด้ ีในดินรว่ น การระบายน้าดี เหมาะส้าหรบั
ปลูกเพ่ือให้ร่มเงาในท่ีโล่งขนาดใหญ่ สวนสาธารณะอยู่บนเนิน ลาน
อเนกประสงค์และสวนไมห้ อม ระยะปลูก 6-10 เมตร
ลักษณะการเจริญเตบิ โตที่พบในพ้ืนท่ีศกึ ษา เจริญเติบโตดี แต่ต้นจะสูง
ชะลูด มีก่ิงน้อย และไม่ค่อยออกดอก เน่ืองจากแสงไม่พอปลูกชิดกับ
พรรณไม้ชนิดอื่น ตน้ ท่ีปลกู เพื่อการค้ามีการควบคุมทรงพุ่มให้เตียโดย
การตดั ยอดให้ก่งิ แผ่กวา้ ง ง่ายต่อการเก็บดอก
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
46
ชงโค (Orchid Tree)
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Bauhinia purpurea L.
ช่ือวงศ์ FABACEAE
ช่ืออืน่ เสียว เสยี วดอกแดง เสียวหวาน
ถิ่นกาเนิด อนิ เดยี และเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
ลกั ษณะทั่วไป ไม้ตน้ ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 4-6 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม ก่ิงไม่สม่้าเสมอ เปลือกตน้ สีน้าตาล
อ่อน แตกหยาบ ๆ ไม่เป็นระเบียบ
ใบ ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั รูปร่างค่อนขา้ งกลมหรือคลา้ ยปกี ผเี สือ
ขนาด 8-12 ซม. ปลายใบเว้าลึกแยกเป็นสองพู แคบและค่อนขา้ งแหลม
โคนใบมนหรือเว้า แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขียวหม่น ผิวใบ
ดา้ นลา่ งมีขนสีขาวละเอยี ดประปราย ก้านใบยาว 3.5-4.5 ซม.
ดอก สีชมพูหรือม่วงอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อ
แบบช่อกระจะที่ปลายกิง่ ช่อดอกตงั ยาว 10-15 ซม. ดอกยอ่ ย 6-10 ดอก
ใบประดับ รูปไข่ ปลายแหลม กลีบดอก 5 กลีบ รูปใบหอกแคบ กลีบ
ทางด้านบนกว้างกวา่ และเป็นรูปใบหอกกลับ เกสรเพศผู้ 8-9 อัน เป็น
เกสรท่สี มบูรณ์ 3 อัน เส้นผ่านศนู ยก์ ลางดอก 6-8 ซม.
ผล ผลแห้งแตกสองตะเขบ็ เป็นฝักทรงแบน ปลายและโคน
ฝักแหลม กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 20-25 ซม. สีเขียวอ่อน มีขนละเอียด
เมื่อสุกสีน้าตาลหรือน้าตาลเข้ม เมล็ดทรงกลมแบน สีน้าตาลเข้ม
จา้ นวน 8-10 เมล็ดต่อฝัก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี ออกดอกมากช่วง พ.ย.- ม.ี ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ ตน้ จะออกดอกเม่ือมอี ายุ 3-5 ปี
นิเวศวิทยา พบตามปา่ เบญจพรรณทวั่ ทกุ ภาคของไทย
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสปาน
กลาง เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีในดินท่ีมีการระบายน้าดี ความชืนสูง
เหมาะสา้ หรบั ปลูกเพอื่ สรา้ งจดุ เด่นและให้ร่มเงาในสวนสาธารณะ ปลูก
รมิ สนามหญ้า ริมถนนในสถานท่ีราชการใต้สายไฟ ปลูกริมทะเลและ
ตกแต่งทางหลวงต่างจังหวัด ระยะปลกู 3-5 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นทีศ่ ึกษา เจรญิ เตบิ โตไมด่ ี เน่ืองจาก
ระยะแรกปลกู มีน้าท่วมขัง เม่ือปรับระดบั ดินบรเิ วณโคนตน้ การระบาย
น้าดีขึน ท้าให้ต้นที่รอดตายเจริญได้ดี พบหนอนเจาะท้าลายล้าต้น
หนอนกดั กินใบและดอกอ่อน
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
47
ชมพู่แก้มแหม่ม (Java Apple)
ช่อื วิทยาศาสตร์ Syzygium samarangense (Blume) Merr. L.M. & Perry
ชือ่ วงศ์ MYRTACEAE
ชอ่ื อื่น ชมพู่ ชมพู่เขยี ว ยามกู ะลาป๋า
ถิ่นกาเนิด เอเชีย
ลักษณะท่ัวไป ไมต้ ้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 8-15 เมตรขนาดทรง
พุ่ม 5-7 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปกรวยกว้างหรือทรงกลม หนาทึบ
เปลือกตน้ มีสีนา้ ตาลเขม้ อมเทา แตกหยาบ ๆ หลดุ ลอ่ นเปน็ แผ่น
ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอกเรียวหรือรูปรีแกมรูป
ขอบขนาน กว้าง 5-10 ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายใบเรยี วแหลม โคนใบ
สอบ ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผน่ ใบหนาและเหนียว สีเขียวสด
ใบมีต่อมน้ามันหอม ก้านใบอวบยาว 0.5-0.9 ซม.
ดอก สีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงท่ีด้านข้าง
ของก่งิ ช่อดอกห้อยยาว 7-10 ซม. กลบี เลียง 4 กลบี สีเขียวอ่อนเชอื่ มติด
กับฐานรองดอกรูปกรวย กลีบดอก 4 กลีบ รูปช้อน เกสรเพศผู้จ้านวน
มาก สีขาวปลายเหลอื ง เส้นผ่านศูนยก์ ลางดอก 4-5 ซม.
ผล ผลสดแบบมเี นอื รปู ทรงระฆังหรือสามเหล่ียมฐานกว้าง
กว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-6 ซม. ผิวเกลียงเป็นมัน สีแดงอมเขียว เมื่อสุกสี
แดงอมชมพู เนือชุ่มน้า เมล็ดค่อนข้างกลม สีเทาอมขาวขนาดใหญ่
จา้ นวน 1-2 เมล็ดต่อผล
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี ออกดอกมากช่วงฤดูหนาว
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ และตอนก่งิ
นเิ วศวทิ ยา พบปลกู เลียงอยู่ทัว่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รปู ทรง ดอกและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตปานกลาง ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินทราย การระบายน้าดี
เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงา หรือเป็นไม้ผลในสวนหลังบ้าน ปลูก
สวนป่า สร้างพืนที่สีเขียวและภูมิทัศน์ท่ีเป็นธรรมชาติ ผลสุก
รบั ประทานสด ระยะปลูก 4-7 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา เจรญิ เติบโตดี แตเ่ มื่อมีอายุ
มากขนึ พบหนอนเจาะท้าลายล้าต้นและกาฝาก ทา้ ใหก้ ง่ิ ส่วนบนทรงพุ่ม
แห้งตาย แกไ้ ขดว้ ยการตัดแตง่ จะได้รูปทรงที่สวยงาม ในชว่ งตดิ ผลพบ
ปัญหาผลรว่ งหล่น มีกล่นิ เป็นอาหารของมดและแมลง
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
48
ชมพู่ม่าเหมยี่ ว (Malay Apple)
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Syzygium malaccense (L.) Merr. L.M. & Perry
ชื่อวงศ์ MYRTACEAE
ชอื่ อ่ืน ชมพู่แดง ชมพูส่ าแหรก
ถ่นิ กาเนดิ มาเลเซยี
ลักษณะท่ัวไป ไมต้ ้นขนาดกลางถงึ ขนาดใหญ่ สูง 8-15 เมตรขนาดทรง
พมุ่ 5 - 7 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรปู กรวยกว้างหรอื ทรงกลม หนาทึบ
เปลือกต้นสเี ทาหรอื สีน้าตาลออ่ น ค่อนขา้ งเรียบ หรือแตกเปน็ แผ่น
ใบ ใบเด่ียว เรียงตรงข้ามสลับตังฉาก รูปใบหอกเรียว กว้าง
5-10 ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายใบแหลมติ่ง โคนใบสอบเรียวแหลม
ขอบใบเรียบเป็นคล่ืนเล็กน้อย แผ่นใบหนาและเหนียว สีเขียวสดเรียบ
เป็นมนั ก้านใบอวบ ยาว 0.5-0.9 ซม.
ดอก สีชมพู ออกเป็นช่อแบบชอ่ กระจกุ แยกแขนงท่ดี ้านขา้ ง
ของก่ิงแก่ ช่อดอกตังยาว 7-10 ซม. กลีบเลียง 4 กลีบ สีเขียวอมน้าตาล
เชอ่ื มติดกบั ฐานรองดอกรปู กรวย กลีบดอก 4 กลีบ รูปช้อน เกสรเพศผู้
จ้านวนมาก สีชมพปู ลายเหลอื ง เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 4-5 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนือ ทรงกลมหรือรียาว กว้าง 4-6 ซม. ยาว
5-8 ซม. ผิวเกลียงเป็นมัน เม่ือสุกเป็นสแี ดงหรือขาวลายแดง เนอื ชมุ่ น้า
เมล็ดคอ่ นขา้ งกลม สเี ทาอมขาวขนาดใหญ่ จ้านวน 1 เมลด็ ตอ่ ผล
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี ออกดอกมากชว่ งฤดหู นาว
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็ และตอนก่ิง
นเิ วศวิทยา พบปลกู เลียงอยทู่ ั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ดอกและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วนปนเหนียว การระบายน้าดี เหมาะ
ส้าหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงา หรือเป็นไม้ผลในบ้าน ปลูกสวนป่า เกษตร
ผสมผสานและภูมิทศั นท์ ่ีเปน็ ธรรมชาติ ผลสุกรับประทานสดและเกสร
เพศผู้ใชป้ ระกอบอาหาร ระยะปลกู 4-7 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา พบว่าในต้นที่ปลูกในที่มี
การระบายน้าดี หรอื ในระยะ 5-6 ปีแรกของการปลูก เจริญเติบโตได้ดี
แต่เมื่อมีอายุมากขึนพบหนอนเจาะท้าลายล้าต้นและก่ิง ท้าให้กิ่ง
สว่ นบนทรงพ่มุ แหง้ ตาย พบกบั ตน้ ที่อยู่รมิ น้า
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
49
ชัยพฤกษ์ (Javanese Cassia)
ชือ่ วิทยาศาสตร์ Cassia javanica L. subsp. javanica
ช่อื วงศ์ FABACEAE
ช่ืออืน่ ขเี หลก็ ยะวา
ถิน่ กาเนิด อินเดีย มาเลเซียและภาคใต้ของประเทศไทย
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-25 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8
เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปร่ม แผก่ วา้ ง เปลอื กต้นสนี ้าตาล ค่อนข้างเรียบ
ตน้ เล็กจะมีหนาม ตน้ ใหญ่จะมีรอยแผลปมหนามตามแนวขวาง
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 15-30 ซม. ใบย่อย 7-12 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน
หรือรปู ไขแ่ กมรปู รี กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 3.5-5 ซม. ปลายใบแหลม โคน
ใบกลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขียวสด เกลียง
ผวิ ใบด้านลา่ งสีอ่อนกวา่ มีขนละเอยี ด
ดอก สีชมพู ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดแตกแขนงท่ีกิ่งและ
ปลายกิ่ง ช่อดอกตัง ยาว 5-16 ซม. ดอกย่อยรูปดอกหางนกยูงจ้านวน
มาก กลบี เลียง 4 กลบี รูปไข่ ปลายแหลม สีเขยี ว กลบี ดอก 5 กลบี รูปไข่
กลับ โคนคอดเป็นกา้ น สีชมพูและเปล่ียนเป็นขาว เกสรเพศผู้ 9-10 อัน
สีเหลอื ง 3 อัน มลี ักษณะยาวโคง้ เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางดอก 2.5-3.5 ซม.
ผล ผลแห้ง เป็นฝักทรงกระบอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 30-40
ซม. ฝักอ่อนสีน้าตาล เม่ือสุกสีด้า เมล็ดกลมแบน สีน้าตาลเป็นมัน
จ้านวน 40-50 เมลด็ ตอ่ ฝัก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ก.พ.- พ.ค. ผล เม.ย.- ก.ค.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมลด็
นเิ วศวทิ ยา พบตามปา่ ท่งุ ปา่ โปรง่ และปลูกเลียงอยทู่ ่วั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจริญเติบโตปานกลาง ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินทราย เหมาะส้าหรับ
ปลูกเพื่อให้ร่มเงา หรือสร้างจุดเด่นในที่โล่งขนาดใหญ่ สวนสาธารณะ
สนามกอลฟ์ สถานที่ราชการ หน้าอาคาร ปลกู แสดงแนวขอบเขตพืนท่ี
และตกแต่งทางหลวงตา่ งจงั หวดั ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี ทรงพุ่ม
ค่อนขา้ งแนน่ ออกดอกนอ้ ยและพบหนอนเจาะท้าลายล้าต้นและฝัก ท้า
ให้สูญเสียความงามดา้ นรูปทรง พบกับตน้ ทป่ี ลูกในทที่ ม่ี รี ะดับน้าใต้ดิน
สูง การระบายนา้ ไมด่ ี
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
50
เชยี ด (Chead)
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Chinnamomum iners Reinw. ex Blume
ชือ่ วงศ์ LAURACEAE
ชื่ออ่ืน กะเชียด กะพังหนั เคยี ด มหาปราบตวั ผู้ อบเชยตน้
ถน่ิ กาเนดิ เอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-20 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8
เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพมุ่ กลมทึบหรอื รูปเจดีย์ตา้่ เปลือกต้นสีน้าตาลอม
เทาหรือสนี ้าตาลออ่ น คอ่ นขา้ งเรียบ หรอื แตกเปน็ สะเก็ดเล็กบาง ๆ
ใบ ใบเด่ียว ตรงข้าม หรือเยื่องกันเล็กน้อย รูปขอบขนาน
กวา้ ง 2.5-7.5 ซม. ยาว 7.5-25 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบ
เรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนาและแข็งกรอบ สีเขียวสดเป็นมัน ผิวใบ
ดา้ นลา่ งมีคราบนวลขาว ก้านใบยาว 0.5-0.6 ซม. ใบมกี ล่ินหอมอบเชย
ดอก สีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอมเขียว มีกลิ่นหอม ออกเป็น
ช่อแบบชอ่ แยกแขนงท่ีปลายกิ่ง ช่อดอกตัง ยาว 10-25 ซม. ดอกตมู ทรง
กลม กลีบรวมเรียง 2 ชัน ๆ ละ 3 กลีบ สีเขียวรูปช้อนสันๆ เกสรเพศผู้
12 อัน เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางดอก 0.3-0.4 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนือเมล็ดเดียว ทรงกลมรีหรือรูปไข่ กว้าง
0.5-0.8 ซม. ยาว 1-1.2 ซม. สีเขียวเข้ม เม่ือสุกสีนา้ เงินเขม้ มคี ราบสขี าว
ฐานรองรับผลเปน็ รปู ถว้ ย ปลายแยกเป็น 6 แฉก เมลด็ รูปไข่ สีนา้ ตาล
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ม.ค.-เม.ย. ผล มิ.ย.-ก.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็
นิเวศวิทยา พบตามปา่ ดิบ
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ ทรงพุ่มสวยงาม ผิวสัมผัสค่อนข้างหยาบ
เจริญเติบโตปานกลาง ขึนไดด้ ใี นดินรว่ น การระบายน้าดี เหมาะส้าหรบั
ปลูกเพื่อใหร้ ่มเงาลานจอดรถ หรือเปน็ ฉากหลงั สวนป่า ภมู ิทศั น์ท่ีเป็น
ธรรมชาติและสวนสมุนไพร ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพ้ืนท่ีศึกษา เจริญเติบโตดีมาก
เน่ืองจากเป็นพรรณไม้ท้องถิ่น มีการกระจายพันธ์ุโดยธรรมชาติ ส่วน
ใหญพ่ บขนึ ตามชายป่า หรือพืนทีถ่ กู รบกวนนอ้ ย
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
51
ตะแบกนา (Queen’s Flower)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia floribunda Jack
ชื่อวงศ์ LYTHRACEAE
ชอื่ อน่ื กระแบก ตะแบก ตะแบกไข่
ถิ่นกาเนิด เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-25 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 5-7 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่ โคนต้นเป็นพูพอน เปลอื กต้น
เทาออ่ นอมขาว ล่อนเป็นแผน่ ทา้ ให้ผิวเปลือกด่างเปน็ วงกระจายทั่วไป
ใบ ใบเด่ียว เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมรูปใบหอก กว้าง 5-8
ซม. ยาว 8-20 ซม. ปลายใบมน มีตง่ิ แหลมเลก็ โคนใบมนหรอื สอบเรยี ว
ขอบใบห่อขึน แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียวและย่นเป็นลอน สีเขียว
นวลเป็นมัน ก้านใบอวบ ยาว 0.5-0.9 ซม. ใบอ่อนสีแดงอมชมพูมีขน
ละเอยี ดรูปดาว
ดอก สีม่วงอมชมพู และเปลี่ยนเป็นสีซีดเกือบขาวเม่ือใกล้
โรย ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงท่ีปลายกิ่ง ช่อดอกตัง ยาว 10- 50
ซม. กลีบเลียงโคนเช่ือมติดกันเป็นรูปถ้วย มีสันนูนตามยาวและมีขน
สนั ๆ ปลายแยกเปน็ 6 แฉก กลีบดอก 6 กลีบ รูปทรงกลม ออกสลับกับ
กลีบเลียง โคนกลีบคอดเรียวเป็นก้านสันๆ กลีบดอกบางยับย่น เกสร
เพศผจู้ า้ นวนมาก สีเหลืองสด เส้นผ่านศนู ย์กลางดอก 2.5-3.5 ซม.
ผล ผลแห้งแตกกลางพู ทรงกลมรหี รอื รปู ไข่ กว้าง 1-1.5ซม.
ยาว 1.2-2 ซม. เปลือกเกลียงแข็ง มีกลีบเลียงคงอยู่ เม่ือสุกสีน้าตาล
เมลด็ แบนมปี ีก สีนา้ ตาลอมเหลือง จ้านวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ปีละ 2 ครัง ดอก พ.ย.- ม.ค. ผล ธ.ค.- ก.พ.
ดอก พ.ค.- ก.ค. ผล ม.ิ ย.- ส.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมล็ด
นิเวศวิทยา พบท่วั ไปตามทอ้ งนา ในภาคตะวันออกและภาคใต้
การใช้งานดา้ นภูมิทัศน์ รูปทรง ดอกและล้าตน้ สวยงาม ผวิ สัมผัสปาน
กลางถึงหยาบ การเจรญิ เติบโตขึนอยู่กบั สภาพพืนที่ เหมาะส้าหรับปลูก
เพือ่ สร้างจุดเด่นและให้ร่มเงา สถานท่ีราชการ ริมถนนในเมือง ตกแต่ง
ทางหลวงตา่ งจังหวัดและภูมทิ ัศนท์ เ่ี ป็นธรรมชาติ ระยะปลูก 4-7 เมตร
ลักษณะการเจริญเตบิ โตท่ีพบในพ้ืนท่ศี ึกษา เจรญิ เติบโตเรว็ เนื่องจาก
เป็นพรรณไม้ในท้องถิ่น มีปัญหาเรื่องกาฝาก เพราะมีเปลือกหนาและ
อวบน้า แก้ไขได้โดยการตดั แตง่ ส่งผลใหไ้ ด้ทรงพมุ่ กลมและแผก่ ว้าง
หมายเหตุ ต้นไมป้ ระจา้ จงั หวัดสระบรุ ี
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
52
ตะลงิ ปลิง (Cucumber Tree)
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Averrhoa bilimbi L.
ช่ือวงศ์ OXALIDACEAE
ชื่ออ่นื บลมี งิ มะเฟอื งเทศ หลงิ ปลิง
ถิ่นกาเนดิ อินโดนเี ซยี และมาเลเซยี
ลกั ษณะทัว่ ไป ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร ขนาดทรง
พ่มุ 3-5 เมตร กึ่งผลดั ใบหรือไม่ผลดั ใบ ทรงพุ่มรปู ไข่โปรง่ เปลือกตน้ สี
น้าตาลเข้มปนเทา แตกเปน็ สะเกด็ ละเอยี ดและมีปุ่มนนู รอบล้าต้น
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 20-60 ซม. ใบยอ่ ย 12-22 คู่ เรียงตรงขา้ ม ใบรปู ขอบขนาน
แกมรูปใบหอก กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-12 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบ
สอบ ขอบใบหอ่ ขึนและเป็นคลื่น แผ่นใบบางและออ่ น สเี ขยี วอมเหลือง
มีขนนุ่มสีเทาปกคลมุ ทังสองด้าน
ดอก สีแดงอมม่วง กลางดอกสีนวล มีกล่ินหอมอ่อน ๆ
ออกเป็นชอ่ แบบชอ่ กระจกุ แยกแขนงสัน ๆ ท่ีกิ่งแกแ่ ละโคนต้น ช่อดอก
ห้อยยาว 5-10 ซม. ดอกย่อยจ้านวนมาก กลีบเลียง 5 กลีบ สีน้าตาลอม
แดง เรียงซ้อนเหล่ือมกัน กลีบดอก 5 กลีบ รูปขอบขนาน ปลายมน
เกสรเพศผู้ 10 อัน สัน 5 อัน ยาว 5 อนั เรียงสลบั เส้นผา่ นศูนยก์ ลางดอก
1-1.5 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนือ รูปรีป้อม กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 4-7
ซม. ปลายแหลม โคนมน ผวิ เกลียง และเปน็ พตู ืน ๆ 4 พู สเี ขยี วสด เม่ือ
สุกเป็นสีเขียวอมเหลือง ฉ้่าน้า มีรสเปรียว เมล็ดรูปรีแบน จ้านวน 3-5
เมล็ดต่อผล
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด หรอื ทาบกิง่
นิเวศวทิ ยา พบปลกู เลียงอยู่ทั่วไป
การใชง้ านดา้ นภมู ทิ ศั น์ รปู ทรง ดอกและผลสวยงาม ผวิ สัมผสั คอ่ นขา้ ง
ละเอียด เจริญเติบโตเร็ว ขนึ ได้ดีในดินร่วนปนดินทรายและมีความชืน
สูง เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงาและเป็นผักสวนครัวในบ้าน สวน
ผักพืนบ้าน สวนสมุนไพร เกษตรผสมผสานและภูมิทัศน์ท่ีเป็น
ธรรมชาติ ผลใช้ประกอบอาหาร ระยะปลกู 3-5 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดีในระยะ 3-5
ปแี รก แตเ่ มื่อมีอายุมากขึนพบหนอนเจาะท้าลายก่ิงและล้าต้น ทา้ ให้กิ่ง
ส่วนบนทรงพุม่ แหง้ ตายหรือตายทงั ต้น
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
53
ตาเบเหลือง (Silver Trumpet Tree)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Tabebuia argentea Britt.
ชอ่ื วงศ์ BIGNONIACEAE
ชอ่ื อืน่ เหลืองปรดี ยี าทรณ์
ถ่ินกาเนดิ ปารากวัย อาร์เจนตนิ า และบราซลิ
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 8 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 4-6
เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่หรือรปู ร่ม แตกกง่ิ กา้ นเปน็ ชัน เปลอื กต้นสี
น้าตาล แตกเปน็ รอ่ งลกึ ตามแนวยาวและขรุขระ
ใบ ใบประกอบรปู นวิ มอื เรียงเวยี นสลับ ก้านใบรวมยาว 8-15
ซม. ก้านใบย่อย ยาว 1-5 ซม. มีใบย่อย 5-7 ใบ รปู รีแกมรูปขอบขนาน
กว้าง 2-4 ซม. ยาว 6-18 ซม. ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือ
สอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา เหนียวและค่อนข้างแข็ง ใบเหลือบสี
เงนิ ทังสองดา้ น
ดอก สีเหลืองสด ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงที่
ปลายกิง่ ช่อดอกตงั ยาว 10-15 ซม. ดอกยอ่ ยรปู แตร 7-15 ดอก กลีบเลียง
โคนเช่ือมติดกันคล้ายรูประฆัง ปลายแยกเป็นแฉกบิดเฉียงไม่เท่ากัน
กลีบดอกโคนเช่อื มติดกันเป็นหลอด ยาว 4.5-6.5 ซม. ปลายแยกเป็น 5
แฉก เกสรเพศผู้ 4 อนั เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 3-4 ซม.
ผล ผลแห้งแตก เป็นฝักทรงกลมค่อนข้างแบน กว้าง 1.5-2
ซม. ยาว 10-12 ซม. สีเขียวอมน้าตาล มีรอยตะเข็บตามแนวยาว 4 รอย
เม่ือสกุ สีนา้ ตาลเมลด็ มปี ีกหรอื เยอื่ บางสีขาว เมลด็ สนี า้ ตาลจ้านวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ก.พ.- ม.ี ค. ผล เม.ย.- ก.ค.
การขยายพันธุ์ เพาะเมลด็
นิเวศวทิ ยา พบปลกู เลยี งทวั่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสปาน
กลาง เจรญิ เติบโตช้า ขึนได้ดีในดนิ ร่วน การระบายน้าดี ทนแลง้ เหมาะ
ส้าหรับปลูกเพ่ือสร้างจุดเด่นในสวนสาธารณะ สนามกอล์ฟ ริมสนาม
หญ้า อาคาร สถานท่ี ตกแต่งถนนในเมืองและทางหลวงต่างจังหวัด
ระยะปลกู 4-6 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตเร็วใน
ระยะแรก แต่เมื่ออายุมากขึนเจริญเติบโตช้า การผลัดใบเพียงบางส่วน
เกดิ ดอกน้อย เปลอื กล้าต้นแตก มเี ชือราเขา้ ท้าลายและกิ่งสว่ นปลายทรง
พุ่มแห้งตาย สาเหตุจากปริมาณน้าฝนและความชืนสูง ส้าหรับต้นท่ีขุด
ล้อม ระบบรากไม่แขง็ แรง โคน่ ลม้ งา่ ยกวา่ การปลกู ตน้ เล็ก
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
54
ทองหลางดา่ ง (Variegated Coral Tree)
ช่อื วิทยาศาสตร์ Erythrina variegata L.
ช่ือวงศ์ FABACEAE
ชอ่ื อ่ืน ทองบ้าน ทองเผือก ทองหลางลาย ปารชิ าติ
ถิน่ กาเนดิ แทนซาเนีย จีน ไต้หวนั อนิ เดยี และมาเลเซีย
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-12 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 8-12
เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม หนาทบึ เปลือกต้นสีน้าตาลเทา มีลายคล้าย
รอ่ งแตกตามแนวยาว สขี าว ลา้ ตน้ และกงิ่ มหี นามสัน สดี า้
ใบ ใบประกอบมีใบยอ่ ยสามใบ เรียงเวยี นสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 15-20 ซม. รปู ไขห่ รือรูปไข่แกมรูปขนมเปียกปูน กว้าง 6-
15 ซม. ยาว 8-16 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า ขอบใบเรียบ แผ่น
ใบบางอ่อน สีเขียวสดเป็นมัน มีลายสีเหลืองตามแนวเส้นแขนงใบทัง
สองด้าน
ดอก สีแสดและสีขาว (E.variegata ‘Alba’) มีกล่ินหอม
อ่อนๆ ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่ง ดอกรปู ดอกถั่ว
กลีบดอกโคง้ ยาว 5-8 ซม. กลีบเลยี งเชือ่ มติดกนั เป็นรูประฆงั ขอบหยัก
ซี่ฟนั ตืน ๆ 5 จกั มีขนสนั ๆ กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 10 อัน
ผล ผลแห้งแตก เป็นฝักหนา กว้าง 2-3 ซม. ยาว 15-20 ซม.
คอดเล็กน้อยระหว่างเมล็ด หรือเป็นข้อ ๆ ต่อกัน เมื่อสุกสีน้าตาลเข้ม
เมลด็ รปู ไต สสี ้มหรอื แสด จ้านวน 2-5 เมลด็ ต่อฝกั แตไ่ ม่ค่อยตดิ ฝกั
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ธ.ค.- ก.พ. ผล ม.ี ค.- พ.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็ ตอนก่งิ หรือปักช้ากิ่ง
นิเวศวทิ ยา พบปลูกเลียงอยทู่ ัว่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม สีสะดุดตา
ผิวสัมผัสหยาบ เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินทุกชนิด การระบายน้าดี
ทนแล้งและทนเค็ม ถ้าอยู่ในท่ีแล้งจะทิงใบหมดต้น ก่ิงค่อนข้างเปราะ
เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงา หรือสร้างจุดเด่นในที่โล่งขนาดใหญ่
สวนสาธารณะ สนามกอลฟ์ และริมสนามญ้า ระยะปลกู 6-10 เมตร
ลักษณะการเจรญิ เติบโตที่พบในพน้ื ทศี่ ึกษา เจรญิ เติบโตได้ดี พบว่าต้น
ทปี่ ลูกในท่ีเนนิ จะทิงใบหมด ออกดอกพร้อมกนั ทงั ตน้ และจะออกดอก
กอ่ น สว่ นต้นที่ปลูกในท่ีอย่ใู นทรี่ าบลุ่มหรือใกล้แหลง่ น้าจะทิงใบเพยี ง
บางส่วน ทั่วไปพบว่าต้นจะโค่นล้มและหักโค่นได้ง่ายเน่ืองจากกิ่ง
เปราะเชน่ เดียวกับทองหลางใบมน
หมายเหตุ ตน้ ไม้ประจา้ จังหวดั ปทุมธานี
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
55
ไทรกระเป๋า (Krishnae’s Buttercup)
ช่อื วิทยาศาสตร์ Ficus benghalensis L. Krishnae
ช่อื วงศ์ MORACEAE
ชอ่ื อ่ืน ไทรกฤษณะ
ลกั ษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ 12-30 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 10-20 เมตร ก่ิงก้านแข็ง ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มค่อนข้างกลมแผ่กว้าง
โปรง่ มกี ิ่งกา้ นไมม่ าก เปลือกสีน้าตาลออ่ นอมแดง เรียบ มีรากค้ายันล้า
ตน้ และรากอากาศรัดพนั
ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปไข่กว้างถึงรูปรี กว้าง 10-12
ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายใบมนป้านหรือเป็นติ่งแหลม โคนใบสอบ
บรเิ วณโคนก้านใบด้านหลังพับเข้าหากนั เป็นรูปถ้วยหรอื กระเป๋าขนาด
เล็ก แผ่นใบหนาและเหนยี ว สีเขยี วสด สากมือเล็กนอ้ ย ผิวใบด้านล่างสี
อ่อนกว่ามีขนนมุ่ เส้นแขนงใบนูนเด่น กา้ นใบยาว 5-7 ซม.
ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อรูปร่างคล้ายผล คือ มี
ฐานรองดอกเจริญแผ่ขยายใหญเ่ ป็นกระเปาะมรี เู ปิดที่ปลาย โอบดอกไว้
ดอกมีขนาดเล็กแยกเพศในกระเปาะ ดอกทังสองเพศ มีกลบี รวม 3 กลีบ
รปู ไข่ ดอกเพศผู้มจี า้ นวนน้อย เส้นผา่ นศูนยก์ ลางชอ่ ดอก 1-1.2 ซม. ไม่
มีกา้ นชอ่ ดอก
ผล ผลสดแบบมะเด่ือ ทรงกลมแป้น เสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 1.5-2
ซม. ออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ที่ซอกใบใกล้ปลายก่ิง ไม่มีก้านผล ที่ขัวผลมี
กาบ 3 กาบรองรับ เมื่อสุกสีน้าตาลแดงหรือสีส้มแดง ด้านบนมรี อยบุ๋ม
เมลด็ กลม สีด้า ขนาดเล็กจ้านวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ก.พ.- มี.ค. ผล มี.ค.- เม.ย.
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด หรอื ตอนกิง่
นิเวศวทิ ยา พบปลูกเลยี งอยู่ทัว่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและใบสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีในดินทุกชนิด มีรากอากาศห้อยย้อยสวยงาม
เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือเป็นพันธุ์ไม้ตัวอย่างในสถานศึกษา ปลูกใน
กระบะหรือพืนที่จ้ากัดตดั แต่งทรงพุ่ม ท้าให้พุ่มแน่นสวยงามและปลูก
เพ่ือสรา้ งจดุ เด่นใหก้ บั อาคารและสถานที่ ระยะปลูก 8-10 เมตร
ลักษณะการเจริญเตบิ โตที่พบในพน้ื ทศี่ ึกษา เจรญิ เตบิ โตไดด้ ี เน่ืองจาก
ความชืนในอากาศสูงและต้นขนาดใหญ่มอี ายุมาก ทา้ ให้เกิดดอกติดผล
แต่ทรงพมุ่ ไม่สวยงามเพราะปลกู ใกลก้ บั พรรณไมช้ นดิ อ่นื มากเกินไป
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ ้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
56
ไทรซิลลเิ บส
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Ficus neriifolia Sm.
ช่ือวงศ์ MORACEAE.
ชื่ออื่น ไทรอเิ รกูลา่
ถน่ิ กาเนิด เทอื กเขาหมิ าลยั
ลักษณะทวั่ ไป ไมต้ ้นขนาดเลก็ ถึงขนาดกลาง สูง 8-12 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 6-8 เมตร ไม่ผลดั ใบ ทรงพุ่มคอ่ นข้างกลมแผ่กว้าง แตกก่ิงห้อยย้อย
เปลือกต้นสีน้าตาลอมเทา เรียบ รากเป็นพูพอนขนาดเล็ก ระบบรากแผ่
กวา้ งและรากอากาศรัดพัน
ใบ ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปใบดาบ กว้าง 2-3 ซม. ยาว 10-17
ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบเรยี วแหลมหรือเป็นรูปลิ่ม ขอบใบ
หอ่ เข้าทางผิวใบด้านล่างและเป็นคล่ืน แผ่นใบบางแต่คอ่ นข้างเหนียว สี
เขียวสดเรยี บเปน็ มนั ก้านใบสนี ้าตาลแดง ยาว 0.4-0.7 ซม.
ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อรูปร่างคล้ายผล คือ มี
ฐานรองดอกเจริญแผข่ ยายใหญ่เป็นกระเปาะมีรูเปิดทปี่ ลาย โอบดอกไว้
ดอกมขี นาดเล็กแยกเพศในกระเปาะ ดอกทังสองเพศ มกี ลบี รวม 3 กลีบ
รูปไข่ ดอกเพศผู้มีจ้านวนน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางช่อดอก 0.3-0.5 ซม.
ไม่มีก้านชอ่ ดอก
ผล ผลสดแบบมะเดื่อ ทรงกลมแป้น เส้นผา่ นศูนย์กลาง 0.6-
0.8 ซม. ออกเดี่ยวหรือเป็นคทู่ ่ีซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สเี ขียวอมเหลือง ไม่
มีก้านผล ท่ีขัวผลมีกาบเล็ก ๆ 3 กาบรองรับ เมื่อสกุ สสี ้มแดง ดา้ นบนมี
รอยบมุ๋ เมลด็ ทรงกลม สีดา้ ขนาดเล็กจ้านวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ก.พ.- มี.ค. ผล ม.ี ค.- พ.ค.
การขยายพันธ์ุ ตอนก่ิง หรอื ปกั ช้ากิง่
การใช้งานด้านภมู ิทัศน์ รปู ทรงและใบสวยงาม ผวิ สัมผัสละเอยี ด โตช้า
มีรากอากาศห้อยย้อย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนดินทราย การ
ระบายน้าดี ปลูกริมน้าได้แต่ไม่ทนน้าท่วมขัง เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อ
ประดับในสวนสาธารณะ สวนน้า ลดความแขง็ กระด้างของอาคารและ
ภูมทิ ศั น์ทีเ่ ป็นธรรมชาติ ระยะปลกู 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา เจริญเติบโตดี เนื่องจาก
ปลูกในที่ราบระดับน้าใต้ดินสูง การระบายน้าดีและความชืนในอากาศ
สงู แตป่ ลกู ใกลก้ ับอาคารมากไป ท้าใหม้ ที รงพมุ่ สวยงามเพยี งดา้ นเดียว
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
57
ไทรทอง
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Ficus microcarpa L.f. Goden Leaves
ชือ่ วงศ์ MORACEAE
ชื่ออื่น ไทรยอดทอง
ลกั ษณะทั่วไป ไมต้ ้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สงู 5-10 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 4-6 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมแผ่กว้าง เปลือกต้นสีน้าตาลอ่อน
เรียบ แตกเป็นร่องตืนๆ สีนวลตามแนวขวางและมรี ากอากาศรดั พัน
ใบ ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปไข่กลับ กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 5-7
ซม. ปลายใบต่งิ แหลม โคนใบสอบเรียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้าง
หนาและเหนียว สีเขียวอมเหลือง เรียบเป็นมัน ก้านใบยาว 0.5-1 ซม.
ใบอ่อนถ้าได้รับแสงเต็มท่ีจะมีสีเหลืองทองและเปลี่ยนเป็นสีเขียวเม่ือ
ใบแก่หรอื ไดร้ บั แสงแดดนอ้ ย
ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อรูปร่างคล้ายผล คือ มี
ฐานรองดอกเจริญแผ่ขยายใหญเ่ ป็นกระเปาะมีรูเปิดทป่ี ลาย โอบดอกไว้
ดอกมีขนาดเลก็ แยกเพศในกระเปาะ ดอกทังสองเพศ มกี ลบี รวม 3 กลีบ
รปู ไข่ ดอกเพศผู้มีจ้านวนน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางช่อดอก 0.3-0.5 ซม.
ไม่มีก้านช่อดอก
ผล ผลสดแบบมะเด่ือ ทรงกลมแปน้ เส้นผา่ นศูนย์กลาง 1-1.2
ซม. ออกเด่ียวหรือเป็นคู่ท่ีซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สีอ่อนกว่า มีจุดสีครีม
ทั่วผล ไม่มีก้าน ท่ีขัวผลมีกาบเล็ก ๆ 3 กาบรองรับ เมื่อสุกสีชมพูหรือ
ชมพูอมม่วง ด้านบนมีวงแหวนและมีรอยบุ๋ม ไม่มีก้านผล เมล็ดทรง
กลม สดี า้ ขนาดเล็กจ้านวนมาก
ระยะการออกดอกตดิ ผล หมนุ เวียนตลอดปี
การขยายพันธุ์ ตอนก่ิง หรอื ปักชา้ ก่ิง
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและใบสวยงาม ผิวสัมผัสปานกลาง
เจริญเติบโตเร็ว ขึนไดด้ ีในดนิ ทกุ ชนดิ ทนตอ่ สภาพแวดลอ้ มตา่ งๆ ได้ดี
เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงาถนนบริเวณใต้สายไฟฟ้า ปลูกเป็นรัว
หรอื ตดั แตง่ ทรงพมุ่ ต้่าเปน็ ลวดลายในสนามหญา้ ปลกู ริมทะเลและปลูก
เพอื่ สรา้ งจดุ เด่นให้กบั สถานท่ี ระยะปลูก 3-6 เมตร หรือนอ้ ยกว่า
ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตทพ่ี บในพ้ืนทศี่ ึกษา เจริญเติบโตดี แต่สีของใบ
ไม่เปน็ เหลอื งเขม้ หรือเหลืองทอง เนอื่ งจากปริมาณน้าฝนและความชืน
ในอากาศสูง ท้าให้พืชได้รับไนโตรเจนจากอากาศมากไป แต่ใบจะมีสี
เหลอื งทองในฤดูแลง้ เพราะแสงแดดจัดและได้รับนา้ น้อยลง
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
58
ไทรใบยาว
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Ficus maclellardii King
ชอ่ื วงศ์ MORACEAE
ถนิ่ กาเนิด ไนจเี รีย
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-25 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 12-15
เมตร ผลัดใบระยะส้ัน ทรงพุ่มกลมแผ่กว้าง แตกกิ่งห้อยย้อย ลาต้นมี
ลักษณะกิ่งขนาดใหญ่พันกัน โคนต้นเป็นพูพอน ระบบรากแผ่กว้าง
เปลอื กตน้ สเี ทา มีจุดสคี รีมทง้ั ต้นและมีรากอากาศเล็กน้อย
ใบ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปใบดาบหรือรูปรีแกมรูปขอบ
ขนาน กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบเป็นต่ิงแหลม โคนใบ
สอบเรียว ขอบใบเรียบเป็นคล่ืนเล็กน้อย แผ่นใบค่อนข้างหนาและ
เหนยี ว สีเขียวสด เรยี บเปน็ มนั เสน้ กลางใบจม ก้านใบยาว 1-1.2 ซม.
ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อรูปร่างคล้ายผล คือ มี
ฐานรองดอกเจริญแผข่ ยายใหญ่เป็นกระเปาะมีรเู ปิดท่ีปลาย โอบดอกไว้
ดอกมีขนาดเล็กแยกเพศในกระเปาะ ดอกท้งั สองเพศ มีกลบี รวม 3 กลีบ
รูปไข่ ดอกเพศผู้มีจานวนน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางช่อดอก 0.3-0.5 ซม.
ไมม่ ีกา้ นช่อดอก
ผล ผลสดแบบมะเด่ือ ทรงกลมแป้น เส้นผา่ นศูนย์กลาง 0.8-1
ซม. ออกเด่ยี วหรือเป็นคู่ที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สีเขียวอมเหลือง มีปุ่ม
ปมขนาดเลก็ ทั่วผล เม่อื สุกเหลืองอมสม้ หรือสีนา้ ตาลอมเหลือง ด้านบน
มวี งแหวนและมีรอยบุ๋ม ไม่มีก้านผล ที่ข้ัวผลมกี าบเลก็ ๆ 3 กาบรองรับ
เมล็ดทรงกลม สีดา ขนาดเลก็ จานวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ดอก มี.ค.- เม.ย. ผล พ.ค.- ม.ิ ย.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด หรอื ตอนก่ิง
นเิ วศวทิ ยา พบการปลูกเล้ียงทว่ั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและใบสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด มีรากอากาศห้อยย้อยสวยงาม
ทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี ทนลม ทนแห้งแล้ง ทนน้าท่วมขัง
ระบบรากชอนไช เหมาะสาหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงาในพ้ืนที่ขนาดใหญ่
สวนสาธารณะและภูมิทัศน์ทีเ่ ป็นธรรมชาติ ระยะปลูก 8-12 เมตร
ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตทพี่ บในพนื้ ท่ีศึกษา เจรญิ เติบโตดี ระยะแรกโต
เร็วมาก ผลเป็นอาหารของนกและมีการกระจายพันธ์ุได้ง่าย ประกอบ
กบั สภาพอากาศชืน้ สามารถเจริญไดท้ วั่ ไป
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
59
ไทรย้อยใบแหลม (Benjamin Tree)
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Ficus benjamina L. ver. benjamina
ชื่อวงศ์ MORACEAE
ช่อื อ่ืน ไทร ไทรกระเบอ้ื ง ไทรย้อย
ถ่นิ กาเนดิ อนิ เดยี และมาเลเซยี
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-12 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 8-10
เมตร ผลดั ใบระยะสน้ั ทรงพุ่มกลม แผ่กว้าง แตกกิง่ หอ้ ยยอ้ ย เปลอื กต้น
สีน้าตาลอ่อน เรยี บ รากเปน็ พพู อนและรากอากาศรดั พัน
ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รปู รีแกมรูปไข่ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 5-
11 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้าง
หนาและเหนียว สีเขยี วสดเรียบเป็นมัน เส้นกลางใบจม ก้านใบยาว 0.6-
1.2 ซม.
ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อรูปร่างคล้ายผล คือ มี
ฐานรองดอกเจริญแผข่ ยายใหญเ่ ป็นกระเปาะมรี ูเปดิ ทป่ี ลาย โอบดอกไว้
ดอกมีขนาดเล็กแยกเพศในกระเปาะ ดอกทัง้ สองเพศ มีกลบี รวม 3 กลีบ
รปู ไข่ ดอกเพศผู้มีจานวนน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางช่อดอก 0.3-0.5 ซม.
ไม่มีก้านช่อดอก
ผล ผลสดแบบมะเดอ่ื ทรงกลมหรอื รูปไข่ เส้นผ่านศูนย์กลาง
0.8-1 ซม. ออกเดี่ยวหรือเป็นค่ทู ่ีซอกใบใกลป้ ลายก่ิง สีเขียวอมเหลือง มี
ปุ่มปมขนาดเล็กทั่วผล เมื่อสุกเหลืองอมส้มหรือสีแดงเข้ม ด้านบนมี
รอยบุ๋ม ไม่มีก้านผล ที่ขั้วผลมีกาบเลก็ ๆ 3 กาบรองรับ เมล็ดกลม สีดา
ขนาดเลก็ จานวนมาก
ระยะการออกดอกตดิ ผล หมุนเวยี นตลอดปี
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็ หรือตอนก่งิ
นิเวศวิทยา พบปลกู เลย้ี งอยูท่ ว่ั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและผลสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจริญเติบโตช้าแต่ข้ึนได้ดีในดินทุกชนิด ทนต่อมลพิษต่าง ๆ ได้ดี ทน
แล้ง ทนนา้ ท่วมขงั ทนเคม็ ระบบรากชอนไช เหมาะสาหรับปลูกเพื่อให้
ร่มเงาริมน้า ตกแต่งริมถนนในเมือง ทาเป็นไม้กระถางประดับภายใน
อาคารและภูมทิ ศั น์ที่เปน็ ธรรมชาติ ระยะปลกู 6-12 เมตร
ลักษณะการเจริญเตบิ โตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา พบว่าตน้ ทอี่ ยู่ริมนา้ คันบ่อ
ประมง เจริญเติบโตดีมาก รากอากาศห้อยย้อยแน่นทึบ ส่วนต้นท่ีปลูก
ให้รม่ เงาลานอเนกประสงค์ ต้องมกี ารตัดแตง่ ทรงพุ่มเพื่อควบคมุ การแผ่
ขยายและชอนไชของราก ผลร่วงทาให้พนื้ ลานสกปรก
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
60
น้าเต้าตน้ (Calabash Tree)
ช่ือวิทยาศาสตร์ Crescentia cujete L.
ชอ่ื วงศ์ BIGNONIACEAE
ช่อื อื่น น้าเตา้ ญ่ีปนุ่
ถ่ินกาเนดิ อเมรกิ ากลาง
ลกั ษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 4-9 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-10 เมตร
ไม่ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลม โปร่ง แตกก่งิ ก้านแผก่ ว้าง ปลายกิง่ ห้อย
ย้อย เปลอื กตน้ สีนา้ ตาลออ่ นอมเทา เรยี บ หรือแตกล่อนเปน็ แผ่นบาง ๆ
ใบ ใบเดี่ยว รวมกนั เป็นกระจกุ 3-7 ใบ เรียงสลับ รูปไข่กลับ
แกมรูปช้อน กว้าง 2.5-5.5 ซม. ยาว 8-18 ซม.ปลายใบมนหรือแหลม
โคนใบสอบเรียวเป็นครีบ ขอบใบห่อเข้าทางผิวใบด้านล่าง เป็นคล่ืน
แผ่นใบบางแตค่ ่อนขา้ งเหนยี วและย่นเปน็ ลอนสเี ขียวสด ไมม่ ีก้านใบ
ดอก สีเขียวอมเหลือง มีลายร้ิวสีชมพูอมม่วงเข้ม ดอกเดี่ยว
หรือคู่ออกทลี่ าต้นและกิ่ง ดอกห้อยลง ก้านดอกยาว 1.5-2.5 ซม. กลีบ
เลย้ี งโคนเชอ่ื มติดกนั เปน็ หลอดสนั้ ปลายแยกเป็น 2 แฉก กลีบดอกโคน
เชื่อมติดกันเป็นหลอดขนาดใหญ่ ยาว 5-7 ซม. ปลายแยกเป็น 5 แฉก
ดอกร่วงง่าย เกสรเพศผู้ 4 อัน เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 3-5 ซม.
ผล ผลสดแบบมเี น้ือหลายเมล็ด ทรงกลมขนาดใหญ่ เส้นผ่าน
ศูนย์กลาง 13-20 ซม. ก้านผลยาว 4-6 ซม. เปลือกแข็งหนา ผลอ่อนสี
เขียวสด เมื่อสุกมสี ีเหลืองอมเขียว เมลด็ ทรงกลมแบนสีน้าตาลเข้ม ฝัง
อยใู่ นเนื้อจานวนมาก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี
การขยายพันธุ์ เพาะเมลด็ หรอื ตอนกิ่ง
นเิ วศวทิ ยา พบปลูกเลยี้ งอยู่ทั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสปานกลาง
เจริญเติบโตช้า ขึ้นได้ดีในร่วนที่มีความช้ืนสูง ทนน้าท่วมขัง เหมาะ
สาหรบั ปลูกเพอ่ื ให้ร่มเงาบริเวณสวนหย่อมเพราะแสงส่องผ่านได้และ
ภมู ทิ ัศน์ที่เปน็ ธรรมชาติ ระยะปลูก 5-10 เมตร หรอื ปลกู ต้นเดย่ี ว
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา เจริญเติบโตดี โตช้ามาก
เน่ืองจากความชื้นสูง นอกจากน้ีบริเวณโคนต้นหรือภายใต้ทรงพุ่ม
สามารถจัดสวนหย่อมหรือปูหญ้าสนามที่ต้องการแสงไม่มาก แต่ทรง
พ่มุ ไม่สวยงามเพราะปลกู ใกลก้ ับพรรณไม้ชนิดอืน่ มากเกินไป
หมายเหตุ ต้นที่คล้ายกนั คือ ตนี เป็ดฝรง่ั (Crescentia alata HBK.)
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
61
นุ่น (White Silk Cotton Tree)
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Ceiba panjandrum (L.) Gaertn.
ช่ือวงศ์ BOMBACACEAE
ชื่ออนื่ งา้ ง ง้วิ สอย
ถ่นิ กาเนดิ อเมรกิ าใต้
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 8-10 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มคล้ายเจดีย์ต่า ๆ โปร่ง กงิ่ ตั้งฉากกับ
ลาต้น ออกรอบ ๆ มีลักษณะเป็นช้ันคล้ายฉัตร เปลือกต้นอ่อนสีเขียว
ตน้ แก่สเี ทาอมเขียว มลี ายคล้ายรอยแตกตามแนวยาวสีเขยี ว
ใบ ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงเวียนสลับ ก้านใบรวมสีแดง
ยาว 8 -20 ซม. มีใบย่อย 5-11 ใบ รูปใบหอกกลับ กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว
6-15 ซม. ปลายใบเรยี วแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือเปน็ จักฟัน
เล่อื ยหา่ ง ๆ 3-4 คู่ ทปี่ ลายใบออ่ น แผ่นใบบางแต่ค่อนขา้ งเหนียว สีเขยี ว
ดอก สีขาวหรือครีม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกท่ีรอยแผล
ของก้านใบใกล้ปลายก่ิง กระจุกละ 2-5 ดอก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันรูป
ระฆงั ปลายแยก 5 แฉก กลบี ดอก 5 กลีบโคนเชื่อมติดกันปลายกลีบโคง้
พับไปขา้ งหลงั เกสรเพศผู้ 5-6 อนั เสน้ ผ่านศูนยก์ ลางดอก 2.5-4 ซม.
ผล ผลแห้งแตกตามรอยประสาน ทรงยาวรี กว้าง 5-6 ซม.
ยาว 11-20 ซม. สเี ขียวสด เม่อื สกุ สีสเี ขยี วอมนา้ ตาล ภายในผลมี 5 ชอ่ ง
มนี นุ่ สขี าวเปน็ ปุย มเี มล็ดทรงกลมสีดาจานวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ม.ค.- มี.ค. ผล ก.พ.- พ.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็
นเิ วศวทิ ยา พบปลกู เลีย้ งทั่วไป
การใช้งานดา้ นภมู ทิ ัศน์ ทรงพุ่ม ใบ ดอกและผลสวยงาม ผิวสมั ผัสปาน
กลาง เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด เหมาะสาหรับปลูกเพ่ือ
สร้างพื้นที่สีเขยี ว หรือสร้างจุดเด่นในพ้ืนท่ีขนาดใหญ่ ปลูกเป็นกลุ่มท่ี
มมุ สนามหญ้าและปลกู เป็นฉากหลังของสวนเพือ่ โชวโ์ ครงสรา้ งของก่ิง
ระยะปลูก 6-10 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพ้ืนท่ีศึกษา เจริญเติบโตได้ดี โตเร็ว
โดยเฉพาะต้นท่ีอยู่ใกล้กับแหล่งน้า โครงสร้างของก่ิงแต่กิ่งเปราะหัก
โค่นงา่ ย ผลสุกแตกปุยนุ่นจะฟุ้งกระจาย แก้ปัญหาด้วยการตัดผลท่ีแก่
จดั กอ่ นผลแตก
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
62
บหุ งาส่าหรี (Fiddlewood)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Citharexylum spinosum L.
ชื่อวงศ์ VERBENACEAE
ชือ่ อ่ืน บุหงาแตง่ งาน ราชาวดี
ถ่นิ กาเนดิ หมเู่ กาะอนิ ดีสตะวนั ตก
ลักษณะท่วั ไป ไม้ตน้ ขนาดกลาง สูง 9-12 เมตร ขนาดทรงพมุ่ 3-6 เมตร
ผลัดใบ ทรงพุ่มทรงกระบอกแคบ ค่อนข้างโปร่ง แตกกิ่งก้านจานวน
มาก เปลือกตน้ สีนา้ ตาลปนเทา แตกเปน็ รอ่ งตามแนวยาว
ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก กวา้ ง 6-8 ซม. ยาว 10-
15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบเรียวแหลม แผ่นใบบางและ
อ่อน สีเขียวสดเรียบเป็นมัน ก้านใบสีส้ม ยาว 0.8-1.2 ซม. ใบจะ
เปลยี่ นเป็นสีเหลืองและสีสม้ แดงเม่อื ขาดนา้ หรือผลดั ใบ
ดอก สีขาว มกี ลิ่นหอมในตอนกลางคืนออกเป็นช่อแบบช่อ
เชิงลดท่ีซอกใบใกล้ปลายกิ่งและปลายก่ิง ช่อดอกห้อยยาว 10-20 ซม.
ดอกย่อยจานวนมาก กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยก
เปน็ 5 แฉก กลีบดอกโคนเชื่อมติดกนั ปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรเพศผู้
4 อัน เสน้ ผา่ นศูนย์กลางดอก 0.8-1 ซม.
ผล ไมพ่ บการติดผล
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี
การขยายพนั ธ์ุ ปกั ชา หรอื ตอนกิง่
นเิ วศวทิ ยา พบปลกู เล้ยี งอยทู่ ว่ั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ดอกหอม
ผิวสมั ผสั ปานกลาง เจรญิ เติบโตเร็ว ข้ึนไดด้ ใี นดินทุกชนิด ความช้นื สูง
การระบายน้าดี เหมาะสาหรับปลูกเพื่อสร้างจุดเด่นในสวนสาธารณะ
สถานทร่ี าชการ พื้นท่ีจากัด เชน่ มุมอาคาร มมุ บนั ได เพราะทรงพุ่มแคบ
ปลูกเพื่อพรางสายตาในบางส่วนและลดความแข็งกระด้างของอาคาร
ระยะปลูก 2-5 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตทพ่ี บในพื้นที่ศึกษา พบว่าต้นท่ีปลูกในท่ีราบ
ดินมีความช้ืนสูง เจริญเติบโตได้ดี มีดอกตลอดปี ทรงพุ่มแน่น ใบสี
เขยี วสด สว่ นต้นทป่ี ลูกบนท่ีเนนิ ใบเปล่ียนเป็นสีเหลืองและแดงอมส้ม
เพราะตน้ ขาดนา้ ซึง่ เป็นลักษณะเดน่ และท้ิงใบพร้อมผลิใบใหม่
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
63
ประดแู่ ดง (Fire of Pakistan)
ชือ่ วิทยาศาสตร์ Phyllocarpus septentrionalis Donn Sm.
ชอ่ื วงศ์ FABACEAE
ช่ืออืน่ วาสเุ ทพ
ถ่นิ กาเนิด อเมรกิ ากลางและอเมรกิ าใต้
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพมุ่ 6-8 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปทรงแผ่และห้อยย้อยลง เปลือกต้น
สนี า้ ตาลปนเทา มีสะเกด็ ขนาดเล็กตามแนวขวาง สีนา้ ตาลอมดา
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 13-15 ซม. ใบย่อย 3-5 คู่ เรียงตรงข้ามและเรียงขนาดเล็ก
ไปใหญ่ จากโคนถึงปลาย รูปไข่หรือรูปรีแกมรูปใบหอก กว้าง 2-2.5
ซม. ยาว 4-6 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบแหลมและเบี้ยว ขอบใบเรียบ
แผ่นใบบางแต่คอ่ นข้างเหนยี ว สีเขยี วสดเกล้ยี ง
ดอก สีแดงอมส้ม มีกลน่ิ หอมออ่ น ๆ ออกเป็นช่อแบบช่อเชิง
หล่ันท่ีรอยแผลของก้านใบและปลายก่ิง ช่อดอกต้ังยาว 5-7 ซม. ดอก
ยอ่ ยรูปดอกหางนกยงู กลีบเล้ียง 4 กลีบ รูปไข่ สีแดง กลีบดอก 5 กลีบ
เกสรเพศผู้ 9-10 อนั สีแดง เส้นผา่ นศูนย์กลางดอก 1.5-2 ซม.
ผล ผลแห้ง เป็นฝักทรงแบนแผ่เป็นปีก รูปรีแกมรูปขอบ
ขนาน คล้ายใบ กว้าง 1-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ฝักเหนียวมีเส้นนูนคล้าย
เส้นใบ มีกระเปาะกลมหรือรูปรีนูนเด่น สีเขียวอ่อน เมื่อสุกสีน้าตาล
แดง เมลด็ ค่อนข้างกลมแบน สนี ้าตาลออ่ น สว่ นมากมี 1 เมลด็ ต่อฝัก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ม.ค.- ก.พ. ผล มี.ค.- เม.ย.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมล็ด
นิเวศวทิ ยา ป่าเบญจพรรณแลง้ ทางภาคเหนอื ลงมาจนถึงภาคตะวันตก
การใช้งานดา้ นภูมทิ ัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ผวิ สมั ผัสละเอยี ด
เจริญเติบโตช้า ข้ึนได้ดีในดินร่วน การระบายน้าดี เหมาะสาหรับปลูก
เพื่อสรา้ งจดุ เด่นในพื้นทขี่ นาดใหญ่ สวนสาธารณ สถานทร่ี าชการและ
บรเิ วณโคนต้นจดั สวนหย่อมได้ ระยะปลูก 4-6 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตดีในช่วงแรก
เมื่ออายมุ ากขน้ึ กิ่งส่วนบนทรงพุม่ แห้งตาย เน่ืองจากปริมาณน้าฝนและ
ความชน้ื สงู และยังส่งผลต่อการออกดอก พบว่าตน้ ท่ีออกดอกเปน็ ตน้ ที่
อยู่ในพนื้ ท่ีจากดั ห้อมล้อมดว้ ยพ้นื แขง็
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
64
ประดูอ่ งั สนา (Angsana)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Pterocapus indicus Willd.
ชอ่ื วงศ์ FABACEAE
ชอ่ื อ่ืน ประดู่ ประดกู่ ิง่ อ่อน ประดูบ่ ้าน ประดเู่ หลือง
ถิ่นกาเนดิ เอเชียเขตร้อนและมาเลเซีย
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6-10 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมหรือแผ่กว้าง ก่ิงทอดย้อยลงต่า
เปลอื กต้นสีนา้ ตาล แตกเปน็ ร่องตามยาวและหลุดล่อนเปน็ แผน่ บาง
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 15-25 ซม. ใบย่อย 7-13 ใบ เรยี งสลับ รูปไข่แกมรูปขอบ
ขนาน กว้าง 4-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบแหลมเปน็ ตง่ิ ทู่ โคนใบมน
กว้าง ขอบใบเรียบเป็นคล่ืนเลก็ นอ้ ย แผ่นใบบางแต่ค่อนขา้ งเหนยี วและ
ยน่ เปน็ ลอนสีเขยี วสดเปน็ มัน
ดอก สีเหลือง มกี ล่ินหอมออ่ น ๆ ออกเป็นชอ่ แบบช่อกระจะ
ทซ่ี อกใบใกล้ปลายก่ิง ช่อดอกตั้งยาว 10-20 ซม. ดอกยอ่ ยคล้ายรูปดอก
ถั่ว กลีบเล้ียงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ขอบหยักซ่ีฟันตื้นๆ 5 จัก มีขน
ส้ัน ๆ กลีบดอก 5 กลีบ บางยับย่น เมื่อใกล้โรยเป็นสีเหลืองอมน้าตาล
เกสรเพศผู้ 10 อนั เส้นผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 1-1.5 ซม.
ผล ผลแห้ง เปน็ ฝักทรงกลมแบนมปี ีกเดียว ปีกกลมและแบน
เปน็ คล่นื ล้อมรอบ เส้นผ่านศูนย์กลางรวมปีก 3.5-6 ซม. มีกระเปาะรปู รี
นูนเด่นอยู่ตรงกลาง สเี ขียวสด เม่ือสุกสีน้าตาล เมล็ดรูปรี สีน้าตาลเข้ม
จานวน 1-2 เมลด็ ตอ่ ฝัก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก มี.ค.- พ.ค. ผล เม.ย.- ก.ค.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมลด็
นเิ วศวทิ ยา พบปลูกเล้ียงอยูท่ ่วั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสปานกลาง
เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด ทนมลพิษต่าง ๆ ได้ดี ทนเค็ม
เหมาะสาหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงา หรือสร้างจดุ เด่นในสวนสาธารณะ ที่
จอดรถ ลานอเนกประสงค์ ภูมทิ ัศน์ที่เปน็ ธรรมชาติ ตกแต่งริมถนนใน
เมอื งและทางหลวงต่างจงั หวัด ระยะปลกู 4-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา เจริญเติบโตดีมากในทุก
สภาพพื้นท่ี แต่ต้นที่มีการใช้ประโยชน์พื้นท่ีภายใต้ทรงพุ่มต่า หรือถูก
รบกวนนอ้ ย จะเจริญเตบิ โตได้ดีและเร็วกวา่ แม้ต้นมีอายุเทา่ กนั
หมายเหตุ ตน้ ไมป้ ระจาจงั หวัดภูเก็ต
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
65
ปาโลแซนโตส (Palozantos)
ชือ่ วิทยาศาสตร์ Triplaris cumingiana Fisch. & C.A. Mey. ex C.A. Mey.
ชอ่ื วงศ์ POLYGONACEAE
ถ่ินกาเนิด ทางเหนือของโคลมั เบีย เปรู และปานามา
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 5-7 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มทรงกระบอก เปลือกต้นสีน้าตาล
ออ่ น หลดุ ล่อนเปน็ แผ่น หรือสะเกด็ ขนาดใหญ่ โดยม้วนเขา้ ทางด้านใน
ใบ ใบเด่ียว เรยี งสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 5-10 ซม.
ยาว 15-25 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นคล่ืนเล็กน้อย
แผน่ ใบหนาและเหนยี ว ย่นเปน็ ลอน สีเขียวเขม้ เป็นมนั กา้ นใบยาว 2- 3
ซม. ใบออ่ นมกี าบสีชมพอู มเขียวห่อหุ้ม
ดอก ดอกแยกเพศแยกต้น ดอกเพศผู้ สีขาวขนาดเล็ก ดอก
เพศเมียสีแดงสด ท้ังสองเพศ ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะ หรือช่อแบบ
รวมทซ่ี อกใบใกล้ปลายกิ่งและปลายก่ิง ช่อดอกต้ังยาว 12-30 ซม. กลีบ
รวม 5 กลีบ แบ่งเปน็ สองช้ัน ช้ันแรกเชอื่ มติดกัน ปลายแยกเป็น 2 แฉก
ติดอยู่ท่ีแกนกลางช่อดอก อีกช้ันมี 3 กลีบ รูปขอบขนาน ปลายมน ยาว
คล้ายปีก เกสรเพศผู้ 6 อนั เสน้ ผา่ นศนู ย์กลางดอก 1.5-2.5 ซม.
ผล ผลแห้ง ทรงคลา้ ยแอปเปิ้ลขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนยก์ ลาง
0.5-0.8 ซม. กลีบรวมตดิ อยู่ทาหน้าท่ีเปน็ ปกี เม่อื สกุ สีน้าตาลอ่อน เมล็ด
รูปรี สีน้าตาลเข้ม 1 เมล็ด
การระยะการออกดอกติดผล ต้นเพศผู้ ออกดอกเกือบตลอดปี
ตน้ เพศเมยี ดอก ก.พ.- มี.ค. ผล เม.ย.- พ.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมล็ด
นิเวศวิทยา พบปลูกเลี้ยงอยู่ทวั่ ไป
การใช้งานด้านภูมทิ ัศน์ รูปทรงสวยงาม และต้นเพศเมียมีดอกสีสดใส
ผวิ สัมผัสหยาบ เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนดินเหนียว ดินมี
ความชื้นสูง เหมาะสาหรับปลูกเพ่ือสร้างจุดเด่นในสวนสาธารณะ
สนามกอล์ฟ โดยปลูกเป็นกลุ่ม 3-5 ต้น หรือปลูกเป็นฉากหลังเพอ่ื ให้สี
ของดอกตัดกบั สนามหญา้ ระยะปลูก 4-8 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี โดยเฉพาะ
ตน้ ที่อยู่ในท่ีราบใกล้แหล่งน้า ในพ้ืนที่ศึกษามีการปลูกรวมกลุ่มกันท้ัง
ต้นเพศผู้และเพศเมีย พบว่าต้นเพศเมียเจริญได้ดีกว่า การแพร่กระจาย
พันธต์ุ ามธรรมชาติ จงึ ไม่พบปญั หาโรคและแมลงรบกวน
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ต้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
66
ปีบ (Indian Cork Tree)
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Millingtonia hortensis L. f.
ช่ือวงศ์ BIGNONIACEAE
ชอ่ื อน่ื กาซะลอง กาดสะลอง ปบี ขาว
ถนิ่ กาเนิด พม่าและไทย
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-25 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6-8 เมตร ไมผ่ ลดั ใบ ทรงพมุ่ รูปไข่แผ่กว้างและโปรง่ เปลอื กต้น
สีน้าตาลหรือเทา ขรขุ ระ แตกเปน็ รอ่ งลกึ ตามแนวยาว
ใบ ใบประกอบแบบขนนกสามช้ัน ปลายคี่ เรียงเวียนสลับ
แกนกลางใบประกอบยาว 20-60 ซม. ก้านใบบนสุดแยกออก 1 ครั้ง
และก้านใบ 2-3 คู่ล่างแยก 1-2 คร้ัง ใบท้ังหมดเป็นรูปสามเหลี่ยม ใบ
ยอ่ ย 3-5 คู่ เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมรูปใบหอก เรยี งตรงข้าม กว้าง 1.5-3
ซม. ยาว 2.5-6 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักเป็นซ่ีห่าง
แผ่นใบบางและยน่ เป็นลอน สีเขียวสด
ดอก สีขาว มีกล่ินหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกซ้อน
ขนาดใหญ่ที่ปลายก่ิง ช่อดอกตั้งยาว 10-30 ซม. ดอกย่อยรูปแตร กลีบ
เล้ียงโคนเช่ือมติดกันคล้ายรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก
โคนเช่อื มติดกันเปน็ หลอด ยาว 5-6 ซม. ปลายแยกเปน็ 5 แฉก ดอกบาน
ตอนเยน็ ถงึ คา่ เกสรเพศผู้ 4 อนั เส้นผ่านศนู ย์กลางดอก 2-3 ซม.
ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักทรงแบน กว้าง 1.5-2 ซม.
ยาว 25-30 ซม. โคง้ เล็กน้อย ปลายและโคนแหลม เมล็ดแบนมีปีกกวา้ ง
สขี าวใส จานวนมาก
การระยะการออกดอกผล ดอก ก.ย.- ก.พ. ผล พ.ย.- พ.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด หรอื ขุดแยกหนอ่ ทแ่ี ตกจากราก
นิเวศวทิ ยา พบตามปา่ เบญจพรรณทางภาคเหนือและภาคตะวนั ตก
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ดอกหอม
ผิวสัมผัสละเอียด เจริญเติบโตค่อนข้างเร็ว ขึ้นได้ดีในดินร่วน การ
ระบายน้าดี ทนแล้ง เหมาะสาหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงา หรือสร้างจุดเด่น
โดยปลูกเป็นกลุ่มในสวนสาธารณะ นิยมมากในการจัดสวนบ้าน
ตกแตง่ รมิ ถนนในเมอื งและทางหลวงต่างจงั หวดั ระยะปลกู 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตดี พุ่มใบ
คอ่ นข้างแน่น เน่ืองจากปรมิ าณน้าฝนและความชื้นสูง ปริมาณการดอก
ดอกมากแต่ตดิ ผลน้อย การออกดอกจะออกเร็วต้ังแต่ตน้ มีอายนุ ้อย ใบ
ร่วงง่ายและพบวา่ เกิดตน้ อ่อนจากรากจานวนมาก
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
67
แปรงลา้ งขวด (Weeping Bottle-brush)
ชือ่ วิทยาศาสตร์ Callistemon viminalis (Sol. Ex Gaertn.) G. Don
ช่ือวงศ์ MYRTACEAE
ถน่ิ กาเนดิ ออสเตรเลีย
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-18 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 4-5 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่แคบสูง กิ่งก้านลู่และห้อย
ย้อย ก่ิงออ่ นมขี น เปลือกต้นสนี ้าตาล แตกเป็นรอ่ งลึกตามแนวยาว
ใบ ใบเดยี่ ว เรียงเวยี นสลับ รูปแถบหรอื รูปใบหอกเรยี ว กว้าง
ประมาณ 0.5 ซม. ยาว 4-7 ซม. ปลายและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ
แผน่ ใบหนาและแขง็ สเี ขียวสด ผิวใบดา้ นลา่ งสอี ่อนกวา่ มขี นละเอยี ดสี
เทา กา้ นใบอ่อนสีนา้ ตาลอมแดง ยาว 0.2-0.3 ซม.
ดอก สีขาวอมเขยี ว ออกเป็นช่อแบบช่อหางกระรอกรอบก่ิง
ท่ีกลางช่อใบและซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกห้อยยาว 5-15 ซม. เส้น
ผ่านศูนย์กลาง 1.5-2 ซม.กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อนเช่ือมติดกับ
ฐานรองดอก กลีบดอก 5 กลบี รูปชอ้ น เกสรเพศผ้จู านวนมาก สีแดง
ผล ผลแห้ง ทรงกระบอกสั้น ๆ กว้างประมาณ 0.4 ซม. ยาว
ประมาณ 0.3 ซม. เมลด็ ทรงกลม สีน้าตาล จานวน 1 เมลด็ ตอ่ ผล
การระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี ออกดอกมากชว่ ง ม.ค.- ม.ี ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง
นเิ วศวทิ ยา พบปลูกเลยี้ งอยทู่ ัว่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงกิ่งก้านและดอกสวยงาม ผิวสัมผัส
ละเอียด เจริญเติบโตปานกลาง ข้ึนได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้งและน้า
ท่วมขัง เห มาะส าห รับปลูกเพ่ือ ให้ร่มเงาและส ร้างจุดเด่น ใน
สวนสาธารณะ สถานทรี่ าชการ ตกแตง่ รมิ ถนน แตต่ ้องตัดแต่งทรงพุ่ม
ใหต้ า่ ลงและปลกู แสดงแนวขอบเขตพืน้ ที่ ระยะปลกู 3-5 เมตร
ลักษณะการเจรญิ เติบโตที่พบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตดี โดยเฉพาะ
ต้นที่ปลูกท่ีเนิน ใบอ่อนจะถูกเจาะทาลายด้วยหนอนปลอก ส่วนต้นท่ี
ปลูกรมิ น้าหรอื ระดบั น้าใต้ดินสงู พบว่ามีหนอนเจาะทาลายลาตน้ ทาให้
ตน้ ตาย ในการตดั แตง่ ทรงพ่มุ จะต้องเวน้ กงิ่ ที่มชี ่อใบไว้บา้ ง มฉิ ะนั้นจะ
ตายเพราะขาดอาหารและพบว่าก่ิงกา้ นลู่ห้อยย้อยเป็นท่ีทารังของตัวต่อ
และตัวแตน
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ ้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
68
พญาสัตบรรณ (Devil Tree)
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Alstonia scholaris (L.) R. Br.
ชอ่ื วงศ์ APOCYNACEAE
ชื่ออนื่ ตีนเปด็ ขาว ตีนเป็ดเจ็ดใบ สัตบรรณ
ถิน่ กาเนิด ออสเตรเลีย แอฟริกา อนิ เดีย และมาเลเซยี
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-35 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 5-8
เมตร ไมผ่ ลดั ใบ ต้นมขี นาดเล็กทรงพมุ่ รูปเจดยี ์ โตขึน้ แตกกิง่ รอบขอ้ ต้ัง
ฉากกับลาต้นเป็นชั้นคล้ายฉัตรและเมื่อโตเต็มที่ทรงพุม่ รปู ไข่ โคนต้นมี
พพู อน เปลอื กต้นสีน้าตาลออ่ น แตกสะเกด็ บาง ๆ ไม่เป็นระเบยี บ
ใบ ใบเดี่ยว เรียงวงรอบข้อ 4-7 ใบ รูปใบหอกกลับแกมรูป
ขอบขนาน กวา้ ง 2-8 ซม. ยาว 5-32 ซม. ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบ
สอบ ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กนอ้ ยและห่อขึ้น แผ่นใบหนาและเหนยี ว
สเี ขยี วเข้มเปน็ มัน เสน้ แขนงใบตรงและขนานกันถ่ี
ดอก สีนวลหรือขาวอมเขียว ออกเป็นช่อแบบช่อซ่ีร่มเชิง
ประกอบขนาดใหญ่ที่ปลายก่ิง ยาว 7-12 ซม. ดอกรวมกันเปน็ กระจุกที่
ปลายแขนง กลีบเลี้ยงและกลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลาย
แยกเปน็ 5 แฉก เกสรเพศผู้ 4-5 อนั เส้นผา่ นศูนย์กลางดอก 1-1.2 ซม.
ผล ผลแห้งแตก เป็นฝักทรงกระบอก กว้าง 0.2-0.3 ซม. ยาว
20-50 ซม. สเี ขียวสดเกลย้ี ง ออกเป็นคู่ เม่อื สุกสีนา้ ตาลอมดา เมลด็ มขี น
เป็นปุย เมล็ดรปู ขอบขนานขนาดเลก็ จานวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ต.ค.- พ.ย. ผล ธ.ค.- ก.พ.
การขยายพันธุ์ เพาะเมลด็ ปักชากิง่ หรอื ราก
นิเวศวิทยา พบตามป่าดบิ ชนื้ ทางภาคใต้ ภาคตะวันออก และริมห้วยใน
ป่าเบญจพรรณทางภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและใบสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นได้ดีในดินที่มีความชื้นสูง การระบายน้าดี เหมาะ
สาหรับปลกู เพื่อใหร้ ม่ เงาในสวนสาธารณะ ภูมทิ ัศนท์ เี่ ป็นธรรมชาติ ไม้
ตกแต่งถนนและทางหลวงต่างจังหวัด ปัจจุบันมีการขุดล้อมต้นขนาด
ใหญ่มาปลูก ควรใชค้ ้ายนั้ ถาวร ระยะปลกู 5-10 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา พบว่าต้นท่ีอยู่บนท่ีเนิน
เจริญเติบโตเร็ว พุ่มแน่น แต่ปลูกใกล้อาคารมากไปทาให้ทรงพุ่มไม่
สวยงาม สว่ นตน้ ทป่ี ลูกในดินทร่ี ะบายน้าไมด่ ี แสดงอาการใบเหลอื งซีด
เนื่องจากได้น้าทว่ มขังในหลุมปลกู ทาให้รากและโคนเนา่
หมายเหตุ ตน้ ไมป้ ระจาจงั หวดั สมุทรสาคร
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
69
พกิ ุล (Bullet Wood, Tanjong Tree)
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Mimusops elengi L.
ชอ่ื วงศ์ SAPOTACEAE
ชอื่ อืน่ กนุ ซางดง พิกลุ ป่า ตันหยง
ถน่ิ กาเนดิ อนิ เดีย พมา่ มาเลเซีย
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-15 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 4-8 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปเจดีย์เม่ือต้นยังเล็ก โตข้ึนทรง
พุ่มกลม แผ่กว้าง เปลือกต้นสีน้าตาลอมเทา แตกเป็นร่องตามแนวยาว
ใบ ใบเดีย่ ว เรยี งเวยี นสลบั รูปรี หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน
กวา้ ง 2-6.5 ซม. ยาว 7.5-15 ซม. ปลายใบแหลมเปน็ ติ่งสน้ั ๆ โคนใบมน
ขอบใบเป็นคล่ืนและหอ่ ข้ึน แผ่นใบค่อนข้างหนาและเหนยี ว สีเขียวสด
เรยี บเป็นมนั กา้ นใบยาว 2-4 ซม.
ดอก ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ดอกเด่ียว ออกอยู่รวมกันเป็น
กระจุกที่ซอกใบใกล้ปลายก่ิง 2-7 ดอก กลีบเล้ียง 8 กลีบ เรียงซ้อนกัน
สองชั้น ชั้นละ 4 กลีบ กลีบดอกมีประมาณ 24 กลีบ เรียงซ้อนเปน็ สอง
ช้ัน โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเล็กน้อย เม่ือใกล้โรยเป็นสีเหลืองอม
นา้ ตาล ดอกบานวันเดียวแล้วร่วง เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 0.8-1.5 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว รูปไข่ กว้าง 1.5 ซม. ยาว 2.5-
3 ซม. ปลายแหลม สีเขียว เมื่อสุกเป็นสีแดงหรือแดงอมส้มเน้ือในสี
เหลอื ง เมล็ดแบนรี เปลอื กแขง็ สนี ้าตาลเขม้ หรือดาเป็นมัน
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็
นิเวศวิทยา พบตามปา่ ดบิ ทางภาคใตแ้ ละภาคตะวันออกของไทย
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ดอกหอม ผิวสัมผัส
ปานกลาง เจริญเติบโตช้าแต่ปลูกได้ในดินทุกชนิด ทนต่อสภาพต่าง ๆ
ได้ดี เหมาะสาหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงาในสวนสาธารณะ สวนไม้หอม
ตกแต่งริมถนนในเมือง ภูมิทัศน์ที่เป็นธรรมชาติ ไม้ตัดแต่งและทาเป็น
ไม้กระถางประดบั ภายในอาคาร ระยะปลกู 3-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา พบว่าต้นท่ีปลูกในที่
แสงแดดจัดเจริญเติบโตไดด้ ี พุ่มใบแน่นทบึ ออกดอกติดผลดก สว่ นต้น
ท่ีได้รับแสงน้อย พุ่มจะโปร่ง ใบสีเขียวเข้ม ใบหนาและมีขนาดใหญ่
ออกดอกตดิ ผลนอ้ ย
หมายเหตุ ตน้ ไมป้ ระจาจงั หวดั ลพบุรี
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
70
มะเกลือ (Ebony Tree)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Diospyros mollis Griff.
ช่ือวงศ์ EBENACEAE
ชือ่ อืน่ ผีเผา มกั เกลอื หมากเกลอื
ถิน่ กาเนดิ พมา่ กมั พูชาและลาว
ลักษณะท่ัวไป ไมต้ ้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ขนาดทรงพมุ่ 10-
12 เมตร ผลดั ใบ ทรงพุ่มกลมหรอื รูปไข่ ลาต้นเปลา โคนตน้ เปน็ พูพอน
เปลอื กต้นสนี ้าตาลอมดา แตกเป็นสะเกด็ หรือแผ่นบางขนาดเลก็
ใบ ใบเด่ียว เรยี งสลับ รูปไข่หรือรี กว้าง 3.5-4 ซม. ยาว 9-10
ซม. ปลายใบสอบเข้าหากัน โคนใบมน ขอบใบเรียบเป็นคล่ืนเล็กน้อย
แผ่นใบเกล้ียงบางแตค่ ่อนข้างเหนียว สีเขยี วเขม้ เรียบ ใบออ่ นมขี นสเี งิน
เมื่อแห้งสอี อกดา กา้ นใบยาว 0.5-1 ซม.
ดอก ดอกแยกเพศแยกต้น สีเหลือง ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ
แบบช่อกระจุกท่ีซอกใบ กลีบเล้ียงโคนเช่ือมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลาย
แยกเป็น 4 แฉก โค้งไปข้างหลัง กลีบดอกโคนเช่ือมติดกันเป็นรูป
เหยือกน้า ปลายแยกเป็น 4 แฉก เรียงเวียนซ้อนทับกัน ดอกเพศผู้มี
ขนาดเล็กสีเหลืองอ่อน อยู่รวมกันเป็นช่อ ๆ ละ3 ดอก เส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลาง 0.5-0.8 ซม. เกสรเพศผู้ 14-24 อัน ส่วนดอกเพศเมียออกเด่ียว
ๆ ขนาดใหญ่กว่าเลก็ นอ้ ย เสน้ ผ่านศูนยก์ ลาง 0.5-0.8 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเน้ือหลายเมล็ด ทรงกลมหรือรปู ไข่ เส้นผา่ น
ศูนย์กลาง 1.5- 2.5 ซม. ผิวเกลี้ยงสีเขียว เมื่อสุกสีดา ไม่มีเน้ือและจะ
แห้ง มีกลบี เลย้ี งติดท่ีข้ัวผล เมล็ดรปู รี สีนา้ ตาล จานวน 6 เมลด็ ตอ่ ผล
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ก.พ. - พ.ค. ผล เม.ย. - ธ.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด
นเิ วศวทิ ยา พบท่วั ไปตามป่าเบญจพรรณ
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม กิ่งก้านห้อยย้อย
ผิวสัมผัสค่อนข้างละเอียด เจริญเติบโตช้า ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนดิน
ทราย การรบายน้าดี เหมาะสาหรบั ปลูกเพือ่ ให้รม่ เงาในพื้นทีข่ นาดใหญ่
สวนสาธารณะ สวนป่า สวนสมุนไพรและภูมิทัศน์ท่ีเป็นธรรมชาติ
ระยะปลกู 6-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดีแต่โตช้า
ทรงพุ่มค่อนข้างชิดกันเกินไป ทาให้ทรงพุ่มแคบ นอกจากนี้พบว่าเป็น
พรรณไม้ต่างถิน่ สภาพภมู ิอากาศไมเ่ หมาะสม ทาให้ไม่เกดิ ดอกติดผล
หมายเหตุ ตน้ ไม้ประจาจังหวดั สุพรรณบรุ ี
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
71
มะเกยี๋ ง (Makiang)
ช่ือวิทยาศาสตร์ Syzygium nervosum (DC.) var. paniala (Roxb.)
Chantar. J.Parn.
ชอื่ วงศ์ MYRTACEAE
ช่อื อื่น หว้า
ถิน่ กาเนิด อนิ เดยี และบงั กลาเทศ
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 8-12 เมตร ผลัดใบระยะส้ัน ทรงพุ่มค่อนข้างกลมหรือ
ทรงกระบอก กิ่งเป็นสันโค้งรูปทรงกระบอก เปลือกต้นสีเทาหรือสี
นา้ ตาลอมเทา คอ่ นขา้ งเรยี บ แตกหลุดลอ่ นเปน็ แผน่ บาง
ใบ ใบเด่ียว เรียงตรงขา้ ม รูปใบหอกหรอื รปู มนรี กว้าง 8-12
ซม. ยาว 20-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ
เป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบเกล้ียง ค่อนข้างหนาและเหนียว สีเขียวเรียบ
เกลย้ี ง ใบอ่อนสนี ้าตาลแดงอมเขยี ว ก้านใบยาว 1.5-3 ซม.
ดอก สีเหลืองนวล ออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงที่ด้านข้าง
ของกง่ิ ชอ่ ดอกยาว 10-14 ซม. ดอกย่อย 30-40 ดอก กลีบเลย้ี ง 4 กลบี สี
เขียวอ่อนเชื่อมติดกับฐานรองดอกรูปกรวย กลีบดอก 4 กลีบ รูปช้อน
เกสรเพศผู้สเี หลืองนวลจานวนมาก เส้นผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 1.4-2 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนื้อนุ่มเมล็ดเดียว รูปไข่แกมรูปขอบขนาน
กว้าง 0.9-1.2 ซม. ยาว 1.5-1.8 ซม. สีเขยี ว เมือ่ สุกสแี ดงถงึ ม่วงแดง หรือ
ม่วงดา รสเปรี้ยวอมฝาด มีกล่ินหอมเฉพาะตัว เมล็ดมีเนื้อนุ่มห่อหุ้ม
เมลด็ รูปรี สนี า้ ตาลออ่ น
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ก.พ.- พ.ค. ผล เม.ย.- ก.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ ตอนก่ิง หรอื ปักชากง่ิ
นเิ วศวิทยา ปลกู เลย้ี งในเขตภาคเหนอื ตอนบน
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสค่อนข้าง
หยาบ เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดด้ ีในดนิ รว่ นดินทราย ความชน้ื ปาน
กลาง ทนน้าท่วมขัง เหมาะสาหรบั ปลกู เพอ่ื ให้รม่ เงาในพืน้ ท่ีขนาดใหญ่
สวนสาธารณะ พื้นที่ในหุบเขา ภูมิทัศน์ทเ่ี ป็นธรรมชาติและสวนไม้ผล
พ้นื เมือง ระยะปลกู 6-12 เมตร
ลักษณะการเจรญิ เติบโตที่พบในพ้ืนที่ศกึ ษา เจริญเตบิ โตดี ใบค่อนข้าง
โปร่งเน่ืองจากการปรับถมดินบริเวณใต้ทรงพุ่ม แก้ไขได้โดยการก่อ
กระบะเพอื่ กัน้ ดนิ บริเวณโคนต้น และพบว่าบางปีระยะการออกดอกติด
ผลช้ากวา่ ปกติ
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
72
มะขาม (Tamarind)
ชือ่ วิทยาศาสตร์ Tamarindus indica L.
ชื่อวงศ์ FABACEAE
ช่ืออนื่ ขาม ตะลูบ มอดเล หมากแกง
ถ่ินกาเนดิ เอเชียเขตรอ้ น และเขตรอ้ นของแอฟริกา
ลักษณะทว่ั ไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สงู 12-20 เมตร ขนาดทรงพุม่ 10-
20 เมตร ผลัดใบ ทรงพ่มุ กลม แน่นทึบ เปลอื กต้นหนา ขรขุ ระ สีน้าตาล
เข้มอมเทา แตกเป็นร่องลึกตามแนวยาวแล้วเปลือกท่ีก้ันสลับร่องลึก
แตกเป็นกาบหนา มีรปู ร่างไมแ่ นน่ อน
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 7-15 ซม. ใบย่อย 10-20 คู่ ใบ เรียงตรงข้าม รปู ขอบขนาน
กวา้ ง 0.5-0.8 ซม. ยาว 1.2-2 ซม. ปลายใบมน โคนใบเบยี้ ว ขอบใบเรียบ
แผ่นใบบางแตค่ ่อนขา้ งเหนยี ว สเี ขยี วเขม้ อมเทา
ดอก สีเหลอื งมีลายแดง ออกเป็นช่อแบบชอ่ กระจะที่ด้านข้าง
ของกิง่ และปลายกง่ิ ชอ่ ดอกห้อยยาว 5-15 ซม. ดอกยอ่ ย 4-10 ดอก กลีบ
เล้ียง 4 กลีบ รูปไข่แกมรูปขอบขนานสีเหลืองอ่อน กลีบดอก 3 กลีบ
ขนาดไมเ่ ท่ากัน เกสรเพศผู้ 3 อัน เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางดอก 1-1.5 ซม.
ผล ผลแห้ง เป็นฝักหนา กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 5-15 ซม. โค้ง
หรือตรงแลว้ แตช่ นดิ พันธุ์และคอดเป็นข้อ ๆ ต่อกนั เปลือกหนาแขง็ แต่
เปราะหักง่าย สีน้าตาลอมเทา เมล็ดมีเน้ือนิม่ ห่อหมุ้ เมล็ดคอ่ นข้างกลม
แบน สีนา้ ตาลเขม้ เปน็ มัน จานวน 3-12 เมล็ดต่อฝัก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ม.ี ค.- พ.ค. ผล ม.ิ ย.- ก.ย.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด หรือทาบก่งิ
นิเวศวิทยา พบขึ้นกระจายทว่ั ไปในป่าโปรง่
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและใบสวยงาม ผิวสัมผัสละเอียด
เจรญิ เติบโตช้า ข้ึนได้ดีในดนิ ร่วนดินทราย ทนแล้ง ทนลม ปรับตัวเข้า
กับสภาพแวดล้อมได้ดี เหมาะสาหรบั ปลกู เพือ่ ให้รม่ เงาถนนในสถานที่
ราชการ ท่ีจอดรถ ริมทะเล ปลูกเพ่ือกันลม แสดงขอบเขตของพ้ืนที่
ตกแต่งริมถนนในเมืองและทางหลวงต่างจงั หวดั ระยะปลูก 6 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา เจรญิ เติบโตดีพบว่ามีการ
ผลัดใบในฤดแู ล้ง แลว้ ผลใิ บอ่อนพรอ้ มกบั ดอก ระยะนม้ี ีหนอนบุ้งและ
แมลง ซึ่งไม่สะดวกและเป็นพิษต่อผ้ใู ชพ้ ้ืนที่ใต้ทรงพ่มุ
หมายเหตุ ต้นไมป้ ระจาจงั หวดั เพชรบูรณ์
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ตน้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
73
มะปราง (Plum Mango)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Bouea macrophylla Gritf.
ชือ่ วงศ์ ANACARDIACEAE
ชื่ออ่ืน ปราง มะยง มะยงชดิ
ถ่ินกาเนดิ เอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
ลักษณะทว่ั ไป ไมต้ ้นขนาดเลก็ ถงึ ขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาดทรง
พุม่ 8-10 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมหรือรูปไข่ แน่นทึบ กิ่งห้อยย้อย
เปลือกต้นสเี ทาอ่อนอมนา้ ตาล แตกหลดุ ลอ่ นเปน็ สะเก็ด มยี างสีเหลือง
ใบ ใบเด่ียว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปรีแกมรูปใบหอก
กว้าง 5-10 ซม. ยาว 14-30 ซม. ปลายใบต่ิงแหลม โคนใบแหลม ขอบ
ใบเรียบและห่อเข้าทางผวิ ใบดา้ นลา่ ง แผ่นใบบางแตเ่ หนียวและแขง็ ย่น
เป็นลอน สีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบยาว 1-2.5 ซม. ใบอ่อนสีม่วงแดง
หรอื สมี ่วงอมฟ้า
ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ซอก
ใบใกล้ปลายกิ่งและปลายก่ิง ช่อดอกต้ังยาว 4-15 ซม. ดอกย่อยขนาด
เลก็ กลีบเล้ียง 5 กลีบ รปู ไข่ สเี ขียวอ่อน เชื่อมติดกับฐานรองดอก กลีบ
ดอก 5 กลีบ รูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับ เกสรเพศผู้ 10 อัน เส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลางดอก 0.3-0.4 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดยี ว รูปไข่ กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว
3.5-5 ซม. เปลือกผลบางเรยี บเกลี้ยงเป็นมัน สีเขียว เม่ือสุกสีเหลอื งอม
ส้ม เมล็ดมีเน้ือนุ่มสีเหลืองอมส้มติดกับเปลือกหุ้มเมล็ดหนาแข็ง ผิวมี
เส้นใย รสเปร้ียวอมหวาน เมล็ดทรงกลมรีค่อนข้างแบน สีน้าตาลอม
เหลอื ง
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ม.ค.- ม.ี ค. ผล ก.พ.- เม.ย.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมลด็ หรือเสยี บยอด
นิเวศวิทยา พบปลูกเลยี้ งอยทู่ ่วั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนดินทราย ความชื้นสูง
เหมาะสาหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงาและเป็นไม้ผลในบ้าน สวนไม้ผล
พื้นบา้ น สวนปา่ หรอื ภมู ทิ ศั นท์ ่เี ป็นธรรมชาติ ระยะปลูก 6-10 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี แต่
เนือ่ งจากตน้ มอี ายุและขาดการบารงุ ดูแลรกั ษา ทาให้ไม่ออกดอกติดผล
เหมอื นเดมิ พบแมลงกดั กินทาลายใบอ่อน และเช้ือราทาลายแผลบริเวณ
ลาต้น ทาให้เกิดเป็นโพรงมนี า้ ขัง
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
74
มะเฟือง (Star fruit)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Averrhoa carambola L.
ชื่อวงศ์ OXALIDACEAE
ชอื่ อน่ื เฟอื ง สะบือ
ถน่ิ กาเนิด อเมริกาเขตรอ้ น
ลักษณะทัว่ ไป ไม้ตน้ ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร ขนาดทรง
พุ่ม 3-5 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่ แตกก่ิงก้านมาก เปลือกต้นสี
นา้ ตาลเขม้ แตกเป็นร่องตนื้ ตามแนวยาว หรือเป็นสะเกด็ เลก็ ๆ
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 6-18 ซม. ใบย่อย 7-11 ใบ เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กวา้ ง
3-4 ซม. ยาว 10-12 ซม. ปลายใบเป็นต่ิงแหลม โคนใบมน ขอบใบเรยี บ
แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขยี วอมเหลืองเรียบเป็นมัน ใบอ่อนสี
น้าตาลเขม้ อมชมพู
ดอก สีชมพอู มม่วง หรอื สชี มพูซีด มีลายสีมว่ งเข้ม ออกเป็น
ช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงทดี่ ้านข้างของกิ่งและซอกใบใกล้ปลายกิ่ง
ช่อดอกห้อยยาว 5-10 ซม. ดอกย่อยจานวนมาก กลบี เลย้ี ง 5 กลีบ สีชมพู
อมม่วง เรียงซ้อนเหล่ือมกัน กลีบดอก 5 กลีบ รูปช้อน ปลายมนและ
โค้งไปขา้ งหลงั เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 0.8-1.5 ซม.
ผล ผลสดแบบมเี นอ้ื หลายเมล็ด รูปรี กวา้ ง 3-5 ซม. ยาว 5-14
ซม. หยักลกึ ตามยาวเป็นสนั 5 พู สเี ขยี วอ่อน เม่อื สกุ สีเหลือง เนอ้ื นมุ่ ฉ่า
นา้ รสเปรย้ี วเฝอื่ นหรอื หวาน เมล็ดรปู รีแบน จานวน 3-5 เมล็ดต่อผล
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี
การขยายพันธ์ุ เพาะเมลด็ หรอื ตอนก่ิง
นเิ วศวทิ ยา พบปลกู เลีย้ งอยทู่ ่วั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ดอกและผลสวยงาม ผิวสัมผัสปาน
กลาง เจริญเติบโตปานกลาง ข้ึนได้ดีในดินร่วนปนดินทราย ความช้ืน
สูง เหมาะสาหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงาและเป็นไม้ผลในบ้าน โดยเฉพาะ
ผนังอาคารท่ีเป็นกระจก สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของผล จัดเป็น
ไมผ้ ลประดับ ระยะปลกู 2-4 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตทพี่ บในพ้ืนที่ศกึ ษา เจริญเตบิ โตดี เพราะเป็น
ต้นไม้ปลูกเล้ียงบริเว ณ บ้านพัก อ าจารย์มีการดูแล รัก ษาอ ย่างดี แต่มี
ปญั หาเร่ืองการร่วงของผลสุก สง่ กล่ินเหม็น ซึง่ เป็นอาหารของมดและ
แมลง
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
75
มะมว่ งหมิ พานต์ (Cashew nut)
ชอื่ วิทยาศาสตร์ Anacardium occidentale L.
ชอ่ื วงศ์ ANACARDIACEAE
ชอื่ อืน่ กาหยี ทา้ ยลอ่ ยาร่วง ยาโหย หัวครก
ถิ่นกาเนดิ บราซิล
ลักษณะท่ัวไป ไมต้ ้นขนาดเล็กถงึ ขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร ขนาดทรง
พุม่ 4-6 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม แผ่กว้าง เปลือกตน้ สนี ้าตาลอ่อนอม
เทา มรี อยด่างขาวเป็นวงทว่ั ไปและแตกเปน็ ร่องตน้ื ตามแนวยาว
ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวยี นสลับ รปู ไขก่ ลับ กวา้ ง 5-8 ซม. ยาว 10-
12 ซม. ปลายใบรูปตัดหรือมน โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบและห่อเข้า
ทางผวิ ใบดา้ นล่าง แผ่นใบค่อนข้างหนาและเหนยี ว ย่นเปน็ ลอน สีเขียว
สดเปน็ มัน ก้านใบยาว 1-2 ซม. ใบออ่ นสีม่วงแดงหรือสีเขียวอมนา้ ตาล
ดอก สีเขียวอมเหลือง มีแถบสีน้าตาลแดง ออกเป็นช่อแบบ
ชอ่ แยกแขนงท่ีปลายกิ่ง ช่อดอกต้ังยาว 15-25 ซม. กลีบเล้ียง 5 กลีบ รูป
ไข่ สีเขียวอ่อน เชื่อมติดกับฐานรองดอก กลีบดอก 5 กลีบ รูปขอบ
ขนาน ปลายเรียวแหลมและโคง้ ไปข้างหลัง เกสรเพศผู้ 10 อัน เส้นผา่ น
ศูนยก์ ลางดอก 0.8-1 ซม.
ผล ผลประกอบด้วยผลจริงและผลเทียมที่เกิดจากก้านดอก
ผลจรงิ เป็นผลแหง้ มีลกั ษณะคลา้ ยรูปไต กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 2.5-3 ซม.
สีเขยี ว เม่ือสุกสีเทาเรียบเป็นมัน ผลเทยี มเปน็ ผลสดแบบมีเน้ือ เมื่อสกุ สี
เหลืองหรือสีแดงคลา้ เมล็ดรปู ไต สนี ้าตาลอมเทา จานวน 1 เมล็ดตอ่ ผล
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ม.ค.- ม.ี ค. ผล ก.พ.- พ.ค.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมลด็
นเิ วศวิทยา พบปลกู เลีย้ งทั่วไปและพบมากทางภาคใต้
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้ง ทนเค็ม เหมาะสาหรับ
ปลกู เพอ่ื เปน็ ไม้นาร่อง ปลกู สร้างสวนป่า ไม้ตัวอย่าง ปลกู ริมทะเลและ
ภูมิทัศน์ท่ีเป็นธรรมชาติ ยางเป็นพิษต่อผิวหนงั ไม่ควรปลูกในสถานที่
ให้บริการเด็กเล็ก ผลร่วงทาให้พ้นื ที่สกปรก ระยะปลูก 4-6 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตที่พบในพ้ืนที่ศึกษา พบว่าต้นทีป่ ลูกที่เนินดิน
ระบายน้าดี เจริญเติบโตได้ดี ส่วนต้นท่ีปลูกในที่ราบพบหนอนเจาะ
ทาลายลาต้น ทาให้แห้งตายมากกว่า ทั่วไปพบปัญหาน้ายางจากรอย
แผลท่ีถูกทาลายซ่ึงอาจเป็นอันตรายต่อเด็กเล็กและผลร่วงทาให้พื้นที่
สกปรก
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
76
มะยม (Star Gooseberry Tree)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus acidus (L.) Skeels
ชือ่ วงศ์ EUPHORBIACEAE
ถ่ินกาเนิด เอเชียใต้และอเมริกาเขตร้อน
ลกั ษณะทว่ั ไป ไม้ตน้ ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร ขนาดทรง
พุม่ 3-5 เมตร ก่ึงผลัดใบ ทรงพุ่มกลม แตกกิ่งกา้ นแผก่ ระจาย ก่งิ ก้านคด
งอ เปลือกต้นมรี อยดา่ งเปน็ วงสีขาวอมเทาท่วั ไปและเปน็ ปุม่ ปม
ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลบั บนก่งิ เล็ก ๆ ยาว 20-40 ซม. ดคู ลา้ ยใบ
ประกอบ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 3.5-9 ซม.
ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบมนและเบ้ียว ขอบใบเรียบเป็นคลื่น
เล็กนอ้ ย แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สเี ขยี วสดเรยี บ ผิวใบด้านลา่ งสี
เขียวนวล ก้านใบยาว 0.3-0.5 ซม. ใบอ่อนสีแดงระเรือ่
ดอก ดอกแยกเพศรวมต้น สีเขียวอ่อนหรือสีแดงเร่ือ
ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะที่ก่ิงแก่และลาต้น ช่อดอกตั้งยาว 5-12 ซม.
กลีบเลี้ยง 4 กลีบ รูปกลมแกมรูปไข่ ไม่มีกลีบดอก เส้นผ่านศูนย์กลาง
0.4-0.5 ซม. ดอกเพศผมู้ ขี นาดเล็กและจานวนมากกวา่ ดอกเพศเมยี
ผล ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ทรงกลมแป้น เส้นผ่าน
ศูนย์กลาง 1-2 ซม. ลักษณะเปน็ พู 6-8 พู ด้านบนบุ๋มลง ด้านล่างแบน สี
เขียวอ่อน เมื่อสุกสีขาวอมเหลือง เน้ือนุ่มฉ่าน้ามีรสเปรี้ยว เมล็ดทรง
กลมเป็นเหลย่ี ม เปลอื กแข็ง สีนา้ ตาลอ่อน
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ม.ค.- ม.ี ค. ผล ก.พ.- พ.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็
นิเวศวทิ ยา พบปลูกเลี้ยงอยทู่ ่วั ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสปานกลาง
เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนดินทราย การระบายน้าดี
เหมาะสาหรบั ปลูกเพื่อใหร้ ่มเงา ไม้มงคลในบา้ น หรือปลูกเพอื่ ลดความ
แข็งกระด้างของอาคาร สวนผักพ้ืนบ้าน ภูมิทัศน์ท่ีเป็นธรรมชาติ ใบ
และผลใชป้ ระกอบอาหาร ระยะปลูก 3-5 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตทพี่ บในพ้นื ทศ่ี กึ ษา เจริญเติบโตช้าในระยะแรก
มีหนอนกัดกินใบอ่อน ต้นท่ีมีอายุมากพบปัญหาเรื่องกาฝาก แก้ไขได้
โดยการตัดแต่งและพบโรครากเน่าโคนเน่าในต้นที่ปลูกในท่ีราบมี
ระดบั น้าใตด้ ินสงู หรอื มีนา้ ทว่ มขัง
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
77
มะฮอกกานใี บใหญ่ (Broad Lead Mahogany)
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Swietenia macrophylla King
ชอ่ื วงศ์ MELIACEAE
ถน่ิ กาเนดิ ทางตอนใตข้ องเมก็ ซิโก
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-25 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-10
เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่ ค่อนข้างแน่น ลาต้นเปลาตรง เปลือกต้นสี
น้าตาลหรอื เทาอมดา แตกเป็นรอ่ งตามแนวยาวและหลุดลอ่ นเป็นแผน่
ใบ ใบ ประกอ บแบ บข นน กป ลายคู่ เรียง เวียน ส ลับ
แกนกลางใบประกอบยาว 20-50 ซม. ใบย่อย 3-8 คู่ เรียงตรงข้าม รูปรี
แกมรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-6 ซม. ยาว 6-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม
โคนใบเบี้ยว ขอบใบเป็นคล่ืน แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียวและย่น
เปน็ ลอน สเี ขยี วเขม้ เป็นมนั
ดอก สีเหลืองอมเขียว มีกล่ินหอม ออกเป็นช่อแบบช่อแยก
แขนงที่ซอกใบใกล้ปลายกง่ิ ช่อดอกตั้งยาว 10-15 ซม. กลีบเลย้ี ง 5 กลีบ
สีเขยี วอ่อนโคนเชื่อมติดกัน กลบี ดอก 5 กลีบ รปู ช้อน ปลายมน ติดอยู่
กับหลอดเกสรตัวผ้โู ดยโคนกลีบเช่ือมติดกัน เกสรเพศผู้ 8-10 อัน เช่ือม
ตดิ กันเป็นหลอด เส้นผ่านศูนยก์ ลางดอก 0.7-1.2 ซม.
ผล ผลแห้งแตก รูปไข่ กว้าง 6-9 ซม. ยาว 14-18 ซม. เปลือก
หนา สีน้าตาลอมเหลือง เม่ือสุกมีสีนา้ ตาลอมเทา แตกจากโคนเป็น 5 พู
เมลด็ เป็นแผ่น มปี กี รปู รยี าว ปลายปกี บาง สีน้าตาล หลายเมลด็
ระยะการออกดอกติดผล ดอก พ.ค.- ม.ิ ย. ผล ก.ค.- ต.ค.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมล็ด
นิเวศวิทยา พบปลูกเลย้ี งอยูท่ ั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ดอกหอม ผิวสัมผัส
ปานกลาง เจริญเติบโตเร็ว ข้ึนได้ดีในดินร่วน การระบายน้าดี เหมาะ
สาหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงาในพ้ืนท่ีขนาดใหญ่ สวนสาธารณะ สถานที่
ราชการ สวนป่าและตกแต่งริมถนนในเมืองและทางหลวงต่างจังหวัด
ระยะปลกู 4-8 เมตร
ลักษณะการเจรญิ เติบโตท่ีพบในพน้ื ท่ศี ึกษา เจริญเตบิ โตดี พบว่ามีการ
ผลดั ใบเดือนมนี าคมใบแก่จะเปน็ สีเหลือง สนี ้าตาลอมเหลืองและท้ิงใบ
พร้อมกัน ผลิใบอ่อนสีน้าตาลแดง รอจนใบกึ่งแก่กึ่งอ่อนซึ่งใช้เวลา
ประมาณ 1 เดอื น จงึ มดี อก ต้นท่ีมอี ายุมากข้ึนจะมกี ่ิงแห้งตายมาก
หมายเหตุ ต้นไม้ท่ีคล้ายกัน คือ มะฮอกกานีใบเล็ก (Swietenia
mahogani Jacq.)
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ ้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
78
ยอบา้ น (Indian Mulberry)
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Morinda citrifolia L.
ชอื่ วงศ์ RUBIACEAE
ชอื่ อน่ื โนนิ มะตาเสอื ยอ
ถิ่นกาเนิด เอเชียเขตร้อน
ลกั ษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 3-8 เมตร ขนาดทรงพ่มุ 3-5 เมตร
ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมหรือรูปไข่ พุ่มแน่น แตกก่ิงมาก เปลือกต้นสี
นา้ ตาลอ่อน แตกเป็นร่องตามยาวและหลุดล่อนสะเกด็ บาง ๆ
ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตังฉาก รูปรี กว้าง 10-20 ซม.
ยาว 20-30 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นคล่ืน แผ่นใบ
ค่อนข้างหนาและย่นเป็นลอน สีเขียวสดเป็นมัน ก้านใบ 2-3 ซม. ใบ
อ่อนสีเขียวอมเหลืองเป็นมัน มีหูใบขนาด 1-1.5 ซม. ออกสลับตังฉาก
บนใบล่าง
ดอก สีขาว มีกล่ินหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นที่
ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกตัง ดอกรูปดอกเขม็ กลีบเลียงเช่ือมติดกัน
เป็นหลอด ด้านในติดกับรังไข่ ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกเช่ือม
ตดิ กันเปน็ หลอดยาว 1-1.5 ซม. ปลายแยกเปน็ 5-6 แฉก โค้งไปขา้ งหลัง
เกสรเพศผู้ 5 อัน เส้นผา่ นศนู ย์กลางดอก 0.8-1.5 ซม.
ผล ผลสดแบบผลรวม ทรงกลมรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10
ซม. มีตาเป็นปุม่ ปมรอบผล สีเขยี วสด เมือ่ สุกสขี าวนวล เนือนม่ิ ฉ่้าน้า
มีกล่ินฉุน ร่วงง่าย เมล็ดรปู รี สนี า้ ตาลออ่ นจ้านวน 1 เมลด็ ตอ่ 1 ผลยอ่ ย
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็
นิเวศวทิ ยา พบปลูกเลียงอยู่ทว่ั ไป
การใชง้ านดา้ นภูมทิ ัศน์ รูปทรง ใบและผลสวยงาม ดอกหอม ผวิ สมั ผัส
หยาบ เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินทรายที่มีความชืนสูง
เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือในสวนหลังบา้ น หรอื ใหร้ ่มเงาในสวนสมนุ ไพร
และภมู ทิ ัศน์ท่ีเป็นธรรมชาติ ระยะปลกู 3-5 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพ้ืนท่ีศึกษา เจริญเติบโตเร็ว ต้องตัด
แต่งควบคุมทรงพุ่ม เพ่ือสะดวกในการใช้ประโยชน์จากใบอ่อน ผลสุก
รว่ งง่ายส่งกลิ่นฉุนและเป็นอาหารของมดและแมลง ไม่เหมาะส้าหรับ
การใช้พนื ทีใ่ ต้ทรงพุ่ม
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
79
ยางพารา (Para Rubber)
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Hevea brasiliensis (Kunth) Muell. Arg.
ชอ่ื วงศ์ EUPHORBIACEAE
ชอื่ อ่นื ยาง
ถ่ินกาเนดิ ลุม่ น้าอเมซอน
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 25-30 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 8-10
เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มค่อนข้างกลมหรือรูปไข่ แน่นทึบ เปลือกต้นสี
น้าตาลออ่ นหรอื เทา มรี อยด่างสีขาวทั่วไปและแตกหลุดล่อนเปน็ สะเกด็
ใบ ใบประกอบรูปนวิ มือ เรยี งเวยี นสลับเป็นชนั ๆ แกนกลาง
ใบประกอบยาว 10-20 ซม. มีใบย่อย 3 ใบ รูปไข่กลับ กว้าง 3-8 ซม.
ยาว 8-20 ซม. ปลายใบเป็นต่งิ แหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบ
บางแต่เค่อนข้างเหนยี ว สีเขยี วเข้มเปน็ มนั ใบจะเปลี่ยนเปน็ สสี ้มอมแดง
ดอก ดอกแยกเพศร่วมต้น สีเหลอื งอ่อน ออกเป็นชอ่ แบบช่อ
แยกแขนงท่ีซอกใบใกล้ปลายก่งิ พร้อมกับผลิใบใหม่ ช่อดอกตังยาว 10-
15ซม. ดอกย่อยรูประฆัง กลีบเลียงเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 5 แฉก
กลบี ดอกเช่ือมติดกันเปน็ หลอดสัน ๆ ปลายแยกเป็น 5 แฉก ดอกเพศผู้
มีขนาดเล็กแต่มีจ้านวนมากและจะบานแคบ ๆ เฉพาะช่วงปลายกลีบ
เส้นผา่ นศูนยก์ ลางดอก 0.5-0.8 ซม.
ผล ผลแห้งแตกกลางพู ผลทรงกลม ลักษณะเป็นพู 3 พู เส้น
ผา่ นศนู ยก์ ลาง 5-7 ซม. ผวิ เรียบสีเขยี ว เม่ือสุกมีสนี ้าตาลและแข็ง เมล็ด
กลมหรอื รูปไข่มนรี สนี ้าตาลลายขาว จ้านวน 3 เมล็ดต่อผล
ระยะการออกดอกตดิ ผล ปีละ 2 ครัง ดอก ก.พ.- มิ.ย. ผล เม.ย.- ส.ค.
ดอก ส.ค.- ต.ค. ผล ต.ค.- ธ.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด หรอื ตดิ ตา
นิเวศวิทยา พบปลกู เลยี งอยทู่ ั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ดอกและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในสภาพดินร่วนซุยของป่าเปิดใหม่ เหมาะ
ส้าหรับปลูกเพ่ือใหร้ ่มเงาและสร้างจดุ เดน่ กบั พนื ท่ีขนาดใหญ่ โดยปลูก
เป็นกลมุ่ 3-5 ตน้ ริมสนามหญา้ หรอื สนามกอลฟ์ ระยะปลูก 3-8 เมตร
ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตท่ีพบในพ้ืนท่ีศึกษา ต้นทีเ่ กิดจากเมลด็ โดยตรง
เจรญิ เตบิ โตดี โคนตน้ ขนาดใหญ่และคอ่ ยๆเรยี วเลก็ จนถึงส่วนท่แี ตกก่ิง
ระบบรากแก้วที่แข็งแรง ซึ่งเป็นพันธุ์พืนเมืองท่ีอนุรักษ์ไว้ แต่ที่พบ
โดยทั่วไปเป็นต้นท่ีเกิดจากการติดตาและปรับปรุงพันธ์ุปลูกเป็นพืช
เศรษฐกิจ ลา้ ตน้ เปลาตรง ระบบรากไม่แขง็ แรง โคน่ ล้มไดง้ ่าย
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
80
ยูคาลปิ ตสั (Eucalytus)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Eucalytus camaldulensis Dehnh.
ช่อื วงศ์ MYRTACEAE
ชื่ออืน่ ยคู ะลิปต์ ยคู า
ถิ่นกาเนดิ ทางเหนอื ของออสเตรเลยี
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 5-15
เมตร ไมผ่ ลดั ใบ ทรงพุม่ รูปกรวยถึงกรวยกว้าง ลา้ ตน้ เปลาตรง เปลอื กสี
เทานวลหรือสนี า้ ตาลออ่ นอมเทา หลดุ ล่อนและม้วนเป็นแผน่
ใบ ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปเคยี วโค้ง กว้าง 2-4 ซม. ยาว 15-20
ซม. ปลายและโคนใบแหลม แผ่นใบหนาและเหนียว สีเขียวอมเทาเงิน
หรือมีนวลสีขาวและมองเห็นเส้นกลางใบชัดเจนทังสองด้าน ใบมี
นา้ มนั หอมระเหย ก้านใบยาว 2-4 ซม.
ดอก สีขาวนวล ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นรูปซ่ีร่มท่ี
ซอกใบใกลป้ ลายกิ่ง ดอกยอ่ ย 5-7 ดอก ไม่มีก้านดอกยอ่ ย ดอกมกี าบรูป
กรวยห่อหุ้ม ไมม่ ีกลีบเลียง ไม่มกี ลบี ดอก เกสรเพศผู้สขี าวนวลจ้านวน
มากและรว่ งงา่ ยเสน้ ผ่านศนู ย์กลางช่อดอก 3.5-4.5 ซม.
ผล ผลแห้งแตก เกดิ จากฐานรองดอกรปู กรวยหงายหรือคล้าย
ลูกขา่ ง ขนาด 0.8-1 ซม. สีเขียว เม่ือสกุ สนี า้ ตาลแตกด้านบนเป็น 4 สว่ น
ใหเ้ มล็ดออกมา เมล็ดทรงกลม สนี า้ ตาลเขม้ ขนาดเล็กจา้ นวนมาก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก มี.ค.- พ.ค. ผล เม.ย.- ก.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็
นเิ วศวิทยา พบปลกู เลยี งอยทู่ ั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและใบสวยงาม ผิวสัมผัสปานกลาง
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้งและเค็ม ไม่ทนน้าท่วม
ขัง เหมาะส้าหรบั ปลูกเพื่อเป็นแนวกนั ลม ปลูกแสดงขอบเขตของพนื ที่
ปลูกสร้างสวนป่าในพืนทีด่ ินเสื่อม เหมืองแร่เก่า ชายทะเลและตกแต่ง
ทางหลวงต่างจงั หวัด ระยะปลูก 3-5 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตเร็วมาก
เน่ืองจากเป็นพันธ์ุไม้ท่ีเหมาะส้าหรับพืนท่ีแห้งแล้ง ดินเส่ือมมีธาตุ
อาหารน้อย เม่ือน้ามาปลูกในท่ีชืนและมีความอุดมสมบูรณ์ จึง
เจริญเติบโตได้เร็ว จากลกั ษณะล้าตน้ เปลา แตกกงิ่ ก้านในระดบั สูง เมื่อ
ปลูกรวมกับไม้ชนิดอ่ืนในสวนป่า ท้าให้โปร่งมีพืนที่ในแนวตังมาก มี
ความสะดวก มีความปลอดภัยตอ่ การเข้าใช้พนื ที่ภายใต้ทรงพุ่ม ลดการ
ดแู ลและการตดั แตง่ ก่งิ
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
81
ราชพฤกษ์ (Golden Shower Tree)
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Cassia fistula L.
ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE
ชอ่ื อน่ื คูน ชยั พฤกษ์ ลมแลง้
ถิ่นกาเนดิ เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ และอเมรกิ า
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 8-15 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 4-6 ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมหรือรูปไข่ แผ่กว้าง เปลือกต้นเรียบ สี
เทาออ่ น ต้นท่ีโตเตม็ ทเ่ี ปลอื กสนี ้าตาลเข้ม แตกไม่เปน็ ระเบียบ
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 30-40 ซม. ใบย่อย 4-10 คู่ เรียงตรงข้าม รูปไข่ กว้าง 4-8
ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเปน็ คลน่ื แผ่นใบ
บางแต่คอ่ นขา้ งเหนียว สีเขยี วเรยี บ
ดอก สีเหลอื ง ออกเปน็ ช่อแบบช่อกระจะทก่ี ิ่งแกแ่ ละซอกใบ
ช่อดอกห้อย ยาว 20-45 ซม. ดอกย่อยรูปดอกหางนกยูง กลีบเลียง 5
กลีบ รูปรีแกมรปู ไข่ สีเขียวอ่อน ด้านนอกมขี นสันๆ กลีบดอก 5 กลีบ
รูปไขห่ รือรปู ไข่กลบั เกสรเพศผู้ 10 อันเส้นผ่านศูนยก์ ลางดอก 5-8 ซม.
ผล ผลแห้ง เป็นฝักทรงกระบอก กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 20-
60 ซม. สีเขียวสด เม่อื สุกสีน้าตาลด้า เมลด็ รปู รา่ งแบนมน มีกล่ินเหม็น
หนื สีน้าตาลเปน็ มนั จา้ นวนมาก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ก.พ.- พ.ค. ผล เม.ย.- ก.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด
นิเวศวิทยา พบตามปา่ เบญจพรรณแล้งท่วั ทกุ ภาคของไทย
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตปานกลาง ขนึ ไดด้ ีในดินทกุ ชนดิ ทนแล้ง ทนเค็ม ไม่ทนน้า
ท่วมขัง เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อสร้างจุดเด่นในสวนสาธารณะ สวนใน
บ้าน สวนสมุนไพร สถานท่ีราชการ ปลูกริมทะเล ตกแต่งริมถนนใน
เมอื งและทางหลวงต่างจงั หวดั ระยะปลกู 3-6 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา เนื่องจากพืนที่มีระดับน้า
ใตด้ ินสูงทา้ ใหก้ ารเจรญิ เติบโตไม่ดี รากเน่าและโคนเน่า ส่วนต้นทีป่ ลูก
บนเนินเจริญได้ดีแต่มีดอกน้อยและช่อดอกสัน ไม่มีผลัดใบก่อนออก
ดอก มีปัญหาท่ีพบมากคือ หนอนชอนเปลือกเข้าท้าลายท้าให้ต้นตาย
และหนอนเจาะกนิ เนอื เย่ือภายในฝักทา้ ให้ ฝกั ร่วงหล่นมอี นั ตรายได้
หมายเหตุ ต้นไมป้ ระจา้ ประเทศไทย
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
82
ลองกอง (Longkong)
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Lansium parasiticum (Osbeck) K. C. Sahni & Bennet
ชื่อวงศ์ MELIACEAE
ถ่ินกาเนิด มาลายแู ละภาคใตข้ องไทย
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถงึ ขนาดใหญ่ สูง 10-15 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6-10 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพมุ่ รูปกรวยแผ่กว้าง แน่น เปลอื กสี
นา้ ตาลอ่อน ค่อนขา้ งเรยี บหรอื แตกเป็นสะเกด็ เลก็ ๆ
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี เรียงสลับ แกนกลางใบ
ประกอบยาว 15-25 ซม. ใบยอ่ ย 5-7 ใบ ใบยอ่ ยปลายรูปไข่กลับ มขี นาด
ใหญ่ทสี่ ดุ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 5-9 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบ
เป็นต่ิงแหลม โคนใบมนเบียว ขอบใบเป็นคล่ืน แผ่นใบค่อนข้างหนา
และเหนยี ว ย่นเป็นลอน ใบสีเขียวเข้มเปน็ มัน
ดอก สีขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ก่งิ แก่และ
ลา้ ตน้ มที ังช่อดอกตงั และชอ่ ดอกหอ้ ยยาว 10-20 ซม. โดยออกเป็นกลุ่ม
2-10 ช่อ ดอกยอ่ ย 10-30 ดอก กลบี เลยี ง 5 กลบี สีเขียว เป็นเกล็ดรูปโค้ง
มน กลีบดอก 5 กลีบ ติดอยู่กับหลอดเกสรเพศผู้โดยโคนกลีบเชื่อม
ตดิ กนั เกสรเพศผู้ 8-10 อัน เสน้ ผ่านศนู ย์กลางดอก 0.5-0.8 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนือ ทรงกลมเป็นจุกหรือรูปไข่กลับ สีเขียว
เข้ม เมื่อสุกสีน้าตาลอมเหลือง เมล็ดมีเนือสีน้าผึงใสห่อหุ้มและติดกับ
แกนกลางผล มี 5 กลบี เมล็ดรปู มนรี สีเหลืองอมเขยี ว จ้านวน 1-2 เมล็ด
ระยะการออกดอกติดผล ดอก มี.ค.- พ.ค. ผล เม.ย.- ส.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมล็ด ติดตา ทาบก่งิ และต่อกง่ิ
นเิ วศวิทยา พบปลกู เลียงท่ัวไปในภาคใต้
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีในดินร่วนท่ีมีความชืนสูงทังสภาพกลางแจ้ง
และร้าไร ซ่ึงหากปลูกในท่ีแสงแดดจัด จะแตกก่ิงมาก พุ่มแน่นกว่า
เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อให้รม่ เงา ปิดบังสายตาและลดความแข็งกระดา้ ง
ของอาคารในสวนบ้านทางภาคใต้และเกษตรผสมผสาน ระยะปลูก 5-
10 เมตร
ลกั ษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนท่ีศึกษา พบว่าต้นท่ีปลูกบนที่เนิน
ปลูกแซมกับมังคุด เจรญิ เติบโตดมี าก พุ่มแน่นแผ่กว้าง ส่วนต้นที่ปลูก
ในท่ีราบปลูกแซมมะพร้าว เจริญเติบโตช้า พุ่มโปร่งให้ผลผลิตต้่า
เน่ืองจากระบบรากแผข่ ยายแนน่ และร่มเงาของมะพร้าว
หมายเหตุ ตน้ ท่คี ลา้ ยกัน คอื ลางสาด (Lansium domesticum Correa)
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
83
ลน่ั ทม (Pagoda Tree, Temple Tree)
ช่อื วิทยาศาสตร์ Plumeria spp.
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ช่ืออ่นื ลั่นทมแดง ล่ันทมเหลือง ลีลาวดี
ถ่นิ กาเนิด เม็กซิโก อเมริกากลางและอเมริกาใต้
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 3-8 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8 เมตร
ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปไข่หรือรูปร่ม แผ่กว้าง โปร่ง ล้าต้นและก่ิงอวบน้า
เปลือกต้นสนี ้าตาลปนเทา เรียบ ทุกส่วนมีนา้ ยางสีขาว
ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับถ่ีที่ปลายกิ่ง รูปใบหอกแกมรูป
ขอบขนาน มีลักษณะป้อมสัน กว้าง 10-15 ซม. ยาว 20-35 ซม. ปลายใบ
เปน็ ตง่ิ แหลม โคนใบสอบ แผ่นใบค่อนข้างหนาและย่นเป็นลอน ผิวใบ
ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีเขียวนวลและมีขนละเอียด
ก้านใบอวบยาว 4-8 ซม.
ดอก สีเหลือง ชมพู ส้ม แดง ม่วง หรือมีหลายสีปนกันใน
ดอกเดียว มีกล่ินหอม ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายก่ิง ช่อดอกตัง
ยาว 15-25 ซม. ดอกย่อย 8-16 ดอก กลบี เลยี งเช่อื มตดิ กันปลายแยกเป็น
5 แฉก กลีบดอกโคนเชื่อมตดิ กันเปน็ หลอด ภายในมีขน ปลายแยกเป็น
5 แฉก ซอ้ นเหลื่อมกัน ปลายกลีบดอกมีตงิ่ แหลมและโค้งออกเล็กน้อย
เกสรเพศผู้ 4-5 อนั เสน้ ผ่านศูนย์กลางดอก 5-7 ซม.
ผล ผลแหง้ แตกตะเข็บเดยี ว เป็นฝกั คู่ รปู ยาวรี กว้างประมาณ
1.5 ซม. ยาวประมาณ 15 ซม. สีเขียวเข้ม เมื่อสุกสีน้าตาลอมด้า เมล็ด
แบนและมีปีก เมลด็ สีน้าตาลจ้านวนมาก
ระยะการออกดอกติดผล ตลอดปี
การขยายพันธุ์ เพาะเมลด็ หรือปักช้ากิง่ ควรปักช้าในทราย
นเิ วศวิทยา พบท่วั ทุกภาคของไทย
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบ และดอกสวยงาม ดอกหอม
ผิวสัมผัสหยาบ เจริญเติบโตช้า ขึนไดด้ ีในดินร่วนปนทราย ระบายน้าดี
ทนเค็ม ทนแล้ง เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อสร้างจุดเด่นในสวนสาธารณะ
สถานทีร่ าชการ รีสอร์ท ริมทะเล ปัจจุบนั นยิ มปลกู ท่วั ไป เช่น สวนบา้ น
สวนบาหลี ต้นใหญ่ท่ขี ุดลอ้ มควรใช้คา้ ยนั ถาวร ระยะปลูก 4-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี แม้จะอยู่
ใกล้แหล่งน้า ออกดอกมากแต่พบว่าติดผลน้อยมาก ต้นที่ขุดล้อมปลูก
ใหม่จะตังตัวไดเ้ ร็ว แตโ่ ค่นล้มง่ายเน่ืองจากรากเจริญได้ช้า และถ้าปลูก
กิ่งปักช้าต้องปลูกเป็นกอ 3 ต้น ในหลุมเดียวจงึ จะมีทรงพมุ่ ทสี่ วยงาม
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
84
ลัน่ ทมขาว (Evergreen Frangipani)
ช่อื วิทยาศาสตร์ Plumeria obtusa L.
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ช่ืออ่ืน ขอม จ้าปาขอม ล่นั ทม ลลี าวดี
ถนิ่ กาเนดิ เม็กซิโก อเมริกากลางและอเมริกาใต้
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 5-8 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8 เมตร
ไม่ผลดั ใบ ทรงพุ่มรปู ไข่หรือรูปรม่ แผ่กวา้ ง โปร่ง ล้าต้นและกิ่งอวบน้า
เปลือกตน้ สีนา้ ตาลปนเทา เรยี บ ทุกสว่ นมนี ้ายางสขี าว
ใบ ใบเด่ยี ว เรยี งเวียนสลับถ่ีที่ปลายก่ิง รูปใบหอกหรอื รปู ไข่
กลบั แกมรปู ขอบขนาน กวา้ ง 5-9 ซม. ยาว 20-27 ซม. ปลายใบมน โคน
ใบสอบมน แผ่นใบคอ่ นข้างหนา สีเขยี วเข้มเรียบเปน็ มนั ผวิ ใบด้านล่าง
สีเขียวนวลและมขี น กา้ นใบอวบยาว 4-6 ซม.
ดอก สีขาว กลางดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบ
ช่อเชงิ ลดทปี่ ลายก่งิ ชอ่ ดอกตงั ยาว 20-30 ซม. ดอกย่อย 8-16 ดอก กลีบ
เลียงเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกโคนเช่ือมติดกันเป็น
หลอด ภายในมีขน ปลายแยกเป็น 5 แฉก ซ้อนเหล่อื มกนั กลีบดอกรูป
ไข่กลับ ปลายมนและโค้งไปข้างหลัง เกสรเพศผู้ 4-5 อัน เส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลางดอก 7-9 ซม.
ผล ผลแหง้ แตกตะเข็บเดยี ว เป็นฝักคู่ รูปยาวรี กว้างประมาณ
1.5 ซม. ยาวประมาณ 15 ซม. สีเขียวเข้ม เมื่อสุกสีน้าตาลอมด้า เมล็ด
แบนและมปี ีก เมลด็ สีนา้ ตาลจา้ นวนมาก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ตลอดปี
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด หรือปกั ช้าก่งิ ควรปกั ชา้ ในทราย
นิเวศวิทยา พบทัว่ ทกุ ภาคของไทย
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและดอกสวยงาม ดอกหอม
ผิวสัมผัสหยาบเจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีในดินร่วนปนทราย การระบาย
น้าดี ทนเค็ม ทนแล้ง เห มาะส้าห รับปลูก เพ่ือ ส ร้างจุดเด่น ใน
สวนสาธารณะ สถานท่ีราชการ รีสอร์ท ริมทะเล ปัจจุบันนิยมปลูก
ทั่วไป เช่น สวนบ้าน สวนบาหลี ต้นใหญ่ท่ีขุดล้อมควรใช้การค้ายัน
แบบถาวร ระยะปลูก 4-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตดี แม้จะอยู่
ใกล้แหล่งน้า ออกดอกมากแต่พบว่ามีการติดผลน้อยมาก ต้นที่ขดุ ล้อม
ปลูกใหมจ่ ะตังตวั ไดเ้ ร็ว แตโ่ ค่นลม้ งา่ ยเนอ่ื งจากรากเจรญิ ได้ช้า และถ้า
กงิ่ ปักชา้ ต้องปลกู เปน็ กอ 3 ตน้ ในหลมุ เดียวจงึ จะมีทรงพุ่มทส่ี วยงาม
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
85
ลาดวน (Lumduan)
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Melodorum fruticosum Lour.
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ชือ่ อืน่ หอมนวล
ถนิ่ กาเนดิ ประเทศแถบอนิ โดจนี
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 8-10 เมตร หรืออาจถึง 20 เมตร
ขนาดทรงพุ่ม 4-6 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปกรวย แน่นทึบ ล้าต้น
เปลาตรง เปลือกตน้ สนี ้าตาล แตกขรขุ ระเปน็ สะเกด็
ใบ ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-3
ซม. ยาว 7-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม แผ่นใบบางแต่
เหนียว สีเขียวเข้ม ผิวใบด้านล่างมนี วลสขี าว เส้นกลางใบสีเหลืองนวล
กา้ นใบสีน้าตาลแดง ยาว 0.4-0.6 ซม.
ดอก สีเหลือง มีกลิ่นหอมเย็น ออกเป็นดอกเด่ียวท่ีซอกใบ
ใกล้ปลายก่ิงและปลายก่ิง กลีบเลียงโคนเช่ือมติดกันเปน็ รูปถ้วย ปลาย
แยกเปน็ 3 แฉก กลีบดอกหนาและแข็ง 6 กลีบ เรียงเป็นสองชัน ชันละ
3 กลีบ กลีบดอกชันนอก รูปไข่ ปลายแหลม แผก่ างออก ปลายกลีบงุ้ม
เข้า กลีบดอกชันในงุ้มเข้าชดิ กันเป็นทรงกลม ดอกหอมในตอนเย็นถึง
เชา้ ดอกบานนานประมาณ 2 สัปดาห์ เส้นผ่านศูนยก์ ลางดอก 2-3 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนือ เป็นผลกลมุ่ เรียงอยูบ่ นแกนตมุ้ กลม 15-
20 ผล ทรงกลมรี กว้าง 0.6 ซม. ยาว 0.8 ซม. สีเขียว เม่ือสุกเปน็ สีแดง
อมด้า เมล็ดมีเนอื ห่อหุ้ม รสหวานอมเปรยี ว เมลด็ สีนา้ ตาลอ่อน จ้านวน
1 เมล็ดตอ่ ผล
ระยะการออกดอกติดผล ดอก กพ.- ม.ี ค. ผล พ.ค.- ก.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ และตอนกิ่ง
นเิ วศวทิ ยา ขึนตามปา่ โปร่ง ปา่ เบญจพรรณ หรือปา่ ดิบแลง้ ทว่ั ๆ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ดอกหอม ผิวสัมผัส
ปานกลาง เจริญเติบโตช้า ขนึ ไดด้ ีในดินร่วนซยุ ทชี่ มุ่ ชนื เหมาะส้าหรับ
ปลูกเพือ่ เป็นไม้ประดับ สวนไม้หอม ควรปลูกระหวา่ งตน้ ไม้ใหญ่เดิมที่
มีความชนื พอเหมาะจึงจะสวยงาม ไม่ควรใชต้ ้นที่ขุดลอ้ มมาใหม่ เพราะ
ตอ้ งใช้เวลาพักนานเกอื บปี ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดีและเร็วใน
ระยะแรกปลูก พบกับต้นท่ีปลูกโดยอาศัยร่มเงาของอาคารและต้นไม้
ใหญ่ เปน็ พนั ธุ์ไม้นา้ เข้ามาปลูกใหม่การเจรญิ เติบโตยงั ไมเ่ ต็มท่ี
หมายเหตุ ต้นไมป้ ระจา้ จังหวดั ศรสี ะเกษ
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
86
ลาไย (Longan)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dimocarpus longan Lour. var. longan
ชอื่ วงศ์ SAPINDACEAE
ชื่ออนื่ มะล้าไย
ถน่ิ กาเนิด จนี ตอนใต้และอินเดยี
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 5-8 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม แนน่ ทึบ เปลือกต้นสีน้าตาล
หรอื น้าตาลเขม้ แตกสะเก็ดและหลุดล่อนเป็นแผ่นบาง
ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนสลบั แกนกลาง
ใบประกอบยาว 20-50 ซม. มใี บยอ่ ย 2-4 คู่ เรียงตรงขา้ ม รูปไขแ่ กมรูป
ขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 7-12 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ
และเบยี ว แผ่นใบบางแต่เหนียว สีเขียวเข้มเป็นมนั ผิวใบด้านลา่ งมีตอ่ ม
แบน ๆ สีเข้มในซอกของเส้นแขนงใบ ผิวเรียบหรือมีกลุ่มขนกระจาย
บนเส้นแขนงใบ
ดอก สีขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่ง ช่อ
ดอกตังยาว 10-40 ซม. กลีบเลยี ง 5 กลีบ ซ้อนกันและโคนเชื่อมติดกัน
เป็นรูปถ้วย กลีบดอก 5 กลีบ โคนกลบี มีขนออ่ น ๆ เกสรเพศผู้สีขาว 8-
10 อนั เส้นผ่านศนู ย์กลางดอก 0.5-0.8 ซม.
ผล ผลสดมีเนือ ทรงกลมหรือเบียวเล็กน้อย เส้นผ่าน
ศูนย์กลาง 1.5-2 ซม. สีเขียวอมน้าตาล เมื่อสุกน้าตาลอมเหลือง เปลือก
ผลบางแตค่ ่อนข้างเหนียว มีเนอื ใส ๆ สีขาวอมชมพูหอ่ หุ้มเมล็ด เมลด็ สี
น้าตาลเขม้ เรยี บเปน็ มนั จ้านวน 1 เมล็ดตอ่ ผล
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ก.พ.- มี.ค. ผล เม.ย.- พ.ค.
การขยายพันธุ์ เพาะเมลด็ ตอน หรอื ทาบก่ิง
นิเวศวิทยา พบการปลูกเลยี งทัว่ ไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและผลสวยงาม ผิวสัมผัสปานกลาง
ค่อนข้างหยาบ เจริญเติบโตปานกลาง ขึนไดด้ ีในดนิ ร่วนซยุ ระดบั นา้ ใต้
ดินต่้า ชอบอากาศเย็น เหมาะส้าหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงาในพืนที่ขนาด
ใหญ่บนที่เนิน หรอื ริมเนนิ สวนสาธารณะ ลานอเนกประสงค์ สวนป่า
และภมู ทิ ัศน์ทเ่ี ป็นธรรมชาติ ระยะปลูก 4-8 เมตร
ลักษณะการเจรญิ เติบโตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตดี เป็นพรรณ
ไม้ต่างถนิ่ ทีน่ ้าเขา้ มาปลกู เลยี งเพ่ือเปน็ ตัวอย่าง ด้วยสภาพภูมิอากาศไม่
เหมาะสม ท้าให้ไม่เกิดดอกติดผล แต่ปัจจุบันมีการปรับปรุงพันธุ์ใหม่
สามารถปลกู และใหผ้ ลผลติ ในเขตรอ้ นชืนได้
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
87
เลี่ยน (Chinaball Tree)
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Melia azederach L.
ชอ่ื วงศ์ MELIACEAE
ชอ่ื อนื่ เคี่ยน เล่ียนบ้าน เฮ่ียน
ถ่ินกาเนดิ เอเชียเขตรอ้ น จีน อนิ เดยี และออสเตรเลยี
ลกั ษณะทัว่ ไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร
ขนาดทรงพุ่ม 6-8 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม ค่อนข้างโปร่ง เปลือกต้น
สนี ้าตาลอมดา้ แตกเปน็ ร่องตามแนวยาว
ใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชัน ปลายคี่ เรียงสลับท่ีปลาย
กงิ่ แกนกลางใบประกอบยาว 30-60 ซม. แยกแขนงตรงข้าม 4-5 คู่ ยาว
15-20 ซม. ใบย่อย 4-6 ใบ เรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง
1.5-2.5 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่งอ่อน โคนใบเบียว
ขอบใบจักฟันเล่ือยห่าง ๆ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขียวสด
เรยี บเป็นมัน
ดอก สีชมพูหรือขาวอมม่วงอ่อน มีกล่ินหอม ออกเป็นช่อ
แบบชอ่ แยกแขนงทีซ่ อกใบใกล้ปลายกิ่ง ชอ่ ดอกตังยาว 20-30 ซม. กลีบ
เลียง 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยม กลีบดอก 5 กลีบ รูปขอบขนาน ปลายมน
และโค้งไปข้างหลัง เกสรเพศผู้ 10 อนั สมี ่วงเช่ือมติดกนั เป็นหลอด เสน้
ผ่านศูนย์กลางดอก 2-2.5 ซม.
ผล ผลสดแบบมีเนือเมล็ดเดียว ทรงกลมหรือรี กว้าง
ประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ1.5 ซม. สีเขียวสด เม่ือสุกเป็นสีเหลือง
เมล็ดรูปรี สนี ้าตาลออ่ น
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ธ.ค.- เม.ย. ผล ก.พ.- ก.ค.
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด หรอื ปักชา้ ราก
นเิ วศวิทยา พบตามชายป่าดบิ และป่าเบญจพรรณทัว่ ทกุ ภาค
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและดอกสวยงาม ดอกหอม ผิวสัมผัส
ละเอียด เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วนซุย ดินค่อนข้างชืน เหมาะ
สา้ หรบั ปลกู เพ่อื สรา้ งจุดเดน่ ในพนื ทีข่ นาดใหญ่ สวนสาธารณะ สวนป่า
และภมู ทิ ัศน์ทเ่ี ปน็ ธรรมชาติ ระยะปลูก 5-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี เน่ืองจาก
ปลูกในที่ราบระดับน้าใต้ดินสูง โตเร็ว ก่ิงเปราะหักง่ายเม่ือลมพัดแรง
และพบหนอนและแมลงกดั กนิ ยอดและดอกอ่อน
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไม้ตน้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
88
ศรีตรงั (Jacaranda)
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Jacaranda filicifolia D. Don
ชื่อวงศ์ BIGNONIACEAE
ชอื่ อนื่ แคฝอย เฟินต้น
ถ่ินกาเนดิ ตอนเหนอื ของอเมรกิ าใต้ บราซลิ และเวเนซุเอลา
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง10-12 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 4-6
เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มโปร่งรปู ทรงไมแ่ น่นอน เปลือกต้นสีน้าตาลอ่อน
ปนเทา แตกหลุดล่อนเป็นแผ่นบาง ๆ
ใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชนั ปลายค่ี เรียงตรงข้ามสลับ
ตังฉาก แกนกลางใบประกอบยาว 40-50 ซม. แยกแขนงตรงข้าม 7-10
คู่ ยาว 4-6 ซม. ใบย่อย 10-13 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานแกมรูป
สี่เหล่ยี มข้าวหลามตดั กวา้ ง 0.5-0.7 ซม. ยาว 1-1.5 ซม. ปลายใบแหลม
โคนใบเบยี ว แผน่ ใบบาง สีเขียวออ่ น
ดอก สีม่วง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก
แยกแขนงขนาดใหญ่ที่ปลายก่ิง ช่อดอกตังยาว 5-9 ซม. ดอกย่อยรูป
ระฆงั จ้านวนมาก กลบี เลยี งเช่อื มติดกันเปน็ หลอด ปลายแยกเปน็ 2 แฉก
โคนกลีบดอกเช่อื มตดิ กันเปน็ หลอด ยาว 2-4 ซม. ปลายแยกเป็น 5 กลีบ
ดอกทยอยบาน เกสรเพศผู้ 4 อนั เส้นผ่านศนู ยก์ ลางดอก 1.5-2.5 ซม.
ผล ผลแห้งแตกสองตะเข็บ เป็นฝักรูปรีค่อนข้างแบน กว้าง
1-1.5 ซม. ยาว 2-2.5 ซม. สีเขียวสด เมื่อสุกสีเขียวอมนา้ ตาล เมลด็ แบน
มปี กี เมล็ดสนี ้าตาลออ่ นขนาดเล็กจ้านวนมาก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ธ.ค.- ม.ี ค. ผล ก.พ.- พ.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ ตน้ มีอายุ 4-6 ปจี งึ จะออกดอก
นเิ วศวทิ ยา พบปลูกเลยี งมากทางภาคเหนือและภาคใต้
การใชง้ านด้านภูมทิ ัศน์ รปู ทรง ใบและดอกสวยงาม ผิวสมั ผสั ละเอียด
เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้าดี ชอบ
อากาศเย็นและความชืนสูง เหมาะส้าหรับปลกู เพ่ือสร้างจุดเด่นในพืนท่ี
ขนาดใหญ่ สวนสาธารณะ โดยปลูกเป็นกลุ่มริมสนามหญ้า สถานที่
ราชการและตกแต่งทางหลวงตา่ งจงั หวดั ในภาคใต้ ระยะปลูก 3-6 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนท่ีศึกษา พบว่าต้นท่ีปลูกบนที่เนิน
เจริญเติบโตได้ดี ออกดอกเต็มต้น ส่วนต้นท่ีปลูกในท่ีราบระดับน้าใต้
ดินสูง หรือริมน้า จะมีดอกน้อย ก่ิงแห้งตาย รากเน่า โคนเน่าเนื่องจาก
ไดร้ ับนา้ มากเกนิ
หมายเหตุ ต้นไม้ประจา้ จงั หวัดตรัง
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภูมิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
89
สนฉตั ร (Norfolk Island Pine)
ช่ือวิทยาศาสตร์ Araucaria heterophylla (Salisb.) Franco
ช่อื วงศ์ ARAUCARIACEAE
ถ่ินกาเนดิ เกาะนอร์ฟอลค์ ออสเตรเลีย
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-20 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 3-4
เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มพีรามิด เปลือกต้นสีน้าตาลเข้ม หรือสีน้าตาล
อมเทา แตกสะเกด็ ตามแนวขวางและมรี อยแผลการหลุดของก่งิ ชัดเจน
ใบ ใบเกล็ด รูปสามเหล่ียมแกมรูปไข่ ปลายใบแหลมโค้งเข้า
ด้านใน มีติ่งหนาม กว้าง 0.3-0.5 ซม. ยาว 0.3-0.6 ซม. ประกอบเป็นช่อ
ใบอยู่บนแกนกลาง คล้ายหางกระรอก กว้าง 0.7-1 ซม. ยาว 20-35 ซม.
เรียงตรงขา้ มคล้ายขนนก บนกง่ิ ท่ีแตกเป็นชัน ๆ ช่อใบอ่อนตังขึนและ
ชอ่ ใบแกห่ อ้ ยลง ตน้ อายุมากใบจะเล็กแนน่ สเี ขียวอมเหลือง
ดอก ดอกแยกเพศรวมต้น โครงสร้างสืบพันธ์ุเรียกว่า โคน
(Cone) ดอกเพศผู้ กวา้ ง 1-1.7 ซม. ยาว 4-7 ซม. ดอกเพศเมีย กว้าง 0.8-1
ซม. ยาว 7-10 ซม.ตอ่ ไปจะกลายเป็นผล
ผล ผลแห้งแตก อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่าโคน รูปกรวย
หรอื รูปไข่ กวา้ ง 0.8-1 ซม. ยาว 7-10 ซม. เมลด็ กวา้ ง 1 ซม. ยาว 3 ซม.
ระยะการออกดอกติดผล ดอก มี.ค.- เม.ย. ผล พ.ค.- มิ.ย.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมลด็
นิเวศวทิ ยา พบปลูกเลียงอยู่ทั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและใบสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินทราย การระบายน้าดี ชอบ
อากาศเย็น เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือประดับในสวน หรือสร้างจุดเด่น
ให้กับพืนท่ีขนาดใหญ่บนท่ีเนิน ปลูกในพืนที่แคบเพราะทรงพุ่มแคบ
ระยะปลกู 3-4 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา เจริญเติบโตดี โตเร็วใน
ระยะ 2-3 ปแี รกของการปลกู เน่อื งจากอากาศค่อนข้างเย็น ประกอบกับ
ปลกู อยูบ่ นท่ีเนิน วัสดุปลูกเก็บความชืนและระบายนา้ ดี ไม่พบโรคและ
แมลงรบกวน พบการตดิ ผล (พ.ค.- ม.ิ ย. 2560)
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภูมทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
90
สนทะเล (Sea Oak)
ช่ือวิทยาศาสตร์ Casuarina equisetifolia L.
ชอ่ื วงศ์ CASUARINACEAE
ช่อื อนื่ กู
ถ่ินกาเนดิ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลยี
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-35 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-8
เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปพีระมิด แตกกิง่ แผ่กว้าง กิ่งแขนงขนาดเล็ก
สีเขียว ลักษณะเป็นเส้นกลมห้อยลง มีข้อรอบก่ิงชัดเจนและหักหลุด
เปน็ ข้อ ๆ เปลือกต้นสีนา้ ตาลเขม้ หรือน้าตาลอมเทา แตกล่อนเป็นแผน่
ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนเป็นวงกลมท่ีข้อกิ่งข้อละ 6-8 ใบ รูป
สามเหลี่ยมเป็นสะเก็ดขนาดเล็กคล้ายหนามแหลม ปลายใบแยกเป็นซี่
จกั เล็ก ๆ โคนใบเชื่อมติดกนั ยอดอ่อนหรอื ปลายกง่ิ อ่อนมสี ีเหลือง
ดอก ดอกแยกเพศร่วมต้น ดอกเพศผู้ สีขาว ออกเป็นช่อแบบ
ชอ่ เชิงลดท่ีปลายก่ิง รปู ทรงกระบองเรียว ช่อดอกตังยาว 1-3 ซม. เกสร
เพศผู้ 1 อัน สีน้าตาล ดอกเพศเมีย สีแดง ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก
แน่นท่ีปลายก่ิงสัน ๆ รูปทรงกระบอกหรือเกือบกลม ไม่มีกลีบเลียง
และกลีบดอก แต่มกี ลบี ประดับขนาดเล็ก 2 กลีบ เส้นผา่ นศนู ย์กลางช่อ
ดอกประมาณ 0.5 ซม.
ผล ผลแห้งแตกตามรอยประสาน เป็นผลรวมทรงกลม เส้น
ผา่ นศูนย์กลาง 1-1.5 ซม. สีเขยี ว เม่ือสุกมีสีเขยี วอมเหลือง แตกแผ่เป็น
ปกี เมล็ดกลมรี มปี กี ท่ปี ลายเมล็ด จ้านวน 1 เมลด็ ตอ่ 1 ผลยอ่ ย
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ธ.ค.- ก.พ. ผล ม.ี ค.- พ.ค.
การขยายพันธ์ุ เพาะเมล็ด ตอนก่งิ หรือปกั ชา้
นเิ วศวทิ ยา พบปลูกเลยี งอยทู่ ่ัวไป
การใชง้ านด้านภูมิทัศน์ รปู ทรงสวยงาม ผิวสัมผัสละเอยี ด เจริญเติบโต
เร็ว ขึนได้ดีในดินปนทราย ดินเค็ม ทนลม ทนน้าท่วมขัง แตกก่ิงก้าน
จา้ นวนมาก เหมาะส้าหรับปลูกเพอ่ื แสดงขอบเขตพืนท่ีและเป็นแนวกัน
ลมริมทะเล ปลูกเปน็ ฉากหลัง ปลูกเพื่อตดั แต่งทรงพุ่มและตกแต่งถนน
ในเมอื งและทางหลวงต่างจังหวดั ระยะปลูก 4-8 เมตร หรอื น้อยกวา่
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเติบโตดี ไม่พบ
ปัญหาโรคและแมลงรบกวน บางต้นได้รับผลกระทบจากการพัฒนา
ปรบั ปรงุ พนื ที่ เช่น การขยายถนน ทา้ ใหพ้ นื ท่ีจ้ากัด รากโดนท้าลายโดย
การตดั อยา่ งหนกั สง่ ผลต่อการเจริญเตบิ โตและโค่นล้มเมือ่ ลมพดั แรง
หมายเหตุ ต้นไม้ประจ้าจงั หวดั สมุทรสงคราม
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภมู ทิ ัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
91
สนประดพิ ัทธ์ (Son Pradi Phat)
ช่อื วิทยาศาสตร์ Casuarina junghuniana Miq.
ช่อื วงศ์ CASUARINACEAE
ช่อื อ่นื สนปฏิพทั ธ์
ถ่ินกาเนดิ ออสเตรเลีย
ลักษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-35 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 4-6
เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปพีระมิด แต่แคบและก่ิงก้านมีขนาดเล็กกว่า
สนทะเล ก่ิงแขนงขนาดเล็กสีเขียว ลักษณะเป็นเส้นกลมห้อยลง มีข้อ
รอบก่ิงชัดเจนและหักหลุดเป็นข้อ ๆ เปลือกต้นสีน้าตาลเข้ม แตกเป็น
ร่องตามแนวยาว
ใบ ใบเด่ียว เรียงเวียนเป็นวงกลมท่ีข้อก่ิงข้อละ 8-10 ใบ รูป
สามเหลี่ยมเป็นสะเก็ดขนาดเล็กคล้ายหนามแหลม ปลายใบแยกเป็นซี่
จักเล็ก ๆ โคนใบเช่อื มติดกัน ยอดออ่ นหรือปลายกิง่ ออ่ นมสี ีแดง
ดอก ดอกแยกเพศแยกต้นดอกเพศผู้ สีน้าตาลอ่อนหรือสี
เหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง รูปทรงกระบองเรียว ช่อ
ดอกตงั ยาว 1-3 ซม. เกสรเพศผู้ 1 อัน สนี า้ ตาล ดอกเพศเมีย สีนา้ ตาลอม
เทา ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นท่ีปลายกิ่งสัน ๆ รูปทรงกระบอก
หรอื เกือบกลม ไมม่ ีกลีบเลียงและกลบี ดอก แต่มีกลีบประดบั ขนาดเล็ก
2 กลบี เสน้ ผา่ นศนู ย์กลางช่อดอกประมาณ 0.5 ซม.
ผล ไม่พบว่าตดิ ผลในประเทศไทย เนือ่ งจากมแี ตต่ น้ เพศผู้
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก ธ.ค.- ก.พ.
การขยายพนั ธ์ุ ปักช้า หรือตอนก่งิ
นเิ วศวทิ ยา พบปลูกเลียงอยู่ท่ัวไป
การใชง้ านดา้ นภมู ทิ ัศน์ รูปทรงสวยงาม ผิวสมั ผัสละเอียด เจรญิ เติบโต
เรว็ ขนึ ไดด้ ีในดนิ ปนทราย ดินเคม็ ทนลม ทนน้าทว่ มขงั เหมาะส้าหรับ
ปลูกเพื่อแสดงขอบเขตพืนที่และเป็นแนวกันลมริมทะเล ปลูกเป็นฉาก
หลังของสวน ปลูกชิดระยะ 1 เมตร แล้วตดั แต่งเป็นพุ่มแน่นท้าเป็นรัว
และทางหลวงต่างจงั หวดั ระยะปลกู 3-6 เมตร หรอื นอ้ ยกวา่
ลักษณะการเจริญเติบโตที่พบในพื้นท่ีศึกษา เจริญเตบิ โตดี แม้จะปลูก
บนท่ีเนิน ดินมคี วามอดุ มสมบูรณ์ตา้่ โดยปลกู เปน็ แนวกันลมและแสดง
ขอบเขตของสนามฟตุ บอล
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไม้ต้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
92
สนสามใบ (Son Sam Bai)
ช่ือวิทยาศาสตร์ Pinus kesiya Royle ex Gordon.
ชื่อวงศ์ PINACEAE
ชือ่ อ่นื เกย๊ี ะเปลือกแดง เกยี๊ ะเปลือกบาง จ๋วง สนเขา
ถ่ินกาเนิด เนปาล อินเดีย และพม่า
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 เมตร ขนาด
ทรงพุ่ม 6-8 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม ล้าต้นเปลาตรง เปลือกต้นสี
น้าตาลอมชมพูอ่อน หลุดลอ่ นเป็นแผ่นหนา มกั มียางสีเหลืองซึมออกมา
ตามรอยแตก
ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับถี่ตามปลายกิ่ง รูปเข็มเรียวยาว
ยาว 12-25 ซม.อยู่รวมกันเป็นกระจุก กระจุกละ 3 ใบ ท่ีโคนกระจุกมี
กาบห่อหุ้ม ปลายใบและโคนใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา
สีเขยี วเข้มทงั สองด้าน ยอดออ่ นมีผงเป็นไขสขี าวปกคลมุ
ดอก ดอกแยกเพศรวมต้น โครงสร้างสืบพันธุ์เรียกว่า โคน
(Cone) ดอกเพศผู้ สเี หลือง ออกเป็นช่อแบบช่อหางกระรอก อยู่รวมกัน
เป็นกลุ่มที่กลางกลุ่มใบ ช่อดอกตังยาว 2-4 ซม. ดอกเพศเมีย สีเขียว
ออกเป็นดอกเด่ียวหรือเป็นคูท่ ี่ซอกใบใกล้ปลายก่ิง กว้าง 3-5 ซม. ยาว
5-9 ซม. ต่อไปจะกลายเปน็ ผล
ผล ผลแห้งแตก อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่าโคน รูปกรวย
เกล็ด กว้าง 4-5 ซม. ยาว 7-9 ซม. สีเขียวสด เมื่อสุกสนี ้าตาล เมล็ดมีปีก
ด้านเดียวรูปขอบขนาน อยู่ในแต่ละแผ่นกาบแข็งปลายหนาและโค้ง
เมลด็ รปู รีมคี รบี บาง ขนาดเลก็ จา้ นวนมาก
ระยะการออกดอกตดิ ผล ดอก พ.ย.- ม.ค. ผล ก.พ.- เม.ย.
การขยายพนั ธุ์ เพาะเมลด็
นิเวศวิทยา พบขึนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มบนภูหรือเนินเขา ที่ความสูง
1,000-1,600 เมตร จากระดบั น้าทะเล
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ล้าต้น ใบและผลสวยงาม ผิวสัมผัส
ละเอียด เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีบนภูหรือเนินเขา ชอบอากาศหนาว
เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือในพืนท่ีขนาดใหญ่บนท่ีสงู และปลูกเป็นพรรณ
ไม้ตัวอย่างในสวนรุกชาติ สถานศกึ ษา ระยะปลูก 4-8 เมตร
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพื้นที่ศึกษา เจริญเติบโตช้ามาก
เน่ืองจากเป็นพรรณไมต้ ่างถน่ิ ท่ีนา้ เข้ามาปลูกเลียงเพอ่ื เปน็ ตวั อยา่ ง ดว้ ย
สภาพภมู อิ ากาศและภูมปิ ระเทศไมเ่ หมาะสม ทา้ ใหไ้ มเ่ กิดดอกติดผล
หมายเหตุ ตน้ ไม้ประจา้ จงั หวดั เลย
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ น้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
93
สัก (Take)
ชอื่ วิทยาศาสตร์ Tectona grandis L. f.
ชื่อวงศ์ LABIATAE
ช่อื อ่ืน สกั ทอง ปายี เป้อยี ปฮี อื
ถ่นิ กาเนิด อินเดยี และเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
ลกั ษณะท่ัวไป ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 20-30 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 15-20
เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มกลมกว้าง ล้าต้นเปลาตรง โคนต้นเป็นพูพอนต่้า
เปลือกตน้ สีนา้ ตาลอมเหลอื ง เรยี บ หรอื แตกเป็นรอ่ งตืนตามแนวยาว
ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตังฉาก รปู ไข่กลบั หรอื รูปรแี กม
รปู ไข่ กว้าง 15-35 ซม. ยาว 25-60 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบเป็น
ครบี แผน่ ใบหนาและเหนียว สเี ขียวเขม้ สากมือ เส้นแขนงใบนนู เดน่ ถ้า
ขยใี บสดจะมสี ีแดงชา้ และเปลยี่ นเปน็ สเี ขียวคล้า กา้ นใบยาว 2-5 ซม.
ดอก สีขาวนวล ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงขนาดใหญ่ท่ี
ปลายก่ิง ช่อดอกตัง ยาว30-50 ซม. ดอกยอ่ ยขนาดเล็ก ร่วงงา่ ย เส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลาง 0.7-0.9 ซม. กลีบเลียง 5 กลบี สีเหลืองนวล เช่ือมติดกันเป็น
รูประฆัง กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเปน็ หลอดรูปกรวย ปลายแยกเปน็ 6
แฉก แผ่บานและโค้งไปด้านหลัง เกสรเพศผู้ 6 อัน เส้นผ่านศูนย์กลาง
ดอกประมาณ 0.3 ซม.
ผล ผลแห้ง เป็นกระเปาะค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง
1.5-2 ซม. ประกอบด้วยกลีบเลียงที่พองลม บางคล้ายกระดาษห่อหุ้ม
เปลอื กหุ้มเมลด็ แข็ง ภายในมี 4 ชอ่ งโปร่ง แตล่ ะชอ่ งมเี มล็ด 1 เมลด็
ระยะการออกดอกติดผล ดอก ม.ิ ย. - ก.ค. ผล ส.ค. - ต.ค.
การขยายพนั ธ์ุ เพาะเมลด็ และการปักช้าราก
นเิ วศวิทยา พบท่วั ไปทางภาคเหนอื ที่ระดับความสงู 500 เมตรลงมา
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรงและใบสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตช้า ขึนได้ดีในดินร่วน ทนไฟ ชอบอากาศเย็น เหมาะ
ส้าหรับปลูกเพ่ือเป็นฉากหลังสวนสาธารณะ เพ่ือสร้างจุดเด่นให้กับ
อาคารสถานที่ ปลูกสร้างสวนป่าและภูมิทัศน์ท่ีเป็นธรรมชาติ ระยะ
ปลกู 5-10 เมตร หรอื ปลูกตน้ เดียว
ลักษณะการเจริญเติบโตท่ีพบในพ้ืนที่ศึกษา เจริญเติบโตช้ามาก มีการ
เจริญทางกิ่งด้านข้างมาก ท้าให้แตกพุ่มแน่น พุ่มต่้า ล้าต้นมีความสูง
น้อย เน่ืองจากความชืนและปริมาณน้าฝนท่ีสูงเกินไป ล้าต้นมีวงปีห่าง
แก่นไม้น้อย
หมายเหตุ ต้นไมป้ ระจ้าจังหวัดอตุ รดิตถ์
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนิด ไมต้ น้ ในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses
94
สาเก (Breadfruit Tree)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Artocarpus altilis (Parkinson ex F. A. Zom) Fosberg
ชอื่ วงศ์ MORACEAE
ช่อื อ่ืน ขนุนสา้ ปะลอ
ถ่ินกาเนิด มาเลเซีย
ลักษณะทวั่ ไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร
ขนาดทรงพุ่ม 6-8 เมตร ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม แตกแผ่กว้างเห็นก่ิง
กา้ นเปลือกตน้ สีนา้ ตาล เรยี บ
ใบ ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 25-40 ซม. ยาว
30-60 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเป็นแฉกลกึ เกือบถึงเส้น
กลางใบ แผ่นใบหนาและเหนียวคล้ายแผ่นหนัง สีเขียวเข้มเรียบเป็นมัน
เสน้ แขนงใบนูนเด่น ก้านใบอวบยาว 2.5-5 ซม.
ดอก ดอกแยกเพศร่วมต้น ดอกเพศผู้ สีเขียวอมเหลือง
ออกเปน็ ชอ่ แบบชอ่ หางกระรอก ชอ่ ดอกห้อยลง รปู ร่างคล้ายกระบองที่
ซอกใบใกล้ปลายก่ิง กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 20-30 ซม. ดอกเพศเมีย
ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง รูปไข่แกมรูป
ทรงกระบอกสันๆ กวา้ ง 3-5 ซม. ยาว 4-7 ซม. สีเขยี วอมเหลือง
ผล ผลสดแบบมีเนือ เป็นผลรวม ทรงกลมยาว กว้าง 8-12
ซม. ยาว 15-20 ซม. มีหนามเป็นตุ่มเล็ก ๆ ไม่แหลม สีเขียวอมเหลือง
เม่อื สุกเขยี วอมน้าตาล ภายในมเี นือนุม่ ไมม่ เี มลด็
ระยะการออกดอกติดผล หมนุ เวียนตลอดปี
การขยายพันธ์ุ สกัดหนอ่ จากพนื ดนิ และตอนก่ิง
นิเวศวิทยา พบปลูกเลยี งอยู่ทั่วไป
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ รูปทรง ใบและผลสวยงาม ผิวสัมผัสหยาบ
เจริญเติบโตเร็ว ขึนได้ดีในดินร่วนปนดินทราย ความชืนค่อนข้างสูง
เหมาะส้าหรับปลูกเพ่ือให้ร่มเงา ปลูกประดับในพืนที่โล่งขนาดใหญ่
สวนสาธารณะและภูมิทัศน์ท่ีเป็นธรรมชาติ ไม่ควรปลูกบริเวณลาน
อเนกประสงค์และลานจอดรถ ผลรบั ประทานได้ ระยะปลกู 6-9 เมตร
ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตทพ่ี บในพ้ืนที่ศกึ ษา เจรญิ เตบิ โตดี ต้องตัดแต่ง
ทรงพุ่มบ่อยเพื่อควบคุมการแผ่ขยายของราก เน่ืองจากปลูกในพืนท่ี
จา้ กัดบรเิ วณลานพักผ่อน มีปัญหาเรื่องผลแก่ร่วงหล่น ส่งกล่ินและเป็น
อาหารของแมลงหวี่ รบกวนการใช้ประโยชน์พนื ท่ี
หมายเหตุ ต้นไม้ที่คล้ายกัน คือ ขนุนสา้ ปะลอ ต่างกันที่ใบเป็นแฉกลึก
กว่า ผลไม่มีเนอื มแี ตเ่ มลด็ น้ามาตม้ รับประทานได้
85 ปี ไสใหญ่ 86 ชนดิ ไมต้ ้นในงานภมู ิทัศน์ : 85 Years Sai Yai 86 Species of Trees for Landscape Uses