การอภิปราย
ในการประชุม
วุฒิสภา และ
การเผยแพร่
ผ่านสือในฐานะ
วุฒิสมาชิก
ประจาํ ป
พุ ทธศักราช
2563
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ
นพ.ไกรสิทธิ ตันติศิรินทร์
สมาชิกวุฒิสภา
สารบญั
การอภิปราย 1
1. ร่างพระราชบญั ญตั ิงบประมาณรายจา่ ยประจาํ ปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 4
6
2. รายงานของผสู้ อบบญั ชีและงบการเงินกองทุน
3. ขอ้ เสนอเชิงนโยบายการบริหารจดั การหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพมหานครเพือ่ เสริมสร้าง 8
10
เศรษฐกิจฐานราก ชีวติ และชุมชน ( Street Food)
4. พิธีสารวา่ ดว้ ยกลไกระงบั ขอ้ พิพาทดา้ นเศรษฐกิจของอาเซียน 12
5. รายงานประจาํ ปี ปี งบประมาณ พ.ศ. 2562 กองทุนประชารัฐสวสั ดิการเพื่อเศรษฐกิจ
13
ฐานรากและสงั คม
6. ความเป็นไปไดแ้ ละกาํ หนดแนวทางบูรณาการการพฒั นาเพอื่ ใหเ้ กิดโรงไฟฟ้าชุมชน 16
18
จากขยะเพ่ือความมน่ั คงดา้ นพลงั งานอยา่ งยง่ั ยนื 21
7. พระราชกาํ หนดใหอ้ าํ นาจกระทรวงการคลงั กเู้ งินเพ่ือแกไ้ ขปัญหาเยยี วยาและฟ้ื นฟู 23
26
เศรษฐกิจและสงั คม ท่ีไดร้ ับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
พุทธศกั ราช 2563 31
8. รายงานประจาํ ปี 2562 กองทุนพฒั นาส่ือปลอดภยั และสร้างสรรค์
9. การปฏิรูปประเทศและการดาํ เนินการตามยทุ ธศาสตร์ชาติ 33
10. รายงานประจาํ ปี พ.ศ. 2562 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 37
11. รายงานสรุปผลการดาํ เนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจาํ ปี 2562 (ดา้ นเศรษฐกิจ)
12. รายงานสรุปผลการดาํ เนินการตามยทุ ธศาสตร์ชาติ ประจาํ ปี 2562 (การวจิ ยั และการพฒั นา 39
นวตั กรรม)
13. รายงานสรุปผลการดาํ เนินการของคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยสี ารสนเทศ 41
44
การส่ือสาร และโทรคมนาคม
14. รายงานประจาํ ปี งบประมาณ 2561 สาํ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ
15. การจดั การศึกษาโดยบูรณาการการเรียนรู้กบั การทาํ งาน (Work Integrated Learning : WIL)
สาํ หรับอาชีวศึกษา โดยเนน้ รูปแบบทวภิ าคี
16. แนวทางส่งเสริมการบริหารจดั การน้าํ และเศรษฐกิจชุมชน เพอื่ ลดความเหล่ือมล้าํ
ในพ้นื ท่ีนอกเขตชลประทาน
17. ร่างพระราชบญั ญตั ิงบประมาณรายจา่ ย ประจาํ ปี งบประมาณ พ.ศ. 2564
18. เศรษฐกิจหมุนเวยี น (Circular Economy)
สารบัญ (ต่อ)
19. การจา้ งงานขา้ ราชการภายหลงั เกษียณอายุ 60 ปี เพอื่ รองรับสงั คมสูงวยั 46
20. การบริการสุขภาพปฐมภูมิ (Primary Health Care) 48
21. รายงานผลการปฏิบตั ิงานประจาํ ปี 2562 ของ ส.ส.ท. (Thai PBS ) 50
22. กองทุนพฒั นาบทบาทสตรี 52
23. รายงานของคณะกรรมาธิการพจิ ารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย 54
แกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่..) พุทธศกั ราช.... ก่อนรับหลกั การรัฐสภา 56
24. รายงานผลการปฏิบตั ิงานของสาํ นกั งานการตรวจเงินแผน่ ดิน ประจาํ ปี งบประมาณ
58
พ.ศ. 2562
25. การทบทวนนโยบายและผลสมั ฤทธ์ิทางการศึกษาเพ่ือแกไ้ ขปัญหาความไม่สงบในพ้ืนท่ี 60
จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 62
26. ขอ้ เสนอเชิงนโยบายตอ่ การพฒั นาและขยายสื่อดีสาํ หรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว
64
การเผยแพร่ผ่านสื่อ 74
27. รัฐสภาไทยกบั กิจการรัฐสภาระหวา่ งประเทศ Thai National Assembly &
ก-ช
Inter-Parliamentary Affairs
28. ดนั เกษตรสร้างมูลค่า ขบั เคลื่อนเศรษฐกิจเพอ่ื อนาคต
29. การเกษตรสร้างมูลคา่
ภาคผนวก
1
การประชุมวุฒิสภา คร้ังท่ี 12 (สมัยสามัญประจําปี คร้ังทสี่ อง)
วาระ พจิ ารณาร่างพระราชบญั ญตั งิ บประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2563
อภปิ รายโดย ศาสตราจารย์เกียรตคิ ุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์
วนั จันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนทา่ นประธานท่ีเคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ตอ้ งขอขอบพระคุณ
คณะกรรมาธิการวิสามญั กิจการวุฒิสภาเป็ นอยา่ งสูงท่ีไดว้ างแนวทางใหพ้ วกเราไวอ้ ยา่ งเป็ นระบบ โดยจะ
ขอนาํ เสนอ 2 เร่ือง คือ 1. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม 2. กระทรวงเกษตร
และสหกรณ์
ประเดน็ ท่ี 1 กระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม (กระทรวง อว.) งบประมาณถูก
ตดั ไป 1,503 ลา้ นบาท ซ่ึงถือวา่ กระทรวงน้ีเป็ นกระทรวงใหม่ที่สุด มีหนา้ ที่หลกั คือ การพฒั นาคน วิจยั และ
นวตั กรรม บริการสังคมในมิติต่าง ๆ ตลอดจนทาํ นุบาํ รุงศิลปวฒั นธรรม เป็ นการศึกษาปลายทางท่ีตอ้ งการ
พฒั นาคนใหส้ มบูรณ์เต็มศกั ยภาพ และเนน้ การวิจยั และนวตั กรรมเพื่อสร้างความรู้และปัญญาในมิติต่าง ๆ
มิติวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และมิติทางดา้ นสังคมเพื่อการพฒั นาอยา่ งต่อเนื่อง และเป็ นตวั อยา่ งในการทาํ นุ
บาํ รุงศิลปวฒั นธรรม ร่วมกบั หน่วยงานต่าง ๆ และควรจะส่งเสริมการประกอบอาชีพในมิติต่าง ๆ ประเด็นท่ี
อยากจะเน้นเป็ นพิเศษ คุณสถิตย์ ลิ่มพงศพ์ นั ธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ไดอ้ ภิปรายอยา่ งดีที่สุดว่า เรื่องการลงทุน
ทางดา้ นการวจิ ยั ควรจะเพ่มิ ข้ึน เป้าหมายขณะน้ี คือ ภาครัฐและเอกชนควรจะลงทุนใหไ้ ปถึง 1.5% ของ GDP
ถา้ เป็ นไปไดค้ วรข้ึนไปถึง 2-4% ในอีก 2 ปี ขา้ งหนา้ แต่ขณะน้ีเป็ นท่ีน่าเสียดายท่ีมีงบลงทุนจากรัฐลงทุนแค่
0.1% หรือ 0.135% เท่าน้นั ซ่ึง 0.135% ครอบคลุมถึงงบประมาณวจิ ยั ของกระทรวงตา่ ง ๆ ดว้ ย กระทรวง อว.
มีงบวจิ ยั โดยตรงซ่ึงเรียกวา่ Flagship วจิ ยั เชิงพ้นื ที่ วจิ ยั สร้างกาํ ลงั คน วจิ ยั เพือ่ การแขง่ ขนั วจิ ยั ทางดา้ นเกษตร
วจิ ยั ทางดา้ นการแพทย์ และวจิ ยั ทางดา้ นนวตั กรรม เพื่อใหเ้ กิดพลงั ในการแข่งขนั กบั นานาชาติ โชคดีท่ีปี น้ี
งบที่เสนอมาไม่ถูกตดั เสนอจริง ๆ เริ่มตน้ จาก 37,000 ลา้ นบาท แต่ถูกตดั กลน่ั กรองจากสํานกั งบประมาณ
เหลือ 2,400 ลา้ นบาท ประมาณ 0.135 % ของ GDP และหวงั ว่ารัฐบาลควรจะให้ความสนใจและใส่ใจในเรื่องน้ี
รัฐบาลควรลงทุน 0.5 - 1.00 % เอกชนลงทุน 1- 2 % จะไดท้ าํ ใหม้ ีความสามารถทางดา้ นการแขง่ ขนั ได้
ประเดน็ ที่ 2 กระทรวงน้ีเป็ นกระทรวงใหม่ ตอ้ งมีความคล่องตวั มีการบูรณาการกนั ใหน้ กั ศึกษาเขา้ ใจ
ตนเองและมีทกั ษะในศตวรรษใหม่ ไดแ้ ก่ ทกั ษะด้านการแกไ้ ขปัญหาท่ีซับซ้อน การคิดวิเคราะห์ ความคิด
สร้างสรรค์ ความรู้ความเขา้ ใจการบริหารงานบุคคล สามารถทาํ งานร่วมกนั มีความฉลาดทางอารมณ์ มีการ
ตดั สินใจที่ดี มีการบริการที่ดี มีการเจรจาต่อรอง และความยืดหยุน่ ทางความคิด ซ่ึงท้งั หมดตอ้ งหล่อหลอมให้
ไดโ้ ดยการเรียนรู้ตรงมีประสบการณ์ตรง และคงตอ้ งทาํ และทาํ ให้ได้ ที่สําคญั คือ การจดั กระบวนการเพื่อ
2
การวจิ ยั เมื่อจดั กระบวนการวจิ ยั ให้ดีซ่ึงเป็ นท่ีน่าเห็นใจ กระทรวง อว. เป็ นกระทรวงใหม่ มีพระราชบญั ญตั ิที่
ออกใหม่ในปี พ.ศ. 2562 ถึง 10 ฉบับ เพราะฉะน้ันการจัดกระบวนการต้ังแต่ระดับนโยบาย แผนงาน
งบประมาณ วจิ ยั Flagship program การบริหารจดั การวจิ ยั ท่ีมีคุณภาพ มีระบบการวิจยั ที่ดี มีการนาํ IT มาใช้
มีการประเมินผลงานวิจยั เพื่อมาใช้ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม และนาํ กระบวนการวิจยั มา
พฒั นากาํ ลงั คนเพอ่ื ใหไ้ ดท้ กั ษะในขา้ งตน้ เป็นส่ิงที่ควรสนบั สนุนอยา่ งยง่ิ ควรจะตอ้ งลงทุนใหม้ ากไม่ควรจะ
ตดั งบ แต่ควรจะเพม่ิ
ประเด็นท่ี 3 เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการใหญ่มากมาย ไม่อยากให้ซ้ืออย่างเดียว อยากจะให้มีการ
ลงทุนวิจยั ในประเด็นน้นั ๆ เช่น ระบบราง ในการเดินทางเคยมีโอกาสพบศาสตราจารยท์ ่านหน่ึงท่ีเมืองเซนได
ประเทศญี่ป่ ุน เคา้ สร้างระบบรางต้งั แต่ปี ค.ศ. 1964 (โอลิมปิ ค) ระบบรางใช้ไดด้ ีมาก ๆ และมีการพฒั นาวิจยั
อยา่ งต่อเน่ืองทาํ ให้ดีข้ึนอยู่เสมอ ระบบรางมีอุบตั ิเหตุน้อยมาก เราตอ้ งลงทุนเพื่อสร้างคนและสร้างงานวิจยั
ควบคู่ไปดว้ ย สําหรับการวิจยั ส่ิงท่ีควรจะให้โอกาสพิเศษคือ เร่ืองการเกษตรและอาหาร เกษตรท่ีเป็ นอาหาร
และที่ไม่ใช่อาหาร เป็ นพ้ืนฐานท่ีสําคญั ของคนไทยและที่ไม่ใช่คนไทย และเกษตรกรเป็ นผูท้ ี่ยากจน เป็ นผูท้ ี่
ตอ้ งไดร้ ับการดูแลและมีส่วนร่วมการช่วยตนเอง นโยบายหลกั ๆ ท่ีเกิดจากขา้ งตน้ มกั จะทาํ ให้คนจนต่อไป
เพราะเกิดการพ่ึงพา เช่น ในอดีตปลูกยางพาราอยา่ งเดียว มีการประกนั ราคา ทาํ ให้ไดร้ าคาข้ึนมาอีกเล็กน้อย
แตไ่ มไ่ ดม้ ีการพฒั นาอยา่ งแทจ้ ริง จากการท่ีเราติดตามกรรมาธิการดา้ นการเกษตรและสหกรณ์ และกรรมาธิการ
ดา้ นเทคโนโลยี วจิ ยั และนวตั กรรม จะเห็นไดว้ า่ ท้งั 2 อยา่ งจะสัมพนั ธ์ไปดว้ ยกนั การเกษตรที่จะดาํ เนินการไป
ไดด้ ีในอนาคตจะตอ้ งมีการวิจยั พฒั นาในเรื่องของดินเพ่ือการเกษตรมีพอหรือไม่ อยู่ที่ไหน อยา่ งไร น้าํ เพ่ือ
การเกษตรมีมากพอหรือไม่ยงั มีความสะอาดดีพอไหม 70% เพ่ือการเกษตรผลิตอาหาร เพราะฉะน้นั ตอ้ งมี
ขอ้ มูลเรื่องน้ีการวจิ ยั และนวตั กรรมจาํ เป็ น และตอ้ งวจิ ยั เร่ืองพนั ธุ์พืช พนั ธุ์สัตวต์ ่าง ๆ ในอดีตกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ทาํ ไดด้ ีมาก ๆ แต่เน่ืองจากงบประมาณถูกตดั มาเรื่อย ๆ ทาํ ให้การวิจยั ทางดา้ นเกษตรน้อยลงเป็ น
ลาํ ดบั ควรจะให้มีการวิจยั ในระดบั ส่วนกลางไปถึงชุมชน เพ่ือให้มีพนั ธุ์พืช พนั ธุ์สัตวไ์ วใ้ ชเ้ อง รวมถึงการ
ประมงดว้ ย ในขณะเดียวกนั การเล้ียงดูพืชและสัตวโ์ ดยให้โภชนาการอาหารท่ีดีตอ้ งมีการวจิ ยั และการควบคุม
ป้องกนั โรคตอ้ งพิจารณาให้ดี และที่สําคญั ท่ีมาสู่การรวบยอดคือ การปฏิบตั ิทางการเกษตรท่ีดีและเหมาะสม
(Good Agriculture Practices เรี ยกย่อ ๆ ว่า GAP) และมาสู่ GMP คือ มาตรฐานในการผลิต (Good
Manufacturing Practice) นําไปสู่ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพมีความปลอดภัย มีคุณค่า ด้วยเหตุน้ี
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถูกตดั งบประมาณไป 1,759 ลา้ นบาท ส่วนหน่ึงตดั เพราะวา่ เกษตรปลอดภยั
ซ่ึงสิ่งน้ีน่าจะเพ่ิม ควรจะเน้นเกษตรปลอดภยั อิงพ้ืนฐานการปฏิบตั ิการที่ดี แล้วถ้าพร้อมก็ทาํ ต่อเกษตร
อินทรีย์ ขณะเดียวกนั เกษตรที่ปลอดภยั ที่มีอตั ลกั ษณ์ของตนเองจะเป็ นเกษตรอตั ลกั ษณ์ จากท่ีไดไ้ ปศึกษาดู
งานการผลิตมะพร้าวที่จงั หวดั สมุทรสาคร จงั หวดั สมุทรสงคราม ดูมะพร้าว ส้มโอ และลาํ ไยสีชมพู อนั น้ีคือ
เกษตรอตั ลกั ษณ์ และอยากจะเห็นงบประมาณลงมาเพ่ือสนบั สนุนเกษตรอตั ลกั ษณ์ เกษตรปลอดภยั และ
เกษตรชีวภาพคือ สมุนไพร เพ่ือให้มีการผลิตมีการวางแผนวา่ 2-10 ปี เราจะมีแผนการทาํ ให้เกิดความยงั่ ยนื
ได้อย่างไร จริง ๆ แล้วมีแผนการปฏิรูป มีอยู่ในแผนยุทธศาสตร์เพียงแต่จะทาํ อย่างไรจะตีความมาสู่การ
ปฏิบตั ิให้ไดผ้ ลอยา่ งต่อเน่ือง โดยงบประมาณตอกย้าํ เป็ นจุดที่เป็ นคานดีดคานงดั GDP การสร้างเกษตรกร
อจั ฉริยะ ซ่ึงสามารถวเิ คราะห์วา่ ตนเองมีทรัพยากรดินน้าํ อากาศและพนั ธุ์พชื พนั ธุ์สัตวเ์ พ่ือให้ผลิตไดด้ ีมีการ
3
รวมกลุ่มเป็ นแปลงใหญ่ รวมกลุ่มเป็ นสหกรณ์เพื่อผลิตและดูแลมีความรู้ และทางส่วนราชการให้คาํ ปรึกษา
หารือเป็นพเี่ ล้ียง มีการใหท้ ุนมหาวทิ ยาลยั ท่ีอยใู่ นภูมิภาคมาร่วมดว้ ยคือ มหาวทิ ยาลยั เขา้ มามีส่วนร่วมในการ
ทาํ Extension service ซ่ึงจุดจดั การบูรณาการเพ่ือใหเ้ กิด การปฏิรูปอยา่ งไดผ้ ลจะตอ้ งเป็นการทาํ อยา่ งตอ่ เนื่อง
และในท่ีสุดจะเป็ นการสร้างความเขม้ แขง็ ของเศรษฐกิจฐานราก ซ่ึงจะเป็ นการเพ่ิมรายได้ เพ่ิมความเขม้ แขง็
ของบุคคล ครอบครัวชุมชน และถา้ พฒั นาต่อเน่ืองจะเป็ นเกษตรท่ียงั่ ยนื ดูแลระบบนิเวศวิทยาดูแลดินน้าํ ป่ า
ไม้ ทุกอยา่ งเป็ นระบบหมดและมีการพฒั นากาํ ลงั คน ตวั อยา่ งหน่ึงที่คิดวา่ ควรไดร้ ับการสนบั สนุน คือ เร่ือง
ของศูนยเ์ รียนรู้การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตสินคา้ เกษตร (ศพก.) ซ่ึงทาํ ให้เกษตรกรมารวมกลุ่มกนั มี
ปฏิสัมพนั ธ์ทางการเกษตรทุกดา้ น ท้งั ทุน และภาควิชาการจะเขา้ มาร่วมดว้ ย ถา้ รัฐจะเป็ นกระทรวงต่าง ๆ มา
ช่วยหาตลาด ตอนน้ีเกษตรทราบวา่ ผลิตเพ่ือมีตลาด เพื่อผบู้ ริโภค เพื่อคุณภาพ เพื่อความปลอดภยั และเพ่ือ
คุณภาพเฉพาะด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพทางดา้ นโภชนาการ ที่นาํ เรียนท้งั หมดเรามีตวั อย่าง แต่ท่ี
สังเกตคือเราทาํ ไปไดป้ ระมาณ 30-40% จะตอ้ งทาํ ไปได้ 50-80% และทาํ ไปได้ 2 ปี 5 ปี 10 ปี เพ่ือความยง่ั ยืน
ในที่สุดนําไปสู่การพฒั นาที่มง่ั คง่ั ยงั่ ยืน และผมเน้นปลอดภยั โดยเฉพาะคุณภาพ โดยสรุปในภาวะท่ี
เศรษฐกิจไม่ดีนกั รัฐบาลควรจะทุ่มงบประมาณมาดูแลกาํ ลงั คน ดูแลเรื่องการวจิ ยั และนวตั กรรมเตรียมความ
พร้อมเพือ่ ท่ีจะกา้ วกระโดด และนาํ ไปสู่การพฒั นาที่แข่งขนั กบั นานาชาติไดแ้ ละเกิดความยง่ั ยืน เพราะระบบ
นิเวศวิทยาก็จะมีการดูแลเกษตรกร และวงวชิ าการก็จะมีคนที่คิดวิเคราะห์และเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อพฒั นา
ตนและพฒั นางาน
ขอขอบคุณเป็นอยา่ งสูง
4
การประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ 16 (สมัยสามญั ประจําปี คร้ังทส่ี อง)
วาระ รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงนิ กองทุน
เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลงั งานสําหรับปี สิ้นสุดวนั ท่ี 30 กนั ยายน 2557
(ตามมาตรา 34/2 แห่งพระราชบัญญตั ิการส่งเสริมการอนุรักษ์พลงั งาน พ.ศ.2535
ซึ่งแก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิการส่งเสริมการอนุรักษ์พลงั งาน (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2550 )
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกียรตคิ ุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
วนั จันทร์ท่ี 3 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ตอ้ งขอขอบคุณ
ที่ไดร้ ับทราบถึงการตรวจสอบงบประมาณ ปี 2557 และขอขอบคุณคณะกรรมาธิการพลงั งานของวุฒิสภา
และ คาํ ช้ีแจงของผจู้ ดั การสาํ นกั งานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษพ์ ลงั งาน กองทุนน้ีมีความสาํ คญั
มาก เพราะเป็ นเงินท่ีมหาศาล ถา้ เราใชป้ ระโยชน์จริง ๆ ในมิติตามเจตนารมณ์พระราชบญั ญตั ิ ปี พุทธศกั ราช
2535 ก็จะเกิดประโยชน์อยา่ งยง่ิ จริงอยูข่ ณะน้ีเราพูดถึง ปี 2557 แต่ท่านผจู้ ดั การฯไดก้ รุณาช้ีแจงวา่ หลงั จาก
ปี 2560 จะไดป้ รับใหด้ ีข้ึน ผมจึงมีประเดน็ ที่จะเสนอแนะหรือซกั ถาม ดงั น้ี
ประเด็นท่ี 1 ระหว่างปี 2558-2563 ท่านจะจดั การอยา่ งไรกบั รายงานประจาํ ปี ที่จะตอ้ งนาํ เสนอ
คณะกรรมการ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนาํ เสนอรัฐสภา เพ่ือให้เกิดความเขา้ ใจว่ามีการดาํ เนินงาน
อยา่ งถูกตอ้ ง มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีธรรมาภิบาลที่สามารถช้ีแจงและตรวจสอบได้
ประเด็นท่ี 2 ภารกิจของกองทุนน้ีตาม พระราชบญั ญตั ิ ปี พุทธศกั ราช 2553 เขียนไวช้ ัดเจนว่า
กองทุนมีวตั ถุประสงค์ 1. เป็ นเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ 2. เป็ นเงินหมุนเวยี นช่วยเหลืออุดหนุนต่าง ๆ แต่
ท่ีผมอยากจะนาํ เรียน ซกั ถามและเสนอแนะ คือ 3. เป็นเงินช่วยเหลือหรือเงินอุดหนุนใหแ้ ก่ส่วนราชการหรือ
รัฐวสิ าหกิจ สถาบนั การศึกษา หรือองคก์ รเอกชนในเรื่องดงั ต่อไปน้ี
(ก) โครงการดา้ นอนุรักษพ์ ลงั งานหรือโครงการที่เก่ียวกบั การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาสิ่งแวดลอ้ ม
จากการอนุรักษพ์ ลงั งาน
(ข) การคน้ ควา้ วิจยั การศึกษาเก่ียวกบั การพฒั นา การส่งเสริมและการอนุรักษพ์ ลงั งาน การป้องกนั
และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดลอ้ มจากการอนุรักษ์พลงั งานและเกี่ยวกบั การกาํ หนดนโยบายและการวางแผน
พลงั งาน
(ค) โครงการสาธิตหรือโครงการริเริ่มที่เก่ียวกบั การอนุรักษ์พลงั งานหรือการป้องกนั และแกไ้ ข
ปัญหาส่ิงแวดลอ้ มจากการอนุรักษพ์ ลงั งาน
5
(ง) การศึกษา การฝึ กอบรมและ การประชุมเกี่ยวกบั พลงั งาน วตั ถุประสงค์ในขอ้ น้ีท้งั หมดท้งั สิ้น
เป็นเรื่องของการวจิ ยั และนวตั กรรมเพ่ือที่จะเกิดการส่งเสริม อนุรักษพ์ ลงั งาน และพฒั นาใหด้ ีข้ึน
เทา่ ท่ีตรวจรายงานการเงินมีเงินท่ีใชใ้ นปี 2557 อาจจะครอบคลุมต้งั แต่ปี 2555-2557 ประมาณ 630
ลา้ นบาท หรือมากกว่า จึงขอเรียนถามว่า ในช่วงหลงั การบริหารเงินกองทุนเพื่อสนบั สนุนการวิจยั และ
นวตั กรรมได้ดาํ เนินการอย่างไร เน่ืองจากขณะน้ี ระบบและกระบวนการวิจยั ของประเทศได้มีการปรับ
โดยมี พระราชบญั ญตั ิท่ีเกิดข้ึนเก่ียวขอ้ งกบั กระทรวงใหมค่ ือ กระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และ
นวตั กรรม ซ่ึงจะมีกระบวนการบริหารจดั การเงินท่ีเก่ียวกบั วจิ ยั และนวตั กรรม วตั ถปุ ระสงค์หลกั คือ ต้องการ
จะให้มีผลงานวิจัยและผู้วิจัยที่มคี ุณภาพ มผี ลงานออกมาแล้วสามารถนาํ ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่ากับ
เงินท่ีลงทุนไป ไม่ทราบว่าการจดั การกองทุนฯ ได้พิจารณาเร่ืองน้ี ด้วยหรือไม่ และในขณะเดียวกัน
เงินกองทุนค่อนขา้ งมาก เราไม่ทราบวา่ ในปี 2563-2564 จะเป็ นปริมาณเท่าไหร่ อยากจะเสนอแนะวา่ น่าจะ
ศึกษากระบวนการบริหารจดั การเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพ ในช่วงท่ีผา่ นมาก็คือ การบริหารจดั การโดย
สํานกั งานกองทุนสนบั สนุนการวิจยั ของไทย คือ สํานกั งานกองทุนสนบั สนุนการวิจยั (สกว.). ซ่ึงในการ
จดั การบริหารกองทุน จะมีคณะผูเ้ ชี่ยวชาญในดา้ นต่างๆ (คณะกรรมการอาํ นวยการ :Steering committee)
ให้มีการเตรียมการว่าจะมีการวิจัยเร่ืองอะไร พฒั นาเรื่องอะไร และจดั สรรทุนให้กับกลุ่มบุคคลท่ีมี
ความสามารถท่ีจะวจิ ยั ได้ ขณะเดียวกนั มีเงินกองทุนท่ีจะเปิ ดใหส้ มคั รไดอ้ ยา่ งอิสระ และมีการติดตามอยา่ ง
เป็ นระบบโดยใชโ้ ปรแกรมอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Programme Management System) มีการรายงานเป็น
ระยะๆ ท้งั เรื่องการเงิน ผลงาน และท่ีสุดเนน้ การนาํ ผลงานไปใชป้ ระโยชน์
โดยสรุป ในช่วงน้ี หรือปี ต่อไปจะมีการบริหารจดั การเงินที่เก่ียวกบั การวิจยั และนวตั กรรมให้มี
ประสิทธิภาพประสิทธิผลไดอ้ ยา่ งไร มีการเช่ือมโยงกบั ระบบงานวจิ ยั ท่ีเป็ นภาพรวมในระดบั อุดมศึกษา
ไดแ้ คไ่ หนอยา่ งไร ถา้ มีความร่วมมือกนั น่าจะเกิดประโยชนส์ ูงข้ึน
ขอขอบคุณ
6
การประชุมวฒุ ิสภา คร้ังท่ี 17 (สมัยสามญั ประจําปี คร้ังทสี่ อง)
วาระ ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการหาบเร่แผงลอย
ในกรุงเทพมหานครเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกจิ ฐานราก ชีวติ และชุมชน ( Street Food)
(คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหล่ือมลาํ้ )
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกยี รตคิ ุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์
วนั องั คารท่ี 4 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานท่ีเคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ตอ้ งขอช่ืนชม
คณะกรรมาธิการการแกไ้ ขปัญหาความยากจนและลดความเหล่ือมล้าํ เพราะกลุ่มประชาชนท่ีขายอาหารหรือ
ขายส่ิงต่าง ๆ บนถนน ถือวา่ เป็ นกลุ่มประชาชนท่ียากจน ถา้ ไม่จนจะไม่ทาํ แบบน้นั และเป็ นปัญหาทวั่ โลก
สาํ หรับอาหารจะมีการขายมากที่สุด เร่ืองน้ีประเทศไทยก็มีประวตั ิความเป็ นมาคลา้ ยกบั ประเทศอื่น นน่ั ก็คือ
ปัญหาเรื่องความยากจน ไม่มีทุน ก็เลยทาํ ธุรกิจ Street โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Street Food เป็ นปัญหาทวั่ โลก
เรื่องน้ีองคก์ ารอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ไดพ้ ยายามส่งเสริมใหม้ ีรูปแบบในการดาํ เนินงาน และ
กรุงเทพมหานคร ในยคุ หน่ึง ก็ไดม้ ีการดาํ เนินการเรื่องน้ี มีการฝึกอบรม การจดั บริการเร่ืองน้าํ มีการกาํ หนด
วนั ทาํ ความสะอาด และมีการข้ึนทะเบียนต่าง ๆ ซ่ึงในท่ีสุดก็ดีข้ึนเป็ นลาํ ดบั แต่ยงั ไม่พอ ขอ้ เสนอแนะท่ี
เสนอน้นั เกือบจะสมบูรณ์ แตย่ งั ไม่สมบูรณ์ อยา่ งท่ีหลายท่านไดเ้ สนอแนะเพ่มิ เติม อยา่ งไรก็แลว้ แตผ่ มคิดวา่
เร่ืองน้ีเป็ นเรื่องท่ีดี เพราะถ้าทาํ ได้จะนาํ ไปสู่การพฒั นาที่ยงั่ ยืน (Sustainable Development Goals :SDGs)
โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ขอ้ ท่ี 8 ก่อน การมีงานทาํ และเศรษฐกิจเติบโต ขอ้ ที่ 1 แกค้ วามยากจน ขอ้ ท่ี 2 แกค้ วามหิว
โหย ขอ้ ท่ี 10 ลดความเหล่ือมล้าํ ขอ้ ท่ี 11 เมืองและชุมชนมีความยง่ั ยนื ซ่ึงประเด็นน้ีผมกอ็ ยากใหม้ าพจิ ารณา
ใหด้ ีวา่ จะก่อใหเ้ กิดความยง่ั ยนื ไดอ้ ยา่ งไร ถา้ ยุง่ เหยิงไปหมด เดินไม่ไดถ้ นนมีการวางของขายเต็มไปหมด
ยนื ยนั วา่ ไม่มีความยงั่ ยนื แน่นอน และขอ้ ที่ 17 คือความร่วมมือของภาคีต่าง ๆ ซ่ึงเร่ืองน้ีควรจะทาํ และบรรลุ
วตั ถุประสงค์ของเป้าหมายการพฒั นาท่ียง่ั ยืนให้ได้ และสําหรับขอ้ คิดเห็นท่ีจะเสนอเพิ่มเติมมี 2 ประเด็น
ดงั น้ี
ประเด็นที่ 1 คือการจดั ระเบียบ เร่ืองน้ีคงตีขลุมไม่ไดว้ า่ กรุงเทพมหานคร ตอ้ งทาํ เหมือนกนั ทุกพ้ืนที่
ตอ้ งมีการเก็บขอ้ มูล วเิ คราะห์ทุกเขต และตอ้ งวิเคราะห์ไปถึงพ้ืนที่ตรงจุดน้นั ๆ วา่ มีความเหมาะสมหรือไม่
เหมาะสมที่จะมีการเสนอ Street Food และการจดั ระเบียบรวมถึงการข้ึนทะเบียน การฝึ กอบรม การให้
ความรู้ การบริการข้นั พ้ืนฐานเร่ืองน้าํ และความสะอาดต่าง ๆ ขณะเดียวกนั เราตอ้ งมีวิธีคิดรุกต่อไปอีก
ตวั อยา่ งท่ีดีที่สุดขณะน้ี คือ ประเทศสิงคโปร์ (สิงคโปร์เม่ือประมาณ 40-50 ปี ท่ีผา่ นมา เหมือนกบั ประเทศ
ไทย) แต่เพราะความท่ีประเทศเล็กจาํ เป็ นที่จะตอ้ งใชพ้ ้ืนที่ให้คุม้ ค่าคุม้ ทุน พ้ืนที่ที่พอจะจดั Street Food ได้
7
ยงั คงอยู่ แต่ไม่มีปัญหาเร่ืองคนเดินเทา้ เร่ืองจราจร ขณะเดียวกนั พ้ืนที่ท่ียากจนมีปัญหาชุมชนแออดั ก็จดั
ระเบียบโดยมีพ้ืนท่ีใหเ้ ขา้ ไปอยใู่ นตึก อาหารก็อาจจะขายช้นั 4-5 ช้นั 1-2 อาจจะเป็ นตลาดสดขายผกั ผลไม้
ต่าง ๆ และขา้ งบนสูงไปอีกกเ็ ป็ นที่อยอู่ าศยั เรื่องน้ีคงจะตอ้ งอาศยั ความร่วมมือกนั ระหวา่ งกรุงเทพมหานคร
พ้ืนท่ีองคก์ ารบริหารส่วนตาํ บล อาํ เภอ หรือจงั หวดั ฯลฯ จึงใคร่ขอเสนอวา่ น่าจะเป็ นนโยบายเพ่ือวางแผน
ให้เขา้ เป้าหมายเร่ืองของ SDGs ขอ้ ที่ 11 Sustainable Cities and Communities ถา้ ทาํ ไดแ้ บบสิงคโปร์ทาํ ก็
จะดี พวกเราอาจจะเห็นตวั อยา่ งของยุโรปที่ทางเดินเทา้ บางทีใหญ่มาก บางแห่งรถ ก็ไม่ค่อยมี เลยมีอาหาร
เหมือน Street Food เป็ นหลัก มีการข้ึนทะเบียน Street Food มีการบริหารจัดการอย่างดี ดูแลเร่ืองของ
สุขาภิบาล ดูแลเร่ืองส่ิงแวดลอ้ ม แมก้ ระทง่ั ส่ิงที่บริการเสร็จตอ้ งขจดั ไมใ่ หเ้ กิดมลพิษ มลภาวะ
ประเด็นท่ี 2 น่าจะเพิ่มคาํ วา่ “วิจยั และพฒั นา” เร่ืองวิจยั และพฒั นาในกรุงเทพมหานคร ทาํ กนั มาก
เช่น เมื่อประมาณ 10 ปี ท่ีแลว้ ไดม้ ีการวจิ ยั เรื่อง อาหารบนริมบาทวถิ ีมีเช้ือโรคไหม พบวา่ มีมาก ประมาณ 70-
80% พบว่า น้าํ แข็ง ผา้ เช็ดจานใช้ซ้ํา มีแบคทีเรียสูงมาก น้าํ ไม่สะอาด น้าํ เสียทิ้งเหม็น ตอ้ งมีการวิจยั และ
พฒั นาท้งั ในเร่ืองของความปลอดภยั อาหารและคุณค่าอาหาร น้าํ มนั ทอดซ้าํ เป็ นอนั ตรายอาจจะก่อให้เกิด
มะเร็ง คุณคา่ ทางโภชนาการมีท้งั เคม็ จดั หวานจดั อาจจะอร่อย แตไ่ ม่ดีเป็นอนั ตรายต่อผบู้ ริโภค สิ่งเหล่าน้ีได้
ทาํ กนั มาและดีข้ึนเป็ นลาํ ดบั แต่ควรจะเน้นประเด็นน้ีด้วยเพื่อท่ีจะให้มีอาหารปลอดภยั มีคุณภาพ และมี
คุณค่าทางโภชนาการเพื่อผบู้ ริโภค สุขอนามยั สิ่งแวดลอ้ มต่าง ๆ ซ่ึงในท่ีสุดจะไดร้ ูปแบบท่ีดี สมกบั ท่ีทาง
กรรมาธิการต้งั ใจ ผมเอาใจช่วยและสนบั สนุนอยา่ งเตม็ ที่ โดยขอเพ่มิ เติม 2 ประเดน็ เทา่ น้นั
ขอขอบคุณ
8
การประชุมรัฐสภา ปี ที่ 1 (สมัยสามญั ประจําปี คร้ังทสี่ อง)
วาระ พธิ ีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพพิ าทด้านเศรษฐกจิ ของอาเซียน
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกยี รติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
วนั ศุกร์ที่ 21 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ สมาชิกวฒุ ิสภา
ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมรู้สึกดีใจดว้ ยท่ีมีการนาํ เสนอพธิ ีสารวา่ ดว้ ยกลไกระงบั ขอ้ พพิ าทเศรษฐกิจ
ของอาเซียน ซ่ึงน่าจะครอบคลุมถึงการคา้ ดว้ ย เหตุที่พูดเร่ืองน้ีข้ึนมาก่อนเพราะว่า อาเซียนไดร้ ่วมมือกนั
ทางดา้ นการทูตและการคา้ มาต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2510 ในอดีตมีการทาํ งานแบบถอ้ ยทีถอ้ ยอาศยั ฉนั ทานุมตั ิ และยงั
หวงั พ่ึงจากต่างประเทศเป็ นหลกั แต่ขณะน้ีมีการรวมตวั กนั จนกระทง่ั มีการคา้ ขายเป็ นมูลค่าท่ีสูงตามที่หลาย
ท่านได้กล่าวมาแล้ว ผมจึงอยากจะเห็นการปรับวิธีคิดในการทาํ งานของอาเซียน ซ่ึงประเทศไทยก็เป็ น
สมาชิกท่ีสาํ คญั วา่ ควรจะต้องทาํ งานด้วยกันอย่างมวี ฒุ ิภาวะ อยา่ ไปมองตะวนั ตกวา่ เป็ นตน้ แบบท่ีดี อาเซียน
อาจจะเป็ นตน้ แบบท่ีดีของการทาํ งานก็ได้ นนั่ ก็คือ จากการทาํ งานท่ีถอ้ ยทีถอ้ ยอาศยั กนั อาจจะทะเลาะกนั
บา้ ง แต่ควรจะตอ้ งมีกฎเกณฑ์กติกาในการทาํ งานร่วมกนั ไม่ใช่ทะเลาะกนั แลว้ ไปฟ้อง WTO (World Trade
Organization : องคก์ ารการคา้ โลก) ไม่ใช่มีปัญหาอะไรแลว้ เอาคนอื่นมาไกล่เกลี่ย ตอ้ งไกล่เกลี่ยกนั เองก่อน
ในระดบั อาเซียน ซ่ึงกลไลท่ีเกิดข้ึนคร้ังน้ีในพิธีสารฯ จะแสดงความเป็ นวุฒิภาวะมากข้ึน และที่สําคญั คือ
กลไกท่ีร่างข้ึนมาใชเ้ วลาประมาณ 4 ปี กวา่ ซ่ึงก็เหมาะสม ทุกอยา่ งคงไม่สมบูรณ์คงตอ้ งเรียนรู้และพฒั นา
ต่อไป ที่ผมชอบใจมากก็คือ เรามีกลไกในเรื่องของการปรึกษาหารือ กลไกในการต้งั คณะผพู้ ิจารณา(Panel)
กลไกอนุญาโตตุลาการ กลไกเง่ือนไข กลไกติดตามการปฏิบตั ิงาน แลว้ จึงมาปรับปรุงแกไ้ ข ซ่ึงท้งั หมดเรา
คงจะตอ้ งรวมพลงั กนั ใหด้ ีทาํ ตนเป็นตวั อยา่ งใหภ้ ูมิภาคอ่ืน และเป็ นตวั อยา่ งใหโ้ ลกดว้ ย ประเทศไทยก็มีท้งั
นกั วิชาการ มีผูป้ ระกอบการทุกระดบั ที่จะสามารถทาํ ได้ ขอยืนยนั วา่ น่าจะทาํ ได้ เพียงแต่วา่ เราคงจะตอ้ งมี
การเตรียมความพร้อมในเรื่องการบริหารจดั การเรื่องการสื่อสาร ในการที่จะรวมพลงั ของทุกภาคี ทุกระดบั
ในการขบั เคลื่อนพิธีสารฯ น้ี สิ่งท่ีผมอยากจะเรียนตั้งประเด็นให้พิจารณาต่อไปคือว่า เม่ือมีการเห็นชอบ
เพื่อให้ดาํ เนินการในระดับอาเซียน เราจะมกี ารบริหารจัดการอย่างไร ใครจะเป็ นผ้อู อกรายได้หรือลงขนั กัน
เพราะในอดีตเวลาอาเซียนประชุมมกั จะบอกวา่ ญ่ีป่ ุน เกาหลี ยโุ รปจะช่วยอะไร แนวคิดเช่นน้นั ควรจะค่อย ๆ
หมดไป ควรจะรวมพลงั กนั ใหด้ ีและทาํ งานร่วมกนั อยา่ งมีวุฒิภาวะ สาํ หรับประเด็นท่ี 2 กค็ ือ ในการคา้ ต่างๆ
มักมีประเด็นปัญหาในการอ้างอิง WTO ท่ีก่อต้ังในปี ค.ศ. 1995 เจรจากันอยู่ต้งั นานอ้างอิงมาตรฐาน
โดยเฉพาะมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐานเรื่องอาหาร อยา่ งอาหารก็ใช้ Food safety ใชข้ อง Codex เป็ น
FAO/ WHO Food Standard Program ถา้ เป็นเร่ืองของสตั ว์ Animal Health, Animal Product ก็ใช้ OIE (World
9
Organization for Animal Health หรือ Office International des Epizooties :องคก์ ารโรคระบาดสัตวร์ ะหวา่ ง
ประเทศ)ถา้ เป็ นเรื่องของพืช (Plant) ใชข้ อง International Plant Protection Convention(IPPC : อนุสัญญาวา่
ดว้ ยการอารักขาพืชระหว่างประเทศ เป็ นความร่วมมือระหวา่ งประเทศในการควบคุมและป้องกนั การแพร่
ระบาดของศตั รูพืช ) เป็ นตน้ สิ่งเหล่าน้ีจะตอ้ งมีการเตรียมการกนั ที่มีสมาชิกรัฐสภากล่าวถึง GAP ( Good
Agricultural Practice: การปฏิบตั ิทางการเกษตรที่ดี) น้นั คือ มาตรฐานกระบวนการ( Process) ในการผลิต
อาหารและการเกษตร ซ่ึงเราคงจะต้องมีการเตรียมความพร้อมทุกระดบั ท้งั มาตรฐานสินคา้ มาตรฐาน
กปรระะบธาวนนเกพาื่อรทแ่ีจละะใมหาเ้ ตรารภฐูมานิใจใวนา่ เชเริงานเปิเ็วนศไทมยาตเรราฐเปา็นนใสน่วกนาหรดนูแ่ึงลขสอิ่งงอแวาเดซลียอ้ นมเตร่าางสๆามเปา็รนถตพน้ ฒั ทนี่ผามตนวั เาํ อเสงอนยอ่าทง่าผน่ึ่ึง
ผาย พ่ึงตะวนั ตกนอ้ ยลง ให้ตะวนั ตกมาเรียนรู้จากภูมิภาคน้ี แลว้ เราพฒั นาท้งั คนและองค์กรท้งั โครงสร้าง
พ้นื ฐานเพ่อื ใหพ้ ฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื และมีศกั ด์ิศรีตอ่ ไป
ขอบคุณมาก
10
การประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ 1 (สมยั สามัญประจําปี คร้ังทีห่ นึ่ง)
วาระ รายงานประจําปี ปี งบประมาณ พ.ศ. 2562 กองทุนประชารัฐสวสั ดิการเพ่ือเศรษฐกจิ ฐานรากและสังคม
(คณะกรรมาธิการประชารัฐสวสั ดิการเพื่อเศรษฐกจิ ฐานรากและสังคม)
อภปิ รายโดย ศาสตราจารย์เกยี รตคิ ุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
วนั จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ สมาชิกวุฒิสภา
ผมมีขอ้ สังเกตและขอ้ คิดเห็นดงั ต่อไปน้ี กองทุนน้ีกล่าวง่ายๆ คือตอ้ งการช่วยเหลือผมู้ ีรายไดน้ อ้ ยหรือคนที่
ยากจนเพ่อื ลดปัญหาความเหลื่อมล้าํ โดยการใชเ้ งินเพื่อช่วยค่าครองชีพและพฒั นาคุณภาพชีวติ ขณะเดียวกนั
ก็พยายามใชด้ ิจิทลั เทคโนโลยเี พือ่ ท่ีจะไปถึงผทู้ ี่ตอ้ งการความช่วยเหลือโดยตรง ซ่ึงเป็นส่ิงที่ดี แตม่ ีขอ้ คิดเห็น
และขอ้ สังเกตดงั ต่อไปน้ี
1. ขอ้ มูลผูม้ ีรายไดน้ ้อย น่นั คือขอ้ มูล Big data ของคนยากจนและผูท้ ี่อยู่ชายขอบ ซ่ึงตามท่ีระบุไวม้ ี
14.6 ลา้ นคน เง่ือนไขคือ อยู่ภายใตเ้ ส้นความยากจนคือ ตวั เงิน ซ่ึงประเด็นน้ีก็ใช้กนั มานานแลว้
ต้งั แต่สมยั แผนพฒั นาเศรษฐกิจสงั คมแห่งชาติระยะท่ี 5 ยคุ แกไ้ ขความยากจน ผมไมท่ ราบวา่ ไดม้ ีการ
พฒั นาจนแม่นตรงหรือไม่ เหตุผลขณะน้ีงบเยียวยา ซ่ึงดูแลผูท้ ่ีได้รับผลกระทบจากโควิด-19
ก่อใหเ้ กิดความสบั สนอลหมา่ นค่อนขา้ งมาก ถา้ การดาํ เนินงานในปี 2561 หรือ 2562 ไดด้ ี เราน่าจะมี
ขอ้ มูลท่ีแม่นตรงมากข้ึน โดยใชร้ ะบบ Big data ต้งั แต่เร่ืองของเกณฑ์ในการที่จะจดั ทาํ Big data การ
เก็บประมวลขอ้ มูล data การใชป้ ระโยชน์ data โดยใช้ระบบ AI ควบคู่ไปดว้ ยจะได้ขอ้ มูลที่ดี ไม่
ทราบวา่ มีการพฒั นาปรับปรุงใหด้ ีข้ึนแค่ไหนอยา่ งไร เพราะ ตามพระราชบญั ญตั ิการจดั ประชารัฐ
สวสั ดิการเพ่ือเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. 2562 มาตรา 8 (3) เขียนวา่ คณะกรรมการมีหน้าที่
ในการพฒั นาขอ้ มูลใหเ้ ป็นปัจจุบนั
2. การดาํ เนินงานเหมือนโอนเงินให้ แต่มีเงื่อนไข น่ันคือ cash transfer ดาํ เนินการโดยใช้ ดิจิทลั
เทคโนโลยี เมื่อดาํ เนินการไปแลว้ ไมท่ ราบวา่ มีการติดตามและประเมินแคไ่ หนอยา่ งไร คือ ดูเพยี งมี
การ transfer แต่มีการระบุว่าในการพฒั นาคุณภาพชีวิต จะมีการพฒั นาเพื่อให้มีรายไดเ้ กิน 30,000
บาทตอ่ ปี รายงานน้ีเป็นรายงานการเงินจึงไม่ทราบวา่ จะนาํ ไปใชท้ าํ ประโยชน์อะไร ถา้ จะดูยอ้ นหลงั
แผนพฒั นาการแก้ไขปัญหาความยากจน ปี พ.ศ. 2523 ยุคท่ีท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็ น
นายกรัฐมนตรี ตอนน้นั เนน้ การพฒั นาในเชิงพ้ืนท่ี ชุมชนและทอ้ งถ่ิน และมีเงินของรัฐไปทาํ หนา้ ที่
เป็ นฟันเฟื องในการพฒั นา หล่อเล้ียงให้มีการดาํ เนินงาน โดยใช้งบปกติให้เกิดการบูรณาการใน
ทอ้ งถิ่นและชุมชน ใชแ้ ค่ 1% ของงบประมาณท้งั หมด ไม่ทราบวา่ กลไกในการทาํ cash transfer ได้
11
มีการพิจารณาว่าจะใชเ้ งินกองทุนจาํ นวนหน่ึงเพ่ือขบั เคลื่อนให้ งบประมาณปกติไดผ้ ลดีย่ิงข้ึนแค่
ไหนอย่างไร เป็ นคาํ ถาม ขณะเดียวกนั ในการติดตามประเมินผล เนื่องจากเป็ นรายงานปี 2562 ก็
ทราบวา่ ใชง้ บประมาณแค่น้ี ทาํ ใหเ้ งินเหลือเท่าน้ี ประชาชนไดร้ ับประโยชน์ 14.6 ลา้ นคน กม็ ีคาํ ถาม
วา่ 14.6 ลา้ นคนน้นั ตรงเป้าจริงหรือไม่ ตามที่ไดน้ าํ เรียนในเรื่องBig data ขณะเดียวกนั ท่ีเกิดข้ึนเป็ น
เพียงผลผลิต ไม่ทราบผลลพั ธ์ ซ่ึงอา้ งวา่ มีการพฒั นาดีข้ึนมาอีกเล็กนอ้ ยเหมือนเป็ นผลลพั ธ์ สําหรับ
ผลกระทบ ประเด็นคาํ ถามคือ มีการเตรียมการท่ีจะติดตามดูระยะยาวต้งั แต่เรื่องขอ้ มูล เร่ืองcash
transfer เร่ืองการพฒั นา ตลอดจนกลไกในการพฒั นามีแคไ่ หนอยา่ งไร
3. ในการทาํ เรื่ องต่างๆ ถ้าติดขัดให้ทําการวิจัยและพัฒนา น่ันคือดูว่าประเด็นปัญหาคืออะไร
R:research จะเป็ น R หรือ r D :development จะเป็ น D หรือ d ก็ได้ ให้เกิดความสมดุลระหว่าง
ขอ้ มูลที่ตอ้ งการ การดาํ เนินงานท่ีมีทางเลือกตา่ งๆ ตลอดจนการประเมิน และในที่สุดคือ การบริหาร
จดั การ ถา้ เรา fix อะไรทนั ที ไม่เกิดความคล่องตวั ไม่ใชว้ ธิ ีคิดและกลไก หรือระบบการวิจยั มาช่วย
เราจะติดกบั ดกั ตวั เอง อาจจะเกิดความแข็งตวั ท่ีผมเรียนมาเพ่ือตอ้ งการสื่อวา่ กองทุนเพ่ือช่วยคน
ยากจนและลดความเหลื่อมล้าํ มีความจาํ เป็ นแต่ตอ้ งใช้ให้ถูกตอ้ งให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
รายงาน1 ปี ก็คงบอกว่าไดผ้ ลผลิต ประสิทธิภาพประสิทธิผลไดร้ ะดบั หน่ึงคือ “บรรเทา” แต่ที่จะ
กล่าววา่ ในเชิงพฒั นาจนกระทง่ั ดีข้ึนอยา่ งยง่ั ยนื คงลาํ บาก ผมขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่าน้ี
ขอบคุณมาก
12
การประชุมวฒุ ิสภา คร้ังท่ี 2 (สมัยสามัญประจําปี คร้ังทห่ี น่ึง)
วาระ ความเป็ นไปได้และกาํ หนดแนวทางบูรณาการการพฒั นาเพื่อให้เกดิ โรงไฟฟ้าชุมชนจากขยะ
เพ่ือความม่นั คงด้านพลงั งานอย่างยงั่ ยืน (คณะกรรมาธิการพลงั งาน)
อภปิ รายโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์
วนั องั คารท่ี 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ สมาชิกวฒุ ิสภา ก่อนอื่นตอ้ งขอขอบคุณ
คณะกรรมาธิการพลงั งานของวุฒิสภาที่ได้ศึกษาเรื่องน้ีให้เราได้อภิปรายกนั อย่างกวา้ งขวาง มุมมองท่ี
ผมจะพดู มี 2 ดา้ น คือ
ด้านท่ี 1 เม่ือมองระดับโลก เรื่องที่ท่านทํามีความสําคัญ ซ่ึงมีคําสําคญั อยู่ 3 คาํ 1.โรงไฟฟ้า
ซ่ึงจะตอบสนองต่อ Affordable and clean energy ซ่ึงเป็น SDGs ขอ้ ที่ 7 ตอบสนองตอ่ ชุมชนเมืองและชนบท
ยงั่ ยืน(Sustainable cities and communities) SDGs ข้อที่11 และตอบสนองต่อขยะซ่ึงคือ บริโภคและผลิต
อยา่ งมีความรับผดิ ชอบ (Responsible consumption and production ) SDGs ขอ้ ท่ี12 ตอ้ งขอบคุณท่ีทาํ ให้เรา
มาอภิปรายในวนั น้ี สาํ หรับเรื่องพลงั งานน้นั หลายท่านไดพ้ ูดแลว้ วา่ คุม้ ค่าคุม้ ทุนหรือไม่เป็ นอีกเร่ืองหน่ึงท่ี
ควรศึกษาต่อไป
ด้านท่ี 2 เร่ืองท้งั หมดซบั ซ้อนมาก ตอบสนองต่อวตั ถุประสงค์ 3 ดา้ น เรื่องโรงไฟฟ้า คงตอ้ งมอง
เป้าหมายสุดทา้ ยคือ ทา่ นตอ้ งการพลงั งานท่ีสะอาดและประชาชนสามารถจา่ ย( afford) ได้ เป้าหมายสุดทา้ ย
คือการกาํ จดั ขยะ แต่ก็ยงั มีคาํ ถามคือกาํ จดั ไปแลว้ คุม้ ค่าไหม ปลอดภยั ไหมกบั เทคโนโลยีที่ใช้ สําหรับ
กระบวนการรู้สึกซบั ซ้อนมากต้งั แต่กฎหมาย กลไก เทคโนโลยี ที่สําคญั หลายท่านไดอ้ ภิปรายแลว้ คือ เร่ือง
ของชุมชนเป็นเจา้ ของ รับผดิ ชอบอยา่ งแทจ้ ริง หรือเป็นเจา้ ภาพหลกั เป็นการลงทุนท่ีมาจากขา้ งนอกหรือขา้ ง
ใน จะเหมาะสมหรือไม่อยา่ งไร อีกประเด็นคือ อยากจะให้ท่านช้ีตวั อย่างให้ดู การประสบความสําเร็จใน
เป้าหมายสุดทา้ ย ตวั อยา่ งท้งั จากประเทศไทยและนานาชาติคือ ขนาดใหญ่ลงทุนมาก ขนาดเล็กชุมชนอาจ
ดูแลกนั เองได้ ขนาดเล็กอาจใชเ้ ทคโนโลยีแบบหน่ึง ขนาดใหญ่ใช้อีกแบบหน่ึง แต่ตอ้ งคาํ นึงถึงเป้าหมาย
สุดทา้ ยวา่ พลงั งานไม่แพง ชุมชนไดป้ ระโยชน์ ขยะก็ถูกกาํ จดั ไปดว้ ย และท่ีชอบคือท่านตวง อนั ทะไชยให้
คาํ นึงถึงการวจิ ยั และพฒั นา (Research and development) เพราะผมอยใู่ นกรรมาธิการอุดมศึกษาดว้ ยและเป็ น
ประธานอนุกรรมาธิการ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยวี จิ ยั และนวตั กรรม กอ็ ยากกระตุน้ ใหเ้ ป็นโจทยว์ จิ ยั เพ่อื ให้
ได้คาํ ตอบแก่พวกเรา พวกเราศึกษาใช้เวลาไม่นานนกั แต่ก็ทาํ งานไดม้ ากตอ้ งชื่นชม และก่อให้เกิดการ
อภิปรายและเรียนรู้ร่วมกนั สุดทา้ ยตอ้ งขอบคุณและใหก้ าํ ลงั ใจ แตก่ ม็ ีประเด็นคาํ ถามตามที่กล่าวขา้ งตน้
ขอขอบคุณ
13
การประชุมวฒุ ิสภา คร้ังที่ 4 (สมยั สามญั ประจําปี คร้ังทีห่ น่ึง)
วาระด่วน พระราชกาํ หนดให้อาํ นาจกระทรวงการคลงั กู้เงินเพ่ือแก้ไขปัญหา
เยยี วยาและฟื้ นฟูเศรษฐกจิ และสังคม ทไ่ี ด้รับผลกระทบจากการระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พุทธศักราช 2563
คณะรัฐมนตรีเป็ นผู้เสนอพระราชกาํ หนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงนิ
แก่ผู้ประกอบวสิ าหกจิ ทไ่ี ด้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตนั ตศิ ิรินทร์
วนั องั คารท่ี 2 มิถุนายน พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานท่ีเคารพ กระผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ สมาชิก
วฒุ ิสภา ขออภิปราย พระราชบญั ญตั ิเงินกูล้ า้ นๆ บาทเพ่ือแกไ้ ขปัญหา เยยี วยา และฟ้ื นฟูเศรษฐกิจและสงั คม
ที่ไดร้ ับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 จากมาตรการตา่ งๆ ดว้ ย
ประเด็นที่จะนาํ เสนอในภาพรวมผมขอแสดงความช่ืนชมวา่ ไดเ้ ตรียมการไวค้ อ่ นขา้ งดี แต่กม็ ีปัญหา
อุปสรรคค่อนข้างมาก ซ่ึงผมจะได้มีขอ้ เสนอแนะและข้อสังเกตต่อไป โดยขอนาํ เสนอตามหมวดเงิน
งบประมาณท่ีนาํ มาใช้
หมวดที่ 1 เงินกูเ้ พ่ือแกป้ ัญหาการระบาดทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุขจาํ นวน 45,000 ลา้ นบาท
เพ่ือเป็ นค่าใช้จ่ายในการซ้ืออุปกรณ์รักษาและวิจยั ประเทศไทยประสบความสําเร็จมีประวตั ิทางด้าน
การแพทยแ์ ละสาธารณสุขมายาวนาน แตใ่ นกรณีน้ี การวจิ ยั และพฒั นามีความสาํ คญั อยา่ งยง่ิ เมื่อประมาณ 40
ปี ก่อน มีการดาํ เนินการวิจยั แต่แทบไม่ค่อยมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณ มีแต่ไดร้ ับความช่วยเหลือจาก
ต่างประเทศ มีการวิจยั ที่จงั หวดั ลาํ ปาง เร่ือง “หมอเทา้ เปล่า” จนกระทงั่ เป็ นรูปแบบของอาสาสมัคร
สาธารณสุขประจาํ หมู่บา้ น (อสม.) 1 คนต่อ 10 หลงั คาครัวเรือน ซ่ึง อสม.ก็ทาํ ดว้ ยความรับผิดชอบเป็ นที่
ประจกั ษ์ ประเด็นท่ี 2 งบการวิจยั ที่อยุธยาเก่ียวกบั เร่ืองของหลกั ประกนั สุขภาพ จนทาํ ใหเ้ กิด “หลกั ประกนั
สุขภาพ” ทาํ ใหก้ ารครอบคลุมบริการรักษาผูป้ ่ วยเกือบครบ 100% และรัฐบาลต่อๆ มาสนบั สนุนเรื่องน้ีดว้ ย
อีกเร่ืองหน่ึงท่ีมีความสําคญั มากๆ คือเรื่องท่ีเกี่ยวกบั การบริหารงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กระทรวง
สาธารณสุขได้ประมวลให้มีการบริหารส่วนกลางอย่างดีโดยรวมพลังทุกภาคส่วน ท้ังภาควิชาการ
ภาคเอกชน และลงสู่ภูมิภาคและจงั หวดั ใหม้ ีสาํ นกั งานสาธารณสุขจงั หวดั (สสจ.) ดูแลการบริการการรักษา
และการสาธารณสุข ที่เนน้ เรื่องน้ี เพ่ือท่ีจะให้เห็นโครงสร้างนาํ ไปสู่การใชเ้ งินเยยี วยาและฟ้ื นฟูดว้ ย เพราะ
จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจดั การ ขณะเดียวกนั อยากจะเห็นงบวิจยั และพฒั นาที่อยูใ่ นหมวดน้ี
ไดม้ ีการวจิ ยั ในดา้ นการรักษา Clinical พฒั นาเครื่องมือ วจิ ยั เรื่องการทาํ วคั ซีน การวจิ ยั ที่ร่วมกบั นานาชาติจะ
14
เปิ ดโอกาสให้เราไดเ้ รียนรู้และมีโอกาสไดใ้ ช้วคั ซีน ขณะเดียวกนั ประเทศไทยเองก็ตอ้ งทาํ วิจยั เพ่ือพฒั นา
ผลงานใหเ้ กิดการใชป้ ระโยชน์ พฒั นาคนและเตรียมโครงสร้างพ้ืนฐาน เพราะในอนาคตอาจจะมีโรคระบาด
ลกั ษณะเดียวกนั น้ีจากสัตวม์ าสู่คน คนมาสู่คน ซ่ึงเราเรียกวา่ Zoonoses ห้ามประมาทเด็ดขาด คงตอ้ งมีการ
ลงทุนในดา้ นน้ี
หมวดที่ 2 ท่ีตอ้ งการจะนาํ เสนอก็คือ เงินกูก้ ารเยียวยา 555,000 ล้านบาท ประเด็นหลกั อยู่ท่ีทาํ
อยา่ งไรเพ่ือจะใหเ้ ขา้ ถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็ นเกษตรกร คนยากจน คนตกงาน ผเู้ ปราะบาง หนีไม่พน้ ท่ีจะตอ้ ง
สะสางขอ้ มูลกนั ใหม่ ขณะน้ีก็ใหด้ าํ เนินการต่อไป ผมเช่ือวา่ น่าจะเกิดการสับสนอลหมา่ นในช่วงตน้ แต่เมื่อมี
การเรียนรู้กค็ งจะสามารถดาํ เนินการได้ หลายท่านใหข้ อ้ เสนอแนะวา่ ควรจะตอ้ งใช้ digital technology จริงๆ
digital มีอยู่แลว้ ID Card (บตั รประชาชน) 13 หลกั อนั น้ีเป็ น digital เราควรมาทาํ Big Data ว่ากลุ่มคนที่
เปราะบางอยูท่ ่ีไหนอยา่ งไร การเกิดโรคคร้ังน้ีทาํ ให้เห็นเลยวา่ สังคมไทยเปราะบางมาก มีท้งั คนจน มีความ
เหล่ือมล้าํ ทางดา้ นสงั คมมาก
หมวดที่ 3 เงินกูเ้ พื่อฟ้ื นฟูเศรษฐกิจและสังคม 400,000 ลา้ นบาท เร่ืองน้ีไดม้ ีการเนน้ เพื่อสร้างความ
เขม้ แขง็ ใหช้ ุมชน และพฒั นาโครงสร้างพ้นื ฐาน ขอย้าํ วา่ ตอ้ งเนน้ เร่ืองการนาํ เงินไปใชใ้ นดา้ นการเกษตรและ
อาหารซ่ึงเป็ นจุดแข็งของประเทศ และคงจะตอ้ งมีการทาํ งานในเชิงระบบ ห่วงโซ่อาหารต้งั แต่ การผลิต
การแปรรูป การตลาด การบริโภค การบริการ การคา้ ขายระดบั ชาติและนานาชาติ เพื่อความมนั่ คงทางด้าน
อาหารและโภชนาการ ประเทศไทยมีความมน่ั คงดา้ นอาหารและโภชนาการ แตเ่ มื่อมีปัญหาเราก็จะเกิดความ
ไมม่ นั่ คงชว่ั คราว แต่ทวั่ โลกประมาณ 55 ประเทศ ไมม่ ีความมน่ั คงดา้ นอาหารในขณะน้ี และมีความตอ้ งการ
อยากไดอ้ าหารจากทวั่ โลก รวมท้งั จากประเทศไทยดว้ ย ตวั เลขการส่งออกเป็นลา้ นลา้ นบาทต่อปี และเช่ือวา่
อาหารท่ีแปรรูปสามารถส่งออกไดจ้ ะเป็นตวั หลกั ในการขบั เคลื่อนยุทธศาสตร์ไทย ขณะเดียวกนั ผลไมห้ ลาย
อยา่ ง เช่น ทุเรียนก็สามารถส่งออกได้ ดว้ ยเหตุน้ีความมน่ั คงดา้ นอาหารและโภชนาการ โดยพฒั นาระบบ
เกษตรและอาหาร เพราะเกษตรมีท้งั เกษตรท่ีไมใ่ ช่อาหารและเกษตรอาหาร ในที่สุดคงตอ้ งแยกกนั ใหช้ ดั เจน
ว่า เกษตรท่ีไม่ใช่อาหารคืออะไร เกษตรท่ีเป็ นอาหารคืออะไร ขณะเดียวกนั การพฒั นาจะนาํ ไปสู่โอกาส
ทางดา้ นเศรษฐกิจและการคา้ และยงั นาํ ไปสู่เรื่องศิลปวฒั นธรรมและการท่องเท่ียวเชิงพ้ืนที่ เชิงอาหาร
เชิงนิเวศ และที่สําคญั คือ ระบบเกษตรและอาหารจะนาํ ไปสู่เรื่องนิเวศวิทยาและสิ่งแวดลอ้ ม เป้าหมาย คือ
ผลผลิต ผลิตภณั ฑ์ตอ้ งมีคุณภาพ มีความปลอดภยั มีคุณค่าทางโภชนาการไดม้ าตรฐานโลก ซ่ึงยุทธศาสตร์
ชาติที่เนน้ เร่ืองเกษตรคุณภาพ เกษตรปลอดภยั เกษตรอตั ลกั ษณ์ เกษตรแปรรูป เกษตรชีวภาพสามารถนาํ มา
ประยุกต์ได้ วิธีการทาํ อย่างไร 1. เน้นการพฒั นาเชิงพ้ืนท่ีชุมชนทอ้ งถ่ิน น้นั คือ Zoning ให้มาวิเคราะห์ว่า
พ้ืนดินเหล่าน้ัน น้าํ เหล่าน้นั มีศกั ยภาพในการผลิตอะไร มีประวตั ิในการผลิตท่ีดีคืออะไร เสร็จแลว้ ก็ทาํ
เกษตรผสมผสาน ดูแลความสมดุลระหว่างพืชเศรษฐกิจ พืชอาหาร เกษตรกรต้องเป็ นเกษตรกรท่ี
ปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และ Smart Farming ความเขม้ แข็งของสถาบนั การเกษตร การให้ความรู้และ
เทคโนโลยี ซ่ึงจาํ เป็ นต้องมีความรู้และปัญญา การวิจยั และพฒั นาเข้ามา นักศึกษาที่จบใหม่ๆ ระบบ
อุดมศึกษาควรเป็ นกาํ ลงั สําคญั ในเร่ืองน้ี และท่ีสําคญั ยิ่งอยา่ ให้มีการดาํ เนินงานในลกั ษณะแนวด่ิงจาํ นวน
มาก จะเกิดความสับสน กระทรวงต่างๆ จาํ นวน 5 – 6 แห่ง ลงแนวด่ิงหมด ในเร่ืองการเกษตร และอาหาร
ควรจะตอ้ งมีแผนงานการเกษตรและผลิตอาหารระดบั จงั หวดั ลงสู่ตาํ บลและหมู่บา้ น โดยเฉพาะอย่างย่ิง
15
ท่านรัฐมนตรีมหาดไทยไดก้ ล่าวถึงเรื่องน้ีว่าตอ้ งมีแผนงานระดบั จงั หวดั ระดบั ตาํ บลและหมู่บา้ น ลงไป
ทางอุดมศึกษาไดจ้ ดั กระบวนทพั เร่ืองวิจยั ท่ีจะสนบั สนุนในเรื่องเหล่าน้ีอยแู่ ลว้ ในภาวะวกิ ฤต เฉพาะอยา่ งยงิ่
ในเร่ืองการวิจยั เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว แต่ท่ีจาํ เป็ นก็คือการบูรณาการ
ส่วนกลางดา้ นอาหาร จากเกษตรไปสู่อุตสาหกรรมไปสู่พาณิชยแ์ ละมหาดไทย และอุดมศึกษาทาํ อยา่ งไรจะ
บูรณาการส่วนกลางเพ่อื ไปดาํ เนินงานสู่ทอ้ งถ่ินใหเ้ กิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลอยา่ งแทจ้ ริง
ประเด็นสุดทา้ ย การติดตามประเมิน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้
ประโยชน์จริงๆ ลดการสูญเสีย ลดการคอรัปชั่น แน่นอนการเปิ ดเผยเว็บไซต์ มีกรรมการอิสระให้
สถาบนั อุดมศึกษาร่วมในการประเมินดว้ ย และมีการรายงานเรื่องการเงินต่อสภาภายใน 6 เดือน รายงาน
ผลงาน ทุก 2 ปี หรือ 4 ปี เป็นเรื่องจาํ เป็ น
โดยสรุป ประเทศไทยควรจะภูมิใจและมนั่ ใจวา่ เราจดั การในเรื่องของไวรัสไดเ้ ป็ นอยา่ งดี แลว้ ควร
จะมีการพฒั นาตอ่ ไป ดว้ ยความรู้และปัญญากา้ วไปอยา่ งสากล ยดึ หลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง เพอื่ บรรลุเป้าหมาย
SDGs ท่ีมีอย1ู่ 7 เป้าหมาย เพอ่ื ไปสู่สากลจริงๆ ถา้ ทาํ ไดแ้ บบน้ีเรากจ็ ะพฒั นาอยา่ งมน่ั คงและยงั่ ยนื
ขอบคุณมาก
16
การประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ 5 (สมัยสามญั ประจําปี คร้ังทห่ี นึ่ง)
วาระ รายงานประจําปี 2562 กองทนุ พฒั นาส่ือปลอดภัยและสร้างสรรค์
อภปิ รายโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์
วนั จันทร์ที่ 8 มถิ ุนายน พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ สมาชิก
วุฒิสภา เมื่ออ่านรายงานแลว้ คิดวา่ คงจะมีขอ้ เสนอแนะบางอยา่ งเกี่ยวกบั เร่ืองกองทุนพฒั นาส่ือปลอดภยั
และสร้างสรรค์ เพราะเร่ืองน้ีเป็ นเรื่องที่มีความสําคญั และมีความสลบั ซับซ้อนมาก คิดว่าถ้าไดป้ รับปรุง
วธิ ีการทาํ งาน น่าจะดีข้ึน
ประเด็นหน่ึงเราพูดถึงกนั เฉพาะสื่อแบบด้งั เดิม ส่ือทีวี วทิ ยุ หนงั สือพิมพ์ หรืออะไรต่างๆ แต่จริงๆ
แลว้ ก็มีสื่อสมยั ใหม่ท่ีหลายท่านไดก้ ล่าวแลว้ ก็คือ Social Media โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งสื่อทางมือถือที่เขา้ ไปถึง
ทุกคนทุกบา้ น แต่ท่ีผมอยากจะนาํ เรียนอีกเร่ืองหน่ึงก็คือ ส่ือบุคคลท่ีคนเคารพนบั ถือก็น่าจะมาใชใ้ หม้ ากข้ึน
สําหรับอีกประเด็นก็คือ “สาร” เราไม่ค่อยพูดเร่ืองสาร ส่ือตวั มนั เองไม่เป็ นพิษเป็ นภยั แต่จะรุกถึงผูร้ ับสื่อ
และสารไดเ้ ร็วข้ึนต่างกนั สารก็มีท้งั สารท่ีพึงประสงค์และที่ไม่พึงประสงค์ หรือสารที่อ่านแลว้ เฉยๆ ไม่มี
ผลกระทบดา้ นลบหรือดา้ นบวก เราก็คงตอ้ งดูท้งั ส่ือและสารคู่กนั ไป ขณะเดียวกนั ก็ตอ้ งคาํ นึงถึงผูร้ ับสื่อ
และสารซ่ึงมีความรู้พ้ืนฐานต่างกนั คนไทยโดยทวั่ ไปมกั จะถูกหาวา่ ขาดการคิดวเิ คราะห์เกือบทุกระดบั เหตุ
และผล ผลและเหตุบางทีไมโ่ ยงกนั เพราะฉะน้นั กจ็ ะถูกชกั จูงไดง้ ่าย โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ผา่ นสื่อและสารท่ีผม
นาํ เรียนแลว้ อาจจะเป็ นการส่ือสารเพ่ือผลประโยชน์อะไรบางอยา่ ง ท้งั ในเร่ืองของการคา้ การบริการ หรือ
แมก้ ระทงั่ ทางการเมือง ดว้ ยเหตุน้ีอยากให้พิจารณาท้งั 3 ประเด็นน้ี(สาร, ผูร้ ับส่ือและ ช่องทางการรับสาร
นน่ั คือ ผ่านส่ืออะไร )ให้ชดั เจนข้ึน ผมขอเสนอในลกั ษณะขอ้ คิดและขอ้ เสนอแนะว่า กองทุนน้ีไดม้ ีการ
ดาํ เนินงานมา 4 ปี ที่ผมไม่สบายใจและอภิปรายเพราะว่า อ่านผลการประเมินแลว้ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
เนื่องจาก ผลการดาํ เนินงานยงั ไม่ประสบความสาํ เร็จนกั การใชเ้ งินก็เบิกจ่ายค่อนขา้ งชา้ และเมื่อดูลึกๆ เขา้
ไปอีกตอนหลงั การใช้เงินกลบั ใช้เองโดยกองทุน ซ่ึงจริงๆ ผมอยากจะขีดเส้นใตเ้ ลยว่า กองทุนน้ีบริหาร
กองทุนเพื่อพฒั นาสื่อปลอดภยั และสร้างสรรค์โดยไม่ดาํ เนินการเอง ที่ผมอยากจะกล่าวเรื่องน้ีเพราะมี
กองทุนดีๆ ที่ดาํ เนินการในลกั ษณะใกลเ้ คียง พระราชบญั ญตั ิเหมือนกนั คือ สาํ นกั งานกองทุนสนบั สนุนการ
วจิ ยั (สกว.) ช่วงแรกไดร้ ับงบสนบั สนุน 600 - 800 ลา้ น ช่วงหลงั ๆ ไดร้ ับงบ 1,200 ลา้ นบาท แต่ทาํ งานไดด้ ี
มาก เพราะขีดเส้นใตเ้ ลยว่าไม่ดาํ เนินการวิจยั เอง ก็เลยทุ่มเทในเชิงยุทธศาสตร์ท่ีจะวางเป้าหมายไปถึงผูท้ ่ี
ทาํ งานอยา่ งเช่ียวชาญจริงๆ อีกหน่วยงานหน่ึงซ่ึง ดาํ เนินงานโดยไม่ดาํ เนินงานเองหรือดาํ เนินงานเองนอ้ ยก็
คือ สํานกั งานกองทุนสนบั สนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อยากให้ท่านไปเรียนรู้ดว้ ย สําหรับวิธีการ
17
ทาํ งานคงไมพ่ น้ ยดึ หลกั ทาํ งานเหมือนผสู้ นบั สนุน หรือน้าํ มนั หล่อล่ืนใหก้ ลุ่มคนท่ีชาํ นาญการดาํ เนินการเอง
โดยเฉพาะอย่างย่ิงคาํ นึงถึงส่ือ คาํ นึงถึงสาร คาํ นึงถึงผูร้ ับส่ือและสาร ก็คือ กลุ่มเป้าหมายท้งั ในเมืองและ
ชนบท ท้งั เด็กและเยาวชนหรือผูน้ ําครอบครัวก็ตาม ถ้าดาํ เนินงานในลกั ษณะน้ันควรจะจดั ให้มีลาํ ดับ
ความสําคญั อยากจะเนน้ ในเร่ืองของพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมทางดา้ นเพศ สุขภาพ การเรียนรู้ และเน้น
ความสําคญั (priority) ทางดา้ นสิ่งแวดลอ้ มหรือวฒั นธรรมต่างๆ ประเด็นถดั ไปก็คือ ในการดาํ เนินงานเมื่อ
กาํ หนดเป้าหมายยทุ ธศาสตร์แลว้ ขอให้หาภาคีเยอะๆ ภาคีท้งั ในเมืองและในชนบท ขณะเดียวกนั หลายท่าน
ไดก้ ล่าวแลว้ องคาพยพในการบริหารส่วนกลางขาดผูเ้ ชี่ยวชาญในดา้ นส่ือและสาร เป็ นองคาพยพเหมือน
ราชการอุย้ อา้ ยมาก ขาดความคล่องตวั การดาํ เนินงานถ้ามีส่วนร่วมจากประชาชนในทอ้ งถิ่นและชุมชน
อาจจะเป็ นคนแจง้ ข่าววา่ ส่ืออะไรไม่ปลอดภยั มาใหเ้ รา เป็ นเหมือนตา หู จมูก ต่างๆ ให้แจง้ มาเลย เราจะไดร้ ู้
วา่ มีอะไรไม่ปลอดภยั จะเป็ นสื่อผา่ นมือถือต่างๆขอให้แจง้ ถา้ จะให้รางวลั ท่ีไม่ใช่เงินประกาศเชิดชูเกียรติ
คุณต่างๆ อะไรก็ได้ ถา้ เกรงวา่ ไม่ปลอดภยั อาจจะใหร้ างวลั ในลกั ษณะอ่ืน ขณะเดียวกนั เร่ืองท่ีเป็ นประเด็นที่
สําคญั คือ การประเมิน ประธานกรรมการประเมินเขียนสุภาพมาก ปี น้ีไดค้ ะแนน 3.4 ในเร่ืองการทาํ งาน
ภาพรวม การใชเ้ งินได้ 1.6 แต่ปี ตอ่ ไปจะพยายามปรับปรุง ควรระบุใหช้ ดั เจนวา่ อะไรท่ีควรทาํ และอะไรท่ีไม่
ควรทาํ
โดยสรุป ผมคิดวา่ กองทุนน้ีมีโอกาสท่ีจะพฒั นา ขอ้ คิดเห็นท่ีท้งั หลายท่านแสดงมา และผมกเ็ พิม่ เติม
หวงั วา่ คงจะเป็นประโยชนต์ ามสมควร
ขอบคุณมาก
18
การประชุมวฒุ ิสภา คร้ังที่ 7 (สมัยสามัญประจําปี คร้ังที่หนึ่ง)
วาระ การปฏริ ูปประเทศและการดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกยี รติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันตศิ ิรินทร์
วนั จันทร์ท่ี 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนทา่ นประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ตอ้ งขอขอบคุณ
ท่ีจดั ใหผ้ มไดพ้ ดู ในลาํ ดบั ตน้ ๆ ผมจะเสนอความคิดเห็นสกั 3 -4 ประเด็น
ประเด็นแรก ขอแสดงความคิดเห็นในภาพรวมของรายงานประจาํ ปี 2562 ซ่ึงจะใชเ้ วลาส้ันท่ีสุด
ภาพรวมจะเห็นวา่ เป็ นความพยายามในการท่ีจะดาํ เนินการการพฒั นาประเทศตามแผนยุทธศาสตร์นน่ั คือมี
Strategic planning และมีแผน 5 ปี ขณะเดียวกนั ยุทธศาสตร์ 6 ดา้ น ก็ถูกทอนลงมาเป็ นแผนแม่บทที่เรียกว่า
ระดบั 2 มีจาํ นวน 23 เรื่องและมีแผนแม่บทยอ่ ยอีก ซ่ึงก็เป็ นส่ิงที่ดี รายงานประจาํ ปี 2562 น้ี ทาํ ใหเ้ ห็นภาพ
วา่ ส่ิงซ่ึงกาํ ลงั ทาํ อยขู่ ณะน้ียงั มีการทาํ งานร่วมกนั ไม่ดีพอ ไม่แรงพอที่จะบรรลุยทุ ธศาสตร์ชาติที่หวงั ไว้ วา่ จะ
ลดความเหล่ือมล้าํ ลดความยากจน ท่ีผมอยากจะต้งั ขอ้ สังเกตคือ กระบวนการในการทาํ รายงาน ที่บอกวา่ เก็บ
ขอ้ มูลจากหน่วยงานและขณะเดียวกนั ก็ดูขอ้ มูล eMENSCR ( Electronic Monitoring and Evaluation System
of National Strategy and Country Reform ) ซ่ึงขอ้ มูล eMENSCR ไม่ทราบวา่ สมบูรณ์แค่ไหน อยา่ งไร พอ
ประมวลออกมา แลว้ พยายามมีหลกั เกณฑ์ เกณฑ์เขียว เหลือง แสด แดง มีขอ้ สงสัยว่าเกณฑ์เหล่าน้ีไดม้ า
อยา่ งไร เป็ นเกณฑ์ท้งั ปริมาณหรือคุณภาพหรือไม่ เขา้ ใจวา่ แผนน้ีเป็ นปี ท่ี 1 ปี พ.ศ. 2562 จะนาํ ไปสู่ปี พ.ศ.
2563 - 2565 เพ่ือท่ีจะบรรลุเป้าหมายท่ีวางไว้ แต่เมื่อไดอ้ ่านแลว้ ไม่ค่อยสบายใจ เขียวเป็ นไปตามเป้าหมาย
เหลืองต่าํ กวา่ เป้าหมาย แสดต่าํ กวา่ เป้าหมาย ระดบั เสี่ยง แดงระดบั วิกฤต สิ่งเหล่าน้ีไดเ้ กณฑ์มาอย่างไร
และที่สาํ คญั คือจะเอาไปทาํ อะไร คือ ประเด็นที่จะนาํ ไปสู่เป้าหมายร่วมกนั ก็ชดั เจนวา่ หน่วยงานต่างๆ ไมไ่ ด้
ใชเ้ ป้าหมายร่วมกนั หรือจะพูดอีกนยั หน่ึงวา่ ต่างคนต่างทาํ ใช่หรือไม่ ประเด็นน้ีเมื่อมีการประเมิน มีการให้
คะแนน ก็ตอ้ งถามวา่ ให้คะแนนอะไร อยา่ งไร และจะนาํ ไปใชป้ ระโยชน์อะไร อย่างไร ก็เป็ นสิ่งที่ทา้ ทาย
อยา่ งไรก็แลว้ แต่ตอนน้ีก็รับทราบไปก่อน แต่อยากจะต้งั คาํ ถาม แลว้ จะมีการพฒั นาปรับปรุงอะไร อยา่ งไร
ท่ีสาํ คญั ที่สุดคือ ตอ้ งสื่อสารกบั คนที่เก่ียวขอ้ งให้ได้ ผมอ่านต้งั หลายรอบกวา่ จะทาํ ความเขา้ ใจซ่ึงถือวา่ เป็ น
ผลงานวชิ าการที่น่าอา่ น แต่ตอ้ งใชเ้ วลา
ประเด็นที่ 2 ขอนาํ เรียนในแง่ภาพรวมคือ ไดม้ ีความพยายามท่ีจะสรุปวา่ ผลเป็ นอยา่ งไร ใน 6 ขอ้
คือ บทนาํ ซ่ึงใชไ้ ด้ แตภ่ าพรวมจริงๆ ก็ยงั นึกไม่ออกวา่ ประมวลจาก 23 แผนยอ่ ยระดบั 2 แลว้ มาขมวดเป็น 6
มิติในแง่ของคาํ อธิบาย ต้งั แต่อยดู่ ี กินดี แข่งขนั ได้ อะไรต่างๆ สุดทา้ ยคือ เร่ืองของการบริหารส่วนราชการ
ตรงจุดน้ี ตอ้ งการใหม้ ีความเช่ือมโยงเหตุและผลก่อนมาสรุปใหไ้ ด้
19
ประเด็นท่ี 3 ในแง่ภาพรวม ผมขอชื่นชมวา่ มีความพยายามที่จะเช่ือมโยงการพฒั นาประเทศไทยไปสู่
SDGs ซ่ึงผมก็พยายามเป็ นกาํ ลงั ใจใหร้ ัฐบาล เป้าหมาย SDGs มี 17 ขอ้ ตรงจุดน้ีไม่ทราบวา่ ความสัมพนั ธ์
ระหว่างเป้าหมาย SDGs กับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์มีความสัมพันธ์กันอย่างไร และให้เป็ นจุดๆ
ขณะเดียวกนั ก็พยายามที่จะทาํ ความสัมพนั ธ์ระหว่างเป้าหมาย SDGs คือ เป้าหมายการพฒั นาท่ียงั่ ยืนกบั
เป้าหมายในแผนแม่บท 23 ดา้ น ผมขอยกตวั อย่าง ขอ้ เดียวที่ชดั เจน เป้าหมายในด้านการเกษตร ซ่ึงผม
อยากจะใช้คาํ ว่าเกษตรและอาหาร เพราะระบบเกษตรผลิต primary product แต่อาหารยงั ต่อห่วงโซ่ไปอีก
ต้งั แต่ผลิตแลว้ มีการแปรรูป การตลาด การบริโภค การบริการต่างๆ และการคา้ ขาย ในความสัมพนั ธ์น้นั ให้
การเกษตรและอาหารสัมพนั ธ์กบั SDGs ขอ้ ที่ 2 คือ แกไ้ ขความหิวโหยและการมีงานทาํ SDGs ขอ้ ท่ี 8 ซ่ึงก็
ถูก แต่จริงแลว้ ถา้ การเกษตรและอาหารทาํ ใหถ้ ูกตอ้ งดีๆ จะเชื่อมโยงแกไ้ ขความยากจน SDGs ขอ้ ท่ี1 ถา้ กิน
อาหารท่ีมีโภชนาการดีจะมาสู่ SDGs ขอ้ ที่3 สุขภาวะท่ีดี และถา้ สุขภาวะดีนาํ ไปสู่การศึกษาท่ีดี นาํ ไปสู่เร่ือง
การพฒั นาสตรี คือ SDGs ขอ้ ที่5 และเกษตรและอาหารยงั ตอ้ งดูแลภูมิอากาศ climate change ป่ าไม้ SDGs
ข้อที่ 13 ถ้าทาํ ดีๆสู่ SDGs ข้อท่ี14 ชีวิตใต้น้ํา(การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และ
ทรัพยากรทาลทะเลอยา่ งง่ั ยืนเพ่ือการพฒั นาท่ียง่ั ยืน) SDGsขอ้ ที่ 15 ชีวติ บนบก(ปกป้อง ฟ้ื นฟูและสนบั สนุน
การใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยงั่ ยืน) ตลอดจนกระทงั่ SDGs ขอ้ ท่ี17 ความร่วมมือกนั ท้งั ภาครัฐ เอกชน
วิชาการ ประชาสังคมและประชาชน คือ ตรรกะ(logic)ของการเขียน ผมขอต้งั เป็ นคาํ ถามว่าทาํ อย่างไร
จึงจะทาํ ใหอ้ า่ นแลว้ อธิบายไดว้ า่ คิดอยา่ งไร สรุปอยา่ งไร
ประเด็นท่ีต้งั ใจจะอภิปรายคือ ประเด็นแผนแม่บท 23 คือ วิจยั พฒั นา นวตั กรรม คาํ ว่า “วิจยั ”
หลายท่านอาจแสลงหูวา่ ทาํ ไปทาํ ไม จริงๆ แลว้ การวิจยั เป็ นพ้ืนฐานของวิธีคิดที่มีเหตุและผล คิดอย่างเชิง
วิกฤต ถา้ เราไม่ต้งั คาํ ถามว่าเราจะทาํ สิ่งน้ันให้ดีข้ึนอย่างไร สิ่งน้ีจะผลิตผลผลิตภณั ฑ์ให้ดีข้ึนไดอ้ ย่างไร
เราจะไม่เกิดความรู้หรือความกา้ วหน้า แลว้ เวลาคนพูดให้เราฟัง ถา้ เรามีวิธีคิดแบบวิจยั เราจะต้งั คาํ ถามวา่
จริงหรือไม่ ซ่ึงส่ิงน้ีเป็นพ้นื ฐานของคุณภาพของคน ถา้ ปราศจากวธิ ีคิดและระบบวจิ ยั แลว้ คุณภาพของคนจะ
หูเบา เช่ือคนง่าย ถูกหลอกง่าย ทีน้ีเมื่อมีระบบวิจยั และพฒั นา ซ่ึงปัจจุบนั ใช้เป็ นระบบวิจยั และนวตั กรรม
นวตั กรรมคือ การทาํ อะไรหรือคิดอะไรรูปแบบใหม่ให้ดีข้ึน ล่าสุดท่ีเราพยายามติดตามการทาํ งานของ
ภาครัฐและเอกชน เอกชนมีการใช้แนวคิดวิจยั และนวตั กรรมมาก เช่น หากจะทาํ ขา้ วผดั ให้เป็ นที่นิยม
ใส่พืชผกั บางอยา่ ง ก็จะมีแมลง ทาํ อยา่ งไรให้ไม่เกิดแมลง นี่คือนวตั กรรม นวตั กรรมในการทาํ งานที่จะลด
การใชก้ ระดาษก็เป็ นนวตั กรรม เพราะฉะน้นั การลงทุนทาํ การวิจยั และพฒั นานวตั กรรม โดยตอบคาํ ถามว่า
จะทาํ งานน้ันให้ดีข้ึนอย่างไร ทาํ งานน้ีให้ดีข้ึนอย่างไร ผลิตผลทางการเกษตรให้ดีข้ึนมีประสิทธิภาพ
ประสิทธิผล และมีความปลอดภยั ยิง่ ข้ึนไดท้ าํ อยา่ งไร ท้งั ระดบั บุคคล กลุ่มบุคคล องคก์ รและระดบั ประเทศ
น่ีคือส่ิงที่ทา้ ทาย ผมจะขอให้ขอ้ คิดเห็นเรื่องวิจยั นวตั กรรม รายงานน้ีเป็ นรายงานประจาํ ปี 2562 ก่อนท่ีจะมี
การปฏิรูประบบวิจยั และนวตั กรรมของประเทศ ตามพระราชบญั ญตั ิ10 ฉบบั เพราะฉะน้นั ที่ดาํ เนินการไป
แลว้ ก็อยู่ระดบั กลางๆ ไดส้ ีส้ม สีเหลือง สีเหลืองเป็ นส่วนใหญ่ ท่ีได้สีเขียวคือ มีการลงทุนการวิจยั ของ
ภาคเอกชนและภาครัฐเพ่ิมข้ึน จนกระทง่ั ในปี พ.ศ. 2560 เอกชนลงทุน 80 % รัฐลงทุน 20 % จริงๆ ไม่ได้
อธิบายวา่ ทาํ ไมช่วงน้นั ปี พ.ศ. 2560 - 2562 รัฐบาลมีแรงจูงใจหกั ภาษีได้ 300 % บริษทั ต่างๆก็เลยเอามาใช้
กบั เร่ืองวิจยั นวตั กรรม เช่น ยานยนต์ อาหาร บริษทั ขายปลีก ซ่ึงจะมีการทาํ เร่ืองนวตั กรรมค่อนขา้ งมาก
20
เพราะสามารถนาํ มาหักภาษีได้ 300 % และบริจาคหักได้อีก 200 % ซ่ึงท้งั หมดทาํ ให้แผนแม่บทวิจยั
นวตั กรรมได้คะแนนสูงในเร่ืองน้ี แต่มีข้อสังเกตหน่ึงคือ ได้สีส้มเกือบไปแดงคือ ประเทศไทยมีขีด
ความสามารถของเทคโนโลยีท้งั 4 ดา้ นทดั เทียมกบั ประเทศในเอเชีย แต่ไม่ได้ นนั่ ก็คือเทคโนโลยีชีวภาพ
เทคโนโลยีวสั ดุ เทคโนโลยีนาโน เทคโนโลยีดิจิตอล จริงๆ แล้วถา้ เรามีทุนให้พอ มีเป้าหมายการวิจยั ที่
ชัดเจน เราทาํ ได้ เพราะเราใช้ห้องปฏิบตั ิการไม่ใหญ่โตนัก ถ้าทาํ จรวดอาจไม่ได้ ท่ีกล่าวเรื่องน้ีเพราะมี
นกั เรียนไทยท่ีไดท้ ุนต้งั แต่ ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ไปเรียนทางดา้ นอณูชีววทิ ยาระดบั เซลล์ เราจึงมีความสามารถ
ในการทาํ การศึกษาระดบั เซลล์ได้ ศึกษาจนกระทง่ั มีแนวโนม้ ท่ีจะทาํ วคั ซีนไดเ้ อง สิ่งเหล่าน้ีเช่ือว่าทาํ ได้
เพียงแตค่ นเหล่าน้นั ซ่ึงเช่ือวา่ มีจาํ นวน 50 -60 คน เรียนปริญญาเอกช้นั ดี จาก มหาวทิ ยาลยั ฮาร์วาร์ด สถาบนั
เทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มหาวิทยาลยั ออกซ์ฟอร์ด ยงั กระจาย ยงั ขาดโปรแกรมท่ีจะทาํ ให้เกิดการ
รวมพลงั และ ร่วมทาํ งานในท่ีเดียวกนั เช่นเดียวกบั เร่ืองวสั ดุศาสตร์ นาโนเทค เร่ืองดิจิตอลเช่นกนั เราใช้
แพลตฟอร์มของต่างประเทศ ทาํ ไมไม่ให้เด็กท่ีเก่งทาํ ร่วมกนั ลงทุนทาํ แพลตฟอร์มให้ซ่ึงน่าเสียดาย
ท่ีอภิปรายเป็ นของปี พ.ศ. 2562 อยู่ แต่ปี พ.ศ. 2563 - 2565 ขณะน้ีมีการปฏิรูป (reform)เราก็พยายามมีการ
ติดตาม ถา้ มีโอกาสก็จะอภิปรายเรื่องการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ( ตสร)กับ
เหตุการณ์ปัจจุบนั วา่ คืออะไร อยา่ งไร สาํ หรับเรื่องการเกษตรในปี พ.ศ. 2562 เช่นกนั เราตอ้ งการการเกษตร
ท่ีไดม้ าตรฐานมีคุณภาพ มีความปลอดภยั สูง แต่คะแนนของเกษตรตามสี เป็นสีแดงจาํ นวนมาก น่าตกใจนน่ั
คือ เกษตรปลอดภัยยงั ไม่ได้ ขณะเดียวกันพอเป็ นเกษตรแปรรูปอุตสาหกรรมผ่านและมีคุณค่าทาง
โภชนาการ แสดงว่าพ้ืนฐานต้องปรับปรุงอีกมาก ขณะเดียวกนั อีกตวั ท่ีตกคือ ประสิทธิผลในการผลิต
productivity หรือ yield ซ่ึงเป็ นเร่ืองท่ีน่าตกใจท่ีวา่ เราควรจะลงทุนเรื่องน้ีใหม้ ากข้ึน และในรายงานก็เขียน
วา่ ตอ้ งการการวจิ ยั และนวตั กรรมในมิติต่างๆ เช่น พนั ธุ์ เทคโนโลยี ตลอดจนการแปรรูป และการคา้ ขายท้งั
ในระดบั ชาติและนานาชาติ ผมไดไ้ ปติดตามตวั เลข ประเทศไทยส่งออกผลิตภณั ฑ์อาหารปี ละประมาณ
ลา้ นลา้ นบาท คร่ึงหน่ึงเป็ นวตั ถุดิบ อีกคร่ึงแปรรูป แสดงว่าเราผลิตใช้ได้ ขณะเดียวกนั อาหารการกินท่ีเรา
ขายอยู่ในเมืองไทยปี ละสองล้านลา้ นบาท ควรจะตอ้ งมาใส่ใจเร่ืองการพฒั นาทางดา้ นการเกษตรมากข้ึน
เพื่อใหม้ ีผลิตผล และผลิตภณั ฑท์ างดา้ นอาหารและผลิตภณั ฑเ์ กษตรอื่นๆ มีคุณภาพ มีความปลอดภยั และมี
คุณค่าเฉพาะด้าน คือโดยสรุป ผมพยายามเสนอภาพรวมและยกตวั อย่างภาพย่อยเพื่อให้เห็นว่า ถ้าเรา
ดาํ เนินการอยา่ งจริงจงั ประเทศไทยมีโอกาสท่ีจะพฒั นาต่อไป แลว้ นาํ ผลงานที่ประเมินน้ีไปเป็นขอ้ เสนอแนะ
( feedback) ใหก้ ารทาํ งานร่วมกนั ไดด้ ีข้ึน
ขอขอบคุณ
21
การประชุมวุฒิสภา คร้ังท่ี 10 (สมยั สามญั ประจําปี คร้ังที่หน่ึง)
วาระ รายงานประจําปี พ.ศ. 2562 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกยี รตคิ ุณ นพ.ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์
วนั องั คารท่ี 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ รู้สึกดีใจที่ได้
ฟังการรายงานความกา้ วหน้าในปี น้ี เพราะปี ท่ีแลว้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาไดร้ ายงาน
ความกา้ วหนา้ เพียงไม่กี่เดือน แต่ปี น้ีไดม้ ีความกา้ วหนา้ อยา่ งมากท้งั ในเร่ืองขอ้ มูลพ้ืนฐานวา่ ความไม่เสมอ
ภาคทางการศึกษาเกิดข้ึนเช่ือมโยงกับความยากจน ซ่ึงเชื่อมกับท้องถิ่นท่ีห่างไกลและยากไร้ไปด้วย
ขณะเดียวกนั ก็ยงั พบในเมืองอีกดว้ ย เร่ืองน้ีจึงอยากเสนอให้มีการทาํ ขอ้ มูลให้ชดั เจนและมีการเผยแพร่ให้
มากยิ่งข้ึน เพ่ือกระตุน้ ให้สังคมไทยได้ทราบว่าเรายงั มีความไม่เสมอภาคทางการศึกษาอีกมากทีเดียว
ผมเห็นวา่ กองทุนน้ีมีเงินไม่มากเพียง 2,500 ลา้ นบาทเศษ คิดเป็ นงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการเพยี ง
0.7 เปอร์เซ็นต์ เราจะเอาไมจ้ ิ้มฟันไปงดั ปัญหาที่หมกั หมมมานานจะสามารถแกไ้ ขไดห้ รือ โครงการน้ีมีท้งั
วิจยั และนวตั กรรม มีโครงการท่ีแกไ้ ขจุดท่ียากจนท่ีสุด ดอ้ ยโอกาสที่สุด ให้มีโอกาสท่ีจะเรียน มีตวั เลขท่ี
แสดงชดั เจนวา่ มาโรงเรียนเพื่อเรียนหนงั สือเกือบครบ 100 เปอร์เซ็นต์ แทนท่ีจะขาดเรียนเพราะความยากจน
ซ่ึงแสดงให้เห็นถึงความสําเร็จอยา่ งมากเพราะใชเ้ งินงบประมาณเพียงเล็กนอ้ ย ขณะเดียวกนั โครงการน้ีก็
เป็ นที่ช่ืนชมในระดบั นานาชาติโดยยเู นสโก (UNESCO) และที่สําคญั ผมอ่านจากรายงานประจาํ ปี มีผไู้ ดร้ ับ
รางวลั โนเบล (Nobel laureates) จากสถาบนั เทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์(MIT) มีความสนใจโครงการของ
ประเทศไทย ซ่ึงถือวา่ เป็นการประกาศเกียรติคุณความคิดริเริ่มสร้างสรรคแ์ บบไทย ความเป็นนานาชาติก็ควร
ทาํ ตอ่ ไป มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขณะเดียวกนั ก็ทาํ ใหค้ นไทยมีการตื่นตวั ข้ึนมา
ประเด็นถดั ไป ตอ้ งการให้มีการติดตามตวั ช้ีวดั ควบคู่ไปกบั เป้าหมายการพฒั นาที่ยงั่ ยืน (SDGs)
การพฒั นาที่ยง่ั ยืนขอ้ ท่ี 4 คือ โอกาสและคุณภาพการศึกษา คุณภาพการศึกษาไทยตอ้ งมีการแกไ้ ขอีกมาก
โครงการน้ีจะจุดประกายให้เห็นวา่ มีโอกาส คุณภาพการศึกษาถา้ เรานาํ เด็กเป็ นเป้าหมายใหม้ ีการใหโ้ อกาส
มีการวิจยั พฒั นา ดึงความเป็ นนานาชาติมา ขณะเดียวกนั ก็จะไปตรงกบั SDGs ขอ้ ที่ 10 ลดความเหลื่อมล้าํ
(reduced inequalities) ถา้ สามารถดาํ เนินการไดด้ ีกส็ ามารถดึงเดก็ ใหโ้ อกาสเด็กเขา้ มาเรียน ตวั อยา่ งที่ชดั เจน
มากก็คือ เด็กในชนบทที่ยากจนสามารถเขา้ ศึกษาต่อในระดบั มหาวทิ ยาลยั ไดเ้ พียง 5 เปอร์เซ็นต์ ที่กล่าวมา
น้นั มีท้งั ขอ้ คิดเห็นและขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะที่คิดวา่ ควรจะดาํ เนินการซ่ึงสมาชิกวฒุ ิสภาทา่ นอ่ืนๆ ก็ได้
พูดแลว้ คือ ตอ้ งหาภาคีให้มากข้ึน ภาคีท่ี 1 ภาคีเรื่อง “ทุน” ไม่วา่ จะเป็ นธุรกิจเอกชน ชุมชน ทอ้ งถ่ิน หรือ
แมก้ ระทง่ั วดั วาอารามต่างๆ ตอ้ งพยายามหาทุนให้มากข้ึน ในปี พ.ศ. 2562 ท่ีผา่ นมามีผูบ้ ริจาค 7 ลา้ นบาท
22
เศษ ซ่ึงนับว่ายงั ไม่มากเพราะยงั ไม่เพียงพอ ประเทศไทยมีผูใ้ จบุญพอสมควร จึงน่าจะไดร้ ับเงินบริจาค
มากกวา่ น้ี ภาคีที่ 2 ภาคีทางดา้ นวิชาการ ซ่ึงทางผูช้ ่วยศาสตราจารยเ์ ฉลิมชยั บุญยะลีพรรณ เสนอแนะว่า
น่าจะดึงภาคีจากมหาวทิ ยาลยั ต่างๆ ที่สร้างครูใหม้ ามีส่วนเก่ียวขอ้ ง และอีกหน่วยงานที่ทาํ เกี่ยวกบั วชิ าการได้
ดีมากนน่ั คือ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ถา้ ดึงเขา้ มาเป็ นภาคีก็จะช่วย
เสริมวิชาการ และตอ้ งไม่ลืมชุมชน ท้งั ชุมชนทอ้ งถ่ินและชุมชนในเมืองให้มาช่วย อีกประเด็นคือ ตอ้ งการ
เห็นการประเมินโครงการเป็ นระยะๆ เพ่ือใหเ้ ห็นถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผล (output outcome impact
) ขณะเดียวกนั หากมีนกั ศึกษาไปทาํ วิทยานิพนธ์ควรใหศ้ ึกษาวา่ ภาวะโภชนาการและสุขภาพของเด็กกลุ่มน้ี
ดอ้ ยกวา่ เดก็ ในเมืองหรือไม่ สุดทา้ ยกต็ อ้ งการใหม้ ีการติดตามโครงการของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา้ กรม
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่ีไดท้ รงงานต่อเนื่องมา 40 ปี เพื่อพฒั นาคุณภาพชีวิต
สร้างโอกาสทางการศึกษา โอกาสทางสาธารณสุขและโอกาสทางการเรียนรู้ซ่ึงผมไดเ้ ขียนเผยแพร่ทาง
หนังสือพิมพ์มติชน เม่ือวนั ท่ี 2 เมษายน พ.ศ. 2563 และมีบทความท่ีผมได้เผยแพร่ให้สมาชิกวุฒิสภา
ทุกท่านมาแลว้ และวนั น้ีผมไดเ้ ผยแพร่อีกคร้ังหน่ึงวา่ นน่ั เป็ นพ้ืนฐานการทาํ งานเพ่ือช่วยเหลือผูด้ อ้ ยโอกาส
ใหม้ ีโอกาสมาร่วมในการพฒั นาตนเอง มีโอกาสเรียนรู้โดยเฉพาะทางดา้ นการศึกษา ซ่ึงการศึกษาเป็ นเพียง
เร่ืองเดียวเท่าน้นั ประเทศไทยมีดีตรงท่ีเราคิดเรื่องน้ีมาตลอด และจุดที่มีความห่วงใยในเรื่องน้ีคือ มีความ
ห่วงใยต้งั แต่ทุกระดบั ช้นั และมีการดาํ เนินการมาอยา่ งต่อเน่ือง ถา้ โครงการน้ีดาํ เนินการโดยภาครัฐและมี
น้าํ หนกั มากพอ ก็เชื่อวา่ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สําหรับเร่ืองความหวงั จริงๆ แลว้ มีความหวงั ต้งั แต่
พ.ศ. 2542 (ค.ศ.1999) คือก่อนคริสต์ศกั ราช 2000 ก็มีเร่ือง Education for all ซ่ึงไปไม่ถึงสักที แต่ขณะน้ีก็
ใกล้จะถึงแล้วคือต้องเป็ น Quality education for all ซ่ึงผมเช่ือว่าโครงการน้ีจะมีส่วนช่วยให้เราบรรลุสู่
เป้าหมาย และขอใหก้ าํ ลงั ใจหวงั วา่ ปี หนา้ คงมีข่าวดีเพม่ิ ข้ึนตอ่ ไป
ขอบคุณมาก
23
การประชุมวฒุ ิสภา คร้ังท่ี 12 (สมยั สามัญประจําปี คร้ังที่หนึ่ง)
วาระ รายงานสรุปผลการดาํ เนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจําปี 2562 (ด้านเศรษฐกจิ )
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกยี รติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
วนั องั คารท่ี 30 มถิ ุนายน พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ จะขออภิปราย
ในเรื่องแผนการปฏิรูปประเทศ ประจาํ ปี 2562 ดา้ นเศรษฐกิจ ซ่ึงมุ่งเนน้ ให้เศรษฐกิจไทยแข่งขนั ไดก้ ระจาย
ประโยชน์สู่ประชาชน เติบโตอยา่ งยง่ั ยืน แต่เจตนาที่ผมทาํ สไลด์มาเพ่ือจะเน้นการปฏิรูปดา้ นอาหารและ
การเกษตรควบคูก่ นั ไป มี 3 ประเด็น ดงั น้ี
ประเด็นท่ี 1 แผนการปฏิรูปประเทศไม่ได้ให้ความสําคญั ด้านอาหารและการเกษตรเท่าที่ควร
เพราะคิดกนั วา่ อาหารและเกษตรทาํ ให้ GDP โตข้ึนเพียง 7-8% ก็เลยสนใจไปทาํ เรื่องยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์
ต่างๆ จริงๆ แลว้ ดา้ นอาหารและการเกษตรจะช่วยใหเ้ ป้าหมายหลกั 3 ประการ ในรัฐธรรมนูญ หมวด 16
บรรลุวตั ถุประสงคค์ ือ ทาํ ใหป้ ระเทศ สงั คม และประชาชน มีความสุขสงบ มีคุณภาพชีวติ ท่ีดี มีส่วนร่วมใน
การพฒั นา
ประเด็นท่ี 2 อาหารและการเกษตรได้ช่วยแก้วิกฤตของชาติมาแล้วหลายคร้ัง ในปี พ.ศ. 2541
เกิดวิกฤตตม้ ยาํ กุง้ GDP ติดลบ 7.6 % มีการเคล่ือนยา้ ยแรงงานกลบั ชนบท แต่ปี ถดั มา GDP เพ่ิมข้ึนเป็ น 4.6 %
ในปี พ.ศ. 2552 เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ GDP ติดลบ 0.7 % แต่ปี ถัดไปเศรษฐกิจเติบโต 7.5 %
ดา้ นการเกษตรและอาหารก็เป็นส่วนสาํ คญั ท่ีจะทาํ ใหเ้ กิดการฟ้ื นฟูเศรษฐกิจ
ประเด็นท่ี 3 ก็คือ อาหารและการเกษตรจะช่วยแกว้ กิ ฤตของชาติจากโรคโควดิ -19 จึงควรมีการปรับ
แผนการปฏิรูป ให้เน้นด้านอาหารและการเกษตรด้วย ซ่ึงในการประชุมวุฒิสภาคร้ังที่ 11 เมื่อวานน้ี
(วนั จนั ทร์ท่ี 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563) ไดม้ ีผูช้ ้ีแจงวา่ ยงั สามารถปรับแผนการปฏิรูปดงั กล่าวไดก้ ่อนเดือน
กนั ยายน พ.ศ. 2563 และเท่าท่ีผมทราบขอ้ มูลเมื่อเช้าจากท่านประธานกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์
งบประมาณฟ้ื นฟูที่เสนอผ่านมาและอนุมตั ิรอบแรกจาํ นวนเกือบ 60,000 ล้านบาท เป็ นเร่ืองของการ
ดาํ เนินงานทางดา้ นอาหารและเกษตร เพราะฉะน้นั อยากใหพ้ ิจารณาเร่ืองน้ีใหจ้ ริงจงั
ความสําคญั ของอาหารต่อเศรษฐกิจและสงั คม คิดง่ายๆ ถา้ เราไม่มีอาหารการกิน เราอยไู่ ม่ไดเ้ พราะ
ห่วงโซ่อาหารเป็ นวิถีชีวิต การทาํ มาหากิน ความเป็ นอยู่ของคนและสังคม (Livelihood) และวฒั นธรรม
คิดง่ายๆ วา่ คนไทยกินอาหารวนั ละ 100 บาทต่อคน เท่ากบั 7,000 ลา้ นบาทต่อวนั 1 เดือน เป็ นเงิน 210,000
ลา้ นบาท หรือเท่ากบั 2.52 ลา้ นลา้ นบาทต่อปี ถา้ เราคิดถึงมูลค่าเพ่ิม มูลค่าการบริการจะเพิ่มข้ึนอีก 2-3 เท่า
ขณะเดียวกนั ประเทศไทยมีการส่งออกอาหารสดและอาหารแปรรูปอย่างละคร่ึงประมาณ 1 ลา้ นลา้ นบาท
24
ต่อปี จดั เป็นอนั ดบั ที่ 12-15 ของโลกเป็นประจาํ ขณะเดียวกนั ประชากรอยา่ งนอ้ ย 1 ใน 3 ของประเทศทาํ งาน
เก่ียวขอ้ งกบั ระบบการเกษตรและอาหาร และการบริการอาหาร ประเทศต่างๆ ทว่ั โลกโดยเฉพาะอยา่ งยิง่
เมื่อเกิดโรคโควิด-19 ก็ไดเ้ น้นในเร่ืองของความมน่ั คงดา้ นอาหาร และมีประชากรที่ไม่มีความมนั่ คงด้าน
อาหารเพิ่มข้ึนถึง 265 ลา้ นคน จึงเป็ นโอกาสของประเทศไทยท่ีจะผลิตอาหารเพื่อเป็ นครัวไทยและครัวโลก
ถัดมาจะเป็ นเร่ืองของห่วงโซ่การปฏิรูปด้านอาหาร จะเห็นได้ว่าห่วงโซ่จะค่อนขา้ งยาว ต้งั แต่เร่ืองการ
เพาะปลูกและเล้ียงสตั ว์ ก็คือฟาร์ม ซ่ึงตรงจุดน้ีประเด็นที่จะทาํ ไดด้ ีก็คือ ตอ้ งมีการจดั โซนนิ่งลงไปถึงระดบั
จงั หวดั ให้จงั หวดั บริหารจดั การและมีแผนเกษตรจงั หวดั จะเป็ นราย 3 ปี , 5 ปี หรือ 10 ปี ก็แลว้ แต่ และเนน้
Smart Farmer และ Smart Farming ซ่ึงทีมของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ โดยคุณสมชาย
ชาญณรงคก์ ุล ก็ไดก้ ล่าวไปแลว้ และขณะเดียวกนั ก็ให้ใช้ GAP (Good Agricultural Practice) ซ่ึงเป็ นเรื่องที่
เป็ นระบบ ท่ีตอ้ งทาํ ใหไ้ ด้ ในท่ีสุดก็จะเพ่ิมผลิตภาพก่อให้เกิดความยง่ั ยืนและมี Traceability ถดั ไปจากการ
ผลิตนาํ ไปสู่การแปรรูปในระดบั ครัวเรือน ชุมชน อุตสาหกรรม เหมือนวง่ิ ไมผ้ ลดั จากกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ไปสู่กระทรวงอุตสาหกรรม บางคร้ังกระทรวงมหาดไทยรับต่อไปทาํ เร่ืองของ
OTOP และต่อไปเป็นเร่ืองของการคา้ ขาย บริการท้งั ร้านคา้ โรงเรียน ชุมชน สถานท่ีทาํ งาน และคา้ ขายระดบั
นานาชาติ กระทรวงพาณิชย์ กเ็ หมือนไมผ้ ลดั เช่นกนั บางคร้ังก็ไมส่ ่งกนั ไม่รับกนั เรื่องน้ีตอ้ งมีการปฎิรูปให้
มีการทาํ งานให้ดีข้ึน แตป่ ลายทางก็คือ สุขภาพผบู้ ริโภคดีมีความผาสุก มีความยง่ั ยนื มีการคา้ ก่อให้เกิดความ
มงั่ คง่ั สําหรับเรื่องห่วงโซ่ก็คงจะตอ้ งดู เร่ืองโลจิสติกส์ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการขนส่งทางรถยนตเ์ ปลืองมาก
ตอ้ งใชท้ างรางและทางน้าํ ขณะเดียวกนั food loss food waste ก็ตอ้ งลดให้ได้ เพราะขณะน้ี loss ประมาณ
30% และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเนน้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ
เอกชน วิชาการ และประชาชน ก็คือ 5P และท่ีสําคญั ที่สุดคือตอ้ งมีการกระจายรายไดอ้ ย่างเป็ นธรรมกบั
ผูผ้ ลิตเบ้ืองตน้ เกษตรกรจะไดห้ ายจน สําหรับเรื่องการวิจยั และพฒั นาตอ้ งมีการสนบั สนุนตลอดเวลา และ
ตอ้ งมีการติดตามประเมินผล มีการใชเ้ ทคโนโลยแี ละนวตั กรรมอยา่ งเหมาะสม ในห่วงโซ่ตอ้ งดูเร่ืองดิน น้าํ
พนั ธุ์ เร่ืองโภชนาการสําหรับพืชและสัตว์ การควบคุมป้องกนั โรค เนน้ GAP (Good Agricultural Practice)
GHP (Good Hygienic Practice สุขอนามัยท่ีดี) และ GMP (Good Manufacturing Practice) แล้วเราจะได้
อาหารท่ีมีคุณภาพปลอดภยั
ขอ้ เสนอแนะแผนปฏิรูปอาหาร เป้าหมายคือ ผลิตอาหารให้ปลอดภยั มีคุณภาพและคุณค่าทาง
โภชนาการไดม้ าตรฐานท้งั ไทยและสากล มีระบบ Zoning ตามศกั ยภาพของดิน น้าํ และภูมิอากาศ ประวตั ิ
การผลิต เนน้ การผลิตผสมผสาน ตามทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพยี ง ดูเรื่องน้าํ และดินเพ่ือการผลิตอาหาร
จริงๆ (มีระบบน้ําเพื่อการผลิตอาหารท้ังในชุมชนและเขตชลประทาน) มีแผนการผลิตระดับจังหวดั
เช่ือมโยงระดบั ชาติและสามารถเชื่อมโยงกบั การท่องเท่ียวได้ดว้ ย ประเด็นที่เก่ียวขอ้ งกบั แผนปฏิรูปอ่ืนๆ
ควรมีแผนการตลาดระดบั ภูมิภาค ระดบั นานาชาติ ส่งเสริม Smart Farmer และ Smart Farming บณั ฑิตคืน
ถ่ิน ยวุ เกษตรกร การรวมกลุ่มและสหกรณ์ สร้างระบบโครงสร้างพ้นื ฐานเพ่อื ความมน่ั คงดา้ นการผลิตอาหาร
ส่งเสริมการลงทุน เรื่องInvestment มีความสําคญั ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
ได้ทาํ งานมาไดเ้ ป็ นอย่างดี ควรจะมีกองทุนเพื่อความร่วมทุนภาคชนบทในเร่ืองการทาํ SME มีการวิจยั
25
นวตั กรรมอย่างต่อเน่ืองเพ่ือสนับสนุนการพัฒนาท้ังระบบห่วงโซ่อาหาร มีการพัฒนา Big Data นํา
เทคโนโลยแี ละระบบ IT มาใช้ และมีเครือข่ายความปลอดภยั ทางดา้ นสงั คม และระบบประกนั พืชผล
สําหรับขอ้ เสนอแนะทางด้านการเกษตร คือ ปฏิรูประบบการเกษตรโดยการแยกการเกษตรกบั
อาหารใหช้ ดั เจน เกษตรมีท้งั ท่ีเป็นอาหารและท่ีไม่ใช่อาหาร ที่ไม่ใช่อาหารชดั เจน เช่น ยางพารา หม่อนไหม
ไมด้ อกไมป้ ระดบั และอื่นๆ ถา้ เราแยกให้ชดั เจนจะเป็ นการสร้างแนวคิดให้เขา้ ใจง่ายและเสริมคุณค่ามูลค่า
และนาํ แนวทางการผลิตอาหารมาประยกุ ต์
ขอ้ เสนอแนะแผนการปฏิรูปด้านอาหารและเกษตร คือให้ปรับแผนปฏิรูปภายในเดือนกนั ยายน
พ.ศ. 2563 โดยเพิ่มเติมให้มีท้งั แผนปฏิรูปทางด้านอาหารและการเกษตร ให้มีการบูรณาการร่วมกันท้งั
ภาครัฐ เอกชน ภาควชิ าการ ภาคประชาสงั คมและประชาชนใหม้ ีความเช่ือมโยงระหวา่ งแผนระดบั ชาติ แผน
จงั หวดั ซ่ึงตรงจุดน้ีตอ้ งทาํ ให้ได้ และเป้าหมายคือสู่ประชาชน ทอ้ งท่ี ทาํ งานให้มีประสิทธิภาพให้เกิดการ
มั่นคง มัง่ คง่ั และยงั่ ยืน สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ และปฏิรูปให้เป็ น “ครัวไทยและครัวโลก”
อยา่ งยง่ั ยนื
แผนแม่บทดา้ นเกษตรภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ มีความเห็นวา่ ควรจะปรับแผนแม่บทแยกดา้ นอาหาร
และการเกษตร แต่เช่ือมโยงกนั ให้ดีในยุทธศาสตร์ชาติ 6 ดา้ น และแผนภูมิระบบการเกษตรและอาหาร
ก่อให้เกิดความมน่ั คงดา้ นอาหารและโภชนาการ ซ่ึงทวั่ โลกเนน้ เรื่องน้ีมาก มีโอกาสทางเศรษฐกิจ มีวิถีชีวิต
สังคม วฒั นธรรมและการท่องเท่ียว และยงั มีความยงั่ ยืนของสิ่งแวดลอ้ ม ในท่ีสุดเราเป็ นประเทศที่เป็ น
สมาชิกของสหประชาชาติ เรามีเป้าหมายคือ SDGs (Sustainable Development Goals) ถา้ ทาํ ทางดา้ นเกษตร
และอาหารดีๆ จะทาํ ให้ไดต้ ามเป้าหมายท่ี 1 ลดความยากจน เป้าหมายท่ี 2 ลดความหิวโหย เป้าหมายที่ 3
สุขภาพดี เป้าหมายที่ 4 การศึกษาดี และขณะเดียวกัน เป้าหมายท่ี 5 ความเท่าเทียมทางเพศ (Gender
equality) สิทธิของสตรีก็จะดี เป้าหมายท่ี 8 มีงานทาํ มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่ 10 มีความ
เสมอภาค เป้าหมายท่ี 12 บริโภคอยา่ งมีเหตุและผล และ ผลิตอยา่ งมีเหตุและผล สุดทา้ ยคือ เป้าหมายท่ี 17
มี Partnership เสนอเพ่อื ประกอบการพิจารณาในการท่ีจะปรับแผนปฎิรูปใหช้ ดั เจนยง่ิ ข้ึน
ขอบคุณมาก
26
การประชุมวฒุ ิสภา คร้ังที่ 13 (สมัยสามัญประจําปี คร้ังทีห่ น่ึง)
วาระ รายงานสรุปผลการดาํ เนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจําปี 2562 (การวจิ ัยและการพฒั นานวตั กรรม)
อภปิ รายโดย ศาสตราจารย์เกยี รติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันตศิ ิรินทร์
วนั องั คารที่ 14 กรกฏาคม พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนทา่ นประธานท่ีเคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ประเด็นท่ีจะขอ
อภิปรายคือ การวิจยั และพฒั นานวตั กรรม ซ่ึงเป็ นแผนแม่บทประเด็นที่ 23 ภายใตแ้ ผนยุทธศาสตร์ชาติ
ซ่ึงจะปรากฏในสไลดแ์ ผน่ ท่ี 2 ผลการดาํ เนินงานในภาพรวมของปี 2562 อยูใ่ นระดบั สีเหลืองท้งั เป้าหมาย
ประเด็นและเป้าหมายแผนแม่บทยอ่ ย คือจากแผนแม่บท 23 ประเด็น(แผนแม่บท) 9 ใน 23 ไดส้ ีเหลืองก็มี
แนวโนม้ วา่ ถา้ ไดร้ ับการสนบั สนุนเตรียมความพร้อมและมีการบริหารจดั การดีๆ กน็ ่าจะประสบความสาํ เร็จ
ในปี 2565 * เป้าหมายของแผนแม่บทตามยุทธศาสตร์ประเด็นท่ี 23 การวิจยั และพฒั นานวตั กรรมคือ
เป้าหมายท่ี 1 ความสามารถในการแข่งขนั ดา้ นโครงสร้างพ้ืนฐานทางเทคโนโลยี และทางวทิ ยาศาสตร์ของ
ประเทศสูงข้ึน เป้าหมายท่ี 2 มูลค่าการลงทุุนวิจยั และพฒั นานวตั กรรมดา้ นผลิตภณั ฑ์มวลรวมในประเทศ
เพ่ิมข้ึน คือ หวงั วา่ ถา้ ลงทุนมากข้ึนก็จะไดผ้ ลสูงข้ึน ท้งั หมดมี 5 แผนแม่บทยอ่ ย 7 เป้าหมาย มีแผนแม่บท
ยอ่ ยประเด็นดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ดา้ นองคค์ วามรู้พ้นื ฐาน ดา้ นปัจจยั สนบั สนุนการวิจยั
พฒั นาและนวตั กรรม แสดงให้เห็นว่าความสําเร็จของทุกๆ ด้านในการพฒั นาจะเป็ นเศรษฐกิจ สังคม
สิ่งแวดลอ้ ม องคค์ วามรู้ ปัจจยั พ้นื ฐานจะตอ้ งมีการสนบั สนุนโดยการวิจยั และนวตั กรรม ซ่ึงดา้ นเศรษฐกิจมี
2 เป้าหมาย ดา้ นสังคม มี 1 เป้าหมาย ดา้ นส่ิงแวดลอ้ มมี1 เป้าหมาย ดา้ นองค์ความรู้พ้ืนฐาน มี 1 เป้าหมาย
และดา้ นปัจจยั สนบั สนุนการวิจยั พฒั นาและนวตั กรรมมี 2 เป้าหมาย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย
พุทธศกั ราช 2560 ในมาตรา 69 เขียนไวว้ ่า “รัฐพึงจดั ให้มีและส่งเสริม การวิจยั และพฒั นาวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและศิลปวทิ ยาการแขนง ต่างๆ ให้เกิดความรู้ การพฒั นา และนวตั กรรม เพ่ือความเขม้ แข็งของ
สังคม และเสริมสร้างความสามารถ ของคนในชาติ” ให้มีความสามารถดา้ นสติปัญญาและโครงสร้าง
พ้ืนฐานซ่ึงชดั เจนมาก สาํ หรับความสามารถในการแข่งขนั ระดบั นานาชาติ ซ่ึงจะชอบหรือไม่ก็ตาม เขาจะ
ประเมินวา่ เรามีความสามารถในมิติไหน มิติดา้ นดิจิทลั ท่านสมาชิกท่านอื่นไดน้ าํ เสนอไปแลว้ วา่ ในระดบั
บุคคล(individual) เราทาํ ไดด้ ี กลุ่มย่อยๆ เก่งมากในเรื่องดิจิทลั เทคโนโลยี ขณะเดียวกนั เร่ืองคอรัปชน่ั ก็
ไดร้ ับการประเมิน ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรมก็เช่นกนั Global Competitiveness Index
โดย WEF (World Economic Forum) ในปี 2562 จดั อนั ดบั ให้ประเทศไทยอยู่ อนั ดบั ท่ี 40 จาก 141 ประเทศ
ได้ 68.1 คะแนน ลองนึกว่าถา้ ท่านเป็ นนกั เรียน ได้ 68 คะแนน ถือว่าเก่งไหม ขณะเดียวกนั International
Institute for Management Development (IMD) ในปี 2562 ให้ประเทศไทยอยู่อนั ดบั ท่ี 25 จาก 63 ประเทศ
27
จากการที่ไดต้ ิดตามการประเมินเหล่าน้ี ประเทศไทยอยูใ่ นอนั ดบั กลางๆ 50 – 70 เปอร์เซ็นต์ ทาํ อยา่ งไรจะ
ใหข้ ้ึนไปท่ี 80 – 90 เปอร์เซ็นตใ์ หไ้ ด้ ถา้ เรายงั ละเลย วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วจิ ยั และนวตั กรรม รับรองวา่
ไม่มีวนั ทาํ ได้ เราตอ้ งทุ่มเทเร่ืองน้ีให้มาก เราอยู่กลางๆ เวลาคบฝร่ังจะบอกวา่ you are good boy good girl
ซ่ึงผมทราบ เพราะทาํ งานต่างประเทศมา 6 ปี แต่ถา้ เราเขม้ แข็งข้ึนมีสติปัญญา มีโครงสร้างพ้ืนฐาน เรา
สามารถแข่งขนั ไดแ้ น่นอน เพราะฉะน้นั ควรตอ้ งมีการลงทุนในเร่ืองการวิจยั และนวตั กรรม นน่ั คือ พฒั นา
กาํ ลงั คนและมีโครงสร้างพ้ืนฐานไปดว้ ยตามเป้าหมายที่ไดว้ างไว้ ท้งั หมดนาํ ไปสู่การเตรียมความพร้อมใน
การพฒั นา
* ภาพน้ีท่ีนาํ เสนอเพราะในปี 2562 มี พระราชบญั ญตั ิ10 ฉบบั มีกระบวนการจดั ทพั ในเร่ืองระบบ
และกระบวนการวิจยั เรื่องน้ีไม่ใช่คิดมาเพียง 2-3 ปี เริ่มพูดประมาณ 10-20 ปี แต่เพ่ิงเป็ นรูปเป็ นร่างมา
ตอน ปี 2562 มีพระราชบญั ญตั ิ จาํ นวน 10 ฉบบั จึงมีกระบวนการจดั ทพั มิฉะน้นั การวจิ ยั จะเป็ นส่วนเล็กๆ
(fragment) ทาํ กนั หลายหน่วยงาน บางหน่วยงานอา้ งวา่ ทาํ งานวิจยั แต่ในความเป็ นจริงไม่ไดท้ าํ ดว้ ยเหตุน้ี
คณะอนุกรรมาธิการด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิจยั และนวตั กรรมไดต้ ิดตามเรื่องน้ีอย่างใกล้ชิด ดูว่า
โครงสร้างพ้ืนฐานไดม้ ีกระบวนการจดั ทพั มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลพอหรือยงั คือ ตอ้ งมีหน่วยนโยบาย
หน่วยยุทธศาสตร์ หน่วยแผนและงบประมาณให้ชดั เจนว่าจะสนบั สนุนงานวิจยั ของชาติไดอ้ ยา่ งไร และมี
หน่วยให้ทุน หน่วยทุน หน่วยวิจยั และมีหน่วยมาตรฐาน วิจยั ตอ้ งไดม้ าตรฐาน ผลิตผลผลิตภณั ฑ์ตอ้ งได้
มาตรฐานจึงจะใชไ้ ด้ ขายได้ ขณะเดียวกนั มีหน่วยประมวลความรู้ มีหน่วยจดั การวิจยั แบ่งเป็ น 7 หน่วย
ในขณะน้ี คือ การบริหารงานวิจยั เชิงพ้ืนท่ี การบริหารงานวจิ ยั เพ่ือพฒั นากาํ ลงั คน การบริหารงานวิจยั เพ่ือ
การแข่งขนั ที่มีอยู่เดิมคือ สภาวิจยั แห่งชาติ สํานกั งานนวตั กรรมแห่งชาติ(NIA) สํานกั งานพฒั นาการวิจยั
การเกษตร(สวก.) สถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสุข (สวรส.) ท้งั หมดเป็ นหน่วยงานที่จะสนบั สนุนผา่ นระบบ
กองทุนวจิ ยั ขณะเดียวกนั กระทรวง ทบวงกรมต่างๆก็ยงั มีงานวจิ ยั อยู่
จากการติดตาม มีขอ้ เสนอแนะคือ
1. เร่งรัดดาํ เนินการเพื่อให้โครงสร้างในระบบการวิจยั และนวตั กรรม มีความครบถ้วนสมบูรณ์
ทุกระดับนโยบาย/ยุทธศาสตร์ กองทุน การบริหาร จดั การทุน ระบบมาตรฐาน ขณะน้ียงั มีตาํ แหน่ง
รักษาการณ์อยู่ เจา้ หนา้ ท่ีก็ยงั ไม่พร้อม ยงั มีการสรรหาอยู่ แต่มีความพยายามในทางท่ีดี ที่ทาํ เพราะฉะน้นั
เสนอว่าจดั ระบบหน่วยงานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามพระราชบญั ญตั ิท่ีเกี่ยวขอ้ งปี 2562 จาํ นวน 10 ฉบบั
โดยบรรจุตาํ แหน่งตา่ งๆ เลือกคนเก่ง คนดีจริงๆมาทาํ งาน
2. เสริมสร้างระบบและกระบวนการในการบริหารงานทุกระดบั ใหม้ ีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล
เน้นคุณภาพ งานวิจยั ต้องมีคุณภาพจึงจะมีประโยชน์ใช้ได้ มีความรวดเร็ว คล่องตัว เสริมกันและกนั
(Coherence) ลดความซ้ําซ้อน มีการประเมินและระบบธรรมาภิบาล มุ่งผลสัมฤทธ์ิ สู่เป้าหมายท่ีเป็ น
ประโยชน์ต่อการพฒั นา เศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรม ส่ิงแวดลอ้ ม (มีระบบและกระบวนการวิจยั ที่ไดผ้ ล
อยา่ งเช่นท่ี สกว.ไดด้ าํ เนินการมา)
3. รัฐควรลงทุนด้านการวิจยั และนวตั กรรมเพิ่มข้ึน ท้งั จาํ นวนเงินลงทุน และจาํ นวนเงินต่อGDP
ควบคู่กบั แรงจูงใจใหเ้ อกชนลงทุนดา้ นน้ีเพ่ิมข้ึน โดยการกาํ หนดมาตรการจูงใจดา้ นภาษี สินเชื่อ และ BOI
รัฐควรประกาศให้ชดั เจนวา่ ปี น้ีจะลงทุนจาํ นวน 0.8 % หรือ 1.0 % หรือ 1.5 % เม่ือร่วมกบั เอกชน และไม่
28
ตอ้ งอายวา่ ในปี 2563 รัฐลงทุนเพยี ง 0.135 % ของGDP ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนลงทุน 2.7 % ประเทศ
อิสราเอลลงทุน 4.7% โดยเป็นการวจิ ยั ทว่ั ไป 2.0 % และเป็นการวจิ ยั เพ่ือความมน่ั คงในทุกๆ มิติ 2.7%
4. ส่งเสริมให้เกิดกลไกความร่วมมือในการวจิ ยั และนวตั กรรมระหวา่ ง ภาครัฐ เอกชน วิชาการ และ
ประชาชนในระดบั ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สถาบนั และ ชุมชน ต้งั แตต่ น้ น้าํ กลางน้าํ และปลายน้าํ เพ่อื ให้
มีผลงานวจิ ยั ที่มี คุณภาพ นาํ ไปใชป้ ระโยชน์ได้ มีการวจิ ยั และโครงสร้างการวิจยั ท่ีเหมาะสม มีประสิทธิภาพ
มีการวิจยั ในเชิงพ้ืนท่ี โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงการสนบั สนุนดา้ นเกษตรและอาหาร การวิจยั ในเชิงพ้ืนท่ีจะเกิด
ประโยชน์มาก เป็ น area based เร่ื องน้ีรัฐกับรัฐก็สามารถทําการวิจัยได้เอง เช่น เมื่อ 2-3 วันก่อน
กองอาํ นวยการรักษาความมน่ั คงภายในราชอาณาจกั ร (กอ.รมน.) กบั สภาวจิ ยั แห่งชาติ (วช.) ลงนามร่วมมือ
ในการวจิ ยั จะเห็นไดว้ า่ เราสามารถแกป้ ัญหาหลายอยา่ งๆ ดว้ ยวจิ ยั และพฒั นา ท้งั ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนวฒั นธรรม
5. ใหม้ ีมาตรการดูแลเรื่องทรัพยส์ ินทางปัญญา อนั เกิดจากการวิจยั นวตั กรรมเพื่อการแข่งขนั เร่ืองน้ี
คนเขา้ ใจนอ้ ยมาก พอเราทาํ งานวจิ ยั ดีๆไม่มีการจดสิทธิบตั รหรือลิขสิทธ์ิต่างๆเราจะขาดทุน เร่ืองน้ีตอ้ งมีการ
ติดตามตอ่ ไป
6. ใหม้ ีการประชาสัมพนั ธ์ผลงานให้มากข้ึน ใหป้ ระชาชนรับรู้วา่ เรามีงานวจิ ยั ถึงระดบั ไหน จะเป็ น
เร่ืองดิจิทลั เร่ืองเทคโนโลยีอ่ืนๆ ทางการแพทย์ ดา้ นการเกษตร เรามีอะไรดีหลายอย่าง อยา่ งเช่นหนา้ กาก
อนามยั เราสามารถพฒั นาถึง N 95 ได้เพื่อให้เกิดประชาคมไทยท่ีใช้ระบบและ กระบวนการวิจยั และ
นวตั กรรมในการแกไ้ ขปัญหาและพฒั นา
7. เร่งรัดใหเ้ กิดมีผลงานตอ่ เน่ืองภายในปี 2565 ถึงผลผลิตและผลกระทบของ งานวจิ ยั และนวตั กรรม
ต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ และ SDGs ด้วย ที่เขียนเป้าหมายเพ่ือจะได้ติดตามความคืบหน้า
เร่ืองน้ีลงทุนแลว้ ตอ้ งมีความหวงั ปี 2565 ตอ้ งเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกนั SDGs มีเป้าหมายคลา้ ยยทุ ธศาสตร์
เราเก็บขอ้ มูลทีเดียวไดห้ ลายตวั อยา่ งเข็มกลดั ท่ีมี 17 สีเพื่อเป็ นส่ิงเตือนใจให้ทาํ ให้ได้ สุดทา้ ยคือ เตือนใจ
เราวา่ เร่งเสริมสร้างปัญญา ความรู้และนวตั กรรม เพ่อื พฒั นาประเทศ
* เป้าหมาย SDGs เป็ นเป้าหมายระดบั โลก เหลือเวลาอีก 10 ปี ประเทศไทยควรจะจริงจงั ให้มากข้ึน
ขณะท่ีผมเป็นประธานบอร์ดสาํ นกั งานกองทุนสนบั สนุนการวจิ ยั ( สกว.) กพ็ ยายามทาํ เร่ืองน้ี มีแผนงานใน
เร่ืองน้ีโดยตรง ขณะน้ีเมื่อมีการประชุมเราสามารถไดข้ อ้ มูลจากการวจิ ยั เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั นานาชาติ
*สุดทา้ ยเมื่อผลกระทบของโควิดจะเห็นว่าเป้าหมาย SDGs หลายอนั ตกลง เช่น คนจนมากข้ึน ตกงาน
ความหิวโหยมากข้ึนแบบชวั่ คราวในบางจุด ซ่ึงเราสามารถแกไ้ ด้ สุขภาพทว่ั ไปแยล่ ง ยกเวน้ ประเทศไทย
ดูแลดี อ่ืนๆ ก็เช่นกนั การศึกษาเด็กถูกลอ็ คดาวน์ การศึกษาคอ่ นขา้ งชะงกั เรื่องสตรีกเ็ ช่นกนั อยใู่ นบา้ นก็ถูก
ทารุณ อยากเห็นเรื่องน้ีทาํ จริงจงั ควบคู่กนั ไปออกแรงทีเดียวได้ 2 ดา้ น ผมไดน้ าํ เสนอเพื่อใหเ้ ห็นภาพวา่ ถา้
ลงทุนให้มากพอจะนาํ ไปสู่การไดผ้ ลงานวิจยั ที่มีคุณภาพ นาํ ไปใชป้ ระโยชน์ นาํ ไปสู่การพฒั นากาํ ลงั คนที่มี
คุณภาพ นาํ ไปสู่โครงสร้างพ้ืนฐานทางดา้ นการวิจยั จะเป็ นดา้ น วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิจยั และนวตั กรรม
เพอื่ นาํ ไปสู่การพฒั นาประเทศดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม สิ่งแวดลอ้ มและวฒั นธรรมตา่ งๆ
ขอขอบคุณ
29
30
31
การประชุมวฒุ ิสภา คร้ังท่ี 15 (สมัยสามญั ประจําปี คร้ังท่หี นึ่ง)
วาระ รายงานสรุปผลการดาํ เนินการของคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยสี ารสนเทศ
การสื่อสาร และโทรคมนาคม
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกยี รติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
วนั จันทร์ท่ี 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานท่ีเคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ก่อนอ่ืนผมขอ
ชื่นชมการทาํ งานของคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสื่อสาร และโทรคมนาคม เอกสารท่ี
ท่านศึกษามีประเด็นที่เป็ นประโยชน์อยา่ งมาก เพราะผมอยูใ่ นคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจยั และนวตั กรรม (อว.) และคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เร่ืองงานของท่านเก่ียวข้องกับ
คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม (อว.) อยา่ งมาก ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า
งานท่ีทาํ ทา้ ทายมากท้งั ในเชิงประเด็นและเชิงโครงสร้าง ถา้ สามารถติดตาม เสนอแนะ เร่งรัด ให้ไดอ้ ยา่ งที่
ต้งั ใจ จะเป็ นประโยชน์อยา่ งมหาศาล และขอให้ขอ้ คิดเห็นบางประเด็น ประเด็นแรกคือ เร่ืองอินเทอร์เน็ต
ประชารัฐ โครงการท่ีลงไปถึงหมู่บา้ น ตอ้ งการให้ลงไปถึงโรงเรียนดว้ ย โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งโรงเรียนท่ีเป็ น
C แดง และC+ คือ จากการที่มีโอกาสได้ตามเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ลงไปเย่ยี มโรงเรียนท่ีห่างไกลยากไร้จะมีความขาดแคลนมาก โรงเรียน
เหล่าน้ีอาจเป็ นโรงเรียนตาํ รวจตระเวณชายแดน โรงเรียนในสังกดั กระทรวงศึกษาธิการ หรือเป็ นศูนยก์ าร
เรียนรู้ตามภูเขา ซ่ึงหากอินเทอร์เน็ตประชารัฐสามารถเขา้ ไปถึงจุดเหล่าน้ีได้ ก็จะมีการส่ือสาร มีการนิเทศ
งานทางไกลได้ และถา้ มีประสิทธิภาพมากพอ ก็จะช่วยให้เกิดการเรียนการสอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ประชารัฐคู่กบั โทรทศั น์ ขณะเดียวกนั ที่ท่านไดก้ ล่าววา่ ถา้ ในหมูบ่ า้ นชุมชนสามารถใชไ้ ดก้ ็จะสามารถเรียนรู้
และใชป้ ระโยชน์ทางดา้ นการเกษตร การคา้ ขายต่อไป สาํ หรับเร่ืองที่ผมให้ความสนใจเป็ นพิเศษคือเรื่องท่ี
ต่อจากผชู้ ่วยศาสตราจารย์ นายแพทยเ์ ฉลิมชยั บุญยะลีพรรณ(ขออนุญาตเอย่ ชื่อ) คือ เร่ืองการวจิ ยั และพฒั นา
ดา้ น ICT( Information Communication Technology ) ของไทย เน่ืองจากกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจยั และนวตั กรรม ส่วนที่เก่ียวกบั วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม ไดม้ ีการปฏิรูปโครงสร้างพ้ืนฐาน และ
มีสาํ นกั งานคณะกรรมการส่งเสริมวทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม (สกสว.) บริหารกองทุน ขณะเดียวกนั กม็ ี
หน่วยจดั การกองทุนเป็ น 7 หน่วย ต้งั แต่หน่วยจดั การกองทุนเชิงพ้ืนท่ี การแข่งขนั และพฒั นากาํ ลงั คน เรื่อง
ของการเกษตร การสาธารณสุข และนวตั กรรม ถ้างานมีวตั ถุประสงค์และเป้าหมายที่อยากได้ รวมท้งั ที่
ปรึกษาดว้ ย ใหต้ ิดตอ่ สาํ นกั งานคณะกรรมการส่งเสริมวทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม (สกสว.) และติดต่อ
หน่วยงานท่ีเป็ น PMU(Program Management Unit :หน่วยบริหารจดั การวิจยั ) เหมือนเป็ น outsource เร่ือง
32
การวจิ ยั ยนื ยนั วา่ จะไดผ้ ลงานวจิ ยั ท่ีมีคุณภาพในเง่ือนไขเวลาท่ีทา่ นตอ้ งการดว้ ย ซ่ึงส่ิงน้ีจะหมายรวมถึงการ
ทาํ application ต่างๆ ซ่ึงผมยงั เช่ือมนั่ ว่าเรา “คนไทย” มีความสามารถ เพียงแต่มี Platform มีทุนวิจยั ให้เขา
ดาํ เนินการวิจยั และพฒั นาให้ไดต้ ามเป้าหมาย ประเด็นท่ี 2 คือ การพฒั นากาํ ลงั คนเพื่อใชใ้ นงาน ICT ที่แจง้
วา่ มี 40,000 คน อาจจาํ เป็ นตอ้ งการรายละเอียด เรื่องน้ีน่าจะตอ้ งมีการปรึกษาหารือกนั ในหน่วยงานที่ท่าน
ดูแลกาํ กบั กบั กระทรวงอุดมศึกษาฯ ก็น่าจะเป็ นประโยชน์ ประเด็นท่ี 3 ที่ไดม้ ีการกล่าวถึงคือ เร่ือง Big data
เรื่องน้ีเป็ นเรื่องใหญ่ท่ีทุกกระทรวงต่างก็ดาํ เนินการกนั ทาํ อยา่ งไรจะให้มี Big data ในเรื่องต่างๆ และมีการ
เชื่อมโยงกนั เพราะโครงสร้างการทาํ Big Dataเร่ิมตน้ ต้งั แต่วตั ถุประสงคใ์ นการทาํ Big data เรื่องใดเรื่อง
หน่ึง แลว้ ทาํ Data generation ซ่ึงมีรายละเอียดมาก หลงั จากน้ันก็มีการเก็บขอ้ มูล Data compilation and
analysis หลงั จากน้นั ก็เป็น Data used ท่ีสาํ คญั คือต่างคนต่างทาํ ไมม่ ีการเช่ือมโยงซ่ึงกนั และกนั (connection)
เช่ือว่าถา้ หน่วยงานที่ดูแล ICT จริงๆ จดั ระบบและทาํ งานคู่กบั กระทรวงดิจิทลั เพ่ือเศรษฐกิจและสังคม
(MDES) และหน่วยงานอ่ืนๆ ก็จะสามารถทาํ งานได้ ประเด็นสุดท้าย ที่อยากจะฝากคือ เน่ืองจากงานท่ีท่าน
ดูแลมีงบประมาณมหาศาลมาก น่าจะมีการรายงานเร่ืองธรรมาภิบาลทุกปี วา่ 1.ไม่มีเร่ืองผลประโยชน์ทบั
ซ้อน (conflict of interest) 2. การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 3. ทุกอยา่ งโปร่งใสตรวจสอบได้ ปฏิบตั ิตาม
กฎเกณฑ์ กติกา ซ่ึงจะทาํ ให้ทุกอย่างเป็ นไปอย่างโปร่งใส และมีสิ่งท่ีแฝงลึกๆ เกิดข้ึนคือ จะเพิ่ม
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจดั การ ผมจบเท่าน้ี
ขอขอบคุณ
33
การประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ 18 (สมัยสามญั ประจําปี คร้ังที่หน่ึง)
วาระ รายงานประจําปี งบประมาณ 2561 สํานักงานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกยี รตคิ ุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์ ช่วงที่ 2
วนั จันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ในฐานะ
ผแู้ ทนที่ไดร้ ับมอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรมให้
มานาํ เสนอขอ้ พิจารณาท่ีไดผ้ า่ นการพิจารณาแลว้ การพิจารณาท้งั หมดดาํ เนินการโดยพิจารณาจากเอกสาร
และไดม้ ีการอภิปรายซักถามกนั ในคณะอนุกรรมาธิการ แลว้ นาํ เสนอต่อคณะกรรมาธิการ โดยสรุปพอ
สังเขป ดงั น้ี ขอ้ มูลพ้ืนฐานสาํ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ(สวทช.) เป็ นหน่วยงานใน
กาํ กบั ของกระทรวงอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม จดั ต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2534 ตามพระราชบญั ญตั ิ
พฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 โดยมีวตั ถุประสงค์
1. เพอื่ ดาํ เนินกิจการท่ีเป็นการเพิม่ พูนความรู้และความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. เพ่ือยกระดบั ความสามารถในด้านการผลิตและบริการ ตลอดจนระดบั ฐานะทางเศรษฐกิจ
และสังคมของประเทศ รวมถึงการพฒั นาขีดความสามารถในการรองรับและถ่ายทอด
เทคโนโลยที ้งั ภายในและจากต่างประเทศ
สําหรับการจดั องคก์ ร ขณะน้ีมี 6 ศูนย์ และมีช่ือย่อท่ีหลายท่านอาจคุน้ เคยและหลายท่านอาจไม่
คุน้ เคย คือ ศูนยพ์ นั ธุวศิ วกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ศูนยเ์ ทคโนโลยีโลหะและวสั ดุ
แห่งชาติ (MTEC) ศูนยเ์ ทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ศูนย์นาโน
เทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ศูนยบ์ ริหารจดั การเทคโนโลยีแห่งชาติ (TMC) ซ่ึงจะให้บริการนกั วิจยั
ธุรกิจในการผลิตนาํ ผลงานวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์ และ มี สถาบนั การจดั การเทคโนโลยีและนวตั กรรมเกษตร
(AGRITEC) ซ่ึงให้บริการแบบครบวงจร ซ่ึงท้ังหมดเป็ นการวิวฒั นาการอย่างต่อเนื่องจนมาถึงที่มี
ในรายงานงบประมาณประจาํ ปี 2561 สาํ หรับเรื่องการบริหารจดั การไดด้ าํ เนินการตามพระราชบญั ญตั ิ คือ
มีคณะกรรมการกาํ กบั การบริหารของสํานักงานพฒั นาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
มีคณะอนุกรรมการตรวจสอบทาํ หน้าที่ตรวจสอบและประเมินผลการดาํ เนินการ โดยมีผูท้ รงคุณวุฒิเป็ น
ประธาน และมีการตรวจสอบโดยตรงเร่ืองการเงิน โดย สาํ นกั งานการตรวจเงินแผน่ ดิน (สตง.) ผลงานท่ีท่าน
ผูอ้ าํ นวยการไดร้ ายงานก็มีดา้ นต่างๆ ท้งั ดา้ นวิจยั พฒั นา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซ่ึงมีท้งั ปริมาณและ
คุณภาพ ขณะเดียวกนั ก็มีดา้ นการเสริมความสามารถในการแข่งขนั เป็ นส่ิงท่ีดีที่ไดด้ าํ เนินงานกบั ทางภาค
วิชาการและภาคเอกชนท่ีให้มีการลงทุนดา้ นการวิจยั โดยสามารถหกั ภาษี และอาํ นวยผลประโยชน์ในดา้ น
34
อื่นๆ เช่น สาํ นกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน( บีโอไอ :Board of Investment) รวมถึงการสนบั สนุน
SME ดว้ ย ขณะเดียวกนั กม็ ีการเสริมสร้างขีดความสามารถของเกษตรกรชุมชน ซ่ึงถา้ พวกเราไดม้ ีโอกาสไป
เยยี่ มในชุมชนต่างๆ จะเห็นวา่ สวทช. จะมีโครงการในหลายจงั หวดั ทีเดียว สาํ หรับเรื่องการพฒั นาและสร้าง
เสริมบุคลากรกใ็ หค้ วามสาํ คญั ทางดา้ นน้ีท้งั ของ สวทช. เองและหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง สาํ หรับการบริการและ
ส่งเสริมเขตนวตั กรรม ก็มีอุทยานวทิ ยาศาสตร์ เพื่อใหท้ าํ ธุรกิจให้บริการวชิ าการและวิจยั ขณะเดียวกนั กย็ งั
รับผิดชอบงานวจิ ยั ของเขตนวตั กรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก หรือ EECI (Eastern Economic
Corridor of Innovation) และประสานงานท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศ สาํ หรับงบประมาณและบุคลากรท่ี
ผอู้ าํ นวยการไดก้ ล่าวแลว้ ยงั มีจาํ นวนท่ีถา้ ลงทุนมากกวา่ น้ีก็น่าจะดีกวา่ น้ี
ขอ้ สังเกตและขอ้ เสนอแนะ จากรายงานประจาํ ปี งบประมาณ 2561 สวทช.มีผลงานเป็นท่ีประจกั ษ์
และเป็นประโยชนช์ ดั เจนในการพฒั นาดา้ นตา่ งๆ อยา่ งไรก็ตามคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์
วจิ ยั และนวตั กรรม มีขอ้ เสนอแนะและขอ้ ซกั ถาม ดงั น้ี
1. ควรมีการจาํ แนกกลุ่มผลงานวิชาการที่เกิดจากการวิจยั ให้ชัดเจนว่า เป็ นงานวิจยั พ้ืนฐาน
งานวจิ ยั ประยกุ ต์ เพ่ือแกไ้ ขปัญหาทวั่ ไป เพ่ือพฒั นาความสามารถในการแข่งขนั หรือการวิจยั
เชิงปฏิบตั ิเพื่อมุง่ แกป้ ัญหาเฉพาะดา้ น รวมถึงการแยกแยะวา่ เป็นงานวิจยั ดา้ นใด เช่น การแพทย์
การเกษตร อุตสาหกรรม เป็ นตน้ ท้งั น้ี ควรนาํ การแยกแยะในลกั ษณะเดียวกนั ต่อผลงานที่ยื่น
ขอจดทะเบียนสิทธิบตั ร หรือทรัพยส์ ินทางปัญญา ผลงานนวตั กรรม เพ่ือใหเ้ ห็นภาพอยา่ งเป็ น
รูปธรรม วา่ ดาํ เนินการเป็ นไปตามแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิรูปหรือไม่อย่างไร และมีสัดส่วน
อยา่ งไร ท้งั น้ี เพ่อื เป็นประโยชน์ในการสื่อสารกบั สาธารณชน
2. ปี พ.ศ. 2561 สวทช.มีบุคลากร จาํ นวน 2,873 คน ถือวา่ มีไม่มากนกั เม่ือเทียบกบั หน่วยงานใน
ลกั ษณะเดียวกนั ของประเทศในเอเซีย เช่น ญี่ป่ ุน เกาหลี ไตห้ วนั หรือในทางยโุ รป เช่น ฝร่ังเศส
หรือประเทศออสเตรเลีย ซ่ึงเร่ืองน้ีมีขอ้ จาํ กดั เพราะ จากงบประมาณที่พงึ ใชส้ าํ หรับบริหารงาน
บุคคลถูกจาํ กดั โดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยา่ งไรกต็ าม หากแยก สวทช.ออกเป็ นองคก์ รวิจยั
ตามมติ ครม.เช่นกนั เมื่อวนั ท่ี 25 กนั ยายน พ.ศ. 2561 กอ็ าจแกป้ ระเด็นปัญหาเรื่องงบประมาณ
เพื่อใช้ในการบริ หารงานบุคคลที่ต้องไม่เกิน 30% ท้ังน้ี ก็อาจดําเนินการพิจารณาตาม
พระราชบญั ญตั ิพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี พุทธศกั ราช 2534 ซ่ึงระบุอาํ นาจหนา้ ที่ของ
คณะกรรมการพฒั นาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติในการกาํ กับดูแลกิจการท่ัวไป
รวมถึงการบริหารงานบุคลากรของ สวทช.ท้งั ระบบ
3. สํานกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ เป็ นหน่วยงานท่ีดูแลโครงสร้างพ้ืนฐาน
กลางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวตั กรรมของประเทศ ซ่ึงนอกจากจะเพม่ิ ความคล่องตวั
ในการสร้างผลงานท่ีเป็ นประโยชน์แลว้ ควรส่งเสริมและประชาสัมพนั ธ์ใหส้ ถาบนั การศึกษา
และภาคเอกชนมาใช้โครงสร้างพ้ืนฐานที่รัฐได้ลงทุนให้กับสํานักงาน เพ่ือลดการขอ
งบประมาณท่ีซ้าํ ซ้อนจากหน่วยงานอ่ืนในระดบั อุดมศึกษา เพราะเครื่องมือมีราคาแพง ถา้ ใช้
คุม้ ค่า คุม้ ประโยชน์ กจ็ ะเกิดประโยชนม์ ากย่งิ ข้ึน จริงๆ แลว้ สวทช.ก็มีตวั อยา่ งอยแู่ ลว้ แต่ควร
ดาํ เนินการใหม้ ากข้ึน
35
4. เน่ืองจากรายงานน้ี เป็ นรายงานงบประมาณประจาํ ปี 2561 มีคาํ ถามและข้อเสนอแนะว่า
ปี งบประมาณ 2563, 2564 และ 2565 ซ่ึงจะครบ 5 ปี แรกของการดาํ เนินงานตามยทุ ธศาสตร์ ทาง
สวทช. ได้มีแผนงานท่ีจะสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปของประเทศ ให้เกิด
ผลสมั ฤทธ์ิแคไ่ หน อยา่ งไร
5. ในเรื่องการจดั สรรงบประมาณ ควรพิจารณาและอธิบายใหไ้ ดว้ า่ เป็นไปตามแผนหรือโครงการ
แคไ่ หนอยา่ งไร และพจิ ารณาจากการตรวจสอบของ สตง. วา่ มีประเด็นหรือนยั ยะสาํ คญั วา่ ควร
ปรับปรุงหรือไม่อย่างไร และการจดั สรรงบประมาณท่ีไดน้ ้อยกว่าการต้งั งบประมาณท่ีขอ
ว่ามีผลกระทบต่อการดาํ เนินงาน เพื่อตอบสนองต่อแผนปฏิรูป แผนแม่บทตามยุทธศาสตร์
แคไ่ หน อยา่ งไร
โดยสรุป จากผลงานท่ีดาํ เนินงานตามรายงานประจาํ ปี งบประมาณ 2561 น้นั เป็ นท่ีประจกั ษว์ า่
สํานกั งานพฒั นาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ มีผลงานช่วยขบั เคล่ือนการสร้างขีดความสามารถใน
การแข่งขนั รวมท้งั การพฒั นากาํ ลงั คนดา้ นวิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม ซ่ึงตอบสนองต่อยุทธศาสตร์
ชาติโดยตรง จึงเห็นว่า ควรได้รับการสนับสนุนให้มีการทาํ งานไดม้ ากข้ึน ซ่ึงจะนาํ ไปสู่การช่วยพฒั นา
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม และยกระดบั คุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีข้ึนภายใตก้ ารบริหารของ
ผบู้ ริหารสํานกั งาน สวทช. ภายใตก้ ารกาํ กบั ของคณะกรรมการพฒั นาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ซ่ึงประกอบไปดว้ ยผูแ้ ทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนท่ีมีชื่อเสียงเป็ นท่ียอมรับของประเทศ จึงถือว่าเป็ น
การลงทุนท่ีควรสนบั สนุน ให้มีผลผลิต ผลลพั ธ์ และผลกระทบ ให้คุม้ ค่ากบั การลงทุน เพื่อสนบั สนุนใน
การพฒั นาประเทศในดา้ นต่างๆ ตอ่ ไป
******************************
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยไ์ กรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ เมื่อสักครู่ผมพูด
ในนามของคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม เกี่ยวกบั รายงานประจาํ ปี 2561
แต่คร้ังน้ีผมขอแสดงความคิดเห็นโดยทวั่ ไป เร่ืองงานวิจยั เทคโนโลยี และนวตั กรรมรวมถึงการวิจยั ต่างๆ
มีความสําคญั มากเพราะเป็ นการกระตุน้ ให้เสริมสร้างความรู้และปัญญาในการพฒั นาประเทศ และที่ผมพดู
บอ่ ยๆ ในเวทีการประชุมของวฒุ ิสภาคือ เราเริ่มมีความพร้อมพอสมควร เม่ือปี พ.ศ. 2534 ซ่ึงช่วงน้นั ผมเป็ น
รองอธิการบดีมหาวิทยาลยั มหิดล และศาสตราจารย์ ดร.ณัฐ ภมรประวตั ิ อธิการบดีมหาวทิ ยาลยั มหิดลใน
ขณะน้นั ไดเ้ จรจากบั USAID แลว้ สร้างสิ่งน้ีข้ึนมาเพื่อใหม้ ี Platform มีผูเ้ ชี่ยวชาญทางดา้ นต่างๆ BIOTEC,
NECTEC, MTEC จนขณะน้ีมีการพฒั นาต่อเนื่อง และเราก็ได้มีการวิพากษ์เร่ืองรายงานประจาํ ปี 2561
ก็แสดงวา่ มีความกา้ วหนา้ มาเป็นอยา่ งดีในช่วงเวลา 29 ปี แต่สิ่งที่เห็นชดั เจนคือ ประเทศไทยยงั ไมก่ ลา้ ลงทุน
เกี่ยวกับเรื่องวิจยั เทคโนโลยี และนวตั กรรม เม่ือปี ท่ีแล้วงบลงทุนจากภาครัฐมีเพียง 0.135% ซ่ึงผมได้
พยายามพูด ซ่ึงถา้ เราลงทุนมากกว่าน้ีอีกสักเล็กน้อย แน่นอนตอ้ งเชิญชวนเอกชนมาลงทุนดว้ ย เชิญชวน
นานาชาติมาลงทุนดว้ ย เราจะเห็นผลมากกวา่ น้ี ตอนน้ีเราเห็นรายงานประจาํ ปี 2561 จริงๆ กรรมาธิการการ
อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม ไดไ้ ปเยี่ยมเมื่อปี ที่แลว้ พบวา่ หน่วยงานน้ีมีผลงานมากกว่าน้ี
36
เก่ียวขอ้ งกบั เรื่อง eMENSCR เก่ียวขอ้ งกบั การวิเคราะห์ดินวา่ ปลูกอะไรไดเ้ หมาะสม แต่ผมไม่ไดก้ ล่าวถึง
เพราะ เราพูดถึงรายงานประจาํ ปี 2561 เป็ นนิมิตหมายท่ีดีที่วุฒิสภามีความคาดหวงั ใน สวทช.ท่ีจะเป็ น
หัวหอกท่ีจะมี Platform ในการบูรณาการการทาํ งานวิจยั ร่วมกนั จากภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และ
นานาชาติดว้ ย เพื่อตอบโจทยป์ ัญหาที่สําคญั ของประเทศ ผมจาํ ไดว้ ่าเม่ือช่วงเชา้ เราคุยกนั เร่ืองการพฒั นา
ระบบราง งบลงทุน 400,000 ลา้ นบาท เอามาสัก 1% คือ 4,000 ลา้ นบาทมาสร้างความเขม้ แข็งการวิจยั และ
พฒั นาระบบราง แต่ไม่มีหรือมีน้อยมาก ดว้ ยเหตุน้ีเราจึงวิ่งไม่ทนั ญี่ป่ ุน เกาหลี หรือไตห้ วนั ขณะเดียวกนั
กาํ ลงั คน เราก็มีเพียง 17 คนต่อหมื่น ถ้าพฒั นาแลว้ เล้ียงดูให้อยู่ได้ บุคลากรเหล่าน้ีก็จะได้ไม่หนีไปอยู่
ตา่ งประเทศ และอยไู่ ดอ้ ยา่ งสมศกั ด์ิศรี ผมเพยี งเรียนใหท้ ราบถึงสถานการณ์ปัจจุบนั วา่ ในการพฒั นาระบบ
วิจยั และนวตั กรรม เพ่ือใหใ้ ชป้ ระโยชน์ไดน้ ้นั ตอ้ งมองภาพรวมเป็ นเชิงระบบ จากพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์มาสู่
เทคโนโลยี มาสู่ Engineering มาสู่ Manufacturing มาสู่ Commercialization โดย Research Innovation
อยู่ตรงกลาง ขณะเดียวกันในการวิจยั ก็ต้องได้ผลงานวิจยั ท่ีมีประโยชน์อย่างแท้จริง มีคุณภาพเพ่ือใช้
ประโยชนใ์ นมิติต่างๆ และมีการพฒั นากาํ ลงั คนให้อยใู่ นระดบั ที่เหมาะสม ขณะเดียวกนั มีโครงสร้างพ้ืนฐาน
ท่ีสําคญั และจาํ เป็ น ผมยงั ชื่นชมรัฐบาลคราวท่ีแลว้ ท่ีไดอ้ อกกฎหมาย 10 ฉบบั ซ่ึงผูท้ ่ีเป็ นประธานในการ
ขบั เคลื่อนก็คือ พลอากาศเอกประจิน จน่ั ตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจยั
และนวตั กรรม ถา้ เราใชป้ ระโยชน์จากกฏหมายท้งั 10 ฉบบั ในเรื่องการบริหารจดั การ ส่ิงท่ีผกู รัดเราไวจ้ ะ
คล่องตวั ข้ึน แต่ขณะเดียวกนั ขบวนการจดั ทพั ตอ้ งมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตวั เพื่อให้การทาํ งานมีความ
เช่ือมโยงซ่ึงกนั และกนั เป็ นน้าํ หน่ึงใจเดียวแลว้ พุ่งไป แลว้ สาํ หรับเรื่อง Strategic research issue ซ่ึงอาจจะ
เรียกว่า Big block ต้องได้รับการสนับสนุนท่ีพอเพียง เพราะในอดีตไม่ประสบผลสําเร็จ เพราะมีการ
สนับสนุนเป็ น fragment และไม่มีแรงมากพอแต่คาดหวงั ไวส้ ูงมาก ซ่ึงเรื่องน้ีคิดว่าขณะน้ีประเทศไทย
พร้อมท่ีจะแข่งขนั ให้เวลาปี พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2565 หลงั จากน้นั มาพูดคุยกนั อีกทีวา่ ปี 2565 มีผลงานอยูท่ ่ี
ไหนอยา่ งไร ผมก็ขอเรียนให้เห็นภาพ ผมรู้สึกดีใจที่วนั น้ีวฒุ ิสภาหลายท่านไดต้ ้งั คาํ ถามท่ี Critical มากและ
ใหก้ าํ ลงั ใจ และใหข้ อ้ คิดเห็นที่เป็นประโยชน์ อีกท้งั ใหค้ าํ ถามที่เป็นประโยชน์ดว้ ย ขอขอบคุณ
37
การประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ 20 (สมัยสามญั ประจําปี คร้ังทห่ี น่ึง)
วาระ การจัดการศึกษาโดยบูรณาการการเรียนรู้กบั การทาํ งาน (Work Integrated Learning : WIL)
สําหรับอาชีวศึกษา โดยเน้นรูปแบบทวภิ าคี
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกยี รตคิ ุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
วนั จันทร์ท่ี 17 สิงหาคม พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรี ยนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ไกรสิทธ์ิ ตันติศิริ นทร์
ตอ้ งขอขอบคุณท่านประธานท่ีให้โอกาสผมไดแ้ สดงความคิดเห็น เรื่องที่รายงานผมรู้สึกชื่นชมและเห็น
ความสาํ คญั ถึงไดข้ ออภิปรายเพ่อื สนบั สนุนใหด้ าํ เนินการเร่ืองน้ีใหเ้ ขม้ ขน้ ข้ึนไปอีก และอาจจะตอ้ งยกระดบั
ข้ึนเป็ นวาระแห่งชาติ เร่ือง การจดั การศึกษาโดยบูรณาการการเรียนรู้กับการทาํ งาน (Work Integrated
Learning : WIL) เกิดข้ึนกบั ทุกสาขาวิชาชีพ สาขาทางดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสุขเป็ นตวั อยา่ งที่เห็นชดั
ท่ีสุดว่าเป็ น Work Integrated Learning ถ้าขาดความรู้ ขาดทักษะที่ได้มาตรฐาน ทาํ งานไม่ได้ และ
มาตรฐานน้นั ตอ้ งสูงและตอ้ งสูงข้ึนเรื่อยๆ โดยการทาํ งานเรียนรู้ตลอดเวลา และไม่ควรจาํ กดั เฉพาะทวภิ าคี
ต้องเป็ นสหภาคี เป็ น Multiple Learning Activities ท้ังน้ี เร่ือง Work Integrated Learning เป็ นส่วนหน่ึง
เท่าน้นั จริงๆ อยทู่ ่ีวธิ ีคิดของคนในสังคม คนในชาติ ท่ีจะให้ความสําคญั ในเรื่องของการทาํ งาน การเรียนรู้
อย่างต่อเน่ืองเพ่ือพฒั นาท้งั งาน คน และวิชาชีพ จุดน้ีเป็ นจุดที่มีความสําคญั อย่างยง่ิ เรื่องการเรียนรู้เพื่อให้
เป็ นมาตรฐาน ในรายงานระบุวา่ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมีมาตรฐานของสถาบนั คุณวฒุ ิ วิชาชีพ แสดงวา่ เนน้ คุณภาพ
ท่ีชดั เจน และวุฒิสมาชิกท่ีอภิปรายหลายท่าน เนน้ มาตรฐานท่ีตอ้ งสูงข้ึน ผมเห็นดว้ ยกบั ขอ้ เสนอแนะต่างๆ
และพุ่งเป้าไปอยู่ท่ีสํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แต่คิดว่าไม่เพียงพอ ตอ้ งกลบั มาเพ่ือยกระดบั
การเรียนการสอนทางอาชีวศึกษาให้เป็ นวาระแห่งชาติ สร้างการตระหนกั รับรู้และวิธีคิดของคนในชาติ
ยกตวั อย่าง Benchmark ท่ีเห็นได้คือประเทศเยอรมนี และประเทศญ่ีป่ ุน ซ่ึงประเทศญ่ีป่ ุน คงเรียนรู้จาก
ประเทศเยอรมนี หรือเรียนรู้ร่วมกัน ขณะเดียวกันอยากจะเห็นว่าคาํ แนะนาํ ท่ีท่านเสนอแนะน้ัน ได้ถูก
นําไปใช้เฉพาะกาลเรื่อง Work Integrated Learning เสียก่อน อยากจะเห็นคาํ แนะนําขยายต่อไปอีกว่า
สํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คงตอ้ งทาํ หนา้ ที่เป็ นเลขานุการ และผมไม่ทราบวา่ คณะกรรมการ
ชุดน้ี ได้มีภาคีที่มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมเป็ นกรรมการอยู่ด้วยหรือไม่อย่างไร เช่น ผูท้ รงคุณวุฒิ สภา
อุตสาหกรรม สภาหอการคา้ สภาการท่องเท่ียว เพราะวา่ อาชีวะไม่ใช่ขอ้ มูลเฉพาะช่าง ขอ้ มูลทุกๆ ดา้ น
เพราะฉะน้ันควรจะตอ้ งครอบคลุมผูม้ ีส่วนได้ส่วนเสียให้มาก และขณะเดียวกันยกระดับให้จดั ทาํ เป็ น
ยุทธศาสตร์และลองอีกคร้ัง ซ่ึงอาจจะมีหลายท่านบอกว่าลองหลายคร้ังแลว้ ไม่ได้สักที แต่ตอ้ งมีขอ้ มูล
ขา่ วสาร Big data ของงานที่ตอ้ งการในสาขาตา่ งๆ และแรงงานที่มีคุณภาพพอเพยี งหรือไม่และจะปิ ดช่องวา่ ง
38
น้ีไดอ้ ยา่ งไร จะมีการพฒั นาอยา่ งต่อเนื่องท้งั ในปัจจุบนั อนาคตไดแ้ คไ่ หนอยา่ งไร การทาํ ยทุ ธศาสตร์ชาติคง
ไม่พน้ ในเร่ืองของการบริหารจดั การ ซ่ึงจะตอ้ งมีกรอบวิธีคิด เป้าหมาย ตวั ช้ีวดั และการดาํ เนินงานท้งั ใน
ระดบั ชาติ ภูมิภาค ชุมชนทอ้ งถิ่น และรูปแบบอยา่ งท่ีกล่าวคือประเทศเยอรมนีและประเทศญ่ีป่ ุน ประเทศ
ไทยก็มีตวั อยา่ ง อาชีวศึกษายกระดบั จากไทย-ญ่ีป่ ุน ไทย-เยอรมนั ยกไปเป็ นมหาวิทยาลยั เทคโนโลยพี ระ
จอมเกลา้ 2-3 แห่ง ถา้ ทาํ ไดแ้ บบน้ีก็จะนาํ ไปสู่การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื และมียทุ ธศาสตร์ท่ีชดั เจน และท่ีสําคญั
ก็คือในการเรียนรู้ หวั ใจก็คือ Work Integrated Learning แต่ขณะเดียวกนั พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช(เสธ.อู้ )
ท่านได้แนะนําให้มีโครงงานวิจัยและนวตั กรรม ก็คือในกระบวนการต้องให้มีวิธีคิดแบบน้ีไปด้วย
นอกเหนือจากการไปฝึ กปฏิบตั ิงาน ให้มีวจิ ยั และนวตั กรรมเพื่อที่จะก่อใหเ้ กิดความมน่ั ใจ และแกป้ ัญหาได้
และในที่สุดจากกระบวนการเรียนรู้จะนาํ ไปสู่การพฒั นาตนและพฒั นางานและอาจจะดาํ เนินธุรกิจส่วนตวั
ได้ และทาํ StartUp ต่างๆ ได้ คือโดยสรุปท่ีผมได้นําเสนอก็คือเพื่อให้กาํ ลงั ใจ ว่าท่านได้พูดถึงเรื่องท่ีมี
ความสําคญั แต่อยากขยายให้ขอบข่ายท่ีจะแนะนาํ สํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้กวา้ งขวาง
ยง่ิ ข้ึน จะไดด้ าํ เนินการใหม้ ีนยั สาํ คญั ท่ีจะพฒั นาแรงงานดา้ นน้ีต่อการพฒั นาประเทศในอนาคต
ขอบคุณมาก
39
การประชุมวฒุ ิสภา คร้ังท่ี 27 (สมยั สามญั ประจําปี คร้ังทห่ี น่ึง)
วาระ แนวทางส่งเสริมการบริหารจัดการนํา้ และเศรษฐกจิ ชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมลํา้
ในพืน้ ทน่ี อกเขตชลประทาน
อภปิ รายโดย ศาสตราจารย์เกียรตคิ ุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตนั ตศิ ิรินทร์
วนั องั คารท่ี 15 กนั ยายน พ.ศ.2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
ตอ้ งขอขอบพระคุณทา่ นประธานที่ใหโ้ อกาสผมใหข้ อ้ สงั เกตหรือใหข้ อ้ คิดเห็นในเร่ืองน้ี ก่อนอ่ืนตอ้ งขอช่ืน
ชมการศึกษาเรื่อง “แนวทางส่งเสริมการบริหารจดั การน้าํ และเศรษฐกิจชุมชน เพ่ือลดความเหล่ือมล้าํ ใน
พ้ืนที่นอกเขตชลประทาน” เรื่องของน้าํ เป็ นเรื่องที่มีสําคญั และเป็ นปัญหาเร้ือรังที่ไม่ทราบว่าเม่ือไหร่จะ
แกไ้ ขไดส้ ักที ปัญหาดงั กล่าวมีท้งั เรื่องของน้าํ มาก น้าํ แลง้ และคุณภาพน้าํ จริงๆ ควรตอ้ งมองท้งั ระบบ
ท้งั ระดบั มหภาคและจุลภาค ท่ีศึกษาเขา้ ใจวา่ คงเป็ นส่วนหน่ึงของการบริหารจดั การน้าํ นอกเขตชลประทาน
ซ่ึงก็มีความสําคญั ท่ีผมไดร้ ับฟังคร้ังแรกในการดาํ รงตาํ แหน่งวุฒิสมาชิกสภา คือ มีการรายงานวา่ ในแต่ละ
หมูบ่ า้ นมีแหล่งน้าํ อยา่ งนอ้ ย 2 แหล่งท่ีมีความสาํ คญั สามารถเกบ็ กกั น้าํ ได้ แตก่ ็ไม่ไดร้ ับการดูแลเยยี วยาเลยท่ี
จะนาํ มาใช้ การศึกษาคร้ังน้ีก็ชดั เจนมากข้ึน อยา่ งนอ้ ยก็ช้ีให้เห็นวา่ นอกเขตชลประทาน ยงั มีศกั ยภาพใน
การพฒั นาไดเ้ ป็นอยา่ งดี ที่ตอ้ งการซกั ถามกค็ ือ
ประเด็นท่ี 1 การทาํ งานเรื่องน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของแผนการพฒั นาบริหารจดั การน้าํ ท้งั ระบบ 20 ปี
หรือยงั เพราะประชาชนยงั คิดวา่ ตอ้ งพ่ึงพาระบบชลประทานเท่าน้นั ถา้ เน้นวา่ นอกเขตชลประทาน ยงั มี
แหล่งน้าํ อยตู่ ้งั 70 กวา่ เปอร์เซ็นต์ ควรจะตอ้ งใหค้ วามสาํ คญั เร่ืองน้ี กต็ อ้ งเผยแพร่ทาํ ความเขา้ ใจใหม้ ากข้ึน
ประเด็นที่ 2 เรื่องของเทคนิค ซ่ึงจริงๆแหล่งน้าํ ท่ีหลายท่านไดอ้ ภิปรายไปแลว้ ข้ึนอยูก่ บั พ้ืนท่ีใน
บริบทน้นั วา่ ลกั ษณะดินเป็นอยา่ งไร จะเก็บน้าํ ตอ้ งใชเ้ ทคนิคอะไร ถา้ จาํ กนั ไดใ้ นแผนพฒั นาเศรษฐกิจยากจน
ยุคท่ีฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็ นนายกรัฐมนตรี สมยั น้นั มีการขดุ บ่อและขดุ สระจาํ นวนมาก แต่
ก่อนหนา้ น้นั ก็มีการขดุ เช่นกนั ต่อมาก็มีการปูพลาสติกกน้ บ่อ/สระ ต่อมาก็มีการปูดว้ ยยางพารา ดว้ ยเหตุน้ี
จึงตอ้ งการใหม้ ีการศึกษาทางดา้ นเทคนิคเพื่อที่จะไดม้ ีการใชว้ ชิ าการในการแกป้ ัญหาให้เหมาะสมกบั ชุมชน
ประเด็นที่ 3 เร่ืองการบริหารจดั การ ควรทาํ ควบคู่ไปกบั การกระจายอาํ นาจการบริหารจดั การลงสู่
ชุมชนและทอ้ งถ่ิน เพื่อใหช้ ุมชนและทอ้ งถิ่นไดม้ ีการวางแผน บริหารจดั การ น้าํ เป็ นเพียงส่วนหน่ึงเท่าน้นั
เป็ นการวางแผนเพื่อพฒั นาท้งั หมด จริงๆ แลว้ ถา้ ชุมชนเขม้ แขง็ ก็ตอ้ งมีขอ้ มูลพ้ืนฐานวา่ มีทรัพยากรท่ีตอ้ ง
จดั การคืออะไรบา้ ง และตอ้ งคิดเป็นเชิงระบบ หากคิดแยกส่วนกจ็ ะเจอปัญหาหน่ึง แลว้ ไปเจออีกปัญหาหน่ึง
ถ้าเรื่องน้ีได้มีการพิจารณาควบคู่กับเรื่องระบบบริหารจดั การราชการ แล้วก็มีการกระจายอาํ นาจอย่าง
40
เหมาะสม แน่นอนตอ้ งมีการติดตามระบบธรรมาภิบาลไปดว้ ย ให้น้าํ เป็ นส่วนหน่ึงของระบบการจดั การ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มเพอื่ ความเป็นอยแู่ ละลดความเหลื่อมล้าํ
สาํ หรับการศึกษาท่ีเป็ นตวั อยา่ งที่อาจารย์ ดร.รอยล จิตรดอน ไดน้ าํ เสนอ ก็อยากให้มีการเผยแพร่
ให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ระหวา่ งชุมชนกบั ชุมชน เพื่อท่ีจะสามารถขยายผลให้มากข้ึน ผมขอขอบคุณ
เป็นอยา่ งสูงและขอฝากขอ้ คิดขอ้ และสังเกตโดยยอ่ ๆ เทา่ น้ี
ขอขอบพระคุณ
41
การประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ 28 (สมัยสามัญประจําปี คร้ังที่หน่ึง)
วาระ ร่างพระราชบัญญตั ิงบประมาณรายจ่าย ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2564
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
วนั จันทร์ท่ี 21 กันยายน พ.ศ.2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานท่ีเคารพ ผมศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธ์ิ ตันติศิรินทร์
ตอ้ งขอขอบพระคุณท่ีใหโ้ อกาสผมแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องงบประมาณ ก่อนอ่ืนตอ้ งขอขอบพระคุณ
คณะกรรมาธิการวิสามญั พิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาํ ปี งบประมาณ
พ.ศ.2564 วุฒิสภา ซ่ึงได้สรุปเห็นภาพโดยชัดเจน แต่ที่ผมจะเสนอความคิดเห็นเพ่ิมเติมเพื่อให้เห็น
รายละเอียดของมาตรา 13 โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ที่เก่ียวขอ้ งกบั เร่ืองวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วจิ ยั และนวตั กรรม
งบประมาณปี 2564 โดยภาพรวมลดลงเล็กนอ้ ย เม่ือเทียบกบั GDP คือ 0.13 % ของ GDP ปี ท่ีแลว้ 0.135%
ของ GDP ถึงแม้ว่าจํานวนเงินอาจเพ่ิมข้ึนเล็กน้อย ซ่ึงปี น้ีงบประมาณท่ีได้รับประมาณเกือบสอง
หม่ืนล้านบาท เพื่อเป็ นกองทุนของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวตั กรรม ที่ต้องเน้นตรงจุดน้ีเพราะ
ในยุทธศาสตร์ชาติ เน้นเร่ืองการวิจยั และนวตั กรรม เพ่ือเพิ่มขีดข้นั ความสามารถในการแข่งขัน และ
ขณะเดียวกนั ก็เน้นวิจยั และพฒั นานวตั กรรมเพื่อนาํ ไปสู่การพฒั นาในมิติต่างๆ เช่น มิติในด้านเศรษฐกิจ
สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม และมาเพิ่มเติมในดา้ นศิลปวฒั นธรรมในระยะต่อมา และมิติทางดา้ นวิชาการดว้ ย
จริงๆ แลว้ ยทุ ธศาสตร์ชาติทุกยทุ ธศาสตร์ ที่มีอยู่ 6 ดา้ น จะเป็ นยุทธศาสตร์ในดา้ นความมนั่ คง ยุทธศาสตร์
ชาติดา้ นการสร้างความสามารถในการแข่งขนั ยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการพฒั นาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์
ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการสร้างการเติบโตบน
พ้ืนฐานคุณภาพชีวิตที่เป็ นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม และยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการปรับสมดุลและพฒั นาระบบ
บริหารจดั การภาครัฐ ทุกยทุ ธศาสตร์ตอ้ งการการวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรมท้งั สิ้น เพราะการวจิ ยั มีท้งั ระบบ
และกระบวนการเพื่อใหม้ ีเป้าหมายเกิดท้งั ความรู้และปัญญา และพฒั นากาํ ลงั คนในการทาํ งาน ยกตวั อยา่ ง
เช่น ยุทธศาสตร์ชาติดา้ นความมนั่ คง เท่าท่ีผมไดต้ ิดตามการวิจยั ท่ีผา่ นมาเป็ นระยะเวลา 30 ปี มีการวิจยั เร่ือง
UAV (Unmanned Aerial Vehicle ) ซ่ึงต่อมาก็เป็ นโดรน แต่เน่ืองจากงบประมาณมีไม่มากพอจึงขาดความ
ต่อเนื่องในการพฒั นาจนเกิดเป็ นรูปธรรมที่ชดั เจน แต่เราก็มีความสามารถในการพฒั นากาํ ลงั คน แต่การ
พฒั นาในด้านการแข่งขนั ยงั ไปไม่ถึงท่ีสุด อีกเร่ืองที่ชดั เจนคือ สกว. เคยให้การสนับสนุนการวิจยั เร่ือง
เคร่ืองบินลงทะเล ซ่ึงใชง้ บประมาณไปหลายร้อยลา้ นบาท จนสามารถผลิตเคร่ืองบินได้ 1 ลาํ แตง่ บประมาณ
หมด ไม่มีการดาํ เนินการต่อ ขณะน้นั สกว. มีงบประมาณ 1,200 ลา้ นบาท/ปี ท่านจะคาดหวงั อะไรกบั เรื่อง
ความมน่ั คง ถึงจุดน้ีผมอยากจะเรียนว่าท่ีประเทศอิสราเอล นอกจากภาครัฐลงทุนทว่ั ๆ ไปกบั เอกชน 2%
42
ของ GDP ยงั มีงบวจิ ยั เพื่อความมน่ั คงอีก 2.7% ของ GDP รวมเป็น 4.7% ของ GDP และวจิ ยั จนสามารถผลิต
ต้งั แต่อาวธุ ยทุ โธปกรณ์และสิ่งประกอบต่างๆ แมก้ ระทงั่ เรื่องหน่ึงที่ผมยงั ไม่เขา้ ใจคือ เราสามารถผลิตเซรา
มิกที่ปะทอ้ งรถกันระเบิดได้ ทาํ ให้รถปลอดภยั ขณะเดียวกนั ก็ไม่สามารถท่ีจะนําไปใช้ต่อในการขน
รถบรรทุก และเจา้ หนา้ ท่ีไมใ่ ช่เฉพาะทหารไปในพ้ืนท่ีอนั ตราย ท้งั ที่เรามีโรงงานผลิตรถยนต์ ถา้ เอาเซรามิก
น้ีไปปะ แต่ก็ไม่มีงบต่อยอด กรณีแบบน้ีพบไดม้ ากในเรื่องของความมนั่ คง แต่เร่ืองความสามารถในการ
แข่งขนั ประเทศไทยถือวา่ กลางๆ ยงั ไปไม่ถึงที่ แต่ถา้ เราลงทุนวิจยั ไปอีกเล็กนอ้ ย ผมเชื่อวา่ สามารถพฒั นา
ไปไดอ้ ีก ที่ผมกาํ ลงั นาํ เรียนอยูค่ ือ ผมกาํ ลงั พูดถึงแผนแม่บทเบอร์ 23 [แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ
(23) การวิจยั และพฒั นานวตั กรรม] เกี่ยวกบั ยุทธศาสตร์ที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพฒั นาของชาติ
จาํ เป็นอยา่ งยง่ิ ท่ีตอ้ งมีการรวมพลงั และการจดั สรรทุนวจิ ยั ใหพ้ อเพยี ง
ประเด็นต่อไปที่ตอ้ งการนาํ เรียนคือ ต้งั แต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบนั การพฒั นาและปฏิรูประบบการวิจยั
ของประเทศอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติเกือบ 10 ฉบับ ของอุดมศึกษา รวมท้ังวิจัย ซ่ึงประธาน
คณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั เทคโนโลยี และนวตั กรรม ไดย้ กร่างไวซ้ ่ึงเป็ นผลงานชิ้นโบว์
แดง ซ่ึงทาํ ใหง้ บประมาณ 2563 เร่ิมมีการจดั ทพั กระบวนการวจิ ยั และในปี งบประมาณ 2564 ก็มีการจดั ทพั
อีก ซ่ึงปี งบประมาณ 2565 จะตอ้ งเห็นผลงานให้ได้ และผมก็เห็นด้วยกบั ท่านกรรมาธิการวิสามญั ท่ีได้
นาํ เสนอวา่ คงตอ้ งมีการบูรณาการและเห็นผลงานนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ใหไ้ ดม้ ากข้ึน ผมคิดวา่ ในปี งบประมาณ
2564 และปี งบประมาณ 2565 จะเห็นชดั ข้ึน ซ่ึงตรงน้ีมีการจดั กระบวนทพั อย่างท่ีผมได้เคยนาํ เรียนว่าใน
ระบบสภานโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม ซ่ึงจริงๆ ไดม้ ีแผนงานที่คิดอย่างละเอียด
รอบคอบ เสนองบประมาณไป 37,000 ลา้ นบาท คิดเป็นประมาณ 20% ของภาครัฐ และใหเ้ อกชนลงทุนอีก
80% ก็หวงั วา่ จะเป็ น 1.5% ของGDP แต่เมื่อเสนอไปสภานโยบายเห็นชอบ 37,000 ลา้ นบาท แต่ก็ถูกตดั ลง
มาเหลือ 20,000 ลา้ นบาท และก็ยงั ดีท่ีฝ่ ายสภาคือ ผแู้ ทนราษฎรใหผ้ า่ นมา ซ่ึงก็เป็ นนิมิตรหมายที่ดีก็คงตอ้ ง
จาํ เป็ นท่ีจะตอ้ งใชง้ บประมาณที่จาํ กดั ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่อยา่ งไรก็แลว้ แต่ก็อยากจะเห็นฝ่ ายรัฐบาล
กระตุน้ ใหเ้ อกชนลงทุนใหม้ ากข้ึน นนั่ ก็คือสิ่งท่ีเคยกระตุน้ เช่น ใหเ้ อกชนสามารถหกั ภาษีได้ 300% กระตุน้
ให้เอกชนที่บริจาคให้หักภาษีได้ 200% ขณะเดียวกันก็มีสิทธิประโยชน์ด้าน BOI ด้วย ผมขอไม่ลง
รายละเอียด ส่ิงเหล่าน้ีควรกระทาํ และทางอนุกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจยั และนวตั กรรม
กไ็ ดเ้ คยเชิญเอกชนมาร่วมนาํ เสนอในท่ีประชุมดว้ ย ซ่ึงทราบวา่ เอกชนไดท้ าํ ทางดา้ นนวตั กรรมค่อนขา้ งมาก
แต่เร่ืองวิจยั คงตอ้ งอาศยั ความร่วมมือระหวา่ งภาครัฐและเอกชน แลว้ นาํ เทคโนโลยมี าใช้ แลว้ นาํ มาขยายผล
ใหม้ ากข้ึน ตอ้ งสร้างความคิดร่วมกนั วา่ เราสามารถเป็นตนเองไดใ้ นระยะยาว
อีกเรื่องที่ขอนาํ เรียนคือ ในการจดั สรรงบประมาณไปสู่การวิจยั ขณะน้ีก็มีการพฒั นาระบบขอ้ มูล
ซ่ึงผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการว่าต้องจัด Big data ให้เป็ นระบบ นั่นคือ มีท้ังนักวิจัย ผลงานวิจัย
เพื่อตอบสนองในการบริหารจัดการ และการนําผลงานไปใช้ให้เกิดประโยชน์ การนําผลงานไปใช้
ประโยชน์นอกจากเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมแล้ว การวิจยั นําไปใช้ประโยชน์ในเชิงพ้ืนที่ก็มี
ความสาํ คญั มากๆ ยกตวั อยา่ งเช่น การวจิ ยั ดา้ นเกษตร ดา้ นอาหาร ดา้ น SMEs และขณะเดียวกนั การวิจยั ใน
เชิงพ้นื ท่ีเพื่อบนั ทึกไวว้ า่ ประวตั ิศาสตร์ของวดั วาอาราม ภูมิศาสตร์ ศิลปวฒั นธรรม มีอะไร เมื่อนกั ทอ่ งเท่ียว
มาจะไดม้ ีเร่ืองมีราวเป็ นที่น่าสนใจ ขณะเดียวกนั ก็นาํ ไปสู่การอนุรักษไ์ ปดว้ ย จะเป็ นการพฒั นาระยะยาว
43
ไม่ใช่ระยะส้ัน ซ่ึงสามารถทาํ ไดอ้ ีก การบริหารจดั การของการให้ทุน ก็มีหน่วยงานของ PMU (Program
Management Unit) หน่วยบริหารจดั การเชิงพ้ืนท่ี หน่วยบริหารจดั การในการพฒั นากาํ ลงั คน หน่วยบริหาร
จดั การในการแข่งขนั หน่วยบริหารจดั การดา้ นการเกษตร หน่วยบริหารจดั การดา้ นInnovation เป็ นตน้
รวมท้งั ทางดา้ นการแพทยด์ ว้ ย ซ่ึงก็ไดพ้ ยายามติดตามใหท้ าํ และก่อใหเ้ กิดประโยชน์ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เพื่อ
ตอบสนองต่อผูใ้ ชแ้ ละตลาด ต้งั แต่เทคโนโลยงี ่ายๆ จนถึงเทคโนโลยจี รวด พูดถึงจรวดและดาวเทียมก็น่า
ภูมิใจ GISTDA เองก็มีนกั วจิ ยั ออกแบบร่วมกบั นานาชาติ เม่ือเร็วๆ น้ี กองทพั อากาศก็มีดาวเทียมของตวั เอง
ข้ึนมา แมจ้ ะขนาดเล็กหน่อยก็ไม่เป็ นอะไรเพราะจะได้พฒั นาต่อไป สําหรับประโยชน์ที่พึงจะเกิดข้ึน
ขณะน้ีล่าสุดเพอ่ื ใหเ้ กิดการขบั เคล่ือน ก็ไดเ้ ชิญประธานการขบั เคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์
วิจยั และนวตั กรรม มาให้ขอ้ คิดเห็น ซ่ึงเป็ นการประชุมนอกรอบ โดยเริ่มต้งั แต่ 7.00 น. หรือ 7.30 น.
เกือบทุกสัปดาห์ การบริหารแบบราชการเป็ นการบริหารแบบแนวดิ่ง แต่ถ้ามีการขับเคลื่อนแบบ
คณะกรรมการซ่ึงหน่วยงานระดบั สูงยอมรับ แลว้ มีการพูดคุยกนั และมีการไปปรับแต่ไม่เป็ นทางการเม่ือ
เป็ นทางการก็ปรับอีกทีหน่ึง ทาํ ให้ประสิทธิภาพในการบริหารจดั การดีข้ึนมาก ที่สําคญั ท่ีขอนาํ เรียน ใน
เวลาที่จาํ กดั คือ จะไดม้ ีการติดตามและประเมินผลวา่ งานวจิ ยั ถูกนาํ ไปใชม้ ากนอ้ ยเพียงไร โดยพยายามปรับ
รูปแบบขององั กฤษและสิงคโปร์มาใช้ นน่ั ก็คือนาํ ไปสู่ KPI ที่ตอ้ งการ โดยสรุปที่ผมนาํ เรียนก็คือ เร่ืองการ
วจิ ยั เป็นวถิ ีชีวติ วธิ ีคิดของคน ถา้ ใครคิดมีเหตุและผล มีผลและเหตุ นน่ั คือคิดเชิงวิเคราะห์ แลว้ ในที่สุดก็จะ
ทาํ ส่ิงใดด้วยความรู้และปัญญา ซ่ึงเป็ นพ้ืนฐานที่สําคญั ในการพฒั นาตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
Knowledge & Wisdom ตอ้ งเกิดจากการวิจยั เรียนรู้ ฝึ กปฏิบตั ิ แน่นอนตอ้ งมี Ethic & Morality (จริยธรรม
และคุณธรรม) เราก็เนน้ อยตู่ ลอดเวลาในการบริหารจดั การวจิ ยั คือ ตอ้ งมีธรรมาภิบาล ซ่ึงในท่ีสุดการวจิ ยั ก็
จะนาํ ไปสู่การขบั เคล่ือนตามท่ีต้งั ไวใ้ นแผนยุทธศาสตร์ ก็หวงั วา่ สิ่งที่ท่านกรรมาธิการไดต้ ิดตาม ผมก็เห็น
ดว้ ย แต่ขอเสริมในบางประเด็น โดยเฉพาะเร่ืองทุนวิจยั และการนาํ ผลงานวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์ การพฒั นา
กาํ ลงั คน และการมีโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีเหมาะสม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ตอ้ งติดตาม
ผลงานวจิ ยั จนมน่ั ใจวา่ มีคุณภาพ สามารถนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ได้ ผมขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูง
44
การประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ 1 (สมยั สามญั ประจําปี คร้ังทสี่ อง)
วาระ เศรษฐกจิ หมุนเวยี น (Circular Economy)
(คณะกรรมาธิการการพาณชิ ย์และการอุตสาหกรรม)
อภปิ รายโดย ศาสตราจารย์เกยี รติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตนั ตศิ ิรินทร์
วนั จันทร์ท่ี 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ก่อนอื่นผมตอ้ ง
ขอแสดงความชื่นชมเป็ นอยา่ งสูง ต่อคณะกรรมาธิการการพาณิชยแ์ ละการอุตสาหกรรม ท่ีไดศ้ ึกษาเรื่อง
เศรษฐกิจหมุนเวียน เร่ืองน้ีเป็ นเร่ืองที่คนเขา้ ใจน้อยมาก และเป็ นเร่ืองที่มีกรอบแนวคิดท่ีทาํ ให้ชดั เจนข้ึน
และเห็นตวั อยา่ งท่ีนาํ ไปสู่การปฏิบตั ิ หลายทา่ นท่ีไดฟ้ ังเป็ นคร้ังแรกอาจจะตกใจ วา่ ถา้ หากโลกเรายงั ขยบั ตวั
แบบน้ี อีกไม่กี่ปี จะมีโลกอีก2 โลกก็คงไม่พอใช้ ถา้ บริโภคมากๆ อย่างสหรัฐอเมริกามีโลก 5 โลกก็ยงั ไม่
พอใชอ้ ีกภายในเวลาไม่อีกกี่ 10 ปี ผมเห็นวา่ ควรจะเผยแพร่ใหม้ ากข้ึน ท้งั ในแนวความคิดวธิ ีปฏิบตั ิตลอดจน
เครื่องช้ีวดั ผมไม่มีอะไรเสนอแนะแต่อยากจะกล่าวเสริมในตอนทา้ ยวา่ ถา้ เป็ นไปไดอ้ ยากจะเสริมให้รายงาน
ถึงเรื่องเป้าหมายการพฒั นาที่ยงั่ ยืน Sustainable Development Goals (SDGs) ซ่ึงมีท้งั หมด 17 ขอ้ แล้วท้งั
17 ขอ้ จะผูกพนั กนั ไปหมด สมมตินาํ ขอ้ สุดทา้ ยมาเป็ นตวั หลกั ก่อน ตอ้ งทาํ งานกนั แบบภาคีเครือข่ายเป็ น
Partnership เพ่ือเรียนรู้ระดบั โลก ระดบั ประเทศ ระดบั ชุมชน ลงไปถึงระดบั ครัวเรือน เรียนรู้ เรียนรู้และฝึก
ปฏิบตั ิ สําหรับตวั อย่างประเทศไทยท่ีมาเน้นเร่ืองของเกษตรและอาหาร เน้นเรื่องพลงั งาน เคมี ชีวภาพ
การแพทย์ และท่องเท่ียว และรูปแบบการผลิตและการบริโภค การใช้วตั ถุดิบรอบสอง การจดั การของเสีย
ตวั อยา่ งท่ีชดั เจนท่ีสุด คือ เรื่อง การเกษตรและอาหาร เราจะมีการสูญเสียระหวา่ งการผลิต และมีการทิง้ ขวา้ ง
ระหวา่ งบริโภค คือ food loss food waste อาจจะข้ึนไปถึง 30-50% มีหลายบริษทั เร่ิมมาวิจยั จนกระทงั่ เกิด
zero food waste ยกตวั อยา่ งเช่น บริษทั ท่ีผลิตปลาทูน่า ในอดีตเศษกระดูก และน้าํ ท่ีใช้ในการชะลา้ งก็เป็ น
ของเสียหมด ตอนหลงั กระดูกก็นาํ มาทาํ ความสะอาดแลว้ บดให้ละเอียด เป็ นแหล่งแคลเซียมเสริมอาหาร
และส่วนท่ีคิดว่ามนุษยไ์ ม่บริโภค เช่น เน้ือสีแดงๆ สิ่งท่ีชะล้างจากกระบวนการของเสีย ก็นาํ มาทาํ เป็ น
Hydro Extract และมาทาํ เป็ นอาหารสัตว์ สําหรับไขมนั ก็สกดั ออกมาทาํ เป็ นแคปซูลทูน่า ซ่ึงจะเห็นว่าเป็ น
การเพ่ิมมูลค่าเป็ นอยา่ งยง่ิ ท้งั หมดที่ผมยกตวั อยา่ งมา อยากจะช้ีให้เห็นวา่ เฉพาะตวั อยา่ งน้ี จะเป็ นการผลิต
การบริโภค การใช้วตั ถุดิบรอบสอง การจดั การของเสีย อยู่ภายใตเ้ ป้าหมายการพฒั นาที่ยง่ั ยืน ข้อท่ี 12
การบริโภคและการผลิตที่มีเหตุผล ใชเ้ ท่าไหร่ผลิตเท่าน้นั อย่าให้สูญเสีย ลด loss และwaste ถา้ มี loss และ
waste ให้นาํ มาใช้ให้หมด ผมไม่ทราบว่าเรื่องน้ีสามารถนาํ มาเพ่ิมไดไ้ หมจะได้เห็น และในขณะเดียวกนั
การที่เราทาํ เรื่องน้ี ก็จะกระทบไปสู่ SDGs ข้อ 13 อีกคือ เร่ืองของ Carbon Footprint ภูมิอากาศที่จะ
45
เปลี่ยนแปลงไป เพราะถา้ อุตสาหกรรมทุกอยา่ งใช้น้าํ ก็เกิดความสมดุลของน้าํ ใช้ไฟฟ้าก็เกิดความสมดุล
ของไฟฟ้า ไม่มีการสูญเสียไม่มีขยะอีก จะนําไปสู่การลดความเส่ียงต่อการเปล่ียนแปลงทางภูมิอากาศ
ลดมลพิษ มลภาวะ ของน้าํ และอื่นๆ อีก กิจกรรมน้ีเป็ นกิจกรรมท่ีสําคญั อย่างที่ นายเจน นําชัยศิริ
(สมาชิกวุฒิสภา) ท่ีท่านไดบ้ รรยายถึงดาวน์โจน Sustainable Index จริงๆ มี Index อย่างอื่นอีกเช่น Global
Compact Index อยากจะเห็นวา่ การวดั การทาํ งานของบริษทั ต่างๆ มีตวั ช้ีวดั Index และติดตามเป็นประจาํ ทุก
ปี ส่งเสริมใหแ้ ข่งขนั เพื่อให้มีแชมป์ ของประเทศไทยไปแข่งขนั กบั นานาชาติได้ วา่ เราใหค้ วามใส่ใจกบั การ
พฒั นาที่ยงั่ ยืน ผมก็กล่าวเพ่ือชื่นชมและเสนอแนะวา่ เป็ นไปไดห้ รือไม่ ท่ีจะเขียนตอนทา้ ยอีกนิดวา่ กิจกรรม
เหล่าน้ีหากทาํ ดีๆ จะนาํ ไปสู่ความร่วมมือระหวา่ งประเทศและนาํ ไปสู่เป้าหมายการพฒั นาท่ียง่ั ยนื
ขอบคุณมาก
46
การประชุมวุฒิสภา คร้ังท่ี 1 (สมัยสามัญประจําปี คร้ังทส่ี อง)
วาระ การจ้างงานข้าราชการภายหลงั เกษยี ณอายุ 60 ปี เพื่อรองรับสังคมสูงวยั
(คณะกรรมาธิการการพฒั นาสังคม และกจิ การเดก็ เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพกิ ารและผู้ด้อยโอกาส)
อภิปรายโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธ์ิ ตันตศิ ิรินทร์
วนั จันทร์ท่ี 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
ณ ห้องประชุมใหญ่วฒุ ิสภา ช้ัน 2 อาคารรัฐสภา (เกยี กกาย)
กราบเรียนทา่ นประธานที่เคารพ ผม ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณไกรสิทธ์ิ ตนั ติศิรินทร์ ตอ้ งขอขอบคุณ
ท่ีไดม้ ีโอกาสอภิปรายในคร้ังน้ี ผมจะพยายามรักษาเวลาไม่ให้เกิน 8 นาที ผมรู้สึกช่ืนชมการศึกษาเรื่องน้ี
ที่มีการศึกษาอย่างเป็ นระบบ และมีตวั อย่างขา้ ราชการที่ไดร้ ับการพิจารณาต่ออายุ และนาํ มาสู่เน้ือหาท่ีมี
สาระอย่างมากมาย เป็ นที่ทราบกนั วา่ ผูส้ ูงอายุจะมีจาํ นวนมากข้ึนๆ เร่ือยๆ เราควรจะดูแลและตอบแทน
บุญคุณของแต่ละท่านท่ีไดท้ าํ ประโยชน์ใหก้ บั ครอบครัว ชุมชน และประเทศ ขณะเดียวกนั ก็ตอ้ งดูแลภาระ
และความเหมาะสมที่จะทาํ ให้แต่ละท่านน้ันสามารถอยู่ได้อย่างมีศักด์ิศรี จากการติดตามดูก็เห็นว่า
ขอ้ เสนอแนะขอ้ ที่ 2 และ 3 คงไม่เป็ นประเด็นว่าน่าจะใชเ้ งินในการดูแลผูส้ ูงอายุที่ดอ้ ยโอกาสให้มากข้ึน
ขณะเดียวกนั ก็ตอ้ งมีการพิจารณาศึกษาต่อในการดูแลผูส้ ูงอายุในชุมชนและทอ้ งถ่ิน นน่ั ก็คือ ดาํ เนินการ
ควบคู่ไปกบั การกระจายอาํ นาจในการบริหารสู่ชุมชนและทอ้ งถิ่นอยา่ งแทจ้ ริง เพราะทรัพยากรของชุมชน
และทอ้ งถิ่นอาจจะมีมากกวา่ ท่ีเราคิด สาํ หรับขอ้ เสนอแนะ
ข้อที่ 1 เราอาจจะตอ้ งคุยกันให้มากข้ึน เท่าท่ีอ่าน ทาํ ให้เห็นว่า ข้าราชการหรือผูส้ ูงอายุทว่ั ไป
เม่ือมีอายุเกิน 60 ปี ไปแลว้ จะเป็ นภาระในเร่ืองการเงินการทอง โดยเฉพาะเป็ นภาระในเร่ืองของบาํ เหน็จ
บาํ นาญ การดูแลรักษา ตรงจุดน้ี ถ้าเรานาํ ประเด็นน้ีมาพิจารณามุมเดียว อาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
จริงๆ อยากให้มองวา่ ผูส้ ูงอายุในแง่ภาพรวม จะเป็ นขา้ ราชการหรือไม่ใช่ขา้ ราชการก็แลว้ แต่ เราควรจะมี
ฐานขอ้ มูล ฐานขอ้ มูลดีๆ ก็จะกลายเป็ น Big data บวกคู่กบั AI ฐานขอ้ มูลก็คือฐานข้อมูลในเร่ืองต่างๆ
ของผสู้ ูงอายุรวมถึงขา้ ราชการดว้ ย ต้งั แต่ฐานขอ้ มูลในเรื่องสุขภาพ วา่ สุขภาพของท่านเหล่าน้นั มีสุขภาพ
กายแค่ไหน อย่างไร มีโรคไม่ติดต่อเร้ือรังหรือไม่ เพราะโรคไม่ติดต่อเร้ือรัง เป็ นสาเหตุการตาย 70-80
เปอร์เซ็นต์ของประชากร โดยเฉพาะผูส้ ูงอายุ ขณะเดียวกนั มีฐานขอ้ มูลเรื่องท่ีอยู่อาศยั ฐานขอ้ มูลเรื่อง
เงินออม มีฐานขอ้ มูลเร่ืองทกั ษะท่ีท่านมีอยู่ ท่ีผมตอ้ งนาํ เรียนเร่ืองปัจจยั เหล่าน้ี เพราะผสู้ ูงอายุ ท่ีมีสุขภาพดี
ท้งั กายและจิตมีจิตวิญญาณและสุขภาพทางด้านสังคม เป็ นผูท้ ี่มีประโยชน์ ควรได้รับการพิจารณาจ้าง
แต่อาจจะไม่จาํ เป็ นที่จะจา้ งเป็ นขา้ ราชการ อาจจะจา้ งในลกั ษณะอื่นท่ีมีความคล่องตวั มากข้ึน ตามทกั ษะ
ที่ท่านจะทาํ ประโยชนไ์ ด้ ซ่ึงเรื่องน้ีควรมีการพิจารณาใหด้ ี ท่ีผมกล่าวเม่ือสกั ครู่คือ ทาํ อยา่ งไร ประเทศไทย
เราจะมีการเตรียมการเป็ นผสู้ ูงอายทุ ่ีสามารถดูแลตนเองได้ และขณะเดียวกนั ก็เป็ นภาระในเชิงงบประมาณ
47
น้อยท่ีสุดท้งั ต่อภาครัฐและต่อส่วนอื่นๆ ประเด็นน้ีเป็ นประเด็นที่สําคญั คือ ทาํ อย่างไรที่จะทาํ ให้มีการ
เตรียมการเป็ นผูส้ ูงอายุต้งั แต่อายุ 30 ปี หลายท่านในห้องน้ีอาจคิดวา่ ผมพูดตลก แต่เร่ืองน้ีไม่ตลกเพราะ
สังขารของคนเราที่ดูจากองค์ประกอบของร่างกายจะข้ึนมาจนถึงอายุ 25 ปี พอหลงั อายุ 25 ปี ก็จะเสื่อม
บางท่านอาจจะกล่าวว่า จริงๆ แล้ว เมื่อเกิดมา สังขารก็เริ่มเส่ือมแลว้ ร่างกายมีเซลล์ทดแทนตลอดเวลา
แต่จริงๆ ในเร่ืองของสรีรวิทยาร่างกายจะมีการเจริญเติบโตข้ึนมาถึง 25 ปี พอหลงั จากน้นั ก็จะคงอยู่ แต่พอ
30 ปี กเ็ ร่ิมเส่ือมแลว้ ตรงจุดน้ีจะทาํ อยา่ งไรจึงจะมีการเตรียมผสู้ ูงอายใุ นเร่ืองสุขภาพทางกาย เรื่องอาหารการ
กิน เรื่องการออกกาํ ลงั กาย เรื่องสุขภาพจิต มีการพกั ผอ่ นให้เพียงพอ และมีจิตสาธารณะ มีจิตวญิ ญาณที่จะ
อาสาสมคั ร ถา้ เราปลูกฝังไดแ้ บบน้ี เราก็เตรียมความพร้อมของคนที่มีคุณภาพ และบวกทกั ษะในวิชาชีพอีก
ก็ยง่ิ ดีมากข้ึน
ข้อที่ 2 กรรมาธิการอีกชุดท่ีนาํ เสนอตลอดเวลาคือ เร่ืองเงินออม ทาํ อย่างไรจะมีการเตรียมการ
ผูส้ ูงอายุให้มีการเตรียมเงินออม เวลาเกษียณจะได้อยู่อย่างภาคภูมิและมีศักด์ิศรี ท้ังเร่ืองที่อยู่อาศัย
เรื่องสังคม
โดยสรุปที่ผมนาํ เรียนส้ันๆ คือ ช่ืนชมและไม่อยากใหค้ ิดเรื่องภาระ เร่ืองเบ้ียเล้ียง เบ้ียหวดั บาํ นาญ
ค่าบาํ รุงรักษา เท่าท่ีผมทราบ ในต่างประเทศท่ีมีการยืดเกษียณอายุ เพราะจะได้มีการยืดเร่ืองเงินเดือน
และจะไดไ้ ม่ตอ้ งเป็ นภาระในการจ่ายบาํ เหน็จบาํ นาญ โดยดูปัจจยั ตามที่ผมไดน้ าํ เรียนแลว้ การวา่ จา้ งควร
ตอ้ งมองท้งั ระบบท้งั ที่เป็ นขา้ ราชการและไม่ใช่ขา้ ราชการ เพราะผสู้ ูงอายทุ ่ีเกษียณไปแลว้ ก็เป็ นประโยชน์
ต่อราชการ และอาจเป็ นประโยชน์ต่อชุมชน เป็ นประโยชน์ต่อเอกชน แลว้ พยายามส่งเสริมให้ผสู้ ูงอายทุ ่ีไม่
มีภาระดูแลตนเองนกั ให้มีจิตสาธารณะมากข้ึน ผมก็ขอเรียนท่านประธานดว้ ยความเคารพ และผมก็เช่ือวา่
ผมอภิปรายอยใู่ นเวลาที่ให้
ขอขอบคุณ