The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานายปรัชญพงศ์ จันลาวงศ์ ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 61100140213, 2023-01-27 02:45:47

แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานายปรัชญพงศ์ จันลาวงศ์ ปีการศึกษา 2565

แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานายปรัชญพงศ์ จันลาวงศ์ ปีการศึกษา 2565

แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี จัดทำโดย นายปรัชญพงศ์ จันลาวงศ์ รหัสนักศึกษา 61100140213 นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ปีการศึกษา 2565


ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา สังกัด กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ตั้ง 97 ซอย - ถนน อุดรหนองบัวลำภู ตำบล/แขวง เชียงพิณ อำเภอ/เขต เมือง จังหวัด อุดรธานี รหัสไปรษณีย์ 41000 หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ 042 221 331 คติพจน์/ปรัชญาของโรงเรียน “ปญฺญา ว ธเนนฺ เสยฺโย” ปัญญามีค่ายิ่งกว่าทรัพย์ ประวัติความเป็นมาของโรงเรียน (โดยสังเขป) ชื่อผู้บริหารโรงเรียน นายสมดุล โฉมหาญ ชื่อผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียน นายประวัติวิทย์ ศรีเชียงสา ฝ่ายวิชาการ นายราเชนทร์ พุ่มแจ้ ฝ่ายปกครอง นายวัฒนชัย ภูมิผักแว่น ฝ่ายธุรการ นายวิชัย ทุยเวียง 1. บุคลากร 1.1 จำนวนครูอาจารย์ทั้งหมด 174 คน เป็นชาย117 คน และเป็นหญิง57 คน ซึ่งแยกตามคุณวุฒิการศึกษา ดังนี้ 1.1.1 ปริญญาเอก จำนวน................................. คน 1.1.2 ปริญญาโท จำนวน................................. คน 1.1.3 ปริญญาตรี จำนวน................................. คน 1.1.4 อื่นๆ จำนวน................................. คน 1.2 จำนวนคนงานภารโรงทั้งหมด...........คน เป็นชาย..........คน และเป็นหญิง...........คน 1.3 จำนวนนักเรียนทั้งหมด 2,822 คน เป็นชาย1,531 คน และเป็นหญิง1,291 คน ซึ่งมีวิธีการจัดนักเรียนในแต่ละห้องเรียน ดังนี้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 580 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 555 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 512 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 424 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 408 คน


ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 343 คน สรุปอัตราส่วนระหว่าง จำนวนครูอาจารย์ต่อจำนวนนักเรียน ประมาณครู 1 คนต่อนักเรียน 16 คน 2. บุคลากร 2.1 นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพระหว่างเรียน มหาวิทยาลัยในโรงเรียนแห่งนี้ มี ทั้งหมด 15 คน เป็นชาย 6 คน และเป็นหญิง 9 คน ซึ่งแยกตามโปรแกรมวิชาต่าง ๆ ดังนี้ 2.2 นักศึกษาผู้ประสานงาน 2.2.1 นักศึกษาผู้ประสานงานประจำโรงเรียน คือ 3. อาคารสถานที่ 3.1 ห้องเรียน มีทั้งหมด 97 ห้อง 3.2 ห้องพักครูอาจารย์ มีทั้งหมด 8 ห้อง 3.3 ห้องส่งเสริมวิชาการ มีทั้งหมด 7 ห้อง ได้แก่ 3.3.1. ห้องเรียนโครงการวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการเคมี จำนวน 1 ห้อง 3.3.2. ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ จำนวน 1 ห้อง 3.3.3. ห้องเรียนโครงการวิทยาศาสตร์ Resource Center จำนวน 1 ห้อง 3.3.4. ห้องสมุด 3.3.5. ห้องนาฏศิลป์ 3.3.6. ห้องคอมพิวเตอร์ 3.3.7. ห้องศิลปะ 3.4 สถานที่สำคัญอยู่ใกล้กับโรงเรียน มีดังนี้ - สนามบินนานาชาติอุดรธานี 3.5 แผนผังแสดงบริเวณและที่ตั้งของโรงเรียน ดังนี้


ระบบโครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียน คำชี้แจง ให้นักศึกษาทำการศึกษาและสังเกตงานบริหารและบริการของโรงเรียนด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านกิจการนักเรียน ด้านธุรการ การเงิน และด้านอาคารสถานที่ แล้วบันทึก ผลการศึกษาและสังเกตลงในช่องว่าง ภายใต้แต่ละหัวข้อ 2 ประเด็น ต่อไปนี้ 1. โรงเรียนได้ให้อะไรบ้างที่จัดได้ว่าเป็นการบริการ หรือให้บริการในด้านนั้นๆ แก่บุคลากรใน โรงเรียน เป็นต้นว่า ให้มีหน่วยงานรับผิดชอบที่เรียกชื่อว่าอะไร สัมพันธ์หรือขึ้นกับหน่วยงานใดบ้าง 2. โรงเรียนได้บริหารและจัดบริหารเกี่ยวกับงานด้านนั้นๆ อย่างไรบ้าง เป็นต้นว่า จัดเป็นโครงการ แผนงาน ตาราง โปรแกรม หรือปฏิทินการดำเนินงานในรอบปีเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ โดยย่ออย่างไร 1. งานด้านวิชาการ 1.1. หลักสูตร 1. พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล 2. พัฒนาศักยภาพระบบการกำกับและสะท้อนผลมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการบนพื้นฐานหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 3. ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติและยกระดับขีดความสามารถ เทียบเคียงมาตรฐานสากล 4. ส่งเสริมและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพโดยสื่อเทคโนโลยี เป็นแหล่งเรียนรู้สู่มาตรฐานสากล 5. ส่งเสริมระบบภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมจัดการศึกษาของโรงเรียนอย่างมีคุณภาพ 1.2. การสอน กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ 2 ใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 3 มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก 4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผลมาพัฒนาผู้เรียน 5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ 1.3. การสอนซ่อมเสริม 1.4. การวัดผล 4 ร้อยละ 80 ขึ้นไปร้อยละ ดีเยี่ยม


3 ร้อยละ 70-79 ดีมาก 2 ร้อยละ 50-59 ดี 1 ร้อยละ 60-69 พอใช้ 0 ร้อยละ 0-49 ปรับปรุง 1.5. สื่อการเรียน มีการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดการเรียนรู้โดยสร้าง โอกาสให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากสื่อที่หลากหลา 1.6. การบริการห้องสมุด 1.7. อื่นๆ โปรดระบุ 2. งานด้านบุคลากร 2.1. การนิเทศงาน 1) ศึกษาและทําความเข้าใจหลักการและวิธีการปฏิบัติในการนิเทศภายในให้ชัดเจน 2) สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้บริหารการศึกษาและคณะครูเพื่อการยอมรับซึ่งกันและกัน 3) แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายใน 4) ให้คณะกรรมการมีหน้าที่วางแผนเพื่อการดําเนินงานการนิเทศภายในตามกระบวนการ 5 ขั้นตอน การศึกษาสภาพปัจจุบัน การวางแผน การสร้างเครื่องมือการปฏิบัติการประเมินผล 5) จัดให้มีเครื่องมือ วัสดุ เอกสาร ที่จําเป็นสําหรับการนิเทศ 6) ดําเนินการนิเทศตามแผนงานและโครงการที่กําหนด 7) เลือกใช้กิจกรรมการนิเทศที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการนิเทศ 8) เยี่ยมชั้นเรียน และสังเกตการสอน เพื่อทราบปัญหาและพฤติกรรมการเรียนการสอน ของครูและ นักเรียน 9) จัดให้มีการประเมินผลการนิเทศภายใน 10) จัดทําแฟ้มข้อมูล เพื่อรวบรวมผลการนิเทศและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 2.2. การพัฒนาบุคลากร สถานศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาครูบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพและจัดให้มีชุมชนการเรียนรู้ ทางวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนางานและการเรียนรู้ของผู้เรียน 2.3. การให้รางวัลและการบำรุงขวัญ มีการให้รางวัลและบำรุงขวัญ 2.4. การให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการบริหาร


การบริหาร จัดการแบบมีส่วนร่วมโดยบุคลากรในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการดำเนินการและร่วมตัดสินใจ ผู้ปกครองและชุมชนให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในการบริหารจัดการของโรงเรียน 3. งานด้านกิจกรรมนักเรียน 3.1. การปกครอง งานบริหารสำนักงานกิจการนักเรียน, งานป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมนักเรียน, งานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม นักเรียน, งานป้องกันและแก้ไขยาเสพติด, งานส่งเสริมประชาธิปไตยในสถานศึกษา, งานรักษาความปลอดภัย เวรประจำวัน, งานคณะสีและกิจกรรมนักเรียน, งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย 3.2. การแนะแนว การแนะแนวให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการศึกษาต่อ 3.3. การจัดกิจกรรมนักเรียน งานบริหารสำนักงานกิจการนักเรียน, งานป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมนักเรียน, งานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม นักเรียน, งานป้องกันและแก้ไขยาเสพติด, งานส่งเสริมประชาธิปไตยในสถานศึกษา, งานรักษาความปลอดภัย เวรประจำวัน, งานคณะสีและกิจกรรมนักเรียน, งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย 3.4. สวัสดิการนักเรียน จัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม และปฏิทินปฏิบัติงานของงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3.5. อื่นๆ โปรดระบุ 4. งานด้านธุรการและการเงิน 4.1 การเงินและบัญชีมีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 4.1.1 งานการเงิน 1) ดําเนินการเบิกจ่ายค่าตอบแทน ค่าวัสดุครุภัณฑ์ที่ได้รับจากเงินงบประมาณและเงินรายได้สถานศึกษา 2) จัดทําการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและทําทะเบียนคุมหลักฐานขอเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล 3) จัดทำเบิกจ่ายค่าการศึกษาบุตร บุคลากร ทําทะเบียนควบคุมหลักฐานขอเบิกค่า การศึกษาบุตร 4) จัดทํางบประมาณการรายจ่ายที่คาดว่า จะเบิกจ่ายในแต่ละเดือน 5) จัดทําทะเบียนคุมเงินงบประมาณ เงินรายได้สถานศึกษา ทะเบียนคุมหลักฐานขอเบิก 6) แบบฟอร์มต่าง ๆ ของฝ่ายการเงิน


7) จัดทําบัญชีเงินคงเหลือประจําวัน 8) จัดทําทะเบียนคุมเอกสารกระแสรายวัน 9) จัดทําทะเบียนคุมเอกสารแทนตัวเงิน 10) จัดทําหลักฐานการนา เงินส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย 11) ติดตาม ทวงถามตามสัญญารับรองการยืมเงินบํารุงการศึกษาเพื่อราชการ 12) ทะเบียนคุมเงินงบประมาณ 13) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามคําสั่งโรงเรียน หรือตามที่ได้รับมอบหมาย 4.1.2 งานบัญชี 1) จัดทําบัญชีเงินสด 2) จัดทําทะเบียนคุมใบสําคัญรับเงิน 3) จัดทําทะเบียนคุมการใช้ใบเสร็จรับเงิน และรายงานการใช้ใบเสร็จรับเงินประจําปี 4) จัดทําทะเบียนคุมเงินรายได้แผ่นดินและนําส่งเงินรายได้แผ่นดิน 5) จัดทําทะเบียนคุมเงินนอกงบประมาณ และเงินรายได้สถานศึกษา 6) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามคําสั่งโรงเรียน หรือตามที่ได้รับมอบหมาย 4.2 สารบรรณ มีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 1) จัดให้มีบุคลากรในการทํางานสารบรรณในโรงเรียน 2) จัดให้มีห้องวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เอกสาร คู่มือการปฏิบัติงานสารบรรณ เช่นตู้เอกสาร แฟ้ม ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง 3) จัดให้มีการจัดเก็บหนังสือราชการภายในโรงเรียนอย่างเป็นระบบตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย งานสารบรรณซึ่งแบ่งภาระงานออกได้เป็น 4 เรื่อง คือ การรับ – การส่งหนังสือราชการ การเก็บหนังสือ ราชการ การยืมหนังสือราชการ การทําลายหนังสือราชการ .4.3 งานทะเบียนและรายงาน แบ่งบทบาทและหน้าที่ได้เป็น 2 ส่วน คือ 1) ส่วนงานทะเบียนโรงเรียน มี 3 งาน ดังนี้ 1.1) งานทะเบียนเกี่ยวกับนักเรียน ได้แก่ งานที่จัดทําเกี่ยวกับทะเบียนนักเรียนแบบ ประกาศนียบัตร แบบ ปศ.1 - 27 แบบ ป.01 - 06 และเอกสารอื่น ๆ เกี่ยวกับนักเรียน 1.2) งานทะเบียนเกี่ยวกับบุคลากร ได้แก่ ทะเบียนประวัติครูทะเบียนครู ทะเบียนวันลา และเอกสารอื่น ๆ 1.3) งานทะเบียนเกี่ยวกับโรงเรียน ได้แก่ สมุดหมายเหตุ สมุดเยี่ยม สมุดตรวจราชการ


2) ส่วนงานรายงานของโรงเรียน เป็นงานเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลและการรายงานข้อมูลของโรงเรียนในส่วน ของงานทะเบียนและรายงานของโรงเรียนนี้ จะเป็นตัวชี้บอกการดําเนินงานของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี มี บทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 2.1) จัดให้มีบุคลากรรับผิดชอบในการจัดทําทะเบียนและงานรายงาน 2.2) จัดเตรียมให้มีเอกสารที่ใช้ในการบันทึกในงานทะเบียน และการรายงานของโรงเรียนให้พร้อม 2.3) ดําเนินการให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันกรณีรับนักเรียนใหม่ ย้ายโรงเรียน ติดตามหรือจําหน่ายนักเรียนให้ ดําเนินการตามแนวปฏิบัติของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย การส่งเด็กเข้าเรียนในโรงเรียน ประถมศึกษา กรณีการออกใบสุทธิเกิน 10 ปี หรือใบแทนใบสุทธิ ให้ดําเนินการตามแนวปฏิบัติการขออนุญาต ออกใบสุทธิและใบแทนสุทธิกรณีการจัดทําทะเบียนครู แฟ้มประวัติบุคลากรให้แยกแฟ้มเป็นรายบุคคลและมี การบันทึกให้เป็นปัจจุบันเสมอกรณีการจัดทําสมุดหมายเหตุรายงัน สมุดตรวจราชการ สมุดตรวจเยี่ยมให้ ดําเนินการตามระเบียบ ว่าด้วยสมุดหมายเหตุรายวัน และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการตรวจ ราชการ กรณีการบันทึกข้อมูลของโรงเรียน จะเกี่ยวกับการบันทึก รวบรวมและจัดเก็บ ข้อมูลทั้งหมดของโรงเรียนและข้อมูลอื่น ๆ ตามแผนงาน โดยสามารถบันทึกให้อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตารางแผนภูมิ กราฟ สถิติ หรือบทความ กรณีการรายงานข้อมูลของโรงเรียน เป็นการนําข้อมูลซึ่งจัดเก็บไว้ของโรงเรียน เสนอในรูปแบบต่าง ๆ กัน 4.4 งานพัสดุและสินทรัพย์มีบทบาทและหน้าที่ดังนี้ 1) จัดให้มีบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ด้านพัสดุ 2) จัดให้มีสถานที่และครุภัณฑ์ในการเก็บรักษาพัสดุ 3) จัดให้มีทะเบียนและเอกสารต่าง ๆ ตามระเบียบพัสดุ 4) จัดให้มีคู่มือตลอดจนระเบียบในเรื่องพัสดุ 5) ดําเนินการเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง 6) ดําเนินการเรื่องการตรวจสอบพัสดุประจําปี 7) ตรวจสอบและอนุญาตในการเบิกจ่ายพัสดุหรือการยืมพัสดุ 8) จัดให้มีการสํารวจพัสดุที่ชํารุดเพื่อซ่อมแซมหรือจําหน่าย 9) ดําเนินการเรื่องการจําหน่ายพัสดุ 10) จัดเก็บเอกสารเกี่ยวกับงานพัสดุ 11) ตรวจสอบการดําเนินงานเรื่องพัสดุให้ถูกต้องตามระเบียบ


12) ดําเนินการเกี่ยวกับที่ราชพัสดุ 13) ประเมินผลการบริหารงานพัสดุ 4.5 งานจัดซื้อ-จัดจ้าง มีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 1) หน้าที่รับผิดชอบ ด้วยเงินนอกงบประมาณ เงินงบประมาณให้เป็นไปตามระเบียบ 2) ดําเนินการของบประมาณประจําปี 3) ดําเนินงานขออนุมัติงบประมาณเกี่ยวกับการจัดซื้อ - จัดจ้าง 4.6 งานทะเบียน และบัญชีพัสดุ 1) ลงทะเบียนและลงหมายเลขครุภัณฑ์ในแฟ้มครุภัณฑ์และระบบคอมพิวเตอร์ 2) ลงทะเบียนบัญชีพัสดุ มีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 3) จัดเก็บ ดูแล รักษาใบตรวจรับ ในเบิกพัสดุแฟ้มบัญชีพัสดุครุภัณฑ์ของโรงเรียน 4.7 งานควบคุมและจําหน่ายพัสดุ มีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 1) ดูแลการซ่อม บํารุงรักษาวัสดุ ครุภัณฑ์ของโรงเรียน 2) ดําเนินการตรวจสอบพัสดุประจําปีงบประมาณ 3) ดําเนินการจําหน่ายวัสดุครุภัณฑ์ออกจากบัญชีและทะเบียน 4) ส่งแบบสํารวจครุภัณฑ์ประจําปีงบประมาณ 5) สํารวจวัสดุคงเหลือทุกสิ้นปีการศึกษาตามคําสั่ง 6) ลงทะเบียนในรายการปรับซ่อมวัสดุครุภัณฑ์ของโรงเรียน 7) ดําเนินการให้ยืมพัสดุและติดตามทวงคืน 4.8 งานทะเบียนที่ดินและสิ่งก่อสร้าง 1) จัดทําทะเบียนที่ราชพัสดุขอขึ้นทะเบียนสิ่งก่อสร้าง ทะเบียนบ้านพัก 2) รายงานผลการดําเนินงานงบประมาณ หมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง 4.9 งานประชาสัมพันธ์ มีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 1) ดําเนินการให้มีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่าง ๆ ในโรงเรียน 2) ดําเนินการให้มีการเผยแพร่ชื่อเสียง เกียรติยศของโรงเรียนสู่ชุมชน 3) ควบคุมดูแล ระบบเสียงตามสายภายในโรงเรียน และการจัดกิจกรรมหน้าเสาธง 4) จัดทําป้ายนิเทศ เอกสาร วารสาร เพื่อเผยแพร่ผลงาน ข่าวสารของโรงเรียน 5) อํานวยความสะดวกในการติดต่อระหว่างบุคลากรทุกกลุ่มในโรงเรียน 6) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามคําสั่งโรงเรียน หรือตามที่ได้รับมอบหมาย


5. งานอาคาร สถานที่ และบริเวณ 5.1 อาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม มีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 1) วางแผนกําหนดงาน /โครงการงบประมาณแผนปฏิบัติงานด้านอาคารสถานที่และ สภาพแวดล้อมตลอดจนการ ติดตามการปฏิบัติงานของนักปฏิบัติการ แม่บ้าน ทําความสะอาด 2) วางแผนร่วมกับแผนงานโรงเรียน พัสดุโรงเรียน เพื่อเสนอของบประมาณจัดสร้าง อาคารเรียน และอาคารประกอบ เช่น ห้องเรียน ห้องบริการ ห้องพิเศษให้เพียงพอ กับการใช้บริการ ของโรงเรียน 3) จัดซื้อ จัดหาโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์การสอน อุปกรณ์ทําความสะอาดห้องเรียนห้องบริการ ห้องพิเศษ ให้ เพียงพอและอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้อยู่ตลอดเวลา 4) จัดเครื่องมือรักษาความปลอดภัยในอาคาร ติดตั้งในที่ ๆ ใช้งานได้สะดวก ใช้งานได้ทันที 5) จัดบรรยากาศภายในอาคารเรียน ตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นระเบียบ ประตูหน้าต่างอยู่ในสภาพดี ดูแลสี อาคารต่าง ๆ ให้เรียบร้อย มีป้ายบอกอาคารและห้องต่าง ๆ 6) ประสานงานกับพัสดุโรงเรียนในการซ่อมแซมอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ โต๊ะ เก้าอี้และอื่น ๆ ให้อยู่ในสภาพที่ เรียบร้อย 7) ดูแลความสะอาดทั่วไปของอาคารเรียน ห้องน้ํา ห้องส้วม ให้สะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวน 8) ติดตาม ดูแลให้คําแนะนําในการใช้อาคารสถานที่ โดยการอบรมนักเรียนในด้านการดูแลรักษาทรัพย์สิน สมบัติของโรงเรียน 9) ประสานงานกับพัสดุโรงเรียนในการจําหน่ายพัสดุเสื่อมสภาพออกจากบัญชีพัสดุ 10) ประสานงานกับหัวหน้าอาคาร โดยนําข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงงานให้ทันเหตุการณ์และความต้องการของ บุคลากรในโรงเรียน 11) อํานวยความสะดวกในการใช้อาคารสถานที่แก่บุคคลภายนอก รวมทั้งวัสดุอื่น ๆจัดทําสถิติการให้บริการ และรวบรวมข้อมูล 12) ประเมิน สรุปและรายงานผลการดําเนินงานตามแผนงาน/โครงการประจําปีการศึกษา 13) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย


แผนภูมิแสดงโครงสร้างการบริหารโรงเรียน


หลักสูตรสถานศึกษาและงานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา


1.ด้านการเรียนการสอน สภาพการจัดการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอน เรื่อง ความคล้าย การจัดการเรียนการสอน เรื่อง ความคล้าย


การจัดการเรียนการสอน เรื่องอสมการ การจัดการเรียนการสอน เรื่องอสมการ


การวิเคราะห์และประเมินทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการเรียนการสอน การวิเคราะห์หลักสูตรระดับชั้นเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค 23101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1.5 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เวลา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ความสำคัญและความเป็นมา คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากคณิตศาสตร์ ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือ สถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจแก้ปัญหา ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือใน การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่น ๆ อันเป็นรากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ ชาติให้มีคุณภาพและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึง จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้ทาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัฒน์ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุงพ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยคำนึงถึงการส่งเสริมให้ ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญนั่นคือ การเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้าน การคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร และการร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และ สภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ ทั้งนี้การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ประสบ ความสำเร็จนั้น จะต้องเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอำชีพเมื่อจบ การศึกษา หรือ สามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นสถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตาม ศักยภาพของผู้เรียน เรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จัดเป็น 3 สาระ ได้แก่ จำนวนและพีชคณิต กำรวัดและเรขาคณิต และสถิติและความน่าจะเป็น จำนวนและพีชคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับ ระบบจำนวนจริง สมบัติเกี่ยวกับจำนวนจริง อัตราส่วนร้อยละ การประมาณค่า การแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวน การใช้จำนวนในชีวิตจริง แบบรูป ความสัมพันธ์ฟังก์ชัน เซต


ตรรกศาสตร์ นิพจน์ เอกนาม พหุนาม สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน ลำดับ และอนุกรม และการนำความรู้เกี่ยวกับจำนวนและพีชคณิตไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ การวัดและเรขาคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับ ความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พื้นที่ปริมาตรและความจุ เงินและเวลา หน่วยวัดระบบต่าง ๆ การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัด อัตราส่วนตรีโกณมิติ รูปเรขาคณิตและสมบัติ ของรูปเรขาคณิต การนึกภาพ แบบจำลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิตการแปลงทางเรขาคณิตใน เรื่องการเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน และการนำความรู้เกี่ยวกับการวัดและเรขาคณิตไปใช้ในสถานการณ์ ต่าง ๆ สถิติและความน่าจะเป็น เรียนรู้เกี่ยวกับ การตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมูลการคำนวณ ค่าสถิติ การนำเสนอและแปลผลสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ หลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะ เป็น การใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นในการอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆและช่วยในการตัดสินใจ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการ ของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรม และ นำไปใช้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพันธ์หรือช่วยแก้ปัญหาที่ กำหนดให้ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด และนำไปใช้ มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ ระหว่างรูปเรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ สำระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น และนำไปใช้


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ 4.1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรม ในการ ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง เพื่อขจัดและลด ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ เลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาและมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันใน สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลการจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยี ด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การ ทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็นความสามารถที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพทักษะและ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในที่นี้ เน้นที่ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นและต้องการพัฒนา ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ได้แก่ความสามารถต่อไปนี้


1. การแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผนแก้ปัญหา และ เลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ พร้อมทั้ง ตรวจสอบความถูกต้อง 2. การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ เป็นความสามารถในการใช้รูปภาษาและ สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และนำเสนอได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน 3. การเชื่อมโยง เป็นความสามารถในการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ เนื้อหาต่าง ๆ หรือศาสตร์อื่น ๆ และนำไปใช้ในชีวิตจริง 4. การให้เหตุผล เป็นความสามรถในการให้เหตุผล รับฟังและให้เหตุผลสนับสนุน หรือโต้แย้งเพื่อ นำไปสู่การสรุป โดยมีข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์รองรับ 5. การคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการขยายแนวคิดที่มีอยู่เดิม หรือสร้างแนวคิดใหม่เพื่อ ปรับปรุง พัฒนาองค์ความรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรระดับชั้นเรียน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ดังนี้ 1. รักชาติศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ


คุณภาพผู้เรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนจริง ความสัมพันธ์ของจำนวนจริง สมบัติของจำนวนจริง และใช้ ความรู้ความเข้าใจนี้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง 2.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ และใช้ความรู้ความเข้าใจนี้ในการ แก้ปัญหาในชีวิตจริง 3.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็ม และใช้ความรู้ความเข้าใจนี้ ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง 4.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและ อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และใช้ความรู้ความเข้าใจนี้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง 5.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนาม สมการกำลังสองและใช้ ความรู้ความเข้าใจนี้ในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 6.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคู่อันดับ กราฟของความสัมพันธ์ และฟังก์ชันกำลังสองและใช้ความรู้ ความเข้าใจนี้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง 7.มีความรู้ความเข้าใจทางเรขาคณิตและใช้เครื่องมือ เช่น วงเวียนและสันตรง รวมทั้งโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอื่น ๆ เพื่อสร้างรูปเรขาคณิตตลอดจนนำความรู้ เกี่ยวกับการสร้างนี้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง 8.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสองมิติ และรูปเรขาคณิตสามมิติและใช้ความรู้ความเข้าใจ นี้ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติ และรูปเรขาคณิตสามมิติ 9.มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรของปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวยและทรง กลม และใช้ความรู้ความเข้าใจนี้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง 10.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของเส้นขนาน รูปสามเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการรูปสามเหลี่ยม คล้าย ทฤษฎีบทพทีทาโกรัสและบทกลับ และนำความรู้ความเข้าใจนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง


11.มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการแปลงทางเรขาคณิต และนำความรู้ความเข้าใจนี้ไปใช้ในการ แก้ปัญหาในชีวิตจริง 12.มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ และนำความรู้ความเข้าใจนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหา ในชีวิตจริง 13.มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องทฤษฎีบทเกี่ยวกับวงกลม และนำความรู้ความเข้าใจนี้ไปใช้ในการ แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 14.มีความรู้ความเข้าใจทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และแปลความหมายข้อมูล ที่ เกี่ยวข้องกับแผนภาพจุด แผนภาพต้น-ใบ ฮิสโทแกรม ค่ากลางของข้อมูล และแผนภาพกล่องและใช้ความรู้ ความเข้าใจนี้ รวมทั้งนำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 15.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความน่าจะเป็นและใช้ความรู้ความเข้าใจนี้ในการแก้ปัญหา ในชีวิตจริง


การวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ผลการเรียนรู้ รายวิชา ค23101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์พื้นฐาน สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและ วิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรม และ นำไปใช้ เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับ ฟ ั ง ก ์ ช ั น ก ำ ล ั ง ส อ ง ใ น ก า ร แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ นักเรียนสามารถ 1. ระบุลักษณะพร้อมทั้งเขียนกราฟของ ฟังก์ชันกำ ลังสองที่อยู่ในรูป y = ax2, y = ax2 + k, y = a(x – h)2, y = a(x – h)2 + k และ y = ax2 + bx + c เมื่อ a, b, c, h และ k เป็นค่าคงตัว ที่ a ≠ 0 2. นำความรู้เกี่ยวกับกราฟของฟังก์ชันกำลัง สองไปใช้ในการแก้ปัญหา เข้าใจและใช้การแยกตัวประกอบ ของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสองใน การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ นักเรียนสามารถ 1. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสามที่อยู่ ในรูปผลบวกของกำลังสามและผลต่างของ กำลังสามโดยใช้สูตร 2. แยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูง กว่าสาม ที่สามารถจัดให้อยู่ในรูปผลต่างของ กำลังสอง กำลังสองสมบูรณ์ ผลบวกของกำลังสาม หรือผลต่างของกำลัง สาม โดยใช้สมบัติการเปลี่ยนหมู่ สมบัติการ สลับที่ หรือสมบัติ การแจกแจง มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพันธ์ หรือช่วยแก้ปัญหาที่กำหนดให้ ประยุกต์ใช้สมการกำลังสองตัว แปรเดียวในการแก้ปัญหา คณิตศาสตร์ นักเรียนสามารถ 1. แก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียว 2. นำความรู้เกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวแปร เดียวไปใช้ในการแก้ปัญหา เข้าใจและใช้สมบัติของการไม่ เท่ากันเพื่อวิเคราะห์และ แก้ปัญหาโดยใช้อสมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว นักเรียนสามารถ 1. เขียนอสมการแทนข้อความที่เกี่ยวกับการ ไม่เท่ากันของจำนวน


มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ 2. แก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และเขียน กราฟแสดงคำตอบ 3. แก้ปัญหาโดยใช้อสมการเชิงเส้นตัวแปร เดียว และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ คำตอบ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและ วิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของ รูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่าง รูปเรขาคณิต และ ทฤษฎีบททางเรขาคณิต และ นำไปใช้ เข้าใจและใช้สมบัติของรูป สามเหลี่ยมที่คล้ายกันในการ แก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหา ในชีวิตจริง นักเรียนสามารถ 1. ระบุเงื่อนไขที่ทำให้รูปหลายเหลี่ยมสองรูป คล้ายกัน และบอกสมบัติของรูปหลาย เหลี่ยมที่คล้ายกัน 2. ระบุเงื่อนไขที่ทำให้รูปสามเหลี่ยมสองรูป คล้ายกัน และบอกสมบัติของรูปสามเหลี่ยม ที่คล้ายกัน 3. ใช้สมบัติของรูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกันใน การให้เหตุผลและแก้ปัญหา สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวน การทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติ ในการแก้ปัญหา 1. เข้าใจและใช้ความรู้ทำงสถิติ ในการนำเสนอและวิเคราะห์ ข้อมูลจากแผนภาพกล่อง และ แปลความหมายผลลัพธ์รวมทั้ง นำสถิติ ไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสม นักเรียนสามารถ 1. นำเสนอข้อมูลในรูปแผนภาพกล่องโดยใช้ วิธีการหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. อ่าน วิเคราะห์ และแปลความหมาย ผลลัพธ์ที่นำเสนอในรูปแผนภาพกล่อง 3. ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ คาดคะเน และ สรุปผลได้อย่างเหมาะสม


คำอธิบายรายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รหัสวิชา ค 23101 จำนวนเวลาเรียน 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลาเรียน 3 ชั่วโมง / สัปดาห์ .............................................................................................................................................................................. คำอธิบายรายวิชา ศึกษาเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว คำตอบของอสมการ การแก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การหาคำตอบของอสมการ การเขียนกราฟ โจทย์ปัญหาเกี่ยวอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว แยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสอง แยกตัวประกอบของพหุนามโดยใช้ทฤษฎีบทเศษ เหลือ โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับแยกตัวประกอบของพหุนาม สมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยวิธีการแยกตัว ประกอบ โดยวิธีทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์ โดยวิธีใช้สูตร โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการกำลังสอง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว (quadratic equations) คือ สมการของพหุนามตัวแปรเดียวที่มี ดีกรีเท่ากับ 2บางครั้งเรียกสมการกำลังสองว่าสมการดีกรี 2 รูปแบบทั่วไปของสมการกำลังสองคือ ax 2 + bx + c = 0 เมื่อ a, b, c, เป็นค่าคงตัว และ ≠ 0 การแก้สมการกำลังสอง หมายถึง การคำนวณ เพื่อหาค่าของตัวแปร ซึ่งจะได้ค่าของตัวแปรที่เป็นคำตอบของสมการที่เป็นจำนวนจริงได้สองคำตอบ หนึ่ง คำตอบ หรือไม่มีคำตอบ ค่าของตัวแปรที่ได้บางครั้งเรียกว่า รากของสมการ หรือ คำตอบของสมการ วิธีแก้ สมการกำลังสองก่อนที่จะทำการคำนวณหาค่าตัวแปรของสมการกำลังสอง ให้จัดด้านขวาของเครื่องหมาย เท่ากับให้เป็น 0 แล้วการคำนวณจะมีได้หลายวิธี เช่น โดยวิธีการดึงตัวร่วม โดยวิธีแยกตัวประกอบ โดยวิธีทำ ให้เป็นกำลังสองสมบูรณ์และโดยวีใช้สูตร ความคล้าย รูปเรขาคณิตที่คล้ายกัน รูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความคล้าย กราฟของฟังก์ชันกำลังสอง แนะนำกราฟของฟังก์ชันกำลังสอง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับกราฟของ ฟังก์ชันกำลังสอง สถิติแผนภาพกล่อง การอ่านและการแปลความหมายจากแผนภาพกล่อง โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันให้ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึก ทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและ กระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความเชื่อมันในตนเอง


ตัวชี้วัด ค1.2 ม.3/1 เข้าใจและใช้การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสองในการแก้ปัญหา คณิตศาสตร์ ค1.2 ม.3/2 เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับฟังก์ชันกำลังสองในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ค1.3ม.3/1 เข้าใจและใช้สมบัติของการไม่เท่ากันเพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยใช้อสมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว ค1.3 ม.3/2 ประยุกต์ใช้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวในการแก้ปัญหาคณิตสาสตร์ ค2.2 ม.3/1 เข้าใจและใช้สมบัติของรูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกันในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหา ในชีวิตจริง ค3.1 ม.3/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนภาพกล่อง และแปลความหมายผลลัพธ์ รวมทั้งนำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมทั้งหมด 6 ตัวชี้วัด


กำหนดการสอน วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค 23101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ จำนวน 1.5 หน่วยกิต …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. หน่วยการเรียนรู้ จำนวนชั่วโมง 1.อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว 11 2.การแยกตัวประกอบของพหุนามที่สูงกว่ากำลังสอง 8 3.สมการกำลังสองตัวแปรเดียว 12 4.ความคล้าย 11 5.กราฟของฟังก์ชันกำลังสอง 10 6.สถิติ (3) 8 รวม 60


โครงสร้างรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค23101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 60 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 100 คะแนน ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน 1.อสมการเชิง เส้นตัวแปรเดียว ค 1.3 ม.3/1 อสมการ คือ ประโยคสัญลักษณ์ซึ่งใช้เครื่องหมาย >, <, ≥, ≤, ≠ แทน ความสัมพันธ์มากกว่า น้อยกว่า มากกว่าหรือเท่ากับ น้อยกว่าหรือ เท่ากับ และไม่เท่ากับตามลำดับ ประโยคที่ใช้เครื่องหมายเหล่านี้บอก ความสัมพันธ์ของจำนวน คำตอบของอสมการ คือ จำนวนที่แทนค่าของตัวแปรในอสมการ แล้ว ทำให้อสมการเป็นจริง การแก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว คือ การหาคำตอบของอสมการ 11 11 2.การแยกตัว ประกอบของ พหุนามที่มีดีกรี สูงกว่าสอง ค 1.2 ม.3/1 สูตรกำลังสามของผลบวก และกำลังสามของผลต่าง คือ กำลังสามของผลบวก (A + B) 3 = A 3 + 3A 2B + 3AB2 + B 3หรือ (น + ล) 3 = น 3 + 3น 2 ล + 3นล2 + ล 3 กำลังสามของผลบวก (A − B) 3 = A 3 − 3A 2B + 3AB2 − B 3 หรือ (น − ล) 3 = น 3 − 3น 2 ล + 3นล2 − ล 3 ทฤษฎีบทเศษเหลือ (remainder theorem) กำหนด P(x) เป็นพหุนาม ถ้าหารพหุนาม P(x) ด้วยพหุนาม x − a เมื่อ a เป็นค่าคงตัว แล้วจะได้เศษเหลือเท่ากับ ตัวตั้ง = (ตัวหาร x ผลหาร) + ตัวเศษ P(x) = (x − a)Q(x) + c 8 8


ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน 3.สมการกำลัง ส อ ง ต ั ว แ ป ร เดียว ค 1.3 ม.3/2 สมการกำลังสอง (quadratic equations) คือ สมการของพหุนามตัว แปรเดียวที่มีดีกรีเท่ากับ 2 บางครั้งเรียกสมการกำลังสองว่า สมการดีกรี 2 รูปแบบทั่วไปของสมการกำลังสอง คือ ax 2 + bx + c = 0 เมื่อ a, b, c, เป็นค่าคงตัว และ ≠ 0 การแก้สมการกำลังสอง หมายถึง การคำนวณเพื่อหาค่าของ ตัวแปร ซึ่งจะได้ค่าของตัวแปรที่เป็นคำตอบของสมการที่เป็นจำนวนจริง ได้สองคำตอบ หนึ่งคำตอบ หรือไม่มีคำตอบ ค่าของตัวแปรที่ได้บางครั้ง เรียกว่า รากของสมการ หรือ คำตอบของสมการ วิธีแก้สมการกำลังสอง ก่อนที่จะทำการคำนวณหาค่าตัวแปรของสมการกำลังสอง ให้ จัดด้านขวาของเครื่องหมายเท่ากับให้เป็น 0 แล้วการคำนวณจะมีได้ หลายวิธี เช่น โดยวิธีการดึงตัวร่วม โดยวิธีแยกตัวประกอบ โดยวิธีทำให้ เป็นกำลังสองสมบูรณ์และโดยวีใช้สูตร 12 12 4.ความคล้าย ค 2.2 ม.3/1 รูปเรขาคณิตสองรูปคล้ายกัน ก็ต่อเมื่อ รูปเรขาคณิตสองรูปนั้น เหมือนกัน รูปสามเหลี่ยมสองรูปคล้ายกัน ก็ต่อเมื่อ รูปสามเหลี่ยม สองรูปนั้นมี อัตราส่วนของความยาวของด้านคู่ที่สมนัยกันทุกคู่ เป็น อัตราส่วนที่เท่ากัน สมบัติของรูปสามเหลี่ยมคล้ายกัน 1. มุมที่สมนัยกันมีขนาดเท่ากันสามคู่ 2. ด้านที่สมนัยกันจะมีด้วยกันสามคู่ 3. อัตราส่วนของด้านที่สมนัยกันจะเท่ากัน 11 11


ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน 5.ก ร า ฟ ข อ ง ฟังก์ชันกำลัง สอง ค 1.2 ม.3/2 ฟังก์ชันกำลังสอง คือ ฟังก์ชันที่อยู่ในรูป y = ax2 + bx + c เมื่อ a, b, c เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ a ≠ 0 ฟังก์ชันกำลังสองหรือสมการพาราโบลา เขียนได้ 2 รูปแบบ 1. รูปทั่วไป y = ax2 + bx + c เมื่อ a, b, c เป็น จำนวนจริงใดๆ ที่ a ≠ 0 2. ร ู ป สม ก า ร ม า ต ร ฐา น ที ่ เ ข ี ย น ใน ร ูป y = a(x − h) 2 + k เมื่อ a ≠ 0 10 10 6.สถิติ(3) ค 3.1 ม.3/1 แผนภาพกล่อง (box plot) คือแผนภาพกล่อง เป็นการใช้แผนภูมิแสดงสาระที่ สำคัญของข้อมูล คือ ค่ากลาง ค่าการกระจายสัดส่วนข้อมูลที่มากหรือน้อยกว่าค่า กลาง รวมทั้งข้อมูลที่อยู่ห่างจากกลุ่มมากๆ มัธยฐาน (median) เป็นค่ากลางของข้อมูล ซึ่งเมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก หรือจากมากไปหาน้อย จำนวนของข้อมูลที่น้อยกว่าค่านั้นจะเท่ากับจำนวนของ ข้อมูลที่มากกว่าค่านั้น หรือเรียกได้ว่าเป็นค่ากึ่งกลางของข้อมูลชุดนั้น หรือค่าที่อยู่ ในตำแหน่งกลางของข้อมูลชุดนั้น ควอไทล์ (quartiles) เป็นการวัดตำแหน่งของข้อมูลที่แบ่งข้อมูลทั้งหมดออกเป็น 4 ส่วน โดยแต่ละส่วนมีจำนวนข้อมูลเท่า ๆ กัน เมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก ค่าที่แบ่งข้อมูลออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน มี 3 ค่า คือ ควอไทล์ที่ 1 (Q1) ควอไทล์ที่ 2 (Q2 ) ควอไทล์ที่ 3 (Q3 ) ตามลำดับ การแปลความหมายของข้อมูล (interpreting data)เป็นการแปลความหมาย ผลการวิเคราะห์ที่ได้และเชื่อมโยงผลการวิเคราะห์นั้นกับคำถามที่สร้างไว้ใน ตอนต้น โดยคำถามที่ใช้ในทางสถิติที่เป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการวิเคราะห์ที่ แตกต่างกัน 8 8 รวม 60 60 คะแนนสอบกลางภาค 20 คะแนนสอบปลายภาค 20 รวมคะแนนทั้งหมด 100


แผนการประเมินผลรายวิชา รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค 23101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยการ เรียนรู้ที่ รายละเอียดจุดประสงค์ ค ะ แ น น ว ั ด ผ ล ระหว่างเรียน คะแนน รวม K P A ก ล า ง ภาค ป ล า ย ภาค 1 1. เขียนอสมการแทนข้อความที่เกี่ยวกับการไม่เท่ากันของ จำนวน 2 1 1 2 6 2. แก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และเขียนกราฟแสดง คำตอบ 2 1 1 4 10 3. แก้ปัญหาโดยใช้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ 2 1 1 4 2 1. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสามที่อยู่ในรูปผลบวก ของกำลังสามและผลต่างของกำลังสามโดยใช้สูตร 2 1 2 5 2. แยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสาม ที่ สามารถจัดให้อยู่ในรูปผลต่างของกำลังสอง กำลังสอง สมบูรณ์ ผลบวกของกำลังสาม หรือผลต่างของกำลังสาม โดยใช้สมบัติการเปลี่ยนหมู่ สมบัติการสลับที่ หรือสมบัติการ แจกแจง 2 2 1 4 9 3 1. แก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียว 5 2 1 6 14 2. นำความรู้เกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวแปรเดียวไปใช้ใน การแก้ปัญหา 2 2 2 6 4 1. ระบุเงื่อนไขที่ทำให้รูปหลายเหลี่ยมสองรูปคล้ายกัน และ บอกสมบัติของรูปหลายเหลี่ยมที่คล้ายกัน 2 1 1 2 6 2. ระบุเงื่อนไขที่ทำให้รูปสามเหลี่ยมสองรูปคล้ายกัน และ บอกสมบัติของรูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน 2 1 1 2 6 3. ใช้สมบัติของรูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกันในการให้เหตุผล และแก้ปัญหา 2 1 3 6


หน่วยการ เรียนรู้ที่ รายละเอียดจุดประสงค์ ค ะ แ น น ว ั ด ผ ล ระหว่างเรียน คะแนน รวม K P A ก ล า ง ภาค ป ล า ย ภาค 5 1. ระบุลักษณะพร้อมทั้งเขียนกราฟของฟังก์ชันกำลัง ส อ ง ท ี ่ อ ย ู ่ ใ น ร ู ป y = ax2 , y = ax2 + , y = a(x − h) 2 , y = a(x − h) 2 + แ ล ะ y = ax2 + bx + c เมื่อ a, b, c, h และ k เป็นค่าคงตัวที่ a ≠ 0 4 2 2 4 12 2. นำความรู้เกี่ยวกับกราฟของฟังก์ชันกำลังสองไปใช้ใน การแก้ปัญหา 1 1 2 4 6 1. นำเสนอข้อมูลในรูแผนภาพกล่องโดยใช้วิธีการหรือ เทคโนโลยีที่เหมาะสม 1 1 2 4 2. อ่าน วิเคราะห์ และแปลความหมายผลลัพธ์ที่นำเสนอ ในรูปแผนภาพกล่อง 2 1 1 3 7 3. ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ คาดคะเน และสรุปผลได้ อย่างเหมาะสม 1 1 1 3 รวม 100


ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจํานวน ระบบจํานวน การดําเนินการของ จํานวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการ สมบัติของการดําเนินการ และนําไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง - - สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟงก์ชัน ลําดับและอนุกรม และนําไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. เข้าใจและใช้การแยกตัวประกอบของพหุนาม ที่มีดีกรีสูงกว่าสองในการแก้ปญหาคณิตศาสตร์ การแยกตัวประกอบของพหุนาม - การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกว่าสอง 2. เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับฟงก์ชันกําลังสอง ในการแก้ปญหาคณิตศาสตร์ ฟงก์ชันกําลังสอง - กราฟของฟงก์ชันกําลังสอง - การนําความรู้เกี่ยวกับฟงก์ชันกําลังสองไปใช้ ในการแก้ปญหา


การวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ผลการเรียนรู้ รายวิชา ค23102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน สาระที่ 1 จํานวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพันธ์หรือช่วยแก้ปญหาที่กําหนดให้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. เข้าใจและใช้สมบัติของการไม่เท่ากันเพื่อ วิเคราะห์และแก้ปญหา โดยใช้อสมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว - อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว - การแก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว - การนําความรู้เกี่ยวกับการแก้อสมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียวไปใช้ในการแก้ปญหา 2. ประยุกต์ใช้สมการกําลังสองตัวแปรเดียว ในการแก้ปญหาคณิตศาสตร์ สมการกําลังสองตัวแปรเดียว - สมการกําลังสองตัวแปรเดียว - การแก้สมการกําลังสองตัวแปรเดียว - การนําความรู้เกี่ยวกับการแก้สมการกําลังสอง ตัวแปรเดียวไปใช้ในการแก้ปญหา 3. ประยุกต์ใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร ในการแก้ปญหาคณิตศาสตร์ ระบบสมการ - ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร - การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร - การนำความรู้เกี่ยวกับการแก้ระบบสมการ เชิงเส้นสองตัวแปรไปใช้ในการแก้ปญหา สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดวัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดและนําไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องพื้นที่ผิวของพีระมิด กรวย และทรงกลมในการแก้ปญหาคณิตศาสตร์ และปญหาในชีวิตจริง พื้นที่ผิว - การหาพื้นที่ผิวของพีระมิด กรวย และทรงกลม - การนําความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ผิวของพีระมิด กรวย และทรงกลมไปใช้ในการแก้ปญหา 2. ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลมในการ แก้ปญหาคณิตศาสตร์ และปญหาในชีวิตจริง ปริมาตร - การหาปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม - การนําความรู้เกี่ยวกับปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลมไปใช้ในการแก้ปญหา


สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่าง รูปเรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนําไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. เข้าใจและใช้สมบัติของรูปสามเหลี่ยม ที่คล้ายกันในการแก้ปญหาคณิตศาสตร์และ ปญหาในชีวิตจริง ความคล้าย - รูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน - การนําความรู้เกี่ยวกับความคล้ายไปใช้ในการ แก้ปญหา 2. เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับอัตราส่วน ตรีโกณมิติในการแก้ปญหาคณิตศาสตร์ และปญหาในชีวิตจริง อัตราส่วนตรีโกณมิติ - อัตราส่วนตรีโกณมิติ - การนำค่าอัตราส่วนตรีโกณมิติของมุม 30 องศา 45 องศา และ 60 องศา ไปใช้ในการแก้ปญหา 3. เข้าใจและใช้ทฤษฎีบทเกี่ยวกับวงกลม ในการแก้ปญหาคณิตศาสตร์ วงกลม - วงกลม คอร์ด และเส้นสัมผัส - ทฤษฎีบทเกี่ยวกับวงกลม สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเปน มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปญหา ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนําเสนอ และวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนภาพกล่องและแปล ความหมายผลลัพธ์รวมทั้งนําสถิติไปใช้ในชีวิตจริง โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม สถิติ - ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล ⚫ แผนภาพกล่อง - การแปลความหมายผลลัพธ์ - การนําสถิติไปใช้ในชีวิตจริง สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเปน มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเปน และนําไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่มและนําผลที่ได้ ไปหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ ความน่าจะเปน - เหตุการณ์จากการทดลองสุ่ม - ความน่าจะเป็น - การนําความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็น ไปใช้ในชีวิตจริง


คณิตศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รหัสวิชา ค 23102 จำนวนเวลาเรียน 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลาเรียน 3 ชั่วโมง / สัปดาห์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. คำอธิบายรายวิชา ศึกษาเกี่ยวกับระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร คือ สมการที่แสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรสองตัว แปร ซึ่งในที่นี้จะแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปร x และตัวแปร y และมีดีกรีของตัวแปรเป็นหนึ่ง ซึ่งสมการเชิง เส้นสองตัวแปร มีรูปทั่วไปคือ Ax + By + C = 0 เมื่อ A, B และ C เป็นค่าคงตัว โดยที่ A และ B ไม่เป็นศูนย์พร้อมกัน วงกลม มุมที่จุดศูนย์กลางของวงกลม มุมในส่วนโค้งของวงกลม มุมในครึ่งวงกลม เส้นสัมผัสวงกลม รูปสี่เหลี่ยมจะมีวงกลมแนบในได้ก็ต่อเมื่อผลบวกของความยาวด้านตรงข้ามของรูปสี่เหลี่ยมยาวเท่ากันและใน วงกลมเดียวกันหรือวงกลมที่เท่ากัน ถ้ามุมที่จุดศูนย์กลางมีขนาดเท่ากันแล้วส่วนโค้งที่รองรับมุมที่จุดศูนย์กลาง นั้นจะยาวเท่ากัน พีระมิด กรวยและทรงกลม พีระมิด (pyramid) คือ รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานเป็นรูปหลายเหลี่ยม ใดๆ มียอดแหลมซึ่งไม่อยู่บนระนาบเดียวกันกับฐาน หน้าทุกหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีจุดยอดร่วมกันที่จุดยอด ของพีระมิด และการเรียนชื่อพีระมิดเรียนตามลักษณะของฐานของพีระมิดกรวย(cone) คือ รูปเรขาคณิตสาม มิติที่มีฐานเป็นวงกลม มียอดแหลมที่ไม่อยู่บนระนาบเดียวกันกับฐาน และเส้นที่ต่อระหว่างจุดยอดกับจุดใดๆ บนขอบของฐานเป็นส่วนของเส้นตรงทรงกลม(sphere) คือ รูปทรงเรขาคณิตสามมิติที่มีผิวโค้ง เรียบ และจุด ทุกจุดบนผิวโค้งอยู่ห่างจากจุดคงที่จุดหนึ่งเป็นระยะเท่ากัน ความน่าจะเป็น หมายถึง จำนวนที่แสดงให้ทราบว่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมีโอกาสที่ จะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดการทดลองสุ่ม เหตุการณ์ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์และค่าคาดหมาย อัตราส่วนตรีโกณมิติ (Trigonmetrio ratio) หมายถึงอัตราส่วนของความยาวด้านทั้งสามของรูป สามเหลี่ยมมุมฉาก สมบัติของรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า สมบัติของรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า สมบัติของรูป สามเหลี่ยมหน้าจั่ว มุมก้ม เป็นมุมที่เกิดจากแนวเส้นระดับสายตากับแนวเส้นจากตาไปยังวัตถุ โดยวัตถุอยู่ใต้ แนวเส้นระดับสายตา มุมเงย เป็นมุมที่เกิดจากแนวเส้นระดับสายตากับแนวเส้นจากตาไปยังวัตถุ โดยวัตถุอยู่ เหนือแนวเส้นระดับ


ตัวชี้วัด ค1.3 ม.3/3 ประยุกต์ใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรในแก้แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ค2.2 ม.3/3 เข้าใจและใช้ทฤษฎีบทเกี่ยวกับวงกลมในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ค2.1 ม.3/1 ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องพื้นที่ผิวของพี่ระมิด กรวย และทรงกลมในการแก้ปัญหา คณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง ค2.1 ม.3/2 ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องปริมาตรของพี่ระมิด กรวย และทรงกลมในการแก้ปัญหา คณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง ค 3.2 ม.3/1 เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่มและนำผลท ี่ได้ไปหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ ค 2.2 ม.3/2 เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับอัตราส่วนตรีโกณมิติในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหา ในชีวิตจริง รวมทั้งหมด 6 ตัวชี้วัด


การจัดโครงสร้างรายวิชา หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก/สัดส่วน ของคะแนน 1 ระบบสมการเชิงเส้น สองตัวแปร ค 1.3 ม.3/3 ประยุกต์ใช้ระบบสมการเชิงเส้น สองตัวแปรในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 13 17 2 วงกลม ค 2.2 ม.3/3 เข้าใจและใช้ทฤษฎีบทเกี่ยวกับ วงกลมในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 14 17 3 พีระมิด กรวย และ ทรงกลม ค 2.1 ม.3/1 ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องพื้นที่ผิว ของพีระมิด กรวย และทรงกลมในการ แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ และปัญหาในชีวิตจริง ค 2.1 ม.3/2 ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องปริมาตร ของพีระมิด กรวย และทรงกลมในการ แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ และปัญหาในชีวิตจริง 15 16 4 ความน่าจะเป็น ค 3.2 ม.3/1 เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่ม และนำผลที่ได้ไปหาความน่าจะเป็นของ เหตุการณ์ 8 25 5 อัตราส่วน ตรีโกณมิติ ค 2.2 ม.3/2 เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับ อัตราส่วนตรีโกณมิติในการแก้ปัญหา 10 25


การกำหนดน้ำหนักคะแนน 1. อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาค : คะแนนสอบปลายภาค = 80 : 20 2. อัตราส่วนคะแนนก่อนสอบกลางภาค : คะแนนสอบกลางภาค : คะแนนหลังสอบกลางภาค = 30 : 20 : 30 3. (อัตราส่วนคะแนนก่อน + หลังสอบกลางภาค) : คะแนนสอบกลางภาค : คะแนนสอบปลายภาค = 60 : 20 : 20 การวัดและประเมินผลการเรียน คะแนน ระดับผลการเรียน ความหมายของผลการประเมิน 80-100 4 ดีเยี่ยม 75-79 3.5 ดีมาก 70-74 3 ดี 65-69 2.5 ค่อนข่างดี 60-64 2 ปานกลาง 55-59 1.5 พอใช้ 50-54 1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 0-49 0 ต่ำกว่าเกณฑ์ “มส” หมายถึง ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาค โดยผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในรายวิชา และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน นักเรียนที่จะได้ผลการเรียน “มส” ในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน คือ นักเรียนที่มีเวลาเรียน น้อยกว่า 48 ชั่วโมง และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน “ร” หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินไม่ได้ โดยผู้เรียนไม่มีข้อมูลผลการเรียนครบถ้วน เช่น ไม่ได้วัดผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่มอบหมายให้ทำซึ่งงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการ ตัดสินผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้การประเมินผลการเรียนประเมินไม่ได้


โครงสร้างกำหนดการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค23101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน สัปดาห์ที่ แผนที่ จำนวน ชั่วโมง วันที่สอน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 1 1 1 9/05/2565 การทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 2 1 10/05/2565 สัญลักษณ์ของอสมการ 3 1 11/05/2565 คำตอบของอสมการ 2 4 1 17/05/2565 กราฟแสดงคำตอบของอสมการ 5 1 18/05/2565 กราฟแสดงคำตอบของอสมการ 6 1 19/05/2565 สมบัติการบวกของการไม่เท่ากัน 4 7 1 23/05/2565 สมบัติการบวกของการไม่เท่ากัน 8 1 24/05/2565 สมบัติการคูณของการไม่เท่ากัน 9 1 25/05/2565 โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว 5 10 1 30/05/2565 การทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 11 1 31/05/2565 การทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 12 1 01/06/2565 ผลบวกของกำลังสาม 6 13 1 06/06/2565 ผลต่างของกำลังสาม 14 1 07/06/2565 การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสาม ที่สามารถจัดให้อยู่ในรูปผลต่างของกำลังสอง 15 1 08/06/2565 การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสาม ที่สามารถจัดให้อยู่ในรูปกำลังสองสมบูรณ์ 7 16 1 13/06/2565 การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสาม ที่สามารถจัดให้อยู่ในรูปผลบวกของกำลังสาม หรือ ผลต่างของกำลังสาม 17 1 14/06/2565 การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสาม ที่สามารถใช้แนวคิดจากการแยกตัวประกอบของ พหุนามดีกรีสอง 18 1 15/06/2565 การทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 8 19 1 20/06/2565 รูปเรขาคณิตที่คล้ายกัน


สัปดาห์ที่ แผนที่ จำนวน ชั่วโมง วันที่สอน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 20 1 21/06/2565 รูปหลายเหลี่ยมสองรูปที่คล้ายกัน 21 1 22/06/2565 รูปหลายเหลี่ยมสองรูปที่คล้ายกัน 9 22 1 27/06/2565 รูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน 23 1 28/06/2565 รูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน 24 1 29/06/2565 รูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน 10 25 1 04/07/2565 รูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกัน 26 1 05/07/2565 การนำรูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกันไปใช้ในทาง คณิตศาสตร์ 27 1 06/07/2565 การนำรูปสามเหลี่ยมที่คล้ายกันไปใช้ในทาง คณิตศาสตร์ 11 1 11-19 /07/2565 สอบกลางภาค 28 1 20/07/2565 การทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 12 29 1 25/07/2565 รูปทั่วไปของสมการกำลังสองตัวแปรเดียว 30 1 26/07/2565 การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใช้วิธีแทน ค่า 31 1 27/07/2565 การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใช้วิธี แยกตัวประกอบ 13 32 1 01/08/2565 การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใช้วิธี แยกตัวประกอบ 33 1 02/08/2565 การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใช้ใช้สูตร 34 1 03/08/2565 การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใช้ใช้สูตร 14 35 1 08/08/2565 โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวแปรเดียว 36 1 09/08/2565 โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวแปรเดียว 37 1 10/08/2565 การทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 15 38 1 15/08/2565 ฟังก์ชัน 39 1 16/08/2565 สมการของพาราโบลา 40 1 17/08/2565 การเขียนกราฟของสมการของพาราโบลา 16 41 1 22/08/2565 การเขียนกราฟของสมการของพาราโบลา 42 1 23/08/2565 การเขียนกราฟของสมการของพาราโบลา


สัปดาห์ที่ แผนที่ จำนวน ชั่วโมง วันที่สอน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 43 1 24/08/2565 การเขียนกราฟของสมการของพาราโบลา 17 44 1 29/08/2565 การเขียนกราฟของสมการของพาราโบลา 45 1 30/08/2565 การเขียนกราฟของสมการของพาราโบลา 46 1 31/08/2565 การทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 18 47 1 12/09/2565 ควอร์ไทล์ของข้อมูล 48 1 23/09/2565 แผนภาพกล่อง 49 1 14/09/2565 การอ่านและแปลความหมายจากแผนภาพกล่อง/ การเปรียบเทียบแผนภาพกล่อง 19 50 1 19/09/2565 ควอร์ไทล์ของข้อมูล 51 1 20/09/2565 แผนภาพกล่อง 52 1 21/09/2565 การอ่านและแปลความหมายจากแผนภาพกล่อง/ การเปรียบเทียบแผนภาพกล่อง 53-54 2 23/09/2565 การทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 20 1 3-6/ 10/2565 สอบปลายภาค


กำหนดการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค23102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน สัปดาห์ที่ แผนที่ จำนวน ชั่วโมง วันที่สอน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 1 1 1 26/10/2565 การทดสอบก่อนเรียนบทที่ 1 2 1 28/10/2565 ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร 2 3 1 01/11/2565 การหาคำตอบของระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรโดย การเขียนกราฟ 4 1 02/11/2565 การหาคำตอบของระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรโดย การเขียนกราฟ 2 5 1 04/11/2565 การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรโดยการแทนค่า 3 6 1 08/11/2565 การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรโดยการแทนค่า 2 7 1 09/11/2565 การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรโดยการกำจัด ตัวแปร 8 1 11/11/2565 การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรโดยการกำจัด ตัวแปร 2 4 9 1 15/11/2565 การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรโดยการกำจัด ตัวแปร 3 10 1 16/11/2565 การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัว แปร 11 1 18/11/2565 การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัว แปร 2 5 12 1 22/11/2565 การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัว แปร 3 13 1 23/11/2565 ทดสอบหลังเรียนบทที่ 1 14 1 25/11/2565 ทดสอบก่อนเรียนบทที่ 2 6 15 1 29/11/2565 ส่วนต่างๆ ของวงกลม 16 1 30/11/2565 มุมที่จุดศูนย์กลางและมุมในส่วนโค้งของวงกลม 17 1 02/12/2565 มุมที่จุดศูนย์กลางของวงกลม


สัปดาห์ที่ แผนที่ จำนวน ชั่วโมง วันที่สอน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 7 18 1 06/12/2565 มุมในส่วนโค้งของวงกลม 19 1 07/12/2565 มุมและส่วนโค้งที่รองรับมุม 20 1 09/12/2565 มุมและส่วนโค้งที่รองรับมุม 8 21 1 13/12/2565 มุมและส่วนโค้งที่รองรับมุม 3 22 1 14/12/2565 รูปสี่เหลี่ยมแนบในวงกลม 23 1 16/12/2565 คอร์ด 9 24 1 20/12/2565 คอร์ดกับจุดศูนย์กลางของวงกลม 25 1 21/12/2565 เส้นสัมผัสวงกลม 26 1 23/12/2565 เส้นสัมผัสและคอร์ด 10 27 1 27/12/2565 ทดสอบหลังเรียนบทที่ 2 28 1 28/12/2565 ทดสอบก่อนเรียนบทที่ 3 29 1 30/12/2565 ปริมาตรของพีระมิด 11 1 04-06 /01/2566 ทดสอบกลางภาค 12 30 1 10/01/2566 ปริมาตรของพีระมิด 2 31 1 11/01/2566 พื้นที่ผิวของพีระมิด 32 1 13/01/2566 ปริมาตรของกรวย 12 33 1 17/01/2566 พื้นที่ผิวของกรวย 34 1 18/01/2566 ปริมาตรของทรงกลม 35 1 20/01/2566 พื้นที่ผิวของทรงกลม 13 36 1 24/01/2566 ทดสอบหลังเรียนบทที่ 3 37 1 25/01/2566 ทดสอบก่อนเรียนบทที่ 4 38 1 27/01/2566 โอกาสของเหตุการณ์ 14 39 1 31/01/2566 การทดลองสุ่ม 40 1 01/02/2566 การทดลองสุ่ม 2 41 1 03/02/2566 เหตุการณ์ 15 42 1 07/02/2566 ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ 43 1 08/02/2566 ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ 2 44 1 10/02/2566 ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ 3


สัปดาห์ที่ แผนที่ จำนวน ชั่วโมง วันที่สอน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 16 45 1 14/02/2566 ทดสอบหลังเรียนบทที่ 4 46 1 15/02/2566 ทดสอบก่อนเรียนบทที่ 5 47 1 17/02/2566 ความหมายของอัตราส่วนตรีโกณมิติ 17 48 1 21/02/2566 อัตราส่วนตรีโกณมิติ 49 1 22/02/2566 อัตราส่วนตรีโกณมิติของมุม 30° , 45° และ 60° 50 1 24/02/2566 อัตราส่วนตรีโกณมิติของมุม 30° , 45° และ 60° (2) 18 51-52 1 28/02/2566 อัตราส่วนตรีโกณมิติของมุมแหลมขนาดอื่นๆ(1)-(2) 53 1 01/03/2566 การนำอัตราส่วนตรีโกณมิติไปใช้ในการแก้ปัญหา 54 1 03/03/2566 ทดสอบหลังเรียนบทที่ 5 19 1 07-11/ 03/2566 ทดสอบปลายภาค ประ ว


Click to View FlipBook Version