ศสรพผขแก(รรขขรรสสกก22เเรรททEปปักอบัางลกึั00ัักกะะกกบออาา้้งังั่ี่ีCิิ เรษiiดด11งษกบรรหหษษษษเเ22มมควMผคคแแ33เเาผผาาเ่าาNววาาารููททลลา่ปรรลลทOรททท่่าาซซใพพาาา่่ ตaกก่่าาาาสะะนิดตต�ำงง่ีะ่่ท)ึึาางงmนนะะบบดัลลiังใเกกกดดใใัั2หใใใttั้งทหหหค้้เุุ่่มมaaนนกกัันหหใใาชชาาแแคแก์ขuuอ่าื้ไ2์์ขขาารรยยนนรก))ใใไไ้้้้บบลรามอ22นรร0วผผ่่ออออ้้นนามมกการะเเเเ่พมบบGใใั้น1ิเททมมา่่ารยยมมะาาผคพ่่พกกชชูล3ตตบaร)สสtรร่ืื่ออ่่หาาููลลร่((ารรบบa้้nกักดดััคกกววเ่่SSEEออททาไไพ์ตขณณuมdษลคคเเิิคคuuวบบััะCCงงมมคคั้อาาดบ2ื่อีีุe่ททมววbbาาืืหออกกกกMM่่พพรรมแท00กเซมggาาrยีี่่มม์ขทลลาาาามมูลGGบบบrrาึ่งำ�แOO่อรระะีี้อรรoo2ออา่้้ รใไกแแบตaaคคสสหหยชะะuuมกททม0ใงงnnากกกชววสppดด้ใังงับัลู์์ขขแแ1่่ี่ีพแแรddตตนตาา(้เเ่อบบััพ1สลลออee้้ตตSคคEบมมาา่่aaก0่าrrง5ังมมuะะบMงกกรรnnคงแแรOOกเ22กกกกbaaลููลาาวกตตคณMวตตO00ลxxllะะนน่าััาาพพgัน่่ราาyyากก11yyีท้อหหมcรรrงงามssอออบบ11ทggตตoHผผii่มีงกกีะ์์ขขยยแ55ssยeeววีแ่่่uาา4แห่่าารีนนoัั))าาnn่่ออ้้ต่าMMงงาา่่ตpตตละงงข์aanใใงมมมมกกกกพพกมมดttดดะััccมอ้นนeiiีีนนตููลลััาตaHH44ooบับบีีนนกแแมีนyรกก่ากกออnา่nาooววบบยยูลกกััศัยงาาOงลลaยยรnnาาสส่่II2กกรราาึกสกบบุุ่่มมlาา่่nnxผใใeeรรผผ0าาลันy�ษำันงงเเyddyyนนยย่ศศาคคปปคs1่มุ่าา่ มมอาใeegออ่่ตึึกกททi22ิิตตญญนัั0ัญxxยทeดดsีียนนยย00ัดษษดดุุ)ัักก1ก่อnททีม่ไไ่าทสสยย11ัั((2แาาททกกายSSงaมมีกพ00าาสสาููงงททบรมt้้Fาาuuงงงงัั11า่่งพพ22บาาi(ผ22่่ีีรรมมbbีสส11นioบรสSคคs22บบว่าFFศศggีีเกกซซnัuถถยถเhญญปััต่าrriiึึปกกคควว่่าาึึสิิbิตตตงงssoomใดัIรรรธิิธททhhษษววnิจจดน�ำuuิgิิ((ยี ทเเmmีีpp((าาadาาrคppาา(าาปปไทผผบop--มมงั้กกงงมพพneัญaavvรรุกปปูู้้เ-uสสAAททnnแแ่พxีีบบท2aavยย่่กทpววถถ2้้llตตnnงงaัับบ22บียกกสuuาายยวaaิิ0ตตlกก00บeeเเรA44ูงาาคงuททิธllทท1ิิ11yyตต2รรศสรn((ี00วe1ี่ี่กกไไ111ีียยssppใใ(่่ะาาึกถ..aาผiiดดซ9999าาบบ9ชช--งงssดิษlตม0vvNNูป้รร77ึ่งรร))้้yกกรร้้ ับิNaaใใ.แEEาจศศ))ัับบว่saa9ะะันันllนน(คพาiึึตxxnnกกแแaยuup7sดดกกขขกวttกกeenบลลท)กษษ)-22rrบบาาัั าทออvaaาาะะตกีไ่ใรร00าา00มแคครรaดนง้ังง2ไไไไ11รรา่..าแCCล44ศศววlรรร้มมก330มมัักกรง4u11ตาาะึึับกกะะoo88ใา1ก่่พพ่่ษษพพeมม,,ชไกกแแrrดดรษษก3ันมppบบาาบบแแII้ตศาลลาบบััาา822ดดoo0ข่พEคคตตรคคา่กึระะททrrเเวว.้้88อศxงแบววรกกeeปป4ววษี่่ีมม66ยยOOกtกึaaกังาาล็็ตตาา1คานนr%%ีีกกllมมรนัษมมษkkaEEะ,่าา่ทวะกกาาแแaaงงขแแาMMาาCCม่ี IรรแแzzดรรกกตตC2ไอดมOตตMMaaใใกี มลลeeัดดบนนัักกง้วoแkkกกชชkmmา่พะะร8ย--OOตตเขขiiตrตตaร้้ดดปะp6bbบEE22าา่่กออttใz่่าาE่่ดาาaarrชไไ%o็งงน00CCคงงaตงงaauuงงCับกกดด้11rกกกวรรnnMMk่า22ใใEeM55นนเรรัั้้าะะeeiงนนรัันนแปC00a66ััOOบบมกดด((Oดลน็..ยย2MlเเHHOO00แันกกลลบบจจัั-กกะก011ดไไeeตOMไxxืืาาาาออเเรเเ1))ดttปปมมกกรรyyวว่กา(eeดดดte5H็็ร้ ggรรไแแนน่่งaแแrrนนททต้้ -m6มooับeeััดeกกใ((uตตตต่า้้ ใใกกงงัั ggppนnn่แาก่tษษ ง2่่นนเเกกbรรeeHHaaeงมม44ตเกาจาาnnตตดดttใrลกกr0ร่ื่ื))iiออกนันaดดกกาeeooo่่--าาือาา.รตททniiยดดเก0ววาา้้nnงงgรรttกัลดสสา่yyรรกe1ยย่่กก((eาาทาาศศอษื EEง))งงศศ่่กกงงกกเ)nนนััึึั้กกงขขดวก(าใใCCึึผผกกOาาาาepษษใใน้แออดนนันรรรรMMลลษษ4i(xนนHตใtงงว้าาpใสสเเผผใใyนyาาลลนขขกกยOOกก่เ)H่่าาัังงหหพพกg)มืืกออกกออาาาาตตเเ)))eาส่ือคคบบ้้รรผผารรดดใใาาขงงดดัั nรร่รศศงนนทผผรรรรลลววอะแแNNศ((aศผผผึึาากกา่่า�าาำ่่กกกกppงหบบึtกะะกึลaaตต่าา่ททกษษกHHาาาาiวmmoตหหตษบบษใดด้้ััรรรราางงััาาา่))หดััดnรร์์าาง้
ภาพภภทาาพพี่ 4ทท่่ีีร44ะรรดะะบั ดดคบบัั าคครววบ์ าาอมมนเเปปไ็็นนดกกอรรอดดก--ไดดซ่่าาดงงใ์ในนเเลลอืือดด ((ppPHHa))CO2)
50
7
11 การศึกษภภภาาาาทพพพ่ีมทททีก่ีี่ี่า555รกกเปาาารรรียสสบงงัั เเคคทรรียาาบะะรหหะ์์ขขย้ออ้ะมมเวูลลู ลกกาลลกุ่มมุ่ารยยผ่ออ่ า่ยยต((ดั SSuu(Obbggprreoooruuaupptipvaaennaaatnillmayylsseyii)ss))5is,รร7)-ะะ1ร4ดด,ะ1บบััด6-คค1ับ8ววคพาาวบมมาวเเมปปา่ เ็็ สนนป่วกก็นนรรกดดใรห--ดดด-ญ่่ดาางงก่าใใงานนใรนผเเลลเา่ ลืืออตอืดดดั ดแ((ppบ(pHHบH))ส)่องกลอ้ งใช้
ระยะเวลาการผา่ ตดั ท่ีมากกวา่ การผา่ ตดั แบบเปิ ด เม่ือสงั เคราะห์ขอ้ มูลพบวา่ มีความแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ(p-value
10เคว4.่า0ล7เ0าฉ80ก.ล01า1ีย่))ร1ท(ผMก่ีคา่ าตeา่ รเดัaฉศnทลกึ ีม่ D่ียษา(iาfMกfทeกeมี่rวaeีกา่nnกาDcราeเiรปf)ผfรeแา่ rยีตลeบัดnะเcแท9eบ5)ยี แบ%บลเรปะcะดิ oย9เn5ะม%fเอื่iวdสลceงัาonเกnคcาfรieรdาผeะInา่nหtตc์ขeeดั rอ้ I(vOมnatลูpleพreทvบrี่aa4lวt7่าทiv.ม9ี่e4ีค97tว.แiา9mลม9ะeแแ)ต45ล,ก.ะ70-ต1344่า,-.ง1106ก35-1นั-.801อพ53ย.บ0น่าว3งา่ามทนสนี ีาว่(ยัทPนส<ี ใ(�ำห0Pค.ญ0<ัญ0่ก0ท0า.า01รง0ผ,ส0I่า2ถ1ต9,ิตัด6Iิแ2%(pบ96-บแv%สลaอ่lะแuงลteกaะลu0อ้t2a.0งu1ใ024ช07ร้ 1ะ8)ย.0ทะ)่ี
ภาพท่ี 6 ระยะเวลาการผ่าตัด (Operative time)
ภาพท่ี 6 ระยะเวลาการผา่ ตดั (Operative time)
ทวาุกรกสาารรศกึกรจษมากากพากรบแาพวรา่วททเิยค้งั์ รกาาะรหผ์ขา่ ตอ้ ดัมแูลบพบบส1่อ5งกกลารอ้ ศงึแกลษะาก5-1า9ร, 2ผ2า่ทตี่มดั ีกแาบรบเปเปรีิยดบสเ่วทนียใบหอญตั ร่ พากบาวรา่ เอกตัิดรซา้าก(Rารeเcกuิดrrซe้าn(tRraetceu)rรreะnหt วraา่ tงeก)สา่วรผน่าใตหดั ญจ่สากูง
ในการผ่าตดั ส่องกลอ้ ง ส่งผลให้การสงั เคราะห์ขอ้ มูลพบอตั ราการเกิดซ้า(Recurrent rate) ในการผ่าตดั ส่องกลอ้ งสูงกวา่ การผ่าตดั
ภาพท่ี 6 ระยะเวลาการผา่ ตดั (Operative time)
จากการวิเคราะห์ขอ้ มูลพบ 15 การศึกษา5-19, 22 ท่ีมีการเปรียบเทียบอตั ราการเกิดซ้า(Recurrent rate) ระหวา่ งการผ่าตดั จาก
ศใทึกนุกษกกาาาพรจรผาศบกา่ึกวตก่าษดาัทารสพ้ังวก่อบิเาคงวรรกา่ผาลท่าะอ้้งัตหกงัดข์ าสแอ้รบ่งมผผบลูา่ ลตพสใดั่อบหแง1กบ้ก5ลาบร้อกสสงา่อแังรงเลศคกะึกรลกษาอ้ าะางร5หแ-ผ1์ขล9่า,ะอ2ต้ 2กมัดทาแูลม่ีรบพกผี บบา่าเรตอปเดัตัปิดแรรสบยาี ่วกบบนาเเใทรปหเยีิกดญบิดส่อซ่วพตั ้นาบร(ใาRวกห่าeาอcญรuัตเ่rกพรreาดิบnกซวtาำ้� า่ รrอ(aเRกtตั eeิดร)cซาuใก้�ำrน rาeร(กRnเากetริดcrผauซ่าtr้ตeาr()eดั Rรnสeะt่อcหuงrวraกrา่ teลงenกอ้)tางrสรสaผ่วtูงeนา่ ก)ตสใวหดั่วา่ ญจนกาา่สใกรหูงทผใญนกุา่ ต่สกกดัาาูงรร
ผแ่าบตบัดเสป่อิ ดงทกี่ลR้อeงlatสiv่งeผลriใsหk้กแาลระสัง9เ5ค%ราcะoหn์ขfi้อdeมnูลtพinบtอerัตvรaาlกคาือรเ2ก.4ิด3ซแ�้ำ ล(ะRe1c.1u2rr-en5.t31raอtยeา่)งใมนีนกยั าสราผค่าญตั ัดทสา่องงสกถลิต้อิ ทงส่ี pูง-กvวa่าluกeารเทผ่าากตบัดแ0บ.0บ3เปิดท่ี
Relative risk และ 95% confident interval คอื 2.43 และ 1.12 - 5.31 อยา่ งมีนัยส�ำคัญทางสถติ ิ ที่ p-value เท่ากับ 0.03
ภภาาพพทท่ี 7่ี 7ออตัตั รราากกาารรเเกกิดิดซซ�ำ้้า ((RReeccuurrrreennttraratet)e) 88
51
ภาพท่ี 8 อตั ราการเกิดซ้า (Recurrent rate) แยกตามขนาดขนาดของช่องโหวข่ องไสเ้ ลื่อนกระบงั ลม (Defect) โดยแบ่งเป็ น Primary
repair และ Patch repair
ภาพที่ 8 อัตราการเกดิ ซ้�ำ (Recurrent rate) แยกตามขนาดขนาดของช่องโหวข่ องไส้เลือ่ นกระบังลม (Defect) โดยแบง่ เป็น Primary
rภeาpพaทirี่ แ8ลอะตั รPาaกtcารhเกreิดpซa้าir(Recurrent rate) แยกตามขนาดขนาดของช่องโหวข่ องไสเ้ ลื่อนกระบงั ลม (Defect) โดยแบ่งเป็ น Primary
repair และ Patch repair
ภาพท่ี 9 ขนาดชอ่ งโหว่โดยแบ่งตาม Congenital Diaphragmatic Hernia Study Group (CDHSG)19
ภาพที่ 9 ขนาดช่องโหวโ่ ดยแบ่งตาม Congenital Diaphragmatic Hernia Study Group(CDHSG)19
ปีท่ี 44 ฉบบั ท่ี 6 ประจ�ำเดอื นพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม 2562
แตเ่ มื่อพิจารณาความแตกต่าง (Heterogeneity) แต่ละการศึกษาพบวา่ มีความแตกต่างกนั มากที่ I2 เท่ากบั 75% Tau2 เท่ากบั
1.10 และ p-vale < 0.0001 เม่ือสงั เคราะห์ขอ้ มลู แบบกลมุ่ ยอ่ ย(Subgroup analysis) โดยพจิ ารณาในการศึกษาท่ีมีปัจจยั ขนาดของช่อง
99
อแTP(แกแใrขแกกพพพพ((แแแแrr00เเIIPPPiนปปPPee22asตลrลอยาล..rrลลลลาาบบบบa00ิิppikrrกiiuดดรmแแะะ่ารรงกะmmะะะะii88taaออววเาไmmง2เเลลชcต2iiใใส--ยยสaาา่่aaรมตตrrttเััpt00h่ะะา่นนอ.aaaaปี))ยแ ไไบบrr็็ar้เศ6นีรรจ..-งrryyuuลyง33มมชตททกกuvน็ึกTT4yyซซาrากยั22โ่อื77eีวarrพ่่พ่เกก2าาีี่่rษaaห่่ันออสม55eeRRจจrr0นeแิตรรlpกuuออาาบบeeppาe..ว�ำ5มมขือ่าาpศศลกee33รร22aาppยยสaaทค่ข<กกคค.อllพร(00เเึึaะiรกก3aaiiาา่่aa((เเงสสrMีม่ญันกกrrว0ววง))ปปPPะiiiงง)ิจ0ttษษผ))rrrเีีอiiิยยปี9าา.าาา็็มมบaa)oนนทค))าvv)นน0ลทเเาามมรรชชตั5ดttมมจัรeeีีรนนเrงั0าททccออใแแี่นววมแแีี%tววรณาใจ00ลื่ื่หออhhงR0rrยยaััลลกกี่่ีมมิเิเหะาตตตตอิิอ่ื ยัสiiมคคเเe1ผ้สสlาssrrะะกหจจททสสีีปปญกกกเiขถCeelkkรรคล((tทาา(ขาาา์a่่ีีงงยยจMMััตตppyอจจิตชชDเoาา่คคกวกกอร22้ียtมผผบบaaาะะ่่าาจจงิ่่ออ(niาeเาญญม..นนััoovบii(ื่อกCrงงลลข66กหหกกยยััมrrpรงงffarrลeู้้กกีี))iยยกสน44eททlนใใดิขขttสบบโโััแd์์ขขt-พaaaงงนนหหัังบัััcททvี้ยeซาหหาาออังrแแตlleกกออs้้บพพเitiiaดงงเั)งกขข่ีี่้�ำsผ้ผ้คงงsลลกttn)ววลลมมคRRlพyyสส kบบทลออขขลลรuะะตโใขขc6ุ่่่มุ่ม(รููลลeeCบดถถนRุม่างั้rrคคงงนนeกก0e่าานนllททพพaa99หะออยิิ-eกaaตตคกทง.ววะาาาาttD855าาี่ี่มมttห0Iบบeeาแcตติิรรััาวาาหดดม่ีnii(ดด%%0(())รvv).uีีชชHมมรบ์ขาสสดรรpp0ททชีข์tศใใee66ใใผมre่่ออาา้อ--แแeท่งแซงงัั0้อ่อ้้CCหหกrงงึัันนvvกก่าเrrแrกกงงมetเเลตต0ึ่ง่ีมงหหษปviiaaคคooตญญeาากกโโตRssจาาnะูลโ0กกllูลannารร็นรรมมkkrัดหหหuuรราาeกะ่่tแ15ตตolffคเเ((าารร9eeกศศส,ดด วกกlii7ตตวว00)บCCr่่gะะาาddวa ,ผผ51ลึึข่่อกกaทท00ิิ..ดดขข่่่า้องงห0e1บeeหหllาt88%าา่่ ,่มุ..นtงaaษษง1ขขiซซนนีี่่nn.nงม0000รตตกve37์์RRssกขขขทา,ccใ้้าาออ00ือ1าาeแาาsseดดล)ัั5ชลแแ5อCออดeeee้้55มี่00ดดงงม,iต((,,่มุสสอlltCC้ว้อลลงoใมม10077RRrIIชีaaกกใใ-yีอก7ห,,ยกัยส่่innออง11ะะ--ntt,ููหหลลs่อ112)าาeeตัiiต9DDทttอ่า่า11ญด2))งงkvvfรรcceeคคงแ,,ญญ99i.รา่งรยกกท่ีส11ุ))eeเหหduurr3ศศโ่ ตวว5533มางทศ1vvห(่่ลลrrูง,,3eม่ีึึซซกกrrรร%%ข((กCาา่ลrr.11aaนีึก(ียกiiCCวออ3n้้55ืืeeีกมม่่Sออึึษษssllงงาlะ,,(ษยัมวข่nn2akkงงcllu11pารจจCCแแมมงกาาaa77ส่า00ttานใททseรเb,,ะะ-ททตต11ssีีาooออน..แสsทR�ำrr22vเา่ี่ี77ssสสตตg..ร22aannแปกก่ี่ีตตนนคIััลยีกe33aด่ีนn55CททttrศููCCffงงออ้้ลตตeeร22ญัรระlชolาออ้้iiเt้อ-กกuึกaีี่่--ddมม))--ลงงะียeาา่่ราาDวีuยยแแDDทยtววeeeษใใ999กกไอองง็กีีบกกเrติ ip,กกnnกลลมvยาาชช่่าv..5,,ขขาาายยาาเ33P(0ccววaงว็eะะบ่พPPท(รรวว%พ้้แแรรCออาา่่ 33eeMaสa.lาา่่่าaaเเงงสสเเซ1ยีลลัับ บงงl99rสสnปปtถ((ttII aมม((oi3บ่อดดะะccc55คppCnnsว(aีี0HHRRิตยยsรรHีีhhนนrhk%%--ไไมุุอttเเา่วol.sชชีีtใิIยยeeททvveeee0y2มมeมาaยยตัััrrนตnแrrีีllttววAaaบบrs5eeีียยaaeeมCCvvtlสสีค่่พพ4eรากllfลiติิตppi-ettrrเเuuมมisaatแา4วมoopBiiททาาdooล-ะบบaay)rllvveeกใใตาnnคค%(()ggoiiaกมุ่eีียยeeคค1MMrrนน9มff00าโกreeซญญi00ััg))าnบบทiir1ดaววร..5nnแdd..rrกกต)eึ่งร11ooแc00ทท่ีสt.เiiออยาาee%eeสต9แnss33าาrr่าสeeล55มมiiาพnnตตttาาััkkรรา4กงttบeยี)aaะมIIyyccงงแแ--มกรริจเเcIllต22iช่งมยยeen))แแสสiiาt(ตตาาoันาา11ttt44่าขpyีวบบ็็ราtyyลลใใกกaIIถถรรกก11nงข44e)ิตอnnถ-กนนuซซะะณถาา..ิิกตตvrrตต%%fอr99ttงเกiaaรรใ2กกทeev่่aออนัยิิdใใ่่าา4499าง(นttวเเrrMalลลeeนนงงำ�0แแ็บกมมสสใมe55Cvvuา่ก(())lนกกกุุ่่.มม%%ลลาaanีีซกกาตตppoยยD7eลมม5ากllนนร0ัักะะ--ททcชช่อลลาาr4Hุ่มรvvศ.าาtา.eทมม0ขขccีีม5ววี่ีุุ่่่)มม200มมaผttaaทกกsรึกooaa.่ีกก5ิิตต..ออไ0lllีีททtกชช8Iา่ศI22กก่ีมuuuunnษดni2uาางงtต7ล่่00ออีี่่กึ22สสeeเffววีชเ((-้ytารรdกกทiiทดัMMุ่ม(eงงษ00าา่่dd่อาา--แแ00PI8าาy่าเ2โโา่..ทrมมee(rาง..558877บบooยรรrv.gHใa88ก8หหnn6iโท่ีใาา..44..rrนศศm็บra่่t77งงช55ห66cceบั6ttรร2oวว))ม่ีeaaึึlกกกขขeeซ5522้ว%tวถถaIIขข่่lluกก)ปี 7eาทษษ่อัสออ22ii(่ขเเr((เเIIttpนนpรลล5ททัจrยยyppyyทด่ีมnn88งงาานแo0ผ-2%ุุ่่มมจบบ็็าา--tt66่่าาเุไvุกา1rr((reeCCลvvg.า่ทดดดัยใใ%%aaทท1eHHซซaดกrreaaตะDDนนttเเTยีพvvข้ 8plี่ี่llเ่่ใใee(ลลาออeenดัuuuaaaPลมนแแHHกก))บชชattรtกก็็มมeแlleeแeeeuar็กใลลาศiาาททวว้้วssirrriลไไนบ2uททmtด00รร((ttooะะ)กึสส่าััุุ0กกuuดดyะCCก(เ..บ2ผผggข่่ีี ไษท77Cท.ddดดa)กก00tt้้าll47มeeา่า่เอaa0((88aayy่ีาrl..ุุ่าปเเาารnnPPตต.8uuท11Ra่yพททง.ssggพ7รรก0เeeIIดิ22rr88ssชsดดััe่ียrr227ีีบยยrศศiiiiับบ8Isoo44ttmmอ่2eIlAAแแบ็)99มม2yyึึคกกแแ-aอuu..9pง01บบ7722))aaซA--แแใใtลลวษษppัตโ2BBa77..rr%%iนน่อบบททห-ลลา3221vะะyyราา%))iB11,,มrมe70ะะี่ี่วา),่
52 ภภภาาาพพพททท่ี ่ี่ี1100 ออตตัั รราากกาารรเเเสสสีียยชชีีววตติิ ((MMoorrtttaaallliittityyyrraaratteet))e)
ใแพตวคครกท((ใใผผคควสสกกในMMะลนนาอ่วานผ่ีัฒาา่าาจจ่่รริิออกดรราะรรตตกิดเะะกกooงงาาานเ์บกามบั์์บบาดดรััrrกกดดกรราารรา6ณttเอรคูปออรรททดิลลููaa ณณกกปผม8จกรณนวผผllนนนฑเออ่ี่ี้้ททา่พพ็นiiาักาาป์์าttไา่่าอ้ตงงไไmท์กyyกรกษรรดมฒฒััตต็นกกจจ ภภ์ สสดดยดั ผก่ียกรววอเาาาดดmััาาซนนาา่่กปออออแrrา่วดองงาแกกอรรพพaaสส้�ำตวบา่อองงาา็นรออ-มHลกกผผดtt ด่่่ามมออผผททeeดัศกกบกกกภะร2gาา(กาา่่ 2))่าลลงงRาาสึก่่ีีไไบัรรคร3ตตเ0ททาไ11งกกกกปeตตอ่ใซซษซศศดวไพดดออขัั11ี่ี่ผผแนปกกลลดิดcง่ออ่ึึดกก-าดดาอตตสสััทติิดดดออกกuีออวว้ใ)ม้้กก์ทษษ์์ซง่่รรนอออ่((่ี่าตตรราลััrาา่่PงงปาาแเPPี่ส1่งึาาrาาููงรยงงกปปลรร้อรรueพต22ลกกaaูง1แแผPPกกา่าาือลรรงนน(ni00CCใ่อบาาลลlกก่าpงuuลลรัักก่มุดนอg(tรรOOด้ออ้ไตiiะะอPกัาาHออษษ้้aผรllกัตปปเเภรรยยggัด(าe22กกษrnก)งงปู้66pีีาาร))aเเaaกกกยัแrิิดดรรสสแแา็ต88ซซdราทH่วnntคคmาววใบััโกกศeลลกเเีี่่ายยlึึยddงงีแ่นร)ววรปปmmaา่า่ บมษษi)ึกาชชะะllพพทคปตsาา็็ก22แaa2นนรเแคคmm33ษีีววsมม1าาี่มไรกบบวาลปเแแiสโโนแตตซซิิววาวเเvสรีดHHแแตะพออิดปปลลpรร้เาาล้้คมวeผาาียแตต่ารล((็็gg)าามมบคคะะนนuทะรMMถH่าชงะผ่่กก่ือใใออคคปปไไlัง้วมแตก((กกางึ ยวีyนนลmนาายยRRooนสส่าณณคงลกีลลดันัติรรpะรรผา่่าrrกกกกกีไ้eeวะเ้เ้oาดดคออttขเะะeปปงง่ามลลaaccราาวา(าารพn--ือดดอ22ไไตMruullรรื่ื่่พะววลออรรมดดใ11EEciiบaรรงภภrrชัดttผผผรบดดานนบoพพaป่่าาพxxyyrrวrกกร้ยยักทัักeeาา่่่างงังyแแpttrรEิธลกกบบบะrr็็rrใใตตnnตตตษtขขลาี่นผผะnaaีกaaxอรรhaนนดttรววรดดาาัดััมออาttcc้อดลลtiาlะะดะeeyบัาาผ่่มมaกกooใแแiสrงงยรrrบั ))tผผกกบบpดภน)a่า(rrคaaาาแแเเบบy่อผกMลลppคเเ่่าาาาับeตttcรรยัปงงัั วมมนนถงา่eeวรรบบooตตืืออาrrลลผผoดัใคiาัจก))ต่ืื่ออึงaา่ntผผrrววรนดดััดดเเมาา่่มมrาeeeจแลปปดัtสส์บiาาทท่่(pตตมกททรaaรรmeเOnบุิิม้ตตอ((ทงงดดปัั((อllบ์ดดาาาoววกีััpp)ี่่ีนนsMMั้วงดดpเเััaง้ัMMงง))รนน็อมมคคHHคคาirเท่าoสอ้อ้ยlสสeกกผeมรiiไนกรรืืแแออlถถร))eenn่ีมอnงัดยยryา่่่ฟาาออaอื่ าารไะmmลลึึaงงแแiiขงีกตรรกกพพอดะะlmmงงสด้นื(ดคคtะะIชลลนึ้ bbPรราดัววกกnออหหiบบัง-MตับvaaพพววนrrะะััรอดกกCรา่่าเอกvลลaa์์llใใeรรวัาาคคใรรllบบดิกeัยา่ษษOaกnnไนนออ้้ชมมyyะะมมเะะราซงษร่กูmseetรรไาางง้2คดดกกีีกกาปปรแใยยiซi็วดับะะาใใmททvIIนOOะา์บบบลลััะะลาาbดnn<ลล์ใทนนดดeหแร่่ีีมมหเรรนเเxx่มุ่มุอะคคvve์ r6ออลววง้ับบ์ผบััปปล(ฟฟyyีีกกa์ใเaaเนทท)าารPS5ลลือดดมนลล2้้าืืggอssััคคnจจรราาะนนu0ไa่ีี่มมดาาiiภภยือ่ือeeผกรรm์์นบบดววvvจจดeCกกrตตnnีีรรปใใพด่ายยััลgeeาาุุอไบบบัออOาา(aamะะววชชััตดใใeมมOจp่มุจิ อรรttนนขนนััดด(2เเนนiiัดSSคค้้rอจเเาHทPผผรรH)กooxอyปปไไบบััยยuuมาารยัอ็็กกaววnnาา่มี่่)yไใ-งg็็ดดrrรรงงนนณััซีขTนเตตกCาาอ)gggOOรี ช์์ลแแขขบบออรรดนhกกเดดไeOอััะeeโาน่ ลด้้xxผผซึึออนนดผผออ์ใrroาเรรดกn2yyอyy((ืนลฉดลลกกยด่่าานน)ดดออrOOซับaggอ--ดพงa์เตตเผผไไทเTTยยเ--ริไไeetลพัตppลcสจดดซซาดด่่าาOััinnะไ่ีูู่่กกhhดด(ือeeoรo่ือ็กงนูะมตต7่่าาaaรรดดoorrxบบััออาขดnsสกงงtt.aaม่ดดัััักกrrแับy์์0((iiกcนออ้ึ หหttaaใใ(รooลPPีกมมgiiษษPล8oขา(ccนนกกvv้าnnุ่มaaลลePาaีี(ระขขooอpาางeeไไCC9เเรกnaใIIาาเOssททพลลพนนงiซซส6nnนเttccยยcOOCาaอii้้ปืื2ออบงงัั้ืนddooาายีmmrกดดรปป)tO22mอรรeeeดดลดดppกiทชศ))าเ์เ์ััoจจeexxคกะะ2pพพiiยี่เเาวีรใใกึm่ีใ)))ccnลลจจา((ดดซaรนน22สสผตินน่ื่ืออษpp00รยย็็ัักกทเiเิHบบัั า่แrrููกIงงrสสHHกจเเบ์าnเเee)ลลตี่(เgแแชชปขขาแแทนิดรรMพppอ))dืืออดัรลลเ่่นนลลลออ้้าาaaพใ่ใีนปeิ่มลลผoดดสชนะะ(งงiiงงงะะPงัไrrxน็ขดด่าrออ้กอ่พพมมรสสก))ออดพพผta้ึนตเะลลางตตสััีีกกููa้้าืืงงอนนออทืดOบบเเัดกดรเงงรูงlขขรรปปาาอกกลททคiร2กกลสับกผรรt้้าา็็ึึนนก)((็กนนซซนักy่ีี่ใใ้อใใ่อกกาา่าร77ขไนใิินนษชชเเคิเเรรตะซ..ง((งาาอจจนทท00r99้อเเกกดาดรรดั้้กกaงกกนน88เ66คคแดยาเเลูก์tลอสาาิิดดสสลeนนรแ(้วรรmm้ใใอทอือ่อ((Pีีพพ)ผยยะPPยผผนนติิคคงดงกรmmaชช่าaaรงงสกัั่ยาา่่อวกกกกซC7OOตะีีตตHHผผววแ่งังลงัตาาาาเิ .Oัดดจผอิิอตต22ืืลดดดด2ััรร้อรรggร))ทับน2ลกย1ะาง)ู่่ี
(PaO2) จากการศกึ ษาของ Okazaki6 และความเป็นกรด-ด่างของเลือด (pH)21 ซง่ึ เป็นไปตามแนวทางการรักษาของ CDH study group
วารสารกรมการแพทย์
และ Euro Consortium of CDH จะเห็นไดว้ า่ มีความปลอดภัยในการผ่าตดั สอ่ งกลอ้ งไมต่ ่างกับการผา่ ตดั รักษาแบบเปิด 53
ในการศกึ ษาระยะเวลาการผา่ ตดั (Operative time) พบวา่ การผ่าตดั ส่องกลอ้ งมรี ะยะเวลาเพ่มิ ขน้ึ คา่ เฉลี่ย (Mean Diffennce) และ
95% confidence Interval ที่ 47.99 และ 4.03-15.03 นาที (P <0.01, i2 96% และ tau2 1478.0) ซงึ่ เปน็ ไปทางเดียวกนั กบั การศกึ ษา
กอ่ นหน้า20-22 (58.7 นาที และ 48.03-69.39) เนอ่ื งจากการศกึ ษาส่วนใหญ่เป็นการศกึ ษาในสถาบนั ที่เร่มิ มีการเปลย่ี นจากผา่ ตัดรกั ษาแบบ
เปิดเป็นการผ่าตดั ส่องกล้อง ผลของการผ่าตดั ขน้ึ อย่กู ับประสบการณ์ของกมุ ารศลั ยแพทย์ อกี ทง้ั เป็นการศึกษาท่ีมีขนาดเล็กจำ� นวนผู้ป่วย
น้อย เพราะการผ่าตัดส่องกล้องผ่านช่องอกในทารกแรกเกิดยังมีข้อจ�ำกัดในหลายสถาบัน และในแต่ละสถาบันท่ีท�ำการศึกษาอยู่
ในระหว่างการเปล่ียนแปลงจากการผ่าตัดแบบเปิด (Open repair) เป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Thoracoscopicrepair) แต่อย่างไร
ก็ตามจากการศึกษาครงั้ นีพ้ บแนวโนม้ ของระยะเวลาการผ่าตดั ทลี่ ดลง
อตั ราการเกดิ ซ้�ำ (Recurrent rate) จากการศึกษาทบทวนอย่างเป็นระบบก่อนหน้า พบวา่ ในการผา่ ตัดสอ่ งกลอ้ งพบอัตราการเกิด
ซ�้ำที่มากกว่า 20-40% ที่ Relative risk 2.81-3.5020-21,23 ซึ่งในการศึกษาครง้ั น้ียังพบอัตราการเกดิ ซ�ำ้ ทสี่ งู กวา่ ในการผา่ ตัดสอ่ งกล้อง
Relative risk และ 95% confident interval คอื 2.43 และ 1.12 - 5.31 เท่า อย่างมนี ยั ส�ำคัญทางสถติ ิ ที่ p-value เท่ากบั 0.03
โดยปัจจัยที่ท�ำให้เกิดซ้�ำเกดิ จากหลายสาเหตไุ ดแ้ ก่ ขนาดของชอ่ งโหว่ (Defect) ข้าง (Side) กระเพาะอาหารหรือตับเคล่ือนขึ้นในช่องอก
(Liver/Stomach Up)21 จากการทบทวนอย่างเป็นระบบสามารถสังเคราะห์กลุ่มย่อยเฉพาะการศึกษาท่ีใช้ปัจจัยของขนาดของช่องโหว่
(Defect) มาเปรียบเทียบ ไม่พบความแตกต่างของการเกิดเป็นซ�้ำอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติท้ังในกลุ่มท่ีสามารถเย็บซ่อมได้ (Primary
repair) กลุ่มทใี่ ช้วัสดเุ ทยี มในการเยบ็ ซอ่ ม (Patch repair) และในกลุ่มการศึกษาท่มี ีปัจจยั ของขนาดท้ังหมด ซ่งึ ให้ผลการรกั ษาแตกต่าง
จากการศกึ ษาการทบทวนอยา่ งเปน็ ระบบกอ่ นหนา้ นี้
นอกจากนย้ี งั พบอัตราการเสยี ชวี ิต (Mortality rate) ของการผ่าตดั สอ่ งกล้อง (Thoracoscopic repair) ทีน่ อ้ ยกว่าท่ี Relative
risk และ 95% Confidence Interval ที่ 0.18 และ 0.08-0.37 อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ (p-value 0.00001) ซึ่งจากการทบทวน
วรรณกรรมพบว่าจากการศึกษาส่วนใหญ่พบความเสยี่ งของความอคติจากการเลอื กวธิ ีการรกั ษาผูป้ ่วย (Selection bias) เนือ่ งจากผูป้ ่วย
ทไ่ี ดร้ บั การผ่าตดั รักษาแบบเปดิ (Openrepair) บางการศึกษาไดร้ บั การรักษาดว้ ย Extracorporeal Membrane Oxygenation จากท่มี ี
ระดบั Oxygenation Index ทสี่ ูง ซงึ่ ส่งผลโดยตรงตอ่ อัตราการเสียชีวิต (Mortality rate)20-21 โดยพบ 3 การศกึ ษา (Relative risk 0.24
และ 95% Confidence Interval ท่ี 0.08-0.75, p-value 0.01) นอกจากน้ีบางการศึกษายังมกี ารใช้ยากระตุน้ ความดันเลอื ด (Inotropic
drug) และการใช้เคร่อื งชว่ ยหายใจความถี่สูง (High Frequency Oscillatory Ventilation)8,11,17 ซง่ึ ส่งผลต่อระดบั Oxygenation Index
เช่นเดียวกันจึงส่งผลให้การผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Thoracoscopic repair) พบอัตราการเสียชีวิตท่ีต่�ำกว่าการผ่าตัดแบบเปิด (Opened
repair) 0.18 เทา่
สรปุ
จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคไส้เลื่อนกระบงั ลม (Thoracoscopic repair of Congenital Diaphragmatic Hernia)
เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยทั้งในระหว่างการผ่าตัด และให้ผลการรักษาท่ีไม่แตกต่างกับการผ่าตัดแบบเปิด แต่มีขนาดของแผลท่ีลด
ลง การฟื้นตัวท่ีดีข้ึน และการเกิดการผิดรูปของทรวงอกในอนาคตลดลง แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาอย่างเป็นระบบคร้ังน้ี จ�ำนวนการ
ศึกษาน้อย และเป็นแบบ Non Randomized Controlled Trial (Non RCT) เพื่อให้ได้ขอ้ สรปุ ทช่ี ัดเจนจงึ ควรมกี ารศกึ ษาเปรียบเทียบที่
ชดั เจนรวมถงึ ปจั จยั ท่สี ง่ ผลต่อการรกั ษา การเกิดเปน็ ซำ้� หรอื การรอดชีวติ ทีช่ ัดเจนย่ิงข้ึน
ปีที่ 44 ฉบบั ท่ี 6 ประจำ� เดือนพฤศจกิ ายน-ธันวาคม 2562
References
1. Morini F, Valfrè L, Capolupo I, Lally KP, Lally PA, Bagolan P. Congenital diaphragmatic hernia: defect size cor- relates with developmental
defect. J Pediatr Surg 2013;48:1177–82.
2. Stege G, Fenton A, Jaffray B. The true mortality of congenital diaphragmatic hernia. Pediatrics 2003;112:532–5.
3. Badillo A, Gingalewski C. Congenital diaphragmatic hernia: treatment and outcomes. Semin Perinatol 2014;38:92–6.
4. Becmeur F, Reinberg O, Dimitriu C, Moog R, Philippe P. Thoracoscopic repair of congenital diaphragmatic hernia in children. Semin
Pediatr Surg 2007;16: 238-44.
5. Gander JW, Fisher JC, Gross ER, Reichstein AR, Cowles RA, Aspelund G, et al. Early recurence of congenital diaphragmatic hernia is
higher after thoracoscopic than open repair: A single Institutional Study. J Pediatr Surg 2016;46:1303-8.
6. Okazaki T, Okawada M, Koga H, Miyano G, Doi T, Ogasawara Y, et al. Safety of Surgery for neonatal Congenital diaphragmatic hernia
as reflect by arterial blood gas monitoring: Thoracoscopic versus open repair. Pediatr Surg Int 2015; 31:899-904.
7. Gourlay DM, Cassidy LD, Sato TT, Lal DR, Arca MJ. Beyond feasibility:a comparison of newborns undergoing thoracoscopic and open
repair of congenital diaphragmatic hernias. J Pediatr Surg 2009; 44:1702-07.
8. Nam SH, Cho MJ, Kim DY, Kim SC. Shiftingfrom laparotomy to thoracoscopic repair of congenital diaphragmatic hernia in neonates:
Early experience. World J Surg 2013; 37:2711-16.
9. Fishman JR, Blackburn SC, Jones NJ, Madden N, De Caluwe D, Haddad MJ, et al. Does Thoracoscopic congenital diaphragmatic hernia
repair cause a significant intraoperative acidosis when compare to an opened abdominal approach? J Peditr Surg 2011; 46:458-61.
10. Lao OB, Crouthamel MR, Goldin AB, Sawin RS, Waldhausen JH, Kim SS. Thoracoscopic repair of congenital diaphragmatic hernia in
infancy. J Laparoendoc Adv Surg Tech 2010;20:271-76.
11. Keijzer R, van de Ven C, Vlot J, Sloots C, Madern G, Tibboel D, et al. Thoracoscopic repair in congenital diaphragmatic hernia:
pathcing is safe and reduces recurrence rate. J Peditr Surg 2010;45;953-57.
1 2. McHoney M, Giacomello L, Nah SA, De Coppi P, Kiely EM, Curry JI, et al. Thoracoscopic repair of congenital diaphragmatic hernia :
intra operative ventilation and recurrence. J PediatrSurg 2010; 45:355-59.
1 3. Tanaka T, Okazaki T, Fukatsu Y, Okawada M, Koga H, Miyano G, et al. Surgical interventionfor congenital diaphragmatic hernia: open
versus thoracoscopic surgery. Peditr Surg Int 2013; 29: 1183-86.
1 4. Okazaki T, Nishimura K, Takahashi T, Shoji H, Shimizu T, Tanaka T, et al. Indication for thoracoscopic repair of congenital
diaphragmatic hernia in neonates. Pediatr Surg Int 2011;27:35-38.
15. Tsao K, Lally PA, Lally KP. Minimally invasive repair of congenital diaphragmatic hernia. J Peditr Surg 2011;46:1158-64.
16. Criss CN, Coughlin MA, Matusko N, Gadepalli SK. Outcome for thoracoscopic versus open repair of small tp moderate congenital
diaphragmatic hernias. J Pediatr Surg 2018;54:635-39.
1 7. Cho SD, Krishnaswami S, Mckee JC, Zallen G, Silen ML, Bliss DW. Analysis of 29 consecutive thoracoscopic repair of congenital
54 diaphragmatic hernia in neonates compared to historical controls. J podiatry Surg 2009;44:80-86.
1 8. noue M, Uchida K, Otake K, Nagano Y, Mori K, Hashimoto K, et al. Thoracoscopic repair of congenital diaphragmatic hernia with
countermeasure against reported complication for safe outcomes comparable to laparotomy. Sure Endosc 2016;30:1014-19.
19. Putnam LR, Tsao K, Lally KP, Blakely ML, Jancelewicz T, Lally PA, et al. Minimally invasive vs Open congenital diaphragmatic hernia:
Is there a superior approach. J Am Coll Surg 2016; 224:416-22.
2 0. Davenport M, Rothenberg S, Crabby D. The great debate: open or thoracoscopic repair for congenital diaphragmatic hernia. J Pediatr
Surg 2015; 50:240-246.
2 1. Puligandla PS, Grabowski J, Austin M, Hedrick H, Renaud E, Arnold M, et al.Management of congenital diaphragmatic hernia:a
systematic review from APSA outcome and evidence base practice committee. J Pediatr Surg 2015; 50:1958-70.
2 2. Szavay PO, Obermayr F, Maas C, Luenig H, Blumenstock G, Fuchs J. Periopertive outcome of patient with congenital diaphragmatic
hernia undergoing open versus minimally invasive surgery. J Laparoendosc Adv Tech 2012; 22:285-89.
2 3. Chan E, Wayne C, Nasr A. Minimally invasive surgery versus open repair of bochdalek hernia: a Meta analysis. J Pediatr Surg 2014;
49:694-99.
วารสารกรมการแพทย์
เปรยี บเทยี บผลลพั ธก์ ารผา่ ตดั รดิ สดี วงทวารดว้ ย Vessel-Sealing Devices
Hemorrhoidectomy กบั การผา่ ตดั แบบดงั้ เดมิ (Conventional Ferguson
Hemorrhoidectomy) ในโรงพยาบาลสมุทรปราการ
• ธรี ภทั ร์ พุ่มพวง พ.บ.
โรงพยาบาลสมทุ รปราการ อำ� เภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270
Abstract: Comparison Outcome of Vessel-Sealing Devices
Hemorrhoidectomy Versus Conventional Ferguson
Hemorrhoidectomy in Samut Prakan Hospital
• Pumpuang T
Samut Prakan Hospital, Mueang Samut Prakan, Samut Prakan, 10270
(E-mail: [email protected])
(Received: May 7, 2019; Revised: August 15, 2019; Accepted: October 10, 2019)
Background: Hemorrhoidal disease is one of the most common anorectal diseases and surgical hemorrhoid- 55
ectomy, it remains one of the most common operations in general surgery for patients with internal hemorrhoid
grade 3 and 4. Milligan-Morgan and Ferguson described the conventional hemorrhoidectomy since about 70 years
ago. In the last decade, many studies show that Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy seems to be very effec-
tive treatment and results in better surgical outcomes when compared with the conventional hemorrhoidectomy.
Objective: This study aims to compare the outcome of haemorrhoidectomy done by Vessel-Sealing Devices tech-
nique with conventional Ferguson technique. Methods: This retrospective study was done at Samut Prakan Hospital
over a period from 1 July 2016 to 31 December 2018 on the basis of: It included 90 adult patients with 3rd and 4th
degree hemorrhoids divided into 2 groups: Group one (53 patients) underwent Conventional Ferguson hemorrhoid-
ectomy. Group two (37 patients) underwent Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy. The outcomes of two groups
were compared using the Chi-square test and Fisher’s exact test. A p-value less than 0.05 was considered statistical-
ly significant. Results: The results of the operations by using between Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy and
Conventional Ferguson hemorrhoidectomy, there were statistically significant difference in terms of operative time
(8.0 ± 5.0 minutes and 20.6 ± 12.5 minutes; p<0.001), intraoperative blood los s(2.7 ± 1.3 milliliters and 11.6 ± 4.0
milliliters; p<0.001) , pain score at post operative 1st day (3.6 ± 1.2 and 6.3 ± 1.3; p<0.001) and 2nd day (2.0 ± 1.1 and
4.1 ± 1.1; p<0.001), length of hospital stay (1.2 ± 0.6 days and 2.3 ± 2.2 days; p = 0.003), dose of NSAIDs used (3.0 ±
0.8 dose and 5.0 ± 2.1 dose; p <0.001), and wound healing time (3.3 ± 0.6 weeks and 5.6 ± 1.0 weeks 0; p<0.001).
But post operative complication and hospital cost were not statistically significant different between two groups.
Conclusion: Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy is better than Conventional Ferguson hemorrhoidectomy in
terms of less operative time, less post-operative pain, less intraoperative blood loss, length of hospital stay, less
post-operative analgesics and earlier wound healing.
Keywords: Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy, Conventional Ferguson hemorrhoidectomy
บทคดั ยอ่ ผา่ ตัดรดิ สีดวงทวารดว้ ย Vessel-Sealing Devices กบั การผา่ ตดั
แบบดั้งเดิม (Ferguson) ในโรงพยาบาลสมุทรปราการ วิธีการ:
ภมู หิ ลงั : รดิ สดี วงทวารพบไดบ้ อ่ ยทส่ี ดุ โรคหนงึ่ ของโรคบรเิ วณ เก็บข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียน โดยผู้ป่วยท่ีได้รับการวินิจฉัย
ปากทวาร และการผ่าตัดริดสีดวงทวารก็ท�ำบ่อยโดยศัลยแพทย์ วา่ เป็นริดสีดวงทวารระดับ 3 และ 4 ตงั้ แต่ 1 กรกฎาคม 2559 ถงึ
ในริดสีดวงทวารระดับ 3 และ 4 ตง้ั แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจุบัน 70 ปที ่ี 31 ธันวาคม 2561 โดยจ�ำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 90 ราย กลุ่มแรก
ผ่านมาใช้การผ่าตัดแบบ Conventional hemorrhoidectomy จ�ำนวน 53 ราย ได้รับการผ่าตัดวิธี Conventional Ferguson
(Milligan-Morgan หรอื Ferguson) ในศตวรรษท่ผี า่ นมามหี ลาย hemorrhoidectomy และกลุ่มท่ีสองจ�ำนวน 37 รายได้รับการ
การศึกษาได้แสดงให้เห็นถึงการใช้เครื่องมือผ่าตัดพัฒนามาเป็น ผ่าตดั วิธี Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy นำ� มา
Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy ซึง่ ใหผ้ ลลัพธ์ดี วิเคราะห์และเปรียบเทียบระยะเวลาที่ใช้ผ่าตัด ปริมาณเลือดออก
กว่าในหลายๆ ด้าน วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์การ
ปีที่ 44 ฉบับท่ี 6 ประจำ� เดือนพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม 2562
ขณะผ่าตัด คะแนนความปวดหลังผ่าตัด ระยะเวลาการนอน นอนโรงพยาบาลนาน การหายของแผลใช้เวลานาน เป็นต้น6 ใน
โรงพยาบาล ปริมาณยาแก้ปวดชนิด NSAIDs ท่ีได้รับหลังผ่าตัด ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาการผ่าตัดหลายแบบ เพื่อลดภาวะ
ระยะเวลาการหายของแผล คา่ ใชจ้ า่ ยในการนอนโรงพยาบาล และ แทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ดงั กลา่ ว เชน่ Ligasure hemorrhoidec-
ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด โดยผลลัพธ์ที่ได้จากท้ัง 2 กลุ่มจะถูก tomy, Harmonic scapel hemorrhoidectomy, Stapler
เปรยี บเทยี บด้วยสถติ ิ Chi-square test และ Fisher’s exact test hemorrhoidectomy, และ Hemorrhoidal artery ligation7-9
ซ่ึงการวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมานวิเคราะห์ที่ระดับนัยส�ำคัญทาง Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy เชน่ Lig-
สถิติ p-value < 0.05 ผล: พบว่าระยะเวลาท่ีใช้ผ่าตัด ปริมาณ asure หรือ Harminic scapel ถกู พฒั นาเพือ่ ให้ง่ายและปลอดภัย
เลือดออกขณะผ่าตัด คะแนนความปวดหลังผ่าตัด ระยะเวลาการ ขึ้นกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิมซ่ึงต้องเย็บท่ีแผลผ่าตัด โดยใช้หลัก
นอนโรงพยาบาล ปริมาณยาแก้ปวดชนิด NSAIDs ที่ได้รับหลัง การ bipolar electrothermal device มแี รงกดและคลื่นไฟฟา้ ท่ี
ผา่ ตดั ระยะเวลาการหายของแผลในผ้ปู ่วยทไี่ ดร้ ับการผา่ ตดั โดยวิธี เหมาะสมตอ่ หลอดเลอื ด สามารถห้ามเลือดได้ในหลอดเลอื ดขนาด
Vessel-SealingDevices hemorrhoidectomy น้อยกว่ากลุ่มท่ี ใหญ่ไม่เกิน 7 มิลลิเมตร และถูกจ�ำกัดให้ท�ำลายเนื้อเยื่อไม่เกิน 2
ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี Conventional Fergusonhemorrhoid- มิลลิเมตร และในการผ่าตัดท�ำให้เกิดการหดรัดตัวของหูรูดปาก
ectomy อย่างมีนยั สำ� คัญทางสถติ ิ โดยระยะเวลาท่ใี ชผ้ ่าตัด (8.0 ± ทวาร (anal spasm) ทำ� ให้หลอดเลอื ดหดตวั ผลคอื เลอื ดน้อยหลัง
5.0 นาที และ 20.6 ± 12.5 นาท;ี p<0.001), ปรมิ าณเลือดออก ผา่ ตดั ลดปวด และแผลหายเรว็ ดังนน้ั Vessel-Sealing Devices
ขณะผ่าตัด (2.7 ± 1.3 มิลลิลิตร และ 11.6 ± 4.0 มิลลิลิตร; Hemorrhoidectomy จงึ ถกู น�ำมาใชม้ ากข้นึ ในปจั จุบนั 8,10
p<0.001), คะแนนความปวดหลังผ่าตัดวันแรก (3.6 ± 1.2 และ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ท่ีได้
6.3 ± 1.3; p<0.001) และวนั ท่สี อง (2.0 ± 1.1 และ 4.1 ± 1.1; จากการผ่าตัดแบบดั้งเดิม Conventional Ferguson hemor-
p<0.001), ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล (1.2 ± 0.6 วัน 2.3 ± rhoidectomy ซึ่งศลั ยแพทย์ส่วนใหญ่นยิ มใช้ กับการผ่าตดั โดยใช้
2.2 และ; p = 0.003), ปริมาณยาแกป้ วดชนิด NSIADs ทไ่ี ดร้ บั หลงั Vessel-SealingDevices ซ่ึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการผ่าตัดโดยใช้
ผ่าตัด (3.0 ± 0.8 คร้ัง และ 5.0 ± 2.1 คร้ัง; p<0.001), และ เทคนคิ นม้ี ากขึน้ แต่กย็ งั ไมแ่ พร่หลายมากนกั 4
อัตราการหายของแผล (3.3 ± 0.6 สัปดาหแ์ ละ 5.6 ± 1. สปั ดาห์ ปัจจุบันมีการถกเถียงกันว่าอะไรคือหลักการรักษา (Gold
0; p<0.001) ดังนั้น การน�ำเอา Vessel-Sealing Devices standard) ในการรักษาริดสีดวงทวารระดับ 3 ส่วนการรักษา
hemorrhoidectomy มาใช้ผ่าตัดริดสีดวงทวารระดับ 3 และ 4 รดิ สดี วงทวารระดบั 4 การรกั ษาหลักคอื การผา่ ตดั แบบดัง้ เดิมโดย
จึงมีประโยชน์ดังกล่าว และเม่ือพิจารณาค่าใช้จ่ายและภาวะ เทคนิค Miligan-Morgan (ถ้าในสหรัฐอเมริกาจะนิยมใช้เทคนิค
แทรกซ้อนพบว่าทั้งสองวิธีไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส�ำคัญ Ferguson) แต่การวิจัยนี้ก็ได้เก็บสถิติเพ่ือให้เห็นว่าริดสีดวงระดับ
56 ทางสถิติ สรุป: ระยะเวลาทีใ่ ช้ผ่าตดั ปริมาณเลอื ดออกขณะผา่ ตัด 3 และ 4 สามารถรักษาโดยเทคนิค Vessel-Sealing Devices
คะแนนความปวดหลังผ่าตัดวันแรกและวันท่ีสอง ระยะเวลาการ hemorrhoidectomy ได้
นอนโรงพยาบาล ปริมาณยาแก้ปวดชนิด NSAIDs ท่ีได้รับหลัง
ผ่าตัด ระยะเวลาการหายของแผลในผู้ป่วยท่ีได้รับการผ่าตัด วตั ถแุ ละวธิ กี าร
โดยวธิ ี Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy นอ้ ยกวา่ ท�ำการศึกษาในโรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยเก็บข้อมูล
กลุ่มท่ีได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี Conventional Ferguson ผู้ป่วยจากเวชระเบยี นยอ้ นหลัง ตงั้ แต่ 1 กรกฎาคม 2559 ถงึ 31
hemorrhoidectomy อย่างมีนยั ส�ำคญั ทางสถิติ ธันวาคม 2561 ในผู้ป่วยซ่ึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวงทวาร
ค�ำส�ำคัญ: การผ่าตัดริดสีดวงทวารวิธี Vessel- Sealing ระดบั 3 และ 4 จ�ำนวน 90 รายโดยแบ่งผู้ปว่ ยเป็น 2 กลมุ่ คอื กลุ่ม
Devices Hemorrhoidectomy, การผ่าตดั ริดสดี วงทวารวธิ ี Con- แรกจ�ำนวน 53 ราย ได้รับการผ่าตัดโดยวิธี การผา่ ตัดแบบด้ังเดมิ
ventional Ferguson hemorrhoidectomy โดยเทคนคิ ของ Ferguson และกลุ่มทสี่ อง จ�ำนวน 37 ราย ได้รับ
การรกั ษาดว้ ยวธิ ี Vessel-Sealing Devices Hemorrhoidectomy
บทนำ� โดยเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการผ่าตัดท้ัง 2 วิธี ในเร่ืองระยะ
ริดสีดวงทวาร พบไดท้ กุ กลุม่ อายุทุกเพศ กลไกการเกดิ โรคยงั เวลาทใ่ี ช้ในการผา่ ตัด ปรมิ าณเลือดทีเ่ สียในระหว่างผ่าตดั คะแนน
ไมท่ ราบแนช่ ดั เชน่ เกดิ จากภาวะที่ anal cushion เคล่ือนย้อยต�่ำลง ความปวดหลังผ่าตัด ปริมาณยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDS ท่ีได้รับ
มากกว่าต�ำแหน่งปกติและมีการโป่งพองไม่ยุบลงเมื่อถ่ายอุจจาระ หลงั ผา่ ตัด ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ระยะเวลาการหายของ
เสร็จ ท�ำให้มีก้อนย่ืนที่ปากทวารหนักหรือมีเลือดออกขณะถ่าย แผล ภาวะแทรกซ้อน และค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล การ
อุจจาระ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากแรงกดหรือความดันในช่องท้อง1 ศึกษานี้ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยใน
ซงึ่ ริดสีดวงทวารมี 4 ระดบั ในระดบั ที่ 1 และ 2 จะรกั ษาแบบประ มนุษย์โรงพยาบาลสมุทรปราการ
คับประคอง สว่ นระดับท่ี 3 และ 4 ถา้ รักษาแบบประคับประคองไม่ ขอ้ มลู ท่ีได้ ถกู นำ� มาวเิ คราะหด์ ้วยโปรแกรมสถติ ิ IBM SPSS
ได้ผลมักต้องรักษาด้วยการผ่าตัด2 ซ่ึงการผ่าตัดในอดีตจนถึง Statistics for Windows โดยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive
ปัจจุบันท่ีนิยมคือการผ่าตัดโดยเทคนิค Milligan-Morgan statistics) ประกอบด้วยความถี่ และร้อยละ ส�ำหรับแสดงผล
(Opened) และ Ferguson (Closed)3-5 โดยศัลยแพทย์ส่วนมาก ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ ส่วนคา่ เฉลีย่ และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.)
นยิ มใช้ Ferguson technuqe ซึ่งเป็นการผา่ ตัดริดสดี วงทวารออก ส�ำหรับแสดงผลข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้การทดสอบการกระจาย
แล้วเย็บด้วยไหมละลาย (absorbable suture) ซ่ึงท้ัง 2 วิธีพบ ตวั ของขอ้ มลู (Normality test) ที่เปน็ ordinal scale และ ratio
ภาวะแทรกซอ้ นหลงั ผ่าตดั คลา้ ยกัน เชน่ เสียเลอื ด ปวด ระยะเวลา scale โดยใช้ Komogorov-Smirnov test หากผลการวิเคราะห์
วารสารกรมการแพทย์
ยอมรับ null hypothesis จะเลือกใช้ Independent t-test retractor) ซงึ่ จะใช้ Fansler เพ่อื ให้มองเหน็ ไดช้ ดั เจน จากน้นั ใช้
ในการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม แต่ถ้าปฏิเสธ null hypothesis Allis clamp จับริดสีดวงทวารข้ึน (Hemorrhoidal complex)
จะเลอื กใช้ Mann-Whitney U test หรอื Independent samples ตามส่วนโค้งของเคร่ืองมือ เพื่อให้เห็นรอยต่อระหว่างริดสีดวง
Komogorov-Smirnov test ในการเปรียบเทียบระหว่างกลุม่ ทวาร (Hemorrhoid) กับผิวหนังรอบทวาร (Perianal skin)
และใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inferential statistics) ประกอบ และใช้เคร่ืองมือ Vessel-Sealing Devices เช่น Ligasure หรือ
ด้วย สCาhหi-รsqับuเปaรreียบteเทsียtบสข�ำอห้ มรับลู เชปิงรปยี บริมเทาณยี บทขี่ม้อีม2ูลกเชลิงุ่มคแุณลภะาเปพ็ นทอ่ีมิสีระกHนั aแrmละoมnีกicารกscรaะpจeายlตตวั ัดแตบาบมไแมนป่ วกโตคิ้งใในตข้ อA้ มllูลisที่cเปl็aนmoprdiโnดalยต้อง
เเล2ชปะกิงรคลยี2ณุ่มุเsบ0ทcขเภaขคทน้ึlาอนeียไพงปบคิใคนขทกแว้อทามี่าลรหม่ีีนมะผ2ูลล้ถี ่าคFเงัีท่กชตiือจsลง้ังิดัhาหปมุ่pกeVaมรrแใiมิดen’หลssาssะแ้ยณeceมลาolx-รชีะraทSeะอ่ceีม่Mงซงtaีับค่ึalงt2ieวกnnปาsกาgnวtมรล-ดDWถวสุ่มโเeิีน่ำ� คhvดหอ้แรiiยtรcยลาneบัยะกะesาเหเวปyสปhา่์สรeน็ลU5ถmยี อบิบติสotมเิeเหrรชาทsrะกริงยีthกือกอบoสนัวนiขฉ�ำd่าุมห้อแีeรดาcม้อรลยนtบัูลยะoาจสmะลyวบเิพcรอคเะaอรรขมnอ้กาา้ ะัดaมท(หlรกO่ีไ)ะ์ทันoขวซี่รzสซัง่ึงะiกnัง่ึนหดทาgลหบั ร�ำอหนลบใดหรงัยัาือเล้สดลดทเาbือจกคดlด็บeาญัสบรตeทอเรd่อสาบิเiหยีวnงกูรสเณgลาูด)ถดือรปแิตัชดงลาิกไาpกะดล-จใทv้่ชาหาaววเ้กlลจาuจนังรลeะผ้โนั<ไฟ่า(ดSจต0ม้pรัดัด.ปั0บhทป5ิดกi่ราnไาผะวcร้เูป้tม1หe่ วนิ้าrคยจมนืเoุดพเลfท่ือือ่เีaลดnอื ไaปดl
มีการเกตรีะยจมาผยา่ ตัวดแ(บJaบcไkม-K่ปnกiตfeิ ใpนoขsi้อtiมonูล)ท, ใี่เปส็น่เครrื่อatงiมoือsถc่าaยlขeยาแยลรูะทวาร (Anal retractor) ซ่ึงจะใช้ Fansler เพอ่ื ใหม้ องเห็นไดช้ ดั เจน
ครกเInปะาือdรดรeยีกับppรจบL(รนSaะาeiะเgัยpiทกหnnจahสียนาdวsiำ�บnยu้sันาe่คccrตงขnใeญัtoรัวอ้etชิดrrแทม้eหsoAสบาลู afงีรบดเlซmชlสaือiวไ่ึงnsิงถมpงกปaHติ่ปทllcารeิaกclวรpมิrasaตวาm-mาnvริเิใณKaoคpนaol(nรl)ขHuimทซาจc้อee่ึะม่ีงบัมomหหี <รูลgs2oล์สิcoดทra0อถrกrส่ีเpho.ปดิตล0ีeดovเิ็น่มุเ5liลวช-dแตSงือิง)oลmดัทอดกrะตนวบdiบเัrาาุปมniรnผมริเน็าoวaขิวแนvอณl้หึนนจสิ ดsนtะวร(ecงัHะวโงั asกิรกเคetlคลeอันmง้ รส่าบใoวาใแ�ำตทrนะจหลr้ หะวhทAะรoไา์ทับ่ีนมlรiดld่ีi้ีี sร้a(ับPl ecกรผrcrlhาาaioaoรยลmmnหidpapไา้lelด มeจsc้รxโเาktลับ)ดกoiืnอกกยm)ตดาาตแราyไรอ้มผลปรแง่าสวะพลรตบใ่วระะัดชรน้อกมโวเ้ โดคมลดัมคยร่มุกขรื่งอว้ทนัะอ้ ขิธงีส่วมีซมอองัลูC่ึงืงอกงทoทเจาคV้ังnา�ำรหรใveนบ่ือมsหeวsางดnน้ลeดมtlด9-เiื3อoจSก07็บenาaรเaรรตพlาlาiเ่อยnส่ือยFgหียใกeไหเูรDดลลrูด้เg้ร่มุือeหuบัปvแด็นsiกราcไoรกกาeดnอรsจท้ ผห�ำยเวhชน่าตลาeต่นว่อรงั mดันโoด5rย3-
ผา่ ตดั ประเมินจุดที่เลือดออก (Oozing หรือ bleeding) และใชเ้ จลโฟมปิ ดไว้ 1 คืน
ผเลทคนิคการผ่าตัด Vessel-Sealing Devices hemor- วิธี Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy ผู้ป่วย 57
rhoidectomyจากการรวบรวมขอ้ มูลท้งั หมด 90 ราย กลุ่มแรกจานวอนาย5ุใ3นชรว่ายง 1ไ8ดร้ถับงึ ก8า3รปผีา่ คตา่ ดั เฉโลดีย่ อวาิธยี Cุ 4o4n.v9e±nti1o5n.a0l ปFี e เrปg็นusเoพnศชาย
(ไJขaสcันkจผhห-หeาปู้Kลmน่ลวnังวังoยiจนfrอทreาhา4ดกยo4pสใใุidหนoอคe้ยsบนชciาt่วกtoครiงาmoะิดร1nงyเช8ปับ)าแ,็ นถปลใึงรวจะส้อด8าก่เย3โกคลดลนปรุ่มยะี่ื้ัอนยทค4งจา่า่ีส8มัดสเ.ฉืออ9ทลลถง่าบ(จี่ย่าผตาอยู้ปหานาขร่วรยวายือยุงน4าเท4ยพฉ3่ี.รื่1อ9ีด7ูท)เย±รตวาาร1าสยีย5รล.มไ0บ(ผดAเปข่าร้ ีnตั้บาaเทัดปกl็่ี นารเพผ4จ่าศ4�ำตชนดัราวยาโนยจดายค4นวิด6วิธเนปี รV็นา4eยร6s้อsคeคยlนิลด-Sะเคปeaิ4ด็นl8เiรปn.้อ9็gน ย รล(D้ตอะายeรvล5าiะ1cงe.ท51s1่ี 1.แ1)hลeแะmลเoะปrเ็นrปhเ็ นoพiเศdพeหศcญtหoิงญmจิyง�ำนวน
ตารางท่ี 1 ขอ้ มูลผปู้ ่ วย เพศ และ โรคปตระาจราตงทวั ี่ 1 ขอ้ มูลผูป้ ว่ ย เพศ และโรคประจำ� ตัว
Conventional Vessel-Sealing Devices
N %N %
ชาย 32 60.4 14 37.8
ไมม่ ีโรคประจาตวั 26 49.0 10 27.0
เบาหวาน 2 3.8 1 2.7
ความดนั โลหิตสูง 1 1.9 1 2.7
ไขมนั ในเส้นเลือด 1 1.9 1 2.7
เบาหวาน + ความดนั โลหิตสูง + ไขมนั ในเสน้ เลือด 1 1.9 1 2.7
โรคอ่ืน ๆ (หวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะ) 1 1.9 0 0
หญงิ 21 39.6 23 62.2
ไมม่ ีโรคประจาตวั 15 28.2 17 46.0
เบาหวาน 1 1.9 1 2.7
ความดนั โลหิตสูง 2 3.8 1 2.7
ไขมนั ในเสน้ เลือด 2 3.8 2 5.4
เบาหวาน + ความดนั โลหิตสูง + ไขมนั ในเส้นเลือด 1 1.9 1 2.7
โรคอ่ืน ๆ (กลา้ มเน้ือหวั ใจขาดเลือด) 0 0 1 2.7
ปที ่ี 44 ฉบับที่ 6 ประจ�ำเดอื นพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม 2562
เมื่อเปรียบเทียบผลการรักษาระหว่างการผ่าตัด Conven- ท่รี ะดบั 0.05 ตารางที่ 4
tional Ferguson hemorrhoidectomy กับ Vessel-Sealing ส่วนภาวะแทรกซ้อนหลังจาการนอนโรงพยาบาล (Late
Devices hemorrhoidectomy พบว่า มคี วามแตกต่างกันอยา่ งมี complication) ได้เก็บข้อมูลติดตามหลังการผ่าตัดไปจนแผลหาย
นยั สำ� คญั ทางสถิติ ในเร่ืองระยะเวลาผ่าตดั (20.6 VS 8.0 นาท,ี p< สนิท โดยระยะเวลาเฉล่ีย 5.6 สัปดาห์ส�ำหรับผู้ป่วยท่ีได้รับการ
0.001), ปรมิ าณเสียเลอื ดระหว่างผา่ ตัด (11.6 VS 2.7 มลิ ลลิ ติ ร, ผ่าตดั วิธี Conventional Hemorrhoidectomy และ 3.3 สปั ดาห์
p<0.001), ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล (2.3 VS 1.2 วัน, ส�ำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดวิธี Vessel-Sealing Devices
p<0.001*), ปรมิ าณยาแก้ปวดในกลมุ่ NSAIDs ที่ไดร้ ับหลังผ่าตดั Hemorrhoidectomy ไม่พบภาวะแทรกซ้อนของจากการผ่าตัด
(5.0 VS 2.1 คร้งั , p< 0.001), ระยะเวลาการหายของแผล (5.6 VS ของทงั้ สองวธิ ี
3.3 สตัป าเดมราาื่อหงเทป์, p่ีร2ีย<ผบ0ล.เ0ทล0พียั 1บธ)ค์เป่ารใีชยบ้จ่าเทยียใบนกหาลรงั นกอารนผโรา่ งตพดั ยทา้งั บสาอลงรวะธิ หี ว่าง วจิ ารณ์
การผ่าตดั ทง้ั 2 วธิ พี บว่าไม่มีความแตกตา่ งกนั อยCา่ งoมnvีนeยัnสtio�ำnคaญั l ทาง กาVรeผss่าeตl-SัดeรaิดlinสgีดDวeงvทicวesาร มักจะสร้าMงคaวnาn-มWพhึงiพtnอeyใจUใtหes้กtับ
สถตรติะคปายิปา่รรตรDร(ใะิมาร9ระคปะาคปชเิeงมะวาย,ป่ารยรปา่จ้ร9vณรทยใละาิใะมาิร่ารมรระiณช2ะเชาิเยยง่ีcมะิวามะวาย2กเจ้9ใจา้รณeเทวยลรณายะลาสา่าแนผ่าะsณละะผณาะเยยราี่(ีVยยยกวาย่(2กกเยามกhเใานลเวสใาเตเวละSป้กสะลาาแสเนิผลาeแนผลผอลลปดมัเัรรา(าีเวรืยอก(ีวmา่ยล(กกวาาม่(8ผกนรามนนลพดสัดนเ่ืตอสลดปเตก้ิลลปล(าก้ิหลา่ล((า,ิoลโาออล(บปดััอาร9รคบธปเดาัิตวัตารือาวNืลหอราrปลผนนรนะผพนาดรัรด2นด์เารดrัดยงิลดSิ์ล)หปทา้่(หหัทาโงโh่(ราอ)(โ3(ขพาอร(คธิตตรคAิตตN)หนรร)ีาNoหวรนยร)าะอนระยด์เรัรยดงงรัIยบSงi์ีาา่)ป้ยหบS์)ังโ้งาหD)ังโd(ขพพ)ทง(ขพAบ)แนAรบา)นวรรผeเอวsยยอี)ยงผทIทางีาา่)Icยาา่เ่างาาDงพาDลทงทพลทงตtหบบแีบ,ยบแผos(ผยีs)ยดีีผ)ยัลบาาผว)pา)เmา่าา่าลลทลบนลงตลหัับตหบผ(y=(ดี)ยัหลดาวัลาวลลบนลงพัันงััล0ก)ห)บง.ัา3กลรว7ารงาั่ 8รคตักกม9)่ผา12าาษ55,2เีค910ตา่ฉรรค...คา3260..9ตวา9่าผ66ลา12่าร129C2,55เ,525ราดเงย901่ีัา่ฉ901...ะฉ...oมา3620..ทต6302..66ล66nลห9Cง9แดี่ยี่ั้vยง่ีัท2oวตeทสn่ีาn่ ก2้ผvองังtตieสลกงonา่nวลอาtงaiธริัพงoกl3ีผnว11ธSน,221ั a241่าธิเ์...Dl..1012อปต3ี30511114S,212S,122ยดร24ั1241...D...D..1201าีย่..10125005C4ง4บมoเีนทnvียยั eผสบnู้ปหาtiคค่วลo8่าญยัnังV8,3321เ9ฉกaคค.....ทe0202378l8่ลาา่sาอ3V,32318าเ,13382sเย9ี่รฉ9.....ฉFนeง.....e223070202370ผlลsสลe3-ข3s่าย่ีSrยี่ ถe้าgตelิงตa-uัดSlนsิiทeใno้อaนg้ังnlยiสDnเรอhge่ืแอeงvD1mมiวงS,05010ce3ิธร้eว.....Dvo2860631sีะ1่iาr6S001,50cS5,0100r3ยจ3e.....D.....hD686203380266ะsะo66เเiวปdลe็นาcกผtoา่าmรตผyดั M่า(กตa2บัดัMn0nท.aV6-nี่ทW<<<<<penV0�ำ-00000sh-v.บSWs.....3<<<<<p<<<<<ia00000pet70l-่0อ00000n-0008ulh000008v.v.11111-e.....3ย.....3e.ia00000aS00000*****yt077l00000nl00000ue8u8U11111eเน11111aeeห*****y*****ltาieตUnทsุgผtีt,eลsคt ือ
58 p < 0.001เ)(มบ, ่ืปอาทเรป)ิมราียณบเสเทียียเลบือผดลรกะาหรวราั่กงษผาา่ รตะดั ห(ว1า่1ง.6กาVรSผ่า2ต.7ดั มCิลoลnิลvิตenรt,iopn<al0.F0e0r1g)u,sรoะnยะhเeวmลoาrกrาhรoนidอecนtoโmรงyพยกาบั บVาลes(s2e.l3-SVeaSli1n.g2
แตDกeตDpvแวา่iแนผeั<cงลveล,ก0isะpcัน.(เh0<e5มอเe0s.ม0่ือย6m1hื่อ.่าเ)0eVoป,งเm0rปปมSรr1oยีhรีนร*3ีroยบิมัย).ri3,บhเdสาทปoณeเสำ� ทiยีcรคdปัเtิีบยมสัญoeดบcาีmยทPาtณเผoหyลaาmลยiือง์,พnากสyดแpบาถsรพกรว<cิตะป้รบoา่ิห0โักวrวมด.วeษ0ดา่ียคา่0ใามหงว1pนรผีาคล)ะaกมา่งัวiหตลnผแาดวมุ่มั่าตsา่ตแกc(Nงัด1oตตกS1rกา่ าพe.Aงต6รบกวI่าผVDนวันังา่ ่าSกsแอตนัรทย2ดมั กา.่อี่ไีค7Cงดย(วม6มoา่รา้ .ีนnงิลมับ3มvยลั หeีนสิลnลยัาิตtงัiคสหหรoผญัาnลร,า่ คืaอpังตทlญผัมด<ัา่าีFภงท0ต(สeา5า.ัดr0วถง.g0ผ0สะิตu1ู้ปVแถsิ )ใo่วทิตS,นnยริ 2ใเมกะร.hน1ักื่ยซอeเะมmค้องรเื่รีปอรนวo้ะังงัญrลตr,ยรา่hหะะกpงoาเยๆาiว<ปdะรลeวเ0นดวาcด.ผtัอ0งลoน0่านาmเ1ตั้ผสนโ)yดัียา่จร,ตเึง(กรลดมั2พะบือั 0ีกยย(ด.2าVะ60บรเeนVว.พาs6ลอSลsัฒeาVน8กlน(โ-S2.ราSา0.รง8e3เนพหทa.0VlคยาาinทนยSานgขบี,าิค1อทา.เ2งลพี, นื่อาใหน้
คVะSpวแนั4<นแว.,น1น0นpผั ยั.,<ค0ล,สp0pะ0า(<1<แ5.ค0)น.0,ญ0ั60.นป.010ทVเ,*0รม0าSิp)1ม1ื่อง,)<*า3สเปปตณ)0.ถ3,รา.รเิป0ตมรสีสยา0ิราีบย(ปัง1ณิม9เทดล),ทาย,9่ีาือณ3ียา2แหดแบ9ลย์,รกาะคVะแปp้ ่าPหกใSว<aชปว้ด8i0จาn่้ใว,.ง9่าน0ดsผย20ใcกใ3า่1นoลตน)บrกมุ่ดัeกาลาทN(วมุ่ร1นั,Sน1ทNpA.อ6สี่S=IนอDVA0โงsSI.ร3D(ท4ง27s.พี่ไ817ทด)ยVมร่ีาไต้ Sบัิบลดา3รลาร้หล.าับิล6ลงริตหทงัะรผลี่ห2,า่งั วภผตpผา่้ปูาดัา่<งวต่วก(0ะยด5ัา.แล.0ร0(ท0ดผ5V1รอ.า่ 0)กตาS,ซVกดัร2้อาทSะ.ร1น้ยงั2ปตคะ.2ว1่าเรวดว้งังคลหๆธิ,ราีพล้ังpกใงั,บนา<ผpรวก่า0นา่ ตา<.ไ0รอดั ม00ศน.่ม1ล0ึกโ)ีดค0ษร,1กวางร)าคพะม,รรยยรเแั้งสะาะตนียบเยวกี้จเะาลลตึงลเอืาเวา่ ปกงลด(2็นากาขร.กกนั3ณหาาอVะรารยผยหศSา่ ขา่ึกาง1ตอยมษ.ัดข2งีาอผแงลลละัพลดธ์
แผลตา(ร5.า6งทVี่S3เม3ผ.่ือล3เลปสพั รปั ีธยดบ์ Pาเหaทi์,nียบpscค<o่าr0ใe.ช0ขจ้0อ่า1งย)ตกในาารรกผาางา่รตทนดัี่ อ3ทน้งผั โสลรอลงงพัพวธยธิ ์าPี บaาinลรsะcหoวreา่ งขกอางรกผาา่ รตผดั ่าทต้งััด2ท้ังวสธิ อีพงบววิธีา่ ไมม่ ีความแตกต่างกนั อยา่ งมี
นยั สาคเญัมื่อทเาปงรสียถบิตเทิ (9ีย,บ92ค9า่ ใVชจ้S่า8ย,ใ9น2ก3าบCรานoทnอv,นepnโ=tรioง0nพ.a3lย7า8บ) าตลารระางหทว่ี า่2งกVารesผseา่ lต-Sดั eทal้งัin2g Dวธิevีพicบesวา่ ไม่มีความIแnตdกepตeา่nงdกenนั tอsaยmา่ งpมleี s
mตนyายั รตสแมาผารีาภงPรู้ปคกทาaาญ่ัวPiวPง(่ีnP3Pยa6aะททaisai.กniผแnc3iี่าnn3oลsลทงsVrscแscุ่มสeผลcoรcoลSoทorลวถพกrั ereะrนัeี่ผลิ4ตeซธวเวแ.่าวมพิัว้น์อั1นั(รPนตันั่ือ9ทธนกทคaแัดแ,เี่์ส9i่ีสปรPะรnวอ22กอกแaริธง9sงiีนียcnรCบoนVาsroเc,ยeSทonpโขียr8vดe<บอ,e9ยคขงn02่าPเก6อ.ปเ3taฉ0ค.คาiง3io็น0่ลบาร่าnCก64เ641เยn่ีภฉผา..ฉoา..s31)13aทลาn่ราลc,Clตยี่voยผ่ีว,oerดัแpะาn่Hneตvทลแt=eหieดัะ้ทoงัnm0nลทสtรP.aiงo3ั้oอกงัalผn7สriงซS1nra8า่วอh้.อDlต)3sธิงoนS11cดตัS11ีว..iDo..Dใ31dา31ธิพrนรeeี บาขcวงณวtทนัoา่ ะ่ีท-2ม่ีสีคคอVว่าง3etขาเฉคs.oคมV6อ(s่ลา่าm4eแ32eงเ23เยี่lฉ.s..ฉก-..ต160s06ySลลeากeยี่Vlยี่รเa-ตทSผlSi่าenีย่างa3gตบlก.i6Dnัดกนั geโบัคอดvDะกiยS1ยceแา.Dา่ev2วรsงนiS11ิธS11cผม..Dนีe..D1212่าีนsV,ตeยัpัดสs<ดsาe้วค0lย.ญั-0KวS0ทิธeoI1แีnmKาaK)dงบlooIoตieสgnmnบmpาodถgeดoรor<epnิตgogั้งาp-dDo0voิงเveโerด.-<<rpnท<<eap0Snooดิมl-d0-v0vmtี่u00vvvย31e..-i..-sea00aScni00*Sarlp00l00mteumun11a11seseoi**iipa**rhrvnmlnneetosospemcvvsloetttsoereessrttrวhนัoidec-
นผู้ปอน่วยโแตรชรPางการaพiยาnย(งอ6sาทแ.าcบ3oยลี่ 4rาVุeแะลภ6เลวSมา2นัะ(4ื่อวEทเ.มะเaป1ี่สปแื่rอีอคlรทเyโงีปยะรรบแรคcกีนยเoปซทบนmรอ้ียเะ,ทบนpจpียlห�ำPi<บcตลaa0iัวงัPnt.4ผเia0oบ.sาi1่0cnnาตC1oห)sดั)orc,eวnคovาหอืrแeนenลลtแหงัะiคoผผลnวPลา่งัaาaตตผlมiดnิดั1า่ ด.ตเ1sพชันcดั ือ้บoโลพrวeพหบา่ วิบตวมนัสใา่ีคนทูงมวี่สีาคมอวงแา2Lcม.ตil(0gi4แกna.ตตS1icuก่าVกarงตelาSกา่ รนังt3ศrกอ.i6ึกaนัยษlคา่องาะยศ1มขแา่.ึก1อีนงนษมงยันาีนส,Tใยัาpนhคสผ<oญัาู้ปrค0ทb่ว.ญั0eาย0งทcF1สkiา1)s1ถงh11ตสิตe2าrไถิ ’รโดs<ิตราด้ศeาิง0ยxโึก.ยทa0ดpษทc0ี่ ย3ta1า่ีไi*tดpแnesa้บรstiับcnบoกsrcาreaoรวrnวeนัิdนวoิจนั mฉัยizเปe็นd
ตแรารกตนาาไ(องร6มทนา.ม่ ไ3ไงี่โีภ4มมมมทVรา่มีภ่มีภภวง่ีSีภา4ีภาะพาววาผาแว4ภะวยะวทปูะ.้แะแาาะ1่รแทแวบวทแกคททระทยราซกะรแกกรลรอ้กซแกซทลกน(ซอ้ซนอ้มุ่ซEรนอ้นอ้นกทaอ้นนrซ,นี่ผlypอ้า่หตนc<ลoดัหง0ัmวผ5.ลN0ธิp1า่งั0ีlตCผC5i15N2Nc21ดั1oา่)oa,nตCntivดัvooeแnennลvn)tieะtoคinon9tPือ%ani6oal.aตแn2i99l3n%3าaผ6%6.H.l.ร8.8sล22าceตoงmิดrทoeเ่ีชrว4r้ือhนั ภoพทiา3Ndบ่ีสว7eะใอc33N0Nนแ0tงL77oทผi(mg4รปูL้ay.ก่Si1วguซมยaVrอ้SชีภeSuนาา1rย%วห3e0อะ.0ล611าแ%%ัง0000ยคทผ00ุ ะ6่าร2ตแกนัดซปีนอ้ โ,นFรpiคs2h<FปFe2รiisรr0.sา1h’hะ.ยs50e2e2จ0โr.er0.1F’1xา’ด1s5si5aตsย)0e0cehFวัxเtxตeปiเaasrบา็chc’นรtstาeาภrหeง’xาsวทaวeาcี่ะxtน3aแtceคทtsptวt0ร-evา.ก5spaมpt10ซl-0-uด0v.v.5อ้5eaaนั11lนlu0u0โeใeลนหขิตณสะูง
แลมะีภไาขวมะแนั ผทใปู้รน่กวหซยอ้ลกนอลดมุ่ เทล่ีผือา่ดตแดั ลวะ2ธิ ปี Cัสoสnาvวeะntไioม3nไ่ .a8ดlใ้ Hนeผmปู้ o่ วrยrhชoาiยd0eอcาtoยmุ 3y2 มปีีภไามว0ม่ะีโแรทครปกรซะอ้ จนาต2วั รสาย่วโนดกยลเปุ่ม็ นทภี่ผาา่ วตะดั แวทิธรี Vกซesอ้ seนl-ใSนeขalณinะg
วารสนDารอeกvนรiโcมeรกผsงาปู้พร่ วแยHยพาeกบทmลยาoุ่มล์ rทr(hEี่ผoaา่ irตdlyeดั cวctooธิ mmี Cpyolniไcvมaet่พinotบnio)ภnคาaืวอl ะHแแeผmทลรoตrกิดrซhเชo้อ้ืiอdนeพcเบมtoใ่ือmนเyปผรปมู้ ี่ยีภวบยาวชเทะาแยียอทบารพยกุบ6ซ2วอ้ ่าปนที โ้2ังรสรคอาปยงโรกดะลจยุ่มาเปตไ็ นวั มเภบ่มาาีควหะววแาามทนแรคตกวซกาตอ้ม่นาดงในั กนโนั ขลอณหยิตะ่าสงูมงี
นอแนลยโั ะสรไงาขพคมญยั นัาทบใานางลหส(ลถEอิตaดิทrlเี่yรละือcดoดบmั แp0ลl.iะ0c5ปatัสตioาสnรา)าวคงะทือไี่ มแ4ผ่ไดลใ้ตนิดผเชปู้ ้ือ่ วพยชบาใยนอผาปู้ย่ วุ 3ย2ชปาียไอมาย่มุีโ6ร2คปปี โรระคจปาตรวัะจสา่วตนวั กเบลาุ่มหทว่ีผาน่าตคดั ววาธิ มี ดVนัesโsลeหl-Sิตeสaูงling
และไขมนั ในหลอดเลือด และปัสสาวะไมไ่ ดใ้ นผปู้ ่ วยชาย อายุ 32 ปี ไมม่ ีโรคประจาตวั ส่วนกลุ่มที่ผา่ ตดั วธิ ี Vessel-Sealing
ริดสีดวงระดับ 3 และ 4 พบว่าระยะเวลาการผ่าตัดเฉลี่ยโดยวิธี กัน ต่อมามีการศึกษาของ Chen16 พบว่าการผ่าตัดโดย 59
Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy อยทู่ ี่ 100 นาที Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy น้ันมีภาวะ
และ 313 นาทสี �ำหรับการผา่ ตัดแบบด้ังเดมิ และมีการเปรียบเทยี บ แทรกซ้อนคือปัสสาวะไม่ออกน้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
ปริมาณของการเสียเลือดในขณะผ่าตัดพบว่าการผ่าตัดแบบด้ังเดิม และ Chung17 ได้ท�ำการศกึ ษาพบวา่ การผา่ ตดั ดว้ ย Ligasure และ
เสียเลือดมากกว่าการผ่าตัดโดยใช้ Vessel-Sealing Devices Harmonic scapel hemorrhoidectomy มีภาวะแทรกซ้อน
hemorrhoidectomy อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ (p<0.0001) เรื่องปัสสาวะไม่ออกหลังผ่าตัด ไม่แตกต่างกัน ในการศึกษาน้ีพบ
ในการศึกษาครั้งน้ีก็สอดคล้องกับการศึกษาดังกล่าว และไม่พบ ในผู้ป่วย 1 ราย ท่ีผ่าตัดด้วยวิธี Conventional Ferguson
ภาวะแทรกซ้อนในเร่ืองของการเสียเลือดมากระหว่างและหลัง hemorrhoidectomy แต่ไม่พบในผู้ป่วยที่ผ่าตัดด้วยวิธี Vessel-
ผา่ ตัด Sealing Devices hemorrhoidectomy ซึ่งสามารถป้องกันได้
เช่น การใหส้ ารน�ำ้ การให้ยาระงบั ปวดหลังการผา่ ตดั ท่เี หมาะสม
การศึกษาของ Nighat10 ได้ศึกษาแบบ randomized
clinical trial ในผู้ป่วยที่ริดสีดวงทวารระดับ 3 และ 4 โดยแบ่ง Milito18 ได้ศึกษาแบบ Meta-analysis พบว่าในผู้ป่วยท่ี
ผปู้ ่วยเป็น 2 กล่มุ โดยกลุม่ A ผา่ ตดั วธิ ี Vessel-Sealing Devices ผ่าตัดด้วยเทคนคิ Vessel-Sealing Devices Hemorrhoidecto-
hemorrhoidectomy และกลุ่ม B ผ่าตัดโดยใช้เทคนิค my มีอัตราการกลับเป็นซ�้ำต่�ำกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม และ
Milligan-Morganพบว่าการผ่าตัดวิธี Vessel-Sealing Devices Chung17 ก็ยังรายงานว่า อัตราการกลับเป็นซ้�ำของการผ่าตัดด้วย
hemorrhoidectomy มปี ระสิทธิภาพมากกวา่ เช่น การเสียเลอื ด Ligasure และHarmonic scapel hemorrhoidectomy น้ันไม่
นอ้ ยกวา่ โดยคา่ เฉลยี่ ในกลุ่ม A เท่ากับ 51.92 ± 15.68 มิลลิลิตร แตกต่างกนั โดยเกบ็ ขอ้ มูลหลงั ผา่ ตัด 3 เดือน19
ส่วนค่าเฉลี่ยในกลมุ่ B เท่ากบั 70.34 ± 25.59 มลิ ลิลิตร และพบว่า
คะแนนความปวดหลังผา่ ตัดวนั แรกของผู้ปว่ ยกลมุ่ A เทา่ กบั 3.8 ± เรื่องทวารตีบหลังผ่าตัด มีการศึกษาแบบ Meta-analysis
1.54 ในขณะที่คา่ เฉล่ยี ในกล่มุ B เท่ากบั 5.95 ± 0.99 พบว่า การผ่าตัดดว้ ย Vessel-Sealing Devices Hemorrhoidec-
tomy และ Conventional hemorrhoidectomy น้นั ไมแ่ ตกต่าง
การศึกษาของ Nienhuijs12 ศึกษาเก่ียวกับความปวดหลัง กันอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ15 และก็พบว่า การผ่าตัดด้วย Liga-
ผา่ ตัดเปรยี บเทยี บวิธี Vessel-Sealing Devices Hemorrhoidec- sure และ Harmonic scapel hemorrhoidectomy นัน้ ไม่แตก
tomy กับวิธีผ่าตัดแบบดั้งเดิมโดยรายงานเป็น meta-analysis ต่างกันอยา่ งมนี ัยสำ� คญั ทางสถติ ดิ ว้ ยเช่นกนั 20
แสดงให้เห็นว่าคะแนนความปวด (pain score) ในวันแรกหลัง
ผ่าตดั วธิ ี Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy ผู้ป่วย การศึกษานี้จึงสอดคล้องกับหลายงานวิจัยที่ว่า ภาวะ
ปวดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิมแบบมีนัยส�ำคัญทางสถิติ แทรกซอ้ นหลงั การผ่าตัด เชน่ เสียเลอื ด ปัสสาวะไม่ออก แผลแยก
(p<0.0001) ส่วนระยะเวลาการหายของแผล พบว่าการผ่าตัดวิธี แผลหายช้า และปากทวารตีบนั้นพบว่าผู้ป่วยท่ีได้รับการผ่าตัดวิธี
Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy ผ้ปู ่วยแผลหาย น้นั Vessel-Sealing Deviceshemorrhoidectomy จะเกดิ ภาวะ
เรว็ กวา่ โดยจะใช้เวลา 2 – 4 สัปดาห์ (2.65 ± 0.74) ในขณะท่กี าร แทรกซอ้ นนอ้ ยกวา่ 17
ผ่าตัดแบบดงั้ เดมิ ผ้ปู ่วยจะแผลหายใช้เวลา 4 – 6 สปั ดาห์ (4.6 ±
0.82) ในการศึกษาคร้ังนี้ เปรียบเทียบผลลัพธ์ในเรื่องระยะเวลาท่ี
ใช้ในการผ่าตัด ปริมาณเลือดท่ีเสียในระหว่างผ่าตัด ระดับความ
การศึกษาของ Muiz13 ไดศ้ กึ ษาแบบ randomized clinical ปวดหลังผ่าตัด ปริมาณยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDS ที่ได้รับหลัง
trial จากกล่มุ ตวั อย่าง 284 ราย ทีเ่ ป็นริดสดี วงทวารระดับ 3 และ ผา่ ตดั ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ระยะเวลาการหายของแผล
4 แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี Vessel-Sealing ภาวะแทรกซ้อน และค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล จากผล
Devices hemorrhoidectomy มีการหายของแผลที่เร็วและ การศึกษาพบวา่ การผ่าตัดด้วย Vessel-Sealing Devices hemor-
สมบูรณ์กว่าผู้ป่วยท่ีได้รับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม และสามารถกลับ rhoidectomy ได้ผลดีกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิมโดยวิธีของ
ไปทำ� งานได้รวดเรว็ กวา่ (p = 0.01) Ferguson ในเรื่องของระยะเวลาการผ่าตัด ปริมาณเลือดที่เสีย
ขณะผ่าตัด คะแนนความปวดหลังผ่าตัด ระยะเวลาการนอน
การศึกษาของ Altomare14 ศึกษาผู้ป่วย 273 รายท่ีเป็น โรงพยาบาล ปริมาณยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, ระยะเวลาการหาย
รดิ สีดวงทวารระดับ 3 และ 4 วัดระดบั ความปวดหลังผา่ ตัด โดยใช้ ของแผลอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ และได้มีการศึกษาเร่ือง
visual analog scale (VAS) หลังผา่ ตัดวนั แรก วนั ท่ี 2 และวันที่ 7 ค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล และการเกิดภาวะแทรกซ้อน
โดยแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี หลังผา่ ตัดซ่งึ พบวา่ ทงั้ สองวธิ ไี มม่ ีความแตกต่างกันอย่างมีนยั สำ� คญั
Vessel-Sealing Devices hemorrhoidectomy 147 ราย และ ทางสถิติ
กลุ่มที่ได้รับการผา่ ตดั ดว้ ยวธิ ดี ัง้ เดิม 146 ราย พบวา่ ผู้ป่วยท่ไี ด้รบั
การผ่าตัดด้วยวิธี Vessel-Sealing Devices hemorrhoidecto- และการศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบย้อนหลังจึงมีข้อจ�ำกัด
my สามารถทจี่ ะกลบั ไปท�ำงานไดเ้ ร็วกวา่ และทำ� กจิ วัตรประจ�ำวนั ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในเร่ืองของ Late complication เช่น
ไดเ้ รว็ กว่า เนอ่ื งจากความปวดหลงั ผา่ ตัดนอ้ ยกวา่ ผูป้ ว่ ยท่ไี ดร้ ับการ ทวารตีบ หรือการกลับเป็นซ้�ำ เพราะไม่ได้ติดตามผู้ป่วยในระยะ
รักษาโดยการผ่าตัดแบบดั้งเดิม เวลาที่ยาวนานพอ และในอนาคตอาจมีการศึกษาแบบไปข้างหน้า
มีการควบคุมท่ีดี และมีการสุ่มซึ่งจะท�ำให้ผลการศึกษาสถิติ
ภาวะแทรกซอ้ นหลังผ่าตดั เช่น ปสั สาวะไม่ออกมีการศึกษา นา่ เช่ือถอื มากข้ึน
ของ Tan15 ได้ศึกษา Meta-analysis พบว่าการผ่าตัดด้วย
Vessel-Sealing Devicesemorrhoidectomy กับการผา่ ตดั แบบ ปที ่ี 44 ฉบับท่ี 6 ประจำ� เดอื นพฤศจิกายน-ธนั วาคม 2562
ดั้งเดิมพบว่าภาวะแทรกซ้อนคือ ปัสสาวะไม่ออก นั้น ไม่แตกต่าง
สรปุ กลุ่ม NSAIDs ระยะเวลาการหายของแผลอย่างมีนัยส�ำคัญทาง
สถิติ ส่วนค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล และการเกิดภาวะ
การผ่าตดั ด้วย Vessel-Sealing Devices hemorrhoidec- แทรกซ้อนหลังผ่าตัดทั้งสองวิธีไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัย
tomy ได้ผลดีกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิมโดยวิธีของ Ferguson สำ� คัญทางสถิติ
ในเรอ่ื งของระยะเวลาการผา่ ตัด ปริมาณเลือดที่เสีย คะแนนความ
ปวดหลงั ผ่าตัด ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ปรมิ าณยาแกป้ วด
References
1. Varut L. Definition of hemorrhoids. World J Gastroenterol 2015; 31: 9245–52.
2. Elesmore S, Windsore AC. Surgical history of haemorrhoids. In: Charles MV, editor. Surgical Treatment of
Haemorrhoids. London: Springer 2002; 1:1-4.
3. MacRae HM, Vu NV, Graham B, Werd – Sims M, Collver JA, Robbs RS. Comparison of hemorrhoidal treatment
modalities: a meta-analysis. Diseases of the Colon and Rectum 1995; 38: 687–94.
4. Milligan ETC, Naunton CN, Morgan, Jones L, Officer R. Surgical anatomy of the anal canal, and the operative treatment of haemorrhoids.
The Lancet 1937; 230:1119–24.
5. Ferguson JA, Heaton JR. Closed hemorrhoidectomy. Diseases of the Colon and Rectum 1959; 2:176–79.
6. Ho YH, Cheong WK, Tsang C, Ho J, Eu KW, Tang CL, et al. Stapled hemorrhoidectomy—cost and effectiveness.
Randomized, controlled trial including incontinence scoring, anorectal manometry, and endoanal ultrasound
assessments at up to three months. Dis of the Colon Rectum 2000; 43:1666–75.
7. Jayaraman S, Colquhoun PH, Malthaner RA. Stapled versus conventional surgery for hemorrhoids. Cochrane Database of Syst Rev
2006; 4:CD005393.
8. Sayfan J, Becker A, Koltun L. Sutureless closed hemorrhoidectomy: a new technique. Ann Surg 2001; 234: 21–4.
9. Kennedy JS, Stranahan PL,Taylor KD, Chandler JG. High-burst-strength, feedback-controlled bipolar vessel sealing. Sur Endosc 1998; 12:
876–8.
10. Nighat B, Moosa FA, Jaleel F,Qureshi NA, Jawaid M. Comparison of hemorrhoidectomy by LigaSure with conventional Milligan
Morgan’s hemorrhoidectomy, Pak J Med Sci 2016; 32:657-61.
11. Thorbeck CV, Montes MF. Haemorrhoidectomy: randomized controlled clinical trial of LigaSure compared with Milligan-Morgan
operation. Eur J Surg 2002; 9: 482-4.
1 2. Nienhuijs S, de Hingh I. Conventional versus LigaSure hemorrhoidectomy for patients with symptomatic Hemorrhoids. Cochrane
Database Syst Rev 2009; 1: 21.
13. Muzi MG, Milito G, Nigro C, Cadeddu F, Andreoli F, Amabile D, et al. randomized clinical trial of LigaSure™ and conventional
60 diathermy haemorrhoidectomy. Br J Surg 2007; 94: 937 – 42.
1 4. Altomare DF, Milito G, Andreoli R, Arcana F, Tricomi N, Salafia C,et al. Ligasure Precise vs. conventional diathermy for Milligan-Morgan
hemorrhoidectomy: a prospective, randomized, multicenter trial. Dis Colon Rectum 2008; 51: 514-9.
15. Tan EK, Cornish J, Darzi AW. Meta-analysis of short-term outcomes of randomized controlled trials of ligasure vs conventional
hemorrhoidectomy. Arch Surg 2007;142:1209–10.
16. Chen JS, You JF. Current status of surgical treatment for hemorrhoids – systematic review and meta-analysis. Chang Gung Med J
2010;33:488–500.
17. Chung CC, Ha JP, Tai YP, Tsang WW, Li MK. Double-blind, randomized trial comparing Harmonic Scalpel hemorrhoidectomy, bipolar
scissors hemorrhoidectomy, and scissors excision: ligation technique. Dis Colon Rectum 2002; 45:789–94.
1 8. Milito G, Cadeddu F, Muzi MG. Haemorrhoidectomy with Ligasure vs conventional excisional techniques: meta-analysis of randomized
controlled trials. Colorectal Dis 2010; 12:85–93.
19. Bessa SS. Ligasure VS. conventional diathermy in excisional hemorrhoidectomy: a prospective, randomized study. Dis Colon Rectum
2008; 51:940-4.
20. Gentile M, De Rosa M, Carbone G, Pilone V, Mosella F, Forestieri P. LigaSure haemorrhoidectomy versus conventional diathermy
for IV-degree haemorrhoids: Is it the treatment of choice? A Randomized, clinical trial. ISRN Gastroenterol 2011:467258.
วารสารกรมการแพทย์
การฉายรังสีแบบปรับความเข้มและแบบปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย
ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ หลงั โพรงจมกู 33 ราย
• เทวนิ ทร์ โชตธิ นประสทิ ธิ์ พ.บ.
โรงพยาบาลมะเรง็ อบุ ลราชธานี อ�ำเภอเมือง จังหวดั อบุ ลราชธานี 34000
Abstract: IMRT/VMAT in Nasopharyngeal Carcinoma Patients :
An Analysis of 33 Cases
• Chottetanaprasith T
Ubonratchatani Cancer Hospital, Mueang Ubonratchatani, Ubonratchatani, 34000
(E-mail: [email protected])
(Received: August 13, 2019; Revised: November 18, 2019; Accepted: October 10, 2019)
Nasopharyngeal carcinoma is common cancer in Southeast Asia and Thailand. IMRT (Intensity-modulated radi- 61
ation therapy) and VMAT (Volumetric modulated arc therapy) are advanced techniques radiotherapy in the treatment
of nasopharyngeal carcinoma. This study aimed to evaluate efficacy in the treatment of nasopharyngeal carcinoma
with IMRT/VMAT at Ubonratchatani cancer hospital from July 2014 to December 2016. The data were reviewed in-
cluding demographic data, pathological finding, stage of the tumor, radiation techniques, radiation doses to target
volumes, radiation doses to normal organs, responses of treatment, survival rate and toxicities. Thirty-three patients
were recruited. The result was found that 81.8% of patients had VMAT treatment and most of the patients use SIB
technique 93.9%. After treatment, 69.7% and 30.3% of the patients had a complete and partial response, respec-
tively. Median follow up period was 42 months. The 3-year progression-free survival was 72.7% and 3-year overall
survival was 81.8%. Most toxicities were not severe. Acute side effect grade 1 and 2 mucositis were found 36.4%
and 63.6% respectively. The common side effect was grade 1 xerostomia (57.6%) and grade 2 xerostomia (24.2%).
From this study, we can achieve good results with high survival rate and acceptable toxicities when treating naso-
pharyngeal carcinoma patients with IMRT/VMAT.
Keywords: Nasophayngeal carninoma, IMRT, VMAT
บทคดั ยอ่ ous integrated boost) รอ้ ยละ 93.9 ผลการรักษาพบการตอบ
สนองแบบ complete response (CR) รอ้ ยละ 69.7 แบบ partial
มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นมะเร็งท่ีพบบ่อยในภูมิภาคเอเชีย response(PR) ร้อยละ 30.3 ค่ามัธยฐาน (median) ระยะเวลา
ตะวันออกเฉยี งใตแ้ ละประเทศไทย การฉายรังสีเปน็ การรักษาหลกั ตดิ ตามเท่ากับ 42 เดอื น อัตราการรอดชีวติ 3 ปี แบบ progres-
ในมะเร็งหลังโพรงจมูก การฉายรังสีแบบปรับความเข้ม (IMRT : sion free survival (PFS) เทา่ กับร้อยละ72.7 แบบ overall sur-
Intensity modulated radiation therapy) และแบบปรบั ความ vival(OS) เท่ากับร้อยละ 81.8 ผลข้างเคียงอยู่ในระดับไม่รุนแรง
เข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย (VMAT: Volumetric modulated arc ผลข้างเคียงระยะส้ันพบภาวะเย่ือบุช่องปากอักเสบระดับ 1 ร้อย
therapy) เปน็ เทคนคิ การฉายรงั สที ที่ นั สมยั และมคี วามแมน่ ยำ� สงู ละ 36.4 ระดับ 2 รอ้ ยละ 63.6 ผลข้างเคียงระยะยาวทีพ่ บบอ่ ยคอื
ในการรกั ษาโรคมะเรง็ การศกึ ษานี้เปน็ การศึกษาประสิทธภิ าพของ ภาวะนำ้� ลายแห้งโดยพบระดับ 1 รอ้ ยละ 57.6 และระดบั 2 รอ้ ย
การรักษามะเร็งหลังโพรงจมูกด้วยการฉายรังสีแบบปรับความเข้ม ละ 24.2 ตามลำ� ดบั จากผลการศกึ ษาพบวา่ การรักษาด้วยการฉาย
และแบบปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย ในผู้ป่วยท่ีมารับบริการ รังสีแบบปรับความเข้มและแบบปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย
ท่ีโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. สามารถน�ำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกในโรง
2557 - ธันวาคม พ.ศ. 2559 โดยทำ� การ เก็บข้อมูลพ้ืนฐานผ้ปู ว่ ย พยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี โดยมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงและผล
ผลพยาธิวิทยา ระยะของโรค เทคนิคการฉายรังสี ปริมาณรังสีท่ี ขา้ งเคียงสว่ นใหญไ่ มร่ ุนแรง
รอยโรคและอวัยวะปกติได้รับผลการตอบสนองหลังการรักษา
ระยะเวลาการอยู่รอด รวมถึงผลข้างเคียง มีผู้ป่วยท่ีเข้าเกณฑ์ คำ� ส�ำคัญ: มะเร็งหลังโพรงจมกู การฉายรังสีแบบปรบั ความ
จ�ำนวน 33 ราย ผู้ป่วยสว่ นใหญ่ได้รับการฉายรังสีแบบปรับความ เขม้ การฉายรงั สีแบบปรบั ความเข้มหมนุ รอบตวั ผปู้ ่วย
เข้มหมุนรอบตวั ผปู้ ว่ ยร้อยละ81.8 ใช้เทคนคิ แบบ SIB(simultane-
ปีที่ 44 ฉบับที่ 6 ประจ�ำเดือนพฤศจิกายน-ธนั วาคม 2562
บทนำ� 1) ไดร้ ับการวนิ ิจฉยั ยนื ยนั ว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมกู จากผล
มะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นมะเร็งศีรษะและคอที่พบบ่อย พยาธิวิทยา
ในแถบเอเชีย อุบัติการณ์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบ 6.5 2) อยใู่ นระยะ I–IV B ตามการแบ่งระยะของโรคแบบ AJCC
คนต่อแสนคนและ 2.6 คนต่อแสนคนในประชากรชายและหญิง 2010 7th edition8
ตามลำ� ดับ1 3) มีสภาพร่างกาย (Performance status) ท่ีดี คืออยู่ใน
เกณฑ์ของ ECOG (Eastern Cooperative Oncology Group) ท่ี
ในประเทศไทยพบอุบตั ิการณม์ ะเร็งหลงั โพรงจมกู 2.8 และ คะแนน 0-1
0.9 ต่อแสนคนในประชากรชายและหญงิ ตามลำ� ดับโดยอบุ ตั กิ ารณ์ เกณฑก์ ารคดั เลือกออก คือ ผปู้ ่วยทีไ่ ดร้ บั การฉายรังสีบริเวณ
แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ในจังหวัดอุบลราชธานีพบอุบัติการณ์ ศีรษะและคอมากอ่ น
2.9 และ 1.1 ต่อแสนคนในประชากรชายและหญิงตามล�ำดับ ผ้ปู ว่ ยทกุ รายได้รับการซักประวตั ิ ตรวจรา่ งกาย ทบทวนผล
ในชว่ งเดยี วกัน2 ตรวจทางพยาธิวิทยาโดยจ�ำแนกตามเกณฑ์ WHO (World
Health Organization)9 มีผลการตรวจเลือด ระบบโลหิตวิทยา
รังสีรักษาเป็นการรักษาหลักในมะเร็งหลังโพรงจมูก ระบบการท�ำงานของตับและไตปกติ ไม่มีโรคประจ�ำตัวรุนแรงที่
เนื่องจากความไวต่อรังสีของโรคและต�ำแหน่งของโรคที่อยู่ใกล้ ควบคมุ ไม่ได้ มผี ลการตรวจเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ (CT Scan) และ
อวยั วะสำ� คัญเช่นก้านสมอง ไขสนั หลัง ตอ่ มน้ำ� ลาย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อประเมินรอยโรคและการลุกลามไป
ยังอวัยวะข้างเคียงและต่อมน�้ำเหลือง มีการตรวจเอกซเรย์ปอด
มีหลายรายงานท่ีแสดงถึงข้อได้เปรียบและผลการรักษาท่ีดี คล่ืนเสียงความถ่ีสูงและตรวจสแกนกระดูกไม่พบการกระจายของ
กวา่ ของการรงั สแี บบปรบั ความเขม้ IMRT (Intensity- modulated โรคท่ีปอด ตบั กระดูก ตามล�ำดับ
radiation therapy) เมอ่ื เทยี บกบั การฉายรงั สแี บบ 2 หรอื 3 มติ 3ิ -5 แนวทางการรักษาด้วยรังสี ผู้ป่วย เร่ิมจากการจ�ำลองการ
การฉายรังสแี บบปรับความเข้ม IMRT สามารถให้ปริมาณรังสสี ูงท่ี ฉายรังสีด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT simulation) ดว้ ยทา่ นอน
บริเวณรอยโรคและลดปริมาณรังสีท่ีอวัยวะปกติได้รับ ช่วยท�ำให้ ราบโดยใชห้ นา้ กากยาว (long thermoplastic mask) เพื่อใหห้ วั
คุณภาพชวี ติ ของผู้ป่วยดขี ้นึ ไหล่ผู้ป่วยอยู่กับท่ี จากน้ันน�ำภาพที่ได้ไปก�ำหนดต�ำแหน่ง gross
tumor volume (GTV) clinical target volume (CTV) plan-
การฉายรังสีแบบปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย VMAT ning target Volume (PTV) ตามแนวทางของ RTOG (Radiation
(Volumetric modulated arc therapy) เรม่ิ น�ำมาใชโ้ ดย Karl Therapy Oncology Group) 0225 and 061510,11 และรายงาน
Otto ในปี 25516 เป็นเทคนิคการฉายรังสีท่ีพัฒนาขึ้นมาจาก ของ Songthong12 โดยแบ่งเทคนิคการฉายรังสีเป็น 2 แบบ คือ
62 เทคนิค IMRT เน่ืองจากเทคนิค IMRT มีข้อจ�ำกัดเรอื่ งของระยะ
เวลาในการฉายรังสีค่อนข้างใช้เวลานานประมาณ 15-20 นาที
ซง่ึ อาจทำ� ใหผ้ ปู้ ว่ ยไมส่ ะดวกหากตอ้ งนอนนง่ิ นานๆ ระหว่างท�ำการ แบบ sequentialและแบบ SIB (Simultaneous integrated
ฉายรังสี เทคนคิ นน้ี อกจากซีก่ ำ� บังลำ� รงั สี MLC (Multileaf colli- boost) โดยแบบ sequential จะแบ่ง planning เป็นสองระยะ
mators) จะมกี ารปรับความเข้มระหวา่ งฉายรังสตี ลอดเวลาเหมอื น การฉายรงั สีระยะแรก PTV-LR (Planning target volume for
เทคนิค IMRT แล้ว ยังมีการปรับอัตราปริมาณรังสีท่ีออกมาต่อ low risk) 50-56 Gy* ปริมาณรังสี 2 Gy/fraction (F) จากนนั้ ให้
หน่วยเวลาและความเร็วของหัวเครื่องฉายรังสีอีกทางหนึ่ง เพื่อ รงั สเี พม่ิ อกี บริเวณ PTV-HR (Planning target volume for high
ช่วยลดระยะเวลาในการฉายรังสีลงในขณะท่ีปริมาณรังสียัง risk)14-20 Gy ปรมิ าณรงั สี 2 Gy/F ไปยงั บริเวณรอยโรคหลงั โพรง
ครอบคลมุ อยูท่ เ่ี ฉพาะกอ้ นมะเร็งเหมือนเดมิ 7 จมูกและตอ่ มนำ้� เหลือง รวมทั้งหมด 35 คร้งั สว่ นแบบ SIB จะมี
planning 3 กลุ่ม ฉายพร้อมกนั ไปคือ (1) planning target vol-
การศึกษาน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาประสิทธิผลการฉาย ume for gross d(i2s)eapslean(nPTinVg70t) aฉrาgยet7v0oGluymปeรมิ fาoณr รhงั iสghี 2-r.i1s2k
รังสีแบบปรับความเข้มและแบบปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย Gy/fraction (F)
ในผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูก ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการพัฒนาการ
รกั ษาผู้ป่วยตอ่ ไป
วตั ถแุ ละวธิ กี าร s(3u)bcpllinanicnailn(gPTtVa5r9g.4e)tฉาvยol5u9m.4eGfyorปรloมิ wาณeรr-งั rสisี k1.8suGbyc/lFinแicลaะl
เปน็ การศกึ ษาเชงิ วเิ คราะห์ยอ้ นหลังในผปู้ ่วยมะเร็งหลังโพรง (PTV56ก)าฉราฉยาย56รังGสyีใชป้เคริมรา่ือณงเรรงั ่งสอ ี น 1ุภ.7าคGy(/LFinรeวaมrทัง้aหcมcดel3e3raคtoรงั้r )
จมูกท่ีได้รับการรักษาโดยการฉายรังสีแบบปรับความเข้มและแบบ
ปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วยโดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือมุ่งหวังให้ Clinac iX ฉายรังสีคลุมรอยโรคบริเวณหลังโพรงจมูกและ
หายขาด (curative aim) ท่ีกลุ่มงานรังสีรักษาโรงพยาบาลมะเร็ง ต่อมน้�ำเหลืองบริเวณคอท้ังสองข้าง ท�ำการค�ำนวณปริมาณรังสี
อุบลราชธานี ตั้งแต่ กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ถงึ ธันวาคม พ.ศ. 2559 บริเวณรอยโรค (targets) ให้ได้รับรังสีที่วางแผนไว้ (prescribed
เน่ืองจากเป็นช่วงที่เร่ิมน�ำการรักษาดังกล่าวมาใช้ท่ีโรงพยาบาล dose) และอวยั วะปกตขิ า้ งเคียง (organ at risk : OAR) ให้ไม่เกิน
มะเร็งอุบลราชธานี โดยได้รับอนุญาตท�ำการศึกษาจากคณะ ค่ามาตรฐาน normal tissue tolerance dose13 ดังแสดงผล
กรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของโรงพยาบาลมะเร็ง ปริมาณรังสีของบริเวณรอยโรคและอวัยวะปกติข้างเคียงในรูปที่ 1
อุบลราชธานี ตดิ ตามการรักษาถงึ มิถุนายน พ.ศ. 2562 เกณฑก์ าร แล้วท�ำการฉายรังสีวันละคร้ังจันทร์ถึงศุกร์ ในเวลาประมาณ 7-8
คัดเลอื กเข้าคอื สัปดาห์
*Gy (gray) แสดงหนว่ ยปรมิ าณรงั สีท่ถี กู ดูดซบั ในเน้อื เยือ่ โดยท่ี 1 Gy เท่ากบั 1 joule/kg
วารสารกรมการแพทย์
ผปู้ ว่ ยในระยะที่ II-IVB จะไดร้ บั เคมบี �ำบดั ร่วมด้วยจนกว่าจะ เท่ากบั 80 ปี
ฉายรังสีครบ (concurrent chemoradiation) การให้เคมีบ�ำบัด ผู้ปว่ ยส่วนใหญเ่ ปน็ เพศชาย คอื ร้อยละ 75.6 performance
ตามแนวทางการรักษาโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ของส�ำนักงานประกัน status ส่วนใหญ่แข็งแรงดี สามารถท�ำกิจวัตรประจ�ำวันได้ตาม
สุขภาพแห่งชาติ14 ผู้ป่วยบางรายท่ีมีรอยโรคลุกลามมากอาจ ปกติคอื อยู่ในระดบั 0 รอ้ ยละ 78.8 ผลพยาธวิ ิทยา ร้อยละ 87.8
พิจารณาปรึกษาแพทย์อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยาให้เคมีบ�ำบัดก่อน เปน็ WHO Type II (Non-keratinizing squamous cell carino-
ฉายรงั สี (induction chemotherapy) หลังการฉายรังสี ผู้ป่วย ma) ผู้ป่วยสว่ นใหญ่อยใู่ นระยะ III และ IVA คือ รอ้ ยละ 48.5 และ
ระยะ II-IVB จะได้รับการรักษาเสริมด้วยเคมีบ�ำบัด (adjuvant 30.3 ตามล�ำดับ
chemotherapy) จำ� นวน 3 ครง้ั สว่ นผู้ปว่ ยในระยะท่ี I จะไดร้ บั จ�ำนวนผปู้ ่วยทีไ่ ด้รับการฉายรงั สแี บบปรบั ความเขม้ รอ้ ยละ
การฉายรงั สีเพยี งอย่างเดียว 18.2 แบบปรับความเข้มหมุนรอบตัวร้อยละ 81.8 การเลือกฉาย
เทคนคิ แบบ SIB ทำ� ในผูป้ ว่ ยส่วนใหญ่ร้อยละ 93.9 ผ้ปู ว่ ยรอ้ ยละ
หลังการรักษาครบ 3 เดือนผู้ป่วยจะได้รับการประเมินผล 87.9 ได้รับการรักษาด้วยเคมีบ�ำบัดร่วมกับการฉายรังสีและได้รับ
การตอบสนองต่อการรักษาตามเกณฑ์ของ response evalua- เคมีบำ� บดั หลงั การฉายรังสีครบ
tion criteria in solid tumor (RECIST) ด้วยเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ ตารางที่ 2 และ 3 แสดงประมาณรงั สที ่ีบรเิ วณรอยโรค และ
หรือคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าร่วมกับการส่องกล้องดูรอยโรคหลังโพรง อวัยวะปกติข้างเคียง โดยเฉล่ียบริเวณรอยโรคได้รับการครอบคลุม
จมูกโดยการตอบสนองแบบ complete response (CR) หมายถึง 9P9T.V6780, P9T9V.8579.4แPลTะVรอ้56ยลแะละ99P.T61V,-H9R9.4P4TVต-าLมRลำ� รด้อับยขลอะงป9ร9ิม.4าณ3,
รอยโรคบริเวณหลังโพรงจมูกหายไปหมดและบริเวณต่อมน�้ำ รงั สีร้อยละ 95 ท่ีวางแผนไว้ ย(Vบ95ร)ิ สว่ นในอวยั วะปกติทีอ่ ยเู่ คียงข้าง
เหลืองมีขนาดลดลงจนเส้นผ่านศูนย์กลางแนวนอน (short axis) พบปริมาณรังสีสูงสุดเฉลี่ เวณก้านสมองและไขสันหลัง
น้อยกว่า 10 ม.ม. ส่วนการตอบสนองแบบ partial response (PR) ที่ร้อยละ 49.66 และร้อยละ 41.92 ปริมาณรังสีที่อวัยวะปกติ
หมายถึงมีการลดลงอย่างน้อยร้อยละ30ของรอยโรควัดจากเส้น ข้างเคียงได้รับไม่เกินค่ามาตรฐาน normal tissue tolerance
ผ่านศนู ย์กลาง หลงั จากนน้ั ติดตามผลการรกั ษาทุก 3 เดอื นในชว่ ง dose ยกเว้นบริเวณต่อมน้�ำลาย parotid ซ่ึงได้รับปริมาณรังสี
ปีแรก ทุก 4 เดอื นในชว่ งปีทสี่ อง และทุก 4-6 เดอื นต้ังแตป่ ที ่สี าม เฉลี่ยขา้ งขวา 35.30 Gy ขา้ งซา้ ย 36.29 Gy โดยท่ี ค่า normal
เป็นตน้ ไป tissue tolerance dose ของต่อมน้�ำลาย parotid เทา่ กบั 25 Gy
ระยะเวลาในการติดตามการรักษาอยู่ระหว่าง 7 ถึง 58
การวิเคราะห์ข้อมูลท่ัวไปใช้จ�ำนวนร้อยละ ค่าเฉล่ีย ด้วย เดือน เฉล่ีย (mean) 40 เดอื น นอ้ ยที่สุด 7 เดอื น มากทีส่ ุด 58
โปรแกรม Excel ค�ำนวณอัตรารอดชีวิตแบบ progression-free เดอื น คา่ มัธยฐาน (median) 42 เดอื น
survival (PFS) นับเวลาตั้งแต่เริ่มการรักษาจนถึงการกลับเป็นซ�้ำ 63
ของโรค (recurrence) หรือเป็นมากข้ึน (progression) หรอื เสีย
ชีวิต และแบบ overall survival (OS) ซ่ึงนับเวลาตั้งแต่เริ่มการ หลังการรักษา 3 เดือน พบการตอบสนองการรักษาแบบ
รักษาจนเสียชีวิต โดยใช้วิธี Kaplan Meier Method complete response (CR) 23 ราย ร้อยละ 69.7 partial
ด้วยโปรแกรม Statistical Packager for Social Sciences response (PR) 10 ราย รอ้ ยละ 30.3
(SPSS) ประเมินผลข้างเคียงจากการรักษาใช้ตาม Common จากการติดตามผู้ป่วยพบการกลับเปน็ ซ้�ำพบในผู้ปว่ ย 9 ราย
Terminology Criteria for Adverse Event (CTCAE) Version
รปู ที่ 1 ตวั อยา่ ง Dose volume histogram (DVH) บริเวณรอยโรคและบรเิ วณอวยั วะปกติขา้ งเคยี ง
4.15 ผลข้างเคียงท่ีเกิดข้ึนหลังการรักษาครบเป็นเวลา 90 วัน คิดเป็นร้อยละ 27.3 ระยะเวลาในการกลับเป็นซ้�ำน้อยที่สุด 5
ให้จัดเป็นภาวะแทรกซอ้ นระยะยาว เดือน มากทสี่ ดุ 32 เดอื น เฉลีย่ (mean) 17.6 เดอื น ค่ามธั ยฐาน
(median) 18 เดือน การกลบั เปน็ ซำ้� พบในบริเวณหลังโพรงจมูก 3
ผล ราย (รอ้ ยละ 9.1) ตอ่ มน�้ำเหลอื งท่คี อ 1 ราย (รอ้ ยละ 3) ผ้ปู ่วย 2
ราย (ร้อยละ6.1) พบการกลับเป็นซ้�ำของโรคท่ีบริเวณกระดูก
ผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกจ�ำนวน 33 รายอยู่ในเกณฑ์ ผู้ป่วย 1 ราย พบการกลับเป็นของโรคท่ีกระดูก ตับ และปอด 1
การศึกษา ลักษณะของผู้ป่วย (ตารางท่ี 1) อายุเฉล่ียของผู้ป่วย รายพบท่กี ระดกู ต่อมน�ำ้ เหลืองในช่องท้องและปอด อกี 1 รายพบ
เทา่ กบั 58.3 ปี ผู้ป่วยทอี่ ายุตำ�่ สุดเทา่ กบั 59 ปี ผูป้ ่วยทอ่ี ายุสงู สุด
วารสารกรมการแพทย์ ปีท่ี 44 ฉบับท่ี 6 ประจ�ำเดอื นพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562
เคร่ืองช่วยฟัง เป็ นผลขา้ งเคียงระดบั 3 จากการทบทวนเวชระเบียนพบเป็ นผปู้ ่ วย T4 ท่ีมีรอยโรคอยใู่ กลบ้ ริเวณหูช้นั ใน และ
ผปู้ ่ วยมีอาการหูอ้ือต้งั แต่ก่อนการรักษา ผปู้ ่ วยส่วนใหญย่ งั มีภาวะน้าลายแห้ง (xerostomia) ร้อยละ 57.6 และ 24.2 ในระดบั
1 และ2 ตามลาดบั แต่ไมเ่ กิดผลขา้ งเคียงรุนแรงในระดบั 3
ตาตราารงาทงท่ี 1่ี 1ขขอ้ อ้ มมูลูลพพืน้ ้นื ฐฐานานททว่ั ไว่ั ปไขปอขงอผงู้ปผว่ ปู้ ย่ วมยะมเระง็ เรห็งลหังโลพงั รโงพจรมงกู จใมนูกกใานรศกกึารษศาึกษา จานวน (ราย) ร้อยละ
ข้อมูล
อายุ (ปี )
เฉลี่ย (ช่วง) 58.33 (29-80)
เพศ
ชาย 25 75.6
หญิง 8 24.2
Performance status
ECOG 0 26 78.8
ECOG 1 7 21.2
ผลพยาธิ (WHO classification)
Type I (Keratinizing squamous cell carinoma) 4 12.1
Type II (Non-keratinizing squamous cell carinoma) 29 87.9
T stage
1 6 18.2
2 9 27.3
3 8 24.2
4 10 30.3
N stage 6
64 0 7 21.2
13b 62 168..12
2ระยะโรค 16 48.5 6
3aI 21 63.1
3bII 32 96.1
ระIยIIะโรค 16 48.5
IV A 110 303.3
IVI B 3 9.1
III 16 48.5
ตาIรVางAที่ 1 ขอ้ มูลพ้ืนฐานทวั่ ไป (ตอ่ ) 10 30.3
ข้อIมVูลB จานวน3 (ราย) ร้อ9ย.1ละ
เทคนคิ การฉายรังสี
ตาIรMางRทTี่ 1vขs อV้ มMลู AพT้นื ฐานทวั่ ไป (ต่อ)
ข้อมูลIMRT จานวน6 (ราย) ร้1อ8ย.ล2ะ
เทคนVคิ MกาAรTฉายรังสี 27 81.8
SIMEQRETNvTs IVAMLAvsTSIB
SIMeqRuTential 26 168.1.2
SVIMB AT 3217 9831.98
เคมSบีEาQบEดั NTIAL vs SIB
CSeoqnuceunrrtieanlt chemoradiation+adjuvant 229 867..19
วารCสาhรeกmSรoมItBกheารraแpพyทย์ 31 93.9
เคมบี Iาnบduัดction chemotherapy+concurrent 2 6.1
chemCoroandciuartiroen+t acdhjeumvoanratdcihaetimono+thaedrjaupvyant
29 87.9
ขเตท้าอครมIIIIนาVVMIูลงIคิ ทVIRกBAMี่Mา1TRรขAฉvTอ้sTามยVลูรMังพส้นืAี ฐTานทวั่ ไป (ตอ่ ) 16 48.5
จานวน (ราย2163)07 ร้อยละ 8319180....1283
ตตาIาMรSราIEาRMงSงQTททeREq่ีv่ีT11uNseVขTขnอI้อ้MtAiมมaALlลูลู Tพพvs้น้ืืนSฐฐIาาBนนททัว่ วั่ ไไปปขอ(ตงอ่ผ)ปู้ ่วยมะเรง็ หลังโพรงจมกู ในการศกึ ษา (ตอ่ )6 2
2จ7านว3น1(ราย) 18.2 6.1
CเcคเcเขตเChhคทคมheS้าอheมมmคeSIไบีEรmeมMmSSIVCมไบบีีEนาQmoาnoูลeISISISVCมงบไ่roMQoาาRคิdBEtMnoqaทIeIhnดบบ่ไroัดMuddกuNBBEtTAqaecรhnด้cี่Rัดดัiueา2druuNTaAtับTecvnaร้cรiTriteruoIpคTartistับTฉnaAoiienryta่าoIVprtinnาLAloiเecny+tยaฉMnnhLlcvaรcลe+thdsAhังm่ียcvaejSeสuhTdmsom(IvีejtmBSouahmoIrnveetaBotrahadarcnneipahatryd±ateci+ipmohascyntteooai++mtonnhcandcoedou+artjnrharuadrcpevdeuyrdanjarunetrpvvteyiananttiton 81.8 ร้9อ3ย.ล9ะ
2 29 6.1 87.9
31 6 93.9 18.2
29 227 87.9 861..18
:SD) Dose volume 2 22 6.1 66..11
บริเวณรอยโรค (3ta1rget) 93.9
2 6.1
ตตCเาาทรhรคาeางนmงทCทิคoี่o2่ีtShn2คecIBา่ruคaเrา่ฉprเeลyฉn่ียลt(ย่ีcmh(eemamneo±aransdtai±nadtDisaotr0nda1+n(dGaedvdyaij)arutd§vioandne:tSvDia)tiDoonsDe:S9v9Do(l)Gu myD)eo#บseริเวvณolรuอmยโeรคบDร(tเิaวDrณge9ร5t)2อ(9Gยโyร)ค‡ (target) Dmean(Gy) ¶87.9 V95(%)&
เPPทตcเPPPTTทhคTTTาVVeคนรVVVm57ไนา90ิค557.Iมง4o960ิคn.Sทไ่r4daISด่ี uB2deร้ciqคatับiutา่oieoเnฉnntcล+iha่ียaeldm(jmuovetahannetr±ac7D7ph55s0y..te167706a+m(75455nGc±±d...o906oy11at752n)..rh35±±±dc§e5511u1rd...are358rpve559yinattion D 99 (G6y6).4#5±1.70 D D 95 (7G0y.)25‡2±1.43 Dmean(G7y2).0¶ 6±0.68 6.1V95(%)& 99.43±0.31
57.90±2.18 60.76±1.76 68.26±1.76 99.68±0.29
72.06±05.698.95±1.76 6.199.43±0.3919.87±0.36
66.455±51.0.760±2.05 70.25±516.4.6352±1.81 68.26±1.76 99.68±0.29
PPTTVV56 -HR :SD57).9D0±o2s.e18volume บริเวณ6ร0อ.7ย6โ±1ร.ค76(target)
64.7927±.911.8±91.67 55.065±92.8.095±0.71 56.65±61.98.150±1.58 59.95±1.7736.35±0.99 99.87±0.3969.61±0.24
#‡§PเP§¶#‡&ท:::#‡§PPเPเPPTT::::Dทท:::DDคVTTTTTDDDDVVDDD0คค999นVVVVV09m19559-015999นนร-eิLค1ป59ปป557-Ha้อปปป-906nิิLคคRปรปปยรรH.SรรR4ปิRมิิลรมมมมิิeรรSSRริqะามาาิิาามมeIมิณuขณณณณBqาาาาeอณuรรรณณรณรnงังงัังัeงังงtปรรสสรรสinสสสaังรังีทีททีัังงtีสทlีีมิททiสสสป่ีีป่ปี่aีเา่ีปีี่่ฉปปีทlรรีีรททตลิมมิริมรรี่ปรี่่ีปปิ่ยีมาาิิามมทรตตทตรราาาีไ่ ิรรมิิรตไี่ดมมตตดรรร้รรารราาอ้อ้้อ้รับตรตตรรบัยยย77ป้อร้้ออรรลลล77รยรยยรระะะ..มิ777D6797ล้อลล้้ออ91า31945775ะยะะ0ยยณ5±±9.....1ไ96907ลลล11199(ดร1375ไ2ไะ..Gะะ59งัดร้ด66ไ±±±±±สบั้ร79ร้ดy1ไไ1111199รีับบั).....รดด้59้อ5663ไ8ับ§รร้้ย59759ดไไัับบลรดด้ ะับรร้้ 9ัับบ5 59.D8959±290.(8.G781±y)1.#28 69.5D0±D518.5.95581(±G0y.1)9‡ 73.35±0D.69m89e.a2n(2G±2y.)6¶6 99.61±0.2V9499.54(%4±)0&.32
52.886±61.4.258±1.70 58.51±700..1295±1.43 68.22±722.6.066±0.68 99.44±0.3929.43±0.31 65
68.26±1.76 99.68±0.29
57.90±2.18 60.76±1.76 59.95±1.76 99.87±0.36
55.06±2.05 56.65±1.81
ของ pr5e9sc.8ri9b±e0d.7d1ose 69.50±1.58 7
P¶:TDVm-eLanRปริมาณรังสีเฉล่ียท่ีได7ร้7ับ.73±1.69 73.35±0.99 99.61±0.24
52.88±1.28 58.51±0.19 68.22±2.66 99.44±0.32
ตก§#‡&:::าา้DDDนรV099าส159ต9ง5ปมปปาทรรรอ้อรรี่ ิ3ามิิงมมยงาคลาา(ทณBณณะา่ ่ีเขrร3ฉรรaังอัังงลiสคnสสง่ียี่าปทีีททsเ(tร่ีปฉี่่ีmeปปิมmลรรรeอาิ่ียมิิมมa)วตnาาายั(รตตตm±วทรรระseี่ไรรรtaดa้อ้้ออnnร้ยยยdับลลลa±ะrปะะdsร199dtิม95aeไาvnดไไณidaรดด้ tรaับรร้้ioังrัับบdnสี:รdS้อeDยv)ลiaะDt9ioo5sneขv:อSoDงlu)pm rDeesoบcsrรiคebิเ่วาeDvทณdomใี่ dอalชxuoวα้วmsยัดัeวeะปบกรเิตวิขณา้ องวเคยั ียวงะ(ปOกAตRิขค่า้า)เงทฉเค่ีสล4ยียา่ี9งค.6(ญัm(6O±e4Aa.Rn75))
ท่สี ำ� คญั
± SD
ไขสนั หลงั (Spinal cord) Dmax 41.92±2.20
Optical chiasm Dmax 37.03±18.79
เสน้ ประสาทตา (Optic nerves)
ขวา Dmax 39.28±14.74
ซา้ ย Dmax 36.32± 16.69
ต่อมน้าลาย (Parotid gland)
ขวา Dmeanβ 35.30± 6.60
ซา้ ย Dmean 36.29 ±6.45
αDmax : ปริมาณรังสีสูงสุด βDmean ปริมาณรังสีเฉลี่ยที่ไดร้ ับ
ปีที่ 44 ฉบับท่ี 6 ประจ�ำเดอื นพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม 2562
ซา้ ย Dmean 36.29 ±6.45
ααDDmmaxa:x :ปปริรมิมาณาณรรังังสสีสีสูงูงสสุดุด ββDDmmeaenanปปริรมิมาณาณรรังังสสีเฉีเฉลล่ียี่ยทที่ไ่ีไดดร้ ร้ับับ
รรูปรปูปททท่ี ่ี2ี่ 2กกรกราราฟฟาฟออตัอตั รตัรารากกาาการราอรอยอยูร่ยรู่ อรู่อดอดด333ปปี แี แบบบบpproorogggrreresesssisoiioonnn-f--rfferreeeeesussurvurvirvvivaivlaal(Pl(PF(FPSSF)S) )
รรูปรูปทูปที่ท่ี33่ี 3กกกรราราฟฟาฟอออัตตั ตัรรารากกากาารราอรออยยยรู่รู่ อรู่ออดดด333ปปปี แี ีแบบบบoovvereearrlaalllslususrvurvirvivvaivlala(O(lOS(OS))S) 8
ตารางท่ี 4 อบุ ตั ิการณผ์ ลข้างเคยี งทเ่ี กย่ี วกบั การฉายรงั สี
ระดบั 1 ระดบั 2 ระดบั 3 ระดบั 4
รตะตายราะรางสางท้ันท่ี ่ี44ออบุ บุ ตั ตัิกิการารณณ์ผ์ผลลขขา้ งา้ งเคเคียียงงทที่เกี่เกี่ย่ียววกกบั บั กการารฉรฉาายายยร(รังรังส้อสี ยี ละ) ราย (ร้อยละ) ราย (ร้อยละ) ราย (ร้อยละ)
66
ผวิ หนงั 25 (75.8) 8 (24.2) 0 0
การทางานของต่อมน้าลาย 24 (72.7) 9 (27.3) 0 0
เยอ่ื บุช่องปากอกั เสบ (mucositis) 12 (36.4) 21 (63.6) 0 0
ระยะยาว
การเกิดพงั ผดื ท่ีคอ (neck fibrosis) 5 (15.2) 0 0 0
Trismus 6 (18.2) 1 (3) 0 0
การไดย้ นิ ลดลง (deafness) 6 (18.2) 0 1 (3) 0
Xerostomia 19 (57.6) 8 (24.2) 0 0
วจิ ารณ์
ซ(ไท3ป้�ำี่ปรเรอกเฉอ้ขาดาพยมย้รแลา)ฉหละะาแมะทย1ลตุนี่หร8ะ่อังรล.อ2สมอังรัตีนแโบัง(รพ6บ้�สำาตรเีบรกรหวังักาาผจล2ยรษูปม้ือแ)มา่ ูกงวพ เิตปใ แยรนิม็ นลทก่ ชาะกราเ่อปตะใาง็หรจน่อทราม้กสรักยนาาวขษรม้�ำงอฉาเอาหหงารกมยลลถะแือกัสฉเบรใงรานเ็งบุปยทใมรอน3่าังะัตอกมสเรวับริตีาปยั็งริกวหโร้อาะิดมลยรทยงาัลกี่ไเโณะฉกลพพสลับร9อูงาเง.ปะอไ0จก็นปก9มายกูรงัฉกราผt(ผาอmยrรลิวiยรsพขหuโmังฒา้ัcนสรงuoคีันแงเssคไบาiกtียดกกบisงาอา้าป)รรรรยะโรทฉไ่าดยับด�าำงยะย้ยคงแไยราินวมมาังนลา่่พนวสมขดบยีแกเอลขาผบางงแมล้รบมตลขเแีอ่กอกะา้ลุบาดิม้งละวัตเพนดกคกิกงั้�ำปาียราพลรงะรรดืาฉริณโมยทะาดา์เดย่คี กดณรแบัอิดจังรลรใาส(ังนุะนnกีสแเแรeแยีบรทะcบ่ืองดบk่ีอบคบับปวfือเุiชดยbัรร่1อวิมัrบะoงะดทคแปsปบั่ีเวiลาsปกาะ)ก็3นมตออห2ิ าักรกเโอืาสดรบย4-
ขา้ งผเ้ปูค่วียยง3เ-ส5ียชวี ิตทัง้ หมด 6 ราย โดยมีผปู้ ว่ ยทีม่ ีการกลับเปน็ ซ้�ำ เกดิ กับผปู้ ่วยส่วนน้อย ร้อยละ 15.2, 21.2 และ 21.2 ตามล�ำดบั
8ขร้อ1อย.งใไ8โลหดร(ะผเค้รบ้ ปปูล7รร3ทิ2ขกีย.้่ีาาบ73รรงาท)เจ(ยครผี่ใาูปยียชนูป้ ังทง่เ้วววมรี่นยล2ีชะสผา)ีวยน่ปูวิต้อะ่อ้นอตัวสยยยรั้ในกามูห่ ทกวอีจญี่พา่าัตากร่ไบนรราดาอวรอกร้ยนกดัาบู่ใามชรนรกีวาอฉรากติ ยะราขแู่รยฉด้บึนอรับาบดังยแสแรต1Oีแบัง่จSบบสแาบีชนแทลีวปบ่ีวะ3ิตรนบแับ2ปเปจบคี รา้บทรวหับอ้ั้างนคมยPทลFวเา้าขทะSางม้ม่ีจทเาขกามใ้ผเกTดั ปห4ลห่อ็นกส้กนมทาผาากุนรม่ีลมราฉรีรขไารอดารอา้ รยยง้ถยบักรเโิบนคษตรังลรคยีสวัาิกดงอีผแราลผยูปบ้ระงูู่ใ้ป่ ผบวดก่วยปูบั้ลมปย่ ้บวีผรร3สยูร้ัปบ้อ่วไจิเ่วคยวนดายณลวใกม้ หาะกหา1มญกาูช8เรขข่1น้ัยรท้ึน.มัาง้ใ8บนมยหใทเีนทภนมแวี่าจเลุนื่วอนว�ำะลงระเเผวปาจอนชเ้ปู า็บนท�้ำรกว่ ลต่ตาะยหเา้อวเัดมบยลผงิมอี ยีแใงัปู้ าชนกห่ กว้เพา้งคยารบรรมเ(หื่อปเxีขปิอูงeดอ้ น็ชอื้roผ่วตsยู้ปง้ั tแฟ่วoตยัง-่
วารสารกรมกเทารคแนพิคทกย์ารฉายรังสีท่ีใช้ส่วนใหญ่เป็ นแบบ SIB ร้อยละ 93.6 อย่างไรก็ตามมีรายงานการศึกษาแบบสุ่มของ
Songthong16 พบวา่ เทคนิค Sequential และแบบ SIB ไมม่ ีความแตกต่างกนั ท้งั ในเรื่องผลการรักษาและผลขา้ งเคียง
ผลการรักษามะเร็งหลงั โพรงจมูกด้วยการฉายรังสี แบบปรับความเขม้ และการฉายรังสีแบบปรับความเข้ม
mia) รอ้ ยละ 57.6 และ 24.2 ในระดับ 1 และ 2 ตามลำ� ดบั แต่ไม่ ได้ตามปกติคือมี performance status อยู่ในระดับ 0 เกือบ 67
เกิดผลขา้ งเคียงรนุ แรงในระดบั 3 ร้อยละ 80 ไม่พบผลข้างเคียงระยะส้ันรุนแรงระดับ 3 หรือ 4
พบผลขา้ งเคยี งระยะยาวทพ่ี บมากคือ ภาวะน้�ำลายแห้ง (xerosto-
วจิ ารณ์ mia) เนื่องจากต่อมน�้ำลาย parotid ได้รับปริมาณรังสีสูง โดย
ผู้ป่วยรอ้ ยละ 24.2 พบมีความรุนแรงอยู่ท่รี ะดับ 2 ซงึ่ ใกลเ้ คียงกบั
รังสีรักษาเป็นการรักษาหลักในมะเร็งหลังโพรงจมูก การ รายงานของ Wolden20 ทพี่ บรอ้ ยระดับ 2 หรอื 3 ท่ี ร้อยละ 32
พัฒนาการฉายรังสีแบบก้าวกระโดดจากแบบเดิมที่เป็นการฉาย อย่างไรก็ตามอาจมีความแตกต่างกันในเร่ืองอุบัติการณ์ผลข้าง
รงั สีแบบ 2 มติ ิมาเป็นการฉายแบบ 3 มติ ิ โดยเฉพาะการฉายรังสี เคียงของแต่ละการศึกษาเน่ืองจากการใช้เกณฑ์การแบ่งระดับ
แบบปรับความเข้มและการฉายรังสีแบบปรับความเข้มหมุนรอบ ความรุนแรงที่ต่างกัน การวางแผนให้ปริมาณรังสีที่ต่อมน�้ำลาย
ตัวผู้ป่วยท�ำให้สามารถฉายรังสีปริมาณสูงไปยังรอยโรคได้อย่าง parotid ขา้ งใดข้างหน่งึ ได้รับปรมิ าณรังสนี อ้ ยกวา่ normal tissue
แมน่ ยำ� และลดปรมิ าณรงั สีทอ่ี วัยวะปกติข้างเคยี ง3-5 tolerance dose นา่ จะชว่ ยลดการเกดิ ภาวะ xerostomia
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการฉายรังสีแบบปรับความเข้มหมุน การศึกษาน้ีมีข้อก�ำจัดเนื่องจากมีจ�ำนวนผู้ป่วยไม่มากนัก
รอบตวั ผู้ป่วย รอ้ ยละ 81.8 เน่ืองจากหลงั การเปดิ ให้บริการจ�ำนวน และมีช่วงเวลาการติดตามผู้ป่วยไม่นานเนื่องจากอยู่ในช่วงระยะ
ผ้ปู ่วยมีจ�ำนวนมากขนึ้ แตจ่ �ำนวนเจา้ หน้าท่จี ำ� กัด การฉายรงั สแี บบ เร่ิมน�ำการฉายรังสีแบบปรับความเข้มและแบบปรับความเข้มหมุน
ปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วยมีข้อได้เปรียบท่ีใช้เวลาน้อยกว่า รอบตัวผู้ป่วยมาใช้ท่ีสถาบันจึงต้องมีการติดตามการรักษาต่อไปใน
การการฉายรังสีแบบปรับความเข้มท�ำให้สามารถบริการผู้ป่วยได้ ระยะยาว
มากขึน้ ในเวลาเทา่ เดิม
สรปุ
เทคนิคการฉายรังสที ีใ่ ช้สว่ นใหญเ่ ปน็ แบบ SIB ร้อยละ 93.6
อย่างไรก็ตามมีรายงานการศึกษาแบบสุ่มของ Songthong16 พบ การศึกษานี้พบว่าการฉายรังสีแบบปรับความเข้มและแบบ
วา่ เทคนคิ Sequential และแบบ SIB ไมม่ คี วามแตกต่างกันท้ังใน ปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย ในผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูก
เร่อื งผลการรักษาและผลข้างเคียง ซึ่งเป็นเทคนิคการฉายรังสีที่ทันสมัย สามารถน�ำมาใช้ท่ี
โรงพยาบาลมะเรง็ อบุ ลราชธานี ซง่ึ เปน็ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้าน
ผลการรักษามะเร็งหลังโพรงจมูกด้วยการฉายรังสีแบบปรับ มะเร็งท่ีรับผิดชอบดูแลรักษาผู้ป่วยในเขตอีสานใต้ได้อย่างมี
ความเข้มและการฉายรังสีแบบปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย ประสิทธภิ าพ โดยมีอัตราการรอดชวี ติ ที่ 3 ปี ทัง้ แบบ PFS และ OS
พบอัตราการอยู่รอดแบบชีวิตที่ 3 ปีแบบ PFS จากการศึกษา ใกล้เคียงกับโรงพยาบาลชั้นน�ำทั้งในและต่างประเทศ และผล
Songthong12 ร้อยละ 65.7 การศึกษาของ Han17 รอ้ ยละ 80.3 ข้างเคยี งทีพ่ บส่วนใหญไ่ ม่รนุ แรง
การศึกษาของ Wong18 รอ้ ยละ 86.6 ส่วนอตั ราการรอดชวี ติ แบบ
OS ท่ี 3 ปี อยทู่ รี่ อ้ ยละ 83.6, 89.1 และ 87.2 ตามล�ำดบั ซ่ึงใกล้ กติ ตกิ รรมประกาศ
เคียงกับการศึกษาครงั้ นท้ี ี่ร้อยละ 72.7 และ 81.8
ขอขอบคุณ นายแพทย์พงศธร ศุภอรรถกร ผู้อ�ำนวยการ
อย่างไรก็ตามต้องติดตามการพัฒนาการฉายรังสีอย่างต่อ โรงพยาบาลมะเรง็ อบุ ลราชธานี แพทยห์ ญงิ ชตุ วิ รรณ ววิ ฒั นาสทิ ธพิ งศ์
เนือ่ งเช่น การนำ� รงั สี proton-beam มาใชใ้ นการรกั ษามะเร็งหลัง รองผู้อ�ำนวยการด้านการแพทย์ ท่ีให้การสนับสนุนในการด�ำเนิน
โพรงจมกู 19 เนอื่ งจากมลี กั ษณะเฉพาะทางฟิสิกส์รังสี ซึ่งอาจท�ำให้ การจดั ท�ำการศึกษานี้
ได้ผลการรกั ษาที่ดีย่ิงขน้ึ
ในการศึกษานี้ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาได้ดี ส่วนหน่ึงอาจ
เกดิ จากผปู้ ว่ ยสว่ นใหญร่ า่ งกายแขง็ แรง สามารถทำ� กจิ วตั รประจ�ำวนั
References
1. Curado MP, Edwards B, Shin HR, Storm H, Ferlay J, Heanue M, editors. Cancer in fivecontinents, Vol. IX. IARC Scientific Publication
No. 160. Lyon: IARC; 2007.
2. Imsamran W, Chaiwerawattana A, Wiangnon S, Pongnikorn D, Suwanrungrung K,Sangrajrang S, et al editors. Cancer in Thailand
Vol. VIII, 2010-2012. Bangkok, Thailand:Bangkok Medical Publisher; 2015.
3. Cheng JC, Chao KS, Low D. Comparison of intensity modulated radiation therapy (IMRT) treatment techniques for nasopharyngeal
carcinoma. Int J Cancer 2001;96:126–31.
4. Kam MK, Chau RM, Suen J, Choi PH, Teo PM. Intensity-modulated radiotherapy in nasopharyngeal carcinoma: Dosimetric advantage
over conventional plans and feasibility of dose escalation. Int J Radiat Onc Biol Phys 2003; 56: 145–57.
5. Xia P, Fu KK, Wong GW, Akazawa C, Verhey LJ. Comparison of treatment plans involving intensity-modulated radiotherapy for
nasopharyngeal carcinoma. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2000;48:329–37.
6. Otto K. Volumetric modulated arc therapy: IMRT in a single gantry arc. Med Phys 2008;35:310-7.
7. Verbakel WF, Cuijpers JP, Hoffmans D, Bieker M, Slotman BJ, Senan S. Volumetric intensity-modulated arc therapy vs. conventional
IMRT in head-and-neck cancer: a Comparative Planning and Dosimetric Study. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2009;74:252–9.
8. Edge S, Byrd DR, Compton CC, Fritz AG, Greene F, Trotti A, editors . AJCC Cancer Staging Manual. 7th ed. New York: Springer; 2009.
9. Chan J, Bray F, McCarron P, Foo W, Lee AWM, Yip T. Nasopharyngeal carcinoma. In: Barnes EL, Eveson JW, Reichart P, Sidransky D,
editors. Pathology and genetics of head and neck tumor. World Health Organization classification of tumours. Lyon: IARC Press;
2005.p.85-97.
ปที ่ี 44 ฉบับที่ 6 ประจ�ำเดอื นพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม 2562
1 0. Lee N, Harris J, Garden AS, Straube W, Glisson B, Xia P, et al. Intensity-modulated radiation therapy with or without chemotherapy
for nasopharyngeal carcinoma: radiation therapy oncology group phase II trial 0225. J Clin Oncol 2009;27:3684–90.
1 1. Lee N, Zhang Q, Kim J, Kim J, Garden AS, Mechalakos J, et al. Addition of bevacizumab to standard chemoradiation for
locoregionally advanced nasopharyngeal carcinoma (RTOG 0615): a phase 2 multi-institutional trial. Lancet Oncol 2012;13:172–80.
12. Songthong A, Chakkabat C, Kannarunimit D, Lertbutsayanukul C. Efficacy of intensity-modulated radiotherapy with concurrent car
boplatin in nasopharyngeal carcinoma. Radiol Oncol 2015;49:155–62.
1 3. Milano, MT, Constine, LS, Okunieff P. Normal Tissue Tolerance Dose Metrics for Radiation Therapy of Major Organs. Seminars in
Radiation Oncology 2007;17:131–40.
1 4. แนวทางการรกั ษาผปู้ ว่ ยโรคมะเรง็ โพรงหลงั จมกู (Nasopharyngeal cancer) ใน : คมู่ อื แนวทางการรกั ษาโรคมะเรง็ ในผใู้ หญ่ พ.ศ. 2561 เพอื่ ขอรบั คา่
บรกิ ารสาธารณสขุ ในระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาต.ิ กรงุ เทพฯ : สหมติ รพรน้ิ ตงิ้ แอนดพ์ บั ลสิ ชงิ่ ; 2561 หนา้ 53-60.
1 5. National Cancer Institute. Common Terminology Criteria for Adverse Event (CTCAE) Version 4.0 [Internet].Bethesda(MD) :2010
[cited 2010 June 14]. Available from:https://ctep.cancer.gov/protocol development/electronic_applications /docs/CTCAE_v4_Quick_
Reference_8.5x11.pdf.
1 6. Songthong AP, Kannarunimit D, Chakkabat C, Lertbutsayanukul C. A randomized phase II/III study of adverse events between
sequential (SEQ) versus simultaneous integrated boost (SIB) intensity modulated radiation therapy (IMRT) in nasopharyngeal
carcinoma; preliminary result on acute adverse events. Radiat Oncol 2015;10:166.
1 7. Han L, Lin SJ, Pan JJ, Chen CB, Zhang Y, Zhang XC, et al. Prognostic factors of 305 nasopharyngeal carcinoma patients treated
with intensity-modulated radiotherapy. Chin J Cancer 2010;29:145-50.
18. Wong FC, Ng AW, Lee VH, Lui CM, Yuen KK, Sze WK, et al. Whole-field simultaneous integrated boost intensity-modulated
radiotherapy for patients with nasopharyngeal carcinoma. International journal of radiation oncology, biology, physics 2010;76:1
38–45.
19. Emma B. Holliday, Steven J. Frank. Proton therapy for nasopharyngeal carcinoma.Chin Clin Oncol 2016;5:25.
2 0. Wolden SL, Chen WC, Pfister DG, Kraus DH, Berry SL, Zelefsky MJ. Intensity-modulated radiation therapy (IMRT) for nasopharynx
cancer: update of the Memorial Sloan-Kettering experience. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2006;64:57–62.
68
วารสารกรมการแพทย์
ความเครยี ดและปจั จยั ทสี่ มั พนั ธก์ บั ความเครยี ดของแรงงานไทยในมาเลเซยี
• จารวุ รรณ หมนั่ มี Ph.D., วินยั ศรสี ะอาด วท.บ. พ.บ., วรรณา ปดิฐพร, พย.ม.
กลุ่มงานวจิ ยั และประเมนิ เทคโนโลยี โรงพยาบาลราชวิถี แขวงทงุ่ พญาไท เขตราชเทวี กรงุ เทพมหานคร 10400
Abstract: Stress and Related Factors for Thai Workers in Malaysia
• Manmee C, Srisa-ard W, Padithaporn W
Division of Research and Technology Assessment, Rajavithi Hospital, Khwang Thung Phyathai, Rajathewi District,
Bangkok, 10400
(E-mail: [email protected])
(Received: October 15, 2019; Revised: December 9, 2019; Accepted: December 9, 2019)
A cross-sectional descriptive study was conducted to assess stress and its related factor in Thai workers who 69
had worked in Malaysia. Data were collected from October 2016 to September 2017 in 275 Thai workers who had
worked for at least 6 months and underwent health examination under the ASEAN plus Three Health Care Program
(ASEAN PLUS), organized by Department of Medical Services, Ministry of Public Health. Research instruments consist-
ed of two parts; first was demographic data, second was individual stress assessment modified by Department of
Mental Health. Data were analyzed using descriptive and inferential statistics. This study was reviewed and approved
by the ethics committee, Rajavithi hospital. The majority was female with mean age of 40.79±11.55 years. The mean
BMI was 24.38± 3.95 kg/m2. Most of the participants had educational level less than bachelor (37.9%), worked as
occupied housewives, massage, or chef (56.9%), monthly income less than 20,000 baht, domiciled in the north of
Thailand (31.1%), more than half lived in Malaysia less than 5 years. Most of workers had 1-2 family members who
must be bear the burden of support. An average working time was 10.16±1.67 hours daily. Most did not have under-
lying diseases and medication. Most drank tea or coffee (77.3%), and 69.8% drank tea or coffee daily, mostly
non-smoking and non-alcoholic. The majority of subjects had normal level of stress (88.5%); only 11.5% were slight-
ly higher of stress level. Factor related stress was the number of family members who must bear the burden of
support (p=0.010). The finding is useful to monitor the stress for Thai workers. Evidence-based to be used to support
a health care program for workers by focusing on the integrated physical and mental health. Further relevance
factors should be explored.
Keywords: Stress, Thai workers, Malaysia, Factor
บทคดั ยอ่ ร้อยละ 77.5 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ปวช. หรือปวส.
ร้อยละ 37.9 ประกอบอาชพี แม่บา้ น งานนวดหรือแมค่ รัว รอ้ ยละ
การศึกษาวจิ ัยภาคตดั ขวาง (Cross-sectional descriptive 56.9 สว่ นใหญม่ รี ายได้ตอ่ เดอื นตำ่� กว่า 20,000 บาท มภี ูมิลำ� เนา
study) เพื่อประเมินระดับความเครียดและปัจจัยที่สัมพันธ์กับ อยู่ในภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ
ความเครียดของแรงงานไทยในประเทศแถบอาเซียน ด�ำเนินการ 31.3, 24.3 และ 23.6 ตามลำ� ดบั ท�ำงานท่ีต่างประเทศส่วนใหญ่
เก็บรวบรวมข้อมูลต้ังแต่เดือนตุลาคม 2559-กันยายน 2560 อาศัยอยู่กับญาติ ร้อยละ 45.1 มากกว่าครึ่งหน่ึงอยู่ที่มาเลเซีย
ในกลุ่มแรงงานไทยท่ีปฏิบัติงานในประเทศมาเลเซียไม่น้อยกว่า น้อยกว่า 5 ปี ระยะเวลาท�ำงานเฉลี่ย 10.16±1.67 ช่ัวโมงต่อวัน
6 เดือน และเข้ารับการตรวจสุขภาพภายใต้โครงการดูแลสุขภาพ และส่วนใหญ่ต้องรับภาระเลี้ยงดูคนในครอบครัวจ�ำนวน 2 คน
แรงงานไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน/เอเชีย (ASEAN PLUS) ร้อยละ 74 ซ่ึงในอนาคตคิดว่าจะย้ายกลับไทย ร้อยละ 55.9
กรมการแพทย์ จ�ำนวน 275 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวม ส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.7 ไม่มีโรคประจำ� ตวั ร้อยละ 82.4 ไมม่ ยี าท่ใี ช้
ข้อมูลประกอบดว้ ย 2 สว่ น คือ ส่วนที่ 1) ข้อมูลทัว่ ไปของตวั อย่าง ประจ�ำ ความดันโลหิตส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ร้อยละ 83.7
เช่น อายุ เพศ รายได้ ลักษณะงาน ประสบการณ์ท�ำงาน ภูมลิ �ำเนา ขณะท่ีเมื่อสอบถามเก่ียวกับพฤติกรรมสุขภาพ ส่วนใหญ่ชอบดื่ม
โรคประจ�ำตวั และพฤติกรรมสุขภาพ สว่ นที่ 2) การประเมนิ ระดบั ชา/กาแฟ ร้อยละ 77.3 โดยด่ืมชา/กาแฟทุกวันมากที่สุด ร้อยละ
ความเครียดดว้ ยตนเอง 20 ขอ้ ของกรมสขุ ภาพจิต วิเคราะห์ข้อมลู 69.8 ส่วนใหญ่ไม่สูบบุหรี่และไม่ด่ืมแอลกอฮอล์ คิดเป็นร้อยละ
ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน และการวิจัยนี้ผ่านการ 89.5 และ 57.8 ตามล�ำดับ เมื่อพิจารณาการประเมินระดับ
พิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน โรงพยาบาล ความเครียด จ�ำแนกรายข้อใน 20 ข้อค�ำถาม พบวา่ ตัวอยา่ งสว่ น
ราชวถิ ี ผลการศกึ ษาพบว่าตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงอายเุ ฉลย่ี ใหญ่ร้อยละ 88.5 มีความ เครียดอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่เครียด
40.79±11.55 ปี BMI เฉล่ีย 24.38±3.95 kg/m2 สถานภาพคู่
ปีท่ี 44 ฉบับท่ี 6 ประจำ� เดอื นพฤศจกิ ายน-ธันวาคม 2562
ในขณะทม่ี ีเพยี งร้อยละ 11.5 มีความเครียดอยใู่ นระดับสูงกว่าปกติ ประสบปัญหาสขุ ภาพจากอายุท่ีเพ่มิ ขน้ึ โดยจะเร่มิ มกี ารเสื่อมถอย
เล็กน้อย โดยไม่มีตัวอย่างท่ีมีความเครียดสูงกว่าปกติปานกลาง ของร่างกาย หากไม่ได้รับการสร้างเสริมสุขภาพ หรือดูแลตนเอง
หรือสูงกว่าปกติมากในการศึกษานี้ เม่ือวิเคราะห์ปัจจัยท่ีมีความ ท่ีดีอาจนำ� ไปสปู่ ญั หาสุขภาพเกยี่ วกับโรคเรอ้ื รงั 4-5
สัมพันธ์กับความเครียดอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ มีเพียงปัจจัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มียุทธศาสตร์ที่ส�ำคัญ
เดียวคือ จ�ำนวนคนในครอบครัวท่ีต้องรับภาระเลี้ยงดู โดยค่า ด้านความร่วมมือทางการแพทยส์ ่ปู ระชาคมอาเซยี น มุ่งเน้นพฒั นา
p=0.010 ผลการศึกษาน้ีเป็นข้อมูลพ้ืนฐานเพื่อเฝ้าระวังด้าน ความรว่ มมอื ทางวชิ าการและบรกิ ารทางการแพทยอ์ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม
ความเครียดของแรงงานไทย และเป็นข้อมูลในการน�ำไปสู่การ ระหว่างกรมการแพทย์และประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน
พัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพกายและจิตให้กับแรงงานใน เพ่ือเป็นการเตรียมความพร้อมและรับมือกับปัญหาสุขภาพของ
ต่างแดนต่อไปได้ โดยเม่ือมีการออกตรวจสุขภาพแรงงานไทย ประชาชนที่อาจเปล่ียนแปลงไป โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ส�ำคัญ
ในต่างแดน ควรจัดโปรแกรมการประเมินและดูแลสุขภาพท้ังทาง คอื Medical professionals กรมการแพทย์ ไดจ้ ัดโครงการตรวจ
กายและจิตแบบบูรณาการ และศึกษาปัจจัยอื่นๆ ท่ีอาจเก่ียวข้อง สุขภาพแรงงานไทยในประเทศอาเซียน เพ่ือให้บริการตรวจ
ในงานวิจยั ตอ่ ไป รักษาแรงงานไทยท่ีเจ็บป่วยเบื้องต้นในกลุ่มประชาคมอาเซียน
คำ� สำ� คัญ: ความเครยี ด แรงงานไทย มาเลเซีย ปัจจัย ในประเทศสงิ คโปร์ บรไู น และมาเลเซยี ฯลฯ เพ่อื เช่อื มโยงบรกิ าร
ทางการแพทย์ให้คนไทยในต่างแดนได้รับบริการด้านสุขภาพอย่าง
บทนำ� ทั่วถึง พร้อมทัง้ เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การปว่ ยของแรงงานไทย สําหรบั
ประเทศไทยมีจ�ำนวนประชากรท้ังประเทศท่ีมีการลง ศึกษารูปแบบการดําเนินงานด้านการรักษาพยาบาลเพ่ือเป็น
ทะเบยี นประมาณ 66.5 ลา้ นคน ทัง้ น้ีเม่อื จำ� แนกเป็นประชากรวยั แนวทางการดูแลสุขภาพให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในภูมิภาค
ทำ� งาน หรือวยั แรงงาน (ช่วงอายุ 15-59 ป)ี ในปี 2561 มีประชากร กรมการแพทย์ได้จัดท�ำโครงการดูแลสุขภาพแรงงานไทยในกลุ่ม
วัยแรงงานอายุตง้ั แต่ 15 ปีขึ้นไป จ�ำนวน 56,279,010 คน คดิ เป็น ประเทศอาเซยี น6 โดยในปงี บประมาณ 2557 กรมการแพทยไ์ ด้จัด
ร้อยละ 85 ของจ�ำนวนประชากรทั้งประเทศ1 เห็นได้ว่าเป็นวัยท่ี ทีมแพทย์ไปดูแลแรงงานไทยใน 3 ประเทศ คือ ประเทศสิงคโปร์
มีอายุครอบคลุมกลุ่มวัยรุ่น วัยท�ำงาน และวัยกลางคนซึ่งใน บรูไน และมาเลเซีย ทีมแพทย์ประกอบด้วย แพทย์ จิตแพทย์
ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มนี้มากกว่าครึ่งของประชากรทั่ว พยาบาล พยาบาลอาชวี เวชศาสตร์ ฯลฯ จากโรงพยาบาลในสังกดั
ประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หากประชากรวัยนี้มีปัญหา กรมการแพทย์ โดยให้การตรวจรักษา คัดกรองสุขภาพ จ่ายยา
สุขภาพ ไมว่ า่ ทงั้ ทางกายหรือจิต ย่อมส่งผลกระทบตอ่ สถิตสิ ขุ ภาพ ตรวจด้วยเครอ่ื งมอื พเิ ศษ ไดแ้ ก่ เครอ่ื งตรวจคลน่ื ไฟฟ้าหวั ใจ เครื่อง
70 และเศรษฐกิจของชาติโดยรวม ประชากรวัยท�ำงานเป็นก�ำลัง เจาะน�้ำตาลปลายนิ้ว การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองและ
ส�ำคัญในเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนา เนื่องจากเป็นผู้มีหน้าที่หรือ การเจ็บปว่ ยเบือ้ งตน้ การใหค้ �ำปรึกษาด้านสขุ ภาพจิต การประเมนิ
ภาระในการเก้ือกูลเด็กและผสู้ ูงอายุ สุขภาพประชากรวัยท�ำงานจงึ และให้ค�ำแนะน�ำด้านอาชีวอนามัย การส�ำรวจสุขภาพด้านอาชีว
มผี ลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศในภาพรวม อนามัย และความพึงพอใจต่อบริการ โดยส่วนใหญ่ แรงงานไทย
อย่างไรก็ตาม นอกจากประชากรวัยท�ำงานในประเทศแล้ว ในอาเซียนมีอาการกล้ามเน้ือและกระดูก โรคความดันโลหิตสูง
ประชากรที่ไปเป็นแรงงานในต่างประเทศก็มีจ�ำนวนมากขึ้น เน่ือง โรคผวิ หนงั โรคระบบทางเดนิ หายใจ และโรคระบบทางเดนิ อาหาร
จากแรงงานไทยมีความสามารถเฉพาะทางท่ีหลากหลาย มีความ ขณะท่ีประเด็นคุณภาพชีวิต มีความกังวลจากเรื่องหนี้สินและ
อดทน ประกอบกับเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภาระคา่ ใชจ้ ่าย พฤตกิ รรมการดมื่ สรุ า การสูบบรุ ่ี และภาวะซึมเศรา้
จำ� นวนแรงงานไทยทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตใหเ้ ดนิ ทางไปทำ� งานตา่ งประเทศ ซึ่งทีมแพทย์ได้ให้ค�ำแนะน�ำในการปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ท�ำให้ได้
มีแนวโน้มเพ่ิมข้ึน ข้อมูลจากส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ1 ปี 2560 ต้นแบบการจัดหน่วยบริการดูแลสุขภาพแรงงานไทยในประเทศ
มีคนไทยไปท�ำงานต่างประเทศ 91,032 คน และมีจ�ำนวนเพิ่มข้ึน อาเซียนอน่ื ๆ ต่อไป
ในปี 2561 เป็น 115,442 คน ซึ่งในจ�ำนวนนี้เป็นแรงงานชาย ปัญหาสุขภาพทางจิตโดยเฉพาะความเครียดของแรงงาน
90,729 คน และแรงงานหญิง 24,713 คน โดยพบว่าอาชีพหรือ เป็นเรื่องส�ำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ใช้เวลาท�ำงานมากกว่า 50
ลักษณะงาน 3 อันดับแรกท่ีไปขายแรงงานในต่างประเทศ2 ได้แก่ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นกลุ่มที่เส่ียงเกิดความเครียดได้ง่าย อาจมี
1) ผู้ปฏิบัติงานฝีมือด้านการเกษตรและประมง 2) ผู้ปฏิบัติงาน ผลกระทบต่อคุณภาพการท�ำงานและสุขภาพ หากไม่รู้วิธีจัดการ
ในโรงงานผู้ควบคุมเครื่องจักร และผู้ปฏิบัติงานด้านประกอบการ ความเครยี ดท่ถี กู ตอ้ ง ความเครยี ดเปน็ ปฏกิ ิริยาของร่างกายทต่ี อบ
และ 3) อาชีพงานพื้นฐาน ตามล�ำดับ และตั้งแต่ พ.ศ. 2540 สนองต่อส่ิงเร้าทั้งภายนอกภายใน ในแง่ดีคือท�ำให้มีร่างกายตื่นตัว
เปน็ ตน้ มา แรงงานไทยทจ่ี ะไปทำ� งานในตา่ งประเทศ ตอ้ งไดร้ ับการ ตอบสนองต่อสิ่งคุกคามหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต
ตรวจสุขภาพตามกฎหมายหรือข้อก�ำหนดของประเทศนั้นๆ ด้วย3 ประจ�ำวัน ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนท่ีมีช่ือว่าคอร์ติซอล (Cortisol)
และหากไม่ผ่านการตรวจร่างกายจะถูกส่งตัวกลับประเทศ และ หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะท�ำให้ร่างกาย
ดว้ ยในปจั จบุ นั การเปลย่ี นแปลงทางดา้ นเศรษฐกจิ สงั คมเทคโนโลยี ตน่ื ตัว กระฉับกระเฉง และแกไ้ ขปัญหาตา่ งๆ ไปได้ แต่หากความ
และสิ่งแวดล้อม ท�ำให้ประชากรวัยท�ำงานต้องเผชิญกับปัญหา เครยี ดนน้ั เปน็ อยรู่ ะยะยาวนานสะสมจะกลายเป็นภยั เงียบ มคี วาม
สุขภาพในหลายด้าน เชน่ ปญั หาสขุ ภาพอนั เนือ่ งมาจากการท�ำงาน เสี่ยงเกิดโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง
โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ด่ืมสุรา การใช้สารเสพติดอื่นๆ ปัญหา นอกจากนี้กลุ่มท่ีมีพฤติกรรมสุขภาพท่ีไม่เหมาะสม สูบบุหร่ีจัด
ความเครียดจากการท�ำงาน ภาวะซึมเศร้า ตลอดจนวัยท�ำงานจะ ดื่มสุรามากขึ้นก็จะมีผลต่อความเครียดมากข้ึน เม่ือแรงงานไทย
วารสารกรมการแพทย์
ในต่างแดนมีภาวะเครียด อาจเป็นสาเหตุหนึ่งในการถูกส่งตัวกลับ ลกั ษณะงาน ประสบการณท์ �ำงาน ภมู ลิ ำ� เนา โรคประจำ� ตัว ผลการ 71
เพ่ือวิเคราะห์สาเหตุการส่งกลับแรงงานไทยจากข้อมูลกรมการ ตรวจสขุ ภาพ พฤตกิ รรมสุขภาพ
จัดหางาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ที่รายงานให้กับ
ส�ำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส่วนที่ 2 แบบประเมินความเครียดด้วยตนเอง จ�ำนวน 20
ระหวา่ ง พ.ศ. 2554-25573 พบวา่ แรงงานถกู สง่ กลบั รอ้ ยละ 0.11 ข้อของกรมสุขภาพจิต11 กระทรวงสาธารณสุข มีลักษณะเป็นแบบ
สาเหตุของโรคที่พบบ่อย 3 อันดบั แรก ไดแ้ ก่ โรคปอดและวณั โรค ประมาณค่า 4 ระดบั ไดแ้ ก่ 0 ไม่เคย, 1 เปน็ คร้ังคราว, 2 เป็นบ่อยๆ
ไวรัสตับอักเสบบี และโรคจิตเภท ตามล�ำดับ ปัจจัยท่ีมีความ และ 3 เป็นประจ�ำ การแปลผลคะแนนเป็นดังน้ี ระดับคะแนน
สัมพันธ์กับการเกิดความเครียดมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น 6-17 ความเครยี ดอยใู่ นเกณฑป์ กติ ระดบั คะแนน 18-25 ความเครยี ด
ปัจจัยส่วนบุคคลและครอบครัว ปัจจัยด้านสุขภาพ ความสัมพันธ์ อย่ใู นระดบั สูงกวา่ ปกติเล็กนอ้ ย ระดบั คะแนน 26-29 ความเครียด
ในครอบครัว ส่ิงแวดล้อมและสภาพการท�ำงาน เศรษฐานะ7-10 อยู่ในระดบั สงู กว่าปกตปิ านกลาง และระดับคะแนน 30-60 ความ
เป็นตน้ เครียดอยู่ในระดับสูงกว่าปกติมาก ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ
แบบสอบถามน้ีในผู้ที่มีอายุ 15-60 ปี จ�ำนวน 30 คน พบว่า
โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เป็นโรงพยาบาลขนาด ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธ์อัลฟาของครอนบาค (Cronbach’s
ใหญใ่ นกระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทหนา้ ที่ในการช่วยขบั เคลื่อน Alpha Coefficient) เทา่ กบั 0.87
นโยบายและโครงการดูแลสุขภาพแรงงานไทยในกลุ่มประเทศ
อาเซียนให้ประสบความส�ำเร็จ ผู้ศึกษาซ่ึงได้มีส่วนร่วมในทีมงาน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา
ตรวจสุขภาพตระหนักถึงความส�ำคัญดังกล่าว จึงด�ำเนินการวิจัย ได้แก่ ความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉล่ีย Mean±standard deviation (SD),
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความเครียดและปัจจัย Median (min-max) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ
ที่สัมพันธ์กับความเครียดของแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย ส�ำหรับข้อมูลจัดกลุ่ม (Categorical data) โดยใช้ Chi-square
เพ่ือเป็นข้อมูลหลักฐานประกอบนโยบายการจัดการดูแลสุขภาพ test โดยพิจารณาว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ
ของแรงงานไทยตอ่ ไป เมอื่ กำ� หนดคา่ p-value น้อยกว่า 0.05
วตั ถแุ ละวธิ กี าร ผล
การศึกษาพรรณนาภาคตัดขวาง (Cross-sectional ผลการศกึ ษาพบวา่ ตวั อยา่ งสว่ นใหญเ่ ปน็ เพศหญงิ อายุเฉล่ีย
descriptive study) โดยงานวิจัยเร่ืองนี้เป็นส่วนหน่ึงของการ 40.79±11.55 ปี BMI เฉล่ีย 24.38±3.95 kg/m2 สถานภาพคู่
ศกึ ษาจากแรงงานไทยในแถบประเทศอาเซยี นทเี่ ขา้ รบั การตรวจสขุ ภาพ ร้อยละ 77.5 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ปวช. หรือปวส.
ภายใต้โครงการดูแลสุขภาพแรงงานไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน รอ้ ยละ 37.9 ประกอบอาชีพแม่บา้ น งานนวดหรอื แมค่ รัว ร้อยละ
กรมการแพทย์ โดยประเทศที่เป็นกรณีศึกษาคือประเทศมาเลเซีย 56.9 ส่วนใหญม่ รี ายไดต้ ่อเดอื นตำ่� กวา่ 20,000 บาท มีภูมิล�ำเนาใน
ด�ำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลต้ังแต่เดือนตุลาคม 2559-กันยายน อยูใ่ นภาคเหนือ ภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 31.3,
2560 เกณฑ์คัดเข้าคือ แรงงานไทยในประเทศมาเลเซียที่ปฏิบัติ 24.3 และ 23.6 ตามล�ำดับ ทำ� งานทีต่ า่ งประเทศส่วนใหญ่อาศัยอยู่
งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน และเข้ารับการตรวจสุขภาพภายใต้ กับญาติ ร้อยละ 45.1 มากกวา่ ครง่ึ หน่ึงอย่ทู ม่ี าเลเซียนอ้ ยกว่า 5 ปี
โครงการดูแลสุขภาพแรงงานไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน/เอเชีย ระยะเวลาท�ำงานเฉลี่ย 10.16±1.67 ช่ัวโมงต่อวัน และส่วนใหญ่
(ASEAN PLUS) กรมการแพทย์ ในช่วงท่ีเกบ็ ขอ้ มลู มผี ลการตรวจ ตอ้ งรบั ภาระเลย้ี งดูคนในครอบครัวจ�ำนวน 1-2 คน รอ้ ยละ 74 ซ่ึง
สุขภาพ คา่ ดชั นีมวลกาย ขอ้ มลู โรคประจ�ำตัวและยินดใี หค้ วามร่วม ในอนาคตคิดว่าจะย้ายกลับไทยร้อยละ 55.9 ส่วนใหญ่ร้อยละ
มือในการวิจัย ค�ำนวณกลุ่มตัวอย่างจากสูตรประมาณค่าเฉล่ีย 77.7 ไม่มีโรคประจำ� ตวั รอ้ ยละ 82.4 ไมม่ ยี าท่ีใชป้ ระจำ� ความดนั
ประชากรไม่จ�ำกัด (Estimating an infinite population โลหิตส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติร้อยละ 83.7 ขณะที่เมื่อสอบถาม
proportion) อ้างอิงการศึกษาค่าความเครียดจากการทบทวน เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ ส่วนใหญ่ชอบดื่มชา/กาแฟ ร้อยละ
วรรณกรรม7 ร้อยละ 26.6 ค่าความคลาดเคล่ือนไม่เกินรอ้ ยละ 20 77.3 โดยด่มื ชา/กาแฟทกุ วันมากที่สุดรอ้ ยละ 69.8 ส่วนใหญไ่ ม่สบู
ของค่าความเครียด ก�ำหนดระดับนัยส�ำคัญทางสถิติท่ี 0.05 ได้ บุหร่ีและไม่ดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็นร้อยละ 89.5 และ 57.8 ตาม
ตัวอย่างประมาณ 260 ราย เผื่อข้อมูลขาดหายอีกร้อยละ 5 ลำ� ดบั ลักษณะส่วนบคุ คลทสี่ ำ� คญั ของตวั อยา่ งในการศกึ ษา (ตาราง
รวมตัวอย่างในการศึกษานี้ 275 ราย การเก็บข้อมูลใน 4 รัฐ ที่ 1)
โดยพิจารณาการเก็บจ�ำนวนตัวอย่างตามสัดส่วนแรงงานไทย
(Proportional to size) จนครบตามจำ� นวนท่กี �ำหนด การศกึ ษาน้ี เมื่อพิจารณาการประเมินระดับความเครียด จ�ำแนกรายข้อ
ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน ใน 20 ขอ้ คำ� ถาม พบวา่ สว่ นใหญป่ ระเมนิ คำ� ตอบเกย่ี วกบั ความเครยี ด
โรงพยาบาลราชวถิ ี อยใู่ นระดบั ไม่เคยเลยและเปน็ ครัง้ คราวในทกุ ๆ ขอ้ คำ� ถาม (ตาราง
ที่ 2) ซ่ึงเมื่อแปลผลคะแนนและจัดระดับความเครียดตามเกณฑ์ท่ี
เคร่ืองมือในการศึกษานี้ใช้แบบเก็บรวบรวมข้อมูล และ ก�ำหนด พบว่าตัวอย่างในการศึกษานี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 88.5 มี
แบบสอบถามทผ่ี เู้ ข้ารว่ มวจิ ัยตอบดว้ ยตนเอง ประกอบดว้ ย 2 สว่ น ความเครียดอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่เครียด ในขณะที่มีเพียงร้อย
ดังน้ี ละ 11.5 มีความเครียดอยู่ในระดับสูงกว่าปกติเล็กน้อย โดยไม่มี
ตัวอย่างท่ีมีความเครียดสูงกว่าปกติปานกลางหรือสูงกว่าปกติมาก
สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ทัว่ ไปของผู้เขา้ รว่ มวิจัย ประกอบด้วยค�ำถาม ในการศึกษานี้ (ตารางที่ 3) ระดับความเครยี ดของตวั อยา่ ง
เก่ียวกับ อายุ เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส รายได้
ปีที่ 44 ฉบับที่ 6 ประจ�ำเดือนพฤศจกิ ายน-ธันวาคม 2562
เกี่ยวกบั ความเครียดอยใู่ นระดบั ไมเ่ คยเลยและเป็ นคร้ังคราวในทุกๆขอ้ คาถาม ดงั แสดงในตารางท่ี 2 ซ่ึงเม่ือแปลผลคะแนน
แปลกะตจิหดั รือะดไบมั ่คเควราียมดเคใรีนยดขตณามะทเก่ีมณีเฑพีทย์ งี่กรา้อหยนลดะพ1บ1ว.5า่ ตมวัีคอวยาา่มงเใคนรกียาดรอศึกยู่ใษนานร้ีะสด่วบั นสใูหงกญว่ร่า้อปยกลตะิเ8ล8็ก.5นม้อีคยวโาดมยเคไรมีย่มดีตอยัวใู่อนยเ่ากงณทฑ่ีมี์
ปควกาตมิหเครรือียไดมส่เูงคกรวียา่ ดปกใตนิปขาณนะกทลี่ามงีเหพรียืองสรู้องกยวลา่ ะป1ก1ต.ิม5ามกีใคนวกามารเศคึกรีษยดานอ้ี ยดู่ใงั นแสระดดงใับนสตูงากรวาง่าทปี่ ก3ตริเะลด็กบั นค้อวยามโเคดรยียไดมข่มอีตงวัตอวั ยอ่ายงา่ ทง่ีมี
ความเตคารรียาดงสทูงี่ 1กลวาก่ั ปษกณตะิปสา่วนนกบลุคางคหลรทือ่ีสสาูงคกญั วขา่ ปองกตตวัิมอายกา่ใงนใกนากราศรึกศษึกาษนา้ี ด(nงั =แ2ส7ด5ง)ในตารางที่ 3 ระดบั ความเครียดของตวั อยา่ ง
ตาราตงาทรี่า1งลทกัี่ 1ษณลักะษส่ณวนะบส่วุคนคบลุคทคี่สลาทคส่ีญัล�ำกั ขคษอัญณงะขตสอวั ่วงอนตยบัวา่ ุคองคใยลน่างกใานรกศาึกรษศากึ (ษnา=2(n75=)275)
จานวน (ร้อยละ)
เพศ ลกั ษณะส่วนบุคคล จานวน (ร้อยละ)
เพศชาย 49 (18.8)
อายชหหุ (าญญMยิิงงean±SD) 24191((1881..82))
BอาMยุI(M(kega/mn±2S) D(M) ean±SD) 4201.719(±8111.2.5)5
รBะMดIบั (กkาgร/ศmึก2)ษ(าMean±SD) 4204.7.398±±131..9555
ระดปบั รกะาถรมศศึกึกษษาา 24.38±3.95
81 (32.0)
มปธรั ะยมถมศึกศษึกษา/าปวช./ปวส. 599582166660((((((23323822727.....0.91091))))))
ปมธรั ิญยมญศาึกตษราี /ปวช./ปวส. 20 (8.0)
อปื่นริญๆญาตรี 23 (9.3)
อาชอีพ่ืนๆ 113332141455237171((((((((11196565442.6..683.8....1199))9))))))
อาชคีพนงานก่อสร้าง/ในโรงงาน
คนนกั เงราียนนก/่อนสกั รศ้าึกงษ/ใานโรงงาน
แนมกั บ่เรา้ียนน//นนวกั ดศ/cึกhษeาf
แคมา้ ข่บาา้ยน/นวด/chef
คอื่นา้ ขๆาย
อื่นๆ 32 (12.9)
รายได้ต่อเดอื น (บาท)
รายนไดอ้ ้ยตก่อวเดา่ อื 2น0,0(บ00าท) 117 (50.4)
72 น20อ้ ,0ย0ก1ว-า่302,00,00000 1532531339337((((((211215244220......826824))))))
2300,,000011--3400,,000000 29 (12.6)
บ้านต3ต0ท้้งงัั ,แแ่ที0ตต0่า1่่น44-พ004,,0ก00ั ,00อ0110า0ศบบัยาาใททนขขต้้ึึ่นนางไไปปประเทศ 53 (27.2)
บ้านบทา้ น่ีทเ่าชน่าพกั อาศัยในต่างประเทศ 448581183813((((((42422657115..7....12010))))))
หบา้อ้ นงพเชกั่าของที่ทางาน/โรงงาน 60.1030 ((61.-75)52)
หอาอ้ ศงยัพญกั าขตอิองยทู่ ี่ทางาน/โรงงาน 6100.0.106(±11-5.6572)
ออ่ืนาศๆยั ญาติอยู่ 1102.186(±714..607)
ระยอะ่ืนเวๆลาทท่ี ่านทางานในต่างประเทศ(เดอื น) (Median (Min-Max)) 40 (23.1)
รระะยยะะเเววลลาาททาีท่ ง่าานนท(าชงั่วาโนมใงน/ตว่นัาง)ป(Mระeเaทnศ±(SเดDอื )น) (Median (Min-Max))
รจจะาานนย31ะวว--เนน24วคคลานนทใในนางคคารรนออ(บบชคค่ัวรรโััมววตตง้้/ออวงงนั รร)ัับบ(ภภMาาeรรaะะnเเลล±Sยียี้้ Dงงดด)ูู (คน)
(คน)
≥ 5 ข้ึนไป 5 (2.9) 5
5
ตารางท่ี 2 จานวนและร้อยละของการประเมินความเครียดแยกตามรายขอ้ ระดบั การประเมิน
ข้อคาถาม ไม่เคยเลย เป็ นคร้ังคราว เป็ นบ่อยๆ เป็ นประจา Mean±SD
n (%) n (%) n (%) n (%)
1. นอนไม่หลบั เพราะคิดมากหรือกงั วลใจ 64 (24.2) 185 (70.1) 13 (4.9) 2 (0.8) 0.82±0.54
2. รู้สึกหงุดหงิดราคาญใจ 56 (21.2) 190 (72.0) 18 (6.8) 0 (0.0) 0.86±0.51
3. ทาอะไรไมไ่ ดเ้ ลยเพราะประสาทตึงเครียด 139 (52.6) 123 (46.6) 2 (0.8) 0 (0.0) 0.48±0.52
4. มีความวนุ่ วายใจ
5. ไมอ่ ยากพบปะผคู้ น 122 (46.4) 129 (49.0) 11 (4.2) 1 (0.4) 0.59±0.59
165 (62.5) 94 (35.6) 5 (1.9) 0 (0.0) 0.39±0.53
ว6า.รสารปกวรดมหกวัาขรา้แงพเดทียยว์ หรือปวดบริเวณขมบั ท้งั สองขา้ ง 97 (36.7) 153 (58.0) 13 (4.9) 1 (0.4) 0.69±0.58
7. รู้สึกไม่มีความสุขและเศร้าหมอง 137 (51.9) 125 (47.3) 2 (0.8) 0 (0.0) 0.49±0.52
8. รู้สึกหมดหวงั ในชีวติ 169 (64.1) 92 (34.8) 3 (1.1) 0 (0.0) 0.37±0.51
1-2 128 (74.0)
ตตาารราางงทที่ 2่ี 2จาจ≥13นำ�--42นว5นวขน้แึนแลไ≥3ปล-ะ45ะรร้อข้อ้ึนยยลไปละะขขอองงกกาารรปปรระะเมเมินินคคววาามมเเคครรียียดดแแยยกกตตาามมรราายยขขอ้ ้อ 14208((2734..104))05 (23.1)
(2.9)
5 (2.9)
ตา19413112115711618211ร57046391028......... า........... งทรปรรรมรเทมรมรนไกตรปคี่ส2ูููููููู้้้้้้้้สสสสสสสสม31118615111271941112ื่วรนึีีนอคววาอีย.........53407092681อึึึึึึึึะาอ่กกกกกกกกดดาวนจเงง...........มตกวะยาหหเวเกวไงหหสาตไหพนนสม้ไาาหมาา่่ลนมงมวรัน่ัรกาลชตรนุวขงกม่ืดุรวอัขด่หหรทไปมรนกรรรครรมรปเตมรวปไพีี่ายนวนุ่ืื่อทอรสผีหคเาูููููููู้้้้้้้้้หสสสมสสสสสยมาื่วรนลึีีไนอนคิกตวัวาวอาบะยเวเงีดิายวกงองวอึึึึึึึึะมกา่อกกกกกกกกไ่ใวดดบาวัตรนเเวไงงาปงแาพิดมตดยีบกงทจวัะด็งยสา่มยงหหเเวกวไงเัหหมานเมสไพหพะรลไนีพนยลเนสมใ้ไกาาหยใมเาาเ่่้ลีแน่ัตี่่องมมวรสัลเนห่ัามผนรกว3ชลตนรจศอาะุอวศลรขงก่มืดุรรวัอนคขย้หดหุ่ยหขดคูปไ่มพต้ีี่ายนลนวาชยุ่ืื่งีรรอาท้หอรงผีหคารเาาเ้หแยมะแรใลนไไมตกิตีกุวสัู่พีดษาจบวกะ้ยเอวงเญิดาขวระืกงนอรอควมกลม่ไใวบลตรัะาเติเลวไงมาทะืรปาอพิ้ดยนอดงดใียบงจัมริดด็งสกะ่มงยม่เทัมาอนเมางาาพปจะรลไคีนพ้ยลืเณใอกยใเเืมบเอ้ะาัีธแนีั่คตดอ่อาสศลเหามผนวาวจศรอาะอบศลรปอสิาร์ทุณคนเยะ้หครุถยขดคู่มดตท้วลากชยงีรขา้หงระรานั่ไ้าาี่เไแาะแใรวคลนไมบตุกีสู่ิพีดษจหาวกเไะหญรอขมมรืเวนรอคลมสา่าาละาเติวลรรมทะสืรรอ้นมอณค่งงใิรมดมกะิิ่่มทลงเอืางอาาาปวจค้กือุณนอ้เตืมอะาทธีคาเดอทาศกณาควรงบไาปเ่าอสิา์ทุณาเะ้รตงคถัดทวงกมรขรยะรรน่ัไ้วา่ีไึงยาๆคลบิาหีปทพ่เไมยะหรลมมเเวสา่าควรรสอดรบอัใรมณค่ ิิ่งลเรือจยาใวขะทอุน้ีตทยาทจกณงเ้หงไอดัเา่าม้ตคงัสงมขยลงวึงยๆินอทพ่มงกลัเคงคอบอัใลหขรจยใวท่มุีรยา้จืา้หองงดัตมสไลวัหอเงัคองลหรขย่ ีรยาา้่ ืองงดไแหย11111111111111111ไล65933364421725036432กม746่n37255929173325223่เตค(((((((((((((((((((((322า%ย45455456566435545614ม44462496580197221เ...ล).................272ร1111111111111111138320906744581682ไย956)))33234316346425270าม)))))))))))))))))746n39252227573315329ย่เค(((ข((((((((((((((((((322%ย55455434465656455614อ้ 65482674904941221เ...ล).................27227490805348361862ย)))เ)))))))))))))))))ป11111111111111111็999น23228201121435519242n85360358335595807ค(((ร((((((((((((((((((333%ร้44444745554454547ัง544ะ22887048049643207เค...ป).................868ด11111111111111111ร96023949070003341็999น)))บ22421891031551223ัา)))))))))))))))))242nว03753603358598585คก(((ร(า(((((((((((((((((333%ร้44754554545444474ัรง454ะ22483086402489707คป...).................688ดร30003909724609341ร)))บัา)))))))))))))))))ะวกเเมป11111า312254160936652n็นิ13398รน(((((((((((((((ป(บ(((((100000322102111%46744ร่...............อ5.....49881143380493ะ32899ย))))))))))))))))เ))))เ)ๆมป11111461305213226569n็นิ81933น((((((((((((((((บ(((((100002131201021%47464่...............อ5.....9104331834889482939ย)))))))))))))))))))))ๆเป็00000100201000000100นn((((((((((((((((((ป(((00000000000000000000%ร....................04400000000000400008ะ)))))))))))))))))))))เจปา็10010000000102000000นn((((((((((((((((((ป(((00000000000000000000%ร....................00000000040044000008ะ)))))))))))))))))))))จาM00000000000000000000....................33554453565844865544e56697597241899529608a±±±±±±±±±±±±±±±±±±±±n00000000000000000000±....................S56555555555545555555M00000000000000000000D34344234238204129815....................54584466358535345445e65699628299745871590a±±±±±±±±±±±±±±±±±±±±n00000000000000000000±....................S55655455555555555555D34344423182228143059
73
ตารตาางรทางี่ 3ทร่ี 3ะดรบั ะคดวบั าคมวเาคมรเียคดรขียอดงขกอลงุ่มกลตรมุ่วะั อตดยัวบั าอ่ คงยวา่ างมเครียด จานวน (ร้อยละ)
ความเครียดอยใู่ นเกรณะฑดบัป์ คกวตาิ/ไมมเคเ่ ครรียียดด (ระดบั คะแนน 6-17) จานวน (ร้2อ3ย1ล(ะ8)8.5)
ความเคครวียาดมอเคยใรู่ ีนยดเกอณยใู่ฑนป์ รกะตดิ/บัไสมู่เงคกรวียา่ ดปก(รตะิเดลบกั็ นคะอ้ แยน(รนะ6ด-บั17ค)ะแนน 18-25) 231 (883.50)(11.5)
ความเคครวียาดมอเคยใรู่ นียดรอะดยใู่บั นสรูงะกดวบัา่ ปสกูงกตวิเลา่ ก็ปนกอต้ ยิปา(รนะกดลบั าคงะ(รแะนดนบั 1ค8ะ-แ2น5)น 26-29) 30 (11.50) (0.0)
ความเคครวียาดมอเคยใรู่ นียดรอะดยใู่บั นสรูงะกดวบัา่ ปสกูงกตวิปา่ าปนกกตลิมาางก(ร(ระะดดบั บัคคะะแแนนนน263-02-96)0) 0 (0.0)0 (0.0)
ความตเาครราียงดทอ่ี 4ยใปู่ นัจรจะยั ดสบั่วนสูงบกุควคา่ ลปทก่ีมตีคิมวาากม(สระมั ดพบันั คธะก์ แบั นคนวา3ม0เ-ค6ร0ีย) ด 0 (0.0)
ตใานรคาเงรพทอศเชหบ่ีม4าญคยื่อปิงรวอเัพจวัิเาคตจศยชหลยรุอ้ั (กัาญาสMงยษะิงร่วeณบัหaนะnภ์ปบส±ลาั่จSวกัุครDนจษคะ)ับยณลเุลคสะทค้ียส่วี่ม่ลงวนีคดนบวูบุคโาุคดคมคยลสลคทมั ่าี่มพpีคนั=วธ0าก์.ม0บั ส1ค0ัมวพ(าตันปมา1กธเ4รค8ต์7กา3ริ ับ(ง(ี(ย9nท8ค5=ด6ปี่4.ว2.941ก1734า)8.))ต170ม3)ิ8((เ(±9nค851=ร6ร.1ะ29.ีย7.3ด)4)1ดบั8)คอวรายะมด่าเคบังรคมียวีนดาสมัยูงเสกค�วำร2่าียค28ปดัญ((สก14ูงต.3ท1ก4.ิ )3(าว0n2)่าง.28=5ปส33((ก0±41ถต).31ิต1.ิ0)3(ิ.n)7ม=23ีเ0พ)ียงปัจจpัย0-v.เ0ดa7lียu0eวpค00-v..ือ80a07lu50จe�ำนวนคน
อายุ (Mean±SD) 41.08±11.48 40.53±10.72 0.805
6
6
ปีท่ี 44 ฉบบั ที่ 6 ประจำ� เดอื นพฤศจิกายน-ธนั วาคม 2562
ความเครียดอยใู่ นระดบั สูงกวา่ ปกติเลก็ นอ้ ย (ระดบั คะแนน 18-25) 30 (11.5)
ความเครียดอยใู่ นระดบั สูงกวา่ ปกติปานกลาง (ระดบั คะแนน 26-29) 0 (0.0)
ความเครียดอยใู่ นระดบั สูงกวา่ ปกติมาก (ระดบั คะแนน 30-60) 0 (0.0)
ตารตาางรทาี่ง4ทปี่ ั4จจปยั ัจสจ่วัยนสบ่วุคนคบลุคทค่ีมลคีทว่ีมาีคมวสามัมสพมันั พธนั์กธบั ก์ คบั วคาวมาเคมรเคียรดียด
ระดบั ความเครียด
ลกั ษณะส่วนบุคคล ปกติ (n=231) สูงกว่าปกติ (n=30) p-value
0.070
เพศ 47 (95.9) 2 (4.1) 0.805
ชาย 0.741
183 (86.7) 28 (13.3) 0.724
หญิง 0.355
อายุ (Mean±SD) 41.08±11.48 40.53±10.72
0.437
BMI (kg/m2) (Mean±SD) 24.43±3.97 24.68±4.15
0.115
สถานภาพสมรส 51 (89.5) 6 (10.5) 6
โสด 172 (87.8) 24 (12.2) 0.740
คู่
70 (86.4) 11 (13.6)
ระดบั การศึกษา 85 (88.5) 11 (11.5)
ประถมศึกษา 48 (85.7) 8 (14.3)
มธั ยมศกึ ษา/ปวช./ปวส. 20 (100.0) 0 (0.0)
ปริญญาตรี
อื่นๆ 21 (91.3) 2 (8.7)
30 (85.7) 5 (14.3)
อาชีพ 121 (85.8) 20 (14.2)
คนงานก่อสร้าง/ในโรงงาน 16 (94.1) 1 (5.9)
นกั เรียน/นกั ศึกษา 31 (96.9) 1 (3.1)
แมบ่ า้ น/นวด/chef
คา้ ขาย
อ่ืนๆ
74
รายได้ต่อเดอื น (บาท) 103 (88.0) 14 (12.0)
นอ้ ยกวา่ 20,000 42 (79.2) 11 (20.8)
20,001-30,000 32 (97.0) 1 (3.0)
30,001-40,000 26 (89.7) 3 (10.3)
ต้งั แต่ 40,001 บาท ข้ึนไป
74 (91.4) 7 (8.6)
ภูมลิ าเนาในประเทศไทย 53 (86.9) 8 (13.1)
ภาคเหนือ 56 (88.9) 7 (11.1)
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 8 (88.9) 1 (11.1)
ภาคกลาง 5 (100.0) 0 (0.0)
ภาคตะวนั ออก 33 (82.5) 7 (17.5)
ภาคตะวนั ตก
ภาคใต้
วจิ ตารราณงท์่ี 4 ปัจจยั ส่วนบคุ คลที่มีความสมั พนั ธ์กบั ความเครียด (ตอ่ ) ศึกษาน้ี ส่วนใหญ่มีความเครียดอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่เครียด
ต4ครตไแมบั0ลัวัวว่ม.อาภดะ7ีโมยไ้าา9รมเ่รานค±จค่งะดโปบา1รสรเื่ม้กลา1ียร่วคนแหะออบ.ยี้ดกน5ไอท่ืนาจา้อง้ขมาใ5ศนีท่ลดๆ�ำงหรอ่ตยัพเ่ตากคูปชศญญงิดนกวััอน่าแีึกาตพ่เขอฮรตใปษแอ่อกาันงิออ็นงตชอางเยคลทรเาา่เรพีู่รพม้ืศอ์ี่ทนะแอลัผย่ือศราไดมบกัใงัลงทพหนัาบษบ่คกนยญิจตณดคา้รา/่าาโิงนื่ัวมะวรงร2รสจปศาชณ7งอง่วำ�รมึกงา5าาานนะา/เษนยดนเบคกวทคนาุอาุ้นคราศนชนยวคีแยไี้ใใดู่ใคมลฟดหนนหวเ่ แ้ปกเชารหแลนิ่วมรือ็นตะงะเแ2ควว่เสปมทัยร่า่วคัค่จียตศทนนรจดัมว�ำใวััยอตงไาหมาทเสยวั ญลนม่อว่่ี่าสเ่ไีโนงยซัมรมอส่าีใยคพ่สาห่งวปยัในูบนญพนรุเธบใฉบต่ะกห์กุหลจ้อวาปญับ่ียร่ราำ�งก4471ี่่ ต4720ิ ((((988nรใแเสวเ773=ลพน...ูจิ้สรุ2ข065็กข3ื่งอยั)))ึกภ1นงณโนมา)าด้อพอีะคนรยยทะยมวไดkทูา่ีม่ดาซaบัมกยีเงึ่้วeพครนสมยwวะยีุขักีวาดงnมิธใไรับนมiีเกจyค้อสคกึ่งามoรยูงทรวีายีโmลกจารดร�ำวะมคั1ดcใท่9าห11hเปป1ก�ำค(้ม((a11กงาร21ร7iีตคา.ร.2ะsีย5.4น0ิ.คrวจ)5(ดi)nมา1ว)�ำท2=มาคีคต3ส่ีทมเวือัว0คงู่ีพาเ)ทกครมบสี่ียวจรเวถา่คียดะา่ปารดนเปปนยีกไ้อจัดดทต็นยจ้อคิเ่ีทกแลัยย่อั�งำล็กท่ใูนวงะนน่มีpาลขส0อ้ร-ีสนใv้า.อะ1ย่งนaมงด2ดผlดดuี3คอคับลeี้าวาลใสมนหจา้อูงีญมเกพ้กงปสาากวน็นตระา่ับกั ไดปิดหกดงูแกวาร้วานืลกตอร่าิ
ระยะเวลาที่ทางานในต่างประเทศ (เดอื น) (9ส2.บ3)าย มีความปลอดภัย1 (ท7.ั้ง7ช) ีวิตและทรัพย์สิน มีความพร้อมด้าน
60.00 (14-204) 77.00 (2-240) 0.567
วารสารก(Mรมedกiาaรnแ(พMทinย-M์ ax))
ระยะเวลาทางาน (ชั่วโมง/วนั ) (Mean±SD) 10.07±1.47 10.63±2.37 0.274
จานวนคนในครอบครัวต้องรับภาระเลีย้ งดู (คน)
0.010*
ภาคตะวนั ตก 5 (100.0) 0 (0.0)
ภาคใต้ 33 (82.5) 7 (17.5)
ตารตางาทรา่ี 4งทปี่ัจ4จยัปสัจ่วจนัยสบว่คุ นคบลคุทค่ีมลีคทวี่มามีควสามั มพสนัมั ธพ์กนั บั ธค์กวับาคมวเาคมรเียคดรีย(ตดอ่ ()ตอ่ ) ระดบั ความเครียด
ลกั ษณะส่วนบุคคล ปกติ (n=231) สูงกว่าปกติ (n=30) p-value
0.123
บ้านท่ที ่านพกั อาศัยในต่างประเทศ
บา้ นเช่า 44 (83.0) 9 (17.0) 0.567
ห้องพกั ของที่ทางาน/โรงงาน 40 (97.6) 1 (2.4) 0.274
อาศยั ญาติอยู่ 77 (87.5) 11 (12.5) 0.010*
อ่ืนๆ 12 (92.3) 1 (7.7)
ระยะเวลาที่ทางานในต่างประเทศ (เดอื น) 60.00 (14-204) 77.00 (2-240) 0.747
(Median (Min-Max))
ระยะเวลาทางาน (ช่ัวโมง/วนั ) (Mean±SD) 10.07±1.47 10.63±2.37
จานวนคนในครอบครัวต้องรับภาระเลีย้ งดู (คน)
1-2 115 (89.8) 13 (10.2)
3-4 33 (82.5) 7 (17.5)
≥ 5 ข้ึนไป 2 (40.0) 3 (60.0)
โรคประจาตวั 7
ไม่มี 178 (88.1) 24 (11.9)
52 (89.7) 6 (10.3)
มี
ยาที่ใช้ 0.516
ไม่มี 185 (87.7) 26 (12.3)
41 (91.1) 4 (8.9)
มี
การดม่ื ชา/กาแฟ
50 (86.2) 8 (13.8) 0.577 75
ไม่ดื่ม 176 (88.9) 22 (11.1)
ด่ืมชา/กาแฟ
การสูบบุหรี่ 201 (87.8) 28 (12.2) 0.751
ไม่สูบบหุ รี่ 25 (92.6) 2 (7.4)
สูบบหุ รี่
การดม่ื เคร่ืองดมื่ แอลกอฮอล์ 0.600
129 (89.0) 16 (11.0)
ไมด่ ่ืม 92 (86.8) 14 (13.2)
ด่ืม
จา*นSรช*เiวgคSะีวนniรgบิiตfคอื่niคบciงนfaiเรมสcnมใอaือtานื่อnบbธแคyวtาคลริเbCระรคอyhณัววรiบCสั-แาูปsคhดลqะโiuรุอ-หะภsaัวปุงqr์ปคตeาuกัทจอtน้aeรจ่ีrดงsณetยรัีนa์ับtสตtอมep่ภวลsกสี <tนาอวจ0รaัส.ดบาt0ะดกจ5ุคpเลกินน<ค้ียา้ี0มลงร.คี0คทดทว5วู่ีด่ีมาโาีีมคดมมเยวทีสคคามพ่ีรมา่ ียดักสpดุลอ=ัมใาร0นพศะ.0รยันัห1ะแวธ0ดล่า์กับ(ะงบตั าครวาากโใงดนมทับยนเี่คค4แคว)รรรีายงหมงดลาเอนวคยงทร่าเีย่ีวมงีดยมีภงใีนาจนรัยันแะสทครางรรคงอ์ ญัาสบนาทคธหราาญงัวรสมิณงาถใรกนิตัฐจโิ ปมระงรีมเพงะีราชียะนางดธปอับิปุัตจคไสจวตยัาายเหมดปเกียครรวะรรคชียมืาอดตชสัดนูงกเลยวา็บ่วา
วจิ านรอ้ ณย์เป็นความเครยี ดทีเ่ กดิ ข้นึ ในชวี ิตประจำ� วนั ซึง่ บุคคลจะ ผู้ท่ีมีภาระรับผิดชอบน้อยกว่า ท้ังนี้อาจเนื่องมาจากแรงงานต้อง
พบวเมคกา่ วีอติดาาวัมอกอวันจายิตารตา่ กกดงรกกสังางัาก่วยวรนลลศแ่ใาึกหวตซษเึง่ญ่เปาอปรเ่ ็นยป็นะใู่็ปนดสนกบั่ิเงเพกเตครศณิว้าหอาฑทมญา์ท่ีทเจิงค่วั�ำแๆรอใสียหาดดไย้กปงอแุ รไอลยมะอใู่ะม่ตนปกคีือชัมจวร่วจาาืองยใัมวรนทรย้ันลนุ่ีสทัใกแมั นารษงพกงาณจนัานนะรธอ์กาบั ยคเุกคเฉปวารลาร็นอี่ยมศบผเกึ4คูค้แ0ษรรบ.าี7ัยวขก9ดตอ±ราขงับ1มอ1ปมKง.5แoัาญ5สรrหn่งงปpผงาี eาตลอนt่กาcาไงรชhทๆะี1พ4ทยแทอบ2มี่พาต7่บจบ5่อา้เวคคนก่าวนิดภางใปมาานรนเัญคะปนหรรรวียับาะดดผกเหทิดาแศรชรลือมอเงะแบาินสเมใลอแน่คเดลซครคะรียัวลอป้อบัญงคกหรับัวา
ส่วนทใ�ำหงญานต่ อใ้ ชงก้ รำ�ับลภงั ากราะยเลก้ียำ� งลดงั ูคใจนในในกาครรทอำ� บงคานรัมวจแี านนววโนน้มไสมง่ ่เผกลินท2ี่ คนจไะมส่งมผีโลรตค่อปครวะาจมาตเควั รดียา้ ดนโอรยค่าไงมไร่ตกิด็ตตา่อมเใรน้ือกราังรดศื่มึกชษาา/นก้ีาไมแ่ฟได้ศึกษา
แดมตาีค้ นส่วดคเคา่ควีในมวรนนใยเีาใคกนมดหารคอเเีรคยญมรยทดรอ่ือไ่า่ ีำ�ยอพงมบงดยมจิส่าคตใู่านีนูบรนรวัยัใัวณบอรหสตะยุหาไ้�ำ้อดาด่ปครงงบม้จัั่ีัญแใรจีปสลนับยัรูะงพกภสะกไบาว่าสมวรนวริทา่ด่ศ่าะบปธึื่กมมเคุิภกลษแีเคพาตี้ยอาลพิียเนงลลทดอง้ีกก็ม่ีสปูกี อนคี่ซวัจดฮวอน้จ่ึง้วอาสยยัยใมลอเห1ซสด3์ ดผญ่มึังียคลรพว่ มกละคนั ีคดา้ออืธรวบังก์ ศกาจบคั ึกมับำ�ควษเนกาความวาารชนมเีรยค้ีใดหรอียเ้ หยดภอโใู่็อนทาานกี่สวจรเาะาก่จูงสตหกณะผตวัสนวฑล่ออา่่ง้ีสกไปยป์ผินปาา่ลกกรงตตตสศส่อิเิหภึก่วลราษนรก็ ะพือาในดแไพหอ้ับมวบญยคด่เวค่ไลวอ่ารมา้อาคียมจ่มมวดเเีโหปาครใม็รนรคนือเียไคปขปดดรรณัจวีย้ะจจะา่ดจัยึงแทใาเทรนต่ีสมงี่เแวนีัเกงพรอ่ียาแงียนแวตงงขนาไ่เรมน้อทะ้อ่ืองไใยยทใหพมลนย้มิจีวะกใีกาิธนา1ราีกรม1ณรทา.าศร5า�ำเึกลงษาเซนาียซใมนึ่งี
จดั กศาึรกคษวาาขมอเคงรPียhดoไดuค้m่อmนขaา้nงyด8ี มทีญ่ีพาตบิหวร่าือจเพ�ำนือ่ นวนอยสดู่ มว้ ายชไิกมใม่ นีโรคประระดจับาปตกวั ตทิห่ีจระือเปเ็คนรกียงั ดวเลลใ็กนนด้อา้ ยนเกปา็นรสด่วูแนลใสหุขญภ่ซาพึ่งเมปา็นกผนลกั ดจีตึง่อระบบ
ทาใคหร้มอีคบวคารมัวเคทร่ีตีย้อดงนดอู้แยลแหลระือสภอารดะคคลรอ้ องบกคบั รกัวารมวีคจิ วยั าโมดสยัมวิภพาันดธา์ แกกว้ านริยจม้าชงงยั าศนรี12เนท่ือ่ีพงบจาวกา่ แปรัจงงจายั นทส่ีมาีสม่งาผรลถใทห�ำง้พานนกั ภงาายนใรตู้ส้ภึกามวะี ต่างๆ
ความสุขในการทางาน คือ สถานท่ีทางานมีความสะดวกสบาย มีความปลอดภปยีทั ่ี ท44้งั ชฉีวบิตบั แท่ีล6ะปทรระัพจ�ำยเดส์ ือินนพมฤีคศวจากิมาพยรน้อ-ธมันดวา้านคม 2562
เคร่ืองมือและวสั ดุอุปกรณ์ มีสวสั ดิการที่ดี มีที่พกั อาศยั และระบบสาธารณูปโภคท่ีดี ตลอดจนมีความสมดุลระหวา่ งชีวติ
ครอบครัวและงาน นอกจากน้ี ความเครียดในระดบั นอ้ ยเป็ นความเครียดท่ีเกิดข้ึนในชีวิตประจาวนั ซ่ึงบุคคลจะมีอาการ
ท่ีเหมาะสมได้ และอาจเพ่ิมความสามารถในการปฏิบัติงานได้ดีย่ิง ในต่างแดนต่อไปได้ โดยเม่ือมีการออกตรวจสุขภาพแรงงานไทย
ขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจยั ดา้ นจำ� นวนสมาชกิ ทเ่ี ป็นภาระในครอบครัว ในต่างแดน ควรจัดโปรแกรมการประเมินและดูแลสุขภาพท้ังทาง
ซึ่งไม่อาจแก้ไขจ�ำนวนได้ แต่อาจเน้นการจ่ายค่าจ้างตรงเวลา มี กายและจติ แบบบูรณาการ
สวัสดิการท่ีดีเพ่ือเพิ่มขวัญก�ำลังใจในการท�ำงานให้แรงงาน และ
เมอ่ื เวลาผา่ นไป จ�ำนวนภาระในครอบครัวหรืออตั ราการพึง่ พิงจาก ในด้านการศึกษาวิจัยต่อเน่ือง ควรศึกษาปัจจัยอ่ืนๆ ท่ีอาจ
ครอบครวั อาจจะนอ้ ยลงก็เปน็ ได้ จะมีความสมั พันธ์กับความเครียดเพ่ิมเติม เช่น ภาระหนีส้ ิน สภาพ
แวดล้อมในการท�ำงานสัมพันธภาพในครอบครัวและที่ท�ำงาน
การศึกษานี้เป็นการประเมินระดับความเครียดด้วยตนเอง เปน็ ต้น
ซ่ึงอาจเป็นการประเมินในเบ้ืองต้นตามวัตถุประสงค์การศึกษา
เทา่ นน้ั ยงั มีขอ้ จ�ำกัดในการรวบรวมปัจจัยอืน่ ๆ ท่ีอาจจะเกี่ยวข้อง กติ ตกิ รรมประกาศ
ในการศกึ ษาตอ่ ไป
การศกึ ษานไี้ ดร้ บั ทนุ สนบั สนนุ การวจิ ยั จากโรงพยาบาลราชวถิ ี
สรปุ ขอขอบคุณคณะผู้บริหารที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ขอบคุณกรมการแพทย์ที่จัดโครงการตรวจสุขภาพแรงงานไทย
ภาวะความเครียดโดยรวมของแรงงานไทยท่ีปฏิบัติงาน ในประเทศอาเซียน และทีมวิจัยได้เข้าร่วมในโครงการนี้ ขอบคุณ
ในมาเลเซียอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือเครียดเพียงเล็กน้อย ส่วนปัจจัยที่ เจ้าหน้าท่ีที่เก่ียวข้องในการอ�ำนวยความสะดวกในการเก็บ
สัมพันธ์ต่อความเครียดได้แก่ จ�ำนวนสมาชิกในครอบครัวที่ต้องรับ รวบรวมขอ้ มูลจนสำ� เร็จ และขอบคุณอาสาสมคั รที่ใหค้ วามรว่ มมือ
ภาระเลย้ี งดู ในการศึกษา ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากงานวิจัยทางการแพทย์
กลุ่มงานวิจัยและประเมินเทคโนโลยี โรงพยาบาลราชวิถี ที่ช่วย
ขอ้ เสนอแนะ เหลือสนับสนุนในทุกกระบวนการศึกษาจนส�ำเร็จลุล่วงตาม
วัตถุประสงค์ทุกประการ ขอขอบคุณ คุณวรรณกร หอมสุวรรณ
จากการวิเคราะห์ภาวะความเครียดของแรงงานไทย ในการวิเคราะห์ข้อมูล และขอขอบคุณ รศ.ดุสิต สุจิรารัตน์
ในมาเลเซีย ผลการศึกษานี้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานเพ่ือเฝ้าระวัง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล ทใ่ี หค้ ำ� แนะน�ำในการ
ด้านสุขภาพจิตของแรงงานไทย และเป็นข้อมูลในการน�ำไป ด�ำเนนิ การศึกษาจนสำ� เร็จลลุ ่วงด้วยดี
สู่การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพกายและจิตให้กับแรงงาน
76
References
1. National Statistical Office. Number of Population and Workers [Internet] [Cited 1 October 2019]. Available from: http://statbbi.nso.go.th/
staticreport/page/sector/th/02.aspx
2. Overseas Employment Administration Division, Department of Employment. Statistics of traveling to work abroad July 2016. [Internet]
[Cited 1 August 2016] Available from: https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/overseas_th/0fc70f0672064f58b9f
070d7a38af07b.pdf
3. Vongsheree S, Muenphon S, Rojanawiwat A, Ngamprasit P, Honchan M, Dissara P, et al. Thailand Overseas Labors Returned from
Disease Detected Abroad between 2554-2557: Summarized and Analyzed for the Root Causes. Bulletin of the Department of
Medical Sciences. 2015; 41:304-12.
4. Lucksananun T, Sithichoksakulchai W, Sangkun W. Health conditions of the health personnel at Swan Pracharuk hospital in the year
1996-1997. [Internet] [Cited 1 August 2016] Available from: http://advisor.anamai.moph.go.th/212/21207.html.
5. Petnil S. Health Behavior and Nutritional Status of Work-force Age in Cherng Glad Subdistrict, Bang Rachan District, Sing Buri Province.
[Master thesis of Public Health]. Chiang Mai: Chiang Mai University; 2007.
6. ASTV Manager online. Diseases in Thai Labor Abroad. [Internet] [Cited 1 August 2016] Available from: http://www.manager.co.th/QOL/
ViewNews.aspx?NewsID=9580000010817.
7. Petchram v, Pochana K. Employees’ Stress and Factors Affecting It: A case study of an offshore gas plant in gulf of Thailand. Journal
of Science & Technology, Ubon Ratchathani University 2016; 18:10-20.
8. Phoummany K. Factors influencing stress among woman laborers in garment factories in Vientiane, Lao P.D.R. [Master thesis of Occu
pational Health and Safety]. Chonburi: Burapha University; 2013.
9. Phutthiyawat P. Stress of Operators at the social assistance centre 1300. [Master thesis of Labour and Welfare Development]. Bangkok:
Thammasat University; 2015.
1 0. Chatcharaporn N. Work stress among employees of steel import companies in Bangkok. [Master thesis of Mental Health]. Bangkok:
Chulalongkorn University; 2016.
1 1. Mahatnirankul S, Phoompaisanchai W, Thapanya P. Suangprung Stress test. Department of Mental Health; 1997.
12. Kaewniyomchaisri W. Factors effecting of happiness organization of municipality in Buengkan province. [Master thesis of Public
Administration]. Nakornphatom: Silpakorn University; 2013.
1 3. Department of Mental Health, Ministry of Public Health. Stress in Thai. Bangkok: Beyond Publishing; 2003.
1 4. Kornpetch S. Factors Affecting Stress of Call Center Representatives: A Case study of a Telecommunications Company. [Master
Thesis of Science in Human Resource and Organization Development]. Bangkok: National Institute of Development Administration;
วารสารกรมการแพทย์
ผลการปฏบิ ตั งิ านทางคลนิ กิ และคณุ ภาพการดแู ลผปู้ ว่ ยกลา้ มเนอ้ื หวั ใจตาย
เฉยี บพลนั ชนดิ เอสทยี กสงู ในหนว่ ยผปู้ ว่ ยฉกุ เฉนิ สถาบนั โรคทรวงอก
•ปวนี ุช จีนกลู พย.บ.*, สุกญั ญา สบายสุข พย.บ.*, สายพนิ กองแกว้ พย.บ.*, ประภาศริ ิ วิมลศิลปนิ พย.บ.*,
เพลนิ พิศ ลอื ลาภ พย.บ.*, ธญั รดี ครามเขียว พย.บ.*, ปราโมทย์ ถ่างกระโทก วท.ม., พย.ม.**
*หนว่ ยผปู้ ่วยฉุกเฉนิ สถาบันโรคทรวงอก ตำ� บลบางกระสอ อ�ำเภอเมือง จังหวดั นนทบรุ ี 11000
**สถาบนั การพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
Abstract: Clinical Performance and Quality of Care for
Patient with ST-Elevation Myocardial Infarction at the Emergency
Department in Central Chest Institute of Thailand
•Jeanagool P*, Sabaisook S*, Kongkaew S*, Wimonsinrapin P*, Luelarb P*, Kramkeaw T*, Thangkratok P**
*Emergency Department, Chest Disease Institute of Thailand, Bangkrasor, Mueang Nonthaburi, Nonthaburi, 11000
**Srisavarindhira Thai Red Cross Institute of Nursing, Pathumwan, Bangkok, 10330
(E-mail: [email protected])
(Received: March 5, 2019; Revised: October 2, 2019; Accepted: October 25, 2019)
This retrospective descriptive study (chart review) aimed to evaluate the clinical performance and quality of 77
care for patients with ST-elevation myocardial infarction (STEMI). This was conducted on patients with STEMI for those
who came to the emergency department in the central chest institute of Thailand between 1st October, 2016 and
31st December, 2017 (n=53). The research instrument used was the case record form that was created by the
researcher, which comprised the following information: demographic characteristics, illness history,
clinical nursing intervention performance, and quality of care for patient with STEMI. Descriptive statistics was used
for data analyses. From the study, it was found that the clinical nursing intervention performance was at a good
level in four components including advocating of patients’ rights, continuity of care, providing information, and nurs-
ing intervention for patients with STEMI. Two-components with the poor level including health promotion and risk
prevention for patients with STEMI. Among patients with STEMI had an electrocardiogram (ECG) performed (Door to
ECG) within 10 minutes (mean 3.2, SD 1.3) of arrival was 100%. Also, the time from ED arrival to ED discharge (Door-
in-door-out time) within 30 minutes (mean 30.7, SD 21.4) was 71.7%. Lastly, the time from ED arrival to reperfusion
therapy (Door to balloon time) within 90 minutes (mean 58.5, SD 28.5) was 88.7%.
Keywords: Clinical performance, Quality of care, ST-elevation myocardial infarction
บทคดั ยอ่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพ แบบ
บันทึกผลการปฏิบัติงานทางคลินิกของพยาบาลวิชาชีพ และแบบ
การวิจัยเชิงพรรณนาแบบการทบทวนเวชระเบียนย้อนหลัง บันทึกคุณภาพการดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด
คร้ังน้ี มีวัตถุประสงค์เพ่ือประเมินผลการปฏิบัติงานทางคลินิกและ เอสทียกสูง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษา
คุณภาพการดูแลผู้ป่วยกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียก พบว่า ผลการปฏิบัติงานทางคลินิกของพยาบาลวิชาชีพอยู่ใน
สูงท่ีเข้ารับการรักษาในหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน สถาบันโรคทรวงอก ระดับดี 4 มาตรฐาน ไดแ้ ก่ 1) การพิทกั ษ์สิทธิผ้ปู ่วย 2) การดแู ล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นเวชระเบียนของ ต่อเน่ือง 3) การให้ข้อมูล และ 4) การตรวจและบ�ำบัดรักษา
ผู้ป่วยกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูงที่เข้ารับการ ทางการพยาบาล และอยใู่ นระดบั ไมด่ ี 2 มาตรฐาน ได้แก่ 1) การ
รักษาในหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน สถาบันโรคทรวงอก ตั้งแต่วันที่ 1 สร้างเสริมสุขภาพ และ 2) การปอ้ งกันความเสี่ยง ผ้ปู ่วยกล้ามเนอื้
ตุลาคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2560 ทีไ่ ดจ้ ากการ หัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูงได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้า
คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จ�ำนวน 53 ฉบับ เคร่ืองมือท่ีใช้ใน หัวใจและไดร้ ับการวินจิ ฉยั โดยแพทย์หรอื พยาบาลภายใน 10 นาที
การศึกษาเป็นแบบบันทึกข้อมูลที่ผู้ศึกษาสร้างข้ึน ประกอบด้วย
ปที ี่ 44 ฉบบั ท่ี 6 ประจ�ำเดอื นพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม 2562
(mean 3.2, SD 1.3) คิดเป็นร้อยละ 100 ผู้ปว่ ยมาถงึ และออกจาก ความส�ำคัญที่จะส่งผลถึงคุณภาพการดูแลผู้ป่วยซ่ึงพยาบาลต้อง
หนว่ ยผ้ปู ่วยฉุกเฉินภายใน 30 นาที (mean 30.7, SD 21.4) คดิ ปฏิบัติการพยาบาลท่ีสอดคล้องกับปัญหาการเจ็บป่วยหรือบาด
เป็นร้อยละ 71.7 ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลและได้รับการสวนหัวใจ เจ็บของผู้ป่วยอย่างทันทีต่อสถานการณ์ เนื่องจากผู้ป่วยภาวะ
ภายใน 90 นาที (mean 58.5, SD 28.5) คิดเปน็ รอ้ ยละ 88.7 กล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลันเป็นอาการส�ำคัญท่ีคุกคามชีวิตที่
ค�ำส�ำคัญ: การปฏิบัติงานทางคลินิก คุณภาพการดูแล ต้องได้รบั การแก้ไขอาการอย่างเรง่ ดว่ น
กล้ามเนือ้ หวั ใจตายเฉยี บพลนั ชนิดเอสทียกสงู กองการพยาบาล ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุข9 ได้ก�ำหนดมาตรฐานการบริการพยาบาล
บทนำ� ผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โดยแบ่งเป็น 8 มาตรฐาน เพ่ือใช้เป็น
ภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute myocardial แนวทางในการวัดผลการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพในแผนก
infarction) เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจขาดเลือด ผูป้ ว่ ยอบุ ตั ิเหตุและฉุกเฉิน แสดงใหเ้ ห็นถงึ มาตรฐานการปฏิบัติการ
(Ischemic heart disease) ท่ีเป็นสาเหตุการตายท่ีส�ำคัญของ พยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ ปราศจากข้อผิดพลาด และมี
ประชากรทว่ั โลก1 จากการศกึ ษาพบวา่ ในปี 2016 มผี ้เู สียชวี ติ จาก ผลลัพธ์ท่ีดีตามหลักวิชาการและตามความคาดหวังของผู้รับ
โรคหัวใจ (Cardiovascular diseases) ท้ังหมดทั่วโลกประมาณ บริการที่สามารถวัดได้ โดยมีเป้าประสงค์หลักของการพยาบาล
17.6 ลา้ นคน และมแี นวโนม้ อัตราการเสียชีวิตเพ่มิ สงู ขน้ึ ถงึ รอ้ ยละ ผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เพ่ือให้การปฏิบัติการพยาบาลของ
14.5 ภายในระยะเวลาเพยี ง 10 ปี ซง่ึ เปน็ ผู้เสียชีวติ จากโรคหัวใจ พยาบาลวิชาชีพสอดคล้องกับปัญหาการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บ
ขาดเลือดมากถึงร้อยละ 19 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยผู้เสียชีวิต ของผู้ป่วยอย่างทันทีต่อสถานการณ์ท่ีเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างย่ิง
จากโรคหัวใจขาดเลือดเพ่ิมข้ึนจาก 7.96 ล้านคนในปี 2006 เป็น ผปู้ ว่ ยภาวะกลา้ มเนอื้ หวั ใจตายเฉยี บพลนั ที่เป็นภาวะที่คุกคามชีวิต
9.48 ล้านคนในปี 20162 ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตาย จ�ำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอาการอยา่ งทนั ทว่ งที เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ว่ ยไมเ่ กดิ
เฉียบพลัน นับว่าเป็นภาวะวิกฤตท่ีเป็นอันตรายต่อชีวิตซึ่งต้องได้ ภาวะแทรกซอ้ นที่ปอ้ งกันได9้ จะเห็นได้วา่ พยาบาลวชิ าชพี เป็นหนง่ึ
รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ในทีมสุขภาพท่ีมีความส�ำคัญในการท�ำให้เกิดคุณภาพบริการ
ไม่ว่าจะเป็นการรกั ษาด้วยการสวนหัวใจหรือการขยายหลอดเลอื ด ดังกล่าว โดยการปฏิบัติตามมาตรฐานการบริการพยาบาลท่ีกอง
หวั ใจ (Percutaneous coronary intervention) หรอื การรักษา การพยาบาลก�ำหนด
ด้วยยา (Pharmacologic therapy) โดยการใหย้ าละลายลิ่มเลือด หน่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน สถาบันโรคทรวงอก ให้การดูแลผู้ป่วย
(Thrombolytic agents) เพ่ือให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเล้ียง เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและปอดในระดบั ตติยภูมิ โดยมคี วามคาด
กล้ามเน้ือหัวใจในเวลาที่เหมาะสม รวมไปถึงต้องได้รับการบริการ หวังให้ผู้รับบริการได้รับการพยาบาลที่ถูกต้อง ปลอดภัย รวดเร็ว
78 ทางการพยาบาลท่ีมีคุณภาพ ปัจจัยเหล่าน้ีเป็นปัจจัยส�ำคัญที่จะ และพึงพอใจจากข้อมูลย้อนหลังในปี 2551-255310 พบว่าผู้ป่วย
ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วย ภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลันที่มารับการรักษาจากหน่วย
กลา้ มเนื้อหวั ใจตายเฉยี บพลันได้อย่างมาก3-6 ผ้ปู ว่ ยฉกุ เฉิน สถาบันโรคทรวงอกเฉลี่ยปีละ 70 ราย ซง่ึ มแี นวโน้ม
American college of cardiology (ACC) และ American เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเน่ือง โดยมีการก�ำหนดเกณฑ์การวัดคุณภาพ
heart association (AHA)7 ได้พฒั นารปู แบบการวัดผลการปฏบิ ัติ การบริการพยาบาลผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
งานท่ีเน้นการน�ำหลักฐานเชิงประจักษ์ไปสู่การปฏิบัติทางคลินิก แผนกฉุกเฉิน ได้แก่ การประเมินคัดกรองจากพยาบาลหากมี
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานที่ดูแลผู้ป่วยระบบหัวใจและ อาการเจ็บหน้าอกด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและวินิจฉัยภาวะ
หลอดเลือดใช้เป็นเคร่ืองมือในการประเมินคุณภาพ ระบุโอกาส กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันภายใน 10 นาที กรณีสงสัยภาวะ
ในการพฒั นาและปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั งิ านใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากยงิ่ ขนึ้ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแพทย์ประจ�ำห้องฉุกเฉินจะปรึกษา
การวัดคุณภาพการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเพ่ือพิจารณาให้นอนโรงพยาบาลท่ีหอ
เฉียบพลันในหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉินที่ส�ำคัญ ได้แก่ ร้อยละของผู้ป่วย ผู้ป่วยหนักอายุรกรรมหัวใจหรือส่งห้องสวนหัวใจเพื่อท�ำการสวน
ท่ีมาถึงโรงพยาบาลและได้รับการท�ำสวนหัวใจ (Primary หัวใจ โดยก�ำหนดระยะเวลาต้ังแต่ผู้ป่วยมาถึงห้องฉุกเฉินและ
percutaneous coronary intervention: Primary PCI) ภายใน ส่งต่อไปยังหอผู้ป่วยให้ได้ตามเกณฑ์ช้ีวัดของหน่วยงานภายใน
เวลา 90 นาที (First medical contact-device time หรือ Door 30 นาที แตใ่ นปัจจบุ นั ยงั ขาดการตดิ ตามและวัดผลการปฏิบัตงิ าน
to balloon time) ร้อยละของผู้ป่วยที่มีค่าเฉล่ียเวลาต้ังแต่มาถึง ของผู้ให้บริการและคุณภาพด้านผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยกลุ่ม
และออกจากหนว่ ยผูป้ ่วยฉุกเฉิน ภายใน 30 นาที (Door-in-door- ดังกล่าว ซ่ึงเป็นข้อมูลส�ำคัญเพื่อน�ำไปใช้ในการปรับปรุงและ
out time)7 ร้อยละของผู้ป่วยท่ีมาถึงโรงพยาบาลจนได้รับการ พัฒนาระบบบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้ศึกษา
ตรวจคลน่ื ไฟฟา้ หัวใจภายในเวลา 10 นาที (Door to electrocar- จึงสนใจที่จะศึกษาการปฏิบัติตามมาตรฐาน การบริการพยาบาล
diogram: Door to ECG)8 โดยมีวัตถุประสงคเ์ พ่อื ลดความรนุ แรง และคุณภาพด้านผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยภาวะกล้ามเน้ือหัวใจ
ของการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ป้องกันการเกิด ตายเฉียบพลัน ที่เข้ารับการรักษาในหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน สถาบัน
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดข้ึน เพ่ิมคุณภาพชีวิตและผลลัพธ์ทาง โรคทรวงอก เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการ
คลินิกท่ีดีขึ้นแก่ผู้ป่วย (Clinical outcomes) ดังน้ัน การปฏิบัติ ดูแลผปู้ ว่ ยภาวะกลา้ มเนอื้ หวั ใจตายเฉยี บพลนั ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมาก
การพยาบาลผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในหน่วย ย่งิ ขึ้นตอ่ ไป
ผู้ป่วยฉุกเฉินให้เป็นไปตามมาตรฐานการบริการพยาบาล นับว่ามี
วารสารกรมการแพทย์
vessel diseases: DVD) ร้อยละ 28.3 กลุ่มตวั อยา่ งส่วนใหญ่มีโรคประจาตวั ร้อยละ 94.3 ส่วนใหญ่เป็ นโรคความดนั โลหิตสูงร้อยละ
38.8 รองลงมาคือ โรคเบาหวาน และโรคไขมนั ในเลือดสูงร้อยละ 22.4 กลุ่มตวั อยา่ งส่วนใหญ่มีประวตั ิการสูบบุหรี่ร้อยละ 58.5
(ตารางท่ี 2)
ตารางท่ี 1 ขอ้ มลู ส่วนบุคคลของผปู้ ่ วยภาวะกลา้ มเน้ือหวั ใจตายเฉียบพลนั ท่ีเขา้ รับการรักษาในหน่วยผปู้ ่ วยฉุกเฉิน สถาบนั
ตารโารงคทที่ 1รขวอ้งอมกลู ส(ว่nน=บ53คุ )คลของผปู้ ว่ ยภาวะกลา้ มเนอ้ื หวั ใจตายเฉยี บพลนั ทเ่ี ขา้ รบั การรกั ษาในหนว่ ยผปู้ ว่ ยฉกุ เฉนิ สถาบนั โรคทรวงอก (n=53)
เพศ ข้ อมูลส่ วนบุคคล จานวน ร้อยละ
ชาย 50 94.30
หญิง 3 5.70
อายุ mean 57.70 SD 13.10
20-39 ปี 3 5.70
40-49 ปี 13 24.50
50-59 ปี 15 28.30
60 ปี ข้ึนไป 22 41.50
สถานภาพ
คู่ 37 69.80
โสด 8 15.10
หมา้ ย/ หยา่ / แยก 7 13.20
ไมร่ ะบุสถานภาพ 1 1.90
อาชีพ
รับจา้ ง 16 30.19
รับราชการ 12 22.64
วา่ งงาน 16 30.19
ธุรกิจส่วนตวั 5 9.43
แม่บา้ น 2 3.77 5
รัฐวสิ าหกิจ 79
2 3.77
ตารางที่ 2 ขอ้ มลู ดา้ นสุขภาพของผปู้ ่ วยภาวะกลา้ มเน้ือหวั ใจตายเฉียบพลนั ที่เขา้ รับการรักษาในหน่วยผูป้ ่ วยฉุกเฉิน สถาบนั
ตารโารงคทที่ 2รวขงอ้ อมกลู ด(nา้ น=5ส3ขุ )ภาพของผปู้ ว่ ยภาวะกลา้ มเนอ้ื หวั ใจตายเฉยี บพลนั ทเี่ ขา้ รบั การรกั ษาในหนว่ ยผปู้ ว่ ยฉกุ เฉนิ สถาบนั โรคทรวงอก (n=53)
ข้อมูลด้านสุขภาพ จานวน ร้อยละ
ผลการสวนหวั ใจ
Triple vessel disease (TVD) 20 37.70
Double vessel disease (DVD) 15 28.30
Single vessel disease (SVD) 14 26.40
Non sig CAD 3 5.70
Normal 1 1.90
โรคประจาตัว
ไมม่ ี 3 5.70
มี 50 94.30
โรคความดนั โลหิตสูง 26 38.80
โรคเบาหวาน 15 22.40
โรคไขมนั ในเลือดสูง 15 22.40
โรคหวั ใจ 9 13.40
วณั โรค 2 3.00
ประวตั ิการสูบบุหรี่
ไมส่ ูบบหุ ร่ี 31 58.50
สูบบุหร่ี 22 41.50
จากการประเมินผลการปฏิบตั ิตามมาตรฐานการบริการพยาบาลผูป้ ่ วยภาวะกลา้ มเน้ือหวั ใจตายเฉียบพลนั ของพยาบาล
หน่วยผปู้ ่ วยฉุกเฉินพบวา่ หวั ขอ้ ท่ีมีการปฏิบตั ิอยใู่ นระดบั ดี ไดแ้ ก่ การพทิ กั ษส์ ิทปธีทิผ่ี ปู้4่ 4วยฉกบาบั รทดี่ ูแ6ลปตรอ่ ะจเนำ� เ่ือดงือกนาพรฤใศหจ้ขิกอ้ ามยนูล-แธลนั ะวกาคามร 2562
ตรวจและบาบดั รักษาทางการพยาบาล หัวขอ้ ที่มีการปฏิบตั ิอยใู่ นระดบั ไม่ดี ไดแ้ ก่ การสร้างเสริมสุขภาพ และการป้ องกนั ความ
เสี่ยงผปู้ ่ วยภาวะกลา้ มเน้ือหวั ใจตายเฉียบพลนั (ตารางที่ 3)
วณั โรค 2 3.00
ประวตั ิการสูบบุหรี่
csวthตัuหadถrนytแุ่กว)ยลไสrาแeผมูรบะบ่สปvู้ววบู่บiิบจวหุธeิ บยัยกรwกีฉจี่หุคาา)ุการรรกี่ เทร้ังฉเกพนบาินร้ีื่เอทพปปปวบ็รนนระวกะเเา่วมาเหชมินรรวัศินผะขึกลผเอ้กษบลทาียากรี่มเนาปชีกรยฏิงาป้อพิบรฏนปรตั ิหบรฏิตณัลติาบมังิงนตั มาิอา(นาRยตทe(ใู่รDtนาฐreงารoคนsะscลกดprิานบeัiรpิกcดบttโี รiiไดvvิกดeยeาแ้ รกพ่ กยกดกบาารบูรแล�ำพะบล้าาลิททมตัดผกรัเ่อรนปูว้ษักเ่นื้งอวษส์ ส่ืหอยิาทาภงัวทธธาใาิผาว(จงC23ระปู้ตก12ณo่กวาาลnยยสราtุ้เขกพiมฉnา9ยเียรuนาใดบi้ืบอหtูแพyหา้สลลลัวอตoันใด่อfจ(เคNนตปcลuาื่อaร้อยrrงะsเงeฉiกกกn)ียอาับgบร3บกใพ)iดหnาล45ก้รวt้ข18นัeพยา..อ้55rรขย00มvส1อาeูลรง)บn้าพแากtงลยลiเาoาะสผรบnกรู้ปตา)าิมรล่วรส2วยุข)จภภแกาาลวาพะะร
ปรตะรยวุกจตแ์มลาะตบราฐบาดั นรกักาษราบทราิกงากราพรพยยาาบบาาลลผหู้ปัว่ ขยอ้ ทุบี่มัตีิกเหาตรปุแลฏะิบฉตั ุกิอเฉยิในู่ นระ(ดHบั eไaมlt่ดhี ไpดrแ้ oกm่ กoาtรiสoรn้า)ง4เส)รกิมาสรุขปภ้อางพกนัแคละวากมารเสป้่ยี องงก(Rนั iคskวาpมreven-
ขอเงสก่ียงอผงปู้ก่ วายรภพาวยะากบลาา้ ลมเนส้ือ�ำหนวั ักใจงตาานยปเฉลียัดบกพรละนั ท(ตราวรงาสงทา่ีธ3า)รณสุข tion) 5) การใหข้ อ้ มูลและความรู้ดา้ นสุขภาพ (Providing infor-
ตาตราารงาทง่ี ท3่ี 3กกาารรปปฏฏิบิบัตตั ิติตาามมมมาาตตรรฐฐาานนกกาารรบบรริกิกาารรพพยยาาบบาาลลผผู้ปปู้ ่่ววยยภภาาววะะกกลล้าา้ มมเเนน้ืืออหหัวัวใใจจตตาายยเเฉฉียียบบพพลลันนั ขขอองงพพยยาาบบาาลลหหนน่ว่วยยผผู้ปูป้ ่่ววยยฉุกเฉิน
สถฉาบุกันเฉโิรนคสทถรวาบงอนั กโร(nค=ท5ร3ว)งอก (n=53)
ผลการประเมนิ
การปฏิบตั ิตามมาตรฐานการบริการพยาบาล ปฏิบตั ไิ ด้ดี ปฏบิ ตั ไิ ด้ไม่ดี
n%n%
1. การตรวจและบาบัดรักษาทางการพยาบาล
1.1 การประเมินอาการและคดั กรองผ้ปู ่ วย
- ซกั ประวตั ิถึงอาการสาคญั ท่ีนามาโรงพยาบาล 53 100.0 0 0
- การประเมินระดบั ความรู้สึกตวั 52 98.1 1 1.9
- ประเมินสญั ญาณชีพและอาการเจบ็ หนา้ อก 53 100.0 0 0
- ตรวจคลื่นไฟฟ้ าหวั ใจ 12 Leads 39 73.6 14 26.4
- การแปลผลคลื่นไฟฟ้ าหวั ใจ 53 100.0 0 06
1.2 การปฏิบัติการพยาบาล
- ติด Monitor ECG 33 62.3 20 47.7
53 10ผ0ล.0การประเม0นิ
- รใหาย้ใงหานอ้ อแกพซทิเยจป์นรใกะนาจรราาปหยฏทนบิ่ี่วOยัต2ผิตsปู้ าa่มวtuยมrฉaาtุกตioเรฉnฐิน<าน9ก0า%รบริการพยาบาล 53ปฏิบัติได1้ด0ี 0.0 0
- 0ปฏบิ ตั ิได้ไม่ด0ี
- รายงานแพทยเ์ ฉพาะทางดา้ นโรคหวั ใจ 5n3 10%0.0 n0 %0
80 - การให้ยาตามแผนการรักษา 53 100.0 0 0
- เจาะเลือดตามแผนการรักษา 53 100.0 0 0
- เปิ ดหลอดเลือดดา on NSS lock 53 100.0 0 0
1.3 การประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาล
- การประเมินระดบั ความรู้สึกตวั 53 100.0 0 0
- ประเมินสญั ญาณชีพและอาการเจบ็ หนา้ อก 53 100.0 0 0
2. การดแู ลต่อเน่อื ง
- ประสานงานหน่วยงานท่ีรับส่งต่อผปู้ ่ วย 53 100.0 0 0
- ส่งตอ่ ขอ้ มูลการดูแลอยา่ งถูกตอ้ งและครบถว้ น 52 98.1 1 1.9
3. การสร้างเสริมสุขภาพ
- ใหข้ อ้ มูลการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้ องกนั โรค 0 0 53 100.0
4. การคุ้มครองภาวะสุขภาพและป้ องกันความเสี่ยง
- ป้ องกนั ภาวะแทรกซอ้ นจากการใหย้ า 3 5.7 50 94.3
- ป้ องกนั การพลดั ตกหกลม้ 0 0 53 100.0
- ป้ องกนั การเขา้ สู่ภาวะวิกฤติโดยไม่ไดว้ างแผน
7 13.2 46 86.8
5. การให้ข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพ
- อธิบายใหผ้ ปู้ ่ วยเขา้ ใจถึงแผนการรักษา 49 92.5 4 7.5
- การปฏิบตั ิตวั เมื่ออยโู่ รงพยาบาล 52 98.1 1 1.9
- การปฏิบตั ิตวั ในการสวนหวั ใจ 50 94.3 3 5.7
6. การพทิ กั ษ์สิทธิผู้ป่ วย
- การให้คาแนะนาเร่ืองสิทธิการรักษา 53 100.0 0 0
- ลงนามในเอกสารยนิ ยอมรับการรักษา 53 100.0 0 0
ผลการศึกษาคุณภาพดา้ นผลลพั ธข์ องการดูแลผปู้ ่ วยภาวะกลา้ มเน้ือหวั ใจตายเฉียบพลนั พบวา่ ระยะเวลาเฉลี่ยที่
วารผสปู้ า่ รวกยรมมากถาึงรโแรพงทพยย์ าบาลจนไดร้ ับการตรวจคลื่นไฟฟ้ าหวั ใจและไดร้ ับการวินิจฉัยโดยแพทยห์ รือพยาบาลเท่ากบั 3.2 นาที
(SD ± 1.3) ซ่ึงใชเ้ วลาภายใน 10 นาที คิดเป็ นร้อยละ 100 ระยะเวลาที่ผปู้ ่ วยมาถึงและออกจากหน่วยผปู้ ่ วยฉุกเฉินเฉล่ีย 30.7
- ใหข้ อ้ มลู การดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้ องกนั โรค 0 0 53 100.0
4. การค้มุ ครองภาวะสุขภาพและป้ องกันความเสี่ยง
- ป้ องกนั ภาวะแทรกซอ้ นจากการให้ยา 3 5.7 50 94.3
mation-)ป้แองลกะนั ก6าร)พกลาดั ตรกพหิทกักลษม้ ์สิทธิผู้ป่วย (Advocating of หน่วยผู้ป่วยฉุกเฉินพบ0ว่า หัวข้อท0่ีมีการปฏิบ53ัติอยู่ในระ10ด0ับ.0ดี ได้แก่
patients-’ปr้ อigงhกtนั sก)ารรวเขมา้ ทสู่ภัง้ ปาวระะวเกิ มฤินตคิโดณุ ยภไมา่ไพดกว้ าางรแดผูแนลผปู้ ่วยทม่ี ภี าวะ การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย7 การดูแล13ต.2่อเน่ือง ก4า6รให้ข้อม8ูล6.8และการ
กลา้ 5ม.เกนา้อืรใหหัว้ขใ้อจมตูลาแยลเะฉคยี วบามพรลู้ดัน้านปสรุขะภกาอพบด้วย ร้อยละของผปู้ ่วยทีม่ า ตรวจและบ�ำบัดรักษาทางการพยาบาล หัวข้อท่ีมีการปฏิบัติอยู่ใน
ถึงโรงพย-าอบธาิบลาแยลใหะ้ผไดปู้ ่ร้วับยเกขา้ ใรจสถวึงนแผหนวั กใจารภราักยษใานเวลา 90 นาที (Door ระดับไม่ดี ไดแ้ ก่ การ4ส9ร้างเสริมส92ขุ .5ภาพ และก4ารปอ้ งกัน7ค.5วามเสีย่ ง
to ballo-oกnารปtiฏmิบeตั ิต) วั รเม้อ่ือยอลยะโู่ ขรงอพงยผาู้ปบ่วาลยที่มีค่าเฉล่ียเวลาตั้งแต่มาถึง ผู้ปว่ ยภาวะกลา้ มเน้อื 5ห2ัวใจตายเ9ฉ8ีย.1บพลนั (ต1ารางท่ี 3) 1.9
และออกจ- กาการหปนฏว่ิบยตั ผิตปู้วั ใว่ นยกฉาุกรสเฉวนินภหาวั ยใจใน 30 นาที (Door-in-door- ผลการศึกษาค5ุณ0 ภาพด้าน94ผ.3ลลัพธ์ของ3การดูแลผ5ู้ป.7่วยภาวะ
ทตoภตรuาา่ีใชวยยt6จ้ใเใ.ฉนtนคกiียmกเลาวบรา่ืน--ลeพรพไกลา)ศทฟิ างล1รึแนกกัฟันใ0ษลาษ้าหทม์สะนผหาค้ใี่เิทรเลขานัวาป้อธแทใ้กาเิผอยจน็นรีา้(กูปและับรเD่ สววนละศกoยชาาขะึกราoเรไอรยษรrดื่ะอนิงราtเ้รงผยักคoบสับอู้ปษุณิีทยกมE่วาธนCรภายิทกับรขGาทา่ีหวกพอร)่ีมิน7านรงด,รา8ักิจผ่วรา้ถปษฉักูน้ปยึงราัยษผโ่ผวะรโาู้ปยลดชงภล่พวยายกพาัแยวฉรพาธะแุกบข์ทกลเาอยฉะลลง์หินก้าจกรแลมนาือลุ่มเรไพนดะตด้ืยอ้รเัวูแขับาหอล้าบกยัวผพาาใ่าปู้ักจลรง่ วยภาโกโภอรดวลอางะยย้ากพกแมใจยลนพเาานา้ทกบม1้ือหยา0เหน์หนลัวจน้ว่รือใืนอยาจหผทพไตัวดูป้ียาใร้คยว่าจบั ิดยบเตฉกเฉ55าาปียา33กุลยร็นบเเเตฉฉทรพรนิ้อี่ายลวกยเบันจฉลับพคละ11พลลีย่ 003นื่บน001ั .2..3ไ0ว00ฟพ00่านฟ.รบ7ระาา้วะทยหนา่ ยะีวั าระ(เใทSวะจเ00วลDียแล(าะลSาเ±เะDฉทวไลลีผ่ด1±ี่ยาปู้ร้.เ3ทบัฉว่ 2)ี่ผกยล001ู้ปซามี่ย.ร4่ึ่วงาทวใ)ถยชี่นิ ึงมซ้เจิแวาง่ึ ฉลลถใยัชะาึง้
รักษผาปู้ ต่ วั ยในมาหถอึงผโู้ปรง่วพยหยานบักาอลาจยนุรไกดรร้ ับมกหาัวรใตจรวสจถคาบล่ืนั ไโรฟคฟท้ ารหววังใอจกและไเวดลร้ าับภกาายรในวิน3ิจ0ฉนัยโาทดียคแดิ พเปทน็ยหร์ อ้ รยือลพะย7าบ1.า7ลเรทะ่ายกะบัเวล3า.ท2่ีผนู้ปา่วทยี มาถงึ
คทตุง้ัณไ่ี ดแส(นหตจ้ Sมาว่าวั Dบกทันใกจัตีท±(เาิทS่ีฉ1ร1ี่Dกล.เ3ล�ำตี่ย)ห±อืุลซ5กนา8่2ึงแคด.1ใ5บม.ช4จบนเ้)พว�ำเาฉลน.ซทศพา่วึงี.ภ(นาใS2าะชD5ยเ5เ้จ5ใว3±นา9ละ2าฉถ1จภ8บ0งึง.าว5ับนย(นั)Pใาใทuนเทชคr่ี ีp3เ้รคว31o่ือิด0ลsงธเาiมปนvภัน็ือeนาาวททยารsใ่ีใีคa้อชนคmมย้ใิดลน9pพเะ0กปl.iศ็า1นnนร.0gารศ02)ท้อึกต5รียคษ6าะลมิด0ายะเะปเ7็วน1ลโใ.ร7รชา้องทเ้ ยวรพ่ีผลละยปู้าะยา่ภวะบ8ยเา8าวยม.ลล7ใาแนาถ(ทลตึง9ะี่ผาแ0ไรปู้ลดา่นะว้รงยอาับททมอกี่ 4ีากาค)ถรจิดึสงาเโวกปรนหน็ งหนรพวั อ้่วยใยจยาลบผเฉะูป้าล่ลว8ย่ี แย8ลฉ5.7ะ8ุกไ.(เ5ตฉดาินรน้ รับาเาฉทกงลทีา(ี่ยรี่S4สD3)ว0±น.7 28.5)
ตตาารราางงทท่ี 4่ี 4คคณุ ุณภภาาพพกกาารรดดแู ูแลลผป้ผู ว่ปู้ ย่ วภยาภวาะวกะลกา้ ลมาเ้ นมอื้เนห้ือวั ใหจวัตใาจยตเฉายียบเฉพียลบนั พหลนนัว่ ยหผนปู้ ่วว่ ยยผฉกปุู้ ่เวฉยนิ ฉสุกถเฉาบินนั สโรถคาทบรนัวงโอรกคท(nร=ว5ง3อ)ก (n=53)
คุณภาพด้านผลลัพธ์ ระยะเวลาเฉลย่ี ทาได้ตามเกณฑ์
(นาที) จานวน (ร้อยละ)
1. ระยะเวลาท่ีผูป้ ่ วยมาถึงโรงพยาบาลจนได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้ า 3.2 (SD ± 1.3) 53 (100.0)
หวั ใจและไดร้ ับการวนิ ิจฉยั
2. ระยะเวลาท่ีผปู้ ่ วยมาถึงและออกจากหน่วยผปู้ ่ วยฉุกเฉิน 30.7 (SD ± 21.4) 38 (71.7)
3. ระยะเวลาที่ผปู้ ่ วยมาถึงโรงพยาบาลและไดร้ ับการสวนหวั ใจ
(Primary PCI) 58.5 (SD ± 28.5) 47 (88.7)
81
เปน็ แบบบนั ทกึ ขอ้ มลู ทผ่ี ศู้ กึ ษาสรา้ งขนึ้ ประกอบด้วย แบบบันทึก วจิ ารณ์
ข้อมลู ส่วนบุคคล แบบบนั ทึกข้อมูลด้านสุขภาพ แบบบนั ทกึ ผลการ
ปฏบิ ัตงิ านทางคลินกิ ของพยาบาลวิชาชพี และแบบบนั ทกึ คณุ ภาพ การศึกษาน้ีพบว่า ผลการปฏิบัติตามมาตรฐานการบริการ
การดูแลผู้ป่วยภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลัน วิเคราะห์ขอ้ มลู พยาบาลผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันของพยาบาล
โดยใชส้ ถติ เิ ชงิ พรรณนาดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ส�ำเร็จรูป SPSS ในหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน สถาบันโรคทรวงอกจากบันทึกทาง
การวิจัยครั้งน้ีได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมเพ่ือ การพยาบาล ที่สามารถปฏบิ ตั ิอยู่ในระดับดี ประกอบดว้ ย
การวิจัยสถาบนั โรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1) การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย พยาบาลวิชาชีพมีบทบาทส�ำคัญ
ผล ในการพิทกั ษ์สิทธิผปู้ ่วย รวมถงึ การอธิบายให้ผใู้ ชบ้ ริการทราบสิทธิ
และแนะน�ำการใช้สิทธิบัตร การช่วยเหลือให้ผู้ใช้บริการให้ได้รับ
ผู้ป่วยภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลันที่เข้ารับการรักษา การรักษาพยาบาลตามสิทธิท่ีควรได้รับและการให้ผู้ป่วยลงนาม
ในหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน สถาบันโรคทรวงอก ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ในเอกสารยินยอมรับการรักษา โดยการให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยอย่าง
ร้อยละ 94.3 มีอายุเฉลยี่ 57.7 ปี สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน 13.1 ปี ละเอียดและครบถ้วน เพ่ือให้ผู้ป่วยตัดสินใจลงนามในเอกสาร
ส่วนใหญ่มีสถานภาพคู่ร้อยละ 69.8 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ยินยอมรับการรักษา (Informed consent) สอดคล้องกับค�ำ
ประกอบอาชีพรับจ้างร้อยละ 30.2 รองลงมาประกอบอาชีพรับ ประกาศสิทธิของผู้ป่วยข้อ 2 ท่ีระบุว่าผู้ป่วยที่ขอรับการรักษา
ราชการร้อยละ 22.6 (ตารางที่ 1) ส่วนใหญ่มผี ลการสวนหวั ใจเปน็ พยาบาลมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริงและเพียงพอเกี่ยวกับ
เส้นเลือดหวั ใจตบี 3 เสน้ (Triple vessel disease: TVD) รอ้ ยละ การเจ็บป่วย การตรวจ การรักษา ผลดีและผลเสียจากการตรวจ
37.7 รองลงมาเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น (Double vessel การรักษาจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพด้วยภาษาท่ีผู้ป่วย
diseases: DVD) ร้อยละ 28.3 กลมุ่ ตัวอย่างสว่ นใหญม่ โี รคประจ�ำ สามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการ
ตัวร้อยละ 94.3 ส่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 38.8 ยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติ
รองลงมาคือ โรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูงร้อยละ 22.4 ต่อตน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินอันจ�ำเป็นเร่งด่วนและเป็นอันตราย
กลมุ่ ตวั อยา่ งสว่ นใหญม่ ปี ระวตั กิ ารสบู บหุ รร่ี อ้ ยละ 58.5 (ตารางท่ี 2) ต่อชีวิต ท้ังนี้ท่ีพยาบาลสามารถปฏิบัติได้ตามมาตรฐานอาจเป็น
ผลมาจากหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน สถาบันโรคทรวงอก มีกฎข้อบังคับ
จากการประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรฐานการบริการ ในการปฏบิ ตั ิงานเกย่ี วกบั การพทิ กั ษส์ ิทธผิ ปู้ ่วยทช่ี ดั เจน
พยาบาลผู้ป่วยภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลันของพยาบาล
ปีที่ 44 ฉบบั ที่ 6 ประจ�ำเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562
2) การให้ข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพ พยาบาลวิชาชีพมี 1) การสร้างเสริมสุขภาพ โดยการให้ข้อมูลการดูแลสุขภาพ
บทบาทในการให้ข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ใช้บริการ เช่น ตนเองเพ่ือป้องกันโรค การสอนการปรับเปล่ียนแบบแผนการ
การให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานท่ีและกฎระเบียบของโรงพยาบาล การ ด�ำเนินชีวิตใหม่เพอื่ ปอ้ งกนั การเกิดโรคซ�ำ้ 12,13 เชน่ การแนะนำ� การ
แนะน�ำสถานที่ กฎระเบียบ การปฏิบัติตัวและขั้นตอนการรับ เลิกสูบบุหร่ี (Smoking cessation) การแนะน�ำการรับประทาน
บริการในแผนก การแนะนำ� แผนกต่างๆ ทผ่ี ใู้ ชบ้ รกิ ารจะตอ้ งไปรบั อาหาร การออกก�ำลังกาย การรับประทานยา เป็นต้น ซ่ึงขณะที่
บริการต่อในกิจกรรมการรักษาพยาบาล ให้ความรู้เก่ียวกับชื่อยา ผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤติการสร้างเสริมสุขภาพจะมีส่วนในการส่ง
วิธกี ารใช้ยา สรรพคุณของยาและผลข้างเคียง เปน็ ตน้ ผู้ป่วยทเ่ี ข้า เสริมให้ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีข้ึน ทั้งน้ีเหตุผลท่ี
รับการรักษาด้วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็น ท�ำให้พยาบาลไม่มีการปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยภาวะ
สถานการณ์ท่ีไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า ซ่ึงผู้ป่วยมีภาวะเส่ียงต่อ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอาจเนื่องมาจากไม่ได้มีการก�ำหนด
ชีวิตสูง สถานการณ์เหล่าน้ีอาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยและ เป็นแนวปฏิบัติไว้ และพยาบาลต้องปฏิบัติงานอย่างเร่งรีบ
ครอบครัวท�ำให้เกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ดังนั้นการ เน่ืองจากมีเวลาจ�ำกัดจึงอาจท�ำให้ไม่สามารถให้ค�ำปรึกษาเพื่อการ
อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงแผนการรักษา การปฏิบัติตัวเม่ืออยู่ สร้างเสริมสุขภาพได้
โรงพยาบาล และการปฏิบัติตัวในการเข้ารับการตรวจสวนหัวใจ 2) การคมุ้ ครองภาวะสขุ ภาพและปอ้ งกนั ความเส่ียง โดยการ
จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวคลายความวิตกกังวลต่อการรักษา ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการให้ยา การป้องกันการพลัดตก
ได้11 ซึ่งพยาบาลสามารถปฏิบัติได้ดีอาจเป็นผลมากจากบุคลากร หกล้ม และการป้องกันการเข้าสู่ภาวะวิกฤติโดยไม่ได้วางแผน
ทางการพยาบาลทุกคนได้รับการอบรมเรื่องการดูแลผู้ป่วยโรค ซึ่งการป้องกันความเสี่ยงในผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย
หัวใจตามมาตรฐาน มีความรู้ความช�ำนาญในการดูแลและการให้ เฉียบพลันในหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉินมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้
ข้อมูลผู้ป่วย พยาบาลท่ีได้รับการอบรมจะสามารถอธิบายเก่ียวกับ เกิดภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปท�ำหน้าที่
ภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลัน แผนการรักษา การปฏิบัติตัว หรือท�ำงานได้ตามปกติหรือในระดับสูงสุดท่ีสามารถท�ำได้14 ท้ังนี้
เม่ืออยู่โรงพยาบาล และการปฏิบัติตัวในการเข้ารับการตรวจสวน เหตุผลท่ีท�ำให้พยาบาลไม่มีการปฏิบัติอาจเน่ืองมาจากพยาบาล
หัวใจกบั ผปู้ ว่ ยได้ ยังมีความรู้จ�ำกัดในการป้องกันความเสี่ยงท่ีจะเกิดข้ึนกับผู้ป่วย
3) การตรวจและบ�ำบัดรักษาทางการพยาบาลผู้ป่วย และขาดการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานจึงท�ำให้ไม่มีการปฏิบัติ
อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ได้แก่ การประเมินอาการและคัดกรองผู้ป่วย ดงั กล่าว
ประกอบด้วย การซักประวัติถึงอาการส�ำคัญท่ีน�ำมาโรงพยาบาล คุณภาพด้านผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยภาวะกล้ามเน้ือหัวใจ
การประเมินระดับความรู้สึกตัว การประเมินสัญญาณชีพและ ตายเฉยี บพลนั พบว่า
82 อาการเจบ็ หน้าอก การตรวจคล่ืนไฟฟา้ หัวใจ 12 Leads การแปล 1) ระยะเวลาเฉล่ียท่ีผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลจนได้รับการ
ผลคล่ืนไฟฟ้าหัวใจจากแพทย์หรือพยาบาล การปฏิบัติการ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์หรือพยาบาล
พยาบาล ประกอบด้วย การติด Monitor ECG การให้ออกซิเจน 3.2 นาที (SD 1.3 นาท)ี ซึ่งใชเ้ วลาภายใน 10 นาที คดิ เปน็ รอ้ ยละ
ในรายท่ี กOเ2ฉิ saturation <90% การรายงานแพทย์ประจ�ำหน่วย 100 ท้ังนี้อาจเน่ืองมาจากพยาบาลของหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับ
ผู้ป่วยฉุ น การราย งานแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ การอบรม ฝึกปฏิบัติ มีการสอนหน้างาน การใช้ระบบพยาบาล
การให้ยาตามแผนการรักษา การเจาะเลือดตามแผนการรักษา พ่ีเล้ียง การติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม�่ำเสมอ ดัง
การเปิดหลอดเลือดด�ำ on NSS lock และการประเมินผลการ นั้นผู้ป่วยจึงได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและได้รับการวินิจฉัย
ปฏิบัตกิ ารพยาบาล ประกอบด้วย การประเมินระดบั ความรสู้ กึ ตวั โดยแพทย์หรือพยาบาลภายใน 10 นาที ซึ่งท�ำให้ผู้ป่วยได้รับการ
การประเมินสัญญาณชีพและอาการเจ็บหน้าอก เนื่องจากสถาบัน รักษาพยาบาลท่ีมีประสิทธิภาพในระยะเวลาที่เหมาะสม การ
โรคทรวงอกเป็นสถานบริการเฉพาะทางที่มีความเช่ียวชาญ วินิจฉัยภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลัน ควรเริ่มต้ังแต่สถาน
ด้านโรคหัวใจ บุคลากรได้รับการพัฒนาความรู้อย่างสม�่ำเสมอ พยาบาลแรกที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา โดยต้องมีการตรวจคลื่น
ทำ� ให้สามารถปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ ไฟฟ้าหัวใจและได้รับการวินิจฉัยภายใน 10 นาที การพัฒนาช่อง
4) การดูแลต่อเนื่อง พยาบาลสามารถปฏิบัติได้ตาม ทางด่วนเพื่อคัดกรองและวินิจฉัยผู้ป่วยจะช่วยลดระยะเวลาให้เร็ว
มาตรฐานการบริการพยาบาลผปู้ ่วยอุบัติเหตฉุ ุกเฉิน9 ท้ังน้ีอาจเปน็ มากข้นึ สอดคล้องกับการศกึ ษากอ่ นหน้าน้ีทพี่ บว่า การพฒั นาแนว
ผลมาจากหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉินมีแนวปฏิบัติการบริการพยาบาล ปฏิบัติหรือการพัฒนาบริการผ่านช่องทางด่วนส�ำหรับผู้ป่วยภาวะ
ผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่ชัดเจน ท�ำให้การ กล้ามเน้ือหัวใจตายช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจคล่ืนไฟฟ้าหัวใจ
ปฏิบัติงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ท�ำให้สามารถให้บริการได้ และได้รับการวินิจฉัยได้เรว็ มากข้ึน15-17
อย่างมีประสิทธิภาพต้ังแต่แรกรับจนส่งต่อ แต่ยังพบว่ายังมีบาง 2) ระยะเวลาท่ีผู้ป่วยมาถึงและออกจากแผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน
ประเด็นที่มีการปฏิบัติแต่ไม่มีการบันทึกที่ชัดเจน ได้แก่ การตรวจ เฉล่ยี 30.7 นาที (SD 21.4 นาท)ี ซ่งึ ใช้เวลาภายใน 30 นาที คดิ เป็น
คล่ืนไฟฟ้าหัวใจ 12 Leads ซ่ึงไม่มีการระบุเวลาในการปฏิบัติท่ี ร้อยละ 71.7 ท้ังนี้ระยะเวลาเฉลี่ยมากกว่าเกณฑ์ที่ก�ำหนดซึ่งอาจ
ชดั เจน และไมต่ ดิ Monitor ECG ในผู้ป่วยทุกราย ซ่งึ หน่วยผู้ปว่ ย เปน็ ผลมาจากผปู้ ว่ ยบางรายมสี ทิ ธปิ ระกนั สงั คมในเขตกรงุ เทพมหานคร
ฉุกเฉินต้องส่งเสริมและพัฒนาให้พยาบาลสามารถปฏิบัติให้ดีข้ึน หรือปริมณฑล จ�ำเป็นต้องประสานงานโรงพยาบาลต้นสังกัด เพ่ือ
โดยการก�ำกับตดิ ตามและนเิ ทศทางการพยาบาลในประเดน็ ดงั กลา่ ว ขอใช้สิทธิการรักษาพยาบาลท่ีสถาบันก่อนรับไว้เป็นผู้ป่วยใน และ
อยา่ งสมำ�่ เสมอ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ท่ีมีระยะเวลาที่ผู้ป่วยมาถึงและออกจากแผนก
หัวขอ้ ที่ปฏบิ ัติอย่ใู นระดบั ไมด่ ี ประกอบด้วย ผู้ป่วยฉุกเฉินมากกว่า 30 นาที ท�ำให้ระยะเวลาท่ีผู้ป่วยมาถึง
วารสารกรมการแพทย์
โรงพยาบาลและได้รบั การทำ� Primary PCI มากกว่า 90 นาทดี ้วย ตายสามารถลดระยะเวลาการรอคอยและท�ำให้ผู้ป่วยได้รับการ
ท้ังน้ีงานการพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินและหน่วยผู้ป่วยฉุกเฉินได้เข้า ท�ำPrimary PCI ไดเ้ รว็ ขึน้ สอดคล้องกบั การศึกษากอ่ นหนา้ นีท้ ่พี บ
ร่วมประชุมทบทวนกับกลุ่มงานอายุรศาสตร์หัวใจทุกเดือนเพื่อ ว่า ช่องทางด่วนสามารถลดระยะเวลาการรอคอยและท�ำให้ผู้ป่วย
รับทราบปัญหาการปฏิบัติและร่วมกันทบทวนและวางแผนการ ได้รบั การท�ำ Primary PCI ได้เร็วขึน้ 18
ดำ� เนนิ การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทไี่ ม่ไดต้ ามเกณฑ์
สรปุ
3) ระยะเวลาที่ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลและได้รับการท�ำ
Primary PCI เฉล่ีย 58.5 นาที (SD 28.5 นาที) ใชเ้ วลาภายใน 90 คุณภาพด้านผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจ
นาที คิดเปน็ ร้อยละ 88.7 แมว้ ่าระยะเวลาเฉล่ยี จะท�ำไดต้ ามเกณฑ์ ตายเฉียบพลันของหน่วยงานผู้ป่วยฉุกเฉิน สถาบันโรคทรวงอก
ที่ก�ำหนด แต่ยังมีส่วนท่ีใช้เวลามากกว่า 90 นาที คิดเป็นร้อยละ ส่วนใหญ่เป็นไปตามมาตรฐาน ยังมีบางประเด็นที่ไม่เป็นไปตาม
11.3 ทั้งน้ีอาจเป็นผลมาจากผู้ป่วยมีโรคร่วมหรือมีอาการซับซ้อน มาตรฐาน อันเนื่องมาจากปัจจัยท่ีไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การ
คลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยท่ีพบไม่ชัดเจนว่าเป็นภาวะกล้ามเนื้อ ตรวจสอบสิทธิผู้ป่วย อาการและอาการแสดงหรือผลการตรวจ
หัวใจตายเฉียบพลันหรือไม่ แพทย์จึงรอพิจารณาเปรียบเทียบกับ วินิจฉัยไม่ชัดเจนซ่ึงส่งผลต่อการตัดสินใจในการรักษา และผลการ
คลื่นไฟฟ้าหัวใจเดิมของผู้ป่วยท่ีเก็บไว้ในเวชระเบียนซ่ึงเจ้าหน้าท่ี ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการบริการพยาบาลผู้ป่วยภาวะกล้ามเน้ือ
ใช้เวลาค้นหา 5-15 นาที แพทย์สอบถามประวัติจากผู้ป่วยหรือ หัวใจตายเฉียบพลันของพยาบาลหนว่ ยผปู้ ่วยฉกุ เฉินพบวา่ หวั ขอ้ ท่ี
ญาตเิ พ่ิมเติมหรือตอ้ งมีการตรวจพิเศษเพมิ่ เตมิ เชน่ การตรวจคล่ืน มีการปฏบิ ตั อิ ยูใ่ นระดบั ดี ไดแ้ ก่ การพทิ กั ษส์ ิทธิผู้ป่วย การดแู ลต่อ
ไฟฟ้าหัวใจซ�้ำ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจหัวใจด้วย เนื่อง การใหข้ ้อมลู และการตรวจและบำ� บัดรกั ษาทางการพยาบาล
คลืน่ ความถ่ีสูง (Echocardiogram) จงึ ทำ� ให้ไม่เปน็ ไปตามเกณฑท์ ี่ ดังนั้นจึงต้องมีการส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม
ก�ำหนด สอดคล้องกบั การศกึ ษาก่อนหนา้ นท้ี ีพ่ บวา่ สาเหตุทที่ ำ� ให้ มาตรฐานการบริการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ส่วนหัวข้อที่มีการ
ผู้ปว่ ยไมไ่ ดร้ ับการทำ� Primary PCI ตามระยะเวลาท่ีก�ำหนด ไดแ้ ก่ ปฏิบัติอยู่ในระดับไม่ดี ได้แก่ การสร้างเสริมสุขภาพและการ
ความล่าช้าในการวินิจฉัยผู้ป่วยอันเนื่องมาจากวินิจฉัยผิดในเบื้อง ปอ้ งกนั ความเสยี่ งผปู้ ่วยภาวะกลา้ มเนือ้ หัวใจตายเฉยี บพลนั ควรมี
ต้นความล่าช้าในการเปิดห้องสวนหัวใจของเจ้าหน้าท่ีห้องสวน การศึกษาสาเหตุรากเหง้าของปัญหาเชิงลึกเพื่อวางแผนแก้ไข
หัวใจ การพัฒนาช่องทางด่วนส�ำหรับผู้ป่วยภาวะกล้ามเน้ือหัวใจ ปัญหาต่อไป
References 83
1. Moran AE, Tzong KY, Forouzanfar MH. Variations in ischemic heart disease burden by age, country, and income: the Global Burden of
Diseases, Injuries, and Risk Factors 2010 study. Global heart 2014;9:91-9.
2. Naghavi M, Abajobir AA, Abbafati C. Global, regional, and national age-sex specific mortality for 264 causes of death, 1980–2016: a
systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2016. The Lancet 2017;390:1151-210.
3. Fox CS, Evans JC, Larson MG, Kannel WB, Levy D. Temporal trends in coronary heart disease mortality and sudden cardiac death
from 1950 to 1999: the Framingham Heart Study. Circulation 2004;110:522-7.
4. Rosamond WD, Chambless LE, Heiss G. Twenty-two year trends in incidence of myocardial infarction, CHD mortality, and
case-fatality in four US communities, 1987 to 2008. Circulation 2012:CIRCULATIONAHA. 111.047480.
5. McGovern PG, Jacobs Jr DR, Shahar E. Trends in acute coronary heart disease mortality, morbidity, and medical care from 1985
through 1997: the Minnesota heart survey. Circulation 2001;104:19-24.
6. Thangkratok P. The effect of reverse trendelenburg position on back pain after cardiovascular angiography and interventions. BKK Med
J 2016;12.
7. Jneid H, Addison D, Bhatt D. 2017 AHA/ACC clinical performance and quality measures for adults with ST-elevation and non–ST-
elevation myocardial infarction: a report of the American College of Cardiology/ American Heart Association task force on
performance measures. Journal of the American College of Cardiology 2017;70:2048-90.
8. Yiadom MYA, Baugh CW, McWade CM. Performance of emergency department screening criteria for an early ECG to identify ST segment
elevation myocardial infarction. Journal of the American Heart Association 2017;6:e003528.
9. Nursing Division. Standard of nursing care in hospitals. Bangkok: The War Veterans Organization Officer of Printing Mill; 2008.
10. Central Chest Institute of Thailand. Emergency department in Central Chest Institute of Thailand annual report Nonthaburi Central
Chest Institute of Thailand; 2010.
1 1. Thangkratok P, Poohomjarean H, Rinsathorn S. Effects of AIDET communication program on satisfaction among patients and families
in Cardiac Care Unit, Bangkok Heart Hospital. Songklanagarind Medical Journal 2017;35:335-42.
12. Tunthep P. Development of acute myocardial infarction patient care management in Surin Hospital. Medical Journal of Srisaket
Surin Buriram Hospitals 2011;26:247-61.
13. Arkanitta N, Vipavakarn S, Sittisarn S. The development of nursing care model for patient with ST segment elevation myocardial
infarction in Krabi Hospital. Journal of Nursing Division 2013;40:70-84.
14. Stiffler KA, Gerson LW. Health promotion and disease prevention in the emergency department. Emergency Medicine Clinics of North
America 2006;24:849-69.
15. Grieco N, Sesana G, Corrada E, Ieva F, Paganoni A, Marzegalli M. Mortality and ST resolution in patients admitted with STEMI:
the MOMI survey of emergency service experience in a complex urban area. European Heart Journal: Acute Cardiovascular Care
2012;1:192-9.
ปีท่ี 44 ฉบบั ที่ 6 ประจำ� เดอื นพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562
16. Chaiwong T, Khonpikun N, Chewakiatyingyong S, Phanseub P, Chaiwong S. Patient caring guideline for angina pectoris on acute
coronary syndrome (ACS) in emergency room (ER) Dok Kham Tai Hospital Phayao Province. Naresuan Phayao Journal 2013;6:77-85.
1 7. Pornchensuanpong C, Kamwatchanang C, Boonchoo K. Effect of clinical practice guidelines for ST elevate myocardial infarction
patients in emergency department, Nakhonnayok Hospital. The Journal of Faculty of Nursing Burapha University 2015;23:97-111.
18. Lubovich A, Hamood H, Behar S, Rosenschein U. Bypassing the emergency room to reduce door-to-balloon time and improve
outcomes of patients with ST elevation myocardial infarction: the acute coronary syndrome Israeli survey experience. The Israel
Medical Association journal : IMAJ 2011;13:216-9.
84
วารสารกรมการแพทย์
การศกึ ษาความแตกตา่ งระหวา่ งแรงสนบั สนนุ ทางสงั คมของผเู้ ขา้ รบั
การฟน้ื ฟสู มรรถภาพผตู้ ดิ ยาเสพตดิ ระบบสมคั รใจและระบบบงั คบั บำ� บดั
• เบญจมาศ เกษมพมิ ล ศศ.ม., ประภาพรรณ จูเจรญิ ปร.ด., ศรยิ ามน ตริ พัฒน์ ปร.ด.
หลักสตู รวิทยาการเสพติด สถาบันพัฒนาสขุ ภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหดิ ล ตำ� บลศาลายา อำ� เภอพทุ ธมณฑล จงั หวดั
นครปฐม 73170
Abstract: Different Social Support among Drug Addicts in Voluntary
System and Compulsory System
• Kasempimon B, Chucharoen P, Tiraphat S
ASEAN Institute for Health Development, Mahidol University, Salaya, Phutthamonthon, Nakhonpatom, 73170
(E-mail: [email protected])
(Received: March 27, 2019; Revised: September 25, 2019; Accepted: October 25, 2019)
This descriptive research aims to study the differences in social support between voluntarily and compulsory 85
rehabilitation systems of drug dependent persons. This sample comprised 181 voluntarily rehabilitation systems of
drug dependent persons of the Princess Mother National Institute on Drug Abuse treatment (PMNIDAT), Department
of Medical Services, Ministry of Public Health, and 152 compulsory rehabilitation systems of drug dependent persons
of the drug dependent persons Rehabilitation Center, Department of Probation, Ministry of Justice. Analysis was done
by Chi-Square test and Multiple logistic regression. The results of the study showed that the scores of social support
of drug addicts in voluntary rehabilitation system were statistically significantly higher than those compulsory reha-
bilitation systems (p <0.05). It was found that those who received rehabilitation in voluntary systems had more social
support than that compulsory rehabilitation 1.98 times. However, there were not significant difference in social
support of age level, gender, marital status, occupation, income, reasons of using drugs, parental material status, and
presence of other addict persons in family. The drugs dependent persons in voluntary system have more social
support if they intent to quit drug, it is easier. Qualitative research should be conducted to know the details of the
problems and the causes that affect social support. We should encourage the family to participate in the treatment
of drug dependent persons seriously. The approach may be the knowledge of living together after leaving the treat-
ment facility or helping to solve family problems etc.
Keywords: Social support, Drug rehabilitation, Voluntary system, Compulsory system
บทคดั ยอ่ Multiple logistic regression ผลการศกึ ษาพบว่า แรงสนบั สนนุ
ทางสังคมของผู้ติดยาเสพติดท่ีเข้ารับการฟื้นฟูฯในระบบสมัครใจมี
การวจิ ยั ครงั้ นีเ้ ปน็ การศกึ ษาเชงิ พรรณนา มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อ คะแนนสูงกว่าในระบบบังคับบ�ำบัดอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติท่ี
ศึกษาความแตกต่างของแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้เสพติดยา ระดับ p< 0.05 โดยผู้เข้ารับการฟื้นฟูฯในระบบสมัครใจมีแรง
เสพติดระหว่างผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระบบ สนับสนุนทางสังคมมากกว่าในระบบบังคับบ�ำบัด 1.98 เท่า แต่
สมัครใจและระบบบังคับบ�ำบัด รวมท้ังศึกษาความแตกต่าง อย่างไรก็ตามพบว่าแรงสนับสนุนทางสังคมไม่มีความแตกต่างกัน
ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ กลุ่ม ตามอายุ เพศ การศกึ ษา สถานภาพ รายได้ สาเหตุท่ีใช้ยาเสพตดิ
ตัวอย่างในคร้ังนี้ประกอบด้วยผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา สถานภาพสมรสของบิดามารดา และครอบครัวยังมีคนอ่ืนใช้สาร
เสพติดระบบสมัครใจของสถาบันบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพ เสพติดหรือไม่ ผู้เข้ารับการฟื้นฟูฯในระบบสมัครใจหากมีความ
ตดิ แหง่ ชาตบิ รมราชชนนี สงั กดั กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ ต้ังใจสามารถที่จะเลิกใช้ยาเสพติดได้ง่ายกว่าผู้เข้ารับการฟื้นฟูฯใน
จำ� นวน 181 ราย และผเู้ ขา้ รบั การฟน้ื ฟสู มรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ระบบบงั คับบ�ำบัดเน่อื งจากมีแรงสนับสนุนทางสังคมมากกว่า และ
ระบบบังคับบ�ำบัดของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ควรท�ำการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อให้ทราบรายละเอียดของปัญหา
ลาดหลมุ แก้ว กรมคมุ ประพฤติ กระทรวงยตุ ิธรรมจำ� นวน 152 ราย สาเหตุต่างๆ ที่มีผลต่อการสนับสนุนทางสังคม ส่งเสริมครอบครัว
รวม 333 ราย วิเคราะห์ข้อมลู ด้วยสถิติทดสอบ Chi-Square และ
ปีที่ 44 ฉบับท่ี 6 ประจ�ำเดือนพฤศจิกายน-ธนั วาคม 2562
ให้มีส่วนร่วมและสนับสนุนผู้ติดยาเสพติดอย่างจริงจัง ในการ ผู้ศึกษาจึงมีความสนใจที่จะศึกษาความแตกต่างของแรง
บ�ำบดั รักษา สนับสนุนทางสังคมของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา
ค�ำส�ำคัญ: แรงสนับสนุนทางสังคม ผู้เข้ารับการฟื้นฟู เสพติดในระบบสมัครใจและระบบบังคับบ�ำบัด เพื่อเป็นข้อมูล
สมรรถภาพผูต้ ดิ ยาเสพติด ระบบสมัครใจ ระบบบังคับบำ� บัด ในการดูแลผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ผู้บริหารและ
ผู้เก่ียวข้อง โดยสามารถให้การสนับสนุนทางสังคมได้อย่าง
บทนำ� เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ ท�ำให้ผู้เข้าบ�ำบัด
ยาเสพติดเป็นภัยคุกคามต่อประเทศชาติและต่อประชาคม สามารถเลิกยาเสพติดได้และมีความพร้อมในการด�ำรงชีวิต
โลกซง่ึ สง่ ผลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ สังคม ครอบครัวรวมท้งั ตัวบคุ คล ในสงั คมรว่ มกับครอบครวั อย่างมคี วามสุขต่อไป
จากรายงานสถานการณ์ยาเสพติดโลก ของส�ำนักงานยาเสพติด
และอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on วตั ถแุ ละวธิ กี าร
Drugs and Crime: UNODC) ประจ�ำปี 20121 พบวา่ ประชากรท่ัว การศึกษาคร้ังน้ีเป็นการศึกษาเชิงพรรณนา โดยมี
โลกจ�ำนวน 271 ล้านคน เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเพ่ิม วัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาความแตกต่างระหว่างแรงสนับสนุนทาง
ความรุ่นแรงและจ�ำนวนผู้เก่ียวข้องกับยาเสพติดถึง 247 ล้านคน สังคมของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระบบสมัคร
ใน World Drug Report ประจ�ำปี 20162 โดยมีผู้ใช้ยาเสพติด ใจและระบบบังคับบ�ำบัด ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง
จ�ำนวน 29 ล้านคน และมีผู้ใช้ยาเสพติดที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับ (purposive sampling) เกณฑค์ ดั เลอื กกลุม่ ตัวอยา่ ง ประกอบดว้ ย
การติดยาเสพติดแต่มีเพียง 1 ใน 6 เท่าน้ันท่ีได้เข้ารับการบ�ำบัด ผู้เข้ารบั การฟ้นื ฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ชายและหญงิ ทม่ี ีอายุ
รกั ษา ระหวา่ ง 18 – 60 ปี ไม่มีอาการถอนพิษยาหรอื เมายา สามารถอ่าน
ในประเทศไทยภายหลังการประกาศใช้ พรบ.ฟื้นฟูสมรรถ และเขียนภาษาไทยได้ มีสติสัมปชัญญะในการตอบแบบสอบถาม
ภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 พบว่าแนวโน้มของผู้เข้าบ�ำบัด ยินยอมเข้าร่วมในการวิจัยครั้งน้ีด้วยความสมัครใจ การก�ำหนด
รักษายาเสพตดิ ในสถานบำ� บดั เพิม่ สงู ขนึ้ โดยในปี 25543 มผี เู้ ขา้ รับ ขนาดของกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีเปิดตารางส�ำเร็จรูป
การบ�ำบัดรักษายาเสพติดกว่า 209,000 คน กลุ่มผู้เข้ารับการ ของ Sri sa-ard8 ในการประมาณค่าสัดส่วนของประชากรและ
บ�ำบัดรกั ษาคร้ังแรกสว่ นใหญ่มอี ายุระหว่าง 20 – 24 ปี สว่ นใหญ่ กำ� หนดใหส้ ดั สว่ นของลกั ษณะทส่ี นใจในประชากร เทา่ กบั 0.5 ระดบั
เป็นการบ�ำบัดรักษาผู้เสพ 132,700 คน รองลงมาคือการบ�ำบัด ความคลาดเคล่ือนท่ียอมรับได้ร้อยละ 5 และระดับความเชื่อม่ัน
รกั ษาผูต้ ิด 73,200 คน และการบ�ำบัดรักษาผูต้ ิดยาเสพตดิ รนุ แรง ร้อยละ 95 โดยประชากรกลุ่มตัวอย่างระบบสมัครใจของสถาบัน
3,500 คน ภายหลังการบ�ำบัดรักษาพบว่าอัตราของการกลับไป บ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี สังกัด
86 เสพซ้�ำที่สูงข้ึนอย่างต่อเน่ือง โดยสาเหตุส�ำคัญที่ท�ำให้กลับไปเสพ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขในปีงบประมาณ 2559 มี
ซ�้ำ4 คือผู้เสพส่วนใหญ่มีความต้องการให้ญาติหรือคนในครอบครัว จ�ำนวนท้ังสิ้น 346 ราย ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างเท่ากับ 181 ราย
เป็นผู้ดูแล และต้องการได้รับแรงสนับสนุนจากบุคคลอื่นในเครือ ระบบบังคับบ�ำบัดควบคุมตัวแบบเข้มงวด ตามพระราชบัญญัติ
ข่ายทางสังคม ทั้งการสนับสนุนด้านวัตถุสิ่งของ การบริการข้อมูล ฟน้ื ฟสู มรรถภาพผตู้ ดิ ยาเสพตดิ พ.ศ.2545 ของศนู ยฟ์ น้ื ฟสู มรรถภาพ
ข่าวสาร การยอมรับ การยกย่อง และเห็นคุณค่า รวมท้ังการ ผู้ติดยาเสพติดลาดหลุมแก้ว กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม
สนับสนุนด้านอารมณ์ ซึ่งผู้เสพสารเสพติดเข้าใจว่าแรงสนับสนุน จ�ำนวนท้ังส้นิ 250 ราย ได้ขนาดกลมุ่ ตัวอยา่ งเท่ากบั 152 ราย
เหล่าน้ีจะช่วยให้ตนสามารถหยุดใช้ยา และกลับมาด�ำเนินชีวิต เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบประเมิน
อย่างปกตไิ ดต้ อ่ ไป พฤติกรรมร่วมมือในการเปล่ียนแปลงตนเองโดยแบ่งเป็น 2 ตอน
แรงสนับสนุนทางสังคมจึงเป็นปัจจัยส�ำคัญต่อการใช้ยาและ คือ แบบสอบถาม ตอนท่ี 1 ประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลของ
การหยดุ ใช้ยาเสพตดิ และงานวจิ ยั ที่เกยี่ วขอ้ งกบั แรงสนบั สนุนทาง ผู้ป่วยเสพติดติดสารเสพติด อาทิ เพศ อายุ อาชีพ รายได้ของ
สังคมยังพบว่าแรงสนับสนุนทางสังคมช่วยปรับความรู้สึกนึกคิด ครอบครวั สถานภาพสมรส ความสัมพนั ธ์ในครอบครวั และการใช้
ตลอดจนพฤติกรรมของบุคคลท�ำให้รู้สึกว่ามีคุณค่า เกิดการ สารเสพติด แบบสอบถาม ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับแรง
ส่งเสริมสุขภาพของตนเองด้วย5 สอดคล้องกับทฤษฎีของ สนับสนุนทางสังคมเป็นแบบสอบถามเก่ียวกับการได้รับการ
Callaghan6 ได้ให้ความหมายไว้ว่าแรงสนับสนุนทางสังคมเป็น สนับสนนุ ช่วยเหลือจากครอบครัว เพอ่ื นๆ ตลอดจนผูใ้ กลช้ ิด เมอ่ื
ความสัมพันธ์ท่ีเกิดจากการท�ำหน้าที่ของบุคคลและสังคมเพ่ือ เกิดปัญหาขึ้นพัฒนามาจากแบบสอบถามวัดแรงสนับสนุนทาง
สนับสนนุ ในดา้ นต่างๆ ไดแ้ ก่ ความรัก ความผูกพันทำ� ให้รสู้ กึ อบอนุ่ สงั คม (The Personal Resource Questionnaire: PRQ Part 2)
ปลอดภัยการช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ท�ำให้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของแบรนด์ และไวน์เนอร์ท (Brand and Weinert) ประกอบดว้ ย
ของสังคมได้รับการยอมรับและได้รับการเห็นคุณค่าของตนเอง ข้อค�ำถาม 25 ข้อเป็นการให้คะแนนด้วยตนเอง (self-rating
รวมถึงการเอ้ือประโยชน์แก่บุคคลอื่น สอดคล้องกับแนวคิดของ scale) 5 ระดับของค�ำตอบ ซึ่งค�ำถามเชิงบวก คือไม่จริงเลย
Weiss7 5 ด้านได้แก่ ความรักใคร่ ความผูกพัน (attachment/ (คะแนน 1) จริงเลก็ น้อย (คะแนน 2) จรงิ ปานกลาง (คะแนน 3)
intimacy) การเป็นส่วนหน่ึงของสังคม (Social integration) จริงมาก (คะแนน 4) จรงิ มากที่สดุ (คะแนน 5) ในค�ำถามเชิงลบคอื
การเอ้ือประโยชน์แก่บุคคลอ่ืน (opportunity for nurturance) ไม่จริงเลย (คะแนน 5) จริงเล็กน้อย (คะแนน 4) จริงปานกลาง
การยอมรับและเห็นคุณค่าในตนเอง (reassurance of worth) (คะแนน 3) จรงิ มาก (คะแนน 2) จรงิ มากทีส่ ดุ (คะแนน 1) คะแนน
การได้รับความช่วยเหลือและค�ำแนะน�ำต่างๆ (the availability สูงสุดคือ 125 คะแนนและคะแนนขั้นต่�ำ คือ 25 คะแนนด้วย
of information, emotional and material help) คะแนนสูงหมายถึงการได้รับการสนับสนุนทางสังคมมาก คะแนน
วารสารกรมการแพทย์
น้อยหมายถึงการได้รับการสนับสนุนทางสังคมน้อย แบบสอบถาม บัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ของศูนย์ฟื้นฟู
ได้รับการตรวจสอบความตรงตามเน้ือหาจากผู้เชี่ยวชาญของ สมรรถภาพผตู้ ดิ ยาเสพตดิ ลาดหลมุ แกว้ จำ� นวน 152 ราย
มหาวิทยาลัยมหิดล การทดสอบก่อนท�ำแบบ สอบถามในผู้ติดยา กลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉล่ีย 31.15 ปี ร้อยละ 84.9 มีอายุ
เสพติด 30 คน ทดสอบความน่าเชื่อถือของแบบสอบถามโดย ระหว่าง 18-38 ปี แยกเป็นเปน็ เพศชายรอ้ ยละ 56.5 และเพศหญงิ
Cronbach’s Alpha ผลการทดสอบความน่าเชื่อถือ Cronbach’s ร้อยละ 43.5 มีสถานภาพโสด ร้อยละ 69.1 รองลงมาคือ สมรส
ตAาlมpพhaระเรทา่ชากบับญั ญ0.ตั 8ิฟ0้ื นหฟลสู ังมกรารรถทภดาสพอผบตู้ แิดบยบาเสสอพบตถิดาพม.ศผ.ู้ศ25ึก4ษ5าขไดอ้งศูนแยลฟ์ ว้ ้ื นรฟอ้ สู ยมลระรถ1ภ8.า3พผแตู้ลิดะหยายเ่าสรพา้ ตงแิดลละาแดยหกลกมุ ันแอกยว้ ู่ รจ้อานยลวะน 12.6 จบ
ร1เทตร้5อัวบีย2ยองทลรยลวะาา่ำ� ยนใงด4ชแ3บัไ้สกบด.ค5ลถ้แบ�ำมิุม่ตกถสีสติเ่าอชรวถมั อ้บิงอาใยพถหนยลาาร่มภงะมรต่ามณแพาคีอมลา่โนาขเะสยาฉ้อเเุดลฉปเเ่ียสลรลพนี่ย้อ่ียแื่ออย3นลอลแ1ะแธ.นะ1สปิบะ5ถ6ลาข9ปติ งยอ.ีวิ1ลรงิเกค้รอผักาอรเู้ยษชรางลณ่ยีใะละชวหงะ้ถช8ม์ใท4้ชาอา่ั.วญ้ยค9Cไคือมปh�ำีอiสข-แSาอมลยqงระรุuกสะกaลแหาrุ่มลeรวว้า่ งร้1อมกลร8ย้อ�ำัธา-ล3ดยยระ8บัศมล1ึะศกปป8ีกึษร.แ2ษ3าะย8ารกแก.ตะ2อลเปอดบะ็แนันบหอลปปเายปะลชรา่็ นาพีระคย้เาถรพ้างับมรขแศจอ้ศาลช้ายยึกะางลยษแทระรยา่วั้อ้อก3ไยยปมก3ลลั.นธั ร0ะะย้ออ,5มย1ย36ศล6ู่1ร.5ึะ.ก.้อ55ษแ3ยแลมา6ลลต.ะีระ0ะาเอพ1รยรน2้ออศไต.ดยง6ห้น้ลลเญฉจงะบลมิงแ2่ียาล2เวดะ.2่าืรองะนตงดลาาับนมะ
กแาลระศึกmษuาlรtะipดleบั ปloระgiถstมicศึกrษegาreมsธั sยioมnศึกเพษ่ือาตวอิเคนรตาะน้ ห์แรงแสลนะับรสะนดุนบั มธั ย5ม,0ศ0ึก0ษ-1าต0อ,0น0ป0ลบาายทร้อรย้อลยะละ333.02,.131ร.5องแลลงะมรา้อคยลอื ะต2่�ำ2ก.2วา่ เดือนละ
ตตร1เบจผทด5้อิดาำ��ำาือ,มยลนยบง0นลลสา0วัดเละ0งัานสรกคดะัก9บพลมบั33ษ5าุต่มข3.,ทา70ปิดตอ3แ0อรังวรลใ0รผะาอ้อช-ะาศตู้ก1ยยยฟ้ยยั0ดิอล่าาน้ือ,ยบบงะ0เฟยปาผ0า้อ2ดู่เผ/0ูน็้เสาไ4ขว้ตูชผบอพ.ย้า3ิดีตู้พซาตไรยแดิทรมั์ิดบาลยับใ่มกกเรชาะสจับีค้อาเรกพ้าส้รตนยาญงัตพฟลัวยอทิดแชะตไื้นื่นวั่แปาดิด3ฟใไหรใเ้เ2นปฉูฮสนอง่.ค1โมชลริสรรระา่ียรรร้อออตบระอมยีนบิถบงลาลภรคสกแะมงรามลกมร3ัวพัคะวา6ใารผสา่ช.0ใคเู้ตาชดจส้ ือริรดนขือารอยอตรนนะงเา่งา ีสเลล สกหเจสะพงถว�ำยพมตนาา่1รเบาติ5ดวด้อ,นันิดรวือ0ย้อา่0นลงย0ละงลบะาแรใ5ดบะ2นชา้อว,้.ล5า047ทย้ย,ยทะร,600าไล้อร.0ม0บ2ร16ะ้อ0ยม่.อ้า้18ลบยคี/บย.1ไละตนาลาแอ5ทะาอทะ2ลซ.ม3น่ื81ะ์2รลร.ใ5ใ24้นอ้อส�ำช2.3.ดคยย.�แำก้31ลหรบัลลสัญแอตะะระาชปลบาับห2าคมะรค2ย8ระรา้ลร8า.เับขาวว2ัฮ.าแ2ยัตใยาดโชรลรยไคิาบัสา้ดะรอแรยราาสเ้ีนลอปฉไร้อยาะบเดลรยไสรแสดคีย่ะเล้เพฉลส้าเรวะตฉมะรลพัวตดิลสา1เี่ทยิตคสรก่ีย6าเ่ีผิดอรด้พ.รกเ5ูเ้ดอยทืรอสวตลือะบมี่ใา่นพิดชะเนเีรคหลตทด้ ลา7ระิดยือพ่ีใยะ6ัวยชนไบ1.ทร6าดล้01วพอ้ี่เผ,ะเ้0ส่า0ฉยบเู้ร,พส01ล0ล้วอ1ต5พ0ะี่ย่าย-,ดิ10ล2-อ01ะ.า405ศ,9,บัย031า0อ..ท780ยู่
ต1า8ร1างรทา่ีย1 แเปลระียผบู้ตเิดทยียาบเสแพรงตสิดนระับบสบนบุนังทคับางบส�ำังบคัดมขตอามงผพู้ตระิดรยาาชเสพติด จาแนกตามปัจจัยส่ วนบุคคล และระบบ การ
บาบตัดารรัากงษทาี่ 1 เปรียบเทยี บแรงสนบั สนุนทางสงั คมของผ้ตู ดิ ยาเสพตดิ จำ� แนกตามปัจจัยสว่ นบคุ คล และระบบการบำ� บดั รกั ษา
ตวั แปรอสิ ระ ระดบั แรงสนบั สนุนทางสังคม P-Value
ตา่ สูง
จานวน
ร้อยละ N ร้อยละ
อายุ 0.51 87
18-28 ปี 32 25.0 96 75.0
29-39 ปี 36 19.9 145 80.1
> 40 ปี 16 32.0 34 68.0
สภานะภาพสมรส 0.28
โสด 64 27.8 166 72.2
สมรส 11 18.0 50 82.0
แยกกนั อย/ู่ หยา่ /แยกทาง 10 23.8 32 76.2
ระดบั การศึกษา
0.48
ประถมศึกษา 33 30.0 77 70.0
มธั ยมศึกษาตอนตน้ 28 26.7 77 73.3
มธั ยมศึกษาตอนปลาย 14 18.9 60 81.1
ปริญญาตรี 3 17.6 14 82.4
อื่นๆ 7 25.9 20 74.1
อาชีพ 0.50
นกั เรียน/นกั ศึกษา 5 26.3 14 73.7
4
ปที ่ี 44 ฉบับท่ี 6 ประจำ� เดือนพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม 2562
ร้อยละ 93.7 ใชย้ าบา้ /ไอซ์ ใชก้ ญั ชา เฮโรอีน และสารระเหย ร้อยละ 2.4, 1.8. และ 2.1 ตามลาดบั ประวตั ิครอบครัวที่ผเู้ สพ
ติดยาเสพติดอาศยั อยดู่ ว้ ยไม่มีคนอ่ืนในครอบครัวใชส้ ารเสพติดร้อยละ 76.6
ตารเกางษทตี่ ร1กเรปรียบเทียบแรงสนับสนุนทางสังคมของ6ผู้ติดยาเสพติด30จ.0าแนกตามปัจ1จ4ัยส่ วนบุคคล7แ0ล.0ะระบบ การ
บาตบราดั ับรราจักงา้ ษทงาี่ 1 เปรยี บเทยี บแรงสนบั สนนุ ทางสงั คมของ3ผ2ตู้ ดิ ยาเสพตดิ จ2ำ� 6แ.7นกตามปจั จยั ส88ว่ นบคุ คล และ7ร3ะ.3บบการบำ� บดั รกั ษา (ตอ่ )
คา้ ขาย 12 ระดบั 2แ1ร.8งสนบั สนุนทา4ง3สังคม 78.2
วา่ งงาน ตวั แปรอสิ ระ
20 ตา่ 21.3 74 สูง 78.7 P-Value
อื่น ๆ จา1น0วน ร้4อ0ย.ล0ะ 1N5 ร6้อ0ย.0ละ
อเกายษุ ตรกร 30.0 0.51 14
6 70.0
88 ตตรสสรอต5ม1วอสรา51มตปนมปมอาสะาาเอา,0ภรค่าาาสแโ่า2>1่ืรนาพ,0อย0ย่าารช่ืนรดธธรร0ััอกเก,ัับกงายกยาสร98า้าย,ฮ00กามก่ืนไาิเ่ือ4เี00พะยยญงขบัื่ญนไาๆนเๆงวั--กเบสกจห01ดดโงรวกรส03201ากมมนดๆถทาา่กว1า-ะีญก้รทพ้ยาชาเน้่ตส89ว1-ๆพย1้ลมเศศฉงช-่ีา่/าภ51อนนฉัปา-ี่1าุ่ข5ไตา01อปปึึร1กกศตล0,1วีนี1าตล,0/ออ,51อดีีิเศง0,5ึษษ0นนกยพ่ีด5ิเป00,รยี่ย5ซปง0ท,00ึก,ตษาาีกทั000ส,รต/0ู่ก0์00ร0ตตหษใ่ี่0อ0าศี0ยใี่่มอบาช0ี0ยออบช0บาเย1ึกรบบ้เด1รบาต้บนนดา่าตาใษบทเบสาอื/ชวัทเบททอืาตปวแัททาานา้แทสนายีแนทย้ลทยีปทาบปกาบรรยทแรแเอสรอารสิงงพสิงรสรสตะนะนดิ ับบั สสนนุนุนททาางงสสังังคคมมขขอองงจผจผา1132้132ตู32า2้33116น5ตู31472378122020น88483070ดิ166427720000ดิววยนยนาาเเสสพพตตตตา่ าด่ิ รดิ ระจะจดาดารแบั4222ร1223232121แบั้31222132122213อน้11605154อ785606แน14965485257839แย..............ยกร.........7830.....7972706399กรล98971277488000งลตงตะสะาสามนมนปบั ปบั ัจสัจสจนจนยั ุยนั ุนสสท่ทว่วา21168681744276171นา48196655393นงN36414843530007474งN19431030624บส565บสุคังุคังคคคคมลมลแสแสลูลงูงะะรระระ67777778786787รบ776788้77778686อบ้88302133405844อ22865038145045บย....บ..........ย.2730.....117430........3831ล12200068332319ละะกกาารรบบาาบบัดดัPPรร-000000ัก-V0000ักV......ษ....111452ษa1101a799808าl1997าluu(e(ตeต่อ่อ))
เยคารบียา้ ด/ไอซ์ 7178 2341..76 23395 7658..34
สสสอเเอสคพอเลอภเอกาายพื่นฮา่ืรนอื่เเยด่ืนญาาัเหหีโอื่ๆยหากนนๆครชดกตตนๆลตวชะอาลุขุขชอาภุขวีนอมออวงนาองนงงเพงคกกกสราาาียมรรรดใใรใชชชส้้สส้สขาาาอรรรงเเเสสบสพพดิพตตาตมดดิิ ดิ ารดา 842 3289.1.8 1939 6710..92 4
11441112080258 2132139610619...846...3846 9353955991991 8766783088039......2642467
0.10
ออยยาดู่ กว้ ลยอกงนั 4322 2293..85 19094 7706..25 0.01
00..1708
เพแยือ่ กนกชนั วอนยู่ 1102 1266.4.1 5314 8733.6.9 5
ลหดยคา่ วามเครียด 1187 3216.6.2 3498 6783.4.8
อ่ืนแยๆกทาง
สภอา่ืนนๆะภเชา่นพสบมิดราสหขรือองมบารดิ ดามาเาสรียดชาีวติ 141255 22904.38.6 95496 77095.72.4
9 36.0 16 64.0 0.78
อยดู่ ว้ ยกนั 32 23.5 104 76.5
วารตสาารรากงรทม่ี 1กาเรปแรพียทบยเท์ ยี บแรงสนบั สนุนทางสังคมของผ้ตู ดิ ยาเสพตดิ จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล และระบบ 5
กากรบาราบบาัดบรดั ักรษักาษ(าต่อ(ต)่อ)
อื่นอๆ่ืนๆ เช่น บิดาหรือมารดาเสียชีวติ 10 9 403.06.0 1516 606.04.0
ตารางท่ี 1 เปรียบเทยี บแรงสนบั สนุนทางสังคมของผู้ตดิ ยาเสพตดิ จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล และระบบ
ตกตาราาตกรารงาบาารทรางาบบี่ท1งาัดท่ีบเ1ปรี่ ัด1ักรเรษเปียปักบารรษยีเ(ียทาตบบยี่อ(เตเบท)ท่อแยี ยี )รบงแสรนงงสับสนสนบันบั สุนสนทนนุ าุนทงทสาาังงงคสสงมั ังคขคมอมขงขอผองู้ตงผดิ ผตู้ ย้ตู ดิ าดิยเสยาพาเสเตสพดิพตตจดิ ดาิ แจจนำ� าแกแนตนกากมตตปาามัจจปปยัจั จสจจ่วยัยั นสวบ่ วนุคนบคบคุลุคคคแลลละแรละะบรบะบบกกาารรบบาำ� บบัดดั รรักกั ษษาา((ตต่ออ่ ))
กากรบาราบบาดั บรดัักรษักาษ(าต่อ(ต)่อ)
รระะดดบับั แแรรงงสสนนบับั สสนนุนุนททาางงสสังังคคมม
ตตวัวั แแปปรรออสิสิ รระะ จจาานนววนน ตตา่า่ ตา่ ระรรด้้ออบัยยลแลระะงสนบั สนุนทNNางสังคมสสููงงสูง รร้้ออยยลละะ PP--VVaalluuee
ตวั แปรอสิ ระ จานวน ร้อยละ N ร้อยละ 00P..-51V79alue
1380 2331..19 6604 7668..91 0.109.57
รคารยอไดบ้เคฉรลัวย่ี ทตอ่ี ่อาเศดัยอื อนยู่มผี ู้ทใ่ี ช้สารเสพตดิ
ตหม่าีรคกือรวไอา่ มบ5่ไ,คด0ร้ใ0ชัว0้ทบอี่ าาทศัยอยู่มผี ู้ทใี่ ช้สารเสพตดิ
5ไ,ม0หม0ม่ ีร1ี ือ-1ไ0ม,่0ได00้ใชบ้ าท 627718 22652..32.1 1880680 77347..786.9
ร1ะ0บ,ไ0บม0ก่ม1-าี 1ร5บ,0าบ00ัดบรักาทษา 2067 242.76.3 61188 757.33.7 0.01
มสารมกะคักบรวบใา่ จก1า5ร,บ00า1บดับราักทษา 386 1195..97 14435 8804..13
สบางัรสคเสมบั พคั บรตาใดิบจทดั ใี่ ช้ 0.01
4936 321.29.9 101345 678.80.1 0.17
แรสมขตขตทคะลอ่ีคาวรตอแรสมขินด*่ีใสสเอเบระนเองวชคพยอะะลงพอท่ีคาอวกเอาาายcผคบา*ยฮาบ้ยบื่ผรนบรบื่อเเงะนงuน่ืว่ืีญนาเอื่ัมบตหหูรา้ีโบายข้ปูาทงcุัผคกคนๆาบtาบใกผนบอแิดรเงาชด้ตตuค้างัชมๆว่งตูลคสร่ี้oบชลลบ/ทตอบ2ุชคยรtาคบขุุขยส้ไัทอแfิดอพลผวกอังีับนากงัควี่คoบอักาออตบบ2pง่ียขนคคเตลคางนตfกลรสรซผา2)งงoากาอครอืิดบักกบัเรp่าัวาขเกกลพiบ์สตเสงรnงาา)วรoยปกอ)อาากสพตผรรดา่ัวกัtฟพiเิงรรัาางรnคงาถวเยิPปดูนต้ัมขใใปยื้นตผรรียกtราเ่ิงชชัrใดิวีคคออุเวิPปดรูฟบน้นัมขาeเ้้นปสสยหงีนยพร่เิยะdrใวเูภสีคออครราาราา่ทบeหนคศอiยมงีรรนยายงะcะะรอืdียือ์เ่ืนครรพเเาtม่รบบหสคาทดอiไสสoบงะcะวรมใะสีนอถือ์เบัื่นบีคยrพพtมบทดถชแา่หมoาาsบยัแวบใมีนอรภบตตันบีสยย้rนรสค์ชราแงแงาsับยุาดดัิินแ้สาบภมเงวาสสรย้คตพพรสรขแพคสาแงาังุนาบเักเงาศทอรพคสสตมญนบพัรับคสตบงง้ังบเัพกแนวสบัศทกสสญสนบ่ัาสาา่ตบตถบสังาบนพานิดอสบัท่าขรกิาดางนสุแนาดงัตถบสังบศนาสอตหรมรุนนอขทิดางนสึกดภังะถงา่ารนสยุอนทหาษกุสนนอบงืาริตอา่งภงถาทพรขานดายุนทงบิไสกงืาริตออาาม่าบัแมอกาัทงสพากสงิงไงงีนสตครา่ับัแงมาาสแนนมกสกชสน่มพรงยคัลปีนตงั้่บันัาังาีพสศสนนนุขมะบคัจ่พรรยคัสพึกงั้อทาคบันัจมรวศสสAม=บคคนษบงราาัสยา่พึขกนา7114มผญd14วัอนุยงPาA=ว8สคนอษแบับO078202jสูา่้ตขบไา่ททอ่ว4ญduังร7ุนPาดวังสิดอRแคน9าแผjsาา5งค้า่ททอuนยงชtร7สรงงรสบตู้eมาแผsาา5ัวสงสาีาพุนงิdดุคนชtงงขรยสเตูเ้สังถeทสหยคสสีพบรงัอัิdดคนิตนาพาลมตสัางถงสมยเิทบรัยบงัคสุีิตนานราสไ่ีรสมสเพิทยบัะสดุะงันนรนไ่ีตรหสคพด้ตอสผทะสดุะนุนิด3312212วมนบัู�้ตำยิดตหาดา้68914่ท96ทาทสคร่าุิดในิดเง3วบ.....งั..หนี่งเะ71684ัญาาา84สย2่ทาทขกpLมเงงรตห.งาหังท่ีลาเ2้าสสะนี<oขกุทเpควรง่มตุาสบwงัังัยลาั้บา่ี่สใม0<งุท9พขคครบส่eชมุง.สกงัข50ับี่มอใrตม0ก�ำสย9้ขคถ%า5อช.คงิดขกขลาม50ริตมองกย้เัญก%อา5อฟุ่มัคสิงขผCาารับง้ืงรทกแขนเพรอูต้ฟสผIผใปCตาอาร2งฟ้ิืจดตตน5319ู59fพร้ตู้งัจัก่พ3ผIงoสยิด9193สู19ริดส1ฟิดจต5กษrตูบfู้งาัก0มถยoัยสยิดสูากเาิดOว3ษสาrิตรสายรวถม่ายเUสเรRทิาพสOรา่ว่าสาารยถเถpักนี่รขเนแพตสรRพสาภpะาอษบริดถเพภตนพตสดeางงุคาภใิดาrพตสิดผบัพภตยนคพากนดิู้ตทใิดาพตาลรสpบันพิดับ้งกัเไ(ดิะท8676787<มสปสยรมรสสบับ3035180้งัพระ(ัาะจ่มอ6นม0.......ปสรบ2264693สเบบ7จตงีคุน.สระัจอ0ส.ขยบรับวดิ8สพบทจ5งะสมอาสสขยบรตาั บม่(วงคัมงะสิดมรอสบแนบสรบคัะ่ใวงคัมติใัดงนบPรบบนกบรคคัจการใุค-บิัใบดบสPจรมมตVกะจคาปสใแุค-ู่าขบงบาัaสจมVลัลรงมจกอคlบปแูงากuไดaะจวคังล00บัลรจกมeันlยผาัา่..รuไดะจังว10่อู้ตใมeคยาั01า่จยิด่ับแ่ายบงลาม�ำเะบสีนพัดัย
89
ระบลบดกคาวราบมาเคบรัดียรดักษา 18 OR 31.6 Lower 39 Upper 68.4 0.01
1. สรอะ่ืมนบคัๆบรใกจารบาบดั รักษา 14152.98 290.831.16 599 3.16 790.72 0.01
2.ส1บ2.ภงั ส2าค9มนบั -คัะ3รภร8ักใาษปจพี าส(มRรefสeขreอnงcบe)ดิ ามารดา 0.78
1.398 01.616 23.816
อา23ยอ..ุบย>ดู่งั 3วค้ 9ยบั กรปนัักี ษ(Rาe(fRereefnecreen)ce) 32 23.5 104 76.5 0.67
1.ตอ1า8รย-2าุ 8งทป่ีี 2 การวเิ คราะห์ความแตกต่างของการสนบั สน1.ุน36ทางสังคมระหว่าง0ก.6ล4่มุ ของการรักษา2ย.า8เ9สพตดิ (ระบบสมคั รใจ0.แ6ล7ะระบบ
บ1.ัง1ค8บั -2)8 ปี 1.36 0.64 2.89 65
2. 29-38 ปี Predictors Ad1ju.3s8ted 0.6695% CI for OR2.86 P-Value 6
3. > 39 ปี (Reference) OR Lower Upper
เตพาศรางที่ 2 การวเิ คราะห์ความแตกต่างของการสนบั สนุนทางสังคมระหว่างกล่มุ ของการรักษายาเสพตดิ (ระบบสมคั รใ0จ.แ2ล9ะระบบ
1บ.งั ชคาบั ย) 0.75 0.45 1.27
2. หญิง (ReferencPer)edictors Adjusted 95% CI for OR P-Value
1เพ. โศสด OR 0.29
2. แตง่ งาน 0.71 Lower Upper
31.. แชยากยกนั อยู่ / หยา่ (Reference) 1.27 0.32 1.58
0.75 0.48 3.40
0.45 1.27
2. หญิง (Reference)
จ1า. กโสตาดรางท่ี 2 ความแตกต่างของการสนบั สนุนทางสัง0ค.7ม1ระหวา่ งกลุ่มของ0ก.3า2รรปักีทษี่ 4า4ยฉาเบสับพทต่ี 6ิด1ป.5(รร8ะะจบำ� เดบอื สนมพคั ฤรศใจจกิ แาลยะนร-ธะันบวบาคม 2562
บ2.งั แคตบั ่ง)งผาลนการวจิ ยั พบวา่ แรงสนบั สนุนทางสงั คมของผตู้1ิด.2ย7าเสพติดในระบบ0ส.4ม8คั รใจสูงกวา่ ระบ3.บ40บงั คบั บาบดั p <0.05 ผตู้ ิด
ยาเสพติดในระบบสมคั รใจจาก 181 คน 36 คนมีระดบั การสนบั สนุนทางสังคมต่า (ร้อยละ 19.9) และ 145 คนมีระดบั การ
จากตารางท่ี 2 ความแตกต่างของการสนับสนุนทางสังคม การเปรียบเทียบแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้ติดยาเสพติด
ระหว่างกลุ่มของการรักษายาเสพติด (ระบบสมัครใจและระบบ จำ� แนกตามปจั จัยส่วนบคุ คลได้แก่ อายุ เพศ สถานภาพ อาชีพ ราย
บังคับ) ผลการศึกษาพบว่าแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้ติดยา ได้ สาเหตุท่ีใช้ยาเสพติด สถานภาพสมรสของบิดามารดา และ
เสพตดิ ในระบบสมัครใจสูงกวา่ ระบบบังคบั บ�ำบดั p<0.05 ผูต้ ิดยา ครอบครัวที่อาศัยอยู่มีผู้ท่ีใช้สารเสพติด พบว่าภายในแต่ละปัจจัย
เสพตดิ ในระบบสมคั รใจจาก 181 ราย 36 ราย มรี ะดบั การสนบั สนนุ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ สอดคล้องกับการ
ทางสงั คมต่�ำ (รอ้ ยละ 19.9) และ 145 ราย มีระดบั การสนบั สนุน ศึกษาของ Denduandboripant10 แต่ปัจจัยสว่ นบุคคลในดา้ นการ
ทางสงั คมสงู (รอ้ ยละ 80.1) ในผู้ตดิ ยาเสพตดิ ในระบบบังคบั บ�ำบดั ศึกษาไมส่ อดคลอ้ งกบั ของ Denduandboripant10 ซึง่ กลา่ ววา่ เมอื่
ทง้ั หมด 152 ราย 49 ราย มรี ะดบั การสนบั สนนุ ทางสงั คมตำ�่ (รอ้ ยละ เปรียบเทียบแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้ติดยาเสพติดกับระดับ
32.2) และ 103 ราย มีระดับการสนับสนุนทางสังคมสูง (ร้อยละ การศกึ ษามคี วามแตกต่างอย่างมีนยั สำ� คัญทางสถิติ
67.8) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยสถิติถดถอยพหุ โลจิสติก คะแนนเฉล่ียของแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้ติดยาเสพติด
(Multiple logistic regression) พบว่าผู้ติดยาเสพติดในระบบ ในระบบสมัครใจและบังคับบ�ำบัดของกลุ่มตัวอย่างในคร้ังนี้ คือ
สมัครใจมีการสนับสนุนทางสังคมเพ่ิมขึ้นเกือบ 2 เท่า: 1.98 เท่า 84.79 และ 80.86 ตามล�ำดับและมีความแตกต่างกันอย่าง
(95% CI: = 1.16 - 3.16) เปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ บงั คบั บำ� บดั (ตารางท่ี 2) มนี ัยสำ� คญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดบั p< 0.05 สอดคล้องกับการศึกษาของ
Denduandboripant10
วจิ ารณ์
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างผู้ติดยาเสพติด ท่ีเข้ารับการ
บ�ำบัดรักษาทั้งในระบบสมัครใจและระบบบังคับบ�ำบัดเป็นเพศ ขอ้ เสนอแนะในการศกึ ษาครงั้ ตอ่ ไป
ชายมากกวา่ เพศหญงิ คิดเปน็ ร้อยละ 56.5 และร้อยละ 43.5 ตาม
ลำ� ดบั ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.9 มอี ายุระหวา่ ง 18-38 ปี มสี ถานภาพ ควรมีการศึกษาเชิงคุณภาพหรือแบบเจาะลึก เพื่อให้ทราบ
โสด ร้อยละ 69.1 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา และ ถึงรายละเอียดของปัญหาและสาเหตุที่ส่งผลต่อแรงสนับสนุนทาง
สังคม
มัธยมศึกษาตอนต้นร้อยละ 33.0 และร้อยละ 31.5 ตามล�ำดับ
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ขร้อยละ 36.0 กติ ตกิ รรมประกาศ
รองลงมา ว่างงาน รอ้ ยละ 28.2 มรี ายได้เฉล่ยี 5,000-10,000 บาท ขอขอบคุณ อาจารย์ดร.ประภาพรรณ จเู จริญ และ ผศ.ดร.
ต่อเดอื น คิดเปน็ ร้อยละ 32.1 รองลงมา คอื ต่ำ� กว่า 5,000 บาทต่อ ศริยามน ติรพัฒน์ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สถาบันบ�ำบัดรักษา
เดือน ร้อยละ 28.2 รายได้เฉล่ีย 10,001-15,000 บาทต่อเดือน และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ขอบคุณพ่ีๆ น้องๆ
90 ร้อยละ 24.3 สว่ นใหญ่ใช้ยาบ้า/ไอซ์ ร้อยละ 93.7 สาเหตุของการ ศูนย์ฟื้นฟูฯบ้านลาดหลุมแก้วที่ให้การสนับสนุน ขอบคุณกลุ่ม
ใช้สารเสพติดมาจากอยากลอง ร้อยละ 42.3 สอดคล้องกับการ ตัวอย่างทเี่ ขา้ ร่วมโครงการศกึ ษาทกุ ทา่ น
ศึกษาของ Intajakr9
วารสารกรมการแพทย์
References
1. United Nations Office on Drugs and Crime. 2012. from:https://www.unodc.org/unodc/en/data-and-analysis/WDR-2012.html.
2. Driving Drug Reform Policy Reform. from: http://www.globalcommissionondrugs.org/wp-content/uploads/2017/03/
GCDP-Report-2016_THAI.pdf.
3. Office of the Narcotics Control Board. (2011) School Based Prevention Program. Bangkok:
4. Princess Mother National Institute on Drug Treatment. Annual Report. 2011.. from: http://www.pmnidat.go.th/thai/index.php?option=
com_content&task=category§ionid= 2&id=9&Itemid=53
5. Brandt PA, Weinert C. The PRQ--a social support measure. Nurs Res1981; 30:277-80.
6. Callaghan P, Morrissey J. Social support and health: a review. J Adv Nurs1993; 18: 203-10.
7. Weiss RW. The provisions of social relationships. In: Robin Z (ed.), Doing unto others. Engle Wood Cliffs’ NJ: Prentice-Hall; 1974.
8. Sri sa-ard B. Introduction to Research. 9th ed. Bangkok: Suweeriyasan; 2011.
9. Intajakr N, Pinitsoontorn S. Incentive for using illicit drugs amongt patients treated in Thanyarak Hospital. Udon Thani: Khonkaen
University; 2017.
10. Denduandboripant N. Social support of methamphetamine users treating as in-patients at Thanyarak Institute, Chulalongkorn
University; 2011.
91
ปีท่ี 44 ฉบบั ที่ 6 ประจ�ำเดอื นพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม 2562
ผลของสเปรยจ์ ากสารสกดั ใบฝรง่ั ตอ่ กลนิ่ ปากหลงั รบั ประทานกระเทยี ม
อรวรรณ พงษพ์ ชิ ยเดช ท.บ., รัศมี เกศสวุ รรณรักษ์ ท.บ., ว.ท.
สถาบนั ทนั ตกรรม กรมการแพทย์ ต�ำบลตลาดขวัญ อ�ำเภอเมือง จังหวัดนนทบรุ ี 11000
Abstract: Effect of Guava Leaf Extract Spray on Halitosis after Garlic
Ingestion
Pongpitchayadej O, Kessuwanrak R
Institute of Dentistry, Department of Medical Services, Talad Khwan, Mueang, Nonthaburi, 11000
(E-mail:[email protected])
(Received: March 19, 2019; Revised: May 28, 2019; Accepted: October 10, 2019)
This research aimed to investigate efficiency of guava leaf extract commercial spray on halitosis after garlic
ingestion. Sixty subjects (11 male, 49 female, aged 20-37 years) with no systemic diseases, no smoking and alcohol,
no removable denture, no fixed orthodontic appliances and no periodontal pocket > 5 mm were selected. The
concentration levels of hydrogen sulfide, methyl mercaptan and dimethyl sulfide before garlic ingestion were
emxetraascutrespdra(yTba)nbdythOeraoltChherrotmheaTNM.SSAfstperrayth. aStu,btjheectssuwbejerecttshewnegreivesnepNaarmat-eNdeainutnog two groups; one used guava leaf
and 5g. of chopped garlic wrapped
with dough sheet with sauce. Chewing continued for 1 minute followed by drinking water (200ml.). Halitosis self
assessment was performed before and after garlic ingestion. Hydrogen sulfide, methyl mercaptan and dimethyl
sgduaimslfeiedstehwyweleresreumlfmiedeaeasusbureerefdodr(eT(T-2a)1)fa;tegsaruibnuj.seiTcnotgs were sprayed using either the guava leaf or NSS spray. The levels of the three
compare the concentration level of hydrogen sulfide, methyl mercaptan and
the guava leaf extract spray, Wilcoxon Signed Ranks test was analyzed. To
compare the concentration levels of hydrogen sulfide, methyl mercaptan and dimethyl sulfide between guava leaf
92 extract spray and NSS spray, Mann-Whitney U test was analyzed at 0.05 significance level. The result show that
concentration level of dimethyl sulfide was significantly reduced (p=0.000), but that of hydrogen sulfide were not
significantly reduced. In contrast, the level of methyl mercaptan was significantly increased after using guava leaf
extract spray (p =0.029). Comparing between using the guava leaf extract spray and NSS spray, there were not
significant differences in reducing the concentration level of hydrogen sulfide, methyl mercaptan and dimethyl
sulfide (Mann-Whitney U prob = 0.333, 0.780 and 0.690). In conclusion, Guava leaf extract spray efficiently reduced
hydrogen sulfide and dimethyl sulfide after garlic ingestion. However without significant difference when compared
with the use of the NSS spray.
Keywords: Guava leaf extract, Halitosis, Garlic, Oral ChromaTM
บทคดั ยอ่ ประทาน วัดปริมาณของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก๊าซเมทิลเมอ
พแค่นปสเเทปนรยแล์ดะับกกา๊ ลซ่ินไดปเามกทจิลาซกลั สไฟาดรส์ หกลัดังใดบ่ืมฝนร้ำ� ่ังทหันรทือี (สTเ1ป) รหยล์นังจ�้ำาเกกนลั้นือ
งานวิจัยน้ีจัดท�ำข้ึนเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการใช้ผลิต (กลุ่มควบคุม) ตามท่ีได้รับ โดยพ่น 3 ครั้งแล้วกลืนสเปรย์
ภัณฑ์สเปรย์ดับกล่ินปากจากสารสกัดใบฝรั่งต่อกลิ่นปากหลังการ ศวัดึกปษรามิ ใชาณ้สถขิตอิเงชกิงา๊ พซรทร้ังณสานมาอแกี สคดรงง้ั ขห้อนมง่ึ ูล(พT2ื้น) ฐในานการสวถเิ ิตคิรWาะiหlc์ผoลxกoาnร
รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของกระเทียม โดยมีผู้เข้าร่วม Signed Ranks test และ Mann-Whitney U test เปรียบ
วจิ ยั จ�ำนวน 60 คน (เพศชาย 11 คน หญงิ 49 คน อายเุ ฉล่ยี 20-37 เทียบค่าเฉล่ียความเข้มข้นท่ีเปล่ียนแปลงไปของไอระเหยสาร
ปี ไม่มีโรคประจ�ำตัว ไม่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใส่ฟันเทียม ประกอบซัลเฟอร์ในกลุ่มเดียวกันและระหว่างสองกลุ่มตามล�ำดับ
ชนิดถอดได้และไม่มีเคร่ืองมือจัดฟันชนิดติดแน่น) ได้รับการตรวจ โดยก�ำหนดระดับนัยส�ำคัญที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่าสเปรย์
คดั กรองสภาวะปริทันต์ ตรวจวดั ปริมาณของกา๊ ซไฮโดรเจนซลั ไฟด์ ดับกลิ่นปากจากสารสกัดใบฝรั่งท�ำให้ปริมาณความเข้มข้นของก๊าซ
ก๊าซเมทิลเมอแคปเทน และก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์ด้วยเครื่อง ไดเมทิลซัลไฟด์และไฮโดรเจนซัลไฟด์ลดลง ปริมาณก๊าซเมทิล
แอบอร่งัเลปโ็คนรม2าก(ลOุ่มraกlลCุ่มhลrะom30a®คน(Tดb)้ว)ยโวดิธยีกผาูร้เขส้าุ่มรแ่วบมบวกิจลัยุ่มจยะถ่อูกย เมอแคปเทนเพม่ิ ขน้ึ โดยกา๊ ซไดเมทลิ ซลั ไฟดแ์ ละเมทลิ เมอแคปเทน
รับประทานแหนมเนืองที่มีกระเทียมสับ 5 กรัมห่อด้วยแป้ง มกี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ งมีนัยสำ� คญั ทางสถติ ิ (p = 0.000, 0.029)
พร้อมน้�ำจ้ิม โดยเคี้ยวให้ละเอียดเป็นเวลา 1 นาที ด่ืมน�้ำสะอาด
200 มิลลิลิตรตาม ประเมินกล่ินปากของตนเองก่อนและหลังรับ
วารสารกรมการแพทย์
แต่การเปลี่ยนแปลงท้ังสามก๊าซ ไม่แตกต่างจากสเปรย์น�้ำเกลือ โพลีฟีโนลิกท่ีส�ำคัญ คือ ฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ซ่ึงประกอบ 93
อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ (Mann-Whitney U prob = 0.333, ดว้ ยเคอซตี นิ (quercetin) และกวั จาเวอรนิ (guaijaverin) เคอซตี นิ
0.780 และ 0.690 ตามล�ำดับ) สรุปได้ว่าสเปรย์ดับกล่ินปากจาก มีฤทธ์ิในการแก้ปวดเกร็ง ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบและ
สารสกัดใบฝร่ังท่ีเป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้ามีประสิทธิภาพในการ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ยับย้ังเช้ือแอคทิโน-บาซิลลัส แอคทิโนไมซีทิม
ลดปริมาณความเข้มข้นของก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์และก๊าซไฮโดรเจน โคไมแทน (Actinobacillus actinomycetemcomitans (Aa))
ซัลไฟด์หลังจากการรับประทานกระเทียม แต่ไม่แตกต่างจากการ และพอไฟโรโมแนสจิงจิวาลิส (Porphyromonas gingivalis
ใช้สเปรย์น�ำ้ เกลือ (Pg))15 และจากการศึกษาของ Mirondo16 พบว่าเคอซีตินจาก
แอปเปิ้ลสดสามารถลดสารประกอบซัลเฟอร์ที่ท�ำให้เกิดกล่ินปาก
คำ� สำ� คญั : สารสกดั จากใบฝรงั่ กลนิ่ ปาก กระเทยี ม ออรลั โครมา หลังจากการรับประทานกระเทียมได้ ส่วนกัวจาเวอรินมีฤทธ์ิใน
การตา้ นเชอ้ื แบคทเี รยี 17 สามารถยบั ยง้ั เชอื้ สเตรปโตคอกคสั มวิ แทน
บทนำ� (Streptococcus mutans)18 ได้
กระเทียมเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารที่คนไทยรับ จากข้อมูลที่กล่าวมาว่าเคอซีตินสามารถลดสารประกอบ
ประทาน โดยสารประกอบในกระเทียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซัลเฟอร์ที่ท�ำให้เกิดกลิ่นปากหลังจากการรับประทานอาหารที่มี
ในหลายๆ ดา้ น เช่น ลดความดันโลหติ สูง ลดคลอเลสเตอรอลและ ส่วนประกอบของกระเทียมได้ และสารสกัดจากใบฝรั่งมีเคอซีติน
ไขมนั ในเลอื ด ขบั ลม และลดการอกั เสบ เปน็ ต้น1-5 แต่มขี ้อเสียคือ เป็นหน่ึงในองค์ประกอบหลัก จึงเป็นที่มาของการศึกษาน้ีเพ่ือ
ท�ำให้เกิดกล่ินปากหลังรับประทาน ซึ่งเป็นปัญหาส�ำคัญในการเข้า ทดสอบสเปรย์ดับกล่ินปากจากสารสกัดใบฝรั่งว่าสามารถลด
สังคมของมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา6-7 จึงเกิดการคิดค้นศึกษาหาวิธี สารประกอบซัลเฟอร์หลังการรับประทานอาหารท่ีมีส่วนประกอบ
การก�ำจัดหรือลดกล่ินปาก8-9 เช่น บ้วนปากด้วยน�้ำเปล่า ใช้น้�ำยา ของกระเทียมได้หรือไม่ แต่ในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์ดับกล่ินปาก
บ้วนปาก การแปรงฟัน หรือแม้กระท่ังใช้สเปรย์ดับกล่ินปาก จากสารสกัดใบฝร่ังค่อนข้างน้อย และไม่แสดงความเข้มข้นของ
เป็นต้น การใช้น�้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของคลอเฮกซีดีน มักมี สารสกัดจากใบฝรั่งที่น�ำมาท�ำผลิตภัณฑ์เน่ืองจากเป็นสูตรทางการ
ข้อเสียเมื่อใช้ไปนานๆ จะส่งผลต่อตุ่มรับรส มีคราบติดสีฟัน และ ค้าท่ีไม่มีท่ีใดยินยอมเปิดเผย ผู้ศึกษาจึงเลือกใช้ยี่ห้อท่ีหาซื้อง่าย
ท�ำให้สมดุลของเช้ือในช่องปากเสียไปได1้ 0 วิธีท่ีได้ผลดีท่ีสุดคือการ ราคาย่อมเยาว์และผ่านมาตรฐานของสํานักงานคณะกรรมการ
แปรงฟนั และลน้ิ 11 แต่วธิ นี ้ีตอ้ งมีอปุ กรณ์ตดิ ตวั ตลอดเวลา สถานที่ อาหารและยาในการศึกษาครัง้ น้ี
ในการแปรงและใช้เวลาพอสมควร การใช้สเปรย์ดับกล่ินปากจึง
เปน็ การสะดวกกวา่ ในสงั คมทีเ่ ตม็ ไปดว้ ยความรบี เร่งในปัจจุบัน วตั ถแุ ละวธิ กี าร
การกอ่ กลน่ิ หลงั รับประทานกระเทยี ม เกิดจากสารประกอบ กลมุ่ ตัวอยา่ งเป็นนกั เรียนผู้ชว่ ยทันตแพทย์ ผู้ชว่ ยทนั ตแพทย์
ซัลเฟอร1์ 2 (volatile sulfur compound) คอื ไฮโดรเจนซลั ไฟด์ เจ้าพนกั งานทันตสาธารณสุข ทนั ตแพทย์ และบุคคลทวั่ ไป จ�ำนวน
(hydrogen sulfide) ไดเมทิลซัลไฟด์(dimethyl sulfde)13- 14 60 คน เพศชาย 11 คน เพศหญิง 49 คน อายเุ ฉล่ีย 20-37 ปไี ม่มี
แอลลิล-เมอแคปแทน (allyl mercaptan), ไดแอลลิลไดซัลไฟด์ โรคประจ�ำตัว ไม่ใส่ฟันเทียมถอดได้และไม่มีเคร่ืองมือจัดฟันชนิด
(diallyl disulfide) และแอลลิลเมทิลซัลไฟด์ (allyl methyl ติดแน่น ได้รับการตรวจคัดกรองสภาวะปริทันต์ ตรวจคัดกรอง
sulfide)12 ปริมาณของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ไมเ่ กิน 112 ppb ก๊าซเมทลิ เมอ
แคปเทน ไมเ่ กิน 26 ppb และก๊าซไดเมทลิ ซัลไฟดไ์ ม่เกนิ 8 ppb
กลไกการสรา้ งสารประกอบซลั เฟอรจ์ ากกระเทยี ม เริ่มจาก ดว้ ยเครือ่ งออรลั โครมา (OralChromaTM) ใหง้ ดอาหารที่ก่อกลน่ิ
สารแอลลอิ ิน (Alliin) (S-allyl-L-cysteine S-oxide) เปลย่ี นเป็น เปน็ เวลา 48 ชว่ั โมงก่อนการทดลอง รวมท้ังงดดื่มสรุ า สบู บุหรแี่ ละ
กรดแอลลลิ ซลั ฟนี ิก (allylsulfenic acid) โดยเอนไซมแ์ อลลอิ ิเนส ใช้น้ำ� ยาบว้ นปากหรือใชน้ ำ้� หอมก่อนการทดลอง 12 ชั่วโมง ทั้งน้ีจะ
(alliinase) แล้วเปล่ียนเป็นแอลลิซิน (allicin or allylthiosulfi- เตอื นทางโทรศพั ท์เกยี่ วกบั ขอ้ ปฏิบตั ิอีกคร้ังก่อนการทดลอง 2 วัน
nate) หลังจากเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร แอลลิซินจะแตกตัวเป็น
ไดแอลลิลไดซัลไฟด์ (diallyl disulfides) และไดแอลลิลไตรซัล ผ้เู ขา้ ร่วมศกึ ษาจะถูกแบ่งเป็น 2 กลมุ่ กลมุ่ ละ 30 คน ดว้ ยวธิ ี
ไฟด์ (diallyl trisulfides) ส่งกลิ่นเหม็นออกจากทางเดินหายใจ การสุ่มแบบกลุ่มย่อย (block randomization) โดยกลุ่มควบคุม
และช่องปาก12 ใช้สเปรย์น�้ำเกลือ Sodium Chloride 0.9% w/v (General
Hospital Products public Co., Ltd ปทุมธานี ประเทศไทย)
การลดหรือก�ำจัดสารประกอบซัลเฟอร์จากการรับประทาน กลุ่มทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ทางการค้าสเปรย์ดับกลิ่นปากจากสาร
กระเทยี มท�ำได้ 2 วธิ ี คือ วิธที างกลและทางเคมี วิธีทางกลคือการ สกดั ใบฝร่ังยี่ห้อหนง่ึ
แปรงฟันและแปรงล้ิน วิธีทางเคมีคือใช้สารประกอบโพลีฟีโนลิก
(polyphenolic compounds, PPs) โพลฟี นี อลออกซเี ดส (poly- ผู้ศึกษาวัดความเข้มข้นของไอระเหยของสารประกอบ
phenol oxidases, PPOs) หรือเปอร์ออกซิเดส (peroxidases, ซัลเฟอร์ โดยไมท่ ราบว่าผเู้ ข้ารว่ มวจิ ัยใช้สเปรยด์ ับกลนิ่ ปากชนิดใด
PODs) ซ่ึงพบได้มากในผัก ผลไม้และเห็ด กลไกในการลดกล่ินของ แต่ผู้เข้าร่วมศึกษาอาจทราบว่าได้รับสเปรย์ดับกล่ินปากชนิดใดได้
สารประกอบเหล่าน้ีคือปฏิกิริยาการเติม (Addition Reaction) (single blindness technique) สเปรย์ดับกลิ่นปากทั้ง 2 ชนิด
โดยสารประกอบ ออรโ์ ธควิโนน (o-quinone compounds) จาก จะถูกบรรจุในขวดสเปรย์แบบเดียวกัน ปิดหุ้มด้วยแผ่นอลูมิเนียม
สารประกอบโพลฟี โี นลกิ ไปจบั กบั ไทออล (Thiols) ของสารประกอบ เปลว (aluminium foil) เพอื่ ไมใ่ หผ้ เู้ ขา้ รว่ มศกึ ษาและผศู้ กึ ษาทราบว่า
ซัลเฟอร์ ทำ� ให้เปล่ยี นเปน็ สารท่ีไมม่ กี ลนิ่ แทน เป็นสเปรย์ดับกล่ินปากชนิดใด ข้อมูลชนิดของสเปรย์ดับกลิ่นปาก
จากงานวจิ ยั ทผ่ี า่ นมาพบวา่ สารสกดั จากใบฝรงั่ มสี ารประกอบ ปีท่ี 44 ฉบบั ที่ 6 ประจ�ำเดอื นพฤศจิกายน-ธนั วาคม 2562
จากน้ันให้ผูเ้ ขา้ ร่วมวิจยั เค้ียวแหนมเนืองและกระเทียม 5 กรัม ห่อดว้ ยแป้ ง โดยใชน้ ้าจิ้มท่ีประกอบดว้ ยเกลือ
กปถูลกากิ่นเกดป็บ้วาไยกวนข้จ้�ำอนสรนรงกัับบะ้ตาตวอปนป่าาาเรรลกอดะะแางทลท1ระาโาทนดแนนดก้ยากลมบ้วใรชอะนัะป้เขงกเทาทเรณสมิมึกียเรปาฑเม็จปตี ย์ก็สแนรกามลครเ2ปวบ้ใ่า0็หวนูร0Tดั้คณเว1คะมล์ใจวแลิาหาาน1ล้กผมนิลนู้นเเขขกติา้นัท้าลมร้ รที่ินขแป่วนัปลน้ มรตวา้ขะศดกแเอึกมื่มดพงษนินัดไทาร้แอายบสะปรผ์ ดะ้วะลวู้ อบันเงิจหายดั ยคข1นอแกซทกงรัลม่ีสว้เ2ฟกาปทารอรครปาริมแ�กำ์รใพานานะตรทวชกรพยณ่ออ2 ์น่ ง บ0รส0ปะซเมาดปลั กิลับรเทฟลยค่ีิเลดอ์วปิตรบัาล์ดรมก่ียว้เลปนขย่ินร้มแเคะปปขรเาม้ลน่ือกินงขงเขภออรา้าะองสยไดรู่ชอหัลบั ่อรลโกะงังคลปเรรหิ่นับามกยปปาผขารทูเอ้กะขี่เงขทวา้ สรลอาา่วนางรมตก1ปวนรนรจิ ะเะยัาอเกททง3อีหหียคบมลลร้งงัััง
จาก Rosenหb่าeงrจgา19กช่องปาก 5 เซนติเมตร ตามชนิดท่ีไดร้ ับการแบ่งกลแุ่มละปภระายเมหินลรังะกดาบัรทกลดิ่ลนอปงาทก่ีเขวอลงาตน0เอนงาหทลี งั กพ�ำ่นหสนเดปใรหย้คอ์ วีกาคมรเ้ขัง้มแขล้นว้ ทว่ีดั
ระดับ 0 – ไมเมผครมีีกกา่มิ่ว่มนลลารีกมิน่นิ่กู้สลาเปปึกข่นิรวาาพม้ป่ากกขจิมาคปเลานก้กีาารก็น ขลนณนนิ่วอกาอ้ณงปจลยไาาารก องกะครดณะบั เะหคกยวรขารมอมเงกขสาม้ ราขวรนจปิ้ ยัขรแะอลกงะไอจอบรริซยะธลั เรหเรฟยมอขสรอถ์ดงาว้สบยานัเรคTเRขทปปร1aอนัื่ลรอnง–ตะ่ยีงไkกกอนอsTรออรแbรtะบรปeมแเัลซลหsลกโงtลั ยะครเเปสมเฟรปΔ็นกามอรรคาTารีรยป่า2์ใบแบรนเพΔนัเะทชททTทก่า่อียย1กอึกงบ์แบับเปปคลซ็าน่าTะกัลเ2คทฉเΔฟา่–ลี่เTปอT่ีย2Tล2รคต1์ใซี่ยวนาน่ึาใงมชกโมแล้สคลเปขำ�ถุร่มลด้มติงเงับรขดิ ภ่Wา้ีนยโงาวทดiงยlกายc่ีเหปนันoทลลวxี่ งัจΔิo่ียแรยัnนลTับดแ1ะปงัSใปเกiชทรgลล้ะสnา่ ง่าทกถeไวปับิdตาไนดิ ้
ระดบั 1 –
ระดับ 2 –
ระดบั 3 –
ใรขรชะะอ้หดดงลับบัไออห54ดรลดะ––ังูดเจหมมกทคเกปากีีกยรว๊า่ีกลΔลลชะาขน่ียมิ่นน่ิเชอTทั้นนเปปนง1ขียเแาาสิดเกมม้ ทปกกใา็บขแช่ททาลรนลข้้กคปร่ีีร่งะ้อรทบัุนนุไรภ้ังมป่ีเแแะเปTาูลรรดขกย1ลงงกียอหอม –่ียลวงบลนาทไ่ินTกงัซแอ้ิงbปกัปลรแาา(ะเลลรdกฟเงทะหiเsรอไดpยΔ่ิมปรสลoต์กขTอาs้นอ่อ2รaงโงปbเนททดไlร่ีกเยeอ่วาะากวลรกรsับะดัาอyทเค0หบrTดiวnนยซ2ลาgส–าลัมอeทาเเTงฟ)ขรี ก1ปอ้มย(ารTร่ีขหให์ใชะb้น้อนน)กส้ ดกอถใลบิตหุ่มคเกMิซปWค้เอลลัดaลวมุ่มinเีย่ียlาฟพcวnมนoอวิกเ-เแxนขเWรนัตปo์ร่ืมอ้ nอhลแะขงรiงหลStจน้ส์ไniะวาปgำ�ทeใกา่nเขี่เรชyงปeคอ็จทสd้ ล่งารU้งัถไR่ียคูปสอิตนaวทtรอิnแาeMาะงkมปงsเกsaสหtกลลntถยeงรnเุ่มิตสsปเะ-ปtิWาเรจโ็นเนรดียปาhป่ือคยบยรiรtงา่กีเยตnะจทำ�ΔeบัวกาหyียเไกTอทนบมUบ1คียดค่ปแซtบ่าร่าeลกคัละเsคะตฉวเtด่าฟาิเลับΔเปมฉอ่ียโนกรTดรลยัียร์ร2ย่ีคยสะบะตคใวำ�จหชเาวคทามว้มโายัญีย่าปลมตเบงขทารเวัทขด้มค่ีแไ0ั้งม้บัข่ามกส.เข้0น่ปฉรโอน5้ทมกดลงทตี่่ียย่ีิ
ท๊อป ไซรงิ คโ์ (ดTยoใpชโ้sปyrรinแgกeร,มTคoอpมพsuิวrเตgiอcรa์สl Tาเaรi็จwรaูปnทcาoงสrpถoิตrิ a(ItBioMn,SPSSผSลtatistics 19.0) ของบริษทั SPSS: An IBM Company โดยกาหนด
ดเTขaูด็มiกwฉ๊าaีดชnกจ)๊าาซขกตนชผร่อะ่อาลดดกงปคับบั วาปนกาลยัมผสายู้รยาา่วหควมญลั ศ6อทึกด่ีษเ0ซดา.นูด0ท5กตันิเ๊าทมซตีหรลแังลบจ้วราฉรกีดจบกกุ ้ว๊า๊านซซปเไขดา้าก้ ไ1ปจใมานิลกเลนคิล้ันรติื่อใชรง้ ระดับกล่ินปากของผู้เข้าร่วมศึกษาที่ประเมินตนเองก่อน
และหลังการรับประทานกระเทียมโดยแยกตามกลุ่มชนิดของ
สเปรย์ (กราฟที่ 1) ท�ำให้ทราบว่าหลังรับประทานกระเทียมผู้เข้า
ออรัลโครมา (OralCรhะroดmบั กaลTMิ่น)ปซา่ึงกสขาอมงาผรเู้ถขวา้ ัดร่วคมววามจิ ยัเขท้ม่ีปขร้นะขเมอินง ตนเรอ่วงมกว่อิจนัยแทล้ังะสหอลงกงั ลกุ่มารรรู้สับึกปว่ารมะทีกลาน่ิ ปการกะเพทมิ่ียมาโกดขยนึ้ แเยมกอ่ื ตเปามรยีกบลเุ่มทชยี นบิด
IสSneา2รnOปs3o)รrะเ,ปกAน็อbเเบขซปilอซมiรtงัลีิคยสCเอบฟoเปนเอrทดpรรียยักo์ บ์เrโ(ตaดกกtอยรบiั oราใกช์กฟn่้๊าออ,ทซินOนี่ เ1เซรsด)aันบียทkเปมซaาใรออCหะรอiท์tท้กy(Sาไร,ซนeาJดบmaซ์pวi่ึ(งาc่ainหแondตnล) iกdแงัuรตยumับก่cางtเปoปอoรrน็ยxะiา่กGdทง๊าaeามซsน,ีนกัยรสะกเมาเบั คทื่อกญัียเอ่ปมทนครผราีย่าเูบ้ังบขเสฉปเา้ ทลรถระ่ี่ยยีวิตทบมิ (าคดวpน่าจิว้<คยยั0ซวท.ึ่งW0าแ้งั 5มตสi)lคcกอเลoมตงาxา่ก่ือดoงลเอปเnุ่มคยรรลSา่ียู้สiื่องgบมึกนnเีนวeทมัยา่dาียมสตบRีก�ำรดaคลฐnว้ญัา่ินยkนทปsแWาาtลงกeiสะlเscพถคtoติ่ิม่าxิมo(pnpา-ก<vขS0a้ึนi.l0guเn5มee)ื่อd
ไฮโดรเจนซลัRไaฟnดks์ กteา๊ sซtเมทลิ เมอแคปเทน และกา๊ ซไดเมทลิ ซัลไฟด์ ของระดับความเข้มข้นของก๊าซไฮโดรเจน ซัลไฟด์ ก๊าซเมทิล
ในหน่วยสว่ นในพนั ลา้ นส่วน (ppb) เมอแคปเทนและก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์เมื่อเปรียบเทียบด้วยสถิติ
กราฟที่ 1 คา่ ฐานนิยมระดบั กลน่ิ ปากของผู้เขา้ ร่วมวิจยั ทปี่ ระเมินตนเองก่อนและหลงั รับประทานกระเทยี มแยกตามชนดิ ของสเปรย์
94
6
5
ระ ัดบกลิ่นปาก 4
3
2
1 กลุ่มสเปรยน์ ้าเกลือ
หลงั รับประทานกระเทียม
0
กลุ่มสเปรยใ์ บฝร่ัง
ก่อนรับประทานกระเทียม
* Wilcoxon Signed Ranks test, p<0.05
จากน้ันให้ผู้เข้ากร่วาฟมทศ่ี ึก1คษ่าาฐาเคน้ีนยิยวมแรหะนดบัมกเนลิ่นือปงาแกลขะอกงผรเู้ะขาเ้ รท่วียมมวิจยั ที่ปWระilเมcินoตxนoเอnงกS่อiนgแnลeะหdลงัRรaับnปรkะsทาtนeกsรtะเททียี่เมปแลยก่ียตนามแชปนลิดงขภองาสยเปหรลยัง์
5 กรัม ห่อดว้ ยแปง้ โดยใช้น้ำ� จิม้ ทป่ี ระกอบด้วยเกลือ นำ�้ ตาลและ รับประทานกระเทียมและหลังพ่นสเปรย์ทันทีในกลุ่มเดียวกัน
สรปนับา�้รำริมมปปาะรรตขะะราทกมาอ2เนบเร0ปมักบ0ซียทรปัลกิลมะเรฟเิลเะมเทอลปทอียริล็นาแค์ดมิตนเค่า้ววรกเปยลแฉรเเปาลละทคร้เี่วยรนท1ะ่ืวอคแียเัดงม่มานลอคคินแะาอววรกลทราาะ๊ะาีัลมมดซหแโคเับคไลขลลรดก้ง้วัมามลเพดมดขาิ่นื่มน่ทเ้นคปนทสิลขลา�้ี่ำเเซอกวื่อปสลัลงขนระไไาอยมออฟงท์าา1รตดตนัดะนเ์รนทมเเฐห1าอ่ือีใาทยนงเนปแหีขหกแรกอลลลีลย้วัังงงุ่มบะเคเดท่าียียพรเเpวกมบับ-กบลvทปดนัวอืaิลว้รl่าอuพะยเรยeมสทบะา่ อาถขดงวนแิมตาั่อบกคริีนงคWะรปัยรวะดสะiเาlเทบัดำ�cทมoคนคบั ียเxัญขวคมoา้มหทวnทมขาาล้ังSเมง้นัขงใiสเgนพมข้ขถnกอ่ขนม้ติeลงนd้ขสิ ุก่ม(ขนเ้Rp๊าปสอขa<ซเรnงปอไยกkฮ0งรs์๊ใาก.โย0บซดt๊า์ใe5ฝไซรบs)ฮtเรไฝจโท่ัรงฮรนะดกี่เโั่งปซดรับแดัับลลเลรหจี่ไยคเะนลฟจนวกัซนงดาแลรมลัซ์เปุ่ัมบพเไลัขลสปฟิ่มไม้งเรขดฟปภขะ้ึนเ์รด้นาพทยยห์ขิ่มหา์นกลอขน๊าล้�ัำงง้ึนซงั
ทรับำ� กปารระพท่นาสนหเปบลรันงยรท์ดับึกับปเกปรล็นะิ่นคทป่าานกTกเ1ขร้าจะสาเทู่ชก่อียนงม้ันปทา้งันกใตผนแู้เขกพ้าลทรุ่ม่วยสม์ผเศู้ศปึกึกรษษยาา์ คใ3บนฝทครี่ร่ัง2้ังและกทกลรง้ั ุ่มะในสเทกเปยีลมร่มุ ยพสน์ บเป้าวเรกา่ ยแลใ์ ตือบกอฝตยรา่ง่ั งแมอลยีนะา่ ยักงสลมา่มุ ีนคสัยญัเสปท�ำรคายงญั ์นสทำ�้ถเาิตกงิลส(pือถิตร<ะิ (ด0p.ับ0<5ค)0วรา.0ะม5ดเข)บั ้มแคขลว้นะาม
ห่างจากช่องปาก 5 เซนติเมตร ตามชนิดท่ีได้รับการแบ่งกลุ่ม ของไดเมทิลซัลไฟด์มีปริมาณเพ่ิมข้ึนหลังรับประทานกระเทียม
ประเมินระดับกลิ่นปากของตนเองหลังพ่นสเปรย์อีกคร้ัง แล้ววัด และลดลงหลังพ่นสเปรย์ แตกต่างอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ
ความเข้มข้นของไอระเหยของสารประกอบซัลเฟอร์ด้วยเคร่ือง (p<0.05) (กราฟท่ี 2-4)
ออรลั โครมา บันทึกเป็นคา่ Tก2ารซว่ึงจิ โยัคแรลงะรจา่ รงยงิ าธนรรวมิจสัยถดางั บกนั ลท่านัวไตดกผ้ รา่รนม
การพิจารณาจากคณะกรรม
วารสารกรมการแพทย์
5
ดกว้รายฟสถทิตี่ 2ิ เWห(เขขpคม้iลม้l่าcขง<ัเขoฉรน้ น้ับxล0ขoขย่ี.ปอ0nอร5งคงะเ)Sา่เมมทแiคgททลาวnิลนิาละeเมกเทมdมคร้องัอRะลใแแaเนาคทคnดปกียปkเลเคมsเททุ่มลแtนน่อืสลeนsะหเหปtลมลลรดางัยงัตลพใพ์รงบ่นฐ่นหาฝสลสนรเงัเปแ่ังปพแลรรน่ละยยสคะใ์ ใ์ บ่ากเบปลฝpฝรุ่มร-รยvั่งส่ัง์ แaกกเlปตบั uบั กรหeหยตลนล์ขา่ งัง้องัารอรเงกับยัรบลา่ะปปงือดรมรับะรีะนคทะทยัวดาสาานบันมากคคกเขรวญัรม้ะาะทมขเเทาทน้เขงียขียสม้มอมถขพงพิตนก้บบิา๊ข(วpซวอา่<าไ่ แงฮแ0ไตโ.ต0ดดกก5รเตม)ตเจ่า(ท่างกนงิลอรซอซยาลัยฟา่ลัไา่ งฟทไงมฟมด่ี 2ีนี์เนด-มัย4ม์ยั ่อื )สสีปเาปารคคริมญัียญัาบทณทเาทเาพงงยี ส่ิมสบถขถิต5้ึนิติ ิ
(p < 0.05) และท้งั ในกลุ่มสเปรยใ์ บฝร่ังและกลุ่มสเปรยน์ ้าเกลือ ระดบั ความเขม้ ขน้ ของไดเมทิลซลั ไฟดม์ ีปริมาณเพิ่มข้ึน
หลงั รับประทานกระเทียมและลดลงหลงั พน่ สเปรย์ แตกต่างอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p<0.05) (กราฟท่ี 2-4)
กล่มุ สเปรย์ใบ กลุ่มสเปรย์
ฝร่ัง นา้ เกลือ
* H2S - H2S1 0.000* 0.000*
* กล่มุ ส0.เ1ป6ร5ย์ใบ กลุ่ม0ส.2เ7ป1รย์
H2S1 - H2S2 น0า้ เ.ก06ล9ือ
* H2S - H2S2 0ฝ.ร1ั่ง54
* == =HHH HHHHคครค2222SSSบั222SวววSSS1าาา--ป12-มมม=HHร===Hเเเ22คะขขขคคคSSร2วทSับววว12มม้้้มาาาา2ปามขขขมมมนรเขนนน้้้เเเะขขขกม้ทขขขมมม้้้ รขาขขขอออะนน้ นนน้้้งงงเขกขขขไไไทอรฮฮฮอออะงีย0งงงโโโ00ไเมท.ดดดไไไ..ฮ011ฮฮฮียรรร 0โ56โโโมด0เเเ54ดดดจจจ*รรรรนนนเจเเเจจจซซซนนนนซลัััลลซซซลัไไไลลลััั ฟฟฟไไไไฟฟฟฟดดดดดดดหก์์ท์ ก์ ท์หก์์0อ่00ลเ่ี่ออ่ี่วเ.ล..วน0นัง20นลงัล0พก76กพก0าา19าน่าน่า*ร1 ร1รทสสทนทดเเปดนาปลดทลราอรียหอลทงทย์งลอหีนัท์งั งทลนั ีงั ท ี
่คาเฉล่ีย (ppb) ่คาเฉลี่ย (ppb) HH22SS 1
กกลลมุ่ ุ่มสสเปเปรรย์ใบฝร่ังงั่ กลมุ่ สเปกรลยุ่ม์นน�้ำาเกลลือือ H2S2
H2S1 = ความเขม้ ขน้ ของไฮโดรเจนซลั ไฟดท์ ี่เวลา 1 นาทีหลงั
รับประทานกระเทียม
กราฟท่ี 2 ค่าเฉลี่ย ค่าความคลาดเคล่ือนมาตรฐานและค่า p-value ขอHงร2Sะ2ด=บั คคววาามมเขเขม้ ม้ ขขน้ น้ขของอไงฮกโ๊าดซรไเจฮนโซดลั รไเฟจนดห์ซลลั งัไพฟน่ ดสเ์ มเปื่อรเยปท์ รนั ียทบี เทียบ
ดว้ ยสถิตกิ ลWุ่มiสlcเoปxรoยnใ์ Sบiฝgnรe่ังd Ranks test กลุ่มน้าเกลือ
95
ดก้วรายฟสถทิตี่ 3ิ Wคiา่lcเฉoลxยี่onคกร่าSาคiฟgวnทาeี่ม2dคค*ลา่Rเาฉaดnลเ่ียkคsคลา่tอื่ คeนวsามtมาคตลราฐดาเคนลแื่อลนะมคาต่ารpฐ-าvนaแlลuะeค่าขpอ-งvรalะuดeบัขคองวราะมดเบัขค้มวขา้นมขเขอม้ งขกน้ า๊ ขซอเมงกท๊าิลซเไมฮอโแดครเปจนเทซนลั เไมฟ่ือดเเ์ ปม่ือรยีเปบรีเยทบียเทบียบ
ดว้ ยสถิติ Wilcoxon Signed Ranks test กลุ่มสเปรย์ กลุ่มสเปรย์
* CH3SH - CH3SH1 ใบฝรั่ง น้าเกลือ
0.443 0.916
CH3SH1 - CH3SH2 กลุ่0ม.ส02เป9ร* ย์ กลุ่ม0ส.1เ4ป7รย์
ใบ0.ฝ1ร8่ั4ง น้า0เ.ก37ล1ือ
่คาเฉลี่ย (ppb) ่คาเฉล่ีย (ppb) CH3SH - CH3SH2 0.443 0.916
CH3SH - CH3SH1
CCCCHHHH3333SSSSHHHH11-=-C=CคHคHว3วSา3าSมHมHเ2ขเข2ม้ ม้ ขขน้ น้ ขขอองงเมเ00ม.ท.0ท1ิล28ิล9เ4มเ*มออแแคคปปเเททนน
ก0่อ.น14ก7ารทดลอง
ท0ี่เ.ว3ล71า 1 นาที
ค่าความคลกาลดุ่มเคนล้า่ือเกนลมือาตรฐานแลC CCะCCCHHHคCHHH่า333HSSS333p3SSSHHHS-HHHvH 12a122 l=== =u==ห=หe คลคคลคขคคหควงัววงัวอาวววรลาารมางับาาามมงัับมเรมมมขเเปรเขขปะขับมเเเ้รดมม้้ขขขรม้ะขปะบขขั้ม้ม้มขทน้ทรนน้้คขขขน้าขะาวขขน้น้น้นขนอทาออกอขขขงมกงงารเงอออรเมเเนะขเมมะมงงงทเมททก้เทเเเททิลมมมขิิรลลียิลเียนะ้มเเทททมเมมมมเอขิลลลิิออทอแอเเเแแยีแมมมคงคคคมกปอออปปป๊า เแแแเเทซเททคคคทนเ นนมนปปปทกเเเหทห่ทททอิล่ีเลวนลเนนนมงัลงักพอพากหทาน่แรน1่่อลี่เคสทว สนนงัปเดลเปพากปลเาททรน่ารอียน1ยรงสท์ ท์ทเเมนนั ปนัด่ือทาทรลเทีปยีอีรท์ งียนั บทเที ียบ
กลุ่มสเปรยใ์ บฝรั่ง
กราฟท่ี 3 คา่ เฉลี่ย
ดว้ ยสกถลกิตุ่มลิ Wสมุ่ เiสปlcเรoปยxใ์รoบยnฝใ์Sบรi่ังgฝnรedง่ั Ranks test กกลล่มุุ่มนน้�้ำาเเกกลลือือ
แสดงคา่ เฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ค่าเฉลี่ยของอนั ดบั ค่า Mann-Whitney U Value และค่า p-value ของความ
ดเเเสขหขว้ มเ้ยม้็ปนสขขไรถน้ น้ดยิตขใ์ิวข้ Wอบา่อแกหงiฝงlรสไcลไราoอดฟอง่ัxงั รงoรทรทะnคับะี่่ีม3เSา่เหปหีปเคiฉgยรา่ยรnลเขะิeฉขมท่ียdอลอางาR่ียสณงนสaสค่วnลาก่าานkรดครรsเปวละปบtาeรเงมรs่ียทะtคะงแียกลกเตมบอาอ่กดปบนบเ็เรคซมพซิมลลัาียลัื่อาตเงณเนฟฟรเลมอกฐอา็กรา๊ารต์ซนทน์ทรที่เฐ้อ่ีเคปปา้งยั ่านลสเลเทแี่ยฉา่ียลน่ามลนะนชแ่ียคแ้นัขปน่าปอิลดpลส-งงมvง่วอภaีกภนlนัาuาายปeรดยหเขรหบัพิอมลลมิ่งคงัางรัข่ากณะก้ึนาดMากรเบัร๊การaรคซือnับับวnหบปาป-มทลWรรเ้งัขงัะะhพหม้ททiขtน่มาnาน้นดeสนขyกเกยอปรUกงรระกเะVวยเ๊าเทซนพท์้aียเlกียบมuมมา๊ทeวแซแิลา่แลเเลมลมกะะทะอ๊าภภแซคิลาคา่าเยเยมมปหpหเทอ-ทลvลแิลนงัaคงัเเพlมมพuปน่่ืออe่นเทเแสปขสนคเรอเปียปปใงบรนครเยเทยกทว์ น์จาียลจมบะุ่มมะี
เห็นไดว้ า่ หลงั รับประทานกระเทียมปริมาณก๊าซท้งั สามชนิดมีการเพ่ิมข้ึนเกือบท้งั หมด ยกเวน้ กา๊ ซเมทิลเมอแคปเทนในกลุ่ม
สเปรยใ์ บฝรั่งท่ีมีปริมาณลดลง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่าน้นั ส่วนปริมาณปกที ๊า่ี ซ44หลฉบงั บัพทน่ ี่ 6สเปปรระจย�ำพ์ เดบือวนา่ พกฤ๊าศซจเกิ มาทยนิล-เธมันอวแาคคมปเ2ท5น62มี
ปริมาณเพิ่มข้ึน แตก่ า๊ ซไดเมทิลซลั ไฟดแ์ ละก๊าซไฮโดรเจนซลั ไฟดม์ ีปริมาณที่ลดลงเม่ือเปรียบเทียบดว้ ยสถิติ Mann-Whitney U-test
ระกหรวาา่ ฟงกทล่ี ุม่ 4สเคป่ารเยฉใ์ลบ่ียฝรค่ัง่าแคลวะาสมเปครลยาน์ด้เาคเกลลื่อือนพมบาวตา่รไฐมา่แนตแกลตะ่าคง่าอยpา่ ง-vมaีนluยั สeาคขญัองทราะงดสับถคิตวิ (าpมvเaขlu้มeข>้น0ข.อ05งก(ต๊าซารไดางเมทที่ 1ิล)ซัลไฟด์เมื่อเปรียบเทียบ
ด้วยสถติ ิ Wilcoxon Signed Ranks test
* กลุ่มสเปรย์ กลุ่มสเปรย์
* ใบฝร่ัง น้าเกลือ
(CH3)2S - (CH3)2S1 0.000* 0.000*
(CH3)2S1 - (CH3)2S2 0.000* 0.000*
* (CH3)2S - (CH3)2Sก2ลุ่มสเปรย์ 0.00ก3ล* ุ่มสเปรย์ 0.002*
่คาเฉล่ีย (ppb) ** * (((CCCHHH333)))222SSS(((1CCC--( ((CCC-HHH((CCH(HH333C)))HH333222H)SSS))33222))3S22SS=)SS==2 S21=== คคหค2 วววลคหคคาาางั มมมวววลราาาเเเับังขขขมมมรปมมม้้้ เบัเเรขขขขขปะมนนน้้้้ม้มทใร000ขขขขขขบา...ะอออน้000้น้นนฝทงงง000ขกขขรไไไ030าอ่ังรดดดออ***นะงเเเงงมมมไเกไไทดทททดดรียเิิิลลละเเมมมมซซซเททททลลลััั ลิยีไไไิลิลนซฟฟฟม000ซซ้านัดด...ด000ัันนเกไ์์์000กหทไไฟล200ฟฟ่อ่ีเลื***อดวนงดดัล์ พกห์์ากทนา่ ล1ร่อสเี่งัทนวนพเลปดากน่ทลาราียสอ1ร์งเปทนรดายลทท์ อี นัง ท ี
่คาเฉล่ีย (ppb) ** **
*
กกลลุ่มมุ่ สสเปเปรรยใย์ บ์ใบฝรฝั่งร่ัง
* กลกุ่มลนุ่ม้านเก้ำ� ลเืกอล((CCือHH33))22SS = ความเขม้ ขทน้ นัขอทงี ไดเมทิลซลั ไฟด์ ก่อนการทดลอง
= ความเขม้ ขน้ ของไดเมทิลซลั ไฟด์ ท่ีเวลา 1 นาที
แสดงค่าเฉล่ียกราสฟ่วทนี่ 4เบคา่ี่ยเฉงลเบี่ยคน่ามคาวาตมรคฐลาาดนเคลค่ือ่านเฉมาลตี่ยรขฐาอนงแอลันะคด่าับpห-vลaงั lรuทับeี่มปขีปรอะงรรทิมะาาดนณบั กครลวะดาเมทลเียขงมม้ ขแน้ ตข่กอ็งเพก๊าียซงไเดลเม็กทนิล้ซอลัยไเฟทด่า์เมน่ือั้นเปรสีย่วบนเทปียรบิมดาว้ ณยสกถ๊าิตซิ
คา่ MannW-iWlcohxiotnn eSiygnUed VRaanlkusetesแtละค่า p-value ของคว(CามHเ3ข)2ม้Sข=น้ ความหเขลม้ ังขพน้ ่นขสองเไปดรเมยท์พิลบซวลั ่าไฟกด๊า์ หซลเงัมพทน่ ิลสเเมปรอยแ์ คปเทน มีปริมาณเพิ่มข้ึน
รรขบัับอปงปไรอระระทกะทลาตเกเขหานุ่มรามา้นสยรกฟขาเขรกปทงนะ้อรร่ีท4เงขยะทค่ีสใ์อเ1ยีบา่าทงเฉมฝรไีคยลปรอ่าั่่ีงยมแรรเคฉะลปะา่กละเครหอภ่ียวิมายบามาสขซยคณ่อวัลลหนงากเลกดฟสเ๊าเังลบคอาพซุ่มลร่ียรน่ืทอ่นปง์ท้นาเั้งสรี่เบเมกปสะเนาลปลกตาือมร่ียรอมฐายนบชาต์นแซนรจแปลัิฐดละลเาะมเฟงนหคีภกอ่า็นาารคpไย์ภร-่าดvหเเาaฉ้วพยลl่าuลหิ่ังมeห่ียกลขขลางั้ึอนรอังกงทงรานัะอรทดนรั ีบัรทแับดคะตี่ลปบัวห่ดการมวลคะ๊าเ่าขทง่าซงม้ าไกMขเนดลมน้ aกเุ่ม่ืขอมnรอสเnทะงปเ-กเิWปลทร๊าีซรซยียhยไับลมiดt์ใแไnเเบมทฟeลทฝyียะดิลรภบ์Uแซั่งาดแลัลยไ้Vวละหฟยะaกลดlสส๊u์เางัมถเeพซป่ือิตไน่เแรปิฮยสลรMโ์ีนะเยดปaบ้�ำรรคnเเทเกย่าnจีย์ล-นบpือWดซพvว้hัลaยบiไlสtuวฟnถe่าิตดeไิขมy์มอ่แีปงUตรคก-ิมวtตาeม่าsณงt
ตWเขขเากiอม้lรืcองขาoบไงxน้อoททตขรnั้่ีงะาอS1หรเงiหgมาไคnยงดอe่าทขdรเฉอ่ียะR1ลงเกaหสn่ียคเkวายา่ sร้นสขเtปฉ่อกวeลsรนง๊าtะ่ยีสซเกบเาสมอร่ีย่วบทปงนเซิลรบเบัละเนMม±กเ่ียฟมอeSองaDอาแnเบบตรคซนร์ภปลัฐมากเเาลยทาฟุ่มนตหนสอรลเใmปรคฐนงัeร์ภ่าาdกยกเiาน์ใaาฉบลยnรฝลุหค่มรร่ียา่สั่งลับขเเ(งปัฉnปอIก=Qลรงร3าRะีย่0อยร)ทขน์รใั อาบับดนงฝปบัMอกรรนัiรั่งnคะะ,ดMทา่เบั ทaาMxียนคอมา่aกยnแร่าMnลงะ-มaะเWทnภีนียnhายั M±มiย-สtWeSแnหa�ำDneลคลhyะญัังitภพnUกทาล่นeาย่มุ yสVงหสสเเaUปปลถmlรuรงัติยeVeพยd์นิai์aา้(น่แlpเnกuสลลevือะเปa(แnlรคI=uลQย3่าeะR0์ )pค>่าv0apM.l0uivn5e,aM(lขตuaxอาeรงาขคงอวทMงา่ีคมa1nวn)าV-Wมalhเuขietnม้ eขy น้U
p-value
96
ไฮโดรเจน ΔT1 31.77 ± 37.80 20.00 41 -58,123 36.00 ± 43.86 20.00 42 0,173 443.000 0.917
ซัลไฟด์ กลุ่มสเปรย์ใบฝร่ัง (n=30) กล่มุ สเปรย์น้าเกลือ (n=30) Mann-Whitney U p-value
ΔMTe2an -10.53 ±m5e6d.i1a4n I-Q17R.00 Min7,0Max -121,129Mean -0.57 ± 8m6e.1d8ian I-Q1R3.00 Min,73Max -102,354Value 446.000 0.953
± SD ± SD
ไฮโดรเจน เมทิลΔเมTอ1 31.7Δ7T±1 37.80-1.13 ± 120.9010 401.00 -58,2123 -253,365.00 ± 43.86 0.30 ± 92.108.00 402.00 0,1073 -20,35443.000 406.0000.917 0.480
ซลั ไฟด์ แคปเทน
ΔT2 -10.Δ53T±2 56.143.83 ± 1-127.8.010 700.00 -1216,129 -37,-307.5)7 ± 86.18 1.70 ± 10-1.936.00 703.00 -1027,354 -38,34446.000 414.5000.953 0.582
เมทิลเมอ ซไดัลเไมΔฟทดTิล์1 -1.1Δ3T±1 10.93129.50 ± 200.020.99 2924.00 -2354,035 25,7203.30 ± 9.18287.43 ±2207..0405 2206.50 -2302,435 25,786406.000 388.5000.480 0.363
แคปเทน 353.5000.582 0.154
ΔT2 3.8Δ3T±212.81-211.67 ±109.080.77 -1694.50 -3277,347) -689,12.8710 ± 10.96-161.80 ±2005.0.405 -1715.00 -3282,334 -761,254614.500
ไดเมทิล 0.363
ซลั ไฟด์ * = statistically significant difference at p-value (Mann-Whitney U prob) < 0.05 ppb = หน่วยส่วนในพนั ลา้ นส่วน 0.154
ΔT1 329.50 ± 202.99 294.00 340 25,723 287.43 ±227.45 226.50 324 25,786 388.500
ΔT2 -211.67 ±198.77 -194.50 274 -689,281 -161.80 ±205.45 -115.00 223 -761,256 353.500
* = statistically significant difference at p-value (Mann-Whitney U prob) < 0.05 ppb = หน่วยส่วนในพนั ลา้ นส่วน
วารสารกรมการแพทย์
วจิ ารณ์ ท่ีรายงานว่าปริมาณของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์เพ่ิมข้ึนทันที 97
หลังรับประทานกระเทียม ส่วนปริมาณความเข้มข้นของก๊าซ
การศึกษาในครั้งน้ีได้ควบคุมลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง เมทิลเมอแคปเทน หลังรับประทานกระเทียมมีปริมาณลดลง
ใหใ้ กลเ้ คยี งกนั โดยกำ� หนดชว่ งอายุ อาชพี ระดบั การศกึ ษา และเพศ ในกลุ่มสเปรย์ใบฝรั่งและเพิ่มขึ้นในกลุ่มสเปรย์น้�ำเกลือ แต่ก็ไม่
มีการตรวจคัดกรองโรคปริทันต์ ด้วย WHO probe ถ้ามีร่องลึก แตกต่างจากก่อนการทดลองอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ (p=0.443,
ปริทันต์ตั้งแต่ 5 mm จะตัดออกจากการศึกษา เน่ืองจากร่องลึก 0.916 ตามล�ำดับ) เมื่อทดสอบด้วยสถิติ Wilcoxon Signed
ปรทิ นั ตต์ ง้ั แต่ 5 mm ขนึ้ ไปจะมีเช้ือแบคทีเรยี แกรมลบทส่ี ร้างกลน่ิ Ranks test ในปัจจุบันก็ยังไม่มีงานวิจัยท่ีรายงานการเพิ่มขึ้นของ
ปากได้20 มีการวัดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก๊าซเมทิลเมอแคปเทน ก๊าซเมทิลเมอแคปเทนหลังรับประทานกระเทียม ปริมาณความ
และก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์ ด้วยเครื่องออรัลโครมาก่อนการทดลอง เข้มข้นของก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์เพ่ิมข้ึนหลังรับประทานกระเทียม
เ(มTทb)ิลโเมดอยแกค�ำปหเนทดนใไหม้ค่เก่าินก๊า2ช6ไฮpโดpรbเจแนลซะัลไดไฟเมดท์ไิลมซ่เกัลินไฟด1์ไ1ม2่เกpินpb8 ทั้งสองกลุ่มสเปรย์มีความแตกต่างอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ
ppb ถ้าค่าก๊าซมากกว่านี้แสดงถึงการมีกลิ่นปาก21 จากการศกึ ษา (p<0.05) เมือ่ ทดสอบดว้ ยสถติ ิ Wilcoxon Signed Ranks test
วดั คา่ กา๊ ซแตล่ ะชนดิ กอ่ นการทดลองแยกตามกลุ่มดังน้ี กลุ่มสเปรย์ ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของ Laakso14 ที่รายงานความเข้มข้นของ
ใบฝรั่งวัดค่าก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ได้ 65.47 ± 28.95 ppb ก๊าซ กา๊ ซไดเมทิลซัลไฟด์เพมิ่ ขน้ึ หลงั รบั ประทานกระเทียม
เมทิลเมอแคปเทน 4.60 ± 7.68 ppb และก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์
0.90 ± 2.12 ppb ส่วนกลุ่มสเปรย์น้�ำเกลือ วัดค่าก๊าซ หลังพ่นสเปรย์จากสารสกัดใบฝรั่งพบว่าปริมาณความ
ไฮโดรเจนซัลไฟดไ์ ด้ 51.83 ± 31.97 ppb กา๊ ซเมทิลเมอแคปเทน เข้มข้นก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์ลดลงอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ
3.83 ± 6.97 ppb และก๊าซไดเมทลิ ซัลไฟด์ 0.93 ± 1.86 ppb จะ (p<0.05) ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟดล์ ดลงแต่ไมม่ คี วามแตกต่างอย่างมี
เห็นได้ว่าปริมาณก๊าซเฉลี่ยท่ีวัดได้ไม่ถึงเกณฑ์ท่ีแสดงว่ามีกลิ่นปาก นยั ส�ำคัญทางสถติ ิ แตก่ า๊ ซเมทิลเมอแคปเทนกลับมีปริมาณเพ่มิ ขนึ้
เมื่อเปรียบเทียบค่าด้วยกันไม่พบความแตกต่างระหว่างสองกลุ่ม อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนหลังพ่นสเปรย์
สเปรย์อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ ซึ่งปริมาณก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ น้�ำเกลือพบว่าระดับความเข้มข้นของเมทิลเมอแคปเทนเพ่ิมขึ้น
และก๊าซเมทิล-เมอแคปเทนมากน้อยจะขึ้นอยู่กับสุขอนามัยในช่อง ก๊าซไฮโดรเจน ซลั ไฟดใ์ กลเ้ คยี งกบั หลงั รบั ประทานกระเทยี ม โดยไม่
ปาก เศษอาหารบริเวณล้นิ หรือการมฟี นั ผุ และโรคปริทันต2์ 2 หากมี แตกต่างอย่างมีนัยสำ� คัญทางสถิติ (p= 0.147, 0.271 ตามลำ� ดบั )
สิ่งเหล่านี้จะท�ำให้มีปริมาณก๊าซที่สูงส่งผลต่อกล่ินปากที่ไม่พึง แตก่ า๊ ซ ไดเมทลิ ซลั ไฟดล์ ดลงอย่างมีนัยสำ� คญั ทางสถิติ (p<0.05)
ประสงค์ได้ และอาจพบปริมาณก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ท่ีสูงในโรค
ตับวายได้23 ส่วนก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์เกิดจากความผิดปกติของ จากผลการศึกษาสเปรย์ดับกลิ่นปากจากสารสกัดใบฝรั่ง
เมแทบอลซิ มึ (metabolic disorder) เช่น โรคไตวาย เป็นตน้ 24 กับสเปรย์น้�ำเกลือไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ
ในการลดปริมาณความเข้มข้นของไอระเหยสารประกอบซัลเฟอร์
เครื่อง Oral ChromaTM มีข้อดี คือสามารถตรวจแยกก๊าซ อาจเนื่องมาจากทั้งสองกลุ่มมีการดื่มน้�ำหลังรับประทานกระเทียม
ได้ 3 ชนิดทสี่ ง่ ผลตอ่ กลิน่ ปาก คอื ก๊าซไฮโดรเจนซลั ไฟด์ ก๊าซเมทลิ เหมือนกัน ซ่ึงท�ำให้ปริมาณของก๊าซลดลงไปแล้ว จากการศึกษา
เมอแคปเทนและก๊าซไดเมทิลซัลไฟด์ เป็นเคร่ืองขนาดเล็ก ของ Sirichompun26 ก็พบว่าการด่ืมน�้ำปริมาตร 220 มิลลิลิตร
เคลอื่ นย้ายสะดวก ใช้งานง่าย ราคาไมแ่ พงมากเมอื่ เปรยี บเทียบกับ สามารถลดปรมิ าณความเขม้ ขน้ ของไอระเหยสารประกอบซลั เฟอร์
เคร่ืองก๊าซโครมาโตกราฟฟี่ (gas chromatography)23 และมี ได้อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ ท�ำให้ผลการทดลองในครั้งนี้ไม่
ค่าความแม่นย�ำในการตรวจก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ได้ค่า R=0.821 แตกตา่ งกนั
(P<0.0001) เมทิลเมอแคปแทน ได้ค่า R=0.870 (P<0.0001) และ
ไดเมทลิ ซลั ไฟดไ์ ดค้ า่ R=0.770 (P<0.0001) จงึ เลือกใชเ้ คร่ืองมือน้ี อย่างไรก็ตามการศึกษานี้เป็นเพียงการวัดปริมาณความเข้ม
ในงานวิจัย แตก่ ็ยงั มขี ้อเสยี อย่คู ือมีความแปรปรวนมากเหมือนงาน ข้นของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก๊าซเมทิลเมอแคปเทน และก๊าซ
วจิ ัยอนื่ ๆ ท่ีรายงานผลออกมา25 ไดเมทิลซัลไฟด์ที่เปล่ียนแปลงไปเท่านั้น แต่กลิ่นปากของมนุษย์
เกิดจากก๊าซชนิดอ่ืนอีกหลายชนิด เช่น ไดเอมีน หรือ โพลีเอมีน
ในการศึกษาหลังรับประทานกระเทียมผู้เข้าร่วมศึกษา เป็นต้น และการมีกลิ่นปากเป็นความรู้สึกของมนุษย์แต่ละคน
ประเมินตนเองว่ามีกลิ่นปากเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนรับ ซึ่งการรับรู้หรือประเมินค่าแตกต่างกัน นั่นหมายถึงปริมาณก๊าซ
ประทานกระเทียมอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ (p<0.05) ใช้สถิติ ท่เี ยอะกไ็ ม่ได้มีกลิน่ ปากเสมอไป ในทางกลับกันมีปรมิ าณกา๊ ซนอ้ ย
Wilcoxon Signed Ranks test ซึ่งมีความสอดคล้องกับปริมาณ ก็ไม่ได้แสดงถึงการไม่มีกล่ินปาก จากผลการศึกษาถึงแม้ว่าสเปรย์
ความเข้มข้นของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ และก๊าซไดเมทิล-ซัลไฟด์ ดับกล่ินปากจากสารสกัดใบฝร่ังกับสเปรย์น�้ำเกลือไม่มีความแตก
ที่มีปริมาณเพิ่มข้ึนอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติทางสถิติ (p<0.05) ต่างทางด้านสถิติในการลดกล่ิน แต่การใช้สเปรย์ดับกล่ินปากจาก
ใช้สถิติ Wilcoxon Signed Ranks test แต่รายงานผลในครั้งน้ี สารสกดั ใบฝรง่ั อาจสง่ ผลทางความรสู้ กึ ของใครหลายๆ คนไดเ้ ชน่ กนั
ไม่ได้แสดงการประเมินตนเองของผู้เข้าร่วมศึกษาในเรื่องระดับ
กล่ินปากหลังพ่นสเปรย์เน่ืองจากผู้เข้าร่วมศึกษาอาจทราบได้ว่า ในการศึกษาคร้ังนี้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ทางการค้าสเปรย์ดับกลิ่น
พน่ สเปรย์ชนิดไหนผลทไี่ ดอ้ าจมอี คติเกดิ ข้ึน ปากจากสารสกัดใบฝรั่งย่ีห้อนึงซึ่งไม่ได้แสดงความเข้มข้นของสาร
สกดั ใบฝรง่ั และสว่ นประกอบอนื่ ๆ เนอ่ื งจากเปน็ สตู รทางการค้าไม่
เม่อื เปรยี บเทียบในกลมุ่ สเปรย์เดยี วกนั ปริมาณความเข้มข้น สามารถเปิดเผยได้ แต่ก็สามารถแสดงผลได้ว่าสเปรย์จากสารสกัด
ของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์เพ่ิมข้ึนหลังรับประทานกระเทียมอย่างมี ใบฝรั่งมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณความเข้มข้นของก๊าซ
นัยสำ� คัญทางสถิติทางสถติ ิ (p<0.05) ใช้สถติ ิ Wilcoxon Signed ไดเมทิลซัลไฟด์และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์หลังจากการรับประทาน
Ranks test ซ่ึงมีความสอดคล้องกับผลวิจัยของ Suarez13 กระเทียม หากมีผู้ศึกษาท่านอื่นสามารถน�ำสารสกัดท่ีทราบความ
เข้มข้นมาทดสอบจะสามารถแสดงผลได้ชัดเจนมากยิ่งข้ึนและอาจ
ปที ่ี 44 ฉบบั ที่ 6 ประจ�ำเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562
หาค่าความเข้มข้นน้อยท่ีสุดที่สามารถลดกล่ินปากได้ ซ่ึงจะเป็น ของสเปรย์ดับกล่ินปากจากสารสกัดใบฝรั่ง ควรเพ่ิมการวัดอย่าง
ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาผลิตภัณฑ์ใหม้ ปี ระสิทธภิ าพมากยิง่ ขึ้น อ่ืนร่วมด้วย เช่น Organoleptic measurement หรือ Gas
chromatography เป็นตน้
ข้อเสนอแนะหากมีการศึกษาต่อไปคือ รูปแบบการศึกษา
ท่ีเหมาะสมส�ำหรับเปรียบเทียบประสิทธิผลของสเปรย์ดับกล่ิน สรปุ
ปากจากสารสกัดใบฝรั่งกับสเปรย์หลอกน้ัน สเปรย์หลอกควรมี
ความใกล้เคียงกับสเปรย์จากสารสกัดใบฝรั่ง เช่น สี รสชาติ ผลิตภัณฑ์ทางการค้าสเปรย์ดับกลิ่นปากจากสารสกัดใบฝร่ัง
กลิน่ สว่ นประกอบอ่ืนๆ ทีไ่ มใ่ ชส่ ารสกดั ใบฝรง่ั เป็นต้น เพ่อื ให้เกดิ มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณความเข้มข้นของก๊าซไดเมทิลซัล
การทดลองแบบสุ่มท่ีมีการอ�ำพรางสองฝ่าย (Randomized ไฟด์และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์หลังจากการรับประทานกระเทียม
controlled, double-blinded clinical study) เพิ่มความน่า แต่ไมแ่ ตกต่างจากการใชส้ เปรยน์ ำ�้ เกลอื อย่างมีนัยส�ำคญั ทางสถติ ิ
เช่ือถือและถูกต้องแก่ผลการศึกษา มีการใช้สารสกัดจากใบฝร่ังใน
รูปแบบอ่ืนๆ เช่น น�้ำยาบ้วนปาก เม็ดอม หรือหมากฝรั่ง เป็นต้น กติ ตกิ รรมประกาศ
และควรทราบความเข้มขน้ ของสารสกดั จากใบฝรั่ง ในการทดสอบ
กล่ินปากจากการรับประทานกระเทียม และการวัดปริมาณความ ขอขอบคุณสถาบันทันตกรรม อาจารย์ทันตแพทย์หญิง
เข้มข้นของกา๊ ซไฮโดรเจนซลั ไฟด์ ก๊าซเมทลิ เมอแคปเทน และกา๊ ซ ดวงดาว พลอยประดิษฐ์ อาจารย์ทันตแพทย์หญิง ดร.เอศเธระ
ไดเมทิล-ซัลไฟด์ อาจไม่เพียงพอต่อการเปรียบเทียบประสิทธิผล ประทปี ทองค�ำ ทีช่ ว่ ยสนบั สนุนทำ� ให้งานศึกษาสามารถลลุ ่วงไปได้
อย่างดี
References
1. Pharmacognosy and Pharmaceutical Botany department and Thaksin herbal center, Faculty of Pharmaceutical Sciences, Prince of
Songkla University. Herbal for primary health care. Bangkok: J Chareonkarnpim; 2008.
2. Ried K, Fakler P. Potential of garlic (Allium sativum) in lowering high blood pressure: mechanisms of action and clinical relevance.
Integr Blood Press Control 2014;7:71-82.
3. Xiong XJ, Wang PQ, Li SJ, Li XK, Zhang YQ, Wang J. Garlic for hypertension: A systematic review and meta-analysis of randomized
controlled trials. Phytomedicine 2015;22:352-61.
4. Wang HP, Yang J, Qin LQ, Yang XJ. Effect of garlic on blood pressure: a meta-analysis. J Clin Hypertens (Greenwich) 2015;17:223-31.
5. Schäfer G, Kaschula CH. The immunomodulation and anti-inflammatory effects of garlic organosulfur compounds in cancer chemo
prevention. Anticancer Agents Med Chem 2014;14:233-40.
6. Bosy A. Oral malodor: philosophical and practical aspects. J Can Dent Assoc 1997;63:196-201.
7. Sanz M, Roldan S, Herrera D. Fundamentals of breath malodour. J Contemp Dent Pract 2001;2:1-17.
98 8. Quirynen M, Zhao H, van Steenberghe D. Review of the treatment strategies for oral malodour. Clin Oral Investig 2002;6:1-10.
9. Quirynen M. Management of oral malodour. J Clin Periodontol. 2003;30 Suppl 5:17-8.
1 0. Haydari M, Bardakci AG, Koldsland OC, Aass AM, Sandvik L, Preus HR. Comparing the effect of 0.06%, 0.12% and 0.2%
Chlorhexidine on plaque, bleeding and side effects in an experimental gingivitis model: a parallel group, double masked randomized
clinical trial. BMC Oral Health 2017;17:118.
1 1. Quirynen M, Zhao H, van Steenberghe D. Review of the treatment strategies for oral malodour. Clin Oral Investig 2002;6:1-10.
12. Negishi O, Negishi Y, Ozawa T. Effects of food materials on removal of Allium-specific volatile sulfur compounds. J Agric Food Chem
2002;50:3856-61.
13. Suarez F, Springfield J, Furne J, Levitt M. Differentiation of mouth versus gut as site of origin of odoriferous breath gases after garlic
ingestion. Am J Physiol Gastrointest Liver Physiol 1999;276:G425-G30.
14. Laakso I, Seppanen-Laakso T, Hiltunen R, Muller B, Jansen H, Knobloch K. Volatile garlic odor components: gas phases and adsorbed
exhaled air analysed by headspace gas chromatography-mass spectrometry. Planta Med 1989;55:257-61.
1 5. Geoghegan F, Wong RWK, Rabie ABM. Inhibitory effect of quercetin on periodontal pathogens in vitro. Phytother Res 2010;24:817-20.
16. Mirondo R, Barringer S. Deodorization of Garlic Breath by Foods, and the Role of Polyphenol Oxidase and Phenolic Compounds. J
Food Sci 2016;81:C2425-c30.
17. Ravi K, Divyashree P. Psidium guajava: A review on its potential as an adjunct in treating periodontal disease. Pharmacogn Rev
2014;8:96-100.
18. Prabu GR, Gnanamani A, Sadulla S. Guaijaverin – a plant flavonoid as potential antiplaque agent against Streptococcus mutans. J.
Appl. Microbiol 2006;101:487–95.
1 9. Van Steenberghe D, Rosenberg M. Bad Breath: A multidisciplinary approach: Leuven University Press; 1996.
2 0. Newman MG, Takei HH, Klokkevold PR, Carranza FA. Carranza’s Clinical Periodontology. 12nd ed. St. Louis, Missouri : Elsevier Saunders;
2015.
21. Campisi G, Musciotto A, Di Fede O, Di Marco V, Craxi A. Halitosis: could it be more than mere bad breath? Intern Emerg Med
2011;6:315-9.
22. Tangerman A, Winkel EG. Volatile Sulfur Compounds as The Cause of Bad Breath: A Review. Phosphorus, Sulfur, and Silicon and the
Related Elements 2013;188:396-402.
23. Scully C, Greenman J. Halitology (breath odour: aetiopathogenesis and management). Oral Dis 2012;18:333-45.
24. Tangerman A, Winkel EG. Intra- and extra-oral halitosis: finding of a new form of extra-oral blood-borne halitosis caused by dimethyl
sulphide. J Clin Periodontol 2007; 34:748-55.
2 5. Snel J, Burgering M, Smit B, Noordman W, Tangerman A, Winkel EG, et al. Volatile sulphur compounds in morning breath of human
volunteers. Arch Oral Biol 2011;56:29-34.
26. Sirichompun C, Chareonvit S, Jarunamsiri K, Chearjaraswongs T. Efficiency of drinking water, chewing guava, or chewing cucumber on
reduction of temporary halitosis after garlic ingestion. CU Dent J 2007;30:245-54.
วารสารกรมการแพทย์
ประสทิ ธผิ ลของการอมดอกกานพลแู หง้ ในการลดภาวะกลน่ิ ปากเหมน็
ชว่ั คราวภายหลงั การรบั ประทานกระเทยี ม
• สนิ ีนาถ คา้ ไกล ท.บ., รัศมี เกศสวุ รรณรักษ์ ท.บ., ว.ท.
สถาบนั ทนั ตกรรม กรมการแพทย์ ต�ำบลตลาดขวัญ อำ� เภอเมือง จงั หวัดนนทบุรี 11000
Effectiveness of Dried Clove Buds mouthing on Reduction of
Transient Disturbing Odor after Garlic Ingestion
• Karglai S, Kessuwanrak R
Institute of Dentistry, Department of Medical Services, Talad Khwan, Mueang, Nonthaburi, 11000
(E-mail: [email protected])
(Received: May 22, 2019; Revised: September 26, 2019; Accepted: October 10, 2019
Background: To determine the effectiveness of dried clove buds mouthing on reduction of transient disturbing 99
odor after garlic ingestion. Methods: Forty four healthy subjects (8 males, 36 females, aged between 18-40 years)
were assigned to mouth dried clove buds (0.35 grams) after garlic ingestion. The control group was assigned to ingest
garlic only. The concentration of volatile sulfur compounds in oral cavity (hydrogen sulfide, methyl mercaptan, di-
methyl sulfide) were recorded by Oral Chroma CHM-2 and recorded feeling oral malodor, before garlic ingestion, at
5 and 15 minutes after garlic ingestion in order to compare the decreased concentration level, concentration level
and oral malodor at 15 minutes after garlic ingestion between the experiment and control groups, Independent
T-test and Mann-Whitney U test were analysed at significant less than 0.05. Results: At 5 minutes after garlic ingestion,
the increased concentration level of methyl mercaptan was highest (2109.86±931.748 ppb; control group and
2773.55±1340.811 ppb; experiment group. At 15 minutes after garlic ingestion and the decreased concentration
level of methyl mercaptan in oral cavity were significantly (p=0.001 and <0.001 respectively) but at 15 minutes after
garlic ingestion and the decreased concentration level of hydrogen sulfide and dimethyl sulfide were not significant
difference in concentration level between experiment and control groups. But at 15 minutes after garlic ingestion,
the decreased of oral malodor was significantly between experiment and control groups (p<0.001). Conclusion:
Mouthing of dried clove buds has effectiveness on reduction of concentration level of methyl mercaptan, but does
not have effectiveness on reduction of concentration level of hydrogen sulfide and dimethyl sulfide. The decreased
of oral malodor was according to the decreased concentration level of methyl mercaptan in oral cavity. In conclu-
sion, mouthing dried clove buds has effectiveness on reduction concentration level of methyl mercaptan after
garlic ingestion.
Keywords: Dried clove buds, Dried clove buds mouthing, Garlic ingestion, Reduction of transient disturbing odor,
Volatile sulfur compound
บทคดั ยอ่ กระเทียม และหลังการรับประทานกระเทียมที่ 5 นาที และ 15
นาที เปรียบเทียบระดับความเข้มข้นท่ีลดลง ระดับความเข้มข้น
ภูมหิ ลงั : เพ่ือศึกษาประสิทธิผลของการอมดอกกานพลแู ห้ง และความรู้สึกต่อกล่ินปากที่ 15 นาทีภายหลังการรับประทาน
ในการลดภาวะกลิ่นปากเหม็นชั่วคราวภายหลังการรับประทาน กระเทียมระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยใช้สถิติ Inde-
กระเทยี ม วิธกี าร : กลุ่มตัวอยา่ งท่มี ีสุขภาพดี จำ� นวน 44 คน (ชาย pendent T-test และ Mann-Whitney U test ทีร่ ะดับนัยสำ� คญั
8 คน หญิง 36 คน อายุระหว่าง 18-40 ปี) ทดลองโดยการ 0.05 ผล : จากการศึกษา พบว่าที่ 5 นาทีหลังการรับประทาน
อมดอกกานพลูแห้งจ�ำนวน 0.35 กรัม ภายหลังการรับประทาน กระเทียม ระดับความเข้มข้นของไอระเหยของเมทิลเมอแคปเทน
กระเทียมจ�ำนวน 5 กรัม กลุ่มควบคุมรับประทานกระเทียมเพียง เพ่ิมขึ้นมากที่สุด (2109.86±931.748 ppb ในกลุ่มควบคุม และ
อย่างเดียววัดระดับความเข้มข้นของไอระเหยของสารประกอบ 2773.55±1340.811 ppb ในกลุ่มทดลอง) โดยระดับความเขม้ ขน้
ซัลเฟอร์ในช่องปาก (ไฮโดรเจนซัลไฟด์ เมทิลเมอแคปเทน และ ของไอระเหยของเมทิลเมอแคปเทนหลังการรับประทานกระเทียม
ไดเมทิลซัลไฟด์) ด้วยเคร่ือง Oral Chroma CHM-2 และส�ำรวจ 15 นาที และระดบั ความเขม้ ขน้ ของไอระเหยของเมทลิ เมอแคปเทน
ความรสู้ ึกต่อกลนิ่ ปากของทัง้ สองกลุ่ม โดยวัดก่อนการรับประทาน
ปที ่ี 44 ฉบบั ที่ 6 ประจ�ำเดือนพฤศจกิ ายน-ธันวาคม 2562