แผนภูมิที่ 8 แสดงหญิงตั้งครรภท์ ่ไี ดร้ บั ยาเม็ดเสริมไอโอดนี ธาตเุ หลก็ และกรดโฟลิค
รอ้ ยละของหญงิ ตัง้ ครรภ์ที่ได้รบั ยาเม็ดเสริมไอโอดนี ธาตเุ หล็กและกรดโฟลคิ
78
77.28
76
74
72 70.54
70.59
70
68
66
2559 2560 2561
ที่มา: สำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2559, 2560, 2561
2.1.3.2 ผลการดำเนนิ การและแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
การดำเนนิ งานในประเดน็ ดา้ นไอโอดีนในช่วงปี พ.ศ.2561 มจี ำนวนหลายโครงการทนี่ ่าสนใจยกตวั อย่าง
เช่น การยกระดบั คณุ ภาพชีวติ ของประชาชนตง้ั แตว่ ัยเจรญิ พันธ์ุ หญิงตง้ั ครรภ์ เด็กทารกแรกเกิด เดก็ ปฐมวยั
เด็กวยั เรยี น และประชาชนทกุ กลุ่มวัย โดยบูรณาการผา่ นคณะกรรมการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ระดบั อำเภอ
ม่งุ เน้นประชาชนในท้องถน่ิ ร่วมเปน็ เจ้าของการดำเนนิ งานเพ่อื คุณภาพชวี ติ ของประชาชนและของชุมชนหรอื
หมบู่ า้ นตนเองแบบประชารฐั ตามนโยบายรัฐบาล (กรุงเทพธรุ กิจ, 2561) จังหวัดท่ปี ระสบความสำเรจ็
คอื พ้นื ท่จี ังหวดั มหาสารคามซึ่งจากการสำรวจระดบั สตปิ ัญ ญ าของเด็กช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1
โดยกรมสขุ ภาพจิต ปี พ.ศ. 2559 พบวา่ ระดบั ไอคิวของเดก็ ในจงั หวดั มหาสารคามนั้นมีคา่ เฉลี่ยต่ำกวา่ เกณฑ์
มาตรฐาน สาเหตมุ าจากภาวะทุพโภชนาการ ดังนั้นทกุ ภาคสว่ นของจงั หวดั ขับเคล่อื นการดำเนินงานเพื่อแก้ไข
ปญั หา จนไดร้ ับคดั เลือกใหก้ ลายเป็นจังหวัดไอโอดีนยงั่ ยืนของประเทศมาต้งั แต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปี
พ.ศ. 2561 ซง่ึ ผลการดำเนนิ งานมกี ารกระจายเกลอื ไอโอดีนให้สามารถเข้าถงึ ทุกชุมชน นอกจากนี้
ยังมมี าตรการเสรมิ ไอโอดีนในน้ำดื่ม ดำเนินการในโครงการสง่ เสริมโภชนาการเดก็ และเยาวชนในถิ่นทรุ กันดาร
ภายใต้แผนพฒั นาเด็กและเยาวชนในถิ่นทรุ กนั ดารตามพระราชดำรสิ มเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรม
ราชกมุ ารี2ดว้ ย
2 พระนาม ณ ขณะนัน้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2562 ทรงได้รับการโปรดเกลา้ ฯ เฉลิมพระนามาธิไธยใหม่เป็นสมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิ-
ราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา เจา้ ฟ้ามหาจกั รสี ิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สริ ิกจิ จารณิ ีพีรยพัฒน รัฐสมี า
คุณากรปยิ ชาติ สยามบรมราชกมุ ารี
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 38
2.1.4 ทารกแรกเกดิ นำ้ หนกั นอ้ ย
2.1.4.1 สภาพการณ์และแนวโนม้
ทารกแรกเกดิ นำ้ หนักน้อยถือว่าเปน็ ปญั หาทส่ี ำคญั ของสาธารณสุขเนื่องจากนำ้ หนกั ของทารกน้ันมี
ความสมั พันธก์ ับภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ พฒั นาการล่าชา้ และยงั มคี วามเสีย่ งตอ่ การเจ็บป่วยและเส่ียงต่อการตาย
ก่อนกำเนิด (Perinatal Mortality) รวมถงึ ระยะขวบปแี รกของชีวติ ดงั น้ันการป้องกนั การเกดิ ทารกแรกเกดิ
น้ำหนักนอ้ ยจงึ เป็นส่ิงท่มี คี วามสำคญั และจำเปน็ ขอ้ มูลระบบรายงานมาตรฐาน (HDC) สำนักนโยบายและ
ยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ กำหนดไวค้ อื ไมเ่ กินรอ้ ยละ 7 ข้อมูลยอ้ นหลัง 3 ปี พบว่า มแี นวโนม้ ทดี่ ขี ึน้
โดยพจิ ารณาจากขอ้ มูลย้อนหลังในปีงบประมาณ 2559 และ 2560 รอ้ ยละ 5.63 และร้อยละ 5.88
สว่ นปีงบประมาณ 2561 มีทารกแรกเกดิ ท่นี ำ้ หนกั น้อยกวา่ 2,500 กรมั ร้อยละ 6.23 ซึ่งบรรลเุ กณฑ์
เป้าหมาย
แผนภูมทิ ่ี 9 แสดงร้อยละของทารกแรกเกิดท่นี ้ำหนกั น้อยกว่า 2,500 กรมั
ร้อยละของทารกแรกเกดิ ทน่ี ำ้ หนักนอ้ ยกวา่ 2,500 กรมั
6.3 5.88 6.23
6.2 2560 2561
6.1
6
5.9
5.8
5.7
5.6 5.63
5.5
5.4
5.3
2559
ที่มา: สำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , , 2559, 2560, 2561
2.1.4.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปัญหา
การดำเนนิ งานของกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 โดยมีตวั ชวี้ ัดกำกับ ตดิ ตาม
ลดอัตราการคลอดกอ่ นกำหนดหรอื อายคุ รรภ์น้อยกวา่ 37 สัปดาห์ ผลจากการสำรวจพบว่า อัตราการคลอด
กอ่ นกำหนดลดลงร้อยละ 10 เทียบกบั ปี พ.ศ. 2560
การสำรวจในช่วงปี พ.ศ. 2555-2558 ทผี่ า่ นมา พบวา่ อัตราการคลอดก่อนกำหนดคดิ เปน็ รอ้ ยละ
11.4, 9.6, 8.4, และ 8.6 ตามลำดับ และจากการสำรวจขอ้ มูลของ Cochrane Review 3 พบว่าการปอ้ งกนั
กอ่ นกำหนดดว้ ย Progesterone ในรายทเี่ คยมปี ระวตั กิ ารคลอดกอ่ นกำหนดและอลั ตราซาวดว์ ัดความยาว
หรือสั้นของปากมดลูกกจ็ ะสามารถช่วยลดอตั ราการเกดิ กอ่ นกำหนดลง
3 Cochrane Review คือ การใหบ้ รกิ ารฐานข้อมลู ผลการวจิ ยั เชงิ สงั เคราะห์ทางสาธารณสขุ ซึง่ ตีพิมพ์ทุกไตรมาส
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 39
ประเดน็ ที่ม่งุ เนน้ การป้องกนั การคลอดก่อนกำหนดและการปอ้ งกนั ทารกแรกเกิดนำ้ หนกั น้อย
ประกอบไปด้วย (1) Primary Prevention (2) Secondary Preventions (3) Tertiary Prevention โดยมี
รายละเอียดดงั ตอ่ ไปนี้ (กระทรวงสาธารณสุข, 2561)
(1) Primary Prevention แนวทางการตรวจและการตดิ ตามประกอบไปด้วย (1) มีมาตรการในการลด
การตั้งครรภ์ในวยั รนุ่ (2) มกี ารใช้ Folic Acid และ Calcium Supplement ระหว่างตงั้ ครรภ์ใน
คลนิ กิ ฝากครรภ์ (3) มีมาตรการในการปอ้ งกนั การสูบบุหรร่ี ะหวา่ งตัง้ ครรภ์
(2) Secondary Preventions แนวทางการตรวจและการติดตามประกอบไปด้วย 1. มกี ารทำ
Ultrasound ระหวา่ งตงั้ ครรภ์ วัด Cervical length ระหว่าง 20-24 สัปดาห์ 2. มกี ารใช้
Progesterone Prevention Peter ในราย Pregnancy with previous preterm 3. มกี ารใช้
Progesterone Prevention Preterm ในราย Pregnancy with short civix
(3) Tertiary Prevention แนวทางการตรวจและการติดตามประกอบไปด้วย (1) มีการใช้ Tocolytics
drugs ในการรักษ าอาการเจบ็ ครรภก์ ่อนคลอดตามข้อกำหนดการบ ง่ ชี้ (2) มกี ารใช้
Dexamethasone ระหว่างอายุครบ 24-36 สัปดาห์ (3) มกี ารใช้ Antibiotics เพื่อป้องกนั การติด
เชอื้ ในมารดาที่มีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
2.1.5 อตั ราการตายของมารดา
2.1.5.1 สภาพการณ์และแนวโนม้
การตายของมารดาไดส้ ะท้อนถึงมาตรฐานการดูแลและการให้บรกิ ารอนามยั แมแ่ ละเดก็ สาธารณสุข
และสภาพสงั คม ดงั นนั้ อตั ราการตายของมารดาจึงถือวา่ เปน็ เปา้ หมายหนง่ึ ของแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคม
แห่งชาตเิ พอ่ื พฒั นาคณุ ภาพชีวติ ประชากรและครอบครัว การวิเคราะห์ทบทบวนสถานการณ์การตาย
ของมารดาในชว่ ง 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 พบวา่ อัตราสว่ นการตายของมารดาเท่ากบั 19 ตอ่ แสน
ในการเกิดมชี พี ลดลงเล็กนอ้ ยเม่ือเทยี บกบั ชว่ งเวลาเดียวกันในปี พ.ศ. 2560 และการตายจากสาเหตุการ
ตกเลอื ดและความดันโลหติ สงู ยังคงเปน็ สาเหตหุ ลักของการเสยี ชวี ิต (กรมอนามยั , 2561) ซึ่งจากการรายงาน
ของแผนพัฒนาสขุ ภาพแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) (กระทรวงสาธารณสุข) พบวา่ มโี อกาสไม่บรรลุ
เป้าหมายการลดอัตราการตายของมารดาลงสามในสซ่ี ึง่ สาเหตุมาจากการลา่ ช้าในการดำเนนิ งานและการไม่
เชื่อมโยงของข้อมูล ดังนั้นแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 จึงเชื่อมโยงและให้ความสำคญั
กับการพัฒนาคนโดยเฉพาะการพฒั นาเด็กตั้งแตอ่ ยู่ในครรภ์มารดาซ่ึงปรากฏในยุทธศาสตรท์ ่ี 1
เรง่ การเสรมิ สรา้ งสุขภาพคนไทยเชงิ รกุ
ขอ้ มูลจากกลมุ่ ขอ้ มลู ขา่ วสารสุขภาพ กองยุทธศาสตรแ์ ละแผนงาน กระทรวงสาธารณสขุ สำรวจจำนวน
และอตั ราส่วนของมารดาต่อการเกิดมชี พี หนึง่ แสนคน พบวา่ ปี พ.ศ. 2561 มอี ัตราการตายของมารดา เทา่ กับ
19.9 ตอ่ การเกดิ มชี พี หนง่ึ แสนคน ซึ่งบรรลุเกณฑเ์ ป้าหมายทีก่ ระทรวงสาธารณสขุ กำหนดไวค้ อื ไมเ่ กิน 20 ต่อ
การเกดิ มีชีพแสนคน และจากขอ้ มูลยอ้ นหลังสามปีพบว่า มีแนวโนม้ ลดลงทุกปี คือในปี พ.ศ. 2559 และ ปี
พ.ศ. 2560 อตั ราการตายของมารดา เทา่ กบั 26.6 และ 21.8 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน
เมือ่ วิเคราะหข์ อ้ มูลสถานการณ ์การตายของมารดารายเขตจากการเฝา้ ระวงั ปี พ.ศ. 2561
พบว่า สถานการณ์การตายของมารดารายเขตจากการเฝ้าระวงั ในปี พ.ศ. 2561 พบว่าเขตสุขภาพท่ี 1 4
มีอตั ราส่วนการตายมารดา ลดลงเหลอื 7.2 ตอ่ แสนของการเกดิ มีชีพ เม่อื เทยี บกบั ปี พ.ศ. 2560 ในชว่ งเวลา
4 เขตสขุ ภาพที่ 1 ประกอบไปดว้ ย เชยี งใหม่ เชยี งราย ลำพนู ลำปาง แพร่ นา่ น พะเยา แมฮ่ ่องสอน
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 40
เดียวกันทีม่ อี ตั ราส่วนการตายของมารดาเทา่ กบั 27.0 ตอ่ แสนการเกิดมชี ีพ สว่ นจงั หวัดลำพูนไมม่ ีมารดา
เสยี ชวี ิตติดต่อกนั มาท้ังหมด 6 ปี
แผนภูมิท่ี 10 แสดงอตั ราการตายของมารดาต่อการเกิดมีชพี หนึ่งแสนคน
แผนภมู ิแสดงอตั ราการตายของมารดาต่อการเกดิ มชี ีพหน่ึง
แสนคน
30 26.6
21.8 19.9
20
10
0
2559 2560 2561
ทีม่ า: สำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , , 2559, 2560, 2561
2.1.5.2 ผลการดำเนนิ งานและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
สำนักการส่งเสรมิ สุขภาพไดถ้ อดบทเรยี นความสำเร็จในการป้องกันการตายของมารดา ณ โรงพยาบาล
ลำพูน เขตสุขภาพท่ี 1 พบปัจจัยความสำเรจ็ ไดว้ ่าการทำงานท่ีให้ความสำคัญกับระบบการติดตามและ
ประเมินผลอยา่ งเข้มขน้ และตอ่ เนื่อง มีการพัฒนาศักยภาพของบคุ ลากรทุกระดบั โดยเฉพาะในสาเหตแุ ละ
ปัจจยั ที่สามารถป้องกนั ได้อย่างแท้จรงิ และท่สี ำคญั คือมีการปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานอนามยั แม่และเดก็ อย่าง
จริงจงั
กรมอนามัยจงึ ไดบ้ รู ณาการความรว่ มมอื กับหนว่ ยงานต่าง ๆ เชน่ กรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต
กรมควบคุมโรค ราชวิทยาลัยสตู นิ ารีแพทย์แห่งประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ใน
การพฒั นาสมุดบนั ทกึ สุขภาพแม่และเด็ก พฒั นามาตรฐานงานอนามัยแม่และเดก็ พัฒนาโปรแกรม
การประเมินมาตรฐานอนามยั แม่และเดก็ พฒั นาแนวทางการปอ้ งกนั การตายมารดา โดยโรงพยาบาลสงั กัด
กระทรวงสาธารณสุขไดม้ กี ารนำไปปฏิบตั แิ ละกำกับตดิ ตามมาตรฐานงานอนามยั แมแ่ ละเดก็ ท้งั ระดับจังหวัด
เขต และระดับประเทศ การดำเนินงานของกรมอนามัยยงั ได้ติดตามผลการดำเนนิ งานและวิเคราะหเ์ ปน็ ราย
เดือนโดยการเปรยี บเทยี บการดำเนนิ งานระดบั เขต ระดับประเทศเพอ่ื ทีจ่ ะสามารถหาพื้นที่ดำเนินงาน
ใหเ้ ป็นไปตามเป้าหมายและมพี น้ื ที่ดำเนนิ งานทีไ่ ม่บรรลุตามเป้าหมาย อนั นำไปสกู่ ารปฏิบัตเิ พือ่ การพัฒนาและ
การถอดบทเรียน มคี ่าเป้าหมายตวั ชว้ี ัดการตายของมารดาไทย ไมเ่ กิน 20 ตอ่ การเกดิ มีชพี แสนคน
(กรมอนามัย, 2561)
2.1.6 การไดร้ ับวัคซีนครบตามเกณฑ์ในเดก็ อายุ 1 ปี และ 2 ปี
2.1.6.1 สถานการณ์และแนวโนม้
การสรา้ งภมู คิ ุ้มกนั โรคดว้ ยวิธีการฉดี วัคซนี วคั ซีนเป็นกลวธิ ีในการป้องกนั โรคทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพสูง
โดยวัคซนี เป็นเครอ่ื งมอื ท่ีชว่ ยเสรมิ สรา้ งภมู คิ ุ้มกันโรคใช้ในการปอ้ งกันและควบคมุ โรคตดิ ต่อที่เปน็ ปัญหาสำคัญ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 41
และมีอันตรายถงึ ชวี ติ ขอ้ มลู จากระบบรายงานมาตรฐานสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ
ของเขตสุขภาพทัง้ 12 เขต พบวา่ ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 มเี ดก็ ตัง้ แต่แรกเกิดจนอายคุ รบ 1 ปี
ไดร้ บั วัคซีนตามเกณฑ์ อันได้แก่ วคั ซนี BCG5, HB16, DTP-HP37, OPV38, MMR19, DTP410 และ IPV 11ร้อย
ละ 80.57 ซ่ึงไม่บรรลเุ กณฑ์เป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสขุ กำหนดไวค้ อื ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 90 และขอ้ มลู
ยอ้ นหลัง 3 ปี พบว่ามแี นวโน้มเพ่มิ ขนึ้ ในทกุ ปี คือ ใน ปี พ.ศ. 2559 และ ปี พ.ศ. 2560 มเี ด็กแรกเกิดจนอายุ
ครบ 2 ปีได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ร้อยละ 22.63 และ ร้อยละ 77.06 ตามลำดบั
สำหรบั ความครอบคลมุ ของการไดร้ ับวคั ซีนในเดก็ อายุครบ 2 ปี พบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
มีเดก็ ตงั้ แตแ่ รกเกิดจนอายคุ รบ 2 ปี ได้รบั วคั ซนี ตามเกณฑ์ ได้แก่ BCG, HB1, DTP-HP3, OPV3, MMR1,
DTP4 และ IPV ร้อยละ 75.95 ซ่ึงยงั ไมบ่ รรลุเกณฑ์เป้าหมายทก่ี ระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ คอื ไม่นอ้ ยกว่า
ร้อยละ 90 แต่จากขอ้ มลู ยอ้ นหลัง พบวา่ มแี นวโน้มเพม่ิ ขนึ้ อยา่ งไมแ่ นน่ อน คอื ในปี พ.ศ. 2559
และ ปี พ.ศ. 2560 มีเด็กต้ังแต่แรกเกดิ จนอายุครบ 2 ปี ไดร้ บั วัคซนี ตามเกณฑร์ ้อยละ 73.01 และรอ้ ยละ
76.67 ตามลำดบั
แผนภูมิท่ี 11 แสดงการไดร้ บั วคั ซนี ครบตามกำหนดอายุในชว่ ง 1-2 ปี
การได้รบั วัคซนี ของเด็ก
2561 75.9850.57
2560 7767..6076
2559 22.63 73.01
0 20 40 60 80 100
แรกเกิด - 1 ปี อายุครบ 2 ปี
ที่มา: สำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2559, 2560, 2561
2.1.6.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปญั หา
สถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติดำเนินการจดั หลักสตู รเชิงปฏบิ ตั ิการสำหรบั เจา้ หนา้ ท่ีสรา้ งเสรมิ ภมู ิคุม้ กันโรค ใน
หมวดเนอื้ หาที่ 2 ดา้ นการให้วคั ซีนแกเ่ ด็กท่มี ารบั วคั ซีนลา่ ช้าและเด็กทไ่ี ม่ได้รบั วคั ซีนครบตามเกณฑท์ ่ีกำหนด
5 BCG คอื วคั ซนี ปอ้ งกันวณั โรค
6 HB1 คอื วัคซีนป้องกันตบั อักเสบบี
7 DTP-HP3 คือ วคั ซนี ป้องกัน คอตบี บาดทะยัก ไอกรน ตับอกั เสบบี
8 OPV3 คือ วัคซีนปอ้ งกันโรคโปลโิ อ
9 MMR1 คือ วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคหดั โรคคางทูม
10 DTP4 คือ วัคซีนป้องกัน คอตบี บาดทะยกั ไอกรน
11 IPV คอื วัคซีนป้องกนั โรคโปลิโอ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 42
โดยเด็กทไี่ ด้รบั วัคซนี ลา่ ช้ากวา่ ปกตนิ ั้นจะไดร้ บั วัคซีนในครง้ั แรกทีพ่ บทันที หากเป็นผทู้ ี่เคยไดร้ บั วคั ซีนมา
แลว้ แตย่ งั ไม่ได้ครบตามจำนวนที่กำหนดจะได้รับวัคซีนตอ่ โดยไมต่ อ้ งเริ่มคร้ังแรกใหม่ โดยคำนึงถึงอายุและ
ชนิดของวัคซีน จำนวนโด๊ส (Dose) ที่ตอ้ งไดร้ บั ระยะหา่ งระหวา่ งโด๊สท่ตี ้องได้รับเพื่อสามารถนัดหมายเข้าฉดี
วคั ซีนได้อย่างต่อเนื่องและเมือ่ ได้รับวคั ซีนตามตารางวคั ซนี ปกติแลว้ จึงปรับการนัดหมายให้เป็นปกตติ ามตาราง
วัคซีนในครัง้ ต่อไป (สถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ, 2561)
2.1.7 โครงการเงินอุดหนนุ เด็กแรกเกดิ (Child Support Grant Project)
2.1.7.1 สภาพการณ์และแนวโน้ม
โครงการเงินอุดหนุนเพือ่ เลี้ยงดเู ด็กแรกเกิดเป็นนโยบายสำคัญระดับชาติตามแผนบูรณาการพฒั นาคน
ตลอดช่วงชวี ติ ถือวา่ เปน็ การสร้างระบบคุม้ ครองทางสงั คม (Social Protection) โดยการจัดสวสั ดกิ ารการเงิน
เพื่ออุดหนุนให้กบั เด็กแรกเกิดในครอบครัวท่ียากจนหรือมีความเสีย่ งตอ่ ความยากจนและมงุ่ เนน้ ใหเ้ ด็กแรกเกดิ
ได้รบั การเล้ียงดูอย่างมคี ณุ ภาพ มีพฒั นาการท่เี หมาะสมตามวยั เพ่อื เตบิ โตเป็นประชากรที่มคี ุณภาพในอนาคต
วันท่ี 31 มีนาคม พ.ศ. 2558 คณะรัฐมนตรเี หน็ ชอบหลกั การของโครงการโดยใหเ้ งนิ อุดหนุนเด็กแรก
เกิดที่อยู่ในครวั เรือนยากจนหรอื ครวั เรือนท่มี ีความเสย่ี งตอ่ ความยากจนหรือเสย่ี งตอ่ ความยากจนมีเงนิ อดุ หนุน
สำหรบั การเล้ยี งดเู ดอื นละ 400 บาทต่อราย เปน็ ระยะเวลา 1 ปี และเมอ่ื วนั ที่ 22 มนี าคม พ.ศ. 2559
คณะรฐั มนตรเี ห็นชอบใหด้ ำเนินโครงการเงนิ อุดหนนุ เพอื่ การเล้ยี งดเู ดก็ แรกเกดิ ต่อเนื่องโดยให้เงนิ อดุ หนุน
ตัง้ แตแ่ รกเกดิ จนครบอายุ 3 ปี สำหรบั เด็กทีอ่ ยใู่ นครัวเรือนยากจนหรือครอบครัวท่ีเสยี่ งต่อความยากจนและ
เพม่ิ เงินอุดหนุนเปน็ 600 บาทตอ่ เดอื นเริม่ ต้ังแตเ่ ดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 เปน็ ตน้ ไป
เหตุผลของการขยายระยะเวลาการชว่ ยเหลอื 3 ปี ประกอบไปด้วย ด้านการแพทย์ ชว่ งวัยที่สำคญั ทีส่ ุด
สำหรับการเจรญิ เติบโตของมนษุ ย์ คอื ช่วงระยะเวลา 0-6 ปี เน่อื งจากมนุษย์จะมีพฒั นาทางรา่ งกายและ
สติปัญญาสูงสุดและโอกาสทสี่ ญู เสียไปจากการพัฒนาที่ไม่สมบูรณ์ในช่วงวัยตา่ ง ๆ ไม่ว่าทางรา่ งกาย
หรือสติปัญญาจะส่งผลไปตลอดชีวติ ท่ีเหลอื ด้านเศรษฐศาสตร์ การลงทนุ ตอ่ เดก็ ในชว่ งเวลาของเดก็ เล็กจะ
ได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสงู สุดเมื่อเปรียบเทียบกบั กบั ชว่ งวัยอ่นื ๆโดยไดร้ ับผลตอ่ แทนคนื มา 4-5 เท่า
ในบางกรณอี าจจะไดร้ บั ผลตอบแทนถงึ 17 เท่าผลตอบแทนทไ่ี ดร้ ับเกิดจากหลายปจั จัย เช่น ทกั ษะสูงข้ึน ผล
การเรียนดีขน้ึ ประสิทธิภาพการทำงานสูงขนึ้ ด้านพฒั นาการ พัฒนาการของเด็กจะกระตนุ้ ไดด้ ้วยการสง่ เสริม
อยา่ งต่อเน่อื งในระยะยาวเท่านน้ั ภาครฐั จงึ ควรให้การสนบั สนุนอย่างตอ่ เนอ่ื งจนถึงอายุ 6 ปี ในตา่ งประเทศ
การใหเ้ งนิ ช่วยเหลอื อยา่ งตอ่ เน่ืองจนถึงอายุ 6 ปี ถอื เป็นมาตรฐานทวั่ ไปของการให้เงินอดุ หนนุ ในต่างประเทศ
ซ่ึงรวมถงึ เพอื่ นบา้ นอยา่ งอนิ โดนีเซยี และฟลิ ปิ ปินส์ จากผลการศกึ ษาพบว่า เด็กผ้หู ญงิ ทรี่ ับเงินชว่ ยเหลอื 6 ปี
แรก เมื่อเข้าสู่วัยเรยี นจะมีเกรดเฉลี่ยมากกวา่ เดก็ ที่ไม่ได้รบั เงนิ อุดหนุน ด้านความเหล่ือมล้ำ เงินอดุ หนนุ เด็ก
เล็กจนถึงระยะเวลา 6 ปี จะชว่ ยลดความเหลื่อมลำ้ โดยผลการศึกษาประเทศเกาหลใี ต้ระบุวา่ การช่วยเหลอื นี้
สามารถลดช่องวา่ งทางการศึกษาของเดก็
สำหรบั ประเทศไทย เมอื่ เด็กอายุครบ 3 ปีจะไดร้ บั การบริการจากภาครฐั โดยศูนย์พฒั นาเด็กเลก็ ท่ี
ภาครัฐให้การสนับสนนุ การให้เงนิ อุดหนนุ เดก็ แรกเกิดจึงควรขยายถงึ อายุ 3 ปี เพอ่ื เตมิ เตม็ ช่องว่างบรกิ ารของ
รัฐทข่ี าดไปและทำใหม้ ่นั ใจได้วา่ เดก็ มีการพัฒนาอย่างตอ่ เนอื่ งเป็นสำคญั ในด้านการคลงั งบประมาณทง้ั หมดท่ี
จะใช้หากมกี ารใช้เงินช่วยเหลือที่ 600 บาทต่อเดอื นสำหรบั เด็กอายุ 0-3 ปี ทุกคนในครอบครวั ทย่ี ากจนและ
เสยี่ งตอ่ ความยากจน คดิ เป็นเพียงรอ้ ยละ 3.7 ของงบประมาณสำหรบั เบี้ยยงั ชีพผ้สู ูงอายุหรือเพยี งร้อยละ
2.47 ของงบประมาณสำหรบั เบย้ี ยังชีพผสู้ งู อายใุ นกรณใี ห้เงินอดุ หนุนเดก็ แรกเกิดจนถึง 3 ปีที่ 400 บาท
ต่อเดอื น (กรมกิจการเด็กและเยาวชน, 2561)
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 43
2.1.7.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปัญหา
โครงการเงนิ อุดหนุนเพ่อื เลย้ี งดูเด็กแรกเกดิ อันเป็นนโยบายท่มี คี วามสำคัญระดับชาตติ ามแผน
บูรณาการการพฒั นาคนตลอดช่วงชวี ติ ซ่ึงถอื วา่ เปน็ การสรา้ งระบบภูมิค้มุ ครองทางสังคม (Social Protection)
โดยการจดั สวสั ดิการเงนิ อดุ หนุนให้กบั เดก็ แรกเกดิ ในครวั เรือนทีย่ ากจนหรือครวั เรอื นท่เี สย่ี งต่อความยากจน
รวมทัง้ เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมเปน็ ประกันสิทธิใหเ้ ด็กไดร้ บั สิทธิโดยตรงทงั้ ทางดา้ นการอยู่รอด
และยังคงถือว่าเป็นช่องทางให้เข้าถึงสทิ ธิของเดก็ ในเร่อื งอน่ื ๆ ตามมา โดยการดำเนนิ งานในปีงบประมาณ
พ.ศ. 2561 โดยใหก้ ระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์ดำเนนิ การดังต่อไปนี้ (กรมกิจการเด็ก
และเยาวชน, 2561)
(1) นำความเหน็ ของสำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ
ไปพิจารณาดำเนินการ กล่าวคอื (1.1) ใหต้ รวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มลู สถานะของผูร้ ับสทิ ธใ์ิ ห้
เป็นไปตามวตั ถุประสงค์ (1.2) มกี ารประชาสมั พนั ธ์ สร้างการรบั รู้และความเข้าใจกับกลุ่มเปา้ หมาย
และผทู้ ำหน้าทใ่ี นการคดั กรองสทิ ธ์เิ พอื่ ใหก้ ลมุ่ เปา้ หมายเขา้ ถงึ สิทธแ์ิ ละคัดกรองสิทธ์มิ ีความเข้าใจ
หลักเกณฑ์ โปรง่ ใสและตรวจสอบได้ (1.3) ควรมีการประเมนิ จำนวนครัวเรอื นทยี่ ากจนท่ีอยูใ่ น
ระดับประกนั สงั คมทคี่ าดว่าจะมสี ิทธแิ์ ละงบประมาณที่คาดวา่ จะเกิดข้นึ เพ่อื ประกอบเปน็ ขอ้ มลู การ
พิจารณาเพื่อจัดสรรงบประมาณต่อไปในอนาคต
(2) บูรณาการดำเนินโครงการรว่ มกับหนว่ ยงานทีเ่ กีย่ วขอ้ งเพ่ือใหส้ อดคล้องกับภาพรวมการช่วยเหลอื ผู้
มรี ายได้นอ้ ยทัง้ ระบบและเรง่ ประเมนิ ผลสัมฤทธข์ิ องโครงการ
(3) พิจารณาความเหมาะสมและความเปน็ ไปได้ในการเชอื่ มโยงข้อมลู จากฐานของขอ้ มลู ผู้มรี ายไดน้ ้อย
ตามโครงการลงทะเบยี นเพ่ือสวสั ดกิ ารแหง่ รฐั นำมาใช้เปน็ เกณฑ์กำหนดคุณสมบัติของผเู้ ขา้ รว่ ม
โครงการฯ
(4) ปรบั ปรงุ กระบวนการตรวจสอบและรบั รองสิทธิจากเดมิ ท่ีเป็นการใชก้ ลไกในพ้นื ที่โดยใช้ดุลยพินจิ
ของผรู้ บั รอง
ผลการดำเนนิ งานโครงการเงนิ อดุ หนนุ เพ่ือการเลยี้ งดูเดก็ แรกเกิดประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2561
พบว่ามผี ลู้ งทะเบียน 113,425 คน ในขณะที่การประเมินผลกระทบโครงการเงนิ อดุ หนนุ เด็กเลก็ ของ
สถาบันวจิ ัยเพ่อื การพัฒนาประเทศไทย (2561) ไดศ้ ึกษาเชิงปรมิ าณกบั กลุ่มตวั อยา่ ง 5,700 คนใน 9 จงั หวดั 12
ซ่งึ ได้สำรวจสองรอบและมกี ารศึกษาเชิงคณุ ภาพกบั หญงิ ตง้ั ครรภห์ รือแมท่ ่ีไดร้ บั เงนิ อุดหนุนจากภาครฐั
อาสาสมัคร และผู้ใหญ่บ้านใน 4 จังหวัด ผลจากการดำเนินโครงการพบว่าหนว่ ยงานสามารถดำเนินโครงการ
ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว มรี ะบบการติดตามทมี่ ีประสิทธภิ าพและมีการประเมนิ ผลอย่างเป็นระบบ ประชากร
กลุ่มเป้าหมายมกี ารรับรูส้ ูงแต่มคี วามเขา้ ใจท่ีคลาดเคล่ือนเกย่ี วกบั เงือ่ นไขและคุณสมบตั ิของการได้รบั สทิ ธแิ์ ละ
มีการจ่ายเงนิ ล่าชา้ ในปงี บประมาณ 2561ด้านผลลัพธ์ของการดำเนนิ งานงบประมาณพบวา่ ภาวะโภชนาการ
ของเด็กในกลุ่มยากจนดขี ึ้นโดยคร่งึ หนงึ่ ของเด็กทอ่ี ย่ใู นครอบครวั ยากจนมภี าวะผอมแห้ง แคระแกร็น และ
ร่างกายไมเ่ ติบโตสมวยั เม่ือครอบครวั ได้รับเงนิ อดุ หนุนจงึ สง่ ผลต่อภาวะโภชนาการของเดก็ ดีข้นึ สามารถเข้าถงึ
บรกิ ารสาธารณสขุ ก่อนคลอดรวมถงึ สามารถชว่ ยใหแ้ ม่ทีต่ กงานสามารถเขา้ มามสี ว่ นร่วมในการตัดสนิ ใจ
เกี่ยวกบั การลงทุนในเด็กมากขน้ึ
12 จังหวดั แมฮ่ ่องสอน จงั หวัดตาก จังหวดั อุบลราชธานี จงั หวดั กาฬสินธ์ุ จังหวัดศรีษะเกษ จังหวดั นคราราชสีมา
จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปัตตานีและจงั หวดั นราธิวาส
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 44
การสำรวจโครงการเงนิ อดุ หนนุ เด็กแรกเกดิ จากสถาบนั วจิ ยั เพ่อื พัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI พบวา่
ผลจากการได้รับเงินอุดหนุนคือการมภี าวะโภชนาการทดี่ ีขน้ึ ของเดก็ ดังน้ี (1) เด็กในครอบครวั ท่ียากจนท่ีได้รบั
เงินอุดหนนุ มภี าวะแคระแกรน็ ผอมแห้ง นำ้ หนักนอ้ ยกว่าเด็กทไี่ มไ่ ด้รับประมาณครึ่งหน่ึง (2) ครอบครวั
ทยี่ ากจนมากหันมาให้ความสำคัญกบั การเลย้ี งลูกดว้ ยนมแม่เพียงอย่างเดียว คาดวา่ มาจากการทีแ่ ม่ได้รับภาวะ
โภชนาการท่ดี ขี ้ึน (3) สามารถบรรเทาภาวะทพุ โภชนาการ คือ ภาวะเตย้ี แคระแกร็นและภาวะนำ้ หนกั เกนิ ได้
และนอกจากนี้การสำรวจยังพบอกี วา่ เงนิ อุดหนุนนัน้ สามารถทำใหม้ ารดาเขา้ ถงึ การดูแลหลงั คลอดมากข้นึ
และมารดาทไี่ ด้รบั เงินอดุ หนนุ มอี ำนาจในการตัดสินใจในครอบครัวมากกวา่ กลมุ่ มารดาทไี่ ม่ได้รบั เงินอดุ หนนุ
(สถาบนั วจิ ัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย, 2561)
2.2 เด็กช่วงปฐมวยั 3-5 ปี
2.2.1 พัฒนาการสมวัย
2.2.1.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
ขอ้ มลู จากการศึกษาสถานการณพ์ ฒั นาการเดก็ ไทยวยั แรกเกิดอนามัยแม่และเดก็ จากระบบรายงาน
มาตรฐาน สำนกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขของเขตสขุ ภาพท้ัง 12 เขต พบว่าใน
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เด็กแรกเกิดถึง 5 ปี มีพฒั นาการสมวยั รอ้ ยละ 96.59 ซ่งึ ถอื ว่าบรรลเุ กณฑ์
เป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ คอื ร้อยละ 80 และจากข้อมลู ยอ้ นหลงั 3 ปี พบว่า มีแนวโนม้
เพม่ิ ข้ึนในทกุ ปี คอื ในปี พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 พบเด็กแรกเกดิ ถงึ 5 ปี มีพฒั นาการสมวยั รอ้ ยละ 91.26
และ 95.9 ตามลำดบั
แผนภมู ิที่ 12 แสดงพฒั นาการเดก็ ไทยวัยแรกเกิดถงึ 5 ปี
รอ้ ยละของพฒั นาการเดก็ ไทยวัยแรกเกิดถึงหา้ ปี
97 95.9 96.59
2560 2561
96
95
94
93
92
91 91.26
90
89
88
2559
ทมี่ า: สำนกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2559, 2560, 2561
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 45
2.2.1.2 ผลการดำเนนิ การและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
การดำเนนิ การดา้ นพฒั นาการของกล่มุ เดก็ ปฐมวยั น้ันเกดิ จากวิกฤตพัฒนาการของเดก็ ปฐมวยั ในช่วง
0-6 ปี ซ่งึ วกิ ฤตพฒั นาการของเดก็ ปฐมวัยส่งผลเสยี ตอ่ การพฒั นาทักษะในด้านอ่ืน ๆ เชน่ การสื่อสาร
การพัฒนาด้านอารมณ์ สงั คม เป็นตน้ ซ่ึงถือวา่ เป็นปัญหาทีจ่ ะเกิดขึน้ กับการพฒั นาศกั ยภาพของเดก็ ไทยใน
อนาคต จากการสำรวจ คา่ พฒั นาการล่าช้าของเดก็ ปฐมวัยในปี พ.ศ. 2557 เฉล่ยี รอ้ ยละ 38.2 สว่ นใน
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 อย่ทู ่รี ้อยละ 30 ซ่งึ ถอื ว่ามีแนวโนม้ ทด่ี ีขึน้ ซ่งึ การดำเนินงานของภาคสว่ นต่าง ๆไดม้ ี
กจิ กรรมหรอื โครงการในการดำเนินการกับเดก็ ปฐมวัยดังตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้
การดำเนนิ งานในช่วง ปี พ.ศ. 2561 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสรา้ งเสริมสุขภาพ (สสส.)
โดยแผนงานสร้างเสริมวฒั นธรรมการอา่ นรว่ มกับแผนแม่บทสง่ เสรมิ วัฒนธรรมการอ่านสูส่ ังคมแห่งการเรียนรู้
ของไทย พ.ศ. 2560-2564 โดยกรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรมพร้อมทั้งภาคเี ครอื ข่ายสง่ เสรมิ การอา่ น 28 แห่งและจัด
งานมหกรรมการอา่ นแห่งชาติ “มหัศจรรยก์ ารอ่านเพื่อเดก็ ปฐมวัย” ซึ่งเปน็ เวทแี หง่ การเรยี นรทู้ ี่ช่วยผปู้ กครอง
และครูไดค้ ัดเลอื กหนงั สอื ใหเ้ ดก็ ชว่ ยปฐมวยั ได้อา่ นเสรมิ พฒั นาการ ในขณะเดยี วกันกย็ ังไดร้ บั ความรแู้ ละทกั ษะ
เพือ่ สง่ เสริมการอา่ นอ่ืน ๆอีกมากมาย
นอกจากนย้ี งั มกี ารปรบั ปรุงหลกั สูตรการศึกษาระดับปฐมวยั โดยกระทรวงศกึ ษาธกิ ารแบบใหม่
โดยหลักสูตรดังกลา่ วได้ระดมผูเ้ ช่ยี วชาญมาช่วยกันคดิ และพัฒนาเนื้อหาใหส้ อดคล้องกับสมรรถนะใหมท่ ี่
เชื่อมโยงผูป้ กครองใหเ้ ขา้ กับบตุ รหลานและใหค้ วามสำคัญกับการพฒั นาสมองรวมถึงการกระตนุ้ ให้เดก็
มพี ฒั นาการที่เหมาะสมไมต่ ิดอยกู่ ับเทคโนโลยีจนเกินไป ซงึ่ สถาบนั วทิ ยาลยั ชมุ ชนมีการจดั อบรมบคุ ลากร
ผสู้ อนในสาขาวชิ าการปฐมวัยของวิทยาลัยชมุ ชนเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรแู้ ละความเขา้ ใจกับหลกั สตู รทีม่ ีการปรบั ปรุง
ใหมท่ ี่จะสง่ ผลต่อการปฏิบัตงิ านในศนู ย์เดก็ เล็กขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ทั่วประเทศโดยบุคลากรของ
องคก์ รการปกครองสว่ นท้องถนิ่ ให้ความเข้าใจในการเข้ารว่ มอบรมหลักสตู รดังกล่าวเพิ่มขนึ้ ในทกุ ปี
(กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2560)
ปรชั ญาการศึกษาปฐมวยั ของหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พ.ศ. 2560 คอื การพัฒนาเดก็ ตัง้ แต่แรกเกิด
จนถงึ 6 ปบี รบิ รู ณ์ อยา่ งเป็นองคร์ วมบนพืน้ ฐานการอบรมเลย้ี งดูและการสง่ เสริมกระบวนการเรียนรทู้ ส่ี นอง
ต่อธรรมชาตแิ ละพฒั นาการตามวยั ของเดก็ แตล่ ะคนให้เตม็ ศักยภาพภายใตบ้ รบิ ทสงั คมและวฒั นธรรมที่เดก็
อาศัยอยดู่ ้วยความรัก ความเออื้ อาทรและความเข้าใจของทุกคนเพือ่ สร้างฐานรากคุณภาพชีวติ ใหเ้ ด็กพัฒนา
ไปสคู่ วามเป็นมนุษย์ท่สี มบูรณ์ เกิดคุณคา่ ต่อตนเอง ครอบครวั ชุมชน สังคมและประเทศชาติ ซ่งึ สอดคลอ้ งกับ
มาตรฐานสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2561 ในมาตรฐานด้านที่ 1 การบริหารจดั การสถานพฒั นา
เด็กปฐมวยั คือ มีการจัดการเพ่อื ส่งเสริมและวางแผนสขุ ภาพ เฝา้ ระวังการเจริญเติบโตของเดก็ และดูแลการ
เจบ็ ป่วยเบ้อื งตน้ รวมทง้ั โรคตดิ ตอ่ มีพน้ื ท่ใี ชส้ อยเปน็ สดั ส่วนตามกจิ วัตรประจำวันของเด็กท่ีเหมาะสม
ตามช่วงวัยและการใชป้ ระโยชน์ และจดั อุปกรณแ์ ละเครื่องใช้ส่วนตัวใหเ้ พยี งพอกับการใช้งานของเด็กทกุ คน
และดูแลความสะอาดอย่างปลอดภยั และสมำ่ เสมอ (กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2561)
ตามมาตรฐานสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2561 ถอื ว่าเปน็ สว่ นหนง่ึ ของการพฒั นาศักยภาพ
เดก็ ปฐมวยั เพ่ือเปน็ มาตรฐานกลางของประเทศโดยมหี นว่ ยงานทเ่ี กีย่ วข้องมารว่ มดำเนินการ ได้แก่
กรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถ่ิน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง
การพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ กรงุ เทพมหานคร สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพ
การศึกษา ทัง้ น้ี หากสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั มศี ักยภาพในการให้บรกิ ารพฒั นาเดก็ อยา่ งมีคณุ ภาพสงู กว่า
มาตรฐานที่กำหนดไว้กส็ ามารถพจิ ารณาไดต้ ามบรบิ ทแต่หากสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยในพืน้ ทไี่ ม่ผา่ นการ
ประเมนิ ตามมารฐาน หนว่ ยงานทีเ่ ก่ียวข้องในชุมชนจะต้องเข้ามามีสว่ นรว่ มในการช่วยเหลอื สนับสนนุ เพ่ือให้
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 46
การดำเนินการได้ตามมารฐานขั้นตน้ เปน็ อยา่ งน้อยทง้ั ทางดา้ นการบริหารจดั การ ดา้ นผูด้ แู ลเด็กและใหก้ าร
ดแู ล จดั ประสบการณก์ ารเรียนร้แู ละการเลน่ เพ่อื พัฒนาเด็กปฐมวยั และสดุ ท้ายคอื ด้านคณุ ภาพของเดก็
ปฐมวยั
การสำรวจข้อมูลสถานพฒั นาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2561 รวมทุกสงั กัดในประเทศไทย ประมาณ 51,745
แหง่ คอื (1) กระทรวงมหาดไทย มศี นู ย์พฒั นาเด็กเล็กองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 19,429 แห่ง
โรงเรียนอนบุ าล จำนวน 1,215 แห่ง (2) กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย์ สถานรับเลีย้ ง
เด็กเอกชน จำนวน 1,600 แห่ง (3) สงั กัดกรุงเทพมหานคร ประกอบไปด้วย ศูนยพ์ ฒั นาเดก็ กอ่ นวัยเรยี น
จำนวน 300 แห่ง สถานรับเล้ยี งเด็กกลางวัน จำนวน 12 แห่ง (สำนกั อนามัย) และโรงเรยี นอนบุ าล จำนวน
429 แห่ง (4) สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบไปดว้ ย ศูนยเ์ ด็กเลก็ ในโรงพยาบาล จำนวน 52 แหง่
(5) สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบไปดว้ ย โรงเรียนอนบุ าล จำนวน 27,094 แห่ง โรงเรยี นอนบุ าลเอกชน
จำนวน 3,204 แห่ง และ (6) สงั กดั หนว่ ยงานอื่น ๆ เช่น โรงเรยี นอนุบาลสาธิตในมหาวิทยาลยั
กระทรวงกลาโหม สำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ มลู นธิ ิและองคก์ รเอกชน (กรมกจิ การเด็กและเยาวชน กระทรวง
การพฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย,์ 2561)
สอดคลอ้ งกับการดำเนนิ งานโครงการมหศั จรรย์ 1,000 วัน ทีม่ ีวตั ถปุ ระสงค์สำคัญในการพัฒนาเด็ก
ปฐมวัย การเลี้ยงลูกด้วยนมเพียงอยา่ งเดยี วในช่วง 6 เดอื นแรกสร้างรากฐานที่แขง็ แรงใหแ้ ก่พัฒนาการทางกาย
อารมณแ์ ละสติปัญญาโดยการชว่ ยส่งเสริมความสามารถในการเรยี นรู้ ปรับตวั เข้ากบั สภาพแวดลอ้ มและ
พัฒนาการทางด้านจติ ใจ การดำเนนิ งานในปี พ.ศ. 2561 พบวา่ ชุมชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการดำเนินงาน
มากข้นึ เชน่ อำเภอลำปายมาศ จังหวัดบุรรี มั ย์ ผลการดำเนินงานเกดิ นวตั กรรมในการแก้ปัญหา
เชน่ องค์การบริหารส่วนตำบลจดั รถรบั ส่งหญิงต้ังครรภ์ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล การแก้ระบบซับซอ้ นให้พบ
แพทย์ในวันเดยี วกัน การสร้างรายไดแ้ ละการนำหญงิ ต้งั ครรภเ์ ข้ามาเป็นจิตอาสา ท้งั น้ี ความสำเรจ็ เกดิ ข้นึ จาก
ความร่วมมอื ของคณะกรรมการพฒั นาคุณภาพชวี ิตระดับอำเภอดว้ ย (สำนกั งานกองทุนสนบั สนุนการสรา้ ง
เสรมิ สขุ ภาพ, 2561)
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สำนกั งานกองทนุ สนับสนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) ไดส้ นับสนนุ การ
พัฒนาคุณภาพชีวติ ของเด็กปฐมวยั และเยาวชนผ่านโครงการศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ แบบก้าวกระโดด โดยแผนสขุ
ภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครวั รว่ มกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหิดลและสมาคมดบั บ้านดบั เมอื ง สร้าง
ความร่วมมือในการยกระดบั คณุ ภาพศูนย์พฒั นาเดก็ เล็กแบบกา้ วกระโดดโดยมีศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ ร่วม
กระบวนการทงั้ สนิ้ 1,265 แห่ง ด้วยการยกระดับคณุ ภาพ 5 ระบบ คอื (1) ระบบการจัดการสิง่ แวดลอ้ ม
(2) ระบบการจดั การหลักสูตรการจัดประสบการณเ์ รยี นรู้ (3) ระบบการดูแลรักษาสุขภาพ (4) ระบบการมี
สว่ นรว่ ม และ (5) ระบบชมุ ชน ผลการดำเนินการ พบว่า (1) ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ 23 แห่งใน 20 จงั หวดั
มีศกั ยภาพเป็นศูนยก์ ารเรียนรตู้ น้ แบบในการขยายเครือขา่ ยและเป็นตวั อย่างในการพฒั นาแบบกา้ วกระโดด
ให้ศนู ย์เดก็ เล็กอื่น ๆ (2) ศนู ย์การเรยี นรู้ 23 แห่งมีการถ่ายทอดมตี วั อย่างความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
ท่สี ามารถเป็นแห่งเรียนร้แู กศ่ ูนย์พัฒนาเดก็ เลก็ ทว่ั ประเทศ (3) เด็กปฐมวยั ในศูนยพ์ ฒั นาเด็กเล็กนน้ั
มพี ฒั นาการที่ดีข้ึนทั้งทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ สงั คม (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสรา้ งเสริมสุขภาพ,
2561)
นอกจากน้แี ผนงานสรา้ งเสรมิ ความเข้าใจสุขภาวะ สำนกั งานกองทุนสนบั สนุนการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ ยงั
ไดด้ ำเนนิ โครงการส่งิ เลก็ ๆทสี่ ร้างลูกเพอ่ื สร้างความเชื่อมน่ั ให้แกพ่ อ่ แม่ ผปู้ กครองให้เหน็ ถึงความสำคญั ของ
ตนเองในการเปน็ เครอื่ งมอื สร้างพฒั นาการการเรียนรู้ใหแ้ กบ่ ตุ รหลาน ซ่งึ โครงการน้ถี อื วา่ เป็นโครงการที่
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 47
ตอบสนองแผนยทุ ธศาสตรช์ าติดา้ นเดก็ ปฐมวัยตามนโยบายของภาครฐั บาล โดยมผี ลการดำเนินงานท่ีสำคัญ
คือ พฒั นาสอื่ รณรงคจ์ ากการเลน่ จะ๊ เอเ๋ พื่อเสริมสรา้ งพฒั นาการลกู พฒั นาคู่มือท่ีชว่ ยสง่ เสรมิ พฒั นาการทารก
พฒั นาเครือ่ งมอื ช่วยเฝา้ ระวงั และสง่ เสรมิ การพฒั นาเดก็ ปฐมวัย และจดั กิจกรรมห้องเรยี นพ่อแม่สัญจร
ใน 6 จังหวดั ได้แก่ กาญจนบรุ ี สงขลา อุบลราชธานี ชลบุรี เชยี งใหม่ และกรุงเทพมหานคร (สำนักงานกองทนุ
สนับสนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ, 2561)
2.2.2 การไดร้ บั วัคซีนครบตามเกณฑ์ในช่วงอายุ 3 ปีและ 5 ปี
2.2.2.1 สภาพการณ์และแนวโนม้
ข้อมูลจากระบบฐานรายงานมาตรฐาน (HDC) สำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ ของ
เขตสขุ ภาพทงั้ 12 เขต พบวา่ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มีเดก็ ตั้งแต่แรกเกิดจนอายคุ รบ 3 ปที ีไ่ ดร้ ับวัคซีน
ตามเกณฑ์เป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ คอื ร้อยละ 66.73 ซ่งึ ยงั คงไมบ่ รรลเุ ปา้ หมายตามเกณฑ์
ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ คอื ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 จากขอ้ มูลย้อนหลัง 3 ปี พบวา่ มแี นวโน้ม
ไมแ่ นน่ อน เม่อื เปรยี บเทยี บกบั ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 มีเด็กอายคุ รบ 3 ปี ไดร้ บั วัคซนี ตาม
เกณฑ์ ร้อยละ 58.57 และ 57.62 ตามลำดบั
สำหรับความครอบคลุมของการไดร้ ับวคั ซนี ในกล่มุ เดก็ อายุ 5 ปี พบว่าในปีงบประมาณ 2561 มีเดก็
ตงั้ แตแ่ รกเกิดจนครบอายุ 5 ปี ไดร้ ับวคั ซีนตามเกณฑ์ ร้อยละ 71.22 ซ่งึ ยงั คงไมบ่ รรลุตามเปา้ หมายที่
กระทรวงสาธารณสุขกำหนด คือ ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 90 จากข้อมลู ยอ้ นหลงั 3 ปี พบว่า มีแนวโนม้ เพิ่มขึ้น
ในทุกปี เมือ่ เปรยี บเทียบกับปงี บประมาณ พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 พบว่ามแี นวโน้มเพมิ่ ขึ้นในทกุ ๆ ปี มี
เด็กแรกเกดิ จนอายคุ รบ 5 ปี ได้รับวคั ซนี ครบตามเกณฑ์ รอ้ ยละ 35.92 และ 57.62 ตามลำดับ
แผนภมู ิที่ 13 แสดงการไดร้ บั วคั ซนี ครบตามเกณฑ์ในอายุครบ 3 ปี และ 5 ปี
การได้รับวคั ซนี ครบตามเกณฑ์ในอายคุ รบ 3 ปแี ละ 5 ปี
71.22
57.62
35.9
58.57 57.62 66.73
2559 2560 2561
แรกเกิด - 3 ปี แรกเกดิ - 5 ปี
ท่มี า: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข, 2559, 2560, 2561
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 48
2.2.2.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปญั หา
การดำเนินงานของสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ (2561) ไดจ้ ัดทำสรุปผลงานการดำเนินงานตามโครงการใน
วาระแหง่ ชาตดิ ้านวัคซนี พ.ศ. 2554-2563 โดยผลงานสำคญั ในปี พ.ศ. 2561 ประกอบไปด้วย (1) พัฒนา
กลไกบรรจุวัคซีนใหม่ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโดยตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชี
วัคซีนหลักแห่งชาติและตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
และคณะอนุกรรมการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติลดความซ้ำซ้อนลดเวลาการพิจารณาทำ
ให้นำวัคซีนใหม่มาใช้ได้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์โรค (2) เห็นชอบนำวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้ม
สมองอักเสบจากเชื้อฮิบ และวัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วงโรต้ามาให้บริการฟรีแก่ประชาชน
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนทั้ง 2 ชนิดได้อย่างเท่าเทียม สามารถลดการป่วย ตาย พิการ ใน
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ไม่ต่ำกว่าปีละ 96,000 คน (3) บูรณาการการจัดหาและสำรองวัคซีน
แบบใหม่ โดยพัฒนาระบบบริหารจัดการของหน่วยงานในส่วนกลางร่วมกัน มีแผนดำเนินงาน
เป็น 3 ระยะ ครอบคลุมการจัดหา สำรองและกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการขาด
แคลน
2.2.3 การเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย
2.2.3.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
เดก็ กอ่ นวัยเรยี นถอื วา่ เปน็ วยั แห่งการเรียนรู้และพัฒนาการซึ่งถือวา่ เปน็ กล่มุ ท่มี ีความสำคญั และเปน็
รากฐานในการพฒั นาประเทศ ดงั นัน้ การท่ีเดก็ ปฐมวยั มสี ุขภาพรา่ งกายและพัฒนาการท่ดี ียอ่ มส่งผลตอ่
พัฒนาการและเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มคี ณุ ภาพและมคี ุณภาพชวี ติ ทีด่ ีในอนาคต
ข้อมูลจากระบบรายงานมาตรฐาน สำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขของเขตสขุ ภาพ
ทั้ง 12 เขต ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 พบเดก็ อายุ 0-5 สงู ดี สมส่วน รอ้ ยละ 48.82 ซ่งึ ยงั คงไมบ่ รรลุเปา้ หมาย
ที่กระทรวงสาธารณสขุ กำหนดไว้ คอื ไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 โดยเด็กผู้ชายมีสว่ นสงู เฉลย่ี 108.23 เซนติเมตร
และเดก็ ผู้หญงิ มีสว่ นสงู เฉลี่ย 107.70 เซนตเิ มตร และเมือ่ เทยี บกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 และ 2560
พบวา่ มีแนวโน้มไม่แนน่ อนโดยในปีงบประมาณ พ.ศ. พ.ศ. 2559 และ 2560 พบเดก็ อายุ 0-5 ปี สงู ดสี มสว่ น
รอ้ ยละ 47.4 และ 49.5 ตามลำดับ
แผนภมู ทิ ่ี 14 แสดงการเจริญเติบของเด็กปฐมวยั สูงดสี มส่วน
การเจรญิ เตบิ โตของเดก็ ปฐมวยั
50
49.5
49 49.57
48.5 48.82
48
47.5
47 47.4
46.5
46
2559 2560 2561
ท่มี า: ระบบรายงานมาตรฐาน (HDC) สำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์, 2559, 2560, 2561
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 49
2.2.3.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปัญหา
ในประเทศไทยมีเดก็ ระดับปฐมวยั จำนวนมากทยี่ งั คงไมไ่ ดร้ ับการเลีย้ งดูอยา่ งเหมาะสม ซ่ึงผลการ
สำรวจสถานการณเ์ ด็กและสตรีในปี พ.ศ. 2559 ซงึ่ จดั ทำโดยสำนกั งานสถติ ิแห่งชาติร่วมกับองคก์ ารกองทนุ
เดก็ แหง่ สหประชาชาติ ระบุว่าเด็กที่อายตุ ำ่ กวา่ 5 ปี ในประเทศไทยราว 1 ใน 10 คนมภี าวะการเตยี้ และแคระ
แกรน็ ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดโภชนาการทเ่ี หมาะสมเป็นเวลายาวนาน
การดำเนนิ งานด้านการเจรญิ เติบโตของเด็กปฐมวัยนี้ ในปี พ.ศ. 2561 กรมอนามัย กระทรวง
สาธารณสขุ ไดม้ กี ารส่งเสริมให้หญงิ ต้งั ครรภ์ใชส้ มุดบันทกึ สขุ ภาพแม่และเด็กหรอื สมดุ สีชมพูเปน็ เครื่องมือใน
การดแู ลสขุ ภาพตนเองและลกู ในครรภต์ ้ังแตช่ ่วงต้ังครรภ์ตอ่ เน่ืองไปจนถงึ เดก็ เข้ารบั การศึกษาในระดับปฐมวยั
ใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกับแผนงานภายใตน้ โยบายและยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาอนามยั เจรญิ พนั ธแ์ุ หง่ ชาติ ฉบบั ที่ 2
(พ.ศ. 2560-2569) วา่ ดว้ ยการสง่ เสรมิ การเจรญิ เตบิ โตที่มีคุณภาพ ทง้ั นีก้ รมอนามัยไดข้ ับเคล่ือนนโยบาย
โครงการมหศั จรรย์ 1,000 วนั แรกแหง่ ชีวิต เร่ิมนับตั้งแตป่ ฏิสนธใิ นครรภ์จนถึงเด็กอายุ 2 ปี ซ่ึงถือว่าเปน็
ช่วงเวลาทองในการพัฒนาสมอง ระบบประสาทจะไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งสูงสดุ ในช่วงเวลาน้ี นอกจากน้ียงั
หมายรวมไปถงึ การได้รบั การกระตนุ้ พัฒนาการผา่ นกจิ วตั รประจำวันในรปู แบบ กิน กอด เลน่ เล่า นอน
ดแู ลฟันอยา่ งเหมาะสมจากพ่อแมแ่ ละครูในศนู ยเ์ ดก็ เลก็ และโรงเรยี นอนบุ าล ทอ้ งถ่ิน และชุมชนเขา้ มามสี ว่ น
ร่วมในการลงทุนดว้ ยการสง่ เสริม สนบั สนนุ ใหเ้ ด็กมีศกั ยภาพ การเจริญเตบิ โตเต็มศกั ยภาพและพฒั นา
การสมวยั (สยามรฐั , 2561)
การดำเนินงานเพ่อื พฒั นาศักยภาพการเจริญเตบิ โตของเด็กปฐมวัยตามคูม่ อื มาตรฐานสถาน
พัฒนาเดก็ ปฐมวยั แห่งชาติ พ.ศ. 2561 รายงานการพิจารณามาตรฐานด้านท่ี 1 การบรหิ ารจัดการสถานพัฒนา
เดก็ ปฐมวยั ประกอบไปดว้ ย
ตัวบ่งชท้ี ี่ 1.1 การบริหารจดั การอยา่ งเป็นระบบ มีตวั บ่งชี้ยอ่ ยคอื (1) การบริหารจัดการสถาน
พฒั นาเด็กปฐมวัยอย่างเปน็ ระบบ (2) บริหารหลักสตู รสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย (3) บริหารจัดการข้อมลู
อยา่ งเปน็ ระบบ
ตวั บ่งช้ีท่ี 1.2 การบรหิ ารจัดการบุคลากรทุกประเภทตามหน่วยงานทสี่ งั กดั โดยตัวบ่งชยี้ ่อยนัน้
ประกอบไปดว้ ย (1) บริหารจัดการบุคลากรอยา่ งเปน็ ระบบ (2) ผบู้ รหิ ารสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัย/หวั หน้าระดับ
ปฐมวัย/ผู้ดำเนนิ กิจการ มคี ณุ วฒุ แิ ละคุณสมบัตทิ เ่ี หมาะสม (3) คร/ู ผดู้ ูแลท่ีทำหน้าท่หี ลกั ในการดูแล
และพัฒนาเด็กปฐมวัย มวี ฒุ กิ ารศึกษา/คณุ สมบตั เิ หมาะสม (4) บริหารบคุ ลากรจัดอตั ราสว่ นของคร/ู ผู้ดแู ล
อยา่ งเปน็ ระบบ เหมาะสมเพียงพอต่อจำนวนเดก็ ในแต่ละกลุ่มอายุ
ตัวบง่ ชี้ที่ 1.3 การบรหิ ารจัดการสภาพแวดลอ้ มเพอื่ ความปลอดภยั (1) บรหิ ารจดั การ
สภาพแวดล้อมเพอ่ื ความปลอดภยั อย่างเปน็ ระบบ (2) โครงสร้างและตวั อาคารมคี วามปลอดภยั ภายนอก
อาคาร (3) จัดการความปลอดภยั ของพ้นื ทขี่ องสนามเดก็ เล่น (4) จัดการสภาพแวดล้อมภายในอาคาร อปุ กรณ์
เคร่ืองใช้ให้ปลอดภัย (5) จดั ให้มขี องเลน่ ทไ่ี ดม้ าตรฐาน (6) ส่งเสรมิ ให้เดก็ ปฐมวยั เดินทางอยา่ งปลอดภัย
(7) จดั ใหม้ รี ะบบป้องกนั ภยั ทางบุคคลทงั้ ภายในและภายนอกอาคาร (8) จัดใหม้ ีระบบรบั อบุ ตั เิ หตฉุ ุกเฉนิ
ในชว่ งปี พ.ศ. 2561 กรมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถิน่ ได้เขา้ ร่วมนโยบายการยกระดบั คุณภาพศูนย์
พัฒนาเดก็ เลก็ โดยส่งเสริมการมีสว่ นร่วมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ชุมชนนำเอาทรพั ยากรท้องถิน่ เขา้ มา
มสี ว่ นร่วมในการบริหารจัดการศูนย์เดก็ เลก็ ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ เช่น แหล่งเรียนรู้ ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ เปน็ ต้น
ท้ังนีค้ าดหวังใหเ้ กดิ การปลกู ฝังจิตสำนักการเป็นพลเมอื งและรกั ท้องถนิ่ ของตนเอง
นอกจากน้ีสำนกั งานกองทุนสนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) รว่ มมือกับกรมสง่ เสรมิ การปกครอง
ทอ้ งถน่ิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสขุ และภาคีภาควิชาการ ดำเนนิ งานศนู ย์พัฒนาเด็กเล็ก
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 50
แบบกา้ วกระโดดภายใต้โครงการสร้างเสริมศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นเพ่อื สุขภาวะเด็กปฐมวยั (COACT)
โดยเป็นการพฒั นาทงั้ ระบบเพอื่ สนับสนุนเดก็ ปฐมวัยใหม้ กี ารพฒั นาอยา่ งสมวยั ท้งั กาย จติ อารมณ์ และสงั คม
เพอื่ ความเปน็ เลศิ 5 ระบบ ประกอบไปด้วย (1) การบรหิ ารจัดการศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ (2) การจดั การ
สิ่งแวดลอ้ ม (3) การจดั การหลักสูตรประสบการณ์เรียนรู้ (4) การดูแลสุขภาพ และ (5) การมีสว่ นร่วมของ
ครอบครัวและชุมชน ปจั จุบนั มีศูนย์พฒั นาเดก็ เลก็ ที่เขา้ ร่วมโครงการและยกระดับเป็นศูนย์การเรียนรตู้ ้นแบบ
จำนวน 23 ศนู ย์ กระจายท่ัวทุกภูมิภาคของประเทศ ส่งิ ท่โี ดดเด่นคอื การเปดิ โอกาสให้ผปู้ กครองเข้ามา
มีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมของศนู ย์ ฯ จนเกิดเป็นชมรมผปู้ กครองเข้มแขง็ ซงึ่ ถือว่าเปน็ ตัวอยา่ งของความ
ร่วมมือระหวา่ งบา้ นและโรงเรยี นในการพฒั นาเดก็ ปฐมวัยแบบไรร้ อยตอ่ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง
เสริมสขุ ภาพ, 2561)
2.2.4 ภาวะสขุ ภาพชอ่ งปาก
2.2.4.1 สภาพการณ์และแนวโน้ม
ขอ้ มลู จากระบบรายงานมาตรฐาน (HDC) สำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขจากการ
ดำเนินงาน พบว่า ในปี พ.ศ. 2561 เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผรุ อ้ ยละ 69.8 ซึ่งสงู กว่าเกณฑ์เปา้ หมายที่
กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้คอื ร้อยละ 50 เมอ่ื เปรยี บเทียบกบั ปงี บประมาณ พ.ศ. 2559 และ 2560
พบว่ามีแนวโน้มดขี ึ้นในทุกปี คอื ร้อยละ 51.1 และร้อยละ 66.7 ตามลำดบั
แผนภมู ิที่ 15 แสดงขอ้ มูลเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟนั ผุ
เด็กอายุ 3 ปีปราศจากฟนั ผุ
80 66.7 69.8
60 51.1
40
20
0
2559 2560 2561
ท่มี า: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข, 2559, 2560, 2561
2.2.4.2 ผลการดำเนนิ การและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
ปัญหาฟนั ผใุ นเดก็ เล็กนน้ั สง่ ผลทำใหเ้ ดก็ มีพฒั นาการการเจรญิ เตบิ โตทีล่ ่าช้ากว่าเด็กท่ีมสี ขุ ภาพฟัน
ท่ดี ี ซ่ึงในปี พ.ศ. 2561 เครือข่ายเดก็ เลก็ ฟนั ดีได้ดำเนินการร่วมกบั สำนกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสร้างเสริม
สขุ ภาพจัดโครงการสง่ เสริมให้แมแ่ ปรงฟนั ใหล้ กู ตง้ั แตฟ่ นั นำ้ นมเร่ิมข้นึ ซแ่ี รกและฝึกทักษะการแปรงฟัน
ให้แกผ่ ู้ปกครองในพนื้ ท่ีนำรอ่ ง ผลปรากฏวา่ ผปู้ กครองร้อยละ 80 มีการปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมในการแปรงฟนั
ใหบ้ ุตรท่ถี กู ตอ้ งตามคำแนะนำมากขน้ึ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 51
แนวทางการดำเนนิ งานทันตสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ. 2561 กลมุ่ งานพัฒนาทนั ตสุขภาพเดก็
ปฐมวยั และวัยเรียน ผ่านยทุ ธศาสตร์การสง่ เสรมิ และเตบิ โตอยา่ งมีคณุ ภาพ โดยร่วมบูรณาการไปกบั อนามัย
ของแมแ่ ละเดก็ คอื รณรงค์ร่วมกบั “มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชวี ติ ” และ ตำบลสง่ เสริมสขุ ภาพเดก็ 0-5
ปี สูงดสี มส่วน ฟนั ไมผ่ ุ พัฒนาการสมวยั นอกจากนยี้ ังได้รับความร่วมมอื การตรวจสุขภาพชอ่ งปากโดยทันต
บคุ ลากรซ่ึงจะสามารถประเมนิ ไดว้ ่าเด็กมีความเสยี่ งตอ่ การท่ีจะเกดิ ฟนั ผหุ รือไม่หากฟนั ผุเด็กจะถกู สง่ ต่อเพอื่
รบั บริการอยา่ งเหมาะสม มใิ ชเ่ พยี งครอบครวั เท่าน้ันที่จะเขา้ มามีสว่ นรว่ มในการดูแลสขุ ภาพชอ่ งปากของเด็ก
แต่ยังหมายรวมไปถงึ ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ ทีม่ กี ารสง่ เสริมกิจกรรมใหค้ วามรแู้ ละจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสม
และท้ายท่สี ดุ คอื มีการรวมตวั กันของภาคีเครอื ข่ายและผูม้ ีส่วนเกีย่ วข้องในชุมชนในการดแู ลและเฝ้าระวงั
สขุ ภาพในชอ่ งปากของเดก็ (สำนกั ทันตสาธารณสุข กรมอนามัย, 2561)
นอกจากนส้ี ำนกั งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสรมิ สุขภาพ (2561) ได้ดำเนนิ งานโครงการ
สหวิชาชีพเพอื่ เสริมสรา้ งสุขภาพชอ่ งปากเด็กปฐมวัย เพ่ือสรา้ งค่านยิ มในการแปรฟนั ในเดก็ ปฐมวัย มผี ลการ
ดำเนินงานดงั ต่อไปนี้ (1) เกิดพนื้ ท่ีนำร่องทงั้ หมด 11 พนื้ ที่ (2) เกิดการพัฒนาสอ่ื สง่ เสริมดแู ลช่องปาก (3) เกิด
การพฒั นางานวจิ ยั และนวตั กรรมเพอื่ ให้ผปู้ กครองสามารถทำความสะอาดช่องปากของเด็กปฐมวยั ได้อยา่ ง
สะดวกและมปี ระสทิ ธิภาพมากขน้ึ
2.2.5 สถานการณโ์ รคมอื เทา้ ปาก
2.2.5.1 สภาพการณแ์ ละแนวโน้ม
ข้อมูลสำนักระบาดวทิ ยา พบว่าสถานการณ์ในปี พ.ศ. 2561 นี้ ประเทศไทยพบผ้ปู ่วยโรคมอื เทา้ ปาก
2,032 ราย ผู้ปว่ ยสว่ นใหญ่อยใู่ นภาคเหนือ รองลงมาคือภาคกลาง โดยเด็กอายตุ ำ่ กว่า 5 ปี ป่วยเปน็ โรคมอื เทา้
ปากร้อยละ 87 จากผปู้ ว่ ยทงั้ หมด โดยเดก็ อายุ 1-2 ปี พบวา่ มีอาการปว่ ยมากท่ีสุด (สำนักงานกองทนุ
สนบั สนุนการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ, 2561) และจากการสำรวจสถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ข้อมลู จากสำนกั
ระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค ต้งั แตว่ นั ที่ 1 มกราคม– 6 พฤษภาคม 2561 พบผูป้ ่วยแลว้ 11,326 ราย
ไมม่ รี ายงานผูเ้ สยี ชวี ติ อีกทั้งโรคมอื เท้า ปาก ยังพบมากที่กลุ่มเด็กอายตุ ่ำกวา่ 5 ปีจำนวน 9,678 ราย คดิ เปน็
ร้อยละกวา่ 85 นอกจากนี้ ยงั พบว่าช่วงท่ีพบผ้ปู ว่ ยมากทสี่ ุดของปีทแี่ ล้ว คือ ชว่ งเปดิ เทอมจนถงึ หนา้ ฝน (เดอื น
พ.ค.-ส.ค.) เพยี ง 4 เดือนมีผปู้ ่วยมากถงึ 38,304 ราย คดิ เป็นร้อยละ 54 ของผู้ปว่ ยทง้ั หมด (กระทรวง
สาธารณสุข, 2561)
2.2.5.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
มาตรการในการดำเนินงานของกรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ (2561) มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี
(1) ตรวจคดั กรองเด็กเปน็ ประจำทกุ วันในตอนเช้า (2) แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ (3) หลกี เลีย่ งไมใ่ หเ้ ด็ก
คลกุ คลกี ับเดก็ ปกติ (4) ให้เดก็ ล้างมือบอ่ ย ๆหรอื ทุกคร้งั ท่ีสัมผัสสง่ิ สกปรก (5) ทำความสะอาดอปุ กรณ์
เครอ่ื งมือและเครือ่ งใชข้ องเดก็ (6) หากพบเดก็ ปว่ ยโรคมอื เทา้ ปาก ใหแ้ จง้ สาธารณสุขทันที (7) จดั ประชุม
อบรมใหค้ วามรูผ้ ูป้ กครองอย่างน้อยปีละ 2 ครงั้
สำนกั โรคตดิ ต่อทวั่ ไป กรมควบคุมโรคยงั ได้ขอความรว่ มมือกับเจ้าหนา้ ทีส่ าธารณสขุ ครูผู้ดแู ล
ผูป้ กครองและเจ้าหนา้ ท่ีภายในศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ และโรงเรยี นอนบุ าลทุกแหง่ ทุกระดบั ดำเนินงานเฝา้ ระวงั
และป้องกนั โรคลว่ งหนา้ อย่างแข็งขันหากพบเดก็ ปว่ ยโรคมือ เท้า ปากและรายงานเหตกุ ารณแ์ ละเกบ็ ตัวอยา่ ง
ส่งผลตรวจในห้องปฏิบัตกิ ารและหากพบวา่ มเี ด็กป่วยหลายรายหรือมจี ำนวนมากในศนู ยเ์ ด็กเลก็ หรอื โรงเรียน
อนุบาลชมุ ชน รวมทัง้ ขอความร่วมมอื ใหเ้ ร่งรกั การดำเนนิ งานป้องกันควบคมุ โรคมอื เท้าปากและโรคตดิ ต่อ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 52
อืน่ ๆ ทพี่ บบอ่ ยในเด็กตามมาตรการในการดำเนนิ งานของกรมควบคุมโรคอยา่ งเคร่งครดั และตอ่ เน่ืองเพอ่ื
ป้องกันไม่ให้เดก็ เสียชวี ิตในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และปตี อ่ ๆ ไป (กรมควบคมุ โรค, 2561)
2.3 ช่วงเดก็ วัย 6-12 ปี
2.3.1 พัฒนาการทางสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)
2.3.1.1 สภาพการณแ์ ละแนวโน้ม
กรมสุขภาพจติ ได้ดำเนนิ การสำรวจ IQ ในเด็กไทยทกี่ ำลังศกึ ษาอยูใ่ นช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ทว่ั ประเทศ
โดยใช้เคร่อื งมือ Standard Progressive Matrices (SPM parallel version: update 2003) ซ่ึงเปน็ แบบทดสอบ
ทางสตปิ ญั ญาทเี่ ปน็ มาตรฐาน ใชว้ ัดระดบั สตปิ ัญญาในส่วนของความสามารถทั่วไป (General intelligence
หรอื G - Factor) ซึ่งเป็นความสามารถพ้นื ฐานของแตล่ ะบคุ คลติดตัวมา ไม่ค่อยสัมพนั ธก์ ับสง่ิ แวดล้อม มีการใช้
เครือ่ งมือดงั กล่าวในการสำรวจสติปัญญาระดบั ชาตใิ นหลายประเทศทว่ั โลก รวมถึงการสำรวจของประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2554 โดยดำเนนิ การเกบ็ ขอ้ มลู ภาคสนาม ในชว่ งเดอื นพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ถงึ กุมภาพนั ธ์
พ.ศ. 2559 มเี ด็กได้รบั การสำรวจ IQ ทง้ั หมด 23,641 ราย พบวา่ เด็กนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 มีระดบั
สตปิ ญั ญาเฉลีย่ (IQ) เทา่ กบั 98.23 ถอื เป็นระดับสติปัญญาทอ่ี ยูใ่ นเกณฑป์ กติ แตค่ ่อนไปทางต่ำกวา่ คา่ กลางของ
มาตรฐานสากล (IQ = 100) (กระทรวงสาธารณสุข, 2561)
การสำรวจของกรมสขุ ภาพจิตพบวา่ ระดบั สตปิ ัญญาของเดก็ ไทยลดลงมาจากเด็กไทยสว่ นใหญ่ท่ีมตี น้ ทุน
ต่ำทางพัฒนาการต่ำ ในปี พ.ศ. 2561 กรมสุขภาพจิตได้สำรวจสถานการณ์ทางสติปญั ญาของเดก็ ไทยวัยเรียน
ในระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 พบวา่ ระดับสตปิ ัญญาเฉลยี่ เท่ากบั 94.73 ซงึ่ ตำ่ ลง เมอื่ เทยี บกับการสำรวจ
ในปี พ.ศ. 2559 โดยในปี พ.ศ. 2559 มีค่าเฉลยี่ อย่ทู ่ี 98.23 และจากการสำรวจในปี พ.ศ. 2554 มีค่าเฉลยี่
อยทู่ ี่ 94.0
แผนภมู ทิ ่ี 16 แสดงผลการสำรวจพัฒนาการทางสติปญั ญาของเดก็ ในระดับชน้ั ประถมศกึ ษา
ผลการสำรวจความฉลาดทางสตปิ ญั ญา ในชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 1
99 98.23
98
97
96 94.73
95 94
94
93
92
91
2554 2559 2561
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 53
2.3.1.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปัญหา
เป้าหมายการดำเนนิ งานของกรมสขุ ภาพจติ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ประกอบไปดว้ ย (1) พัฒนา
และเสรมิ สรา้ งศักยภาพคนไทยกลมุ่ วัยเรียน (2) คดั เลือกพน้ื ทน่ี ำร่องในการดำเนินงานตามความสมคั รใจของ
พน้ื ท่ี (3) จดั กจิ กรรมรณรงคส์ ง่ เสรมิ เด็กวยั เรียนสงู ดีสมส่วน (4) ทุกโรงพยาบาลมกี ารจัดระบบเฝ้าระวงั
ปญั หาทางสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณข์ องเดก็ วยั เรียนในกลุ่มนักเรยี นประถมศกึ ษาปที ี่ 1
อันประกอบไปดว้ ย โรคสมาธสิ ัน้ โรคแอลดีหรือความบกพร่องในการเรียนรู้ ออทิสติกและเด็กทม่ี ีสติปญั ญาตำ่
กวา่ เกณฑ์ (5) ทบทวนการดำเนินงานและการพฒั นาศักยภาพของบุคลากรในการดูแลเด็กทมี่ ีปัญหาทางดา้ น
การเรยี น (6) สนับสนนุ และพฒั นาศักยภาพของบุคลากร (มธุรดา สุวรรณโพธิ์, 2561)
รายงานผลการตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสขุ รอบท่ี 2 ไตรมาส 3 ปงี บประมาณ 2561 ใน
ประเดน็ การพัฒนาสขุ ภาพกลมุ่ วยั เรยี นและวัยรุน่ โดยมีตัวชีว้ ดั คอื ร้อยละของเด็กท่ีมีความฉลาดทางสติปญั ญา
ต่ำกว่าเกณฑ์จะได้รบั การช่วยเหลอื ดแู ลอย่างตอ่ เนอื่ งเพื่อนำไปสู่เดก็ ไทยที่มสี ติปัญญาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 100
พบปัญหาและอุปสรรค ดงั ต่อไปนี้
ตารางที่ 10 แสดงปญั หา อปุ สรรค ของการพัฒนาความฉลาดทางสตปิ ญั ญาเด็กตำ่ กว่าเกณฑ์
ปัญหา/อุปสรรค/ปจั จยั ทีท่ ำให้การดำเนินงานไม่ ขอ้ เสนอแนะที่ใหต้ อ่ หนว่ ยรับตรวจ
บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์
ความฉลาดทางสติปัญญา
บุคลากรท่มี ีความเช่ียวชาญด้านพัฒนาการเด็กและ พฒั นาศักยภาพบุคลากรให้มคี วามเชยี่ วชาญดา้ น
สขุ ภาพจิตไม่เพียงพอ พ ฒั นาการเด็กและสุขภาพ จติ เดก็ ให ม้ คี วาม
ครอบคลุม
การติดตามเด็กกลุ่มเส่ียงท่ีเข้ารับบรกิ ารไมต่ อ่ เน่ือง สร้างเครือข่ายร่วมมอื เช่ือมโยงการดูแลและ
ชว่ ยเหลือเด็กกลุ่มเสีย่ งกับโรงเรยี นและโรงพยาบาล
ชุมชน
การลงบนั ทกึ ข้อมลู การกระตุ้นพัฒนาการดว้ ย ส่ือสารข้อมูลให้มีความชัดเจน อบรมการลงขอ้ มูล
TEDA41 ไม่สมบรู ณ์ รว่ มกันระหวา่ งผปู้ ฏิบตั ิงานและผบู้ นั ทกึ ข้อมูลอยา่ ง
ตอ่ เนอ่ื ง
ดา้ นความฉลาดทางอารมณ์
ครูและผปู้ กครองขาดความเขา้ ใจเรอ่ื ง EQ ส่งผลตอ่ สร้างความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคญั
การลง Intervention เมือ่ พบเดก็ ท่ีมี EQ ในเรือ่ ง EQ แก่ ครู ผู้ปกครอง และชาชนชนทวั่ ไป
ท่มี า : กระทรวงสาธารณสุข, 2561
นอกจากนก้ี ารดำเนินงานของสำนกั งานกองทนุ สนบั สนนุ สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ปี พ.ศ. 2561 ได้ดำเนนิ งาน
โครงการส่งเสริมการเรียนร้สู ุขภาวะในเดก็ ด้อยโอกาสทั่วประเทศ 189 โครงการ ใน 57 จังหวัด โดยมี
กลุม่ เป้าหมายท่สี ำคญั คือ เดก็ 16,600 คน ซง่ึ ในจำนวนนีเ้ ป็นเดก็ ยากจนมาเปน็ เป็นพเิ ศษ 6,351 คน เด็กไม่
มสี ัญชาติ 4,071 คน เด็กชาติพนั ธ์ุ 2,575 คน และเดก็ พิการ 1,660 คน ซงึ่ มีปญั หาทีม่ คี วามหลากหลาย
ทั้งร่างกาย พฒั นาการ สตปิ ญั ญา การเหน็ คุณค่าในตนเอง การดำเนนิ โครงการนนั้ ทำผ่านสองกิจกรรมคือ
การจดั การเรยี นการสอน และการพฒั นาทกั ษะชีวิต ผลการดำเนนิ การพบวา่ สามารถเสริมสรา้ งเจตคติ
ทถ่ี ูกตอ้ งเก่ียวกบั การดแู ลตนเองและกอ่ ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจในสุขภาพมากขึ้น เกิดการปรบั เปลย่ี น
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 54
พฤติกรรมสขุ ภาวะกอ่ ให้เกิดความภาคภมู ิใจและเห็นคุณคา่ ในตนเองมากขึ้น (สำนกั งานกองทุนสนับสนนุ สรา้ ง
เสรมิ สุขภาพ, 2561)
2.3.2 อตั ราการเสยี ชีวิตจากการจมน้ำของเด็กอายตุ ่ำกว่า 15 ปี
2.3.2.1 สภาพการณ์และแนวโน้ม
สำหรับสถานการณเ์ ด็กจมนำ้ ปี พ.ศ. 2561 และมาตรการปอ้ งกัน ขอ้ มูลทว่ั ไปพบว่า ในประเทศไทย
การจมนำ้ เป็นสาเหตกุ ารเสียชวี ิตอันดับ 1 ของเด็กไทยทอ่ี ายตุ ำ่ กว่า 15 ปี และทกุ ๆ วันจะมเี ด็กจมน้ำเสยี ชีวิต
จำนวน 2 คน สถิตปิ ี พ.ศ. 2561 พบเด็กจมนำ้ เสยี ชวี ิต 681 ลดลงจาก พ.ศ. 2560 จำนวน 36 คนโดยในปี
พ.ศ. 2560 มจี ำนวนเด็กจมน้ำ 717 คน ชว่ งระยะเวลาทีเ่ ด็กจมน้ำมากท่ีสุดคือช่วงปิดเรียนและชว่ งวนั หยดุ
เสาร์ อาทติ ย์ แหล่งน้ำที่จมมากท่ีสดุ คอื แหลง่ น้ำตามธรรมชาติ ชว่ งขณะที่เดอื นเมษายนพบเด็กจมนำ้ มากท่สี ดุ
รองลงมาคือมีนาคม และพฤษภาคม สาเหตุการจมน้ำ คอื ไม่มคี วามรเู้ รอ่ื งความปลอดภยั ทางนำ้ ไม่รวู้ ธิ ีการ
เอาชวี ติ และตัวรอดในน้ำ ชุมชนขาดการจดั การแหล่งนำ้ เส่ยี งทีม่ ีอยใู่ นชมุ ชน เช่น การตดิ ป้ายคำเตือน
การสร้างรวั้ ก้ัน เปน็ ตน้ (กองยทุ ธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข, 2562)
2.3.2.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข จดั การรณรงค์ “บ้านเร่ิม ชมุ ชนรวม ป้องกันเดก็ จมนำ้ ” ช่วงปดิ
ภาคเรียนฤดรู ้อนเพ่อื ให้ผูป้ กครองดแู ล ผู้ดูแลเด็กและชุมชนตระหนกั ถงึ โอกาสเสี่ยง วิธีการป้องกันการจมน้ำ
รวมทั้งร่วมกบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ผลักดันให้เกดิ ผู้ก่อการดี อย่างน้อยตำบลละกลมุ่ เพื่อชว่ ยกนั
ดำเนินการปอ้ งกันปญั หาการจมน้ำของเด็ก เช่น การจดั การแหล่งเส่ียง การสอนหลักสูตรว่ายน้ำเพ่อื เอาชีวติ
รอด และการฝกึ ปฏบิ ตั ิคนื ชีพ (กระทรวงสาธารณสุข, 2561)
2.3.3 การเจริญเตบิ โต ภาวะเรมิ่ อว้ น ภาวะอ้วนและสว่ นสงู ของเดก็ วัยเรียน
2.3.3.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
ข้อมลู จากระบบรายงานมาตรฐานของสำนกั นโยบายและยุทธศาสตรก์ ระทรวงสาธารณสุขใน
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 พบวา่ รอ้ ยละของเดก็ วัยเรยี นสูงดี สมสว่ น มจี ำนวนร้อยละ 65.59 ซ่งึ ยงั คงตำ่ กว่า
เกณฑ์ท่ีกระทรวงสาธารณสขุ กำหนด คอื ร้อยละ 66
การสำรวจภาคการศกึ ษาที่ 1 (พฤษภาคม-กรกฎาคม) พบเด็กวัยเรยี นสงู ดีสมสว่ น รอ้ ยละ 64.33
ซึ่งยังคงไม่บรรลุเกณฑ์เปา้ หมายของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดคอื รอ้ ยละ 66 นอกจากนพ้ี บวา่ มีเด็กภาวะ
ผอม ร้อยละ 4.87 ภาวะอว้ นและเริม่ อว้ นรอ้ ยละ 12.31 และเด็กท่ีมีภาวะเตยี้ ร้อยละ 6.62
ภาคการศึกษาที่ 2 (ตลุ าคม-มกราคม) พบเดก็ วัยเรยี นสูงดสี มส่วน รอ้ ยละ 65.59 ซง่ึ ยังคงไมบ่ รรลุ
เกณฑ์เปา้ หมายของกระทรวงสาธารณสขุ กำหนดคอื ร้อยละ 66 พบว่ามเี ดก็ ภาวะผอม ร้อยละ 4.18
ภาวะอว้ นและเรม่ิ อว้ นรอ้ ยละ 11.13 และเดก็ ท่มี ภี าวะเตยี้ รอ้ ยละ 6.92
ข้อมูลการเจรญิ เติบโตของเดก็ วยั เรียน ตามตวั ชว้ี ดั ระดงั จงั หวัดของสำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์
กระทรวงสาธารณสขุ พบวา่ ในปีงบประมาณ 2561 เด็กวัยเรียน (อายุ 6-14 ป)ี มสี ่วนสูงระดับดแี ละมีรูปร่าง
สมสว่ น ร้อยละ 65.12 และจากข้อมลู ย้อนหลังสามปี พบว่ามแี นวโนม้ ไม่แน่นอน คอื ในปี พ.ศ. 2559 และ ปี
พ.ศ. 2560 มีเดก็ วยั เรยี น (อายุ 6-14 ป)ี มสี ว่ นสงู ระดบั ดแี ละมรี ปู ร่างสมสว่ น รอ้ ยละ 63.36 และ ร้อยละ
65.58 ตามลำดับ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 55
แผนภมู ิที่ 17 แสดงการเจรญิ เติบโตของเดก็ วัยเรยี น
การเจริญเติบโตของเด็กวัยเรียน 65.12
65.58
63.36
2559 2560 2561
ที่มา: สำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2559, 2560, 2561
2.3.3.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปญั หา
การดำเนนิ งานของกระทรวงสาธารณสุข ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 มดี งั ต่อไปนี้ (1) การดำเนนิ งานของ
แต่ละจงั หวัดต้องมีการจัดทำแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมการดำเนนิ งานส่งเสรมิ ให้เด็กวัยเรยี นสูงดสี มสว่ น
การป้องกันและแก้ไขปญั หาทุพโภชนาการตามแผน และมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมเด็กวัยเรยี นสูงดสี ม
ส่วนและแกไ้ ขปญั หาทุพโภชนาการ (ผอม อ้วน เตยี้ ) มกี ารตดิ ตาม ควบคุมและประเมนิ ผลภาวะโภชนาการ
รวมท้ังสง่ ตอ่ ผลการดำเนินงานไปยังศูนย์บรกิ ารสาธารณสุข (2) ศูนยบ์ รกิ ารสาธารณสขุ ดำเนินงานดา้ นการ
รายงานผลสง่ ส่วนกลางและตรวจสอบคุณภาพความครอบคลมุ ของภาวะโภชนาการและเทยี บเคยี งคา่
เปา้ หมายในระบบรายงาน (กองยุทธศาสตรแ์ ละแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข, 2561)
สำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพยังได้ ดำเนนิ งานในปี พ.ศ. 2561 ในประเด็น
“อย่าปลอ่ ยให้เดก็ อ้วน” โดยการพัฒนาองค์ความร้แู ละถอดบทเรียนการสรา้ งสรรค์สือ่ เพ่ือรณรงคก์ ารลด
น้ำหนักเดก็ ภายใต้หัวขอ้ “อยา่ ปลอ่ ยใหเ้ ดก็ อว้ น” (ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักผลไม)้ ผลิตเป็นคมู่ อื และเผยแพร่
แก่สถานศึกษากว่า 500 แห่ง ในสงั กัดกรุงเทพมหานคร นอกจากน้ยี ังมีโครงการ “พัฒนาศนู ยก์ ารเรยี นรแู้ ละ
ขยายผลต้นแบบโรงเรยี นเด็กไทยแก้มใส” โดยดำเนินงานรว่ มกับมูลนิธิสง่ เสริมวถิ บี ริโภคอาหารเพือ่ สขุ ภาพ
ผลการดำเนินงานพบวา่ มกี ารจัดกจิ กรรมตามองค์ประกอบทง้ั 8 คอื การเกษตรในโรงเรยี น สหกรณ์นกั เรียน
การจัดบรกิ ารอาหารกลางวัย การติดตามภาวะโภชนาการ พัฒนาสขุ นสิ ัยนักเรยี น บริการสุขภาพ อนามยั
สง่ิ แวดล้อมของโรงเรียน จดั การเรียนรูเ้ กษตร โภชนาการ สุขภาพอนามัย (สำนกั งานกองทนุ สนับสนุนการ
สร้างเสริมสุขภาพ, 2561)
2.3.4 คณุ ภาพการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
2.3.4.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
(1) คณุ ภาพการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
ผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 พบวา่ ผลคะแนนทุก
กล่มุ สาระการเรียนรู้มคี ะแนนเฉลย่ี เพมิ่ ขน้ึ จากปกี ารศกึ ษา 2560 เรียงลำดบั จากมากไปหาน้อย ดงั นี้
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 56
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพม่ิ ขน้ึ 9.32, 2.74, 0.7, 0.1
ตามลำดับ เม่ือพจิ ารณาจากคะแนนเฉลยี่ รวมทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้ พบวา่ คะแนนเฉลี่ยปกี ารศกึ ษา 2561
เพ่มิ ข้นึ 3.21 คะแนน เมือ่ เทียบกับปีการศึกษา 2560 (กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2562)
ตารางที่ 11 แสดงผลการทดสอบทางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน (O-NET) พ.ศ. 2561
ชั้น ปี ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ อังกฤษ รวมทุกกลุม่
ป. 6 2561 54.61 35.65 38.83 35.47 41.14
2560 45.29 35.55 38.13 32.73 37.93
ผลต่าง 9.32 0.1 0.7 2.74 3.21
สรุปผล เพ่ิมข้นึ เพ่มิ ขึน้ เพ่มิ ขึน้ เพมิ่ ข้ึน เพิ่มขึน้
ทมี่ า: กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2562
ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขัน้ พนื้ ฐาน (O-NET) ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ยอ้ นหลงั 3 ปี
การศกึ ษา (ปี พ.ศ. 2559-2561) พบว่า กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ มีคะแนนเฉลี่ยเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเนื่อง
ในขณะทีก่ ลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์ ใน ปี พ.ศ. 2560 – 2561 มีคะแนนลดลงตำ่ กว่าปี
พ .ศ. 2559 สว่ นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษ าไท ยคะแนนเฉล่ียลดลงในป กี ารศกึ ษ า 2560 ลดลง
แตใ่ นปีการศกึ ษา 2561 คะแนนเฉลย่ี เพิ่มขนึ้ เมอื่ พจิ ารณาจากคะแนนเฉลี่ยรวมทกุ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ พบวา่
คะแนนเฉล่ียรวมลดลงในปกี ารศึกษา 2560 ส่วนในปกี ารศึกษา 2561 คะแนนเฉลีย่ เพิม่ ขึ้น ดังตารางด้านล่าง
(กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2562)
ตารางที่ 12 แสดงผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขั้นพ้นื ฐาน (O-NET)
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6
ปี ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ องั กฤษ รวมทุกกลมุ่
2561 54.61 35.65 38.83 35.47 41.14
2560 45.29 35.55 38.13 32.73 37.93
2559 51.88 38.76 40.27 31.11 40.51
ทมี่ า: กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2562
(2) ความสามารถในการแข่งขนั ดา้ นการศกึ ษาของประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2561 สถาบัน IMD World Competitiveness Center13 ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์ ไดเ้ ผยแพร่
รายงาน IMD World Competitiveness Yearbook 2018 ซ่งึ เปน็ การรายงานการจดั อนั ดับขีดความสามารถ
ในการแขง่ ขนั ของประเทศตา่ ง ๆ 63 ประเทศท่ัวโลก ซึง่ การจัดอันดับความสามารถในการแขง่ ขันทางด้าน
การศึกษาซึง่ เป็น 1 ใน 5 ของปัจจยั ยอ่ ยในปจั จยั หลักด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน ประเทศไทยมีอันดบั ด้าน
การศึกษาอยู่ในอันดบั ที่ 56 ลดลง 2 อันดับเมอื่ เปรียบเทียบกับ ปี พ.ศ. 2560 หากเปรียบเทียบกบั ประเทศ
ในภูมภิ าคอาเซยี น พบว่า ไทยมีอันดบั ดีกว่าอินโดนเี ซยี และฟลิ ิปปนิ ส์ (อนั ดบั 57,61) ส่วนมาเลเซยี และ
สิงคโปร์ได้อนั ดบั ดกี วา่ ไทย ทง้ั นป้ี ระเทศสิงคโปร์มีสมรรถนะดา้ นการศกึ ษาสงู เป็นอันดบั 2 ของโลก (IMD, 2)
13 สถาบนั IMD World Competitiveness Center ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 57
เมอื่ พิจารณาผลการจดั อันดับความสามารถในการแข่งขันด้านการศกึ ษาของประเทศไทยตัวช้ีวดั ทมี่ ี
อันดับดีขึ้น มจี ำนวน 5 ตัวชีว้ ัด เปน็ ตัวชวี้ ัดท่ไี ด้จากการรวบรวมขอ้ มลู สถติ ิ 2 ตวั ชวี้ ัด ไดแ้ ก่ (1) งบประมาณ
ด้านการศกึ ษาต่อประชากร (2) อัตราสว่ นครูตอ่ นกั ศึกษาระดบั มัธยมศึกษาและตวั ชีว้ ัดทไ่ี ดจ้ ากการสำรวจ
ความคิดจากผูบ้ ริหารภาคเอกชน ไดแ้ ก่ (1) ความคิดเหน็ ตอ่ ระบบการศึกษาท่ตี อบสนองต่อความสามารถ
ทางดา้ นเศรษฐกจิ และ (2) ความคดิ เห็นต่อการจัดการศกึ ษาที่ตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของภาคธุรกจิ
ตัวชวี้ ัดท่มี อี ันดับเทา่ เดิม มี 7 ตวั ชี้วัด โดยเป็นตวั ชีว้ ัดที่ได้จากการรวบรวมขอ้ มูลสถิติ 5 ตัวชี้วัด ไดแ้ ก่
(1) งบประมาณด้านการศกึ ษารายหัวต่อหัวต่อนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (2) รอ้ ยละของผูห้ ญิงท่ีจบการศกึ ษา
ระดบั ปริญญาตรีขึ้นไป (3) จำนวนนกั ศกึ ษาตา่ งชาติท่เี ข้ามาเรียนระดับอุดมศกึ ษาในประเทศตอ่ ประชากร
1,000 คน (4) จำนวนนกั ศึกษาตา่ งชาตทิ ่ไี ปศึกษาตอ่ ระดบั อดุ มศกึ ษาต่อประชากร 1,000 คน (5) ผลการ
ทดสอบ PISA และตัวช้ีวัดที่ไดจ้ ากการสำรวจความคดิ เห็นจากผบู้ รหิ ารภาคเอกชน 2 ตวั ชีว้ ดั ได้แก่
(1) ความคดิ เหน็ ต่อระบบการศึกษาท่ตี อบสนองตอ่ ความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ
(2) ความคิดเห็นตอ่ การตอบสนองความสามารถในการแข่งขันทางดา้ นเศรษฐกจิ
สำหรับตวั ชวี้ ัดที่มีคา่ ลดลงทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับกล่มุ เด็กวยั นี้ คอื อตั ราส่วนครูต่อนักเรียนระดับประถมศกึ ษา
อันดบั ท่ี 40 จากอันดบั 27 ลดลง 13 ลำดับ โดยไทยมีอตั ราส่วนครตู อ่ นกั เรียนระดับประถมศึกษาลดลงจาก
1: 15.39 เปน็ 1: 16.88 เปน็ ท่นี า่ สังเกตวา่ จำนวนนักเรยี นเพมิ่ ข้นึ เพียง 1.49 แต่ทำใหอ้ นั ดับต่ำลงถึง
13 อนั ดับ แสดงให้เห็นว่าประเทศอืน่ มพี ัฒนาการดา้ นอัตราสว่ นครตู ่อนกั เรียนในระดบั ประถมศึกษาดีขน้ึ
อย่างไรก็ตามค่าของประเทศไทยไมต่ า่ งจากคา่ เฉลีย่ (16.39) มากนกั (MID World Competitiveness
Yearbook 2017-2018, 2019)
2.3.4.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
นโยบายสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มกี ารดำเนนิ งานดา้ น
การศกึ ษาของเด็กกอ่ นประถมศกึ ษาและระดับการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน ดงั ต่อไปนี้ (สำนกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน, 2561)
นโยบายท่ี 1 ดา้ นการจัดการศึกษาเพ่ือความมน่ั คง ประกอบไปด้วย ยุทธศาสตร์ท่ี 1 จัดการศกึ ษาเพอ่ื
ความมนั่ คง ปลูกฝงั และเสริมสรา้ งประชาธิปไตย ความสามคั คี ปลกู ฝังการเรยี นรดู้ ้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ
ค่านิยมทีพ่ งึ ประสงค์
นโยบายที่ 2 ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี นและสง่ เสรมิ การจัดการศึกษาเพื่อสร้างขีดความสามารถ
ในการแข่งขนั ตามยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 พัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นและส่งเสริมการจดั การศึกษาเพอื่ สร้างขีด
ความสามารถในการแข่งขนั ประกอบไปด้วย การปรับหลักสตู ร การวัดและการประเมนิ ที่เหมาะสม
เพม่ิ ศักยภาพและขีดความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนอย่างนอ้ ยหน่ึงภาษาใหแ้ ก่ผเู้ รยี น
และพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ เช่น การสง่ เสรมิ ใหเ้ ด็กปฐมวัยอา่ นออกเขียนได้ตามวยั สง่ เสริมการจัดการ
เรียนร้ผู า่ นกิจกรรมและการปฏิบตั ิจรงิ นอกจากนีย้ ังหมายรวมไปถงึ การเพม่ิ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั
และส่งเสริม สนบั สนุนการทำวิจัย
นโยบายดา้ นท่ี 3 คือ การสง่ เสริม พฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 สง่ เสรมิ
สนบั สนุนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการเพ่มิ พลังชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม
และการปฏิบตั ิจริง และพฒั นาระบบการบริหารบุคคลใหม้ ปี ระสิทธิภาพ ท้ังการกำหนดอัตรากำลงั การสรรหา
การบรรจแุ ต่งตง้ั การประเมนิ และการพฒั นา
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 58
นโยบายท่ี 4 ด้านโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทยี ม การเข้าถงึ บรกิ ารทางการศกึ ษา
ภายในยุทธศาสตร์ที่ 4 คือ ขยายโอกาสการเข้าถึงบรกิ ารทางการศึกษาและการเรียนรู้อยา่ งมีคณุ ภาพ โดยการ
เพิม่ โอกาสการเข้าถงึ การศึกษาทมี่ ีคณุ ภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น การประสานหนว่ ยงาน
ท่ีเกย่ี วขอ้ งในการจดั การศกึ ษาทเ่ี หมาะสมสำหรับเด็กด้อยโอกาสที่ไม่อยู่ในทะเบียนราษฎร์ เดก็ พลดั ถ่ิน
เป็นตน้
นโยบายท่ี 5 ดา้ นการจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ทีเ่ ปน็ มิตรกับส่งิ แวดล้อม ในยทุ ธศาสตรท์ ่ี
5 จดั การศึกษาเพ่อื เสรมิ สร้างคุณภาพชีวิต สนบั สนุนใหส้ ถานศกึ ษาพฒั นาหลกั สตู ร กระบวนการเรยี นรู้ แหล่ง
เรียนรูแ้ ละส่อื การเรียนร้ตู ่าง ๆทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับการเสรมิ สร้างคณุ ภาพชวี ติ ท่ีเปน็ มติ รกับสง่ิ แวดล้อม รวมทั้ง
การสรา้ งเครอื ข่ายความรว่ มมอื กบั ภาคสว่ นต่าง ๆในการอนรุ ักษ์ธรรมชาติ
นโยบายที่ 6 ด้านการพัฒนาระบบบริหารจดั การและส่งเสริมใหท้ ุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจดั
การศึกษา ในยุทธศาสตร์ที่ 6 พฒั นาระบบบริหารจัดการให้มปี ระสทิ ธิภาพ โดยการพัฒนาระบบวางแผน การ
กำกับ ตดิ ตาม พัฒนาระบบงบประมาณและการสนบั สนุนคา่ ใช้จา่ ยเพือ่ การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานท่ีมมี าตรฐาน
และสามารถเช่อื มโยงกนั และกนั ได้
2.3.5 สถานการณ์เดก็ ทอ่ี ยู่ในครอบครวั ยากจน
2.5.1 สภาพการณแ์ ละแนวโน้ม
การสำรวจของกองทนุ เสมอภาคเพือ่ การศึกษาร่วมกบั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
(สพฐ.) ไดส้ ำรวจสถานะนักเรยี นยากจนและยากจนพิเศษ ปี พ.ศ. 2561 โดยการใช้เกณฑ์วัดกรองนักเรยี น
ยากจนดว้ ยวธิ ีการวัดจากรายได้ทางออ้ ม (Proxy Mean Test) พบวา่ มีนักเรยี นท่ผี า่ นเกณฑ์การคัดกรองทมี่ ี
รายไดค้ รวั เรือนน้อยกวา่ 3,000 บาทตอ่ คน/เดอื น มีภาระพ่ึงพงิ และอาศยั ในบ้านทรดุ โทรม ไมม่ ยี านพาหนะ
บางส่วนประกอบอาชีพเปน็ เกษตรกรไม่มที ี่ดินทำกิน รวมท้ังหมด 1,696,433 คน โดยแบง่ เป็นนกั เรยี นยากจน
1,075,476 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 22.3 ของนกั เรยี นท้ังหมด และนักเรยี นพิเศษ 620,937 คน คิดเปน็ ร้อยละ
12.9 ของนกั เรยี นทั้งหมด ซึง่ กลมุ่ หลังนั้นเป็นกลุ่มทจี่ ะต้องไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื อยา่ งเรง่ ดว่ น เน่ืองจาก
ครอบครัวมรี ายไดเ้ ฉลย่ี เพยี งเดอื นละ 1281 บาท เท่าน้นั ซง่ึ ไมเ่ พียงพอตอ่ การดำรงชวี ติ ภูมิภาคทีม่ นี กั เรยี น
ยากจนมากท่ีสดุ คือภาคเหนอื ในบรเิ วณพน้ื ท่ีสงู และตะเข็บชายแดน โดยจงั หวดั ท่ีมีเดก็ ยากจนพเิ ศษ
จำนวนมากที่สุด 10 อันดบั แรก ไดแ้ ก่ แมฮ่ ่องสอน ตาก นราธิวาส ยะลา นา่ น สตลู เชยี งใหม่ ปตั ตานี
นครราชสมี า มหาสารคาม (กองทุนเสมอภาคเพือ่ การศึกษา, 2561)
แม้วา่ นักเรียนยากจนและนกั เรียนยากจนพเิ ศษจะไดร้ ับการสนบั สนนุ จากสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน (สพฐ.ในรูปแบบของการจัดสรรเงินอดุ หนุนปัจจยั พ้ืนฐานจากนักเรยี นทย่ี ากจนแตย่ ังคง
ไมเ่ พยี งพอตอ่ ความต้องการและเงินทสี่ นับสนุนน้นั ยงั คงนอ้ ยกวา่ ค่าครองชีพ เช่น คา่ เดนิ ทาง ค่าอาหาร
คา่ เครือ่ งแบบ ซงึ่ ล้วนแล้วแต่มีมูลคา่ สงู กวา่ ทรี่ ฐั จัดสรรให้และยังคงไมป่ รบั เพม่ิ มากวา่ สิบปีแล้วส่งผลให้เดก็
จำนวนมากเสี่ยงทจ่ี ะออกจากระบบการศกึ ษา (กองทุนเสมอภาคเพ่ือการศึกษา, 2561)
2.5.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
การดำเนินงานเพ่ือแกไ้ ขปญั หานักเรียนยากจนของกองทนุ เสมอภาคเพ่ือการศึกษา พบว่า
การดำเนินงานในปี พ.ศ. 2561 มีนักเรียนท่ีพลาดโอกาสในการรบั ทนุ 2 กลมุ่ คอื (1) นักเรียนไม่ขอรบั เงนิ
อดุ หนนุ จำนวน 83,974 คน และ (2) สถานศกึ ษาทีย่ ังบันทึกข้อมลู ไม่ครบ ทั้งส้ิน จำนวน 34,742 คน
ท้ังหมดรวมแล้ว 118,689 คน สง่ ผลใหน้ กั เรยี นทอ่ี ยู่ในเกณฑ์ยากจนพเิ ศษพลาดโอกาสในการรับเงินทุดหนนุ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 59
สรา้ งโอกาสทางการศกึ ษานี้ ทวา่ ผลสำเรจ็ ของโครงการเงนิ อุดหนนชุ ่วยเหลอื เด็กยากจนพเิ ศษอย่างมีเงื่อนไข
ของโรงเรียนสังกดั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานสามารถชว่ ยเหลอื เดก็ ยากจนพิเศษ จำนวน
510,040 คน ท่ัวประเทศแตก่ ลับยังมีเดก็ ท่ขี าดโอกาสอีกจำนวนมากทย่ี งั คงเข้าไมถ่ งึ แหล่งทุน ในขณะท่ี
วิธีการใช้จา่ ยเงินอดุ หนนุ ปจั จยั พืน้ ฐานนักเรียนยากจน พ.ศ. 2561 ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั
พน้ื ฐาน จัดสรรงบใหน้ กั เรียนยากจน จำนวน 1,696,433 คน ซ่งึ ในระดบั ประถมศกึ ษาจะได้รบั เงนิ อุดหนนุ
ทง้ั สน้ิ 500 บาทในขณะที่ระดบั มธั ยมศกึ ษาไดร้ บั เงนิ อุดหนนุ จำนวน 1,500 บาทต่อคนตอ่ ภาคการศึกษา
สำหรับการอุดหนนุ ค่าหนังสอื และอปุ กรณก์ ารเรยี น ค่าเสื้อผา้ และเคร่อื งแต่งกายนกั เรยี นและค่ายานพาหนะ
ในการเดนิ ทาง(กองทนุ เสมอภาคเพอ่ื การศกึ ษา, 2561)
2.4 ชว่ งเด็กวยั 13-17 ปี
2.4.1 การใชอ้ นิ เตอรเ์ น็ตและสือ่ ออนไลน์
2.4.1.1 สภาพการณ์และแนวโน้ม
การสำรวจ การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในครวั เรือน พ.ศ. 2561 (สำนกั งานสถิติ
แหง่ ชาติ กระทรวงดิจิทลั เพื่อเศรษฐกิจและสงั คม, 2562) สำรวจประชากรกลุ่มเปา้ หมาย คอื ครวั เรือนทัง้ ใน
และนอกเขตเทศบาลทุกจงั หวัดทว่ั ประเทศ จำนวนทงั้ สน้ิ 83,880 ครวั เรอื นโดยการเก็บขอ้ มูลจากการ
สมั ภาษณห์ วั หน้าครัวเรือนและสมาชิกในครัวเรือน กลุ่มตัวอย่างมีอายุ 6 ปขี น้ึ ไป ในประเด็นการใช้
อินเตอร์เน็ตตามกลุม่ อายตุ ่าง ๆ ในปี พ.ศ. 2557-2561 สามารถสรปุ ไดด้ ังนี้ ทกุ กลุ่มมแี นวโน้มใชอ้ ินเตอร์เนต็
สูงข้ึน โดยในปี พ.ศ. 2561 กลมุ่ อายุ 15-24 ปีใช้อินเตอรเ์ น็ตสูงสดุ รอ้ ยละ 91.4 รองลงมาคือกลมุ่ อายุ
25-34 ปี รอ้ ยละ 84.4 กล่มุ อายุ 6-14 ปี ร้อยละ 69.6 กลุ่มอายุ 35-49 ปี รอ้ ยละ 62.1 และในกลมุ่ อายุ
50 ปีขนึ้ ไป มีเพียงร้อยละ 21.2 ซง่ึ ทุกช่วงอายมุ ีแนวโนม้ ใชอ้ นิ เตอร์เนต็ มากขึน้ ทุกปี ดังตารางดา้ นลา่ ง
ตารางที่ 13 แสดงร้อยละของประชากรอายุ 6 ปี ขึ้นไปท่ีใช้อนิ เตอร์เน็ต ตามกลุ่มอายุ พ.ศ. 2557-2561
ปี กลุ่มอายุ (ปี)
6-14 15-24 25-34 35-49 50 ปขี ึน้ ไป
2557 58.2 69.7 48.5 25.9 8.4
2558 58.0 76.8 60.1 31.8 9.6
2559 61.4 85.9 73.6 44.9 13.8
2560 63.4 89.8 80.3 54.9 18.2
2561 69.6 91.4 84.4 62.1 21.2
ท่มี า: สำนกั งานสถิติแหง่ ชาติ, 2561
สถานท่ใี ช้อนิ เตอร์เนต็ พบว่าสว่ นใหญ่ใชต้ ามสถานทตี่ า่ ง ๆ ผ่านโทรศัพท์มอื ถือ รอ้ ยละ 89.9 รองลงมา
คือที่บ้าน ทพ่ี กั อาศยั ร้อยละ 67.5 ใช้ที่ทำงาน ร้อยละ 31.2 และท่สี ถานศกึ ษา รอ้ ยละ 23.0
กจิ กรรมท่ใี ช้ คือ โซเชยี ลเนต็ เวิรค์ รอ้ ยละ 94.1 รองลงมาคือใช้ในการดาวนโ์ หลดรูปภาพ หนัง วดิ ีโอ
เพลง เล่นเกม ดูหนงั ฟังเพลง วิทยุ ร้อยละ 89.3 ใช้ในการอพั โหลดขอ้ มูล เพลงและเพื่อแบง่ ปันบนเวบ็ ไซต์
รอ้ ยละ 57.0 และใช้ในการหาขอ้ มูลเกยี่ วกบั สินคา้ และบรกิ ารร้อยละ 45.2 การสำรวจความถีใ่ นการใช้
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 60
อินเตอร์เนต็ พบว่า ใชอ้ นิ เตอร์เนต็ 5-7 วนั ใน 1 สปั ดาห์ รอ้ ยละ 84.6 รองลงมาใช้ 1-4 วนั ตอ่ สัปดาห์
ร้อยละ 14.3 ชว่ งเวลาท่ใี ช้อินเตอรเ์ น็ต พบว่า เวลาใชอ้ นิ เตอรเ์ น็ตสว่ นใหญ่ คอื ชว่ งเวลาระหวา่ งเวลา
16.00-19.59 น. รอ้ ยละ 45.7 รองลงมาคอื ชว่ งเวลา 12.00-15.59 น. รอ้ ยละ 33.3 และชว่ งเวลา
8.00 -11.59 น. รอ้ ยละ 28.8 ตามลำดับ
2.4.1.1 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปญั หา
การดำเนินงานดา้ นการปอ้ งกนั ปัญหาจากการใชอ้ ินเตอร์เนต็ และสอ่ื ออนไลนน์ ้ันปรากฏในยุทธศาสตร์
สง่ เสรมิ และปกป้องค้มุ ครองเดก็ และเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ พ.ศ. 2560-2564 ซ่ึงเร่ิมการขับเคลอ่ื นแผน
ยุทธศาสตรด์ งั กลา่ วในปี พ.ศ. 2561 แผนฯ มีเปา้ หมาย คอื ภายในปี พ.ศ. 2564 สงั คมไทยมรี ะบบและกลไก
ท่ีชัดเจนในการขับเคล่อื นการสง่ เสริมและปกป้องคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชนใหร้ เู้ ท่าทนั การใช้สอ่ื ออนไลน์
อยา่ งปลอดภยั และสรา้ งสรรคร์ วมทั้งมีกฎหมาย มีองค์ความรู้ และมกี ารจดั การที่มีประสิทธิภาพท่ที ำใหเ้ ด็ก
และเยาวชนมคี วามรู้ พฤติกรรมและทกั ษะการใชส้ ือ่ ออนไลนอ์ ย่างปลอดภัยและสรา้ งสรรคเ์ พิ่มมากขน้ึ
ประกอบไปด้วยยทุ ธศาสตร์ทัง้ หมด 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 การพัฒนากลไกและเครือข่ายที่เปน็ เอกภาพและมีประสทิ ธภิ าพ ประกอบไปด้วย การ
จดั ตงั้ คณะอนุกรรมการสง่ เสริมการปกป้องคมุ้ ครองเด็กและเยาวชนในการใชส้ ่อื ออนไลน์ ส่งเสรมิ และ
สนับสนนุ ให้มีเครอื ขา่ ยภาคประชาสังคมทำงานเช่ือมประสานและบูรณาการรองรับการทำงานของภาครฐั
และผปู้ ระกอบการท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 การจดั ระบบปกป้องคุม้ ครองและเยยี วยาเดก็ และเยาวชน ประกอบไปดว้ ย ด้านการ
พัฒนากฎหมาย การบงั คับใช้กฎระเบียบท่ีเกี่ยวขอ้ ง ดา้ นการสง่ เสรมิ จริยธรรมและจรรยาบรรณ
ของผปู้ ระกอบการ ดา้ นการช่วยเหลอื ค้มุ ครองและเยยี วยา
ยุทธศาสตรท์ ่ี 3 การสรา้ งองค์ความรู้และการวิจยั ประกอบไปด้วย กำหนดปละผลกั ดันประเด็นการ
ร้เู ทา่ ทันสื่อออนไลนใ์ หเ้ ปน็ ประเดน็ การพัฒนาองค์ความรดู้ ้านการวจิ ัยระดบั ประเทศ จัดหา รวบรวมข้อมลู
แหลง่ เงนิ ทนุ สนบั สนุนการพฒั นาองค์ความรู้และการวจิ ัยทง้ั ในและตา่ งประเทศ สดุ ท้ายคือการสง่ เสรมิ ใหเ้ กิด
การนำองค์ความรู้จากการวิจัยไปสูก่ ารปฏบิ ัติและขบั เคลอื่ นนโยบายการพัฒนาและส่งเสรมิ การร้เู ท่าทันส่อื
ออนไลน์
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 การเสริมสรา้ งศกั ยภาพเดก็ เยาวชนและบุคคลแวดล้อม ประกอบไปดว้ ย สนบั สนนุ ให้
เกดิ การประสานงาน/ปฏิบัตใิ นการส่งเสรมิ การเรียนรู้ พฒั นาทรัพยากรการเรียนรู้ และหน่วยฝึกอบรม
ด้านการรู้เท่าทนั สอื่ ออนไลน์ พัฒนาบุคลากรภาครัฐและผมู้ ีสว่ นเก่ียวข้องมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในเชิงบูรณาการ
ในบทบาทหน้าท่ีของตนเองและบทบาทหนา้ ทข่ี องเครอื ขา่ ยการทำงานที่เกีย่ วขอ้ ง และสดุ ทา้ ยคอื การสร้าง
มาตรการจูงใจเพ่ือสง่ เสรมิ และสนับสนุนบุคคลและองค์กรในการรเู้ ท่าทันสื่อและการปกปอ้ งคุม้ ครองเด็ก
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 การสรา้ งความตระหนกั สาธารณะ โดยการสรา้ งความตระหนักใหส้ งั คมมคี วามรู้เท่าทนั
สอื่ ออนไลน์ ส่งเสรมิ การผลิตสื่อปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ สนบั สนนุ สอื่ มวลชนให้ตระหนักถงึ ความสำคัญของ
การกระทำทีร่ นุ แรงระหวา่ งเด็กด้วยกนั เอง และสรา้ งกลไกการตดิ ตามสถานการณ์สือ่ เพอ่ื ส่งเสริมการเรียนรู้
ดา้ นการปกปอ้ งและค้มุ ครองเด็กและเยาวชน (กรมกิจการเดก็ และเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสงั คมและ
ความมัน่ คงของมนุษย,์ 2561)
ในระดบั จงั หวดั สำนกั เฝ้าระวงั ทางวฒั นธรรม กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินงานพฒั นาสือ่ ปลอดภัยและ
สรา้ งสรรคจ์ ังหวดั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 (สำนักเฝ้าระวังทางวฒั นธรรม, 2561) มีกรอบกจิ กรรม
และการดำเนนิ งานดังต่อไปนี้
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 61
1. ดำเนนิ การตามนโยบายคณะกรรมการพัฒนาสือ่ ปลอดภยั และสรา้ งสรรค์แห่งชาติและ
คณะอนกุ รรมการพฒั นาสอื่ ปลอดภยั และสรา้ งสรรค์
2. เป็นศนู ยก์ ลางข้อมูลเก่ียวกบั สอื่ และวฒั นธรรมท้องถ่ินและศนู ย์ประสานงานกับศูนย์ปฏบิ ัตกิ ารสอื่
ปลอดภัยและสร้างสรรคแ์ ห่งชาติ 1765 สายดว่ นวัฒนธรรม
3. สำรวจและดำเนนิ งานเฝา้ ระวงั ทางวัฒนธรรมเชงิ รุกผา่ นสือ่ ภมู ิภาคเพ่อื แจง้ เตอื นการแก้ไขปญั หา
เสนอแนะการพัฒนาและยกยอ่ งสื่อปลอดภยั และสรา้ งสรรค์ภูมิภาค
4. สง่ เสรมิ สนับสนุนและพัฒนาเครอื ขา่ ยทางวฒั นธรรมในจงั หวัดให้เปน็ แนวรว่ มในการรณรงคก์ าร
รู้เทา่ ทนั สังคม สร้างภูมิคุ้มกนั การรักษาและสืบทอดทางวฒั นธรรมที่ดีงามในสงั คม การเลอื กเสพ
ส่อื ท่ีเหมาะสม การแจ้งเตือนและเผยแพรค่ วามรู้ ความเขา้ ใจในกฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง
5. รบั เรอ่ื งร้องเรยี นและประสานงานหน่วยงานที่เก่ยี วข้องเพ่อื แกไ้ ขปญั หาการรอ้ งเรียนเกย่ี วกับสื่อท่ี
ไมเ่ หมาะสมในท้องถนิ่
6. ดำเนนิ การสนับสนุนการประชาสมั พันธ์งานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สอื่ สร้างสรรค์
สังคมไทยผา่ นสอื่ ออนไลน์
ดา้ นกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภยั และสร้างสรรคไ์ ด้เปิดรบั ขอ้ เสนอโครงการหรือกิจกรรมเพ่อื ขอรับทนุ
สนบั สนุนจากกองทุนส่อื ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ ประจำปี พ.ศ. 2561 โดยแนวทางการให้ทุนสนบั สนุนแบ่ง
ออกเป็น 2 ประเภท คอื ทนุ แบบเปดิ ทั่วไป มวี งเงนิ 240 ลา้ นบาท และทนุ การสนับสนุนเชงิ ยุทธศาสตร์
งบประมาณ 160 ล้านบาท โดยทนุ เน้นไปทกี่ ารทำงานดา้ นสือ่ ประเภทต่าง ๆ เช่น สื่อหนงั สอื พมิ พ์
วทิ ยุ โทรทศั นแ์ ละภาคีของภาครัฐบาล การดำเนินงานจะเน้นไปท่กี ระบวนการ กลไกการทำงาน การวจิ ัยและ
องค์ความรู้ เน้นการวิจัยการพัฒนาทจี่ ะไปสูก่ ารสร้างนวัตกรรม (ไทยโพสต์, 2561)
2.4.2 ปญั หาโรคตดิ เกม
2.4.2.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
การวเิ คราะห์สถานการณ์ของสถาบันสุขภาพจิตเดก็ และวยั ร่นุ ในเขตกรุงเทพมหานคร พบวา่ ในปี พ.ศ.
2561 มเี ดก็ ป่วยเปน็ โรคติดเกมรายใหมเ่ ขา้ มารกั ษาตัวแล้วรวม 129 ราย ซง่ึ เพิ่มขนึ้ จากปี พ.ศ. 2559 ถึงหก
เทา่ ตวั และมเี ดก็ ท่ปี ว่ ยและได้รับวนิ จิ ฉัยจากจติ แพทย์วา่ เป็นโรคตดิ เกมรวมแลว้ 429 ราย หรอื พบได้ 1 ใน 3
ของเดก็ ป่วยทั้งหมด มากเป็นอันดบั 3 รองจากโรคสมาธิส้ัน และมปี ัญหาพฤติกรรมทดี่ อ้ื ร้ันโดยพบในเดก็ ชาย
มากกวา่ เด็กหญงิ ในอัตรา 7 ตอ่ 1 อายนุ ้อยท่สี ดุ คอื 5 ขวบและ อายุมากท่ีสดุ คือ 17 ปโี ดยเดก็ ที่ปว่ ยใช้เวลา
เล่นเกม 34 เดือน เฉลี่ยวนั ละ 5 ชวั่ โมง สถานทที่ เี่ ด็กใชเ้ ล่นเกมออนไลนม์ ากท่ีสดุ คอื บ้านพบมากถึงรอ้ ยละ 97
สว่ นทโี่ รงเรียนพบรองลงมาคอื รอ้ ยละ 72 สำหรบั รายงานผลการศกึ ษาของจิตแพทย์ทต่ี รวจรักษาเดก็ อายุ 6-
17 ปี ทปี่ ่วยเป็นโรคติดเกมวา่ จะพบรว่ มกับโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ดว้ ยถงึ 3-8 โรค ไดแ้ ก่ โรคสมาธสิ ้นั ปัญหา
จากการเรียนรู้ โรควติ กกงั วลการเขา้ สงั คม โรคยำ้ คดิ ย้ำทำ เปน็ ตน้ ขณะนสี้ ถาบันสขุ ภาพจติ และวัยรุ่นอยู่
ระหวา่ งการออกแบบการคดั กรองเดก็ กลมุ่ เส่ียงตดิ เกมร่วมกับครแู ละการบำบดั ครอบครัวในโครงการความ
ร่วมมือ 1 โรงพยาบาล 1 โรงเรียน ซ่งึ จะชว่ ยสอดส่องดูแล รกั ษาตั้งแต่ในระยะเร่มิ ตน้ หรือความรุนแรงอื่น ๆ
เพ่ือป้องกนั ไมใ่ ห้เกิดผลกระทบกับการเรยี น (Med Hub News, 2561)
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 62
2.4.2.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปัญหา
นโยบายกรมสุขภาพจติ ประจำปีงบประมาณ 2561 (กรมสุขภาพจิต, 2561) ประกอบไปดว้ ยนโยบาย
ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การพฒั นาสขุ ภาพจติ ตามกลุม่ วยั ในกลุ่มวยั รนุ่ และกล่มุ วยั เรยี น เนน้ หนักทก่ี ารเฝา้ ระวงั และการ
ดูแลช่วยเหลือเดก็ ท่มี ปี ัญหาทางอารมณ์ ทง้ั ในและนอกระบบการศึกษา
2. การพฒั นาความเป็นเลศิ ทางการบรกิ าร วิชาการด้านสขุ ภาพและจติ เวช ประกอบไปด้วย
(1) พฒั นาการดำเนินงานสขุ ภาพจิตชุมชนในระบบบรกิ ารปฐมภมู ิ โดยเนน้ การบรู ณาการงานดา้ นสขุ ภาพจติ
ทกุ กล่มุ วัยผ่านกลไกระบบสขุ ภาพระดับอำเภออยา่ งต่อเนอ่ื ง (2) พฒั นาคณุ ภาพมาตรฐานของระบบบรกิ าร
สุขภาพจติ และจติ เวชของหน่วยบรกิ ารสุขภาพ เนน้ การเพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการดแู ลรักษาจิตเวชเด็กและ
ผูป้ ่วยจติ เวชฉุกเฉิน (3) พัฒนาระบบการดำเนินงานสขุ ภาพจติ และจติ เวชด้วยกลไกของกฎหมาย โดยเน้นการ
ผลกั ดันและตดิ ตามบังคบั ใช้ พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ให้มปี ระสทิ ธิภาพ (4) พัฒนาคุณภาพ
ระบบการบริหารจดั การวกิ ฤตสิ ุขภาพจิต โดยเน้นการดแู ลและเยยี วยาจิตใจผู้ประสบภาวะวกิ ฤตอิ ย่างตอ่ เนอื่ ง
จนหมดความเส่ยี ง (6) พฒั นาวชิ าการทางด้านสุขภาพจติ และจติ เวช เนน้ การพฒั นานวัตกรรมเพือ่ ปอ้ งกันและ
แกไ้ ขปญั หาสขุ ภาพจิตและจติ เวชของประเทศโดยมกี ารแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ทางวิชาการ
3. การพัฒนากลไกเพื่อเสริมสรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจของประชาชนท่มี ปี ัญหาทางดา้ นสุขภาพจติ
เนน้ เสริมสรา้ งความรู้ทางด้านสุขภาพจติ และมีทศั นคตทิ ี่มีต่อผู้ทม่ี ภี าวะทางจติ
4. การพฒั นากลไกเพอ่ื เสรมิ สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจของประชาชนทม่ี ตี ่อปัญหาสุขภาพจติ โดยเนน้ ที่
ความสำคัญกบั การบรหิ ารองค์กรตามหลักธรรมาภิบาลทเ่ี นน้ การดำเนนิ งานอยา่ งมีคณุ ภาพและโปร่งใสทั่วทง้ั
องค์กร
ในปี พ.ศ. 2561 กรมสขุ ภาพจติ ได้ดำเนินงานในประเดน็ ดา้ นสขุ ภาพจิตอนั เกยี่ วโยงกบั เด็กและ
เยาวชนดังตอ่ ไปนี้ (1) โครงการพฒั นาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชเพอื่ ใหผ้ ู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่าง
ทันท่วงที มมี าตรฐานและรกั ษาอยา่ งต่อเนื่อง (2) โครงการเสริมสรา้ งสุขภาพจิตเดก็ ไทยวัยเรียน (3) โครงการ
พัฒนาคณุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนไทย (4) โครงการสรา้ งความตระหนกั และความเขา้ ใจตอ่ ปัญหาสุขภาพจติ
(กรมสขุ ภาพจติ , 2561)
2.4.3 ปัญหาการพนัน
2.4.3.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
รายงานสถานการณ์การเล่นพนนั ของนกั เรยี นมัธยมศกึ ษาตอนตน้ และผลกระทบ (ศนู ย์วิจยั เพือ่ พฒั นา
สังคมและธรุ กจิ , 2561) สำรวจจากกลุ่มนักเรียนมธั ยมศกึ ษาตอนต้น คือระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1
ถงึ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้งหมด 3,470 ตัวอยา่ ง พบว่า เดก็ และเยาวชนรู้จกั การเล่นพนันจากคนในครอบครวั มาก
เปน็ อนั ดบั แรก และมีประสบการณเ์ คยพบเห็นโฆษณาเชญิ ชวนให้เลน่ การพนันมากถงึ รอ้ ยละ 72.1 โดยมีเดก็
เยาวชนที่ไมเ่ คยเห็นโฆษณาเพอ่ื การพนนั เพียงรอ้ ยละ 27.9 เท่าน้นั นอกจากนเี้ ด็กและเยาวชนกลุม่ นยี้ ังให้
ขอ้ มูลอีกวา่ เมอื่ ตามไปเลน่ พนนั ตามช่องทางทีเ่ ชญิ ชวนนัน้ พบว่า รอ้ ยละ 66.7 ระบวุ า่ การเลน่ การพนนั ใน
ชอ่ งทางทีต่ ามเขา้ ไปนั้นเขา้ ใจไดง้ า่ ย สามารถเขา้ ถึงไดง้ า่ ย ในขณะทเี่ พียงรอ้ ยละ 33.3 เท่าน้ันทรี่ ะบวุ ่า
เข้าถึงได้ยากและเขา้ ใจไดย้ าก
ในการศกึ ษาเดยี วกันยังได้ให้ข้อมูลเกีย่ วกบั การเล่นการพนนั ครงั้ แรกของเด็กระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
พบวา่ ช่วงอายรุ ะหวา่ ง 10-12 ปีมากทส่ี ดุ รอ้ ยละ 54.7 รองลงมาคอื อายมุ ากกวา่ 12 ปี ร้อยละ 31.7 ในขณะ
ทอี่ ายุ 13.6 ปี มเี พยี งร้อยละ 13.6 ดงั รายละเอยี ดในตารางดา้ นลา่ ง
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 63
ตารางที่ 14 แสดงอายุทเี่ ล่นการพนนั คร้งั แรกของนกั เรยี นในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
ช่วงอายุ ชาย (รอ้ ยละ) หญงิ (ร้อยละ) รวม (รอ้ ยละ)
กอ่ นอายุ 10 ปี 14.4 12.8 13.6
ระหว่าง 10-12 ปี 52.0 57.4 54.7
มากกวา่ 12 ปี 33.6 29.8 31.7
ทม่ี า: ศูนยว์ ิจยั เพอ่ื พัฒนาสงั คมและธุรกจิ , 2561
วงเงินทีใ่ ช้ในการเลน่ การพนนั มากทสี่ ุดอนั ดบั แรกคอื ระหว่าง 51-100 บาท ตอ่ เดือน ร้อยละ 25.7
รองลงมาคือไมเ่ กิน 50 บาทต่อเดอื น รอ้ ยละ 21.9 ถัดมาคือ ระหว่าง 301-500 บาทต่อเดือน สำหรบั เหตผุ ลท่ี
ยงั เล่นการพนันอยู่ พบวา่ อันดับแรกใหค้ วามเห็นว่ารสู้ ึกสนุกสนาน ร้อยละ 65 รองลงมาคอื การเลน่ แล้วไดเ้ งนิ
รอ้ ยละ 42.3 ถดั มาคอื เพอ่ื นชวนเล่น รอ้ ยละ 27.5 คนทบ่ี า้ นชวนเล่น รอ้ ยละ 14.4 ในขณะท่เี หตผุ ลวา่ เลน่
เพือ่ เขา้ กลุม่ เขา้ กับพวกเพ่อื น ร้อยละ 8.6 และสุดทา้ ยคือเหตผุ ลอนื่ ๆ เชน่ เส่ียงโชค เวลาว่าง ร้อยละ 1.1
ทา้ ยทีส่ ุดแลว้ ผลกระทบจากการเล่นการพนนั สามอนั ดบั แรก พบว่า ถกู โกง ร้อยละ 35.4 รองลงมา
คือมคี วามเครยี ด ร้อยละ 32.6 และอนั ดบั ที่สาม คือ เสียการเรียน รอ้ ยละ 28.6 ประเด็นทนี่ า่ สนใจคอื มีการ
สำรวจวา่ กลุม่ ตัวอย่างมกี ารสบู บหุ ร่แี ละดื่มแอลกอฮอลใ์ นขณะเล่นพนนั หรือไม่ พบวา่ ร้อยละ 47.7 ไมเ่ คยดืม่
แอลกอฮอลลแ์ ละสูบบุหรข่ี ณะเลน่ การพนัน รองลงมาคอื เคยด่ืมเครอ่ื งด่มื แอลกอฮอลข์ ณะเล่นการพนัน
รอ้ ยละ 46.5 และเคยสบู บหุ ร่ขี ณะเล่นการพนัน ร้อยละ 19.8
2.4.3.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
ในช่วงฟตุ บอลโลก 2018 มีการรว่ มมือของภาคเี ครอื ขา่ ยในการปอ้ งกนั เดก็ และเยาวชนจากการพนนั
ออนไลน์ ประกอบไปดว้ ย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนกั งานปลัดกระทรวงวฒั นธรรม กรมการ
ปกครอง กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมสุขภาพจติ สำนกั งาน กสทช. สำนกั งานตำรวจแห่งชาติ สำนกั งาน
กองทนุ สนับสนุนการสรา้ งเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนกั งานกองทนุ เพื่อการพฒั นาส่ือปลอดภยั และสรา้ งสรรค์
สำนักงานกองทนุ สนบั สนนุ การสร้างเสริมสขุ ภาพ สำนกั งานกองทนุ เพอื่ การพัฒนาสอื่ ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์
สภาเดก็ และเยาวชนแห่งประเทศไทยและสถาบนั ยุวทศั นแ์ หง่ ประเทศไทยลงนามร่วมกันดำเนนิ การรณรงค์
ป้องกนั เด็กและเยาวชนจากการพนันออนไลน์
ศูนย์ศกึ ษาปญั หาการพนนั (2561) ได้ดำเนนิ งานและการสร้างองค์ความรู้ โดยการสนบั สนนุ นกั วจิ ัย
นักวิชาการทัง้ ในส่วนกลางและส่วนภมู ิภาค ในการดำเนนิ งานท่ีผา่ นมาของศูนยศ์ กึ ษาปญั หาการพนนั ได้
ดำเนินการจัดการปญั หาทั้งในระดบั บคุ คลและระดับชมุ ชน โดยเฉพาะในกลมุ่ เดก็ และเยาวชนโดยการพฒั นา
ชดุ การเรยี นร้กู ารป้องกนั เดก็ และเยาวชนจากการพนนั โดยมกี ารพฒั นาเคร่อื งมอื มาจากกรณีศกึ ษาของ
ประเทศตา่ ง ๆ เช่น ประเทศแคนาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญีป่ นุ่ ประเทศเกาหลใี ต้ เปน็ ตน้
นอกจากนี้ยงั มีส่อื ส่ิงพิมพ์เพือ่ สรา้ งความเทา่ ทนั โดยส่อื สง่ิ พมิ พ์น้นั มรี ปู ลกั ษณท์ น่ี า่ หยบิ จับ นำเสนอสาระท่ี
เข้าใจไดง้ า่ ย ด้วยสโลแกน “เรยี นรู้ เทา่ ทนั การพนนั ” มกี ารจัดพิมพท์ ั้งหมด 3 ฉบับ เสริมดว้ ยส่ือสนับสนจาก
การขบั เคลอื่ นนโยบายทงั้ ประเด็นสลาก เยาวชน และผสู้ งู อายุ เป็นตน้
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 64
2.4.4 ปญั หายาเสพตดิ
2.4.4.1 สภาพการณ์และแนวโนม้
ขอ้ มลู จากสถาบนั บำบัดรักษาและฟืน้ ฟผู ตู้ ดิ ยาเสพตดิ บรมราชชนนี กรมการแพทย์ กระทรวง
สาธารณสุข พบวา่ ในปีงบประมาณ 2561 มผี ้ปู ่วยติดยาเสพตดิ ทีเ่ ขา้ รับการรักษาทส่ี ถาบันธัญญารกั ษท์ ้งั หมด
6,199 ราย ซึ่งในจำนวนน้ีเป็นเพศชาย 5,353 ราย เพศหญงิ 846 ราย ซง่ึ เป็นวัยรนุ่ ท่ีมีอายรุ ะหว่าง 0-14 ปี
จำนวน 78 ราย อายุ 15-19 ปี จำนวน 772 รายและอายุ 20-24 ปีจำนวน 1,116 ราย จากข้อมลู ย้อนหลงั 3
ปี พบวา่ มแี นวโนม้ ไม่แนน่ อน คือในปี พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 มีผู้ปว่ ยยาเสพตดิ ของสถาบนั ธัญญารักษ์
จำนวน 5,901 ราย และ 5,589 ตามลำดับ (สถาบันธัญญารกั ษ์, 2562)
แผนภมู ทิ ี่ 18 แสดงจำนวนผู้ป่วยวัยเด็กและเยาวชนท่ตี ิดยาเสพตดิ
จำนวนผปู้ ่วยยาเสพตดิ
6,199
5,901
5,589
2559 2560 2561
ที่มา: สถานบำบดั รักษาและฟ้นื ฟผู ้ตู ดิ ยาเสพติดแหง่ ชาตบิ รมราชชนนี กรมการแพทย์
กระทรวงสาธารณสขุ , 2559, 2560, 2561
2.4.4.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
การดำเนนิ งานดา้ นการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปี พ.ศ. 2561 สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ ารมอบหมายใหผ้ บู้ ริหารสถานศึกษาดำเนินการดา้ นการ
ป้องกันและแก้ไขปญั หายาเสพตดิ ในสถานศึกษาโดยให้รายงานขอ้ มลู จริงเพ่ือดำเนินการป้องกัน แกไ้ ข การ
ดูแลช่วยเหลอื และไม่ถือวา่ เป็นความผดิ หากพบว่ามีนกั เรียนในสถานศึกษาตดิ ยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ
ยังกำหนดโยบาย คอื การไมไ่ ลน่ ักเรยี นท่ีติดยาเสพติดออกจากสถานศึกษา แตส่ ถานศกึ ษาจะต้องช่วยเหลือ
นักเรียนเป็นรายบุคคลในการบำบัดฟนื้ ฟูตามสภาพการใช้ยาเสพตดิ นอกจากนย้ี งั ต้องดำเนนิ งาน
“สถานศึกษาสขี าว ปลอดยาเสพติด อบายมขุ โดยจะต้องเป็นสถานศึกษาท่มี ีกระบวนการทำงานครบท้ัง 5
ด้าน” คือ มีกระบวนการป้องกันกระบวนการค้นหา กระบวนการดูแลบำบัดรักษา กระบวนการดูแล
บำบัดรกั ษา กระบวนการเฝ้าระวังและกระบวนการบริหารจดั การ (สำนักงานการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน, 2561)
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จดั ทำแผนประชารัฐร่วมใจปลอดภัย
ยาเสพติด พ.ศ. 2561 ดำเนินการแนวทางการสรา้ งภมู คิ ุ้มกันและป้องกันยาเสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ และเยาวชน
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 65
ประกอบด้วย 3 แผนงาน ไดแ้ ก่ แผนสร้างภมู ิคมุ้ กนั เด็กในระดับปฐมวยั แผนงานสร้างภูมิคุม้ กนั เด็กใน
สถานศึกษา และแผนงานสร้างภูมคิ ุ้มกนั เด็กและเยาวชนนอกสถานศกึ ษา ภายใตแ้ นวคิดการสร้างภูมิค้มุ กนั ยา
เสพติดในเด็กและเยาวชนทเี่ หมาะสมกับชว่ งวยั และเป็นระบบตอ่ เนื่อง สำหรบั กลมุ่ เด็กระดับประถมศกึ ษาและ
มัธยมศึกษามีการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั โดยการสอดแทรกการส่งเสรมิ ทกั ษะชีวิตเพอื่ การปอ้ งกันยาเสพตดิ ไว้ใน
กิจกรรมการเรียนการสอน เช่น หลกั สตู รสุขศกึ ษา พลศึกษา กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนและกิจกรรมทางเลือกใน
ลักษณะกลุม่ ชมรม ตามความสนใจของนกั เรียน ภายใตโ้ ครงการ/กิจกรรมแผนงาน ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ดา้ นการสรา้ งภมู ิคุม้ กัน ประกอบไปดว้ ยโครงการต่าง ๆ ได้แก่ (1) โครงการสร้างภมู ิคุ้มกนั ยาเสพ
ตดิ โดยการสอนทกั ษะชีวิตเพอ่ื ป้องกนั ยาเสพติด (2) โครงสรา้ งภมู คิ ุ้มกนั ยาเสพตดิ โดยใช้หลกั ธรรม
ทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื (3) โครงการส่งเสรมิ กจิ กรรมปอ้ งกัน กจิ กรรมสร้างสรรค์/กิจกรรมอาสา ใน
สถานศกึ ษา (4) โครงการส่งเสริมกจิ กรรมปอ้ งกนั /กจิ กรรมเชิงสร้างสรรค์/กจิ กรรมจติ อาสาใน
สถานศกึ ษา (5) โครงการครตู ำรวจ D.A.R.E (6) โครงการ To Be Number One (7) โครงการ
อาชวี ะต้านยาเสพตดิ (8) โครงการรณรงคก์ ารป้องกันยาเสพติดในสถานศกึ ษา (9) โครงการ
สถานศกึ ษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
(2) ดา้ นการค้นหา ประกอบด้วย โครงการคดั กรองดนู กั เรยี น เชน่ ระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียน
การสังเกต ซักถามหรอื กระบวนการอืน่ ตามความเหมาะสม
(3) ด้านการรักษา ประกอบด้วย โครงการดแู ล ชว่ ยเหลอื และปรบั เปลยี่ นพฤติกรรมนักเรยี นกลุ่มเสยี่ ง/
กลมุ่ เสพ เชน่ การให้คำปรึกษา การเยย่ี มบา้ น เป็นต้น และ โครงการจิตสังคมบำบดั ในโรงเรยี นเปน็
เฉพาะนักเรียนกล่มุ เสพระหวา่ งสถานศึกษา ผู้ปกครอง เจา้ หน้าทส่ี าธารณสขุ
(4) ดา้ นการเฝา้ ระวงั ประกอบดว้ ย โครงการลกู เสือตา้ นภัยยาเสพติด โครงการหนึ่งตำรวจหน่ึง
โรงเรียน โครงการเฝา้ ระวังปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
(5) ดา้ นการบรหิ ารจัดการ ประกอบด้วย โครงการขับเคลื่อนกลไกและคณะกรรมการสร้างภูมิคมุ้ กนั ยา
เสพตดิ ในสถานศกึ ษา โครงการพัฒนา ทบทวนรูปแบบการป้องกันและแก้ไขยาเสพติด โครงการ
พฒั นาบุคลากรรองรับการขบั เคลอ่ื นงานในสถานศกึ ษา(คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยา
เสพติด, 2561)
2.4.5 การตง้ั ครรภ์ในวยั รนุ่
2.4.5.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
สถานการณ์การติดตามการต้งั ครรภใ์ นวัยรนุ่ ในประเทศไทยโดยใชข้ อ้ มูลจากสำนกั นโยบายและ
ยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ในกลมุ่ ประชากรหญงิ อายุ 15-19 ปี พบว่า ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2561
พบอตั ราการคลอดมชี พี ของหญิงวัย 15-19 ปี เท่ากับ 35.29 ตอ่ ประชากรหญิง 15-19 ปี 1,000 คน ซ่ึงเปน็ ไป
ตามเป้าหมายทกี่ ำหนดไว้ในยุทธศาสตรก์ ารป้องกันและแกไ้ ขปญั หาการต้งั ครรภใ์ นวัยร่นุ ระดับชาติ
พ.ศ. 2560-2561 (ไมเ่ กนิ 42 คน ตอ่ ประชากรเป้าหมาย 1,000 คน) และหากพจิ ารณาจากข้อมลู ยอ้ นหลงั
สามปี พบวา่ มแี นวโนม้ ลดลงทุกปี คอื ใน ปี พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 พบอตั ราการคลอดมีชพี ในหญงิ อายุ
15-19 ปี พบอตั ราการคลอดมชี ีพในปี พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 เทา่ กับ ร้อยละ 42.5 และ ร้อยละ 39.6
ตามลำดบั (สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข, 2561)
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 66
แผนภมู ิท่ี 19 แสดงอัตราการคลอดมีชพี ในหญงิ อายุ 15-19 ปี
อตั ราการคลอดมีชพี ในหญิงอายุ 15-19 ปี
42.5 39.6 35.29
2559 2560 2561
ที่มา: สำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2559, 2560, 2561
สถานการณ์การตัง้ ครรภซ์ ้ำในหญิงอายนุ ้อยกว่า 20 ปีทเ่ี ขา้ รับการบริการด้วยการคลอดหรอื แท้งบุตรโดย
ใชข้ อ้ มูลจากสำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบวา่ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 พบวา่ มี
หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี ตงั้ ครรภซ์ ำ้ ร้อยละ 15.99 และหากพจิ ารณายอ้ นหลงั สามปี พบวา่ มแี นวโน้มลดลงทุก
ปี คอื ในปี พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2561 พบการตัง้ ครรภซ์ ้ำในหญงิ อายุนอ้ ยกวา่ 20 ปี ร้อยละ 18.06 และ
รอ้ ยละ 17 (สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2561)
แผนภูมิที่ 20 แสดงรอ้ ยละของหญงิ อายตุ ่ำกว่า 20 ท่ตี งั้ ครรภ์
รอ้ ยละของหญิงอายุต่ำกวา่ 20 ปี ทต่ี ัง้ ครรภ์ซ้ำ
18.5 17 15.99
18 18.06 2560 2561
17.5
17
16.5
16
15.5
15
14.5
2559
ทีม่ า: สำนกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข, 2559, 2560, 2561
2.4.5.2 ผลการดำเนินงานและแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
การดำเนินงานยุทธศาสตรก์ ารปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาการต้ังครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ พ.ศ. 2560-
2569 ตามพระราชบัญญตั ิการปอ้ งกนั และการแก้ไขปัญหาการต้ังครรภ์ในวยั รนุ่ พ.ศ. 2559 (ราชกิจจา
นุเบกษา, 2559) ประกอบไปด้วยยทุ ธศาสตร์ จำนวน 5 ยทุ ธศาสตร์ ดังน้ี
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 67
ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 การเสริมสรา้ งทักษะชวี ติ และการเรยี นร้ดู า้ นเพศศกึ ษาแก่วัยรนุ่ ใหส้ ามารถพัฒนาและ
จดั การชีวิตทางเพศหรือความสัมพันธร์ ะหวา่ งคไู่ ดอ้ ยา่ งปลอดภัย มคี วามรบั ผิดชอบและมีความสุข มาตรการ
คอื จัดให้มีกลไกหนว่ ยงานกลางทม่ี คี วามชดั เจนและเก่ียวโยงกับทกุ สำนักงานหลักในกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
เพ่ือรบั ผิดชอบในการขับเคลอ่ื นนโยบายและกำกบั คณุ ภาพการดำเนินงานเร่ืองเพศศกึ ษา และสร้างเสรมิ
มมุ มองเร่ืองเพศเกีย่ วกับทัศนะเชงิ บวกในการสอนเพศศึกษาของผ้บู รหิ าร ครู อาจารย์
ยุทธศาสตรท์ ี่ 2 การส่งเสริมบทบาทครอบครวั และชมุ ชนในการเลยี้ งดู สร้างสัมพันธภาพและการ
ส่อื สารด้านสขุ ภาวะทางเพศของวัยรนุ่ มาตรการประกอบไปด้วยสนับสนุนหน่วยงานภาครฐั ภาคเอกชนและ
ท้องถิ่นทเ่ี ก่ยี วข้องกับวัยร่นุ และครอบครัวรวมท้งั สถานศกึ ษาและสถานประกอบการและสถานบรกิ าร
สาธารณสขุ ให้ความรูแ้ ละสง่ เสริมทัศนคตเิ ชิงบวกเรอ่ื งเพศ ทักษะการเลี้ยงดูบตุ ร การส่ือสารและการแก้ปญั หา
ใหแ้ ก่พ่อแมแ่ ละสมาชกิ ในครอบครัว
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพทางเพศและอนามยั เจรญิ พันธ์ทุ ่ีมคี ณุ ภาพและเป็นมิตร
มีมาตรการ คือ การพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพทางเพศและอนามัยในการเจริญพันธ์ุ สนบั สนนุ การสง่ เสริม
การเขา้ ถึงบริการ พัฒนาศักยภาพของทีมสหวชิ าชพี สนบั สนุนและส่งเสรมิ ให้สถานบริการใชเ้ วชภณั ฑแ์ ละ
เทคโนโลยีที่หลากหลายทนั ปัญหาและครอบคลมุ
ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 การพฒั นาระบบการดูแลช่วยเหลือ คุ้มครองสทิ ธอิ นามัยการเจริญพนั ธ์ุและจดั
สวสั ดกิ ารสังคมในกลุม่ วัยรุ่นเพื่อรองรบั ปัญหาการตงั้ ครรภใ์ นวัยรุ่น มีมาตรการ คือ การสง่ เสรมิ ความรู้ ความ
เข้าใจและสร้างเสริมทศั นคตเิ ชงิ บวกแก่พอ่ และแมร่ วมถึงชุมชนทุกฝ่ายทเ่ี กีย่ วข้อง สนบั สนนุ การพฒั นา
เครอื ข่ายในระดบั ชุมชน เสรมิ สร้างทกั ษะของพอ่ แมว่ ัยรนุ่ ในการเลย้ี งดบู ตุ ร พัฒนาระบบการจดั สวัสดกิ าร
สงั คมทจ่ี ำเป็นในการรองรบั เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกับความตอ้ งการของพ่อแมว่ ยั ร่นุ มีการดำเนินการอย่างเป็น
ระบบรวมถึงการใหบ้ รกิ ารให้คำปรกึ ษา
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 5 ส่งเสริมการบรู ณาการการจัดการฐานขอ้ มลู งานวิจยั และการจัดการความรู้ เพอ่ื ให้เกดิ
กลไกการดำเนนิ งานบรู ณาการทุกภาคสว่ นหลัก ในการดำเนินงานท้งั ในด้านการจัดการฐานข้อมลู งานวจิ ยั และ
การจดั การ
แนวทางการตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 ในประเด็น
หลกั การพฒั นาสุขภาพกลุ่มวัยเรยี นและวยั ร่นุ (กระทรวงสาธารณสขุ , 2561) ระบบบริการที่เปน็ มิตรกับวยั รุ่น
และเครอื ขา่ ยการดำเนินงานในระดบั อำเภอ น้นั ส่วนสำคญั ของการดำเนินงานให้สามารถบรรลเุ ปา้ หมาย
ในเร่อื งการลดการต้ังครรภใ์ นวยั รนุ่ คอื การจัดบรกิ ารสุขภาพทเี่ ป็นมิตรกับวัยรนุ่ และเยาวชน ผลการ
ดำเนนิ การในปที ี่ผ่านมามโี รงพยาบาลสังกัดสำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS14
ร้อยละ 80.46 และอำเภอผา่ นเกณฑ์อำเภออนามยั เจริญพันธ์รุ ้อยละ 72.21 ซ่งึ เป็นไปตามเป้าหมายที่ตง้ั ไวใ้ น
พ.ศ. 2561 นอกจากน้กี ารบูรณาการดำเนนิ งานร่วมกบั ทีมนักจัดการสุขภาพวัยรนุ่ ในเขตจังหวดั และระดับ
พื้นที่จะมีสว่ นสำคัญเพ่ือลดความซบั ซ้อนและร่วมขับเคลอื่ นความรว่ มมือมากขึ้น
สำนกั งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสรมิ สุขภาพ (2561) ดำเนนิ งานโครงการพฒั นาระบบการเรียนรู้ใน
ระบบออนไลน์ เพือ่ พัฒนาสมรรถนะครใู หส้ อนเพศศึกษาและทกั ษะชวี ิตในหลกั สูตรการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานและ
โครงการพฒั นาหลักสตู รและนำร่องเพศวิถศี กึ ษาในโรงเรยี นประถมศกึ ษา ผลการดำเนินงานคอื เกิดการพัฒนา
หลักสูตรการเรยี นและระบบรับรองผูผ้ ่านหลกั สูตรสำหรบั ครูผู้สอนเพศวิถศี ึกษาและทกั ษะชีวิตในระบบ
ออนไลน์โดยมีเนือ้ หาเป็นละครท่ีสามารถเขา้ ใจไดง้ ่ายซ่ึงขณะน้อี ย่ใู นระหวา่ งการพัฒนาเนือ้ หาหลักสูตรและ
14 YFHS หมายถึง Youth Friendly Health Services หรอื บริการสขุ ภาพท่เี ปน็ มิตรกบั วัยรุ่นและเยาวชน
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 68
รบั รองขั้นสุดทา้ ยจากสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานและจะเริม่ ทดลองใช้งานจรงิ ในปี พ.ศ.
2562
2.4.6 สถานการณ์การศึกษาต่อในระดบั อาชวี ศกึ ษา
2.4.6.1 สภาพการณ์และแนวโน้ม
ในส่วนของอาชวี ศึกษาขณะน้รี ฐั บาลได้ให้ความสาํ คัญ ในการพฒั นาคณุ ภาพอาชีวศกึ ษาเนอื่ งจาก
ตลาดแรงงานและผปู้ ระกอบการ ตอ้ งการแรงงานทีม่ ีทักษะทางวิชาชีพและยังมีบทบาทสําคัญในการเพิ่มขดี
ความสามารถของประเทศด้วย รัฐบาลจงึ มีนโยบายสนับสนุนใหเ้ พม่ิ สดั ส่วนจาํ นวนผูเ้ รยี นต่อในสายอาชีวศกึ ษา
เพอื่ ให้สอดคลอ้ งกับ ความตอ้ งการกําลังคนในการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศในด้านต่าง ๆ นาํ ไปส่คู วาม
ร่วมมือระหวา่ งภาครฐั และเอกชนในการผลติ กําลงั คน ด้านอาชีวศึกษาใน 10 อุตสาหกรรมหลกั โดยมงุ่ เนน้
การพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานของผเู้ รยี น และยกระดับมาตรฐานการสอนของครู รวมท้ัง ความพยายามในการ
ปรบั ภาพลักษณข์ องอาชีวศกึ ษาอยา่ งต่อเน่ือง เพอ่ื สร้างแรงจงู ใจใหน้ กั เรยี นมธั ยมศึกษาตอนต้นหันมาศกึ ษาตอ่
ระดับ มธั ยมศึกษาตอนปลายในสายอาชีวศึกษามากขึ้น อย่างไรก็ตามเมอื่ พจิ ารณาจํานวนนกั เรยี นสาย
อาชีวศึกษา จะเห็นไดว้ ่าในระหวา่ ง ปีการศกึ ษา 2556 ถึง 2560 มจี าํ นวนมากกว่า 950,000 คนในแตล่ ะปี
และในบางปีมจี ํานวนมากกวา่ 1,000,000 คน ทั้งนี้ เน่อื งจากรฐั บาลไดม้ ุ่งส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเขา้ ศึกษาตอ่ ในสาย
อาชวี ศึกษา มากข้นึ ดว้ ยเล็งเหน็ ว่าอาชีวศกึ ษามบี ทบาทสําคญั ในการสร้างกาํ ลงั คน ท่มี ีทักษะ ความเช่ียวชาญ
ในการทํางานตอบสนองต่อความตอ้ งการของตลาดแรงงานในยุคนี้
ตารางที่ 15 แสดงจำนวนผ้เู รียนในสายอาชวี ศกึ ษา (ปกี ารศกึ ษา 2556-2560)
ระดับการศึกษา ปกี ารศึกษา
2556 2557 2558 2559 2560
657,556
ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) 699,029 667,944 654,476 650,884
337,159
ประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้ันสูง (ปวส.) 301,566 299,547 331,713 434,596 -
ประกาศนียบัตรครูเทคนิคชั้นสงู (ปทส.) 1,266 1,266 3,703 - 994,715
รวมทงั้ สิ้น 1,001,861 968,757 989,892 1,085,480
ที่มา: สำนักวจิ ัยและพัฒนาการศกึ ษา สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา, 2561
แมว้ า่ รัฐบาลจะพยายามสง่ เสริมและสนับสนนุ ใหเ้ ยาวชนเขา้ ศกึ ษาในระดบั อาชีวศกึ ษามากขน้ึ แต่การ
ดำเนินงานทผ่ี ่านมาการจัดการอาชวี ศกึ ษาถอื วา่ เป็นหน่ึงในการบรหิ ารการศึกษาท่มี ีปัญหาอย่างต่อเนอ่ื งโดยไม่
ว่าจะพจิ ารณาองคป์ ระกอบดา้ นใดจะพบว่ามีความไม่สมบรู ณ์ไปเกือบทุกด้าน ทงั้ นเ้ี กิดจากการทีก่ าร
อาชวี ศึกษาไม่ไดร้ ับการสนใจอยา่ งจริงจงั ผลการดำเนนิ งานทผี่ า่ นมาของภาครฐั บาลพบว่าแมว้ ่าจะมนี โยบาย
สนบั สนุนใหน้ กั เรยี นได้เขา้ ศึกษาตอ่ ในระดับอาชวี ะศึกษาแต่กลบั พบวา่ จำนวนนกั เรยี นท่ีจบการศึกษาชนั้
มธั ยมศกึ ษาท่วั ประเทศเข้าศึกษาต่อในสายอาชวี ศึกษามจี ำนวนน้อยกว่านักเรยี นทศ่ี กึ ษาตอ่ ในระดบั ชน้ั
มธั ยมศึกษาตอนปลายคิดเปน็ อตั ราส่วน 40:60 โดยประมาณมาตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2549 เปน็ ผลมาจากการที่
ผูป้ กครองไมต่ อ้ งการใหบ้ ตุ รหลานของตนเองเขา้ เรียนในสายอาชวี ะศึกษา สบื เน่อื งมาจากปจั จยั ตา่ ง ๆ ได้แก่
ภาพลักษณข์ องนกั ศึกษาอาชีวศกึ ษา การท่ไี ม่ทราบรายละเอียดของการจดั การศกึ ษาอาชวี ศึกษาท่ีมกี ารศกึ ษา
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 69
ในระดบั ต่าง ๆ ตง้ั แต่ ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั สูงจนถงึ ระดบั ปริญญาสาย
ปฏิบตั ิการซงึ่ เป็นกล่มุ ที่ตลาดแรงงานมคี วามต้องการสงู มากเน่อื งจากมีความร้ทู งั้ ทางดา้ นทฤษฎีและ
ภาคปฏบิ ตั ิควบคกู่ นั ไป โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในโครงการพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออกนอกจากน้ีนกั ศกึ ษา
อาชวี ศึกษาท่ีผ่านระบบทวิภาคจี ะมีความรทู้ ี่มีประสิทธิภาพผา่ นการทำงานจรงิ มรี ายได้ขณะกำลังศกึ ษาอยู่
และมโี อกาสในการได้งานทำ เมอ่ื จบการศกึ ษาแลว้ โดยอตั ราการเรียนตอ่ ในระดบั อาชวี ะศึกษา ปี พ.ศ. 2559
และ พ.ศ. 2560 คอื รอ้ ยละ 33.01 และ รอ้ ยละ 32.29 ตามลำดับ (สำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ,
2560)
2.4.6.2 ผลการดำเนนิ งานและแนวทางการแก้ไขปัญหา
สำนกั งานคณะกรรมการอาชวี ศกึ ษาได้จัดทำแผนพฒั นาอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. 2560-2579 ท่มี คี วาม
สอดคล้องกบั ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560-2579 ท่มี คี วามสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-
2579) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 มสี าระสำคญั ประกอบด้วย คา่ นิยมอาชีวศกึ ษา แนวคิดการ
จัดการอาชีวศึกษา วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถปุ ระสงค์ เปา้ หมาย ยุทธศาสตร์ กลยทุ ธ์ เป็นต้น โดยใชแ้ นวคดิ การ
จดั การอาชวี ศึกษาเปน็ การจัดการศกึ ษาในด้านวิชาชพี เพื่อผลติ และพัฒนากําลังคนในระดับฝมี ือ (ปวช.) ระดับ
เทคนิค (ปวส.) ระดับเทคโนโลยี (ปรญิ ญาตรสี ายเทคโนโลยีหรอื สายปฏบิ ตั ิการ) และการฝึกอบรมวชิ าชพี ซง่ึ
เป็นการเพ่มิ พูนความร้แู ละทักษะอาชพี ระยะสน้ั และระยะยาว ทมี่ คี วามสมั พนั ธ์สอดคล้องกบั ปรัชญาการ
อาชวี ศึกษา กรอบมาตรฐานคุณวุฒอิ าชีวศกึ ษาแหง่ ชาติ และมาตรฐานการอาชวี ศึกษาในแตร่ ะดับ มเี ปา้ หมาย
คือ (1) ดา้ นคุณลกั ษณท์ ี่พงึ ประสงค์ ไดแ้ ก่ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี พฤตกิ รรม ลักษณะนสิ ัย
และทกั ษะทางปญั ญา (2) ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ได้แก่ ความรู้และทักษะการสอ่ื สาร การใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ การพฒั นาการเรยี นรูแ้ ละการปฏบิ ัตงิ าน การทาํ งานร่วมกบั ผูอ้ น่ื การใช้กระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ การประยกุ ต์ใช้ ตวั เลข การจัดการและการพฒั นางาน และ (3) ด้านสมรรถนะวิชาชพี ไดแ้ ก่
ความสามารถในการประยุกต์ใชค้ วามรู้ และทกั ษะในสาขาวิชาชพี สกู่ ารปฏบิ ตั จิ รงิ รวมท้ังประยุกตส์ ู่อาชพี
(สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2561)
นอกจากนสี้ ำนกั มาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธิการ (2562) ได้จดั ทำคู่มอื ปฏบิ ัติงานศูนยบ์ ม่ เพาะผู้ประกอบการอาชีวศกึ ษาและนำไปทดลอง
ใช้ในปกี ารศึกษา 2561 โดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้สถานศกึ ษามศี ูนย์บ่มเพาะผ้ปู ระกอบการ
อาชีวศกึ ษาที่มีประสทิ ธิภาพและเพ่ือส่งเสริม สนับสนนุ ให้ศนู ยบ์ ม่ เพาะผปู้ ระกอบการอาชีวศกึ ษาใน
สถานศกึ ษา สามารถนำกลไกการขับเคลือ่ นผเู้ รียนอาชวี ศกึ ษาของศนู ย์บ่มเพาะใหม้ ที ักษะการประกอบการ
หรือสามารถพฒั นาตอ่ ยอดธุรกิจเดมิ ประโยชน์ท่จี ะไดร้ บั คอื (1) สถานศึกษาอาชีวศึกษา สังกัดสำนกั งาน
คณะกรรมการอาชีวศกึ ษาของรฐั บาลทกุ แห่งมศี ูนยบ์ ่มเพาะผปู้ ระกอบการท่มี ีประสทิ ธิภาพ (2) สถานศกึ ษา
อาชีวศกึ ษา สังกดั สำนกั งานคณะกรรมการอาชวี ศึกษาของรัฐบาลทุกแหง่ มกี ารส่งเสรมิ สนบั สนุนและการ
พฒั นาขีดความสามารถให้กบั ผ้เู รียนประกอบธรุ กิจ (3) ผเู้ รยี นที่เข้ารว่ มโครงการสามารถมีรายได้ระหว่างเรียน
(4) ผเู้ รยี นท่ผี ่านการบม่ เพาะจากศนู ย์บ่มเพาะและสำเรจ็ การศึกษาและสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจไดใ้ นอนาคต
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 70
2.4.7 สถานการณ์เดก็ นอกระบบการศึกษา
2.4.7.1 สภาพการณแ์ ละแนวโน้ม
การสำรวจของสำนกั งานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั (2561) ได้สำรวจ
ขอ้ มูลตามโครงการแกป้ ัญหาประชากรวยั เรียนท่ีอยู่นอกระบบการศึกษาในระบบฐานข้อมลู ทัง้ หมด สำรวจ
กลุ่มเปา้ หมายไดร้ ้อยละ 76.30 โดยมสี ำนกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
จงั หวดั 41 แหง่ ดำเนนิ การสำรวจขอ้ มลู จากการสำรวจพบวา่ มีเดก็ ปกติท่ีไม่เขา้ เรยี น จำนวน 95,473 คน
เดก็ พกิ ารท่ีไมไ่ ด้เข้าเรยี น จำนวน 24,331 คนและกลุ่มเดก็ ทอี่ อกจากระบบการศกึ ษากลางคนั จำนวน 81,904
คน
2.4.7.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
การดำเนนิ การของกระทรวงศึกษาธิการไดด้ ำเนินการใหเ้ ดก็ และเยาวชนเขา้ ส่รู ะบบการศกึ ษา โดย
เรม่ิ ต้นการทำงานทพี่ ้นื ทจี่ ังหวดั ชายแดนภาคใตใ้ นกลมุ่ อายุ 3-18 ปี ในกลุ่มทไี่ มไ่ ด้รบั โอกาสทางการศกึ ษาและ
กล่มุ ทอี่ อกจากโรงเรียนกลางคันทั้งเด็กทป่ี กติและเด็กท่บี กพรอ่ งทางด้านสติปญั ญา จากการดำเนินงานในปี
พ.ศ. 2561 กระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้ขยายผลการช่วยเหลอื กลมุ่ เป้าหมายใหก้ ลบั มาเรียนได้ จำนวน 38,501
คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 85.01 เกิดจากการทำงานบูรณาการความรว่ มมอื การเพิม่ โอกาสการเข้าถึงการศกึ ษาของ
ประชากรวยั เรียนทอ่ี ยนู่ อกระบบการศกึ ษาซึง่ สอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรช์ าติ (พ.ศ. 2561-2580)
(กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2562)
2.5 ชว่ งเยาวชน 18-25 ปี
2.5.1 ความต้องการในการพฒั นาขดี ความสามารถ
2.5.1.1 สภาพการณแ์ ละแนวโน้ม
การสำรวจความตอ้ งการพัฒนาขดี ความสามารถของประชากร พ.ศ. 2561 โดยสำนกั งานสถิติแหง่ ชาติ
กระทรวงดิจทิ ลั เพื่อเศรษฐกจิ และสงั คม (2561) พบวา่ ประชากรวัยแรงงานทมี่ อี ายุตง้ั แต่ 15 ปขี น้ึ ไป มี
ประมาณ 56.16 ลา้ นคนจากประชากรทั้งหมดนั้น มีผตู้ ้องการพฒั นาขดี ความสามารถ 4.76 ลา้ นคน หรือคิด
เปน็ รอ้ ยละ 8.5 ของประชากรอายุ 15 ปขี ึ้นไป เมอ่ื เปรียบเทยี บความตอ้ งการพัฒนาขีดความสามารถของ
ตนเองระหวา่ งชายหญงิ พบว่าหญิงต้องการพัฒนาตนเองมากกว่าชาย โดยหญิงต้องการพัฒนาขดี
ความสามารถ 2.46 ล้านคน ส่วนชายตอ้ งการพัฒนาขีดความสามารถ 2.30 ลา้ นคน
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 71
แผนภูมทิ ่ี 21 แสดงประชากรอายุ 15 ปขี ึน้ ไปทีต่ อ้ งการพฒั นาขดี ความสามารถ (ลา้ นคน)
ความต้องการพฒั นาขีดความสามารถของประชากรที-มีอายุ 15 ปีขนึ G ไป
60 56.16
50.08
50
40
30
20
10 5.03 4.76
0 2561
2560
ต้องการัฒนาขีดความสามารถ ไมต้องการพฒั นาขีดความสามารถ
ท่มี า: สำนักงานสถิตแิ ห่งชาต,ิ 2561
เม่ือพจิ ารณาตามชว่ งอายุ พบวา่ ในชว่ งอายุ 15-24 ปี มผี ทู้ ี่ต้องการพฒั นาขีดความสามารถจำแนกตาม
กลุม่ อายแุ ละเพศ พบว่า ในปี พ.ศ. 2561 มีผ้ทู ่ีต้องการพฒั นาขดี ความสามารถร้อยละ 12.6 ทต่ี ้องการพัฒนา
ขีดความสามารถ ในขณะท่กี ลมุ่ อายุ 25-34 ปี มีรอ้ ยละ 10.5 ท่ีต้องการพฒั นาขีดความสามารถ โดยร้อยละ
ของผทู้ ต่ี ้องการพัฒนาขดี ความสามารถ สามารถจำแนกตามระดับการศึกษาท่ีสำเร็จในปี พ.ศ. 2561
พบวา่ อย่ใู นระดับมัธยมศกึ ษามีร้อยละ 10.7 ในขณะที่ช่วงระดบั อดุ มศึกษาคือร้อยละ 7.7 หลักสตู รที่ต้องการ
พฒั นาศักยภาพมากทสี่ ุดคือ อาหารและโภชนาการ ร้อยละ 6.21 รองลงมาคือการปลูกและขยายพันธุพ์ ืช
รอ้ ยละ 5.83 ลำดับถัดมาคือเสริมสวย รอ้ ยละ 4.12
ยังคงมีส่วนหนง่ึ ทไี่ ม่ต้องการพฒั นาศกั ยภาพ สาเหตทุ ี่ไม่ต้องการพฒั นาขีดความสามารถ คอื ไม่ต้องการ
พฒั นาขีดความสามารถของตนเอง เนื่องจากไมม่ ีเวลาวา่ งพอรอ้ ยละ 42.7 ตอ้ งการพกั ผอ่ นร้อยละ 15.1
ชรา ร้อยละ 13.4 ไมม่ ีหลกั สตู รหรือเรอ่ื งทตี่ อ้ งการ รอ้ ยละ 9.7 ยังเด็กและกำลังเรียนหนงั สอื รอ้ ยละ 7.5
ไม่ร้สู ถานที่ หนว่ ยงานท่ีใหก้ ารพฒั นา รอ้ ยละ 3.7 ไม่มีคา่ ใชจ้ า่ ยทใี่ ชใ้ นการพฒั นาขีดความสามารถร้อยละ 3.2
และปว่ ยหรือพิการ ร้อยละ 2.8 ที่เหลือเปน็ อ่นื ๆ
ทา้ ยท่สี ุดแล้วเมอื่ พิจารณาข้อมลู ย้อนหลัง 3 ปี พบว่า ประชากรท่มี ีอายุ 15 ปีข้ึนไปทต่ี ้องการพฒั นาขดี
ความสามารถยงั ไมม่ ีแนวโน้มทีแ่ นน่ อน โดยในปี พ.ศ. 2559-2560 พบวา่ มีผตู้ ้องการพัฒนาขีดความสามารถ
ร้อยละ 7.3 และรอ้ ยละ 9.0 ตามลำดบั
ตารางที่ 16 แสดงความตอ้ งการของประชากรวัยแรงงานท่ีต้องการพฒั นาทักษะและความสามารถ
ลักษณะความต้องการ ปี พ.ศ. 2559 ปี พ.ศ. 2560 ปี พ.ศ. 2561
ประชากร 15 ปีข้นึ ไป (ลา้ นคน) 55.47 55.83 56.16
ตอ้ งการพัฒนาความสามารถ (ลา้ นคน) 4.06 5.03 4.76
ไมต่ ้องการพฒั นาขีดความสามารถ (ล้านคน) 51.41 50.80 51.40
ร้อยละของผทู้ ต่ี ้องการพฒั นาขีดความสามารถ 7.3 9.0 8.5
ท่มี า: สำนกั งานสถิตแิ ห่งชาติ, 2561
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 72
แผนภูมทิ ่ี 22 แสดงความต้องการของประชากรวัยแรงงานทตี่ อ้ งการพัฒนาทกั ษะและความสามารถ
ระหวา่ งปี 2559-2561 (หน่วย: ล้านคน)
ความต้องการพฒั นาขีดความสามารถของประชากรท-ีมีอายุ 15 ปีขนึ G ไป
60 55.47 56.16
50.08
50
40
30
20
10 4.06 5.03 4.76
2560 2561
0
2559
ต้องการพฒั นาขีดความสามารถ ไมต้องการพฒั นาขีดความสามารถ
ทีม่ า: สำนกั งานสถติ ิแห่งชาติ, 2561
2.5.1.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
จากการสำรวจการว่างงานตามกล่มุ อายุ พบวา่ กล่มุ เยาวชนหรือผทู้ ่มี ีอายุ 15-24 ปี มอี ตั ราการวา่ งงาน
ร้อยละ 6.1 ซงึ่ ปกติแลว้ ในกล่มุ น้ีอัตราการวา่ งงานจะสงู (สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดจิ ทิ ัลเพอ่ื เศรษฐกจิ
และสังคม, 2561) ซี่งมาจากทักษะที่ไมม่ ีความสอดคล้องกบั ตลาดแรงงาน ดงั น้นั กรมการจดั หางาน กระทรวง
แรงงานจงึ ได้มีการจดั ทำยทุ ธศาสตรเ์ พื่อสง่ เสริมการมงี านทำ (พ.ศ. 2560-2561) เป้าประสงค์หลกั คอื (1) คน
ไทยมอี าชีพ มีงานทำ มีรายได้และคณุ ภาพชีวติ ท่ดี ี (2) คนไทยทกุ ช่วงวยั มคี วามพรอ้ มในการเขา้ สู่อาชพี ท่ี
สอดคลอ้ งกบั ตลาดแรงงาน (3) ประเทศไทยมรี ะบบสารสนเทศด้านแรงงาน เพ่อื สนับสนนุ การบริหารจัดการ
ส่งเสริมการมงี านทำใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ ประกอบไปดว้ ยยทุ ธศาสตร์ จำนวน 5 ยุทธศาสตร์ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การพฒั นาระบบส่งเสรมิ การมงี านทำและประกอบอาชพี เปา้ ประสงคท์ ่ี 1 คอื
การจดั หางานมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล ประกอบไปดว้ ย 3 กลยทุ ธ์ ไดแ้ ก่ (1) เพ่ิมโอกาสใหเ้ กิดการจา้ ง
งาน (2) สง่ เสริมการมีงานทำอย่างม่ันคงและยงั่ ยนื (3) พฒั นาบคุ ลากรและเครือขา่ ยดา้ นการจดั การงานอาชพี
เปา้ ประสงค์ที่ 2 คอื คนไทยมีการประกอบอาชพี อยา่ งมนั่ คงและยง่ั ยืนตามศาสตร์พระราชา ประกอบไปด้วย 2
กลยทุ ธ์ คือ (1) เสริมสรา้ งศักยภาพในการประกอบอาชีพทกุ กลุม่ เปา้ หมาย (2) ยกระดบั การประกอบอาชพี ให้
มศี กั ยภาพในการแขง่ ขัน (กรมการจดั หางาน, 2561)
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 การยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการแนะแนวอาชพี เปา้ ประสงค์ คอื คน
ไทยมีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพท่สี อดคล้องกบั ตลาดแรงงาน ประกอบไปด้วย 4 กลยุทธ์ (1)เตรยี มความ
พร้อมแก่กลุม่ เปา้ หมายกอ่ นเขา้ สู่ตลาดแรงงาน (2) บริหารจัดการขอ้ มูลเพ่ือการแนะแนวอาชพี อยา่ งมี
ประสทิ ธผิ ล (3) พฒั นาบคุ ลากรและเครือข่ายดา้ นการแนะแนวอาชพี (4) พฒั นาเครอ่ื งมือแนะแนวอาชีพ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การพฒั นาระบบสารสนเทศเพือ่ การส่งเสรมิ การมงี านทำ เป้าประสงค์ เพ่ือเพ่ิม
ประสิทธภิ าพระบบสารสนเทศเพือ่ สง่ เสรมิ การมีงานทำ ประกอบไปด้วย กลยุทธ์ ดงั ต่อไปนี้ (1) พัฒนาระบบ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 73
ฐานขอ้ มูลด้านการส่งเสรมิ การมีงานทำใหค้ รอบคลุม (2) พัฒนาบคุ ลากรใหม้ คี วามร้คู วามเทา่ ทนั ตอ่ สารสนเทศ
ทเี่ ปลี่ยนแปลง
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสง่ เสริมการมงี านทำในพ้นื ทีพ่ ิเศษ เป้าประสงค์คอื เพิ่มประสทิ ธภิ าพระบบ
สารสนเทศเพ่อื สง่ เสรมิ การมีงานทำ กลยทุ ธป์ ระกอบไปดว้ ย (1) พัฒนาการบรหิ ารจดั การใหส้ อดคล้องกับพนื้ ท่ี
พเิ ศษ (2) พฒั นาระบบสารสนเทศแบบบูรณาการในพื้นทพี่ ิเศษ (3) สง่ เสรมิ การพฒั นาศกั ยภาพแรงงานให้
สอดคล้องกับความตอ้ งการในพ้นื ท่ีพเิ ศษ (4) พฒั นา ปรบั ปรุง กฎระเบียบใหส้ อดคล้องกับการดำเนินงานแต่
ละพื้นที่
2.5.2 การมงี านทำของเยาวชน
2.5.2.1 สภาพการณ์และแนวโน้ม
การสำรวจของสำนักงานสถิตแิ ห่งชาติ (2561) สำรวจภาวการณท์ ำงานของประชากร เดือนธันวาคม
พ.ศ. 2561 พบว่าสถานภาพแรงงานของประชากรทอ่ี ายุ 15 ปขี ึ้นไป 56.41 ลา้ นคน เปน็ ผู้ท่ีอย่ใู นวัยแรงงาน
และพรอ้ มท่ีจะทำงาน 38.35 ลา้ นคน ซึ่งประกอบดว้ ยผมู้ งี านทำ 37.87 ลา้ นคน ผ้วู ่างงาน 3.49 แสนคนและผู้
ที่รอฤดกู าล 1.3 แสนคน สว่ นผ้ทู อี่ ยูน่ อกกำลงั แรงงานหรอื ผทู้ ี่ไม่พรอ้ มทำงาน 18.06 ลา้ นคน ไดแ้ ก่ แมบ่ า้ น
นักเรยี น คนชรา เป็นต้น
หากเปรยี บเทยี บอตั ราการวา่ งงาน จำแนกตามกลมุ่ อายจุ ากการสำรวจในเดอื นธันวาคม พ.ศ. 2560
และ พ.ศ. 2561 พบว่า กลุ่มวัยเยาวชนหรือผู้มอี ายุ 15-24 ปี มีอัตราการวา่ งงานรอ้ ยละ 4.8 ซึ่งปกติกลุ่มนี้
อัตราการว่างงานจะสงู เนือ่ งจากมีภาระในการเรยี น ส่วนกลมุ่ วยั ผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขน้ึ ไป มีอตั ราการวา่ งงาน
ร้อยละ 0.5 เมือ่ เปรยี บเทยี บกับชว่ งเวลาเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 กลมุ่ วยั เยาวชนมอี ตั ราการว่างงานลดลง
จากร้อยละ 5.3 เป็นรอ้ ยละ 4.8 ซง่ึ จากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนกั งานสถิตแิ ห่งชาติ
กระทรวงดิจิทัลเพอื่ เศรษฐกิจและสงั คมนมี้ กี ารสำรวจไวใ้ นชดุ เดยี วกนั เพียงสองปเี ทา่ นน้ั คอื ปี พ.ศ. 2560-
2561 จงึ เหน็ แนวโนม้ ว่าในช่วงระยะเวลา 2 ปีโดยรวมแล้วอตั ราการว่างงานลดลงโดยเฉพาะในชว่ งอายุ
15-24 ปี
ตารางท่ี 17 แสดงการเปรียบเทยี บอตั ราการว่างงานอายุ 15 ปีข้นึ ไป พ.ศ. 2559-2561
กลุม่ อายุ ปี พ.ศ.
ธันวาคม ธันวาคม
(2560) (2561)
ร้อ ย ล ะข อ งผ ู้ว่างงาน 5.0 4.8
อายุ 15-24 ปี
รอ้ ย ล ะข อ งผ วู้ ่างงาน 0.5 0.5
อายุ 25 ปีขน้ึ ไป
รวม (ร้อยละ) 5.5 5.3
ท่ีมา : สำนกั งานสถติ ิแห่งชาติ, 2561
2.5.2.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปัญหา
การดำเนนิ งานเพอ่ื การสง่ เสรมิ และสนับสนุนให้เยาวชนมีงานทำผา่ นความรว่ มมือของภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยกรมการจดั หางาน กระทรวงแรงงาน ประสานและประชาสัมพนั ธใ์ ห้
นกั เรียน นักศึกษากลุ่มเปา้ หมายไดท้ ราบถงึ ความรว่ มมือระหวา่ งสถานศกึ ษาและสถานประกอบการท่ีเขา้ รว่ ม
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 74
โครงการ “3” ม. คือ “มงี าน มีเงิน มวี ุฒิการศกึ ษา” มีวัตถปุ ระสงค์เพ่ือส่งเสรมิ ให้ผู้ดอ้ ยโอกาสทางการศึกษามี
งานท่ีมนั่ คง สามารถสร้างรายได้ให้กบั ตนเองและครอบครวั รวมทง้ั มโี อกาสในการศึกษาต่อในระดับทสี่ งู ขน้ึ ได้
เข้าทำงานจรงิ ในสถานประกอบการขนาดใหญ่ควบคไู่ ปกบั การศกึ ษาในสถานศกึ ษาต่อในรับทสี่ ูงข้ึน มีรายได้
ระหวา่ งเรียนโดยการฝึกอาชพี หรือทำงานในสถานประกอบการและไดร้ บั การบรรจเุ ปน็ พนักงาน ลูกจา้ งของ
สถานประกอบการ ไดร้ บั เงนิ เดือน ได้รบั คา่ จา้ งประจำนี้ ตัวแทนผู้ทสี่ ำเรจ็ การศึกษาตามโครงการ 3 ม.ทง้ั 30
คนน้ที ำงานอยู่ทบี่ ริษทั ฟูด้ แพชชน่ั จำกดั ประกอบกิจการรา้ นอาหารประเภทป้ิงยา่ ง ในนาม “Bar B Q
Plaza” มสี าขา 150 แห่ง ท่ัวประเทศ โดยสาขาจะต้งั อยใู่ นศูนย์การค้าและห้างคา้ ปลกี ปัจจบุ นั มผี ู้เข้ารว่ ม
โครงการทง้ั สิน้ 115 คนแบ่งเปน็ (1) อยรู่ ะหวา่ งการศกึ ษา ระดับปวส. จำนวน 45 คน (2) สำเรจ็ การศกึ ษา
จำนวน 70 คน จากวทิ ยาลยั เทคโนโลยบี ริหารธรุ กิจ ปวช. สาขาการตลาด จำนวน 14 คน และจากวทิ ยาลัย
เทคโนโลยีทักษณิ าบริหารธรุ กิจ จำนวน 56 คน เป็นระดับ ปวช. สาขาโลจิสติกส์ 14 คน และ ปวส.
สาขาธุรกจิ คา้ ปลีก 42 คน โดยบริษทั ฯ ออกคา่ ใช้จ่ายในการเรยี นใหท้ ้ังหมด หลกั สตู ร 2 ปี เรียนครึง่ วนั ทุกวนั
พธุ และพฤหสั บดี หลังจากนน้ั ช่วงบ่ายเข้าทำงานต่อ ผลการดำเนนิ งาน พบว่า ในปีงบประมาณ 2561 (ตลุ าคม
2560 – กันยายน 2561) มปี ระชาชนสมัครเขา้ รว่ มโครงการจำนวน 3,284 คน จากเปา้ หมายจำนวน 3,100
คน ไดร้ บั การบรรจุงาน จำนวน 1,769 คน และในปี 2562 เป้าหมายผู้เขา้ ร่วมโครงการ จำนวน 3,600 คน
ตัง้ แตเ่ ดอื นตุลาคม 2561 – เดือนกุมภาพันธ์ 2562 มีผสู้ มคั รเขา้ ร่วมโครงการ จำนวน 850 คน ได้รับการบรรจุ
งานแลว้ จำนวน 176 คน (กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน, 2561)
2.5.3 ปญั หาการสบู บุหร่ี
2.5.3.1 สภาพการณแ์ ละแนวโน้ม
แนวโนม้ การสูบบหุ รใี่ นประชากรอายุ 15 ปีขึน้ ไปลดลงไม่มาก แตล่ ดลงอย่างต่อเน่ือง จากร้อยละ 20.7
ในปี 2557 เปน็ รอ้ ยละ 19.9 ในปี 2558 และรอ้ ยละ 19.1 ในปี 2560 ผูช้ ายที่สบู บุหรีล่ ดลงมากกว่าผหู้ ญงิ
โดยผชู้ ายลดลง ร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับ
ผู้หญิงลดลงจากร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เปน็ รอ้ ยละ 1.8 ในปี 2558 และร้อยละ 1.7 ในปี 2560 อายเุ ฉลยี่
ท่เี ร่ิมสูบบหุ รคี่ รงั้ แรก มีผลตอ่ การเข้าถึงการมีสุขภาวะทด่ี ีและจำนวนปกี ารสูญเสียสขุ ภาวะ อายเุ ฉลย่ี ที่เรม่ิ สูบ
บหุ รค่ี ร้ังแรกของผู้ทีส่ ูบบุหร่เี ป็นประจำเพมิ่ ขึน้ มาเพียงเลก็ นอ้ ยจาก 17.8 ปี ในปี 2557 เปน็ 18 ปี ในปี 2560
(สำนกั งานสถติ แิ ห่งชาติ กระทรวงดิจทิ ัลเพ่อื เศรษฐกจิ และสงั คม, 2560)
2.5.3.2 ผลการดำเนนิ การและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
สำนักงานสถิตแิ หง่ ชาติ สำรวจพฤตกิ รรมการสบู บหุ ร่ีในปี พ.ศ. 2560 พบว่าคนไทยมีการสบู บหุ รี่ลดลง
อย่างเหน็ ไดอ้ ย่างชดั เจนและลดลงอยา่ งตอ่ เน่ืองโดยกลุม่ ผู้ชายลดลงมากกว่ากลุ่มผู้หญงิ นอกจากนย้ี ังพบวา่ ใน
ปี พ.ศ. 2561 อายุเฉลี่ยทเี่ ร่ิมสูบคร้ังแรกเริ่มขยับเพ่มิ ขึ้นจากอายุ 17.8 ปี ในปี 2557 เพ่มิ ขน้ึ มาเป็น 18 ปี
ในปี 2560 (กรมสขุ ภาพจติ , 2561)
พระราชบญั ญัตคิ วบคุมผลติ ภณั ฑย์ าสบู พ.ศ. 2560 (กรมควบคุมโรค สำนักควบคมุ การบริโภคยาสบู ,
2560) ได้กำหนดขอ้ สาระสำคัญเพ่อื ปอ้ งกันเดก็ และเยาวชนจากยาสบู หรือบุหร่ี ดังต่อไปน้ี
(1) ห้ามขายบุหรแี่ ก่เยาวชนอายตุ ่ำกว่า 20 ปี
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 75
(2) หา้ มมใิ ห้บุคคลอายตุ ำ่ กวา่ 18 ปขี ายยาสบู
(3) หา้ มขายผลิตภัณฑย์ าสูบในวัด สถานศึกษา สวนสาธารณะและสวนสนุก
(4) การห้ามโฆษณาหรือสอื่ สารเพอื่ การขายบหุ รท่ี ุกประเภท
(5) ห้ามผูป้ ระกอบการธุรกิจยาสูบทำซเี อสอารห์ รือสนบั สนุนกิจกรรม
(6) หา้ มตัง้ วางผลิตภัณฑ์เป็นทโี่ จง่ แจ้งของผู้ซื้อ
(7) หา้ มแบง่ ซองขายบุหรี่รายมวน
(8) เพมิ่ โทษแกผ่ ู้ฝ่าฝืนการสูบบุหรีใ่ นทห่ี า้ มสบู มีโทษปรบั ไมเ่ กนิ 5,000 บาท
(9) เจ้าของสถานทีท่ ่ีเป็นสาธารณะเขตปลอดบหุ ร่จี ะต้องประชาสมั พนั ธ์ แจ้งเตอื นและดูแลไม่ใหม้ ผี ูส้ บู
บุหรใี่ นพืน้ ท่ี หากมีผู้ฝ่าฝนื เจ้าของสถานทมี่ ีโทษปรับไมเ่ กนิ 3,000 บาท
กรมควบคุมโรครว่ มกับสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐานและสำนักงานปลัดกระทรวง
ศกึ ษาธกิ ารและมูลนิธิรณรงค์เพ่ือการไม่สบู บหุ รี่ ได้ดำเนินการ 7 มาตรการเพอื่ โรงเรยี นปลอดบุหรี่ ดงั ต่อไปนี้
(กรมควบคมุ โรค, 2561)
(1) การกำหนดนโยบายสถานศึกษาปลอดบุหรีข่ องสถานศกึ ษา
(2) การบริหารจัดการในสถานศึกษาปลอดบุหร่ี
(3) การจัดสภาพแวดลอ้ มเพื่อสถานศกึ ษาปลอดบุหร่ี
(4) การสอดแทรกเรอ่ื งบหุ รี่ในหลักสูตรการเรยี นการสอนและกจิ กรรม
(5) การมีส่วนรว่ มของนักเรยี นและนกั ศกึ ษาในการขบั เคลื่อนสถานศึกษาปลอดบหุ รี่
(6) การดูแลและชว่ ยเหลอื นกั เรยี นไม่ให้สูบบุหร่ี
(7) การมีกิจกรรมรว่ มกนั ระหว่างสถานศกึ ษากับชุมชน
นอกจากน้ี ในปี พ.ศ. 2561 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสรา้ งเสริมสุขภาพ โดยแผนควบคมุ ยาสูบได้
มีการสนบั สนุนเครอื ขา่ ยวิชาชพี สุขภาพเพื่อสงั คมไทยปลอดบหุ ร่ี “พัฒนาสถาบันอุดมศึกษาปลอดบหุ รโี่ ดย
แตง่ ตั้งคณะกรรมการโครงการสถาบันศกึ ษาปลอดบหุ ร่ี” เพือ่ พัฒนาค่มู ือเกณฑม์ าตรฐานสถาบนั อดุ มศกึ ษา
ปลอดบุหรใ่ี ห้เปน็ แนวทางในการดำเนนิ งาน ผลกั ดนั ใหส้ ถาบันตา่ ง ๆต่ืนตวั โดยมีผลการดำเนนิ งานทสี่ ำคัญ
ดังตอ่ ไปน้ี (1) สถาบนั อดุ มศกึ ษาเขา้ ร่วมโครงการพฒั นาสสู่ ถาบันอุดมศกึ ษาปลอดบหุ ร่ที ง้ั สิ้น 124 แห่ง
(2) สร้างสถาบนั อดุ มศกึ ษาปลอดบุหรี่ 9 เครือข่ายในทกุ ภูมิภาค (3) สถาบนั อุดมศึกษาจำนวน 25 แหง่ บรรจุ
เรื่องการควบคุมผบู้ รโิ ภคยาสูบเขา้ เป็นวชิ าเรียน (4) พัฒนาคูม่ ือเกณฑม์ าตรฐานสถาบนั อดุ มศกึ ษาปลอดบหุ รี่
(สำนกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สุขภาพ, 2561)
2.5.4 ปญั หาการด่ืมสุรา
2.5.4.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
การสำรวจความชุกของผู้ดื่มสุราของประชากรไทย อายุ 15 -19 ปี ปงี บประมาณ 2561 สำรวจโดย
สำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ พบว่า ความชกุ ของผดู้ ่ืมสรุ าของประชากรไทย อายุ 15-
19 ปี ปงี บประมาณ 2561 มีรอ้ ยละ 0.16 หากย้อนหลังกลบั ไป พบวา่ มแี นวโนม้ ลดลงทกุ ปี โดย พ.ศ. 2559
มผี ู้ดมื่ สรุ า รอ้ ยละ 0.34 ปี พ.ศ. 2560 ร้อยละ 0.20
แตเ่ มอ่ื พจิ ารณาถงึ การเข้าถงึ เคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชนไทย จากรายงานศนู ย์วิจัยปญั หา
สุรา (ศวส.) ที่ทดสอบใหเ้ ยาวชนอายตุ ำ่ กวา่ 20 ปีซอ้ื เครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอล์ในร้านค้า จำนวน 417 ร้าน
ใน 4 จงั หวดั ผลการทดสอบพบวา่ รอ้ ยละ 99 สามารถซ้ือสรุ าได้สำเร็จทัง้ ท่กี ารจำหนา่ ยสุราให้แก่เด็กและ
เยาวชนผดิ กฎหมาย ขอ้ มูลน้ียังคงสอดคล้องกบั ข้อมูลเครอื ขา่ ยปอ้ งกันเยาวชนนักดื่มหน้าใหม่ พบว่า
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 76
เด็กอายเุ พยี ง 6 ปสี ามารถซ้อื สุราไดส้ ำเรจ็ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคญั เชน่ เทศกาลสงกรานต์ เทศกาล
ปีใหม่ ย่ิงทำใหเ้ ดก็ และเยาวชนสามารถซ้ือสุราไดอ้ ย่างง่ายดายมากยิง่ ขึ้น
แผนภมู ิที่ 23 แสดงความชุกของผ้บู รโิ ภคเคร่ืองด่มื แอลกอฮอล์ในประชากรอายุ 15-19 ปี
ความชกุ ผบู้ ริโภคเคร่ืองดม่ื แอลกอฮออล์ในประชากรอายุ 15-19
ปี
0.34
0.2 0.16
2559 2560 2561
ทมี่ า: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2559, 2560, 2561
2.5.4.2 ผลการดำเนนิ การและแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
ยทุ ธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอลล์ระดบั ชาติ พ.ศ. 2554-2563 มเี ป้าหมายในการควบคุมและลด
ปริมาณการบริโภค ปอ้ งกันนักดื่มหนา้ ใหม่ ลดความเส่ียงในการบริโภครวมถึงการจำกัดและลดความรุนแรง
ของสภาพปญั หา นอกจากนี้ยังมเี คร่อื งมือทใี่ ชใ้ นการควบคมุ เครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอลล์ พ.ศ. 2551 เป็นกฎหมาย
ทบ่ี ญั ญตั ิขึน้ เพอื่ ควบคุม บำบดั ฟน้ื ฟูและลดปญั หาและผลกระทบทางสงั คมและเศรษฐกจิ สาระสำคญั น้นั
ยงั คงอยู่ทีห่ มวด 4 การควบคุมเครื่องดม่ื แอลกอฮอลล์ ตามมาตรการตา่ ง ๆ ดงั นี้
1. มาตรการควบคมุ บรรจุภณั ฑ์ ฉลาก พร้อมทง้ั ข้อความทีเ่ ตือนผ้บู ริโภค
2. มาตรการควบคมุ สถานท่จี ำหน่ายแอลกอฮอลล์
3. มาตรการควบคุมวันและเวลาขายเคร่อื งดม่ื แอลกอฮอลล์
4. มาตรการควบคุมอายุของผู้ซื้อเครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอลล์
5. มาตรการควบคุมลักษณะและวธิ กี ารขายเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอลล์
6. มาตรการควบคุมสถานท่ีบรโิ ภคเคร่อื งด่มื แอลกอฮอลล์
7. มาตรการควบคมุ การโฆษณาเคร่ืองด่มื แอลกอฮอลล์
การดำเนินงานเพอื่ ป้องกนั ปญั หาการดม่ื สรุ า พ.ศ. 2561 มกี ารดำเนนิ งานเพื่อการควบคุมแอลกอฮอล์ท่ี
สำคญั ไดแ้ ก่ ประกาศสำนกั นายกรัฐมนตรเี รอ่ื งการกำหนดวธิ กี ารหรอื ลกั ษณะหา้ มขายเครอ่ื งดื่มแอลกอฮอลใ์ น
บริเวณร้านค้าสะดวกซ้ือ พ.ศ. 2561 เนอื่ งจากมอี ุปกรณแ์ ละเทคโนโลยที ่ที นั สมยั เพือ่ จงู ใจให้มกี ารบรโิ ภค
เครอื่ งด่มื แอลกอฮอล์มากขนึ้ โดยมผี ลบงั คับใชต้ ้ังแตว่ ันท่ี 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561 นอกจากนีย้ งั มปี ระกาศของ
กระทรวงสาธารณสขุ เร่อื งกำหนดประเภทหรอื ชือ่ ของสถานท่ีสาธารณะ สถานท่ที ำงาน และยานพาหนะให้
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 77
สว่ นใดส่วนหน่งึ หรือทงั้ หมดของสถานที่และยานพาหนะเป็นเขตปลอดบหุ รห่ี รอื เขตสบู บหุ รใ่ี นเขตปลอดบุหร่ี
พ.ศ. 2561 (BLT Bangkok, 2561)
2.5.5 ปญั หาการแขง่ รถในทาง
2.5.5.1 สภาพการณ์และแนวโน้ม
จากปัญหาทเ่ี กดิ ขึน้ กบั เด็กและเยาวชนโดยเฉพาะปัญหาการแขง่ ขันรถยนต์และรถจกั รยานยนตใ์ นทาง
ก่อใหเ้ กดิ ความเดือดร้อนรำคาญและสรา้ งความเสียหายแก่ประชาชน ปญั หาการแข่งขันรถยนตใ์ นทางชว่ ง
พ.ศ. 2556-2558 กอ่ ให้เกดิ อบุ ตั ิเหตทุ างจราจร จำนวน 3,7948 ครงั้ จากอุบัติเหตุดงั กลา่ วสง่ ผลให้มผี ้ทู ไี่ ด้รบั
บาดเจ็บ จำนวน 33,822 ราย มผี เู้ สยี ชีวิต จำนวน 5,988 ราย โดยข้อมูลสนั นษิ ฐานการเกิดอุบตั เิ หตุเกิดจาก
การขับรถเกนิ อตั ราทีก่ ำหนด โดยการแข่งขันรถบนทางสาธารณะเป็นสาเหตหุ นึ่งของอุบตั ิเหตุ ส่วนใหญเ่ กิด
จากความอยากรู้ อยากเหน็ ชว่ งเวลาในการรวมกลุ่มคือ วนั ศุกรแ์ ละวนั เสาร์ เวลา 22.00 น.- 03.00 น.
กรมกจิ การเดก็ และเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ยไ์ ดแ้ สดงข้อมูลผลการ
ดำเนนิ การมาตรการในการป้องกันและแกไ้ ขปัญหาการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง (ตลุ าคม
2559-เมษายน 2562) นั้นได้มกี ารดำเนินคดกี ับเดก็ ท่ีประพฤติตนไมเ่ หมาะสมและเส่ียงตอ่ การกระทำความผิด
ตาม พระราชบัญญตั คิ ุ้มครองเดก็ พ.ศ. 2546 จำนวน 1,421 ราย ดำเนินการว่ากลา่ วตักเตือนเดก็ และเยาวชน
จำนวน 1,028 ราย และทำทัณฑ์บนกบั เด็กและเยาวชน จำนวน 165 ราย และเย่ยี มบา้ น 146 ราย
(คณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการประสานกำกบั ติดตามผลการดำเนินงานตามคำส่งั หวั หน้าคณะ
รักษาความสงบแหง่ ชาต,ิ 2561)
2.5.5.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปญั หา
ผลการดำเนินงานในภาพรวมตามคำสงั่ ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตทิ ี่ 22/2558 และท่ี
แก้ไขเพมิ่ เตมิ คำสงั่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติท่ี 46/2558 ในการดำเนนิ การปอ้ งกันและแก้ไข
ปัญหาการแข่งขนั รถยนต์และรถจักรยานยนตใ์ นทางโดยมีกรมพนิ ิจคุม้ ครองเดก็ และเยาวชนในฐานะ
เลขานุการคณะกรรมการอำนวยการศนู ย์ประสานกำกับตดิ ตามผลการดำเนนิ งานรว่ มกับสำนกั งานตำรวจ
แห่งชาติ กองทัพบก กระทรวงศึกษาธกิ าร กรมกจิ การเด็กและเยาวชน กรมกจิ การสตรีและครอบครวั ซง่ึ มผี ล
การดำเนนิ งานพบว่า จำนวนคดแี ละการจบั กุมมแี นวโน้มลดลง พร้อมกันนม้ี ีการจดั โครงการ “สรา้ งภมู คิ ุม้ กัน
สานฝนั เด็กและเยาวชนไทย” โดยนำเยาวชนทมี่ พี ฤตกิ รรมมวั่ สุมทนี่ ำไปสกู่ ารแข่งรถในทางในส่วนของ
กองบญั ชาการตำรวจนครบาลเขา้ ร่วมอบรม ซง่ึ มกี ารอบรมแลว้ ท้ังหมด 7 รนุ่ จำนวน 328 ราย เพอื่ ปรับ
พฤตกิ รรมและพฒั นาศกั ยภาพเชงิ บวก โดยใหบ้ ดิ า มารดาและ ผปู้ กครองเข้ามามีส่วนรว่ มในการแก้ไขปัญหา
รว่ มกนั (คณะกรรมการอำนวยการศนู ย์อำนวยการประสานกำกบั ติดตามผลการดำเนินงานตามคำสง่ั หัวหนา้
คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ, 2561)
2.5.6 ปญั หาการทะเลาะววิ าท
2.5.6.1 สภาพการณแ์ ละแนวโนม้
ปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรยี นและนักศึกษาตา่ งสถาบันถือว่าเป็นปญั หาท่ีมคี วามสำคญั อยา่ งยิ่ง
โดยเฉพาะในระดบั มัธยมศกึ ษา อาชีวศกึ ษา ระดบั อดุ มศึกษาซึ่งมีทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีพฤติกรรม
ดงั กลา่ ว สำนกั งานตำรวจแหง่ ชาตไิ ดร้ ายงานผลการดำเนินงานโดยมสี ถิตขิ ้อมูลการก่อเหตทุ ะเลาะวิวาทของ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 78
นักเรยี น นักศกึ ษา โดยแยกผลการดำเนินงานออกเปน็ หว้ งระยะเวลาซ่ึงในหว้ งระยะเวลา ดังน้ี (คณะกรรมการ
อำนวยการศนู ยอ์ ำนวยการประสานกำกับตดิ ตามผลการดำเนินงานตามคำส่ังหวั หนา้ คณะรักษาความสงบ
แหง่ ชาติ, 2561)
ตารางที่ 18 แสดงปัญหาการทะเลาะวิวาทของกลมุ่ นักเรยี น นกั ศึกษา แยกตามห้วงเวลา
หว้ งระยะเวลา จำนวนผู้ ทจ่ี บั ได้ ผ้ตู ้องหา ผูบ้ าดเจ็บ ผู้เสียชวี ิต
ทะเลาะ (คน) (คน) (คน) (คน)
วิวาททีร่ บั
แจง้
ตุลาคม 2558 – มิถุนายน 2559 46 43 105 19 3
ตลุ าคม 2559 – มถิ ุนายน 2560 39 22 34 8 1
ตุลาคม 2560 – มถิ ุนายน 2561 23 12 32 17 3
ตลุ าคม 2561 – มถิ นุ ายน 2562 23 6 8 4 1
ทม่ี า: คณะกรรมการอำนวยการศูนยอ์ ำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนนิ งานตามคำส่ัง
หัวหนา้ คณะรกั ษาความสงบแห่งชาต,ิ 2561
2.5.6.2 ผลการดำเนนิ การและแนวทางการแก้ไขปัญหา
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน ไดร้ ายงานดำเนินงานตามคำส่ัง คสช. ท่ี 30/2558 โดย
ไดม้ กี ารดำเนนิ การประกอบไปดว้ ย การจดั อบรมเชิงปฏบิ ัตงิ านส่งเสริมความประพฤตขิ องนักเรียนและจัด
อบรมรวมทงั้ ทดสอบความรู้เพื่อเปน็ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีส่งเสริมความประพฤตขิ องนกั เรยี น ในขณะท่สี ำนกั งาน
คณะกรรมการอดุ มศกึ ษาไดด้ ำเนนิ การแจ้งไปยังสถาบันอุดมศกึ ษาต่าง ๆ เพอ่ื ดำเนนิ การสรา้ งความรว่ มมอื
ดา้ นป้องกนั ความรุนแรงในสถานศึกษา (คณะกรรมการอำนวยการศูนยอ์ ำนวยการประสานกำกับติดตามผล
การดำเนินงานตามคำสัง่ หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาต,ิ 2561)
2.6 เด็กและเยาวชนที่ต้องการการคุ้มครองเปน็ พิเศษ
2.6.1 เด็กและเยาวชนในพืน้ ทส่ี ามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
2.6.1.1 สถานการณแ์ ละแนวโน้ม
รายงานสถานการณ์เด็กและเยาวชนในพน้ื ที่สามจังหวัดชายแดนใต้ พบวา่ สถานการณ์ท่สี ำคัญท่สี ่งผล
กระทบตอ่ เด็กและเยาวชนคือการละเมดิ สทิ ธเิ ด็กในพื้นท่ีขัดแย้งด้วยอาวุธ ผลกระทบทเ่ี กิดข้นึ สว่ นใหญ่
สามารถอธิบายไดด้ ังต่อไปน้ี
(1) ผลกระทบจากเหตกุ ารณค์ วามไมส่ งบ
1.1 เด็กที่ไดร้ ับผลกระทบตอ่ รา่ งกาย เสยี ชีวติ และบาดเจ็บ
สถานการณค์ วามไมส่ งบในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ตัง้ แต่ปี 2547 - 2561 รวมระยะเวลา 15 ปีเด็กคอื
ผู้ท่ไี ดร้ บั ผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขนึ้ ทง้ั โดยทางตรงและทางอ้อม สําหรบั ความรุนแรงทางตรง เด็กเหล่านน้ั
ต่างตอ้ งพบกับความพลัดพรากความสญู เสีย จากการท่ีบุคคลอนั เปน็ ทีร่ กั หรือบุพการตี อ้ งเสียชวี ิตจากเหตุรนุ แรง
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 79
ต้องถูกจองจํา คมุ ขังจากคดีความม่ันคง ขณะทเ่ี ดก็ อีกจำนวนไมน่ ้อยทต่ี อ้ งเสยี ชีวติ หรอื บาดเจบ็ จาก
สถานการณ์ นอกจากนี้ ยงั มเี ดก็ กำพรา้ ทีส่ ูญเสียพอ่ แมจ่ ากเหตกุ ารณ์ความไมส่ งบอกี จาํ นวนมาก
สว่ นผลกระทบต่อเด็กในทางอ้อมนนั้ พบว่าเหตกุ ารณค์ วามรุนแรงและความไมส่ งบส่วนใหญส่ ง่ ผลตอ่
สขุ ภาพจิต เชน่ ความเครยี ด ซึมเศรา้ การขาดการขัดเกลาทางสงั คม และการขาดมนุษยธรรม การกระทาํ ตา่ ง ๆ เหลา่ น้ี
สง่ ผลกระทบตอ่ การพัฒนาทางด้านจิตใจ ความพงึ พอใจ สขุ ภาวะทด่ี ีและคุณภาพด้านบวกต่าง ๆ ในชวี ิต และสง่ ผล
ต่อการยอมรบั ความรุนแรงและการใชค้ วามรนุ แรงในการแก้ปัญหาต่อไป จากขอ้ มลู พบวา่ เด็กทีส่ ญู เสียมากทสี่ ุด
คอื เด็กกำพรา้ ทพ่ี อ่ หรอื แม่เสียชวี ติ มมี ากถงึ 5,289 คน รองลงมาคอื กลมุ่ พอ่ และแม่ท่ีพิการหรือบาดเจ็บ
สาหัส จำนวน 2,079 คน และมีเดก็ ได้รับบาดเจบ็ จากเหตุการณไ์ มส่ งบในสามจงั หวดั ชายแดนภาคใตม้ ากถงึ
1,151 คน ซึง่ สามารถพจิ ารณาได้จากตารางดา้ นล่าง
ตารางที่ 19 ข้อมูลเดก็ เสยี ชีวติ บาดเจ็บ พิการ และเด็กกำพร้า ปี พ.ศ. 2547 – 2561
ที่ การสูญเสีย จำนวน (คน) หมายเหตุ
1 เด็กเสียชีวติ 238 สว่ นใหญเ่ สียชีวิตพร้อมพอ่ หรือแม่
2 เดก็ ได้รบั บาดเจบ็ 1,151 ส่วนใหญ่ถกู ระเบิดในทสี่ าธารณะ
3 เดก็ พิการ 36 ส่วนใหญถ่ ูกระเบดิ ในทสี่ าธารณะ
4 เด็กกำพร้าทพี่ อ่ หรือแมเ่ สยี ชีวติ 5,289 อยูน่ อกพ้นื ทจี่ งั หวัดชายแดนภาคใต้
จำนวน 876 คน
5 เดก็ กำพรา้ ท่พี อ่ และแมเ่ สียชวี ิตทัง้ ค่จู าก 132 -
สถานการณค์ วามไมส่ งบ
6 เด็กทพ่ี ่อแม่พิการ/บาดเจบ็ สาหัส 2,079 อยู่นอกพืน้ ทจี่ งั หวัดชายแดนภาคใต้
จำนวน 642 คน
รวม 8,925
ข้อมลู : สำนักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 12,
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย,์ 2561
1.2 การบังคับใชก้ ฎหมายตอ่ เดก็ ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
เป็นท่ที ราบกันดีว่าพืน้ ทส่ี ามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้มกี ารบงั คบั ใช้กฎหมายทง้ั หมด 3 ฉบับ
คือ พระราชบัญญตั ิกฎอยั การศกึ พ.ศ. 2547 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉนิ พ.ศ.
2548 และพระราชบัญญตั กิ ารรกั ษาความม่ันคงภายในราชอาณาจกั ร พ.ศ. 2551 ซ่งึ เดก็ และเยาวชนในพ้นื ที่
จะได้รบั ผลกระทบโดยตรงจากการบังคับใชก้ ฎหมายพิเศษ คอื กฎอยั การศึกและ พ.ร.ก. ฉุกเฉนิ จากการ
ควบคุมตวั ถกู ซักถามโดยปราศจากการไดร้ บั การควบคมุ ตัวตามอนสุ ญั ญาว่าด้วยสิทธิเดก็ แต่อย่างไรก็ตาม
สถานการณบ์ งั คับใชก้ ฎหมายพเิ ศษตอ่ เดก็ เริ่มมีทิศทางทดี่ ีขน้ึ จากการสำรวจของกลุ่มดว้ ยใจมีวัตถปุ ระสงค์
เพ่ือการจัดหาทุนให้ความชว่ ยเหลือในดา้ นการศึกษาแกบ่ ุตรผู้ต้องการคดคี วามมนั่ คง รวมถึงการสรา้ งความ
เข้าใจระหว่างครอบครวั และผตู้ ้องหาคดีความมน่ั คง พบว่ามีเดก็ ที่ถกู ควบคมุ ตัวเพอื่ ดำเนินคดีเกยี่ วกับความ
ม่นั คงนัน้ มแี นวโนม้ ท่ีไมแ่ น่นอน ในขณะท่กี ลุม่ เดก็ ทีถ่ ูกดำเนินคดีกม็ แี นวโน้มท่ีแมแ่ น่นอนเช่นเดยี วกัน
ซง่ึ สามารถแสดงตารางไดด้ งั ตอ่ ไปนี้
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 80
ตารางที่ 20 แสดงจำนวนเด็กที่ไดร้ บั ผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพเิ ศษในจงั หวัดชายแดนใต้
ในปี 2548-2560
ปี เดก็ ทีถ่ ูกควบคุมตวั เด็กทถี่ กู ดำเนินคดี DNA
2548 8 10
2549 33 60
2550 18 10
2551 20 60
2552 15 00
2553 2 00
2554 1 00
2555 0 00
2556 9 10
2557 0 00
2558 5 10
2559 16 04
2560 0 02
รวม 127 16 6
ทมี่ า: มลู นิธดิ ้วยใจ, 2561
1.3 สภาพปญั หาเดก็ ในสถานการณ์จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ทส่ี ำคัญ
จากรายงานสถานการณ์และการดำเนนิ งานกบั กลมุ่ เดก็ ชายขอบ (สำนกั งานสนบั สนุนและสง่ เสรมิ วิชา
การศึกษา,อัดสำเนา) สำหรบั จังหวดั ชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จงั หวดั ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล
มปี ระชากรรวมท้ังสิน้ จำนวน 3,777,260 คน เปน็ เพศชาย จำนวน 1,860,779 คน เพศหญงิ จำนวน
1,916,481 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 57 ของประชากรทง้ั หมด ในจำนวนน้ีเป็นเด็ก (0 - 18 ป)ี จำนวน
1,071,582 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 29 ของประชากรทงั้ หมด และเป็นเยาวชน (19 - 25 ป)ี จำนวน 502,416 คน
คิดเปน็ ร้อยละ 13 ของประชากรท้งั หมด โดยขอ้ มลู จาก ศอ.บต. พบสถานการณ์เดก็ ในจงั หวัดจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ ดงั นี้
- เดก็ ทีไ่ ด้รับผลกระทบจากสถานการณค์ วามไม่สงบในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ โดยระหว่างปี พ.ศ.
2547 – 2561 มีเดก็ เสยี ชีวิต 238 คน ไดร้ ับบาดเจบ็ 1,151 คน พิการ 36 คน เดก็ กำพร้า เดก็ ทผ่ี ปู้ กครอง
เสยี ชวี ิต 5,421 คน พอ่ แมพ่ ิการ/บาดเจบ็ สาหสั
- เด็กตอ่ การบังคบั ใชก้ ฎหมายพเิ ศษ โดยมีกฎหมายพิเศษในพ้ืนท่ี 2 ฉบับ คอื กฎอัยการศึก
และ พ.ร.ก.การบรหิ ารราชการในสถานการณฉ์ กุ เฉนิ ฯ เชน่ การถูกควบคุมตัว ถูกซกั ถามโดยการบังคบั ใช้
กฎหมายพเิ ศษ ไม่ไดก้ ำหนดระเบยี บวิธปี ฏิบัติตอ่ เด็กเป็นการเฉพาะ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2548 - 2560 มเี ดก็ ถกู
ควบคุมตวั จำนวน 127 คน และถกู ดำเนินคดี จำนวน 16 คน (ทีม่ า: รายงานสถานการณ์เดก็ ในจงั หวดั
ชายแดนภายใต้ กลมุ่ ด้วยใจ)
- เด็กถกู ทอดทง้ิ เน่ืองจากความสัมพนั ธ์เชิงชู้สาวระหว่างผู้หญงิ กบั กำลงั พลหน่วยความม่ันคง เชน่
การต้งั ครรภไ์ มพ่ ร้อมและการปฏเิ สธความรับผดิ ชอบจากฝ่ายชาย เดก็ กำพรา้ พอ่ เดก็ นอกสมรส หย่ารา้ ง
เน่ืองจากความตา่ งทางวัฒนธรรม โดยข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอิสลามกลางประจาจังหวัดปัตตานี
รายงานว่าปี พ.ศ.2560 มผี ้หู ญิงเข้ามาร้องเรียนถกู ทำร้ายรา่ งกายและไมไ่ ดร้ บั คา่ เลี้ยงดู 722 คน แกไ้ ขปัญหา
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 81
ไดเ้ พียง 270 คน ส่วนในจงั หวดั นราธวิ าส ตง้ั แต่ พ.ย. 2560 - ก.พ. 2561 มีผู้หญิงเขา้ มาขอหย่าและไกล่เกลีย่
62 คน ดำเนนิ การแก้ไขให้ไดเ้ พียง 20 คน ยังคงเหลือทย่ี ังไม่ไดร้ ับการแก้ไขปัญหา 42 คน
- เดก็ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางสังคม เชน่ การแตง่ งานในวัยเดก็ โดยตามหลกั กฎหมาย
อิสลามวา่ ด้วยครอบครัวและมรดก” หรอื “พระราชบญั ญตั วิ ่าดว้ ยการใชก้ ฎหมายอสิ ลามในเขตจังหวดั ปตั ตานี
นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489” กำหนดวา่ ชายหญงิ แตง่ งานกันไดเ้ มอ่ื “บรรลุศาสนภาวะ” หมายถงึ พน้
จากการเป็นผู้เยาวเ์ ม่ืออายุ 15 ปบี รบิ ูรณ์ หรือผู้ชายมนี ้ำกาม หรอื ผ้หู ญงิ มปี ระจำเดือน ก็สามารถเข้าพิธีสมรส
ได้
- การต้งั ครรภไ์ ม่พรอ้ ม โดยพบอตั ราการตายของมารดาใน 3 จังหวดั ชายแดนภาคใต้ ไดแ้ ก่ ยะลา
ปัตตานี และนราธิวาส คดิ เป็นรอ้ ยละ 82.81 67.43 และ 63.93 ตอ่ แสนคนในการเกดิ มชี ีวติ (เกณฑ์มาตรฐาน
ไม่ควรเกินร้อยละ 15 ต่อแสนคนในการเกดิ มีชวี ิต)
- สถานการณ์ปัญหาท่ัวไป เชน่ เด็กมีภาวะขาดสารอาหารและพฒั นาการไมส่ มวยั ออกจากโรงเรียน
กลางคนั มีปัญหาพฤตกิ รรม เสพยาเสพตดิ ประสบปัญหาสถานะบคุ คล โดยในจังหวดั นราธิวาส มเี ดก็ อายุ
ตำ่ กว่า 5 ปี ท่ีมีภาวะเต้ียแคระแกรน็ สงู ถึง รอ้ ยละ 29 (ค่าเฉลย่ี ประเทศซ่งึ อยูท่ ี่ร้อยละ 11) ขณะทจี่ งั หวัด
ยะลา ปตั ตานี สตูล และสงขลา อยูท่ ร่ี ้อยละ 21 รอ้ ยละ 19 รอ้ ยละ 17 และร้อยละ 13
1.4 การบูรณาการภารกิจกรมกจิ การเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนา
สงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ยก์ ับกลไกของศูนยอ์ ำนวยการบริหารจงั หวัดชายแดน
ภาคใต้
การดำเนนิ งานในจงั หวัดชายแดนภาคใต้ทผี่ ่านมายึดสภาพปญั หาและความตอ้ งการของพ้นื ท่ี
โดยมีพระราชบัญญตั คิ มุ้ ครองเดก็ พ.ศ. 2546 และกฎหมายหมายดา้ นความม่นั คง และกฎหมายอสิ ลาม เป็น
กรอบในการพฒั นามาตรการพิเศษรองรับบรบิ ทของพนื้ ท่เี ป็นสำคัญ มีคณะกรรมการค้มุ ครองเด็กจังหวัด
เช่อื มโยงและกำกบั ดูแลการขับเคล่ือนงานตามแผนยทุ ธศาสตร์ และมหี นว่ ยงานของ พม. (สำนกั งาน พมจ.
บา้ นพักเด็กและครอบครัว และสถานรองรับเดก็ ) เปน็ หนว่ ยขบั เคลื่อนและใหบ้ รกิ ารทางสังคมแกเ่ ด็กและ
ครอบครีว ซง่ึ มกี ารปฏิบตั ิงานตามยทุ ธศาสตร์ดังต่อไปนี้
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 โครงการเงนิ อดุ หนุนเพอ่ื การเลีย้ งดเู ด็กแรกเกิด ในปี 2561 ผมู้ ีสิทธิร์ บั เงนิ 72,790
คน มีผู้ลงทะเบียนมากท่สี ดุ 3 ลำดบั แรก ไดแ้ ก่ (1) แมว่ ัยใส (2) แมว่ ่างงาน และ (3) แม่เลยี้ งเดย่ี ว ขยาย
สวัสดกิ ารสำหรบั แม่ที่ได้รบั เงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ยี งดเู ดก็ แรกเกดิ โดยจดั สวสั ดกิ ารทจี่ ำเปน็ สำหรับ
กลมุ่ เป้าหมายโดยการเชือ่ มโยงข้อมลู ระหว่างหน่วยงานเพอ่ื จัดสวสั ดิการท่คี รอบคลุม และกองทุนคุ้มครองเด็ก
ในปีงบประมาณ 2561 ใชจ้ ่ายเงนิ เพอ่ื สงเคราะห์เด็ก จำนวน 134 ราย เปน็ เงิน 713,000 บาท และสนับสนุน
โครงการท่ีมวี ัตถปุ ระสงค์เพ่ือการสง่ เคราะห์ คมุ้ ครองสวัสดภิ าพ และสง่ เสรมิ ความประพฤติเด็ก
รวม 7 โครงการ เป็นเงนิ 785,410 บาท
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 โครงการแผ่นดนิ เดียวกนั ซึง่ ส่งเสรมิ เดก็ ในพ้ืนที่ 5 จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ เข้ารว่ ม
กิจกรรมการแลกเปลยี่ นเรียนรเู้ พอ่ื พัฒนาทักษะชีวิตเด็กตา่ งวฒั นธรรมโดยเพอ่ื สง่ เสริมให้เด็กในจังหวดั
ชายแดนภาคใต้ พฒั นาทกั ษะชวี ติ และภาวะผู้นำ รวมทง้ั ไดแ้ ลกเปลยี่ นเรียนรวู้ ัฒนธรรมในท้องถิ่นอนื่ ท่มี ีความ
หลากหลาย อนั นำมาซึ่งความรกั ความเขา้ ใจ ความสามัคคีของคนในชาติ และการอย่รู ่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ุข
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 โครงการพฒั นาผ้ปู ฏิบัติงานดา้ นความมัน่ คง ดา้ นสงั คม และเครือข่ายภาคประชา
สงั คม เก่ียวกบั หลกั สทิ ธมิ นุษยชน หลกั ปฏิบตั ทิ างศาสนา และกฎหมาย สร้างความตระหนักและความรู้ความ
เขา้ ใจใหก้ ับผูป้ ฏิบัติงาน หน่วยงานความม่ันคงในพื้นทเี่ รอ่ื งสิทธิเดก็ และการปฏิบตั ิตอ่ เด็กภายใต้กฎหมาย
พเิ ศษทจี่ ังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส 4 รนุ่ 164 และมกี ารอบรมสหวิชาชีพและฝา่ ยความมัน่ คง
เก่ียวกับกระบวนการคมุ้ ครองเด็กภายใต้กฎหมายพิเศษ จำนวน 100 คน พัฒนาระบบคุ้มครองเด็กระดับ
ท้องถิ่น (ศนู ยช์ ุมชนคมุ้ ครองเดก็ ) เพือ่ กลไกเครอื ข่ายการปกป้องคมุ้ ครองเด็กในการดำเนินงานระดับท้องถ่นิ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 82
โดยจงั หวัดสงขลามพี น้ื ท่ตี ำบลนำร่อง 4 ตำบล และจังหวดั ปัตตานี ยะลา และนราธวิ าส จังหวัดละ 3 ตำบล
รวม 13 ตำบล เป็นกลไกสำคัญท่ีทำหน้าทใ่ี นการเฝ้าระวงั ช่วยเหลอื ประสานส่งตอ่
นอกจากนี้ มกี ารจัดตัง้ สภาเดก็ และเยาวชนในทุกระดับ เพื่อใหส้ ภาเด็กและเยาวชนเป็นศนู ยป์ ระสาน
การจดั กจิ กรรมตามความตอ้ งการของเด็กและเยาวชนในพน้ื ที่ การรวมกล่มุ ของเด็กและเยาวชนในการจัด
กิจกรรม มี 2 โครงการ คอื โครงการส่งเสริมความเข้มแขง็ สภาเด็กและเยาวชน (ทุกระดบั ) และโครงการ
เยาวชนไทยหัวใจใสสะอาดในระดับจังหวดั และระดบั อำเภอ
2.6.2 เด็กและเยาวชนทมี่ ีความต้องการพเิ ศษ: เดก็ พกิ าร
2.6.2.1 สถานการณแ์ ละแนวโน้ม
รายงานขอ้ มูลสถานการณ์ดา้ นคนพิการในประเทศไทย กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของ
มนษุ ย์ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชวี ิตคนพกิ าร (2561) พบวา่ หากวิเคราะห์ตามชว่ งอายุ 0-5 ปี มีจำนวน
14,686 คน อายุ 6-14 ปี มีจำนวน 67,903 คน อายุ 15-21 ปี จำนวน 71,607 คน
แผนภมู ทิ ่ี 24 แสดงจำนวนของเด็กพกิ ารตามช่วงอายุ ปี พ.ศ. 2561
แผนภมู ิแสดงจํานวนของเดก็ พิการตามชว่ งอายุ ปี พ.ศ. 2561
80,000 67,903 71,607
70,000
60,000 14,686
50,000 0-5 ปี
40,000
30,000
20,000
10,000
0
6-14 ปี 15-21 ปี
ท่ีมา: กรมส่งเสรมิ และพฒั นาคุณภาพชีวิตคนพกิ าร, 2561
เมอื่ วเิ คราะหต์ ามอายแุ ละประเภทความพิการ พบวา่ คนพิการที่อยใู่ นวยั ทำงาน อายุระหว่าง 15-60 ปี
มีจำนวน 882,576 (รอ้ ยละ 46.26) คนพิการอายตุ ้งั แต่ 60 ปีข้ึนไป มีจำนวน 1,109,281 คน (รอ้ ยละ 51.97)
คนพิการทม่ี อี ายรุ ะหว่าง 22-59 ปี และคนพิการวยั สูงอายุ (อายุ 60 ปขี นึ้ ไป) มีความพกิ ารทางการเคลือ่ นไหว
หรือทางร่างกายมากที่สุด คดิ เป็นร้อยละ 47.04 และรอ้ ยละ 55.58 ตามลำดับ คนท่พี ิการทีอ่ ยใู่ นวยั เด็กและ
วัยศกึ ษา (แรกเกิด-21 ปี) มีอตั ราสว่ นของคนพกิ ารทางสติปัญญามากทส่ี ุด ร้อยละ 29.84
ด้านการศกึ ษาของคนพกิ ารจากการสำรวจ พบว่า คนพิการทไี่ ด้รบั การศกึ ษา จำนวน 1,231,999 คน มี
การศกึ ษาในระดับประถมศึกษามากทสี่ ดุ จำนวน 1,167,780 คน (รอ้ ยละ 94.79) รองลงมาคือ มัธยมศึกษา
จำนวน 25,518 คน (รอ้ ยละ 2.07) การศึกษานอกระบบและอนื่ ๆ จำนวน 16,444 คน (ร้อยละ 1.33) ตำ่ กว่า
ประถม 8,779 คน (รอ้ ยละ 0.71) ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี จำนวน 5,179 คน (ร้อยละ 0.42) ระดบั
ปรญิ ญาตรี จำนวน 4,925 คน (รอ้ ยละ 0.35) สูงกว่าระดับปรญิ ญาตรี จำนวน 3,273 คน (รอ้ ยละ 0.26)
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 83
และสดุ ทา้ ยคนพิการได้รับการศกึ ษาระดบั อนปุ ริญญานอ้ ยทส่ี ดุ คอื จำนวน 767 คน รอ้ ยละ 0.06 ดงั ทีอ่ ธิบาย
ไว้ในตารางด้านล่าง
ตารางที่ 21 แสดงระดับการศกึ ษาของคนพกิ าร พ.ศ. 2561
ระดบั การศึกษา จำนวน (คน) รอ้ ยละ
ระดบั ประถมศกึ ษา 1,167,780 94.79
ระดับมธั ยมศกึ ษา 25,518 2.07
ระดับการศึกษานอกระบบ 16,444 1.33
ระดบั ต่ำกว่าระดบั ประถมศกึ ษา 8,779 0.71
ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี 5,179 0.42
ระดบั ปรญิ ญาตรี 4,925 0.35
ระดบั สงู กวา่ ระดับปรญิ ญาตรี 3,273 0.26
ระดบั อนปุ รญิ ญา 767 0.06
รวม 1,232,665 100
ท่มี า : กรมส่งเสรมิ และพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพกิ าร
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์, 2561
ดา้ นการทารณุ กรรมหรือการทำร้ายเดก็ และเยาวชนผู้พกิ ารน้นั จากการศกึ ษาขอ้ มูลพบวา่ โดยสว่ นใหญ่
แล้วเกดิ จากคนในครอบครัวหรอื คนใกล้ชดิ โดยเฉพาะความรนุ แรงในกลมุ่ ของผ้หู ญิงและเดก็ ทน่ี บั ว่าเปน็ ปญั หา
สังคมที่เรอ้ื รงั มาอยา่ งยาวนานและยงั เป็นปญั หาหนง่ึ ของภาวะการพกิ ารซ้ำซอ้ นหรอื เป็นเหตุใหเ้ ดก็ และ
เยาวชนที่ถูกทำรา้ ยพกิ ารไดห้ ากพจิ ารณาจากผลการดำเนินงานและสถติ ิรับเรือ่ งราวร้องทุกข์ของมูลนิธปิ วณี า
หงสกลุ ปี พ.ศ. 2561 ไดส้ ำรวจสถติ เิ รือ่ งร้องทุกจำนวน 7,745 เรื่อง โดยปญั หาของครอบครวั ยงั คงเป็นปญั หา
ทน่ี า่ หว่ งมากทสี่ ุด โดยปัญหาครอบครัวยงั คงได้สถติ ิเปน็ อันดบั แรก ร้อยละ 26.04 รองลงมาคอื การทำรา้ ย
รา่ งกาย รอ้ ยละ 44.05 (มลู นิธิปวีณา หงสส์ กลุ เพอ่ื เด็กและสตร,ี 2561) นอกจากนย้ี งั พบวา่ เดก็ และเยาวชนที่
พกิ ารยังคงถกู ทำรา้ ยจากเพื่อนบา้ นหรอื จากเด็กในวัยเดยี วกนั ยกตวั อยา่ งกรณขี องเดก็ พิการซง่ึ เปน็ ใบแ้ ละตา
บอดถกู เด็กอายุ 12 ปีซงึ่ อาศยั อยู่บา้ นใกลเ้ คียงทำร้ายด้วยการนำของมคี มกรีดบรเิ วณแขนและขา เป็นตน้
(มูลนธิ ิปวีณา หงส์สกุล เพอ่ื เดก็ และสตรี, 2561)
2.6.2.2 ผลการดำเนินการและแนวทางการพัฒนา
การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ ารของประเทศไทยเกิดข้นึ อยา่ งสอดคลอ้ งกับการพฒั นาการในเชงิ
กฎหมาย นโยบายและกลไกระดับตา่ ง ๆ ท้งั ทางภาครฐั ภาคเอกชน ภาคประชาสงั คม องคก์ รของคนพกิ าร
และองคก์ รเพอ่ื คนพกิ ารมาอยา่ งตอ่ เนื่อง ซงึ่ หากพิจารณาถึงชว่ งอายขุ องคนพิการในประเทศไทย พบวา่
คนพิการส่วนใหญ่จะอยใู่ นช่วงอายุ 60 ปขี น้ึ ไป จำนวน 812,825 คน รองลงมาคืออายุระหวา่ ง 15-60 ปี
จำนวน 781,576 คน และอย่ชู ่วงอายุ 6-14 ปี จำนวน 47,951 คน แรกเกดิ ถึง 5 ปี จำนวน 15,096 คน
(คณะกรรมการสง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพิการแห่งชาติ, 2561)
ทิศทางยุทธศาสตร์แผนพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพกิ ารแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 5 พ.ศ. 2560-2564 มีวสิ ัยทัศน์
คือ “คนพกิ ารเขา้ ถึงสทิ ธไิ ดจ้ ริง ดำรงชีวติ อสิ ระ ในสังคมอยู่เยน็ เปน็ สขุ รว่ มกันอยา่ งย่งั ยนื ” เนน้ ไปท่ี
ยุทธศาสตรแ์ ห่งความเทา่ เทียมโดยการเสริมสรา้ งพลงั คนพิการให้มศี กั ยภาพและความเขม้ แขง็ เสรมิ สรา้ ง
ความเข้าใจและเจตคตเิ ชงิ สร้างสรรค์ต่อคนพกิ ารและความพกิ ารท้ายทส่ี ดุ คือการสง่ เสรมิ การบรู ณาการ
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 84
และสรา้ งเครือข่ายการมสี ว่ นร่วมเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตคนพกิ ารอยา่ งย่งั ยืน สำหรับยุทธศาสตรแ์ ละแนวทาง
ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั เด็กและเยาวชนสามารถสรุปได้ดังต่อไปน้ี
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 เสริมพลังคนพิการและองคก์ รด้านคนพิการใหม้ ศี กั ยภาพและความเข้มแข็ง แนวทาง
ทเี่ ก่ียวขอ้ ง คอื แนวทางท่ี 1 เสริมพลังและพฒั นาศักยภาพคนพิการในทุกชว่ งวัย ตั้งแตแ่ รกเกดิ หรอื แรกพบ
ความพกิ าร รวมถึงบคุ คลท่ีมคี วามต้องการพเิ ศษเพอ่ื ให้สอดคลอ้ งกบั ความต้องการและความจำเป็นเฉพาะ
บคุ คล แนวทางท่เี กย่ี วข้องต่อมาคอื แนวทางที่ 2 เสริมพลังและพัฒนาศักยภาพสตรีพิการและเด็กหญิงพิการ
เพ่ือให้เขา้ ถงึ โอกาสอันเทา่ เทียมในการพัฒนาสังคมกระแสหลัก
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 พฒั นาคุณภาพการบริหารจดั การ ขจดั การเลอื กปฏิบตั ิ เพ่ือให้คนพกิ ารเข้าถึงสิทธไิ ด้
จริง แนวทางท่ีเกยี่ วขอ้ ง คอื แนวทางที่ 3 เพิม่ ประสิทธิภาพระบบการจัดการศกึ ษาและเรียนรู้ทง้ั ในระบบและ
นอกระบบ โรงเรยี นเฉพาะความพิการ การศกึ ษานอกโรงเรียน ศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษ ศนู ย์การเรยี นเฉพาะ
ความพกิ ารของภาครัฐและภาคเอกชนเพอ่ื ใหค้ นพิการได้เข้าถงึ สทิ ธปิ ระโยชน์ทางการศึกษา
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 เสริมสร้างความเขา้ ใจและเจตคตเิ ชิงสรา้ งสรรค์ต่อคนพิการและความพกิ าร แนวทางท่ี
เกีย่ วขอ้ ง คือ แนวทางท่ี 5 สร้างโอกาส สนับสนนุ ใหค้ นพกิ ารมตี น้ แบบและเปดิ พนื้ ท่ีให้คนพิการไดแ้ สดง
ศกั ยภาพอย่างเต็มความสามารถในทุกรปู แบบในกจิ กรรมตา่ ง ๆของสังคม แนวทางท่ี 7 ผลกั ดันการบรรจุ
ประเดน็ เร่อื งคนพิการเข้าในหลกั สูตรการเรียนการสอนทีเ่ กีย่ วขอ้ งในทกุ ระดับ
การดำเนินงานของภาครฐั นอกจากการจดั ทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบบั ที่ 5
พ.ศ. 2560-2564 แลว้ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ได้ยกรา่ งคู่มือรายการส่ิงอำนวยความสะดวก สอื่ บริการและ
ความชว่ ยเหลืออืน่ ใดทางการศึกษาเพือ่ ปรบั ปรุงรายการใหเ้ ปน็ ปจั จุบนั มากขึน้ ทันตอ่ การพัฒนาของ
เทคโนโลยี ประกอบไปดว้ ย (1) การแก้ไข พระราชบัญญัติลขิ สทิ ธโ์ิ ดยสำนกั งานนวัตกรรมแหง่ ชาตพิ ยายามให้
หน่วยงานตา่ ง ๆเข้ามาปรบั เปลยี่ น ดัดแปลงและเผยแพร่ซ้ำไมว่ ่าจะเปน็ วิดิโอหรอื หนังสือตา่ ง ๆโดยไม่ต้อง
ได้รบั อนญุ าตจากเจา้ ของลขิ สทิ ธทิ์ จ่ี ะสามารถทำใหค้ นพกิ ารได้เข้าถงึ ทกุ สื่อซ่ึงในปจั จุบันคนพกิ ารไม่สามารถ
เขา้ ถึงหนงั สอื ได้ (2) ตรวจสอบการใหบ้ ริการสง่ิ อำนวยความสะดวก ส่ือ บริการความช่วยเหลอื อื่นใดทาง
การศกึ ษา โดยสำนักงานการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานมรี ะบบฐานข้อมลู โปกแกรม IEP ออนไลนโ์ ดยมีตวั เลขบตั ร
ประชาชนสิบสามหลกั สามารถตรวจสอบไดว้ ่าผูพ้ กิ ารได้รบั บริการใดมาแลว้ (3) ส่ือสาธารณะควรจัดให้มคี ำ
บรรยายใต้ภาพเพ่ือให้ผพู้ กิ ารทางการไดย้ ินได้เรยี นรูท้ ี่จะฝกึ อ่าน เนือ่ งจากเด็กหูหนวกมกั จะมปี ญั หาทางดา้ น
ภาษา (4) การพฒั นาสอ่ื การเรยี นรู้ด้วยหนังสอื สอบทักษะและความพร้อมทางการเรียนรู้ (สภาคนพิการทกุ
ประเภทแห่งประเทศไทย, 2561)
มิใช่เพียงภาครฐั เทา่ นนั้ ทดี่ ำเนนิ งานเพอื่ พัฒนาศกั ยภาพของคนพิการแต่ยงั มีภาคประชาสงั คม
ภาคเอกชนเข้ามารว่ มดำเนนิ งานพฒั นาศกั ยภาพเด็กและเยาวชนกลมุ่ พิการ ยกตวั อยา่ งเชน่ อทุ ยานการเรียนรู้
ที เค พาร์ค ได้รเิ ริ่ม “โครงการปันเสียง” เชญิ ชวนให้เยาวชนที่มอี ายตุ ั้งแต่ 16 ปขี ้นึ ไป จบั คอู่ า่ นหนังสือเสียง
โดยการใช้โปรแกรมทีอ่ อกแบบพเิ ศษในการบันทึกและเรียบเรยี งเสียงตามโครงสร้างจนได้ผลลัพธ์ทเ่ี ปน็ หนังสอื
เสียงทม่ี คี ุณสมบตั คิ ล้ายหนงั สือเล่ม โดยโครงการได้จัดกจิ กรรมในรปู แบบคา่ ยอาสาปนั เสียง จำนวนท้งั หมด
10 รนุ่ รุ่นละประมาณ 20-22 คน ซ่ึงกฎว่ามีเยาวชนสนใจเขา้ สมคั รเปน็ จำนวนมาก (อุทยานการเรียนร้,ู
2561)
2.6.3 เด็กทกี่ ระทำความผดิ และเดก็ ในกระบวนการยตุ ธิ รรม
เด็กที่เสี่ยงตอ่ การกระทำความผดิ ตามพระราชบัญญัตคิ ุม้ ครองเดก็ พ.ศ. 2549 ไดบ้ ญั ญตั คิ วามหมาย
ของเด็กท่ีเส่ยี งตอ่ การกระทำความผดิ ไว้วา่ เดก็ ที่ประพฤติตนไม่สมควร เดก็ ที่ประกอบอาชพี หรอื คบหาสมาคม
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดท่ี 3) 85
กบั บคุ คลท่นี ่าจะชกั นำไปในทางกระทำผดิ กฎหมายหรอื ขดั ต่อศลี ธรรมอนั ดหี รอื อยู่ในสภาพแวดลอ้ มและ
สถานทท่ี ่ีอาจจะชกั นำไปในทางทีผ่ ดิ กฎหมาย ซ่ึงสมควรเปน็ กลุ่มเด็กท่ี พระราชบญั ญัตคิ ุม้ ครองสทิ ธเิ ดก็ พ.ศ.
2546 มงุ่ เน้นให้เดก็ ไดร้ ับการคุม้ ครองสวสั ดิภาพโดยการปกปอ้ ง ดูแล พัฒนาและฟ้นื ฟูเด็กและครอบครัวซ่ึงอยู่
ในสภาวะท่ีต้องไดร้ ับการคุ้มครองสวัสดภิ าพ
2.6.3.1 สถานการณ์และแนวโนม้
ยอดสะสมเด็กและเยาวชนในสถานพนิ ิจทว่ั ประเทศ จากการสำรวจของระบบงานคดีอาญา (2561)
พบวา่ มยี อดสะสมเด็กและเยาวชนในสถานพินจิ ท้ังหมด 17,705 คน แบง่ เป็น เพศชาย จำนวน 16,313 คน
และเพศหญิง จำนวน 1,391 คน ซ่ึงหากเปรยี บเทยี บในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ถอื ว่ามแี นวโน้มลดลง
คือ ใน พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 มจี ำนวนเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ จำนวน 27,236 คน และ 23,121
คน ตามลำดับ
ตารางท่ี 22 แสดงยอดสะสมเดก็ และเยาวชนในสถานพนิ ิจทวั่ ประเทศ
ปี (พ.ศ.) ชาย (คน) หญงิ (คน) รวม (คน)
2559 25,112 2,124 27,236
2560 21,334 1,787 23,121
2561 16,313 1,319 17,705
ท่ีมา: ระบบงานคดีอาญา, 2561
หากพจิ ารณาคดที งั้ หมดจำแนกตามอายุขณะกระทำผดิ จากการสำรวจของระบบงานคดอี าญา (2561)
พบวา่ เดก็ ทกี่ ระทำความผดิ มากที่สุดคือ ชว่ งอายุ 17 ปี จำนวน 7,590 คน รองลงมาคืออายุ 16 ปี จำนวน
5373 คน และลำดับท่ีสาม คือ อายุ 15 ปี จำนวน 3,366 คน ลำดบั ทีส่ คี่ ือ อายุ 14 ปี จำนวน 1,519 คน
ลำดบั ที่ห้า คอื อายุ 13 ปี จำนวน 647 คน ลำดบั ที่ 6 คือ อายุ 12 ปี จำนวน 228 คน ลำดบั ที่ 7 คอื อายุ
11 ปี จำนวน 64 คน และสดุ ทา้ ยคืออายุ 10 ปี จำนวน 29 คน
ตารางท่ี 23 แสดงยอดสะสมจำนวนคดเี ด็กและเยาวชนในสถานพินิจท่วั ประเทศ
ปี อายเุ กิน 10 ปี แต่ไม่เกนิ 15 ปี อายเุ กนิ 15 ปี แตไ่ ม่ถึง 18 อื่น ๆ รวม
พ.ศ. ปี
10 ปี 11 ปี 12 ปี 13 ปี 14 ปี 15 ปี 16 ปี 17 ปี
2559 46 101 290 1,004 2,488 5,150 8,635 11,565 14 29,293
2560 30 98 303 841 2,021 4,430 7,233 9,791 13 24,760
2561 29 64 228 647 1,519 3,366 5,373 29 15 18,831
ท่มี า: ระบบงานคดีอาญา กระทรวงยุติธรรม, 2561
เม่ือพจิ ารณาจำนวนคดตี ามฐานความผดิ ประจำปี พ.ศ. 2561 พบวา่ เด็กและเยาวชนส่วนใหญท่ ี่กระทำ
ความผิดเกยี่ วกบั ยาเสพติดให้โทษ จำนวนท้ังสิ้น 9,434 คดี รองลงมาคือ ความผิดเกย่ี วกบั ทรพั ย์ 2,915 คดี
ความผดิ เกี่ยวกบั ชวี ิตและรา่ งกาย จำนวน 1,729 คดี ความผดิ อ่ืน ๆ จำนวน 2,125 คดี ความผดิ เกี่ยวกบั อาวุธ
และวัตถุระเบิด จำนวน 875 จำนวน ความผดิ เกี่ยวกบั เพศ จำนวน 808 คดี ไม่ระบคุ วามผดิ จำนวน 569 คดี
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 86
และสุดทา้ ยคือ คดเี กี่ยวกับความสงบสุขและเสรภี าพจำนวน 430 คดี ซ่งึ มแี นวโนม้ ลดลงเมอื่ เทียบกบั ปี
พ.ศ. 2561
แผนภูมิที่ 25 แสดงจำนวนยอดสะสมคดีตามฐานความผดิ ของเยาวชนในสถานพนิ ิจ พ.ศ. 2561
แผนภมู ิแสดงจํานวนคดีตามฐานความผิดของเยาวชนในสถานพินิจ
พ.ศ. 2561
ความผิดอ-ืน ๆ 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000
ไมร่ ะบคุ วามผิด
คดีเก-ียวกบั ความสงบสขุ และเสรีภาพ
ความผิดเกี-ยวกบั เพศ
ความผิดเกี-ยวกบั อาวธุ และวตั ถรุ ะเบดิ
ความผิดเกี-ยวกบั ชีวิตและร่างกาย
ความผิดเก-ียวกบั ทรัพย์
ความผิดเกี-ยวกบั ยาเสพตดิ ให้โทษ
0
2561 2560
ท่มี า: ระบบงานคดอี าญา กระทรวงยตุ ิธรรม, 2561
2.6.3.2 ผลการดำเนนิ การและแนวทางการพัฒนา
ปี 2561 กรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชนได้พฒั นารูปแบบการแก้ไข บำบัด ฟนื้ ฟูเดก็ และเยาวชน
ใหม้ คี วามสอดคล้องกบั สภาพปัญหาและความจำเปน็ ของเดก็ และเยาวชนแต่ละรายโดยการมงุ่ เน้นการลด
ระยะเวลาให้มีความสอดรบั กับปญั หาและความจำเป็นเพ่ือลดระยะเวลาการใชช้ วี ิตในศูนย์ฝกึ อบรม
โดยสนับสนุนให้ชมุ ชน ครอบครัวเขา้ มามสี ่วนรว่ มในการบำบดั แกไ้ ขและฟ้นื ฟเู พื่อให้เดก็ และเยาวชนมคี วาม
พรอ้ มในดา้ นชีวิตความเปน็ อยู่ ท่ีอยอู่ าศัย การศกึ ษา อาชีพและการใช้เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตลอดจนการ
ชว่ ยเหลือและดูแลเยาวชนภายหลังการปล่อยให้สามารถดำเนนิ ชีวิตในสงั คมได้ โดยมีแนวคดิ มาจากต้นแบบ
108 Behavioral and Program for Youth at Risk ซึ่งถอื ว่าเป็นองค์กรทีป่ ระสบความสำเร็จในการคืนเดก็ สู่
สงั คมของประเทศเนเธอรแ์ ลนด์ ภายใตโ้ ครงการพัฒนาระบบการแก้ไขฟื้นฟเู ดก็ และเยาวชนแบบไร้รอยตอ่
โครงการดงั กลา่ วได้นำรอ่ งการดำเนนิ งานระบบการแก้ไขฟน้ื ฟเู ด็กและเยาวชนเฉพาะรายแบบไร้รอยต่อโดยมี
นกั สังคมสงเคราะหน์ ำไปใชด้ ำเนินการในศูนย์ฝกึ และอบรมฯ เดก็ และเยาวชนทัว่ ประเทศโดยมีการดำเนนิ งาน
ในศูนย์ฝึกและอบรมได้จำนวน 17 แหง่ ท่วั ประเทศ โดยนักสงั คมสงเคราะหผ์ ู้ปฏิบตั ิหนา้ ที่ต้องสามารถเปน็ ผู้ให้
คำปรึกษา แนะนำ ฟนื้ ฟสู ภาวะทางจติ ใจ อารมณ์ สงั คมและส่งเสริมพฒั นาการมงุ่ หวงั เนน้ การเสรมิ พลงั การ
มองเหน็ ศกั ยภาพของตนเอง จัดทำแผนการดำเนนิ ชวี ติ ของเด็กและเยาวชนเฉพาะราย สนบั สนนุ และติดตาม
แผนบริหารจัดการทรพั ยากรท้ังภายในและภายนอกศนู ย์ฝกึ อบรมเพอ่ื ชว่ ยเหลอื เดก็ และเยาวชนตลอดจน
ชุมชน ครอบครัวและบคุ คลทเ่ี ก่ียวขอ้ ง (กรมพนิ จิ คุ้มครองเด็กและเยาวชน, 2561)
ผลการดำเนนิ งานภายใต้แผนปฏิบัติการและแผนการใช้จา่ ยงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2561
ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการพฒั นาเดก็ และเยาวชนทเ่ี สีย่ งต่อการกระทำความผดิ และกระบวนการยุติธรรม
ดงั ตอ่ ไปนี้ (กรมพินิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน กระทรวงยุติธรรม, 2561)
รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2561 (งวดที่ 3) 87