คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรับพอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
เลขมาตรฐานสากลประจำหนงั สือ 978-974-296-684-3
รวบรวมข้อมลู และเรียบเรยี งโดย
นิรมัย คุม้ รกั ษา
อจั จมิ า ศริ พิ ิบูลย์ผล
บรรณาธกิ าร : วนิดา ชนนิ ทยทุ ธวงศ์
พิมพค์ รงั้ ท่ี 1 กนั ยายน 2552 จำนวน 1,000 เลม่
ผลติ โดย
สถาบนั ราชานุกูล กรมสุขภาพจติ
โทร. 0 2245 4601-5 โทรสาร 0 2248 2944
สนบั สนุนงบประมาณโดย สำนกั งานหลักประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ
สงวนลิขสิทธต์ิ ามพระราชบญั ญัต
ิ
หา้ มลอกเลยี นแบบส่วนหนงึ่ ส่วนใดของหนังสือเลม่ น
ี้
โดยไม่ได้รับอนญุ าตจากเจ้าของลขิ สิทธ ิ์
พมิ พท์
่ี
บริษัท บยี อนด์ พบั ลสิ ชิ่ง จำกดั
คำนำ
เด็กแรกเกิด – 5 ปี ต้องการพ่อแม่ ผู้ใหญ่ในการอบรมเลีย้ งดู ปกป้อง คุ้มครอง ให้ความรัก
ความอบอุ่น เอาใจใส่อย่างใกล้ชิด การอบรมเลี้ยงดูที่มีคุณภาพจะส่งผลให้เด็กเจริญเติบโต สุขภาพ
แขง็ แรง มีพฒั นาการสมดุลทั้งทางด้านร่างกาย สตปิ ญั ญา จิตใจ อารมณ์ สงั คม
คู่มือการจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0-5 ปี (2ก 2ล) เล่มน้ี กรมอนามัยร่วมกับ
กรมสุขภาพจิต โดยการสนับสนุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ร่วมมือกันจัด
ทำข้ึนเพื่อให้บุคลากรสาธารณสุข และผู้ทำงานด้านเด็ก ใช้เป็นแนวทางในการประชาสัมพันธ์และ
เผยแพร่ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กให้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้าน
ต้ังแต่แรกเกิด เพื่อให้เด็กไทยมีสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์เพิ่มข้ึน และเติบโตเป็นทรัพยากร
บุคคลท่ีมคี ณุ ภาพ
ด้วยความปรารถนาดจี าก
กรมอนามัยและกรมสขุ ภาพจติ
กระทรวงสาธารณสขุ
กคู่มือการจดั กิจกรรมสำหรับพอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ข ค่มู ือการจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
สารบัญ
บทนำ 1
แนวคิดทฤษฎีท่ีเก่ยี วข้อง 3
แนวคิดในการดูแลสขุ ภาพ 3
แนวคดิ ในการเลน่ เพื่อสง่ เสริมพฒั นาการ 4
แนวคดิ ในการสรา้ งนสิ ัยรักการอา่ น 4
แนวคดิ ในการสรา้ งความผกู พัน 5
แนวคดิ Positive Parenting 5
โครงสรา้ งหลักสูตรการจดั กิจกรรมเสรมิ สร้างไอควิ อคี วิ เดก็ 0 – 5 ป ี 13
(สำหรบั พ่อแม่)
แผนกิจกรรม 15
แผนกจิ กรรมสำหรับพ่อแม่ ผูเ้ ล้ยี งดู เร่อื ง 15
รเู้ ลอื ก รกั กนิ เติบโตสมวยั สดใสแขง็ แรง (กิน) สำหรับเด็กอายุ 0-2 ป
ี
แผนกจิ กรรมสำหรบั เด็กอายุ 0 – 2 ปี 15
แผนกิจกรรมสำหรับเดก็ อายุ 3 – 5 ปี 27
แผนกจิ กรรมสำหรับพอ่ แม่ ผู้เลยี้ งดู เร่ือง 39
การเลน่ เพ่ือการสง่ เสริมพฒั นาการ (เลน่ ) สำหรับเดก็ อายุ 0-5 ปี
แผนกจิ กรรมสำหรบั เดก็ อายุ 0 – 5 ปี
แผนกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่ ผเู้ ล้ียงดู เรื่อง 39
สรา้ งนสิ ยั รักการอา่ นสานไอคิวและอคี วิ (เลา่ ) สำหรบั เด็กอายุ 0-2 ป ี 53
แผนกิจกรรมสำหรับเด็กอายุ 0 – 2 ป ี
แผนกิจกรรมสำหรับเดก็ อายุ 3 – 5 ปี
แผนกจิ กรรมสำหรับพ่อแม่ ผเู้ ลีย้ งดู เร่ือง 53
การสร้างความผูกพัน (กอด) สำหรับเดก็ อายุ 3-5 ปี
65
แผนกจิ กรรมสำหรบั เด็กอายุ 0 – 2 ป ี 77
แผนกจิ กรรมสำหรบั เดก็ อายุ 3 – 5 ป ี
77
83
คคูม่ ือการจัดกิจกรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ง ค่มู ือการจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
บทนำ
จากการสำรวจของ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนา
เดก็ และครอบครวั มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจสภาวะสขุ ภาพ พฒั นาการและการเจรญิ เติบโตเด็กปฐมวยั
ของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2542 ในเดก็ อายุ 1 ปี และ 4 ปี จำนวน 3,096 คน ใน 4 ภาค 9 จงั หวัด
โดยใช้แบบทดสอบพัฒนาการ Denver II พบว่าพัฒนาการรวมทุกด้านของเด็กปฐมวัยปกติ (Normal)
รอ้ ยละ 71.69 สงสัยล่าช้า (Suspect) ร้อยละ 28.31 ปี 2546 เด็กอายุ 0-5 ปี มพี ฒั นาการรวมปกติ
รอ้ ยละ 71.69 ปี 2550 มพี ัฒนาการรวมปกติ 67.7
พ.ศ. 2544 รศ. พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ และคณะ ดำเนินโครงการวิจัยพัฒนาการแบบ
องค์รวมของเด็กไทยในกรุงเทพมหานครและ 16 จังหวัด ใน 4 ภาค ในเด็กอายุ 12-35 เดือน
(1,571 คน) ประเมินโดยแบบทดสอบพัฒนาการ Capture scales พบว่า มีพัฒนาการสมวัยร้อยละ
79.3 ค่อนข้างช้าและช้ารวมกันร้อยละ 20.6 และ รศ.พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ และรศ.พญ. ศิริกุล
อิศรานุรักษ์ (พ.ศ. 2546) พบว่าเด็กปฐมวัย (1-<6 ปี) มีคะแนนการมีสมาธิจดจ่อ และแรงจูงใจใฝ่
สำเร็จ (Mastery motivation) ตำ่
พ.ศ. 2545 กรมสขุ ภาพจติ ไดด้ ำเนนิ การสำรวจ ระดบั ความฉลาดทางอารมณ์เดก็ วัย 3-5 ปี
พบว่า พ.ศ. 2545 เกณฑ์ปกติ 139-202 คะแนน ปี 2550 เกณฑป์ กติลดลง 125 – 198 คะแนน
ด้านทลี่ ดลงเปน็ ด้านการปรับตวั ตอ่ ปัญหาและความกระตือรือร้น
จากข้อมูลสถานการณ์ของนักวิชาการที่สำรวจแล้วพบว่า พัฒนาการของเด็กไทยที่สมวัยมี
แนวโน้มลดลง ความฉลาดทางอารมณ์ก็มีค่าเกณฑ์ปกติลดลงด้วย ดังนั้นกรมสุขภาพจิตจึงได้ร่วมกับ
กรมอนามัย พัฒนาหลักสูตรการจัดกิจกรรมเสริมสร้างไอคิวอีคิวเด็ก 0 – 5 ปี (สำหรับ พ่อแม่) ขึ้น
โดยยึดหลัก 2 ก 2 ล “กิน กอด เล่น เล่า” ในการดูแลเลี้ยงดูเด็ก ซ่ึงมีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้พ่อแม
่
ตลอดจนผู้เลี้ยงดูเด็กมีความรู้และทักษะในการดูแลท้ังทางด้านสุขภาพ ด้านการเล่นเพื่อส่งเสริม
พัฒนาการ ด้านการสร้างนิสัยรักการอ่าน และการสร้างความผูกพัน โดยออกแบบเป็นหลักสูตรการจัด
กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมห่ รอื ผูเ้ ลยี้ งดู จำนวน 4 คร้งั ตดิ ตอ่ กัน
1คมู่ ือการจัดกจิ กรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ปี
2 ค่มู ือการจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
แนวคิด
ทฤษฎ
ี
ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
แนวคิดทฤษฎีท่ีเก่ียวข้องในการจัดหลักสูตรการจัดกิจกรรมเสริมสร้างไอคิวอีคิวเด็ก
0 – 5 ปี (สำหรบั พ่อแม่) มีดงั น
้ี
การดูแลสุขภาพ
การเล่นเพ่อื สง่ เสรมิ พฒั นาการ
การสร้างนิสยั รกั การอ่าน
การสรา้ งความผูกพัน
Positive Parenting
แนวคดิ ในการดแู ลสุขภาพ
เดก็ วยั 0 – 2 ปีเป็นวยั ทม่ี กี ารเจริญเตบิ โตและการเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกายอย่างรวดเร็ว การ
เจริญเติบโตของเด็กขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ พันธุกรรม ฮอร์โมน ภาวะโภชนาการ
โรคทางกาย และสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดู เด็กมีการเจริญเติบโตและเปล่ียนแปลงเกิดข้ึนอย่างต่อเนื่อง
ตลอดเวลา การเจรญิ เติบโตในแต่ละชว่ งอายุแตกต่างกัน โดยในชว่ งแรกเกิด วยั ทารก เด็กจะมกี ารเจรญิ
เติบโตอย่างรวดเร็ว การติดตามการเจริญเติบโตในเด็กเล็ก ใช้การวัดความยาว ช่ังน้ำหนัก และวัดเส้น
รอบศีรษะ เป็นตน้
อาหารเป็นปัจจัยที่มีบทบาทอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 0-2 ปี การให้อาหาร
นอกจากช่วยให้มีชีวิตรอด เจริญเติบโตและพัฒนาตามศักยภาพยังช่วยให้เด็กแข็งแรง และมีสุขภาพดี
ในวัยเด็ก การเลือกอาหารท่ีเหมาะสมต้องคำนึงถึงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และข้อจำกัดทาง
สรีรวิทยาของทารก เช่น การย่อยอาหาร และการทำงานของไต นมแม่เป็นอาหารท่ีดีที่สุดของทารกใน
ช่วงหกเดือนแรกของชีวิต และควรให้นมแม่ร่วมกับอาหารท่ีเหมาะสมตามวัยจนลูกอายุครบ 2 ปี หรือ
นานกว่านั้นเพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลดตี อ่ สุขภาพลูกและแมอ่ ยา่ งเต็มที่
นอกเหนือจากนั้นแล้วการท่ีพ่อแม่มีความรู้เร่ืองการสังเกตความผิดปกติ และปัญหาท่ีพบบ่อย
ในเด็กอายุ 0-2 ปี ยงั ชว่ ยปอ้ งกนั และแก้ไขสงิ่ ทีม่ าบั่นทอนพัฒนาการการเจริญเตบิ โต และสขุ ภาพของ
เดก็ วัย 0 – 2 ปไี ดใ้ นเบ้อื งต้น
เด็กวัย 3 – 5 ปีเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโต อาหารเป็นปัจจัยท่ีมีบทบาทอย่างมากต่อการ
เจริญเติบโตของเด็กอายุ 3-5 ปี การได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และมีปริมาณท่ีเหมาะสมมีความ
จำเปน็ ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทกุ ส่วนของร่างกายและสมอง
3คมู่ อื การจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
นอกเหนือจากน้ันแล้วการที่พ่อแม่มีความรู้เร่ืองการสังเกตความผิดปกติ และปัญหาท่ีพบบ่อย
ในเด็กอายุ 3-5 ปี ยงั ชว่ ยปอ้ งกัน และแกไ้ ขสิ่งทม่ี าบ่ันทอนพัฒนาการการเจรญิ เติบโต และสุขภาพของ
เด็กวยั 3 – 5 ปีไดใ้ นเบื้องต้น
แนวคดิ ในการเลน่ เพอื่ สง่ เสริมพฒั นาการ
วิธีแห่งการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติที่ดีท่ีสุดสำหรับเด็กคือ การเล่น การเล่นกระตุ้นการคิดและ
จินตนาการของเด็ก การเลน่ เป็นสญั ลักษณ์ของการถา่ ยทอดประสบการณ์ของเดก็ ซึ่งเป็นการตอบสนอง
ความต้องการของเด็ก ในปัจจุบันและถ่ายโยงประสบการณ์นี้ไปสู่อนาคต นอกจากนี้การเล่นทำให้เด็ก
เรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ประสบการณ์ที่เด็กได้จากการเล่นจะนำไปสู่การรับผิดชอบต่อ
ตนเอง และปรับตวั ให้เข้ากบั สงั คม อีกท้ังส่งเสริมพฒั นาการดา้ นต่าง ๆ ไดส้ มวยั
แนวคดิ ในการสร้างนิสัยรักการอ่าน
ภาษาและการใช้ภาษาพูดน้ันมีความเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก ภาษาคือสัญลักษณ์ในการ
ออกเสียง ส่วนการใช้ภาษาพูดคือ การแสดงความรู้สึกภายในออกมา ท้ังสองเรื่องสะท้อนถึงความ
ต้องการส่ือสารของมนุษย์ การสง่ เสรมิ และปลกู ฝงั การใชภ้ าษาพูด ไมว่ า่ จะเปน็ การพูดคุย การรอ้ งเพลง
เห่กล่อม จะเป็นการกระตุ้นให้เซลล์ประสาทในสมองของเด็กให้เช่ือมต่อเป็นเครือข่าย จนพัฒนาเป็น
ภาษาพูดได้ในที่สุด อีกท้ังยังเป็นกลวิธีท่ีเด็กเรียนรู้ในการแสดงความรู้สึกและสภาวะทางอารมณ์ของ
ตวั เองไดเ้ ป็นอย่างดี
นิทานเป็นจุดเร่ิมต้นของการส่ือสารด้วยภาษา เด็กเรียนรู้ท่ีจะออกเสียงพูดเพื่อส่ือความหมาย
ให้คนอื่นเข้าใจด้วยการฟังคนอ่ืนพูด การเล่านิทานเป็นการกระตุ้นให้เด็กมีทักษะในการเป็นผู้ฟังท่ีดี
รวมท้ังจินตนาการที่เหมาะสมและทัศนคติที่ดีต่อการดำเนินชีวิต เช่น ทำให้เด็กเล็กมีพัฒนาการการพูด
ได้เร็วข้ึน นอกจากน้ันการสร้างนิสัยรักการอ่านให้ลูกเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากในเร่ืองของเวลา และที่
สำคัญการอ่านเป็นการเปิดโลกกว้างที่มีคุณค่ามากให้แก่ลูก ซ่ึงจะมีบทบาทมากในการเปลี่ยนแปลงชีวิต
ของลูกในอนาคตตอ่ ไป
เด็กวัย 3-5 ปี เป็นวัยที่อยากเรียนรู้สิ่งต่างๆ โดยเด็กจะต้ังคำถามบ่อยๆ สนใจค้นหาและ
สำรวจส่ิงต่างๆ เร่ิมมีสมาธิ มีพัฒนาการทางภาษาท่ีรวดเร็ว ชอบดูหนังสือภาพ เรียนรู้ส่ิงแวดล้อม ฟัง
บทกลอน ชอบให้เล่าซ้ำๆ โดยไม่รู้จักเบื่อ เริ่มสนใจเล่นร่วมกับเด็กอ่ืนๆ เริ่มเล่นแบบจินตนาการ และ
เลน่ สมมติ เมอื่ ได้รับฟังนทิ านทุกวนั เดก็ จะจำไดท้ กุ ถอ้ ยคำ หรือทุกตัวอกั ษร ประสบการณท์ างภาษาท่ีดี
จะเปน็ พื้นฐานนสิ ยั รักการอ่านของเดก็ ในอนาคต
นิทานเป็นเร่ืองราวท่ีผูกขึ้นและถ่ายทอดออกไปสู่ผู้ฟัง การเล่านิทานเป็นศิลปะที่ก่อให้เกิด
ความบันเทิง จินตนาการ ความรู้ ผ่านประสบการณ์ของผู้เล่า และพัฒนาความคิดไปสู่การมีเหตุผล
นิทานนอกจากจะให้ความสุขแก่ผู้ฟังและผู้เล่าแล้ว ยังสร้างความผูกพันทางจิตใจระหว่างผู้เล่าและผู้ฟัง
ด้วย นิทานจึงเหมือนอาหารสมองและอาหารใจท่ีสามารถหล่อหลอมความคิดและพฤติกรรมท่ี
สร้างสรรค์
4 คูม่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ปี
การฟงั นิทานบอ่ ยๆ เดก็ จะซมึ ซบั วัฒนธรรมการอ่านจากผใู้ หญ่ ทำใหเ้ ด็กเกิดทักษะในการอ่าน
เมือ่ เดก็ เรม่ิ อ่านหนังสอื ออกจะพัฒนามากข้ึนจนทำใหเ้ ดก็ เกิดความรักในการอา่ นจนเปน็ นสิ ัย
แนวคดิ ในการสรา้ งความผกู พัน
ลูกอายุ 0-5 ปี จะรับรู้ถึงความรักความผูกพันจากพ่อแม่หรือผู้แลได้ โดยการสัมผัส
การโอบกอด การพูดคุยกับลูก การเล่น การให้อาหาร จะทำใหล้ กู อบอุ่น อารมณด์ ี
แนวคิด Positive Parenting
“ลูก”เป็นรางวัลชีวิตที่มีค่าสำหรับพ่อแม่ แต่การเป็นพ่อแม่ไม่ใช่เร่ืองง่าย พ่อแม่หลายคนรู้สึก
ถึงความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าจากความกดดันท่ีเกิดข้ึนจากการดูแลลูก พ่อแม่ส่วนมากไม่ได้เตรียมตัวต่อ
ส่ิงเหล่าน้ีมาก่อน ในขณะท่ีพ่อแม่ปรารถนาที่จะเลี้ยงดูลูกให้มีความสุข เติบโตเป็นผู้ใหญ่ท่ีมีสุขภาพ
สมบูรณ์ มีความสามารถในการดำเนินชีวิต ทำให้บ่อยคร้ังพ่อแม่รู้สึกว่าตนเองหมดหนทางในการดูแล
ลกู และเกิดความกดดนั จนตอ้ งใช้วิธที ี่รุนแรงในการจดั การลูก
ในกระบวนการเรยี นรู้เหล่าน้ี พอ่ แม่ต้องการการสนบั สนุนขอ้ มลู การฝึกฝนตนเองและกำลังใจ
จากคนรอบข้างในครอบครัว ชุมชนและสังคม วิธีการและทักษะการเล้ียงดูลูกที่เหมาะสมและเป็นไปได้
ไม่ยากเกินไปสำหรับพ่อแม่ที่จะพัฒนาทักษะให้กับลูก กระตุ้นพฤติกรรมที่เหมาะสมให้เกิดขึ้น และมี
ทกั ษะในการจดั การพฤติกรรมทเี่ ปน็ ปัญหา รวมทงั้ ช่วยใหพ้ อ่ แมร่ ้สู ึกสนุกในการเลยี้ งดลู ูกเปน็ สิ่งที่พ่อแม่
ทุกคนปรารถนาและยงั ชว่ ยใหพ้ อ่ แมล่ ดวธิ กี ารดูแลลกู ทไี่ ม่เหมาะสมลง
สิ่งสำคญั ทีพ่ ่อแมต่ ้องตระหนกั 5 ประการ
1. การจัดส่ิงแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าสนใจ ส่ิงแวดล้อมท่ีปลอดภัยมีลักษณะของความ
ปลอดภัยทางกายภาพ และความรู้สึกปลอดภัยด้านจิตใจ บรรยากาศในครอบครัวท่ี
เต็มไปด้วยความรักความเอาใจใส่ การดูแลตอบสนองความต้องการของลูกอย่าง
เหมาะสมตามวยั สิ่งแวดล้อมทปี่ ลอดภัย ชว่ ยให้เด็กมคี วามม่ันคง อบอุ่นใจ กระตอื รือร้น
ที่จะค้นหา เรียนรู้ สิ่งแวดล้อมจึงต้องมีความน่าสนใจด้วย จะช่วยสนับสนุนให้การเรียนรู้
ของเด็กเกิดข้ึนได้อย่างกว้างขวาง ความน่าสนใจของส่ิงแวดล้อมเกิดจากความ
หลากหลายของกิจกรรมทพ่ี ่อแมท่ ำรว่ มกับลูก
2. การกระตุ้นการเรียนรู้ท่ีเหมาะสม ด้วยการใส่ใจในการเรียนรู้ของลูกท้ังด้านสติปัญญา
อารมณ์ และสังคม พ่อแม่ควรช่วยให้ลูกเรียนรู้ทักษะท่ีจำเป็นเหล่านี้ โดยการสังเกตลูก
สง่ เสริมให้ลูกประสบความสำเร็จในการเรยี นรู้
3. การฝึกวินัยด้วยความรัก ในการฝึกวินัยพ่อแม่ต้องมีความสม่ำเสมอในการฝึก สนใจ
พฤติกรรมท่ีแสดงปัญหาและรีบแก้ไขตั้งแต่ต้น มีวิธีการสอนการปฏิบัติตนท่ีเหมาะสม
การใช้วิธีฝึกที่จริงจังแต่นุ่มนวลทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะมีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรม
ตนเองและสามารถควบคมุ ดแู ลตนเองได้
5คมู่ ือการจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
4. การตัง้ ความหวัง พอ่ แมม่ ักมคี วามคาดหวงั ต่อตวั ลูก ซ่งึ พอ่ แมท่ เี่ ข้าใจจะสามารถยอมรบั
ลูกตามพัฒนาการตามวัย นอกจากอายุและพัฒนาการตามวัย เด็กอาจมีลักษณะท่ี
แตกต่างกันระหว่างบุคคล การยอมรับและเข้าใจช่วยให้พ่อแม่ฝึกลูกเรียนรู้ทักษะต่างๆ
เช่น การขับถา่ ย การรบั ประทานอาหาร การแตง่ ตวั แตถ่ า้ ความคาดหวงั ของพอ่ แมท่ ่ีมีตอ่
ลูกเป็นความคาดหวังท่ีมากเกินไป เช่น ความคาดหวังว่าลูกจะเรียบร้อย เช่ือฟังตลอด
เวลา เม่ือลูกไม่เป็นไปตามที่หวัง ทำให้พ่อแม่ผิดหวังและเกิดความขัดแย้งในการดูแลลูก
และใช้อารมณ์ในการเล้ียงดูลูก
5. การดูแลตนเองของพ่อแม่ การเป็นพ่อแม่เป็นเร่ืองยาก หากพ่อแม่อยู่ภายใต้อารมณ์ที่
ต้องการคนเข้าใจ เป็นคนท่ีเครียด และมักกังวลใจ แต่พ่อแม่จะพบว่าการดูแลลูกง่ายขึ้น
สนุกขน้ึ เมอื่ พอ่ แม่ดแู ลตนเองด้วย โดย
5.1 การทำงานเป็นทีม การเป็นพ่อแม่จะเป็นเร่ืองง่ายขึ้น ถ้าพ่อแม่เห็นพ้องต้องกันใน
การฝึกวินัยลูกและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พ่อแม่ควรได้พูดคุยปรึกษาหารือเร่ือง
การเลย้ี งด
ู
5.2 หลีกเลี่ยงการทะเลาะกันตอ่ หน้าลกู เดก็ จะออ่ นไหวตอ่ ความขดั แยง้ ของผ้ใู หญ่ โดย
เฉพาะการทะเลาะกันบ่อยๆ ท่ีไม่มีข้อยุติ หากมีปัญหาพ่อแม่ควรมีเวลาปรึกษา
หารอื กนั ตามลำพงั
5.3 หากำลังใจ พ่อแม่ทุกคนต้องการกำลังใจจากคู่สมรส ครอบครัว เพื่อนหรือแม้แต่
เพ่ือนบา้ น การพดู คุยแลกเปล่ยี นความรสู้ กึ จะชว่ ยได้มาก
5.4 หาเวลาพัก การหาเวลาส่วนตัวเพ่ือพักผ่อนเป็นเรื่องท่ีทำได้ ควรหาคนดูแลลูกที่
ไว้ใจไดแ้ ละใชเ้ วลาพักร่วมกันระหว่างพอ่ แม
่
ทกั ษะที่จำเปน็ ในการเป็นพอ่ แม
่
ทักษะในการเปน็ พอ่ แม่ คือ การสนับสนุนพฒั นาการของลูกและดแู ลส่งเสริมพฤตกิ รรมของลูก
ด้วยวิธีสร้างสรรค์ที่ไม่ทำร้ายลูก เด็กท่ีเติบโตภายใต้การดูแลของพ่อแม่ที่มีทักษะ จะสามารถพัฒนา
ทักษะชีวติ เตบิ โตดว้ ยความรูส้ กึ ทด่ี ตี อ่ ตนเองและไม่มีปัญหาพฤตกิ รรมท่ีรุนแรง
1. ทักษะการสรา้ งสัมพนั ธภาพกบั ลูก
1.1 ให้เวลากับลูก เด็กจะรู้สึกไดถ้ งึ ความเอาใจใส่ทพี่ ่อแม่มตี ่อตวั ลกู การใหเ้ วลากับลกู
แม้ช่วงสั้นๆ แต่ถ้าพ่อแม่ให้เวลาอย่างสม่ำเสมอ ทำกิจกรรมที่ลูกสนใจอย่างม
ี
ความสุขร่วมกันจะมีค่าต่อความรู้สึกของลูกเป็นอย่างมาก เวลาท่ีพิเศษสุดสำหรับ
เด็ก คือ เวลาที่ลูกเดินเข้ามาหาพ่อแม่เพ่ือพูดหรือบอกอะไรบางอย่าง หรือเพื่อขอ
ให้พ่อแม่มาร่วมทำกิจกรรมอะไรบางอย่างกับลูก และพ่อแม่ตอบสนองต่อลูกด้วย
การหยดุ สงิ่ ทพ่ี อ่ แมก่ ำลงั ทำอยู่ นอกจากนพี้ อ่ แมค่ วรวางแผนเรอื่ งเวลาทจ่ี ะใหก้ บั ลกู
ในแตล่ ะวนั ซ่ึงมคี วามแตกต่างกันไปในแตล่ ะครอบครัว
6 คมู่ ือการจดั กิจกรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
1.2 คุยกบั ลูก การคยุ กบั ลกู ชว่ ยกระต้นุ ทัง้ ภาษา การสนทนาและทักษะทางสังคมใหก้ ับ
ลูก นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเสริมความภาคภูมิใจให้กับลูก การคุยกับลูกควรมี
ทักษะท่ีสำคัญคือการใส่ใจและรับฟังส่ิงท่ีลูกมีความสนใจ การสังเกตสิ่งท่ีลูกทำด้วย
ความสนใจ แล้วคุยกับลูกเกี่ยวกับกิจกรรมนั้นจะเป็นการเร่ิมต้นการพูดคุยท่ีลูก
ตอ้ งการและพรอ้ มทีจ่ ะพดู คุยกับพ่อแม
่
1.3 แสดงความรกั การแสดงออกถึงความรกั เป็นการแสดงความสนใจ ความเอาใจใส่
ต่อลูก ด้วยการสัมผัส โอบกอด อุ้มชู ช่วยให้ลูกรู้สึกได้ถึงความรัก ความสุข
สามารถรบั และใหค้ วามรสู้ กึ ทดี่ แี กผ่ อู้ น่ื ไดต้ อ่ ไป การแสดงความรกั ในชว่ ง 2-3 ปแี รก
ของชวี ิต จะช่วยใหล้ ูกเกิดความผกู พันที่ลึกซึง้ และมั่นคงกบั พอ่ แม่
2. ทักษะการกระตนุ้ ใหล้ กู มีพฤตกิ รรมท่ดี
ี
2.1 แสดงความชื่นชม เด็กมีความพึงพอใจเม่ือได้รับคำชมจากพ่อแม่ ควรชมลูกเมื่อ
ลูกมีพฤติกรรมที่ดี ด้วยคำพูดทั่วไป เช่น ยอดเลยลูก เย่ียมมาก พ่อ/แม่ชอบมาก
เป็นต้น หรือบอกถึงสิ่งที่คุณพอใจอย่างชัดเจน เช่น แม่พอใจมากท่ีลูกช่วยกัน
เก็บของเล่นหลังจากเล่นเสร็จแล้ว เป็นต้น การบอกที่เฉพาะเจาะจงจะให้ผลดีกว่า
คำชมทั่วไป เพราะช่วยให้เด็กเข้าใจว่าพฤติกรรมใดที่เขาทำแล้วได้รับคำชมและ
ทำให้เด็กอยากทำพฤติกรรมน้ันซ้ำ
2.2 ความสนใจลูก การแสดงความสนใจลูกทำได้หลายวิธี ต้ังแต่ยิ้ม สบตา อุ้มลูก
น่ังบนตัก ลูบแก้ม ตบบ่า กอด หรือนั่งอยู่กับลูก การแสดงความสนใจเหล่าน้ี
สามารถกระตุ้นให้ลูกมีพฤตกิ รรมท่ดี ีต่อเนอื่ งและสามารถใช้ร่วมกบั การให้คำชม
2.3 การสร้างกิจกรรมท่ีเหมาะสมกับวัยให้ลูก การท่ีพ่อแม่ช่วยให้ลูกมีกิจกรรมท่ี
สามารถเล่นได้ตามลำพัง และพัฒนาการเล่นได้ด้วยตัวเองตามวัยภายใต้
สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย มีสิ่งที่น่าสนใจหลากหลายที่เด็กจะค้นคว้าเรียนรู้เป็นการ
กระตุ้นพัฒนาการตามวัย เด็กจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับกิจกรรมเหล่านี้ จะช่วย
สง่ เสรมิ พฤตกิ รรมทดี่ ขี องลกู ของเลน่ และกจิ กรรมเหลา่ นไ้ี มจ่ ำเปน็ จะตอ้ งมรี าคาแพง
แตต่ ้องเป็นส่งิ ทลี่ ูกมีความสนใจ
3. ทกั ษะการจัดการพฤติกรรมทเ่ี ปน็ ปญั หา
เด็กควรได้รับการเรียนรู้ในการจัดการกับความกดดัน หรือความผิดหวังท่ีเกิดจากการ
ไม่ได้อย่างท่ีตนเองต้องการ พ่อแม่ต้องเรียนรู้ที่จะจัดการสถานการณ์เช่นน้ีเพ่ือช่วยลูกเรียนรู้การควบคุม
ตัวเอง เง่ือนไขสำคญั คือความสม่ำเสมอและจัดการทันทีอย่างชดั เจน
3.1 กำหนดกฎพ้ืนฐานของบ้านให้ชัดเจน เด็กเรียนรู้ได้ดีในส่ิงแวดล้อมที่มีขอบเขต
ชัดเจน ทชี่ ว่ ยใหเ้ ดก็ ร้วู ่าอะไรทำได้ อะไรไมค่ วรทำ กฎของบ้านควรมคี วามยตุ ธิ รรม
สำหรับเดก็ ไม่ยากเกนิ ไปทจี่ ะทำได้และเมอ่ื เดก็ โตข้นึ ควรให้เดก็ เขา้ มามีสว่ นร่วมใน
การตกลงกฎกตกิ าในครอบครวั ว่าอะไรทน่ี ่าจะทำมากกว่าการตง้ั ข้อห้ามมากมาย
7คูม่ อื การจดั กิจกรรมสำหรับพ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
3.2 พูดคุยถึงปัญหาโดยตรง เม่ือเด็กไม่ทำตามกฎซึ่งอาจเกิดข้ึนได้ การพูดคุยโดย
พูดถงึ ปญั หาทเี่ กิดขนึ้ มองหาทางออกร่วมกันและกระตุ้นให้เด็กเปลี่ยนวิธีการใหม่
3.3 การลดให้ความสนใจ บางครั้งเด็กอาจจะมีปัญหาพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ พ่อแม่
ควรใชว้ ธิ ไี มส่ นใจในขณะท่เี ด็กแสดงพฤตกิ รรม จนกระทั่งพฤตกิ รรมหยุดลง ควรให้
คำชมทลี่ กู หยุดพฤติกรรม อยา่ ใช้วธิ นี ี้เวลาเด็กมพี ฤติกรรมทเ่ี ปน็ ปญั หารนุ แรง ควร
เขา้ ไปจัดการทนั ทีท่เี ดก็ แสดงพฤตกิ รรมทีร่ ุนแรง
3.4 บอกสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน เมื่อพ่อแม่ต้องการให้ลูกทำอะไร บอกให้ชัดเจน การ
บอกให้เกิดความสำเร็จควรเตรียมตัวของพ่อแม่เองโดยเฉพาะด้านอารมณ์ รวมท้ัง
สังเกตเด็กด้วย หากเป็นไปได้ควรให้ลูกทำกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ให้แล้วเสร็จ หรือ
จังหวะที่คิดว่าเหมาะที่จะเข้าไปขัดกิจกรรมที่เด็กทำอยู่ แล้วใช้ขั้นตอนการบอก
ดังตอ่ ไปน
้ี
เขา้ ใกลล้ ูกและดึงความสนใจ พ่อแม่ตอ้ งหยดุ สง่ิ ทีก่ ำลงั ทำอยู่ เขา้ ใกลป้ ระมาณ 1
ช่วงแขน นัง่ ลงในระดบั สบสายตาไดแ้ ละเรียกชอื่ ลกู
บอกใหล้ กู ทราบว่าจะใหท้ ำอะไร พูดใหช้ ัดเจน ตรงกับสง่ิ ที่คณุ ตอ้ งการให้ลกู ทำ
ใหเ้ วลาลกู ทจ่ี ะทำตามที่บอกนั่งอยู่กับลกู จนลกู เรมิ่ ลงมอื ทำตามทบี่ อก
ขอบคณุ ในความรว่ มมอื
หากลูกยังไม่ปฏิบัติตาม พ่อแม่บอกซ้ำอีกคร้ังหน่ึง หากลูกยังไม่ทำตามให้ใช้วิธี
ในขอ้ ต่อไปในการจัดการ
3.5 มีการจัดการให้ลูกทำในส่ิงท่ีควรจะต้องทำ เม่ือลูกไม่ทำตามที่พ่อแม่บอก ควรมี
การจดั การท่ีพอเหมาะ โดยทำตามขน้ั ตอนตอ่ ไปน
้ี
หยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ หากกิจกรรมนั้นนำไปสู่พฤติกรรมที่เป็นปัญหา
พ่อแม่จำเป็นต้องหยุดพฤติกรรมน้ันและอธิบายให้เด็กเข้าใจ เช่น แม่ต้องเก็บ
ของเล่นช้นิ น้กี ่อนเพราะลกู ไม่ยอมแบง่ กันเล่น
รักษาคำพูดท่ีเป็นข้อตกลง ถ้าคุณบอกหรือสัญญาบางอย่างกับลูกเพื่อให้ลูกหยุด
พฤติกรรม คุณควรทำตามท่ีบอก เช่น 5 โมงเย็น แม่จะเปิดทีวีอีกคร้ังก็ควรทำ
ตามที่บอก
จัดการปัญหาอย่างรวดเร็ว หลีกเล่ียงการถกเถียงกัน เม่ือเกิดพฤติกรรมท่ีเป็น
ปัญหาควรเขา้ ไปจัดการโดยเร็ว อย่าเอาแต่ถกเถยี งกันไปมาโดยไม่ลงมอื ทำอะไร
เวลาทใ่ี ชใ้ นการจัดการ 5 -30 นาทกี ็เพยี งพอ
ใช้เหตุผล การจัดการควรพอเหมาะกับปัญหา ถ้าหากหยุดกิจกรรมแล้วกลับมา
เริ่มทำกิจกรรม เด็กเริ่มมีปัญหาพฤติกรรมอีก ใช้วิธีการหยุดกิจกรรมอีก
คร้ังหนึ่งแตน่ านกว่าครงั้ แรก หรือใช้วธิ ีในข้อตอ่ ไป
8 ค่มู ือการจัดกิจกรรมสำหรับพอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ปี
3.6 การใช้มุมสงบเป็นวิธีการให้เด็กเรียนรู้ปัญหาพฤติกรรมของตนเอง โดยการเอา
ตัวเด็กออกจากสถานการณ์ ให้เด็กนั่งที่มุมสงบของห้องตามลำพังตามเวลาท่ี
กำหนด
เม่อื เกดิ ปญั หาเข้าไปจัดการโดยเร็ว เขา้ ใกล้ลูก ดงึ ความสนใจ บอกสิง่ ทตี่ ้องการ
ให้ชดั เจน เชน่ หยุดผลกั นอ้ ง ถ้าเด็กหยุดพฤติกรรม กล่าวคำช่นื ชม
ถ้าพฤติกรรมท่ีเป็นปัญหายังเกิดขึ้นซ้ำ บอกเด็กซ้ำอีกคร้ัง “ลูกยังไม่หยุดผลัก
น้อง” บอกผลที่ตามมา “ลูกต้องไปน่ังที่มุมห้อง 5 นาที” พ่อแม่ควรมีท่าที
เอาจริงแทนท่ีจะเถียงกัน และไม่สนใจท่าทางเรียกร้องของเด็ก ขณะที่เด็กอยู่ใน
ชว่ งมุมสงบ ควรเปน็ เวลาทส่ี งบ พ่อแม่ควรลดความสนใจเดก็ ลง
เม่ือครบเวลาท่ีกำหนด อย่าพูดซ้ำๆถึงปัญหาท่ีเกิดข้ึน ควรหากิจกรรมให้เด็กได้
ทำ และถ้าเด็กทำกิจกรรมใหม่ดว้ ยดี ควรให้คำชมเดก็
3.7 การใช้เวลานอก เปน็ วิธีการตอ่ เน่ือง เมื่อเข้ามุมสงบแล้วเดก็ หยุดตัวเองไม่ได้ ควร
เอาตัวเดก็ ออกจากสถานการณ์แทนที่พอ่ แม่จะตะโกนเสียงดังหรอื ข่เู ดก็ วิธีการนี้จะ
ได้ผลเม่ือพ่อแม่มีความสงบ เพราะหากอารมณ์พ่อแม่ไม่สงบพอ เม่ือเข้าไปจัดการ
จะทำให้พ่อแม่สูญเสียการควบคุมตัวเอง และทำร้ายลูกได้ การใช้เวลานอกจะ
คล้ายกับการเข้ามมุ สงบ แต่การใชเ้ วลานอกเดก็ จะถูกนำออกไปอยูอ่ กี ทห่ี นง่ึ ห้องที่
แยกเด็กไม่ควรเต็มไปด้วยของเลน่ แต่เปน็ ทที่ ีป่ ลอดภัย
ก่อนใช้เวลานอกควรอธิบายก่อน มีข้อตกลงกับลูกว่าพฤติกรรมใดจะต้องใช
้
เวลานอก
เมอ่ื เกิดปญั หาเร่มิ จากการใหค้ วามสนใจลกู บอกว่าใหห้ ยดุ พฤติกรรมใด และลูก
ควรแสดงพฤตกิ รรมใดแทน
ถ้าลูกไม่หยุดพฤติกรรมท่ีบอก ใช้เวลานอกด้วยท่าทีที่สงบและจริงจัง ไม่ควรพูด
ต่อวา่ ซ้ำๆ หรือข้นึ เสยี งเถียงกนั
เม่ือลูกเข้าช่วงเวลานอก บอกกติกาให้ลูกรู้ว่าเม่ือลูกสงบลง ลูกจะออกจาก
เวลานอกได้ การใช้เวลานอกไม่ควรนานเกินไป เช่น เด็ก 2-3 ขวบ อาจใช้
1-2 นาที เดก็ 4 -5 ขวบ ใช้ 3-5 นาที เด็กโตใช้ 10 นาที อย่าทิ้งลูกไว้กบั
เวลานอกจนลืมไปว่าเด็กถกู แยกออกไป
หยุดให้ความสนใจขณะอยู่ในเวลานอก ช่วงแรกเด็กอาจต่อต้านด้วยการร้อง
เตะต่อย พ่อแม่ไม่ควรเข้าไปตอบสนองพฤติกรรมเหล่านี้ จนกว่าจะหมด
เวลานอก ขณะท่ีเด็กอาละวาด ถ้าไมไ่ ด้รบั ความสนใจ เด็กจะเริ่มสงบลง
หลังเวลานอก ไม่ควรกลับไปพูดต่อว่าเด็กอีก หากิจกรรมให้เด็กทำ ถ้าเด็กทำ
กจิ กรรมไดด้ ี พ่อแมค่ วรชน่ื ชม แตถ่ ้าเด็กยังคงแสดงพฤติกรรมที่เปน็ ปัญหา อาจ
ใชเ้ วลานอกซ้ำไดอ้ กี
9คมู่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรับพอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
พ่อแม่อาจจะบันทึกการใช้เวลานอกแต่ละครั้ง ดูเวลาที่ใช้ จะพบว่าเมื่อใช้วิธีน้ี
อย่างสม่ำเสมอ เวลาที่ใช้จะส้ันลง และพบว่าพ่อแม่ต้องใช้เวลานอกในการ
จดั การปญั หานอ้ ยลง
ปัญหาท่ีอาจจะเกิดข้ึนจากการใช้เวลานอก ที่ทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าวิธีน้ีใช้ไม่ได้ผล อาจเนื่องจาก
พ่อแม่ปล่อยให้เด็กเป็นคนบอกว่าอยากจะขอเวลานอกเม่ือไหร่ พ่อแม่ไม่ได้ทำอย่างสม่ำเสมอ พ่อแม่
ยอมแพ้เมือ่ จบั เด็กออกจากสถานการณแ์ ล้วเดก็ อาละวาดจนพ่อแมย่ อมแพ้
4. ทกั ษะการส่อื สารในครอบครวั
การสื่อสารภายในครอบครัว มีความสำคัญอย่างย่ิง ซึ่งมีการส่ือสารด้วยคำพูดและการ
ส่ือสารด้วยท่าทาง เช่น
การสบตา ทำให้สนทนากันเข้าใจง่ายข้ึนและช่วยให้ระงับอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการ
สนทนากัน
สีหน้า ทำให้ทราบถึงความรู้สึกของคู่สนทนาและสามารถเลือกคำใช้พูดได้อย่าง
เหมาะสม
ท่าทาง ทา่ ทางทแ่ี สดงออก เช่น การผงกศีรษะรับฟงั การโนม้ ตวั เข้าหาทำให้คสู่ นทนา
ยินดีทจ่ี ะสนทนาด้วย
การสัมผัส เช่น การจับมือ การโอบกอด ทำให้รู้สึก อบอุ่น เข้าใจได้เป็นอย่างดี ใน
ระยะใกลก้ นั จะทำใหก้ ารสนทนาดีขน้ึ ไม่ทำใหต้ ้องใช้เสยี งดัง
4.1 การส่อื สารทางบวก
การสื่อสารท่ีเปิดเผยต่อกันจะช่วยให้เกิดความเข้าใจกันและมีผลต่อความผูกพันที่มี
ต่อกนั การสือ่ สารเพอื่ แสดงความตอ้ งการในชีวติ ประจำวนั เป็นทักษะพื้นฐานท่คี รอบครัวควรเรยี นร้แู ละ
นำไปใช้ดงั น
้ี
- การบอกความรู้สึกของตนเอง ทำให้เกิดความเข้าใจท่ีถูกต้องว่าอีกฝ่ายเกิด
ความรูส้ ึกอย่างไร
- การถามและรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่าย ทำให้ทราบความรู้สึกว่าอีกฝ่ายมี
ความรู้สึกอย่างไรและการถามเมื่อเกิดความไม่เข้าใจทำให้เกิดการส่ือสาร
2 ทางซ่ึงเปน็ การสอื่ สารที่ดี
- การแสดงความชื่นชมและขอบคุณ เป็นทักษะการสื่อสารที่สำคัญท่ีช่วยให้เกิด
สมั พนั ธภาพที่ดไี ด้
4.2 การส่อื สารทางลบ
การส่ือสารทางลบ จะแสดงออกทั้งทางคำพูดและภาษาท่าทาง มีลักษณะต่างๆ
ดงั น
ี้
- เก็บกดใช้วิธีไม่พูด หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่ภายในเต็มไปด้วยความโกรธ
น้อยใจ วิตกกังวล
- คลุมเครือ โดยไม่บอกชัดเจนว่าต้องการอะไร ทำให้ต้องคาดเดาและไม่สามารถ
ตอบสนองไดต้ รงตามความตอ้ งการได้
10 คมู่ อื การจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
- เจ้ากี้เจ้าการ เป็นลักษณะการไปกำหนดกฎเกณฑใ์ ห้คนอน่ื
- การสงั่ สอน ประชด กลา่ วหา เปรียบเทยี บ ติ บน่ ด่า ว่า
การสอนทกั ษะท่จี ำเป็นให้กบั ลกู
ทักษะที่ควรสอนให้กับลูก เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กเน้นทักษะที่ช่วยให้เขาเป็นตัวของ
ตัวเอง และสามารถอย่รู ่วมกับผ้อู ืน่ ได้ ได้แก่
การส่ือสาร
- การแสดงความคิดเห็น
- การบอกความต้องการของตัวเอง
- การขอความชว่ ยเหลือเม่อื จำเปน็
- การยอมรบั กฎกติกาของการอย่รู ่วมกัน
การจดั การกับอารมณ์ - การแสดงอารมณอ์ ยา่ งเหมาะสม
- การจดั การอารมณข์ องตวั เอง อยา่ งเหมาะสม
- การรจู้ กั ควบคุมอารมณเ์ มื่อต้องเผชญิ กบั สถานการณ์ท่ยี ว่ั ย ุ
ก่อใหเ้ กิดความรุนแรงไมป่ ลอดภัย
การเปน็ ตัวของตัวเอง - การช่วยเหลอื ตวั เองตามพฒั นาการ
- สามารถเล่นหรือทำกิจกรรมได้ตามลำพัง
การแกไ้ ขปัญหา - การถาม และขอความชว่ ยเหลือ
- มคี วามสนใจ อยากรูอ้ ยากเห็นต่อสิง่ ต่างๆ
- แก้ปัญหา ดว้ ยตัวเอง
- ร้จู ักประเมนิ สถานการณท์ ่ไี ม่นา่ ไว้วางใจและหลบหนอี อกจาก
สถานการณ์ที่ไมป่ ลอดภัยได ้
วิธกี ารสอนทักษะ
1. เป็นแบบอย่างที่ดี เด็กเรียนรู้จากการสังเกตคนรอบข้าง พ่อแม่ควรแสดงแบบอย่างท่ีดี
ในการจัดการสถานการณ์ อย่าคาดหวังว่าเด็กจะทำตามกฎที่ตั้งไว้หากทุกคนในบ้านก็ไม่
สามารถทำได ้ การที่พ่อแม่ปฏิบัติให้ลูกได้เห็นและอธิบายให้ลูกเข้าใจจะช่วยให้ลูก
เลียนแบบพฤติกรรมได้ บางครั้งอาจต้องช่วยในระยะเร่ิมต้นและกระตุ้นให้ลูกพยายามทำ
ดว้ ยตนเองจนเกดิ ความสำเรจ็
2. การสอนเมื่อได้โอกาส เวลาท่ีลูกเข้าหาพ่อแม่ด้วยความต้องการการช่วยเหลือ เป็น
ช่วงเวลาท่ีเด็กมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ และพ่อแม่ควรใช้โอกาสนี้สอนลูก ด้วยการให้
คำตอบท่ีลูกต้องการและต้ังคำถามท่ีช่วยการเรียนรู้ต่อเนื่องให้กับลูก แต่ถ้าหากเด็ก
ไม่ตอบสนอง กค็ วรรอจังหวะในครงั้ ตอ่ ไป
3. ขอร้อง บอกให้ทำ เป็นวิธีการที่ดีในการฝึกกิจวัตรประจำวันให้เด็กสามารถช่วยเหลือ
ตัวเองได้ การฝึกควรเริ่มทันทีที่เด็กมีความพร้อม และฝึกทีละขั้นตอน เช่น การเข้า
ห้องน้ำ ฝึกจากให้เด็กบอกได้เมื่อปวดปัสสาวะ ปัสสาวะในกระโถนได้ แล้วจึงฝึกเข้า
ห้องน้ำ วิธีการบอกเด็กทำได้โดยบอกวิธีการท่ีเด็กจะต้องทำทีละข้ันตอน กระตุ้นให้เด็ก
ลงมือทำ ช่วงแรกอาจจะต้องจับมือให้เด็กทำ เมื่อเด็กทำได้ พ่อแม่ลดการช่วยเหลือลง
11คมู่ อื การจัดกจิ กรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ให้คำชมในความร่วมมือและช่ืนชมในสิ่งที่เด็กทำ เมื่อทำได้สม่ำเสมอสามารถลดการ
ช่ืนชมลง
4. ตารางบันทึกพฤติกรรม ใช้ในการสร้างแรงจูงใจให้เด็กปรับเปล่ียนพฤติกรรม ฝึกทักษะ
ใหม่ หรือฝึกทำงานให้สำเร็จ การทำตารางพฤติกรรมที่ชัดเจนท่ีต้องการให้เกิดขึ้น ใช้
สติกเกอรส์ ะสมคะแนนเปน็ รางวัลเม่ือเดก็ ทำพฤติกรรม ในสิง่ ท่ที ำใหเ้ ดก็ เหน็ เป็นรูปธรรม
ได้สำเร็จ นอกจากน้ีอาจจะใช้การสะสมสติกเกอร์หรือคะแนน เพื่อได้รับรางวัลหรือได้ทำ
กิจกรรมพเิ ศษ
เคลด็ ลบั ในการเลีย้ งดูเด็ก
การเลี้ยงดูเด็กเป็นศิลปะ ซึ่งพ่อแม่แต่ละคู่เป็นเจ้าของช้ินงานศิลปะ ผู้ท่ีประสบความสำเร็จใน
การเลย้ี งดบู ตุ รอาจมเี คลด็ ลบั ตา่ งๆ ทท่ี ำใหเ้ ดก็ เตบิ โตไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เชน่ (ศรเี รอื น แกว้ กงั วาน,
2545 น. 432-433)
1. พ่อแม่ลูกควรมีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันในวันหยุด และควรมีเวลาแสดงความรักต่อกัน
เรยี นรู้จากกนั และกัน
2. การลงโทษเด็ก ควรชแี้ จงเหตผุ ลท่ีเด็กตอ้ งถูกทำโทษ ไม่ควรลงโทษโดยใช้อารมณ์กับเด็ก
หรอื ลงโทษรุนแรงเกนิ กวา่ เหต
ุ
3. พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เจรจา สื่อสาร โต้แย้ง ให้เหตุผลแสดงความรู้สึกและ
ความคดิ เหน็ เพอ่ื เดก็ จะไดเ้ รียนรทู้ ี่จะเปน็ ผู้ฟงั และผูพ้ ูดท่ีดมี เี หตุผลและมีความหมาย
4. พ่อแม่ไม่ควรปกป้องเด็กจากโลกแห่งความเป็นจริงตลอดเวลา เด็กจะกลายเป็นคน
ออ่ นแอไม่สามารถทนความทุกขค์ วามไมส่ มปรารถนาได้
5. ไม่ควรเร่งรัดเด็กให้รับผิดชอบหรือประสบความสำเร็จเร็วเกินความพร้อมทางด้าน
ร่างกาย อารมณ์ สังคม
6. อย่าตีตราเด็ก เพราะเป็นการสร้างสัมพันธภาพทางลบกับลูก อาจจะทำให้ลูกเรียนรู้ที่จะ
เปน็ แบบอยา่ งท่พี อ่ แม่ตีตราให้เขาเชน่ นน้ั
7. อย่ารุนแรงกับเด็ก ท้ังทางกาย ทางอารมณ์หรือโดยการทอดท้ิงอย่างรุนแรง ทำให้เด็ก
ไมส่ ามารถสร้างสมั พนั ธ์กับผู้อ่นื ได้ ไม่รักตนเองและไม่รักผู้อื่น
12 คมู่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ปี
โครงสร้าง
หลักสตู ร
การจดั กจิ กรรมเสริมสร้างไอควิ อีควิ
เดก็ 0 – 5 ปี (สำหรบั พ่อแม่)
ประกอบด้วย
1. เป้าหมายของหลักสูตร
2. ขอบขา่ ยของหลักสูตร
3. การนำหลักสตู รไปใช้
เป้าหมายของหลักสตู ร
เพื่อพัฒนาศักยภาพของพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กให้มีมีความรู้และทักษะในการดูแลทั้งทางด้าน
สุขภาพ ดา้ นการเล่นเพ่ือส่งเสริมพัฒนาการ ด้านการสรา้ งนสิ ัยรกั การอา่ น และการสรา้ งความผูกพัน
ขอบข่ายของหลักสูตร
ประกอบดว้ ยแผนการจัดกจิ กรรม 4 แผนกิจกรรม ได้แก่
1. แผนกจิ กรรมเรื่อง เติบโตสมวัย สดใสแขง็ แรง (กิน)
2. แผนกจิ กรรมเร่อื งการเล่นเพือ่ ส่งเสริมพฒั นาการ (เล่น)
3. แผนกิจกรรมเรอ่ื ง สร้างนสิ ัยรักการอา่ นสานไอควิ อคี ิว (เล่า)
4. แผนกิจกรรมเรื่อง การสรา้ งความผกู พนั (กอด)
การนำหลักสตู รไปใช้
1. วิทยากร ได้แก่ บุคลากรที่เก่ียวข้องในพ้ืนที่นั้นๆ เช่น บุคลากรทางด้านสาธารณสุข
บุคลากรทางด้านการศึกษา แกนนำชมุ ชน เป็นตน้
2. ผู้เขา้ ร่วมกิจกรรม ได้แก่ พ่อแม่หรอื ผู้เลยี้ งดูเดก็ อายุ 0-5 ป
ี
13ค่มู ือการจดั กิจกรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
3. วิธีการนำไปใช้ ควรใช้ประกอบกับคู่มือพ่อแม่เด็กอายุ 0-5 ปี ภายใต้โครงการพัฒนา
ไอคิวอีคิวเด็กไทยวัย 0-5 ปีที่พัฒนาขึ้นโดยกรมอนามัยกับกรมสุขภาพจิต โดยการจัด
กจิ กรรม 4 ครัง้ ๆ ละ 2 ชว่ั โมง ดังนี
้
ครงั้ ท่ี 1
คร้ังที่ 2
คร้ังท่ี 3
ครั้งที่ 4
เตบิ โตสมวยั
การเล่นเพื่อสง่ เสริม สร้างนิสัยรกั การอา่ น การสรา้ งความผูกพัน
สดใสแข็งแรง
พัฒนาการ
สานไอคิวอีคิว
(กิน)
(เล่น)
(เลา่ )
(กอด)
14 คูม่ อื การจัดกจิ กรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
แผนกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่ ผูเ้ ลีย้ งดู
เรื่อง ร้เู ลือก รกั กนิ เตบิ โตสมวัย สดใสแขง็ แรง (กนิ )
สำหรับเด็กอายุ 0 – 2 ป
ี
เวลา 2 ชว่ั โมง
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือให้พ่อ แม่ ผปู้ กครองของเดก็ อายุ 0 – 2 ปมี ีความรู้ ความเขา้ ใจเร่ืองการดแู ลสขุ ภาพ
ในเร่อื งการเจริญเตบิ โต พฒั นาการตามวยั และอาหารตามวยั
2. เพ่อื ให้พอ่ แม่ ผูป้ กครองของเด็กอายุ 0 – 2 ปี สามารถสังเกตความผิดปกตแิ ละสามารถ
ให้การแก้ไขเบ้อื งต้นได้
อุปกรณ์
1. ใบงานที่ 1
2. ใบงานท่ี 2
3. ใบความรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง การสงั เกตความผดิ ปกติ และการเล้ียงดแู บบสง่ เสริมพฒั นาการ
3. ใบความรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง ปญั หาท่พี บบ่อย และการแกป้ ัญหาเดก็ อายุ 0 - 2 ป
ี
4. ใบความร้ทู ่ี 3 เรือ่ ง อาหารกับการเจริญเติบโตตามวัยของเด็กอายุ 0 - 2 ปี
5. กระดาษเปลา่ สำหรับเขียนคำตอบคนละ 3 แผน่
6. กระดาษสตี ดั ขนาด 2 x 2 นวิ้ สำหรบั ใชแ้ บ่งกลมุ่ ย่อย มี 5 สีๆ ละ 20 แผน่
7. กล่องทบึ สำหรบั ใสก่ ระดาษสี
8. รูปภาพอาหารจำนวนชดุ เทา่ กลุม่ ย่อย แต่ละชดุ ประกอบด้วยรปู ภาพอาหารต่อไปนี้ ไดแ้ ก่
รปู นมในแก้ว รูปไข่ไก่ รูปเนื้อสัตว์ รปู ข้าว รูปผักหลากชนดิ รปู ผลไมห้ ลากชนิด
วธิ ีการดำเนนิ กิจกรรม
1. วิทยากรทักทายพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และให้ทกุ คนในกล่มุ แนะนำชอื่ ตนเอง
2. วิทยากรให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองจับคู่กันเพื่อพูดคุยแลกเปล่ียนตามประเด็นที่กำหนด
ดังนี้
2.1 “ท่านอยากให้ลูกหลานเป็นเดก็ อยา่ งไร ?”
2.2 “ท่านมีวิธใี ห้ลูกหลานท่ีมีอายุ 0 – 2 ปี เจรญิ เตบิ โตสมวยั สุขภาพแขง็ แรงได
้
อย่างไรบา้ ง ?”
2.3 “ท่านคิดว่าอะไรบ้างที่ทำให้ลูกหลานที่มีอายุ 0 – 2 ปีเจริญเติบโตสมวัย
สขุ ภาพแขง็ แรง ?”
15คู่มอื การจดั กิจกรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
3. วทิ ยากรส่มุ ผู้เขา้ รับการอบรมแต่ละคู่ใหม้ านำเสนอประมาณ 5 คู่
4. วิทยากรสรุปคำตอบในข้อต่างๆ จากนั้นบรรยายตามเอกสารประกอบคำบรรยาย
และPower point เรอ่ื ง ปจั จัยท่ที ำใหล้ ูกหลานทมี่ อี ายุ 0 – 2 ปี เจรญิ เติบโตสมวัย
สขุ ภาพแข็งแรง โดยสรปุ ประเด็นหลกั ทจี่ ะเรยี นรู้ ดังนี้
4.1 การสังเกตความผดิ ปกตขิ องเดก็ เบ้ืองตน้ และการสง่ เสริมพฒั นาการเบ้อื งตน้
4.2 ปัญหาท่พี บบ่อย และการแกป้ ัญหาเด็กอายุ 0 -2 ปี
4.3 อาหารกับการเจรญิ เติบโตตามวัยของเด็กอายุ 0 -2 ป
ี
5. วทิ ยากรใหผ้ ู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุม่ ยอ่ ยออกเปน็ 5 กลมุ่ ๆ ละ 15 คน ร่วมกันคดิ
และอภปิ รายตามประเดน็ ดังต่อไปนี้
5.1 พ่อ แม่ ผู้ปกครอง สามารถสังเกตความผิดปกติเบื้องต้นเด็กอายุ 0 – 2 ปี
อย่างไรบ้าง จงชว่ ยกนั คดิ และอภิปราย
5.2 พอ่ แม่ ผูป้ กครองสามารถส่งเสริมพัฒนาการเบ้อื งต้นของเด็กอายุ 0 – 2 ปีได้
อย่างไรบา้ ง จงชว่ ยกนั คดิ และอภปิ ราย
5.3 ปัญหาท่ีพบบอ่ ย สาเหตุการเกิดปญั หาและการแกป้ ัญหาเดก็ อายุ 0 - 2 ปี
5.4 พ่อ แม่ ผู้ปกครองมีหลักปฏิบัติในการจัดอาหารให้เด็กอายุ 0 - 2 ปี ได้
อยา่ งไรบา้ ง ?
5.5 พอ่ แม่ ผปู้ กครองจะสรา้ งนสิ ยั ทดี่ ใี นการรบั ประทานอาหารใหเ้ ดก็ อายุ 0 – 2 ปี
ได้อยา่ งไรบ้าง ?
6. เมื่ออภปิ รายเสรจ็ แล้วให้ตัวแทนออกมานำเสนอทีละกล่มุ
7. วิทยากรสรุปและบรรยายตามเอกสารประกอบคำบรรยาย และ Power point เร่ือง
การสังเกตความผิดปกติเบื้องต้น และการส่งเสริมพัฒนาการเบื้องต้นในเด็กอาย
ุ
0 - 2 ปี (ตามใบความรทู้ ่ี 1), ปญั หาทพี่ บบอ่ ย และการแกป้ ญั หาเดก็ อายุ 0 - 2 ป
ี
(ตามใบความรู้ท่ี 2), อาหารกับการเจริญเติบโตตามวัยของเด็กอายุ 0 - 2 ป
ี
(ตามใบความรทู้ ่ี 3)
8. วิทยากรแบ่งกลมุ่ ย่อย 5 กล่มุ ๆ ละ 15 คน (ตามกลมุ่ เดิม) ให้แตล่ ะกลุม่ ส่งตัวแทน
มารับรปู ภาพอาหารจากวิทยากรกลุ่มละ 1 ชดุ วิทยากรให้สมาชิกแต่ละกลุม่ ชว่ ยกนั
จดั รายการอาหารเด็กอายุ 1 – 2 ปี โดยใช้อาหารในรปู ภาพเป็นส่วนประกอบหลกั
รายการอาหารท่ีจัดสำหรบั 1 วัน (3 มือ้ ) โดยให้คำนึงถงึ ความเหมาะสมกบั วัย และ
ถูกตอ้ งตามหลักโภชนาการ (ตามใบงานที่ 2)
9. วทิ ยากรให้แต่ละกลุม่ ออกนำเสนอรายการอาหารเด็กอายุ 1 – 2 ปี
10. วทิ ยากรกล่าวปดิ กจิ กรรม
16 คมู่ อื การจดั กิจกรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ใบงานท่ี 1
1. แบ่งกลมุ่ ผู้เข้ารบั การอบรมเป็น 5 กลมุ่ ๆ ละ 15 คน
2. ให้แตล่ ะกลุ่มร่วมกันคิด และอภปิ รายตามประเดน็ ทกี่ ลุ่มได้ ดงั น้
ี
กลมุ่ ที่ 1 พอ่ แม่ ผปู้ กครอง สามารถสงั เกตพฒั นาการเบอ้ื งตน้ ของเดก็ อายุ 0 – 2 ปี อยา่ งไรบา้ ง
จงช่วยกันคดิ และอภิปราย ?
อาย
ุ ลกั ษณะพัฒนาการทคี่ วรสงั เกต
เด็ก 1- 9 เดอื น
เดก็ 1 ขวบ
เดก็ 2 ขวบ
กลุ่มที่ 2 พ่อ แม่ ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมพัฒนาการเบื้องต้นของเด็กอายุ 0 – 2 ปีได้
อย่างไรบา้ งจงช่วยกันคิด และอภปิ ราย ?
อาย
ุ วธิ กี ารสง่ เสริมพัฒนาการเบือ้ งตน้
เดก็ 1- 9 เดอื น
เดก็ 1 ขวบ
เดก็ 2 ขวบ
กล่มุ ที่ 3 เลือกปัญหาทีพ่ บบอ่ ยในเด็กวยั 0 – 2 ปี กลุ่มละ 1 ปัญหา อภิปราย ปัญหา สาเหตุ
และแนวทางการแก้ไขปญั หาร่วมกนั (กรอกข้อมลู ใสใ่ นแบบฟอรม์ ใบงานท่ี 1.3)
ปัญหา
สาเหต
ุ แนวทางแก้ปัญหา
กลมุ่ ท่ี 4 พอ่ แม่ ผปู้ กครองมหี ลกั ปฏบิ ตั ใิ นการจดั อาหารใหเ้ ดก็ อายุ 0 - 2 ปี ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง?
กลมุ่ ท่ี 5 พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะสร้างนิสยั ท่ดี ใี นการรบั ประทานอาหารให้เด็กอายุ 0 - 2 ปี ได้
อย่างไรบา้ ง ?
3. ผู้แทนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายกลุม่
17คู่มอื การจดั กิจกรรมสำหรบั พ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบงานท่ี 2
1. แบ่งกล่มุ ผู้เข้ารับการอบรมเป็น 5 กลุ่มๆละ 15 คน
2. ให้แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนมารับรปู ภาพอาหารจากวทิ ยากรกลุ่มละ 1 ชุด
3. วิทยากรให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันจัดรายการอาหารเด็กอายุ 1 – 2 ปี โดยใช้
อาหารในรูปภาพเป็นส่วนประกอบหลัก รายการอาหารท่ีจัดสำหรับ 1 วัน (3 มื้อ)
โดยใหค้ ำนึงถงึ ความเหมาะสมกบั วัย และถูกตอ้ งตามหลักโภชนาการ ตามตารางตอ่
ไปนี้
ตารางจดั รายการอาหารสำหรบั 1 วัน (3 มอื้ ) สำหรบั เด็กอายุ 1 – 2 ป
ี
ม้ือ
ช่อื เมน
ู สว่ นประกอบจากรูปภาพที่ ประโยชน์จากอาหาร
เชา้
เลือกใช
้ ทเ่ี ดก็ ไดร้ บั
กลางวนั
เยน็
4. ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกนำเสนอรายการอาหารเด็กอายุ 1 – 2 ปี ของกลุ่มตนให้
น่าสนใจมากทสี่ ดุ
5. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มโหวตเลือกรายการอาหารท่ีชอบมากที่สุดของกลุ่มอ่ืนเพียง
1 เสียง นอกเหนือจากกลุ่มตน
6. ประกาศผลโหวตกลุ่มท่ไี ดค้ ดั เลอื ก
18 ค่มู ือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ปี
ใบความรทู้ ่ี 1
เรือ่ ง การสังเกตความผดิ ปกติ และการเล้ยี งดแู บบ
สง่ เสรมิ พฒั นาการเดก็ 0 – 2 ป
ี
ตารางการสังเกตความผดิ ปกตขิ องเด็ก
เดือนที่ 1
ลกั ษณะทสี่ ังเกตได้วา่ ปกต
ิ การเลี้ยงดแู บบสง่ เสริมพัฒนาการ
มองหนา้ ทำเสียงในคอเบาๆ
1. พูดคุยหยอกลอ้ สบตา อมุ้ ชูใกล้ชิด
สบตา จอ้ งหน้า มองตาม สิ่งตา่ งๆ 2. แขวนโมบายไวห้ น้าเด็ก
เดือนท่ี 4
เช่น โมบาย
3. เคลื่อนไหวสิ่งของสีสดใสผา่ นหน้า
ผงกศีรษะซ้ายขวาได้เมื่อจับนอน เดก็ ไปมา โดยสังเกตการมองตาม
เดือนท่ี 6
คว่ำ
พลิกคว่ำได้และสนใจหันตัวหา 1. จดั สง่ิ แวดล้อมที่ปลอดภยั ให
้
เดอื นท่ี 9
ของเลน่
พลิกคว่ำง่าย
ไขวค่ ว้าของมาเล่น
2. หาตุ๊กตาตัวน่มิ ๆ ให้เดก็ เลน่
หนั ตามเสียงดังขา้ งๆ หู
ซึ่งวัยนจ้ี ะนำของเข้าปาก
การได้ยินชัดเจน โดยส่งเสียงเรียก 1. พดู คุยดว้ ยและหาของเลน่ มา
ผู้ที่รูจ้ ักเวลาเดินผา่ น
นงั่ เล่นดว้ ยกัน
นงั่ ทรงตัวได้แตย่ ังไมค่ อ่ ยแข็งแรง
2. ใหน้ ั่งรบั ประทานอาหาร
แสดงท่าทางตอ้ งการใหอ้ ุ้มเมื่อมผี ้ทู ี่ 3. เร่ิมเปิดหนังสือนิทานภาพให้ดูอุ้ม
คนุ้ เคยเดนิ ผา่ น
เดินเลน่
คลานได้ ชอบคลานหรือเคลื่อนตัว 1. การจดั สิง่ แวดล้อมให้มีโตะ๊ เกา้ อ้ี
แบบนัง่ ขยบั ตัวไปร้อื คน้ ของเล่น
รัว้ ทมี่ นั่ คงใหเ้ ดก็ เกาะยืน
หยบิ ของโดยใชน้ วิ้ มือได้ และยา้ ย 2. ให้ช่วยเหลือตวั เอง เชน่ การหยบิ
ของเปลย่ี นมือได้ เช่น แก้วน้ำ อาหารรับประทาน ใหห้ ยบิ
ช้อนกินข้าว
แกว้ น้ำดื่ม
แสดงอารมณ์ดีใจและโกรธเมื่อถูก
ขัดใจ
19ค่มู อื การจัดกิจกรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
เดอื นท่ี 12
ลักษณะทส่ี งั เกตได้ว่าปกต
ิ การเลีย้ งดแู บบส่งเสริมพฒั นาการ
เดก็ จะชอบยนื บอ่ ยๆ เรมิ่ จะกา้ วเดนิ
1. จดั สถานทีใ่ ห้เดก็ เกาะยนื เดินให้
เดอื นที่ 15
เร่ิมออกเสียงคำมีความหมาย
สะดวก หรอื จงู มือเดนิ
หันหาเมือ่ ถกู เรยี กช่อื
2. ชคี้ นหรอื ส่งิ ของใหเ้ ด็กเรยี กคำสน้ั
เลยี นแบบท่าทาง เชน่ บ๊ายบาย
เดือนท่ี 24
สง่ จบู ขยับมอื รำ
เดนิ เองได้ ชอบก้าวขนั้ บนั ได
1. พาเดนิ เล่น ให้เล่นกองทราย ไม้
เรยี กช่อื คน สตั ว์ สิง่ ของ เปน็ คำ
บล็อก กรอกน้ำ ตกั ยา้ ยของ
คำเดียว เชน่ ปามา พ่อ แม่ หมา 2. สอนช้อี วยั วะในร่างกาย เชน่ ตา หู
แมว ฯลฯ
จมูก
อ่านนิทานใหฟ้ ัง
3. ให้เปิดหนงั สือนิทานอ่าน
แปรงฟัน รับประทานอาหารเอง
1. จัดอุปกรณ ์ แปรงฟัน และช้อน
วางของซอ้ นกัน
จาน ให้ชว่ ยเหลือตัวเอง
กลงิ้ บอลเลน่ กนั
เลน่ กลางแจ้ง
2. เลน่ กองทราย
3. ออกกำลังกาย เตะบอล ในสนาม
กลางแจง้
4. รดน้ำตน้ ไม
้
20 คูม่ ือการจัดกจิ กรรมสำหรับพ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ใบความรทู้ ่ี 2
เร่อื ง ปญั หาทพ่ี บบ่อยและการแกไ้ ขในเดก็ 0-2 ป
ี
1. เด็กเบอื่ อาหาร พบมากในชว่ ง 1-2 ป
ี
สาเหต
ุ
- เด็กวยั นชี้ อบปฏเิ สธ การปฏเิ สธอาหารเป็นวธิ ีท่ดี ีทสี่ ุดที่จะตอ่ ต้านการบังคบั ของพอ่ แม่
- เลียนแบบผใู้ หญ
่
- สภาพแวดล้อมขณะกนิ อาหารไม่มีความสุข
การชว่ ยเหลอื
- ให้กนิ เมอ่ื หิว ไมค่ วรบงั คับให้กนิ อาหาร
- กินอาหารเป็นมือ้ ๆ ไมก่ นิ จุบจิบ งดขนมและของจกุ จกิ ระหว่างมื้อ
- ให้กนิ แบบอารมณ์ดี ให้เดก็ หยิบจับกินเอง หกบ้างไม่เป็นไร สรา้ งบรรยากาศท่ีชวนกิน ไม่
บังคับดุว่า
- เปลย่ี นอาหารไมใ่ ห้ซำ้ ซาก
- ให้เด็กมีสว่ นรว่ มในการประกอบอาหาร เชน่ ให้เดก็ ช่วยเดด็ ผัก หยิบอุปกรณ์ตา่ งๆ
2. เด็กอมข้าว
สาเหต
ุ
- เด็กไมอ่ ยากกนิ ไมห่ ิว
- ถูกบังคับให้กนิ มาก
การชว่ ยเหลือ
- ไม่บงั คับ
- เวลากนิ ขา้ วควรกำหนดระยะเวลา เช่น 30 นาทีตอ่ มอ้ื
- สร้างบรรยากาศในการกิน
3. ปัญหาการนอน เชน่ ไมย่ อมนอน หลบั ยาก ตื่นกลางดึก
สาเหต
ุ
- สงิ่ แวดลอ้ ม เชน่ เสียงดัง และสวา่ งเกนิ ไป
- เด็กเหนื่อยเกินไป ตน่ื เต้น กังวล กลัว
การช่วยเหลอื
- จัดสภาพแวดล้อมใหเ้ งียบ ไม่สวา่ งเกินไป
- ไม่ปล่อยใหเ้ ดก็ เล่นหรอื ออกกำลังกายเหน่ือยเกินไป
21คู่มือการจดั กิจกรรมสำหรบั พอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
4. เด็กเอาแตใ่ จตวั เอง (Temper Tantrums)
เด็กแสดงอาการกระทบื เท้า ลงด้นิ กบั พน้ื ทำลายข้าวของ โขกศีรษะกบั พืน้
สาเหต
ุ
- เด็กเรยี กรอ้ งความสนใจ
- เลยี นแบบพ่อแม่
- ถูกตามใจมากเกินไป
การชว่ ยเหลือ
- เวลาเด็กเกิดอาการ พ่อแม่ควรทำเป็นไม่สนใจ ไม่ควรให้สิ่งท่ีเด็กต้องการ ควรปล่อยให้
เด็กอยู่คนเดียวจนระบายความโกรธหมดแล้ว จึงค่อยพูดอธิบายเหตุผลภายหลัง ไม่ควร
ลงโทษเด็กขณะเกิดอาการ
5. เดก็ อิจฉานอ้ ง
สาเหต
ุ
- เด็กรูส้ ึกสญู เสยี สิ่งทต่ี นเคยเป็นเจา้ ของ เช่น ถกู แย่งความรกั พ่อแมไ่ ปให้นอ้ งใหมท่ ่ีแต่เดิม
ตัวเองได้รับเตม็ ท
่ี
- ท่าทีลำเอียงของพ่อแม่ ผ้เู ลีย้ งดู
การช่วยเหลือ
- พ่อแม่ควรแสดงท่าทตี ่อลูกเท่าเทียมกัน
- พ่อแม่ควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้ังครรภ์น้องใหม่ โดยบอกให้ลูกทราบว่าจะมีน้อง
ใหเ้ ดก็ มีสว่ นร่วมในการออกความเห็น เช่น ตั้งชื่อนอ้ ง ซอ้ื ของใหน้ ้อง ช่วยเลี้ยงนอ้ ง
6. เด็กข้กี ลวั
เดก็ วัย 5-6 เดือน เร่ิมกลัวคนแปลกหนา้
สาเหต
ุ
- การเก็บเดก็ ไว้ไมใ่ หอ้ อกไปไหน
- การขูเ่ ดก็
การชว่ ยเหลือ
- พาเดก็ ออกไปพบคนอื่นๆ บ้าง
เดก็ 2 ปีขน้ึ ไป กลัวสตั วต์ วั โต
สาเหต
ุ
- การขูเ่ ดก็
- การเล่านิทานท่ีไม่เหมาะสม
- โทรทศั น์ สอ่ื ต่างๆ
- การถูกทำร้าย
- เดก็ ทีช่ อบเพ้อฝัน
22 คูม่ ือการจดั กิจกรรมสำหรับพอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
การชว่ ยเหลอื
- ไมข่ ู่เด็ก
- ไมห่ ลอกเด็ก
- ไม่กกั ขังหรอื แยกเด็กใหอ้ ยตู่ ามลำพัง
- เลยี้ งดอู ยา่ งมเี หตผุ ล
- สอนใหเ้ ด็กร้วู ่าเรื่องใดจริง เรอื่ งใดสมมต
ิ
- ให้เดก็ พบกับสิง่ ท่ีกลัวทลี ะเล็กทีละน้อยจนเคยชินและหายกลวั
7. เดก็ ข้อี าย
สาเหต
ุ
- อาจเกดิ จากพอ่ แม่ปกปอ้ งลูกมากเกินไป หรือไมเ่ คยใหโ้ อกาสเดก็ มีสว่ นเขา้ สังคมตามวัย
การชว่ ยเหลอื
- ใหเ้ ดก็ เขา้ ร่วมกล่มุ กบั เด็กอนื่ ตงั้ แตอ่ ายุ 2 ปี
- พ่อแม่ช่วยเสริมสร้างความม่ันใจให้แก่เด็กได้กล้าพูด กล้าทำ และให้คำชมเชยเม่ือเด็กได้
รบั ความสำเรจ็ จากการกระทำของตนเอง
- ไม่ควรดวุ า่ หรือพดู ถึงปญั หาของเด็กตอ่ หน้าเดก็
23คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบความรู้ท่ี 3
เรื่อง อาหารกบั การเจรญิ เตบิ โตตามวยั ของเด็กอายุ 0-2 ปี
1. อาหารกับการเจริญเติบโตตามวัย
เด็กในชว่ งอายแุ รกเกดิ – 2 ปี เป็นวัยทม่ี ีความสำคญั ถือว่าเป็นรากฐานแหง่ คณุ ภาพชวี ิต และ
พร้อมที่จะเติบโตเปน็ บุคคลท่ีมคี ุณภาพตอ่ ไป ถ้าไดร้ ับการเลี้ยงดูที่ดี ไดร้ ับอาหารทม่ี ีปรมิ าณ คณุ คา่ ทาง
อาหารท่ีเพียงพอเหมาะสมตามวัย ซึ่งในระยะน้ีการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองจะรวดเร็วกว่า
วัยอื่นๆ ดังนั้นแม่หรือผู้ปกครองจะต้องเตรียมอาหารไว้ให้ถูกต้อง เหมาะสมเพียงพอกับความต้องการ
ของเดก็
1.1 อาหารกบั การพฒั นาสมอง
สมองเป็นอวัยวะของร่างกายที่ทำงานอย่างหนัก เพราะสมองทำงานตลอดเวลาแม้ยามท่ี
เราหลับ ดังน้ันสมองจึงต้องการพลังงานอย่างมาก สมองทำงานโดยใช้พลังงานจากกลูโคสในเส้นเลือด
และออกซิเจน โดยต้องการถึง 25 % ของความต้องการท้ังหมดของร่างกาย ท้ังท่ีสมองมีสัดส่วนเพียง
2% ของขนาดร่างกายเท่านั้น นอกจากน้ีการศึกษาผลกระทบของการขาดสารอาหารตอ่ สมองเด็ก มีผล
ต่อกระบวนการคิดและการแก้ปัญหา ดงั น้นั จงึ สรุปได้ว่าสารอาหารทัง้ 5 หมจู่ ึงมีประโยชน์ และมีความ
สำคัญต่อการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการทางสมองท้งั ส้นิ
1.2 แนวปฏบิ ตั ใิ นการใหอ้ าหารเดก็ แรกเกดิ – 1 ป
ี
1.2.1 นมแม่เป็นอาหารหลัก แรกเกิด – 6 เดือน เด็กที่ได้รับนมแม่จะเจริญเติบโตท้ัง
ร่างกาย จิตใจ สมอง จะทำให้ลูก แข็งแรง ฉลาด อารมณ์ดี จากการได้รับสาร
อาหารครบถ้วน และการไดร้ บั ความรักความอบอุน่ การโอบกอด การบบี นำ้ นม
มี 3 วิธี
1) การบีบน้ำนมด้วยมือ(Hand expresssion) เป็นวีธีเหมาะสมที่สุด เพราะ
สะดวก ประหยัดและช่วยกระตุ้นการการสร้างน้ำนมด้วย แม้ไม่ดีเท่าการ
ดดู นมของลกู
2) การใช้เครอ่ื งป้ัมไฟฟา้ (Electric pump) มีราคาแพง ค่อนข้างยุ่งยาก ควรใช้
ในรายท่มี ีปญั หา เชน่ เตา้ นมคัดมากจนจับหรือแตะไมไ่ ด้
3) การใช้ท่ีปั้ม (Breast pump) ไม่สะดวกต้องล้างทำควาสะอาด น่ึงหรือต้ม
ในน้ำเดือด อย่างน้อย 10 นาที ไม่แนะนำให้ใช้เพราะไม่กระตุ้นการสร้าง
นำ้ นม
24 คู่มอื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
1.2.2 เริ่มอาหารตามวัยเมื่ออายุ 6 เดือน เน่ืองจากลักษณะของอาหารท่ีเปลี่ยนจาก
อาหารเหลวเป็นอาหารอ่อนนุ่ม ระยะเปลี่ยนผ่านสำคัญมาก หากไม่เหมาะสม
ทารกจะปรับตัวไม่ได้ดี มีผลให้ได้รับโปรตีนและพลังงานไม่พอเพียง เม่ือทารก
อายุ 1 ปี อาหารที่ให้ควบคู่กับนมแม่จะกลายเป็นอาหารหลักและนมแม่เป็น
อาหารเสรมิ ทีค่ วรให้ตอ่ เน่ืองจนอายุ 2 ปี
อาย
ุ อาหาร
แรกเกิด – 6 เดือน
นมแมอ่ ยา่ งเดยี ว
6 เดอื น
นมแม่ และอาหาร 1 มอ้ื
7 เดอื น
นมแม่ และอาหาร 1 ม้ือ
8-9 เดือน
นมแม่ และอาหาร 2 มอ้ื
10-12 เดือน
นมแม่ และอาหาร 3 มื้อ
คร้ังแรกของการให้อาหาร ควรให้อาหารอ่อนนุ่มทีละน้อย และสังเกตความพร้อมและการ
ยอมรับ ถ้าทารกไม่ยอมรับก็ไม่บังคับ แต่ชะลอเวลาสักระยะและเริ่มใหม่ จนเด็กยอมรับ เริ่มอาหาร
แตล่ ะชนิดทลี ะอยา่ งเพอื่ ใหเ้ ด็กเรียนรูช้ นดิ ของอาหารใหมๆ่
1.2.3 หลักการใหอ้ าหารเสรมิ
l เรม่ิ อาหารทลี ะนอ้ ย และค่อยเพิม่ ทลี ะน้อยจนไดป้ ริมาณที่ต้องการ
l ใหอ้ าหารทลี ะอย่าง เวน้ ระยะในการให้อาหารแตล่ ะชนิดใหห้ า่ งกันพอควร
l ระมัดระวังความสะอาดทั้งอาหารสด อาหารสุก ภาชนะ
l ไมบ่ งั คับใหท้ ารกกิน แตใ่ หท้ ารกเริ่มชมิ ก่อนทลี ะน้อย จนยอมรับ
l ใหท้ ารกกนิ นมแมต่ ามทุกคร้ัง
1.3 แนวปฏบิ ัติในการใหอ้ าหารเด็ก 1 ปี – 2 ป
ี
l ใหอ้ าหารท่ีมีปริมาณและคณุ คา่ พอเพียงกับความตอ้ งการของเดก็
l ฝึกให้เด็กกินอาหารแปลกใหม่จากท่ีเด็กเคยกินมาก่อนเช่น ผัก มะเขือเทศ
ไม่ควรบังคับเด็ก ถ้าเด็กไม่ยอมกิน เพราะทำให้เด็กไม่ชอบอาหารชนิดน้ัน
แตใ่ ชว้ ิธดี ดั แปลงวิธกี ารปรงุ และรสชาตใิ ห้เด็กจนเด็กยอมรับ
l ลักษณะอาหารน่ากนิ มีสสี ัน น่ารบั ประทาน
l อาหารตอ้ งรสชาตไิ มจ่ ดั ไมเ่ คม็ หวาน เปรยี้ ว มขี นาดเลก็ ออ่ นนมุ่ เคย้ี วงา่ ย
l แบ่งม้ืออาหารเป็นหลายมื้อ ใหเ้ ดก็ ได้รบั พอเพียงต่อความตอ้ งการ
l สรา้ งบรรยากาศการกินอาหารที่ดี ไม่เครียด ไม่ดบุ ่นว่า ไมท่ ะเลาะเบาะแว้ง
ระหว่างรบั ประทานอาหาร
25คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
l ไม่นำอาหารที่ปรุงดิบๆ สุกๆ หรืออาหารเหลือค้างมาให้เด็กรับประทาน
ปริมาณอาหารสำหรับเดก็ 1-2 ปี ใน 1 วัน ทคี่ วรได้รับ
กลุ่มอาหาร
ปรมิ าณ เด็ก 1-2 ป
ี
นม
1-3 แกว้
ไข่สุก
ครึง่ ฟอง
เน้ือสตั ว
์ 2 ช้อนกนิ ข้าว
ข้าว
4 12
ทัพพ
ี
ผกั ใบเขียว
1 12
ทัพพ
ี
ผลไม้
3 สว่ น
น้ำมนั
2-3 ช้อนชา
1.4 ปญั หาที่พบจากการใหอ้ าหารตามวัย
l ใหอ้ าหารเรว็ หรอื ชา้ กวา่ เวลาทเ่ี หมาะสม
l การเตรียมอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สะอาด รวมทั้งภาชนะท่ีใส่อาหาร
ปนเปอ้ื น
l ปรุงอาหารโดยใช้เครื่องปรุงรส เช่น น้ำตาล น้ำปลา ผงชูรส ทำให้เด็กติด
รสชาดของความหวาน ความเคม็
1.5 การสร้างบริโภคนสิ ยั ทีด่ ีกบั เดก็
l ผู้ใหญ่กระทำตัวเป็นแบบอย่างท่ีดีกับเด็กในการกินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่
เลอื กอาหารรบั ประทาน
l ไมส่ ง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ กนิ อาหารทไ่ี มม่ ปี ระโยชน์ เชน่ อาหารกรบุ กรอบ อาหารทม่ี ี
ไขมนั สงู
l สร้างวิสัยในการรับประทานอาหาร สอนให้เด็กนั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะ
ไมเ่ ดนิ ปอ้ นอาหาร
26 คู่มือการจัดกิจกรรมสำหรบั พอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
แผนกิจกรรมสำหรับพ่อแม่ ผเู้ ลย้ี งดู
เรอ่ื ง รเู้ ลือก รักกนิ เติบโตสมวัย สดใสแขง็ แรง (กนิ )
สำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี
เวลา 2 ช่วั โมง
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือให้พ่อ แม่ ผปู้ กครองของเด็กอายุ 3 – 5 ปมี คี วามรู้ ความเขา้ ใจเรื่องการดูแลสุขภาพ
ในเรือ่ งการเจริญเตบิ โต พัฒนาการตามวยั และอาหารตามวัย
2. เพ่ือใหพ้ ่อ แม่ ผู้ปกครองของเดก็ อายุ 3 – 5 ปี สามารถสังเกตความผดิ ปกติและสามารถ
ให้การแกไ้ ขเบอื้ งต้นได
้
อุปกรณ์
1. ใบงานท่ี 1
2. ใบความรทู้ ี่ 1 เร่อื ง การสังเกตความผดิ ปกติ และการเลี้ยงดูแบบส่งเสรมิ พัฒนาการ
3. ใบความรูท้ ่ี 2 เร่อื ง ปญั หาทพี่ บบ่อย และการแก้ปัญหาเดก็ อายุ 3 -5 ปี
4. ใบความรูท้ ี่ 3 เรือ่ ง อาหารกับการเจริญเติบโตตามวยั ของเด็กอายุ 3 - 5 ป
ี
5. กระดาษเปล่าสำหรบั เขียนคำตอบคนละ 3 แผ่น
6. กระดาษสตี ดั ขนาด 2 x 2 น้วิ สำหรบั ใชแ้ บง่ กลมุ่ ยอ่ ย มี 5 สีๆ ละ 20 แผน่
7. กลอ่ งทบึ สำหรับใสก่ ระดาษสี
8. ซองสำหรับใส่จก๊ิ ซอว์ RC 5 ซอง
9. จ๊ิกซอว์ RC แตล่ ะชุดมี 6 ชิ้นยอ่ ย ทัง้ หมด 5 ชดุ (เท่าจำนวนกลมุ่ ยอ่ ย)
10. การ์ดคำถามจำนวน 6 แผ่น (6 คำถาม)
11. ธงสำหรับเป็นรางวัลให้ผู้ชนะแต่ละกลุ่ม ในธงมีข้อความ “รู้เลือก รักกิน เติบโตสมวัย
สดใสแข็งแรง” 5 อัน
วธิ กี ารดำเนินกจิ กรรม
1. วทิ ยากรทักทายพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง และให้ทุกคนในกลมุ่ แนะนำชื่อตนเอง
2. วิทยากรให้พอ่ แม่ ผปู้ กครองจับค่กู นั เพือ่ พดู คยุ แลกเปล่ียนตามประเด็นท่กี ำหนด ดงั นี้
2.1 “ทา่ นอยากให้ลกู หลานเป็นเดก็ อย่างไร ?”
2.2 “ทา่ นมีวธิ ใี หล้ ูกหลานท่มี ีอายุ 3 – 5 ปี เจรญิ เติบโตสมวัย สุขภาพแข็งแรงได
้
อยา่ งไรบ้าง ?”
27คูม่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
2.4 “ท่านคิดว่าอะไรบ้างท่ีทำให้ลูกหลานท่ีมีอายุ 3 – 5 ปีเจริญเติบโตสมวัยสุขภาพ
แข็งแรง ?”
3. วทิ ยากรสมุ่ ผู้เข้ารับการอบรมแตล่ ะคู่ใหม้ านำเสนอประมาณ 5 คู่
4. วิทยากรสรุปคำตอบในข้อต่างๆ จากนั้นบรรยายตามเอกสารประกอบคำบรรยาย และ
Power point เร่อื ง ปัจจยั ทท่ี ำใหล้ กู หลานที่มีอายุ 3 – 5 ปี เจรญิ เตบิ โตสมวยั สุขภาพ
แข็งแรง โดยสรปุ ประเด็นหลกั ท่จี ะเรียนรู้ ดงั น
้ี
4.1 การสังเกตความผิดปกตขิ องเด็กเบอื้ งต้น และการสง่ เสรมิ พัฒนาการเบื้องต้น
4.2 ปญั หาทีพ่ บบอ่ ย และการแกป้ ญั หาเดก็ อายุ 3 -5 ปี
4.3 อาหารกบั การเจริญเตบิ โตตามวัยของเดก็ อายุ 3-5 ปี
5. วิทยากรให้ผเู้ ข้ารับการอบรมแบง่ กลุ่มย่อยออกเป็น 5 กลมุ่ ๆละ 15 คน ร่วมกันคิด และ
อภิปรายตามประเด็นดังต่อไปนี้
5.1 พอ่ แม่ ผูป้ กครอง สามารถสังเกตความผดิ ปกติเบ้ืองต้น และส่งเสรมิ พัฒนาการ
เดก็ อายุ 3 – 5 ปี อยา่ งไรบ้าง จงช่วยกนั คิด และอภิปราย
5.2 พ่อ แม่ ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมพัฒนาการเบื้องต้นของเด็กอายุ 3 – 5 ปีได้
อย่างไรบา้ ง จงชว่ ยกันคิด และอภิปราย
5.3 ปัญหาท่ีพบบอ่ ย สาเหตุการเกิดปัญหาและ การแกป้ ัญหาเดก็ อายุ 3 -5 ป
ี
5.4 พอ่ แม่ ผปู้ กครองมหี ลกั ปฏบิ ตั ใิ นการจดั อาหารใหเ้ ดก็ อายุ 3 - 5 ปี ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง ?
5.5 พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะสร้างนิสัยท่ีดีในการรับประทานอาหารให้เด็กอายุ 3 - ได้
อยา่ งไรบา้ ง ?
6. เมื่ออภิปรายเสรจ็ แลว้ ให้ตวั แทนออกมานำเสนอทลี ะกลุ่ม
7. วิทยากรสรุปและบรรยายตามเอกสารประกอบคำบรรยาย และ Power point เรื่อง การ
สังเกตความผิดปกติเบ้ืองต้น และการส่งเสริมพัฒนาการเบื้องต้นในเด็กอายุ 3 – 5 ป
ี
(ตามใบความรู้ที่ 1), ปัญหาที่พบบ่อย และการแก้ปัญหาเด็กอายุ 3 - 5 ปี (ตาม
ใบความรทู้ ่ี 2), อาหารกบั การเจรญิ เตบิ โตตามวยั ของเดก็ อายุ 3-5 ปี (ตามใบความรทู้ ี่ 3)
8. วทิ ยากรนำเขา้ ส่กู ารเล่นเกมสต์ อบคำถามพชิ ติ แผ่นคำปริศนา (RC) ดังนี
้
10.1 แบง่ กลมุ่ ยอ่ ย 5 กลมุ่ ๆละ 15 คน (ตามกลมุ่ เดมิ )
10.2 วิทยากรอธิบายวิธีการเล่นโดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันส่งตัวแทนมาตอบคำถามโดย
สมาชกิ ทม่ี าตอบตอ้ งไมซ่ ำ้ กนั หากตอบไดก้ ลมุ่ จะไดร้ บั แผน่ จกิ๊ ซอวค์ ำปรศิ นา (RC)
มาครง้ั ละ 1 ชน้ิ นำชนิ้ สว่ นยอ่ ยมาประกอบกนั ใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ จะไดค้ ำปรศิ นา (RC)
สำหรบั ฐานกจิ กรรมนดี้ งั ประโยคสมบรู ณว์ า่ “รเู้ ลอื ก – รกั กนิ – เตบิ โต – สมวยั
– สดใส - แขง็ แรง”
28 คมู่ ือการจัดกิจกรรมสำหรบั พอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
10.3 วทิ ยากรเรม่ิ ดำเนนิ การเลน่ เกมสโ์ ดยจบั สลากกระดาษสี ตรงกบั สขี องกลมุ่ ใดใหเ้ ปน็
ตวั แทนมาจบั แผน่ คำถาม วทิ ยากรถามคำถามใหส้ ง่ ตวั แทนมาตอบทกุ กลมุ่ พรอ้ มทง้ั
ใหต้ วั แทนแสดงความคดิ เหน็ ทเี่ ลอื กขอ้ นนั้ ดว้ ย เมอ่ื สมาชกิ ทกุ กลมุ่ ตอบแลว้ วทิ ยากร
จงึ คอ่ ยเฉลยคำตอบทถ่ี กู ตอ้ ง ใหแ้ ผน่ คำกลมุ่ ทต่ี อบถกู กลมุ่ ละ 1 ชนิ้ ทำเชน่ เดมิ จน
ตอบคำถามทง้ั 6 ขอ้
10.4 วิทยากรให้กลุ่มที่ต่อแผ่นคำปริศนาครบแล้วให้ช่วยกันอ่านออกเสียงดังๆ และ
วทิ ยากรสรปุ กจิ กรรมทงั้ หมดโดยเชอ่ื มโยงกบั คำปรศิ นา (RC) “รเู้ ลอื ก – รกั กนิ –
เตบิ โต – สมวยั – สดใส - แขง็ แรง”
9. วทิ ยากรกลา่ วปิดกจิ กรรม
29คู่มอื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ใบงานที่ 1
1. แบ่งกล่มุ ผูเ้ ขา้ รับการอบรมเป็น 5 กลมุ่ ๆละ 15 คน
2. ให้แต่ละกลุม่ ร่วมกนั คิด และอภิปรายตามประเด็นท่ีกลุ่มได้ ดังน้
ี
กลมุ่ ท่ี 1 กลุ่มท่ี 1 พอ่ แม่ ผ้ปู กครอง สามารถสงั เกตพฒั นาการเบอ้ื งตน้ ของเด็กอายุ 3 – 5
ปี อย่างไรบา้ ง จงชว่ ยกันคิด และอภปิ ราย ?
อาย
ุ ลักษณะพฒั นาการทค่ี วรสงั เกต
เดก็ 3 ขวบ
เด็ก 4 ขวบ
เด็ก 5 ขวบ
กลุ่มท่ี 2 พ่อ แม่ ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมพัฒนาการเบ้ืองต้นของเด็กอายุ 3 – 5 ปีได้
อยา่ งไรบ้างจงชว่ ยกนั คิด และอภปิ ราย ?
อาย
ุ วธิ ีการส่งเสรมิ พฒั นาการเบือ้ งต้น
เดก็ 3 ขวบ
เด็ก 4 ขวบ
เดก็ 5 ขวบ
กลุ่มที่ 3 เลือกปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัย 3 – 5 ปี กลุ่มละ 1 ปัญหา อภิปราย ปัญหา
สาเหตแุ ละแนวทางการแกไ้ ขปัญหารว่ มกนั (กรอกข้อมูลใส่ในแบบฟอรม์ ใบงานท่ี 1.3)
ปัญหา
สาเหต
ุ แนวทางแกป้ ญั หา
กลมุ่ ที่ 4 พอ่ แม่ ผปู้ กครองมหี ลกั ปฏบิ ตั ใิ นการจดั อาหารใหเ้ ดก็ อายุ 3 - 5 ปี ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง ?
กล่มุ ที่ 5 พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะสรา้ งนิสัยทีด่ ีในการรับประทานอาหารให้เดก็ อายุ 3 - 5 ปี ได้
อย่างไรบ้าง ?
3. ผแู้ ทนแตล่ ะกลุม่ นำเสนอผลการอภปิ รายกลุ่ม
30 คมู่ อื การจัดกิจกรรมสำหรบั พ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ปี
ใบความรูท้ ่ี 1
เรอ่ื ง การสังเกตความผดิ ปกติ และการเลย้ี งดูแบบ
ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 3 – 5 ป
ี
ตารางการสังเกตความผิดปกติของเดก็
เดือนที่ 36
ลักษณะทีส่ ังเกตได้วา่ ปกต
ิ การเลยี้ งดแู บบส่งเสรมิ พฒั นาการ
วงิ่ เลน่ คลอ่ งแคลว่ ชอบจบั ราวบนั ได 1. ใหเ้ ลน่ ในสนามกลางแจง้ ที่
เดือนที่ 48
ขนึ้ ลง
ปลอดภยั กบั เพือ่ น
จบั ดินสอ ปากกา ขีดเสน้ ตรงได
้ 2. ใช้นิว้ มอื จบั คีม จบั ฟองนำ้ น้ำแขง็
เดอื นท่ี 60
พูดเป็นประโยคสนั้ ๆ ไดใ้ จความ
3. ชอบพดู คุย และใหต้ อบคำถาม
รจู้ ักเลน่ กบั เพอื่ น รจู้ กั รอคอย
โดยมีคำถามวา่ อะไร ทำอยา่ งไรให้
เดก็ อธบิ าย
4. ขจ่ี ักรยาน 3 ล้อ
ลา้ งมอื แปรงฟนั อาบนำ้ แตง่ ตวั เอง
1. ใหช้ ่วยเหลือตวั เองให้มาก ใช้ให้
บอกสี คอื แดง เขยี ว เหลอื ง แดง ช่วยทำงาน
ไดถ้ ูก
2. ใหว้ าดรปู คน สตั ว์ ส่งิ ของ
ตอบคำถามทล่ี งทา้ ย อะไร ทำไม ได
้ 3. สอนเรอ่ื งสีและการเลอื กจบั คู่สี
เหมือน
4. พดู คุย ซักถาม อา่ นหนงั สอื สอน
การพิมพ์ จำนวนงา่ ยๆ 0-10
5. สนใจตอบขอ้ ซกั ถาม เมอ่ื ลกู หลาน
ถาม
6. ใหร้ อ้ ยดอกไม้ ชว่ ยเด็ดผัก
เล่าเหตุการณ์ที่ไปพบมาประจำวัน 1. ถามประโยคคำถาม
ได้
2. กำหนดเวลาเลน่ เวลาเลิกเลน่ การ
เล่นกบั เพอ่ื นได
้ ทำกจิ กรรมการเรียนให้เดก็ ชดั เจน
เปรียบเทียบสงิ่ ของเหมือนและ
3. จัดเรียนอปุ กรณส์ อนการเรียนรู้
เรือ่ งรปู ทรง
ตา่ งกนั ได
้
นบั เลข 1-30 ได
้ 4. สอนจำนวนโดยให้นับไม้หรอื
ลูกนบั มานบั จำนวนได ้
5. ส่งเสริมเรียนรภู้ าษาไทย ภาษา
อังกฤษ
31คูม่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
เดอื นที่ 72
ทำความเคารพผู้ใหญ่โดยไม่ต้อง 1. ใหค้ นท่ีอายุมากกว่าแสดงมารยาท
เตอื น
เป็นตน้ แบบ
หยิบของตามจำนวนทส่ี ง่ั มาวางได้ 2. ส่งเสริมการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์
ถูกต้อง (ต้ังแต่ 1-10)
ภาษา
รู้จกั กตกิ า เล่นเกม
3. ใหเ้ ลน่ กีฬา ทชี่ อบทกุ วนั
ให้เลา่ เร่ืองราว
4. ใหเ้ ล่านิทาน รอ้ งเพลง
5. ชม เม่ือทำดที ุกคร้งั
6. ใหช้ ่วยเหลอื งานโดยมอบหมายให้
ชัดเจน
32 คู่มือการจัดกิจกรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ปี
ใบความรทู้ ่ี 2
เรอื่ ง ปญั หาทีพ่ บบ่อย และการแก้ปัญหาเดก็ อายุ 3 - 5 ปี
การพิจารณาว่าเด็กมีพฤติกรรมท่ีผิดไปจากปกติหรือไม่ ให้พิจารณาจากความเหมาะสมของ
พฤตกิ รรมนัน้ กบั เวลา สถานที่ และอายขุ องเด็กดังน
ี้
1. อายุ พฤติกรรมท่ีเด็กแสดงออกมานั้นมีลักษณะเป็นเด็กเกินอายุ หรือแก่กว่าอายุจริงของ
เด็ก
2. ความถ่ีและความรุนแรงของการเกิดพฤติกรรม ถ้าถ่ีมาก มีผลกระทบต่อตนเองหรือผู้อ่ืน
สูงถือวา่ เป็นปญั หา
3. จำนวนของพฤติกรรมที่เป็นปัญหา ถ้ามีลักษณะเป็นปัญหามากกว่าพฤติกรรมปกติท่ัวไป
ไมส่ ามารถปรับตวั เขา้ สงั คมได้ถอื วา่ เปน็ ปญั หา
4. การสญู เสียโอกาสในสงั คม มผี ลกระทบต่อชวี ติ ของเดก็ ในสังคมมาก ถือวา่ เปน็ ปญั หา
5. การมีผลตอ่ ความร้สู กึ เจ็บปวดของเดก็ ถา้ กอ่ ใหเ้ กดิ ความรู้สึกเจบ็ ปวดมาก เปน็ ปญั หา
6. พฤตกิ รรมที่อยู่ในสภาพแวดลอ้ มทเี่ ปน็ ปญั หาและไม่สามารถควบคุมได้
7. พฤติกรรมทั่วๆ ไปที่เด็กแสดงออกจะไปขัดขวางการดำเนินชีวิตของเด็กในการปรับตัว
เข้ากบั ครอบครวั โรงเรียน ถา้ ปรับได้ดไี ม่มปี ญั หา
ปัญหาทพ่ี บบอ่ ยในเด็กแรกเกิด – 5 ปี ซึ่งรบกวนการเตรียมความพรอ้ มในเร่ืองการเรียนของ
เด็ก ทำให้ครู/ครูพ่ีเลี้ยงรู้สึกลำบากใจเนื่องจากเด็กไม่สามารถทำกิจกรรมได้ด้วยตนเอง และไม่สามารถ
ร่วมกิจกรรมกับเพ่ือนได้ สาเหตุสำคัญของปัญหาเกิดจากการเลี้ยงดูและปลูกฝังตั้งแต่วัยแรกเกิดของ
ครอบครัว ถ้าปัญหาเหล่าน้ีสามารถแก้ไขได้เหมาะสม ก็จะเป็นการช่วยให้เด็กได้ใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่าง
เตม็ ที่ ในการพฒั นาไอควิ และอคี วิ
ปัญหาที่พบบอ่ ยและการแกไ้ ขในเดก็ อายุ 3-5 ป
ี
1. เดก็ ขกี้ ลวั
เด็กอายุ 3-4 ปีครึ่ง กลัวความมืด เป็นปัญหาในกรณีท่ีมีความกลัวมากจนเกินไปและมี
ความกงั วล
สาเหตุ
- อาจเกดิ จากการข่เู ด็ก การเล่านทิ านท่ีไม่เหมาะสมกับวัย การถูกทำร้าย
การช่วยเหลือ
- ให้ความมั่นใจ ไม่ขู่ ไม่หลอกเด็ก เล้ียงดแู บบใช้เหตผุ ล สอนให้เดก็ รู้วา่ เรือ่ งใดจรงิ เร่อื งใด
ไมจ่ ริง ให้เด็กพบกับสงิ่ ทก่ี ลวั ทลี ะเลก็ ทีละนอ้ ยจนเคยชินและหายกลัวไป
33คมู่ อื การจัดกจิ กรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
2. เด็กเลน่ อวยั วะเพศตวั เอง
สาเหต
ุ
- อาจเกิดจากการคันบริเวณอวัยวะเพศจากพยาธิ เด็กจึงพยายามเกา กางเกงคับไป เด็ก
เหงาว้าเหว ่ ขาดความอบอุน่ กงั วล วา่ งเกนิ ไปไมม่ อี ะไรทำ
การชว่ ยเหลือ
- ไมค่ วรดวุ า่ เด็ก ไมข่ ู่เด็ก เด็กจะรสู้ กึ ว่าผดิ นา่ ละอาย และยิ่งทำมากข้นึ ควรแกไ้ ขท่สี าเหตุ
หาของเลน่ ใหเ้ ดก็ เล่น ไมเ่ ปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ อย่คู นเดยี วบ่อยๆ
3. เด็กพดู ติดอา่ ง
สาเหต
ุ
- เกดิ จากความกังวล ขาดความม่นั ใจ ถูกบังคับใหเ้ ล่น ทำบางส่งิ บางอยา่ ง
การชว่ ยเหลอื
- ใหเ้ ดก็ มคี วามม่ันใจ ให้กำลังใจ ปรกึ ษานกั บำบดั การพดู
4. เด็กพูดคำหยาบ
สาเหต
ุ
- เด็กไดย้ ินคนอ่ืนพดู และรูว้ า่ พูดแล้วมคี นสนใจ
การช่วยเหลอื
- อย่าแสดงอาการตกใจหรือต่นื เต้น เพื่อไมใ่ หเ้ ดก็ รู้ว่าสนใจ แตส่ อนเดก็ ดว้ ยท่าทสี งบว่าคำนี้
ไม่ควรพดู
34 คู่มือการจดั กิจกรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ใบความรูท้ ี่ 3
เร่ือง อาหารกบั การเจริญเตบิ โตตามวัยของเด็กอายุ 3-5 ป
ี
อาหารกับการเจรญิ เตบิ โตตามวัย
อาหารเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย เป็นวัยที่มี
การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ท้ังทางด้านร่างกาย และสมอง เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีความเส่ียงต่อการ
เป็นโรคขาดสารอาหาร โดยมสี าเหตสุ ำคัญมาจากพฤติกรรมการเลี้ยงดทู ่ไี ม่เหมาะสม
1. แนวปฏบิ ตั ใิ นการให้อาหารเดก็ 3 – 5 ป
ี
l ให้อาหารทม่ี ีปริมาณและคุณคา่ พอเพียงกบั ความต้องการของเดก็
l ฝกึ ใหเ้ ดก็ กินอาหารแปลกใหม่จากทีเ่ ด็กเคยกินมาก่อน เช่น ผกั มะเขือเทศ ไม่ควรบงั คับเดก็ ถา้
เด็กไม่ยอมกิน เพราะทำให้เด็กไม่ชอบอาหารชนิดน้ัน แต่ใช้วิธีดัดแปลงวิธีการปรุงและรสชาติ
ใหเ้ ดก็ จนเด็กยอมรบั
l ลกั ษณะอาหารนา่ กิน มีสสี นั นา่ รบั ประทาน
l อาหารต้องรสชาติไม่จัด ไม่เค็ม หวาน เปรี้ยว
l มขี นาดเลก็ ออ่ นนุ่ม เคย้ี วง่าย
l แบ่งมอ้ื อาหารเปน็ หลายมือ้ ให้เดก็ ไดร้ ับพอเพียงต่อความตอ้ งการ
l สรา้ งบรรยากาศการกินอาหารท่ีดี ไม่เครียด ไมด่ บุ ่นว่า ไมท่ ะเลาะเบาะแว้ง ระหวา่ งรับประทาน
อาหาร
l ไม่นำอาหารทปี่ รุงดบิ ๆ สุกๆ หรอื อาหารเหลือค้างมาใหเ้ ด็กรบั ประทาน
l ไมค่ วรใหเ้ ดก็ ดืม่ เครื่องดื่มบางชนิด เชน่ นำ้ อดั ลม น้ำชา กาแฟ เครื่องด่มื ชกู ำลงั
l ไม่ควรให้เด็กกิน ขนมกรบุ กรอบ ขนมหวานจดั และ ทอฟฟ่ี
2. การสรา้ งบรโิ ภคนสิ ยั ทด่ี กี บั เดก็
l ผู้ใหญ่กระทำตัวเป็นแบบอย่างท่ีดีกับเด็กในการกินอาหารท่ีมีประโยชน์ ไม่เลือกอาหาร
รบั ประทาน
l ไมส่ ่งเสรมิ ใหเ้ ด็กกินอาหารท่ไี ม่มปี ระโยชน์ เชน่ อาหารกรบุ กรอบ อาหารทม่ี ไี ขมนั สูง
l สรา้ งวนิ ัยในการรบั ประทานอาหารสอนใหเ้ ด็กน่งั รบั ประทานอาหารท่โี ตะ๊ ไมเ่ ดินปอ้ นอาหาร
l วธิ ีการจะใหเ้ ด็กกินผักมหี ลายวธิ ี เชน่
- เริม่ ให้เด็กกนิ ผักทเี่ คยี้ วง่ายไมม่ กี ลิน่ เชน่ ผดั กาดขาว กะหล่ำปลี ผกั บงุ้
- จัดผักให้มสี สี นั สลับกับเพิม่ ความอยากลอง
- หันผักใหเ้ ปน็ ชิน้ เลก็ ๆ แทรกลงไปในอาหารท่ีเดก็ ชอบ
35คมู่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
- นำผกั มาชุบแปง้ ทอด
- ให้เดก็ มสี ว่ นร่วมในการทำอาหารจานผกั เช่น ล้างผกั แกะผัก หั่นผกั เปน็ ตน้
- อาจยกตวั อยา่ งบุคคลท่ลี กู ชื่นชมว่าเปน็ ผทู้ ่ีกนิ ผกั เปน็ ประจำ
l พ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่างเม่ือน่ังโต๊ะอาหารและกินอาหารร่วมกัน ออกปากชมอาหารจานผักท่ี
ลูกชว่ ยทำ และชักชวน
l อาหารบางอย่างท่ีไม่เหมาะสำหรับเด็ก ควรหลีกเล่ียงเพราะการกินอาหารท่ีไม่มีประโยชน์ กิน
จบุ จิบกอ่ นเวลาอาหารจะทำให้กนิ อาหารม้ือหลกั ได้น้อยลง ได้แก่
- อาหารทยี่ อ่ ยยาก อาหารเนอ้ื สตั ว์ ทปี่ รุงไมส่ กุ หรอื สุกๆดบิ ๆ
- อาหารรสจดั และอาหารเผด็
- เครอ่ื งด่มื บางชนิด เช่น นำ้ อัดลม นำ้ ชา กาแฟ เครือ่ งดืม่ ชกู ำลัง
- ขนมหวานจัด ทอฟฟ่ี
3. ตัวอยา่ งรายการอาหารสำหรบั เดก็ 3 – 5 ป
ี
รายการอาหาร
ตวั อย่างอาหาร
ขา้ วต้มพระจนั ทร
์
ไข่ตนุ๋ พลงั ผัก
ทอดมันปลา
ซุปแอปเปิล้
36 คู่มอื การจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
คำถาม และเฉลยเกมสต์ อบคำถามพิชติ แผน่ คำปรศิ นา RC
1. จงบอกวธิ ีการสังเกตพัฒนาการเบือ้ งตน้ ของเดก็ 3, 4, 5 ปี อยา่ งละ 1 ขอ้ ?
ตอบ
- การสงั เกตพัฒนาการเดก็ อายุ 3 ปี
วง่ิ เลน่ คล่องแคลว่ ชอบจับราวบันได ข้ึน ลง
จับดนิ สอ ปากกา ขีดเส้นตรงได
้
พดู เปน็ ประโยคสั้นๆ ได้ใจความ
รจู้ ักเลน่ กับเพ่ือน รจู้ กั รอคอย
- การสังเกตพัฒนาการเด็กอายุ 4 ปี
ลา้ งมอื แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตวั เอง
บอกส ี คอื แดง เขียว เหลือง แดง ไดถ้ ูก
ตอบคำถามท่ลี งท้าย อะไร ทำไม ได
้
- การสงั เกตพฒั นาการเด็กอายุ 5 ปี
เล่าเหตกุ ารณ์ที่ไปพบมาประจำวันได
้
เลน่ กับเพอ่ื นได
้
เปรียบเทียบสงิ่ ของเหมือนและต่างกันได้
นับเลข 1-30 ได
้
2. การพิจารณาว่าเดก็ มพี ฤตกิ รรมทผี่ ดิ ไปจากปกติหรอื ไม่ ใหพ้ ิจารณาจากอะไรบา้ ง ?
ตอบ
- อาย ุ
- ความถแ่ี ละความรนุ แรงของการเกิดพฤติกรรม
- จำนวนของพฤตกิ รรมท่เี ป็นปัญหา
- การสูญเสียโอกาสในสงั คม
- การมีผลตอ่ ความรูส้ ึกเจ็บปวดของเดก็
- พฤตกิ รรมที่อยู่ในสภาพแวดล้อมท่เี ป็นปญั หาและไมส่ ามารถควบคมุ ได
้
- พฤตกิ รรมทวั่ ๆ ไปทีเ่ ด็กแสดงออกจะไปขดั ขวางการดำเนินชวี ิตของเดก็ ในการปรบั ตวั
3. ขอ้ ใดเป็นการสรา้ งนสิ ัยการกนิ ทดี่ ีใหก้ ับเดก็ ?
ก. พอ่ แมไ่ มจ่ ำเป็นตอ้ งสอนใหเ้ ดก็ นงั่ รับประทานอาหารทีโ่ ต๊ะ อาจให้ลูกเดินไปกินอาหารไปได
้
ข. ผู้ใหญ่กระทำตัวเป็นแบบอย่างท่ีดีกับเด็กในการกินอาหารท่ีมีประโยชน์ ไม่เลือกอาหาร
รับประทาน
37ค่มู ือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
4. วิธีการจะให้เด็กกนิ ผกั มีหลายวธิ ี ได้แกอ่ ะไรบ้างจงบอกมาอย่างน้อย 2 วธิ ี ?
- เรม่ิ ให้เดก็ กินผกั ท่เี คยี้ วงา่ ยไมม่ ีกลนิ่ เชน่ ผัดกาดขาว กะหล่ำปลี ผักบุ้ง
- จดั ผักใหม้ สี ีสนั สลับกับเพิม่ ความอยากลอง
- หนั ผกั ให้เป็นชน้ิ เล็ก ๆ แทรกลงไปในอาหารท่เี ดก็ ชอบ
- นำผักมาชบุ แปง้ ทอด
- ใหเ้ ดก็ มสี ่วนร่วมในการทำอาหารจานผัก เชน่ ลา้ งผกั แกะผัก ห่ันผัก เปน็ ตน้
- อาจยกตวั อย่างบคุ คลท่ีลูกชน่ื ชมว่าเป็นผ้ทู ก่ี ินผกั เป็นประจำ
5. ให้ช่วยกันคิดช่ือเมนูอาหารท่ีเหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี ให้น่าสนใจที่สุด พร้อมบอก
ส่วนประกอบหลกั และประโยชนท์ ี่เด็กจะได้รบั ?
ตอบ เมนูอาหารท่ีเหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี เช่น
เคร่ืองปรุง : ไข่แดงอมย้ิม
- มนั ฝร่งั
- ไข่ไก่
- แครอตสบั ละเอียด
- ผกั กาดขาวสับละเอียด
- นมท่ีลกู กนิ
ไข่แดงมีทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามินบี ธาตุเหล็ก กรดโฟลิก ไรโบฟลาวิน และโคลีนท่ีช่วยเสริม
สร้างความจำให้กบั เจา้ ตัวเล็ก
6. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง ?
ก. เด็กกินจุบจิบกอ่ นเวลาอาหารได้ ไม่มีผลตอ่ การกินอาหารมอ้ื หลกั ไดน้ อ้ ยลง
ข. เดก็ ไม่ควรกนิ อาหารท่ีย่อยยาก เชน่ เนื้อสตั วท์ ีป่ รงุ ไม่สุก หรือสกุ ๆ ดบิ ๆ
38 คูม่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรับพอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ปี
แผนกจิ กรรมสำหรับพอ่ แม่ ผเู้ ล้ียงดู
เรื่อง การเลน่ เพ่อื ส่งเสริมพฒั นาการ (เลน่ )
สำหรับเดก็ อายุ 0 – 5 ปี
เวลา 2 ชัว่ โมง
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจเร่ืองการเล่น การเลือกของเล่น ประโยชน์ของ
การเลน่ ต่อพฒั นาการและการเรียนร้ขู องเดก็ และนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
2. เพ่ือให้ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมการเล่น ให้เอ้ือต่อพัฒนาการตามวัยของเด็ก
รวมทัง้ ให้มีทกั ษะการเลน่ กับลูก
3. เพื่อใหผ้ ู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนประสบการการสง่ เสรมิ การเลน่ ในเด็ก
อุปกรณ์
1. ของเล่นเด็กวัยแรกเกิด – 5 ปี จำนวน 15 ช้ิน ได้แก่ โมบาย กรุ๋งกร๊ิง ตุ๊กตายางบีบ
ของเลน่ ทีไ่ ขลานได้ ลูกบอล ถ้วย ชาม ชอ้ น สเี ทียน ไมบ้ ล็อค ภาพตดั ต่อ ของเล่นจำลอง
ปนื เดก็ เล็ก งูยางหรือสัตว์เลอ้ื ยคลานยาง ดาบ
2. กระดาษ A 4
3. สีเทยี น
4. วทิ ยุ เทป / CD
5. เพลงบรรเลง / อ่ิมอนุ่ เพลงจังหวะเรว็ เสยี งธรรมชาติ / เพลงเดก็ ๆ เชน่ เพลงกบ เพลง
จังหวะเรว็ เสียงธรรมชาติ
6. กระป๋อง
7. ไมแ้ ขวนเสอื้
8. กระดาษ วัสดุเหลือใช้ท่ีมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น กระดาษกล่องนม กระดาษลัง
กระดาษทม่ี ีผวิ ขรขุ ระ
9. กรรไกร กาว ท่เี ยบ็ กระดาษ
10. เชอื กเสน้ เล็ก ๆ
11. รปู ใบหน้าคนหลากหลายอารมณ์ จากนติ ยสารหรือหนงั สอื อน่ื ๆ
12. กอ้ นบล็อคไม้ท่ีมรี ปู ร่างตา่ งๆ จำนวน 1 กลอ่ ง
39ค่มู ือการจดั กิจกรรมสำหรบั พ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
วธิ ีการดำเนินกิจกรรม
1. นำเข้าสบู่ ทเรียนโดยจดั กิจกรรมกลุม่ สมั พนั ธ์ เพ่ือสร้างความค้นุ เคย (10 นาที)
2. วทิ ยากรสมุ่ ถามผเู้ ข้าอบรม 2 - 3 คน “ทีผ่ า่ นมาพ่อแมเ่ ลน่ กบั ลูกอย่างไร” (10 นาที)
3. จัดกิจกรรมการเลอื กของเล่นตามใบกิจกรรมท่ี 1 (20 นาท)ี
4. วทิ ยากรสรปุ เรอ่ื งการเล่นเพือ่ ส่งเสรมิ พัฒนาการ ตามใบความรทู้ ี่ 1 (20 นาที)
5. จัดกิจกรรมฐานเร่ือง “เคล็ดลบั ทักษะ เทคนคิ ” การเลน่ กบั ลกู 3 ฐาน ตามใบกจิ กรรม
ท่ี 2 (60 นาที)
40 คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกจิ กรรมสำหรบั เดก็ อายุ 0 - 2 ป
ี
ใบกจิ กรรมที่ 1 กจิ กรรมการเลอื กของเล่น
สำหรบั เด็ก 0 – 2 ป
ี
อุปกรณ์
ของเล่นเด็กวัยแรกเกิด – 5 ปี จำนวน 15 ช้ิน ได้แก่ โมบาย กรุ๋งกร๊ิง ตุ๊กตายางบีบ
ของเล่นที่ไขลานได้ ลูกบอล ถ้วย ชาม ช้อน สีเทียน ไม้บล็อค ภาพตัดต่อ ของเล่นจำลอง
ปืนเดก็ เลก็ งยู างหรอื สตั วเ์ ล้ือยคลานยาง ดาบ
วิธกี ารดำเนินกจิ กรรม
1. วิทยากรขออาสาสมัครให้ผู้เข้ารับอบรมจำนวน 7 คน ออกมาเลือกของเล่นคนละ
1- 2 ชิ้น
2. วิทยากรให้อาสาสมัครบอกเหตุผลที่เลือกของเล่นแต่ละช้ินพร้อมวิธีการเล่นและ
ประโยชนข์ องของท่ีเลือกพรอ้ มท้งั ใหก้ ลุ่มแสดงความคิดเห็น
3. วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมร่วมกัน ถึงสิ่งท
่ี
ได้รบั จากกจิ กรรมตามใบความรทู้ ่ี 1
41คมู่ ือการจดั กิจกรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกิจกรรมที่ 2
ใหผ้ ูเ้ ข้าร่วมอบรมแบง่ กลุ่มเป็น 3 กลุ่ม จำนวนเท่าๆ กันเพ่ือเข้าสู่กิจกรรมฐานดังน
้ี
1. ฐานกิจกรรมการเลน่ โดยใช้กิจกรรมศลิ ปะ (ตามใบกิจกรรมที่ 2.1)
2. ฐานกจิ กรรมการเล่นโดยใช้กจิ กรรมดนตรี (ตามใบกจิ กรรมท่ี 2.2)
3. ฐานกจิ กรรมการเลน่ โดยใช้ของเลน่ ตามวยั (ตามใบกิจกรรมท่ี 2.3)
ใบกจิ กรรมท่ี 2.1
ฐานท่ี 1 กจิ กรรมการเล่นโดยใช้ศลิ ปะสำหรับแรกเกดิ – 2 ปี
อปุ กรณ์
1. กระดาษ A 4
2. สเี ทยี น
วิธกี ารดำเนนิ กจิ กรรม
1. แจกกระดาษและสเี ทยี นใหผ้ ู้ปกครองท่านละ 1 ชุด
2. ให้ผู้ปกครองเลน่ กับลกู โดยใหล้ ูกระบายสีเทียนหรอื ฉีกกระดาษทแ่ี จกให้
3. วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมร่วมกันถึงส่ิงท่ี
ไดร้ บั จากกจิ กรรมตามใบความรทู้ ่ี 2
ใบกิจกรรมที่ 2.2
ฐานท่ี 2 กิจกรรมการเลน่ โดยใช้ดนตรสี ำหรบั แรกเกิด – 2 ป
ี
อปุ กรณ์
1. วทิ ยุ เทป / CD
2. เพลงบรรเลง / อิม่ อ่นุ เพลงจงั หวะเร็ว เสียงธรรมชาติ
3. กระปอ๋ ง
42 ค่มู อื การจดั กิจกรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ปี
วธิ ีการดำเนินกจิ กรรม
1. วทิ ยากรเปิดเพลง
2.1 บรรเลง / อิ่มอุ่น ใหผ้ ู้รบั เข้ารบั การอบรมฟงั เพลงพร้อมกบั การเล่นกบั ลูก
2.2 เพลงทม่ี จี งั หวะเร็ว ให้ผเู้ ข้ารบั การอบรมฟังเพลงพร้อมกับการเล่นกบั ลูก
2.3 เสียงธรรมชาติ ใหผ้ ู้เขา้ รับการอบรมฟังเสยี งพรอ้ มกบั การเล่นเลยี น
เสียงธรรมชาติกบั ลกู
2. วิทยากรเคาะกระป๋องให้เป็นจังหวะ พร้อมทั้งให้ผู้เข้ารับการอบรมเล่นเคาะจังหวะ
พร้อมๆ กันไปกับลกู
3. วิทยากรสุ่มถาม ความรู้สึกของผู้อบรมจากการที่ฟังเสียงต่างๆ และร่วมอภิปราย
เรอ่ื ง การใช้ดนตรใี นการเลน่ กับเดก็
4. วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมร่วมกันถึงส่ิงท่ี
ไดร้ บั จากกจิ กรรม ตามใบความรทู้ ่ี 3
ใบกจิ กรรมท่ี 2.3
ฐานที่ 3 กิจกรรมการเลน่ โดยใชข้ องเลน่ สำหรบั เดก็ แรกเกิด – 2 ปี
อุปกรณ์
1. ไม้แขวนเส้ือ
2. กระดาษ วัสดุเหลือใช้ที่มีลักษณะแตกต่างกัน เช่น กระดาษกล่องนม กระดาษลัง
กระดาษทีม่ ีผวิ ขรขุ ระ
3. กรรไกร กาว ที่เย็บกระดาษ
4. เชือกเส้นเลก็ ๆ
วธิ ีการดำเนินกิจกรรม
1. นำเศษกระดาษ วสั ดเุ หลือใช้มาไวร้ วมกนั
2. ใหผ้ ูเ้ ข้าอบรมผลติ โมบายโดยเลือกวสั ดทุ เี่ ตรียมไว้มาตดั ฉกี ทากาว แลว้ เยบ็ ติดกันไว
้
3. เจาะรูกระดาษท่ดี า้ นบน
4. ผกู เชอื กห้อยกบั ไม้แขวนเสอื้
5. วิทยากรและผเู้ ขา้ รับการอบรมอภิปรายและสรุปผลการทำกจิ กรรมร่วมกันถงึ สิ่งท
่ี
ได้รับจากกิจกรรม
43คูม่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกิจกรรมสำหรบั เด็กอายุ 3 - 5 ป
ี
ใบกจิ กรรมที่ 1 กิจกรรมการเลอื กของเลน่
สำหรับเดก็ 3 – 5 ปี
อุปกรณ์
ของเล่นเด็กวัยแรกเกิด – 5 ปี จำนวน 15 ชิ้น ได้แก่ โมบาย กรุ๋งกริ๊ง ตุ๊กตายางบีบ
ของเลน่ ทไ่ี ขลานได้ ลกู บอล ถว้ ย ชาม ชอ้ น สเี ทยี น ไมบ้ ลอ็ ค ภาพตดั ตอ่ ของเลน่ จำลอง ปนื เดก็ เลก็
งยู างหรอื สัตวเ์ ลอ้ื ยคลานยาง ดาบ
วิธีการดำเนนิ กิจกรรม
1. วิทยากรขออาสาสมัครให้ผู้เข้ารับอบรมจำนวน 7 คน ออกมาเลือกของเล่นคนละ
1- 2 ช้นิ
2. วิทยากรให้อาสาสมัครบอกเหตุผลท่ีเลือกของเล่นแต่ละชิ้นพร้อมวิธีการเล่นและ
ประโยชน์ของของที่เลือกพรอ้ มท้ังให้กลมุ่ แสดงความคิดเห็น
3. วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมร่วมกัน ถึงส่ิงท
ี
่
ไดร้ บั จากกจิ กรรมตามใบความรทู้ ่ี 1
44 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี