ใบกจิ กรรมที่ 2
ให้ผเู้ ข้าร่วมอบรมแบง่ กลุม่ เปน็ 3 กลุ่ม จำนวนเท่าๆกนั เพ่อื เขา้ สูก่ ิจกรรมฐานดงั นี
้
1. ฐานกิจกรรมการเล่นโดยใชก้ ิจกรรมศิลปะ (ตามใบกิจกรรมที่ 2.1)
2. ฐานกิจกรรมการเลน่ โดยใช้กจิ กรรมดนตรี (ตามใบกจิ กรรมที่ 2.2)
3. ฐานกิจกรรมการเล่นโดยใชข้ องเลน่ ตามวัย (ตามใบกจิ กรรมท่ี 2.3)
ใบกจิ กรรมที่ 2.1
ฐานท่ี 1 กจิ กรรมการเล่นโดยใช้ศลิ ปะสำหรบั เด็ก 3 – 5 ปี “กิจกรรมใบหน้าหลายอารมณ”์
อปุ กรณ์
1. รปู ใบหนา้ คนหลากหลายอารมณ์ จากนิตยสารหรือหนังสอื อื่นๆ
2. กรรไกร กาว
3. กระดาษ เอ 4
วิธกี ารดำเนินกจิ กรรม
1. วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมและเด็กเลือกรูปใบหน้าคนท่ีเตรียมไว้มาอย่างน้อยคนละ
5 รูป
2. ให้ตัดแบ่งส่วนอวัยวะต่างๆ จากรูปภาพ แยกออกเป็นชิ้นส่วน เช่น ส่วนผม หน้าผาก
ตา คว้ิ จมกู ปาก หู คาง คอ แกม้
3. เลอื กชิ้นส่วนที่ตดั มาจากหลายๆ ใบหน้า นำมาทากาว ปะลงบนกระดาษขาวที่ทาไวใ้ ห้
เปน็ ใบหน้าคนๆ เดียว
4. วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมร่วมกันถึงสิ่งท
ี่
ไดร้ ับจากกิจกรรม ตามใบความรูท้ ี่ 2
45คู่มือการจัดกิจกรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกจิ กรรมที่ 2.2
ฐานท่ี 2 กจิ กรรมการเล่นโดยใช้ดนตรีสำหรบั เดก็ 3 – 5 ปี
อุปกรณ์
1. วิทยุ เทป / CD
2. เพลงเด็กๆ เช่นเพลงกบ เพลงจงั หวะเรว็ เสียงธรรมชาติ
3. กระปอ๋ งต่างๆ
วิธกี ารดำเนนิ กจิ กรรม
1. วิทยากรเปดิ เพลง
2.1 เพลงเด็กๆ เช่น เพลงกบให้ผู้รับเข้ารับการอบรมฟังเพลงพร้อมกับทำท่าประกอบ
เพลงกับลกู โดยใหค้ ดิ ท่าประกอบเพลงดว้ ยกนั
2.2 เสียงธรรมชาติ ให้ผู้เข้ารับการอบรมฟังเสียงพร้อมกับการเล่นเลียนเสียงธรรมชาติ
กับลูก เช่น เสียงสตั วร์ ้อง เสียงธรรมชาติตา่ งๆ พร้อมทัง้ คิดทา่ ทางประกอบ
2. วิทยากรเคาะกระป๋องให้เป็นจังหวะ พร้อมทั้งให้ผู้เข้ารับการอบรมเล่นเคาะจังหวะ
พรอ้ มๆ กนั ไปกับลูก
3. วทิ ยากรสุ่มถาม และร่วมอภปิ ราย เรือ่ ง การใช้ดนตรีในการเล่นกับเด็ก
4. วทิ ยากรและผูเ้ ข้ารับการอบรมอภิปรายและสรปุ ผลการทำกิจกรรมรว่ มกันถงึ สง่ิ ท่ีไดร้ ับ
จากกจิ กรรม ตามใบความรูท้ ่ี 3
ใบกิจกรรมท่ี 2.3
ฐานที่ 3 กจิ กรรมการเล่นโดยใช้ของเลน่ สำหรับเดก็ 3 – 5 ปี
อุปกรณ์
1. กอ้ นบล็อคไมท้ ่ีมีรูปร่างตา่ งๆ จำนวน 1 กลอ่ ง
วิธีการดำเนนิ กจิ กรรม
1. นำก้อนบลอ็ คไมท้ ี่มีรูปร่างต่างๆกนั ท่เี ตรียมไว้ใหผ้ ูเ้ ข้าอบรมเลือก และนำไปเล่นกับลูก
ตามจนิ ตนาการ
2. ให้ผู้เข้าอบรมและเด็กบอกเลา่ ถงึ ผลงานท่ีสร้างสรรคจ์ ากบล็อคไมใ้ ห้กลมุ่ ฟัง
3. วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมร่วมกันถึงส่ิงท
่ี
ได้รับจากกจิ กรรม
46 ค่มู ือการจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบความร้ทู ่ี 1
การเลน่ เพ่อื สง่ เสริมพฒั นาการสำหรบั เดก็ 0 - 5 ป
ี
ความหมายของการเลน่
การเล่นของเด็ก หมายถึง กิจกรรมหรือการกระทำใดๆ ที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
แก่เด็กโดยไม่คำนึงถึงผลที่ซ่ึงเกิดข้ึน เป็นวิถีการเรียนรู้อย่างหน่ึงท่ีเป็นธรรมชาติ การเล่นมีความสำคัญ
อย่างย่งิ ตอ่ ชวี ติ เด็ก
พัฒนาการการเล่นของเดก็
เดก็ ทารกชอบเล่น สมั ผัส หยบิ จับ
เดก็ วัยเตาะแตะชอบเล่นค้น และทดลอง
เด็กวยั อนุบาลชอบเล่นเป็นงานเปน็ การ เลน่ สรา้ งสรรค์ เล่นนำ้ เลน่ ทราย เพราะไดต้ กั ไดข้ ดุ
ดูการเปล่ียนของรูปร่าง ของน้ำ ของทราย การเล่ือนไหล สัมผัสท่ีเด็กได้รับจะพัฒนาเด็กท้ังทางด้าน
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสตปิ ัญญา
ประโยชนข์ องการเล่น
1. ทำใหม้ พี ัฒนาการด้านร่างกาย ด้านภาษา สตปิ ัญญา สังคม การชว่ ยเหลอื ตนเอง และ
อารมณ์ดีขน้ึ
2. เพ่ิมพูนความอสิ ระ สรา้ งความมัน่ ใจ
3. เกดิ ความภาคภมู ิใจในความสำเรจ็ จากการเลน่
4. ได้เรียนรู้บทบาทของการเป็นผู้ใหญ่ การคิดวางแผน การตัดสินใจ และความร่วมมือ
กับผ้อู ื่น
5. ช่วยในการระบายอารมณ
์
ประเภทของการเล่นกบั เด็ก
1. ดนตร
ี
2. ศลิ ปะ
3. เล่นน้ำเล่นทราย
4. วิธีการเล่นของเล่นตามวยั
47คมู่ อื การจัดกิจกรรมสำหรบั พ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ตวั อย่างการเล่น
ตัวอยา่ งการเล่นกบั ทารกวยั 6- 11 เดอื น เชน่
ให้ลูกนอน แลว้ เอาปากเปา่ ท้องลูกเบา ๆ ให้มเี สยี ง
ร้องเพลงและตบมอื ใหจ้ งั หวะหรอื จบั ลกู ใหจ้ ังหวะด้วย
อมุ้ ลกู นงั่ บนเขา่ จับลกู เลน่ โยกเยก
เล่นจ๊ะเอ๋ / คลานแข่งกนั ไล่จบั สิง่ ของหรือลกู บอล
พาเดนิ ออกนอกบ้าน ทำเสยี งใหล้ กู ฟงั ตามสิ่งทีเ่ หน็ เช่นเสยี งนก เสยี งเคร่ืองบิน ฯลฯ
ตัวอยา่ งการเลน่ กับทารกวยั 12 - 24 เดอื น เช่น
ซ่อนของในกลอ่ ง ใหล้ ูกหาหรอื ถามวา่ อะไรอยขู่ ้างใน
เตะลกู บอล
นอนลงบนที่นอนกับลูกแล้วกล้ิงตัวบนท่ีนอนไปในทิศทางเดียวกันหรือกล้ิงตัวไปมา
ดว้ ยกนั
เปิดเพลงและเตน้ พรอ้ ม ๆ กบั ลูก
ตวั อยา่ งการเลน่ วัย 3 – 5 ปี
1. ตักทรายใส่ภาชนะ ขดุ ทราย ก่อเจดยี ท์ ราย กดทราย ขดี เขียนบนพื้นทราย
2. เลน่ หมอ้ ขา้ วหม้อแกง
3. กรอกน้ำใสข่ วด บบี ฟองน้ำ งมของในน้ำ
4. หนบี ผา้
5. ฉีกกระดาษ
6. เกมทายอะไรเอ่ย
ข้อเสนอแนะสำหรับพอ่ แม่ในการเลอื กของเลน่
1. เลือกของเล่นท่ีปลอดภัย คงทน ไม่มีมุมหรือเหลี่ยมคม ใช้สีท่ีไม่เป็นพิษ มีความแข็งแรง
คงทน ทำความสะอาดได้ง่าย มนี ้ำหนักที่เหมาะสมกบั เด็ก
2. เหมาะสมกบั วยั สสี นั สดใส มีประโยชนร์ อบด้าน และเด็กสามารถเรยี นรู้ได้หลากหลาย
3. หลกี เลย่ี งของเลน่ ท่ีมีขนาดเล็กใหก้ ับเดก็ ที่อายตุ ำ่ กว่า 3 ขวบ เน่อื งจากเป็นวัยทช่ี อบหยิบ
ของเลน่ เขา้ ปาก
4. หลกี เลี่ยงของเลน่ ที่ส่งเสริมความกา้ วรา้ วรนุ แรง เชน่ ของเลน่ ท่เี ป็นอาวุธ
5. มมี าตรฐานความปลอดภยั โดยไดร้ บั ความปลอดภยั จากสถาบนั ทไ่ี ดม้ าตรฐาน เชน่ มอก.
48 คูม่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ขอ้ เสนอแนะสำหรบั พ่อแม่ในการเลน่ กับลูก
เขา้ ใจวา่ การเลน่ คอื พัฒนาการเรียนรู้ และสง่ เสรมิ ใหเ้ ด็กมีความคดิ สร้างสรรค์
เลน่ กบั เด็กทุกวัน วันละเลก็ วันละนอ้ ย อย่างสม่ำเสมอ
ปล่อยให้เดก็ เลน่ อิสระ มอี ิสระในการตัดสินใจ แกป้ ญั หา และแสดงออกด้วยตนเอง
ใหค้ ำชมเชยเมือ่ เด็กเล่นได้สำเร็จ ถ้าเล่นไมส่ ำเรจ็ ก็ใหก้ ำลงั ใจ
จัดสภาพแวดล้อมทป่ี ลอดภัยในการเล่น ตลอดจนเลือกของเล่นท่ปี ลอดภยั
การเล่นไม่จำเป็นต้องเลือกซ้ือของเล่นที่ราคาแพง ของเล่นท่ีพ่อแม่ทำเองจากวัสดุที่มี
ในบา้ น หรือการพูดคุย หยอกลอ้ การเล่านทิ าน รอ้ งเพลง การทายปัญหา จะเปน็ การ
เลน่ ทีส่ ่งเสริมพฒั นาการเดก็ ไดอ้ ย่างดี และมีคณุ ค่ามากสำหรบั ลกู
49ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบความรูท้ ี่ 2
การเลน่ โดยใชศ้ ิลปะ
กิจกรรมศิลปะทีเ่ หมาะสมสำหรับเด็ก ไดแ้ ก
่
1. กิจกรรมวาดเสน้
2. กจิ กรรมระบายส
ี
3. กจิ กรรมภาพพมิ พ
์
4. กิจกรรมประตมิ ากรรม เชน่ การป้นั
5. กิจกรรมประดิษฐ์ตกแตง่ เชน่ ตดั ฉีก ปะ
ประโยชน์ท่ไี ดร้ ับจากการเลน่ โดยใช้ศิลปะ
1. เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้คิดอยา่ งอสิ ระ ไดฝ้ กึ จนิ ตนาการ มอี ิทธิพลต่อความคิดสรา้ งสรรค์
ทำให้เดก็ เปน็ คนกลา้ คิด
2. เดก็ ไดส้ ือ่ สาร ถา่ ยทอด อารมณ์ ความคิดทนี่ อกเหนอื จากคำพดู โดยเฉพาะในเดก็ เล็ก
ที่ยงั ไมส่ ามารถส่อื สารดว้ ยคำพดู
3. ทำให้เดก็ รักการทำงานและภาคภูมิใจกบั ผลงานของตนเอง
4. ทำใหเ้ ด็กมสี มาธิ มคี วามละเอยี ดอ่อน
5. ทำให้เดก็ มสี ุนทรียภาพ
6. ทำให้เด็กรูจ้ ักการทำงานร่วมกนั กบั ผูอ้ ่ืน
50 คมู่ อื การจดั กิจกรรมสำหรบั พ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ใบความร้ทู ่ี 3
การเลน่ โดยใช้ดนตร
ี
การจัดกิจกรรมดนตรีและการเคลื่อนไหวเป็นการนำกิจกรรมการเคลื่อนไหวและดนตรีมาใช้
เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ และช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เด็กเกิดความพร้อม
ทางสติปัญญาและอารมณ์ที่เหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ทำให้เกิดความสนุกเพ่ือให้เด็กได้
เรยี นร้อู ยา่ งเพลดิ เพลินตรงตามธรรมชาตขิ องเด็กในวัยน้ี
กจิ กรรมทเ่ี หมาะสมสำหรับเด็ก
1. ฟังเสยี งเพลงหรือดนตร
ี
2. การเคาะจงั หวะ
3. อัดเสยี งร้องและเปิดให้ฟัง
4. รอ้ งเพลง
5. กจิ กรรมเข้าจงั หวะ
6. แสดงออกประกอบเพลง
ประโยชนท์ ี่ได้รับจากการเล่นโดยใชด้ นตร
ี
1. เด็กเกิดความสนกุ สนาน
2. ทำใหพ้ ฒั นาการด้านรา่ งกาย ภาษา สงั คมและอารมณด์ ขี น้ึ
3. ทำใหเ้ ดก็ เปน็ คนช่างสงั เกต ช่วยพฒั นาสตปิ ญั ญาในด้านความคิดสร้างสรรค์
4. ช่วยพัฒนาจิตใจใหเ้ ด็กเปน็ คนละเอยี ดอ่อน
5. เป็นการเพิ่มจำนวนคำศัพท์ ให้เด็กรู้จักเสียงและไวต่อการฟังเสียง ฝึกการแสดงและ
พัฒนาการในการควบคุมกลา้ มเนือ้
51คูม่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
52 คู่มอื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
แผนกิจกรรมสำหรับพอ่ แม่ ผูเ้ ลี้ยงด
ู
เรอ่ื ง สรา้ งนสิ ยั รกั การอ่านสานไอควิ อคี ิว (เลา่ )
สำหรบั เด็กอายุ 0 - 2 ปี
เวลา 2 ชั่วโมง
วัตถุประสงค์
1. เพอื่ ใหผ้ เู้ ข้ารบั การอบรมมคี วามเข้าใจเรือ่ งการสอ่ื สารและการพูดคยุ กับลกู
2. เพอ่ื ใหผ้ ้เู ขา้ รบั การอบรมมคี วามเขา้ ใจเร่ืองวิธกี ารพัฒนาภาษาของลูก
3. เพ่ือใหผ้ ู้เข้ารับการอบรมสามารถเลือกนิทานท่เี หมาะสมกบั วยั ของลกู ได
้
4. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสร้างนิสัยรักการอ่าน และพัฒนาภาษาและการสื่อสารของลูก
โดยการเล่านิทานจากบตั รภาพได
้
อุปกรณ์
1. ใบกิจกรรมท่ี 1 แบบสงั เกตการณใ์ ช้ภาษาพูดสำหรบั เดก็ อายุ 0-2 ปี
2. หนงั สอื นทิ าน 5 เลม่ (ประกอบด้วยหนังสอื นิทานตามวัย 0-5 ปี)
3. บัตรภาพ 25 แผ่น ได้แก่ ภาพ เด็กชาย เด็กหญิง ผู้ชาย ผู้หญิง หมา แมว นก ปลา
กลว้ ย สม้ แตงโม ข้าว โตะ๊ เก้าอ้ี เตียง จาน ชอ้ น แก้ว บอล รถ กนิ นอน น่ัง เตะ อาบนำ้
จำนวน 3 ชดุ
วธิ ีการดำเนนิ กจิ กรรม
1. วทิ ยากรใหผ้ ูเ้ ข้ารบั การอบรมทำแบบสังเกตการณใ์ ชภ้ าษาพดู ตามใบกจิ กรรมท่ี 1
2. วิทยากร และผู้เขา้ รบั การอบรมรว่ มอภปิ รายผลการทำแบบสงั เกตการณใ์ ช้ภาษาพดู
3. วทิ ยากรให้ความรู้เร่อื ง “การสอ่ื สารและการพดู คุย” ตามใบความรูท้ ่ี 1
4. วิทยากรให้ผ้เู ขา้ รบั การอบรมแบง่ กล่มุ ระดมความคิดเห็น และอภปิ รายเรอื่ ง
“ภาษาพัฒนาไดอ้ ย่างไร” และใหผ้ ู้เขา้ รับการอบรมสง่ ตวั แทนนำเสนอความคิดเห็น
ตามใบกิจกรรมท่ี 2
5. วทิ ยากรสรุปสงิ่ ท่พี ่อแมจ่ ะชว่ ยได้เกี่ยวกบั การพัฒนาภาษา ตามใบความรทู้ ี่ 2
6. วิทยากรส่มุ ผเู้ ข้ารบั การอบรมให้ทำกิจกรรม “เลือกนทิ านตามวัย” ตามใบกิจกรรมที่ 3
7. วิทยากรสรุปและให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของนิทาน และการเลือกนิทานท่ีเหมาะสมตาม
วัย ตามใบความรู้ท่ี 3
8. วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมแบง่ กลมุ่ เล่าเร่อื งโดยใช้บตั รภาพตามใบกิจกรรมท่ี 4
9. วิทยากรสรปุ หลกั การเล่าเรือ่ งโดยใช้บัตรภาพ
53คู่มือการจดั กิจกรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกิจกรรมที่ 1
แบบสงั เกตการณ์ใชภ้ าษาพูด
สำหรับเดก็ อายุ 0-2 ป
ี
เสยี งออ้ แอ ้ 3.2 เดือน
เสียงออ้ แอ้คยุ กบั พอ่ แม ่ 2.6 เดือน
เสียงหวั เราะ 4.0 เดอื น
เปา่ ฟอง เล่นน้ำลาย 7.3 เดือน
เสยี งพยางค์เดี่ยว (ดา ดา ดา) 10.0 เดือน
หลายพยางค์ (ไม่เปน็ ภาษา) 10.8 เดอื น
มามา/ปาปา (ไมม่ ีความหมายเฉพาะ) 10.1 เดอื น
มามา/ปาปา (ใช้ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง) 14.0 เดือน
คำแรก (นอกเหนอื จากมามา /ปาปา) 17.0 เดือน
คำเด่ยี ว 4-6 ปี 23.5 เดอื น
บอกความตอ้ งการ 2 อยา่ ง 20.8 เดือน
ประโยค 2 คำ 23.2 เดือน
54 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ใบกิจกรรมที่ 2
1. วิทยากรใหผ้ เู้ ข้ารับการอบรม แบ่งกลมุ่ 3 กล่มุ
2. ให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดเห็น และอภิปรายในประเดน็ “ภาษาพฒั นาได้อยา่ งไร”
3. ใหผ้ ูเ้ ข้ารับการอบรมสง่ ตัวแทนนำเสนอความคิดเห็น
ใบกจิ กรรมท่ี 3
1. วิทยากรใหส้ มุ่ ผเู้ ขา้ รับการอบรม 2 คน
2. ให้ผเู้ ขา้ รบั การอบรมแต่ละคนเลือกนิทานทีเ่ หมาะสมกบั เด็กวัย 0-2 ปี จากหนังสือ
นิทาน 5 เล่มทจ่ี ัดให
้
3. ใหผ้ ู้เขา้ รบั การอบรมแตล่ ะคนนำเสนอเหตผุ ลในการเลือกนทิ าน
ใบกจิ กรรมที่ 4
1. แบ่งผูเ้ ขา้ รับการอบรมออกเป็น 3 กลมุ่
2. ให้ผู้เข้ารับการอบรมแต่กลุ่มเลือกบัตรภาพจำนวน 10 แผ่น และนำมาร้อยเรียงให้
เปน็ เร่อื งราว
3. ให้ผ้เู ขา้ รบั การอบรมแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาเลา่ เรือ่ งจากบัตรภาพทเ่ี ลือก
55คมู่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ใ บความรูท้ ่ี 1
การสื่อสารและการพดู คุย
การใชภ้ าษาพูด
พื้นฐานของภาษาอยู่ในสมองของเด็ก แม้เด็กหูหนวกก็ยังส่งเสียงอ้อแอ้เช่นเดียวกับเด็กปกติใน
วยั เดียวกนั นักทฤษฎีบางคนเชื่อวา่ สมองเรามี “กลไกการสร้างคำ” รอพร้อมอย่แู ล้ว ภาษาและการใช้
ภาษาพูดเก่ียวพันกันอย่างแยกไม่ออก เราพอจะจำกัดความได้ว่า ภาษาคือสัญลักษณ์ในการออกเสียง
ส่วนการใช้ภาษาพูดนั้นก็คือ การแสดงความรู้สึกภายในออกมา ท้ังสองเร่ืองสะท้อนสัญชาตญาณความ
ต้องการสื่อสารของมนุษย์ ซึ่งความต้องการสื่อสารเห็นได้ชัดแม้ในเด็กทารกแบเบาะก็พยายาม
จีบปากจีบคอ ส่งเสียงอ้อแอ้ แสดงความรู้สึกของตน เมื่อเด็กอายุได้ 6 สัปดาห์ เด็กจะตอบสนอง
“สนทนา” ถา้ แมพ่ ดู คุยดว้ ย เพราะเขาเลียนเสียง ทา่ ทางและภาษากายจากแม
่
การใช้ภาษาพดู ในเดก็ แรกเกดิ ถงึ 2 ป ี
อายุ 0-2 เดอื น
เป็นข้ันแรกของการเรียนรู้ภาษาและการพูด เร่ิมมีตั้งแต่เด็กร้องไห้ตอนแรกคลอด ซ่ึงเป็นการ
แสดงถึงการพัฒนาการทำงานของอวัยวะที่ใช้ในการออกเสียงและหายใจท่ีจะเป็นพ้ืนฐานของการพูด
ต่อไป การร้องไหร้ ะยะต่อมาจะแสดงถึงความตอ้ งการของเดก็ ได้หลายอยา่ ง เช่น หวิ เปียก หรือ ตกใจ
อายุ 2 - 2 21
เดือน
เป็นขั้นท่ีเด็กส่งเสียงด้วยความพอใจที่ได้เคลื่อนไหวอวัยวะท่ีใช้ในการพูด โดยจะเลียนแบบ
เสียงของตัวเองซ้ำๆ เสียงอ้อแอ้นี้เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์ จึงพบได้ในเด็กทุกคน
แม้กระทั่งเด็กหูหนวกหูตึง แต่การส่งเสียงอ้อแอ้ในเด็กเหล่านี้จะไม่พัฒนาต่อไปเพราะไม่ได้ยินเสียงของ
ตนเอง
อายุ 5-6 เดอื น
เป็นข้ันท่ีเด็กเริ่มส่งเสียงเพื่อการส่ือสารกับผู้อ่ืนโดยเด็กจะฟังเสียงผู้อ่ืนและส่งเสียงโต้ตอบเป็น
คร้ังคราว ขั้นน้ีเป็นขั้นท่ีคาบเกี่ยวกับการส่งเสียงอ้อแอ้ ซึ่งบางครั้งจะส่งเสียงอ้อแอ้เล่นคนเดียว บางครั้ง
ส่งเสียงเพือ่ โตต้ อบคนรอบข้าง
อายุ 10-18 เดอื น
เป็นข้ันท่ีเด็กเร่ิมเข้าใจคำพูดที่เคยได้ยินจากการเช่ือมโยงคำพูดกับเหตุการณ์ต่างๆ แล้วสะสม
เป็นความรู้ภายใน เมื่อเด็กมีความพร้อมเด็กจะเลียนแบบการออกเสียงผู้อื่น และออกเสียงพูดคำคำน้ัน
ได้ถกู ต้องในเวลาต่อมา
56 คู่มือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
อายุ 12-24 เดือน
เป็นขั้นท่ีเด็กเริ่มพูดเป็นคำท่ียาว 2 พยางค์ หรือคำ 2 คำ รวมกันเป็นวลี และประโยค ซึ่งมี
ความซับซ้อนมากข้ึนตามอายุ ในบางครั้งเด็กจะมีการทดลองใช้คำศัพท์ใหม่ๆ ซึ่งอาจจะมีลักษณะของ
การหยุดคิด พูดซ้ำๆ ใช้คำเอ้อ อา้ บ่อยๆ คล้ายคนพดู ติดอ่าง เมื่อเด็กเรียนรู้คำศพั ทต์ ่างๆ มากขนึ้ ก็จะ
คอ่ ยๆ หายไป หรอื ในบางคร้ังเดก็ เองอยากพดู อยากอธิบายบางสง่ิ บางอยา่ ง แต่ไมท่ ราบวา่ จะใช้คำศพั ท์
อะไร เด็กจะใช้พยางค์ที่ไม่มีความหมายปนกับพยางค์ท่ีมีความหมายในการพูด ในระยะนี้อาจจะยังพูด
ไม่ชดั นักเน่อื งจากการประสานงานของกล้ามเน้ือยังพัฒนาไม่เต็มที่
57คูม่ อื การจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบความรู้ที่ 2
ภาษาพฒั นาไดอ้ ย่างไร
สิง่ ที่พอ่ แม่จะช่วยได้ในการพฒั นาภาษาทารกอายุ 0 ถงึ 6 เดือน
ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ และความเช่ือม่ันในตนเอง โดยการแสดงความรัก ความ
ต้องการ การให้ความอบอุ่นขณะที่สัมผัสหรือโอบอุ้ม และพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึง
ความนุ่มนวล เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตในโลกด้วยความรัก และ
ไวใ้ จบุคคลรอบขา้ งซึ่งจะเปน็ พน้ื ฐานของการพัฒนาความเชื่อม่ันในตวั เองต่อไป
ส่งเสริมให้ลูกเลียนแบบเสียงต่างๆ โดยการเลียนแบบการเล่นเสียงของลูก เพื่อให้ลูก
สนใจและเลยี นแบบเสยี งของผอู้ ่นื บา้ ง
ส่งเสริมการเรียนรู้การฟัง โดยการเปิดเพลงให้ลูกฟัง หรือให้ลูกเล่นของเล่นที่มีเสียง
ต่างๆ ซึ่งอาจจะใช้รูปภาพท่ีน่าสนใจ หรือใช้ของเล่นท่ีมีเสียงและเคลื่อนไหวได้ เป็น
ตัวกระต้นุ ให้ลกู มองและฟังเสยี งมากขึ้น
ส่งเสริมให้ลูกมองการเคล่ือนไหวของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการพูด เพ่ือให้สามารถ
เลียนแบบการออกเสียงตามได้ โดยจัดให้ระดับหน้าของลูกอยู่ในระดับเดียวกับหน้าของ
พอ่ แม่ ซ่ึงอาจทำได้โดยใหล้ ูกนัง่ เกา้ อข้ี องเด็กทม่ี คี วามสูงพอเหมาะ
สง่ เสรมิ การเรียนรกู้ ารสัมผัสของเลน่ ตา่ งๆ เพือ่ ให้สามารถรบั รลู้ กั ษณะของสง่ิ ตา่ งๆ ดว้ ย
การสมั ผัสในการนำไปใชผ้ สมผสานกบั การเรียนร้ภู าษาพูดได
้
สิ่งท่พี ่อแม่จะช่วยไดใ้ นการพฒั นาภาษาเด็กอายุ 6 – 12 เดือน
ส่งเสริมให้ลูกพูดคำแรกที่มีความหมาย โดยการพูดคำพูดง่ายๆ และคุ้นเคย ท่ีเก่ียวข้อง
กับสถานการณ์ในขณะนั้น แล้วให้โอกาสลูกพูดเลียนแบบ ถ้าลูกพูดไม่ชัดไม่ควรไปแก้ไข
การพูดไม่ชัด เพียงแค่พูดเป็นตัวอย่างให้ชัดเจน และไม่สนับสนุนให้ทำท่าใบ้เพ่ือบอก
ความต้องการของตัวเองเพราะอาจทำใหล้ ูกไม่เห็นความสำคัญของการพดู
ส่งเสริมให้ลูกฟังเสียงต่างๆ ในส่ิงแวดล้อมรอบตัว เช่น การฟังเพลง เสียงกร่ิงโทรศัพท์
เสียงประตู เสียงน้ำไหล เป็นต้น เพื่อให้ลูกเรียนรู้การเช่ือมโยงเสียงต่างๆ กับวัตถ ุ
เลยี นแบบเสยี งต่างๆ รวมทง้ั ฝึกให้รวู้ ่าสิง่ ตา่ งๆ มเี สียงเฉพาะตวั
ส่งเสริมการพูดของลูก โดยพูดกับลูกในสถานการณ์ต่างๆ ด้วยคำพูดที่ต้องการให้ลูก
เข้าใจคำพูดได้ เช่น ช่ือส่ิงของต่างๆ กริยาอาการต่างๆ เป็นต้น พูดซ้ำ 2-3 ครั้ง แล้ว
เว้นช่วงเวลาเพ่ือรอให้ลูกพูดตามสัก 2-3 วินาที แต่ไม่ควรคาดหวังหรือบังคับให้ลูกพูด
ตามทุกคำ เพราะจะทำใหล้ กู เกิดความคับขอ้ งใจได้
58 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ส่งเสริมให้ลูกพูดกับตัวเอง เป็นการให้เวลาลูกเล่นคนเดียวและหัดพูดกับของเล่นหรือ
พดู กบั ตนเอง โดยอาจใชข้ องเลน่ ทสี่ ง่ เสรมิ การพดู เชน่ ตกุ๊ ตา รถ นกแกว้ พดู ได้ กระจกเงา
เปน็ ตน้
ส่งเสริมการพูดด้วยการเล่นเกมส์ต่างๆ เพ่ือกระตุ้นให้ลูกมีวุฒิภาวะที่พร้อมในการที่
จะพูดและพัฒนาคำศัพท์ต่างๆ เช่น การเล่นเสียงท่ีไม่มีความหมายต่างๆ การเล่นเกมส์
การเคล่ือนไหวอวัยวะในปาก การเล่นเสียงสัตว์ การเล่นของเล่นใส่หลัก การร้อยลูกปัด
เปน็ ต้น นอกจากนนั้ ยงั เป็นการส่งเสริมการใช้อวยั วะตา่ งๆ ประสานกับสายตาอกี ด้วย
ส่งเสริมให้ลูกรู้จักและบอกชื่อเล่นของตัวเอง รวมทั้งส่ิงต่างๆ ในชีวิตประจำวันหรือ
ส่ิงแวดล้อมรอบตัว โดยการเรียกช่ือลูกและบอกชื่อส่ิงต่างๆ รอบตัวบ่อยๆ และให้โอกาส
ลกู บอกชอ่ื สิง่ ต่างๆ ดว้ ยตวั เอง
สง่ิ ทพ่ี อ่ แม่จะชว่ ยได้ ในการพฒั นาภาษาเดก็ อายุ 12 – 18 เดือน
ส่งเสริมการพัฒนาภาษาและการพูดตามประสบการณ์ เด็กวัยน้ีเริ่มเดินได้ และชอบ
สำรวจสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัว ในระยะน้ีเราควรจะส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ภาษาตาม
ประสบการณ์ ด้วยการบอกช่ือสิ่งต่างๆ กริยาท่าทาง ความรู้สึก รูปร่าง และคุณสมบัติ
เฉพาะของสิ่งน้ันๆ ทุกคร้ังท่ีลูกได้พบกับส่ิงใหม่ๆ เพื่อให้โอกาสลูกเลียนแบบการพูด
รวมท้ังการใช้คำพูดเพ่ือสอนให้ลูกเรียนรู้พฤติกรรมอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ เช่น
ลูกเอื้อมมือไปจับปลั๊กไฟ จะต้องทำการห้ามและแสดงท่าทางให้ลูกทราบว่ามีอันตราย
ทกุ ครัง้ ฯลฯ
เป็นครูที่ดสี ำหรับลูก โดยปฏบิ ตั ิดงั ตอ่ ไปน
ี้
พูดคำศัพท์งา่ ยๆ ซ้ำๆ และชดั เจน
ถ้าเป็นคำศัพท์ใหมๆ่ ควรพดู อธบิ ายก่อนทำ ขณะทำ และหลงั ทำ พรอ้ มท้ังใหล้ ูกได้
มองเหน็ วธิ ีการพดู ของพอ่ แม่
สอนคำศัพทท์ ่มี ปี ระโยชนแ์ ละเกี่ยวขอ้ งกบั ตวั ลกู กอ่ น
ตั้งใจฟงั คำพูดของลูก แมว้ า่ ไม่เขา้ ใจก็ตาม
ไม่ควรคาดหวังเก่ียวกับการพูดในตัวลูกสูงเกินไป ลูกอาจจะยังไม่พร้อมในการพูด
ขณะนัน้ ควรให้เวลาอกี สกั ระยะหนึง่
พูดอธิบายกิจกรรมต่างๆ ที่ลูกทำอยู่ โดยต้องพูดอธิบายการกระทำของพ่อแม่ขณะทำ
กิจกรรมใดๆ อยู่ และพูดอธิบายส่ิงต่างๆ ที่ลูกทำเพื่อเป็นการเชื่อมโยงคำพูดกับ
สถานการณ์จริง
ส่งเสริมการฟัง การสมั ผสั การอา่ นรูปภาพ โดยใหโ้ อกาสลกู ไดฟ้ ังเสียงต่างๆ และสัมผัส
ส่ิงต่างๆ ในขณะท่ีพูดอธิบายให้ลูกฟัง นอกจากนั้นการอ่านหนังสือให้ลูกฟังพร้อมทั้ง
อธิบายรูปภาพไปดว้ ยจะชว่ ยให้ลกู เรยี นร้ภู าษาได้มากขนึ้
ส่งเสริมการเรียนรู้คำใหม่ ด้วยการใช้คำศัพท์เก่าที่ลูกรู้จักมาอธิบายใหม่ เช่น รัง คือ
บา้ นของนก รถบสั คอื รถคนั ใหญ่ เปน็ ตน้
59คมู่ ือการจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ส่งเสริมการเล่น โดยอาจจะให้ลูกเล่นเองคนเดียวหรือเล่นกับเด็กก็ได้ เพราะการที่เด็ก
เลน่ หรอื ทำอะไรกบั ของเลน่ ด้วยตนเองจะช่วยพฒั นาความเช่ือมัน่ ในตนเอง ความร้สู กึ ทดี่ ี
เก่ยี วกับตวั เอง อารมณ์ และการทำงานของกล้ามเน้ือมือและตา
สิ่งทพ่ี ่อแมจ่ ะช่วยได้ ในการพฒั นาภาษาเด็กอายุ 18 – 24 เดอื น
เปน็ ครูที่ดใี ห้กับลูก ดงั ได้กล่าวรายละเอียดไวแ้ ลว้ ขา้ งตน้
ฝึกใหเ้ ด็กทำตามคำส่งั 1 – 2 ข้นั ตอน
ฝกึ ให้เดก็ ฟงั เทปเพลง ดนตรี นิทาน
อา่ นนิทาน อา่ นหนงั สอื ทีม่ รี ูปภาพให้ลกู ฟงั
พูดอธบิ ายส่งิ ทลี่ ูกทำ
พาลูกไปเที่ยวตามสถานท่ีต่างๆ และทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดโอกาสในการเรียนรู้ภาษา
และการพูด โดยใชก้ ารพูดกับตัวเองและการพูดอธิบายสิ่งทีล่ ูกทำ
สอนให้เด็กหัดบอกชอ่ื รูปภาพตา่ งๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับเหตุการณ์ตา่ งๆ
ส่งเสริมทักษะทางภาษา ด้วยการใช้ของเล่นที่มีการพูดสนทนาโต้ตอบกัน เช่น การพูด
โทรศัพท์ วิทยสุ มัครเลน่ การเลน่ เกมสต์ อ่ ภาพ การเลน่ น้ำ เปน็ ตน้ นอกจากน้ันกจิ กรรม
เหลา่ นี้ยงั เปน็ การฝกึ ช่วงความสนใจให้ยากขึ้นอกี ด้วย
สิง่ ท่ีพ่อแมจ่ ะชว่ ยได้ ในการพัฒนาภาษาเด็กอายุ 2 – 3 ป
ี
ฝึกให้ลูกแก้ไขการพูดด้วยตนเอง โดยการทำเป็นตัวอย่าง เช่นลูกพูดคำว่า “นั่นตู” ควร
แกไ้ ขวา่ “ไมใช่ นั่นประตู” เป็นต้น
ส่งเสริมการฟังและปฏิบัติตามเก่ียวกับทิศทางท่ีได้ยิน เช่น ฝึกเล่นเกมส์ซ่อนหา ขณะที่
กำลังซ่อนอยู่ บอกลกู ให้มองสูงขนึ้ แม่อยูข่ า้ งบน
ฝึกการสนทนา ให้โอกาสลูกไดพ้ ูดคยุ โต้ตอบกบั ผู้อ่นื ขณะที่สนทนาเรือ่ งตา่ งๆ โดยไม่ควร
ปล่อยใหล้ ูกเป็นผฟู้ ังแตอ่ ยา่ งเดยี ว
ฝกึ การใชค้ ำขยายคำศัพท์ และพดู เปน็ แบบอย่างในกรณีท่ีลูกพดู ผดิ เชน่ ลูกพดู “มา้ ว่งิ ”
ควรพดู เป็นตวั อยา่ งวา่ “มา้ ว่งิ เรว็ ” หรอื ลกู พดู วา่ “หนทู ำแตกแก้ว” ควรพูดเป็นตวั อย่าง
ว่า “หนทู ำแก้วแตก” เป็นต้น
เด็กวัยน้ีจะมีช่วงความสนใจยาวประมาณ 20 นาที กิจกรรมที่ช่วยฝึกช่วงความสนใจให้
ยาวขึ้น และชว่ ยพฒั นาภาษาและการพดู อื่นๆ เช่น
การเลน่ สำรวจส่งิ ต่างๆ ในบ้าน สวน และสถานทต่ี า่ งๆ
การฝึกฟงั ชวนลกู ฟังเสียงตา่ งๆ สภาวะแวดล้อมและบอกชือ่ ของเสยี งนนั้ ๆ
การฝกึ ฟังดนตรี แล้วชวนลกู เคาะจังหวะหรอื เต้นรำไปด้วย
การอ่าน อ่านหนังสือท่ีมีรูปภาพประกอบให้ลูกฟัง หรือการอ่านหนังสือที่ไม่มี
รปู ภาพประกอบก็ได้
การจัดสมดุ ภาพถา่ ยของลูก แล้วฝึกให้ลูกอธิบายภาพวา่ กำลงั ทำอะไร
60 คมู่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
การป้ันดินเหนียว ฝึกให้ลูกปั้นส่ิงต่างๆ ควรพูดอธิบายขณะท่ีทำไปด้วย เช่น
ป้นั กลมๆ แหลมๆ ยาวๆ ปั้นให้เหมอื นกัน เป็นตน้
การเล่นส่งจดหมาย ให้ลูกเล่นส่งจดหมายให้บุคคลในครอบครัว เพ่ือฝึกให้ลูกใช้
ประโยคท่ียาวขึ้น รวมท้ังการฝึกใช้คำบุพบท เช่น ใน นอก ใต้ กล่องจดหมาย
เป็นตน้
การสอนคำศัพท์ท่ีเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การผูกเชือกรองเท้า การ
ตดิ กระดมุ การแต่งตวั เป็นต้น
การฝกึ ฟงั นิทาน
61ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบความรู้ท่ี 3
ประโยชน์ของนทิ านและการเลือกนทิ านตามวัย
ประโยชน์ของหนงั สือนทิ าน
1. ให้ “ความสขุ ความสนกุ เพลดิ เพลินและมสี มาธิ” แกเ่ ด็ก ชว่ ยจุดประกายความสนใจที่มี
ต่อหนังสือให้เกดิ ขน้ึ ในใจเดก็
2. เป็นสื่อกลางสร้างความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูก ความสุขและความอบอุ่นในครอบครัว
เป็นพ้ืนฐานสำคญั ในการสร้างอารมณแ์ ละจติ ใจของเด็ก สร้างพ้นื ฐานด้านมนษุ ยสัมพนั ธ์
ให้เด็กเติบโตข้ึนเป็นคนที่เป่ียมไปด้วยความโอบอ้อมอารี ความมีเมตตา ความรักเพื่อน
มนษุ ย์ร่วมสงั คม
3. ช่วยให้เด็กเรียนรู้ภาษา ความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ และจินตนาการ
4. เป็นพ้ืนฐานของการสร้างความสามารถในการอา่ นหนังสือ และรกั การอา่ น
หนังสือนิทานในปัจจุบันนี้มีหลากหลาย ซึ่งผู้เล่าจะต้องเลือกหนังสือที่จะใช้ในการเล่าให้
เหมาะสมกับผู้ฟงั แต่ละวยั โดยสามารถเลือกหนังสือที่ดีไดด้ ังนี
้
1. ภาพดี สสี ันสวยงาม ตัวอักษรชัดเจน
2. มีความเหมาะสมกับผู้ฟังแต่ละวัย เช่น เด็กเล็กๆ ควรเป็นหนังสือรูปภาพมากกว่าตัว
อกั ษร
3. สามารถถ่ายทอดความร้สู ูผ่ ฟู้ ังได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
4. ไมจ่ งใจสอนในรปู แบบการสงั่ สอนอย่างเคร่งครดั
5. ไดฟ้ ังแลว้ ผูฟ้ งั รูส้ กึ ประทบั ใจอยากอ่านเอง
6. ผฟู้ ังสามารถคน้ พบสงิ่ ต่างๆ ได้มากมาย
7. ควรเปน็ หนังสอื ทีใ่ หค้ วามรโู้ ดยผา่ นเร่ืองราวของความรัก ความเอือ้ อาทร
8. สอ่ื สารความคิดของผู้ประพันธ์ได้ชัดเจน
9. ใช้ภาษาง่ายๆ อา่ นแลว้ เขา้ ใจ
10. รปู ภาพเมือ่ ดแู ล้วสามารถสื่อความหมายได
้
นทิ านตามวัย
การเลือกหนังสือนิทานให้แก่เด็ก จำเป็นต้องเข้าใจพัฒนาการตามวัยของเด็กเพื่อให้การ
สง่ เสริมการเรียนรู้ตามวยั ไดอ้ ย่างเหมาะสม
62 คูม่ อื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
วยั 3-4 ป
ี
เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่รวดเร็วอย่างน่าท่ึง มีจินตนาการสร้างสรรค์ และมีความอยากรู้
อยากเห็นมาก สามารถติดตามและเข้าใจเร่ืองเล่าง่ายๆ ได้แล้ว เด็กวัยนี้ชอบเร่ืองซ้ำไปซ้ำมา และ
เร่ืองไหนท่ีชอบมาก เด็กจะให้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้จักเบื่อ ทั้งๆ ท่ีจำเรื่องได้หมดทุกตัวอักษรตั้งแต่ต้น
จนจบ
หนังสือนทิ านที่เหมาะสมกบั วยั
นทิ านก่อนนอนท่ีมีเนือ้ เรอื่ งเดมิ ๆ ซำ้ แลว้ ซำ้ อีก
วยั 4-5 ป
ี
เด็กวัยนี้สามารถแต่งประโยคได้ โดยใช้คำ 5-6 คำ ชอบตั้งคำถาม ทำไม เม่ือไร อย่างไร มี
จนิ ตนาการ เป็นวัยชา่ งฟงั ชา่ งสังเกต ชอบเล่นบทบาทสมมติ รจู้ ักเล่าเรื่องราวตา่ งๆ ทคี่ ดิ ขนึ้ ดว้ ยตวั เอง
ชอบสัมผัสสง่ิ ใหมๆ่ ชอบอยูเ่ ปน็ กล่มุ สามารถเข้าใจความหมายท่ีเช่ือมโยง สอดคลอ้ งกนั
หนังสือนทิ านทเี่ หมาะสมกับวยั
หนงั สอื ทภ่ี าพและเรอ่ื งราวประสานกลมกลืนกัน เนอื้ เร่อื งสนกุ ตลกขบขนั ใชภ้ าษาแปลกๆ แต่
รายละเอียดของภาพมากข้ึน เพื่อให้เด็กได้ใช้จินตนาการได้เต็มที่ รูปภาพมีความจำเป็นน้อยลงไม่เน้น
สสี นั
หนังสือนิทานที่ไมเ่ หมาะสมกบั วยั
หนงั สือทใ่ี ชค้ วามรุนแรง อภนิ หิ าร ลึกลบั
ทารกแรกเกิด – 1 ป
ี
เด็กจะเรียนรู้ตั้งแต่ออกจากท้องแม่ จะมีความสนใจส่ิงแวดล้อมรอบๆ ตัวชอบมองของที่มีสีสัน
สวยงาม ชอบมอง มีความไวต่อการสัมผัสทางกายมีการรับรู้ทางโสตประสาท สามารถรับฟังเสียงได้
ต้ังแต่ออกจากท้องแม่ทันทีและชอบฟังเสียงที่ทอดยาวไปนานๆ ราว 10 วินาที จะไม่ชอบเสียงที่สะดุด
เสยี งทพ่ี ูดเพียง 1-2 วนิ าทแี ลว้ หายไป ชว่ งอายุ 8-10 เดอื น เดก็ จะมองหนงั สอื ภาพเหมอื นเป็นของเล่น
ซึ่งมีภาพติดอยู่และเปิดได้ เด็กจะรู้สึกสนุกกับการค้นหา เม่ือเปิดหนังสือแล้วพบส่ิงของท่ีรู้จัก เช่น แมว
หมา ซึ่งประสบการณ์นี้จะเป็นจุดชักจูง ให้เด็กมีความสนใจหนังสือ ทำให้หนังสือเป็นส่วนหน่ึงของชีวิต
ประจำวัน
หนังสือนทิ านทเ่ี หมาะสมกับวัย
ภาพเหมอื นจรงิ สีสนั สวยงาม ชดั เจนเปน็ ภาพเด่ยี ว เช่น รปู สัตว์ ผัก ผลไม้ ส่งิ ของต่างๆ ที่ใช้
ในชวี ิตประจำวนั
63คู่มือการจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
หนงั สือนทิ านที่ไม่เหมาะสมกับวัย
ภาพไม่เหมือนจริง (ภาพนามธรรม) ภาพสีลูกกวาดที่ไม่มีความหมาย ภาพที่มีส่วนประกอบ
ฉากหลงั รกรุงรัง
วยั 2-3 ป
ี
เปน็ วยั ที่อยากเรยี นรูส้ ิง่ ต่างๆ โดยเด็กจะตง้ั คำถามบอ่ ยๆ สนใจคน้ หาหรือสำรวจสงิ่ ต่างๆ เริ่ม
มสี มาธิ มีพฒั นาการทางภาษาท่รี วดเรซ้ ชอบดูหนังสือภาพ เลยี นเสียงสง่ิ แวดล้อม ฟังบทกลอน ชอบให้
เล่าซ้ำๆ โดยไม่รู้จักเบ่ือ เริ่มสนใจเล่นรวมกับเด็กอ่ืนๆ เร่ิมเล่นแบบจิตนาการและสมมติ เม่ือได้รับฟัง
นิทานทุกวัน เด็กจะจำได้ทุกถ้อยคำ หรือทุกตัวอักษร ประสบการณ์ทางภาษาท่ีดีเป็นพื้นฐานสำคัญใน
การสร้างนิสยั รักการอ่านของเด็กในอนาคต
หนงั สือนิทานทเี่ หมาะสมกับวัย
หนังสือภาพเก่ียวกับชีวิตประจำวัน หนังสือภาพสัตว์และส่ิงของ หนังสือกาพย์ กลอน สำหรับ
เดก็ ทีม่ ีภาพประกอบ หนังสอื ภาพที่มบี ทกว
ี
หนังสือนิทานที่ไม่เหมาะสมกบั วัย
หนังสอื ทม่ี ีแตภ่ าพ รายละเอียดน้อย หรือไม่มตี วั อักษร
64 คูม่ ือการจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
แผนกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่ ผู้เลี้ยงดู
เร่ือง สร้างนิสยั รักการอ่านสานไอคิวอีควิ
สำหรบั เด็กอายุ 3 - 5 ป
ี
เวลา 2 ชัว่ โมง
วัตถุประสงค์
1. เพอ่ื ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมมคี วามเขา้ ใจเรอ่ื งการสอ่ื สารและการพดู คยุ กบั ลกู
2. เพอื่ ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมมคี วามเขา้ ใจเรอ่ื งวธิ กี ารพฒั นาภาษาของลกู
3. เพอื่ ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมสามารถเลอื กนทิ านทเี่ หมาะสมกบั วยั ของลกู ได
้
4. เพอ่ื ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมสรา้ งนสิ ยั รกั การอา่ น และพฒั นาภาษาและการสอื่ สารของลกู
โดยการเลา่ นทิ านรว่ มกบั การใชเ้ ทคนคิ ในการเลา่ นทิ านไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
อุปกรณ์
1. ใบกจิ กรรมที่ 1 แบบสงั เกตการณใ์ ชภ้ าษาพดู สำหรบั เดก็ อายุ 3-5 ปี
2. หนงั สอื นทิ าน 5 เลม่ (ประกอบดว้ ยหนงั สอื นทิ านตามวยั 0-5 ป)ี
3. บตั รขอ้ ความ 10 แผน่
วธิ กี ารดำเนินกิจกรรม
1. วทิ ยากรใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมทำแบบสงั เกตการณใ์ ชภ้ าษาพดู ตามใบกจิ กรรมที่ 1
2. วทิ ยากร และผเู้ ขา้ รบั การอบรมรว่ มอภปิ รายผลการทำแบบสงั เกตการณใ์ ชภ้ าษาพดู
3. วทิ ยากรใหค้ วามรเู้ รอ่ื ง “การสอ่ื สารและการพดู คยุ ” ตามใบความรทู้ ี่ 1
4. วทิ ยากรใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมแบง่ กลมุ่ ระดมความคดิ เหน็ และอภปิ รายเรอื่ ง “ภาษาพฒั นา
ไดอ้ ยา่ งไร” และใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมสง่ ตวั แทนนำเสนอความคดิ เหน็ ตามใบกจิ กรรมท่ี 2
5. วทิ ยากรสรปุ สงิ่ ทพี่ อ่ แมจ่ ะชว่ ยไดเ้ กยี่ วกบั การพฒั นาภาษา ตามใบความรทู้ ่ี 2
6. วทิ ยากรสมุ่ ผเู้ ขา้ รบั การอบรมใหท้ ำกจิ กรรม “เลอื กนทิ านตามวยั ” ตามใบกจิ กรรมท่ี 3
7. วทิ ยากรสรปุ และใหค้ วามรเู้ รอื่ งประโยชนข์ องนทิ าน และการเลอื กนทิ านทเ่ี หมาะสมตามวยั
ตามใบความรทู้ ่ี 3
8. วทิ ยากรใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมแบง่ กลมุ่ เลา่ เรอ่ื งโดยใชบ้ ตั รขอ้ ความตามใบกจิ กรรมที่ 4
9. วทิ ยากรสรปุ เทคนคิ การเลา่ นทิ านตามใบความรทู้ ี่ 4
65ค่มู อื การจัดกจิ กรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกจิ กรรมที่ 1
3.2 เดอื น
2.6 เดือน
4.0 เดือน
7.3 เดือน
10.0 เดอื น
แบบสงั เกตการณใ์ ช้ภาษาพูด
10.8 เดอื น
10.1 เดือน
สำหรับเดก็ อายุ 3-5 ป
ี 14.0 เดือน
17.0 เดือน
23.5 เดอื น
เสียงอ้อแอ ้ 20.8 เดอื น
เสียงออ้ แอค้ ุยกับพอ่ แม ่ 23.2 เดือน
เสยี งหวั เราะ 25.6 เดอื น
เปา่ ฟอง เล่นนำ้ ลาย 28.8 เดอื น
เสียงพยางคเ์ ดย่ี ว (ดา ดา ดา) 34.2 เดือน
หลายพยางค์ (ไม่เป็นภาษา) 34.3 เดือน
มามา/ปาปา (ไมม่ ีความหมายเฉพาะ) 34.4 เดอื น
มามา/ปาปา (ใชไ้ ด้อยา่ งถกู ต้อง) 3.0 ป
ี
คำแรก (นอกเหนอื จากมามา /ปาปา) 3.0 ปี
คำเดย่ี ว 4-6 ป ี 3.2 ปี
บอกความต้องการ 2 อยา่ ง 3.2 ปี
ประโยค 2 คำ 3.4 ปี
คำเดี่ยว 50 คำ 3.5 ปี
ใชค้ ำวา่ “หน”ู หรอื “แม่” 3.5 ปี
ใช้คำบพุ บท
พูดคุยสนทนาสน้ั ๆ ได้
บอกช่อื และประโยชน์ใช้สอยของวัตถไุ ด้ 2 ชิ้น
ใชส้ รรพนามแทนตวั ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
บอกชอ่ื สไี ดไ้ มต่ ่ำกวา่ 3 สี
พูดคำกริ ยิ า เช่น กนิ ขา้ ว กวาดบา้ น ล้างมือ
พดู วเิ ศษณ์ คำบพุ บท เชน่ ใหญ่ เลก็ บน ใน ใต้
พดู คำลักษณะนาม อันตัว
ตอบคำถาม อะไร ใคร ทำไม อย่างไร
ตอบคำถามที่ต้องใช้เหตุผลประกอบ เชน่
หน้าท่อี วัยวะหรือสิง่ ของ
66 คมู่ ือการจัดกจิ กรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ปี
เลา่ เรอ่ื งจากภาพแบบถามคำตอบคำ 3.6 ป
ี
เล่าเรอื่ งเก่ยี วกับตนเองในส่งิ ทีท่ ำผ่านไปแลว้ โดย 3.8 ป
ี
มกี ารถามนำ
พดู คำวเิ ศษณ์และคำบพุ บท เช่น สนั้ ยาว สูง เตย้ี 4.0 ป
ี
ขา้ งหนา้ ข้างหลัง ตรงกลาง ข้างๆ อว้ น ผอม
พดู ประโยคโดยจัดเรยี งลำดับไดถ้ ูกต้อง 4.0 ป
ี
ใชค้ ำถามอะไร ใคร ทำไม ที่ไหน อยา่ งไร เทา่ ไหร่ เมื่อไหร่ 4.2 ปี
ตอบปฎิเสธได้เป็นประโยคในประโยคคำถามท่ไี มซ่ บั ซ้อน 4.4 ปี
เชน่ “อนั นใี้ ชข่ องหนไู หม”
ตอบคำถามที่มกี ารระบุตวั เลอื กไดถ้ า้ มีตัวเลือกไมเ่ กิน 4.6 ปี
2 เช่น “หนอู ยากไดต้ กุ๊ ตาสีแดงหรือสสี ม้ ”
บอกชือ่ จรงิ ตนเองได ้ 4.8 ป
ี
เลา่ เร่ืองโดยจบั ใจความสำคัญมาเลา่ 5 ปี
67คมู่ ือการจดั กิจกรรมสำหรับพ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกจิ กรรมท่ี 2
1. วทิ ยากรใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรม แบง่ กลมุ่ 3 กลมุ่
2. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ระดมความคดิ เหน็ และอภปิ รายในประเดน็ “ภาษาพฒั นาไดอ้ ยา่ งไร”
3. ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมสง่ ตวั แทนนำเสนอความคดิ เหน็
ใบกจิ กรรมที่ 3
1. วทิ ยากรใหส้ มุ่ ผเู้ ขา้ รบั การอบรม 2 คน
2. ให้ผู้เข้ารับการอบรมแต่ละคนเลือกนิทานที่เหมาะสมกับเด็กวัย 3-5 ปี จากหนังสือ
นทิ าน 5 เลม่ ทจ่ี ดั ให
้
3. ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมแตล่ ะคนนำเสนอเหตผุ ลในการเลอื กนทิ าน
ใบกจิ กรรมท่ี 4
1. แบง่ ผเู้ ขา้ รบั การอบรมออกเปน็ 3 กลมุ่
2. ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมแตก่ ลมุ่ นำบตั รขอ้ ความจำนวน 10 แผน่ และเรยี บเรยี งใหเ้ ปน็ เรอ่ื ง
3. ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมาเลา่ เรอื่ งจากบตั รขอ้ ความทเ่ี รยี บเรยี งไว้
พรอ้ มทง้ั ใชเ้ ทคนคิ ประกอบการเลา่ นทิ านใหเ้ หมาะสมกบั เรอื่ ง
68 คมู่ อื การจัดกิจกรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ปี
ใบความรทู้ ี่ 1
การสอ่ื สารและการพดู คุย
การใชภ้ าษาพดู
พ้ืนฐานของภาษาอยู่ในสมองของเด็ก แม้เด็กหูหนวกก็ยังส่งเสียงอ้อแอ้เช่นเดียวกับเด็กปกติใน
วยั เดียวกนั นักทฤษฎบี างคนเชอื่ วา่ สมองเรามี “กลไกการสรา้ งคำ” รอพรอ้ มอยแู่ ลว้ ภาษาและการใช้
ภาษาพูดเก่ียวพันกันอย่างแยกไม่ออก เราพอจะจำกัดความได้ว่า ภาษาคือ สัญลักษณ์ในการออกเสียง
ส่วนการใช้ภาษาพูดน้ันก็คือ การแสดงความรู้สึกภายในออกมา ทั้งสองเรื่องสะท้อนสัญชาตญาณความ
ต้องการสอื่ สารของมนษุ ย์
การใช้ภาษาพูดในเดก็ อายุ 3 ขวบ ถึง 5 ปี
อายุ 3-4 ป
ี
คำศัพท์ท่ีเด็กพูดได้ส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะเดียวกับช่วง 2-3 ปี สามารถใช้คำทุกประเภท
เพ่ิมขึ้นทั้งจำนวนคำและพยางค์ เด็กส่วนมากจะสามารถพูดเป็นประโยค ตอบคำถาม อะไร ใคร ทำไม
อย่างไร และคำถามที่ต้องใช้เหตุผลประกอบ เช่น หน้าท่ีของอวัยวะหรือส่ิงของ มีการใช้คำถาม อะไร
ทำไม และคำตา่ งๆ มาเรียบเรียงเป็นประโยคท่ยี าวและซบั ซอ้ นมากขึ้น และสนทนาได้นานขนึ้ ช่วงวัยนมี้ ี
การตอบรับมากกวา่ การปฏเิ สธ ส่วนการออกเสียงสระ พยญั ชนะ และวรรณยกุ ต์ เริม่ ฟงั ชดั เจนขนึ้ เรอื่ ยๆ
คำพูดเกือบท้ังหมดมีความชัดเจนที่อายุประมาณ 4 ปี การเล่าเร่ืองของเด็กวัยน้ีอยู่ในลักษณะแบบถาม
คำตอบคำ ซ่ึงไม่เป็นเร่ืองราวต่อเน่ือง เพราะมีข้อจำกัดในด้านการใช้คำศัพท์ ถ้าเป็นการเล่าจากภาพ
ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการบรรยายภาพว่าในภาพน้ันประกอบด้วยอะไรบ้างมากกว่าการเล่าเรื่องท่ี
เชื่อมโยงกัน และเน้ือหาที่ได้ขึ้นอยู่กับการซักถามเพิ่มเติม ส่วนการเล่าเร่ืองเก่ียวกับตนเองเล่าได้
เลก็ น้อยในส่งิ ท่ีทำผา่ นไป โดยต้องมีการถามนำตามลำดบั เหตุการณ
์
อายุ 4-5 ป
ี
เด็กในวัยนี้พูดคำนามได้เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ได้จากการพบเห็นนอกเหนือจากชีวิต
ประจำวันมีท้ังส่ิงใกล้ตัวและไกลตัว เกิดจากการเรียนรู้และมีประสบการณ์ท้ังทางตรงและทางอ้อม เช่น
จากโทรทัศน์ วิดีโอ สมุดภาพ การไปเท่ียวสถานที่ต่างๆ โรงเรียน เป็นต้น การพูดหรือตอบคำวิเศษณ์
และคำบุพบทอาจสับสนอยู่บ้าง และจะถูกต้องมากขึ้นเมื่อมีการใช้บ่อยหรืออายุเพิ่มขึ้น ใช้คำลักษณะ
นามมากขนึ้ โดยมกั ใช้กบั ส่ิงทค่ี ุน้ เคย สำหรับการพดู ในระดับประโยค เด็กสามารถจดั เรียงลำดบั คำได้ถูก
ต้องขึ้นเนื่องจากใช้คำศัพท์ต่างๆ ได้เกือบทุกประเภท ทำให้พูดคุยส่ือสารได้มากขึ้น การใช้วลีแทน
ประโยคยังคงมีอยู่บ้าง การใช้คำขยายต่างๆ ขึ้นอยู่กับความสามารถในด้านการรู้จักคำศัพท์ แต่การใช้
คำถามต่างๆ ได้ทกุ คำถาม เชน่ อะไร ใคร ทำไม ที่ไหน อย่างไร เทา่ ไร เมื่อไหร่ ชอบใช้คำถาม ทำไม
ถามในสิ่งท่ีตนอยากรู้หรือสงสัยอยู่เสมอโดยไม่สนใจคำตอบ ตอบปฏิเสธได้เป็นประโยคอย่างถูกต้องใน
69คู่มอื การจดั กิจกรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ประโยคคำถามทไี่ มซ่ ับซอ้ น ตอบคำถามทมี่ กี ารระบุตัวเลือกไดถ้ า้ มตี ัวเลอื กไม่เกิน 2 โดยตอบได้ถูกตอ้ ง
ถ้าเป็นคำถามเก่ียวกับความต้องการของเด็ก ความยาวของประโยคที่ใช้พูดประมาณ 6-8 คำ ต่อ
ประโยค บอกชื่อจริงของตนเองได้ การเล่าเร่ืองของเด็กวัยนี้อยู่ในลักษณะจับใจความสำคัญของเรื่องมา
เล่า ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะเชิงรูปธรรม อาจจะเล่าเรื่องจากส่ิงท่ีตนได้เห็นหรือดูจากโทรทัศน์ หรือฟัง
จากนิทานแล้วเล่าต่อให้คนอื่นฟังได้ แต่บอกเหตุผลไม่ได้ว่าเพราะอะไรเขาทำแบบน้ีแบบน้ันหรือก่อน
หน้าน้ันเขาไปทำอะไรมา รวมท้ังไม่มีการใช้คำพูดโต้ตอบของตัวละครในเรื่องท่ีเล่า ส่ิงท่ีเล่าเป็นส่ิงที่เกิด
ในขณะน้ัน ในวัยน้ีเด็กเริ่มมีจินตนาการและอารมณ์กลัว จึงอาจเล่าเร่ืองท่ีประสบมาเสริมตาม
จนิ ตนาการ ทำให้เรือ่ งที่เล่าเกนิ จริงได้
70 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ใบความรทู้ ี่ 2
ภาษาพฒั นาได้อย่างไร
สง่ิ ท่พี ่อแม่จะช่วยไดใ้ นการพัฒนาภาษาเด็กอายุ 3-4 ป
ี
เล่าเร่ือง อ่าน หรือ ร้องเล่นเป็นทำนองเพลง เพื่อช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับคำพ้องเสียง
เปน็ การเรียนรู้พน้ื ฐานของระบบเสยี งท่ีเก่ียวข้องกนั การอา่ นได้งา่ ยขึน้
สอนความเข้าใจในเรื่องลำดับก่อนหลัง ส่ิงท่ีเป็นนามธรรมมากขึ้น ได้แก่ สี ขนาด
จำนวน ซง่ึ เป็นทกั ษะพืน้ ฐานทางภาษาอื่นๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั สติปัญญา
พูดกับตัวเองและการพูดอธบิ ายกจิ กรรมทีล่ กู ทำ
อธิบายเพ่ิมเติมโดยใช้คำพูดท่ีง่ายขึ้น หรือหาสื่ออื่นมาช่วยอธิบายคำตอบ เมื่อลูกถาม
ซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ ที่ไม่เข้าใจ ในกรณีที่ลูกเข้าใจคำตอบแล้วแต่ยังถามคำถามเดิมซ้ำๆ
อาจสะท้อนถึงความกังวลหรือต้องการความสนใจจากผู้ใหญ่ ซึ่งพ่อแม่ต้องสังเกต
พฤตกิ รรมอืน่ ร่วมด้วย
เล่นเกมส์การพูดเลียนแบบ เช่น การเล่นกับตุ๊กตาท่ีพูดตามได้ การเลียนแบบตัวหุ่น
กระบอก เปน็ ตน้
ใหแ้ รงเสริมเมอ่ื เด็กพยายามพูดหรอื พูดได้ถูกต้อง
สร้างโอกาสการพูดคุย เพื่อใหล้ ูกจะได้ฝึกหัดการพดู
พยายามพดู ขยายคำพูดของลูก มหี ลักดงั น
้ี
ด้านตำแหน่งคำพูด เน้นให้ลูกแก้ไขการพูดของตัวเอง เม่ือลูกพูดผิดไวยากรณ์หรือ
วางตำแหน่งคำในประโยคไม่ถูกต้อง ไม่ควรตำหนิหรือแก้ไขการพูดอย่างเคร่งครัด
ในกรณที ี่ลูกไมส่ ามารถแก้ไขตัวเองได้ ควรพูดเป็นตวั อย่างใหล้ ูกฟัง
ด้านการเชือ่ มโยงคำ ฝกึ ให้ลกู เชือ่ มโยงคำกับวตั ถุ อธบิ ายส่งิ ต่างๆ ในรูปภาพ
ฝึกเล่าเร่ืองจากภาพ โดยการเร่ิมเล่าเรื่องแล้วให้ลูกเล่าต่อ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกได้
แสดงความคิดเหน็ ตา่ งๆ ดว้ ย
ใชก้ ารถามคำถาม เพอ่ื ให้ลกู หาคำตอบจากคำถามท่ถี าม ดงั นี้
ถามคำถามย้อนใหล้ ูกตอบด้วยตวั เอง เชน่ ลกู ถามว่า “นีอ่ ะไร” ควรพดู กบั ลูกตอ่ วา่
“มันเอาไวใ้ ส่น้ำดม่ื มันคือแก้วใช่ไหม” เป็นตน้
ใหล้ กู คน้ หาคำตอบจากการถามของลูกเอง เชน่ ลูกถามวา่ “ฝนจะตกไหม” ควรพดู
วา่ “มกี ้อนเมฆใหญ่ ทอ้ งฟา้ มืดครม้ึ ฝนมันจะตกไหมเอย่ ” เป็นต้น
สง่ เสริมการเลน่ กับเดก็ คนอ่นื เพือ่ เป็นการเรยี นรู้ภาษาซ่ึงกนั และกัน
71คมู่ อื การจัดกิจกรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ส่งเสริมการอ่าน โดยให้ฝึกฟังและอ่านเรื่องที่มีภาพประกอบที่น่าสนใจยาวและซับซ้อน
มากยิ่งขน้ึ
ส่งเสริมการฝึกแยกส่ิงของท่ีเป็นกลุ่มเดียวกัน เช่น แยกกระดุมกระดาษหรือแท่งไม้ท่ีมี
ขนาดและสที ีแ่ ตกต่างกัน
เล่นเกมส์ต่างๆ แล้วสนทนาเก่ียวกับกิจกรรมน้ันๆ เช่น เกมส์ตกปลา เกมส์การเดินทาง
เปน็ ตน้
สิ่งทีพ่ ่อแมจ่ ะช่วยไดใ้ นการพัฒนาภาษาเด็กอายุ 4-5 ป
ี
พูดคุยกับลกู เพอ่ื ส่งเสริมการขยายคำพูดของเดก็
ส่งเสริมการดูโทรทัศน์ ในรายการท่ีเหมาะสม โดยให้ดูร่วมกับบุคคลในบ้าน เพ่ือสร้าง
โอกาสการสนทนาจากเร่อื งในโทรทศั น์ ไมค่ วรให้ลกู ดรู ายการทโ่ี หดร้ายและรุนแรง และ
ควรจำกดั เวลาดโู ทรทศั น์ของลกู ด้วย
ส่งเสริมใหเ้ ด็กทำกจิ กรรมการเล่นในลักษณะต่างๆ ดงั น
้ี
เล่นป้ันดินเหนียว/ดินน้ำมัน โดยการให้ลูกป้ันดินเหนียว/ดินน้ำมัน เป็นตัวหนังสือ
3 มติ ิ เพ่ือฝึกให้เรยี นรู้ และจำตวั หนงั สือไดด้ ีเม่อื เร่ิมหัดอ่าน
เล่นน้ำ เพ่ือให้ลูกเรียนรู้ว่าน้ำเปลี่ยนแปลงรูปร่างตามภาชนะท่ีใส่ และพัฒนาภาษา
ขณะเล่นน้ำเนอ่ื งจากเด็กวัยนี้ชอบน้ำ
เล่นตุ๊กตา โดยลูกจะมีโอกาสฝึกใช้ประโยคและภาษาพูดกับตุ๊กตา โดยเล่นสมมติว่า
ต๊กุ ตาเปน็ คน
ฝึกสมาธิและการสงั เกตโดยการเลน่ เกมสต์ า่ งๆ เช่น เกมสข์ องหาย ใหล้ ูกหาของทีห่ ายไป
หรืออะไรท่ีเพม่ิ เขา้ มา เปน็ ตน้
ฝึกการสมั ผสั โดยการเล่นเกมสบ์ อกชื่อส่ิงทค่ี ลำได้ในกล่อง
เลน่ เกมส์คำต่างๆ เช่น เกมส์ 20 คำถาม เกมส์บงิ โก เกมสป์ รศิ นาคำ เป็นต้น
ฝึกจำแนกพวก โดยให้ลูกจัดของเป็นหมวดหมู่ เช่น เครื่องครัว เคร่ืองใช้ในห้องน้ำ
สัตว์บก สัตวน์ ้ำ เป็นต้น
เล่นสมุดภาพ เพื่อฝึกออกเสียงท่ีลูกพูดไม่ชัด โดยใช้สมุดภาพที่มีรูปภาพของส่ิงของ
ที่มีเสียงที่ออกได้ไม่ชัดประกอบเป็นประโยคใต้รูปภาพ ให้ลูกฝึกหัดแยกเสียงและ
ออกเสยี ง
ฝกึ ใชโ้ ทรศัพท์ โดยฝึกใหล้ ูกรบั โทรศัพทแ์ ละถามตอบทางโทรศพั ท์ดว้ ยประโยคง่ายๆ
ฝึกความจำด้วยภาษา โดยให้ลูกเล่นเกมส์ต่อคำโดยต้องพูดทวนประโยคเดิมก่อน เช่น
“ฉันจะไปเท่ียว ฉันต้องเอากระเป๋า” แล้วให้ลูกต่อคำโดยต้องพูดทวนประโยคเดิมก่อน
เปน็ “ฉนั จะไปเทยี่ ว ฉนั ตอ้ งเอากระเปา๋ ฉันต้องเอาสบู”่ เป็นต้น
72 คมู่ อื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ใบความรู้ที่ 3
ประโยชน์ของนทิ านและการเลือกนทิ านตามวัย
ประโยชน์ของหนงั สอื นิทาน
1. ให้ “ความสุข ความสนุกเพลดิ เพลนิ และมีสมาธิ” แก่เดก็ ชว่ ยจดุ ประกายความสนใจท่มี ี
ต่อหนงั สือใหเ้ กิดข้ึนในใจเดก็
2. เป็นส่ือกลางสร้างความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูก ความสุขและความอบอุ่นในครอบครัว
เป็นพ้นื ฐานสำคญั ในการสรา้ งอารมณ์และจิตใจของเด็ก สรา้ งพื้นฐานดา้ นมนษุ ยสัมพันธ์
ให้เด็กเติบโตข้ึนเป็นคนท่ีเป่ียมไปด้วยความโอบอ้อมอารี ความมีเมตตา ความรักเพ่ือน
มนุษยร์ ว่ มสังคม
3. ชว่ ยให้เดก็ เรยี นรภู้ าษา ความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์ และจินตนาการ
4. เปน็ พ้ืนฐานของการสร้างความสามารถในการอา่ นหนงั สือ และรกั การอา่ น
หนังสือนิทานในปัจจุบันน้ีมีหลากหลาย ซ่ึงผู้เล่าจะต้องเลือกหนังสือที่จะใช้ในการเล่าให้
เหมาะสมกบั ผฟู้ งั แต่ละวัย โดยสามารถเลือกหนงั สอื ท่ีดีไดด้ ังน
้ี
1. ภาพดี สสี นั สวยงาม ตวั อกั ษรชัดเจน
2. มีความเหมาะสมกับผู้ฟังแต่ละวัย เช่น เด็กเล็กๆ ควรเป็นหนังสือรูปภาพมากกว่า
ตัวอักษร
3. สามารถถา่ ยทอดความรสู้ ู่ผฟู้ งั ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
4. ไมจ่ งใจสอนในรปู แบบการส่งั สอนอย่างเคร่งครดั
5. ได้ฟงั แลว้ ผฟู้ ังรู้สึกประทับใจอยากอ่านเอง
6. ผ้ฟู งั สามารถค้นพบสิง่ ตา่ งๆ ได้มากมาย
7. ควรเปน็ หนงั สือทีใ่ หค้ วามรูโ้ ดยผา่ นเร่อื งราวของความรกั ความเออ้ื อาทร
8. สอื่ สารความคิดของผปู้ ระพันธไ์ ดช้ ัดเจน
9. ใชภ้ าษาง่ายๆ อา่ นแล้วเขา้ ใจ
10. รูปภาพเมือ่ ดูแลว้ สามารถสอ่ื ความหมายได
้
นิทานตามวัย
การเลือกหนังสือนิทานให้แก่เด็ก จำเป็นต้องเข้าใจพัฒนาการตามวัยของเด็กเพ่ือให้การ
ส่งเสริมการเรียนรู้ตามวัยได้อยา่ งเหมาะสม
73คู่มอื การจัดกิจกรรมสำหรับพ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
วยั 3-4 ป
ี
เด็กมีพัฒนาการทางภาษาท่ีรวดเร็วอย่างน่าท่ึง มีจินตนาการสร้างสรรค์ และมีความอยากรู้
อยากเห็นมาก สามารถติดตามและเข้าใจเร่ืองเล่าง่ายๆ ได้แล้ว เด็กวัยน้ีชอบเรื่องซ้ำไปซ้ำมา และ
เรื่องไหนท่ีชอบมาก เด็กจะให้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้จักเบื่อ ท้ังๆ ท่ีจำเรื่องได้หมดทุกตัวอักษรต้ังแต่ต้น
จนจบ
หนังสือนทิ านทเ่ี หมาะสมกับวัย
นทิ านกอ่ นนอนทีม่ เี นื้อเร่ืองเดมิ ๆ ซ้ำแล้วซำ้ อีก
วัย 4-5 ป
ี
เด็กวัยน้ีสามารถแต่งประโยคได้ โดยใช้คำ 5-6 คำ ชอบตั้งคำถาม ทำไม เมื่อไร อย่างไร มี
จินตนาการ เป็นวัยชา่ งฟงั ช่างสังเกต ชอบเลน่ บทบาทสมมติ รู้จกั เล่าเร่อื งราวต่างๆ ท่ีคิดข้นึ ด้วยตัวเอง
ชอบสัมผัสสงิ่ ใหม่ๆ ชอบอยู่เป็นกลุ่ม สามารถเขา้ ใจความหมายที่เชอ่ื มโยง สอดคลอ้ งกนั
หนังสือนทิ านทเี่ หมาะสมกับวยั
หนังสอื ท่ภี าพและเรอ่ื งราวประสานกลมกลนื กัน เนื้อเรอ่ื งสนกุ ตลกขบขนั ใช้ภาษาแปลกๆ แต่
รายละเอียดของภาพมากข้ึน เพื่อให้เด็กได้ใช้จินตนาการได้เต็มที่ รูปภาพมีความจำเป็นน้อยลงไม่เน้น
สีสนั
หนงั สอื นิทานท่ไี ม่เหมาะสมกบั วัย
หนังสอื ทีใ่ ชค้ วามรนุ แรง อภินิหาร ลกึ ลบั
74 คมู่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรับพ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ปี
ใบความรู้ที่ 4
เทคนคิ การเล่านทิ าน
เลา่ นทิ านท่ไี หนดี
การเล่านิทานผู้เล่าสามารถเล่ือสถานท่ี ท่ีไหนก็ได้ ท่ีผู้เล่าสะดวกและเหมาะสมกับกลุ่มของ
ผู้ฟัง โดยสถานท่ีนั้นๆ จะช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้ฟังได้ เช่น บริเวณสวนสาธารณะ สนามหญ้า
ใตต้ ้นไม้ หอ้ งเรียน หรือในห้องนอนที่บา้ น เปน็ ตน้
เล่านิทานอย่างไรให้สนกุ ต่นื เตน้
นำ้ เสียง
ต้องใช้นำเสียงท่ีมีความหนัก เบา ควรเน้นคำให้ชัดเจน มีช่วงจังหวะช้าหรือเร็วตาม
เนอื้ เรือ่ ง ซึ่งอาจข้นึ อยู่กับอารมณข์ องตัวละครในขณะนั้น
สีหน้าท่าทาง
ผูเ้ ล่าต้องแสดงสีหน้า ทา่ ทาง ตามบทบาทและอารมณข์ องตัวละครอย่างเหน็ ไดช้ ัด
การสบตา
ผูเ้ ลา่ จะตอ้ งสบตากับผฟู้ งั ให้ท่ัวถงึ เพ่อื ให้ผฟู้ ังมีความสนใจมากขนึ้
การมีส่วนรว่ มของผ้ฟู ัง
ขณะเล่านิทาน ผู้เล่าควรให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วม เช่น หยิบ จับ สัมผัส สื่อ หรืออกเสียง
ท่าทาง ประกอบตัวละครไปพรอ้ มๆ กับผูเ้ ลา่
เปดิ โอกาสใหผ้ ฟู้ ังได้ซักถาม
ผู้เล่าควรเปิดโอกาสให้ผู้ฟังซักถามไดต้ ลอดเวลา หรืออาจใช้คำถามนำช่วยกระตนุ้ ให้ผู้ฟงั
ตอบและอยา่ งมสี ่วนรว่ ม
ให้แรงเสรมิ
เมื่อผู้ฟังมีส่วนร่วมในขณะเล่านิทาน ผู้เล่าควรให้แรงเสริม เพ่ือกระตุ้นให้ผู้ฟังมีความ
สนใจ และเกดิ ความสนกุ สนาน อยากมสี ่วนร่วม เช่น การปรบมอื การกล่าวชมเชย การ
ให้รางวัล ฯลฯ
75คมู่ ือการจัดกิจกรรมสำหรบั พอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
วิธีการเลา่ นิทาน
การเลา่ นิทานมขี ัน้ ตอนต่างๆ ทีส่ ำคญั ดงั น
ี้
การเตรยี มตัวก่อนเล่านิทาน
1. กำหนดวตั ถปุ ระสงค์
ผู้เล่าจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ในการเล่าแต่ละครั้งว่า ต้องการให้ผู้ฟังเกิดการ
เรียนรูห้ รือรบั รเู้ ร่ืองใด เชน่ การฟังนิทานเรอ่ื ง กระต่ายกับเต่า กำหนดวตั ถุประสงค์
ว่า ตอ้ งการให้ผู้ฟงั เกดิ การเรียนรวู้ า่ เมือ่ มคี วามพยายามจะนำไปส่คู วามสำเร็จ
2. เตรยี มอปุ กรณ
์
ผู้เล่าจะต้องเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบการเล่านิทานแต่ละครั้งให้พร้อม เช่น
หนงั สอื นทิ าน บตั รคำ บัตรภาพ หรอื อุปกรณอ์ ่ืนๆ ทเี่ กยี่ วกับ เนอ้ื เร่อื งทจี่ ะเลา่
3. เตรยี มสถานท่ี
ผู้เล่าต้องสำรวจสถานที่ ที่จะใช้ในการเล่านิทาน ก่อนเพ่ือความเหมาะสมกับกลุ่ม
ผฟู้ งั และควรเปน็ สถานท่คี ่อนขา้ งเงยี บสงบ เช่น ผูฟ้ ัง 1 คน ใช้บรเิ วณที่ไมต่ ้องกวา้ ง
อาจใช้มุมใดมุมหนึ่ง ในบริเวณสถานท่ีน้ันๆ ถ้าผู้ฟังหลายๆ คน ควรใช้บริเวณที่
ค่อนข้างกวา้ งขวาง อาจใชเ้ ครอื่ งขยายเสยี งเพอ่ื ชว่ ยให้ผฟู้ งั ไดย้ ินอยา่ งทว่ั ถงึ
4. เปดิ โอกาสให้ผูฟ้ งั มีส่วนร่วมตลอดเวลา
5. เม่ือสังเกตเห็นว่าผู้ฟังมีความสนใจลดลง ให้ผู้เล่ากระตุ้นผู้ฟังโดยการใช้คำถามหรือ
คำถาม
6. สรุปเนื้อเรื่องท่ีเล่ามาทั้งหมดส้ันๆ โดยเน้นสาระสำคัญท่ีต้องการให้ผู้ฟังเกิดการ
เรยี นรู
้
ประเมนิ ผลผฟู้ งั
ผู้เล่าและผู้ฟังร่วมกันสรุปเนื้อเรื่องท่ีเล่ามาท้ังหมด โดยผู้เล่าอาจใช้คำถามหรือคำถามนำ
เพอ่ื ให้ผู้ฟังรว่ มกันตอบ
เลา่ จากหนังสอื
การเล่านิทานจากหนังสือต้องข้ึนต้นการเล่าให้ตื่นเต้น น่าสนใจโดยใช้น้ำเสียงประกอบ
ให้เข้ากับเน้ือเร่ือง และความยาวของเรื่องต้องเหมาะสมกับผู้ฟังแต่ละวัย ไม่ควรเลือกนิทานท่ีมีเน้ือเรื่อง
ยาวเกนิ ไป
เล่าโดยใช้ภาพประกอบ
ผู้เล่าควรเลือกรูปภาพท่ีสัมพันธ์กับเน้ือเรื่องท่ีจะเล่า ภาพที่ใช้ควรเป็นภาพขนาด
เหมาะสมกบั กลุ่มท่ีจะเลา่ ภาพต้องชดั เจน มีสีสันสวยงาม จะช่วยกระตุน้ ผ้ฟู งั ให้มีความสนใจมากขึ้น
เลา่ ไปวาดไป
ขณะเล่าเร่ือง ผู้เล่าเหรือผู้ช่วยจะต้องวาดภาพประกอบการเล่าไปพร้อมๆ กันตลอดการ
เล่าเน้ือเร่ือง ภาพท่ีวาดนั้นต้องสอดคล้องกับเน้ือเร่ืองท่ีเล่า หรือเป็นภาพปริศนา ที่ต้องการให้ผู้ฟังใช้
ความคิดและจิตนาการให้การผูกเร่ืองราว
เลา่ โดยใช้อุปกรณ
์
นอกจากการใช้วิธีเล่านิทานดังกล่าวมาแล้วนั้น ผู้เล่าสามารถใช้อุปกรณ์อ่ืนๆ มา
ประกอบการเล่านิทานได้อกี มากมาย เชน่ แป้งป้นั ดนิ นำ้ มัน ดนิ หนุ่ มอื เชอื ก กระดาษ ฯลฯ
76 คมู่ อื การจดั กิจกรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ปี
แผนกิจกรรมสำหรับพอ่ แม่ ผู้เลีย้ งดู
เรอ่ื ง สรา้ งความผูกพัน (กอด)
สำหรับเด็กอายุ 0 - 2 ป
ี
เวลา 2 ชั่วโมง
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างความรักความผูกพันใน
เดก็ แรกเกดิ - 2 ป
ี
2. เพอ่ื ให้ผู้เขา้ รบั การอบรมมที ักษะในการสร้างความผูกพันเด็กวยั แรกเกดิ – 2 ป
ี
อุปกรณ์
1. บัตรคำ
2. เพลงอ่มิ อุ่น /เพลงค่านำ้ นม /เพลงบรรเลง
3. เพลง “เม่ือยไหมจะ๊ พีจ่ า๋ (ลูกจา๋ ) ตอ้ งทำท่าอยา่ งน้ีๆ
ทำแล้วสดชน่ื ดี อยา่ งน้ี อย่างนี้ สบายใจจัง”
4. แบบฟอร์ม/ฟลิบชารท์
วธิ ีการดำเนินกจิ กรรม
1. วิทยากรแนะนำตัวและสร้างสัมพันธภาพระหว่างผู้เข้ารับการอบรม พร้อมชี้แจง
วัตถุประสงคข์ ้นั ตอนการอบรมในภาพรวม (ตามใบกจิ กรรมที่ 1)
2. ผู้ทำกิจกรรมใช้กิจกรรมบัตรคำแห่งความผูกพัน (ตามใบกิจกรรมท่ี 2) เพื่อสร้างความ
ตระหนักให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรมเห็นความสำคัญของการสร้างความผูกพัน (เนื้อหาในคู่มือ
พ่อแม่ 0-2 ป)ี
3. ผทู้ ำกิจกรรมใช้กิจกรรมสปา (ตามใบกิจกรรมท่ี 3)
4. ผู้ทำกิจกรรมใชก้ จิ กรรมกอดกนั รกั กัน (ตามใบกิจกรรมท่ี 4)
5. ผูท้ ำกิจกรรมทำกิจกรรมวิธสี ร้างความผูกพันในบ้าน (ตามใบกจิ กรรมท่ี 4)
6. ผู้ทำกิจกรรมสรปุ ตามสาระสำคัญของการสรา้ งความผูกพัน
77คมู่ ือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกิจกรรมท่ี 1
“บตั รคำแหง่ ความผูกพัน”
วตั ถุประสงค์
เพ่ือฝึกให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการบทบาทของพ่อแม่ในการสร้าง
ความรักความผกู พันใหก้ บั ลกู อายุ 0- 2ปี
อุปกรณ์
บตั รคำ
ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1. วทิ ยากรสมุ่ ถามผเู้ ขา้ รบั การอบรม“ การสรา้ งความรกั ความผกู พนั ใหก้ บั ลกู มวี ธิ ใี ดบา้ ง ?
2. วิทยากรสรปุ สิ่งทไี่ ด้จากกลมุ่
3. วิทยากรแจกบตั รคำใหผ้ ู้เข้ารับการอบรมคนละ 1 ใบ
4. วิทยากรขานเรียกผู้ข้ารับการอบรมที่มีบัตรคำต่อไปน้ีมาท่ีหน้าห้อง ได้แก่ การให้
อาหาร การสัมผสั การพดู คุยกบั ลูก การเล่นกบั ลูก มายืนหวั แถว
5. วิทยากรใหผ้ เู้ ขา้ รับการอบรมเปิดบตั รคำของตนเอง ถา้ คดิ ว่าบัตรคำท่ีตนเองไดร้ ับควร
อยใู่ นหวั ขอ้ ใด ให้ไปตอ่ แถวด้านหลงั กล่มุ คำนัน้
6. วิทยากรสอบถามผู้เข้ารับการอบรมประมาณ 2-3 คน อาจเป็นคนที่เข้าแถวถูก และ
เขา้ แถวผดิ นำมาอภิปรายแลกเปลีย่ นกัน
7. วิทยากรสรุปความรู้ให้กลุ่มเกี่ยวกับวิธีและการปฏิบัติตัวของพ่อแม่ท่ีสร้างความผูกพัน
กบั ลูกได
้
78 คู่มอื การจัดกิจกรรมสำหรับพอ่ แม่เดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ใบกจิ กรรมที่ 2
“กอดกันรกั กัน”
วตั ถปุ ระสงค์
เพอื่ ฝึกใหผ้ ู้เขา้ รบั การอบรมไดฝ้ ึกทกั ษะการสัมผสั -กอด
เพอ่ื ใหผ้ เู้ ข้ารับการอบรมรับรคู้ วามรู้สึกของการกอด
อุปกรณ์
เพลงอ่มิ อ่นุ /เพลงค่าน้ำนม
เพลงบรรเลง
ข้ันตอนการทำกิจกรรม
1. วทิ ยากรสมุ่ ถามผเู้ ขา้ รบั การอบรม “เวลาคณุ รกั ใคร เชน่ รกั ลกู รกั ภรรยา รกั สามี หรอื
รกั เพอื่ น คณุ แสดงกริ ยิ าอยา่ งไรในการแสดงความรกั ”
2. วทิ ยากรสรปุ สงิ่ ทไ่ี ดจ้ ากกลมุ่
3. วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมยืนเข้าแถวเป็นวงกลมและให้นับ 1 และ2 สลับกันจน
ครบรอบ ผทู้ นี่ บั หมายเลข 2. ใหก้ า้ วเทา้ เขา้ มา 1 กา้ ว หลงั จากนนั้ ใหห้ นั หนา้ เขา้ หา
หมายเลข 1 จบั คกู่ นั (ใหแ้ ตล่ ะคเู่ ปน็ เพศเดยี วกนั )
4. วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมแสดงความรักต่อกันโดยการกอดกันประมาณ 5 นาท
ี
วทิ ยากรเปดิ เพลงประกอบ
5. วทิ ยากรสมุ่ ถาม ประมาณ 1-2 คู่ รปู ถามความรสู้ กึ ทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการกอด
6. วทิ ยากรสรปุ ความรกู้ ารกอด สามารถสรา้ งความผกู พนั ไดอ้ ยา่ งไร
79คู่มือการจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกจิ กรรมท่ี 3
“สปาสัมผัสแหง่ ความรัก”
วัตถปุ ระสงค์
เพ่ือฝกึ ใหผ้ ู้เขา้ รับการอบรมเกิดความรสู้ กึ ใส่ใจต่อกันและกัน ความรู้สกึ ทดี่ รี ะหว่างกัน
อปุ กรณ์
เพลง “เม่ือยไหมจ๊ะพจ่ี า๋ (ลูกจา๋ ) ต้องทำท่าอยา่ งน้ๆี
ทำแลว้ สดชนื่ ด ี อยา่ งน้ี อยา่ งน้ี สบายใจจงั
ข้ันตอนการทำกิจกรรม
1. วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมยืนเป็นวงกลม หันหน้าไปทางเดียวกัน ยืนระยะห่างที่
มือจะเอ้ือมถงึ หลงั ของเพือ่ น
2. วิทยากรบอกให้แต่ละคนใช้น้ิวไต่บนหลังคนที่อยู่ข้างหน้า ไต่ช้าๆในทิศทางต่างๆ เช่น
ข้ึนข้างบน ลงขา้ งลา่ ง ไปทางขวา
3. ให้ผูเ้ ข้ารบั การอบรมบบี นวดไปบนบา่ ไหล่ ของเพอ่ื นขา้ งหน้าเบาๆ พร้อมทั้งวทิ ยากร
ร้องเพลง
4. สลบั กันนวด คนขา้ งหนา้ มาขา้ งหลัง
5. เม่ือทำกิจกรรมแล้ว วิทยากรสุ่มถาม 1- 2 คู่สนทนาเกี่ยวกับความรู้สึกจากการทำ
กจิ กรรม
80 คูม่ อื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ใบกิจกรรมท่ี 4
วิธสี ร้างความผูกพนั ในบา้ น
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อฝึกใหผ้ ู้เข้ารับการอบรมเกิดความรสู้ กึ ใส่ใจตอ่ กันและกัน ความรู้สกึ ที่ดรี ะหวา่ งกนั
อุปกรณ์
แบบฟอรม์ /ฟลิบชารท์
ข้นั ตอนการทำกิจกรรม
1. วทิ ยากรแบง่ กลมุ่ ผเู้ ขา้ รบั การอบรมเปน็ กลมุ่ ๆละ 5-6 คน โดยใชก้ จิ กรรมการแบง่ กลมุ่
ตามความถนดั ของวทิ ยากร
2. ให้แต่ละกลุ่มคิดกิจกรรมท่ีสามารถสร้างความผูกพัน ให้เวลาประมาณ 10 นาที ให้
ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอพรอ้ มแสดงสาธติ กจิ กรรมใหส้ มาชกิ กลมุ่ ด
ู
3. วิทยากรสรุปกิจกรรมและประโยชน์ของการจัดกิจกรรมในบ้านและสามารถสร้างความ
ผกู พนั ใหเ้ กดิ ขน้ึ ในครอบครวั ได
้
81คู่มือการจดั กิจกรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
82 คู่มอื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
แผนกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่ ผูเ้ ลีย้ งด
ู
เรื่อง สรา้ งความผูกพัน (กอด)
สำหรับเด็กอายุ 3 - 5 ป
ี
เวลา 2 ชั่วโมง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงบทบาทการสร้างความรัก
ความผกู พนั ในเด็กอายุ 3 – 5 ป
ี
2 เพอ่ื ใหผ้ ู้เข้ารับการอบรมมที กั ษะในการสร้างความผกู พนั เดก็ อายุ 3 – 5 ป
ี
สาระสำคัญ
การสร้างความผูกพันอย่างถูกต้องเหมาะสมให้แก่ลูกต้ังแต่ในวัยทารก จะเป็นพ้ืนฐานท่ีดีใน
การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ซ่ึงจะเกิดกระบวนการพัฒนาบุคลิกภาพท่ีดีในเด็กจนกระท่ังเติบโต
เป็นผู้ใหญ่ การสร้างความผูกพันให้เกิดในเด็กวัยนี้ต้องสร้างจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ได้แก่
การรับประทานอาหาร การสัมผัสโอบกอด การส่อื สารพูดคุย และการเลน่
วธิ ีการดำเนินกจิ กรรม
1. วิทยากร ส่มุ ถามผู้เขา้ รับการอบรม ประมาณ 2 – 3 คน โดยมคี ำถามดังน้
ี
“ท่านเขา้ ใจคำวา่ ความผูกพัน หมายถงึ อะไร”
“ความผูกพัน มีความสำคญั อยา่ งไรตอ่ เดก็ อายุ 3 -5 ป”ี
อปุ กรณ์
CD/รปู ภาพเดก็ /ภาพแสดงความผกู พนั
วธิ กี ารดำเนนิ กจิ กรรม
1. วิทยากรแนะนำตัวและสร้างสัมพันธภาพระหว่างผู้เข้ารับการอบรม พร้อมช้ีแจง
วตั ถุประสงค์ ขนั้ ตอนการอบรมในภาพรวม (ใบกจิ กรรมท่ี 1)
2. วทิ ยากร สุ่มถามผเู้ ขา้ รบั การอบรม ประมาณ 2-3 คน โดยมคี ำถาม ดังน
ี้
“ท่านเขา้ ใจคำวา่ ความผกู พนั หมายถงึ อะไร”
“ความผกู พนั มีความสำคัญอย่างไรตอ่ เด็กอายุ 3-5 ปี”
3. วิทยากรสรปุ ความหมายและความสำคญั (ตามเอกสารคูม่ อื /ภาพพลิก)/ใบความรู้ท่ี 1
83คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรับพอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
4. วทิ ยากรฉายภาพเดก็ จาก CD/รปู ภาพ แลว้ สมุ่ ถามผเู้ ขา้ รบั การอบรม ประมาณ 2-3 คน
“จากภาพท่ีเห็นทำให้คุณรู้สึกอย่างไร” วิทยากรสรุปความรู้สึกที่ได้จากผู้เข้ารับการ
อบรม
5. วทิ ยากรถามคำถามอกี ครั้ง โดยสมุ่ ถามผู้เข้ารับการอบรม ประมาณ 2-3 คน มีคำถาม
ดังน้ี
“คณุ อยากให้ลกู ของคุณเปน็ อย่างไร” แลว้ สรุปความคาดหวงั
6. วิทยากรแบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการอบรม กลุ่มละ ประมาณ 5-6 คน (โดยใช้กิจกรรมจาก
ประสบการณ์ของวิทยากร หรือจากตัวอย่างกิจกรรมในภาคผนวก) โดยให้สมาชิกกลุ่ม
ชว่ ยกนั หาคำตอบตามคำถามต่อไปนี้
“ถ้าอยากให้ลูกเป็นอย่างที่คาดหวัง คุณจะทำอย่างไร” ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำ
เสนอ
7. วทิ ยากรสรปุ วธิ กี ารทไี ดจ้ ากกลมุ่ และบรรยายความรเู้ พม่ิ เตมิ (ตามเนอ้ื หาในคมู่ อื 3-5 ป)ี /
ใบความรู้ที 2
8. วิทยากรฉายภาพ CD ท่ีสื่อถึงความผูกพัน และถามคำถาม “คุณสัมผัสความผูกพันจาก
ภาพท่ีเห็นหรอื ไม่”
9. ให้ผู้เข้ารับการอบรมจับคู่กับเพื่อนที่คิดว่าสนิทกัน/เพศเดียวกัน วิทยากรให้ผู้เข้ารับการ
อบรมแสดงการกอดท่ีสื่อความผูกพันตามความเหมาะสม และสุ่มถามผู้เข้ารับการอบรม
ว่ารสู้ ึกอยา่ งไรบ้าง
10. วิทยากรดำเนินกิจกรรม “สัญญาใจ” เพื่อเป็นการเตือนใจให้ผู้รับการอบรมสร้างความ
ผกู พันให้เกดิ ในครอบครวั (ใบกิจกรรมที่ 2)
84 คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรับพอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบกิจกรรมที่ 1
“สร้างสมั พนั ธภาพ”
วัตถุประสงค์
เพื่อใหผ้ ้เู ขา้ รบั การอบรมสร้างความคนุ้ เคย
อปุ กรณ์
ปา้ ยชอื่ / หรือกระดาษ ดินสอน ปากกา สำหรบั เขียนชื่อ
สาระสำคัญ
เป็นการสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและเรียนรู้มารยาททางสังคม เป็นแนวทางนำไปสู่
สัมพันธภาพท่ดี รี ะหว่างสมาชิกกลุ่ม
ขน้ั ตอนการทำกจิ กรรม
1. ผูน้ ำกลุ่มแนะนำตวั และใหส้ มาชกิ ทุกคนแนะนำตวั
2. ผนู้ ำกลุ่มให้สมาชกิ น่ังเป็นวงกลม
3. ให้สมาชิกหยิบป้ายช่ือมาคนละ 1 ป้ายชื่อ ท่ีไม่ใช่ป้ายช่ือของตนเองแล้วกลับไปนั่งที่
เดิม
4. ผู้นำกลุ่มสาธิตการร้องเพลงซ่ึงมีทั้งหมด 3 ท่อน พร้อมทั้งทำท่าประกอบตาม
ใบกิจกรรม 1 (เน้ือเพลง) และบอกกติกาว่าจะให้ทุกคนร้องเพลงพร้อมส่งป้ายและ
เม่อื ผ้นู ำกล่มุ ใหส้ ญั ญาณหมดเวลา ทกุ คนควรมีปา้ ยชอ่ื อยู่ในมือคนละ 1 ปา้ ยช่อื
5. เมื่อผู้นำกลุ่มร้องเพลงในแต่ละท่อน โดยขณะร้องเพลง มือขวาจะแตะบนขาซ้าย–
ขวา–ซา้ ย และสง่ ป้ายชอ่ื ให้คนด้านขวาพรอ้ มรบั ป้ายชือ่ จากคนดา้ นซ้ายดว้ ยมือซ้าย
6. เมื่อผู้นำกลุ่มให้สัญญาณหยุดกิจกรรมโดยให้สมาชกิ หยุดส่งป้ายช่ือ ให้ตรวจสอบดวู า่
สมาชกิ คนใดบา้ งทไ่ี มม่ ปี า้ ยชอ่ื อยใู่ นมอื หรอื สมาชกิ คนใดทมี่ ปี า้ ยชอื่ มากกวา่ 1 ปา้ ยชอื่
ให้แบ่งปา้ ยใหก้ ับสมาชกิ ท่ไี ม่มี
7. ผู้นำกลุ่มเริ่มเล่นเกมส์อีกคร้ังโดยท่ีนำผู้นำกลุ่มให้สัญญาณแล้วให้สมาชิกเอาป้ายช่ือ
อยใู่ นมือของตนเองไปติดใหเ้ จา้ ของปา้ ยช่อื ให้เรว็ ท่ีสดุ
85คู่มือการจดั กิจกรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
8. ให้สมาชกิ แต่ละคนทเี่ อาปา้ ยชื่อไปตดิ ใหก้ บั เจา้ ของปา้ ยชื่อแล้วใหส้ อบถามรายละเอยี ด
เจ้าของปา้ ยชื่อมากท่ีสุด
9. ผู้นำกลุ่มถามสมาชิกในกลุ่มว่า ขณะท่ีมีสมาชิกเอาป้ายช่ือมาติดนั้นได้กล่าวขอบคุณ
หรือไม่
10. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ พูดคยุ กันถึงความรู้และคามคิดเห็นทไ่ี ดร้ ับการขอบคุณ
11. กลุ่มตวั แทน 3-4 คนนำเสนอและใหก้ ลุ่มทมี่ คี วามคิดเห็นแตกตา่ งนำเสนอเพมิ่ เตมิ
12. ผนู้ ำกล่มุ กล่าวปดิ กลุ่ม
86 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ดก็ อายุ 0 – 5 ปี
ใบกจิ กรรมที่ 2
“สัญญาใจ”
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความตระหนัก และแนวทางในการสร้างความผูกพันระหว่าง
พอ่ แม่/ผปู้ กครอง กบั ลกู วยั 3-5 ป
ี
อปุ กรณ์
การดาษสตี ัดเป็นรูปหัวใจ ขนาดประมาณ 41
หนา้ กระดาษ A4
สาระสำคัญ
เปน็ วธิ ีการสรา้ งความรกั ความผกู พันของพอ่ แม่/ผปู้ กครองทจ่ี ะนำไปปฏิบัติทบี่ า้ น
ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1. ผ้นู ำกจิ กรรมแจกกระดาษรูปหัวใจให้ผ้รู ับการอบรมทกุ คน
2. แจ้งให้ผู้เข้ารับการอบรมเขียนวิธีการสร้างความผูกพันที่จะนำกลับไปใช้ท่ีบ้าน คนละ
2-3 วธิ ี
3. ผูน้ ำกิจกรรมสมุ่ ถามผเู้ ขา้ รับการอบรม 2-3 คน ถงึ วธิ กี ารสรา้ งความผูกพนั ท่ีเขยี นไว้
ในกระดาษ
4. ผู้นำกิจกรรมนำผู้รับการอบรมปฏิญาณตนว่า “ข้าพเจ้า ขอสัญญาว่าจะสร้างความ
ผูกพันทด่ี แี ก่ลูกตามท่เี ขยี นไว้ ทุกวนั ”
5. ผู้ทำกิจกรรมเชิญชวนผเู้ ข้ารบั การอบรม ปรบมอื ใหก้ ันและกนั เพื่อแสดงความยินด
ี
6. ผู้ทำกิจกรรมสรุปว่า สัญญาใจน้ีจะเป็นเครื่องเตือนใจในการสร้างความผูกพันให้
เกดิ ขน้ึ ในครอบครวั
87คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบความรู้ที่ 1
ความหมายและความสำคัญของการสรา้ งความผกู พัน
ความผกู พันคือ
ความผูกพันเป็นพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างเฉพาะ
เจาะจง ด้วยความม่ันคงเป็นระยะเวลานาน ซึ่งความสัมพันธ์น้ีเกิดจากการตอบสนองความต้องการทาง
ด้านร่างกายและจติ ใจของเด็กทมี่ ีการปฏิบตั ิต่อกันด้วยความรัก ความห่วงใยและเอือ้ อาทรตอ่ กัน
เด็กท่ีมีความผูกพันกับพ่อแม่/ผู้เลี้ยงดู จะแสดงพฤติกรรมต่างๆ ท่ีบ่งบอกถึงความปรารถนาท่ี
จะอยูใ่ กล้ชดิ กบั บุคคลนน้ั เชน่ ยิ้มมองตามการเคลอ่ื นไหว คลานเขา้ ไปหา เรียกหา อวดของเล่น รอ้ งไห้
เม่ืออยหู่ า่ งจากคนคนน้ัน แสดงอาการเพลดิ เพลนิ สนกุ สนานหรือคลายจากอาการเป็นทุกข์เม่ือบุคคลน้นั
กลับมา
ความผกู พนั สำคญั อย่างไร
เด็กท่ีได้รับความผูกพันและการตอบสนองจากพ่อแม่/ผู้เล้ียงดูอย่างถูกต้องเหมาะสม จะ
สามารถสร้างความผูกพันระหว่างตนเองและพ่อแม่/ผู้เล้ียงดูได้ ซ่ึงจะส่งผลให้เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อ
ตนเองและผู้อ่ืน เมื่อเติบโตขึ้นจะเป็นผู้ท่ีสามารถสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีกับกลุ่มเพ่ือนใหม่และคน
แปลกหน้าได้ ช่วยให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพและประสบความสำเร็จ
ในชีวิต เป็นพืน้ ฐานทด่ี ใี นการพฒั นาอีควิ เด็กในวยั ต่อไป
เดก็ ทถ่ี กู ทอดทิง้ ไมเ่ คยถูกอ้มุ ย้ิมด้วยหรอื พดู ด้วยจะมคี วามผดิ ปกตทิ ีเ่ รียกว่า “อาการโดดเดีย่ ว
ทางสังคม” ชอบแยกตวั อย่คู นเดียวโยกตวั เอง ไมส่ นใจท่ีจะเลน่ หรอื พดู คยุ กับคนอืน่
เด็กที่ได้รับการตอบสนองที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม หรือเด็กที่ขาดความรักความผูกพัน จะส่งผล
ให้เป็นคนท่ีไม่ไว้วางใจผอู้ ่ืน มองโลกในแง่รา้ ย และสร้างความสัมพนั ธก์ บั คนอื่นได้ยาก
88 คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พอ่ แม่เด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ใบความรู้ท่ี 2
ปจั จัยท่มี อี ิทธพิ ลต่อการสรา้ งความผกู พัน
บทบาทของพ่อแมใ่ นการเลีย้ งลูกวยั 3-6 ปี ทีเ่ ป็นปัจจัยต่อการสรา้ งความผกู พัน
1. เขา้ ใจอารมณ์พื้นฐานของเด็ก เขา้ ใจลกั ษณะเด็กวยั 3-6 ป
ี
2. แสดงความรักที่มีต่อลูกอย่างชัดเจน หลีกเล่ียงการเปรียบเทียบ เน่ืองจากเด็กแต่ละคนมี
ลักษณะเฉพาะตัวมีความต้องการแตกต่างกัน ให้ความเข้าใจ และยอมรับความสามารถ
ของเดก็ ในแตล่ ะช่วงอายุ
3. ฝึกลูกให้ทำสิ่งต่างๆ ตามความสามารถตามวัย กระตุ้นพัฒนาการทุกด้านทั้งกล้ามเนื้อ
ใหญเ่ ล็ก ภาษาพูด การชว่ ยเหลือตนเองและผู้อน่ื รวมทัง้ มารยาทในการอยกู่ บั คนอ่นื
4. ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง โดยจัดสิ่งแวดล้อมให้เอ้ืออำนวยให้เด็กได้ออกกำลังกาย ใช้
พลงั งานในการสร้างสรรค์ เช่น เดาะบอล, ขบั จักรยาน วา่ ยนำ้ เป็นต้น เพอื่ ฝึกทกั ษะใน
การมองเห็น การได้ฝึก การรับรู้ การถ่ายทอดข้อมูล การเปรียบเทียบการสรรหาข้อมูล
ตา่ งๆ ฯลฯ
5. มีความอดทนต่อข้อบกพร่องของลูกในพัฒนาการด้านต่างๆ ที่เด็กยังมีความสามารถ
ไม่ถึงจุดท่ีพ่อแม่ต้องการเข้าใจหลักในการฝึกฝนว่าต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกฝนหัดทำ
อย่างสม่ำเสมอ เป็นแบบอย่างท่ีดี ช่วยให้เด็กได้รับความสำเร็จเป็นข้ันตอนและช่ืนชมให้
กำลงั ใจเปน็ ระยะ และกำจดั พฤติกรรมทไ่ี มเ่ หมาะสม ไม่ควรปล่อยปละละเลย
6. ปกป้องอันตรายทุกรูปแบบท่ีอาจเกิดกับเด็ก เพราะวัยนี้เดินได้คล่อง ชอบปีนป่ายจน
บางครั้งทำใหเ้ กดิ บาดเจบ็ ได
้
วธิ ีการสรา้ งความผูกพนั ลูกวยั 3-5 ป
ี
1. ให้เวลากับลูก เด็กจะรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ท่ีพ่อแม่มีต่อตัวลูก การให้เวลากับลูกแม้
ช่วงเวลาส้ันๆ แต่ถ้าพ่อแม่ให้เวลาอย่างสม่ำเสมอ ทำกิจกรรมที่ลูกสนใจอย่างมีความสุข
ร่วมกันจะมีค่าต่อความรู้สึกของลูกเป็นอย่างมาก เวลาท่ีพิเศษสุดสำหรับเด็ก คือ เวลาท่ี
ลูกเดินเข้ามาหาพ่อแม่ เพ่ือพูดหรือบอกอะไรบางอย่าง หรือเพื่อขอให้พ่อแม่มาร่วม
ทำกิจกรรมอะไรบางอย่างกับลูกและพ่อแม่ตอบสนองต่อลูกด้วยการหยุดสิ่งท่ีพ่อแม่กำลัง
ทำอยู่ นอกจากน้ีพ่อแม่ควรวางแผนเรื่องเวลาท่ีจะให้กับลูกในแต่ละวัน ซ่ึงมีความ
แตกต่างกนั ไปในแต่ละครอบครัว
89คู่มอื การจดั กิจกรรมสำหรบั พอ่ แมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
2. คุยกับลูก การคุยกับลูกช่วยกระตุ้นทั้งภาษาการสนทนาและทักษะทางสังคมให้กับลูก
นอกจากน้ียังเป็นการสร้างเสริมความภาคภูมิใจให้กับลูก การคุยกับลูกควรมีทักษะที่
สำคัญคือการใส่ใจและรับฟังส่ิงที่ลูกมีความสนใจ การสังเกตสิ่งที่ลูกทำด้วยความสนใจ
แล้วคุยกับลูกเก่ียวกับกิจกรรมน้ันจะเป็นการเร่ิมต้นการพูดคุยท่ีลูกต้องการและพร้อมที่
จะพูดคยุ กับพอ่ แม
่
3. แสดงความรัก การแสดงออกถึงความรักเป็นการแสดงความสนใจ ความเอาใจใส่ต่อลูก
ด้วยการสัมผัสโอบกอด อุ้มชู ช่วยให้ลูกรู้สึกได้ถึงความรัก ความสุข สามารถรับและให้
ความร้สู ึกที่ดีแกผ่ อู้ ่นื ได้ตอ่ ไป การแสดงความรักในชว่ ง 2-3 ปีแรกของชีวติ จะชว่ ยใหล้ ูก
เกดิ ความผกู พันที่ลกึ ซง้ึ และมน่ั คงกบั พ่อแม
่
4. แสดงความช่ืนชม เด็กมีความพึงพอใจเม่ือได้รับคำชมจากพ่อแม่ ควรชมลูกเม่ือลูกมี
พฤติกรรมที่ดี ด้วยคำพูดท่ัวไป เช่น ยอดเลยลูก เยี่ยมมาก พ่อ/แม่ชอบมาก เป็นต้น
หรือบอกถงึ สง่ิ ท่คี ุณพอใจอยา่ งชัดเจน เช่น แม่พอใจมากทล่ี ูกชว่ ยกันเกบ็ ของเล่นหลงั จาก
เล่นเสร็จแล้ว เป็นต้น การบอกที่เฉพาะเจาะจงจะให้ผลดีกว่าคำชมทั่วไป เพราะช่วยให้
เด็กเขา้ ใจว่าพฤติกรรมใดท่ีเขาทำแล้วได้รับคำชมและทำใหเ้ ดก็ อยากทำพฤตกิ รรมนน้ั ซ้ำ
5. ความสนใจลูก การแสดงความสนใจลูกทำได้หลายวิธี ต้ังแต่ยิ้ม สบตา อุ้มลูกน่ังบนตัก
ลูบแก้ม ตบบ่า กอด หรือนั่งอย่กู บั ลูก การแสดงความสนใจเหลา่ น้สี ามารถกระตนุ้ ให้ลกู
มพี ฤติกรรมท่ดี ีต่อเนอ่ื งและสามารถใชร้ ว่ มกบั การใหค้ ำชม
6. การสร้างกิจกรรมท่ีเหมาะสมกับวัยให้ลูก การที่พ่อแม่ช่วยให้ลูกมีกิจกรรมที่สามารถ
เล่นได้ตามลำพัง และพัฒนาการเล่นได้ด้วยตัวเองตามวัยภายใต้ส่ิงแวดล้อมท่ีปลอดภัย
มีส่ิงท่ีน่าสนใจหลากหลายที่เด็กจะค้นคว้าเรียนรู้เป็นการกระตุ้นพัฒนาการตามวัยเด็ก
จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับกิจกรรมเหล่าน้ี จะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีของลูก ของเล่น
และกจิ กรรมเหลา่ นไี้ ม่จำเป็นจะตอ้ งมีราคาแพง แต่ตอ้ งเปน็ สงิ่ ทล่ี ูกมคี วามสนใจ
90 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ผลทล่ี ูกจะได้รับเมอ่ื พ่อแมไ่ ด้ความรกั /ความผูกพนั
วธิ กี าร
ถา้ พ่อแม่สร้างความผูกพันท่ดี
ี ถา้ พ่อแมส่ รา้ งความผกู พนั ทไ่ี ม่ด
ี
รกั และเอาใจใสส่ ร้าง ลูกจะเตบิ โตเปน็ คนทมี่ ี ลูกจะไมเ่ กิดความผูกพนั และ
สายใยผกู พัน
มนษุ ยสัมพันธท์ ดี่ ี จิตใจม่ันคง ไม่ไว้วางใจผู้อน่ื ขาดความอบอุน่
เชอื่ มนั่ ในตนเอง มอี ารมณ์สุขุม ขาดความมัน่ คงทางใจ และ
หนักแน่น
มีแนวโนม้ ทีจ่ ะมอี ารมณอ์ ่อนไหวงา่ ย
ให้เวลากับลกู เช่น พา ลกู จะรสู้ กึ ได้ถงึ การเอาใจใส่ทด่ี ี ท
ี
่ ลกู จะรู้สกึ โดดเดย่ี ว หวา้ เหว่ ขาด
ท่พี ง่ึ สง่ ผลเมอ่ื โตเปน็ ผู้ใหญ่หาก
ลกู ไปเทีย่ ว พบเหน็
พ่อแมม่ ีตอ่ ตัวลูก ทำใหล้ กู รสู้ กึ วา่ เผชิญปัญหา อาจไมส่ ามารถแกไ้ ข
ปญั หาไดอ้ ย่างเหมาะสม
สงิ่ ตา่ งๆ รบั ประทานขา้ ว เวลาทอี่ ยู่กับพอ่ แมน่ ับเปน็ ชว่ งเวลา
ร่วมกัน
แห่งความสขุ การเรยี นร้ทู ี่ลกู จะ
จดจำไปช่วั ชวี ติ
คยุ กบั ลกู บอ่ ยๆ ช่วยกระตนุ้ ท้งั ภาษาการสนทนาและ จะยับย้งั พฒั นาการทางดา้ นความคดิ
พยายามเข้าใจความคดิ ทักษะทางสังคมและเปน็ การสร้าง /ภาษา ปิดกนั้ ชอ่ งทางการส่อื สาร
อย่างเดก็ ๆ ของลกู
เสริมความภาคภมู ิใจใหก้ ับลกู และ สร้างความเข้าใจระหว่างพอ่ แม่ กับ
สอดแทรกความคิด คา่ นิยมท่ีดงี าม ลกู
ให้แก่ลกู
เปน็ การแสดงความรกั
ชว่ ยให้ลูกรสู้ กึ ไดถ้ งึ ความรัก
ไมส่ ามารถรับรู้ความรู้สึกรัก/ผูกพนั
ท่พี ่อแม่มตี อ่ ลูก ส่งผลต่อการทีไ่ ม่
(สัมผสั โอบกอด)โอบ ความสขุ สามารถรบั และให
้
สามารถถา่ ยทอดความรกั /ความ
ผกู พนั กับผูอ้ ื่น
กอดปลอบโยน ความร้สู กึ ท่ีดีกับผอู้ ่ืน
ชว่ ยเหลือเมอ่ื ลกู เขา้
มาหาและควรมอบ
ความรักความสนใจ
แสดงความช่ืนชมทนั ที ทำให้เด็กเกดิ ความภาคภูมใิ จ และ ลูกจะขาดความม่นั ใจตนเอง และขาด
เม่อื ลกู ทำดี เชน่ ยอม เกิดความเข้าใจว่า พฤติกรรมน้ันเมื่อ แรงจูงใจในการทจี่ ะทำความดอี ย่าง
ให้น้องเล่นด้วย เข้า
ได้รับคำชม ทำให้เดก็ อยากทำ ตอ่ เน่ือง
มาชว่ ยเหลือพอ่ แมท่ ำ พฤตกิ รรมนัน้ ซำ้ ๆและสามารถ
โน่นทำน
ี่ กระตนุ้ ใหล้ กู มพี ฤติกรรมที่ดตี ่อเนอื่ ง
การจดั กิจกรรมที่ จะทำใหค้ วามผกู พนั แนบแนน่ กัน กิจกรรมบางอยา่ งทีม่ คี วามรนุ แรง
เหมาะสมกบั ลกู เชน่ มากขนึ้ เสรมิ สร้างโอกาสในการ ก้าวร้าว ถา้ ไม่มีพ่อแม่คอยดูแลจัด
การเล่านทิ าน การ เรียนรขู้ องลูกไดเ้ ป็นอย่างด
ี กิจกรรมท่เี หมาะสมให้ลูก กม็ ีโอกาส
เคลื่อนไหวทางรา่ งกาย เรียนรูค้ วามรุนแรง กา้ วร้าว ทำให้
เล่นในบ้าน โดยท
่
ี เป็นคนท่มี ีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
พ่อแม่ร่วมกนั กับลกู
เมอื่ โตเปน็ ผู้ใหญ่ได
้
91คูม่ อื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ข้อแนะนำสำหรบั พ่อแม่เก่ยี วกบั การสร้างความผูกพนั
เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายกับลกู
เป็นคนอดทน ใจเย็น บางครั้งตอ้ งฝืนความเคยชนิ ให้นึกถงึ ผลดีท่จี ะเกิดขนึ้ กบั ลูก
เป็นตัวอยา่ งที่ดใี หก้ ับลูก คือ คำพูดและการกระทำอยู่ในสายตาลูก ลกู พรอ้ มทีจ่ ะซมึ ซับอยู่
ทุกเวลา
แสวงหาความรู้รอบตัวอยู่สม่ำเสมอจากโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือ จากการพูดคุยกับผู้ที่มี
ประสบการณ์หรือผ้ทู ม่ี ีความร้
ู
พบปะแลกเปล่ียนประสบการณ์ระหว่างครู, พ่อแม่, ญาติผู้ใหญ่, ซึ่งอาจได้รับคำแนะนำ
หรอื วธิ ีการทด่ี ี เพมิ่ เติม
เล้ียงดูแบบรู้จักเข้าใจเหตุผล ไม่ใช่ควบคุมหรือออกคำสั่ง ยึดความพอดีและมีความ
ยืดหยนุ่
92 คู่มอื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี
ตวั อยา่ งภาพเด็ก/ภาพแสดงความผูกพัน
93คู่มอื การจัดกจิ กรรมสำหรบั พ่อแม่เดก็ อายุ 0 – 5 ป
ี
94 คู่มอื การจดั กจิ กรรมสำหรบั พ่อแมเ่ ด็กอายุ 0 – 5 ป
ี