The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานความคืบหน้าการจัดทำรายงานการดำเนินงานอนุสัญญาสิทธิเด็ก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iandd.dcy, 2022-02-08 02:14:03

รายงานความคืบหน้าการจัดทำรายงานการดำเนินงานอนุสัญญาสิทธิเด็ก

รายงานความคืบหน้าการจัดทำรายงานการดำเนินงานอนุสัญญาสิทธิเด็ก

รายงานความก้าวหนา้
การจัดทารายงานผลการดาเนนิ งาน
ตามอนุสญั ญาว่าดว้ ยสทิ ธเิ ดก็ ฉบบั ท่ี 5 - 6

และพิธสี ารเลือกรับ

หากท่านมขี ้อสงสัยกรณุ าติดตอ่
โทร. นางสาวศริ นิ ภา ชว่ ยตรกึ ตรอง
หมายเลขโทรศัพท์ 098-262-8286

สารบญั

เรอ่ื ง / บทท่ี หนา้
วธิ กี ารดาเนินงาน
บทที่1 มาตรการท่วั ไป (ขอ้ 4, 42, 44 (6)) 6
บทท่ี 2 นิยามคาว่าเดก็ (ข้อ 1) 15
บทท่ี 3 หลักการทวั่ ไป (ข้อ 2, 3, 6, 12) 16
บทที่ 4 สิทธพิ ลเมืองและเสรีภาพ (ขอ้ 19, 24(3), 28(2), 34, 37(ก), และ 39) 18
บทท่ี 5 ความรุนแรงต่อเด็กและบทท่ี (ข้อ 19,24 (3), 28 (2), 37 (ก), 39) 20
บทท่ี 6 สภาพแวดล้อมทางครอบครวั และการเลี้ยงดูทดแทน (ข้อ 5, 9–11, 18 (1–2), 20, 23

25, และ 27(4) 27
บทท่ี 7 ความพิการ สุขภาพ และ สวัสดิการพื้นฐาน ขอ้ 6, 18(3), 23 24 26 27(1-3)) 32
บทท่ี 8 การศึกษา นนั ทนาการ และ กิจกรรมทางวัฒนธรรม (ข้อ 28-31) 35
บทท่ี 9 มาตรการปกป้องคุ้มครองพเิ ศษ (ข้อ 22, 30, 32, 33, 35, 36, 37(ข)–(ง)) 43
บทท่ี 10 การให้สตั ยาบันกฎหมายว่าด้วยสิทธมิ นษุ ยชนระหวา่ งประเทศ 44
44
บทที่ 11 ความร่วมมือกับองคก์ รระดบั ภูมภิ าคและองค์กรระหวา่ งประเทศ 46
บทท่ี 12 การติดตามและการเผยแพร่ 54
บทท่ี 13 พิธีสารเลอื กรับ เร่ือง การขายเด็ก การคา้ ประเวณเี ดก็ และสอื่ ลามกทีเ่ ก่ียวกบั เด็ก
บทท่ี 14 พิธสี ารเลอื กรับ เร่ือง ความเก่ียวพนั ของเดก็ ในความขัดแย้งกันด้วยอาวธุ

สารบญั บทแบ่งตามหน่วยงานที่รบั ผิดชอบ

เร่อื ง / บทท่ี หนว่ ยงาน หน้า

บทท1ี่ มาตรการทวั่ ไป (ข้อ 4, 42, 44 (6)) 6
7
1.1 ข้อสงวน (Reservations) สมช. มท. UNHCR 8
8
1.2 กฎหมาย ยธ. อส. สคก. พม. สตช ศาล อส 9
10
1.3 การประสานงาน (Coordination) พม. สธ. ศธ. มท. รง. 11
1.4 แผนปฏิบตั กิ ารระดบั ชาติ สศช. พม. สธ. ศธ. มท. รง. 12
1.5 การตรวจสอบท่ีเป็นอิสระ กสม. ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ 12
12
1.6 การจดั สรรทรพั ยากร สงป. พม. สธ. ศธ. มท. ยธ. รง. อปท.
1.7 การทจุ ริต ปปช. ปปท. ปปง. สตง. 13
1.8 การรวบรวมข้อมูล ดศ.(สสช.) พม.
15
1.9 การเผยแพรแ่ ละการสร้างความตระหนัก พม.
16
1.10 การฝกึ อบรม พม. สธ. ศธ. มท. ยธ. รง. อปท. 17

สภาวิชาชพี 17
17
1.11 สิทธเิ ดก็ และภาคธุรกิจ พณ. สถาบนั ไทยพัฒน์ สภาหอการค้า
18
แห่งประเทศไทย สภาอุตกรรมแห่ง 18
19
ประเทศไทย UNICEF
20
บทที่ 2 นิยามคาว่าเด็ก (ขอ้ 1)
21
พม. สธ. ศธ. มท. ยธ. รง. อส. สคก. 21
21
บทที่ 3 หลักการทั่วไป (ข้อ 2, 3, 6, 12)

3.1 การไม่เลือกปฏบิ ัติ พม. สธ. ศธ. มท. ยธ. รง.

3.2 ประโยชนส์ ูงสุดของเด็ก พม. สธ. ศธ. มท. ยธ. รง. อส. ศาล

เยาวชนฯ สตช.

3.3 สิทธใิ นการมชี ีวตอิ ยูร่ อดและการพฒั นา พม. สธ. ศธ. มท. ยธ. รง.

3.4 การเคารพความคดิ เห็นของเด็ก ศาลเยาวชน ฯ พม. สภาเด็กฯ

บทท่ี 4 สทิ ธิพลเมอื งและเสรภี าพ (ข้อ 19, 24(3), 28(2), 34, 37(ก), และ 39)

4.1 ชือ่ และสัญชาติ การรักษาเอกลักษณ์ มท.รง. สมช. UNHCR

4.2 การจดดทะเบยี นการเกิด มท. สธ.

4.3 การคมุ้ ครองความเปน็ สว่ นตวั พม. สธ. กสทช.

บทท่ี 5 ความรนุ แรงตอ่ เด็ก (ขอ้ 19,24 (3), 28 (2), 37 (ก), 39)
5.1 ห้ามลงโทษต่อร่างกายเดก็ ในบ้านและสถาน
ดแู ลเดก็
5.2 การรณรงคแ์ ละการสร้างความตะหนกั พม .สธ. ยธ. ศธ.

5.3 การทานโยบายระดบั ชาติ พม .สธ. ยธ. ศธ. มท.

5.4 ระบบการจดั เก็บและการวจิ ัย พม .สธ. ยธ. ศธ. มท.

5.5 สถติ ิทีถ่ กู ระทาความรนุ แรง พม .สธ. ยธ. ศธ. มท. ศาลเยาวชนฯ 22
5.๖ ประเด็นท้าทาย ศาลฯ อส. สตช. สปสช. อปท. 22
ยูนิเชพ UNDP

บทที่ 6 สภาพแวดลอ้ มทางครอบครัวและการเล้ยี งดูทดแทน (ขอ้ 5, 9–11, 18 (1–2), 20,

25, และ 27(4)

6.1 สภาพแวดล้อมทางครอบครัว พม. สธ. 23

6.2 การเลย้ี งดูในรูปแบบอื่น พม. ศธ. ยธ. เครอื ขา่ ยสทิ ธเิ ด็กประเทศ 23

ไทย และคณะทางานด้านเด็ก

6.3 การรับเดก็ เป็นบุตรบญุ ธรรม พม. มท. อส. 25

6.4 การละเมิดเด็กและการทอดทง้ิ พม. มท. อปท. 26

บทท่ี 7 ความพกิ าร สขุ ภาพ และ สวัสดิการพื้นฐาน ข้อ 6, 18(3), 23 24 26 27(1-3))
7.1 เด็กพกิ าร
พม. ศธ. สธ. 27

7.2 สขุ ภาพและบริการดา้ นสขุ ภาพ พม. ศธ. สธ. 28

7.3 การเลี้ยงลกู ดว้ ยนมแม่ พม. ศธ. สธ. 29

7.4 สุขภาพวัยรุน่ พม. สธ. 29

7.5 ยาเสพติดและสารเสพตดิ พม. ศธ. สธ. ปปส. 30

7.6 มาตรฐานการครองชีพ สงป. อปท. 31

บทที่ 8 การศึกษา นันทนาการ และ กจิ กรรมทางวฒั นธรรม (ข้อ 28-31)

8.1 การพฒั นาเด็กปฐมวยั ศธ. วธ. กก. 33
33
8.2 เดก็ วยั 6 -11 ปี ศธ. 33
33
8.3 การศึกษาทวิภาคี ศธ.
34
8.4 มาตรการปรับปรุงคุณภาพการศกึ ษาและ ศธ. 34

ผลลัพธก์ ารศึกษา 35
36
8.5 การเขา้ เป็นภาคี UNESCO ศธ. กต. 36

8.6 ข้อมูลสถติ ิ ศธ. วธ. กก.

บทที่ 9 มาตรการปกป้องคุ้มครองพิเศษ (ข้อ 22, 30, 32, 33, 35, 36, 37(ข)–(ง))

9.1 เดก็ ลภี้ ยั และผูแ้ สวงหาแหล่งพักพงิ สมช. มท. รง. กห. สตช. พม. UNHCR

9.2 เดก็ ในสถานการณก์ ารโยกยา้ ยถ่นิ ฐาน สมช. มท. รง. กห. สตช. พม. UNHCR

9.3 การแสวงประโยชนท์ างเศรษฐกิจและแรงงานเด็ก สมช. มท. รง. กห. สตช. พม. UNHCR

9.4 การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและการ รง. สตช. พม. กก. UNHCR 37
ละเมดิ เด็ก

9.5 สายดว่ นใหค้ วามช่วยเหลือ พม. 38
9.6 เดก็ ในกระบวนการยตุ ิธรรม ยธ. สตช. อส. ศาล 39
9.7 เด็กท่ตี กเป็นเหยือ่ และพยานเดก็ พม. ยธ. สตช. อส. ศาล 40
9.8 เด็กชนกลุ่มน้อยหรือกลมุ่ ชนพนื้ เมือง มท. สมช. ยธ. พม. ศธ. สธ. 41

9.9 เดก็ ในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย กอ.รมน. สตช. ศอ.บต. มท. สมช. ยธ. 41

พม. ศธ. สธ. 44

บทที่ 10 การให้สัตยาบันกฎหมายวา่ ดว้ ยสทิ ธิมนุษยชนระหวา่ งประเทศ 44

บทที่ 11 ความร่วมมือกบั องค์กรระดบั ภมู ภิ าคและองคก์ รระหว่างประเทศ 46
46
กต. พม. 47
47
บทที่ 12 การติดตามและการเผยแพร่ 47
48
พม.
49
บทท่ี 13 พิธีสาร เร่ือง การขายเด็ก การค้าประเวณีเด็ก และสื่อลามกทีเ่ กี่ยวกับเด็ก
49
13.1 ข้อมลู พม. สตช. ยธ. พส. สธ. ศาล อส.
51
13.2 กฎหมาย ศาลฯ อส. ยธ. 52
53
13.3 แผนปฏิบตั ิการระดับชาติ พม. สตช. ยธ. พส. สธ. ศาล อส. 53

13.4 การประสานงานและการประเมิน 53
53
13.5 การเผยแพร่และการส่งเสรมิ ความตระหนักรู้ พม. สตช. ยธ. พส. สธ. ศาล อส.
54
13.6 การปอ้ งกนั การขายเด็ก การคา้ ประเวณเี ด็ก พม. 55
56
และส่อื ลามกทเี่ กยี่ วกับเด็ก 57
58
13.7 การทอ่ งเที่ยวเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ กก. รง. มท. สตช. พม.
58
จากเด็ก
59
13.8 การห้ามการขายเด็ก สือ่ ลามกที่เกีย่ วกับเด็ก พม. สตช. ยธ. พส. สธ. ศาล อส. 59

และการคา้ ประเวณีเดก็

13.9 การคมุ้ ครองสิทธขิ องเดก็ ทตี่ กเปน็ ผูเ้ สยี หาย พม. สตช. ยธ. พส. สธ. ศาล อส.

13.10 การดาเนนิ คดีและการลงโทษ สตช.ยธ. มท.

13.11 โทรศพั ท์สายดว่ น พม.

13.12 ความช่วยเหลือและความร่วมมือระหว่าง กต. พม.

ประเทศ

13.13 การตดิ ตามผลและการเผยแพร่

13.14 รายงานฉบับต่อไป

บทท่ี 14 พิธสี ารเลอื กรับ เร่อื ง ความเกย่ี วพันของเด็กในความขดั แยง้ กันทางอาวธุ

14.1 มาตรการท่ัวไป อส.

14.2 การป้องกนั กห.

14.3 การห้ามและเรอื่ งทเี่ กี่ยวขอ้ ง กห.

14.4 การคุ้มครอง ฟน้ื ฟแู ละการกลบั คนื ส่สู ังคม กห.

14.5 การจับกุมและกักขังเด็กภายใต้ พรบ. กห.

ฉุกเฉิน

14.6 ความช่วยเหลือและความร่วมมือระหว่าง กห. กต.

ประเทศ

14.7 การตดิ ตามและเผยแพร่ พม. กห.

14.8 รายงานฉบับตอ่ ไป กห. กต.

ขั้นตอนท่ี 1 วิธกี ารดาเนนิ งาน
ขนั้ ตอนที่ 2
ขั้นตอนที่ 3 ศกึ ษาคาแนะนาการรายงานของคณะกรรมการ

ขั้นตอนท่ี 4 สรุปและวเิ คราะหป์ ระเด็นการดาเนินงาน /ประเดน็ ปัญหาทส่ี าคัญท่ีคณะกรรมการให้
ความสาคญั และเคยให้ความเห็นหรือ ขอ้ เสนอแนะ
ขน้ั ตอนที่ 5
ขั้นตอนที่ 6 ศึกษาวิเคราะหโ์ ดย พิจารณาข้อมลู ท่ีคณะอนกุ รรมการคณะตา่ งๆ ได้มีการประชมุ กาหนด
ประเด็นการรายงาน และได้รวบรวมขอ้ มลู ให้ข้อมูล รวมถึงศึกษารายงานฉบับกอ่ นๆ ของ
ประเทศไทยทนี่ าเสนอต่อคณะกรรมการ

กาหนดแนวทางและประเด็นการเขียนเพอ่ื ให้ตรงกบั ประเด็นความสนใจของคณะกรรมการ
ในการดาเนินงานของประเทศไทย และใหส้ อดคล้องกับแนวทางการเขียนรายงานตาม
คาแนะนาของคณะกรรมการ

ตรวจสอบความถูกต้อง (และความเหมาะสม) ของรายงาน และความถกู ต้องของขอ้ มลู
(เสนอต่อคณะอนกุ รรมการกรรมการ)

ตรวจสอบความสอดคล้องและความซ้าซอ้ นของรายงานรวมถึงภาษาของรายงาน

(ฉบับสดุ ท้ายที่ตอ้ งเผยแพรต่ ่อประชาชน)

6

บทท่ี 1 มาตรการทัว่ ไป (ข้อ 4, 42, 44 (6))

1.1 การถอนข้อสงวน ข้อ 22

10. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีถอนข้อสงวนของอนุสัญญา ข้อ 22 และดาเนินมาตรการ

ท่ีจาเปน็ ท้ังปวงเพอื่ คุม้ ครองสทิ ธแิ ละชว่ ยเหลอื เดก็ ผ้ลู ภี้ ัยและเด็กผ้แู สวงหาแหล่งพกั พงิ ในประเทศ]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ต้ังแตป่ ี 2555 – ปัจจบุ นั

1.1.1 การศึกษาความเป็นไปได้  ประเทศไทยอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าเป็นภาคี
ในการถอนข้อสงวน อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยซึ่งครอบคลุ มเรื่ องเด็ กลี้ ภั ย
โดยมีสานกั งานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้รบั ผิดชอบ

 รัฐบาลร่วมกับ UNHCR ดาเนินการพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัย และ
ดาเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ลี้ภัยตามแนว
ชายแดน และมกี ารดาเนนิ การสง่ กลับแดนมาตุภูมโิ ดยความสมัครใจ

1.1.2 รูปแบบ/สถานการณ์ลี้ภัย  การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทาให้เกิดสถานการณ์การเคลื่อนย้าย
ทเี่ ปลี่ยนไป ประชาชากรจากประเทศเพื่อนบ้านเปล่ยี นไป เชน่ การเขา้ มาทางานทั้งท่ีถูก
กฎหมาย และลักลอบเข้าเมือง รวมทั้งการเข้าเมืองขอบชาวโซมาเลีย

และชาวโรฮิงญา

1.1.3 มติ ครม./นโยบาย/  กระบวนการ/ระบบคัดกรอง ตาม มติ ครม. เมื่อ 10 มกราคม 2560
มาตรการความกา้ วหน้า เร่อื งระบบการจัดการผู้หลบหนีเขา้ เมือง ผูล้ ภ้ี ัย

กระบวนการ ระบบคัดกรอง  มาตรการการค้มุ ครองเดก็ ของสานักงานตรวจคนเข้าเมือง
ผลู้ ้ีภัย  สภาพของหอ้ งกกั ของตม.
 มาตรการให้เด็กอยู่นอกสถานกัก เช่น การประกันตัวเด็กอายุต่ากว่า
15 ปี) เช่น การส่งเด็กให้อยู่ในการคุ้มครองสวัสดิภาพขององค์กรพัฒนา
เอกขน บา้ นพักเด็กและครอบครัว

 ปัญหาอปุ สรรค เชน่ เด็กไม่มีสถานะบคุ คล กระบวนการพิจารณา
สถานะผ้ลู ี้ภัยคอ่ นขา้ งนาน ขาดการบริการช่วยเหลอื ทางกฎหมาย การ
หลบหนขี องผ้ลู ีภ้ ยั การจดั หาล่าม

 การศึกษามาตรการทางเลือกก่อนการกักตวั โดยมหาวิทยาลัยเชยี งใหม่

1.1.4 สถิติผู้ล้ีภัยจาแนกตาม  สถติ ผิ ูล้ ้ภี ัย UNHCR และเนน้ ไปทผ่ี ้ลู ีภ้ ัยกลุม่ ใหม่
สัญชาติ เพศ
1.1.5 อา้ งอิงไปยงั
บทที่ 9 หวั ขอ้ ผู้ลีภ้ ยั

7

1.2 กฎหมาย

12. [คณะกรรมการเสนอแนะใหร้ ฐั ภาคีดาเนินมาตรการเพอื่ ทบทวนกฎหมายทีม่ ีอย่ใู นปจั จุบันต่อไป
เพอ่ื ให้สอดคล้องกับหลักการและบัญญัติของอนุสญั ญาฉบบั น้ี คณะกรรมยงั ขอกระตุ้นใหร้ ัฐภาคดี าเนนิ มาตรการท่ี
เหมาะสมเพ่อื ประกนั ว่าจะมกี ารนากฎหมายของชาตไิ ปดาเนินการใหเ้ กดิ ประสทิ ธิผลอย่างเต็มทที่ กุ ระดับ และ
ขอใหท้ บทวนพระราชบญั ญตั ิคุ้มครองเดก็ พ.ศ. 2546 และให้นาเสนอแนวทางการปฏิบตั ทิ ่ีชัดเจนสาหรับการ
ดาเนนิ การปฏิบัติ เพือ่ ให้คมุ้ ครองสิทธเิ ด็กไดด้ ีย่ิงข้นึ ]

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตง้ั แต่ปี 2555 – ปัจจุบัน
1.2.1 การทบทวนกฎหมาย
ท่มี ีอยู่  มแี ผนการปรบั ปรงุ แก้ไขกฎหมายของคณะอนุกรรมการปรับปรงุ
1.2.2 การบงั คับใชก้ ฎหมาย กฎหมายใหส้ อดคลอ้ งกับรัฐธรรมนูญและอนสุ ญั ญาว่าด้วยสทิ ธเิ ด็ก
 มกี ารปรบั ปรุงกฎหมายแลว้ ..... ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณา .....
ฉบบั และอย่รู ะหว่างการยกร่าง ...... ฉบบั

 พระราชบัญญัติส่งเสริมเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550 และ
พระราชบัญญตั คิ ้มุ ครองเด็ก พ.ศ.2546

พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ 2550
ดาเนินการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน อยา่ งเปน็ รูปธรรม โดยการ
ส่งเสริมให้สภาเด็กและเยาวชน ในระดับต่างๆ และให้ บ้านพักเด็กและ
ครอบครัวร่วมกับท้องถิ่น/อบต. สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้ง สภา
เด็กและเยาวชนในระดับตาบล

 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546มีการทบทวนการบังคับใช้
พ.ร.บ.ค้มุ ครองเด็กฯ ระยะ 10 ปี พบปญั หาว่า
 กฎหมายเดิมเน้นใช้อานาจ เปล่ียนเป็นการมีส่วนร่วมและการรับฟัง
ความคิดเห็นและความต้องการของเด็ก ยกเว้นอาจใช้อานาจศาลได้ใน
บางกรณี
 กฎหมายเดิมเน้นประโยชน์สูงสุดเฉพาะในมาตรา 22 เปลี่ยนเป็น
บญั ญตั ไิ วเ้ ปน็ หลกั การในทุกขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิต่อเดก็
 กฎหมายเดมิ เนน้ ความปลอดภยั ของเด็ก เปลยี่ นเปน็ ความสามารถของ
บคุ คลแวดล้อมเดก็
 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวธิ ีพิจารณาคดีเยาวชน
และครอบครวั พ.ศ. 2553

- แกไ้ ขคานยิ ามกาหนดอายุเด็ก
- แก้ไขอายุข้ันต่าของเด็กในการรับผิดทางอาญาจาก 10 ปี เป็น 12 ปี
โดยกระทรวงยตุ ธิ รรมอยู่ระหวา่ งการนาเสนอการแกไ้ ขดังกลา่ ว

8

1.3 การประสานงาน
14. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีประกันว่าจะมีการประสานงานดียิ่งขึ้นระหว่างหน่วยงาน

ต่าง ๆ และคณะกรรมการต่าง ๆ ที่มีหน้าท่ีพัฒนานโยบายสิทธิเด็ก และการนานโยบายสิทธิเด็กไปปฏิบัติ
ซึ่งรวมถึงหนว่ ยงานและคณะกรรมการภายใตก้ ระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ คณะกรรมการ
เสนอแนะให้รัฐภาคีกาหนดหน่วยท่ีสามารถเป็นแกนนาและดูแลงานโดยรวมให้เกิดผล เพื่อตรวจสอบติดตามการ
ดาเนินงานและการประเมินผลกิจกรรมเก่ียวกับสิทธิเด็กครอบคลุมกระทรวงต่าง ๆ และครอบคลุมจากระดับ
ส่วนกลางไปถึงท้องถิ่น คณะกรรมการเสนอแนะให้จัดทานโยบายเก่ียวกับสิทธิเด็กเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนา
แผนงานและโครงการและจัดต้ังระบบตรวจสอบตดิ ตาม และประเมินผล]

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ต้ังแต่ปี 2555 – ปัจจบุ นั
1.3.1 ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร  มีการจัดต้ังกรมกิจการเด็กและเยาวชน ทาหน้าที่เป็นหน่วยงาน
ประสานงานและกากบั ดแู ล ประสานงานหลักด้านเด็กและเยาวชนของประเทศไทย และเป็น
ส า นั ก ง า น เ ล ข า นุก า ร ข อ งค ณ ะ ก ร ร ม ก าร ส่ง เ สริ ม ก าร พั ฒ นา เด็ ก และ
เยาวชนแห่งชาติ และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ รวมทั้งการ
ประสานกับกระทรวงต่าง ๆ ในการขับเคล่ือนงานด้านเด็กและเยาวชนใน
ระดับชาติ ระดับจังหวดั และระดับทอ้ งถ่ิน

1.3.2 นโยบายด้านสทิ ธเิ ด็ก  มีการจัดทาแผนงานสิทธิเด็กผนวกรวมกับแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน
แห่งชาติ พ.ศ. 2555 – 2559 ซึ่งนาเอาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ
สทิ ธิเด็กแห่งสหประชาชาติเป็นกรอบในการจดั ทาแผนงานสิทธิเดก็
ต่อมาเพื่อให้สิทธิเด็กเป็นประเด็นเฉพาะ จึงได้จัดทายุทธศาสตร์การ
คมุ้ ครองเด็ก พ.ศ. 2560 – 2564 เพอ่ื เป็นกรอบการดาเนินงานให้แก่ส่วน

ราชการระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับท้องถ่ิน โดยใช้ข้อเสนอแนะ

ของคณะกรรมการ ฉบบั ที่ 13 เป็นกรอบในการพัฒนายุทธศาสตร์

1.4 แผนปฎิบัติการระดบั ชาติ

16. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนินมาตรการที่จาเป็นเพ่ือดาเนินแผนงานด้านข้อมูลและการ
สื่อสารท่ีเหมาะสม รวมทั้งการรณรงค์เพ่ือสร้างเสริมความตระหนักของสาธารณชนรวมถึงเด็กเกี่ยวกับหลักการ
และบทบัญญัติของอนุสัญญาฉบับนี้ คณะกรรมการสนับสนุนให้รัฐภาคีเร่งรัดความพยายามในการเผยแพร่ข้อมูล
เก่ียวกับอนุสัญญาฉบับน้ีให้แก่ผู้ปกครอง สาธารณชนในวงกว้างกว่าเดิม และเด็ก รวมท้ังการใช้ส่ือท่ีเหมาะสมกับ
เด็กในชุมชนที่มีสถานะทางสังคม-เศรษฐกิจ และสังคม-วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ตลอดจนผู้ออกกฎหมาย
และผพู้ พิ ากษาโดยประกันวา่ หลักการและบทบญั ญัติของอนสุ ญั ญาฉบับนี้ได้มีการนาไปประยุกต์ใชใ้ นกระบวนการ
ทางกฎหมายและนิติบัญญัติ คณะกรรมการสนับสนุนเพ่ิมเติมให้รัฐภาคีแสวงหาความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ
จากองคก์ ารกองทนุ เพือ่ เดก็ แหง่ สหประชาติ (ยูนิเซฟ) สานกั งานข้าหลวงใหญ่เพ่อื สิทธมิ นษุ ยชนแห่งสหประชาชาติ
(โอเอช็ ซีเอช็ อาร)์ และสหภาพรฐั สภาระหว่างประเทศ (ไอพีย)ู และหน่วยงานต่าง ๆ]

9

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี 2555 – ปัจจบุ นั

1.4.1 การประเมินแผนดา้ นเด็ก  การประเมนิ ผลแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2555 –
ปี 2555 – 2559
2559 พบว่า กลไกการบริหารแผนฯ ระดบั นโยบายและระดับปฏิบตั มิ ีการ

ทางานและผลการดาเนนิ งานทสี่ อดคล้องกับแผนฯ และเป็นไปตาม

เปา้ ประสงค์ของยทุ ธศาสตร์ โดยมีขอ้ เสนอแนะ ดังนี้ ควรเป็นแผนบูรณา

การระดับกระทรวง เนน้ การมีสว่ นรว่ มจากทุกภาคสว่ น และในระดบั พ้ืนที่

ปรับใหม้ ีโครงสร้างที่รับผิดชอบงานด้านเดก็ และเยาวชนในจงั หวดั ให้

ชัดเจน รวมทั้ง ผวู้ ่าราชการจังหวดั ควรส่งเสรมิ และกระตนุ้ ให้ทกุ ฝ่าย

ระดมสรรพกาลังเพ่อื พฒั นาเด็กและเยาวชนในจงั หวัด และสร้างเปน็ วาระ

ของจังหวดั ตลอดจนองคก์ ารปกครองสว่ นท้องถนิ่ ควรจดั ทาแผนพฒั นา

เด็กและเยาวชนในระดับท้องถ่นิ ซ่งึ รปู แบบของแตล่ ะแผนขึ้นอยูก่ ับบริบท

ของท้องถนิ่ น้ัน ๆ

1.4.2 การพฒั นาแผนใหม่  ร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2564 อยู่
ปี 2560 – 2564 ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรี

วิสัยทัศน์ “เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตท่ีดี เหมาะสมตามช่วงวัย เป็น

พลเมืองสรา้ งสรรค์ และมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาสังคม” ประกอบดว้ ย 4

ยทุ ธศาสตร์ คอื ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 การเสรมิ ศกั ยภาพและสรา้ งภมู ิคุม้ กนั เด็ก

และเยาวชน ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การพัฒนากลไกสภาพแวดล้อมในการ

ดารงชีวิตของเด็กและเยาวชน ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การระดับสรรพกาลังและ

ทรัพยากร และยุทธศาสตร์ที่ 4 การติดตามประเมินผลและการสร้าง

ความรู้

 แผนบูรณาการคนตลอดช่วงชวี ิตฯ
 แผนการพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ฯ

 แผนการพฒั นาเดก็ วัยร่นุ

1.5 การตรวจสอบทเ่ี ป็นอสิ ระ

18. [ คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนินมาตรการเพ่ือปรับปรุงความตระหนักเก่ียวกับ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก และส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับงานของ
คณะกรรมการสทิ ธมิ นุษยชนแห่งชาติ นอกจากนี้ คณะกรรมการกระต้นุ ให้รฐั ภาคจี ัดตัง้ หน่วยงานพิเศษเพ่ือให้เด็ก
เข้าถึงได้ง่าย และจัดสรรทรัพยากรบุคคล วิชาการ และการเงินเพื่อให้หน่วยงานนี้สามารถรับ ข้อร้องเรียน และ
รับมือเก่ียวกับการละเมิดสิทธิเด็กโดยที่รักษาความลับได้อย่างเหมาะสม คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีจัดต้งั
สานักงานในภูมิภาคเพื่อท่ีจะเสริมสร้างการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ท่ัวถึงทั้ง
ประเทศ]

10

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตั้งแต่ปี 2555 – ปจั จบุ นั
1.5.1 ค ก ก . สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น
แห่งชาติ (คณะอนุกรรมการท่ี  มีคณะอนุกรรมการท่ีเก่ียวข้องกับเด็ก โดยมีการต้ังคณะอนุกรรมการ
กากบั ดแู ลดา้ นเดก็ ) ชุดตา่ ง ๆ เชน่ เรอ่ื งรอ้ งเรยี น อย่างไรก็ตามยังคงมเี ร่อื งรอ้ งเรยี นท่ีเก่ียวกับ
เด็กค่อนข้างน้อย จานวน 65 เร่อื ง

1.5.2 รายงานผลการ  รายงานประจาปี 2555 – 2559
ดาเนินงานของคณะกรรมการ
สิทธฯิ
1.5.3 การส่ือสารความสาคัญ
ของคณะกรรมการสิทธิฯ กับ
สงั คม
1.5.4 การร้องเรียนที่เป็นมิตร
ต่อเด็ก  การเข้าถึงกรรมการฯ : มีหลายช่องทาง เช่น โทรศัพท์ email การตั้ง
หนว่ ยงานใน 4 ภมู ิภาค

 การดาเนินงานตามพันธกรณี (เดก็ สามารเขยี นข้อร้องเรยี นถงึ

หนว่ ยงานพิเศษเพื่อให้เด็กเขา้ ถึงได้ง่าย : สานกั คมุ้ ครอง มกี ล่มุ งานแยก
ตามประเภทสิทธิ และมีกลุ่มสทิ ธิเด็กโดยเฉพาะ

ความคบื หนา้ ของกระบวนการติดต่อร้องเรียน
1.5.5 เครือข่ายกสม.ในส่วน คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแห่งชาติไดโ้ ดยตรง และคณะกรรมการ
ภมู ิภาค สทิ ธฯิ ได้รว่ มกบั เครอื ข่ายในระดับพ้นื ท่ี
1.5.6 สถติ ขิ อ้ รอ้ งเรียนของเด็ก จานวนเร่ือง ประเภทคารอ้ ง การเสริมสร้างความร้)ู

1.6 การจัดสรรทรพั ยากร

19. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีจัดทางบประมาณประจาปีโดยนาข้อเสนอแนะของ
คณะกรรมการท่ีแจ้งต่อที่ประชุมในวันท่ีจัดอภิปรายทั่วไปเม่ือ พ.ศ. 2550 เกี่ยวกับ “ทรัพยากรเพื่อสิทธิเด็ก – ความ
รับผดิ ชอบของรัฐ” (the Day of General Discussion in 2007 on Resources for the Rights of the Child –
Responsibility of States) มาพิจารณาและทีพ่ งึ กระทาเป็นการเฉพาะคือ

(ก) จดั สรรงบประมาณให้เพียงพอเท่าที่เป็นไปไดม้ ากที่สุดให้สอดคลอ้ งกับบทบัญญัติข้อ 4 ของอนุสัญญา
เพ่ือดาเนินงานสทิ ธิเด็กและโดยเฉพาะอย่างยงิ่ การเพ่มิ งบประมาณให้แก่ภาคสังคม

(ข) สร้างขีดความสามารถต่อการใช้แนววิธีการท่ีเน้นประเด็นสิทธิเด็ก (a child rights approach)เพ่ือ
พิจารณาจัดสรรงบประมาณประจาปี และดาเนินการให้มีระบบสืบค้น ตรวจสอบติดตาม และประเมินผล การ
จัดสรรและการใช้จ่ายงบประมาณสาหรับเด็กโดยทุกภาคส่วนและหน่วยงานในระดับท้องถ่ินตลอด กระบวนการ
งบประมาณ ซ่ึงจะทาให้เห็นภาพรวมการลงทุนสาหรับเด็ก คณะกรรมการกระตุ้นให้ใช้ระบบการติดตามนี้สาหรบั
การประเมินผลกระทบต่าง ๆ (Impact assessments) ต่อประเด็นทีว่ ่าทาอยา่ งไรให้การลงทนุ จากทกุ ภาคหรือใน
ระดับส่วนท้องถ่ินเอื้อประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก ท้ังน้ีกาหนดให้มีการวัดผลกระทบของการลงทุนดังกล่าวในมิติ
เดก็ ชายและเด็กหญงิ ด้วย

(ค) ประเมนิ ความตอ้ งการงบประมาณอย่างครอบคลุม และจดั สรรงบประมาณให้ชดั เจนสาหรับงานท่ีช่วย
แก้ไขความไม่เสมอภาคและความเหล่ือมล้าในตัวชี้วัดต่าง ๆ ตามลาดับ อาทิ เพศ ภาวะทุพลภาพ สุขภาพ การศึกษา
มาตรฐานการครองชพี และท่ตี ้ังทางภมู ิศาสตรท์ ่ีเกี่ยวข้องกบั สทิ ธเิ ดก็

(ง) นิยามแนวงบประมาณเชิงกลยุทธ์และการจัดสรรงบประมาณให้แก่เด็กด้อยโอกาสหรือเด็กใน
สถานการณ์เปราะบางของภาคสว่ นและท้องถ่นิ ซึ่งอาจต้องกาหนดมาตรการทางสังคมช่ัวคราว รวมทั้งการปฏบิ ัติ
ในเชิงเน้นย้า และประกันว่า แนวงบประมาณเชิงกลยุทธ์และการจัดสรรงบประมาณจะมีการดาเนินการแม้ใน
สถานการณ์วกิ ฤติเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ หรือในสถานการณฉ์ ุกเฉินอืน่ ๆ]

11

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตง้ั แต่ปี 2555 – ปจั จุบัน
1.6.1 มาตรการและสถิติการ  ยทุ ธศาสตรก์ ารจัดสรรงบประมาณ ปี 2555 – 2559
จดั สรรงบประมาณ
 การจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสขุ ด้านการศึกษา

 กองทุนท่ีเกีย่ วขอ้ ง เช่น กองทุนตา่ งๆ เช่น กองทนุ ค้มุ ครองเด็ก
กองทนุ ต่อต้านการค้ามนุษย์ กองทนุ สง่ เสริมคุณภาพชีวติ กองทุนคณุ ภาพ
ชีวติ คนพิการ กองทุนเยยี วยาภาคใต้ กองทุนคุ้มครองผู้เสยี หาย

1.6.2 การจดั สรรงบประมาณ  แผนชุมชนทรี่ ะบุความเช่ือมโยงกับแผนระดับตาบล จงั หวดั และกลุ่ม
ของอปท. จังหวัด : โครงสร้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเดก็ และ พ.ร.บ. ส่งเสรมิ ฯ (ดย.

เพมิ่ เติมข้อมลู เก่ียวกบั แนวทาง/โครงการสง่ เสริมการดาเนินงานของสภา
เดก็ และเยาวชน)
1.6.3 การจัดสรรงบประมาณ  ขอ้ มูลผลการดาเนินงานของ สอ.ดย. (องค์กรภาคเอกชน ภาคธรุ กจิ )
ขององคก์ รภาคเอกชน
1.6.4 การจัดสรรงบประมาณ  ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งานสอดย. (องคก์ รภาค
ขององค์กรภาคธุรกจิ ธรุ กิจ ภาคเอกชน)

1..6.5 การศกึ ษาวจิ ัยการจัดสรร  การศกึ ษาการจดั สรรงบประมาณโดยองคก์ ร UNICEF
งบประมาณเชงิ กลยุทธ์

1.7 การทจุ รติ
21. [คณะกรรมการกระต้นุ ให้รัฐภาคีเพม่ิ ความพยายามในการตอ่ สู้กบั ปญั หาการทุจริตในทกุ ระดับ

และทุกภาคสว่ น รวมทง้ั พฒั นาและดาเนนิ การป้องกันและปราบปรามการทุจรติ ท่ีจริงจงั จัดให้มีการรณรงค์
ตอ่ ตา้ นการทุจริตและการเพม่ิ ความสามารถเชิงสถาบันในการตรวจหา สืบสวน และการดาเนินคดีกรณีทุจริต]

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ต้งั แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปัจจุบัน
1.7.1 กฎหมายการดาเนินงาน  พ.ร.บ. วธิ พี ิจารณาคดที ุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559
คดีกับเจา้ หน้าที่
 คาส่ัง คสช. 46/59 คดคี ้ามนษุ ย์

1.7.2 การรณรงค์  สถติ ิข้อมลู การดาเนนิ คดีในภาพรวม ผลการลงโทษผู้กระทาผิด

 เปล่ียนแปลงทัศนคติของสังคม ไม่ยอมใจกว้างรับการทุจริตคอรัปชั่น
นโยบายหลกั ของรัฐบาลถือว่าเป็นภารกิจหลักของทุกหน่วยงาน

 การรณรงค์ผ่านสถาบนั การศึกษา

 มีการปราบปรามและประชาสัมพันธ์ผลการดาเนินงานต่อประชาชนอย่าง
ต่อเนอ่ื ง เพือ่ ให้เห็นวา่ ผ้ทู ุจริตจะตอ้ งรบั โทษ
1.7.3 ก า ร ด า เ นิ น ค ดี กั บ  ความก้าวหนา้ กฎหมายขา้ ราชการทุจริต และการดาเนนิ คดี
เจ้าหน้าที่
1.7.4 การเยยี วยาผูเ้ สียหาย
1.7.5 ส ถิ ติ ผ ล ส า ร ว จ /ก า ร  สถติ ิข้อมูลการดาเนนิ คดีในภาพรวม ผลการลงโทษผู้กระทาผดิ
ดาเนินคด/ี การเยยี วยา

12

1.8 การรวบรวมขอ้ มลู

24. [คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคีสร้างขีดความสามารถ และจัดทาระบบการจัดเก็บและรวบรวม

ขอ้ มลู ที่ครอบคลุมซึง่ ใช้วิเคราะห์และประเมินข้อมูลเกีย่ วกับความก้าวหน้าในการดาเนินการด้านสิทธิเด็ก และ

ขอ้ มูลพ้นื ฐานสาหรับกาหนดแนวนโยบายและแผนงานเพื่อดาเนินการตามบทบัญญัตขิ องอนสุ ญั ญา ขอ้ มลู ควร

จาแนกตามอายุ เพศ ตาแหนง่ ภมู ิศาสตร์ ชาติพนั ธ์ุ และภูมิหลงั ทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมของเดก็ ทกุ คน]

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตัง้ แต่ปี 2555 – ปจั จบุ ัน
1.8.1 MICS
 โครงการสารวจสถานการณ์เด็กในประเทศไทย ข้อมูลทั้งใน
ระดบั ประเทศและระดับจังหวดั (26 จงั หวัด) โดยไดร้ ับการสนับสนนุ ทาง
การเงินจากองค์การยูนิเซฟประเทศไทย และความร่วมมือจากหน่วยงาน
กระทรวงต่างๆ ที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาสังคมและส่ิงแวดล้อมให้กับเด็ก
ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุ ษย์
กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข รวมท้ังหน่วยงานระหว่าง
ประเทศอ่นื ๆ ในองค์การสหประชาชาติ
1.8.2 โ ค ร ง ก า ร ต้ น แ บ บ  งานวจิ ัยโครงการต้นแบบฐานขอ้ มูลการคมุ้ ครองเดก็
สารสนเทศการคมุ้ ครองเด็ก  ศนู ยช์ ่วยเหลอื สังคม

 ศนู ย์พ่ึงได้

1.9 การเผยแพร่และการสร้างความตระหนกั

26. คณะกรรมการเสนอแนะใหร้ ัฐภาคีดาเนินมาตรการทีจ่ าเป็นเพ่ือดาเนนิ แผนงานด้านข้อมูลและการส่ือสาร
ที่เหมาะสม รวมทั้งการรณรงค์เพ่ือสร้างเสริมความตระหนักของสาธารณชนรวมถึงเด็กเก่ียวกับหลักการและ
บทบัญญัติของอนุสัญญาฉบับนี้ คณะกรรมการสนับสนุนให้รัฐภาคีเร่งรัดความพยายามในการเผยแพร่ข้อมูล
เก่ียวกับอนุสัญญาฉบับน้ีให้แก่ผู้ปกครอง สาธารณชนในวงกว้างกว่าเดิม และเด็ก รวมท้ังการใช้สื่อท่ีเหมาะสมกบั
เด็กในชุมชนท่ีมีสถานะทางสังคม-เศรษฐกิจ และสังคม-วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ตลอดจนผู้ออกกฎหมาย
และผูพ้ พิ ากษาโดยประกนั ว่าหลกั การและบทบัญญัติของอนสุ ญั ญาฉบับน้ีไดม้ กี ารนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นกระบวนการ
ทางกฎหมายและนิติบัญญัติ คณะกรรมการสนับสนุนเพ่ิมเติมให้รัฐภาคีแสวงหาความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ
จากองค์การกองทุนเพือ่ เด็กแหง่ สหประชาติ (ยูนเิ ซฟ) สานกั งานขา้ หลวงใหญ่เพ่ือสทิ ธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
(โอเอ็ชซีเอ็ชอาร์) และสหภาพรฐั สภาระหวา่ งประเทศ (ไอพียู) และหนว่ ยงานตา่ ง ๆ

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตงั้ แตป่ ี 2555 – ปจั จบุ ัน
1.9.1 แผนงานด้านข้อมูลและ
การสื่อสาร
1.9.2 การสร้างความตระหนัก
เกยี่ วกบั สิทธิเดก็

1.10 การฝึกอบรม
26. [คณะกรรมการเสนอแนะใหร้ ัฐภาคดี าเนินมาตรการทีจ่ าเป็นเพอ่ื ดาเนินแผนงานดา้ นข้อมูลและ

การส่ือสารท่ีเหมาะสม รวมทั้งการรณรงค์เพ่ือสร้างเสริมความตระหนักของสาธารณชนรวมถึงเด็กเก่ียวกับ
หลักการและบทบัญญัติของอนุสัญญาฉบับน้ี คณะกรรมการสนับสนุนให้รัฐภาคีเร่งรัดความพยายามในการ
เผยแพรข่ อ้ มลู เกีย่ วกบั อนสุ ญั ญาฉบบั นีใ้ หแ้ ก่ผู้ปกครอง สาธารณชนในวงกวา้ งกว่าเดิม และเด็ก รวมท้งั การใชส้ ่ือที่
เหมาะสมกับเด็กในชุมชนท่ีมีสถานะทางสังคม-เศรษฐกิจ และสังคม-วัฒนธรรมท่ีแตกต่างกัน ตลอดจนผู้ออก
กฎหมายและผู้พิพากษาโดยประกันว่าหลักการและบทบัญญัติของอนุสัญญาฉบับน้ีได้มีการนาไปประยุกต์ใช้ใน
กระบวนการทางกฎหมายและนิติบัญญัติ คณะกรรมการสนับสนุนเพิ่มเติมให้รัฐภาคีแสวงหาความช่วยเหลือ

13

ทางด้านวิชาการจากองค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาติ (ยูนิเซฟ) สานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน

แห่งสหประชาชาติ (โอเอ็ชซีเอช็ อาร)์ และสหภาพรฐั สภาระหวา่ งประเทศ (ไอพียู) และหน่วยงานตา่ ง ๆ]

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตั้งแตป่ ี 2555 – ปจั จุบนั
1.10.1 ประเภทการอบรม  การพฒั นา การปกป้องคุ้มครอง และการค้มุ ครองสวัสดภิ าพ

 หลกั สตู รและโครงการการฝกึ อบรม
- พัฒนาศักยภาพบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม “หลักสูตรพัฒนา
ศักยภาพอัยการให้เช่ียวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก”: ต่อยอดไปผู้รักษา
กฎหมาย เช่น ตารวจ (กองบัญชาการศึกษาของตารวจ : การคุ้มครองไป
อยู่ในหลักสูตร อบรมครูฝึกและอาจารย์ และนาเน้ือหาเข้าไปในหลักสูตร
:พนักงานสัญญาบัตร : สมาคมพนักงานสอบสวน (ขอขอ้ มูลยนู เิ ซฟ)
- กรมคุ้มครองสิทธิ : เครื่องมือการเรียนรู้เด็ก ประเด็นหลักสิทธิมนุษยชน
เกมการด์
1.10.2 สถิติการอบรม
 บคุ คลากรในกระบวนการยตุ ธิ รรม
- ศาล
- อัยการ
- ตารวจ
- ทหาร
- เจ้าหน้าที่กรมพินิจและคมุ ประพฤติ
- พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย
พ.ร.บ.คมุ้ ครองเด็กฯ
พ.ร.บ.ป้องกนั และปราบปรามการคา้ มนษุ ย์
พ.ร.บ.คุม้ ครองผ้ถู กู กระทาด้วยความรุนแรงฯ

 บคุ คลากรด้านสาธารณสขุ (นายแพทย์ พยาบาล)

 บุคคลากรด้านการศกึ ษา (ครู)
 บคุ คลากรด้านสวสั ดิการ (นกั สังคมสงเคราะห)์
 บคุ คลากรในสถาบันการดูแลทางเลอื ก

- สถานสงเคราะห์รฐั และเอกชน
- สถานพนิ จิ คมุ้ ครองเด็กและเยาวชน
- ครอบครวั ทดแทน
 บุคลากรดา้ นเดก็ และเยาวชนในอปท.
- อบรมบุคลากรท้องถิ่น เรื่องระบบเฝ้าระวังในท้องถ่ิน บทบาทในการ
ค้มุ ครองเดก็ ของพนกั งานคุ้มครองเด็ก
- หลักสูตรพัฒนาบุคลากรด้านเด็กและเยาวชน จัดอบรม 3 รนุ่
- หลกั สูตรสภาเด็กและเยาวชน

1.11 สิทธเิ ด็กกบั ภาคธุรกิจ

30. [ตามขอ้ มติของคณะมนตรสี ทิ ธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ท่ี 8/7 ปี 2551 (ค.ศ. 2008) ซ่ึงรับรอง
รายงานตามกรอบ “คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา” (“Protect, Respect and Remedy” Framework)
และตามขอ้ มติของคณะมนตรีสิทธิมนษุ ยชนแหง่ สหประชาชาติ ที่ 17/4 วนั ท่ี 16 มถิ ุนายน 2554 (ค.ศ. 2011)
โดยขอให้คณะทางานที่แต่งต้ังใหม่ดาเนินการติดตามผลการดาเนินงานในประเด็นน้ี ข้อมติท้ังสองระบุให้นา

14

สิทธิของเด็กมารวมพิจารณาในกรณีที่สารวจความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ดังนั้น
คณะกรรมการเสนอแนะให้รฐั ภาคี

(ก) จัดทากรอบงานนิติบัญญัติ รวมถึงประมวลจริยธรรมที่กาหนดให้บริษัทท่ีมีถ่ินฐาน/จดหนังสือ
บริคณห์สนธิในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีมาตรการป้องกันและบรรเทา
ผลกระทบด้านลบตอ่ สิทธิมนษุ ยชนในการดาเนินกิจการในประเทศและตา่ งประเทศ

(ข) ส่งเสริมให้รวมตัวช้ีวัดและตัวแปรในการรายงาน และจัดทาการประเมินเป็นการเฉพาะเกี่ยวกับ
ผลกระทบของธรุ กิจและอตุ สาหกรรมตอ่ สิทธเิ ดก็

(ค) ดาเนินมาตรการเพื่อสร้างหลักประกันว่าบริษัทของรัฐภาคีจะเคารพสิทธิเด็กทั้งการดาเนินงาน
โครงการท้ังในรัฐภาคีและต่างประเทศ และมีการปฏิบัติมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม รวมถึงการแก้ไขความ
เสียหายในกรณที ่ีมีการฝ่าฝืน และ
(ง) สร้างหลกั ประกันว่าก่อนการเจรจาและลงนาม/สรปุ ข้อตกลงการคา้ เสรี จะมีการดาเนินการประเมินสทิ ธิ
มนษุ ยชนรวมท้ังการประเมินสิทธเิ ดก็ และมีการกาหนดรับมาตรการเพือ่ ป้องกนั การฝ่าฝืน]

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตัง้ แตป่ ี 2555 – ปจั จุบัน
1.11.1 เผยแพร่หลักสิทธิเด็ก  มีการดาเนินการเร่ืองสิทธิเด็กกับภาคธุรกิจ ให้การสนับองค์กรด้าน
กับภาคธรุ กิจ ธุรกิจ องค์กรภาคเอกชน (สถาบันไทยพัฒน์และสถาบันสร้างศักยภาพใน

ตลาดหลกั ทรพั ย)์

 มีการให้ความรู้กับภาคธุรกิจเรื่องสิทธิเด็ก โครงการนาร่องร่วมกับ
ผู้ประกอบการในจังหวดั ภูเกต็ การประเมนิ ผลกระทบความเสยี่ งดา้ นสิทธิ

 กรณีเด็กบริการทางเพศ : code of conduct ไม่ให้มีการท่องเท่ียว
โดยใช้เด็กเป็นเคร่ืองมือ รายงานความก้าวหน้าของภาคธุรกิจในการ
ดาเนินงานECPAT โยงไปสกู่ รอบการทางานของกระทรวงท่องเทย่ี ว

 จัดทายุทธศาสตร์ปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อ
ออนไลน์

 ศึกษาข้อมูลข่าวหนังสือพิมพ์ที่ละเมิดสิทธิเด็ก ฝึกอบรมร่วมกับ
สถาบันอิสรา (นักข่าว บก.) : สื่อกับสิทธิเด็ก จัดกับศาลเยาวชน ในการ
สร้างความตระหนกั เกย่ี วกบั กฎหมาย การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย

 มีข้อเสนอแนะไปยังสานักงานตารวจแห่งชาติ เร่ืองการแถลงข่าว
การคุ้มครองผู้ต้องหา การจัดสัมมนาเผยแพร่แนวคิด การคุ้มครอง
อตั ลักษณข์ องเด็กในสื่อ

 ผลการประเมนิ เร่ืองผลกระทบอุตสาหกรรมกบั เด็ก : คาสั่ง คสช. การ
จดั โซนนิ่งสถานบรกิ ารหรอื สถานประกอบการในบรเิ วณใกล้เคยี ง
สถานศึกษา

1.11.2 การจัดทาแผนปฏิบัติ  ต้ังคณะกรรมการจัดทาแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิ
การระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับ มนุษยชน
สทิ ธมิ นุษยชน

15

บทท่ี 2 นิยามคาวา่ เด็ก (ข้อ 1)

32. คณะกรรมการเสนอแนะใหร้ ฐั ภาคพี ิจารณาเพ่ิมอายุขั้นต่าในการแตง่ งานเป็น 18 ปี และคงอายนุ ไี้ ว้ใน
ทุกสภาพกรณี โดยเฉพาะอย่างย่ิงกรณีท่ีเด็กถูกละเมิดทางเพศ คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนินคดีและ
ลงโทษผู้กระทาผดิ ล่วงละเมดิ ทางเพศตอ่ เด็กโดยไม่มีขอ้ ยกเวน้ ใด ๆ

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ต้งั แต่ปี ๒๕๕๕ – ปัจจบุ ัน

2.1 พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและ  แก้ไขคานิยาม “เด็ก”อายเุ กินกว่า 10 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี
ครอบครัว ฯ ฉบับท่ี 5

2.2 ร่าง พ.ร.บ. แกไ้ ขเพม่ิ เติมประมวล  อายขุ ัน้ ต่าในการแต่งงานเปน็ 18 ปี
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
 การอบรมเลยี้ งดูโดยไม่ใช้ความรนุ แรง

 การบงั คับสมรส

 การสมรสและสถาบันครอบครัว

2.3 ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพม่ิ เติม  ความผิดทางเพศ
ประมวลกฎหมายอาญา  อายุข้ันตา่ ในการรับโทษทางอาญาจาก 10 ปี เปน็ 12 ปี

2.4 ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม  การสอบปากคาผู้เสียหายและพยานเด็ก
ประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความ

อาญา

2.5 สถติ ิเด็ก (จาแนกอายุ เพศ  เดก็ อายุต่ากว่า 18 ปที ่แี ตง่ งาน
ภมู ิลาเนา สญั ชาติ เชื้อชาต)ิ

16

บทที่ 3 หลักการทวั่ ไป (ข้อ 2, 3, 6, 12)

3.1 การไมเ่ ลือกปฏิบัติ
34. คณะกรรมการเน้นย้าขอ้ เสนอแนะฉบบั กอ่ น (CRC/C/THA/CO/2 ยอ่ หน้าที่ 25-26) และกระตนุ้ ให้รัฐ

ภาคีดาเนินมาตรการท่มี ปี ระสทิ ธิผลยิง่ ขน้ึ เพอื่
(ก) สร้างหลักประกันว่าเด็กทุกคนภายในเขตอานาจรัฐภาคีจะได้รับประโยชน์จากสิทธิที่ประกาศใน

อนุสัญญาบนพื้นฐานของการไม่เลือกปฏิบัติ ท้ังนี้โดยการดาเนินการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ตามหลักการของ
อนุสญั ญา

(ข) จดั ลาดับความสาคัญและจัดสรรทรพั ยากรการบริการทางสังคม และเรง่ รัดการดาเนินการใหม้ โี อกาส
ได้รับบริการสุขภาพ บริการการศึกษา และบริการอื่น ๆ เท่าเทียมกันสาหรับกลุ่มเด็กเปราะบางดังที่ระบุไว้ในย่อ
หน้าที่ 33

(ค) ดาเนนิ การรณรงค์การศึกษาสาหรับสาธารณชนเพ่ือป้องกนั และต่อตา้ นการเลือกปฏบิ ัตทิ กุ รปู แบบ
(ง) รวบรวมข้อมูลซ่ึงมีการจาแนกหมวดหมู่อย่างเหมาะสม เพื่อใช้ในการตรวจสอบติดตามการเลือก

ปฏบิ ัตทิ างพฤตนิ ัยท่มี ีประสทิ ธผิ ล และจัดเตรียมการดาเนินงานเพื่อการแก้ไขข้ันพน้ื ฐาน

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปัจจุบนั
3.1.1 กฎหมายทห่ี ้ามเลือกปฏบิ ัติ
 หลักการของกฎหมาย มาตรการการไม่เลือกปฏบิ ัติ
 พ.ร.บ. ความเทา่ เทยี มระหวา่ งเพศ
 การแก้ไขกฎหมาย การพิจารณากฎหมายเร่ืองการให้เบี้ยความพิการ

มาตรา 79/1 การสนับสนุนสิทธิคนพิการท่ีไมส่ ญั ชาตไิ ทย
 การปรับปรงุ แก้ไข พ.ร.บ. สง่ เสริมและพัฒนาคนพิการ ประเดน็ การไม่

เลือกปฏบิ ัติ มาตรา 15
 การตงั้ คณะอนกุ รรมการขจดั การไมเ่ ลือกปฏิบตั ฯิ คนพิการ
 การตั้งคณะอนุกรรมการกฎหมายด้านคนพิการ
 การใช้มาตรการแก่เดก็ ชนกลุ่มนอ้ ยเร่ืองการรักษาพยาบาล การศึกษา
 มีการปรบั ปรุงกฎหมายการศึกษาพิเศษ สาหรับเด็กพิการ
 พ.ร.บ. ลิขสทิ ธิ์ ประเดน็ การเข้าถึงเอกสาร
 กาลังปรบั แผนยุทธศาสตร์พัฒนาคณุ ภาพชีวิตสตรีพิการครอบคลมุ

ประเดน็ กลุม่ เดก็ ดว้ ย
 หาข้อมลู อน่ื ๆ เช่น เช้ือชาติ

3.1.2 การบรกิ ารทางสงั คมในกลมุ่
เปราะปราง

3.1.3 รณรงค์และการสร้างความ
ตระหนกั

3.1.4 ติดตามและตรวจสอบ

17

3.2 ประโยชน์สงู สดุ ของเด็ก
36. คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนินมาตรการที่เหมาะสมท้ังปวงเพ่ือสร้างหลักประกันว่ามีการ

ประยุกต์ใชห้ ลักการการ ประโยชน์สงู สุดของเด็ก ตามขอ้ 3 วรรค 1 ของอนสุ ัญญาโดยสมบูรณ์ในบทบัญญตั ิกฎหมาย
ทั้งปวง ตลอดจนในคาพิพากษาและคาวินิจฉัยฝ่ายบริหาร นโยบาย โครงการ โครงงาน บริการ รวมถึงการดูแล
ทางเลอื กที่มผี ลกระทบต่อเล็ก เหตุผลเชงิ กฎหมายของคาพิพากษาและคาวินิจฉยั ฝา่ ยปกครองควรจะอิงกับหลักการนี้
เช่นกนั

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตง้ั แต่ปี ๒๕๕๕ – ปัจจุบัน
3.2.1 กฎหมายคานึงถึงประโยชน์
สูงสุดของเดก็
3.2.2 กระบวนการยตุ ธิ รรม

3.2.3 การดูแลเดก็ ทางเลอื ก

3.3 สทิ ธทิ ี่จะมีชีวิต อยู่รอด และไดร้ บั การพัฒนา

38. คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนินมาตรการท่ีจาเป็นทั้งปวงเพ่ือป้องกันการบาดเจ็บและ

อุบัติเหตุ รัฐภาคีอาจเสริมสร้างนโยบายด้านการดูแลเด็กและการยกระดับความตระหนักในครอบครัว กลุ่ม

ผู้ดแู ลเดก็ ในโรงเรยี น และกลุ่มสาธารณชนเกย่ี วกบั มาตรการความปลอดภัย

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ต้งั แต่ปี ๒๕๕๕ – ปัจจบุ ัน
3.3.1 มาตรการการลดการเสียชีวิต
การบาดเจบ็ และอบุ ตั ิเหตุ  การเสยี ชีวติ ในเด็ก จาแนกตามสาเหตุ

3.3.2 มาตรฐานการเลี้ยงดูเด็กข้ันต่า  ครอบครวั ชมุ ชน ผู้ดูแลเด็ก และโรงเรยี น
และความปลอดภัย

3.4 การเคารพความคิดเหน็ ของเดก็
40. ตามข้อ 12 ของอนุสัญญา และคาแนะนาท่ัวไปของคณะกรรมการ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2552) เกี่ยวกับ

สิทธิของเด็กทีจ่ ะได้แสดงความคดิ เห็น (General comment No. 12 (2009) on the right of the child to
be heard) คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีเพ่ิมความพยายามให้เด็กทุกคนนับถึงอายุ 18 ปี มีส่วนร่วมและส่วน
เกยี่ วข้องอย่างจรงิ จงั ในการตัดสินใจที่มีผลกระทบตอ่ ตนเองในครอบครวั โรงเรยี น และชมุ ชน รวมท้ังทบทวนว่ามี
การนาทัศนะของเด็กไปพิจารณาเพียงใด และมีผลต่อการกาหนดนโยบายเพียงใด นอกจากน้ี คณะกรรมการ
เสนอแนะใหก้ าหนดรับมาตรการเพือ่ เพม่ิ ความสนบั สนุนแกส่ ภาเด็กและเยาวชน

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ต้งั แต่ปี 2555 – ปัจจุบนั
3.4.1 การเคารพความคิดเห็นของ
เดก็ ตามอายุและวุฒภิ าวะ  แผนการพัฒนาเดก็ ปฐมวัยและแผนวยั รุ่น ในประเดน็

3.4.2 การมีสว่ นรว่ ม  ครอบครัว โรงเรียน และชมุ ชน
3.4.3 การสนับสนุนสภาเด็กและ  การจดั ต้งั สภาเดก็ และเยาวชน
เยาวชน
 งบประมาณในการจัดกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชน
3.4.4 สถิตอิ งค์การด้านเด็กและ  จานวนสภาเดก็ และเยาวชนและจานวนสมาชกิ
เยาวชน
 จานวนโรงเรยี นทสี่ ภานักเรยี น และจานวนสมาชกิ

 จานวนองค์กรหรือสมาคมด้านเด็กและเยาวชนและจานวนสมาชิก

 จานวนเดก็ ทีใ่ ห้ปากคาในกระบวนการยตุ ิธรรมรวมทง้ั อายุ

18

บทท่ี 4 สทิ ธิพลเมืองและเสรีภาพ (ข้อ 19, 24(3), 28(2), 34, 37(ก), และ 39)

4.1การมชี อื่ สัญชาติ การรักษาอัตตลักษณข์ องเด็ก

42. คณะกรรมการกระตุ้นให้รฐั ภาคที บทวนกฎหมายและตรากฎหมายเพม่ิ เตมิ เพอ่ื ให้เดก็ ที่เสย่ี งตอ่ การ

เป็นเด็กไรร้ ฐั รวมถึงเด็กกลมุ่ ดอ้ ยโอกาสท่รี ะบุในยอ่ หนา้ ท่ี 41 มโี อกาสได้สญั ชาตไิ ทย คณะกรรมการเสนอแนะให้

รัฐภาคีพจิ ารณาใหส้ ตั ยาบันต่ออนสุ ัญญาเกยี่ วกบั สถานะของบคุ คลไร้รัฐ พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1854) และพิธีสาร

เลือกรับ ปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) และอนุสัญญาว่าดว้ ยการลดภาวะการไร้รฐั พ.ศ. 2504 (ค.ศ. 1961)

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ต้ังแต่ปี 2555 – ปจั จบุ นั
4.1.1 การทบทวนกฎหมายสัญชาติ  ยุทธศาสตร์การแกไ้ ขปญั หาสิทธิบคุ คล พ.ศ. 2548
และการทะเบียนราษฎร
 พ.ร.บ. สญั ชาติ มาตรา 7 ทวิ

 มติ ครม. เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาเด็กท่ี
มีปัญหาสถานะบุคคลท่ีเป็นนักเรียน นักศึกษาเพื่อให้สัญชาติแก่เด็ก
โดยกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการจัดทาแนวทางการปฏิบัติงาน
ตามมติ ครม. และการจะทาประกาศของกระทรวงมหาดไทยในการ
ดาเนนิ งาน
การทบทวนยุทธศาสตรแ์ กไ้ ขปญั หาคนหลบหนเี ข้าเมืองทั้งระบบ

 กรณีเดก็ ตกสารวจทยี่ ังไม่ไดส้ ัญชาติ มีประกาศ
กระทรวงมหาดไทย

 การขึน้ ทะเบียนบตุ รผูต้ ิดตามแรงงานตา่ งดา้ วท่หี ลบหนีเขา้ เมอื ง
4.1.2 การเขา้ เป็นภาคีอนสุ ญั ญาและ  การเข้าเปน็ ภาคีพธิ ีสารวา่ ดว้ ยการลดการไรสญั ชาติ
พธิ สี าร

4.2 การจดทะเบยี นการเกดิ

44. คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนินมาตรการเพ่ือให้เด็กทุกคนท่ีเกิดในดินแดนของรัฐภาคีได้รับ
การจดทะเบียนการเกดิ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเด็กท่ีไม่ได้จดทะเบียนการเกิดอันเนอ่ื งมาจากสถานะเศรษฐกจิ ชาตพิ ันธ์
และสถานการณเ์ ข้าเมอื งของบิดามารดา คณะกรรมการเสนอแนะใหร้ ฐั ภาคดี าเนินโครงการใหก้ ารศึกษาแก่สาธาร
ชน รวมถึงการรณรงค์ให้จดทะเบียนการเกิดแก่เด็กท่ีเกิดในดินแดนของรัฐภาคีแต่ยังไม่ได้จดทะเบียน ตลอดจน
ยกเลกิ โทษปรับเงินในการแจง้ จดทะเบียนลา่ ชา้ และดาเนนิ มาตรการทางเลอื กเพ่อื ใหม้ ีการจดทะเบียนสาหรับเด็ก
เกดิ ใหมท่ ันเวลา

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปัจจบุ นั
4.2.1 การเช่อื มโยงระบบ โรงพยาบาล
และอาเภอ  โรงพยาบาลนาร่องมีระบบการแจ้งเกิดกับอาเภอ ข้อมูลจานวน
โรงพยาบาลนาร่อง ทสี่ ปสช. รว่ มกับกระทรวงมหาดไทย
4.2.2 การรณรงค์การจดทะเบียนการเกิด  โรงพยาบาล มรี ะบบการติดตามใหค้ าปรกึ ษาแก่
4.2.3 สถติ กิ ารจดทะเบยี นการเกิด เพ่ือส่งเสริมให้เกิดการจดทะเบียนการเกิดระบบการติดตามโดยการ
จาแนกสญั ชาติ มอบเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในการติดตามให้เด็ก ให้กลุ่มแรงงาน
ที่หลบหนีเข้าเมือง อาจเข้าใจผิดเพราะส่งกระทบต่อการเข้าเมือง
ของพอ่ แม่
 การรณรงค์ส่งเสริมการจดทะเบยี นการเกดิ ผา่ น
กานนั ผู้ใหญ่บา้ นทวั่ ประเทศเป็นไปตามมตคิ รม.
 การจดทะเบียนการเกดิ และการจดทะเบยี นการเกดิ ทล่ี า่ ช้า
 การจดทะเบยี นการเกิดในเดก็ ตา่ งชาติ
จานวนเด็กขนึ้ ทะเบยี นเปน็ บตุ รตดิ แรงงานต่างด้าว/ทไ่ี ดร้ บั สัญชาติ

19

4.3 การคมุ้ ครองความเป็นส่วนตัว

46. คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนนิ มาตรการเพอ่ื สร้างหลกั ประกนั ว่ามกี ารเคารพสทิ ธคิ วามเปน็

ส่วนตัวของเด็กทุกเมื่อ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในส่ือมวลชน คณะกรรมการเสนอแนะให้ รัฐภาคีตรากฎหมาย

เพ่ือคุ้มครองมิให้ส่ือรายงานอัตลักษณ์ของเด็กทุกรูปแบบ และกาหนดให้มีกลไกตรวจสอบติดตามท่ีมีประสิทธิผล

เพ่ือสร้างหลักประกันว่าส่ือจะปฏิบัติตาม รวมทั้งการดาเนินการให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อได้ตระหนักถึงสิทธิเด็ก

และส่งเสริมใหเ้ ด็กมีสว่ นในการตัดสนิ ใจและการผลติ รายการเดก็

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปจั จบุ ัน

4.3.1 มาตรการการคุ้มครองความเป็น  UNICEF ร่วมกับมูลนิธิอิสศราคุ้มครองเด็กกับศาล อัยการ
สว่ นตัวจากส่อื และผ้ปู ฏิบตั ิงานด้านเด็กในการคุ้มครองเดก็

 พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทาด้วยความรุนแรงในครอบครัวฯ
มาตรา 9 คุ้มครองผู้เสียหายผู้ถูกกระทาและผู้กระทาจากการ
เผยแพร่ฯกรณีมีส่ือท่ีละเมิดสิทธิจะมีหนังสือแจ้งเตือนสื่อ
รวมท้งั การอบรมให้ความรแู้ ก่สอื่

 มีนโยบายและยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาสถาบัน
ครอบครัวพ.ศ. 2560 – 2564 ยุทธศาสตร์ที่ 1 การคุ้มครอง
ความเป็นส่วนตัวของเด็กในครอบครัว ยุทธศาสตร์ท่ี 5
กระบวนการสื่อสารสังคมเพ่ือพัฒนาครอบครัวฯ ส่งเสริมผผู้ ลิต
ส่อื สีขาว และครอบครวั รเู้ ทา่ ทนั สอ่ื

 มคี ณะกรรมการส่งเสรมิ สือ่ ปลอดภยั สรา้ งสรรค์

4.3.2 กลไกการตรวจสอบผุ้ประกอบ  พระราชบญั ญตั ิกองทุนพฒั นาสอ่ื ปลอดภัยและสร้างสรรค์
วชิ าชพี สือ่ พ.ศ.2559 จดั ต้งั กองทุนฯ ส่งเสริมและสนับสนนุ

 การรักษาความเป็นส่วนตัวของเด็กในโรงพยาบาล
จรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (หาข้อมูล
เพ่ิมเตมิ )

 ข้อมูลโรงเรียนเร่ืองการเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสมสาหรับเด็ก
เช่น ระบบการคัดกรองเวบ็ ไซต์ท่ีไมเ่ หมาะสม

 CYBER SCOUT

4.3.3 การเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสม  มาตรการการคมุ้ ครองเด็กจากข้อมูลไม่เหมาะสม

4.3.4 สถติ แิ หลง่ เรยี นรทู้ เ่ี หมาะสม  จานวนห้องสมุด พื้นท่ีสร้างสรรค์ สื่อสร้างสรรค์ท่ีเข้าถึงได้
สะดวก

 จานวนคดีท่ีมีการแจ้งความกรณีละเมิดความเป็นส่วนตัว
ของเดก็

20

บทท่ี 5 ความรุนแรงต่อเด็กและการลงโทษทางกาย (ข้อ 19,24 (3), 28 (2), 37 (ก), 39)

5.1 หา้ มลงโทษตอ่ ร่างกายเดก็ ในบ้านและสถานดแู ลเด็ก

48. คณะกรรมการเน้นย้าสรุปข้อสังเกต (CRC/C/THA/CO/2 วรรค 40 40 และ 41) และกระตุ้นใหร้ ัฐภาคี
นาคาแนะนาทั่วไป ฉบับท่ี 13 (2554) เก่ียวกับสิทธิของเด็กที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้ความรุนแรงใน
รูปแบบท้งั ปวง (General Comment No. 13 (2011) on the right of the child to freedom from all forms
of violence) และคาแนะนาท่ัวไป ฉบับท่ี 8 (2549) เกี่ยวกับสิทธิเด็กท่ีจะได้รับความคุ้มครองจากการลงโทษต่อ
รา่ งกายและรูปแบบการลงโทษทีโ่ หดร้ายหรอื ยา่ ยศี ักด์ิศรีอื่นๆ (General Comment No. 8 (2006) on the right
of the child to protection from corporal punishment and other cruel or degrading forms of
punishment) มาพิจารณาในการกาหนดรับนโยบายเพื่อต่อสู้กับความรุนแรงต่อเด็กทุกรูปแบบคณะกรรมการ
เสนอแนะให้รัฐภาคี

(ก) กาหนดเป็นกฎหมายห้ามการลงโทษต่อร่างกายเด็กในบ้านและสถานดูแลเด็กทางเลือกโดยชัดแจ้ง ทั้งน้ี
รวมถงึ การลงโทษเพ่อื การสรา้ งวินัย

(ข) จัดให้มีโครงการศึกษาสาหรับสาธารณชน และส่งเสริมความตระหนักและการระดมสรรพกาลังทาง
สังคมอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับผลเสียของการลงโทษทางร่างกายเพื่อเปลี่ยนทัศนคติและส่งเสริมการเลี้ยงดูโดย
ไม่ใช้ความรุนแรงและการสร้างวินัยเชิงบวกโดยการมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัว และชุมชน

(ค) จัดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กทุกรูปแบบเป็นเร่ืองเร่งด่วน และให้มีการ

ดาเนนิ การตามขอ้ เสนอแนะของการศกึ ษาของสหประชาชาติ (A/61/299)

(ง) ให้ข้อมูลเก่ียวกับการดาเนินการโดยรัฐภาคีตามข้อเสนอแนะข้างต้นในรายงานฉบับต่อไป โดยเฉพาะ
อยา่ งยิง่ ประเดน็ ท่ผี ู้แทนพเิ ศษของเลขาธิการสหประชาชาติที่เน้นเกี่ยวกบั ความรุนแรงตอ่ เด็กเปน็ การเฉพาะคอื

(1) พัฒนายุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อป้องกันและรับมือแก้ไขความรุนแรงต่อเด็กและการปฏิบัติโดยมิ
ชอบ (ill - treatment) ตอ่ เดก็ ทุกรปู แบบโดยคานึงถงึ มิตหิ ญิงชายดว้ ย

(2) รเิ ริ่มใหม้ กี ฎหมายห้ามการกระทาความรุนแรงตอ่ เด็กทุกรปู แบบในทกุ สภาพบรบิ ทอย่างแจ้งชัด และ
(3) การเสริมสรา้ งระบบการเกบ็ ข้อมูล การวเิ คราะหแ์ ละการเผยแพร่ขอ้ มลู และวาระการวิจยั เกยี่ วกบั ความ

รนุ แรงและการปฏบิ ตั โิ ดยมิชอบต่อเด็ก

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ต้งั แต่ปี 2555 – ปจั จุบัน
5.1.1 การปรับแก้กฎหมายประมวล  ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพ่ือปกป้อง
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ คุ้มครองเด็กจากการถูกกระทาความรุนแรง รวมถึงการลงโทษทางกาย

ในครอบครวั และใหส้ อดคล้องกบั อนสุ ัญญาว่าดว้ ยสิทธิเด็ก แผนปฏิบัติ
การภูมิภาคอาเซียนวา่ ด้วยการขจัดความรนุ แรงต่อเด็ก
5.1.2 การปรับแก้ พ.ร.บ. ค้มุ ครองผถู้ ู  ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทาความรุนแรงในครอบครวั พ.ศ. .....
กระทาด้วยความรุนแรง

21

5.2 การรณรงคแ์ ละสรา้ งความตระหนัก

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ต้ังแตป่ ี ๒๕๕๕ – ปจั จบุ นั

5.2.1. กจิ กรรมรณรงคผ์ ลกระทบตอ่ ความ  ควรมีการสรา้ งความตระหนักของสังคมควบคู่กับการบงั คบั ใช้
รุนแรงตอ่ เด็ก
กฎหมาย เกย่ี วกับผลกระทบของความรุนแรงต่อเด็ก

 มูลนิธิเพอื่ การพัฒนาเด็ก มีแผนงานส่ือสร้างสรรค์สาหรบั เด็กและ

ครอบครัว มีการพัฒนาครอบครวั อาสา เฝา้ ระวงั สอื่ ไม่ปลอดภัย

รอ้ งเรยี นและรายงานไปยังหน่วยงานทีก่ ากบั ดแู ล

5.2.2 การส่งเสรมิ ใหพ้ ่อแมเ่ ล้ียงดูเด็กโดย

ไม่ใชค้ วามรุนแรง

5.2.3 แนะแนวการเลย้ี งดเู ดก็ โดยไมใ่ ช้

ความรนุ แรง

5.2.4 นโยบายการคุม้ ครองเด็กในสถาบัน

5.3 การทานโยบายระดับชาติ

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตัง้ แตป่ ี 2555 – ปัจจบุ นั
5.3.1 ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไข  มีแผนบูรณาการแผนพัฒนาคนตามช่วงวัย 5 ปี 20 ปีแบ่งตามกลุ่ม
ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก วัย 5 กลุ่มวัย แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ มีการกาหนดเป้าหมาย

ลดความรุนแรงในครอบครวั ร้อยละ 7 (ตาม SDGs)

 นโยบายการคุ้มครองเด็กในสถานสงเคราะห์

 แนวทางการปฏิบัติการคุ้มครองเด็ก โดยมีการคัดกรองเด็กตาม
ปัจจัยเสี่ยงออกเป็นสามกลุ่ม แดง เหลือ เขียว และมีการนาข้อมูลการ
คดั กรองมาช่วยเหลอื รายกรณโี ดยทมี สหวิชาชพี ของจังหวัด

 ระบบการเฝ้าระวังและการช่วยเหลือเด็กท่ีถูกกระทาด้วยความ
รุนแรง
 มีการจดั ทาโรงเรียนพ่อแม่ โดยการสนบั สนุนของUNICEF
 การจัดทาโรงเรยี นครอบครัว เดก็ พกิ าร/สตรีพกิ าร
 มีแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตสตรีพิการแห่งชาติ โดยมีเนื้อหาสาระ
ครอบคลมุ การปอ้ งกันความรนุ แรงต่อสตรี

5.3.2 รา่ งยุทธศาสตรก์ ารคุ้มครองเด็ก  การจดั ทาร่างยุทธศาสตรก์ ารคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

5.4 ระบบการจดั เก็บข้อมลู และการศึกษาวจิ ัย

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แต่ปี 2555 – ปจั จุบัน
ระบบการจดั เก็บข้อมลู และการศึกษาวจิ ยั  ข้อมูล MIC ล่าสุด เรื่องร้อยละของเด็กท่ีเคยมีประสบการณ์ถูก
กระทาความรุนแรง ซ่ึงแสดงถึงร้อยละความเช่ือหรือทัศนคติในการ
ลงโทษเด็กดว้ ยความรุนแรง
 ควรจัดเก็บข้อมูลจาแนกเด็กที่ถูกกระทาความรุนแรงด้วยการ
ลงโทษ และเด็กท่ีถูกกระทาความรุนแรง ทาให้การตอบมาตรการได้
ชดั เจนไดย้ ่ิงขึน้
 ระบบการให้บริการศูนยพ์ งึ่ ได้ รวบรวมขอ้ มูล

5.5 สถติ ิท่ีถูกระทาความรุนแรง 22
ประเดน็
 จานวนเด็กและสตรีท่ีถูกกระทาความรุนแรง จาแนกตามเพศ อายุ
5.6 ประเด็นทา้ ทาย สัญชาติ ประเภทของความรุนแรง (ควรจาแนกความเปราะบางของ
ประเดน็ เดก็ เช่น เดก็ พกิ าร)
 จานวนเด็กท่ีร้องเรียนกรณีถูกละเมิดสิทธิ โดย กสม. มีแนวคิดใน
การจัดทาฐานขอ้ มูล

ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตัง้ แตป่ ี 2555 – ปจั จุบัน
 จานวนรอ้ ยละเดก็ ที่ถูกกระทาความรนุ แรงโดยบคุ คลในครอบครวั
 จานวนและร้อยละของคดที ่ีมีการตดั สินโทษ
 จานวนและรอ้ ยละของเด็กถกู กระทาความรุนแรง
และการได้รบั การเยยี วยาและคนื ส่สู ังคม
 จานวนของเด็กทเี่ ปน็ ผู้เสยี หายจากการทรมาน
 จานวนเดก็ ทเี่ ปน็ เหย่ือของการลงโทษทีโ่ หดร้ายทารณุ และการ
บงั คบั แตง่ งาน
 จานวนครงั้ ในการลงโทษทางร่างกายในทุกสถานการณ์

ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตั้งแต่ปี 2555 – ปัจจุบัน
 มีนโยบายและหนังสอื สงั่ การกาชบั ให้สถาบนั การศึกษาดแู ลการ
รบั น้อง ปรับเปล่ียนการรับน้องในเชิงสร้างสรรค์มากขึน้
 แผนการพัฒนาเด็กปฐมวยั แห่งชาติ
 ICT กบั สทิ ธเิ ดก็
 ความเชอ่ื มโยงของ SDGS กับ ความรนุ แรงต่อเดก็ ข้อ 16.2

23

บทที่ 6 สภาพแวดล้อมทางครอบครวั และการเลีย้ ง
ดทู ดแทน (ข้อ 5, 9–11, 18 (1–2), 20, 25, และ 27(4)

6.1 สภาพแวดล้อมทางครอบครวั

50. [คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคีคงความพยายามปฏิรูปกฎหมายเก่ียวกับความรับผิดชอบของ
บิดามารดา และพัฒนามาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวล่มสลาย และเสริมสร้างครอบครัวให้แข็งแกร่ง
คณะกรรมการเสนอแนะรฐั ภาคที บทวนการสนบั สนนุ สงิ่ อานวยความสะดวก (support facilities) ให้แก่ผู้ปกครอง
และผู้ดูแล และดาเนินมาตรการที่เหมาะสมเพ่ือเสริมสร้างส่ิงอานวยสะดวกดังกล่าวตามข้อบท 18 และ 27 ของ
อนุสัญญา คณะกรรรมการเสนอแนะรัฐภาคีพิจารณาให้สัตยาบันต่ออนุสัญญากรุงเฮกท่ีเกี่ยวข้อง กล่าวคือ
อนุสัญญาฉบับท่ี 34 ว่าด้วยอานาจศาล กฎหมายท่ีบังคับใช้ การยอมรับ การบังคับใช้กฎหมาย และความร่วมมอื
เกี่ยวกับความรับผิดชอบของบิดามารดา และมาตรก ารเพ่ือการคุ้มครองเด็ก (the relevant Hague
Conventions, namely, Convention No. 34 on Jurisdiction, Applicable Law, Recognition,
Enforcement and Cooperation in respect of Parental Responsibility and Measures for the
Protection of Children)]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แตป่ ี 2555 – ปัจจบุ ัน

6.1.1 การปฏิรูปกฎหมายเกยี่ วกับความ  แนวทางการให้ความรูพ้ ่อแม่

รบั ผดิ ชอบของบิดามารดา  หลกั สูตรโรงเรยี นพ่อแม่

6.1.2 มาตรการเสรมิ สรา้ งครอบครัว  การศกึ ษาวิจยั เด็กที่ไม่ได้อยกู่ ับพอ่ แม่
เขม้ แข็ง

6.1.3 มาตรการเสรมิ สรา้ งการเล้ยี งดูบตุ ร

6.1.4 การเขา้ เป็นภาคีอนุสญั ญาเฮก ฉบับที่

34 วา่ ด้วยเรอ่ื งความรบั ผดิ ชอบของบิดา

มารดา

6.2 การดแู ลทางเลือก

52. [คณะกรรมการเน้นย้าข้อเสนอแนะฉบบั กอ่ นว่ารฐั ภาคี

(ก) ดาเนินการศึกษาแบบครอบคลมุ เพ่ือประเมินสถานการณ์เด็กทอ่ี ยใู่ นสถาบนั รวมถงึ สภาพความเป็นอยู่
แผนการดแู ล และบริการทจ่ี ัดให้

(ข) กาหนดมาตรฐานชัดเจนสาหรับสถาบันและระบบครอบครัวอุปถัมภ์ที่มีอยู่ซ่ึงรวมถึงกฎเพื่อให้เด็กและ
ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจตามข้อบท 9 ของอนุสัญญาน้ี และสร้างหลักประกันว่ามีการทบทวน
การให้เด็กไปอยู่เป็นระยะ ตามความในข้อบท 25 ของอนุสัญญานี้ คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคีจัดทา
ยุทธศาสตร์ระดับชาตวิ า่ ด้วยครอบครัวทดแทนชัว่ คราว และนายุทธศาสตร์ไปปฏบิ ตั เิ พอ่ื ประโยชน์สงู สดุ แกเ่ ด็ก

(ค) ดาเนนิ การให้มกี ารตรวจสอบตดิ ตามสถาบันท่ีให้การดแู ลทางเลือกทุกแหง่ อยา่ งใกล้ชิด ซึ่งรวมท้ังกลไก
ตรวจสอบติดตามการร้องเรียนอสิ ระ และองค์กรพฒั นา โดยมุ่งสร้างหลักประกนั ว่ามีการคุ้มครองสิทธิเด็ก และให้
เด็กสามารถใช้กลไกเหล่าน้โี ดยสะดวก

(ง) ดาเนินมาตรการทจ่ี าเป็นทงั้ ปวงเพื่อให้เด็กในสถาบนั เหลา่ น้สี ามารถกลบั คืนสู่ครอบครัวในทุกวาระท่ี
เป็นไปได้ และใชว้ ธิ ีใหเ้ ดก็ ไปอย่ใู นสถาบันตา่ ง ๆ เปน็ ทางเลอื กสุดท้าย และ

(จ) ดาเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวการสร้างเสริมครอบครัว และการ
รกั ษาสถาบันครอบครัว ทง้ั นี้เพ่อื ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เด็กต้องไปอย่สู ถาบนั กนั เป็นจานวนมาก

24

คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีนาแนวทางปฏิบัติว่าด้วยการดูแลเด็กแบบทางเลือก (the Guidelines
for the Alternative Care of Children) มาเป็นแนวทางในการดาเนินงาน ซึ่งแนบท้ายข้อมติสมัชชาใหญ่
สหประชาชาติ 64/42 (the Alternative Care of Children annexed to the United Nations General
Assembly resolution 64/142) ลงวนั ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ]

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ต้งั แต่ปี 2555 – ปจั จบุ นั
6.2.1 การศึกษาเพื่อประเมินการจัด  ควรมีการทบทวน Alternative Guideline กับการให้บริการของ
สวสั ดิการเด็กในสถาบนั
6.2.2 การมีส่วนรว่ มของเด็กและ ประเทศไทย
ผปู้ กครองในการดูแล  มีมาตรฐานการดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์ของรัฐ และเอกชน โดย

6.2.3 การจดั ทายทุ ธศาสตร์ หยุดการประเมินไปสองปีเพื่อปรับปรุงมาตรฐานในช่วงปี 2559 -
ระดบั ชาติว่าดว้ ยครอบครัวทดแทน 2560
6.2.4 การตดิ ตามและตรวจสอบ  ศึกษาวิจัยสถานสงเคราะห์เอกชน จานวน 137 แห่ง แต่ไม่มี
สถาบัน กระบวนการตดิ ตามการให้บริการของเอกชน
6.2.5 การคืนส่คู รอบครัว  มีการพัฒนาคุณภาพของการให้บริการ โดยโครงการ เพชรน้าหน่ึง
(ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาเด็กในสถานสงเคราะห)์
 สถานสงเคราะห์เด็กพิการ มี 9 แห่ง มีเด็ก 2,265 คน จาแนกชาย
และหญิง ประเภทความพิการ
 มีโครงการการใหค้ รอบครวั และชมุ ชนเกีย่ วกับการดแู ลเดก็ พกิ าร
 มีการปรับเปล่ียนทัศนคติของพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกเป็นเด็กพิการ
และสนับสนุนใหม้ ีความร้ใู นการดแู ล
 มีมาตรการป้องกันการส่งเสริมให้พ่อแม่มีความสามารถในการดูแล
เด็ก (ยุตทิ ้ิงเด็ก)
 มีการจัดสรรเงินสนับสนุนให้แก่ครอบครัวยากจนเพ่ือให้สามารถ
ดูแลเด็กได้ จัดสรรเงินสนับสนุนใหร้ ายครอบครัวยากจนมากขึ้น แต่
งบประมาณภาพรวมลดลง
ปี 58 งบประมาณ 120 ลา้ นบาท ประมาณ 5,000 ครอบครวั
ปี 59 งบประมาณ 113.82 ลา้ นบาท
ปี 60 งบประมาณ 115.20 ล้านบาท

มีการติดตามและประเมินครอบครัวในการดูแลเด็ก CP บุรีรัมย์ มีเด็ก
อยใู่ นครอบครัว 50 คน
 ครอบครัวอปุ ถัมภ์ มกี ารดูแลเด็กนอกสถานรองรบั และเด็กในสถาน

รองรบั
 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ หรือสถานสงเคราะห์เอกชน หรือรูปแบบ

อ่ืน ๆ ท่ีอาจไม่ได้การตรวจสอบโดยรฐั โดยวัตถุประสงค์คือเดก็ ที่อยู่
ในโรงเรียนห่างไกล และเป็นทางเลือกทางการศึกษาสาหรับเด็กท่ี
ด้อยโอกาสให้เข้าถึงสิทธิทางการศึกษา (ภายใต้โครงการ Out of
School Children)
 เครือข่ายภาคเอกชน ในการจัดบริการครอบครัวทดแทน มูลนิธิ
พัฒนาชีวติ ในชนบท
- ครอบครัวอุปการะ ในนิคมสร้างตนเอง มีเด็กประมาณ 300

คน ท่ีอุปการะในชุมชน

6.2.6 การปอ้ งกันไมใ่ หเ้ ดก็ อยู่ใน 25
สถาบนั
- Care for Children เป็นโครงการนาร่องท่ีลดเด็กออกจาก
สถานสงเคราะห์ มกี ารฝกึ อบรมเจ้าหนา้ ที่สถานสงเคราะห์เด็ก
นาร่องที่สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านเชียงใหม่ ประมาณ 20
ครอบครัว มีสถานสงเคราะห์เข้าร่วมโครงการแล้ว 20 แห่ง มี
การนาเดก็ ในสถานสงเคราะห์ใหช้ ุมชนได้เลย้ี งดู

 การป้องกันการดูแลเด็กเชิงสถาบันโดยชุมชนครอบครัวอุปถัมภ์
ปัจจุบัน เช่น ครอบครัวเครือญาติ Gate Keeping เพ่ือลดจานวน
เดก็ ในสถาบนั

 คลองเตยโมเดล เพ่ือป้องกันไม่ไห้เด็กเข้าสู่สถานสงเคราะห์ ส่งเสริม
ความรแู้ ก่ครอบครัว และสถานสงเคราะห์

 มีเครือข่ายท้องไม่พร้อม เอกชนและรัฐ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์
และการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการฝึกอบรมบุคลากร
และการป้องกนั การท้ิงเด็ก

6.3 การรับเดก็ เปน็ บตุ รบุญธรรม

53. [คณะกรรมการต้อนรับพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2553 และรับทราบด้วยความ
ยนิ ดีว่ารัฐภาคีใหค้ วามสาคัญกับการรับบุตรบุญธรรมภายในประเทศมากกวา่ การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมข้ามประเทศ
และมีการต้ังกฎระเบียบเก่ียวกับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมข้ามประเทศเนื่องจากมีเด็กจานวนมากท่ีอยู่ใน
สถานการณ์อ่อนแอล่อแหลมในรัฐภาคีโดยเฉพาะอย่างย่ิงเด็กทุพลภาพ เด็กยากจน เด็กเร่ร่อนในสถานการณ์ต่าง
ๆ และเด็กไร้รัฐ รวมถึงสถานการณ์ปัญหาการค้ามนุษย์ คณะกรรมการเสนอแนะรัฐภาคีประกันให้มีระบบ
ตรวจสอบติดตามกระบวนรับบตุ รบญุ ธรรมที่มีประสิทธิผล ]

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี 2555 – ปัจจบุ ัน
6.3.1 ระบบการติดตามและตรวจสอบ  กรณเี ด็กบุตรบุญธรรมในประเทศไทย มีการติดตามและ

6.3.2 การปรับปรงุ กฎหมายการรับบตุ ร รายงานการเลีย้ งดู
บุญธรรมในประเทศ  กรณบี ุตรบุญธรรมต่างประเทศ มอี งคก์ รตา่ งประเทศในการ
6.3.3 สถิติสวัสดิการสาหรับเดก็ และ
ครอบครัว ตดิ ตามข้อมลู การดแู ลเดก็ ในครอบครัว ตา่ งประเทศจะรายงาน
จนถึงอายสุ ิบแปดปี รวมทัง้ มีบรกิ ารให้คาปรึกษาแก่ครอบครัว
และส่งเสรมิ การรวมกล่มุ

 จานวนโครงการและบริการสาหรบั พอ่ และแม่
 จานวนร้อยละของเด็กและครอบครวั ที่ได้รับบริการ
 จานวนเด็กที่ไม่ได้อยูก่ บั พ่อแม่ จาแนกตามสาเหตุ
 จานวนเด็กท่ีถูกแยกจากพอ่ แมเ่ นอ่ื งจากคาพพิ ากษา

การทอดทิง้ และการทารุณโดยพ่อแม่ การกกั ขัง การจาคกุ
แรงงานย้ายถนิ่
 จานวนสถานดแู ลเด็กทางเลอื กจาแนกตามภมู ิภาค
 จานวนอตั ราส่วนของผู้ดแู ลในสถานดแู ลเดก็ ทางเลือก

26

 จานวนและรอ้ ยละของเดก็ ในสถานดแู ลเดก็ ทางเลอื ก และ
ระยะเวลาการอยู่ และความถ่ีในการติดตาม

 จานวนและร้อยละของเด็กในสถานดแู ลเดก็ ทางเลอื กที่คนื
สู่ครอบครวั

 จานวนเด็กท่เี ป็นบตุ รบุญธรรมในประเทศจาแนกตามเพศ
 จานวนเด็กท่เี ปน็ บุตรบญุ ธรรมระหวา่ งประเทศจาแนกตาม

เพศและประเทศ
 จานวนเด็กตา่ งชาติท่ีคืนสู่ครอบครัวจาแนกตาม เพศ อายุ

สัญชาติ ชาติพนั ธ์
 จานวนเดก็ ตา่ งชาติเขา้ เมืองผดิ กฎหมายจาแนกตาม

ประเทศต้นทาง สถานทเ่ี กิด และสถานภาพครอบครวั
 จานวนเด็กท่มี ีพอ่ แม่จาคุก และอายุของเด็ก
 จานวนเด็กท่ีอาศยั อยู่กบั พ่อแมจ่ าคกุ และอายขุ องเด็ก

6.4 การละเมดิ และการละเลย

55. [คณะกรรมการเสนอแนะรัฐภาคีให้ดาเนินมาตรการที่จาเป็นเพ่ือสร้างสภาพแวดล้อมทาให้ครอบครัวท่ี
แยกจากกันด้วยเหตุจากการโยกย้ายถิ่นฐานได้อยู่กันพร้อมหน้า รวมถึงความเป็นไปได้ท่ีให้บิดามารดา นาบุตรไป
อยใู่ นเขตเมอื งพร้อมตน คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีสนใจกับเด็กกาพร้าและสร้างหลักประกนั ว่าเดก็ กาพร้า
จะมีครอบครวั อุปถัมภท์ ันกาลตามสมควร]

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปัจจบุ ัน
ประเทศไทยใช้มาตรการที่จาเป็นสร้างสภาพการณ์ท่ีทาให้
ครอบครัวท่ีแยกจากกันด้วยเหตุการณ์โยกย้ายถ่ินฐาน ไม่อยู่กัน
พร้อมหน้า รวมถึงความเป็นไปได้ ท่ีให้พ่อแม่นาลูกไปอยู่ในเขต
เมืองด้วย ตลอดจนให้ความสนใจกับเด็กกาพร้าและประกันว่า
เด็กจะมีครอบครัวอุปถัมภ์ทันการณ์ตามสมควร โดยให้เงิน
อุดหนุนให้แก่ครอบครัวท่ีได้รับผลกระทบจากสภาพปัญหาทาง
สั ง ค ม ด า เ นิ น โ ค ร ง ก า ร Global Fund Alternative Care
โครงการสร้างเสริมประสบการณ์เด็กปฐมวัย (เด็กโยกย้ายถ่ิน)
เพ่อื เสริมสร้างความรู้ผู้ปกครองในการดแู ลเด็ก และใช้มาตรการ
ตรวจสอบข้อมูลการรบั เดก็ เป็นบตุ รบุญธรรม เป็นต้น

 มโี รงเรยี นพ่อแมป่ ูย่ ่าตายาย

 สนับสนนุ นมเด็กสาหรบั แมท่ ีต่ ดิ เชื้อ HIV AIDS (สธ.)

 ในอดีตสถานการณ์ AIDS รุนแรง ยังคงมีการดูแล
ต่อเนื่อง กรณีเด็กอยู่ในครอบครัวท่ีได้รับผลกระทบ
มกี ิจกรรมสง่ เสริมให้เด็กยงั คงอยกู่ บั ครอบครัวเดิม

27

บทท่ี 7 ความพิการ สขุ ภาพ และ สวสั ดิการพนื้ ฐาน ข้อ 6, 18(3), 23 24 26 27(1-3))

7.1 เดก็ พิการ

57. [คณะกรรมการเสนอแนะรัฐภาคีให้ทบทวนสถานการณ์ของเด็กพิการด้านการเขา้ ถึงบริการด้าน
การศึกษา และให้ความสาคัญกับการพัฒนาการศึกษาแบบเปิดโอกาสในวงกว้างมากกว่าการจัดใหเ้ ด็กเขา้ ศึกษาใน
สถาบันเฉพาะด้าน ให้เป็นจริง คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีกาหนดเป้าหมายเด็กพิการในนโยบายเยาวชน
ทั้งน้ีโดยพิจารณาคาแนะนาท่ัวไปของคณะกรรมการฉบับที่ 9 พ.ศ. 2548 เก่ียวกับสิทธิของเด็กพิการ (General
comment No. 9 (2006) on the rights of children with disabilities)]

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปจั จบุ นั

7.1.1 การทบทวนสถานการณ์การเข้าถงึ  แก้ไขกฎหมายคนพิการแก้ไขเพอ่ื ใหส้ ิทธิแก่เด็กพิการต่างด้าว

บริการของเด็กพกิ าร  การจาแนกประเภทการให้บริการตามคานิยามความพิการ

 การจดั แผนการศึกษาใหส้ อดคล้องกับความต้องการของเด็ก

มกี ารเช่น การศึกษาต่อ และการบริการสาธารณสขุ เชน่ Child

Find, Assessment, Intervention

 การเขา้ ถึงสทิ ธิบรกิ ารทางดา้ นสุขภาพเด็กพิการต่างดา้ วไม่มี

สถานะทางทะเบยี น

 เดก็ พิการที่ขน้ึ ทะเบยี นแล้ว จะมกี ารตดิ ตามพฒั นาการเป็น

ระยะ กรณเี ดก็ พิการติดเตียง มโี ครงการให้เด็กไดร้ ับการศึกษา

ขยายเปน็ 25 แห่ง การดแู ลเดก็ พิการจะเป็นตัวชี้วดั หนง่ึ ของ

การตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสขุ

 การเข้าถึงสิทธิของเด็กพิการท่ีไม่มีสถานะเข้าถงึ บริการด้าน

การศึกษา 41,000 คน ประถมศกึ ษา 300,000 คน

มัธยมศกึ ษา 70,000 คน

 อัตราเดก็ ออกจากโรงเรียนกลางคนั

7.1.2 การศกึ ษาพเิ ศษ  การเรียนของเด็กพิการต้องคานึงถึงความจาเป็นและความ

ต้องการของเด็ก เช่น เรียนร่วม เรียนเฉพาะซ่ึงเป็นการสร้าง

ทางเลือกให้แก่ผูป้ กครอง

 โรงเรียนเฉพาะเป็นการสร้างความเช่ียวชาญใหแ้ ก่บุคลากร

7.1.3 การกาหนดนโยบายเด็กพิการใน  แนวทางอนามัยเจริญพันธ์ของเด็กพิการ โดยสถาบันสิรินธรฯ
แผนพฒั นาเดก็ และเยาวชน มีการประชุมหารือกับแพทย์ และผู้ปกครอง และแต่งต้ัง
คณะทางานระดับกระทรวง สาหรบั ระดับพน้ื ที่
7.1.4 สถิติจานวนและสัดสว่ นเดก็ พิการ  โครงการให้ความรู้อนามยั เจริญพนั ธข์ องเด็กพกิ าร (การทาหมัน
โดยความสมัครใจ หรือการทาหมันโดยช่วั คราว)
 การศึกษาวิจยั เพ่ิมเตมิ เกย่ี วกับอนามัยเจริญพันธ์ของเดก็ พิการ

 จานวนพอ่ แมท่ ีไ่ ด้รบั ความช่วยเหลอื

 จานวนเด็กทอ่ี ยู่ในสถานสงเคราะห์ ครอบครวั อปุ ถมั ภ์

 จานวนเด็กที่เรียนรว่ ม
 จานวนเด็กทเ่ี ข้าเรยี นในโรงเรยี นพิเศษ

 จานวนเด็กทไ่ี ม่ได้อยใู่ นระบบการศึกษา

28

7.2 สขุ ภาพและบรกิ ารสาธารณสุข

59. [คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคีเร่งรัดมาตรการปรับปรุงภาวะโภชนาการของเด็กทุกคน ทั้งน้ี ไม่

เกี่ยวข้องกับสถานะด้านเศรษฐกิจของครอบครัวเด็ก ระดับการศึกษาของมารดา ภูมิหลังด้านภาษาว่าใช้ภาษาไทยหรือ

ภาษาอ่ืน และสถานท่ีต้ังภูมิศาสตร์ว่าอยู่ในเขตเมือง ชนบท หรือพ้ืนที่ห่างไกล คณะการสนับสนุนให้รัฐภาคี

ดาเนนิ การวเิ คราะหส์ าเหตุและระดับภาวะทุโภชนาการของเดก็ ด้อยโอกาส นอกจากน้ี คณะกรรมการเสนอแนะให้
รฐั ภาคปี รับปรุงประเด็นต่าง ๆ รวมถงึ สถานะโภชนาการของเดก็ โดยการควบคุมภาวะการขาดสารไอโอดีนโดยตรา

กฎหมายและนโยบายเพื่อบรรลุผลการเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า และสร้างหลักประกันให้มีการปฏิบัติตามและมีการ

บรโิ ภคเกลอื ท่มี ีสารไอโอดนี โดยถ้วนหนา้ ]

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ต้งั แต่ปี 2555 – ปัจจบุ นั

7.2.1 มาตรการดา้ นโภชนาการ  การศึกษาสถานการณ์ทพุ โภชนาของเดก็ ด้อยโอกาส

7.2.2 กฎหมายและนโยบายการบรโิ ภค  คณะอนุกรรมการป้องกัน แก้ไข และขจัดการขาดสาร
สารไอโอดนี
ไอโอดีนในเด็กและเยาวชน

 รายงานผลการดาเนินงานของคณะกรรมการเรื่องไอโอดนี

แห่งชาติ

สถติ ิข้อมูลด้านสขุ ภาพและบริการสาธารณสขุ  อัตราการเสียชีวิตในทารกและเดก็ อายุ ตา่ กวา่ 5 ปี

 สัดส่วนของเดก็ แรกเกดิ ทมี่ ีนา้ หนักตา่ กวา่ เกณฑ์

 สัดส่วนของเด็กที่มีน้าหนักตามเกณฑ์ ต่ากว่าเกณฑ์อย่าง

มาก ตา่ กว่าเกณฑ์ และมากกวา่ เกณฑ์

 จานวนเด็กท่เี สียชวี ติ จากการฆ่าตวั ตาย

 สัดส่วนของครัวเรือนที่เข้าถึงสุขอนามัยข้ันพ้ืนฐานและน้า

ดื่มสะอาด

 ร้อยละของเด็กอายุ 1 ปี ท่ีได้รับวัคซีนป้องกันวัณโรค โรค
คอตีบ โรคไอกรน โรคบาดทะยกั โรคโปลโิ อ และโรคหัด

 อตั ราการเสียชวี ติ ของมารดา รวมถึงสาเหตุของการเสียชวี ิต

 สัดส่วนของหญิงต้ังครรภ์ท่ีเข้าถึงและได้รับบริการ

สาธารณสขุ กอ่ น/หลงั ตงั้ ครรภ์

 สัดส่วนของเด็กท่เี กดิ ในโรงพยาบาล

 สัดส่วนของบุคลากรท่ีได้รับการฝึกอบรมในการดูแลและ

ให้บรกิ ารในโรงพยาบาล

 สดั สว่ นของมารดาท่ีเล้ยี งลกู ด้วยนมแม่และระยะเวลา

29

7.3 การเล้ียงลูกดว้ ยนมแม่

61. [คณะกรรมการเสนอแนะรัฐภาคีให้สร้างเสริมและขยายความพยายามเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วย
นมแม่อย่างเดียวต่อเน่ืองกันไปเป็นเวลาหกเดือน โดยยกระดับความตระหนักและให้การศึกษาแก่สาธารณชน
โดยเฉพาะมารดาเก่ียวกับความสาคัญของการให้ทารกดื่มนมแม่ และความเส่ียงจากอาหารทดแทนนมแม่
คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคีใช้กฎหมายควบคุมกิจกรรมการตลาดสาหรับอาหารทดแทนนมแม่ตามประมวล
จริยธรรมการตลาดระหว่างประเทศสาหรับอาหารทดแทนนมแม่ (the International Code of Marketing of
Breast-milk Substitutes) และสร้างหลักประกันว่าจะมีการปฏิบัติการตามและตรวจสอบติดตามประมวล
จริยธรรมให้มีประสิทธิผล นอกจากน้ัน คณะกรรมการยังกระตุ้นรัฐภาคีดาเนินมาตรการเปล่ียนให้สถาบันผดุง
ครรภ์มารดา (maternity institutions) ทุกแห่งให้เป็นโรงพยาบาลท่ีมีบรรยากาศเอ้อื ต่อเด็กโดยสนับสนุนการให้
ทารกด่ืมนมแม่และสร้างหลักประกัน]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ต้ังแตป่ ี ๒๕๕๕ – ปจั จุบนั
7.3.1 การสรา้ งความตระหนักรู้แก่
สาธารณชน  สถานการณน์ มแม่ MICS ย้อนหลัง
 นโยบายการสง่ เสรมิ นมแม่โดยเฉพาะ และมีงบประมาณ
7.3.2 กฎหมายควบคมุ ตลาดนม
7.3.2 การส่งเสรมิ โรงพยาบาลท่เี ปน็ มติ ร สนบั สนุนอย่างตอ่ เน่ือง
ต่อเดก็
7.3.4 การพัฒนาศักยภาพผปู้ ระกอบ  รา่ งกฎหมายควบคุมตลาดนม
วชิ าชีพดา้ นสาธารณสขุ

7.4 สุขภาพวยั รนุ่

63. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคี

(ก) ดาเนินการมาตรการที่จาเป็นท้ังปวงเพื่อให้การศึกษาแก่เด็ก วัยรุ่น และครอบครัวในชุมชนต่าง ๆเก่ียว
กับเอ็ชไอว/ี เอดส์ และโรคทีส่ ่งผา่ นทางเพศสมั พนั ธอ์ ่นื ๆ

(ข) ขยายบริการด้านสุขภาพและสังคมท่ีสาคัญแก่เด็กและครอบครัวในกลุ่มประชากรชายขอบ และต่อสู้
กบั การตตี ราบาป และการเลอื กปฏบิ ัติทกุ รปู แบบอยา่ งจริงจงั

(ค) เร่งรดั ความพยายามการสรา้ งความตระหนักเกี่ยวกบั ผลกระทบเชิงลบของการต้ังครรภ์ใน วยั เยาว์
และการทาแท้ง

(ง) เสริมสร้างโครงการสุขภาพเก่ยี วกับแผนงานอนามัยเจรญิ พันธ์ในวัยรุ่น ซึง่ รวมถงึ การศกึ ษาด้านทักษะ
ชวี ติ และ

(จ) ประกันว่าการจัดบริการสุขภาพที่ครอบคลุม การสนับสนุนและการให้คาปรึกษาโดยปกปิด ข้อมูล
ส่วนบุคคลสาหรับเด็กสาวที่ตั้งครรภ์ และเร่งกระบวนการรับรอง/การใหค้ วามเหน็ ชอบร่างพระราชบญั ญัติอนามัย
เจริญพันธุ์ ]

30

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปจั จุบัน
7.4.1 การใหค้ วามรูแ้ ก่วัยร่นุ และครอบครวั
เกี่ยวกับ HIVS และโรคตดิ ต่อทาง  พ.ร.บ.ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และกฎกระทรวงตามกฎหมาย
เพศสมั พนั ธ์ และความกา้ วหนา้ การดาเนนิ งานในทางปฏบิ ตั ิ 4 กระทรวง
7.4.2 การเสรมิ สร้างการศกึ ษาอนามยั เจรญิ
พันธท์ กั ษะชวี ติ - จานวน/สัดส่วนของเด็กท่ีติดเชือ้ และไดร้ ับผลกระทบจาก
7.4.3 พ.ร.บ. การป้องกนั และแก้ไขปัญหา HIV/AIDS
การตงั้ ครรภ์ไมพ่ ร้อมในวัยรุน่ ฯ - จานวน/สัดส่วนของเด็กท่ีได้รับการช่วยเหลอื ซง่ึ รวมถึงการ
รกั ษาด้านการแพทย์ การใหค้ าปรึกษา การดูแลและการ
7.4.4 การบรกิ ารสขุ ภาพสาหรบั วัยรนุ่ สนับสนนุ
7.4.5 แผนการพัฒนาวัยรนุ่ - จานวน/สดั ส่วนของเด็กที่อาศัยอยกู่ ับญาติ ครอบครวั
7.4.6 รา่ ง พ.ร.บ. อนามยั เจรญิ พันธ์ อปุ ถัมภ์ สถานสงเคราะห์ หรือเด็กเร่ร่อน
ขอ้ มูลสถติ ิ - จานวนของครัวเรือนท่เี ด็กเป็นหัวหนา้ ครอบครวั ซง่ึ เปน็ ผล
จาก HIV/AIDS
- จานวนวยั รุน่ ทไ่ี ดร้ ับผลกระทบจากการต้งั ครรภใ์ นวัยรนุ่
การตดิ เช้ือจากการมีเพศสมั พันธ์ ปัญหาสุขภาพจติ รวมถึง
การใช้ยาเสพติดและแอลกอฮอล์

7.5 ยาเสพตดิ

65. [คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคีใช้มาตรการท่ีเหมาะสมท้ังปวง รวมถึงการรณรงค์เพ่ิมความ
ตระหนัก โดยมุ่งที่กลุ่มวัยรุ่นและผลกระทบเชิงลบของยาสูบ สุรา และยาเสพติด รวมถึงการให้การศึกษาในกลมุ่
เพื่อน และการอบรมด้านทกั ษะชีวติ เก่ียวกับการดาเนนิ การเชงิ การปอ้ งกัน คณะกรรมการเสนอแนะ รฐั ภาคีให้
ดาเนินการโครงการบาบัดและฟื้นฟสู าหรบั เดก็ และวัยร่นุ ติดสารเสพตดิ และแอลกอฮอล์]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตัง้ แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปจั จบุ ัน

7.5.1 การรณรงค์และการสรา้ งความตระหนัก

ในวยั รุ่น

7.5.2 การอบรมด้านทักษะชวี ิตให้แก่วัยรุ่น

7.5.3 การบาบัดและเยยี วยา

ข้อมูลสถิติ จานวนเดก็ ทเี่ ป็นเหย่ือของการใช้ยาเสพติดและสาร

เสพตดิ รวมถึงจานวนโครงการชว่ ยเหลือทีม่ อี ยู่

31

7.6 มาตรฐานการครองชีพ

67. [คณะกรรมการเน้นย้าข้อเสนอแนะฉบับเดิมว่า รัฐภาคียังคงจัดสรรทรัพยากรเพ่ือลดความ
ยากจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ คณะกรรมการเสนอแนะ
เพ่มิ เติมใหร้ ัฐภาคี ดาเนนิ การดงั น้ี

(ก) เสริมความพยายามในการพัฒนาและตรวจสอบติดตามยุทธศาสตร์การลดความยากจนระดับท้องถ่ิน
และชุมชน โดยเน้นการสรา้ งหลักประกนั ว่าสามารถได้รับบริการข้ันพ้นื ฐาน อาทิ โภชนาการ เครื่องนุ่งห่ม ที่
อยูอ่ าศยั นา้ และสุขาภบิ าล ตลอดจนบรกิ ารด้านสังคม สุขภาพ และการศึกษาอยา่ งเพียงพอโดยเทา่ เทยี มกนั
(ข) ออกมาตรการพิเศษช่ัวคราวและการปฏิบัติเชิงเน้นย้าเพ่ือยกระดับมาตรฐานการครองชีพให้กลุ่ม
ประชากรด้อยโอกาส รวมถึงการจัดเตรียมกองทุนเฉพาะและความช่วยเหลอื อย่างเปน็ รูปธรรมเพื่อสนับสนุน
เดก็ และครอบครวั ทไี่ ด้รบั กระทบจากความยากจน

(ค) ศึกษาและพิจารณาความเป็นไปได้ในการดาเนินโครงการเงินช่วยเหลือเด็กถ้วนหน้าเพ่ือแก้ไขปัญหา
ความเหลื่อมลา้ และใหเ้ ดก็ แตล่ ะคนไดร้ บั โอกาสเทา่ เทียมกนั ทจ่ี ะสามารถตัง้ ต้นชวี ติ ทดี่ ี ]

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปัจจบุ นั

7.6.1 การลดความยากจนและลดความเหลือ่ มล้า  ยุทธศาสตร์การลดความยากจนระดับท้องถน่ิ และ

ชมุ ชน

 มาตรการชัว่ คราวสาหรับครอบครัวยากจน เชน่

กองทนุ เพ่ือชว่ ยเหลือเด็กและครอบครัว

7.6.2 โครงการเงนิ อุดหนนุ เพื่อการเลีย้ งดเู ดก็ แรก

เกดิ

7.6.3 สถติ เดก็ พิการ และการบริการดา้ นสขุ ภาพ

32

บทที่ 8 การศึกษา นนั ทนาการ และกจิ กรรมทางวฒั นธรรม (ข้อ 28-31)

การศกึ ษา การฝึกอาชพี และการแนะแนว

69. ในคาแนะนาทัว่ ไปฉบับที่ 1 วา่ ดว้ ยเปา้ ประสงค์ของการศึกษา (พ.ศ. 2544) (the General Comment
No. 1 on the aims of education (2001) และคาแนะนาท่วั ไปฉบับที่ 7 วา่ ด้วยการปฏิบัตเิ พอ่ื การพฒั นา
เดก็ ปฐมวัย (the General Comment No. 7 on implementing rights in early childhood) นนั้
คณะกรรมการกระตุ้นใหร้ ัฐภาคี

(ก) ดาเนินมาตรการนโยบายและมาตรการอืน่ ทมี่ ีประสิทธิผลเพ่ือสร้างหลกั ประกันวา่ เดก็ ทกุ คนตัง้ แต่แรก
เกิดจนถึงวัยเข้าโรงเรียนได้รับโอกาสด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยมีการสนับสนุนท่ีมีประสิทธิผลด้านการ
บริการสขุ ภาพ โภชนาการ การศึกษา และการค้มุ ครองท่จี าเป็น เพือ่ ให้เดก็ ได้มีพฒั นาการไดเ้ ตม็ ท่ี

(ข) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นท่ียอมรับในระดับนานาชาติ เพื่อให้องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถน่ิ นาไปประยุกตใ์ ช้

(ค) กระตนุ้ และสรา้ งแรงจูงใจเดก็ ท่ีไมไ่ ด้พูดภาษาไทยและมาจากครอบครัวยากจนให้เข้าร่วมโครงการพัฒนา
เด็กปฐมวัยโดยเฉพาะอย่างยง่ิ เด็กในภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื และภาคใต้

(ง) ดาเนินมาตรการเร่งด่วนเพ่ือให้โอกาสด้านการศึกษาแก่เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา (6-11 ปี) ท่ีไม่ได้
เรียนหนังสอื ในโรงเรียน

(จ) ดาเนินการศึกษารอบด้านเกี่ยวกับสาเหตุและขอบเขตปัญหาการออกจากโรงเรยี นกลางคนั และการคง
อยู่ในโรงเรียนอยู่ในระดับต่า และการพฒั นาแผนปฏิบัติงานที่มีกรอบระยะเวลาชดั เจนเพื่อแก้ปัญหาโดยคานึงถึง
มติ ิหญงิ ชาย ความเหลือ่ มล้า และมาตรการปอ้ งกัน

(ฉ) กระตนุ้ เด็กโดยเฉพาะอย่างย่งิ เด็กผชู้ ายในเขตจงั หวดั ขายแดนภาคใต้ใหศ้ กึ ษาต่อระดับมธั ยมศึกษา

(ช) นานโยบายภาษาแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ไปปฏิบัติ เพ่ือสร้างหลักประกันว่ามีการศึกษาทวิภาษาที่มี
ประสทิ ธิผลตง้ั แต่เด็กโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ สาหรบั เด็กท่ีไม่ไดพ้ ูดภาษาไทยตามขอ้ บท 30 ของอนสุ ญั ญานี้

(ซ) รับมาตรการที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเพ่ือปรับปรุงคุณภาพการศึกษาและปรับปรุงผลลัพธ์ด้าน
การศึกษาในทุกระดับให้ดีข้ึน รวมท้ังการจัดหาวัสดุและส่ิงอานวยความสะดวกประกอบการเรียนการสอน
เสริมสร้างการฝึกหัดครู และการนิเทศ การบรรจุครูที่มีคุณวุฒิให้มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างย่ิงครูผู้หญิงและบุคคล
จากชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชนพ้ืนเมือง สร้างขีดความสามารถของกระทรวงศึกษาธิการ และปรับปรุงระบบการ
ตรวจสอบตดิ ตามการเรียนรู้ของเดก็

(ฌ) พิจารณาให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาต่อต้านการเลือกปฏิบัติในด้านการศึกษาขององค์การการศึกษา
วทิ ยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแหง่ สหประชาชาติ (ยูเนสโก) (the UNESCO Convention against Discrimination
in Education)

33

8.1 การพฒั นาเด็กปฐมวยั

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ต้ังแตป่ ี 2555 – ปจั จุบัน
8.1.1 นโยบายและยุทธศาสตรก์ าร
พฒั นาเดก็ ปฐมวยั  นโยบายและยทุ ธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวยั แห่งชาติ พ.ศ.
8.1.2 มาตรฐานการพัฒนาเด็กปฐมวยั 2560 – 2564 โดยมีกระทรวงรบั ผดิ ชอบ 4 กระทรวงหลัก

8.1.3 การเข้าถึงบรกิ ารด้านเดก็ ปฐมวยั  การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการพฒั นาเด็กปฐมวัยโดยมี
ในกลุม่ เปราะปรางในภาค องค์การปกครองสว่ นท้องถิ่นเปน็ หนว่ ยงานรบั ผดิ ชอบ
ตะวนั ออกเฉียงเหนอื และภาคใต้

8.2 เดก็ วัย 6 - 11 ปี ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ต้งั แต่ปี 2555 – ปัจจุบนั
ประเด็น  การศึกษาสาเหตุการออกจากโรงเรียนกลางคัน
 การพฒั นาแผนงานเพ่ือป้องกันการออกจากโรงเรยี น
8.2.1 มาตรการเรง่ ด่วนในการศกึ ษาต่อ กลางคัน
 งานวิจัย Drop Out
8.2.2 การสง่ เสรมิ ให้เด็กชายแดนในภาคใต้  นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรยี นรู้ เชน่ กจิ กรรม
ได้เรียนตอ่ ในระดบั มัธยมศึกษา ทางเลือกหรอื กจิ กรรมทางนนั ทนาการนอกห้องเรียน
สาหรบั เดก็ To be number one
 กรณีเด็กใต้ เรียนตอ่ ในโรงเรียนรฐั และโรงเรยี นปอเนาะ

ระบบการชว่ ยเหลอื นักเรยี นในโรงเรยี น สาเหตขุ องการ
ออกจากโรงเรียน โครงการเรียนเย่ยี มบ้าน

8.3 การศกึ ษาทวิภาษา ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตัง้ แตป่ ี 2555 – ปัจจบุ นั
ประเด็น  พ.ร.บ.ส่งเสริมการอา่ น และการรณรงคก์ ารอ่าน รวมถึง

8.3.1 โครงการโรงเรยี นทวิภาษา การใหร้ างวลั การใช้ภาษาไทยดเี ด่นประจาปี
 การสง่ เสรมิ ภาษาอาเซียน
8.3.2 แหล่งเรียนรู้ภาษาชาตพิ นั ธ์ และ  มีการพัฒนาหลักสตู รการเรยี นการสอนภาษาถิน่
ภาษาตา่ งชาติ (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรธิ ร)
 มีศนู ยว์ ฒั นธรรมแหง่ ประเทศไทย สอนภาษาเมยี นมา
มาลายู (กรมส่งเสริมวฒั นธรรม)
 การพฒั นาบุคลากรทส่ี ามารถสือ่ สารภาษาถนิ่ ได้

8.4 มาตรการปรบั ปรงุ คณุ ภาพการศึกษาและผลลัพธก์ ารศกึ ษา

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตัง้ แตป่ ี 2555 – ปจั จุบนั
8.4.1 รายงานการประเมินคุณภาพ  ผลการดาเนินงานตามนโยบาย รอบท่ี 3 และรอบที่ 4
การศกึ ษา  รา่ งมาตรฐานขั้นตา่ การพัฒนาเด็กปฐมวยั ท่ีสอดคล้องกับ

มาตรฐานอาเซียน และนาไปสมู่ าตรฐานศนู ยพ์ ัฒนาเด็ก
สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน โรงเรียนอนุบาล
 การปรบั ปรงุ มาตรฐานศูนย์เด็กเลก็ แห่งชาติ

34
 มาตรการการสง่ เสริมการเขา้ ถงึ สิทธิดา้ นการศึกษา เช่น การ

จดทะเบยี นการเกิดแกเ่ ด็กทุกคนทเ่ี กิดในประเทศไทย การ
สง่ เสริมพัฒนาการเด็ก และโครงการกจิ กรรมต่าง ๆ
8.4.2 การปรบั ปรุงหลักเกณฑ์การประเมนิ
คุณภาพการศึกษา

8.5 การเขา้ เป็นภาคี UNESO Convention against Discrimination in Education

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปัจจบุ ัน

การเข้าเป็นภาคี UNESO
Convention Against
Discrimination in Education

8.6 สถติ ิ ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แต่ปี ๒๕๕๕ – ปัจจบุ นั
ขอ้ มูลสถิติ
- อัตราการอา่ นออกเขียนไดข้ องเดก็ และผใู้ หญ่

- อัตราการเขา้ เรียนและได้รับการศกึ ษา ของโรงเรียน
ระดับประถมศึกษาและมัธยมศกึ ษา รวมถึงศูนยฝ์ ึกอาชีพ

- อตั ราการคงอยู่ การสาเรจ็ การศึกษา การศึกษาต่อ และ
สัดส่วนการหยุดเรยี นกลางคนั ของโรงเรยี นระดับประถมศึกษา
และมัธยมศึกษา รวมถงึ ศูนย์ฝึกอาชีพ

- อตั ราภาระงานเฉล่ียของครู ซ่ึงแสดงถึงความแตกต่าง
อยา่ งมนี ยั สาคญั ระหว่างในเมือง/ชนบท หรือภูมภิ าค รวมถึง
รอ้ ยละของครูท่ีไดร้ บั การอบรม

- จานวนของเด็กในท้องถนิ่ หรือเดก็ ชนกลุ่มน้อยทไี่ ดร้ ับ
การศึกษาในโรงเรยี นของรัฐในภาษาท้องถิ่น

- ร้อยละของเด็กในระบบการศึกษานอกโรงเรียน

- รอ้ ยละของเด็กที่เขา้ สูโ่ รงเรยี นอนบุ าล และ การจัดการ
ศึกษาปฐมวัยอ่ืนๆ

- จานวน/รอ้ ยละของเด็กที่อยูน่ อกระบบการศึกษา
- จานวนของสนามเด็กเล่นในชุมชน โดยแสดงข้อมลู ของ
เขตเมืองและชนบท

- จานวน/สดั ส่วนของเด็กท่ีเข้าร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการ
กีฬา ศลิ ปะ และวฒั นธรรม โดยจาแนกตามเด็กท่อี าศยั ในเขต
เมอื งและชนบท

35

บทที่ 9 มาตรการปกปอ้ งคุม้ ครองพเิ ศษ (ข้อ 22, 30, 32, 33, 35, 36, 37(ข)–(ง))

9.1 เด็กผู้ล้ภี ัยและผแู้ สวงหาแหลง่ ท่ีพกั พิง

71. [คณะกรรมการกระตุ้นรัฐภาคีให้ดาเนินมาตรการท่ีจาเป็นท้ังปวงเพื่อปรับปรงุ สภาพการณ์ในคา่ ยพักพิง
ชั่วคราวโดยจัดให้มีสิ่งจาเป็นพื้นฐานคณะกรรมการเสนอแนะ ให้รัฐภาคีขยายเวลาการดาเนินการ
ข้ึ น ท ะ เ บี ย น ผู้ แ ส ว ง ห า แ ห ล่ ง พั ก พิ ง ซ่ึ ง เ พ่ิ ง เ ดิ น ท า ง ม า ถึ ง เ พื่ อ ท ร า บ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง บุ ค ค ล เ ห ล่ า นั้ น
และปฏิบัติต่อผู้แสวงหาแหล่งพักพิงและผู้ลี้ภัยตามสถานะของบุคคลและไม่กักขังหรือส่งบุคคลเหล่านี้
ไปยังประเทศที่อาจเกิดอันตรายต่อชวี ิตได้ คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคแี สวงหาความช่วยเหลือด้านวิชาการ
จากสานักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ล้ีภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอ็ชซีอาร์) และเสนอแนะรัฐภาคีให้สัตยาบันต่อ
อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพของผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 (ค.ศ. 1951) และพิธีสาร พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) (the
1951 Convention relating to the Status of Refugees) และสร้างกรอบงานด้านกฎหมายและสถาบัน
ระดบั ชาติเพ่ือคุม้ ครองผู้ลภ้ี ัย ]

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ต้ังแตป่ ี 2555 – ปัจจบุ นั

9.1.1 การดแู ลผลู้ ีภ้ ยั และผู้แสวงหาแหลง่  กระบวนการมคี วามเกย่ี วขอ้ งกบั หลายหนว่ ยงาน
พักพิง  มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับเด็กเคลื่อนย้าย 2 เร่ือง การกาหนด

ถน่ิ ท่อี ยู่ และ มติเร่ืองสญั ชาติ

 มีการข้ึนทะเบียนเด็ก การจดทะเบียนเด็กในค่ายและการ

จดั สวสั ดกิ ารการคมุ้ ครองเด็ก

 กระบวนการคัดกรองที่ดาเนินการร่วมมือของความร่วมมือ

จากหลายหน่วยงาน เช่น NGOs อาทิ COER UNHCR

ด า เ นิ น ก า ร คั ด ก ร อ ง ใ น ส่ ว น ข อ ง เ ด็ ก ท่ี ติ ด ต า ม ม า กั บ

ครอบครัว

9.1.2 การข้ึนทะเบยี นผลู้ ้ภี ัยและการคดั

กรอง

9.1.3 เดก็ ในสถานกักของตม.และสถาน

แรกรบั ของ พม.

9.1.4 การส่งกลบั ประเทศต้นทางอยา่ ง

ปลอดภัย

9.1.5 การสง่ ไปประเทศท่ีสาม

ขอ้ มลู สถติ เดก็ ผ้ลู ภ้ี ัยจากนอกประเทศและ - ขอ้ มลู เงนิ จานวนของเดก็ ผู้ล้ีภัย และเดก็ ท่ีแสวงหา

เด็กพลดั ถ่นิ (จาแนกตามประเทศตน้ ทาง แหลง่ พกั พิง

สญั ชาติ และ การได้การรับรองหรือไม่ได้

การรับรองสถานะ)

- ข้อมลู จานวนและสดั สว่ นของเดก็ ลภ้ี ยั และเดก็ ท่ี

แสวงหาแหลง่ พกั พิง ทเ่ี ข้าศึกษาในระดับประถมศึกษาและ

มัธยมศกึ ษา การศกึ ษาอาชีพ บรกิ ารดา้ นสาธารณสุขและ

บรกิ ารอนื่ ๆ

- ขอ้ มลู จานวนเด็กทห่ี ายตัวไปในระหว่างหรือภายหลงั

การตรวจสอบสถานะ

36

9.2 เด็กในสถานการณโ์ ยกย้ายถ่ินฐาน

73. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนินการการศึกษาประเมินความเส่ียงเพ่ือพิจารณาว่าผู้โยกย้าย

ถิ่นฐานและบุตรเดินทางกลับสู่ประเทศต้นกาเนิดได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคี

ดาเนินการมาตรการด้านกฎหมายและนโยบายเพ่ือคุ้มครองเด็กในสถานการณ์การโยกย้ายถิ่นฐานจากการแสวง

ประโยชน์และสภาพการทางานทอ่ี ันตราย]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปัจจบุ นั

9.2.1 เด็กท่ีมีปัญหาสถานะบุคคล 1. กลมุ่ ท่เี ป็นคนไทยและไร้สญั ชาติ (รอการคัดกรองและพิสจู น์

สญั ชาต)ิ

- การผ่อนผนั ให้อาศยั อยู่ มกี ารขน้ึ ทะเบยี นให้อยู่ในระบบ

เชือ่ มโยงไปถึงเดก็ ที่มีอายุ 15 ปี ทขี่ นึ้ ทะเบียนแรงงานต่างด้าว

2. กลุม่ เด็กทพ่ี ่อแม่ยา้ ยไปทางานในถ่ินฐานอื่น และถกู ทง้ิ ไว้ในชุมชน

- การดาเนินงานกบั เด็กในพ้ืนที่แม่สอด ซ่งึ ต้องได้รบั ความรว่ มมือกับ

ประเทศเพอ่ื นบา้ นในการสง่ กลบั หรือคนื ส่สู ังคม

- การรายงานอาจตอ้ งรายงานในลักษณะการดาเนนิ การทเ่ี ปน็ ระบบ

- การดูแลเร่ืองการศึกษาของเด็กกลุ่มนี้อาจจะต้องจัดบริการให้โดย

ใช้มาตรฐานหรือรูปแบบเดียวกันกับเด็กไทยรวมทั้งจะต้องเป็น

การศึกษา หรือสาธารณสุขท่สี ามารถสง่ ตอ่ หรือเชอ่ื มโยงกนั ได้

9.2.2 บุตรติดแรงงานต่างดา้ วขนึ้

ทะเบยี น

9.2.3 บุตรของตา่ งดา้ วหลบหนเี ขา้ เมือง

9.3 แรงงานเด็ก

75. [คณะกรรมการเสนอแนะรัฐภาคีให้ศึกษาและให้ข้อมูลในรายงานฉบับต่อไปเก่ียวกับการจ้างงานเด็ก
ในภาคเศรษฐกจิ ไม่เป็นทางการ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การขอทาน และงานบริการ ในบา้ น
และดาเนินมาตรการเพอื่ ปรับปรุงระบบตรวจสอบแรงงานเพอื่ ตรวจสอบติดตามและตรวจหาเด็ก ที่ทางานในภาค
เหล่าน้ี คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคีแก้ไขกฎหมายเพื่อห้ามมิให้เด็กเก่ียวพันกับภาคเศรษฐกิจไม่เป็นทางการ
โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเปราะบาง เช่น แรงงานเด็กต่างด้าว เด็กเร่ร่อน คณะกรรมการเสนอแนะรฐั ภาคีให้พิจารณาให้
สัตยาบันอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสาหรับคนงานทางาน
บา้ น]

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตง้ั แตป่ ี 2555 – ปจั จบุ ัน
9.3.1 กฎหมายวา่ ดว้ ยการคุ้มครอง
แรงงานนอกระบบ  มีมาตรการทางกฎหมายทเี่ กี่ยวข้องกับแรงงานเด็กในภาค
เกษตรเรยี บร้อยแลว้
9.3.2 มาตรการหา้ มจา้ งงานเด็กใน
ภาคการเกษตรอุตสาหกรรมการ  เพิ่มเติมข้อมลู เกี่ยวกับมาตรการทางการบรหิ าร
ทอ่ งเทย่ี ว การขอทาน และงานบริการ
ในบ้าน  มีระบบข้ึนทะเบียนแรงงานต่างด้าว มีพนักงานตรวจแรงงาน
(Labor inspector) เพ่ือติดตามแรงงานที่ได้จากกลไกระบบ
การขนึ้ ทะเบียน

37

9.3.3 แผนปฏิบัติการการขจัดแรงงาน  อาจให้ข้อมูลเพ่ิมเติมว่ามีการใช้อาสาสมัครแรงงาน (แต่มี
เด็กในรปู แบบท่เี ลวร้าย ข้อจากดั เกย่ี วกับระเบยี บหรอื แนวปฏบิ ตั ิในบางส่วน เชน่ การ
เข้าไปตรวจแรงงานในโรงงาน อุตสาหกรรม ซึ่งอาจจะต้องใช้
9.3.4 การตรวจสอบและติดตาม มาตรการส่งเสริม เช่น เมื่อมาขึ้นทะเบียนแรงานแล้ว มี
แรงงานเดก็ มาตรการอย่างไรที่เปน็ ไปตามมาตรการท่ีกาหนด)
9.3.5 การเขา้ เป็นภาคี ILO NO.189
9.3.6 ขอ้ มลู สถติ เิ ด็กที่ถกู แสวงหา  การประเมินผลการดาเนนิ งานตามแผนฉบับเดิม
ประโยชนท์ างเศรษฐกจิ และแรงงาน  นโยบายและแผนปฏิบตั ิการฉบับใหม่
เด็ก
- จานวนและสัดส่วนของเด็กที่ถกู จ้างงานโดยมอี ายุ
ตา่ กว่าเกณฑ์ข้ันตา่ ในการจา้ งแรงงาน ซงึ่ เปน็ แรงงานเด็ก ตาม
อนสุ ัญญาว่าดว้ ยอายุขั้นตา่ ในการจา้ งงาน และ อนสุ ัญญาว่าดว้ ย
แรงงานเดก็ ในรปู แบบที่เลวรา้ ย
- ขอ้ มลู จานวนและสดั ส่วนเด็กทเี่ ขา้ ส่กู ารบาบัดฟื้นฟู
รวมทั้งการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน และ/หรอื การศึกษาด้านอาชีพ
- จานวนเด็กท่อี ยู่ในสถานการณเ์ ร่ร่อน

9.4 การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและการละเมิดเดก็

77. [ตามแนวทางคาแนะนาท่ัวไปของคณะกรรมการฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2554) เกยี่ วกบั สิทธขิ องเด็กที่
จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้ความรุนแรงในรูปแบบทั้งปวง (General Comment no. 13 (2011) on the
right of the child to freedom from all forms of violence) คณะกรรมการกระตนุ้ รัฐภาคใี ห้

ก) คงความพยายามในการสร้างความตระหนักของสาธารณชน และเสริมสร้างกลไกการตรวจหาและ
ป้องกัน และกาหนดให้ความคุ้มครองแกเ่ ด็กที่เป็นเหยื่อการเอาเปรียบและการประพฤติผิดทางเพศท้ังภายในและ
ภายนอกครอบครวั อยา่ งเตม็ รปู แบบ

ข) ดาเนนิ มาตรการทีจ่ าเป็นเพื่อลดระยะเวลาสบื สวนและดาเนินคดอี าญาเกี่ยวกบั การการะทาผดิ ทางเพศ
ตอ่ เดก็ และให้การคมุ้ ครองเด็กทเี่ ปน็ เหยือ่ จากผู้กระทาผิดอย่างเหมาะสม

ค) ดาเนนิ การวจิ ยั โดยรอบด้าน เกยี่ วกับสาเหตุ ลกั ษณะ และขอบเขตการเอาเปรียบและการประพฤตผิ ดิ ทางเพศ
ต่อเด็กชายและเดก็ หญิงในในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทัง้ เด็กสญั ชาตไิ ทยและเด็กต่างประเทศในรัฐภาคี และให้ข้อมลู
เกีย่ วกับจานวนคาร้องเรียน การสืบสวน และการดาเนนิ คดี

ง) ในการดาเนินการดังกล่าว คณะกรรมการเสนอแนะให้นาสรุปข้อสังเกตภายใต้พิธีสารเลือกรับเร่ืองการ
ขายเดก็ การค้าประเวณี และส่ือลามกที่เกี่ยวกับเดก็ (CRC/C/OPSC/THA/CO/1, 2012) ตลอดจนขอ้ เสนอแนะ
ของผู้เสนอรายงานพิเศษเกี่ยวกับการค้ามนุษย์โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กหลังจาก เยือนรัฐภาคีในเดือนสิงหาคม
พ.ศ. 2554 (the Special Rapporteur on trafficking in persons, especially women and children) ไป
ดาเนินการปฏิบัติ คณะกรรมการเสนอแนะรัฐภาคีให้นาเอกสารผลลัพธ์ซึ่งได้รับรอง ณ การประชุมระดับโลกว่า
ด้วยการต่อต้านการแสวงประโยชน์ทางเพศ ในปี 2539 2544 และ 2551 ณ กรุงสต็อกโฮล์ม โยโกฮามา และรโิ อ
เดอจาเนโร ตามลาดบั ]

38

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี 2555 – ปัจจุบนั
มาตรการลดระยะเวลาการสืบสวน
9.4.1 กฎหมายคมุ้ ครองเด็กทั้งในครอบครวั
และนอกครอบครัว - จานวนเดก็ ที่เกย่ี วขอ้ งกบั การแสวงหาประโยชนท์ างเพศ
การคา้ ประเวณี สอ่ื ลามกท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั เดก็ และการคา้ มนุษย์
9.4.2 ข้อมลู ของการแสวงหาประโยชน์ทาง
เพศ ล่วงละเมิดทางเพศ และการคา้ มนุษย์ - จานวนเด็กท่เี ขา้ สู่กระบวนการบาบดั ฟน้ื ฟู
จาแนกตามประเภทของการละเมดิ - จานวนรายงานคดีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ การ
ลว่ งละเมดิ ทางเพศ การขายเด็ก การลักพาตัวเดก็ และความ
รนุ แรงตอ่ เด็ก ในระหวา่ งรอบรายงาน
- จานวนและสัดสว่ นของคดีการแสวงหาประโยชน์ทาง
เพศ การลว่ งละเมิดทางเพศ การขายเด็ก การลกั พาตัวเด็ก
และความรุนแรงตอ่ เดก็ ที่มีการพิพากษา จาแนกตามข้อมูล
ประเทศเกิดของผู้กระทาผิด และลกั ษณะของการลงโทษ
- จานวนเดก็ ทีถ่ ูกค้ามนุษยเ์ พ่ือวตั ถปุ ระสงคต์ ่าง ๆ รวมถึง

แรงงาน
- ข้อมลู จานวนเจา้ หน้าที่ผู้บงั คบั ใช้กฎหมายทีไ่ ด้รับ
การฝึกอบรมเกี่ยวกับการป้องกันการค้ามนุษย์ในเด็กและการ
คานึงถึงศักดศิ์ รขี องความเป็นเด็ก

9.5 สายดว่ นให้ความช่วยเหลอื
77. [คณะกรรมการรับทราบว่าหน่วยงานบริการสังคมและสภาระดับชาติว่าด้วยเด็ก ( the Social

Services Division and the National Council for Children) ดาเนินการโทรศัพท์สองสายเพือ่ ช่วยเหลอื
เด็ก คณะกรรมการเสนอแนะว่ารัฐภาคีพิจารณารวมบริการโทรศัพท์ท้ังสองสายน้ีเป็นสายระดับชาติเดียวกัน
เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงข้ึน สายโทรศัพท์นี้ควรจะครอบคลุมพื้นท่ีท้ังประเทศ สามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง
และควรจะมี 3-4 หลักท่ีจาง่าย และจัดให้มีทรัพยากรการเงินและวิชาการเพียงพอ ตลอดจนบุคลากรท่ีได้รับการ
ฝึกฝนให้ตอบคาถามเด็กและวิเคราะห์บทสนทนาทางโทรศัพท์เพื่อจะได้ดาเนินการท่ีเหมาะสมต่อไป
คณะกรรมการเสนอแนะว่า รัฐภาคีควรแสวงหาความช่วยเหลือด้านวิชาการในด้านนี้จากองค์การทุนเพื่อเด็กแห่ง
สหประชาชาติ (ยนู เิ ซฟ) และสายโทรศพั ท์ช่วยเหลือเดก็ ระหวา่ งประเทศ (Child Helpline International)]

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี 2555 – ปจั จบุ ัน

9.5.1 การพัฒนาระบบศูนย์ช่วยเหลอื
สังคม

39

9.6 เดก็ ในกระบวนการยตุ ิธรรม

79. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีดาเนินการและเสริมสร้างความพยายามเพ่ือสร้าง
หลักประกันว่าจะมีการปฏิบัติด้านมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมสาหรับเด็กเด็กและเยาวชนเต็มรูปแบบ
โดยเฉพาะอย่างย่ิงข้อ 37 39 และ 40 ของอนุสัญญา และมาตรฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น กฎอัน
เป็นมาตรฐานขั้นต่าของสหประชาชาติว่าด้วยการบริหารงานยุติธรรมเกี่ยวกับคดีเด็กและเยาวชน (กฎแห่งกรุง
ปั ก กิ่ ง ) ( the United Nations Standard Minimum Rules for the Administration of Juvenile
Justice (the Beijing Rules)) ข้อแนะนาของสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันการกระทาผิดของเด็กและ
เยาวชน (ข้อแนะนาแห่งกรุงริยาด) (the United Nations Guidelines for the Prevention of Juvenile
Delinquency (the Riyadh Guidelines) และกฎสหประชาชาติว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและเยาวชนซึ่งถูก
ลิดรอนเสรีภาพ (กฎแห่งกรุงฮาวานา) (the United Nations Rules for the Protection of Juveniles
Deprived of Their Liberty (the Havana Rules) ทั้งนี้ โดยนาคาแนะนาท่ัวไปฉบับที่ 10 เก่ียวกับสิทธิเด็กใน
กระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับคดีเด็กและเยาวชน (CRC/C/GC/10)(General Comment No. 10 on
children’s rights in juvenile justice (CRC/C/GC/10) คณะกรรมการเนน้ ยา้ ให้ รัฐภาคี

(ก) เพ่ิมอายุที่ต้องรับผิดทางอาญาให้เป็นระดับอายุซึ่งเป็นที่ยอมรับกันระหว่างประเทศ และไม่ว่ากรณีใด
ให้มอี ายุไม่ต่ากว่า 12 ปี

(ข) การส่งเด็กไปยังสถานกักจะเป็นทางเลือกสุดท้าย และให้กักขังในระยะเวลาที่ส้ันท่ีสุดเท่าท่ีเป็นไปได้
และต้องเป็นไปตามกฎหมาย

(ค) เด็กได้รับการกักขังแยกจากผู้ใหญ่ และให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสม รวมท้ัง
สามารถติดต่อกบั ครอบครวั ไดอ้ ยา่ งสมา่ เสมอ

(ง) ส่งเสริมมาตรการทางเลือกในการกักกัน เช่น การหันเหคดี การคุมประพฤติ การให้คาปรึกษา การ
ทางานบริการชุมชน หรอื การรอลงอาญา ในทุกกรณีทีเ่ ป็นไปได้

(จ) การฝึกอบรมผู้พิพากษาและบุคลากรการพิจารณาคดีเก่ียวกับหลักการและบทบัญญัติของอนุสัญญา
และพธิ สี ารเลอื กรับ

(ฉ) จดั โครงการกลับคนื ส่สู ังคมสาหรับเดก็

(ช) ใช้เคร่ืองมือความช่วยเหลือด้านวิชาการท่ีพัฒนาท่ีคณะกรรมการบูรณาการหน่วยงานของ
สหประชาชาติว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมเยาวชน ( the United Nations Interagency Panel on
Juvenile Justice) และสมาชิก ซึ่งรวมถึง UNODC องค์การกองทุนเพ่ือเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ)
OHCHR และองคก์ รพฒั นาเอกชน และแสวงหาคาแนะนาและความชว่ ยเหลือดา้ นวิชาการดา้ นกระบวนการยุติธรรมจาก
สมาชกิ คณะกรรมการ ]

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปัจจุบนั

ข้อมลู สถติ ขิ อ้ มลู /สถติ ิของเดก็ ทกี่ ระทา - จานวนของบคุ คลอายุตา่ กวา่ 18 ปี ทถี่ ูกจบั กุมโดยเจ้าหน้าที่

ผิ ด ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ เ ด็ ก ที่ อ ยู่ ใ น ตารวจจากการกระทาผิดกฎหมาย

กระบวนการยุติธรรม รวมท้ังประเภท

ของอาชญากรรม

- สดั ส่วนของคดีที่ได้รบั การชว่ ยเหลอื ทางกฎหมาย และความ

ชว่ ยเหลอื อืน่ ๆ

- จานวนและสัดส่วนของบุคคลอายุต่ากว่า 18 ปี ซ่งึ

- เคยเข้าสกู่ ระบวนการบาบัดฟ้ืนฟู

40

- ถกู กล่าวหาโดยศาลและไดร้ ับการตัดสนิ โทษจาคุก
หรือกกั ขงั

- ไดร้ ับการลงโทษ โดยกระบวนการยุตธิ รรมเชิง
สมานฉนั ท์

- เข้ารว่ มโครงการคุมประพฤติ
- สัดสว่ นของคดีทมี่ กี ารกระทาผดิ ซ้า

9.7 เด็กที่ตกเป็นเหยอื่ และพยานเด็ก

80. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รฐั ภาคปี ระกันวา่ เหย่ือหรอื พยานอาชญากรรมที่เป็นเด็กทุกคน อาทิ เหย่ือ
ที่เป็นเด็กกรณีถูกละเมิด ความรุนแรงภายในครอบครัว การแสวงประโยชน์ทางเพศและเศรษฐกิจ การลักพาตวั
และการค้ามนุษย์ และพยานอาชญากรรมรวมถึงอาชญากรรมที่เจ้าหน้าท่ีรัฐและผู้ท่ีไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐเป็น
ผู้กระทา ได้รับการคุ้มครองตามที่กาหนดในอนุสัญญา และเสนอแนะว่ารัฐภาคีนาแนวทางการป ฏิบัติ
สหประชาชาติเกี่ยวกับความยุติธรรมในกรณีที่เก่ียวข้องกับเหยื่อและพยานอาชญากรรมท่ีเป็นเด็ก (แนบเป็น
ภาคผนวกในข้อมติคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม 2005/20 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2548) มาพิจารณา
โดยเต็มรูปแบบ (the United Nations Guidelines on Justice in Matters Involving Child Victims and
Witnesses of Crime (annexed to Economic and Social Council resolution 2005/20 of 22 July
2005]

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตั้งแตป่ ี 2555 – ปจั จบุ นั

ข้อมูลสถิติเด็กท่ีถูกริดลอนเสรีภาพ - จานวนบคุ คลอายุตา่ กวา่ 18 ปี ทีถ่ ูกคุมขงั ท่ีสถานี

กักกัน กักขัง หรือส่งไปอยู่ในสถาน ตารวจหรือสถานกักขงั หลังจากถกู กลา่ วหาวา่ กระทาความผิด

กักกนั จาแนกตามสถานภาพทางสังคม และระยะเวลากักขงั โดยเฉล่ีย

ภูมิลาเนา และประเภทอาชญกรรม

ของเดก็ ท่กี ระทาผดิ ดงั นี้

- จานวนสถานทเี่ ฉพาะสาหรับบุคคลอายุตา่ กว่า 18 ปีทถี่ กู

กลา่ วหาหรอื ต้ังข้อหาวา่ กระทาผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา

- จานวนบคุ คลอายุต่ากว่า 18 ปีในสถานกักตัวและระยะเวลา

ที่อยูโ่ ดยเฉลย่ี

- จานวนบุคคลอายตุ ่ากวา่ 18 ปที ี่ถกู กักตวั ในสถานกักกันโดย

ท่ไี ม่ได้แยกจากผู้ใหญ่

- จานวนและรอ้ ยละของบคุ คลอายุตา่ กว่า 18 ปีท่ถี ูกกล่าวหา

ว่ากระทาความผิดโดยศาลและไดร้ บั การพิพากษาให้คมุ ขงั และ

ระยะเวลาคุมขงั โดยเฉลยี่

- จานวนคดกี ารทารา้ ยและทารณุ กรรมบุคคลอายุต่ากวา่

18 ปี ทอ่ี ยู่ระหว่างการจับกุมและกักขังหรือจาคุก

41

9.8 เด็กชนกล่มุ นอ้ ยหรอื เดก็ พ้ืนเมอื ง

82. [คณะกรรมการเสนอแนะว่ารัฐภาคดี าเนนิ มาตรการเพื่อทีจ่ ะ

(ก) สร้างความตระหนักของประชาชนไทยเก่ียวกับวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย และประชาชน

พืน้ เมอื ง และเพ่ิมความอดกลนั้ ตอ่ อปุ นิสัยความเป็นอยแู่ ละวถิ ีชีวิต

(ข) สรา้ งโอกาสด้านเศรษฐกิจแกช่ ุมชนชนกล่มุ น้อยและชนพน้ื เมอื ง และสร้างหลกั ประกนั ให้ชุมชน

(ค) จัดเก็บข้อมูลเก่ียวกับประชากรชาวภูเขาที่กระจัดกระจายให้เป็นระบบ ท้ังนี้ให้พิจารณา

คาแนะนาทั่วไปของคณะกรรมการ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2552) เก่ียวกับเด็กพื้นเมืองและสิทธิของเด็กพ้ืนเมือง

ภายใตอ้ นสุ ญั ญา]

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ตง้ั แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปจั จุบัน

9.7.1 มาตรการเพือ่ สรา้ งความตระหนักของ  ประเทศไทยไม่ได้มีการกดี กันหรือลิดรอนสิทธิของ
ประชากรไทยเก่ยี วกับวัฒนธรรมของชนกล่มุ ชาตพิ นั ธ์ุ

นอ้ ยและคนพ้ืนเมอื ง  มติ ครม.ลา่ สุด เชน่ การขออนุญาตออกจากพ้ืนท่ีของ

เด็กทีเ่ ป็นชนเผา่ ซึ่งเปน็ การประทบั ตราให้กับเด็ก

ฯลฯ

9.9 เดก็ ในจงั หวัดชายแดนภาคใตข้ องประเทศไทย

84. [คณะกรรมการเสนอแนะวา่ รัฐภาคี
(ก) ดาเนนิ มาตรการทนั ทีเพอ่ื ประกนั วา่ สถานการณ์ในจงั หวัดชายแดนภาคใต้ไม่มผี ลในเชงิ ลบท้ังในทางตรง
และทางอ้อมต่อเด็ก คณะกรรมการเสนอแนะใหร้ ัฐภาคีนาข้อเสนอแนะภายใตพ้ ิธีสารเลอื กรับเรอ่ื งการเกี่ยวพันของ
เด็กในความขดั แย้งกนั ดว้ ยอาวุธ (CRC/C/OPAC/THA/CO/1, 2012) ไปปฏบิ ัติโดยไมล่ ่าชา้
(ข) สร้างหลักประกันว่าการดาเนินการเรียนการสอนในโรงเรียนไม่ชะงักอันเน่ืองมาจากทหารของรัฐหรือ
หนว่ ยกาลังกง่ึ ทหาร และได้รับการคมุ้ ครองจากการโจมตขี องกลุ่มตดิ อาวธุ ของกองกาลงั ที่ไม่ใช่ของรัฐ
(ค) จัดการสนับสนุนและบริการด้านจิตวิทยาและสังคมให้แก่เด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่ใช่
อาวธุ เป็นเร่ืองเรง่ ดว่ น
(ง) ดาเนินการเร่งรัดให้จัดทาแผนปฏิบัติการว่าด้วยการคุ้มครองและการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขต
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ]

42

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปัจจบุ นั

9.8.1 ประเทศไทยได้ดาเนินการตาม  ขอ้ มูลแผนปฏิบตั ิการว่าดว้ ยการคมุ้ ครองและพฒั นาเด็กและ
ข้อเสนอแนะ
เยาวชนในชายแดนภาคใต้ และสถติ ิทเ่ี กี่ยวข้อง

 มาตรการเฉพาะกลุ่ม คอื

1. เด็กที่ต้องสงสัยว่าเก่ียวข้องกับการกระทาความรุนแรง

ต้องให้ข้อมูลว่ามีหลักประกันในการคุ้มครองเด็กกลุ่มน้ี

อย่างไร เชน่ พิจารณาในศาลเยาวชนและครอบครัว หรือมี

กระบวนการบาบัดฟ้ืนฟอู ยา่ งไร

2. เด็กที่เป็นผู้เสียหาย ต้องระบุว่ามีกระบวนการค้นหา

กลุ่มเป้าหมายอย่างไร เช่น ร่วมมือกับ อปท. องค์กร

ศาสนา และมีมาตรการท่ีรับประกันสิทธิของเด็กกลุ่มน้ีจะ

ไดร้ ับ

43

บทที่ 10 การใหส้ ัตยาบนั กฎหมายวา่ ด้วยสทิ ธมิ นษุ ยชนระหวา่ งประเทศ

10. การใหส้ ัตยาบนั กฎหมายว่าด้วยสิทธมิ นุษยชนระหว่างประเทศ

85. [คณะกรรมการกระตุ้นให้รัฐภาคีให้สัตยาบันพิธีสารเลือกรับ เรื่อง กระบวนการร้องเรียน (the
Optional protocol to the Convention on the Rights of the Child on a Communications
Procedure) คณะกรรมการยังได้เสนอแนะรัฐภาคีให้สัตยาบันตราสารว่าด้วยสิทธิมนุษยชนฉบับหลักของ
สหประชาชาติ (the core United Nations human rights instruments) ซึ่งรฐั ภาคียงั ไม่ได้เป็นภาคี ได้แก่
พิธีสารเลือกรับของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (the Optional
Protocol to the International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights) พิธีสารเลอื ก
รับฉบับที่หน่ึงและฉบับท่ีสองของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมอื งและสิทธิทางการเมือง (the first and
second Optional protocols to the International Covenant on Civil and Political Rights) พธิ สี ารเลือกรับ
ของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือย่ายีศักด์ิศรี
( the Optional Protocol to the Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or
Degrading Treatment or Punishment) พิธีสารเลือกรบั ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (the Optional
Protocol to the Convention on the Rights of Persons with Disabilities) อนุสัญญาระหว่างประเทศ
ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของคนงานอพยพและสมาชิกครอบครัว (the International Convention on the Rights
of All Migrant Workers and Members of Their Families) อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการ
ป้องกันบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบงั คับ (the International Convention for the Protection of
all Persons from Enforced Disappearance) และอนื่ ๆ]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตัง้ แต่ปี ๒๕๕๕ – ปัจจุบัน




44

บทที่ 11 ความร่วมมอื กับองค์กรระดับภูมิภาคและองคก์ รระหวา่ งประเทศ
11. ความร่วมมือ

86. [คณะกรรมการเสนอแนะวา่ รัฐภาคีรว่ มมือกบั คณะกรรมาธิการสง่ เสริมและคุ้มครองสทิ ธสิ ตรี
และเด็กแห่งอาเซยี น (the ASEAN Commission on the Promotion and Protection of the Rights
of Women and Children) และองค์กรอน่ื ๆ]

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ต้ังแต่ปี ๒๕๕๕ – ปจั จบุ นั







บทที่ 12 การติดตามและการเผยแพร่

12.1 การติดตาม

87. [คณะกรรมการเสนอแนะว่ารัฐภาคีใช้มาตรการท่ีเหมาะสมเพอ่ื ใหม้ ีการดาเนินการนาขอ้ เสนอแนะไป
ปฏิบัติทุกประการด้วยวิธีการต่าง ๆ ซ่ึงรวมถึงการส่งข้อเสนอแนะน้ีให้ผู้นารัฐ ศาลสูงสุด รัฐสภา กระทรวงที่
เกย่ี วข้อง และหน่วยงาน/เจ้าหนา้ ท่ที ้องถนิ่ เพ่อื ใหพ้ จิ ารณาตามควร และการปฏิบัตติ อ่ ไป]

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แต่ปี ๒๕๕๕ – ปจั จบุ นั






12.2 การเผยแพร่

88. [คณะกรรมการเสนอแนะให้รฐั ภาคีเผยแพร่รายงานฉบับที่ 3 - 4 และสรุปข้อสังเกตของคณะกรรมการ
ต่อรายงานฉบับที่ 3 - 4 เป็นภาษาของประเทศ รวมถึงเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ตให้สาธารณชน ประชาสังคม
องค์กรตา่ ง ๆ กลุ่มเยาวชน กลมุ่ วชิ าชพี และเด็ก เพ่อื ท่ีจะใหเ้ กดิ การอภิปรายและการตระหนกั รู้เก่ยี วกบั อนุสญั ญา
การปฏบิ ตั ดิ าเนินการ และการตรวจสอบติดตาม]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ – ปัจจุบนั






45

รายงานฉบบั ต่อไป
89. คณะกรรมการเชิญรัฐภาคีให้ย่ืนรายงานตามวาระ (periodic report) โดยรวมฉบับท่ี 5 และฉบับท่ี 6
ภายในวนั ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560 คณะกรรมการขอให้พจิ ารณาแนวทางปฏิบัตดิ ้านการรายงานเฉพาะอนุสัญญา
ท่ีมีลักษณะเดียวกันของคณะกรรมการ ซึ่งได้รับรองเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 (CRC/C/58/Rev.2) และ
แจ้งให้รัฐภาคีระลึกว่ารายงานในอนาคตควรจะดาเนินการตามแนวทางปฏิบัติและ มีความยาวไม่เกิน 60 หน้า
คณะกรรมการกระตนุ้ ใหร้ ัฐภาคีย่ืนรายงานตามแนวทางปฏบิ ตั ิ ในกรณที ร่ี ฐั ภาคยี ืน่ รายงานมีความยาวเกินกาหนด
จะขอใหร้ ฐั ภาคที บทวนและย่นื รายงานใหม่ตามแนวทางปฏบิ ัติที่ระบุไว้ขา้ งต้น คณะกรรมการแจ้งใหร้ ฐั ภาคีระลึก
ว่าในกรณีท่ีรัฐภาคีไม่อยู่ในฐานะท่ีจะทบทวน และยื่นรายงานใหม่นั้น จะไม่สามารถรับประกันว่าจะมีการแปล
รายงานเพือ่ ให้องค์กรตามสนธสิ ัญญาตรวจสอบได้

46

บทที่ 13 พธิ ีสารเลือกรบั เร่ือง การขายเดก็ การคา้ ประเวณเี ดก็ และส่ือลามกทเี่ ก่ียวกับเด็ก

13.1 ขอ้ มูล

8. [คณะกรรมการแนะนาให้รัฐภาคีเร่งดาเนินการพัฒนาและวางระบบการจัดเก็บข้อมูลท่ีชัดเจน
สอดประสานและมีประสิทธิภาพท่ีมีการวิเคราะห์ ตรวจสอบและประเมินผลกระทบท่ีครอบคลุมทุกด้านตาม
อนสุ ญั ญาและพธิ ีสาร ดังได้กล่าวไวใ้ นสรปุ ข้อสังเกตของอนุสัญญา ข้อมลู ควรมีการจาแนกรายละเอียดเกี่ยวกับ
เพศ อายุ สัญชาติและชาติพันธ์ุ ภูมิภาค และสถานะทางด้านเศรษฐกิจสังคม โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่
เด็กกลุ่มเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมภายใต้พิธีสาร ข้อมูลควรจัดเก็บตามจานวนคดีท่ีมีการฟ้อง
คดี และผลการตัดสินคดีที่มีการลงโทษผู้กระทาผิดจาแนกตามลักษณะความผิด นอกจากนี้ คณะกรรมการ
สนับสนุนให้ดาเนินการต่อไปในการแสวงหาความช่วยเหลือทางด้านวิชาการจากองค์การทุนเพ่ือเด็กแห่ง
สหประชาชาติตามข้อเสนอแนะข้างตน้ ]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ตัง้ แตป่ ี 2555 – ปจั จบุ นั

10.1.1การจัดเก็บข้อมูล / ระบบการจัดเก็บ
ขอ้ มลู

10.1.2การตรวจสอบและประเมนิ ผลกระทบ

10.1.3 การจาแนกประเภทรายละเอียดข้อมูล
เพศ อายุ สัญชาตแิ ละชาติพนั ธ์ ฯลฯ

10.1.4 ข้อมูลเด็กจาแนกตามเพศ อายุ เช้ือ - จานวนคดีการขายเดก็ การค้าประเวณีเด็ก ส่ือลามกท่ี
ชาติ และเขตท่ีพักอาศยั (เมือง/ชนบท) ดังนี้ เกยี่ วกับเด็ก และการท่องเท่ียวทางเพศในเดก็

- จานวนคดีการขายเดก็ การคา้ ประเวณเี ดก็ สื่อ
ลามกท่เี กย่ี วกบั เด็ก และการทอ่ งเที่ยวทางเพศในเด็ก ที่
ไดร้ ับการไตส่ วน พพิ ากษา และตดั สินลงโทษ

- จานวนเด็กทีเ่ ป็นเหยื่อทไ่ี ดร้ บั การชว่ ยเหลือ เยยี วยา
หรือชดเชย ตามบทบัญญัติมาตรา 9 ย่อหน้า 3 และ 4

ของพธิ สี าร

13.2 กฎหมาย

10. [คณะกรรมการจึงเร่งรัดให้ดาเนินการปรับกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับพิธีสาร โดยเฉพาะ
บัญญัติคานิยามท่ีชัดเจนและห้ามกระทาความผิดทุกประการตามบัญญัติพิธีสารด้วยกฎหมายท่ีสอดคล้องกับ
ขอ้ 2 และข้อ 3 ของพธิ สี ารน้ี]

ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตั้งแต่ปี 2555 – ปัจจบุ นั

10.2.1 กฎหมายท่สี อดคลอ้ ง

102.2 การบัญญัติคานิยามทีชัดเจนและห้าม

กระทาความผดิ ทกุ ประการ

47

13.3 แผนปฏิบตั ิการระดับชาติ

12. [ตามสรุปข้อสังเกตของอนุสัญญา คณะกรรมการเสนอแนะให้ไทยรวมแผนการปฏิบัติการ
ที่ครอบคลุมเนื้อหาภายใต้พิธีสารบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2555 - 2559 และจัด
ทรัพยากรใหเ้ พียงพอท่ีจะดาเนินการในทางปฏิบตั ิทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ และวิชาการในการดาเนินงาน
ดังกล่าว คณะกรรมการเสนอแนะให้ไทยพิจารณาถึงการประเมินและทบทวนโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการที่
มีอยู่ นอกจากนี้ คณะกรรมการเสนอแนะให้ไทยคานึงถึงการดาเนินการตามข้อบัญญัติท้ังปวงของพิธีสาร ตาม
ปฏิญญาและแผนปฏิบัติการและพันธกิจระดับโลก ซ่ึงรับรองในการประชุมสมัชชาเพ่ือต่อต้านการแสวง
ประโยชน์ทางเพศจากเด็ก คร้ังท่ี 1 2 และ 3 ซึ่งจัดท่ีกรุงสต็อคโฮล์ม โยโกฮามา และริโอ เดอ จาเนโรในปี พ.ศ.
2539 พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2551 ตามลาดบั ]

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตั้งแตป่ ี ๒๕๕๕ – ปจั จุบนั

 แผนการปฎิบัติการภายใตแ้ ผนพฒั นา ขอ้ มูลเก่ยี วกับการจัดทาแผนปฏบิ ตั กิ ารเก่ียวกบั การป้องกัน
เด็กและเยาวชนแหง่ ชาติ แกไ้ ขปัญหาการค้ามนุษย์ การค้าประเวณเี ด็ก ส่ือลามกอนาจาร
เดก็ (มีการเพ่ิมโทษของผคู้ รอบครอง) การขจัดการใชแ้ รงงาน
 การทบทวนโครงการภายใต้แผนปฎิบัติการ เดก็ ในรปู แบบท่ีเลวรา้ ย (สรุปส้ันๆ)

13.4 การประสานและการประเมนิ

14. โดยอ้างอิงย่อหน้าท่ี 13 และ 14 ของสรุปข้อสังเกตของอนุสัญญา คณะกรรมการเสนอแนะ
ให้ไทยรับรองว่า จะมีการประสานงานท่ีดีข้ึนระหว่างหน่วยงานและคณะกรรมการต่าง ๆ ท่ีทางานพัฒนาและ
ปฏิบัติการตามนโยบายสิทธิเด็ก รวมถึงหน่วยต่าง ๆ ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ และมอบหมายหนึ่งหน่วยงานท่ีสามารถทาหนา้ ทน่ี า และกากบั ดูแลภาพรวมไดอ้ ยา่ ง มี
ประสิทธิภาพ เพื่อการตรวจสอบติดตามและการประเมินกิจกรรมของเรื่องสิทธิเด็กตามอนุสัญญาและ
พธิ สี ารในระหว่างกระทรวงและจากสว่ นกลางไปสู่ระดบั ทอ้ งถน่ิ

ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ต้งั แต่ปี 2555 – ปจั จบุ นั

ก ล ไ ก ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น ร ะ ห ว่ า ง ห น่ ย ว ง า น ภ า ย ใ ต้

กระทรวงพม.

13.5 การเผยแพร่และการส่งเสรมิ ความตระหนักรู้

6. คณะกรรมการเสนอให้

(ก) พฒั นาแผนขอ้ มลู สารสนเทศและการศึกษาเกย่ี วกบั มาตรการป้องกัน และผลร้ายของการขาย

เด็ก การคา้ ประเวณเี ดก็ และสอ่ื ลามกท่ีเก่ียวกบั เด็ก ทั้งนี้ โดยประสานงานอยา่ งใกลช้ ิดกบั ชมุ ชน เดก็

และเด็กท่เี ปน็ เหยือ่

(ข) เผยแพร่ข้อมูลเรื่องของพิธีสารอย่างเป็นระบบให้แก่กลุ่มวิชาชีพท่ีเก่ียวข้อง โดยเฉพาะอย่าง

ย่งิ เจ้าหนา้ ทต่ี ารวจ ผ้พู ิพากษา อัยการ ส่อื มวลชน นักสังคมสงเคราะห์ และผู้ทางานในหนว่ ยงานพิทกั ษ์เด็ก

48

ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตัง้ แตป่ ี ๒๕๕๕ – ปจั จบุ ัน

13.5.1 การพฒั นาข้อมลู สารสนเทศ

13.5.2 มาตรการป้องกนั และผลกระทบ

ของการขายเด็ก การค้าประเวณีเด็ก และ

สือ่ ลามกเก่ียวกบั เด็ก

13.5.3 การเผยแพร่ข้อมูลเรอ่ื งพธิ สี าร - ตารวจ

- ผพู้ ิพากษา

- อัยการ

- สอ่ื มวลชน

- นกั สงั คมสงเคราะห์

- ผทู้ างานในหนว่ ยงานดา้ นเด็ก

13.6 การป้องกันการขายเด็ก การค้าประเวณีเดก็ และส่ือลามกทีเ่ กยี่ วกบั เดก็
13.6.1 มาตรการปฏบิ ัติเพือ่ ใช้ปอ้ งกันการกระทาผิดตามพิธีสาร
22. คณะกรรมการเสนอให้ไทยเร่งรัดปรับกฎหมาย โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายท่มี ี

อยู่ รวมถึงมาตรการทางการบริหาร นโยบายสังคมและแผนเก่ียวกับการป้องกันการขายเด็ก การค้าประเวณี
และสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็กให้เข้มงวดและเข้มแข็งยิ่งขึ้น คณะกรรมการเสนอให้ไทยดาเนินมาตรการที่จาเป็น
เพอื่ ปอ้ งกันและดาเนินคดีกับการทุจรติ ต่อหนา้ ท่ีในหม่เู จ้าหน้าท่ีตารวจ โดยเฉพาะผ้ทู ีเ่ ข้าไปมสี ว่ นเก่ียวข้องกับ
ธรุ กิจทางเพศ

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตั้งแตป่ ี 2555 – ปัจจุบนั
13.6.1.1 การปรับกฎหมาย การปรบั ปรงุ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนษุ ย์ฯ

13.6.1.2 การบังคับใช้กฎหมาย 1.1 การเพิ่มโทษ
13.6.1.3 มาตรการทางการบริหาร 1.2 กระบวนการพิจารณา* (ถือเป็น turning point ที่
สาคัญ)
1.3 เปลี่ยนคานิยาม“เด็ก” (ขอข้อมูลเพิ่มจากท่านวันชัย
จากรายงานการประชมุ majestic 21 ก.พ. 60)
2. การยกร่างเพ่ิมเติม แก้ไข กม.อาญา กาหนดให้การขายเด็ก
ตาม OPP เป็นความผิดตาม กม. เดมิ จะตอ้ งดูจากเจตนา แต่ตาม
กม.ใหม่ ถ้ามีเรื่องของผลประโยชน์จะเป็นการผิด กม. เช่น การ
รบั จ้างอุ้มบญุ

49

13.7 การท่องเที่ยวเพ่ือแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก
24. คณะกรรมการกระตุ้นให้ไทยวางแนวทางการกาหนดกฎระเบียบและการปฏิบัติอย่างจริงจัง

และดาเนินมาตรการที่จาเป็นด้านกฎหมาย การบริหาร มาตรการทางสังคม และมาตรการอื่นท้ังปวง เพ่ือ
ป้องกันและขจัดการการท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก คณะกรรมการสนับสนุนให้รัฐภาคี
สร้างความเข้มแข็งในความร่วมมือระหว่างประเทศ ระดับพหุภาคี ภูมิภาค และทวิภาคี เพื่อป้องกันและขจัด
การท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก เร่งรัดให้ไทยเร่งเสริมสร้างความเข้าใจให้กับ
ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงพิษภัยของอันตรายจากการท่องเท่ียวเพ่ือแสวงความสุขทางเพศ
จากเด็ก เผยแพร่กฎบัตรเกียรติยศสาหรับการท่องเที่ยว (Charter of Honour for Tourism) และประมวล
จรยิ ธรรมโลกเพื่อการท่องเทีย่ วขององค์การการท่องเท่ียวโลก (WTO Global Code of Ethics for Tourism
) ในหมู่บริษัทและตัวแทนจัดการท่องเที่ยว และสนับสนุนให้ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวเหล่านี้ลงนามใน
ประมวลจรยิ ธรรมเพือ่ การปกป้องเด็กจากการแสวงประโยชน์ทางเพศในการเดนิ ทางท่องเท่ียว

ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ต้งั แตป่ ี 2555 – ปจั จุบนั

13.7.1กฎหมาย กฎระเบียบ มาตรการในการป้องกัน ระเบยี บหรอื ข้อกาหนดในการประกอบธรุ กจิ ท่องเที่ยว

และขจัดการท่องเท่ียวเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ

จากเด็ก

13.7.2ความรว่ มมือกับหนว่ ยงานภาคเอกชน และ

หน่วยงานระหว่างประเทศ ในการป้องกันและขจัดการ

ท่องเทีย่ วเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็ก

13.7.3 มาตรการ/แนวทางการเสริมสร้างความเข้าใจกับ

ภาคอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว

13.7.4 กฎบตั รเกยี ตรยิ ศสาหรับการท่องเที่ยว

13.7.5 ประมวลจริยธรรมโลกเพื่อการท่องเท่ียวของ

องคก์ ารท่องเที่ยวโลก

13.8 การหา้ มการขายเด็ก ส่ือลามกทเ่ี ก่ยี วกับเด็ก และการคา้ ประเวณเี ด็ก และเร่อื งทเี่ กีย่ วข้อง (ข้อ 3, ข้อ
4 วรรค 2 และ 3, ข้อ 5, ข้อ 6, และ ขอ้ 7)

13.8.1 กฎหมายอาญาหรอื กฎหมายลงโทษและกฎระเบียบท่ีมีอยู่

26. คณะกรรมการเสนอแนะให้ไทยเดินหนา้ ทบทวนแก้ไขกฎหมายอาญาและกฎหมายที่
เก่ยี วข้องให้สอดคล้องกบั ข้อ 2 และขอ้ 3 แห่งพธิ ีสาร โดยเฉพาะควรจะ

ก) กาหนดคานิยามและบัญญัติให้การขายเด็กเป็นความผิดทางอาญา สอดคล้อง
กบั พธิ ีสาร และโดยเฉพาะการขายเด็กเพื่อการนาไปเป็นบุตรบุญธรรมโดยมชิ อบด้วยกฎหมาย การนาไปบังคับ
ใช้แรงงาน และการถ่ายโอนอวัยวะของเด็กเพื่อผลประโยชน์กาไร ท้ังนี้ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติข้อ 3
วรรค 1 (ก) (i) ข., 1 (ก) (i) c., 1 (ก) (ii) และข้อ 5 ของพิธีสาร

ข) แก้ไขและบัญญัติฐานความผิดเร่ืองสื่อลามกท่ีเก่ียวกับเด็กให้สอดคล้องกับ
บทบัญญตั ิ ในขอ้ 2 และ 3 แหง่ พธิ สี ารโดยสมบูรณ์


Click to View FlipBook Version