50
ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ต้งั แต่ปี 2555 – ปัจจบุ ัน
13.8.1.1 กฎหมายอาญาหรอื กฎหมายลงโทษและกฎระเบยี บ การแก้ไขกฎหมายอาญา
ท่ีมอี ยู่ คานิยามและบัญญตั ิการขายเด็กให้เป็นความผิดอาญา
การแก้ไขและบัญญัตฐิ านความผดิ เรื่องสื่อลามกทเี่ กี่ยวกบั
เด็ก
13.8.2 การดาเนินคดีและการลงโทษ
28. คณะกรรมการเร่งรัดให้ไทยดาเนินมาตรการท่ีจาเปน็ ทั้งปวง เพ่อื ประกันว่าอาชญากรรม
ตามพิธีสารได้มีการสืบสวนสอบสวนและได้มีการสืบสวนสอบสวนว่ากระทาผิดได้ถูกดาเนินคดีและลงโทษ
ตามควรแก่กรณี รวมทงั้ การจดั ทาข้อมลู โดยตรงเก่ยี วกบั การสืบสวน สอบสวน การดาเนินคดี และการลงโทษ
ผ้กู ระทาความผดิ ภายใต้พธิ ีสารในรายงานฉบับตอ่ ไป
ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ต้งั แตป่ ี 2555 – ปัจจบุ นั
13.8.2.1 การดาเนินคดีและการลงโทษ
13.8.2.2 การจัดทาข้อมูลสถิติการดาเนินคดีและการ
ลงโทษ
13.8.3 อานาจศาลและการส่งผู้รา้ ยขา้ มแดน
30. คณะกรรมการเสนอให้ไทยดาเนินขั้นตอนเพื่อประกันว่า กฎหมายภายในจะให้
อานาจดาเนินคดีแบบข้ามเขตอานาจที่รวมถึงอานาจดาเนินคดีโดยไม่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นความผิดสองรัฐ
สาหรับความผิดตามพิธีสารน้ี คณะกรรมการเสนอเพ่ิมเติมให้ไทยพิจารณานาพิธีสารไปผนวกเป็นพื้นฐาน
กฎหมายเรือ่ งการสง่ ผู้รา้ ยข้ามแดนโดยไม่มเี งื่อนไขเรอ่ื งสนธิสัญญาทวิภาคี
ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปจั จบุ ัน
13.8.3.1 อานาจศาลและการส่งผ้รู ้ายขา้ มแดน
13.8.3.2 การดาเนินคดีแบบข้ามเขตอานาจ อานาจทางกฎหมายระหว่างประเทศท่ีไม่เท่าเทียมกัน
เช่น เป็นความผิดในประเทศหนึ่งแต่ในอีกประเทศไม่ถือ
เป็นความผดิ
อาจระบุว่าใช้กลไกกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ
เชน่ กรอบอาเซยี น กรอบความร่วมมอื เฉพาะ
51
13.9 การคุ้มครองสิทธขิ องเดก็ ทีต่ กเปน็ ผู้เสยี หาย (ข้อ 8 และ ขอ้ 9 วรรค 3 และวรรค 4)
13.9.1 มาตรการปฏิบัติเพ่ือคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของเด็กที่เป็นผู้เสียหายจากการกระทาผิดตามพิธีสาร
ฉบับน้ี
34. คณะกรรมการเสนอให้ไทยเสริมมาตรการให้เข้มข้ึน เพ่ือคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของเด็ก
ผู้เสียหายจากการกระทาความผดิ ทกุ มูลฐานภายใตพ้ ิธีสาร และโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่
(ก) จัดต้ังกลไกและกระบวนการเพ่ือจาแนกเด็กผู้เสียหายจากการกระทาความผดิ ตามพิธีสาร
ไว้ก่อน รวมทง้ั การจดั ตง้ั กลไกประสานความรว่ มมือระหว่างหน่วยบังคับใช้กฎหมาย กระทรวงที่เก่ยี วข้อง และ
คณะกรรมการคมุ้ ครองเดก็
(ข) ประกันว่าเด็กผ้เู สียหายจากการค้ามนษุ ย์ไมต่ อ้ งรอนานในการสง่ ตวั ออกไปนอกประเทศ
(ค) ปรับแก้กฎหมายเพ่ือประกันว่าวดิ ีทัศน์บันทึกปากคาเด็กผู้เสยี หายหรือเด็กที่เป็นพยานใน
ความผดิ ตามพธิ ีสารนี้เป็นทยี่ อมรบั ให้ใช้เปน็ พยานหลักฐานได้เสมอ
ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตั้งแตป่ ี 2555 – ปจั จบุ ัน
13.9.1.1 การค้มุ ครองสิทธิของเด็กท่ีตกเป็นผเู้ สยี หาย
13.9.1.2 มาตรการปฏบิ ตั เิ พ่ือคมุ้ ครองสิทธแิ ละประโยชน์ มีการพัฒนากระบวนการให้สืบพยานไว้ก่อน (ศาล
ของเด็กท่ีเป็นผู้เสียหายจาการการทาผิด ชานญั พิเศษตา่ ง ๆ เช่น ศาลคดคี า้ มนุษย์) ศาลมอี านาจใน
การเรียกเอกสารมาจากทุกหน่วย รวมท้ังกลไกต่าง ๆ ที่
จ ะ ช่ ว ย ไ ม่ ต้ อ ง มี ก า ร เ ผ ชิ ญ ห น้ า ร ะ ห ว่ า ง ผู้ ต้ อ ง ห า กั บ
ผเู้ สยี หาย หรือพยาน ซ่งึ อาจมผี ลตอ่ การให้การ
13.9.1.3 กระบวนการจาแนกเด็กจากผูเ้ สียหายจาการ
กระทาความผดิ
13.9.1.4 ระยะเวลาในการส่งตวั ออกนอกประเทศ
13.9.1.5 กฎหมายในการคุม้ ครองเด็กจากการบนั ทึก
การ ให้ปากคา
52
13.10 การฟน้ื ฟูและการกลับคืนสสู่ ังคมของผเู้ สียหาย
36. คณะกรรมการกระตุ้นใหร้ ัฐภาคี
(ก) เสริมสร้างขีดความสามารถให้หน่วยงานภาครัฐ เพ่ือประกันและประสานความ
ชว่ ยเหลอื และสนับสนนุ เดก็ ผูเ้ สียหายจากการกระทาความผิดตามพธิ สี ารฉบับนี้
(ข) ดาเนินมาตรการท่ีจาเป็นทั้งปวงเพื่อประกันว่า เด็กผู้เสียหายจากการกระทา
ความผิดตามพิธีสารจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม รวมท้ังการบูรณาการนาเด็กกลับคืนสู่สังคมและ
การฟื้นฟรู ่างกายและจติ ใจอยา่ งเตม็ รูปแบบ
(ค) ให้หลักประกันว่าเด็กผู้เสียหายทุกคนสามารถเข้าถึงกระบวนการขอรับค่าชดเชย
ความเสียหายจากผู้รับผิดชอบตามกฎหมายโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ตามบทบัญญัติข้อ 9 วรรค 4 แห่ง
พิธีสาร และจัดตั้งกองทุนเงินค่าชดเชยสาหรับผู้เสียหาย สาหรับกรณีที่ไม่สามารถได้รับค่าชดเชยจากผกู้ ระทา
ผิด และ
(ง) แสวงหาความช่วยเหลือทางด้านวิชาการจากองค์การทุนเพ่ือเด็กแห่งสหประชาติ
(UNICEF) และองคก์ ารระหวา่ งประเทศเพอื่ การโยกย้ายถน่ิ ฐาน (IOM) ในการปฏิบัติตามข้อเสนอเหล่านี้
ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตงั้ แตป่ ี 2555 – ปจั จุบนั
13.10.1 การฟ้นื ฟูและการกลับคืนสสู่ งั คมของผู้เสยี หาย
13.10.2 มาตรการช่วยเหลือเด็กผู้เสยี หายจากการกระทา
ความผิด
13.10.3 มาตรการฟื้นฟูและการนาเด็กกลบั คืนสู่สังคม
13.10.4 กระบวนการการขอรับคา่ ชดเชยความเสยี หาย
13.10.5 กองทุนเงินค่าชดเชยสาหรับผู้เสียหาย
13.10.6 การชว่ ยเหลือจากองค์กรภาคเอกชน
13.11 โทรศพั ทส์ ายด่วน
37. ตามสรุปข้อสังเกตของอนุสัญญา คณะกรรมการเสนอให้ไทยพิจารณารวมโทรศัพท์สายด่วน
ทั้งหลายท่ีมีอยู่เป็นหมายเลขเดียวระดับชาติเพ่ือให้มีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน โทรศัพท์สายด่วนควรต้องครอบคลมุ
ท่ัวประเทศ สามารถะติดต่อได้ตลอด 24 ช่ัวโมง และควรเป็นหมายเลขที่จาง่าย 3-4 หลัก อีกทั้งให้มี
ทรัพยากรการเงินและวชิ าการเพียงพอ ตลอดจนมีบคุ ลากรที่ไดร้ ับการอบรมเพ่ือสามารถให้คาตอบแกเ่ ด็กและ
วเิ คราะหส์ ายที่เรียกเขา้ มาเพอ่ื ดาเนินการได้อย่างเหมาะสม
ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปจั จบุ ัน
13.11.1 การดาเนินการสายด่วนชว่ ยเหลือเด็ก
ตลอด 24 ชม
13.11.2 สถิตการให้การบริการ
53
13.12 ความช่วยเหลอื และความร่วมมือระหว่างประเทศ
38. ตามบทบัญญัติข้อ 10 วรรค 1 คณะกรรมการสนับสนุนให้ไทยเสริมสร้างความร่วมมือ
ระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องท้ังในรูปพหุภาคี ภูมิภาค และระดับทวิภาคี โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน
รวมท้ังเสริมสร้างกระบวนการและกลไกเพื่อประสานการปฏิบัติตามความตกลงดังกล่าว โดยมุ่งปรับปรุงการ
ปรับปรุงการป้องกัน การสบื คน้ การสบื สวน การดาเนนิ คดี และการลงโทษผรู้ ับผดิ ชอบต่อการกระทาความผิด
ตามพธิ สี าร
ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ต้ังแตป่ ี 2555 – ปัจจบุ นั
ความชว่ ยเหลือและความรว่ มมือระหว่างประเทศ
13.13 การตดิ ตามผลและการเผยแพร่
การติดตามผล
39. คณะกรรมการเสนอให้ไทยดาเนินมาตรการที่เหมาะสมทั้งปวงเพ่ือประกันการปฏิบัติตาม
ข้อเสนอเหล่าน้ีอยา่ งเต็มที่ พรอ้ มกับส่งต่อข้อเสนอเหล่าน้ีให้กบั ประมุขรฐั ศาลสูง รฐั สภา กระทรวงท่เี ก่ยี วข้อง
และผู้บริหาร องค์กรท้องถ่ิน ตลอดจนคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ และหน่วยประสานงานทั้งใน
ส่วนกลางและระดบั เขตอาเภอตามลาดบั เพื่อพิจารณาและปฏบิ ตั ิตามความเหมาะสมต่อไป
การเผยแพรส่ รุปข้อสังเกต
40. คณะกรรมการเสนอให้ไทยเผยแพร่รายงานฉบับแรกและคาตอบลายลักษณ์อักษรที่เสนอ
พร้อมข้อเสนออ่ืนท่ีเก่ียวข้อง (สรุปข้อสังเกต) ท่ีได้รับรองแล้วอย่างกว้างขวาง รวมถึงเผยแพร่ผ่านระบบ
อินเตอร์เน็ต (แต่ไม่จากัดเฉพาะระบบอินเตอร์เน็ต) ให้แก่สาธารณชนท่ัวไป องค์กรภาคประชาสังคม กลุ่ม
เยาวชน กลุ่มวิชาชีพ ชุมชน และเด็ก เพ่ือกระตุ้นให้เกิดการอภิปราย และการตระหนักรู้เก่ียวกับพิธีสาร การ
ปฏิบัติ และการตรวจสอบติดตาม
ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ตัง้ แตป่ ี 2555 – ปจั จุบัน
13.13.1 การติดตามผล
การติดตามและเผยแพร่ข้อมูลการดาเนนิ การโดยกรม
13.13.2 การเผยแพร่ข้อสรุปและข้อสังเกต องค์การระหวา่ งประเทศ
13.4 รายงานฉบบั ต่อไป
41. เพ่ือให้การณ์เป็นไปตามบทบัญญัติข้อ 12 วรรค 2 คณะกรรมการขอให้ไทยบรรจุข้อมูลเพิ่มเติม
เกี่ยวกับการปฏิบัติของพิธีสาร และสรุปข้อสังเกตเหล่าน้ีไว้ในรายงานตามวาระของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ฉบบั ตอ่ ไปตามบทบัญญตั ิข้อ 44 ของอนสุ ญั ญา
54
บทที่ 14 พธิ ีสารเลือกรบั เร่ือง เด็กในความขัดแยง้ กันด้วยอาวธุ
14.1 มาตรการท่ัวไป
14.1.1 กฎหมาย
6. ในประเด็นเกี่ยวกับข้อ 6 ของพิธีสาร คณะกรรมการกระตุ้นให้ไทยดาเนินมาตรการเพื่อนา
บทบัญญัติของพิธีสารบรรจุในกฎหมายภายในประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และระบุให้ชัดเจนว่า การคัดเลือกเด็ก ท่ีมี
อายตุ ่ากวา่ 18 ปีเข้าสูก่ องกาลงั ติดอาวุธถือเป็นความผดิ อาญา
ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตั้งแต่ปี 2555 – ปัจจบุ นั
14.1.1.1 ระเบียบการคัดเลือกเด็กที่มีอายุ
ตา่ กว่า 18 ปี เข้าสู่กองทัพ
14.1.1.2 หลักเกณฑ์การเข้าร่วมเป็นชุด
รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)
ข้อมูลสถิติเด็กจาแนกตามเพศ อายุ และ เช้ือ - จานวนของนกั เรียนในโรงเรียนเตรียมทหารและอายุข้ัน
ชาติ ตา่ ที่รับ
- จานวนของเด็กทแี่ สวงหาแหล่งพกั พงิ และเด็ก
อพยพท่ีเข้าสรู่ ัฐภาคีฯ จากพื้นทท่ี เ่ี ด็กได้รบั การเกณฑห์ รอื
ใชใ้ นสงคราม
- จานวนเด็กท่ไี ดร้ บั การชว่ ยเหลอื เยียวยาดา้ น
ร่างกายและจิตใจ และมาตรการคืนสูส่ ังคม
14.1.2 การประสานงาน
8. ในสรุปข้อสังเกตของอนุสัญญา คณะกรรมการเสนอแนะไทยประกันให้มีการประสานงานที่ดีข้ึน
ระหว่างหน่วยงาน และคณะกรรมการที่ทางานเก่ียวกับการพัฒนาและการดาเนินงานด้านนโยบายสิทธิเด็ก
รวมทง้ั องค์กรต่าง ๆ ภายใต้กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ ตลอดจนกาหนดหนว่ ยงานที่
สามารถทาหนา้ ทใี่ นการนาและอานวยการภาพรวมเพ่ือการตดิ ตามและประเมินผลการดาเนนิ งานด้านสิทธิเด็ก
ตามอนุสัญญาและพิธีสารในระหว่างกระทรวง และทั้งในระดับส่วนกลางจนถึงระดับท้องถิ่นได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ต้ังแต่ปี 2555 – ปัจจุบนั
14.1.2.1 การพัฒนาและการดาเนินนโยบาย
สิทธเิ ดก็
14.1.2.2 การตดิ ตามประเมินผลการ
ดาเนนิ งานด้านสิทธิเด็ก
55
14.1.3 การเผยแพร่ขอ้ มูลขา่ วสารและการสรา้ งความตระหนกั
10. ในส่วนที่เก่ียวกับข้อ 6 วรรค 2 ของพิธีสารเลือกรับ คณะกรรมการเสนอแนะให้ไทยประกัน
วา่ หลกั การและบทบญั ญัติของพธิ ีสารเลือกรับไดร้ ับการเผยแพร่ไปสสู่ าธารณชน เด็ก และเจา้ หน้าทที่ ่ีเก่ยี วข้อง
ทัง้ ในส่วนกลางและส่วนภูมภิ าค โดยการพฒั นาแผนงานการให้ความร้แู ละประชาสมั พันธอ์ ย่างเป็นระบบ
ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ต้ังแต่ปี 2555 – ปัจจุบัน
14.1.3.1 การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์พิธีสาร
วา่ ด้วยเดก็ ในการขัดกันดว้ ยอาวุธ
14.1.4 ขอ้ มูล
12. ในสรุปข้อสังเกตของอนุสัญญา คณะกรรมการได้เสนอแนะให้ไทยจัดให้มีระบบการรวบรวม
ข้อมูลท่ีครอบคลุมทุกด้านเกี่ยวกับการดาเนินงานตามอนุสัญญาและพิธีสารเลือกรับ และนาข้อมูลและสถิติท่ี
เกบ็ รวบรวมมาใช้เปน็ พน้ื ฐานในการกาหนดนโยบายและแผนงานทีค่ รอบคลุมรอบด้าน รวมทั้งการคุม้ ครองเด็ก
ท่ีได้รับผลกระทบและเกี่ยวพันกับความขัดแย้งกันด้วยอาวุธท่ีเป็นที่รู้จักทั่วไป โดยคณะกรรมการเสนอแนะให้
ไทยแสวงหาความช่วยเหลือจากองค์การทุนเพอื่ เด็กแห่งสหประชาชาตใิ นประเดน็ ดังกลา่ วน้ี
ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตงั้ แตป่ ี 2555 – ปจั จบุ ัน
1.4.1.4.1 การฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องสิทธิ
ต่างๆ ให้แก่ผู้หนีภัยการสู้รบที่อยู่ในพื้นที่พัก
พิง
14.2 การปอ้ งกัน
14.2.1 การคัดเลือกทหารโดยสมคั รใจ
14. คณะกรรมการขอให้ไทยดาเนินมาตรการท่ีจาเป็นเพ่ือป้องกันและห้ามไม่ให้เด็กเข้าไป
เก่ียวข้องอย่างไม่เป็นทางการ กับ ชรบ. นอกจากน้ี คณะกรรมการเสนอแนะไทยสรา้ งกลไกในการติดตามและ
กาหนดความรับผิดชอบสาหรับเจ้าหน้าทีห่ ลัก ในสว่ นของการทีเ่ ด็กเข้าไปเกี่ยวข้องกับชดุ รักษาความปลอดภัย
ประจาหมู่บ้านทั้งแบบท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และสร้างความตระหนักเก่ียวกับกฎหมายห้ามรบั เด็ก
เขา้ ร่วมในชุดรักษาความปลอดภัยประจาหมู่บา้ นดังกลา่ ว
ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ต้ังแตป่ ี 2555 – ปจั จุบนั
14.2.1.1 มาตรการเพ่ือป้องกันเด็กเข้าร่วม
ชดุ รักษาความปลอดภัยประจาหมบู่ ้าน
14.2.1.2 กฎหมายห้ามรับเด็กเข้าร่วมในชุด
รกั ษาความปลอดภัยประจาหมบู่ ้าน
14.2.1.3 สถาบันการศกึ ษาทางทหาร หลกั สตู รมีการดาเนินการทีส่ อดคล้องตาม OPP หรือไม่
56
14.2.2 โรงเรยี นทหาร
16. คณะกรรมการเสนอแนะใหไ้ ทย
(ก) ทบทวนการดาเนินงานของโรงเรียนทหารทุกโรงเรียนในเขตอานาจของไทย เพ่ือประกันว่า
โรงเรียนเหล่านี้ปฏิบตั ติ ามบทบัญญตั ิแหง่ พิธีสาร
(ข) ดาเนินการจัดระบบการลงทะเบียนที่ครอบคลุมนักเรียนทุกคนท่ีเข้าศึกษาในโรงเรียนทหารโดย
ข้อมูลท่ีเก็บนั้นจะต้องจาแนกตามเพศ อายุ พ้ืนฐานทางสังคมและเศรษฐกิจ และถ่ินฐานทางภูมิศาสตร์ และ
รวบรวมไวท้ ส่ี ่วนกลาง รวมทั้งมีการตดิ ตามตรวจสอบอยา่ งสมา่ เสมอ
(ค) พิจารณาให้มีการตรวจสอบโรงเรียนทหารร่วมกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม
และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ เพื่อประกันว่าโรงเรียนทหารเหล่าน้ีดาเนินการสอดคล้องกับ
บทบัญญตั ขิ องพธิ ีสาร
(ง) ประกันวา่ มีการห้ามอย่างชดั เจนไม่ให้มีการฝึกการใช้อาวุธปืนในโรงเรยี นทหารสาหรับเด็กที่มีอายุ
ตา่ กว่า 18 ปี
ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนนิ งาน ตงั้ แต่ปี 2555 – ปัจจุบัน
เง่อื นไขการรับนักศกึ ษาวิชาทหาร - การดาเนินงานของโรงเรยี นทหารของประเทศไทย
- ระบบการลงทะเบยี นทเ่ี ข้าเรยี นโรงเรยี นทหาร
- มาตรการการห้ามไม่ให้มีการฝึกการใช้อาวุธปืนใน
โรงเรยี นทหาร
* รร.ทหาร ครอบคลุมถึง รร.ดุริยางค์ของทหารเหล่าต่าง ๆ
รร.รกั ษาดนิ แดน ซ่งึ บางแหง่ รบั เดก็ อายตุ ่าสดุ ที่ 12 ปี
(มีหน่วยงานที่ดูแลเร่ืองหลักสูตรและระเบียบของ รร.ทหาร
เป็นการเฉพาะ คือ ............ มีคณะกรรมการท่ีกากับดูแล
เป็นการเฉพาะ)
14.3. การห้ามและเรอื่ งท่ีเกยี่ วขอ้ ง
14.3.1 กฎหมายอาญาและกฎระเบียบทีใ่ ช้บงั คบั
18. เพื่อสร้างความเข้มแข็งของมาตรการระดับประเทศและระหว่างประเทศในการป้องกันมิใหม้ ี
การคัดเลือกเด็กเป็นทหารโดยกองทัพหรือกลุ่มกองกาลังติดอาวุธ รวมทั้งการใช้เด็กเข้าร่วมในความขัดแย้ง
คณะกรรมการเสนอแนะให้ไทยกาหนดว่า การคัดเลือกและการนาเด็กเข้าร่วมในกองทัพ ชุดรักษาความ
ปลอดภัยประจาหมบู่ า้ น หรอื กลุม่ กองกาลงั ตดิ อาวธุ ทไ่ี มใ่ ช่ของรฐั เป็นความผดิ อาญา
ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ต้ังแตป่ ี 2555 – ปัจจุบัน
มาตรการระดับประเทศและในระหว่าง - ยังไม่มีการดาเนินการที่ชัดเจนในการบัญญัติให้เป็น
ประเทศในการป้องกันไม่ให้คัดเลือกเด็กเป็น ความผิดทางอาญา แต่มีมาตรการในการป้องกันกับเด็ก
ทหารโดยกองทพั หรอื กลุ่มกองกาลงั ตดิ อาวุธ ได้แก่ ระเบียบ/หลักเกณฑ์ในการคัดเลอื ก ชรบ. และ ข้อส่ัง
การที่ไม่ให้นาเด็กติดตามผู้ปกครองไปปฏิบัติหน้าที่ ชรบ.
(อาจเพิ่มว่ามีการจัดต้ังศูนย์เด็กเล็กของ อปท. เพื่อส่งเสริม
ขอ้ สัง่ การดังกล่าว)
57
กรณีกองกาลังท่ีไม่ใช่ของรัฐ เช่น กองกาลังติดอาวุธที่เป็น
ชนกลุ่มน้อยที่เข้ามาอยู่ในประเทศ ควรต้องมีการคัดกรอง
เด็กกลมุ่ นท้ี ม่ี ปี ระสบการณเ์ คยอยูใ่ นกองกาลงั
14.3.2 เขตอานาจศาล
20. คณะกรรมการเสนอแนะใหไ้ ทยบัญญตั ิอย่างชัดเจนในกฎหมายอาญาหรอื กฎหมายอื่น ๆ ให้มี
อานาจศาลนอกอาณาเขต (extra-territorial jurisdiction) สาหรับการกระทาอันต้องห้ามภายใต้พิธีสาร
รวมถึงการเกณฑ์หรือการรับสมัครเด็กเข้าร่วมในกองทัพ หรือกองกาลังติดอาวุธ หรือการใช้เด็กเข้าไปมีส่วน
ร่วมในความขัดแย้ง ถ้าความผิดอาญาดังกล่าวกระทาโดยหรือเกิดแก่ผู้มีสัญชาติไทย หรือบุคคลท่ีมีส่วน
เก่ียวข้องกับไทย ทั้งนี้ คณะกรรมการเสนอแนะให้ไทยให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่าง
ประเทศ
ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ – ปจั จุบัน
14.3.2.1 การศึกษาความเป็นไปได้ในการ ไม่มีขอ้ บญั ญัติท่ชี ัดเจน
กาหนดอานาจศาลนอกอาณาเขต (extra-
territorial jurisdiction)ของศาลให้มลี ักษณะ
เปน็ ความผิดสากล (universal criminality)
14.3.2.2 ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญา
ระหวา่ งประเทศ
- การใหส้ ัตยาธรรมนูญกรงุ โรมว่าดว้ ยศาล
อาญาระหว่างประเทศ
14.4. การคุ้มครอง การฟ้ืนฟู และการกลับคืนส่สู ังคม
14.4.1 มาตรการการคมุ้ ครองสทิ ธขิ องเด็กที่ตกเป็นเหย่อื
22. ตามพนั ธะผกู พนั ในข้อ 7 ของพธิ สี าร คณะกรรมการขอกระตนุ้ ให้ไทย
(ก) จัดให้มีระบบการเก็บรวบรวมข้อมูลระดับชาติและการจดั ทาทะเบียนเด็กผู้แสวงหาท่ีพักพิง และผู้
อพยพภายใตเ้ ขตอานาจของไทย
(ข) จัดให้มีกลไกในการจาแนกเด็ก รวมถึงเด็กท่ีแสวงหาที่พักพิงและเด็กอพยพ ซึ่งเคยหรืออาจเคย
เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งกันด้วยกาลังอาวุธในต่างประเทศ และประกันว่าบุคลากรท่ีรับผิดชอบ การ
จาแนกเด็กได้รบั การฝกึ อบรมดา้ นสทิ ธิเดก็ การคุ้มครองเด็ก และมที ักษะในการสัมภาษณ์
(ค) ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่เคยหรืออาจเคยเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งกันด้วยกาลังอาวุธอย่าง
เหมาะสม เพ่อื การฟ้ืนฟทู างร่างกายและจิตใจ และการกลับคืนสู่สงั คมของเด็ก
(ง) ใหย้ ตุ กิ ารบงั คับใหเ้ ด็กที่อาจเคยหรือมีความเส่ียงทีจ่ ะตกเป็นเหย่ือของอาชญากรรมภายใต้ พิธสี าร
เดินทางกลับประเทศต้นกาเนดิ โดยทันที
(จ) ดาเนินการป้องกันการเกณฑ์เด็กหรือการเกณฑ์เด็กที่เคยเป็นทหารซ้าโดยกองกาลังติดอาวุธจาก
ประเทศเมยี นมารภ์ ายในค่ายผู้อพยพท่ีต้ังอยใู่ นดินแดนไทย
58
(ฉ) แสวงหาความช่วยเหลือทางวิชาการในด้านดังกล่าวนี้จากสานักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ล้ีภัยแห่ง
สหประชาชาติ (ยเู อ็นเอช็ ซอี าร์) และองค์การทุนเพ่ือเดก็ แหง่ สหประชาชาติ (ยูนิเซฟ)
ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตัง้ แต่ปี 2555 – ปัจจบุ ัน
14.4.1.1 ข้อมูลการคุ้มครองเด็กท่ีแสวงหาที่ การอนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบเข้าไปอยู่ในพื้นที่พัก
พกั พงิ และผู้อพยพทเ่ี ปน็ เดก็ พิงชั่วคราวฯ
14.4.1.2 การข้ึนทะเบียนเด็กผู้แสวงหาท่ีพัก
พิงและผูอ้ พยพในประเทศไทย
14.4.1.3 มาตรการการจาแนกเดก็
14.4.1.4 มาตรการการช่วยเหลือเด็กท่ีเคย
เกย่ี วขอ้ งกบั ความขดั แย้งกันดว้ ยอาวธุ
การป้องกันการเกณฑ์เดก็ ทีเ่ คยเป็นทหารซ้า
14.4.1.5 การช่วยเหลือทางวิชาการทาง
UNHCR และยนู เิ ซฟ
14.4.1.6 ข้อมูลสถิติเด็กท่ีแสวงหาที่พักพิง ข้อมูลจาก UNHCR และ มท. (ในศูนย์พักพิง/ค่าย)
และผ้อู พยพทีเ่ ปน็ เดก็
แ ล ะ ข้ อ มู ล จ า ก ศู น ย์ ข้ อ มู ล เ ด็ ก ที่ อ ยู่ ร ะ ห ว่ า ง ก า ร พิ สู จ น์
สถานะ
14.5 การจับกุมและการกกั ขงั เด็กภายใตก้ ฎหมายฉุกเฉนิ
24. คณะกรรมการเรียกรอ้ งให้ไทยทบทวนกฎหมายเกี่ยวกบั ความมนั่ คง เพอื่ ห้ามดาเนนิ คดีอาญา
หรือกระบวนการทางการปกครองต่อเด็กที่มีอายุต่ากว่า 18 ปี ตลอดจนห้ามกักขังเด็กในสถานท่ีกักขังของ
ทหาร คณะกรรมการเสนอแนะว่า เด็กทุกคนท่ีมีอายุต่ากวา่ 18 ปีควรจะต้องอยู่ภายใต้กระบวนความยุตธิ รรม
สาหรบั เดก็ และเยาวชนในทกุ สถานการณ์
ประเดน็ ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แตป่ ี 2555 – ปจั จุบัน
14.5.1 กฎหมายเก่ยี วกับความมน่ั คง - ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวการดาเนินการกับเด็ก ในกรณีเด็กท่ี
เปน็ ผ้ตู ้องสงสยั ตาม พ.ร.ก. (ขอ้ มลู จาก กรอ.มน. กับ NGOs
ยงั ไม่สอดคล้องกนั ) อาจตอ้ งสอบถามเก่ียวกับแนวปฏิบัติใน
การควบคุมตวั เด็กภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉนิ
14.5.2 กระบวนการยุติธรรมสาหรับเด็กและ
เยาวชน
14.6 ความชว่ ยเหลือและความร่วมมือระหว่างประเทศ
ความร่วมมอื ระหว่างประเทศ
25. คณะกรรมการเสนอแนะใหไ้ ทยดาเนินการสานต่อและเพิ่มความเข้มแข็งด้านความร่วมมือกับ
คณะกรรมการกาชาดสากล และผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติด้านเด็กกับความขัดแย้งทางอาวุธ ตลอดจน
แสวงหาแนวทางเพ่ิมความร่วมมือกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ และหน่วยงานอื่น ๆของ
สหประชาชาติในการดาเนินงานตามพิธีสาร
59
ประเด็น ข้อมูลผลการดาเนนิ งาน ตั้งแต่ปี 2555 – ปัจจบุ ัน
ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น แ ล ะ ร่ ว ม มื อ กั บ อ ง ค์ ก ร
ระหวา่ งประเทศ
14.7 การตดิ ตามและการเผยแพร่
การติดตาม
26. คณะกรรมการเสนอแนะให้ไทยดาเนินมาตรการท่ีเหมาะสมทั้งปวง เพ่ือประกันให้มีการ
ดาเนินงานตามขอ้ เสนอแนะเหลา่ น้ีอยา่ งเต็มรปู แบบ นอกเหนือจากวธิ ีการอื่น ๆ แล้ว ใหเ้ สนอต่อผนู้ าประเทศ
รัฐสภา กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ
และคณะอนุกรรมการในส่วนกลาง และระดับจังหวัดตามลาดับ เพื่อพิจารณาดาเนินการต่อไปตามความ
เหมาะสม
การเผยแพร่สรุปขอ้ สงั เกต
27. คณะกรรมการเสนอให้ไทยเผยแพร่รายงานฉบับแรกและคาตอบลายลักษณ์อักษรท่ีเสนอ
พร้อมข้อเสนออ่ืนที่เก่ียวข้อง (สรุปข้อสังเกต) ท่ีได้รับรองแล้วอย่างกว้างขวาง รวมถึงเผยแพร่ผ่านระบบ
อินเตอร์เน็ต (แต่ไม่จากัดเฉพาะระบบอินเตอร์เน็ต) ให้แก่สาธารณชนทั่วไป องค์กรภาคประชาสังคม กลุ่ม
เยาวชน กลุ่มวิชาชีพ ชุมชน และเด็ก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการอภิปราย และการตระหนักรู้เกี่ยวกับพิธีสาร การ
ปฏบิ ัติ และการตรวจสอบติดตาม
ประเด็น ขอ้ มูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แต่ปี ๒๕๕๕ – ปจั จุบนั
14.7.1 การเผยแพร่รายงานให้ประชาชา
องค์กรภาคประชาสงั คม กล่มุ เดก็ และเยาวชน
กลมุ่ วชิ าชีพ
14.7.2 การรายงานผลการดาเนินงานตามพิธี
สารเลือกรับของอนุสัญญาฯ
14.8 รายงานฉบบั ตอ่ ไป
28. เพ่ือให้การณ์เป็นไปตามบทบัญญัติข้อ 8 วรรค 2 คณะกรรมการขอให้ไทยบรรจุข้อมูล
เพ่ิมเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติของพิธีสาร และสรุปข้อสังเกตเหล่าน้ีไว้ในรายงานตามวาระของอนุสัญญาว่าด้วย
สทิ ธิเดก็ ฉบบั ต่อไปตามบทบัญญัติข้อ 44 ของอนสุ ญั ญา
ประเดน็ ข้อมูลผลการดาเนินงาน ตง้ั แต่ปี 2555 – ปจั จุบัน
กระบวนการจดั ทารายงาน
60