The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม E book กิจกรรมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง ลูกประคบสมุนไพร ป่าชุมชนบ้านกุดดุก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ar-noo_za, 2021-10-06 23:15:14

กิจกรรมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง ลูกประคบสมุนไพร ป่าชุมชนบ้านกุดดุก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

รวมเล่ม E book กิจกรรมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง ลูกประคบสมุนไพร ป่าชุมชนบ้านกุดดุก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น



คำนำ

ศูนย์ส่งเสริมวนศาสตร์ชุมชนท่ี 10 (ขอนแก่น) ดำเนินงานศึกษาตามแผนปฏิบัติงาน
และแผนการใช้จ่ายเงิน แผนงานพื้นฐานด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผลผลิตพื้นที่ป่าไม้ได้รับการบริหารจัดการ กิจกรรมหลักส่งเสริมและพัฒนาการ ป่ าไม้
กิจกรรมพัฒนาวนศาสตร์ชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยดำเนินการศึกษาภูมิปัญญาท้องถ่ิน
เร่ือง ลูกประคบสมุนไพร ในพ้ืนที่ป่าชุมชนบ้านกุดดุก หมู่ท่ี 3 ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง
จังหวัดขอนแก่น จึงได้ทำการศึกษาถึงความเป็นมาในการทำลูกประคบจากสมุนไพรในป่าชุมชน
ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน ศึกษาแนวทางการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้
ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากป่าชุมชน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนช่วยกันอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชุมชน
ช่วยกันบริหารจัดการทรัพยากร ให้มีความอุดมสมบูรณ์ เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ
และนำทรัพยากรในป่าชมุ ชนมาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ เพือ่ สร้างรายได้ใหก้ ับชมุ ชนอยา่ งย่ังยนื

ศูนย์สง่ เสรมิ วนศาสตร์ชมุ ชนที่ 10 (ขอนแก่น)

สารบญั ข

เร่อื ง หนา้

คำนำ ก
สารบญั ข-ค
สารบญั ตาราง ง
สารบญั ภาพ จ-ซ
กจิ กรรมศึกษาภมู ิปญั หาท้องถิ่น
เร่อื ง ลูกประคบสมนุ ไพร ผลผลิตจากปา่ ชุมชนบ้านกุดดุก 1
1. ประวตั ิชุมชน 1
2. วิธีการศกึ ษาการทำลูกประคบสมุนไพร 1
3. ความสำคัญและความหมายของลูกประคบสมนุ ไพร 2
4. ผู้ถ่ายทอดองค์ความรูภ้ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ การทำลกู ประคบสมนุ ไพร 3-5
5. ขน้ั ตอนการทำลกู ประคบสมนุ ไพร 6
6
5.1 ขั้นตอนการทำลูกประคบสมนุ ไพรทไ่ี ด้จากป่าชมุ ชนบ้านกุดดกุ 6-9
5.1.1 วัสดุท่ใี ช้ 9-14
5.1.2 วัตถดุ ิบการทำลูกประคบ 15
5.1.3 ขน้ั ตอนการห่ันและการช่ังสมุนไพร 15-24
- ขน้ั ตอนการหั่นและการช่งั สมนุ ไพร 24-25
5.1.4 ข้นั ตอนการผสมสมนุ ไพร 26
5.1.5 วธิ กี ารห่อลูกประคบสมนุ ไพร 26-33
- ขั้นตอนการหอ่ ลูกประคบสมนุ ไพร 33
33
6. วิธีใช้ลกู ประคบสมุนไพร 34
7. วิธีเก็บรกั ษาลกู ประคบสมนุ ไพร 35
8. งบประมาณ 35-37
9. คุณลกั ษณะและสรรพคุณของสมุนไพรแตล่ ะชนิด 38-39
40
- คณุ ลกั ษณะและสรรพคณุ ของไพล 41-44
- คณุ ลักษณะและสรรพคณุ ของขม้นิ ชนั 45-50
- คณุ สมบตั ิและสรรพคุณของตะไครห้ อม
- คุณสมบัติและสรรพคุณของเถาเอ็นออ่ น
- คุณลกั ษณะและสรรพคุณของมะกรูด



สารบัญ (ต่อ) หน้า
เร่อื ง

- คณุ สมบตั ิและสรรพคุณของใบเปล้า 51-54

- คณุ ลักษณะและสรรพคุณของมะขามออ่ น 54-55

- คณุ ลกั ษณะและสรรพคุณของใบสม้ ปอ่ ย 56-59

- คุณลกั ษณะและสรรพคณุ ของใบหนาด 60-62

10. ศกึ ษาแนวทางการพัฒนาต่อยอดองคค์ วามรูภ้ ูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่นจากป่าชุมชนบ้านกดุ ดุก 63

10.1 ช่อื ผลิตภัณฑ์ 63

10.2 องคค์ วามรู้ภมู ิปัญญาท้องถ่ินทน่ี ำมาใช้ในการสร้างผลิตภณั ฑ์ 63-65

มที ง้ั องคค์ วามรู้เดิมและการพฒั นาตอ่ ยอดผลติ ภณั ฑจ์ ากความรู้

ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่

10.3 การใช้ประโยชนจ์ ากผลผลิต/ผลติ ภัณฑ์ 65

10.3.1 ผลผลติ 65

10.3.2 ผลติ ภัณฑ์ 65

10.4 การประเมนิ มูลคา่ จากการใช้ประโยชน์ในดา้ นการลดรายจ่าย

และเพิ่มรายไดห้ รอื สรา้ งเป็นเศรษฐกิจชมุ ชนจากการรวมกลมุ่ วิสาหกิจชุมชน 66

10.4.1 ด้านการลดรายจ่าย 66

10.4.2 ด้านการเพม่ิ รายได้ 66

11. ศึกษาแนวทางการใชป้ ระโยชนใ์ นการประชาสัมพันธเ์ ผยแพร่ความรู้ 66

เสริมสร้างจิตสำนึก และสร้างแรงจูงใจให้กบั ชมุ ชนบ้านกุดดุก

12. สรปุ ผลการศึกษา 67

13. ขอ้ เสนอแนะ 68

เอกสารอา้ งองิ 69-70

สารบัญตาราง ง

ตารางที่ หน้า

ตารางท่ี 1 ค่าใช้จา่ ยงบประมาณ 34

สารบัญภาพ จ

ภาพที่ หน้า

ภาพท่ี 1 ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ิน 3
ภาพท่ี 2-3 การสมั ภาษณ์ความเปน็ มาของกลุ่มอาชีพ 4

ทีม่ ีความร้ดู า้ นการทำลกู ประคบจากสมุนไพร 5
ภาพที่ 4-5 การสมั ภาษณ์ความเปน็ มาของกลุ่มอาชพี
6
ท่มี ีความรู้ดา้ นการทำลกู ประคบจากสมนุ ไพร 7
ภาพท่ี 6 เชือกขาว 7
ภาพท่ี 7 ผ้าขาวบาง (ผา้ ดบิ ) 8
ภาพที่ 8 กะละมัง 8
ภาพท่ี 9 การบูร 9
ภาพท่ี 10 พิมเสน 10
ภาพท่ี 11 ถุงพลาสติกบรรจภุ ณั ฑ์ขนาด 4X10 นิ้ว 10
ภาพท่ี 12 ไพล 11
ภาพท่ี 13 ขมนิ้ ชัน 11
ภาพท่ี 14 ตะไคร้หอม 12
ภาพท่ี 15 ใบเอน็ อ่อน 12
ภาพท่ี 16 มะกรดู 13
ภาพที่ 17 ใบเปล้า 13
ภาพที่ 18 ใบมะขาม 14
ภาพที่ 19 ใบส้มป่อย 14
ภาพที่ 20 ใบหนาด 15
ภาพที่ 21 สมุนไพรทัง้ หมด 9 ชนดิ 15
ภาพที่ 22 หั่นไพล 16
ภาพที่ 23 ชัง่ ไพลปรมิ าณ 1 ขดี 16
ภาพที่ 24 ห่นั ขม้ินช้ัน 17
ภาพที่ 25 ชงั่ ขมิน้ ชนั ปรมิ าณ 1 ขีด 17
ภาพที่ 26 หนั่ ตะไคร้หอม 18
ภาพที่ 27 ชงั่ ตะไคร้หอม ปริมาณ ½ ขีด 18
ภาพที่ 28 ห่ันใบเอน็ อ่อน
ภาพที่ 29 ชั่งใบเอ็นออ่ น ปริมาณ 1 ขีด

สารบัญภาพ ฉ

ภาพท่ี หน้า

ภาพที่ 30 หัน่ เปลอื กมะกรดู 19
ภาพที่ 31 ชัง่ เปลือกมะกรูด ปริมาณ 1 ขดี 19
ภาพที่ 32 หนั่ ใบเปล้า 20
ภาพท่ี 33 ชัง่ ใบเปล้า ปรมิ าณ 2 ขีด 20
ภาพที่ 34 ห่นั ใบมะขามอ่อน 21
ภาพที่ 35 ชง่ั ใบมะขามออ่ น ปริมาณ 1 ขีด 21
ภาพที่ 36 หนั่ ใบสม้ ปอ่ ย 22
ภาพท่ี 37 ชง่ั ใบส้มปอ่ ย ปริมาณ 1 ขดี 22
ภาพที่ 38 หน่ั ใบหนาด 23
ภาพท่ี 39 ชั่งใบหนาด ปริมาณ 2 ขดี 23
ภาพท่ี 40 สมนุ ไพรท่หี ั่นทั้งหมด 9 ชนดิ 24
ภาพท่ี 41 ผสมสมนุ ไพรทงั้ 9 ชนิด ที่ตากแห้งลงในกะละมังที่เตรยี มไว้ 24
ภาพท่ี 42 ใส่การบรู และพมิ เสน 25
ภาพที่ 43 คลกุ เคลา้ สว่ นผสมสมุนไพรให้เขา้ กัน 25
ภาพที่ 44 ตัดผา้ ขาวบาง 26
ภาพท่ี 45 สมนุ ไพรทเี่ ตรียมไว้สำหรับหอ่ ลกู ประคบ 26
ภาพที่ 46 ช่ังสมนุ ไพรทตี่ ากแหง้ ปรมิ าณ 1 ½ ขีด 27
ภาพท่ี 47 จับผ้าขาวบางให้ไดข้ นาด 4 มมุ 27
ภาพท่ี 48 รวบมุมใหเ้ ปน็ รูปสามเหลี่ยม 28
ภาพท่ี 49 รวบมมุ ผา้ ขา้ วบางท้ัง 4 ดา้ น ให้เป็นรปู สามเหลีย่ มพีระมดิ 28
ภาพที่ 50 ทำดา้ มจบั ลูกประคบ 29
ภาพที่ 51 มดั ด้ามจับลกู ประคบ 29
ภาพที่ 52 การหอ่ ลูกประคบสมนุ ไพร 30
ภาพที่ 53 การหอ่ ลกู ประคบสมนุ ไพร 30
ภาพที่ 54 การห่อลกู ประคบสมนุ ไพร 31
ภาพท่ี 55 การห่อลกู ประคบสมนุ ไพร 31
ภาพที่ 56 การหอ่ ลกู ประคบสมนุ ไพร 32
ภาพที่ 57 ลูกประคบสมุนไพรท่ีทำเสร็จแล้ว 32
ภาพท่ี 58 ลูกประคบสมุนไพรทบี่ รรจภุ ัณฑพ์ ร้อมจำหน่าย 33

สารบัญภาพ ช

ภาพที่ หน้า

ภาพท่ี 59 หวั ไพล 35
ภาพท่ี 60 ตน้ ไพล 36
ภาพท่ี 61 ใบไพล 36
ภาพท่ี 62 ดอกไพล 37
ภาพท่ี 63 ขมน้ิ ชัน 38
ภาพท่ี 64 หัวขมิน้ ชนั 39
ภาพที่ 65 ตะไคร้ 40
ภาพที่ 66 ใบเถาเอน็ อ่อน 41
ภาพที่ 67 ต้นเถาเอ็นออ่ น 42
ภาพท่ี 68 ใบเถาเอ็นอ่อน 42
ภาพท่ี 69 ดอกเถาเอ็นออ่ น 43
ภาพท่ี 70 ผลเถาเอ็นอ่อน 43
ภาพท่ี 71 มะกรดู 45
ภาพท่ี 72 ใบมะกรดู 46
ภาพที่ 73 ดอกมะกรดู 46
ภาพที่ 74 ผลหรอื ลกู มะกรูด 47
ภาพที่ 75 รากมะกรดู 48
ภาพที่ 76 ผิวมะกรดู 49
ภาพที่ 77 ใบมะกรูด 49
ภาพที่ 78 ผลมะกรดู 50
ภาพที่ 79 เปลา้ ใหญ่ 51
ภาพที่ 80 ใบเปล้าใหญ่ 52
ภาพที่ 81 ดอกเปลา้ ใหญ่ 53
ภาพที่ 82 ผลเปลา้ ใหญ่ 53
ภาพที่ 83 ใบมะขามออ่ น 54
ภาพที่ 84 ใบมะขามออ่ น 55
ภาพที่ 85 ส้มป่อย 56
ภาพที่ 86 ใบสม้ ป่อย 57
ภาพที่ 87 ดอกส้มป่อย 58

สารบัญภาพ ซ

ภาพท่ี หน้า

ภาพท่ี 88 ผลส้มป่อย 58
ภาพที่ 89 ใบหนาด 60
ภาพท่ี 90 ต้นหนาดใหญ่ 61
ภาพที่ 91 ใบหนาดใหญ่ 61
ภาพท่ี 92 ดอกหนาดใหญ่ 62
ภาพที่ 93 ลกู ประคบสมนุ ไพร 63
ภาพท่ี 94 กลมุ่ อาชพี ลูกประคบสมนุ ไพร 64
ภาพท่ี 95 กล่มุ อาชพี ลูกประคบสมนุ ไพรร่วมกบั เจา้ หนา้ ท่ีศูนยฯ์ 64
ภาพที่ 96 ลกู ประคบสมุนไพรทพ่ี ร้อมวางจำหนา่ ย 65

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ 1

กจิ กรรมศึกษาภูมิปญั ญาท้องถน่ิ

เรอ่ื ง ลกู ประคบสมุนไพร ผลผลติ จากปา่ ชมุ ชนบา้ นกดุ ดกุ

1. ประวัติชุมชน
ป่าชุมชนบ้านกุดดุก หมู่ท่ี 3 ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ได้รับอนุมัติ

จัดตั้งเป็นป่าชุมชนตามแนวทางของกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2543 มีพื้นที่ประมาณ 188 ไร่
สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ด้านพืชอาหารป่า จากการประกวดป่าชุมชน โครงการกล้ายิ้ม “คนรักษ์ป่า
ป่ารักชุมชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ซึ่งจัดโดยกรมป่าไม้ร่วมกับบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง
จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้ได้รับโล่ห์รางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ประเภทป่าชุมชนดีเย่ียม ด้านป่าชุมชนแหล่งอาหารสมบูรณ์ ประกอบกับบ้านกุดดุก เป็นหมู่บ้านที่มีความเช่ือ
ทางด้านพิธีกรรมทางศาสนา ที่เรียกว่า ฮีต 12 ครอง 14 คือ จารีตประเพณีในแต่ละเดือนของชาวอีสาน
มีความเคารพเชื่อฟังผู้อาวุโสตามวิถีและวัฒนธรรมความเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องการบุกรุกพื้นที่และการลักลอบ
ตัดไม้ในพื้นที่ป่าชุมชน ซึ่งเป็นดอนเจ้าปู่ ผีปู่ ผีย่า ผีบรรพบุรุษปกปักรักษาอาจมีเหตุเป็นไป หรือไม่สบาย
การนำไม้จากป่าชุมชนมาใช้สำหรับกิจกรรมสาธารณะส่วนรวม ต้องมีการบอกกล่าว ผีภูมิเจ้าที่ ผีปู่ ผีย่า
ผีบรรพบุรุษ โดยผ่าน “ขจ้ำ” ซ่ึงเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณเป็นผู้ส่ือสารระหว่างชาวบ้านกับผีปู่ตา
เป็นกุศโลบายในการปกป้องพื้นที่ป่าโดยวิถีทางวัฒนธรรมความเชื่อ และท้ังยังเป็นแหล่งศึกษา
ดูงานด้านพรรณไม้ และพชื สมุนไพร แกผ่ สู้ นใจจากหลายหน่วยงานองคก์ ร

การจัดตั้งป่าชุมชน มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สิ่งแวดล้อมและความ
หลากหลายทางชีวภาพ การฟื้นฟูพื้นที่ป่าในเขตป่าชุมชนโดยการปลูกทดแทน การเสริมสร้างความร่วมมือ
ทุกภาคส่วนในการจัดการป่าชุมชน การส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีที่หลากหลายของชุมชนในการอนุรักษ์
การฟื้นฟู การพัฒนา การควบคุมดูแล และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชน และการใช้ประโยชน์
จากทรัพยากรธรรมชาติ ในป่าชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งป่าชุมชนได้รับการบริหารจัดการที่ดีจะมีความ
หลากหลายทางชีวภาพ มีการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนมากมายทั้งทางตรงทางอ้อมเพื่อการดำรงชีวิต
และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ป่าชุมชนบ้านกุดดุก เป็นอีกป่าชุมชนที่มีการนำทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชน
มาใช้สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อก่อให้เกิดรายได้ในชุมชน คือ การนำสมุนไพรชนิดต่างๆ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ลูกประคบ
สมนุ ไพร เปน็ ผลติ ภณั ฑข์ องชุมชน

2. วธิ ีการศึกษาการทำลกู ประคบสมุนไพร
1. ศกึ ษาความสำคญั และความหมายของลูกประคบสมุนไพร
2. ศกึ ษาวิธีการทำลกู ประคบสมนุ ไพร (ข้ันตอนการทำลูกประคบ)
3. ศึกษาข้อมูลของวัตถดุ บิ (ลักษณะพเิ ศษรวมถึงประโยชนข์ องวตั ถุดบิ ) จำนวน 9 ชนดิ

กจิ กรรมศึกษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ 2

3. ความสำคญั และความหมายของลกู ประคบสมุนไพร

ลูกประคบสมุนไพร หมายถึง การนำสมุนไพรหลายๆ ชนิดมาห่อรวมกัน ส่วนใหญ่จะเป็น
ยาสมุนไพรที่มีน้ำมนั หอมระเหย ซึ่งเมอ่ื ถูกความร้อนจะระเหยออกมากลายเป็นกลิน่ เช่น ไพล ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย
ตะไคร้ มะกรูด การบูร โดยสามารถนำเอาสมุนไพรเหล่านั้นมาหั่นย่อยอย่างหยาบๆ จากนั้นห่อด้วยผ้าดิบ
แล้วนำไปผ่านกระบวนการความร้อน ด้วยวิธีการนึ่งไอน้ำหรือใส่ไมโครเวฟ เพื่อให้สมุนไพรละลายออกมา
เป็นตัวยาซึมเข้าใต้ผิวหนังตามร่างกาย ถ้าใช้ไมโครเวฟจะต้องพรมน้ำให้ชุ่มมากกว่าการนึ่งด้วยไอน้ำ
สมัยโบราณจะใช้เหล้าขาวไปพรมด้วย เพราะเหล้าขาวเป็นตัวนำยา (หรือกษัยยา) เป็นการช่วยทำให้สมุนไพร
ละลายและซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น การนึ่งระยะแรก จะใช้เวลาประมาณ 10 - 15 นาที หากใช้ไมโครเวฟ
ในการอุ่นลูกประคบ ห้ามพรมด้วยเหล้าขาวเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ลูกประคบ
เป็นวิธีการบำบัดรักษาของแพทย์แผนไทย ซึ่งสามารถนำไปใช้ควบคู่กับการนวดไทย โดยใช้การประคบ
หลงั การนวดหรือประคบพร้อมนวดรา่ งกาย

แนวความคิดในการทำลูกประคบสมุนไพร สื บเนื่องจากเป็นการปฏิบัติสืบทอ ด
ตอ่ กนั มาต้ังแตส่ มัย ปู่ ย่า ตา ยาย ท่ีนำสมนุ ไพรสดมัดหอ่ รวมกนั แล้วนำมาประคบ (ลกู ประคบสด) ใช้ในการรักษา
บาดแผล เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ การหกล้ม หรือตกจากที่สูง เพื่อช่วยคลายเส้น รักษาอาการปวดเมื่อย
และระบบการไหลเวียนของเลอื ด

ชุมชนบ้านกุดดุก มีรายได้จากการทำลูกประคบสมุนไพร ซึ่งเป็นการนำผลผลิตจากป่าชุมชน
มาสร้างอาชีพ ทำให้เกิดรายได้กับชุมชน ซึ่งได้นำลกู ประคบสมุนไพร ไปส่งขายให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลทรายมลู และขายใหก้ บั หมูบ่ า้ นใกลเ้ คียง

สมุนไพรจากป่าชุมชนท่ีนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ทำเป็นลูกประคบจากสมุนไพร
รวมทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล ตะไคร้หอม ใบเอ็นอ่อน มะกรูด ใบเปล้า ใบมะขาม ใบส้มป่อย
ใบหนาด

กจิ กรรมศึกษาภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ 3

4. ผ้ถู า่ ยทอดองคค์ วามรู้ภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ การทำลกู ประคบสมุนไพร

ภาพที่ 1 ผู้ถา่ ยทอดองค์ความรู้ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน

ชื่อ นางวารี จำวเิ ศษ
ทอ่ี ยู่ เลขท่ี 27/2 หมู่ 3 บา้ นกุดดกุ ตำบลทรายมูล อำเภอนำ้ พอง จังหวดั ขอนแกน่
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 063 6854100

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 4

ภาพท่ี 2-3 การสมั ภาษณ์ความเปน็ มาของกลมุ่ อาชีพ
ท่ีมคี วามรู้ดา้ นการทำลูกประคบจากสมนุ ไพร

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน 5

ภาพที่ 4-5 การสัมภาษณ์ความเปน็ มาของกลุ่มอาชีพ
ที่มีความรดู้ า้ นการทำลกู ประคบจากสมุนไพร

กจิ กรรมศึกษาภูมิปัญญาท้องถนิ่ 6
5. ขน้ั ตอนการทำลกู ประคบสมุนไพร

สมนุ ไพรเปน็ พืชชั้นลา่ งทหี่ าได้จากป่าชุมชนบา้ นกุดดุก ชาวบา้ นนำพชื สมนุ ไพรทม่ี อี ยู่ในป่าชุมชน
บ้านกุดดุก มาทำลูกประคบสมุนไพร ซึ่งเดิมเกิดจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ เนื่องจากลูกหลานได้ขับรถล้ม
จึงนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษาหรือเพื่อช่วยในการไหลเวียนของโลหิต เพื่อรักษาอาการเจ็บปวดคลายเส้น
และตอ่ มากไ็ ดม้ กี ารปรับปรงุ และพฒั นาลูกประคบเรือ่ ยมา เพ่ือประโยชนใ์ นการรักษาท่มี ีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน

5.1 ขั้นตอนการทำลูกประคบสมนุ ไพรที่ไดจ้ ากปา่ ชมุ ชนบ้านกุดดกุ ซึง่ มขี ั้นตอน ดงั นี้
5.1.1 วสั ดทุ ใ่ี ช้
1. เชอื ก ขนาด 1 เมตร
2. ผา้ ขาวบาง (ผา้ ดิบ) ขนาด 42 x 54 เซนติเมตร
3. กะละมัง
4. การบูร
5. พมิ เสน
6. ถุงพลาสติกบรรจุภณั ฑ์ขนาด 4X10 นิ้ว

ภาพท่ี 6 เชอื กขาว

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น 7
ภาพที่ 7 ผ้าขาวบาง (ผ้าดบิ )

ภาพที่ 8 กะละมัง

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ 8
ภาพที่ 9 การบรู
ภาพที่ 10 พมิ เสน

กิจกรรมศกึ ษาภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ 9

ภาพท่ี 11 ถุงพลาสตกิ บรรจภุ ัณฑข์ นาด 4X10 นว้ิ

5.1.2 วตั ถุดบิ การทำลกู ประคบ

1. ไพล 1 ขีด

2. ขม้ินชนั 1 ขดี

3. ตะไครห้ อม ½ ขีด

4. ใบเอ็นออ่ น 1 ขีด

5. มะกรูด 1 ขีด

6. ใบเปลา้ 2 ขีด

7. ใบมะขาม 1 ขีด

8. ใบสม้ ปอ่ ย 1 ขีด

9. ใบหนาด 2 ขีด

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน 10
ภาพท่ี 12 ไพล
ภาพท่ี 13 ขมิ้นชัน

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน 11
ภาพที่ 14 ตะไครห้ อม
ภาพที่ 15 ใบเอน็ ออ่ น

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ 12
ภาพท่ี 16 มะกรดู

ภาพที่ 17 ใบเปล้า

กิจกรรมศึกษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน 13
ภาพท่ี 18 ใบมะขาม
ภาพที่ 19 ใบส้มป่อย

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน 14
ภาพท่ี 20 ใบหนาด
ภาพที่ 21 สมนุ ไพรทั้งหมด 9 ชนดิ

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ 15
5.1.3 ขั้นตอนการห่ันและการชงั่ สมนุ ไพร

การหั่นสมุนไพรให้ละเอียดแล้วนำไปช่ังตามปรมิ าณท่ีตอ้ งการ ถ้าหากต้องทำแบบแหง้ ให้
นำสมุนไพรทีห่ ั่นละเอยี ดไปตากแหง้ ก่อน

ข้นั ตอนการหน่ั และการชั่งสมุนไพร
1. หั่นไพล 1 ขดี แล้วนำไปช่ังบนตาชั่งใหไ้ ด้ปรมิ าณ 1 ขีดตามท่ตี ้องการ

ภาพที่ 22 หัน่ ไพล

ภาพท่ี 23 ชงั่ ไพลปรมิ าณ 1 ขีด

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 16
2. หั่นขมนิ้ ชัน 1 ขีด แล้วนำไปช่งั บนตาชง่ั ใหไ้ ด้ปรมิ าณ 1 ขดี ตามท่ตี อ้ งการ

ภาพท่ี 24 ห่ันขมิน้ ชั้น

ภาพท่ี 25 ชั่งขมน้ิ ชัน ปรมิ าณ 1 ขีด

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ 17
3. หัน่ ตะไครห้ อม ½ ขีด แลว้ นำไปช่งั บนตาชั่งใหไ้ ด้ปรมิ าณ ½ ขีดตามท่ีต้องการ

ภาพท่ี 26 หนั่ ตะไคร้หอม

ภาพที่ 27 ชงั่ ตะไคร้หอม ปรมิ าณ ½ ขีด

กิจกรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ 18
4. หั่นใบเอ็นออ่ น 1 ขีด แลว้ นำไปชั่งบนตาชั่งใหไ้ ดป้ ริมาณ 1 ขีดตามที่ต้องการ

ภาพที่ 28 ห่นั ใบเอน็ อ่อน

ภาพที่ 29 ชง่ั ใบเอน็ ออ่ น ปริมาณ 1 ขดี

กิจกรรมศกึ ษาภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ 19
5. ห่นั มะกรดู 1 ขดี แลว้ นำไปชั่งบนตาชั่งใหไ้ ด้ปริมาณ 1 ขดี ตามที่ตอ้ งการ

ภาพที่ 30 หั่นเปลอื กมะกรูด

ภาพท่ี 31 ช่งั เปลือกมะกรูด ปรมิ าณ 1 ขดี

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 20
6. หั่นใบเปลา้ 2 ขีด แลว้ นำไปช่งั บนตาชั่งให้ได้ปรมิ าณ 2 ขีดตามที่ตอ้ งการ

ภาพที่ 32 หนั่ ใบเปลา้

ภาพท่ี 33 ชั่งใบเปล้า ปรมิ าณ 2 ขีด

กิจกรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ 21
7. หั่นใบมะขามออ่ น 1 ขดี แลว้ นำไปชัง่ บนตาชงั่ ให้ไดป้ รมิ าณ 1 ขดี ตามท่ตี ้องการ

ภาพท่ี 34 หน่ั ใบมะขามอ่อน

ภาพท่ี 35 ชง่ั ใบมะขามออ่ น ปริมาณ 1 ขีด

กิจกรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ 22
8. ห่นั ใบส้มปอ่ ย 1 ขีด แลว้ นำไปชัง่ บนตาช่งั ใหไ้ ด้ปริมาณ 1 ขีดตามท่ตี อ้ งการ

ภาพท่ี 36 หน่ั ใบสม้ ปอ่ ย

ภาพที่ 37 ชง่ั ใบส้มปอ่ ย ปรมิ าณ 1 ขดี

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 23
9. หั่นใบหนาด 2 ขดี แลว้ นำไปชงั่ บนตาชงั่ ให้ไดป้ รมิ าณ 2 ขีดตามทีต่ ้องการ

ภาพท่ี 38 หัน่ ใบหนาด

ภาพท่ี 39 ชัง่ ใบหนาด ปรมิ าณ 2 ขดี

กจิ กรรมศึกษาภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ 24
10. นำสมุนไพรทั้งหมด 9 ชนดิ ได้แก่ ไพล ขม้ินชัน ตะไครห้ อม ใบเอน็ ออ่ น เปลือกมะกรูด ใบเปล้า
ใบมะขาม ใบสม้ ป่อย ใบหนาด ไปตากแหง้

ภาพที่ 40 สมนุ ไพรทีห่ ั่นท้ังหมด 9 ชนดิ
5.1.4 ขั้นตอนการผสมสมนุ ไพร

- ผสมสมุนไพรทั้ง 9 ชนิด ได้แก่ ไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม ใบเอ็นอ่อน เปลือกมะกรดู
ใบเปล้า ใบมะขาม ใบสม้ ป่อย ใบหนาด ทนี่ ำไปตากแห้งเรียบร้อย เทลงในกะละมงั ท่ีเตรยี มไว้

ภาพที่ 41 ผสมสมนุ ไพรทัง้ 9 ชนิด ทตี่ ากแหง้
ลงในกะละมงั ท่ีเตรียมไว้

กิจกรรมศกึ ษาภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ 25
- ผสมการบรู และพมิ เสน 1 มิลกรมั ปรมิ าณเทา่ กับ 1 กระปุก ผสมลงในกะละมังที่เตรียม
สมุนไพรไว้ เพอื่ ชว่ ยในการแต่งกลน่ิ และช่วยบำรงุ หวั ใจ

ภาพที่ 42 ใสก่ ารบรู และพมิ เสน
- คลุกเคล้าการบูรและพิมเสน ให้เข้ากับสมุนไพรทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่ ไพล ขมิ้นชัน
ตะไคร้หอม ใบเอ็นออ่ น เปลือกมะกรดู ใบเปล้า ใบมะขาม ใบสม้ ปอ่ ย ใบหนาด

ภาพที่ 43 คลุกเคล้าสว่ นผสมสมนุ ไพรใหเ้ ข้ากัน

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ 26
5.1.5 วธิ กี ารหอ่ ลกู ประคบสมุนไพร

ข้ันตอนการหอ่ ลูกประคบสมุนไพร
- ตัดผ้าขาวบางใหไ้ ด้ ขนาด 42 x 54 เซนติเมตร

ภาพที่ 44 ตดั ผา้ ขาวบาง
- นำสมนุ ไพรท่เี ตรยี มไว้ ทัง้ หมด 1 ½ ขีด มาวางลงในผา้ ขาวบาง

ภาพท่ี 45 สมุนไพรทีเ่ ตรียมไวส้ ำหรบั ห่อลกู ประคบ

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ 27
- ชงั่ สมนุ ไพรที่ตากแหง้ และคลกุ เคล้าส่วนผสมเรยี บรอ้ ย ปรมิ าณ 1 ½ ขีด

ภาพที่ 46 ชง่ั สมนุ ไพรทตี่ ากแห้ง ปริมาณ 1 ½ ขีด
- วิธีการห่อ จับผ้าขาวบางทั้ง 4 มุม โดยจับเป็นรูปสามเหลี่ยมเข้าด้วยกันทั้ง 4 มุม
จากนั้นมัดรวมกันแล้วพับครึ่งลงมาให้ได้ขนาดพอดี เพื่อทำเป็นด้ามจับ หลังจากนั้นใช้เชือกขนาด 1 เมตร
พันเชือกใหแ้ น่น โดยพนั รอบๆ ดา้ มจบั จนสดุ ถึงดา้ นลา่ งลกู ประคบ

ภาพท่ี 47 จับผ้าขาวบางใหไ้ ด้ขนาด 4 มุม

กิจกรรมศกึ ษาภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ 28

ภาพที่ 48 รวบมมุ ใหเ้ ปน็ รปู สามเหลย่ี ม

ภาพที่ 49 รวบมุมผ้าขา้ วบางทงั้ 4 ด้าน
ให้เปน็ รูปสามเหลี่ยมพรี ะมิด

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน 29
ภาพที่ 50 ทำดา้ มจบั ลูกประคบ
ภาพที่ 51 มดั ด้ามจบั ลูกประคบ

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน 30
ภาพที่ 52 การห่อลูกประคบสมุนไพร
ภาพที่ 53 การหอ่ ลกู ประคบสมนุ ไพร

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน 31
ภาพที่ 54 การหอ่ ลูกประคบสมนุ ไพร
ภาพท่ี 55 การห่อลูกประคบสมุนไพร

กิจกรรมศึกษาภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 32
ภาพท่ี 56 การหอ่ ลูกประคบสมุนไพร
ภาพท่ี 57 ลูกประคบสมนุ ไพรท่ที ำเสร็จแล้ว

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 33

ภาพที่ 58 ลูกประคบสมุนไพรที่บรรจภุ ัณฑพ์ รอ้ มจำหน่าย
6. วธิ ีใชล้ ูกประคบสมุนไพร

1. นำลกู ประคบไปน่งึ ในน้ำเดอื ด ประมาณ 15 - 20 นาที
2. กอ่ นน่งึ ถ้าเป็นลกู ประคบแบบแห้งให้พรมด้วยนำ้ กอ่ น เพ่ือให้ตวั ยาระเหยเป็นอยา่ งดี
3. นำลูกประคบสมุนไพรร้อนไปประคบตามจดุ ทป่ี วดเมือ่ ยหรือตำแหน่งท่ตี อ้ งการรักษา
4. โดยทัว่ ไปใช้เวลาในการประคบประมาณ 15 - 20 นาที ต่อการประคบ 1 ครงั้ แต่ถ้ามีอาการ

เคล็ดขดั ยอก อาจประคบไดว้ ันละ 2 ครั้ง
7. วธิ เี ก็บรกั ษาลกู ประคบสมนุ ไพร

1. ลูกประคบสมุนไพร ที่ทำครั้งหนึง่ สามารถเก็บไว้ไดน้ าน 3 - 5 วัน ถ้าใส่ตู้เย็นสามารถเกบ็ ได้
7 วัน

2. ลกู ประคบท่ใี ชแ้ ล้วควรผ่ึง ใหแ้ ห้งกอ่ นเกบ็ ไม่ใหอ้ บั ช้ืน ถ้าเก็บในตเู้ ย็น จะเกบ็ ได้นานมากข้นึ
3. ลกู ประคบสมุนไพร ที่แห้ง ก่อนใชค้ วรพรมดว้ ยน้ำก่อน
4. ลูกประคบท่ใี ช้แลว้ นำไปผึ่งแห้ง แล้วนำกลับมาใชใ้ หมจ่ ะใช้ไดป้ ระมาณ 2 ครง้ั
5. ลูกประคบสมุนไพร ที่มีสีเหลืองอ่อนหรือจางลง แสดงว่าตัวยาในลูกประคบสมุนไพร

หมดสภาพแล้วจะใช้ไมไ่ ดผ้ ล

กจิ กรรมศกึ ษาภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น 34

8. งบประมาณ
ตารางท่ี 1 ค่าใชจ้ า่ ยงบประมาณ

ลำดับ รายการวสั ดุ จำนวนเงิน งบประมาณ ราคาขาย กำไร
ท่ี จัดซอ้ื วสั ดุ
1 ผา้ ขาวบาง (ผา้ ดบิ ) 1 เมตร 40 บาท ผลิตภัณฑล์ ูกประคบ ราคาขายทงั้ หมด
2 เชอื กขาว ม้วนละ 130 บาท 295 บาท ทงั้ หมด 13 ห่อ – ตน้ ทนุ ทงั้ หมด
3 การบูรกระปุกเล็ก 20 บาท จำหน่ายหอ่ ละ 50 650-295 =355
4 พิมเสน ขนาด 10 กรมั 20 บาท บาท
5 ถงุ พลาสตกิ บรรจุภณั ฑ์ขนาด 85 บาท บาท
4X10 นิ้ว 13x50 = 650 บาท
รวมเปน็ เงนิ 295 บาท 355 บาท
650 บาท

สรุปค่าใช้จ่ายงบประมาณจากตารางดังนี้ รายการค่าวัสดุที่ใช้ลงทุนทั้งหมด รวมเป็นเงิน 295 บาท
ผลิตลูกประคบได้ทั้งหมด 13 ห่อ นำไปจำหน่ายห่อละ 50 บาท คิดเป็นเงินจากราคาขายทั้งหมด 650 บาท
ส่วนกำไรท่ีได้จากการลงทุนจะได้ท้งั หมด 355 บาท

กจิ กรรมศึกษาภูมปิ ัญญาท้องถิ่น 35
9. คุณลกั ษณะและสรรพคณุ ของสมุนไพรแต่ละชนิด

ลักษณะและสรรพคุณจากพืชสมุนไพร 9 ชนิด ได้แก่ ไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม ใบเอ็นอ่อน
เปลือกมะกรูด ใบเปล้า ใบมะขาม ใบสม้ ปอ่ ย ใบหนาด ที่ไดจ้ ากป่าชุมชนบา้ นกุดดุก ได้นำมาทำลกู ประคบสมุนไพร
และรกั ษาโรคตามอาการต่าง โดยเกิดจากภูมิปัญญาท้องถนิ่ ของชาวบา้ น ซ่ึงมคี ณุ ลกั ษณะและสรรพคณุ ดงั น้ี

คณุ ลกั ษณะและสรรพคุณของไพล

ภาพที่ 59 หัวไพล
ชอ่ื สมนุ ไพร ไพล หรอื ว่านไพล ช่ือสามญั Phlai, Cassumunar ginger, Bengal root
ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Zingiber
cassumunar Roxb., Zingiber purpureum Roscoe) จดั อย่ใู นวงศ์ขงิ (ZINGIBERACEAE)
ชื่อท้องถิ่น ปูขมิ้น มิ้นสะล่าง (ฉาน-แม่ฮ่องสอน), ว่านไฟ ไพลเหลือง (ภาคกลาง), ปูเลย ปูลอย
(ภาคเหนอื ), วา่ นปอบ (ภาคอีสาน) เป็นต้น
ลักษณะของไพล
ต้นไพล ลักษณะไพลเป็นไมล้ ้มลุกมีความสูงประมาณ 0.7 - 1.5 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เปลือกมีสีน้ำตาล
แกมเหลอื ง เนื้อดา้ นในมสี ีเหลอื งถึงสเี หลอื งแกมเขียว แทงหน่อหรอื ลำต้นเทยี มขึ้นเป็นกอ โดยจะประกอบไปด้วย
กาบหรอื โคนใบหุ้มซ้อนกนั อยู่ เหงา้ ไพลสดฉ่ำน้ำ รสฝาด เอยี ด รอ้ นซา่ มีกล่นิ เฉพาะ สว่ นเหงา้ ไพลแก่สดและแห้ง
จะมีรสเผด็ เลก็ นอ้ ย ขยายพันธด์ุ ว้ ยวธิ ีการใชเ้ มลด็ แงง่ หรือเหงา้ แตโ่ ดยท่ัวไปแล้วจะใช้สว่ นของเหงา้ เปน็ ทอ่ นพันธ์ุ

กิจกรรมศกึ ษาภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 36
ในการเพาะปลูก พรรณไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียแถบประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย
ปลกู กันมากในจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบรุ ี ปราจีนบรุ ี และสระแก้ว

ภาพท่ี 60 ต้นไพล
ใบไพล ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานแกมรูปหอก ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ กว้างประมาณ
3.5 - 5.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 18 - 35 เซนตเิ มตร

ภาพท่ี 61 ใบไพล

กจิ กรรมศึกษาภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน 37
ดอกไพล ออกดอกเปน็ ชอ่ แทงจากเหงา้ ใตด้ นิ กลีบดอกมีสนี วล มีใบประดบั สีมว่ ง

ภาพท่ี 62 ดอกไพล
สรรพคุณของไพล

1. ดอกไพล สรรพคณุ ช่วยขับโลหติ และกระจายเลือดเสีย กระจายเลือดท่ีเปน็ ล่ิมเปน็ กอ้ น (ดอก)
2. ช่วยรักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง ด้วยการใช้หัวไพลนำมาฝนแล้วทา
บริเวณท่มี ีอาการฟกช้ำบวมหรอื เคลด็ ขดั
3. ช่วยลดอาการอักเสบ แก้ปวด บวม เสน้ ตงึ เมื่อยขบ (เหงา้ )
4. ช่วยแกเ้ มอื่ ย แก้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนอ้ื ปวดตามร่างกาย (ใบ)
5. ช่วยรกั ษาโรคผิวหนัง (เหงา้ )

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ 38

คณุ ลกั ษณะและสรรพคุณของขมน้ิ ชัน

ภาพท่ี 63 ขม้นิ ชัน
ชอ่ื สมุนไพร ขมิ้น หรอื ขมิ้นชัน ชอ่ื สามัญ Turmeric
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Curcuma longa L. จดั อยู่ในวงศข์ ิง (ZINGIBERACEAE)
ลักษณะของขม้ิน
ขมิ้น เป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในตระกูลขิง มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าจะเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอม
เฉพาะตัว มีตั้งแต่สีเหลืองเข้มจนถงึ สีแสดจัด โดยถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และมีชื่ออื่นๆอกี
เช่น ขมิ้นชัน ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว ขี้มิ้น หมิ้น ทั้งนี้ขึน้ อยู่กบั แต่ละภาคและจงั หวดั นั้นๆ นิยมนำไปใชใ้ น
การประกอบอาหาร แตง่ สี แตง่ กลนิ่ อาหาร เช่น แกงไตปลา แกงกะหรี่ เป็นต้น
ขมิ้นชันอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3
วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแร่ต่างๆ รวมไปถึงเส้นใย คาร์โบไฮเดรต
และโปรตีน เป็นต้น และขมิ้นชันมีสรรพคุณทางยาที่รักษาอาการและโรคต่างๆ ได้หลายชนิด มีประวัติในการ
นำมาใชใ้ นการรักษามากกว่า 5,000 ปี สำหรบั ขมน้ิ ชนั ที่จะนำมาใช้ประโยชนน์ ั้น การเกบ็ เกีย่ วไมค่ วรเก็บในระยะ
ที่ขมิ้นเริ่มแตกหน่อ เพราะจะทำให้สารที่มีประโยชน์อย่างเคอร์คูมินในขมิ้นมีน้อย ส่วนเหง้าที่เก็บมาต้องมีอายุ
อย่างน้อย 9 - 12 เดือน และต้องไม่เก็บไว้นานเกินไป และไม่ให้ถูกแสงแดด เพราะน้ำมันหอมระเหยในขมิ้น
จะหมดไปเสยี กอ่ น เมอื่ ไดเ้ หง้ามาแลว้ หากจะนำไปรบั ประทานเพ่ือใช้ในการรกั ษาโรคตา่ งๆ ควรลา้ งใหส้ ะอาดกอ่ น
และไม่ต้องปอกเปลอื ก แตห่ ่ันเปน็ แว่นช้นิ บางๆ แลว้ นำไปตากแดดสกั 2 วันแลว้ นำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง
แล้วปั้นเป็นเม็ดเลก็ ๆ เท่าปลายน้วิ ก้อย แลว้ นำมารับประทานวันละ 3 ครัง้ คร้ังละ 2 - 3 เมด็ หลังอาหารและช่วง

กิจกรรมศึกษาภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ 39

ก่อนนอน หรือจะนำเหง้าแก่มาขูดเอาเปลือกออกแล้วนำไปล้างนำ้ ให้สะอาด นำมาบดให้ละเอียด เติมน้ำแล้วคัน้
เอาแต่น้ำมารับประทานคร้ังละ 2 ชอ้ นโต๊ะ วนั ละ 3 ครั้ง หากนำขมิ้นมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพ่ือรกั ษาอาการแพ้
ผนื่ คัน ผิวหนงั อกั เสบ แมลงสัตว์กัดตอ่ ย ให้นำเหงา้ ขม้ินมาฝนผสมกับน้ำต้มสกุ แลว้ ทาบริเวณท่ีเป็นวันละ 3 ครั้ง
หรือจะนำเอาผงขมนิ้ มาโรยกใ็ ชไ้ ด้เช่นกัน

ภาพท่ี 64 หวั ขมิ้นชัน
สรรพคณุ ของขม้ิน

1. ขมนิ้ มสี ารต่อตา้ นอนมุ ูลอิสระซึง่ ช่วยในการชะลอวัยและชะลอการเกิดริว้ รอย
2. ชว่ ยเสริมสร้างภมู ิตา้ นทานใหก้ บั ร่างกาย
3. ช่วยเสริมสรา้ งภูมิคมุ้ กนั ใหผ้ ิวหนงั มีสุขภาพดแี ขง็ แรง
4. ขม้นิ ชนั อาจมีบทบาทชว่ ยปอ้ งกนั การเกิดโรคมะเรง็ เชน่ โรคมะเรง็ ลำไส้ มะเร็งปากมดลูก
5. ขมนิ้ สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้
6. ชว่ ยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
7. ชว่ ยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน
8. มสี ว่ นชว่ ยรักษาโรคความดนั โลหติ สงู
9. ชว่ ยลดอาการของโรคเกาต์
10. ชว่ ยขบั น้ำนมของมารดาหลงั คลอดบุตร

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาท้องถ่ิน 40

คุณสมบตั แิ ละสรรพคณุ ของตะไครห้ อม

ภาพท่ี 65 ตะไคร้

ช่ือสมนุ ไพร ตะไคร้ ช่ือสามัญ Lemongrass
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Cymbopogon citratus (DC.) Stapf จัดอยู่ในวงศห์ ญ้า (POACEAE หรือ GRAMINEAE)
ลักษณะของขมน้ิ
ตะไครจ้ ัดเปน็ พืชล้มลุกตระกูลหญ้า ใบมีลกั ษณะเรยี วยาว ปลายใบมีขนหนาม เปน็ สมนุ ไพรไทยชนิดหนึ่ง
ที่นิยมนำมาประกอบอาหาร โดยตะไคร้แบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้กอ ตะไคร้ต้น ตะไคร้น้ำ
ตะไคร้หางนาค และตะไคร้หางสิงห์ ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยที่นิยมปลูกทั่วไปในบ้านเรา โดยมีถ่ินกำเนิดในประเทศ
อินเดีย อินโดนเี ซยี พม่า ศรลี ังกา และไทย
ตะไคร้เป็นทั้งยารักษาโรคและยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เช่น วิตามินเอ
ธาตุแคลเซยี ม ธาตุฟอสฟอรสั ธาตุเหลก็ ฯลฯ
สรรพคุณของตะไคร้

1. มสี ่วนช่วยในการขับเหงื่อ
2. เปน็ ยาบำรงุ ธาตไุ ฟให้เจรญิ (ตน้ ตะไคร้)
3. มีสรรพคณุ เป็นยาบำรงุ ธาตุ ช่วยในการเจรญิ อาหาร
4. ชว่ ยแกอ้ าการเบอื่ อาหาร (ต้น)
5. สารสกัดจากตะไครม้ ีสว่ นชว่ ยในการปอ้ งกนั โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
6. นำ้ มันหอมระเหยของใบตะไคร้สามารถบรรเทาอาการปวดได้
7. ชว่ ยแกอ้ าการกษยั เสน้ และแกล้ มใบ (หัวตะไคร)้

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน 41

คณุ สมบตั ิและสรรพคณุ ของเถาเอน็ ออ่ น

ภาพที่ 66 ใบเถาเอ็นอ่อน
ช่ือสมนุ ไพร เถาเอน็ อ่อน
ช๋ือวิทยาศาสตร์ Cryptolepis dubia (Burm.f.) M.R.Almeida (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cryptolepis
buchananii Roem. & Schult.) จัดอยู่ในวงศ์ตีนเป็ด (APOCYNACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยนมตำเลีย
(ASCLEPIADOIDEAE หรอื ASCLEPIADACEAE)[1]
ชื่อทอ้ งถ่ิน เครือเถาเอ็น เครือเขาเอ็น (เชยี งใหม่), เขาควาย (นครราชสมี า), เสน่งกู (บรุ ีรมั ย์), หญา้ ลิเลน
(ปัตตานี), หมอตีนเป็ด (สุราษฎร์ธานี), ตีนเป็ดเครือ (ภาคเหนือ), เครือเอ็นอ่อน (ภาคอีสาน), เมื่อย (ภาคกลาง),
กวน (ฉาน-แม่ฮอ่ งสอน), นอออหมี (กะเหร่ยี ง-แมฮ่ ่องสอน), กู่โกวเถิง (จนี กลาง) เป็นต้น
ลกั ษณะของเถาเอ็นอ่อน
ต้นเถาเอ็นอ่อน จัดเป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่น เป็นไม้เลื้อยจำพวกเถาเนื้อแข็ง เถาลำต้นกลม
เปลือกเถาเรียบหนาเป็นสีน้ำตาลอมสีดำหรือเป็นสีแดงเข้มและมีลายประตลอดเถา ยาวประมาณ 4 - 5 เมตร
ก้านเล็ก มีสีเทาอมเขียวและไม่มีขนปกคลุม เมื่อเถาแก่เปลือกจะหลุดลอกออกเป็นแผ่นๆ มียางสีขาวข้นทั้งต้น
พรรณไมช้ นดิ นีข้ ยายพนั ธุ์ด้วยวิธกี ารเพาะเมล็ด มกั พบข้นึ ตามปา่ ราบหรือตามทร่ี กร้างทางจงั หวดั หวัดสระบรุ ี


Click to View FlipBook Version