The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม E book กิจกรรมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง ลูกประคบสมุนไพร ป่าชุมชนบ้านกุดดุก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ar-noo_za, 2021-10-06 23:15:14

กิจกรรมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง ลูกประคบสมุนไพร ป่าชุมชนบ้านกุดดุก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

รวมเล่ม E book กิจกรรมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง ลูกประคบสมุนไพร ป่าชุมชนบ้านกุดดุก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

กิจกรรมศึกษาภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ 42

ภาพท่ี 67 ต้นเถาเอน็ อ่อน
ใบเถาเอ็นอ่อน ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบมน
มีหางสั้น โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3 - 8 เซนติเมตรและยาวประมาณ
5 - 18 เซนติเมตร แผ่นใบค่อนข้างหนา หลังใบเรียบเป็นมันและลื่น ท้องใบเรียบเป็นสีเขียวนวล ใบอ่อนมีขน
ปกคลุม ส่วนใบแก่ไม่มีขน เส้นใบตามขวางจะเป็นเส้นตรงไมโ่ ค้ง ใบหน่ึงจะมีประมาณ 30 คู่ สว่ นก้านใบส้ันยาวได้
ประมาณ 0.5 - 1 เซนติเมตร

ภาพท่ี 68 ใบเถาเอ็นอ่อน

กจิ กรรมศึกษาภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ 43
ดอกเถาเอ็นอ่อน ออกดอกเปน็ ชอ่ ตามซอกใบ ดอกยอ่ ยเป็นสเี หลืองอ่อนหรอื สีขาวอมเหลือง ดอกมกี ลีบ
ดอก 5 กลบี โดยกลีบดอกเช่อื มติดกัน สว่ นกลบี เลย้ี งดอกเป็นสเี ขียวมี 5 กลีบ

ภาพที่ 69 ดอกเถาเอ็นอ่อน
ผลเถาเอ็นอ่อน ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปทรงกระสวย กลมยาว ยาวประมาณ
6.5 - 10 เซนติเมตร และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางฝักประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร ฝักมีเนื้อแข็ง โคนผลติดกัน
ปลายผลแหลม ผวิ ผลเป็นมันลนื่ พอแกแ่ ล้วจะแตกอ้าออก ภายในผลมีเมล็ดสนี ำ้ ตาลมีขนปุยสีขาวติดอยู่และปลิว
ไปตามลมได้ ลักษณะของเมล็ดเป็นรปู รหี รอื รูปกลมยาวแบน มคี วามยาวประมาณ 1 เซนตเิ มตร

ภาพที่ 70 ผลเถาเอ็นออ่ น

กจิ กรรมศึกษาภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ 44

สรรพคุณของเถาเอน็ ออ่ น
1. เถานำมาตม้ กินจะช่วยทำให้จิตใจชุ่มชน่ื (เถา)
2. เมล็ดมีรสขมเมา เป็นยาขับลมในลำไส้และในกระเพาะอาหาร ทำให้ผายและเรอ

ช่วยแก้อาการจกุ เสยี ดแนน่ ทอ้ ง (เมล็ด)
3. เถาใช้แก้อาการฟกช้ำดำเขียว โดยใช้เถาที่บดเป็นผง 0.35 กรัม ผสมกับเหล้ารับประทาน

หรอื ใช้ยาแห้งประมาณ 5 - 6 กรมั นำมาดองกับเหล้ารับประทานครัง้ ละ 5 ซีซี วันละ 3 ครั้ง (ตำรับนี้ใช้
แก้อาการปวดเมือ่ ยตามร่างกายไดด้ ว้ ย) (เถา)

4. ใบและเถาเป็นยาบำรุงเส้นเอน็ แก้อาการปวดเม่อื ย โดยใบมรี สเบอื่ เอียน ใช้ทำเป็นลูกประคบ
ด้วยการนำใบมาโขลกให้ละเอยี ด แล้วนำมาห่อกบั ผ้าทำเป็นลูกประคบแก้เม่ือยขบ แก้ปวดเสียวเส้นเอน็
ช่วยคลายเสน้ เอน็ ทำให้เส้นเอ็นที่ตงึ ยืดหยอ่ น ส่วนเถามีรสขมเบอ่ื มนั ใช้ต้มกบั น้ำดื่มเปน็ ยาบำรุงเส้นเอ็น
ให้แข็งแรง แก้เส้นเอ็นพิการ เส้นแข็ง แก้อาการปวดเมื่อยเส้นเอ็น แก้อาการปวดบวม ปวดเมื่อยตาม
ร่างกาย ปวดหลงั แกข้ ดั ยอก (ใบ, เถา)

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ 45

คุณลักษณะและสรรพคณุ ของมะกรดู

ภาพที่ 71 มะกรดู
ช่อื สมุนไพร มะกรดู ชอื่ สามญั Kaffir lime, Leech lime, Mauritius papeda
ช่อื วิทยาศาสตร์ Citrus hystrix DC. จดั อย่ใู นวงศ์ส้ม (RUTACEAE)
ชอ่ื ทอ้ งถน่ิ มะขู (แมฮ่ ่องสอน), มะขุน มะขดู (ภาคเหนอื ), สม้ กรดู สม้ ม่ัวผี (ภาคใต)้ เปน็ ตน้
ลกั ษณะของมะกรูด

ลกั ษณะท่วั ไป
ลำตน้
ตน้ มะกรูด เป็นไมย้ ืนต้นขนาดเลก็ เนื้อไมเ้ ปน็ เนอ้ื แข็ง เปลอื กเรยี บมสี ีน้ำตาลอ่อน ลำต้นแตกกิ่งก้าน
จำนวนมากตง้ั แต่ระดับล่างของลำตน้ ทำให้มีลักษณะเปน็ พมุ่ ตามลำต้น และกิง่ มหี นามแหลมยาว
ใบ
ใบมะกรดู เป็นใบประกอบ ออกเป็นใบเดยี่ ว มีกา้ นใบแผอ่ อกเป็นครีบคล้ายแผ่นใบ ใบมีลักษณะหนา
เรียบ มีผิวมัน สีเขียว และเขียวเข้มตามอายุของใบ ใบมีคอดกิ่วที่กลางใบทำให้ใบแบ่งออกเป็น 2 ตอน
หรือคล้ายใบไม้ 2 ใบ ต่อกัน ขนาดใบกว้างประมาณ 2.5 - 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5 - 12 เซนติเมตร
ใบมีกลนิ่ หอมมากเพราะมีต่อมน้ำมนั อยู่

กิจกรรมศึกษาภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น 46

ภาพที่ 72 ใบมะกรูด
ดอก
ดอกมะกรูด เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ดอกออกเป็นช่อมสี ีขาว แทงออกบรเิ วณสว่ นยอดหรือตามซอกใบ แต่
ละช่อมีดอกประมาณ 1 - 5 ดอก หลีบดอกมีสีขาวครีม 5 กลีบ มีขนปกคลุม ภายในดอกมีเกสร มีสีเหลือง
ดอกมกี ลนิ่ หอมเลก็ น้อย และเมอ่ื แก่จะร่วงงา่ ย

ภาพท่ี 73 ดอกมะกรดู

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปัญญาท้องถิน่ 47
ผล/ลูก
ผลมะกรูดหรอื ลูกมะกรูด มีลกั ษณะคอ่ นขา้ งกลม มเี สน้ ผ่านศนู ย์กลาง 5 - 7 เซนตเิ มตร ผลคล้ายผล
สม้ ซา่ ผลมีขนาดใหญ่กวา่ ลกู มะนาวเลก็ นอ้ ย ลกั ษณะของผลมรี ปู ร่างแตกตา่ งกันไปแลว้ แตพ่ นั ธ์ุ เปลอื กผลค่อนข้าง
หนา ผิวเปลือกมีสีเขียวเข้ม ผิวขรุขระเป็นลูกคลื่นหรือเป็นปุ่มนูน ภายในเปลือกมีต่อมน้ำมันหอมระเหย
เป็นจํานวนมาก มีจุกที่หัว และท้ายของผล เมื่อสุก ผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ด้านในผลประกอบด้วยเนื้อฉ่ำน้ำ
มีเมลด็ แทรกบริเวณกลางผล 5 - 10 เมลด็ เนือ้ ผลมรี สเปรยี้ วปนขมเลก็ น้อย

ภาพท่ี 74 ผลหรอื ลกู มะกรดู

กิจกรรมศกึ ษาภูมิปัญญาท้องถิ่น 48

สรรพคณุ ของมะกรดู
รากมะกรดู
1. รากมะกรูด รากของมะกรูดมีรสจืดเย็น สามารถช่วยแก้อาการไข้ ถอนพิษสำแดง

แกล้ มจุกเสียด กระทุ้งพษิ ไข้ แก้พิษฝีภายใน และช่วยอาการเสมหะเปน็ พษิ

ภาพที่ 75 รากมะกรดู
ผวิ มะกรูด

1. ผิวของมะกรูดสามารถช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้ โดยนำผิวของมะกรูดบดรวมกับราก
ชะเอม ไพล เฉยี งพรา้ ขมิ้นออ้ ย แลว้ นำมาต้มน้ำดื่ม

2. เป็นยาบำรงุ หวั ใจ โดนนำผวิ มะกรดู ฝานสดประมาณ 1 ชอ้ นโตะ๊ มาผสมกับพิมเสนหรือการบูร
ชงในน้ำเดือดแลว้ แชท่ ้ิงไว้ จากนน้ั นำมาดม่ื

3. ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โดยนำเปลือกมะกรูดฝานบางๆ ชงกับน้ำเดือด
แลว้ เติมการบูรเลก็ น้อย นำมาดืม่ เพ่อื แก้อาการ

4. ชว่ ยขับลมในลำไส้ แก้อาการจกุ เสียด ท้องอดื แน่นทอ้ งได้
5. ช่วยขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาทางผิวหนังโดยการนำผิวมะกรูดมาใช้เป็น

สว่ นประกอบในการอบซาวน่าสมนุ ไพร

กจิ กรรมศึกษาภูมิปญั ญาท้องถ่ิน 49

ภาพที่ 76 ผิวมะกรูด
ใบมะกรูด

1. ช่วยแก้ไอ แก้อาการอาเจียนเป็นเลือด
2. ช่วยแกอ้ าการชำ้ ใน
3. ใบมะกรูดอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึง่ ชว่ ยในการชะลอการขยายตวั ของเซลล์มะเรง็ และช่วย

ตอ่ ต้านมะเรง็ ได้

ภาพที่ 77 ใบมะกรูด

กจิ กรรมศกึ ษาภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ 50

ผลมะกรูด
1. ชว่ ยแกอ้ าการไอ ขบั เสมหะ โดยการนำมะกรดู ผา่ คร่งึ และนำไปลนไฟให้นม่ิ แล้วคอ่ ยๆ บีบน้ำ
มะกรดู ลงคอทลี ะนดิ จะช่วยทำใหอ้ าการบรรเทาลงได้
2. ช่วยฟอกโลหติ โดยนำผลมะกรดู สดมาผ่าเป็น 2 ซกี แลว้ นำไปดองกบั เกลอื หรือนำ้ ผ้ึงประมาณ
1 เดอื น แลว้ รินเอาแตน่ ้ำดม่ื
3. ช่วยแก้อาการปวดทอ้ ง หรอื ใช้เป็นยาแก้ปวดทอ้ งในเดก็ อ่อน โดยการนำผลมะกรูดมาคว้านไส้
กลางออก นำมหาหิงคใุ์ ส่และปิดจุก แล้วนำไปเผาไฟจนดำเกรียมและบดจนเปน็ ผงละลายกับ
นำ้ ผงึ้ ไวร้ ับประทานแก้อาการปวดได้
4. ชว่ ยขับระดู ขับลม โดยผลมะกรดู นำมาดองทำเปน็ ยาดองเปร้ียวไวร้ ับประทาน
5. ชว่ ยแก้อาการน้ำลายเหนียว
6. แกเ้ ถาดานในทอ้ ง
7. แกร้ ะดูเสีย ขับระดู
8. ช่วยขับลมในลำไส้

นอกจากนี้น้ำจากผลมะกรูดยังสามารถใช้แก้อาการเลือดออกตามไรฟันได้อกี ด้วย โดยใช้น้ำมะกรูด
ถบู างๆ บริเวณเหงอื กหลงั แปลงฟนั เสรจ็ จะชว่ ยทำใหอ้ าการเลอื ดออกตามไรฟนั บรรเทาลงได้

ภาพที่ 78 ผลมะกรดู

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ 51

คุณสมบัตแิ ละสรรพคณุ ของใบเปลา้

ภาพท่ี 79 เปล้าใหญ่
ช่อื สมนุ ไพร เปลา้ ใหญ่
ชื่อวิทยาศาสตร์ Croton persimilis Müll.Arg. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Croton oblongifolius Roxb.,
Crotonroxburghii N.P.Balakr., Oxydectes oblongifolia Kuntze, Oxydectes persimilis (Müll.Arg.)
Kuntze) จัดอยู่ในวงศย์ างพารา (EUPHORBIACEAE)
ชื่อท้องถิ่น เปาะ (กำแพงเพชร), ควะวู (กาญจนบุร)ี , เปล้าหลวง (ภาคเหนือ), เซ่งเค่คัง สะกาวา สกาวา
ส่ากูวะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ห้าเยิ่ง (ชาน-แม่ฮ่องสอน), คัวะวู, เปวะ เป็นต้น โดยมีเขตการกระจายพันธ์ุ
ในประเทศอนิ เดีย เนปาล ภูฎาน บังคลาเทศ ภมู ภิ าคอนิ โดจีน พม่า และในประเทศไทย โดยสามารถพบได้ทุกภาค
ยกเว้นภาคใต้ มักขึ้นในปา่ เบญจพรรณ ปา่ ดบิ แลง้ และป่าเต็งรัง
ลักษณะของเปลา้ ใหญ่
ต้นเปล้าใหญ่ หรือ ต้นเปลา้ หลวง จัดเป็นไม้ยืนตน้ ขนาดเล็ก เป็นไม้ผลัดใบ มีความสูงของต้นประมาณ
8 เมตร เปลอื กของลำต้นเรยี บ เปน็ สนี ้ำตาล มีรอยแตกบ้างเลก็ นอ้ ย ทก่ี ่ิงกา้ นค่อนข้างใหญ่ ตามใบอ่อน ยอดอ่อน
และชอ่ ดอก จะมเี กล็ดสเี ทาเปน็ แผ่นเลก็ ๆ ปกคลมุ อย่ทู ว่ั ไป โดยมกั พบไดต้ ามปา่ เบญจพรรณ ป่าดบิ แล้ง ป่าผลดั ใบ
ทม่ี ีความสงู ไมเ่ กนิ 950 เมตร

กิจกรรมศึกษาภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ 52

ใบเปล้าใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเปน็ รูปไข่ รูปขอบขนาน รูปวงรแี กมขอบ
ขนาน หรือเป็นรูปใบหอก ใบรียาว มีความกว้างประมาณ 5 - 10 เซนตเิ มตรและยาวประมาณ 9 - 30 เซนติเมตร
โคนใบและปลายใบแหลมหรือมน ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ฟันไม่สม่ำเสมอ ลักษณะของใบจะลู่ลง ใบอ่อนจะเป็น
สีน้ำตาล สว่ นใบแก่คอ่ นข้างเกล้ียง หลังใบเรียบมีสีเขยี วเข้ม ทอ้ งใบมีขนไมม่ าก ใบเม่ือแกจ่ ะเปลี่ยนเป็นสีส้มก่อน
รว่ งหล่นลงมา สว่ นก้านใบยาวประมาณ 1.3 - 6 เซนติเมตร และฐานใบมีต่อม 2 ตอ่ ม

ภาพที่ 80 ใบเปล้าใหญ่
ดอกเปล้าใหญ่ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกมีหลายช่อ ช่อดอกมีความยาวประมาณ
12 - 22 เซนติเมตร ลักษณะตั้งตรง ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันหรือแยกต้น ดอกย่อยมีขนาดเล็ก
กลีบดอกมีสีเหลืองแกมสีเขียว ดอกจะทยอยบานจากโคนช่อไปหาปลายช่อ โดยดอกตัวผู้เป็นสีขาวใส
มกี ลบี ดอกส้ันจำนวน 5 กลบี ทีโ่ คนกลบี ดอกจะติดกนั มีกลีบเลี้ยงเป็นรูปขอบขนานกว้างๆ 5 กลบี หลังกลีบเล้ียง
มีเกล็ดสีน้ำตาล โดยกลีบดอกยาวเท่ากับกลีบเลี้ยง มีขนอยู่หนาแน่น ที่ฐานดอกมีต่อมลักษณะกลมๆ 5 ต่อม
มีเกสรตัวผู้ 12 อัน เกลี้ยง ส่วนดอกตัวเมียเป็นสีเหลืองแกมเขียว มีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบเล็ก ลั กษณะเป็น
รูปยาวแคบ ขอบกลีบจะมีขน ทโ่ี คนกลบี ดอกจะติดกนั ปลายกลีบดอกแหลม กลีบเลี้ยงมลี ักษณะเปน็ รูปขอบขนาน
และรังไขเ่ ป็นรูปขอบขนาน มเี กลด็ โดยจะออกดอกในชว่ งเดือนกมุ ภาพนั ธ์ถึงเดอื นเมษายน

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ 53

ภาพท่ี 81 ดอกเปล้าใหญ่
ผลเปลา้ ใหญ่ ผลอ่อนสเี ขยี ว เมือ่ แก่ผลจะแห้งแตก ลักษณะของผลเปน็ รปู ทรงกลมแบน มีพู 3 พู มขี นาด
เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ผิวเรียบ ด้านบนแบน มีเกล็ดเล็กห่างกัน ในผลมีเมล็ดลักษณะ
แบนรี ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตรโดยจะติดผลในชว่ งเดือนมนี าคมถึงเดือนพฤษภาคม

ภาพที่ 82 ผลเปล้าใหญ่

กิจกรรมศึกษาภมู ิปญั ญาท้องถนิ่ 54

สรรพคณุ ของเปล้าใหญ่
1. เปลือกต้นและใบเปล้าใหญ่ชว่ ยบำรงุ โลหิต
2. ใบใชเ้ ปน็ ยาบำรงุ กำลัง ช่วยแก้เสมหะ
3. ใบมีรสร้อน เมาเอียน ใชเ้ ปน็ ยาบำรงุ ธาตุ
4. เปล้าใหญ่ ช่วยแก้อาการวิงเวียน ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ด้วยการใช้ใบเปล้าใหญ่เข้ายา
กบั ใบหนาดตะไคร้หอม และเครือสม้ ลม ใช้ต้มกบั นำ้ ดืม่ และอาบ
5. เปลอื กตน้ ใบเปล้าใหญ่และกระพี้ ช่วยแกเ้ ลือดรอ้ น
6. ใบนำมาย่างไฟรองนอนสำหรบั คนท่ีรถลม้ จะชว่ ยแกอ้ าการฟกชำ้

คณุ ลักษณะและสรรพคณุ ของมะขามอ่อน

ภาพท่ี 83 ใบมะขามออ่ น
ชื่อสมนุ ไพร ใบมะขามออ่ น : Baby Tamarind leaves
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Tamarindus indica L.
วงศ์ : Fabaceae
ลกั ษณะของใบมะขามออ่ น

ใบมะขามอ่อน (Bai-Ma-kam-On) เป็นต้นไม้พื้นบ้าน เป็นไม้ยื่นต้นขนาดใหญ่ มีทรงพุ่มสูงโปร่ง
ลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลมๆ เนื้อไม้แข็งและเหนียว เปลือกต้นแข็ง มีร่องแตกลึก มีสีน้ำตาล ใบประกอบแบบคู่
เป็นใบย่อยออกคู่บนก้านใบ ใบมีลักษณะทรงรีเล็กๆ โคนใบมน ปลายใบมนรี ขอบใบเรียบ ใบเป็นมัน มีสีเขียว

กจิ กรรมศกึ ษาภูมิปญั ญาท้องถิน่ 55

มีรสชาติเปรี้ยว ออกดอกเป็นช่อ มีลักษณะเล็กๆ มีกลีบดอกสีขาวอมเหลือง ผลเป็นฝัก มีลักษณะกลม ทรงตรง
ทรงโค้งงอ ใช้ใบอ่อนนำมารับประทาน นำมาประกอบอาหารเมนูต่างๆ ได้หลายเมนู เป็นต้นไม้พื้นบ้านของไทย
มีการปลกู กนั ทว่ั ไปท่ัวประเทศ

ลำต้น เป็นต้นไม้พื้นบ้าน เป็นไม้ยื่นต้นขนาดใหญ่ มีทรงพุ่มสูงโปร่ง ลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลมๆ
เนื้อไม้แขง็ และเหนยี ว เปลือกต้นแขง็ มีร่องแตกลึก มสี ีน้ำตาล

ใบ เป็นใบประกอบแบบคู่ เป็นใบย่อยออกคู่บนก้านใบ ใบมีลักษณะทรงรีเล็กๆ โคนใบมน ปลายใบมนรี
ขอบใบเรยี บ ใบเป็นมัน มสี ีเขยี ว มรี สชาตเิ ปร้ียว

ราก เป็นระบบรากแก้ว มีรากที่แข็งแรง แทงลึกลงในดิน มีลักษณะกลม จะมีรากแขนงรากฝอยเล็กๆ
มีสนี ้ำตาล

ดอก ออกดอกเป็นช่อ มีดอกย่อย จะอยู่เป็นกระจุก มีลักษณะเล็กๆ มีกลีบดอกสีขาวอมเหลือง ก้านช่อ
ดอกจะยาว จะออกดอกปลายยอดกิ่ง

ผล เป็นฝัก มีลักษณะกลม ทรงตรง โค้งงอ ฝักดิบมีสีเขียว ฝักแก่มีสีน้ำตาล ข้างในจะมีเนื้อแน่นฉ่ำน้ำ
มีเมล็ดอยูข่ ้างในเนือ้ มีรสชาติเปรย้ี ว หรือหวาน

เมลด็ จะอยขู่ า้ งในเนือ้ อยู่ภายในฝกั เมล็ดมีลกั ษณะรูปกลมแบนรี มเี ปลอื กล่นื หมุ้ อยู่ เมลด็ แก่มสี ีนำ้ ตาล

สรรพคณุ ใบมะขามออ่ น
แก้หวัด ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยรักษาฝีในมดลูก เป็นยาระบาย เป็นยาถ่าย แก้ท้องผูก ช่วยขับลมใน

ลำไส้ แก้บิด แก้ช่วยสร้างเม็ดเลือด ช่วยบำรุงสายตา ช่วยรักษาตามัว ช่วยรักษาตาอักเสบ ช่วยฟอกโลหิต
ช่วยขับเหงอื่ ช่วยบำรงุ ร่างกาย ช่วยชะลอความชรา ชว่ ยบำรงุ ผวิ พรรณ

ภาพที่ 84 ใบมะขามออ่ น

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ 56

คุณลักษณะและสรรพคณุ ของใบส้มป่อย

ภาพที่ 85 สม้ ป่อย
ชอ่ื สมุนไพร สม้ ป่อย
ชื่อสามญั Soap Pod
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Acacia concinna (Willd.) DC. (ชือ่ พ้องวิทยาศาสตร์ Acacia rugata (Lam.) Merr.,
Mimosa concinna Willd.) จัดอยู่ในวงศ์ถ่วั (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศย์ อ่ ยสเี สยี ด
(MIMOSOIDEAE หรอื MIMOSACEAE)
ชื่อท้องถิ่น ส้มพอดี (ภาคอีสาน), ส้มคอน (ไทใหญ่), ส้มขอน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), พิจือสะ พิฉี่สะ
(กะเหรยี่ งแม่ฮ่องสอน), ผอ่ ชลิ ะ ผอ่ ชิบทู ู (กะเหร่ยี ง-เชียงใหม่), แผละปอ่ ย เมย่ี งโกระ๊ ไมส้ ้มป่อย (ลั้วะ), เบล่หม่า
ฮน้ั (ปะหลอ่ ง) เป็นต้น
ลักษณะของสม้ ปอ่ ย
ต้นส้มป่อย จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กหรือไม้พุ่มรอเลื้อยทอดลำต้นเกาะเกี่ยวขึ้นไป สูงได้ประมาณ
3 - 6 เมตร แต่ไม่มีมือสำหรับเกาะเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น เถามีเนื้อแข็ง ขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาล
เถาอ่อนเป็นสีน้ำตาลแดง มีขนกำมะหยี่หรือขนสั้นหนานุ่ม ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมสั้นอยู่ทั่วไป
และมขี นหูใบรปู หัวใจ ขยายพนั ธุ์ด้วยวธิ ีการเพาะเมลด็ ตอนกิ่ง และการปักชำกงิ่ เจริญเติบโตได้ดีในดินทกุ ประเภท
ที่ระบายน้ำได้ดี ชอบความชื้นปานกลางถึงน้อย และชอบแสงแดดมาก ขึ้นทั่วไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และเอเชียใต้ เปน็ ไมท้ ี่มีความทนทานตอ่ สภาพแหง้ แล้งได้ดี มักพบขนึ้ ตามปา่ คืนสภาพ ป่าดิบแลง้ ป่าเบญจพรรณ
ทีร่ าบเชงิ เขา และทรี่ กรา้ งท่วั ไป

กิจกรรมศกึ ษาภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน 57

ใบส้มป่อย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกเรียงสลับ ช่อใบย่อยมีประมาณ 5 - 10 คู่
ส่วนช่อย่อยมีประมาณ 10 - 35 คู่ ต่อช่อ ใบย่อยเรียงตรงข้าม ไม่มีก้านใบย่อย ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปขอบ
ขนานขนาดเล็ก ปลายใบมนหรือแหลม ที่ปลายเป็นติ่งหนามแหลมอ่อนโค้ง โคนใบมนหรือตัด ส่วนขอบใบ
หนาเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.8 - 3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 3.5 - 11.5 มิลลิเมตร แผ่นใบเรียบ
ก้านใบยาวประมาณ 3.6 - 5 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่มและหนาแน่น พบก้อนนูนสีน้ำตาลคล้ายต่อม 1 อัน
อยู่ที่โคนของก้านใบ แกนกลางยาวประมาณ 6.6 - 8.5 เซนติเมตร ส่วนก้านใบย่อยสั้นมาก ยาวได้ประมาณ
0.5 มลิ ลิเมตร หรอื นอ้ ยกวา่ นัน้ เกลยี้ งและมีขนนมุ่ หนาแนน่

ภาพที่ 86 ใบส้มปอ่ ย

ดอกส้มป่อย ออกดอกเป็นช่อกระจุกรูปทรงกลม โดยจะออกที่ปลายกิ่งหรือออกตามซอกใบข้างลำต้น
ประมาณ 1 - 3 ช่อดอกตอ่ ขอ้ มีขนาดประมาณ 0.7 - 1.3 เซนติเมตร มีดอกประมาณ 35 - 45 ดอก กา้ นช่อดอก
ยาวประมาณ 2.5 - 3.2 มิลลิเมตร มขี นนมุ่ หนาแนน่ มีใบประดับดอก 1 อัน ลกั ษณะเปน็ รูปแถบ ความยาวไม่เกิน
1 มิลลเิ มตร โคนสอบเรียว สีแดง มีขนกระจายอยูท่ วั่ ไป ดอกยอ่ ยมขี นาดเล็กอดั กนั แน่นอยูเ่ ปน็ แกนดอก กลีบดอก
เป็นหลอดสีขาวนวล กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ หลอดกลีบกว้างประมาณ 1 - 1.5 มิลลิเมตร
และยาวประมาณ 2.5 - 3 เซนติเมตร ปลายแหลมเป็นสีแดง หรืออาจมีสีขาวปนบ้างเล็กน้อย ส่วนกลีบดอก
หลอดกลีบมีขนาดกว้างประมาณ 1 - 1.5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 3.5 - 4 มิลลิเมตร มีขนบ้างเล็กน้อย
ที่ปลายกลีบ ดอกมีเกสรเพศผู้ประมาณ 200 - 250 อัน โดยยาวประมาณ 4 - 6 มิลลิเมตร ส่วนเกสรเพศเมีย
รังไขย่ าวประมาณ 1 มิลลิเมตร มอี อวุลประมาณ 10 - 12 ออวลุ ก้านรงั ไขย่ าวประมาณ 1 มลิ ลเิ มตร กา้ นและยอด
เกสรเพศเมียยาวประมาณ 2.5 - 3.5 มิลลิเมตร เป็นสีขาวอมเหลืองหรือสีเขียวอมเหลือง โดยจะออกดอก
ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดอื นพฤษภาคม

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ 58

ภาพที่ 87 ดอกสม้ ปอ่ ย
ผลส้มป่อย ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนานบนยาว ผิวฝักเป็นลอนคลื่นเป็นข้อๆ
ตามเมล็ด ปลายฝักมีหางแหลม สันฝักหนา ผิวฝักขรุขระหรือย่นมากเมื่อแห้ง ฝักมีขนาดกว้างประมาณ
1.3 - 1.4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7 - 9.3 เซนติเมตร ฝักอ่อนเปลือกเป็นสีเขียวอมแดง เมื่อแก่แล้ว
ฝักจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาลดำ ก้านฝักยาวประมาณ 2.8 - 3 เซนติเมตร ในแต่ละฝักจะมีเมล็ด
ประมาณ 5.12 เมลด็ เมล็ดสม้ ป่อยมลี กั ษณะเป็นรูปทรงแบนรี สดี ำผิวมัน มีขนาดกวา้ งประมาณ 4 - 5 เซนตเิ มตร
และยาวประมาณ 7 - 8 เซนติเมตร โดยจะคดิ ผลในช่วงพฤษภาคมถึงเดอื นตุลาคม ฝกั มีสารในกล่มุ ซาโปนินสูงถึง
20 เปอร์เซน็ ต์ เมือนำมาตกี บั น้ำจะเกดิ ฟอง

ภาพท่ี 88 ผลส้มป่อย

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ 59

สรรพคุณของสม้ ปอ่ ย
1. ใบมรี สเปร้ียว ฝาดเล็กนอ้ ย ใช้ต้มกบั นำ้ ดม่ื เปน็ ยาฟอกโลหิต
2. ดอกมสี รรพคณุ ชว่ ยบำรุงธาตุในรา่ งกาย
3. เปลอื กฝักมรี สเปร้ียวเผด็ ปร่า มสี รรพคณุ ช่วยทำใหเ้ จรญิ อาหาร
4. เปลือกต้นมีสรรพคณุ เปน็ ยาแกก้ ระษัย
5. ดอกมีสรรพคุณเป็นยาลดไขมัน ช่วยลดความอ้วนหรือลดน้ำหนัก โดยใช้ดอกประมาณ
1 กำมือ นำมาตม้ กบั น้ำดื่ม เชา้ และเย็น
6. ใบใชเ้ ป็นยาแก้โรคตา สว่ นตน้ ใช้เป็นยาแกโ้ รคตาแดง
7. ตน้ มรี สเปรีย้ วฝาด มสี รรพคณุ เป็นยาแก้นำ้ ตาพิการ
8. ใบใชต้ ำประคบหรอื ตำห่อผ้าประคบเส้นช่วยทำใหเ้ ส้นเอ็นอ่อน แกเ้ ส้นเอ็นพกิ าร ขัดยอก
สว่ นเปลือกต้นก็มสี รรพคณุ ทำให้เส้นเอน็ หย่อนเช่นกัน
9. ใบใชต้ ้มกับนำ้ ดื่มเปน็ ยาแก้บดิ

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ 60

คณุ ลกั ษณะและสรรพคุณของใบหนาด

ภาพที่ 89 ใบหนาด
ชอ่ื สมุนไพร หนาดใหญ่
ชอ่ื สามัญ Ngai Camphor Tree , Camphor Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ Blumea balsamifera (L.) DC. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Baccharis salvia Lour.,
Blumea grandis DC. จัดอยใู่ นวงศท์ านตะวัน (ASTERACEAE หรอื COMPOSITAE)
ชื่อท้องถิ่น หนาด (จันทบุรี), คำพอง หนาดหลวง (ภาคเหนือ), ใบหลม ผักชีช้าง พิมเสน หนาดใหญ่
(ภาคกลาง), แน พ็อบกวา (กะเหรย่ี ง-แม่ฮองสอน), จะบอ (มลายู-ปตั ตาน)ี , เพาะจแ่ี บ (กะเหร่ยี งแม่ฮ่องสอน), สา้ ง
หย้ิง (ม้ง), อิม่ บั้วะ (เมยี่ น), เก๊าล้อม (ล้วั ะ), ด่อละอู้ (ปะหลอ่ ง), ตงั้ โฮงเซา้ ไตฮ่ วงไหง่ ไหงห่ นบั เฮียง (จีน), ต้าเฟิง
ไอ๋ ไอ๋นา่ เซยี ง (จีนกลาง) เป็นตน้
ลักษณะของหนาดใหญ่
ต้นหนาดใหญ่ จัดเป็นพรรณไมพ้ ุ่มกง่ึ ไมล้ ม้ ลกุ ทีม่ ีอายุไดห้ ลายปี ลำตน้ มีความสงู ได้ประมาณ 0.5-4 เมตร
ลำต้นตั้งตรง เนื้อไม้เป็นแก่นแข็ง เปลือกต้นเรียบเป็นสีเขียวอมขาว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมเทา
แตกกิ่งก้านมาก มีขนปุกปุยสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนขึ้นปกคลุมและมีกลิ่นหอม ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือผล
เป็นพรรณไมก้ ลางแจง้ ท่ีมักพบขนึ้ ตามที่รกร้าง ทุง่ นา หรือตามหบุ เขาท่ัวไป

กิจกรรมศึกษาภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ 61

ภาพท่ี 90 ต้นหนาดใหญ่
ใบหนาดใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปยาวรี รูปขอบขนานแกมใบหอก
หรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายใบแหลมหรือมตี ิง่ หนาม โคนใบสอบหรือเรียมแหลมเล็กน้อย ส่วนขอบใบหยัก
เป็นซี่ใหญ่ ไม่เท่ากัน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.2 - 4.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10 - 17 เซนติเมตร
แผ่นใบเปน็ สเี ขียว หลงั ใบและทอ้ งใบมีขนทงั้ สองดา้ น กา้ นใบสั้นหรือไม่มี

ภาพที่ 91 ใบหนาดใหญ่

กิจกรรมศกึ ษาภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ 62

ดอกหนาดใหญ่ ดอกเป็นช่อกระจุกแน่น ออกดอกเป็นช่อแบบแยกแขนงขนาดใหญ่ที่บริเวณปลายกิ่ง
หรือซอกใบ ช่อดอกมีขนาดโตไม่เท่ากัน โดยมีขนาดกว้างประมาณ 6 - 30 เซนติเมตร และยาวประมาณ
10 - 50 เซนติเมตร ชั้นใบประดับยาวกว่าดอกย่อย ลักษณะของดอกย่อยมีขนาดเล็กสีเหลือง ลักษณะเป็นรูป
ทรงกระบอก มีกลีบดอกติดกนั เปน็ หลอดยาวได้ถึง 6 มิลลเิ มตร ปลายกลบี เม่อื บานจะแยกออกจากกันเป็น 5 กลีบ
กลบี ดอกอ่อนเป็นสีเหลอื ง เม่ือแก่แล้วกลีบดอกจะเปลีย่ นเป็นสขี าว โคนดอกมีกลบี เลย้ี งลกั ษณะเป็นเสน้ ฝอยปลาย
แหลมหุ้มอยู่ ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน ยื่นออกมาจากใจกลางดอก และดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ
1 เซนตเิ มตร

ภาพที่ 92 ดอกหนาดใหญ่

สรรพคุณของหนาดใหญ่
1. ใบและยอดออ่ นใช้ต้มเอานำ้ กินเป็นยาบำรุงกำลัง
2. ใบใช้เป็นยาบำรงุ ธาตุ ชว่ ยทำให้เจรญิ อาหาร
3. รากสดใชต้ ม้ เอาน้ำกนิ จะช่วยทำให้การหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น
4. ใบและรากมีรสเผ็ดขมเลก็ น้อย เป็นยารอ้ นเล็กนอ้ ย ออกฤทธ์ติ ่อตับ มา้ ม กระเพาะ และลำไส้
ใช้เป็นยาฟอกเลอื ดทำใหร้ ่างกายอบอุ่น ปะสะเลอื ด ชว่ ยขับลมชนื้ ในร่างกาย
5. ใบ ใช้เป็นยาลดความดนั โลหติ
6. ใบใชภ้ ายนอก นำมาตำพอกแผลจะชว่ ยห้ามเลือดได้ หรอื จะนำใบมาบดให้เป็นผงละเอยี ดผสม
กบั เหลา้ ใช้พอกหรอื ทารกั ษาแผลสด แผลฟกชำ้ จากการหกล้มหรือถูกกระทบกระแทก แผลฝี
หนอง ฝีบวมอักเสบ แก้กลากเกลื้อน น้ำคั้นจากใบหรือผงใบแห้งใช้ทาแผลจะช่วยทำให้แผล
หายเร็วขึ้น
7. ใบ ชว่ ยแก้ปวดเอ็นและกระดูก
8. ใบ ช่วยแกอ้ าการเกรง็ ของกลา้ มเนื้อ

กจิ กรรมศึกษาภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ 63
10. ศึกษาแนวทางการพฒั นาตอ่ ยอดองคค์ วามรภู้ ูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ จากปา่ ชมุ ชนบา้ นกดุ ดุก

10.1 ช่อื ผลิตภัณฑ์ ลูกประคบสมุนไพร

ภาพที่ 93 ลูกประคบสมนุ ไพร
10.2 องค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นำมาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ มีทั้งองค์ความรู้เดิม
และการพัฒนาต่อยอดผลิตภณั ฑ์จากความรภู้ ูมปิ ัญญาท้องถน่ิ
ชาวบ้านบ้านกุดดุกมีแนวคิดดั้งเดิมในการทำลูกประคบสมุนไพรจากบรรพบุรุษ และมีความเชื่อว่า
สมุนไพรต่างๆที่ได้จากป่าชุมชนบ้านกุดดุก ช่วยรักษาโรคต่างๆได้ และลูกหลานได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
จากรถจักรยานยนต์ล้ม จึงทำให้เลือดในร่างกายหมุนเวียนไม่ดี ชาวบ้านจึงมีแนวคิดที่ทำลูกประคบสมุนไพรไว้
เพื่อรักษาอาการเจ็บปวด ช่วยคลายเส้น ทำให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยแรกเริ่มจาการทำไว้ใช้
ในครัวเรือนของตนเองก่อน และได้มีหมู่บ้านข้างเคียงได้มาขอซื้อลูกประคบสมุนไพร ทำให้เกิดการรวมกลุ่มกัน
เกิดเป็นกลุ่มอาชีพ โดยมกี ารรวมกล่มุ กันทำลกู ประคบสมุนไพร จนทำใหเ้ กิดรายไดภ้ ายในกลุ่ม

กิจกรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน 64
ภาพที่ 94 กล่มุ อาชพี ลกู ประคบสมนุ ไพร
ภาพท่ี 95 กลุ่มอาชพี ลกู ประคบสมนุ ไพรร่วมกับเจา้ หนา้ ที่ศนู ย์ฯ

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น 65
ดา้ นการพัฒนาตอ่ ยอด ลกู ประคบสมุนไพร ได้มกี ารจัดทำเป็นผลติ ภัณฑ์ทส่ี วยงาม เพ่ือยกระดับสินคา้
ให้มีมูลค่ามากขึ้น โดยมีนางแก้วตา จันทะประทักษ์ อดีตเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
เดิมมีตำแหน่งเป็นกรรมการป่าชุมชน และเป็นแพทย์แผนไทยอยู่ประจำที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ได้มาชักชวนกลุ่มอาชีพทำลูกประคบสมุนไพร ไปวางจำหน่าย
ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น และไปออกบูธแสดงสินค้า
ตามงานต่างๆ ลูกประคบสมุนไพรจึงเป็นความต้องการของชุมชนบ้านกุดกุด และหมู่บ้านข้างเคียงเป็นอย่างดี
แต่ยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมากนัก ถ้าหากมีตลาดรองรับ อนาคตอาจจะพัฒนาต่อยอด ผลิตภัณฑ์
ไปสูว่ ิสาหกจิ ชุมชนได้

ภาพท่ี 96 ลูกประคบสมนุ ไพรท่พี รอ้ มวางจำหน่าย
10.3 การใช้ประโยชน์จากผลผลิต/ผลติ ภณั ฑ์

10.3.1 ผลผลิต ชาวบ้านบ้านกุดดุก ได้นำผลผลิตจากป่ามาแปรรูปเป็นอาหาร เช่น หน่อไม้
ผักหวาน เห็ด ฯลฯ ชว่ ยลดรายจ่ายในครวั เรอื นได้

10.3.2 ผลิตภัณฑ์ ชาวบ้านบ้านกุดดุกได้นำพืชชั้นล่างจากป่าชุมชน เช่น สมุนไพร มาทำเป็น
ยารักษาโรคตา่ งๆ และทำเปน็ ผลิตภณั ฑ์ลูกประคบสมนุ ไพร สามารถสร้างรายไดใ้ หก้ บั ชมุ ชน

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ 66

10.4 การประเมินมูลค่าจากการใช้ประโยชน์ในด้านการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้
หรือสร้างเป็นเศรษฐกิจชุมชนจากการรวมกล่มุ วสิ าหกจิ ชมุ ชน

ลูกประคบสมุนไพรที่ได้จากป่าชุมชนบ้านกุดดุก สามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้และ
ลดรายจ่ายให้กับชมุ ชน ดงั น้ี

10.4.1 ด้านการลดรายจ่าย ชุมชนบ้านกุดดุกได้พึ่งพิงผลประโยชน์จากป่าชุมชน
โดยใช้ป่าชุมชนเป็นธนาคารอาหารของหมู่บ้าน ชาวบ้านได้เก็บหาของป่าจากป่าชุมชน เก็บเห็ด เก็บหน่อไม้
ผักหวานปา่ ฯลฯ นำเป็นมาอาหาร สามารถลดรายจ่ายในครัวเรอื นได้

10.4.2 ด้านการเพิ่มรายได้ ชาวบ้านบ้านกุดดุก นำผลผลิตจากป่ามาทำเป็นสมุนไพร
รกั ษาโรค ทำลกู ประคบสมุนไพร ทเี่ กดิ จากภูมิปญั ญาท้องถ่ินของชุมชน ทำใหม้ กี ารรวมกลุ่มเล็กๆ จนเกิดเป็นกลุ่ม
อาชีพในชุมชน โดยมีการส่งลูกประคบไปวางขายที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง
จังหวัดขอนแก่น และมีหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีความจำเป็นต้องใช้ลูกประคบสมุนไพร ก็มาซื้อลูกประคบ
จากกลุ่มอาชพี บ้านกดุ ดุก ทำใหก้ ลุ่มอาชพี เกิดรายได้ และชว่ ยกระต้นุ เศรษฐกิจของชุมชนได้

11. ศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ความรู้ เสริมสร้างจิตสำนึก
และสรา้ งแรงจูงใจใหก้ บั ชุมชนบา้ นกดุ ดกุ

1. จัดทำส่ือประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้เก่ียวกับการใช้ประโยชน์จากป่าชุมขน
รวมถึงการเชื่อมโยงสินค้าผลิตภัณฑ์ที่ได้จากป่าชุมชนต่อยอดไปสู่วิสาหกิจชุมชน โดยมีการเผยแพร่ความรู้
ประชาสมพนั ธ์ ผลติ ภัณฑข์ องชมุ ชน ผา่ นส่อื ออนไลน์ เช่น Facebook Line และเว็บไซตข์ องตำบล

2. จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เรื่องป่าชุมชนของหมู่บ้าน และจัดเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติในป่าชุมชน
เพื่อเสริมสร้างให้เยาวชนและผู้ทีส่ นใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ โดยจัดทำป้ายปลูกฝังจิตสำนึก เพื่อสร้างเป็นแรงจงู ใจ
ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ตดิ ไว้ภายในปา่ ชมุ ชนและศนู ย์เรยี นรปู้ า่ ชมุ ชน

กจิ กรรมศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ 67

12. สรุปผลการศึกษา

การศึกษาการทำลูกประคบสมุนไพรจากป่าชุมชนบ้านกุดดุก ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง
จังหวัดขอนแก่น โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์กลุ่มอาชีพที่มีความรู้ด้านการทำลูกประคบจากสมุนไพร
โดยศึกษาความเป็นมาในการทำลูกประคบจากสมุนไพร ศึกษาวิธีการทำลูกประคบสมุนไพร ขั้นตอนการผลิต
ศึกษาคุณลักษณะและสรรพคุณของสมุนไพร วิธีการใช้ลูกประคบสมุนไพร วิธีการเก็บรักษาลูกประคบสมุนไพร
ค่าใช้จ่ายงบประมาณในการทำลูกประคบ ตลอดจนถึงวิธีการสาธิตการทำลูกประคบจากสมุนไพร จากแนวทาง
การศึกษาการทำ ลูกประคบสมุนไพรสามารถพฒั นาต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ินจากป่าชุมชนบ้านกุดดุก
มีทั้งองค์ความรู้เดิม และการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีแนวคิดดั้งเดิม
ในการทำลูกประคบสมุนไพรจากบรรพบุรุษ และมีความเชื่อว่าสมุนไพรต่างๆ ที่ได้จากป่าชุมชนบ้านกุดดุก
ช่วยรักษาโรคต่างๆได้ และลูกหลานได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ล้ม จึงทำให้เลือดให้ร่างกาย
หมนุ เวียนไม่ดี ชาวบ้านจงึ มีแนวคิดท่ีทำลูกประคบสมุนไพรไว้ เพ่อื รักษาอาการเจ็บปวด ช่วยคลายเสน้ ทำให้เลือด
ลมในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้น จนถึงปัจจุบันได้มีการการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้กับชุมชน โดยจัดทำ
เป็นผลิตภัณฑ์ลูกประคบสมุนไพรที่มีบรรจุภัณฑ์สวยงาม เพื่อยกระดับสินค้าให้มีมูลค่ามากขึ้น และนำไป
วางจำหน่ายที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น และไปออกบูธแสดง
สินค้าตามงานต่างๆ ส่วนด้านการใช้ประโยชน์จากผลผลิตและผลิตภัณฑ์ ด้านผลผลิต ชาวบ้านบ้านกุดดุก
ได้นำผลผลิตจากป่ามาแปรรูปเปน็ อาหาร เช่น หน่อไม้ ผักหวาน เห็ด ฯลฯ ด้านผลิตภัณฑ์ ชาวบ้านบ้านกุดดุกได้
นำพืชชั้นล่างจากป่าชุมชนบ้านกุดดุก เช่น สมุนไพร มาทำเป็นยารักษาโรคต่างๆ และทำเป็นผลิตภัณฑ์
ลูกประคบสมุนไพร ส่วนด้านการใช้ประโยชน์ในด้านการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ด้านการลดรายจ่าย
ชุมชนบ้านกุดดุกได้พึ่งพิงผลประโยชน์จากป่าชุมชน โดยใช้ป่าชุมชนเป็นธนาคารอาหารของหมู่บ้าน ชาวบ้าน
ได้เก็บหาของป่าจากป่าชุมชน เก็บเห็ด เก็บหน่อไม้ ผักหวานป่า ฯลฯ นำเป็นอาหาร สามารถลดรายจ่าย
ในครัวเรือนได้ ด้านการเพิ่มรายได้ ชาวบ้านบ้านกุดดุก นำผลผลิตจากป่ามาทำเป็นสมุนไพรรักษาโรค
ทำลูกประคบสมุนไพร ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน ทำให้มีการรวมกลุ่มเล็กๆ จนเกิดเป็นกลุ่มอาชีพ
ในชุมชน ทำให้กลุ่มอาชีพเกิดรายได้ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนได้ และด้านการใช้ประโยชน์
ในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ความรู้ เสริมสร้างจิตสำนึก และสร้าง แรงจูงใจให้กับชุมชน โดยมีการเผยแพร่
ความรู้ ประชาสมพันธ์ ผลิตภัณฑ์ของชุมชน ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น Facebook Line และเว็บไซต์ของตำบล
จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เรื่องป่าชุมชนของหมู่บ้าน และจัดเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติในป่าชุมชน เพื่อเสริมสร้าง
ให้เยาวชนและผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ โดยจัดทำป้ายปลูกฝังจิตสำนึก เพื่อสร้างเป็นแรงจูงใจในการอนรุ ักษ์
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ตดิ ไว้ภายในปา่ ชมุ ชนและศนู ยเ์ รียนรปู้ ่าชุมชนในหมู่บา้ น

กิจกรรมศกึ ษาภมู ิปญั ญาท้องถนิ่ 68

13. ข้อเสนอแนะ

1. ออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ โดยการทำป้ายโลโก้สินค้า จัดทำบรรจุภัณฑ์สินค้า
ให้สวยงาม เพอ่ื ช่วยยกระดบั สินคา้ และเพิ่มมลู ค่าใหส้ ินค้ามากข้นึ

2. ควรจัดทำให้มีหลักสูตรการเรียนรู้การทำลูกประคบจากสมุนไพรในป่าชุมชน เพื่อให้เยาวชน
ร่นุ หลงั ได้เรยี นรูส้ ืบสานภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ินจากบรรพบรุ ษุ ไว้

3. ตอ้ งการใหห้ น่วยงานราชการและหน่วยงานทเ่ี ก่ยี วข้อง เข้ามาสนับสนนุ งบประมาณ
4. ต้องการให้มีตลาดรองรับสินค้า เพื่อส่งเสริมด้านการผลิตและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ให้
กลมุ่ อาชพี ได้มีกำลงั ใจในการพฒั นาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและเปน็ ทีต่ ้องการของตลาดมากยงิ่ ขนึ้

กจิ กรรมศกึ ษาภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ 69

เอกสารอา้ งองิ

กระปกุ . (2563). มะกรดู ประโยชนข์ องมะกรดู สมนุ ไพรหลากสรรพคุณคคู่ รัวไทย. [ออนไลน์] ได้จาก :
https://health.kapook.com/view97811.html . [สืบคน้ เม่ือวันที่ 29 เมษายน 2564].

เพื่อพืชเกษตรไทย. (2558). มะกรูด/ใบมะกรดู ประโยชน์ และสรรพคุณมะกรดู . [ออนไลน์] ไดจ้ าก :
https://puechkaset.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B
9%E0%B8%94/ . [สืบคน้ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564].

พิชยั เอกศิริพงษ์.เอกสารการสอนชุดวชิ า การป่าไมช้ มุ ชน,หนว่ ยที่ 14 ประสบการณก์ ารจัดการปา่ ชุมชน
ในประเทศไทย. สำนักพมิ พ์ มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช, 2561,หน้า 14-58 – 14-61.

Medthai. (2560). ไพล สรรพคณุ และประโยชน์ของไพล.[ออนไลน์] ได้จาก :
https://medthai.com/%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5/#%E0%B8%A5%E0%B8%B1
%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%
87%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5 . [สืบค้นเมื่อวนั ท่ี 29 เมษายน 2564].

_______. (2560). ขม้นิ สรรพคุณและประโยชน์ของขม้ินชนั . [ออนไลน]์ ไดจ้ าก :
https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%
E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99/ . [สบื ค้นเมือ่ วันท่ี 29 เมษายน 2564].

_______. (2560). ตะไคร้ สรรพคณุ และประโยชนข์ องตะไคร้.[ออนไลน]์ ได้จาก :
https://medthai.com/%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B8%A3%
E0%B9%89/ . [สบื คน้ เมอื่ วันท่ี 29 เมษายน 2564].

_______. (2560). เถาเอ็นอ่อน สรรพคุณและประโยชนข์ องเถาเอ็นออ่ น. [ออนไลน์] ได้จาก :
https://medthai.com/%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%
E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99/. [สืบค้นเมอ่ื
วันที่ 29 เมษายน 2564].

_______. (2560). มะกรูด สรรพคณุ และประโยชน์ของมะกรดู . [ออนไลน์] ได้จาก :
https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B9%
E0%B8%94/ . [สบื คน้ เม่ือวนั ที่ 29 เมษายน 2564].

_______. (2560). เปลา้ ใหญ่ สรรพคณุ และประโยชนข์ องเปล้าใหญ่. [ออนไลน์] ไดจ้ าก :
https://medthai.com/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%
E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88/. [สบื ค้นเม่อื วนั ที่ 29 เมษายน 2564].

_______. (2560).ส้มปอ่ ย สรรพคุณและประโยชนข์ องสม้ ป่อย. [ออนไลน์] ได้จาก :
https://medthai.com/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%88%
E0%B8%AD%E0%B8%A2/. [สบื คน้ เมื่อวันท่ี 29 เมษายน 2564].

กจิ กรรมศึกษาภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ 70

_______. (2560).หนาด สรรพคุณและประโยชน์ของต้นหนาดใหญ่. [ออนไลน์] ได้จาก :
https://medthai.com/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%84%
E0%B8%B3/ . [สบื ค้นเมอ่ื วนั ที่ 29 เมษายน 2564].

Thai-Thaifood.com. (2560). ใบมะขามออ่ น. [ออนไลน์] ไดจ้ าก :
https://www.thai-thaifood.com/th/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B0
%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8
%99/. [สืบคน้ เมอื่ วนั ที่ 29 เมษายน 2564].


Click to View FlipBook Version