The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การใช้ห้องสมุดของเรา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by intima225, 2023-03-16 04:13:28

แหล่งข้อมูลและการสืบค้น

การใช้ห้องสมุดของเรา

Keywords: สารสนเทศ

แหล่งข้อมูลและการสืบค้น โดย ดวงใจ วงษ์เศษ mon 3/16/13 แหล่งข้อมูล


ห น้ า 1 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ค ำน ำ หนังสือแหล่งข้อมูลและการสืบค้นเล่มนี้ ได้มีการพัฒนาเพื่อใช้เป็นต าราประกอบการ สอนภาควิชาพื้นฐานให้กับนักศึกษาระดับปริญาตรี โดยมีความมุ่งหมายให้ผู้เรียนได้ พัฒนา ทักษะในการเรียนและการใช้แหล่งช้อมูลสารสนเทศ น ามาใช้ในการศึกษาอย่างให้เหมาะสม ถูกต้องตรงความต้องการ วิธีการใช้ห้องสมุด หนังสืออ้างอิง วิธีการค้นคว้าและเก็บข้อมูลใน การเขียนรายงาน เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้ก าหนดขอบข่ายรายละเอียดของเนื้อหาวิชาใน หลักสูตรให้ครอบคลุมมากที่สุด ในแต่ละบทมีเนื้อหาสาระมากน้อยต่างกันตามเนื้อเรื่อง และ จัดเรียงความสัมพันธ์ของเนื้อหา เพื่อความสะดวกในการใช้หนังสือเล่มนี้ ในการเรียงล าดับบทเพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปตามล าดับเนื้อหา โดยเพิ่มเติม วิธีการตามขั้นตอนและตัวอย่างเพื่อให้สาระครบถ้วนยิ่งขึ้น ผู้เรียนสามารถฝึกท าแบบทดสอบ ด้วยการคิดพิจารณาค้นหาค าตอบจากการค้นคว้า อย่างกว้างขวางลึกซึ้งคัดกรองเป็นความคิดเป็นเหตุเป็นผลในการตัดสินใจที่ดีที่สุด โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ ชีวิตของนักศึกษาจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีหลากหลายชนิดเข้าถึงข้อมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีผลกระทบวิถีชีวิตการเรียนการด าเนินชีวิตประจ าวัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะอ านวยประโยชน์พื้นฐานต่อการศึกษาค้นคว้าและ การพัฒนาทักษณะการเรียนรู้ของนักศึกษาได้ ดวงใจ วงษ์เศษ


ห น้ า 2 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ สำรบัญ หน้า ค าน า I สารบัญ II บทที่1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับห้องสมุดของเรา 3-14 บทที่ 2 การสืบค้นจากฐานข้อมูลห้องสมุดอัตโนมัติ 15-32 บทที่3 การสืบค้นสารนิเทศบนอินเทอร์เน็ต 33-37 บทที่ 4 ทรัพยากรสารสนเทศเพื่อการอ้างอิง 38-40 บทที่ 5 การเขียนบรรณานุกรมและเชิงอรรถ 41-50 บทที่6 การพัฒนาทักษะเพื่อการศึกษาค้นคว้าและเขียนรายงาน 51-57 บรรณานุกรม 58 แบบทดสอบ 59-61 ประวัติผู้เขียน 62


ห น้ า 3 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ บทที่1 ควำมรู้ทั่วไปเกี่ยวกับห้องสมุดของเรำ ประวัติและควำมเป็นมำ ห้องสมุดได้เปิดด าเนินการเป็นครั้งแรก ปี พ.ศ. 2533 โดยใช้พื้นที่ชั้น3 ของอาคารอ านวยการ โดยการใช้ ห้องเรียนเปิดโล่ง 2 ห้องเรียน เป็นห้องสมุดชั่วคราว ต่อมาในปีพ.ศ. 2537 จึงย้ายมาอยู่ที่อาคารห้องสมุดสปริงเกอล์เป็น อาคาร 2 ชั้น จนกระทั่งวิทยาลัยมิชชันได้พัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่องทั้งหลักสูตรไทย และหลักสูตรนานาชาติ ตามล าดับ โดยเน้นให้ห้องสมุดให้เป็นแหล่งความรู้ของสถาบัน ปี พ.ศ. 2543 จึงย้ายมาเปิดด าเนินการอยู่ที่อาคาร วิชญสภาด้วยอาคาร 3 ชั้นในปี พ.ศ.2543 จนถึงปัจจุบัน ต่อมาปีพ.ศ. 2552 วิทยาลัยมิชชันได้เปลี่ยนวิทยฐานะเป็น มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย - แปซิฟิก ห้องสมุดจึงได้เป็นส านักวิทยบริการและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนานาชาติ เอเชีย-แปซิฟิก หลักกำรและนโยบำย ส านักวิทยบริการและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย - แปซิฟิก มีนโยบายเพื่อการจัดเตรียม ทรัพยากรสารนิเทศและสื่อโสตทันศึกษาทุกรูปแบบ เพื่อการศึกษาค้นคว้าและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ตลอดจน การคัดสรรทรัพยากรสารสนเทศให้สอดคล้องกับหลักสูตร การเรียนการสอนของสถาบัน โดยมีนโยบายหลักดังนี้ 1. การคัดสรรทรัพยากรสารนิเทศในรูปแบบต่างๆ ที่มีความจ าเป็นและสนับสนุนหลักสูตรการเรียนการสอน ของสถาบัน 2. เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลสารนิเทศต่างๆ ที่ทันสมัยในปัจจุบันและอนาคต 3. เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารนิเทศทางศึกษา และแหล่งข้อมูล การเรียนการสอนของนักศึกษา คณาจารย์ พนักงาน เป็นต้น 4. การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อม สถานที่ให้เหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าและวิจัย 5. สร้างความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนสารนิเทศระหว่างห้องสมุด ทั้งในและ ต่างประเทศ 6. สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ใช้และผู้ให้บริการทุกท่าน 7. ส่งเสริมและพัฒนา ประสิทธิภาพการท างานแก่เจ้าหน้าที่ ในการจัดการสารนิเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เวลำที่ท ำกำร อาทิตย์- พฤหัสบดี 08.00-17.00 น. ภาคค่ า 19.30-21.30 น. ศุกร์ 08.00-16.00 น. เสาร์ วันซะบาโต ( ปิดบริการ) ปิดเทอม ตามประกาศแจ้งให้ทราบ วันนขัตฤกษ์ หรือวันหยุดราชการ ปิดบริการ กำรจัดกำรกับทรัพยำกรสำรนิเทศ ระบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey Decimal Classification DC or DDC) เรียกตามชื่อของ เมลวิล ดิวอี้ ปี ค.ศ. 1976 ระบบทศนิยมดิวอี้ใช้ตัวเลขเป็นสัญลักษณ์แทนชนิดเนื้อหาหนังสือเป็นเลขสามหลัก และมีเลขทศนิยมคั่นหลังเลข สามหลัก ซึ่งสัญลักษณ์เป็นสากลใช้ได้ทั่วไป เข้าใจง่าย จ าได้ง่าย เหมาะกับห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดขนาดกลาง เป็น ต้น การจัดหมวดหมู่ทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด เพื่อการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดให้เป็นระบบ ช่วยให้การหยิบใช้ง่ายเมื่อสูญหายก็รู้ และการให้บริการเป็นระบบระเบียบ โดยบรรณารักษ์มีการบันทึกข้อมูลใน


ห น้ า 4 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ฐานข้อมูลห้องสมุดอัตโนมัติ ก่อนน าออกบริการและการจัดเรียงล าดับทรัพยากรสารสนเทศเก็บที่ชั้น เพื่อความสะดวกใน การหยิบใช้ในโอกาสต่อไป กำรแบ่งหมวดหมู่ของระบบทศนิยมดิวอี้ 10 หมวดใหญ่ 000 เบ็ดเตล็ด/ความรู้ทั่วไป รวมทั้งคอมพิวเตอร์(Generalities) 100 ปรัชญาจิตวิทยา ตรรกศาสตร์ จรยศาสตร์(Philosophy&Psychology) 200 ศาสนา ศาสนาเปรียเทียบ ความเชื่อและพิธีกรรม (Religion) 300 สังคมศาสตร์ สถิติ รัฐศาสตร์ กฏหมาย รัฐประศาสนศาสตร์ สังคมวิทยาและเศรษฐศาสตร์( Social) 400 ภาษาศาสตร์( Languages) 500 วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา (Pure Sciences) 600 เทศโนโลยี แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ บริหารธุรกิจ (Technology & Business) 700 ศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประติมากรรม ดนตรี กีฬา (The Art) 800 วรรณคดี (Literature & Rhetoric) 900 ภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว ชีวประวัติและประวัติศาสตร์ ( General Geography & history) ระบบ National Library of Medicine Classification (N.L.M) เป็นระบบจัดหมวดหมู่หนังสือสาขาแพทยศาสตร์ ซึ่งมีการแบ่งหมวดหมู่เฉพาะทาง ใช้สัญลักษณ์เหมือนกับระบบ L.C. คืออักษรโรมันและเลขอารบิก ห้องสมุดคณะ พยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย – แปซิฟิก ได้ใช้ระบบนี้ในการจัดหมวดหมู่หนังสือ QS QT QU QV QW QX QY QZ W WA WB WC WD100 WD200 WD300 WD400 WD500 WD600 WD700 กายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์ (Human Anatomy) สรีรวิทยา (Physiology) ชีวเคมี (Biochemistry) เภสัชวิทยา (Pharmacology) จุลชีววิทยา ภูมิคุ้มกันวิทยา (Microbiology&Immunology) ปรสิตวิทยา , พยาธิวิทยา (Parasitology) พยาธิวิทยาคลินิก (Clinical Pathology) พยาธิวิทยา โรควิทยา (Pathology) อาชีพแพทย์ (Medical Professions) สาธารณสุขศาสตร์ (Public health) อายุรศาสตร์ (Practice of Medicine) โรคติดต่อ (Communicable Diseases) โรคขาดสารอาหาร (Nutrition Disorders) โรคเกี่ยวกับการเผาผลาญอาหาร (Metabolic Diseases) โรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันและเนื้อเยื่อคอลลาเจน (Immunologic and Collagen Diseases) สัตว์จากอาหารพิษเนื่องจากสัตว์ (Animal Poisons) พืชจากอาหารพิษเนื่องจากพืช (Plant Poisons) โรคและการบาดเจ็บสาเหตุจากตัวกระท าทางกายภาพ (Disorders and Injuries of Environmental Origin) เวชศาสตร์การบินและการแพทย์อากาศ (Aviation and Space Medicine) WE WF WG ระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูก (Musculoskeletal System) ระบบหายใจ (Respiratory System) ระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด (Cardiovascular System)


ห น้ า 5 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ WH WI WJ WK WL WM WN WO WP WQ WR WS WT WU WV WW WX WY WZ ระบบทางเดินของโลหิตและน้ าเหลือง (Hemic and Lymphatic Systems) ระบบกระเพาะอาหารและล าไส้ (Digestive System) ระบบปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ (Urogenital System) ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System) ระบบประสาท (Nervous System) จิตเวชวิทยา (Psychiatry) รังสีวิทยา, รังสีวินิจฉัย (Radiology. Diagnostic Imaging) ศัลยศาสตร์ (Surgery) นรีเวชวิทยา (Gynecology) สูติศาสตร์ (Obstetrics) โรคผิวหนัง (Dermatology) กุมารเวชศาสตร์ (Pediatrics) เวชศาสตร์ผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง (Geriatrics. Chronic Disease) ทันตแพทยศาสตร์, ศัลยกรรมช่องปาก (Dentistry. Oral Surgery) วิทยาโสต นาสิก กล่องเสียง (Otolaryngology) จักษุวิทยา (Ophthalmology) โรงพยาบาลและสิ่งอ านวยความสะดวกอื่นๆต่อสุขภาพ (Hospitals and Other Health Facilities ) การพยาบาล (Nursing) ประวัติการแพทย์ (History of Medicine) หมวดกำรพยำบำล WY11 WY16 WY18 WY20 WY20.5 WY32 WY85 WY100 WY101 WY105 WY106 WY108 WY150 WY151 WY152 WY152.5 WY153 WY153.5 WY154 WY154.5 WY155 ประวัติการพยาบาล (History) วิชาชีพการพยาบาล (Nursing as a profession) หลักสูตรการศึกษา คู่มือการสอน (Education) การจัดระบบการบริหารการพยาบาล (Organization and administration of nursing schools) การวิจัยทางการพยาบาล (Research) กฎหมายทางด้านการพยาบาล (Laws) จริยศาสตร์ จรรยาพยาบาล (Nursing ethics) หลักการพยาบาล ทฤษฎีการพยาบาล (General works on nursing procedures) การรักษาพยาบาลเบื้องต้น (General work. Primary nursing care) การบริหาร การนิเทศ (Administrative work. Supervisory nursing. Teaching) การพยาบาลอนามัยชุมชน (Community health nursing) การพยาบาลสาธารณสุข (Public health nursing) การพยาบาลอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ (Medical-Surgical nursing) วิสัญญีพยาบาล (Nurse anesthetists) การพยาบาลผู้สูงอายุ (Geriatric nursing. Chronic disease nursing) การพยาบาลหลอดเลือดและหัวใจ (Cardiovascular nursing) การพยาบาลโรคติดต่อ (Communicable disease nursing) การพยาบาลโรคเอดส์ (AID/HIV nursing) การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (Emergency nursing. Critical care. Intensive care) การพยาบาลโรคผิวหนัง (Dermatological nursing) การพยาบาลโรคระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine disease nursing)


ห น้ า 6 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ WY156 WY156.5 WY156.7 WY157 WY157.3 WY157.6 WY158 WY158.5 WY159 WY159.5 WY160 WY160.5 WY161 WY162 WY163 WY164 WY191 WY195 WY200 การพยาบาลโรคมะเร็ง (Oncologic nursing) การพยาบาลโรคระบบทางเดินอาหาร (Gastroenterologic nursing) การพยาบาลนรีเวช (Gynecological nursing) การพยาบาลสูติศาสตร์ (Obstetrical nursing) การพยาบาลแม่และเด็ก (Maternal-child nursing. Neonatal nursing.) การพยาบาลโรคทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal system nursing) การพยาบาลจักษุวิทยา (Otolaryngological nursing) การพยาบาลโรค หู คอ จมูก (Ophthalmic nursing) การพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ (Pediatric nursing. Adolescent nursing) การพยาบาลครอบครัว (Family nursing) การพยาบาลจิตเวชศาสตร์ (Psychiatric nursing) การพยาบาลทางระบบประสาท (Neurological nursing) การพยาบาลศัลยศาสตร์ (Surgical nursing) การพยาบาลทางห้องผ่าตัด (Operating room techniques) การพยาบาลโรคระบบทางเดินหายใจ (Respiratory system nursing) การพยาบาลโรคระบบทางเดินปัสสาวะ ไต (Urologic nursing) บุรุษพยาบาล (Male nurses) ปฏิบัติการพยาบาล (Practical nursing) การพยาบาลในเคหะสถาน (Home nursing) กำรจัดหมวดหมู่ระบบ ห้องสมุดรัฐสภำอเมริกัน (Library of Congress classification) ดร. เฮอร์เบิร์ต พุทนัม คือผู้คิดริเริ่ม ปี ค.ศ. 1899 ระบบ L.C. และเหมาะส าหรับห้องสมุดขนาดใหญ่ ห้องสมุดเฉพาะ สัญลักษณ์ที่ใช้แทนหมวดหมู่ในระบบ L.C. เป็นแบบผสม อักษรโรมัน กับเลขอารบิกตั้งแต่ 1-9999 A เรื่องทั่วไป (General Works) B ปรัชญาและศาสนา (Philosophy, Psychology, Religion) C-F ประวัติศาสตร์ (History) G ภูมิศาสตร์ (Geography, Anthropology, Recreation) H สังคมศาสตร์ (Social Sciences) J การเมือง การปกครอง (Political Sciences) K กฎหมาย (Law) L การศึกษา (Education) M ดนตรี (Music) N ศิลปวิทยา (Fine Arts) P ภาษาและวรรณคดี (Language & Literature) Q วิทยาศาสตร์ (Science) R แพทยศาสตร์ (Medicine) S เกษตรศาสตร์ (Agriculture) T เทคโนโลยี (Technology) U วิชาการทหารบก (Military Science) V วิชาการทหารเรือ (Naval Science) Z บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศ (Library Science & Information Resources)


ห น้ า 7 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ เลขเรียกหนังสือ ( Call Number) การจัดหมวดหมู่หนังสือระบบต่างๆ จะมีการก าหนดเลขเรียกหนังสือตามแบบแผนของ ระบบที่ห้องสมุดนั้นเลือกใช้เพื่อก าหนดสัญลักษณแทนเนื้อหาของหนังสือ เรียกว่า เลขเรียกหนังสือ ซึ่งจะมีปรากฏให้เห็นชัดเจนที่สันหนังสือและสะดวกในการจัดเรียงหนังสือเข้าชั้นเก็บ ส่วนประกอบ ของเรียกหนังสือมีดังนี้ 1. เลขหมู่ หรือ อักษรแทนหมวดหมู่ 2. อักษรตัวแรกของชื่อผู้แต่ง หรืออักษรตัวแรกของนามสกุลผู้แต่งชาวชาติ 3. เลขประจ าตัวผู้แต่ง เพื่อให้สามารถจัดล าดับได้ในกรณีที่อักษรของชื่อผู้แต่งซ้ ากัน และ อยู่ในหมู่เดียวกัน 4. อักษรตัวแรกของชื่อหนังสือ 5. อักษรและเลขบอกล าดับเล่มของหนังสือที่ซ้ ากัน 6. เลขปีพิมพ์ส าหรับหนังสือที่มีการพิมพ์ครั้งใหม่ 7. อักษรและเลขบอกล าดับเล่มของหนังสือที่มิใช่เล่มเดียวจบ ตัวอย่างเลขเรียกหนังสือระบบดิวอี้ (D.C.) 025.02 คือ เลขหมู่หนังสือ ด 172 คือ อักษรตัวแรกชื่อผู้แต่ง และเลขผู้แต่ง ส คือ อักษรตัวแรกของชื่อหนังสือ 2550 คือ ปีพิมพ์ ตัวอย่างเลขเรียกหนังสือระบบห้องสมุดรัฐสภาอเมริกัน ( L.C.) HF 5549.5 คือ เลขหมู่หนังสือ N516 8 คือ ผู้แต่งและเลขผู้แต่ง 2000 คือ ปีพิมพ์ ตัวอย่างเลขเรียกหนังสือระบบ N.L.M. WY 150 คือ เลขหมู่หนังสือ G861 คือ อักษรตัวแรกชื่อผู้แต่งและเลขผผู้แต่ง a1 คือ อักษรตัวแรกชื่อหนังสือและเลขล าดับเล่มที่ซ้ ากัน 1994 คือ ปีพิมพ์ สัญลักษณ์อื่นๆ ที่ก ำหนดใช้ทีส ำนักวิทยบริกำรและสำรสนเทศ สัญลักษณ์ ควำมหมำย Her Heritage เรื่องรำวที่หำยำกซึ่งเกี่ยวกับประวัติศำสตร์ 025.02 ด172ส 2550 HF 5549.5 N516 2000 WY 150 G862a1 1994


ห น้ า 8 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ AFM หนังสือของอำสำประกำศคริสตจักรวันเสำร์ Ref. Reference หนังสืออ้ำงอิง Thesis Thesis วิทยำนิพนธ์ Fic Fiction นวนิยำย หนังสือบันเทิง E.G.W. Ellen G. White หนังสือนำงเอเลนจีไวท์ Bio Biolology ชีววิทยำ Eas Easy reading เรื่องสั้น ว วิจัย หรือ วิทยำนิพนธ์ อ หนังสืออ้ำงอิง น นวนิยำย ร รำยงำน/โครงกำรต่ำงๆ ส.ร. สิ่งพิมพ์รัฐบำล ข้อควรปฏิบัติในกำรใช้ห้องสมุด ผู้ใช้บริการห้องสมุดทุกท่านควรทราบและปฏิบัติตามกฏระเบียบของห้องสมุดอย่างเคร่งครัด หากผู้ใดไม่ปฏิบัติ ตามกฏระเบียบหรือหลีกเลี่ยงจะต้องถูกปรับโทษตามข้อควรปฏิบัติดังนี้ 1. ผู้ใช้บริการห้องสมุดต้องรับผิดชอบต่อทรัพยากรสารนิเทศที่ยืมออกภายใต้บัตรสมาชิกของท่าน 2. ผู้ใช้บริการห้องสมุดต้องคืนทรัพยากรสารนิเทศของห้องสมุดตามเวลาที่ก าหนด 3. ผู้ใช้บริการห้องสมุดต้องรับผิดชอบต่อบัตรสมาชิกสูญหายหรือถูกขโมย และแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ทันที 4. กรณีผู้ใช้บริการห้องสมุดท าบัตรสมาชิกหายแล้วต้องแจ้งขอท าบัตรใหม่พร้อมช าระเงินค่าปรับ 5. โปรดรักษาความสงบ เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนที่ดีและไม่รบกวนการศึกษาค้นคว้าของผู้อื่น 6. โปรดแต่งกายสุภาพเรียบร้อยก่อนเข้าใช้บริการต่างๆของสถาบันการศึกษา 7. โปรดให้ความร่วมมือในการตรวจสอบกระเป๋าก่อนออกจากห้องสมุด 8. ไม่ควรจอง หรือวางสิ่งของส่วนตัวไว้บนที่นั่งหรือโต๊ะ เจ้าหน้าที่จะเคลื่อนย้ายสิ่งของนั้นๆ ทันที 9. ไม่ควรน าอาหาร ขนม และเครื่องดื่มเข้ามาในห้องสมุด 10. ไม่ควรพูดหรือใช้โทรศัพท์มือถือในห้องสมุด เพราะรบกวนสมาธิการศึกษาค้นคว้าของผู้อื่น 11. จุดบริการของห้องสมุดใช้เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการเท่านั้นและผู้อื่นควรได้รับอนุญาติก่อนเข้า 12. อนุญาตให้น าสัมภาระที่จ าเป็นเข้าห้องสมุดเท่านั้น แต่สิ่งที่ไม่จ าเป็นโปรดเก็บของไว้ในตู้เก็บของท่าน ใครคือผู้ใช้บริกำรของห้องสมุด คณาจารย์ พนักงานและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยทุกท่านมีสิทธิในการใช้ทรัพยากรสารนิเทศของห้องสมุด โดยผู้ใช้บริการต้องมีบัตรสมาชิกห้องสมุดในการยืม-คืนทุกครั้ง บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกไม่สามารถใช้บริการยืม-คืนได้ จึงควร ได้รับอนุญาตหรือช าระค่าใช้บริการที่จุดบริการของห้องสมุดก่อนที่จะเข้าใช้ห้องสมุดของเรา ตลอดจนการใช้ ทรัพยากรสารนิเทศต่างๆ โดยมีก าหนด 1ชั่วโมง ต่อ 20 บาท 1 วัน ต่อ 150 บาท และ1 ปี ต่อ1000 บาท กำรขอท ำบัตรสมำชิกห้องสมุด 1. ติดต่อเจ้าหน้าที่บริเวณเคาเตอร์ และบันทึกข้อมูลในแบบฟอร์ม 2. นักศึกษาใหม่ทุกท่านต้องถ่ายรูปกับเจ้าหน้าที่ เพื่อท าบัตรนักศึกษาและเป็นสมาชิกของห้องสมุด นักศึกษา สามารถมารับบัตรที่เคาเตอร์ ยืม-คืน 3. กรณีที่นักศึกษามีบัตรประจ าตัวนักศึกษาที่เป็นบัตรเอทีเอ็มจากส านักทะเบียนแล้ว ขอให้น าบัตรนั้นมา ติดต่อเพิ่มข้อมูลเป็นบัตรสมาชิกห้องสมุดได้ เพื่อความสะดวกในการใช้บัตรเดียวกัน และนักศึกษาต้องคืน บัตรสมาชิกเก่ากับห้องสมุดทันที


ห น้ า 9 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 4. กรณีที่มีบัตรสมาชิกแล้วท าหายให้แจ้งกับหัวหน้าฝ่ายบริการยืม-คืนทันที เพื่อขอท าบัตรใหม่แทนบัตรเดิม และจะต้องช าระค่าท าเนียมท าบัตรใหม่ทดแทนบัตรที่หายไปเป็นจ านวนเงิน 100 บาท กฎระเบียบและมำรยำทของกำรบริกำรยืม-คืน ทรัพยากรสารนิเทศทุกชนิดในส านักวิทยบริการและสารสนเทศมีการจัดให้บริการร่วมกัน จึงต้องมีการวาง ระเบียบต่างๆ เพื่อให้เกิดความเสมอภาพต่อผู้ใช้บริการทุกท่าน อย่างเหมาะสมในการยืม-การคืน ที่มีระบบระเบียบ และ เพื่อให้การให้บริการของเจ้าหน้าที่อย่างประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ใช้บริการทุกท่านควรทราบและปฏิบัติตามข้อก าหนด ต่างๆ หากพบว่าผู้ใช้บริการท่านใด กระท าผิดข้อปฏิบัติดังกล่าวจะไม่ได้รับการงดเว้นตามกฏระเบียบและมารยาทที่ ก าหนด 1. การน าทรัพยากรและสารนิเทศทุกชนิดออกจากห้องสมุดจะต้องผ่านจุดบริการยืม-คืนอย่างถูกต้อง ยกเว้น หนังสืออ้างอิงจัดให้บริการภายในห้องสมุดเท่านั้น 2. สมาชิกห้องสมุดทุกท่านต้องแสดงบัตรสมาชิกในการรับบริการยืม-คืน เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตท า การยืมใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าท่านไม่แสดงบัตรสมาชิกของท่าน 3. เจ้าหน้าที่จะบันทึกวันก าหนดส่งคืนลงในใบก าหนดท้ายเล่ม และปริ้นข้อมูลการยืมให้ท่าน ฉนั้นถือเป็น ความรับผิดชอบของท่านที่ต้องตรวจเช็คและน าส่งคืนก่อนเกินวันก าหนดส่ง โปรดทราบด้วยว่าห้องสมุด จะไม่ส่งใบเตือนถ้ามีการเกินก าหนดส่งให้กับท่าน กำรยืมต่อ 1. ทรัพยากรสารนิเทศทุกชนิดที่สามารถท าการยืมต่อได้ ยกเว้นแต่มีผู้เรียกร้องที่จะใช้วัสดุสารนิเทศนั้นๆ ได้ แจ้งจองสื่อไว้ 2. การยืมต่อ หรือการต่ออายุของทรัพยากรและสารนิเทศนั้นๆ ควรจะท าการยืมต่อ หรือส่งคืนก่อนวัน ก าหนด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปรับกรณีส่งคืนช้า 3. การยืมหนังสือไม่สามารถยืมผ่านโทรศัพท์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้แต่ท่านสามารถท าการยืมต่อ ผ่านระบบห้องสมุดอัตโนมัติได้ 1 ครั้ง ข้อก ำหนดในกำรยืม ประเภทผู้ใช้บริการ หนังสือ สื่อโสตนศึกษา วารสารล่วงเวลา หนังสือพิมพ์ คณาจารย์ 30 2 2 2 พนักงาน 10 2 2 2 นักศึกษา 10 2 2 2 อื่นๆ 5 0 0 0 กำรก ำหนดระยะเวลำกำรยืม ประเภทผู้ใช้บริการ หนังสือ สื่อโสตฯ/วารสาร เย็บเล่ม วารสารล่วงเวลา หนังสือพิมพ์ คณาจารย์ 14 วัน 7 วัน 2 วัน 2 วัน พนักงาน 14 วัน 7 วัน 2 วัน 2 วัน นักศึกษา 14 วัน 7 วัน 2 วัน 2 วัน อื่นๆ 14 วัน 7 วัน 2 วัน 2 วัน อัตรำค่ำปรับต่อประเภทของทรัพยำกรสำรนิเทศห้องสมุด


ห น้ า 10 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ กรณี หนังสือ สื่อโสตทัศน ศึกษา วารสารล่วงเวลา หนังสือจอง หนังสือพิมพ์ การปรับช้า 5 บาทต่อวัน 10 บาทต่อวัน 10 บาทต่อวัน 10 บาทต่อวัน 5 บาทต่อวัน การสูญหาย 2 เท่าของราคา หนังสือ 2 เท่าของราคา ราคาวารสาร รวมเล่ม 2 เท่าของราคา 10 บาท การช ารุด/ เสียหาย 2 เท่าของราคา หนังสือ 2 เท่าของราคา ราคาวารสาร รวมเล่ม 2 เท่าของราคา 10 บาท กรณีกำรปรับช้ำ ห้องสมุดจะไม่ส่งใบเตือนในการปรับช้าเพราะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการต้องตรวจดูวันที่ ก าหนดส่ง และน าส่งคืนกับห้องสมุด ฉะนั้นการส่งหนังสือช้าหลังจากวันก าหนด แล้วผู้ใช้บริการจะต้องเสียค่าปรับช้า ตามที่ระบุในระเบียบของเรา ทรัพยำกรสำรนิเทศที่ก ำหนดใช้ภำยในห้องสมุด - แผ่นดิส ซีด – รอม ต้นฉบับ - วารสารหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุด - หนังสืออ้างอิง - ฟิล์มสไลด์ ไมโครฟิล์ม กำรเรียกคืน คณาจารย์สามารถท าเรื่องขอให้ห้องสมุดเรียกคืนหนังสือ ที่ต้องการใช้ประกอบการสอน หรือ เพื่อ ก าหนดเป็นหนังสือจองส าหรับการเรียนการสอนการ ผู้ใช้บริการท่านใดที่มีหนังสือเล่มนั้นๆ ได้รับการเรียกคืนต้องส่ง หนังสือเล่มนั้นๆ คืนห้องสมุดภายใน 3 วัน ถ้าหากมีการเรียกคืนแล้ว ไม่ส่งคืนที่ห้องสมุดตามก าหนด ท่านจะต้องเสีย ค่าปรับช้า และหนังสือนั้นจะจัดเก็บที่เคาเตอร์บริการหนังสือจอง กำรเรียกร้องของใช้สื่อที่ถูกยืม/จองสื่อ ผู้ใช้จะครอบครองหนังสือได้ เมื่อได้ผ่านการยืมหนังสือออกไปจากห้องสมุดแล้ว ข้อเรียกร้องจึง ขึ้นอยู่กับรายการที่ถูกยืมหรือสื่อที่สามารถยืมออกจากห้องสมุด โดยข้อเรียกร้องอาจจะเป็นผู้ขอยืมสื่อสารนิเทศนั้นคน ต่อไป เมื่อสื่อสารนิเทศนั้นถูกส่งคืนมาที่ห้องสมุด จะถูกเก็บไว้ 5 วัน จากวันที่ได้รับแจ้งที่จุดบริการ แต่หลังจาก 5 วัน หนังสือเล่มนั้นจะถูกจัดให้บริการบนชั้นเก็บ การจองสื่อนั้นสามารถท าผ่านระบบห้องสมุดอัตโนมัติได้ หรือมาแจ้งความจ านงขอจองสื่อนั้นกับเจ้าหน้าที่ หนังสือส ำรอง หนังสือที่อาจารย์ประจ าวิชาได้ก าหนดใช้ประกอบการเรียนในวิชานั้นๆ มีการก าหนดระเบียบตามผู้สอน ต้องการ และจัดบริการที่ชั้นหนังสือหลังเคาเตอร์ให้บริการยืม-คืน 1. หนังสือส ารองก าหนดการใช้บริการเป็นชั่วโมง พร้อมลงชื่อ ลงเวลาการใช้และเวลาส่งในใบบันทึก ข้อมูล 2. หนังสื่อส ารองก าหนดการใช้เป็นวันสามารถยืมออกจากห้องสมุดได้ตามเวลาเปิดบริการและต้อง ส่งคืนในวันรุ่งช้าถัดไปก่อนเวลา 8.30 น. ค ำเตือนที่ควรทรำบ การบริการ ณ จุดบริการยืม-คืน จะปิดบริการ 15 นาทีก่อนห้องสมุดจะปิดเวลาท าการ ฉะนั้นกรุณา ท าการยืม-คืนและติดต่อธุรกิจต่างๆในห้องสมุด ตามเวลาก าหนดด้วย ศูนย์สื่อโสตทัศนศึกษำ


ห น้ า 11 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ การจัดบริการศูนย์สื่อโสตทัศนศึกษา อยู่ที่ชั้น 1 ของอาคารส านักวิทยบริการและสารสนเทศ ตามนโยบาย สถาบัน เพื่อสนับสนุนการศึกษาและกิจกรรมการเรียนการสอนของสถาบัน ให้มีการบริการอย่างกว้างขวางหลากหลาย ด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย วัสดุสื่อโสตทัศนศึกษำ 1. เทปบันทึกเสียง 2. แผ่นบันทึกเสียงและภาพ 3. ไมโครฟิล์ม 4. สไลด์ 5. แถบวิดีทัศน์ 6. อื่นๆ รายการชื่อสื่อโสตทัศนศึกษาจัดบันทึกในฐานข้อมูลของห้องสมุด เพื่อความสะดวกในการค้นหาโปรดดูจาก OPAC ผู้ใช้บริการทุกท่านสามารถหารายละเอียดได้จาก Media Center Web Page กฎระเบียบกำรจัดชื้อและกำรจัดหำ 1. การจัดชื้อและการจัดหาทรัพยากรสารนิเทศเข้าห้องสมุด เป็นหน้าที่ของบรรณารักษ์ฝ่ายจัดซื้อจัดหา ตาม นโยบายหลักของเราคือการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการและการพัฒนางานบริการทุกส่วนของ ห้องสมุด เพื่อให้สอดคล้องกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของสถาบันการศึกษา 2. ผู้ใช้บริการทุกท่านสามารถที่จะเสนอแนะรายชื่อวัสดุสารนิเทศ ที่จ าเป็นในการศึกษาทุกชนิดต่อบรรณารักษ์ เพราะถือว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกับห้องสมุด อาจารย์เป็นผู้เชียวชาญเฉพาะเนื้อหาวิชาควรเลือกสรร สารนิเทศและน าเสนอต่อบรรณารักษ์ในการจัดซื้อจัดหา 3. การพัฒนาทรัพยากรสารนิเทศของห้องสมุดถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการ บรรณารักษ์จะรับฟังความคิดเห็นที่เหมาะสมและจัดซื้อจัดหาเด้วยความเหมาะสมและเป็นสัดส่วนที่เท่า เทียมกันของทุกภาควิชา 4. ห้องสมุดไม่รับผิดชอบต่อการจัดซื้อหาตามอ าเภอใจ ของอาจารย์ พนักงาน เพราะต้องเป็นความร่วมมือ ท างานร่วมกันกับฝ่ายจัดซื้อจัดหาของห้องสมุด 5. ผู้ใช้บริการทุกท่านสามารถที่น าเสนอหรือแสดงความประสงค์ต่างๆได้ โดยการเสนอรายชื่อหนังสือที่ส าคัญ และไม่มีบริการในห้องสมุดเรากับบรรณารักษ์ฝ่ายจัดซื้อและจัดหาทรัพยากรของห้องสมุด 6. นักศึกษาสามารถเสนอรายชื่อหนังสือต่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ใช้บริการห้องสมุดท่านใดมีความปรารถนาที่จะ ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการจัดซื้อจัดหาสามารถติดต่อกับหัวหน้าห้องสมุด ห้องประวัติศำสตร์ ห้องประวัติศาสตร์ได้จัดรวบรวมด้วยเรื่องราวและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆจากสามสถาบัน คือ Southeast Asia Union College ที่ประเทศสิงคโปร์ วิทยาลัยพยาบาล ที่จังหวัดกรุงเทพฯ และวิทยาลัยมิชชัน ที่อ าเภอมวกเหล็ก จังหวัด สระบุรี ซึ่งทั้งสามสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของคริสตจักรวันเสาร์ได้มารวมเป็น วิทยาลัยมิชชัน ปี ค.ศ. 1998 และต่อมาปีค.ศ. 2009 วิทยาลัยมิชชันได้เปลี่ยนวิทยฐานเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชียแปซิฟิก ห้องประวัติศาสตร์ได้ รวบรวมข้อมูล วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาค้นคว้าต่อไป อาทิ วุฒิการศึกษาสมัยต่างๆ ข่าวการ ประกาศของมิชชันนารีตลอดจนพันธกิจในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้คัดเลือกรูปภาพ หนังสือหายากจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปีค.ศ. 1880 และจนถึงเหตุการณ์ในปัจจุบัน ทรัพยำกรสำรนิเทศในห้องประวัติศำสตร์ที่ควรทรำบ 1. สิ่งตีพิมพ์เช่น หนังสือหายาก คู่มือ/หลักสูตร รายงานกิจกรรมนักศึกษา หนังสือเกี่ยวกับการประกาศใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบประกาศนียบัตร นิตยสาร/ข่าวสารต่างๆจากสถาบัน รายงานการวัดผลและ การประกันคุณภาพ เป็นต้น


ห น้ า 12 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 2. นิทรรศการ เช่น ประวัติและความเป็นมาของ มหาวิทยาลัย เครื่องแต่กายนักศึกษา บุคคลส าคัญ 3. ศิลปะและวัฒนธรรม เช่น ภาพวาด ของที่ระลึก 4. หนังสือ/ภาพถ่ายรุ่น ภาพสไลด์ ซีดีภาพ 5. อื่นๆ กำรใช้บริกำรคอมพิวเตอร์ของห้องสมุด ผู้ใช้บริการห้องสมุดสามารถสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การสืบค้นจากฐานข้อมูล ห้องสมุด การจัดบริการเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ทั่วถึงความต้องการของทุกท่าน จึงต้องมีการลงชื่อจองเครื่องคอมพิวเตอร์ ก่อนใช้บริการ โดยมีสมุดบันทึกที่เคาร์เตอร์บริการ ตามหมายเลขเครื่องและก าหนดเวลา 1 ชั่วโมง ต่อครั้ง ถ้าเครื่อง คอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอ ผู้ใช้บริการสามารถไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ได้ ระเบียบในกำรใช้และกำรติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในห้องสมุด เครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องสมุดจัดให้บริการเพื่อการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยควรมีการปฏิบัติ ตามระเบียบหรือข้อก าหนดการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องสมุดให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของห้องสมุด คือ 1. ห้ามมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโปรแกรมงานใดๆ อันเป็นประโยชน์ส่วนตัวหรือวัตถุประสงค์ใดๆ 2. การส่งและรับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แบบกลุ่มหรือบุคคล ก าหนดให้ใช้ 20 นาที แต่ห้าม “chat” 3. การใช้คอมพิวเตอร์ในการพิมพ์งานต่างๆ ตลอดทั้งการเล่นเกมถือว่าผิดวัตถุประสงค์ห้องสมุด 4. การเข้าถึงข้อมูลและการดาวโหลดข้อมูลรูปแบบต่างๆ ที่ส่อถึงเรื่องลามกอนาจาร หรือสิ่งที่ท าผิดศีลธรรม ถือว่าผิดระเบียบการใช้บริการ 5. การติดตั้งโปรแกรมในฐานข้อมูลงานต่างๆ ของห้องสมุดและโปรแกรมท างานอื่นๆ ต้องได้รับการติดตั้ง จากเจ้าหน้าที่เท่านั้น 6. ไม่ควรใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบอื่นๆ อันไม่เหมาะสม และผิดวัตถุประสงค์ เจ้าหน้าที่ห้องสมุด สามารถงดสิทธิการใช้บริการของท่านทันที 7. ถ้าผู้ใช้บริการท่านใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว จะถูกตัดสิทธิการใช้บัตรสมาชิกและเสียสิทธิ์ในการใช้ ห้องสมุด กำรบริกำรควำมร่วมมือระหว่ำงห้องสมุด ความร่วมมือระหว่างห้องสมุดเป็นการบริการของบรรณารักษ์แผนกอ้างอิง เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศทางการ ศึกษาค้นคว้าและการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการของห้องสมุด การจัดบริการภายใต้ข้อตกลงพิเศษในการให้ ความร่วมมือระหว่างห้องสมุดที่เข้าร่วมโครงการ ห้องสมุดได้พยายามมุ่งมั่นจัดหาวัสดุสารนิเทศต่างๆ ที่ตรงตามความ ต้องการของผู้เรียนและผู้สอน เพื่อสนับสนุนหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบัน ห้องสมุดคณะพยาบาลศาสตร์ที่กรุงเทพมหานครได้รับความร่วมมือระหว่างห้องสมุดด้านการยืม-คืนภายใน กลุ่มสมาชิก คือ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยอสัมชัน ห้องสมุดมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ห้องสมุดมหาวิทยาลัยรังสิต ห้องสมุดวิทยาลัยพยาบาลเซ็นหลุยด์ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสยาม ห้องสมุดแพทย์ของศิริราช ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมาศาสตร์


ห น้ า 13 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ส านักวิทยบริการและสารสนเทศได้เข้าร่วมกับเครือข่ายห้องสมุดเอกชนสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มงาน บริการได้จัดรวบรวมระเบียบอัตราค่าบริการระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่างๆ และมีความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย MOU กับส านักวิทยาบริการสารสนเทศมหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก อย่างต่อเนื่อง ทรัพยำกรสำรนิเทศแบ่งตำมลักษณะได้2 ประเภทใหญ่ คือ 1. ทรัพยากรสารนิเทศประเภทสิ่งตีพิมพ์ (Printed Materials) 1.1. หนังสือ (Book ) เป็นสิ่งพิมพ์ที่บันทึกความรู้ ความคิด ความเชื่อ ประสบการณ์ และการกระท าของมนุษย์น ามา รวบรวมเป็นเป็นเล่ม ห้องสมุดวิทยาลัยมิชชันได้รวบรวมหนังสือหลากหลายความรู้จากทั่วโลก โดยมี การแบ่งหมวดหมู่หนังสืออย่างเป็นระบบและก าหนดสัญลักษณ์ประจ าสื่อสารนิเทศนั้นๆ เพื่อการ จัดเก็บขึ้นชั้นเรียงตามเลขเรียกหนังสือ (Call Number) และมีบริการไว้บนชั้นเปิด ซึ่งผู้ใช้บริการ สามารถหยิบอ่านได้สะดวก หนังสือทั่วไป คือ หนังสือที่ให้เนื้อหาวิชาการต่างๆ มีสาระความรู้ ที่มีหลากหลายวิธีการเขียน ซึ่งจัด ให้บริการยืม-คืนได้ตามระเบียบของห้องสมุด หนังสืออ้างอิง คือ หนังสือที่ประมวลข้อมูลความรู้เท็จจริงต่างๆ รวบรวมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ สมบูรณ์ด้วยวิชาการ ความรู้ มีรูปเล่มแข็งแรง ประนีต ราคาสูง เพื่อการค้นคว้าหาค าตอบในตัวไม่จ าเป็นต้องอ่านทั้งเล่ม ห้องสมุด สงวนสิทธิการใช้ในห้องสมุดเท่านั้น ส่วนต่ำง ๆ ของหนังสือ โดยทั่วไปอาจแบ่งเป็น 4 ส่วน 1. ส่วนปก (Binding) ใบหุ้มปกหนังสือ (Book jacket) ปกหนังสือ (Cover) ใบรองปก (Fly leaf) 2. ส่วนเริ่มต้น (Preliminary) หน้าชื่อเรื่อง (Half title page) หน้าปกใน (Title page) หน้าลิขสิทธิ์ (Copy right page) หน้าค าอุทิศ (Dedication page) หน้าค านิยม (Foreword) สารบาญหรือสารบัญ (Contents or table of content) หน้าค าน า (Preface) หน้าประกาศคุณูปการ (Acknowledgement) สารบาญภาพประกอบหรือบัญชีภาพประกอบ (List of illustrations, tables, maps, etc.) 3. ส่วนเนื้อหา (Text or body of the book) 4. ส่วนท้ายหรือส่วนเสริมเนื้อหา (Auxiliary pages) เชิงอรรถ (Footnotes) อภิธานศัพท์ (Glossary) ภาคผนวก (Appendix) บรรณานุกรม (Bibliography) ดรรชนี(Index) 1.2. วารสาร (Journal) นิตยสาร เป็นสิ่งตีพิมพ์ที่ได้รวบรวมทั้งข่าวสารความรู้ ความคิด และความบันเทิง อย่างกว้างขวาง เผยแพร่และจัดท าออกมาอย่างต่อเนื่อง มีระยะเวลาที่ก าหนดแน่นอน จึงให้ความรู้ทัน


ห น้ า 14 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ เหตุการณ์ทันสมัยไปสู่ผู้อ่านมากกว่าสิ่งตีพิมพ์ ประเภทหนังสือ ดังนั้นจึงมีความส าคัญต่อการศึกษาค้นคว้า อย่างสูง ซึ่งอาจจะแบ่งตามลักษณะเนื้อหาได้ดังเช่น - วารสารวิชาการ เช่น วารสารธรรมศาสตร์ วารสารวิทยาศาสตร์หรือรวมบทความที่หลากหลาย สาขา เป็นต้น - วารสารทั่วไป เช่น วารสารที่มีเนื้อหาความรู้ทั่วไป สารคดี เช่น สกุลไทย ขวัญเรือน เป็นต้น - วารสารคณะบริหารธุรกิจ คือวารสารที่เน้นเนื้อหาด้านบริหารธุรกิจ เช่น โลกการค้า Business today การบริหารธุรกิจ เป็นต้น - วารสารข่าวหรือเชิงวิจารย์ หมายถึง วารสารที่เสนอข่าวในลักษณะการวิเคราะห์วิจารณ์ เช่น สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ สุดสัปดาวิจารณ์ เป็นต้น 1.3. หนังสือพิมพ์(New papers) คือ สื่อพิมพ์ที่เสนอข่าว การเคลื่อนไหวใหม่ๆ ทั้งภายใน และภายนอก ประเทศ มีก าหนดการออกที่แน่นอน เช่น หนังสือรายวัน หนังสือพิมพ์รายสามวัน รายสัปดาห์ รายปักษ์ เป็นต้น 1.4. จุลสารหรือ อนุสาร (Pamphlets) คือ สิ่งพิมพ์ขนาดเล็กที่มีเนื้อหา ข่าวสาร ความรู้เป็นเรื่องๆ หรือ หัวข้อเฉพาะเรื่องในเล่มเดียวจบ ส่วนใหญ่จัดพิมพ์ในส่วนงานรัฐ องค์กรเอกชน โดยไม่หวังผลก าไร เพื่อการ เผยแพร่ความรู้ รณรงค์และประชาสัมพันธ์ 1.5. กฤตภาค (Clippings) คือ การตัดข้อมูล บทความ หรือภาพที่คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ ห้องสมุดเพื่อการสืบค้น โดยการตัดจากหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร จุลสาร และสิ่งพิมพ์อื่นๆ น าไป ผนึกไว้บนกระดาษ และมีการจัดเก็บรวบรวมไว้ตามชื่อหัวเรื่องอย่างมีระบบ เพื่อสะดวกต่อการจัดเก็บ และ การบริการค้นคว้า 1. ทรัพยำกรสำรนิเทศประเภทสิ่งไม่ตีพิมพ์ (Non- printed Materials) วิธีจัดเก็บสื่อโสตทัศน์ ห้องสมุดโดยทั่วไปที่มีสื่อโสตทัศน์จ านวนมากนิยมจัดแยกออกเป็นหน่วยงานหนึ่งต่างหาก แต่บาง ห้องสมุดก็จัดเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการในห้องสมุด ซึ่งแบ่งตามลักษณะสื่อโสตฯได้ดังนี้ 1. โสตวัสดุ บันทึกเสียง 1.1 . แผ่นเสียง (Phonodisc) สัญลักษณ์คือ SR (Sound recording) 1.2 . เทปบันทึกเสียง (Tape) ได้แก่ เทปม้วน เทปตลับคาสเซ็ท เทปตลับแบบ Cartridge 1.3 . ซีดีออดิโอ (CD Audio) 2. โสตทัศนวัสดุ 2.1. วัสดุกราฟิก และรูปภาพ (Graphic materials and picture) จัดเก็บคล้ายกับกฤตภาค 2.2. ภาพเลื่อน หรือ ฟิล์มสตริป (Filmstrip) เก็บไว้ในกล่อง แยกเป็นหมวดแล้วน าไปเก็บในตู้เก็บ ภาพเลื่อน 2.3. ภาพนิ่งหรือ สไลด์ (Slide) จัดเก็บตามเลขทะเบียนหรือหัวเรื่อง แล้วจัดเก็บในลิ้นชักของตู้เก็บ ภาพนิ่ง 2.4. ภาพโปร่งใส (Transparency) จัดแยกไว้ต่างหากไม่รวมกับวัสดุอื่นๆ 2.5. วัสดุ3 มิติ และวัสดุของจริง - หุ่นจ าลอง (Models) เป็นวัสดุ 3 มิติที่ท าแทนของจริง สัญลักษณ์ TD (Teaching Devices) จัดเก็บตามเลขทะเบียน - ของจริง (Regalia) เป็นวัสดุของจริง เช่นโครงร่างมนุษย์ สัญลักษณ์ RL (Regalia) 2.6 . แผนที่ (Maps) มักแยกเก็บไว้ในตู้ตามหัวเรื่องกว้างๆ 3. โสตทัศน์วัสดุ 3.1. ภาพยนตร์(Motion picture or films) จัดเก็บฟิล์มไว้ในกล่องโลหะ


ห น้ า 15 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 3.2. วีดีทัศน์ (Video recording) จัดเก็บตามเลขหมู่โดยมีป้ายติดเลขหมู่ที่ตลับเทป หรือ แยกเก็บโดยการ ใช้สัญลักษณ์VR (Video recording) วิธีจัดเก็บวัสดุย่อส่วน วัสดุย่อส่วนที่ห้องสมุดส่วนมากจัดหาไว้บริการผู้ใช้มักอยู่ในรูปของไมโครฟิล์ม และไมโครฟิชจะจัดเก็บดังนี้ 1. ไมโครฟิล์ม )Microfilmsทั้งที่เป็นชนิดม้วนและตลับ( จัดเก็บโดยท าป้ายติดแล้วเรียงตามเลขทะเบียน 2. ไมโครฟิช )Microficheจะบรรจุอยู่ในซองกระดาษ( จัดเก็บเรียงตามเลขทะเบียน วิธีจัดเก็บสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 1. แผ่นจานแม่เหล็กชนิดอ่อน ใช้ระบบการจัดหมู่เช่นเดียวกับหนังสือ แล้วท าป้ายติดซองที่เก็บแผ่นจาน แม่เหล็ก จากนั้นน าไปจัดเรียงไว้ในกล่อง 2. ซีดีรอม อาจจัดเก็บไว้ในกล่องรวมๆ กันไว้และก าหนดสัญลักษณ์ของเรื่องให้เจ้าหน้าที่หยิบให้ บทที่ 2 กำรสืบค้นจำกฐำนข้อมูลห้องสมุดอัตโนมัติ ฐานข้อมูลห้องสมุด คือการจัดการและด าเนินของบรรณารักษ์ เพื่อช่วยในการอ านวยความสะดวก รวดเร็วใน การค้นหาทรัพยากรและสารสนเทศภายในห้องสมุด โดยผู้ใช้บริการสามารถเข้าสืบค้นผ่านระบบคอมพิวเตอร์ได้ ตลอดเวลา พร้อมกันจากแหล่งต่างๆ บรรณารักษ์ได้ด าเนินการบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลของทรัพยากรสารสนเทศ เช่น หนังสือ วารสาร ซีดี-รอม การเก็บสถิติต่างๆ ข้อมูลสมาชิก และท าบาร์โค้ตเพื่อการการยืม-คืนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ฐานข้อมูล คือ แหล่งรวบรวมข้อมูล ความรู้ หรือสารนิเทศที่จัดเก็บหรือบันทึกอย่างมีระบบลงในสื่อประเภท ต่างๆ ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (อรุณี ทรงพัฒนา : 2544) ฉะนั้น การท าบัตรรายการต่างๆ จึงมีบทบาทน้อยลง หรือหยุดท า เพราะยุคกระแสข่าวสารท่วมท้น ดังนั้น อาชีพบรรณารักษ์ก็จ าเป็นที่ต้องมีความรู้และพัฒนางานบริการของห้องสมุดอย่างต่อเนื่อง ความรู้เกี่ยวกับระบบการใช้ งานของโปรแกรมห้องสมุด เรียกว่า เมจิไรบารี่ รูปแบบการใช้บริการต่างๆ ของห้องสมุดผ่านระบบคอมพิวเตอร์ช่วยใน การท างานของบรรณารักษ์ได้สะดวกรวดเร็ว และการให้บริการสืบค้นได้ รวดเร็ว ถูกต้องแม่นย า จึงท าให้ฐานข้อมูล สารสนเทศมีความส าคัญต่อผู้ใช้และผู้ใช้บริการ ฐำนข้อมูลสำรนิเทศในห้องสมุดที่จัดบริกำรกับผู้ใช้ทั่วไป แบ่งได้ 3 ลักษณะ 1. ฐานข้อมูลแบบ ออน-ไลน์ (Online Database Search) เป็นฐานข้อมูลที่ผ่านระบบโทรคมนาคม มี คอมพิวเตอร์กลางเก็บฐานข้อมูล และส่งข้อมูลผ่านถึงผู้ใช้ที่ห่างไกล โดยผู้ใช้สามารถติดต่อคอมพิวเตอร์ด้วยโทรศัพท์ ผ่านโมเด็ม และมีผู้ผลิตมากกว่า 1,000 ฐานข้อมูลขึ้นไป ตลอดจนมีฐานข้อมูลบริการประมาณ 400 ฐาน เช่น Chemical Abstracts, Social SciSearch, Wilsonline, Biography Index , Readers’Guide to Periodical Literature เป็น ต้น 2. ฐานข้อมูลซีดี-รอม (CD-ROM database search) เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีรูปร่างเหมือนแผ่นบันทึกเสียง มี ข้อมูลสารนิเทศทีสามารถอ่านและแสดงหน้ากระดาษ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว อีกด้วย เช่น ฐานข้อมูลสารานุกรม พจนานุกรม Encyclopedia, ERIC= Education Resources Information Center, AGRICOLA, DAO (Dissertation Abstracts) เป็นต้น


ห น้ า 16 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 3. ฐานข้อมูลทรัพยากรสารนิเทศ เป็นฐานข้อมูลที่ห้องสมุดจัดท าขึ้นเอง หรือกลุ่มห้องสมุดร่วมกันจัดท า โดยใช้ ข้อมูลที่มีอยู่ในห้องสมุด เป็นการอ านวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ เช่น การยืม-คืน การค้นหาหนังสือ วารสาร ปริญญา นิพนธ์ ดรรชนีวารสาร สาระสังเขป เป็นต้น ควำมหมำยของกำรสืบค้นข้อมูลสำรสนเทศด้วยวิธีออน-ไลน์ การสืบค้นรายการสารสนเทศด้วยวิธีออนไลน์ (Online Public Access Catalog = OPAC) คือการสืบค้น ทรัพยากรสารสนเทศ ที่ห้องสมุดจัดด าเนินการเพื่องานบริการในรูปของ Web OPAC เพื่อความสะดวกและรวดเร็วใน การสืบค้นและให้บริการ บรรณารักษ์ได้ลงบันทึกรายการทรัพยากรของห้องสมุดเข้าในระบบอัตโนมัติสามารถสืบค้นผ่าน อินเทอร์เน็ต หรือ Web OPAC ของห้องสมุด ระบบช่วยเหลือกำรสืบค้นข้อมูลออนไลน์– APIU Web OPAC การสืบค้นข้อมูลออนไลน์ เป็นการให้บริการสืบค้นข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทที่บรรณารักษ์ได้ลง บันทึกรายการ ซึ่งสามารถเรียกดูข้อมูลและรายละเอียดทรัพยากรสารสนเทศ อาทิสถานที่เก็บสื่อ สถานะของสื่อ เลข เรียก ชื่อผู้แต่ง เป็นต้น ก ำหนดค ำสืบค้นตำมรำยกำรดังต่อไปนี้ ชื่อหนังสือ /ชื่อวารสาร/ชื่อบทความ (Title) หัวเรื่อง (Subject) ค าส าคัญ (Key word) ส านักพิมพ์ (Publication) ISBN/ISSN (เลขมาตรฐานสากล) เลขเรียก (Call number) เริ่มต้นกำรใช้งำนกำรสืบค้นข้อมูลออนไลน์ APIU Web OPAC เริ่มต้นใช้งานได้อย่างง่ายๆ ด้วยระบบค าสั่ง2 ภาษา ซึ่งสามารถเลือกใช้ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ซึ่งเมนู ค าสั่งการใช้งานจะอยู่ที่ด้านบนของแต่ละหน้า สามารถเลือกท าการสืบค้นข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศได้ 2 แบบดังนี้ 1. การค้นแบบง่าย สามารถเลือกสืบค้นแบบต าแหน่งใดก็ได้หรือ สืบค้นจากขึ้นต้นด้วย /ตรงตัว 2. การค้นแบบซับซ้อน สามารถเลือกการสืบค้นแบบ Boolean Search เลือกใช้และ (and) หรือ(or)ไม่ (not) ตรวจสอบประวัติกำรยืมคืนข้อมูลส่วนตัวได้อย่ำงไร การสืบค้นข้อมูลออนไลน์ APIU Web OPAC มีบริการข้อมูลเฉพาะสมาชิกซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว อาทิวันหมดอายุ, การเปลี่ยนรหัสผ่าน ตลอดจน สามารถตรวจสอบประวัติการยืมคืน การยืมต่อ การจองสื่อ การแนะน า สื่อใหม่ การส่งข้อความ หรือรายงานสื่อใหม่ เลือกปุ่มค าสั่ง 'สมาชิก' จากเมนูด้านบนของหน้าจอ ซึ่งก่อนเข้าสู่ระบบสมาชิกออนไลน์จะต้องพิมพ์รหัส และ รหัสผ่านของท่านทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยส าหรับข้อมูลส่วนตัวของท่านเอง ท่ำนสำมำรถคลิกเลือกแฟ้มข้อมูลด้ำนซ้ำยมือของท่ำน เพื่อตรวจสอบ หรือ ท ำรำยกำรต่ำงๆได้ดังนี้ ตรวจสอบวันหมดอายุ หรือ เปลี่ยนรหัสผ่าน ที่แฟ้ม ข้อมูลสมาชิก ตรวจสอบประวัติการยืมคืน หรือ ยืมต่อ ที่แฟ้ม การยืมคืน ตรวจสอบรายการค่าปรับ ที่แฟ้ม ค่าปรับ อ่าน หรือ ส่ง ข้อความถึงหน่วยงานห้องสมุด ที่แฟ้ม ข้อความ ตรวจสอบรายการจองสื่อ ที่แฟ้ม ข้อมูลการจองสื่อ


ห น้ า 17 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ แนะน าหนังสือ ถึงหน่วยงานห้องสมุด ที่แฟ้ม แนะน าสื่อ ตรวจสอบ รายงานสื่อใหม่ ประจ าสัปดาห์ที่แฟ้ม สื่อใหม่ ควรใช้ระบบสืบค้นแบบใด ค้นแบบง่ำย - ต ำแหน่งใดก็ได้ "ทุกเขตค าค้น" จะค้นจาก "ชื่อเรื่อง", "หัวเรื่อง", "ผู้แต่ง", "หมายเหตุ", หรือ "ส านักพิมพ์" หรือระบุแนวสืบค้นตามที่ ต้องการ ตัวอย่างค าค้น ส าหรับ ทุกเขตค าค้น กฎมนเทียรบาล, กฎอัยการศึก, กฎกระทรวง, กฎหมายอาญา, กฎหมายแพ่ง, กฎหมาย, กฎ เพื่อค้นหาค าค้นที่ ต่อท้ายกฎทุกค าค้น Computer, Computing, หรือ Comput *เพื่อค้นหาค าค้นที่ต่อท้าย Comput ทุกค าค้น ตัวอย่างค าค้น ส าหรับ ผู้แต่ง ผู้แต่งคนไทย : (ปราบดา, ปราบดา หยุ่น, ส ศิวรักษ์, หรือ นามแฝง) ผู้แต่ง ต่างชาติ : (สมิธ, หรือ สมิธ วิลเลียม, หรือ Smith, หรือ Smith William) ตัวอย่างค าค้น ส าหรับ ส านักพิมพ์ นานมี ส าหรับ (นานมีบุ๊คส์/นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์) ซีเอ็ด ส าหรับ (ซีเอ็ดยูเคชั่น) ค้นแบบง่ำย - ขึ้นต้นด้วย/ตรงตัว โปรดเลือกระบุแนวสืบค้นตามที่ต้องการ "ชื่อเรื่อง", "หัวเรื่อง", "ผู้แต่ง", "เลขมาตรฐาน", "เลขเรียก", หรือ "ส านักพิมพ์" ตัวอย่างค าค้น การประกันคุณภาพ An easy introduction สมิธ หรือ สมิธ วิลเลียม Smith หรือ Smith, William ซีเอ็ด ค้นแบบซับซ้อน "ทุกเขตค าค้น" จะค้นจาก "ชื่อเรื่อง", "หัวเรื่อง", "ผู้แต่ง", "หมายเหตุ", หรือ "ส านักพิมพ์" หรือระบุแนวสืบค้นตามที่ ต้องการ ตัวอย่างค าค้น โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์และ บัญชี โปรแกรม หรือ คอมพิวเตอร์และวิทยาศาสตร์ Program or Computer and Science จ ำกัดเขตกำรสืบค้นอะไร การจ ากัดการสืบค้นเป็นกลไกที่เป็นประโยชน์มาก ในกรณีที่ผลลัพธ์ของการค้นข้อมูลมีปริมาณมาก สามารถ เลือกใช้การจ ากัดการสืบค้นเพื่อค้นหาข้อมูลสื่อได้ตรงกับที่ท่านต้องการ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ค้นข้อมูลจำกฐำนข้อมูลอะไร เลือกจ ากัดการสืบค้นจากฐานข้อมูล อาทิหนังสือ, วิทยานิพนธ์, วารสาร, บทความวารสาร, สื่อโสต จากนั้นกด ปุ่มค้นหา 2. ค้นข้อมูลจำกห้องสมุดอะไร เลือกจ ากัดการสืบค้นจากห้องสมุด จากนั้นกดปุ่มค้นหา ค้นข้อมูลจากสถานที่เก็บ เลือกจ ากัดการสืบค้นจากสถานที่เก็บ จากนั้นกดปุ่มค้นหา 3. ค้นหำจำกปีพิมพ์


ห น้ า 18 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ เลือกจ ากัดการสืบค้นจากปีพิมพ์โดยใส่ปีพิมพ์ที่ต้องการในช่อง ระหว่าง/ถึง จากนั้นกดปุ่มค้นหา ระบบกำรสืบค้นข้อมูลออนไลน์ APIU Web OPAC ส านักวิทยบริการและสารสนเทศ มีการจัดเก็บข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศทุกชนิดเข้าในระบบห้องสมุด อัตโนมัติ สามารถสืบค้นผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ในปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบันยังมีการด าเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สมาชิกหรือผู้ที่สนใจจากทั่วโลกได้เข้าถึงข้อมูลเรา ดังนั้นการจอง การยืม – คืน สามารถท าได้สะดวกกว่าการ ค้นหาตามบัตรรายการ พร้อมทั้งยังมีความหลากหลายในการให้บริการเช่น การจอง การยืมต่อ ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว เป็นต้น ขั้นตอนและวิธีกำรสืบค้นผ่ำนระบบห้องสมุดอัตโนมัติ 1. เข้า http://www.apiu.edu /library หรือ http://www.apiu.edu/library /Thaisite/ เลือกคลิก ห้องสมุดเพื่อเข้า Web OPAC 2. เมื่อเข้า Web OPAC จากหน้าจอหลัก เลือกภาษาที่ต้องค้นหาจากหน้าจอภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ ให้คลิกที่ รูปธงชาติ 3. เมื่อเข้าส่วนของการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ ซึ่งมีหลายช่องทางเลือก (ดังรูปภาพ) 4. การสืบค้น ต้องเลือกตามเมนูอยู่ด้านบน (รูปภาพ) กำรสืบค้นข้อมูลมี 2 รูปแบบ 1. กำรค้นหำแบบง่ำย (Simple Search) 1.1 กำรค้นหำจำกค ำขึ้นต้น คือสามารถค้นหาได้จากชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง เลขมาตรฐาน เลขเรียก ส านักพิมพ์ สาขาวิชา โดยการพิมพ์ค าค้นที่ต้องการค้นหาตามเงื่อนไขที่ก าหนด - เลือกรายการค้นหาจากค าขึ้นต้นหรือค าตรงตัว - เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา จากหัวเรื่อง ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ส านักพิมพ์ เป็นต้น - ป้อนค าที่ต้องการค้นหา เปลี่ยนภาษา เมนูเลือกช่องทางการสืบคน้


ห น้ า 19 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ - คลิกปุ่ม Search จะปรากฏดังรูปภาพ 1.2 ค ำค้น (Word Search) คือการค้นหาแบบเจาะจงค าจากค าใดค าหนึ่งจากทุกเขตค าค้น ชื่อเรื่อง หัว เรื่อง ชื่อผู้แต่ง หมายเหตุ ชื่อส านักพิมพ์ โดยการพิมพ์ค าค้นที่ต้องการ - เลือกเขตค าค้นจาก ขึ้นต้นด้วย ตรงตัว - ป้อนค าที่ต้องการค้นหา - คลิกปุ่ม Search 3. กำรค้นแบบซับซ้อน (Advance Search) (อธิบำยตำมรูปภำพ) สัญลักษณ์หนังสือ 1. เลือกรายการที่ต้องการค้น 2.ระบุ/กา หนดคา คน้


ห น้ า 20 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 2.1 กำรค้นหำด้วยกำรระบุเงื่อนไข ซึ่งประกอบด้วยข้อก าหนดในการแสดงที่แตกต่างกัน โดยเลือกเงื่อนไข ดังนี้ “AND” เป็นการระบุเงือนไข ในการค้นหาให้ปรากฏค าทั้งสองค าที่ต้องการค้นหา “OR” เป็นการระบุเงื่อนไขในการค้นหา โดยเลือกค าใดค าหนึ่ง “NOT” เป็นการระบุเงื่อนไขในการค้นหา ข้อความที่ไม่มีค านั้น ซึ่งสามารถค้นหาได้จากทุกเขตค าค้น ผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง หมายเหตุ ชื่อส านักพิมพ์ - เลือกเขตค าค้น (จากดร๊อปดาวน์ลิสต์บ็อกซ์ ทุกเขตค าค้น) ชื่อเรื่อง หัวเรือง ชื่อผู้แต่ง อื่นๆ - ระบุ/ป้องค าค้นที่ต้องการค้นหา - เลือกเงือนไขที่ต้องการ จากดร๊อปดาวน์ลิสต์บ๊อกซ์ (และ หรือ ไม่รวม ) - คลิกปุ่ม Search วิธีก ำหนดขอบเขต - เลือกค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ จากดร๊อปดาวน์ลิสต์บอกซ์ - คลิกเลือกค้นหาข้อมูลจากห้องสมุด - เลือกค้นหาข้อมูลจากสถานที่เก็บ - ป้อนปีพิมพ์ของสื่อที่ต้องการค้นหา - คลิกปุ่ม Search เมื่อได้สื่อที่ต้องการแล้วให้คลิกที่สื่อนั้น เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดดังที่แสดง หรือในรูป Marc เพื่อการ ตรวจสอบบนชั้นเก็บสื่อได้ โดยดูจากเลขเรียกของแต่ละสื่อที่ปรากฏด้านล่างหรือสันหนังสือ 1.เลือกรายการที่ต้องการค้น 2. ก าหนดค าค้น/ระบุค า วลี 3.เลือกเงือนไขที่ต้องการ


ห น้ า 21 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ กำรค้นหำ/ตรวจสอบข้อมูลก่อนจะค้นหำหนังสือบนชั้น - จดเลขเรียกหนังสือ - ตรวจดูว่าอยู่ที่ชั้นใด - ตรวจดูว่ามีคนยืมไปหรือไม่ - ตรวจดูว่าสื่อนั้นๆอยู่ในห้องสมุดใด - ตรวจสอบบนชั้นหนังสือ - เช็ด การยืม-คืน หนังสือออกที่จุดบริการ กำรจ ำกัดขอบเขตกำรค้นหำ 1. เลือกจ ากัดสถานที่การสืบค้น 2. เลือกห้องสมุด 1. เลือกจา กดัขอบเขตการสืบคน้ สารสนเทศ 2.กา หนดปีพ.ศ.


ห น้ า 22 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ฐำนข้อมูลสมำชิก เลือกปุ่มเมนู สมำชิก จากเมนูด้านบนของหน้าจอ เพื่อจะตรวจสอบประวัติการยืม-คืนข้อมูลส่วนตัวต่างๆ โดย จะต้องพิมพ์รหัสและรหัสผ่านของท่านทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยส าหรับข้อมูลส่วนตัวของท่านเอง ที่อยหู่นงัสือ เลขเรียกหนังสือ


ห น้ า 23 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ เริ่มกำรใช้ข้อมูลสมำชิก 1. ป้อนรหัส Login 2. ป้อน Password 3. กด Enter จะปรากฏหน้าจอ ดังรูป การยืมต่อผ่านระบบ 1. เลือกภายใต้สมาชิกนั้นจะมีแฟ้มการยืม-คืน 2. ปรากฏรายการที่ยืมออกจากห้องสมุด และยังไม่เกินก าหนดส่ง 3. ท าเครื่องหมายเลือกในกล่องสี่เหลียม 4. ยืนยันการยืมต่อ 5. เลขวันที่ก าหนดส่งจะถูกเปลี่ยนทันที (ควรจดบันทึกไว้กันลืม) 6. การยืมต่อผ่านระบบนั้นอนุญาตให้ท าการยืมต่อได้เพียง 1 ครั้งต่อรายการนั้นๆ


ห น้ า 24 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ วันหมดอำยุ สมาชิกสามารถทราบวันเริ่มต้นและวันหมดอายุการเป็นสมาชิก เลือกเขา้ทา การยมืต่อ เลือกเขา้ทา รายการจองผา่นระบบ


ห น้ า 25 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ กำรเปลี่ยนรหัสผ่ำนสมำชิก สมาชิกสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้โดย ป้อนรหัสผ่านเดิมและป้อนรหัสผ่านใหม่ แล้วคลิกเปลี่ยนรหัสผ่านดังรูป กำรยืมสื่อ 1. สื่อค้ำงส่ง สมาชิกตรวจสอบรายชื่อสื่อที่ยังไม่ได้คืนห้องสมุด 2. ประวัติกำรยืมคืน สมาชิกตรวจสอบประวัติการยืมสื่อจากห้องสมุด โดยการป้อนช่วงวันที่ยืมสื่อแล้วคลิก ปุ่มค้นหา 3. กำรยืมต่อ หากสมาชิกมีสิทธิ์ในการยืมต่อ ท าได้โดยคลิกที่เช็คบ็อกซ์หน้าสื่อที่ต้องการยืมต่อ แล้วคลิกปุ่ม ยืมต่อ ข้อมูลวันที่ก าหนดส่งสื่อจะเปลี่ยนให้อัตโนมัติและสิทธิ์คงเหลือในการยืมต่อจะเปลี่ยนวันก าหนดส่ง ให้ กรณีที่ท าการยืมต่อเองต้องจดจ าวันก าหนดส่งใหม่ และสามารถยืมต่อได้เพียงครั้งเดียวต่อรายการ 4. รำยกำรค่ำปรับ สมาชิกควรตรวจสอบค่าปรับค้างช าระ และค่าปรับคาดว่าจะเกิดกรณีที่ไม่ได้คืนสื่อตาม ก าหนดเวลา ซึ่งช่วยสมาชิกในการเตรียมเงินค่าปรับ ตามอัตราของสื่อแต่ละประเภท 5. ข้อควำม สมาชิกสามารถดูข้อความที่ได้รับจากบรรณารักษ์ ซึ่งปรากฏรายการข้อความที่เจ้าหน้าที่ส่งถึง สมาชิกผู้ใช้บริการห้องสมุด o การรับข้อความ ไห้คลิกที่รูปของจดหมายหน้าหัวเรื่องที่สมาชิกต้องการอ่าน จะปรากฏหน้าจอ รายละเอียดข้อความที่เจ้าหน้าที่ส่งถึงสมาชิก o การลบข้อความที่เปิดอ่านแล้ว โดยคลิกที่เช็คบ็อกซ์ในส่วนสถานะหน้าข้อความที่ต้องการลบ แล้วคลิกปุ่มลบข้อความที่เลือก o ส่งข้อความใหม่ คือการที่ส่งข้อความถึงเจ้าหน้าที่ โดยสมาชิกคลิกที่ส่งข้อความใหม่จะปรากฏ หน้าจอ ให้สมาชิกป้อนหัวเรื่องและข้อความที่สมาชิกต้องการส่งถึงเจ้าหน้าที่ แล้วคลิกปุ่ม ส่ง ข้อความ o ดูข้อความที่ส่ง คือกรณีที่ต้องการดูข้อความที่เคยส่งถึงเจ้าหน้าที่ ให้คลิกรายการดูข้อความที่ส่ง จะปรากฏหน้าจอ แล้วดูรายละเอียดให้คลิกที่ซองจดหมายหน้าหัวเรื่องที่สมาชิกต้องการอ่าน ตรวจสอบสื่อใหม่ที่จดั ให้บริการในห้องสมุด


ห น้ า 26 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 6. ข้อมูลกำรจองสื่อ สถานะการจองสื่อ คือการตรวจสอบว่าสื่อที่ได้จองไปนั้น เจ้าหน้าที่ท ารายการแล้วหรือ ยังเพื่อที่จะได้น าสื่อไปท าการยืมต่อไป 6.1.กำรจองสื่อ เป็นการท ารายการจองสื่อที่ได้เลือกรายการไว้จากหน้าจอค้นหา ด้วยวิธีการดังนี้ 6.1.1. จากหน้าจอค้นหา เพื่อค้นหาสื่อที่ต้องการ จากนั้นให้คลิกเช็คบ็อกซ์หน้าสื่อที่ต้องการ 6.1.2. คลิกปุ่มเลือกรายการด้านล่าง เป็นการเลือกรายการที่คลิกเช็คบ็อกซ์ จะปรากฏ ไดอะล็อกบ็อกซ์ยืนยันการบันทึกข้อมูลที่เลือก 6.1.3. เมื่อเลือกรายการแล้ว จะปรากฏหน้าต่างแสดงรายการส่งค่าข้อมูลแบบ MARC 6.1.4. คลิกปุ่มแสดงรายการส่งออกค่าแบบ MARC จะปรากฏหน้าจอการเลือกข้อมูลเพื่อท าการ ส่งออก 6.1.5. คลิกเช็คบ็อกซ์หน้ารายการที่ต้องการส่งออก ก าหนดสัญลักษณ์แยก Field และสัญลักษณ์ แยก Record ถ้าไม่ก าหนดโปรแกรมจะก าหนดค่าให้อัตโนมัติ 6.1.6. คลิกปุ่มส่งออก จะปรากฏป็อปอัพวินโดวส์ให้บันทึกข้อมูลในการส่งออกค่าแบบ MARC 6.1.7. คลิกไอคอนสมาชิก เพื่อท าการจองสื่อ แล้วคลิกเมนูข้อมูลการจอง เลือกการจองสื่อ จะ ปรากฏข้อมูลสื่อที่ได้เลือกไว้ 6.1.8. คลิกที่เช็คบ็อกซ์หน้ารายการสื่อที่ต้องการจอง 6.1.9. ป้อนช่วงวันที่ต้องการท าการจอง 6.1.10. คลิกปุ่มท ารายการจอง จะมีสัญลักษณ์ H หน้ารายการสื่อที่ท าการจองแสดงว่าท าการจอง สื่อนั้นแล้ว 6.2 กำรยกเลิกกำรจองสื่อ เป็นการยกเลิกรายการสื่อที่ได้ท าการจองไว้ แบ่งออกเป็น กรณีคือ 2 1. การยกเลิกการจองสื่อกรณีที่เจ้าหน้าที่ท ารายการแล้ว 2. การยกเลิกการจองสื่อที่ยังไม่ได้ท ารายการ สมาชิกมีวิธีการท ารายการยกเลิกการจองสื่อ ดังนี้ 1. คลิกเช็คบ็อกซ์หน้ารายการที่ต้องการยกเลิก 2. คลิกปุ่มยืนยันการยกเลิกการจอง รายการที่ยกเลิกจะถูกลบไปจากหน้าจอการยกเลิกการจอง 7.กำรร้องขอสื่อ หรือการขอเสนอให้มีการจัดซื้อสื่อ เป็นการท ารายการที่ต้องการร้องขอ มีขั้นตอนดังนี้ 7.2 คลิกเลือกสถานที่ที่ต้องการให้เพิ่มสื่อ จากดร็อปดาวน์ลิสต์บ็อกซ์ 7.3 คลิกเลือกประเภทสื่อที่เราต้องการร้องขอ จากดร็อปดาวน์ลิสต์บ็อกซ์ 7.4 คลิกเลือกหน่วยงาน จากดร็อปดาวน์ลิสต์บ็อกซ์ 7.5 ป้อนชื่อสื่อที่ต้องการร้องขอ(จ าเป็นต้องป้อน) 7.6 ป้อนชื่อผู้แต่งสื่อที่ร้องขอ(ถ้าทราบ) 7.7 ป้อนเลขมาตรฐานของสื่อ (ถ้าทราบ) 7.8 การดูรายการสื่อร้องขอ เพื่อให้สมาชิกดูรายการสื่อที่ได้ท าการร้องขอไปถึงห้องสมุด 8.สื่อใหม่ เป็นการตรวจดูสื่อใหม่ที่เข้ามาในห้องสมุด มีขั้นตอนดังนี้ 8.1 เลือกช่วงวันหรือช่วงสัปดาห์ย้อนหลังของสื่อที่เข้ามาใหม่ จากดร๊อปดาวน์ลิสต์บ็อกซ์ 8.2 คลิกเลือกค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ จากดร็อปดาวน์ลิสต์บ็อกซ์ 8.3 คลิกเลือกค้นหาข้อมูลจากห้องสมุด จากดร๊อปดาวน์ลิสต์บ็อกซ์ 8.4 คลิกเลือกค้นหาข้อมูลจากสถานที่เก็บ จากดร็อปดาวน์ลิสต์บ็อกซ์ 8.5 คลิกปุ่มแสดงผล รายการสื่อใหม่ที่ค้นหาจากเงื่อนไข จะแสดงผลที่ส่วนแสดงผล


ห น้ า 27 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ กำรใช้บริกำรหนังสือใหม่ 1. ผู้ใช้บริการทราบรายชื่อสื่อสารสนเทศที่ห้องสมุดมีบริการ 2. ผู้ใช้สามารถก าหนดประเภทสื่อสารนิเทศที่ต้องการทราบได้ 3. สามารถตรวจสอบวันย้อยหลังของรายชื่อสื่อใหม่ได้ 4. สามารถตรวจสอบสถานะของรายชื่อสื่อใหม่ได้ ข้อดีของกำรใช้โปรแกรมห้องสมุดอัตโนมัติ 8.2 ช่วยในการสืบค้นได้รวดเร็ว และครอบคลุม 8.3 สามารถค้นหาข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น สิ่งพิมพ์ สิ่งไม่ตีพิมพ์ 8.4 สามารถปรับเปลี่ยน เพิ่มเติม ปรับปรุง หรือ แก้ไข ข้อมูลที่มีอยู่ให้ทันสมัย 8.5 สามารถก าหนดขอบเขต ข้อมูลที่ต้องการได้ 8.6 ช่วยให้การค้นคว้าสารสนเทศได้ตรงกับความต้องการ 8.7 การติดต่อข้อมูลระหว่างผู้ให้และผู้ใช้ได้สะดวกรวดเร็ว 8.8 สามารถสืบค้นข้อมูลได้ 24 ชั่วโมง 8.9 สามารถเก็บข้อมูลสถิติต่างๆ ได้ เช่น จ านวนสมาชิก การยืม-คืน 8.10 มีผู้เข้าใช้งานระบบพร้อมกันหลายคนได้ 8.11สามารถ ยืม-คืน ผ่านระบบห้องสมุดอัตโนมัติ


ห น้ า 28 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ กำรสืบค้นบทควำมหรือวำรสำรอิเล็กทรอนิกน์ ฐานข้อมูลแบบ ออน-ไลน์ ที่ส านักวิทยบริการและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก ได้จัดให้มี บริการในห้องสมุด 2 ฐานข้อมูล คือ EBSCO DATABASE เป็นฐานข้อมูลเนื้อหาวิชาการทั่วไปและฐานข้อมูลการแพทย์ หรือพยาบาล และABI/INFROM เป็นฐานข้อมูลเนื้อหาวิชาการด้านบริหารธุรกิจ โดยสามรถติดต่อขอรหัสผ่านที่จุด บริการ เพราะการเข้าสืบค้นต้องทราบรหัสผ่านของแต่ฐานข้อมูล ดังนั้นห้องสมุดขอสงวนสิทธิ์การใช้เฉพาะสมาชิก ผู้ใช้บริการของเรา วิธีกำรสืบค้นฐำนข้อมูล EBSCO 1. เข้ำเข้า http://www.apiu.edu /library หรือ http://www.apiu.edu/library /Thaisite/ เลือกคลิก ห้องสมุด 2. เลือกฐานข้อมูลออนไลน์ที่เหมาะส าหรับท่าน การสืบค้นจากฐานข้อมูลออนไลน์ 1. ต้องเป็นสมาชิกของห้องสมุด 2. ติดต่อของรหัสจากเจ้าหน้าที่จุดบริการ ยืม-คืน 3. ฐานข้อมูลออนไลน์ที่จะบริการมีรหัสผ่านที่ไม่เหมือนกัน ควรเลือกว่าต้องการใช้ฐานข้อมูลใด เช่น General Academic, Medical, และ ABI/INFORM 4. กรณีต้องการความช่วยเหลือ โปรดขอค าแนะน าจากบรรณารักษ์ที่โต๊ะอ้างอิง 3. เลือกช่องทางการสืบค้น Basic search Advanced search Choose databases select another EBSCO service (ดังรูปภาพ) 4. ระบุค า/วลี เกี่ยวกับเนื้อหาที่ต้องการค้นหาใช้ชัดเจน 5. ระบุเงือนไขที่ต้องการจ ากัดขอบเขตการสืบค้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับความต้องการที่สุด รูปภาพแสดงหน้าสืบค้น เลือกเข้าฐานข้อมูล


ห น้ า 29 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ รูปภาพแสดงการจ ากัดขอบเขตการสืบค้น ข้อดีในการจ ากัดขอบเขตสืบค้นคือ 1. ผลลัพธ์ของการสืบค้นจะปรากฏเฉพาะที่ได้ระบุเงื่อนไขไว้ 2. ผลลัพธ์เฉพาะเจาะจงไม่มากเกินความจ าเป็น 3. ตรงกับความต้องการมากที่สุด 4. ง่ายต่อการตรวจสอบความถูกต้องและประหยัดเวลา ชื่อบทความ ระบุค าที่ต้องการสืบค้น


ห น้ า 30 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ProQuest ABI/INFORM complete เป็นฐานข้อมูลด้านธุรกิจและสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ฐานข้อมูล 3 - ABI/INFORM Dateline เป็นข้อมูลข่าวบริษัทและผู้บริหาร ธุรกิจ เศรษฐกิจ จากแหล่งข้อมูล เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร จากทั่วโลกกว่า รายการ 140 - ABI/INFORM Global ประกอบด้วยข้อมูลจากสิ่งพิมพ์ทางวิชาการกว่า 1,800 รายการ - ABI/INFORM Trade & Industry ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจาก สิ่งพิมพ์ กว่า รายการ 750 EBSCO เป็นฐานข้อมูลวิชาการออนไลน์ ที่ประกอบด้วย 11 ฐานข้อมูล ได้แก่Academic search premier, Primary search, Funk & Wagnalls New World Encyclopedia, EBSCO Animals, Biomedical Reference Collection, CINAHL, Medline, Health Business, Psychology and Behavioral Sciences Collection, Nursing and Allied Health Collection, Pre - CINAHL กำรเข้ำใช้ฐำนข้อมูล ABI/INFORM Global เป็นฐานข้อมูลที่ส านักวิทยบริการและสารสนเทศไได้บอกรับเป็นสมาชิก กำรสืบค้น การสืบค้นข้อมูลของ ProQuest หรือ EBSCO ทุกฐานข้อมูลที่ส านักวิทยบริการและสารสนเทศ มหาวิทยาลัย นานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก มีสิทธิ์เข้าใช้โดยผู้ใช้บริการทุกท่านต้องมีรหัสผ่าน ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่โต๊ะบริการอ้างอิงและ ตอบค าถาม หรือจุดบริการยืมคืน การเลือกฐานข้อมูลท าได้โดย- - เว็บไซด์ห้องสมุด คลิกที่ Search Article - เลือกฐานข้อมูล EBSCO หรือ ProQuest - ใช้รหัสผ่านเข้าท าการสืบค้นตามในฐานข้อมูลที่เลือก รูปแบบค ำค้น - ใช้ ตรรกบูลีน(Boolean) and, or, not เพื่อเชื่อมค าสืบค้นได้ - ใช้เครื่องหมาย “…..” ส าหรับการสืบค้นที่เป็นวลี เช่น “supply chain management” - ใช้ w/# และ pre/# เพื่อก าหนดระยะห่างค าสืบค้น เช่น tsunami w/5 thailandเป็นการก าหนดให้ผล การสืบค้นมีค าว่า tsunami และ Thailand อยู่ห่างกันไม่เกิน ค า โดยค า 5ใดจะอยู่ก่อนหรือหลังก็ได้ หรือ advertising pre/6 sales ratio เป็นการก าหนดค าค้นอยู่ห่างกันตามระยะที่ก าหนดและค าชุดแรกต้อง อยู่หน้าค าชุดที่สอง - ใช้เครื่องหมาย ? แทนอักษร ตัว เช่น 1t?p จะได้ผลสืบค้น เช่น tap, tip, top เป็นต้น - ใช้เครื่องหมาย เพื่อใช้ละอักษรต่า *งๆ ที่ตามค าข้างหน้า เช่น relat*=relate, relationship, relating เป็นต้น วิธีกำรสืบค้นฐำนข้อมูล ABI/INFORM 1. เข้าที่ http://www.apiu.edu /library หรือ http://www.apiu.edu/library /Thaisite/ 2. มีรหัสผ่าน ติดต่อที่จุดบริการ หรือ โต๊ะบริการอ้างอิง 3. เลือกช่องทางการสืบค้น ไดแก่ ขั้นพื้นฐาน (Basic) ขั้นสูง(Advanced) หัวข้อ (Topics)ไล่เรียงตาม เอกสาร สิ่งพิมพ์ (Publications) 4. ระบุค า/วลี เกี่ยวกับเนื้อหาให้ชัดเจน 5. ก าจัดขอบเขตการสืบค้นตามที่ต้องการ 6. ใช้ระบบจัดเก็บเข้ารายการสืบค้นของฉัน


ห น้ า 31 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 7. ใช้ระบบจัดท าบรรณานุกรม/อ้างอิง ฐำนข้อมูล TDC หรือ Thai Digital Collection เป็นโครงการหนึ่งของ ThaiLIS มีเป้าหมายเพื่อให้บริการสืบค้น ฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเต็มของ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัยของอาจารย์ รวบรวมจาก มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ในการเข้าใช้บริการนั้นจะต้องเข้าใช้งานจาก คอมพิวเตอร์ภายในห้องสมุดสมาชิก ดูรายละเอียดห้องสมุดสมาชิก ได้จากทางเลือกมหาวิทยาลัย/สถาบัน ส านักวิทยบริการและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชียแปซิฟิก ได้เข้าเป็นร่วมโครงการจัดเก็บเอกสารฉบับ เต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Collection) ตามโครงการเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยไทย ( ThaiLIS ) ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน วิธีการสืบค้นจากฐานข้อมูล TDC 1. เข้าสู่เว็บไซด์ http://tdc.thailis.or.th/tdc/ 2. สมัครสมาชิก ซึ่งท่านจะได้รับรหัสผ่านทางอีเมล์ของท่านทันที 3. เมนูช่องทางการสืบค้น ได้แก่ Basic search Advance search, Browse 1. เมนูช่องทางสืบคน้ 2. เครื่องมือแนะน าการใช้ 3.กา หนดขอบเขตคน้หา ช่องทางเลือกสามารถ กา หนดขอบเขตการค้นหา 1.ระบุค า/วลี เป็ นภาษาอังกฤษ 2.ใช้หลักการตรรกบูลีน


ห น้ า 32 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 4. ระบุค า/วลี ให้ชัดเจนตรงกับเนื้อหาที่ต้องการ 5. อ่านเต็มรูปแบบ หรือส่งอีเมล์ หรือเก็บข้อมูล ข้อดีและข้อเสียของกำรสืบค้นฐำนข้อมูลออนไลน์ 1. ความสะดวก รวดเร็ว ในการได้มาซึ่งผลลัพธ์การสืบค้น 2. สามารถเข้าใช้พร้อมๆ กันหลายคน และหลายๆ ครั้ง 3. การเข้าระบบสืบค้นด้วยคอมพิวเตอร์ไม่จ ากัดเวลา และสถานที่ทุกทิศทาง 4. ปัญหาความช้าของการดาวโหลดข้อมูล เมื่อการเข้าใช้พร้อมกัน 5. สัญญาอินเตอร์ไม่สม่ าเสมอ ท าให้การสืบค้นไม่ได้ผล ช่องทางการสืบคน้ ทางเลือกสืบคน้ ไดแ้ก่หวัเรื่องชื่อเรื่อง ผสู้ร้างสรรคผ์ลงาน ผรู้่วมสร้างสรรค์ ผลงาน รายการตามเงื่อนไข


ห น้ า 33 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ บทที่3 กำรสืบค้นสำรนิเทศบนอินเทอร์เน็ต ควำมหมำย สารนิเทศ (Information) หมายถึง ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริง และความคิดต่างๆ ที่ได้มีการสื่อสาร บันทึก จัดพิมพ์ และเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ อินเทอร์เน็ต ( Internet connection network) หมายถึง เครือข่ายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบต่างๆที่ เชื่อมโยงกัน ลักษณะของระบบอินเทอร์เน็ต เป็นเสมือนใยแมงมุม ที่ครอบคลุมทั่วโลก ในแต่ละจุดที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต นั้น สามารถสื่อสารกันได้หลายเส้นทาง โดยก าหนดตายตัว และไม่จ าเป็นต้องไปตามเส้นทางโดยตรง อาจผ่านจุดอื่นๆ หรือ เลือกไปเส้นทางอื่นได้หลายๆเส้นทาง กำรท ำงำนของอินเทอร์เน็ต การสื่อข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์จะมีโปรโตคอล ซึ่งเป็นระเบียบวิธีการสื่อสารที่เป็นมาตรฐานของการเชื่อมต่อ ก าหนดไว้ โปรโตคอลที่เป็นมาตรฐานส าหรับอินเทอร์เน็ต คือ TCP/IP ( Transmission Control Protocol/ Internet Protocol)โดเมนเนม (Domain name system: DNS) การติดต่อสื่อสารกันในระบบอินเตอร์เน็ตใช้โปรโตคอล ใช้โปรโตคอล TCP/IP เพื่อสื่อสารกัน โดยจะต้องมี IP address ในการอ้างอิงเสมอแต่ IP address นี้ถึงแม้จะจัดแบ่งเป็นส่วนๆ แล้วต้องมีอุปสรรคในการต้องจดจ า โดเมนที่ ได้รับความนิยมกันทั่วโลก ที่ถือว่าเป็นโดเมนสากล มีดังนี้คือ .com ย่อมาจาก Commercial ส าหรับธุรกิจ .edu ย่อมาจาก Education ส าหรับการศึกษา .int ย่อมาจาก International Organization ส าหรับองค์การนานาชาติ .net ย่อมาจาก Network ส าหรับหน่วยงานที่มีเครือข่ายของ ตนเองและท าธุรกิจด้านเครือข่าย .org ย่อมาจาก Oraganizatioin ส าหรับหน่วยงานที่ไม่แสวงหาก าไร บริกำรต่ำงๆ บนอินเทอร์เน็ต 1. เวิลด์ไวเว็บ หรือเครือข่ายแมงมุมเป็นการบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในการเรียกดูเว็บไซต์ต้องอาศัย โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ดูข้อมูล เว็บเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมใช้ในปัจจุบัน เช่น โปรแกรม Internet Explorer. Netscape Nevigator 2. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การติดต่อสื่อสารโดยใช้อีเมล์สามารถท าได้สะดวก และประหยัดเวลา หลักการ ท างานของอีเมล์ก็คล้ายกับการส่งจดหมายธรรมดา 3. บริการโอนย้ายไฟล์ เป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับการโอนย้ายไฟล์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต การโอนย้ายไฟล์แบ่ง ได้ดังนี้ 3.1 การดาวน์โหลดไฟล์ คือ การรับข้อมูลเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ปัจจุบันมีหลายเว็บ ไซด์ที่จัดให้มีบริการดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรี เช่น download.com 3.2 การอัพโหลดไฟล์คือ การน าไปข้อมูลจากเครื่องของผู้ใช้ไปเก็บไว้ในเครื่องที่ให้บริการ (Server) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เช่น กรณีที่ท าการสร้างเว็บไซต์ จะมีการอัพโหลดไฟล์ไปเก็บไว้ในเครื่องที่ ให้บริการเว็บไซต์ (Web server) ที่เราขอให้บริการพื้นที่ (Web server) โปรแกรมที่ช่วยในการอัพ โหลดไฟล์ เช่น FTP Commander 4. บริการสนทนาบนอินเทอร์เน็ต คือการส่งข้อความถึงกันโดยทันทีทันใด นอกจากนี้ยังสามารถสัญลักษณ์ ต่างๆ อาทิ รูปภาพ ไฟล์ข้อมูลได้ด้วย การสนทนาบนอินเทอร์เน็ตเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน


ห น้ า 34 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 5. บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต 1. Web directory คือ การค้นหาโดยการเลือก Directory ที่จัดเตรียมและแยกหมวดหมู่ไว้ให้ เรียบร้อยแล้ว Website ที่ให้บริการ Web directory เช่น www. Yahoo.com, www. Sanook.com 2. Search Engine คือ การค้นหาข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Search โดยการเอาค าที่เราต้องการค้นหา ไปเทียบกับเว็บไซต่างๆว่ามีเว็บไซด์ใดบ้างที่มีค าที่เราต้องการค้นหา Website ที่ให้บริการ search engine เช่น www. Yahoo.com, www. Sanook.com, www.google.co.th, www.sansarn.com 3. Metasearch คือ การค้นหาข้อมูลแบบ Search engine แต่จะท าการส่งค าที่ต้องการไปค้นหาใน เว็บไซด์ที่บริการสืบค้นข้อมูลอื่นๆ อีกถ้าข้อมูลที่ได้มีซ้ ากัน ก็จะแสดงเพียงรายการเดียว 6. กระดาษข่าวหรือเว็บบอร์ด เป็นศูนย์กลางในการแสดงความคิดเห็น มีการตั้งกระทู้ ถาม-ตอบ ในหัวข้อทีสนใจ 7. ห้องสนทนา คือการสนทนาออนไลน์อีกประเภทหนึ่ง ที่มีการส่งข้อความสั้นๆ ถึงกัน กำรค้นข้อมูลแบบเวิลด์ไวด์เว็บในอินเทอร์เน็ต เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web = www) เป็นระบบสืบค้นข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากให้ ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ใช้ในลักษณะสื่อผสม (Multimedia) ประกอบด้วยตัวอักษร รูปภาพ เสียง หรือ ภาพเคลื่อนไหว การใช้บริการ WWW นั้นผู้ใช้จะต้องมี 1. โปรแกรมสืบค้นแหล่งข้อมูลที่เรียกว่า Web browser โปรแกรมนี้ได้ออกแบบและพัฒนาเพื่อ อ านวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการสืบค้นข้อมูล เช่น Netscape Navigator, Internet Explorer, Opera, MOSAIC เป็นต้น 2. ที่อยู่ของแหล่งข้อมูลที่เรียกว่า URL (Uniform Resource Locator) เว็บไซต์ที่อยู่บนเครือข่าย อินเตอร์เน็ตมีจ านวนมหาศาล การเข้าถึงและใช้บริการเว็บไซต์นั้น จะต้องทราบแหล่งที่อยู่ เว็บไซต์นั้นๆ เช่น http://www.apiu.edu วิธีกำรค้นหำข้อมูลในเว็บไซต์ๆ นับล้ำนๆ เว็บไซด์มีหลำยวิธีกำรค้นหำ แต่ที่นิยมมี 3 วิธี ดังนี้ 1. การค้นหาจากแหล่งสารสนเทศโดยตรง ในกรณีที่ผู้ใช้ทราบ URLของแหล่งข้อมูลที่ต้องการ โดยอาจดูจาก คู่มือที่รวบรวมไว้ อ่านพบจากบทความ วารสาร หนังสือ ตลอดจนบรรณารักษ์รวบรวมไว้ให้บริการ 2. การสืบค้นจากข้อมูลที่จัดหมวดหมู่ตามสาขาวิชา หรือมีหัวข้อย่อยตามก าหนด คล้ายกับการจัดหมวดหมู่ใน ห้องสมุด เช่น Yahoo, BUBL, Cyber Dewey 3. การสืบค้นโดยใช้โปรแกรมสืบค้น (Search Engine) เป็นการสืบค้นโดยใช้ค าค้น ค าสัญญาลักษณ์เพราะ โปรแกรมสืบค้นนี้จะไปค้นหาจากที่ต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต และเก็บข้อมูลตามค าค้นแต่ละค าค้น เมื่อมีการใช้ค าค้นครั้งใดก็ จะน ามาแสดงผลลัพธ์ แต่ข้อเสียคือบางครั้งผลลัพธ์ที่ได้ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการค้นหา การสืบค้นข้อมูลที่มีจ านวนมากนั้น นักศึกษาจ าเป็นต้องเรียนรู้ทักษะในการใช้โปรแกรมสืบค้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ ตรงตามความต้องการมากที่สุด และใช้เวลาน้อยที่สุด ซึ่งมีวิธีการดังนี้ 1. เลือกใช้โปรแกรมสืบค้นสารนิเทศ ให้เหมาะกับความต้องการ เพราะแต่ละโปรแกรมสืบค้นจะมีลักษณะ เฉพาะตัว เฉพาะสาขา ฉะนั้นควรศึกษาค าแนะน าในการสืบค้นและท าความเข้าใจกับกฎเกณท์ต่างๆ ใน การเข้าใช้งาน 2. ระบุความต้องการให้ชัดเจน เราต้องการเรื่องใดและก าหนดขอบเขตของเรื่อง 3. ก าหนดหัวเรื่องที่ต้องการค้น โดยใช้ค าค้นที่เป็นค าส าคัญที่เฉพาะเจาะจง และเป็นค ามาตรฐาน ตราตาม ความต้องการ ไม่ควรใช้ค าค้นที่กว้างมาก หรือเป็นค าที่ก ากวม เพราะจะท าให้ได้ผลลัพธ์ที่มากเกินไปหรือ อาจจะไม่ตรงตามความต้องการ 4. ใช้โปรแกรมสืบค้นมากกว่า 1 ตัว 5. ตรวจสอบการใช้ค า การสะกดค าค้นให้ถูกต้อง 6. การใช้เครื่องหมายต่างๆ และตรรกบูลีน เพื่อก าหนดขอบเขตค าที่ใช้ค้นให้เฉพาะเจาะจง ดังต่อไปนี้


ห น้ า 35 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ตรรกบูลีนและ เครื่องหมาย การใช้งาน ตัวอย่าง AND ใช้ค า 2 ค าในการสืบค้น เช่น อาหารและเครื่องดื่ม จะ แสดงผลทั้งหมดที่เกี่ยวกับ 2 ค า Food and drink OR ใช้ค า 2 ค าที่มีความหมายเหมือนกัน จะแสดงผลจากค าใดค า หนึ่งหรือทั้งสองค า Female or woman NOT ใช้ค า 2 ค า โดยจะถูกตัดค าที่ไม่เกี่ยวข้องออก และค าหลังจะ ไม่แสดงผลของการสืบค้น Windows not program NEAR ใช้ค า 2 ค าในประโยคเดียวกันหรือใกล้เคียง จะแสดงผลจาก ระยะค าที่ก าหนด “Kevin Bacon” near Game ( ) ใช้รวบรวมตรรกบูลีนที่ท างานแบบเดียวกัน ในกรณีที่มีการ ใช้ตรรกบูลีนหลายประเภทในคราวเดี่ยวกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ เจาะจงยิ่งขึ้น (Female or woman) and cancer (digital or virtual) and library “ ” ใช้คร่อมวลีที่ต้องการเป็นค าเดียว “Great barrier reef” dewey decimal classification” + ใส่หน้าค าที่ต้องการ Pollution + water - ใส่หน้าค าที่ไม่ต้องการ เป็นการตัดเรื่องที่ไม่ต้องการออก Panana- canal * ใช้เติมท้ายค าที่ต้องการค้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมราก ศัพท์เดียวกันทั้งหมด Brid* เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์ในกำรสืบค้นข้อมูลด้ำนต่ำงๆ มีดังนี้ ขณะที่ระบบอินเตอร์เน็ตเริ่มแผ่ขยายกว้างไกลทั่วโลก ข้อมูลมากมายถูกส่งเข้าไปในคลื่นไซเบอร์ มีเว็บไซด์ จ านวนมากมายจากทั่วทุกทิศของโลก ซึ่งการรวมลิ้งค์ (Link) พร้อมโดเมนเนมของแต่ละเว็บไซด์ ได้จัดหมวดหมู่ในรูป ต่างๆ เพื่อช่วยให้นักสืบค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น 1. เว็บไซต์ของโปรแกรมค้นหา ( Search engine sites) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการค้นหาเว็บไซต์ โดยการ ค้นหาจากฐานข้อมูลที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์แล้วจัดหมวดหมู่ และท าดรรชนีเพื่อให้การค้นหาเร็วขึ้น เช่น Alta Vista (www..av.com), Excite(www.excite.com), WebCrawler(www.webcrawler.com), Yahoo(www.yahoo.com) ,Google(www.google.com),Infoseek(www.infoseek.com), Lycos(www.lycos.com) 2. เว็บไซต์อ้างอิง (Reference sites) ใช้ค้นเนื้อหาเฉพาะสาขาวิชาเพื่อการอ้างอิง เช่น Bartlett’s Quotations(www.bartleby.com), Britannica Online(www.britannica.com) Dictionary.com(www.dictionary.com),Infoplease.com(www.infoplease.com), Roget’s Thesaurus(www.thesaurus.com), Who’s Alive and Who’s Dead (http://www.whosaliveanwhosdead.com), หรือ (www.wa-wd.com), The World Bank (www.worldbank.org) 3. เว็บไซต์ซึ่งให้ความรู้เฉพาะด้าน เช่น เทคโนโลยี สุขภาพ เป็นต้น เช่น CNET (www.cnet.com) Food & Wine Online (www.pathfinder.com/FoodWine), Ask Dr. Weil (www.drweil.com) Thai Clinic (www.thaiclinic.com) 4. เว็บไซต์ข่าว (News sites) เช่น CNN Interactive (www.cnn.com),The New York Times (www.nytimes.com), CBS Market Watch (cbs.marketwatch.com) Wall Street Journal Interactive Edition (www.wsj.com) 5. เว็บไซต์ด้านบันเทิง ( Entertainment sites) เช่น ท่องเที่ยว ดนตรี ภาพยนตร์ กีฬา เป็นต้น เช่น Tourism Authority of Thailand (www.tat.or.th), Music (www.music.com)


ห น้ า 36 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ MTV (www.mtv.com), Golf Online (www.golfonline.com) ฐำนข้อมูลต่ำงๆ บนอินเตอร์เน็ต มีควำมส ำคัญอย่ำงไร 1. ช่วยในการสืบค้นหาได้รวดเร็ว ประหยัดเวลา 2. ช่วยในการสืบค้นข้อมูลความรู้ใหม่ๆ ได้รวดเร็ว 3. การสืบค้นและจัดเก็บได้สะดวก รวดเร็ว 4. สามารถเข้าถึงสืบค้นได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เสียง ภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น 5. ทันสมัยและง่ายต่อการปรับปรุงแก้ไข 6. มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลในรูปของเครือข่าย กำรวิเครำะห์และประเมินค่ำสำรนิเทศในอินเตอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลจ านวนมหาศาลในทุกรูปแบบ ทั้งที่เป็นความรู้ที่มีประโยชน์และที่ให้โทษ เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไร้การควบคุม ฉะนั้นการสืบค้นข้อมูลที่มีจ านวนทวีคูณขึ้นทุกวัน จะต้องมี วิจารณญาณพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้จากการสืบค้นว่าเป็นไปตามความต้องการหรือไม่ 1. ผู้ผลิตผู้รับผิดชอบ/ -มีทีอยู่ติดต่อได้ -วัน เวลา ที่ผลิตและมีการปรับปรุง -มีความรู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ -เป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ -หน่วยงานด้านใด เช่น การค้า รัฐบาล การศึกษา เป็นต้น 2. เนื้อหำ -ความถูกต้อง -เนื้อหาทันสมัย -ความชัดเจนและสมบูรณ์ของเนื้อหา -วัตถุประสงค์การจัดท า 3. กำรเข้ำถึงเว็บไซด์สะดวก มีกำรพัฒนำปรับปรุงหรือไม่ 4. ควำมง่ำยในกำรใช้งำน ตลอดจนจัดระเบียบต่ำงๆ ไม่ยุ่งยำก 5. มี Side Map ช่วยในกำรมองเห็นภำพของเว็บไซด์ 6. มีLinks ช่วยในกำรสืบค้นเพิ่มเติมได้ ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต 1. การติดต่อสื่อสาร เช่น การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การพูดคุยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การส่งข่าวสารใน ส านักงาน การแสดงความคิดเห็นระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ การส่งค าอวยพรในเทศกาลต่างๆ เป็นต้น 2. จัดประชุมทางไกล ส าหรับหน่วยงานที่มีสมาชิกในเครือข่ายทั่วโลกที่ต้องการประชุมพร้อมๆ กันโดยไม่ต้อง เสียเวลาในการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าโรงแรง ค่าอาหาร เป็นต้น 3. สามารถติดตามเรื่องที่มีความสนใจพิเศษ เช่น ความรู้เกี่ยวกับงานอาชีพ หรือเรื่องที่ก าลังเป็นที่สนใจ การโต้ตอบ สนทนาต่างๆ การแสดงความคิดเห็นผ่านกระดานสนทนาต่างๆ ข้อแนะน าหรือข้อเท็จจริงที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต บันทึกใว้ เป็นต้น 4. แหล่งความรู้ทุกรูปแบบ สามารถค้นหาข้อมูล ความรู้ต่างๆ จากทั่วโลกได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ข้อมูลที่มี ลักษณะเหมือนหนังสืออ้างอิง พจนานุกรมภาษาต่างๆ สารานุกรม แผนที่ ฯลฯ ข้อมูลที่เป็นบทความจากวารสาร ข้อมูลที่เป็นผลงานวิจัย ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต้นแหล่ง จากการสืบค้นข้อมูลในเวลาอันรวดเร็ว จึงท าให้สะดวก และมีการบันทึกข้อมูลใหม่ตลอดเวลา 5. ซื้อขายสินค้าและบริการ บริษัทห้างร้านต่างๆ ตลอดจนคนทั่วไปสามารถโฆษณาสินค้าของตนทางอินเทอร์เน็ตใน ราคาถูกและให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง การเผยแพร่ข้อมูลถึงผู้บริโภคได้มากกว่าสื่อโฆษณาอื่นๆ และยังสามารถ ติดต่อสั่งชื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตได้


ห น้ า 37 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 6. รับข่าวสารใหม่ๆ ล่าสุดทั้งในและต่างประเทศ เช่น ข่าวการเมือง ข่างเศรษฐกิจ ข่างกีฬา รายงานอากาศ ราคาหุ้น ข่าวสารองค์กรต่างๆ เป็นต้น 7. การศึกษา เช่น ข้อมูลสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ข้อแนะน าและการเลือกสาขาวิชาที่ต้องการ เรียนที่หลากหลาย การเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น บทที่ 4 ทรัพยำกรสำรสนเทศเพื่อกำรอ้ำงอิง หนังสืออ้ำงอิง หนังสืออ้างอิง เป็นหนังสือที่ช่วยการค้นหาค าตอบเฉพาะเรื่องหรือเฉพาะหัวข้อที่ต้องการ จึงไม่นิยมอ่านตลอด ทั้งเล่ม จัดท าขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญในเนื้อหาที่หลากหลายหัวข้อเรื่องจากผู้ทรงคุณวุฒิ ห้องสมุดทุกประเภทจัดแยกไว้ และ สงวนสิทธิการใช้ในห้องสมุดเท่านั้น มีความแตกต่างจากหนังสือทั่วไป ทั้งสีสัน ขนาด ความหนา และหนังสืออ้างอิงจะมี สัญลักษณ์พิเศษ ก ากับอาจเป็นตัวอักษร อ. (ย่อมาจาก อ้างอิง) หรือ R (ย่อมาจาก Reference) ส านักวิทยบริการและ สารสนเทศ จะปรากฏ Ref (ย่อมาจาก Reference) อยู่เหนือเลขหมู่หนังสืออ้างอิงฉบับภาษาต่างประเทศ ประเภทของหนังสืออ้ำงอิง แบ่งตำมลักษณะเนื้อหำได้2 ประเภท 1. หนังสืออ้างอิงที่ให้สารสนเทศ หรือให้ค าตอบทันที เช่นพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรมชีวประวัติ นามานุกรม หรือท าเนียบนาม หนังสือคู่มือ หนังสือรายปีและหนังสืออ้างอิงทางภูมิศาสตร์ 2. หนังสืออ้างอิงที่ชี้แนะแหล่งสารสนเทศ ท าหน้าที่ชี้แนะหรือบอกต าแหน่งเรื่องราวที่ผู้อ่านต้องการว่าอยู่ที่ใด ประกอบด้วย ดรรชนี สาระสังเขป และบรรณานุกรม พจนำนุกรม ( Dictionary ) พจนานุกรม คือ หนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับค า รวมค าในภาษา มีการเรียงล าดับตามอักษร ให้ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับตัวสะกดวิธีการออกเสียง ชนิดของค า ให้ความหมายของค า ประเภทของพจนำนุกรม 1. พจนานุกรมทางภาษาทั่วไป คือ พจนานุกรมภาษาเดียวหรือหลายภาษา มีตัวอย่างประโยคแสดงการใช้ค า เพื่อประกอบ ค าอธิบายด้วย ตัวอย่ำง พจนำนุกรมฉบับรำชบัณฑิตยสถำน พ.ศ. 2525. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2539. New Model English – Thai Dictionary. So Sethaputra, comp. 2 vols. 6th ed. Bangkok:Thai Watana Panich, 1997 2. พจนานุกรมเฉพาะวิชา คือ พจนานุกรมส าหรับค้นความหมาย ของค าที่ใช้ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ตัวอย่ำง ศิริพร สัจจานันท์. รวมศัพท์เศรษฐกิจ กำรค้ำ-กำรเงิน ระหว่ำงประเทศ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2544. สำรำนุกรม (Encyclopedia) สารานุกรม คือ หนังสือที่รวบรวมความรู้ในแขนงวิชาต่างๆ โดยผู้ช านาญในแต่ละสาขาวิชา ใช้ค้นคว้า เรื่องราวที่ต้องการในเรื่องนั้นๆ สารานุกรมอาจมีเล่มเดียวจบ หรือ หลายเล่มจบที่เรียกว่าหนังสือชุด มีดรรชนี ค้นเรื่องซึ่งอยู่ในตอนสุดท้ายของเล่ม


ห น้ า 38 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ประเภทของสำรำนุกรม 1. สารานุกรมทั่วไป คือ สารานุกรมที่ให้ความรู้เบื้องต้นในวิชาต่างๆ ไม่จ ากัดสาขาได้แก่สารานุกรม ส าหรับผู้ใหญ่และเด็ก 2. สารานุกรมเฉพาะวิชา คือ ให้ความรู้ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งอย่างละเอียดลึกซึ้งกว่าสารานุกรม ทั่วไป ตัวอย่ำง สารานุกรมไทยส าหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ:โรง พิมพ์คุรุสภา, 2516- ปัจจุบัน. (http://kanchanapisak.or.th/kp6/GENERAL/encyclopedia/saranugrom.htm) สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2498 - ปัจจุบัน. อักขรำนุกรมชีวประวัติ( Biographical dictionary ) อักขรานุกรมชีวประวัติคือ หนังสือที่รวบรวมประวัติชีวิตของบุคคลส าคัญให้รายละเอียดเกี่ยวกับ เชื้อชาติ สถานที่อยู่ วัน เดือน ปีเกิด หรือ ตาย ระดับการศึกษา ผลงานดีเด่น เป็นต้น ประเภทของอักขรำนุกรมชีวประวัติ 1. อักขรานุกรมชีวประวัติของบุคคลทั่วไป (International biography) รวบรวมเรื่องราวของบุคคลที่มี ชื่อเสียง โดยไม่จ ากัดเชื้อชาติอาชีพหรือศาสนา โดยครอบคลุมเฉพาะประวัติของบุคคลที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น หรือสิ้นชีวิตไป แล้ว เท่านั้น 2. อักขรานุกรมชีวประวัติของบุคคลเฉพาะเชื้อชาติ(National / Regional biography) ให้เรื่องราวของ บุคคล ที่เกิด หรืออยู่ในแต่ละประเทศโดยเฉพาะ 3. อักขรานุกรมชีวประวัติของบุคคลเฉพาะอาชีพ (Professional or subject biography) รวบรวมชีวประวัติ ของบุคคลที่มีชื่อเสียงอาชีพเดียวกันไว้ด้วยกัน ตัวอย่ำง ทักษิณา สวนานนท์. ชีวประวัติบุคคลส ำคัญของโลก. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น, 2545 นำมำนุกรม หรือ ท ำเนียบนำม (Directory) นามานุกรม คือ หนังสือที่รวบรวมรายชื่อบุคคลหรือองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในเมือง ภาค ประเทศ หรือที่ใดที่หนึ่ง จัดเรียงตามล าดับอักษร ถ้าเป็นบุคคลจะให้ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ต าแหน่งหน้าที่การงาน หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น ประเภทของนำมำนุกรม 1. นามานุกรมท้องถิ่น (Local directory) เป็นนามานุกรมที่จัดท าขึ้นในท้องถิ่นต่างๆ 2. นามานุกรมของรัฐ (Goverment directory) เป็นนามานุกรมที่หน่วยงานรัฐ จัดท าขึ้นเพื่อให้ข้อมูล เกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐบาล 3. นามานุกรมสถาบัน (Institutional directory ) เป็นนามานุกรมที่รวบรวมชื่อสถาบันต่างๆ 4. นามานุกรมสาขาอาชีพ (Professional directory) เป็นนามานุกรมที่ให้รายชื่อบุคคล ในสาขาวิชาชีพด้าน ใดด้านหนึ่ง 5. นามานุกรมการค้าและธุรกิจ (Trade and business directory) เป็นนามานุกรมที่ให้รายชื่อของบริษัท จัดท าโดยเอกชน เพื่อประโยชน์ในเชิงการค้า ตัวอย่ำง องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย.สมุดรำยนำมผู้ใช้โทรศัพท์. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท., 2515 - ปัจจุบัน


ห น้ า 39 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโนโลยีสุรนารี.นำมำนุกรมแหล่งทุนและฐำนข้อมูลวิจัย. นครราชสีมา : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, 2549. หนังสือคู่มือ หนังสือคู่มือ คือ หนังสือที่รวบรวมความรู้ ข้อมูลเบ็ดเตล็ด โดยเสนอข้อเท็จอย่างสั้นๆ ประเภทของหนังสือคู่มือ 1. หนังสือคู่มือทั่วไป 2. หนังสือคู่มือเฉพาะวิชา ตัวอย่ำง คู่มือฉุกเฉินประจ ำบ้ำน. กรุงเทพฯ: ใกล้หมอ, 2547. ไมตรี สุทธจิตต์. ต ำรำวิชำกำรอำหำรเพื่อสุขภำพ. กรงเทพฯ : กรมพัฒนาการแพทย์ไทยและการแพทย์ ทางเลือก, 2551. หนังสือรำยปี หนังสือรายปี คือ หนังสือที่พิมพ์ออกเป็นรายปี ให้ข่าวสาร ข้อมูล ภายในรอบปีที่ผ่านมา เสนอในรูปของการ พรรณนา อย่างสั้นๆ โดยมีตัวเลขสถิติประกอบ ประเภทของหนังสือรำยปี 1. หนังสือรายปีของสารานุกรม 2. หนังสือสรุปผลงานประจ าปี 3. หนังสือรายปีเฉพาะด้าน 4. สมุดสถิติรายปี ปฏิทินเหตุกำรณ์รำยปี หรือ สมพัตสร (Almanac) ปฏิทินเหตุการณ์รายปี คือ หนังสือที่รวบรวมความรู้เบ็ดเตล็ดหลายด้านและสถิติทั่วไปในรอบหลายๆ ปี ที่ผ่าน มา จนถึงปัจจุบันของทุกประเทศในโลก ประเภทของปฏิทินเหตุกำรณ์รำยปี 1. ปฏิทินเหตุการณ์รายปีที่ให้เรื่องราวทั่วๆ ไปทุกด้าน 2. ปฏิทินเหตุการณ์รายปีที่ให้เรื่องราวเฉพาะสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือเฉพาะด้าน ตัวอย่ำง ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. รำยงำนประจ ำปี 2551. กรุงเทพฯ : ส านักงาน, 2552. หนังสืออ้ำงอิงทำงภูมิศำสตร์ ์(Geographical sources) หนังสืออ้างอิงทางภูมิศาสตร์คือ หนังสือที่ให้ความรู้อย่างสั้นๆ เกี่ยวกับชื่อและสถานที่ทางภูมิศาสตร์ ประเภทของหนังสืออ้ำงอิงทำงภูมิศำสตร์ 1. อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ 2. หนังสือน าเที่ยว 3. หนังสือแผนที่ ดรรชนี และสำระสังเขป ดรรชนี และสาระสังเขป คือ หนังสืออ้างอิงที่ให้รายชื่อทรัพยากรสารสนเทศ พร้อมต าแหน่งที่อยู่ของเรื่องราว ที่ต้องการ


ห น้ า 40 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ประเภทของดรรชนี และสำระสังเขป 1. ดรรชนีท้ายเล่ม 2. ดรรชนีวารสาร 3. ดรรชนีหนังสือพิมพ์ 4. ดรรชนีหนังสือรวมเรื่อง 5. ดรรชนีที่ห้องสมุดจัดท าขึ้นเอง 6. สาระสังเขป หนังสือบรรณำนุกรม (Bibliography ) หนังสือบรรณานุกรม คือ หนังสือที่ให้รายชื่อทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ ว่ามีการผลิตออกมาในแต่ละ สาขา ที่ต้องการบ้าง จะค้นหาได้จากที่ใด ประเภทของหนังสือบรรณำนุกรม 1.บรรณานุกรมสากล 2.บรรณานุกรมแห่งชาติ 3.บรรณานุกรมร้านค้า 4. บรรณานุกรมเฉพาะวิชา 5. บรรณานุกรมเลือกสรร สิ่งพิมพ์รัฐบำล สิ่งพิมพ์รัฐบาลมีประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้ามาก เนื่องจากเป็นแหล่งความรู้ดั้งเดิม (Primary source) ที่ให้ หลักฐาน ข้อมูลสถิติ และเรื่องราวของทางราชการที่เชื่อถือได้ และข้อเท็จจริงที่ทันสมัย เพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่ ผลงาน ของทางราชการ ประเภทของสิ่งพิมพ์รัฐบำล 1. รายงานการบริหาร 2. รายงานสถิติ 3. รายงานของคณะกรรมการต่างๆ 4. รายงานการค้นคว้าและวิจัย 5. ร่างกฎหมายและมติต่างๆ 6. ผลการพิจารณา 7. วารสารและรายงานการประชุม 8. กฎหมาย รวมบทกฎหมาย และประมวลกฎหมายต่างๆ 9.ค าพิพากษาและความเห็นศาล 10.ระเบียบกฎข้อบังคับและคู่มือต่างๆ 11.ท าเนียบและทะเบียน 12.บรรณานุกรมและรายชื่อต่างๆ 13.เรื่องราวและรายละเอียดต่างๆของราชการ 14.วารสาร 15. ข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริง นโยบาย ความคิดเห็น และการด าเนินงานตามแผนพัฒนา 16. แผนที่ และแผนภูมิ 17. ภาพยนตร์ อุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุ และแบบจ าลองต่างๆ ฐำนข้อมูลคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Computerized database) เป็นระเบียบข้อมูลทางบรรณานุกรม ข้อมูลเนื้อหา หรือ ข้อมูลตัวเลข ที่มีการจัดเก็บอย่างมีระบบ ลงในสื่อที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ เช่น แผ่นจานแม่เหล็ก เทปแม่เหล็กและซีดีรอม เป็นต้น


ห น้ า 41 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ประเภทของฐำนข้อมูลคอมพิวเตอร์ 1.ฐานข้อมูลอ้างอิง (Reference database) 2.ฐานข้อมูลบรรณานุกรม (Bibliographic database) 3.ฐานข้อมูลชี้แนะแหล่ง (Referral or directory database) 4.ฐานข้อมูลที่ให้สารสนเทศฉบับเต็ม (Source database) 5. ฐานข้อมูลตัวเลข 6. ฐานข้อมูลเนื้อหาฉบับเต็ม (Full text database) 7. ฐานข้อมูลพจนานุกรม (Dictionary database) บทที่ 5 กำรเขียนบรรณำนุกรมและเชิงอรรถ กำรเขียนบรรณำนุกรม การเขียนบรรณานุกรมมีรูปแบบต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการเลือกรูปแบบ การเขียน บรรณานุกรม เนื่องจาก บทความหลากหลายรูปแบบของทรัพยากรสารสนเทศในปัจจุบัน การเขียนบรรณานุกรมแต่ละประเภทก็มีกฎเกณฑ์ที่ ต่างกันด้วย บางสถาบันการศึกษาได้ก าหนดรูปแบบขึ้นเอง นักศึกษาควรมีความเข้าใจในการเขียนบรรณานุกรม และ เลือกใช้ที่ตนเองมีความถนัดและสนใจ แต่เมื่อใช้แบบใดแล้วให้ใช้แบบนั้นตลอดการเขียนนั้นๆ จนจบ ควำมหมำยกำรรวบรวมบรรณำนุกรม การรวบรวมบรรณานุกรม หมายถึง การรวบรวมรายชื่อทรัพยากรสารสนเทศ เช่น หนังสือ บทความ เอกสาร เป็นต้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ค้นคว้าวิจัย ผู้ค้นคว้าวิจัยจะสามารถใช้ในการพิจารณา ตรวจสอบ และอ่านเพิ่มเติมในสิ่ง ที่สนใจ จะอยู่ส่วนท้ายของรายงาน บรรณำนุกรม คือ การท ารายการสื่อสารนิเทศที่ใช้ค้นคว้าข้อมูลที่ตนต้องการ เพื่อรวบรวมและเรียบเรียงเป็น รายงาน บทความ การเขียนวิจัย เป็นต้น ซึ่งจ าเป็นต้องให้ความเคารพเจ้าขององค์ความรู้ตามลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา และการอ้างอิงถึงความรู้ปฐมภูมิของท่านผู้รู้อื่นๆ ประโยชน์ที่ได้รับจำกบรรณำนุกรมคือ 1. เพื่อการตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด ตามที่ผู้เขียนได้อ้างอิงว่าถูกต้องหรือไม่ 2. เพื่อให้ผู้สนในที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามอ่านได้จากบรรณานุกรม 3. เพื่อให้รายงาน บทความ งานวิจัยนั้นๆ มีคุณค่าเชื่อถือได้ แนวทำงในกำรเตรียมกำรรวบรวมบรรณำนุกรม 1. ใช้บัตรขนาด 3x 5นิ้ว ส าหรับการบันทึกรายละเอียดทางบรรณานุกรมของงานลงในบัตร 1 แผ่น ต่อ 1 รายการ 2. ตรวจสอบเครื่องมือช่วยค้นต่างๆ เช่น บัตรรายการ ดรรชนี หนังสืออ้างอิง และเครื่องมือช่วยการค้นคว้า อื่นๆ ที่คาดว่าจะมีข้อมูลที่ต้องการ 3. บันทึกข้อมูลทางบรรณานุกรมที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อซึ่งค้นได้จากเครื่องมือช่วยค้นต่างๆ เหล่านั้นอย่างถูกต้อง สมบูรณ์ลงในบัตร เพื่อกลับไปค้นหาเอาสารที่ต้องการได้


ห น้ า 42 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 4. เขียนรายละเอียด หรือรายการทางบรรณานุกรมลงในบัตรในรูปแบบที่ต้องตามประเภทของทรัพยากร สารสนเทศ กำรจัดเรียงรำยกำรบรรณำนุกรม หรือรำยกำรอ้ำงอิง 1. แยกรายการบรรณานุกรม เป็น 2 ส่วน คือ ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ โดยจัดเรียงภาษาไทยขึ้น ก่อน 2. เรียงรายการบรรณานุกรมตามล าดับชื่อผู้แต่ง หากไม่มีชื่อผู้แต่งให้เรียงตามชื่อเรื่อง ส าหรับผู้แต่งคนไทย ให้เรียงชื่อตามล าดับอักษร ก-ฮ ผู้แต่งต่างประเทศให้เรียงชื่อสกุล ตามล าดับอักษร A-Z กำรเขียนรำยกำรบรรณำนุกรม การเขียนรายการบรรณานุกรม มีแบบแผน และหลักการในการบันทึกรายการแบ่งได้ตามทรัพยากรสารสนเทศ ดังนี้ คือ หนังสือ บทความในวารสาร หนังสือพิมพ์ และสารานุกรม วิทยานิพนธ์ จุลสาร การสัมภาษณ์ และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ การเขียนรายการบรรณานุกรม อาจท าได้ รูปแบบ คือ 2 รูปแบบที่ 1 คือ การท ารายการบรรณานุกรมตามกฎเกณฑ์ของ M.L.A. (Modern Language Association) รูปแบบที่ 2 คือ การท ารายการบรรณานุกรมตามกฎเกณฑ์ของ A.P.A. (American Psychiatric Association) 1. หนังสือ รูปแบบที่ 1 ผู้แต่ง .ชื่อเรื่อง . จ านวนเล่มที่. ครั้งที่พิมพ์.สถานที่พิมพ์ : ส านักพิมพ์, ปีที่พิมพ์. รูปแบบที่ 2 ผู้แต่ง .ปีพิมพ์. ชื่อเรื่อง . จ านวนเล่มที่. ครั้งที่พิมพ์ . สถานที่พิมพ์ : ส านักพิมพ์. รายละเอียดการบันทึกรายการแต่ละรายการ มีดังนี้ 1.1 ผู้แต่ง แบ่งได้เป็น ลักษณะ คือ ผู้แต่งที่เป็นบุคคลและผู้แต่งที่เป็นสถาบัน 2 1.1.1 ผู้แต่งที่เป็นบุคคล ชื่อผู้แต่งให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกในของหนังสือ ส าหรับผู้แต่งที่เป็น คนไทย ให้ใช้ชื่อและชื่อสกุล ส าหรับผู้แต่งชาวต่างประเทศ ให้ใช้ชื่อสกุลขึ้นต้น แล้วตาม ด้วยชื่อตัว ทั้ง 2 กรณี ไม่ต้องใส่ค าน าหน้านามหรือวุฒิการศึกษา ยกเว้นผู้แต่งที่มีราชทิน นาม ฐานันดรศักดิ์ ให้คงไว้ และใส่ไว้ท้ายชื่อ ผู้แต่งที่มีสมณะศักดิ์ ให้คงไว้ และใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกในของหนังสือ ผู้แต่งที่มีฐานะเป็นผู้รวบรวม หรือบรรณาธิการ ให้ก ากับว่า ผู้รวบรวม หรือบรรณาธิการไว้ ท้ายชื่อ โดยใส่เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างชื่อผู้แต่ง และค ากล่าว ส าหรับหนังสือ ภาษาอังกฤษ ให้ใช้ค าว่า comp. (หรือ comps.) หรือ ed. (หรือ eds.) 1.1.2 ผู้แต่งที่มี 2 คน ให้ใส่ชื่อคนแรกก่อน เชื่อมค าว่า และ หรือหนังสือภาษาอังกฤษ and ตาม ด้วยชื่อผู้แต่งคนที่สอง ผู้แต่งที่มี 3 คน ให้ใส่ชื่อคนแรก คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ใส่ชื่อผู้แต่งคนที่สอง เชื่อม ด้วยค าว่า และ หรือหนังสือภาษาอังกฤษ and ตามด้วยชื่อคนที่สาม ผู้แต่งมากกว่า 3 คน ให้ใส่เฉพาะชื่อผู้แต่งคนแรกแล้วตามด้วย และคนอื่นๆ ส าหรับ ภาษาอังกฤษ ให้ใส่เครื่องหมายจุลภาคหลังผู้แต่งคนแรก แล้วตามด้วย et al. หรือ and others หนังสือที่ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง ให้ใช้ชื่อเรื่องขึ้นต้นในรายการผู้แต่ง 1.1.3 ผู้แต่งที่เป็นสถาบัน ได้แก่ หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา รัฐวิสาหกิจ สมาคม ธนาคาร องค์การระหว่างประเทศ เป็นต้น ให้สถาบันนั้นๆ ในรายการผู้แต่ง เช่น จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยคณะอักษรศาสตร์ .


ห น้ า 43 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 1.2 ชื่อเรื่อง ให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกใน ชื่อเรื่องภาษาต่างประเทศจะใช้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นทุกค า หรือ จะให้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นเฉพาะค าแรกก็ได้ แต่เมื่อใช้แบบใดแบบหนึ่งแล้วจะต้องเป็นแบบเดียวกันตลอด และท าตัวหนา ตัวเอน ขีดเส้นใต้ชื่อเรื่อง ตามด้วยเครื่องหมายมหัพภาค ชื่อเรื่องที่มีชื่อรอง (Sub-title) ซึ่งเป็นค าอธิบายชื่อเรื่อง ให้ใส่ชื่อรองไว้ด้วย โดยใช้เครื่องหมายวรรคตอน ระหว่างชื่อเรื่องและชื่อรองตามที่ปรากฏในหน้าปกใน ถ้าไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนก ากับไว้ ให้ใช้การเว้น วรรคส าหรับหนังสือภาษาไทย และเครื่องหมายมหัพภาคคู่ส าหรับหนังสือภาษาต่างประเทศ ทั้งชื่อเรื่องและชื่อรอง ให้ขีดเส้นใต้ (หรือใช้อักษรตัวหนา หรือตัวเอน) และใส่เครื่องหมายมหัพภาค 1.3 จ ำนวนเล่มที่ หนังสือเล่มเดียวจบไม่ต้องระบุจ านวนเล่มที่ หรือจ านวนหน้าแต่ถ้าหนังสือนั้นมีหลายเล่ม จบ และใช้ประกอบการเขียนทุกเล่ม ให้ระบุจ านวนเล่มทั้งหมดด้วย แต่ถ้าใช้เฉพาะเล่ม ให้ระบุเล่มที่ใช้ หลังจากเล่มใส่เครื่องหมายมหัพภาค 1.4 ครั้งที่พิมพ์หนังสือที่พิมพ์มากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ระบุที่พิมพ์ด้วย หลังครั้งที่พิมพ์ ใส่เครื่องหมายมหัพภาค และใส่เครื่องหมายมหัพภาค 1.5 สถำนที่พิมพ์ ให้ระบุชื่อเมืองที่ส านักพิมพ์หรือโรงพิมพ์นั้นตั้งอยู่ โดยใช้ชื่อเมืองตามที่ปรากฏในหนังสือ เล่มนั้นๆ ในกรณีที่ไม่ปรากฏชื่อเมืองในเล่มหนังสือนั้น ให้ใช้ค าว่า (ม.ป.ท.)หรือ (n.p.) ในต าแหน่งของ สถานที่พิมพ์ หลังสถานที่พิมพ์ ใส่เครื่องหมายมหัพภาคคู่ 1.6 ส ำนักพิมพ์ให้ใช้ตามที่ปรากฏในปกใน ในกรณีที่มีทั้งส านักพิมพ์และโรงพิมพ์ ให้ใช้ชื่อส านักพิมพ์ ถ้าไม่มี ส านักพิมพ์จึงระบุชื่อโรงพิมพ์ ค าที่เป็นส่วนหนึ่งของส านักพิมพ์ เช่น ห้างหุ้นส่วนจ ากัด Incorporation, Inc., Limited, Ltd. ให้ตัดออก หลังชื่อส านักพิมพ์ใส่เครื่องหมาย จุลภาค กรณีรูปแบบที่ 1 ใส่ เครื่องหมายมหัพภาค กรณีรูปแบบที่ 2 1.7 ปีพิมพ์ ใส่เฉพาะตัวเลข ไม่ต้องระบุค าว่า พ.ศ. หรือ ค.ศ. ถ้าหนังสือนั้นไม่ปรากฏปีพิมพ์ ให้ใช่ค าว่า (ม.ป.ป.)หรือ (n.d.) และใส่เครื่องหมายมหัพภาค ตัวอย่ำงผู้แต่งคนเดียว รูปแบบที่ 1 วรรณารัตน์ จงเจริญยานนท์. กำรพยำบำลสูตศำสตร์ เล่ม1. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : ยุทธรินทร์, 2548. รูปแบบที่ 2 วรรณารัตน์ จงเจริญยานนท์. 2548. กำรพยำบำลสูตศำสตร์ เล่ม1. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : ยุทธริ นทร์,. ตัวอย่ำงผู้แต่งที่มีรำชอิสริยยศ รูปแบบที่ 1 เทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ. เมื่อข้ำพเจ้ำเป็นนักเรียนนอก. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้น ติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2544. รูปแบบที่ 2 เทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ. 2544 .เมื่อข้ำพเจ้ำเป็นนักเรียนนอก. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. ตัวอย่ำงผู้แต่งที่เป็นบรรณำธิกำร รูปแบบที่ 1 อรนุช ทาบทอง, บรรณาธิการ. 84 พรรณไม้ถวำยในหลวง. กรุงเทพฯ : เปรี้ยว (พริ้นติ้ง), 2550. รูปแบบที่ 2 อรนุช ทาบทอง, บรรณาธิการ. 2550. 84 พรรณไม้ถวำยในหลวง. กรุงเทพฯ : เปรี้ยว (พริ้นติ้ง). ตัวอย่ำงผู้แต่ง 2 คน รูปแบบที่ 1 กรรณิการ์ สุขเกษม และสุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. นำนำนวตกรรมวิธีวิทยำกำรวิจัย. [ม.ป.ท.] : เฟื่องฟ้าพริ้น - ติ้ง, 2542. รูปแบบที่ 2 กรรณิการ์ สุขเกษม และสุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. 2542. นำนำนวตกรรมวิธีวิทยำกำรวิจัย. [ม.ป.ท.] : เฟื่องฟ้าพริ้นติ้ง. ตัวอย่ำงผู้แต่ง 3 คน


ห น้ า 44 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ รูปแบบที่ 1 สุทธิพงศ์ ธนสารสาคร, วีรชัย เวษฐสุมน, และทวีศักดิ์ ทิมครับ. ระบบเครื่องท ำควำมเย็นส ำหรับเรื่อ ประมง ขนำดเล็ก : เอกสำรเผยแพร่. สมุทรปราการ : แผนกวิศวกรรมเครื่องกลเรือ ศูนย์ พัฒนาการประมง แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, 2545. รูปแบบที่ 2 สุทธิพงศ์ ธนสารสาคร, วีรชัย เวษฐสุมน, และทวีศักดิ์ ทิมครับ. 2545. ระบบเครื่องท ำควำมเย็น ส ำหรับเรื่อ ประมงขนำดเล็ก : เอกสำรเผยแพร่. สมุทรปราการ : แผนกวิศวกรรมเครื่องกล เรือ ศูนย์พัฒนาการ ประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. ตัวอย่ำงผู้แต่งมำกกว่ำ 3 คน รูปแบบที่ 1 ดุษฎี สงวนชาติ และคนอื่นๆ. กำรบัญชีชั้นกลำง. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, 2550. รูปแบบที่ 2 ดุษฎี สงวนชาติ และคนอื่นๆ. 2550. กำรบัญชีชั้นกลำง. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. ตัวอย่ำงผู้แต่งใช้นำมแฝง รูปแบบที่ 1 สิเหร่. บทเพลงของดอกไม้. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ, 2544. รูปแบบที่ 2 สิเหร่. 2544. บทเพลงของดอกไม้. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ. ตัวอย่ำงผู้แต่งที่เป็นสถำบัน รูปแบบที่ 1 สถาบันพัฒนาการบริหารธรรมนิติ. ประมวลรัษฎำกร ฉบับสมบรูณ์ปี 2542. กรุงเทพฯ : ธรรมนิติ, 2542. รูปแบบที่ 2 สถาบันพัฒนาการบริหารธรรมนิติ. 2542. ประมวลรัษฎำกร ฉบับสมบรูณ์ปี 2542. กรุงเทพฯ : ธรรมนิติ. 2.หนังสือแปล รูปแบบที่ 1 ผู้แต่ง. ชื่อเรื่อง. แปลโดย ผู้แปล. สถานที่พิมพ์: ส านักพิมพ์, ปีพิมพ์. รูปแบบที่ 2 ผู้แต่ง. ปีพิมพ์. ชื่อเรื่อง. แปลโดย ผู้แปล. สถานที่พิมพ์: ส านักพิมพ์. 2.1 ผู้แต่ง ใช้ชื่อผู้แต่งในภาษาเดิมเขียนเป็นภาษาไทย ในกรณีหนังสือภาษาต่างประเทศที่แปลเป็นภาษาไทย หนังสือ ที่ไม่ได้ระบุชื่อผู้แต่งเดิม ให้ใช้ชื่อผู้แปลในรายการผู้แต่ง และก ากับด้วยค าว่า ผู้แปล หรือ tr. ส าหรับหลักเกณฑ์ การบันทึกชื่อผู้แต่งให้ใช้เช่นเดียวกับผู้แต่งหนังสือโดยทั่วไป 2.2 ชื่อเรื่อง ให้ใช้ชื่อเรื่องในภาษาที่แปลแล้ว ขีดเส้นใต้ชื่อเรื่อง และใส่เครื่องหมายมหัพภาค 2.3 ผู้แปล ให้ใช้ชื่อผู้แปลตามล าดับชื่อ ชื่อสกุล ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตามหลังค าว่า แปลโดย หรือ Translated by ในกรณีที่ใช้ชื่อผู้แปลในรายการผู้แต่งไม่ต้องมีข้อความส่วนนี้ หลังชื่อ ผู้แปลใส่เครื่องหมาย มหัพภาค 2.4 สถำนที่พิมพ์ส านักพิมพ์ ปีพิมพ์ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสถานที่พิมพ์ ส านักพิมพ์ ปีพิมพ์ของหนังสือ ตัวอย่ำงหนังสือแปลที่ปรำกฏชื่อผู้แต่งในภำษำเดิม รูปแบบที่ 1 ไว้ท์, เอเลนจี. บ้ำนในอุดมคติ เล่ม1. แปลโดย อุไร สนิทวงศ์. กรุงเทพฯ : ข่าวประเสริฐ, ม.ป.ป. รูปแบบที่ 2 ไว้ท์, เอเลนจี. ม.ป.ป. บ้ำนในอุดมคติ เล่ม1. แปลโดย อุไร สนิทวงศ์. กรุงเทพฯ : ข่าวประเสริฐ. ตัวอย่ำงหนังสือแปลที่ไม่ปรำกฏชื่อผู้แต่งในภำษำเดิม รูปแบบที่ 1 อัจฉรี, ผู้แปล. 300 วิธีเพื่องำนใหม่ที่ดีกว่ำ. พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพฯ : พี เอส พี, 2535. รูปแบบที่ 2 อัจฉรี, ผู้แปล. 2535. 300 วิธีเพื่องำนใหม่ที่ดีกว่ำ. พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพฯ : พี เอส พี.


ห น้ า 45 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 3. บทควำม หรือบทในหนังสือ รูปแบบที่ 1 ผู้เขียนบทความ. “ชื่อบทความ”. ใน ชื่อบรรณาธิการ หรือผู้รวบรวม. ชื่อเรื่อง, เลขหน้า. สถานที่พิมพ์ : ส านักพิมพ์, ปีพิมพ์. รูปแบบที่ 2 ผู้เขียนบทความ. ปีพิมพ์. “ชื่อบทความ”. ใน ชื่อบรรณาธิการ หรือผู้รวบรวม. ชื่อเรื่อง, เลขหน้า. สถานที่พิมพ์ : ส านักพิมพ์. 3.1 ผู้เขียนบทควำม ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับผู้แต่งหนังสือโดยทั่วไป 3.2 ชื่อบทควำม ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อเรื่องของหนังสือ หลังชื่อบทความ ใส่เครื่องหมายมหัพภาค ชื่อ บทความใส่ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ 3.3 ชื่อบรรณำธิกำร หรือผู้รวบรวม ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับผู้แต่งหนังสือโดยทั่วไป (ยกเว้น ชื่อผู้แต่งชาว ให้ขึ้นต้นด้วยชื่อตัว ตามด้วยชื่อสกุล) และใส่หลังค าว่า ใน หรือ In 3.4 ชื่อเรื่อง ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อเรื่องหนังสือ ขีดเส้นใต้ชื่อเรื่อง หรือ พิมพ์ตัวหนา/ตัวเอน และ ใส่เครื่องหมายจุลภาค 3.5 เลขหน้ำ ใส่เลขหน้าที่เริ่มต้นถึงเลขหน้าที่สิ้นสุดของบทความนั้น หลังเลขหน้าใส่เครื่องหมายมหัพภาค 3.6 สถำนที่พิมพ์ ส านักพิมพ์ ปีพิมพ์ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสถานที่พิมพ์ ส านักพิมพ์ ปีพิมพ์ของหนังสือ ตัวอย่ำงบทควำมในหนังสือของผู้แต่งคนเดียว รูปแบบที่ 1 จุลลดา ภักดีภูมินทร์. “เทคนิคการเขียนร้อยแก้ว”. ใน เขียนอย่ำงไรสไตล์อังกฤษ, 14: 163-193. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : นีโออิงลิช, ม.ป.ป. รูปแบบที่ 2 จุลลดา ภักดีภูมินทร์. ม.ป.ป. “เทคนิคการเขียนร้อยแก้ว”. ใน เขียนอย่ำงไรสไตล์อังกฤษ, 14: 163- 193. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : นีโออิงลิช. ตัวอย่ำงบทควำมในหนังสือที่มีบรรณำธิกำร รูปแบบที่ 1 พัชรี สายสิทธิ์. “ภูมิปัญญาชาวบ้านจากวรรณคดีไทย”.ใน เพ็ญศรี จันทร์ดวง, บรรณาธิการ. พินิจวรรณกรรม : งำนวิจัยทำงภำษำไทย, 207-222. กรุงเทพฯ : สถาบันภาษาไทย กอง วิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2542. รูปแบบที่ 2 พัชรี สายสิทธิ์. 2542. “ภูมิปัญญาชาวบ้านจากวรรณคดีไทย”.ใน เพ็ญศรี จันทร์ดวง, บรรณาธิการ. พินิจวรรณกรรม : งำนวิจัยทำงภำษำไทย, 207-222. กรุงเทพฯ : สถาบันภาษาไทย กอง วิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. 4. บทควำมในหนังสือรำยงำนกำรประชุมทำงวิชำ / กำรสัมมนำทำงวิชำกำร รูปแบบที่ 1 ผู้เขียนบทความ. “ชื่อบทความ”. ใน ชื่อบรรณาธิกา .ชื่อเรื่อง รำยงำนกำรประชุม, เลขหน้า. สถานที่พิมพ ์ : ส านักพิมพ์, ปีที่พิมพ์. รูปแบบที่ 2 ผู้เขียนบทความ . ปีพิมพ์ .“ชื่อบทความ”. ใน ชื่อบรรณาธิการ. ชื่อเรื่องรำยงำนกำรประชุม, เลขหน้า . สถานที่พิมพ์: ส านักพิมพ์. การบันทึกรายการ ส าหรับบทความในหนังสือรายงานการประชุม/สัมมนาทางวิชาการ ใช้แบบแผนเดียวกับ บทความ หรือ บทหนึ่งในหนังสือ ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 รัตนา สนั่นเมือง และวิภารัตน์ เชื้อชวด. “ชุดส าเร็จรูปส าหรับลดปริมาณแคลเชียม เหล็ก คลอไรด์ และไนเตรตไอออนในน้ าบริโภค”.ใน กำรประชุมทำงวิชำกำรนเรศวรวิจัยครั้งที่ 5, 7. พิษณุโลก : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2552.


ห น้ า 46 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ รูปแบบที่ 2 รัตนา สนั่นเมือง และวิภารัตน์ เชื้อชวด. 2552. “ชุดส าเร็จรูปส าหรับลดปริมาณแคลเชียม เหล็ก คลอไรด์ และไนเตรตไอออนในน้ าบริโภค”.ใน กำรประชุมทำงวิชำกำรนเรศวรวิจัยครั้งที่ 5, 7. พิษณุโลก : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 5. บทควำมในวำรสำร รูปแบบที่ 1 ผู้เขียนบทความ. “ชื่อบทความ”. ชื่อวำรสำร ปีที่, ฉบับที่ (ปีพิมพ์) : เลขหน้า. รูปแบบที่ 2 ผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์) .“ชื่อบทความ”. ชื่อวำรสำร ปีที่, ฉบับที่ : เลขหน้า . 5.1 ชื่อผู้เขียนบทควำม ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อผู้แต่งหนังสือ 5.2 ชื่อบทควำม ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อเรื่องของหนังสือ หลังชื่อบทความให้ใส่เครื่องหมายมหัพภาค และข้อความทั้งหมดอยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ ไม่ต้องขีดเส้นใต้ชื่อความ 5.3 ชื่อวำรสำร ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกในของวารสาร ให้ขีดเส้นใต้ชื่อวารสาร หรืออักษรด้านหน้า หรือ ) (ตัวเอน 5.4 ปีที่ หรือเล่มที่ (Volume) ให้ใส่เฉพาะตัวเลข โดยไม่ต้องมีต าว่าปีที่หรือในเล่ม หลังปีที่ให้ใส่เครื่องหมาย จุลภาค 5.5.ฉบับที่ (Number) ให้ใส่เฉพาะตัวเลข หลังฉบับที่ใส่เครื่องหมายมหัพภาคคู่ ในกรณีของ รูปแบบที่ 2 ถ้า วารสารชื่อใดไม่มีฉบับที่ ให้ใส่เดือน หรือฤดู ( Fall, summer) แล้วแต่กรณี 5.6 ปีพิมพ์ ให้ใส่เฉพาะตัวเลขไว้ในวงเล็บ แล้วตามด้วยเครื่องหมายมหัพภาคคู่ ในกรณีของ รูปแบบที่ 1 ส าหรับรูปแบบที่ 2 ให้ใส่ปีพิมพ์ต่อจากผู้แต่ง แล้วใส่เครื่องหมายมหัพภาคหลังปีพิมพ์ 5.7 เลขหน้ำ ให้ใส่เลขหน้าซึ่งบทความนั้นตีพิมพ์อยู่ว่าเริ่มจากหน้าใดถึงหน้าใด ในกรณีที่บทความนั้นไม่ได้ พิมพ์ต่อกันจนจบ มีต่อในหน้าอื่นของวารสารฉบับเดียวกันนั้นอีก ให้ใส่เลขหน้าเท่าที่ปรากฏทั้งหมด โดยใช้เครื่องหมาย จุลภาคคั่น หลังเลขหน้าใส่เครื่องหมายมหัพภาค กรณีที่บทความไม่จบในฉบับ ยังมีต่อในฉบับต่อๆ ไป ให้ใส่เครื่องหมายอัฒภาคคั่น แล้วใส่ปี ฉบับที่แล้วแต่กรณี ของวารสารฉบับต่อไป พร้อมกับก ากับเลขหน้าคั้นด้วยเครื่องหมายอัฒภาค ท าเช่นนี้จนกว่าบทความนั้นจะจบสมบรูณ์ จึง ใส่เครื่องหมายมหัพภาค ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 คม คัมภิรานนท์. “ปัจจัยที่ส่งผลต่อความอ่อนไหวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”. สุทธิปริทัศน์22, 66 (2551):83-93. รูปแบบที่ 2 คม คัมภิรานนท์. 2551. “ปัจจัยที่ส่งผลต่อความอ่อนไหวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”. สุทธิ ปริทัศน์22, 66 : 83-93. 6. บทควำมวิจำรณ์หนังสือในวำรสำร รูปแบบที่ 1 ผู้เขียนบทวิจารณ์. วิจารณ์เรื่อง ชื่อหนังสือที่วิจำรณ์, โดย ผู้แต่งหนังสือ .ชื่อวำรสำร ปีที่, ฉบับที่ ( ปีพิมพ์) : เลขหน้า. รูปแบบที่ 2 ผู้เขียนบทวิจารณ์. (ปีพิมพ์). วิจารณ์เรื่อง ชื่อหนังสือที่วิจำรณ์, โดย ผู้แต่งหนังสือ . ชื่อวำรสำร ปีที่, ฉบับที่ : เลขหน้า. 6.1 ผู้เขียนบทวิจำรณ์ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับผู้แต่งหนังสือ 6.2 ชื่อหนังสือที่วิจำรณ์ใส่ตามหลักค าว่า วิจารณ์เรื่อง ( หรือ Review of ) ชื่อหนังสือที่ขีดเส้นใต้หรือใช้ ตัวหนา หรือตัวเอน และ ใส่เครื่องหมายจุลภาค 6.3 ผู้แต่งหนังสือ ใส่ตามหลังค าว่า โดย ( หรือ By ) ตามล าดับชื่อ ชื่อสกุล ทั้งผู้แต่งชาวไทย และชาว ต่างประเทศ


ห น้ า 47 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ 6.4 ชื่อวำรสำร ปีที่ฉบับที่ ปีพิมพ์เลขหน้า บันทึกรายการเช่นเดียวกับบทความในวารสาร ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 นารายณ์ สังหาร. วิจารณ์เรื่อง ร้อยรสบทจร. โดย ส. ศิวรักษ์. ปำจำรสำร 32, 6 (2551): 93. รูปแบบที่ 2 นารายณ์ สังหาร. 2551. วิจารณ์เรื่อง ร้อยรสบทจร. โดย ส. ศิวรักษ์. ปำจำรสำร 32, 6: 93. 7. บทควำมในหนังสือพิมพ์ รูปแบบที่ 1 ผู้เขียนบทความ . “ชื่อบทความ.” ชื่อหนังสือพิมพ์ ( วันที่ เดือน ปี): เลขหน้า. รูปแบบที่ 2 ผู้เขียนบทความ. ( ปีพิมพ์). “ชื่อบทความ”. ชื่อหนังสือพิมพ์ ( วันที่ เดือน): เลขหน้า. การบันทึกรายการส าหรับบทความในหนังสือพิมพ์ใช้แบบแผนเดียวกับบทความในวารสาร แตกต่างกันที่หนังสือพิมพ์นั้น ก ากับเพียง วันที่ ปีเท่านั้น ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 วิรุณ ตั้งเจริญ. “การประเมินคุณภาพและศักยภาพ’ ม.ไทย’”. มติชน (28 กุมภาพันธ์ 2549) : 6. รูปแบบที่ 2 วิรุณ ตั้งเจริญ. 2549.“การประเมินคุณภาพและศักยภาพ’ ม.ไทย’”. มติชน (28 กุมภาพันธ์ ) : 6. 8. บทควำมในสำรำนุกรม รูปแบบที่ 1 ผู้เขียนบทความ . “ชื่อบทความ”. ชื่อสารานุกรม เล่มที่ ( ปีพิมพ์) : เลขหน้า. รูปแบบที่ 2 ผู้เขียนบทความ. ปีพิมพ์. “ชื่อบทความ”. ชื่อสารานุกรม เล่มที่ : เลขหน้า. การบันทึกรายการส าหรับบทความในสารานุกรม ใช้แบบแผนเช่นเดียวกับบทความในวารสาร ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 สมใจ ไพโรจน์ธีระรัชต์. “ เกสตาโป”. สำรำนุกรมประวัติศำสตร์สำกลสมัยใหม่: ยุโรป เล่ม3 อักษร E-G. ฉบับราชบัณฑิตยสถาน.(2543). 362-363. รูปแบบที่ 2 สมใจ ไพโรจน์ธีระรัชต์. 2543.“ เกสตาโป”. สำรำนุกรมประวัติศำสตร์สำกลสมัยใหม่: ยุโรปเล่ม3 อักษรE-G ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. 362-363. 9. วิทยำนิพนธ์ รูปแบบที่ 1 ผู้เขียนวิทยานิพนธ์. “ชื่อวิทยานิพนธ์”. ระดับของวิทยานิพนธ์มหาวิทยาลัย, ปีพิมพ์. รูปแบบที่ 2 ผู้เขียนวิทยานิพนธ์. (ปีพิมพ์) . “ชื่อวิทยานิพนธ์”. ระดับของวิทยานิพนธ์มหาวิทยาลัย. 9.1 ผู้เขียนวิทยำนิพนธ์ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับผู้แต่งหนังสือ 9.2 ชื่อวิทยำนิพนธ์ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อบทความในวารสาร 9.3 ระดับของวิทยำนิพนธ์วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท ใช้ว่า วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ระดับปริญญา เอก ใช้ว่า วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต หลังจากระดับวิทยานิพนธ์ภาษาต่างประเทศใส่จุดภาค 9.4 มหำวิทยำลัย ( หรือสถำบัน ) หลังข้อความใส่เครื่องหมายจุลภาค ในกรณีของรูปแบบที่1 หรือใส่ เครื่องหมายมหัพภาค ในกรณีของ รูปแบบที่ 2 9.5 ปีพิมพ์ให้ใช้ที่ปรากฏในหน้าปกในของวิทยานิพนธ์หลังปีพิมพ์ใส่เครื่องหมายมหัพภาค ในกรณีของ รูปแบบที่ 1 ส าหรับรูปแบบที่ 2 ให้ใส่ปีพิมพ์ไว้หลังชื่อผู้เขียนวิทยานิพนธ์แล้วใส่เครื่องหมายมหัพภาคหลังปีพิมพ์ ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 ประไพ ปลายเนตร. “ผลสัมฤทธิ์การใช้ค าลักษณนามโดยใช้แบบฝึกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลมวกเหล็ก อ าเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี.ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขา


ห น้ า 48 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ ภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2544. รูปแบบที่ 2 ประไพ ปลายเนตร.2544. “ผลสัมฤทธิ์การใช้ค าลักษณนามโดยใช้แบบฝึกของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลมวกเหล็ก อ าเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี.ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขา ภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 10 . จุลสำร และเอกสำรที่ไม่ได้ตีพิมพ์ให้ใช้แบบแผนเดียวกับหนังสือ ยกเว้นชื่อเรื่องให้ใส่ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 สมเดช โรจน์คุรีเสถียรและคณะ. “เอกสารภาษีอากร : Minipocketbook”.กรุงเทพฯ : ธรรมนิติ, 2552. รูปแบบที่ 2 สมเดช โรจน์คุรีเสถียรและคณะ. 2552. “เอกสารภาษีอากร : Minipocketbook”.กรุงเทพฯ : ธรรม นิติ. 11.แผ่นพับ ให้ใช้แบบแผนเดียวกับหนังสือ ยกเว้นชื่อเรื่องให้ใส่ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ และให้วงเล็บค าว่า แผ่น พับ (ในกรณีที่เป็นภาษาไทย) หรือ Brochure (ในกรณีที่เป็นภาษาอังกฤษ ) ไว้ข้างท้าย ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย. “ศูนย์ข้อมูลภูมิภาคและท้องถิ่น”. เชียงราย : มหาวิทยาลัย, ม.ป.ป. (แผ่นพับ). รูปแบบที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย. ม.ป.ป. “ศูนย์ข้อมูลภูมิภาคและท้องถิ่น”. เชียงราย : มหาวิทยาลัย. (แผ่นพับ). 12 . บัตรภำพ ให้ใช้แบบแผนเดียวกับหนังสือ ยกเว้นชื่อเรื่องให้ใส่ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ และให้วงเล็บค าว่า บัตร ภาพ ( ในกรณีที่เป็นภาษาไทย ) หรือ Picture card ( ในกรณีที่เป็นภาษาอังกฤษ ) ไว้ข้างหลัง ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 “แจกันดอกไม้”.กรุงเทพฯ: [ม.ป.ท., ม.ป.ป.]. (บัตรภาพ). รูปแบบที่ 2 “แจกันดอกไม้ [ม.ป.ป.]”.กรุงเทพฯ: [ม.ป.ท.]. (บัตรภาพ). 13 . เอกสำรที่มีกำรอ้ำงอิงไว้แล้ว การใช้เอกสารที่มีการอ้างอิงไว้แล้ว จะใช้ในกรณีที่เป็นผู้ท ารายงานไม่สามารถหา ต้นฉบับเอกสารเดิมได้ซึ่งอาจเป็นหนังสือเก่าหายาก หรือไม่มีจ าหน่ายแล้ว ในการเขียนรายงานบรรณานุกรม ให้ใช้ เอกสารผู้แต่งเดิมขึ้นต้น ตามด้วยค าว่าอ้างถึงใน แล้วตามด้วยเอกสารที่ผู้ท ารายงานน ามาใช้เขียนรายงาน ส่วนแบบแผน และรายงานละเอียดทางบรรณานุกรม ขึ้นอยู่กับประเภทของเอกสารที่น ามาอ้าง ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 ยิ้ม ปัณฑยางกูร. “ฉันทันตชาดก”. ใน นิบำตชำดกฉบับหอสมุดวชิรญำณ : พิสนิบำต, 15: 55-81. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฆธนากร, 2470.อ้างถึงใน สมชาติ มณีโชติ. “ช้างในพระพุทธศาสนา”. สยำมอำรยะ 2, 16 (2537):35. รูปแบบที่ 2 ยิ้ม ปัณฑยางกูร. 2470. “ฉันทันตชาดก”. ใน นิบำตชำดกฉบับหอสมุดวชิรญำณ : พิสนิบำต, 15: 55-81. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฆธนากร.อ้างถึงใน สมชาติ มณีโชติ. “ช้างใน พระพุทธศาสนา”. สยำมอำรยะ 2, 16 (2537):35. 14 . สัมภำษณ์


ห น้ า 49 แหล่งขอ้มูลและการสืบคน้ รูปแบบที่ 1 ผู้ให้สัมภาษณ์. ต าแหน่ง (ถ้ามี). สัมภาษณ์, วันที่ เดือน ปี. รูปแบบที่ 2 ผู้ให้สัมภาษณ์. ต าแหน่ง (ถ้ามี) ปี. สัมภาษณ์, วัน เดือน. 14.1 ผู้ให้สัมภำษณ์ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับผู้แต่งหนังสือ แตกต่างกันที่ว่าให้บันทึกชื่อผู้ให้สัมภาษณ์เพียง รายการละ 1 คน ถ้าสัมภาษณ์บุคคลหลายคนในหน่วยงานเดียวกันพร้อมกัน ให้บันทึกรายการโดยทีละคน 14.2 ต ำแหน่งผู้ให้สัมภำษณ์ถ้ามีให้ระบุด้วย และต าแหน่งนั้นต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สัมภาษณ์ 14.3 วันที่ เดือน ปีให้ระบุค าว่า สัมภาษณ์ (หรือ Interview ) แล้วใส่เครื่องหมายจุลภาค ตามด้วย วันที่ เดือน ปีที่สัมภาษณ์หลังปีใส่เครื่องหมายมหัพภาค ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 พยอม ศรีหารัตน์. อาจารย์ประจ าคณะบริหารธุรกิจ. สัมภาษณ์, 19 ตุลาคม 2552. รูปแบบที่ 2 พยอม ศรีหารัตน์. 2552. อาจารย์ประจ าคณะบริหารธุรกิจ. สัมภาษณ์, 19 ตุลาคม. 15. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการท างานอาจมีการใช้ข้อมูล/สารนิเทศ ที่อยู่ในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งที่นี้มีประกอบด้วย ฐานข้อมูล ออนไลน์ฐานข้อมูลซีดีรอม และข้อมูลที่เข้าถึงได้จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จ าเป็นต้องมีการอ้างอิง และท าบรรณานุกรม ประกอบเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงข้อมูล/สารนิเทศที่ผู้ท ารายงานได้ค้นคว้าหามาได้ด้วย แบบแผนบรรณานุกรมโดยทั่วไปของข้อมูล/สารนิเทศอิเล็กทรอนิกส์มีดังนี้ รูปแบบที่ 1 ผู้แต่ง. ชื่อเรื่อง . [ประเภทของสื่อที่เข้ามาถึง] . เข้าถึงได้จาก : แหล่งข้อมูล/สารนิเทศ . ปี. รูปแบบที่ 2 ผู้แต่ง. (ปี) . [ประเภทของสื่อที่เข้ามาถึง]. เข้าถึงได้จาก : แหล่งข้อมูล/ สารนิเทศ. 15.1 ผู้แต่ง ให้ใช้แบบแผนเดียวกันผู้แต่งหนังสือ 15.2 ชื่อเรื่อง ให้ใช้แบบแผนเดียวกับชื่อเรื่องหนังสือ หรือบทความแล้วแต่กรณี 15.3 ชื่อสารานุกรม ใช้ตามที่ปรากฏ โดยให้ขีดเส้นใต้ชื่อสารานุกรม หรือใช้อักษรตัวหนา หรือตัวเอน แต่ชื่อ สารานุกรมหลังรายการ เข้าถึงได้จาก : ไม่ต้องขีดเส้นใต้ หลังชื่อสารานุกรม ให้ใส่เครื่องหมายมหัพภาค 15.4 จ านวนแผ่น สารานุกรมแผ่นเดียวจบ ไม่ต้องระบุจ านวนแผ่น แต่มีหลายแผ่นจบ และใช้ประกอบการ เขียนทุกแผ่น ให้ระบุจ านวนแผ่นทั้งหมดด้วย ถ้าใช้เฉพาะแผ่น ให้ระบุแผ่นที่ใช้หลังจ านวนแผ่น ใส่เครื่องหมายมหัพภาค 15.5 ประเภทของสื่อที่เข้ำถึง ให้ระบุว่าเป็น[ออนไลน์] [Online] [ซีดีรอม] [CD-ROM] แล้วแต่กรณีแล้วใส่ มหัพภาคข้างท้าย 15.6 เข้ำถึงได้จำก: ภาษาอังกฤษ ใช้ว่า Available: ในกรณีที่ข้อมูล/ สารนิเทศเป็นเพียงสาระสังเขป (Abstract) ให้ใช้ค าว่าสาระสังเขปจาก Abstract from: 15.7 แหล่งข้อมูล/ สำรนิเทศ หมายถึงแหล่งที่จะได้ข้อมูลมา ให้ระบุรายละเอียดที่เพียงพอแก่การที่จะเข้าถึง แหล่งข้อมูลที่ค้นได้เช่น DIALOG, BRS, First Search หรือถ้าใช้อินเตอร์เน็ต ให้ระบุวิธีที่ใช้ในการค้นหา เช่น โปรโตคอล (Telnet, FTP, WWW) ตลอดจน Directory และ Fileต่างๆ แล้วแต่กรณี ส าหรับแหล่งข้อมูล/ สารนิเทศบนอินเตอร์เน็ตนี้ถึงแม้จะเป็นข้อมูลในเรื่องเดียวกัน ก็อาจแตกต่างกันไปตาม Host หรือ Site ที่ผู้ท ารายงานใช้ก็ได้ 15.8 ปีใช้ตามที่ปรากฏ ถ้าไม่ปรากฏ แล้วใส่เครื่องหมายมหัพภาค ในกรณี รูปแบบที่ 1 หรือใส่ไว้ท้ายชื่อ ผู้เขียนบทความในกรณีของรูปแบบที่ 2 แล้วใส่เครื่องหมายมหัพภาค 15.9 วัน เดือน ปีที่สืบค้น ให้ระบุวัน เดือน ปี ที่สืบค้นตามภาษาของเอกสาร เช่น ภาษาไทย ใช้ 15 ตุลาคม 2552 ส่วนภาษาอังกฤษใช้ July 1, 2002 หลังปี ให้ใส่เครื่องหมายมหัพภาค ตัวอย่ำง รูปแบบที่ 1 “โรคหัวใจและหลอดเลือด”. (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://kucitypic.kasetsart.org 2552. สืบค้น 13 กุมภาพันธ์ 2552.


Click to View FlipBook Version