หอยงวงท่อ่ จููปิิง
วงศ์์ Cyclophoridae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Rhiostoma chupingense Tomlin, 1938
ชื่่อ� ไทย หอยงวงท่่อจููปิงิ
ลัักษณะสำำ�คัญั หอยงวงท่่อสกุุล Rhiostoma มีลี ัักษณะเด่่นคือื เปลืือกเป็็นทรงแบน สะดืือกว้้าง และ
เปลืือกวงสุุดท้้ายมัักจะแยกจากส่่วนของเปลืือกวงรองสุุดท้้าย โค้้งและบิิดลงด้้านล่่าง (ส่่วนนี้้�มัักเรีียกว่่า
“งวง”) หอยงวงท่่อจููปิิงมีีเปลืือกสีีน้ำ�ำ� ตาลดำ�ำ หรืือน้ำำ��ตาลอ่่อน บางครั้้�งพบว่่ามีีลายสีีน้ำำ��ตาลเข้้ม ในวััยเด็ก็
ส่่วนของงวงจะสั้้น� และไม่่ยาวออก ปากเปลือื กบาง เมื่่อ� โตเต็ม็ วัยั ส่่วนของงวงจะยื่่น� ยาว ปากเปลือื กมักั จะหนา
ขอบปากเปลือื กมีีร่่องรอยของท่่ออากาศลัักษณะเป็็นรููปสามเหลี่่�ยมขนาดเล็็ก ฝาปิิดเปลืือกเป็็นสารหิินปููน
แข็็งและหนา เป็น็ รููปครึ่ง� วงกลมที่�ผ่ ิวิ ด้า้ นนอกลัักษณะเป็็นรอยควั่�นแบบเกลียี วสกรูู
ถิ่น�่ ที่�่อยู่่�อาศััย หอยงวงท่่อมัักอาศััยอยู่่�ตามพื้้�นดิินที่่�มีีซากใบไม้้ทัับถมในป่า่ ที่�ม่ ีีความชื้้�นสููง หรืือแนว
เขาหิินปูนู กิินเศษซากพืืชเป็็นอาหาร
การแพร่่กระจาย หอยงวงท่่อสกุุล Rhiostoma พบอยู่่ใ� นประเทศบนคาบสมุุทรอิินโดจีนี และประเทศ
มาเลเซียี หอยงวงท่่อจูปู ิิงพบตั้้ง� แต่่จังั หวััดสุุราษฎร์์ธานีี ภาคใต้ฝ้ั่่ง� ตะวันั ตกจนถึงึ รัฐั เปอร์ล์ ิสิ ประเทศมาเลเซีีย
การกระจายที่�เ่ ขานััน พบที่เ�่ ขาหิินปููนใกล้้กัับหน่่วยพิทิ ัักษ์์น้ำ�ำ�ตกคลองแก้ว้
51
“หอยกระสวยพงษ์ร์ ัตั น์์
เป็็นหอยที่ม�่ ีีฝาปิิดเปลือื ก
ขนาดจิ๋ว�๋ กลุ่ม�่ เด่่น ในแนว
หินิ ปูนู ที่ม�่ ีีความชื้น� มีีพืชื
พวกมอสส์์ และไลเคนส์์
ขึ้น้� อยู่่”�
52
หอยกระสวยพงษ์์รัตั น์์
วงศ์์ Diplommatinidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Diplommatina pongrati Panha, Kanchanasaka &
Burch, 1998
ชื่่อ� ไทย หอยกระสวยพงษ์ร์ ัตั น์์
ลัักษณะสำ�ำ คัญั หอยชนิดิ นี้้�จััดอยู่่�ในกลุ่ม�่ ของหอยทากจิ๋ว� พวกที่ม�่ ีฝี าปิิดเปลือื ก ลัักษณะเปลืือกเป็น็ ทรง
กระสวย เรียี วยาว เปลือื กสูงู 1-2 มิลิ ลิเิ มตร มีวี งเปลือื ก 7-8 ชั้น� สีนี ้ำ��ำ ตาลอ่่อน หรืือสีีขาวในตััวที่่�ยัังไม่่เต็็มวััย
เปลืือกเวีียนซ้้าย ผิิวเปลืือกมีีลัักษณะเป็็นริ้ �วๆ ในแนวรััศมีี ส่่วนยอดเปลืือกมีีผิิวค่่อนข้้างเรีียบ เปลืือกวง
ถััดมาเป็็นสัันเล็็กน้้อย ส่่วนด้้านล่่างของเปลืือก ริ้ว� มีขี นาดเล็ก็ และกางออกเล็็กน้อ้ ย เปลืือกวงรองสุุดท้า้ ย
คอดกิ่่ว� ปากเปลืือกค่่อนข้า้ งกลมและมีีติ่่�งขนาดเล็็กยื่่�นออกมาจากขอบเปลืือกด้า้ นบนขวา ขอบปากเปลืือก
บานออกและอาจซ้อ้ นกัันหลายชั้น� ส่่วนของสะดืือปิดิ
ถิ่�่นที่อ�่ ยู่อ่� าศััย หอยกระสวยพบเกาะอยู่่�ตามผนัังเขาหินิ ปูนู และส่่วนมากมักั พบปะปนอยู่่�กัับหอยทาก
จิ๋�วปากแตรและ/หรืือหอยจิ๋�วจุุกแดงแต่่มีีหอยกระสวยบางชนิดิ ที่อ่� าศััยอยู่่�บนซากใบไม้ท้ ับั ถมในที่ช่� ุ่ม่� ชื้�น
การแพร่่กระจาย หอยกระสวยสกุุล Diplommatina นี้้�มีีการแพร่่กระจายตามหอยกระสวยพงษ์ร์ ััตน์์
พบบนผนัังเขาหิินปููนของเทือื กเขาหลวงที่อ�่ ำำ�เภอกาญจนดิิษฐ์์ และ อุุทยานแห่่งชาตินิ ้ำำ��ตกสี่่�ขีดี การกระจาย
ที่เ่� ขานันั พบที่ป่� ากถ้ำ��ำ หลวง ถ้ำ�ำ� หงส์์ ถ้ำ��ำ หลอด ถ้ำ�ำ� ขุุนคลังั
53
“หอยเกลีียวเชืือกฝา
สปริงิ เป็็นหอยกิินซาก
มีีฝาปิิ ดที่�่มีีเปลืือสุุด
ท้า้ ยยืดื ออกเหมือื นมีี
คอยาว”
54
หอยเกลีียวเชืือกฝาสปริิง
วงศ์์ Pupinidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Tortulosa tortuosa (Beck, 1837)
ชื่่อ� ไทย หอยเกลีียวเชือื กฝาสปริิง
ลักั ษณะสำ�ำ คัญั เปลืือกมีีสีีน้ำำ��ตาลส้้มจนถึึงน้ำำ��ตาลเข้้ม สููง 20-35 มิิลลิิเมตร กว้า้ ง 3-5 มิลิ ลิิเมตร
รูปู ทรงกระบอก ยาวเรียี ว ส่่วนยอดมน มีวี งเปลืือก 7-9 ชั้�น ในตััวเต็็มวััยส่่วนของเปลืือกวงสุุดท้้ายจะแยก
ออกจากเปลืือกวงรองสุุดท้้าย มีีลัักษณะคล้้ายท่่อ ขอบด้า้ นบนของท่่อเป็็นสัันนูนู ๆ ขนาดเล็ก็ ฝาปิดิ เปลืือก
เป็็นสารพวกไคติิน สีีน้ำ��ำ ตาลเข้้มลัักษณะเป็น็ เกลีียวบางๆ เรีียงซ้้อนกัันอย่่างหลวมๆ สามารถยืืดออกและมีี
ความยืดื หยุ่น�่ คล้า้ ยกับั สปริงิ ปากเปลืือกเป็น็ รูปู วงกลมที่ม�่ ุุมบนซ้า้ ยมีีร่่องที่่ใ� ช้้นำ�ำ อากาศเข้้าเปลืือกขณะที่ห�่ อย
ปิดิ เปลืือกแน่่น เมื่่อ� โตเต็ม็ วััยขอบปากเปลืือกหนาและบานออกเล็็กน้้อย สะดืือเปิดิ เป็็นรูขู นาดเล็ก็
ถิ่น�่ ที่�่อยู่อ่� าศััย หอยชนิิดนี้้พ� บอาศัยั อยู่่ต� ามโคนต้้นไม้้ หรือื ขอนไม้ข้ นาดใหญ่ท่ ี่ผ�่ ุุพังั โดยจะกินิ ซากต้้นไม้้
เป็็นอาหาร
การแพร่่กระจาย หอยเกลีียวเชืือกฝาสปริิงพบการแพร่่กระจายตั้้�งแต่่จัังหวััดเพชรบุุรีีและภาคใต้ข้ อง
ประเทศไทย และประเทศมาเลเซียี การกระจายที่�เ่ ขานันั พบเปลืือกที่่แ� นวหินิ ปูนู ใกล้้ๆ ถ้ำ��ำ หลวงและถ้ำ��ำ หลอด
55
“ตัวั กล้ว้ ยตากสยามมักั
พ บ เ ดิิ น อ ยู่่� ต า ม พื้้ �น
ทั่่�วไปและกระถางต้น้ ไม้้
ตามบ้า้ นเรือื นเป็็นหอย
ไ ม่่มีี เ ป ลืื อ ก สีีดำ ำ� เ ข้้ ม
หรือื น้ำ��ำ ตาล”
56
ทาก, ตัวั กล้้วยตากสยาม
วงศ์์ Veronicellidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Semperula siamensis (Martens, 1867)
ชื่่อ� ไทย ทาก, ตัวั กล้ว้ ยตากสยาม
ลักั ษณะสำำ�คัญั หอยชนิิดนี้้�อาจจะดููไม่่เหมืือนหอยเท่่าไรนััก แต่่จััดให้้เป็็นหอยเพราะยัังคงลัักษณะ
สำำ�คััญหลายประการของพวกหอยไว้้ ลัักษณะเด่่นคืือมีีลำำ�ตััวแบน ด้้านหลัังโค้้งนููนเล็็กน้้อยแต่่ไม่่เป็็นสััน
ลำ�ำ ตัวั รูปู วงรียี าวเรียี วหัวั ท้า้ ยโค้ง้ มน ผิวิ หนังั เรียี บอาจมีสี ีเี ทา สีนี ้ำ��ำ ตาลอ่่อนจนถึงึ เข้ม้ อาจมีจี ุุดสีนี ้ำ��ำ ตาลประปราย
ด้้านท้อ้ งมักั มีีสีีอ่่อนกว่่าด้า้ นหลััง เป็็นสีีเหลือื งอ่่อน สีีเทาอ่่อนหรืือสีีขาว มีีร่่องยาวตลอดลำำ�ตััวซึ่่ง� เป็็นที่่�อยู่่�
ของเท้า้ ที่�ม่ ีีขนาดเล็ก็ ด้้านหัวั และท้า้ ยคล้า้ ยกัันมาก ด้้านหัวั มีีหนวด 2 คู่่� และหนวดคู่่�สั้้น� ไม่่มีีรยางค์์เหมืือน
กับั ทากนักั ล่่าสกุุล Atopos
ถิ่่�นที่�อ่ ยู่อ่� าศััย หอยในวงศ์์นี้้�เป็็นพวกที่่�กิินพืืช หรืือเศษซากพืืชเป็็นอาหาร พบอาศััยได้้ทั่่�วไปตามใต้้
ขอนไม้้หรืือใต้้ใบไม้เ้ น่่าเปื่่อ� ย บริิเวณที่่�มีีความชุ่่�มชื้้�นมากในป่่าไม้้ทั่่ว� ไป เขาหิินปูนู หรืือตามแหล่่งชุุมชนโดย
พบตามกระถางไม้ด้ อกไม้้ประดับั ต่่างๆ
การแพร่่กระจาย พบทั่่ว� ประเทศไทย การกระจายที่เ�่ ขานันั พบที่่�ถ้ำ��ำ หลวง
57
“ทากนักั ล่่าซาราซินิ เป็็นหอยไม่่มีีเปลือื กที่�ช่ อบล่่ากิินหอยตัวั อื่�น
หรือื ลูกู แมลงขนาดเล็ก็ จะรัดั กิินเหมือื นงูเู หลือื มรัดั เหยื่�อ”
58
ทากนัักล่่าซาราซินิ
วงศ์์ Rhathusiidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Atopos sarasini Collinge, 1902
ชื่่อ� ไทย ทากนักั ล่่าซาราซิิน
ลัักษณะสำำ�คัญั หอยชนิดิ นี้้จ� ัดั เป็น็ จำ�ำ พวกทาก (หอยที่ไ�่ ม่่มีเี ปลือื ก) พบได้ไ้ ม่่บ่่อยนักั ลำ�ำ ตัวั เป็น็ รูปู สามเหลี่ย� ม
(ภาคตัดั ขวาง) หััวท้้ายแหลม แต่่ด้้านหััวมัักโค้้งนููนและป้้านกว่่าส่่วนหางที่�่ยาวเรีียวแหลม กลางหลัังเห็น็ เป็น็
สัันตลอดลำำ�ตััวชััดเจน ผิิวหนังั มีีสีดี ำำ�หรือื น้ำำ�� ตาลดำ�ำ ขรุุขระ ลัักษณะเป็็นตุ่่�มเล็็กๆ อาจมีีลายแถบสีีอ่่อนๆ ที่�่
ด้้านข้้างลำำ�ตััว ขอบด้า้ นล่่างข้า้ งลำ�ำ ตัวั ที่�ต่ ิดิ กัับส่่วนเท้า้ มัักมีีสีเี หลือื งอ่่อน สีีส้้มหรืือสีีแดงสด เท้า้ ขนาดใหญ่่สีี
เหลือื งอ่่อน มีรี ่่องเล็ก็ ๆ ขนานกัับเท้้ายาวตลอดลำำ�ตััว ส่่วนหััวมีหี นวด 2 คู่่� หนวดคู่่�สั้้�นจะมีีระยางค์์ยื่่�นออก
มาทางด้า้ นข้า้ งลักั ษณะคล้า้ ยกับั หนวดอีกี คู่่ห� นึ่่ง� ซึ่ง� ช่่วยเพิ่่ม� ประสิทิ ธิภิ าพในการติดิ ตามเหยื่อ� และหาคู่่เ� พื่่อ� ผสมพัันธุ์�
ถิ่่น� ที่อ่� ยู่�่อาศััย พบได้ใ้ นบริเิ วณที่ม�่ ีหี อยทากอื่่�นๆ อาศััยอยู่่�ชุุกชุุม เช่่นป่า่ ดิิบชื้ น� หรือื เขาหิินปูนู
การแพร่่กระจาย พบทางภาคใต้ข้ องประเทศไทย การกระจายที่เ�่ ขานันั พบตัวั อ่่อนที่ถ�่ ้ำ��ำ หลอด ถ้ำ��ำ หงษ์์
59
“หอยจิ๋�๋วปากแตรเขาช่่อง
เป็็ นหอยเด่่นบริิเวณผนััง
เขาหิินปููน ไม่่มีีฝาปิิ ด
เปลือื ก พบเกืือบทุุกพื้้น� ที่�่
เฉพาะในภาคใต้ข้ องไทย”
60
หอยจิ๋๋�วปากแตรเขาช่อ่ ง
วงศ์์ Pupillidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Glyliotrachela khaochongensis Panha, 1998
ชื่่อ� ไทย หอยจิ๋ว� ปากแตรเขาช่่อง
ลักั ษณะสำ�ำ คัญั เปลืือกมีีขนาดเล็็ก ทรงปิิรามิิด ส่่วนยอดสููงมน เปลือื กวงสุุดท้า้ ยขยายใหญ่่ลักั ษณะ
คล้า้ ยฐานของเปลือื ก ด้า้ นข้า้ งเปลือื กมีสี ันั ขนาดใหญ่่วนโดยรอบ เปลือื กสีนี ้ำ��ำ ตาลอ่่อน สูงู ประมาณ 3มิลิ ลิเิ มตร
ผิวิ เปลืือกขรุุขระ สะดือื กว้า้ งและลึกึ เมื่่อ� โตเต็ม็ วัยั ปากเปลือื กรูปู วงกลมจะบานออกคล้า้ ยกับั ปากแตร และยื่น�
ยาวออกมาจากเปลืือกวงรองสุุดท้า้ ย ด้้านในปากเปลืือกมีฟี ันั เปลืือกหลายอันั อยู่ใ� นตำ�ำ แหน่่งที่แ�่ ตกต่่างกันั โดย
ลักั ษณะ จำ�ำ นวนและตำ�ำ แหน่่งของฟันั ที่�แ่ ตกต่่างกันั สามารถใช้ใ้ นการจำำ�แนกสกุุลและชนิิดของหอยในวงศ์์นี้้�ได้้
ถิ่น�่ ที่อ�่ ยู่อ�่ าศัยั หอยทากจิ๋ว� ในวงศ์น์ ี้้พ� บอาศัยั อยู่ต� ามผนังั หินิ ปูนู ปากถ้ำ��ำ หรือื หินิ งอกหินิ ย้อ้ ยในถ้ำ��ำ โดย
หอยทากจิ๋ว� ปากแตรเขาช่่องจะขูดู กินิ พวกรา สาหร่่าย หรือื ไลเคนส์ต์ ่่างๆ ที่ข�่ึ้น� อยู่ต� ามผนังั หินิ ปูนู
การแพร่่กระจาย หอยทากจิ๋�วเขาช่่องพบครั้�งแรกที่�เ่ ขาช่่องจังั หวัดั ตรังั เมื่่อ� ปีี 2541 ต่่อมาพบการกระ
จายอยู่ท� ั่่ว� ไปบริเิ วณเขาหินิ ปูนู ทางภาคใต้ข้ องประเทศไทยการกระจายที่เ�่ ขานันั พบที่ถ�่ ้ำ��ำ หลวง ถ้ำ��ำ หงส์์ ถ้ำ��ำ หลอด
ถ้ำ��ำ ขุุนคลังั
61
“หอยต้น้ ไม้ล้ ายจุุดพบตาม
ใบไม้้ กิ่�งไม้้ เปลืือกเวีียน
ขวา ต่า่ งจากหอยนกขมิ้้น�
น้อ้ ยที่�่เปลืือกเวีียนซ้า้ ย”
62
หอยต้้นไม้้ลายจุุด
วงศ์์ Cerastuidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Rhachistia sp.
ชื่่อ� ไทย หอยต้น้ ไม้ล้ ายจุุด
ลัักษณะสำ�ำ คััญ เปลืือกเป็็นทรงกรวย บาง มีีขนาดเล็็ก ส่่วนยอดแหลมและมีีจุุดสีีดำำ� เปลืือกสููง
5-10 มิิลลิเิ มตร เวีียนขวา มีีวงเปลือื ก 5-7 ชั้ �น ผิิวเปลืือกเรีียบ มีีสีีขาวหรืือสีีครีีม มัักมีีจุุดสีีน้ำำ��ตาลเรีียง
เป็็นแถวอยู่่�ส่่วนบนของเปลืือก ด้า้ นล่่างเปลือื กมักั เป็็นแถบสีดี ำ�ำ 2 แถบวนรอบสะดืือ ปากเปลืือกเป็น็ รููปไข่่
สะดือื เปิดิ เล็็กน้อ้ ย เมื่่อ� โตเต็็มวัยั ขอบปากเปลืือกไม่่บานออก เนื่่�องจากเปลืือกเป็็นทรงกรวยและมีีขนาดเล็็ก
อาจสัับสนกัับหอยนกขมิ้้�นน้้อยได้้แต่่ด้้วยเปลืือกเวีียนขวาและสีีของเปลืือกที่่�เป็็นลายจุุด เป็็นลัักษณะที่่�แตก
ต่่างจากหอยนกขมิ้้น� น้อ้ ยอย่่างชัดั เจน
ถิ่่น� ที่่อ� ยู่อ่� าศัยั หอยต้น้ ไม้้ลายจุุดจััดว่่าเป็น็ หอยที่่�อาศัยั อยู่่บ� นต้น้ ไม้้อีีกกลุ่ม�่ หนึ่่�ง พบตามใต้้ใบไม้้และกิ่่ง�
ของต้น้ ไม้ใ้ หญ่่
การแพร่่กระจาย หอยในวงศ์์นี้้�มีีการแพร่่กระจายหลัักอยู่่�ทางยุุโรปตอนใต้้ อาฟริกิ า และอิินเดีีย ใน
เขตเอเชีียตะวัันออกเฉียี งใต้พ้ บได้น้ ้้อยชนิิด ในประเทศไทยมีีรายงานอยู่่� 2 ชนิิด หอยต้้นไม้ล้ ายจุุดชนิดิ นี้้�พบ
ในจัังหวััดเพชรบุุรีี ประจวบคีีรีีขัันธ์์ ชุุมพร สุุราษฎร์์ธานีี และนครศรีีธรรมราช การกระจายที่่เ� ขานััน พบ
เปลือื กที่�บ่ ริิเวณถ้ำ�ำ� หลอด
63
“หอยข้า้ วสารเป็็นหอย
ขนาดเล็ก็ สีีเหลือื งอ่่อน
พบทั่่�วไปตามสนาม สวน
ดอกไม้ท้ ี่�่มีีความชื้ น� มาก
เป็็นศัตั รููสำ�ำ คัญั ของพืืช”
64
หอยข้้าวสาร
วงศ์์ Subulinidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Prosopeas tchehelense (Morgan, 1885)
ชื่่อ� ไทย หอยข้า้ วสาร
ลักั ษณะสำ�ำ คัญั เปลือื กรูปู ทรงยาวเรีียว สีขี าวจนถึึงสีนี ้ำำ��ตาล เวียี นขวา ปลายยอดแหลม ผิิวเปลืือกมีี
ลัักษณะเป็็นริ้ �วละเอีียดๆ มีีวงเปลืือกมากประมาณ 8-12 ชั้้�น ร่่องระหว่่างวงเปลืือกกว้้าง ปากเปลืือกเป็็น
รููปรีี ยาวเรีียว เมื่่�อโตเต็็มวััยขอบปากเปลืือกไม่่บานออกแต่่จะหนาขึ้้�นเล็็กน้้อย สะดืือปิิด ลำำ�ตััวหอยมีีสีี
เหลืืองอ่่อน หรืือขาวใส เนื่่�องจากเปลืือกที่่�บางทำำ�ให้้สามารถมองเห็็นอวัยั วะภายในที่�ม่ ีีสีนี ้ำำ�� ตาล หรืือในฤดูู
สืบื พันั ธุ์์�สามารถมองเห็็นไข่่ลักั ษณะเป็น็ เม็ด็ สีขี าวผ่า่ นเปลือื กหอยได้้
ถิ่น่� ที่�อ่ ยู่�่อาศััย สมาชิิกของหอยในวงศ์์นี้้�มีีความหลากชนิิดค่่อนข้้างมากพบอาศััยทั่่�วไปตามที่่�ชื้้�น ที่่�มีี
เศษซากใบไม้ท้ ัับถมเน่่าเปื่�อ่ ย หอยพวกนี้้ก� ินิ พวกเศษซากพืชื หรืือใบพืชื สดเป็็นอาหาร มีีหลายชนิิดถููกนำำ�เข้้า
มาในประเทศไทยแล้้วเกิิดการระบาด สร้้างความเสีียหายให้ก้ ัับผลผลิิตทางการเกษตรเช่่น พืชื ผักั ต่่างๆ และ
กล้้วยไม้้ อย่่างไรก็็ดีีมีีหอยในวงศ์์หอยข้้าวสารอีีกหลายชนิิดที่่�เป็็นหอยประจำำ�ถิ่่�นของไทย และไม่่เป็็นศััตรูู
ทางการเกษตร
การแพร่่กระจาย หอยในวงศ์์นี้้�พบได้้ทั่่�วไปทุุกภาคของประเทศไทย หอยข้้าวสารชนิิดนี้้�ส่่วนใหญ่่พบ
อยู่่ท� างภาคใต้ข้ องประเทศไทยและมาเลเซียี การกระจายที่�เ่ ขานััน พบเปลืือกที่่�ถ้ำำ�� หงส์์ ถ้ำ�ำ� หลวง ถ้ำำ�� หลอ
65
“หอยทากยัักษ์์อาฟริิกััน
หรืือหอยลาย ศััตรูู ตััว
ฉกาจของชาวสวนทั่่�วไป
จะออกมาเดิินไปทั่่�วหลังั
ฝนตก กััดกิินยอดไม้้
ใบไม้้ หรือื หน่่ออ่่อนต้น้ ไม้”้
66
หอยทากยักั ษ์อ์ าฟริกิ ันั
วงศ์์ Achatinidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Achatina fulica (Bowdich, 1822)
ชื่่อ� ไทย หอยทากยักั ษ์อ์ าฟริิกันั
ลักั ษณะสำ�ำ คัญั เปลืือกเป็็นรููปกรวยยาวขนาดใหญ่่มาก สููง 80-150 มิิลลิิเมตร เปลือื กหนา ส่่วน
ยอดแหลม ผิวิ เปลือื กค่่อนข้้างเรียี บ มีลี ายสีนี ้ำ�ำ�ตาลอ่่อนจนถึงึ เข้ม้ สลัับกััน มัักมีีวงเปลือื ก 7-9 ชั้ น� หรือื อาจ
มากกว่่า เปลือื กวงสุุดท้า้ ยมีีขนาดใหญ่่ ปากเปลืือกเป็น็ รูปู ไข่่ ส่่วนของสะดือื ปิิด เมื่่อ� โตเต็ม็ วัยั ปากเปลืือกจะ
ไม่่บานออกแต่่จะหนาขึ้�นเล็ก็ น้้อย หอยทากยัักษ์์อาฟริิกัันจััดเป็็นหอยต่่างถิ่่�น ถููกนำำ�เข้้ามาในประเทศไทยใน
ราวๆ สงครามโลกครั้�งที่�่ 2 (พ.ศ. 2480 ถึงึ 2484) โดยทหารญี่่ป� ุ่น�่ เพื่่อ� ใช้เ้ ป็็นอาหารเพราะเลี้้�ยงง่่ายและ
เจริญิ เติิบโตเร็็ว
ถิ่่�นที่่อ� ยู่�อ่ าศัยั หอยในวงศ์น์ ี้้ม� ีีถิ่่น� ฐานอยู่่�ทางตอนกลางและตอนใต้้ของทวีปี อาฟริิกา หอยสกุุล Achat-
tina ถืือว่่าเป็็นหอยทากบกที่่�มีีขนาดใหญ่่ที่่�สุุดในโลก ในประเทศไทยพบเห็็นได้้ทั่่�วไป ตามป่่าเสื่่�อมโทรม
พื้้�นที่่�การเกษตร สวนผลไม้้ หรืือแม้้แต่่แหล่่งชุุมชนเช่่น กรุุงเทพมหานคร เนื่่�องจากหอยชนิิดนี้้�สามารถ
อาศััยอยู่่�ในถิ่่�นที่่�อยู่่�อาศััยได้้หลากหลาย กิินอาหารได้้ทั้้�งซากใบไม้้เน่่าเปื่่�อย ใบไม้้ และยอดอ่่อน จึึงกลาย
เป็็นศััตรูทู างการเกษตรที่�ส่ ำำ�คัญั
การแพร่่กระจาย หอยทากยักั ษ์์อาฟริิกันั ปัจั จุุบันั พบเกืือบทุุกประเทศทั่่�วโลก และพบระบาดทั่่ว� ทุุกภาค
ของประเทศไทย การกระจายที่เ�่ ขานััน พบที่น�่ ้ำ�ำ�ตกสุุนัันทา ถ้ำ��ำ หงส์์ ถ้ำ�ำ� หลวง
67
“หอยนักั ล่่าเปลืือกกระดุุม
หอยชนิิดเด่่นที่�่อาศัยั ตาม
ซอกเขาหิินปููน ลำ�ำ ตััวสีี
เหลือื งหรือื ส้ม้ สดใส”
68
หอยนัักล่า่ เปลืือกกระดุุม
วงศ์์ Streptaxidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Discartemon roebeleni (Möllendorff, 1894)
ชื่่อ� ไทย หอยนักั ล่่าเปลือื กกระดุุม
ลัักษณะสำำ�คััญ เปลืือกขนาดเล็็ก รููปโดมเตี้้�ย ส่่วนยอดโค้้งนููน เปลืือกหนาใส ผิิวเปลืือกด้้านบนมีี
ลายเป็น็ ริ้�วๆ ขนาดเล็็กเรีียงกันั ในแนวรัศั มีี ด้า้ นล่่างเปลือื กผิวิ เรียี บ เมื่่�อโตเต็็มวััยเปลืือกสููง 4-7 มิลิ ลิิเมตร
กว้้าง 5-8 มิิลลิิเมตร ปากเปลืือกเป็น็ รูปู รีี ขอบปากเปลือื กบานออกและหนาขึ้น� เล็ก็ น้อ้ ย ด้า้ นในปากเปลือื ก
มีฟี ัันเปลืือก 4-5 อันั อยู่่ใ� นตำำ�แหน่่งที่�แ่ ตกต่่างกันั สะดืือค่่อนข้้างกว้า้ งและลึกึ เนื่่อ� งจากเปลืือกใสทำ�ำ ให้้เห็็น
ส่่วนของเนื้้อ� สีีเหลืืองหรืือสีสี ้ม้ ได้้ชัดั เจน
ถิ่น�่ ที่�่อยู่�่อาศัยั หอยในวงศ์น์ ี้้ม� ัักพบอาศัยั ตามเขาหิินปูนู เป็็นส่่วนใหญ่่ โดยจะหลบซ่่อนอยู่่�ใต้้ซากใบไม้้ผุุ
พััง มักั จะออกหากินิ หลังั ฝนตกและตอนที่�ม่ ีอี ากาศชื้้น� โดยกิินหอยชนิดิ อื่่น� ที่่ม� ีีขนาดเล็ก็ หรือื ใหญ่่กว่่าเล็ก็ น้อ้ ย
เป็น็ อาหาร
การแพร่่กระจาย หอยในสกุุลนี้้�พบเฉพาะภาคใต้้ของประเทศไทยและมาเลเซีียเป็็นส่่วนใหญ่่ สำำ�หรัับ
หอยนักั ล่่าเปลือื กกระดุุมพบได้้ตั้้�งแต่่จัังหวััดชุุมพร และทุุกจัังหวััดในภาคใต้้ของประเทศไทย และทางเหนืือ
ของประเทศมาเลเซียี การกระจายที่�่เขานััน พบที่่�ถ้ำ��ำ หงส์์ ถ้ำ�ำ� หลวง ถ้ำ�ำ� ขุุนคลััง ถ้ำำ�� หลอด
69
“หอยเล็บ็ หรือื หอย หอย
เล็บ็ อัมั พันั เปํํ นศัตั รููสำ�ำ คัญั
ของชาวสวนกล้ว้ ยไม้้ หลังั
ฝนตกจะออกมากัดั กิินใบ
พืืชและส่่วนอ่่อนอื่�น ๆ”
70
หอยเล็บ็
วงศ์์ Succineidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Succinea tenella Morelet, 1865
ชื่่อ� ไทย หอยเล็บ็ หรือื หอยอัมั พันั
ลักั ษณะสำ�ำ คัญั หอยสกุุลนี้้�มีีเปลืือกคล้้ายคลึึงกับั พวกหอยทากลดเปลือื กมาก เนื่่�องจากเปลืือกบางลง
และลดรูปู เหลือื จำำ�นวนวงน้้อย ลักั ษณะที่แ�่ ตกต่่างคืือ เปลือื กวงสุุดท้้ายมีขี นาดใหญ่่มาก เปลืือกบางสีนี ้ำ��ำ ตาล
อ่่อนมีลี ัักษณะคล้า้ ยเล็บ็ เปลืือกในวงถัดั ขึ้้น� ไปมีีขนาดเล็ก็ ลัักษณะคล้้ายจุุกติดิ อยู่่� ลำำ�ตัวั หอยแผ่บ่ านออก ไม่่มีี
ส่่วนของเนื้้�อเยื่่�อยื่่น� ขึ้น� มาคลุุมเปลือื กอย่่างพวกหอยทากลดเปลืือก ส่่วนของเท้้ารููปกลมรีี แผ่่บานออกมาก
ส่่วนของหนวดคู่่ย� าวมองเห็น็ เส้น้ ประสาทสีดี ำ�ำ ชัดั เจน หนวดคู่่ส�ั้้น� มีขี นาดเล็ก็ และเห็น็ ไม่่ชัดั เจน ลำ�ำ ตัวั มักั มีสี ีเี หลืือง
อ่่อนหรืือเหลืืองขุ่่น�
ถิ่�่นที่�่อยู่่อ� าศััย หอยในกลุ่�่มนี้้�มัักพบเกาะอยู่่ต� ามใต้ใ้ บไม้้ พบเห็น็ บ่่อยในฤดููฝนช่่วงที่�อ่ ากาศมีคี วามชื้น� สูงู
หอยพวกนี้้�วางไข่่เป็็นกลุ่่�มใสๆ ใต้ใ้ บไม้้ ลัักษณะไข่่คล้า้ ยกับั หอยน้ำ�ำ� จืืด
การแพร่่กระจาย หอยในวงศ์์นี้้�มีีการแพร่่กระจายกว้้างเกือื บทั่่ว� โลก บางชนิิดเป็็นศัตั รูทู างการเกษตร
สำ�ำ หรับั ประเทศไทยหอยในวงศ์น์ ี้้พ� บได้ท้ ั่่�วทุุกภาคของประเทศไทย การกระจายที่เ�่ ขานันั พบเปลือื กที่�ถ่ ้ำ�ำ�หลอด
และปากทางเข้้าถ้ำ�ำ� หลวง
71
“หอยหางดิ้้�นน้้อย เป็็ น
หอยที่�่เปลืือกกำ�ำ ลังั ลดรููป
พวกนี้้ล� ำ�ำ ตัวั ยาวโดยเฉพาะ
ส่่วนหาง ไม่่สามารถหดตัวั
เข้า้ เปลืือกได้้ หางดิ้้น� หนีี
ศัตั รููได้ร้ วดเร็ว็ โดยเฉพาะงูู
กิินทากสกุุล Pareas ที่�่
ชอบกิินหอยหางดิ้้น� น้้อย
มาก”
72
หอยหางดิ้้น� น้้อย
วงศ์์ Helicarionidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Durgella levicula (Blanford, 1859)
ชื่่อ� ไทย หอยหางดิ้้น� น้อ้ ย
ลักั ษณะสำ�ำ คัญั หอยหางดิ้้�นน้้อยจััดเป็็นพวกหอยทากลดเปลืือกอีีกชนิิดหนึ่่�ง มีเี ปลือื กค่่อนข้้างกลม
ขนาดเล็็ก อ่่อนไม่่คงรูปู เปลืือกสีีเหลืืองอ่่อน บางใสทำำ�ให้้เห็็นอวััยวะภายในชััด มีีวงเปลืือกน้้อย 2-3 ชั้้�น
เปลือื กไม่่สามารถใช้้ในการจำ�ำ แนกชนิดิ ได้้ หอยมีีลำำ�ตััวสีีขาวหรืือสีีเหลืืองอ่่อน ส่่วนหางแบนตั้้�ง และมีีสีีเข้้ม
เมื่่�อถููกรบกวนหอยหางดิ้้�นน้้อยสามารถสะบััดหางไปมาเหมืือนกับั การดิ้้�นซึ่ ง� ช่่วยให้้หอยเคลื่่�อนที่่ไ� ด้้เร็็วหรืือ
ร่่วงจากกิ่่�งหรืือใบไม้้และรอดพ้้นจากผู้้�ล่่า จึึงเป็็นที่ม�่ าของชื่ อ� “หอยหางดิ้้น� น้อ้ ย” นอกจากนี้้ส� ่่วนหางยังั มีี
เมือื กเหนียี วที่�ช่ ่่วยทำำ�ให้ต้ ััวหอยแปะติดิ กัับใบไม้้ระหว่่างที่่�หอยทิ้้�งตัวั ลงมาได้้ง่่าย
ถิ่�่นที่อ่� ยู่อ�่ าศัยั หอยสกุุลนี้้พ� บอาศััยตามป่่าไม้้ที่่ม� ีีความชุ่่�มชื้�น พบมากหลังั ฝนตก โดยเกาะอยู่่�ตามใบไม้้
หรืือกิ่่ง� ไม้้ที่่�ไม่่สููงมากนักั
การแพร่่กระจาย หอยสกุุล Durgella มีีการแพร่่กระจายกว้้างตั้้�งแต่่ประเทศอิินเดีียจนถึึงเกาะ
สุุมาตรา เกาะชวา เกาะบอร์์เนีียว และประเทศในคาบสมุุทรอิินโดจีีน ส่่วนหอยหางดิ้้�นน้้อยนี้้�พบทางภาค
ตะวัันตกจนถึึงภาคใต้้ตอนล่่างของประเทศไทย การกระจายที่่�เขานััน พบเกาะอยู่่�ใต้้ใบกล้้วยป่่า ที่่�น้ำำ��ตก
คลองกราย น้ำ��ำ ตกสุุนัันทา ถ้ำ��ำ ขุุนคลังั ถ้ำ�ำ� หงส์์ ถ้ำ�ำ� หลวง ถ้ำำ�� หลอด
73
“ห อ ย ห า ง ดิ้้� น ท ว า ย
สามารถสลัดั เปลืือกทิ้้ง� ได้้
เมื่่�อถูกู รบกวนมาก ๆ”
74
หอยหางดิ้้�นทวาย
วงศ์์ Helicarionidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Cryptaustenia tavoyensis (Godwin-Austen, 1910)
ชื่่�อไทย หอยหางดิ้้น� ทวาย
ลักั ษณะสำำ�คัญั มีเี ปลือื กค่่อนข้้างกลม ขนาดเล็็ก เปลืือกบางและมีสี ีีเหลืืองอ่่อน บางครั้ �งอาจจะหนา
และแข็็งแรง สามารถมองเห็น็ อวััยวะภายในที่่�มีีสีีเข้ม้ เปลืือกมีีจำ�ำ นวนชั้ �นน้อ้ ยและไม่่สามารถใช้้ในการจำ�ำ แนก
ชนิิดเช่่นเดีียวกัับหอยหางดิ้้น� น้อ้ ย เปลืือกถููกปกคลุุมด้้วยผิวิ หนังั บางๆ มีีลายคล้้ายใบไม้้เป็็นสีดี ำ�ำ และเมื่่อ� ถูกู
รบกวนหอยสามารถหดผิิวหนัังชิ้้�นนี้้�เข้้าในเปลืือกได้้และดิ้้�นได้้เช่่นเดีียวกัับหอยหางดิ้้�นน้้อย ลำำ�ตััวค่่อนข้้าง
กลมและเรีียวยาวมาก มีีสีดี ำำ�หรือื น้ำ��ำ ตาลดำ�ำ บางครั้�งหอยหางดิ้้�นในกลุ่�่มนี้้�สามารถสลัดั หางของตนเองทิ้้�งได้้
คล้า้ ยกัับพวกจิ้ง� จก
ถิ่�่นที่่อ� ยู่อ่� าศัยั หอยหางดิ้้�นสกุุล Cryptaustenia พบอาศััยอยู่่ต� ามป่า่ ไม้ท้ ี่�่มีคี วามชุ่่ม� ชื้น� มาก ส่่วนใหญ่่
มัักพบหลัังฝนตก โดยเกาะอยู่่�ตามใบไม้้หรืือกิ่่�งไม้้ จะพบออกหากิินตามต้้นไม้้ที่่�ไม่่สููงมากนััก มัักจัับคู่่�ผสม
พันั ธุ์�ใต้ใ้ บไม้้ และวางไข่่เป็น็ กลุ่่�ม เม็ด็ เล็ก็ ขนาดประมาณ 1 มิิลลิิเมตร ใต้เ้ ปลือื กไม้ห้ รืือในโพรงไม้้
การแพร่่กระจาย หอยในสกุุลนี้้�มีีการแพร่่กระจายกว้้างตั้้�งแต่่ประเทศในคาบสมุุทรอิินโดจีนี จนถึึง
ประเทศอิินเดียี ส่่วนหอยหางดิ้้�นทวายนี้้�พบทางภาคตะวันั ตกจนถึึงภาคใต้ข้ องไทย การกระจายที่เ�่ ขานันั พบ
เกาะอยู่่�ใต้้ใบไม้้ที่�น่ ้ำ��ำ ตกคลองกราย ถ้ำำ��หงส์์ ถ้ำ�ำ�หลอด
75
“หอยห่่อเปลืือกใหญ่่สยาม
เป็็ นหอยเปลืือกล ด รูู ป ที่�่ มีี
ขนาดใหญ่่ ลักั ษณะเด่่นที่�่
สำ�ำ คัญั ประการหนึ่่�งคืือ มีี
เมืือกที่�่เหนีียวมาก ๆ”
76
หอยห่่อเปลืือกใหญ่่สยาม
วงศ์์ Helicarionidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Megaustenia siamensis (Haines, 1858)
ชื่่อ� ไทย หอยห่่อเปลือื กใหญ่่สยาม
ลัักษณะสำำ�คััญ หอยห่่อเปลืือกใหญ่่สยามจััดเป็็นพวกหอยทากลดเปลืือก ลัักษณะเปลืือกเป็็นรููปไข่่
บางใส เนื่่อ� งจากมีแี คลเซียี มเป็น็ องค์ป์ ระกอบน้้อย เปลือื กวงสุุดท้้ายมีขี นาดใหญ่่ ปากเปลือื กกว้า้ ง มีวี งเปลืือก
เพีียง 2-3 ชั้้�น ผิิวเปลืือกเรีียบเป็็นมัันวาว มีีสีีน้ำำ��ตาลอมเหลืืองจนถึึงน้ำำ��ตาลเข้้ม ลำำ�ตััวมีีสีีน้ำำ��ตาลเทา
ผิิวหนัังขรุุขระ หรือื อาจมีีจุุดสีีดำ�ำ หรืือสีขี าวกระจายทั่่�วตัวั โดยปกติิหอยห่่อเปลืือกใหญ่่สยามจะยื่่�นส่่วนของ
เนื้้�อที่่�เรีียกว่่า mantle lapped ลัักษณะเป็็นเนื่่�อเยื่่�อบางๆ ผิิวขรุุขระเป็็นตุ่่�มเล็็กๆ จำำ�นวนมากออกมาคลุุม
เปลืือกจนมิิด แต่่เมื่่�อหอยถููกรบกวนเนื้้�อเยื่่อ� ส่่วนนี้้ส� ามารถหดเข้า้ ในเปลืือกได้้ หอยพวกนี้้�มีีเมือื กเหนีียวมาก
แต่่ไม่่เป็น็ อัันตราย
ถิ่น�่ ที่�อ่ ยู่�อ่ าศััย หอยห่่อเปลืือกใหญ่่สยามมักั พบอาศััยอยู่่�ตามป่่าไม้ท้ ี่ม่� ีคี วามชุ่่�มชื้�น เกาะอยู่่ต� ามใต้้ใบไม้้
ขนาดใหญ่่ ในฤดููแล้้งหอยจะหลบซ่่อนอยู่่�ใตเปลืือกไม้้ โพรงไม้้หรืือซอกหิิน ส่่วนมากกิินซากใบไม้้หรืือกิิน
ใบไม้้สดเป็น็ อาหารแต่่ไม่่เป็น็ ศััตรููทางการเกษตร
การแพร่่กระจาย หอยชนิิดนี้้�พบได้้ทั่่�วประเทศไทย การกระจายที่�เ่ ขานััน พบเกาะอยู่่ใ� ต้ใ้ บไม้้ และใบ
กล้ว้ ยที่่�น้ำำ��ตกสุุนัันทา ถ้ำ��ำ หงส์์ ถ้ำ�ำ� หลวง น้ำ�ำ� ตกคลองแก้ว้ น้ำำ��ตกคลองกราย
77
“หอยทากเล็บ็ มืือนาง มีี
ลัักษณะคล้า้ ยกัับหอย
ทากลดเปลือื กทั่่�วไป”
78
ทากเล็็บมืือนาง
วงศ์์ Helicarionidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Parmarion siamensis (Cockerell, 1891)
ชื่่อ� ไทย ทากเล็บ็ มืือนาง
ลักั ษณะสำ�ำ คััญ ทากเล็็บมือื นางเป็็นพวกทากลดเปลืือกแม้ว้ ่่าเปลืือกคล้า้ ยกับั เล็บ็ ลัักษณะบางๆ ติิดอยู่่�
บนตััวหอย อาจเห็น็ ร่่องรอยการขดวนของเปลือื กบ้า้ ง โดยปกติิเปลืือกมัักถููกคลุุมด้ว้ ยแผ่น่ หนังั บางๆ (mant-
tle lapp) ที่�เ่ ลื่่�อนเข้้าออกจึงึ ยังั เห็น็ เปลือื กหอยได้้ เปลือื กมักั มีสี ีเี หลือื งอ่่อนหรือื สีนี ้ำ��ำ ตาลอมเหลือื ง ลำำ�ตัวั หอยมีี
สีเี ทาดำ�ำ หรือื สีนี ้ำ��ำ ตาลเหลือื ง ส่่วนหางแบนตั้้�งและมีีติ่่�งขนาดเล็ก็ อยู่่�ที่�่ปลาย ผิิวหนัังที่ใ่� ช้้คลุุมเปลือื กและลำ�ำ ตัวั มีี
ขนาดใหญ่่ ด้้านข้้างลำ�ำ ตััวเห็น็ สันั เท้้าชัดั เจน เมื่่�อถููกรบกวนหอยกลุ่�่มนี้้�จะเคลื่่อ� นที่่�เร็็ว
ถิ่น�่ ที่อ�่ ยู่�่อาศัยั ทากเล็็บมือื นางมัักพบอาศัยั อยู่่ต� ามป่า่ ไม้ท้ ี่่�มีคี วามชุ่่ม� ชื้�น เกาะอยู่่�ใต้้ใบไม้้ ในฤดููแล้้งจะ
หลบซ่่อนอยู่่ใ� นโพรงไม้ห้ รืือซอกหินิ กินิ ใบไม้้สดหรืือยอดไม้้เป็็นอาหารและพบเป็น็ ศัตั รูพู ืชื ด้้วย
การแพร่่กระจาย หอยชนิิดนี้้�พบได้้ทั่่�วประเทศไทย การกระจายที่เ�่ ขานััน พบเกาะอยู่่ใ� ต้้ใบไม้้ ที่่�น้ำำ��ตก
สุุนันั ทา
79
“หอยเวีียนซ้า้ ยถลาง เป็็น
หอยเปลือื กทรงแบน ที่�่มีี
ลักั ษณะเด่่นคืือเปลือื ก
เวีียนซ้า้ ยทั้้ง� หมด”
80
หอยเวีียนซ้้ายถลาง
วงศ์์ Dyakiidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Dyakia salangana (Martens, 1883)
ชื่่�อไทย หอยเวีียนซ้า้ ยถลาง
ลัักษณะสำ�ำ คััญ เปลืือกเป็็นทรงแบน เวีียนซ้้าย หนาแข็็ง ส่่วนยอดโค้้งนููน เปลืือกวงสุุดท้้ายมีีขนาด
ใหญ่แ่ ละมีีสัันโดยรอบ เปลือื กกว้้าง 50-60 มิลิ ลิิเมตร สูงู 25-35 มิิลลิิเมตร มีีวงเปลืือก 5-6 ชั้้น� มัักมีีสีี
น้ำำ��ตาลอ่่อนอมเหลืือง ผิิวเปลืือกเรีียบไม่่มีีลาย ด้้านบนเปลืือกมักั มีีสีีเข้ม้ กว่่าด้า้ นล่่างเปลือื ก ด้้านข้้างเปลืือก
มัักมีแี ถบสีนี ้ำ�ำ�ตาลเข้้มวนรอบเปลืือก ปากเปลืือกเป็็นรูปู รีหี รืือรููปไข่่ สะดืือเป็็นหลุุมลึึกและแคบ ในตัวั เต็ม็ วัยั
ขอบปากเปลืือกจะหนาขึ้้�นเล็็กน้้อยแต่่ไม่่บานออก หอยวััยอ่่อน ขอบปากเปลืือกบางและยังั มีกี ารเจริญิ ของ
เปลืือกอยู่่�
ถิ่น�่ ที่อ�่ ยู่�อ่ าศััย หอยในสกุุลนี้้�พบอาศััยทั่่�วไปตามป่า่ ที่่�มีีความชื้้�นสููง อาจเป็็นเขาหิินปููนหรืือป่่าไม้้ต่่างๆ
หอยวััยอ่่อนมัักพบเกาะอยู่่บ� นต้้นไม้้หรือื ใต้ใ้ บไม้้ได้บ้ ่่อยกว่่าตััวเต็็มวัยั
การแพร่่กระจาย หอยในสกุุลนี้้พ� บได้ต้ั้้ง� แต่่ภาคตะวันั ออกของประเทศไทย ประเทศมาเลเซียี เกาะสุุมาตรา
เกาะชวา และเกาะบอร์์เนีียว สำ�ำ หรับั หอยเวีียนซ้้ายถลางพบเฉพาะทางภาคใต้้ของไทยตั้้ง� แต่่จัังหวััดเพชรบุุรีี
ลงไป การกระจายที่่เ� ขานััน พบที่�น่ ้ำ�ำ�ตกสุุนัันทา ถ้ำ�ำ� หงส์์ น้ำำ�� ตกคลองแก้ว้ น้ำ�ำ�ตกคลองกราย
81
“หอยเวีียนซ้า้ ยลายแถบ มีี
ลัั ก ษ ณ ะ คล้ ้า ย กัั บ ห อ ย
เวีียนซ้า้ ยถลาง ต่า่ งกันั ตรง
ที่�่เปลืือกมีีแถบสีีน้ำ��ำ ตาล
ขนาดใหญ่่พาดวนอยู่่”�
82
หอยเวีียนซ้้ายลายแถบ
วงศ์์ Dyakiidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Dyakia sp.
ชื่่อ� ไทย หอยเวีียนซ้า้ ยลายแถบ
ลัักษณะสำ�ำ คัญั หอยชนิิดนี้้�มีีเปลืือกคล้้ายคลึึงกับั หอยเวีียนซ้้ายถลางมาก แต่่มีีขนาดย่่อม
กว่่า เปลืือกกว้้าง 40-50 มิลิ ลิเิ มตร สููง 20-30 มิิลลิเิ มตร เปลือื กค่่อนข้า้ งหนา ส่่วนยอดมััก
จะแบนและเตี้้�ยกว่่า ด้้านข้้างเปลืือกเป็็นสัันไม่่ชััดเจน ที่่�สำำ�คััญเปลืือกมีีสีีขาวนวลจนถึึงสีีเหลือื ง
มีีแถบสีีน้ำำ��ตาลเทาขนาดใหญ่่พาดวนอยู่่ด� ้้านบนและด้้านล่่างของเปลือื กที่่�ละ 1 แถบ ซึ่ �งแถบทั้้ง�
สองนี้้�สามารถสัังเกตได้ช้ ัดั เจน ลำ�ำ ตััวหอยมีีสีนี ้ำ�ำ�ตาลคล้้ายกัับหอยเวียี นซ้้ายถลาง
ถิ่น�่ ที่�อ่ ยู่อ่� าศัยั พบเกาะอยู่่ต� ามใต้ใ้ บไม้้ของต้้นไม้้ที่�ไ่ ม่่สูงู มากนักั
การแพร่่กระจาย หอยชนิิดนี้้�มีีการกระจายที่่�แคบกว่่าหอยเวีียนซ้้ายถลางโดยพบเฉพาะ
บนเทืือกเขานครศรีีธรรมราชเป็น็ ส่่วนใหญ่่ พบในอุุทยานแห่่งชาติิเขาหลวง การกระจายที่เ�่ ขา
นันั พบตััววััยอ่่อนที่่ถ� ้ำ�ำ� หลวง ถ้ำำ�� หลอด ถ้ำำ�� ขุุนคลังั
83
“หอยทากสยาม เป็็นหอย
ทากสีีน้ำ��ำ ตาลชนิิดเด่่น ที่�่
พบมากทุุกพื้้น� ที่�่ หลาย
แห่่งพบกััดทำ�ำ ลายส่่วน
ต่า่ ง ๆ ของพืืช”
84
หอยทากสยาม
วงศ์์ Ariophantidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Cryptozona siamensis (Pfeiffer, 1856)
ชื่่�อไทย หอยทากสยาม
ลักั ษณะสำ�ำ คัญั เปลืือกเป็น็ ทรงโดมเตี้้ย� จนถึงึ ค่่อนข้า้ งแบน ส่่วนยอดอาจโค้ง้ นููนเล็็กน้้อย เปลืือกกว้้าง
20-25 มิิลลิเิ มตร สููง 10-15 มิิลลิิเมตร เปลืือกบางแต่่แข็็งแรง มีีวงเปลืือก 8-12 ชั้้�น เปลืือกด้า้ นบนมีี
ผิิวเป็็นริ้ �วตาข่่ายละเอีียดๆ และมีีสีีน้ำำ��ตาลเข้้ม เปลือื กด้้านล่่างค่่อนข้้างเรีียบและมีีสีขี าวนวลต่่างจากผิิวด้้าน
บนอย่่างชััดเจน อาจพบแถบสีนี ้ำ�ำ�ตาลดำ�ำ ที่่�ด้า้ นข้า้ งของเปลือื ก ปากเปลืือกเป็็นรููปพระจัันทร์์เสี้้�ยวหรืือรููปรีี
เมื่่�อโตเต็ม็ วััยขอบปากเปลืือกไม่่บานออกแต่่จะหนาขึ้้�นเล็็กน้้อย สะดืือแคบและเป็็นหลุุมลึึก ลำำ�ตััวหอยมัักมีีสีี
ขาวนวล น้ำ�ำ�ตาลอ่่อนจนถึึงสีเี ทาดำ�ำ
ถิ่�่นที่อ่� ยู่�่อาศััย หอยทากสยามพบแพร่่กระจายทั่่ว� ประเทศไทยแม้้ในพื้้น� ที่่�ราบลุ่่ม� ภาคกลาง มักั อาศััยอยู่่�
ตามพื้้�น ตามซากพืชื เน่่าเปื่อ�่ ย กินิ ซากพืืช ใบไม้ห้ รืือยอดไม้อ้ ่่อน อาจเป็น็ ศัตั รููพืืชในแปลงเพาะชำำ�กล้้าไม้้
การแพร่่กระจาย พบได้้ทั่่�วประเทศไทยรวมทั้้ง� ประเทศลาว กััมพููชา และมาเลเซีีย การกระจายที่่�เขา
นันั พบที่่�น้ำำ��ตกสุุนัันทา ถ้ำ�ำ� หลวง ถ้ำำ�� หงส์์ ถ้ำ�ำ� หลอด
85
“หอยทากเปลือื กสันั จัดั
เป็็นหอยทากที่�่มีีขนาด
ปานกลางมักั พบตามป่่า
หรืือบ้้านเรืือนใกล้้ป่่ า
กิินเศษซากพืืชเป็็ น
อาหาร”
86
หอยทากเปลืือกสันั
วงศ์์ Ariophantidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์Q์ uantula weinkauffiana (Crosse &
Fischer, 1863)
ชื่่อ� ไทย หอยทากเปลืือกสันั
ลัักษณะสำำ�คัญั เปลือื กเป็น็ ทรงโดมค่่อนข้า้ งเตี้้�ย หนาแข็็ง มีีสีนี ้ำำ��ตาลอมเหลืืองจนถึึงสีนี ้ำ��ำ ตาลอ่่อน มีี
วงเปลืือก 5-8 ชั้้�น เปลืือกกว้้าง 25-30 มิิลลิิเมตร ส่่วนยอดทู่่�หรืือโค้้งมน ร่่องระหว่่างวงเปลืือกตื้้�น
เปลือื กด้้านบนเป็น็ ริ้ว� ขนาดเล็็กเรียี งตัวั อย่่างเป็น็ ระเบียี บในแนวรัศั มีี เปลืือกด้้านล่่างมัักจะเรีียบไม่่มีลี ายและ
มีีสีีอ่่อนกว่่าด้้านบน เปลืือกวงสุุดท้้ายลัักษณะเป็็นสัันชััดเจนโดยรอบเปลืือก ปากเปลืือกเป็็นรููปพระจัันทร์์
เสี้้�ยวและหนาเล็็กน้้อย ส่่วนของสะดืือเปิิดเป็็นรููขนาดเล็็กและลึึก หอยวัยั อ่่อนขอบปากเปลืือกจะบางแต่่เมื่่อ�
โตเต็ม็ วััยขอบปากเปลือื กจะหนา
ถิ่น�่ ที่่อ� ยู่�่อาศัยั หอยในสกุุล Quantula มัักอาศััยใต้้ซากใบไม้้ผุุพัังทัับถม ที่่�ที่่�มีีความชื้้�นสููงตามเขา
หิินปูนู บางครั้�งอาจพบอาศัยั บนต้้นไม้้ กินิ พวกเศษซากพืืชเป็็นอาหาร
การแพร่่กระจาย พบได้้ตั้้�งแต่่ภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือจนถึึงภาคใต้้ของประเทศไทย มาเลซีีย และ
กัมั พูชู า การกระจายที่่�เขานันั พบเปลือื กที่�บ่ ริิเวณถ้ำ��ำ หลวง ถ้ำ�ำ� หงส์์
87
“หอยขัดั เปลืือกลายมงกุุฎ
หรือื หอยมงกุุฎ พบเฉพาะ
ที่�่ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย เ ท่่ า นั้้� น
เปลืือกด้้านบนมีีร่่องลึึก
ระหว่่างวงเปลืือก”
88
หอยขััดเปลืือกลายมงกุุฎ
วงศ์์ Ariophantidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Sarika diadema (Dall, 1897)
ชื่่อ� ไทย หอยขัดั เปลืือกลายมงกุุฎ
ลักั ษณะสำ�ำ คััญ เปลือื กเป็น็ ทรงกลมแบน บางใส สีนี ้ำ��ำ ตาลอ่่อน ส่่วนยอดอาจสูงู ขึ้้น� เล็ก็ น้อ้ ย
เปลืือกกว้้าง 10-15 มิิลลิิเมตร มีีวงเปลืือก 6-7 ชั้้�น ลัักษณะเด่่นคืือเปลืือกด้้านบนมีีร่่อง
ระหว่่างวงเปลืือกลึกึ และมีีสัันในแนวรัศั มีขี นาดใหญ่่ โดยร่่องระหว่่างสันั ในแนวรััศมีีลึึกและแคบ
เปลืือกด้้านล่่างมักั จะเรียี บ ปากเปลืือกบางเป็็นรูปู พระจัันทร์์เสี้้�ยว สะดืือเปิิดเป็็นรููขนาดเล็็กและ
ลึึก ลำำ�ตััวหอยมีีสีีดำำ� ส่่วนของเท้้ามีีสีีเหลืือง ส่่วนหััวมีีแถบสีีเหลืืองกลางลำำ�ตััว และมีีส่่วนของ
mantle appendage ยื่่น� ยาวออกมาถููเปลืือกตลอดเวลาจึึงทำำ�ให้้เปลืือกมันั เงา
ถิ่น�่ ที่อ�่ ยู่�อ่ าศัยั หอยขััดเปลืือกลายมงกุุฎพบอาศััยตามผนัังหิินปููน หรืือตามไม้้พุ่่�ม ไม้้
ล้้มลุุกขนาดเล็็กในป่่าที่่�มีีความชุ่่�มชื้้�น
การแพร่่กระจาย พบตามแนวเทือื กเขาหลวงและเทืือกเขาบรรทััดในจัังหวััดสุุราษฎร์ธ์ านีี
นครศรีีธรรมราช ตรััง พััทลุุง และภาคใต้้ตอนล่่าง การกระจายที่�เ่ ขานันั พบบริิเวณถ้ำำ��หลวง
ถ้ำ�ำ�หงส์์ ถ้ำ��ำ หลอด และถ้ำำ��ขุุนคลังั
89
“หอยขัดั เปลืือกธรรมดา
มีีเปลืือกบาง มันั มีีร่่อง
บนเปลืือกที่�่ตื้้น� ”
90
หอยขัดั เปลืือกธรรมดา
วงศ์์ Ariophantidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Sarika resplendens (Philippi, 1843)
ชื่่�อไทย หอยขััดเปลือื กธรรมดา
ลัักษณะสำำ�คััญ ลัักษณะเปลืือกบางใส สีีน้ำำ��ตาลอ่่อน หรืือสีีเหลืืองอ่่อน ส่่วนยอดอาจยกขึ้้น� เล็็กน้อ้ ย
บางครั้้�งเกืือบแบนราบ ร่่องระหว่่างวงเปลืือกตื้้�น ผิิวด้้านบนเปลืือกเรีียบ ขอบเปลืือกด้้านข้้างมัักโค้้งมน
ปากเปลืือกบางเป็็นรููปพระจัันทร์์เสี้้�ยว สะดืือเปิดิ เป็็นรููขนาดเล็็กและลึกึ เมื่่�อโตเต็ม็ วัยั ปากเปลือื กจะไม่่บาน
ออกแต่่จะหนาขึ้น� เล็ก็ น้อ้ ย ลำำ�ตัวั หอยมักั มีีสีเี หลืืองซีีดสีีเทาดำ�ำ จนถึึงสีดี ำำ� กลุ่่�มหอยขััดเปลืือกธรรมดานี้้�อาจ
จะมีีหลายชนิิดที่่�ปะปนกัันอยู่่� แต่่ด้้วยลัักษณะของระบบสืบื พันั ธุ์�และถุุงเก็็บสเปิริ ์ม์ สามารถบ่่งบอกความแตก
ต่่างระหว่่างชนิิดได้้
ถิ่น�่ ที่่�อยู่่�อาศัยั หอยขััดเปลืือกธรรมดานี้้�พบได้้ทั่่�วไป ตามป่่าไม้้ธรรมชาติิ จนถึึงในแหล่่งชุุมชน มักั
เกาะอยู่่ต� ามไม้พ้ ุ่�่มหรือื ไม้้ล้ม้ ลุุกขนาดปานกลาง มัักกิินพืืช ยอดอ่่อนของต้้นไม้เ้ ป็็นอาหาร
การแพร่่กระจาย พบได้้ทั่่�วประเทศไทย แต่่มัักพบชุุกชุุมบริิเวณเขาหิินปููนการกระจายที่่�เขานััน พบ
บริิเวณถ้ำำ�� หลวง ถ้ำ�ำ� หงส์์ ถ้ำำ�� หลอด ถ้ำำ�� ขุุนคลังั น้ำ�ำ� ตกยอดน้ำ�ำ� น้ำำ��ตกสุุนัันทา
91
“หอยจานบิิน
เปลืือกเป็็นโดมเตี้้ย�
หรืือทรงจานบิิน
พบตามต้น้ ไม้”้
92
หอยจานบินิ
วงศ์์ Trochomorphidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Trochomorpha sp.
ชื่่อ� ไทย หอยจานบิิน
ลัักษณะสำ�ำ คััญ เปลือื กเป็็นทรงโดมเตี้้ย� จนถึึงแบน เปลืือกวงสุุดท้้ายเป็็นสัันโดยรอบ จึึงทำ�ำ ให้้เปลืือก
มีีลัักษณะคล้้ายเลนส์์ เปลืือกมีีขนาดค่่อนข้้างเล็็ก กว้้าง 8-15 มิิลลิิเมตร มีีวงเปลืือก 5-8 ชั้้�น ร่่อง
ระหว่่างวงเปลืือกตื้้�น ผิิวเปลืือกเรีียบและเป็็นมััน ปากเปลืือกเป็็นรููปรีี สะดืือกว้า้ งและลึึก เนื่่อ� งจากเปลือื ก
บางใสทำำ�ให้้เห็็นเนื้้�อสีีดำำ�และลายสีีขาวชััดเจน ลำำ�ตััวหอยมีีสีีดำำ�สนิิท ส่่วนของเท้้าแคบส่่วนหางสั้้�นและมีสี ันั
เท้า้ ชัดั เจน เมื่่�อโตเต็ม็ วัยั ปากเปลือื กจะไม่่บานออกแต่่อาจจะหนาขึ้ �นเล็ก็ น้อ้ ย
ถิ่น่� ที่�อ่ ยู่่�อาศััย หอยจานบิินสกุุลนี้้ม� ักั พบอยู่่บ� นต้้นไม้้ ตามลำำ�ต้น้ หรืือกิ่่�งไม้้ โดยขููดกินิ พวกสาหร่่ายหรือื
ไลเคนส์์ที่�อ่ ยู่่�ตามเปลืือกไม้้เป็็นอาหาร
การแพร่่กระจาย หอยในสกุุลนี้้�พบได้้ในพื้้�นที่�่ป่่าธรรมชาติิ สวนผลไม้้ หรืือตามเขาหินิ ปูนู พบการแพร่่
กระจายทั่่ว� ประเทศไทยและมาเลเซียี การกระจายที่่� เขานันั พบเปลือื กที่่�ถ้ำ�ำ�หลวง ถ้ำ�ำ� หงส์์
93
“หอยนกขมิ้้น� ใหญ่่ หอย
ต้น้ ไม้ช้ นิิดเด่่น เปลือื กมีี
สีีเหลืือง หรือื ขาว หรือื
น้ำ��ำ ตาล มีีทั้้ง� ที่�่เวีียนซ้า้ ย
และเวีียนขวา”
94
หอยนกขมิ้้น� ใหญ่่
วงศ์์ Camaenidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Amphidromus atricallosus (Gould, 1844)
ชื่่อ� ไทย หอยนกขมิ้้�นใหญ่่
ลัักษณะสำ�ำ คัญั เปลือื กเป็น็ รูปู กรวยทรงสูงู ส่่วนยอดแหลม พบทั้้ง� แบบเวียี นซ้า้ ยและเวียี นขวา ผิวิ เปลือื ก
เรีียบเป็็นมััน สููง 45-60 มิิลลิิเมตร กว้า้ ง 25-35 มิิลลิิเมตร เปลืือกมีสี ีีเหลือื ง (พบมากที่�่สุุด) สีีขาว หรืือ
สีนี ้ำ��ำ ตาลลาย (พบน้อ้ ยมาก) ปากเปลือื กเป็น็ รููปวงรีีจนถึงึ รูปู ไข่่ เมื่่�อโตเต็ม็ วัยั ขอบปากเปลืือกจะพอกหนาและ
บานออกชััดเจน แผ่น่ แข็ง็ ด้้านบนปากเปลือื ก (parietal callus) มักั มีสี ีนี ้ำำ��ตาลเข้้มหรือื สีีดำ�ำ ส่่วนเนื้้�อหอยมีสี ีี
ขาวนวล ส่่วนของเท้้ายาว ด้า้ นข้้างลำ�ำ ตััวมีแี ถบสีสี ้ม้ จางๆ
ถิ่�น่ ที่่อ� ยู่อ�่ าศัยั หอยในสกุุล Amphidromus จัดั ว่่าเป็น็ หอยต้้นไม้โ้ ดยสมบููรณ์์เพราะอาศััยอยู่่�บนต้้นไม้้
ตลอดชีวี ิิตทั้้�งหากิิน สืืบพันั ธุ์�และวางไข่่ พบเกาะอยู่่�ตามกิ่่�ง ลำำ�ต้้น หรืือใบของต้น้ ไม้้ทั่่ว� ไปในป่่า รวมทั้้�งสวน
ไม้้ผลต่่างๆ โดยกิินพวกราและสาหร่่ายต่่างๆ ที่�ข่ ึ้้�นอยู่่�ตามใบหรือื ลำำ�ต้น้ ซึ่่�งหอยในสกุุลนี้้�ไม่่พบว่่าเป็็นศัตั รูู
พืชื
การแพร่่กระจาย หอยนกขมิ้้�นใหญ่่มีีการแพร่่กระจายกว้้างพบตั้้�งแต่่เมืืองทวาย ประเทศพม่่า
ประเทศกััมพููชา ภาคตะวัันออกและภาคใต้้ของประเทศไทย มาเลเซีียจนถึึงสิิงคโปร์์ การกระจายที่เ�่ ขานััน
พบเปลือื กที่�ถ่ ้ำ��ำ หลวง ถ้ำ�ำ� หงส์์
95
“หอยนกขมิ้้น� น้อ้ ยปาก
ม่่วง เหมืือนหอยนก
ขมิ้้น� น้อ้ ยทั่่�วไป อาศัยั
บนต้น้ ไม้้ แต่่มีีเปลือื ก
เวีียนขวา”
96
หอยนกขมิ้้�นน้้อยปากม่่วง
วงศ์์ Camaenidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Amphidromus glaucolarynx (Dohrn, 1861)
ชื่่อ� ไทย หอยนกขมิ้้�นน้้อยปากม่่วง
ลัักษณะสำำ�คััญ เปลือื กเป็น็ ทรงกรวย พบทั้้�งเปลืือกเวีียนซ้้ายและเวีียนขวา เปลืือกค่่อนข้้างบาง ส่่วน
ยอดแหลมมีีสีีม่่วงดำำ�หรืือสีีส้้มอ่่อน ผิิวเปลืือกเรีียบ มีีสีีม่่วงอ่่อน มีีลวดลายสีนี ้ำ��ำ ตาลดำ�ำ ใต้ร้ ่่องระหว่่างชั้น�
เปลืือกมัักมีีแถบสีีเขีียวขนาดเล็็ก ส่่วนของสะดืือแคบ รอบสะดืือมัักมีีสีีขาว เมื่่�อโตเต็็มวััยเปลืือกสููง
25-30 มิิลลิิเมตร ปากเปลืือกเป็็นรููปไข่่ ขอบปากเปลืือกบานออกเล็็กน้้อยและมีีสีีม่่วงสด ลำ�ำ ตัวั หอยมักั มีสี ีี
น้ำ�ำ�ตาลเทา หอยนกขมิ้้�นน้อ้ ยปากม่่วงแตกต่่างจากพวกหอยนกขมิ้้น� น้อ้ ยด้ว้ ยการพบทั้้�งเปลืือกเวีียนซ้้ายและ
เวีียนขวา ระบบสืบื พัันธุ์� และลัักษณะแผ่น่ ฟัันที่่�เป็็นเอกลัักษณ์์ของตััวเอง
ถิ่น่� ที่�่อยู่�่อาศััย หอยนกขมิ้้�นน้้อยปากสีมี ่่วงมีถี ิ่่�นอาศััยและการกิินอาหารแบบเดีียวกัับหอยนกขมิ้้�นชนิิด
อื่่น� ๆ แต่่พบได้ไ้ ม่่บ่่อยนักั และมักั พบเฉพาะถิ่่�น
การแพร่่กระจาย มีีรายงานครั้้�งแรกที่่�จัังหวััดเพชรบุุรีีในปีี พ.ศ. 2404 ต่่อมาพบการกระจายเพิ่่�ม
เติิมตามแนวเทือื กเขาตะนาวศรีี สู่่ภ� าคใต้้ตอนบนของประเทศไทยการกระจายที่�เ่ ขานันั พบเปลือื กที่ถ�่ ้ำ�ำ�หลอด
97
“หอยนกขมิ้้น� น้อ้ ยสะดืือ
แดง เป็็นหอยต้น้ ไม้เ้ ล็ก็
ที่�่มีีเปลืือกเวีียนซ้้าย
ทั้้�งหมด ตรงสะดืือ
เปลืือกมีีสีีออกแดง”
98
หอยนกขมิ้้น� น้้อยสะดืือแดง
วงศ์์ Camaenidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Amphidromus xiengensis Morlet, 1891
ชื่่�อไทย หอยนกขมิ้้�นน้้อยสะดือื แดง
ลัักษณะสำำ�คััญ เปลืือกเป็็นทรงกรวยสููง พบเฉพาะเปลืือกเวีียนซ้้าย จึึงถููกจััดไว้้ในสกุุลย่่อย
Syndromus หรืือ หอยนกขมิ้้�นน้้อย หอยนกขมิ้้�นน้อ้ ยสะดืือแดงมีีลักั ษณะเด่่นคืือ เปลือื กมีขี นาดย่่อมสููง
20-25 มิิลลิิเมตร เปลืือกบาง ส่่วนยอดแหลมและมีีจุุดสีดี ำ�ำ ผิวิ เปลืือกเรีียบ มีีสีเี หลืืองและมัักมีลี วดลายสีี
น้ำำ��ตาลวนรอบเปลืือกหลัักๆ อยู่่� 5 แถบ สะดืือมีีขนาดเล็็ก รอบสะดืือมีสี ีีแถบแดงสด ปากเปลือื กเป็น็ รูปู ไข่่
ขอบปากเปลือื กบานออกเล็ก็ น้อ้ ยและมีสี ีขี าว ลำ�ำ ตัวั หอยมีสี ีนี ้ำ��ำ ตาลหรือื ขาวนวล อย่่างไรก็็ตามหอยนกขมิ้้�นน้้อยมีี
ความผันั แปรของลวดลายบนเปลือื กมาก ดังั นั้้น� การจำ�ำ แนกชนิิดยังั คงมีคี วามสับั สนอยู่่�บ้า้ ง
ถิ่่�นที่่�อยู่�่อาศััย หอยนกขมิ้้�นน้้อยสะดือื แดงมีถี ิ่่�นที่่�อยู่่อ� าศัยั และการกิินอาหารแบบเดีียวกับั หอยนกขมิ้้น�
ใหญ่่ และหลายครั้ง� ที่�พ่ บหอยทั้้�งสองชนิิดอาศััยอยู่่บ� นต้้นไม้้เดียี วกันั ในพื้้�นที่่เ� ดียี วกันั
การแพร่่กระจาย หอยชนิิดนี้้�มีีการกระจายกว้้างพบตั้้�งแต่่ภาคเหนืือจนถึึงภาคใต้้ของประเทศไทย
การกระจายที่�เ่ ขานันั พบเปลือื กที่ถ่� ้ำ�ำ� หลวง ถ้ำ�ำ� หงส์์ ถ้ำ�ำ�หลอด
99
“หอยขนยอดบุ๋๋ม� จัดั เป็็น
หอยที่�่มีีรููปทรประหลาด
ที่�่ยอดเปลือื ก หรือื
ก้น้ หอยจะบุ๋๋ม� และผิิว
เปลือื กมีีขนปกคลุุม”
100