The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by benjaporrn23, 2021-10-25 09:50:24

สารคดีหอยทาก

สารคดีหอยทาก

หอยขนยอดบุ๋๋�ม

วงศ์์ Camaenidae
ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Chloritis bifoveata (Benson, 1856)
ชื่่อ� ไทย หอยขนยอดบุ๋๋ม�

ลัักษณะสำำ�คัญั หอยขนยอดบุ๋๋�มมีีเปลืือกที่่�เป็็นเอกลัักษณ์์และแตกต่่างจากหอยชนิดิ อื่่น� ๆ คือื เปลืือก
ค่่อนข้้างกลม คล้้ายเมล็็ดลำำ�ไย ส่่วนยอดบุ๋๋�มลงมาเป็็นแอ่่งคล้า้ ยกัับสะดือื เปลืือกบางมีีสีีน้ำำ��ตาลเข้้มจนถึึงสีี
ดำ�ำ ปกคลุุมด้้วยผิวิ เปลืือกที่่�เป็น็ ขนอ่่อนนุ่ม�่ ทั่่�วทั้้ง� เปลืือก ตัวั เต็็มวัยั เปลือื กสููง 8-10 มิิลลิเิ มตร กว้้าง 10-15
มิลิ ลิเิ มตร ปากเปลืือกแคบเป็น็ รูปู พระจัันทร์เ์ สี้้ย� ว ขอบปากบานออก หนาขึ้ �นเล็็กน้้อย มีีสีีน้ำำ��ตาลเข้้มหรืือสีี
ม่่วงอมน้ำ�ำ� ตาล (หอยวััยอ่่อนปากเปลือื กจะบางและไม่่บานออก) สะดืือกว้้างลัักษณะเป็น็ แอ่่งลึึกคล้้ายกัับส่่วน
ยอด แต่่จะแคบกว่่าส่่วนยอดเล็ก็ น้อ้ ย ลำำ�ตัวั หอยมัักมีีสีนี ้ำำ�� ตาลดำำ�

ถิ่่�นที่อ�่ ยู่่�อาศัยั หอยขนยอดบุ๋๋ม� พบได้ไ้ ม่่บ่่อยนักั ส่่วนมากออกหากิินเวลากลางคืืน เนื่่�องจากเปลืือก
ค่่อนข้้างบางและมีีสีีดำำ�จึึงยากที่่�จะพบเห็น็ ในตอนกลางวััน พบอาศััยอยู่่�ในขอนไม้้หรืือตอไม้้ผุุเท่่านั้้�นไม่่พบ
ตามพื้้�นป่า่ ทั่่�วไป

การแพร่่กระจาย หอยชนิิดนี้้�มีีการกระจายตั้้ง� แต่่เมือื งทวายของประเทศพม่่า ภาคใต้้ของไทยในหลาย
พื้้�นที่จ่� นถึึงรััฐเปอร์ล์ ิิส ประเทศมาเลเซียี การกระจายที่่เ� ขานันั พบเปลือื กที่่�แนวเขาหิินปูนู ใกล้ๆ้ ถ้ำ�ำ� หลวง ถ้ำ�ำ�
หลอด

101

“หอยขนยอดแบน
คล้้ายกัับหอยขนยอด
บุ๋๋ม� ที่ม�่ ีีเปลือื กบุ๋๋ม� และมีี
ขนที่�่เปลืือกเหมืือนกััน
แต่่มีีปากเปลือื กที่�่บาน
ออก”
102

หอยขนยอดแบน

วงศ์์ Camaenidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Chloritis platytropis Möllendorff, 1894
ชื่่�อไทย หอยขนยอดแบน

ลักั ษณะสำำ�คัญั เปลืือกรููปโดม ส่่วนยอดโค้้งนููนจนถึึงแบนราบ มีีวงเปลืือก 5-6 ชั้้�น เปลือื กกว้้าง
10-15 มิิลลิิเมตร สีีน้ำำ��ตาลอ่่อน เปลืือกค่่อนข้้างบางทำำ�ให้้เห็็นลายสีีดำำ�ที่่�อยู่่�กัับเนื้้�อด้้านใน เปลืือกวง
สุุดท้้ายมีีสัันโดยรอบชััดเจน เปลืือกด้้านบนมีีขนขนาดเล็็ก สั้้�นๆ ด้้านล่่างเปลือื กมัักจะโค้้งนูนู กว่่าด้้านบน
ปากเปลืือกเป็็นรููปครึ่่�งวงกลมและหัักลงเล็็กน้้อย ขอบปากเปลืือกมีีสีีขาวและบานออกชััดเจน สะดืือเปิดิ
กว้า้ งและลึึก โดยรอบช่่องสะดืือมีีสันั โดยรอบชััดเจน ลำำ�ตััวหอยมีสี ีีน้ำ��ำ ตาล ส่่วนเท้า้ ยาวและแคบ

ถิ่่�นที่อ่� ยู่�่อาศัยั หอยขนยอดแบนพบอาศััยเกาะอยู่่�ตามใบไม้้ ลำำ�ต้้นหรืือกิ่่�งไม้้ และอาจเกาะรวมกััน
หลายตัวั ในโพรงไม้้หรืือใต้้เปลืือกไม้ใ้ นฤดูแู ล้ง้

การแพร่่กระจาย พบการแพร่่กระจายกว้า้ ง ตั้้�งแต่่จัังหวัดั เพชรบุุรีี ภาคใต้ข้ องไทย รัฐั เปอร์ล์ ิิส เปรักั
กลันั ตััน ประเทศมาเลเซีีย การกระจายที่่�เขานััน พบที่่�ถ้ำ��ำ หลวง ถ้ำ�ำ� หงส์์ ถ้ำำ�� หลอด น้ำำ�� ตกคลองแก้ว้ น้ำ�ำ�ตก
คลองกราย

103

“หอยกระสวยใหญ่่
สยาม เปลืือกคล้า้ ย
หอยกระสวยทั่่�วไป
ต่า่ งตรงที่�่เปลือื กบาง
ไม่่ค่่อยมีีลวดลาย”
104

หอยกระสวยใหญ่่สยาม

วงศ์์ Camaenidae
ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ Giardia siamensis (Redfield, 1853)
ชื่่อ� ไทย หอยกระสวยใหญ่่สยาม

ลัักษณะสำำ�คัญั เปลือื กเป็็นทรงกรวยสููง เวียี นซ้้าย เปลืือกค่่อนข้า้ งบาง มีีวงเปลือื กมาก 7-9 ชั้�น ผิิว
เปลือื กเรียี บมีสี ีนี ้ำ�ำ�ตาลอ่่อนตลอด ไม่่มีีลวดลาย ร่่องระหว่่างวงเปลืือกตื้้�น สููงประมาณ 15-20 มิิลลิิเมตร
เมื่่�อโตเต็็มวััยปากเปลืือกจะบานออก เปลืือกวงสุุดท้้ายเล็็กและแคบและมีีสัันที่่ส� ังั เกตได้โ้ ดยรอบ ขอบปาก
เปลืือกบานออกและมีีสีีขาว ส่่วนของสะดืือเปิิดเป็็นช่่องเล็็ก ลำำ�ตััวหอยมีีสีีน้ำำ��ตาลอ่่อนอมเหลืือง บางครั้ �ง
สามารถมองเห็น็ ลายสีดี ำำ�บนชั้�นเนื้้อ� ผ่่านเปลือื กได้้

ถิ่�่นที่�อ่ ยู่�่อาศััย หอยชนิิดนี้้�มัักพบเกาะอยู่่�ตามกิ่่�ง ลำำ�ต้้น หรืือใบของต้้นไม้้ทั่่�วไปในป่่า รวมทั้้�งสวนไม้้
ผลต่่างๆ

การแพร่่กระจาย พบได้้ทั่่�วทุุกภาคของประเทศไทย ในพื้้�นป่่าที่่�อุุดมสมบููรณ์์ จนถึึงสวนไม้ผ้ ลต่่างๆ
การกระจายที่�เ่ ขานััน พบเปลืือกที่ถ�่ ้ำ�ำ� หงส์์ ถ้ำ�ำ� หลอด น้ำำ�� ตกคลองแก้ว้

105

ผัักน่า่ รู้้�

ฟัักทอง ชื่่�อสามัญั Pumpkin

ฟัักทอง ชื่่อ� วิทิ ยาศาสตร์์ Cucurbita moschata Duchesne
จััดอยู่่ใ� นวงศ์แ์ ตง (CUCURBITACEAE)

ฟัักทองแบ่่งออกเป็็น 2 ตระกููล ตระกููลแรกก็็คืือ ตระกููล
ฟัักทองอเมริิกััน (Pumpkin) ผลใหญ่่ เนื้้�อยุ่่�ย และตระกููลสควอช
(Squash) ซึ่่ง� ได้้แก่่ฟัักทองไทยและฟัักทองญี่่�ปุ่�น่ โดยฟัักทองไทยนั้้�น
ผิวิ ของผลขณะยังั อ่่อนจะเป็น็ สีเี ขียี ว เมื่่�อแก่่แล้้วจะเปลี่่ย� นเป็น็ สีเี หลืือง
สลัับเขีียว ผิิวมีีลัักษณะขรุุขระเล็็กน้้อย เปลืือกจะแข็็ง เนื้้�อด้้านใน
เป็็นสีีเหลืือง พร้้อมด้ว้ ยเมล็็ดสีขี าวแบน ๆ ติดิ อยู่่�

ฟัักทองอุุดมไปด้้วยวิิตามิินและแร่่ธาตุุมากมายที่่�มีีประโยชน์์
ต่่อร่่างกาย เช่่น วิิตามินิ เอ วิิตามินิ บีี 1 วิติ ามิินบีี 2 วิิตามิินบีี 3
วิิตามินิ บีี 5 วิิตามินิ บีี 6 วิิตามินิ ซีี วิติ ามินิ อีี ธาตุุฟอสฟอรััส ธาตุุ
แคลเซีียม ธาตุุโพแทสเซีียม ธาตุุโซเดียี ม ธาตุุแมงกานีีส ธาตุุเหล็ก็
ซิงิ ค์์ เป็น็ ต้้น

บีีทรููท ชื่่�อสามัญั Garden beet, Common beet

บีีทรููท ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Beta vulgaris L. จััดอยู่่�ในวงศ์์บาน
ไม่่รู้้�โรย (AMARANTHACEAE)

บีีทรููท เป็็นผัักเพื่่�อสุุขภาพประจำำ�เมืืองหนาวที่่�ปลููกกัันมากทาง
ภาคเหนืือของบ้้านเรา โดยมีีต้้นกำำ�เนิิดในแถบเมดิิเตอร์์เรเนีียน แถบ
ยุุโรป โดยมีรี ากหรืือหััวพืืชที่่�สะสมอาหารอยู่่�ใต้ด้ ิิน มีลี ัักษณะทรงกลม
ป้้อม เส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ 4-5 เซนติิเมตร เนื้้�อด้้านในอวบ
น้ำ��ำ มีีสีแี ดงเลืือดหมูู ม่่วงแดง และเหลืือง

การเลืือกซื้้�อและการเก็็บรัักษาบีีทรููท สำ�ำ หรัับการเลืือกซื้อ� ควร
เลืือกหััวบีีทรููทที่่�มีีขนาดเล็็ก เพราะจะมีีเนื้้�อละเอีียดและให้้รสหวาน
มากกว่่าหััวบีีทรููทขนาดใหญ่่ มีีผิิวไม่่เหี่่ย� ว จัับดูเู นื้้�อแล้้วไม่่นิ่่ม� แต่่ถ้้า
ใบติิดอยู่่�ด้้วย ก็็ให้้เลืือกหััวที่่�ใบยัังสดอยู่่� แล้้วนำำ�มาตัดั ใบให้้เหลือื ก้า้ น
ประมาณ 3 เซนติิเมตร หลังั จากนั้้น� นำำ�ไปล้้างน้ำำ�� ให้้สะอาด แล้้วเก็็บ
ใส่่ในถุุงตาข่่าย วางไว้ใ้ นที่่�ร่่ม หรือื จะนำ�ำ มาแช่่ในตู้�เย็็นตรงช่่องเก็็บผััก
ก็ไ็ ด้้ ซึ่่�งจะเก็บ็ ไว้้ได้้นานถึงึ 2 อาทิติ ย์์

106

โหระพา ชื่่อ� สามัญั Sweet basil, Thai basil

โหระพา ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ Ocimum basilicum L. จััดอยู่่�ใน
วงศ์์กะเพรา (LAMIACEAE หรืือ LABIATAE) มีีถิ่่�นกำ�ำ เนิดิ ในทวีปี
เอเชีียและแอฟริิกา เป็็นพืืชพื้้�นเมืืองของอิินเดีีย แต่่แพร่่หลายใน
เอเชีียและตะวัันตก โหระพาเป็็นพืืชสมุุนไพรที่่�มีีกลิ่่�นหอม นิิยม
อย่่างมากในการนำำ�มาประกอบอาหารและแต่่งกลิ่่�นของรสชาติใิ ห้้
น่่ารับั ประทานยิ่่�งขึ้้�น

โหระพา สรรพคุุณนั้้�นมีีมากมายแต่่น้้อยคนนัักที่�จ่ ะรู้�ว่ามัันมีี
ประโยชน์์อย่่างไร โดยโหระพา 1 ขีีด มีีเบต้้าแคโรทีีนสููงถึึง
452.16 ไมโครกรััม ซึ่่�งสามารถช่่วยป้้องกัันโรคหััวใจ และยัังมีี
วิติ ามินิ และแร่่ธาตุุอื่่น� ๆ ด้ว้ ย เช่่น วิติ ามินิ เอ วิติ ามินิ บีี 1 วิติ ามินิ บีี
2 วิิตามิินซีี ธาตุุแคลเซีียม ธาตุุฟอสฟอรััส ธาตุุเหล็็ก รวมไปถึึง
คาร์์โบไฮเดรต โปรตีีน และไขมััน เป็็นต้้น โดยสรรพคุุณของ
โหระพาที่่�เรานำำ�มาใช้้ในการรัักษาโรคหลััก ๆ แล้้วจะใช้้แค่่ใบและ
น้ำำ��มัันสกััดจากใบโหระพาเป็็นหลััก แต่่ส่่วนอื่่�น ๆ ก็ใ็ ช้ไ้ ด้้เหมือื นกััน
ไม่่ว่่าจะเป็็น ราก ลำำ�ต้้น ก็็ถืือว่่ามีีประโยชน์์แทบทั้้�งสิ้้�น แต่่น้ำำ��มััน
โหระพาอาจทำำ�ให้้เกิิดอาการแพ้้ได้ห้ ากใช้ก้ ัับหญิิงตั้้ง� ครรภ์์ ดังั นั้้�น
ควรหลีกี เลี่่ย� ง

สะตอ ชื่่�อสามััญ Bitter bean, Twisted cluster bean, Stink

bean

สะตอ ชื่่�อวิทิ ยาศาสตร์์ Parkia speciosa Hassk. (ชื่่อ� พ้อ้ ง
วิิทยาศาสตร์์ Parkia macropoda Miq.) จััดอยู่่�ในวงศ์์ถั่่�ว
(FABACEAE หรืือ LEGUMINOSAE) และอยู่่ใ� นวงศ์์ย่่อยสีเี สียี ด
(MIMOSOIDEAE หรือื MIMOSACEAE)

เมล็็ดสะตอจะมีีกลิ่่�นเหม็็นเขีียวรุุนแรงมาก นิิยมใช้้ประกอบ
อาหารในแถบภาคใต้้ และในประเทศอื่่�น ๆ อย่่างเช่่น อิินเดีีย
อิินโดนีีเซียี มาเลเซียี ลาว พม่่า และสิิงคโปร์์ ก็น็ ิิยมนำำ�สะตอมาทำำ�
เป็็นอาหารรัับประทานเช่่นกััน

วิิธีีดัับกลิ่่�นสะตอ เมื่่�อรัับประทานสะตอเข้้าไปแล้้ว หลัังรัับ
ประทานเข้้าไปจะมีีกลิ่่�นปาก ซึ่่�งเราสามารถกำำ�จััดกลิ่่�นอัันไม่่พึึง
ประสงค์์นี้้ไ� ด้้ด้ว้ ยการรัับประทานมะเขือื เปราะตามไปประมาณ 2-3
ลููก ก็็จะช่่วยดับั กลิ่่น� เหม็็นเขีียวของสะตอได้้ดีใี นระดัับหนึ่่�ง

แต่่สำำ�หรัับผู้�ที่่�รัับประทานสะตอเป็็นประจำำ�อยู่่�แล้้ว คุุณเคยรู้�
หรืือไม่่ว่่าสะตอมีีประโยชน์์ต่่อสุุขภาพอย่่างไรบ้า้ ง สะตออุุดมไปด้ว้ ย
คาร์โ์ บไฮเดรต โปรตีนี ธาตุุแคลเซีียม ธาตุุฟอสฟอรัสั ธาตุุเหล็ก็ วิิ
ตามินิ บีี 1 วิติ ามินิ บี2ี วิติ ามิินบี3ี และวิิตามิินซีีอีีกด้ว้ ย ซึ่่�งวิิตามิิน
และแร่่ธาตุุเหล่่านี้้ก� ็็ล้ว้ นแล้ว้ แต่่มีีประโยชน์์ต่่อร่่างกายทั้้�งสิ้้น�

107

ดััชนีีชื่่�อไทย

ตััวกล้ว้ ยตากสยาม 52, 53 หอยทากเปลืือกสันั 82, 83
ทาก 53 หอยทากยัักษ์์อาฟริกิ ันั 62, 63
ทากนัักล่่าซาราซินิ 54, 55 หอยทากสยาม 80, 81
ทากเล็บ็ มืือนาง 74, 75 หอยนกขมิ้้�นน้อ้ ย 95
หอยกระสวยพงษ์์รััตน์์ 48, 49 หอยนกขมิ้้�นน้อ้ ยปากม่่วง 92, 93
หอยกระสวยใหญ่่สยาม 100, 101 หอยนกขมิ้้�นน้อ้ ยสะดือื แดง 94, 95
หอยเกลียี วเชือื กฝาสปริิง 50, 51 หอยนกขมิ้้�นใหญ่่ 90, 91
หอยขนยอดบุ๋๋ม� 96, 97 หอยนัักล่่าเปลือื กกระดุุม 64, 65
หอยขนยอดแบน 98, 99 หอยมงกุุฎ 84
หอยขัดั เปลืือกธรรมดา 86, 87 หอยลาย 62
หอยขัดั เปลืือกลายมงกุุฎ 84, 85 หอยเล็็บ 66, 67
หอยข้้าวสาร 60, 61 หอยเวีียนซ้้ายถลาง 76, 77
หอยงวงท่่อจูปู ิิง 46, 47 หอยเวียี นซ้้ายลายแถบ 78, 79
หอยงวงท่่อน้้อย 42, 43 หอยห่่อเปลืือกใหญ่่สยาม 72, 73
หอยจานบิิน 88, 89 หอยหอมเขียี ว 44
หอยจิ๋ว� จุุกแดงธรรมดา 38, 39 หอยหอมมลายูู 40, 41
หอยจิ๋�วปากแตรเขาช่่อง 56, 57 หอยหางดิ้้น� ทวาย 70, 71
หอยต้้นไม้ล้ ายจุุด 58, 59 หอยหางดิ้้น� น้อ้ ย 68, 69
หอยต้้นไม้ส้ ีเี ขียี ว 44, 45 หอยอัมั พันั 66, 67

108

ดััชนีชี ื่�อ่ วิิทยาศาสตร์์

Achatina 63 Giardia siamensis 101
Achatina fulica 63 Glyliotrachela khaochongensis 57
Achatinidae 63 Helicarionidae 69, 71, 73, 75
Amphidromus 91 Hydrocenidae 39
Amphidromus atricallosus 91 Leptopoma 45
Amphidromus glaucolarynx 93 Leptopoma vitreum 45
Amphidromus xiengensis 95 Megaustenia siamensis 73
Ariophantidae 81, 83, 85, 87 Parmarion siamensis 75
Atopos 53 Prosopeas tchehelense 61
Atopos sarasini 55 Pupillidae 57
Camaenidae 91, 93, 95, 97, 99, 101 Pupinidae 51
Cerastuidae 59 Quantula 83
Chloritis bifoveata 97 Quantula weinkauffiana 83
Chloritis platytropis 99 Rhachistia sp. 59
Cryptaustenia 71 Rhathusiidae 55
Cryptaustenia tavoyensis 71 Rhiostoma 43, 47
Cryptozona siamensis 81 Rhiostoma chupingense 47
Cyclophoridae 41, 43, 45, 47 Sarika diadema 85
Cyclophorus 41, 45 Sarika resplendens 87
Cyclophorus malayanus 41 Semperula siamensis 53
Cyclotus 43 Streptaxidae 65
Cyclotus setosus 43 Subulinidae 61
Diplommatina 49 Succinea tenella 67
Diplommatina pongrati 49 Succineidae 67
Diplommatinidae 49 Syndromus 95
Discartemon roebeleni 65 Tortulosa tortuosa 51
Durgella 69 Trochomorpha sp. 89
Durgella levicula 69 Trochomorphidae 89
Dyakia salangana 77 Veronicellidae 53
Dyakia sp. 79
Dyakiidae 77, 79 109
Georissa 39
Georissa monterosatiana 1879, 39

เอกสารอ่่านประกอบ

โชติิ สุุวััตถิ.ิ 2509. หอยเมืืองไทย. มหาวิิทยาลัยั เกษตรศาสตร์.์ 99 หน้้า.
Abbott, R.T. 1989. Compendium of land shells. American Malacologists,

Inc. VMC Graphics, Hong Kong, 240 p.
Benson, W.H. 1852. Notes on the genus Cyclostoma and characters of

some new species from India, Borneo and Natal. Annual and
Magazine of Natural History, Series 2. 10: 268-272.
Benson, W.H. 1856. Descriptions of one Indian and nine new Burmese
Helices; and notes on two Burmese Cyclostomacea. Annual and
Magazine of Natural History, Series 2. 18: 249-254.
Benthem Jutting, W.S.S. VAN. 1950. Critical studies of the Javanese
pulmonate land-shell of the families Helicarionidae, Pleurodontidae,
Fruticicolidae and Streptaxidae. Treubia 20: 381-505.
Blanford, W.T. & Godwin-Austen, H.H. 1908. Mollusca: Testacellidae and
Zonitidae. In: Bingham, C.T. (ed.), The Fauna of British India
including Ceylon and Burma. Taylor and Francis, London, 311 p.
Cockerell, T.D.A. 1891. Notes on slug chiefly in the collection at British
Museum. Annals and Magazine of Natural History, Series 6. 7: 97-107.
Collinge, W.F. 1902. On the non-operculate land and freshwater molluscs
collected by members of the “Skeat Expedition” in the Malay
Peninsula, 1899-1900. Journal of Malacology 9: 71-95.
Crosse, H. & Fischer, P. 1863. Notes sur la faune malacologique de
Cochinchine, comprenant la description des espéces nouvelles ou
peu connues. Journal de Conchyliologie 11: 343-379.
Dall, W.H. 1897. Note on the land shells from the Malay Peninsula.
Nautilus 11: 37-38.
Dohrn, H. 1861. Description of new shell from the collection of H. Cumming,
Esq. Proceedings of the Zoological Society of London, 1861: 205-207.
Godwin-Austen, H.H. & Nevill, G. 1879. Description of shell from Perak
and Bulimus from Bolivia. Proceedings of the Zoological Society of
London, 1879: 734-740.
Gould, A.A. 1844. Description of land mollusks from the province of
Tavoy, in British Burma. Proceedings of the Boston Society of
Natural History, 1844: 137-141.

110

Godwin-Austen, H.H. 1882-1914. Land and Freshwater Mollusca of India,
Including South Arabia, Baluchistan, Afghanistan, Kashmir, Nepal,
Burmah, Pegu, Tenasserim, Malay Peninsula, Ceylon, and Other
Islands of the Indian Ocean. Taylor and Francis, London. Volume 1
(1882-1888), pp. 1-257, pls 1-62; Volume 2 (1897-1914), pp. 1-442,
pls 63-158.

Gude, G.K. 1914. Mollusca II (Trochomorphidae-Janellidae). In: Shipley,
A.E. & Marshall, G.A.K. (eds.), The Fauna of British India, Including
Ceylon and Burma, Taylor and Francis, London, 520 p.

Haines, C.B. 1858. Description of four new species of terrestrial shells
from Siam. Annals of the Lyceum of Natural History of New York 6:
157-158.

Laidlaw, F.F. & Solem, A. 1961. The land snail genus Amphidromus: A
synoptic catalogue. Fieldiana Zoology 41: 507-677.

Martens, E. von 1883. Conchylien von Salanga. Conchologische
Mittheilungen 2: 129-138.

Martens, E. von. 1867. Die Landschnecken. In: Die preussische expedition
nach Ost-Asien. Nach amtlichen Quellen. Zoologischer Teil 2: 1-477

Möllendorff, O. VON. 1886. The land shell of Perak. Journal of the Asiatic
Society of Bengal 55: 299-316.

Möllendorff, O. VON. 1894. On a collection of land-shells from the Samui
Islands, gulf of Siam. Proceedings of the Zoological Society of
London, 1894: 146-156.

Morelet, A. 1865. Addition a la faune malacologique de Indo-Chinr.
Journal de Conchyliologie 13: 225-228.

Morgan, J. de. 1885. Mollusques terrestres et fluviatiles du royaume de
Perak et des pays voisins (presque-ile Malaise). Bulletin de la
Societe Zoologique de France 10: 353-428.

Morlet, L. 1891. Contribution a la faune malacologique de Indo-Chien.
Journal de Conchyliologie 39: 230-254.

Panha, S. 1995-1996. A checklist and classification of the terrestrial
pulmonate snail of Thailand. Walkerana 8: 31-40.

Panha, S. 1998. Three new microsnails from Southern Thailand
(Pulmonata: Vertiginidae; Prosopranchia: Diplommatinidae).
Malacological Review 30: 53-59.

111

Panha, S. & Burch, J.B. 2005. An introduction to the microsnails of
Thailand. Malacological Review 37/38: 1-155.

Panha, S., Kanchanasaka, B. & Burch, J.B. 1997/1998. New taxa of
Diplommatina from Thailand (Prosobranchia: Diplommatinidae).
Walkerana 9: 153-170.

Pfeiffer, L. 1856. Description of twenty-five new species of land shells
from the collection of H. Cuming Esq. Proceedings of the Zoological
Society of London, 1856: 32-36.

Redfield, J.H. 1853. Description of new species of Helicidae. Annals of
the Lyceum of Natural History of New York 6: 14-18.

Richter, A. & Luque, A.A. 2004. Epitonium dendrophylliae (Gastropoda:
Epitoniidae) feedings on Asteroides calycularia (Anthozoa:
Scleractina). Journal of Molluscan Studies 70: 99-101.

Schileyko, A.A. 2002. Treatise on recent terrestrial pulmonate mollusks:
Helicarionidae, Gymnarionidae, Rhysotinidae, Ariophantidae.
Ruthenica, Supplement 2, Part 9: 1167-1307.

Schileyko, A.A. 2003. Treatise on recent terrestrial pulmonate mollusks.
Trigonochlamydidae, Papillodesmidae, Vitrinidae, Limacidae,
Bielziidae, Agriolimacidae, Boetgerillidae, Camaenidae. Ruthenica,
Supplement 2. Part 11: 1467-1626.

Sutcharit, C. & Panha, S. 2006. Taxonomic review of the tree snails
Amphidromus Albers, 1850 (Pulmonata: Camaenidae) in Thailand
and adjacent areas: subgenus Amphidromus. Journal of Molluscan
Studies, 72: 1–30.

Sutcharit, C. & Panha, S. 2008. Taxonomic re-evaluation of Sarika
diadema (Dall, 1897) and S. asamurai (Panha, 1997), two endemic
land snails from Thailand (Pulmonata: Ariophantidae: Macrochlamydinae).
The Raffles Bulletin of Zoology 56: 95-100.

Suvati, C. 1938. Molluscs of Siam. Bureau of Fisheries, Bangkok, 91 p.
Tomlin, J.R.L.B. 1938. New Malay land shell. Journal of Conchology 21:

73-75.
Vaught, K.C. 1989. A classification of the living Mollusca. American

Malacologists, Inc., Florida, USA. 189 p.

112

113

ประวััติกิ ารจััดตั้้�ง
อุทุ ยานแห่่งชาติิเขานััน

หลัังเหตุุการณ์์โศกนาฏกรรมอุุทกภััยภาคใต้้ เมื่่�อเดืือนพฤศจิิกายน 2531 ที่่�บ้้านกระทููน
อำำ�เภอพิิปูนู จัังหวัดั นครศรีธี รรมราช เกิดิ ความเสีียหายต่่อทรััพย์ส์ ิินและชีีวิิตของประชาชนในพื้้น� ที่ด�่ ัังกล่่าว
เป็็นจำำ�นวนมาก ทำำ�ให้ร้ ัฐั บาลโดยแกนนำ�ำ ของ ฯพณฯ พลเอกชาติิชาย ชุุณหะวััณ ในสมัยั นั้้�นได้อ้ อกพระราช
กำ�ำ หนดปิดิ ป่า่ ตามมาอย่่างเร่่งด่่วน เพื่่อ� เป็น็ การสร้า้ งมาตรการในการดูแู ลรักั ษาควบคุุมป่า่ ไม้แ้ ละทรัพั ยากรธรรมชาติิ
กรมป่า่ ไม้โ้ ดยกองอุุทยานแห่่งชาติิ จึงึ ได้ม้ ีกี ารสำ�ำ รวจพื้้น� ที่ป�่ ่า่ สงวนแห่่งชาติปิ ่า่ กรุุงชิงิ ป่า่ เขานัันและป่า่ คลองเพีียน
ซึ่่�งตั้้�งอยู่่�ในท้้องที่่� อำำ�เภอท่่าศาลา กิ่่�งอำำ�เภอนบพิิตำำ�และอำำ�เภอสิิชล จัังหวััดนครศรีีธรรมราช ซึ่่�งพื้้�นที่่�
ที่�่ทำ�ำ การสำำ�รวจนี้้�เป็็นผืืนเดียี วติดิ ต่่อกันั กับั อุุทยานแห่่งชาติิเขาหลวง อุุทยานแห่่งชาติิใต้้ร่่มเย็็น และอุุทยาน
แห่่งชาติิน้ำำ��ตกสี่่�ขีีด และเป็็นส่่วนหนึ่่�งของเทืือกเขานครศรีีธรรมราช มีเี นื้้�อที่�่ประมาณ 388,232 ไร่่ หรืือ
601 ตารางกิิโลเมตร ตามคำำ�สั่่�งกรมป่่าไม้้ที่่� 1627/2532 ให้้นายลืือสััก สักั พันั ธ์์ เจ้้าพนักั งานป่่าไม้้ 4
ไปดำำ�เนิินการสำำ�รวจรายละเอีียดเพิ่่�มเติิมเพื่่�อประกาศจััดตั้้�งเป็็นอุุทยานแห่่งชาติิ จากการสำำ�รวจในพื้้�นที่่�
บริเิ วณดัังกล่่าว พบมีีการบุุกรุุกแผ้้วถางป่่าและทำ�ำ ไม้้อยู่่�เป็็นบางส่่วน แต่่ในอุุทยานแห่่งชาติิเขานันั มีีกำำ�ลังั เจ้้า
หน้า้ ที่่แ� ละงบประมาณไม่่เพียี งพอต่่อการที่�จ่ ะออกตรวจป้อ้ งกัันและปราบปราม ซึ่ ง� ในการดำ�ำ เนิินการในครั้�งนี้้�
ไม่่เสร็จ็ เนื่่อ� งจากไม่่ได้ก้ ำ�ำ หนดบริเิ วณพื้้น� ที่แ�่ ละไม่่ได้จ้ ัดั ทำ�ำ แผนที่แ�่ สดงแนวเขตที่จ�่ ะประกาศเป็น็ อุุทยานแห่่งชาติิ

ดัังนั้้�นในวัันที่่� 4 ธัันวาคม พ.ศ. 2534 กรมป่่าไม้ไ้ ด้ม้ ีีคำำ�สั่่�งให้น้ ายปรีีชา วิทิ ยพันั ธุ์�เจ้้าหน้า้ ที่�่กรมป่า่
ไม้้ 5 มาสำำ�รวจข้้อมููลเบื้้�องต้้นเพิ่่�มเติิมและกำำ�หนดบริิเวณพื้้น� ที่่�พร้้อมทั้้ง� จััดทำำ�แผนที่�แ่ สดงแนวเขตให้ช้ ััดเจน
แต่่การดำำ�เนิินการครั้ �งนี้้�ยัังไม่่แล้้วเสร็็จ ในวัันที่่� 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 กรมอุุทยานแห่่งชาติิ สัตั ว์ป์ ่า่
และ พันั ธุ์์�พืชื ได้ม้ ีีคำำ�สั่่ง� ให้น้ ายอนัันต์์ เจริญิ สุุข เจ้า้ หน้า้ ที่บ�่ ริหิ ารงานป่า่ ไม้้ 6 มาดำำ�เนิินการจัดั ทำำ�แผนที่�่ต่่อให้้
แล้้วเสร็็จเพื่่�อที่่�จะประกาศให้้เป็็นอุุทยานแห่่งชาติิตามหนัังสืือของกองอุุทยานแห่่งชาติิที่่� กษ 0713
(ขน.)/30 ลงวันั ที่�่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 และให้จ้ ััดตั้้ง� อุุทยานแห่่งชาติเิ ขานััน จัังหวัดั นครศรีธี รรมราช
ตามหนังั สืือของสำ�ำ นัักอนุุรักั ษ์ธ์ รรมชาติทิ ี่�่ กษ 0712.3/2822 ลงวัันที่�่ 8 มิิถุุนายน พ.ศ. 2537 และตาม
มติิคณะกรรมการอุุทยานแห่่งชาติิครั้้�งที่่� 2/2535 เมื่่�อวัันที่่� 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ตาม
ระเบียี บวาระที่�่ 4 เห็น็ ชอบให้้จััดตั้้�งอุุทยานแห่่งชาติเิ ขานัันในท้อ้ งที่่� ตำ�ำ บลกรุุงชิงิ ตำ�ำ บลนบพิติ ำ�ำ กิ่่�งอำำ�เภอ
นบพิติ ำ�ำ ตำ�ำ บลตลิ่่ง� ชันั อำ�ำ เภอท่่าศาลาและตำ�ำ บลเขาน้อ้ ย ตำ�ำ บลฉลอง ตำ�ำ บลเทพราช ตำ�ำ บลเปลี่่ย� น อำ�ำ เภอสิชิ ล
จัังหวััดนครศรีีธรรมราชและดำำ�เนิินการร่่างพระราชกฤษฎีีกากำ�ำ หนดเป็็นอุุทยานแห่่งชาติติ ่่อไป ปััจจุุบััน
กรมอุุทยานแห่่งชาติิ สัตั ว์ป์ ่า่ และพันั ธุ์์�พืชื กำำ�ลัังรวบรวมข้้อมููลเพื่่�อรอประกาศตามพระราชกฤษฎีีกา
เพื่่�อประกาศให้้เป็็นอุุทยานแห่่งชาติติ ่่อไป

ข้้อมููลจาก : https://www.darwininitiative.org.uk/documents/DAR15018/14159/15-
018%20HY3%20Ann1%20Thai%20snail%20book%202008.pdf

114

115

116

117

118


Click to View FlipBook Version