¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ 47
มาตรา ๕ ในพระราชบญั ญตั นิ ี Z
“วธิ ีปฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง” หมายความวา่ การเตรียมการและการดําเนินการของเจ้าหน้าท^ี
เพ^ือจดั ให้มีคําสงั^ ทางปกครองหรือกฎ และรวมถงึ การดําเนินการใด ๆ ในทางปกครอง ตามพระราชบญั ญตั ิ
นี Z
“เจ้าหน้าทA”ี หมายความวา่ บคุ คล คณะบคุ คล หรือนิตบิ คุ คล ซง^ึ ใช้อํานาจหรือได้รับมอบให้ใช้
อํานาจทางปกครองของรัฐในการดําเนินการอยา่ งหนงึ^ อยา่ งใดตามกฎหมาย ไมว่ า่ จะเป็นการจดั ตงัZ ขนึ Z ใน
ระบบราชการ รัฐวิสาหกิจหรือกิจการอ^ืนของรัฐหรือไมก่ ็ตาม
“คู่กรณี” หมายความวา่ ผ้ยู ^ืนคําขอหรือผ้คู ดั ค้านคําขอ ผ้อู ยใู่ นบงั คบั หรือจะอยใู่ นบงั คบั ของคําสงั^
ทางปกครอง และผ้ซู ง^ึ ได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองเนื^องจากสทิ ธิของผ้นู นัZ จะถกู
กระทบกระเทือนจากผลของคําสงั^ ทางปกครอง
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼éÙªèÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ 48
หมวด ๑
คณะกรรมการวิธีปฏบิ ัติราชการทางปกครอง
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนง^ึ เรียกวา่ “คณะกรรมการวธิ ีปฏิบตั ริ าชการทางปกครอง”
ประกอบด้วย
ประธาน กรรมการ
¤ÃÁ. áµ§è µ§éÑ ¨Ò¡¼Ùé·Ã§¤Ø³ÇØ²Ô ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี
ปลดั กระทรวงมหาดไทย
เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี
เลขาธิการคณะกรรมการ
ขา้ ราชการพลเรือน
เลขาธกิ ารคณะกรรมการ
กฤษฎีกา
ผูท้ รงคณุ วุฒิอีกไมน่ ้อยกวา่ 5
คนแตไ่ มเ่ กิน 9 คน
¤ÃÁ. áµ§è µéѧ
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éÙªÇè  by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 49
มาตรา ๘ ให้กรรมการซงึ^ คณะรัฐมนตรีแตง่ ตงัZ มีวาระดํารงตําแหนง่ คราวละ...3...ปี กรรมการซง^ึ
พ้นจากตําแหนง่ อาจได้รับแตง่ ตงัZ อีกได้
มาตรา ๑๐ ให้สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาทําหน้าท^ีเป็ นสาํ นักงานเลขานุการ ของ
คณะกรรมการวธิ ีปฏิบตั ริ าชการทางปกครอง
มาตรา ๑๑ คณะกรรมการวธิ ีปฏิบตั ริ าชการทางปกครองมีอํานาจหน้าที^ ดงั ตอ่ ไปนี Z
(๑) สอดส่องดแู ลและให้คําแนะนําเกี^ยวกบั การดําเนินงานของเจ้าหน้าที^ในการปฏิบตั ติ าม
พระราชบญั ญตั นิ ี Z
(๒) ให้คาํ ปรึกษาแก่เจ้าหน้าที^เกี^ยวกบั การปฏิบตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ี Zตามท^ีบคุ คลดงั กลา่ วร้อง
ขอ ทงัZ นีตZ ามหลกั เกณฑ์ท^ีคณะกรรมการวิธีปฏิบตั ริ าชการทางปกครองกําหนด
(๓) มีหนงั สือเรียกให้เจ้าหน้าทAหี รือบคุ คลอ^ืนใดมาชีแZ จงหรือแสดงความเหน็ ประกอบการ
พิจารณาได้
(๔) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกาและการออกกฎกระทรวงหรือประกาศตาม
พระราชบญั ญตั นิ ี Z
๕) จดั ทาํ รายงานเก^ียวกบั การปฏิบตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ีเZสนอคณะรัฐมนตรี เป็นครังZ คราวตาม
ความเหมาะสมแตอ่ ยา่ งน้อยปีละหนงึ^ ครังZ เพ^ือพฒั นาและปรับปรุงการปฏิบตั ริ าชการกฤษฎีกาทาง
ปกครองให้เป็นไปโดยมีความเป็นธรรมและมีประสทิ ธิภาพย^ิงขนึ Z
(๖) เรAืองอAืนตามที^คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼éÙªèÇ by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢Áé 50
หมวด ๒
คาํ ส่ังทางปกครอง
ส่วนที่ ๑ เจ้าหนา้ ที่
สว่ นที่ ๒ คูก่ รณี
ส่วนท่ี ๓ การพิจารณา
ส่วนที่ ๔ รปู แบบและผลของคาํ สั่งทางปกครอง
ส่วนที่ ๕ การอทุ ธรณค์ ําส่ังทางปกครอง
สว่ นท่ี ๖ การเพิกถอนคําส่ังทางปกครอง
ส่วนที่ ๗ การขอให้พิจารณาใหม่
ส่วนที่ ๘ การบงั คบั ทางปกครอง
¡àÅ¡Ô â´Â©ºÑº·Õè 3
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ÙéªÇè  by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 51
ส่วนที่ ๑ เจา้ หน้าที่
มาตรา ๑๒ คําสงั^ ทางปกครองจะต้องกระทําโดยเจ้าหน้าที^ซงึ^ มีอํานาจหน้าท^ีในเรื^องนนัZ
มาตรา ๑๓ เจ้าหน้าท^ีดงั ตอ่ ไปนีจZ ะทําการพิจารณาทางปกครองไมไ่ ด้
(๑) เป็นคกู่ รณีเอง
(๒) เป็นคหู่ มนัZ หรือคสู่ มรสของคกู่ รณี
(๓) เป็นญาตขิ องคกู่ รณี คือ เป็นบพุ การีหรือผ้สู บื สนั ดานไมว่ า่ ชนัZ ใด ๆ หรือเป็นพี^น้อง หรือ
ลกู พี^ลกู น้องนบั ได้เพียงภายในสามชนัZ หรือเป็นญาตเิ กี^ยวพนั ทางแตง่ งานนบั ได้เพียงสองชนัZ
(๔) เป็นหรือเคยเป็นผ้แู ทนโดยชอบธรรมหรือผ้พู ิทกั ษ์หรือผ้แู ทนหรือตวั แทนของคกู่ รณี
(๕) เป็นเจ้าหนีหZ รือลกู หนี Zหรือเป็นนายจ้างของคกู่ รณี
(๖) กรณีอ^ืนตามท^ีกําหนดในกฎกระทรวง
เมAือมีกรณีตามมาตรา ๑๓ ให้ เรียกประชุม ชีแ[ จงข้อเทจ็ จริง
หยุด (ม.15) (ม.15)
(ม.14)
มตใิ ห้ทาํ หน้าทAตี ่อ ออกจากห้อง
(ม.15 วรรค 3) (ม.15)
ทาํ หน้าทAตี ่อได้ ถอื ว่าไม่มีกรรมการ
(ม.15 วรรค 3) ทAถี กู คัดค้าน
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ªéÙ èÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô (ม.15 วรรค 2)
FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ 52
มาตรา ๑๔ เม^ือมีกรณีตามมาตรา ๑๓ หรือคกู่ รณีคดั ค้านวา่ เจ้าหน้าท^ีผ้ใู ดเป็นบคุ คลตามมาตรา
๑๓ ให้เจ้าหน้าท^ีผ้นู นัZ หยุดการพจิ ารณาเรAืองไว้ก่อน และแจ้งให้ผ้บู งั คบั บญั ชาเหนือตนขนึ Z ไปชนัZ หนง^ึ
ทราบ เพื^อท^ีผ้บู งั คบั บญั ชาดงั กลา่ วจะได้มีคําสง^ั ตอ่ ไป
มาตรา ๑๕ เม^ือมีกรณีตามมาตรา ๑๓ หรือคกู่ รณีคดั ค้านวา่ กรรมการในคณะกรรมการที^มีอํานาจ
พิจารณาทางปกครองคณะใดมีลกั ษณะดงั กลา่ ว ให้ประธานกรรมการเรียกประชุมคณะกรรมการเพื^อ
พิจารณาเหตคุ ดั ค้านนนัZ ในการประชมุ ดงั กลา่ วกรรมการผ้ถู กู คดั ค้านเมื^อได้ชีแ[ จงข้อเทจ็ จริงและตอบ
ข้อซักถามแล้วต้องออกจากทAปี ระชุม
ถ้าคณะกรรมการท^ีมีอํานาจพิจารณาทางปกครองคณะใดมีผ้ถู กู คดั ค้านในระหวา่ งท^ี กรรมการผู้
ถกู คดั ค้านต้องออกจากที^ประชมุ ให้ถือวา่ คณะกรรมการคณะนนัZ ประกอบด้วยกรรมการทกุ คนที^ไมถ่ กู
คดั ค้าน
ถ้าท^ีประชมุ มีมตใิ ห้กรรมการผ้ถู กู คดั ค้านปฏิบตั หิ น้าท^ีตอ่ ไปด้วยคะแนนเสยี งไม่น้อยกว่าสองใน
สามของกรรมการที^ไมถ่ กู คดั ค้าน ก็ให้กรรมการผ้นู นัZ ปฏิบตั หิ น้าท^ีตอ่ ไปได้ มตดิ งั กลา่ วให้กระทําโดยวิธี
ลงคะแนนลบั และให้เป็นที^สดุ
มาตรา ๑๖ ในกรณีมีเหตุอAืนใดนอกจากท^ีบญั ญตั ไิ ว้ในมาตรา ๑๓ เก^ียวกบั เจ้าหน้าที^หรือ
กรรมการในคณะกรรมการท^ีมีอํานาจพิจารณาทางปกครองซง^ึ มีสภาพร้ายแรงอนั อาจทําให้การพิจารณา
ทางปกครองไมเ่ ป็นกลางเจ้าหน้าที^หรือกรรมการผ้นู นัZ จะทาํ การพจิ ารณาทางปกครองในเรAืองนัน[ ไม่ได้
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ èÇ by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷è´Õ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ 53
ส่วนที่ ๒ คู่กรณี
ÁàÕ ÃÍè× §¡Ñ¹ä´éËÁ´
มาตรา ๒๑ บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิตบิ ุคคล อาจเป็นคกู่ รณีในการพิจารณาทาง
ปกครองได้ตามขอบเขตท^ีสทิ ธิของตนถกู กระทบกระเทือนหรืออาจถกู กระทบกระเทือน โดยมิอาจหลกี เลย^ี ง
ได้
มาตรา ๒๒ ผ้มู ีความสามารถกระทําการในกระบวนการพิจารณาทางปกครองได้จะต้องเป็น
(๑) ผ้ซู งึ^ บรรลนุ ิตภิ าวะ
(๒) ผ้ซู งึ^ มีบทกฎหมายเฉพาะกําหนดให้มีความสามารถกระทําการในเรื^องท^ีกําหนดได้
แม้ผ้นู นัZ จะยงั ไมบ่ รรลนุ ิตภิ าวะหรือความสามารถถกู จํากดั ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
(๓) นิตบิ คุ คลหรือคณะบคุ คลตามมาตรา ๒๑ โดยผ้แู ทนหรือตวั แทน แล้วแตก่ รณี
(๔) ผ้ซู ง^ึ มีประกาศของนายกรัฐมนตรีหรือผ้ซู ง^ึ นายกรัฐมนตรีมอบหมายในราชกิจจานเุ บกษา
กําหนดให้มีความสามารถกระทําการในเรื^องท^ีกําหนดได้ แม้ผ้นู นัZ จะยงั ไมบ่ รรลนุ ิตภิ าวะหรือ ความสามารถ
ถกู จํากดั ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
มาตรา ๒๓ ในการพิจารณาทางปกครองท^ีคกู่ รณีต้องมาปรากฏตวั ตอ่ หน้าเจ้าหน้าท^ีคกู่ รณีมีสทิ ธิ
นําทนายความหรือทAปี รึกษาของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้
¨éÒ§·¹ÒÂä´é áµ§è µéѧ¼Ùáé ·¹ä´é
มาตรา ๒๔ คกู่ รณีอาจมีหนงั สอื แต่งตงั[ ให้บุคคลหนAึงบุคคลใดซAงึ บรรลุนิตภิ าวะ กระทําการ
อยา่ งหนงึ^ อยา่ งใดตามท^ีกําหนดแทนตนในกระบวนการพิจารณาทางปกครองใด ๆ ได้ ในการนี Zเจ้าหน้าที^
จะดําเนินกระบวนพิจารณาทางปกครองกบั ตวั คกู่ รณีได้เฉพาะเม^ือเป็นเรื^องท^ีผ้นู นัZ มีหน้าที^โดยตรงที^จะต้อง
ทําการนนัZ ด้วยตนเองและต้องแจ้งให้ผ้ไู ด้รับการแตง่ ตงัZ ให้กระทําการแทนทราบด้วย
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éÙªèÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé 54
สว่ นท่ี ๓ การพจิ ารณา
มาตรา ๒๖ เอกสารที^ยื^นตอ่ เจ้าหน้าท^ีให้จดั ทาํ เป็ นภาษาไทย ถ้าเป็นเอกสารท^ีทําขนึ Z เป็น
ภาษาตา่ งประเทศ ให้คกู่ รณีจดั ทําคําแปลเป็นภาษาไทยท^ีมีการรับรองความถกู ต้องมาให้ภายในระยะเวลา
ที^เจ้าหน้าที^กําหนด ในกรณีนีใZ ห้ถือวา่ เอกสารดงั กลา่ วได้ยื^นตอ่ เจ้าหน้าท^ีในวนั ท^ีเจ้าหน้าท^ีได้รับคําแปลนนัZ
เว้นแตเ่ จ้าหน้าที^จะยอมรับเอกสารที^ทําขนึ Z เป็นภาษาตา่ งประเทศ และในกรณีนีใZ ห้ถือวา่ วนั ท^ีได้ย^ืนเอกสาร
ฉบบั ที^ทําขนึ Z เป็นภาษาตา่ งประเทศเป็นวนั ท^ีเจ้าหน้าท^ีได้รับเอกสาดงั กลา่ ว
àÍ¡ÊÒõéͧà»ç¹ÀÒÉÒä·Â ¶éÒ໹ç ÀÒÉÒµÒè §»ÃÐà·È µÍé §á»Å¡Íè ¹
มาตรา ๒๘ ในการพิจารณาทางปกครอง เจ้าหน้าท^ีอาจตรวจสอบข้อเทจ็ จริงได้ตามความ
เหมาะสมในเรื^องนนัZ ๆ โดยไม่ต้องผูกพนั อยู่กับคาํ ขอหรือพยานหลักฐานของคู่กรณี
µÃǨÊͺ¹Í¡à˹×ÍËÅ¡Ñ °Ò¹ä´é
มาตรา ๒๙ เจ้าหน้าที^ต้องพิจารณาพยานหลกั ฐานท^ีตนเหน็ วา่ จําเป็นแก่การพิสจู น์ ข้อเทจ็ จริง ใน
การนี Zให้รวมถงึ การดําเนินการดงั ตอ่ ไปนี Z
(๑) แสวงหาพยานหลกั ฐานทกุ อยา่ งที^เกี^ยวข้อง
(๒) รับฟังพยานหลกั ฐาน คําชีแZ จง หรือความเหน็ ของคกู่ รณีหรือของพยานบคุ คล หรือพยาน
ผ้เู ช^ียวชาญที^คกู่ รณีกลา่ วอ้าง เว้นแตเ่ จ้าหน้าท^ีเหน็ วา่ เป็นการกลา่ วอ้างที^ไมจ่ ําเป็น ฟ่ มุ เฟื อยหรือเพื^อประวิง
เวลา
(๓) ขอข้อเทจ็ จริงหรือความเหน็ จากคกู่ รณี พยานบคุ คล หรือพยานผ้เู ชี^ยวชาญ
(๔) ขอให้ผ้คู รอบครองเอกสารสง่ เอกสารท^ีเก^ียวข้อง
(๕) ออกไปตรวจสถานที^
มาตรา ๓๐ ในกรณีท^ีคําสงั^ ทางปกครองอาจกระทบถงึ สทิ ธิของคกู่ รณี เจ้าหน้าท^ีต้องให้คกู่ รณีมี
โอกาสที^จะได้ทราบข้อเทจ็ จริงอยา่ งเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลกั ฐานของตน
¤Ù¡è óµÕ éͧÁÕâÍ¡ÒÊâµéáÂé§ + áÊ´§ËÅÑ¡°Ò¹
ྨ Êͺ¤Ãټ٪é Çè  by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷è´Õ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 55
มาตรา ๓๑ คกู่ รณีมีสทิ ธิขอตรวจดเู อกสารทAจี าํ เป็ นต้องรู้เพื^อการโต้แย้งหรือชีแZ จงหรือปอ้ งกนั
สทิ ธิของตนได้ แตถ่ ้ายงั ไมไ่ ด้ทําคําสง^ั ทางปกครองในเรื^องนนัZ คกู่ รณีไมม่ ีสทิ ธิขอตรวจดเู อกสารอนั เป็นต้น
ร่างคําวินิจฉยั
มาตรา ๓๒ เจ้าหน้าที^อาจไมอ่ นญุ าตให้ตรวจดเู อกสารหรือพยานหลกั ฐานได้ถ้าเป็นกรณีทAตี ้อง
รักษาไว้เป็ นความลับ
ส่วนที่ ๔ รูปแบบและผลของคําสง่ั ทางปกครอง
มาตรา ๓๔ คําสงั^ ทางปกครองอาจทําเป็ นหนังสือหรือวาจาหรือโดยการสอื^ ความหมายใน
รูปแบบอ^ืนก็ได้ แตต่ ้องมีข้อความหรือความหมายท^ีชดั เจนเพียงพอที^จะเข้าใจได้
มาตรา ๓๕ ในกรณีท^ีคําสงั^ ทางปกครองเป็นคําสงั^ ด้วยวาจา ถ้าผ้รู ับคําสง^ั นนัZ ร้องขอ และการร้อง
ขอได้กระทําโดยมีเหตอุ นั สมควรภายในเจด็ วันนบั แตว่ นั ท^ีมีคําสง^ั ดงั กลา่ ว เจ้าหน้าที^ผ้อู อกคําสง^ั ต้อง
ยืนยนั คําสงั^ นนัZ เป็นหนงั สอื
¤ÓʧÑè ·Õàè »ç¹ÇÒ¨Ò Ãéͧ¢ÍãËÍé ͡໹ç ˹ѧÊ×Íä´é
มาตรา ๓๖ คําสง^ั ทางปกครองที^ทําเป็นหนงั สอื อยา่ งน้อยต้องระบุ วัน เดอื น และปี ที^ทําคําสง^ั ชAือ
และตาํ แหน่งของเจ้าหน้าที^ผ้ทู ําคําสงั^ พร้อมทงัZ มีลายมือชAือของเจ้าหน้าทAผี ้ทู ําคําสงั^ นนัZ
มาตรา ๔๐ คําสง^ั ทางปกครองที^อาจอทุ ธรณ์หรือโต้แย้งตอ่ ไปได้ให้ระบกุ รณีท^ีอาจอทุ ธรณ์หรือ
โต้แย้ง การยAนื คําอทุ ธรณ์หรือคําโต้แย้ง และระยะเวลาสําหรับการอทุ ธรณ์หรือการโต้แย้งดงั กลา่ วไว้ด้วย
มาตรา ๔๓ คําสง^ั ทางปกครองท^ีมีข้อผิดพลาดเลก็ น้อยหรือผิดหลงเลก็ น้อยนนัZ เจ้าหน้าทAอี าจ
แก้ไขเพAมิ เตมิ ได้เสมอ
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ªéÙ Çè  by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ 56
ส่วนที่ ๕ การอุทธรณค์ าํ สั่งทางปกครอง
ยAนื อทุ ธรณ์
(ม.44)
àË¹ç ´Çé  ÀÒÂã¹ 15 Ç¹Ñ äÁàè Ë¹ç ´éÇÂ
เจ้าหน้าทAี
พจิ ารณา + แจ้ง รายงานไปยังผู้มีอาํ นาจ
โดยไม่ชักช้า แต่ต้อง พจิ ารณา
ไม่เกนิ 30 วัน
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ èÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ ผู้มีอาํ นาจพจิ ารณาให้
เสร็จภายใน 30 วัน
¶Òé ÁàÕ ËµãØ ËéàÊÃç¨äÁ·è ѹ
ทาํ หนังสือแจ้ง + ขยาย
เวลาได้ไม่เกนิ 30 วัน
FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷è´Õ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ 57
มาตรา ๔๔ ภายใต้บงั คบั มาตรา ๔๘ ในกรณีท^ีคําสงั^ ทางปกครองใดไมไ่ ด้ออกโดยรัฐมนตรี และไม่
มีกฎหมายกําหนดขนัZ ตอนอทุ ธรณ์ภายในฝ่ายปกครองไว้เป็นการเฉพาะ ให้คกู่ รณีอทุ ธรณ์คําสง^ั ทาง
ปกครองนนัZ โดยยAืนต่อเจ้าหน้าทAผี ้ทู ําคําสงั^ ทางปกครองภายในสบิ ห้าวันนบั แตว่ นั ที^ ตนได้รับแจ้งคําสง^ั
ดงั กลา่ ว
คําอทุ ธรณ์ต้องทาํ เป็ นหนังสือโดยระบขุ ้อโต้แย้งและข้อเทจ็ จริงหรือข้อกฎหมายที^อ้างอิง
ประกอบด้วย
มาตรา ๔๕ ให้เจ้าหน้าทAตี ามมาตรา ๔๔ วรรคหนงึ^ พจิ ารณาคาํ อุทธรณ์และแจ้ง ผ้อู ทุ ธรณ์โดย
ไมช่ กั ช้า แต่ต้องไม่เกนิ สามสิบวันนบั แตว่ นั ที^ได้รับอทุ ธรณ์ ในกรณีทAเี หน็ ด้วยกบั คําอทุ ธรณ์ไมว่ า่
ทงัZ หมดหรือบางสว่ นก็ให้ดําเนินการเปลย^ี นแปลงคําสง^ั ทางปกครองตามความเหน็ ของตนภายใน
กําหนดเวลาดงั กลา่ วด้วย
ถ้าเจ้าหน้าที^ตามมาตรา ๔๔ วรรคหนง^ึ ไม่เหน็ ด้วยกบั คําอทุ ธรณ์ไมว่ า่ ทงัZ หมดหรือ บางสว่ นก็ให้
เร่งรายงานความเหน็ พร้อมเหตผุ ลไปยงั ผ้มู ีอํานาจพิจารณาคําอทุ ธรณ์ภายในกําหนดเวลาตามวรรคหนงึ^
ให้ผ้มู ีอํานาจพิจารณาคําอทุ ธรณ์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสบิ วันนบั แตว่ นั ที^ตน ได้รับรายงาน
ถ้ามีเหตุจาํ เป็ นไมอ่ าจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดงั กลา่ ว ให้ผ้มู ีอํานาจพิจารณาอทุ ธรณ์มี
หนงั สอื แจ้งให้ผ้อู ทุ ธรณ์ทราบก่อนครบกําหนดเวลาดงั กลา่ ว ในการนีใZ ห้ขยายระยะเวลาพิจารณาอทุ ธรณ์
ออกไปได้ไม่เกนิ สามสบิ วันนบั แตว่ นั ที^ครบกําหนดเวลาดงั กลา่ ว
เจ้าหน้าท^ีผ้ใู ดจะเป็นผ้มู ีอํานาจพิจารณาอทุ ธรณ์ตามวรรคสองให้เป็นไปตามท^ีกาํ หนดใน
กฎกระทรวง
มาตรา ๔๘ คําสงั^ ทางปกครองของบรรดาคณะกรรมการตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะจดั ตงัZ ขนึ Z ตามกฎหมาย
หรือไม่ ให้คู่กรณีมีสทิ ธิโต้แย้งตอ่ คณะกรรมการวนิ ิจฉยั ร้องทกุ ข์ตามกฎหมายวา่ ด้วยคณะกรรมการ
กฤษฎีกาได้ทงัZ ในปัญหาข้อเทจ็ จริงและข้อกฎหมาย ภายในเก้าสบิ วันนบั แตว่ นั ที^ได้รับแจ้งคําสง^ั นนัZ แตถ่ ้า
คณะกรรมการดงั กลา่ วเป็นคณะกรรมการวนิ ิจฉยั ข้อพิพาท สทิ ธิการอทุ ธรณ์และกําหนดเวลาอทุ ธรณ์ ให้
เป็นไปตามที^บญั ญตั ใิ นกฎหมายวา่ ด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา
ÁÒµÃÒ ø÷ àÁÍè× Á¡Õ Òè´Ñ µ§éÑ ÈÒÅ»¡¤Ãͧ ÁÒµÃÒ¹Õàé »ç¹Í¹Ñ ¡àÅÔ¡
ËÁÒÂà赯 ÊÃØ»áººÊé¹Ñ ¢Í§Êèǹ·Õè õ ¤×Í˹Òé ·Õ¼è Òè ¹ÁÒ¹¹èÑ àͧ
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ÙéªèÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ 58
สว่ นท่ี ๖ การเพิกถอนคําสง่ั ทางปกครอง
มาตรา ๔๙ เจ้าหน้าท^ีหรือผ้บู งั คบั บญั ชาของเจ้าหน้าท^ีอาจเพิกถอนคําสงั^ ทางปกครองได้...
...การเพิกถอนคําสง^ั ทางปกครองท^ีมีลกั ษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทาํ ภายใน 90 วันนับ
แต่ได้รู้ถงึ เหตุ
มาตรา ๕๐ คําสงั^ ทางปกครองที^ไมช่ อบด้วยกฎหมายอาจถกู เพิกถอนทงั[ หมดหรือบางส่วน โดย
จะให้มีผลย้อนหลงั หรือไมย่ ้อนหลงั หรือมีผลในอนาคตไปถงึ ขณะใดขณะหนงึ^ ตามท^ีกําหนดได้...
สว่ นที่ ๗ การขอให้พจิ ารณาใหม่
มาตรา ๕๔ เมื^อคกู่ รณีมีคําขอ เจ้าหน้าที^อาจเพกิ ถอนหรือแก้ไขเพิ^มเตมิ คําสงั^ ทางปกครองที^พ้น
กําหนดอทุ ธรณ์ตามสว่ นท^ี ๕ ได้ในกรณีดงั ตอ่ ไปนี Z
(๑) มีพยานหลักฐานใหม่ อนั อาจทําให้ข้อเทจ็ จริงที^ฟังเป็นยตุ แิ ล้วนนัZ เปลย^ี นแปลง ไปใน
สาระสําคญั
(๒) คกู่ รณีที^แท้จริงมไิ ด้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองหรือได้เข้ามาในกระบวนการ
พิจารณาครังZ ก่อนแล้วแตถ่ กู ตดั โอกาสโดยไมเ่ ป็นธรรมในการมีสว่ นร่วมในกระบวนการพิจารณาทาง
ปกครอง
(๓) เจ้าหน้าที^ไม่มีอาํ นาจที^จะทําคําสง^ั ทางปกครองในเร^ืองนนัZ
(๔) ถ้าคําสงั^ ทางปกครองได้ออกโดยอาศยั ข้อเทจ็ จริงหรือข้อกฎหมายใดและตอ่ มาข้อเทจ็ จริงหรือ
ข้อกฎหมายนัน[ เปลAียนแปลงไปในสาระสาํ คญั ในทางที^จะเป็นประโยชน์แก่คกู่ รณี
การย^ืนคําขอให้พิจารณาใหมต่ ้องกระทําภายใน 90 วันนบั แตผ่ ้นู นัZ ได้รู้ถงึ เหตุ
ส่วนที่ ๘ การบงั คับทางปกครอง
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼éÙªÇè  by ¤ÃÙ¹Ô¡ ¶Ù¡Â¡àÅ¡Ô â´Â©ººÑ 2562 (©ºÑº·Õè 3)
FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé 59
หมวด ๒/๑
การบังคับทางปกครอง
ส่วนที่ ๑ บทท่ัวไป
สว่ นที่ ๒ การบังคบั ตามคําส่งั ทางปกครองที่กาํ หนดให้ชําระเงิน
สว่ นที่ ๓ การบงั คบั ตามคําสงั่ ทางปกครองท่ีกาํ หนดใหก้ ระทําหรอื ละเวน้ กระทํา
ྨ Êͺ¤Ãټ٪é Çè  by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷մè Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 60
สว่ นท่ี ๑ บททวั่ ไป
มาตรา ๖๓/๑ การบงั คบั ทางปกครองไม่ใช้บงั คับกับหน่วยงานของรัฐด้วยกัน เว้นแตจ่ ะมี
กฎหมายกําหนดไว้เป็นอยา่ งอื^น
มาตรา ๖๓/๔ ในการใช้มาตรการบงั คบั ทางปกครองแก่บคุ คลใด หากบคุ คลนนัZ ถงึ แก่ความตาย
ให้ดําเนินการบงั คับทางปกครองต่อไปได้ถ้าบคุ คลนนัZ มีทายาทผ้รู ับมรดกหรือผ้จู ดั การมรดก ให้ถือวา่
ทายาทผ้รู ับมรดกหรือผ้จู ดั การมรดกเป็นผ้อู ยใู่ นบงั คบั ของมาตรการบงั คบั ทางปกครองนนัZ
µ¡ÁÒÂѧÅÙ¡ËÅÒ¹
ส่วนท่ี ๒ การบงั คับตามคาํ ส่งั ทางปกครองท่ีกาํ หนดใหช้ ําระเงนิ
มาตรา ๖๓/๗ ในกรณีท^ีเจ้าหน้าที^มีคําสงั^ ทางปกครองท^ีกําหนดให้ชําระเงิน ถ้าถงึ กําหนดแล้วไมม่ ี
การชําระโดยถกู ต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที^ผ้ทู ําคําสงั^ ทางปกครองมีหนงั สอื เตือน ให้ผ้นู นัZ ชําระภายใน
ระยะเวลาที^กําหนดแตต่ ้องไมน่ ้อยกวา่ เจ็ดวนั ถ้าไมม่ ีการปฏิบตั ติ ามคําเตือน เจ้าหน้าท^ีมีอํานาจใช้
มาตรการบงั คบั ทางปกครองโดยยดึ หรืออายดั ทรัพย์สนิ ของผ้นู นัZ และขายทอดตลาด เพื^อชําระเงินให้
ครบถ้วนได้
1. สAังให้ชาํ ระเงนิ äÁÁè ¨Õ èÒÂ
2. ส่งหนังสือเตอื น äÁÁè ¨Õ èÒÂ
3. ยดึ ทรัพย์ไปขาย
มาตรา ๖๓/๘ หนว่ ยงานของรัฐที^ออกคําสงั^ ให้ชําระเงินต้องดําเนินการยดึ หรืออายดั ทรัพย์สนิ
ภายใน 10 ปี นบั แตว่ นั ที^คําสง^ั ทางปกครองท^ีกําหนดให้ชําระเงินเป็นท^ีสดุ
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ªÙé Çè  by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 61
สว่ นที่ ๓ การบังคับตามคาํ สัง่ ทางปกครองที่กาํ หนดให้กระทําหรือละเว้นกระทาํ
มาตรา ๖๓/๒๐ในสว่ นนี Z
“ค่าปรับบงั คับการ” หมายความวา่ คา่ ปรับท^ีเจ้าหน้าที^สงั^ ให้ผ้ทู ี^ฝ่าฝืนหรือไมป่ ฏิบตั ติ ามคําสงั^ ทาง
ปกครองที^กําหนดให้กระทําหรือละเว้นกระทํา ชําระเป็นรายวนั ไปจนกวา่ จะยตุ กิ ารฝ่าฝืน คําสง^ั หรือได้มีการ
ปฏิบตั ติ ามคําสงั^ แล้ว ไมว่ า่ จะเป็นคา่ ปรับท^ีกําหนดโดยพระราชบญั ญตั นิ ีหZ รือโดยกฎหมายอ^ืน
มาตรา ๖๓/๒๑ คําสง^ั ทางปกครองท^ีกําหนดให้กระทําหรือละเว้นกระทํา ถ้าผ้อู ยใู่ นบงั คบั ของ
คําสง^ั ทางปกครองฝ่ าฝื นหรือไม่ปฏบิ ตั ติ าม เจ้าหน้าท^ีอาจใช้มาตรการบงั คบั ทางปกครอง อยา่ งหนง^ึ อยา่ ง
ใด....
(๑) เจ้าหน้าที^เข้าดําเนินการด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บคุ คลอ^ืนกระทําการแทน โดยผ้อู ยใู่ น
บงั คบั ของคําสง^ั ทางปกครองจะต้องชดใช้คา่ ใช้จา่ ยและเงินเพิ^มรายวนั ในอตั ราร้อยละ 25 ต่อปี ของ
คา่ ใช้จา่ ยดงั กลา่ วแก่หนว่ ยงานของรัฐที^เจ้าหน้าที^นนัZ สงั กดั ¨Òè ´͡àºÕÂé ¹èѹàͧ
(๒) ให้มีการชําระคา่ ปรับบงั คบั การตามจํานวนที^สมควรแก่เหตแุ ตต่ ้องไม่เกนิ 50,000 บาทต่อ
วัน
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éÙªÇè  by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 62
หมวด ๓
ระยะเวลาและอายคุ วาม
มาตรา ๖๔ กําหนดเวลาเป็นวนั สปั ดาห์ เดือน หรือปีนนัZ มใิ ห้นับวันแรกแหง่ ระยะเวลานนัZ
รวมเข้าด้วย เว้นแตจ่ ะได้เริ^มการในวนั นนัZ หรือมีการกําหนดไว้เป็นอยา่ งอื^นโดยเจ้าหน้าท^ี
(วรรค ๓) ในกรณีที^บคุ คลใดต้องทําการอยา่ งหนง^ึ อยา่ งใดภายในระยะเวลาที^กําหนดโดยกฎหมาย
หรือโดยคําสงั^ ของเจ้าหน้าที^ ถ้าวันสุดท้ายเป็ นวันหยุดทําการงานสาํ หรับเจ้าหน้าที^หรือวนั หยดุ ตาม
ประเพณีของบคุ คลผ้รู ับคําสง^ั ให้ถือวา่ ระยะเวลานนัZ สนิ Z สดุ ในวันทาํ งานทAถี ดั จากวันหยุดนนัZ เว้นแต่
กฎหมายหรือเจ้าหน้าท^ีที^มีคําสง^ั จะกําหนดไว้เป็นอยา่ งอ^ืน
હè ÇÑ¹ÊØ´·Òé Âà¨ÍÇѹÍÒ·ÔµÂì ¡àç ÅèÍ× ¹ä»à»ç¹Ç¹Ñ ¨Ñ¹·Ãì
มาตรา ๖๖ ในกรณีท^ีผ้ใู ดไม่อาจกระทาํ การอยา่ งหนง^ึ อยา่ งใดภายในระยะเวลาทAกี าํ หนดไว้ใน
กฎหมายได้เพราะมีพฤตกิ ารณ์ท^ีจําเป็นอนั มิได้เกิดขนึ Z จากความผิดของผ้นู นัZ ถ้าผ้นู นัZ มีคําขอเจ้าหน้าที^อาจ
ขยายระยะเวลาและดําเนินการสว่ นหนงึ^ สว่ นใดที^ลว่ งมาแล้วเสยี ใหมก่ ็ได้ ทงัZ นี Zต้องย^ืนคําขอภายใน 15
วันนบั แตพ่ ฤตกิ ารณ์เชน่ วา่ นนัZ ได้สนิ Z สดุ ลง
äÁàè ÊÃ稵ÒÁàÇÅÒ ¢Í¢ÂÒÂä´é áµèµéͧÂè¹× ¤Ó¢ÍÀÒÂã¹ 15 Çѹ
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ªéÙ Çè  by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷è´Õ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢Áé 63
หมวด ๔
การแจ้ง
มาตรา ๖๙ การแจ้งคําสงั^ ทางปกครอง การนดั พิจารณา หรือการอยา่ งอ^ืนที^เจ้าหน้าท^ีต้องแจ้งให้ผู้
ที^เก^ียวข้องทราบอาจกระทําด้วยวาจากไ็ ด้ แตถ่ ้าผ้นู นัZ ประสงค์จะให้กระทาํ เป็ นหนังสือกใ็ ห้แจ้งเป็ น
หนังสือ
การแจ้งเป็นหนงั สอื ให้สง่ หนงั สอื แจ้งตอ่ ผ้นู นัZ หรือถ้าได้สง่ ไปยงั ภมู ลิ าํ เนาของผ้นู นัZ ก็ให้ถือวา่ ได้รับ
แจ้งตงัZ แตใ่ นขณะท^ีไปถงึ ·èÕÍÂÙèµÒÁ·ÐàºÕ¹ºÒé ¹
มาตรา ๗๐ การแจ้งเป็นหนงั สอื โดยวธิ ีให้บุคคลนําไปส่ง ถ้าผ้รู ับไม่ยอมรับหรือถ้าขณะนําไปสง่
ไมพ่ บผ้รู ับ และหากได้สง่ ให้กบั บคุ คลใดซง^ึ บรรลนุ ิตภิ าวะท^ีอยหู่ รือทํางานในสถานที^นนัZ หรือในกรณีที^ผ้นู นัZ
ไมย่ อมรับ หากได้วางหนังสือนัน[ หรือปิ ดหนังสือนนัZ ไว้ในท^ีซง^ึ เหน็ ได้งา่ ย ณ สถานท^ีนนัZ ตอ่ หน้าเจ้า
พนกั งานตามท^ีกําหนดในกฎกระทรวงที^ไปเป็นพยานก็ให้ถือวา่ ได้รับแจ้งแล้ว
àªè¹ ¶Òé à¨éÒ˹éÒ·è¹Õ ÓËÁÒÂÈÒÅÁÒʧè äÁèÁÕ¤¹ÃºÑ à¢Ò¨Ðá»ÐäÇ·é ËèÕ ¹Òé ºÒé ¹(ÀÒÉÒ¡®ËÁÒÂàÃÕ¡»´Ô »ÃСÒÈ)
มาตรา ๗๑ การแจ้งโดยวธิ ีสง่ ทางไปรษณีย์ตอบรับให้ถอื ว่าได้รับแจ้งเมAือครบกาํ หนด
7 วันนับแต่วันส่งสาํ หรับกรณีภายในประเทศ
15 วันนับแต่วันส่งสาํ หรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ
เว้นแตจ่ ะมีการพิสจู น์ได้วา่ ไมม่ ีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลงั จากวนั นนัZ
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼éªÙ Çè  by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ 64
มาตรา ๗๒ ในกรณีท^ีมีผ้รู ับเกนิ 50 คน เจ้าหน้าท^ีจะแจ้งให้ทราบ...โดยวิธีปิดประกาศไว้ ณ
ทAที าํ การของเจ้าหน้าทAี
ทAวี ่าการอาํ เภอทAผี ู้รับมีภมู ลิ าํ เนา
ในกรณีนีใZ ห้ถือวา่ ได้รับแจ้งเม^ือลว่ งพ้นระยะเวลา 15 วันนบั แตว่ นั ท^ีได้แจ้ง
มาตรา ๗๓ ในกรณีที^
ไม่รู้ตวั ผู้รับ
รู้ตวั แต่ไม่รู้ภมู ลิ าํ เนา
รู้ตวั และภมู ลิ าํ เนาแต่มีผู้รับเกนิ 100 คน
การแจ้งเป็นหนงั สอื จะกระทําโดยการประกาศในหนังสือพมิ พ์ซง^ึ แพร่หลายในท้องถิ^นนนัZ ก็ได้ ใน
กรณีนีใZ ห้ถือวา่ ได้รับแจ้งเม^ือลว่ งพ้นระยะเวลา 15 วันนบั แตว่ นั ท^ีได้แจ้งโดยวิธีดงั กลา่ ว
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ Çè  by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢Áé 65
หมวด ๕
คณะกรรมการท่มี อี าํ นาจดาํ เนนิ การพจิ ารณาทางปกครอง
มาตรา ๗๖ นอกจากพ้นจากตําแหนง่ ตามวาระ กรรมการพ้นจากตําแหนง่ เม^ือ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบคุ คลล้มละลาย
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจําคกุ โดยคําพิพากษาถงึ ท^ีสดุ ให้จําคกุ เว้นแตเ่ ป็นความผิดลหโุ ทษหรือ ความผิดอนั
ได้กระทําโดยประมาท
(๖) มีเหตตุ ้องพ้นจากตําแหนง่ ก่อนครบวาระตามกฎหมายวา่ ด้วยการนนัZ
มาตรา ๗๘ ภายใต้บงั คบั มาตรา ๗๖ การให้กรรมการในคณะกรรมการวนิ ิจฉยั ข้อพิพาทพ้นจาก
ตาํ แหน่งก่อนครบวาระจะกระทาํ มไิ ด้ เว้นแตก่ รณีมีเหตบุ กพร่องอยา่ งย^ิงตอ่ หน้าที^หรือมีความประพฤติ
เสอ^ื มเสยี อยา่ งร้ายแรง
¶éÒäÁ¼è Ô´áç¨Ã§Ô æ äÁ¶è Ù¡äÅèÍÍ¡á¹è¹Í¹
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ÙéªèÇ by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ 66
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ èÇ by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷մè Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé 67
ประมวลกฎหมายอาญา ๒๔๙๙ ในสว่ นของความผิด
ต่อตาํ แหนง่ หนา้ ที่ราชการ มาตรา ๑๔๗ - ๑๖๖
มาตรา จาํ คุก โทษ หมายเหตุ
147 เบียดบงั ทรัพย์ 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต ปรับ -
และปรับ 100,000-
148 ขืนใจ จงู ใจ หามาให้ 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต 400,00 บาท หรือประหารชีวติ
และปรับ100,000- หรือประหารชีวติ
ซงึ^ ทรัพย์ 400,00 บาท
และปรับ100,000- -
149 สนช. สภาจงั หวดั 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต 400,00 บาท
-
สภาเทศบาล เรียก รับ และปรับ100,000- -
ทรัพย์ 400,00 บาท
-
150 กระทําหรือไมก่ ระทํา 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับ100,000- -
ในตําแหนง่ โดยเหน็ แก่ 400,00 บาท -
และปรับ 20,000 –
ทรัพย์สนิ 200,000 บาท -
หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
151 ซือZ ทํา จดั การโดย 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับ 20,000 –
200,000 บาท
ทจุ ริต และปรับ100,000-
400,00 บาท
152 มีหน้าท^ีจดั การหรือ 1-10 ปี และปรับ100,000-
400,00 บาท
ดแู ลกิจการเข้ามีสว่ นได้
เสยี และปรับ100,000-
400,00 บาท
153 จา่ ยทรัพย์นนัZ เกิน 1-10 ปี หรือปรับ 20,000 –
กวา่ ที^ควรจา่ ย 200,000 บาท
154 เรียกเก็บ ตรวจสอบ 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต
ภาษีโดยทจุ ริต
155 กําหนดราคา 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต
ทรัพย์สนิ เพื^อเรียกเก็บ
ภาษีโดยทจุ ริต
156 ตรวจสอบบญั ชีโดย 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต
ทจุ ริต
157 ละเว้นการปฏิบตั ิ 1-10 ปี
หน้าที^โดยทจุ ริต
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù Ùªé èÇ by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷è´Õ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 68
มาตรา จาํ คุก โทษ หมายเหตุ
ไมเ่ กิน 7 ปี -
158 ทําลาย ซอ่ นเร้นซงึ^ ไมเ่ กิน 5 ปี ปรับ
ทรัพย์หรือเอกสาร และปรับไมเ่ กิน 140,000 หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
159 มีหน้าท^ีดแู ล รักษา ไมเ่ กิน 5 ปี บาท
ทรัพย์หรือเอกสารใดแล้ว
กระทําการอนั มิชอบ ไมเ่ กิน 10 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 100,000
160 มีหน้าท^ีรักษาหรือใช้ บาท
ดวงตราหรือรอยตรา
กระทําการอนั มิชอบ หรือปรับไมเ่ กิน 100,000 หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
161 ปลอมเอกสาร บาท
และปรับไมเ่ กิน 200,000 -
บาท
162 รับรองเอกสารเทจ็ ไมเ่ กิน 7 ปี และปรับไมเ่ กิน 140,000 -
บาท หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
163 กกั เปิด ทําให้ ไมเ่ กิน 5 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 100,000
เสยี หาย ทําลาย ทําให้ บาท
สญู หายข้อความใน ไมเ่ กิน 5 ปี
ไปรษณีย์ โทรเลขหรือ ไมเ่ กิน 1 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 100,000 หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
โทรศพั ท์ ไมเ่ กิน 5 ปี บาท หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
ไมเ่ กิน 10 ปี หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
164 เผยความลบั ให้ผ้อู ื^น หรือปรับไมเ่ กิน 20,000
รู้ บาท
165 ปอ้ งกนั หรือขดั ขวาง หรือปรับไมเ่ กิน 100,000
ตามคําสง^ั บาท
166 ละทิงZ งานให้ชะงกั และปรับไมเ่ กิน 200,000 -
เสยี หาย (ทําด้วยกนั 5 บาท
คนขนึ Z ไป)
166 ถ้าทําเพ^ือ
เปลยี^ นแปลงกฎหมาย
บงั คบั รัฐบาลหรือเพ^ือ
ขม่ ขปู่ ระชาชน
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ÙéªèÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷è´Õ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢Áé 69
หมวด ๒ ความผิดต่อตาํ แหน่งหน้าทAรี าชการ (ขยายจากตาราง)
มาตรา ๑๔๗ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าท^ีซือZ ทํา จดั การหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบงั ทรัพย์นนัZ
เป็นของตน หรือเป็นของผ้อู ^ืนโดยทจุ ริต หรือโดยทจุ ริตยอมให้ผ้อู ^ืนเอาทรัพย์นนัZ เสยี ต้องระวางโทษจําคกุ
ตงัZ แตห่ ้าปีถงึ ย^ีสบิ ปี หรือจําคกุ ตลอดชีวิต และปรับตงัZ แตห่ นง^ึ แสนบาทถงึ สแ^ี สนบาท
มาตรา ๑๔๘ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน ใช้อํานาจในตําแหนง่ โดยมิชอบ ขม่ ขืนใจหรือจงู ใจเพ^ือให้
บคุ คลใดมอบให้หรือหามาให้ซงึ^ ทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อ^ืนใดแก่ตนเองหรือผ้อู ื^น ต้องระวางโทษจําคกุ ตงัZ แต่
ห้าปีถงึ ยี^สบิ ปี หรือจําคกุ ตลอดชีวิต และปรับตงัZ แตห่ นงึ^ แสนบาทถงึ สแ^ี สนบาท หรือประหารชีวิต
มาตรา ๑๔๙ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน สมาชิกสภานิตบิ ญั ญตั แิ หง่ รัฐ สมาชิกสภาจงั หวดั หรือสมาชิก
สภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อ^ืนใดสาํ หรับตนเองหรือผ้อู ื^นโดยมิชอบ เพื^อ
กระทําการหรือไมก่ ระทําการอยา่ งใดในตําแหนง่ ไมว่ า่ การนนัZ จะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าท^ี ต้องระวางโทษ
จําคกุ ตงัZ แตห่ ้าปีถงึ ย^ีสบิ ปี หรือจําคกุ ตลอดชีวิต และปรับตงัZ แตห่ นงึ^ แสนบาทถงึ สแ^ี สนบาท หรือประหารชีวิต
มาตรา ๑๕๐ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน กระทําการหรือไมก่ ระทําการอยา่ งใดในตําแหนง่ โดยเหน็ แก่
ทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อื^นใด ซงึ^ ตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนท^ีตนได้รับแตง่ ตงัZ เป็นเจ้าพนกั งานใน
ตําแหนง่ นนัZ ต้องระวางโทษจําคกุ ตงัZ แตห่ ้าปีถงึ ยี^สบิ ปี หรือจําคกุ ตลอดชีวิตและปรับตงัZ แตห่ นง^ึ แสนบาทถงึ
สแ^ี สนบาท
มาตรา ๑๕๑ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าท^ีซือZ ทํา จดั การหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อํานาจใน
ตําแหนง่ โดยทจุ ริต อนั เป็นการเสยี หายแก่รัฐ เทศบาล สขุ าภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นนัZ ต้องระวางโทษ
จําคกุ ตงัZ แตห่ ้าปีถงึ ย^ีสบิ ปี หรือจําคกุ ตลอดชีวิต และปรับตงัZ แตห่ นงึ^ แสนบาทถงึ สแ^ี สนบาท
มาตรา ๑๕๒ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าที^จดั การหรือดแู ลกิจการใด เข้ามีสว่ นได้เสยี เพื^อ
ประโยชน์สาํ หรับตนเองหรือผ้อู ื^น เน^ืองด้วยกิจการนนัZ ต้องระวางโทษจําคกุ ตงัZ แตห่ นง^ึ ปีถงึ สบิ ปี และปรับตงัZ
แตส่ องหมื^นบาทถงึ สองแสนบาท
มาตรา ๑๕๓ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าที^จา่ ยทรัพย์ จา่ ยทรัพย์นนัZ เกินกวา่ ท^ีควรจา่ ยเพื^อ
ประโยชน์สาํ หรับตนเองหรือผ้อู ^ืน ต้องระวางโทษจําคกุ ตงัZ แตห่ นง^ึ ปีถงึ สบิ ปี และปรับตงัZ แตส่ องหมื^นบาทถงึ
สองแสนบาท
มาตรา ๑๕๔ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าที^หรือแสดงวา่ ตนมีหน้าท^ีเรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษี
อากร คา่ ธรรมเนียม หรือเงินอื^นใด โดยทจุ ริตเรียกเก็บหรือละเว้นไมเ่ รียกเก็บภาษีอากร คา่ ธรรมเนียมหรือ
เงินนนัZ หรือกระทําการหรือไมก่ ระทําการอยา่ งใด เพื^อให้ผ้มู ีหน้าท^ีเสยี ภาษีอากรหรือคา่ ธรรมเนียมนนัZ มิต้อง
ྨ Êͺ¤Ãټ٪é èÇ by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÔÇà¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ 70
เสยี หรือเสยี น้อยไปกวา่ ท^ีจะต้องเสยี ต้องระวางโทษจําคกุ ตงัZ แตห่ ้าปีถงึ ย^ีสบิ ปี หรือจําคกุ ตลอดชีวติ และ
ปรับตงัZ แตห่ นงึ^ แสนบาทถงึ สแี^ สนบาท
มาตรา ๑๕๕ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าท^ีกําหนดราคาทรัพย์สนิ หรือสนิ ค้าใด ๆ
เพื^อเรียกเก็บภาษีอากรหรือคา่ ธรรมเนียมตามกฎหมาย โดยทจุ ริตกําหนดราคาทรัพย์สนิ หรือสนิ ค้านนัZ
เพื^อให้ผ้มู ีหน้าที^เสยี ภาษีอากรหรือคา่ ธรรมเนียมนนัZ มิต้องเสยี หรือเสยี น้อยไปกวา่ ท^ีจะต้องเสยี ต้อง
ระวางโทษจําคกุ ตงัZ แตห่ ้าปีถงึ ยี^สบิ ปี หรือจําคกุ ตลอดชีวิต และปรับตงัZ แตห่ นงึ^ แสนบาทถงึ สแี^ สนบาท
มาตรา ๑๕๖ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าที^ตรวจสอบบญั ชีตามกฎหมาย โดยทจุ ริต แนะนําหรือ
กระทําการหรือไมก่ ระทําการอยา่ งใด เพื^อให้มีการละเว้นการลงรายการในบญั ชี ลงรายการเทจ็ ในบญั ชี
แก้ไขบญั ชี หรือซอ่ นเร้น หรือทําหลกั ฐานในการลงบญั ชีอนั จะเป็นผลให้การเสยี ภาษีอากรหรือ
คา่ ธรรมเนียมนนัZ มิต้องเสยี หรือเสยี น้อยกวา่ ที^จะต้องเสยี ต้องระวางโทษจําคกุ ตงัZ แตห่ ้าปีถงึ ยี^สบิ ปี หรือ
จําคกุ ตลอดชีวิต และปรับตงัZ แตห่ นงึ^ แสนบาทถงึ สแ^ี สนบาท
มาตรา ๑๕๗ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน ปฏิบตั หิ รือละเว้นการปฏิบตั หิ น้าที^โดยมิชอบ เพ^ือให้เกิดความ
เสยี หายแก่ผ้หู นงึ^ ผ้ใู ด หรือปฏิบตั หิ รือละเว้นการปฏิบตั หิ น้าที^โดยทจุ ริต ต้องระวางโทษจําคกุ ตงัZ แตห่ นงึ^ ปีถงึ
สบิ ปี หรือปรับตงัZ แตส่ องหม^ืนบาทถงึ สองแสนบาท หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
มาตรา ๑๕๘ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน ทําให้เสยี หาย ทําลาย ซอ่ นเร้น เอาไปเสีย หรือทําให้สญู หาย
หรือทําให้ไร้ประโยชน์ ซง^ึ ทรัพย์หรือเอกสารใดอนั เป็นหน้าท^ีของตนที^จะปกครองหรือ รักษาไว้ หรือยินยอม
ให้ผ้อู ื^นกระทําเชน่ นนัZ ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินเจ็ดปี และปรับไมเ่ กินหนง^ึ แสนสห^ี มื^นบาท
มาตรา ๑๕๙ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าท^ีดแู ล รักษาทรัพย์หรือเอกสารใด กระทําการอนั มิชอบ
ด้วยหน้าท^ี โดยถอน ทําให้เสยี หาย ทําลายหรือทําให้ไร้ประโยชน์ หรือโดยยินยอมให้ผ้อู ^ืนกระทําเชน่ นนัZ ซงึ^
ตราหรือเครื^องหมายอนั เจ้าพนกั งานได้ประทบั หรือหมายไว้ท^ีทรัพย์หรือเอกสารนนัZ ในการปฏิบตั กิ ารตาม
หน้าที^ เพ^ือเป็นหลกั ฐานในการยดึ หรือรักษาสง^ิ นนัZ ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินห้าปี หรือปรับไมเ่ กินหนง^ึ
แสนบาท หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
มาตรา ๑๖๐ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าท^ีรักษาหรือใช้ดวงตราหรือรอยตราของราชการหรือของ
ผ้อู ื^น กระทําการอนั มิชอบด้วยหน้าที^ โดยใช้ดวงตราหรือรอยตรานนัZ หรือโดยยินยอม ให้ผ้อู ^ืนกระทําเชน่ นนัZ
ซง^ึ อาจทําให้ผ้อู ^ืนหรือประชาชนเสยี หาย ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินห้าปี หรือปรับไมเ่ กินหนง^ึ แสนบาท
หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
มาตรา ๑๖๑ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าที^ทําเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดแู ลรักษา
เอกสาร กระทําการปลอมเอกสารโดยอาศยั โอกาสที^ตนมีหน้าท^ีนนัZ ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินสบิ ปี และ
ปรับไมเ่ กินสองแสนบาท
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼éÙªèÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷մè Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 71
มาตรา ๑๖๒ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าท^ีทําเอกสาร รับเอกสารหรือกรอก ข้อความลงในเอกสาร
กระทําการดงั ตอ่ ไปนีใZ นการปฏิบตั กิ ารตามหน้าที^
(๑) รับรองเป็นหลกั ฐานวา่ ตนได้กระทําการอยา่ งใดขนึ Z หรือวา่ การอยา่ งใดได้กระทําตอ่ หน้าตนอนั
เป็นความเทจ็
(๒) รับรองเป็นหลกั ฐานวา่ ได้มีการแจ้งซงึ^ ข้อความอนั มิได้มีการแจ้ง
(๓) ละเว้นไมจ่ ดข้อความซงึ^ ตนมีหน้าท^ีต้องรับจด หรือจดุ เปลย^ี นแปลงข้อความเชน่ วา่ นนัZ หรือ
(๔) รับรองเป็นหลกั ฐานซงึ^ ข้อเทจ็ จริงอนั เอกสารนนัZ มงุ่ พิสจู น์ความจริงอนั เป็นความเทจ็
ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินเจ็ดปี และปรับไมเ่ กินหนง^ึ แสนสหี^ มื^นบาท
มาตรา ๑๖๓ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าท^ีในการไปรษณีย์ โทรเลขหรือโทรศพั ท์ กระทําการอนั มิ
ชอบด้วยหน้าท^ีดงั ตอ่ ไปนี Z
(๑) เปิด หรือยอมให้ผ้อู ^ืนเปิด จดหมายหรือสง^ิ อื^นที^สง่ ทางไปรษณีย์หรือโทรเลข
(๒) ทําให้เสยี หาย ทําลาย ทําให้สญู หาย หรือยอมให้ผ้อู ^ืนทําให้เสยี หาย ทําลายหรือทําให้สญู หาย
ซง^ึ จดหมายหรือสงิ^ อื^นท^ีสง่ ทางไปรษณีย์หรือโทรเลข
(๓) กกั สง่ ให้ผิดทาง หรือสง่ ให้แก่บคุ คลซง^ึ รู้วา่ มิใชเ่ ป็นผ้คู วรรับซง^ึ จดหมายหรือสง^ิ อ^ืนท^ีสง่ ทาง
ไปรษณีย์หรือโทรเลข หรือ
(๔) เปิดเผยข้อความที^สง่ ทางไปรษณีย์ ทางโทรเลขหรือทางโทรศพั ท์
ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินห้าปี หรือปรับไมเ่ กินหนงึ^ แสนบาท หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
มาตรา ๑๖๔ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน รู้หรืออาจรู้ความลบั ในราชการ กระทําโดยประการใด ๆ อนั มิ
ชอบด้วยหน้าท^ีให้ผ้อู ื^นลว่ งรู้ความลบั นนัZ ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินห้าปี หรือ ปรับไมเ่ กินหนง^ึ แสนบาท
หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
มาตรา ๑๖๕ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน มีหน้าท^ีปฏิบตั กิ ารให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือคําสงั^ ซง^ึ ได้สง^ั
เพ^ือบงั คบั การให้เป็นไปตามกฎหมาย ปอ้ งกนั หรือขดั ขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย หรือคําสงั^ นนัZ ต้อง
ระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินหนง^ึ ปี หรือปรับไมเ่ กินสองหม^ืนบาท หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
มาตรา ๑๖๖ ผ้ใู ดเป็นเจ้าพนกั งาน ละทิงZ งานหรือกระทําการอยา่ งใด ๆ เพื^อให้งานหยดุ ชะงกั หรือ
เสยี หาย โดยร่วมกระทําการเชน่ นนัZ ด้วยกนั ตงัZ แตห่ ้าคนขนึ Z ไป ต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินห้าปี หรือปรับไม่
เกินหนง^ึ แสนบาท หรือทงัZ จําทงัZ ปรับ
ถ้าความผิดนนัZ ได้กระทําลงเพื^อให้เกิดการเปลยี^ นแปลงในกฎหมายแผน่ ดนิ เพื^อ บงั คบั รัฐบาลหรือ
เพื^อขม่ ขปู่ ระชาชน ผ้กู ระทําต้องระวางโทษจําคกุ ไมเ่ กินสบิ ปี และปรับไมเ่ กินสองแสนบาท
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼éªÙ èÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ 72
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ èÇ by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷è´Õ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ 73
พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจา้ หนา้ ที่ พ.ศ. 2539
ให้ไว้ ๒๗ กนั ยายน ๒๕๓๙
ประกาศ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๙
บงั คับใช้ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ (วันถดั จากประกาศ)
ผู้รักษาการ นายกรัฐมนตรี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายบรรหาร ศลิ ปะอาชา นายกรัฐมนตรี
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ÙéªÇè  by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÔÇà¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷Õè´Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢Áé 74
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั นิ ี Z
“เจ้าหน้าทA”ี หมายความวา่ ข้าราชการ พนกั งาน ลกู จ้าง หรือผ้ปู ฏิบตั งิ านประเภทอ^ืน ไมว่ า่ จะ
เป็นการแตง่ ตงัZ ในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะอ^ืนใด
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความวา่ กระทรวง ทบวง กรม หรือสว่ นราชการท^ีเรียกช^ืออยา่ งอ^ืน
และมีฐานะเป็นกรม ราชการสว่ นภมู ิภาค ราชการสว่ นท้องถ^ิน และรัฐวิสาหกิจที^ตงัZ ขนึ Z โดยพระราชบญั ญตั ิ
หรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความรวมถงึ หนว่ ยงานอื^นของรัฐที^มีพระราชกฤษฎีกากําหนดให้เป็น
หนว่ ยงานของรัฐตามพระราชบญั ญตั นิ ีดZ ้วย
มาตรา ๕ หนว่ ยงานของรัฐต้องรับผิดตอ่ ผ้เู สยี หายในผลแหง่ ละเมิดที^เจ้าหน้าที^ของตนได้กระทํา
ในการปฏิบตั หิ น้าท^ี ในกรณีนีผZ ้เู สยี หายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดงั กล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้อง
เจ้าหน้าทAไี ม่ได้
รบั ผดิ ชอบ ละเมิด
ส่งั งาน
หนว่ ยงาน เจา้ หน้าท่ี ¿Íé §äÁäè ´é ผสู้ ียหาย
ฟ้องได้
ถ้าการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที^ซงึ^ ไมไ่ ด้สงั กดั หนว่ ยงานของรัฐแหง่ ใดให้ถือวา่ กระทรวงการคลัง
เป็ นหน่วยงานของรัฐทAตี ้องรับผิดตามวรรคหนงึ^
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ªéÙ èÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 75
มาตรา ๖ ถ้าการกระทําละเมิดของเจ้าหน้าท^ีมใิ ช่การกระทาํ ในการปฏบิ ตั หิ น้าทAี เจ้าหน้าท^ี
ต้องรับผิดในการนนัZ เป็นการเฉพาะตวั ในกรณีนีผZ ้เู สยี หายอาจฟ้องเจ้าหน้าทAไี ด้โดยตรง แต่จะฟ้อง
หน่วยงานของรัฐไม่ได้
¿Íé §ä´é
ไม่ได้สง่ั ละเมิด
เจ้าหนา้ ท่ี
หน่วยงาน ผู้สยี หาย
¿éͧäÁèä´é
มาตรา ๗ ในคดีที^ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานของรัฐ ถ้าหนว่ ยงานของรัฐเหน็ วา่ เป็นเร^ืองที^
เจ้าหน้าทAตี ้องรับผิดหรือต้องร่วมรับผิด หรือในคดีท^ีผ้เู สยี หายฟอ้ งเจ้าหน้าท^ีถ้าเจ้าหน้าที^เหน็ วา่ เป็น
เรื^องที^หนว่ ยงานของรัฐต้องรับผิดหรือต้องร่วมรับผิด หนว่ ยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าท^ีดงั กลา่ วมีสทิ ธิขอให้
ศาลท^ีพิจารณาคดีนนัZ อยเู่ รียกเจ้าหน้าที^หรือหนว่ ยงานของรัฐ แล้วแตก่ รณี เข้ามาเป็นคคู่ วามในคดี
มาตรา ๘ ในกรณีที^หนว่ ยงานของรัฐต้องรับผิดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนแก่ผ้เู สยี หายเพ^ือการละเมิด
ของเจ้าหน้าท^ี ให้หนว่ ยงานของรัฐมีสทิ ธิเรียกให้เจ้าหน้าที^ผ้ทู ําละเมิดชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนดงั กลา่ วแก่
หนว่ ยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที^ได้กระทําการนนัZ ไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลนิ เลอ่ อยา่ งร้ายแรง
ละเมิด ใชค้ า่ สนิ ไหม
(จงใจ/ประมาทร้ายแรง)
เจ้าหน้าท่ี ผู้สียหาย หน่วยงาน
àÃÂÕ ¡ãËàé ¨éÒ˹Òé ·Õ誴㪤é èÒÊ¹Ô äËÁá¡èÃѰ FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÇÔ à¢éÁ
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ªéÙ Çè  by ¤Ã¹Ù ¡Ô
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ 76
สทิ ธิเรียกให้ชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนตามวรรคหนง^ึ จะมีได้เพียงใดให้คํานงึ ถงึ ระดบั ความร้ายแรง
แหง่ การกระทําและความเป็นธรรมในแตล่ ะกรณีเป็นเกณฑ์โดยมติ ้องให้ใช้เตม็ จาํ นวนของความเสียหาย
ก็ได้
มาตรา ๙ ถ้าหนว่ ยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที^ได้ใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนแก่ผ้เู สยี หาย สทิ ธิที^จะเรียก
ให้อีกฝ่ายหนง^ึ ชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนแก่ตนให้มีกาํ หนดอายุความ 1 ปี นบั แตว่ นั ท^ีหนว่ ยงานของรัฐหรือ
เจ้าหน้าท^ีได้ใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนนนัZ แก่ผ้เู สยี หาย
มาตรา ๑๐ ในกรณีท^ีเจ้าหน้าทAเี ป็ นผู้กระทาํ ละเมดิ ต่อหน่วยงานของรัฐไมว่ า่ จะเป็น
หนว่ ยงานของรัฐที^ผ้นู นัZ อยใู่ นสงั กดั หรือไม่ ถ้าเป็นการกระทําในการปฏิบตั หิ น้าท^ีการเรียกร้องคา่ สนิ ไหม
ทดแทนจากเจ้าหน้าท^ีให้นําบทบญั ญตั มิ าตรา ๘ มาใช้บงั คบั โดยอนโุ ลม แตถ่ ้ามใิ ช่การกระทาํ ในการ
ปฏบิ ตั หิ น้าทAใี ห้บงั คับตามบทบญั ญัตแิ ห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
สทิ ธิเรียกร้องคา่ สนิ ไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที^ทงัZ สองประการตามวรรคหนงึ^ ให้มีกาํ หนดอายุ
ความ 2 ปี นบั แตว่ นั ท^ีหนว่ ยงานของรัฐรู้ถงึ การละเมิดและรู้ตวั เจ้าหน้าที^ ผ้จู ะพงึ ต้องใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน
และกรณีที^หนว่ ยงานของรัฐเหน็ วา่ เจ้าหน้าที^ผ้นู นัZ ไมต่ ้องรับผิด แตก่ ระทรวงการคลงั ตรวจสอบแล้วเหน็ วา่
ต้องรับผิด ให้สทิ ธิเรียกร้องคา่ สนิ ไหมทดแทนนนัZ มีกําหนดอายคุ วามหนงึ^ ปีนบั แตว่ นั ท^ีหนว่ ยงานของรัฐมี
คําสง^ั ตามความเหน็ ของกระทรวงการคลงั
มาตรา ๑๑ ในกรณีที^ผ้เู สยี หายเหน็ วา่ หนว่ ยงานของรัฐต้องรับผิดตามมาตรา ๕ ผู้เสียหายจะ
ยAืนคาํ ขอต่อหน่วยงานของรัฐให้พิจารณาชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนสาํ หรับความเสยี หายที^เกิดแก่ตนก็ได้
ในการนีหZ นว่ ยงานของรัฐต้องออกใบรับคาํ ขอให้ไว้เป็ นหลักฐานและพิจารณาคําขอนนัZ โดยไมช่ กั ช้า
เมื^อหนว่ ยงานของรัฐมีคาํ สAังเช่นใดแล้วหากผู้เสียหายยังไม่พอใจในผลการวินิจฉยั ของหนว่ ยงานของ
รัฐก็ให้มีสทิ ธิร้องทกุ ข์ต่อคณะกรรมการวนิ ิจฉัยร้องทกุ ข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการ
กฤษฎีกาได้ภายใน 90 วนั นบั แตว่ นั ที^ตนได้รับแจ้งผลการวินิจฉยั
»Ñ¨¨Øº¹Ñ ÁÒµÃÒ 11 ãËé¶×Í໹ç ÊÔ·¸¿Ô Íé §¤´µÕ Íè ÈÒÅ»¡¤Ãͧ
ให้หนว่ ยงานของรัฐพิจารณาคําขอท^ีได้รับตามวรรคหนง^ึ ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หากเรื^องใด
ไมอ่ าจพิจารณาได้ทนั ในกําหนดนนัZ จะต้องรายงานปัญหาและอปุ สรรคให้รัฐมนตรีเจ้าสงั กดั หรือกํากบั หรือ
ควบคมุ ดแู ลหนว่ ยงานของรัฐแหง่ นนัZ ทราบและขออนมุ ตั ขิ ยายระยะเวลาออกไปได้ แตร่ ัฐมนตรีดงั กลา่ วจะ
พิจารณาอนมุ ตั ใิ ห้ขยายระยะเวลาให้อีกได้ไม่เกนิ 180 วัน
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ªéÙ èÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 77
มาตรา ๑๓ ให้คณะรัฐมนตรีจดั ให้มีระเบียบเพื^อให้เจ้าหน้าท^ีซง^ึ ต้องรับผิดตามมาตรา ๘ และ
มาตรา ๑๐ สามารถผ่อนชาํ ระเงนิ ทAจี ะต้องรับผิดนนัZ ได้โดยคํานงึ ถงึ รายได้ ฐานะ ครอบครัวและ
ความรับผิดชอบ และพฤตกิ ารณ์แห่งกรณีประกอบด้วย
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ªéÙ Çè  by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ 78
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ èÇ by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷Õè´Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢Áé 79
เจตคตแิ ละจริยธรรมสาํ หรับข้าราชการ
จรรยาบรรณของขา้ ราชการพลเรือน 2537
จรรยาบรรณต่อตนเอง
จรรยาบรรณต่อหน่วยงาน
จรรยาบรรณต่อผบู้ ังคับบญั ชา ผู้อยู่ใตบ้ งั คบั บัญชา และผรู้ ่วมงาน
จรรยาบรรณต่อประชาชนและสงั คม
พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
หมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจรยิ ธรรม
หมวด 2 คณะกรรมการมาตรฐานทางจรยิ ธรรม
หมวด 3 การรกั ษาจริยธรรมของเจา้ หนา้ ที่รฐั
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼éÙªèÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ 80
ขอ้ บงั คับ ก.พ. ว่าดว้ ยจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรอื น พ.ศ. 2537
จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง
1. ข้าราชการพลเรือนพงึ เป็นผ้มู ีศีลธรรมอนั ดี และประพฤตติ นให้เหมาะสมกบั การเป็นข้าราชการ
2. ข้าราชการพลเรือนจงึ ใช้วิชาชีพในการปฏิบตั หิ น้าที^ราชการด้วยความซ^ือสตั ย์ และไมแ่ สวงหา
ประโยชน์โดยมิชอบ ในกรณีที^วิชาชีพใดมีจรรยาวิชาชีพกําหนดไว้ก็พงึ ปฏิบตั ติ ามจรรยาวชิ าชีพนนัZ ด้วย
3. ข้าราชการพลเรือนพงึ มีทศั นคตทิ ^ีดีและพฒั นาตนเองให้มีคณุ ธรรม จริยธรรม รวมทงัZ เพิ^มพนู
ความรู้ ความสามารถ และทกั ษะในการทํางานเพ^ือให้การปฏิบตั หิ น้าที^ราชการมีประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิผล
ย^ิงขนึ Z
จรรยาบรรณตอ่ หน่วยงาน
4. ข้าราชการพลเรือนพงึ ปฏิบตั หิ น้าที^ราชการด้วยความสจุ ริต เสมอภาค และปราศจากอคติ
5. ข้าราชการพลเรือนพงึ ปฏิบตั หิ น้าท^ีราชการอยา่ งเตม็ กําลงั ความสามารถ รอบคอบ รวดเร็ว
ขยนั หมนั^ เพียร ถกู ต้องสมเหตสุ มผล โดยคํานงึ ถงึ ประโยชน์ของทางราชการและประชาชนเป็นสาํ คญั
6. ข้าราชการพลเรือนพงึ ประพฤตติ นเป็นผ้ตู รงตอ่ เวลา และใช้เวลาราชการให้เป็นประโยชน์ตอ่
ทางราชการอยา่ งเตม็ ที^
7. ข้าราชการพลเรือนพงึ ดแู ลรักษาและใช้ทรัพย์สนิ ของทางราชการอยา่ งประหยดั ค้มุ คา่ โดย
ระมดั ระวงั มิให้เสยี หายหรือสนิ Z เปลอื งเย^ียงวิญ•ชู นจะพงึ ปฏิบตั ติ อ่ ทรัพย์สนิ ของตนเอง
จรรยาบรรณต่อผูบ้ งั คับบัญชา ผูอ้ ยใู่ ต้บงั คับบัญชา และผู้รว่ มงาน
8. ข้าราชการพลเรือนพงึ มีความรับผิดชอบในการปฏิบตั งิ าน การให้ความร่วมมือชว่ ยเหลอื กลมุ่
งานของตนทงัZ ในด้านการให้ความคดิ เหน็ การชว่ ยทํางาน และการแก้ปัญหาร่วมกนั รวมทงัZ การเสนอแนะ
ในสง^ิ ท^ีเหน็ วา่ จะมีประโยชน์ตอ่ การพฒั นางานในความรับผิดชอบด้วย
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ÙéªèÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷è´Õ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 81
9. ข้าราชการพลเรือนซง^ึ เป็นผ้บู งั คบั บญั ชา พงึ ดแู ลเอาใจใสผ่ ้อู ยใู่ ต้บงั คบั บญั ชาทงัZ ในด้านการ
ปฏิบตั งิ าน ขวญั กําลงั ใจ สวสั ดกิ าร และยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผ้อู ยใู่ ต้บงั คบั บญั ชา ตลอดจนปกครอง
ผ้อู ยใู่ ต้บงั คบั บญั ชาด้วยหลกั การและเหตผุ ลท^ีถกู ต้องตามทํานองคลองธรรม
10. ข้าราชการพลเรือนพงึ^ ชว่ ยเหลอื เกือZ กลู กนั ในทางที^ชอบ รวมทงัZ สง่ เสริมสนบั สนนุ ให้เกิดความ
สามคั คี ร่วมแรงร่วมใจในบรรดาผ้รู ่วมงานในการปฏิบตั ิ หน้าท^ีเพื^อประโยชน์สว่ นรวม
€€. ข้าราชการพลเรือนพงึ ปฏิบตั ติ อ่ ผ้รู ่วมงาน ตลอดจนผ้เู ก^ียวข้องด้วย ความสภุ าพ มีนําZ ใจ และ
มนษุ ยสมั พนั ธ์อนั ดี
€•. ข้าราชการพลเรือนพงึ ละเว้นจากการนําผลงานของผ้อู ^ืนมาเป็นของตน
จรรยาบรรณต่อประชาชนและสงั คม
€‚. ข้าราชการพลเรือนพงึ^ ให้บริการประชาชนอยา่ งเตม็ กําลงั ความสามารถด้วยความเป็นธรรม
เอือZ เฟื อZ มีนําZ ใจ และใช้กิริยาวาจาที^สภุ าพออ่ นโยน เมื^อเหน็ วา่ เร^ืองใดไมส่ ามารถปฏิบตั ไิ ด้หรือไมอ่ ยใู่ น
อํานาจหน้าท^ีของตนจะต้องปฏิบตั ิ ควรชีแZ จงเหตผุ ลหรือแนะนําให้ตดิ ตอ่ ยงั หนว่ ยงานหรือบคุ คลซง^ึ ตน
ทราบวา่ มีอํานาจหน้าท^ีเกี^ยวข้องกบั เร^ืองนนัZ ๆ ตอ่ ไป
€ƒ. ข้าราชการพลเรือนพงึ ประพฤตติ นให้เป็นที^เชื^อถือของบคุ คลทว^ั ไป
€„. ข้าราชการพลเรือนพงึ ละเว้นการรับทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อื^นใดซง^ึ มีมลู คา่ เกินปกตวิ ิสยั ที^
วิญ•ชู นจะให้กนั โดยเสนห่ าจากผ้มู าตดิ ตอ่ ราชการ หรือผ้ซู งึ^ อาจได้รับประโยชน์จากการปฏิบตั หิ น้าที^
ราชการนนัZ หากได้รับไว้แล้วและทราบภายหลงั วา่ ทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อื^นใดท^ีรับไว้มีมลู คา่ เกินปกตวิ ิสยั
ก็ให้รายงานผ้บู งั คบั บญั ชาทราบโดยเร็ว เพ^ือดําเนินการตามสมควรแก่กรณี
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ èÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 82
ประเด็นนา่ สนใจ
à˵¼Ø Å·ÕèÁ¢Õ Íé ºÑ§¤ºÑ ¹Õé เพ^ือให้ข้าราชการพลเรือนมีความประพฤตดิ ี สาํ นกึ ในหน้าท^ี
สามารถประสานงานกบั ทกุ ฝ่าย ตลอดจนปฏิบตั หิ น้าท^ีราชการ
ÍÍ¡â´Â ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิผลย^ิงขนึ Z
ãËéäÇé
ความในมาตรา … („) และมาตรา †€ แหง่ พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบ
»ÃСÒÈ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. •„‚„
º§Ñ ¤ºÑ ãªé
ÍÍ¡â´Â 19 กมุ ภาพนั ธ์ 2537
8 มีนาคม 2537
9 มีนาคม 2537 (วนั ถดั จากวนั ท^ีประกาศในราชกิจจานเุ บกษา)
นายชวน หลกี ภยั นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธาน ก.พ.
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ªÙé èÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÔÇà¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ 83
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ èÇ by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 84
พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
ที่มา
รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 76 วรรค 3
“รัฐพงึ จดั ใหม้ ีมาตรฐานทางจรยิ ธรรม...”
เกดิ พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม 2562
3 หมวด
หมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจริยธรรม
หมวด 2 คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม
หมวด 3 การรักษาจริยธรรมของเจ้าหน้าทAรี ัฐ
ให้ไว้ 15 เมษายน 2562
ประกาศ 16 เมษายน 2562
บงั คับใช้ 17 เมษายน 2562 (วันถดั จากวันประกาศ)
ผู้รักษาการ นายกรัฐมนตรี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จนั โอชา นายกรัฐมนตรี
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ÙéªèÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ 85
ความหมาย
มาตรา 3 ในพระราชบัญญตั นิ ้ี
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความวา่ กระทรวง ทบวง กรม สว่ นราชการท^ีเรียกชื^ออยา่ งอ^ืน และมี
ฐานะเป็นกรม ราชการสว่ นท้องถิ^น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหนว่ ยงานอ^ืนของรัฐ ในฝ่ายบริหาร แต่
ไมห่ มายความรวมถงึ หนว่ ยงานธรุ การของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และ องค์กรอยั การ
“เจ้าหน้าทAขี องรัฐ” หมายความวา่ ข้าราชการ พนกั งาน ลกู จ้าง หรือผ้ปู ฏิบตั งิ านอ^ืน ในหนว่ ยงาน
ขคอณงะรัฐกรร“มอกงาคร์กขร้ากรลาาชงกบารรพิหลาเรรงือานนใบนสุคถคาลบ”นั หอมดุ ามยศคกึวษามาวคา่ ณคะณกะรรกมรรกมากรขา้ารขรา้าชรากชากรคารรÏูพแ¡ลล.¤ะเ.รÈบือ.คุ น§ลÒ¹าºกؤร¤ทÅ¢าéÒงÃกÒªา¡รÒäÃÙ
ศกึ ษา และคณะกรรมการข้าราชการตํารวจ ตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนนัZ รวมทงัZ
คณะกรรมการกลางบริหารงานบคุ คลของเจ้าหน้าที^ของรัฐในฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการมาตรฐาน การ
บริหารงานบคุ คลสว่ นท้องถิ^นตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบียบบริหารงานบคุ คลสว่ นท้องถ^ิน
“กรรมการ” หมายความวา่ กรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éÙªèÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 86
หมวด ๑
มาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจริยธรรม
มาตรา ๕ มาตรฐานทางจริยธรรม คือ หลักเกณฑ์การประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ย่างมีคุณธรรม
ของเจ้าหน้าที^ของรัฐ ซง^ึ จะต้องประกอบด้วย
(๑) ยดึ มน^ั ในสถาบนั หลกั ของประเทศ อนั ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ การปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ
(๒) ซ^ือสัตย์สจุ ริต มีจิตสํานกึ ท^ีดี และรับผิดชอบตอ่ หน้าท^ี
(๓) กล้าตดั สนิ ใจและกระทําในสง^ิ ที^ถกู ต้องชอบธรรม
(๔) คดิ ถงึ ประโยชน์สว่ นรวมมากกวา่ ประโยชน์สว่ นตวั และมีจติ สาธารณะ
(๕) มุ่งผลสัมฤทธnิของงาน
(๖) ปฏิบตั หิ น้าท^ีอยา่ งเป็ นธรรมและไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ
(๗) ดาํ รงตนเป็นแบบอยา่ งที^ดีและรักษาภาพลกั ษณ์ของทางราชการ
à·¤¹Ô¤ : 嫅 浄 Âì µÑ´Ê¹Ô ã¨ // 仨Ե Á§Ø ¼ÅÊÑÁÄ·¸Ôì // à»¹ç ¸ÃÃÁ ´Óçµ¹
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ÙéªèÇ by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 87
มาตรา ๖ ให้องค์กรกลางบริหารงานบคุ คลของหนว่ ยงานของรัฐมีหน้าท^ีจดั ทําประมวล จริยธรรม
สําหรับเจ้าหน้าที^ของรัฐท^ีอยใู่ นความรับผิดชอบ ¢éÒÃÒª¡ÒäÃÙÏ ¤×Í ¡.¤.È.
ในกรณีท^ีเป็นเจ้าหน้าที^ของรัฐซง^ึ ไมม่ ีองค์กรกลางบริหารงานบคุ คลที^รับผิดชอบ ให้องค์กร
ต่อไปนี[ เป็ นผู้จดั ทาํ ประมวลจริยธรรม
(๑) คณะรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง
(๒) สภากลาโหม ข้าราชการทหาร + ข้าราชการพลเรือนกลาโหม
(๓) สํานกั งานคณะกรรมการนโยบาย ผ้บู ริหาร + พนกั งานรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจ
(๔) คณะกรรมการพฒั นาและสง่ เสริม ผ้บู ริหาร เจ้าหน้าที^ + ผ้ปู ฏิบตั งิ านขององค์การ
องค์การมหาชน มหาชน
ถ้ามีปัญหา ให้คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม วนิ ิจฉัย
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éÙªÇè  by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷èÕ´Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢Áé 88
หมวด ๒
คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม
มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมคณะหนงึ^ เรียกโดยยอ่ วา่ “ก.ม.จ.”
ประกอบด้วย (ไม่เกนิ 13 คน)
ประธาน 1
นายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกรัฐมนตรีซง^ึ นายกรัฐมนตรีมอบหมาย 1
รองประธาน 1
ผ้แู ทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนท^ีได้รับมอบหมาย 1
กรรมการโดยตําแหนง่ 5
1
ผ้แู ทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบนั อดุ มศกึ ษา
ผ้แู ทน ก.ค.ศ.
ผ้แู ทน คณะกรรมการข้าราชการตํารวจ
คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลสว่ นท้องถิ^น
สภากลาโหม
กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ไิ ม่เกิน 5 คน 5
(นายกรัฐมนตรีแตง่ ตงัZ ) 1
เลขาธกิ าร ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานกุ าร 1
1
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼éªÙ Çè  by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷մè Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ 89
ให้สาํ นกั งาน ก.พ. ปฏิบตั งิ านธรุ การ/ประชมุ /งานวิชาการ/การศกึ ษาหาข้อมลู และกิจกรรมตา่ ง ๆ
มาตรา ๙ กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิต้องมีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ด้าน......
1 ด้านการสง่ เสริมจริยธรรม
2 ด้านกฎหมาย
3 ด้านการบริหารงานบคุ ล
4 ด้านการพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์
5 ด้านอื^นใดอนั จะเป็นประโยชน์
มาตรา ๑๐ กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิมีวาระการดํารงตําแหนง่ คราวละ....3.....ปี
กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิซง^ึ พ้นจากตําแหนง่ ตามวาระอาจได้รับแตง่ ตงัZ อีก แตจ่ ะดํารงตําแหนง่
ตดิ ตอ่ กนั เกนิ ...2...วาระไม่ได้
มาตรา ๑๓ ก.ม.จ. มีหน้าที^และอํานาจ ดงั ตอ่ ไปนี Z
(๑) เสนอแนะและให้คาํ ปรึกษาเกAียวกับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านมาตรฐานทางจริยธรรม
และการสง่ เสริมจริยธรรมภาครัฐตอ่ คณะรัฐมนตรี
(๒) กาํ หนดแนวทางหรือมาตรการในการขับเคลAือนการดําเนินกระบวนการรักษาจริยธรรม
รวมทงัZ กลไกและการบงั คบั ใช้ประมวลจริยธรรมสาํ หรับเจ้าหน้าที^ของรัฐเพื^อให้องค์กรกลางบริหาร
งานบคุ คล องค์กรตามมาตรา ๖ วรรคสอง หรือผ้บู งั คบั บญั ชานําไปใช้ในกระบวนการบริหารงานบคุ คล
อยา่ งเป็นรูปธรรม
(๓) กาํ หนดแนวทางในการส่งเสริมและพฒั นาเพ^ือเสริมสร้างประสทิ ธิภาพให้เจ้าหน้าท^ีของรัฐ
มีความรู้ความเข้าใจเกี^ยวกบั มาตรฐานทางจริยธรรมและยดึ ถือแนวทางปฏิบตั ติ ามประมวลจริยธรรม
รวมทงัZ เสนอแนะมาตรการในการเพ^ิมพนู ประสทิ ธิภาพและเสริมสร้างแรงจงู ใจในการปฏิบตั ติ ามประมวล
จริยธรรมแก่หนว่ ยงานของรัฐตอ่ คณะรัฐมนตรี
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù Ùªé Çè  by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷մè Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 90
(๔) กาํ กับ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการดาํ เนินการตามมาตรฐานทางจริยธรรม โดยอยา่ ง
น้อยต้องให้หนว่ ยงานของรัฐจดั ให้มีการประเมินความรู้ความเข้าใจเก^ียวกบั มาตรฐานทางจริยธรรม และให้
มีการประเมินพฤตกิ รรมทางจริยธรรมสาํ หรับเจ้าหน้าที^ของรัฐในหนว่ ยงานนนัZ
(๕) ตรวจสอบรายงานประจาํ ปี ของหนว่ ยงานของรัฐตามมาตรา ๑๙ (๓) และรายงานสรุปผล
การดําเนินงานดงั กลา่ วเสนอตอ่ คณะรัฐมนตรีเพ^ือทราบอยา่ งน้อยปีละหนงึ^ ครังZ
(๖) ตคี วามและวนิ ิจฉัยปัญหาที^เกิดจากการใช้บงั คบั พระราชบญั ญตั นิ ี Z
(๗) ปฏบิ ตั หิ น้าทAอี Aืนตามท^ีบญั ญตั ไิ ว้ในพระราชบญั ญตั นิ ีหZ รือตามท^ีคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๑๕ ให้ ก.ม.จ. จดั ให้มีการทบทวนมาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา ๕ ทุกห้าปี ....
มาตรา ๑๗ ให้ ก.ม.จ. มีอํานาจแตง่ ตงัZ คณะอนกุ รรมการ หรือคณะทํางานได้
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù Ùªé èÇ by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»¹ç ¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÔÇà¢éÁ 91
หมวด ๓
การรักษาจริยธรรมของเจา้ หน้าที่ของรฐั
มาตรา ๑๙ เพ^ือประโยชน์ในการรักษาจริยธรรมของเจ้าหน้าท^ีของรัฐ ให้หนว่ ยงานของรัฐ
ดําเนินการ ดงั ตอ่ ไปนี Z
(๑) กําหนดให้มีผ้รู ับผิดชอบเกี^ยวกบั การรักษาจริยธรรมประจําหนว่ ยงานของรัฐ
(๒) ดําเนินกิจกรรมการสง่ เสริม สนบั สนนุ ให้ความรู้ ฝึกอบรม และพฒั นาเจ้าหน้าท^ีของรัฐ
(๓) ทกุ สนิ Z ปีงบประมาณ ให้จดั ทํารายงานประจําปีเสนอตอ่ ก.ม.จ.
กาํ หนดให้มีผู้รับผิดชอบ ส่งเสริม สนับสนุน จดั ทาํ รายงาน
มาตรา ๒๐ ให้องค์กรกลางบริหารงานบคุ คลแตล่ ะประเภทและองค์กรตามมาตรา ๖ วรรคสอง มี
หน้าที^
กํากบั ดแู ลการดําเนินกระบวนการรักษาจริยธรรม
และการประเมินผลการปฏิบตั ิ ตามประมวลจริยธรรม
ྨ Êͺ¤ÃÙ¼ÙéªèÇ by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»¹ç ¢éÒÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢Áé 92
แนวข้อสอบ ลกั ษณะการเปน็ ขา้ ราชการท่ดี ี
1. พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ ๒๕๓๔ มีขนึ Z ครังZ แรกในสมยั ของนายกรัฐมนตรีคนใด
ก. นายอานนั ท์ ปันยารชนุ ข. นายชวน หลีกภยั
ค. พลเอก ชวลติ ยงใจยทุ ธ ง. พนั ตํารวจโททกั ษิณ ชินวตั ร
2. ข้อใดไมใ่ ชก่ ารจดั ระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ ข. ระเบียบบริหารราชการสว่ นภมู ิภาค
ก. ระเบียบบริหารราชการสว่ นกลาง ง. ระเบียบบริหารราชการเขตพืนZ ท^ี
ค. ระเบียบบริหารราชการสว่ นท้องถิ^น
3. การมีผ้วู า่ ราชการจงั หวดั สอดคล้องกบั การจดั ระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ ตามข้อใด
ก. ระเบียบบริหารราชการสว่ นกลาง ข. ระเบียบบริหารราชการสว่ นภมู ิภาค
ค. ระเบียบบริหารราชการสว่ นท้องถิ^น ง. ระเบียบบริหารราชการเขตพืนZ ท^ี
4. การมีรัฐมนตรีประจํากระทรวงตา่ ง ๆ สอดคล้องกบั การจดั ระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ ตามข้อใด
ก. ระเบียบบริหารราชการสว่ นกลาง ข. ระเบียบบริหารราชการสว่ นภมู ิภาค
ค. ระเบียบบริหารราชการสว่ นท้องถ^ิน ง. ระเบียบบริหารราชการเขตพืนZ ท^ี
5. การแบง่ ราชการออกเป็นสว่ นตา่ ง ๆ ตามที^บญั ญตั ไิ ว้ในพระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ
ให้กําหนดตําแหนง่ และอตั ราเงินเดือนโดยคํานงึ ถงึ สงิ^ ใดเป็นหลกั
ก. อตั รากําลงั ข. คณุ ภาพและปริมาณงาน
ค. ผลกระทบตอ่ ประชาชน ง. สว่ นราชการยอ่ ยตา่ ง ๆ
6. สํานกั นายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็น ข. กระทรวง
ก. สาํ นกั ง. กรม
ค. หวั หน้าสว่ น
7. ข้อใดไมเ่ ป็นนิตบิ คุ คล ข. กระทรวง
ก. สาํ นกั นายกรัฐมนตรี ง. เป็นนิตบิ คุ คลทกุ ข้อ
ค. ทบวง
8. ข้อใดไมใ่ ชก่ ารจดั ระเบียบบริหาราชการสว่ นกลาง ข. ทบวง
ก. กระทรวง ง. จงั หวดั
ค. กรม
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù éªÙ èÇ by ¤Ã¹Ù ¡Ô FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÔÇà¢éÁ 93
9. ข้อใดเป็นการจดั ระเบียบบริหาราชการสว่ นกลาง ข. อบจ.นครราชสีมา
ก. อําเภอบวั ใหญ่ ง. จงั หวดั บรุ ีรัมย์
ค. กระทรวงศกึ ษาธิการ
10. ข้อใดเป็นการจดั ระเบียบบริหาราชการสว่ นกลาง ข. กรมทรัพยากรธรณี
ก. อําเภอสชี มพู ง. จงั หวดั บรุ ีรัมย์
ค. เทศบาลเมืองร้อยเอด็
11. การจดั ตงัZ การรวม หรือการโอนสว่ นราชการตามมาตรา ๗ (สาํ นกั นายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง
ทบวง ซง^ึ สงั กดั สาํ นกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง กรม หรือสว่ นราชการท^ีเรียกชื^ออยา่ งอื^น) ให้ตราเป็น...
ก. รัฐธรรมนญู ข. พระราชบญั ญตั ิ
ค. พระราชกําหนด ง. พระราชกฤษฎีกา
12. การรวมหรือการโอนสว่ นราชการตามมาตรา ๗ (สาํ นกั นายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ทบวง ซง^ึ
สงั กดั สาํ นกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง กรม หรือสว่ นราชการที^เรียกช^ืออยา่ งอื^น) ถ้าไมม่ ีการกําหนด
ตําแหนง่ หรืออตั ราของข้าราชการหรือลกู จ้างเพ^ิมขนึ Z ให้ตราเป็น...
ก. รัฐธรรมนญู ข. พระราชบญั ญตั ิ
ค. พระราชกําหนด ง. พระราชกฤษฎีกา
13. การเปลยี^ นชื^อสว่ นราชการตามมาตรา ๗ (สาํ นกั นายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ทบวง ซง^ึ สงั กดั
สํานกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง กรม หรือสว่ นราชการที^เรียกช^ืออยา่ งอ^ืน) ให้ตราเป็น...
ก. รัฐธรรมนญู ข. พระราชบญั ญตั ิ
ค. พระราชกําหนด ง. พระราชกฤษฎีกา
14. การยบุ สว่ นราชการตามมาตรา ๗ (สาํ นกั นายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ทบวง ซงึ^ สงั กดั สาํ นกั
นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง กรม หรือสว่ นราชการท^ีเรียกช^ืออยา่ งอ^ืน) ให้ตราเป็น...
ก. รัฐธรรมนญู ข. พระราชบญั ญตั ิ
ค. พระราชกําหนด ง. พระราชกฤษฎีกา
15. สํานกั นายกรัฐมนตรีมีผ้ใู ดเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการ
ก. เลขาธิการรัฐมนตรี ข. เลขานกุ ารรัฐมนตรี
ค.นายกรัฐมนตรี ง. รองนายกรัฐมนตรี
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ªÙé Çè  by ¤ÃÙ¹Ô¡ FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢Òé ÃÒª¡Ò÷´Õè Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢éÁ 94
16. ในระหวา่ งที^คณะรัฐมนตรีต้องอยใู่ นตําแหนง่ เพื^อปฏิบตั หิ น้าที^ตอ่ ไปจนกวา่ คณะรัฐมนตรีที^ตงัZ ขนึ Z ใหม่
จะเข้ารับหน้าท^ี เหตเุ พราะนายกรัฐมนตรีตาย ถ้ามีรองนายก ฯ ต้องดําเนินการอยา่ งไร
ก. รองนายก ฯ เลอื กกนั ภายในเพื^อปฏิบตั หิ น้าท^ีแทน
ข. ครม. มอบ รองนายก ฯ ปฏิบตั หิ น้าท^ีแทน
ค. ประธานสภาผ้แู ทนราษฎรปฏิบตั หิ น้าที^แทน
ง. ยบุ สภา
17. ในระหวา่ งท^ีคณะรัฐมนตรีต้องอยใู่ นตําแหนง่ เพ^ือปฏิบตั หิ น้าที^ตอ่ ไปจนกวา่ คณะรัฐมนตรีที^ตงัZ ขนึ Z ใหม่
จะเข้ารับหน้าที^ เหตเุ พราะนายกรัฐมนตรีตาย ถ้าไมม่ ีมีรองนายก ฯ หรือ มี แตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ต้อง
ดําเนินการอยา่ งไร
ก. รองนายก ฯ เลอื กกนั ภายในเพื^อปฏิบตั หิ น้าที^แทน
ข. ครม. มอบ รองนายก ฯ ปฏิบตั หิ น้าที^แทน
ค. ประธานสภาผ้แู ทนราษฎรปฏิบตั หิ น้าที^แทน
ง. ครม. มอบ รัฐมนตรีคนใดคนหนงึ^ ปฏิบตั หิ น้าท^ีแทน
18. ใครเป็นหวั หน้ารัฐบาล ข. รองนายกรัฐมนตรี
ก. นายกรัฐมนตรี ง. ประธานวฒุ ิสภา
ค. ประธานสภาผ้แู ทนราษฎร
19. สํานกั เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีใครเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการ
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รองนายกรัฐมนตรี
ค. เลขานกุ ารนายกรัฐมนตรี ง. เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
20. ข้อใดถกู ต้องเกี^ยวกบั เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข. เป็นข้าราชการการเมือง
ก. เป็นข้าราชการประจํา ง. เป็นข้าราชการอาวโุ ส
ค. เป็นข้าราชการพลเรือน
21. ข้อใดไมใ่ ชอ่ ํานาจหน้าที^เกี^ยวกบั ราชการของสาํ นกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ก. ศาล ข. คณะรัฐมนตรี
ค. รัฐสภา ง. ราชการในพระองค์
22. ข้อใดเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการในสาํ นกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รองนายกรัฐมนตรี
ค. เลขานกุ ารนายกรัฐมนตรี ง. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
23. ข้อใดถกู ต้องเกี^ยวกบั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ข. เป็นข้าราชการการเมือง
ก. เป็นข้าราชการครู ง. เป็นข้าราชการอาวโุ ส
ค. เป็นข้าราชการพลเรือนสามญั
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ªéÙ èÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÔÇà¢éÁ
¤ÇÒÁÃÙéáÅÐÅѡɳСÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹Ô¡ µÇÔ à¢éÁ 95
24. ข้อใดถกู ต้องเก^ียวกบั ปลดั สาํ นกั นายกรัฐมนตรี ข. เป็นข้าราชการการเมือง
ก. เป็นข้าราชการครู ง. เป็นข้าราชการอาวโุ ส
ค. เป็นข้าราชการพลเรือนสามญั
25. ข้อใดไมใ่ ชก่ ารจดั ระเบียบราชการของกระทรวง ข. สํานกั งานเลขานกุ ารรัฐมนตรี
ก. สาํ นกั งานรัฐมนตรี ง. กรม
ค. สาํ นกั งานปลดั กระทรวง
26. สว่ นราชการใดไมม่ ีตําแหนง่ ปลดั ข. กระทรวงเกษตร ฯ
ก. สาํ นกั นายกรัฐมนตรี ง. มีตําแหนง่ ปลดั ทกุ ข้อ
ค. กระทรวงศกึ ษาธิการ
27. สํานกั งานรัฐมนตรีมีใครเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการ ข. เลขานกุ ารรัฐมนตรี
ก. รัฐมนตรีชว่ ยวา่ การ
ค. เลขานกุ ารนายกรัฐมนตรี ง. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
28. ใครเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการในกรม ข. ผ้บู งั คบั การ
ก. ผ้บู ญั ชาการ ง. อธิการบดี
ค. อธิบดี
29. การมอบอํานาจให้ทําเป็น... ข. ประกาศ
ก. หนงั สอื ง. รูปแบบใดก็ได้โดยคํานงึ ถงึ บริบท
ค. วาจา
30. กรณีท^ีนายกรัฐมนตรีไมอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ใครเป็นผ้รู ักษาราชการแทน
ก. รัฐมนตรีอาวโุ ส ข. รองนายกรัฐมนตรี
ค. ประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ง. ประธานวฒุ ิสภา
31. กรณีที^นายกรัฐมนตรีไมอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีหลายคนใครเป็นผ้มู อบหมาย
ผ้รู ักษาราชการแทน
ก. สส. ข. ครม.
ค. สนช. ง. สว.
32. กรณีท^ีนายกรัฐมนตรีไมอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ถ้าไมม่ ีผ้ดู ํารงตําแหนง่ รองนายกรัฐมนตรีใครจะเป็น
ผ้รู ักษาราชการแทน
ก. สส. ข. ครม.
ค. สนช. ง. รัฐมนตรีคนใดคนหนงึ^
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ÙéªÇè  by ¤Ã¹Ù Ô¡ FB ¤Ã¹Ù ¡Ô µÇÔ à¢Áé
¤ÇÒÁÃÙáé ÅÐÅ¡Ñ É³Ð¡ÒÃà»ç¹¢éÒÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ â´Â ¤ÃÙ¹¡Ô µÇÔ à¢Áé 96
33. ในกรณีท^ีไมม่ ีผ้ดู ํารงตําแหนง่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงหรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ใครเป็นผ้รู ักษา
ราชการแทน
ก. ครม. ข. นายกรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวง ง. รัฐมนตรีประจําสาํ นกั นายก
34. ในกรณีท^ีไมม่ ีผ้ดู ํารงตําแหนง่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงหรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ถ้ามีรัฐมนตรี
ชว่ ยวา่ การกระทรวงหลายคนใครเป็นผ้มู อบหมายผ้รู ักษาราชการแทน
ก. สส. ข. ครม.
ค. สนช. ง. สว.
35. ในกรณีที^ไมม่ ีผ้ดู ํารงตําแหนง่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงหรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ถ้าไมม่ ีผ้ดู ํารง
ตําแหนง่ รัฐมนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวง หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ิราชการได้ ใครจะเป็นผ้รู ักษาราชการแทน
ก. สส. ข. ครม.
ค. สนช. ง. รัฐมนตรีคนใดคนหนง^ึ
36. ในกรณีที^ไมม่ ีผ้ดู ํารงตําแหนง่ เลขานกุ ารรัฐมนตรี หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ใครเป็นผ้รู ักษา
ราชการแทน
ก. ผ้ชู ว่ ยเลขาธิการรัฐมนตรี ข. ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ ารรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีคนใดคนหนง^ึ ง. รัฐมนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวง
37. ในกรณีท^ีไมม่ ีผ้ดู ํารงตําแหนง่ เลขานกุ ารรัฐมนตรี หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ถ้ามี
ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ ารรัฐมนตรีหลายคนใครเป็นผ้มู อบหมายผ้รู ักษาราชการแทน
ก. ผ้ชู ว่ ยเลขาธิการรัฐมนตรี ข. ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ ารรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีคนใดคนหนง^ึ ง. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวง
38. ในกรณีท^ีไมม่ ีผ้ดู ํารงตําแหนง่ เลขานกุ ารรัฐมนตรี หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ถ้าไมม่ ี
ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ ารรัฐมนตรีใครเป็นผ้รู ักษาราชการแทน
ก. ผ้ชู ว่ ยเลขาธิการรัฐมนตรี ข. ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ ารรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีคนใดคนหนงึ^ ง. ข้าราชการในกระทรวงคนหนง^ึ
39. ในกรณีท^ีไมม่ ีผ้ดู ํารงตําแหนง่ ปลดั กระทรวง หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ใครเป็นผ้รู ักษาราชการ
แทน
ก. รองปลดั กระทรวง ข. ผ้ชู ว่ ยเลขาธิการรัฐมนตรี
ค. ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ ารรัฐมนตรี ง. ข้าราชการคนหนง^ึ
40. ข้อใดเป็นการจดั ระเบียบบริหารราชการสว่ นภมู ิภาค
ก. จงั หวดั อําเภอ ข. อําเภอ เทศบาล
ค. จงั หวดั แขวง ง. อําเภอ แขวง
ྨ Êͺ¤Ã¼Ù ÙéªèÇ by ¤ÃÙ¹¡Ô FB ¤Ã¹Ù Ô¡ µÇÔ à¢Áé