The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยเล่ม 2 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ (นางสาวอุบล สีหา)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chom wi, 2023-08-18 00:15:32

วิจัยเล่ม 2 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ (นางสาวอุบล สีหา)

วิจัยเล่ม 2 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ (นางสาวอุบล สีหา)

41 จากการศึกษาและทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อสนเทศในการศึกษาเรื่อง แนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผู้ศึกษาได้นำแนวคิดที่จะพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น โดยต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายใน การดำเนินกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องโดยใช้แนวคิด/ทฤษฎีของโคเฮน และอัพฮอฟ (Cohen and Uphoff) ที่เป็นแนวคิดพื้นฐานการมีส่วนร่วม (Cohen, and N.T., Uphoff. 1980) ซึ่งประกอบ ไปด้วยกรอบแนวคิดพื้นฐานในการมีส่วนร่วม 4 ด้าน คือ 1) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision making) 2) ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (Implementation) 3) ด้านการมี ส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) 4) ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์(Benefits) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอำเภอบ้านไผ่ บ้านไผ่ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น โดยถือเป็นอำเภอขนาดใหญ่ที่มีถนนมิตรภาพ และทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือพาดผ่าน ในอนาคตจะเป็นอำเภอชุมทางซึ่งมีทางรถไฟสาย ใหม่ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และไปสิ้นสุดจังหวัดนครพนม


42 แผนภาพที่ 1 แผนที่แสดงเขตแต่ละตำบลในอำเภอบ้านไผ่ ประวัติอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่เดิมชื่อ “บ้านเกิ้ง” อยู่ในความปกครองของเมืองชนบท ต่อมาทางราชการ ประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 บ้านเกิ้งได้รับการยกฐานะเป็น ตำบล บ้านเกิ้ง ขึ้นกับอำเภอชนบท จนกระทั่งปี พ.ศ. 2471 ตำบลบ้านเกิ้งก็ได้รับการยกฐานะเป็น กิ่งอำเภอ บ้านไผ่ ประกอบด้วยตำบลบ้านเกิ้ง บ้านเป้า และบ้านแคนเหนือ เชื่อกันว่าบริเวณที่ตั้งคงมีต้นไผ่ขึ้น ริมคลองห้วยจิกเป็นจำนวนมาก สถานที่ตั้งกิ่งอำเภออยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีรถไฟบ้านไผ่ โดย


43 หลวงราษฎร์ธุรกิจ (โสฬส อินทรกำแหง) มีศรัทธายกที่ดินให้กิ่งอำเภอบ้านไผ่ได้รับการยกฐานะเป็น อำเภอบ้านไผ่ เปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 ตำบล คือ ตำบลบ้านไผ่ บ้านเป้า แคนเหนือ และเปือยน้อย ต่อมาในปี พ.ศ. 2486 อำเภอชนบทถูก ไฟไหม้ ทางราชการจึงได้รวมอำเภอชนบทเข้ากับอำเภอบ้านไผ่ จนถึง พ.ศ. 2509 จึงแยกอำเภอ ชนบทออกไป ที่ตั้งและอาณาเขต อำเภอบ้านไผ่มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบ้านแฮด ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอโกสุมพิสัยและอำเภอกุดรัง (จังหวัดมหาสารคาม) ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอเปือยน้อย อำเภอหนองสองห้อง และอำเภอโนนศิลา ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอมัญจาคีรีและอำเภอชนบท การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค อำเภอบ้านไผ่แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 113 หมู่บ้าน 1. บ้านไผ่ จำนวน 13 หมู่บ้าน 2. ในเมือง จำนวน 9 หมู่บ้าน 3. เมืองเพีย จำนวน 13 หมู่บ้าน 4. บ้านลาน จำนวน 15 หมู่บ้าน 5. แคนเหนือ จำนวน 9 หมู่บ้าน 6. ภูเหล็ก จำนวน 9 หมู่บ้าน 7. ป่าปอ จำนวน 9 หมู่บ้าน 8. หินตั้ง จำนวน 11 หมู่บ้าน 9. หนองน้ำใส จำนวน 11 หมู่บ้าน 10. หัวหนอง จำนวน 6 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอบ้านไผ่ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองบ้านไผ่ครอบคลุมบางส่วนตำบลบ้านไผ่ ตำบลในเมือง และตำบลแคนเหนือ เทศบาลตำบลในเมือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลในเมือง (นอกเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่) องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไผ่ครอบคลุมตำบลบ้านไผ่ (นอกเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่) องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเพีย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองเพียทั้งตำบล


44 องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านลาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านลานทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลแคนเหนือ ครอบคลุมตำบลแคนเหนือ (นอกเขตเมืองบ้านไผ่) องค์การบริหารส่วนตำบลภูเหล็ก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลภูเหล็กทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลป่าปอ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าปอทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหินตั้งทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำใส ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองน้ำใสทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลหัวหนอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวหนองทั้งตำบล ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ สภาพทั่วไปของสถานศึกษา ชื่อสถานศึกษา : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอําเภอบ้านไผ่ ที่อยู่ : 673 หมู่ที่ 3 ถนน สุขาภิบาล 8 ตําบลในเมือง อําเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น เบอร์โทรศัพท์: 043-272734 เบอร์โทรสาร : 043-272734 E-mail ติดต่อ : [email protected] สังกัด : สํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดขอนแก่น สํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ทิศทางการดําเนินงานของสถานศึกษา วิสัยทัศน์ ชาวบ้านไผ่ได้รับการศึกษาตลอดชีวิต และการศึกษาเพื่อการมีงานทําที่มีคุณภาพอย่าง ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนภาคีเครือข่ายและสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ก้าว สู่ประชาคมอาเซียนอย่างมีความสุขและยั่งยืน พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ 2. จัดและส่งเสริมการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทําของประชาชนในชุมชนให้สามารถ ประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทํา


45 4. พัฒนาบุคลากรและระบบบริหารจัดการ ให้มีศักยภาพในการดําเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงาน ทําของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิและประสิทธิผล 5. พัฒนาและส่งเสริมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ และ การสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพต่อการเรียนตลอดชีวิต 6. จัดการศึกษาภาษาต่างประเทศเพื่อส่งเสริมพัฒนาครูและผู้เรียนให้มีความพร้อมสู่ ประชาคมอาเซียน อัตลักษณ์ “คุณธรรมนําชีวิต ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง” จํานวนผู้เรียน/ผู้รับบริการและจํานวนผู้จัดการเรียนรู้ หลักสูตร/ประเภท จํานวนผู้เรียน (คน) รวม จํานวน (คน) จํานวน ผู้จัดการ ชาย หญิง เรียนรู้ (คน) การศึกษาขั้นพื้นฐาน - ระดับประถมศึกษา 35 65 100 - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 582 415 997 - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 837 598 1,435 รวมจํานวน (คน) 1,454 1,078 2,532 25 การศึกษาต่อเนื่อง 1. โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน 1 อําเภอ 1 อาชีพ 1. หลักสูตรการนวดแผนไทย 1 15 16 1 2. หลักสูตรการทอผ้า - 27 27 2 3. หลักสูตรทําหน้ากากอนามัย/เจลล้างมือ - 20 20 1 4. หลักสูตรช่างตัดผม-เสริมสวย - 12 12 1 5. หลักสูตรช่างเชื่อมเหล็ก 12 - 12 1 พัฒนาอาชีพระยะสั้น (กลุ่มสนใจ) 1. หลักสูตรการแปรรูปถั่วลิสง - 21 21 3 2. หลักสูตรการแปรรูปกล้วย - 26 26 4 3. หลักสูตรการแปรรูปข้าว - 27 27 4 4. หลักสูตรการแปรรูปปลา - 26 26 4 5. หลักสูตรการทําขนมไทย - 28 28 4


46 หลักสูตร/ประเภท จํานวนผู้เรียน (คน) รวม จํานวน (คน) จํานวน ผู้จัดการ ชาย หญิง เรียนรู้ (คน) 6. หลักสูตรการทําผลิตภัณฑ์จากเศษผ้า - 14 14 2 7. หลักสูตรการจับจีบผ้า - 15 15 2 8. หลักสูตรการทําไข่เค็ม - 14 14 2 9. หลักสูตรการทําวุ้นแฟนซี 1 11 12 2 10. หลักสูตรการทํากระเป๋าจากเศษผ้า - 18 18 3 11. หลักสูตรการทําหน้ากากอนามัย - 105 105 16 12. หลักสูตรการทําข้าวแต๋น - 26 26 4 13. หลักสูตรการผูกผ้าจับจีบผ้า - 12 12 1 ชั้นเรียนวิชาชีพ (31 ชั่วโมง ขึ้นไป) 1. หลักสูตรการทอผ้า - 86 86 7 2. หลักสูตรการนวดแผนไทย - 38 38 3 3. หลักสูตรช่างตัดผม-เสริมสวย - 12 12 1 4. หลักสูตรการทําเสื่อกก - 36 36 3 5. หลักสูตรช่างเชื่อม 12 - - 1 6. หลักสูตรการตัดเย็บเสื้อผ้า - 24 24 2 2. โครงการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 28 102 130 7 3. โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 66 114 180 7 4. โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 9 171 180 7 5. โครงการอื่นๆ (ถ้ามี).................................................. - - - - รวมจํานวน (คน) 129 1,000 1,129 95 การศึกษาตามอัธยาศัย โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สู่ชุมชน 278 396 674 5 โครงการบ้านหนังสือชุมชน 326 463 789 11 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สําหรับชาวตลาด 152 141 293 2 โครงการส่งเสริมการอ่านและพัฒนาห้องสมุด ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต 671 894 2,230 3 โครงการส่งเสริมการอ่าน (รถโมบายเคลื่อนที่) 174 246 420 12 รวมจํานวน (คน) 1,601 2,140 4,406 33 หมายเหตุ สถานศึกษาสามารถปรับเปลี่ยนแบบโครงสร้างตารางข้างต้นให้เหมาะสมได้ตามความ ต้องการและเป็นไปตามข้อมูลจริงของสถานศึกษา โดยข้อมูลต้องสะท้อนถึงจํานวน ผู้เรียน ผู้รับบริการ และจํานวนผู้จัดการเรียนรู้


47 จํานวนบุคลากร ประเภท/ตําแหน่ง จํานวน (คน) รวม ต่ำกว่า ป.ตรี ป.ตรี ป.โท ป.เอก จํานวน ข้าราชการครู - 1 2 - 3 บุคลากรทางการศึกษา - - - - - ลูกจ้างประจํา - - - - - อื่นๆ (ระบุ)......................................... - - - - - พนักงานราชการ 1. ครูอาสาสมัคร - 2 - - 2 2. ครู กศน.ตําบล - 12 - - 12 3. ครูศูนย์การเรียนชุมชน - - - - - 4. นักจัดการงานทั่วไป - 1 - - 1 5. อื่นๆ (ระบุ).............................. - - - - - อัตราจ้าง 1. ครูศูนย์การเรียนชุมชน - 9 - - 9 2. อื่นๆ (ระบุ)................................ - บรรณารักษ์ - 1 - - 1 - พนักงานบริการ 1 - - - 1 รวมจํานวน 1 26 2 - 29 งบประมาณ (ปีงบประมาณที่จัดทํารายงานการประเมินตนเอง) - เงินงบประมาณ 4,826,845.76 บาท - เงินนอกงบประมาณ - บาท รวมจํานวนเงิน 4,826,845.76 บาท


48 กศน.ตําบล/ศูนย์การเรียนชุมชน กศน.ตําบล ที่ตั้ง ผู้ประสานงาน/ผู้รับผิดชอบ กศน.ตําบลบ้านไผ่ อาคารสุขศาลาบ้านเป้า ม.3 ต.บ้านไผ่ นางสาววัชราภรณ์โวหารา กศน.ตําบลในเมือง อาคารเอนกประสงค์ชุมชนเจ้าเงาะ นางรัชดา อัคฮาด กศน.ตําบลหัวหนอง อาคาร (เก่า) อบต.หัวหนอง ม.1 ต.หัวหนอง นายพัลลภ วาทโยธา กศน.ตําบลหนองน้ำใส อาคารเอนกประสงค์บ้านเหมือดแอ่ ม.4 ต.หนองน้ำใส นางทัศนีย์นามบุญเรือง กศน.ตําบลเมืองเพีย อาคารศาลาประชาคมบ้านดู่ใหญ่ ม.4 ต.เมืองเพีย นางรชตะ มุระดา กศน.ตําบลแคนเหนือ อาคาร (เก่า) อบต.แคนเหนือ ม.3 ต.แคนเหนือ นางสาวชื่นจิต อาสนาทิพย์ กศน.ตําบลหินตั้ง วัดเจ้าปู่ภูเหล็ก ม.1 ต.หินตั้ง นางศศิภรณ์ละออง กศน.ตําบลบ้านลาน โรงเรียนบ้านลาน ม.6 ต.บ้านลาน นางกนกวรรณ ไสวดี กศน.ตําบลป่าปอ โรงเรียนบ้านหนองตับเต่า ม.7 ต.ป่าปอ นางวิไลวรรณ เนื้อดี กศน.ตําบลภูเหล็ก อาคารเอนกประสงค์บ้านภูเงิน ม.7 ต.ภูเหล็ก นางทิพย์วรินทร์เชื้อเมือง


49 ศูนย์การเรียนชุมชน ที่ตั้ง ผู้ประสานงาน/ ผู้รับผิดชอบ ศรช.บ้านหัวนา อาคารศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านหัวนา ม.16 ต.บ้านลาน นายศุภณมิตร ไสวดี ศรช.บ้านโคกโก ศาลาประชาคมบ้านโคกโก ม.7 ต.แคนเหนือ น.ส.สุมาลี หล้าลุน ศรช.บ้านหนองหญ้าปล้อง ศาลาประชาคมบ้านหนองหญ้าปล้อง ม.4 ต.ภูเหล็ก น.ส.เพ็ญวิภาร์ โสภาวะนัส ศรช.ชุมชนแสงทอง ศาลาประชาคมชุมชนแสงทอง ต.บ้านไผ่ นายวิเชียร ถิ่นไผ่งาม ศรช.บ้านโคกก่อง อาคารเอนกประสงค์บ้านโคกก่อง ม.2 ต.หินตั้ง นางเสาวรสจนีย์ เสาวรส ศรช.บ้านหนองฮี ศาลาประชาคมบ้านหนองฮี ม.3 ต.หินตั้ง นายวิเชียร สันเสนาะ ศรช.ชุมชนโนนสะอาด อาคารเอนกประสงค์ชุมชนโนนสะอาด ต.ในเมือง นางอัจฉรา ถิ่นไผ่งาม ศรช.บ้านใสวารี อาคารเอนกประสงค์บ้านใสวารี ม.12 ต.หนองน้ำใส น.ส.เบญจวรรณ สีหัดชา ศรช.บ้านหนองร้านหญ้า ที่ทําการผู้ใหญ่บ้านหนองร้านหญ้า ม.5 ต.หัวหนอง นางลัดดา สิงคลีบุตร ศรช.บ้านแคนเหนือ อาคารเอนกประสงค์บ้านแคนเหนือ ม.1 ต.แคนเหนือ นายจีระศักดิ์ โยมะบุตร


50 แหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ ด้าน ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ ผู้รับผิดชอบ ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตร ทฤษฏีใหม่ ประจําตําบล (เกษตรผสมผสาน) การทําเกษตรผสมผสาน การแปรรูปข้าว การทําน้ำมะนาว 89 หมู่ที่ 3 ต.ในเมือง นายสุริยันต์พิเชษฐ์พงศ์วิมุต เกษตรผสมผสาน การป้องกันกําจัด ศัตรูพืช บ้านหัวนา หมู่ที่ 16 ต.บ้านลาน นายทวีศักดิ์ ชมเชยรัก จิตรกรรมฝาผนัง โบราณวัตถุ วัดมัชฌิมวิทยาราม บ้านลาน หมู่ที่ 6 ต.บ้านลาน พระครูโชติธรรมสาร พระธาตุเจดีย์ศิริมงคล ศิลปวัฒนธรรม บ้านป่าปอ หมู่ที่ 2 ต.ป่าปอ พระครูมงคล สารกิจ แก่งละว้า ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม บ้านชีกกค้อ หมู่ที่ 7,13 ต.เมืองเพีย นายบุญเหลือ สีหาบาล ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง (ปลูกผักปลอดสารพิษ) การทําเกษตรผสมผสาน บ้านชีกกค้อ หมู่ที่ 7,13 ต.เมืองเพีย นายถนอม ศรีวงษ์ วัดมงคลหลวง วัตถุโบราณ บ้านเมืองเพีย หมู่ที่ 2 ต.เมืองเพีย นายสมบูรณ์พันธ์มูล จิตรกรรมฝาผนัง โบราณวัตถุ วัดพระเจ้าใหญ่ผือบัง บ้านหนองร้านหญ้า หมู่ที่ 5 ต.หัวหนอง พระอาจารย์อธิการบุ


51 ภาคีเครือข่าย ภาคีเครือข่าย (กลุ่ม องค์กร และหน่วยงาน) ด้าน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เทศบาลเมืองบ้านไผ่ อาคารสถานที่ หมู่ที่ 1 ต.ในเมือง 043-272661 เทศบาลตําบลในเมือง อาคารสถานที่ หมู่ที่ 8 ต.ในเมือง 043-473549 องค์การบริหารส่วนตําบลหนองน้ำใส อาคารสถานที่ หมู่ที่ 2 ต.หนองน้ำใส 043-274493 องค์การบริหารส่วนตําบลหินตั้ง อาคารสถานที่ หมู่ที่ 1 ต.หินตั้ง 043-424235 องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านลาน อาคารสถานที่ หมู่ที่ 5 ต.บ้านลาน 081-0601379 สวนป่าหนองเม็ก วิทยากร หมู่ที่ 3 ต.ภูเหล็ก 097-3415651 เกษตรอําเภอบ้านไผ่ วิทยากร หมู่ที่ 4 ต.หัวหนอง 043-272612 พัฒนาชุมชนอําเภอบ้านไผ่ ข้อมูลประชากร หมู่ที่ 3 ต.ในเมือง 043-273118 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเมือง ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 9 ต.ในเมือง 043-3289887 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลหินตั้ง ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 1 ต.หินตั้ง 087-3330715 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลบ้านไผ่ ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 5 ต.บ้านไผ่ 081-3800705 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเมืองเพีย ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 1 ต.เมืองเพีย 081-9757906 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลป่าปอ ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 2 ต.ป่าปอ 083-4545400 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบลบ้านลาน ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 6 ต.บ้านลาน 086-4515528 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ประจําตําบลบ้านสร้างแป้น ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 12 ต.บ้านลาน 081-0504827 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบลหนองน้ำใส (บ้านแคนใต้) ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 3 ต.หนองน้ำใส 084-7943558 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบลหนองน้ำใส (บ้านนาโน) ด้านสุขภาพ หมู่ที่ 7 ต.หนองน้ำใส 086-2218186 วิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ วิทยากร หมู่ที่ 2 ต.หนองน้ำใส 043-272129


52 ภูมิปัญญา บุคคล (ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญา ผู้นํา) ความรู้ความสามารถ ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ นายอุ่ม สุดใหญ่ การทํามะม่วงนอกฤดู บ้านหนองคูณ หมู่ที่ 3 นางขันทอง สุดสาร นวดแผนไทย 646/3 หมู่ที่ 3 ต.ในเมือง นางอนงค์อุดช่อ การแปรรูปปลาร้า 162 หมู่ที่ 5 ต.บ้านไผ่ นายบุญเรือง วงษืมหาด ช่างเหล็ก บ้านลาน หมู่ที่ 6 ต.บ้านลาน นายสงกา เทียมทัน หมอสู่ขวัญ/หมอธรรม บ้านป่าปอ หมู่ที่ 1 ต.ป่าปอ นายดํา สิงห์ทุย ปลูกผักปลอดสารพิษ 43 หมู่ที่ 3 ต.ภูเหล็ก นางระเบียบ สละ บุคคลตัวอย่างการทําเกษตร ผสมผสาน บ้านหนองนาวัว หมู่ที่ 3 ต.หัวหนอง นายสมนึก โคตรศรีเมือง การตีมีด 18/1 บ้านโคกก่อง หมู่ที่ 11 นางสังวาล โจมทา การทําเกษตรผสมผสาน 135 หมู่ที่ 8 ต.หนองน้ําใส นางดาหวัน อาดี ด้านการทําไม้กวาดดอกหญ้า 20 หมู่ที่ 10 ต.บ้านไผ่ นายสุริยันต์พิเชษฐ์พงศ์วิมุต ด้านการทําเกษตรผสมผสาน 89 หมู่ที่ 3 ต.ในเมือง หมายเหตุ ให้บันทึกข้อมูลเฉพาะที่มีส่วนสนับสนุน ร่วมจัด หรือจัดกิจกรรม กศน. ในปีงบประมาณที่ จัดทํารายงานการประเมินตนเอง


53 รางวัล เกียรติบัตร การเชิดชูเกียรติที่สถานศึกษาได้รับ รางวัล เกียรติบัตรการเชิดชูเกียรติ ที่สถานศึกษาได้รับ ด้าน/เรื่อง หน่วยงาน/องค์กร ที่มอบ 1. ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับกลุ่ม สํานักงาน กศน.จังหวัดร้อยแก่นสาร ประเภท นักศึกษา กศน.ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตามกิจกรรมขยายผลโครงการจิตอาสา ของสํานักงาน กศน. ประจําปี2564 พัฒนานวัตกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทการจัดการขยะ มูลฝอย กลุ่มสํานักงาน กศน. จังหวัดร้อยแก่นสาร 2. ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดแข่งขันขับร้อง เพลง “สดุดีจอมราชา” ระดับจังหวัด ประจําปี 2564 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แข่งขันขับร้องเพลง “สดุดีจอมราชา” สํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น 3. ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวด แข่งขันขับร้องเพลง “สดุดีจอมราชา” ระดับจังหวัด ประจําปี2564 ระดับประถมศึกษา แข่งขันขับร้องเพลง “สดุดีจอมราชา” สํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น 4. ได้รับรางวัลชมเชย การประกวดแข่งขันขับร้องเพลง “สดุดีจอมราชา” ระดับจังหวัด ประจําปี2564 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แข่งขันขับร้องเพลง “สดุดีจอมราชา” สํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น 5. นายจักรรินทร์คําอุ่น ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 กิจกรรมออกแบบโลโก้ประเภท Letter From Logo โครงการส่งเสริมการเรียนรู้รุกถึงที่ ลุยถึงถิ่น เชื่อมสัมพันธ์ชาว กศน. ออกแบบโลโก้ประเภท Letter From Logo ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อ การศึกษา นราธิวาส 6. นายจักรรินทร์คําอุ่น ได้รับรางวัลชมเชย กิจกรรม ประกวดร้องเพลงโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ รุกถึงที่ลุยถึงถิ่น เชื่อมสัมพันธ์ชาว กศน. กิจกรรมประกวดร้อง เพลง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อ การศึกษา นราธิวาส 7. ได้รับรางวัลชมเชย การประกวดโครงงาน วิทยาศาสตร์สําหรับนักศึกษา กศน. ประเภท สิ่งประดิษฐ์ด้านการใช้และการอนุรักษ์พลังงาน ไฟฟ้าในชีวิตประจําวัน ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อ การศึกษาขอนแก่น ประเภทสิ่งประดิษฐ์ ด้านการใช้และ การอนุรักษ์พลังงาน ไฟฟ้าในชีวิตประจําวัน สํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น


54 รางวัล เกียรติบัตรการเชิดชูเกียรติ ที่สถานศึกษาได้รับ ด้าน/เรื่อง หน่วยงาน/องค์กร ที่มอบ 8. เป็นสถานศึกษาที่มีจํานวนร้อยละผู้เข้าสอบการ ทดสอบระดับชาติ(N-NET) ปลายภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2563 (ร้อยละ 80 ขึ้นไป) เฉลี่ยภาพรวม ทั้ง 3 ระดับ ร้อยละ 91.80 ผู้เข้าสอบการทดสอบ ระดับชาติ(N-NET) ปลายภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 (ร้อยละ 80 ขึ้นไป) สํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น 9. เป็นสถานศึกษาที่มีจํานวนร้อยละผู้เข้าสอบวัดผล สัมฤทธิ์ ปลายภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563(ร้อย ละ 70 ขึ้นไป) เฉลี่ยภาพรวมทั้ง 3 ระดับ ร้อยละ 71.41 ผู้เข้าสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ปลายภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2563 (ร้อยละ 70 ขึ้นไป) สํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น 10. เป็นสถานศึกษาที่มีจํานวน คะแนนเฉลี่ยสูงสุดะดับประเทศการทดสอบ ระดับชาติ (N-NET) ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 (ร้อยละ 38.24 ขึ้นไป) สาระ ทักษะการเรียนรู้ร้อยละ 41.11 คะแนนเฉลี่ยสูงสุดะดับ ประเทศการทดสอบ ระดับชาติ (N-NET) ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2564 (ร้อยละ 38.24 ขึ้นไป) สาระทักษะการเรียนรู้ ร้อยละ 41.11 สํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น 11. เป็นสถานศึกษาที่มีจํานวน คะแนนเฉลี่ยสูงสุด ระดับประเทศการทดสอบ ระดับชาติ (N-NET) ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 (ร้อยละ 48.66 ขึ้นไป) สาระ การพัฒนาสังคม ร้อยละ 40.00 คะแนนเฉลี่ยสูงสุด ระดับประเทศการ ทดสอบระดับชาติ (NNET) ระดับ ประถมศึกษา ภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2564 (ร้อยละ 48.66 ขึ้นไป) สาระการพัฒนาสังคม ร้อยละ 40.00 สํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น


55 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ สิทธิพรร์ สุนทร, วัชรินทร์ สุทธิศัย และพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส (2561) ทำการศึกษา รูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม มี วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม 2) ศึกษาปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม 3) สร้างรูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัด มหาสารคาม และ 4) ยืนยันรูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม การวิจัยครั้งนี้แบ่ง ออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม และปัจจัย ที่มีอิทธิพลต่อความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้สูงวัย จำนวนทั้งสิ้น 399 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของทาโร ยามาเน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิและ การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และมีค่า ความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณเชิง เส้นตรง ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุจำนวน 14 ท่าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 1 ท่าน และสาธารณสุขจังหวัด จำนวน 1 ท่านรวมเป็น 16 ท่าน ซึ่งใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถาม การประชุมกลุ่ม และใช้วิธีวิเคราะห์แบบอุปนัย ระยะที่ 3 การ ยืนยันรูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้าน ผู้สูงอายุ จำนวน 17 ท่าน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้เทคนิคเดลฟาย และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง แบบแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามยืนยันความเหมาะสมของรูปแบบการพัฒนา ความสุขของผู้สูงอายุในเขตจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่ามัธยฐาน และพิสัยควอไทล์ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายมิติพบว่า อยู่ในระดับมากจำนวน 2 มิติ และอยู่ในระดับปานกลาง จำนวน 3 มิติ โดยเรียงลำดับมิติที่มีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ สภาพความสุขในมิติสุขสง่า (⃐ = 3.55, S.D. = 0.45) สภาพความสุขในมิติสุขสงบ (⃐ = 3.45, S.D. = 0.42) สภาพความสุขในมิติสุขสว่าง (⃐ = 3.15, S.D. = 0.54) สภาพความสุขในมิติสุขสนุก (⃐ = 3.10, S.D. = 0.54) และมิติสุดท้าย ได้แก่ สภาพความสุขในมิติสุขสบาย (⃐ = 3.01, S.D. = 0.53) 2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคามโดยรวมอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 11 ตัวแปร สอดคล้องกับสมมติฐานของการวิจัยที่ตั้งไว้เรียงลำดับ จากตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการผันแปรในตัวแปรตามในแบบคะแนนมาตรฐานมากที่สุดไปหาน้อย ดังนี้


56 ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ (X2 Beta = 0.39), ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว (X3 Beta = 0.35), ปัจจัยสังคมและเพื่อนฝูง (X7 Beta = 0.35), ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงิน (X5 Beta = 0.32), ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ (X4 Beta = 0.25), ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล (X9 Beta = 0.23), ปัจจัยการ รับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง (X1 Beta = 0.23), ปัจจัยเสรีภาพส่วนบุคคล (X8 Beta = 0.20), ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์ (X10 Beta = 0.20), ปัจจัยสัมพันธภาพทางเพศ (X11 Beta = 0 .1 9) และปัจจัยการมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อสังคม (X6 Beta = 0.19) 3) รูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วยกิจกรรม จำนวน 9 กิจกรรม และ กิจกรรมองค์ประกอบของรูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม ทั้ง 9 กิจกรรมมีความเหมาะสม โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุทั้ง 17 ท่านเห็นด้วยกับแนวทางกิจกรรมทั้ง 9 กิจกรรมในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยมีค่ามัธยฐาน > 4.20 ขึ้นไปทุกกิจกรรม (Min. Mdn. = 4.70 , Max. Mdn.= 4.95) แสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมของรูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัด มหาสารคาม พระธนพล กนฺตสีโล (เรือนเพ็ชร์) (2561) การส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาล ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ดังนี้ 1) เพื่อ ศึกษาระดับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรีอำเภอถลาง จังหวัด ภูเก็ต 2) เพื่อเปรียบเทียบการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรีอำเภอ ถลาง จังหวัดภูเก็ต ที่มีเพศ อาย ระดับการศึกษาอาชีพและรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน 3) เพื่อศึกษา ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรีอำเภอ ถลาง จังหวัดภูเก็ต ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลเทพกระษัตรีอำเภอ ถลาง จังหวัดภูเก็ต จำนวน์802 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางกำหนดขนาดตัวอย่าง ของเครซซี่และมอร์แกน (R.V. Krejcie and D.W. Morgan) โดยให้มีค่าความคลาดเคลื่อนได้0.05 ได้กลุ่มตัวอย่าง 260 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามปลายปิดและ ปลายเปิดวิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลทั่วไป หาค่าร้อยละความถี่ (Percentage) ส่วนระดับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ์หาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)กรณีตัวแปรสองกลุ่มหาค่าสถิติทดสอบที (t-test) และกรณีตัวแปรมากกว่าสองกลุ่มหาค่าสถิติทดสอบเอฟ (F-test) ถ้าพบความแตกต่างจะทดสอบ ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ์เซฟเฟ่ (Scheffe’s method) ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อำเภอ ถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X = 3.28) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดย เรียงลำดับ ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย์พบว่า ด้านจิตใจมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด (ร่างกายและด้าน ความสัมพันธ์ทางสังคมมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน (X = 3.41) รองลงมาได้แก่ด้าน = 3.28) ส่วนด้านที่อยู่อาศัย


57 มีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุด (X = 3.15) เมื่อจำแนกตามเพศ อายุระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน พบว่า การส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต อยู่ ในระดับปานกลาง 2. ผลเปรียบเทียบการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ที่มีข้อมูลทั่วไปแตกต่างกัน พบว่า ผู้สูงอายุที่มีเพศ อายุระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีการส่งเสริมคุณภาพชีวิตแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 3. ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พบว่าเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ควรจัดให้มี เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่มาตรวจร่างกาย วัดความดัน อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และกายภาพบำบัดให้ที่บ้านทุกอาทิตย์ควรมีการสนับสนุนประเพณีท้องถิ่นและการละเล่นต่างๆ ใน วันสำคัญๆ ควรมีศูนย์เอนกประสงค์เพื่อให้ผู้สูงอายุได้พบปะสังสรรคกันในชุมชน ควรมีหน่วยงาน ซ่อมแซมที่พักผู้สูงอายุควรจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับผู้สูงอายุ อรพิน ปิยะสกุลเกียรติ(2561) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าแค จังหวัดลพบุรี การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทของชุมชนและ คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ กระบวนการมีส่วนร่วมและแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี การศึกษาใช้วิธีการแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม การวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึก การปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ตำบลท่าแคเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มี วัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนมาจาก การดำเนินงานระหว่างภาคประชาชนและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันคิดพัฒนากิจกรรมเพื่อ นำไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ทางสังคม และ สภาพแวดล้อม แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนจากการส่งเสริมขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าแค และการตระหนักรู้ของประชาชน โดยนำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างจุดร่วมในการรวมพลังชุมชนอย่าง เข้มแข็ง ใช้หลักการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยอาศัยจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม ของอาสาสมัครที่มีความพร้อมในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน สุปรีญา นุ่นเกลี้ยง และ ศิริลักษณ์คัมภิรานนท์(2562) ศึกษาเรื่องศักยภาพขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้: ศึกษากรณีเทศบาลตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ การวิจัยเพื่อศึกษา 1) ระดับศักยภาพของท้องถิ่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบน


58 พื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้: ศึกษากรณี เทศบาลตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และ 2) หาข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาศักยภาพของท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมในระดับชายแดนใต้ : ศึกษากรณี เทศบาลตำบลยุ โป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยการวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงปริมาณ ใช้การสำรวจกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 177 คน วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน คือ การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม และการสุ่มตัวอย่าง แบบง่าย เครื่องมือที่ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ระดับศักยภาพขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัด ชายแดนใต้ภาพรวมอยู่ระดับปานกลาง (⃐ = 3.33, S.D. =.0.81) โดยเฉพาะด้านผู้นำและนโยบายมี ค่ามากสุด (⃐ = 3.38, S.D. =.0.84) ในประเด็นข้อย่อยว่าผู้บริหารท้องถิ่นมีความรู้และเข้าใจใน หลักการจัดสวัสดิการที่สอดคล้องกับหลักศาสนาของผู้สูงอายุในชุมชน มีค่าสูงสุด (⃐ = 3.51, S.D. =.0.84) รองลงมาคือ ด้านการบริหารจัดการ (⃐ = 3.33, S.D. =.0.82) ในประเด็นข้อย่อยว่าวางแผน จัดกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุได้ครอบคลุมประเภทต่างๆ ของผู้สูงอายุ และหลากหลายทักษะความรู้ โดยคำนึงถึงวัฒนธรรมแต่ละกลุ่ม มีค่าสูงสุด (⃐ = 3.49, S.D. =1.00) และด้านความร่วมมือเชิง เครือข่ายและชุมชน (⃐ = 3.33, S.D. =1.00) ในประเด็นข้อย่อยว่าสามารถผลักดันคนในชุมชน มาร่วมเป็นอาสาสมัครทำงานเป็นเครือข่ายในการดูแลสร้างเสริมสุขภาพแก่ผู้สูงอายุที่คำนึงถึง วัฒนธรรมและศาสนา (⃐ = 3.36, S.D.=0.93) ส่วนแนวทางการพัฒนาศักยภาพของท้องถิ่นในการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมในระดับชายแดนใต้โดยภาพรวมอยู่ ในระดับมาก (⃐ = 3.80, S.D. =0.78) โดยเฉพาะประเด็นที่มีค่ามากสุดคือ ต้องสนับสนุนให้ชมรม ผู้สูงอายุ และชุมชนเป็นตัวหลักในการดูแลผู้สูงอายุบนพื้นฐานความต้องการของผู้สูงอายุ (⃐ = 3.92, S.D. =0.92) รองลงมาคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรตั้งงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการให้ เงินเบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุให้มากขึ้น (⃐ =3.91, S.D. =0.94) ประเด็นควรตั้งกรอบเจ้าหน้าที่หรือ บุคลากรนักกายภาพและนักบริบาลสำหรับผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (⃐ = 3.91, S.D. =0.93) และประเด็นควรส่งเสริมแนวคิดวิสาหกิจเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยรวมกลุ่มอาชีพของผู้สูงอายุ ตามความเหมาะสมของพื้นที่ (⃐ = 3.91, S.D. =1.01) อรนิษฐ์ แสงทองสุข (2562) ได้ทำการศึกษาคุณภาพชีวติของผู้สูงอายุในประเทศไทย กรณีศึกษาเขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรีการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษา ระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี (2) เพื่อ กำหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุสัญชาติไทยที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้สูงอายุเขต กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ที่มีค่าความ


59 เชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.860 จำนวน 384 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติที่ใช้ ในการวิจัย ประกอบด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที สถิติเอฟ และ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านสภาพความเป็นอยู่ที่ดี โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านสภาพร่างกายที่ดี โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านการตัดสินใจด้วยตนเอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านการรวมกลุ่มทางสังคม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง คุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง คุณภาพชีวิตของ ผู้สูงอายุด้านสภาพอารมณ์ที่ดี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก จิราพร ไชยเชนทร์ (2564) ศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานีงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับคุณภาพ ชีวิตของผู้สูงอายุและแนวทางในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ โดยใช้เทคนิควิธีแบบผสมผสานเชิง ปริมาณและเชิงคุณภาพ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัย คือ ผู้สูงอายุในตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการวิจัยใช้ แบบสอบถามวัด ระดับคุณภาพชีวิต และใช้ การสนทนากลุ่ม เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผลการวิจัยพบว่า ระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านจิตใจอยู่ในระดับดี ส่วนด้านสภาพแวดล้อม ด้านสัมพันธภาพทาง สังคม และด้านร่างกายอยู่ในระดับปานกลาง แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พบว่า ควร เน้นให้ผู้สูงอายุตระหนักเห็นคุณค่าในตนเอง เน้นให้หน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องได้ส่งเสริมและ สนับสนุนเกี่ยวกับการดูแล สุขภาพ การมีอาชีพ และการมีส่วนร่วมในสังคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน พิมพ์อพิชยา อินทร์โสภา (2564) ได้ศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขต จังหวัดสมุทรปราการ การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน ประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อศึกษาปัจจัยด้านเศรษฐกิจได้แก่ด้านสภาพร่างกาย ด้าน ความเป็นอยู่ที่ดี ที่มีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตจังหวัด สมุทรปราการ เพื่อศึกษาปัจจัยด้านสังคม ได้แก่ ด้านสภาพจิตใจ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม ด้าน สิ่งแวดล้อม ที่มีความสัมพันธ์ต่อ คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการ เป็นการวิจัยแบบไม่ทดลอง (Non Experimental Design) กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ ผู้สูงอายุมี สัญชาติไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีถิ่นอาศัยอยู่ในประเทศไทย ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ทุกเพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน มีขนาดกลุ่มตัวอย่าง จํานวน


60 400 คน โดยใช้แบบสอบถามทีผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และค่า ความเชื่อมั่น (Reliability) โดยค่าสัมประสิทธิแอลฟาครอนบาค (Cronbach’s Alpha) รวมเท่ากับ . เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติการ ทดสอบแบบ t-test สถิติความแปรปรวน ทางเดียว (One-way ANOVA) หากพบความแตกต่างจะนําไปสู่การเปรียบเทียบเป็นรายคู่ โดยใช้วิธี LSD และสถิติการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีช่วงอายุระหว่าง 60-70 ปี มีสถานภาพ สมรส มีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี มีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน/รับจ้าง และมีรายได้ต่อ เดือนเท่ากับ 10,000-15,000 บาท มีคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมือพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า คุณภาพชีวิตด้านสภาพร่างกาย มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด และผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผู้สูงอายุที่มีระดับการศึกษาต่างกันส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตจังหวัด สมุทรปราการ ต่างกันที่ระดับความมีนัยสําคัญทางสถิติทีระดับ 0.05 และผู้สูงอายุที่มีอาชีพต่างกัน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน ประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการ ต่างกันที่ระดับความมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากนี้ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ ด้านสภาพร่างกาย ด้านความเป็นอยู่ทีดี ด้านสภาพจิตใจ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ที่มี ความสัมพันธ์ต่อคุณภาพของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการที่ระดับความมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มาริษา รักษากิจ และ มาริสา จันทร์ฉาย (2564) ได้ศึกษารูปแบบกิจกรรมในการพัฒนา คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเมืองเขารูปช้าง จังหวัดสงขลา โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบกิจกรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ 2) ศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ การวิจัยครั้งนี้เป็นการ วิจัยแบบผสมผสาน เครื่องมือในการวิจัย คือ 1) แบบสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองเขารูปช้าง จำนวน 2 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และ 2) แบบสอบถาม กลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 120 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS เพื่อหาค่าความถี่ ค่า ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดใช้วิธีการแบบ เจาะจง ผลการศึกษา พบว่า 1. เทศบาลเมืองเขารูปช้างมีการจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปีเกี่ยวกับผู้สูงอายุ เพื่อให้มีความครอบคลุมทั้งมิติสุขภาพกาย สุขภาพใจและสติปัญญา โดยการจัดทำหลักสูตรการเรียน ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกิจกรรมที่เน้นความรู้กับการดูแลสุขภาพ เน้นความปลอดภัยด้าน ต่างๆ ด้านสังคมข่าวสาร กิจกรรมทางสังคม นันทนาการ และการสื่อสารออนไลน์ที่ทันสมัย ในแต่ละ รูปแบบกิจกรรมมีการร่วมมือกับภาคภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสงขลาในการให้ความรู้กับผู้สูงอายุ


61 2. ความคิดเห็นของผู้สูงอายุในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอยู่ ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.19 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านสังคมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.44 รองลงมาด้านจิตปัญญา อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.43 ด้านสุขภาพร่างกาย อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.98 และด้านจิตใจ อยู่ในระดับมาก แต่มีค่าเฉลี่ยน้อยสุด คือ 3.93 ตามลำดับ จากผลการศึกษาดังกล่าวเทศบาลเมืองเขารูปช้างสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนากิจกรรมที่ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ สามารถที่จะนำเอาไป ประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุในพื้นที่ได้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม กมลวรรณ แจ่มยิ่ง และคณะ (2564) ศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหาร ของเทศบาลตำบลพรหมบุรีอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อ ศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานของเทศบาลตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ใน 5 ด้าน (2) เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานของ เทศบาลตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรจำนวน 3,225 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 355 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้การทดสอบ (Fisher’s LSD test) ผลการวิจัยพบว่า 1) การมีส่วนร่วมของประชาชนในการ บริหารงานของเทศบาลตำบลพรหมบุรีอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ในภาพรวมทุกด้านอยู่ใน ระดับมาก 2) เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานของเทศบาลตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อจำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา และการได้รับรู้ข่าวสาร ไม่แตกต่างกัน แต่เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ประยูร อิมิวัตร์, นำขวัญ วงศ์ประทุม, กฤษณะ สมควร และ สมเกียรติตุ่นแก้ว (2562) ศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นฐาน บทความนี้มี วัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อสำรวจระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลหัวง้ม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 3) เพื่อสังเคราะห์แนวทางการ พัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นฐาน เป็นการวิจัยแบบบูรณาการ เพื่อศึกษา ค้นหาความจริงแท้ของปรากฏการณ์ โดยใช้แบบสำรวจข้อมูลที่ประยุกต์จากเครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิต ของ องค์การอนามัยโลกชุดย่อ (ฉบับภาษาไทย) จากกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุ การสัมภาษณ์และการ สนทนากลุ่มกับ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโดยตรงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุใน ตำบลหัวง้ม ผลการสำรวจระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลหัวง้ม มี 3 ระดับ คือ 1) ระดับคุณภาพ ชีวิตที่ดีเปรียบเสมือนกับผู้สูงอายุที่ติดสังคม 2) ระดับคุณภาพชีวิตปานกลาง เปรียบเสมือนกับ ผู้สูงอายุที่ติดบ้าน 3) ระดับคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี เปรียบเสมือนกับผู้สูงอายุที่ติดเตียง ผลการวิเคราะห์ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ มี 3 ปัจจัย คือ 1) เรื่องที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องรู้


62 2) เรื่องที่ผู้สูงอายุควรรู้หรือ น่าจะรู้ 3) เรื่องที่ควรเพิ่มเติมให้กับผู้สูงอายุได้รับรู้ และผลการสังเคราะห์ แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุโดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นฐาน มี 5 แนวทางปฏิบัติ คือ 1) กิจกรรมร้อยคนร้อยดวงใจร้อย ความห่วงใยแก่ผู้สูงวัยในชุมชน 2) กิจกรรมกองทุนหนึ่งวันหนึ่ง บาทเพื่อเติมโอกาสแก่ผู้ยากไร้ในชุมชน 3) กิจกรรมหมอน้อยคอยอาสา 4) โรงเรียนผู้สูงอายุสาขา ระดับหมู่บ้าน 5) โรงเรียนผู้สูงอายุระดับตำบล และสร้างระบบการดูแลการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุเป็นภารกิจใหม่ต่อไปในอนาคต พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน) (2562) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนใน การพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อ ศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว จังหวัด สระแก้ว 2. เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมือง สระแก้ว จังหวัดสระแก้ว โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3. เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรค และ ข้อเสนอแนะต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว จังหวัด สระแก้ว ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยเป็นแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้เครื่องมือการ วิจัยคือแบบสอบถาม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.988 สำรวจกลุ่มตัวอย่าง คือประชาชนใน พื้นที่เทศบาลเมืองสระแก้ว จำนวน 392 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟ ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียว เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจะทำการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธี ผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด และการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 12 คน แบบตัวต่อตัว วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (⃐=3.25) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการมีส่วนร่วมใน การตัดสินใจ (⃐=3.26) ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (⃐=3.28) ด้านการมีส่วนร่วมในการ ประเมินผล (⃐=3.12) และด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (⃐=3.35) ทุกด้านอยู่ในระดับ ปานกลาง 2. ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาล เมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพ และระดับ การศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ส่วนประชาชนที่มีเพศ อายุ และรายได้ต่างกันมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว ไม่แตกต่างกัน จึง ปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย 3. ปัญหา อุปสรรคและเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 1) การตัดสินใจ วันทำงานไม่ตรงกัน เสียง ประชาสัมพันธ์ไม่ค่อยได้ยินเสียง บางจุดเสียงตามสายไปไม่ทั่วถึง จึงทำให้ ไม่ได้รับข่าวสารเท่าที่ควร 2) การดำเนินงานผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่น้อย ประชาชนขาดความรู้ และหน่วยงาน


63 ล่าช้า แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ประชาชนมีอายุมากแล้วไม่สะดวกเข้าร่วมงานกับชุมชนบ่อยนัก 3) การ รับผลประโยชน์ชุมชนของบประมาณจะไม่ค่อยได้รับผล ทำเรื่องยื่นขอไปหลายชุมชนทำให้บางชุมชน ไม่ได้รับการอนุมัติให้เกิดการพัฒนาชุมชน 4) การประเมินผล ประชาชนขาดความร่วมมือ ไม่มีความรู้ เรื่องแผนพัฒนา หน่วยงานยังไม่ชัดในเรื่องแก้ไขปัญหาในชุมชน ประชาชนที่ค้าขายให้ความร่วมมือ ของคนในชุมชนยังขาดการประสานงานให้มีส่วนร่วมกิจกรรม อรพิน ปิยะสกุลเกียรติ(2561) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าแค จังหวัดลพบุรี การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทของชุมชนและ คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ กระบวนการมีส่วนร่วมและแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี การศึกษาใช้วิธีการแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม การวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึก การปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ตำบลท่าแคเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มี วัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนมาจาก การดำเนินงานระหว่างภาคประชาชนและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันคิดพัฒนากิจกรรมเพื่อ นำไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ทางสังคม และ สภาพแวดล้อม แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนจากการส่งเสริมขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าแค และการตระหนักรู้ของประชาชน โดยนำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างจุดร่วมในการรวมพลังชุมชนอย่าง เข้มแข็ง ใช้หลักการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยอาศัยจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม ของอาสาสมัครที่มีความพร้อมในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน อารี พุ่มประไวทย์และจรรยา เสียงเสนาะ (2560) ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการ พัฒนาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ การวิจัยเชิงปฏิบัติแบบการมีส่วนร่วมนี้ เพื่อ ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาพฤติกรรม การสร้างเสริมสุขภาพ และ ศึกษาพฤติกรรม การสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างเป็นแกนนำชุมชน ในการดำเนินงาน 43 คน คัดเลือก แบบเฉพาะเจาะจง กลุ่มผู้สูงอายุ อายุ 60-80 ปี สมัครใจเข้าร่วมวิจัย จำนวน 50 คน จาก 5 หมู่บ้าน คัดเลือกโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกตมีส่วน ร่วมและไม่มีส่วนร่วม แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของสถาบันเวชศาสตร์ผู้สูง อายุ แนวคำถามการสนทนากลุ่ม แบบสอบถามการมีส่วนร่วม แบบบันทึกข้อมูลภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูล ด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired t-test ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุมชนมีส่วนร่วมในระดับมาก (M = 3.77, SD = 0.84) กิจกรรมการพัฒนา พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ คือ 1) การให้คำแนะนำด้านการสร้างเสริมสุขภาพ 2) การค้นหา


64 ปัจจัยเสี่ยงโดยการตรวจเลือดเพิ่มจากการได้รับสิทธิปกติ และการตรวจร่างกาย 3) การสร้างความ อบอุ่นด้านจิตใจ 4) สุขภาพดีรอบด้าน 2. การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ หลังการเข้าร่วม โครงการดีกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เป็นการดำเนินการวิจัยที่สอดคล้องกับ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาคุณลักษณะของแกนนำการทำความเข้าใจพฤติกรรมของ บุคคลที่ต้องการ แสดงความสามารถ เป็นตัวอย่างแก่คนอื่น แนะนำผู้อื่นได้ จะทำให้กลุ่มเป้าหมายมี ความกระตือรือร้น ที่จะแสวงหาความรู้ จดจำนำไปใช้ในพื้นที่อื่นได้ จรัญญา วงษ์พรหม (2558) ได้ทำงานวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ” มีวัตถุประสงค์หลักคือ การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ และมีวัตถุประสงค์ย่อยดังนี้ 1) เพื่อศึกษาบริบทและ การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 2) เพื่อพัฒนากิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 3) เพื่อประเมินผลการดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ และ 4) เสนอแนวทางที่เหมาะสมเพื่อพัฒนากิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action ResearchPAR) ประกอบด้วย กระบวนการวิจัย (Research = R) กระบวนการพัฒนากิจกรรม (Development = D) ผสมผสานกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการบนฐานชุมชน (Community–based Action ResearchCAR) ซึ่งเป็น งานวิจัยปฏิบัติการที่อยู่บนฐานข้อมูลและความคิดของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุที่ประกอบด้วย 4 มิติ คือ กาย ใจ สังคม และปัญญา ในตำบลสะอาด อำเภอน้ำพอง จังหวัด ขอนแก่น โดยใช้การเก็บข้อมูลแบบวิธีผสมผสาน (Mixed Methods) ระหว่างวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นหลัก และการวิจัยเชิงปริมาณเป็น องค์ประกอบในการเก็บข้อมูลผู้สูงอายุและครอบครัวเพื่อ ต้องการได้ข้อมูลตัวเลขเชิงปริมาณ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้สูงอายุมีความสุข ความพึงพอใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่สามารถสนองตอบต่อ คุณภาพชีวิตใน 4 มิติ คือ กาย ใจ สังคม และปัญญา/การเรียนรู้ 2. เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการจัดกิจกรรมสัญจรเพื่อพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุและกิจกรรมสานวัยใส่ใจผู้สูงอายุที่ผู้วิจัยและกลุ่มปฏิบัติการหลักร่วมดำเนินการกับ ชุมชน 3. เกิดการบูรณาการองค์ความรู้และกิจกรรมในชุมชน ผ่านการสรุปบทเรียนจาก ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน 4. เกิดความยั่งยืนของการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนโดยการดำเนินการ ต่อเนื่องของชุมชน ที่ประกอบด้วย แกนนำผู้สูงอายุ คนวัยอื่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชุมชน


65 กรอบแนวคิดในการศึกษา ผู้ศึกษาในฐานะผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ บ้านไผ่ ที่มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารจัดการสถานศึกษาซึ่งในการศึกษาครั้งนี้มีจุดเน้นการบริหาร คือ คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดังนั้นแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น ทำให้ ผู้ศึกษากำหนดไว้ 3 กรอบ คือ 1) ด้านการบริหารสถานศึกษา 2) ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุซึ่งในแต่ละกรอบการบริหารมีรายละเอียด ดังนี้ ด้านการบริหารสถานศึกษาที่มีการวางแผน การดำเนินการ การติดตามและประเมิน และการปรับปรุง แก้ไข ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้ศึกษาให้ความสำคัญเพราะเป็นกระบวนการเพื่อ การพัฒนาจากการศึกษาและทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อสนเทศในการศึกษาเรื่อง แนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผู้ศึกษาได้นำแนวคิดที่จะพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น โดยต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายใน การดำเนินกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องโดยใช้แนวคิด/ทฤษฎีของโคเฮน และอัพฮอฟ (Cohen and Uphoff) ที่เป็นแนวคิดพื้นฐานการมีส่วนร่วม (Cohen, and N.T., Uphoff. 1980) ซึ่งประกอบ ไปด้วยกรอบแนวคิดพื้นฐานในการมีส่วนร่วม 4 ด้าน คือ 1) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision making) 2) ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (Implementation) 3) ด้านการมี ส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) 4) ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์(Benefits) 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้กำหนดคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุใน 4 ด้าน โดยใช้เครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตชุดย่อฉบับภาษาไทย (WHOQOL- BREF-THAI, 1997) คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ ด้านจิตใจและอารมณ์ (Recreation) ด้านสังคม (Social) ด้านเศรษฐกิจ (Economic) ซึ่งผู้ศึกษาได้ศึกษาและทบทวนวรรณกรรม จึงกำหนดคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ 4 ด้าน คือ 1) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ (Health) 2) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและ อารมณ์(Recreation) 3) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม (Social) 4) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม กรอบความคิดในการศึกษาครั้งนี้แสดงไว้ตามแผนภาพที่ 2


66 ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม แผนภาพที่ 2 กรอบแนวคิดในการศึกษา คุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ การบริหารจัดการงานผู้สูงอายุ 1) ด้านการบริหารสถานศึกษา 2) ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย 1) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 2) ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน 3) ด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผล 4) ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์


บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมุ่งศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยที่ ผู้ศึกษาได้ดำเนินการศึกษา ดังนี้ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร/กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ และกลุ่มตัวอย่าง ในการศึกษาครั้งนี้ มีจำนวน 3 กลุ่ม ดังนี้ 1. กลุ่มที่ 1 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 50 คน เลือกแบบเจาะจง จำนวน 23 คน 2. กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ กลุ่มภาคีเครือข่าย ที่มีส่วนร่วมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุกับศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 50 คน 3. กลุ่มที่ 3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป เข้าร่วม โครงการ/ร่วมกิจกรรมกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ ตาม โครงการในปีงบประมาณ 2564 จำนวน 1,500 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ใช้เกณฑ์ในการคำนวณหาขนาดของกลุ่ม ตัวอย่าง โดยประมาณค่าจากประชากรหลักพัน ใช้เกณฑ์ ร้อยละ 10 ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 150 คน ผู้ศึกษาใช้วิธีสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) ดังนั้นการศึกษา ในครั้งนี้ จึงได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 150 คน หลังจากนั้นใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย โดยมี ผู้ช่วยวิจัย จำนวน 3 คน ซึ่งได้รับการฝึกฝนในการอธิบายให้กับผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ช่วยวิจัยจะเป็น คนช่วยเก็บแบบสอบถาม ผู้ศึกษาแจกแบบสอบถามไป 150 ชุด ได้กลับมาสมบูรณ์จำนวน 150 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 เป็น แบบสอบถามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบตรวจสอบรายการ (check list) ตอนที่ 2


68 เป็นแบบสอบถามที่สอบถามเกี่ยวกับแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มี 4 ด้าน คือ 1) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 2) ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน 3) ด้าน การมีส่วนร่วมในการประเมินผล 4) ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ แบบสอบถามเป็นแบบ ประมาณค่า (rating scale) 5 ระดับ ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายใน การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 2. กำหนดกรอบแนวคิดเพื่อสร้างข้อคำถามให้ครอบคลุมใน 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการ ตัดสินใจ 2) ด้านการวางแผน 3) ด้านการดำเนินการ 4) ด้านการประเมินผล และ 5) ด้านการรับ ผลประโยชน์ของการมีส่วนร่วม 3. สร้างข้อคำถามฉบับร่างให้ครอบคลุมขอบข่ายแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคี เครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น การหาคุณภาพเครื่องมือ ในการหาคุณภาพเครื่องมือ ผู้ศึกษาได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1. ตรวจสอบข้อคำถามว่าครอบคลุมประเด็นต่างๆ ครบถ้วนหรือไม่ ภาพที่ใช้ถูกต้อง หรือไม่ พิจารณาเนื้อหา สาระและโครงสร้างของคำถาม 2. หาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (reliability) ทำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้วไป ทดลองใช้ (try out) กับกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 ชุด 3. นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนจากการทดลองใช้ทุกฉบับ มาหาค่าความเชื่อมั่น ด้วย วิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha coefficient method) ของ Cronbach (1970) โดยได้ค่าความ เชื่อมั่นเท่ากับ 0.7970 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ 4. นำแบบสอบถามที่ได้การปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง เพื่อจัดพิมพ์แบบสอบถามเป็นฉบับ สมบูรณ์เพื่อการวิจัยต่อไป การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บข้อมูลผู้ศึกษาจะกระทำตามขั้นตอน กล่าวคือ 1. จัดทำหนังสือศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ถึงสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ขอนแก่น เพื่อแจ้งเรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูล และการศึกษานำร่อง (Try out) เพื่อหาคุณภาพของ เครื่องมือ


69 2. จัดส่งแบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่าง โดยกำหนดให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เป็นสถานที่ส่งแบบสอบถามคืนผู้ศึกษา และ บางส่วนจะติดต่อขอรับแบบสอบถามด้วยตนเอง 3. ตรวจสอบจำนวนของแบบสอบถามที่ผู้วิจัยได้รับกลับคือมาจากกลุ่มตัวอย่าง ทำ การตรวจนับและตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามทุกฉบับ การจัดทำและการวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม นำมาแจกแจงความถี่ (frequency) และแสดงจำนวน ร้อยละ (percentage) ขั้นที่ 2 วิเคราะห์ระดับการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น คือ ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) และนำเสนอผลการวิเคราะห์ ข้อมูลในรูปตาราง ประกอบความเรียง โดยกำหนดการแปลความหมายของข้อมูลเป็น 5 ระดับ ขั้นที่ 3 เปรียบเทียบความแตกต่างการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เมื่อจำแนกตามเพศ ทำการทดสอบค่าที อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ระยะเวลาที่ อาศัยอยู่ในชุมชน และการได้รับรู้ข่าวสาร ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว โดยการทดสอบค่าเอฟ เมื่อมี นัยสำคัญทางสถิติจึงเปรียบเทียบรายคู่โดยใช้การทดสอบ Fisher’s LSD test


บทที่ 4 ผลการดำเนินการศึกษา การศึกษา เรื่อง แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลเป็น 4 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตอนที่ 2 ความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตอนที่ 3 การมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ตอนที่ 4 คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผู้ศึกษาในฐานะผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ บ้านไผ่ ที่มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารจัดการสถานศึกษาซึ่งในการศึกษาครั้งนี้มีจุดเน้นการบริหาร คือ คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ดังนั้นแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ทำให้ ผู้ศึกษากำหนดไว้ 3 กรอบ คือ 1) ด้านการบริหารสถานศึกษา 2) ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุซึ่งในแต่ละกรอบการบริหารมีรายละเอียด ดังนี้ ด้านการบริหารสถานศึกษาที่มีการวางแผน การดำเนินการ การติดตามและประเมิน และการปรับปรุง แก้ไข ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้ศึกษาให้ความสำคัญเพราะเป็นกระบวนการเพื่อ การพัฒนาจากการศึกษาและทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อสนเทศในการศึกษาเรื่อง แนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผู้ศึกษาได้นำแนวคิดที่จะพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายใน การดำเนินกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องโดยใช้แนวคิด/ทฤษฎีของโคเฮน และอัพฮอฟ (Cohen and Uphoff) ที่เป็นแนวคิดพื้นฐานการมีส่วนร่วม (Cohen, and N.T., Uphoff. 1980) ซึ่งประกอบ ไปด้วยกรอบแนวคิดพื้นฐานในการมีส่วนร่วม 4 ด้าน คือ 1) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision making) 2) ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (Implementation) 3) ด้านการมี ส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) 4) ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (Benefits) 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ


71 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้กำหนดคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุใน 4 ด้าน โดยใช้เครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตชุดย่อฉบับภาษาไทย (WHOQOL- BREF-THAI, 1997) คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ ด้านจิตใจและอารมณ์ (Recreation) ด้านสังคม (Social) ด้านเศรษฐกิจ (Economic) ซึ่งผู้ศึกษาได้ศึกษาและทบทวนวรรณกรรม จึงกำหนดคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ 4 ด้าน คือ 1) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ (Health) 2) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและ อารมณ์(Recreation) 3) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม (Social) 4) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม ตอนที่ 2 ความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นการสอบถามความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้อง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ เพื่อให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ผู้ศึกษาได้นำข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้อง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ รวมทั้งสิ้น 50 คน นำมาวิเคราะห์และเสนอผลการวิเคราะห์ โดยการใช้ตารางประกอบคำบรรยาย ตารางที่ 1-5 การ วิเคราะห์แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคล ได้มาจากการตอบแบบสอบถามของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 50 คน แยกพิจารณาตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา และรายได้/เงินเดือน ดังแสดงรายละเอียดในตารางที่ 1


72 ตารางที่ 1 แสดงจำนวน และร้อยละเกี่ยวกับสถานภาพส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้อง ข้อที่ สถานภาพส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กศน.อำเภอบ้านไผ่ จำนวน (คน) ร้อยละ 1 เพศ 1. ชาย 16 32.0 2. หญิง 34 68.0 รวม 50 100.0 2 อายุ 1. อายุน้อยกว่า 30 ปี 11 22.0 2. อายุ 31-50 ปี 29 58.0 3. อายุ 51 ปี ขึ้นไป 10 20.0 รวม 50 100.0 3 ระดับการศึกษา 1. ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี 7 14.0 2. ระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 35 70.0 3. ระดับสูงกว่าปริญญาตรี 8 16.0 รวม 50 100.0 4 ประสบการณ์การทำงาน/เป็นคณะกรรมการ 1. ประสบการณ์การทำงาน น้อยกว่า 10 ปี 11 22.0 2. ประสบการณ์การทำงาน 11-15 ปี 30 60.0 3. ประสบการณ์การทำงาน 16 ปี ขึ้นไป 9 18.0 รวม 50 100.0 จากตาราง 1 พบว่า ผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กศน.อำเภอบ้านไผ่ เป็นเพศ หญิงมากกว่าเพศชาย คือ เป็นเพศหญิง จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 68.0 เป็นเพศชาย จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 32.0 ส่วนใหญ่มีอายุ 31-50 ปีจำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 58.0 การศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทั้งหมด จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 70.0 ประสบการณ์การ ทำงาน ส่วนใหญ่ 11-15 ปีจำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 60.0


73 ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ความคิดเห็นที่มีต่อแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้มีการวิเคราะห์โดยการใช้ ค่าเฉลี่ย (⃐) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) จากผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 50 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังรายละเอียดตารางที่ 2 ถึงตารางที่ 5 ตารางที่ 2 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของบุคลากร กศน.อำเภอ บ้านไผ่ ที่มีต่อแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวมและรายด้าน ด้านที่ รายด้านความคิดเห็นต่อแนวทาง พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ⃐ S.D. ระดับ 1 ด้านการบริหารสถานศึกษา 4.93 .135 มากที่สุด 2 ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย 4.92 .124 มากที่สุด 3 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.90 .146 มากที่สุด โดยรวม 4.94 .104 มากที่สุด ผลวิเคราะห์ตาราง 2 พบว่า บุคลากร กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อแนวทางการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.94, S.D. = 0.104) เมื่อ จำแนกออกเป็นรายด้าน พบว่า บุคลากร กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อแนวทางการบริหาร และการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน เมื่อ พิจารณารายด้านที่มีค่าเฉลี่ยเรียงจากมากไปหาน้อย รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับแรก คือ ด้านการ บริหารสถานศึกษา (⃐= 4.93, S.D. = 0.135) รองลงมา ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย (⃐ = 4. 92, S.D. = 0.124) ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับ 3 คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ (⃐ = 4.90, S.D. = 0.146)


74 ตารางที่ 3 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของบุคลากร กศน.อำเภอ บ้านไผ่ ที่มีต่อแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านการบริหารสถานศึกษา ข้อที่ ข้อความ ⃐ S.D. ระดับ 1 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการชี้แจงเกี่ยวกับ นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ปี พ.ศ. 2564 เกี่ยวกับผู้สูงอายุ 5.00 .000 มากที่สุด 2 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชุมหาแนว ทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.92 .282 มากที่สุด 3 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชุมวาง แผนการจัดทำโครงการ/กิจกรรม เกี่ยวกับการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.99 .000 มากที่สุด 4 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ให้มีการกำหนดตัว บุคคลของสถานศึกษาที่รับผิดชอบและประสานกับภาคี เครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่าง ชัดเจน 4.96 .204 มากที่สุด 5 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ให้มีการเขียนแผนการ ปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.96 .204 มากที่สุด 6 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ให้มีการดำเนินงาน ตามแผนการปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ 4.79 .415 มากที่สุด 7 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการมอบหมายให้ รายงานผลในการดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานเพื่อ การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.97 .204 มากที่สุด 8 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานทั้งด้วยตนเองและมอบหมาย ตัวแทนออกประเมิน 4.91 .282 มากที่สุด


75 ตารางที่ 3 (ต่อ) ข้อที่ ข้อความ ⃐ S.D. ระดับ 9 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชุมเพื่อ ประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะเพื่อหาทางแก้ไข ปัญหาการดำเนินงาน 4.98 .000 มากที่สุด 10 ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการรายงานผลการ ดำเนินงานต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำในการ ปรับปรุงการดำเนินงาน 4.88 .338 มากที่สุด โดยรวม 4.93 .135 มากที่สุด ตาราง 3 พบว่า ครูและผู้ปฏิบัติงาน กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความคิดเห็น ต่อแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านการบริหารสถานศึกษา โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.93, S.D. = .135) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตาม ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการชี้แจงเกี่ยวกับ นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย ปี พ.ศ. 2564 เกี่ยวกับผู้สูงอายุอยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 5.00, S.D. = .000) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชุมวาง แผนการจัดทำโครงการ/กิจกรรม เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.99, S.D. = .000) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชุมเพื่อ ประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาการดำเนินงาน อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.98, S.D. = .000) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ได้ให้มีการ ดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.79, S.D. = .415)


76 ตารางที่ 4 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของบุคลากร กศน.อำเภอ บ้านไผ่ ที่มีต่อแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านการมีส่วนร่วมกับภาคี เครือข่าย ข้อที่ ข้อความ ⃐ S.D. ระดับ 1 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมประชุมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อเสนอข้อมูลต่างๆ และความคิดเห็นที่มีความจำเป็น ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 5.00 .000 มากที่สุด 2 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการ วางแผนขั้นตอนการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.92 .282 มากที่สุด 3 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการ กำหนดการใช้ทรัพยากร แหล่งของทรัพยากรใน โครงการ/กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.88 .338 มากที่สุด 4 ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพราะได้รับแรงจูงใจ จากการประชาสัมพันธ์แผน ดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.92 .282 มากที่สุด 5 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการ สำรวจข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุ อำเภอบ้านไผ่ 4.83 .381 มากที่สุด 6 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการให้ ความรู้และช่วยเหลือติดตามเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของ ประชาชนที่สูงอายุตามสิทธิของกฎหมาย 4.96 .204 มากที่สุด 7 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการ ออกแรงในการกระทำโครงการ/กิจกรรมการพัฒนา คุณภาพผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ 4.89 .338 มากที่สุด 8 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการ สนับสนุนทรัพย์สินเงินทอง หรือมีส่วนร่วมสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ เพื่อใช้ในการกระทำโครงการ/กิจกรรมการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ 4.96 .204 มากที่สุด 9 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยร่วม ติดตาม สังเกตการณ์ตรวจสอบแนวทางดำเนินโครงการ/ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสถานศึกษา 4.98 .000 มากที่สุด


77 ตารางที่ 4 (ต่อ) ข้อที่ ข้อความ ⃐ S.D. ระดับ 10 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการ ประเมินผลงานการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ เป็นระยะๆ อย่างเหมาะสม 4.88 .338 มากที่สุด 11 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย เสนอแนะเกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.97 .000 มากที่สุด 12 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัดทำ โครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ ทำให้เกิด ประโยชน์ต่อผู้สูงอายุที่จะดูแลและสร้างการรับรู้คุณภาพ ชีวิตที่ดีของตนเอง 4.92 .282 มากที่สุด 13 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการ กำหนดบทบาทในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่ ชัดเจน สามารถปฏิบัติได้จริง และสถานศึกษาได้ ดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ 4.95 .000 มากที่สุด 14 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัด โครงการ/กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทำให้ชุมชนได้มีผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในการดูแลตนเอง และไม่เป็นภาระต่อสังคมส่วนรวม 4.87 .338 มากที่สุด 15 ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัด โครงการ/กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการขับเคลื่อนชุมชน 4.92 .282 มากที่สุด โดยรวม 4.92 .124 มากที่สุด ตาราง 4 พบว่า ครูและผู้ปฏิบัติงาน กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความคิดเห็น ต่อทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย โดย ภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.92, S.D. = .124) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตาม ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า


78 รายข้อที่ค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมประชุม กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อเสนอข้อมูลต่างๆ และความคิดเห็นที่มีความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่ในระดับ มากที่สุด (⃐ = 5.00, S.D. = .000) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย ร่วมติดตาม สังเกตการณ์ตรวจสอบแนวทางดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุใน สถานศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.98, S.D. = .000) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย เสนอแนะเกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.97, S.D. = .000) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการสำรวจข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.83, S.D. = .381)


79 ตารางที่ 5 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของบุคลากร กศน.อำเภอ บ้านไผ่ ที่มีต่อแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ข้อที่ ข้อความ ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้สภาพความสมบูรณ์แข็งแรง ของร่างกาย การรับรู้ถึงความรู้สึกสบาย จัดการกับความ เจ็บปวดของร่างกายได้เอง ที่ไม่ต้องพึ่งพายาต่างๆ หรือ การรักษาทางการแพทย์อื่นๆ 4.83 .381 มากที่สุด 2 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้การนอนหลับ รับประทาน อาหารได้ดีที่ทำให้ตนเองมีพละกำลังในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยตนเองได้ 5.00 .000 มากที่สุด 3 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้ถึงความสามารถในการ จัดการความเศร้า กังวล และสิ้นหวังของตนเอง 4.92 .282 มากที่สุด 4 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุมีความรู้สึกทางบวกที่บุคคลมีต่อ ตนเอง เช่น การรับรู้ภาพลักษณ์ตนเอง การรับรู้ถึง ความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง และความมั่นใจในตนเอง 4.91 .282 มากที่สุด 5 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้ถึงความคิด ความจำ สมาธิ และการตัดสินใจ ทั้งความสามารถในการเรียนรู้เรื่องราว ต่างๆ ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต เช่น ความเชื่อด้านจิต วิญญาณ ศาสนา การเอาชนะอุปสรรค 4.92 .282 มากที่สุด 6 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้ด้วยความรู้สึกพึงพอใจ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนเองกับบุคคลอื่นทั้งการที่ ได้รับความช่วยเหลือ การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือบุคคล อื่นในสังคม 4.98 .000 มากที่สุด


80 ตารางที่ 5 (ต่อ) ข้อที่ ข้อความ ⃐ S.D. ระดับ 7 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้ว่าตนได้เป็นที่ยอมรับของทั้ง คนในครอบครัว และบุคคลอื่นในสังคมด้วย 4.84 .381 มากที่สุด 8 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้ในเรื่องอารมณ์ทางเพศหรือ ความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ 4.99 .000 มากที่สุด 9 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้ว่าตนเองมีชีวิตอยู่อย่างอิสระ ไม่ถูกกักขัง มีความปลอดภัย มีความมั่นคงในชีวิต มีที่อยู่ อาศัยเอื้อต่อสุขภาพ มีกิจกรรมสันทนาการและมี กิจกรรมในเวลาว่าง 4.96 .204 มากที่สุด 10 ท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้ว่าได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมทาง กายภาพที่ดี ได้รับข่าวสารหรือฝึกฝนทักษะต่างๆ ที่เป็น แหล่งประโยชน์ด้านการเงิน การบริการทางสุขภาพและ สังคมสงเคราะห์ 4.96 .204 มากที่สุด โดยรวม 4.90 .146 มากที่สุด ตาราง 5 พบว่า ครูและผู้ปฏิบัติงาน กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความคิดเห็น ต่อแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ระดับมากที่สุด (⃐ = 4.90, S.D. = .146) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตาม ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ครูและผู้ปฏิบัติงาน กศน.อำเภอบ้านไผ่ คิดว่าหลัง ร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ผู้สูงอายุรับรู้ถึงการนอนหลับ การรับประทาน อาหารได้ดีที่ทำให้ตนเองมีพละกำลังในการดำเนินชีวิตประจำวัน สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพด้วย ตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 5.00, S.D. = .000) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ครูและผู้ปฏิบัติงาน กศน.อำเภอบ้านไผ่ คิดว่าหลัง ร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ผู้สูงอายุรับรู้ในเรื่องอารมณ์ทางเพศหรือ ความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.99, S.D. = .295)


81 รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ครูและผู้ปฏิบัติงาน กศน.อำเภอบ้านไผ่ คิดว่าหลังร่วม โครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ผู้สูงอายุรับรู้ด้วยความรู้สึกพึงพอใจเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ของตนเองกับบุคคลอื่นทั้งการที่ได้รับความช่วยเหลือ การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือบุคคล อื่นในสังคม อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.98, S.D. = .104) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือท่านคิดว่าหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ผู้สูงอายุรับรู้สภาพความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย การรับรู้ถึงความรู้สึกสบาย จัดการกับความเจ็บปวดของร่างกายได้เอง ที่ไม่ต้องพึ่งพายาต่างๆ หรือการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.83, S.D. = .381) ตอนที่2 การมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เป็นการสอบถามความคิดเห็นภาคีเครือข่าย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนของความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ของศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อ 2 ผู้ ศึกษาได้นำข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของภาคีเครือข่าย ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ รวมทั้งสิ้น 50 คน นำมาวิเคราะห์และเสนอผลการวิเคราะห์ โดยการใช้ตารางประกอบคำบรรยาย ตารางที่ 6-11 การวิเคราะห์แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของภาคีเครือข่าย ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ส่วนที่ 3 เปรียบเทียบความแตกต่างของการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ส่วนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของภาคีเครือข่าย ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัว ได้มาจากการตอบแบบสอบถามของภาคีเครือข่าย โดยมี ผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 50 คน แยกพิจารณาตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและสถานะ หรือบทบาททางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แสดงรายละเอียดในตารางที่ 6


82 ตารางที่ 6 แสดงจำนวน และร้อยละเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของภาคีเครือข่าย ข้อที่ สถานภาพของภาคีเครือข่าย จำนวน (คน) ร้อยละ 1 เพศ 1. ชาย 24 48.0 2. หญิง 26 52.0 รวม 50 100.0 2 อายุ 1. อายุไม่เกิน 35 ปี 2 4.0 2. อายุ 36-50 ปี 25 50.0 3. อายุ 51 ปี ขึ้นไป 23 46.0 รวม 50 100.0 3 ระดับการศึกษา 1. ระดับประถมศึกษา 6 12.0 2. ระดับมัธยมศึกษา 24 48.0 3. ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี 7 14.0 4. ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าปริญญาตรี 13 26.0 รวม 50 100.0 4 อาชีพ 1. ทำงานในหน่วยงานราชการ 12 24.0 2. ทำงานในหน่วยงานเอกชน 2 4.0 3. ทำงานส่วนตัว เช่น ธุรกิจส่วนตัว แม่บ้าน 11 22.0 4. ทำงานอิสระ เช่น เกษตรกร รับจ้างทั่วไป 25 50.0 รวม 50 100.0 5 สถานะหรือบทบาททางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 1. ผู้นำชุมชน หรือผู้นำท้องถิ่น 34 68.0 2. ครูหรือวิทยากรเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ 2 4.0


83 ตารางที่ 6 (ต่อ) ข้อที่ สถานภาพของภาคีเครือข่าย จำนวน (คน) ร้อยละ 3. บุคลากรหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่พัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 8 16.0 4. บุคลากรหน่วยงานภาคเอกชนที่สนใจพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 6 12.0 รวม 50 100.0 จากตาราง 6 พบว่า ภาคีเครือข่าย กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 52.0 ส่วนใหญ่มีอายุ36-50 ปีจำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 50.0 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่คือมัธยมศึกษา จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 48.0 ส่วนใหญ่มีอาชีพ ทำงานอิสระ เช่น ธุรกิจส่วนตัว เกษตรกร รับจ้างทั่วไป จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 50.0 และโดย ส่วนใหญ่มีสถานะหรือบทบาททางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คือ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 68.0


84 ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย การวิเคราะห์ความคิดเห็นที่มีต่อการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้มีการวิเคราะห์โดยการ ใช้ค่าเฉลี่ย (⃐) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) จากภาคีเครือข่าย จำนวน 50 คน ผลการวิเคราะห์ ข้อมูล ดังรายละเอียดตารางที่ 7 ถึงตารางที่ 11 ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ที่มีต่อ การมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวม และรายด้าน ด้านที่ รายด้านความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ต่อการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ⃐ S.D. ระดับ 1 ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน 4.39 .494 มาก 2 ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามแผน 4.37 .524 มาก 3 ด้านการมีส่วนร่วมในการติดตาม ประเมินผล 4.32 .469 มาก 4 ด้านการมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ 4.52 .490 มากที่สุด โดยรวม 4.40 .451 มาก ผลการวิเคราะห์ตาราง 7 พบว่า ภาคีเครือข่าย มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมกับภาคี เครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.40, S.D. = 0.451) เมื่อจำแนกออกเป็นรายด้าน พบว่า ภาคีเครือข่ายมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมกับภาคี เครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อยู่ระดับมากที่สุด 1 รายด้าน อยู่ในระดับมาก 3 รายด้าน เมื่อพิจารณารายด้านที่มีค่าเฉลี่ยเรียงจากมากไปหาน้อย พบว่า รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับแรก คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์(⃐ = 4.52, S.D. = 0.490) รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา ด้าน การมีส่วนร่วมในการวางแผน (⃐ = 4.39, S.D. = 0.494) และรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับ 3 คือ ด้าน การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามแผน (⃐ = 4.37, S.D. = 0.524) ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับ สุดท้าย คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการติดตาม ประเมินผล (⃐ = 4.32, S.D. = 0.469)


85 ตารางที่ 8 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ที่มีต่อ การมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวม และรายข้อ ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน ด้านที่ รายด้านความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ต่อการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านมีส่วนร่วมประชุมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อ นำเสนอในเรื่องต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.46 .579 มาก 2 ท่านได้มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการตัดสินใจ วางแผนขั้นตอนการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.20 .571 มาก 3 ท่านเข้ามามีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพราะกศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการ ประชาสัมพันธ์แผนดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ซึ่ง เป็นแรงจูงใจต่อท่าน 4.43 .609 มาก 4 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในเสนอความ คิดเห็นก่อนการตัดสินใจจัดโครงการ/กิจกรรมพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.42 .609 มาก 5 ท่านได้มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่กำหนดการใช้ ทรัพยากร แหล่งของทรัพยากรที่จะใช้ในโครงการ/ กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.44 .611 มาก โดยรวม 4.39 .494 มาก จากตาราง 8 พบว่า ภาคีเครือข่าย กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความคิดเห็นต่อ แนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.39, S.D. = .494) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตาม ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมประชุมกับ กศน.อำเภอบ้าน ไผ่ เพื่อนำเสนอในเรื่องต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.46, S.D. = .579)


86 รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ภาคีเครือข่ายได้มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ กำหนดการใช้ทรัพยากร แหล่งของทรัพยากรที่จะใช้ในโครงการ/กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.44, S.D. = .611) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ภาคีเครือข่ายได้มามีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพราะกศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชาสัมพันธ์แผนดำเนินงาน โครงการ/กิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นแรงจูงใจต่อท่าน อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.43, S.D. = .609) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการตัดสินใจวางแผนขั้นตอนการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่ ในระดับมาก (⃐ = 4.20, S.D. = .571)


87 ตารางที่ 9 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ที่มีต่อ การมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยรวมและ รายข้อ ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามแผน ด้านที่ รายด้านความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ต่อการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่สำรวจข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ 4.36 .631 มาก 2 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่การให้องค์ความรู้ เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่สูงอายุตามสิทธิของ กฎหมาย 4.38 .635 มาก 3 ท่านมีส่วนร่วมออกแรงในการกระทำโครงการ/กิจกรรม การพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ 4.42 .642 มาก 4 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการสนับสนุน ช่วยเหลือติดตามสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่สูงอายุ ตามสิทธิของกฎหมาย 4.34 .626 มาก 5 ท่านมีส่วนร่วมสนับสนุนทรัพย์สินเงินทอง หรือมีส่วนร่วม สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ เพื่อใช้ในการกระทำโครงการ/ กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอ บ้านไผ่ 4.35 .631 มาก โดยรวม 4.37 .524 มาก จากตาราง 9 พบว่า ภาคีเครือข่าย กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความคิดเห็น ต่อแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านการมีส่วนร่วมการดำเนินงาน ตามแผน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.37, S.D. = .524) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับ ตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่ค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมออกแรงการกระทำโครงการ/ กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ อยู่ระดับมาก (⃐ = 4.42, S.D. = .642) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่การ ให้องค์ความรู้เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่สูงอายุตามสิทธิของกฎหมาย อยู่ในระดับมาก ⃐ = 4.38, σ = .635)


88 รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ สำรวจข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.36, S.D. = .631) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการสนับสนุนช่วยเหลือติดตามสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่สูงอายุตามสิทธิของกฎหมาย อยู่ใน ระดับมาก (⃐ = 4.34, S.D. = .626)


89 ตารางที่ 10 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ที่มีต่อ การมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวม และรายข้อ ด้านการมีส่วนร่วมในการติดตาม ประเมินผล ด้านที่ รายด้านความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ต่อการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยร่วมตรวจสอบ แนวทางดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุในสถานศึกษา 4.44 .611 มาก 2 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการประเมินผล งานของ การพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ เป็นระยะๆ อย่าง เหมาะสม 4.12 .659 มาก 3 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยเสนอแนะ เกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ 4.34 .593 มาก 4 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยได้เข้าไป สังเกตการณ์การทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ 4.36 .598 มาก 5 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ติดตามการ ดำเนินงานของโครงการ/กิจกรรมที่เกี่ยวกับการการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.33 .557 มาก โดยรวม 4.32 .469 มาก จากตาราง 10 พบว่า ภาคีเครือข่าย กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความคิดเห็น ต่อแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านการมีส่วนร่วมการติดตาม ประเมินผล โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.32, S.D. = .469) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยร่วม ตรวจสอบแนวทางดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสถานศึกษา อยู่ในระดับ มาก (⃐ = 4.44, S.D. = .611) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยได้เข้า ไปสังเกตการณ์การทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.36, S.D. = .598)


90 รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย เสนอแนะเกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.34, S.D. = .593) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ใน การประเมินผลงานของการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ เป็นระยะๆ อย่างเหมาะสม อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.12, S.D. = .659)


Click to View FlipBook Version