91 ตารางที่ 11 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ที่มีต่อ การมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวม และรายข้อ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ ด้านที่ รายด้านความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย ต่อการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่จัดทำโครงการ/ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ ทำให้เกิดประโยชน์ต่อ ผู้สูงอายุที่จะดูแลและสร้างการรับรู้คุณภาพชีวิตที่ดีของ ตนเอง 4.38 .602 มาก 2 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการกำหนด บทบาทในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่ชัดเจน ที่ สามารถปฏิบัติได้จริง 4.54 .613 มากที่สุด 3 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่จัดโครงการ/ กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่ทำให้ สถานศึกษาได้ดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ 4.44 .611 มาก 4 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่จัดโครงการ/ กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทำให้ชุมชน ได้มีผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในการดูแลตนเอง และไม่เป็น ภาระต่อสังคมส่วนรวม 4.64 .563 มากที่สุด 5 ท่านมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่จัดโครงการ/ กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริม ให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการขับเคลื่อนชุมชน 4.60 .606 มากที่สุด โดยรวม 4.52 .490 มากที่สุด จากตาราง 11 พบว่า ภาคีเครือข่าย กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความคิดเห็น ต่อแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านการมีส่วนร่วมรับประโยชน์โดย ภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.52, S.D. = .490) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตาม ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัด โครงการ/กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทำให้ชุมชนได้มีผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในการ ดูแลตนเอง และไม่เป็นภาระต่อสังคมส่วนรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.64, S.D. = .563)
92 รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัด โครงการ/กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการ ขับเคลื่อนชุมชน อยู่ในระดับมากที่สุด (⃐ = 4.60, S.D. = .606) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการ กำหนดบทบาทในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่ชัดเจน ที่สามารถปฏิบัติได้จริง อยู่ในระดับมาก ที่สุด (⃐ = 4.54, S.D. = .613) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัดทำโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุที่จะดูแลและสร้าง การรับรู้คุณภาพชีวิตที่ดีของตนเอง อยู่ในระดับมาก (⃐ = 4.38, S.D. = .602) ส่วนที่3 เปรียบเทียบความแตกต่างของการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย การนำเสนอผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ที่มีความ แตกต่างตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ เพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 และสมมติฐาน การศึกษา และเพื่อตอบข้อคำถามนี้ ได้นำข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของภาคีเครือข่าย จำนวน ทั้งสิ้น 50 คน นำมาวิเคราะห์และเสนอผลการวิเคราะห์ โดยใช้ตารางประกอบคำบรรยาย ตารางที่ 12-21
93 ตารางที่ 12 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานความคิดเห็นของภาคีเครือข่าย จำแนกตามเพศ Group Statistics ตัวแปร เพศ N Mean Std. Deviation Std. Error Mean ความคิดเห็น ชาย 24 4.36 .523 .107 หญิง 26 4.44 .380 .075 จากตารางที่ 12 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของ ภาคีเครือข่ายในส่วนของเพศชาย มีค่าเท่ากับ 4.49 และในส่วนของเพศหญิง มีค่าเท่ากับ 4.56
ตารางที่ 13 แสดงการทดสอบสมมติฐานความแตกต่างระหว่างเพศที่มีผลต่อการมีส่ว Independent Samples Test Levene's Test for Equality of Variances F Sig. t ความ พึงพอใจ Equal variances assumed .762 .384 -.590 Equal variances not assumed -.583 จากตารางที่ 13 ผลการวิเคราะห์การทดสอบค่าความแปรปรวนได้ค่า Sig ได้อ่านผล t-test ของ Equal variances assumed ได้ค่า t -.590 และ ค่า Sig. 0.5 (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มเพศชายไม่แตกต่างจากกลุ่มเพศหญิง) แสดงว่าเพศที่แตกต่างกันมีค
วนร่วมของภาคีเครือข่าย t-test for Equality of Means df Sig. (2tailed) Mean Difference Std. Error Difference 95% Confidence Interval of the Difference Lower Upper 48 .554 -.074 .127 -.334 .181 41.802 .560 -.074 .130 -.335 .186 g. 0.384 ซึ่งค่ามากกว่า 0.05 แสดงว่าค่าความแปรปรวน 2 กลุ่มเท่ากัน และ 554 ซึ่งมีค่ามากกว่า 0.05 จึงยอมรับค่าเฉลี่ยเพศชายเท่ากับค่าเฉลี่ยหญิง วามคิดเห็นไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 9 4
95 ตารางที่ 14 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จำแนกตามกลุ่มอายุ ANOVA แหล่งความแปรปรวน Sum of Squares df Mean Square F Sig Between Groups .482 2 .241 1.194 .312 Within Groups 9.488 47 .202 Total 9.970 49 ตารางที่ 15 แสดงค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จำแนกตาม กลุ่มอายุ ระดับอายุ N Mean Std. Deviation Std. Error 95% Confidence Interval for Mean Lower Upper ไม่เกิน 35 ปี 2 4.75 .141 .100 3.48 6.02 อายุ 36-50 ปี 24 4.45 .474 .097 4.25 4.65 อายุ 51 ปีขึ้นไป 24 4.32 .432 .088 4.13 4.50 รวม 50 4.40 .451 .064 4.27 4.53 จากตารางที่ 14 และ 15 พบว่า ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแสดงให้เห็นว่า ภาคีเครือข่ายกลุ่มอายุที่แตกต่างกันทั้ง 3 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกันในด้านการมีส่วนร่วม อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ(ค่า F-test = 1.194 และค่า Sig. = .312 ซึ่งค่า Sig. มีค่ามากกว่า .05 และเมื่อ พิจารณาค่าเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มจะเห็นว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ดังตารางที่ 15 ซึ่งสรุปได้ว่า สมมติฐานด้านกลุ่มอายุถูกปฏิเสธ กล่าวคือ อายุที่แตกต่างกันไม่มีผลกับการมีส่วนร่วมของภาคี เครือข่ายแตกต่างกัน
96 ตารางที่ 16 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จำแนกตามกลุ่มระดับการศึกษา ANOVA แหล่งความแปรปรวน Sum of Squares df Mean Square F Sig Between Groups 1.210 3 .403 2.118 .111 Within Groups 8.760 46 .190 Total 9.970 49 ตารางที่ 17 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จำแนกตาม กลุ่มระดับการศึกษา ระดับการศึกษา N Mean Std. Deviation Std. Error 95% Confidence Interval for Mean Lower Upper ประถมศึกษา 6 4.58 .178 .073 4.40 4.77 มัธยมศึกษา 24 4.51 .469 .096 4.31 4.71 ต่ำกว่าปริญญาตรี 7 4.18 .593 .224 3.63 4.73 ปริญญาตรีหรือสูงกว่า 13 4.23 .346 .096 4.02 4.44 รวม 50 4.40 .451 .064 4.27 4.53 จากตารางที่ 16 และ 17 พบว่า ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแสดงให้เห็นว่า ภาคีเครือข่ายกลุ่มระดับการศึกษาที่แตกต่างกันทั้ง 3 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกันในด้านการมีส่วนร่วม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(ค่า F-test = 2.118 และค่า Sig. = .111 ซึ่งค่า Sig. มีค่ามากกว่า .05 และ เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มจะเห็นว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ดังตารางที่ 17 ซึ่งสรุปได้ว่า สมมติฐานด้านกลุ่มระดับการศึกษาถูกปฏิเสธ กล่าวคือ กลุ่มระดับการศึกษาที่แตกต่างกันไม่มีผลกับ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
97 ตารางที่ 18 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จำแนกตามกลุ่มอาชีพ ANOVA แหล่งความแปรปรวน Sum of Squares df Mean Square F Sig Between Groups .165 3 .055 .258 .855 Within Groups 9.805 46 .213 Total 9.970 49 ตารางที่ 19 แสดงค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จำแนกตาม ตามกลุ่มอาชีพ ระดับการศึกษา N Mean Std. Deviation Std. Error 95% Confidence Interval for Mean Lower Upper ทำงานในหน่วยงานราชการ 12 4.49 .344 .099 4.27 4.71 ทำงานในหน่วยงานเอกชน 2 4.33 .460 .325 .20 8.45 ทำงานส่วนตัว 11 4.33 .554 .167 3.96 4.70 ทำงานอิสระ 25 4.39 .467 .093 4.20 4.58 รวม 50 4.40 .451 .064 4.27 4.53 จากตารางที่ 18 และ 19 พบว่า ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแสดงให้เห็นว่า ภาคีเครือข่ายกลุ่มอาชีพที่แตกต่างกันทั้ง 4 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกันในด้านการมีส่วนร่วม อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ(ค่า F-test = .258 และค่า Sig. = .855 ซึ่งค่า Sig. มีค่ามากกว่า .05 และเมื่อ พิจารณาค่าเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มจะเห็นว่าอยู่ในระดับไม่แตกต่างกัน ดังตารางที่ 19 ซึ่งสรุปได้ว่า สมมติฐานด้านกลุ่มอาชีพไม่ถูกยอมรับ กล่าวคือกลุ่มอาชีพที่แตกต่างกันไม่มีผลกับการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่ายที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
98 ตารางที่ 20 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จำแนกตามสถานะหรือบทบาททางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ANOVA แหล่งความแปรปรวน Sum of Squares df Mean Square F Sig Between Groups .215 3 .072 .338 .798 Within Groups 9.755 46 .212 Total 9.970 49 ตารางที่ 21 แสดงค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จำแนกตาม ตามสถานะหรือบทบาททางสังคมเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ระดับการศึกษา N Mean Std. Deviation Std. Error 95% Confidence Interval for Mean Lower Upper ผู้นำชุมชน 34 4.37 .505 .087 4.19 4.55 ครู หรือวิทยากร 2 4.33 .460 .325 .20 8.45 บุคลากรภาครัฐ 8 4.43 .312 .110 4.16 4.69 บุคลากรเอกชน 6 4.57 .301 .123 4.25 4.88 รวม 50 4.40 .451 .064 4.27 4.53 จากตารางที่ 20 และ 21 พบว่า ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแสดงให้เห็นว่า ภาคีเครือข่ายกลุ่มอาชีพที่แตกต่างกันทั้ง 4 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกันในด้านการมีส่วนร่วม อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (ค่า F-test = .338 และค่า Sig. = .798 ซึ่งค่า Sig. มีค่ามากกว่า .05 และเมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มจะเห็นว่าอยู่ในระดับไม่แตกต่างกัน ดังตารางที่ 21 ซึ่งสรุปได้ ว่า สมมติฐานด้านสถานะหรือบทบาททางสังคมเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ได้ถูก ยอมรับ คือ สถานะหรือบทบาททางสังคมเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่แตกต่างกัน ไม่มีผลกับการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
99 ตอนที่3 คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เป็นการสอบถามความพึงพอใจของผู้สูงอายุศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนความพึงพอใจของผู้สูงอายุศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อ 3 ผู้ศึกษาได้นำ ข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของผู้สูงอายุศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอบ้านไผ่ รวมทั้งสิ้น 150 คน นำมาวิเคราะห์และเสนอผลการวิเคราะห์ โดยการใช้ตาราง ประกอบคำบรรยาย ตารางที่ 22-34 การวิเคราะห์แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้สูงอายุ ส่วนที่ 2 ความพึงพอใจของผู้สูงอายุหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุ ส่วนที่ 3 เปรียบเทียบความแตกต่างความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ส่วนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้สูงอายุ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัว ได้มาจากการตอบแบบสอบถามของผู้สูงอายุ โดยมีผู้ตอบ แบบสอบถาม จำนวน 150 คน แยกพิจารณาตาม เพศ อายุ และระดับการศึกษา ดังแสดงรายละเอียด ในตารางที่ 22
100 ตารางที่ 22 แสดงจำนวน และร้อยละเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้สูงอายุ ข้อที่ สถานภาพของภาคีเครือข่าย จำนวน (คน) ร้อยละ 1 เพศ 1. ชาย 47 31.3 2. หญิง 103 68.7 รวม 150 100.0 2 อายุ 1. ผู้สูงอายุระดับต้น (อายุ 60-69 ปี) 75 50.0 2. ผู้สูงอายุระดับกลางและสูง (อายุ 70-79 ปีขึ้นไป) 75 50.0 รวม 150 100.0 3 ระดับการศึกษา 1. ไม่ได้เรียน 17 11.3 2. ประถมศึกษา 98 65.3 3. มัธยมศึกษาและต่ำกว่าปริญญาตรี 28 18.7 4. ปริญญาตรีหรือสูงกว่าปริญญาตรี 7 4.7 รวม 150 100.0 จากตาราง 22 พบว่า ผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 103 คน คิดเป็นร้อยละ 68.7 เป็นผู้สูงอายุระดับต้น (อายุ 60-69 ปี) และผู้สูงอายุระดับกลาง และสูง (อายุ 70 ปีขึ้นไป) จำนวนเท่ากัน คืออย่างละ 75 คน คิดเป็นร้อยละ 50.0 ระดับการศึกษา ส่วนใหญ่คือประถมศึกษา จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 65.3
101 ส่วนที่ 2 ความพึงพอใจของผู้สูงอายุหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุ การวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้สูงอายุต่อคุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ได้มีการวิเคราะห์โดยการใช้ค่าเฉลี่ย (⃐) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผู้ตอบแบบสอบถาม คือ ผู้สูงอายุจำนวน 150 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังรายละเอียด ตารางที่ 23 ถึงตารางที่ 27 ตารางที่ 23 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ที่มีต่อ การรับรู้คุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/กิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยภาพรวมและรายด้าน ด้านที่ รายด้านความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิตหลังร่วม โครงการ/กิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ⃐ S.D. ระดับ 1 คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ 3.68 .531 มาก 2 คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ 3.64 .353 มาก 3 คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม 3.69 .387 มาก 4 คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม 3.81 .323 มาก โดยรวม 3.71 .325 มาก จากตาราง 23 พบว่า ผู้สูงอายุ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความพึงพอใจต่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.71, S.D. = .325) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.81, S.D. = .323) รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม (Social) อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.69, S.D. = .387) รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ (Health) อยู่ในระดับ มาก (⃐ = 3.68, S.D. = .531) ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอยู่อันดับสุดท้าย คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ (Recreation) อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.64, S.D. = .353)
102 ตารางที่ 24 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ที่มีต่อ การรับรู้คุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/กิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ ข้อที่ รายการความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/ กิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยรับรู้สภาพความสมบูรณ์แข็งแรงของ ร่างกาย การรับรู้ถึงความรู้สึกสบาย ไม่มีความเจ็บปวด 3.62 .762 มาก 2 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงความสามารถที่จะจัดการ กับความเจ็บปวดของร่างกายได้ ที่ไม่ต้องพึ่งพายาต่างๆ หรือการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ 3.56 .806 มาก 3 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงพละกำลังในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน ที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น 3.69 .690 มาก 4 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้เรื่องการนอนหลับและการ พักผ่อนที่มีความผ่อนคลาย ทั้งการรับประทานอาหารได้ดี 3.91 .396 มาก 5 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงความสามารถในการ ทำงาน เพื่อหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง 3.61 .670 มาก โดยรวม 3.68 .531 มาก จากตาราง 24 พบว่า ผู้สูงอายุ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความพึงพอใจต่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ (Health) โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.68, S.D. = .531) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้เรื่องการนอนหลับและการพักผ่อนที่มีความผ่อนคลาย ทั้งการรับประทานอาหารได้ดีอยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.91, S.D. = .396) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงพละกำลังในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่ไม่ต้องพึ่งพา ผู้อื่น อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.69, S.D. = .690)
103 รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้สภาพความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย การรับรู้ถึง ความรู้สึกสบาย ไม่มีความเจ็บปวด อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.62, S.D. = .762) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงความสามารถที่จะจัดการกับความเจ็บปวดของ ร่างกายได้ ที่ไม่ต้องพึ่งพายาต่างๆ หรือการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.56, S.D. = .806)
104 ตารางที่ 25 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ที่มีต่อ การรับรู้คุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/กิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ ข้อที่ รายการความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/ กิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยมีความรู้สึกทางบวกที่บุคคลมีต่อ ตนเอง เช่น การรับรู้ภาพลักษณ์ตนเอง การรับรู้ถึง ความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง 3.63 .669 มาก 2 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงความมั่นใจในตนเอง 3.88 .374 มาก 3 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงความคิด ความจำ สมาธิ และการตัดสินใจ 3.62 .662 มาก 4 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยมีความสามารถในการเรียนรู้ เรื่องราวต่างๆ ของตนที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต เช่น ความ เชื่อด้านจิตวิญญาณ ศาสนา การเอาชนะอุปสรรค 3.32 .833 ปานกลาง 5 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยรับรู้ถึงความสามารถในการจัดการ ความเศร้า กังวล และสิ้นหวัง 3.76 .558 มาก โดยรวม 3.64 .353 มาก จากตาราง 25 พบว่า ผู้สูงอายุ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความพึงพอใจต่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ (Recreation)โดยภาพรวม อยู่ในระดับ มาก (⃐ = 3.64, S.D. = .353) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงความมั่นใจในตนเอง อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.88, S.D. = .374)
105 รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยรับรู้ถึงความสามารถในการจัดการความเศร้า กังวล และสิ้นหวัง อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.76, S.D. = .558) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยมีความรู้สึกบวกที่บุคคลมีต่อตนเอง เช่น การรับรู้ภาพลักษณ์ ตนเอง การรับรู้ถึงความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.63, S.D. = .669) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยมีความสามารถในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ของตนที่มีผลต่อการ ดำเนินชีวิต เช่น ความเชื่อด้านจิตวิญญาณ ศาสนา การเอาชนะอุปสรรค อยู่ในระดับปานกลาง (⃐ = 3.32, S.D. = .833)
106 ตารางที่ 26 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ที่มีต่อ การรับรู้คุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/กิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม ข้อที่ รายการความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/ กิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ด้วยความรู้สึกพึงพอใจ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนเองกับบุคคลอื่น 3.89 .378 มาก 2 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงการที่ได้รับความ ช่วยเหลือจากบุคคลอื่นในสังคม 3.77 .555 มาก 3 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนได้เป็นผู้ให้ความ ช่วยเหลือบุคคลอื่นในสังคม 3.82 .483 มาก 4 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนได้เป็นที่ยอมรับของ ทั้งคนในครอบครัว และบุคคลอื่นในสังคมด้วย 3.76 .561 มาก 5 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยรับรู้ในเรื่องอารมณ์ทางเพศ หรือ ความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ 3.22 .915 ปานกลาง โดยรวม 3.69 .387 มาก จากตาราง 26 พบว่า ผู้สูงอายุ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความพึงพอใจต่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม (Social)โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.69, S.D. = .387) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ด้วยความรู้สึกพึงพอใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนเอง กับบุคคลอื่น อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.89, S.D. = .378) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนได้เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือบุคคลอื่นในสังคม อยู่ใน ระดับมาก (⃐ = 3.82, S.D. = .483)
107 รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงการที่ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นในสังคม อยู่ ในระดับมาก (⃐ = 3.77, S.D. = .555) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/ กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยรับรู้ในเรื่องอารมณ์ทางเพศ หรือความสามารถในการมี เพศสัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง (⃐ = 3.22, S.D. = .915)
108 ตารางที่ 27 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ที่มีต่อ การรับรู้คุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/กิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม ข้อที่ รายการความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิตหลังร่วมโครงการ/ กิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ⃐ S.D. ระดับ 1 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนเองมีชีวิตอยู่อย่าง อิสระ ไม่ถูกกักขัง 3.86 .461 มาก 2 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนเองมีความปลอดภัย มีความมั่นคงในชีวิต มีที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อสุขภาพ 3.82 .514 มาก 3 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมทาง กายภาพที่ดีปราศจากมลพิษต่างๆ การคมนาคมสะดวก มี แหล่งประโยชน์ด้านการเงิน การบริการทางสุขภาพและ สังคมสงเคราะห์ 3.84 .458 มาก 4 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนเองมีโอกาสที่จะได้รับ ข่าวสารหรือฝึกฝนทักษะต่างๆ 3.74 .550 มาก 5 ท่านพึงพอใจหลังการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนได้มีกิจกรรมสันทนา การและมีกิจกรรมในเวลาว่าง 3.78 .507 มาก โดยรวม 3.81 .323 มาก จากตาราง 27 พบว่า ผู้สูงอายุ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความพึงพอใจต่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.81, S.D. = .323) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนเองมีชีวิตอยู่อย่างอิสระ ไม่ถูกกักขัง อยู่ในระดับ มาก (⃐ = 3.86, S.D. = .461) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ดีปราศจากมลพิษ
109 ต่างๆ การคมนาคมสะดวก มีแหล่งประโยชน์ด้านการเงิน การบริการทางสุขภาพและสังคมสงเคราะห์ อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.84, S.D. = .458) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนเองมีความปลอดภัย มีความมั่นคงในชีวิต มีที่อยู่ อาศัยที่เอื้อต่อสุขภาพ อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.82, S.D. = .514) รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/ กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนเองมีโอกาสที่จะได้รับข่าวสารหรือฝึกฝน ทักษะต่างๆ อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.74, S.D. = .550) ส่วนที่3 เปรียบเทียบความแตกต่างความพึงพอใจของผู้สูงอายุ การนำเสนอผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ที่มีความ แตกต่างตามเพศ อายุ และระดับการศึกษา เพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 และสมมติฐาน การศึกษา และเพื่อตอบข้อคำถามนี้ ได้นำข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของภาคีเครือข่าย จำนวน ทั้งสิ้น 170 คน นำมาวิเคราะห์และเสนอผลการวิเคราะห์ โดยใช้ตารางประกอบคำบรรยาย ตารางที่ 28-34 ตารางที่ 28 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของผู้สูงอายุ จำแนกตามเพศ Group Statistics ตัวแปร เพศ N Mean Std. Deviation Std. Error Mean ความพึงพอใจ ชาย 47 3.68 .365 .048 หญิง 103 3.72 .304 .029 จากตารางที่ 28 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของ ผู้สูงอายุในส่วนของเพศชาย มีค่าเท่ากับ 3.68 และในส่วนของเพศหญิง มีค่าเท่ากับ 3.72
ตารางที่ 29 แสดงการทดสอบสมมติฐานความแตกต่างระหว่างเพศที่มีผลต่อความพึง Independent Samples Test Levene's Test for Equality of Variances F Sig. t ความ พึงพอใจ Equal variances assumed 2.364 .122 -.603 Equal variances not assumed -.570 จากตารางที่ 29 ผลการวิเคราะห์การทดสอบค่าความแปรปรวนได้ค่า Sig ได้อ่านผล t-test ของ Equal variances assumed ได้ค่า t -.603 และ ค่า Sig. 0.5 (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มเพศชายไม่แตกต่างจากกลุ่มเพศหญิง) แสดงว่าผู้สูงอายุที่เพศแตกต่า
งพอใจของผู้สูงอายุ t-test for Equality of Means df Sig. (2tailed) Mean Difference Std. Error Difference 95% Confidence Interval of the Difference Lower Upper 148 .541 -.031 .051 -.132 .071 96.269 .562 -.031 .053 -.142 .078 g. 0.122 ซึ่งค่ามากกว่า 0.05 แสดงว่าค่าความแปรปรวน 2 กลุ่มเท่ากัน และ 541 ซึ่งมีค่ามากกว่า 0.05 จึงยอมรับค่าเฉลี่ยเพศชายเท่ากับค่าเฉลี่ยหญิง างกันมีความพึงพอใจไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 110
111 ตารางที่ 30 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของผู้สูงอายุ จำแนกตามอายุ Group Statistics ตัวแปร เพศ N Mean Std. Deviation Std. Error Mean ความพึงพอใจ อายุ60-69 ปี 75 3.70 .320 .035 อายุ70 ปีขึ้นไป 75 3.71 .332 .036 จากตารางที่ 30 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของ ผู้สูงอายุในส่วนของผู้สูงอายุที่มีอายุ60-69 ปีมีค่าเท่ากับ 3.70 และในส่วนของผู้สูงอายุที่มีอายุ70 ปี ขึ้นไป มีค่าเท่ากับ 3.71
ตารางที่ 31 แสดงการทดสอบสมมติฐานความแตกต่างระหว่างอายุที่มีผลต่อความพึง Independent Samples Test Levene's Test for Equality of Variances F Sig. t ความ พึงพอใจ Equal variances assumed .126 .727 -.367 Equal variances not assumed -.367 1 จากตารางที่ 31 ผลการวิเคราะห์การทดสอบค่าความแปรปรวนได้ค่า Sig ได้อ่านผล t-test ของ Equal variances assumed ได้ค่า t -.367 และ ค่า Sig. 0.7 อายุ70 ปีขึ้นไป (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มอายุ60-69 ปีไม่แตกต่างจากกลุ่มอายุ70 ปีขึ้นไ นัยสำคัญทางสถิติ
งพอใจของผู้สูงอายุ t-test for Equality of Means df Sig. (2tailed) Mean Difference Std. Error Difference 95% Confidence Interval of the Difference Lower Upper 178 .717 -.019 .051 -.119 .082 147.777 .717 -.019 .051 -.119 .082 g. 0.727 ซึ่งค่ามากกว่า 0.05 แสดงว่าค่าความแปรปรวน 2 กลุ่มเท่ากัน และ 718 ซึ่งมีค่ามากกว่า 0.05 จึงยอมรับค่าเฉลี่ยอายุ60-69 ปีเท่ากับค่าเฉลี่ย ไป) แสดงว่าผู้สูงอายุที่อายุแตกต่างกันมีความพึงพอใจไม่แตกต่างกัน อย่างมี 112
113 ตารางที่ 32 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ความพึงพอใจของผู้สูงอายุ จำแนกตามระดับการศึกษา ANOVA แหล่งความแปรปรวน Sum of Squares df Mean Square F Sig Between Groups .976 3 .325 3.203 .025* Within Groups 16.857 146 .102 Total 17.832 149 *ค่านัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ตารางที่ 33 แสดงค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของผู้สูงอายุ จำแนกตาม ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา N Mean Std. Deviation Std. Error 95% Confidence Interval for Mean Lower Upper ไม่ได้เรียน 17 3.82 .202 .049 3.71 3.92 ประถมศึกษา 98 3.66 .345 .032 3.59 3.72 มัธยมศึกษา/ต่ำกว่า ป.ตรี 28 3.81 .288 .054 3.69 3.92 ป.ตรี หรือสูงกว่า 7 3.87 .095 .036 3.78 3.96 รวม 150 3.71 .325 .025 3.66 3.75 จากตารางที่ 32 และ 33 พบว่า ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแสดงให้เห็นว่า ผู้สูงอายุกลุ่มระดับการศึกษาที่แตกต่างกันทั้ง 4 กลุ่ม มีความแตกต่างกันในด้านความพึงพอใจ อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (ค่า F-test = 3.203 และค่า Sig. = .025 ซึ่งค่า Sig. มีค่าน้อยกว่า .05 และเมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มจะเห็นว่าอยู่ในระดับแตกต่างกัน ดังตารางที่ 32 ซึ่งสรุป ได้ว่า สมมติฐานระดับการศึกษาได้ถูกปฏิเสธ คือ ระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีผลกับความพึงพอใจ ของผู้สูงอายุที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงว่ามีระดับการศึกษาอย่างน้อย 1 คู่ ที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้สูงอายุแตกต่างกัน
114 ตารางที่ 34 แสดงผลการเปรียบเทียบกลุ่มระดับการศึกษาเป็นรายคู่ตามวิธีการของ LSD LSD (I) BRANCH J) BRANCH Mean Differenc e (I-J) Std. Error Sig. 95% Confidence Interval Lower Upper ไม่ได้เรียน ประถมศึกษา .162 .083 .052 .00 .32 มัธยม/ต่ำกว่า ป.ตรี .012 .098 .900 -.18 .21 ป.ตรี หรือสูงกว่า -.054 .143 .708 -.34 .23 ประถมศึกษา ไม่ได้เรียน -.162 .083 .052 -.32 .00 มัธยม/ต่ำกว่า ป.ตรี -.149* .067 .027 -.28 -.02 ป.ตรี หรือสูงกว่า -.215 .124 .084 -.46 .03 มัธยม/ต่ำกว่า ไม่ได้เรียน -.012 .098 .900 -.21 .18 ป.ตรี ประถมศึกษา .149* .067 .027 .02 .28 ป.ตรี หรือสูงกว่า -.066 .135 .624 -.33 .20 ป.ตรี หรือสูงกว่า ไม่ได้เรียน .054 .143 .708 -.23 .34 ประถมศึกษา .215 .124 .084 -.03 .46 มัธยม/ต่ำกว่า ป.ตรี .066 .135 .624 -.20 .33 จากตารางที่ 34 แสดงผลการเปรียบเทียบรายคู่ ตามวิธีการของ LSD และพบว่าผู้สูงอายุมี ความพึงพอใจแตกต่างกันอยู่ 1 คู่ คือ กลุ่มระดับการศึกษาประถมศึกษาแตกต่างจากกลุ่มระดับ การศึกษามัธยมศึกษา/ต่ำกว่า ป.ตรี โดยดูที่ค่า Significant .027 ที่มีค่าน้อยกว่า ระดับนัยสำคัญ 0.05
บทที่ 5 สรุป และอภิปรายผล ในการศึกษา เรื่อง แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้นำเสนอการสรุปและ อภิปรายผล ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์การศึกษา 2. สรุปผลการศึกษา 3. อภิปรายผลการศึกษา 4. ข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์การศึกษา 1. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น 2. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่มีต่อแนวทางการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น 3. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่มีต่อแนวทางการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น 4. เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้สูงอายุต่อคุณภาพชีวิตหลังได้พัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น สรุปผลการศึกษา การศึกษา เรื่อง แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ครั้งนี้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการศึกษา แบ่งเป็น 4 ตอน คือ ตอนที่ 1 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตอนที่ 2 ความคิดเห็นของ ผู้ปฏิบัติงานและครูตอนที่ 3 การมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ตอนที่ 4 คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุสามารถ สรุปผลการศึกษาในแต่ละตอน ได้ดังนี้
116 ตอนที่ 1 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผู้ศึกษากำหนดไว้ 3 กรอบ คือ 1) ด้านการบริหารสถานศึกษา 2) ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุซึ่งในแต่ละกรอบการ บริหารมีรายละเอียด ดังนี้ ด้านการบริหารสถานศึกษาที่มีการวางแผน การดำเนินการ การติดตามและประเมิน และการปรับปรุง แก้ไข ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้ศึกษาให้ความสำคัญเพราะเป็นกระบวนการเพื่อ การพัฒนาจากการศึกษาและทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อสนเทศในการศึกษาเรื่อง แนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผู้ศึกษาได้นำแนวคิดที่จะพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายใน การดำเนินกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องโดยใช้แนวคิด/ทฤษฎีของโคเฮน และอัพฮอฟ (Cohen and Uphoff) ที่เป็นแนวคิดพื้นฐานการมีส่วนร่วม (Cohen, and N.T., Uphoff. 1980) ซึ่งประกอบ ไปด้วยกรอบแนวคิดพื้นฐานในการมีส่วนร่วม 4 ด้าน คือ 1) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision making) 2) ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (Implementation) 3) ด้านการมี ส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) 4) ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (Benefits) 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้กำหนดคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุใน 4 ด้าน โดยใช้เครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตชุดย่อฉบับภาษาไทย (WHOQOL- BREF-THAI, 1997) คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ ด้านจิตใจและอารมณ์ (Recreation) ด้านสังคม (Social) ด้านเศรษฐกิจ (Economic) ซึ่งผู้ศึกษาได้ศึกษาและทบทวนวรรณกรรม จึงกำหนดคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ 4 ด้าน คือ 1) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ (Health) 2) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและ อารมณ์(Recreation) 3) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม (Social) 4) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม ตอนที่2 ความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กศน.อำเภอบ้านไผ่ เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือ เป็นเพศหญิง จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 68.0 เป็นเพศชาย จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 32.0 ส่วนใหญ่มีอายุ 31-50 ปีจำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 58.0 การศึกษาปริญญาตรีหรือ เทียบเท่าทั้งหมด จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 70.0 ประสบการณ์การทำงาน ส่วนใหญ่ 11-15 ปี จำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 60.0 ผู้ปฏิบัติงาน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความคิดเห็นต่อแนววทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อจำแนกออกเป็นรายด้าน พบว่า ผู้ปฏิบัติงานและครูมี
117 ความคิดเห็นต่อแนวทางการบริหารและการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน เมื่อพิจารณารายด้านที่มีค่าเฉลี่ยเรียงจากมากไปหาน้อย ราย ด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับแรก คือ ด้านการบริหารสถานศึกษา รองลงมา ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคี เครือข่าย ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับ 3 คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุซึ่งบุคลากรมี ความคิดเห็นด้านการบริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด โดยคิดเห็นว่าผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ บ้านไผ่ มีการชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ปี พ.ศ. 2564 เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ทั้งยังมีการประชุมวางแผนการ จัดทำโครงการ/กิจกรรม เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และมีการประชุมเพื่อประเมินผล การดำเนินงานเป็นระยะเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาการดำเนินงาน สำหรับในส่วนความคิดเห็นด้านการมี ส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้ปฏิบัติงานและครูเห็นว่า ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมประชุม กศน.อำเภอ บ้านไผ่ เพื่อเสนอข้อมูลต่างๆ และความคิดเห็นที่มีความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่ ในระดับมากที่สุด ทั้งร่วมติดตาม สังเกตการณ์ตรวจสอบแนวทางดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสถานศึกษา และยังเห็นว่าภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมโดยเสนอแนะเกี่ยวกับผล การดำเนินโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ใน การสำรวจข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ อีกด้วย นอกจากนี้ความ คิดเห็นด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผู้ปฏิบัติงานและครูยังเห็นว่าโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุ ของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ทำให้ผู้สูงอายุรับรู้ถึงการนอนหลับ การรับประทานอาหารได้ดีที่ทำให้ตนเอง มีพละกำลังในการดำเนินชีวิตประจำวัน สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ทั้ง ยังเห็นว่าผู้สูงอายุรับรู้ในเรื่องอารมณ์ทางเพศหรือความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ด้วยและคิดเห็น ว่า ผู้สูงอายุรับรู้ด้วยความรู้สึกพึงพอใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนเองกับบุคคลอื่นทั้งการที่ได้รับ ความช่วยเหลือ การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือบุคคลอื่นในสังคม ตอนที่2 การมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคีเครือข่าย กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 52.0 ส่วนใหญ่มีอายุ 36-50 ปีจำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 50.0 ระดับการศึกษา ส่วนใหญ่คือมัธยมศึกษา จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 48.0 ส่วนใหญ่มีอาชีพทำงานอิสระ เช่น ธุรกิจส่วนตัว เกษตรกร รับจ้างทั่วไป จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 50.0 และโดยส่วนใหญ่มีสถานะ หรือบทบาททางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คือ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 68.0 ภาคีเครือข่าย มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้านที่มีค่าเฉลี่ยเรียงจากมากไปหาน้อย พบว่า รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับแรก คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ส่วนรายด้านที่มี ค่าเฉลี่ยรองลงมา ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน และรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับ 3 คือ ด้านการมี
118 ส่วนร่วมในการดำเนินงานตามแผน ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับสุดท้าย คือ ด้านการมีส่วนร่วมใน การประเมินผล ซึ่งภาคีเครือข่ายมีความคิดเห็นด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน คือ ภาคีเครือข่ายมี ส่วนร่วมประชุมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อนำเสนอในเรื่องต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้งมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ กำหนดการใช้ทรัพยากร แหล่งของ ทรัพยากรที่จะใช้ในโครงการ/กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุซึ่งการมามีส่วนร่วมกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพราะกศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชาสัมพันธ์แผน ดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นแรงจูงใจต่อภาคีเครือข่าย สำหรับความคิดเห็นด้านการมี ส่วนร่วมการดำเนินงานตามแผน โดยที่ภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมออกแรงการกระทำโครงการ/กิจกรรม การพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ การให้องค์ ความรู้เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่สูงอายุตามสิทธิของกฎหมาย และมีส่วนร่วมกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ สำรวจข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ ในส่วนของความ คิดเห็นด้านการมีส่วนร่วมการประเมินผล โดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย ร่วมตรวจสอบแนวทางดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสถานศึกษา นอกจากนี้ภาคีเครือข่ายยังมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยเข้าไปสังเกตการณ์การทำงานพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ และได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย เสนอแนะเกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ส่วนความคิดเห็น ด้านการมีส่วนร่วมรับประโยชน์โดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัดโครงการ/ กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทำให้ชุมชนมีผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในการดูแลตนเอง และไม่เป็นภาระต่อสังคมส่วนรวม ทั้งมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัดโครงการ/กิจกรรมเพื่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการขับเคลื่อนชุมชน และมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการกำหนดบทบาทในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่ชัดเจน ที่สามารถ ปฏิบัติได้จริง สำหรับการเปรียบเทียบความแตกต่างความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ที่มีความแตกต่างตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานะหรือบทบาททางสังคมเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า ปัจจัยด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานะหรือ บทบาททางสังคมเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ไม่มีผลต่อการมีส่วนร่วม ของภาคี เครือข่าย ตอนที่3 คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 103 คน คิดเป็น ร้อยละ 68.7 เป็นผู้สูงอายุระดับต้น (อายุ 60-69 ปี) และผู้สูงอายุระดับกลางและสูง (อายุ 70 ปีขึ้น ไป) จำนวนเท่ากัน คืออย่างละ 75 คน คิดเป็นร้อยละ 50.0 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่คือ ประถมศึกษา จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 65.3
119 ผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความพึงพอใจต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดย ภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม และรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ ส่วน รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอยู่อันดับสุดท้าย คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ซึ่งผู้สูงอายุมีความพึง พอใจด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้เรื่องการนอนหลับและการพักผ่อนที่มีความผ่อนคลาย ทั้งการรับประทานอาหารได้ดีได้มีการรับรู้ถึงพละกำลังในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่ไม่ต้องพึ่งพา ผู้อื่น และผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย การรับรู้สภาพความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย การรับรู้ถึงความรู้สึกสบายไม่มีความเจ็บปวด ส่วน ความพึงพอใจด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วม โครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงความมั่นใจในตนเอง โดยรับรู้ถึง ความสามารถในการจัดการความเศร้า กังวล และสิ้นหวัง ทั้งมีความรู้สึกบวกที่บุคคลมีต่อตนเอง เช่น การรับรู้ภาพลักษณ์ตนเอง การรับรู้ถึงความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง ส่วนความพึงพอใจด้านคุณภาพ ชีวิตที่ดีด้านสังคม คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอ บ้านไผ่ โดยการรับรู้ด้วยความรู้สึกพึงพอใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนเองกับบุคคลอื่น มีการรับรู้ว่า ตนได้เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือบุคคลอื่นในสังคม และการรับรู้ถึงการที่ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคล อื่นในสังคม ในส่วนความพึงพอใจด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจาก การร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนเองมีชีวิตอยู่อย่างอิสระ ไม่ถูกกักขัง การรับรู้ว่าได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ดีปราศจากมลพิษต่างๆ การคมนาคมสะดวก มีแหล่งประโยชน์ด้านการเงิน การบริการทางสุขภาพและสังคมสงเคราะห์และการรับรู้ว่าตนเองมี ความปลอดภัย มีความมั่นคงในชีวิต มีที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อสุขภาพ เปรียบเทียบความแตกต่างความพึงพอใจของผู้สูงอายุ จำแนกตามเพศ อายุ และระดับ การศึกษา พบว่า ผู้สูงอายุที่มีเพศ และอายุแตกต่างกันไม่มีผลต่อความพึงพอใจในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ส่วนความแตกต่าง ของระดับการศึกษามีผลต่อความพึงพอ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อภิปรายผลการศึกษา จากการสรุปผลการศึกษา ที่แบ่งออกเป็น 3 ตอน ซึ่งผลจากการศึกษาครั้งนี้สามารถนำมา อภิปรายผลได้ ดังนี้
120 ตอนที่1 ความคิดเห็นของบุคลากร กศน.อำเภอบ้านไผ่ จากผลการศึกษาความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานและครู ที่มีต่อการบริหารและการมีส่วน ร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน คือ ด้านการบริหารสถานศึกษา ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับแรก คือ ด้านการบริหาร สถานศึกษา การที่ผู้ปฏิบัติงานและครูมีความคิดเห็นว่าการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้ง 3 รายด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด อาจเป็นเพราะว่าผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ บ้านไผ่ ได้มีการบริหารสถานศึกษาสร้างความตระหนักในจุดเน้นการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของผู้สูงอายุ ขณะที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเป็นกรอบการดำเนินงานของหลายหน่วยงาน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนาชุมชน สำนักงานสาธารณสุข และสำนักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดังนั้นการที่ผู้ปฏิบัติงานและครูมีความคิดเห็นว่าด้านการ บริหารสถานศึกษามีค่าเฉลี่ยลำดับแรก เพราะผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่มีการชี้แจงเกี่ยวกับ นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย ปี พ.ศ. 2564 เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ทั้งยังมีการประชุมวางแผนการจัดทำโครงการ/กิจกรรม เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และมีการประชุมเพื่อประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาการดำเนินงาน ขณะเดียวกันในการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย คือ ภาคี เครือข่ายมีส่วนร่วมประชุม กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อเสนอข้อมูลต่างๆ และความคิดเห็นที่มีความ จำเป็นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้งภาคีเครือข่ายยังร่วมติดตาม สังเกตการณ์ตรวจสอบ แนวทางดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสถานศึกษา และยังเห็นว่าภาคี เครือข่ายมีส่วนร่วมโดยเสนอแนะเกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุและมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการสำรวจข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ ผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ อีกด้วย สำหรับแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ทำให้ผู้สูงอายุรับรู้ถึงการนอนหลับ การรับประทานอาหารได้ดีที่จะ ทำให้ตนเองมีพละกำลังในการดำเนินชีวิตประจำวัน สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง ไม่ต้อง พึ่งพาผู้อื่น และผู้สูงอายุยังรับรู้ในเรื่องอารมณ์ทางเพศหรือความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ด้วยและ ที่สำคัญผู้สูงอายุรับรู้ด้วยความรู้สึกพึงพอใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนเองกับบุคคลอื่นทั้งการที่ ได้รับความช่วยเหลือ การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือบุคคลอื่นในสังคม ดังนั้นตามความคิดเห็นของ ผู้ปฏิบัติงานและครูจากการตอบแบบสอบถามสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุที่ให้ความสำคัญด้านการบริหารสถานศึกษา ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย และ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่ในระดับมากที่สุดตามผลการศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับ การศึกษาของ สุปรีญา นุ่นเกลี้ยง และ ศิริลักษณ์คัมภิรานนท์ (2562) ศึกษาเรื่องศักยภาพของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่า ระดับศักยภาพของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรม
121 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะด้านผู้นำและนโยบายมีค่ามากที่สุด และยังสอดคล้องกับ การศึกษาของ มาริษา รักษากิจ และ มาริสา จันทร์ฉาย (2564) ได้ศึกษารูปแบบกิจกรรมในการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ที่พบว่า หน่วยงานมีการจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปีเกี่ยวกับ ผู้สูงอายุเพื่อให้มีความครอบคลุมทั้งมิติสุขภาพกาย สุขภาพใจและสติปัญญา โดยเฉพาะกิจกรรมที่เน้น ความรู้กับการดูแลสุขภาพ เน้นความปลอดภัยด้านต่างๆ ด้านสังคมข่าวสาร กิจกรรมทางสังคม นันทนาการ และการสื่อสารออนไลน์ที่ทันสมัย ในแต่ละรูปแบบกิจกรรมมีการร่วมมือกับภาคภาคี เครือข่ายในพื้นที่ในการให้ความรู้กับผู้สูงอายุส่วนการมีส่วนร่วมพบว่าการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับ จรัญญา วงษ์พรหม (2558) ที่ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และ กิจกรรมของผู้สูงอายุที่ผู้วิจัยและกลุ่มปฏิบัติการหลักร่วมดำเนินการกับชุมชน ประเด็นการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาผู้สูงอายุยังพบว่าสอดคล้องกับการศึกษาของ อารี พุ่มประไวทย์และจรรยา เสียงเสนาะ (2560) ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่าชุมชนมีส่วนร่วมในระดับมาก ส่วนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุมีผู้ศึกษาที่สอดคล้องกับการศึกษาครั้งนี้ เช่น การศึกษาของ สิทธิพรร์ สุนทร, วัชรินทร์ สุทธิศัย และพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส (2561) ทำการศึกษา รูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม พบว่า สภาพความสุขของผู้สูงวัย โดยเรียงลำดับ มิติที่มีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ค่าเฉลี่ยลำดับแรก คือ สภาพความสุขในมิติสุขสง่า (ร่างกาย) ตอนที่2 การมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคีเครือข่าย กศน.อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ36-50 ปี ระดับการศึกษาส่วนใหญ่คือมัธยมศึกษา มีอาชีพทำงานอิสระ เช่น ธุรกิจส่วนตัว เกษตรกร รับจ้าง ทั่วไป และมีสถานะหรือบทบาททางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คือ ผู้นำ ชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้านที่มีค่าเฉลี่ยเรียงจากมากไปหาน้อย พบว่า รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับแรก คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ ส่วนรายด้านที่มี ค่าเฉลี่ยรองลงมา ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน และรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับ 3 คือ ด้านการมี ส่วนร่วมในการดำเนินงานตามแผน ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลำดับสุดท้าย คือ ด้านการมีส่วนร่วมใน การประเมินผล ซึ่งภาคีเครือข่ายมีความคิดเห็นด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน คือ ภาคีเครือข่ายมี ส่วนร่วมประชุมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อนำเสนอในเรื่องต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้งมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ กำหนดการใช้ทรัพยากร แหล่งของ ทรัพยากรที่จะใช้ในโครงการ/กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุซึ่งการมามีส่วนร่วมกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพราะกศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชาสัมพันธ์แผน ดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นแรงจูงใจต่อภาคีเครือข่าย สำหรับความคิดเห็นด้านการมี
122 ส่วนร่วมการดำเนินงานตามแผน โดยที่ภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมออกแรงการกระทำโครงการ/ กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ การให้ องค์ความรู้เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่สูงอายุตามสิทธิของกฎหมาย และมีส่วนร่วมกับ กศน. อำเภอบ้านไผ่ สำรวจข้อมูลต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ ในส่วนของความ คิดเห็นด้านการมีส่วนร่วมการติดตาม ประเมินผล โดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยร่วมตรวจสอบแนวทางดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสถานศึกษา นอกจากนี้ภาคีเครือข่ายยังมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยเข้าไปสังเกตการณ์การทำงานพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ และได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย เสนอแนะเกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ส่วนความคิดเห็น ด้านการมีส่วนร่วมรับประโยชน์โดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัดโครงการ/ กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทำให้ชุมชนมีผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในการดูแลตนเอง และไม่เป็นภาระต่อสังคมส่วนรวม ทั้งมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัดโครงการ/กิจกรรมเพื่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการขับเคลื่อนชุมชน และมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการกำหนดบทบาทในการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่ชัดเจน ที่สามารถ ปฏิบัติได้จริง สำหรับการเปรียบเทียบความแตกต่างความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ที่มีความแตกต่างตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานะหรือบทบาททางสังคมเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า ปัจจัยด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานะหรือ บทบาททางสังคมเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ไม่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของภาคี เครือข่าย การที่ภาคีเครือข่าย มีความคิดเห็นว่าการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้ง 4 รายด้าน อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด อาจเป็นเพราะว่าผู้สูงอายุล้วนเป็นบุคคลที่เป็นคนเก่าแก่และ เป็นบรรพบุรุษของคนในชุมชน ดังนั้นผู้สูงอายุและคนในชุมชนจึงเป็นกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์กัน ทำ ให้กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายมาจากการดำเนินงานระหว่างภาคีเครือข่าย ภาค ประชาชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และกศน.อำเภอบ้านไผ่ ร่วมกันคิดพัฒนากิจกรรมเพื่อ นำไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ทางสังคม และ สภาพแวดล้อม แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนจากการส่งเสริมของกศน.อำเภอบ้านไผ่ และการ ตระหนักรู้ของคนในชุมชน โดยนำประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น การฝึกอาชีพมาสร้างจุดร่วมในการ รวมพลังชุมชนอย่างเข้มแข็ง ใช้หลักการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยอาศัยจิตสำนึก รับผิดชอบต่อส่วนรวมของอาสาสมัคร กศน.อำเภอบ้านไผ่ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุจึงเป็น แนวทางที่สำคัญของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ ในการจัด โครงการและกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่มี ค่าเฉลี่ยลำดับแรก คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ โดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัดโครงการ/กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทำให้ชุมชนมีผู้สูงอายุที่
123 มีศักยภาพการดูแลตนเอง และไม่เป็นภาระต่อสังคมส่วนรวม ทั้งมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัด โครงการ/กิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการ ขับเคลื่อนชุมชน และมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการกำหนดบทบาทในการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่ายที่ชัดเจน ที่สามารถปฏิบัติได้จริง เมื่อเปรียบเทียบปัจจัยด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานะหรือบทบาททางสังคมเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า ไม่มีผล ต่อการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จากผลการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับการศึกษาของ พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน) (2562) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขต เทศบาลเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว พบว่า การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่มีค่าเฉลี่ยลำดับ แรก คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ และยังพบความสอดคล้องอีกว่าประชาชนที่มีเพศ อายุและรายได้ต่างกันมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว ไม่แตกต่างกัน ส่วน ผลการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกันของ พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน) (2562) พบว่าประชาชนที่มี อาชีพ และระดับการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในขณะที่ ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าไม่แตกต่าง กัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และสอดคล้องกับการศึกษาของ กมลวรรณ แจ่มยิ่ง และคณะ (2564) ศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อจำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา ไม่แตกต่างกัน ส่วนผล การศึกษาที่ไม่สอดคล้องกันเมื่อจำแนกตามอาชีพที่พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ส่วนผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติสอดคล้องกับ การศึกษาของ อารี พุ่มประไวทย์และจรรยา เสียงเสนาะ (2560) ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนใน การพัฒนาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า ชุมชนมีส่วนร่วมในระดับมาก สอดคล้องกับการศึกษา จรัญญา วงษ์พรหม (2558) ที่ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า ชุมชนมีส่วนร่วมผ่านการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ สอดคล้องกับการศึกษาของ อรพิน ปิยะสกุลเกียรติ (2561) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า การมีส่วนร่วมมาจากการดำเนินงานระหว่างภาคประชาชนและ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต สังคม และ สภาพแวดล้อม โดยนำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างจุดร่วมในการรวมพลังชุมชนอย่างเข้มแข็ง ตอนที่3 คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง เป็นผู้สูงอายุระดับต้น ระดับกลางและสูง (อายุ 60-69 ปีและอายุ 70 ปีขึ้นไป) ระดับการศึกษาส่วนใหญ่คือประถมศึกษา ผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีความพึงพอใจต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดย ภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา
124 คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม และรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ ส่วน รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอยู่อันดับสุดท้าย คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ซึ่งผู้สูงอายุมีความพึง พอใจด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้เรื่องการนอนหลับและการพักผ่อนที่มีความผ่อนคลาย ทั้งการรับประทานอาหารได้ดีได้มีการรับรู้ถึงพละกำลังในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่ไม่ต้องพึ่งพา ผู้อื่น และผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดย การรับรู้สภาพความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย การรับรู้ถึงความรู้สึกสบายไม่มีความเจ็บปวด ส่วน ความพึงพอใจด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วม โครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ถึงความมั่นใจในตนเอง โดยรับรู้ถึง ความสามารถในการจัดการความเศร้า กังวล และสิ้นหวัง ทั้งมีความรู้สึกบวกที่บุคคลมีต่อตนเอง เช่น การรับรู้ภาพลักษณ์ตนเอง การรับรู้ถึงความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง ส่วนความพึงพอใจด้านคุณภาพ ชีวิตที่ดีด้านสังคม คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอ บ้านไผ่ โดยการรับรู้ด้วยความรู้สึกพึงพอใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนเองกับบุคคลอื่น มีการรับรู้ว่า ตนได้เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือบุคคลอื่นในสังคม และการรับรู้ถึงการที่ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคล อื่นในสังคม ในส่วนความพึงพอใจด้านคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม คือ ผู้สูงอายุพึงพอใจหลังจาก การร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยการรับรู้ว่าตนเองมีชีวิตอยู่อย่างอิสระ ไม่ถูกกักขัง การรับรู้ว่าได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ดีปราศจากมลพิษต่างๆ การคมนาคมสะดวก มีแหล่งประโยชน์ด้านการเงิน การบริการทางสุขภาพและสังคมสงเคราะห์และการรับรู้ว่าตนเองมี ความปลอดภัย มีความมั่นคงในชีวิต มีที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อสุขภาพ เปรียบเทียบความแตกต่างความพึง พอใจของผู้สูงอายุ จำแนกตามเพศ อายุ และระดับการศึกษา พบว่า ผู้สูงอายุที่มีเพศ และอายุ แตกต่างกันไม่มีผลต่อความพึงพอใจแต่ระดับการศึกษามีผลต่อความพึงพอใจในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุหลังจากการร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 ที่ผลการศึกษาปรากฏเช่นนี้อาจเป็นเพราะว่าผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม ผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ได้รับความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกิจกรรมด้านสังคม และมีความรู้ ด้านสุขภาพ ทั้งยังได้พัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์ในการจัดโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุของ กศน. อำเภอบ้านไผ่ มีการนำเอาภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมทั้งหน่วยงานราชการ เอกชน และคนใน ชุมชนซึ่งเป็นผู้มีความสัมพันธ์กับผู้สูงอายุจากผลการศึกษาผู้สูงอายุมีความพึงพอใจรายด้านที่มี ค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสังคม และรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ 3 คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ ส่วนราย ด้านที่มีค่าเฉลี่ยอยู่อันดับสุดท้าย คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ การที่ผู้สูงอายุมีความพึง พอใจด้านสิ่งแวดล้อม เป็นลำดับแรกเพราะอำเภอบ้านไผ่เป็นพื้นที่ชนบทที่ยังมีสภาวะของสิ่งแวดล้อม ที่ไม่มีมลพิษ สังคมชนบทยังมีความเอื้ออาทร คนอยู่ในชุมชนก็ยังคงเป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีมลพิษอีก ด้วย ผลการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับการศึกษาของ จรัญญา วงษ์พรหม (2558) ได้วิจัยการมีส่วนร่วม
125 ของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า ผู้สูงอายุมีความสุข ความพึงพอใจที่ได้เข้าร่วม กิจกรรมที่สามารถสนองตอบต่อคุณภาพชีวิตใน 4 มิติ คือ กาย ใจ สังคม และปัญญา/การเรียนรู้ สอดคล้องกับการศึกษาของ อารี พุ่มประไวทย์และจรรยา เสียงเสนาะ (2560) ศึกษาการมีส่วนร่วม ของชุมชนในการพัฒนาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า การเปรียบเทียบคะแนน เฉลี่ยพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ หลังการเข้าร่วมโครงการดีกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการ อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ที่สอดคล้องกับการศึกษาครั้งนี้ พบว่า ผู้สูงอายุมีความพึงพอใจต่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่ในระดับมากหลังร่วมโครงการ/กิจกรรมผู้สูงอายุกับ กศน.อำเภอบ้าน ไผ่ สอดคล้องกับการศึกษาของ สิทธิพรร์ สุนทร, วัชรินทร์ สุทธิศัย และพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส (2561) ทำการศึกษารูปแบบความสุขของผู้สูงวัย พบว่า สภาพความสุขของผู้สูงวัย เมื่อพิจารณาเป็นรายมิติ โดยเรียงลำดับมิติที่มีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ สภาพความสุขในมิติสุขสง่า สภาพความสุขใน มิติสุขสงบ สภาพความสุขในมิติสุขสว่าง สภาพความสุขในมิติสุขสนุก และมิติสุดท้าย ได้แก่ สภาพ ความสุขในมิติสุขสบาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับการศึกษาของ อรนิษฐ์ แสงทองสุข (2562) ได้ ทำการศึกษาคุณภาพชีวติของผู้สูงอายุในประเทศไทย ซึ่งพบว่าคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอยู่ในระดับ มาก คือ ด้านสภาพร่างกายที่ดี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านสภาพ อารมณ์ที่ดี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผลการศึกษายังสอดคล้องกับการศึกษาของ มาริษา รักษากิจ และมาริสา จันทร์ฉาย (2564) ที่ได้ศึกษารูปแบบกิจกรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ผู้สูงอายุ พบว่า ความคิดเห็นของผู้สูงอายุในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอยู่ใน ระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านสังคมอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาด้านจิตปัญญา อยู่ใน ระดับมาก ด้านสุขภาพร่างกาย อยู่ในระดับมาก และด้านจิตใจ อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาทำให้ทราบถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ นำไปพิจารณาหาแนวทางให้ภาคีเครือข่าย ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดังนี้ 1.1 ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการตัดสินใจวางแผนขั้นตอนการดำเนินงานตามโครงการ/ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งผู้ศึกษามีความคิดเห็นว่า ควรมีการประชาสัมพันธ์แผนการ ดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรจะศึกษาและหาวิธีการที่จะเข้าถึงประชาชน ในทุกด้าน รวมถึงการจัดเวที รับฟังความคิดเห็นในการดำเนินงานของเทศบาล เพื่อที่จะเป็นแรงจูงใจให้ประชาชน ได้เข้ามามีส่วน ร่วม
126 1.2 ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามแผน รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการสนับสนุนช่วยเหลือติดตามสิทธิขั้นพื้นฐานของ ประชาชนที่สูงอายุตามสิทธิของกฎหมาย ซึ่งผู้ศึกษามีความคิดเห็นว่า ควรให้ความรู้เรื่องสิทธิขั้น พื้นฐานของประชาชนตามสิทธิของกฎหมาย และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงบทบาทอำนาจหน้าที่ของ เทศบาล จะทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น 1.3 ด้านการมีส่วนร่วมในการติดตาม ประเมินผล รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการประเมินผลงานของการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ เป็นระยะๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ศึกษามีความคิดเห็นว่า ควรจัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงาน โครงการผู้สูงอายุของสถานศึกษา โดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมเป็นระยะๆ ให้มากขึ้น 1.4 ด้านการมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ภาคี เครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ จัดทำโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ ทำให้เกิด ประโยชน์ต่อผู้สูงอายุจะดูแลและสร้างการรับรู้คุณภาพชีวิตที่ดีของตนเอง ซึ่งผู้ศึกษาคิดเห็นว่าควรมี การกำหนดแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานของสถานศึกษาที่ชัดเจน และ สามารถปฏิบัติได้และเกิดประโยชน์ได้จริง 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรทำการวิจัยเพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจของภาคีเครือข่าย รวมทั้งประชาชน ในชุมชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น และควรศึกษาบทบาทพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ตามความคาดหวังของ ประชาชนในชุมชน 2.2 ควรมีการทำการวิจัยเพื่อการศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ในการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่าย รวมทั้งประชาชนในชุมชนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในระดับอำเภอหรือ ระดับตำบล เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น 2.3 ควรทำการวิจัยเพื่อศึกษารูปแบบหรือวิธีการในการให้โอกาสแก่ภาคีเครือข่าย รวมทั้งประชาชนในชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ให้มีระดับการมีส่วนร่วม มากยิ่งขึ้น 2.4 ควรทำการวิจัย เพื่อศึกษาหารูปแบบการสร้างเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ
บรรณานุกรม กมลวรรณ แจ่มยิ่ง และคณะ. (2564). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานของเทศบาล ตำบลพรหมบุรีอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี. วารสารรัชต์ภาคย์, ปีที่ 15 ฉบับที่ 42 กันยายน- ตุลาคม 2564, หน้า 383-397. กรมสุขภาพจิต. (2563). ก้าวย่างของประเทศไทย สู่ “สังคมผู้สูงอายุ” อย่างสมบูรณ์แบบ. ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้าออนไลน์ โพสต์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563. โพสต์โดย Thongpet/kanchana/Maneewan. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ. (2552). แผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545–2564) ฉบับปรับปรุงครั้งที่1 พ.ศ. 2552. พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เทพ เพ็ญวานิสย์. กองสุขศึกษา. (2556). การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ของชุมชน. กรุงเทพฯ : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์. (2550). การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ด้านการบริการจัดหางาน. กรุงเทพฯ: กองแผนงานและสารสนเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน. โกวิทย์ พวงงาม. (2553). การจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: บพิธ การพิมพ์. จรัญญา วงษ์พรหม. (2558). การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ. Veridian E-Journal, Slipakorn University, ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ ปีที่ 8 ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน-ธันวาคม 2558, หน้า 4154. จิราพร ไชยเชนทร์ (2564) การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานีวารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช Vol.13 No.1 January-April 2021, หน้า 204-215. จีรวิทย์ มั่นคงวัฒนะ. (2564). การบริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564, สืบค้นจาก https://www.gotoknow.org/posts/344755. ชมพูนุช พรหมภักดี. (2556). การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย. สำนักวิชาการ สำนักงาน เลขานุการวุฒิสภา. นงลักษณ์ พรหมติงการ และคณะ. (2562). การดูแลผู้สูงอายุในระบบบริการสุขภาพ ตามมุมมอง ของผู้สูงอายุและครอบครัว. วารสาร มฉก.วิชาการ, ปีที่ 23 ฉบับที่ 1 มกราคมมิถุนายน 2562, หน้า 107-119. นรินทร์ชัย พัฒนพงศา. (2546). การมีส่วนร่วม: หลักการพื้นฐาน เทคนิคและกรณีตัวอย่าง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สิริลักษณ์การพิมพ์.
128 นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์. (2550). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชนบท. กรุงเทพฯ: ศักดิ์โสภา. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และถวิลวดี บุรีกุล. (2548). ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Democracy). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า. บังอร ธรรมศิริ. (2549). ครอบครัวกับการดูแลผู้สูงอายุ. วารสารการเวกฉบับนิทรรศการ วันเจ้าฟ้าวิชาการ. คณะวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์. ประยูร อิมิวัตร์, นำขวัญ วงศ์ประทุม, กฤษณะ สมควร และ สมเกียรติตุ่นแก้ว. (2562). แนวทางการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นฐาน. วารสารสันติศึกษา ปริทรรศน์ มจร ปีที่ 7 ฉบับที่ 2 (มีนาคม-เมษายน 2562), หน้า 364-378. ปาริชาติ วลัยเสถียร. (2552). กระบวนการและเทคนิคการทำงานของนักพัฒนา. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. พนม ศรีพิกุล. (2554). การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนตำบล คำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร บัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น” มหาวิทยาลัยขอนแก่น. พระธนพล กนฺตสีโล (เรือนเพ็ชร์). (2561). การส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบล เทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม. ภูเก็ต: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน). (2562). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนใน เขตเทศบาลเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว. สารนิพนธ์นี้หลักสูตรปริญญา รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย. มาริษา รักษากิจ และ มาริสา จันทร์ฉาย. (2564). รูปแบบกิจกรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุ กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเมืองเขารูปช้าง จังหวัดสงขลา. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, จังหวัดสงขลา : มหาวิทยาลัยราชภัฏ สงขลา. มูลนิธิสถาบันวิจัยผู้สูงอายุไทย. (2564). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย 2562 ประวัติศาสตร์ใหม่ จำนวนผู้สูงอายุมากกว่าเด็กเป็นปีแรก. เอกสารรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย 2562, กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยผู้สูงอายุไทย. ลลิลญา ลอยลม. (2545). การเตรียมตัวก่อนเกษียณอายุของผู้สูงอายุในจังหวัดสมุทรปราการ. วิทยานิพนธ์สังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดโครงการสวัสดิการสังคม. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, สมุทรปราการ. วิไลวรรณ ทองเจริญ. (2554). ศาสตร์และศิลป์การพยาบาลผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: โครงการตำรา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
129 ศุภวจี ภาษิตานนท์. (2560). การจัดสวัสดิการสังคมด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุของ กรุงเทพมหานครกรณีศึกษาเขตบางแค. รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (บริหารรัฐกิจและกิจการ สาธารณะ). สาขาวิชาบริหารรัฐกิจและ กิจการสาธารณะ. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สุดารัตน์ สุดสมบูรณ์. (2557). สวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในประเทศไทย. วารสารเทคโนโลยี ภาคใต้7(1), 77-80. สุปรีญา นุ่นเกลี้ยง และ ศิริลักษณ์คัมภิรานนท์. (2562). ศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัด ชายแดนใต้: ศึกษากรณีเทศบาลตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา. รายงานการวิจัย ทุนอุดหนุนการวิจัยจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ปีงบประมาณ 2562. สุทธิพงศ์ บุญผดุง. (2554). การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในท้องถิ่นโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตาม หลักเศรษฐกิจพอเพียง (ระยะที่ 1). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล และคณะ. (2540). “รายงานการวิจัยเรื่องการสร้างแบบวัดความเครียด สวนปรุง”. โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. (2564). ข้อมูลประชากรกลางปี 2564. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564, สืบค้นจาก http://203.157.176.8/giscenter/pop.php. อรนิษฐ์ แสงทองสุข. (2562). การศึกษาคุณภาพชีวติของผู้สูงอายุในประเทศไทย กรณีศึกษาเขต กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี. รายงานการวิจัย ทุนอุดหนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยศรีปทุม ปีการศึกษา 2562. อรพิน ปิยะสกุลเกียรติ. (2561). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุใน ตำบลท่าแค จังหวัดลพบุรี. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก, ปีที่ 36 ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม 2561, หน้า 45-65. อารี พุ่มประไวทย์และจรรยา เสียงเสนาะ. (2560). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาพฤติกรรม การสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการ สาธารณสุขภาคใต้, ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 (2017): ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม 2560, หน้า 160-175. Beadle-Brown, J., Murphy, G., and DiTerlizzi, M. (2009). Quality of Life for the Camber well Cohort. Journal of Applied Research in Intellectual Disabilities. 22(4), 380-390. Changlian, P. (1989). Dictionary of Sociological Terms. Bangkok: Aksorn Charoen Tat.
130 Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Development participation: Concept and measure for project design implementation and evaluation. New York : Cornell University. Cronbach, Lee J. (1970). Essential of Psychological Testing. 5 th ed., New York: Harper and Row Publishers Inc. Flanagan, J.C. 1978. “Flanagan J. C. 1978. “A research approach to improving our quality of life.” American. Psychologist 3, 5: 138-147 Hirunto, U. (2000). Thai Local Government. Bangkok: Odean Store. Hirunwong, P. (1998). A Study of Participation Management in the Primary School under the Office of Udon Thani Provincial Primary Education. (Master of Education, Department of Educational Administration). Khon Kaen University. Jamkrajang, K. (1999). Dissemination of Local Administrative Knowledge Participation of the People in the Local Government. Bangkok: Office of Local Government. Kasemsin, S. (1983). Administration. Bangkok: Thai Wattana Panich. Loei (2561). KM การสร้างเครือข่าย (Networking). สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2561, สืบค้นจาก www.loei.go.th › attachments › article › KM การสร้างเครือข่าย (Networking). Namwat, P. (2001). General Knowledge about Business Administration. (5th ed.). Bangkok: Text and Journal. Padilla, G. V., & Grant, M. M. 1985. “Quality of life as a cancer nursing outcome variable. Advances in Nursing.” Science 8, 1: 45-60. Pawuttinan, S. (1998). Knowledge, Attitude and Participation in Activities in the Management Project. Bangkok: Kasetsart University. Sharma, R.C. (1988). The Meaning of Quality of Life. In R.C. Sharma, editor. Population, Resource, environment and Quality of Life. New Delhi: Dhanpat Rai and Sons Stromberg, M. F. (.1984). “Selection and instrument to measure quality of life.” Oncology Nursing Forum 4, 3: 32-48. Tekhanmag, K. (2010). Principles of Research in Social Science. Lopburi: Thepsatri Rajabhat University.
131 Thongsri, S. (1999). Evaluation Report for the Completion of the Database System Development Project for Rural Development in the Solution of Poverty. Bangkok: Ministry of Interior. Taro Yamane (1973 ). Statistics: An Introductory Analysis. 3 rdEd. New York: Harper and Row Publications. The National Institute of Health of America. (2008). Why Should Parents Use the Phonics Method to Teaching Children How to Read. Retrieved August 21, 2021, from http://www.child-reading-tips.com/why-phonics.html Uwanno, B. (1999). Good Governance in Thai Society. Bangkok: Winyuchon. Watthanasap, W. (2001). The Participation of Citizens in the Decision-making of the Community. Khon Kaen: Siripan Offset. WHO and UNICEF. (1978). Report of the international conference on primary health care. New York : N.P. Press. Zhan, L. (1992). “Quality of life: Conceptual and measurement issue”. Journal of Advanced Nursing 17, 7: 795-800.
ภาคผนวก
133 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
134 แบบสอบถามชุดที่ 1 เรื่อง แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น *********************************************** ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม คำชี้แจง ให้ท่านทำเครื่องหมาย ✓ ในช่อง [......] หน้าข้อมูลที่ตรงกับตัวท่านมากที่สุด 1. เพศ 1.1 [......] ชาย 1.2 [......] หญิง 2. อายุ 2.1 [......] อายุน้อยกว่า 30 ปี 2.2 [......] อายุ 21-50 ปี 2.3 [......] อายุ51 ปี ขึ้นไป 3. ระดับการศึกษา 3.1 [......] ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี 3.2 [......] ระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 3.3 [......] ระดับสูงกว่าปริญญาตรี 4. ประสบการณ์การทำงาน 4.1 [......] ประสบการณ์การทำงาน น้อยกว่า 10 ปี 4.2 [......] ประสบการณ์การทำงาน 11-15 ปี 4.3 [......] ประสบการณ์การทำงาน 16 ปีขึ้นไป ส ำหรับผู้ปฏิบัติงำน/ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
135 ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เป็นคำถามเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยมีกรอบข้อคำถาม 35 ข้อ คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็น หรือสอดคล้องกับความรู้สึกที่ แท้จริงของท่านมากที่สุด ระดับความคิดเห็น จำแนกเป็น 5 ระดับ คือ 5 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นกับข้อนั้น ระดับมากที่สุด 4 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นกับข้อนั้น ระดับมาก 3 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นกับข้อนั้น ระดับปานกลาง 2 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นกับข้อนั้น ระดับน้อย 1 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นกับข้อนั้น ระดับน้อยที่สุด
136 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ระดับความคิดเห็น มากที่สุด(5) มาก(4) ปานกลาง(3) น้อย(2) น้อยที่สุด(1) ด้านการบริหารสถานศึกษา 1. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายและ จุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ปี พ.ศ. 2564 เกี่ยวกับผู้สูงอายุ 2. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชุมหาแนวทางการมีส่วน ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 3. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชุมวางแผนการจัดทำ โครงการ/กิจกรรม เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ให้มีการกำหนดตัวบุคคลของ สถานศึกษาที่รับผิดชอบและประสานกับภาคีเครือข่าย เพื่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างชัดเจน 5. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ให้มีการเขียนแผนการปฏิบัติงาน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 6. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ให้มีการดำเนินงานตามแผนการ ปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 7. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการมอบหมายให้รายงานผลใน การดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ 8. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการติดตามประเมินผลการ ดำเนินงานทั้งด้วยตนเองและมอบหมายตัวแทนออกประเมิน 9. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการประชุมเพื่อประเมินผลการ ดำเนินงานเป็นระยะเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาการดำเนินงาน 10. ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านไผ่ มีการรายงานผลการดำเนินงาน ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำในการปรับปรุงการดำเนินงาน ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย 1. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมประชุมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพื่อเสนอ ข้อมูลต่างๆ และความคิดเห็นที่มีความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ
137 แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ระดับความคิดเห็น มากที่สุด(5) มาก(4) ปานกลาง(3) น้อย(2) น้อยที่สุด(1) 2. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการวางแผน ขั้นตอนการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ 3. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการกำหนดการ ใช้ทรัพยากร แหล่งของทรัพยากรในโครงการ/กิจกรรมการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4. ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ เพราะได้รับ แรงจูงใจ จากการประชาสัมพันธ์แผนดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 5. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการสำรวจข้อมูล ต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ 6. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการให้ความรู้ และช่วยเหลือติดตามเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่สูงอายุ ตามสิทธิของกฎหมาย 7. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการออกแรงใน การกระทำโครงการ/กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุของ กศน. อำเภอบ้านไผ่ 8. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการสนับสนุน ทรัพย์สินเงินทอง หรือมีส่วนร่วมสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ เพื่อใช้ใน การกระทำโครงการ/กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ กศน.อำเภอบ้านไผ่ 9. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ โดยร่วมติดตาม สังเกตการณ์ตรวจสอบแนวทางดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสถานศึกษา 10. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอบ้านไผ่ ในการประเมินผล งานการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ เป็นระยะๆ อย่างเหมาะสม