JAMSAI ประม วาน เอยะ แรก ปู่จื่อชื่อเคอไข่ 7 เE SET เขียน เงินชี แปล
คํานํา St se ครั้งนี้มากกว่ารักลับมาพร้อมนิยายใหม่แกะกล่อง นำพาความน่ารัก ของสาวน้อยนางหนึ่งที่จะมาสั่นคลอนหัวใจนักอ่านทุกท่านค่ะ หลายคน อาจสงสัยว่า กระวานน้อยแรกรัก" คือะไร กระวานนี่มาจากอะไรกันแน่ กระวานนี้มาจาก "วัยโต้วโค่ว ของจีนค่ะ หมายถึงหญิงสาววัยแรกแย้ม เหมือนหน่อ่อนของต้นกระวานที่เพิ่งเริ่มงอกงาม ซึ่งก็คือนางเอกของเรื่องนี้ ที่มีความสดใสร่าเริงนั่นเอง จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่องนี้ค่ะ เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ “หมิงถาน จับได้ว่าคู่หมั้น ของตนนอกใจ แผนเขีย คู่หมั้น ไม่ได้ความทิ้งออกจากสารบบจึงบังเกิดขึ้น กระทั่งนางเตรียมอง หาเป้าหมายบุรุษหนุ่มชั้นยอดคนใหม่ แต่ไม่รู้ ไปทำท่าไหนนางถึงไปต้องตา เจียงซวี่" ท่านอ๋องพูดน้อยผู้ไม่กลัวเกรงใครแม้แต่ฮ่องเต้เข้า แม่นางน้อยผู้ที่จะออกไปไหนต้องสวยดูดีที่สุด มีความเป็นคุณหนู เต็มขั้น จะทนใช้ชีวิตแต่งงานกับุรุษหยาบกระด้างเย็นชาที่รู้จัก กันไม่เท่าไร ได้อย่างไร มาร่วมติดตามกันค่ะว่าหมิงถานจะจัดการกับชีวิตแ่งงาน ของตนเองอย่างไร รับรองได้ว่าความร่าเริงซุกซนของนางจะต้องทำให้ ผู้อ่านอ่านไปยิ้มไปแน่นอนค่ะ ด้วยไมตรีจิต สํานักพิมพ์แจ่มใส ភ
ออเดอ * 13 ลงในบัดดล... ทันใดนั้นราวกับมีลมหนาวยะเยือกพัดเข้ามาที่เฉลียงทางเดินทางเดิน ตรงสวนดอกไม้ฝั่งตะวันออกที่เมื่อครู่นี้ยังมีเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว กลับเงียบสงัด ก็ได้ ในเมืองหลวงไม่มีผู้ใดไม่รู้ ว่าบนถนนชางอวี้มีจวนอยู่เพียงหลังเดียว ผู้ที่อาศัยอยู่ในจวนหลังนั้นไม่ใช่ว่าใครในแคว้นต้าเสี่ยนจะพูดถึง แม่นมทั้งสองซึ่งทีแรกทำเป็นไม่ได้ยินการปะทะฝีปากเหล่านี้ต่างก็ ชะงักฝีเท้าลงอย่างฉับพลัน จากนั้นหันกลับมากล่าวตำหนิเสียงเฉียบ "พูดจาส่งเดชอันใด! ท่านที่ถนนชางอวผู้นั้นพวกเจ้าเอามาพูดเล่นได้หรือ กล้าดีอย่างไรถึงพูดจาเลื่อนเปื้อน โงนเงน เหล่าสาวใช้ตกใจเสียขวัญ พอรู้ว่าตนเองพูดผิดไป แต่ละคนต่างก็ กลั้นหายใจ ศีรษะก้มต่ำจนแทบจะถึงปลายเท้า สาวใช้ที่เอ่ยถึงถนน ชางอเมื่อครู่นี้ยิ่งตกใจจนหน้าซีดเผือด ถาดไม้จันทน์ในมือสั่นจนโอนเอน "มีคนพูดถึงถนนชางอ แม่นมทั้งสองเลยระเบิดโทสะ พอตามไปถึง สวนดอกไม้ฝั่งตะวันออก บ่าวกลัวจะถูกจับได้ เลยไม่กล้าตามต่อเจ้าค่ะ” แม้แต่นิดเดียว ในเรือนเฟิงเหอ เงินฮว่ายืนอยู่ริมหน้าต่างของห้องชั้นใ ฟังบ่าวรับใช้ ประจำตัวรายงานสิ่งที่ไล่ตามไปแอบฟังมา ฟังจบมุมปากของนางก็ยกขึ้น เล็กน้อย ทอดมองไปยังทิศทางของเรือนจ้าวปุย ในก้นบึงดวงตาปรากฏ แววดูถูกหยามเหยียดที่ไม่เข้ากับความนุ่มนวลอ่อนโยนในยามปกติเลย
ออเดอไร่ 15 ครั้นพูดแต่ละอย่างจบแล้วพบว่าไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ เอ้อก็ แอบซ้อนตามองอย่างอดไม่อยู่ "คุณหนู?" ในเสียงของนางมีความระแวด ระวังเพิ่มขึ้นหลายส่วน ซูชินซึ่งปรนนิบัติ ด้านอาหารการกินผักโจ๊กหนึ่งถ้วยวางลงตรงหน้า ของหมิงถานและช่วยเอ่ยเตือนด้วยเช่นกัน "คุณหนู ต้องดูชุดสักหน่อย นะเจ้าคะ" หมิงถานกวาดตามองถาดในมือของลวี่เอ้อแวบหนึ่ง "เอาตัวนี้ก็แล้วกัน ใส่ชุดใดก็เหมือนกันั่นล่ะ" นางเปลี่ยนมาเท้าแก้มด้วยมือีกข้าง ส่วนมือ ที่ว่างก็จับซ้อนกระเบื้องในถ้วยโจ๊กเล่นไปมาอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก นางเพิ่งจะตื่นขึ้นตอนยามห้า บนร่างนางสวมใส่ชุดนอนปักลาย กิ่งดอกสาลี่คลุมทับด้วยผ้าคลุมขนจิ้งจอก่อนุ่ม เกศาดำขลับแผ่สยาย จนถึงเอวราวกับม่าน้ำตก มีเพียงปอยผมปอยหนึ่งที่ตกลงอยู่ข้างแก้ม ซูบผอมอย่างไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รู้ เช่นกันว่านางกำลังคิดอันใดอยู่ ขนตาที่เป็นแพหนาราวกับ ขนอีกาขยับไหวเป็นระยะๆ ประหนึ่งกำลังขานรับต่อเปลวเทียนวูบไหว ที่สะท้อนอยู่บนผิวถ้วยโจ๊ก เห็นแล้วเกิดความสงสารเวทนาคนงามอยู่ เล็กน้อย แต่น่าเสียดาย ยามนี้คนงามกลับกินอันใดไม่ลง แม้ไอร้อนจากโจ๊ก จางหายไปจนหมดสิ้นแต่อาหารก็ยังไม่พร่องลงไปสักเท่าไร เมื่อเห็นางมีท่าทีเช่นี้ ซูซินที่พูดน้อยมาแต่ไหนแต่ไรก็อดเกลี้ยกล่อม มิได้ "โจ๊กช่วยบำรุงกระเพาะ คุณหนูกินสักหน่อยเถิด วันี้ท่านยังต้อง เข้าวังอีกนะเจ้าคะ" งานเลี้ยงในวังมีกฎระเบียบมากมาย ไม่ผ่อนคลายสบายใจเท่ากับ
ออเดอไร่ 2 17 ไร้ไอร้อนี้เย็นเฉียบจากลำคอไปจนถึงก้นบึ้ง ของหัวใจ "ไม่กินแล้ว" นางว้าวุ่น ใจ วางซ้อนกระเบื้องล จากนั้นลุกขึ้นเดิน เข้าไปยังห้องชั้นใ ซูชินจ้องมองแผ่นหลังของหมิงถานแล้วถอนหายใจออกมามิได้เอ่ย โน้มน้าวอันใดอีก นางสั่งให้พวกสาวใช้ยกอาหารเช้าบนโต๊ะที่แทบจะไม่ได้ ถูกแตะต้องออกไป "หลายวันมานี้คุณหนูเป็นอะไรไป ถ้าไม่ชอบใจที่สาวใช้พวกนั้น พูดจาไม่น่าฟังลับหลังก็รายงานฮูหยินให้ขับไล่ออกไปเสียก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นต้องถึงขนาดแม้แต่เสื้อผ้า อาภรณ์ก็ยังไม่ยอมดูเลยนี่ คุณหนูของพวกนางให้ความสำคัญกับการแต่งเนื้อแต่งตัวเป็นที่สุด ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกจะต้องละเอียดประณีตั้งแต่ เส้นผมไปจนถึง ลวดลายที่พื้นรองเท้า จึงไม่แปลกที่สวีเอ้อจะเคลือบแคลงสงสัยจนต้อง ขยับเข้าไปใกล้ซินแล้วกระซิบกระซาบเสียงเบา ซูชินเองก็ไม่รู้ เช่นเดียวกัน “เมื่อคืนตอนข้าเฝ้ายมก็ลองถามแล้ว แต่คุณหนูไม่พูด บางทีอาจจะอยากอยู่เงียบๆ ก็เป็นได้ เอาล่ะ ข้าไป ต้มโจ๊กไก่ฉีกที่ห้องครัวก่อน อย่างไรก็ต้องให้คุณหนูกินอาหารรองท้อง ก่อนเข้าวัง เจ้าเองก็อย่าไปรบกวนคุณหนูเล่า ซูชิ้นอายุมากกว่าเล็กน้อย ทั้งยังสุขุมละเอียดอ่อน ได้รับความ ไว้วางใจจากหมิงถานมากที่สุด เอ้อเบ้ปากไม่กล้าเอ่ยโต้ตอบ ทำได้เพียง บิดฟูผ้าไหมที่ข้างเอวพลางมองส่งซูซินเดินออกจากประตูไป ทว่าพอเงาร่างของซินหายลับไปนอกประตูบุปผาคล้อยแล้ว นาง ก็หันกายกลับทันที เดินเข้าไปในห้องชั้นในด้วยฝีเท้าแผ่วเบา ห้องชั้นในของเรือนจ้าวฮุยประดับตกแต่งอย่างหรูหราบรรจง ตั้งแต่
18 - กระวานน้อยแรกรัก 1 ตั้งกับเตียงฉลุลายไปจนถึงตะขอเกี่ยวผ้าม่านสีขาวเงิน แต่ละอย่างล้วน มีที่มาที่ไปสลับซับซ้อน กำยานหอมในแต่ละฤดูแต่ละสภาพอากาศก็ล้วน พิถีพิถัน เช่นเดียวกัน วันี้ภายในห้องจุดกำยานกลิ่นดอกสาลี่หอมอ่อนๆ บางเบาคล้ายมี คล้ายไม่มี กลิ่นหอมหวานสดชื่นและเย็นิดๆ หมิงถานนั่งอยู่หน้าโต๊ะ เครื่องประทินโฉม ยังคงเอามือเท้าศีรษะ ท่าทางเกียจคร้าน ไม่มีแก่ใจ ทำสิ่งใด "คุณหนู บ่าวหวีผมให้ท่านต่อนะเจ้าคะ" เอ้อขยับเข้าไปใกล้ๆ เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง หมิงถานมิได้ส่งเสียงตอบลเอ้อจึงถือว่านั่นเป็นการตอบรับกลายๆ นางหยิบหวีขึ้นมาพลางสางผมให้หมิงถาน แล้วเอ่ยขึ้นโดยคิดไปเอง ว่าจะช่วยให้หมิงถานสบายใจขึ้น "คุณหนูกำลังกลุ้มใจว่าวันี้คุณหนู ญาติผู้พี่ก็จะเข้าวังเหมือนกันหรือเจ้าคะวางใจเถิดเจ้าค่ะคุณหนู ท่านผู้นั้น มีฐานะอันใดกัน จะมาต้องตาต้องใจคุณหนูญาติผู้พี่ได้อย่างไร ต่อให้ ถูกใจริงๆ แต่ด้วยฐานะของคุณหนูญาติผู้พี่แล้วก็พอจะเป็นได้แค่ชายารอง เท่านั้น จะมาเทียบกับท่านได้อย่างไรต่อไปคุณหนูจะได้เป็นฮูหยินชื่ออ แห่งจวนสิ่งนิ้วกงตัวจริงเสียงจริงเชียวนะเจ้าคะ "..." หมิงถานไร้คำพูด "อีกอย่างซื่อสื่อขงพวกเรารูปโฉมงามสง่า ความสามารถโดดเด่น ทั่วทั้งเมืองหลวงมีใครบ้างไม่อิจฉาคู่กิ่งทองใบหยกอย่างท่านกับชื่อจื่เล่า เจ้าคะ!" ประโยคนี้ลเอ้อกดเสียงเบาอย่างที่สุด ทว่าน้ำเสียง ปลาบปลื้ม * ชื่อจื่อ คือตำแหน่งทายาทผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ อ๋อง ทายาทผู้ครองแคว้น หรือทายาทของเจ้าเมือง มักเป็น บุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก
ออเดอไร่ 2 19 ปีตินั้นหมิงถานฟังแล้วเสียดแทงแก้วหูยิ่ง ใครเป็นคู่กิ่งทองใบหยกกับคนไร้ยางอายผู้นั้นกันเขาคู่ควรเสียที่ไหน! นางกลัว่าหากเด็กสาวผู้นี้ยังพูดต่อไปอีกสักสองประโยคตนเอง คงจะโมโหจนกระอักเลือดออกมา นางจึงหลับตาลง ยกมือบอกให้หยุด "เอาคันฉ่องมาให้ข้า ลวี่เอ้อไม่รู้ ว่าตนเองพูดอันใดผิดไป แต่โชคดีที่สมองทำงานไว นางรีบไปหยิบคันฉ่องเล็กมา ซ้ำยังเปลี่ยนเรื่องพูดอย่างรู้ประสา ยืนเอ่ย ชื่นชมรูปโฉมอันงดงามสะคราญตาจนทำให้ปักษีตกนภา มัจฉาจมวารี ของหมิงถานอยู่อีกด้านหนึ่ง หมิงถานพิศมองคนในคันฉ่องย่างละเอียดลออ ไม่ได้เอ่ยตอบ ทว่า จากมุมปากที่คอยๆ ยกยิ้มขึ้นนั้น สามารถมองออกได้ไม่ยากว่านางปักใจเชื่อ ตามคำชมเชยของสวีเอ้อจริงๆ เด็กสาวอย่างเอ้อพฤติกรรมคำพูดคำจาไม่อยู่ในกรอบ ยัง มักจะพูดแทงใจดำนางอยู่บ่อยครั้ง แต่มีคำพูดหนึ่งที่เอ้อกล่าวได้ถูกต้อง เมื่อเห็นดวงหน้านี้ ต่อให้มีแต่ข้าวเปล่าก็ยังกินข้าวได้หลายถ้วย หมิงถานถือคันฉ่องส่องตนเองอยู่ครึ่งเค่อ เพลิงโทสะที่สูงเทียมฟ้า ของนางก็ค่อยๆ สงบลงอย่างไม่มีสาเหตุ ในสมองเหลือแค่ความคิดเดียว เท่านั้น ...ไฉนข้าถึงได้งดงามเพียงนี้หนอ อารมณ์ดีๆ จากการถูกชื่นชมรูปโฉมอันงามงดเฉิดฉันของหมิงถาน *มาจาก "มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง" คำกล่าวที่ใช้ชื่นชมความงาม ของยอดหญิงามของจีน ได้แก่ ซื้อ หวังเจาจวิน เที่ยวฉาน และหยางกุ้ยเฟย หมายถึงามชวนตะลึงจน เหล่าปลาจมลงไปในลำธาร เหล่านกร่วงหล่นจากท้องฟ้า ดวงจันทร์เขินอายจนต้องหลบเร้น หมู่มวลดอกไม้ หุบกลีบลง ** เค่อ เป็นหน่วยนับเวลาของจีนในสมัยโบราณ เท่ากับ 15 นาที
20 กระดานน้อยแรกรัก 1 คงอยู่ตอไปจนกระทั่งออกจากจวนเดินทางเข้าวังหลวงยนนั้น ยังนอกประตูชั้นสอง รถม้าถูกเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว ยามหมิงถ่าน ประคองเตาอุ่นมือปรากฏตัวขึ้นอย่างนวยนาด เผยชื่อ ฮูหยินท่านโหวกับ เงินฮว่าคุณหนูญาติผู้พี่ก็ได้นั่งตัวตรงรออยู่ในรถม้าก่อนแล้ว ครั้นเห็นหมิงถานปลดชุดคลุมออก ก้มศีรษะมุดตัวเข้าไปในรถม้า ในดวงตาของเผยชื่อปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ "อาถาน รีบขึ้นมาส เมื่อหมิงถานนั่งมั่นคงดีแล้ว เผยชื่อก็เอ่ยเป็นห่วงเป็นใยขึ้นอีกครา ด้วยน้ำเสียง นุ่มนวล “ไฉนถึงถอดชุดคลุมออกเล่า วันี้อากาศหนาวเย็น ระวังจะจับไข้เอา" "ในรถม้าอบอุ่น หากไม่ถอดตอนนี้ ประเดี๋ยวตัวเปียกเหงื่อลงจาก รถม้าคงจะหนาวแย่” หมิงถานยิ้มตาหยี กุมือของเผยชื่อกลับอย่าง เฉลียวฉลาด “ปล่อยให้ท่านแม่ต้องรอนาน เป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ เผยชื่อถลึงตาใส่นางเบาๆ แวบหนึ่ง "ผิดไม่ผิดอันใดกัน วันี้เป็น วันเทศกาลซึ่งหยวน อย่าเอ่ยคำพูดเช่นี้สิ! "เจ้าค่ะ ลูกรู้ตัว แล้ว่าผิด..." หมิงถานอิงแอบในอ้อมอกของเผยชื่อ ยังลากเสียงยาวเป็นการออดอ้อน เผยชื่อจิ้มหน้าผากบุตรสาวด้วยความระอาใจ “เจ้านี่นะ ทะเล้นจน เคยตัว!" เงินฮว่าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นภาพเหตุการณ์ฉากนี้เข้า จึงปิดปาก พร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ “ท่านป้าสะใภ้กับญาติผู้น้องสองแม่ลูกรักใคร่ ลึกซึ้ง ทำให้อาฮว่าอิจฉาตาร้อนจริงๆ เผยชื่อมงเงินฮว่ายิ้มๆ แวบหนึ่งอย่างห้ามไม่อยู่ * ธรรมเนียมการเรียกขานสตรีที่แต่งงานแล้วของจีนจะใช้คำว่า "ชื่อ" (แปลว่านามสกุล) ต่อท้ายนามสกุลเดิม ของสตรี บางครั้งอาจเพิ่มนามสกุลของสามีไว้หน้าสุดเพื่อระบุให้ชัดเจนก็มี
22 กระดานน้อยแรกรัก 1 คำนินทาเหล่านั้นเล่าลือกันไปอย่างเกินจริง แต่นางก็ไม่กล้ามั่นใจ ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้เลยแม้เพียงเศษเสี้ยว เพราะอย่างไรท่านที่อยู่ตรงถนนชางอวผู้นั้นก็รบทัพจับศึกอยู่ข้างนอก มานานปี คงจะไม่ได้เห็นหญิงามมากมายนัก มิหนำซ้ำ พวกนักรบที่ไม่รู้ หนังสือหนังหาเช่นี้มักจะชอบเอาตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนมีวิชาความรู้ อยากจะรับสตรีมากความสามารถเป็นภรรยาให้เต็มจวนเพื่อพิสูจน์ ให้ ผู้อื่นเห็นว่าตนเองมิใช่คนกักขฬะ...บิดาของนางก็คือตัวอย่างที่ชัดเจน ที่สุด เขาไปปฏิบัติ หน้าที่ ต่างเมืองก็ยังไม่ลืมพาหลิ่วเหนียง ไปขับขาน โคลงกลอนเคียงคู่ด้วย ถ้าหากเงินฮว่าได้ไปอยู่ที่ถนนชางอยกระดับฐานะจนสูงส่ง ส่วน งานแต่งงานของนางกลับต้องพังทลายไม่เป็นท่าเพราะถูกคู่หมั้น หกหลัง เช่นั้นคุณหนูสกุลหมิงอย่างนางจะไม่กลายเป็นเรื่องน่าตลกขบขันที่สุด ของเมืองหลวงอย่างนั้นหรือ ตอนนี้ยังไม่ทันไรสาวใช้ชั้นล่างพวกนั้นก็ปั้นเสริมเติมแต่งเรื่องกันเอง เช่นี้แล้ว ถ้าเรื่องนี้กลายเป็นจริงขึ้นมา หากนางไม่โกนผมออกบวชเป็น น่ากลัว่าในเมืองหลวงแห่งนี้คงจะไม่มีท่ยืนให้อาถานแห่งสกุลหนึ่ง อย่างนางแล้ว! เสียงรถม้าเคลื่อนดังอื้ออึงยู่ข้างหู หมิงถานยิ่งคิดก็ยิ่งฉุนเฉียว ในอกยังถึงกับอึดอัดกลัดกลุ้ม ยามรถม้าหยุด ลึก" ลงตรงนอกประตูเซวียน นางก็ยังคงจมดิ่งอยู่กับอารมณ์หงุดหงิดใจอย่างยากจะถอนตัวออกมาได้ ยามสตรีในครอบครัวของเหล่าขุนนางเดินทางเข้าวัง รถม้าและ บ่าวรับใช้ล้วนไม่สามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ เผยชื่อยื่นแสดงป้าย * อีเหนียง เป็นคำเรียกอนุภรรยา
24 กระวานน้อยแรกรัก 1 หากถูกใจคุณหนูสกุลใดก็บอกกับเรา ขอแค่ชาติตระกูลผุดผ่อง ประพฤติตน ดีงาม เราจะมอบสมรสพระราชทานให้เจ้าแน่นอน ตั้งแต่ เข้ามาในห้องอุ่น ฮ่องเต้เฉิงดังก็เอาแต่พูดจาเรื่อยเปื่อย พูด ตั้งแต่ การศึกที่ดิน แดทางเหนือไปจนถึงชัยชนะที่ตงโจว สุดท้ายก็ เบนหัวข้อสนทนามาอยู่ที่เรื่องการแต่งงาน อย่างคิดเอาเองว่าดูลื่นไหล เป็นธรรมชาติแล้ว ขณะที่ฮ่องเต้เฉิงดังกำลังคิดว่าจะเพิ่มเสริมอันใดเข้าไปอีกสักหน่อย จางฮองเฮาซึ่งยืนอยู่อีกด้านก็ปิดปากระแอมกระไอเบาๆ ทอดมอง ออกไปนอกหน้าต่างพลางเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า "สตรีกลุ่มนี้ แม่นางน้อยที่สวมชุดคลุมสีขาวเงินทางด้านซ้าย หม่อมฉัน คิดว่ารู้กฎระเบียบไม่เลวเลยเพคะ" ฮ่องเต้เฉิงคงถูกขัดจังหวะ จึงหรี่ตาลงอย่างไม่รู้ ตัว จากนั้นก็มอง ออกไปยังนอกหน้าต่าง ครู่หนึ่งผ่านไปก็พยักหน้าเล็กน้อย "ฮองเฮา สายตามองคนไม่เลว" พระองค์กำชับสั่งขันทีว่า "ไปสืบมาว่าเป็นคุณหนู สกุลใด "พ่ะย่ะค่ะ " วันที่ขานรับัญชา ก่อนจะโค้งกายแล้วเดินถอยออกไป ฮ่องเต้เฉิงกังหันหน้ากลับมาอีกครา มองไปยังบุรุษชุดำที่อยู่ ข้างกาย "อาซ เจ้าเองก็มาดูสักแวบหนึ่ง ในเมื่อจะเลือกชายาให้เจ้า ก็ต้องเลือกที่เจ้าพึงใจถึงจะถูก ลมเย็นยะเยือกเจือด้วยเกล็ดหิมะพัดโชยผ่านหน้าต่างเข้ามาขานรับ กับเสียงที่ยังไม่ทันจะสิ้นคำนี้ ชุดผ้าดิ้นสีดำซึ่งปักลวดลายงูใหญ่ถูกลมพัด จนชายชุด้านหนึ่งปลิวขึ้นมา คนผู้นั้นยืนเอามือไพล่หลังอยู่ตรงริมหน้าต่าง หลุบตากวาดมองแวบหนึ่ง แล้วก็เป็นสายตาออกอย่างไร้อารมณ์
ออเดอไร่ 25 บอกว่าแวบหนึ่งก็แวบหนึ่งจริงๆ! ฮ่องเต้เฉิงทั้งหมดถ้อยคำจะเอื้อนเอ่ยไปพักใหญ่ โชคดีที่พระองค์เคยชินกับท่าทางไม่สนใจไยดีของคนข้างๆ มานาน แล้ว จึงไม่ได้รู้สึก ว่าเป็นการเสียมารยาทแต่อย่างใด เพียงแต่พระองค์ก็ มิได้เอ่ยปากพูดคุยกับคนผู้นี้อีกเป็นการชั่วคราว ขณะรอคอยให้วันที นำความมารายงานอยู่นั้น ก็หันไปพูดคุยเสียงเบากับจางฮองเฮาด้วย ในช่วงเวลาระหว่างนี้จางฮองเฮามองสำรวจแผ่นหลังของหมิงถาน ในใจยิ่งพึงพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ แม่นางน้อยเหล่านี้ส่วนมากล้วนเพิ่งจะเคยเข้าวังหลวงเป็นครั้งแรก ถึงแม้ยามอยู่ในบ้านจะได้รับการสั่งสอนกฎระเบียบมาเป็นอย่างดี แต่ น้อยคนนักที่จะไม่หวาดหวั่นต่อความน่าเกรงของวังหลวง เมื่อในใจ มีความหวาดกลัว มือเท้าก็จะหวาดกลัวไปด้วย ลมหายใจติดขัดกระชั้น เท่าที่สังเกตดูหญิงสาวมามากมายจนถึงตอนนี้ มีเพียงแม่นาง ตรงหน้าผู้นี้ที่อากัปกิริยา ภูมิฐานที่สุด ทุการกระทำทุการเคลื่อนไหว ล้วนเยือกเย็นสง่างาม ช่างดงามเพลิดเพลินสายตายิ่ง ไม่นานนักขันทีก็กลับมาที่ห้องอุ่น โค้งกายคำนับแล้วเอ่ยตอบว่า "กราบทูลฝ่าบาท กราบทูลฮองเฮา คนกลุ่มนี้คือฮูหยินจิ้งอันโหว คุณหนู จวนจิ้งอันโหว ยังมีน้องสาวของแม่ทัพน้อยเป็นที่มาขออาศัยอยู่กับ จวนจิ้งอันโหวพ่ะย่ะค่ะ " "น้องสาวของเงินอ?" ฮ่องเต้เฉิงดังเลิกคิ้ว ขันที่รีบเอ่ยตอบ “น้องสาวของแม่ทัพน้อยเงินอคือคนที่สวมชุดคลุม ที่ถักจากผ้าแพรสีทอง ส่วนคนที่ฮองเฮาตรัสถามคือคุณหนูแห่งจวน จิ้งอันโหวพ่ะย่ะค่ะ "
26 กระวานน้อยแรกรัก 1 จวนจิ้งอันโหว ฐานะวงศ์ตระกูลถือว่าเหมาะสมคู่ควร จางฮองเฮา กำลังคิดถึงตรงนี้ วันทีก็เอ่ยเสริมขึ้นมาว่า "คุณหนูสี่จวนจิ้งอันโหวได้ หมั้นหมายกับชื่อชื่อขงสิ่งทั่วกงแล้วพ่ะย่ะค่ะ "หมั้นหมายแล้ว?" จางฮองเฮาชะงักไปชั่วครู่ "นี่ชาง..." จวนสิ่งทั่วกงเป็นผู้สูงศักดิ์ ตระกูลเก่าแก่ นางเองก็ไม่กล้าเปล่ง คำว่า "เสียดาย สองพยางค์นี้ออกมา ทว่าบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความ เสียอกเสียดาย ฮ่องเต้เฉิงดังกล่าว่า “ในเมื่อมีคู่หมั้น แลว ก็ไม่ควรจะไปทำลาย วาสนาของผู้อื่น" ถ้อยคำของพระองค์แม้แฝงด้วยความเสียดาย ทว่าในใจหาได้คิด เช่นั้น พอได้ยินคำว่า "จวนจิ้งอันโหว ก็คัดชื่อคุณหนูแห่งจวนโหวผู้นี้ออก ทันที พระองค์ชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยังชี้ไปที่แผ่นหลังเลือนราง ซึ่งเดินห่างไกลลิบออกไปแล้ว "เราว่าน้องสาวของเสนอก็ไม่เลวเหมือนกัน ถึงแม้สกุลเงินจะมีฐานะต่ำต้อย ไปเสียหน่อย แต่ก็ยังพอจะให้เป็นชายารอง ได้" จางฮองเฮาไม่มีความสนใจต่อการเลือกอนุภรรยาจึงหลุบตาพลาง จัดแขนเสื้อให้เรียบร้อย มิได้ส่งเสียงขานรับ ฮ่องเต้เฉิงกังหันกลับมาเอ่ยถามอีกครั้ง "อาซ เจ้าคิดว่าอย่างไรบ้าง เจ้าเองก็ให้ความสำคัญกับเงินออยู่พอสมควรเลยมิใช่หรือ "ไม่คิดอย่างไร ถ้าฝ่าบาททรงดำริว่าไม่เลว ก็ทรงรับเข้าตำหนักในสิ พ่ะย่ะค่ะ " สุ่มเสียงไม่ดังไม่เบา แต่ฟังออกได้ว่าข่มกลั้นความรำคาญใจจางๆ
28 - กระวานน้อยแรกรัก 1 ยามนี้ภายในตำหนักฉางหมิงมีคนมากมายแต่กลับเงียบสงบยิ่ง หลังจากหมิงถานนั่งประจำที่ นางก็กวาดตามองไปยังตำแหน่งจวน สิ่งทั่วกงที่อยู่ด้านหน้าคล้ายมิได้ตั้งใจมอง ไม่มองก็แล้วไป แต่พอมองเสร็จ ในใจนางก็บังเกิดโทสะอย่างไม่มี สาเหตุขึ้นมาอีกครั้ง นี่จวนสิ่งยั่วกงคิดว่าไม่มีผู้ใดรู้เรื่องฉาวโฉ่ของพวกเขา หรือว่า พวกเขาไม่เห็นอาถานแห่งสกุลหมิงอย่างนางอยู่ในสายตากันแน่ ถึงได้ พาญาติผู้นองที่แอบมีสัมพันธ์ ลับๆ กับคู่หมั้น นางมาร่วมงานด้วยอย่าง เปิดเผยเช่นี้! พวกนางคิดว่านี่เป็นงานเช่นใดกัน หรือคิดอยากจะพาคน มาปรากฏตัวต่อหน้านงให้คุ้นห้าคุ้นตาเอาไว้ต่อไปจะได้ร่วมปรนนิบัติ สามีคนเดียวกันอย่างสามัคคีกลมเกลียวอย่างนั้นหรือ เผยชื่อสังเกตเห็นว่าสายตาของหมิงถานมีบางอย่างแปลกๆ จึง เอ่ยเรียกเบาๆ "อาถ่าน เป็นอะไรไปหรือ เผยชื่อยังไม่รู้ เรื่องที่จวนสิ่งทั่วกงปิดบังอยู่ หมิงถานจึงเก็บสายตา กลับมายืนส่งเสียงตอบไปว่า "ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ" แล้วก็พยายามสะกดกลั้น เพลิงโทสะในหัวใจของตนเองเอาไว้ นั่งอย่างสุภาพตัวตรงตามระเบียบ ไม่หันไปมองอีกแม้แต่แวบเดียว เมื่อแรกจวนสิ่งทั่วกงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นถึงสายตาของหมิงถาน แต่ยามนี้พอเห็นว่าสตรีจวนจิ้งอันโหวมาถึงกันแล้ว จึงอดมองสังเกตดู จากไกลๆ มิได้ ฮูหยินสิ่งยั่วกงเองก็ลอบมองด้วยเช่นกัน มองไปพลางภาคภูมิใจ ไปพลาง อาถานแห่งสกุลหนึ่งมีชื่อเสียง ดีงามเป็นเลิศในหมู่คุณหนูในเมืองหลวง
30 กระวานน้อยแรกรัก 1 ดูเหมือนแฝงแววขบขันอยู่สามส่วน "เชิญทุกคนเข้าวังมาร่วมเทศกาล ซึ่งหยวนวันี้ ก็แค่อยากจะให้มาสนุกสนานกัน ทุกคนนั่งลเถิด ไม่ต้อง เคร่งพิธีการ ถึงแม้จะกล่าวเช่นี้ แต่คนที่กล้านั่งลไปเต็มก้นโดยไม่เคร่งพิธีการ จริงๆ กลับไม่มีใครสามารถมีชีวิตออกไปจากตำหนักฉางหมิงแห่งนี้ได้ ทุกคนยอบกายคารวะอย่างพร้อมเพรียงพร้อมขานตอบว่า "เพคะ" แล้ว ถึงค่อยนั่งลงอย่างสุภาพเรียบร้อย แต่ไรมาลำดับขั้นตอนของงานเลี้ยงในวังนั้นซับซ้อนยิบย่อย แม้ว่า จางฮองเฮาจะลดพิธีการที่ไม่จำเป็นไปบ้างแล้วบางส่วน แต่กว่าจะดำเนิน แต่ละขั้นตอนเสร็จสิ้นอาหารรสเลิศที่เตรียมไว้แบ่งให้ทุกคนกินก็เย็นชืดสนิท หมดแล้ว สตรีสูงศักดิ์ ทั้งหลายต่างก็กินคนละคำสองคำพอเป็นพิธี คอยรักษา ท่วงท่าภูมิฐานสง่างามเอาไว้อยู่ตลอดเวลา ภายในตำหนักมีเสียงเครื่องดนตรี ขับขานบรรเลง นางเริงระบำ อ่อนช้อยงามงด ราชนิกุลหญิงที่อยู่ด้านหน้าพูดคุยบอกเล่าเรื่องสนุกๆ ในเมืองหลวงให้จางฮองเฮาฟังเป็นระยะๆ บางครั้งก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านหลัง บรรยากาศถือว่าผ่อนคลายสำราญใจยิ่ง พองานเลี้ยงดำเนินมาถึงครึ่งทาง วันทีก็เดินมาถ่ายทอดคำพูดที่ ข้างกายจางฮองเฮาอย่างรีบร้อนไม่รู้ เช่นกันว่านำความเรื่องใดมากราบทูล หลังจากจางฮองเฮากำชับสั่งสองสามประโยคก็มีคนจัดที่นั่ง ตรงตำแหน่ง ประธานเพิ่มอีกสองที่อย่างคล่องแคล่วว่องไว แม้ทุกคนจะไม่ได้หันไปมองตรงๆ แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีแก่ใจว่าในที่สุด งานเลี้ยงที่กินอาหารไม่รู้สนี้ก็กำลังจะเข้าสู่ชวงสำคัญเสียที
32 - กระวานน้อยแรกรัก 1 ต้องอ้อมค้อมไม่โผงผาง แต่คิดไม่ถึงว่าการแสดงออกในวังหลวงกลับต้อง อ้อมค้อมวกวนยิ่งกว่าแปดสิบเอ็ดตลบ ทั้งที่เป็นการดูตัวพระชายาแท้ๆ แต่ก็ยังจะอ้างว่าเป็นการฉลองชื่นชมอันใดนั้น นางนั่งอยู่หางไกลยิ่ง กอปรกับไม่สามารถจ้องมองพระพักตร์ตรงๆ ได้ หางตานางจึงเหลือบเห็นคนทั้งสามซึ่งอยู่บนตำแหน่งประธานเป็นเพียง ก้อนสีพร่ามัวเท่านั้น ขณะที่นางกำลังคิดว่าตั้งเป่ยอ๋องผู้นี้เป็นใบ้ใช่หรือไม่ ผู้คนสรรเสริญ คารวะสุราให้เช่นี้กลับไม่พูดไม่จาเลยสักคำ ทันใดนั้นเสียงสตรีอ่อนหวาน หยดย้อยอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ทันตั้งตัว "ได้ยิน มานานแล้ว่าท่านอ๋องอายุเพียงแค่วัยรวบผม” ก็นำกำลังทหารชั้นยอด สามพันายต้านชนเผ่าป่าเถื่อน ทางเหนือสามหมื่นนายได้สร้างคุณูปการ ใหญ่หลวงให้แก่แคว้นต้าเสียน หม่อมฉันนับถือชื่นชมท่านอ๋องมา หลายปีแล้ว วันี้ได้พบเจอตัวจริง นับว่าเป็นโชคดีอย่างสูง หม่อมฉัน ขอถวายบทเพลง 'เมฆาเหนือธารา" แก่ท่านอ๋อง..." เป็นบุตรสาวคนรองในภรรยาเอกของเฉิงเป็นโหว จิ๋วโหรว จวนเฉิงเป็นโหวไม่กลัวผู้คนครหามาแต่ไหนแต่ไร ก่อนหน้านี้ก็มี บุตรสาวคนโตในภรรยาเอกอย่างอกุ้ยเฟยที่ถูกข้าหลวงตรวจการตำหนิ กล่าวโทษกลางท้องพระโรงว่าเป็นางมารจิ้งจอกใช้มารยายั่วยวนฮ่องเต้ บัดนี้ ยังจ้องจะเอาตำแหน่งพระชายาของจวนติ้งเปียอ๋องอีก ครั้นกล่าวคำชื่นชมนับถือจบ เครื่องดนตรี ก็ถูกตระเตรียมเสร็จสรรพ กู้จิ๋วโหรวยิ้มพริ้มเพราพลางก้มย่อกายคารวะ สุดท้ายก็กล่าวอย่าง ถ่อมตัวว่า "หม่อมฉันมิได้เก่งกล้าสามารถ จำต้องแสดงความไม่น่าดูชม * วัยรวบผม หมายถึงอายุ 15 ปี ก่อนสมัยราชวงศ์ชิง เด็กชายชาวฮั่นทุกคนเมื่ออายุครบ 15 ปีจะต้องรวบผม เกล้าขึ้น
34 กระวานน้อยแรกรัก 1 ตอนออกจากวังมายังไม่ถึงปลายยามโหย่ว” เลยด้วยซ้ำ ท้องนภา ยังไม่มืดี ถนนหลวงเพิ่งจะเริ่มจุดโคมไฟเท่านั้น หมิงถานเหยียบแท่นรองเตรียมตัวจะขึ้นรถม้า ทันใดนั้นก็ได้ยิน คนตะโกนเรียกจากด้านหลัง "อาถาน!" นางหันหน้ากลับไปเมื่อเห็นผู้มาเยือนชัดเจนก็อดคลี่ยิ้มออกมามิได้ ไปหมุนหมิ่นตะโกนเรียกเสร็จแล้วเริ่มคิดจะเดินเข้าไปหาทันที แต่ ครั้นปะทะเข้ากับภาพหมิงถานหันกลับมาแย้มยิ้มอย่างเผลอไผล แสงโคมไฟ เจิดจ้าที่กำลังสว่างไสวดวงแล้วดวงเล่าอยู่ด้านหลังดูคล้ายกลับหมื่นแสงลง ในฉับพลัน ฟันขาวสะอาดดวงตาใสกระจ่างประดุจดังสายน้ำยามสารทฤดูที่ ส่องประกายวาวระยับ เรียวคิ้วบางๆ ริมฝีปากยกโค้งเสมือนจันทราดารา ดารดาษ คนงามก็เป็นเช่นี้ละหนอ ไปหมุนหมิ่นจ้องมองจนเหม่อลอยอยู่กับที่ครู่หนึ่ง สุดท้ายต้องให้ บ่าวรับใช้ประจํากายสะกิดเตือนถึงได้สติกลับคืนมา ไปหมุนหมิ่นเป็นบุตรสาวคนโตของภรรยาเอกบ้านใหญ่จวนทางกั๋วกง เป็นญาติผู้พี่ของหมิงถาน เนื่องจากอายุอานามใกล้เคียงกัน ใกล้ชิดสนิทสนม กันมาตั้งแต่ วัยเยาว์ ทั้งสองจึงเป็นสหายสนิที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่ เด็ก จนโต ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่ตำหนักฉางหมิง ที่นั่ง ของจวนซางทั่วกงกับจวน จิ้งอันโหวอยู่ในแถวซ้ายเหมือนกัน ทั้งสองคนจึงไม่ได้เห็นหน้ากันตรงๆ ยามนี้พอออกจากวัง ไป๋หลินหมิ่นจึงรีบมาตามหาอย่างไม่รอช้า นางเดินเข้ามาดึงตัวหมิงถานเอาไว้อย่างสนิทชิดเชื้อ จากนั้นก็ ยามโหย่ว คือช่วงเวลา 17.00 น. ถึง 19.00 น.
38 - กระวานน้อยแรกรัก 1 นางต้องร้องไห้สะอึกสะอื้น อีก” ครั้นแล้วก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมดทันที เมื่อเทียบกับการแต่งตัวฉูดฉาดหรูหราของจางไหวอและไอดุดัน ที่แผ่ซ่านของถึงแล้ว ซูจิ้งหรานในชุดผ้าดิ้นปักลายเมฆาสีขาวนวลกลับ ดูมีความสุภาพภูมิฐานราวกับชายหนุ่มรูปงามผู้สูงส่งท่ามกลางโลกหล้า อันโกลาหลวุ่นวายมากกว่า ซูจิ้งหรานหมุนแหวนน้าว" ในมือไปมา ต่อมาก็ส่ายศีรษะพลางเอ่ย พร้อมรอยยิ้มว่า “จริงๆ แล้วการฉีกหน้าผู้อื่นเป็นเรื่องเล็ก เพียงแต่ พฤติกรรมเช่นี้ เกรงว่าไม่ถึงวันพรุ่งนี้ ข่าวลือที่ว่าตั้งเป่ยอ๋องโอหังวางโต ไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตาคงจะแพร่กระจายไปทั่วทุกซอกตรอกให้ทุกคน ล่วงรู้ กันหมด พอถึงตอนนั้นหากอยากจะหาคู่ครองดีๆ ขึ้นมา เกรงว่า คุณหนูในเมืองหลวงคง..." วาจานี้ยังไม่ทันสิ้น ด้านอกก็มีเสียง "แอ๊ด" ดังขึ้นเบาๆ เสียงแว่วๆ ของเด็กรับใช้ก็ดังตามขึ้นมาเช่นกันว่า "คุณหนูทั้งสองท่าน เชิญด้านใน ขอรับ" ดูเหมือนจะมีคนเข้ามาที่ห้องพิเศษข้างๆ ซูจิ้งหรานหยุดคำพูด คนอื่นๆ เองก็นิ่งเงียบ ไม่ส่งเสียงออกมาอีกอย่างรู้กัน "อาถานรีบนั่งข้าได้บอกให้พวกเขาเตรียมชากับอาหารว่างเอาไว้ ล่วงหน้าแล้ว มีแต่ของที่เจ้าชอบกินทั้งนั้น เลย อ้อ จริงสิ เมื่อครู่นี้พูดถึง เรื่องใดแล้วนะ" ไป๋หลินหมิ่นเป็นคนช่างพูด นางพูดมาตลอดทางไม่ยอมหยุด พูดตั้งแต่ เรื่องน่ากลัดกลุ้ม ในจวนตนเองยาวรวดไปจนถึงเรื่องงานเลี้ยง ในอุทยานยงหยวน * แหวนน้าว คือปลอกนิ้วสำหรับสวมนิ้วหัวแม่มือ ขณะยิงธนู มักทำจากหยกหรือกระดูกสัตว์ ซึ่งใช้เป็น เครื่องประดับ้วย
ออเดอไร่ 2 99 "งานเลี้ยง ใช่เรื่องงานเลี้ยงในวัง สาวใช้ในจวนพวกเจ้านี่ก็ปากเปราะ จริงๆ เป็นฮว่าน่ะหรือจะไต่เต้าเข้าจวนตั้งเป่ยอ๋องได้ ถึงเสนอพี่ชาย ของนางจะได้รับความไว้วางใจจากตั้งเปียอ๋อง แต่ก็ใช่ว่าไว้ใจผู้ใต้บังคับบัญชา แล้วจะแต่งน้องสาวของผู้ใต้บังคับบัญชา เข้าจวนเป็นชายาได้กระมัง ขนาดจิ๋วโหรวยังถูกฉีกหน้ากลางงานเลย พูดถึงเรื่องนี้แล้ว จิ๋วโหรว นี่ก็ช่างกล้าจริงๆ ฮ่องเต้กับฮองเฮาก็ประทับอยู่ด้วย ไม่เพียงกล้าพูดโพล่ง ชื่นชมออกมา ยังจะบรรเลงเพลงต่อหน้าทุกคนอีก คิดอย่างไรของนาง กันแน่" "กู้จิ๋วโหรวทำตัวใจกล้าบ้าบินไปหน่อยก็จริง แต่ตั้งเป่ยอ๋องผู้นั้น ก็ออกจะอวดดีไร้มารยาทเกินไปเหมือนกัน" ยามอยู่กับไปหมุนหมิ่น หมิงถานมักจะทำตัวผ่อนคลายสบายใจ กอปรกับมีลวี่เอ้อเฝ้าระวังอยู่ ข้างนอก นางเอามือเท้าแก้ม เอ่ยต่อว่าต่อขานอย่างไม่มีความระแวดระวัง "พวกดีแต่ใช้กำลังล้วนแต่โอหังหยาบกระด้าง ข้าว่าเขาคงจะไม่ใช่คน จิตใจดีอันใดหรอก" กัน "จางไหวอวถึง และซูจิ้งหรานไร้คำพูดเอื้อนเอ่ยโดยพร้อมเพรียง "คนดีแต่ใช้กำลังโอหังหยาบกระด้าง เองก็ชะงักนิ่งไปเช่นกัน หมิงถานไม่รู้ ตัวเลยแม้แต่น้อย นางจิบชาหนึ่งอีกอย่างสง่างาม ในที่สุด ก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ "จริง สองวันมานี้เจ้าสืบรู้บางหรือไม่ ว่าท่านลุงคิดจะทำอย่างไรต่อ ไปหมินหมิ่นเอาแต่รู้สึก ว่าตนเองเหมือนกับลืมเรื่องสำคัญอันใด บางอย่างไป ยามนี้เมื่อหมิงถานเอ่ยถามขึ้นเองนางถึงนึกขึ้นมาได้ "อ๊ะ ยังไม่มีเลย วันั้นเจ้าเองก็เห็นแล้ว ท่าทางของท่านพ่อข้าอย่างกับอยาก
40 % กระวานน้อยแรกรัก 1 จะถือมีดไปฟันคนที่จวนสิ่งทั่วกงใจแทบขาด แต่เพราะถูกอาจารย์โจว โน้มน้าวเอาไว้หลายวันมานี้จึงเก็บอารมณ์เอาไว้ได้ ข้าคิดว่าคงอยากจะ รอบิดาเจ้ากลับมาเมืองหลวงก่อนค่อยปรึกษาหารือกัน หมิงถานได้ยินดังนั้น คิ้วงามก็ขมวดมุ่นน้อยๆ ที่หมิงถานรู้เรื่องสกปรกโสมมของคู่หมั้น นางได้ก็เพราะเมื่อ หลายวันก่อนางไปคารวะญาติผู้ใหญ่ ที่จวนชางทั่วกง ต่อมาถูก ไปหมินหมิ่นลากไปแอบหยิบนิยายในห้องหนังสือ เดิมที่หานิยายเจอแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าตอนกำลังจะแอบหนี ออกไป ไปจิ้งหยวนซึ่งเป็นท่านลุงของหมิงถานกับอาจารย์โจวซึ่งเป็น ที่ปรึกษากลับเดินเข้ามาในห้องหนังสือพร้อมกัน พอเข้าประตูมาก ระเบิดโทสะอย่างรุนแรง ขว้างปาจานรองหมึกชั้นดีทันที ยังด่าทอ บรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของจวนสิ่งทั่วกงพร้อมกันอย่างสาดเสียเทเสีย ไม่ให้โอกาสพวกนางได้ปฏิเสธการรับฟังเลยสักนิด ภรรยาเอกยังไม่ทันแต่งเข้าจวนก็แอบได้เสียกับญาติผู้นองยังมี บุตรนอกสมรสด้วยกันอีก เรื่องโสโครกโสมมพรรค์นี้มีแต่สกุลเหลียงของ พวกเขาเท่านั้น กระมังที่ทำได้! เจ้าเด็กสารเลวนั่นแค่เลื่อนฐานะขึ้นมา ได้หน่อยก็คิดว่าตนเองเป็นเชื้อพระวงศ์จริงๆ แล้วอย่างนั้นหรือ ถ้าไม่ใช่ เพราะการหมั้นหมายที่กำหนดเอาไว้นานแล้ว ลำพังความทุเรศเหลวแหลก ของพวกเขาต่อให้รอไปถึงสิบแปดรุ่นก็ไม่คู่ควรกับอาถานหรอก! เขาคิดว่า จวนจิ้งอันโหวหรือจวนชางทั่วกงตายกันหมดจวนแล้วหรือไร มีอย่างนี้ ที่ไหนกัน!! ตอนนั้นหมิงถานกับไปหมุนหมิ่นต่างก็ตกใจจนตะลึงันไปหลบซ่อน อยู่ที่เดิมไม่กล้าขยับเขยื้อน อยู่พักใหญ่
42 กระวานน้อยแรกรัก 1 ตอนนั้นถ้าถอนหมั้นแล้ว ข้าควรจะแสดงออกเช่นไรดีถึงจะดูเป็นผู้บริสุทธิ์ หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี "บริสุทธิ์ ไปหมิหยิ่ง นหมิ่นวางขนมในมือลง ยังตั้งอกตั้งใจ ย้อนึกจริงๆ "ข้าจำได้ว่าตอนคุณหนูห้าสกุลหลีถูกถอนหมั้น นางไปนั่นผม ประชดที่บ้านคู่หมั้น ด้วยตนเอง ยังมีคุณหนูสามสกุลฟางที่อยู่ทางตะวันออก ของเมือง คู่หมั้น ของนางไถ่ตัวสตรีจากหอโคมเขียวผู้หนึ่งกลับมา ก่อนจะถึงวันแต่งงาน เหตุผลเพราะนางผู้นั้นตั้งครรภ์ ยังจะรับนาง เข้าจวนตามขนบการแต่งอนุภรรยาสุจริตชน” อีกด้วย คุณหนูสามสกุลฟาง ทราบเรื่องนี้เข้า จึงใช้ผ้าขาวผูกับชื่อห้อง แขวนคอฆ่าตัวตาย "ไม่ต้องหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ถึงเพียงนี้ก็ได้ ทะนงในศักดิ์ศรี "พรืด...แค่กๆ!" พอฟังมาถึงตรงนี้จางไหวอ ก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ ไม่อยู่ พ่นสุราออกจากปาก มิหนำซ้ำ ยังสำลักจนไอออกมา แต่เขายังไม่ทันได้พักหายใจหายคอ ภาพตรงหน้าก็พลันไหววูบ หลังจากนั้นก็รู้สึก ชาวาบตรงคอขึ้นมา ลำคอติดขัด อยากจะอ้าปากพูด แต่กลับไม่มีเสียงใดเปล่งออกมา จุดใบ้! แม้ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่จะเป็นวรยุทธ์กันทั้งสิ้น แต่ผู้ที่สามารถลงมือ ได้อย่างแนบเนียนเช่นี้ นอกจากเทพสงครามผู้ทำให้ชนเผ่าป่าเถื่อน ทางเหนือเพียงได้ยินชื่อก็กสั่นขวัญหายซึ่งอยู่ข้างๆ เขาทิ้งเป่ยอ๋องเจียง แล้ว ก็ไม่มีความเป็นไปได้อื่นอีก * อนุภรรยาสุจริตชน หรือเหลียงเซีย เป็นอนุภรรยาที่มีชาติกำเนิดมาจากครอบครัวสุจริตชนมีการเขียนหนังสือ แต่งอนุภรรยาเป็นลายลักษณ์อักษร ถือว่ามีฐานะไม่สามารถขายทิ้งได้ง่ายๆ
46 - กระวานน้อยแรกรัก 1 ก่อนหน้านี้หมิงถานไม่เคยเดินเที่ยวถนนริมน้ำหนานอในคืน เทศกาลซึ่งหยวนมาก่อน ถนนสายยาวริมแม่น้ำ เส้นครื้นเครงื่นเริง ไม่ธรรมดา ทั้งยังมีผู้คนหลากประเภทปะปนกันไป ช่วงเทศกาลซึ่งหยวน ในแต่ละปีมักจะมีหญิงสาวหรือเด็กน้อยเกิดเรื่องในแถบนี้เป็นประจำ ดังนั้น ตระกูลผู้สูงศักดิ์ จึงต่างห้ามไม่ให้บุตรสาวของตนเองเหยียบย่าง มาที่นี่ หญิงสาวทั้งสองใช้ผ้าโปร่งปกปิดใบหน้าอย่างระมัดระวัง ยาม ลงจากรถม้าเบื้องหน้า ก็มีแสงจากโคมไฟสว่างไสวโชติช่วง เสียงดัง จ้อกแจ้กจอแจ รื่นเริง คึกคักจนทำให้มิงถานเผลอมองเหม่อไปชั่วขณะ ไปหมินหมิ่นแอบแวะมาที่นี่ติดต่อกันหลายปี จึงไม่ได้รู้สึก อัศจรรย์ใจ แต่อย่างใด นางมองไปรอบๆ ไม่รู้ ว่าพบเห็นสิ่งใดกัน อยู่ๆ ก็อุทานออกมา หนึ่งเสียง "เอ๊ะ?" "มีอันใดหรือ" หมิงถานเอ่ยถาม "ไม่มีอะไรหรอก แค่ข้าดูเหมือนจะเห็นคุณชายรองสกุลเข้า ไปหมุนหมิ่นจ้องมองออกไปข้างหน้า สีหน้าดูสนใจใคร่รู้เล็กน้อย คุณชายรองสกุลเป็นบุตรชายของอัครเสนาบดีฝ่ายขวา บุคลิก สูงส่งส่างามมีความรู้ความสามารถโดดเด่น สตรีในเมืองหลวงที่ชมชอบเขา มีอยู่ไม่น้อย ได้ยินว่าการสอบขุนนางช่วงฤดูใบไม้ผลิเขาก็เข้าร่วมสอบด้วย ชาวบ้านร้านตลาดต่างก็พูดกันว่าด้วยรูปโฉมและความสามารถอย่าง คุณชายรองสกุลซูคงจะเป็นตัวเต็งตำแหน่งนั่นฮวา” ของการสอบในปีนี้ แน่ๆ - ทั่นฮวา คือตำแหน่งของผู้ที่สอบเข้าเป็นขุนนางหน้าพระที่นั่ง ได้เป็นอันดับสาม อันดับหนึ่งคือตำแหน่ง จ้วงหยวนหรือจอหงวน ส่วนอันดับสองคือตำแหน่งนั่งเหยียน
48 - กระดานน้อยแรกรัก 1 เพียงไม่นานก็ถูกร้านค้าแผงลอยต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ดึงดูดความสนใจไป ประเดี๋ยวก็ซื้อขนมเข่ง ประเดี๋ยวก็ซื้อเกาลัดคั่ว สิ่งของที่ซื้อมาก็ นิ้วพะรุงพะรังอยู่ในมือ ยังทำท่าจะเลิกผ้าปิดหน้า ทั้งยังจะยึดอาหาร ที่ซื้อมาใส่ปากหมิงถานอีกด้วย แต่ไหนแต่ไรมาหมิงถานที่พิถีพิถัน ในเรื่องาหารการกินและการ แต่งกายยิ่งยวด ขนมข้างทางเหล่านี้นางไม่กล้ากลืนลงท้องจริงๆ เจ้ายัด ข้าก็หลบทั้งสองหัวเราะเล่นกันอย่างสนุกสนานครื้นเครงื่นเริง เป็นอย่างมาก "เป็นอย่างไรบ้าง ถนนริมน้ำหนานอสนุกว่าอารามหลวงต้าเซี่ยงทั่ว อันใดนั้นอีกใช่หรือไม่เล่า” หลังจากลอยโคมน้ำเสร็จ ไปหมุนหมิ่นก็เรียก ขอความดีความชอบจากหมิงถานอย่างลำพองใจ ขณะที่หมิงถานกำลังจะส่งเสียงตอบ ทันใดนั้นก็มีคนโบกพัดจีบอยู่ ด้านหน้า ตะโกนร้องเรียก "น้องถาน!" หมิงถานนึกว่าตนเองหูแว่วไปชั่วขณะ ทว่าคนผู้นั้นกลับเดินตรงมาหาอย่างรวดเร็ว ใช้การเคลื่อนไหว พิสูจน์ ว่านางมิได้หูแว่วไปเอง "น้องถาน ส่วนผู้นี้คือ...น้องหมิ่น ผู้มาใหม่รูปโฉมหล่อเหลางดงาม สวมใส่ชุดคลุมผ้าแพรสีขาวหยก ซึ่งปักเย็บลวดลายอย่างดงามประณีต เกล้าผมด้วยมาลาทองคำ ท่าทาง ดั่งคุณชายสูงศักดิ์ ทุกประการ หลังจากไปหมุนหมิ่นเห็นชัดว่าผู้ที่ต้องเรียกเป็นใครนางก็อยากจะ เดินเข้าไปเตะเขาสักครั้งนัก นางเอ่ยอย่างกระฟัดกระเฟียดว่า "ใคร น้องเจ้า!" จวนสิ่งทั่วกงหมั้นหมายกับจวนจิ้งอันโหว ทว่าไม่ค่อยมีการไปมา
50 กระวานน้อยแรกรัก เห็นปิ่นลายดอกเหมยจ้าวฮุย” บนศีรษะของน้องถานต่างหาก ดูเหมือน น้องถานจะชื่นชอบปิ่นปักผมอันี้ยิ่ง หมิงถานมิได้เอ่ยคุยตอบ เหลียงจื่อเซวียนชะงักนิ่งไปเล็กน้อย ครั้นแล้วก็เอ่ยพูดเองเออเอง ต่อไปเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน แต่ไม่รู้ เพราะเหตุใด ไม่ว่าวันี้เขาจะพูดอะไร หมิงถานก็นิ่งเฉย ไม่ตอบสนอง คุณหนูสกุลไปผู้นั้นยิ่งใช้สายตาทิ่มแทงเขาเป็นพักๆ หรือว่าเรื่องนั้น ไม่ เป็นไปไม่ได้ เรื่องนั้นเก็บเอาไว้อย่างมิดชิดรัดกุมมาตลอด สกุลหมิงกับสกุลไปจะล่วงรู้ ได้อย่างไร ถ้าหากรู้เข้า ด้วยนิสัยรักพวกพ้องวงศ์ตระกูล ยังเป็นคนหุนหัน พลันแล่นของชางทั่วกง เขาจะยอมอยู่เงียบๆ ไม่มาหาเรื่องที่จวนสิ่งทั่วกร ได้อย่างไร พอคิดถึงตรงนี้เหลียงจื่อเซวียนก็สงบใจลงเล็กน้อย ทว่าเขาเอง ก็เพิ่งจะตระหนักได้เช่นกันว่าเรื่องที่มารดากำชับนักำชับหนาก่อนหน้านี้ นั้นสำคัญเพียงใด เขาชอบคนอ่อนโยนบอบบางอย่างญาติผู้นอง แต่ก็เห็นหมิงถาน เป็นภรรยาที่ยังมิได้แต่งเข้าจวนตลอดมา นอกจากนั้นสกุลหมิงและ สกุลไปที่อยู่เบื้องหลัง หมิถานก็จะเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อเส้นทาง ขุนนางของเขาในอนาคต การแต่งงานครั้งนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้ เป็นอันขาด เมื่อคิดถึงตรงนี้ความเป็นเฉยโดยคิดว่า "ไยต้องทำถึงเพียงนี้ * เหมยจ้าวสุ่ย เป็นชื่อพันธุ์ หนึ่งของต้นเหมย ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Armeniaca mume var. pendula Sieb. มีลำต้นสูงใหญ่ขยายออกกว้าง กึ่งหนาแน่นและใบอก ใบค่อนข้างใหญ่หนา ดอกมีสีขาวและมีห้ากลีบ