52 - กระวานน้อยแรกรัก 1 ร้อนในใจ "ห้ามไป!" ต่อให้นางชอบเที่ยวชอบเล่นสนุกเพียงใด แต่นางก็มีฐานะเป็น คุณหนูตระกูลใหญ่โต ไม่มีใครรู้ดีไปกว่านางว่าหากเหลียงจื่อเซวียน ลงไปช่วย ชีวิตที่เหลือของหมิงถานก็คงจบสิ้นเป็นแน่แท้ "เจ้าอยากเห็นางตายหรือไร!" เหลียงจื่อเซวียนซักถาม ต่อมาก็ สะบัดไปหมุนหมิ่นออกอย่างไม่สนใจสิ่งใด "ตูมไป!ห" มิเสียง นดัง ตกหมิ่น น้ำรู้สึก มือเท้าเย็นเฉียบขึ้นมาในชั่วพริบตา นางเข้าใจ หมิงถานดีที่สุด หากปล่อยให้หมิงถานถูกเหลียงจื่อเซวียนช่วยไว้ต่อหน้า ธารกำนัล ปล่อยให้ญาติของนางจมน้ำตายอยู่ในแม่น้ำ เงี่ยนเจียง ยังจะดีเสียกว่า! ขึ้นอีกครั้ง นางจ้องมองผิวเขม็ง บังคับให้ตนเองใจเย็นลง จากนั้นก็สั่งการ องครักษ์และสาวใช้ที่เพิ่งตามมาว่า "พวกเจ้าไปขวางคนที่มุงดูเอาไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้ามาใกล้เด็ดขาด! เจ้าสองคนลงไปแยกตัวเหลียงชื่อจ ออกมา แล้วเจ้าทั้งสองว่ายน้ำเป็นหรือไม่ พวกเจ้าก็ลงไปด้วย เอาตัว านขึ้นมา! ด้านี้เกรงว่าคงจะประวิงเวลาได้ไม่นานเท่าไร เอ้อ เจ้ารีบกลับไปเดี๋ยวนี้ ไปพาองครักษ์มาขวางคนเอาไว้เยอะๆ อาถาน "เจ้าค่ะ!" เนื่องจากยังไม่เข้าช่วงวสันตฤดูน้ำในแม่น้ำ จึงเย็นเฉียบเสียดกระดูก กอปรกับสายลมเย็นยะเยือกเหนือผิวน้ำ ที่ปะทะเข้ามา เหลียงจื่อเซวียน ลงน้ำไปได้เพียงประเดี๋ยวเดียว ก็พบว่าการช่วยคนจากน้ำไม่ได้ง่ายดาย เหมือนอย่างที่เขาจินตนาการไว้ อย่าว่าแต่ช่วยขึ้นมาเลย แม้แต่หมิงถาน อยู่ตรงที่ใดเขาก็มองไม่เห็นด้วยซ้ำ
54 - กระวานน้อยแรกรัก 1 ไปหมุนหมิ่นหันหน้ากลับไป พลันผงะอึ้งไปชั่วขณะ นั่นคือ...ซูซิน สาวใช้ข้างกายหมิงถานที่มีความสามารถมากที่สุด มิใช่หรือ นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน แล้วเมื่อครู่นี้นางว่าอย่างไรนะ คะ... คุณหนูของนาง? ซินเดินเข้ามาคารวะให้ไปหมุนหมิ่นอย่างสงบนิ่งไม่ร้อนรนต่อมา ก็พูดเรื่องที่คุณหนูของตนเชิญนางไปชิมบัวลอยที่จวนอีกรอบหนึ่ง ครั้นเห็นเหลียงจื่อเซวียนที่ตัวแข็งจนขยับไม่ได้กำลังให้องครักษ์ พยุงขึ้นฝั่งจากทางด้านหลังไปหมินหมิ่น ซูชินก็ยังเอ่ยถามด้วยความ ตระหนกตกใจนิดๆ "นี่เหลียงชื่อจตกน้ำหรือเจ้าคะ ไปหมุนหมิ่นสับสนงุนงงกับสถานการณ์ในตอนนี้อยู่บ้าง ไม่รู้ ว่า ควรจะเอ่ยตอบเช่นไรดี จนกระทั่งนางเหลือบเห็นลวี่เอ้อที่วิ่งตามไล่หลังมายังหอบหายใจ แฮกๆ โบกมือให้นางไม่หยุด ทำปากบอกนางว่า ไม่เป็นไรแล้ว ถึงได้พลัน เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ราวกับทะลวงเส้นลมปราณให้โล่งได้อย่างไร อย่างนั้น ไปหมินหมิ่นรีบเร่งเอ่ยรับคำ “ใช่ๆ เหลียงชื่อจตกน้ำ ขะ...ข้า ผ่านมาเห็นเข้าพอดี เลยให้องครักษ์ลงไปช่วยเขาขึ้นมา "เฮ้อ ที่แท้ ก็เป็นบุรุษ" "บุรุษอกสามศอกตกน้ำยังต้องให้คนช่วย น่าขายหน้าจริงๆ! "ต้องล้อมแน่นหนาถึงเพียงนี้ดวยหรือไร "แยกย้ายๆ นึกว่าเป็นคุณหนูตระกูลขุนนางเสียอีก!" คนที่มุงดูโบกมือย่างเบื่อหน่าย แยกย้ายกระจัดกระจายไปอย่าง
ออเดอไร่ 2 57 เมื่อตัดสินจากประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบายมา สิบกว่าปีของนาง เนื้อผ้าของสายรัดเส้นั้นหาใช่ของธรรมดาสามัญไม่ ลวดลายบนนั้นก็ประณีตบรรจงสลับซับซ้อน ดูเหมือนจะปักด้วยด้ายไหมทอง เส้นไหมเล็กบางยิ่ง แต่ก็ยังคงเปล่งประกายจางๆ ภายใต้ผืนราตรีมืดสนิท นางยังไม่ทันหันมองไปตามสายรัดเพื่อจะดูคนที่อยู่ตรงนั้นให้ชัดๆ ก็มีชุดคลุมตัวนอกตัวหนึ่งร่วงหล่นลงมาคลุมทับร่างกายของนาง และ บดบังสายตาของนางเอาไว้เสียก่อน "หลังจากนั้นเล่า" ไปหมินหมิ่นรีบเร่งเอ่ยถาม "หลังจากนั้นก็มีคนแบกข้ากลับมา" หมิงถานนอนพิงข้างเตียง ดัน น้ำแกงขิงขับไล่ความหนาวออกไป แล้วรับเตาอุ่นมือที่สาวใช้ยื่นมาให้ เอาไว้ ย้อนึกพลางเอ่ยว่า "ระหว่างทางข้าตัวสั่นถามอยู่หลายครั้ง ถามว่า พวกเขาเป็นใคร คิดจะพาข้าไปที่ใด แต่คนผู้นั้นก็ไม่เอ่ยตอบ หลังจาก วางข้าไว้ที่ประตูหลังของจวนโหวแล้วก็หายไปพร้อมกับชุดคลุมตัวนอก "พวกเขา? ไม่ได้มีแค่คนเดียว? "คนที่ยื่นมือ ช่วยข้ากับคนที่สงข้ากลับมามิใช่คนเดียวกันแน่ๆ เนื้อขง เสื้อผ้า แตกต่างกันมากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นคที่ส่งข้ากลับจวนดูเหมือน จะกำลังทำตามคำสั่งมากกว่า เหมือนว่าเป็น...องครักษ์ผู้ติดตาม ไปหมินหมิ่นทำความเข้าใจอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังมีคำถามอีกมากมาย "เดี๋ยวก่อน นะ แสดงว่าตั้งแต่ ต้นจนจบเจ้าไม่ได้บอกว่าตนเองเป็นคนของ จวนจิ้งอันโหวสักคำ แต่ผู้อื่นกลับพาเจ้ามาส่งกลับจวนได้ถูกต้อง?" "อืม นี่ก็คือจุดที่ข้ารู้สึก แปลกๆ เช่นกัน" หมิงถานลุกนั่งพิงหมอนอิง "หากจะบอกว่าเขามีจุดประสงค์ไม่บริสุทธิ์ แต่หลังกลับถึงจวนข้า
58 กระวานน้อยแรกรัก 1 ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ไม่มีของติดตัวชิ้นใดหายไปเสียหน่อย คนที่มีจุดประสงค์แอบแฝงจะต้องนำของมีค่าติดตัวไปด้วยแต่กลับไม่ "เช่นั้นก็แปลกจริงๆ นั่นล่ะ" ไปหมินหมิ่นขมวดคิ้วครุ่นคิด พูด พึมพำออกมาหนึ่งประโยค "เอาล่ะ เลิกพูดเรื่องนี้กันก่อนเถิด" หมิงถานนึกถึงเรื่องที่สำคัญ ยิ่งกว่าขึ้นมา "ตอนนี้ทางฝั่งเหลียงจื่อเซวียนเป็นอย่างไรบ้าง " เขา จะ เป็น อย่างไร ได้ เจ้า สั่ง ให้ ชิน ไป ที่ นั่น ข้า ยัง จะ ยืน ดื่ม ที่ อ ไม่รองรับได้หรือ แน่นอนว่าต้องเออออว่าเขาตกน้ำ ข้าผ่านมาเจอเลยให้ บ่าวรับใช้ลงไปช่วยเขาน่ะสิ เจ้าวางใจเถิด ข้าได้ให้คนพาเขาไปส่ง จวนลิ้งกวางแล้ว" ได้ยินไปหมุนหมิ่นกล่าวเช่นี้ หัวใจที่ลอยค้างเติ่ง ขอหมิงถาน ก็เบาลงได้ในที่สุด ในเมื่อพูดบอกต่อหน้าธรกำนัลว่าเหลียงจื่อเซวียน ตกน้ำ ไม่ว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อ ก็ต้องเป็นเหลียงจื่อเซวียน ตกน้ำเท่านั้น เพราะในฉากหน้านั้นความสัมพันธ์ ทางการแต่งงานของทั้งสองตระกูล ยังคงเหนียวแน่นยิ่งหากเกิดเรื่องขึ้นกับฮูหยินชื่อจื่ที่ยังมิได้แต่งเข้าจวน อย่างหมิงถาน ก็ถือว่ามิใช่เรื่องน่าชมน่ายินดีสำหรับจวนสิ่งทั่วกงเช่นกัน หากไม่อยากแตกหักับจวนจิ้งอันโหวและพบจุดจบอันเลวร้าย พวกเขา ก็มีแต่ต้องยอมรับเรื่องนี้อย่างเงียบๆ เท่านั้น จะว่าไปแล้วหมิงถานก็รู้สึก ว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ ตรงจุดใดสักแห่ง ตอนนั้นมีเสียงโวยวายร้องให้ช่วยจับขโมยจึงได้มีคนพุ่งพรวดไล่ตามกันมา แต่หากเทียบกับการถูกระแทก นางรู้สึก ว่าตนเองเหมือนถูกคนผลัก มากกว่าถึงได้ประสบกับชะตากรรมเช่นี้
ออปู่จ๋ เดอไร่ 2 61 สงบนิ่งได้ จิ้งหรานถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นก็รีบเอามือปิดจมูกแล้ว เดินตามไป ในห้องไต่สวน เครื่องมือ ทรมานที่แขวนอยู่บนผนังสาดประกาย วาววับเย็นเยียบ คนที่รอถูกสอบสวนได้ถูกผู้คุมจับตัวมัดไว้บนแท่นทรมาน เรียบร้อยแล้ว ดูท่าทางคงจะยังไม่ได้เริ่มทรมาน เพราะถึงแม้คนผู้นี้จะอยู่ ในสภาพสกปรกมอมแมม แต่เมื่อดูให้ดีๆ แล้วกลับไม่มีบาดแผลแม้แต่ เศษเสี้ยว ตุลาการศาลต้าหลี่เลื่อนเก้าอี้ พนักลมเข้ามาให้เจียงซวี่ แล้วเชิญ เขานั่งอย่างนอบน้อม เจียงซวี่เองก็มิได้ยกที่นั่ง ให้ตุลาการศาลต้าหลี่แต่อย่างใด เขา เลิกชายชุดแล้วนั่งลงไปทันที ปลายนิ้วเคาะพนักวางแขนเบาๆ จ้องมอง ไปที่แท่นทรมานโดยไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ทั้งสิ้น "ทะ....ท่านอ๋อง" เมื่อคนที่อยู่บนแท่นทรมานเห็นผู้มาเยือนชัดเจน ความรู้สึก หวาดผวาก็เอ่อท้นในหัวใจทันที "เหตุใด...เหตุใดท่านอ๋องถึง จับข้ามาที่นี่ขอรับ ข้าถูกใส่ความขอรับ! "ใส่ความ?" เจียงซวี่จ้องเขาแน่วนิ่ง "เจ้ารออีกสักพัก ประเดี๋ยว เฉิงเป็นโหวก็ต้องเข้าคุกมาเหมือนกัน ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยไปร้องขอ ความยุติธรรมกับเขาก็แล้วกัน" เฉิงเอินโหว?! เลือดของคนที่อยู่บนแท่นทรมานจับตัวแข็งในชั่วพริบตา จริงๆ แล้วตั้งแต่ ตอนที่เขาถูกจับกุมระหว่างทางกลับจวนอย่าง ไม่มีสาเหตุ ยังไม่มีผู้ใดอธิบายให้เขาฟังว่าเหตุใดถึงถูกจับ เขาก็มี ลางสังหรณ์รางๆ อยู่แล้ว แต่เขาไม่อยากและไม่กล้าคิดไปในทางนั้น
62 กระวานน้อยแรกรัก 1 เพราะว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเฉิงเป็นโหวจริงๆ ล่ะก็ นั่นคงจะเป็นหายนะ สําหรับเขาแน่นอน - "ถึงแม้ข้าจะมีการไปมาหาสู่กับเฉิงเป็นโหวตะ...แต่... "จาง ขาตั้งเปียอ๋องเห็นว่าเจ้าเป็นคนฉลาด ตอนนี้เจ้าถึงยังอยู่ครบ ทุกประการ เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเล่นลิ้น กับข้า - เจียงซวี่ลุกขึ้น เดินเข้าไปใกล้ๆ ด้วยฝีเท้าเชื่องช้า เอียงศีรษะ จ้องมองเขา คงเป็นเพราะอยู่ในคุกใต้ดิน ไอดุดันจางๆ จากการยกทัพเข่นฆ่า สังหารบนร่างของเจียงซวี่จึงแผ่กำจายออกมา แฝงด้วยความน่าเกรงขาม อันหนักอึ้งยิ่ง ซุ้มเสียงไม่ดัง แต่กลับชวนให้คนหนาวสะท้านได้อย่างไม่มี สาเหตุ จางอ้าปากค้างเล็กน้อย ถูกดดันจนเสียงหายไปชั่วขณะ เขารู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการชำระสะสางบัญชี และรู้จุดประสงค์ ที่เจียงซวี่มาที่นี่ด้วยเช่นกัน ความนิ่งเงียบ ประหนึ่งไร้สิ้นชีวิต แผ่ขยาย ออกไปตามกลิ่นเหม็นหืนในคุกใต้ดิน ครูใหญ่ผ่านไป จางขยับปากอย่างลังเลใจ แต่สุดท้ายก็ยังอยาก เรียกร้องต่อรองให้ตนเองอย่างไม่ยอมถอดใจ "จริงอยู่ ที่ข้ามีของที่ เป็นประโยชน์ต่อท่านอ๋องอยู่ในมือ ถ้าหากท่านอ๋องรับปากเงื่อนไขข้า หนึ่งข้อ ข้าก็จะ...อ๊าก!” เขายังพูดไม่ทันจบก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความ เจ็บปวด จิ้งหรานนิ่งอึ้งไปทันใด จากนั้นถึงค่อยพบว่าเครื่องมือ ทรมาน นักโทษบนผนังที่มีตะขอได้เกี่ยวแทงเข้าไปในช่องท้องของจางโดย หลีกเลี่ยงจุดสำคัญตั้งแต่ เมื่อใดก็ไม่รู้ โลหิตสดๆ ไหลทะลักออกมา ชุด
ผู้ออเดอไร่ 71 เด็กสาวอายุน้อยนั้นห้าบาง ไม่กล้าแสดงออกมาก็เท่านั้น เอง ทว่าเผยชื่อยังคงรู้สึก ผิดปกติอยู่ดี แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใดมาก หากเทียบกับจวนจิ้งอันโหวที่กำลังรอคอยผู้เป็นายของตระกูล เดินทางกลับเมืองหลวง เรื่องที่เหล่าชนชั้นสูงในเมืองหลวงให้ความสนใจ ในระยะนี้กลับเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มี ลางบอกเหตุมาก่อน... เฉิงเป็นโหวกจิ้นจงยึดครองที่ดิน ผู้อื่น ลักลอบเปิดเหมืองเกลือ ความผิดมากมายหลายกระทง ตอนนี้ถูกริบรรดาศักดิ์ ยึดทรัพย์สิน ถูกตัดสินให้เนรเทศไปยังดินแดนห่างไกลพัน อกุ้ยเฟยผู้เป็นที่โปรดปราน เสมอมาก็ได้รับผลกระทบจากคดีนี้ด้วยเช่นเดียวกันจต้องถูกขับไล่เข้า ตำหนักเย็น เคราะห์ดีที่ความผิดไม่พัวพันไปถึงคนในครอบครัว ดังนั้น นอกจากคนที่เกี่ยวข้อง แล้ว คนอื่นๆ เพียงแค่ถูกลดฐานะเป็นสามัญชน บุรุษไม่สามารถเข้าร่วมการสอบขุนนางได้ ยามทุกคนพูดคุยถึงเรื่องนี้ก็อดสะท้อนใจมิได้ "ลดฐานะเป็นสามัญชน ห้ามเข้าร่วมการสอบขุนนาง สกุลไม่มีหวัง กลับมารุ่งเรือง ดังเดิมได้ภายในสามรุ่นแน่นอน” ไปหมุนหมิ่นถอนหายใจ เฮือกใหญ่ "งานเลี้ยงในวังช่วงเทศกาลสั่งหยวนจิ๋วโหรวยังใจกล้าถวาย บทเพลงอยู่เลย นี่เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วันเอง เหตุใดถึงกะทันหันเช่นี้เล่า โจวจิ้งหว่านบุตรสาวราชบัณฑิตสำนักฮั่นหลิน ซึ่งเป็นสหายรัก กับหมิงถานและไปหมุนหมิ่นเอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า "ไม่กะทันหันหรอก * (หล) หน่วยวัดความยาวของจีน เทียบได้กับระยะทางประมาณ 500 เมตร ** สำนักฮั่นหลิน ตั้งขึ้นใสมัยราชวงศ์ถัง เดิมเป็นสถานที่สำหรับเข้าเฝ้าของเหล่าปราชญ์ กวี จิตรกร และ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านต่างๆ ที่ถูกฮ่องเต้เรียกตัว ในสมัยราชวงศ์ชิงกลายเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ ชำระ ตราสำคัญของแผ่นดินและเป็นฝ่ายอาลักษณ์วรรณคดี
ออเดอ * 73 ได้แล้ว เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ฟังเอง ทั้งสามคนนั่งดื่มชาอยู่ตรงริมลานส่วนกลางของเรือนจ้าวสุ่ย ข้างนอก ข้างในล้วนมีแต่คนของตนเอง จึงไม่มีเรื่องใดที่ไม่สามารถพูดได้ โจวจิ้งหว่านอธิบายอย่างมีน้ำอดน้ำทน เรื่องที่เกิดขึ้นคราวนี้ฉากหน้า บอกว่านายอำเภอในนครหลวงจางจี้เคยมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับ เฉิงเป็นโหว จึงแอบเก็บหลักฐานกระทำความผิดของสกุลกู้เอาไว้ไม่น้อย แต่เมื่อคิดูอย่างละเอียดแล้ว หน้าที่ การงานของจางเจริญรุ่งโรจน์ ได้ เพราะเพิ่งเป็นโหว แล้วจู่ๆ เหตุใดถึงกล่าวโทษเฉิงเป็นโหวเล่า หรือว่า มีขุนนางทุจริตกลับตัวกลับใจเป็นคนดีในชั่วข้ามคืนจริงๆ? นอกจากนั้น แล้ว ที่ผ่านมาข้าหลวงตรวจการก็เคยกราบทูลถอดถอนเฉิงเป็นโหว ฝ่าบาท ก็มักจะทรงปล่อยผ่านอย่างไม่ใส่พระทัย แต่หนนี้กลับทรงระเบิดโทสะ กริ้วโกรธกลางท้องพระโรง รับสั่ง ให้ตรวจสอบจนถึงที่สุด ..." ได้บ้าง พอฟังมาถึงตรงนี้ไปหมุนหมิ่นก็เหมือนจะเข้าใจบางอย่างขึ้นมา โจวจิ้งหว่านกล่าวเพียงแค่นี้แล้วก็หยุดไป จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อ สนทนาแล้วเอ่ยต่อไปว่า "ตั้งเป่ยอ๋องออกศึกอยู่ที่ดิน แดนทางเหนือเป็น ระยะเวลานาน น้อยครั้งยิ่งที่จะกลับมาเมืองหลวง อุปนิสัย ของเขา ข้าไม่ค่อยรู้สักเท่าไร แต่ต่อให้เขามีคุณงามความชอบสูงส่ง การที่เขา ไม่เห็นอกุ้ยเฟยอยู่ในสายตา ฉีกหน้าผู้อื่นชัดเจนกลางงานเลี้ยง ฝ่าบาท กับฮองเฮาก็ควรตำหนิเขาสักเล็กน้อยถึงจะถูก "อ๋อ...ข้าเข้าใจแล้ว" ไปหมินหมินเรียบเรียงความคิด "ความหมาย ของเจ้าก็คือฝ่าบาทมีพระดำริจะจัดการกับสกุลตั้งแต่รกอยู่แล้ว ดังนั้น ถึงแม้สถานการณ์ตอนนั้นจะย่ำแย่ แต่ฝ่าบาทกับฮองเฮาก็มิได้ตรัสอันใด
74 ฿ กระวานน้อยแรกรัก 1 แทนกู้จิ๋วโหรว...หากคิดเช่นี้แล้วล่ะก็ ตั้งเปียอ๋องก็อาจจะล่วงรู้ ถึง พระดำริของฝ่าบาทตั้งแต่รกอยู่แล้ว ถึงได้โอหังวางโตไม่เห็นผู้อื่นอยู่ใน สายตาเช่นั้นสินะ" "แต่ตามความคิดข้า ตั้งเปียอ๋องก็เป็นคนโอหังวางโตเช่นั้นอยู่แล้ว พวกคนหยาบกระด้างจะไปเข้าใจอันใด หมิงถานย้อมสีเล็บด้วยท่าทาง ประณีตบรรจง ไม่เก็บเอามาใส่ใจมากมายนัก คิด
- ออเดอไร่ 2 75 ទឹកចិត្ត សង พลง เพลส miniation 2ซึ่งจะเป็นการออ Tele រកសព្វទតឧទ stop tele วันคืนผ่านพ้นไปอย่างไม่เร็วไม่ช้าไม่นานก็มาถึงวันที่แปดเดือนสอง จิ้งอันโหวหมิงถึงหย่วนซึ่งเดินทางไปรับตำแหน่งที่เขตหยางปฏิบัติ หน้าที่ จนครบกําหนดได้เดินทางกลับมายังเมืองหลวง เขากุมอำนาจทางการทหารเอาไว้จำนวนหนึ่ง ยามอยู่ในตำแหน่ง ก็มีผลงานโดดเด่น เขาเดินทางกลับเมืองหลวงมารายงานสถานการณ์ คนไม่น้อยต่างก็ลอบสังเกตอยู่อย่างลับๆ ครานี้มีความเกี่ยวพัน ไปถึงการเปลี่ยนแปลงของขุนนางในราชสำนัก ฮ่องเต้เฉิงยังมีพระราชโองการว่าเมื่อจิ้งอันโหวเดินทางเข้าเมืองหลวง แล้วให้รีบเข้าเฝ้าในทันที เมื่อเข้าถึงตัวเมือง หมิงถึงหย่วนกับคนใน ครอบครัวและบ่าวรับใช้ก็แยกกันไปคนละทางทางหนึ่งมุ่งตรงไปยังประตู เซวียน ส่วนอีกทางก็อ้อมไปยังจวนจิ้งอันโหวซึ่งตั้งอยู่บนถนนหนานเหวี่ย พอได้ข่าว่าท่านโหวจะเดินทางเข้าวังทันทีไม่แวะเข้าจวน ขณะที่
76 * กระวานน้อยแรกรัก 1 พวกหลิวอี้เหนียงจะเดินทางกลับมาก่อน คนในจวนโหวก็เฉื่อยชาขึ้น ไม่น้อย เพราะอย่างไรบนโลกนี้ก็ไม่มีกฏว่าต้องต้อนรับเหนียงและ บุตรสาวกลับจวนอย่างเอิกเกริกใหญ่โต ยามหลิวอี้เหนียงกับหมิงลงจากรถม้า มีเพียงแม่นมจางซึ่งเป็น บ่าวรับใช้ข้างกายเผยชื่อพาสาวใช้และหญิงรับใช้อาวุโสจำนวนหนึ่ง ออกไปรอรับอยู่ตรงประตูข้างเท่านั้น อาจเพราะได้รับความรักใคร่โปรดปรานแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น ถึงแม้จะอยู่ในสถานที่ที่ยากลำบากใกล้ชายแดนอย่างเขตหยางมา ห้าปี แต่รูปโฉมของหลิวอี้เหนียงกลับไม่แตกต่างจากเดิมากมายนัก มิหนำซ้ำ ยังเปล่งประกายมีน้ำมีนวลมากกว่าเดิมอยู่หลายส่วน คุณหนูสามอย่างหมิงกลับยากจะจดจำได้ในแวบแรก ตอนที่ ไปจากเมืองหลวงนางอายุแค่เพียงสิบเอ็ดสิบสองปีเท่านั้น ห้าปีผ่านไป รูปโฉมของนางถึงเริ่มปรากฏชัด บุคลิกแตกต่างจากแต่ก่อนอย่างมาก นางสวมใส่ชุดสีแดงสด ท่าทางดูสดใสมีชีวิตชีวา ทั้งยังมีความพึ่งผาย องอาจเยี่ยงพยัคฆ์หญิงตระกูลแม่ทัพอยู่ไม่น้อย "เจ้าให้ข้ากับท่านแม่เข้าทางประตูข้าง?" หมิงขมวดคิ้ว ไม่พอใจ กับการจัดการของแม่นมจางยิ่ง เนื่องจากยามอยู่ที่เขตหยาง ไม่ว่านาง จะเดินไปที่ใด ทุกคนต่างก็รู้ว่านางเป็นแก้วตาดวงใจของท่านข้าหลวงใหญ่ ไม่มีผู้ใดกล้าเมินเฉยดูแคลนางสักนิด แต่ในสายตาผู้อื่นหญิงกลับดูพาลพาโลอย่างไร้เหตุผลยิ่ง ที่นี่คือ เมืองหลวง ประตูใหญ่จะเปิดพร่ำเพรื่อ ได้อย่างไร ปกติแม้แต่เผยชื่อก็ยัง เข้าออกจากประตูข้าง แน่นอนว่าหากวันี้พวกนางกลับจวนมาพร้อม ท่านโหว ก็ยังพอจะได้อาศัยบารมีท่านโหวเดินเข้าทางประตูใหญ่กับเขา
ออเดอไร่ 77 บ้าง แต่เวลานี้กลับไม่ใช่เช่นั้น แม่นมจางกำลังจะเอ่ยอธิบายให้ชัดเจน หลิวอี้เหนียงกลับเดิน เข้าไปคว้ามือของหมิงเอาไว้ จากนั้นบีบแน่นอย่างไม่แสดงสีหน้าท่าทาง ออกมา เมื่อนึกถึงคำเตือนของหลิวอี้เหนียงตลอดทางกลับเมืองหลวง หมิงก็ตัวแข็งทื่อไปเล็กน้อย สุดท้ายก็ตัดสินใจกลืนโทสะครานี้ลงท้อง ไปชั่วคราวก่อน นางเดินหน้าบึ้งตึง ผ่านแม่นมจางไป ก้าวตรงเข้าไปยัง ประตูข้าง ในเวลาเดียวกัน หมิงถานที่กำลังระเบิดโทสะใหญ่โตอยู่ภายใน เรือนจ้าวย นางตบกระดาษจดหมายลงกับโต๊ะ ต่อมาก็กวาดชุดเครื่องชา อันวิจิตรงดงามมูลค่าไม่ธรรมดาบนโต๊ะลงกับพื้นอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เสียงเครื่องกระเบื้องแตกกระจายดังก้องกังวาน นางตบโต๊ะแล้ว พลันลุกพรวดขึ้นมา เดินวนไปมาในห้องพลางพูดพึมพำว่า "ช้า ช้า ที่สุด ! ทีแรกคิดว่าครอบครัวนี้แค่ไร้กฎเกณฑ์ไร้ยางอาย ข้าดูถูกพวกเขา เกินไปจริงๆ ไม่คิดว่าพวกเขาจะถึงกับวางแผนเล่นงานข้า นางโกรธจัดจนเสียงสั่นเครือเล็กน้อย หลังจากนิ้วทั้งสิบแน่น ข้อนิ้วก็เริ่มซีดขาว หลังมือสามารถมองเห็นเส้นเลือดไ้กำไร ซูชินกับลเอ้อตกอกตกใจยกใหญ่ ที่สำคัญคือพวกนางยังไม่รู้ ด้วยซ้ำว่าเกิดเรื่องันใดขึ้น สองวันมานี้คุณหนูของพวกนางยังกระตือรือร้น พร้อมประชันขันแข่ง ตั้งใจจะแต่งอาภรณ์เต็มยศเพื่อกดข่มรัศมีคุณหนูสามที่กลับจวนวันี้
ออเดอไร่ 2 81 เรือนหลันซนคือเรือนของเผยชื่อ หากเดินจากเรือนจ้าวยจะต้อง เดินผ่านเฉลียงอ้อมกำแพง แล้วยังต้องเดินผ่านสวนดอกไม้ของลาน ข้างเรือนหลักฝั่งตะวันออกอีกด้วย พวกหมิงถานเดินไปตามเฉลียงทางเดิน เพิ่งจะมาถึงสวนดอกไม้ ของลานข้างเรือนหลักฝั่งตะวันออก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากข้างหน้า "อ้อ...เป็นหลานสาวของน้องชายลูกอนุภรรยาจากบ้านเดิม ฮูหยินผู้เฒ่านี่เอง ฮูหยินผู้เฒ่าก็เสียไปตั้งนานแล้ว ความเกี่ยวข้อง ช่างห่างไกลกันจริงๆ อีกอย่างถ้าข้าจำไม่ผิด บ้านเดิมของฮูหยินผู้เฒ่า เมื่อแรกเป็นจวนป้อ ก่อนจะลดตำแหน่งหลังสืบทอดบรรดาศักดิ์ จนไม่มี ตำแหน่งให้ลดแล้วนี่ไม่ได้ติดต่อกับจวนของพวกเรามาตั้งหลายปี ข้าว่า นี่มันใช่ญาติพี่น้อง จริงๆ ตรงไหนกัน” หมิงเอ่ยเสียดสี เงินฮว่าเรียก "น้องสาม เจ้า!" "เจ้าอันใดของเจ้าเล่า ญาติผู้พี่ข้าเห็นแก่หน้า ฮูหยินผู้เฒ่าที่เสียไปแล้ว ถึงได้เรียกเจ้าว่า ญาติผู้พี่ หรอกนะ เจ้ากลับไม่สำเหนียกว่าตนเองเป็น คนนอกจริงๆ ข้ากับท่านแม่เพิ่งกลับมาถึงจวนก็ต้องมาเจอเจ้าขับขาน กลอนบ้าบอคอแตกอันใดก็ไม่รู้ อยู่ในสวน นี่เจ้าตั้งใจจะรบกวนข้ากับ ท่านแม่ใช่หรือไม่ ข้าจะบอกให้นะ มาขออาศัยเขาอยู่ก็ควรจะหัด เจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้าง!" เดิมทีในใจหมิงก็หงุดหงิดเรื่องที่ต้องเข้าจวนทางประตูข้างอยู่แล้ว บ่าวรับใช้ในจวนที่พบเจอระหว่างทางก็ไม่ได้กระตือรือร้น เหมือนอย่างที่ เขตหยางซี ต่อมายังเจอเงินฮว่าขับขานกลอนวสันต์โศกอันใดก็ไม่รู้ อยู่ในสวนอีก เพลิงโทสะของนางจึงสะกดกลั้นไม่อยู่อีกต่อไป ถ้อยคำ ที่พูดออกมาแฝงความประชดเสียดสีเปี่ยมล้น ในน้ำเสียง ก็เต็มไปด้วย
82 กระวานน้อยแรกรัก ความโอหังอวดดีอย่างไม่ลดราวาศอก เสิ่นฮว่าฉุนจัด ก่อนหน้านี้นางกับหมิงถานปะทะกันอย่างลับๆ ก็มักจะถูกทำให้ โมโหจนทนไม่ไหวอยู่บอยๆ แต่ว่าดีร้ายอย่างไรหมิงถานก็เป็นสตรีสูงศักดิ์ จากตระกูลมีชื่อเสียง นางก็แค่ซ่อนเข็มไว้ในผ้าแพร ไหนเลยจะหยาบคาย ไร้มารยาทไม่มีความเป็นกุลสตรีเช่นี้ ขณะที่เสนอว่ากำลังจะเปิดปากตอกกลับไปจู่ๆ ก็มีเสียงเหน็บแนม อย่างเฉยชาดังขึ้นมาจากด้านหลัง "พี่สามระมัดระวังคำพูด้วย ท่านแม่ อยู่ที่เรือนหลันซินต่างหาก หาใช่ที่นี่ไม่ ทั้งสองฝ่ายที่กำลังประจันหน้ากันหันหน้าไปมองในทันที พวกนางเห็นบ่าวรับใช้ในชุดสีเขียวกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากหัวมุม ของเฉลียงทางเดิน พอเดินมาได้ช่วงหนึ่ง บ่าวรับใช้กลุ่มนี้ก็หยุดฝีเท้าลง ยืนแยกเรียงออกเป็นสองแถว ก้มศีรษะลงอย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย... เด็กสาวในชุดกระโปรงสีขาวหยกปักลายด้วยด้ายทองคำเดินออกมา จากตรงกลางด้วยฝีเท้าเนิบช้า นางผิวขาวดุจหิมะ เส้นผมดำขลับ ดวงตา ทั้งสองข้างประหนึ่งสายธารา มือเรียวบางโบกพัดกลมเบาๆ ในทุกย่างก้าว ที่เดินไปข้างหน้า ในห้อยระย้ารูปจันทร์สีเงินตรงศีรษะก็จะขยับไหว เปล่งประกายระยิบระยับออกมา ทั้งที่มิได้แต่งกายงดงามหรูหรามากมาย แต่แค่มองจากไกลๆ กลับให้ความรู้สึก บอบบางงามละเมียดละไม เหมือนดั่งแจกันกระเบื้องเคลือบ เลอค่าราคาแพงที่วางไว้กับพื้นก็กลัวล้มประคองไว้ในมือก็กลัวแตก งดงามจนทําให้คนไม่อาจเบนสายตาหนีได้ * ซ่อนเข็มไว้ในผ้าแพร เป็นสำนวน หมายถึงภายนอกดูสุภาพเป็นมิตร แต่จริงๆ แล้วภายในใจโหดเหี้ยม ชั่วร้าย คล้ายกับสํานวนไทยว่าหน้าเนื้อใจเสือ
ออเดอไร่ 89 แม้ว่าเงินฮว่าจะเห็นภาพเช่นี้มามากแล้ว แต่ก็ยังตะลึงันไป ชั่วขณะเช่นกัน กว่าจะได้สติกลับคืนมา นางไม่รู้ ว่าควรจะแอบเสียดสี ในความเสแสร้งดัดจริตของหมิงถานเหมือนอย่างทุกที่ดี หรือว่าควรจะ ขอบคุณในความเสแสร้งจอมปลอมของหมิงถานที่สามารถสยบสตรี ปากร้ายบางคนที่ไม่รู้จัก มารยาทของการเป็นกุลสตรีได้ดี "นี่คงจะเป็นคุณหนูสี่กระมัง” หลิวอี้เหนียงจำหมิงถานได้อย่าง รวดเร็ว นางแย้มยิ้มนุ่มนวล เอ่ยเสียงละมุนว่า "ไม่เจอกันหลายปี บัดนี้ คุณหนูรูปโฉมงดงามชวนมองจริงๆ ที่ก่อนหน้านี้หลิวอี้เหนียงมิได้หามปรามหมิง หลักๆ เป็นเพราะ นางไม่ได้เห็นเงินฮว่าอยู่ในสายตาเท่าไร ทว่าหมิงถานนั้นไม่เหมือนกัน หากหมิงถานเอาเรื่องคำเรียกขาน ท่านแม่ นี้ไปฟ้องจนเรื่องไปถึงเผยชื่อ เกรงว่าคงจะไม่เป็นผลดีกับพวกนางแน่นอน "เหนียงชมเกินไปแล้ว ข้าว่าบัดนี้ พี่สามเองก็ดูไม่ค่อยเหมือนกับ หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงมานานอย่างพวกข้าสักเท่าไร" หมิงกานตอบรับคำชมของหลิ่วเหนียง ทว่ามิได้หันไปมองหลิวอี้เหนียง แม้แต่น้อย แต่กลับมองสำรวจหญิงตั้งแต่ หัวจรดเท้าอย่างเชื่องช้า เหมือน อย่างที่หมิงมองดูเงินฮว่าเมื่อครู่นี้ หมิงเพิ่งจะรู้สึก ตัว "เจ้า!" "เจ้าอันใดของท่านกัน พี่สาม ที่นี่คือเมืองหลวง การชี้นิ้ว ใส่ผู้อื่น ยามพูดจาดูไม่งามยิ่ง" หมิงถานใช้พัดกดนิ้วของหมิงลงอย่างแช่มช้า "พี่สามไม่ได้กลับมาเมืองหลวงเสียนาน คงจะลืมกฎระเบียบไปไม่น้อย ยกตัวอย่างในวันี้ที่ท่านไม่รู้ ว่า "ท่านแม่" อยู่ที่ใด ไม่เคารพญาติพี่น้อง ที่มาจากแดนไกล ทั้งยังยกนิ้วชี้หน้าใส่ ไม่ทะนุถนอมน้องสาวเยาว์วัย หาก
84 กระวานน้อยแรกรัก 1 ไปทำเรื่องเช่นี้ข้างนอกเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็พอให้คนหัวเราะเยาะ ไปครึ่งปีแล้ว คนที่ควรจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวคือพี่สามต่างหาก ..….. หมิงถูกคำพูดของตนเองก่อนหน้านี้ตอกกลับมาทีละประโยค จึงเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ จ้องมองหมิงถานเขม็งจนดวงตาแทบจะ พ่นไฟออกมาอยู่รอมร่อ ครั้นเห็นว่าหมิงทำท่าจะชักแส้อ่อนตรงข้างเอวออกมาเล่นงานคน หลิวอี้เหนียงก็รีบเดินเข้าไปกดมือนางเอาไว้ ร้องเรียกเสียงต่ำ "" หมิงจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าตาเขม็ง คำว่า "นางสารเลว" มาถึง ตรงริมฝีปากแล้วด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ เหตุไฉนสุดท้ายนางก็กลืนกลับลงท้องไป มารดาของนางพูดถูก ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องอดทนรอให้การหมั้นหมาย เรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน เผยชื่อเป็นมารดาใหญ่ของนาง หากถูกอีกฝ่าย จับผิดทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ฉวยโอกาสขัดขวางตอนนางหาคู่แต่งงานคงจะ ไม่คุ้มกัน ! เมื่อเกลี้ยกล่อม หมิงได้แล้ว หลิวอี้เหนียงก็ฝืนยิ้มมองไปทาง หมิงถาน "คุณหนู นาง...." หมิงถานคร้านจะฟัง จึงเอ่ยพูดตัดบทันที "นี่ก็ช้ามากแล้ว ข้า ยังต้องไปคารวะท่านแม่อีก ขอตัวก่อน เงินฮว่าเห็นดังนั้น จึงเดินตามไป “น้องสี่ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย ที่ผานๆ มาเสิ่นฮว่าไม่ชอบหน้าหมิงถาน แต่วันี้พอมีหมิงมาเป็น ตัวเปรียบเทียบ นางกลับรู้สึก ว่าคู่ปรับ ตัวฉกาจผู้นี้น่ามองน่าชมขึ้นไม่น้อย คำโบราณกล่าวได้ว่าคนชั่วย่อมโดนคนชั่วยิ่งกว่าเล่นงาน น้อง ของนางเสียดสีคนได้แสบสันเหลือเกิน ประเดี๋ยวบอกไม่ดีไม่งาม ประเดี๋ยว