การใช้คาํ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
The Use of Foreign Words in Thai Language
นงลักษณ์ บัณฑุวงศ์
รายงานนีไ้ ด้รับทนุ ส่งเสริมงานวิจัยของมหาวทิ ยาลัยหอการค้าไทย
พ.ศ.2560
ก
เร่ือง การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
ผ้วู ิจยั นงลกั ษณ์ บณั ฑวุ งศ์ อาจารย์ประจําคณะมนษุ ยศาสตร์และประยกุ ต์ศลิ ป์
สาขาวิชาภาษาไทยเพ่ือการส่ือสาร
บทคดั ย่อ*
เรื่อง “การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย ” เป็ นงานวจิ ยั ทมี่ งุ่ ศกึ ษาการใช้สาเหตกุ ารใช้คาํ
ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยโดยเฉพาะคําทมี่ ีการบญั ญตั แิ ล้วหรือคําศพั ท์ตา่ งประเทศทม่ี กี ารใช้ภาษาไทย
แทน รวมไปถงึ สถานการณ์ตา่ งๆเกิดขนึ ้ วา่ เมอื่ ผ้พู ดู ในระดบั ภาษาตา่ งกนั จะใช้คาํ ตา่ งประเทศทมี่ คี ําไทยแทน
หรือไม่
ผลการวิจยั พบวา่ สาเหตทุ ใี่ ช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศโดยเฉพาะ ภาษาองั กฤษมสี าเหตตุ ามลาํ ดบั
ดงั นี ้ 1. สะดวกในการออกเสยี ง 2. ไมร่ ู้วา่ มคี าํ ภาษาไทยใช้แทนวา่ อยา่ งอยา่ งไร 3.รู้จกั คาํ ภาษาไทยแตไ่ มใ่ ช้
เพราะคาํ ภาษาองั กฤษจาํ งา่ ย 4.เป็ นคาํ ศพั ท์เฉพาะสายงาน
การใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยแทนคาํ ภาษาไทยนนั้ แม้จะมกี ารใช้ภาษาในระดบั
ทางการแตม่ กี ารใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศที่เป็ นคําทน่ี ิยมใช้กนั เข้าไปปะปนอยอู่ ยา่ งมากในทกุ ระดบั ภาษา
เพื่อความสะดวก ความเข้าใจ และทีส่ าํ คญั คอื เพือ่ สามารถสอ่ื สารให้ได้บรรลเุ ป้ าหมาย
ข
Title: The Use of Foreign Word in Thai Language
Researcher: Nonglak Banduwon, School of Humanities and Applied Arts, UTCC
ABSTRACT
Subject "Using foreign words in Thai language" is a research that aims to study
the use of foreign language usage in Thai language, especially those that have already
been formulated or foreign words that are used in Thai instead. Including various
situations that occur when the speaker at different levels of the language will use
foreign words with Thai words instead or not.
The research found that The reason for using foreign language vocabulary in
particular English has the following reasons: 1. Easy to pronounce. 2. Do not know how
Thai words are used instead. 3. Know Thai words but don't use Because English words
are easy to remember 4. It is the terminology for the line of work
The use of foreign language words in Thai instead of Thai words, despite the use of
official language levels, but the use of foreign language vocabulary that is widely used
in all languages. For convenience, understanding and important is to be able to
communicate to achieve the goal
ค
กติ ตกิ รรมประกาศ
งานวจิ ยั เร่ือง “การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย” ไดร้ ับเงินทุนสนบั สนุนจาก
มหาวทิ ยาลยั หอการคา้ ไทย ปี การศึกษา 2560 และไดร้ ับความ กรุณาช่วยเหลือจากคณาจารย์ และ
ผทู้ รงคุณวฒุ ิหลายท่านท่ีไดส้ ละเวลาอนั มีค่าตรวจอ่านเพ่ือการปรับปรุงแกใ้ หง้ านวจิ ยั ฉบบั น้ีสาํ เร็จ
ลุล่วงไปดว้ ยดี ผวู้ จิ ยั ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสน้ี
นอกจากน้ี ผวู้ จิ ยั ขอขอบคุณกลั ยาณมิตร รองศาสตราจารยศ์ าสตราจารยเ์ รือนแกว้ ภทั รานุ
ประวตั ิ ดร.วนิดา พลอยสงั วาลย์ และอาจารยส์ ิริรัตน์ พุ่มประสาท ผทู้ ี่คอยสอบถามความกา้ วหนา้
เกี่ยวกบั งานวจิ ยั ดว้ ยความเอาใจใส่ และใหค้ าํ แนะนาํ พร้อมท้งั เป็นห่วงเป็นใยผวู้ จิ ยั ตลอดมา
รวมท้งั ขอขอบคุณเพอ่ื นๆและอาจารยท์ ุกท่านท่ีคอยสอบถามถึงความกา้ วหนา้ ของงานวิจยั ฉบบั น้ี
อยเู่ นือง ๆ
สุดทา้ ยน้ีขอขอบคุณกลุ่มตวั อยา่ งทุกท่านท่ีกรุณาใหข้ อ้ มูลอนั สาํ คญั ยง่ิ ต่องานวจิ ยั ฉบบั น้ี
ง
สารบญั หนา้
บทคดั ยอ่ ........................................................................................................................................ก
กิตติกรรมประกาศ.........................................................................................................................ค
สารบญั ...........................................................................................................................................ง
บทท่ี หน้า
1. บทนํา
ความสําคญั และท่ีมาของปัญหา..............................................................................1
วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั ...........................................................................................3
ขอบเขตการวจิ ยั ........................................................................................................3
ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ.........................................................................................3
ระเบียบวิธีวิจยั .........................................................................................................4.
2. เอกสารที่เกี่ยวข้อง....................................................................................................6
3. วธิ ีดาํ เนินการวจิ ยั .................................................................................................21
การศกึ ษาค้นคว้า..................................................................................................21
สารบัญ (ต่อ)
บทที่ หน้า
การเก็บข้อมลู ........................................................................................................21
การจดั ระเบียบข้อมลู ............................................................................................23.
การวิเคราะห์ข้อมลู ...............................................................................................23
การนําเสนอ.........................................................................................................24
4. ผลการวิเคราะห์ข้อมลู .................................................................................................25
ผลการวเิ คราะห์สาเหตแุ ละระดบั ภาษาของการใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
5. สรุป อภิปราย ข้อเสนอแนะ..........................................................................................38
สรุป ..................................................................................................................38
อภิปราย ............................................................................................................40
ข้อเสนอแนะ.......................................................................................................42
บรรณานกุ รม..................................................................................................................43
ภาคผนวก.... ..................................................................................................................45
บทท่ี 1
ความสาํ คัญและท่ีมาของปัญหา
ภาษาเป็นเคร่ืองมือท่ีใช้สําหรับการติดตอ่ ส่ือสารของมนษุ ย์ มีจดุ มงุ่ หมายเพื่อแสดง
ความคดิ ความรู้สกึ ของผ้พู ดู ให้ผ้อู ่ืนเข้าใจ นอกจากจะเป็ นเคร่ืองมือในการส่ือสารภาษายงั เป็น
เครื่องมือในการเรียนรู้และพฒั นาความคดิ ของมนษุ ย์ ท่ีสําคญั ภาษาเป็นส่ิงที่ชว่ ยให้มนษุ ย์มีความ
เข้าใจซง่ึ กนั และกนั ได้ดงั คํากลา่ วท่ีวา่ “ภาษา ใช้ทําความเข้าใจกนั ระหว่างผ้พู ดู และผ้ฟู ังให้เข้าใจ
ตรงกนั ได้” (ประสทิ ธ์ กาพย์กลอน, 2535: 5)
ภาษาเป็นวฒั นธรรมอยา่ งหนงึ่ ของไทยที่มีการถ่ายทอด หยบิ ยืม และเปล่ียนแปลงไปตาม
กาลเวลา เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป การตดิ ตอ่ ส่ือสารกบั ตา่ งชาตมิ ีมากขนึ ้ ภาษาไทยจงึ มีการ
เปล่ียนแปลงตามเวลา ดงั นนั้ ภาษาไทยจงึ มีการยืมภาษาตา่ งชาตเิ ข้ามาใช้ เนื่องจากคาํ บางคํายงั
ไมม่ ีบญั ญตั คิ ํานนั้ ไว้ในภาษาไทย ไมส่ ามารถหาคาํ ศพั ท์ในภาษาไทยที่มีอยมู่ าเรียกส่งิ ใหมท่ ่ี
เกิดขนึ ้ ในสงั คมได้ เป็นผลให้เกิดสภาพบงั คบั ท่ีต้องนําคาํ หรือลกั ษณะทางภาษาของอีกภาษาหนง่ึ
มาใช้ในภาษาของตนแทน เชน่ เลียนเสียงหรือเรียกตามเจ้าของภาษา โดยเรียกลกั ษณะดงั กลา่ ว
วา่ “การยืมภาษา” (วิไลวรรณ ขนษิ ฐานนั ท์, 2526: 128) อีกทงั้ การใช้ภาษาตา่ งประเทศในภาษา
ของตนยงั แสดงให้เห็นถงึ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งชนชาติ ซง่ึ ชีใ้ ห้เห็นวา่ ในการตดิ ตอ่ ระหวา่ งกนั เป็ น
การตดิ ตอ่ กนั เพื่อการค้า อาณาเขตท่ีตดิ กนั ตดิ ตอ่ ในฐานะผ้ปู กครอง หรือตดิ ตอ่ ในฐานะผ้อู ยใู่ ต้
การปกครอง
การยืมภาษาเป็นส่ิงจําเป็ นในทกุ ยคุ ทกุ สมยั เนื่องจากวา่ เพ่ือให้เกิดความสะดวกตอ่ การ
ส่ือสารซง่ึ กนั และกนั ดงั ที่ไพบลู ย์ สทุ ธิวงศ์พงศไ์ พบลู ย์ (2531: 14) กลา่ ววา่ “การยืมภาษาเหมือน
การกินอาหารเพื่อประทงั ชีวติ การรับคําภาษาตา่ งประเทศเข้ามาใช้ในภาษาของตนก็เชน่ เดียวกนั
2
คือ เกิดความจําเป็นต้องรับเข้ามาเพ่ือความสะดวกในการส่ือสารทําความเข้าใจกนั ไมต่ ้องเสียเวลา
ในการส่ือสาร”
สาเหตทุ ี่ทําให้ภาษาตา่ งประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย เนื่องจากมีการตดิ ตอ่ สมั พนั ธ์
กนั ทําให้ภาษาตา่ งประเทศเข้ามาปะปนอยใู่ นภาษาไทย ด้วยสาเหตตุ า่ ง ๆ คือ มีความสมั พนั ธ์กนั
ทางเชือ้ ชาติและถิ่นที่อย่อู าศยั ตามสภาพภมู ิศาสตร์ มีความสมั พนั ธ์กนั ทางด้านประวตั ศิ าสตร์ มี
ความสมั พนั ธ์กนั ทางด้านการค้า มีความสมั พนั ธ์ทางด้านศาสนา มีความสมั พนั ธ์ทางด้าน
วฒั นธรรมและประเพณี มีความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยี ศกึ ษาวชิ าการตา่ ง ๆ ศกึ ษา
ภาษาตา่ งประเทศโดยตรง มีความสมั พนั ธ์สว่ นตวั กบั คนตา่ งชาติ และมีความสมั พนั ธ์ทางการทตู
ดงั นนั้ ในแตล่ ะชาตมิ ีการตดิ ตอ่ สมั พนั ธ์กนั จงึ เป็ นเร่ืองปกติ จงึ เป็นเร่ืองธรรมดาที่จะมีการ
หยิบยืมภาษาของชาตอิ ื่นมาใช้ และไมม่ ีภาษาใดในโลกท่ีไมม่ ีคําในภาษาอ่ืนเข้ามาปะปน การนํา
คําหรือลกั ษณะทางภาษาของอีกภาษา เข้าไปใช้ในภาษาของตน ยอ่ มเกิดขนึ ้ เมื่อคนตา่ งภาษากนั
ต้องทําการตดิ ตอ่ หรือมีความสมั พนั ธ์กนั เป็นระยะเวลานาน จงึ เกิดการยืมคาํ ขนึ ้ การยืมคอื การที่
ภาษาหนง่ึ นําเอาคํา หรือลกั ษณะทางภาษาของอีกภาษาหนง่ึ เข้าไปใช้ในภาษาของตนเอง และใน
สว่ นภาษาไทยได้มีการยืมคํามาจากภาษาอ่ืนมาใช้ปะปนอยมู่ าก ตงั้ แตโ่ บราณกาล โดยสมยั ของ
พอ่ ขนุ รามคําแหงมหาราช ได้ปรากฏคํายืมมาจากภาษาบาลี สนั สกฤต และเขมรเข้ามาปะปนอยู่
มากมาย
ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย ได้แก่ ภาษาบาลี ภาษาสนั สกฤต ภาษาเขมร ภาษาจีน
ภาษามลายู ภาษาชวา และภาษาองั กฤษ ในทางเดยี วกนั การสื่อสารในสงั คมปัจจบุ นั มีการนําคาํ
ภาษาตา่ งประเทศมาใช้ปนเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะคําภาษาองั กฤษ แนวโน้มการใช้
ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยโดยเฉพาะการใช้คําภาษาองั กฤษปนในการสื่อสารมีมากขนึ ้ ไมว่ า่
จะเป็นด้านการเมือง การศกึ ษา การปกครอง เศรษฐกิจ สงั คมและการทอ่ งเท่ียว เนื่องจากมี
3
ชอ่ งทางเผยแพร่ข้อมลู ข่าวสารได้หลายชอ่ งทาง เชน่ สื่อส่ิงพมิ พ์ โทรทศั น์ และวทิ ยกุ ระจายเสียง
วฒั นธรรมมวลชนตา่ ง ๆ ที่แพร่หลาย ซงึ่ วฒั นธรรมเหลา่ นีส้ ง่ ผลให้ผ้คู นมีโอกาสเข้าถึงคาํ
ภาษาองั กฤษและเปลี่ยนวิถีชีวติ ความเป็นเป็นอยมู่ ากขนึ ้ นําไปสกู่ ารใช้คาํ ภาษาองั กฤษปนใน
ภาษาไทยได้อยา่ งง่ายและเข้าใจได้รวดเร็ว
วิธีการยืมคาํ ภาษาองั กฤษมาใช้ส่ือสารในภาษาไทยโดยทวั่ ไปจะแบง่ ออกเป็น 3 วธิ ี คือ
การแปลศพั ท์ การบญั ญัติศพั ท์ และการทบั ศพั ท์ โดยศพั ท์บญั ญตั ทิ ี่เกิดขนึ ้ มีมากมาย เชน่
คอมพิวเตอร์ บญั ญตั วิ า่ คณิตกรณ์ คอลมั น์ บญั ญตั วิ า่ สดมภ์ หรือแนวตงั้ คําวา่ โหมด บญั ญตั วิ า่
ภาวะ ขนึ ้ อยวู่ า่ คาํ ใดเป็นที่นิยมก็มีการใช้กนั อยา่ งแพร่หลาย โดยสวนิต ยมาภยั (2527: 109) ได้
กลา่ วถึงการใช้ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยวา่ “การใช้ภาษาไทยไมใ่ ช้ภาษาด้วยความทกุ ข์และ
ความอดึ อดั ใจหากคาํ ภาษาไทยไมเ่ พียงพอ ไมเ่ ป็นไรท่ีเราจะเอาคาํ ตา่ งประเทศมาใช้”
ซงึ่ ชีใ้ ห้เหน็ วา่ ภาษาองั กฤษมีบทบาทในสงั คมมากขนึ ้ ทกุ ขณะสง่ ผลให้เกิดทรรศนะเกี่ยวกบั การนํา
ภาษาองั กฤษมาใช้ในภาษาไทยวา่ เป็ นเรื่องไมเ่ สียหายอาจเนื่องมาจากชว่ ยให้เกิดความหมาย
ชดั เจนยิ่งขนึ ้ เชน่ คําว่า คอมพิวเตอร์ ยเู ทริ ์น แฟชนั่ โค้ช เป็นต้น สอดคล้องกบั ปราณี กลุ ละวณิช
(2535: 93) กลา่ วถึงการใช้ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยวา่ “นกั วชิ าการจํานวนมากมีความรู้สกึ
วา่ คาํ ศพั ท์เฉพาะวิชาเมื่อใช้ทบั ศพั ท์จะส่ือสารได้ตรงกนั ” หากมองในวงการศกึ ษาพบวา่ การ
บญั ญตั ิศพั ท์ใหมม่ ีคําหลากคําท่ีสามารถนําไปใช้ได้ดงั ท่ี สมุ น อมรววิ ฒั น์ (2527: 81) กลา่ วถึงการ
บญั ญตั ิศพั ท์วา่ “การบญั ญตั ศิ พั ท์ขาดการประสานงานเพ่ือที่จะเลือกคําที่ดีที่สดุ ใช้ในวงวิชาการ
เชน่ คาํ วา่ Concept จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั ใช้วา่ มโนทศั น์ สว่ นมหาวิทยาลยั ศรีนครินทร์วโิ รฒ
ใช้วา่ สงั กปั หรือมหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราชใช้วา่ มโนมติ และกระทรวงศกึ ษาธิการใช้วา่
ความคดิ รวบยอด ก่อให้เกิดความสบั สนแกผ่ ้ใู ช้เป็นอยา่ งมาก”
ด้วยสาเหตดุ งั กลา่ ว ผ้วู ิจยั สงั เกตเห็นวา่ ในสงั คมไทยมีผ้ใู ช้ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
โดยเฉพาะคาํ ภาษาองั กฤษ ทงั้ ที่มีคําไทยใช้แทนได้ หรือแม้วา่ คาํ นนั้ จะบญั ญตั ขิ นึ ้ โดยราชบณั ฑิตย
สภาหรือประชาชนคิดขนึ ้ ใช้เองก็ตาม แตก่ ระนนั้ ก็ยงั มีผ้นู ิยมใช้คําตา่ งประเทศอยนู่ น่ั เองจงึ ทําให้
4
ต้องหาสาเหตอุ ยา่ งแท้จริงวา่ เป็นเพราะสาเหตใุ ด ซง่ึ การวิจยั เรื่องการใช้ภาษาตา่ งประเทศใน
ภาษาไทยจะแสดงให้เห็นถงึ สาเหตขุ องการใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยและเข้าใจ
สถานการณ์ในการใช้คําภาษาตา่ งประเทศของคนไทยในปัจจบุ นั
วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการวจิ ยั
1. เพื่อศกึ ษาสาเหตกุ ารใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยของคนไทย
2. เพื่อศกึ ษาสถานการณ์ในการใช้คําภาษาตา่ งประเทศของคนไทย
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ทําให้ทราบถงึ สาเหตกุ ารใช้ภาษาตา่ งประเทศแทนภาษาไทยของประชาชนทวั่ ไป
2. สะท้อนให้เห็นถงึ วฒั นธรรมการใช้ภาษาในยคุ ปัจจบุ นั
3. เป็นแนวทางในการศกึ ษาการใช้ภาษาในสงั คม
4. สามารถนําไปบรู ณาการกบั การเรียนการสอนในวชิ าตา่ ง ๆ ที่เก่ียวข้องกบั ภาษาไทย
ขอบเขตของการวิจยั
1. การศกึ ษาการใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยศกึ ษาเฉพาะคําภาษาองั กฤษซง่ึ เป็น
ที่นยิ มใช้และมีคาํ ไทยใช้แทนได้
2. ศกึ ษาการใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยซงึ่ ปรากฏในแบบสอบถามใช้ตวั อยา่ ง
คําจากหนงั สือศพั ท์ตา่ งประเทศท่ีใช้คําไทยแทนได้ ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน ทงั้ เลม่ 1 และเลม่ 2
3. การศกึ ษาการใช้คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศที่ในภาษาไทยตามแนวคิดเรื่องการ
เปลี่ยนแปลงภาษาของ วไิ ลศกั ด์ิ ก่ิงคํา
4. ศกึ ษาโดยใช้บคุ คลทวั่ ไปที่มีอายรุ ะหวา่ ง 18-60 ปี ทงั้ เพศหญิงและเพศชายทงั้ หมด
200 คน ท่ีศกึ ษาอยใู่ นระดบั ปริญญาตรีหรือจบการศกึ ษาระดบั ปริญญาตรีขนึ ้ ไปเท่านนั้
5
นยิ ามศพั ท์ หมายถึง คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศที่ใช้แทนคําภาษาไทยเฉพาะ
เทา่ นนั้
คาํ ภาษาตา่ งประเทศ
ภาษาองั กฤษ หมายถงึ คาํ ที่มีใช้ในภาษาไทย แตใ่ ช้คาํ ภาษาองั กฤษแทน
คําแทน
6
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ัยท่ีเก่ียวข้อง
ในการค้นคว้าเอกสารหนงั สือ บทความ งานวิจยั จากแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ ผ้วู จิ ยั ได้ประมวล
แนวความคิดจากเอกสารงานวจิ ยั ที่เก่ียวข้องในเบอื ้ งต้นดงั นี ้
1. เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ียวข้องกบั การใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
1.1 สาเหตกุ ารใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยของคนไทย
1.2 การยืมคําศพั ท์ภาษาองั กฤษในภาษาไทย
1.3 สถานการณ์ในการใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศของคนไทย
1.4 วฒั นธรรมการใช้ภาษาของคนไทยในยคุ ปัจจบุ นั
2. เอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวข้องกบั การใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
2.1 แนวคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงภาษาของ วิไลศกั ด์ิ ก่ิงคํา
1. เอกสารและงานวิจยั ที่เกี่ยวข้องกบั การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
1.1 สาเหตกุ ารใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยของคนไทย
อภิชาญ ปานเจริญ (2560: 3-19) ได้กล่าวถึงสาเหตทุ ่ีภาษาตา่ งประเทศเข้ามาปะปนใน
ภาษาไทยวา่ เป็นเพราะการตดิ ตอ่ สมั พนั ธ์กนั ทําให้ภาษาตา่ งประเทศเข้ามาปะปนอยใู่ นภาษาไทย
ด้วยสาเหตหุ ลายประการ สรุปได้ดงั นี ้
1. สภาพภมู ศิ าสตร์ คือ ประเทศไทยมีอาณาเขตตดิ ตอ่ กบั ประเทศตา่ ง ๆ ได้แก่ พมา่ ลาว
เขมร มาเลเซีย จงึ ทําให้คนไทยที่อยอู่ าศยั บริเวณชายแดนเดนิ ทางข้ามแดนไปมาหาสกู่ นั และมี
ความเก่ียวข้องสมั พนั ธ์กนั จึงมีการแลกเปลี่ยนภาษากนั
7
2. ประวตั ศิ าสตร์ ชนชาตไิ ทยเป็นชนชาตทิ ่ีมีประวตั ศิ าสตร์อนั ยาวนาน มีการอพยพโยกย้ายของ
คนไทยเข้ามาอยใู่ นถ่ินอาศยั ปัจจบุ นั ซงึ่ แตเ่ ดมิ มีชนชาตอิ ่ืนอาศยั อยกู่ ่อน เชน่ เขมร ละว้า มอญ
หรือมีการทําศกึ สงครามกบั ชนชาตอิ ื่น มีการกวาดต้อนเชลยศกึ และประชาชน พลเมืองชนชาตอิ ื่น
ๆ ให้มาอาศยั อยใู่ นประเทศไทย ผ้คู นเหลา่ นีไ้ ด้นําถ้อยคาํ ภาษาเดมิ ของตนเองมาใช้ปะปนกบั
ภาษาไทยด้วย
3. ศาสนา คนไทยมีเสรีภาพในการนบั ถือศาสนามาเป็ นเวลาช้านาน เมื่อนบั ถือศาสนาใด
ก็ยอ่ มได้รับถ้อยคาํ ภาษาที่ใช้ในคําสอน หรือคาํ เรียกชื่อตา่ ง ๆ ในทางศาสนาของศาสนานนั้ ๆ มา
ปะปนอยใู่ นภาษาไทยด้วย เชน่ ศาสนาพราหมณ์ใช้ภาษาสนั สกฤต ศาสนาพทุ ธใช้ภาษาบาลี
ศาสนาอสิ ลามใช้ภาษาอาหรับ และศาสนาคริสต์ใช้ภาษาองั กฤษ ดงั นนั้ ภาษาตา่ ง ๆ ที่ใช้ ในทาง
ศาสนาก็จะเข้ามาปะปนในภาษาไทยด้วย
4. การค้าขาย จากหลกั ฐานทางด้านประวตั ศิ าสตร์ ชนชาตไิ ทยมีการตดิ ตอ่ ค้าขาย
แลกเปลี่ยนสินค้ากบั ชนชาตติ า่ ง ๆ มาเป็นเวลาอนั ยาวนาน เชน่ ชาวจีน ชาวโปรตเุ กส ฝรั่งเศส
องั กฤษ ฮอลนั ดา ตลอดถึงญี่ป่ นุ ทําให้มีถ้อยคําในภาษาของชนชาตนิ นั้ ๆ เข้ามาปะปนอยใู่ น
ภาษาไทยเป็นจํานวนมาก ตลอดเวลาไมม่ ีวนั สนิ ้ สดุ
5. วรรณคดี วรรณคดีอนิ เดียที่ไทยนําเข้ามา เชน่ เร่ืองมหากาพย์รามายณะ และ มหาภา
รตะ แตง่ ขนึ ้ เป็นภาษาสนั สกฤต อเิ หนา เป็นวรรณคดีท่ีมีเค้าเรื่องมาจากเร่ืองดาหลงั ของชวา ด้วย
เหตนุ ีว้ รรณคดีทําให้ภาษาสนั สกฤตและภาษาชวาเข้ามาปะปนในภาษาไทย
6. ความสมั พนั ธ์ทางด้านวฒั นธรรมและประเพณี เม่ือชนชาตติ า่ ง ๆ เข้ามาสมั พนั ธ์ตดิ ตอ่
กบั ชนชาตไิ ทย หรือเข้ามาตงั้ หลกั แหลง่ อยใู่ นประเทศไทย ยอ่ มนําเอาวฒั นธรรมและประเพณีท่ี
เคยยึดถือปฏิบตั อิ ยใู่ นสงั คมเดมิ ของตนมาประพฤตปิ ฏิบตั ใิ นสงั คมไทย นาน ๆ เข้าถ้อยคําภาษาท่ี
เก่ียวข้องกบั วฒั นธรรมและประเพณีเหลา่ นนั้ ก็กลายมาเป็นถ้อยคําภาษาท่ีเก่ียวข้องกบั
ชีวติ ประจําวนั ของคนไทยมากขนึ ้
7. การศกึ ษาและวิทยาการด้านตา่ ง ๆ จากการท่ีคนไทยเดนิ ทางไปศกึ ษายงั ตา่ งประเทศ
ทําให้ได้ใช้และพดู ภาษาอ่ืน ๆ และรับเอาวิทยาการตา่ ง ๆ เมื่อสําเร็จการศกึ ษา จงึ นําภาษาของ
ประเทศนนั้ มาใช้ปะปนกบั ภาษาของตน เชน่ ภาษาองั กฤษ ในปัจจบุ นั ประเทศไทยกําลงั เตรียม
8
ความพร้อมด้านการศกึ ษาเพ่ือก้าวส่ปู ระชาคมอาเซียนและมาตรฐานสากล โดยการจดั การศกึ ษา
ให้ผ้เู รียนได้เรียนรู้ภาษาและวฒั นธรรมประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียนและภาษาท่ีสามารถส่ือสาร
กนั ในสากลโลก ดงั นนั้ การหลงั่ ไหลของภาษาตา่ ง ๆ ท่ีจะเข้ามาปะปนในภาษาไทยก็จะเพม่ิ มากขนึ ้
8. ความสมั พนั ธ์ทางการทตู การเจริญสมั พนั ธไมตรีทางการทตู ในการอพยพ โยกย้ายหรือ
ในการตดิ ตอ่ ทางการทตู ยอ่ มทําให้ภาษาของเจ้าของถ่ินเดมิ หรือผ้อู พยพโยกย้ายมาใหมน่ ํามาใช้
ร่วมกนั เชน่ องั กฤษ ฝรั่งเศส
9. อพยพย้ายถ่ินฐาน การอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากสาเหตหุ ลายประการ เชน่ สภาพ
เศรษฐกิจต้องไปประกอบอาชีพยงั ประเทศตา่ ง ๆ ภยั สงคราม การเมืองการปกครอง
1.2 การยืมคําทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษในภาษาไทย
ทองสกุ เกตรุ ุ่งโรจน์ (2551: 108) ได้ให้ความหมายการใช้ภาษาองั กฤษในภาษาไทยวา่
ภาษาองั กฤษเป็นภาษาในตระกลู อนิ โด-ยโุ รเปี ยน มีรูปลกั ษณะเป็นภาษามีวิภตั ตปิ ัจจยั
เชน่ เดียวกบั ภาษาบาลี-สนั สกฤต แตต่ อ่ มามีการเปล่ียนแปลงเพ่ือให้เรียบงา่ ยขนึ ้ มีโครงสร้าง
ประโยคคล้ายภาษาไทยมีระบบเสียงตา่ งกบั ภาษาไทยบ้าง ในขณะเดยี วกนั ก็มีลกั ษณะบาง
ประการเหมือนภาษาคาํ โดดและภาษาคาํ ตดิ ตอ่ เมื่อภาษาองั กฤษมีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงให้
เรียบงา่ ยขึน้ ภาษาองั กฤษจงึ ได้รับความนิยมเป็นใช้เป็ นภาษาเพ่ือการสื่อสาร คนไทยได้ศกึ ษา
ภาษาองั กฤษเป็นภาษาที่สองมาเป็นเวลานานจนภาษาองั กฤษเข้ามามีอิทธิพลตอ่ ชีวิตมากขนึ ้
ดงั นนั้ ภาษาองั กฤษจงึ มีบทบาทตอ่ ภาษาไทยมาก วฒั นธรรมตา่ งชาตโิ ดยเฉพาะฝรั่งเข้ามาปะปน
ในชีวิตประจําวนั ของคนไทยมากขนึ ้ จงึ ทําให้คา่ นิยมสงั คมเปล่ียนแปลงไปตามยคุ สมยั ภาษาไทย
ก็ยอ่ มเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย คนไทยบางคนนิยมพดู คําองั กฤษปนในภาษาไทยในชีวิตประจําวนั
จนไมร่ ู้สกึ วา่ ใช้ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
ปราณี กลุ ละวณิชและอื่น ๆ (2535: 67) ได้กลา่ วถึงคํายืมภาษาองั กฤษมาใช้ในภาษาไทย
วา่ วิธีการยืมภาษาองั กฤษมาใช้สื่อสารในภาษาไทยโดยทว่ั ไปจะแบง่ ออกเป็ น 3 วิธีคือ
9
1. การแปลศพั ท์ การยืมคาํ ภาษาองั กฤษโดยวธิ ีการแปลศพั ท์หมายถงึ การยืมคําท่ีเราไม่
เคยรู้จกั หรือไมเ่ คยมีหรือการกลา่ วถึงความคดิ หรือนามธรรมซงึ่ ไมใ่ ชค่ วามคดิ หรือนามธรรมท่ีมีมา
ก่อนการยืมคาํ โดยวธิ ีการนี ้(ปราณี กลุ ละวณิชย์ และอ่ืน ๆ, 2535) จะต้องใช้วธิ ีการคิดแปลเป็น
คําภาษาไทยให้มีความหมายตรงกบั คําในภาษาองั กฤษ แล้วนําคํานนั้ มาใช้ส่ือสารในภาษาไทย
ตอ่ ไป
ดงั ตวั อยา่ งเชน่
tea spoon มีความหมายวา่ ช้อนชา
table spoon มีความหมายวา่ ช้อนโต๊ะ
honeymoon มีความหมายวา่ นํา้ ผงึ ้ พระจนั ทร์ เป็นต้น
2. การบญั ญตั ศิ พั ท์
การบญั ญตั ิศพั ท์เป็นวธิ ีการยืมคํา โดยรับเอาเฉพาะความคดิ เก่ียวกบั เรื่องนนั้ มา
สร้างคาํ ขนึ ้ ใหม่ ซง่ึ มีเสียงแตกตา่ งจากคําในภาษาองั กฤษ โดยเฉพาะศพั ท์ทางวชิ าการจะใช้วธิ ีการ
นีม้ าก ผ้ทู ่ีทําหน้าที่ในการบญั ญตั ศิ พั ท์ขนึ ้ มาใช้ มกั จะเป็ นนกั วิชาการสาขาตา่ ง ๆ หนว่ ยงาน
ราชการท่ีมีหน้าที่รับผดิ ชอบ ในการบญั ญัตศิ พั ท์ภาษาไทยขนึ ้ ใช้แทนคาํ ยืมจาก
ภาษาตา่ งประเทศโดยตรง คือ ราชบณั ฑติ ยสถาน แตก่ ็มีบางคาํ ที่นกั วิชาการแตล่ ะคนหรือแตล่ ะ
หนว่ ยงานบญั ญตั ิศพั ท์ภาษาไทยมาใช้แทนคําภาษาองั กฤษไมต่ รงกนั
การยืมคาํ จากภาษาองั กฤษมาสร้างเป็นคาํ ใหม่ เพื่อใช้ส่ือสาร โดยวิธีการบญั ญตั ศิ พั ท์
มีมากมาย
ดงั ตวั อยา่ งเชน่
globalization มีความหมายวา่ โลกาภิวตั น์
3. การทบั ศพั ท์
10
การทบั ศพั ท์เป็ นวิธีการยืมจากภาษาหนง่ึ มาใช้ในอีกภาษาหนง่ึ โดยการถ่ายเสียง และถอดอกั ษร
การยืมคาํ ภาษาองั กฤษ โดยวิธีการนีเ้ป็ นวธิ ีการที่ทําได้งา่ ย และปรากฏเดน่ ชดั ที่สดุ วา่ เป็นคํายืม
จาก ภาษาองั กฤษ คํายืมจากภาษาองั กฤษโดยวธิ ีการทบั ศพั ท์มีมากมาย คําบางคํา
ราชบณั ฑิตยสถานได้ บญั ญัตศิ พั ท์เป็นคําไทยแล้ว แตค่ นไทยนยิ มใช้คําทบั ศพั ท์มากกวา่ คําทบั
ศพั ท์บางคําจงึ ค้นุ หผู ้รู ับสารมากกวา่ ศพั ท์บญั ญัติ คําทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษท่ีใช้สื่อสารโดยทว่ั ไป
ดงั ตวั อยา่ งเชน่
คาํ ภาษาองั กฤษ คําทบั ศพั ท์ graph กราฟ clinic คลินกิ quota โควตา
ภเู ก็ต วาจานนท์ (2527) กล่าวถึงการรับถ้อยคําตา่ งประเทศเข้ามาในภาษามี 4 ลกั ษณะ
1. การแปลศพั ท์ หรือเทียบศพั ท์ คอื การใช้คําในภาษาของตนท่ีมีความหมายอยา่ ง
เดยี วกนั แทนการใช้คําตา่ งประเทศ เชน่ hart ใช้วา่ หวั ใจ, lung ใช้วา่ ปอด
2. การถอดความหรือการแปลความหมาย คือ การถ่ายทอดความหมายของคําศพั ท์นนั้ ๆ
ออกเป็นความในภาษาของตน แปลว่า อมั พาต, ซีกหนงึ่ ของร่างกาย
3. การบญั ญตั ิศพั ท์ คอื การกําหนดคําขนึ ้ ใหมโ่ ดยวธิ ีการสร้างคาํ ให้มีความหมายตรงกบั
คาํ นนั้ เชน่ โทรเลข (Telegraph) โทรศพั ท์ (Telephone)
4. การทบั ศพั ท์ คือ การเขียนภาษาตา่ งประเทศด้วยอกั ษร หรืออกั ขรวิธีด้วยภาษาของตน
วธิ ีทบั ศพั ท์ทําได้ 3 วิธีคอื การถ่ายเสียง การถ่ายอกั ษร การถ่ายเสียงร่วมกบั การถ่ายอกั ษร
Appel and Muysken (1987) กล่าววา่ การทบั ศพั ท์ชว่ ยให้ผ้พู ดู สามารถอธิบายเร่ืองท่ีผู้
พดู ไมม่ ีความรู้ในอีกภาษาหนง่ึ เพียงพอได้ตรงตามใจผ้พู ดู ชว่ ยเร้าให้ผ้ฟู ังสนใจและให้ผ้ฟู ังเข้าใจ
เรื่องท่ีพดู ได้เร็วขนึ ้ สนบั สนนุ ให้ผ้ฟู ังเกิดความประทบั ใจในทกั ษะทางภาษาของผ้พู ดู และเพื่อ
ความไพเราะในงานประพนั ธ์ร้อยกรองตา่ ง ๆ
11
การศกึ ษาการใช้คาํ ตา่ งประเทศในภาษาไทย อีกกรณีหน่ึงคือการศกึ ษาการปนภาษา
ระหวา่ งภาษาไทยกลางกบั ภาษาไทยถ่ินอีสานของนกั เรียนในจงั หวดั ขอนแก่น ของรัตนา จนั ทร์เทา
พบวา่ นกั เรียนท่ีศกึ ษาอยใู่ นโรงเรียนในเมืองมีการปนมากกวา่ นกั เรียนที่ศกึ ษาในโรงเรียนชนบท
และนกั เรียนเพศหญิงมีการปนภาษามากกวา่ นกั เรียนเพศชาย ชนิดของคาํ ท่ีมีการปนมากที่สดุ
ได้แก่ คาํ นวณ รองลงมาคือคํากริยา คาํ ขยายกริยา คําคณู ศพั ท์ ตามลําดบั และกลมุ่ คําศพั ท์ที่ไมม่ ี
การใช้คําศพั ท์ภาษาไทยถ่ินอีสานเลยคือ คําสรรพนามบรุ ุษท่ี 1 ทงั้ เพศหญิงและเพศชาย สว่ น
กลมุ่ คําศพั ท์ภาษาไทยกลางที่มีการปนภาษามากที่สดุ คอื กลมุ่ คาํ ศพั ท์ท่ีใช้เรียกสตั ว์และพืช
รองลงมาได้แก่ กลมุ่ คาํ ศพั ท์เก่ียวกบั มนษุ ย์และโรค เครื่องมือเคร่ืองใช้ และวฒั นธรรมและ
ประเพณี ตามลําดบั นอกจากนีย้ งั พบวา่ กลมุ่ คําศพั ท์ที่เก่ียวกบั วฒั นธรรมท้องถ่ินที่นกั เรียนสว่ น
ใหญ่ไมร่ ู้จกั เพราะไมไ่ ด้ใช้ในชีวิตประจําวนั โดยเฉพาะนกั เรียนท่ีศกึ ษาท่ีโรงเรียนในเมือง ทงั้ ในนี ้
ผลการวิจยั ยงั บง่ ชีว้ า่ การปนภาษาไทยถ่ินกลางกบั ภาษาไทยถ่ินอีสานของนกั เรียนขนึ ้ อยกู่ บั ปัจจยั
ทางสงั คมทงั้ 2ตวั แปร ในระดบั ท่ีแตกตา่ งกนั
ในทางเดียวกนั การศกึ ษาการใช้คําภาษาองั กฤษในภาษาไทยของ นารีรัตน์ สมิงแก้ว เรื่อง
การปนภาษาองั กฤษในขา่ วบนั เทิงในหนงั สือพิมพ์ไทยรายวนั พบวา่ ภาษาท่ีใช้ในการเขียนขา่ ว
บนั เทิงแตกตา่ งจากภาษาที่ใช้ในขา่ วประเภทอ่ืนคือ ขา่ วบนั เทงิ ใช้ภาษาแบบเป็นกนั เอง (casual
style) ซงึ่ มีลกั ษณะใกล้เคียง หรือเหมือนกบั ภาษาพดู ตลอดทงั้ ขา่ ว การใช้ภาษาในลกั ษณะนี ้
เปิดโอกาสให้มีการปนภาษาองั กฤษได้ทงั้ ในสว่ นพาดหวั ขา่ ว (head line) และตวั ขา่ ว (body) ผล
ของการวิจยั พบวา่ ลกั ษณะของการใช้ภาษาองั กฤษมาปนในภาษาไทยในขา่ วบนั เทิงมี 6 ลกั ษณะ
ได้แก่ การใช้ศพั ท์ภาษาองั กฤษ หรือการทบั ศพั ท์, การใช้คาํ ภาษาองั กฤษร่วมกบั ภาษาไทย, การ
ตดั คําและการใช้คํายอ่ จากภาษาองั กฤษ, การใช้ศพั ท์ภาษาองั กฤษมาควบคกู่ บั คําอธิบาย
ภาษาไทย, การใช้คําเขียนภาษาองั กฤษและการใช้คาํ เขียนภาษาองั กฤษควบคกู่ บั คําภาษาไทย
คําภาษาองั กฤษท่ีนํามาใช้ปนในภาษาไทย
12
หทยั ทพิ ย์ หมดมลทิน (2545) ได้ทําการศกึ ษาคาํ ทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษในขา่ วธรุ กิจของ
หนงั สือพิมพ์เดลนิ ิวส์ โดยศกึ ษาจากหนงั สือพมิ พ์เดลินิวส์จํานวน 15 ฉบบั คือ ฉบบั วนั ที่ 1-15
ธนั วาคม2544 ผลการศกึ ษาพบวา่ กลมุ่ ของคําทบั ศพั ท์สามารถจําแนกออกเป็น 8 กลมุ่ ได้แก่
กลมุ่ ธุรกิจโทรคมนาคม กลมุ่ ธุรกิจประกนั ชีวิต กลมุ่ ธรุ กิจการบนิ กลมุ่ ธุรกิจหลกั ทรัพย์ กลมุ่ ธุรกิจ
รถยนต์ กลมุ่ ธุรกิจการเงินและกลมุ่ ธรุ กิจค้าขาย โดยคาํ ทบั ศพั ท์ที่มีความถ่ีรองลงมาคือ กลมุ่ ธรุ กิจ
โทรคมนาคม นอกจากนีค้ วามหมายของคําทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษยงั สามารถจําแนกออกได้ 2 กลมุ่
คอื คาํ ที่มีความหมายคงเดมิ คาํ ท่ีมีความหมายเปล่ียนไป การเปล่ียนแปลงความหมายของคําเป็น
ใน 3 ลกั ษณะคือ ความหมายแคบเข้า ความหมายกว้างออก และความหมายย้ายท่ี คาํ ทบั ศพั ท์
ภาษาองั กฤษนํามาใช้ในรูปท่ีมีความหมายคงเดมิ มากท่ีสดุ สว่ นความหมายย้ายที่ไมป่ รากฏเลย
ปรารถนา กาลเนาวกลุ (2544:10) กลา่ วถึงคําทบั ศพั ท์วา่ มีลกั ษณะแตกตา่ งจากการยืม
ภาษา กลา่ วคือการยืมภาษา หมายถึง การท่ีภาษาหนงึ่ รับเอาลกั ษณะใดก็ตามจากอีกภาษาหนงึ่
เข้ามาใช้จนกลายเป็นลกั ษณะของตนเอง เชน่ ในภาไทยมีคาํ ว่า เปอร์เซน็ ต์ มอเตอร์ไซต์ แทก็ ซ่ี คาํ
เหลา่ นีเ้ป็นคาํ ยืมท่ีคาํ ไทยใช้จนเป็นคําไทยไปแล้ว คํายืมสว่ นใหญ่เป็นที่ยอมรับในสงั คมจนได้รับ
การบรรจไุ ว้ในพจนานกุ รมและมีลกั ษณะการปรับตวั เข้ากบั เสียงของภาษาแมม่ ากกว่า “คาํ ทบั
ศพั ท์” (อมรา ประสทิ ธ์ิรัฐสนิ ธ์,ุ 2542) เชน่ คาํ วา่ ดีไซน์เนอร์ (designer) คอสตมู (costume) คอล
เลคชนั่ (collection) ท่ีถึงแม้จะใช้ภาษาไทยก็ยงั ไมเ่ ป็นท่ียอมรับเทา่ กบั คํายืม จงึ เป็นเพียงคํา
ภาษาองั กฤษที่นํามาแทนในภาษาไทยเทา่ นนั้
Grojeans (1982 อ้างถึงในปรารถนา 2544: 11) ได้สรุปเก่ียวกบั หน้าท่ีของการแทนภาษา
ดงั นี ้
1) ใช้เพ่ือเตมิ ความต้องการด้านคาํ ศพั ท์ 2) เจาะจงผ้ฟู ังและกีดกนั บางคนออกจากวงสนทนา 3)
เปล่ียนบทบาทของผ้พู ดู และความผกู พนั ของผ้พู ดู 4) แสดงเอกลกั ษณ์กลมุ่ 5) อ้างอิงคําพดู ของ
บคุ คลอ่ืน 6) ขยายความ 7) สื่ออารมณ์ความรู้สกึ และความคดิ ที่วา่ ภาษาใดภาษาหนึง่ เหมาะสม
กวา่ อีกภาษาในการส่ือสารก็ดี การใช้ภาษาบางอยา่ งเพื่อทําหน้าท่ีบางประการก็ดี หรือการใช้
13
ภาษาเพ่ือแสดงความตงั้ ใจหรือความพยายามของผ้พู ดู ที่จะบรรลเุ ป้ าหมายอยา่ งเชน่ สร้างความ
เป็นกลมุ่ หรือ สร้างความหา่ งเหนิ ก็ดนี นั้ แสดงให้เหน็ ทศั นคตติ อ่ คณุ คา่ ของภาษาที่ใช้
ผลงานวิจยั เกี่ยวกบั การใช้ภาษาอีกประเดน็ คอื การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
มกั มีการนยิ มใช้ภาษาปนกนั ระหวา่ งภาษาตา่ งประเทศกบั ภาษาไทยนบั เป็นประเดน็ ที่มีผ้ใู ช้กนั
อยา่ งแพร่หลายได้มีผ้ศู กึ ษาเก่ียวกบั ประเดน็ นีเ้ชน่ ฉนั ทนี รักธรรมยิ่ง (2538) ศกึ ษาเร่ืองการปน
ภาษาของแพทย์: การปนภาษาระหวา่ งภาษาไทยและภาษาองั กฤษ โดยศกึ ษาการใช้ภาษาของ
อายรุ แพทย์ในขณะปฏิบตั หิ น้าท่ีระหวา่ บคุ คลในวงการแพทย์กบั บคุ คลนอกวงการแพทย์ (ผ้ปู ่ วย)
เพ่ือนํามาเปรียบเทียบประเภทของคําศพั ท์องั กฤษเฉพาะสาขาและคําศพั ท์ภาษาองั กฤษทวั่ ไป
พบวา่ อายรุ แพทย์มีการใช้ศพั ท์องั กฤษกบั บคุ คลในวงการแพทย์มากกวา่ นอกวงการแพทย์ และจะ
ใช้ศพั ท์เฉพาะทางมากกวา่ ศพั ท์ภาษาองั กฤษทวั่ ไป
นอกจากนีม้ ีการศกึ ษาการปนภาษาองั กฤษในภาษาไทยในรายการเพลงทางโทรทศั น์ไทย
โดยThanutcha Preechaamornkul ศกึ ษาการปนภาษาองั กฤษในภาษาไทยในระดบั ของคํา มี
ความหลากหลายในชนิดของคาํ ได้แก่ คาํ นาม คํากริยา คําคณุ ศพั ท์ และคาํ อทุ าน ซง่ึ ผลปรากฏวา่
ชนิดของคาํ ที่มีการปนภาษามากท่ีสดุ คือ คํานาม รองลงมาคอื คํากริยา คําคณุ ศพั ท์ และคาํ อทุ าน
ตามลําดบั เมื่อพจิ ารณาระดบั คาํ ภาษาองั กฤษท่ีปนในภาษาไทยพบวา่ คําที่ปรากฏในไทยบริบท
เป็นคํายืม ซงึ่ สามารถแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ คํายืมโดยการทบั ศพั ท์ และคํายืมโดยการ
บญั ญตั ศิ พั ท์ สําหรับการศกึ ษาด้านหน้าที่ของการปนภาษาองั กฤษในภาษาไทย การปนภาษามี
หน้าท่ีหลกั ใหญ่ๆ 2 ประการ คือ หน้าที่ทางปฏิบตั นิ ยิ มและหน้าท่ีทางสงั คม ได้แก่ การเน้นคําและ
การขยายความหมายของคํา สว่ นหน้าท่ีทางสงั คมได้แก่ ศพั ท์เฉพาะ สําหรับการเปลี่ยนแปลงทาง
ภาษาพบวา่ กระบวนการยืมภาษาองั กฤษใช้ในภาษาไทย ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภาษา
14
สทุ ธิรา ว่องพาณิชเจริญ (2540) ได้ศกึ ษาการปนภาษาองั กฤษในภาษาไทยของนกั จดั รายการ
วทิ ยภุ าคเอฟ.เอม็ .ในกรุงเทพมหานคร พบวา่ นกั จดั รายการวิทยปุ ระเภทขา่ วทว่ั ไปในสถานการณ์
ในสถานการณ์ การสนทนาคนเดยี วมีการปนภาษาองั กฤษในการสนทนามากท่ีสดุ และรายการ
เกี่ยวกบั เศรษฐกิจมีการใช้คําปนมากท่ีสดุ ส่วนลกั ษณะการปนคําภาษาองั กฤษนนั้ นกั จดั รายการ
วทิ ยใุ ช้ศพั ท์ทว่ั ไปมากกวา่ การใช้ศพั ท์เฉพาะสาขา และใช้ลกั ษณะการสร้างศพั ท์เป็ นแบบการทบั
ศพั ท์ ทบั ศพั ท์บางสว่ น การตดั คํา โดยใช้การสร้างคําแบบการทบั ศพั ท์ทวั่ ไปสงู กวา่ การทบั ศพั ท์
เฉพาะสาขา สําหรับการปนภาษาองั กฤษในแตล่ ะประเภทรายการ พบว่า นกั จดั รายการประเภท
เศรษฐกิจใช้คาํ ปนภาษาองั กฤษสงู สดุ รองลงมาคือนกั จดั รายการขา่ วทวั่ ไป และนกั จดั รายการ
ความรู้ทวั่ ไปตามลําดบั สําหรับในสถานการณ์สนทนาคนเดียว นกั จดั รายการประเภทเศรษฐกิจใช้
คําปนภาษาองั กฤษมากท่ีสดุ สว่ นสถานการณ์สองคน นกั จกั รายการประเภทขา่ วทวั่ ไปใช้คําปน
ภาษาองั กฤษมากที่สดุ การใช้ศพั ท์เฉพาะสาขาและคาํ ศพั ท์ทวั่ ไปจําแนกตามประเภทรายการและ
ตามสถานการณ์ การใช้ภาษาจะมีความแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สําคญั ทางสถิตเิ กือบทกุ ประเดน็
สรุ ีย์รัตน์ บํารุงสขุ (2557) ได้ทําการศกึ ษาเรื่อง “การเปล่ียนแปลงทางสงั คมที่มีผลตอ่ การ
ใช้คาํ ตา่ งประเทศในภาษาไทย” มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือศกึ ษาการเปล่ียนแปลงทางสงั คมท่ีมีผลตอ่ การ
ใช้คาํ ตา่ งประเทศในภาษาไทย ศกึ ษาการจําแนกหมวดหมทู่ างความหมาย ศกึ ษาวิธีการยืมคาํ
และการเปล่ียนแปลงทางความหมายของคาํ โดยผ้วู จิ ยั เก็บรวบรวมข้อมลู คาํ ตา่ งประเทศใน
ภาษาไทยจาก พจนานกุ รมภาษาไทย-ภาษาไทยของเจ.คสั แวล และเจ.เอช.แซนดเ์ ลอร์ (พ.ศ.
2388) อกั ขราภิธานศรับท์ของแบรดเลย์ แดนบชี (พ.ศ. 2416) และพจนานกุ รมฉบบั หลวง คือ
ปทานกุ รม ของกรมตาํ รา กระทรวงธรรมการ (พ.ศ. 2470) และพจนานกุ รมฉบบั
ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.2542 พบคาํ ตา่ งประเทศในภาษาไทยทงั้ สิน้ 2,106 คํา ซง่ึ ผลการวเิ คราะห์
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งการเปลี่ยนแปลงทางสงั คมกบั ภาษา พบวา่ แบง่ ความสมั พนั ธ์ได้ 3 ยคุ คอื ยคุ
เร่ิมต้นการเปล่ียนแปลง (พ.ศ.2369-2448) คําท่ีพบมากท่ีสดุ คือภาษาจีน ยคุ ก้าวเข้าสกู่ าร
เปล่ียนแปลง(พ.ศ.2449-2475) คาํ ที่พบมากที่สดุ คือ ภาษาเขมรและภาษาชวา สว่ นสงั คมยคุ
ปัจจบุ นั (พ.ศ.2476-2551) คําท่ีพบมากที่สดุ คือ ภาษาองั กฤษและภาษาเขมร การปรากฏคํา
15
ตา่ งประเทศเหลา่ นีม้ ีความสมั พนั ธ์กบั เหตกุ ารณ์ทางสงั คม ในด้านการจําแนกหมวดหมทู่ าง
ความหมายของคําตา่ งประเทศในภาษาไทย แบง่ ตามแนวคดิ วฒั นธรรม 2 ด้าน ได้แก่ วฒั นธรรมท่ี
สมั ผสั ได้ และวฒั นธรรมท่ีสมั ผสั ไมไ่ ด้ ผลการศกึ ษาพบว่าหมวดวฒั นธรรมท่ีสมั ผสั ได้ พบคาํ
ตา่ งประเทศมากที่สดุ ร้อยละ 63.44 สว่ นหมวดวฒั นธรรมที่สมั ผสั ไมไ่ ด้ พบเพียงร้อยละ 36.56 ใน
ด้านวธิ ีการยืมคําตา่ งประเทศในภาษาไทย พบ 3 วธิ ีคือ การยืมคาํ การยืมเสียง และการยืม
ความหมาย วธิ ีท่ีพบมากท่ีสดุ คือ วธิ ีการยืมคาํ ร้อยละ 96.21 การยืมเสียง ร้อยละ 3.09 และการ
ยืมความหมาย ร้อยละ 0.70 นอกจากนีใ้ นด้านการเปล่ียนแปลงทางความหมายของคํา
ตา่ งประเทศในภาษาไทย คาํ ศพั ท์ร้อยละ 93.16 ไมม่ ีการเปล่ียนแปลงทางความหมาย กรณีที่มี
การเปลี่ยนแปลงทางความหมายพบเพียงร้อยละ 6.84 ประกอบด้วยคาํ ท่ีมีการเปล่ียนแปลง
ความหมายแบบกว้างออก ร้อยละ 3.32 ความหมายย้ายท่ี ร้อยละ 1.92 และความหมายแคบเข้า
ร้อยละ 1.60 ตามลําดบั
กลา่ วได้ว่า การใช้ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย มกั เป็นลกั ษณะการพดู คาํ ภาษาองั กฤษ
ปนภาษาไทยนนั้ เป็นรูปแบบภาษาที่พบทวั่ ไปในการดํารงชีวติ ประจําวนั และการปนภาษานนั้ ยอ่ ม
มีความสมั พนั ธ์กบั ปัจจยั ตา่ ง ๆ ในการใช้ภาษา เชน่ ปริบททางสงั คม สถานการณ์การใช้ภาษา
จนถึงประเภทของเรื่องท่ีพดู
งานวิจยั ที่ยกมาข้างต้นนี ้ผ้วู ิจยั ได้เห็นถงึ ความสําคญั ในการใช้คําทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษใน
ภาษาไทย ในฐานะท่ีไทยเรารับเอามาใช้ในชีวิตประจําวนั ซงึ่ คาํ ทบั ศพั ท์นีม้ ีอทิ ธิพลตอ่ การใช้
ภาษาของคนไทยในปัจจบุ นั เป็นอยา่ งมาก นบั ได้วา่ เป็ นข้อมลู ทางการวจิ ยั ท่ีสามารถนํามาใช้ใน
การศกึ ษาเกี่ยวกบั การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยทงั้ ๆ ท่ีมีคําไทยใช้แทนได้ และยงั
สามารถนํามาปรับใช้ในการเรียนการสอนเก่ียวกบั เร่ืองการใช้ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย และ
ภาษากบั สงั คมเป็นอยู่
16
1.3 สถานการณ์ในการใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศของคนไทย
สวนดสุ ิตโพล มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต (https://news.mthai.com/general-
news/660734.html) ได้สํารวจความคดิ เห็นของประชาชนทวั่ ประเทศ ดงั นี ้
ประชาชนมีความคิดเหน็ เก่ียวกบั “การใช้ภาษาไทยในชีวิตประจําวนั ” ณ วนั นี ้ประชาชน
สว่ นใหญ่ 56.42% มองการพดู การอา่ น การเขียน ผิดเพีย้ น มีศพั ท์ใหมๆ่ ตามยคุ สมยั อนั ดบั 2 มี
คาํ ฮิต คิดคาํ ใหมๆ่ ศพั ท์แสลงที่หลากหลายเฉพาะกลมุ่ 33.03% และอนั ดบั 3 มีการใช้คาํ ผสม
ระหวา่ งภาษาไทยกบั ภาษาตา่ งประเทศ 24.31%
ขณะที่ประชาชนคดิ วา่ การใช้ภาษาไทย ณ วนั นี ้“เป็นการพฒั นาของภาษา”หรือ“เป็น
ภาษาวบิ ตั ”ิ โดยประชาชน 82.39% มองเป็นภาษาวิบตั ิ เพราะใช้คาํ ผิดแปลกไป ทงั้ การพดู อา่ น
เขียน มีการสร้างคาํ ใหมเ่ พื่อใช้พดู คยุ เพื่อความสนกุ สนานเทา่ นนั้ พดู ไมเ่ พราะ ใช้คาํ ไมส่ ภุ าพ ไม่
ถกู กาละเทศะ ฯลฯ ตอ่ มาประชาชน 17.61% มองเป็นการพฒั นาของภาษา เพราะมีการ
เปล่ียนแปลงประโยคหรือคาํ พดู เพ่ือความทนั สมยั ทนั เหตกุ ารณ์ มีศพั ท์ใหมๆ่ ที่ส่ือสารเข้าใจง่าย
เข้ากบั ยคุ สมยั และเป็นศพั ท์ที่นยิ มใช้ในกลมุ่ คนรุ่นใหม่ ฯลฯ
สําหรับทําอย่างไร? จงึ จะใช้ภาษาไทยเพ่ือการส่ือสารทําความเข้าใจให้เกิดประสิทธิภาพ
มากท่ีสดุ ประชาชน 42.36% บอกวา่ การพดู อา่ น เขียน ในชีวิตประจําวนั ต้องใช้ให้ถกู ต้อง สว่ น
อีก 35.96% บอกกระต้นุ รณรงคใ์ ห้ทกุ คนตระหนกั เห็นความสําคญั ของการใช้ภาษาไทย และ
13.30% มองต้องเลือกใช้คําที่ถกู ต้องเหมาะสมกบั สถานการณ์และกาละเทศะ
1.4 วฒั นธรรมการใช้ภาษาของคนไทยในยคุ ปัจจบุ นั
ฉตั ร์ชยั นกดี (http://www.thaihealth.or.th/Content/25190 %20“ภาษาไทย”%20ยคุ
ใหม%่ 20รู้ใช้ให้ถกู ต้อง.html) กลา่ ววา่ ภาษาไทยเป็นทงั้ วฒั นธรรม และความภาคภมู ิใจของคน
ไทย แตป่ ัจจบุ นั คนไทยจํานวนไมน่ ้อย ไมร่ ู้วา่ พยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ตใ์ นภาษาไทยมีก่ีรูป กี่
เสียง และยงั มีคนไทยอีกจํานวนมากท่ียงั พดู ภาษาไทยผิดบ้าง เขียนผิดบ้าง หรืออา่ นผิด บ้างก็รวบ
17
รัดตดั ตอนคาํ ให้สนั้ ลง เพื่อความสะดวกจนเกิดปัญหาการส่ือสารและเข้าใจความหมายของภาษา
ในทางที่ผดิ ซง่ึ สิ่งเหลา่ นีอ้ าจทําให้เสนห่ ์ของภาษาไทยลดลงไป
แม้ปัญหาการใช้ภาษาไทยได้เกิดขนึ ้ มาเป็ นระยะเวลาอนั ยาวนานหลายสิบปี แตใ่ นยคุ
ปัจจบุ นั นีป้ ัญหาย่ิงวกิ ฤตคิ วามรุนแรงมากขนึ ้ เรื่อย ๆ ซงึ่ มีปัจจยั หนนุ นําท่ีสําคญั นน่ั คือ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีท่ีก้าวลํา้ ไปอยา่ งรวดเร็ว เราจงึ พบการใช้ภาษาไทยแบบผิด ๆ
มากมายจนเกือบจะกลายเป็ นความค้นุ ชนิ โดยเฉพาะในกลมุ่ วยั รุ่น ยิง่ นา่ เป็ นหว่ งมากท่ีสดุ เป็น
กลมุ่ ท่ีนิยมใช้ภาษาท่ีมีวิวฒั นาการทางภาษาท่ีเฉพาะกล่มุ ซงึ่ เป็นภาษาท่ีเกือบจะไม่มีไวยากรณ์
ไมว่ า่ จะจากการรับสง่ ข้อความสนั้ (SMS) การสง่ จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ (E-mail) การสนทนา
ออนไลน์ (Line) หรือแม้แตก่ ารแสดงความคิดเห็นในโลกอนิ เทอร์เนต็ (Facebook)
สําหรับภาษาของวยั รุ่นท่ีพบเห็นกนั บอ่ ย ๆ นนั้ มีทงั้ ภาษาท่ีใช้ในการพดู และเขียน โดยมกั
พดู หรือเขียนให้มีเสียงสนั้ ลง หรือยาวขนึ ้ เชน่ “มโน”หมายถงึ นกึ คิดไปเองฝ่ ายเดียว “จงุ เบย” เป็น
คาํ ท่ีเพีย้ นมาจากคาํ วา่ จงั เลย เพ่ือแสดงความน่ารักออ่ นวยั “บอ่ งตง” มาจากคาํ วา่ บอกตรงๆ
“ฟิน” มาจากคําวา่ ฟินาเล่ (Finale) ในภาษาองั กฤษหมายถึงจบแบบสมบรู ณ์แบบ “ฝดุ ฝดุ ”
หมายถึง สดุ ๆ ไปเลย “เกรียน” เป็นคําพดู ถงึ การแสดงพฤตกิ รรมท่ีไมเ่ หมาะสม “หงายเงิบ” เป็นคาํ
แสดงอาการตกใจจนแทบหงายหลงั เป็นต้น
และยงั มีคําอีกมากมายที่ถกู บญั ญตั ขิ นึ ้ โดยกลมุ่ ผ้ใู ช้ที่เป็ นวยั รุ่น และนบั วนั ยิ่งขยายวง
กว้างออกไปเร่ือย ๆ ซง่ึ ปัญหาเหลา่ นีห้ ากทกุ ภาคสว่ นในสงั คมยงั คงนิง่ เฉยไมเ่ ร่งรีบหาทางแก้ไข
และยงั คงมีการใช้
บอ่ ยๆ ก็จะทําให้เกิดความเคยชนิ อีกทงั้ มีการนําไปใช้ในชีวิตประจําวนั จนในที่สดุ ก็จะกลายเป็ น
เร่ืองปกติ ซงึ่ นา่ หวนั่ เกรงยิ่งนกั วา่ ในอนาคตปัญหาวิกฤตภาษาไทยก็จะยิง่ ยากเกินการเยียวยา
แก้ไข
18
“ภาษาวยั รุ่น”ถงึ เวลาก็ล้าสมยั ไปเอง โดยเร่ืองนี ้ “คณุ สดุ ใจ พรหมเกิด” ผ้จู ดั การแผนงาน
สร้างเสริมวฒั นธรรมการอา่ น อธิบายวา่ ภาษาท่ีมีการบญั ญตั คิ ําศพั ท์ใหมๆ่ ขนึ ้ มาใช้ในการสื่อสาร
เฉพาะในกลมุ่ หรือสงั คมนนั้ ไมใ่ ชเ่ รื่องแปลกใหมอ่ ะไรและไมค่ วรวิตกกงั วลเกินไป เพราะเป็นเพียง
วิวฒั นาการของภาษาท่ีเกิดขึน้ อยเู่ รื่อย ๆ โดยจะนยิ มพดู กนั ชว่ งเวลาสนั้ ๆ ตามกระแสเทา่ นนั้ เชน่
คาํ วา่ จ๊าบ, เจง๋ , โดน เป็นต้น เมื่อเวลาเลยผา่ นไปคาํ ศพั ท์ยอดฮติ เหลา่ นีก้ ็จะล้าสมยั ไปเอง และยงั
บอกอีกวา่ ส่งิ หนงึ่ ที่สําคญั และนา่ จะเป็นจดุ เร่ิมต้นท่ีดขี องการแก้ปัญหานี ้คือ การทําให้เยาวชนรุ่น
ใหมต่ ระหนกั รู้ในคณุ คา่ ของภาษาไทย ด้วยการสง่ เสริม “การอา่ น” เพราะการอา่ นจะชว่ ยฝึกการ
ออกเสียงตวั สะกดตา่ ง ๆ ของภาษาไทยให้ถกู ต้อง รวมทงั้ ยงั ชว่ ยสร้างความสนุ ทรีย์ความคิด
จนิ ตนาการสร้างสรรค์ตา่ ง ๆได้อีกด้วย นอกจากนีว้ ยั เดก็ ยงั เป็นวยั ที่ซมึ ซบั สง่ิ ตา่ ง ๆ ได้งา่ ย เพราะ
สมองเปิดรับเตม็ ท่ี ดงั นนั้ พอ่ แมค่ วรฝึ กสอนให้เด็กรู้จกั การอา่ นตงั้ แตป่ ฐมวยั ซง่ึ จะเป็นการ
วางรากฐานด้านภาษาท่ีดีได้อีกทางหนง่ึ
“แบบเรียนหนงั สือก็มีผลตอ่ การเรียนรู้ภาษาไทยเชน่ กนั ดงั นนั้ เราต้องทําให้กระบวนการ
เรียนการสอนของไทยก้าวไปสศู่ ตวรรษท่ี 21 อย่างเตม็ ที่ โดยเฉพาะการทําให้เดก็ เกิดความใฝ่ รู้
อยากเรียนรู้ด้วยตวั เอง ต้องไมใ่ ชก่ ารบงั คบั หรือยดั เยียด แตต่ ้องเป็นการอา่ นหนงั สืออยา่ งมี
ความสขุ การทําให้การอา่ นเข้าไปอยใู่ นวถิ ีชีวิตของเดก็ ในทกุ ชว่ งวยั โดยอาจจะเริ่มจากสมดุ ภาพ
แล้วคอ่ ยๆพฒั นาเป็ นการอา่ นวรรณกรรมท่ีมีเนือ้ หามากขนึ ้ ส่งิ เหลา่ นีจ้ ะทําให้เด็กตระหนกั ถึง
ความสําคญั ของภาษาไทยได้ด้วยตวั เอง” ผ้จู ดั การแผนงานสร้างเสริมวฒั นธรรมการอา่ น กลา่ ว
ขณะท่ีศนู ย์วิจยั มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพ (กรุงเทพโพล) ได้สํารวจความคดิ เหน็ ในหวั ข้อ
“ภาษาไทยบนสงั คมออนไลน์ของคนรุ่นใหม”่ พบวา่ ประชาชนสว่ นใหญ่ ร้อยละ 84.7 เห็นวา่ การ
ใช้ภาษาไทยในปัจจบุ นั เข้าขนั้ วกิ ฤตแิ ละควรชว่ ยรณรงค์อยา่ งจริงจงั สว่ นผ้ทู ี่มีอิทธิพลตอ่ การใช้
ภาษาไทยในปัจจบุ นั มากที่สดุ คือ ดารา นกั ร้อง ร้อยละ 36.0 รองลงมาร้อยละ 33.3 คือ
ส่ือมวลชนนกั ขา่ ว และร้อยละ 19.2 คือครู อาจารย์ ส่วนร้อยละ 38.8 ให้เหตผุ ลท่ีมกั นิยมใช้
19
ภาษาไทยผิดเพีย้ นไปในสงั คมออนไลน์ วา่ ใช้ตามๆ กนั จะได้เกาะกระแส รองลงมาร้อยละ 32.4 ให้
เหตผุ ลวา่ สะกดงา่ ย สนั้ และสื่อสารได้เร็ว และร้อยละ 26.9 ให้เหตผุ ลวา่ เป็นคําที่ใช้แล้วรู้สกึ ขํา
และคลายเครียดได้
การใช้ภาษาตามสมยั นิยมของวยั รุ่น เพียงเพราะดเู ป็นคาํ ท่ีนา่ รักและยงั ชว่ ยให้พิมพ์ง่าย
ขนึ ้ โดยท่ีไมค่ าํ นงึ ถึงสิง่ ที่จะตามมา นน่ั คือการทําลายภาษาไทยทางอ้อม กลายเป็นสิง่ ท่ีจะนําพา
ความวิบตั มิ าสวู่ งการภาษาไทย ดงั นนั้ เราควรตระหนกั ถึงความสําคญั และคณุ คา่ ของภาษาไทย
ซง่ึ เป็นเอกลกั ษณ์และเป็นสมบตั ทิ างวฒั นธรรมอนั ลํา้ คา่ ของชาติ ให้มีความถกู ต้องงดงามคงอยคู่ ู่
สงั คมไทยตลอดไป
2. เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวข้องกบั การใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
2.1 แนวคดิ เร่ืองการเปล่ียนแปลงภาษาของ วิไลศกั ด์ิ กิ่งคํา
วิไลศกั ด์ิ ก่ิงคาํ (2550) ได้กลา่ วถงึ การใช้ภาษาองั กฤษในภาษาไทยใน 5 ลกั ษณะ ซง่ึ มี
รายละเอียดดงั ตอ่ ไปนี ้
1. ใช้ทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษ คําท่ีใช้ทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษสว่ นใหญ่เป็นคําเฉพาะ หรือช่ือ
เฉพาะโดยเฉพาะทางวิทยาศาสตร์ ทางกีฬา การแพทย์ ซง่ึ สว่ นใหญ่เป็นเทคโนโลยีที่ไทยได้รับมา
จากตา่ งชาติ เราจงึ ใช้คําภาษาองั กฤษเป็นส่วนใหญ่ แอลกอฮอล์ วอลเลย์บอล ออกซิเจน วติ ามิน
คลินิก เป็นต้น
2. ใช้คาํ ไทยท่ีบญั ญตั ิขนึ ้ มาแทนภาษาองั กฤษ เป็นคําท่ีบง่ บอกคณุ ลกั ษณะ หรือคําศพั ท์
เฉพาะทางสายงานตา่ ง ๆ โดยทวั่ ไปจะพบในคําศพั ท์การเมือง ศพั ท์ภมู ิศาสตร์ และพบในคําบอก
คณุ สมบตั ติ า่ ง ๆ ในศพั ท์วทิ ยาศาสตร์ เช่น สนธิสญั ญา สหประชาชาติ เป็ นต้น
3.ใช้คําภาษาองั กฤษทงั้ ๆ ที่มีคาํ ไทยบญั ญตั ไิ ว้ อาจเน่ืองจากคาํ ศพั ท์ในภาษาองั กฤษ
สามารถจําได้ง่ายกว่า เชน่ แสตมป์ (ดวงตราไปรษณียากร) ฟอสซิล (ซากดกึ ดําบรรพ์) เป็นต้น
20
4.ใช้คาํ ย่อในภาษาองั กฤษหรือตดั คํามาใช้เพราะสะดวกในการออกเสียงและสนั้ เข้าใจ
งา่ ย เชน่ ทีวี(มาจาก Television และในภาษาไทย แปลว่า โทรทศั น์) เป็นต้น
5.ใช้คาํ ท่ีเพีย้ นมาจากภาษาองั กฤษจนกลายเป็นคําไทย เชน่ ทฤษฎี มาจาก theory เป็น
ต้น
วไิ ลศกั ด์ิ ก่ิงคํา (2550: 227-230) กลา่ วถึง อิทธิพลของการยืมคาํ จากภาษาตา่ งประเทศ สรุปได้
ดงั นี ้
การยืมคําภาษาตา่ งประเทศเข้ามาปะปนอยใู่ นภาษาไทย มีอทิ ธิพลทําให้ลกั ษณะของ
ภาษาไทย เปล่ียนแปลงไปจากลกั ษณะดงั้ เดมิ ดงั นี ้
1. คํามีพยางคม์ ากขึน้ ภาษาไทยเป็นภาษาคาํ โดด เป็นคาํ พยางคเ์ ดยี วเป็นสว่ นมาก เชน่
เดนิ ตาม หมา เมือง เดือน ดาว เป็นต้น เมื่อมีการยืมคาํ ภาษาตา่ งประเทศมาใช้ ทําให้ภาษาไทย
เปล่ียนไป ดงั นี ้
1.1 มีคาํ สองพยางค์ เชน่ ถนน ราชา บิดา มารดา มาตรา สามารถ เป็นต้น
1.2 มีคําสามพยางค์ เชน่ โทรเลข โทรศพั ท์ พาหนะ จกั รยาน กรณี โทรทศั น์ ปรารถนา
เป็ นต้น
1.3 มีคํามากพยางค์ เช่น พลานามยั สาธารณะ มหาวทิ ยาลยั เป็ นต้น
2. มีคาํ ควบกลํา้ ใช้มากขนึ ้ ภาษาไทยคาํ พยางค์เดียวสว่ นใหญ่จะไมม่ ีคาํ ที่มีพยญั ชนะ
ควบกลํา้ เม่ือยืมคําตา่ งประเทศมาใช้ ทําให้มีคควบกลํา้ จํานวนมาก เชน่ ฟรี ดรีม ปลกู โปรด เบรก
เกรด เคลียร์ สปริง ดรอพ เครดติ คลนิ ิก จนั ทรา ทฤษฎี ศาสตรา ปรารถนา แทรคเตอร์ เอ็นทรานซ์
ดรัมเมเยอร์
21
3. มีคาํ ไวพจน์ใช้มากขนึ ้ ทําให้มีคําศพั ท์มีความหมายเหมือนกนั เพมิ่ ขนึ ้ ซง่ึ สะดวกและ
สามารถเลือกใช้คําได้เหมาะสมกบั ความต้องการ เชน่ นก (สกณุ า สโุ หนก วิหค ปักษา) ม้า (พาชี
อาชา สินธพ) ผ้หู ญิง (สตรี นารี อิตถี กญั ญา) ช้าง (หตั ถี คชสาร กญุ ชร กรี) ดวงอาทิตย์ (สรุ ิยา
ตะวนั ไถง อทุ ยั ) ดอกไม้ (สมุ าลี ผกา บษุ บา) เป็นต้น
4. ภาษาไทยมีตวั สะกดไม่ตรงมาตรา ซง่ึ แตเ่ ดมิ ภาษาไทยมีลกั ษณะเดน่ อยา่ งหนง่ึ คอื มี
การสะกดคําตามมาตราแมส่ ะกด เมื่อได้รับอิทธิพลจากภาษาตา่ งประเทศ คําสว่ นใหญ่สะกดไม่
ตรงตามมาตราเดมิ เชน่ เทนนิส กอล์ฟ ฟตุ บอล ราษฎร รัฐบาล ผนวช ครุฑ เป็นต้น
5. ทําให้โครงสร้างของภาษาไทยเปล่ียนไป จากข้อสงั เกต ดงั นี ้
5.1 ไมใ่ ช้ลกั ษณนามซงึ่ ตามปกตแิ ล้วลกั ษณนามจะเกิดหลงั จํานวนนบั เชน่ นกั ศกึ ษา
2 คน พระภิกษุ 2 รูป เป็นต้น แตเ่ น่ืองจากภาษาตา่ งประเทศท่ีไทยยืมคาํ มาใช้ไมม่ ีลกั ษณนาม เชน่
ภาษาองั กฤษ เป็ นต้น จงึ ทําให้ภาษาไทยใช้ลกั ษณนามผิดไปด้วย เชน่ สองนกั กีฬาได้รับ ชยั ชนะ
ประกาศปิ ด ห้าสิบสาม ไฟแนนซ์ เป็นต้น
5.2 ใช้คําและสํานวนภาษาตา่ งประเทศ ส่วนมากจะเป็ นคาํ และสํานวนจาก
ภาษาองั กฤษ เชน่ นวนยิ ายเรื่องนีเ้ขียนโดยทมยนั ตี เขาได้รับการต้อนรับอยา่ งอบอ่นุ เขาบนิ ไป
ตา่ งประเทศเพื่อทําธุรกิจ เป็ นต้น
5.3 ใช้คําภาษาตา่ งประเทศปนกบั ภาษาไทย ทงั้ ๆ ที่บางคํามีคําในภาษาไทยใช้ บาง
คนมีรสนิยมพดู ภาษาตา่ งประเทศโดยเฉพาะภาษาองั กฤษปนกบั ภาษาไทย เชน่ ผมไมแ่ คร์ (care)
เรื่องนีด้ ฉิ นั ไมม่ ายด์ (mind) หรอกคะ่ เขาไมเ่ คลียร์ (clear) ในเรื่องนี ้ฉนั มีโปรเจค (project) ในการ
พฒั นามหาวิทยาลยั เป็ นต้น การรับภาษาตา่ งประเทศมา ใช้ส่ือสารในภาษาไทย มีทงั้ ข้อดีและ
ข้อเสีย คนไทยทกุ คนพงึ ควรระมดั ระวงั ในการนําภาษาตา่ งประเทศมาใช้ในภาษาไทย ภาษาไทย
เป็นภาษาประจําชาติ ท่ีคนไทยใช้ตดิ ตอ่ สื่อสารมา เป็นเวลาอนั ยาวนาน การยืมคํา
ภาษาตา่ งประเทศ เข้ามาใช้โดยวธิ ีการทบั ศพั ท์ ควรใช้เฉพาะคําที่จําเป็นเทา่ นนั้ คําใดมีคาํ ไทยใช้
22
หรือมีศพั ท์บญั ญตั ิใช้แล้ว ก็ไมค่ วรนําภาษาตา่ งประเทศเข้ามาใช้อีก และควรเรียงเรียงถ้อยคาํ เข้า
ประโยคเพ่ือใช้ในการส่ือสารตามรูปแบบของภาษาไทย
23
บทท่ี 3
วธิ ีดาํ เนินการวจิ ัย
การดําเนินงานวิจยั ครัง้ นีผ้ ้วู ิจยั ได้ดาํ เนนิ การวจิ ยั โดยมีขนั้ ตอนตา่ ง ๆ ตามลําดบั ดงั ตอ่ ไปนี ้
1. การศกึ ษาค้นคว้า 2. การเก็บข้อมลู 3. การจดั ระเบียบข้อมลู 4. การวเิ คราะห์ข้อมลู 5.
การนําเสนอ โดยมีรายละเอียดดงั นี ้
1. การศกึ ษาค้นคว้าเอกสารและแหล่งข้อมูล
1.1 ศกึ ษาค้นคว้า รวบรวม บทความ หนงั สือ ตาํ รา เอกสารงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวข้องกบั การใช้
คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย จากแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ พร้อมทงั้ รวบรวมข้อมลู เอกสาร
งานวิจยั ตา่ ง ๆ ท่ีกบั การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
1.2 ผ้วู ิจยั เก็บรวบรวมคําศพั ท์จากหนงั สือศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศท่ีใช้คําไทยแทนได้ ฉบบั
ราชบณั ฑิตยสถาน ตงั้ แตต่ วั อกั ษร A-Z ที่เป็นท่ีนิยมใช้ส่ือสารปนในภาษาไทย
2. การเกบ็ ข้อมูล
ขนั้ ตอนการเก็บข้อมลู ในการวิจยั นี ้ผ้วู จิ ยั ได้ดําเนินการเก็บข้อมลู ตามลําดบั ดงั ตอ่ ไปนี ้
วธิ ีการเก็บรวบรวมข้อมลู
1.ศกึ ษาค้นคว้า รวบรวม บทความ หนงั สือ ตาํ รา เอกสารงานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้องกบั การใช้
ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย จากแหลง่ ข้อมลู ตา่ งๆ
2.ผ้วู ิจยั เก็บรวบรวมคาํ ศพั ท์จากหนงั สือศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศท่ีใช้คําไทยแทนได้ ฉบบั
ราชบณั ฑิตยสถาน ตงั้ แตต่ วั อกั ษร A-Z ท่ีเป็นที่นิยมใช้ส่ือสารปนในภาษาไทย
24
3. สอบถามข้อมลู โดยใช้แบบสอบถามชดุ ท่ี 1 จากกลมุ่ ประชากรคือบคุ คลทวั่ ไปท่ีกําลงั
ศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี หรือจบปริญญาตรีขึน้ ไป จากแบบสอบถามโดยให้กลมุ่ ประชากร
เลือกตอบตามความเป็นจริงที่นิยมใช้คําในปัจจบุ นั วา่ ใช้คาํ ตา่ งประเทศหรือคาํ ไทยในบริบท
ข้อความที่ให้ โดยใช้คําจากหนงั สือภาษาตา่ งประเทศท่ีใช้ภาษาไทยแทนได้
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ผ้วู ิจยั ศกึ ษาคาํ ศพั ท์จากหนงั สือศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศที่ใช้คําไทยแทนได้ ฉบบั
ราชบณั ฑิตยสถาน คําศพั ท์ตงั้ แตต่ วั อกั ษร A-Z ท่ีเป็นคาํ ศพั ท์ที่ใช้ในการส่ือสารปนกบั ภาษาไทย
รวมถึงเป็นท่ีนิยมใช้และเป็นท่ีรู้จกั อยา่ งแพร่หลาย โดยใช้วธิ ีการสมุ่ ประชากรแบบเจาะจงโดยใช้ผู้
ที่มีอายรุ ะหวา่ ง 18-60 ปี ทงั้ เพศ หญิงและเพศชายทงั้ หมด 200 คน ที่ศกึ ษาอยใู่ นระดบั ปริญญา
ตรีหรือปริญญาตรีขนึ ้ ไปเทา่ นนั้
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวจิ ัย
ผ้วู ิจยั ใช้แบบสอบถามในการรวบรวมข้อมลู และการสมั ภาษณ์ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิในด้านภาษาไทยและ/
หรือภาษาตา่ งประเทศ เพื่อนําผลที่ได้มาสนบั สนนุ ผลการศกึ ษาข้อมลู จากการศกึ ษาการเลือกใช้
ภาษาตา่ งประเทศท่ีใช้คาํ ไทยแทนได้ให้สมบรู ณ์ขนึ ้
การสร้างเร่ืองมือท่ีใช้ในการวจิ ัย
ผ้วู ิจยั ได้สร้างเคร่ืองมือในการวิจยั โดยการสร้างแบบสอบถามเพ่ือเก็บข้อมลู ในการวิจยั ครัง้ นี ้
เแบบทดสอบโดยสร้างแบบสอบถามการใช้ภาษาท่ีเป็ นทางการ ภาษาระดบั กง่ึ ทางการและ
ภาษาระดบั สนทนา ให้เลือกใช้ภาษาตา่ งประเทศ หรือภาษาไทยท่ีมีการบญั ญัตแิ ล้วพร้อมทงั้ บอก
สาเหตกุ ารใช้คํา ภาษาตา่ งประเทศที่ใช้คาํ ไทยแทนได้
การรวบรวมข้อมูล
การเก็บข้อมลู โดยการใช้แบบสอบถามทงั้ สองชดุ นนั้ ผ้วู ิจยั ได้นําแบบสอบถามชดุ แรกไปให้กลมุ่
ตวั อยา่ งทําโดยการแจกแบบสอบถามตามสถานที่ตา่ งๆ เชน่ มหาวิทยาลยั หมายถงึ นกั ศกึ ษา
อาจารย์ และบคุ ลากรที่มีคณุ สมบตั ติ ามท่ีระบไุ ว้ในขอบเขต และเมื่อได้เลือกคดั คําตา่ งๆที่เป็ นที่
นิยมใช้แล้วผ้วู จิ ยั ทําแบบสอบถามชดุ ท่ีสองตอ่ ไปและนําไปให้กลมุ่ เป้ าหมายทํา การทํา
25
แบบสอบถามสองชดุ นีเ้พื่อให้ เกิดความชดั เจนวา่ คาํ ตา่ งประเทศในหนงั สือศพั ท์
ภาษาตา่ งประเทศท่ีใช้คําไทยแทนได้ ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน คาํ ศพั ท์ตงั้ แตต่ วั อกั ษร A-Z,วา่ มีคาํ
ใดบ้างที่มีผ้นู ิยมใช้
3. การจัดระเบียบข้อมูล
เมื่อได้รับแบบทดสอบท่ีนกั ศกึ ษาทําครบถ้วนแล้ว ผ้วู ิจยั ได้รวบรวมและได้นําข้อมลู
ทงั้ หมดมาจดั ระเบยี บดงั นี ้
ข้อมลู ที่ได้จากแบบสอบถาม
ข้อมลู ที่ได้เป็นข้อมลู หลากหลายชนดิ ของการใช้ภาษาทงั้ ทางการและกึ่งทางการ
และภาษาสนทนา จากจํานวนคําตอบทงั้ หมดที่ได้จากการเก็บข้อมลู คือ กลมุ่ ตวั อยา่ ง200 คน
และ 200คํา ในแบบสอบถามให้เลือกตอบวา่ ใช้คําภาษาตา่ งประเทศหรือภาษาไทย รวมถงึ สาเหตุ
ที่เลือกใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศรวมทงั้ สิน้ จะได้ข้อมลู 40000 ข้อมลู
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
แบบทดสอบ ข้อมลู ที่ได้เป็ นข้อมลู หลากหลายชนิดของการใช้ภาษาทงั้ ทางการและกง่ึ
ทางการ จากจํานวนคาํ ตอบทงั้ หมดท่ีได้จากการเก็บข้อมลู เม่ือได้แบบสอบถามจากตวั อยา่ งเป็น
ท่ีเรียบร้อยแล้วผ้วู ิจยั ได้รวบรวมข้อมลู และดําเนินการดงั นี ้
เก็บรวบรวมข้อมลู จากแบบสอบถามเพ่ือนํามาวิเคราะห์โดยใช้กรอบแนวคดิ ของ วิไลศกั ดิ์
กิ่งคําเพ่ือให้ทราบถงึ สาเหตแุ ละการใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยตามสถานการณ์ท่ีเป็น
ทางการ ไมเ่ ป็นทางการ ซงึ่ เป็นแบบทดสอบให้เลือกการใช้คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศหรือคําศพั ท์
ภาษาไทย โดยมีข้อความหรือประโยคมาให้รวมถงึ ในประโยคนนั้ บางประโยคเป็น ภาษาทางการ
กึ่งทางการ และระดบั สนทนา ผ้วู จิ ยั นํามาวเิ คราะห์ทางด้านระดบั ของภาษา สาเหตขุ องการ
เลือกใช้คํา โดยการพจิ ารณาจากการปรากฏของคําท่ีมีความชดั เจนซง่ึ เป็นความหมายประจํา คํา
26
นนั้ ๆ จากนนั้ ผ้วู ิจยั จะนบั ความถี่ในการปรากฏของสาเหตเุ พ่ือนําไปแสดงผลเป็นร้อยละ เพื่อให้
เหน็ แนวโน้มสาหตเุ การใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศแทนคําไทยได้ชดั เจนยิง่ ขนึ ้
5. การนาํ เสนอ
ผ้วู จิ ยั นําเสนอการวจิ ยั โดยนําเสนอสาเหตกุ ารใช้คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
27
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
ผลการวิเคราะห์การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย ของผ้ทู ่ีมีอายรุ ะหวา่ ง 18-60 ปี
ทงั้ เพศหญิงและเพศชาย รวมทงั้ หมด 200 คน ที่กําลงั ศกึ ษาอยใู่ นระดบั ปริญญาตรี และผ้ทู ี่มี
คณุ วฒุ ริ ะดบั ปริญญาตรีขนึ ้ ไป โดยใช้แบบสอบถามซง่ึ มีคําทงั้ หมด 200 คาํ จากการทํา
แบบสอบถามครัง้ ที่ 1 โดยใช้คาํ ทงั้ หมดจากหนงั สือคําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศท่ีมีคาํ ไทยแทนได้
และนําไปทําแบบสอบถามเพื่อหาความนยิ ม หรือคําที่รู้จกั จนเหลือ 200 คาํ จากนนั้ จงึ นําคํามา
วิเคราะห์ตอ่ ซงึ่ ผ้วู จิ ยั นําเสนอการผลการวิเคราะห์ข้อมลู ดงั ตอ่ ไปนี ้
1) สาเหตกุ ารใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยของคนไทย
สําหรับผลการวิเคราะห์ การใช้คําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยจากแบบทดสอบ การใช้
คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศท่ีมีคําไทยใช้แทนได้ จากการวิเคราะห์ข้อความทงั้ หมด ผ้วู ิจยั พบวา่ การ
ตอบแบบสอบถามโดยการเลือกคําตอบวา่ ใช้คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศหรือใช้คาํ ศพั ท์ภาษาไทย
โดยเลือกคําศพั ท์ภาษาที่ใช้เป็นประจํา โดยคําตอบมีทงั้ ใช้คําภาษาตา่ งประเทศบ้าง ภาษาไทยบ้าง
และมีการบอกถึงสาเหตขุ องการเลือกใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศวา่ เพราะอะไรถึงเลือกใช้คํา
เหลา่ นนั้ เป็นประจําในการสื่อสาร รวมไปถงึ การใช้ภาษาระดบั ตา่ ง ๆ ทงั้ ระดบั ทางการ ระดบั ก่ึง
ทางการ หรือระดบั สนทนา
2) สถานการณ์การใช้คําภาษาตา่ งประเทศของคนไทย
ในเรื่องสถานการณ์ที่มีการใช้ระดบั ภาษาตา่ งๆกนั นนั้ ผ้วู จิ ยั พบวา่ ไมว่ า่ จะใช้ตวั อยา่ ง
ภาษาในในสถาสนการณ์ใด รวมไปถงึ การใช้ภาษา ระดบั ทางการ ระดบั กึ่งทางการ และระดบั
สนทนา ซงึ่ ผ้ตู อบแบบสอบถามไมไ่ ด้คํานงึ ถงึ ระดบั ภาษาแตอ่ ยา่ งใด เพราะผ้ตู อบแบบสอบถามจะ
28
ใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศแทนคําศพั ท์ภาษาไทยเสมอ หากใช้คําที่ปรากฏในประโยค หรือ
ข้อความเป็นท่ีนิยมใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศ
ประโยคภาษาระดบั ทางการ ได้แกป่ ระโยคดงั ตอ่ ไปนี ้
ประธานยืนบน stand / แทน่ เพ่ือกลา่ วสนุ ทรพจน์
กฎข้อนีส้ อง standard / มาตรฐาน
ในภาวะฉกุ เฉิน ทหารต้อง stand-by / เตรียมพร้อม, สํารอง ตลอดเวลา
บวก ลบ คณู หารเป็น basic / พืน้ ความรู้ทางคณิตศาสตร์
ประโยคภาษาระดบั กง่ึ ทางการ ได้แก่ประโยคดงั ตอ่ ไปนี ้
เวลาพอ่ แมพ่ าลกู ไปเท่ียวระหวา่ ง term /ปิดภาคเรียน
thesis /วทิ ยานพิ นธ์เรื่องนีไ้ ด้รับรางวลั ดีเดน่
ประโยคภาษาระดบั สนทนา ได้แก่ประโยคดงั ตอ่ ไปนี ้
sorry /ขอโทษผมไมค่ วรพดู แบบนนั้ จริง ๆ
การตอบแบบสอบถามโดยการเลือกคําตอบวา่ ใช้คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศหรือใช้
คําศพั ท์ภาษาไทย โดยเลือกคําศพั ท์ภาษาที่ใช้เป็นประจํา โดยคําตอบมีทงั้ ใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศ
บ้าง ภาษาไทยบ้าง และมีการบอกถงึ สาเหตขุ องการเลือกใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศวา่ ประเดน็
สาเหตทุ ่ีใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย มีดงั ตอ่ ไปนี ้1. สะดวกในการออกเสียง 2. ไมร่ ู้วา่ มี
คําภาษาไทยใช้แทนว่าอยา่ งไร คอื การไมร่ ู้วา่ มีคาํ ภาษาไทยใช้วา่ อยา่ งไร หรือเคยรู้แตน่ กึ ไมอ่ อก
ลืมไปแล้ว 3. รู้จกั คาํ ไทยแตไ่ มใ่ ช้เพราะคําภาษาองั กฤษจําง่าย 4. เป็ นคําศพั ท์เฉพาะกลมุ่ /สาย
งาน
29
1. สะดวกในการออกเสียง
การสะดวกในการออกเสียงคือ การออกเสียงตามเสียงของผ้ใู ช้ภาษา หมายถึงการออก
เสียงตามแบบคนไทยคือถ้าเป็นคําศพั ท์ภาษาองั กฤษหนึ่งพยางค์ คนไทยสามารถใช้ภาษาได้ทนั ที
โดยไมต่ ้องปรับเสียง หรือถ้าสองพยางคข์ นึ ้ ไป ผ้ใู ช้สามารถลงเสียงพยางคห์ นกั เบาพยางค์ไหนก็ได้
หรือไมล่ งความหนกั เบาของพยางค์ก็ได้ หรือใช้เสียงวรรณยกุ ต์หรือไมก่ ็ได้ และเม่ือเป็นหนงึ่ พยางค์
ถือวา่ อยใู่ นหลกั ประหยดั การออกเสียง คือสนั้ กะทดั รัดและได้ใจความ เพราะเนือ้ ความที่สื่อสาร
ทําให้เข้าใจได้อยแู่ ล้ว
เชน่
รัฐบาลจะแบง่ zone /เขตสถานบนั เทิง
การถา่ ยภาพให้ชดั ต้อง zoom /ดงึ ภาพเข้ามาใกล้ๆ
ผ้ชู ายคนนนั้ act/วางทา่ มาก
การจา่ ยเงินทดแทนต้องพจิ ารณาเป็น case/กรณี, ราย, แบบไป
เรื่องแคน่ ีพ้ ดู นิดหนอ่ ยเขาก็ get/เข้าใจ
เขาชอบ bluff /พดู ขม่ เพื่อนๆ
เสือ้ ไมค่ รบตามใบสง่ั ซือ้ ต้องเชก็ /ตรวจสอบ
รถของเขาถกู ชนเขาจงึ สง่ ใบเคลม/เรียกร้องคา่ เสียหายให้ทางบริษัท
ขนมมปังชิน้ นนั้ มีขนาดจมั โบ้/ใหญ่พิเศษ
เดก็ นกั เรียนแก็ง/กลมุ่ นนั้ สนใจการเมืองมาก
คณุ และผมต้องคยุ กนั ให้เคลียร์/ชดั เจน,กระจา่ ง
การทํางานในวนั นีเ้ขารู้สกึ blur /มนึ งง,ไมช่ ดั
เมื่อซือ้ สนิ ค้าพนกั งานต้องสง่ bill /ใบเก็บเงินให้ลกู ค้าทกุ ครัง้
ในงานแสดงสนิ ค้ามีผ้มู าออก booth /ซุ้มร้านเป็นจํานวนมาก
ในยคุ ปัจจบุ นั วทิ ยขุ ายไมไ่ ด้ไม่ boom /เป็นที่นยิ มอีกตอ่ ไป
การสมั มนาครัง้ นีม้ ี brake /พกั , ชว่ งพกั 15 นาทีในชว่ งเช้าและบา่ ย
30
แม้คาํ บางคําทงั้ ภาษาไทยและคาํ ภาษาองั กฤษจะเป็นคาํ เพียงหนงึ่ พยางค์ จะขนึ ้ อยกู่ บั
ความสะดวกในการออกเสียงของอวยั วะในปาก หรือขนึ ้ อยกู่ บั การรับเข้ามาใช้วา่ ใช้ภาษาใดกอ่ น
จนเกิดความนิยมติดปากผ้ใู ช้แล้วจะเปลี่ยนแปลงการใช้ได้ยาก
เชน่
อาหารจานนีเ้ป็ นเมนซู ิกเนเจ้อร์ของทางร้าน
ปัจจบุ นั คนไมน่ ิยมดวู ดิ ีทศั น์/วิดีโอ
รถสว่ นบกุ คลห้ามวง่ิ ใน bus lane /ชอ่ งรถประจําทาง
เมื่อเช้านีล้ กู ค้าสง่ แฟกซ์/โทรสาร
กอ่ นออกจากบ้านอยา่ ลืม lock/ใสก่ ญุ แจประตใู ห้เรียบร้อย
นกั กีฬาทกุ คนต้อง warm up /ยืดเส้นยืดสาย,อนุ่ กอ่ นเลน่ กีฬา
คณุ ลองวิธีนีว้ า่ จะ work/ใช้การหรือไม่
ชว่ งท้ายของงานนีม้ ีการ show / อวด, แสดงความสามารถของสนุ ขั
คําเหลา่ นีไ้ มจ่ ําเป็นต้องลงเสียงหนกั เบาตามหลกั ภาษาองั กฤษแตอ่ ยา่ งใด ออกเสียงใน
การตดั คาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษท่ีใช้เป็นภาษาไทยอยา่ งยอ่ ให้สนั้ ลง ดงั นนั้ ผ้วู ิจยั จงึ จดั การตดั เสียงให้
สนั้ ลงเป็นความสะดวกในการออกเสียง ผ้ตู อบแบบสอบถามจะใช้ความสะดวกในการออกเสียง
เป็นอนั ดบั แรก หากภาษาองั กฤษออกเสียงมากกว่าหนงึ่ พยางค์ ผ้ใู ช้ภาษาจะตดั คาํ ให้สนั้ ลงเหลือ
เพียงหนงึ่ พยางค์
เชน่
กรุณาปิ ด air (air conditioner)/เครื่องปรับอากาศทกุ ครัง้ ท่ีเลิกใช้งาน
จากตวั อยา่ งประโยคข้างต้นพบวา่ คาํ ภาษาองั กฤษคือ air conditioner มีคาํ
ไทยวา่ เครื่องปรับอากาศ โดยผ้ใู ช้ตดั คาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษที่ใช้เป็นภาษาไทยอย่างยอ่ ให้สนั้ ลง
เป็น air พยางคเ์ ดียวให้สนั้ ลงเป็นความสะดวกในการออกเสียง และการส่ือสารที่รวดเร็วขนึ ้
คณุ ลงุ ขบั มอเตอร์ไซค์,มอไซร์/รถจกั รยานยนตไ์ ปทํางาน
31
จากตวั อยา่ งประโยคข้างต้นพบวา่ คําภาษาองั กฤษคือ Mortercycles มีคําไทยวา่
รถจกั รยานยนต์ โดยผ้ใู ช้ตดั คําศพั ท์ภาษาองั กฤษท่ีใช้เป็ นภาษาไทยอยา่ งยอ่ ให้สนั้ ลง เป็น มอไซร์
พยางคท์ ่ีสนั้ ลงเป็นความสะดวกในการออกเสียง และการสื่อสารที่รวดเร็วขนึ ้
ห้างสรรพสนิ ค้าลดราคา TV, Television/โทรทศั น์
จากตวั อย่างประโยคข้างต้นพบวา่ คาํ ภาษาองั กฤษคือ Television มีคํา
ไทยวา่ โทรทศั น์ โดยผ้ใู ช้ตดั คําศพั ท์ภาษาองั กฤษท่ีใช้เป็ นภาษาไทยอยา่ งย่อให้สนั้ ลง เป็น TV
พยางคเ์ ดยี วให้สนั้ ลงเป็ นความสะดวกในการออกเสียง และการสื่อสารท่ีรวดเร็วขนึ ้
การแขง่ ขนั Game/การเลน่ , แขง่ ขนั , จบ, ยตุ ิ อยา่ งสนกุ สนาน
จากตวั อย่างประโยคข้างต้นพบวา่ คาํ ภาษาองั กฤษคือ Game มีคําไทย
วา่ การเลน่ , แขง่ ขนั , จบ, ยตุ ิ โดยผ้ใู ช้ตดั คําศพั ท์ภาษาองั กฤษที่ใช้เป็นภาษาไทยอยา่ งยอ่ ให้สนั้ ลง
เป็น เกม พยางค์เดียวให้สนั้ ลงเป็นความสะดวกในการออกเสียง และการส่ือสารที่รวดเร็วขนึ ้
ทํางานวนั หยดุ ราชการได้รับคา่ แรง Double, ble/สองเทา่
จากตวั อยา่ งประโยคข้างต้นพบวา่ คาํ ภาษาองั กฤษคือ Double มีคําไทย
วา่ สองเทา่ โดยผ้ใู ช้ตดั คําศพั ท์ภาษาองั กฤษที่ใช้เป็ นภาษาไทยอยา่ งยอ่ ให้สนั้ ลง เป็ น ble พยางค์
เดียวให้สนั้ ลงเป็นความสะดวกในการออกเสียง และการสื่อสารที่รวดเร็วขนึ ้
เขาชอบไปแจม/ร่วมวงสนทนากบั ผ้คู นทว่ั ไป
32
จากตวั อย่างประโยคข้างต้นพบวา่ คาํ ภาษาองั กฤษคือ Jam มีคาํ ไทยวา่ ร่วมวงสนทนา
โดยผ้ใู ช้ตดั คําศพั ท์ภาษาองั กฤษที่ใช้เป็นภาษาไทยอย่างยอ่ ให้สนั้ ลง เป็น ble พยางค์เดยี วให้สนั้
ลงเป็นความสะดวกในการออกเสียง และการสื่อสารที่รวดเร็วขนึ ้
การดาวน์/วางมดั จํารถขนั้ ต่าํ ต้องใช้เงิน 20%
เพลงนี ้Hit/เป็นที่นยิ มในปี นี ้
งานปี ใหมจ่ ะมี Highlight/เน้น, เดน่ ๆ ไว้ตอนท้าย ๆ
คน High-so (High-society)/สงั คมชนั้ สงู นยิ มไปงานแสดงเครื่องเพชร
ผมมี Idea/ความเห็น, ความคดิ ในการประดิษฐ์สงิ่ ใหมๆ่
เขาเป็น Hero/วีรบรุ ุษในใจฉันตลอดมา
ถ้ามีคนมาวา่ คณุ อีเดียต/ง่ีเง่า, ปัญญาอ่อนคณุ จะโกรธไหมหละ่
ผ้ชู ายคนนนั้ มี อิมเมจ/ภาพลกั ษณ์ดมี าก
เขามีอีโก้/มน่ั ใจสงู
ชว่ ยปริน้ ต/์ พิมพ์รายงานออกจากคอมพวิ เตอร์ให้ 5 ชดุ
วชิ านีม้ ีควซิ /การสอบยอ่ ยทกุ เดือน
พอ่ แมพ่ าลกู ไปเท่ียวระหวา่ งปิด term /ปิดภาคเรียน
พนกั งานขายคนนีช้ อบพดู โอเวอ่ ร์, เวอ่ ร์/เกินไปเป็นประจํา
การอบรมแอร์โฮ้สเตส, แอร์/พนกั งานต้อนรับใช้เวลาสามเดอื น
( แอร์โฮ้สเตส เป็นแอร์)
เขาเป็นคนแอ๊บนอร์มลั่ ,แอ๊บ/ประหลาด, ผดิ ปกตชิ อบตะโกนสวดมนต์
33
หรือเหลือสองพยางค์
เชน่
รถยนต์ปัจจบุ นั เป็นเกียร์ Automatic, Auto /อตั โนมตั ิ
จากตวั อย่างประโยคข้างต้นพบวา่ คําภาษาองั กฤษคือ Automatic มีคําไทยวา่ อตั โนมตั ิ
โดยผ้ใู ช้ตดั คาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษท่ีใช้เป็นภาษาไทยอยา่ งยอ่ ให้สนั้ ลงเหลือสองพยางค์ เป็น Auto
เพ่ือความสะดวกในการออกเสียง และการส่ือสารท่ีรวดเร็วขนึ ้
คา่ คอมมชิ ชนั่ เป็นคา่ คอ ม
ดกิ ชนั่ นารี่ เป็ นดกิ
ด๊ปุ พลิเขต เป็นด๊ปุ
เออร์ล่ีรีไทร์, เออร์ร่ี
และรวมไปถึงคําภาษาองั กฤษที่คนไทยใช้เฉพาะคาํ ยอ่
เชน่
Disk Jockey เป็น ดี.เจ
จากตวั อย่างประโยคข้างต้นพบวา่ คาํ ภาษาองั กฤษคือ Disk Jockey มี
คาํ ไทยวา่ ……… โดยผ้ใู ช้ยอ่ คําศพั ท์ภาษาองั กฤษเป็นตวั ยอ่ ในภาษาไทย เพื่อให้สนั้ ลงเหลือสอง
พยางค์ เป็ น D.J. เพ่ือความสะดวกในการออกเสียง และการส่ือสารท่ีรวดเร็วขนึ ้
พนกั งานท่ีมาทํางานวนั อาทิตย์ถือวา่ เป็นการทํางานแบบ Overtime, OT/
ลว่ งเวลา
34
จากตวั อย่างประโยคข้างต้นพบวา่ คาํ ภาษาองั กฤษคือ Overtime มีคําไทยวา่
ลว่ งเวลา โดยผ้ใู ช้ยอ่ คําศพั ท์ภาษาองั กฤษเป็นตวั ยอ่ ในภาษาไทย เพื่อให้สนั้ ลงเหลือสองพยางค์
เป็น OT เพ่ือความสะดวกในการออกเสียง และการสื่อสารท่ีรวดเร็วขนึ ้
จํานวน จํานวนความถ่ี จํานวนเปอร์เซ็น(%)
ผ้ตู อบ 120 60%
200
2. ไมร่ ู้วา่ มีคําภาษาไทยใช้แทนวา่ อยา่ งไร คือการไมร่ ู้วา่ มีคาํ ภาษาไทยใช้วา่ อยา่ งไร หรือ
เคยรู้แตน่ กึ ไมอ่ อก ลืมไปแล้ว ผ้วู จิ ยั จดั ในกลมุ่ ไมร่ ู้
เชน่
ไปรษณีย์มีจําหนา่ ยแสตมป์ /ดวงตราไปรษณียากรชดุ การละเลน่ พืน้ บ้าน
โดยมีเหตผุ ลวา่ ไมร่ ู้ว่าต้องใช้คําวา่ อะไร หรืออาจลืมไปแล้ววา่ ควรใช้คําวา่ ดวงตราไปรษณี
ยากร
จงั หวดั กาฬสินธ์มุ ีฟอสซลิ /ซากดกึ ดาํ บรรพ์ของไดโนเสาร์
ทา่ นสามารถซือ้ บตั รชมคอนเสริ ์ต/การแสดงดนตรีได้ท่ีหน้างาน
ก่อนออกจากบ้านอยา่ ลืม ล๊อก/ใสก่ ญุ แจประตใู ห้เรียบร้อย
คณุ แมซ่ ือ้ แฮมและชีท/เนยแข็งมา
ลกู ของคณุ ลงุ สอบได้เกรด/ระดบั , ปรับเอทกุ วชิ า
เคร่ืองบนิ แลนดงิ ้ /แตะพืน้ ,ถึงพืน้ แล้ว
เขาไมช่ อบไลฟ์ สไตล์/การดําเนินชีวติ แบบตะวนั ตก
ช้างไชโยเป็นแม้สข็อต/สญั ลกั ษณ์นําโชคในการแขง่ ขนั กีฬาเอเชียนเกมส์ครัง้ ที่๑๓
35
สนิ ค้าสง่ ออกควรมีแพก็ เกจ/บรรจภุ ณั ฑ์ที่สวยงาม
ชายคนนนั้ เป็นเพลย์บอย/หน่มุ เจ้าสําราญ
เดก็ ยคุ นีไ้ มน่ ิยมอ่านพ็อกเก้ตบ๊กุ /หนงั สือฉบบั พกพากนั แล้ว
ละครเรื่องนีม้ ีเหรตตงิ ้ /คะแนนนยิ มสงู มาก
ผ้เู ข้าอบรมได้รับ sheet /เอกสารประกอบทกุ ทา่ น
ห้างนีเ้ป็นแหลง่ shopping /เดนิ ซือ้ ของช่ือดงั ของเมืองไทย
ทางร้านค้า stock /กกั ตนุ ,ตนุ ,ท่ีเก็บข้าวสาร อาหารแห้งไว้
แมบ่ ้านยคุ ใหมน่ ิยมไปจา่ ยของมรา supermarket /ตลาดในห้าง
นกั ศกึ ษาต้อง admit /รับตวั ไว้รักษาท่ีโรงพยาบาลเทา่ นนั้ จงึ มีสิทธ์ิสอบใหมไ่ ด้
ลกู ของคณุ ลงุ สอบได้เกรด/ระดบั ,ปรับเอทกุ วชิ า
เขาใช้ชีวิตแบบฟรีสไตล์/ตามสบายตามตะวนั ตก
ชดุ วา่ ยนํา้ ปัจจบุ นั ไมน่ ยิ มไฮคตั /โคนขาสงู
บริษทั เครื่องสําอางใช้ดารายอดนิยมเป็นพรีเซ้นตเ์ ต้อร์/ผ้นู ําเสนอสินค้า
ผมต้องสง่ โพรเจก็ ต์/โครงงาน,งานมะรืนนี ้จงึ นอนดกึ มาหลายคืน
บริษทั พยายามโพรโหมต/สง่ เสริมการขายสินค้าใหม่
เราควรเก็บของมีคา่ ไว้ในต้เู ซฟ/นริ ภยั
เธอชอบใสเ่ สือ้ ซีทรู/บางใส,มองทะลุ
ดาราคนนีแ้ ตต่ วั เซ็กซ่ี/ยวั่ ยวน
เสือ้ ผ้าเฉด/ระดบั สีนีไ้ มเ่ ข้ากบั เธอ
จํานวนผ้ตู อบ จํานวนความถ่ี จํานวนเปอร์เซ็น(%)
200 52 26%
36
3. รู้จกั คําไทยแตไ่ มใ่ ช้เพราะคําภาษาองั กฤษจําง่าย ผ้วู จิ ยั พบวา่ ผ้ตู อบแบบสอบถามตอบ
สาเหตนุ ีจ้ ดั เป็นอนั ดบั สาม เพราะเคยใช้คําศพั ท์นีต้ งั้ แรกในการใช้จงึ จดจําคาํ เหล่านีห้ ากมีการ
เปล่ียนมาใช้เป็นภาษาไทยอาจต้องใช้เวลา หรือมีความเทใ่ นการใช้ภาษาโดยการปนภาษา
ตา่ งชาตเิ ข้ามาในประโยคสนทนา
เชน่
นิภาวรรณกบั บรรลือเพิ่งแตง่ งานกนั ทงั้ คไู่ ป honeymoon / ด่มื นํา้ ผงึ ้ พระจนั ทร์ที่
พงั งา
จากตวั อยา่ งข้างต้นพบวา่ การใช้วา่ honeymoon จําได้งา่ ยกวา่ และเป็นที่นิยมใช้
มากกวา่ ดม่ื นํา้ ผงึ ้ พระจนั ทร์
เมื่อเช้านีล้ กู ค้าสง่ แฟกซ์/โทรสาร
ทางร้านค้ามีบริการกาแฟฟรี/ไมเ่ สียเงินคะ่
คณุ ลิง้ ก์/เชื่อมคอมพิวเตอร์กบั ระบบกลางหรือยงั
วนั เสาร์นีมีงานมีต้ ตงิ๊ /ชมุ นมุ , สงั สรรค์ศษิ ย์เก่านะครับอยา่ ลืม
เมื่อคณุ ได้รับเรื่องนีแ้ ล้วชว่ ย share /แบง่ ปันให้คนอ่ืนด้วยนะครับ
ที่นี่เป็นบริษทั อิมพอร์ต,เอ๊กพอร์ต /นําเข้า,สง่ ออก
คณุ คิดวา่ เขาเป็นคนอนิ โนเซ้นต/์ ซ่ือ,ไมท่ นั คน,ไมป่ ระสีประสา
เดก็ เเจนเนอเรชน่ั /รุ่นนีส้ นใจการเมืองน้อยลง
คณุ ชว่ ยบอกคาํ ตอบเป็ นไก๊ดไลน์/คมู่ ือ,แนวทางหนอ่ ยครับ
37
กรรมการพิจารณาโมเดล/แบบจําลองของอาคารที่จะกอ่ สร้าง
เวลาเจอเพ่ือนเก่ามกั เม้าส์/คยุ หลายชว่ั โมง
รายการนีโ้ นคอมเม้นต์/ไมอ่ อกความเห็นเรื่องการเมือง
คชู่ กของเขาเป็นนกั มวยโนเนม/ไมม่ ีคนรู้จกั
หากทางหน่วยงานเชิญคณุ ไปเป็นวิทยากรคณุ โอเค/ตกลงไหม
คณุ ต้องการขนมปังออริจเิ นล/ต้นแบบ,ของแท้หรือไมค่ ะ่
พลอ็ ต/โครงเร่ืองของนวนิยายเรื่องนีซ้ บั ซ้อนมาก
ห้างนีข้ ายแตส่ ินค้าพรีเม่ียม/ที่ได้รับความนิยม,ราคาสงู
บริษทั เคร่ืองสําอางใช้ดารายอดนิยมเป็นพรีเซ้นต์เต้อร์/ผ้นู ําเสนอสนิ ค้า
สง่ั สินค้ากรุณาสง่ ออร์เดอร์/สง่ั ,ใบสง่ั ซือ้
บริษัทของคณุ อนิ พตุ ,เอาพดุ /ผลที่ได้, ผลผลติ ไมส่ มดลุ กนั
การติวคร์อสนีเ้ป็ นอนิ เท็นสีฟ/เข้มข้น
เขาเรียนอินเตอร์/นานาชาตทิ ่ีมหาลยั เอกชน
สง่ั สินค้ากรุณาสง่ ออร์เดอร์/สงั่ ,ใบสงั่ ซือ้
ถ้าทกุ คนเข้าใจกนั ผมก็แฮ็ปปี /้ มีความสขุ ,สบายใจ
บริษัทนีเ้ป็นออร์กะไนเซอ่ ร์/ผ้จู ดั งานท่ีใหญ่ที่สดุ ของประเทศ
ใครๆก็รูวา่ เขาป๊ อปปลู ่าร์/เป็ นท่ีนยิ มที่สดุ ในวงการนกั ร้องเกาหลี
เธอเป็นคนเซ้นสถิ ีฟ/ออ่ นไหว,ละเอียดอ่อนมาก
38
วชิ านี ้ผมขอเข้าไป sit in /นง่ั ฟังด้วยได้ไหม
slogan /คําขวญั ของบริษทั คือ เมตตา ยตุ ธิ รรม
ประธานยืนบน stand /แทน่ เพื่อกลา่ วสนุ ทรพจน์
เสือ้ ผ้าชดุ นีใ้ สแ่ ล้ว smart /โก้มาก
คณุ มี something wrong /เร่ืองผิดปกตหิ รือเปลา่ คะ
กฎข้อนีส้ อง standard /มาตรฐาน
sorry /ขอโทษผมไมค่ วรพดู แบบนนั้ จริง ๆ
จํานวน จํานวนความถ่ี จํานวนเปอร์เซน็ (%)
ผ้ตู อบ 22 11%
200
4. เป็นคําศพั ท์เฉพาะกลมุ่ /สายงาน ใช้เพราะเป็ นคาํ ศพั ท์เฉพาะสายงาน หรือ
กลมุ่ คําศพั ท์เฉพาะ
เชน่
คีย์โน้ตสปี กเกอร์
แหล็บ (แลบ)
ธนาคารคิดคา่ โอด/ี ถอนเงินเกินบญั ชีร้อยละ 5
รายการของเรากําลงั ออนแอร์/ออกอากาศ
จากตวั อยา่ งข้างต้นเป็นกลมุ่ เฉพาะสายงานทางวทิ ยุ โทรทศั น์ ที่นยิ มใช้คําวา่ On
Air มากกวา่ ออกอากาศ
39
สถานที่พกั ตากอากาศเตม็ ทกุ ที่ในชว่ งไฮซีซนั่ , และไมม่ ีคนเลยในชว่ งโลว์ซีซนั่ /ใน
ฤดู ท่องเท่ียว,นอกฤดทู อ่ งเท่ียว
รถของเขาถกู ชนเขาจงึ สง่ ใบเคลม/เรียกร้องคา่ เสียหายให้ทางบริษัท
คณุ มีเอ๊กเค้าต/์ บญั ชีเงินฝากกบั ทางธนาคารไหนบ้าง
อะโรมา่ /เครื่องหอมชว่ ยคลายความเหน่ือยล้าได้
การวจิ ยั เรื่องนีใ้ ช้วิธีเก็ยข้อมลู แบบแรนด้อมแซมปลิง้ /สมุ่ ตวั อยา่ ง
บทความวิชาการต้องมีเร้ฟเฟอเร้นซ์/การอ้างองิ ด้วย
ลกู ค้าคืนสนิ ค้าภายใน 7 วนั บริษัทจะรีฟันด์/คืนเงินให้
เขาพกั ห้อง suit /ชดุ ของโรงแรม
จํานวน จํานวนความถ่ี จํานวนเปอร์เซน็ (%)
ผ้ตู อบ 6 3%
200
สว่ นในข้ออื่น ๆ ไมพ่ บคาํ ตอบจากผ้ตู อบแบบสอบถามจงึ ไมส่ ามารถหาคา่ เฉล่ียได้
40
บทท่ี 5
สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
การวจิ ยั เร่ือง “การใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย” มงุ่ ศกึ ษาสาเหตการใช้คํา
ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยโดยเฉพาะคําที่มีการบญั ญตั แิ ล้วหรือคาํ ศพั ท์ตา่ งประเทศที่มีการ
ใช้ภาษาไทยแทน รวมไปถงึ สถานการณ์การใช้คําภาษาตา่ งประเทศ เพ่ือจะๆได้ใช้ผลการวจิ ยั เป็น
แนวทางในการปรับปรุงการเรียนการสอน และเป็นแนวทางในการศกึ ษาท่ีเก่ียวข้องกบั ทกั ษะการ
พดู การใช้ภาษาในสงั คมไทยท่ีสมั พนั ธ์กบั วฒั นธรรม ผ้วู ิจยั ได้เก็บรวบรวมข้อมลู โดยการใช้
แบบสอบถามจากกลมุ่ ตวั อยา่ งที่อยใู่ นระดบั ปริญญาตรี หรือปริญญาตรีขนึ ้ ไป
สรุปผล
ในการวเิ คราะห์ข้อมลู ผ้วู จิ ยั พบวา่ สาเหตทุ ี่ใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศคือ ภาษาองั กฤษมีสาเหตุ
ดงั นี ้ รู้จกั คําภาษาไทยแตไ่ มใ่ ช้เเพราะใช้คําภาษาตา่ งประเทศสะดวก ในจํานวนคําทงั้ หมดและมี
ผ้ตู อบแบบสอบถามในการใช้คําภาษาตา่ งประเทศท่ีมีการ ใช้คําภาษาไทยแทนได้แตไ่ มใ่ ช้
เน่ืองมาจากสาเหตุ ดงั นี ้
1. สะดวกในการออกเสียง
2. ไมร่ ู้วา่ มีคําภาษาไทยใช้แทนวา่ อยา่ งอยา่ งไร
3. รู้จกั คําภาษาไทยแตไ่ มใ่ ช้ เพราะคําภาษาองั กฤษจําง่าย
4. เป็นคําศพั ท์เฉพาะสายงาน
ในงานวิจยั นีผ้ ้วู จิ ยั พบวา่ ผ้ตู อบแบบสอบถาม อนั ดบั หนง่ึ คอื คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศออกเสียง
สะดวกกวา่ ภาษาไทย แตก่ ารออกเสียงในงานวจิ ยั นี ้จดั ให้การออกเสียงตามแบบเสียงของผ้ใู ช้
41
ภาษาคือออกเสียงตามแบบคนไทยคอื ถ้าเป็นคําสองพยางค์ขนึ ้ ไป ผ้ใู ช้จะใช้แบบลงสียงพยางค์
หนกั เบาพยางคไ์ หนก็ได้ หรือจะใช้เสียงวรรณยกุ ต์หรือไม่ ก็ได้ เพราะเนือ้ ความท่ีส่ือสารทําให้
เข้าใจได้อยแู่ ล้ว
เชน่
อาหารจานนีเ้ป็ นเมนซู ิกเนเจ้อร์ของทางร้าน
ก็ไมจ่ ําเป็นต้องลงเสียงหนกั เบาตามหลกั ภาษาองั กฤษแตอ่ ยา่ งใด และรวมไปถึง
การตดั คาํ ในภาษาองั กฤษ การไมน่ ยิ มใช้คําไทยเพราะ คาํ ภาษาไทยยาวไป หากตดั คาํ มาใช้เพ่ือ
การสื่อสาร และเข้าประโยคแล้วไมไ่ ด้ความ แตถ่ ้าเป็นคําภาษาองั กฤษตดั คาํ แล้วสามารถเข้า
ประโยคและได้ใจความทนั ที การส่ือสารจะสมั ฤทธิ ์ผล เชน่ ถ้าภาษาองั กฤษ สองคาํ ขนึ ้ ไปจะตดั ให้
เหลือหนง่ึ คํา หรือสองคําเทา่ นนั้
เชน่
ดบั เบลิ ้ เป็น เบลิ ้ ,โอเวอร์ เป็ น เวอ่ ร์,ออโตเมตกิ เป็นออโต้
อนิ โทรดกั ชนั่ เป็น อนิ โทร
โอเว่อร์ทามเป็ นโอที
ดงั นนั้ ใช้คําศพั ท์ภาษาองั กฤษในการสื่อสารแทนคําศพั ท์ภาษาไทยจงึ จําได้งา่ ย เข้าใจกวา่
ผ้วู จิ ยั พบวา่ ผ้ตู อบแบบสอบถามเป็นอนั ดบั สอง คือการไมร่ ู้วา่ มีคาํ ภาษาไทยใช้ว่าอยา่ งไร
หรือเคยรู้แตน่ กึ ไมอ่ อก ลืมไปแล้ว ผ้วู ิจยั จดั วา่ ไมร่ ู้ กลมุ่ นีจ้ ะเป็นกลมุ่ ท่ีต้องใช้คํา
42
ภาษาตา่ งประเทศแทนภาษาไทยอยา่ งแนน่ อนเพราะไมร่ ู้คาํ ศพั ท์ท่ีภาษาไทยใช้แทนได้ แตถ่ ้าให้
ใช้ก็ไมน่ ําคาํ ภาษาไทยไปใช้เพราะดไู มเ่ ป็นท่ีนิยม และกงั วลวา่ จะสื่อสารและไมเ่ ข้าใจ และจะใช้คาํ
อะไรมาแทนท่ี เชน่ แสตมป์ , ดบั เบลิ ้ /เบลิ ้ , เมนซู กิ เนเจอร์ ,ออ๊ปชน่ั , ฮีโร่, แจ๊กผ็อต, อินเทรน,
ไลฟ์ สไตล์ แลนดงิ ้ , เลน, ยเู ทิร์น, อปั๊ เกรด, เพก็ เก็จ,พรีเม่ียม, โรแมนตกิ , ซีทรู , แม้สขอ็ ต, รี
เค้วส์, อป๊ั เดต เป็นต้น
ผ้วู จิ ยั พบวา่ ผ้ตู อบแบบสอบถามเป็นรู้จกั คําไทยแตไ่ มใ่ ช้เพราะคําภาษาองั กฤษจํางา่ ยเป็น
อนั ดบั สาม เชน่ เหรดตงิ ้ , เซลแมน, ควซิ , ต้เู ซฟ, มติ ้ ตงิ ้ , เม้าส์, คอมเม้นต์, ออนแอร์, ออริจิเนล, ฮติ ,
คยี ์(ข้อมลู ), อนิ เตอร์, เหลต, ลิง้ ค,์ อีโก้, ไอเดีย, อินเทรน, เซก็ ซ่ี, เซน็ สถิ ีฟ, ดบั เบลิ ้ สแตนดาร์ด, ปิด
เทอม
ผ้วู จิ ยั พบวา่ ผ้ตู อบแบบสอบถามเป็นอนั ดบั สี่ใช้เพราะเป็ นคาํ ศพั ท์เฉพาะสายงาน เชน่ คยี ์
โน้ตสปี กเกอร์, แหลบ็ เป็นต้น
การใช้คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทยแทนคําภาษาไทยนนั้ แม้จะมีการใช้ภาษาใน
ระดบั ทางการก็ยงั นยิ มใช้คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศท่ีเป็ นคาํ พืน้ ๆ ท่ีนยิ มใช้กนั เข้าไปปะปนอยู่
เพื่อความสะดวก ความเข้าใจ และท่ีสําคญั คือเพื่อสามารถส่ือสารให้ได้บรรลเุ ป้ าหมาย
อภิปรายผล
ในงานวิจยั นีแ้ สดงให้เห็นวา่ การใช้คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศโดยเฉพาะภาษาองั กฤษทงั้
ๆ ท่ีมีภาษาไทยใช้แทนได้แตก่ ลบั มีการใช้ภาษาองั กฤษอยเู่ ป็นประจําโดยผ้ใู ช้ไมม่ ีการสนใจวา่ จะ
มีการกําหนดใช้ภาษาไทยอย่างเป็นทางการหรือที่เรียกวา่ การบญั ญตั ิศพั ท์และมีการบญั ญตั ิ
หรือไมอ่ ย่างไร รวมไปถงึ มไิ ด้มีการคํานงึ วา่ จะมีการใช้ผิดหรือไม่ ใช้ในรูปแบบเป็นทางการ กงึ่
ทางการ สนทนา แตห่ ากเม่ือมีการส่ือสารแล้วการสื่อสารนนั้ เข้าใจและเกิดผลบรรลเุ ป้ าหมายทงั้
สองฝ่ าย เชน่ การอบรม, แอร์ (แอร์โฮ้สเตส)ใช้เวลาสามเดือน ผ้ตู อบแบบสอบถามจะใช้คําวา่ แอร์
43
โดยการตดั คําให้สนั้ ลงจากคําวา่ แอร์โฮ้สเตส ไมม่ ีการเลือกใช้คาํ ว่า การอบรมพนกั งานต้อนรับใช้
เวลาสามเดือน ดงั นนั้ คาํ ว่า แอร์ (แอร์คอนดชิ นั่ ) ที่บ้านเสียตงั้ แตเ่ ม่ือวาน ผ้รู ับสารสามารถเข้าใจ
ได้ทนั ทีมากกวา่ จะใช้คาํ วา่ เครื่องปรับอากาศ ท่ีบ้านเสียตงั้ แตเ่ ม่ือวาน การใช้คาํ ว่า air (air
conditioner) ทงั้ หมดเกิดความเข้าใจในทนั ทีไม่ต้องปรับการรับรู้อีกหนง่ึ ครัง้ หรือแปลจากแอร์มา
เป็นเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์เมาเป็นแอร์โฮ้สเตสและยงั ปรับมาเป็ นอีกครัง้ วา่ พนกั งานต้อนรับ
หรือ คาํ วา่ โอที เชน่ ไมม่ ีใครอยากทําโอทีแม้จะได้เงินมากก็ตาม ไมม่ ีคนใช้คําวา่ ล่วงเวลา เชน่ ไม่
มีใครอยากทํางานลว่ งเวลาแม้จะได้เงินมากก็ตาม
การไมใ่ ช้คําดงั กลา่ วจดั วา่ เป็นความสะดวก ความสนั้ ในการจํา ไมใ่ ชว่ า่ ผ้ใู ช้ไมร่ ู้ แตอ่ าจมี
บางคําที่ผ้ใู ช้อาจไมร่ ู้เลยเกือบทงั้ หมด หรือไมเ่ คยได้ยินมาก่อนเลยวา่ เรียกวา่ อยา่ งไรในการ
สอบถาม เชน่ โปรดสง่ ซองตดิ แสตมป์ จา่ หน้าซองถงึ ตวั ทา่ นเอง โดยความคดิ ของผ้วู ิจยั พบว่า
สาเหตหุ ลกั จะเป็นการรู้ แตก่ ารใช้คําศพั ท์ภาษาองั กฤษสะดวกปากและมีการใช้มาจนตดิ ปากแล้ว
เมื่อมีการกําหนดใช้คาํ ใหมท่ ่ีบญั ญตั ขิ นึ ้ ก็ไมเ่ ป็นท่ีนิยมเพราะใช้คาํ ศพั ท์ตา่ งประเทศจนเป็นเป็นที่
นิยม แพร่หลาย เข้าใจกนั แล้วโดยเฉพาะคําศพั ท์ทางเคร่ืองมือการส่ือสาร หรือคาํ ศพั ท์เฉพาะ แต่
ถ้าเป็นคาํ ศพั ท์ที่ใช้ในชีวิตประจําวนั ทวั่ ไปหากมีการรณรงคใ์ ห้หนั มาใช้กนั ให้มากขนึ ้ จะทําให้คน
ไทยหนั มาใช้คําไทยที่แทนคําศพั ท์ภาษาองั กฤษได้ เชน่ วนั นีท้ ่ีทํางานหยดุ ชดเชย มีการใช้คาํ วา่ ที่
ทํางานมากกวา่ คาํ วา่ ออฟฟิ ซ เชน่ วนั นีอ้ อฟฟิซหยดุ ชดเชย เม่ือมีการใช้คาํ ไทยมากขนึ ้ การใช้คํา
ตา่ งประเทศ คํานนั้ ก็จะคอ่ ยๆสญู ไปจากการส่ือสารในอนาคตตอ่ ไป ตามหลกั การ ของการใช้
ภาษาวา่ สะดวก การออกเสียงสะดวกจากผ้ใู ช้ภาษายอ่ มทําให้เกิดความนิยม รวมไปถึง คําสนั้ ลง
สนั้ เข้า และต้องเข้าใจรวมกนั ในทางกลบั กนั คําบางคาํ อาจจะยงั คงอย่ตู อ่ ไป เช่น แอร์ (แอร์
คอนดชิ น่ั ), แอร์(แอร์โฮ้สเตส), โอที (โอเวอร์ทาม) เพราะจากสาเหตทุ ี่คาํ ไทยยาวเกินไป คําศพั ท์
ภาษาองั กฤษที่ใช้แม้ยาวแตผ่ ้ใู ช้นิยมใช้เพราะการตดั คําให้สนั้ ลงตามแบบฉบบั ของการสื่อสารและ
เมื่อตดั คาํ แล้วสามารถเข้าใจได้ตามบริบทของความตอ่ ไป เชน่ air (air conditioner) แต่ คําวา่
เครื่องปรับอากาศ ตดั คาํ แล้ว ไมเ่ ข้าใจ ไมไ่ ด้ความ ไมส่ ามารถตดั คาํ เพ่ือการสื่อสารได้ เพราะคํา
ไทยท่ีนํามาเป็ นคําศพั ท์ของไทยเป็นการสร้างคาํ แบบคําประสม กรณีการใช้คําศพั ท์ไทยแทน
คาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษถ้าสามารถตดั คาํ แล้วสนั้ สะดวก เข้าใจ
44
ได้ เมื่อใช้บอ่ ย ๆ จงึ เกิดความนิยม จะเห็นได้วา่ คําศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศที่มคาํ ไทยใช้แทนเป็น
เพียงความแตกตา่ งทางรูปภาษา และการจะเปลี่ยนมาใช้คําศพั ท์ภาษาไทยหรือไมก่ ็ไมใ่ ช่
นยั สําคญั ประการใดในการสื่อสาร หากผ้สู ่ือสารสารสามารถเข้าใจบริบทของการส่ือสารได้อยา่ ง
ชดั เจน
แม้จะตดั คาํ ภาษาองั กฤษ ใช้คํายอ่ อาจไมเ่ ป็นไปตามหลกั ไวยากรณ์ หรือชนิดของคาํ ใน
ภาษาองั กฤษ หรือเมื่อนํามาใช้แล้วเจ้าของภาษาไมเ่ ข้าใจ แตเ่ มื่อนําเข้ามาใช้ในรูปแบบของผ้ใู ช้
ภาษา และผ้ใู ช้ภาษาทงั้ หมดนยิ มใช้และเข้าใจ และสามารถสื่อสารได้ จดั ได้วา่ การใช้คํา
ภาษาตา่ งประเทศแม้จะมีคาํ ไทยใช้แทนได้แตม่ ีผ้นู ิยมใช้น้อยถงึ น้อยมาก จงึ ต้องยอมรับความ
เป็นไปของภาษาและวฒั นธรรมการใช้ภาษาในปัจจบุ นั ซง่ึ มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสงั คม
ข้อเสนอแนะ
การวจิ ยั นีท้ ําให้เห็นการใช้คาํ ศพั ท์ภาษาตา่ งประเทศแทนคําไทยที่มีใช้ ซงึ่ มกั จะเป็น
ประเดน็ ปัญหาของการใช้ภาษาไทยวา่ ควรใช้ภาษาให้ถกู ใช้คําไทยให้เป็น หรือรู้วา่ คําไทยที่มีการ
บญั ญตั ขิ นึ ้ แทนคําภาษาตา่ งประเทศอยา่ งไร แตก่ ารวิจยั นีแ้ สดงให้เห็นถึงระบบความคดิ การใช้
ภาษาในวฒั นธรรม จงึ มีข้อเสนอแนะดงั ตอ่ ไปนี ้
1. ควรศกึ ษาคา่ นิยมและทศั นคติของผ้สู ื่อสารที่มีการใชภาษาองั กฤษปนภาษาไทย
2. ควรศกึ ษาการใช้ภาษาตา่ งประเทศอ่ืน ๆ ท่ีเข้ามาปะปนในภาษาไทยในแง่การปนภาษา
เชน่ ภาษาจีนท่ีใช้ในชีวิตประจําวนั
งานวิจยั เร่ือง การใช้คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย นีศ้ กึ ษาเฉพาะการใช้
ภาษาองั กฤษในภาษาไทยเพราะภาษาองั กฤษเป็ นภาษาท่ีใช้ปนในภาษาไทยมาก และสามารถ
แยกคําออกเป็ นภาษาตา่ งประเทศได้ชดั เจน แม้ภาษาตา่ งประเทศท่ีใช้ในภาษาไทยมีมากหลาย
ภาษาก็ตาม
ดงั นนั้ งานวจิ ยั นี ้ จงึ เป็นการศกึ ษาเพื่อให้ทราบวา่ บคุ คลท่ีกําลงั ศกึ ษาอยใู่ นระดบั
ปริญญาตรี และผ้มู ีคณุ วฒุ ริ ะดบั ปริญญาตรีขนึ ้ ไป ทราบหรือไมท่ ราบวา่ มีคําไทยใช้แทนและนิยม