The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บรรณานุสรณ์ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์
พระครูสัทธาโสภิต (สนุ่น อธิปุญฺโญ)
วัดศรัทธาภิรม จังหวัดสิงห์บุรีเป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวชิราภิรม อุดมธรรมวิจิตร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อิสรา วันดี, 2022-07-16 06:54:35

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์

บรรณานุสรณ์ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์
พระครูสัทธาโสภิต (สนุ่น อธิปุญฺโญ)
วัดศรัทธาภิรม จังหวัดสิงห์บุรีเป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวชิราภิรม อุดมธรรมวิจิตร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

Keywords: คณะสงฆ์เมืองสิงห์,ปกิณกะ,พระราชวชิราภิรม

ปกิณกะคณะสงฆเมอืงสงิห

พมิพเปนบรรณานุสรณ
ในโอกาสที่พระบาทสมเดจ็พระวชิรเกลาเจาอยูหวั
ทรงพระกรณุาโปรดพระราชทานสัญญาบตัรตง้ัสมณศกัด์ิ

พระครูสทัธาโสภิต(สนนุอธิปุฺโ)
วัดศรทัธาภริมจังหวดัสิงหบุรี
เปนพระราชาคณะชนั้ราชท่ี

พระราชวชริาภิรม

อดุมธรรมวจิิตรมหาคณสิสรบวรสังฆารามคามวาสี

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสงิ ห์

พิมพ์เป็นบรรณานุสรณ์
ในโอกาสที่พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั
ทรงพระกรณุ าโปรดพระราชทานสัญญาบตั ร ตง้ั สมณศกั ดิ์

พระครสู ัทธาโสภติ (สน่นุ อธิปุญฺโ )
วดั ศรทั ธาภริ ม จงั หวัดสิงหบ์ ุรี
เป็น พระราชาคณะช้ันราช ที่
พระราชวชิราภริ ม

อุดมธรรมวจิ ติ ร มหาคณสิ สร บวรสังฆาราม คามวาสี

มุทิตาพจนกถา

อฏุ ฺ านวโต สตีมโต สุจิกมมฺ สฺส นสิ มมฺ การิโน

สญฺ ตสฺส จ ธมมฺ ชวี โิ น อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฒฺ ติ.

ยศย่อมเจริญโดยยิ่ง แก่คนผู้มีความขยัน มีสติ มีการงานสะอาด มีปกติ
ใครค่ รวญแลว้ จงึ ทำ สำรวมแล้ว เลีย้ งชพี โดยธรรม และไม่ประมาท ฯ

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสคุณธรรมเป็นเหตุแห่งยศตามพระบาลีซ่ึง
ข้าพเจ้ายกขึ้นไว้นี้ และมีความพิสดารอันบัณฑิตพึงถือเอาจากอรรถกถาขุททกนิกาย
ธรรมบท อปั ปมาทวรรคที่ ๒ (กุมภโฆสกวัตถุ) นัน้ เถิด

พระเดชพระคณุ พระราชวชิราภิรม (สนุ่น อธปิ ุญโฺ ) เจา้ อาวาสวดั ศรัทธาภิรม
เป็นพระมหาเถระ ผู้รัตตัญญู เพียบพร้อมด้วยสีลสุตาทิคุณ ดำรงมั่นอยู่ในสมณ
พรหมจรรย์มาช้านาน กอปรด้วยพรหมวิหารคุณ มีเมตตา เป็นอาทิ เมื่อยังดำรง
ตำแหน่งเป็นเจ้าคณะปกครอง คือ เป็นเจ้าคณะตำบลบางมัญ เขต ๑ และเป็นรองเจ้า
คณะอำเภอเมืองสิงห์บุรี ตามลำดับนั้น พระเดชพระคุณก็ปกครองคณะสงฆ์ในบัญชาได้
อย่างสมบูรณ์พร้อม ละเอียดรอบคอบ มิได้ขาดตกบกพร่อง เข้าร่วมการประชุมคณะ
สงฆ์มิเคยขาด ไม่ถือเอาศาสนกิจส่วนตน ยิ่งใหญ่เกินกว่าส่วนรวม ภาพของพระมหา
เถระผู้มีวัตรปฏิบัติสงบ เรียบร้อย เจรจาน้อย แต่มีประโยชน์มาก ปฏิบัติหน้าที่เป็น
กรรมการคุมสอบธรรม-บาลีสนามหลวง ตั้งต้นจนจบ โดยมิได้เหน็ดเหนื่อยยอ่ ท้อแม้จะ
มีอายุกาลมากขึ้นทุก ๆ ปี ประพฤติตนมีแบบแผน เป็นแบบอย่างแก่คณะสงฆ์ในจังหวัด
สิงห์บุรีเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไปมาช้านาน จนกระทั่งสิ้นสุดวาระปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ
เจา้ คณะปกครอง ยกพระเดชพระคุณขนึ้ เปน็ “ทปี่ รกึ ษาเจ้าคณะอำเภอเมอื งสิงหบ์ ุรี”

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๑

อน่ึง ในฐานะทพี่ ระเดชพระคุณเปน็ เจา้ อาวาส เป็นพระอปุ ชั ฌายอ์ าจารย์ อบรม
สั่งสอนภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย ในตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา
กน็ บั ว่าสมบรู ณ์อยา่ งยง่ิ ทงั้ ยงั เป็นท่ตี ้ังแหง่ ความเคารพ ความศรทั ธา ความเลอื่ มใสของ
พทุ ธศาสนกิ ชนทั้งหลาย เป็นทปี่ ระจกั ษ์โดยทว่ั ไปมาช้านานอกี เชน่ กนั

บัดนี้ พระเดชพระคุณ ก็มีอายุกาลถึง ๘๗ ปี ย่างเข้า ๘๘ ปีแล้ว วัตรปฏิบัติก็
ยังมั่นคง เกียรติคุณอันดีงาม เป็นที่มองเห็นเด่นชัดในสายตาของศิษยานุศิษย์ทั้ง
บรรพชิต และคฤหสั ถ์ จึงนบั วา่ พระเดชพระคณุ เปน็ ผู้มีความขยนั มสี ติ มีการงานสะอาด
มีปกติใคร่ครวญแล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เลี้ยงชีพโดยธรรม และไม่ประมาท สมจริงดัง
พระพทุ ธพจนท์ ข่ี า้ พเจา้ ยกขน้ึ ไว้ ณ เบอ้ื งตน้ นัน้ โดยแทท้ กุ ประการ

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรง
พระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ให้
พระครูสัทธาโสภิต เป็นพระราชาคณะช้ันราช มีราชทินนามว่า พระราชวชิราภิรม
อุดมธรรมวิจิตร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี นั้นจึงนับว่าเป็นพระมหา
กรุณาธิคุณอยา่ งสูงย่ิง อกี ทงั้ เป็นท่ีปตี ิยินดีแกค่ ณะสงฆ์จงั หวัดสิงห์บุรี และในหมู่ศิษยานุ
ศษิ ยท์ งั้ บรรพชติ และคฤหสั ถท์ ัง้ หลายอยา่ งเหลือประมาณ

ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจบารมีธรรมสัมมาปฏิบัติที่พระ
เดชพระคุณ พระราชวชิราภิรม สั่งสมอบรมมาดีแล้ว จงเป็นพลวปัจจัยอำนวยพรให้
พระเดชพระคุณเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธรรมสารสมบัติ ถึงความ
เจริญงอกงามไพบูลย์ ในพระพุทธศาสนา ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอด
จริ ฏั ฐิติกาล เทอญ ฯ

พระเทพปรยิ ตั ิสธุ ี
เจา้ คณะจงั หวัดสงิ ห์บุรี
เจ้าอาวาสวดั พระนอนจกั รสีห์วรวหิ าร

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๒

พระราชวชิราภริ ม (สน่นุ อธิปญุ ฺโ )
ท่ปี รึกษาเจา้ คณะอำเภอเมืองสงิ ห์บรุ ี

เจ้าอาวาสวดั ศรทั ธาภริ ม

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๓

ประวตั ิ
พระราชวชิราภิรม (สนุ่น อธปิ ญุ ฺโ )
ทปี่ รกึ ษาเจ้าคณะอำเภอเมอื งสิงหบ์ รุ ี เจ้าอาวาสวัดศรัทธาภิรม



▪ ชาติภมู ิ ▪
พระราชวชิราภิรม มีนามเดิมว่า สนุ่น นามสกุล แดงสกุล ถือกำเนิดเมื่อวันท่ี
๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีจอ
ท่บี ้านเลขที่ ๔๑ หมู่ท่ี ๓ ตำบลมว่ งหมู่ อำเภอเมอื งสิงหบ์ รุ ี จังหวัดสงิ ห์บรุ ี เป็นบตุ รชาย
คนโต ของโยมบดิ า เปรม กับโยมมารดา ไปล่ แดงสกลุ

▪ อุปสมบท ▪
เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๘ ปี
มะเมีย ณ พัทธสีมาวัดศรัทธาภิรม ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
โดยมี
พระครสู ุจิตธรรมธชั (สาย สุจิตฺโต) วัดไลย์ จังหวดั ลพบรุ ี เปน็ พระอปุ ัชฌาย์
พระครปู ญั ญาธิคุณ (เจิม ิติปญฺโ ) วัดศรทั ธาภริ ม เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระครูศรีจันทโสภิต (ชั้ว ปุญฺ ลาโภ) วดั ชนั สตู ร เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์

ไดร้ บั ฉายาว่า “อธิปุญโฺ ” แปลว่า ผมู้ บี ญุ อยา่ งย่ิง

▪ วิทยฐานะ ▪
พ.ศ. ๒๔๘๓ จบชน้ั ประถม ๔ จากโรงเรียนวัดศรัทธาภิรม
พ.ศ. ๒๔๙๘ สอบไลไ่ ดน้ กั ธรรมชัน้ โท สำนักเรียนคณะจังหวัดสงิ ห์บรุ ี

▪ ตำแหน่งหน้าทที่ างคณะสงฆ์ ▪
พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็น เจ้าอาวาสวัดศรัทธาภริ ม
พ.ศ. ๒๕๓๔ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์
- เปน็ เจ้าคณะตำบลบางมญั เขต ๑
- เป็น กรรมการบรหิ ารคณะสงฆ์อำเภอเมอื งสิงหบ์ ุรี

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๔

- เปน็ กรรมการกำกบั การสอบธรรมสนามหลวง จงั หวัดสิงห์บรุ ี
พ.ศ. ๒๕๕๓ เปน็ รองเจา้ คณะอำเภอเมอื งสิงหบ์ ุรี
พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็น ทีป่ รึกษาเจ้าคณะอำเภอเมอื งสงิ หบ์ ุรี

▪ ลำดับสมณศกั ดิ์ ▪

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาส

วัดราษฎร์ ช้ันโท ในราชทินนามที่ พระครู

สัทธาโสภติ

๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล

ชั้นโท ในราชทนิ นามเดิม

พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็น พระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอ

ช้ันโท ในราชทนิ นามเดิม

๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ มีพระบรมราช

โองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรต้ัง

สมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ใน

ราชทินนามที่ พระราชวชิราภิรม อุดม

ธรรมวจิ ติ ร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม

คามวาสี

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๕

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์

เรยี บเรยี งโดย
นายอสิ รา วันดี

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๖

คำนำ

เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรด
พระราชทานสัญญาบัตร ต้ังสมณศักดิ์ พระครูสัทธาโสภิต (สนุ่น อธิปุญฺโ )
วัดศรัทธาภิรม จังหวัดสิงห์บุรี เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวชิราภิรม
อุดมธรรมวจิ ิตร มหาคณสิ สร บวรสังฆาราม คามวาสี คณะศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อได้
ปรึกษาหารอื กันว่า สมควรทจ่ี ะจัดพมิ พ์หนงั สอื สำหรับแจกเป็นบรรณานสุ รณ์ ซ่ึงหนังสือ
ดังกล่าวควรมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดสิงห์บุรี โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์
ของจังหวัด จึงเห็นควรให้ใช้บทความที่ผู้เขียนได้รวบรวมไว้ และคัดบทความบางส่วนที่
เป็นประโยชน์ โดยตั้งช่ือหนงั สือว่า “ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์”

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์ เป็นเรื่องราวประเภทสิ่งละอันพันละน้อย ที่ผู้เขียน
เรียบเรียงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรีไว้ และตั้งใจจะตีพิมพ์ใน
อนาคต เพ่อื เปน็ การเผยแพร่องคค์ วามรู้ที่ได้ศึกษา ค้นคว้าจากเอกสารช้ันต้น รวมไปถึง
เอกสารประเภทต่าง ๆ ได้แก่ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ อนุสรณ์เนื่องในงาน
ทอดกฐินของวัดต่าง ๆ ประวัติวัด ทำเนียบสมณศักดิ์ หนังสือที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับ
จังหวัดสิงห์บุรี เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนได้เก็บสะสมไว้จำนวนหนึ่ง รวมถึงได้รับความ
อนเุ คราะห์จากบคุ คลตา่ ง ๆ ที่กรุณาใหค้ น้ คว้าอกี จำนวนหน่ึง นอกจากน้ี ในช่วงท้ายของ
หนังสือ ได้นำประวัติของอดีตเจ้าอาวาสวัดศรัทธาภิรม และองค์อุปถัมภ์มาลงไว้เป็น
อนุสรณยี ์ ทีพ่ งึ ระลึกถึงในฐานะเปน็ บูรพาจารยแ์ ห่งวดั ศรทั ธาภิรม

ทั้งนี้ ในการจัดทำต้นฉบับในครั้งนี้มีเวลาในการเตรียมการที่จำกัด อาจจะเกิด
ข้อบกพร่องขึ้นได้ ซึ่งผู้เขียนก็ต้องออกตัวขออภัยไว้ในเบื้องต้น และหวังใจเป็นอย่างยิ่ง
ว่าเนอ้ื หาในหนังสือนจี้ ะเปน็ ประโยชน์แกผ่ ู้สนใจตอ่ ไปในอนาคต

นายอสิ รา วนั ดี
ผู้เรยี บเรียง

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๗

สารบัญ หนา้

เจ้าคณะจังหวดั ๔๙
ราชทนิ นามเมืองสิงห์ ๕๔
เจา้ คุณเมืองสงิ ห์ ๗๐
ทำเนียบคณะสงฆเ์ มอื งสงิ ห์ ร.ศ. ๑๒๓ ๗๖
รัชกาลท่ี ๔ ประพาสพระนอนท่ีเมอื งจักรศรี
อนั เนือ่ งดว้ ยวดั ศรทั ธาภริ ม ๗๗
-ประวตั พิ ระอปุ ัชฌายธ์ รรม อดีตเจ้าอาวาสวดั ศรทั ธาภริ ม รูปที่ ๑ ๗๙
-ประวตั พิ ระครปู ัญญาธิคุณ (เจิม ิตปิ ญฺโ ) อดตี เจา้ อาวาสวัดศรัทธาภิรม ๘๒
-ประวตั พิ ระครูวิสิฐวฒุ กิ ร (วิชติ ิตชโิ ต) อดตี ผ้ชู ่วยเจ้าอาวาสวัดหวั ลำโพง

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสงิ ห์ | ๘

เจา้ คณะจงั หวดั


เจา้ คณะจังหวดั เป็นตำแหน่งการปกครองของคณะสงฆ์ไทย มีอำนาจหนา้ ทก่ี าร
ปกครองตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคม ในเขตจังหวัดของตน
ซง่ึ ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดน้ีมมี าแต่ครั้งโบราณ แต่การเรยี กชื่อตำแหนง่ นั้นอาจแตกต่าง
กันไปแล้วแต่ยุคสมัย ได้แก่ เจ้าคณะเมือง เจ้าคณะใหญ่เมือง และเจ้าคณะจังหวัด
สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี เท่าที่ผู้เขียนสามารถค้นคว้าได้นั้น เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
สามารถแบ่งได้เป็น ๓ ยุคสมัยด้วยกัน ตามลักษณะการปกครองของบ้านเมืองในสมัย
นน้ั ๆ ไดแ้ ก่ ยุคสมัยท่ี ๑ กอ่ น พ.ศ. ๒๔๓๙ ยคุ สมยั ท่ี ๒ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๙ ถึง พ.ศ.
๒๔๘๔ และยุคสมยั ท่ี ๓ ตัง้ แต่ พ.ศ. ๒๔๘๔ ถึงปจั จบุ ัน

ยุคสมยั ที่ ๑ ก่อน พ.ศ. ๒๔๓๙
ยุคสมยั ท่ี ๑ เปน็ สมยั ท่ยี งั ไม่รวมเมอื งสิงห์บุรี เมอื งอินทบุรี และเมืองพรหมบุรี
เปน็ จังหวัดสิงหบ์ ุรี โดยสมยั ดงั กลา่ วแต่ละเมืองมีตำแหน่งเจ้าคณะเมอื งแยกออกจากกัน
อยา่ งชัดเจน โดยตำแหนง่ เจา้ คณะเมืองของท้ัง ๓ เมืองนัน้ พบหลกั ฐานปรากฏเกา่ สุดใน
ทำเนียบสมณศักดิ์และคณะสงฆ์ครั้งกรุงเก่าฉบับหลวง ปรากฏในหนังสือตำนาน
คณะสงฆ์ พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ความว่า “อนึ่ง คณะหัวเมืองฝ่ายเหนือ ขึ้นคณะคามวาสีฝ่ายซ้าย ในนี้...เมือง
พรหมบุรี พระครูพรหมนครบวรมุนี ๑ เมืองอินทบุรี พระครูอินทชาติวรญาณ
๑...เมืองสงิ ห์บุรี พระครูสิงหบรุ ีพุทธไสยาสน์ ๑...”
นอกจากนี้ในจารึกดวงตราตำแหน่งสมณศักดิ์ หลังบานหน้าต่างพระอุโบสถ
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งเป็นจารึกที่ทำขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า
เจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี ๓ ทำใหท้ ราบถึงราชทนิ นามเจ้าคณะเมอื งทง้ั ๓ ในสมยั รตั นโกสินทร์
ตอนตน้ ความวา่ “หนา้ ต่างผนังด้านทิศเหนือ ช่องท่ี ๘ บานขวา... พระครูสิงหรา
ราชมุนี สิงหบุรี” และ “หน้าต่างด้านหลัง (ผนังด้านทิศตะวันตกฝั่งทิศเหนือ”
บานซา้ ย...พระครพู รหมนครบวรราชมุนี พรหมบรุ ี พระครอู ินทมุนี อินทบุรี”

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๙

ต่อมาตั้งแต่หลังรัชกาลท่ี ๓ เป็นต้นมา หลักฐานเกี่ยวกับเจ้าคณะเมืองทั้ง ๓
ไดข้ าดหายไป จนกระทงั่ ปรากฏหลักฐานอีกครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อย่หู วั รัชกาลท่ี ๕ ซึ่งผูเ้ ขียนสามารถค้นควา้ รายช่อื เจ้าคณะเมืองทงั้ ๓ ได้ ดังน้ี

เมอื งสิงห์บรุ ี
๑. พระครูสิงหมุนี (เรือง) วัดสว่างอารมณ์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๒๘
ถึง พ.ศ. ๒๔๔๓
เมืองอินทบุรี
๑. พระครูอินทมุนี (โต) วัดประศุก ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๓๑ ถึง
พ.ศ. ๒๔๔๓
เมืองพรหมบุรี
๑. พระครพู รหมนครบวรราชมนุ ี วัดอมั พวัน ไมท่ ราบปีท่ีดำรงตำแหน่ง
๒. พระครูพรหมนครบวรราชมุนี (อุ่น) วัดพรหมเทพาวาส ไม่ทราบปีที่ดำรง
ตำแหนง่
๓. พระครูพรหมนครบวรราชมุนี (ศุก) วัดป่าหวาย ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี
พ.ศ. ๒๔๓๑ ถึง พ.ศ. ๒๔๔๓

ยคุ สมยั ท่ี ๒ ต้งั แต่ พ.ศ. ๒๔๓๙ ถงึ พ.ศ. ๒๔๘๔
ยุคสมัยที่ ๒ เป็นสมัยท่ีมีการรวมเมืองสิงห์บุรี เมืองอินทบุรี และเมืองพรหมบุรี
เป็นจังหวัดสิงห์บุรีแล้ว ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ.
๒๔๓๙ ให้ยกเมืองอินทรบุรี และเมืองพรหมบุรี ขึ้นต่อเมืองสิงห์บุรี การปกครองคณะ
สงฆ์ จงึ เปลยี่ นแปลงไปด้วย ทัง้ น้ี ในชว่ งเวลาท่ีมีการยุบรวมเมอื งนัน้ เจ้าคณะเมืองทั้ง ๓
ยงั คงดำรงตำแหน่งอยู่ คอื เมืองสิงหบ์ รุ ี พระครูสงิ หมนุ ี (เรือง) วัดสวา่ งอารมณ์ เป็นเจ้า
คณะเมือง เมืองอินทบุรี พระครูอินทมุนี (โต) วัดประศุก เป็นเจ้าคณะเมือง และเมือง
พรหมบุรี พระครูพรหมนครบวรราชมุนี (ศุก) วัดป่าหวาย เป็นเจ้าคณะเมือง จึงเกิด
คำถามว่าแล้วรูปใดจะได้เป็นเจ้าคณะเมืองสิงห์บุรี จากการค้นคว้าของผู้เขียน
ได้พบหลักฐานสำคัญทีช่ ่วยตอบคำถามน้ีได้อย่างดี คือ จดหมายกราบทูลของ เจ้าพระยา
ภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ถวายยังสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส ความว่า

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๑๐

ท่ี ๓๗/๓๔๘๙

วันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสนิ ทรศก ๑๑๙

กราบทูลใน พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมนื่ วชริ ญาณวโรรส ทรงทราบฝา่ พระบาท

ด้วยได้รับลายพระหัตถ์ที่ ๒๓๓ เรื่องกรมหลวงดำรงราชานุภาพ ทรงยักเยื้อง
อยู่ว่าผู้ที่จะเป็นผู้อำนวยการศึกษามณฑลภูเก็ตยังหนุ่ม และยังมีบรรดาศักดิ์ ต่ำท้ัง
ไม่ทรงรู้จัก ทรงพระดำริเห็นว่า เมื่อได้อนุมัติแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่พร้อมกัน ขอให้ทรงงด
เรอ่ื งสมณศกั ดิ์สำหรับพระครวู ิสุทธสิ์ รภาณนน้ั ได้ทราบเกล้าฯ แล้ว

ผู้อำนวยการเฉพาะต้องการคนแก่หรือในส่วนอายุไม่เป็นสำคัญ แล้วเอาแต่
ความสามารถและคุณวุฒเิ ปน็ ประมาณ ในอาณาจกั รเปน็ อยดู่ งั น้ี ส่วนพุทธจกั รพระสงฆ์มี
พรรษาถึง ๑๐ ขึ้นไปเป็นอุปัชฌาย์ก็ได้จะว่าเป็นหนุ่มอย่างไร เกล้ากระหม่อมก็ไม่รู้จัก
คุ้นเคยแก่พระครูวิสุทธิสรภาณเหมือนกนั แต่ได้ยินคุณความดีตัง้ แต่หวั เมอื งอินทขอพระ
ธรรมยุติกา ฝ่าพระบาทประทานให้พระครูวิสุทธิสรภาณออกไป ได้จัดการตั้งโรงเรียน
และการส่งั สอน กม็ ีช่อื เสียงดีมาเป็นลำดับ เกล้ากระหม่อมไม่ได้เห็นการเอง ก็เช่ือในคุณ
ความดีในทางสรรเสริญน้ี จงึ เห็นวา่ ควรเป็นผู้อำนวยการศึกษาและจัดการพระศาสนาได้
แต่เมื่อทรงว่ายังไม่ต้องคิดด้วยเรื่องสมณศักดิ์ก่อน แต่ต้องระงับไว้ เกล้ากระหม่อมได้
ดำริไวแ้ ลว้ วา่ พระครวู สิ ทุ ธิสรภาณเปน็ ฐานาในฝา่ พระบาท ถงึ แมจ้ ะเปน็ พระมหานุนายก
ท่ีเจ้าคณะด้วยก็จะไม่เป็นการขัดข้อง และเมื่อเป็นพระราชาคณะแล้ว จะว่าไม่มี
บรรดาศักดิ์อย่างไรได้ และจะออกไปต่อเดือนกุมภาพันธ์ รับตำแหน่งในเดือน
พฤศจิกายนเป็นแล้วเกือบ ๒ เดือน เห็นด้วยเกล้าฯ ว่าจะไม่เสียรอยเก่า ก็เมื่อพระครู-
วิสุทธิสรภาณต้องงดไว้ก่อนดังนี้ ก็คงต้องให้เป็นเจ้าคณะเมืองสิงห์บุรีใหม่ พระครู
เมืองสิงห์เกา่ พระครเู มอื งพรหม เมืองอนิ ท กจ็ ำตอ้ งเลอ่ื นลงเปน็ พระครูเจ้าคณะ
แขวง ซึ่งจะได้กราบบังคมพระกรุณาตามนี้ แต่อย่างไรก็ดี พระครูเก่าในสามแขวง
เมืองสิงห์ใหม่นี้ ต้องอาราธนามาในพระราชพิธีฉัตรมงคลด้วย เพราะได้ลงในบัญชี
กรมสังฆการคี งไดว้ างฎีกาเสียแลว้ ศกต่อไปจะไดด้ ำรใิ หม่

ควรมคิ วรแลว้ แตจ่ ะโปรดเกลา้ ฯ
ภาสกรวงศ์

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๑๑

จากจดหมายข้างต้นจะเห็นได้ว่า พระครูเจ้าคณะเมืองเก่าทั้ง ๓ รูปได้ถูกให้
เลื่อนลงเป็น พระครูเจ้าคณะแขวง (เจ้าคณะอำเภอในปัจจุบัน) และในวันที่ ๒๕
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๓ ได้มีการตั้งพระครูวิสุทธิสรภาณ (อิน จาคาสโย) วัดเวฬุวัน
วฏั ยาราม (วัดโบสถ)์ อำเภออนิ ทรบ์ รุ ี เปน็ พระครูสงิ หบุราจารย์ เจ้าคณะใหญ่เมือง
สิงห์บุรี โดยในยุคสมัยน้ีไดม้ ีพระราชบัญญตั ิลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ.
๒๔๔๕) ซึง่ พระราชบญั ญัติดังกลา่ ว ไม่มีการแยกนกิ ายปกครอง คือ ปกครองรวมกัน
ทง้ั ธรรมยตุ และมหานกิ าย ภายใตเ้ จ้าคณะปกครองหนึ่งเดยี ว และในวันท่ี ๒๐ สงิ หาคม
พ.ศ. ๒๔๕๙ ได้มีประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ให้เปลี่ยนการเรียกชื่อเจ้าคณะเมือง
เป็น “เจ้าคณะจังหวัด” ซึ่งใช้ชื่อดังกล่าวสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับในยุคสมัยที่ ๒
น้ี สามารถเรียงลำดับรายช่ือเจา้ คณะใหญ่เมือง และเจา้ คณะจังหวดั สงิ หบ์ รุ ไี ด้ ดงั นี้

๑. พระครสู ิงหบรุ าจารย์ (อนิ จาคาสโย) วดั โบสถ์ พ.ศ. ๒๔๔๓ ถึง พ.ศ. ๒๔๔๗
๒. พระสิงหบรุ าจารย์ (ลบ ิตาโภ) วัดโบสถ์ พ.ศ. ๒๔๔๘ ถึง พ.ศ. ๒๔๖๑
๓. พระครูสิงหราชมนุ ี (ใย พฺรหมฺ สโร) วัดระนาม พ.ศ. ๒๔๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๔๘๐
๔. พระครูสงิ หราชมุนี (พูล สาคโร) วัดสงั ฆราชาวาส พ.ศ. ๒๔๘๑ ถงึ พ.ศ. ๒๔๘๔

ยคุ สมัยท่ี ๓ ต้ังแต่ พ.ศ.๒๔๘๔ ถงึ ปัจจุบนั
ยุคสมัยที่ ๓ เป็นสมัยที่มีการยกเลิกพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์
ร.ศ. ๑๒๑ มาใช้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งตามพระราชบัญญัติ
ดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงให้การปกครองแบ่งเป็นนิกาย ไม่รวมกันดังเช่น
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ โดยในยุคสมัยที่ ๓ นี้ สามารถ
เรียงลำดบั รายช่อื เจ้าคณะจงั หวดั สงิ ห์บุรี ของทงั้ ๒ นิกายได้ ดงั นี้

มหานกิ าย
๑. พระอนิ ทมนุ ี (เทศก์ สจุ ิธมโฺ ม) วดั โพธิล์ ังการ์ พ.ศ. ๒๔๘๙ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๓
๒. พระราชสิงหวรมุนี (ทรัพย์ ิตปญโฺ ) วดั สงั ฆราชาวาส พ.ศ. ๒๔๙๔ ถึง

พ.ศ. ๒๕๒๓

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๑๒

๓. พระพรหมโมลี (ทองสุก สนุ ทฺ ราจาโร วดั กลางธนรนิ ทร์ พ.ศ. ๒๕๒๔ ถึง
พ.ศ. ๒๕๒๔

๔. พระธรรมมุนี (แพ เขมงฺกโร) วดั พกิ ุลทอง พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๒
๕. พระธรรมสงิ หบรุ าจารย์ (จรัญ ิตธมฺโม) วัดอมั พวัน พ.ศ. ๒๕๔๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๒
๖. พระเทพปริยตั สิ ธุ ี (ยงยทุ ธ ยุตฺตมโฺ ม) วดั พระนอนจกั รสีหว์ รวหิ าร พ.ศ. ๒๕๕๒

ถึงปจั จบุ นั

ธรรมยตุ

๑. พระสิงหบุราจารย์ (ลบ ิตาโภ) วัดโบสถ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ ถงึ พ.ศ. ๒๔๙๗
๒. พระเทพสทุ ธโิ มลี (ผงึ่ โรจโน) วัดโบสถ์ พ.ศ. ๒๔๙๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๕
๓. พระสิงหบรุ าจารย์ (แปน้ ภทฺทโก) วัดกระทุ่มป่ี พ.ศ. ๒๕๒๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๐
๔. พระโสภณธรรมธาดา (เสาร์ ธมมฺ สูโร) วัดศรีสำราญ พ.ศ. ๒๕๓๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๐
๕. พระเทพสารเวที (ประยงค์ ปภาโส) วดั โบสถ์ พ.ศ. ๒๕๔๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๐
๖. พระราชกิตติมงคล ว.ิ (กิตติชัย อภชิ โย ป.ธ.๕) วดั โสมนัสวหิ าร รักษาการแทน

ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๖๐ ถงึ ๒๕๖๔
๗. พระสิงหคณาจารย์ (ทวี สุวณณฺ ปาโล) วดั กระทุม่ ปี่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ถงึ ปัจจุบนั
สำหรับประวัติของอดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี และเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีใน
ปัจจุบัน ผู้เขียนได้รวบรวมจากหนังสือที่ระลึกต่าง ๆ ได้แก่ อนุสรณ์งานพระราชทาน
เพลิงศพ หนังสือที่ระลึกงานกฐินพระราชทาน และหนังสืออื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง
นอกจากนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์จากหลาย ๆ ท่าน ทั้งบรรพชิต และคฤหัสถ์ ที่ได้
จัดการหาประวัติให้ ทำให้ผู้เขียนสามารถรวบรวมจัดทำเป็นเนื้อหาเพื่อเผยแพรไ่ ด้อย่าง
สะดวก ซึ่งมีรายละเอียดประวัติของอดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี และเจ้าคณะจังหวัด
สิงหบ์ รุ ใี นปจั จบุ นั ดังนี้

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๑๓

ยุคสมยั ที่ ๒ ตัง้ แต่ พ.ศ.๒๔๓๙ ถึง พ.ศ. ๒๔๘๔

พระครูสิงหบรุ าจารย์ (อิน จาคาสโย)
อดตี เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ปฐมเจา้ คณะจงั หวดั สงิ ห์บุรี

พระครูสิงหบุราจารย์ (อิน จาคาสโย) มีนามเดิมว่า อิน ถือกำเนิดเมื่อใด นาม
โยมบิดาโยมมารดา ไม่สามารถสืบทราบได้ ทราบเพียงแต่ว่าท่านมีชาติภูมิอยู่จังหวัด
อุบลราชธานี แต่จากประวัติของพระมหาปิ่น ปญฺ าพโล วัดป่าแสนสำราญ จังหวัด
อุบลราชธานี ที่ระบุว่าเป็นญาติกับพระครูสิงหบุราจารย์ (อิน จาคาสโย) จึงสันนิษฐาน
ได้อีกว่า พระครูสิงหบุราจารย์ (อิน จาคาสโย) น่าจะเกิดในสกุล บุญโท ที่บ้านหนอง
ขอน ตำบลหัวตะพาน อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือจังหวัด
อำนาจเจริญ) ต่อมาได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเปรียญ ๔
ประโยค

▪ ตำแหนง่ หนา้ ท่ีทางคณะสงฆ์ ▪
พ.ศ. ๒๔๓๙ ไดร้ ับพระบญั ชาจากพระเจา้ น้องยาเธอ กรมหมืน่ วชิรญาณวโรรส
ให้ควบคุมพระภิกษใุ หมจ่ ากวัดบวรนิเวศวิหารไปอยู่วดั โบสถ์ อำเภออินทร์บรุ ี และได้รับ
แตง่ ตง้ั เปน็ เจา้ อาวาสวดั โบสถ์
วนั ที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๓ เป็น เจ้าคณะใหญ่เมอื งสิงหบ์ รุ ี

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๑๔

ราชกจิ จานเุ บกษาเล่ือน พระครวู สิ ทุ ธิสรภาณ (อนิ จาคาสโย) วัดโบสถ์ อำเภออินทร์บรุ ี
เปน็ พระครสู ิงหบรุ าจารย์ เจา้ คณะใหญ่เมอื งสงิ ห์บรุ ี

▪ ลำดบั สมณศักด์ิ ▪

ไม่ทราบปี พ.ศ. เป็น พระครูสังฆบริบาล ฐานานุกรมใน พระเจ้า

นอ้ งยาเธอ กรมหมนื่ วชิรญาณวโรรส

ไมท่ ราบปี พ.ศ. เป็น พระครูวิสุทธิสรภาณ ฐานานุกรมใน พระเจ้า

นอ้ งยาเธอ กรมหมน่ื วชริ ญาณวโรรส

๒๕ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๔๓ เป็น พระครเู จา้ คณะเมอื งสิงห์บุรี

ในราชทนิ นามที่ พระครูสิงหบุราจารย์

▪ มรณภาพ ▪
พ.ศ. ๒๔๔๖ พระครูสงิ หบรุ าจารย์ (อิน จาคาสโย) ไดท้ ูลลาพระเจ้านอ้ งยาเธอ
กรมหม่ืนวชิรญาณวโรรส กลับไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดอุบลราชธานี ไม่ทันได้กลับมา
วัดโบสถ์ ก็อาพาธถึงแก่มรณภาพ ในปีมะโรง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ ไม่ทราบ
อายแุ ละพรรษา



ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์ | ๑๕

พระสิงหบรุ าจารย์ (ลบ ิตาโภ)
อดตี เจา้ คณะจงั หวดั สิงห์บรุ ี อดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์

▪ ชาตภิ มู ิ ▪
พระสิงหบรุ าจารย์ มีนามเดมิ วา่ ลบ นามสกลุ บวั สรวง ถอื กำเนิดเมื่อวันที่ ๑๐
มกราคม พ.ศ. ๒๔๑๔ ณ บ้านหมู่ท่ี ๒ ตำบลอินทร์ (ปัจจุบันคือ หมู่ที่ ๑ ตำบลทับยา)
อำเภออินทร์บุรี จงั หวัดสงิ หบ์ รุ ี โยมบิดาชื่อ อิ่ม โยมมารดาชื่อ ทรัพย์ บัวสรวง มีพ่ีน้อง
รวม ๗ คน
ที่เป็นชาย คอื

๑. นายฟู บัวสรวง
๒. นายกุล บวั สรวง
๓. หลวงนฤนาทประไพ (นยุ้ บัวสรวง)
ทเี่ ปน็ หญงิ คอื
๑. นางอำ่ (พี่ใหญ่)
๒. นางเจมิ รุ่งสกุล
๓. นางเลก็ สะอาดเทียม
เมื่อวัยเดก็ ทา่ นไดเ้ ข้าวัดศกึ ษาเล่าเรยี นกับพระอาจารย์ฉำ่ และพระอาจารยเ์ อม
ซึ่งเป็นญาติของท่านที่วัดโบสถ์ และศกึ ษากับพระอาจารย์แก่น วดั พระนอนบ้าง ท่านเคย
บอกเล่าให้ฟังว่า ตอนอายุ ๑๘ ปี ได้เกิดไฟไหม้ป่าวัดเชี่ยน ลามไปไหม้หมู่บ้านใต้วัด
โบสถ์ ทำให้บ้านท่านถูกไฟไหม้ด้วย ทำให้เกิดความลำบากมากต้องไปประกอบอาชีพ
ทางบ้านโคกขามช่ัวคราว

▪ อุปสมบท ▪
พ.ศ. ๒๔๓๕ อุปสมบทเป็นพระภิกษุมหานิกาย ณ วัดโบสถ์ โดยมี พระครูอินท
มนุ ี (โต) วัดประศกุ เจา้ คณะเมืองอนิ ทรบ์ รุ ี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารยเ์ อม วัดโบสถ์
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เล่ียม วดั ศรจี ฬุ า เปน็ พระอนุสาวนาจารย์

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๑๖

ต่อมาหลังอุปสมบทแล้วได้ ๓ พรรษา ท่านได้ทำการญัตติใหม่เป็นธรรมยุต
ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
เป็นพระอุปัชฌาย์ พระเขมาภิมุขธรรม (อิ่ม) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระราชมุนี (ชม)
เปน็ พระอนุสาวนาจารย์ ได้รบั ฉายาว่า “ ติ าโภ”

▪ ตำแหนง่ หน้าทท่ี างคณะสงฆ์ ▪
ท่านได้ตดิ ตามพระครูสังฆบริบาล (อนิ ) ซ่ึงไดร้ ับแตง่ ตั้งให้มาปกครองวัดโบสถ์
และเป็นเจ้าคณะใหญ่เมืองสิงห์บุรี โดยท่านรับหน้าท่ีเป็นครูสอนภาษาไทย และได้
ช่วยเหลือการคณะ พ.ศ. ๒๔๔๗ เมื่อพระครูสิงหบุราจารย์ (อิน) เจ้าคณะใหญ่เมือง
สิงห์บุรีมรณภาพลง ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ และเป็นเจ้าคณะ
ใหญเ่ มอื งสิงห์
พ.ศ.๒๔๕๙ ถงึ พ.ศ. ๒๔๖๑ เปน็ เจา้ คณะจังหวดั สงิ หบ์ รุ ี (ตามประกาศการ
เปล่ียนชื่อเจ้าคณะเมืองเป็นเจ้าคณะจังหวัด ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๓ หน้าที่
๑๒๘๖ วนั ที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๕๙) ปกครองท้ัง ๒ นิกาย
พ.ศ.๒๔๘๔ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๗ เปน็ เจา้ คณะจงั หวัดสงิ หบ์ ุรี (ธรรมยุต)

▪ ลำดบั สมณศักดิ์ ▪

ไมท่ ราบปี พ.ศ. เป็น พระปลัดลบ ิตาโภ ฐานานุกรมใน พระครู

สิงหบุราจารย์ (อิน) เจ้าคณะใหญ่เมืองสิงห์บุรี

เจ้าอาวาสวดั โบสถ์

พ.ศ. ๒๔๔๘ เป็น พระครูสัญญาบัตร สังฆปาโมกข์ มีราชทินนามว่า

พระครูสิงหบุราจารย์ ศาสนภารธารี สังฆปาโมกข์

เจา้ คณะใหญเ่ มืองสิงห์บุรี (ปกครองทงั้ ๒ นิกาย)

วันที่ ๑๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๕๖ เปน็ พระราชาคณะชัน้ สามญั มีราชทิน

น า ม ว่ า พ ร ะ สิ ง ห บุ ร า จ า ร ย์

ศาสนภารธารี สังฆปาโมก ข์

เจ้าคณะใหญ่เมืองสิงหบ์ ุรี

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์ | ๑๗

▪ มรณภาพ ▪
เม่อื ต้นเดอื นมิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗ ท่านได้อาพาธเป็นแต่เพียงเล็กน้อย แพทย์
ได้ตรวจพบเนื้องอกในกระเพาะอาหาร และมีอาการมากขึ้นตามลำดับ ประกอบกับท่าน
ชราภาพมากแล้ว ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗ เวลา
๒๐.๑๒ น. สิริอายุได้ ๘๓ ปี อปุ สมบทเป็นมหานิกายได้ ๓ พรรษา เป็นธรรมยตุ ได้ ๕๘
พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ได้ ๕๑ ปี



พระครูสงิ หราชมุนี (ใย พฺรหมฺ สโร)
อดีตเจา้ คณะจงั หวัดสิงห์บรุ ี อดีตเจ้าอาวาสวดั ระนาม

*พระมหาณฐั พงศ์ กิตฺตนิ าโค ป.ธ.๗ เรียบเรยี ง

▪ ชาตภิ มู ิ ▪
พระครูสิงหราชมุนี มีนามเดิมว่า หม้อง (ภายหลังเปลี่ยนเป็น ใย) ถือกำเนิด
เมื่อวันศุกร์ เดือน ๘ ปีระกา พ.ศ. ๒๔๑๖ ที่บ้านอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
โยมบิดาชื่อ โมกข์ มีบรรดาศักดิ์เป็น หลวงแพ่ง โยมมารดาชื่อ คล้าย เป็นหลานปลัด
เมืองชยั นาท
เมอ่ื อายุได้ ๑๐ ปี โยมบดิ าไดน้ ำไปฝากเรียนกบั พระอาจารย์เอี่ยม (บางแห่งว่า
ชอ่ื เกษ) วัดระนาม จนอายุ ๑๘ ปี จงึ กลับมาชว่ ยทางบา้ นประกอบอาชพี ล่องเรอื ขา้ ว

▪ อุปสมบท ▪
เมื่ออายุ ๒๒ ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดระนาม โดยมี พระสมุห์คุ้ม
วัดใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์โพธิ์ วัดเสือข้าม เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระวนิ ัยธรเพชร วดั ระนาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ไดร้ ับฉายาว่า "พฺรหมฺ สโร"

▪ การศกึ ษาพระปรยิ ัติธรรม และพุทธาคม ▪
เมื่ออุปสมบทแล้ว ท่านก็ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ตลอดจนบาลี
ไวยากรณ์ และปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน จนล่วงเข้าพรรษาที่ ๕ พระวินัยธรเพชร

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๑๘

เจ้าอาวาสได้มรณภาพลง คณะสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกาจึงพร้อมใจกันนิมนต์ให้ท่านดำรง
ตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดระนาม" ส่วนของการศึกษาด้านพุทธาคม ท่านเป็นศิษย์ก้นกุฏิ
ของหลวงพ่อโฉม วัดตาคลีใหญ่ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เรือง
เวทยใ์ นยคุ นั้น

▪ ตำแหน่งหน้าท่ีทางคณะสงฆ์ ▪

พ.ศ. ๒๔๔๑ เป็น เจา้ อาวาสวดั ระนาม
พ.ศ. ๒๔๔๔ เป็น เจา้ คณะหมวดชนี ำ้ ร้าย
พ.ศ. ๒๔๔๖ เปน็ เจ้าคณะแขวงอนิ ทร์บรุ ี
พ.ศ. ๒๔๔๙ เปน็ พระอุปชั ฌาย์
พ.ศ. ๒๔๖๑ เป็น ผ้รู ้งั ตำแหนง่ เจ้าคณะจงั หวดั สงิ ห์บุรี
พ.ศ. ๒๔๖๓ เปน็ เจ้าคณะจงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี

▪ ลำดบั สมณศักดิ์ ▪

พ.ศ. ๒๔๕๓ เป็น พระสมุห์ใย พฺรหฺมสโร ฐานานุกรมใน พระครูสิงบุรา

จารย์ (อิน) เจ้าคณะเมืองสิงห์บุรี เจา้ อาวาสวดั โบสถ์

๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๘ เป็น พระครูสัญญาบัตร ท่ี พระครูอินทร

ภารพนิ จิ ตำแหนง่ เจ้าคณะแขวงอินทรบ์ ุรี

๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๐ เป็น พระครูสญั ญาบตั ร รองเจา้ คณะจงั หวัด

ชั้นโท ในราชทินนามเดมิ

๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะจังหวัด

ชน้ั โท ที่ พระครสู ิงหราชมนุ ี สังฆวาหะ

๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะจังหวัด

ชน้ั เอก ในราชทินนามเดมิ

▪ มรณภาพ ▪

พระครูสิงหราชมุนี (ใย พฺรหฺมสโร) เริ่มอาพาธจากโรคไข้หวัดใหญ่ เมื่อวันที่ ๑๖
ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ และกลายเป็นวัณโรค ในเวลาต่อมา ท่านจึงขอลาออกจากตำแหน่ง
เจ้าคณะจังหวัด เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๐ ครั้นถึงวันท่ี ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.
๒๔๘๐ เวลา ๑๘.๒๐ น. (ตรงกับวนั อาทิตย์ ขน้ึ ๑๒ ค่ำ เดือน ๘ ปฉี ลู) พระครสู งิ หราชมนุ ี
ก็ถงึ แก่มรณภาพ ด้วยอาการอนั สงบ สริ ิอายุได้ ๖๕ ปี พรรษา ๔๒

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์ | ๑๙

พระครสู ิงหราชมนุ ี (พูล สาคโร)
อดตี เจ้าคณะจังหวดั สิงห์บุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดสังฆราชาวาส

▪ ชาติภมู ิ ▪
พระครูสิงหราชมุนี มีนามเดิมว่า พูล ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.
๒๔๑๙ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๙ ปีชวด (เทียบตามปฏิทิน ๑๐๐ ปี) ที่บ้าน
ตำบลบางมญั อำเภอเมือง จงั หวดั สงิ ห์บุรี โยมบดิ าชอ่ื ใจ โยมมารดาชอ่ื เอม ประกอบ
อาชพี กสิกรรม

▪ การศกึ ษา ▪
เมอ่ื เจริญวัย โยมบิดาและโยมมารดา ได้นำทา่ นไปฝากให้เรยี นหนังสือ ในสำนัก
วัดสังฆราชาวาส ทา่ นได้เลา่ เรียนอักษรสมัย จนสามารถอา่ นออกเขียนได้

▪ บรรพชา-อุปสมบท ▪
เม่ืออายุได้ ๑๓ ปี (ราวปี พ.ศ. ๒๔๓๒) บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดสังฆราชา
วาสนั้นประมาณ ๒ ปี จึงได้ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัวทำกสิกรรม ถึงแม้จะอยู่ใน
เพศคฤหัสถ์ แต่ก็มีจิตใจอยู่กับวัด เมื่อมีเวลาว่าง ก็จะเข้าไปที่วัดเพื่อศึกษาธรรมะอยู่
เนือง ๆ
เมื่ออายุได้ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดสังฆราชาวาส
โดยมี พระอธิการสอน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์โพ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระอาจารยแ์ ดง เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ ได้รบั ฉายาวา่ "สาคโร"
ด้วยอุปนิสัยชอบใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ เมื่อมีเวลาว่างจากการทำกิจวัตรแล้ว
ท่านมักจะท่องหนังสือบ้าง แปลหนังสือบ้าง จนสามารถท่องจำพระปาฎิโมกข์ได้ตั้งแต่
พรรษาเเรก และสามารถแปลคัมภีร์ต่าง ๆ ได้เช่น มงคลทีปนี มูลกัจจายนสูตร บาลี
ไวยากรณ์ เปน็ ต้น แต่ไมไ่ ด้สอบไล่ เน่ืองจากสมยั นัน้ ตอ้ งเดนิ ทางไปสอบที่กรุงเทพฯ
นอกจากนี้แล้ว ท่านยังเดินทางไปขอเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณ ในสำนักของ
พระครูอินทมุนี (โต) เจ้าคณะใหญ่เมืองอินทร์บุรี เจ้าอาวาสวัดประศุก จนมีความรู้
ความสามารถเปน็ ทไี่ วเ้ นอ้ื เชื่อใจของผูเ้ ปน็ พระอาจารย์

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๒๐

หลังจากนั้น ก็เดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติมในสำนักของ
พระสุนทรมุนี (ใจ คงฺคสโร) เจ้าคณะใหญ่จังหวัดอุทัยธานี วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม
(ท่านมีชาติภูมิ เป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรีเช่นเดียวกัน) ราว ๑ ปี จนมีความชำนาญใน
พระธรรมวินัยมากพอแล้ว จึงเดินทางไปขอขึ้นธุดงควัตรในสำนักของพระครูพรหมนคร
บวรราชมุนี (ศุข) เจ้าคณะใหญ่เมืองพรหม วัดป่าหวาย และออกธุดงค์กับท่านอยู่ระยะ
หนึ่ง

เมื่อตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดสังฆราชาวาส ว่างลง พระภิกษุ สามเณร และ
ชาวบ้าน ต่างก็มีฉันทานุมัติ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่จะนิมนต์ท่านขึ้นดำรงตำแหน่ง
"เจา้ อาวาสวดั สงั ฆราชาวาส"

▪ ตำแหน่งหน้าทท่ี างคณะสงฆ์ ▪

๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๕ เปน็ เจ้าคณะหมวด และเปน็ พระอุปชั ฌาย์

พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็น รองเจ้าคณะจังหวัดสงิ หบ์ ุรี

พ.ศ. ๒๔๘๑ เปน็ เจ้าคณะจงั หวัดสงิ หบ์ ุรี

พ.ศ. ๒๔๕๗ ▪ ลำดับสมณศักดิ์ ▪
พ.ศ. ๒๔๘๑ เป็น พระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่
พระครเู กศวี กิ รม
เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะจังหวัด
ในราชทินนามที่ พระครูสิงหราชมุนี
สงิ หบุรีวรนายก สงั ฆวาหะ

▪ มรณภาพ ▪
พระครูสิงหราชมุนี (พูล สาคโร) ถึงแก่มรณภาพ ด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันที่
๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ สริ อิ ายุได้ ๖๕ ปี พรรษา ๔๕



ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๒๑

ยคุ สมัยท่ี ๓ ต้งั แต่ พ.ศ.๒๔๘๔ ถึงปัจจุบัน

ประวตั ิ เจา้ คณะจังหวดั มหานกิ าย



พระอินทมุนี (เทศก์ สุจธิ มฺโม ป.ธ.๕)
อดตี เจา้ คณะจังหวดั สงิ ห์บรุ ี อดีตเจ้าอาวาสวดั โพธิ์ลังการ์

▪ ชาติภูมิ ▪
พระอินทมุนี มีนามเดิมว่า เทศก์ เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๙ ท่ีบ้านตำบลทับยา
อำเภออนิ ทร์บรุ ี จงั หวดั สงิ ห์บรุ ี โยมบิดา โยมมารดานามใด สบื ความไมไ่ ด้

▪ อปุ สมบท ▪
พ.ศ. ๒๔๕๘ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดบ้านไร่ (วัดโฆสิตาราม) โดยมี
หลวงพ่อแปน้ วัดบา้ นไร่ เปน็ พระอปุ ัชฌาย์ ได้รบั ฉายาวา่ “สุจิธมฺโม”

▪ วิทยฐานะ ▪
ขณะท่ีจำพรรษาอยู่ทีว่ ัดบ้านไร่ ท่านได้ปรนนิบัติหลวงพ่อแป้น เป็นอย่างดี เป็น
ที่รักใคร่ชอบพอของหลวงพ่อแป้นมาก เมื่อท่านบวชครบ ๑ พรรษา และไม่มีทีท่าว่าจะ
ลาสิกขา หลวงพ่อแป้นได้สอบถามท่านว่า “ต้องการศึกษาวิชาไสยเวทย์ คาถาอาคม
บ้างไหม ถ้าชอบจะรับเป็นศิษย์และสอนวิชาให้” หลวงพ่อเทศก์ ตอบว่า “ไม่ต้องการ
ศึกษาทางด้านน้ี แต่อยากจะศึกษาทางดา้ นปรยิ ัติธรรมมากกว่า” หลวงพ่อแป้นจึงส่งให้
ไปศกึ ษาดา้ นปรยิ ัตธิ รรมที่สำนกั ของสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจาร)ี วดั มหาธาตุยุวราช
รังสฤษฎริ์ าชวรมหาวหิ าร กรุงเทพฯ ซง่ึ ขณะนั้นทา่ นมชี ่อื เสียงโด่งดังมาก หลวงพอ่ เทศก์
ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนทางด้านปริยัติธรรมอย่างจริงจัง โดยท่านสอบได้นักธรรมชั้นเอก
และเปรียญธรรม ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้กราบลา สมเด็จพระวันรัต กลับมาจำ
พรรษาอยทู่ ่วี ดั บ้านไร่เหมอื นเดมิ

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๒๒

▪ ตำแหนง่ หน้าทที่ างคณะสงฆ์ ▪

พ.ศ. ๒๔๗๙ ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ลังการ์ว่างลง คณะกรรมการวัดได้ไป

นิมนต์ หลวงพ่อเทศก์ มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อท่านมาจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธ์ิ-

ลังการ์ ทา่ นได้เปดิ สำนกั เรยี น เพอ่ื สอนพระปรยิ ัตธิ รรมแกพ่ ระภิกษุ สามเณร ทส่ี นใจเข้า

มาศึกษา จนมีชื่อเสียงเกียรติคุณเป็นที่ร่ำลือ มีการสอนพระภิกษุและสามเณร จนจบ

นักธรรม สอบบาลีได้เป็นมหาเปรียญมากมายหลายรูป นำชื่อเสียงมาสู่วัดโพธิ์ลังการ์

เป็นอย่างมากในยุคนั้น

พ.ศ. ๒๔๘๙ เปน็ เจา้ คณะจงั หวัดสิงหบ์ ุรี

▪ ลำดบั สมณศักด์ิ ▪

๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็น พระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่

พระครอู นิ ทมนุ ี

๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็น พระราชาคณะชน้ั สามญั ในราชทนิ นาม

ท่ี พระอินทมุนี ชินสีห์ธรรมานุวัตต์

สังฆปาโมกข์

▪ มรณภาพ ▪
พระอินทมุนี (เทศก์ สุจิธมฺโม ป.ธ.๕) ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคลมขึ้นเบื้องสูง
เมือ่ พ.ศ. ๒๔๙๓ สิริอายไุ ด้ ๕๔ ปี พรรษา ๓๔



ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๒๓

พระราชสิงหวรมนุ ี (ทรัพย์ ติ ปญโฺ )
อดีตเจา้ คณะจงั หวดั สิงห์บุรี อดีตเจา้ อาวาสวัดสังฆราชาวาส

▪ ชาติภมู ิ ▪
พระราชสิงหวรมุนี มีนามเดิมว่า ทรัพย์ นามสกุล เข็มกลัดมุกต์ เกิดเมื่อวันท่ี
๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๗ ตรงกับวันพุธ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเมีย ที่บ้านหลักฟ้า
อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง โยมบิดาชอื่ หลำ โยมมารดาชอ่ื บู่ มพี ่นี อ้ งร่วมบดิ า มารดา
เดียวกัน ๘ คน คือ
๑. พระราชสิงหวรมนุ ี (หลวงพ่อทรัพย์)
๒. พระครูสนิ ธวุ รคุณ (หลวงพ่อสนิ )
๓. นายเจริญ เข็มกลัดมกุ ต์
๔. นายกวย เข็มกลัดมุกต์
๕. นายไกร เข็มกลัดมุกต์
๖. นางตลุม่ ทรัพย์ศฤงคาร
๗. นางเล็ก ค้มุ ครอง
๘. นางตมุ่ ไวว่อง

▪ บรรพชา-อปุ สมบท ▪
พ.ศ. ๒๔๔๙ ได้บรรพชาเป็นสามเณร และฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อพูล
สาคโร เปน็ ตน้ มา ครนั้ พออายุครบอปุ สมบท ทา่ นจึงเขา้ อุปสมบท เมอ่ื วันที่ ๖ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๔๕๗ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ พัทธสีมาวัดสังฆราชาวาส โดยมี พระครูสิงหราชมุนี
(พูล สาคโร) วัดสังฆราชาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ อุ่น วัดสังฆราชาวาส
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระวินัยธรโตะ๊ วดั ขอ่ ย เป็นพระอนุสาวนาจารย์

▪ การศึกษาพระปริยตั ธิ รรม ▪
หลังจากที่อุปสมบทแล้วท่านก็ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ภาษาบาลี ภาษา
ขอม และศาสตรด์ ้านอ่ืน ๆ สามารถสอบไล่ได้นกั ธรรมช้ันตรี ในสำนกั เรียนวัดสุทัศนเทพ
วราราม กรุงเทพมหานคร

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๒๔

▪ ตำแหนง่ หนา้ ที่ทางคณะสงฆ์ ▪
พ.ศ. ๒๔๔๘ เปน็ ครสู อนปรยิ ัติธรรม สำนักเรียนวดั สังฆราชาวาส
พ.ศ. ๒๔๘๐ เปน็ เจา้ คณะตำบลบางมัญ
พ.ศ. ๒๔๘๑ เป็น ผ้รู ้ังตำแหนง่ เจา้ คณะอำเภอเมืองสิงห์บุรี
พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็น เจ้าอาวาสวัดสังฆราชาวาส
พ.ศ. ๒๔๘๗ เป็น สาธารณปู การ จังหวัดสงิ ห์บรุ ี
พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็น ผู้รกั ษาการแทนเจ้าคณะจังหวดั สิงหบ์ ุรี
พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็น เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บรุ ี

▪ ลำดับสมณศกั ดิ์ ▪

พ.ศ. ๒๔๘๒ เป็น พระปลัดทรัพย์ ิตปญฺโ ฐานานุกรมใน พระครู

สงิ หราชมนุ ี (พูล สาคโร) เจ้าคณะจงั หวัดสิงหบ์ ุรี เจา้ อาวาส

วัดสงั ฆราชาวาส

พ.ศ. ๒๔๘๓ เป็น พระครสู ญั ญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูเกศีวกิ รม

๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่

พระสิงหราชมนุ ี

๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามท่ี

พระราชสิงหวรมุนี สิงห์บุรีคณดิลก

ธรรมสาธกคุณวิภูสิต ยติคณิสสร บวร

สงั ฆาราม คามวาสี

▪ มรณภาพ ▪
พระราชสิงหวรมุนี (ทรัพย์ ิตปญฺโ ) อาพาธด้วยโรคชรา เมื่อเดือนมีนาคม
พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยหลวงพ่ออยู่ในความดูแลของลูกศิษย์คนสนิทของท่านคือ นายแพทย์
สมหมาย ทองประเสริฐ อดตี ผอู้ ำนวยการโรงพยาบาลสงิ หบ์ ุรี ดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ ครั้นพอ
ถงึ วันท่ี ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เวลา ๐๓.๐๐ น. ถึงแก่มรณภาพ ด้วยอาการสงบ
สริ อิ ายุได้ ๘๖ ปี ๒ เดอื น ๓ วัน พรรษา ๖๖



ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๒๕

พระพรหมโมลี (ทองสกุ สนุ ฺทราจาโร ป.ธ.๕)
อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บรุ ี อดตี เจา้ อาวาสวัดกลางธนรินทร์

▪ ชาตภิ ูมิ ▪
พระพรหมโมลี มนี ามเดมิ ว่า ทองสกุ นามสกลุ บรบิ ูรณ์ ถอื กำเนิดเม่อื วันท่ี ๒๗
มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ ตรงกับศุกร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๔ ปีชวด ณ บ้านใหม่มะขามหย่อง
ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โยมบิดาชื่อ ทอง
โยมมารดาชอื่ จิ๋ว บริบรู ณ์ มีพนี่ อ้ งร่วมบิดามารดา ๙ คน

▪ การศึกษา ▪
เมื่ออายุพอสมควร ได้ไปอยู่ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร
และเข้าศึกษาภาษาไทยจนจบชั้นประถมปีที่ ๓ (ประถมบริบูรณ์สมัยนั้น) ที่โรงเรียนวัด
มหาธาตุ ในความอุปการะของพระศรีสมโพธิ (ช้อย านทตฺโต) วัดมหาธาตุยุวราช
รงั สฤษฎ์ิ

▪ บรรพชา-อปุ สมบท ▪
บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ ณ วัดมหาธาตุ
ยวุ ราชรงั สฤษฎ์ิ โดยมี สมเด็จพระวนั รตั (เฮง เขมจารี) ขณะดำรงสมณศกั ด์ิ ที่ พระพิมล
ธรรม เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท เมอื่ วันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ณ วดั มหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
โดยมี พระพิมลธรรม (เฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระญาณสมโพธิ (สวัสดิ์
กิตฺติสาโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระเทพโมลี (ช้อย านทตฺโต) เป็นพระอนุสาวนา
จารย์

พ.ศ. ๒๔๘๕ ▪ ตำแหน่งหนา้ ทท่ี างคณะสงฆ์ ▪
พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็น ผ้รู ัง้ ตำแหนง่ เจ้าอาวาสวัดกลางธนรนิ ทร์
พ.ศ. ๒๔๘๖ เป็น เผยแผ่อำเภอพรหมบุรี
เปน็ เจา้ อาวาสวัดกลางธนรินทร์

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๒๖

พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็น พระธรรมธรจังหวัดสิงห์บุรี (เทียบเท่ากับอัยการ
จงั หวดั )
พ.ศ. ๒๔๙๔ เปน็ พระอุปชั ฌาย์
พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็น รองเจ้าคณะจังหวดั สงิ ห์บุรี
พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็น เจา้ คณะจงั หวัดสิงห์บุรี

▪ ลำดับสมณศกั ดิ์ ▪
ไม่ทราบ พ.ศ. เป็น พระครูปลัดสุตวัฑฒน์ ฐานานุกรมใน พระธรรมไตร

โลกาจารย์ (ช้อย านทตฺโต) วดั มหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ิ
ไมท่ ราบ พ.ศ. เปน็ พระครปู ลัดสวุ ฒั นศีลคุณ วบิ ลุ ธรรมคณสิ สร ธุราธร

มหาคณานุนายก ฐานานุกรมใน พระพิมลธรรม (ช้อย
านทตโฺ ต) วัดมหาธาตยุ วุ ราชรังสฤษฎิ์
๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่

พระพรหมโมลี

▪ มรณภาพ ▪
พระพรหมโมลี (ทองสุก สุนฺทราจาโร) มีสุขภาพไม่แข็งแรง เนื่องจากมีโรค
ประจําตัว และไม่ยอมพักผ่อนตามที่แพทย์ถวายคำแนะนํา รักงานมากกว่าชีวิต มีจิตใจ
เขม้ แขง็ อดทน แมโ้ รคภยั จะรบกวนสงั ขาร ก็ไม่ยอมพกั ผอ่ นจากงาน
จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ อาการอาพาธทรุดหนักมาก และ
ถึงแก่มรณภาพ ด้วยอาการอันสงบ เม่ือเวลา ๑๑.๑๕ น. ต่อหนา้ ศษิ ยานุศิษย์ ญาติ และ
ผเู้ คารพนบั ถอื ท่ีเฝ้าอาการอยู่ ณ ท่นี ั้น สิรอิ ายุได้ ๖๙ ปี ๖ เดอื น ๑๐ วัน พรรษา ๔๘



ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๒๗

พระธรรมมนุ ี (แพ เขมงกฺ โร ป.ธ.๔)

อดีตเจา้ คณะจังหวัดสิงห์บุรี อดีตเจา้ อาวาสวดั พิกลุ ทอง (พระอารามหลวง)

▪ ชาติภูมิ ▪
พระธรรมมนุ ี มนี ามเดมิ แพ นามสกุล ใจมนั่ คง ถือกำเนิดเมื่อวันท่ี ๑ มกราคม
พ.ศ. ๒๔๔๘ ตรงกับวนั จนั ทร์ ขึ้น ๒ ค่ำ เดอื นยี่ ปมี ะเส็ง ณ บา้ นสวนกล้วย เลขท่ี ๙๓/
๓ หม่ทู ่ี ๓ ตำบลพกิ ุลทอง อำเภอท่าช้าง จังหวดั สิงหบ์ ุรี โยมบดิ าช่อื เทียน โยมมารดา
ชื่อ หนา่ ย ใจม่นั คง
เมื่ออายุได้ ๘ เดือน โยมมารดาถึงแก่กรรม นายบุญ และนางเพียร ขำวิบูลย์
สามีภรรยาซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ได้ขอเด็กชายน้อย ๆ ที่มีอายุเพียง ๘ เดือน จากนายเทียน
ใจม่ันคง โยมบดิ า โดยรับอุปการะเป็นบตุ รบญุ ธรรม

▪ การศกึ ษา ▪
เมื่ออายุได้ ๑๑ ปี โยมบิดา โยมมารดาบุญธรรม (นายบุญ และนางเพียร
ขำวิบูลย์) ได้นำเด็กชายแพไปฝากอยู่วัดกับสำนักอาจารย์ป้อม เพื่อที่จะศึกษาเล่าเรียน
ตามแบบโบราณนิยม คอื การเรยี นภาษาไทย ภาษาขอม นอกจากน้นั ยงั ได้เรียนหนงั สือ
มลู บทบรรพกิจ พระมาลัยสูตร พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์อกี ด้วย
พ.ศ. ๒๔๖๑ เมื่ออายุได้ ๑๔ ปี โยมบิดา โยมมารดาบุญธรรม ได้ส่งไปศึกษา
ต่อที่สำนักวัดพระอาจารย์สม (ภิกษุชาวเขมร) วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ การศึกษาใน
กรุงเทพฯ ขั้นแรกได้เริ่มเรียนหนังสือโบราณท่องสนธิ (อัตโถ อักขระสัญญโตฯ) เรียน
มูลกัจจายนสูตร เป็นเวลา ๑ ปี ต่อมา ก็ไปเป็นนักเรียนบาลีไวยากรณ์ ณ วัดมหาธาตุ
ยวุ ราชรงั สฤษด์ิ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

▪ บรรพชา ▪
ครั้นต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๖๓ เมื่อศึกษาหาความรู้จนอายุได้ ๑๖ ปี ก็ได้เดินทาง
กลับบา้ นเกดิ เพอ่ื เย่ยี มเยยี นโยมบิดาผู้ให้กำเนิด และโยมบดิ า โยมมารดาบญุ ธรรม เมื่อ
บพุ การที ั้ง ๓ ของทา่ นเหน็ วา่ ท่านโตพอสมควรแล้ว จงึ ไดใ้ ห้เขา้ พธิ ีบรรพชาเป็นสามเณร
เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๓ ณ วัดพิกุลทอง ตำบลพิกุลทอง อำเภอท่าช้าง

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๒๘

จังหวดั สิงห์บรุ ี โดยมี พระอธกิ ารพัน จนทฺ สโร เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง (ในขณะน้ัน) เป็น
พระอปุ ชั ฌาย์

คร้ันเมี่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ก็ได้เดินทางกลับไปอยู่วัดชนะสงคราม
ตามเดิม จนเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ท่านสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี นอกจากนี้แล้ว
ท่านยังได้ศึกษาบาลีไวยากรณ์ต่อไปอีก จนสอบไล่ได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค ตั้งแต่ยัง
เป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๘ นับว่าได้นำเกียรติมาสู่วัดชนะสงคราม เป็นอย่างมาก
จากนัน้ ทา่ นได้ไปเล่าเรยี นทว่ี ัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ โดยเปน็ ศิษยข์ องสมเด็จพระวันรัต
(เฮง เขมจารี) ในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ นายเทียน ใจมั่นคง โยมบิดาถึงแก่กรรม ท่านจึง
เดินทางกลับไปจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อจัดการศพโยมบิดา แล้วกลับมาอยู่วัดชนะสงคราม
เช่นเดิม

▪ อุปสมบท ▪
สามเณรแพ ขำวิบูลย์ เปรยี ญ ไดอ้ ปุ สมบทเมื่ออายคุ รบ ๒๑ ปีบรบิ รู ณ์ เมอื่ วนั ท่ี
๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙ ณ พระอุโบสถวัดพิกุลทอง โดยมี พระมงคลทิพยมุนี (มุ้ย
ปณฺฑิโต) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสิทธิเตชะ วัดชนะ
สงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เจ้าอธิการอ่อน วัดจำปาทอง เป็นพระอนุสาวนา
จารย์ ได้รับฉายาว่า “เขมงฺกโร”

พ.ศ. ๒๔๗๔ ▪ ตำแหนง่ หนา้ ทที่ างคณะสงฆ์ ▪
พ.ศ. ๒๔๘๒ เปน็ เจา้ อาวาสวัดพิกุลทอง
พ.ศ. ๒๔๘๓ เปน็ เจ้าคณะตำบลถอนสมอ
พ.ศ. ๒๔๘๔ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ และกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๒๕ เปน็ เจา้ คณะอำเภอทา่ ชา้ ง
เปน็ เจ้าคณะจงั หวดั สงิ ห์บรุ ี

▪ ลำดับสมณศกั ดิ์ ▪
พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็น เปรยี ญธรรม ๔ ประโยค

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๒๙

พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็น พระครูสัญญาบัตร ชั้นพิเศษ ในราชทินนามที่ พระครูศรี

พรหมโสภิต (ตำแหน่งพระครูผู้จัดการพระปริยัติธรรมและ

ธรรมวนิ ยั )

พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็น พระครูสญั ญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ ช้ันโท ในราชทินนามเดิม

พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็น พระครสู ญั ญาบตั ร เจ้าคณะอำเภอ ชั้นพิเศษ ในราชทนิ นามเดมิ

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็น พระราชาคณะชั้นสามญั ในราชทินนาม

ท่ี พระสุนทรธรรมภาณี

๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ

ในราชทินนามที่ พระราชสิงหคณาจารย์

พิศาลมงคลกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆา

ราม คามวาสี

๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็น พระราชาคณะช้ันเทพ ในราชทินนามที่

พระเทพสิงหบุราจารย์ ไพศาลสิทธิ

มงคล วิมลศาสนกิจจาทร ธรรมิก

คณสิ สร บวรสังฆาราม คามวาสี

๑๐ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็น พระราชาคณะช้ันธรรม ในราชทินนาม

ท่ี พระธรรมมุนี สุทธศีลาจาร ไพศาล

ประชานารถ โอภาสศาสนกิจจาทร

มหาคณิสสร บวรสงั ฆาราม คามวาสี

▪ มรณภาพ ▪
พระธรรมมุนี (แพ เขมงฺกโร) มีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน และโรคชรา
เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ทางคณะแพทย์ได้เห็นสมควรนำหลวงพ่อเข้าพัก
รักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลสงิ ห์บรุ ี เน่อื งจากตรวจพบว่าหลวงพ่อเป็นโรคปอดอักเสบ
ดว้ ย ทางคณะแพทยไ์ ด้ถวายการรักษาจนอาการดขี ึ้น
ต่อมาในวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ท่านมีอาการทรุดลง จนกระทั่งเวลา
๐๑.๓๐ น. ของวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ท่านได้มีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
ไม่รู้สึกตัว และหัวใจหยุดเต้น ทางคณะแพทย์ได้ทำการช่วยจนหลวงพ่อฟื้นคืนชีพ

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๓๐

ได้สำเร็จ และทางได้ถวายดูแลรักษาจนอาการดีขึ้น จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๕๔๒ ถงึ แกม่ รณภาพ ดว้ ยอาการอนั สงบ ณ ห้อง ๙๐๑ ช้นั ๙ อาคารหลวงพ่อ
แพ เขมังกโร ๙๔ ปี โรงพยาบาลสิงห์บุรี จังหวัดสิงหบ์ รุ ี สริ อิ ายไุ ด้ ๙๔ พรรษา ๗๓



พระธรรมสิงหบรุ าจารย์ (จรญั ิตธมฺโม)
อดีตเจ้าคณะจงั หวดั สิงห์บุรี อดตี เจา้ อาวาสวดั อัมพวัน

▪ ชาติภมู ิ ▪
พระธรรมสิงหบุราจารย์ มีนามเดิมว่า จรัญ นามสกุล จรรยารักษ์ ถือกำเนิด
เมอ่ื วนั ที่ ๑๕ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ เวลา ๐๗.๑๐ น. ตรงกบั วนั พธุ แรม ๑๕ คำ่ เดอื น
๘ ปีมะโรง ที่บ้านบางม่วงหมู่ ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โยมบิดาช่ือ
แพ จรรยารักษ์ โยมมารดาช่อื เจมิ (สขุ ประเสริฐ) จรรยารกั ษ์

▪ อปุ สมบท ▪
พระธรรมสิงหบุราจารย์(จรัญ ิตธมฺโม) อุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๔๙๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ วัดพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี
พระพรหมนคราจารย์ (ดี ธมฺปญโฺ ) วดั แจ้งพรหมนคร เปน็ พระอุปชั ฌาย์ พระครูถาวร
วิริยคุณ (กิมเฮง พุทฺธสโร) วัดพุทธาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการช่อ
ปภากโร วดั พรหมบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ไดร้ ับฉายาวา่ " ติ ธมฺโม"

▪ การศกึ ษา ▪
หลวงพ่อจรัญได้ธดุ งค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรและทีต่ ่าง ๆ เพื่อแสวงหาความรู้
และประสบการณ์ทั้งทางสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน และได้ฝากตัวเป็นศิษย์
ศึกษาวิชากับพระอาจารย์หลายท่าน เช่น พระครูนิวาสธรรมขันธ์ (เดิม พุทฺธสโร)
วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์ พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ลี ธมมฺธโร)
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ และพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) วัดเขาสวน

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๓๑

กวาง จังหวดั ขอนแกน่ หลวงพอ่ จง พุทฺธสโร วดั หนา้ ตา่ งนอก จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
หลวงพ่อสนั่น วัดเสาธงทอง จังหวัดอ่างทอง หลวงพ่อจาด วัดบ้านสร้าง จังหวัด
ปราจีนบุรี ศึกษาสมถกรรมฐานกับพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำ ภาษี
เจริญ พระราชสิทธิมุนี (โชดก าณสิทฺธิ) วัดมหาธาตุ ศึกษาพระอภิธรรมกับอาจารย์
เตชิน (ชาวพมา่ ) ที่วัดระฆังโฆสิตาราม ศึกษาการพยากรณจ์ ากสมเด็จพระอริยวงศาคต
ญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ าโณทโย) วัดสระเกศ และศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้
วทิ ยาศาสตร์ทางจติ กบั อาจารย์ พ.อ. ชม สุคนั ธรัต

▪ ตำแหน่งหน้าท่ที างคณะสงฆ์ ▪
พ.ศ. ๒๔๙๙ เปน็ ผู้รกั ษาการแทนเจ้าอาวาสวดั อมั พวัน
พ.ศ. ๒๕๐๐ เปน็ เจ้าอาวาสวัดอมั พวนั
พ.ศ. ๒๕๑๗ เปน็ ผู้รกั ษาการแทนเจา้ คณะอำเภอพรหมบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๘ เปน็ เจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็น พระอปุ ชั ฌาย์
พ.ศ. ๒๕๔๑ เปน็ รองเจ้าคณะจังหวัดสิงหบ์ ุรี
พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็น เจา้ คณะจังหวัดสงิ ห์บุรี
พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็น ท่ปี รึกษาเจ้าคณะจงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี
พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็น ทป่ี รกึ ษาเจ้าคณะภาค ๓

พ.ศ. ๒๕๐๑ ▪ ลำดบั สมณศกั ดิ์ ▪
เป็น พระครูปลัดจรัญ ิตธมฺโม ฐานานุกรมใน พระสุนทร
พ.ศ. ๒๕๑๑ ธรรมประพุทธ (หล้า สีลวํโส) เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ. ๒๕๑๖ เจา้ อาวาสวัดกลางมิง่ เมอื ง
เป็น พระครูสัญญาบัตร ชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครู
ภาวนาวิสทุ ธ์ิ
เป็น พระครูสัญญาบัตร เทียบผู้ช่วยพระอารามหลวง ชั้นเอก
ฝา่ ยวิปัสสนาธุระ ในราชทนิ นามเดิม

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๓๒

พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ
๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ชั้นเอก ในราชทินนามเดมิ
๑๒ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็น พระราชาคณะช้ันสามญั ในราชทนิ นาม
๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ท่ี พระภาวนาวิสุทธิคุณ
เป็น พระราชาคณะช้ันราช ในราชทินนามที่
๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ พระราชสทุ ธญิ าณมงคล ศรพี หลนราทร
ธรรมกิ คณสิ สร บวรสงั ฆาราม คามวาสี
เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่
พระเทพสิงหบุราจารย์ ภาวนาวิธาน
โกศล วิมลธรรมานุสิฐ มหาคณิสสร
บวรสังฆาราม คามวาสี
เป็น พระราชาคณะช้ันธรรม ในราชทินนาม
ท่ี พระธรรมสิงหบุราจารย์ ภาวนา
ปฏิภาณโกศล โสภณธรรมานุสิฐ พพิ ฒั น์
กิจสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม
คามวาสี

▪ มรณภาพ ▪
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.ดร.
นายแพทย์ประสิทธ์ิ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิ ริราชพยาบาล
มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ออกแถลงการณ์ด่วน เมื่อวันท่ี ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ความวา่
ตามที่
“พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ิตธมฺโม) วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี เข้า
รับการรักษาอาการอาพาธ ในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๕๘ ด้วยอาการหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบ โดยคณะแพทย์ได้ถวายการรักษา
ดว้ ยยาปฏิชีวนะและออกซิเจนน้นั ต่อมาโรครนุ แรงขน้ึ แพทย์ได้ถวายการช่วยหายใจและ
ถวายการรักษาประคับประคองระบบการหายใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องพยุงการ
ทำงานของหัวใจและปอด ถวายการรักษาทดแทนไต ระยะหลังอาการทรุดลง เริ่มมี

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๓๓

เลือดออกผิดปกติ จนต้องมีการถวายเลือดและเกล็ดเลือด จนในท่ีสุดการทำงานของ
อวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว ไม่สามารถถวายการรักษาประคับประคองได้ต่อไป พระธรรม
สิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ิตธมฺโม) ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ในวันที่ ๒๕
มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๐๘.๓๗ น. สิริอายุได้ ๘๗ ปี ๕ เดือน ๑๐ วัน พรรษา
๖๗



พระเทพปรยิ ัติสุธี (ยงยุทธ ยตุ ตฺ ธมฺโม ป.ธ.๙)
เจา้ คณะจงั หวัดสิงหบ์ รุ ี เจา้ อาวาสวัดพระนอนจักรสหี ์วรวิหาร

▪ ชาติภมู ิ ▪
พระเทพปริยัติสุธี มีนามเดิมว่า ยงยุทธ นามสกุล ทองสุก ถือกำเนิดเมื่อวันท่ี
๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๙ ณ บ้านเลขที่ ๕๖ หมู่ที่ ๒ ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม
จังหวัดพจิ ิตร โยมบดิ าชอื่ มา (พระมา ถาวรธมโฺ ม) โยมมารดาช่อื กี ทองสกุ

▪ อปุ สมบท ▪
เมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๐ ณ วัดจระเข้ผอม ตำบลรังนก อำเภอ
สามง่าม จังหวัดพิจิตร โดยมี พระครูพิศิษฐ์ปัญญาภรณ์ (มังกร ปญฺ าธโร) วัดจระเข้
ผอม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการแบน จนฺทูปโม วัดรังนก เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระอธิการปรชี า อนิ ฺทาโภ วัดโพธิศ์ รี เป็นพระอนสุ าวนาจารย์

พ.ศ. ๒๕๐๘ ▪ วิทยฐานะ ▪
พ.ศ. ๒๕๒๐ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดจระเข้
พ.ศ. ๒๕๒๑ ผอม
สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี (วัดพรหมบุรี) สำนักเรียนคณะ
จังหวัดสงิ หบ์ รุ ี
สอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท (วัดรางวาลย์) สำนักเรียนคณะ
จงั หวัดราชบรุ ี

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๓๔

พ.ศ. ๒๕๒๒ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก (วัดรางวาลย์) สำนักเรียนคณะ
จังหวัดราชบรุ ี
พ.ศ. ๒๕๒๔ สอบไล่ได้ประโยค ๑-๒ (วัดเจษฎาราม) สำนักเรียนคณะ
จงั หวัดสมทุ รสาคร
พ.ศ. ๒๕๒๕ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค (วัดใหม่อู่ทอง) สำนัก
เรียนคณะจงั หวัดสุพรรณบรุ ี
พ.ศ. ๒๕๒๖ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค (วัดใหม่อู่ทอง) สำนัก
เรียนคณะจงั หวดั สพุ รรณบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๗ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค (วัดใหม่อู่ทอง) สำนัก
เรียนคณะจงั หวัดสุพรรณบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๘ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค (วัดใหม่อู่ทอง) สำนัก
เรียนคณะจังหวดั สพุ รรณบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๙ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๗ ประโยค (วัดใหม่อู่ทอง) สำนัก
เรยี นคณะจังหวดั สพุ รรณบรุ ี
พ.ศ. ๒๕๓๐ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๘ ประโยค (วัดแจ้งพรหมนคร)
สำนกั เรยี นคณะจงั หวัดสิงหบ์ ุรี
พ.ศ. ๒๕๓๓ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค (วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร)
สำนกั เรียนวัดบพิตรพิมุขวรวหิ าร
พ.ศ. ๒๕๓๔
พ.ศ. ๒๕๔๑ ▪ ตำแหนง่ หน้าทีท่ างคณะสงฆ์ ▪
พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็น ผชู้ ่วยเจ้าอาวาสวัดบพติ รพิมุขวรวหิ าร
พ.ศ. ๒๕๔๑ เปน็ เจ้าอาวาสวดั พระนอนจักรสีหว์ รวหิ าร
พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็น เจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
พ.ศ. ๒๕๔๕ เปน็ ประธานหนว่ ย อ.ป.อ. ประจำอำเภอพรหมบุรี
พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็น พระอุปชั ฌาย์ (วิสามญั )
เปน็ รองเจา้ คณะจังหวัดสงิ ห์บุรี
เปน็ รองหัวหน้าพระธรรมทตู สาย ๒

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๓๕

พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็น รักษาการเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี และเป็นเจ้าคณะ
จงั หวัดสิงหบ์ ุรี ในปเี ดียวกนั

▪ ลำดบั สมณศักดิ์ ▪

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนาม

ท่ี พระเมธปี ริยัตโยดม

๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่

พร ะ ร าชกิ ตติเมธี ตร ีปิฎก บั ณฑิต

มหาคณสิ สร บวรสงั ฆาราม คามวาสี

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามท่ี

พระเทพปริยตั สิ ธุ ี ศรีปริยัตดิ ลิ ก ตรีปฎิ ก

บัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม

คามวาสี



ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๓๖

ประวตั ิ เจ้าคณะจังหวัดธรรมยตุ



พระเทพสทุ ธิโมลี (ผง่ึ โรจโน ปธ.๕)
อดีตเจ้าคณะจงั หวดั สงิ ห์บรุ ี-อุทัยธานี (ธรรมยุต)

อดีตเจา้ อาวาสวดั โบสถ์ (พระอารามหลวง)

▪ ชาตภิ ูมิ ▪
พระเทพสุทธิโมลี มีนามเดิมว่า ผึ่ง นามสกุล บัวสรวง ถือกำเนิดเม่ือวันที่ ๑๔
มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๘ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเส็ง ที่บ้านสวนหลวง
ปัจจบุ นั คอื หมู่ท่ี ๑ ตำบลทบั ยา อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสงิ ห์บรุ ี โยมบดิ าช่ือ สอน โยม
มารดาช่ือ ผอ่ ง บวั สรวง

▪ บรรพชา-อุปสมบท ▪
พ.ศ. ๒๔๖๒ อายุ ๑๔ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดโบสถ์ โดยมี
พระสิงหบุราจารย์ (ลบ ิตาโภ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูธรรมวรานุยุตติ์ (ฟู อาภาคโม)
เปน็ พระศลี าจารย์ บรรพชาอย่วู ดั โบสถ์ ๒ ปี
พ.ศ. ๒๔๖๖ ได้ย้ายไปอยู่วดั บวรนิเวศวหิ าร เพ่อื เรยี นพระปริยตั ธิ รรม
พ.ศ. ๒๔๖๘ ได้อุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสิงหบุราจารย์ (ลบ ิตาโภ) วัดโบสถ์
เป็นพระกรรมวาจารย์ พระเทพกวี (มณี ฉนฺโน) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอนุสาวนา
จารย์ ได้รบั ฉายาวา่ “โรจโน”

▪ วิทยฐานะ ▪
ทา่ นได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบชนั้ สงู สุดในขณะน้ัน ท่โี รงเรียนวดั โบสถ์
พ.ศ. ๒๔๖๗ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี และนักธรรมชั้นโท (สอบได้ทั้ง ๒

ช้นั ในปีเดียวกัน)
พ.ศ. ๒๔๗๑ สอบไลไ่ ด้เปรียญธรรม ๓ ประโยค

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๓๗

พ.ศ. ๒๔๗๓ สอบไลไ่ ด้เปรียญธรรม ๔ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๗๔ สอบไลไ่ ด้เปรียญธรรม ๕ ประโยค

▪ ตำแหนง่ หน้าท่ีทางคณะสงฆ์ ▪
ไมท่ ราบ พ.ศ. เปน็ ครูสอนปรยิ ตั ิธรรม สำนักเรยี นวดั บวรนเิ วศวิหาร
ไมท่ ราบ พ.ศ. เปน็ กรรมการวดั บวรนเิ วศวิหาร
พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็น กรรมการอปุ ถมั ภโ์ รงเรยี นอินทรบ์ รุ ี
พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็น เจา้ คณะจังหวัดสิงห์บรุ ี (ธรรมยตุ )
พ.ศ. ๒๔๙๙ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์
พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็น เจา้ อาวาสวัดโบสถ์
พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็น กรรมการอปุ ถมั ภ์โรงเรยี นวดั โบสถ์
พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็น เจ้าคณะจังหวัดอทุ ยั ธานี (ธรรมยุต) อีกตำแหน่งหนึ่ง
พ.ศ. ๒๕๑๕ เปน็ ผูจ้ ดั การและครูใหญ่ โรงเรียนวดั โบสถ์ (พระปริยัติธรรม

แผนกสามญั ศกึ ษา)

▪ ลำดับสมณศกั ดิ์ ▪
พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็น พระครูวิสุทธิธรรมภาณ ฐานานุกรมใน สมเด็จ

พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนเิ วศวิหาร
๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่

พระสิงหบุราจารย์ ศาสนภารวิสุทธิ คณกิจจา-
นุยตุ ติ์ ธรรมมกิ คณิสร
๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็น พระราชาคณะช้ันราช ในราชทินนามท่ี
พระราชเมธาภรณ์ สุนทรวิริยาธิกิจ โศภิตศีลา
จารวัตร พุทธบริษัทปสาทกร ธรรมิกคณิสร
บวรสังฆาราม คามวาสี
๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่
พระเทพสุทธิโมลี ตรีปิฏกคุณาลังการ นวกรรม
วิธานภสู ติ ยติคณสิ ร บวรสังฆาราม คามวาสี

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๓๘

▪ มรณภาพ ▪
พระเทพสุทธิโมลี (ผึ่ง โรจโน) ถึงแก่มรณภาพ ด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันที่
๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ เวลา ๑๒.๔๕ น. สิรอิ ายุได้ ๗๗ ปี พรรษา ๕๗



พระสิงหบรุ าจารย์ (แปน้ ภททฺ โก ป.ธ.๓)

อดตี เจ้าคณะจังหวดั สงิ หบ์ รุ ี-อทุ ยั ธานี (ธรรมยตุ ) อดีตเจ้าอาวาสวดั กระทมุ่ ป่ี

▪ ชาติภมู ิ ▪
พระสิงหบุราจารย์ มีนามว่าเดิม แป้น นามสกุล ห่วงญาติ ถือกำเนิดเมื่อวันท่ี
๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ ท่บี ้านปากลาด หมทู่ ่ี ๑ ตำบลโพธชิ์ ัย อำเภอบ้านเซ่า จงั หวัด
ลพบุรี (ปัจจุบันคือ ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี) โยมบิดาชื่อ แป๊ะ
โยมมารดาช่ือ ผวิ ห่วงญาติ
วัยเด็กทา่ นได้เข้าเรียนหนังสอื ตามเกณฑข์ องเด็กทว่ั ไป ทวี่ ัดกระทุ่มป่ี วดั บ้านไร่
และวดั ตากแดด (วดั ธรรมสงั เวช)

▪ บรรพชา-อุปสมบท ▪
อายุ ๑๙ ปี ได้บรรชาเป็นสามเณร ณ วัดกระทุ่มปี่ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.
๒๔๗๐ โดยมี พระสิงหบุราจารย์ (ลบ ติ าโภ) วดั โบสถ์ เป็นพระอปุ ัชฌาย์
ต่อมาได้อุปสมบท ณ วัดกระทุ่มปี่ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๑
โดยมี พระสิงหบุราจารย์ (ลบ ิตาโภ) วัดโบสถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์ย้อย เป็น
พระกรรมวาจาจารย์ พระยา เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ ไดร้ ับฉายาว่า “ภทฺทโก”

▪ วิทยฐานะ ▪
ครัน้ อุปสมบทแล้ว พ.ศ. ๒๔๗๔ ไดเ้ ดินทางไปจำพรรษา ณ วัดบางขวาง ตำบล
สวนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เพื่อศึกษาพระปรยิ ัติธรรม เมื่อจำพรรษาอยู่ท่วี ดั
บางขวาง ต้องเดินทางไปและกลับระหว่างวัดเขมาภิรตารามกับวัดบางขวาง เพื่อศึกษา
พระปริยัติธรรม ทั้งนักธรรมและบาลี ซึ่งในขณะนั้นการเดินทางค่อนข้างลำบากมาก

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๓๙

แสดงใหเ้ ห็นว่าท่านมคี วามขยนั ขันแข็ง ใฝ่ใจในการศึกษาเปน็ อยา่ งย่ิง ต่อมาจึงได้ย้ายไป
จำพรรษาอยู่ที่วัดเขมาภิรตาราม ซึ่งมีพระเขมาภิมุขธรรม (เกตุ) เป็นเจ้าอาวาสใน
ขณะนัน้ โดยท่านสามารถสอบไลไ่ ดใ้ นสำนักเรยี นวดั เขมาภิรตารามตามลำดับ ดังนี้

พ.ศ. ๒๔๗๘ สอบไลไ่ ด้นกั ธรรมช้ันตรี
พ.ศ. ๒๔๘๑ สอบไลไ่ ด้นกั ธรรมชน้ั โท
พ.ศ. ๒๔๘๖ สอบไลไ่ ดเ้ ปรียญธรรม ๓ ประโยค

▪ ตำแหน่งหนา้ ที่ทางคณะสงฆ์ ▪
เม่อื ท่านสอบไล่ได้เปรียญธรรม ๓ ประโยคแล้วท่านได้ย้ายกลับไปยังวัดกระทุ่ม
ปี่ เนอ่ื งดว้ ยพระสงิ หบุราจารย์ (ลบ ิตาโภ) เจ้าคณะจังหวดั สิงหบ์ ุรี (ธรรมยตุ ) ในขณะ
นั้น ได้ขอให้ท่านมาช่วยกิจการพระศาสนา และได้ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์
ต่อพระพทุ ธศาสนาและสาธารณชนทัว่ ไป ดงั น้ี
พ.ศ. ๒๔๙๓ เปน็ กรรมการศกึ ษาประจำตำบลโพธิ์ชยั
พ.ศ. ๒๔๙๔ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ และเปน็ เจา้ คณะอำเภออนิ ทรบ์ รุ ี (ธ)
พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็น กรรมการสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๐๓ เปน็ เจ้าอาวาสวดั กระทุ่มป่ี
พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็น เจา้ คณะจงั หวัดสงิ ห์บรุ -ี อุทัยธานี (ธ)

▪ ลำดับสมณศักด์ิ ▪
พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็น พระครูสัญญาบตั ร ในราชทนิ นามท่ี พระครภู ัทรโกศล
พ.ศ. ๒๕๐๗ เปน็ พระครสู ญั ญาบัตร ช้ันเอก ในราชทินนามเดมิ
พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็น พระครูสญั ญาบัตร ชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดมิ
๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามท่ี

พระสิงหบรุ าจารย์

▪ มรณภาพ ▪
พระสิงหบุราจารย์ แก่มรณภาพ ด้วยโรคหัวใจ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.
๒๕๓๐ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรงุ เทพฯ สิรอิ ายุได้ ๗๙ ปี ๑๑ เดือน พรรษา ๕๘
เป็นเจ้าอาวาสวดั กระทมุ่ ปีไ่ ด้ ๒๗ ปี เปน็ เจ้าคณะจงั หวัดสงิ หบ์ ุรี-อทุ ัยธานี (ธ) ได้ ๔ ปี



ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๔๐

พระโสภณธรรมธาดา (เสาว์ ธมฺมสโู ร)
อดตี เจ้าคณะจงั หวดั สงิ ห์บรุ ี-อทุ ยั ธานี (ธรรมยตุ )

อดตี เจ้าอาวาสวัดศรีสำราญ

▪ ชาตภิ มู ิ ▪
พระโสภณธรรมธาดา มีนามเดิมว่า เสาว์ นามสกุล กลิ่นธูป ถือกำเนิดเมื่อวัน
เสาร์ที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๐ ที่บ้านโคกสลุด หมู่ที่ ๙ ตำบลมุจลินท์ อำเภอท่าวุ้ง
จังหวัดลพบุรี โยมบิดาชื่อ ต่อ โยมมารดาชื่อ สละ กลิ่นธูป มีพี่น้องร่วมบิดามารดา
เดียวกัน ๔ คน คือ

๑. นางสริ ิ สสุ กุล
๒. นางซุง กล่นิ ธูป
๓. พระโสภณธรรมธาดา (เสาว์ ธมฺมสโู ร)
๔. พระครูสังฆรักษ์แกลด อนาลโย

▪ บรรพชา-อุปสมบท ▪
พ.ศ. ๒๔๗๖ บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดรัมภาราม (วัดบ้านกล้วย) ตำบล
ทา่ วุ้ง อำเภอทา่ วุ้ง จงั หวัดลพบุรี โดยมี พระเทพวรคุณ (อ่ำ ภทฺราวุโธ) วัดมณีชลขัณฑ์
เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาผ่อง ปสาโท ป.ธ.๖ เจ้าอาวาสวัดรัมภาราม เป็นพระศีลา-
จารย์
พ.ศ. ๒๔๗๗ บรรพชาซ้ำอีกครั้ง ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
กรุงเทพฯ โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอุดมมงคล (มงคล ชยมงฺคโล) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
เปน็ พระศีลาจารย์
พ.ศ. ๒๔๘๑ อปุ สมบท ณ วดั ราชประดิษฐสถิตมหาสมี ารามราชวรวิหาร โดยมี
พระศาสนโศภน (แจ่ม จตฺตสลฺโล) วัดมกุฏกษัตริยาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอุดม
มงคล (มงคล ชยมงฺคโล) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสงิ ห์ | ๔๑

ไม่ทราบ พ.ศ. ▪ วิทยฐานะ ▪
ไม่ทราบ พ.ศ. จบช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ โรงเรียนประชาบาลวัดโคกสลดุ
สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดราชประดิษฐสถิต
มหาสมี าราม

▪ ตำแหน่งหน้าที่ทางคณะสงฆ์ ▪

พ.ศ. ๒๔๙๕ เปน็ เจ้าอาวาสวัดศรสี ำราญ จงั หวัดสงิ ห์บรุ ี

พ.ศ. ๒๔๙๗ เปน็ เจ้าคณะธรรมยุตผู้ช่วยอำเภออินทร์บรุ ี

พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็น กรรมการสนามหลวง แผนกธรรม

๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ เปน็ เจา้ คณะธรรมยตุ ผู้ชว่ ยจงั หวดั สิงหบ์ ุรี

๑๙ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์

๑๕ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็น เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี-อุทัยธานี

(ธรรมยตุ )

▪ ลำดับสมณศกั ดิ์ ▪

พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็น พระปลัดเสาว์ ธมฺมสูโร ฐานานุกรมใน

พระประสาธน์สารคุณ (พิมพ์ ปญฺ าทีโป ป.ธ.๖)

วัดนเิ วศธรรมประวัติ จังหวดั พระนครศรีอยุธยา

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็น พระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครู

สธุ รรมธาดา

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่

พระโสภณธรรมธาดา

▪ มรณภาพ ▪
พระโสภณธรรมธาดา ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เมื่อวันท่ี ๑๘
มนี าคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เวลา ๑๓.๒๕ น. ณ โรงพยาบาลอินทรบ์ รุ ี จังหวัดสงิ ห์บุรี สิริอายุ
ได้ ๘๐ ปี พรรษา ๕๙



ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๔๒

พระเทพสารเวที (ประยงค์ ปภาโส)
อดตี เจา้ คณะจงั หวดั สงิ ห์บุรี (ธรรมยุต)
อดตี เจ้าอาวาสวดั โบสถ์ (พระอารามหลวง)

▪ ชาติภมู ิ ▪
พระเทพสารเวที มนี ามเดมิ ว่า ยง นามสกุล บัวทอง ต่อมาเปลี่ยนเปน็ ประยงค์
ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ ที่บ้านหนองทอง ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอ
อินทร์บุรี จงั หวดั สิงหบ์ ุรี โยมบิดาชอื่ เหลือ โยมมารดาช่อื เฮง บัวทอง เป็นบตุ รคนที่ ๓
ในจำนวนพนี่ ้อง ๕ คน คือ

๑. นางสำราญ ปานเก่า
๒. นางสมพงษ์ บวั ทอง
๓. พระเทพสารเวที (ประยงค์ ปภาโส)
๔. นางกุหลาบ บัวทอง
๕. นายทวี บัวทอง
จบการศึกษาชน้ั ประถมปที ี่ ๔ จากโรงเรียนประชาบาลวดั เซ่าสิงห์

▪ บรรพชา-อุปสมบท ▪
เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเซ่าสิงห์
ตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี พระครูประพัฒน์ศีลคุณ (เอก
ปวฑฺฒโน) วัดไผ่ดำ เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระครูสังฆรักษ์โพธิ์ ฉินฺนาลโย วัดเซ่าสิงห์
เปน็ พระศีลาจารย์
ในปีเดียวกันนนั้ เองทา่ นได้อปุ สมบทเปน็ พระภิกษุ เมื่อวันท่ี ๒๙ มถิ นุ ายน พ.ศ.
๒๕๐๒ ณ วดั เซ่าสิงห์ โดยมี พระครูประพัฒนศ์ ีลคณุ วดั ไผ่ดำ เป็นพระอปุ ชั ฌาย์ พระครู
โสภิตศีลาจาร (พวง ปสนฺโน) วัดไผ่ดำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูสังฆรักษ์
โพธ์ิ ฉนิ ฺนาลโย วัดเซ่าสิงห์ เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ ได้รบั ฉายาวา่ “ปภาโส”

▪ วิทยฐานะ ▪
พ.ศ. ๒๕๐๔ สอบไลไ่ ดน้ กั ธรรมชนั้ เอก

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๔๓

พ.ศ. ๒๕๐๗ ▪ ตำแหนง่ หนา้ ทีท่ างคณะสงฆ์ ▪
พ.ศ. ๒๕๑๐ เปน็ เลขานุการเจ้าคณะจงั หวัดสิงห์บรุ ี (ธรรมยตุ )
พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็น ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเซ่าสิงห์
พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็น ผู้ช่วยเจา้ อาวาสวดั โบสถ์
พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็น รองเจ้าอาวาสวดั โบสถ์
พ.ศ. ๒๕๒๕ เปน็ ผู้รักษาการแทนเจา้ อาวาสวัดโบสถ์
เป็น เจา้ อาวาสวดั โบสถ์ และผูจ้ ดั การโรงเรยี นวัดโบสถ์ แผนก
พ.ศ. ๒๕๒๖ สามญั ศึกษา
เป็น พระอุปัชฌาย์ และเจ้าคณะอำเภอจังหวัดสิงห์บุรี-
พ.ศ. ๒๕๔๐ อุทยั ธานี (ธรรมยุต)
พ.ศ. ๒๕๔๕ เปน็ เจา้ คณะจงั หวดั สงิ ห์บุร-ี อทุ ยั ธานี (ธรรมยตุ )
พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็น เจ้าคณะจงั หวดั สงิ หบ์ ุร-ี อุทยั ธานี-ชัยนาท (ธรรมยตุ )
เปน็ เจา้ คณะจังหวัดสงิ ห์บรุ ี (ธรรมยตุ )

ไมท่ ราบ พ.ศ. ▪ ลำดบั สมณศกั ด์ิ ▪
ไม่ทราบ พ.ศ. เป็น พระครูใบฎีกาประยงค์ ปภาโส ฐานานุกรมใน
พ.ศ. ๒๕๑๖ พระราชเมธาภรณ์ (ผ่ึง โรจโน) เจา้ อาวาสวดั โบสถ์
พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็น พระครูปลัดประยงค์ ปภาโส ฐานานุกรมใน
พ.ศ. ๒๕๒๖ พระราชเมธาภรณ์ (ผง่ึ โรจโน) เจา้ อาวาสวัดโบสถ์
พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็น พระครูสัญญาบัตร เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอาราม
หลวง ชั้นโท ในราชทนิ นามที่ พระครสู ุนทรวิริยาธิกิจ
เป็น พระครูสัญญาบัตร เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอาราม
หลวง ชน้ั เอก ในราชทนิ นามเดิม
เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นโท
ในราชทินนามเดมิ
เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก
ใน ราชทินนามเดมิ

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๔๔

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็น พระราชาคณะช้ันสามัญ ในราชทินนามที่
พระสนุ ทรธรรมโสภติ

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็น พระราชาคณะช้ันราช ในราชทินนามท่ี
พระราชวินัยเวที ปรีชาศาสนกิจ ยติคณิสสร
บวรสังฆาราม คามวาสี

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็น พระราชาคณะช้ันเทพ ในราชทินนามที่
พระเทพสารเวที ศีลาจารวัตรวิมล โกศล
ศาสนกจิ ยติคณสิ สร บวรสังฆาราม คามวาสี
▪ มรณภาพ ▪

พระเทพสารเวที ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ.
๒๕๕๙ เวลา ๐๒.๒๙ น. ที่โรงพยาบาลศิริราช สิริอายุได้ ๗๘ ปี ๑ เดือน ๖ วัน
พรรษา ๕๗



พระราชกติ ติมงคล ว.ิ (กติ ตชิ ยั อภชิ โย ป.ธ.๕)

ผู้รักษาการแทนเจา้ คณะจังหวัดสิงหบ์ รุ ี
ผ้ชู ่วยเจ้าอาวาสวัดโสมนสั วิหาร กรงุ เทพมหานคร

▪ ชาตภิ มู ิ ▪
พระราชกิตติมงคล วิ. มีนามเดิมว่า กิตติชัย นามสกุล จันทร์วิเศษ ถือกำเนิด
เมื่อวนั ที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ทีอ่ ำเภออินทร์บรุ ี จงั หวัดสิงห์บรุ ี

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๔๕

▪ อปุ สมบท ▪

อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อพ.ศ. ๒๕๓๕ ณ วัดโสมนัสวิหาร กรุงเทพฯ โดยมี
สมเดจ็ พระวันรตั (จับ ิตธมโฺ ม) วัดโสมนัสวิหาร เปน็ พระอุปัชฌาย์ สมเดจ็ พระมหามุนี-
วงศ์ (พิจิตร ิตวณฺโณ) ขณะดำรงสมณศักด์ิ ท่ี พระราชวิสุทธิกวี เป็นพระ
กรรมวาจาจารย์ พระเทพเจติยาจารย์ (ยุทธศักดิ์ กิตติยุตฺโต) ขณะดำรงสมณศักดิ์ ที่
พระครูปลัดสมั พพิ ัฒนสุตาจารย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รบั ฉายาวา่ “อภชิ โย”

ไมท่ ราบ พ.ศ. ▪ วทิ ยฐานะ ▪
พ.ศ. ๒๕๔๒
พ.ศ. ๒๕๔๗ สอบไล่ได้นกั ธรรมชน้ั เอก
สำเร็จ ปรญิ ญาศาสนศาสตรบัณฑิต (ศน.บ.)
พ.ศ. ๒๕๔๘ สำเรจ็ ปรญิ ญาศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ (ศศ.ม.)
มหาวิทยาลัยเกรกิ
สอบไล่ไดเ้ ปรยี ญธรรม ๕ ประโยค

▪ ตำแหน่งหนา้ ทท่ี างคณะสงฆ์ ▪

ไม่ทราบ พ.ศ. เป็น ผชู้ ่วยเจ้าอาวาสวดั โสมนสั ราชวรวหิ าร
พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็น ผูร้ ักษาการแทนเจา้ คณะจังหวัดสิงหบ์ ุรี (ธรรมยุต)
พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็น ผูร้ กั ษาการแทนเจ้าอาวาสวดั โบสถ์ (พระอารามหลวง)
พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็น พระอปุ ัชฌาย์ (วสิ ามญั )

▪ ลำดับสมณศกั ดิ์ ▪

พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็น เปรียญธรรม ๕ ประโยค

พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็น พระครสู ญั ญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง

ชน้ั พเิ ศษ ที่ พระครูวิสทุ ธสิ ลี วฒั น์

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็น พระราชาคณะชัน้ สามัญ ฝา่ ยวปิ ัสสนาธุระ

ในราชทนิ นามท่ี พระกติ ติวิมลเมธี

๑๒ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็น พระราชาคณะช้นั ราช ฝา่ ยวิปสั สนาธรุ ะ ท่ี

พระราชกิตติมงคล โสภณภาวนาธุราทร

ยติคณิสสร บวรสงั ฆาราม คามวาสี



ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๔๖

พระสิงหคณาจารย์ (ทวี สุวณฺณปาโล)
เจ้าคณะจังหวัดสงิ หบ์ รุ ี (ธรรมยตุ ) เจ้าอาวาสวัดกระทุม่ ปี่

▪ ชาติภูมิ ▪
พระสิงหคณาจารย์ มีนามเดิมว่า ทวี นามสกุล ทองปาน ถือกำเนิดเมื่อวันท่ี ๒๑
กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ณ บ้านเลขที่ ๓๕ หมู่ที่ ๘ ตำบลงิ้วราย อำเภออินทร์บุรี จังหวัด
สงิ หบ์ ุรี โยมบิดาชอื่ นายหนว่ ง โยมมารดาชื่อ นางชั้น ทองปาน

▪ บรรพชา-อปุ สมบท ▪
บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดกระทุ่มปี่ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๘
โดยมี พระสิงหบุราจารย์ (แป้น ภทฺทโก) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระครูภัทรโกศล เป็น
พระอปุ ชั ฌาย์
ต่อมาได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดกระทุ่มปี่ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๕๐๘ โดยมี พระสิงหบุราจารย์ (แป้น ภทฺทโก) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระครู
ภทั รโกศล เป็นพระอปุ ชั ฌาย์

▪ วทิ ยฐานะ ▪
ไม่ทราบ พ.ศ. จบชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ ณ โรงเรยี นวดั กระทมุ่ ปี่
ไมท่ ราบ พ.ศ. สอบไลไ่ ด้นกั ธรรมชั้นเอก สำนักเรียนจงั หวัดสงิ ห์บรุ ี

▪ ตำแหนง่ หนา้ ท่ีทางคณะสงฆ์ ▪

๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็น เจ้าอาวาสวัดกระทมุ่ ปี่

๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เปน็ เจา้ คณะตำบลโพธชิ์ ัย-งว้ิ ราย-ทองเอน

(ธรรมยตุ )

๑๑ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์

๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็น เจ้าคณะอำเภอจังหวัดสิงห์บุรี-

อทุ ัยธานี (ธรรมยตุ )

พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็น เจ้าคณะอำเภอจังหวัดสิ งห์บุรี

(ธรรมยุต)

๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็น เจ้าคณะจงั หวัดสิงหบ์ ุรี (ธรรมยตุ )

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๔๗

▪ ลำดบั สมณศักดิ์ ▪

๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็น พระครูวินัยธรทวี สุวณฺณปาโล

ฐานานุกรมใน พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล

นนฺทโก) วดั บวรนเิ วศวิหาร กรงุ เทพฯ

๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ช้ัน

โท ในราชทนิ นามท่ี พระครูโพธชิ ยาภิรกั ษ์

๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ ช้ัน

เอก ในราชทินนามเดมิ

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ ชั้น

พิเศษ ในราชทินนามเดิม

๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็น พระราชาคณะช้ันสามัญ ในราชทินนาม

ท่ี พระสงิ หคณาจารย์



ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๔๘


Click to View FlipBook Version