The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บรรณานุสรณ์ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์
พระครูสัทธาโสภิต (สนุ่น อธิปุญฺโญ)
วัดศรัทธาภิรม จังหวัดสิงห์บุรีเป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวชิราภิรม อุดมธรรมวิจิตร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อิสรา วันดี, 2022-07-16 06:54:35

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์

บรรณานุสรณ์ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์
พระครูสัทธาโสภิต (สนุ่น อธิปุญฺโญ)
วัดศรัทธาภิรม จังหวัดสิงห์บุรีเป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวชิราภิรม อุดมธรรมวิจิตร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

Keywords: คณะสงฆ์เมืองสิงห์,ปกิณกะ,พระราชวชิราภิรม

ราชทินนามเมืองสิงห์


ราชทินนาม หมายถึง ช่ือบรรดาศักด์ิหรือสมณศักด์ิช้ันสัญญาบัตร
ทพี่ ระมหากษตั รยิ ์ทรงพระราชทาน ซง่ึ ราชทินนามที่ผ้เู ขยี นกลา่ วถงึ นี้ จะกลา่ วเฉพาะราช
ทินนามสำหรับพระสงฆ์โดยเฉพาะ สำหรับราชทินนามของพระสงฆ์ หลังจากยุบรวม
เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี และเมืองสิงหบ์ รุ ี เป็นจังหวัดสงิ ห์บุรีแลว้ นั้น หากนับพระ
ครูสัญญาบตั รด้วยแล้วก็มีราชทนิ นามที่หลากหลาย เช่น เกศวี ิกรม พรหมโมลี อินทโมลี
พุทธไสยาสน์มุนี พรหมจริยคุณ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีราชทินนามที่มีคำว่า “สิงห”
แทรกอยู่ ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นชื่อเฉพาะ สำหรับพระสงฆ์ในจังหวัดสิงห์บุรีเท่านั้น
ดงั ท่ผี ูเ้ ขยี นจะไดเ้ ริม่ กระทำสำเนาเคา้ บรรยายใหท้ า่ นผู้อา่ นได้ซึมซบั รับทราบ ดังนี้

๑. ราชทนิ นาม “สิงหมุนี”
ราชทินนามดังกล่าวน้ีเป็นราชทินนามท่ีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานให้กับเจ้าอธิการเรือง วัดสว่างอารมณ์ ตาม
หลักฐานที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๘ สิงหาคม จ.ศ. ๑๘๘๔ (พ.ศ. ๒๔๒๘)
เล่มที่ ๑ ตอนที่ ๒๖ หน้า ๒๓๔ ความว่า “ใหเจ้าอธิการเรือง วัดสว่างอารมณ เปน
พระครูสิงหมุนี เจ้าคณะใหญ่เมืองสิงห*” *(การสะกด และตัวอักษรคงตามต้นฉบับ) พระ
ครูสิงหมุนี (เรือง) ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่เมืองสิงห์ ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๒๘ ถึง พ.ศ.
๒๔๔๓ หลังจากนั้นได้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะแขวงสิงห์* (เจ้าคณะอำเภอ) ตั้งแต่ พ.ศ.
๒๔๔๓ ถงึ พ.ศ. ๒๔๕๔
พระครูสิงหมุนี (เรือง) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐
(พ.ศ. ๒๔๕๔) ดังปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๕ กันยายน ร.ศ. ๑๓๑ เล่ม ๒๙
น่า ๑๓๕๓ ความว่า “พระครูสิงหมุนี (เรือง) วัดสว่างอารมณ์ เจ้าคณะแขวง
อำเภอเมือง* ๆ สิงห์บุรี อายุ ๙๒ ปี อาพาธเป็นโรคชรา ถึงมรณภาพ วันท่ี
๒๕ มนี าคม ร.ศ. ๑๓๐”

* ทั้งนี้ ตำแหน่ง เจ้าคณะแขวง ของท่าน ยังต้องสืบค้นว่า ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใน
แขวงใดบา้ ง เนือ่ งจากเอกสารชั้นตน้ ระบไุ ม่ตรงกัน

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๔๙

สำหรับรูปถัดมาที่พบหลักฐานการใช้ราชทินนาม “สิงหมุนี” คือ
พระครูมหาสงิ หมุนี (ลำไย ป.ธ.๕) วดั โพธ์แิ กว้ นพคุณ ปรากฏในราชกจิ จานุเบกษา วันที่
๗ มีนาคม ๒๔๗๙ เล่ม ๕๓ หนา้ ๓๙๙๖ ความว่า “พระมหาลำไย ๕ ประโยค วัด
โพธิ์แก้วนพคุณ จังหวัดสิงห์บุรี เป็น พระครูมหาสิงหมุนี” ต่อมาในวันที่ ๑๖
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ พระครมู หาสงิ หมนุ ี (ลำไย ป.ธ.๕) ได้ลาสกิ ขาบท ตามความ
ในราชกิจจานุเบกษา วนั ท่ี ๘ สิงหาคม ๒๔๘๑ เล่ม ๕๕ หน้า ๑๔๗๘ ความว่า

เร่อื ง พระสมณศักดิ์ขอพระบรมราชานุญาตลาสกิ ขา

ทรงพระกรุณาโปรดให้ พระครูมหาสิงหมุนี (ลำใย ป.๕) วัดโพธิ์แก้วนพคุณ
พระคณาจารย์โท เจา้ คณะแขวงบางพุทรา และผ้ชู ่วยเจา้ คณะจงั หวัดสิงหบ์ ุรี ลาสิกขาได้
ตามความประสงค์ ตัง้ แต่วนั ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๔๘๑ แล้ว

แจง้ ความมา ณ วนั ท่ี ๓๐ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๔๘๑
โกวิทอภยั วงศ์

ผสู้ ่งั ราชการแทนรฐั มนตรี

๒. ราชทนิ นาม “สงิ หราชมุนี”
ราชทินนาม “สิงหราชมุนี” พบหลักฐานการพระราชทานครั้งแรกในหนังสือ
ประวตั ิวัดระนาม ประวัตพิ ระครูสงิ หราชมนุ ี (ใย พฺรหมฺสโร) อดีตเจา้ คณะจงั หวัดสิงห์บุรี
ระบวุ า่ ได้เล่ือนเปน็ พระครูสิงหราชมุนี เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี พุทธศักราช ๒๔๖๓
พระครูสิงหราชมุนี (ใย พฺรหฺมสโร) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.
๒๔๘๐ เวลา ๑๘.๒๐ น. (ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๘ ปฉี ล)ู สริ ิอายุได้ ๖๕
ปี พรรษา ๔๒
รูปถัดมา คือ พระครูสิงหราชมุนี (พูล สาคโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
อดีตเจ้าอาวาสวัดสงั ฆราชาวาส ปรากฏหลักฐานในราชกิจจานเุ บกษา วนั ที่ ๑๗ มนี าคม
พ.ศ. ๒๔๘๑ เล่ม ๕๕ หน้า ๔๑๖๓ ความว่า “...พระครูเกศีวิกรม วัดสังฆราชาวาส
จังหวัดสิงห์บุรี เป็น พระครูสิงหราชมุนี สิงหบุรีวรนายก สังฆวาหะ...แจ้งความ

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๕๐

มา ณ วันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๑” พระครูสิงหราชมุนี (พูล สาคโร)
ไดถ้ ึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ สริ อิ ายไุ ด้ ๖๕ ปี พรรษา ๔๕

รปู สดุ ทา้ ยพบหลกั ฐานการใชร้ าชทินนาม “สิงหราชมนุ ”ี คือ พระราชสิงหวรมุนี
(ทรัพย์ ิตปญฺโ ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดสังฆราชาวาส โดย
ไดร้ ับพระราชทานราชทนิ นามที่ “สงิ หราชมนุ ”ี เมอ่ื ครั้งไดร้ ับพระราชทานสมณศักด์ิเป็น
พระราชาคณะชั้นสามัญ เมือ่ วันท่ี ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เปน็ พระราชาคณะชนั้ สามัญ
ในราชทินนามท่ี “พระสงิ หราชมุนี นรสีหธ์ รรมานุรกั ษ์ สงั ฆปาโมกข์”

๓. ราชทินนาม “สิงหวรมุนี”
สำหรับราชทินนาม “สิงหวรมุนี” ภายในจังหวัดสิงห์บุรี มีเพียงพระราชสิงห
วรมุนี (ทรัพย์ ิตปญฺโ ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดสังฆราชาวาส
เท่านนั้ ท่ีได้รับพระราชทานราชทนิ นามน้ี ปรากฏหลกั ฐานในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๔
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๑๐๔ หนา้ ๓ ความว่า “...พระสิงหราชมนุ ี เปน็
พระราชสิงหวรมุนี สิงห์บุรีคณดิลก ธรรมสาธกคุรวิภูสิต ยติคณิสสร บวรสังฆา
ราม คามวาสี...” หลังจากท่านได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.
๒๕๒๓ แล้ว ราชทินนามดังกล่าวได้นำไปใช้กับพระราชาคณะในจังหวัดเชียงใหม่ คือ
พระราชสิงหวรมุนี (โสภณ โสภโณ) รองเจา้ คณะจงั หวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวดั พระสิงห์
วรมหาวิหาร ซึ่งในปัจจุบันได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพ
สงิ หวราจารย์

๔. ราชทนิ นาม “สงิ หบุราจารย์”
ราชทินนาม “สิงหบุราจารย์” พระราชทานครั้งแรกสำหรับตำแหน่งพระครูเจ้า
คณะเมืองสิงห์ โดยพระราชทานให้ พระครูสิงหบุราจารย์ (อิน จาคาสโย) เป็นพระครู
เจ้าคณะเมืองสิงห์บุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๓ รูปถัดมาคือ พระครู
สิงหบุราจารย์ (ลบ ิตาโภ) วัดโบสถ์ ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองสิงห์บุรี ต่อจาก
พระครูสิงหบุราจารย์ (อนิ จาคาสโย)

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๕๑

ในเวลากาลต่อมา ราชทินนาม “สิงหบุราจารย์” จากเดิมเป็นราชทินนาม
สำหรับพระครูสญั ญาบัตร ได้ถูกนำมาใช้เป็นราชทินนามสำหรับพระราชาคณะชั้นสามญั
โดยเลื่อน พระครูสิงหบุราจารย์ (ลบ ิตาโภ) เจ้าคณะเมืองสิงห์บุรี วัดโบสถ์ เป็นปฐม
โดยได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระสิงหบุราจารย์ ศาสนภารธารี สังฆปาโมกข์
เจ้าคณะใหญเ่ มืองสิงห์บรุ ี เม่อื วันที่ ๑๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๕๖ พระสิงหบุราจารย์
(ลบ ติ าโภ) ได้ถึงแก่มรณภาพ เม่อื วนั ที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗

รูปถัดมาที่ได้รับพระราชทานราชทินนามดังกล่าว คือ พระสิงหบุราจารย์ (แป้น
ภทฺทโก ป.ธ.๓) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี-อุทัยธานี (ธรรมยุต) อดีตเจ้าอาวาสวัด
กระทุ่มป่ี โดยได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๒๘ หลังจากทพ่ี ระสงิ หบรุ าจารย์ (แปน้ ภททฺ โก ป.ธ.๓) ไดถ้ ึงแกม่ รณภาพ เมอ่ื วันท่ี
๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ราชทินนามนีก้ ็ได้เปลี่ยนแปลงอกี ครั้ง โดยเป็นราชทินนาม
ของพระราชาคณะชั้นเทพ และพระราชาคณะชั้นธรรม ตามลำดับ โดยพระราชาคณะชัน้
เทพ ได้แก่ พระเทพสิงหบุราจารย์ (แพ เขมงฺกโร ป.ธ.๔) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
อดีตเจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง (พระอารามหลวง) โดยได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ ๑๒
สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์อีกครั้งเป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่
พระธรรมมุนี ลำดับถัดมาคือ พระเทพสิงหบุราจารย์ (จรัญ ิตธมฺโม) อดีตเจ้าคณะ
จังหวัดสิงห์บุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๔๔ และเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมสิงหบุราจารย์ เมื่อ
วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ทั้งน้ี หลังจากท่ีพระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ
ิตธมโฺ ม) ไดถ้ ึงแกม่ รณภาพ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ปัจจุบัน ราชทินนาม
“สงิ หบุราจารย์” ยังไมม่ ีรปู ใดได้รบั พระราชทาน

๕. ราชทินนาม “สิงหคณาจารย์”
ราชทินนาม “สิงหคณาจารย์” พระราชทานครั้งแรกโดยการเลื่อนสมณศักดิ์ให้
พระสนุ ทรธรรมภาณี (แพ เขมงฺกโร ป.ธ.๔) อดีตเจา้ คณะจังหวัดสิงหบ์ ุรี อดีตเจา้ อาวาส
วัดพิกุลทอง (พระอารามหลวง) เป็นพระราชาคณะช้ันราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่
พระราชสิงหคณาจารย์ พิศาลมงคลกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์ | ๕๒

ซึ่งต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์ตามลำดับ จนถึงพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมมุนี
สำหรับปัจจุบัน ราชทินนาม “สิงหคณาจารย์” รูปที่ครองราชทนิ นามนีอ้ ยู่ คือ พระสิงห
คณาจารย์ (ทวี สุวณณฺ ปาโล) เจ้าคณะจงั หวดั สงิ ห์บรุ ี (ธรรมยตุ ) เจา้ อาวาสวัดกระทุ่มปี่
โดยได้รับพระราชทานสมณศักด์ดิ งั กล่าว เมื่อวนั ท่ี ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

จากราชทินนามที่มีคำว่า “สิงห” แทรกอยู่ท้ัง ๕ ราชทินนามนี้ ถือเป็น
ราชทนิ นามทสี่ ำคัญของสิงหบ์ ุรมี าช้านาน บางราชทนิ นามกม็ มี าพร้อมกับการตั้งจังหวัด
สิงห์บรุ ี ซึง่ บง่ บอกถึงความเปน็ ช่ือเฉพาะ สำหรบั พระสงฆ์ในจังหวัดสิงห์บุรีได้เป็น
อย่างดี แม้ว่าในปัจจุบัน จะไม่ได้ให้ความสำคัญกับราชทินนามที่เฉพาะเจาะจง
แลว้ ก็ตาม

สำหรับจงั หวัดสงิ ห์บุรีในปัจจุบันน้ี นอกจากราชทินนามทั้ง ๕ ราชทนิ นามน้ีแล้ว
ยังมีอีกหลายราชทินนามที่มีคำว่า “สิงห” แทรกอยู่ ซึ่งล้วนเป็นราชทินนามสำหรับ
พระครูสัญญาบัตรทั้งสิ้น เช่น พระครูสิงหกิจคณาทร (สัมพันธ์ สญฺ จิตฺโต) ผู้ช่วย
เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร, พระครูสิงหพัฒนาธร (ชาติชาย อาภาธโร)
เจ้าอาวาสวัดกระดังงาบุปผาราม, พระครูภาวนาสิงหเขต วิ. (สมเกียรติ านุตฺตโร)
เจ้าอาวาสวัดดอนตะโหนด เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนคงจะได้นำความมาพรรณนาสืบต่อไปใน
ภายภาคหน้าอีกคร้ัง



ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๕๓

เจา้ คุณเมืองสงิ ห์


เจ้าคุณ ตามความหมายในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
หมายถึง คำเรียกผ้มู บี รรดาศกั ดิต์ ้ังแต่ชนั้ พระยาข้นึ ไป หรือคำเรยี กพระภิกษุที่เป็น
พระราชาคณะ
แต่ “เจา้ คุณ” ทีผ่ ู้เขยี นใชเ้ ปน็ ช่ือเร่ืองน้ี หมายถึง พระภิกษุท่ีเป็นพระราชาคณะ
และเฉพาะเจาะจงแต่ พระราชาคณะ หรือเจ้าคุณ ในจังหวัดสิงห์บุรีเพียงอย่างเดียว
เพราะถ้าจะกล่าวถึงทั้งประเทศนั้น คงจะได้หนังสือขนาดยาวหลายร้อยหน้าทีเดียว แต่
ถ้าผู้ใดสนใจจะค้นคว้าทั้งประเทศจริง ๆ ก็ขอแนะนำหนังสือประวัติการพระราชทาน
สถาปนาเลอ่ื นและตั้งสมณศักดิ์ สมเดจ็ พระสังฆราช สมเดจ็ พระราชาคณะ และพระราชา
คณะ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.๒๓๒๕-๒๕๓๔ เขียนโดย พระครูสิริวรรณวิวัฒน์
(วรรณะ วณฺโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม จังหวัดราชบุรี ขนาด ๘๖๐ หน้า
ท่านพระครูเคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ท่านต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะอย่างสูงในการเขียน
หนังสือเล่มนี้ ท่านต้องเดินทางจากจังหวัดราชบุรีมาพักที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ิ
และในทุก ๆ วัน ท่านจะต้องไปค้นคว้าเอกสารในหอสมุดแห่งชาติ ต้องห่อข้าวไปฉันเพล
ที่หอสมุดแห่งชาติทุกวัน กว่าจะสำเร็จแล้วเสร็จใช้เวลาเป็นแรมเดือน ปัจจุบันพระครู
สิริวรรณวิวัฒน์ (วรรณะ วณฺโณ) ท่านได้ถึงแก่มรณภาพไปเสียแล้ว เม่ือวันที่ ๒๕
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๑๓ น. สริ อิ ายุได้ ๗๙ ปี ๒๕ วัน ท่านใดสนใจหนังสือ
เล่มนี้ก็ไปหาซื้อได้ท่ีร้านหนังสือมหาจุฬาบรรณาคาร ท่าพระจันทร์ ยังพอมีเหลือให้
ผู้สนใจได้หามาอา่ นอย่พู อสมควร
สำหรับพระราชาคณะ มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นสามัญ จนถึงชั้นสมเด็จพระราชา
คณะ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรียกว่า “พระสังฆราชาคณะ” หมายความว่า เจ้าคณะ
ผู้ปกครองสงฆ์ ต่อมาในสมักรุงรัตนโกสินทร์เปลี่ยนเป็น “พระราชาคณะ” โดย
พระราชาคณะสามารถแตง่ ตัง้ ฐานานกุ รมได้ ตามจำนวนท่ีระบุไว้ในสญั ญาบตั ร พระราชา
คณะ แยกเปน็ ลำดบั ได้ ดงั นี้
๑. สมเด็จพระราชาคณะ (ช้นั สพุ รรณบัฏ)
๒. พระราชาคณะเจ้าคณะรอง (ชั้นหิรญั บัฏ)

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๕๔

๓. พระราชาคณะเจา้ คณะรอง (ชั้นสญั ญาบตั ร) *ปจั จุบันไม่มกี ารพระราชทานแล้ว
๔. พระราชาคณะชน้ั ธรรม
๕. พระราชาคณะช้นั เทพ
๖. พระราชาคณะชน้ั ราช
๗. พระราชาคณะช้ันสามัญ

- พระราชาคณะปลัดขวา ปลดั ซา้ ย
- พระราชาคณะช้นั สามัญเปรยี ญ ฝ่ายวิปสั สนาธรุ ะ
- พระราชาคณะช้ันสามญั เปรียญ
- พระราชาคณะชั้นสามัญเทยี บเปรยี ญ ฝา่ ยวปิ ัสสนาธรุ ะ
- พระราชาคณะชนั้ สามญั เทยี บเปรยี ญ
- พระราชาคณะช้นั สามญั ยก ฝา่ ยวิปัสสนาธรุ ะ
- พระราชาคณะชั้นสามัญยก

ถอยกลอนย้อนกลับมาที่เรื่อง เจ้าคุณเมืองสิงห์ กันต่อ ในจังหวัดสิงห์บุรีตั้งแต่
อดีตจนถึงปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๖๕ นี้ มีเจ้าคุณ หรือพระราชาคณะมาแล้วทั้งสิ้น ๒๒ รูป
ดว้ ยกนั โดยเจา้ คณุ รูปแรกของจังหวดั สิงห์บุรี คอื พระสงิ หบรุ าจารย์ (ลบ ิตาโภ) อดีต
เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี (ธรรมยุต) อดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ อำเภออินทร์บุรี ท่านได้รับ
การตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๖ และเจ้าคุณ
รูปลา่ สดุ คอื พระราชวชิราภริ ม (สนุ่น อธปิ ุญฺโ ) ท่ีปรกึ ษาเจ้าคณะอำเภอเมืองสิงห์บุรี
เจ้าอาวาสวัดศรัทธาภิรม ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเม่ือวันท่ี ๕
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยลำดับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะของจังหวัด
สิงห์บุรี เรยี งลำดับจากอดตี ถึงปจั จบุ ัน ดงั น้ี

๑. พระสิงหบรุ าจารย์ (ลบ ิตาโภ) อดีตเจ้าคณะจงั หวดั สิงห์บุรี (ธรรมยุต)
อดีตเจา้ อาวาสวัดโบสถ์ อำเภออินทร์บุรี

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๖
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๖ เล่ม ๓๐ หน้า ๑๙๕๕

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๕๕

ความว่า “วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก
พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานสญั ญาบัตรตงั้ พระราชาคณะ พระครู แลเปรยี ญ คือ ให้เลอ่ื นพระครูสิงหบุรา
จารย์ วัดเวฬุวัน เป็นพระราชาคณะมีนามว่า พระสิงหบุราจารย์ ศาสนภารธารี
สังฆปาโมกข์ เจ้าคณะใหญเ่ มอื งสิงห์บรุ ี...”

พระสิงหบุราจารย์ (ลบ ิตาโภ) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๔๙๗ เวลา ๒๐.๑๒ น. สิริอายุได้ ๘๓ ปี

๒. พระอินทมุนี (เทศก์ สุจิธมฺโม ป.ธ.๕) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสงิ ห์บุรี อดีต
เจา้ อาวาสวัดโพธล์ิ งั การ์ อำเภออินทร์บรุ ี

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันท่ี ๑๙ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ตอนท่ี ๑๕ เล่ม ๖๐ หน้า
๑๕๑ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักด์ิ
คือให้... พระครูอินทมุนี วัดโพธิ์ลังการ์ จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะมีนามว่า
พระอนิ ทมุนี ชินสีหธ์ รรมานวุ ตั ต์ สังฆปาโมกข์...”

พระอนิ ทมนุ ี (เทศก์ สจุ ธิ มโฺ ม ป.ธ.๕) ได้ถงึ แกม่ รณภาพ ดว้ ยโรคลมขน้ึ เบ้ืองสูง
เม่ือ พ.ศ. ๒๔๙๓ สิรอิ ายุได้ ๕๔ ปี พรรษา ๓๔

๓. พระราชสิงหวรมนุ ี (ทรพั ย์ ติ ปญฺโ ) อดีตเจา้ คณะจังหวัดสงิ ห์บุรี อดีต
เจ้าอาวาสวดั สงั ฆราชาวาส

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ตอนที่ ๗๒ เล่ม ๖๙
หนา้ ๔๖๑๘ ความวา่ “ดว้ ยทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณ
ศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา คือให้...พระครูเกศีวิกรม วัดสังฆราชา
วาส จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะมนี ามว่า พระสิงหราชมุนี นรสีห์ธรรมานุรักษ์
สังฆปาโมกข์...”

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๕๖

ต่อมาในวนั ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้เล่อื นสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้น
ราช ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ตอนที่ ๑๐๔ เล่ม
๗๘ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรต้ัง
สมณศักด์ิ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันท่ี ๕ ธันวาคม ๒๕๐๔ คือให้...
พระสิงหราชมุนี เป็น พระราชสิงหวรมุนี สิงห์บุรีคณดิลก ธรรมสาธกคุณวิภูสิต
ยติคณิสสร บวรสงั ฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชน้ั ราช สถิต ณ วัดสังฆราชาวาส
จังหวัดสงิ หบ์ ุรี มีฐานานศุ ักดต์ิ ้ังฐานานกุ รมได้ ๔ รูป คอื พระครูปลัด ๑ พระครสู ังฆรักษ์
๑ พระครสู มุห์ ๑ พระครูใบฎกี า ๑...”

พระราชสิงหวรมุนี (ทรัพย์ ิตปญฺโ ) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๔
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เวลา ๐๓.๐๐ น. สริ อิ ายุได้ ๘๖ ปี ๒ เดือน ๓ วนั พรรษา ๖๖

๔. พระพรหมโมลี (ทองสุก สุนฺทราจาโร ป.ธ.๕) อดีตเจ้าคณะจังหวัด
สงิ หบ์ รุ ี อดตี เจ้าอาวาสวัดกลางธนรินทร์

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ตอนที่ ๗๒ เล่ม ๖๙
หนา้ ๔๖๑๘ ความว่า “ดว้ ยทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบตั รตั้งสมณ
ศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา คือให้...พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ
วดั กลางธนรินทร์ จงั หวัดสงิ ห์บรุ ี เป็นพระราชาคณะมนี ามวา่ พระพรหมโมลี...”

พระพรหมโมลี (ทองสุก สุนฺทราจาโร ป.ธ.๕) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๗
ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ เวลา ๑๑.๑๕ น. สริ ิอายไุ ด้ ๖๙ ปี ๖ เดือน ๑๐ วัน พรรษา ๔๘

๕. พระอนิ ทโมลี (เอ้ือน านกสุ โล ป.ธ.๖) อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
อดตี เจา้ อาวาสวดั เฉลิมมาศ

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ตอนที่ ๗๒ เล่ม ๖๙
หน้า ๔๖๑๘ ความว่า “ดว้ ยทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานสญั ญาบตั รตั้งสมณ

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๕๗

ศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา คือให้...พระครูอินทโมลี วัดเฉลิมมาศ
จังหวดั สงิ หบ์ รุ ี เปน็ พระราชาคณะมนี ามว่า พระอินทโมลี...”

พระอินทโมลี (เอื้อน านกุสโล ป.ธ.๖) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๒
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เวลา ๐๓.๔๐ น. ณ โรงพยาบาลอนิ ทรบ์ ุรี ดว้ ยโรคชรา สริ อิ ายุ
ได้ ๘๐ ปี ๘ เดือน ๑๒ วนั พรรษา ๖๐

๖. พระเกศีวิกรม (สังวาลย์ เขมภูสิโต ป.ธ.๓) อดีตเจ้าคณะตำบลหัวไผ่
อดตี เจ้าอาวาสวัดโพธ์ชิ ัย

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ตอนที่ ๘๔ เล่ม ๗๑
หน้า ๒๗๗๗ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้ง
สมณศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา คือให้...พระครูอินทคณานุสิฏฐ์
วัดธรรมสังเวช จงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี เป็นพระราชาคณะมีนามวา่ พระเกศวี กิ รม...”

พระเกศีวิกรม (สังวาลย์ เขมภูสิโต ป.ธ.๓) ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคหัวใจโต
เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๗ ณ โรงพยาบาลกรมตำรวจ สิริอายุได้ ๗๔ ปี
พรรษา ๕๔

๗. พระเทพสุทธิโมลี (ผึ่ง โรจโน ปธ.๕) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี-
อุทยั ธานี (ธรรมยตุ ) อดตี เจ้าอาวาสวดั โบสถ์ (พระอารามหลวง)

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๘
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ตอนที่ ๙๕ เล่ม ๗๒
หน้า ๓๐๐๖ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้ง
สมณศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา คือให้...พระครูวิสุทธิธรรมภาณ
วัดโบสถ์ จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะมีนามว่า พระสิงหบุราจารย์ ศาสนภาร
วสิ ุทธิ คณกจิ จานยุ ตุ ติ์ ธรรมมกิ คณสิ ร...”

ต่อมาในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ
ชั้นราช ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ตอนที่ ๑๐๔

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๕๘

เล่ม ๗๘ ฉบับพเิ ศษ หนา้ ๑ ความว่า “ดว้ ยทรงพระกรณุ าโปรดพระราชทานสญั ญาบัตร
ต้ังสมณศกั ด์ิ ในโอกาสพระราชพธิ เี ฉลมิ พระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๔ คือให้
...พระสิงหบุราจารย์ เป็น พระราชเมธาภรณ์ สุนทรวิริยาธิกิจ โศภิตศีลาจารวัตร
พุทธบริษัทปสาทกร ธรรมิกคณิสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชน้ั ราช
สถิต ณ วัดโบสถ์ จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด
๑ พระครสู ังฆรกั ษ์ ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครูใบฎีกา ๑...”

และในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้น
เทพ ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ตอนที่ ๓ เล่ม ๙๔
ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณ
ศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๙ คือให้...พระ
ราชเมธาภรณ์ เป็น พระเทพสุทธิโมลี ตรีปิฎกคุณาลังการ นวกรรมวิธานภูสิต
ยติคณิสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดโบสถ์ จังหวัด
สิงห์บุรี มีฐานานุศักดิต์ ั้งฐานานุกรมได้ ๕ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูวินัยธร ๑ พระ
ครสู ังฆรักษ์ ๑ พระครสู มุห์ ๑ พระครูใบฎกี า ๑...”

พระเทพสุทธิโมลี (ผึ่ง โรจโน ปธ.๕) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน
พ.ศ. ๒๕๒๕ เวลา ๑๒.๔๕ น. สริ ิอายุได้ ๗๗ ปี พรรษา ๕๗

๘. พระพรหมนคราจารย์ (ดี ธมฺมปญฺโ ) อดีตเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
อดีตเจา้ อาวาสวัดเเจ้งพรหมนคร

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๙
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ ตอนที่ ๖ เล่ม ๗๔ ฉบับ
พิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรต้ัง
สมณศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๙๙ คือให้
...พระครูพรหมจริยคุณ วัดเเจ้งพรหมนคร จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะมีนามว่า
พระพรหมนคราจารย์...”

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสงิ ห์ | ๕๙

พระพรหมนคราจารย์ (ดี ธมฺมปญฺโญ) ได้ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคมะเร็งใน
กระเพาะอาหาร ณ วัดแจ้งพรหมนคร เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๗ เวลา
๑๑.๓๐ น. สริ ิอายุได้ ๘๐ ปี พรรษา ๕๙

๙. พระศรีวราภรณ์ (อำพา กิตฺติวฑฺฒโน ป.ธ.๙, M.A.) อดีตเจ้าคณะ
ตำบลจกั รสีห์ อดีตเจ้าอาวาสวัดแจ้งพรหมนคร

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ตอนที่ ๓ เล่ม ๙๔ ฉบับ
พิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักด์ิ
ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๙ คือให้...พระมหา
อำพา ๙ ประโยค วัดเเจ้งพรหมนคร จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะมีนามว่า
พระศรีวราภรณ์...”

พระศรีวราภรณ์ (อำพา กิตฺติวฑฺฒโน ป.ธ.๙, M.A.) ได้ขอพระราชทาน
พระบรมราชานุญาตเพอื่ ลาสิกขา เมือ่ วนั ที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๓

๑๐. พระธรรมมุนี (แพ เขมงฺกโร ป.ธ.๔) อดตี เจา้ คณะจังหวัดสิงห์บุรี อดีต
เจา้ อาวาสวดั พกิ ลุ ทอง (พระอารามหลวง)

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑
ปรากฏในราชกจิ จานุเบกษา วนั ท่ี ๑๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ตอนที่ ๖๐ เลม่ ๙๗ ฉบับ
พิเศษ หน้า ๘ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักด์ิ
ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๒๔ คือให้...พระครู
ศรีพรหมโสภิต วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะมีนามว่า พระสุนทร
ธรรมภาณี...”

ต่อมาในวนั ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ไดเ้ ล่อื นสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะช้ัน
ราช ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ตอนที่ ๒๕๓ เล่ม
๑๐๔ ฉบับพิเศษ หนา้ ๑ ความวา่ “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้ง
สมณศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๖๐

...พระสุนทรธรรมภาณี เป็น พระราชสิงหคณาจารย์ พิศาลมงคลกิจ มหาคณิสสร
บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะช้ันราช สถติ ณ วดั พกิ ุลทอง จงั หวัดสงิ ห์บุรี มี
ฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูสังฆรักษ์ ๑ พระครูสมุห์
๑ พระครูใบฎกี า ๑...”

วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๕ ได้เลื่อนสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๕ ตอนที่ ๑๐๑ เล่ม ๑๐๙
ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์
ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๕...พระราชสิงหคณาจารย์ เป็น
พระเทพสิงหบุราจารย์ ไพศาลสิทธิมงคล วิมลศาสนกิจจาทร ธรรมิกคณิสสร
บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชนั้ เทพ สถิต ณ วัดพกิ ุลทอง จังหวัดสิงหบ์ รุ ี มี
ฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๕ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูวินัยธร ๑ พระครูสังฆ
รักษ์ ๑ พระครสู มุห์ ๑ พระครใู บฎกี า ๑...”

และในวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ
ชั้นธรรม ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙ ตอนที่ ๑๐ ข
เล่ม ๑๑๓ หน้า ๖ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์
ในวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙...พระเทพสิงห-
บุราจารย์ เป็น พระธรรมมุนี สุทธศีลาจาร ไพศาลประชานารถ โอภาสศาสน
กิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นธรรม สถิต ณ
วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๖ รูป คือ พระครูปลัด
ธรรมวัฒน์ ๑ พระครูวินัยธร ๑ พระครูธรรมธร ๑ พระครูสังฆรักษ์ ๑ พระครูสมุห์ ๑
พระครูใบฎกี า ๑...”

พระธรรมมุนี (แพ เขมฺงกโร ป.ธ.๔) ได้ถึงแก่มรณภาพ เม่ือวันที่ ๑๐
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ณ ห้อง ๙๐๑ ชั้น ๙ อาคารหลวงพ่อแพ เขมังกโร ๙๔ ปี
โรงพยาบาลสิงหบ์ ุรี จังหวดั สงิ หบ์ รุ ี สริ อิ ายไุ ด้ ๙๔ พรรษา ๗๓

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสงิ ห์ | ๖๑

๑๑. พระสิงหบุราจารย์ (แป้น ภทฺทโก ป.ธ.๓) อดีตเจ้าคณะจังหวัด
สิงหบ์ ุร-ี อทุ ัยธานี (ธรรมยตุ ) อดีตเจา้ อาวาสวดั กระทมุ่ ป่ี

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๘
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๘ ตอนที่ ๒๐ เล่ม ๑๐๓
ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรต้ัง
สมณศักด์ิ ในโอกาสพระราชพธิ ีเฉลิมพระชนมพรรษา วนั ที่ ๕ ธนั วาคม ๒๕๒๘ คือให้...
พระครูภัทรโกศล วัดกระทุ่มปี่ จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะ มีนามว่า
พระสงิ หบุราจารย์...”

พระสงิ หบรุ าจารย์ (แป้น ภทฺทโก ป.ธ.๓) ได้ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคหัวใจ เมื่อ
วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ สิริอายุได้
๗๙ ปี ๑๑ เดือน พรรษา ๕๘

๑๒. พระโสภณธรรมธาดา (เสาว์ ธมฺมสูโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บรุ ี-
อุทยั ธานี (ธรรมยุต) อดีตเจา้ อาวาสวดั ศรีสำราญ

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ตอนที่ ๒๐๗ เล่ม ๑๐๕
ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรต้ัง
สมณศกั ด์ิ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลมิ พระชนมพรรษา วันท่ี ๕ ธันวาคม ๒๕๓๑...พระครู
สุธรรมธาดา วัดศรีสำราญ จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะ มีนามว่า พระโสภณ
ธรรมธาดา...”

พระโสภณธรรมธาดา (เสาว์ ธมฺมสูโร) ได้ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคมะเร็งลำไส้
เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เวลา ๑๓.๒๕ น. ณ โรงพยาบาลอินทร์บุรี สิริอายุ
ได้ ๘๐ ปี พรรษา ๕๙

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๖๒

๑๓. พระธรรมสิงหบรุ าจารย์ (จรญั ิตธมฺโม) อดตี เจา้ คณะจงั หวดั สิงห์บุรี
อดตี เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ตอนที่ ๒๐๗ เล่ม ๑๐๕
ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ด้วยทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้ง
สมณศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันท่ี ๕ ธันวาคม ๒๕๓๑...
พระครูภาวนาวิสุทธิ์ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะ มีนามว่า
พระภาวนาวสิ ทุ ธคิ ณุ ...”

ต่อมาในวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้เลื่อนสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะ
ชั้นราช ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ตอนที่ ๑๐๑ เล่ม
๑๐๙ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้ง
สมณศักดิ์ ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ
พระบรมราชินีนาถ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕...พระภาวนาวิสุทธิคุณ เป็น
พระราชสุทธิญาณมงคล ศรีพหลนราทร ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม
คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ต้ัง
ฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูสังฆรักษ์ ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครู
ใบฎกี า ๑...”

วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ตอนที่ ๒๔ ข เล่ม ๑๑๘
หน้า ๒๔ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักด์ิ
ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔...พระราช
สุทธิญาณมงคล เป็น พระเทพสิงหบุราจารย์ ภาวนาวิธานโกศล วิมลธรรมานุสิฐ
มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดอัมพวัน
จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๕ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูวินัยธร
๑ พระครสู งั ฆรกั ษ์ ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครูใบฎกี า ๑...”

และในวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้เลื่อนสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะ
ชั้นธรรม ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ตอนที่ ๑๗ ข

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๖๓

เล่ม ๑๒๑ หน้า ๓ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์
ในวโรกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๖ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗ จำนวน ๗๐ รูป ดังนี้...
๔. พระเทพสิงหบุราจารย์ เป็น พระธรรมสิงหบุราจารย์ ภาวนาปฏิภาณโกศล
โสภณธรรมานุสิฐ พิพัฒน์กิจสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พระราชาคณะช้ันธรรม สถิต ณ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานศุ กั ดิ์ตัง้ ฐานานกุ รม
ได้ ๖ รูป คือ พระครูปลัดสิทธิวรวัฒน์ ๑ พระครูวินัยธร ๑ พระครูธรรมธร ๑ พระ
ครูสังฆรกั ษ์ ๑ พระครสู มุห์ ๑ พระครูใบฎกี า ๑...”

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ิตธมฺโม) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๕
มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๐๘.๓๗ น. สิริอายุได้ ๘๗ ปี ๕ เดือน ๑๐ วัน พรรษา
๖๗

๑๔. พระเทพสารเวที (ประยงค์ ปภาโส) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
(ธรรมยุต) อดตี เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (พระอารามหลวง)

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ตอนที่ ๑๕๕ เล่ม ๑๐๙
ฉบับพิเศษ หน้า ๔ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้ง
สมณศักดิ์ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๕
...พระครูสุนทรวิริยาธิกิจ วัดโบสถ์ จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะมีนามว่า
พระสนุ ทรธรรมโสภติ ...”

ต่อมาในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ
ชั้นราช ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตอนที่ ๓ ข
เล่ม ๑๒๑ หน้า ๘ ความวา่ “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์
ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖
จำนวน ๙๒๑ รูป ดังนี้...๒๑. พระสุนทรธรรมโสภิต เป็น พระราชวินัยเวที ปรีชา
ศาสนกิจ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๖๔

ณ วัดโบสถ์ จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด ๑
พระครสู ังฆรักษ์ ๑ พระครูสมหุ ์ ๑ พระครใู บฎีกา ๑...”

และวนั ที่ ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้เลอื่ นสมณศักดเ์ิ ปน็ พระราชาคณะช้ันเทพ
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ตอนที่ ๔๓ ข เล่ม ๑๓๓
หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ในโอกาส
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิม
พระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ จำนวน ๑,๒๕๑ รูป ดังน้ี...
๗. พระราชวินัยเวที เป็น พระเทพสารเวที ศีลาจารวัตรวิมล โกศลศาสนกิจ
ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดโบสถ์ พระ
อารามหลวง จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๕ รูป คือ พระครูปลัด ๑
พระครูวนิ ยั ธร ๑ พระครูสังฆรกั ษ์ ๑ พระครสู มหุ ์ ๑ พระครใู บฎกี า ๑...”

พระเทพสารเวที (ประยงค์ ปภาโส) ได้ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อ
วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๐๒.๒๙ น. ณ โรงพยาบาลศิรริ าช สริ ิอายุได้ ๗๘
ปี ๑ เดือน ๖ วนั พรรษา ๕๗

๑๕. พระเทพปริยัติสุธี (ยงยุทธ ยุตฺตธมฺโม ป.ธ.๙) เจ้าคณะจังหวัด
สงิ หบ์ ุรี เจ้าอาวาสวดั พระนอนจกั รสีหว์ รวิหาร

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ตอนที่ ๒๐๒ เล่ม ๑๑๐
ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์
ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๖
...พระมหายงยุทธ ๙ ประโยค วัดบพิตรพิมุข วรวิหาร เป็นพระราชาคณะ มีนามว่า
พระเมธีปริยัตโยดม...”

ต่อมาในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้เลื่อนสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะ
ชั้นราช ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๗ ตอนที่ ๓ ข
เล่ม ๑๒๑ หน้า ๘ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์
ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๖๕

จำนวน ๙๒๑ รูป ดังนี้...๒๔. พระเมธีปริยัตโยดม เป็น พระราชกิตติเมธี ตรีปิฎก
บัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ
วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ
พระครปู ลดั ๑ พระครสู งั ฆรกั ษ์ ๑ พระครสู มหุ ์ ๑ พระครูใบฎกี า ๑...”

และวนั ที่ ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ไดเ้ ลอ่ื นสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะช้ันเทพ
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ตอนที่ ๙ ข เล่ม ๑๓๐
หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ในโอกาส
พระราชพิธีพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ จำนวน ๑,๑๒๓ รูป
ดังนี้...๕. พระราชกิตติเมธี เป็น พระเทพปริยัติสุธี ศรีปริยัติดิลก ตรีปิฎกบัณฑิต
มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดพระนอน
จักรสีห์วรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้
๕ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูวินัยธร ๑ พระครูสังฆรักษ์ ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครู
ใบฎีกา ๑...”

๑๖. พระราชศาสนโมลี (ประมวล ปุญฺ วฑฺฒโน ป.ธ.๙) อดีตรองเจ้า
คณะจังหวัดสงิ หบ์ ุรี อดตี เจา้ อาวาสวัดโพธเ์ิ งิน

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ตอนที่ ๒๔ ข เล่ม ๑๑๕
หน้า ๔ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ในโอกาส
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๑
...พระมหาประมวล ๙ ประโยค วดั โพธ์เิ งิน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะ มีนามว่า
พระศรีศาสนโมลี...”

ต่อมาในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้เลื่อนสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะ
ชั้นราช ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ตอนที่ ๒๕ ข
เล่ม ๑๒๓ หน้า ๒๒ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้ง
สมณศักดิ์ ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช
๒๕๔๙ จำนวน ๙๙๘ รูป ดังนี้...๒๓. พระศรีศาสนโมลี เป็น พระราชศาสนโมลี

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๖๖

ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต
ณ วัดโพธิ์เงิน จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด ๑
พระครูสงั ฆรกั ษ์ ๑ พระครสู มุห์ ๑ พระครใู บฎีกา ๑...”

พระราชศาสนโมลี (ประมวล ปุญฺ วฑฺฒโน ป.ธ.๙) ถึงแก่มรณภาพ
ด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
กรงุ เทพฯ สิรอิ ายุ ๗๓ ปี พรรษา ๕๓

๑๗. พระภาวนาวิสทุ ธเิ ถร วิ. (รด ถาวโร) อดีตเจ้าอาวาสวดั โพธิ์ศรี
ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ตอนที่ ๒๓ ข เล่ม ๑๑๙
หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ในโอกาส
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕ จำนวน ๙๓๖
รูป ดังน้ี...พระครูสิริโพธิโสภณ (รด) วัดโพธิ์ศรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะฝ่าย
วปิ ัสสนาธุระ มนี ามว่า พระภาวนาวิสทุ ธเิ ถร...”
พระภาวนาวิสุทธิเถร วิ. (รด ถาวโร ) ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคชรา เมื่อวันที่
๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๑๗.๒๐ น. สริ ิอายุได้ ๑๐๒ ปี พรรษา ๔๒

๑๘. พระราชสวุ ฒั นาภรณ์ (ประจวบ สุธีโร ป.ธ.๔) เจา้ อาวาสวดั พิกุลทอง
(พระอารามหลวง)

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ตอนที่ ๑๕ ข เล่ม ๑๒๓
หน้า ๔ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ในวโรกาส
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี วันที่ ๙ มิถุนายน
พุทธศักราช ๒๕๔๙ จำนวน ๖๘ รูป ดังนี้...๔๖. พระครูปริยัติธีราภรณ์ วัดพิกุลทอง
พระอารามหลวง จังหวดั สิงหบ์ ุรี เป็นพระราชาคณะมนี ามวา พระวิมลสตุ าภรณ์...”

ต่อมาในวันท่ี ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้เลื่อนสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะ
ชั้นราช ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ตอนที่ ๒๒ ข

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๖๗

เล่ม ๑๓๓ หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักด์ิ
ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ จำนวน ๘๕ รูป ดังน้ี
...๓๔. พระวิมลสุตาภรณ์ เป็น พระราชสุวัฒนาภรณ์ สุนทรสังฆกิจสมาทาน
มหาคณิสสร บวรสงั ฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชัน้ ราช สถิต ณ วัดพิกุลทอง
พระอารามหลวง จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด
๑ พระครสู ังฆรกั ษ์ ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครูใบฎกี า ๑...”

๑๙. พระศรีปริยัตโยดม (ฐนวัฒน์ เขมกาโม ป.ธ.๙, ดร.) อดีตเจ้าคณะ
อำเภอพรหมบรุ ี อดตี ผชู้ ่วยเจ้าอาวาสวัดพระนอนจกั รสีห์วรวิหาร

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ตอนที่ ๓ ข เล่ม ๑๒๕
หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ในโอกาส
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
จำนวน ๙๙๒ รูป ดังนี้...๕๘. พระมหาทศพล ๙ ประโยค วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
พระอารามหลวง จงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี เป็นพระราชาคณะ มนี ามวา พระศรปี รยิ ัตโยดม….”

พระศรีปริยัตโยดม (ฐนวัฒน์ เขมกาโม ป.ธ.๙, ดร.) ได้ขอพระราชทาน
พระบรมราชานญุ าตเพื่อลาสกิ ขา เมือ่ ปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๔

๒๐. พระภาวนาพรหมคุณ วิ. (บุญช่วย จิตฺตปญฺโ ) อดีตท่ีปรึกษา
เจา้ คณะอำเภอพรหมบรุ ี อดตี เจา้ อาวาสวดั กุฎที อง

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
ปรากฏในราชกิจจานเุ บกษา วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๕๓ ตอนที่ ๓ ข เล่ม ๑๒๗
หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ในโอกาส
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ จำนวน
๑,๐๗๒ รูป ดังนี้...๕๓. พระครูเมตตานุศาสน์ วัดกุฎีทอง จังหวัดสิงห์บุรี เป็น
พระราชาคณะ ฝา่ ยวปิ สั สนาธุระ มีนามว่า พระภาวนาพรหมคุณ…”

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมืองสิงห์ | ๖๘

พระภาวนาพรหมคุณ วิ. (บุญช่วย จิตฺตปญฺโ ) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันท่ี
๒๕ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๑๙.๕๙ น. สริ ิอายไุ ด้ ๙๑ ปี พรรษา ๗๑

๒๑. พระสิงหคณาจารย์ (ทวี สุวณฺณปาโล) เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
(ธรรมยตุ ) เจา้ อาวาสวดั กระทมุ่ ป่ี

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ตอนที่ ๙ ข เล่ม ๑๓๐
หน้า ๑ ความว่า “ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ในโอกาส
พระราชพธิ เี ฉลมิ พระชนมพรรษา วนั ท่ี ๕ ธันวาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๕ จำนวน ๑,๑๒๓
รูป ดังนี้...๓๗. พระครูโพธิชยาภิรักษ์ วัดกระทุมปี่ จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระราชาคณะ
มนี ามวา่ พระสิงหคณาจารย์…”

๒๒. พระราชวชิราภิรม (สนุ่น อธิปุญฺโ ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมือง
สงิ หบ์ ุรี และเจา้ อาวาสวัดศรทั ธาภิรม

ได้รับการตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.
๒๕๖๕ ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ตอนที่ ๑๙ ข
เล่ม ๑๓๙ หน้า ๓ ความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร
มหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กติ สิ ิรสิ มบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศร-
ราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรด
พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จ ำนวน ๓๕ รูป ดังน้ี...
๙. พระครูสัทธาโสภิต เป็น พระราชวชิราภิรม อุดมธรรมวิจิตร มหาคณิสสร
บวรสงั ฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชน้ั ราช สถติ ณ วัดศรทั ธาภิรม จงั หวดั สิงห์บุรี
มีฐานานุศักด์ิต้ังฐานานกุ รมได้ ๔ รูป คอื พระครูปลัด ๑ พระครูสังฆรกั ษ์ ๑ พระครสู มุห์
๑ พระครใู บฎีกา ๑...”

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๖๙

ทำเนียบคณะสงฆ์เมืองสิงห์ ร.ศ. ๑๒๓


ทำเนียบคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๓ เป็นหนังสือเก่าที่ผู้เขียนพบในร้านหนังสือเก่าใน
ย่านคลองหลอด สิ่งที่น่าสนใจคือ เป็นการรวมรวมรายชื่อคณะสงฆ์เป็นครั้งแรกของ
ประเทศไทย ไดร้ วบรวมแล้วเสร็จและจดั พมิ พ์เผยแพร่เม่อื วันที่ ๒๐ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๓
หรอื พ.ศ. ๒๔๔๗ ตรงกับรชั สมยั ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั รชั กาล
ท่ี ๕ ผู้เขียนเหน็ วา่ เปน็ หนังสอื ท่มี ีประโยชน์อย่างมากสำหรับผทู้ ่สี นในประวัติศาสตร์คณะ
สงฆ์ โดยเฉพาะในส่วนของข้อมลู คณะสงฆจ์ งั หวดั สงิ หบ์ ุรี ซ่ึงในสมยั น้ันข้ึนตรงกบั มณฑล
กรุงเกา่ โดยมี พระธรรมราชานวุ ัตร (แสง พทุ ฺธทตโฺ ต) วดั นิเวศธรรมประวัตริ าชวรวิหาร
จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา เป็นเจ้าคณะมณฑล
สำหรับทำเนียบคณะสงฆ์เมืองสิงห์ ร.ศ. ๑๒๓ นี้ ผู้เขียนได้คัดเอาเฉพาะส่วนท่ี
เกี่ยวข้องกับจังหวัดสิงห์บุรีโดยตรง นามวัด นามเจ้าอาวาส ผู้เขียนยังคงรักษารูปแบบ
การสะกด ตัวอักษร จากต้นฉบับเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง จากทำเนียบดังกล่าว นามของ
บางวดั อาจจะไมค่ นุ้ หขู องท่านผอู้ ่าน หรือแมแ้ ต่ผเู้ ขียนเองก็ไม่คนุ้ ชอ่ื หรือไม่เคยได้ยินช่ือ
เลยด้วยซ้ำ ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาในการสืบเสาะค้นหากันต่อไปในอนาคตว่า นามของวัด
ต่าง ๆ นี้ ปัจจุบนั คือวัดอะไร คงจะได้เน้ือหาสำหรบั เขยี นหนงั สอื ไดอ้ ีกเลม่ หนึง่ ทเี ดียว

เมอื งสิงหบูรี มณฑลกรุงเกา่ เจ้าคณะมณฑล
(๑) อำเภอเมือง เจ้าคณะเมือง
(๒) อำเภอสิงห์ พระธรรมราชานวุ ตั ร เจา้ คณะแขวง
(๓) อำเภอพรหมบรู ี พระครสู งิ หบรุ าจารย์ เจา้ คณะแขวง
(๔) อำเภออนิ ทรบรู ี พระครูพทุ ธไสยาสมนุ ี เจ้าคณะแขวง
พระครูสิงหมุนี
พระครูพรหมนครบวรราชมุนี
(ว่าง)

ปกณิ กะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๗๐

๑. อำเภอเมือง
หมวดที่ ๑

นามวดั ตำบล นามเจา้ อาวาส หมายเหตุ
พระครพู ุทธไสยาศมุนี เจา้ คณะแขวง
๑ พระนอนจกั รศรี พลบั พระปลดั เกด อุปัชฌาย์
พระสนิ
๒ พลบั จักรศรี พระเผอ่ื น อุปชั ฌาย์
พระมา
๓ โพธ์สิ ธุ าไลย ท้องคุง้ พระเจ๊ก
พระสด
๔ ท่าข้าม ท่าขา้ ม พระหลนุ
พระวัน
๕ สาธุการาม สิงห์ พระยิม้
พระหลำ
๖ น้อยนางหงษ์ ตลาดโพธ์ิ พระสนิ
พระจีน
๗ โพธแ์ิ กว้ ใหม่ พระฉำ่
พระม่วง
๘ พรหมสาคร บางพุดซา พระสดุ
พระเชย
๙ โพธิท์ อง ใหม่ พระจนี
พระกล่ิน
๑๐ บางกระบอื ใต้ บางกระบอื พระพรม
พระม่วง
๑๑ บางกระบือเหนอื บางกระบอื พระทำ

๑๒ ประโชด สมคั

๑๓ สงั ฆราชา ใหม่

๑๔ จีนจนั เบกิ

๑๕ โพธิ์ข้าวผอก บางมนั

๑๖ ตึก ม่วงหมู่

๑๗ ทา่ กระบอื ศีษะตลาด

๑๘ กระดังงา สมคั

๑๙ โพธกิ์ อม โพธ์กิ อม

๒๐ เสาธงทอง บางเลา

๒๑ ศีษะอา่ ว บางมนั

๒๒ ใหม่ บางเดอ่ื

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสิงห์ | ๗๑

๒. อำเภอสงิ ห์
หมวดที่ ๑

นามวดั ตำบล นามเจา้ อาวาส หมายเหตุ
๑ สวา่ งอารมณ์ บางมอญ พระครสู งิ หมุนี เจ้าคณะแขวง
อปุ ัชฌาย์
พระใบฎีกาดำ
๒ อำพวา ม่วง พระอาด
๓ สรอ้ ยระย้า โคกพร้าว พระเอ่ยี ม
๔ โตนด ดอนโตนด พระอนิ
๕ จามจลุ า จ่า พระเจ๊ก
๖ น้อย ตลาดโพธ์ิ พระมอน
๗ ม่วงชุม ไมด้ ดั พระเทียน
๘ พรกิ ท่าข้าม พระสด
๙ โพธหิ์ อม โพธ์หิ อม พระสี
๑๐ ตนี ท่า เชิงกลัด พระมา
๑๑ ดาวเรอื ง บางววั พระช่ืน
๑๒ ราชบูรณะ วงั ขอน พระเขยี ว
๑๓ ห้วย ปกั ระทนั พระเคลือบ
๑๔ ไชย ปักระทนั พระเพ็ด
๑๕ พระปราง เชงิ กลดั พระทบู
๑๖ โพธิ์ชนไก่ โพธช์ิ นไก่ พระสี
๑๗ สะเดา แม่ลา พระดำ
๑๘ แหลมคาง แหลมคาง

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสิงห์ | ๗๒

นามวดั ๓. อำเภอพรหมบรู ี หมายเหตุ
๑ เซิงหวาย หมวดที่ ๑ เจา้ คณะแขวง
อปุ ัชฌาย์
๒ เสาธงทอง ตำบล นามเจา้ อาวาส อปุ ัชฌาย์
๓ บางน้ำเชี่ยว โรงชา้ ง พระครูพรหมนครบวรราชมุนี
๔ ปราสาท
๕ เจา้ ชั่ง แป้ง พระสมุห์ขำ
๖ โพธเ์ิ อน บางน้ำเชี่ยว พระโฉม
๗ อุตมพิไชย ไซ พระบุญ
๘ โพธไิ์ ชย์ พลู พระเกิด
๙ ดอนลา พลู พระเอยี่ ม
๑๐ กุฎีทอง บางน้ำเชย่ี ว พระยา
๑๑ ทงุ่ บางนำ้ เชย่ี ว พระสกุ
๑๒ ตลาด ดอนลา พระอม่ิ
๑๓ โบด พลู พระสี
๑๔ โคบูน พลู พระแพ
๑๕ สิงห์ หม้อ พระจวิ
๑๖ ชีปขาว ชีปขาว พระพนิ
๑๗ โบด ชีปขาว พระเรอื ง
๑๘ โบด มอญ พระผงึ้
๑๙ ใหม่ ชีปขาว พระเอี่ยม
๒๐ โพธิป์ ระจักษ์ ชีปขาว พระผัน
๒๑ เจา้ อู่ ทา่ ช้าง พระหยดั
๒๒ วิหารขาว บางนำ้ เชย่ี ว พระจัน
๒๓ จำปาทอง โพธิป์ ระจกั ษ์ พระจ่ัน
๒๔ เสาธงหิน โพธ์ปิ ระจกั ษ์ พระแชม่
๒๕ พรหมเทพาวาส วหิ ารขาว พระพมุ่
โพธิป์ ระจักษ์ พระมี
โพธปิ์ ระจักษ์ พระมว่ ง
ชลอม พระวนิ ัยธรเห่ง

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๗๓

นามวดั ตำบล นามเจา้ อาวาส หมายเหตุ
พระม่วง อปุ ัชฌาย์
๒๖ โบด ชลอม พระเดด
พระดำ
๒๗ กลางธนรินทร์ แป้ง พระมี
พระจันมา
๒๘ จีนดา แปง้ พระใบฎกี าแก้ว
พระปน่ั
๒๙ ฉางปูน แปง้ พระรอด
พระคลา้ ย
๓๐ คู แปง้ พระเทด

๓๑ แจ้ง ศษี ะงวิ้

๓๒ ศรสี าคร ยา่ นไมร้ วก

๓๓ กลางพรหมนคร ย่านไมร้ วก

๓๔ พระปรางค์ บางประทุน

๓๕ อำพวัน ชลอม

๔. อำเภออนิ ทบรู ี
หมวดที่ ๑

นามวดั ตำบล นามเจา้ อาวาส หมายเหตุ
๑ เวฬุวัน สวนหลวง พระครูสิงหบุราจารย์ เจา้ คณะเมอื ง
๒ สนามไชย ประสุก พระครอู นิ ทมุนี อุปัชฌาย์
๓ โพธ์ิศรี บางกะปิ พระสมุหย์ ิ้ม
๔ พระนอน บางพะเนยี ง พระครูเมธธี รรมารมย์ รองเจ้าคณะเมอื ง
อปุ ชั ฌาย์
พระใย
๕ ระนาม โพธน์ิ างดำ พระคง
๖ มะปราง งว้ิ พระฮวด
๗ ราษฎรเ์ จริยญ โพธ์ินางดำ พระพรม
๘ ไผ่ล้อม โพธนิ์ างดำ พระโฉม
๙ ตะคลี ตะคลี พระมี
๑๐ สำโรงไชย สำโรงไชย พระตนั
๑๑ บางปนู น้ำร้าย พระอนิ
๑๒ ราษฎร์ศรทั ธาทำ น้ำรา้ ย

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๗๔

นามวดั ตำบล นามเจ้าอาวาส หมายเหตุ
๑๓ โฉมศรี น้ำรา้ ย พระเดด
๑๔ สำโรง สวนหลวง พระปลดั คลอ้ ย
๑๕ โกสิตปะสาด ประสุก พระผอ่ ง
๑๖ ดอนเตย ประสุก พระครุด
๑๗ โคกดอกไม้ ประสุก พระอม่ิ
๑๘ มัจฉาราม ประสุก พระสง
๑๙ เสือข้าม ม้า พระโพ
๒๐ ใหม่ ทบั ยา พระอม่ิ
๒๑ สิงห์ ทบั ยา พระรน่ื
๒๒ ยาง ทบั ยา พระเถอ่ื น
๒๓ ธรรมจกั ร์ ทับยา พระวัน
๒๔ ลังกา ทา่ งาม พระดศิ
๒๕ แขก ท่าขอ่ ย พระทอง
๒๖ แขก ท่าขอ่ ย พระสกุ
๒๗ ฉันนามาด นางงาม พระพลอย
๒๘ ม่วง มว่ ง พระสี
๒๙ ไร่ น้ำตาล พระสมุหแ์ ป้น
๓๐ ศรีจลุ า ศรีจลุ า พระดดั
๓๑ ทอง ทอง พระทุเรยี น
๓๒ ศรีสำราญ ศรสี ำราญ พระภู
๓๓ บางกระเชด บางกระเชด พระเนอื่ ง
๓๔ โพธ์ซิ ้าย โพธิ์ซา้ ย พระนาก
๓๕ นอ้ ย งิว้ ราย พระสรอ้ ย
๓๖ ไผข่ าดเหนอื ไผข่ าดเหนอื พระทอง
๓๗ ใต้ ใต้ พระรอด
๓๘ กลาง ทองเอน พระแก้ว
๓๙ ไผด่ ำ ไผด่ ำ พระมี
๔๐ สกั สกั พระสี

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๗๕

รัชกาลท่ี ๔ ประพาสพระนอนทเ่ี มืองจกั รศรี


เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชได้ ๙ พรรษา ในปีมะเสง็
จ.ศ. ๑๑๙๕ ตรงกับ พ.ศ. ๒๓๗๖ ได้เสด็จพระพาสหัวเมืองเหนือ แล้วทรงพระราช
นิพนธ์ระยะทางไว้เป็นภาษามคธ ชื่อว่า อุตฺตรทิสาคมนมคฺโค (ระยะทางเสด็จประพาส
เมืองเหนือ) มีความตอนหนึ่งที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้สั้น ๆ ว่าได้มานมัสการพระนอน
จักรสีห์ ตามความในวรรคที่ ๓๙ ของพระราชนิพนธ์ ซึ่งเป็นระยะทางระหว่างที่เสด็จ
พระราชดำเนนิ กลับ ดงั นี้
๓๙, ทุติยติถิยํ ขฺวาหํ พุทฺราสงฺขาตพทฺธนคามกนทิยา มุเข นิปชฺชิตฺวา
รตฺติยํ เถเรน ทินฺโนกาโส หุตฺวา ปาโตว ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา เถรํ อาปุจฺฉิตฺวา จกฺก
สิรินคเร นิปนฺนปฏิมารูปญฺจ บางขามคาเม ลยารามวิหาเร เมตฺเตยฺยรูปญฺจ
ปสสฺ ติ ํุ อคมาสึ
แปล : ๓๙, ขึ้น ๒ ค่ำ เราพักแรมที่ปากน้ำบ้านตราสัง กล่าวคือบางพทุ รา ใน
เวลากลางคืนพระเถระท่านให้โอกาส รุ่งขึ้นฉันอาหารแต่เช้าแล้วจึงอำลาพระเถระ ไปดู
พระนอนท่เี มอื งจักรศรี และพระเมตไตรยที่วิหารวดั ลัยบา้ นบางขาม

*ที่มา ประชุมพระราชนิพนธ์ภาษาบาลี ในรัชกาลที่ ๔ ภาค ๒ คณะธรรมยุต พิมพ์โดย
เสด็จพระราชกศุ ล ในงานพระเมรพุ ระศพ สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก (จวน อุฏฺ ายี)
ณ พระเมรุวัดเทพศริ ินทราวาส วนั ที่ ๑๗ มถิ ุนายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๕

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๗๖

ประวตั ิ
พระอุปชั ฌาย์ธรรม
อดีตเจา้ อาวาสวดั ศรัทธาภิรม รูปที่ ๑

เรยี บเรยี งโดย พระมหาณฐั พงศ์ กิตฺตนิ าโค ป.ธ.๗

พระอปุ ชั ฌายธ์ รรม ทา่ นถอื กำเนิดเมอ่ื ใด โยมบดิ า โยมมารดานามใด สืบความ
ไม่ได้เลย พระเดชพระคุณ พระราชวชิราภิรม (สนุ่น อธิปุญฺโ ) เมตตาเล่าว่า หลวงพ่อ
พระอุปัชฌาย์ธรรม เป็นชาวจังหวัดจันทบุรี เดินธุดงค์มาที่พระพุทธบาท (วัดพระพุทธ
บาทราชวรมหาวหิ าร) จงั หวัดสระบรุ ี

ในระยะเวลานั้น วัดใหม่ศรัทธาราษฎร์ (วัดศรัทธาภิรม ในปัจจุบัน) ไม่มี
เจ้าอาวาส โยมเภา ซง่ึ เป็นทายกเกา่ แก่ของวัดในสมยั น้ัน รู้ขา่ วว่า ท่พี ระพุทธบาท มพี ระ
ธุดงค์มาปักกลดอยู่หลายรูป จึงพาคณะอุบาสกของวัดไป เพื่อขอนิมนต์พระภิกษุรูปใด
รูปหนึ่งมาเป็นเจ้าอาวาส บรรดาพระภิกษุซึ่งปักกลดอยู่รวมกันหลาย ๆ รูปนั้น หลวงปู่
ธรรม ปักกลดห่างออกไปจากหมู่คณะ โยมเภาจึงเห็นว่า ควรจะนิมนต์ท่าน จึงเข้าไป
กราบ แล้วเรียนบอกถึงความประสงค์ที่มา หลวงปู่ธรรม ได้ฟังคำอาราธนานั้นแล้ว

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๗๗

หลับตานิ่งสงบอยู่ครู่หนึ่งแล้ว ลืมตาบอกกับคณะโยมเภาว่า “ขอกลับไปบอกโยมที่
จันทบรุ ีก่อน ถ้าเขาใหม้ า ฉนั ก็จะมา”

เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง หลวงปู่ธรรม ก็มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดใหม่
ศรทั ธาราษฎร์ ตามประสงคข์ องญาติโยม เป็นศูนยร์ วมความเคารพศรัทธาของญาติโยม
ชาววัดใหม่ศรัทธาราษฎร์ จนถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคชรา เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ
เดือน ๖ ปีมะเเม รัตนโกสินทรศก ๑๓๘ ตรงกับวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช
๒๔๖๒ สริ ิอายไุ ด้ ๘๔ ปี พรรษา ๖๒



ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๗๘

ประวัติ
พระครปู ญั ญาธคิ ุณ (เจิม ติ ปิ ญโฺ )
อดีตเจ้าอาวาสวดั ศรทั ธาภริ ม รปู ท่ี ๖

เรียบเรียงโดย พระมหาณฐั พงศ์ กติ ฺตนิ าโค ป.ธ.๗

▪ ชาตภิ มู ิ ▪
พระครปู ญั ญาธิคุณ มีนามเดมิ ว่า เจมิ นามสกุล สมบุญ ถอื กำเนดิ เมื่อวันที่ ๒๓
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๓ ตรงกับวนั พุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปวี อก ทบ่ี ้านเกาะ หมู่ที่ ๒
ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จงั หวัดสงิ ห์บรุ ี โยมบดิ าชอื่ เพิ่ม โยมมารดาชอ่ื เทียม สมบญุ
โยมบดิ าและโยมมารดา มอี าชพี ทำนา มีบุตรและธดิ า รวม ๔ คน คอื

๑. นางเม้ียน สนยงิ่
๒. นางแมน้ น้อยศรี
๓. นางป่ิน สุวรรณศิลป์
๔. พระครปู ัญญาธิคุณ (เจิม)

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสิงห์ | ๗๙

▪ การศึกษา ▪
เมื่ออายุเข้าเกณฑ์การศึกษา ได้เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนวัดใหม่ศรัทธา
ราษฎร์ (วัดศรัทธาภิรม ในปัจจุบัน) จนจบชั้นประถมปีที่ ๔ ต่อจากนั้นได้อยู่ช่วยโยม
บิดา โยมมารดาประกอบอาชพี

▪ บรรพชา ▪
เม่ืออายุได้ ๑๘ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ท่ีวัดใหม่ศรัทธาราษฎร์
(วัดศรัทธาภิรม ในปัจจุบัน) เป็นเวลา ๒ ปี และได้ลาสิกขาไปช่วยโยมบิดา โยมมารดา
ประกอบอาชีพตามเดิม เมือ่ อายุได้ ๑๙ ปี จงึ ไดก้ ลับมาบรรพชาเปน็ สามเณรอีกคร้งั

▪ อุปสมบท ▪
อายุ ๒๓ ปี ไดอ้ ปุ สมบทเป็นพระภิกษุ ณ วดั ศรัทธาภริ ม เมือ่ วนั ที่ ๒๖ มีนาคม
พ.ศ. ๒๔๘๔ โดยมี พระครูพรหมจริยคุณ (ดี ธมฺมปญฺโ ) วัดแจ้งพรหมนคร เป็นพระ
อุปัชฌาย์ พระอธิการเมี้ยน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระลำดวน (อดีตเจ้าอาวาสวัด
ศรทั ธาภริ ม รปู ที่ ๕) เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ ไดร้ ับฉายาว่า " ิตปิ ญฺโ "

▪ ตำแหน่งหนา้ ทที่ างคณะสงฆ์ ▪

พ.ศ. ๒๔๘๗ เปน็ เจา้ อาวาสวัดศรัทธาภิรม

▪ ลำดับสมณศกั ดิ์ ▪

๒๒ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ เปน็ พระใบฎีกาเจมิ ิติปญฺโ

๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็น พระปลดั เจิม ติ ิปญฺโ

พ.ศ. ๒๔๙๙ เปน็ พระครชู ัน้ ประทวน

๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัด

ราษฎร์ ชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครู

ปญั ญาธิคุณ

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มืองสงิ ห์ | ๘๐

▪ อาพาธและมรณภาพ ▪
ครั้นอายุย่างเข้าปัจฉิมวัย สังขารร่างกายเริ่มทรุดโทรม จนกระทั่งวันจันทร์ ที่
๒๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙ (ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะโรง) ได้เข้า
รับการรักษาอาการอาพาธ ณ โรงพยาบาลสิงห์บุรี แพทย์ได้ทำการตรวจวินิจฉัย และ
พบว่าเป็นโรคเก่ียวกับลำไส้ จึงได้ถวายการผ่าตัด และพักรักษาอาการอยูท่ ีโ่ รงพยาบาล
สิงห์บุรี ระยะหนึ่ง เมื่อพบว่าท่านมีอาการไม่ดีขึ้น จึงได้ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริ
ราช แพทย์ไดถ้ วายการผา่ ตดั ซ้ำอกี จนเปน็ ทส่ี ิ้นสดุ ความสามารถของแพทยแ์ ละพยาบาล
แล้ว ก็ไม่อาจยื้อชีวิตหลวงพ่อไวไ้ ด้ หลวงพ่อพระครูปัญญาธิคุณ (เจิม) ถึงแก่มรณภาพ
ด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๑๙
กันยายน พุทธศกั ราช ๒๕๑๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. สริ ิอายุได้ ๕๗ ปี พรรษาที่ ๓๖



*ที่มา : หนังสือ ตำนานพระพุทธศาสนา-ญี่ปุ่นพัฒนา คณะกรรมการจัดงานพิมพ์เป็น
อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูปัญญาธิคุณ (เจิม ิติปญฺโ ) ณ เมรุวัดศรัทธาภิรม
อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี วันที่ ๒๕-๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ โดยได้รับความอนุเคราะห์
จาก คณุ สมศกั ดิ์ กรอบมุข

ปกิณกะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๘๑

ประวตั ิ
พระครูวสิ ฐิ วฒุ กิ ร (วิชติ ิตชิโต)
อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวดั หวั ลำโพง กรุงเทพมหานคร

องคอ์ ปุ ถัมภ์วดั ศรัทธาภิรม

เรียบเรียงโดย พระครปู รยิ ตั วิ ัฒนกจิ (สมาน าณวฑฒฺ โน ป.ธ.๓)

▪ ชาตภิ ูมิ ▪
พระครูวิสิฐวุฒิกร มีนามเดิมว่า วิชิต นามสกุล ทุติ ถือกำเนิดเม่ือวันท่ี ๒
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ตรงกับวันพุธ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน ที่บ้านม่วงหมู่ หมู่ที่
๒ ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โยมบิดาชื่อ ฉ่ำ โยมมารดาชื่อ จาม มีพ่ี
น้องทงั้ หมด ๘ คน ดงั นี้

๑. นางจดั เฟอื่ งจนั ทร์
๒. นางเจยี น ยทุ ธพนั ธ์
๓. พระครูวิสฐิ วฒุ กิ ร
๔. นายชอบ ทุติ
๕. นายชด ทุติ
๖. นายช้วั ทตุ ิ

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมืองสิงห์ | ๘๒

๗. นางสมจิตร สปุ รดี า
๘. นางประจวบ จันทร์หอม

▪ บรรพชาเปน็ สามเณร ▪
เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕ ตรงกับวันพุธ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๗ ปี
มะเมีย ณ วัดสังฆราชาวาส ตำบลบางมัญ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี พระราช
สิงหวรมุนี (ทรัพย์ ิตปญฺโ ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ ที่ พระครูเกศีวิกรม เป็นพระ
อปุ ัชฌาย์

▪ อุปสมบทเปน็ พระภกิ ษุ ▪
เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๘ ปี
มะเเม ณ วดั หวั ลำโพง แขวงสพ่ี ระยา เขตบางรัก กรงุ เทพมหานคร โดยมี
พระพิมลธรรม (ช้อย านทตฺโต) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อครั้งดำรง
สมณศักดิ์ ท่ี พระธรรมไตรโลกาจารย์ เป็นพระอปุ ัชฌาย์
พระเทพเมธี (ปลื้ม อุตฺตโร) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อครั้งดำรงสมณ
ศกั ดิ์ ที่ พระนิกรมมนุ ี เป็น พระกรรมวาจาจารย์
พระราชวิสุทธิโมลี (ขาว ปุสฺสนาโค) วัดหัวลำโพง เมื่อครั้งดำรงสมณศักด์ิ
ท่ี พระครูปุสสนาคสริ วิ ฒั น์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

▪ วทิ ยฐานะ ▪
พ.ศ. ๒๔๘๐ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔ โรงเรียนวัดกลางพรหมนคร
ตำบลยา่ นไม้รวก (ตำบลต้นโพธ)ิ์ อำเภอเมือง จงั หวดั สงิ ห์บุรี
พ.ศ. ๒๔๘๖ สอบไล่ได้นักธรรมชั้น ตรี สำนักเรียนวัดมหาธาตุ เขตพระนคร
กรงุ เทพมหานคร

▪ ตำแหน่งหน้าทีท่ างคณะสงฆ์ ▪

พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็น ผู้ชว่ ยเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง

๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔ เปน็ ผู้รักษาการแทนเจา้ อาวาสวดั หัวลำโพง

ถงึ ๒๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๓๕

ปกณิ กะคณะสงฆ์เมอื งสิงห์ | ๘๓

พ.ศ. ๒๔๘๖ ▪ งานสาธารณปู การ ▪
พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็น ประธานจดั หาทนุ สร้างศาลาการเปรยี ญ วดั ศรัทธาภิรม
พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็น ประธานจัดหาทุนสร้างโรงเรียนประถมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๐๘ วดั ศรทั ธาภิรม
พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็น ประธานจัดหาทุนสร้างสถานีอนามัย ชั้นท่ี ๒ ประจำ
พ.ศ. ๒๕๒๗ ตำบลมว่ งหมู่ อำเภอเมอื ง จงั หวัดสิงหบ์ รุ ี
พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็น ประธานจดั หาทนุ พัฒนาไฟฟา้ และถนนเขา้ สหู่ มบู่ ้าน
ม่วงหมู่ และวัดศรทั ธาภิรม
พ.ศ. ๒๔๙๖ เปน็ ประธานจัดหาทุนสรา้ งฌาปนสถาน (เมร)ุ
พ.ศ. ๒๕๑๐ วดั ศรัทธาภริ ม
พ.ศ. ๒๕๒๕ สร้าง "กุฏิพระครูสมุห์วิชิต ิตชิโต" เป็นอาคารทรงไทย ๒
พ.ศ. ๒๕๒๙ ชนั้ ถวายวดั ศรทั ธาภิรม
พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็น ประธานสรา้ งกุฏวิ ิชติ ประชาสรรค์ เปน็ อาคารทรงไทย ๓
มุข ๒ ช้นั ถวายวัดหัวลำโพง

▪ ลำดับสมณศกั ด์ิ ▪
เป็น พระสมุห์วิชิต ิตชิโต ฐานานุกรมใน พระปุสสนาคมุนี
(ขาว ปสุ สฺ นาโค) วัดหวั ลำโพง กรุงเทพฯ
เป็น พระครูสมุห์วิชิต ิตชิโต ฐานานุกรมใน พระราชวิสุทธิ
โมลี (ขาว ปุสสฺ นาโค) วดั หวั ลำโพง กรงุ เทพฯ
เปน็ พระครูสงั ฆรักษ์วชิ ติ ิตชิโต ฐานานกุ รมใน พระราชรัตน
โมลี (ธํารง เกสโร) วดั แกว้ เเจ่มฟ้า กรงุ เทพฯ
เปน็ พระครปู ลัดวชิ ิต ิตชโิ ต ฐานานกุ รมใน พระราชรัตนโมลี
(ธาํ รง เกสโร) วดั แก้วเเจ่มฟา้ กรุงเทพฯ
เป็น พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ในราช
ทนิ นามท่ี พระครวู สิ ิฐวุฒกิ ร

ปกิณกะคณะสงฆ์เมอื งสงิ ห์ | ๘๔

▪ มรณภาพ ▪
ปกติพระครูวิสิฐวุฒิกร เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยช่วงก่อนที่จะ
มรณภาพ ๓-๔ ปี ท่านมีอาการปวดกระดูกสะโพก เป็นเหตุให้เดินเหินไม่ค่อยสะดวก
ผู้อยู่รับใช้ใกล้ชิดท่านเท่านั้นทีจ่ ะรู้ เพราะท่านมักไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้ใครเห็นในปี
พ.ศ. ๒๕๓๕ ท่านได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเปลี่ยนกระดูก
สะโพก ตามที่แพทย์วินิจฉัยวา่ "กระดูกข้อต่อบริเวณสะโพกผุกร่อน" ต้องเสริมเหล็กเข้า
ไปแทนที่ ท่านเข้ารับการรักษาอยู่ ๑๕ วัน เพื่อตรวจร่างกายและรออุปกรณ์ที่
โรงพยาบาลส่ังจากต่างประเทศ เม่ือทา่ นเห็นว่าอาการเรมิ่ ทเุ ลาแลว้ จึงขออนญุ าตแพทย์
กลับมาพักผ่อนที่วัด จนอาการดีขึ้นแล้ว ท่านจึงไม่ไปผ่ากระดูกเพื่อเสริมเหล็กดังกล่าว
และเมื่อมีอาการปวดเกิดขึ้น ท่านก็อดทนเอาบ้าง ใช้ยาแก้ปวดต่าง ๆ บ้าง นวดแผน
โบราณบ้าง จนกระทัง่ เมื่อวันจันทร์ ที่ ๒๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.เศษ
หลังจากฉันเพลแล้ว ท่านได้นั่งรถตู้ โดยมีนายบวรศักดิ์ เป็นผู้ขับ เพื่อไปรับนายสมนึก
น้อยวัฒนกุล (หลานชาย) ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลรามาธิบดี และแพทย์อนุญาตให้
กลับไปพักฟื้นที่บ้าน จ.นครราชสีมา เมื่อรถแล่นออกจากวัดไปติดไฟแดงหน้าวัดหัว
ลำโพง ท่านก็เอนไปพิงกับพนักเบาะนั่ง นายบวรศักดิ์ จึงถามว่า "หลวงลุง ง่วงหรือ?"
แต่ท่านไม่ตอบ นายบวรศักดิ์สังเกตเห็นว่าท่านหายใจกระตุก และสะอึก จึงลงไปดูท่าน
เเล้วเอายาดม ยาหม่องนวดให้ แต่ท่านก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว จึงลงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่ี
ประจำอยู่ที่ป้อมแยกไฟแดง ให้ช่วยขับรถนำท่านไปส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อไป
ถึงโรงพยาบาล คณะแพทย์ได้นำตัวท่านเข้าห้องฉุกเฉิน ทำการพยาบาลด้วยการป๊ัม
หัวใจ และให้ออกซิเจน แต่หัวใจท่านไม่มีอาการตอบสนอง คณะแพทย์ลงความเห็นว่า
"พระครูวิสิฐวุฒิกร ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลนั " สิริอายุได้ ๗๑ ปี
๔ เดือน ๒๗ วัน ดำรงอยู่ในสมณเพศ ๕๐ พรรษา



ปกณิ กะคณะสงฆ์เมืองสงิ ห์ | ๘๕

หนงั สือ ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสงิ ห์
บรรณานุสรณ์ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบั ตร ต้ังสมณศักด์ิ
พระครูสัทธาโสภิต (สนุ่น อธิปุญฺโ ) วัดศรัทธาภิรม จังหวัดสิงห์บุรี
เป็น พระราชาคณะช้ันราช ที่ พระราชวชิราภิรม อุดมธรรมวิจิตร
มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

ทปี่ รึกษา พระเทพปรยิ ตั สิ ุธี (ยงยุทธ ยุตฺตธมโฺ ม ป.ธ.๙) เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
พระราชกติ ตมิ งคล ว.ิ (กิตติชัย อภชิ โย ป.ธ.๕) ผูช้ ่วยเจา้ อาวาสวัดโสมนัสวิหาร
พระราชวชริ าภิรม (สน่นุ อธิปุญฺโ ) เจ้าอาวาสวัดศรัทธาภริ ม
พระครปู ลัดมาโนช ปิยธมฺโม รองเจา้ อาวาสวัดศรัทธาภิรม

บรรณาธกิ าร/ นายอิสรา วนั ดี
เรียบเรยี ง

คณะทำงาน พระมหาณัฐพงศ์ กิตตฺ ินาโค ป.ธ.๗
พระณฐั กฤตา อสิ สฺ รญาโณ ประโยค ๑-๒
นายสมศกั ดิ์ กรอบมุข
นายนฐั วุฒิ สไลรักษ์
นายเชฏฐา ศักดเ์ิ จรญิ

พมิ พ์ครั้งที่ ๑
จำนวน ๑๐๐ เล่ม

ปกิณกะคณะสงฆเ์ มอื งสงิ ห์ | ๘๖


Click to View FlipBook Version