The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Ebook-Abstract Book_Hatyai Primary Care Conference 2024

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sudarat khunchit, 2024-05-31 01:10:18

Ebook-Abstract Book_Hatyai Primary Care Conference 2024

Ebook-Abstract Book_Hatyai Primary Care Conference 2024

คำนำ ยินดีต้อนรับสู่หนังสือคู่มือบทคัดย่อของการจัดประชุมวิชาการประจำปี Hatyai Primary Care Conference 2024 ภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยศูนย์พัฒนาวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมสุขภาพปฐมภูมิ ภาคใต้ (PCARIC) ร่วมกับมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด(SAAF) และศูนย์ วิชาการเวชศาสตร์ครอบครัว ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว(FMAC) หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวม องค์ความรู้เกี่ยวกับความคืบหน้าและความรู้ใหม่ล่าสุดในด้านการดูแลสุขภาพปฐมภูมิภายใต้แนวคิด “ อนาคต สุขภาพไทย : ความท้าทายด้านสุขภาพระดับโลกสู่ทางออกของบริการปฐมภูมิในพื้นที่ Health Horizon: Bridging Global Health with Local Solutions in Primary Care " ในวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ความท้าทายที่เผชิญหน้ากับชุมชน สุขภาพทั่วโลกมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น การระบุวิธีการนวัตกรรมและความรู้ที่ประยุกต์ใช้ได้ จริงในระดับท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญที่มากยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการให้บริการดูแลสุขภาพปฐมภูมิเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ การประชุม Hatyai Primary Care Conference 2024 เป็นเวทีนำเสนอที่มีการรวมตัวของ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ นักวิจัย นักบริหารนโยบาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน เพื่อให้มีการสนทนา และแลกเปลี่ยนความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ มีมุมมองที่สร้างสรรค์และเป็นการเชื่อมโยงระหว่างมุมมองด้านสุขภาพ ระดับโลกและความเป็นจริงในท้องถิ่น สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ในคู่มือบทคัดย่อ ท่านจะได้พบกับข้อมูลที่หลากหลาย ได้แก่ บทสรุปการนำเสนอในเวทีวิชาการ ผลการวิจัยและนวัตกรรมการดูแลผู้ป่วย ซึ่งนำเสนอโดยวิทยากรและผู้เข้าร่วมการประชุม สะท้อนถึงความ พยายามและความอุตสาหะของบุคคลากรปฐมภูมิที่มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าของการดูแลสุขภาพผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชน ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดการประชุมวิชาการประจำปีครั้งนี้ และขอขอบคุณเป็นอย่างสูง สำหรับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการเผยแพร่และแบ่งปันความรู้ในหนังสือคู่มือฉบับนี้ พญ.หทัยทิพย์ ธรรมวิริยะกุล ประธานกรรมการดำเนินการจัดประชุมวิชาการ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่ 6 มิถุนายน 2567


2 สารบัญ กำหนดการงานประชุมวิชาการฯ วันที่ 6 มิถุนายน 2567 3 กำหนดการงานประชุมวิชาการฯ วันที่ 7 มิถุนายน 2567 5 หัวข้อวิชาการ วันที่ 6 มิถุนายน 2567 - "Innovative Approaches in Primary Care: Global Perspectives 8 and Local Solutions" - "Empowering Primary Care: The Bedrock of Resilient Health Systems" 11 - การดำเนินงานคลินิกเบาหวานระยะสงบ “บทเรียนจ.สุราษฏร์ธานี” 13 - Smooth Transitions: Enhancing Palliative Care Continuity from Hospital 14 to Home and Community - Parenting in Digital World 15 - การขับเคลื่อนระบบการจัดการโรคเรื้อรังระดับอำเภอ: จากแนวคิดสู่ 17 การเปลี่ยนแปลงบริการส่งเสริมป้องกันโรคเรื้อรังในระดับปฐมภูมิ - ประชุมเชิงปฏิบัติการ : Syringe driver and Palliative devices 18 - Quality Improvement in Primary Care and Research competition 19 หัวข้อวิชาการ วันที่ 7 มิถุนายน 2567 - Kratom: Understanding the Facts and Implications 21 - Asthma Management in Primary Care: Guidelines and Best Practices 22 - Digital Health Revolution: AI Integration in Primary Care for Global 23 Challenges - Unveiling the Health Impacts of Global Warming: Evidence and Insights 24 - Constipation Management in Primary Care: A Comprehensive Approach 26 and Case-Based Strategies - From Cells to Communities : A Holistic Approach to Global Prison 27 Health and Primary Care Solutions - Cancer Prevention Strategies: Empowering Health Through Awareness 28 and Action - Addressing Geriatric Syndromes in Primary Care: Strategies for 29 Comprehensive Management - The Hatyai Model: A Paradigm for Wellness Centers 30 - Essential Adult Vaccines: Protecting Health Across the Lifespan 31 - Enhancing Care with Comprehensive Geriatric Assessment: 32 A Multidisciplinary Approach


2 สารบัญ (ต่อ) ภาคผนวก รายชื่อผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ Oral Presentation 33 Poster Presentation 40 โครงการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว สถาบันฝึกอบรมโรงพยาบาลหาดใหญ่ บันทึกภาคสนามเครื่องมือสะท้อนคิดการเรียนรู้ชุมชน (Reflective thinking) 48 ในรายวิชา System based and community practiceแพทย์ประจำบ้าน สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลหาดใหญ่ ปีการศึกษา 2566 ทำเนียบแพทย์ประจำบ้าน ปีการศึกษา 2566 82 บันทึก 85


3 ประชุมวิชาการเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการปฐมภูมิ Hatyai Primary Care Conference 2024 อนาคตสุขภาพไทย : ความท้าทายด้านสุขภาพระดับโลกสู่ทางออกของบริการปฐมภูมิในพื้นที่ Health Horizon: Bridging Global Health with Local Solutions in Primary Care ระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2567 โรงแรมลากูน่า แกรนด์ สงขลา จังหวัดสงขลา วันที่ 6 มิถุนายน 2567 เวลา กิจกรรม 08.00–08.30 น. ลงทะเบียน 08.30-09.00 น. พิธีเปิด (Laguna Queen A) MC : พญ.เพ็ชร - นพ.วศิน 09.00-10.30 น. เสวนา : "Innovative Approaches in Primary Care: Global Perspectives and Local Solutions" วิทยากร : นพ.อภิสรรค์ บุญประดับ ผู้อำนวยการกองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข พญ.สุพัตรา ศรีวณิชชากร ประธานราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว แห่งประเทศไทย นายชาคริต โภชะเรือง เลขานุการคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน(กขป.)เขต12และผู้จัดการมูลนิธิ ชุมชนสงขลา พญ.จัสมี โนะ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลระแงะ พญ.หทัยทิพย์ ธรรมวิริยะกุล ผู้ดำเนินการสานเสวนา MC : พญ.พณัชกร - นพ.วศิน 10.30-11.00 น. รับประทานอาหารว่าง 11.00-12.00 น. บรรยาย : "Empowering Primary Care: The Bedrock of Resilient Health Systems" วิทยากร : พญ.อรวรรณ ตะเวทิพงศ์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขาย้อย รองผู้อำนวยการกองปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข MC : พญ.พณัชกร – พญ.เพ็ชร 12.00-13.15 น. รับประทานอาหารกลางวัน (Laguna Queen A) 13.15-14.45 น. Laguna Queen A Azure CRIMSON MC : พญ.พรชิตา - ภญ.ศรินทิพย์ MC : พญ.พณัชกร – พญ.เพ็ชร MC : น.ส.กมลชนก - น.ส.ปิยธิดา บรรยาย : การดำเนินงานคลินิก เบาหวานระยะสงบ “บทเรียนจ.สุราษฏร์ธานี” วิทยากร : นพ.เอกพล พิศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล บ้านตาขุน พญ.ชนัดดา สมคง นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ พว.ชาลิณี บุญช่วยรอด พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลบ้านนาเดิม บรรยาย : Smooth Transitions: Enhancing Palliative Care Continuity from Hospital to Home and Community วิทยากร : นพ.คณิน ล่องเซ่ง นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ อภิปราย : Parenting in Digital World วิทยากร : พญ.ธัญลักษณ์ วั่นเลี่ยง หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวชและยาเสพ ติด โรงพยาบาลหาดใหญ่ พญ.หทัยทิพย์ ธรรมวิริยะกุล หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่


4 เวลา กิจกรรม 14.45-15.00 น รับประทานอาหารว่าง 15.00-16.30 น. Laguna Queen A Azure CRIMSON MC : พญ.พรชิตา - ภญ.ศรินทิพย์ MC : พญ.พณัชกร – พญ.เพ็ชร MC : น.ส.กมลชนก - น.ส.ปิยธิดา บรรยาย : การขับเคลื่อนระบบ การจัดการโรคเรื้อรังระดับ อำเภอ: จากแนวคิดสู่การ เปลี่ยนแปลงบริการส่งเสริม ป้องกันโรคเรื้อรังในระดับปฐม ภูมิ NCD prevention service in primary care วิทยากร : นพ.เอกพล พิศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล บ้านตาขุน พว.ชาลิณี บุญช่วยรอด พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลบ้านนาเดิม น.ส.หทัยชนก เดชะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาพัง ประชุมเชิงปฎิบัติการ. : Syringe driver and Palliative devices วิทยากร : พญ.นวลจันทร์ หวังศุภดิลก นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ นพ.คณิน ล่องเซ่ง นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ พว.ภาเอื้ออันน์ สิรินทรโสภณ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ พว.สุดใจ เรืองสุข พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ อภิปราย : Quality Improvement in Primary Care and Research competition วิทยากร : ผศ.นพ.ดร.อภินันท์ อร่ามรัตน์ ประธานมูลนิธิศูนย์วิชาการสาร เสพติดและหัวหน้าโครงการ ศูนย์วิชาการเวชศาสตร์ ครอบครัว ผศ.นพ.กฤษณะ สุวรรณภูมิ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.นพ.ศรวัส แสงแก้ว นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ พญ.จัสมี โนะ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลระแงะ


5 วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา กิจกรรม 08.30-09.30 น. บรรยาย : Kratom: Understanding the Facts and Implications วิทยากร : ภก.อดิศักดิ์ เมฆตรง เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ MC : พญ.พณัชกร – พญ.สุภาวรรณ 09.45-10.45 น. Laguna Queen A Azure CRIMSON MC : พญ.พรชิตา – พญ.อัญชนา MC : พญ.พณัชกร – พญ.เพ็ชร MC : น.ส.กมลชนก - น.ส.ปิยธิดา บรรยาย : Asthma Management in Primary Care: Guidelines and Best Practices วิทยากร : รศ.นพ.ณรงค์วิทย์ นาขวัญ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลหาดใหญ่ เสวนา : Digital Health Revolution: AI Integration in Primary Care for Global Challenges วิทยากร : นพ.วศิน คัมภีระ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลหาดใหญ่ นพ.ทวิรัศม์ จุ่งรุ่งเรือง นายแพทย์ปฎิบัติการ สาขาชีวเวชศาสตร์และ วิศกรรมศาสตร์ชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผศ.ดร.กฤต จารุพานิช ชีวเวชศาสตร์และ วิศกรรมศาสตร์ชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เสวนา : Unveiling the Health Impacts of Global Warming: Evidence and Insights วิทยากร : ผศ.ดร.นพ.ธรรมสินธ์ อิงวิยะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล และนวัตกรรมดิจิตอล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พญ.หทัยทิพย์ ธรรมวิริยะกุล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลหาดใหญ่ 10.45-11.00 น. รับประทานอาหารว่าง 11.00-12.00 น. Laguna Queen A Azure CRIMSON MC : พญ.พรชิตา – พญ.อัญชนา MC : พญ.พณัชกร – พญ.เพ็ชร MC : น.ส.กมลชนก - น.ส.ปิยธิดา อภิปราย : Constipation Management in Primary Care: A Comprehensive Approach and Case-Based Strategies วิทยากร : ผศ.พญ.กีรติ อัครปฏิมา นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลหาดใหญ่ นพ.ทรงเกียรติ กาญจนแก้ว นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ เสวนา : From Cells to Communities : A Holistic Approach to Global Prison Health and Primary Care Solutions วิทยากร : นพ.ไกรสร โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการกองวัณโรค นพ.โภคิน ศักรินทร์กุล นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) โรงพยาบาลลำพูน บรรยาย : Cancer Prevention Strategies: Empowering Health Through Awareness and Action วิทยากร : ดร.พญ. ภูเงิน คงทอง ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลหาดใหญ่-นาหม่อม


6 เวลา กิจกรรม 12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (Laguna Queen A) 13.00-14.00 น. Laguna Queen A Azure CRIMSON MC : พญ.พรชิตา – พญ.อัญชนา MC : พญ.พณัชกร – พญ.เพ็ชร MC : น.ส.กมลชนก - น.ส.ปิยธิดา อภิปราย : Addressing Geriatric Syndromes in Primary Care: Strategies for Comprehensive Management วิทยากร : ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์ ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อภิปราย : The Hatyai Model: A Paradigm for Wellness Centers วิทยากร : พญ.นิศจรา กุณาฑลต์ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ พว.อมรรัตน์ ลิ่มเฮง หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล ชุมชน นายจุฑานันท์ พรหมอินทร์ นักกายภาพบำบัดปฏิบัติการ นางมณีวรรณ ทองอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ นางสาวชญานภัส จิตตรัตน์ นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ บรรยาย : Essential Adult Vaccines: Protecting Health Across the Lifespan วิทยากร : นพ.นพพร ส่งอำไพ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ ดร.นพ ศรวัส แสงแก้ว นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลหาดใหญ่ 14.00-14.30 น. รับประทานอาหารว่าง 14.30-15.30 น. อภิปราย: Enhancing Care with Comprehensive Geriatric Assessment: A Multidisciplinary Approach วิทยากร : ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล MC : พญ.สุภาวรรณ- นพ.วศิน 15.30-16.00 น. มอบรางวัล Oral and Poster presentation และพิธีปิด (Laguna Queen A) MC : พญ.สุภาวรรณ - นพ.วศิน


7 หัวข้อวิชาการ วันที่ 6 มิถุนายน 2567


8 Title : "Innovative Approaches in Primary Care: Global Perspectives and Local Solutions" Speaker : นพ.อภิสรรค์บุญประดับ, พญ.สุพัตรา ศรีวณิชชากร, นายชาคริต โภชะเรือง พญ.จัสมีโนะ Moderator : พญ.หทัยทิพย์ธรรมวิริยะกุล Date 6 thJune 2024 Time : 09.00 a.m. to 10.30 a.m. Room : Laguna Queen A Conference Format : 1. Introduction (5 minutes): Welcome and introduce our esteemed panelists: 1. Panelist 1: Dr. Apisan Boonpradap, Primary Care System Support Division. 2. Panelist 2: Dr. Supatra Sreevanitchakorn, RCFPT. 3. Panelist 3: Mr. Chakrit Photracharoen, Community Sector Representative. 4. Panelist 4: Dr. Jasmi Noh, Young Family Physician. 2. Round 1: Global Perspective (32 minutes): Each panelist will have 6-8 minutes to share their perspectives on innovative primary care practices globally. 1. Dr. Apisan Boonpradap will provide an overview of innovative health service delivery methods and policies. 2. Dr. Supatra Sreevanitchakorn will discuss the role of family physicians in developing primary healthcare and the importance of training. 3. Mr. Chakrit Photracharoen will offer insights from the community sector, focusing on the accessibility and sustainability of primary care systems. 4. Dr. Jasmi Noh will share the perspective of young family physicians on integrating new methods into primary care practices. 3. Round 2: Local Perspective (32 minutes): Panelists will continue with 6-8 minutes each, highlighting innovative practices and challenges in Thailand's primary care system. 1. Dr. Apisan Boonpradap will discuss strengths, opportunities, and challenges in Thailand's primary care system, along with successful policy examples. 2. Dr. Supatra Sreevanitchakorn will elaborate on training innovations to ensure equal and sustainable access to primary care. 3. Mr. Chakrit Photracharoen will share local success stories of communitydriven primary healthcare initiatives.


9 4. Dr. Jasmi Noh will highlight innovative primary care services tailored to local needs and challenges. 4. Q&A (5 minutes): Attendees will have the opportunity to ask questions and engage with the panelists. 5. Round 3: Closing Remarks (16 minutes): Each panelist will have 2-4 minutes to provide closing remarks, summarizing key points and insights from the discussion. Target Audience: Family Physicians, Nurses, Pharmacists, Physiotherapists, Public Health Professionals, General Practitioners and Interested Individuals Background : Primary care is the cornerstone of healthcare systems worldwide, providing essential services and promoting health equity. In a continuously evolving healthcare environment, innovative approaches are crucial for addressing emerging challenges and meeting the diverse needs of communities. This session will explore innovative strategies in primary care, drawing from global perspectives while emphasizing the importance of tailored local solutions. Objectives : By the end of this session, participants will gain 1. Global Insights: Present diverse primary care innovations worldwide. 2. Local Solutions: Adapt global innovations to local needs, emphasizing community-centered care. 3. Interdisciplinary Collaboration: Showcase successful teamwork among healthcare providers, policymakers, and communities. 4. Technology Integration: Explore technology's role, including telemedicine and data-driven approaches, in improving primary care. 5. Patient-Centered Care: Emphasize patient involvement, empowerment, and culturally sensitive approaches in innovative primary care models. Expected Outcomes : The session offers a deep insight into innovative primary care practices globally and locally, emphasizing interdisciplinary collaboration, technology's role, patient-centered approaches, and practical strategies for implementation in diverse healthcare settings.


10 Target Audience : Family Physicians, Nurses, Pharmacists, Physiotherapists, Public Health Professionals, General Practitioners and Interested Individuals


11 Title : " Empowering Primary Care: The Bedrock of Resilient Health Systems " Speaker : Dr.Orawan Tawaytibhongs Date 6 thJune 2024 Time : 11.00 a.m. to 12.00 a.m. Room : Laguna Queen A Conference Format : Lecture Background : Health system resilience is the ability of health systems to handle and recover from various challenges while continuing to provide essential services. In Thailand, the resilience of the health system, especially primary health care (PHC), has faced numerous tests, including natural disasters, economic crises, and public health emergencies like the COVID-19 pandemic. Understanding what makes the health system resilient is essential for maintaining health services and improving the population's health. Objectives : This session aims to identify and analyze the main factors that contribute to the resilience of Thailand’s health system, focusing on the transformation of primary health care. The objectives are: 1. To assess the health system's capabilities that enhance resilience. 2. To evaluate the role of policy, governance, and financing in supporting a resilient health system. 3. To identify community and stakeholder engagement strategies that strengthen PHC resilience. 4. To examine how intersectoral collaboration and innovation contribute to transforming PHC. Methods : A mixed-methods approach was used, combining qualitative and quantitative data from policy documents, health system performance reports, and interviews with key stakeholders in Thailand’s health sector. The analysis was guided by the Nanini framework, which looks at the interactions between health system components, governance, and external factors.


12 Results : The study found several key factors that contribute to the resilience of Thailand’s health system: 1. Strong Governance and Leadership: Effective leadership at national and local levels ensures coordinated responses to crises with clear policies and strategic planning. 2. Sustainable Financing Mechanisms: Robust financial strategies, including the Universal Health Coverage (UHC) scheme, provide stable funding for health services and enable quick resource mobilization during emergencies. 3. Community Engagement: Active involvement of local communities in health decision making processes builds trust and cooperation, facilitating quicker and more effective responses to health challenges. 4. Intersectoral Collaboration: Cooperation between health and non-health sectors, such as education, agriculture, and social services, strengthens the health system’s ability to adapt. 5. Innovation and Technology: Using digital health solutions and innovative practices improves service delivery and supports real-time data collection and analysis. Conclusion : The resilience of Thailand’s health system, especially its primary health care, is supported by robust governance, sustainable financing, community engagement, intersectoral collaboration, and innovation. These factors help the health system withstand shocks and driveits ongoing transformation, ensuring fair and effective health service delivery. Strengthening these elements can improve health system resilience and improve health outcomes in Thailand and beyond.


13 ชื่อเรื่อง : การดำเนินงานคลินิกเบาหวานระยะสงบ “บทเรียนจากสุราษฏร์ธานี” วิทยากร : นพ.เอกพล พิศาล, พญ.ชนัดดา สมคง, พว.ชาลิณี บุญช่วยรอด วันที่ 6 มิถุนายน 2567 เวลา 13.15 - 14.45 น. ห้อง : Laguna Queen A รูปแบบกิจกรรม : บรรยายและเสวนา ความสำคัญ : โรคเบาหวานยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทย การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้ได้ตามเกณฑ์จะช่วยชะลอและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหรือเสียชีวิตได้ปัจจุบัน มี แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่าง เข้มงวด (Remission of type 2 diabetes with intensive lifestyle intervention) โดยบุคลากรทาง การแพทย์และสาธารณสุขจำเป็นต้องติดตามองค์ความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ สาระสำคัญ : • ความหมายและนิยามของโรคเบาหวานระยะสงบ • กระบวนการดูแลด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด • แนวทางการจัดบริการในคลินิกเบาหวานระยะสงบ • ระบบสนับสนุนการจัดการตนเอง และการจัดบริการส่งเสริมป้องกันโรคเรื้อรังในระดับปฐมภูมิ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าใจหลักการดูแลผู้ป่วยเบาหวานระยะสงบตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดบทเรียนการดำเนินงานการจัดการโรคเบาหวานของจังหวัดสุราษฏร์ธานีเพื่อการขับเคลื่อน ระบบการจัดการโรคเรื้อรัง ให้สอดคล้องตามบริบทพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม


14 ชื่อเรื่อง : Smooth Transitions : Enhancing palliative care continuity from hospital to home and community วิทยากร : นพ.คณิน ล่องเซ่ง วันที่ 6 มิถุนายน 2567 เวลา 13.15 - 14.45 น. ห้อง : Azure รูปแบบกิจกรรม : บรรยาย 60 นาที อภิปราย 20 นาที และถาม-ตอบปัญหา 10 นาที ความสำคัญ : ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคอง เพิ่มขึ้น แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันตามระดับของโรงพยาบาลและปัญหาที่เผชิญ การพัฒนาระบบ การดูแลแบบประคับประคองจึงมีความหลากหลาย การเรียนรู้ที่มาและแนวทางการพัฒนาที่แตกต่าง นี้จะเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ระบบที่สหสาขาวิชาชีพมีส่วนร่วมและนำไปสู่การพัฒนาระบบ การดูแลประคับประคองที่ราบรื่นและต่อเนื่อง สาระสำคัญ : • Palliative care development in Thailand and Hatyai hospital. • กระบวนการดูแลด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด • Palliative care system in hospital and community. • Enhancing continuity home health care in palliative care. • Smooth transitions factor in referral system. • Another palliative care model for hospitals. • สถานชีวาภิบาล (Hospice) – บ้านเอื้อบุญฯ โมเดล – Third option for place of death. • Palliative care and Thai traditional medicine. • ความท้าทายในการพัฒนาระบบการดูแลประคับประคองจากโรงพยาบาลสู่ชุมชนในบริบท ปฐมภูมิ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : • ได้เรียนรู้ที่มาและแนวทางการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ จากโรงพยาบาลสู่บ้าน และชุมชน • ได้เรียนรู้และร่วมอภิปรายการพัฒนาระบบการดูแลประคับประคองจากโรงพยาบาลสู่บ้าน ชุมชน และสถานชีวาภิบาล


15 Title : Parenting in digital world Speaker : พญ.ธัญลักษณ์วั่นเลี่ยง, พญ.หทัยทิพย์ธรรมวิริยะกุล Date 6 thJune 2024 Time : 01.15 p.m. to 02.45 p.m. Room : Crimson Conference Format : Use slides, videos, and case studies. 1. Introduction (10 minutes) a. Welcome and speaker introduction. b. Outline objectives and agenda. 2. Main Presentation topics: (30 minutes) a. Setting tech use rules b. Encouraging non-digital activities c. Online safety education d. Being a role model e. Developing digital literacy 3. Group Activity (20 minutes) a. Small group discussions on: b. Managing screen time c. Teaching online safety 4. Group Presentations (10 minutes): Each group presents key discussion and outcomes 5. Q&A (15 minutes): Open floor for question and discussion 6. Summary and Closing (5 minutes): Recap key points and provide resources Background : Parenting in the Digital World is a crucial aspect of modern-day child rearing, as digital technology increasingly shapes the lives of children. This session aims to provide medical professionals with comprehensive insights and practical strategies for guiding parents in navigating the digital landscape effectively. Objectives : By the end of the session, participants will : 1. Understand the impact of digital technology on child development. 2. Identify challenges and opportunities in digital parenting. 3. Learn strategies for managing children's digital consumption.


16 4. Build a network and foster a community of practice in digital parenting guidance by discussing healthcare professionals' role in guiding parents. Expected Outcomes : Participants will be well-equipped to support parents in navigating the digital landscape effectively, ensuring a balanced and healthy approach to children's digital engagement. Target Audience : Family Physicians, Nurses, Pharmacists, Physiotherapists, Public Health Professionals , General Practitioners and Interested Individuals


17 ชื่อเรื่อง : การขับเคลื่อนระบบการจัดการโรคเรื้อรังระดับอำเภอ : จากแนวคิดสู่การเปลี่ยนแปลง บริการส่งเสริมป้องกันโรคเรื้อรังในระดับปฐมภูมิ วิทยากร : นพ.เอกพล พิศาล, พว.ชาลิณี บุญช่วยรอด, น.ส.หทัยชนก เดชะ วันที่ 6 มิถุนายน 2567 เวลา 15.00 – 16.30 น. ห้อง : Laguna Queen A รูปแบบกิจกรรม : บรรยายและเสวนา ความสำคัญ : โรคเบาหวานยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทย การควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือดให้ได้ตามเกณฑ์จะช่วยชะลอและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหรือเสียชีวิตได้ ปัจจุบัน มีแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ ด้วยการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมอย่างเข้มงวด (Remission of type 2 diabetes with intensive lifestyle intervention) โดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจำเป็นต้องติดตามองค์ความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ สาระสำคัญ : • ความหมายและนิยามของโรคเบาหวานระยะสงบ • กระบวนการดูแลด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด • แนวทางการจัดบริการในคลินิกเบาหวานระยะสงบ • ระบบสนับสนุนการจัดการตนเอง และการจัดบริการส่งเสริมป้องกันโรคเรื้อรังในระดับปฐมภูมิ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าใจหลักการดูแลผู้ป่วยเบาหวานระยะสงบตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดบทเรียนการดำเนินงานการจัดการโรคเบาหวานของจังหวัดสุราษฏร์ธานีเพื่อการขับเคลื่อน ระบบการจัดการโรคเรื้อรัง ให้สอดคล้องตามบริบทพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม


18 ชื่อเรื่อง : ประชุมเชิงปฏิบัติการ: Syringe driver and Palliative devices วิทยากร : พญ.นวลจันทร์ หวังศุภดิลก, นพ.คณิน ล่องเซ่ง, พว.ภาเอื้ออันน์ สิรินทรโสภณ, พว.สุดใจ เรืองสุข วันที่ 6 มิถุนายน 2567 เวลา 15.00 – 16.30 น. ห้อง : Azure รูปแบบกิจกรรม : บรรยายและประชุมเชิงปฏิบัติการประยุกต์การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายกับการเลือกใช้ ไซริงไดรเวอร์ และเครื่องมือดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Syringe driver and Palliative devices) ความสำคัญ : การจัดการอาการรบกวนในผู้ป่วยระยะท้ายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดูแลผู้ป่วย ประคับประคองในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการใช้ยาโดยการกินหรือการติดที่ผิวหนัง เช่น 1. อยู่ในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายของชีวิต 2. อยู่ในภาวะ Malignant bowel obstruction 3. อยู่ในภาวะมีปัญหาการดูดซึมของทางเดินอาหารเป็นต้น ดังนั้นการที่บุคคลาการสาธารณสุขสามารถใช้Syringe driver และ Palliative devices ได้ จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการควบคุมอาการรบกวน ลดความทุกข์ทรมาน สร้างโอกาสในการ อยู่ดูแลที่บ้าน ลดความแออัดในโรงพยาบาลในช่วงระยะท้ายของชีวิต สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้เข้าร่วมอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์Syringe driver และ Palliative devices ใช้เหมาะสมกับสถานการณ์รูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยระยะท้ายได้รับการจัดการอาการรบกวน อย่างมีประสิทธิภาพ


19 Title : Advancing Primary Care Through Innovative Research: A Show and Share Presentation Speaker : Assistanct Professor Apinun Aramrattana, M.D., Ph.D. Sorawat Sangkaew, MD. Krishna Suvarnabhumi, MD. Jasmee Noh, MD Date 6 thJune 2024 Time : 03.00 p.m. to 04.30 p.m. Room : Crimson Conference Format : Lecture Abstract : The session, "Advancing Primary Care Through Innovative Research: A Show and Share Presentation", showcases research aimed at enhancing patient outcomes, improving care delivery, and fostering collaboration in primary care. The session will highlight diverse projects addressing critical challenges and opportunities in the field, emphasizing the importance of innovation and evidence-based practices. Attendees will engage with research projects conducted in primary care settings, focusing on various care models involving multidisciplinary care teams. Five research presentations, selected from a variety of submitted abstracts, will feature outstanding projects in primary care. Each presentation will last eight minutes, followed by an open floor discussion to encourage brainstorming and sharing of ideas in various primary care contexts. At the end of the session, the three most excellent presentations will be awarded. The event aims to promote knowledge exchange and enhance interdisciplinary collaboration among researchers, frontline workers, and policymakers through five research presentations from primary healthcare professionals. Participants will have opportunities to engage in interactive Q&A sessions and networking activities designed to deepen their understanding and facilitate the exchange of ideas. The goal is to translate research findings into general practices for primary care providers, offering case studies and best practices. By inspiring attendees to implement evidence-based innovations, this presentation seeks to advance primary care practices and improve health outcomes for patients.


20 หัวข้อวิชาการ วันที่ 7 มิถุนายน 2567


21 ชื่อเรื่อง : Kratom: Understanding the Facts and Implications วิทยากร : เภสัชกรอดิศักดิ์เมฆตรง วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา 08.30 – 09.30 น. ห้อง : Laguna Queen A รูปแบบกิจกรรม : บรรยายและถาม-ตอบปัญหา ความสำคัญ : พืชกระท่อมได้รับการปลดออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2564 และถูกควบคุมโดย พระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ.2565 ตั้งแต่ 27 สิงหาคม 2565 ทำให้ มีการจำหน่ายใบของพืชกระท่อม และน้ำกระท่อมหรือผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อมอย่างเปิดเผย และ เข้าถึงได้ง่าย ในหลายๆพื้นที่ แต่ในทางปฏิบัติความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวยังมี ความคลาดเคลื่อน หรือมีประเด็นของกฎหมายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เกิดความเสี่ยงที่จะบริโภค ผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อมที่ไม่เหมาะสม และได้รับอันตรายจากสารสำคัญที่เกินขนาด การที่บุคลากร ทางการแพทย์มีความรู้และเข้าใจในประเด็นดังกล่าวสามารถให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับ ประชาชนที่ดูแลได้ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจในสาระสำคัญของพืชกระท่อมและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากพืช กระท่อมที่เกี่ยวข้องตามข้อกฎหมายในสถานการณ์ปัจจุบัน 2. ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าใจในอันตรายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อมเกินขนาด


22 ชื่อเรื่อง : Asthma Management in Primary Care: Guidelines and Best Practices วิทยากร : รศ.นพ.ณรงค์วิทย์นาขวัญ วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา 09.45 – 10.45 น. ห้อง : Laguna Queen A รูปแบบกิจกรรม : บรรยายและถาม-ตอบปัญหา ความสำคัญ : โรคหืดเป็นโรคที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติมีการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ร่วมกับการทำงานของ หลอดลมผิดปกติเป็นครั้งคราวหรือแบบเรื้อรังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคหืด เนื่องจากปัจจุบันพบ ปัญหาเวชปฏิบัติในการดูแลรักษาโรคหืด เช่น แพทย์ไม่ได้ให้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดพ่นสูดแก่ ผู้ป่วยโรคหืดในทุกรายที่มีอาการต่อเนื่อง ผู้ป่วยบางรายใช้เฉพาะยาพ่นสูดชนิดขยายหลอดลมที่ออก ฤทธิ์สั้นเป็นยาเดี่ยว ทำให้ผู้ป่วยโรคหืดมีอาการกำเริบฉุกเฉินบ่อย เป็นสาเหตุให้ควบคุมอาการ โรคหืดได้ไม่ดีบางครั้งเกิดผลข้างเคียงรุนแรงระยะยาวจากการรักษาโรคหืดที่ไม่เหมาะสม ในปัจจุบันมีองค์ความรู้ในการรักษาโรคหืดเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ทำให้มีการพัฒนาการรักษาโรค หืดทุกระดับความรุนแรงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้นเพื่อให้แพทย์เวชศาสตร์ ครอบครัว แพทย์ทั่วไปในโรงพยาบาลชุมชน พยาบาล รวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วยโรคหืด ได้เข้าใจแนวทางวินิจฉัยและรักษาบำบัดโรคหืดในผู้ใหญ่ และสามารถนำไปปรับใช้ในเวชปฏิบัติตามบริบทต่อไป สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถ 1. วินิจฉัยให้การรักษาและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยโรคหืดได้ 2. ให้และปรับการรักษาผู้ป่วยโรคหืดที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ดี 3. ให้การรักษาผู้ป่วยโรคหืดแบบลำดับขั้นตามความรุนแรงของอาการ 4. ลดอาการกำเริบฉุกเฉินในผู้ป่วยโรคหืด 5. ลดผลข้างเคียงในระยะยาวจากการรักษาโรคหืดที่ไม่เหมาะสม


23 ชื่อเรื่อง : Digital Health Revolution: AI Integration in Primary Care for Global Challenges วิทยากร : ผศ.ดร.กฤต จารุพานิช, นพ.วศิน คัมภีระ, นพ.ทวิรัศม์จุ่งรุ่งเรือง วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา 09.45 – 10.45 น. ห้อง : Azure รูปแบบกิจกรรม : เสวนา ความสำคัญ : การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นสาเหตุหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการพัฒนาด้าน Digital Health ให้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ก้าวกระโดด เนื่องจากการแพร่ระบาด ทำให้การจัดบริการทาง การแพทย์มีการเปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถจัดรูปแบบการบริการแบบเดิมได้เนื่องจากจะมีผลทำให้ เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นเฉพาะการให้บริการ ตรวจรักษาทั่วไป แต่เกิดขึ้นกับการให้บริการทางการแพทย์แทบทุกรูปแบบ และเปลี่ยนแปลงในระดับ โลก หลังจากยุคการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดลง กลายเป็นโรคประจำถิ่น การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยียังคงดำเนินต่อเนื่องไปอย่างไม่หยุดยั้ง ประกอบกับการที่ ชาวโลกได้สัมผัสกับเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence) ที่มากความสามารถเช่น ChatGPT จากบริษัท OpenAI ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ ส่งผลให้ความสนใจในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ถูกพูดถึงมากขึ้น ถูกนำไปใช้ในงานต่างๆ เช่น การ วิเคราะห์รูปภาพ การสร้างสรรค์บทความ หรือแม้กระทั่งการสร้างรูปภาพขึ้นมาใหม่ ในวงการ การแพทย์ก็เช่นเดียวกัน ได้รับผลกระทบจากกระแสของปัญญาประดิษฐ์ในหลายๆ ด้าน ด้านงานปฐมภูมิมีการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์มาช่วยตั้งแต่ขั้นตอนการวินิจฉัย เช่น การใช้ ปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกฝึกสอนในการอ่านภาพรังสีทางการแพทย์ประเภทต่างๆ มาช่วยในการแปลผล เพิ่มความแม่นยำ และลดภาระงานของแพทย์ การคัดกรองจอประสาทตาในผู้ป่วยเบาหวานที่ ภาพถ่ายจอประสาทตาจะถูกโปรแกรมที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยในการแปลผลการคัดกรองเพื่อ การส่งต่อที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นต้น ในขั้นตอนการตรวจรักษา ยังมีระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถช่วย ในการสรุปเวชระเบียน (Electronic medical record) เพื่อการส่งต่อ หรือแม้แต่การจ่ายยาที่มีระบบ ปัญญาประดิษฐ์ช่วยเหลือทำนายผลโอกาสการเกิดการแพ้ยา หรือความร่วมมือในการรับประทานยา เป็นต้น นอกจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นมากมายยังมีสิ่งท้าทายเกี่ยวกับการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในงาน ปฐมภูมิเช่น ด้านจริยธรรม ความเท่าเทียม หรือแม้กระทั่งการเข้าถึง เป็นต้น สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : 1. ผู้เข้าร่วมงานเสวนาทราบถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในงานปฐมภูมิ 2. ผู้เข้าร่วมงานเสวนามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ที่นำไปใช้ทางการแพทย์


24 Title : Unveiling the Health Impacts of Global Warming: Evidence and Insights Speaker : ผศ.ดร.นพ.ธรรมสินธ์อิงวิยะ, พญ.หทัยทิพย์ธรรมวิริยะกุล Date 7 thJune 2024 Time : 09.45 a.m. to 10.45 a.m. Room : Crimson Conference Format : Introduction (5 minutes): Start by Dr. Hathaitip T. introducing and briefly outlining the session's objectives. Provide a brief overview of why there is an urgent concern about global warming and its impact on health. Presentation or Discussion (30-40 minutes): This is the core part of the session where participants will explore more about the current evidence of health impact related to Global warning. Dr. Hathaitip will present findings from recent studies or research on the health impacts of Global Warming (10 min). Dr. Thammasin will give us overview of the health impact from climate changes including respiratory problems, cardiovascular diseases, and premature death. Highlight vulnerable populations, such as children, the elderly, and individuals with pre-existing health conditions. Finally, mitigation strategies and policy Interventions will be discussed in Thai and international context (30 min). Q&A Session (10 minutes): Allocate time for participants to ask questions or share their thoughts. Wrap-Up (5 minutes): Summarize the key points discussed during the session. Reiterate any important takeaways or action items. Background : Climate change, driven by human activities, poses significant health risks including heat related illnesses and heatwaves, respiratory problems and cardiovascular diseases. The interactive effects of climate change and air pollution, especially PM2.5, on health are among the topics of interest to public health specialists currently. The particles have been proved to cause severe health effects, including respiratory and cardiovascular diseases. Understanding the interactive impacts is crucial for healthcare professionals to mitigate risks and encourage protective measures against the climate change.


25 Objectives : 1. To educate healthcare professionals on the health effects of climate changes. 2. Provide evidence-based information to guide clinical practice and decision for policymakers. 3. Inspire action to mitigate the health impacts of global warming. Expected Outcomes : After participating in this session, participants will increase awareness and enhance their capacity to integrate evidence-based knowledge related to health impact from climate change. They will be empowered to take proactive measures to mitigate the health impacts of global warming. Target Audience : Family Physicians, Nurses, Pharmacists, Physiotherapists, Public Health Professionals , General Practitioners and Interested Individuals


26 ชื่อเรื่อง : Constipation Management in Primary Care: A Comprehensive Approach and Case-based Strategies วิทยากร : ผศ.พญ.กีรติอัครปฏิมา, นพ.ทรงเกียรติกาญจนแก้ว วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา 11.00 – 12.00 น. ห้อง : Laguna Queen A รูปแบบกิจกรรม : บรรยายและถาม-ตอบปัญหา ความสำคัญ : ท้องผูกเป็นภาวะทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยในการให้บริการด้านสุขภาพด้านปฐมภูมิทั่วโลก อาการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคคลทุกช่วงวัยและอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แม้ว่าจะมีความชุกของอาการค่อนข้างมากแต่อาการท้องผูกมักยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและให้การรักษา อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยที่ไม่จำเป็น การเพิ่มความเข้าใจการเสริมสร้างการรับรู้และการจัดการเกี่ยวกับปัญหาท้องผูกแก่ ผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิที่เหมาะสม สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย ได้ดีขึ้นในระยะยาว สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถ 1. ให้ข้อมูลอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับภาวะท้องผูกซึ่งรวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีการวินิจฉัยและ การจัดการที่เหมาะสม 2. ซักประวัติตรวจร่างกายส่งตรวจที่จำเป็น และจัดการอาการท้องผูกได้อย่างถูกต้อง 3. จัดการอาการท้องผูกในสถานพยาบาลปฐมภูมิเน้นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตการเปลี่ยนแปลง ทางโภชนาการ การให้ยาและการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องได้


27 Title : From Cells to Communities: A Holistic Approach to Global Prison Health and Primary Care Solutions Speaker : Pokin Sakarinkhul, MD. , Kraisorn Tohtubtiang, MD. Date 7 thJune 2024 Time : 11.00 a.m. to 12.00 a.m. Room : Azure Conference Format : speak and discussion Background : Comprehensive reentry programs are crucial in supporting formerly incarcerated individuals as they transition back into the community. These programs provide holistic services, addressing the multifaceted challenges faced by this population, including housing, employment, healthcare, and social integration. By offering a continuum of care, reentry programs help individuals build the skills, resources, and support networks necessary to break the cycle of recidivism and successfully reintegrate into society. Objectives : This section will explore the essential components of effective postincarceration care programs that address the multifaceted needs of this vulnerable population. Expected Outcomes : Providing comprehensive support for individuals transitioning back into society after incarceration is crucial for their successful reintegration. Target Audience : Family Medicine Physician, Preventive Medicine Physician, Primary Health Care Professional, Correctional staff, Community service providers, Law enforcement, Policymakers.


28 Title : Cancer Preventive Strategies: Empowering Health through Awareness and Action Speaker : Phungern Khonthong, MD PhD Date 7 thJune 2024 Time : 11.00 a.m. to 12.00 a.m. Room : Crimson Conference Format : interactive elements and any keynote speeches. Background : Cancer remains a leading cause of morbidity and mortality globally, with millions of new cases diagnosed each year. However, many cases can be prevented through proactive measures and lifestyle changes. Cancer prevention strategies aim to reduce risk factors and promote behaviors that enhance overall health. Empowering individuals and communities through awareness and action is crucial in combating cancer. Research indicates that up to 40% of cancers can be prevented by modifying key behaviors and implementing effective public health strategies. Focusing on prevention not only decreases cancer incidence but also reduces healthcare costs and improves quality of life. Screening tests for cancers such as breast, cervical, colorectal, and prostate can detect the disease early when it is more treatable. Public awareness campaigns and accessible screening programs encourage regular screenings, which are vital for early intervention and better survival rates. Empowering individuals and communities involves education, policy changes, and community support. Effective cancer prevention requires collaboration among healthcare providers, policymakers, educators, and community organizations. Raising awareness about risks and promoting preventive measures helps individuals make informed health choices. Objectives : To empower healthcare providers with the knowledge and resources necessary to reduce cancer risk, ultimately decreasing cancer incidence and mortality and improving public health. Expected Outcomes : Healthcare providers will gain the knowledge and resources necessary to reduce cancer risk, ultimately decreasing cancer incidence and mortality and improving overall public health. Target Audience : health care providers


29 ชื่อเรื่อง : Addressing Geriatric Syndromes in Primary Care: Strategies for Comprehensive Management วิทยากร : ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 – 14.00 น. ห้อง : Laguna Queen A รูปแบบกิจกรรม : บรรยายและถาม-ตอบปัญหา ความสำคัญ : ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่กระบวนการสูงอายุทางประชากรอย่างเต็มรูปแบบ มีการเพิ่มของ ประชากรสูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2548 (ผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ10 ของประชากรทั้งหมด) และปีพ.ศ.2567 มีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งหมายถึงประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ (Aged Society) ประชากรผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มที่สังคมต้องให้การดูแล เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายไปในทางเสื่อมถอยแต่หากผู้สูงอายุยังมีสุขภาพแข็งแรงก็จะเป็นพลังของครอบครัว ชุมชน และสังคม มากกว่าการเป็นภาระ จึงต้องมีการเตรียมพร้อมกับการตั้งรับ “สังคมผู้สูงอายุ” โดยต้องมี การพัฒนาทั้งในส่วนของบุคลากรและระบบการดูแลสุขภาพในสถานบริการและชุมชนให้พร้อม เพื่อ เสริมสร้างหลักประกันด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ และสอดรับกับสังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันและ อนาคต คลินิกผู้สูงอายุเป็นจุดแรกของการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การให้บริการผู้สูงอายุ จุดมุ่งหมายเพื่อดูแลรักษาผู้สูงอายุโดยเริ่มที่แผนกผู้ป่วยนอก ซึ่งอาศัยองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ ผู้สูงอายุและวิธีการที่จะทำให้ผู้สูงอายุที่มาใช้บริการได้รับบริการแบบองค์รวมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขึ้น สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้เกี่ยวกับกลุ่มอาการที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ (Geriatric Syndromes) และการให้การป้องกัน รักษา และสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุได้อย่างอย่างเป็นองค์รวม บูรณาการ โดยทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary team)


30 ชื่อเรื่อง : The Hatyai Model: A Paradigm for Wellness Centers วิทยากร : พญ.นิศจรา กุณาฑลต์, พว.อมรรัตน์ลิ่มเฮง, คุณมณีวรรณ ทองอ่อน, คุณชญานภัส จิตตรัตน์, คุณจุฑานันท์ พรหมอินทร์ วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 – 14.00 น. ห้อง : Azure รูปแบบกิจกรรม : อภิปรายเสวนา ความสำคัญ : ● “สุขภาพดี” องค์การอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติ[WHO] หมายถึง การมีสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสวัสดิภาพทางสังคม อยู่ในสภาพดี“Wellness is the optimal state of health of individuals and groups,” and wellness is expressed as “a positive approach to living.” ● เวลล์เนส เซ็นเตอร์(Wellness center) หมายถึง ศูนย์กลางการดูแลสุขภาพดีแบบองค์ รวม ซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่ของการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก เน้นส่งเสริมป้องกันมากกว่ารักษา ส่งเสริมไลฟ์ สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพ (Healthy lifestyle) ● PILM: Personalized Intensive Lifestyle Modification/Coaching Program ประกอบ ไปด้วย เป้าหมายการพัฒนาสุขภาพ การจัดโปรแกรมการออกกำลัง พฤติกรรมการกิน การออกแบบ การกินเพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีสุขภาพดี ขึ้น และประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้เข้าร่วมได้ถอดบทเรียนการพัฒนาศูนย์สุขภาพดี(Wellness center) ในบริบทโรงพยาบาล ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีความเข้าใจบทบาทของสหสาขาวิชาชีพ เครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกแบบเข้มข้น และสามารถนำไปขยายการดำเนินงานต่อยอดได้


31 Title : Adult Vaccine Essentials : Practical Guidance for Primary Healthcare Providers Speaker : Nopporn Songumpai, MD; Sorawat Sangkaew,MD Date 7 thJune 2024 Time : 01.00 p.m. to 02.00 p.m. Room : Crimson Abstract : In Thailand, adult vaccination is a critical component of preventive healthcare, yet vaccination rates among adults remain suboptimal. This presentation aims to provide practical guidance for primary healthcare providers (PHCPs) on adult vaccine essentials, covering key vaccines, current recommendations, and strategies for effective implementation in clinical practice. The introduction highlights the importance of adult vaccination in preventing infectious diseases and reducing morbidity and mortality among adults. Understanding adult vaccination involves recognizing the significance of vaccination throughout adulthood, knowing the recommended vaccines for different age groups and risk factors, and understanding the impact of vaccination on public health outcomes. An overview of adult vaccines follows, detailing the vaccines recommended for adults in Thailand, such as influenza, COVID-19, hepatitis B, dengue, tetanusdiphtheria-pertussis (Tdap), pneumococcal, herpes zoster, and varicella vaccines. This section covers the indications for each vaccine, target populations, and the public health impact of vaccination. Practical guidance for healthcare providers emphasizes identifying eligible patients, effective vaccine counseling, patient education, addressing vaccine hesitancy, and integrating vaccinations into routine practice. Case studies illustrate challenges and strategies for overcoming barriers. Resources include online platforms, training modules, and educational materials, with recommendations for staying updated on vaccination guidelines to ensure high-quality care. In conclusion, the presentation emphasizes the importance of adult vaccination and the role of PHCPs in promoting vaccination uptake among adults. It summarizes key points covered in the presentation and encourages attendees to implement the practical guidance provided in their clinical practice. By equipping PHCPs with practical guidance, this presentation aims to enhance adult vaccination rates and contribute to a healthier population in Thailand.


32 ชื่อเรื่อง : Enhancing Care with Comprehensive Geriatric Assessment : A Multidisciplinary Approach วิทยากร : ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา 14.30 – 15.30 น. ห้อง : Laguna Queen A รูปแบบกิจกรรม : บรรยาย ความสำคัญ : ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่กระบวนการสูงอายุทางประชากรอย่างเต็มรูปแบบ มีการเพิ่มของ ประชากรสูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2548 (ผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ10 ของประชากรทั้งหมด) และปีพ.ศ.2567 มีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งหมายถึงประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ (Aged Society) ประชากรผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มที่สังคมต้องให้การดูแล เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายไปในทางเสื่อมถอยแต่หากผู้สูงอายุยังมีสุขภาพแข็งแรงก็จะเป็นพลังของครอบครัว ชุมชน และสังคม มากกว่าการเป็นภาระ จึงต้องมีการเตรียมพร้อมกับการตั้งรับ “สังคมผู้สูงอายุ” โดยต้องมี การพัฒนาทั้งในส่วนของบุคลากรและระบบการดูแลสุขภาพในสถานบริการและชุมชนให้พร้อม เพื่อ เสริมสร้างหลักประกันด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ และสอดรับกับสังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันและ อนาคต คลินิกผู้สูงอายุเป็นจุดแรกของการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การให้บริการผู้สูงอายุ จุดมุ่งหมายเพื่อดูแลรักษาผู้สูงอายุโดยเริ่มที่แผนกผู้ป่วยนอก ซึ่งอาศัยองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ ผู้สูงอายุและวิธีการที่จะทำให้ผู้สูงอายุที่มาใช้บริการได้รับบริการแบบองค์รวมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ : ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้เกี่ยวกับกลุ่มอาการที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ (Geriatric Syndromes) และการให้การป้องกัน รักษา และสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุได้อย่างอย่างเป็นองค์รวม บูรณาการ โดยทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary team)


33 รายชื่อผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ รูปแบบการนำเสนอ : Oral Presentation ลำดับ ชื่อบทความ ชื่อ-สกุล ผู้วิจัยหลัก หน่วยงาน / สถานที่ ปฏิบัติงาน (ผู้วิจัยหลัก) 1 การพัฒนาบทบาทการให้บริบาล ทางเภสัชกรรมในกลุ่มผู้ป่วยระยะท้าย แบบประคับประคองที่บ้าน เครือข่าย บริการปฐมภูมิโรงพยาบาลหาดใหญ่ สุจิรา เมฆตรง กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่ 2 การพัฒนาการดูแลผู้ต้องขังหลัง พ้นโทษ โดยเครือข่ายวิชาการ เวชศาสตร์ครอบครัวการเสพติดและ สุขภาพผู้ต้องขัง โภคิน ศักรินทร์กุล กลุ่มภารกิจด้านบริการ ปฐมภูมิ โรงพยาบาลลำพูน อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน 3 การพัฒนารูปแบบการส่งเสริม ความร่วมมือในการใช้ยา (KP PHARM MODEL) สำหรับผู้ป่วยโรคความดัน โลหิตสูงที่ควบคุมความดันไม่ได้และ มีการใช้ยาลดความดันแบบ poly pharmacy อาภัย มาลินี โรงพยาบาลโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 4 รู้เร็วส่งไวใกล้บ้าน นิศจรา กุณาฑลต์ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่ 5 พัฒนารูปแบบการวางแผนดูแล ล่วงหน้าในผู้ป่วยระยะท้ายแบบ ประคับประคองโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี นันท์นภัส ประไพ ศูนย์ดูแลต่อเนื่อง (coc) โรงพยาบาลโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 6 ประสิทธิภาพในการใช้กัญชา ทางการแพทย์ในผู้ป่วยระยะท้ายใน เขตอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (มิติของในการลดอาการปวด การนอนหลับ และความอยากอาหาร) กตัญญูนรากุล โรงพยาบาลตากใบ


34 การพัฒนาบทบาทการให้บริบาลทางเภสัชกรรมในกลุ่มผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง ที่บ้าน เครือข่ายบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลหาดใหญ่ Development of the role of pharmaceutical care in the group of palliative patients at home in the primary care network of Hat yai Hospital สุจิรา เมฆตรง* , อดิศักดิ์ เมฆตรง, วิกัญญา มงคลธารณ์, ศศิร์อร หิรัญสุนทรนนท์ * กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่ บทคัดย่อ บทนำ: ความปวดเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองที่บ้าน จึงจำเป็นที่ จะต้องได้รับ การดูแลและรักษาอย่างเหมาะสมตามผลการประเมินความปวดของผู้ป่วยแต่ละราย จากข้อมูลการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2566 พบปัญหาจากการใช้ยา 63 ราย เช่น ญาติและ ผู้ดูแลขาดความรู้และทักษะการใช้ยา 14 ราย ไม่ให้ความร่วมมือในการใช้ยา 13 ราย เป็นต้น ดังนั้น เภสัชกรจึงมีบทบาทในการบริบาลเภสัชกรรมที่บ้านของผู้ป่วย เพื่อติดตามอาการปวดและช่วยให้ คำแนะนำเพิ่มเติมจากการพบปัญหาในขณะผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน วัตถุประสงค์: พัฒนาบทบาทการ บริบาลทางเภสัชกรรม เพื่อค้นหาและลดปัญหาจากการใช้ยา วิธีการดำเนินการ: การศึกษาครั้งนี้ เพื่อค้นหาและลดปัญหาจากการใช้ยาตั้งแต่ตุลาคม 2566–พฤษภาคม 2567 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วย ระยะสุดท้ายที่ดูแลแบบประคับประคอง ที่เข้าระบบศูนย์ดูแลต่อเนื่องที่บ้าน อายุ 18 ปีขึ้นไปได้รับ การวินิจฉัยจากแพทย์ว่าได้รับการดูแลแบบประคับประคอง และได้รับยา Strong opioids ตาม แผนการรักษา ติดตามอาการปวด ผ่านการ Video call ทางไลน์แอปพลิเคชันหรือการติดตามทาง โทรศัพท์ห่างกัน 2 สัปดาห์ เกณฑ์คัดออก ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนโทรติดตามครั้งที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ แบบประเมิน ESAS,ใช้สถิติ paired T-test และ Wilcoxon signed rank test ,ความร่วมมือในการ ใช้ยา โดยใช้แบบสอบถามMTB-Thai ผลการศึกษา: เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะกลุ่มตัวอย่าง 37 ราย ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 56.76 เพศชายร้อยละ 43.24 อายุ เฉลี่ย 68.65 ± 14.35 ปีผู้ป่วยจำนวน 25 คน (ร้อยละ 67.57) มีความสามารถในการช่วยเหลือ ตัวเอง PPS scale อยู่ในช่วง 40-60 ผู้ป่วยจำนวน 32 คน (ร้อยละ86.48) เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะ ท้ายที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน พบผู้ป่วยที่มีปัญหาจากการใช้ยา จำนวน 35 ราย และได้รับการแก้ไขปัญหาจากการใช้ยาทุกคนคิดเป็นร้อยละ 100 คะแนนความปวดพบว่าก่อนการมี ส่วนร่วมของเภสัชกรคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.38 ± 3.09 หลังการมีส่วนร่วมคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 1.69 ± 1.33 ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาทุกชนิดที่ผู้ป่วยได้รับที่พบมากสุดคือผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึง ประสงค์จากการใช้ยา ปัญหาก่อนเภสัชกรมีส่วนร่วม 56 ปัญหา หลังเภสัชกรมีส่วนร่วม 14 ปัญหา ค่าเฉลี่ยของปัญหาต่อคนก่อนการมีส่วนร่วมของเภสัชกรเท่ากับ 1.51 หลังการมีส่วนร่วมของเภสัช กรเท่ากับ 0.38 ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.001 คะแนนเฉลี่ยความร่วมมือในการ ใช้ยา พบว่าก่อนการมีส่วนร่วมของเภสัชกรคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 20.84 ± 3.68 หลังการมีส่วนร่วม คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 23.35 ± 1.34 จากคะแนนเต็ม 24 คะแนนซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ p < 0.001 ความพึงพอใจต่อเภสัชกรโดยรวมมีค่าเฉลี่ย ก่อนและหลัง = 4.67 ±0.58 และ 4.89 ±0.46 วิจารณ์และสรุปผล/ข้อเสนอแนะ: การพัฒนาการติดตามเยี่ยมบ้าน โดยการโทรศัพท์ ติดตามเยี่ยมผู้ป่วย เพิ่มประโยชน์สำหรับผู้ป่วย ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพ เกิดความ ต่อเนื่อง สามารถจัดการอาการความทุกข์ทรมานในช่วงระยะสุดท้าย ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและ จิตวิญญาณ ช่วยให้ผู้ป่วยจาก ไปอย่างสงบ


35 การพัฒนาการดูแลผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ โดยเครือข่ายวิชาการเวชศาสตร์ครอบครัวการเสพติด และสุขภาพผู้ต้องขัง Development of Post-incarceration Care for Inmates by Addiction Family Medicine and Correctional Health Academic Network (ACHAN) โภคิน ศักรินทร์กุล* * กลุ่มภารกิจด้านบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลลำพูน อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน Abstract Objective: Reducing the problem of lack of continuous care after inmates are released from prison, due to the lack of a system connection between prison hospitals and primary care units. Methods: Development of a network that is interested in or already cares for inmates, especially hospitals in the National Health Security System (NHSO) or community hospitals, provincial hospitals, and general hospitals in the first health district. Buddy pairing between prison hospitals and hospitals, searching for doctors or family doctors who are interested in working in prisons, and making appointments to meet experts through an online conference platform. Outcomes of quality improvement project: 9 hospitals and 7 prison hospitals participate in developing a referral system for inmates after release on issues of mental health, drug addiction, and chronic non-communicable diseases through a community participation process. Information on inmates after release is referred through the DPPS program to primary care units and non-profit organizations. Discussion of findings: From the operation, it was found that there are five important points for post-incarceration care: 1. Searching for inmates who are about to be released from prison. 2. Evaluating the necessary needs after being released from prison or returning to the specified place. 3. Providing appropriate and sufficient medicine and medical supplies. 4. Continuous follow-up of inmates. 5. Access to medical personnel or independent organizations that support helping inmates after they are released from prison


36 การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยา ( KP PHARM MODEL ) สำหรับผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันไม่ได้และมีการใช้ยาลดความดันแบบ poly pharmacy Developing a adhereance support model ( KP PHARM MODEL) for patients with uncontrolled hypertension who are on polypharmacy อาภัย มาลินี* * โรงพยาบาลโคกโพธิ์ บทคัดย่อ โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องรักษาด้วยการกินยาตลอดชีวิตเพื่อควบคุม ความดันให้อยู่ในสภาวะปกติ ซึ่งอาจต้องใช้ยาลดความดันหลายชนิดร่วมกัน (Polypharmacy) ทำให้ เกิดปัญหาต่อความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยเมื่อกลับไปกินยาด้วยตัวเองที่บ้าน การส่งเสริมความ ร่วมมือใน การใช้ยาและความรับผิดชอบต่อการดูแลสุขภาพด้วยตนเองของผู้ป่วย รวมถึงการให้ข้อมูล และการฝึกฝนเกี่ยวกับการรับประทานยา การจัดเก็บยา การตรวจสอบสภาพร่างกายเบื้องต้น เช่น การ วัดความดันโลหิต และการรายงานผลการรับประทานยาให้แก่ทีมดูแลสุขภาพเพื่อประเมินผลและ ปรับปรุงการรักษาต่อไป การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยาสำหรับผู้ป่วยโรคความ ดันโลหิตสูงที่คุมความดันไม่ได้และมีการใช้ยาลดความดัน แบบ polypharmacy) มีวัตถุประสงค์เพื่อ หารูปแบบที่เหมาะสมในการเสริมแรงให้ผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพและกินยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยาที่พัฒนาขึ้น วิธีการศึกษาเป็น การวิจัยและพัฒนา โดยขั้นตอนที่ 1 คือศึกษาสภาพการณ์ของผู้ป่วย polypharmacy ขั้นที่ 2 คือสร้าง และพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยา และขั้นตอนที่ 3 คือ ศึกษาประสิทธิผลของ รูปแบบส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยา โดยทำการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 27 คน เครื่องมือที่ใช้คือ รูปแบบการส่งเสริมการใช้ยาที่พัฒนาขึ้นคือ KP PHARM model ประกอบด้วย K : Knowledge (การให้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องตั้งแต่ได้รับยาครั้งแรก) P : Proactive (การจัดการ เชิงรุก จัดทำระบบคัดกรองผู้ป่วยที่มีการใช้ยาความดันมากกว่า 3 รายการ จากเวชระเบียนใน HosExp เพื่อส่งต่อข้อมูลไปยัง รพ.สต.) P : Participate (การมีส่วนร่วมของ 3 หมอ มาช่วยดูแล) H : Home care (การเยี่ยมบ้าน ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน) A : Access (ทำให้เกิดการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของผู้ป่วย และการเข้าถึงผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์) R : Rapidity (การช่วยเหลือรวดเร็วในภาวะฉุกเฉิน) M : Monitoring (การติดตามการกินยาและวัดความดันอย่างต่อเนื่องโดย อสม.หมอคนที่ 1 ) เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบประเมินแรงจูงใจในการกินยา MMAS-8 ของ Morisky แบบ ตรวจสอบการกินยาโดยนับยาที่เหลือ และบันทึกความดันของคนไข้เป็นระยะ 6 เดือน วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรม R วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความร่วมมือในการรับประทานยาความดันระหว่างก่อนและหลังใช้รูปแบบ KP PHARM ด้วยสถิติ Wilcoxon signed Rank test เนื่องจากข้อมูลมีการกระจายไม่เป็นโค้งปกติและเปรียบเทียบ ค่าความดันตัวบนเฉลี่ยก่อนและหลังใช้รูปแบบด้วยสถิติ Paired t-test เนื่องจากข้อมูลมีการกระจาย เป็นโค้งปกติ ผลการวิจัย พบว่า การใช้รูปแบบ KP PHARM model ความร่วมมือในการรับประทาน ยาความดันหลังจากใช้รูปแบบ (x=4.93, SD=1.17) มากกว่าก่อนใช้รูปแบบ (x=4.93, SD=1.17) อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 และเมื่อเปรียบเทียบค่าความดันตัวบนเฉลี่ยก่อนและหลังใช้รูปแบบ ด้วยสถิติ Paired t-test พบว่า ค่าเฉลี่ยความดันตัวบนหลังจากใช้รูปแบบ (x=148, SD=24) ต่ำกว่า ก่อนใช้รูปแบบ (x=177, SD=27) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ดังนั้น การใช้ รูปแบบส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยา KP PHARM Model มีประสิทธิผลให้เกิดความร่วมมือในการ ใช้ยาของผู้ป่วย Polypharmacy ในโรคความดันมากขึ้น และผู้ป่วยสามารถควบคุมความดันให้ลดลง อยู่ในช่วงปกติได้ ข้อจำกัดสำหรับการศึกษานี้คือ ไม่สามารถควบคุมปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการ ควบคุมความดันของผู้ป่วยได้ ข้อเสนอแนะคือจะต้องมีการศึกษาในระยะยาว


37 รู้เร็วส่งไวใกล้บ้าน Smart cancer screening นิศจรา กุณาฑลต์* * กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่ บทคัดย่อ บทนำและวัตถุประสงค์: จากรายงานของสถาบันมะเร็ง ปี พ.ศ. 2559-2561 สถิติโรคมะเร็งใน จังหวัดสงขลายังค่อนข้างสูง โดยพบอุบัติการณ์ในผู้ชาย 1,308 ราย ผู้หญิง 1,286 ราย คิดเป็น 140.2 และ 119.3 รายต่อแสนประชากร เทียบกับระดับประเทศ 147.5 และ 141.8 รายต่อแสน ประชากร ตามลำดับ มะเร็งที่พบบ่อยและสามารถตรวจคัดกรองเพื่อวินิจฉัยรักษาได้ในระยะต้น คือ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก แต่เนื่องจากจังหวัดสงขลามี ประชากรหนาแน่นเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ ทำให้การเข้าถึงการคัดกรองไม่ครอบคลุม การส่งต่อ ล่าช้า จึงนำไปสู่การดูแลมะเร็งครบวงจร วิธีการดำเนินการ: ทีมกลุ่มงานเวชกรรมสังคม, ศูนย์มะเร็งหาดใหญ่-นาหม่อม และ MIS & Intervention center ร่วมกับเครือข่าย รพ.สต., สสอ., อสม., สถานประกอบการ, องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในการกำหนดยุทธศาสตร์มะเร็ง 1. Early kick off 2. Smart screening 3. Step up ดังนี้ จัดซื้อชุดตรวจคัดกรองรวดเร็ว อบรมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก HPV DNA selfsampling และมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยตนเองด้วยวิธี FIT-test มีการพัฒนา application คัดกรอง มะเร็งเต้านมด้วยตนเอง Breast cancer fast track การพัฒนา Health screening station ใน รพ.สต.และศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาล พัฒนาการเยี่ยมบ้านและระบบโลจิสติกส์ในการส่ง อุปกรณ์การตรวจคัดกรองถึงบ้าน รวมทั้งเปิดให้บริการเพิ่มในห้างสรรพสินค้าเพื่ออำนวยความ สะดวก ลดความแออัดและลดระยะเวลารอคอยในโรงพยาบาล จัดมหกรรม Big screening day และพัฒนาระบบการเชื่อมข้อมูลส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัย ได้แก่ Colonoscope, Colposcope, Mammogram เป็นต้น ผลการศึกษา: หลังการดำเนินงานสามารถคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสะสมเพิ่มขึ้นติดต่อกันทุกปี ปี 2564-2566 10,329, 13,440, 15,839 ราย ปี 2566 การส่งต่อเพื่อ colonoscope เพิ่มขึ้น เป็น 80.91% จากเดิมที่ได้น้อยกว่า 20% ทำให้ผลลัพธ์ในภาพรวมระดับเขตสุขภาพ ตรวจพบผู้ป่วย มะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้น ปี2564-2566 มะเร็งเต้านม 282, 350, 469 ราย และมะเร็งลำไส้ 285, 328, 413 ราย ร้อยละผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ผ่านเกณฑ์ ได้แก่ มะเร็งปาก มดลูก 100% มะเร็งลำไส้ใหญ่ 80% ร้อยละผู้ป่วยได้รับเคมีบำบัดภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ผ่าน เกณฑ์ ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก 100% มะเร็งเต้านม 86% ร้อยละผู้ป่วยได้รับเคมีบำบัดภายใน ระยะเวลา 6 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ปี 2564-2566 50%, 56%, 88% ผลลัพธ์ สัดส่วนของผู้ป่วยมะเร็งมะเร็งสำคัญระยะต้นต่อระยะท้าย ในปี 2565 เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยมะเร็งปาก มดลูกและมะเร็งตับและท่อทางเดินน้ำดี รวมทั้งการให้วัคซีนในกลุ่มเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก 99,599 ราย คิดเป็น 140.21% วิจารณ์และสรุปผล/ข้อเสนอแนะ: รู้เร็วส่งไวใกล้บ้าน Smart cancer screening เป็นการนำเสนอ รูปแบบการจัดการสุขภาพต้านภัยมะเร็งครบวงจรโดยนำเทคโนโลยีทั้งการตรวจคัดกรอง การบริหาร จัดการห่วงโซ่อุปทานและการเข้าถึงประชาชนกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะในเขตเมือง โดยมีรูปแบบที่ หลากหลายไม่ติดในกรอบเดิม Key success factors คือ 1. Early strategy 2. Primary care network system 3. Smart screening แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง ดังนี้ 1. Fast track cancer from community to excellence center 2. บริการเชิงรุก ใกล้บ้าน ในชุมชน ประชาชนสะดวก


38 พัฒนารูปแบบการวางแผนดูแลล่วงหน้าในผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองโรงพยาบาล โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี The Development of Advance Care Plan Model in Palliative Care at Khokpho Hospital. นันท์นภัส ประไพ* , นันทิกานต์ หวังจิ * ศูนย์ดูแลต่อเนื่อง (coc) โรงพยาบาลโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี บทคัดย่อ ปัจจุบันความต้องการดูแลแบบประคับประคองในผู้ป่วยระยะท้ายจากโรคร้ายแรงและโรคเรื้อรังต่างๆมี ความจำเป็นมาก เนื่องจากประชากรที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้การวางแผนดูแลล่วงหน้าเป็นกระบวนการสำคัญในการดูแลแบบประคับประคอง จาก อุบัติการณ์การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายที่ไม่ได้รับการวางแผนดูแลล่วงหน้าทำให้การรักษาที่ยืดชีวิตเกิน ความจำเป็น ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์ทรมาน ไม่สามารถตัดสินใจเลือกการรักษาได้ด้วยตัวเอง ในช่วงสุดท้ายของชีวิต รวมถึงรูปแบบของการวางแผนดูแลล่วงหน้าในทีมสุขภาพที่ไม่ชัดเจน ดังนั้นการ พัฒนารูปแบบวางแผนดูแลล่วงหน้าในผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองที่มีความชัดเจนและ ครอบคลุมการบริการแบบองค์รวมจะส่งผลให้ผู้ป่วยระยะท้ายลดความทุกข์ทรมานและลดค่าใช้จ่ายใน การรักษาที่ไม่จำเป็น เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสุดท้ายของชีวิต วิจัยนี้เป็น การวิจัยและพัฒนา (Research & Development, R&D) มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหาและความ ต้องการรูปแบบวางแผนดูแลล่วงหน้าในผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง 2.เพื่อพัฒนารูปแบบวาง แผนการดูแลล่วงหน้าในผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง และ3.เพื่อประเมินประสิทธิผลรูปแบบ วางแผนดูแลล่วงหน้าในผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 60 คน กลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังแบ่งเป็นทีมสุขภาพจำนวน 30 คน และผู้ป่วยและญาติ จำนวน 30 คน อายุ 18 ปีขึ้นไปทั้งเพศชายและหญิง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1.) แบบสอบถามข้อมูล ส่วนบุคคล 2.) แบบประเมินความพึงพอใจทีมสุขภาพ 3.) แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ป่วยระยะ ท้ายและญาติ และ4.) แบบประเมินผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองโดยใช้แบบ ประเมิน POS (สำหรับผู้ป่วย) เครื่องมือดังกล่าวได้รับการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดย ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน และหาค่าความเที่ยงของแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติ และแบบ ประเมินความพึงพอใจของทีมสุขภาพได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าครอนบาคเท่ากับ .80และ .81 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติ Independent t-test ผลการพัฒนารูปแบบดังนี้ 1.) มีแนวปฎิบัติการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบ ประคับประคองแบบองค์รวม ได้แก่ แบบบันทึกและกระบวนการสื่อสารวางแผนดูแลล่วงหน้าตาม แนวคิด LIFESS 2.)วางแผนดูแลโดยพยาบาลเจ้าของไข้ (Palliative care ward nurse: PCWN) และ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว 3.) มีฐานข้อมูล Digital ของทีมสุขภาพเพื่อเชื่อมโยงการดูแลจากบ้านสู่ ชุมชน ผลการศึกษาพบว่า การเปรียบเทียบผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองโดยใช้ แบบประเมิน POS (สำหรับผู้ป่วย) ก่อนและหลังได้รับการดูแลรายข้อดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.001) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ป่วยระยะท้ายและญาติที่ได้รับรูปแบบวางแผนดูแล ล่วงหน้าอยู่ในระดับพึงพอใจมาก (M= 2.73, SD=0.45) ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของทีมสุขภาพที่ใช้ รูปแบบการวางแผนดูแลล่วงหน้าพบว่ามีความพึงพอใจมากเช่นกัน (M= 3.00, SD=0.00) และ เปรียบเทียบจำนวนวันนอน ค่ารักษาพยาบาลในผู้ป่วยที่ได้รับรูปแบบวางแผนดูแลล่วงหน้ากับผู้ป่วยที่ ไม่ได้รับรูปแบบวางแผนดูแลล่วงหน้า พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับรูปแบบวางแผนการดูแลล่วงหน้ามีจำนวนวัน นอนและค่ารักษาพยาบาลลดลง ดังนั้นจึงควรนำรูปแบบนี้ไปใช้ในผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง เพื่อส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสุดท้ายของชีวิต ญาติและทีมสุขภาพเกิดความพึงพอใจ ลดค่าใช้จ่าย ในการรักษาที่ไม่จำเป็น สอดคล้องกับการพัฒนาระบบคุณภาพการบริการที่แท้จริง


39 ประสิทธิภาพในการใช้กัญชาทางการแพทย์ในผู้ป่วยระยะท้ายในเขตอำเภอตากใบ จังหวัด นราธิวาส (มิติของในการลดอาการปวด การนอนหลับ และความอยากอาหาร) The efficacy of medical cannabis use in palliative care patients in Tak Bai district, Narathiwat province (Aspects of pain relief, sleep improvement, and appetite stimulation) นพ.กตัญญุ นรากุล* , อรวรรณ วงศ์ศิริทัศน์, ปานเกศ สิทธิชัย * โรงพยาบาลตากใบ บทคัดย่อ ปัจจุบันกัญชาได้ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์มากขึ้น หลังจากที่มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้สามารถใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมาย และตอนนี้ได้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป หลายงานวิจัยกล่าวถึงประโยชน์ในการใช้กัญชาซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก จำนวนผู้ป่วยปวดระท้ายในเขตพื้นที่โรงพยาบาลตากใบที่เก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2565-2567 มีจำนวน ผู้ป่วยที่เข้าข่ายระยะท้ายถึง 114 คนพบว่า อาการปวดจะเป็นอาการรบกวนที่พบมากที่สุดในผู้ป่วย ระยะท้าย(ร้อยละ 62%) รองลงมาเป็นอาการอ่อนเพลีย/เบื่ออาหาร(ร้อยละ 40%) อาการนอนไม่หลับ (ร้อยละ 37.5%) และอาการหอบเหนื่อย(ร้อยละ 25.5%) ตามลำดับ โรงพยาบาลตากใบจึงมีการ ดำเนินการให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ตั้งแต่ ธันวาคม 2565 โดยให้บริการกัญชาทาง การแพทย์แผนปัจจุบัน และคลินิกระงับปวดในผู้ป่วยประคับประคอง ในสัปดาห์ ที่ 2 ของทุกเดือนเพื่อ มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับข้อมูลและองค์ความรู้ในการใช้กัญชาที่มีในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้นด้วย วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการใช้กัญชาทางการแพทย์ในผู้ป่วยระยะท้ายในเขต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ในมิติของในการลดอาการปวด การนอนหลับ และความอยากอาหาร วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาย้อนหลัง (Retrospective descriptive study) โดยเก็บ ข้อมูลผู้ป่วย ระยะประคับประคองที่เข้ารับบริการในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แบบบูรณาการและ/ หรือข้อมูลผู้ป่วยจากการลงเยี่ยมบ้านผู้ป่วยระยะท้ายของโรงพยาบาลตากใบจำนวน 32 คน รวบรวม ข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นผู้ป่วยระยะประคับประคองประเมินก่อนและหลังใช้ยากัญชาด้วย แบบบันทึกการดูแลผู้ป่วยประคับประคอง รพ.ตากใบในวันที่ 1 และวันที่ 7(ก่อนและหลังได้รับยา กัญชาทางการแพทย์) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย นำเสนอด้วยจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และข้อมูลอาการรบกวนทั้ง 3 มิติประกอบด้วย การลดอาการปวด การนอนหลับ และ ความอยากอาหาร ใช้ค่าเฉลี่ย เปรียบเทียบ ระดับความรุนแรงของความปวดด้วย Paired t-test จาก การเก็บข้อมูลผู้ป่วยระยะประคับประคองที่เข้ารับบริการในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แบบบูรณาการ และ/หรือข้อมูลผู้ป่วยจากการลงเยี่ยมบ้านผู้ป่วยระยะท้ายของโรงพยาบาลตากใบจำนวน 32 คน พบว่ามีผู้ป่วยที่เข้าร่วมในการเก็บข้อมูล 32 คนเป็นเพศชาย 21 คน(ร้อยละ 65.62),เพศหญิง 11 คน (ร้อยละ 34.38) กลุ่มอายุ 20-30 ปี 1 คน(ร้อยละ 3.12) อายุ 40-60 ปี 15 คน(ร้อยละ 42.86) และ 60-80 ปี 16 คน(ร้อยละ 54.02) แบ่งเป็นผู้ป่วยมะเร็ง 27 คน(ร้อยละ 84.38) และไม่ใช่ผู้ป่วยมะเร็ง 5 (ร้อยละ 15.62) โดยผู้ป่วยใช้ strong opioid ร่วมกับกัญชา 22 คน(ร้อยละ 68.75) ใช้กัญชาอย่างเดียว 10 คน(ร้อยละ 31.25) โดยมี ESAS score average ก่อนได้รับกัญชา เท่ากับ 6.16,5.06,5.41 ตามลำดับ และ ESAS score average หลังได้รับกัญชา 2,2.15,2.25 ตามลำดับ ซึ่งมีค่า S.D เท่ากับ 0.76,0.92,0.87 t-TEST เท่ากับ 22.378,17.513,9.98 และ p-valve เท่ากับ 0.00,0.00,0.00 ตามลำดับ ซึ่งอาการรบกวนทั้งสามมิตินั้นมีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากการศึกษานี้ทำให้เราพบว่าการใช้กัญชาร่วมกับการใช้ strong opioids ในการรักษาคนไข้ระยะ ประคับประคองนั้นทำให้อาการรบกวนที่เกิดขึ้นดีขึ้นกว่าเก่า ทำให้ความยากอาหาร และการนอนกลับ ดีขึ้นจากการใช้ strong opioid และ/หรือยานอนหลับเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่ใช้กัญชา ทางการแพทย์ในการรักษาทั้งหมดที่เก็บข้อมูลนี้ไม่พบว่ามีผลข้างเคียงรุนแรงที่ต้องนำส่งโรงพยาบาล อีกทั้งสามารถใช้ต่อเนื่องตลอดการรักษาได้เป็นอย่างดี ซึ่งในอนาคตจะเป็นประโยชน์ในการช่วยลด อาการรบกวนต่างๆของผู้ป่วยและสร้างความั่นใจในการใช้กัญชาทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยระยะ ท้ายต่อไป


40 รายชื่อผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ รูปแบบการนำเสนอ : Poster Presentation ลำดับ ชื่อบทความ ชื่อ-สกุล ผู้วิจัยหลัก หน่วยงาน / สถานที่ ปฏิบัติงาน (ผู้วิจัยหลัก) 1 พัฒนารูปแบบการเข้าถึงบริการคลินิก ผู้สูงอายุแบบองค์รวม “ร่มโพธิ์โมเดล” โรงพยาบาลโคกโพธิ์จังหวัดปัตตานี ซูลวีนาร์ ชุมประเวศ องค์กรแพทย์ โรงพยาบาลโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 2 ระบบประเมินความเสี่ยงอัจฉริยะ สำหรับโรคไตวายระยะสุดท้ายของ ผู้ป่วยเบาหวาน เอกมาศ วงศ์ไพรินทร์ โรงพยาบาลสตูล 3 ประเมินผลการดำเนินงานป้องกัน การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทางถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ปี2566 วีรศักดิ์เบญอะหลี สำนักงานสาธารณสุข อำเภอเทพา 4 การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วย ที่ได้รับการใส่คาสายสวนปัสสาวะ ที่บ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อใน ระบบทางเดินปัสสาวะ ทิพวดีสีสุข โรงพยาบาลรามัน 5 การพัฒนาระบบบริการการแพทย์ ทางไกลผู้ป่วยปฐมภูมิพื้นที่เกาะ โรงพยาบาลสตูล เอกมาศ วงศ์ไพรินทร์ โรงพยาบาลสตูล 6 การพัฒนานวัตกรรมหุ่นฝึกทักษะ การนวดแบบมณีเวชในทารกเกิด ก่อนกำหนด อารีรัตน์นวลแย้ม โรงพยาบาลหาดใหญ่ 7 ความสามารถในการควบคุมความดัน โลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในสถานบริการระดับปฐมภูมิเมื่อได้รับ การรักษาตามมาตรฐานปกติร่วมกับ การแพทย์ทางไกล รัตติกา กุหลาบวรรณ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่


41 รายชื่อผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ รูปแบบการนำเสนอ : Poster Presentation ลำดับ ชื่อบทความ ชื่อ-สกุล ผู้วิจัยหลัก หน่วยงาน / สถานที่ ปฏิบัติงาน (ผู้วิจัยหลัก) 8 ผลของโปรแกรมการออกกำลังกาย แบบดาระบิคต่อภาวะซึมเศร้าใน กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานเรื้อรังสูงอายุที่ไม่ พึ่งอินสุลิน ซึ่งมารับบริการตรวจรักษา ณ โรงพยาบาลควนกาหลง จังหวัดสตูล สุรศักดิ์ จันทร์เชาวลิตร กลุ่มงานบริการด้าน ปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลควนกาหลง สตูล 9 การออกแบบระบบบริการสถาน ชีวาภิบาลในชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ อุดมโชค อินทรโชติ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลชัยภูมิ 10 การพัฒนาแผ่นมาส์กตาจาก ผงฟ้าทะลายโจร เพื่อลดอาการ ปวดตาจากอุปกรณ์ดิจิทัล ยัสมีน หะยีอาแว โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลรูสะมิแล 11 พัฒนารูปแบบการจัดบริการคลีนิก ผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี อมรรัตน์ แสงสุวรรณ์ ศูนย์ดูแลต่อเนื่อง โรงพยาบาลโคกโพธิ์ 12 ความพึงพอใจของผู้รับบริการต่อ การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยใน ที่บ้านเครือข่ายสุขภาพอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ศจีอินทฤทธิ์ โรงพยาบาลตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 13 อยู่อย่างสุขใจ จากไปอย่างสงบ: การพัฒนาระบบการดูแลแบบ ประคับประคองในชนบทตามบริบท พื้นที่ บุญจิรา เขียวขำ ทีมประคับประคอง โรงพยาบาลรามัน


42 รายชื่อผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ รูปแบบการนำเสนอ : Poster Presentation ลำดับ ชื่อบทความ ชื่อ-สกุล ผู้วิจัยหลัก หน่วยงาน / สถานที่ ปฏิบัติงาน (ผู้วิจัยหลัก) 14 "การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น ภายใต้ควาร่วมมือของกลไก พชต.และภาคีเครือข่ายสุขภาพ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี" ฟาเดีย หลงแดวา โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลรูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี 15 ผลของโปรแกรมการจัดบริการ ปฐมภูมิรูปแบบใหม่ (Redesign) เพื่อสนับสนุนการจัดการสุขภาพ ตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานและ โรคความดันโลหิตสูงเครือข่ายสุขภาพ อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส จิราวรรณ พรหมเพชร โรงพยาบาลตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 16 ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัด การตนเองต่อพฤติกรรมการจัดก ารตนเองและระดับน้ำตาลสะสม ในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิด ที่ 2 ที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้ อรุณีไตรแสง เวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่ 17 เปรียบเทียบผลลัพธ์การดูแลรักษา ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงผ่านระบบ โทรเวชกรรม วศิน คัมภีระ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่ 18 พฤติกรรมการใช้Application Line ของ พยาบาลวิชาชีพ บนเครือข่าย สังคมออนไลน์ สุรศักดิ์ จันทร์เชาวลิตร กลุ่มงานบริการด้านปฐม ภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลควนกาหลง สตูล


43 รายชื่อผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ รูปแบบการนำเสนอ : Poster Presentation ลำดับ ชื่อบทความ ชื่อ-สกุล ผู้วิจัยหลัก หน่วยงาน / สถานที่ ปฏิบัติงาน (ผู้วิจัยหลัก) 19 การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังการ การจำหน่ายยาอันตรายในร้านชำ โดยกลไกเครือข่ายชุมชน ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เสาวภาคย์แสงแก้ว โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลรูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี 20 การศึกษาแรงจูงใจอยากเลิกสูบบุหรี่ ของผู้ที่เข้ารับบริการคลินิกเลิกบุหรี่ โรงพยาบาลสิเกา จังหวัดตรัง วิสุทธิ์สุวรรณวร กลุ่มงานบริการด้าน ปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลสิเกา บทคัดย่อ Poster Presentation


44


45


46


47 โครงการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้รับอนุมัติให้จัดการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางฯตั้งแต่ พ.ศ.2541 ฝึกอบรมมาแล้ว 21 รุ่น สำเร็จการศึกษาแล้วรวม 111 คน ปัจจุบันแพทย์ส่วนใหญ่ปฎิบัติงานในกระทรวงสาธารณสุข ในพื้นที่ภาคใต้และส่วนหนึ่งอยู่ในภาคเอกชน “If you listen the patients carefully enough they will tell you the diagnosis” Sir Willium Osler กลุ่มงานเวชกรรมสังคม


Click to View FlipBook Version