The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 การสืบพันธุ์ของพืชดอก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanya Iew, 2022-10-08 07:06:11

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 การสืบพันธุ์ของพืชดอก

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 การสืบพันธุ์ของพืชดอก

80

81

82

83

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 6

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5

รายวิชา ชีววิทยา 3 รหัส ว 32243

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 8 การสืบพนั ธ์ขุ องพชื ดอก เวลา 10 ช่ัวโมง

เร่ือง การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสร้างตา่ ง ๆ ของผลและเมล็ด เวลา 2 ช่วั โมง

ภาคเรยี นที่ 1/2565 ครผู ู้สอน นางสาวธัญญาเรศ ทบอาจ

1. มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรยี นรู้
สาระชีววิทยา 3 เข้าใจส่วนประกอบของพืช การแลกเปลี่ยนแก๊สและคายน้ำของพืช การ

ลำเลียงของพืช การสังเคราะห์ด้วยแสง การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต และการ
ตอบสนองของพืช รวมท้งั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ผลการเรียนรู้
4. อธิบายการเกิดผลและการเกิดเมล็ดของพืชดอกโครงสร้างของเมล็ดและผลและ
ยกตวั อย่างการใชป้ ระโยชนจ์ ากโครงสร้างตา่ ง ๆ ของเมล็ดและผล

2. สาระสำคัญ
ภายหลังการปฏิสนธิ รังไข่จะมีการเจรญิ และพัฒนาไปเป็นผล และออวุลจะมีการเจริญและ

พัฒนาไปเป็นเมล็ด โครงสร้างของผลประกอบด้วยผนังผลและเมล็ด ส่วนโครงสร้างของเมล็ด
ประกอบด้วยเปลือกเมล็ดเอ็มบริโอและเอนโดสเปิร์ม โครงสร้างแต่ละส่วนของผลและเมล็ดมี
ประโยชน์ต่อพืชและตอ่ สง่ิ มีชวี ิตอ่นื ซง่ึ มนษุ ยใ์ ช้ประโยชน์จากโครงสร้างของผลและเมล็ดในด้านต่างๆ

3. สาระการเรยี นรู้
- การใช้ประโยชน์จากโครงสรา้ งต่าง ๆ ของผลและเมลด็

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกการใชป้ ระโยชน์จากโครงสรา้ งต่าง ๆ ของดอก ผล และเมลด็ ได้
2. ด้านทักษะกระบวนการ (P)
สืบค้นขอ้ มูลเกย่ี วกบั การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสรา้ งต่าง ๆ ของดอก ผล และเมล็ดได้
3. ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
มสี ่วนร่วมในการทำกจิ กรรมและใฝร่ ู้ในงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย

84

5. กิจกรรมการเรยี นรู้
รปู แบบการสอนที่ใช้ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ คอื การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

1. ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 นักเรียนยกตัวอย่างผลไม้ต่างๆ ทเ่ี คยรบั ประทานโดยครูให้ยกตัวอย่างร่วมกนั เช่น

มะมว่ ง แตงโม ลนิ้ จ่ี ทุเรียน เงาะ เป็นต้น จากน้ันครใู ชค้ ำถามเพ่ือนำอภิปราย ดังน้ี
- ส่วนเน้อื ทีน่ ำมารบั ประทานเปน็ สว่ นของผลหรือเมลด็ นักเรียนทราบไดอ้ ย่างไร
นกั เรียนและครรู ่วมกนั อภิปรายสรุปไดว้ า่ เนอื้ ผลไม้ท่นี ำมารับประทานนัน้ เป็นส่วน

ของผนงั ผล ซงึ่ ชน้ั ของผนงั ผลท่รี บั ประทานได้นัน้ ข้นึ กบั ชนดิ ของพชื เชน่
- มะละกอ กีวี และมะมว่ ง รับประทานเฉพาะผนังผลช้นั กลาง ไม่รบั ประทานผนังผล

ช้นั นอกซ่ึงเป็นเปลอื ก
- มะเฟืองและมะเขือเทศ รับประทานผนงั ผลทง้ั 3 ช้นั

1.2 ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมว่า ในผลไมบ้ างชนดิ ที่นำมารับประทานมีเนื้อท่ีไม่ได้เป็นผนังผล
แต่เปน็ เนือ้ ทเ่ี กิดจากเยื่อหุ้มเมล็ด และใชค้ ำถามเพ่อื นำเข้าสกู่ ารอภิปรายดงั น้ี

- ถ้านักเรียนเคยรับประทานลิ้นจี่ ลำไย และทุเรียน กับเงาะและกระท้อน ลักษณะ
ของเนื้อท่รี บั ประทานนั้นแยกออกจากเมล็ดไดเ้ หมอื นหรอื แตกตา่ งกันอยา่ งไร

- นกั เรยี นเคยสงั เกตเนอื้ ส่วนท่รี ับประทานวา่ ตดิ กบั ส่วนใดของเมลด็ หรือไม่

2. ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 นักเรยี นศกึ ษารูป 8.21 เย่อื หมุ้ เมล็ด ในหนงั สอื เรียนชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 3 และรว่ มกัน

อภปิ รายเกี่ยวกบั สว่ นเน้ือทร่ี ับประทานได้ซง่ึ เปน็ ส่วนของเยอื่ หุ้มเมลด็
2.2 นกั เรียนศึกษาเกีย่ วกับการใช้ประโยชนจ์ ากเมล็ดพืชในดา้ นเคร่ืองปรงุ อาหารโดยครู

นำเครือ่ งเทศตา่ งๆ มาให้นกั เรยี นศกึ ษา แล้วใชค้ ำถามถามนักเรียนว่า
- นกั เรียนเคยรบั ประทานเคร่ืองเทศตา่ งๆ หรือไม่ เครอื่ งเทศแตล่ ะชนิดมีกลน่ิ

แตกต่างกันอย่างไร และกลิน่ นั้นเกิดข้นึ ได้อย่างไร
2.3 นกั เรียนทำกจิ กรรม 8.3 ผลติ ภัณฑจ์ ากดอก ผล และเมล็ดในหนังสอื เรยี นชีววิทยา

ม.5 เล่ม 3 โดยการสืบค้นข้อมูลยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างต่าง ๆ ของดอก ผล และ
เมลด็ ทน่ี กั เรยี นสนใจ แลว้ บนั ทกึ กจิ กรรม 8.3 ผลติ ภณั ฑ์จากดอก ผล และเมล็ดลงในสมุด

3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
3.1 นกั เรียนและครูลงขอ้ สรปุ จากการศกึ ษารูปท่ี 8.21 เย่ือห้มุ เมลด็ ในหนังสอื เรยี น

ชีววิทยา ม.5 เล่ม 3 สรุปได้ว่า เนื้อที่เป็นส่วนเยื่อหุ้มเมล็ดที่แยกออกจากเมล็ดได้ง่าย เช่น ในลิ้นจี่
และลำไยจะเป็นส่วนที่เจริญมาจากกา้ นเมล็ด แตผ่ ลบางชนดิ มีสว่ นเย่ือห้มุ เมล็ดแยกออกจากเมล็ดได้
ยาก เช่น เงาะ และกระท้อนจะเป็นส่วนที่เจริญมาจากเปลือกเมลด็

85

3.2 นกั เรยี นและครูลงขอ้ สรปุ จากการศึกษาการใช้ประโยชนจ์ ากผลและเมล็ดเป็นอาหาร
ได้ว่า นอกจากจะรับประทานผลสดแล้ว ในพืชบางชนิดที่มีกลิ่นสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องเทศได้
กล่ินนั้น เกดิ จากน้ำมันหอมระเหยรวมท้งั สารอืน่ ๆ ท่พี ชื สร้างขึ้น ทำใหพ้ ชื แต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัว
นิยมทำใหแ้ ห้งเพื่อใช้ปรุงอาหาร เชน่ ผลโป๊ยกก๊ั ใช้ทำพะโล้ เมลด็ พริกไทยใชป้ รุงอาหารตา่ ง ๆ

3.3 ครใู หค้ วามร้เู ก่ยี วกับฝ้ายและนุ่นดังน้ี สว่ นเสน้ ใหญ่ที่เหน็ นนั้ เป็นส่วนของเมลด็
สมบัติของเส้นใยที่ได้จากฝ้ายและนุ่น สมบัติของเส้นใยเหมาะสมกับการนำไปใช้ประโยชน์ใน
ด้านต่าง ๆ โดยเส้นใยฝ้ายมีสมบัติเหนียว เซลล์รูปร่างยาว สามารถนำมาปั่นเป็นด้ายเส้นยาวได้ดี
ส่วนเสน้ ใยของนุ่นน้นั มลี กั ษณะส้นั เซลลส์ นั้ ไมเ่ หนยี ว ไม่สามารถนำมาปนั่ เป็นเส้นยาวได้ ไม่สามารถ
นำมาใช้ทำสงิ่ ทอไดจ้ ึงนำไปใชป้ ระโยชน์ดา้ นอ่ืนเชน่ ใสใ่ นหมอนหรอื ที่นอน

4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นักเรยี นและครูร่วมกันเพ่ิมเตมิ ในเรอื่ งของประโยชน์จากพชื ชนิดอน่ื ๆ เชน่

มะพร้าว – น้ำมะพรา้ ว นำ้ ตาลสดมะพร้าว ไมก้ วาดก้านมะพร้าว
กลว้ ย - กล้วยฉาบ กลว้ ยตาก กล้วยกวน
สับปะรด – สับปะรดอบแหง้ สับปะรดกวน ไอศกรีมสับปะรด

5. ขั้นประเมนิ (Evaluation)
5.1 นกั เรียนตอบคำถามเพิม่ เติมโดยครใู ชค้ ำถามว่า เมลด็ พืชมกี ารสะสมแปง้ และไขมันไว้

ที่เมลด็ ซ่งึ อาจสะสมในเอนโดสเปริ ม์ หรอื ใบเล้ียงมนษุ ยน์ ำมาใช้ประโยชนอ์ ะไรบ้าง
(แนวคำตอบ มนษุ ยน์ ำเมลด็ มาใช้เปน็ อาหารโดยเมลด็ พชื ทีส่ ะสมแป้งอาจจะนำมารับประทานทั้ง
เมล็ด เชน่ ขา้ วเจ้าและขา้ วเหนยี วหรอื อาจนำเมล็ดไปบดใหล้ ะเอียดจนกลายเป็นแปง้ เช่น แปง้ สาลี
ใช้ในการทำขนมปัง สว่ นเมล็ดพืชท่สี ะสมลิพดิ ไว้จะนำมาสกัดเพ่ือผลติ น้ำมนั เช่นน้ำมนั ถ่ัวเหลือง
นำ้ มันมะพรา้ ว)

6. สื่อ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตรช์ วี วทิ ยา เล่ม 3 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 สสวท.
2. เพาเวอรพ์ อยต์ เรื่อง การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ของผลและเมลด็
3. เคร่ืองเทศชนดิ ต่างๆ

7. ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. กิจกรรม 8.3 ผลิตภัณฑ์จากดอก ผล และเมล็ดในหนังสือเรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 3
หนา้ 32

86

8. การวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธวี ดั ผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารผ่าน
จุดประสงค์
ดา้ นความรู้ (K) ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดขี น้ึ ไป

บอกการใช้ประโยชน์จากโครงสร้าง สงั เกตจากการ แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพพอใช้
ขน้ึ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
ตา่ ง ๆ ของผลและเมลด็ ได้ ตอบคำถามและ การปฏบิ ัติ
แสดงความ กิจกรรม
คดิ เหน็

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)

สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ ตรวจกจิ กรรม กจิ กรรม 8.3

จากโครงสร้างตา่ ง ๆ ของดอกผล และ 8.3 ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑจ์ าก

เมล็ดได้ จากดอก ผล ดอก ผล และ

และเมล็ด เมลด็

ด้านคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (A)

มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและใฝ่รู้ ประเมนิ แบบประเมิน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70
คุณลกั ษณะอนั ขึน้ ไป
ในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

พึงประสงค์

87

88

เกณฑก์ ารประเมนิ การปฏิบัติกิจกรรม

ประเดน็ ทีป่ ระเมิน ระดับคะแนน

10. การปฏบิ ตั ิ 4 32 1
กจิ กรรม ทำกจิ กรรมตาม ต้องให้ความ
ข้นั ตอน และใช้ ทำกิจกรรมตาม ตอ้ งใหค้ วาม ช่วยเหลอื อย่างมาก
อปุ กรณ์ไดอ้ ยา่ ง ในการทำกิจกรรม
ถกู ต้อง ขนั้ ตอน และใช้ ชว่ ยเหลอื บา้ งใน และการใช้อุปกรณ์

อปุ กรณ์ได้อยา่ ง การทำกจิ กรรม ทำกจิ กรรมเสรจ็ ไม่
ทนั เวลา และทำ
ถูกต้อง แตอ่ าจตอ้ ง และการใช้อปุ กรณ์ อุปกรณ์เสยี หาย

ได้รับคำแนะนำบา้ ง ตอ้ งใหค้ วาม
ชว่ ยเหลอื อย่างมาก
11. ความ มคี วามคลอ่ งแคลว่ มีความคลอ่ งแคล่ว ขาดความ ในการบันทึก สรปุ
และนำเสนอผลการ
คลอ่ งแคล่ว ในขณะทำกิจกรรม ในขณะทำกจิ กรรม คลอ่ งแคล่วในขณะ ทำกิจกรรม
โดยไม่ต้องไดร้ บั คำ
ในขณะปฏิบัติ ชีแ้ นะ และทำ แตต่ ้องได้รับ ทำกจิ กรรมจงึ ทำ
กจิ กรรม
คำแนะนำบ้าง และ กิจกรรมเสร็จไม่

กิจกรรมเสร็จ ทำกิจกรรมเสร็จ ทันเวลา

ทนั เวลา ทนั เวลา

12. การ บันทกึ และสรปุ ผล บันทึกและสรุปผล ตอ้ งให้คำแนะนำใน
บันทกึ สรปุ และ การทำกจิ กรรมได้ การทำกิจกรรมได้ การบนั ทกึ สรุป
นำเสนอผลการ ถูกต้อง รดั กุม ถูกต้อง แตก่ าร และนำเสนอผลการ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม นำเสนอผลการทำ นำเสนอผลการทำ ทำกจิ กรรม
กิจกรรมเป็น กิจกรรมยงั ไม่เปน็
ขั้นตอนชัดเจน ขน้ั ตอน

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

10-12 ดีมาก

7-9 ดี

4-6 พอใช้

0-3 ปรบั ปรงุ

89

90

เกณฑ์การประเมินผลการทำกิจกรรม

ประเดน็ การประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน

4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน

ความถูกต้อง ทำกิจกรรมถกู ตอ้ ง ทำกจิ กรรมถกู ตอ้ ง ทำกจิ กรรมถกู ตอ้ ง ทำกจิ กรรมถูกตอ้ ง
ร้อยละ 80 ข้ึนไป ร้อยละ 65 – 79 รอ้ ยละ 50 - 64 นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 50

ทำกจิ กรรมมีความ ทำกิจกรรมมีความเป็น ทำกจิ กรรมเปน็ ทำกิจกรรมเป็น
เป็นระเบียบ สะอาด ระเบยี บ สะอาด
ความเป็นระเบยี บ เรียบร้อยดมี าก ระเบยี บ สะอาด ระเบยี บ สะอาด เรียบร้อยพอใช้
ความตรงตอ่ เวลา
ส่งกจิ กรรมทนั ตาม เรยี บร้อยดี เรยี บร้อยปานกลาง สง่ กจิ กรรมลา่ ชา้ กวา่
เวลาท่ีกำหนด เวลาท่ีกำหนด
ส่งกจิ กรรมล่าชา้ กว่า ส่งกจิ กรรมลา่ ชา้ กวา่ มากกว่า 3 วัน

เวลาท่ีกำหนดไป 1 วนั เวลาที่กำหนดไป 3

วัน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ควรปรับปรงุ อย่างย่ิง
0-4
5-6 ควรปรับปรุง
7-8 พอใช้
9 – 10 ดี
11 - 12
ดมี าก

เกณฑ์การผา่ น ระดบั คณุ ภาพพอใช้ขึ้นไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

91

92

ตารางเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ประเด็นการ คณุ ลกั ษณะของนกั เรียน
ประเมิน
3 2 1
1. มวี นิ ัย
- มีความตรงตอ่ เวลา มีความซือ่ สตั ย์ - มคี วามซือ่ สตั ยส์ ุจรติ - มีความตั้งใจทจ่ี ะ
2. มีความ สจุ ริต - มีความตั้งใจท่ีจะทำงาน ทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ - มีความรบั ผดิ ชอบ มีความตัง้ ใจท่จี ะ - มีความรับผิดชอบ - รจู้ กั เสียสละ
ทำงาน - มีความอดทน - มีความซ่ือสตั ย์
- มเี คารพในสทิ ธขิ องผู้อน่ื ขยนั หมน่ั เพยี ร สุจริต
- มรี ะเบียบและปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์ - รจู้ ักเสียสละ
- เห็นอก เหน็ ใจผ้อู ืน่ - เห็นอก เห็นใจผ้อู นื่ - เข้าร่วมกิจกรรม
- มคี วามอดทนขยันหมั่นเพยี ร การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
- รจู้ กั เสยี สละ รจู้ กั กาลเทศะ - เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
- เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการ ตา่ ง ๆ
เรยี นรู้ - เอาใจใสแ่ ละมีความ
- ต้งั ใจในการเรียนรู้ พยายามในการเรยี นรู้
- เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรตู้ า่ ง ๆ -มกี ารบนั ทกึ ความรใู้ นระหว่าง
- มีการบันทึกความรูใ้ นระหว่างเรียน เรียน
- จดสรุปจากทค่ี รเู ขยี น

3. มีความ - เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัติหน้าทท่ี ไ่ี ด้รับ - ทุ่มเท อดทน ไม่ยอ่ ทอ้ ต่อ - ทุ่มเท อดทน ไม่
ม่งุ มน่ั ในการ มอบหมาย ปัญหาในการทำงาน ย่อท้อต่อปัญหาใน
ทำงาน - มีความตงั้ ใจและรับผิดชอบในการ - มกี ารปรับปรงุ และ การทำงาน
ทำงานใหส้ ำเรจ็ พฒั นาการทำงานด้วยตนเอง

- ทมุ่ เท อดทน ไม่ยอ่ ท้อต่อปัญหาใน - เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบตั ิ
การทำงาน หน้าทที่ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
- มีการปรับปรงุ และพฒั นาการทำงาน
ด้วยตนเอง

เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 มคี ะแนนมากกวา่ หรือเทา่ กบั 7
คะแนน 9-8 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 5 คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 มคี ะแนนน้อยกว่า 7
คะแนน 7 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4 คะแนน
คะแนน 6-5 คิดเป็นรอ้ ยละ 3 คะแนน
คะแนน 4 คดิ เปน็ ร้อยละ 2 คะแนน
คะแนน 3 คดิ เปน็ ร้อยละ 1 คะแนน

เกณฑค์ ณุ ภาพ
3 คะแนน ดี
2 คะแนน พอใช้
1 คะแนน ปรบั ปรงุ

93

94

95


Click to View FlipBook Version