The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมทางการศึกษา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jutiporn.seankasat, 2022-03-07 10:25:28

นางสาวจุติพร แสนกษัตริย์ เลขที่5 ห้อง6

นวัตกรรมทางการศึกษา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้

96

คน้ หาด้วยวิธี Search Engine น้ันมกั จะได้ผลลัพธ์ออกมากวา้ งๆช้ีเฉพาะเจาะจงได้ยาก บางคร้งั ข้อมูลท่ี ค้นหา
มาได้อาจมีถึงเป็นร้อยเป็นพัน Site แล้วมีใครบ้างหละท่ีอยากจะมานั้งค้นหาและอ่านดูท่ีจะเพจ ซึ่งคง ต้อง
เสียเวลาเป็นวันๆแน่ ซึ่งก็ไม่รับรองด้วยว่าคุณจะได้ข้อมูลที่คุณต้องการหรือไม่ ดังนั้นจิงมีหลักในการค้น หา
เพอื่ ใหไ้ ด้ขอ้ มูลใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ซ่งึ จะขอกล่าวในตอนหลัง
3.12.3 ประเภทของ Search Engine

Search Engine แต่ละแห่งมีวิธีการและการจัดเก็บฐานข้อมูลท่ีแตกต่างกันไปตามประเภทของ
Search Engine ท่แี ตล่ ะเวบ็ ไซตน์ ำมาใช้เกบ็ รวบรวมข้อมลู ดังนนั้ การที่คณุ จะเขา้ ไปหาขอ้ มลู หรือเว็บไซต์ โดย
วิธีการ Search น้ัน อย่างน้อยคุณจะต้องทราบว่า เว็บไซต์ที่คุณเข้าไปใช้บริการ ใช้วิธีการหรือ ประเภทของ
Search Engine อะไร เน่ืองจากแตล่ ะประเภทมีความละเอียดในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป ทน่ี ี้เราลองมาดูซิ
วา่ Search Engine ประเภทใดท่เี หมาะกับการคน้ หาข้อมลู ของคุณ

1. Keyword Index เป็นการค้นหาข้อมูล โดยการค้นจากข้อความในเว็บเพจที่ได้ผ่านการสำรวจ
มาแล้ว จะอ่านข้อความ ข้อมลู อยา่ งน้อยๆ ก็ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจน้ันๆ โดยการอ่าน
น้จี ะหมายรวมไปถงึ อ่านข้อความทีอ่ ยู่ในโครงสรา้ งภาษา HTML ซง่ึ อยู่ในรปู แบบของข้อความที่อยูใ่ นคำส่ัง alt
ซ่ึงเป็นคำส่ังภายใน TAG คำสังของรูปภาพ แต่จะไม่นำคำสั่งของ TAG อื่นๆ ในภาษา HTML และคำส่ังใน
ภาษา JAVA มาใช้ในการค้นหา วิธีการค้นหาของ Search Engine ประเภทน้ีจะให้ความสำคัญกับการ
เรียงลำดับข้อมูลก่อน-หลัง และความถ่ีในการนำเสนอข้อมูลน้ัน การค้นหาข้อมูล โดยวิธีการเช่นน้ีจะมีความ
รวดเร็วมาก แต่มีความละเอียดในการจัดแยกหมวดหมู่ของข้อมูลค่อนข้างน้อย เน่ืองจากไม่ได้คำนึงถึง
รายละเอียดของเน้ือหาเทา่ ท่คี วร แต่หากว่าคุณต้องการแนวทางดา้ นกว้างของข้อมูล และความรวดเร็วในการ
คน้ หา วิธีการนี้กใ็ ชไ้ ด้ผลดี

2. Subject Directories การจำแนกหมวดหมู่ข้อมูล Search Engine ประเภทนี้ จะจัดแบ่งโดยการ
วิเคราะห์เน้ือหา รายละเอียด ของแต่ละเว็บเพจ ว่ามีเนื้อหาเก่ียวกับอะไร โดยการจัดแบ่งแบบน้ีจะใช้
แรงงานคนในการพิจารณาเว็บเพจ ซงึ่ ทำให้การจัดหมวดหมู่ขึ้นอยู่กับวจิ ารณญาณของคนจัดหมวดหมู่แต่ละ
คนว่าจะจัดเก็บข้อมูลน้ันๆ อยู่ในเครือข่ายข้อมูลอะไร ดังน้ันฐานข้อมลู ของ Search Engine ประเภทน้ีจะถูก
จัดแบ่งตามเน้ือหาก่อน แล้วจึงนำมาเป็นฐานข้อมูลในการค้นหาต่อไป การค้นหาค่อนข้างจะตรงกับความ
ตอ้ งการของผู้ใช้ และมีความถกู ตอ้ งในการคน้ หาสงู เป็นต้นว่า หากเราตอ้ งการหาข้อมูลเก่ียวกบั เว็บไซต์ หรือ
เว็บเพจที่นำเสนอข้อมูลเกย่ี วกับคอมพิวเตอร์ Search Engine ก็จะประมวลผลรายช่ือเว็บไซต์ หรือเว็บเพจท่ี
เกี่ยวกบั คอมพวิ เตอร์ลว้ นๆ มาให้คณุ

3. Metasearch Engines จุดเด่นของการค้นหาด้วยวิธีการน้ี คือ สามารถเช่ือมโยงไปยัง Search
Engine ประเภทอื่นๆ และยังมีความหลากหลายของข้อมูล แต่การค้นหาด้วยวิธีนี้มีจุดด้อย คือ วิธีการนี้จะ
ไม่ให้ความสำคัญกับขนาดเล็กใหญ่ของตัวอักษร และมักจะผ่านเลยคำประเภท Natural Language (ภาษา
พดู ) ดงั นัน้ หากคณุ จะใช้ Search Engine แบบนี้ละก็ ขอให้ตระหนักถงึ ข้อบกพร่องเหล่านี้ดว้ ย
3.12.4 หลกั การค้นหาขอ้ มูลของ Search Enine

สำหรบั หลักในการค้นหาข้อมูลของ Search Engine แต่ละตัวจะมีลกั ษณะท่ีแตกต่างกนั ออกไป ขึน้ อยู่
กับวา่ ทางศูนย์บริการต้องการจะเก็บข้อมูลแบบไหน แตโ่ ดยสว่ นใหญ่แลว้ จะมกี ลไกใน การค้นหาท่ีใกล้เคยี งกัน
หากจะแตกต่างก็คงจะเป็นเร่ืองประสิทธิภาพเสียมากกว่า ว่าจะมีข้อมูล เก็บรวบรวมไว้อยู่ในฐานข้อมูลมาก
น้อยขนาดไหน และพอจะนำเอาออกมาบริการให้กับผู้ใช้ ไดต้ รงตามความตอ้ งการหรือเปล่า ซ่ึงลักษณะของ
ปัจจัยท่ใี ช้คน้ หาโดยหลักๆจะมีดงั นี้

1. การคน้ หาจากชือ่ ของตำแหน่ง URL ใน เว็บไซตต์ ่างๆ

97

2. การค้นหาจากคำที่มีอยู่ใน Title (ส่วนที่ Browser ใช้แสดงช่ือของเว็บเพจอยู่ทางด้าน
ซ้ายบนของหน้าตา่ งทแี่ สดง

3. การค้นหาจากคำสำคญั หรอื คำส่ัง keyword (อยู่ใน tag คำสงั่ ใน html ทม่ี ีชอ่ื ว่า meta)
4. การค้นหาจากส่วนทีใ่ ชอ้ ธิบายหรอื บอกลกั ษณะ site
5. ค้นหาคำในหน้าเว็บเพจด้วย Browser ซ่ึงการคน้ หาคำในหน้าเว็บเพจนั้นจะใช้สำหรับ
กรณที ี่คุณเข้าไปคน้ หาข้อมูลท่ีเว็บ เพจใด เว็บเพจหน่ึง แล้วภายในมีข้อความปรากฏอยู่เต็มไปหมด จะนั่งไล่ดู
ทลี ะบรรทัดคงไม่สะดวก ในลักษณะนี้เราใชใ้ ช้ browser ช่วยค้นหาให้ ขึ้นแรกให้คุณนำ mouse ไป click ท่ี
menu Edit แล้วเลือกบรรทัดคำส่ัง Find in Page หรือกดปุ่ม Ctrl + F ที่ keyboard ก็ได้ จากนั้นใส่คำท่ี
ตอ้ งการค้นหาลงไปแล้วก็กดปุ่ม Find Next โปรแกรมก็จะวิง่ หาคำดังกล่าว หากพบมันก็จะกระโดดไปแสดง
คำน้ันๆ ซึง่ คุณสามารถกดป่มุ Find Next เพือ่ คน้ หาต่อได้ อกี จนกวา่ คุณจะพบข้อมลู ทีต่ อ้ งการ
3.12.5 ความหมายของการรบั -ส่งขอ้ มูลบนเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ นต็
การรับ-ส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ต โดยใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) หรือที่
นิยมเรียกกันว่า อีเมล (E-Mail) หมายถึง การสือ่ สารหรือการส่งข้อความจากคอมพวิ เตอรเ์ คร่อื งหน่ึงผา่ นไปเข้า
เครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหน่ึงโดยส่งผ่านทางระบบเครือข่าย (Network) ผู้ส่งจะต้องมีเลขที่อยู่ (E-mail
Address) ของผู้รบั และผู้รับสามารถเปดิ คอมพิวเตอรเ์ รียกขา่ วสารนัน้ ออกมาดเู มอื่ ใดก็ได้ โดยท่วั ไปจดั ว่าเป็น
งานส่วนหนง่ึ ของสำนักงานอตั โนมัติ (Office Automatic) ซ่ึงปัจจบุ ันได้รับความนยิ มเปน็ อยา่ งมาก
3.12.6 ประโยชนข์ องการรับ-ส่งขอ้ มูลทางจดหมายอเิ ล็กทรอนกิ ส์
การรับ-ส่งข้อมูลทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการส่ือสารบนเครือข่ าย
อนิ เทอร์เน็ตทน่ี ิยมใช้มากท่ีสดุ เพราะมีประโยชนม์ ากมาย ดงั น้ี
1. ทำให้การตดิ ต่อสื่อสารทั่วโลกเป็นไปอย่างรวดเรว็ ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคสำหรบั อีเมลในทุก
แห่งทั่วโลกทม่ี เี ครือขา่ ยคอมพิวเตอร์เช่ือมต่อถึงกันได้ สามารถเข้าไปสถานท่ีเหลา่ นั้นได้ทกุ ที่ ทำให้ผูค้ นท่วั โลก
ตดิ ต่อถึงกันได้ทันที ผรู้ ับสามารถจะรับข่าวสารจากอเี มลได้ทันทีที่ผู้สง่ จดหมายส่งข้อมลู ผ่านทางคอมพิวเตอร์
เสร็จสิ้น
2. สามารถส่งจดหมายถงึ ผู้รับที่ต้องการได้ทุกเวลา แม้ผู้รับจะไม่ไดอ้ ยทู่ ี่หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ตาม
จดหมายจะถูกเก็บไว้ในตู้จดหมายของคอมพวิ เตอร์และเปน็ ส่วนตวั จนกว่าเจ้าของจดหมายท่ีมรี หสั ผ่านจะเปิด
ต้จู ดหมายของตนเองอ่าน
3. สามารถส่งจดหมายถงึ ผู้รบั หลายๆคนไดใ้ นเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องเสยี เวลาสง่ ใหท้ ีละคน กรณี
นี้จะใช้กับจดหมายท่ีเป็นข้อความเดียวกัน เช่น หนังสือเวียนแจ้งข่าวให้สมาชิกในกลุ่มทราบหรือเป็นการนัด
หมายระหวา่ งสมาชกิ ในกลุ่ม เปน็ ต้น
4. ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไปส่งจดหมายที่ตู้ไปรษณีย์หรือท่ีทำการไปรษณีย์ ทำให้
ประหยัดคา่ ใช้จ่ายในการสง่ เน่ืองจากไม่ตอ้ งคำนึงถึงปรมิ าณน้ำหนักและระยะทางของจดหมายเหมือนกับการ
สง่ ทางไปรษณียธ์ รรมดา
5. ผู้รับจดหมายสามารถเรียกอ่านจดหมายได้ทุกเวลาตามสะดวก ซ่ึงจะทำให้ทราบว่าใน
ตจู้ ดหมายของผรู้ ับมีจดหมายกี่ฉบับ มีจดหมายท่ีอ่านแล้วหรือยังไม่ได้เรียกอ่านกี่ฉบบั เม่ืออ่านจดหมายฉบับ
ใดแลว้ หากต้องการลบท้ิงก็สามารถเก็บข้อความไว้ในรูปของแฟ้มขอ้ มูลได้ หรือจะพมิ พ์ออกมาลงกระดาษกไ็ ด้
เชน่ กัน
6. สามารถถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล (Transferring Flies) แนบไปกับจดหมายถึงผู้รับได้ ทำให้การ
แลกเปล่ียนข่าวสารเป็นไปได้โดยสะดวก รวดเร็ว ทันเวลาและทันเหตุการณ์ จากความสำคัญของอีเมลที่

98
สามารถอำนวยประโยชน์ให้กับผู้ใช้อย่างคุ้มค่านี้ ทำให้ในปัจจุบันอีเมลกลายเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานทุก
แหง่ ท่วั โลก ทที่ ำให้สมาชิกในชมุ ชนโลกสามารถตดิ ตอ่ กันผ่านทางคอมพิวเตอร์ไดใ้ นทกุ ท่ีทกุ เวลา
3.12.7 เวบ็ ไซตท์ ใ่ี หบ้ ริการฟรอี ีเมล

การรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มีบริการท่ีให้ใช้บริการได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เว็บไซต์ท่ี
ให้บรกิ ารน้ีมจี ำนวนมาก ตัวอย่างเช่น

1. www.sabuyjai.com
2. www.narakmai.com
3. www.hotmail.com
4. www.yahoo.com
5. www.gmail.com
▪ การใชฟ้ รอี ีเมลของ sabuyjai.com

ภาพที่ 3.12 sabuyjai.com
ที่มา : https://www.techtalkthai.com/suggest-10-free-email-services/
▪ การใชฟ้ รอี เี มลของ narakmai.com

ภาพท่ี 3.13 narakmai.com
ท่ีมา : https://www.techtalkthai.com/suggest-10-free-email-services/

99

▪ การใช้ฟรอี ีเมลของ hotmail.com

ภาพที่ 3.14 hotmail.com
ทม่ี า : https://www.techtalkthai.com/suggest-10-free-email-services/
▪ การใช้ฟรอี ีเมลของ yahoo.com

ภาพท่ี 3.15 yahoo.com
ทม่ี า : https://www.techtalkthai.com/suggest-10-free-email-services/
3.13 การจัดการเรยี นการสอนโดยใชส้ ่อื สารสนเทศ

3.13.1 การเรยี นการสอน
ปจั จุบนั เรามกั จะไดย้ นิ คำวา่ ICT กันเสมอ ในเชิงการแข่งขันคนที่มคี วามรคู้ วามสามารถเท่านั้น จึงจะ

สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักยภาพและมีคุณภาพชีวิตท่ีดี ที่เราเรียกว่า ยุคสมัยของการ

100

ดำรงชวี ิตภายใตก้ ารแขง่ ขนั ดา้ นความรคู้ วามสามารถ (Knowledge-based economy/society) การนำ ICT
ไปใช้ในการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเร่ืองที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในวงการศึกษา
ทงั้ น้เี นือ่ งจาก ICT เปน็ เครื่องมือท่ไี ด้รบั การยอมรับว่ามีศกั ยภาพสูง กวา่ เครื่องมือการสอนอ่นื ๆ เราสามารถใช้
ICT เพ่ื อปรับป รุงคุณ ภ าพ ก ารเรียน รู้ขอ งผู้เรียน ได้ คำว่า “ ICT” ย่อมาจาก Information and
Communication Technologies หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง การรวมตัวกันของ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยกี ารสื่อสาร (CT) เพ่ือให้เกดิ การนำข้อมูลข่าวสารมาจัดเก็บอยา่ งเป็น
ระบบ หรือหมวดหมู่ เพื่อให้ทุกคนที่สนใจเข้าถึงข้อมูล และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามกรอบ
แนวความคิดทั้ง 6 ประการ ดังกล่าว จัดเป็นองค์ประกอบเบื้องต้นท่ีสำคัญในสาระขอบข่ายเทคโนโลยี
การศึกษา ซ่ึงองค์ประกอบดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกัน และมีรายละเอียดดังนี้นโยบายของรัฐบาล นโยบาย
การเร่งใช้ ICT (Information and Communication Technology) เพื่อพัฒ นาการศึกษาในทุกด้าน
โดยเฉพาะการช่วยพฒั นา ครู อาจารย์ นกั ศึกษาไดเ้ ข้าถงึ แหล่งความรู้และไดเ้ รียนอยา่ งทดั เทียมกนั การพฒั นา
ระบบบริหารจัดการให้ฉับไว มีประสิทธิภาพสูงสุด การจัดเครื่องมืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และการเชื่อมโยง
เครือข่าย จึงเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลระบบบริหารจัดการด้าน ICT ในการบริหารและบริการทางด้าน
ICT มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ มีข้อมูลทะเบียนนักเรียน มีการเชื่อมโยงและ
รวบรวมขอ้ มูล ซงึ่ สามารถติดตามความกา้ วหน้า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน มรี ะบบบริหารงานบุคคล ระบบงาน
สารบรรณ ระบบห้องสมุด ซ่ึงจะเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลเพ่ือการค้นคว้าท่ีกว้างขวางขึ้นการออกแบบและ
ผลิตส่ือ มุ่งส่งเสริมพัฒนาครู อาจารย์ ให้สามารถออกแบบและผลิตสื่อด้าน ICT เพ่ือช่วยให้การสอนมีความ
น่าสนใจ สนุกสนาน ค้นคว้าต่อยอด ความรู้ประสบการณจ์ ากท่ีมอี ยู่เดิมทฤษฎกี ารเรียนรู้ (Constructionism)
มุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองกับเครือข่ายการเรียนรู้โดยนำกระบวนการ
เรียนรู้มาจดั การให้ผเู้ รียนได้เรียนรูใ้ นสิ่งที่เกิดข้นึ ใหม่ เพราะวา่ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากการเรียนรู้ในอดีต มา
เป็นการเรียนรู้แบบตลอดชีวิตความสามารถในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องของการกำหนด
วิธีการใช้เทคโนโลยีตา่ ง ๆ การเตรียมผู้เรียนให้พร้อมต่อการใช้เทคโนโลยีฯ เพ่ือเป็นการใช้เทคนิคต่าง ๆ ตาม
ความเหมาะสมของเทคโนโลยีการประเมินผลการเรียนรู้ เป็นเรื่องสำคัญขององค์ประกอบดังกล่าว เนื่องจาก
เป็นการจะทำให้ทราบแนวทางในการพิจารณาเลือกตัดสินใจดำเนินงาน โดยประเมินจากผลงานหรือตาม
สภาพความเป็นจริงจากกระบวนการเรียนรูก้ ารจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน สิง่ สำคัญท่ีคุณครูจะทำใหเ้ ด็ก ๆ
เรียนรูไ้ ด้เข้าใจเป็นอย่างดี กค็ ือเครือ่ งมอื ที่เรียกวา่ “สอ่ื การเรียนรู้” และสอื่ การเรยี นรูท้ ี่ดที ่ีสุดก็คือ ส่ิงที่จะสื่อ
ให้เด็กเรียนรู้ในเรื่องน้ัน ๆ ได้ดีท่ีสุด ซึ่งมีมากมายหลากหลาย การเรียนรู้ในบางเร่ืองแค่คุณครูบอกเล่าหรือ
แสดงท่าทาง เด็กกเ็ ข้าใจได้ และในบางเรือ่ งต้องใชเ้ ครอื่ งมือ อุปกรณ์ ฯลฯ เข้ามาชว่ ย การพิจารณาใชส้ ่ือฯ ไม่
ควรยดึ ติดกับส่งิ ใดส่งิ หน่ึง ส่ือฯทุกชนดิ มีคุณค่าและมคี วามสำคญั ท่ีแตกต่าง ข้นึ อยู่กับสถานการณท์ จี่ ะนำมาใช้

3.13.2 ผเู้ รยี น
ผ้เู รยี นสามารถใชไ้ อซีทีเปน็ เครอ่ื งมอื ในการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ โดยมีจุดมงุ่ หมายคือ
1. การร้เู ทคโนโลยีและการรู้สารสนเทศ ในระดับพื้นฐานเพื่อสามารถเข้าถึงและสามารถใช้ไอซที ีเพ่ือ

การคน้ ควา้ รวบรวม และประมวลผลจากแหล่งตา่ ง ๆ และเพื่อเการสรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่
2. บูรณาการความรู้ด้านเทคโนโลยีและทักษะการจัดการสารสนเทศเพ่ือพัฒนาความสามารถในการ

วเิ คราะห์ การแกป้ ัญหา และการทำงานเปน็ ทมี
3. กระตุ้นให้ผู้เรยี นพัฒนาคุณค่า ทศั นคติ และจรยิ ธรรมในเชิงบวกในการใช้ไอซีทีซ่ึงจะเป็นประโยชน์

ในการเรียนรู้ตลอดชีวิตและกระบวนการคิดอยา่ งวเิ คราะห์

101

4. ผู้เรียนทุกคนมีโอกาสเข้าถึง ใช้ และเรียนรู้ทักษะไอซีทีในการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วย
หลกั สตู รพน้ื ฐาน

5. ต้องจัดให้ผู้เรยี นทุกคนมโี อกาสในการใชแ้ ละพฒั นาความร้ไู อซีทีในทกุ สาขาวิชา และเพมิ่ โอกาสให้
ผเู้ รียนมีการใช้ไอซที ใี ห้มากขึน้

6. กระบวนการเรียนการสอนต้องไม่จัดเฉพาะในช้ันเรียนเท่าน้ัน ผู้เรียนควรมีโอกาสสัมผัสโลก
ภายนอกผ่านเครือขา่ ยไอซที ี การรไู้ อซีที และมีการพัฒนาการของทัศนคติท่ีดีต่อไอซีทีตามความต้องการของ
แต่ละคน

7. นักเรียนทุกคนที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 6 สามารถใช้โปรแกรมประมวลคำและ
ตารางการคำนวณได้ นักเรียนไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 5 สามารถเขยี นโปรแกรมได้

8. นักเรียนทกุ คนในโรงเรยี นทมี่ นี ักเรยี นต้ังแต่ 1-100 คนขน้ึ ไป ใช้อินเทอรเ์ น็ตในการสืบคน้ ข้อมลู ได้
3.13.3 ผู้สอน

ผู้สอนควรมีความรู้และทักษะไอซีทีในระดับสูง รวมถึงความเข้าใจในการพัฒนาการของการใช้สื่อ
เทคโนโลยใี นการเรียนการสอน โดยมีจดุ ม่งุ หมายดงั น้ี

1. สมรรถนะด้านไอซีทีจะช่วยให้ผู้สอนมีความรู้อย่างกว้างขวาง มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลเพ่ือสามารถเป็นผู้
แนะนำแกผเู้ รียนได้

2. คอมพิวเตอร์จะเป็นเครื่องมือหลักสำคัญสำหรับผู้สอนเพ่ือเข้าถึงทรัพยากรการเรียนการเตรียม
แผนการสอน ให้การบ้าน และติดตอ่ สื่อสารกบั ผู้ปกครองนักเรียน ผสู้ อนคนอน่ื ๆและผู้บริหาร

3. ผู้สอนควรไดร้ บั การอบรมในการใช้ไอซีทีและสามารถบูรณาการไอซที ีในกิจกรรมการเรียนการสอนได้
เพือ่ ส่งเสริมทกั ษะการคดิ อยา่ งวเิ คราะหแ์ ละสร้างสรรค์

4. ผู้สอนควรติดตามพัฒนาการและความก้าวหน้าของไอซีทีเพ่ือนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการเรยี น
การสอนได้

5. ครูไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ใชค้ อมพิวเตอร์เป็น และไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 50 สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้
และตอ้ งมีวิชาสอนด้วยการบรู ณาการไอซที ี

รปู แบบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรยี นการสอน
1. การเรียนการสอนบนอนิ เทอร์เน็ตและเวิลดไ์ วด์เว็บ
2. การส่งการสอนทางไกลด้วยการสง่ สญั ญาณผ่านดาวเทยี ม
3. การเรยี นการสอนโดยการประชมุ ทางไกลด้วยวีดทิ ัศน์
4. บทเรียนลกั ษณะขอ้ ความหลายมติ ิและสือ่ หลายมติ ิ
5. บันทึกขอ้ มลู และสารสนเทศดว้ ยซดี แี ละดีวีดี
6. การเรยี นการสอนดว้ ยเทคโนโลยีไรส้ าย
7. การศกึ ษาเชงิ ลึกดว้ ยเทคโนโลยีความเปน็ จริงเสมอื น

102

3.14 การวิเคราะหป์ ญั หาที่เกิดจากการใช้นวัตกรรม

ภาพที่ 3.16 ปญั หาท่ีเกิดจากการใช้นวัตกรรม

ท่มี า : https://fernnich.wordpress.com
3.14.1 ความหมายของปญั หา

ความหมายปัญหาคือประเดน็ ท่เี ปน็ อุปสรรค ความยากลำบาก ความท้าทาย หรือเปน็ สถานการณ์ใด

ๆ ทตี่ อ้ งมีการแก้ปญั หาซงึ่ การแก้ปัญหาจะรับร้ไู ดจ้ ากผลลพั ธ์ของการแก้ปัญหาหรือผลงานที่นำไปสู่
วัตถปุ ระสงค์หรือเปา้ หมาย ประเดน็ ปัญหาแสดงถึงทางออกท่ตี อ้ งการ ควบคู่กับความบกพร่อง ขอ้ สงสยั หรือ

ความไม่สอดคลอ้ งทป่ี รากฏขน้ึ ซง่ึ ขัดขวางมิใหผ้ ลลัพธป์ ระสบผลสำเรจ็
3.14.2 วธิ ีการหรือกระบวนการวเิ คราะหป์ ัญหา

กระบวนการวเิ คราะหป์ ัญหากระบวนการแกไ้ ขปญั หามีข้ันตอนทเี่ กี่ยวข้อง 5 ประการ ดงั นี้

1. การกำหนดหรอื นิยามปัญหา
2. การวิเคราะห์สาเหตุ

3. การตัดสินใจ
4. การลงมือปฏิบัติ
5. การประเมนิ ผล

3.14.3 เหตผุ ล ที่ครูตอ้ งมีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับปัญหาการจดั การเรียนร้ทู ี่เกิดจากการใช้นวัตกรรม
และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

ครูตอ้ งมคี วามรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกบั ปญั หาการจดั การเรยี นรูท้ ีเ่ กดิ จากการใชน้ วตั กรรมและ
เทคโนโลยีสารสนเทศ ครูจะต้องมีความเข้าใจ และผลกระทบทจี่ ะตามมาจากการใช้งานนวตั กรรมและ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เน่ืองจากการใชน้ วัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศนอกจากจะมปี ระโยชน์มากมายใน

การพัฒนาการเรยี นการสอนแลว้ ยังมีโทษของการใชง้ านและปญั หาอืน่ ๆหากใชอ้ ยา่ งไมเ่ หมาะสม ครูจึงตอ้ ง
ตระหนักและมคี วามรู้ มีคุณธรรมในการใช้งาน เพอ่ื ใหเ้ กิดผลประสิทธภิ าพทด่ี ี และเพ่อื ป้องกนั ปัญหาทอ่ี าจจะ

ตามมาในการจัดการเรยี นรู้

103

3.14.4 ปัญหา และสาเหตุ การจดั การเรยี นรทู้ ่ีเกดิ จากการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยสี ารสนเทศ

ภาพท่ี 3.17 การจัดการเรยี นรทู้ เี่ กดิ จากการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ท่ีมา : https://fernnich.wordpress.com

• ดา้ นการกระจายโครงสร้างพ้ืนฐานเพื่อการศึกษามคี อมพวิ เตอรย์ ังไมม่ หี รอื มไี ม่เพยี งพอต่อความ
ต้องการและท่มี อี ยกู่ ข็ าดการบำรงุ รกั ษา รวมทั้งไมอ่ ยใู่ นสภาพทใี่ ช้การได้

• ดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือพฒั นาการเรยี นรคู้ รูใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร
เพือ่ พฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ครนู อ้ ยมากและคอมพิวเตอร์มจี ำนวนไม่เพยี งพอกบั ความตอ้ งการทีค่ รู
จะใช้

• มกี ารวางแผนท่ไี มด่ ีพอวางแผนจดั การความเสย่ี งไม่ดีพอ ยงิ่ สถานศกึ ษามีขนาดใหญม่ ากขน้ึ เท่าใด
การจัดการกบั ความเสยี่ งยอ่ มจะมีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ ทำให้คา่ ใช้จา่ ยดา้ นนเี้ พม่ิ สูงขน้ึ

• การนำเทคโนโลยที ีไ่ ม่เหมาะสมมาใชง้ านการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในสถานศกึ ษา
จำเปน็ ต้องพจิ ารณาให้สอดคล้องและตรงกบั ลกั ษณะของแนวการสอนหรือนโยบายของ
สถานศกึ ษา

• การขาดการจดั การหรอื สนบั สนนุ จากผ้บู ริหารสถานศึกษาระดับสูง
• ดา้ นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร เพื่อพฒั นาการบรหิ ารจัดการและให้บริการ

ทางการศึกษา สถานศกึ ษายงั ขาดรูปแบบระบบสารสนเทศ และจดั ใหผ้ ู้บรหิ ารมีความรู้ความ
เขา้ ใจในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในระดับเบอ้ื งตน้
• ปัญหาการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ พบวา่ ส่วนใหญก่ ารใชว้ ัสดุ เครอื่ งมือหรอื อปุ กรณ์ และ
เทคนิควธิ ีการครหู รือบุคลากรทางการศกึ ษาในโรงเรยี นมีปญั หาด้านงบประมาณไม่เพียงพอและมี
ความลา่ ชา้ วัสดุ เครื่องมอื หรอื อปุ กรณ์มีไมเ่ พียงพอกับความต้องการ
3.14.5 สาเหตุ ของการเกดิ ปัญหาการจดั การเรียนร้ทู ่เี กดิ จากการใช้นวตั กรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ
แต่ละดา้ น โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื
5.1 ผบู้ ริหาร ครู และนกั เรยี น

บคุ ลากรขาดความรู้ความเข้าใจในการผลติ ส่ือประกอบการจดั กิจกรรม บุคลากรขาด
ประสบการณ์ในการใช้สื่อนวัตกรรมทางการศึกษา

5.2 เครอื่ งมือ และอุปกรณ์

104

เครอ่ื งมือ และอปุ กรณ์ ขาดงบประมาณในการพฒั นานวตั กรรม อุปกรณไ์ ม่เพียงพอกับ
ผู้เรียน

5.3 วัสดุ
วัสดขุ าดงบประมาณในการจดั ซอ้ื ไม่มีงบประมาณและการจัดเก็บไม่มีประสิทธภิ าพ ทำให้

วสั ดเุ กดิ ความเสียหาย
5.4 วธิ ีการการจัดกจิ กรรม
วิธีการ กิจกรรม ครูยดึ วิธีการสอนแบบเดิม คือบรรยายหนา้ ชน้ั เรยี น แต่ส่วนใหญม่ ีแนวโน้ม

ในการพัฒนาทีด่ ีขน้ึ ครูยังไม่มกี ารนำสอื่ นวตั กรรมมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนอยา่ งต่อเน่ือง
5.5 สภาพแวดลอ้ ม

สภาพแวดล้อมโดยทวั่ ไปยังไมเ่ หมาะสมกบั การใช้สอ่ื เนอ่ื งจากความย่งุ ยากและไมค่ ลอ่ งตัว มีสถานที่ไม่เป็น
สดั ส่วน ไมม่ ีห้องท่ใี ชเ้ พอ่ื เก็บรักษาสือ่
3.14.6 จากข้อ 3.14.5 เสนอแนวทางการแกป้ ญั หาการจัดการเรียนรู้ทีเ่ กิดจากการใช้นวัตกรรมและ
เทคโนโลยีสารสนเทศ แตล่ ะด้าน

1. สร้างความตระหนัก ความรับผิดชอบในสว่ นที่ยงั บกพร่องทางนวัตกรรมของบคุ ลากร ส่งเสรมิ ให้
เข้ารว่ มการอบรมสมั มนา สง่ เสรมิ ใหเ้ กิดการศึกษาด้วยตนเอง เพ่อื ใหค้ วามรูแ้ ละประสบการณ์ในการใช้ส่ือ
นวตั กรรมทางการศึกษาทม่ี ากขนึ้

2. เพิม่ งบประมาณให้เพยี งพอ ใหห้ น่วยงานทม่ี สี ่วนเกีย่ วข้องจดั หางบประมาณสนบั สนนุ สำนกั งาน
เขตพ้ืนท่ีตอ้ งช่วยดูแลและให้ความช่วยเหลอื จัดสรรงบประมาณได้ เพอ่ื ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมใหม้ ีคุณภาพ
ดยี ่ิงข้นึ และระดมทรัพยากรทม่ี ีในทอ้ งถ่นิ มาชว่ ยสนบั สนนุ

3. แนวทางการแก้ไข คอื ใช้สื่อนวัตกรรมตามความเหมาะสมของเน้อื หาวิชาตามความยากง่ายของ
เนื้อหา แบ่งสือ่ ไปตามหอ้ งให้ครรู บั ผิดชอบ ควรจัดหาหอ้ งเพื่อการนีเ้ ป็นการเฉพาะ

4. จัดกลมุ่ ใหเ้ พือ่ นชว่ ยเพอื่ น คอยกำกับแนะนำช่วยเหลือ จัดครูเข้าสอนตามประสบการณค์ วามถนัด
ควรจัดอบรมเพอื่ ให้ความรู้ จดั ทำนวตั กรรมที่มีโอกาสเป็นไปได้ และสร้างการมีสว่ นรว่ มจากชุมชน สอน
เพมิ่ เติมนอกเวลา

5. เนน้ การเรยี นการสอนทีน่ ักเรียนไดฝ้ ึกปฏบิ ตั ิจริง และสรา้ งองค์ความรู้ด้วยตนเอง จัดแบบทดสอบที่
หลากหลาย ทัง้ แบบปรนยั และอตั นยั และประเมินผลตามสภาพจริง ประเมนิ ผลงานจากแฟ้มสะสมงาน

6. วเิ คราะห์ปญั หา ในชัน้ เรียน
ปญั หา: ครูยงั ยึดวธิ กี ารสอนแบบเดมิ สอนแบบนริ นยั และแบบปรนัย คอื บรรยายหน้าชั้นเรียน เครอื่ งมือที่
เลอื กใช้: powtoon,prezi และ socrative

105

ขอ้ สอบทา้ ยบท

1. ขอ้ ใดหมายถึงเทคโนโลยี 6. ICT ยอ่ มาจากอะไร
ก. Internet and Communication Topology
ก. การใชว้ ิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
ข. International and Communication
ข. ข้อมูลทม่ี ีสาระอย่ใู นตวั สามารถสื่อสารให้เกดิ Traditional

ความเขา้ ใจได้ ค. Information and Communication
Technology
ค. วสั ดุอุปกรณท์ ี่เป็นผลมาจากการใช้กระบวนการ ง. Infographer and Communication Technical

ทางเทคโนโลยี

ง. สง่ิ ทม่ี นษุ ยพ์ ัฒนาขึน้ เพ่ือช่วยในการทำงานหรอื

แก้ไขปัญหาต่าง ๆ

2. ลักษณะของเทคโนโลยีจำแนกออกเปน็ กล่ี ักษณะ 7. ระบบสารสนเทศท่กี ำลังได้รบั ความสนใจอย่างมาก

ก. 4 ลกั ษณะ ข. 3 ลักษณะ คอื ขอ้ ใด

ค. 2 ลักษณะ ง. 1 ลกั ษณะ ก. เทคโนโลยีสารสนเทศ ข. เทคโนโลยีสอ่ื

ประสม

ค. เทคโนโลยกี ราฟกิ ง. เทคโนโลยี

อินเทอร์เนต็

3. ข้อใดหมายถงึ สารสนเทศ 8. รปู แบบการทำธรุ กจิ แบบ E–Commerce แบง่

ก. การใช้วิธกี ารทางวิทยาศาสตรอ์ ย่างเปน็ ระบบ ออกเป็นกป่ี ระเภท

ข. ขอ้ มลู ท่ีมสี าระอยู่ในตัว สามารถสอ่ื สารให้เกดิ ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท

ความเข้าใจได้ ค 2 ประเภท ง. 1 ประเภท

ค. วสั ดอุ ุปกรณ์ที่เป็นผลมาจากการใชก้ ระบวนการ

ทางเทคโนโลยี

ง. ส่ิงที่มนุษย์พัฒนาขนึ้ เพือ่ ชว่ ยในการทำงานหรือ

แก้ไขปัญหาต่าง ๆ

4. ระบบสารสนเทศสามารถจำแนกไดท้ ั้งหมดกี่ 9. Internet Service Provider คือข้อใด
ก. องคก์ รท่ที ำธรุ กจิ ระหว่างผู้บริโภคกบั ผู้บรโิ ภค
ประเภท ข. องค์กรผู้บริหารและพฒั นาโปรแกรมการ
ประมวลผลการชำระค่าสนิ คา้
ก. 6 ประเภท ข. 5 ประเภท ค. องค์กรท่ที ำธรุ กจิ บรหิ ารการคา้ ของประเทศ
ง. องค์กรผใู้ ห้บรกิ ารเชื่อมตอ่ ระบบการสอ่ื สารทาง
ค. 4 ประเภท ง. 3 ประเภท อนิ เทอร์เนต็

5. การกอ่ ต้ังโครงการเพือ่ พฒั นา e–Thailand มขี ึ้น 10. CAL ยอ่ มาจากอะไร
เมื่อใด ก. Communication Aided Learning
ก. 19 กันยายน 2543 ข. Computer Aided Learning
ค. Cooperate Aided Learning
ข. 18 กันยายน 2534 ง. Control Aided Learning
ค. 19 กนั ยายน 2534

ง. 18 กนั ยายน 2543

106

11. เทคโนโลยีทางการศึกษาควรหมายถงึ ข้อใด 16. ศูนยก์ ารเรียนเกดิ ข้ึนมาจากแนวความคิดใด

ก. การนำเอาเทคโนโลยีสมยั ใหม่มาใชท้ างการศึกษา ก. กระบวนการกลมุ่

ข. การติดตามความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยที ่เี กิดข้ึน ข. ใช้สื่อประสม

ค. การให้ความรูท้ างวิทยาศาสตร์มาช่วยใหก้ ิจกรรม ค. เรียนด้วยการกระทำ

ศึกษามปี ระสิทธภิ าพสงู ขึน้ ง. ถูกทกุ ข้อ

ง. การนำคอมพวิ เตอรม์ าใชใ้ นการเรยี นการสอน

12. ข้อใดเป็นเทคโนโลยีทางการศึกษา 17. ปจั จยั ทท่ี ำใหเ้ กดิ แนวคดิ ในการจัดเน้อื หาสาระ

ก. ไมค่ วรให้มีนักเรียนในแต่ละช้นั เกนิ 35 คน ของเทคโนโลยีการศกึ ษาในระบบการศกึ ษาจะ

ข. มีครหู ลายคนผลัดกันสอนในเนื้อหาวชิ าเดียวกัน ประกอบด้วยแนวคดิ เรือ่ งอะไรบ้าง

ค. นักเรยี นอนุบาลควรมีเวลาพกั ผอ่ นหลงั การเลน่ ก. แนวคิดเร่อื งการปรบั ตัว

ง. เรยี นหนงั สือดว้ ยตนเองทางอินเทอรเ์ น็ต ข. แนวคิดเรื่องเทคโนโลยี

ค. แนวคดิ เรื่องการสอน

ง. แนวคดิ เรื่องการปรับตัวและแนวคิดเร่ืองเทคโนโลยี

13. สาเหตุของการเปลย่ี นแปลงทางการศกึ ษาคอื ขอ้ 18. ระบบเทคโนโลยเี ป็นการนำเอาผลลพั ธ์และ

ใด ความรู้ทางดา้ นใด มาผสมผสานกนั เพ่อื นำมา

ก. ประชากรเพ่ิม ประยกุ ตใ์ ช้เพ่อื การแก้ปัญหาและสนองความต้องการ

ข. ระบบการบรหิ ารประเทศเปลีย่ นแปลง ของมนุษย์

ค. ระบบเวลาเปล่ยี นแปลง ก. คณิตศาสตร์ กบั วทิ ยาศาสตร์

ง. ระบบสังคมเปล่ยี นแปลง ข. การออกแบบ กบั การตกแต่ง

ค. การงานพนื้ ฐานอาชีพ กับ การประยกุ ตใ์ ช้

ง. ทก่ี ลา่ วมาทงั้ หมดถกู ตอ้ ง

14. ขอ้ ความขา้ งล่างน้ที ่านคิดวา่ ขอ้ ใดเหมาะสมและ 19. ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกดิ เทคโนโลยกี ารศึกษา

ถูกต้องมากท่สี ดุ ข้นึ มา มาจากการปรบั ตัวทางระบบใด

ก. นักเทคโนโลยีทางการศึกษาคอื ผู้ทส่ี ามารถใช้และ ก. ดา้ นระบบคตนิ ิยม

ผลติ อปุ กรณ์การสอนได้ ข. ดา้ นระบบเทคโนโลยี

ข. การใช้เทคโนโลยีทางการสอนทดี่ ีควรเลอื กให้ ค. ดา้ นระบบสังคมวิทยา

เหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ของเรอ่ื ง ง. ดา้ นระบบการประเพณี

ค. การใช้ภาพยนตรป์ ระกอบการเรยี นการสอนดีกว่า

รูปภาพ

ง. ครูทีด่ ีควรใช้สอ่ื หลายๆ อย่างในการสอน

15. นวตั กรรมการศึกษาของไทยขณะนไ้ี ดแ้ ก่ประเภท 20. “การนำความรู้ ความคดิ และวิธีการทาง

การกระทำใด ตอ่ ไปนี้ วิทยาศาสตร์มาประยกุ ต์ในงานสาขาตา่ ง ๆ อยา่ งเป็น

ก. ใหม่ชนิดทไ่ี ม่เคยมมี ากอ่ น ระบบเพ่อื ใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ข. ประสมประสานความคิดของเรากับเทคโนโลยีทีม่ ี โดยใช้ทรัพยากรอยา่ งประหยัด” หมายถงึ อะไร

ในปจั จบุ นั ก. นวตั กรรม

ค. ดดั แปลงมาจากต่างประเทศ ข. นวตั กรรมการศกึ ษา

ง. ปรับปรงุ จากทที่ ำมาแล้ว ค. เทคโนโลยี

ง. เทคโนโลยีสารสนเทศ

107

เฉลยขอ้ สอบท้ายบท

1. ข้อใดหมายถงึ เทคโนโลยี 6. ICT ยอ่ มาจากอะไร
ก. Internet and Communication Topology
ก. การใช้วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์
ข. International and Communication
ข. ขอ้ มลู ทม่ี ีสาระอยใู่ นตวั สามารถสอื่ สารให้เกิด Traditional

ความเขา้ ใจได้ ค. Information and Communication
Technology
ค. วัสดุอปุ กรณท์ เ่ี ป็นผลมาจากการใช้กระบวนการ ง. Infographer and Communication Technical

ทางเทคโนโลยี

ง. ส่งิ ทม่ี นุษย์พัฒนาขน้ึ เพ่อื ชว่ ยในการทำงานหรอื

แกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ

2. ลักษณะของเทคโนโลยีจำแนกออกเปน็ ก่ลี กั ษณะ 7. ระบบสารสนเทศทกี่ ำลังได้รบั ความสนใจอย่างมาก

ก. 4 ลกั ษณะ ข. 3 ลักษณะ คือขอ้ ใด

ค. 2 ลกั ษณะ ง. 1 ลักษณะ ก. เทคโนโลยีสารสนเทศ ข. เทคโนโลยีสอ่ื

ประสม

ค. เทคโนโลยกี ราฟิก ง. เทคโนโลยี

อินเทอรเ์ นต็

3. ข้อใดหมายถงึ สารสนเทศ 8. รูปแบบการทำธุรกิจแบบ E–Commerce แบง่

ก. การใช้วธิ ีการทางวิทยาศาสตรอ์ ยา่ งเปน็ ระบบ ออกเปน็ ก่ีประเภท

ข. ขอ้ มลู ทมี่ ีสาระอยู่ในตัว สามารถส่ือสารให้เกดิ ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท

ความเขา้ ใจได้ ค 2 ประเภท ง. 1 ประเภท

ค. วัสดุอุปกรณท์ ี่เปน็ ผลมาจากการใช้กระบวนการ

ทางเทคโนโลยี

ง. สิ่งทีม่ นุษยพ์ ฒั นาขึน้ เพือ่ ช่วยในการทำงานหรอื

แก้ไขปัญหาต่าง ๆ

4. ระบบสารสนเทศสามารถจำแนกได้ทง้ั หมดกี่ 9. Internet Service Provider คือข้อใด
ก. องคก์ รทที่ ำธุรกจิ ระหวา่ งผู้บริโภคกบั ผู้บรโิ ภค
ประเภท ข. องคก์ รผบู้ ริหารและพัฒนาโปรแกรมการ
ประมวลผลการชำระคา่ สนิ คา้
ก. 6 ประเภท ข. 5 ประเภท ค. องคก์ รท่ที ำธุรกจิ บริหารการคา้ ของประเทศ
ง. องค์กรผู้ใหบ้ ริการเชอื่ มต่อระบบการสอ่ื สารทาง
ค. 4 ประเภท ง. 3 ประเภท อนิ เทอรเ์ น็ต

5. การก่อตงั้ โครงการเพ่อื พัฒนา e–Thailand มขี น้ึ 10. CAL ยอ่ มาจากอะไร
เมื่อใด ก. Communication Aided Learning
ก. 19 กนั ยายน 2543 ข. Computer Aided Learning
ค. Cooperate Aided Learning
ข. 18 กันยายน 2534 ง. Control Aided Learning
ค. 19 กันยายน 2534

ง. 18 กนั ยายน 2543

108

11. เทคโนโลยีทางการศึกษาควรหมายถงึ ข้อใด 16. ศูนยก์ ารเรยี นเกิดข้ึนมาจากแนวความคิดใด

ก. การนำเอาเทคโนโลยีสมยั ใหม่มาใช้ทางการศกึ ษา ก. กระบวนการกลมุ่

ข. การติดตามความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยีทีเ่ กิดข้ึน ข. ใช้สื่อประสม

ค. การให้ความรูท้ างวิทยาศาสตร์มาชว่ ยใหก้ ิจกรรม ค. เรียนดว้ ยการกระทำ

ศึกษามีประสิทธภิ าพสงู ขึน้ ง. ถูกทกุ ขอ้

ง. การนำคอมพวิ เตอรม์ าใชใ้ นการเรยี นการสอน

12. ข้อใดเป็นเทคโนโลยีทางการศึกษา 17. ปจั จยั ทท่ี ำให้เกดิ แนวคิดในการจัดเน้อื หาสาระ

ก. ไมค่ วรให้มีนักเรียนในแต่ละช้นั เกนิ 35 คน ของเทคโนโลยีการศกึ ษาในระบบการศกึ ษาจะ

ข. มีครหู ลายคนผลัดกันสอนในเนื้อหาวชิ าเดียวกัน ประกอบด้วยแนวคิดเรือ่ งอะไรบ้าง

ค. นักเรยี นอนุบาลควรมีเวลาพกั ผ่อนหลงั การเลน่ ก. แนวคดิ เร่ืองการปรบั ตัว

ง. เรยี นหนังสือดว้ ยตนเองทางอินเทอรเ์ น็ต ข. แนวคิดเรอ่ื งเทคโนโลยี

ค. แนวคดิ เรือ่ งการสอน

ง. แนวคดิ เรื่องการปรับตัวและแนวคิดเร่ืองเทคโนโลยี

13. สาเหตุของการเปลย่ี นแปลงทางการศกึ ษาคือขอ้ 18. ระบบเทคโนโลยเี ป็นการนำเอาผลลพั ธ์และ

ใด ความรู้ทางด้านใด มาผสมผสานกนั เพ่อื นำมา

ก. ประชากรเพ่ิม ประยกุ ตใ์ ช้เพ่อื การแก้ปัญหาและสนองความต้องการ

ข. ระบบการบรหิ ารประเทศเปลีย่ นแปลง ของมนุษย์

ค. ระบบเวลาเปล่ยี นแปลง ก. คณิตศาสตร์ กบั วทิ ยาศาสตร์

ง. ระบบสังคมเปล่ยี นแปลง ข. การออกแบบ กับ การตกแต่ง

ค. การงานพ้ืนฐานอาชีพ กบั การประยกุ ตใ์ ช้

ง. ทก่ี ลา่ วมาทงั้ หมดถกู ตอ้ ง

14. ขอ้ ความขา้ งล่างน้ที ่านคดิ วา่ ข้อใดเหมาะสมและ 19. ปัจจัยสำคัญท่ีทำให้เกดิ เทคโนโลยกี ารศึกษา

ถูกต้องมากท่สี ดุ ข้นึ มา มาจากการปรบั ตัวทางระบบใด

ก. นักเทคโนโลยีทางการศกึ ษาคอื ผู้ทส่ี ามารถใช้และ ก. ดา้ นระบบคตินยิ ม

ผลติ อปุ กรณ์การสอนได้ ข. ดา้ นระบบเทคโนโลยี

ข. การใช้เทคโนโลยีทางการสอนทดี่ ีควรเลอื กให้ ค. ดา้ นระบบสังคมวิทยา

เหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ของเรอ่ื ง ง. ดา้ นระบบการประเพณี

ค. การใช้ภาพยนตรป์ ระกอบการเรยี นการสอนดีกว่า

รูปภาพ

ง. ครูทีด่ คี วรใช้สอ่ื หลายๆ อย่างในการสอน

15. นวตั กรรมการศึกษาของไทยขณะนไ้ี ดแ้ ก่ประเภท 20. “การนำความรู้ ความคดิ และวิธีการทาง

การกระทำใด ตอ่ ไปนี้ วิทยาศาสตรม์ าประยกุ ต์ในงานสาขาตา่ ง ๆ อยา่ งเป็น

ก. ใหม่ชนดิ ทไ่ี ม่เคยมมี าก่อน ระบบเพ่อื ให้บรรลตุ ามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ข. ประสมประสานความคิดของเรากับเทคโนโลยีทีม่ ี โดยใช้ทรพั ยากรอยา่ งประหยัด” หมายถงึ อะไร

ในปจั จบุ ัน ก. นวตั กรรม

ค. ดดั แปลงมาจากต่างประเทศ ข. นวตั กรรมการศึกษา

ง. ปรับปรงุ จากทที่ ำมาแล้ว ค. เทคโนโลยี

ง. เทคโนโลยีสารสนเทศ

109

บรรณานุกรม

กิดานันท์ มลทิ อง. (2542). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. กรุงเทพฯ :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชยั ยุทธ์ ลิมลาวัลย์. (2544). Webmaster กับการบริหารเว็บไซต์. กรุงเทพฯ : ซเี อ็ดยูเคชัน่ .
ดวงพร เกย๋ี งคำ และวงศ์ประชา จนั ทร์สมวงศ.์ (2546). คู่มือการสร้างเวบ็ ไซต์ด้วยตนเองฉบับ

สมบูรณ์. กรงุ เทพฯ : โปรวิชั่น.
ธวชั ชยั ศรีสเุ ทพ. (2544). คัมภรี ์ WEB DESIGN. กรงุ เทพฯ : โปรวชิ ่นั .
นิชรัตน์ ราชบรุ ี. (2545). คอมพวิ เตอร์เบื้องตน้ และอนิ เทอรเ์ นต็ . กรุงทพฯ : ครุ ุสภา.
เบจวรรณ หมัน่ เจริญ และพุทธิชา ขุนหอม. (2543). เรยี นรกู้ ารสรา้ งเว็บไซต์แบบง่ายๆ ใน

สไตล์ NETTobjects Fusion 5. กรงุ เทพฯ : เอส.พ.ี ซี.บุ๊คส์.
ประเภทของเว็บไซต์. (ออนไลน์). สบื ค้นเมือ่ วันท่ี 5 พฤศจิการยน 2558,

จาก https://www.gotoknow.org/posts/162487
พนั จนั ทร์ ธนวัฒนเสถียร. (ม.ป.ป.). สร้างเว็บเพจแบบมอื อาชพี HTML ครบถ้วนกับ HTML 4

HTML 3.2 เพ่ือประยุกตใ์ ชง้ าน. กรุงเทพฯ : ซคั เวสมเี ดยี .
สทิ ธชิ ยั ประสานวงศ์. (2546). สร้างสรรคเ์ ว็บด้วย Macromedia Dreaweaver MX. กรุงเทพฯ :

ซอฟท์เฟรส.
สมนกึ คีรีโต. (2538). เครอื ขา่ ยใยแมงมมุ . วารสารห้องสมดุ , 30(4) : 28-37.
อชา คลั แบก. (2543). สนุกกับการสรา้ งเว็บไซต์. (พิมพค์ รง้ั ที่ 2). กรงุ เทพฯ :นานมบี ุ๊คส์.
ดารณี พมิ พ์ชา่ งทอง (2552). ระบบสารสนเทศในองคก์ ร.กรงุ เทพฯ : ทนิปเพิล เอ็ด ดูเคช่ัน .
นฤคม เติมคุนานนท์. (2558). [ออนไลน์]. ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ. [สบื ค้นวนั ที่

7 กรกฎาคม 2558].จากhttp://naruekhom220.blogspot.com/2013/08/social-network-
webapplication-10_26.html
บา้ นจอมยุทธ. (2558). [ออนไลน์]. ความรเู้ บื้องต้นเกี่ยวกับสารสนเทศ. [สบื ค้นวนั ที่30
มิถนุ ายน 2558]. จากhttp://www.baanjomyut.com/library_3/extension-1/introduction_
to_information_technology
ประสิทธ์ิ ทีฆพฒุ และครรชติ มาลยั วงศ.์ (2549). การจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศ.กรุงเทพฯ : ดอกหญ้ากรปุ๊ .
พงษพ์ ิพฒั น์ ชาวเขลางค.์ (2554). การพฒั นาระบบสารสนเทศเพอื่ การเรยี นการสอน คณะนิติศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.การค้นควา้ อิสระ วิทยาศาสตรม์ หาบัณฑิต สาขาวชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการจดั การ บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั เชยี งใหม.่
พิชัย เหลืองอรุณ. (2558). [ออนไลน์]. ความหมายของระบบสารสนเทศ. [สบื ค้นวนั ที่30 มถิ นุ ายน 2558].
จากhttp://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/
pichai_l/it01/itsystem.htm
พิสทุ ธา อารีราษฎร์ (2551). การพฒั นาซอฟต์แวรท์ างการศึกษา. มหาสารคาม: คณะครุศาสาตร์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม.
วรปภา อารีราษฎร.์ (2558). นวตั กรรมระบบการจดั กล่มสือ่ อิเล็กทรอนิกส์เพอื่ การเรียนรู้. วทิ ยานพิ นธ์
ปรัชญาดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจดั การเทคโนโลยี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพระนคร.

110


Click to View FlipBook Version