The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบเรียนฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 631011383, 2023-03-28 23:58:10

แบบเรียนฉบับสมบูรณ์

แบบเรียนฉบับสมบูรณ์

หหนันั นั ง นั งสืสื สื อ สื อเเรีรี รี ย รี ยนนรราายยวิวิวิชวิชาาพื้พื้ พื้ น พื้ นฐฐาานนภภาาษษาาไไททยย รระะดัดั ดั บ ดั บชั้ชั้ ชั้ น ชั้ นปปรระะถถมมศึศึ ศึ ก ศึ กษษาาปีปีปี ที่ ปี ที่ ที่ที่๖๖ กกลุ่ลุ่ลุ่มลุ่มสสาารระะกกาารรเเรีรี รี ย รี ยนนรู้รู้รู้ภรู้ภาาษษาาไไททยย ตตาามมหหลัลั ลั ก ลั กสูสู สู ต สู ตรรแแกกนนกกลลาางงกกาารรศึศึ ศึ ก ศึ กษษาาขั้ขั้ ขั้ น ขั้ นพื้พื้ พื้ น พื้ นฐฐาานนพุพุ พุ ท พุ ทธธศัศั ศั ก ศั กรราาชช๒๒๕๕๕๕๑๑


หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑


หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณวิภูษิต วิจิตราอันดามัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ พิมพ์ครั้งที่๑ ลิขสิทธิ์ของสำ นักพิมพ์มหาวิทยาลัยทักษิณ พุทธศักราช ๒๕๖๖ กัลยาณี รัตนเสถียร ชนมน ทองสุวรรณ ปภาวรินท์ วาทีรักษ์ ปุณยนุช เครือทอง อรวี กลับขัน หร่อมล๊ะ บิลหมุด นิสิตชั้นปีที่ ๓ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ ผู้เรียบเรียง ภาพประกอบ ปุณยนุช เครือทอง


คำ นำ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณวิภูษิต วิจิตราอันดามัน ชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๖ จัดทำ ขึ้นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อใช้ฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน และจับใจความสำ หรับนักเรียน โดยใช้ข้อมูลท้องถิ่นของอำ เภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ สอดแทรกในบทเรียน ซึ่งจะทำ ให้ นักเรียนได้ซึมซับและรู้คุณค่าของท้องถิ่นผ่านการจัดการเรียนการสอน การนำ เสนอหนังสือเรียน วรรณวิภูษิต วิจิตราอันดามัน นี้ได้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ศึกษา หลักการอ่าน ได้แก่ การอ่านออกเสียง การอ่านจับใจความสำ คัญ การอ่านร้อยกรอง เป็นต้น การเขียน ได้แก่ การคัดลายมือ เป็นต้น หลักการใช้ภาษาไทย ได้แก่ การแต่งกลอน เป็นต้น การเขียน ได้แก่ การเขียนย่อความ การเขียนเรียงความ เป็นต้น ตลอดจนการคิด วิเคราะห์วรรณคดีวรรณกรรม โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๔ บท ได้แก่ บทที่ ๑ ต้นหลุมพีสู่ กระบี่เมืองน่าอยู่ บทที่ ๒ กระบี่มีตำ นาน เล่าขานสู่กันฟัง บทที่ ๓ แหล่งขึ้นชื่องามระบือ คลองท่อม และบทที่ ๔ วรรณกรรมพื้นบ้าน ขับขานผ่านลำ เนา แต่ละบทจะสอดแทรก เนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่สำ คัญ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม วิถีชีวิต ของอำ เภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ คณะผู้จัดทำ ขอขอบคุณอาจารย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำ หนังสือเรียนเล่มนี้ ให้สำ เร็จลล่วงไปด้วยดี อีกทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเรียนเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ การจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ต่อไป คณะผู้จัดทำ


หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณวิภูษิต วิจิตราอันดามัน ชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๖ จัดทำ ขึ้นตามหลักสูตรการศึกษาแกนกลางการศึกษาขั้นพื้น ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรียบเรียงขึ้นสำ หรับการ เรียนการสอนภาษาไทยพื้นฐาน บูรณาการกับเนื้อหาสถานที่สำ คัญ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญา วิถีชีวิต ของจังหวัดกระบี่ การจัดทำ หนังสือ เรียนเล่มนี้มีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน และการวิเคราะห์ อันนำ ไปสู่การใช้ทักษะภาษาไทยในทิศทางที่ดี ยิ่งขึ้น รวมไปถึงยังส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักเห็นความสำ คัญและ หวงแหนภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตน วิธีกธีารศึกษา เริ่มจากการศึกษาสังคมและวัฒนธรรมผ่านจังหวัดกระบี่ โดย มีเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงความโดดเด่นและน่าสนใจของจังหวัดกระบี่ ซึ่งภายใน หนังสือเล่มนี้มีการพูดถึงจังหวักกระบี่อย่างครบถ้วน อาทิ สภาพแวดล้อมของ จังหวัดกระบี่ ของขึ้นชื่อจังหวัดกระบี่ รวมไปถึงเพลงและนิทานพื้นบ้านของ จังหวัดกระบี่ เพื่อให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงภูมิปัญญาและความอบอุ่นจากจังหวัด กระบี่ที่ไม่แพ้จังหวัดใดในประเทศไทย โดยการศึกษาในแต่ละบทนั้นจะประกอบไป ด้วยองค์ประกอบดังต่อไปนี้ คือ สาระการเรียนรู้แกนกลางและตัวชี้วัด เนื้อหา ของบทเรียน กิจกรรมท้ายบท อ่านเสริมเพิ่มความรู้ เพื่อให้ผู้อ่านได้เรียนรู้อัต ลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ และเรียนรู้ทฤษฎีเนื้อหาที่เกี่ยวกับภาษาไทย คำคำคำคำแนะนำ การใช้ห ช้ นัง นั สือ สื ะนำ การใช้ห ช้ นัง นั สือ สื


คำคำคำคำแนะนำ สำ หรับ รั ครู แนะนำ สำ หรับ รั ครู การวางแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๑. ศึกษาหลักสูตรการเรียนรู้เพื่อให้เข้าใจมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด หรือสิ่งที่จำ เป็นแก่นักเรียน ๒. ศึกษาหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น วรรณวิภูษิต วิจิตราอันดามัน แล้ววางแผนการจัดการเรียนรู้ ๓. ศึกษาพื้นฐานความรู้ความสามารถด้านการใช้ภาษาไทยของรนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการสอนและการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ครูจำ เป็นจะต้องเข้าใจแนวทางการนำ เสนอเนื้อหาในแต่ละบทของหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย เรื่อง วรรณวิภูษิต วิจิตราอันดามัน หนังสือแบบเรียน ภาษาไทยที่ให้ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของจังหวัดกระบี่เป็นเนื้อหา หลัก ซึ่งมีส่วนประกอบดังรายละเอียดต่อไปนี้ อัตลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ เช่น ต้นไม้เก่าแก่ของจังหวัดกระบี่ที่เป็นที่มาของ การตั้งชื่อจังหวัดจนมาถึงปัจจุบันในรูปแบบของนิทานและเรื่องสั้น เพื่อให้ฝึกฝน ทักษะการอ่าน และบูรณาการให้เข้าใจความเป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่น คุณค่าของเพลงพื้นบ้านและนิทานพื้นบ้านที่นำ เสนอเกี่ยวกับวิถีชีวิต ความเป็น อยู่ ความเชื่อ ค่านิยมของจังหวัดกระบี่ เพื่อเผยแพร่วรรณคดีและวรรณกรรมให้คน รุ่นหลังรู้จักและเป็นหารฝึกฝนทักษะการฟัง การดูและการพูดให้มีความแม่นยำ มาก ขึ้น


สารบัญ บทที่ หน้า น้ บทที่ ๑ ต้น ต้ หลุม ลุ พีสู่ พี กสู่ ระบี่เ บี่ มือ มื งหน้า น้ อยู่ ๔ อ่า อ่ นเสริมริเพิ่ม พิ่ ความรู้ : สุส สุ านหอย ๗๕ ล้าล้นปี หลักลัและการใช้ภช้าษา : การอ่า อ่ นจับจัใจความสำ คัญคั การคัดคัลายมือ มื บทที่ ๒ กระบี่มี บี่ ตำ มี ตำนาน เล่า ล่ ขานสู่กัสู่ น กั ฟัง ฟั ๒๑ อ่า อ่ นเสริมริเพิ่ม พิ่ ความรู้ : ตำ นานอ่า อ่ วพระนาง หลักลัและการใช้ภช้าษา : การอ่า อ่ น การแต่ง ต่ กลอนสุภ สุ าพ บทที่ ๓ แหล่ง ล่ ขึ้น ขึ้ ชื่อ ชื่ งามระบือ บื คลองท่อ ท่ ม ๓๒ อ่า อ่ นเสริมริเพิ่ม พิ่ ความรู้ : น้ำ ตกร้อร้นคลองท่อ ท่ ม หลักลัและการใช้ภช้าษา : การเขีย ขี นเรีย รี งความ การอ่า อ่ นออกเสีย สี งร้อร้ยแก้วก้และร้อร้ยกรอง บทที่ ๔ วรรณกรรมพื้น พื้ บ้า บ้ นขับ ขั ขานผ่า ผ่ นลำ เนา ๔๕ อ่า อ่ นเสริมริ: เพลงชาน้อน้ง หลักลัและการใช้ภช้าษา : นิทนิานพื้น พื้ บ้าบ้นและเพลงพื้น พื้ บ้าบ้น การฟังฟัการดูและการพูด พู บรรณานุก นุ รม ๔๗


สระมรกตขึ้นชื่อ นามระบือแหล่ง ลูกปัด งามเด่นชัดน้ำ ตกร้อน ชื่อกระฉ่อนนกแต้วแร้ว ๑


เนื้อหา ผัผั ผั ง ผั งมโนทัทั ทั ศ ทั ศน์น์ น์ เ น์ เนื้นื้ นื้ อ นื้ อหา ๑ ๒ ๓ ๔ หลุลุ ลุ ม ลุ มพีพีพี…พี.กระบี่บี่ บี่ ส บี่ สองเพื่พื่ พื่ อ พื่ อนซี้ซี้ ซี้ซี้ การอ่อ่อ่าอ่นจัจัจับจั ใจความสำสำสำสำคัคัคัญคั อ่อ่อ่าอ่นเสริริริมริเพิ่พิ่ พิ่ ม พิ่ มความรู้รู้รู้รู้ กิกิกิจกิกรรมท้ท้ท้าท้ยบท วรรณศิศิศิลศิป์ป์ป์เป์ปี่ปี่ปี่ ย ปี่ ยมคุคุคุณคุค่ค่ค่าค่ เนื้นื้ นื้ อ นื้ อหาสะท้ท้ท้อท้นสัสัสังสัคม อ่อ่อ่าอ่นเสริริริมริเพิ่พิ่ พิ่ ม พิ่ มความรู้รู้รู้รู้ ร้ร้ร้อร้ยเรีรีรียรีงอัอัอักอัษร สะท้ท้ท้อท้นภาษา พื้พื้ พื้ น พื้ นดิดิดินดิถิ่ถิ่ ถิ่ น ถิ่ นแต้ต้ต้วต้แร้ร้ร้วร้ อ่อ่อ่าอ่นเสริริริมริกระตุ้ตุ้ตุ้นตุ้ภูภูภูมิภูมิมิคมิวามรู้รู้รู้รู้ เสริริริมริสร้ร้ร้าร้งแรงบับับันบัดาลใจ ภาษาสู่สู่สู่สำสู่สำสำสำเนีนีนียนีงวาจา อ่อ่อ่าอ่นเสริริริมริเพิ่พิ่ พิ่ ม พิ่ มความรู้รู้รู้รู้ นินินิทนิาน เสีสีสียสีงเพลง บรรเลงคู่คู่คู่วัคู่วัวัฒวันธรรม ขัขัขับขัขานผ่ผ่ ผ่ า ผ่ านลำลำลำลำเนา สืสืสืบสืสำสำสำสำเนีนีนียนีงแห่ห่ห่งห่ ใต้ต้ต้ต้ เล่ล่ ล่ า ล่ าสู่สู่สู่กัสู่กักันกั ฟัฟัฟังฟั ถิ่ถิ่ ถิ่ น ถิ่ นรัรัรักรั ปัปัปักปัษ์ษ์ษ์ใษ์ต้ต้ต้ต้ ต้นต้ หลุม ลุ พีกพี ระบี่ ต้นต้ หลุม ลุ พีกพี ระบี่ กระบี่มี บี่ มี ตำ นาน กระบี่มี บี่ มี ตำ นาน แหล่งขึ้นชื่องามระบือ แหล่งขึ้นชื่องามระบือ ว ร ร ณรกรรมพื้นบ้าน ว ร ร ณรกรรมพื้นบ้าน ขั บ ขานผ่านลำ เนา ขั บ ขานผ่านลำ เนา คลองท่อม คลองท่อม เมือมืงน่าน่ อยู่ เมือมืงน่าน่ อยู่ เล่าล่ขานสู่กัสู่ น กั ฟัง ฟั เล่าล่ขานสู่กัสู่ น กั ฟัง ฟั ๒


น้ำ พุร้อนเค็ม สระมรกต พิพิธภัณฑ์ สถานวัด คลองท่อม น้ำ ตกหินเพิง วิสาหกิจศูนย์ ข้าวชุมชน วิสาหกิจชุมชนลาน เทปาล์มน้ำ มัน ๓ ผ้ามัดย้อมพรุดินนา


บทที่ ๑ ต้ต้ ต้ น ต้ นหลุลุ ลุ ม ลุ มพีพี พีพี …สู่สู่สู่เสู่มืมื มื อ มื องกระบี่บี่ บี่ น่ บี่ น่ น่ า น่ าอยู่ยู่ยู่ยู่ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๖/๓ อ่านจับใจความสำ คัญได้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ป.๖/๑ คัดลายมือได้ถูกต้องตามรูปแบบกระทรวงศึกษาธิการ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.นักเรียนสามารถอธิบายและอ่านจับใจความได้ถูกต้อง ๒.นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ๓.นักเรียนสามารถคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด ได้อย่างถูก ต้องตามรูปแบบของกระทรวงศึกษาธิการ ๔


๕ จากหลุมพีสู่กระบี่เมืองน่าอยู่ มีเรื่องให้เรียนรู้สนุกสนาน สองเพื่อนซี้ท่องเที่ยวตามตำ นาน แสนเบิกบานในวันปิดเทอมใหญ่ พ่อของสมชายอาสาพาไปชม ธรรมชาติที่คอยห่มแหล่งน้ำ ใส สระมรกต น้ำ พุร้อน อยู่ไม่ไกล สานสายใจผูกใยมิตรไมตรี อรวี


ปลายเดือนมีนาคมกำ ลังจะเข้าสู่เดือนเมษายน เป็นสัญญาณของ การปิดเทอมใหญ่ที่จะกลับมาอีกครั้ง สมชายกำ ลังจะเป็นพี่ ป.๖ ใน ปีการศึกษาหน้า บ้านของสมชายอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก เขา มักจะปั่นจักรยานมาโรงเรียนและปั่นจักรยานกลับบ้านแบบนี้อยู่เป็น ประจำ ทุกวัน สมชายไม่ค่อยจะมีเพื่อนผู้ชายหรืออาจจะเรียกว่าไม่มี เลยก็ได้ เพราะครูประจำ รายวิชาหลาย ๆ คนบอกว่าสมชายเป็น ผู้ชายที่เรียบร้อย เงียบ และนิ่ง ต่างจากเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ จึงทำ ให้ ภาพส่วนใหญ่ที่มักจะเห็นกันคือภาพที่สมชายนั่งทำ การบ้านกับเพื่อนผู้หญิงปิดเทอม นี้คงจะเป็นการปิดเทอมที่น่าเบื่อเหมือนกับทุก ๆ ปี เพราะสมชายไม่มีเพื่อนเล่น และในระ แวกหมู่บ้าน บ้านของสมชายก็อยู่ท้ายสุดห่างไกลจากเด็ก ๆ คนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน “สวัสดีครับพ่อ” สมชายเห็นพ่อกับแม่ยืนทำ อาหารอยู่ในครัว นึกแปลกใจที่วันนี้เห็นพ่อ ยืนทำ กับข้าวกับแม่ เพราะปกติเวลากลับมาจากโรงเรียนจะเห็นแค่แม่ที่ทำ กับข้าวอยู่ใน ครัว เพราะกว่าพ่อจะเลิกงานก็เกือบจะสองทุ่มทุ่มของทุกวัน “หรือวันนี้จะมีอะไรพิเศษ หรือเปล่า” สมชายได้แต่คิดในใจ “วันนี้มีการบ้านไหมสมชาย” เสียงพ่อดังมาจากใน ครัว “ไม่มีครับพ่อ พรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดที่ว่าง” สมชายตอบกลับอย่างรวดเร็วเพราะ ไม่ใช่ว่ามีกันได้ง่าย ๆ ที่อาทิตย์นั้นจะไม่มีการบ้านและตรงกับวันหยุด “ดีเลย ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้พ่อมีคนหลายคนจะให้แนะนำ ให้รู้จัก” สมชายไม่ได้ตอบกลับไปแต่ก็ คิดว่าคงจะเป็นเพื่อน ๆ ของพ่อที่มานั่งสังสรรค์ช่วงสิ้นเดือนเหมือนกันทุก ๆ เดือน จึง เป็นความแปลกใจที่ไม่แปลกใจไปเสียแล้ว สมชายขึ้นไปข้างบนของบ้านเพื่อทำ กิจวัตร ประจำ วันของตัวเองอยู่หลายชั่วโมง แต่พอเริ่มได้ยินเสียงดังมาจากข้างล่างก็พอจะ เริ่มเดาได้ว่าเพื่อนของพ่อน่าจะทยอยมากันบ้างแล้ว “สมชาย เสร็จละยังลูก สายใจมา แล้วนะ” หลุลุ ลุ ม ลุ มพีพี พี … พี …กระบี่บี่ บี่บี่ สองเพื่พื่ พื่ อ พื่ อนซี้ซี้ ซี้ซี้ ๖


เนื้อเรื่อง? สมชายเดินลงมาพร้อมกับทำ หน้าคิ้วขมวด เขาเห็นเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส แต่ที่เขาขมวดคิ้วเพราะแปลกใจและสงสัยว่าใครเพราะไม่เคย เจอมาก่อน “นี่น้าชัยกับน้าดา เป็นเพื่อนของพ่อตั้งแต่เด็ก ๆ เมื่อก่อนไปดีดลูกแก้ว ปั่น จักรยานเล่นด้วยกันทุกวัน ส่วนนั้นสายใจ ดูแลเพื่อนด้วยนะสมชาย” น้าชัยเป็นเพื่อน พ่อตั้งแต่เด็ก ๆ พอโตขึ้นก็แยกย้ายกันไปทำ งานที่อื่น พ่อบอกว่าไม่ได้เจอน้าชัยนาน มากแล้ว แต่ก็ยังโทรหาพูดคุยกันอยู่เสมอ น้าชัยจะกลับมาอยู่บ้านในช่วงปิดเทอม ใหญ่นี้ บ้านของน้าชัยอยู่ห่างจากบ้านของสมชายเพียง ๓ ก้าวก็ถึง ระหว่างที่ผู้ใหญ่ พูดคุยกัน สมชายกับสายใจก็พูดคุยและเล่นด้วยกันตามประสาเด็ก ๆ สมชายเข้ากับ สายใจได้รวดเร็วเพราะอยู่โรงเรียนสมชายก็มีเพื่อนผู้หญิงเยอะอยู่แล้ว สายใจบอกกับ สมชายว่าพึ่งเคยมาบ้านที่กระบี่ครั้งแรก เพราะพ่ออยากกลับมาอยู่บ้านบ้างไม่อยาก ปล่อยให้บ้านร้างไป สมชายก็เลยนึกอะไรบางอย่างออก “พ่อครับ พรุ่งนี้วันหยุดและ ผมไม่มีการบ้าน เราไปเที่ยวกันไหมครับ สายใจจะได้ไปด้วย” เสียงพูดคุยของผู้ใหญ่ เงียบและหันมายิ้มให้กับเด็ก ๆ ทั้งสองคน “พ่อก็คิดไว้แบบนั้น งั้นวันนี้กลับไป ไป เตรียมของนะสายใจ ลุงจะพาไปเที่ยวพรุ่งนี้” พอพ่อพูดจบเด็ก ๆ ทั้งสองก็พากันดีใจ และตื่นเต้นมาก ๆ ปิดเทอมของสมชายไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว ๗


ข้อมูลเสริม เช็คสภาพรถยนต์ในการเดินทาง เตรียมตัวและ เก็บของกันอยู่สักพัก น้าชัย น้าดา และสายใจก็ มาพอดี “ไปกันเลยไหมชิต” น้าชัยถามพ่อ พ่อ พยักหน้าและพวกเราทุกคนก็ออกเดินทางกัน วันนี้พ่อบอกว่าจะพาไปสรงามชื่อว่าสระมรกต ที่อำ เภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ไปสำ รวจ ธรรมชาติ สระมรกต มีลักษณะเป็นบ่อหินปูน ใน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม น้ำ ใน สระมรกตสามารถเปลี่ยนสีไปได้ตามวันเวลาและ สภาพแสง ซึ่งถือกำ เนิดขึ้นมาจากธารน้ำ อุ่น ใน ผืนป่าที่ราบต่ำ ภาคใต้ เป็นน้ำ พุร้อนลักษณะเป็น สระน้ำ ร้อน ๓ สระ ได้แก่ สระแก้ว สระมรกต และ สระน้ำ ผุด อุณหภูมิของน้ำ อยู่ที่ ๓๐-๕๐ องศา เซลเซียส นอกจากสระมรกตแล้วบริเวณรอบ ๆ ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ พอเช้าวันรุ่งขึ้น สมชายตื่นตั้งแต่ ๗ โมง เดินลงมาจากชั้นบนเห็นพอกำ ลังตรวจ โดย เส้นทางการศึกษาธรรมชาติมีชื่อว่า “เส้นทางศึกษาธรรมชาติ” มีระยะทาง ประมาณ ๒.๗ กิโลเมตร เพื่อให้นักเดินทางศึกษาได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำ ผุด ซึ่งเป็นบ่อน้ำ ธรรมชาติ และเป็นต้นกำ เนิดของสระมรกต อยู่ห่างจากสระมรกต ประมาณ ๕๐๐ เมตร ซึ่งบ่อแห่งนี้จะเป็นน้ำ สีฟ้าอมน้ำ เงิน เป็นสระน้ำ แร่ธรรมชาติ เนื่องจากมีแร่ธาติที่ทับถมกันจำ นวนมากเป็นเวลานาน บ่อน้ำ ผุดจึงเป็นแหล่งน้ำ แร่เก่า แก่ และเกิดน้ำ ผุดขึ้นมาเป็นระยะ ๘


เนื้อเรื่อง? สมชายและสายใจชอบธรรมชาติทั้งคู่ จึงเป็นการเดินทางที่เด็ก ๆ ทั้งสองคนไม่ งอแงเลยและตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ทุก ๆ คนใช้เวลาอยู่ที่นี่หลายชั่วโมง พ่อจึง พูดขึ้นมาว่า “ไปน้ำ พุร้อนเค็มไหม” เด็ก ๆ พยักหน้าแบบไม่ลังเล เพราะสายใจไม่ เคยเห็นน้ำ พุร้อนเลย จึงเก็บของและก็พากันออกเดินทาง แต่ระยะทางไม่ได้ไกลกัน มากนัก ใช้เวลา ๓๐ นาทีก็ถึงที่หมายแล้ว สมชายชอบที่นี่แต่ก็รู้สึกร้อนแต่สายใจ กลับรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ ที่นี่ขายไข่ไก่ด้วยเพื่อที่จะเอาไปต้มในน้ำ พุร้อน สมชายแปลกใจที่ไข่ไก่สุก แต่กว่าจะสุกก็หายหิวแล้วเพราะค่อนข้างที่จะใช้เวลา สักหน่อย เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากการมาเที่ยวครั้งนี้ ได้มาสำ รวจธรรมชาติและเปิด มุมมองใหม่ ๆ พ่อของสมชายกลัวเด็ก ๆ จะไม่สบาย ใช้เวลาอยู่ไม่นานนักก็เดิน ทางกลับบ้าน พอถึงบ้านแม่และน้าดาก็ไม่รอช้า ช่วยกันเตรียมกับข้าวมื้อเย็นทันที สมชายไม่ได้รู้สึกว่าวันนี้พิเศษแต่กลับรู้สึกว่าการปิดเทอมใหญ่ครั้งนี้มันพิเศษ มากเพราะเขาจะมีสายใจเป็นเพื่อนจนถึงเปิดเทอมเลย “มากินข้าวได้แล้วเด็ก ๆ “ เสียงน้าดาดังมาจากในครัว สมชายไม่ได้รับประทานอาหารพร้อมแขกที่มาเยี่ยม บ้านแบบนี้นานมาก ๆ สายใจยิ้มมีความสุขก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านและเจอ กันใหม่ในวันรุ่งขึ้น ๙


สุสานหอย บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่อุทยาน แห่งชาติ มีซากดึกดำ บรรพ์ของหอยน้ำ จืดชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นหอยขม มีขนาดยาวประมาณ ๒ เซนติเมตร ซากหอยเหล่านี้ได้ทับถมกันโดยมีน้ำ ประสานธาตุปูนจับตัวให้กลายเป็นหินแข็งทับอยู่ชั้น หินลิกไนท์ และหินดินดาน นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่ สำ คัญอีกแห่งหนึ่งของโลก ช่วงแรกประมาณกันว่าสุสานหอยแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อ ๗๕ ล้านปีมาแล้ว มี ความยาวประมาณ ๑ กิโลเมตร กว้าง ๕๐ เมตร เป็นแผ่นหอยที่เกาะตัวกันจนแข็งเป็นแผ่นหินสลับกับ ชั้นของถ่านลิกไนต์ หนาประมาณชั้นละ ๑๐ นิ้ว ต่อมาแผ่นดินถูกยกตัวขึ้นจึงปรากฏเป็นลานหิน กว้างใหญ่ริมทะเล จากการคำ นวณอายุทางธรณีวิทยาพบว่า ฟอสซิลเหล่านี้มีอายุราว ๔๐ ล้านปี นอกจากนี้บริเวณสุสานหอยยังมีตัวอย่างซากฟอสซิลของหอยทั้ง ๓ แบบ และมีศูนย์บริการ นักท่องเที่ยวไว้ให้บริการข้อมูลต่างๆ แก่นักท่องเที่ยวด้วย แต่เดิมบริเวณสุสานหอยแห่งนี้เคยเป็น หนองน้ำ จืดขนาดใหญ่ที่มีหอยอาศัยอยู่เป็นจำ นวนมาก โดยเฉพาะหอยขมขนาดราว ๒ เซนติเมตร ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นผิวโลก น้ำ ทะเลไหลเข้ามาท่วมบริเวณหนองน้ำ จนหมด ทำ ให้ ธาตุหินปูนในน้ำ ทะเลหล่อเปลือกหอยใต้น้ำ จนเป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นแผ่นหินแข็งที่เรียกว่า Shelly Limestone หนาประมาณ ๔๐ เซนติเมตร เมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ถูกยกตัวสูงขึ้น ซากฟอสซิล เหล่านี้จึงปรากฎให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่ยื่นลงไปในทะเล ซึ่งสุสานหอยอายุหลายสิบล้านปีนี้มี เพียง ๓ แห่งในโลกเท่านั้น คือ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา (มลรัฐชิคาโก) ประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย อ่อ่อ่าอ่นเสริริริมริ สุสานหอย ๗๕ ล้านปี เพิ่พิ่ พิ่ ม พิ่ มความรู้รู้รู้รู้ ที่มา : https://www.saithai.go.th/travel/detail/38 ๑๐


จุจุ จุ ด จุ ดมุ่มุ่มุ่งมุ่ หมาย ของการจัจัจับจั ใจ ความสำสำสำสำคัคัคัญคั การอ่านจับใจความสำ คัญ การอ่านจับใจความสำ คัญ หมายถึง การอ่านที่มุ่งค้นหาสาระของ ข้อความหรือเรื่องราวต่างๆว่าข้อความหรือเรื่องราวนั้นเกี่ยวกับสิ่งใด มี เหตุการณ์ที่สำ คัญอะไรบ้าง ส่วนใดเป็นใจความสำ คัญและส่วนใดเป็นส่วน ขยายใจความสำ คัญของเรื่อง การอ่านจับใจความสำ คัญถือเป็นวิธีการที่ ช่วยให้ผู้อ่านสามารถแยกส่วนประกอบอื่นๆ หรือที่เรียกว่า "พลความ" ของ เรื่องได้ พลความหรือส่วนขยายใจความ หมายถึง ประโยคที่ช่วยขยายเนื้อ ความของใจความสำ คัญเพื่อสนับสนุนหรือแสดงตัวอย่าง เพื่อให้ผู้อ่านเกิด ความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งในแต่ละย่อหน้าอาจมีพลความอยู่หลายๆ ประโยคก็ได้ สามารถบอกรายละเอียดของเรื่องราวที่อ่านได้อย่างชัดเจน สามารถปฏิบัติตามคำ สั่งและคำ แนะนำ ได้ เพื่อฝึกการอ่านเร็วและสามารถตอบคำ ถาม ได้ถูกต้อง สามารถสรุปหรือย่อเรื่องที่อ่านได้ อ่านแล้วสามารถคาดการณ์ และ หาความจริง แสดงข้อคิดเห็นได้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑๑


วิธีจับใจความสำ คัญ วิวิวิธีวิธีธีกธีารจัจัจับจั ใจความมีมีมีหมีลายอย่ย่ ย่ า ย่ าง ขึ้ขึ้ ขึ้ น ขึ้ นอยู่ยู่ยู่กัยู่กักับกัความชอบว่ว่ ว่ า ว่ าอย่ย่ ย่ า ย่ างไร เช่ช่ ช่ น ช่ น การขีขีขีดขีเส้ส้ส้นส้ ใต้ต้ต้ต้การใช้ช้ช้สีช้สีสีต่สีต่ ต่ า ต่ างๆ กักักันกัแสดงความสำสำสำสำคัคัคัญคัมากน้น้น้อน้ยของ ข้ข้ข้อข้ความ การบับับันบัทึทึทึกทึย่ย่ ย่ อ ย่ อเป็ป็ป็ น ป็ นส่ส่ ส่ ว ส่ วนหนึ่นึ่ นึ่ ง นึ่ งของการอ่อ่ อ่ า อ่ านจัจัจับจั ใจความสำสำสำสำคัคัคัญคัที่ที่ ที่ ดี ที่ ดีดีดี แต่ต่ ต่ ผู้ ต่ ผู้ผู้ที่ผู้ที่ ที่ ย่ ที่ ย่ ย่ อ ย่ อควรย่ย่ ย่ อ ย่ อด้ด้ด้วด้ยสำสำสำสำนวนภาษาและสำสำสำสำนวนของตนเองไม่ม่ ม่ ค ม่ ควรย่ย่ ย่ อ ย่ อด้ด้ด้วด้ย การตัตัตัดตัเอาข้ข้ข้อข้ความสำสำสำสำคัคัคัญคัมาเรีรีรียรีงต่ต่ ต่ อ ต่ อกักักันกัเพราะอาจทำทำทำทำให้ห้ห้ผู้ห้ผู้ผู้อ่ผู้อ่ อ่ า อ่ านพลาด สาระสำสำสำสำคัคัคัญคับางตอนไปอัอัอันอัเป็ป็ป็ น ป็ นเหตุตุ ตุ ใ ตุ ให้ห้ห้กห้ารตีตีตีคตีวามผิผิผิดผิพลาดคลาดเคลื่ลื่ ลื่ อ ลื่ อนได้ด้ด้ด้ ตั้งจุดมุ่ง หมายใน การอ่านให้ ชัดเจน อ่านเรื่องราว อย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และ เก็บใจความ สำ คัญของ แต่ละย่อหน้า เมื่ออ่านจบให้ตั้ง คำ ถามกับตนเอง ว่าเรื่องที่อ่านมี ใคร ทำ อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร นำ สิ่งที่สรุปได้มา เรียบเรียง ใจความสำ คัญ ใหม่ด้วยสำ นวน ของตนเอง เพื่อให้เกิด ความสละสลวย หลัลัลั ลั ก ลั ก ลั กการจัจัจั จั บ จั บ จั บใจความสำสำสำสำสำสำคัคัคั คั ญ คั ญ คั ญ ๑๒


ใจความสำ คัญของข้อความในแต่ละย่อหน้าจะปรากฏดังนี้ ๑.ประโยคใจความสำ คัญอยู่ตอนต้นของย่อหน้า ๒.ประโยคใจความสำ คัญอยู่ตอนกลางของย่อหน้า ๓.ประโยคใจความสำ คัญอยู่ตอนท้ายของย่อหน้า ๔.ประโยคใจความสำ คัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายของย่อหน้า ๕.ผู้อ่านสรุปขึ้นเอง จากการอ่านทั้งย่อหน้า(ในกรณีใจความ สำ คัญหรือความคิดสำ คัญอาจอยู่รวมในความคิดย่อย ๆ โดย ไม่มีความคิดที่เป็นประโยคหลัก) พิจารณาทีละย่อหน้า หาประโยค ใจความสำ คัญของแต่ละย่อหน้า ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่าง สำ นวนโวหาร อุปมาอุปไมย(การเปรียบเทียบ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคำ ถามหรือคำ พูดของผู้เขียน ซึ่งเป็นส่วนขยายใจความสำ คัญ สรุปใจความสำ คัญด้วย สำ นวนภาษาของตนเอง วิธีจับใจ ความสำ คัญ มีหลักดังนี้ การพิจารณาตำ แหน่ง ใจความสำ คัญ ๑๓


การคัดลายมือที่ถูกหลักและวิธีคือเริ่มจากการนั่งตัวตรง จับปากกาหรือ ดินสอให้เหมาะสมกับการคัดลายมือ เขียนตามสัดส่วนหรือเขียนตามอักขระ ให้ถูกต้อง จะดเส้นระยะของช่องไฟอย่างเหมาะสม ที่สำ คัญคือการวาง ตำ แหน่งสระวรรณยุกต์ต้องตรงตามหลักการเขียนภาษาไทย การคัคั คั ด คั ดลายมืมื มื อ มื อ การคัดลายมือ เป็นการฝึกเขียนตัวอักษรไทยให้ถูกต้องตามหลัก การเขียนคําไทย ซึ่งต้องคํานึงถึงความถูกต้องของอักษรไทย เขียนให้ อ่านง่าย มีช่องไฟ มีวรรคตอน ตัวอักษร เสมอกัน วางพยัญชนะ สระ และ วรรณยุกต์ให้ถูกที่ ตัวสะกดการันต์ถูกต้อง และลายมือ สวยงาม การคัด ลายมือแบ่งได้ ๒ ประเภท คือ ตัวเหลี่ยมหรือตัวกลมหัวมน หลักการคัดลายมือ ความหมาย เพื่อฝึกการเป็นผู้ มีสมาธิในการ เขียนตัวอักษร ไทย เพื่อให้เขียนตัว อักษรไทยได้ถูก ต้องตามหลักวิธี การต่าง ๆ เพื่อให้รู้จักการจัด ระเบียบ การเว้น วรรคและเว้นช่องไฟ ได้ประณีตและมี ความสม่ำ เสมอ ทําให้ อ่านง่ายดูสบายตา เพื่อให้รู้จักสังเกตแบบ อย่างตัวอักษรที่ถูก ต้องสวยงามและนําไป เป็นตัวอย่างใน การเขียนได้ต่อไป เพื่อให้มีความภาค ภูมิใจ ศรัทธาและรัก การเขียนภาษาไทย อันเป็นมรดกและ ภาษาประจำ ชาติไทย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ จุจุ จุ ด จุ ดประสงค์ค์ ค์ ข ค์ ของ การคัคั คั ด คั ดลายมืมื มื อ มื อ การคัดลายมือมีความสําคัญมากต่อการพัฒนาไปสู่ทักษะการเขียน การฝึกคัดลายมือจึงมีจุดประสงค์ดังนี้ ๑๔


เริ่มคัดตัวอักษร จากหัวไปหางเสมอ โดยไม่ยกดินสอหรือปากกา อ่านข้อความที่จะคัดให้จบก่อนคัด เพื่อทําความเข้าใจข้อความ ไม่เขียนตัวอักษรแบบนั่งเส้น หมายถึง ส่วนล่างของตัวอักษรทับ เส้นบรรทัดโดยตลอด เช่น ตัว ข ฐานล่างของเส้นจะไม่ลากตรง ทีเดียว จะมีรอยหยักตรงมุมซ้ายเล็กน้อย ถ้าคัดลายมือครึ่งบรรทัด ขนาดความสูงของตัวอักษร ด้านบนต้องสูงเท่ากันโดยตลอด คัดตัวอักษรและข้อความด้วยตัวตรงเสมอแนวเดียวกัน ตัว อักษรไม่เอนเอียง โย้ไปข้างหน้าหรือหลัง เว้นระยะช่องไฟระหว่างตัวอักษรให้ห่างเสมอกัน ถ้าเขียนผิดหรือจําเป็นต้องลบ ต้องระมัดระวังเรื่อง ความสะอาด ก่อนเขียนใหม่ต้องลบรอยเก่าให้ สะอาดเรียบร้อยเสียก่อน สระและวรรณยุกต์ต้องวางให้ถูกที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ วิวิธีวิ ธีวิกธี กธีารคัคัด คั ด คั ลายมืมือ มื อ มื ๑๕


ขนาดความกว้างความสูงของตัวอักษรและสระต้องตรงตามแบบ ควรควบคุมอัตราความเร็วในการเขียน อย่าเขียนเร็วเกินไป ต้องระมัดระวังอย่าคัดให้ตกหล่น การเว้นวรรคตอนต้องถูกต้อง เมื่อคัดจบต้องอ่านทบทวนและตรวจสอบอีกครั้ง หมั่นฝึกฝนคัดลายมือสม่ำ เสมอ อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ วิวิธีวิ ธีวิกธี กธีารคัคัด คั ด คั ลายมืมือ มื อ มื ๑๖


อ้างอิง : กระทรวงศึกษาธิการ ๑๗


เขียนลายมือมีหลักรู้จักนั่ง ตัวต้องตั้งตรงแนบถูกแบบอย่าง จับดินสอปากกาถูกท่าทาง สมุดวางพลางเพ่งแล้วเล็งแล ค่อยเขียนไปให้งามตามสัดส่วน ช่องไฟจัดวัดกะระยะแน่ สระหรือเครื่องหมายอย่าย้ายแปร ตั้งใจแน่มีระเบียบเรียบร้อยเอย เขียนลายมือมีหลักรู้จักนั่ง ตัวต้องตั้งตรงแนบถูกแบบอย่าง จับดินสอปากกาถูกท่าทาง สมุดวางพลางเพ่งแล้วเล็งแล ค่อยเขียนไปให้งามตามสัดส่วน ช่องไฟจัดวัดกะระยะแน่ สระหรือเครื่องหมายอย่าย้ายแปร ตั้งใจแน่มีระเบียบเรียบร้อยเอย เขียนลายมือมีหลักรู้จักนั่ง ตัวต้องตั้งตรงแนบถูกแบบอย่าง จับดินสอปากกาถูกท่าทาง สมุดวางพลางเพ่งแล้วเล็งแล ค่อยเขียนไปให้งามตามสัดส่วน ช่องไฟจัดวัดกะระยะแน่ สระหรือเครื่องหมายอย่าย้ายแปร ตั้งใจแน่มีระเบียบเรียบร้อยเอย ตัวบทคัดลายมือ มาลองลองคัดดูสิ คำ แนะนำ จากคุณครู ….………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …….. ๑๘


กิกิ กิ จ กิ จกรรมท้ท้ ท้ า ท้ ายบท ช่วงปิดเทอมใหม่หลังจากที่สายใจกลับมาอยู่บ้าน ทำ ให้สมชายมีเพื่อนเล่นทุก วันและทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก วันนี้พ่อกับแม่ของสมชายจะพาทั้งสองคน ไปเล่นกองทรายงานวัดประจำ ปีที่วัดถ้ำ เสือในอำ เภอเมืองระหว่างทางเกิดมีปากเสียงและ ทะเลาะกันสายใจโมโหสมชายระงับอารมณ์ ไม่อยู่ จึงพูดไม่ดีใส่สมชายไป สมชายไม่ โต้ตอบแต่เมื่อถึงงานวัด สมชายไปเขียนข้อความลงบนผืนทรายไปว่า “ วันนี้สายใจเพื่อน รักของผมพูดจาไม่ดีใส่ “ หลังจากเล่นกองทรายเสร็จพ่อกับแม่ก็พาทั้งสองคนไปลอย เทียนดอกบัวที่สระน้ำ แต่ในระหว่างโน้มตัวจะลอยเทียนดอกบัว สมชายได้สะดุดล้มตกลง ไปในสระน้ำ สายใจเห็นแบบนั้นก็รีบลงไปช่วยสมชายทันที แต่โชคดีที่ตกลงไปริมขอบสระ และน้ำ ไม่ลึกและอยู่ในสายตาของพ่อกับแม่ ทั้งสองคนก็เลยปลอดภัย สมชายก็ไม่ได้พูด อะไรกับสายใจ แต่สมชายกลับไปเขียนลงบนก้อนหินว่า “ วันนี้สายใจเพื่อนของผมช่วยผม ไว้ “ สายใจไม่เข้าใจจึงถามสมชายว่า “ ทำ ไมตอนสมชายโดนเราพูดไม่ดีใส่ กลับเขียน ข้อความลงบนทราย แต่เรื่องที่สายใจได้ช่วยสมชายจากการตกน้ำ ทำ ไมจึงต้องสลักบนก้อนหิน ” สมชายฟังคำ ถามก็ยิ้มและตอบว่า เมื่อถูกคนที่รักทำ ร้ายเราควรเขียนมันไว้บนพื้นทรายเพราะ “ สายลม แห่งการให้อภัย ” จะทำ หน้าที่พัดผ่านลบล้างไม่เหลือ แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย เกิดขึ้น ควรสลักไว้บน “ ก้อนหินแห่งความทรงจำ ในหัวใจ “ ซึ่งต่อให้มีสายลมพัดแรงเพียงใด ก็ไม่อาจลบล้างทำ ลายได้” ๑๙ ๑.ให้นักเรียนอ่านจับใจความสำ คัญจากเนื้อเรื่องที่กำ หนดให้ สายลมแห่ห่ ห่ ง ห่ งการให้ห้ ห้ อ ห้ อภัภั ภั ย ภั ยและ ก้ก้ ก้ อ ก้ อนหิหิหินหิแห่ห่ ห่ ง ห่ งความทรงจำจำจำจำ


ปฏิฏิ ฏิ บั ฏิ บั บั ติ บั ติ ติไติด้ด้ ด้ด้ ๑.ให้นักเรียนเขียนคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดและ ตัวบรรจงเต็มบรรทัดจากตัวบทที่กำ หนดให้ ๒๐ ธรรมชาติเขียวสดงดงามนัก น่าพิงพักรื่นรมย์ชวนหลงใหล มีดอกไม้ภูเขาลำ เนาไพร สัตว์น้อยใหญ่ได้อาศัยในธรา ป่าไม้ให้ประโยชน์หนุนชีวิต ใคร่ครวญคิดปกป้องช่วยรักษา ให้คงอยู่สืบต่อไปในโลกา ทุกชีวาได้พึ่งพาอาศัยกัน ปภาวรินท์


จุดประสงค์ ๑) อธิบายหลักการ การแต่งกลอนสุภาพ (K) ๒) วางแผนและเขียน แต่งกลอนสุภาพได้ (P) ๓) โยงคําสัมผัสในการ แต่งกลอนสุภาพได้ (P) ๔) อธิบายคุณค่าของ การแต่งกลอนสุภาพ ได้ (A) กระบี่มีตำ บทที่ ๒ที่ กระบี่มีตำตำนาน …เล่ล่ ล่ า ล่ าขานสู่สู่สู่กัสู่กั กั น กั นฟัฟัฟั ง ฟั ง ตัวชี้วัด : ท ๑.๑ ป ๖/๘ อ่านหนังสือ ตามความสนใจ และ อธิบายคุณค่าที่ได้รับ ท ๔.๑ ป ๖/๕ การแต่งกลอน สุภาพ ๒๑


เมืองกระบี่สมญานามเล่าขาน มีตำ นานสืบสานให้เรียนรู้ ทะเลใสทรายขาวอยู่เคียงคู่ ความเป็นอยู่ผู้คนแสนใจดี เกาะน้อยใหญ่สวยงามมีหลากหลาย ทั้งหาดทรายจรรโลงให้สุขขีี เสียงเจื้อยแจ้วเล่าไปให้พาที ท้องถิ่นนี้สะอาดตาน่าภิรมย์ ๒๒ ปุณยนุช


มีตำ นานเล่าว่า มีหมู่บ้านใหญ่ 2 หมู่บ้านตั้งอยู่ริมทะเล หมู่บ้านเเรกมีหัวหน้า ชื่อ “ตายมดึง” เมียชื่อ "ยายรำ พึง" ส่วนอีกหมู่บ้าน มีหัวหน้าชื่อ "ตาวาปราบ" เมีย ชื่อ "บามัย" มีลูกชายชื่อ "บุญ" ทั้งสองหมู่บ้านนี้เป็นอริต่อกันมาช้านาน ยายรำ พึงอยากมีลูกจึงไปขอพรจากพญานาค ได้ลูกสาวชื่อ “นาง” โดยมี ข้อสัญญาว่าจะให้ลูกสาวเเต่งงานกับพญานาค เมื่อเวลาผ่านไปตาวาปราบยอม ไปสู่ขอนางให้กับบุญ ทั้งที่สองบ้านนี้ไม่ถูกกัน ยายรำ พึงจึงยอมให้นางแต่งงาน กับบุญ จนลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพญานาค เมื่อวันเเต่งงานพญานาครู้เข้าจึงโกรธ มาก แปลงกายมาเป็นมนุษย์เพื่อแย่งชิงเจ้าสาว แต่ถูกตายมดึงขวางไว้ เเละจะ พาหนีไป เเต่ ตาวาปราบไม่ยอม จึงเกิดการต่อสู้กัน หลังจากที่มีการฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดนั้น พระฤาษีที่บำ เพ็ญตบะอยู่ในถ้ำ ออกมาห้ามปรามแต่ไม่มีใครเชื่อฟังพระฤาษีโกรธมาก จึงสาปให้ทุกสิ่งทุกอย่าง กลายเป็นหิน ไม่ว่าจะเป็นผู้คน เครื่องใช้ บ้านเรือนก็กลายเป็นภูเขา เป็นถ้ำ เป็นเกาะ แก่งในทะเลทั้งสิ้น เช่น บ้านเจ้าสาวกลายเป็น ภูเขาที่ “อ่าวพระนาง” เรือนหอกลาย เป็นถ้ำ เรียกว่า "ถ้ำ พระนาง" ข้าวเหนียวกวนที่นำ มาเลี้ยงกันหกเรี่ยราดกลายเป็น เปลือกหอยทับถมในทะเลต่อมากลายเป็น "สุสานหอย" ฝ่ายพญานาคพยายาม กระเสือกกระสนลงทะเลแต่ไปไม่ถึงกลายเป็นหินทางด้านเหนือชาวบ้านเรียกว่า "หงอนนาค" บริเวณที่พญานาคกลิ้งเกลือกกลายเป็นหนองน้ำ ขนาดใหญ่ ชาว บ้านเรียกว่า "หนองทะเล" ตำตำตำตำนานอ่อ่ อ่ า อ่ าวพระนาง ที่มา : http://andamanthai.blogspot.com/ 2008/04/blog-post_01.html ) ๒๓


มีตำ นานเล่าสืบต่อกันมาว่าชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบโบราณเล่มหนึ่ง จึงนำ มา มอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ ต่อมาไม่นานก็ขุดพบมีดดาบโบราณเล่มหนึ่งรูปร่างคล้าย กับมีดดาบโบราณเล่มใหญ่ จึงนำ มามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่เช่นกัน เจ้าเมืองกระบี่ เห็นว่าเป็นดาบโบราณสมควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเป็นความสิริมงคล แต่ขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จ จึงได้นำ ดาบไปเก็บไว้ในถ้ำ เขาขนาบน้ำ หน้าเมือง โดยวางดาบหรือกระบี่ให้ไขว้กัน ซึ่งในลักษณะของการวางดาบหรือกระบี่ไขว้เป็น สัญลักษณ์ของตราประจำ จังหวัดคือรูปดาบไขว้ด้านหลังมีภูเขาและทะเลโดยบ้านที่ ขุดพบดาบใหญ่โต ตั้งชื่อว่า “บ้านกระบี่ใหญ่” บ้านที่ขุดพบดาบเล็กได้ตั้งชื่อว่า “บ้านกระบี่น้อย”แต่มีอีกตำ นานหนึ่ง สันนิษฐานว่า คำ ว่า “กระบี่” อาจเรียกชื่อพันธุ์ ไม้ชนิดหนึ่งที่มีมากในท้องถิ่น คือต้น “หลุมพี” จึงเรียกชื่อท้องถิ่นว่าบ้านหลุมพี ต่อ มามีชาวมลายูและชาวจีนที่ เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น “บ้าน-กะ-ลู-บี”หรือ “คอโลบี” นานๆ เข้าก็ได้ปรับเป็นสำ เนียงไทยว่า “กระบี่” กระบี่ถิ่นใต้ อ่อ่อ่าอ่นเสริริริมริ เพิ่พิ่ พิ่ ม พิ่ มความรู้รู้รู้รู้ ที่มา : https://krabi.cdd.go.th/ประวัติความเป็นมา ๒๔


อธิบายเพิ่ม เติมความรู้ การอ่าน หมายถึง การแปลความหมายของตัวอักษรที่อ่าน ออกมาเป็นความรู้เเละความคิด เเล้วทำ ความเข้าใจเรื่องราวที่ อ่านซึ่งเราสามารถนำ ความรู้จากเรื่องที่อ่านไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำ วันได้ การเลือกหนังสืออ่านต้องเลือกให้ตรงตามจุด ประสงค์ เลือกหนังสือที่ดี มีคุณค่า เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน มี ความยากง่ายตรงตามความสนใจของผู้อ่าน ส่งเสริมการเรียน รู้ในชั้นเรียนและควรคำ นึงถึงมารยาทในการอ่านด้วย การอ่าน ประเภทของหนังสือที่ ควรเลือกอ่าน หนังสือเรียน เป็นหนังสือที่ใช้ในการเรียนการสอน เช่น ภาษา ไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ หนังสือสารานุกรม เป็นหนังสืออ่างอิงที่รวบรวมสาระความ รู้วิชาการเเขนงต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เช่น สารานุกรมไทย สำ หรับเยาวชน ๑ ๒ ๒๕


หนังสือพิมพ์ เป็นหนังสือที่นำ เสนอข้อมูล ความรู้ข่าวสาร และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นปัจจุบัน วารสาร เป็นหนังสือที่ออกเป็นเวลาสม่ำ เสมอให้ข้อมูล ความรู้เเละเรื่องราวด้านวิชาการเป็นหลัก นิตยสาร เป็นหนังสือที่ออกเป็นประจำ สม่ำ เสมอ เนื้อหา ส่วนใหญ่ให้ความบันเทิง มีทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น สารคดี ท่องเที่ยว หรือเกร็ดความรู้ต่าง ๆ หนังสือฉบับกระเป๋า เป็นหนังสือที่มีขนาดเล็ก ๆ จำ นวน หน้าไม่มาก เนื้อหามักเกี่ยวกับความบันเทิงหรือความรู้ สั้น ๆ เช่น เรื่องสั้น เรื่องตลกขำ ขัน หนังสือการ์ตูน วรรณกรรมสำ หรับเด็ก เป็นหนังสือที่ส่งเสริมเเละกระตุ้น ให้สนใจรักการอ่าน ได้ความเพลิดเพลิน ได้ความคิด สร้างสรรค์ เช่น นิทาน หนังสือภาพ วรรณกรรมพื้นบ้าน ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๒๖


จุดมุ่งหมายของ การอ่านหนังสือ อ่านเพื่อความรู้ เน้นการอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ที่ต้องการให้ ๑. เกิดความรู้ เช่น หนังสือเรียน ตำ รา อ่านเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน การอ่านจากหนังสือ ประเภทสารคดีท่องเที่ยว นวนิยาย เรื่องสั้น เรื่องแปล การ์ตูน บทประพันธ์ บทเพลง แม้จะเป็นการอ่านเพื่อความ ๒ บันเทิง แต่ผู้อ่านจะได้ความรู้ที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องด้วย . ๓. อ่านเพื่อทราบข่าวสาร เช่น การอ่านจาก หนังสือพิมพ์ ข่าว รายงานการประชุม ๔. อ่านเพื่อจุดประสงค์เฉพาะแต่ละครั้ง การอ่าน ที่ไม่ได้เจาะจง แต่เป็นการอ่านในเรื่องที่ตน สนใจ หรืออยากรู้ เช่น การอ่านประกาศ ฉลากยา แผ่นพับ อ่านป้ายโฆษณา ๒๗


หลักการเลือกหนังสือ ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ ๑. ได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง ๒. ได้ข้อคิดที่จะนำ ไปใช้ในการดำ เนินชีวิต ๓. เกิดความสนุก เพลิดเพลิน ๔. เพิ่มพูนความรู้ให้กว้างขวางขึ้น ๕. เสริมสร้างทักษะและนิสัยรักการอ่าน ๑. หนังสือที่มีรูปภาพประกอบ มีสีสันสวยงาม ๒. หนังสือที่ผู้ใหญ่เห็นว่าดีและต้องการให้อ่าน ๓. หนังสือที่เหมาะกับเพศ วัย เเละเวลา ๒๘


สดับ รับ รอง ส่ง สัมผัสระหว่างบท ลักษณะบังคับ เป็นคำ ประพันธ์ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันทั่วไป เพราะเป็นร้อยกรองชนิดที่มีความเรียบง่ายต่อการสื่อ ความหมาย และสามารถสื่อได้อย่างไพเราะ ซึ่งกลอนแปด มีการกำ หนดพยางค์และสัมผัส มีหลายชนิดแต่ที่นิยม คือ กลอนสุภาพ กลอนสุภาพ ๒๙


สัมผัส คือ คำ คล้องจอง สัมผัสของกลอน แบ่งออกเป็น ๔ ประเภท ดังนี้ ๑. สัมผัสนอก คือ สัมผัสนอกวรรค ระหว่างวรรค ระหว่างบาทและระหว่างบท เป็นสัมผัสบังคับและต้องเป็นสัมผัสสระเท่านั้น ๒. สัมผัสใน คือ สัมผัสในวรรคเดียวกัน มีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษรเป็น สัมผัสไม่บังคับ มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ถ้ามีจะเพิ่มความไพเราะของกลอน ๓. สัมผัสสระ คือ คำ ที่มีเสียงสระเสียงเดียวกัน สั้นยาวเท่ากัน ถ้ามีตัวสะกดต้อง อยู่มาตราเดียวกัน เช่น ชี-พสี, ไฟ-ใจ , ตา - ลา ๔. สัมผัสอักษร คือ คำ ที่มีเสียงพยัญชนะต้นเสียงเดียวกัน หรือ ตัวเดียวกัน เช่น ไหว -หวิว , แจ่ม จ้า - จรัส, พลอย - โพยม, วรรคสดับ นิยมใช้เสียงวรรณยุกต์ทุกเสียง วรรครับ นิยมใช้เสียงวรรณยุกต์เอก โท และจัตวา วรรครอง นิยมใช้เสียงวรรณยุกต์สามัญ และตรี วรรคส่ง นิยมใช้เสียงวรรณยุกต์สามัญ และตรี ประเภทสัมผัส เสียงการ ลงท้ายวรรค ๓๐


การแต่งกลอน มีหลักการในการแต่งดังนี้ ๑. ตีความหมายของหัวข้อเรื่องที่จะแต่ง ๒. ตั้งจุดมุ่งหมายตามแนวคิดของตน ๓. ลำ ดับความเป็นร้อยแก้ว ๔. จัดลำ ดับใส่สัมผัส เลือกใช้คำ ให้กะทัดรัด ๕. เลือกใช้คำ ให้ได้จังหวะและตามแผนบังคับ ๑. การแบ่งวรรคในการอ่านกลอนสุภาพแต่ละวรรค กลอนสุภาพจะแบ่งจังหวะ การอ่านคำ ในแต่ละวรรคเป็น ๓ ช่วง ดังนี้ ถ้าวรรคละ ๖ คำ จะแบ่งอ่านเป็น ๒ - ๒ – ๒ ถ้าวรรคละ ๗ คำ จะแบ่งอ่านเป็น ๒ - ๒ - ๓ ถ้าวรรคละ ๘ คำ จะแบ่งอ่านเป็น ๓ - ๒ - ๓ ถ้าวรรคละ ๙ คำ จะแบ่งอ่านเป็น ๓ - ๓ - ๓ ๓๑ การแบ่งจังหวะ ๒. ต้องอ่านให้ถูกต้องตามอักขรวิธี โดยเฉพาะคำ ควบกล้ำ ร, ล, ว หลักการแต่งกลอนสุภาพ ๑ บท มี ๒ บาท ๑ บาท มี ๒ วรรค ๑ วรรค มี ๗-๙ คำ ๑ บท ควรมีคำ ๓๒ คำ / พยางค์ คณะของกลอนสุภาพ


จุดประสงค์ ๑)อธิบายความรู้ทั่วไปของการอกเสียงบทร้อยแก้วได้ (K) ๒)อธิบายความรู้ทั่วไปของการอกเสียงบทร้อยกรองได้ (K) ๓) สามารถอ่านออกเสียงร้อยแก้วจากเรื่องที่กำ หนดได้ (P) ๔)สามารถอ่านออกเสียงร้อยกรองเป็นทำ นองเสนาะได้ (P) ๕) ตระหนักและเห็นคุณค่าของการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง (A) แหล่ล่ ล่ ง ล่ งขึ้ขึ้ ขึ้ น ขึ้ นชื่ชื่ ชื่ อ ชื่ อ บทที่ ๓ ตัวชี้วัด : ท ๒.๑ ป.๖/๔ เขียนเรียงความ ท ๑.๑ ป.๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ได้อย่างถูกต้อง งามระบืบื บื อ บื อคลองท่ท่ ท่ อ ท่ อม ๓๒


จากพื้นดินสู่ถิ่นเมืองคลองท่อม ธรรมชาติกล่อมกลับให้หลับฝัน สู่เรื่องราวที่กล่าวขานและแบ่งปัน กลิ่นสวรรค์ธาตรีกระบี่งาม น้ำ ตกร้อนคลองท่อมมีสเน่ห์ ติดทะเลอันดามันเลื่องลือนาม เสียงจิบร้องนกแต้วแร้วให้ติดตาม งามอร่ามวัดคลองท่อมชวนมาชม อรวี ๓๓


ลักษณะสีสันของเพศผู้และเพศเมียจะแตกต่างกัน โดยนกแต้วแร้วเพศผู้ บริเวณหัวและท้ายทอยจะมีสีน้ำ เงินแกมฟ้าสดใส ตัดกับใบหน้าและหน้าผาก ซึ่ง มีสีดำ สนิทคอสีขาวครีม อกส่วนบนเป็นแถบสีเหลืองสด อกส่วนล่างจะมีสีดำ เป็นมัน ท้องและก้นสีดำ ด้านข้างลำ ตัวเป็นสีเหลือง และมีลายสีดำ สั้น ๆ คาดเป็น บั้ง ๆ ตลอดแนว ลำ ตัวด้านบนเป็นสีน้ำ ตาลแกมเหลือง ปีกเป็นสีน้ำ ตาลเข้มกว่า ลำ ตัวเล็กน้อย หางและขนคลุมทางด้านบนเป็นสีฟ้าอมเขียว ราวกับสีของเครื่อง ประดับประเภทหยก กลางหางเป็นสีดำ เรียบ ๆ ขาเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ปากเป็นสีดำ ส่วนนกแต้วแร้วเพศเมีย ลักษณะเด่นก็คือ หัวและท้ายทอยสีน้ำ ตาลเหลือง บริเวณหัว ตา หลังตา และขนคลุมหูสีดำ คอสีเหลืองครีม บริเวณส่วนล่างของ ลำ ตัวมีสีขาวอมเหลืองและมีลายสีดำ สั้น ๆ คาดตามขวางของลำ ตัว ส่วนหาง และด้านบนของลำ ตัว ปีก รวมทั้งส่วนอื่น ๆ คล้ายเพศผู้ แต่เพศเมียจะมีขนาด ย่อมกว่าเพศผู้เล็กน้อย โดยทั่วไปนกแต้วแล้วท้องดำ มีขนาดความยาวประมา ๒๒ เซนติเมตร เป็นนกที่มีขนาดเล็ก ลำ ตัวอ้วนป้อม หัวโต ขาแข็งแรง หางสั้น เวลาหากินชอบกระโดดอยู่ตามพื้นป่า และส่งเสียงร้องไปด้วย นกแต้วแร้วท้องดำ เป็นนกที่มีเขตการกระจายพันธุ์ค่อนข้างจำ กัด ระหว่าง เส้นรุ้งที่ ๗-๑๒ เหนือ พบได้ทางตอนใต้สุดของพม่า แถบเทือกเขาตะนาวศรี ใน ประเทศไทยเคยพบตั้งแต่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงจังหวัด ตรัง ชื่อเรียกพื้น บ้านของนกแต้วแร้วมีต่าง ๆ กัน ตามท้องถิ่น ได้แก่ นกแต้วแล้ว นกเต้าเล้า นก เต้นตามกวาง นกกระเต้น ( ปักษ์ใต้) หรือนกกอหล๋อ นกเต้นหัวแพร อาหารของนกแต้วแร้วท้องดำ ได้แก่ ไส้เดือน ตัวอ่อนของแมลง แมลงต่าง ๆ หอยทาก กบ ปลวก เป็นต้น ลักษณะทั่วไปของนกแต้วแร้ว ๓๔


น้ำ ตกร้อนคลองท่อม เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ จังหวัดกระบี่ เป็นอ่างอาบน้ำ ธรรมชาติกลางป่ารองรับสายน้ำ ตกที่ไหล หลั่นลงมาจากเนินเขา มีลักษณะเป็นธารน้ำ พุร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน มี สารกำ มะถันเจือจางเป็นส่วนประกอบ มีอุณหภูมิพอเหมาะสามารถอาบน้ำ ได้ ในน้ำ พุร้อนประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายและเชื่อว่า สามารถบำ บัดอาการไขข้ออักเสบ ปวดหลัง และเกี่ยวกับผิวหนังได้ เมื่อ เดินทางไปถึงจะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ประมาณ ๕00 เมตร ก็จะถึงตัวน้ำ ตก ผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติระหว่างทางอาจพบกับหินรูปที่มีหน้าตา ประหลาดใต้น้ำ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบ่อกักเก็บน้ำ ร้อนก่อนทางเข้าน้ำ ตก ที่ให้ไปแช่น้ำ เพื่อ รักษาสุขภาพและความสบายตัว มีอุณหภูมิประมาณ ๔0-๕0 องศา และเป็นแหล่งรวมของคนรักสุขภาพที่ต้องการมา บำ บัดร่างกายคลายปวดเมื่อยล้าตามส่วนต่าง ๆ และยังเป็นที่พักใจให้สบายจากความรื่นรมย์ ของธรรมชาติป่าเขา อ่อ่อ่าอ่นเสริริริมริ เพิ่พิ่ พิ่ ม พิ่ มความรู้รู้รู้รู้ น้ำ ตกร้อนคลองท่อม ๓๕


นกแต้วแร้ว เป็นนกหายากชนิดหนึ่ง ที่มีลำ ตัวอ้วนสั้น มีสีสันฉูดฉาดสะดุดตา หลายสี เช่น สีน้ำ เงิน สีเขียวแดง สีน้ำ ตาล หรือสีเหลือง รวมอยู่ในตัวเดียวกัน คอ และหางสั้น ขายาว มักกระโดดหรือวิ่งบนพื้นดิน นกแต้วแร้วมีลักษณะนิสัยขี้อาย ขี้ตื่นตกใจ มีพฤติกรรมชอบอยู่ลำ พังตัว เดียวหรือเป็นคู่ หากจะบินก็จะบินเป็นระยะสั้น ๆ หรือเตี้ย ๆ ในบริเวณที่เป็นที่อยู่ อาศัย โดยมักจะอาศัยอยู่ในพุ่มไม้ เป็นนกที่ต้องการพื้นที่ป่ามาก เพราะมักอยู่เป็นตัว เดี่ยว ๆ มีอาณาเขตของตัวเอง เป็นนกประจำ ถิ่นไม่มีการอพยพ ในปัจจุบันนกแต้วแร้วเป็นนกที่หายากและใกล้สูญพันธ์ โดยพบแค่ในในอำ เภอ คลองท่อม จังหวัดกระบี่ การที่พบอาศัยแค่ในอำ เภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ อาจจะ หมายถึงในพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีแต่ป่าไม้ มีพื้นที่ที่เขียวชอุ่ม เพราะนกแต้วแร้วมักอาศัยอยู่ในป่าที่มีความชุ่มชื้นหรือใกล้แหล่งน้ำ และมักจะกิน หอยทาก ไส้เดือนดินและสัตว์มีกระดูกสันหลังเล็ก ๆเป็นอาหาร และการที่นกแต้วแร้ว เป็นนกที่หายากจึงกลายเป็นนกประจำ ท้องถิ่นที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของ เมืองคลองท่อม โดยนกแต้วแร้วที่พบในอำ เภอคลองท่อมนั้น คือนกแต้วแร้วท้องดำ คือมีลักษณะสีของเส้นขนบริเวณส่วนอกตอนปลายและท้องของนกตัวผู้ ซึ่งเป็น ลักษณะเด่นในการนำ มาตั้งชื่อ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนกแต้วแร้วจะเป็นสัตว์ที่กำ ลังจะสูญพันธ์ไป และเป็นสัตว์ที่ ต้องการอนุรักษ์และรักษาจากมนุษย์ การที่จะอนุรักษ์สัตว์ไม่ให้สูญพันธ์นั้นเป็นรักษา ทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ด้วย เรียงความ พื้นดิน ถิ่นนกแต้วแร้ว อธิบายเพิ่ม เติมความรู้ ๓๖ กัลยาณี


การเรียงความ เรียงความ คือ การนำ ข้อความต่าง ๆ มาเเต่งเรียบ เรียงให้เป็นเรื่องราว ใช้สำ นวนภาษาที่ถูกต้องใน ลักษณะที่ใช้พูดหรือเขียนกันเป็นสามัญหรือเป็นร้อย แก้วธรรมดา เพื่อถ่ายทอดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปสู่ผู้อ่าน เพื่อเเสดงความรู้ ความคิด ประสบการณ์ ประวัติ ลักษณะของการเรียงความที่ดี ถูกต้องตามลักษณะเเละรูปแบบของ เรียงความ คือ มีคำ นำ เนื้อเรื่อง สรุป มีเนื้อหาชัดเจนเเละมีสาระ ลำ ดับความคิด ลำ ดับเรื่อง เเละดำ เนินเรื่องดี ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามหลักการใช้ ภาษา สำ นวนภาษาสละสลวย ให้ข้อคิด เชิงสร้างสรรค์ หรือเเสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจเเละเป็น ประโยชน์ก่อนเขียน เรียงความ ควรวางแผนการเขียนโดยเขียนเป็น โครงเรื่องคร่าว ๆ จัดลำ ดับความคิดช่วยให้สามารถเขียนสาระสำ คัญ ได้ต่อเนื่องจนจบเป็นเรื่อง ไม่วกไปวนมา ไม่สับสนวกวน อธิบายเพิ่ม เติมความรู้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๓๗


ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นส่วนที่ขยายความ ให้รายละเอียดตรงตามจุดประสงค์หรือประเด็นหลักของ เรื่อง ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นส่วนที่มีเนื้อหามากที่สุด ส่วนเนื้อเรื่องประด้วยหลายย่อหน้า แต่ละย่อหน้าจะ ขยายความของเรื่องตามแนวคิดที่ตั้งไว้ มีทั้งเนื้อหาของเรื่องที่ให้ความรู้ การแสดงความคิดเห็นความ รู้สึกของผู้เขียน พร้อมตัวอย่างประกอบข้อความให้เด่นชัดยิ่งขึ้น มีการใช้สำ นวนโวหาร และถ้อยคำ ที่ ไพเราะ เลือกสรรแล้ว นำ มาใช้ในการเขียน ต้องเขียนตามโครงเรื่องที่ตั้งไว้ให้มีเนื้อหาต่อเนื่องสอดคล้อง กัน องค์ประกอบการเขียนเรียงความ การเขียนเรียงความประกอบด้วยองค์ประกอบ ส่วนต่าง ๆ ๓ ส่วน คือ คำ นำ เนื้อเรื่อง สรุป ดังนี้ เนื้อความส่วนที่เป็นคำ นำ เป็นการเปิดเรื่อง อาจเป็นการอธิบายความ หมายของชื่อเรื่อง กล่าวถึง ความสำ คัญและขอบเขตของเรื่องที่จะ เขียนหรือข้อความที่ก่อให้เกิดความสนใจ ต้องการอ่านเนื้อเรื่องให้มาก ที่สุด ๑. คำ นำ ๒. เนื้อเรื่อง ๓. สรุป ส่วนที่เป็นการสรุปเรื่อง เป็นส่วนที่สรุปเนื้อหาสำ คัญของเรื่อง ควรจะมี เพียงย่อหน้าเดียว เป็นการ กล่าวย้ำ ประเด็นสำ คัญ ย้ำ จุดประสงค์หรือความคิด หลักของเรื่อง อาจมีการทิ้งท้ายฝากข้อคิด ข้อย้ำ เตือนหรือ คติสอนใจ ตลอด จนความประทับใจให้แก่ผู้อ่าน ๓๘


๑. พิจารณาประเภทของบทร้อยแก้ว ๒. ตรวจสอบคําศัพท์ที่อ่านไม่ได้ ๓. ฝึกอ่านออกเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ๔. ใช้น้ําเสียงให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง สบตาผู้ฟังเป็นระยะ ๆ ๕. อ่านเว้นวรรคตอนให้เหมาะสม ๖. ไม่อ่านคําตก ตัดคําหรือเติมคํา ๗. อ่านในอัตราเร็วที่เหมาะสม ๘. อ่านสํารวจเนื้อเรื่องคร่าว ๆ คือ ถ้อยคําที่เรียบเรียงขึ้นอย่างไพเราะ เป็นความเรียงที่ไม่บังคับคํา สัมผัส แต่มี ความสละสลวย ไพเราะด้วยเสียงและความหมาย คํา ประพันธ์ที่เป็น บทร้อยแก้ว เช่น เรียงความ สารคดี บทความ การอ่านออกเสียง บทร้อยแก้ว บทร้อย แก้ว หลักการอ่านออก เสียงบทร้อยแก้ว โวหารที่ใช้ในงานเขียนร้อยแก้วซึ่งนักเรียนควรรู้จักมีดังนี้ บรรยายโวหาร คือ สํานวนที่อธิบายหรือเล่า เรื่องราวโดยละเอียดเพื่อให้ ความรู้แจ่ม แจ้งชัดเจนในเรื่อง นั้น ๆ พรรณนาโวหาร คือ สํานวนที่กล่าวเป็นเรื่องราว อย่างละเอียดเพื่อให้ผู้อ่าน, นึกเห็นเป็น ภาพ มักรําพันถึง ความงามและความรู้สึก สาธกโวหาร คือ สํานวนที่มีการยกตัวอย่างมา อ้างให้เห็นเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่อง ราวได้ง่าย ขึ้น ตัวอย่างที่ยกมา อาจเป็นนิทาน เรื่องราวหรือ เหตุการณ์ก็ได้ เทศนาโวหาร คือ สํานวนที่สอดแทรกคํา แนะนําสั่งสอน อย่างมี เหตุผลและมีตัวอย่าง ประกอบ ๑ ๒ ๓ ๔ ๓๙


หลักการอ่านเป็นทำ นองเสนาะ ๑. อ่านเป็นร้อยแก้วธรรมดาให้ถูกต้องชัดเจน ตามอักขรวิธีก่อน ทั้ง ร , ล ตัวควบกล้ํา อ่าน ออกเสียงให้ตรงตาม เสียงวรรณยุกต์ ๒. อ่านให้ถูกจังหวะวรรคตอน การอ่านผิดวรรคตอนทําให้เสียความ ๓. อ่านให้สัมผัสคล้องจองกันเพื่อความไพเราะ ๔. อ่านให้ถูกทํานองและลีลาของคําประพันธ์แต่ละชนิด คําประพันธ์แต่ละชนิดจะมีบังคับจํา นวนคําสัมผัสหรือคําเอก คําโท แตกต่างกัน การอ่านทํานองเสนาะจึงต้องอ่านให้ถูกท่วง ทํานองและลีลาของคําประพันธ์แต่ละชนิด ๕. อ่านโดยใช้น้ําเสียงให้เหมาะสมกับเนื้อหาและอ่านพยางค์สุดท้ายของวรรคด้วยการทอด เสียง แล้วปล่อยให้หางเสียงผวนขึ้นจมูก การอ่านออกเสียง บทร้อยกรอง บทร้อยกรอง คือ ถ้อยคําที่เรียบเรียงให้เป็นระเบียบตามข้อกํา หนดของคําประพันธ์แต่ละประเภท คําในบทร้อยกรอง มีความ หมายเท่ากับพยางค์ เช่นคําว่า พูนพิพัฒน์ สวัสดี นับเป็น ๓ คำ การอ่านเป็นทำ นองเสนาะ เป็นการอ่านมีสำ เนียง สูง ต่ำ หนัก เบา ยาว สั้น เป็นทำ นอง เหมือนเสียงดนตรี มีการเอื้อนเสียง เน้นสัมผัส ตามจังหวะ ลีลาเเละ ท่วงทำ นองตามลักษณะบังคับของบทประพันธ์ให้ชัดเจนเเละเหมาะสม ๔๐


การอ่านออกเสียง บทร้อยกรอง จังหวะการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง จังหวะการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองแต่ละประเภทแตกต่าง กันไปตามจํานวนคําในแต่ละวรรค และจังหวะการลงสัมผัส ดังนี้ จังหวะการอ่านออก เสียงบทร้อยกรอง กลอนสุภาพ : ใช้ จังหวะการอ่านเป็น ๓/๒/๓ หรือ ๓/๓/๓ ขึ้นอยู่กับจำ นวนคำ ในเเต่ละวรรค ๔๑


เสริมสร้างแรงบันดาลใจ ให้นักเรียนเขียนเล่าเรื่องบุคคลที่เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิตของตนเอง กิจกรรม ชวนกันเขียน ให้นักเรียนเขียนเรียงความตามคำ ที่กำ หนดต่อไปนี้ นก ธรรมชาติ น้ำ ตก ท้องฟ้า ครอบครัว หนังสือ นักเรียน เดินทาง ๔๒


แบบฝึกหัดอ่านออกเสียง ร้อยแก้วและร้อยกรอง บทอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ชนิดพรรณนา ราตรีหนึ่ง/เป็นราตรีที่สงัดลม/แต่ท้องฟ้าแพรวพราวไปด้วย ดวงตาแห่งสวรรค์/แมกไม้น้อยใหญ่ยืนตัวสงบนิ่ง/ปราศจากการ รบกวนแม้แต่น้อย/จันทร์ลับพุ่มอโศกไปแล้ว/ประกายละเลื่อม พรายของวังน้ำ เบื้องล่าง/สะท้อนระยิบุระยับเมื่อคราต้องแสงดาว/ ราวกับพื้นกำ มะหยี่ที่ถูกลมพัดไหวตัวที่ทำ ให้ปรากฎมันเลื่อมขึ้น ฉะนั้น // ณ ราตรีอันสงบเงียบเยือกเย็นนี้/ลำ นำ เพลงรักบทหนึ่ง ครวญมากับบรรยากาศอันสงัด/ลอยระริกลงไปสัมผัสผิวน้ำ เย็น/ และสะท้อนหวนกังวานกลับมาแผ่ซ่านไปทั่วทุกซอกทุกมุม (จุฬาตรีคูณ : พนมเทียน) บทอ่านออกเสียงร้อยกรอง จะพูดจา/ ปราศรัย/ กับใครนั้น// อย่าตะคั้น/ตะคอก/ให้เคืองหู// ไม่ควรพูด/ อื้ออึง/ ขึ้นมึงกู/ คนจะหลู่/ล่วงลาม/ไม่ขามใจ / แม้จะเรียน/ วิชา/ทางค้าขาย/ อย่าปากร้าย/พูดจา/อัชฌาสัย// จึงซื้อง่าย/ขายดี/ มีกำ ไร// ด้วยเขาไม่/เคืองจิต/ระอิดระอา สุภาษิตสอนหญิง ของสุนทรภู่ ๔๓


Click to View FlipBook Version