ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
คำแนะนำการใชชดุ กิจกรรมการเรียนรแู บบสบื เสาะหาความรู (5E)
สำหรับครู
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู หนว ยการเรียนรทู ่ี 1 สมดลุ กล รายวชิ าฟสกิ ส 1 รหสั วชิ า ว32201
ชัน้ ปที่ 1 (เทยี บเทา มัธยมศึกษาปที่ 5) พฒั นาขน้ึ เพ่อื ใหครผู สู อนใชเปนส่ือการเรียนรูแ บบสบื เสาะหา
ความรู (5E) โดยยึดหลักและรูปแบบของสถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ซง่ึ มขี อ ปฏิบัตแิ ละทำความเขา ใจ ดังนี้
1. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความรู เรอื่ ง สมดลุ กล ชดุ ท่ี 1 ใชป ระกอบกบั แผนการ
จัดการเรียนรูที่ 1 เรอื่ งสมดลุ ตอการเลอ่ื นที่ รายวชิ าฟส ิกส 1 รหัสวชิ า ว32201 ช้ันปที่ 1 (เทยี บเทา
มัธยมศึกษาปท ่ี 5) จำนวน 1 แผน ใชเ วลา 5 ชั่วโมง
2. อธิบายเก่ยี วกบั การใชชุดกจิ กรรมการเรียนรตู ามกระบวนการสบื เสาะหาความรู (5E)
โดยแนะนำใหนักเรียนอานแผนผงั แสดงข้ันตอนการเรยี นรดู ว ยชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู บบสบื เสาะหา
ความรู (5E) คำแนะนำการใชส ำหรับนกั เรยี น ผลการเรยี นรู สาระสำคญั และจุดประสงคก ารเรยี นรู
เพื่อใหน กั เรียนทำความเขา ใจเกย่ี วกบั การใชชดุ กจิ กรรมการเรียนรู และปฏบิ ตั ติ ามไดอ ยางถกู ตอ ง
3. เตรียมความพรอมในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู โดยจัดเตรียมสอื่ และแหลงเรยี นรูไวให
พรอม และสำรวจอุปกรณตาง ๆ วา มีความถูกตองสมบูรณอยูในสภาพท่ีนำมาใชไดหรือไม
หากชำรุด ควรปรบั ปรงุ แกไข ศกึ ษาลำดับอุปกรณแ ละสื่อใหเ ปนระบบ
4. การจัดการเรียนรดู วยชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูเลม นี้ ใหนกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ นเรยี น และ
หลังจากจัดการเรยี นรเู สร็จสิน้ แลว ใหนกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน แลว ใหนกั เรยี นตรวจคำตอบ
ที่อยใู นภาคผนวกทายเลม พรอมทง้ั บันทึกผลคะแนนการทดสอบกอ นและหลังการจดั การเรยี นรลู งในแบบ
บันทึกคะแนน
5. แบง กลมุ นกั เรียนเปน กลมุ ยอ ย กลมุ ละ 4 นาย โดยคละความสามารถของนกั เรียน คอื
เกง 1 นาย ปานกลาง 2 นาย และออ น 1 นาย (โดยกำหนดจากคะแนนวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นกอ นการ
จดั การเรียนรู) แลว ใหนกั เรียนนัง่ เรยี นเปนกลมุ ยอย
6. ใหนกั เรยี นศกึ ษาชดุ กจิ กรรมการเรียนรู และลงมือปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรู ตามแผนการ
จดั การเรยี นรูแ บบสบื เสาะหาความรู (5E) ประกอบดวย 1) ขน้ั สรา งความสนใจ (Engagement) 2) ขั้นสำรวจ
และคนหา (Exploration) 3) ข้ันอธบิ ายและลงขอ สรปุ (Explanation) 4) ขน้ั ขยายความรู (Elaboration)
และ 5) ขั้นประเมินผล (Evaluation) โดยครผู ูสอนคอยชวยเหลือและใหคำแนะนำนกั เรยี นตลอดการจัดการ
เรียนรู
7. ควรดำเนนิ การจดั กจิ กรรมการเรียนรูต ามลำดบั ขนั้ ตอนกอ น-หลังในแผนการจัดการเรียนรู
ทัง้ นค้ี รผู ูส อนสามารถปรับประยกุ ตใชไ ดต ามบรบิ ทและสง่ิ แวดลอมของโรงเรียน
1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรื่องสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
แผนผงั แสดงขน้ั ตอนการจัดการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความรู (5E)
อานคำแนะนำการใชชุดกิจกรรมการเรยี นรูแบบสืบเสาะหาความรู (5E) ไมผานเกณฑ
สำหรบั นักเรยี น
อานผลการเรยี นรู สาระสำคัญ
และจุดประสงคก ารเรยี นรู
ศึกษาชดุ กจิ กรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู (5E)
โดยปฏบิ ัติ ดงั น้ี
1. ทำแบบทดสอบกอ นเรยี น
2. ศกึ ษาชุดกิจกรรมการเรยี นรู เรื่อง สมดุลตอ การเลอื่ นท่ี
3. ทำกจิ กรรมการทดลอง เรื่อง ศนู ยกลางมวลกับสภาพการเคลอื่ นทข่ี องวัตถุ
4. ทำกจิ กรรมขยายความรู เร่ือง สมดลุ ของแรงสามแรง และแรงปฏิกริ ิยา
5. ทำแบบฝกทักษะทายบทเรียน
6. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
ตรวจสอบคำตอบจากเฉลยแบบทดสอบกอ น-หลงั เรยี น การประเมินผล
และเฉลยแบบฝก ทกั ษะจากเฉลยแบบฝกทกั ษะทา ยเลม
ศกึ ษาชุดกิจกรรมการเรียนรูเลม ที่ 2 ตอ ไป ผานเกณฑ
2
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดลุ กล ชุดท่ี 1
คำแนะนำการใชชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู บบสบื เสาะหาความรู (5E)
สำหรบั นักเรยี น
ชุดกิจกรรมการเรียนรู หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 สมดลุ กล รายวิชา ว32201 ฟส ิกส 1 ช้ันปที่ 1
(เทยี บเทา มัธยมศึกษาปท ี่ 5) ชุดที่ 1 เร่ืองสมดุลตอการเลอื่ นท่ี พัฒนาขน้ึ เพื่อสงเสริมใหน กั เรียนมี
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนสงู ข้นึ และบรรลตุ ามผลการเรียนรู ซงึ่ กอ นใชช ุดกจิ กรรมการเรยี นรู นักเรยี นควร
ปฏิบัติและทำความเขาใจตามลำดบั ขนั้ ตอน ดงั น้ี
1. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู ชดุ ที่ 1 เรอื่ ง สมดลุ ตอ การเลอ่ื นที่ ใชเ วลา 5 ช่วั โมง
2. อา นและทำความเขาใจคำแนะนำการใชชดุ กจิ กรรมการเรียนรูนีใ้ หชดั เจน
3. อา นและทำความเขาใจผลการเรียนรู สาระสำคัญ และจดุ ประสงคก ารเรยี นรู
4. ทำแบบทดสอบกอ นเรยี น เร่อื ง สมดลุ ตอ การเลอ่ื นท่ี จำนวน 10 ขอ ในกระดาษคำตอบ
5. นกั เรียนแตล ะกลมุ ลงมือปฏบิ ตั ิตามกจิ กรรมการเรียนรูทคี่ รกู ำหนดให ดงั นี้
ขั้นที่ 1 ขัน้ สรา งความสนใจ (Engagement)
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั สำรวจและคนหา (Exploration)
ข้นั ที่ 3 ขั้นอธบิ ายและลงขอสรุป (Explanation)
ขนั้ ท่ี 4 ข้ันขยายความรู (Elaboration)
ขน้ั ที่ 5 ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
6. นักเรียนแตละกลุมศึกษาและทำกิจกรรมการเรียนรูตามแผนผังแสดงข้ันตอนการจัดการ
เรยี นรูแบบสบื เสาะหาความรู (5E)
7. นกั เรยี นทุกคนตอ งมคี วามซอ่ื สตั ยต อ ตนเองในการทดแบบทดสอบ และแบบฝก ทกั ษะ ไมเ ปดดู
เฉลยที่อยใู นภาคผนวก
8. ตรวจสอบแบบฝกทกั ษะจากเฉลยทา ยเลมชุดกจิ กรรมการเรยี นรู
9. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรอื่ ง สมดุลตอ การเลือ่ นที่ จำนวน 10 ขอ ลงในกระดาษคำตอบ เพือ่
ตรวจสอบความกา วหนาทางการเรียน โดยนกั เรียนตรวจคำตอบแบบทดสอบกอ นและหลงั เรียนดว ย
ตนเอง แลวบันทกึ ผลคะแนนท่ีไดล งในแบบบันทกึ คะแนน ซงึ่ นักเรียนตอ งทำกิจกรรมใหไ ดร อ ยละ 80 ขน้ึ ไป
จึงจะผา นเกณฑ ถา นักเรยี นไมผ า นเกณฑต ามทกี่ ำหนดไวใ หท บทวนเนอ้ื หา แลวทำแบบทดสอบหลงั เรยี นอกี
คร้งั หากผานเกณฑใหศกึ ษาชุดกจิ กรรมการเรยี นรู ในเลม ที่ 2 ตอไป
10. เมือ่ นกั เรียนรว มกันเรยี นรู ใหร ูจกั ชว ยเหลือกันภายในกลุม ไมควรหยอกลอหรอื ไมตั้งใจ
เรียน ควรพฒั นาตนเองใหม ีความรเู พ่ิมมากขนึ้ ซึง่ จะสง ผลใหมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขน้ึ ดวย
3
ชดุ กิจกรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรือ่ งสมดลุ กล ชุดท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู (5E)
รายวชิ าฟส กิ ส 1 รหัสวิชา ว32201 ช้ันปท ่ี 1 เร่ือง สมดลุ ตอการเลอ่ื นท่ี ชุดที่ 1
1. ผลการเรียนรู
1. บอกความหมายและยกตัวอยา งของสมดุลกล สมดุลสถติ สมดลุ จลน และสมดลุ ตอการเลื่อนที่
2. บอกความหมายของศูนยก ลางมวลและศนู ยถวงของวตั ถุ
3. สงั เกตและอธบิ ายสภาพการเคลอื่ นทีข่ องวัตถุ เมอ่ื แรงท่กี ระทำตอ วัตถผุ า นศนู ยกลางมวลของวตั ถุ
2. สาระสำคญั
วตั ถุที่อยใู นสมดลุ กล หรือเรียกสัน้ ๆ วา สมดลุ (equilibrium) คือ วตั ถุทรี่ ักษาสภาพการเคลือ่ นทใี่ ห
คงเดิม
วตั ถุทอ่ี ยูในสมดุลสถิต (static equilibrium) คือ วัตถทุ ่ีอยนู ิง่ และไมมกี ารหมนุ
วตั ถทุ อี่ ยูในสมดลุ จลน (Kinetic equilibrium) คือ วตั ถุทีม่ กี ารเคลือ่ นท่ีดวยความเรว็ คงตัว หรือ
มีการหมนุ ดว ยอัตราเรว็ คงตวั
จดุ ศนู ยก ลางมวล (center of mass, CM) คือ จุดทเ่ี ปรยี บเสมอื นเปน จดุ รวมมวลของวัตถทุ ั้งกอน ซงึ่ อยู
ประจำที่แนน อนและไมข น้ึ กบั สถานท่ี และอาจไมอยภู ายในเนอ้ื ของวตั ถุ เชน ศูนยกลางมวลของวงแหวน
จดุ ศูนยถ ว ง (center of gravity, CG) คอื จุดทีแ่ รงโนม ถว งของโลกกระทำตอวตั ถุ
สำหรับวัตถทุ ี่อยูในบรเิ วณทส่ี นามโนม ถวงมคี า สมำ่ เสมอ ศูนยถว งของวตั ถุและศนู ยก ลางมวลเปน
ตำแหนง เดียวกนั
เมือ่ วตั ถุอยูในสมดลุ ตอ การเลอื่ นท่แี ละอยนู งิ่ แรงลพั ธทก่ี ระทำตอ วัตถมุ คี า เปน ศนู ย เขยี นแทนไดด วย
สมการ ∑ F = 0
ในการคำนวณปริมาณทเี่ กีย่ วขอ งกบั การทว่ี ัตถอุ ยใู นสมดลุ ตอ การเล่ือนที่และอยนู งิ่ สามารถแยก
พิจารณาไดดังนี้ คือ
1. กรณมี แี รงสองแรงกระทำ แรงท้ังสองจะตอ งมขี นาดเทากนั แตมที ศิ ตรงขา มกนั และแนวแรงผาน
ศูนยก ลางมวล
2. กรณมี แี รงสามแรงกระทำ สามารถแบง ไดเ ปน 2 กรณี คอื
2.1 กรณีทีแ่ รงอยใู นแนวเดยี วกัน ผลรวมของแรงทม่ี ีทิศตรงขา มกันตอ งมีขนาดเทา กนั
2.2 กรณีที่แรงไมอ ยใู นแนวเดยี วกันแตอ ยูในระนาบเดยี วกนั แนวแรงทงั้ สามตองพบกนั ท่ี
จดุ ๆ หนง่ึ และถา นำเวกเตอรแทนแรงทัง้ สามมารวมกันดวยวิธหี างตอหัวเวกเตอร จะไดเ ปน
รปู สามเหลี่ยมปด
3. กรณีทม่ี แี รงมากกวาสามแรงกระทำ โดยท่แี รงแตละแรงไมอ ยูในแนวเดยี วกัน ถานำเวกเตอรแทนแรง
ท้ังหมดมารวมกันดวยวธิ ีหางตอหัวเวกเตอร จะไดเ ปน รปู หลายเหล่ียมปด
4
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู บบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรอ่ื งสมดลุ กล ชุดที่ 1
การเขียนแผนภาพวัตถุอสิ ระและการแยกแรงเปน แรงองคประกอบ สามารถนำมาใชในการพจิ ารณาแรง
ลัพธทีก่ ระทำตอวตั ถุเมอ่ื วัตถอุ ยใู นสมดลุ ตอ การเลือ่ นทแี่ ละอยูนง่ิ ผลรวมของแรงในแนวแกน x และ แกนy มคี า
ดงั สมการ ∑Fx = 0 และ ∑Fy = 0
สภาพสมดลุ ตอ การเลือ่ นตำแหนง คือ วตั ถุไมเปลี่ยนสภาพการการเคลอื่ นที่ หรอื หยดุ น่งิ หรอื เคลอื่ นท่ี
ดว ยความเร็วคงท่ี
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู
เพอ่ื ใหนกั เรียนไดพฒั นาความรคู วามสามารถดังนี้
3.1 ดา นความรู (Knowledge : K)
1) บอกความหมายและยกตวั อยางของสมดุลกล สมดลุ สถิต สมดุลจลน และสมดลุ ตอ การเล่ือนที่
2) บอกความหมายของศูนยก ลางมวลและศูนยถ ว งของวตั ถุ
3) สงั เกตและอธบิ ายสภาพการเคลือ่ นทข่ี องวตั ถุ เมือ่ แรงทก่ี ระทำตอวัตถุผา นศนู ยก ลางมวลของวตั ถุ
4) สงั เกตและอธบิ ายสมดลุ ของแรงสามแรง
3.2 ดานทักษะ/กระบวนการ (Performance : P)
1) ทดลอง อภิปรายและสรุปผลการทดลองเกีย่ วกบั ศนู ยก ลางมวลกบั สภาพการเคลอื่ นทีข่ องวตั ถุ
2) ทดลอง อภิปรายและสรุปผลการทดลองเกยี่ วกบั สมดุลของแรงสามแรง
3) ทกั ษะกระบวนการในการทำการทดลองและเรียนรูภายในกลมุ
3.3 ดานคณุ ลกั ษณะ (Attitude : A)
1) มีวนิ ยั
2) ความตรงตอ เวลา
3) ความรบั ผิดชอบ
4) มีนำ้ ใจชวยเหลอื ผอู ่ืน
5) มีเจตคตทิ ่ดี ีตอ วิชาท่เี รยี น
5
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรแู บบสืบเสาะหาความรู( 5E) วิชาฟส ิกส เรอ่ื งสมดุลกล ชุดที่ 1
แบบทดสอบกอ นเรยี น
ชุดท่ี 1 เร่ือง สมดลุ ตอ การเลอื่ นท่ี
คำช้ีแจง
1. ขอสอบเปนแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ขอ นักเรียนตองเลอื กคำตอบท่ีถูกตอ ง
ทสี่ ดุ เพยี งขอเดียว โดยกากบาท () ลงในชองอกั ษร ก ข ค หรือ ง ในกระดาษคำตอบ
2. กำหนดเวลาใหน กั เรียนไดปฏบิ ัติ 10 นาที และมคี ะแนนเตม็ 10 คะแนน
3. หามขดี เขยี นหรอื ทำเคร่ืองหมายใด ๆ ลงในแบบทดสอบ
1) ขอ ใดกลา วถกู ตองทีส่ ุด
ก. สมดลุ ของวัตถุจำเปนที่วตั ถุตองอยนู งิ่ ข. คนโดดรม จากเครอ่ื งบนิ สพู ืน้ ดนิ อยางปลอดภยั ไมเกีย่ วกบั สมดลุ
ค. วตั ถทุ อ่ี ยนู ง่ิ ถอื วาวัตถนุ ั้นสภาพสมดลุ ง. วตั ถทุ เ่ี คล่อื นที่เรว็ ขึ้นอยา งคงทเ่ี รยี กวา สมดลุ จลน
2) ขอใดกลาวถกู ตอง
1. วตั ถุทอี่ ยูใ นสมดลุ กล คอื วัตถุที่รกั ษาสภาพการเคล่ือนทใี่ หค งเดมิ
2. วตั ถทุ ่อี ยใู นสมดลุ สถติ คือ วตั ถทุ ่อี ยนู ิ่งและไมม ีการหมนุ
3. วัตถุท่อี ยูในสมดลุ จลน คือ วตั ถทุ ีม่ ีการเคล่ือนทีด่ วยความเร็วคงตวั หรือมกี ารหมุนดว ยอตั ราเร็วคงตวั
ก. ขอ 1 , 2 ข. ขอ 1 , 3 ค. ขอ 2 , 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3
3) ขอใดกลา วถกู ตอ งทส่ี ุด
ก. จดุ ศนู ยถ ว งของวตั ถุจะอยภู ายในเนอ้ื วัตถุเสมอ ข. จดุ ศูนยถ วงของวัตถุอาจอยภู ายนอกวตั ถกุ ็ได
ค. จดุ ศนู ยถ ว งอยูท ่เี ดียวกบั จุดศนู ยก ลางมวลเสมอ ง. จดุ ศนู ยถ ว งอยูทเี่ ดียวกบั จุดศนู ยก ลางทางเรขาคณิต
4) ขอใดกลาวถกู ตอง
1. จดุ ศนู ยกลางมวลเปน จดุ ซง่ึ เสมือนเปนจุดรวมมวลของวตั ถุ
2. จดุ ศูนยถวงของวัตถุ เปนจุดซ่ึงเสมอื นเปนจดุ รวมน้ำหนกั ของวัตถุ
3. จดุ ศูนยก ลางมวลและจุดศนู ยถ ว งจะตอ งอยูทีต่ ำแหนง เดยี วกันเสมอ
4. จุดศนู ยก ลางมวลของวัตถุหนึ่ง ๆ อาจมกี ารเปล่ียนแปลงได แตจ ดุ ศูนยถ วงของวัตถุจะคงท่ีเสมอ
ก. ขอ 1 , 2 ข. ขอ 1 , 3 ค. ขอ 2 , 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3
5) กฎการเคลือ่ นท่ีของนิวตนั ขอ ใดทเ่ี ก่ียวขอ งกบั สมดุลเนอื่ งจากแรงโดยตรง 3. ขอ 3
1. ขอ 1 2. ขอ 2
ขอ ความใดถกู ตอง
ก. ขอ 1 เทา น้นั ข. ขอ 2 เทาน้นั ค. ขอ 3 เทานน้ั ง. ขอ 1 , 2 และ 3
6
ชดุ กิจกรรมการเรียนรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรื่องสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
6) ภาพเวกเตอรแ ทนแรงทกี่ ระทำตอ วัตถใุ นรปู ใดทที่ ำใหเกดิ สมดุล ง.
ก. ข. ค.
7) ขอใดกลา วถูกตอ ง
1. เม่ือวางวตั ถุบนพื้นขรขุ ระ ถาพน้ื นค้ี อย ๆ เอียงเพิ่มข้ึน แรงกดของวตั ถตุ อพืน้ ไมม กี ารเปลยี่ นแปลง
2. เมื่อวางวตั ถบุ นพ้ืนขรขุ ระ ถา พนื้ นี้คอย ๆ เอียงเพิ่มขนึ้ แรงเสยี ดทานระหวา งวัตถกุ บั พน้ื ไมม กี าร
เปล่ียนแปลง
3. เมอื่ วางวตั ถุบนพนื้ ขรขุ ระ ถา พืน้ นคี้ อ ย ๆ เอยี งเพ่มิ ขึ้น สมั ประสทิ ธขิ์ องความเสียดทานพ้นื กบั วตั ถุไมมี
การเปลยี่ นแปลง
ก. ขอ 3 เทา นนั้ ข. ขอ 1 , 2 ค. ขอ 1 , 3 ง. ขอ 2 , 3
8) ขอ ใดกลา วถูกตอ ง
1. ขนาดของแรงเสียดทานขนึ้ อยูกบั ขนาดและชนิดของผิวสมั ผสั
2. ถาแรงฉุดในแนวราบนอ ยกวาแรงเสียดทานสถติ สงู สดุ วัตถจุ ะสมดลุ
3. ขณะวตั ถเุ คลอ่ื นทดี่ วยความเรงจะมีแรงเสียดทานจลน
ก. ขอ 1 , 2 ข. ขอ 1 , 3 ค. ขอ 2 , 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3
9) ขอ ใดกลา วถูกตอง
1. แรงสองแรงทมี่ ีขนาดเทากันอยูใ นระนาบเดียวกันแตม ที ิศทางตรงกันขาม มากระทำตอ วัตถุ
ทำใหวัตถอุ ยูในสภาพสมดลุ
2.เมอื่ มแี รงสามแรงซง่ึ ไมอยูในแนวเดียวกนั กระทำตอ วัตถุ วัตถจุ ะอยูในสภาวะสมดลุ
เม่ือแนวแรงทงั้ สามพบกันทจี่ ดุ ๆ หนงึ่
ก. ขอ 1 เทา น้นั ข. ขอ 2 เทา น้ัน ค. ขอ 1 , 2 ง. ไมมีขอใดถกู
10) ขอ ใดกลา วถกู ตอ ง
1. เมอื่ วัตถุไมมคี วามเรว็ ทำใหวตั ถุอยูในสภาพสมดลุ ตอ การเลอื่ นท่ี
2. เมอ่ื วัตถไุ มมีความเรง ทำใหวัตถุอยูในสภาพสมดลุ ตอการเล่ือนท่ี
ก. ขอ 1 เทา นัน้ ข. ขอ 2 เทา นน้ั
ค. ขอ 1 , 2 ง. ไมมขี อใดถกู
7
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู บบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เรื่องสมดลุ กล ชดุ ที่ 1
กระดาษคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแบบสืบเสาะหาความรู( 5E) หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1 สมดลุ กล
รายวชิ า ว32201 ฟสกิ ส 1 ชั้นปที่ 1 (เทียบเทา มัธยมศกึ ษาปท่ี 5)
ชดุ ที่ 1 เรอื่ งสมดลุ ตอ การเล่อื นที่
ชือ่ -สกุล ชั้นปท ี่ ตอน เลขท่ี
คำช้ีแจง ใหนกั เรยี นเลอื กคำตอบที่ถกู ที่สดุ เพียงขอ เดยี ว แลว กากบาท ()
ลงในชอ งอกั ษร ก ข ค หรือ ง ในกระดาษคำตอบ
กระดาษคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน
เมื่อวันที่ เดอื น พ.ศ.
ขอ ก ข ค ง ถกู / ผดิ ขอ ก ข ค ง ถกู / ผิด
16
27
38
49
5 10
คะแนนเต็ม 10
รวม คะแนนที่ได
ตงั้ ใจทาํ ขอ้ สอบ
นะครบั
8
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เรอ่ื งสมดลุ กล ชุดท่ี 1
ข้นั ที่ 1 ขนั้ สรางความสนใจ (Engagement)
คำชี้แจง ใหน ักเรียนพิจารณาภาพตอไปน้ี
ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2 ภาพที่ 3
รถยนตว่ิงในทางตรงดว ยความเร็วคงตัว โคมไฟแขวนน่ิงในแนวดิ่ง ใบพดั หมุนดว ยความเรว็ เชิงมมุ คงตัว
ภาพที่ 4 ภาพที่ 5 ภาพที่ 6
หนงั สอื วางนิ่งบนพ้ืน ชงิ ชาสวรรคหมนุ ดวยความเร็วเชิงมุมคงตัว บันไดวางน่ิงพาดกำแพง
คำถาม ภาพใดเปน สมดลุ สถิต (static equilibrium) หรือ สมดุลจลน (Kinetic equilibrium)
- สมดลุ สถิต (static equilibrium) ไดแก
..............................................................................................................................................................................
- สมดลุ จลน (Kinetic equilibrium) ไดแ ก
..............................................................................................................................................................................
9
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดุลกล ชดุ ท่ี 1
ขัน้ ที่ 2 ขน้ั สำรวจและคน หา (Exploration)
ใบความรทู ี่ 1 เรอื่ ง สมดุลตอ การเล่อื นที่
สมดลุ กล ( Mechanical Equilibrium ) คอื การทม่ี แี รงลพั ธมา
กระทำกับวตั ถุแลววัตถุคงสภาพการเคลือ่ นที่ หรอื พดู อกี อยา งวาไมม ีการเปลย่ี น
สภาพการเคลือ่ นที่ กลาวคอื ถา วัตถอุ ยนู ่ิงกย็ งั คงสภาพนิง่ หรอื ถาเคลอ่ื นทกี่ จ็ ะ
เคล่ือนท่ีดว ยความเร็วคงเดิม ซ่ึงเปนไปตามกฎการเคลอื่ นทขี่ องนิวตนั ขอท่ี 1
เราสามารถจำแนกการสมดลุ ออกเปน 2 ประเภท ไดดังนี้
1. สมดุลสถติ (Static equilibrium) คือ สมดุลของวตั ถุขณะอยใู นสภาพอยนู งิ่ เชน วางสมดุ ไวบ นโตะ
แลวสมุดไมล ม ขวดนำ้ ท่วี างไวห ลงั ตเู ย็นแลว ไมตกลงมาจากตูเยน็ หรือกลาวไดวา วัตถุใด ๆ กต็ ามทีอ่ ยใู นสภาพอยู
น่ิงเม่อื มีแรงลัพธม ากระทำแลว วตั ถยุ งั คงสภาพอยนู งิ่ ไวไ ดถือวา เปน สมดลุ สถติ
2. สมดุลจลน (Kinetic equilibrium) คือ สมดุลของวตั ถุขณะเคลอื่ นท่ดี ว ยความเร็วคงตัว เชน
รถยนตวิ่งไปตามถนนดว ยความเรว็ คงตวั กลอ งลงั ไมไถลลงไปตามพื้นเอียงดว ยความเร็วคงตวั หรอื กลา วไดวา
วัตถุใด ๆ ก็ตามทีเ่ คล่อื นที่ดวยความเร็วคา หนง่ึ เม่อื มีแรงลัพธมากระทำกบั แลว วัตถกุ ็ยงั คงเคล่อื นทด่ี วยความเร็ว
คงเดิมถือวา เปน สมดุลจลน
จดุ ศูนยก ลางมวล (CM) และ จดุ ศนู ยถว ง(CG)
จดุ ศนู ยก ลางมวลของวัตถุ(center of mass) (CM) คอื ตำแหนง ทีม่ วลรวมของวัตถุอยู
ซึ่งจุดนี้อาจจะอยใู นหรอื นอกวัตถกุ ไ็ ด
จดุ ศูนยถว งของวตั ถ(ุ center of gravity) (CG) คอื ตำแหนง ทนี่ ้ำหนกั รวมของวัตถอุ ยู
ซงึ่ จุดน้ี อาจจะอยใู นหรอื นอกวัตถกุ ็ได
โดยทัว่ ไป ถาวัตถุมีความสูงไมม ากนักจดุ CG และจุด CM จะอยูท่ีตำแหนงเดยี วกัน
และถา วตั ถุมีความสูงมาก ๆ จุด CM และจดุ CG จะอยคู นละจดุ โดย CG จะอยูต ำแหนง ต่ำกวาจุด CM เสมอ
เชน จุด CM และจุด CG ของภเู ขา เปนตน
การคำนวณจุด CG และจุด CM แยกการคำนวณโจทยไ ดเปน 2 แบบ คือ
1. การหาตำแหนง จุด CG ของวตั ถุ
ในทางปฏิบตั เิ ราสามารถทำการหาจดุ CG ของแผนวัตถรุ ปู ทรงใด ๆ กไ็ ด โดยนำแผน วัตถุผูกเขา กบั เชือก
แลว แขวนไวด งั รูป (ก) เมื่อแผน วัตถหุ ยุดนงิ่ จะไดแนวแรง T และ mg อยูในแนวเดยี วกัน คือ แนวเสนประ A
เมอื่ เปลี่ยนจุดทผี่ ูกเชือกเปนจุดอน่ื ๆ เชน B และ C ดงั รูป (ข) และ (ค) แลวลากเสนตรงตามเสนเชือกแตล ะคร้ัง
จะพบวา แนวเสน เชือกมาตดั กันทจ่ี ดุ หนึง่ เนอ่ื งจากแนวเสนเชอื กอยใู นแนวเดยี วกันกับแนวนำ้ หนัก ดงั น้นั จดุ ตดั
ของแนวเสน เชอื ก คือจดุ ศูนยร วมของน้ำหนกั แผน วตั ถุ เรยี กจุดนว้ี า จุดศูนยถ ว ง (CG)
10
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู บบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เรือ่ งสมดุลกล ชุดท่ี 1
รปู แสดงแนวของเสน เชือกทีร่ ับนำ้ หนักของแผน วตั ถุ
2. การพิจารณาเง่ือนไขการลม ของวตั ถุ
วตั ถจุ ะลม กต็ อ เมอ่ื แนวน้ำหนกั ของวตั ถุตกผานขอบฐานดังรปู
ถา วัตถอุ ยูดังรปู ท่ี 1. และ 2. วตั ถจุ ะยงั ไมล ม เพราะแนวนำ้ หนักวัตถอุ ยูใ นฐาน
ถาวัตถอุ ยดู งั รปู ท่ี 3 วตั ถุสมดลุ ครง้ั สุดทา ย ถา แนวน้ำหนกั เลยตำแหนงนอ้ี อกไปแมเ พียงเล็กนอยจะลม ทนั ที
ถาวัตถอุ ยดู ังรูปที่ 4 วัตถุจะลม ทันที
ดังนนั้ การคำนวณ ถาวัตถอุ ยูใ นตำแหนง ทพ่ี อดลี ม แสดงวา นำ้ หนกั ตกผานขอบฐานพอดี
สรปุ ไดว า
1) จดุ CM เปน จดุ ทเ่ี สมอื นเปน ทร่ี วมของมวลทงั้ กอน
2) จุด CG เปน จดุ ทเี่ สมอื นเปนทร่ี วมของน้ำหนักของวัตถุทงั้ กอ น
3) ทบี่ นผวิ โลกบรเิ วณทม่ี ีคา g สม่ำเสมอ ตำแหนง ของจุด CMและจุด CG จะอยทู ต่ี ำแหนง หรือจุดเดียวกัน
(แตจ ดุ ทงั้ สองมีความหมายแตกตางกนั ) แตถา เปนบนดวงดาวหรอื บริเวณใดก็ตามทม่ี ีคา g ไมส ม่ำเสมอ
จดุ CG จะเปล่ียนไปจากเดมิ แต จดุ CM จะยงั คงอยูท ต่ี ำแหนง หรอื จดุ เดมิ เสมอ
4) จดุ CM และจดุ CG อาจอยูน อกเนอื้ วัตถุกไ็ ด เชน แหวน หรือ วัตถกุ ลวง
5) การหาตำแหนง CM หาไดจากการใชแรงกระทำที่วตั ถุถา วัตถุไมห มนุ แสดงวา แนวนน้ั ผา นจุด CM
6) การหาตำแหนง CG หาไดโดยการแขวนวัตถุน้ันในแนวลักษณะตา ง ๆ กันในแนวด่งิ โดยแนวของนำ้ หนัก
ของวัตถจุ ะตัดกันทจี่ ุด ๆ หนึง่ ซงึ่ นน้ั กค็ อื จดุ ศูนยถวง “CG”
11
ชดุ กิจกรรมการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เรอ่ื งสมดุลกล ชดุ ท่ี 1
ความรูเ บ้อื งตน เกย่ี วกับแรง
1) ประเภทของแรงชนิดตาง ๆ
1.1 แรงในระนาบเดียวกัน (coplanar force) คอื แรงยอ ยหลายๆ แรงท่ีอยใู นระนาบเดยี วกนั ดงั รปู
1.2 แรงคนละระนาบ (Non-coplanar force) คือ แรงยอ ยหลายๆ แรงทกี่ ระจัดกระจายอยคู นละระนาบ
ดังรปู
1.3 แรงที่ตดั กันทจี่ ุดเดยี วกัน (concurrent force) คือ แรงหลายแรงทต่ี ัดกันที่จุดเดยี วกัน ดังรปู
12
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เร่ืองสมดลุ กล ชุดที่ 1
1.4 แรงทต่ี ดั กนั คนละจุด (Non-concurrent force) คอื แรงยอ ยหลายแรงที่ไมไ ดต ัดกันท่ีจุดเดยี วกัน
ดงั รูป
1.5 แรงขนาน (parallel force) คือ แรงยอยหลายแรงที่มีแนวแรงขนานกนั แบงออกเปน 2 ประเภท คือ
5.1) แรงขนานพวกเดยี วกัน คอื แรงขนานท่มี ที ศิ ไปทางเดยี วกนั
5.2) แรงขนานตางพวกกัน คือแรงขนานทีม่ ที ศิ ตรงขา มกัน
1.6 แรงคูควบ (Couple force) คือแรงขนานตางพวกทมี่ ขี นาดของแรงเทากนั ดังรูป
1.7 แรงลพั ธ (resultant force) คือ แรงเดี่ยวที่เกิดจากการรวมกันของแรงยอ ยหลายๆ แรง
1.8 แรงกู หรอื แรงทท่ี ำใหวัตถสุ มดลุ (Equilibrium force) คอื แรงเดย่ี วที่มขี นาดเทา กบั แรงลพั ธ แตมี
ทิศทางตรงขามในแนวเดยี วกัน
13
ชุดกิจกรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟสิกส เรือ่ งสมดุลกล ชุดท่ี 1
2) การแยกแรง
การแยกแรง คอื การแยกแรงหนึ่งแรงใหเ ปน แรงยอ ย 2 แรง โดยแรงยอ ยทัง้ สองตอ งต้งั ฉากกนั ดงั รปู
แรง F ทำมมุ θ กับแกน X ถกู แยกใหอ ยูใ นแกน X และแกน Y ได FX และ FY ตามลำดบั
จากรูป FX = Fcosθ
FY = Fsinθ
3) การรวมแรง
การรวมแรง คอื การรวมแรงยอ ยหลายๆ แรงใหเ ปนแรงเดียว ซงึ่ มวี ิธีการรวมไดห ลายกรณีดวยกันคือ
3.1 การรวมแรงยอย เพอื่ ความสะดวกในการรวมแรงเราสามารถแยกพิจารณาออกเปนประเภทตาง ๆ
ดังน้ี
1. แรงยอ ยในแนวเดียวกัน จะได
ก. ถา แรงยอ ยมที ิศทางไปทางเดียวกัน แรงลัพธม คี าเทา กบั ผลบวกของแรงยอ ยเหลานัน้
และมีทศิ เดียวกับแรงยอย
ข. ถาแรงยอยมีทิศตรงขามกนั แรงลพั ธมีคาเทากบั ผลตา งของแรงยอ ยเหลา นนั้
โดยมีทศิ ตามแรงทีม่ าก
2. แรงยอ ยอยคู นละแนว จะได
ก. แรงยอย 2 แรง แรงลพั ธม คี าเทา กบั เสนทแยงมุมของสเี่ หลีย่ มดา นขนานดังรปู F1 และ F2 ทำมมุ θ
กนั จะได ∑F คือแรงลัพธข อง F1 และ F2
14
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรแู บบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดุลกล ชดุ ที่ 1
จาก ∆ABD จะได AB2 = AD2 +BD2
AB2 = (AC + CD)2 + BD2
= AC2 + 2AC.CD + CD2 + BD2
แทนคา แรงจะได ∑ F = F12 + 2F1.F1cosθ + (F1cosθ)2 + (F2sinθ)2
= F12 + 2F1F2cosθ + F22(cos2θ+sin2θ)
= F12 + 2F1F2cosθ + F22
=∴ ∑ F F12 + F22 + 2F1F2 cos θ
หาทศิ ทางของแรงลัพธ, จาก ∆ABD จะได tanα = BD = BD
AD AC + CD
แทนคาแรง tanα = F2 sin θ
F1 + F2 cos θ
∴สรปุ ขนาดของแรงลัพธจ ะได ∑ F = F12 + F22 + 2F1F2 cos θ
ทศิ ทางของแรงลพั ธ tanα = F2 sin θ
F1 + F2 cos θ
ข. แรงยอยมากกวา 2 แรง เราหาแรงลพั ธโดยวธิ กี ารแตกแรงดังรูป แรง F1 F2 และ F3 ทำมมุ θ, β
และ α กบั แกน x และ y ตามลำดับ แตกแรง F1 , F2 และ F3 ใหอยูใ นแกน x และ y แลวทำการรวมแรง
แกน x และ y ได ∑ Fx และ ∑ Fy ตามลำดับกจ็ ะหา ∑F ได
15
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
3.2 การรวมแรงในระบบ ระบบทปี่ ระกอบดว ยมวลหลายกอน เราจะหาแรงลัพธข องระบบไดต อ เมอ่ื
มวลทุกกอ นในระบบนั้นเคลื่อนทด่ี วยอตั ราเร็ว หรอื อตั ราเรง เทา กัน จะไดแ รงลพั ธใ นระบบมีคาเทากับ ผลรวมของ
แรงท่อี ยใู นแนวการเคลอื่ นที่ ของมวลแตละกอ น ดงั ตัวอยางในรปู
หมายเหตุ สำหรบั ระบบที่ประกอบดว ยมวลวตั ถหุ ลายกอ น ซ่ึงแตล ะกอนเคลือ่ นที่ดว ยอัตราเร็วไมเทากัน
เราหาแรงลัพธข องระบบไมไ ด การคำนวณใหด ึงวัตถุออกมาคดิ ท่ลี ะกอ น
3.3 การหาแรงลัพธโ ดยวิธีเขยี นรปู จะไดแ รงลัพธคือ เวกเตอรดา นสดุ ทา ยของรปู เวกเตอรของแรงและ
มีทิศทวนเวกเตอรของแรงยอย ๆ ดังน้ันเวกเตอรของแรงลัพธจ งึ มหี ัวลกู ศรจรดหวั ลกู ศรและหางลูกศรจรดหัวลกู ศร
ดังรูป
แรง 3 แรงกระทำตอวตั ถเุ ดยี วกนั
จากรปู วตั ถุอันหนึง่ ถูกกระทำดวยแรง F1, F2 และ F3 ดงั รปู จะไดแ รงลัพธตามรปู เวกเตอร ของแรงทางขวามือ
เพราะฉะนัน้ จากรปู b. จะได ∑ F = F1 + F2 + F3
หมายเหตุ : ตัวหนาแสดงวา เปน ปรมิ าณเวกเตอร
16
ชุดกิจกรรมการเรยี นรูแ บบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรอ่ื งสมดลุ กล ชดุ ที่ 1
ถาเวกเตอรของแรงมที ศิ วนไปทางเดียวกันหมด จะไดแรงลพั ธข องระบบน้ันเปน ศนู ย ดงั รปู
เพราะฉะนนั้ จากรูป b. จะได ∑ F = F1 + F2 + F3 = 0 แสดงวาวัตถุอยูในภาวะสมดุล
แรงหลายแรงกระทำตอวัตถุเดียวกนั
AB
DC BC
A D
จากรปู สมการ R = A + B + C + D R
ขนาดของ R ไดจากการวัดความยาว
** ถา แรงหลายแรงกระทำตอวัตถุเดียวกัน แลววตั ถุอยใู นสภาวะสมดุลจะไดรปู หลายเหลย่ี มปด น่นั คือ
ขนาดของ R (แรงลัพธ) = 0 หรอื ไมม แี รงลพั ธ ดังรูป
B C C D
A B E
ED A
จากรูป สมการ R = A + B + C + D + E = 0
ขนาดของ R = 0
17
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เรอ่ื งสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
*หมายเหตุ จากการหาแรงลพั ธโดยวิธีสรา งรปู แรงลัพธ R จากรปู ทไ่ี ดก็คือ แรงทที่ ำใหวตั ถุเคลอื่ นทีแ่ ละ
มคี วามเรง แตถา มีแรงหลายแรงกระทำตอวตั ถุเดยี วกัน แลวแรงลพั ธ R = 0 แสดงวา วตั ถุอยูนิ่งหรอื เคลือ่ นทดี่ วย
ความเร็วคงที่ หรอื กลา วไดอกี อยางวาวตั ถุอยูใ นสภาวะสมดลุ
แรงเสยี ดทาน (friction)
แรงเสยี ดทาน (f) คือ เปนแรงชนดิ หน่ึงที่เกิดจากการเสียดสรี ะหวา งผิวสมั ผสั คูหน่งึ ๆ มีทิศตานการ
เคลอื่ นท่ขี องวตั ถุ แรงเสียดทานจะขึ้นอยูกับชนิดของคผู วิ สมั ผสั และแรงทกี่ ดผวิ สัมผสั (แรงปฏิกริ ยิ า)
โดยสามารถเขยี นเปนสมการไดความสมั พนั ธไ ดค ือ f = µN
เมื่อ f คอื แรงเสียดทานทเี่ กดิ ขึน้ ระหวางผิวสมั ผสั น้นั มีหนว ยเปน นิวตัน
คอื สมั ประสิทธคิ วามเสยี ดทานระหวา งผวิ สมั ผสั นนั้
N คอื แรงปฏิกริ ิยาทเ่ี กดิ ขึ้นเนอื่ งวัตถุกระทำตอพน้ื ขณะนน้ั มีหนวยเปน นวิ ตนั
ประเภทของแรงเสียดทาน
แรงเสยี ดทานแบง เปน 2 ประเภทคอื
1.แรงเสยี ดทานสถิตย (static friction = fs ) เปน แรงตานหรอื แรงพยายามในการทำใหวัตถเุ คล่ือนที่
เกดิ ขึน้ ขณะวัตถุยังไมเ คลอ่ื นที่ โดยจะมีคาเปลยี่ นไปตามแรงพยายามทมี่ ากระทำกบั วตั ถุและมคี าสูงสดุ อยูค า หนง่ึ
แรงเสียดทานสถติ ย หาไดจาก fs = µs N
2.แรงเสยี ดทานจลน ( kinetic friction = fk ) เปนแรงทต่ี านการเคลอื่ นทีข่ องวัตถุเมอ่ื วตั ถุมกี ารเคลื่อนท่ีไมวา
จะเคล่ือนท่ีดวยความเร็วคงท่ีหรอื เคลือ่ นท่ีดวยความเรง
แรงเสียดทานจลน หาไดจ าก fk = µk N
รูปภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงกระทาํ
f = แรงเสียดทาน
fsmax
วตั ถุหยุดน่งิ วตั ถุเคลื่อนที่ F = แรงกระทาํ
18
ชุดกิจกรรมการเรยี นรูแ บบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เรือ่ งสมดุลกล ชุดที่ 1
จากรปู ถา เราพจิ ารณาถงึ การผลักกลอ ง
พบวา เร่ิมแรก ถา เราออกแรงนอ ยเกนิ ไปกลองจะยังไมเคลอื่ นท่ี และเมื่อเราเพิม่ แรงขนึ้ เรอื่ ยๆ
จนถงึ แรงคา หน่งึ กลอ งจะเคลื่อนท่ี เมอ่ื กลอ งเคลื่อนท่เี ราจะรสู กึ วา กลอ งทผ่ี ลกั นั้นเราสามารถออกแรงผลกั ท่ีเบา
ลงได ที่เปน เชน นีเ้ พราะ ในขณะทีเ่ ราออกแรงแลววตั ถยุ งั ไมเ คลื่อนที่ แสดงวามีแรงตา นการเคล่ือนที่ ซึ่งมขี นาด
เทา กับแรงทเี่ ราผลกั
แรงที่ตา นการเคลือ่ นท่ใี นชวงนี้เราจะเรียกวา “แรงเสยี ดทานสถติ ย (fs)” ซึง่ แรงเสียดทานสถิตยจ ะ
เปล่ียนไปตามแรงทเี่ รากระทำ แตจะมคี า สงู สดุ คาหนงึ่ เรยี กวา “แรงเสยี ดทานสถติ สงู สดุ ( fsmax)”
เม่ือเราออกแรงมากกวาแรงเสียดทานสถิตสูงสุด วตั ถุจะเร่มิ เคลื่อนที่ และแรงตานการเคลอ่ื นท่นี ี้จะลดลง
จนกระท่งั เปนคา คงทีค่ าหน่งึ เราเรียกวา แรงตา นทผี่ ิวสมั ผสั ดงั นนั้ ถาเราตองการทำใหวัตถเุ คล่ือนทจ่ี ากสภาพ
หยุดนิง่ ในชวงที่วตั ถุมกี ารเคล่ือนที่วา “แรงเสียดทานจลน (fk)” สามารถแสดงลกั ษณะแรงเสยี ดทานกบั แรงที่เรา
กระทำไดด งั รูป เราตองออกแรงมากกวาแรงเสยี ดทานสถิตยส ูงสุดจึงทำใหว ตั ถุเคลอ่ื นทีไ่ ด
เราสามารถจำแนกการสมดลุ ตามลกั ษณะการเคล่ือนท่ไี ดด งั น้ี
1. สมดุลตอการเลอ่ื นตำแหนง (Translation Equilibrium)
สภาพสมดลุ ตอ การเลอ่ื นตำแหนง คือ วตั ถไุ มเปลี่ยนสภาพการการเคลอื่ นที่ หรอื หยดุ น่ิง (สมดลุ สถติ ย)
หรือเคล่ือนท่ดี วยความเร็วคงที่ (v ) (สมดุลจลน) ซง่ึ นัน่ คอื ความเรง (a ) เปน ศนู ย
ซึง่ เปน ไปตามกฎการเคลอื่ นทข่ี องนวิ ตันขอ ที่ 1 คือ ผลรวมของแรงภายนอกท่มี ากระทำกบั วัตถตุ อ งเปนศูนย
สมดุลตอการเล่ือนตำแหนง
∑ = 0
F
กลาวคือ ผลรวมของแรงในแนวตาง ๆ เปนศนู ย คอื
แนวราบ ∑ Fx = 0 คอื แรงทิศทางซาย = แรงทิศทางขวา
แนวดง่ิ ∑ Fy = 0 คอื แรงทิศขึ้น = แรงทศิ ลง
W แนวราบ F1 = F2
N แนวด่ิง W = N
19
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดลุ กล ชุดท่ี 1
สมดลุ ของแรงภายนอก
สมดลุ ของแรง 2 แรง
เม่ือมแี รงกระทำตอวตั ถุ 2 แรงแลววัตถุสมดุลตอ การเคลื่อนที่ (อยูนง่ิ หรอื เคลือ่ นทด่ี ว ยความเรว็ คงตัว
มเี งอ่ื นไข คอื
1) แรงทงั้ สองตอ งมีขนาดเทากัน
2) แรงทงั้ สองตอ งมที ิศทางตรงกนั ขา ม และอยใู นแนวเสนตรงเดยี วกนั
3) แรงลัพธ ( ∑ = 0 ) ของแรงท้งั สองเทากบั ศนู ย
F
จากรปู ∑ = 0
F
จะได F1 = F2
สมดลุ ของแรง 3 แรง
เมอ่ื มีแรงกระทำตอวัตถุ 3 แรง แลว วัตถุสมดลุ ตอการเคลอ่ื นท่ี (อยนู งิ่ หรือเคลอื่ นท่ดี ว ยความเร็วคงตวั )
มเี งือ่ นไข คอื
1) แรงท้ังสามตองพบกนั ทจ่ี ดุ ๆ หน่ึงเทานน้ั หรือแรงท้ังสามขนานกนั หมด
2) แรงทัง้ สามตอ งอยูบ นระนาบเดยี วกันเทาน้นั
3) ผลรวมของแรงลพั ธข องแรงทั้งสามตองเทา กบั ศนู ย ( ∑ = 0 ) แรงทงั้ สามตองตอ กนั เปนรูป
F
สามเหล่ียมวงปดพอดี หรอื ผลรวมของแรงคใู ดคหู นึง่ ตองมขี นาดเทา กบั แรงท่ีสาม แตม ที ิศทางตรงกนั ขา ม
B
CB
OA
A
C
จากรูป สมการ A + B + C = 0
หรือ A + B = - C
20
ชดุ กิจกรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดุลกล ชุดที่ 1
กฎ sin หรือ ทฤษฎีของลามี (Lami’s Theorem) เม่ือมีแรงสามแรงมากระทำตอวัตถรุ วมกันท่จี ดุ ๆ หนึ่ง และ
อยูในสภาวะสมดลุ จะไดว า อัตราสวนของแรงตอ sine มมุ ตรงขามยอมเทา กนั
F1 = F2 = F3
sin γ sin β sin α
ทฤษฎีสามเหลย่ี มแทนแรง “ถา แรงทง้ั สามตง้ั ฉากกับดา นท้งั สามของสามเหล่ียม อตั ราสว นของแรงตอ ดา นที่ตง้ั
ฉากกบั แรงน้นั จะมีคา คงท่ี”
จากรปู ABC เปน สามเหลีย่ มแทนแรง
โดย ดา น BC แทน แรง P ( BC P )
ดา น AC แทน แรง Q ( AC Q )
ดา น AB แทน แรง R ( AB R )
21
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟสิกส เรอ่ื งสมดลุ กล ชุดท่ี 1
กิจกรรมที่ 1 การทดลองเรื่องศูนยกลางมวลกบั สภาพการเคลอ่ื นที่ของวัตถุ
จดุ ประสงค
1. สงั เกตสภาพการเคลอ่ื นท่ีของวตั ถุ เมอ่ื แนวของแรงทก่ี ระทำผานตำแหนง ตาง ๆ ของวตั ถุ
2. หาจดุ ตัดของแนวแรงทก่ี ระทำตอวตั ถแุ ลวทำใหวัตถุมกี ารเลอ่ื นท่โี ดยไมห มนุ
เวลาท่ีใช 30 นาที
วสั ดแุ ละอุปกรณ
1. ดนิ สอ 2 แทง
2. หนังสอื 1 เลม
3. กระดาษขาว 1 แผน
4. ไมบ รรทัด 1 อัน
5. เทปใส 1 มว น
วธิ ีทำกจิ กรรม
1. ใชเ ทปใสติดแผน กระดาษสขี าวบนหนา ปกของหนังสือ
2. วางหนงั สือบนโตะ พ้ืนราบลน่ื แลวใชม อื จบั ดินสอดนั ขอบหนังสือทตี่ ำแหนง ตา ง ๆ สงั เกตสภาพการเคลอื่ นท่ี
ของหนงั สือ
3. หาตำแหนง ทเ่ี มอ่ื ใชดนิ สอดันขอบหนงั สอื แลวทำใหห นังสอื มกี ารเลอ่ื นที่โดยไมห มุน เมอื่ พบตำแหนงดังกลา ว
ใหใ ชด นิ สออกี แทง และไมบรรทดั ขีดเสนบนกระดาษขาวจากตำแหนงนัน้ ไปยงั ขอบอีกดานหนึง่ ของหนังสอื
4. ทำซำ้ ขอ 3. แตเปลย่ี นเปน ใชด ินสอดันขอบหนงั สอื อกี สามดา นท่ีเหลือ
22
ชุดกิจกรรมการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความรู( 5E) วิชาฟสิกส เรือ่ งสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
ชือ่ สมาชิก 1. ข้นั ที่ 3 ขัน้ อธิบายและลงขอ สรปุ (Explanation)
2. บั
3.
4. ช่ือกลุม
5.
ทึกผลและอภปิ ราย
คำถามทา ยกิจกรรม
1) เมื่อใชดนิ สอดนั ขอบหนังสอื ทีต่ ำแหนงตา ง ๆ สภาพการเคลือ่ นทีข่ องหนังสอื แตกตางกันอยา งไร (1 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2) แนวของเสนท่ีขดี บนกระดาษขาวแตละเสนตัดกนั หรอื ไม อยา งไร (1 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
อภิปรายและสรุปผล (3 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………….......................................................................................................
23
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู( 5E) วิชาฟสิกส เรอื่ งสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
ขัน้ ที่ 4 ขน้ั ขยายความรู (Elaboration)
กิจกรรมที่ 2 การทดลองเร่อื งสมดุลของแรงสามแรง
ชือ่ สมาชกิ 1. ช่อื กลุม
2.
3. ทึกผลและอภิปราย
4.
5.
จุดประสงค
1. ทดลอง วเิ คราะห และอภปิ รายเก่ยี วกับแนวของแรงและขนาดของแรงสามแรงท่ีกระทำตอวัตถแุ ลว ทำใหว ัตถุ
อยใู นสมดลุ ตอ การเลอื่ นทแ่ี ละอยนู งิ่
2. หาแรงลพั ธของแรงสามแรงดวยวิธีการเขียนเวกเตอรแบบหางตอ หวั
เวลาที่ใช 90 นาที
วัสดุและอุปกรณ 3 อัน
1. เครอ่ื งชัง่ สปริง 6 เสน
2. เชอื ก 1 แผน
3. กระดาษขาว 1 แผน
4. กระดาษแขง็ 3 อัน
5. ตวั หนีบยดึ
วธิ ีทำกิจกรรม
1. ผกู เชือก A จำนวนสามเสน ท่ีขอบกระดาษแข็งดานละหนึ่งเสน อกี ปลายของเชอื ก A ทำเปนบว งคลอ งกบั ปลาย
เคร่ืองชั่งสปรงิ สามตัว
2. ผกู เชอื ก B จำนวนสามเสน เขาทป่ี ลายอีกดา นหนงึ่ เครื่องชั่งสปรงิ ดานละหนงึ่ เสน
3. ดงึ ปลายของเชือก B ทงั้ สามไปในสามทศิ ทางพรอมกบั ยดึ ตดิ กบั ตัวหนบี ยดึ C ทีข่ อบโตะสอดกระดาษขาวใต
กระดาษแขง็ ดงั รปู
24
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรแู บบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เร่อื งสมดุลกล ชดุ ท่ี 1
รูป การจดั อปุ กรณส ำหรับกจิ กรรมเรื่องสมดลุ ของแรงสามแรง
ทม่ี า; หนังสือเรียนรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร ฟส กิ ส เลม 2
ที่มา ; http://youtube.com/watch?v=qjB_JbMgSkk
4. เขยี นแนวของเสนเชอื กทง้ั สามแทนแนวแรงบนกระดาษขาว
5. อา นแรงตงึ ในเสน เชอื ก A ทง้ั สามจากเครื่องชั่งสปริง บนั ทกึ ผล
6. นำกระดาษขาวออก แลว เขยี นตอแนวของเสนเชอื กแตล ะเสน บนกระดาษขาว
7. ใชกระดาษขาวอีกแผน เขียนเวกเตอรของแรงสามแรง โดยใชทิศทางและขนาดของแรงดึงในเสนเชอื กในขอ 5
มาทำเปนอตั ราสวนในการกำหนดความยาวของเวกเตอร และเขยี นใหห างของเวกเตอรห น่ึงตอหัวของอกี เวกเตอร
จนครบ
คำแนะนำกอนทำกิจกรรม
1. การดึงเครื่องชั่งสปรงิ ไมค วรใหข อเกย่ี วของเครื่องชั่งสปรงิ ครูดกับพื้นเพราะจะทำใหอ า นคา ของแรงผดิ พลาดได
2. แผนกระดาษขาวทว่ี างใตกระดาษแขง็ มกี ารตรงึ ดว ยเทปกาวหรอื ดินนำ้ มันตดิ กับโตะ เพือ่ ไมใหก ระดาษเล่อื น
ขณะทำกจิ กรรม
3. การบนั ทกึ แนวแรงบนกระดาษขาว ผูทำกจิ กรรมตอ งมองในแนวดิ่ง การบนั ทึกแนวแรงใชดนิ สอดำปลายแหลม
จดุ บนกระดาษขาวใตแนวเสน เชือกเสน ละ 3 ตำแหนงเพอื่ ใหลากเสนแนวแรงได
บนั ทกึ ผลการทดลอง (3 คะแนน)
ขนาดแรงดงึ F1 F2 F3
การทดลอง
(นิวตนั ) (นิวตัน) (นิวตนั )
ครง้ั ที่ 1
คร้ังท่ี 2
ครั้งท่ี 3
25
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรแู บบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟสิกส เรื่องสมดลุ กล ชุดท่ี 1
คำสั่ง จงเขียนแนวแรงที่ใชก ระดาษแขง็ ทง้ั สามแรง F1 , F2 และ F3 (2 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………............................................…………………
คำถามทา ยกิจกรรม
1) ขณะกระดาษแขง็ อยนู ง่ิ แรงลพั ธท ก่ี ระทำตอ กระดาษแข็งมีคาเทาใด (1 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2) แนวของเสน เชือกแตล ะเสน ทเ่ี ขียนตอ บนกระดาษขาวจะพบกนั หรือไม อยา งไร (1 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3) เมื่อเขยี นใหหางของเวกเตอรห นึ่งตอกบั หัวของอีกเวกเตอรหนง่ึ จนครบจะไดภาพทมี่ ลี กั ษณะเปน อยา งไร
(1 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
อภิปรายและสรุปผล (2 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………...........................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................…..
26
ชุดกิจกรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรอ่ื งสมดลุ กล ชุดท่ี 1
คำช้ีแจงที่ 1 ใหนักเรียนตรวจสอบดูวาระบบแรงตอ ไปนส้ี มดุลหรือไม
1) โดยวิธแี ตกเวกเตอร (ขอ ละ 1 คะแนน) 1.2 6N
6N
45o
1.1 45o
5 N 45o 4N
2 2N
2) โดยใชทฤษฎบี ทของลารม ี และสามเหลย่ี มแทนแรง (ขอละ 1 คะแนน)
2.1
2.2 12 N
16 N
53o
37o
2.3 20 N
5√2 N 10 N
45o
5√2 N
27
ชุดกจิ กรรมการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เรือ่ งสมดุลกล ชุดที่ 1
คำชีแ้ จงที่ 2 ใหนกั เรียนศกึ ษาและหาคา ของแรงปฏิกริ ิยาที่กำหนดให
แรงปฏกิ ิริยา (N) เปนแรงทวี่ ตั ถุกดผวิ สมั ผสั แรงน้ีจะมที ิศออกจากผิวสัมผสั และตง้ั ฉากกบั ผิวสมั ผสั
Fsinθ N
N NF
m m θ Fcosθ m
W = mg W = mg mg sinθ
N = mg N = mg - Fsinθ θ
mg mg cosθ
N = mg cosθ
จงหา คาแรงปฏิกิริยา(N) ท่ีกระทำตอ มวล(m) ตอไปนี้
mF m m
F α
N =_______ N =_________ N =_______
m F m
mθ
N =_______ N =_________
N =________________
28
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรือ่ งสมดุลกล ชดุ ที่ 1
ขั้นที่ 5 ขนั้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
แบบฝกทกั ษะท่ี 1
คำชแี้ จง 1. ใหน กั เรียนทำเครื่องหมาย √ หนาขอความทีถ่ กู ตอง
และทำเครื่องหมาย x หนา ขอความทเี่ ห็นวาไมถูกตอ ง
2. คะแนนเต็ม 10 คะแนน (ขอละ 1 คะแนน)
1) วตั ถุที่มีการเคล่ือนทด่ี ว ยความเร็วคงตวั หรอื หมุนดว ยอตั ราเรว็ เชงิ มุมคงตัว แสดงวา วัตถทุ ่อี ยใู นสมดลุ จลน
2) จดุ CG เปนจดุ ซง่ึ เสมือนรวมมวลของวัตถุทัง้ กอ น
3) จุด CM และ จุด CG ไมจ ำเปนตองอยทู เี่ ดยี วกันเสมอไป
4) แรงเสียดทานจลนจ ะนอยกวา หรือเทา กบั แรงเสียดทานสถิตเสมอ
5) เมอื่ วางวตั ถบุ นพน้ื ขรขุ ระ ถาพน้ื นีค้ อ ย ๆ เอียงเพมิ่ ขึ้น สัมประสทิ ธิข์ องความเสยี ดทานพ้นื กบั วัตถุ
ไมมกี ารเปลยี่ นแปลง
6) แรงสองแรงทม่ี ีขนาดเทา กันอยใู นระนาบเดียวกนั แตมีทศิ ทางตรงกันขา ม มากระทำตอ วตั ถุทำใหว ัตถอุ ยู
ในสภาพสมดลุ
7) เมือ่ มแี รงสามแรงซง่ึ ไมอ ยใู นแนวเดียวกันกระทำตอ วัตถุ วัตถจุ ะอยใู นสภาวะสมดลุ เมือ่ ผลรวมของ
แรงคูใดคหู นงึ่ จะมขี นาดเทากบั แรงทสี่ าม แตท ิศทางตรงกันขา ม
8) การสมดลุ ตอการเลือ่ นที่ภายใตแ รงหลายแรง เมอ่ื แรงทงั้ หมดพบกนั ท่ีจดุ ๆ เดียว
9) การสมดลุ ตอการเล่ือนท่ีภายใตแ รงหลายแรง เมอ่ื ผลรวมของแรงเทา กบั ศูนย
10) เมอื่ ไมม แี รงกระทำตอ วตั ถทุ ำใหวตั ถุอยใู นสภาพสมดุลตอ การเล่อื นท่ี
29
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เร่ืองสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
แบบฝกทักษะท่ี 2
คำชแ้ี จง ใหนักเรียนแสดงวิธีทำอยางละเอยี ดและเปน ข้นั ตอน
1) วัตถมุ วล 2 กิโลกรมั วางอยูบนพน้ื จะมแี รงกระทำก่ีแรง คือแรงอะไรบาง และมีขนาดเทา ใด (1 คะแนน)
2 kg
2) วัตถุกอนหนงึ่ มวล m แขวนไวดว ยเชอื กเบาดงั รปู ถา แรงตงึ ในเสนเชือกตามแนวระดบั มีขนาด 60 นิวตัน
จงหาน้ำหนักของวตั ถุนั้น (1 คะแนน)
60
30
ชดุ กิจกรรมการเรียนรูแบบสบื เสาะหาความรู( 5E) วิชาฟส ิกส เรอ่ื งสมดลุ กล ชุดท่ี 1
3) มวล 20 3 กโิ ลกรัม ผูกเชือกแขวนจากเพดาน นาย ก. ออกแรงผลกั มวลไปในแนวระดบั จนเชอื กทำมมุ 30
องศา จงหาวา ออกแรงผลกั เทาไรและเชอื กมแี รงตงึ เทาใด (1 คะแนน)
4) มวล m แขวนไวด งั รูป และถูกตรงึ ไวดว ยแรง F ในแนวระดบั เม่ือ θ เทา กบั 60 ความตงึ ของเสน เชือกจะ
เปนเทา ใด (1 คะแนน)
31
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแ บบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟสิกส เรือ่ งสมดุลกล ชดุ ท่ี 1
5) คาน AB ยาว 0.5 เมตร เสียบอยูกบั ซอกกำแพงทจี่ ดุ A ท่ปี ลาย B มีเชอื ก BC ผูกตดิ กบั กำแพงท่จี ุด C
โดย BC ยาว 0.25 เมตร และ AC ยาว 0.5 เมตร นำกอ นน้ำหนกั 4 กิโลกรมั ผกู ตดิ ที่ปลาย B ดังรปู
จงหาแรงตงึ เชอื ก BC (1 คะแนน)
C
B
4 kg
A
6) รูปภาพมีนำ้ หนัก 4 นวิ ตนั ใชเชอื กผูกทม่ี มุ บนของกรอบรปู ทัง้ สองมมุ ไปคลองผา นตะปลู น่ื ตวั หนงึ่ ขอบบนของ
กรอบรูปอยูใ นแนวระดับ เสนเชือกทำมมุ 600 ซึง่ กันและกนั ดงั รปู ถาเชอื กไมยดื จงหาความตึงของเชือกแตละเสน
(1 คะแนน)
32
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความรู( 5E) วิชาฟสิกส เรอ่ื งสมดุลกล ชดุ ท่ี 1
7) มวล 10 กิโลกรมั แขวนดว ยเชอื กตดิ กบั เพดาน เมอื่ ออกแรงดงึ วตั ถมุ ที ิศขนานกบั แนวระดบั จนทำให
เชอื กเอยี งทำมมุ 37๐ กบั แนวดิง่ จงหา
1) ความตึงในเสนเชือก (1 คะแนน)
2) แรงทีใ่ ชดึงวตั ถุ (1 คะแนน)
3) ถาเชอื กทนแรงตงึ ไดม ากทสี่ ดุ 200 นิวตัน จะออกแรงดึงตามแนวระดบั จนเชือกทำมุมเทาไร
เชือกจงึ ขาดพอดี (1 คะแนน)
33
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เรือ่ งสมดุลกล ชดุ ที่ 1
8) ตามรปู ทรงกระบอกหนกั 100 นิวตัน วางอยูบนระนาบเอยี งทำมมุ 300 กับแนวระดบั และมีไมฉากที่ติดแนน อยู
บนระนาบเอยี งรองรบั อยู ผิวทกุ สวนเปน ผิวเกลีย้ ง จงคำนวณหาแรงปฏิกริ ยิ าท่ี A และ B (1 คะแนน)
9) ชายคนหนึ่งออกแรงฉุดรถเข็นตดั หญา ทม่ี ีเสนผา นศูนยก ลางลอยาว 20 นิ้ว และหนกั 20 กโิ ลกรมั
ขามขอบถนนสูง 4 น้วิ ถา ไมค ดิ แรงเสียดทานใด ๆ
จงหา โดยวธิ เี ขียนรปู ประกอบวา
1) ชายคนน้ันจะตอ งฉุดรถทำมมุ กบั เสน ระดบั นอนเทา ใดจึงออกแรงนอ ยทส่ี ุด (1 คะแนน)
2) แรงฉุดตามขอ 1 เปน เทาใด (1 คะแนน)
34
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เรือ่ งสมดลุ กล ชุดที่ 1
10) C T จากรูป AB เปน คานเบายาว 10 เมตร มวี ัตถุผกู ไวท ี่
A 30๐ จุด B และ BC เปน เสน ลวดผกู โยงคานไวก บั ฝาผนงั
เมอ่ื ระบบสมดลุ
B จงหา ก) คา แรงตงึ ในเสนลวด T (1 คะแนน)
และ ข) แรงปฎิกริ ิยาของบานพบั ที่จุด A (1 คะแนน)
40 N โดยใชวธิ แี ตกแรง , กฎของ sine และ สามเหล่ียมแทนแรง
35
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรแู บบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เรอื่ งสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
แบบทดสอบหลังเรียน
ชดุ ท่ี 1 เรอ่ื ง สมดลุ ตอ การเลอ่ื นที่
คำช้ีแจง
1. ขอสอบเปนแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลอื ก จำนวน 10 ขอ นักเรียนตองเลอื กคำตอบทถ่ี กู ตอง
ทีส่ ดุ เพยี งขอเดยี ว โดยกากบาท () ลงในชองอกั ษร ก ข ค หรือ ง ในกระดาษคำตอบ
2. กำหนดเวลาใหนักเรียนไดป ฏิบัติ 10 นาที และมีคะแนนเตม็ 10 คะแนน
3. หามขดี เขยี นหรอื ทำเคร่อื งหมายใด ๆ ลงในแบบทดสอบ
1) ขอ ใดกลาวถกู ตอ งทสี่ ุด
ข. สมดลุ ของวตั ถุจำเปน ท่ีวัตถุตองอยูน ง่ิ ข. คนโดดรมจากเครอื่ งบนิ สพู ืน้ ดนิ อยางปลอดภัยไมเกี่ยวกบั สมดลุ
ค. วัตถทุ อี่ ยูนิ่งถอื วา วัตถนุ ้นั สภาพสมดลุ ง. วัตถทุ เ่ี คลอ่ื นที่เร็วข้นึ อยางคงทเ่ี รียกวา สมดลุ จลน
2) ขอ ใดกลา วถกู ตอ ง
1. วตั ถทุ อี่ ยใู นสมดลุ กล คือ วัตถทุ รี่ ักษาสภาพการเคล่ือนทใี่ หคงเดมิ
2. วตั ถุที่อยูในสมดลุ สถติ คอื วตั ถุทอ่ี ยูน่งิ และไมม กี ารหมุน
3. วัตถุทีอ่ ยใู นสมดลุ จลน คอื วตั ถทุ ี่มกี ารเคล่อื นทด่ี ว ยความเร็วคงตวั หรอื มกี ารหมนุ ดวยอัตราเร็วคงตัว
ก. ขอ 1 , 2 ข. ขอ 1 , 3 ค. ขอ 2 , 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3
3) ขอ ใดกลาวถกู ตอ งท่ีสดุ
ก. จุดศูนยถ ว งของวัตถจุ ะอยภู ายในเนอื้ วัตถเุ สมอ ข. จุดศนู ยถวงของวตั ถุอาจอยูภ ายนอกวตั ถุกไ็ ด
ค. จุดศูนยถว งอยูท ่ีเดียวกบั จดุ ศนู ยกลางมวลเสมอ ง. จดุ ศูนยถวงอยทู เ่ี ดียวกบั จุดศูนยก ลางทางเรขาคณิต
4) ขอใดกลาวถูกตอ ง
1. จุดศูนยก ลางมวลเปน จดุ ซงึ่ เสมือนเปน จุดรวมมวลของวตั ถุ
2. จุดศนู ยถ ว งของวัตถุ เปนจดุ ซงึ่ เสมือนเปนจุดรวมนำ้ หนกั ของวัตถุ
3. จุดศนู ยก ลางมวลและจดุ ศนู ยถว งจะตอ งอยทู ่ตี ำแหนง เดยี วกันเสมอ
4. จุดศูนยก ลางมวลของวัตถหุ นงึ่ ๆ อาจมกี ารเปลีย่ นแปลงได แตจดุ ศูนยถวงของวัตถจุ ะคงท่เี สมอ
ก. ขอ 1 , 2 ข. ขอ 1 , 3 ค. ขอ 2 , 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3
5) กฎการเคล่ือนท่ขี องนวิ ตนั ขอใดท่เี กยี่ วขอ งกบั สมดุลเนอ่ื งจากแรงโดยตรง 3. ขอ 3
1. ขอ 1 2. ขอ 2
ขอ ความใดถกู ตอง
ก. ขอ 1 เทาน้นั ข. ขอ 2 เทา นนั้ ค. ขอ 3 เทาน้ัน ง. ขอ 1 , 2 และ 3
36
ชุดกจิ กรรมการเรียนรแู บบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟสิกส เรอื่ งสมดุลกล ชดุ ที่ 1
6) ภาพเวกเตอรแทนแรงทีก่ ระทำตอ วตั ถุในรปู ใดทที่ ำใหเกดิ สมดุล ง.
ก. ข. ค.
7) ขอใดกลา วถกู ตอง
1. เม่อื วางวัตถุบนพน้ื ขรขุ ระ ถาพ้ืนนี้คอย ๆ เอียงเพม่ิ ข้ึน แรงกดของวัตถุตอพืน้ ไมมีการเปล่ยี นแปลง
2. เมื่อวางวัตถบุ นพน้ื ขรุขระ ถา พ้นื นค้ี อ ย ๆ เอียงเพ่มิ ขึน้ แรงเสียดทานระหวางวตั ถกุ ับพ้ืนไมมกี าร
เปลยี่ นแปลง
3. เม่ือวางวัตถบุ นพื้นขรุขระ ถา พ้นื น้คี อย ๆ เอียงเพมิ่ ขึน้ สมั ประสิทธิข์ องความเสยี ดทานพื้นกบั วัตถไุ มมี
การเปลี่ยนแปลง
ก. ขอ 3 เทานน้ั ข. ขอ 1 , 2 ค. ขอ 1 , 3 ง. ขอ 2 , 3
8) ขอ ใดกลา วถกู ตอง
1. ขนาดของแรงเสียดทานข้ึนอยูก บั ขนาดและชนดิ ของผิวสมั ผสั
2. ถา แรงฉุดในแนวราบนอ ยกวา แรงเสยี ดทานสถิตสงู สดุ วัตถุจะสมดลุ
3. ขณะวตั ถุเคลือ่ นทดี่ ว ยความเรงจะมแี รงเสียดทานจลน
ก. ขอ 1 , 2 ข. ขอ 1 , 3 ค. ขอ 2 , 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3
9) ขอ ใดกลาวถกู ตอ ง
1. แรงสองแรงทมี่ ขี นาดเทากนั อยใู นระนาบเดียวกนั แตมที ศิ ทางตรงกนั ขา ม มากระทำตอ วัตถุ
ทำใหวตั ถอุ ยูในสภาพสมดุล
2.เม่ือมแี รงสามแรงซงึ่ ไมอ ยูในแนวเดียวกันกระทำตอวตั ถุ วตั ถุจะอยูในสภาวะสมดุล
เม่ือแนวแรงทงั้ สามพบกนั ทจี่ ุด ๆ หนึ่ง
ก. ขอ 1 เทา น้นั ข. ขอ 2 เทานน้ั ค. ขอ 1 , 2 ง. ไมม ีขอใดถูก
10) ขอ ใดกลาวถกู ตอง
1. เมอื่ วัตถุไมมีความเร็วทำใหวตั ถุอยใู นสภาพสมดลุ ตอ การเลือ่ นท่ี
2. เมอ่ื วตั ถไุ มมีความเรง ทำใหว ัตถอุ ยใู นสภาพสมดลุ ตอ การเลอ่ื นท่ี
ก. ขอ 1 เทาน้นั ข. ขอ 2 เทานั้น
ค. ขอ 1 , 2 ง. ไมม ีขอใดถูก
37
ชดุ กิจกรรมการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟสิกส เรือ่ งสมดลุ กล ชดุ ที่ 1
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรียน
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูแบบสืบเสาะหาความรู( 5E) หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 สมดลุ กล
รายวชิ า ว32201 ฟสิกส 1 ช้ันปท ่ี 1 (เทยี บเทา มธั ยมศึกษาปที่ 5)
ชุดท่ี 1 เรื่องสมดลุ ตอการเลื่อนที่
ชอ่ื -สกุล ชั้นปท ี่ ตอน เลขที่
คำช้ีแจง ใหน กั เรยี นเลือกคำตอบท่ถี กู ทีส่ ดุ เพยี งขอเดยี ว แลว กากบาท ()
ลงในชองอกั ษร ก ข ค หรอื ง ในกระดาษคำตอบ
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน
เมือ่ วันท่ี เดือน พ.ศ.
ขอ ก ข ค ง ถูก/ ผดิ ขอ ก ข ค ง ถกู / ผดิ
16
27
38
49
5 10
คะแนนเต็ม 10
รวม คะแนนท่ไี ด
ตง้ั ใจทาํ ขอ้ สอบ
นะครบั
เกณฑก ารประเมนิ ผลการประเมนิ
7-10 คะแนน ผาน
0-6 คะแนน ไมผา น
38
ชดุ กิจกรรมการเรียนรูแ บบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เร่อื งสมดุลกล ชดุ ที่ 1
บรรณานุกรม
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2551). ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรียนรูแกนกลาง กลุม สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ตาม
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนมุ สหกรณการเกษตร
แหง ประเทศไทย.
นริ ันทร สุวรตั น. (2549). คัมภรี ฟ สกิ ส ม.4-5-6 ENTRANCE A-NET . กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พ พ.ศ.พฒั นา จำกัด.
. (2554). คมู ือเรียนรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ฟสิกส เลม 2. กรงุ เทพฯ : สำนกั พมิ พ พ.ศ.พฒั นา จำกดั .
อภชิ าต บวนกียาพนั ธ.ุ (2537). คูม อื -เตรียมสอบ ฟสกิ ส ม.5 เลม 3 ว 022. กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พ ภูมบิ ณั ฑติ .
ภาพตกแตงเอกสารประกอบการเรยี น. แหลง ที่มาออนไลน : http://www.google.co.th/
สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลย.ี (2560). คมู อื ครู รายวิชาเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร ฟส ิกส
เลม 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ สกสค. ลาดพราว.
. (2560). หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพม่ิ เตมิ วทิ ยาศาสตร ฟส กิ ส เลม 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ สกสค.
ลาดพรา ว.
39
ชุดกจิ กรรมการเรียนรูแ บบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เร่ืองสมดลุ กล ชุดที่ 1
ภาคผนวก
- เฉลยแบบทดสอบกอ นเรยี น-หลังเรียน
- เฉลยแนวคำตอบกิจกรรมการทดลอง
- เฉลยแบบฝก ทกั ษะ
40
ชุดกิจกรรมการเรยี นรูแบบสบื เสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เร่ืองสมดุลกล ชดุ ที่ 1
เฉลยแบบทดสอบกอนเรยี น เฉลยแบบทดสอบ 5) ก
1) ค 2) ง 10) ข
6) ข 7) ก 3) ข 4) ก
8) ง 9) ค 5) ก
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น 10) ข
1) ค 2) ง 3) ข 4) ก
6) ข 7) ก 8) ง 9) ค
เกง มากครบั
41
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแ บบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เรื่องสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
ขัน้ สรา งความสนใจ (Engagement)
คำช้แี จง ใหนักเรยี นพิจารณาภาพตอไปนี้
ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2 ภาพท่ี 3
รถยนตว ิ่งในทางตรงดว ยความเรว็ คงตวั โคมไฟแขวนน่ิงในแนวดง่ิ ใบพัดหมนุ ดวยความเรว็ เชิงมมุ คงตัว
ภาพท่ี 4 ภาพที่ 5 ภาพท่ี 6
หนังสือวางน่ิงบนพืน้ ชิงชาสวรรคห มุนดว ยความเร็วเชิงมุมคงตวั บนั ไดวางน่ิงพาดกำแพง
คำถาม ภาพใดเปนสมดุลสถติ (static equilibrium) หรอื สมดุลจลน (Kinetic equilibrium) ( 6 คะแนน)
- สมดลุ สถติ (static equilibrium) ไดแก
ตอบ ภาพที่ 2, 4 และ 6
- สมดลุ จลน (Kinetic equilibrium) ไดแ ก
ตอบ ภาพท่ี 1, 3 และ 5
42
ชดุ กิจกรรมการเรียนรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เร่ืองสมดุลกล ชุดท่ี 1
ชอ่ื สมาชกิ 1. ขนั้ อธบิ ายและลงขอสรุป (Explanation)
2.
3. ชือ่ กลมุ
4.
5. ทึกผลและอภปิ ราย
คำถามทา ยกิจกรรม
1) เมือ่ ใชดินสอดนั ขอบหนงั สือที่ตำแหนงตา ง ๆ สภาพการเคลอ่ื นทข่ี องหนังสอื แตกตางกนั อยางไร (1 คะแนน)
แนวคำตอบ กรณแี นวแรงผานกงึ่ กลางหนงั สอื หนงั สอื จะเลอ่ื นท่โี ดยไมห มุน แตกรณีแนวแรงไมผา นกง่ึ กลาง
หนงั สอื หนังสอื เล่ือนท่ีและหมนุ ไปพรอ ม ๆ กนั
2) แนวของเสนที่ขดี บนกระดาษขาวแตละเสนตดั กนั หรอื ไม อยา งไร (1 คะแนน)
แนวคำตอบ กรณีทผ่ี ลักหนงั สอื ใหเ ล่ือนที่โดยไมเ กดิ การหมนุ แนวแรงทีผ่ ลกั ทุกแนวจะพบกันทจี่ ดุ หนึ่งประมาณ
ก่งึ กลางของหนงั สือ
อภิปรายและสรุปผล (3 คะแนน)
ครูและนกั เรยี นรวมกันอภิปรายโดยใชผ ลการทำกจิ กรรมและคำถามทายกจิ กรรม สรปุ ไดด ังน้ี
1. เม่ือใชดนิ สอดันขอบหนังสอื ใหแนวดินสอผา นประมาณจดุ กึ่งกลางของหนังสือ พบวาหนงั สอื มีการเลือ่ นทโ่ี ดยไม
เกิดการหมุน แตถ า ตำแหนงทดี่ นั หนังสอื มีแนวดนิ สอไมผ านจุดกึ่งกลางของหนงั สอื หนังสือจะมกี ารเล่ือนท่แี ละ
หมนุ ไปพรอมกนั
2. เมอ่ื ขดี เสน บนกระดาษขาวจากตำแหนง ทีใ่ ชด นิ สอดนั ขอบหนังสอื แลว ทำใหห นังสอื เล่อื นทโี่ ดยไมหมุน ไปยงั
ขอบอกี ดานของหนังสือ พบวา เสนแตล ะเสนมาตดั กันทจ่ี ุด ๆ หนง่ึ จดุ นี้เปนจดุ ท่เี ม่ือมีแรงกระทำผานแลว ทำให
วตั ถุมีการเลอ่ื นทเี่ พียงอยา งเดียวโดยไมม กี ารหมนุ
43
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรแู บบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรือ่ งสมดลุ กล ชุดที่ 1
ขัน้ ขยายความรู (Elaboration)
กิจกรรมท่ี 2 การทดลองเร่อื งสมดลุ ของแรงสามแรง
ชื่อสมาชกิ 1. ชอ่ื กลุม
2.
3. ทกึ ผลและอภปิ ราย
4.
5.
จุดประสงค
1. ทดลอง วเิ คราะห และอภปิ รายเก่ยี วกับแนวของแรงและขนาดของแรงสามแรงทีก่ ระทำตอวัตถุแลวทำใหวัตถุ
อยใู นสมดลุ ตอ การเลอ่ื นท่แี ละอยนู ่ิง
2. หาแรงลพั ธข องแรงสามแรงดว ยวธิ กี ารเขียนเวกเตอรแ บบหางตอหวั
เวลาที่ใช 90 นาที
วัสดแุ ละอปุ กรณ 3 อนั
1. เคร่ืองชง่ั สปริง 6 เสน
2. เชอื ก 1 แผน
3. กระดาษขาว 1 แผน
4. กระดาษแข็ง 3 อนั
5. ตวั หนบี ยึด
วธิ ีทำกจิ กรรม
1. ผกู เชือก A จำนวนสามเสน ทขี่ อบกระดาษแขง็ ดานละหนึ่งเสน อกี ปลายของเชอื ก A ทำเปนบวงคลอ งกบั ปลาย
เคร่อื งชง่ั สปรงิ สามตวั
2. ผกู เชือก B จำนวนสามเสน เขาทป่ี ลายอีกดานหนง่ึ เครอื่ งชั่งสปริงดา นละหนงึ่ เสน
3. ดงึ ปลายของเชอื ก B ทง้ั สามไปในสามทิศทางพรอ มกบั ยดึ ติดกบั ตัวหนีบยึด C ทข่ี อบโตะ สอดกระดาษขาวใต
กระดาษแขง็ ดังรปู
44
ชดุ กิจกรรมการเรียนรแู บบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เรอื่ งสมดุลกล ชดุ ที่ 1
รูป การจัดอปุ กรณส ำหรับกจิ กรรมเรือ่ งสมดลุ ของแรงสามแรง
ที่มา; หนงั สอื เรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร ฟส ิกส เลม 2
ที่มา ; http://youtube.com/watch?v=qjB_JbMgSkk
4. เขยี นแนวของเสนเชอื กทั้งสามแทนแนวแรงบนกระดาษขาว
5. อานแรงตึงในเสนเชอื ก A ทง้ั สามจากเครอื่ งชั่งสปรงิ บันทึกผล
6. นำกระดาษขาวออก แลว เขียนตอแนวของเสน เชอื กแตล ะเสน บนกระดาษขาว
7. ใชกระดาษขาวอกี แผนเขียนเวกเตอรของแรงสามแรง โดยใชท ิศทางและขนาดของแรงดึงในเสน เชือกในขอ 5
มาทำเปนอตั ราสวนในการกำหนดความยาวของเวกเตอร และเขียนใหห างของเวกเตอรห นึ่งตอ หัวของอกี เวกเตอร
จนครบ
คำแนะนำกอ นทำกจิ กรรม
1. การดึงเคร่ืองชั่งสปรงิ ไมค วรใหข อเกยี่ วของเครื่องช่ังสปรงิ ครูดกับพ้ืนเพราะจะทำใหอ า นคา ของแรงผิดพลาดได
2. แผนกระดาษขาวทว่ี างใตก ระดาษแขง็ มกี ารตรึงดวยเทปกาวหรือดินนำ้ มนั ติดกบั โตะ เพ่อื ไมใ หก ระดาษเลอื่ น
ขณะทำกจิ กรรม
3. การบนั ทกึ แนวแรงบนกระดาษขาว ผทู ำกจิ กรรมตอ งมองในแนวดิ่ง การบันทกึ แนวแรงใชดนิ สอดำปลายแหลม
จดุ บนกระดาษขาวใตแนวเสน เชือกเสน ละ 3 ตำแหนงเพอ่ื ใหลากเสนแนวแรงได
บันทึกผลการทดลอง (3 คะแนน)
ขนาดแรงดึง F1 F2 F3
การทดลอง
(นิวตนั ) (นิวตนั ) (นิวตัน)
ครง้ั ที่ 1 2.5 2.6 5.1
ครง้ั ท่ี 2 2.3 2.7 5.0
ครั้งที่ 3 2.4 2.5 4.9
45
ชดุ กิจกรรมการเรียนรูแบบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดลุ กล ชดุ ท่ี 1
คำส่งั จงเขยี นแนวแรงท่ใี ชกระดาษแข็งทงั้ สามแรง F1 , F2 และ F3 (2 คะแนน)
F1 = 2.5 N F2= 2.6 N
F3= 5.1 N
ตวั อยางแนวแรงและขนาดของแรง
F2
F1 F3
ตัวอยางการรวมเวกเตอรข องแรงทง้ั สาม โดยการเขยี นรปู แบบหางตอหัว
คำถามทา ยกิจกรรม
1) ขณะกระดาษแขง็ อยนู งิ่ แรงลพั ธท ี่กระทำาตอกระดาษแขง็ มีคาเทาใด (1 คะแนน)
แนวคำตอบ เทากบั ศนู ยเนอ่ื งจากแผนกระดาษแขง็ สมดลุ ตอ การเลอ่ื นท่ี
2) แนวของเสนเชอื กแตล ะเสนทเ่ี ขยี นตอ บนกระดาษขาวจะพบกันหรือไม อยางไร (1 คะแนน)
แนวคำตอบ พบกนั ทจ่ี ดุ หนง่ึ
3) เมื่อเขียนใหห างของเวกเตอรห นง่ึ ตอกบั หวั ของอีกเวกเตอรห นงึ่ จนครบจะไดภาพทมี่ ลี ักษณะเปน อยา งไร
(1 คะแนน)
แนวคำตอบ เปนรปู สามเหลยี่ มปด พอดี
อภปิ รายและสรปุ ผล (2 คะแนน)
ครูและนักเรียนรว มกันอภปิ รายโดยใชผลการทำกจิ กรรมและคำถามทา ยกิจกรรม สรปุ ไดด ังน้ี
1. เมื่อมีแรง 3 แรงทไ่ี มไดอ ยใู นแนวเสนตรงเดยี วกนั กระทำตอ วตั ถุแลว วัตถสุ มดลุ ตอการเลอ่ื นท่ี แรงลพั ธข องแรง
ทัง้ สามเทากับศนู ย
2. เมอื่ เขยี นเวกเตอรข องแรงทงั้ สามแบบหางตอ หัวจะพบวาเวกเตอรข องแรงทง้ั สามตอ กนั เปน สามเหลี่ยมปด
3. แรงลพั ธของสองแรงแรกจะมขี นาดเทา กบั แรงทส่ี ามแตท ศิ ทางตรงขามกัน
4. เมอ่ื วตั ถุอยนู ิ่ง ถาตอแนวแรงทั้งสามออกไป แนวแรงท้งั สามจะพบกันทจ่ี ุดหนง่ึ
46
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรแู บบสบื เสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรื่องสมดุลกล ชุดที่ 1
คำชแี้ จงท่ี 1 ใหน ักเรียนตรวจสอบดูวาระบบแรงตอ ไปนส้ี มดุลหรือไม (ขอ ละ 1 คะแนน)
1) โดยวธิ ีแตกเวกเตอร์ 3√2
1.1 6N ∑� Fx = 0 → 5 ≠ 2 1ไม.2่สมดลุ 6N
ไม่สมดลุ 45o 6 cos 45° = 3√2
45o 4 cos 45° = 2√2
∑ Fy = 0 → 6 ≠ 2
4N
5 N 45o
N 2√2 cos 45° = 2√2 �15� 2√2
2N = 2N
2) โดยใชท้ ฤษฎีบทของลาร์มี และสามเหล่ียมแทนแรง (ขอละ 1 คะแนน)
2.1 (2.1) จาก F1 = F2 = F3 F1 F2
sin θ1 sin θ2 sin θ3
สมดลุ G3
G2 G1
120° 40 40 40
120°120° sin 120° = sin 120° = sin 120°
F3
(2.2) จาก 16 ≠ 12 ≠
sin(90°+53°) sin(90°+37°)
2ไม.2่สม1ด6ลุ N 37o 12 N 20
sin 90°
53o
16 ≠ 12 ≠ 20
cos 53° cos 37° 1
20 N 16 ≠ 12 ≠ 20
1
10 N 3 4
5 5
454°5o
2.3 (2.3) จาก 5√2 = 5√2 =
sin(90°+45°) sin(90°+45°)
สมดลุ 10
sin 90°
5√2 N
5√2 = 5√2 = 10
cos 45° cos 45° 1
5√2 N 5√2 �√2� = 5√2 �√2� = 10
5 ×472 = 5 × 2 = 10
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแบบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟส ิกส เร่อื งสมดลุ กล ชุดท่ี 1
คำช้ีแจงที่ 2 ใหนกั เรียนศกึ ษาและหาคา ของแรงปฏกิ ริ ยิ าท่กี ำหนดให
แรงปฏกิ ิรยิ า (N) เปนแรงทีว่ ตั ถกุ ดผวิ สัมผัส แรงนี้จะมีทิศออกจากผิวสมั ผสั และตง้ั ฉากกบั ผวิ สัมผสั
Fsinθ N
N NF
m m θ Fcosθ m
W = mg W = mg mg sinθ mg cosθ
N = mg N = mg - Fsinθ θ
mg
N = mg cosθ
จงหา คา แรงปฏิกิรยิ า(N) ทีก่ ระทำตอ มวล(m) ตอ ไปนี้ (ขอละ 1 คะแนน) N
N
NmF m m
N =___F____ F α
N =___F______ mg cos ∝
N =__m_g__c_o_s ∝
N N F sin N
m
m F T
mg mg θ m
N =__m__g___ N =_F_s_i_n_ _ _+__m_g______ mg
N =_m__g_=__T___
48
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแ บบสืบเสาะหาความร(ู 5E) วิชาฟสิกส เรื่องสมดุลกล ชดุ ที่ 1
ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
แบบฝก ทกั ษะที่ 1
คำชี้แจง 1. ใหนกั เรียนทำเคร่ืองหมาย √ หนา ขอ ความที่ถกู ตอง
และทำเคร่อื งหมาย x หนา ขอ ความท่เี หน็ วา ไมถกู ตอง
2. คะแนนเต็ม 10 คะแนน (ขอ ละ 1 คะแนน)
√ 1) วตั ถุท่ีมกี ารเคล่ือนท่ดี วยความเร็วคงตัวหรือหมนุ ดว ยอตั ราเร็วเชงิ มุมคงตวั แสดงวาวัตถุท่ีอยูใ นสมดุลจลน
2) จดุ CG เปนจุดซงึ่ เสมอื นรวมมวลของวัตถุทงั้ กอ น
√ 3) จดุ CM และ จุด CG ไมจ ำเปน ตองอยทู ีเ่ ดยี วกันเสมอไป
4) แรงเสยี ดทานจลนจ ะนอ ยกวา หรอื เทากบั แรงเสียดทานสถิตเสมอ
5) เมอ่ื วางวัตถบุ นพื้นขรขุ ระ ถาพืน้ นี้คอย ๆ เอียงเพม่ิ ขึ้น สมั ประสทิ ธิข์ องความเสยี ดทานพ้ืนกบั วัตถุไมมีการ
เปล่ียนแปลง
6) แรงสองแรงท่ีมีขนาดเทา กันอยูในระนาบเดยี วกนั แตม ที ศิ ทางตรงกันขา ม มากระทำตอ วัตถุทำใหวตั ถอุ ยูใน
สภาพสมดลุ
7) เม่อื มีแรงสามแรงซงึ่ ไมอ ยูใ นแนวเดียวกนั กระทำตอ วตั ถุ วัตถจุ ะอยใู นสภาวะสมดลุ เมื่อผลรวมของแรงคู
ใดคหู นึ่งจะมขี นาดเทากบั แรงทส่ี าม แตท ิศทางตรงกนั ขา ม
8) การสมดลุ ตอการเลือ่ นท่ภี ายใตแ รงหลายแรง เมือ่ แรงทง้ั หมดพบกันทจ่ี ุด ๆ เดยี ว
9) การสมดลุ ตอ การเลอื่ นที่ภายใตแรงหลายแรง เมอ่ื ผลรวมของแรงเทา กบั ศูนย
10) เมอ่ื ไมมีแรงกระทำตอวัตถุทำใหวัตถุอยใู นสภาพสมดุลตอ การเล่อื นท่ี
49
ชดุ กิจกรรมการเรียนรแู บบสืบเสาะหาความรู(5E) วิชาฟส ิกส เรอ่ื งสมดลุ กล ชุดที่ 1
แบบฝกทักษะที่ 2
คำชี้แจง ใหน ักเรียนแสดงวิธีทำอยางละเอียดและเปนข้นั ตอน
1) วัตถุมวล 2 กโิ ลกรมั วางอยบู นพ้ืน จะมแี รงกระทำก่แี รง คอื แรงอะไรบา ง และมีขนาดเทาใด (1 คะแนน)
2 kg วิธีทาํ
W
จะมีแรงกระทำตอวัตถุมวล 2 กโิ ลกรมั ทัง้ หมด 2 แรง N
คือ 1. แรง W คอื นำ้ หนักของวัตถุ (แรงดงึ ดูดของโลกทกี่ ระทำตอ วตั ถุ)
2. แรง N คอื แรงปฏกิ ริ ยิ า (แรงทพ่ี ืน้ กระทำตอ วัตถุ)
หาขนาดของแรงท้ังสอง
เมือ่ W = m g = ( 2 )(10 ) = 20 นวิ ตนั ( N )
พจิ ารณาในแนวดิ่ง จะได Σ Fy = 0
W + N = 0
N = W
แทนคา W จะได N = 20 นิวตัน
ตอบ 1. แรง W มีขนาด 20 นวิ ตนั
2. แรง N มีขนาด 20 นิวตนั แตม ที ศิ ตรงขามกับ W
50