The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ เคมี 2 หน่วยที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chatchada.ts, 2022-11-07 11:10:35

แผนการจัดการเรียนรู้ เคมี 2 หน่วยที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้ เคมี 2 หน่วยที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้

รายวชิ า เคมี 2 รหสั วชิ า ว31222
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

โดย

นางสาวฉตั รชฎา ติงสะ
ครู คศ.1

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษาสรุ ินทร์

กระทรวงศึกษาธกิ าร

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2565
รายวชิ า เคมี 2 รหัส ว31222 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
เรือ่ ง มวลอะตอม
หนว่ ยการเรียนรู้ : โมลและสูตรเคมี ผ้สู อน นางสาวฉตั รชฎา ติงสะ

เวลา 2 ชั่วโมง

มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรยี นรู้

สาระเคมี มาตรฐาน 3 เข้าใจหลักการทำปฏิบัติการเคมี การวดั ปรมิ าณสาร หน่วยวดั และการเปลย่ี น

หน่วย การคำนวณปรมิ าณของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลายรวมทงั้ การบูรณาการหาความรู้ และทกั ษะใน

การอธิบายปรากฏการณ์ในชีวติ ประจำวันและการแก้ปญั หาทางเคมี

ผลการเรียนรู้

1. บอกความหมายความหมายและคำนวณมวลอะตอมของธาตุ โมล มวลโมเลกุล และมวลสตู ร

สาระสำคญั

นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ 12C ซึ่งเป็นไอโซโทปของคาร์บอนมาตรฐานในการเปรียบเทียบมวล โดย

กำหนดให้ 12C จำนวน 1 อะตอมมีมวล 12 หน่วยมวลอะตอม ดังน้ัน 1 หน่วยมวลอะตอมจึงมีค่าเท่า 1 มวล
12

ของ 12C จำนวน 1 อะตอมหรอื เท่ากบั 1.66 x 10-24 กรัม

สาระการเรยี นรู้

1. มวลอะตอมสมั พทั ธ์

2. มวลของธาตุ 1 อะตอม

3. มวลอะตอมเฉลีย่ ของธาตุ

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. ดา้ นความรู้

1.1 นกั เรียนสามารถอธิบายความหมายของมวลอะตอม และมวลอะตอมสมั พัทธไ์ ด้

1.2 นกั เรยี นสามารถคำนวณหามวลอะตอมของธาตุ และมวลอะตอมสมั พทั ธ์ได้

1.3 นักเรียนสามารถคำนวณหามวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ เม่ือทราบมวลอะตอม และปริมาณของ

แต่ละไอโซโทปท่ีมอี ยู่จริงในธรรมชาติได้

2. ด้านทักษะกระบวนการ

2.1 นักเรียนสามารถตีความหมาย และสรุปเก่ียวกับมวลอะตอมของธาตุ และมวลของธาตุ 1

อะตอมมวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ

3. ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

3.1 นักเรยี นใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม และมคี วามรบั ผิดชอบ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
ด้านความสามารถและทกั ษะของผู้เรียนศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขียนได)้  R3 – (A)Rithmetics(คิดเลขเปน็ )
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและ ทกั ษะใน
การแก้ปัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และ
ภาวะผ้นู ำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และ
รเู้ ทา่ ทันสือ่ )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรุณา ความมรี ะเบยี บวนิ ัย มคี ณุ ธรรม-จริยธรรม)

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. สรุปเกีย่ วกับมวลอะตอมสมั พทั ธ์ และมวลของธาตุ 1 อะตอม มวลอะตอมเฉลยี่ ของธาตุ
2. แบบฝึกหดั ท่ี 4.1 ในหนังสอื เคมี ม.4 เลม่ 2 (หลกั สตู รปรบั ปรงุ 2560)

กจิ กรรมการเรียนรู้
รปู แบบการสอนทใ่ี ช้ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คอื การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E
1. ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครเู ชค็ ช่ือนกั เรยี น และบอกเกณฑ์การวัดผลประเมินผลในภาคเรยี นท่ี 2
1.2 ครใู หน้ ักเรียนจับกลมุ่ กลมุ่ ละ 5 คนคละเพศชาย 2 คน หญิง 3 คน
1.3 ครูปฐมนเิ ทศแนวทางในการเรียนในภาคเรยี นที่ 2
1.4 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยทบทวนทฤษฎีอะตอมของดอลตันทนี่ กั เรียนไดเ้ รียนร้มู าแลว้ วา่ จอห์น
ดอลตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ไดเ้ สนอทฤษฎีอะตอมดงั นี้
– ธาตปุ ระกอบด้วยอนุภาคเล็ก ๆ หลายอนภุ าคทีเ่ รียกวา่ อะตอม ซง่ึ แบง่ แยกและทำใหส้ ูญ
หายไมไ่ ด้
– อะตอมของธาตุชนดิ เดียวกันมสี มบัตเิ หมือนกนั เช่น มมี วลเท่ากนั แต่จะมีสมบตั ิแตกต่าง
จากอะตอมของธาตุอนื่

– สารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตมุ ากกว่า 1 ชนิดทำปฏิกริ ยิ าเคมีกนั ในอัตราสว่ นที่เปน็

เลขลงตัวน้อย ๆ

1.5 ครูใช้คำถามกระตุ้นดังนี้

1.5.1 อะตอมคืออะไร

1.5.2 ทฤษฎีอะตอมของดอลตนั สามารถใช้อธิบายลักษณะและสมบัตขิ องอะตอมได้ทั้งหมด

หรอื ไม่

1.5.3 การหามวลอะตอมของธาตสุ ามารถใช้วธิ กี ารชัง่ มวลของอะตอมไดโ้ ดยตรงหรือไม่

เพราะอะไร

1.6 นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายหาคำตอบเก่ียวกบั คำถามตามความคดิ เห็นของแตล่ ะคน เพ่ือ

เช่อื มโยงไปสู่การเรียนรเู้ ร่ือง มวลอะตอม และมวลอะตอมเฉลย่ี

2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)

2.1 ครใู ห้นักเรยี นศึกษามวลอะตอมและมวลโมเลกลุ จากใบความรู้หรอื ในหนังสอื เรียน รายวชิ า

เพิ่มเตมิ เคมี เล่ม 2

2.2 ครูถามเพือ่ กระตุ้นความสนใจของนักเรยี นว่า นกั เรียนสามารถนำอะตอมมาชงั่ ได้หรอื ไม่

(แนวคำตอบ ไมส่ ามารถนำมาชั่งได้โดยตรง เพราะ อะตอมมีขนาดเลก็ มากๆ ไมม่ องเหน็ ด้วย

ตาเปล่า และมีมวลท่ีนอ้ ยมาก)

2.3 ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจจากนักเรียนว่า มวลอะตอมสัมพัทธ์ และมวลอะตอม

แตกต่างกันอยา่ งไร

(แนวคำตอบ มวลอะตอมสมั พัทธ์เป็นมวลเปรียบเทียบมวลอะตอมกับมวลของธาตุมาตรฐาน

จึงไม่มีหน่วย แต่มวลอะตอมเป็นมวลของธาตุ 1 อะตอมเป็นมวลท่ีแท้จริงของธาตุจึงต้องเขียน

หน่วยกำกับไวด้ ว้ ย)

3. ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)

3.1 ครูอธบิ ายใหน้ กั เรียนเข้าใจว่า อะตอมเปน็ อนุภาคทีม่ ีขนาดเล็กมากและไมส่ ามารถชั่งหามวล

ได้โดยตรง การหามวลอะตอมจึงใช้วิธีการเปรียบเทียบกับมวลของธาตุที่เป็นมาตรฐาน โดยธาตุ

มาตรฐานที่นำมาใช้ในการคำนวณเปรียบเทียบมวล คือ 12C ซึ่งเป็นธาตุไอโซโทปหน่ึงของธาตุ

คาร์บอน ดังน้ัน 1 หน่วยมวลอะตอม จึงมีค่าเท่ากับ 1 มวลของ 12C จำนวน 1 อะตอม หรือ
12
เทา่ กบั 1.66 x 10–24 กรัม ซ่งึ เขยี นแสดงความสัมพนั ธ์ได้ดังน้ี

มวลอะตอมของธาตุ = มวลของธาตุ 1 อะตอม (g)

1 มวลของ 12C จำนวน 1 อะตอม (g)
12

*โดยท่ี 1 มวลของ 12C จำนวน 1 อะตอม (g) เทา่ กับ 1.66 x 10-24 กรมั
12

3.2 ครูอธิบายการคำนวณหามวลอะตอมของธาตุ ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน รายวิชา

เพ่มิ เตมิ เคมี เลม่ 2 หรืออาจยกตัวอย่างโจทยก์ ารคำนวณเพ่ิมเติมและใหน้ ักเรียนได้ลงมือทำเพื่อ

ฝกึ ทักษะการคิดคำนวณ

3.3 ครูยกตัวอย่างที่ 1 การหามวลอะตอมโดยใช้สูตรที่ 1 ในการเปรียบเทียบธาตุแมกนีเซียม มี

มวลอะตอมทา่ กบั 24.3051 ธาตุแมกนีเซยี ม 1 อะตอมมมี วลเทา่ ใด

วิธที ำ

มวลอะตอมของธาตุ Mg = มวลของธาตุ Mg 1 อะตอม (g)

1 มวลของ 12C จำนวน 1 อะตอม (g)
12

มวลของธาตุ Mg 1 อะตอม = 24.3051 x 1.66 x 10-24 g.

มวลของธาตุ Mg 1 อะตอม = 4.03 x 10-23 g.

3.4 ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่าธาตุในธรรมชาติบางชนิดมีเพียงไอโซโทปเดียว บางชนิดมี

หลายไอโซโทป เช่น คาร์บอน ออกซิเจน เป็นต้น ในการหามวลอะตอมจะต้องใช้มวลอะตอม

เฉลยี่ แทนในซงึ่ คำนวณหาไดจ้ าก

มวลอะตอมเฉล่ีย = ผลรวมของ (มวลอะตอมของแต่ละไอโซโทป xร้อยละทพี่ บในธรรมชาต)ิ
100

3.5 ครูยกตัวอย่าง การหามวลอะตอมเฉลย่ี ของคารบ์ อน (ตามตวั อยา่ งในหนงั สือเรียน) และ
ยกตัวอย่างธาตุทมี่ หี ลายไอโซโทปธาตอุ นื่ ๆ

มวลอะตอมเฉลีย่ C = (มวลอะตอม C-12 x รอ้ ยละที่พบในธรรมชาติ) + (มวลอะตอม C-13
X ร้อยละท่ีพบในธรรมชาต)ิ
100

= (98.930 x 12) + (1.070 x 13)
100

= 12.011
4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.1 ให้กับนักเรียนเพ่ือเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพ่ือ
ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียน
4.2 ครูสรปุ เนอ้ื หาเกยี่ วกับ การคำนวณมวลอะตอม และเพม่ิ เตมิ ในบางส่วนที่นกั เรียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ
4.3 ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนสอบถามเนอื้ หาเรื่อง การคำนวณมวลอะตอม และมวลอะตอมเฉลี่ย

5. ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
5.1 การสรุปเนอื้ หาเร่อื ง การคำนวณมวลอะตอม และมวลอะตอมเฉลยี่
5.2 การใหค้ วามรว่ มมือในตอบคำถาม และแสดงความคิดเหน็ ในชนั้ เรียน
5.3 แบบฝึกหดั ท่ี 4.1

ส่อื และแหล่งเรียนรู้

1. หนังสือเรยี นเคมีรายวิชาเพ่ิมเติม ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 เลม่ 2 (สสวท)
2. งานนำเสนอ powerpoint เรือ่ ง โมลและสูตรเคมี

การวัด และประเมนิ ผล วธิ ีวัดผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การผา่ นจดุ ประสงค์
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ข้นึ ไป
ตรวจสมดุ แบบประเมนิ ความรู้
ด้านความรู้ (K) แบบฝึกหดั 4.1 ความเขา้ ใจ เร่ือง
-สามารถอธิบายความหมายของ
มวลอะตอม และมวลอะตอม มวลอะตอม
สัมพทั ธ์
- สามารถคำนวณหามวลอะตอม
ของธาตุ และมวลอะตอมสมั พัทธ์
- สามารถคำนวณหามวลอะตอม
เฉลี่ยของธาตุ เมื่อทราบมวลอะตอม
และปรมิ าณของแตล่ ะไอโซโทปทีม่ ี
อย่จู รงิ ในธรรมชาติได้

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) แบบประเมนิ ทักษะ
การตคี วามหมาย
- สามารถตีความหมาย และสรุป ข้อมูล และการลง
ขอ้ สรปุ เร่ือง มวล
เกี่ยวกับมวลอะตอมของธาตุ และ ตรวจสมดุ ระดับคุณภาพ 3 หรอื
อะตอม ระดบั ดขี นึ้ ไป
มวลอะตอมสัมพัทธ์ มวลอะตอม แบบประเมิน
คุณลักษณะอนั พึง ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
เฉล่ียของธาตุ ประสงค์ดา้ นการใฝ่ ระดบั ดขี นึ้ ไป
เรียนรู้ และมคี วาม
ด้านคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A) การสังเกต รบั ผดิ ชอบ

- ใฝ่เรยี นรู้ กล้าซักถาม และมีความ พฤติกรรมในช้ัน

รบั ผดิ ชอบ เรียนตัง้ ใจใฝ่

เรยี นรู้ มคี วาม

รบั ผิดชอบ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ วี ดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารผา่ นจดุ ประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น การสงั เกต
- ความสามารถในการคดิ พฤติกรรมในชนั้ แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 3 หรือ
- ความสามารถในการส่ือสาร เรียนต้ังใจใฝ่ สมรรถนะสำคัญของ ระดบั ดีข้นึ ไป
เรียนรู้ มีความ
รับผดิ ชอบ ผูเ้ รยี น

เกณฑ์การประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
1. สามารถอธบิ ายความหมายของมวลอะตอม และมวลอะตอมสัมพทั ธไ์ ด้
2. สามารถคำนวณหามวลอะตอมของธาตุ และมวลอะตอมสมั พทั ธ์ได้
3. สามารถคำนวณหามวลอะตอมเฉลีย่ ของธาตุ เม่อื ทราบมวลอะตอม และปริมาณของแต่ละ
ไอโซโทปท่ีมอี ยจู่ ริงในธรรมชาติได้

ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

- สามารถอธบิ าย 4 3 21
ความหมายของมวล
อะตอม และมวลอะตอม เนอื้ หาครบถ้วน เน้อื หาครบถว้ น เน้ือหาบางสว่ น เนื้อหาไม่
สัมพัทธไ์ ด้
ตามที่กำหนด ตามท่ีกำหนด ไมส่ มบรู ณ์ตามที่ สมบูรณ์

เขียนถกู ต้องตาม ลำดบั หวั ขอ้ กำหนด ลำดบั ตามทก่ี ำหนด

หลักภาษา เนือ้ หาชดั เจน หัวข้อเนอื้ หา ลำดบั หวั ขอ้

ลำดบั หัวขอ้ เนอื้ หา และมกี ารอธบิ าย ชดั เจน เนือ้ หาไม่

ชัดเจน และมีการ ได้อย่างมเี หตุผล ชดั เจน

อธบิ ายได้อยา่ งมี

เหตุผล

- สามารถคำนวณหามวล คำนวณได้ถูกต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณได้

อะตอมของธาตุ และมวล ตามหลักการ ระบุ ถูกต้องตาม ถกู ต้องตาม ถูกต้องตาม

อะตอมสมั พทั ธไ์ ด้ หนว่ ยไดถ้ กู ต้อง หลกั การแตผ่ ดิ หลักการแต่ผดิ หลกั การแต่

- สามารถคำนวณหามวล ไป 1-2 ข้อ หรือ ไป 3-4 ข้อ หรือ ผิดไปมากกว่า

อะตอมเฉลี่ยของธาตุ เม่ือ ระบุหน่วยผดิ ไป ระบหุ น่วยผดิ ไป 3-4 ข้อ

ทราบมวลอะตอม และ 1-2 ข้อ 3-4 ข้อ

ปริมาณของแต่ละไอโซโทป

ทีม่ ีอยู่จริงในธรรมชาตไิ ด้

เกณฑ์การตัดสนิ
ระดบั 4 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดีเยย่ี ม
ระดับ 3 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถงึ มีระดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพปรบั ปรุง

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึน้ ไป รอ้ ยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. สามารถตีความหมาย และสรปุ เก่ยี วกบั มวลอะตอมของธาตุ และมวลของธาตุ 1 อะตอมมวล
อะตอมเฉลี่ยของธาตุ

ประเด็นการประเมิน 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- สามารถตีความหมาย เนอื้ หาครบถว้ น เน้ือหาครบถ้วน เนอ้ื หาบางส่วน เน้ือหาไม่

แ ล ะ ส รุป เก่ี ย ว กั บ ม ว ล ตามท่กี ำหนด ตามท่กี ำหนด ไม่สมบูรณ์ตามที่ สมบรู ณ์

อะตอมของธาตุ และมวล เขยี นถูกต้องตาม ลำดบั หวั ข้อเนือ้ หา กำหนด ลำดับ ตามท่กี ำหนด

ของธาตุ 1 อะตอมมวล หลกั ภาษา ชดั เจน และมีการ หวั ข้อเนือ้ หา ลำดับหัวขอ้

อะตอมเฉลี่ยของธาตุ ลำดบั หัวขอ้ อธบิ ายได้อยา่ งมี ชัดเจน เนือ้ หาไม่

เนือ้ หาชัดเจน เหตุผล ชดั เจน

และมกี ารอธบิ าย

ไดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล

เกณฑก์ ารตัดสนิ
ระดบั 4 หมายถึง มีระดับคุณภาพดีเยย่ี ม
ระดบั 3 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถึง มีระดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพปรับปรงุ

เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดบั 3 ขึ้นไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ใฝเ่ รยี นรู้ กล้าซักถาม และมีความรับผิดชอบ

ประเดน็ การประเมิน 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบ ต้ังใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผิดชอบในการ
และมคี วามรับผดิ ชอบ ใน การปฏิบตั หิ นา้ ที่ ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ รับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ี
ทไ่ี ดร้ ับมอบหมายให้ ที่ไดร้ ับมอบหมาย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ี ได้รบั มอบหมาย

สำเรจ็ มีการ ใหส้ ำเรจ็ มีการ ไดร้ บั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรงุ และ ปรบั ปรงุ และพฒั นา ใหส้ ำเร็จ มีการ

พฒั นาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรุงและ

ดีขน้ึ ด้วยตนเองและ ดว้ ยตนเอง พฒั นา

เป็นแบบอยา่ งทีด่ ี การทำงานดขี ึ้น

เกณฑก์ ารตดั สนิ
ระดับ 4 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดีเยย่ี ม
ระดบั 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มีระดบั คุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับ 3 ขนึ้ ไป รอ้ ยละ 60 ถือว่าประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

บนั ทกึ ผลหลังการสอน แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรอ่ื ง มวลอะตอม
รายวชิ า เคมี 2 รหสั ว 31222

สรุปผลการเรยี นการสอน
นกั เรียนจำนวน .....................................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ..................................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์ ................................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................................
ได้แก่
1. ............................................................................................................................................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................
นักเรยี นท่ีมีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1.................................................................................................................. ............................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................

ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรียนและปญั หาทเี่ กดิ ข้ึนในระหว่างการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแกป้ ญั หาหรอื ปรับปรุงแผนการจดั การเรยี นรคู้ รง้ั ต่อไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ....................................... ครผู สู้ อน
(นางสาวฉตั รชฎา ตงิ สะ)
............/............../..............

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมาย
1. องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู้
 ครบถ้วนและถกู ต้อง
 ยงั ไมค่ รบถว้ นหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้กับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั
 ยังเน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
4. สอ่ื การเรียนรู้
 เหมาะสมกับรูปแบบการจดั การเรยี นรู้
 ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรยี นรู้
 ยงั ไม่ครอบคลุมประสงคก์ ารเรียนรู้ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป
6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
............/............../..............

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
รายวชิ า เคมี 1 รหัส ว31222 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 4
เรือ่ ง โมลกับอนภุ าค
หน่วยการเรยี นรู้ : โมลและสูตรเคมี ผู้สอน นางสาวฉตั รชฎา ติงสะ

เวลา 2 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้
สาระเคมี มาตรฐาน 3 เขา้ ใจหลกั การทำปฏิบตั ิการเคมี การวัดปริมาณสาร หนว่ ยวดั และการเปล่ียน

หน่วย การคำนวณปรมิ าณของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลายรวมทง้ั การบรู ณาการหาความรู้ และทกั ษะใน
การอธิบายปรากฏการณ์ในชวี ิตประจำวนั และการแกป้ ัญหาทางเคมี

ผลการเรียนรู้
2. อธิบายและคำนวณปริมาณใดปริมาณหน่ึงจากความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนุภาค มวล และ
ปรมิ าตรของแกส๊ ที่ STP

สาระสำคญั
นักเคมีได้กำหนดการบอกปริมาณสารเป็นจำนวนอนุภาคของสารซ่ึงสัมพันธ์กับปริมาณสารที่วัดได้ใน

ชีวิตประจำวัน โดยให้ช่ือว่า โมล หน่วยงาน IUPAC ได้กำหนดว่า สาร 1 โมล มีจำนวนอนุภาคเท่ากับ 6.02 X
1023 อนุภาค เรียกจำนวนอนุภาคนี้ว่า เลขอาโวกาโดร กล่าวได้ว่า สาร 1 โมล มีจำนวนอนุภาคเท่ากับเลข
อาโวกาโดร

สาระการเรยี นรู้
1. โมล
2. โมลกบั อนภุ าคของสาร

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ด้านความรู้
1.1 นกั เรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของปรมิ าณสาร 1 โมล และเลขอาโวกาโดรได้
1.2 นักเรียนสามารถบอกความสมั พันธ์ระหว่างโมลกับจำนวนอนุภาคสารได้
1.3 นักเรยี นสามารถคำนวณหาจำนวนอนุภาคของสาร และจำนวนโมลได้
2. ด้านทักษะกระบวนการ
2.1 นักเรียนสามารถตีความหมาย และสรุปเก่ียวกับความสัมพันธ์ระหว่างโมลกับจำนวนอนุภาค
สารได้

3. ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
3.1 นักเรยี นใฝ่เรยี นรู้ กลา้ ซกั ถาม และมีความรบั ผิดชอบ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด

ด้านความสามารถและทักษะของผเู้ รียนศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อา่ นออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)้  R3 – (A)Rithmetics(คิดเลขเป็น)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและ ทักษะใน
การแกป้ ัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และ
ภาวะผนู้ ำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และ
รู้เทา่ ทันส่อื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรุณา ความมีระเบยี บวินัย มคี ุณธรรม-จริยธรรม)

ช้ินงาน/ภาระงาน
1. สรุปเกย่ี วกับความสัมพันธร์ ะหวา่ งโมลกบั จำนวนอนุภาคสาร
2. แบบฝึกหัดที่ 4.2 ในหนังสอื เคมี ม.4 เลม่ 2 (หลกั สตู รปรบั ปรุง 2560)

กจิ กรรมการเรยี นรู้
รูปแบบการสอนทใี่ ช้ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คอื การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
1. ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูกล่าวทกั ทายนกั เรยี น และเช็คชื่อนักเรียนก่อนเรียน
1.2 ครใู หน้ ักเรียนยกตวั อยา่ งหน่วยต่าง ๆ ทีใ่ ช้บอกปริมาณส่ิงของทใี่ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน และ
หนว่ ยที่ใชใ้ นการบอกปริมาณสง่ิ ของจำนวนมาก โดยครใู ช้คำถามกระตุน้ ดังน้ี
1.2.1 หนว่ ยทใ่ี ชบ้ อกปริมาณสง่ิ ของในชีวิตประจำวนั มีอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ ช้นิ อัน กรุ สุ ถัง รมี เป็นต้น)

1.2.2 หนว่ ยทใ่ี ชบ้ อกปริมาณสิง่ ของท่ีมีจำนวนมาก เชน่ 12 ชน้ิ หรือ 144 คอื หนว่ ยอะไร

(แนวคำตอบ 12 ชิ้น เท่ากบั 1 โหล , 144 โหล เทา่ กบั 1 กุรสุ เป็นต้น)

2. ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration)

2.1 ครูให้นกั เรยี นศึกษาหนว่ ยบอกปริมาณสารในหนว่ ยโมล จากใบความรหู้ รือในหนังสือเรยี น

รายวชิ าเพ่มิ เติม เคมี เล่ม 2

2.2 นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายหาคำตอบเกย่ี วกับคำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน เพ่ือ

เชื่อมโยงไปสกู่ ารเรยี นรเู้ ร่ือง โมล

3. ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)

3.1 ครูอธิบายให้นักเรยี นเข้าใจว่า “การบอกปริมาณสารเคมีคล้ายกับการบอกปริมาณของส่ิงของ

ต่าง ๆ ซ่ึงอาจบอกเป็นหน่วยมวล หน่วยปริมาตร หรือหน่วยแสดงจำนวนอนุภาคของสารได้ แต่

เน่ืองจากสารประกอบด้วยอนุภาคที่มีขนาดเล็กและมีจำนวนมาก นักเคมีจึงกำหนดหน่วยแสดง

จำนวนอนภุ าคของสารเป็นหนว่ ยโมลแทน โดยสาร 1 โมล หมายถงึ ปรมิ าณสารท่ีมจี ำนวนอนุภาค

เท่ากับจำนวนอะตอมของ 12C ที่มีมวล 12 กรัม หรือ สาร 1 โมล เป็นปริมาณสารท่ีมีจำนวน

อนภุ าค 6.02 x 1023 อนุภาค ซงึ่ เรียกจำนวนน้ีว่า เลขอาโวกาโดร”

3.2 ครูอธิบายให้ความรู้ เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างโมลโมเลกุล กับโมลอะตอม โดยการ

ยกตัวอย่าง เชน่

CO2 1 โมเลกุล จะประกอบด้วย C 1 อะตอม และ O 2 อะตอม

ถ้า CO2 1 โมลโมเลกุล จะประกอบด้วย C 1 โมลอะตอม และ O 2 โมลอะตอม

3.3 ครสู รุปความรเู้ รื่องการบอกปรมิ าณสารในหนว่ ยโมล ดังน้ี

(สาร 1 โมลจะมีจำนวนอนุภาคเท่ากับ 6.02 x 1023 อนุภาค ซึ่งอนุภาคเหล่านี้สามารถอาจ

อยู่ในรูปของอะตอม โมเลกุล หรือไอออนกไ็ ด้)

3.4 ครยู กตัวอย่างการบอกจำนวนอนุภาคของสาร ดังน้ี

O จำนวน 1 โมล มจี ำนวนเทา่ กบั 6.02 x 1023 อะตอม

O2- จำนวน 2 โมล มจี ำนวนเท่ากับ 2x 6.02 x 1023 ไอออน

H2O จำนวน 0.5 โมล มจี ำนวนเทา่ กบั 0.5 x 6.02 x 1023 โมเลกลุ
3.5 ครูอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนโมลกับอนุภาคของสารที่เขียนในรูป

อัตราสว่ นไดด้ งั นี้

สาร 1 โมล หรอื สาร 6.02 x 10 23 อนุภาค

สาร 6.02 x 10 23 อนภุ าค สาร 1 โมล

3.5 ครูยกตวั อย่างโจทยท์ ่เี กี่ยวข้อง

ตัวอย่างท่ี 1 จงหาจำนวนโมลของ Na เม่อื มจี ำนวนอนุภาคเท่ากบั 6.02x1023 อะตอม

6.02 × 1023 อะตอม Na x 6.02 1 โมล Na Na = 1 โมล Na
× 1023 อะตอม
ดังนนั้ Na 1 โมลมจี ำนวน 6.02 × 1023 อะตอม

4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.2 ให้กับนักเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพ่ือ
ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น
4.2 ครูสรุปเนื้อหาเกีย่ วกบั การคำนวณจำนวนโมลของสาร และจำนวนอนุภาคของสารเพมิ่ เติมใน
บางส่วนท่ีนักเรยี นยังไมเ่ ข้าใจ
4.3 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง การคำนวณจำนวนโมลของสาร และจำนวน
อนภุ าคของสาร

5. ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
5.1 การสรปุ เนอื้ หาเรื่อง การคำนวณจำนวนโมลของสาร และจำนวนอนุภาคของสาร
5.2 การใหค้ วามรว่ มมือในตอบคำถาม และแสดงความคิดเหน็ ในชัน้ เรียน
5.3 แบบฝึกหดั ที่ 4.2 ในหนงั สือเคมีรายวิชาเพม่ิ เติม ม.4 เล่ม 2 (หลกั สูตรปรบั ปรงุ 2560)

ส่ือและแหล่งเรยี นรู้

1. หนังสอื เรียนเคมรี ายวชิ าเพิ่มเติม ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 เลม่ 2 (สสวท)
2. งานนำเสนอ powerpoint เรื่อง โมลและสตู รเคมี

การวัด และประเมนิ ผล วิธวี ัดผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การผ่านจุดประสงค์
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ตรวจสมุด แบบประเมินความรู้
ด้านความรู้ (K) แบบฝึกหดั ที่ ความเข้าใจ เรื่อง ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 ขึน้ ไป
- สามารถอธิบายความหมายของ โมลกบั อนุภาค
ปริมาณสาร 1 โมล และเลขอาโว- 4.2
กาโดรได้ แบบประเมนิ ทกั ษะ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
- สามารถบอกความสมั พนั ธร์ ะหว่าง ตรวจสมดุ การตคี วามหมาย ระดับดขี ึ้นไป
โมลกับจำนวนอนภุ าคสารได้ ข้อมลู และการลง
- สามารถคำนวณหาจำนวนอนุภาค ขอ้ สรุป เร่ือง โมลกับ
ของสาร และจำนวนโมลได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) อนภุ าค
- สามารถตีความหมาย และสรุป
เก่ียวกับความสัมพันธ์ระหว่างโมล
กับจำนวนอนภุ าคสารได้

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ วี ดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การผ่านจุดประสงค์
ดา้ นคณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A) การสังเกต แบบประเมิน
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซกั ถาม และมีความ พฤติกรรมในชั้น คุณลกั ษณะอันพงึ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
รบั ผิดชอบ เรียนตั้งใจใฝ่ ประสงคด์ า้ นการใฝ่ ระดบั ดขี ้นึ ไป
เรยี นรู้ มคี วาม เรียนรู้ และมีความ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน รบั ผดิ ชอบ รับผดิ ชอบ ระดับคุณภาพ 3 หรอื
- ความสามารถในการคิด การสังเกต ระดับดขี ้นึ ไป
- ความสามารถในการส่อื สาร แบบประเมนิ
พฤติกรรมในช้ัน สมรรถนะสำคัญของ

เรยี นต้ังใจใฝ่ ผ้เู รยี น

เรียนรู้ มีความ

รับผดิ ชอบ

เกณฑ์การประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)

- สามารถอธิบายความหมายของปริมาณสาร 1 โมล และเลขอาโวกาโดรได้
- สามารถบอกความสัมพันธ์ระหวา่ งโมลกบั จำนวนอนุภาคสารได้
- สามารถคำนวณหาจำนวนอนภุ าคของสาร และจำนวนโมลได้

ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

- สามารถอธบิ าย 4 3 21
ความหมายของปริมาณ
สาร 1 โมล และเลข เน้อื หาครบถว้ น เนอื้ หาครบถว้ น เนอ้ื หาบางส่วน เนอ้ื หาไม่
อาโวกาโดรได้
- สามารถบอก ตามทกี่ ำหนด ตามทก่ี ำหนด ไม่สมบรู ณ์ตามท่ี สมบูรณ์
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโมล
กบั จำนวนอนภุ าคสารได้ เขยี นถูกต้องตาม ลำดบั หวั ขอ้ กำหนด ลำดับ ตามที่กำหนด

หลกั ภาษา เนื้อหาชดั เจน หัวขอ้ เนอ้ื หา ลำดับหวั ขอ้

ลำดับหัวข้อเนอื้ หา และมกี ารอธิบาย ชดั เจน เนือ้ หาไม่

ชัดเจน และมีการ ไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล ชดั เจน

อธบิ ายได้อยา่ งมี

เหตผุ ล

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ
4 3 21
- สามารถคำนวณหา คำนวณได้ถกู ต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณได้
จำนวนอนุภาคของสาร ตามหลกั การ ระบุ ถกู ต้องตาม ถูกต้องตาม ถูกต้องตาม
และจำนวนโมลได้ หน่วยไดถ้ ูกต้อง หลักการแต่ผดิ หลกั การแต่ผิด หลกั การแต่

ไป 1-2 ข้อ หรือ ไป 3-4 ข้อ หรือ ผดิ ไปมากกว่า
ระบหุ นว่ ยผดิ ไป ระบุหน่วยผดิ ไป 3-4 ข้อ

1-2 ขอ้ 3-4 ขอ้

เกณฑ์การตัดสนิ
ระดบั 4 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดีเย่ียม
ระดบั 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มีระดับคุณภาพปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดับ 3 ขน้ึ ไป ร้อยละ 60 ถอื ว่าประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
- สามารถตีความหมาย และสรุปเกย่ี วกบั ความสมั พนั ธร์ ะหว่างโมลกับจำนวนอนภุ าคสารได้

ประเด็นการประเมิน 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

- สามารถตีความหมาย เนอ้ื หาครบถ้วน เนอ้ื หาครบถว้ น เนอื้ หาบางส่วน เนอ้ื หาไม่

แ ล ะ ส รุ ป เ ก่ี ย ว กั บ ตามท่ีกำหนด ตามทีก่ ำหนด ไมส่ มบูรณ์ตามท่ี สมบูรณ์

ความสัมพันธ์ระหว่างโมล เขียนถกู ต้องตาม ลำดบั หัวข้อเนอ้ื หา กำหนด ลำดบั ตามที่กำหนด

กับจำนวนอนุภาคสารได้ หลกั ภาษา ชัดเจน และมกี าร หัวข้อเนื้อหา ลำดับหวั ขอ้

ลำดับหัวข้อ อธิบายได้อย่างมี ชดั เจน เนือ้ หาไม่

เน้อื หาชดั เจน เหตุผล ชัดเจน

และมีการอธิบาย

ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล

เกณฑ์การตัดสนิ
ระดับ 4 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดีเยี่ยม
ระดับ 3 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพปรับปรุง

เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับ 3 ข้นึ ไป ร้อยละ 60 ถอื ว่าประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
- ใฝ่เรยี นรู้ กลา้ ซกั ถาม และมคี วามรบั ผิดชอบ

ประเดน็ การประเมนิ 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ต้ังใจและรับผดิ ชอบ ตั้งใจและรบั ผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผดิ ชอบในการ
และมคี วามรบั ผิดชอบ ใน การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ในการปฏิบตั หิ นา้ ท่ี รับผดิ ชอบในการ ปฏบิ ตั ิหนา้ ทที่ ี่
ทไี่ ดร้ บั มอบหมายให้ ท่ีได้รบั มอบหมาย ปฏิบตั ิหนา้ ทที่ ี่ ไดร้ ับมอบหมาย

สำเร็จ มีการ ให้สำเร็จ มีการ ได้รบั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรงุ และ ปรบั ปรุงและพฒั นา ให้สำเรจ็ มกี าร

พัฒนาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ขี ้นึ ปรบั ปรุงและ

ดขี ึ้นด้วยตนเองและ ดว้ ยตนเอง พัฒนา

เป็นแบบอยา่ งทดี่ ี การทำงานดขี น้ึ

เกณฑ์การตัดสนิ
ระดับ 4 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพดีเยี่ยม
ระดับ 3 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถงึ มีระดับคุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพปรับปรุง

เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึ้นไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเร็จในการสอน

บันทึกผลหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2

รายวิชา เคมี 2 รหสั ว 31222 เรอื่ ง โมลกับอนุภาคของสาร

สรปุ ผลการเรยี นการสอน
นักเรยี นจำนวน .....................................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ..................................................
ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................
ได้แก่
1. ............................................................................................................................................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................
นักเรียนทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1..............................................................................................................................................
2. .......................................................................................................................... ...................
3. .............................................................................................................................................

ผลการเรยี นรขู้ องนักเรียนและปญั หาทีเ่ กดิ ขึน้ ในระหวา่ งการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแก้ปัญหาหรอื ปรบั ปรงุ แผนการจดั การเรยี นรู้ครง้ั ตอ่ ไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ....................................... ครผู สู้ อน
(นางสาวฉัตรชฎา ติงสะ)
............/............../..............

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมาย
1. องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู้
 ครบถ้วนและถกู ต้อง
 ยงั ไมค่ รบถว้ นหรือไม่ถูกต้อง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรกู้ บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ
 ยังเน้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
4. สอ่ื การเรียนรู้
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรยี นรู้
 ยังไม่เหมาะ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรยี นรู้
 ยงั ไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชื่อ ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
............/............../..............

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 3

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนสวายวิทยาคาร
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
รายวชิ า เคมี 1 รหัส ว31222 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4
เรอื่ ง โมลต่อโมล
หน่วยการเรียนรู้ : โมลและสูตรเคมี ผสู้ อน นางสาวฉตั รชฎา ติงสะ

เวลา 2 ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้
สาระเคมี มาตรฐาน 3 เขา้ ใจหลกั การทำปฏบิ ตั ิการเคมี การวัดปริมาณสาร หน่วยวัดและการเปลย่ี น

หนว่ ย การคำนวณปริมาณของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลายรวมทง้ั การบูรณาการหาความรู้ และทักษะใน
การอธิบายปรากฏการณ์ในชวี ิตประจำวนั และการแก้ปัญหาทางเคมี
ผลการเรียนรู้

1. บอกความหมายความหมายและคำนวณมวลอะตอมของธาตุ โมล มวลโมเลกลุ และมวลสูตร
สาระสำคญั

คาร์บอน-12 จำนวน 10 อะตอม มมี วล 12.00 x 1.66 x 10-24 กรัม คาร์บอน-12 จำนวน 1 โมล มี
มวลเท่ากบั 12.00 กรัมซงึ่ เรยี กคา่ กรัมตอ่ โมลว่า มวลตอ่ โมล
สาระการเรยี นรู้

มวลต่อโมล , มวลโมเลกุล และมวลสูตร
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ดา้ นความรู้
1.1 นกั เรยี นสามารถอธิบายความหมายของมวลตอ่ โมล , มวลโมเลกลุ และมวลสูตรได้
1.2 นกั เรยี นสามารถคำนวณหามวลต่อโมล , มวลโมเลกลุ และมวลสูตรได้

2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
2.1 นกั เรียนสามารถตคี วามหมาย และสรปุ เกีย่ วกับมวลตอ่ โมล , มวลโมเลกุล และมวลสูตรได้

3. ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
3.1 นักเรียนใฝ่เรยี นรู้ กล้าซักถาม และมคี วามรบั ผดิ ชอบ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด

ดา้ นความสามารถและทักษะของผเู้ รยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อา่ นออก)  R2– (W)Riting (เขียนได้)  R3 – (A)Rithmetics(คดิ เลขเป็น)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและ ทกั ษะใน
การแก้ปัญหา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม และ
ภาวะผนู้ ำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และ
รู้เท่าทันส่ือ)
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรณุ า ความมรี ะเบียบวนิ ัย มคี ณุ ธรรม-จรยิ ธรรม)

ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. สรุปเกีย่ วกบั มวลอะตอมสมั พทั ธ์ และมวลของธาตุ 1 อะตอม มวลอะตอมเฉลยี่ ของธาตุ
2. แบบฝึกหัดที่ 4.3 ในหนังสือเคมรี ายวิชชาเพ่มิ เตมิ ม.4 เลม่ 2 (หลกั สูตรปรบั ปรุง 2560)

กิจกรรมการเรยี นรู้

รปู แบบการสอนทใี่ ชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ คอื การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

1. ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)

1.1 ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรยี น และเชค็ ชือ่ นกั เรียนก่อนเรยี น

1.2 ครูทบทวนความรู้เก่ียวกับความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนโมลกับอนุภาคของสารที่เขียนในรูป

อตั ราส่วนได้ดังน้ี

สาร 1 โมล หรอื สาร 6.02 x 10 23 อนภุ าค

สาร 6.02 x 10 23 อนภุ าค สาร 1 โมล

2. ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)

2.1 ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง มวลต่อโมล , มวลโมเลกุล และมวลสูตรจากใบความรู้หรือใน

หนังสือเรียน รายวชิ าเพ่ิมเตมิ เคมี เล่ม 2

2.2 ครถู ามคำถามนักเรยี นว่า คาร์บอน-12 จำนวน 10 อะตอม มีมวล 12.00 x 1.66 x 10-24 กรัม

นักเรยี นคดิ ว่าคารบ์ อน-12 จำนวน 1 โมล จะมมี วลในหนว่ ยกรัมเปน็ เท่าใด

(แนวคำตอบ 12 กรัม)

2.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำตอบเก่ียวกับคำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน เพื่อ

เช่อื มโยงไปสู่การเรยี นรูเ้ รื่อง มวลตอ่ โมล

3. ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)

3.1 ครูให้นักเรียนพิจารณาตัวอย่างการหามวลต่อโมลของธาตุบางชนิดในตาราง 4.3 เพ่ือให้

อภิปรายร่วมกนั วา่ ธาตุ 1 โมล มมี วลเทา่ ใดในหน่วยกรมั

3.2 ครูสรุปให้นักเรียนได้เข้าใจว่า มวลของธาตุ 1 โมล ในหน่วยกรัม (หรือ มวลต่อโมล) มีค่าเป็น
ตัวเลขเท่ากับมวลอะตอมของธาตุนั้น จากนั้นครูอธิบายการคำานวณเก่ียวกับมวล และโมลโดย
ยกตวั อยา่ งในหนงั สอื เรียนประกอบการอธบิ าย
3.3 ครูอธิบายเกี่ยวกับวิธีคำานวณมวลโมเลกลุ และมวลสตู รของสาร ซง่ึ หาได้จากผลรวมของ มวล
อะตอมของธาตุองค์ประกอบตามสูตรเคมี จากน้ันครูอธิบายการคำนวณโดยยกตัวอย่าง 4 และ 5
ในหนังสือเรยี นประกอบการอธิบาย เช่น
ตวั อย่างที่ 4 นำ้ ตาลทรายมีสูตรโมเลกลุ C12H22O11 จะมมี วลโมเลกลุ เท่าใด
วธิ ที ำ มวลโมเลกลุ ของ C12H22O11= (12× มวลอะตอมของ C) + (22 × มวลอะตอมของ H) +

(11× มวลอะตอมของ O)
= (12×12.0108) + (22×1.0079) + (11×15.9994)
= 342.2968
3.4 ครูในนกั เรยี นตอบคำาถามเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจ
3.4.1 สารตา่ งชนิดกันมจี ำานวนโมลเท่ากันจะมีจำนวนอนภุ าคเท่ากนั หรือไม่
(แนวคำตอบ สารที่มีอนุภาคอยู่ในรูปของอะตอมและโมเลกุลที่มีจำนวนโมลเท่ากันมี
จำนวนอนุภาค เท่ากัน เช่น โลหะโซเดียมและแก๊สออกซิเจนจำนวน 1 โมล มีจำนวน
6.02 × 1023 อนภุ าค เทา่ กนั
ส่วนสารท่ีอนุภาคอยู่ในรูปของไอออนท่ีมีจำานวนโมลเท่ากัน อาจมีจำนวน
อนุภาคไม่เท่ากับ สารอ่ืน ข้ึนอยู่กับองค์ประกอบของสารนั้น เช่น โซเดียมคลอไรด์ 1
โมล มีโซเดียมไอออน 6.02 × 1023 ไอออน และคลอไรด์ไอออน 6.02 × 1023 ไอออน
จงึ มจี ำนวนไอออนทง้ั หมด 2 × 6.02 × 1023 ไอออน)
3.4.2 สารต่างชนิดกนั มีมวลเท่ากนั จะมีจำนวนอนภุ าคเท่ากนั หรือไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ ส่วนใหญ่ไม่เท่ากัน เพราะสารต่างชนิดกันส่วนใหญ่มีมวลต่อโมลไม่
เท่ากัน ดงั น้นั ถา้ มวลเทา่ กัน จะมีจำนวนโมลไมเ่ ท่ากนั จึงมีจำนวนอนุภาคไมเ่ ท่ากัน)
4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.3 ให้กับนักเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพ่ือ
ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น
4.2 ครูสรปุ เน้ือหาเก่ยี วกบั มวลต่อโมล , มวลโมเลกุล และมวลสูตรเพิ่มเติมในบางส่วนท่ีนักเรียนยัง
ไมเ่ ขา้ ใจ
4.3 ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นสอบถามเนือ้ หาเร่อื ง มวลต่อโมล , มวลโมเลกลุ และมวลสตู ร
5. ข้ันประเมนิ ผล (Evaluation)
5.1 การสรปุ เนอื้ หาเรือ่ ง มวลตอ่ โมล , มวลโมเลกลุ และมวลสูตร
5.2 การใหค้ วามร่วมมอื ในตอบคำถาม และแสดงความคดิ เห็นในช้ันเรียน
5.3 แบบฝึกหดั ที่ 4.3 ในหนังสอื เคมีรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ม.4 เลม่ 2 (หลกั สูตรปรบั ปรุง 2560)

สือ่ และแหล่งเรยี นรู้

1. หนังสอื เรียนเคมีรายวชิ าเพิม่ เตมิ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 เล่ม 2 (สสวท)
2. งานนำเสนอ powerpoint เร่อื ง โมลและสูตรเคมี

การวัด และประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธวี ดั ผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารผ่านจดุ ประสงค์
ดา้ นความรู้ (K)
- สามารถอธบิ ายความหมายของ ตรวจสมดุ แบบประเมนิ ความรู้ ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 ขึน้ ไป
มวลต่อโมล , มวลโมเลกุล และมวล แบบฝึกหัด 4.3 ความเขา้ ใจ เร่ือง
สูตรได้ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
- สามารถคำนวณหามวลต่อโมล , ตรวจสมดุ มวลต่อโมล ระดับดขี นึ้ ไป
มวลโมเลกุล และมวลสตู รได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P) การสงั เกต แบบประเมินทกั ษะ ระดับคุณภาพ 3 หรือ
- สามารถตคี วามหมาย และสรุป พฤติกรรมในช้ัน การตีความหมาย ระดับดขี ้นึ ไป
เกยี่ วกบั มวลต่อโมล , มวลโมเลกลุ เรยี นตง้ั ใจใฝ่ ขอ้ มลู และการลง
และมวลสตู รได้ เรียนรู้ มีความ ข้อสรุป เรอื่ ง มวลต่อ ระดับคุณภาพ 3 หรอื
ระดบั ดขี ้นึ ไป
ด้านคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ (A) รบั ผิดชอบ โมล
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซกั ถาม และมีความ การสงั เกต แบบประเมนิ
รบั ผิดชอบ พฤติกรรมในช้ัน คณุ ลกั ษณะอนั พึง
เรียนตงั้ ใจใฝ่ ประสงคด์ า้ นการใฝ่
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน เรียนรู้ มคี วาม เรยี นรู้ และมคี วาม
- ความสามารถในการคิด รับผิดชอบ รบั ผิดชอบ
- ความสามารถในการสื่อสาร
แบบประเมิน
สมรรถนะสำคัญของ

ผ้เู รยี น

เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
- สามารถอธิบายความหมายของมวลต่อโมล , มวลโมเลกลุ และมวลสตู รได้
- สามารถคำนวณหามวลต่อโมล , มวลโมเลกุล และมวลสตู รได้

ประเด็นการประเมิน 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

- ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย เนอื้ หาครบถ้วน เนอ้ื หาครบถ้วน เนอื้ หาบางส่วน เน้ือหาไม่

ความหมายของมวลต่อโมล ตามที่กำหนด ตามทก่ี ำหนด ไมส่ มบูรณ์ตามท่ี สมบูรณ์

, มวลโมเลกลุ และมวลสตู ร เขียนถกู ต้องตาม ลำดบั หัวขอ้ กำหนด ลำดับ ตามทีก่ ำหนด

ได้ หลักภาษา เน้ือหาชัดเจน หัวขอ้ เนอื้ หา ลำดับหวั ขอ้

ลำดบั หวั ข้อเน้ือหา และมกี ารอธิบาย ชดั เจน เนื้อหาไม่

ชัดเจน และมกี าร ไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล ชดั เจน

อธิบายได้อย่างมี

เหตุผล

- สามารถคำนวณหามวล คำนวณได้ถกู ต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณได้
ตอ่ โมล , มวลโมเลกลุ และ ตามหลกั การ ระบุ ถกู ต้องตาม ถูกต้องตาม ถกู ต้องตาม
มวลสตู รได้ หนว่ ยได้ถูกต้อง หลกั การแต่ผิด หลักการแต่ผิด หลกั การแต่
ไป 3-4 ข้อ หรอื ผดิ ไปมากกว่า
ไป 1-2 ข้อ หรอื ระบุหน่วยผิดไป 3-4 ข้อ
ระบหุ นว่ ยผิดไป
3-4 ขอ้
1-2 ขอ้

เกณฑก์ ารตดั สนิ
ระดบั 4 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดีเยยี่ ม
ระดับ 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มีระดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพปรับปรุง

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับ 3 ข้ึนไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
- สามารถตีความหมาย และสรปุ เกีย่ วกับมวลตอ่ โมล , มวลโมเลกุล และมวลสูตรได้

ประเดน็ การประเมิน 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- สามารถตีความหมาย เนอ้ื หาครบถว้ น เน้ือหาครบถว้ น เนื้อหาบางส่วน เนื้อหาไม่

และสรุปเกี่ยวกับมวลต่อ ตามที่กำหนด ตามทีก่ ำหนด ไมส่ มบูรณ์ตามที่ สมบูรณ์

โมล , มวลโมเลกุล และ เขียนถูกต้องตาม ลำดบั หวั ขอ้ เนื้อหา กำหนด ลำดับ ตามทีก่ ำหนด

มวลสูตรได้ หลักภาษา ชัดเจน และมกี าร หัวข้อเนอ้ื หา ลำดบั หัวขอ้

ลำดบั หัวขอ้ อธบิ ายได้อยา่ งมี ชดั เจน เนอ้ื หาไม่

เน้อื หาชัดเจน เหตุผล ชดั เจน

และมีการอธบิ าย

ไดอ้ ย่างมเี หตผุ ล

เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพดีเย่ยี ม
ระดบั 3 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับ 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรบั ผิดชอบ

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผิดชอบในการ
และมคี วามรับผดิ ชอบ ใน การปฏบิ ัติหนา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ รับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ี
ทีไ่ ดร้ บั มอบหมายให้ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ี ได้รบั มอบหมาย

สำเร็จ มีการ ใหส้ ำเรจ็ มีการ ไดร้ บั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรงุ และ ปรับปรงุ และพฒั นา ใหส้ ำเร็จ มีการ

พฒั นาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรุงและ

ดีขน้ึ ดว้ ยตนเองและ ด้วยตนเอง พฒั นา

เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี การทำงานดขี ึ้น

เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยีย่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

บนั ทึกผลหลงั การสอน แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 เรื่อง มวลต่อโมล
รายวชิ า เคมี 2 รหัส ว 31222

สรปุ ผลการเรียนการสอน
นกั เรยี นจำนวน .....................................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ..................................................
ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................................
ไดแ้ ก่
1. ............................................................................................................................................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................
นักเรยี นท่มี ีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1.................................................................................................................. ............................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................

ผลการเรยี นรขู้ องนักเรียนและปัญหาท่ีเกดิ ขึน้ ในระหว่างการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแก้ปัญหาหรือปรบั ปรุงแผนการจัดการเรยี นรคู้ ร้งั ตอ่ ไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ....................................... ครูผู้สอน
(นางสาวฉตั รชฎา ตงิ สะ)
............/............../..............

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
1. องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู้
 ครบถ้วนและถกู ต้อง
 ยงั ไมค่ รบถว้ นหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรกู้ บั หลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ
 ยังเน้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
4. สอ่ื การเรียนรู้
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้
 ยังไม่เหมาะ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลมุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................... .........
.......................................................................................................................... ....................................................

ลงชื่อ ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
............/............../..............

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2565
รายวชิ า เคมี 2 รหัส ว31222 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
เร่อื ง โมลกับมวล
หนว่ ยการเรยี นรู้ : โมลและสูตรเคมี ผู้สอน นางสาวฉตั รชฎา ตงิ สะ

เวลา 2 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้

สาระเคมี มาตรฐาน 3 เข้าใจหลกั การทำปฏบิ ตั ิการเคมี การวดั ปรมิ าณสาร หน่วยวดั และการเปลย่ี น

หน่วย การคำนวณปริมาณของสาร ความเขม้ ขน้ ของสารละลายรวมทั้งการบูรณาการหาความรู้ และทกั ษะใน

การอธบิ ายปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจำวนั และการแกป้ ัญหาทางเคมี

ผลการเรียนรู้

2. อธิบายและคำนวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนุภาค มวล และ

ปริมาตรของแกส๊ ท่ี STP

สาระสำคัญ

สารปริมาณ 1 โมล มีจำนวนอนุภาคเท่ากับเลขอาโวกาโดร คือ 6.02 x 1023 และจะเท่ากับจำนวน

อะตอมของคาร์บอน-12 ที่มมี วล 12 กรัม แสดงว่า คาร์บอน-12 ปรมิ าณ 1 โมล มีมวลเท่ากบั 12 กรมั และค่า

มวลน้ีเรียกว่า มวลต่อโมล ทำให้ได้ข้อสรุปว่า สาร ท่ีมีปรมิ าณ 1 โมลจะมีมวลเป็นกรัมเท่ากับมวลอะตอมหรือ

มวลโมเลกุลของสารน้นั

สาระการเรียนรู้

โมลกบั มวลของสาร

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. ด้านความรู้

1.1 นักเรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งโมลกับมวลของสารได้

1.2 นกั เรยี นสามารถคำนวณหามวลของสารได้จากความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งโมลกบั มวลของสาร

2. ด้านทกั ษะกระบวนการ

2.1 นักเรียนสามารถตคี วามหมาย และสรุปเก่ยี วกบั ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโมลกบั มวลของสารได้

3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

3.1 นักเรยี นใฝ่เรยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรับผิดชอบ

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ

ด้านความสามารถและทกั ษะของผเู้ รยี นศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได้)  R3 – (A)Rithmetics(คิดเลขเป็น)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา้ นการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและ ทกั ษะใน
การแกป้ ัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และ
ภาวะผูน้ ำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และ
รเู้ ท่าทันสอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรณุ า ความมีระเบียบวินยั มคี ณุ ธรรม-จริยธรรม)

ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. สรปุ เกีย่ วกับความสมั พันธร์ ะหวา่ งโมลกบั มวลของสาร
2. แบบฝึกหัดท่ี 4.3 ในหนงั สอื เคมี ม.4 เลม่ 2 (หลักสตู รปรบั ปรงุ 2560)

กจิ กรรมการเรยี นรู้
รูปแบบการสอนท่ีใชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คอื การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E
1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูกล่าวทักทายนักเรียน และเช็คชื่อนกั เรยี นกอ่ นเรียน
1.2 ครูทบทวนเน้ือหาโดยการอธิบายเก่ียวกับวิธีคำนวณมวลโมเลกุลและมวลสูตรของสาร ซึ่งหา
ได้จากผลรวมของ มวลอะตอมของธาตุองค์ประกอบตามสูตรเคมี จากนั้นครูอธิบายการคำนวณ
โดยยกตวั อยา่ งทบทวน
2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครูถามนักเรียนว่า ถ้า 1 โมลอะตอมของธาตุ จะมีมวลท่ีเป็นกรัมเท่ากับมวลอะตอมของธาตุ
แล้ว 1 โมลอะตอมของธาตุ จะมีจำนวนอนุภาคเท่ากับ 6.02 x 1023 อะตอม ดังนั้นสามารถสร้าง
ความสมั พันธ์ระหว่าง มวลกบั จำนวนอะตอมได้หรอื ไม่
2.2 ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาหนว่ ยบอกปรมิ าณสารในหนว่ ยโมล จากใบความรู้หรอื ในหนงั สือเรียน
รายวชิ าเพิม่ เตมิ เคมี เลม่ 2
2.3 นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายหาคำตอบเกีย่ วกับคำถามตามความคิดเหน็ ของแต่ละคน เพ่อื
เชือ่ มโยงไปสู่การเรยี นรู้เร่ือง โมล

3. ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
3.1 ครูอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนโมลกับมวลของสารที่เขียนในรูป
อัตราส่วนได้ดงั นี้

สาร 1 โมล หรือ มวลอะตอมหรือมวลโมเลกุล

มวลอะตอมหรือมวลโมเลกุล สาร 1 โมล

3.2 ครอู ธิบายโดยการยกตัวอยา่ งประกอบ พร้อมบอกแนวการวิเคราะห์โจทย์ ดังน้ี

ตัวอย่างที่ 1 นำ้ (H2O) 1 กิโลกรมั มีจำนวนกโ่ี มเลกุล

แนวการวิเคราะห์

โจทยก์ ำหนดจำนวนมวลของ H2O ตอ้ งการทราบจำนวนโมเลกุล การเปลีย่ นหน่วย

มวลให้เป็นโมเลกลุ จะใชอ้ ตั ราสว่ นทีม่ ีหนว่ ยมวลเปน็ สว่ น เพอ่ื ให้ตัดกับหนว่ ยมวลของ

ปรมิ าณที่โจทย์กำหนด จากมวลเป็นกรัมเทา่ กับมวลโมเลกุล

ดังน้ัน มวลโมเลกลุ ของ H2O = (2 x 1.0079) + 15.9994 = 18.0152 กรัม

วิธีทำ โมเลกุลของ H2O = 1,000 g H2O x 1 โมล H2O x 6.02 × 1023โมเลกลุ ของ H2O
18.0152 gH2O 1 โมล H2O
= 3.34 x 10 25 โมเลกุล

4. ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.3 ให้กับนักเรียนเพ่ือเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพ่ือ

ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน

4.2 ครสู รุปเนื้อหาเก่ียวกับ การคำนวณจำนวนโมลของสาร และมวลของสารเพิ่มเติมในบางส่วนท่ี

นกั เรยี นยงั ไมเ่ ขา้ ใจ

4.3 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเน้ือหาเร่ือง การคำนวณจำนวนโมลของสาร และมวลของ

สาร
5. ขนั้ ประเมนิ ผล (Evaluation)

5.1 การสรุปเนือ้ หาเรอ่ื ง การคำนวณจำนวนโมลของสาร และมวลของสาร
5.2 การใหค้ วามร่วมมอื ในตอบคำถาม และแสดงความคิดเหน็ ในช้นั เรียน
5.3 แบบฝกึ หดั ท่ี 4.3 ในหนงั สือเคมรี ายวิชาเพมิ่ เตมิ ม.4 เลม่ 2 (หลกั สูตรปรับปรุง 2560)
สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรยี นเคมีรายวิชาเพิ่มเตมิ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 เล่ม 2 (สสวท)

2. งานนำเสนอ powerpoint เร่อื ง โมลและสตู รเคมี

การวดั และประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธวี ดั ผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑก์ ารผ่านจุดประสงค์
ด้านความรู้ (K) ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 ขึ้นไป
- สามารถอธิบายความหมายของ ตรวจสมุด แบบประเมนิ ความรู้
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างโมลกบั มวล แบบฝึกหัด 4.3 ความเข้าใจ เรื่อง
ของสารได้ มวลโมเลกลุ และ
- สามารถคำนวณหามวลของสารได้ มวลของสาร 1
จากความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งโมลกับ
มวลของสาร โมเลกลุ

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ตรวจสมดุ แบบประเมนิ ทกั ษะ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
- สามารถตีความหมาย และสรุป การตคี วามหมาย ระดบั ดขี นึ้ ไป
เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโมล ขอ้ มูล และการลง
กบั มวลของสารได้ ข้อสรุป เรอ่ื ง มวล ระดบั คุณภาพ 3 หรือ
โมเลกลุ และมวลของ ระดบั ดขี น้ึ ไป
สาร 1 โมเลกลุ
ระดับคุณภาพ 3 หรือ
ดา้ นคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ (A) การสังเกต แบบประเมิน ระดบั ดขี ึ้นไป
- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซกั ถาม และมีความ พฤติกรรมในชน้ั คณุ ลักษณะอันพึง
รบั ผิดชอบ เรยี นตั้งใจใฝ่ ประสงคด์ า้ นการใฝ่
เรยี นรู้ มคี วาม เรยี นรู้ และมีความ

รับผดิ ชอบ รับผดิ ชอบ

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน การสังเกต

- ความสามารถในการคิด พฤติกรรมในชัน้ แบบประเมนิ

- ความสามารถในการสอ่ื สาร เรยี นตัง้ ใจใฝ่ สมรรถนะสำคัญของ

เรียนรู้ มคี วาม ผเู้ รียน

รบั ผิดชอบ

เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K)
- สามารถอธบิ ายความหมายของความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งโมลกับมวลของสารได้
- สามารถคำนวณหามวลของสารไดจ้ ากความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งโมลกบั มวลของสาร

ประเดน็ การประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

- สามารถอธบิ าย 4 3 21
ความหมายของ
ความสมั พันธ์ระหว่างโมล เน้ือหาครบถ้วน เนอ้ื หาครบถว้ น เนอ้ื หาบางสว่ น เน้ือหาไม่
กบั มวลของสารได้
ตามทีก่ ำหนด ตามที่กำหนด ไมส่ มบรู ณ์ตามที่ สมบรู ณ์

เขยี นถกู ต้องตาม ลำดบั หวั ข้อ กำหนด ลำดับ ตามที่กำหนด

หลกั ภาษา เนือ้ หาชัดเจน หวั ข้อเนอ้ื หา ลำดับหัวขอ้

ลำดับหวั ข้อเนื้อหา และมีการอธิบาย ชัดเจน เน้ือหาไม่

ชดั เจน และมกี าร ได้อยา่ งมีเหตุผล ชดั เจน

อธบิ ายได้อย่างมี

เหตุผล

- สามารถคำนวณหามวล คำนวณได้ถูกต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณได้

ข อ ง ส า ร ไ ด้ จ า ก ตามหลักการ ระบุ ถูกต้องตาม ถูกต้องตาม ถกู ต้องตาม

ความสัมพันธ์ระหว่างโมล หน่วยได้ถูกต้อง หลกั การแตผ่ ดิ หลกั การแตผ่ ดิ หลักการแต่

กบั มวลของสาร ไป 1-2 ข้อ หรอื ไป 3-4 ข้อ หรอื ผิดไปมากกว่า

ระบหุ น่วยผิดไป ระบหุ นว่ ยผิดไป 3-4 ข้อ

1-2 ข้อ 3-4 ข้อ

เกณฑ์การตัดสิน
ระดับ 4 หมายถงึ มีระดับคุณภาพดีเย่ยี ม
ระดับ 3 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ มีระดับคุณภาพปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน ไดร้ ะดบั 3 ขน้ึ ไป ร้อยละ 60 ถือว่าประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
- สามารถตีความหมาย และสรปุ เกี่ยวกับความสัมพนั ธ์ระหว่างโมลกบั มวลของสารได้

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคุณภาพ 1
32

- สามารถตีความหมาย เน้อื หาครบถว้ น เนือ้ หาครบถ้วน เนื้อหาบางสว่ น เนื้อหาไม่

แ ล ะ ส รุ ป เ ก่ี ย ว กั บ ตามที่กำหนด ตามทีก่ ำหนด ไม่สมบูรณ์ตามท่ี สมบูรณ์

ความสัมพันธ์ระหว่างโมล เขียนถูกต้องตาม ลำดับหวั ข้อเนอื้ หา กำหนด ลำดับ ตามท่ีกำหนด

กบั มวลของสารได้ หลักภาษา ชัดเจน และมกี าร หัวขอ้ เน้อื หา ลำดับหัวข้อ

ลำดับหวั ข้อ อธิบายได้อย่างมี ชดั เจน เนือ้ หาไม่

เนื้อหาชดั เจน เหตุผล ชัดเจน

และมกี ารอธิบาย

ได้อยา่ งมีเหตุผล

เกณฑ์การตัดสนิ
ระดบั 4 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยี่ยม
ระดับ 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพปรับปรงุ

เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขนึ้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเร็จในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรบั ผิดชอบ

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผิดชอบในการ
และมคี วามรับผดิ ชอบ ใน การปฏบิ ัติหนา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ รับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ี
ทีไ่ ดร้ บั มอบหมายให้ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ี ได้รบั มอบหมาย

สำเร็จ มีการ ใหส้ ำเรจ็ มีการ ไดร้ บั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรงุ และ ปรับปรงุ และพฒั นา ใหส้ ำเร็จ มีการ

พฒั นาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรุงและ

ดีขน้ึ ดว้ ยตนเองและ ด้วยตนเอง พฒั นา

เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี การทำงานดขี ึ้น

เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยีย่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

บนั ทึกผลหลงั การสอน แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 เรือ่ ง โมลกับมวล
รายวิชา เคมี 2 รหสั ว 31222

สรปุ ผลการเรียนการสอน
นกั เรียนจำนวน .....................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ..................................................
ไมผ่ ่านจุดประสงค์ ................................คน คดิ เปน็ ร้อยละ .................................................
ไดแ้ ก่
1. ............................................................................................................................................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................
นักเรียนที่มคี วามสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1.................................................................................................................. ............................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................

ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นและปัญหาท่ีเกดิ ขึน้ ในระหว่างการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแก้ปัญหาหรอื ปรบั ปรงุ แผนการจดั การเรียนร้คู รัง้ ตอ่ ไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ....................................... ครูผ้สู อน
(นางสาวฉตั รชฎา ติงสะ)
............/............../..............

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษา/ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
1. องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
 ครบถว้ นและถูกต้อง
 ยงั ไม่ครบถว้ นหรอื ไมถ่ ูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้กบั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไมส่ อดคล้อง ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. รปู แบบของการจัดการเรียนรู้
 เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ
 ยงั เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
4. ส่อื การเรียนรู้
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้
 ยังไมเ่ หมาะ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
5. การประเมินผลการเรยี นรู้
 ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลมุ ประสงค์การเรียนรู้ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
6. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ

............................................................................................................................................................... ...............
........................................................................................................................................ ......................................
............................................................................................. .................................................................................

ลงช่ือ ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
............/............../..............

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 5

กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
รายวชิ า เคมี 2 รหัส ว31222 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
เรอ่ื ง โมลกับปริมาตรแกส๊
หนว่ ยการเรียนรู้ : โมลและสูตรเคมี ผ้สู อน นางสาวฉัตรชฎา ตงิ สะ

เวลา 2 ชั่วโมง

มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรยี นรู้
สาระเคมี มาตรฐาน 3 เขา้ ใจหลักการทำปฏบิ ัติการเคมี การวัดปริมาณสาร หนว่ ยวดั และการเปล่ยี น

หน่วย การคำนวณปริมาณของสาร ความเขม้ ขน้ ของสารละลายรวมทง้ั การบรู ณาการหาความรู้ และทกั ษะใน
การอธิบายปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวนั และการแก้ปัญหาทางเคมี
ผลการเรยี นรู้

2. อธิบายและคำนวณปริมาณใดปริมาณหน่ึงจากความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนุภาค มวล และ
ปรมิ าตรของแกส๊ ท่ี STP
สาระสำคญั
ปริมาณในสถานะแก๊สส่วนใหญ่ระบุเป็นปริมาตร และต้องระบุอุณหภูมิ และความดันท่ีวัดปริมาตรไว้
ด้วย นักวิทยาศาสตร์กำหนดให้อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส และความดัน 1 บรรยากาศเป็นภาวะมาตรฐาน
(Standard Temperature and Pressure : STP ) จากการคำนวณหาปริมาตรต่อโมลของแก๊ส สรุปได้ว่า
แก๊สใด ๆ 1 โมล มีปริมาตร 22.4 ลูกบาศก์เดซเิ มตร หรอื 22.4 ลิตรที่ STP
สาระการเรยี นรู้

โมลกบั ปรมิ าตรของแกส๊
จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. ดา้ นความรู้
1.1 นกั เรยี นสามารถอธิบายความหมายของความสัมพันธร์ ะหวา่ งโมลกบั ปริมาตรของแกส๊ ได้
1.2 นกั เรยี นสามารถคำนวณหาปริมาตรแกส๊ ได้โดยใช้ความสัมพนั ธโ์ มลกับปรมิ าตรของแกส๊

2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
2.1 นักเรียนสามารถตคี วามหมาย และสรุปความสมั พนั ธ์ระหว่างโมลกับปรมิ าตรของแกส๊ ได้

3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
3.1 นักเรียนใฝ่เรียนรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรบั ผิดชอบ

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด

ด้านความสามารถและทักษะของผู้เรยี นศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อา่ นออก)  R2– (W)Riting (เขียนได)้  R3 – (A)Rithmetics(คดิ เลขเปน็ )
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและ ทกั ษะใน
การแกป้ ัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม และ
ภาวะผู้นำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และ
รเู้ ท่าทนั สือ่ )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรุณา ความมีระเบยี บวนิ ัย มีคุณธรรม-จริยธรรม)

ช้นิ งาน/ภาระงาน

1. สรปุ เก่ียวกับความสมั พนั ธ์ระหวา่ งโมลกบั ปริมาตรแกส๊

2. แบบฝึกหดั ท่ี 4.4 ในหนังสือเคมี ม.4 เลม่ 2 (หลักสูตรปรับปรงุ 2560)

กิจกรรมการเรียนรู้

รปู แบบการสอนทใี่ ช้ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คือ การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

1. ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement)

1.1 ครูกลา่ วทักทายนกั เรียน และเชค็ ช่อื นกั เรยี นก่อนเรยี น

1.2 ครูทบทวนโดยอธิบายให้ความรู้เก่ียวกับความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนโมลกับมวลของสารที่

เขียนในรูปอตั ราสว่ น และยกตัวอยา่ ง

สาร 1 โมล หรือ มวลอะตอมหรือมวลโมเลกลุ

มวลอะตอมหรือมวลโมเลกลุ สาร 1 โมล

2. ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)

2.1 ครูกระตุ้นให้นักเรียนคิดว่า แก๊สมีลักษณะที่ฟุ้งกระจายไม่สามารถนำมาช่ังหามวลได้ เราจะ

สามารถวัดหาปริมาณแก๊สไดอ้ ยา่ งไร

2.2 นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำตอบเก่ียวกับคำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน เพ่ือ

เชื่อมโยงไปส่กู ารเรยี นรูเ้ รอื่ ง ความสมั พันธ์ของโมลกบั ปริมาตรแก๊ส

2.3 ครูใหค้ วามรนู้ ักเรียนวา่ ในรอบตวั เรามีสารท่ีมีสถานะเปน็ แกส๊ อย่มู าก และไม่สามารถนำมาชั่ง

หามวลได้ ในการคำนวณเก่ียวกับแก๊สจะวัดปริมาตร และถ้าอุณหภูมิ หรือความดันเปล่ียนก็จะ

ส่งผลทำให้ปริมาตรของแก๊สเปลี่ยนด้วย จึงมีการกำหนดมาตรฐานการวัดท่ีอุณหภูมิ 0 องศา
เซลเซียส และความดนั 1 บรรยากาศ เรียกว่า ปรมิ าตรที่ STP

3. ข้นั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)

3.1 ครูอธิบายเก่ียวกับการวัดปริมาณสารท่ีมีสถานะแก๊สซึ่งนิยมวัดในหน่วยปริมาตร ซึ่งต้องระบุ

อุณหภูมิและความดัน รวมทั้งอุณหภูมิและความดนั ทภ่ี าวะมาตรฐานของแกส๊ หรอื ที่ STP

3.2 ครูให้นักเรียนพิจารณาตาราง 4.4 ที่แสดงมวลของแก๊สบางชนิดปริมาตร 1 ลิตร ที่ STP แล้ว

ใช้คำาถาม วา่ แก๊ส 1 โมลมีปริมาตรเท่าใดที่ STP

(แนวคำตอบ แกส๊ ใด ๆ 1 โมลมปี ริมาตร 22.4 ลกู บาศก์ เดซิเมตรหรือ 22.4 ลิตร ท่ี STP)

3.3 ครูอธิบายให้ความรู้ความสัมพันธ์โมลกับปริมาตรของแก๊สท่ี STP มีความสัมพันธ์ในรูป

แฟคเตอรเ์ ปล่ียนหน่วยสามารถเขยี นได้ดังนี้

แก๊ส 1 โมล หรือ แกส๊ 22.4 ลกู บาศก์เดซเิ มตร ที่ STP

แกส๊ 22.4 ลกู บาศก์เดซิเมตร ท่ี STP แกส๊ 1 โมล

3.4 ครแู สดงการคำานวณปริมาตรของแก๊สฮเี ลียม 1 โมล ซึง่ มีมวล 0.179 กรัมประกอบการ

อธิบาย

วิธที ำ

แก๊สฮีเลยี ม 1 โมล ที่ STP มมี วล 0.179 กรัม เขยี นแฟคเตอรไ์ ด้เปน็ 1 LHe
ปรมิ าตรที่ STP ของ He = 4.00 0.179 gHe
gHe x 1 LHe
0.179 gHe = 22.4 LHe

3.5 ครูทำการยกแก๊สอืน่ ๆในตวั อยา่ งเพิ่มเติม

3.6 การคำนวณปรมิ าตรตอ่ โมลของแสอื่นๆ ก็พบวา่ มีปริมาตรเทา่ กับ 22.4 L ท่ี STP สามารถสรปุ

ได้วา่ แกส๊ ใด ๆ 1 โมลมปี ริมาตร 22.4 ลกู บาศก์เดซิเมตรหรอื 22.4 ลติ ร ท่ี STP

4. ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)

4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.4 ให้กับนักเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพ่ือ

ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียน

4.2 ครูสรุปเน้ือหาเกี่ยวกับ การคำนวณจำนวนโมลของสาร และปริมาตรของแก๊สท่ี STP เพิ่มเติม

ในบางสว่ นที่นักเรยี นยังไมเ่ ขา้ ใจ

4.3 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเร่ือง การคำนวณจำนวนโมลของสาร และปริมาตร

ของแกส๊ ที่ STP

5. ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation)

5.1 การสรปุ เนื้อหาเร่อื ง การคำนวณจำนวนโมลของสาร และปริมาตรของแกส๊ ที่ STP

5.2 การใหค้ วามรว่ มมอื ในตอบคำถาม และแสดงความคดิ เห็นในช้นั เรียน

5.3 แบบฝกึ หดั ท่ี 4.4 ในหนังสอื เคมรี ายวชิ าเพ่มิ เตมิ ม.4 เล่ม 2 (สสวท)

สือ่ และแหล่งเรยี นรู้

1. หนังสือเรยี นเคมรี ายวชิ าเพม่ิ เติม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 เล่ม 2 (สสวท)
2. งานนำเสนอ powerpoint เรอื่ ง โมลและสตู รเคมี

การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ วี ัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การผา่ นจุดประสงค์

ดา้ นความรู้ (K)

- สามารถอธิบายความหมายของ

ค ว าม สั ม พั น ธ์ระห ว่างโม ล กั บ ตรวจสมุด แบบประเมนิ ความรู้

ปริมาตรของแก๊สได้ แบบฝกึ หดั ที่ ความเข้าใจ เร่ือง ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 ข้ึนไป

- สามารถคำนวณหาปริมาตรแกส๊ 4.4 โมลกับปรมิ าตรของ

ไดโ้ ดยใชค้ วามสัมพันธโ์ มลกับ แก๊สที่ STP

ปรมิ าตรของแกส๊

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) แบบประเมนิ ทกั ษะ

- สามารถตีความหมาย และสรุป การตีความหมาย

ค ว าม สั ม พั น ธ์ระห ว่างโม ล กั บ ตรวจสมดุ ขอ้ มูล และการลง ระดับคุณภาพ 3 หรือ

ปริมาตรของแกส๊ ได้ ข้อสรปุ เร่ือง โมลกับ ระดบั ดขี ้ึนไป

ปริมาตรของแก๊สที่

STP

ด้านคุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (A) การสงั เกต แบบประเมนิ

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซกั ถาม และมีความ พฤติกรรมในช้ัน คุณลักษณะอันพึง ระดบั คุณภาพ 3 หรือ
ระดับดขี น้ึ ไป
รบั ผิดชอบ เรียนตั้งใจใฝ่ ประสงคด์ ้านการใฝ่

เรยี นรู้ มคี วาม เรยี นรู้ และมีความ

รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น การสังเกต แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
- ความสามารถในการคดิ พฤติกรรมในชนั้ สมรรถนะสำคัญของ ระดบั ดขี ึ้นไป
- ความสามารถในการสือ่ สาร เรียนตง้ั ใจใฝ่
เรยี นรู้ มคี วาม ผู้เรียน

รบั ผดิ ชอบ

เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ด้านความรู้ (K)
สามารถอธบิ ายความหมายของความสัมพันธร์ ะหว่างโมลกบั ปรมิ าตรของแก๊สได้
สามารถคำนวณหาปริมาตรแก๊สได้โดยใชค้ วามสมั พันธ์โมลกบั ปรมิ าตรของแก๊ส

ประเดน็ การประเมนิ 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

- ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย เน้อื หาครบถ้วน เนอ้ื หาครบถ้วน เน้ือหาบางส่วน เนอ้ื หาไม่

ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ตามทีก่ ำหนด ตามทกี่ ำหนด ไมส่ มบรู ณ์ตามที่ สมบรู ณ์

ความสัมพันธ์ระหว่างโมล เขียนถูกต้องตาม ลำดบั หวั ขอ้ กำหนด ลำดบั ตามทก่ี ำหนด

กบั ปรมิ าตรของแก๊สได้ หลกั ภาษา เนอ้ื หาชดั เจน หวั ข้อเนือ้ หา ลำดบั หัวข้อ

ลำดับหัวขอ้ เน้ือหา และมีการอธิบาย ชัดเจน เนือ้ หาไม่

ชดั เจน และมกี าร ไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล ชัดเจน

อธบิ ายได้อย่างมี

เหตุผล

- ส า ม า ร ถ ค ำ น ว ณ ห า คำนวณได้ถูกต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณโดยใช้

ป ริมาต รแก๊ สได้ โด ยใช้ ตามหลกั การ ระบุ ถกู ต้องตาม ถูกต้องตาม สตู ร

ค ว า ม สั ม พั น ธ์ โม ล กั บ หน่วยได้ถูกต้อง หลักการแตผ่ ดิ หลักการแต่ผดิ

ปริมาตรของแก๊ส ไป 1-2 ข้อ หรอื ไป 3-4 ข้อ หรือ

ระบุหนว่ ยผิดไป ระบหุ นว่ ยผดิ ไป

1-2 ข้อ 3-4 ขอ้

เกณฑก์ ารตดั สนิ
ระดบั 4 หมายถึง มีระดับคุณภาพดีเยย่ี ม
ระดับ 3 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพพอใช้

ระดับ 1 หมายถงึ มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ได้ระดับ 3 ขน้ึ ไป ร้อยละ 60 ถอื ว่าประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
- สามารถตีความหมาย และสรปุ ความสัมพนั ธ์ระหว่างโมลกับปริมาตรของแก๊สได้

ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

- สามารถตีความหมาย เน้อื หาครบถว้ น เนือ้ หาครบถว้ น เน้ือหาบางส่วน เน้อื หาไม่

และสรุป ความสัมพั น ธ์ ตามทกี่ ำหนด ตามทก่ี ำหนด ไม่สมบูรณ์ตามที่ สมบรู ณ์

ระหว่างโมลกับปริมาตร เขียนถกู ต้องตาม ลำดบั หวั ข้อเนอื้ หา กำหนด ลำดบั ตามทก่ี ำหนด

ของแกส๊ ได้ หลักภาษา ชัดเจน และมีการ หัวขอ้ เน้อื หา ลำดับหัวขอ้

ลำดบั หัวข้อ อธิบายได้อยา่ งมี ชดั เจน เน้อื หาไม่

เนื้อหาชัดเจน เหตุผล ชดั เจน

และมีการอธิบาย

ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล

เกณฑ์การตดั สนิ
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดีเยยี่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน ไดร้ ะดับ 3 ขน้ึ ไป ร้อยละ 60 ถอื วา่ ประสบผลสำเร็จในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรบั ผิดชอบ

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ต้งั ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผิดชอบในการ
และมคี วามรับผดิ ชอบ ใน การปฏิบัติหนา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ รับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ี
ที่ไดร้ บั มอบหมายให้ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ี ได้รบั มอบหมาย

สำเร็จ มีการ ใหส้ ำเรจ็ มีการ ไดร้ บั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรุงและ ปรับปรงุ และพฒั นา ใหส้ ำเร็จ มีการ

พฒั นาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรุงและ

ดีขน้ึ ดว้ ยตนเองและ ด้วยตนเอง พฒั นา

เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี การทำงานดขี ึ้น

เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยีย่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

บนั ทึกผลหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5

รายวิชา เคมี 2 รหสั ว 31222 เรอื่ ง โมลกับปรมิ าตรของแก๊สท่ี STP

สรุปผลการเรียนการสอน
นกั เรยี นจำนวน .....................................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ..................................................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์ ................................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................................
ได้แก่
1. ............................................................................................................................................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................
นักเรยี นท่ีมคี วามสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1.................................................................................................................. ............................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................

ผลการเรียนรขู้ องนกั เรยี นและปัญหาท่เี กดิ ขนึ้ ในระหว่างการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแก้ปัญหาหรือปรับปรงุ แผนการจดั การเรียนรู้ครงั้ ต่อไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ....................................... ครูผู้สอน
(นางสาวฉตั รชฎา ตงิ สะ)
............/............../..............

ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้
 ครบถ้วนและถกู ต้อง
 ยังไมค่ รบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรยี นรู้กบั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคล้อง
 ยงั ไมส่ อดคลอ้ ง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. รปู แบบของการจดั การเรยี นรู้
 เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคัญ
 ยังเน้นผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
4. สือ่ การเรยี นรู้
 เหมาะสมกับรูปแบบการจดั การเรียนรู้
 ยังไมเ่ หมาะ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไมค่ รอบคลุมประสงคก์ ารเรียนรู้ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
6. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
............................................................................................. .................................................................................

ลงชอ่ื ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร

............/............../..............

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 6

กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร

รายวชิ า เคมี 2 รหสั ว31222 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565

หน่วยการเรยี นรู้ : โมลและสูตรเคมี เร่ือง ความสัมพนั ธ์โมลกับปรมิ าณสารตา่ งๆ

เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวฉัตรชฎา ตงิ สะ

มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้
สาระเคมี มาตรฐาน 3 เขา้ ใจหลักการทำปฏิบตั ิการเคมี การวัดปรมิ าณสาร หนว่ ยวัดและการเปลีย่ นหนว่ ย
การคำนวณปริมาณของสาร ความเขม้ ขน้ ของสารละลายรวมท้ังการบูรณาการหาความรู้ และทกั ษะในการ
อธิบายปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจำวนั และการแกป้ ัญหาทางเคมี
ผลการเรียนรู้

2. อธิบายและคำนวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนุภาค มวล และ
ปรมิ าตรของแกส๊ ที่ STP
สาระสำคัญ

จำนวนโมลของสาร 1 โมลมีสามารถบอกความสัมพนั ธใ์ นปริมาณต่างๆ ได้ โดยท่ี สาร 1 โมลมีจำนวน
อนภุ าคเท่ากบั 6.02 × 1023 อนภุ าค และมมี วลเปน็ กรัมเท่ากับมวลต่อโมลของสารนัน้ และถ้าสารเปน็ แก๊สจะ
มีปริมาตรเท่ากบั 22.4 ลติ ร ท่ี STP
สาระการเรียนรู้

ความสมั พันธข์ องโมล จำนวนอนภุ าค มวล และปรมิ าตรของแก๊สท่ี STP
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. ด้านความรู้
1.1 นักเรียนสามารถอธบิ ายปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนภุ าค มวล
และปรมิ าตรของแก๊สที่ STP ได้
1.2 นกั เรียนสามารถคำนวณปรมิ าณใดปรมิ าณหนง่ึ จากความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนุภาค มวล
และปริมาตรของแก๊สท่ี STP ได้

2. ดา้ นทักษะกระบวนการ
2.1 นักเรียนสามารถเขียนสรุปความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนุภาค มวล และปริมาตรของแก๊สท่ี
STP ได้

3. ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
3.1 นกั เรียนใฝ่เรยี นรู้ กลา้ ซกั ถาม และมคี วามรบั ผดิ ชอบ

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการแก้ปัญหา
2. ความสามารถในการคิด

ด้านความสามารถและทกั ษะของผู้เรยี นศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อา่ นออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได้)  R3 – (A)Rithmetics(คิดเลขเป็น)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและ ทักษะใน
การแก้ปัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และ
ภาวะผนู้ ำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และ
รู้เทา่ ทันสือ่ )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรณุ า ความมรี ะเบยี บวินยั มีคุณธรรม-จรยิ ธรรม)

ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. สรปุ เกี่ยวกบั การความสมั พันธ์ของโมล จำนวนอนภุ าค มวล และปรมิ าตรของแก๊สที่ STP
2. แบบฝึกหัดที่ 4.4 ในหนงั สือเคมี รายวิชาเพิ่มเติม ม.4 เล่ม 2 (สสวท)
3. ช้นิ งานลกู บาศกเ์ กยี่ วกับการความสัมพนั ธ์ของโมลของสารตวั อยา่ ง

กจิ กรรมการเรยี นรู้
รูปแบบการสอนทใ่ี ช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E
1. ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครกู ลา่ วทักทายนักเรียน และเชค็ ชือ่ นกั เรียนก่อนเรยี น
1.2 ครทู บทวนความรู้เดิมของนักเรียน เรื่อง ความสมั พนั ธ์ของโมลกบั ปริมาณสาร โดยครูใช้
คำถามกระต้นุ ดังน้ี
1.2.1 จำนวนโมลของสารกบั ความสมั พันธใ์ นหน่วยต่างๆ เชน่ มวล จำนวนอนภุ าค ปรมิ าตร
ของแกส๊ ที่ STP ทค่ี วามสัมพันธ์กันหรอื ไม่อย่างไร
(แนวคำตอบ มีความสมั พนั ธ์กัน โดยที่ สารจำนวน 1 โมล มมี วลเท่ากับมวลอะตอม
หรือมวลโมเลกลุ ของสารตัวนัน้ มจี ำนวนอนภุ าคเท่ากับ 6.02 x 1023 อนุภาค และสารที่เปน็
แกส๊ จะมีปริมาตรของแกส๊ เทา่ กบั 22.4 ลติ รท่ี STP)


Click to View FlipBook Version