The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ เคมี 2 หน่วยที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chatchada.ts, 2022-11-07 11:10:35

แผนการจัดการเรียนรู้ เคมี 2 หน่วยที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้ เคมี 2 หน่วยที่ 1

1.3 ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกนั อภิปรายหาคำตอบเก่ยี วกับคำถามตามความคิดเห็นของนักเรยี นแต่ละ
คน
2. ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครูใหน้ ักเรียนศึกษาหน่วยบอกปรมิ าณสารในหนว่ ยโมล จากใบความรหู้ รือในหนงั สือเรยี น
รายวิชาเพิ่มเตมิ เคมี เลม่ 2
2.2 นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายหาคำตอบเก่ียวกับคำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน เพื่อ
เชอ่ื มโยงไปสู่การเรยี นรู้เร่ือง ความสมั พนั ธ์ของโมลกบั ปรมิ าณตา่ งๆ
3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
3.1 ครูให้นกั เรยี นสรุปความรู้เกี่ยวกบั ความสมั พนั ธ์ระหว่างโมล จำนวนอนภุ าค มวล และปรมิ าตร
ของแก๊สท่ี STP ซ่ึงควรสรุปได้วา่ สาร 1 โมลมี 6.02 × 1023 อนภุ าค และมมี วลเปน็ กรัมเท่ากับมวล
ตอ่ โมล ของสารนั้น และถา้ สารเปน็ แก๊สจะมีปรมิ าตรเท่ากับ 22.4 ลติ ร ที่ STP
3.2 จากนนั้ ครอู ธบิ าย การคำนวณปรมิ าณสารในหนว่ ยต่าง ๆ ที่สมั พันธก์ ับโมลโดยยกตวั อย่าง
ประกอบ
3.3 ครใู ห้นักเรยี นจบั คู่กนั และทำกจิ กรรม 4.1 เพ่อื สร้างโจทยเ์ ก่ียวกับความสัมพันธ์ระหวา่ ง โมล
จำนวนอนภุ าค มวล ความหนาแนน่ และปริมาตรของแก๊สที่ STP ของสารทีเ่ ปน็ แกส๊ 1 โมล
3.4 เรมิ่ กิจกรรมโดยเริ่มทีก่ ำหนดและเขียนสตู รเคมีและจำนวนโมลของแกส๊ กอ่ นแลว้ คำนวณมวล
จำนวนอนุภาค และ ปริมาตรท่ี STP และใสต่ วั เลขที่ไดล้ งไปในแตล่ ะหนา้ ของลูกบาศก์

3.5 จากนนั้ ให้นกั เรียนแลกลูกบาศก์กบั เพ่ือนเพอ่ื เตมิ ความหนาแน่นท่ี STP ทง้ั นส้ี ามารถให้
นกั เรยี นเว้นข้อมลู เพ่มิ เติมหรือกำหนดขอ้ มูลอ่ืนที่ ยากข้นึ แล้วใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมเหมอื นเดิม
3.6 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกนั เพื่อสรุปความสัมพนั ธ์ระหว่างโมล มวล จำนวนอนุภาค และ
ปรมิ าตรของแกส๊ ที่ STP รวมท้งั ความหนาแนน่ ท่ี STP ซ่ึงควรสรปุ ไดด้ ังน้ี

สาร 1 โมลมี 6.02 × 1023 อนภุ าค และมีมวลเป็นกรัมเทา่ กบั มวลตอ่ โมล ของสารนัน้ และ
ถ้าสารเปน็ แกส๊ จะมปี ริมาตรเท่ากับ 22.4 ลิตร ท่ี STP

3.7 ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด 4.4 เพ่อื ทบทวนความรู้

4. ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.4 ให้กับนักเรียนเพ่ือเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพ่ือ
ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียน
4.2 ครูสรุปเน้ือหาเกี่ยวกับ การคำนวณจำนวนโมลของสารในปริมาณต่างๆ เพิ่มเติมในบางส่วนที่
นักเรยี นยังไม่เขา้ ใจ
4.3 ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามเน้อื หาเรอื่ ง การคำนวณจำนวนโมลของสารในปรมิ าณตา่ งๆ

5. ขัน้ ประเมินผล (Evaluation)
5.1 การสรปุ เนอื้ หาเรือ่ ง การคำนวณความสัมพนั ธจ์ ำนวนโมลของสารในปริมาณตา่ งๆ
5.2 การใหค้ วามร่วมมอื ในตอบคำถาม และแสดงความคดิ เหน็ ในชนั้ เรียน
5.3 แบบฝึกหดั ท่ี 4.4 ในหนงั สอื เคมีรายวิชาเพิม่ เติม ม.4 เล่ม 2 (หลกั สูตรปรับปรงุ 2560)

ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนเคมีรายวิชาเพมิ่ เตมิ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 เล่ม 2 (สสวท)
2. งานนำเสนอ powerpoint เรื่อง โมลและสูตรเคมี

การวดั และประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวดั ผล เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ ารผา่ นจดุ ประสงค์

ดา้ นความรู้ (K) แบบประเมินความรู้
- สามารถอธบิ ายปรมิ าณใดปริมาณ
หนง่ึ จากความสัมพนั ธ์ของโมล ตรวจสมุด ค ว าม เข้ าใจ เรื่อ ง
จำนวนอนภุ าค มวล และปรมิ าตร แบบฝึกหัดที่
ของแกส๊ ที่ STP ได้ การคำน วณ ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 ขึ้นไป
- สามารถคำนวณปริมาณใดปรมิ าณ 4.4 ความสัมพันธ์จำนวน
หนึง่ จากความสัมพันธข์ องโมล
จำนวนอนุภาค มวล และปรมิ าตร โม ล ข อ งส าร ใน
ของแกส๊ ที่ STP ได้
ปรมิ าณตา่ งๆ

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) แบบประเมินทักษะ

- สามารถเขียนสรุปความสัมพันธ์ ก ารตี ค ว าม ห ม าย

ของโมล จำนวนอนุภาค มวล และ ตรวจสมุด ข้อมูล และการลง ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
ปริมาตรของแก๊สที่ STP ได้ ข้อสรุป เร่ือง การ ระดับดขี ึน้ ไป

คำนวณความสัมพันธ์ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
ระดับดขี นึ้ ไป
จำนวนโมลของสาร

ในปริมาณตา่ งๆ

ด้านคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A) การสังเกต แบบประเมนิ

- ใฝ่เรียนรู้ กลา้ ซักถาม และมีความ พฤติกรรมในช้ัน คณุ ลักษณะอนั พงึ

รบั ผดิ ชอบ เรียนต้ังใจใฝ่ ประสงค์ด้านการใฝ่

เรียนรู้ มคี วาม เรียนรู้ และมคี วาม

รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน การสังเกต

- ความสามารถในการคิด พฤติกรรมในชัน้ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 3 หรือ
- ความสามารถในการสอื่ สาร ระดับดขี น้ึ ไป
เรียนต้งั ใจใฝ่ สมรรถนะสำคัญของ

เรียนรู้ มคี วาม ผู้เรยี น

รบั ผดิ ชอบ

เกณฑก์ ารประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินดา้ นความรู้ (K)
- สามารถอธบิ ายปริมาณใดปรมิ าณหน่งึ จากความสัมพนั ธข์ องโมล จำนวนอนภุ าค มวล และปริมาตร
ของแก๊สที่ STP ได้
- สามารถคำนวณปรมิ าณใดปริมาณหนึง่ จากความสัมพันธข์ องโมล จำนวนอนุภาค มวล และปรมิ าตร
ของแกส๊ ที่ STP ได้

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32

- สามารถอธิบายปริมาณ เน้ือหาครบถว้ น เนอ้ื หาครบถว้ น เน้ือหาบางสว่ น เนอื้ หาไม่

ใ ด ป ริ ม า ณ ห น่ึ ง จ า ก ตามทกี่ ำหนด ตามทีก่ ำหนด ไม่สมบรู ณ์ตามที่ สมบรู ณ์

ค ว าม สั ม พั น ธ์ ข อ งโม ล เขียนถกู ต้องตาม ลำดับหวั ข้อ กำหนด ลำดบั ตามที่กำหนด

จำนวนอนุภาค มวล และ หลกั ภาษา เนือ้ หาชัดเจน หวั ข้อเนื้อหา ลำดบั หวั ข้อ

ปริมาตรของแก๊สที่ STP ได้ ลำดับหวั ข้อเนอื้ หา และมกี ารอธิบาย ชดั เจน เน้อื หาไม่

ชัดเจน และมกี าร ได้อยา่ งมเี หตุผล ชดั เจน

อธิบายได้อยา่ งมี

เหตุผล

- สามารถคำนวณปรมิ าณ คำนวณได้ถกู ต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณโดยใช้
ใดปรมิ าณหน่งึ จาก ตามหลกั การ ระบุ ถกู ต้องตาม
ความสัมพันธข์ องโมล หนว่ ยไดถ้ กู ต้อง หลักการแต่ผิด ถกู ต้องตาม สูตร
จำนวนอนภุ าค มวล และ ไป 1-2 ข้อ หรือ
ปริมาตรของแก๊สที่ STP ได้ ระบุหนว่ ยผดิ ไป หลกั การแต่ผดิ

1-2 ข้อ ไป 3-4 ข้อ หรอื

ระบหุ นว่ ยผิดไป

3-4 ขอ้

เกณฑก์ ารตดั สนิ
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดีเยยี่ ม
ระดบั 3 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถึง มีระดบั คุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับ 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือว่าประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
- สามารถเขยี นสรุปความสมั พนั ธข์ องโมล จำนวนอนุภาค มวล และปรมิ าตรของแกส๊ ที่ STP ได้

ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32

- ส า ม า ร ถ เขี ย น ส รุ ป เนือ้ หาครบถ้วน เน้ือหาครบถว้ น เน้ือหาบางสว่ น เนือ้ หาไม่

ค ว าม สั ม พั น ธ์ข อ งโม ล ตามท่ีกำหนด ตามทีก่ ำหนด ไม่สมบรู ณ์ตามที่ สมบรู ณ์

จำนวนอนุภาค มวล และ เขียนถูกต้องตาม ลำดับหวั ขอ้ เนอื้ หา กำหนด ลำดบั ตามทก่ี ำหนด

ปริมาตรของแก๊สท่ี STP ได้ หลักภาษา ชัดเจน และมีการ หัวขอ้ เน้อื หา ลำดับหัวข้อ

ลำดับหวั ขอ้ อธิบายได้อยา่ งมี ชดั เจน เน้ือหาไม่

เนื้อหาชดั เจน เหตผุ ล ชดั เจน

และมีการอธิบาย

ไดอ้ ย่างมเี หตุผล

เกณฑก์ ารตัดสนิ
ระดบั 4 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพดีเยยี่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรบั ปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ได้ระดบั 3 ข้ึนไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเร็จในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรบั ผิดชอบ

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผิดชอบในการ
และมคี วามรับผดิ ชอบ ใน การปฏบิ ัติหนา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ รับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ี
ทีไ่ ดร้ บั มอบหมายให้ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ี ได้รบั มอบหมาย

สำเร็จ มีการ ใหส้ ำเรจ็ มีการ ไดร้ บั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรงุ และ ปรับปรงุ และพฒั นา ใหส้ ำเร็จ มีการ

พฒั นาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรุงและ

ดีขน้ึ ดว้ ยตนเองและ ด้วยตนเอง พฒั นา

เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี การทำงานดขี ึ้น

เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยีย่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

บันทกึ ผลหลังการสอน แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6

รายวชิ า เคมี 2 รหัส ว 31222 เรื่อง ความสัมพนั ธข์ องโมลกับปรมิ าณตา่ งๆ

สรปุ ผลการเรียนการสอน
นกั เรยี นจำนวน .....................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ..................................................
ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................................
ไดแ้ ก่
1. ............................................................................................................................................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1.................................................................................................................. ............................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................

ผลการเรยี นรขู้ องนักเรียนและปัญหาทเ่ี กดิ ขึน้ ในระหว่างการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแก้ปญั หาหรือปรับปรงุ แผนการจัดการเรียนรู้คร้งั ต่อไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ....................................... ครูผ้สู อน
(นางสาวฉตั รชฎา ตงิ สะ)
............/............../..............

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมาย
1. องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู้
 ครบถ้วนและถกู ต้อง
 ยงั ไมค่ รบถว้ นหรือไม่ถูกต้อง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรกู้ บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ
 ยังเน้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
4. สอ่ื การเรียนรู้
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรยี นรู้
 ยังไม่เหมาะ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรยี นรู้
 ยงั ไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชื่อ ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
............/............../..............

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 7

กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2565
รายวชิ า เคมี 2 รหสั ว31222 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
เรื่อง กฎสดั ส่วนคงท่ี
หนว่ ยการเรยี นรู้ : โมลและสูตรเคมี ผู้สอน นางสาวฉัตรชฎา ติงสะ

เวลา 2 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้
สาระเคมี มาตรฐาน 3 เข้าใจหลักการทำปฏบิ ัติการเคมี การวดั ปรมิ าณสาร หน่วยวัดและการเปลี่ยนหนว่ ย
การคำนวณปริมาณของสาร ความเขม้ ขน้ ของสารละลายรวมทง้ั การบรู ณาการหาความรู้ และทักษะในการ
อธบิ ายปรากฏการณใ์ นชีวติ ประจำวันและการแก้ปัญหาทางเคมี
ผลการเรยี นรู้

3. คำนวณอตั ราส่วนโดยมวลของธาตทุ ี่เปน็ องค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงที่
สาระสำคัญ

การศึกษาการเปล่ียนแปลงของสารในปฏิกิริยาเคมีใดๆ จะต้องกำหนดขอบเขตของการศึกษา 2
องค์ประกอบ คือ ส่วนที่อยู่ภายในขอบเขตที่ต้องการศึกษาทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลง เรียกว่า ระบบ
กับสง่ิ ทน่ี อกเขตทีต่ ้องการศึกษา เรยี กวา่ สงิ่ แวดลอ้ ม

โจเซฟ เพราส์ ได้ต้ังกฎสัดส่วนคงที่จากการเตรียมสารประกอบบางชนิด พบวา่ สารประกอบท่ีเตรียม
ด้วยวิธีที่แตกต่างกนั มอี ัตราส่วนโดยมวลของธาตทุ ่รี วมกนั เป็นสารประกอบคงที่เสมอ
สาระการเรยี นรู้

กฎสัดส่วนคงที่

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ดา้ นความรู้
1.1 นักเรียนสามารถอธิบายคำนวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบตาม
กฎสดั ส่วนคงท่ี
1.2 นักเรียนสามารถคำนวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบตามกฎ
สัดส่วนคงที่
2. ด้านทักษะกระบวนการ
2.1 นกั เรยี นสามารถเขยี นสรปุ สาระของกฎสดั สว่ นคงที่ได้
3. ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
3.1 นกั เรยี นใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม และมคี วามรับผดิ ชอบ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
2. ความสามารถในการคิด

ดา้ นความสามารถและทักษะของผเู้ รียนศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)้  R3 – (A)Rithmetics(คิดเลขเปน็ )
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา้ นการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและ ทักษะใน
การแก้ปัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม และ
ภาวะผ้นู ำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และ
รู้เท่าทันสือ่ )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรุณา ความมรี ะเบียบวินัย มคี ุณธรรม-จรยิ ธรรม)

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. สรุปเกยี่ วกบั สาระของกฎสัดส่วนคงที่
2. แบบฝึกหดั ที่ 4.5 ในหนังสอื เรียนเคมี รายวิชาเพิ่มเติม ม.4 เลม่ 2

กิจกรรมการเรียนรู้
รูปแบบการสอนที่ใช้ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ คือ การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
1. ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี น และเช็คช่ือนกั เรยี นกอ่ นเรียน
1.2 ครทู บทวนความรู้เกี่ยวกับธาตุและสารประกอบ โดยครูยกตัวอย่างสูตรเคมีของธาตุและ
สารประกอบบางชนดิ เช่น Mg CuSO4 CO2
1.3 ครใู ห้นกั เรียนระบวุ ่าสารทีก่ ำหนดให้เปน็ ธาตหุ รือ สารประกอบ
(แนวคำตอบ Mg = ธาตุ CuSO4 = สารประกอบ CO2 = สารประกอบ )
1.4 ครูใช้คําถามนำวา่ นกั วทิ ยาศาสตร์ทราบเก่ยี วกบั อัตราส่วนโดยโมลของอะตอมธาตุ ไดอ้ ยา่ งไร
เพือ่ นำไปสกู่ ารหาอัตราส่วนโดยโมลของธาตุองค์ประกอบที่เกดิ เป็นสารประกอบ

2. ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครนู กั เรยี นศึกษากฎสัดสว่ นคงที่จากใบความรูห้ รือในหนังสือเรียนรายวชิ าเพ่ิมเติม เคมี เลม่ 2
2.2 ครตู งั้ คำถามว่า ถา้ ทราบอัตราส่วนโดยมวลจะหาอตั ราสว่ นโดยโมลไดห้ รอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ เน่อื งจากมวลและโมลของสารมีความสมั พันธ์กนั เม่ือทราบอัตราส่วนโดยมวล
จะสามารถหาอตั ราส่วนโดยโมลได้)
2.3 ครใู ห้นักเรียนวิเคราะห์ข้อมูลในตาราง 4.5 ในหนงั สือเรียนเคมีเพ่ิมเติมเล่ม 2 เพื่อศึกษา
อตั ราส่วนโดยมวลของธาตุองคป์ ระกอบของสารประกอบคอปเปอร์(II)ซัลไฟด์ แลว้ ให้นกั เรยี นตอบ
คำถามชวนคดิ
2.3.1 ในการทดลองแตล่ ะคร้ัง อตั ราสว่ นระหว่างมวลของทองแดงต่อมวลของกำมะถนั มีค่า
เทา่ ใด และมีคา่ เฉลีย่ เทา่ ใด ตาราง 4.5 ศกึ ษาอัตราส่วนโดยมวลของธาตุองคป์ ระกอบของ
สารประกอบคอปเปอร์(II)ซลั ไฟด์

การทดลองท่ี มวลของสารที่ทำปฏิกิรยิ าพอดีกัน อตั ราส่วนของ
มวลของทองแดง (g) มวลของกำมะถนั (g) ทองแดงต่อกำมะถนั
1
2 1.0 0.5 2.0 : 1.0
3 1.9 1.0 1.9 : 1.0
4 2.9 1.5 1.9 : 1.0
5 4.0 2.0 2.0 : 1.0
4.9 2.5 2.0 : 1.0

อัตราส่วนระหวา่ งมวลของทองแดงต่อกำมะถันมีคา่ เฉล่ยี 2.0 : 1.0
2.3.2 อัตราสว่ นโดยโมลของทองแดงตอ่ กำมะถนั ท่ีทำปฏิกิรยิ าพอดีกนั เป็นสารประกอบคอป
เปอร(์ II)ซัลไฟด์ มีค่าเฉล่ยี เทา่ ใด
วธิ ีทำ อัตราสว่ นโดยโมลของ Cu : S = 2.0 : 1.0

= 2.0 : 1.0
63.5 32

= 0.031 : 0.031

= 1.0 : 1.0

ดงั นน้ั อตั ราส่วนโดยโมลของทองแดงต่อกำามะถนั มคี ่าเฉลี่ย 1.0 : 1.0

3. ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
3.1 ครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ในการเกิดปฏิกิริยาเคมีแต่ละครั้ง นอกจากมวลก่อน
เกิดปฏิกิริยาเคมีจะเท่ากับมวลหลังเกิดปฏิกิริยาเคมีแลว้ จำนวนและชนดิ ของธาตุของสารเริม่ ต้นที่
เปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑน์ น้ั จะไมม่ ีการถูกทำลายหรือสร้างข้ึนมาใหม่ ซึง่ อตั ราส่วนโดยมวลของธาตุ
ทรี่ วมกันเปน็ ผลติ ภณั ฑ์จะมคี า่ คงทีเ่ สมอ โจเซฟ เพราสต์จึงต้งั เป็นกฎซง่ึ เรียกว่า กฎสัดสว่ นคงที่
3.2 ครใู ห้ความร้วู า่ ถ้าทำการสังเคราะหส์ ารประกอบคอปเปอร์(II)ซัลไฟด์ โดยใชส้ ารละลายท่มี ี
คอปเปอร์(II)ไอออน ทำปฏกิ ริ ิยากบั สารละลายที่มซี ัลไฟดไ์ อออน จะได้อตั ราส่วนโดยมวลของ
ทองแดง กับกำมะถนั ที่ทำปฏิกริ ิยาพอดกี ันเท่ากบั 2 : 1 เชน่ เดียวกัน จึงสรปุ ได้วา่ การเตรียมคอป
เปอร(์ II)ซัลไฟด์ ด้วยวธิ ีใดก็ตาม อตั ราสว่ นโดยมวลของทองแดงที่ทำปฏิกิริยาพอดีกบั กำมะถนั จะ
เปน็ 2 : 1 เสมอ ซึง่ เป็นไปตามกฎสัดสว่ นคงที่
3.3 ครตู งั้ คำถามว่า อตั ราส่วนโดยโมลของทองแดงกบั กำมะถันมีค่าเท่าใด

(แนวคำตอบ เทา่ กับ 1 : 1 โดยคำานวณไดจ้ ากการหารอตั ราส่วนโดยมวลด้วยมวลอะตอม

ของธาตุแตล่ ะชนิด)

3.4 ครอู ธบิ ายการคำานวณอัตราสว่ นโดยมวลของธาตอุ งค์ประกอบของสารประกอบตามกฎ
สัดส่วนคงที่ โดยยกตวั อย่าง 7 ประกอบ
4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.5 ให้กับนักเรียนเพ่ือเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพื่อ
ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน
4.2 ครูสรุปเน้ือหาเกี่ยวกับ คำนวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบตาม
กฎสัดสว่ นคงที่ เพม่ิ เตมิ ในบางส่วนท่ีนักเรียนยงั ไม่เขา้ ใจ
4.3 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเร่ือง การคำนวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตุ
องคป์ ระกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงที่
5. ขั้นประเมินผล (Evaluation) ประเมินจากส่งิ ต่อไปน้ี
5.1 แบบฝกึ หดั 4.5 หนงั สอื เรียนเคมี รายวิชาเพ่มิ เติม ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6 เล่ม 2 (สสวท)
5.2 การให้ความร่วมมือในตอบคำถาม และแสดงความคิดเหน็ ในชนั้ เรียน
5.3 การสรุปเนอื้ หาเร่ือง การคำนวณอตั ราสว่ นโดยมวลของธาตอุ งค์ประกอบของสารประกอบ
ตามกฎสดั ส่วนคงท่ี
สอ่ื และแหล่งเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี นเคมีรายวิชาเพมิ่ เติม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 เลม่ 2 (สสวท)
2. งานนำเสนอ powerpoint เรอื่ ง โมลและสูตรเคมี

การวัด และประเมินผล วธิ ีวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การผา่ นจุดประสงค์
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ตรวจสมดุ แบบประเมินความรู้
ด้านความรู้ (K) แบบฝึกหดั ที่ ความเขา้ ใจ เร่ือง กฎ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไป
- สามารถอธิบายคำนวณอัตราส่วน
โดยมวลของธาตุองค์ประกอบของ 4.5 สดั สว่ นคงที่
สารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงที่
-สามารถคำนวณอัตราส่วนโดยมวล
ข อ ง ธ า ตุ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง
สารประกอบตามกฎสดั สว่ นคงที่

ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ตรวจสมดุ แบบประเมนิ ทกั ษะ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
- สามารถเขียนสรุปสาระของกฎ การตคี วามหมาย ระดบั ดขี น้ึ ไป
สัดส่วนคงทีไ่ ด้ ข้อมลู และการลง
ขอ้ สรุป เรอ่ื ง กฎ

สัดส่วนคงท่ี

ด้านคุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (A) การสงั เกต แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 3 หรอื
- ใฝ่เรยี นรู้ กล้าซักถาม และมีความ พฤติกรรมในชัน้ คณุ ลักษณะอนั พงึ ระดบั ดขี น้ึ ไป
รับผิดชอบ เรยี นต้ังใจใฝ่ ประสงค์ดา้ นการใฝ่
เรยี นรู้ มคี วาม เรียนรู้ และมคี วาม

รบั ผดิ ชอบ รบั ผดิ ชอบ

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน การสงั เกต

- ความสามารถในการคิด พฤติกรรมในชน้ั แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 3 หรอื
- ความสามารถในการสอ่ื สาร ระดบั ดขี ้นึ ไป
เรยี นตัง้ ใจใฝ่ สมรรถนะสำคัญของ

เรยี นรู้ มีความ ผูเ้ รยี น

รบั ผิดชอบ

เกณฑก์ ารประเมนิ
เกณฑ์การประเมินดา้ นความรู้ (K)
- สามารถอธบิ ายคำนวณอตั ราส่วนโดยมวลของธาตอุ งคป์ ระกอบของ ารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงที่
-สามารถคำนวณอตั ราส่วนโดยมวลของธาตุองคป์ ระกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงท่ี

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย วิ ธี เนอื้ หาครบถว้ น เนือ้ หาครบถ้วน เน้อื หาบางส่วน เน้ือหาไม่

คำนวณอัตราส่วนโดยมวล ตามทีก่ ำหนด ตามที่กำหนด ไมส่ มบรู ณ์ตามท่ี สมบรู ณ์

ของธาตุองค์ประกอบของ เขยี นถูกต้องตาม ลำดบั หัวข้อ กำหนด ลำดับ ตามทก่ี ำหนด

ส า ร ป ร ะ ก อ บ ต า ม ก ฎ หลกั ภาษา เนอื้ หาชดั เจน หวั ขอ้ เนอื้ หา ลำดบั หวั ข้อ

สัดส่วนคงที่ ลำดบั หวั ข้อเนอ้ื หา และมีการอธิบาย ชดั เจน เน้อื หาไม่

ชัดเจน และมีการ ไดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล ชดั เจน

อธิบายได้อยา่ งมี

เหตุผล

-สามารถคำนวณอัตราส่วน คำนวณได้ถกู ต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณได้

โ ด ย ม ว ล ข อ ง ธ า ตุ ตามหลักการ ระบุ ถกู ต้องตาม ถกู ต้องตาม ถกู ต้องตาม

อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง หนว่ ยได้ถูกต้อง หลักการแต่ผดิ หลักการแต่ผดิ หลักการแต่

สารประกอบตามกฎ ไป 1-2 ข้อ หรือ ไป 3-4 ข้อ หรอื ผิดไปมากกว่า

สัดสว่ นคงท่ี ระบหุ นว่ ยผดิ ไป ระบหุ นว่ ยผดิ ไป 3-4 ข้อ

1-2 ข้อ 3-4 ข้อ

เกณฑก์ ารตดั สนิ
ระดับ 4 หมายถงึ มีระดับคุณภาพดีเยยี่ ม
ระดับ 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพปรับปรงุ

เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขนึ้ ไป ร้อยละ 60 ถอื ว่าประสบผลสำเร็จในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
- สามารถเขียนสรปุ สาระของกฎสดั สว่ นคงทไ่ี ด้

ประเด็นการประเมิน 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

- สามารถเขียนสรุปสาระ เนอื้ หาครบถว้ น เนอ้ื หาครบถ้วน เน้ือหาบางส่วน เนื้อหาไม่

ของกฎสดั ส่วนคงทไี่ ด้ ตามทีก่ ำหนด ตามทก่ี ำหนด ไม่สมบูรณ์ตามท่ี สมบูรณ์

เขยี นถกู ต้องตาม ลำดบั หวั ข้อเนอื้ หา กำหนด ลำดับ ตามทก่ี ำหนด

หลกั ภาษา ชดั เจน และมกี าร หวั ข้อเนื้อหา ลำดับหัวขอ้

ลำดับหัวขอ้ อธบิ ายได้อย่างมี ชดั เจน เนื้อหาไม่

เน้อื หาชัดเจน เหตุผล ชดั เจน

และมีการอธบิ าย

ไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล

เกณฑ์การตดั สนิ
ระดบั 4 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดีเยย่ี ม
ระดบั 3 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพปรับปรุง

เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับ 3 ขึ้นไป ร้อยละ 60 ถอื วา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรบั ผิดชอบ

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ต้งั ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผิดชอบในการ
และมคี วามรับผดิ ชอบ ใน การปฏิบัติหนา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ รับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ี
ที่ไดร้ บั มอบหมายให้ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ี ได้รบั มอบหมาย

สำเร็จ มีการ ใหส้ ำเรจ็ มีการ ไดร้ บั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรุงและ ปรับปรงุ และพฒั นา ใหส้ ำเร็จ มีการ

พฒั นาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรุงและ

ดีขน้ึ ดว้ ยตนเองและ ด้วยตนเอง พฒั นา

เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี การทำงานดขี ึ้น

เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยีย่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

บันทึกผลหลังการสอน แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 เร่อื ง กฎสัดสว่ นคงท่ี
รายวชิ า เคมี 2 รหัส ว 31222

สรปุ ผลการเรียนการสอน
นักเรยี นจำนวน .....................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ..................................................
ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเปน็ ร้อยละ .................................................
ไดแ้ ก่
1. ............................................................................................................................................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1.................................................................................................................. ............................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................

ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรียนและปัญหาที่เกดิ ขึ้นในระหวา่ งการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแกป้ ญั หาหรอื ปรบั ปรุงแผนการจดั การเรยี นร้คู ร้งั ตอ่ ไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ....................................... ครูผูส้ อน
(นางสาวฉัตรชฎา ติงสะ)
............/............../..............

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
1. องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู้
 ครบถ้วนและถกู ต้อง
 ยงั ไมค่ รบถว้ นหรือไมถ่ ูกต้อง ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรกู้ ับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั
 ยังเน้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
4. สอ่ื การเรียนรู้
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรยี นรู้
 ยังไม่เหมาะ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลุมประสงค์การเรยี นรู้ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
......................................................................................... .....................................................................................

ลงชื่อ ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
............/............../..............

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นสวายวิทยาคาร
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2565
รายวชิ า เคมี 2 รหัส ว31222 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
เรอ่ื ง รอ้ ยละโดยมวลของธาตุ
หน่วยการเรยี นรู้ : โมลและสูตรเคมี ผสู้ อน นางสาวฉตั รชฎา ตงิ สะ

เวลา 2 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้
สาระเคมี มาตรฐาน 3 เข้าใจหลักการทำปฏิบัติการเคมี การวัดปริมาณสาร หน่วยวัดและการเปล่ียนหน่วย
การคำนวณปริมาณของสาร ความเข้มข้นของสารละลายรวมท้ังการบูรณาการหาความรู้ และทักษะในการ
อธบิ ายปรากฏการณใ์ นชวี ติ ประจำวนั และการแก้ปัญหาทางเคมี
ผลการเรียนรู้

4. คำนวณสตู รอยา่ งงา่ ยและสูตรโมเลกลุ ของสาร
สาระสำคัญ

การหามวลโมเลกุลของสารวิธีหน่ึงซ่ึงได้ศึกษามาแล้ว ทำได้โดยการนำมวลอะตอมของธาตุ
องค์ประกอบใน 1 โมเลกุลของสารน้ันมารวมกัน ดังนั้นถ้าต้องการทราบว่า อีกโมลของสาร 1 โมลของสารมี
ธาตอุ งคป์ ระกอบแต่ละชนิดอยู่ร้อยละเท่าใด สามารถใช้ความสัมพันธ์ ดังนี้

รอ้ ยละของธาตุ A ในสารประกอบ = มวลของธาตุ A X 100

มวลของสารประกอบ

สาระการเรยี นรู้

คํานวณหามวลเปน็ ร้อยละของธาตอุ งคป์ ระกอบจากสูตร

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ด้านความรู้
1.1 นักเรยี นสามารถอธิบายวธิ ีการคำนวณหามวลเป็นรอ้ ยละของธาตุองค์ประกอบจากสูตรได้
1.2 นกั เรียนสามารถคำนวณหามวลเป็นร้อยละของธาตอุ งคป์ ระกอบจากสตู รได้
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
2.1 นกั เรยี นสามารถแสดงวธิ กี ารคำนวณหามวลเปน็ ร้อยละของธาตุองค์ประกอบจากสูตรได้
3. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
3.1 นกั เรยี นใฝ่เรียนรู้ กลา้ ซักถาม และมคี วามรับผดิ ชอบ

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด

ดา้ นความสามารถและทักษะของผูเ้ รยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อา่ นออก)  R2– (W)Riting (เขียนได)้  R3 – (A)Rithmetics(คดิ เลขเป็น)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและ ทักษะใน
การแกป้ ัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และ
ภาวะผนู้ ำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และ
รเู้ ท่าทันสอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรณุ า ความมรี ะเบยี บวินยั มีคณุ ธรรม-จริยธรรม)

ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. สรุปเกยี่ วกับวธิ กี ารคำนวณหามวลเป็นร้อยละของธาตุองคป์ ระกอบจากสตู ร
2. แบบฝกึ หัดที่ 4.7

กจิ กรรมการเรียนรู้
รูปแบบการสอนที่ใชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คอื การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
1. ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูกล่าวทักทายนกั เรยี น และเชค็ ชอ่ื นักเรยี นก่อนเรยี น
1.2 ครูทบทวนเนื้อหาวา่ จากการศึกษาเร่ืองโมเลกุลทำให้เราทราบว่าโมเลกุลประกอบไปดว้ ย
อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ ธาต)ุ
1.3 นักเรยี นร่วมกนั อภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกับคำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน เพ่ือ
เชอ่ื มโยงไปสู่การเรยี นรเู้ ร่ือง การคำนวณเก่ียวกบั สตู รเคมี
2. ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาการคำนวณเกย่ี วกบั การคำนวณมวลเป็นร้อยละของธาตุ จากใบความรหู้ รือใน
หนังสอื เรยี น รายวชิ าเพิ่มเติม เคมี เลม่ 2

2.2 ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เพื่อป้องกันความสับสนนักวิทยาศาสตร์จึงได้กำหนดให้ใช้สูตร
เคมแี ทนโมเลกุลของธาตุหรือสารประกอบ โดยสูตรเคมขี องสารใด ๆ จะประกอบไปด้วยสัญลกั ษณ์
ของธาตุที่เป็นองคป์ ระกอบและตัวเลขที่แสดงจำนวนอะตอมของแต่ละธาตุท่เี ป็นองคป์ ระกอบของ
สารน้ัน ดังน้ันเม่ือรู้สูตรเคมีของสารจะทำให้รู้ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ธาตุที่เป็นองค์ประกอบ จำนวน
โมล มวล และปรมิ าณสารองคป์ ระกอบที่ STP ได้
3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
3.1 ครูอธิบายให้นกั เรียนเข้าใจวา่ สูตรเคมีจะมี 3 ลักษณะ คอื

– สูตรเอมพิริคลั หรือสตู รอย่างงา่ ย เป็นสตู รทแ่ี สดงอตั ราส่วนอยา่ งตำ่ ของธาตุท่เี ปน็
องคป์ ระกอบใน 1 โมเลกลุ
– สูตรโมเลกลุ เป็นสูตรท่ีแสดงจำนวนอะตอมของธาตุองค์ประกอบท่มี ีอยู่จริงใน 1 โมเลกุล
ซึ่งในบางครั้งอาจเป็นสตู รเดียวกับสูตรเอมพิริคัลได้
– สูตรโครงสร้าง เป็นสตู รที่แสดงการจัดเรยี งอะตอมของธาตอุ งคป์ ระกอบที่มอี ยจู่ ริงใน 1
โมเลกลุ
3.2 ครยู กตัวอย่างสูตรเคมที ั้ง 3 ลักษณะ
3.3 ครูชแ้ี จงกับนักเรียนว่าวันน้ีจะเรียนในหัวข้อของสูตรโมเลกุลซ่ึงเป็นในสวนของการคำนวณหา
มวลของธาตุเปน็ รอ้ ยละจากสูตรโมเลกุล
3.4 ครูอธิบายเสริมว่า จากการศึกษาเรื่องการหามวลโมเลกุลน้ันทำให้เราทราบได้ว่า การหามวล
โมเลกุลได้น้ันต้องหามวลของธาตุที่เป็นองค์ประกอบให้ได้ก่อนแล้วจึงทำการหาผลรวมมวลของ
ธาตุจงึ ได้เป็นมวลโมเลกุลออกมา ซึ่งการหามวลเป็นร้อยละจากสูตรนั้นจะคดิ หามวลของธาตทุ ี่เป็น
องค์ประกอบของโมเลกุลนัน้ ๆ ในรูปแบบร้อยละ โดยหาจากสารนัน้ ปริมาณ 1 โมล
3.5 ครยู กตวั อยา่ งการคำนวณมวลเปน็ รอ้ ยละ ตัวอย่างเช่น
ตัวอย่าง จงคำนวณมวลของธาตุทกุ ชนิดในกรดซลั ฟวิ รกิ (H2SO4) โดยมวล (มวลโมเลกลุ ) ของ
กรดซลั ฟิวริกเทา่ กบั 98.0789

ธาตุ จำนวนโมลของธาตุ มวลของธาตุ (g) ร้อยละโดยมวล
องคป์ ระกอบ ในหนง่ึ โมลของสาร 2 x 1.0079 = 2.0158
1 x 32.0655 = 32.0655 2.0158 ×100=2.055
H 2 4 x 15.9994 = 63.9976 98.0789

S 1 32.0655 ×100=32.693
98.0789
O 4
63.9976 ×100=65.251
98.0789

3.6 ครชู แี้ จงกบั นกั เรยี นว่า ร้อยละโดยมวลของธาตุ H , S , และ O ในกรดซัลฟูริก (H2SO4)
เท่ากบั ร้อยละ 2.055,32.693 และ 65.251 ตามลำดบั
4. ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.7 ให้กับนักเรียนเพ่ือเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพื่อ
ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน
4.2 ครูสรปุ เนือ้ หาเกยี่ วกบั การคำนวณมวลเปน็ ร้อยละจากสูตรเพ่ิมเติมในบางส่วนท่ีนักเรยี นยงั ไม่
เขา้ ใจ
4.3 ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นสอบถามเน้ือหาเร่อื ง การคำนวณมวลเป็นร้อยละจากสตู ร
5. ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
5.1 การสรปุ เนือ้ หาเรื่อง การคำนวณมวลเป็นร้อยละจากสูตร
5.2 การใหค้ วามร่วมมือในตอบคำถาม และแสดงความคดิ เหน็ ในชัน้ เรียน
5.3 แบบฝึกหดั ท่ี 4.7 ในหนงั สือเคมี รายวิชาเพม่ิ เตมิ ม.4 เล่ม 2 (สสวท)

สื่อ/แหลง่ เรียนรู้

1. หนังสอื เรียนเคมี รายวิชาเพม่ิ เติม ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4-6 เล่ม 2 (สสวท)

2. งานนำเสนอ เร่อื ง โมลและสตู รเคมี

การวดั และประเมนิ ผล วิธีวดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารผา่ นจดุ ประสงค์
จุดประสงค์การเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ตรวจสมดุ แบบประเมนิ ความรู้ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 ขน้ึ ไป
- สามารถอธบิ ายวิธกี ารคำนวณหา แบบฝกึ หดั ท่ี ความเขา้ ใจ เรื่อง
มวลเปน็ รอ้ ยละของธาตุ มวลโมเลกุล และ
องคป์ ระกอบจากสูตรได้ 4.7 มวลของสาร 1
- สามารถคำนวณหามวลเปน็ ร้อย
ละของธาตอุ งค์ประกอบจากสูตรได้ ตรวจสมดุ โมเลกุล
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) แบบฝึกหัดท่ี
- สามารถแสดงวธิ กี ารคำนวณหา แบบประเมนิ ทักษะ ระดบั คุณภาพ 3 หรอื
มวลเป็นรอ้ ยละของธาตุ 4.7 การตคี วามหมาย ระดับดขี น้ึ ไป
องค์ประกอบจากสตู รได้ ข้อมลู และการลง
ขอ้ สรปุ เร่อื ง มวล
โมเลกุล และมวลของ
สาร 1 โมเลกลุ

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีวัดผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การผ่านจดุ ประสงค์
ด้านคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A) การสังเกต แบบประเมนิ
- ใฝ่เรยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความ พฤติกรรมในช้ัน คุณลกั ษณะอนั พงึ ระดับคุณภาพ 3 หรอื
รบั ผิดชอบ เรยี นต้งั ใจใฝ่ ประสงค์ดา้ นการใฝ่ ระดบั ดขี น้ึ ไป
เรียนรู้ มีความ เรยี นรู้ และมีความ
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน รับผดิ ชอบ รบั ผดิ ชอบ ระดบั คุณภาพ 3 หรือ
- ความสามารถในการคิด การสังเกต ระดบั ดขี ึน้ ไป
- ความสามารถในการสอ่ื สาร แบบประเมนิ
พฤติกรรมในชน้ั สมรรถนะสำคัญของ

เรียนตงั้ ใจใฝ่ ผู้เรียน

เรียนรู้ มคี วาม

รับผดิ ชอบ

เกณฑ์การประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
- สามารถอธบิ ายวธิ ีการคำนวณหามวลเปน็ ร้อยละของธาตอุ งค์ประกอบจากสูตรได้
- สามารถคำนวณหามวลเป็นรอ้ ยละของธาตุองคป์ ระกอบจากสูตรได้

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32

- สามารถอธิบายวิธีการ เนอื้ หาครบถว้ น เน้ือหาครบถว้ น เนอ้ื หาบางส่วน เนื้อหาไม่

คำนวณหามวลเป็นร้อยละ ตามท่กี ำหนด ตามท่กี ำหนด ไมส่ มบรู ณ์ตามที่ สมบูรณ์

ของธาตุองค์ประกอบจาก เขยี นถกู ต้องตาม ลำดับหวั ขอ้ กำหนด ลำดบั ตามท่กี ำหนด

สูตรได้ หลักภาษา เนือ้ หาชดั เจน หวั ข้อเนื้อหา ลำดบั หวั ข้อ

ลำดับหวั ข้อเนอื้ หา และมีการอธิบาย ชดั เจน เนือ้ หาไม่

ชดั เจน และมกี าร ไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล ชดั เจน

อธิบายได้อย่างมี

เหตผุ ล

ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

- สามารถคำนวณหามวล คำนวณได้ถูกต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณโดยใช้

เป็ น ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ธ า ตุ ตามหลักการ ระบุ ถูกต้องตาม ถูกต้องตาม สูตร

องค์ประกอบจากสูตรได้ หน่วยไดถ้ กู ต้อง หลักการแตผ่ ิด หลักการแตผ่ ิด

ไป 1-2 ข้อ หรือ ไป 3-4 ข้อ หรือ

ระบหุ น่วยผิดไป ระบหุ นว่ ยผดิ ไป

1-2 ขอ้ 3-4 ข้อ

เกณฑ์การตดั สนิ
ระดบั 4 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดีเยยี่ ม
ระดบั 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถงึ มีระดับคุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถึง มีระดบั คุณภาพปรบั ปรงุ

เกณฑ์การผ่าน ไดร้ ะดบั 3 ขน้ึ ไป ร้อยละ 60 ถือว่าประสบผลสำเร็จในการสอน

เกณฑก์ ารประเมินด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
- สามารถแสดงวธิ ีการคำนวณหามวลเป็นร้อยละของธาตุองคป์ ระกอบจากสตู รได้

ประเด็นการประเมิน 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- สาม ารถแสด งวิธีก าร เนอ้ื หาครบถว้ น เนือ้ หาครบถ้วน เน้อื หาบางส่วน เนื้อหาไม่

คำนวณหามวลเป็นร้อยละ ตามท่ีกำหนด ตามที่กำหนด ไม่สมบรู ณ์ตามที่ สมบรู ณ์

ของธาตุองค์ประกอบจาก เขียนถกู ต้องตาม ลำดับหวั ขอ้ เนื้อหา กำหนด ลำดบั ตามท่ีกำหนด

สูตรได้ หลกั ภาษา ชดั เจน และมกี าร หวั ข้อเนื้อหา ลำดบั หวั ข้อ

ลำดบั หวั ขอ้ อธบิ ายได้อย่างมี ชัดเจน เน้ือหาไม่

เนื้อหาชัดเจน เหตผุ ล ชดั เจน

และมกี ารอธิบาย

ไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล

เกณฑก์ ารตดั สนิ
ระดบั 4 หมายถงึ มีระดับคุณภาพดีเยยี่ ม
ระดับ 3 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั 3 ขึ้นไป ร้อยละ 60 ถอื ว่าประสบผลสำเร็จในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรบั ผิดชอบ

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผิดชอบในการ
และมคี วามรับผดิ ชอบ ใน การปฏบิ ัติหนา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ รับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ี
ทีไ่ ดร้ บั มอบหมายให้ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ี ได้รบั มอบหมาย

สำเร็จ มีการ ใหส้ ำเรจ็ มีการ ไดร้ บั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรงุ และ ปรับปรงุ และพฒั นา ใหส้ ำเร็จ มีการ

พฒั นาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรุงและ

ดีขน้ึ ดว้ ยตนเองและ ด้วยตนเอง พฒั นา

เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี การทำงานดขี ึ้น

เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยีย่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

บันทึกผลหลงั การสอน แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8

รายวิชา เคมี 2 รหัส ว 31222 เรื่อง ร้อยละโดยมวลของธาตุ

สรุปผลการเรยี นการสอน
นักเรยี นจำนวน .....................................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ..................................................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์ ................................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................................
ไดแ้ ก่
1. ............................................................................................................................................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................
นักเรยี นทีม่ คี วามสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1.................................................................................................................. ............................
2. .............................................................................................................................................
3. .............................................................................................................................................

ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นและปัญหาท่ีเกดิ ขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแกป้ ัญหาหรอื ปรบั ปรงุ แผนการจัดการเรยี นรูค้ รั้งตอ่ ไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ....................................... ครผู สู้ อน
(นางสาวฉัตรชฎา ติงสะ)
............/............../..............

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
1. องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู้
 ครบถ้วนและถกู ต้อง
 ยงั ไมค่ รบถว้ นหรือไมถ่ ูกต้อง ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรกู้ บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั
 ยังเน้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
4. สอ่ื การเรียนรู้
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้
 ยังไม่เหมาะ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลุมประสงค์การเรยี นรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
............................................................................................. .................................................................................

ลงชื่อ ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
............/............../..............

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1

กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565
รายวิชา เคมี 2 รหสั ว31222 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4
เรื่อง มวลอะตอม
หนว่ ยการเรยี นรู้ : โมลและสูตรเคมี ผสู้ อน นางสาวฉัตรชฎา ตงิ สะ

เวลา 3 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้
สาระเคมี มาตรฐาน 3 เข้าใจหลกั การทำปฏบิ ตั ิการเคมี การวัดปรมิ าณสาร หน่วยวัดและการเปลี่ยนหนว่ ย
การคำนวณปริมาณของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลายรวมทั้งการบูรณาการหาความรู้ และทักษะในการ
อธิบายปรากฏการณใ์ นชวี ิตประจำวันและการแก้ปัญหาทางเคมี
ผลการเรียนรู้

4. คำนวณสตู รอย่างง่ายและสูตรโมเลกุของสาร
สาระสำคญั

สูตรเคมี คือ กลุ่มของสัญลักษณ์ของธาตุที่เขียนข้ึนเพ่ือแสดงองค์ประกอบของสาร (ธาตุหรือ
สารประกอบ)ว่าประกอบด้วยธาตุอะไรบ้างอย่างละเท่าใดหรือเป็นอัตราส่วนเท่าใด และสูตรเคมีบางชนิดยัง
บอกใหท้ ราบว่าในสารต่าง ๆ อะตอมจัดเรียงตวั กันอย่างไร

สูตรเอมพิริคัลหรือสูตรอย่างง่าย คือ สูตรที่แสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของจำนวนอะตอมของธาตุ
องคป์ ระกอบในสารประกอบ
สาระการเรียนรู้

สตู รอยา่ งงา่ ย และสูตรโมเลกุล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ดา้ นความรู้
1.1 นักเรยี นสามารถอธบิ ายความหมาย ยกตวั อยา่ งสูตรเอมพริ คิ ลั และสูตรโมเลกุลได้
1.2 นกั เรียนสามารถคำนวณหาสตู รเอมพริ คิ ลั และสตู รโมเลกลุ ได้

2. ด้านทกั ษะกระบวนการ
2.1 นักเรียนสามารถสรุปความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสูตรเอมพิริคลั และสตู รโมเลกลุ ได้

3. ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
3.1 นกั เรียนใฝเ่ รยี นรู้ กล้าซกั ถาม และมคี วามรบั ผิดชอบ

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่อื สาร 2. ความสามารถในการคิด

ด้านความสามารถและทักษะของผเู้ รียนศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
 R1– Reading(อา่ นออก)  R2– (W)Riting (เขยี นได)้  R3 – (A)Rithmetics(คิดเลขเป็น)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา้ นการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและ ทกั ษะใน
การแกป้ ัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม และ
ภาวะผู้นำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และ
รเู้ ทา่ ทนั ส่อื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้)
 C8 – Compassion (ความเมตากรุณา ความมรี ะเบียบวนิ ยั มคี ุณธรรม-จริยธรรม)

ช้ินงาน/ภาระงาน

1. สรปุ เกย่ี วกบั การคำนวณหาสตู รเอมพริ ิคลั และสูตรโมเลกลุ

2. แบบฝึกหัดท่ี 4.7

กจิ กรรมการเรยี นรู้

รูปแบบการสอนทใ่ี ช้ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ คือ การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

1. ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)

1.1 ครกู ลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และเช็คช่อื นกั เรียนกอ่ นเรยี น

1.2 ครทู บทวนความร้เู ก่ียวกบั การหาร้อยละโดยมวลของธาตุวา่ มีวธิ ีการหาอยา่ งไร

รอ้ ยละของธาตุ A ในสารประกอบ = มวลของธาตุA X 100
มวลของสารประกอบ

1.3 ครูยกตวั อย่างโจทย์จากแบบฝึกหัดเพ่ิมเติมเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน

2. ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration)

2.1 ครนู ำเขา้ สูบ่ ทเรียนโดยทบทวนเรอ่ื งสูตรเอมพิริคัลและสูตรโมเลกุลท่นี กั เรยี นได้เรยี นรมู้ าแล้ว

โดยใช้คำถามกระตนุ้ ดังนี้

2.1.1 สตู รเอมพิริคัลและสตู รโมเลกุลคืออะไร

2.1.2 สูตรเอมพริ ิคัลเหมอื นหรอื แตกต่างจากสูตรโมเลกลุ อยา่ งไร

2.2 นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกบั คำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน เพ่ือ

เชื่อมโยงไปสกู่ ารเรียนรเู้ ร่ือง การคำนวณเกีย่ วกบั สตู รเคมี

3. ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)

3.1 ครอู ธบิ ายให้ความรู้เกย่ี วกับความหมายของสูตรเอมพิรคิ ลั และสตู รโมเลกลุ ดังนี้

(สตู รเอมพริ ิคัลหรอื สูตรอยา่ งง่าย เปน็ สูตรเคมที ่ีแสดงถงึ อตั ราส่วนอะตอมอย่างต่ำของแต่ละ

ธาตทุ ี่เป็นองค์ประกอบในโมเลกุล

สูตรโมเลกุล เป็นสูตรเคมที ี่แสดงถึงสัญลกั ษณ์ของธาตุ และจำนวนอะตอมของธาตุทเ่ี ปน็

องคป์ ระกอบของสารนั้นใน 1 โมเลกลุ )

3.2 ครใู หค้ วามรู้เรื่องสูตรเคมี ประเภทของสูตรเคมี และการคำนวณหาสูตรเอมพิริคลั หรือสูตร

อย่างง่ายใหก้ บั นักเรยี น โดยยกตวั อย่างการคำนวณบนกระดานอย่างละเอยี ด ดงั น้ี

ตวั อย่าง 1 จากการวิเคราะห์นโิ คตนิ ท่มี ีในบุหร่ีพบว่าประกอบดว้ ย C 74.0 % , H 8.65 %

และ N 17.3 % โดยมวล นิโคตนิ มีสตู รอยา่ งง่ายเป็นอย่างไร (กำหนดมวลอะตอม ดังน้ี

N=14 , C=12 , H=1 )

วธิ ที ำ

อตั ราส่วนโดยมวลของ C : H : N = 74.0 : 8.65 : 17.3

อตั ราสว่ นโดยจำนวนโมลอะตอมของ C:H:N = 74.0 : 8.65 : 17.3
12 1 14

= 6.16 : 8.65 : 1.23

เอา 1.23 หารตลอด = 6.16 : 8.65 : 1.23
1.23 1.23 1.23
= 5: 7: 1

ดังน้นั นโิ คตินมีสตู รอย่างงา่ ยเปน็ C5H7N

3.3 ครูอธิบายวิธีการคำนวณหาสูตรโมเลกุล และแสดงตัวอย่างการคำนวณให้นักเรียนดูบน

กระดานอธบิ ายใหน้ ักเรียนเขา้ ใจอยา่ งละเอยี ด

ตวั อยา่ ง กรดชนิดหนง่ึ ประกอบดว้ ยไฮโดรเจนรอ้ ยละ 3.06 ฟอสฟอรสั ร้อยละ 31.63 และ

ออกซิเจนรอ้ ยละ 65.31 โดยมวล ถ้ากรดชนดิ นมี้ ีมวลโมเลกลุ เทา่ กับ 98 จงหาสูตรเอมพิริคลั

และสูตรโมเลกลุ

วธิ ที ำ

1.คำนวณหาสูตรเอมพริ ิคลั ของกรด

อตั ราสว่ นโดยมวลของ H : P : O = 3.06 : 31.63 : 65.31

อัตราสว่ นโดยจำนวนโมล H:P:O = 3.06 : 31.63 : 65.31
1 31 16
= 3.06 : 1.02 : 4.08

อตั ราส่วนอยา่ งต่ำ H : P : O = 3 : 1 : 4

ดงั นน้ั สตู รเอมพริ กิ ลั ของสารประกอบน้ี คือ H3PO4

2. คำนวณหาสูตรโมเลกลุ ของกรด

สมมติใหส้ ูตรโมเลกุลของกรดชนดิ นีเ้ ปน็ (H3PO4)n
ดงั นน้ั มวลโมเลกลุ ของกรดคิดจากสูตร = [ ( 31 ) + 31 + ( 416 )]n

= 98n
โจทย์กำหนดใหม้ วลโมเลกุลของกรดน้ี = 98
ดงั นน้ั 98n = 98

n =1
สตู รโมเลกลุ ของกรดชนิดน้ี คอื H3PO4
3.4 ครูให้นักเรียนพิจารณาสูตรโมเลกุลและสูตรเอมพิริคัลของสารบางชนิดในตาราง 4.6 แล้ว
อภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับสูตรโมเลกุลและสูตรเอมพิริคัลของสารโคเวเลนต์และสารประกอบไอออนิก
ซง่ึ ควรไดข้ อ้ สรปุ ดงั นี้
1) สารโคเวเลนต์มีทัง้ สตู รโมเลกุลและสตู รเอมพริ คิ ลั ซ่งึ อาจเหมือนกนั หรือต่างกนั
2) สารประกอบไอออนิกมีแต่สูตรเอมพริ คิ ลั
3) สารโคเวเลนตบ์ างชนดิ มสี ตู รโมเลกลุ ตา่ งกนั แต่มสี ตู รเอมพริ ิคัลเหมอื นกนั

4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูยกตัวอย่างแบบฝึกหัด 4.7 ให้กับนักเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัด และเพ่ือ
ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน
4.2 ครูสรุปเน้ือหาเกี่ยวกับการคำนวณสูตรเอมพิริคัลและสูตรโมเลกุลเพิ่มเติมในบางส่วนท่ี
นกั เรยี นยังไมเ่ ขา้ ใจ
4.3 ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นสอบถามเนื้อหาเรื่อง การคำนวณสตู รเอมพิริคลั และสตู รโมเลกลุ

5. ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation)
5.1 การสรปุ เน้อื หาเร่ือง การคำนวณสตู รเอมพริ ิคัลและสูตรโมเลกุล
5.2 การให้ความรว่ มมอื ในตอบคำถาม และแสดงความคดิ เหน็ ในชนั้ เรียน
5.3 แบบฝกึ หดั ท่ี 4.9 ในหนังสอื เคมี ม.4 รายวิชาเพิ่มเติม เล่ม 2 หน้า 40

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียนเคมี รายวิชาเพิม่ เตมิ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 เลม่ 2 (สสวท)
2. งานนำเสนอ เรื่อง โมลและสตู รเคมี

การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การผ่านจดุ ประสงค์
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ตรวจสมุด แบบประเมินความรู้ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึน้ ไป
ด้านความรู้ (K) แบบฝึกหัดที่ ความเข้าใจ เร่ือง
- ส าม ารถอธิบ าย ความ ห ม าย สูตรเอมพริ ิคัล และ ระดับคุณภาพ 3 หรือ
ยกตัวอย่างสูตรเอมพิริคัล และสูตร 4.7 ระดับดีข้ึนไป
โมเลกุลได้ สูตรโมเลกุล
- สามารถคำนวณหาสตู รเอมพริ ิคลั ตรวจสมดุ ระดับคุณภาพ 3 หรือ
และสตู รโมเลกลุ ได้ แบบประเมนิ ทักษะ ระดบั ดขี ้ึนไป
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) การสังเกต การตคี วามหมาย
- สามารถสรุปความสัมพันธร์ ะหวา่ ง พฤติกรรมในชนั้ ข้อมลู และการลง ระดับคุณภาพ 3 หรอื
สตู รเอมพิรคิ ลั และสูตรโมเลกลุ ได้ เรียนต้ังใจใฝ่ ขอ้ สรุป เรอื่ ง สูตร ระดบั ดีขน้ึ ไป
เรยี นรู้ มีความ เอมพริ ิคัล และสตู ร
ด้านคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รยี นรู้ กล้าซักถาม และมีความ รับผิดชอบ โมเลกลุ
รบั ผดิ ชอบ การสงั เกต แบบประเมิน
พฤติกรรมในชัน้ คุณลกั ษณะอันพึง
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน เรยี นตัง้ ใจใฝ่ ประสงค์ดา้ นการใฝ่
- ความสามารถในการคิด เรียนรู้ มีความ เรียนรู้ และมีความ
- ความสามารถในการสอ่ื สาร รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ

แบบประเมิน
สมรรถนะสำคัญของ

ผ้เู รยี น

เกณฑก์ ารประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ด้านความรู้ (K)
- สามารถอธบิ ายความหมาย ยกตัวอยา่ งสตู รเอมพริ ิคลั และสูตรโมเลกุลได้
- สามารถคำนวณหาสูตรเอมพิริคลั และสตู รโมเลกุลได้

ประเดน็ การประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย เนื้อหาครบถว้ น เนอื้ หาครบถว้ น เนื้อหาบางสว่ น เนื้อหาไม่

ความหมาย ยกตัวอย่าง ตามทกี่ ำหนด ตามที่กำหนด ไมส่ มบรู ณ์ตามที่ สมบูรณ์

สูตรเอมพิริคัล และสูตร เขยี นถูกต้องตาม ลำดับหวั ข้อ กำหนด ลำดับ ตามท่ีกำหนด

โมเลกุลได้ หลกั ภาษา เนอ้ื หาชดั เจน หวั ข้อเน้ือหา ลำดบั หัวข้อ

ลำดับหัวขอ้ เนอ้ื หา และมกี ารอธบิ าย ชัดเจน เน้ือหาไม่

ชัดเจน และมกี าร ได้อย่างมเี หตุผล ชดั เจน

อธิบายได้อย่างมี

เหตผุ ล

- สามารถคำนวณหาสูตร คำนวณได้ถกู ต้อง คำนวณได้ คำนวณได้ คำนวณโดยใช้

เอมพิริคัล และสูตรโมเลกุล ตามหลักการ ระบุ ถกู ต้องตาม ถูกต้องตาม สูตร

ได้ หนว่ ยไดถ้ กู ต้อง หลกั การแตผ่ ิด หลกั การแต่ผดิ

ไป 1-2 ข้อ หรือ ไป 3-4 ข้อ หรอื

ระบหุ นว่ ยผิดไป ระบุหน่วยผิดไป

1-2 ข้อ 3-4 ขอ้

เกณฑก์ ารตดั สิน
ระดับ 4 หมายถงึ มีระดับคุณภาพดเี ย่ียม
ระดบั 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี
ระดบั 2 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพปรับปรงุ

เกณฑก์ ารผา่ น ได้ระดับ 3 ข้นึ ไป ร้อยละ 60 ถอื ว่าประสบผลสำเร็จในการสอน

เกณฑก์ ารประเมินดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
- สามารถสรุปความสัมพนั ธ์ระหว่างสตู รเอมพิรคิ ลั และสตู รโมเลกลุ ได้

ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

- สามารถสรุปความสัมพันธ์ เนือ้ หาครบถ้วน เน้ือหาครบถว้ น เนอ้ื หาบางสว่ น เนอื้ หาไม่

ระหว่างสูตรเอมพิริคัล และ ตามที่กำหนด ตามท่ีกำหนด ไมส่ มบรู ณ์ตามที่ สมบรู ณ์

สตู รโมเลกุลได้ เขยี นถกู ต้อง ลำดบั หัวขอ้ กำหนด ลำดับ ตามท่ีกำหนด

ตามหลักภาษา เนื้อหาชดั เจน หัวข้อเนอื้ หา ลำดับหวั ข้อ

ลำดบั หัวขอ้ และมีการอธิบาย ชดั เจน เน้อื หาไม่

เน้อื หาชัดเจน ได้อยา่ งมีเหตุผล ชัดเจน

และมีการอธบิ าย

ได้อย่างมีเหตุผล

เกณฑ์การตัดสิน
ระดับ 4 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดเี ยีย่ ม
ระดบั 3 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพพอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ มีระดับคุณภาพปรับปรุง

เกณฑก์ ารผา่ น ได้ระดับ 3 ข้ึนไป ร้อยละ 60 ถือว่าประสบผลสำเร็จในการสอน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ ซักถาม และมีความรบั ผิดชอบ

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

- ใฝ่เรียนรู้ กล้าซักถาม ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบ ตงั้ ใจและ รบั ผิดชอบในการ
และมคี วามรับผดิ ชอบ ใน การปฏบิ ัติหนา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ รับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ี
ทีไ่ ดร้ บั มอบหมายให้ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ี ได้รบั มอบหมาย

สำเร็จ มีการ ใหส้ ำเรจ็ มีการ ไดร้ บั มอบหมาย ใหส้ ำเรจ็

ปรบั ปรงุ และ ปรับปรงุ และพฒั นา ใหส้ ำเร็จ มีการ

พฒั นาการทำงานให้ การทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรุงและ

ดีขึ้นดว้ ยตนเองและ ด้วยตนเอง พฒั นา

เป็นแบบอยา่ งทด่ี ี การทำงานดขี ึ้น

เกณฑก์ ารตัดสิน
ระดับ 4 หมายถึง มีระดับคุณภาพดีเยีย่ ม
ระดบั 3 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพดี
ระดับ 2 หมายถึง มรี ะดบั คุณภาพพอใช้
ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั 3 ขึน้ ไป ร้อยละ 60 ถือวา่ ประสบผลสำเรจ็ ในการสอน

บันทึกผลหลงั การสอน แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 9

รายวชิ า เคมี 2 รหสั ว 31222 เร่อื ง การคำนวณสตู รอย่างง่ายและสูตรโมเลกุล

สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรียนจำนวน .....................................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ..................................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์ ................................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................................
ได้แก่
1. .......................................................................................................................... ..................
2. .............................................................................................................................................
3. .......................................................................................................................... ...................
นกั เรียนทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่
1............................................................................................................................ ..................
2. .............................................................................................................................................
3. .......................................................................................................................... ...................

ผลการเรียนรูข้ องนักเรียนและปัญหาทีเ่ กดิ ขนึ้ ในระหว่างการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แนวทางการการแก้ปญั หาหรือปรบั ปรงุ แผนการจัดการเรียนรู้ครง้ั ต่อไป (Action plan)
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ....................................... ครูผสู้ อน
(นางสาวฉตั รชฎา ตงิ สะ)
............/............../..............

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
1. องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
 ครบถ้วนและถกู ต้อง
 ยงั ไมค่ รบถว้ นหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้กบั หลักสูตรสถานศึกษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ
 ยังเน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
4. สือ่ การเรยี นรู้
 เหมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรียนรู้
 ยังไม่เหมาะ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลมุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป
6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชื่อ ...............................................................
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
............/............../..............


Click to View FlipBook Version