The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aslongart, 2021-07-12 06:56:02

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

เรอ่ื งพระอวโลกเิ ตศวรโพธิสตั ว์

เสถียร โพธินนั ทะ

ในบรรดาพระโพธิสตั วอ์ งคส์ าํ คญั ๆ ของพระพทุ ธศาสนาฝ่ายมหายาน ปรากฏวา่ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วม์ ีผเู้ คารพ
เลอ่ื มใสมากทสี่ ดุ ในพระสตู รมหายานไดก้ ลา่ วไวว้ า่ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วเ์ ป็นพระโพธิสตั วเ์ พยี งพระองคเ์ ดยี วทีไ่ ดร้ บั
มอบ(ธรรมะจกั ร)ใหเ้ ป็นผดู้ แู ลพทุ ธศาสนาตอ่ จากพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ เมื่อพระองคป์ รนิ ิพพานแลว้ พระปฏิมาของ
พระองค์ ยอ่ มประดษิ ฐานแพรห่ ลายท่วั ทกุ บา้ นเรอื นของพทุ ธศาสนกิ ชน จีน ธิเบต มองโกเลยี ญวน ญี่ป่ นุ เกาหลี
อินโดนีเซยี สงิ คโปร์ มาเลเซยี ฮอ่ งกง ไตห้ วนั

พระนามวา่ อวโลกเิ ตศวร หมายความวา่ ผเู้ ป็นใหญ่ในการทศั นาโลก คือ พระองคท์ รงไว้ ซง่ึ ความกรุณาอนั ไพศาล ไมม่ ี
ขอบเขต ทรงคอยสอดสอ่ งดแู ลปลดเปลอื้ งทกุ ขข์ องสรรพสตั วเ์ สมอ จีนเรยี กพระองคว์ า่ “กวงซีอมิ พสู่ กั ” ญวนเรยี กวา่
“กวางตอื ตา่ ยโบด่ า๊ ก” และชาวญี่ป่ นุ เรยี กวา่ "กวนั นอนโบสตั ส"ุ (แคนนอน canon ช่ือกลอ้ งถา่ ยรูปยีห่ อ้ หนง่ึ ญี่ป่ นุ )

ในกรุณาปณุ ฑรกิ สดู ร (ปยุ ฮ่วั เก็ง) กลา่ ววา่ พระอวโลกิเตศวร เป็นพระธรรมกายโพธิสตั ว์ สงู กวา่ พระโพธิสตั วช์ นั้ สามญั อน่ื ๆ
พระองคเ์ ป็นผมู้ ีพระคณุ ธรรมเต็มบรบิ รู ณ์ เทา่ พระพทุ ธเจา้ ทงั้ หลายท่วั ทศทศิ มพี ทุ ธลกั ษณะครบถว้ นตามมหาบรุ ุษ
ลกั ษณะ ๓๒ ประการอนั งดงามเหมอื นพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ทงั้ หลาย ในพระสตู รฝ่ายมหายานอน่ื บางแหง่ กลา่ ววา่
พระอวโลกิเตศวร แทจ้ รงิ คือพระสมั มาธรรมวิทยาพทุ ธะ (เจิง้ ฝ่าหมงิ หลไู หล) แบง่ ภาคมาเพื่อโปรดสตั ว์ หมายความวา่ ทรง
บรรลโุ พธิญาณแลว้ แตอ่ ดีตกาล ก่อนพระศากยมนุ ีพทุ ธเจา้ ของเรานานไกล แตห่ ากดว้ ยพระกรุณา จึงทรงอวตาร แบง่ ภาค
เป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วม์ าโปรดสตั ว์

ปัญหาอกี ขอ้ หนงึ่ มกั จะเป็นที่สงสยั กนั คอื วา่ พระอวโลกิเตศวรนเี้ ป็นชายหรอื หญิง ทงั้ นถี้ า้ ทา่ นผอู้ า่ นผสู้ นใจในเรอ่ื งนกิ าย
มหายานบา้ งแลว้ คงจะอดคดิ กงั ขาไมไ่ ดเ้ พราะชาวจีนท่วั ไปบชู าปฏมิ าของพระโพธิสตั วอ์ งคน์ ี้ เป็นสตรเี กือบทงั้ หมด และ
เรยี กวา่ “กวงซอี มิ เนยี้ ๆ” ซงึ่ คาํ วา่ “เนีย้ ” ก็บง่ ชดั วา่ เป็นสตรเี พศ หาใชบ่ รุ ุษเพศไม่ อนั ทีจ่ รงิ พระโพธิสตั ว์ ถึงขนั้ อวโลกิเต
ศวรแลว้ ยอ่ มเป็นบรุ ุษเพศทงั้ นนั้ ปฏมิ าของพระองคใ์ นประเทศจีนสมยั ก่อนสมยั ราชวงศถ์ งั คือก่อนพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๑ ขนึ้
ไปลว้ นสรา้ งเป็นรูปมหาบรุ ุษ ประดบั ดว้ ยอลงั การวภิ ษู ิตาภรณอ์ ยา่ งกษัตรยิ อ์ ินเดยี โบราณทงั้ สนิ้ แมร้ ูปปฏิมาทสี่ รา้ งขนึ้ ใน
อนิ เดียเอง ก็เป็นรูปมหาบรุ ุษ แตภ่ ายหลงั เกดิ การนิยมสรา้ งเป็นรูปสตรนี นั้ เขา้ ใจวา่ เพราะปณธิ านของพระอวโลกิเตศวร
ตอ้ งการจะโปรดสตั ว์ ทกุ ภพทกุ ภมู ิ และทรงเสดจ็ มาโปรดสตั วเ์ หลา่ นนั้ ตามสภาวรูปแหง่ สตั วน์ นั้ ๆ ดว้ ย เช่น ถา้ มสี ตรตี ก
ทกุ ข์ พระองคก์ ็แบง่ ภาคมาในรูปสตรมี าโปรดนี้ ดงั ปรากฏในสทั ธรรมปณุ ฑรกิ สตู ร อีกประการหนง่ึ เหน็ จะเป็นดว้ ยสตรี
เพศอนั เป็นเพศมารดาเป็นสญั ลกั ษณแ์ หง่ ความเมตตาปราณี ซาบซงึ้ ยงิ่ กวา่ บรุ ุษเพศเช่น ความรกั ของมารดาท่แี สดงตอ่
บตุ รธิดา ยอ่ มประณีตกวา่ เห็นไดช้ ดั กวา่ ความรกั ของบดิ า ดว้ ยบดิ าเป็นชาย ยอ่ มตอ้ งธาํ รงไว้ ซง่ึ ความเขม้ แข็งองอาจ ขอ้ นี้
จงึ เป็นเหตใุ หค้ นทงั้ หลายนยิ มสรา้ งปฏิมาพระอวโลกิเตศวรเป็นหญิง อกี ประการหนง่ึ ดว้ ยพระองคก์ ็ทรงมีพระกรุณาธิคณุ
อนั เป่ียมลน้ ในสรรพสตั ว์ ดจุ มารดาเมตตารกั ถนอมในบตุ รธิดาของตนเชน่ กนั อยา่ งไรก็ตาม ปฏิมาของพระอวโลกิเตศวร

ถา้ จะสรา้ งใหถ้ กู คณุ ลกั ษณะแลว้ ช่างผสู้ รา้ งตอ้ งสามารถสรา้ ง จนกระท่งั สามารถดงึ ดดู บนั ดาลใจผบู้ ชู าใหเ้ ห็นพระ

ปัญญาคณุ พระสนั ตคิ ณุ และพระกรุณาธิคณุ ทงั้ ๓ ประการนี้ ในพระเนตรและพระพกั ตรข์ องรูปปฏิมาจงึ จดั วา่ ถกู ตอ้ ง
ดว้ ยคณุ ลกั ษณะของพระโพธิสตั วโ์ ดยแท้

ในสทั ธรรมปณุ ฑรกิ สตู ร (เมีย่ วหวบเนย่ ฮ่วั เก็งสมนั ตมขุ ปรวิ รรต (โพมิง้ ปิง้ ) เลา่ เป็นทาํ นองพระพทุ ธบรรยายแกพ่ ระอกั ษยม
ตโิ พธิสตั ว์ ดงั จะแปลเก็บเอาใจความมาพอสงั เขป

“ก็โดยสมยั นนั้ แล พระอกั ษยมติโพธิสตั ว์ (บอ้ จงิ้ สกั ) ไดล้ กุ ขนึ้ จากอาสนะ ทาํ จีวรเฉวยี งบา่ คกุ เขา่ ขวาลง แลว้ ประคอง
อญั ชลมี ายงั พระผมู้ ีพระภาค ทลู ถามวา่ ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จรญิ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ มเี หตปุ ัจจยั อยา่ งไรหนอพระเจา้
ขา้ จงึ มีพระเนมติ กนามวา่ อวโลกิเตศวร ?” จึงพระผเู้ ป็นนาถะแหง่ โลก ตรสั วา่ “ดกู อ่ นกลุ บตุ ร ! ถา้ มสี รรพสตั ว์ นบั ดว้ ย

อสงไขยโกฏิอนั ไมม่ ีประมาณ ไดร้ บั ความทรมานจากทกุ ขท์ งั้ หลายอยู่ และไดส้ ดบั พระคณุ นาม แหง่ พระอวโลกิเตศวร
โพธิสตั ว์ มเี อกจิตเปลง่ นมสั การ ถึงพระนามของพระองคไ์ ซร้ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ จกั ทรงสดบั ดแู ลซงึ่ เสยี งนนั้ ในทนั ที
และสรรพทกุ ขข์ องเขา ก็จะปลดหลดุ พน้ ไป ถา้ มีผสู้ วดภาวนาถงึ พระนามแหง่ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ อยู่ เขาผนู้ นั้ จะเขา้
ไปในทา่ มกลางมหาอคั คี อคั คกี ม็ อิ าจจะเผาไหมเ้ ขาผนู้ นั้ ดว้ ยเดชแหง่ พระโพธิสตั วพ์ ระองคน์ นั้ ถา้ แมม้ ีผปู้ ระสพอทุ กภยั

ตกไปในมหาสาครอนั ลา้ํ ลกึ หากสวดภาวนาถงึ พระคณุ นามนนั้ แลว้ ก็จะบรรลถุ งึ สถานทต่ี นื้ ในทนั ที ถา้ มสี รรพสตั ว์
ทงั้ หลายนบั ดว้ ยอสงไขยโกฏิ ดว้ ยความตอ้ งการแสวงหา สวุ รรณ หิรญั ไพฑรู ย์ บษุ ราคมั เพทาย เพชร นิล จินดามณีรตั น์
เป็นอาทิ ไดพ้ ากนั ออกแสวงหาเดนิ ทางไปในมหาสมทุ ร แลมมี หากาฬวายภุ ยั บงั เกิดขนึ้ จะพดั พาเรอื ใหไ้ ปตกอยยู่ งั ประเทศ
ของเหลา่ อสรู ปีศาจรา้ ย ในจาํ นวนคนทงั้ หลายเหลา่ นนั้ หากจกั มบี คุ คลแมส้ กั คนหนง่ึ สวดภาวนาถึงพระนามพระอวโลกิเต
ศวรโพธิสตั วไ์ ซร้ ผคู้ นทงั้ หลายเหลา่ นนั้ ก็จะรอดพน้ จากอสรู ภยั ไค้ ดว้ ยเหตปุ ัจจยั ประการฉะนีแ้ ล พระโพธิสตั วพ์ ระองคน์ นั้

จึงทรงพระนามวา่ อวโลกิเตศวร.

อนงึ่ ถา้ มบี คุ คลจะไดร้ บั ความประทษุ รา้ ย หากเขาเปลง่ เสยี ง ภาวนาถงึ พระนามของพระอวโลกิเตศวรไซร้ อาวธุ ผทู้ ่ี
ประทษุ รา้ ยกระทาํ รา้ ย ก็จกั ภินทนาการหกั ลงเป็นทอ่ น ๆ และบคุ คลผถู้ กู ทาํ โทษก็หลดุ พน้ ไปได้ และหากมเี หลา่ อสรู ยกั ษ์

รา้ ย ท่วั มหาตรสี หสั สโลกธาตุ จกั ประทษุ รา้ ยมนษุ ย์ เพียงแตไ่ ดย้ นิ เสยี งสวดสรรเสรญิ ถึงพระนามพระอวโลกิเตศวร
โพธิสตั วเ์ ทา่ นนั้ แมด้ วงจกั ษุอนั ดรุ า้ ยของเหลา่ อสรู ยกั ษ์ ก็ยงั มกิ ลา้ จะแลดมู ายงั มนษุ ยอ์ ยา่ วา่ แตจ่ กั มาประทษุ รา้ ยเลย.

อนง่ึ หากมบี คุ คลผมู้ โี ทษจรงิ แลว้ ก็ตาม ไมม่ ีโทษจรงิ ก็ตาม มกี ายอนั ถกู จองจาํ ในเครอื่ งพนั ธนาการอยู่ มาตรวา่ เขาจะเปลง่
พระนามพระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วไ์ ซร้ เครอ่ื งจองจาํ พนั ธนาการเหลา่ นนั้ จกั ภินทนาการลงแล เขาคนนนั้ ก็ใตร้ บั ความ
อิสระ.

อนงึ่ หากปรากฏท่วั ทงั้ มหาตรสี หสั สโลกธาตอุ ดุ มดว้ ยเหลา่ โจรภยั มนี ายพาณิชผหู้ นง่ึ พาขบวนวานชิ นาํ สนิ คา้ รตั นะอนั มี
ราคา ตอ้ งผา่ นทางอนั ตราย ในหมพู่ าณิชหากมบี คุ คลสกั ผหู้ นง่ึ กลา่ ววา่ ดกู ่อนกลุ บตุ ร พวกทา่ นทงั้ หลาย อยา่ ไดก้ ลวั เลย
ทา่ นทงั้ หลายจงมีเอกจิตภาวนาถงึ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วเ์ ถิด พระมหาสตั วพ์ ระองคน์ นั้ ทรงมพี ระมหากรุณาแก่สรรพ
สตั ว์ อาจปลดเปลอื้ งความหวาดกลวั ตา่ ง ๆ ได้ มาตรวา่ ทา่ นทงั้ หลายภาวนาถงึ พระองคไ์ ซร้ จกั รอดพน้ จากโจรภยั ได้ เหลา่

พาณิชเมื่อไดฟ้ ังเชน่ นนั้ ตา่ งก็เปลง่ เสยี งขนึ้ พรอ้ มกนั วา่ “นโม อารยาวโลกิเตศวราย โพธิสตฺตวาย” เพราะเหตทุ ี่เปลง่ พระ
นามด่งั นีจ้ งึ หลดุ พน้ ภยั ไปได.้

“ดกู อ่ นอกั ษยมติ ! พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ มหาสตั วม์ พี ระเดชานภุ าพอนั พิลกึ โอฬารอยา่ งนแี้ ล.

ดกู ่อน อกั ษยมติ ! หากมสี รรพสตั วใ์ ด มกั มากในกามราคะ ถา้ หม่นั ราํ ลกึ ภาวนาบชู าในพระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วเ์ สมอ ก็
สามรถหา่ งไกลจากกามราคะได้ หากมสี รรพสตั วใ์ ดมกั มากดว้ ยโทสะ ถา้ หม่นั ราํ ลกึ ภาวนาบชู าเคารพในพระอวโลกเิ ตศวร
โพธิสตั วเ์ สมอ ก็สามารถหา่ งไกลจากโทสะได้ หากมสี รรพสตั วม์ กั มากดว้ ยโมหะ ถา้ หม่นั ราํ ลกึ ภาวนาบชู าในพระอวโลกเิ ต

ศวรโพธิสตั วเ์ สมอ ก็สามารถหา่ งไกลจากโมหะได้

ดกู ่อน อกั ษยมติ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ ทรงไวซ้ ง่ึ มหาเดชานภุ าพอยา่ งนี้ ทรงประทานหิตานหุ ติ ประโยชนอ์ นั มากมาย
ฉะนนั้ สมควรแลว้ ทีส่ รรพสตั วจ์ กั มจี ิตราํ ลกึ ถึงพระองคเ์ สมอ ๆ หากมีสตรใี ดปรารถนาจะไดบ้ ตุ รชาย เธอพงึ บชู านอบนอ้ ม
พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ กจ็ กั ไดบ้ ตุ รชายอนั สมบรู ณด์ ว้ ยบญุ ญาธิการและปัญญา หากปรารถนาจกั ไดบ้ ตุ รหญิง ก็จกั ได้

เกิดเป็นหญิงทที่ รงลกั ษณะสริ โิ สภาคยม์ บี ญุ อนั กระทาํ ไวแ้ ลว้ เป็นทร่ี กั บชู าของคนทงั้ หลาย

ดกู อ่ นอกั ษยมติ ! พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ ทรงอานภุ าพดว้ ยประการฉะนี้

อนง่ึ หากมีสรรพสตั ว์ เคารพสกั การบชู า พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ จกั มบี ญุ สมภารอนั จะประมาณมไิ ด้ ดว้ ยประการฉะนี้
สรรพสตั วจ์ ึงควรสวดภาวนาถึงพระนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ ดกู อ่ นอกั ษยมติ ! หากมี บคุ คลสวดภาวนาพระ
นามของพระโพธิสตั วเ์ ทา่ เมลด็ ทรายในจาํ นวน ๖๒ โกฎคิ งคานที อนงึ่ ยงั ไดบ้ ชู าถวายสง่ิ อปุ โภคบรโิ ภค มภี ตั ตาหาร
เสนาสนะ เภสชั แดพ่ ระโพธิสตั วเ์ หลา่ นนั้ เธอมีความคดิ เป็นไฉน ? กลุ บตุ รหรอื กลุ ธิดานนั้ มกี ศุ ลมากหรอื หนอแล ?” พระ
อกั ษยมตทิ ลู สนองวา่ มากมายยง่ิ นกั พระเจา้ ขา้ พระผมู้ ีพระภาคตรสั วา่ หากมบี กุ คลสวดภาวนาถงึ พระนามของ พระอว
โลกิเตศวรโพธิสเั ว์ แลไดบ้ ชู าสกั การะ แมช้ ่วั ระยะกาลหนงึ่ ในบคุ คลทงั้ สองนนั้ ยอ่ มมบี ญุ ญสมภารเทา่ เทยี มเสมอกนั ไม่
ผดิ แปลกกนั ตลอดอสงไขยโกฏิกลั ป ไมม่ สี นิ้ สดุ อกั ษยมติ การสวดภาวนาถึงพระนามแหง่ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วไ์ ด้
ประโยชน์ คอื กศุ ลผลบญุ อนั นบั มิได้ ประมาณมไิ ดด้ ว้ ยประการฉะนีแ้ ล พระอกั ษยมตทิ ลู วา่ ขา้ แตพ่ ระมีพระภาคเจา้ !
พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ ทรงทอ่ งเท่ยี วโปรดสตั ว์ ในมหาตรสี หสั สโลกธาตนุ ีอ้ ยา่ งไร ? ทรงมอี ปุ ายพละดว้ ยประการไฉน

หนอพระเจา้ ขา้ ?”

พระผมู้ ีพระภาคเจา้ ตรสั ตอบพระอกั ษยมตวิ า่ “ดกู ่อนกลุ บตุ ร ! หากมสี รรพสตั วใ์ นโลกธาตุ สมควรจะไดร้ บั การโปรดดว้ ย
พระพทุ ธกายแลว้ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ กจ็ ะทรงอวตารปรากฏเป็นรูปพระพทุ ธกายมาแสดงธรรมโปรด หากมีสตั วผ์ ู้
สมควรรบั การโปรดดว้ ยรูปกายลกั ษณะพระสาวก ....... รูปกายลกั ษณะอินทระ ....... รูปกายลกั ษณะมเหศวร ....... รูปกาย
ลกั ษณะเทวเสนาบดี ....... รูปกายลกั ษณะมหาราชา ....... รูปกายลกั ษณะจลุ ราซา ฯลๆ รูปกายลกั ษณะพราหมณ์ .......
รูปกายลกั ษณะภกิ ษุ ....... ภิกษุณี อบุ าสก อบุ าสกิ า ....... รูปกายลกั ษณะพราหมณี คหปตนิ อี าํ มาตยิ าณี รูปกายลกั ษณะ
กมุ าร กมุ ารี รูปกายลกั ษณะนาค ยกั ษ์ คนธรรพ์ อสรู ครุฑ มโหรค (นาคหรอื งใู หญ่) หากมสี ตั วผ์ สู้ มควรรบั การโปรดดว้ ยรูป

กายลกั ษณะวชั รธรเทพ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ ก็จกั ทรงอวตารปรากฏภาคเป็นรูปลกั ษณะดงั กลา่ วนนั้ ๆ และรูปกาย
วชั รธรเทพมาแสดงธรรมโปรด”.

“ดกู ่อนอกั ษยมติ ! พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วท์ รงคณุ ธรรมใหส้ าํ เรจ็ สมบรู ณ์ ดว้ ยประการเชน่ นี้ ทรงแบง่ ภาคออก เป็น
ลกั ษณะตา่ ง ๆ ทอ่ งเทีย่ วโปรดสตั วท์ ่วั ไปในโลกธาตทุ งั้ หลาย ฉะนนั้ จงึ เป็นการสมควรท่พี วกเธอทงั้ หลายจกั มี เอกจิตบชู า

สกั การะ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ ฯลฯ ....... ฯลฯ”

ทา่ นผอู้ า่ นคงจะนกึ วา่ พระอวโลกิเตศวรชา่ งทรงมหทิ ธานภุ าพ พิสดารอะไรอยา่ งนนั้ ดจู ะเป็นลทั ธิศาสนาพราหมณไ์ มผ่ ดิ
เลย ขนาดคนมีโทษยงั ทรงชว่ ยใหห้ ลดุ พน้ อกี แตข่ า้ พเจา้ ขอชีแ้ จงวา่ คตกิ ารสอนศาสนาของลทั ธิมหายานนยิ มการอธิบาย
ธรรมะในรูปบคุ คลาธิษฐาน การอธิบายคณุ ลกั ษณะของพระอวโลกิเตศวรอยา่ งนี้ เป็นเพยี งอบุ ายโกศลวิธี ชกั จงู คนใหเ้ กิด
ความเลอ่ื มใสศรทั ธาม่นั คงในพระโพธิสตั ว์ ไมน่ อ้ ยหนา้ ศาสนาพราหมณช์ นั้ หนง่ึ ก่อน ภายหลงั จงึ อธิบายธรรมาธิษฐานให้
ฟังวา่ แทจ้ รงิ คณุ ลกั ษณะของพระอวโลกิเตศวร คือพระปัญญาคณุ พระสนั ตคิ ณุ และพระกรุณาคณุ ผใู้ ดสามารถอญั เชิญ
พระอวโลกิเตศวรใหเ้ ขา้ มาประทบั อยใู่ นดวงจิตได้ ดว้ ยการหม่นั นกึ ภาวนาราํ ลกึ ถงึ เสมอ ก็ตอ้ งปรบั ปรุงกายวาจาใจของตน
ใหป้ ระกอบดว้ ยปัญญาคณุ สนั ตคิ ณุ กรุณาคณุ ดจุ องคพ์ ระโพธิสตั ว์ เม่ือเป็นดงั นี้ ภยั ตา่ ง ๆ ดงั พรรณนามาในพระสตู รที่

กลา่ วแลว้ จกั บงั เกดิ แก่ผนู้ นั้ ยอ่ มไมม่ ีทางจะเป็นไปได้ หรอื แมว้ า่ จกั เกดิ มขี นึ้ ก็หาทาํ ใหผ้ นู้ นั้ ตอ้ งหว่นั ไหวเดือดรอ้ นไม่
เพราะดวงจิตผนู้ นั้ ไดเ้ ป็นอนั หนง่ึ อนั เดียวกบั พระอวโลกิเตศวรแลว้ นนั้ เอง ฉะนนั้ ผทู้ ีเ่ คารพบชู าพระโพธิสตั วอ์ งคน์ ี้ ยอ่ มสดุ
แลว้ แตว่ ฒุ ปิ ัญญาและฐานะของผนู้ นั้ จะบชู าพระองคใ์ นฐานะเป็นพระเจา้ คอยประทานอะไรตอ่ มอิ ะไรให้ ตามคาํ ออ้ น
วอนขอรอ้ งของเราหรอื จะบชู า ดว้ ยการเขา้ ถงึ แก่นแหง่ ธรรมะในพระองค์ ทาํ นองเดยี วกบั พทุ ธมามกะชาวไทยบางคนไปบน

บานพระพทุ ธรูปขอหวยเลขทา้ ยบา้ ง ขอใหม้ ีบตุ รชายบา้ ง บตุ รหญิงบา้ ง ฯลฯ อะไรตา่ ง ๆ เหลา่ นี้

ในลทั ธิมหายานนิกายพทุ ธตนั ตระ หรอื มนตรยาน ซงึ่ เป็นลทั ธิมหายานรุน่ หลงั เอาคตทิ างลทั ธิฮินดตู นั ตระมาแทรก
จาํ แนกปางอวตารตา่ ง ๆ ของพระอวโลกิเตศวรออก ๓๓ ปาง ปางท่ีสาํ คญั ทีส่ ดุ มอี ยอู่ กี ๖ ปาง คอื

๑. สหสั สหตั ถ สหสั สเนตร อวโลกิเตศวร (โชยชิว้ โชยงงั้ กวนอมิ ) ปางนพี้ ระโพธิสตั ว์ สาํ แดงอภินิหารใหป้ รากฏเป็นพระหตั ถ์
๑,๐๐๐ หตั ถ์ ในใจกลางพระหตั ถ์ ปรากฏมดี วงพระเนตรประดษิ ฐานอยหู่ ตั ถล์ ะดวงซง่ึ ถอดเป็นธรรมาธิษฐาน ก็

หมายความวา่ ดวงเนตร๑,๐๐๐ ดวง หมายเอาปัญญาคณุ ซงึ่ สอดสอ่ งทะลปุ รุโปรง่ ไปท่วั พระหตั ถ์ ๑,๐๐๐ หตั ถ์ หมายถงึ
ความสามารถอนั ยงิ่ ใหญ่ ทจี่ ะฉดุ ช่วยสตั ว์ ใหพ้ น้ หว่ งแหง่ ทกุ ขใ์ นคมั ภรี ส์ หสั สหตั ถกรสตู ร แสดงวา่ ปางนี้ พระอวโลกิเตศวร

มีพระเศียร ๒๗ เศยี ร สพี ระกายเป็นสที องชมพนู ทุ ในปางนที้ รงประทานมนต์ หรอื เรยี กกนั ในนกิ ายพทุ ธตนั ตระวา่
“ธารณี” สาํ หรบั สวดสาธยายเพอื่ ความสวสั ดมิ์ งคลและเพอ่ื ขอความคมุ้ ครองจากพระองค์

๒. อารยววโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ (เสยี่ กวนจือจา๋ ยพสู่ กั ) มีรูปอยา่ งมนษุ ยส์ ามญั ธรรมดา ทรงเครอื่ งอลงั การวิภษู ิต

๓. หยั ครวี อวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ (เบเ๊ ทา้ กวนอิม) ในปางนีท้ รงอวตารแบง่ ภาคมาเพอื่ โปรดสตั วใ์ นภมู ิดิรจั ฉาน มีรูปลกั ษณะ
ในปางโกรธจดั พระพกั ตรด์ รุ า้ ย บนพระเศียรเทรดิ หวั มา้ มีความวา่ ทรงกาํ ลงั ดจุ มา้ แกว้ ของพระเจา้ จกั รพรรคิ สามารถวง่ิ ไป

ท่วั จตทุ ศิ เหยยี บย่าํ กาํ ราบมาร และหมายถงึ มหาวรี ยภาพ มี ๖ กร อาจกาํ จดั อวิชชาใหห้ มดสนิ้ ไป

๔ เอกทศมขุ ีอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ ( จบั อดิ มิ่งกวนอิม) ปางนที้ รงมี ๑๑ พกั ตร์ พกั ตรห์ นา้ ๓ พกั ตร์ อยใู่ นลกั ษณะสงบเยน็
พกั ตรด์ า้ นขวา ๓ พกั ตร์ อยใู่ นลกั ษณะโกรธ พกั ตรด์ า้ นซา้ ย ๓ พกั ตร์ อยใู่ นลกั ษณะดจุ มเี ขยี้ วงอกจากพระโอษฐ์ เบอื้ งหลงั
๑ พกั ตร์ อยใู่ นลกั ษณะยมิ้ อยา่ งดสุ อ่ เดชพล เบอื้ งบนทงั้ ๑๐ มอี กี หนง่ึ พกั ตร์ เป็นพทุ ธพกั ตร์ ทงั้ ๑๑ พกั ตร์ ประคบั ดว้ ย
มาลยั มงกฎุ เทรดิ รูปพระอมติ าภพทุ ธะ มี ๔ กร พระกรขวาบนทรงรูปประคาํ พระกรขวาลา่ งอยใู่ นทา่ อภยั มทุ ระ พระกร

ซา้ ยบนทรงดอกอบุ ล พระกรซา้ ยลา่ งทรงหมอ้ นา้ํ อมฤต

๕. จณั ฑิอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ (จนุ ทกี้ วนอมิ ) ปางนมี้ ลี กั ษณะอยา่ งพระมหาบรุ ุษ มเี ศียรเดยี ว ๑๘ กรเทพศสั ตราตา่ ง ๆ มี
วชิระ สงั ข์ กระบ่ี ธง กงจกั ร บว่ งบาศ ลกู ประคาํ ตรศี ลู คนโท ฯลฯ เป็นอาทิ

๖. จินดามณจี กั รอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ (ยอู่ ี่ป๋ อลงุ้ กวนอมิ ) ปางนที้ รงอยใู่ นลกั ษณะทา้ วมหาพรหมสพี ระกายเป็นสที อง
ประคบั มงกฎุ มเี ทรดิ รูปพระอมิตาภพทุ ธะ ๖ กร พระกรขวาบนอยใู่ นทา่ วิตรรกมทุ ระ พระกรขวากลางทรงจินดามณี พระ
กรขวาลา่ งทรงลกู ประคาํ พระกรซา้ ยบนอยใู่ นทา่ ประทบั สวุ รรณประภาคีรี พระกรซา้ ยกลางทรงดอกบวั พระกรซา้ ยลา่ ง

ทรงกงจกั ร.

ศภุ มสตฺ ุ

ประวตั คิ วามเป็นมาแหง่ พระโพธิสตั วก์ วนอมิ

พระนามกวงซอี ิม
กวง แปลวา่ มอง มองดว้ ยปัญญา มองดว้ ยการพจิ ารณา

ซี แปลวา่ โลก , สงั คม
อิม แปลวา่ เสยี ง ,กระแสเสยี ง
กวงซอี มิ แปลวา่ มองเสยี งโลก
การบาํ เพ็ญเป็นพระโพธิสตั ว์ ตอ้ งบาํ เพญ็ จิตใหเ้ ขม้ แขง็ และกลา้ แกรง่ ทกุ ขณะจติ ยอ่ มใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ สรรพสงิ่ และ
สรรพชีวติ ไมเ่ ห็นแกต่ วั , ไมเ่ หน็ แก่ได,้ ไมเ่ ห็นแกน่ อน , ไมเ่ หน็ แกก่ ิน,ไมเ่ หน็ แกป่ ระโยชนส์ ว่ นตน ฯลฯ หากการบาํ เพ็ญย่งิ

สงู ขนึ้ จนจิตไรก้ ารยดึ ติด เกดิ จิตที่เป็นอสิ ระ ยอมสละ แมก้ ระท่งั เลอื ดเนือ้ อวยั วะนอ้ ยใหญ่ และยอมเสยี แมช้ ีวติ ของตน
เป็นตน้

คณุ ธรรมของพระโพธิสตั ว์ คอื ตอ้ งมีสจั จะ มีธรรม สาํ รวจตรวจจิตตนเอง ไมอ่ วดตน มอี เุ บกขา อารมณส์ งบน่ิง มีความ
อดทน อารมณ์ แหง่ โพธิสตั ว์ คือ เมตตาอภยั ทาน ไมย่ ดึ ตดิ ยอมรบั กฎไตรลกั ษณ์ เขา้ ถงึ สจั ธรรมของความเป็นจรงิ เป็นตน้
คณุ สมบตั ขิ องพระโพธิสตั ว์ คอื เกิดปัญญาเหน็ แจง้ ในสจั ธรรม ไมต่ กเป็นทาสกิเลส มจี ิตเมตตากรุณาตอ่ สรรพสงิ่ ขยาย

นาํ้ ใจออกไปอยา่ งไม่ มีขอบเขตทส่ี นิ้ สดุ มอี บุ ายวธิ ีการอนั แยบคายในการสอนอยา่ งชาญฉลาด แนะนาํ ส่งั สอนใหเ้ หน็
ความจรงิ ของโลกและเขา้ ถงึ สจั ธรรม องคส์ มมตพิ ระโพธิสตั วก์ วนอมิ ในปางตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ปางพนั เนตรพนั กร ปางเหยียบ

มงั กร ปางเหยยี บปลามงั กร ปางประทานพร ปางอมุ้ บาตร ฯลฯ

สงิ่ ของตา่ ง ๆ ในพระหตั ถป์ างพนั เนตรพนั กร

สรุ ยิ นั จนั ทรา หมายถึง ปัญญารูเ้ ทา่ ทนั ในอารมณต์ า่ งๆ

ประนมกร หมายถงึ ความออ่ นนอ้ มถ่อมตน เคารพในพทุ ธะและสง่ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธิ์

โอบอมุ้ โลก หมายถึง ความเมตตากรุณา และการเป็นอภยั ทาน

ลกู ประคาํ ,เชือก หมายถงึ ความไมป่ ระมาท ยดึ ม่นั ในศีล อบรมจิต ฝึกปฏิบตั ิอยเู่ สมอ

คนั ศร,ลกู ศร หมายถงึ ดาํ รงชวี ติ อยอู่ ยา่ งมหี ลกั การ หลดุ พน้ วฏั สงสารการตายการเกิด

คมั ภรี ,์ สมดุ หมายถงึ ศกึ ษาทบทวนพระธรรมเสมอ

ดอกบวั หมายถงึ ความใสสะอาดบรสิ ทุ ธิ์

คนโทนาํ้ ทพิ ย์ หมายถงึ นาํ้ ทิพยร์ กั ษาโรค เสรมิ สริ มิ งคลแก่สตั วโ์ ลก ผตู้ งั้ ม่นั ในธรรม

พระแสงดาบ หมายถงึ ปัญญาฆา่ กิเลส

พระแสงขวาน หมายถึง ปราบมาร โลภ โกรธ หลง มิจฉาทฐิ ิ

ธรรมจกั ร หมายถงึ ทรงลอื้ ขนสตั วโ์ ลก สบื ทอดเผยแพรพ่ ระศาสนา

เชือกบว่ งบาศ หมายถงึ เครอื่ งชว่ ยฉดุ สตั วโ์ ลกใหพ้ น้ จากภยั อนั ตราย

(ลว้ นเป็นปรศิ นาธรรม)

เมือ่ ทา่ นเคารพตอ่ พระโพธิสตั วแ์ ลว้ หรอื ถงึ ขนั้ ศรทั ธาตอ้ งการมงุ่ สคู่ วามเป็นพระโพธิสตั ว์ แมก้ ระท่งั เคยฝากตวั เป็นลกู ศษิ ย์
มา ดว้ ยการอธิษฐาน ทางจิต หรอื เขา้ สาํ นกั ธรรมเพ่ือการปฏบิ ตั ิ ควรฝึกจิตใหน้ ง่ิ สงบเป็นอารมณอ์ ยตู่ วั เสมอจนเกิดความ
เป็นปกตขิ องจิต ไมว่ า่ คาํ ดา่ คาํ ชม ก็ไมใ่ หเ้ ป็นไปตาม กระแสของอารมณอ์ นื่ ใหเ้ ป็นเพยี งจิตสงบ ไมย่ ดึ ตดิ ในคาํ นินทาวา่
รา้ ย และคาํ สรรเสรญิ เมอ่ื จิตสงบได้ ยอ่ มเกิดปัญญา ปัญญาทดี่ ที าํ ใหจ้ ติ แชม่ ช่ืน เมอ่ื จิต แชม่ ช่ืน รา่ งกายยอ่ มผอ่ งใสไมม่ ี
ทกุ ขร์ อ้ น และการอธิษฐานบารมสี ง่ แผใ่ หโ้ ลกเกิดสงบสขุ ใหอ้ ยเู่ ยน็ เป็นสขุ ท่วั หนา้ กนั แผเ่ มตตาใหแ้ ก่สตั วโ์ ลกทงั้ หลาย จิต
แหง่ การอธิษฐานจติ บารมนี เี้ ป็นจติ ท่สี งู ชว่ ยหนนุ จิตทา่ นเป็นผใู้ หท้ ่ดี ี ไมเ่ ป็นผขู้ อ เป็นจิตผเู้ สยี สละไมโ่ ลภ ไมห่ ลงไปตาม
กระแส ไมย่ ดึ ติด มจี ิตเป็นอสิ ระ การปฏบิ ตั ิธรรมขนั้ สงู ของพระโพธิสตั วท์ กุ พระองค์ ลว้ นมมี หาอปุ สรรค(เครอ่ื งกีดขวางการ
เขา้ ถงึ โพธิจิต) จงึ จาํ เป็นตอ้ งสรา้ งความอดทน เพยี รพยายามภาย ในจิตใจเป็นอยา่ งสงู ใหด้ วงจิตเกิดความเขม้ แข็ง และ

การเสยี สละอยา่ งแทจ้ รงิ เพื่อจะไดไ้ มท่ อ้ ถอยไปเสยี ก่อน ในการเขา้ ถงึ ธรรมขนั้ สงู ตอ่ ไป

“ขอนอ้ มสกั การะ ดว้ ยความเคารพ ศรทั ธาดว้ ยใจ พรอ้ มระลกึ นกึ ถงึ พระคณุ พระโพธิสตั วก์ วนอมิ พระองคท์ รงเจรญิ
เมตตาในธรรม อยา่ งไมม่ ีขอบเขต ทรงชว่ ยเหลอื มวลสรรพสง่ิ ใหพ้ น้ ทกุ ขแ์ หง่ วฏั สงสาร”

พระอวโลกิเตศวร (เทวนาครี अवलो�कते�र , โรมนั Avalokiteśvara , จีน 觀世音) พระโพธิสตั วอ์ งคส์ าํ คญั ของ
พระพทุ ธศาสนามหายาน ทีม่ ผี เู้ คารพศรทั ธามากที่สดุ และเป็นเสมอื นปคุ คลาธิษฐานแหง่ มหากรุณาคณุ ของพระพทุ ธเจา้
ทงั้ ปวง เรอื่ งราวของพระอวโลกิเตศวรปรากฏอยทู่ ่วั ไปในคมั ภีรส์ นั สกฤตของมหายาน อาทิ ปรฺ ชฺญาปารมติ าสตู รฺ , สทฺธรฺม

ปณุ ฑรกี สตู รฺ และการณฺฑวยหู สตู รฺ

ความหมายของพระนาม

คาํ วา่ อวโลกิเตศวร ไดม้ ีผใู้ หค้ วามหมายไวห้ ลายนยั ดว้ ยกนั แตโ่ ดยรูปศพั ทแ์ ลว้ คาํ วา่ อวโลกิเตศวรมาจากคาํ สนั สกฤต
สองคาํ คือ อวโลกิต กบั อิศวร แปลไดว้ า่ ผเู้ ป็นใหญ่ทเี่ ฝา้ มองจากเบือ้ งบน หรอื พระผทู้ ศั นาดโู ลก ซงึ่ หมายถงึ เฝา้ ดแู ลสรรพ

สตั วท์ ่ตี กอยใู่ นหว้ งทกุ ขน์ ่นั เอง, ซมิ เมอร์ นกั วชิ าการชาวเยอรมนั อธิบายวา่ พระโพธิสตั วอ์ งคน์ ีท้ รงเป็นสมนั ตมขุ คอื
ปรากฏพระพกั ตรอ์ ยทู่ กุ ทิศอาจแลเหน็ ทงั้ หมด ทรงเป็นผทู้ ส่ี ามารถบรรลพุ ระสมั มาสมั โพธิญาณ คอื อาจจะเป็น

พระพทุ ธเจา้ เม่อื ใดก็ได้ แตท่ รงยบั ยงั้ ไวเ้ น่ืองจากความกรุณาสงสารตอ่ สรรพสตั ว์ นอกจากนีน้ กั ปราชญพ์ ทุ ธศาสนาบาง
ทา่ นยงั ไดเ้ สนอความเห็นวา่ คาํ วา่ อิศวร นนั้ เป็นเสมอื นตาํ แหนง่ ทต่ี ิดมากบั พระนามอวโลกิตะ จงึ ถือไดว้ า่ ทรงเป็นพระ
โพธิสตั วพ์ ระองคเ์ ดยี วที่มตี าํ แหนง่ ระบไุ วท้ า้ ยพระนาม ในขณะทพี่ ระโพธิสตั วพ์ ระองคอ์ น่ื หามีไม่ อนั แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความ

ยิง่ ใหญ่และความสาํ คญั ยง่ิ ของพระโพธิสตั วพ์ ระองคน์ ี้
พทุ ธศาสนิกชนชาวจีนจะรูจ้ กั พระโพธิสตั วพ์ ระองคน์ ใี้ นพระนามวา่ กวนซีอมิ หรอื กวนอมิ ซง่ึ ก็มีความหมายเชน่ เดยี วกบั

คาํ วา่ อวโลกเิ ตศวรในภาษาสนั สกฤต คือผเู้ พง่ สดบั เสยี งแหง่ โลก แตโ่ ดยท่วั ไปแลว้ มกั ใหอ้ รรถาธิบายเป็นใจความวา่
หมายถงึ พระผสู้ ดบั ฟังเสยี งครา่ํ ครวญของสตั วโ์ ลก (ท่ีกาํ ลงั ตกอยใู่ นหว้ งทกุ ข)์ คาํ วา่ กวนซีอิมนีพ้ ระกมุ ารชีวะชาวเอเชีย
กลางผไู้ ปเผยแผพ่ ระศาสนาในจนี เป็นผแู้ ปลขนึ้ ตอ่ มาตดั ออกเหลอื เพยี งกวนอมิ เทา่ นนั้ เนอ่ื งจากคาํ วา่ ซีไปพอ้ งกบั พระ

นามของ จกั รพรรดถิ งั ไทจ่ ง หรอื หลซี ีหมงิ น่นั เอง

พระอวโลกิเตศวรในฐานะเป็นพระธยานโิ พธิสตั ว์

พทุ ธศาสนามหายานไดจ้ าํ แนกพระโพธิสตั วอ์ อกเป็น ๒ ประเภท อนั ไดแ้ ก่ พระมนษุ ิโพธิสตั ว์ และ พระธยานโิ พธิสตั ว์

พระมนษุ ิโพธิสตั ว์ คือพระโพธิสตั วใ์ นสภาวะมนษุ ยห์ รอื เป็นสงิ่ มีชีวติ ในรูปแบบอน่ื ๆ ท่กี าํ ลงั บาํ เพ็ญส่งั สมบารมอี นั ยงิ่ ใหญ่
เพือ่ พระโพธิญาณอนั ประเสรฐิ ถา้ ตามมตขิ องฝ่ายเถรวาทก็คือผทู้ ยี่ งั เวียนวา่ ยอยใู่ นวฏั สงสารเพ่อื บาํ เพญ็ ทศบารมี ๑๐
ประการใหบ้ รบิ รู ณ์ เหมอื นเมือ่ ครงั้ สมเดจ็ พระผมู้ พี ระภาคไดท้ รงกระทาํ มาในอดีต โดยทที่ รงเสวยพระชาตเิ ป็นทงั้ มนษุ ย์
และสตั วจ์ นไดต้ รสั รูส้ มั มาสมั โพธิญาณเป็นพระศากยมนุ พี ทุ ธเจา้ การบาํ เพญ็ บารมดี งั กลา่ วนเี้ ป็นความยากลาํ บากแสน

สาหสั สาํ เรจ็ ไดด้ ว้ ยโพธิจิต อกี ทงั้ วิรยิ ะและความกรุณาอนั หาทเี่ ปรยี บมไิ ด้ ตอ้ งอาศยั ระยะเวลายาวนานนบั ดว้ ยกปั
อสงไขย สนิ้ ภพสนิ้ ชาตสิ ดุ จะประมาณได้

พระธยานิโพธิสตั ว์ พระโพธิสตั วป์ ระเภทนีม้ ใิ ช่พระโพธิสตั วผ์ กู้ าํ ลงั บาํ เพญ็ บารมเี พ่อื แสวงหาดวงปัญญาอนั จะนาํ ไปสู่
ความรูแ้ จง้ เหมอื นประเภทแรก แตเ่ ป็นพระโพธิสตั วผ์ บู้ าํ เพญ็ บารมีบรบิ รู ณค์ รบถว้ นแลว้ และสาํ เรจ็ เป็นพระธยานโิ พธิสตั ว์

หรอื พระโพธิสตั วใ์ นสมาธิโดยยบั ยงั้ ไวย้ งั ไมเ่ สดจ็ เขา้ สพู่ ทุ ธภมู ิ เพอ่ื จะโปรดสรรพสตั วต์ อ่ ไปอีกไมม่ ที ี่สนิ้ สดุ พระธยานิ
โพธิสตั วน์ ีเ้ ป็นทิพยบคุ คลท่มี ีลกั ษณะดงั หนง่ึ เทพยดา มคี ณุ ชาตทิ างจติ เขา้ สภู่ มู ิธรรมขนั้ สงู สดุ และทรงไวซ้ งึ่ พระโพธิญาณ
อยา่ งม่นั คง จงึ มสี ภาวะทส่ี งู กวา่ พระโพธิสตั วท์ ่วั ไป พระธยานโิ พธิสตั วม์ กั จะมีภมู หิ ลงั ทย่ี าวนาน เป็นพระโพธิสตั วเ์ จา้ ท่ี

สาํ เรจ็ เป็นพระโพธิสตั วม์ าเน่ินนานนบั แตส่ มยั พระอดีตพทุ ธเจา้ องคก์ อ่ น ๆ สดุ จะคณานบั เป็นกาลเวลาได้ พระธยานิ
โพธิสตั วท์ พ่ี ทุ ธศาสนกิ ชนมหายานรูจ้ กั ดี อาทิ พระมญั ชศุ รี พระอวโลกิเตศวร พระมหาสถามปราปต์ พระสมนั ตภทั ร พระ

กษิตคิ รรภ์ เป็นตน้

พระโพธิสตั วอ์ วโลกิเตศวรพนั หสั ตพ์ นั เนตร

รูปเคารพของพระอวโลกิเตศวรมอี ยหู่ ลายปาง ทงั้ ภาคบรุ ุษ ภาคสตรี ไปจนถึงปางอนั แสดงลกั ษณาการทด่ี รุ า้ ย ซง่ึ เป็น
สญั ลกั ษณข์ องการปราบมารคอื สรรพกิเลส แตป่ างที่สาํ คญั ปางหนง่ึ คอื ปางที่ทรงสาํ แดงพระวรกายเป็นพนั หสั ถพ์ นั เนตร
ซงึ่ มเี รอื่ งราวปรากฏในพระสตู รสนั สกฤตคือ สหสั ภชุ สหสั เนตรอวโลกิเตศวรโพธิสตั วไวปลุ ยสมั ปรุ ณอกิญจนมหากรุณา
จิตรธารณีสตู รมหากรุณามนตร์ หรอื เรยี กสนั้ ๆ วา่ มหากรุณาธารณีสตู ร (大悲咒) นาํ เขา้ ไปแปลในจีนโดยพระภควธรรม
ชาวอนิ เดยี ในสมยั ราชวงศถ์ งั ไดก้ ลา่ วถงึ บทสวดธารณีแหง่ พระโพธิสตั วพ์ ระองคน์ ี้ คอื “มหากรุณาหฤทยั ธารณ”ี เนือ้ หา
กลา่ วถงึ เมื่อครงั้ ทพ่ี ระศากยมนุ สี มั มาสมั พทุ ธเจา้ ประทบั อยู่ ณ โปตาลกะบรรพต ในกาลนนั้ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วไ์ ด้

ขอพทุ ธานญุ าตแสดงธารณีมนตรอ์ นั ศกั ดิส์ ทิ ธิ์ไวเ้ พ่อื เป็นท่ีพง่ึ แกส่ รรพสตั ว์ ซง่ึ ธารณีนีย้ อ้ นไปในครงั้ กาลสมยั ของ

พระพทุ ธเจา้ นามวา่ พระสหสั ประภาศานติสถิตยตถาคต พระพทุ ธเจา้ พระองคน์ นั้ ไดต้ รสั ธารณีนีแ้ กพ่ ระอวโลกิเตศวร และ
ตรสั วา่

“สาธุ บรุ ุษ เมอ่ื เธอไดห้ ฤทยั ธารณีนี้ จงสรา้ งประโยชนส์ ขุ สาํ ราญแกส่ ตั วท์ งั้ หลายในกษายกลั ป์ แหง่ อนาคตกาลโดยท่วั ถงึ ”
ตามเนอื้ ความของพระสตู รไดก้ ลา่ ววา่ ในขณะนนั้ เมอื่ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วไ์ ดส้ ดบั มนตรน์ แี้ ลว้ ก็ไดบ้ รรลถุ งึ ภมู ิท่ี ๘

แหง่ พระโพธิสตั วเ์ จา้ จงึ ไดต้ งั้ ปณิธานวา่

“ในอนาคตกาล หากขา้ พเจา้ สามารถยงั ประโยชนส์ ขุ แก่สรรพสตั วไ์ ด้ ขอใหข้ า้ พเจา้ มีพนั เนตรพนั หตั ถใ์ นบดั ดล”

เมอื่ ทา่ นตงั้ ปณิธานดงั นีแ้ ลว้ พลนั ก็บงั เกิดมพี นั หสั ถพ์ นั เนตรขนึ้ ทนั ที และเพลานนั้ พืน้ มหาพสธุ าดลท่วั ทศทศิ ก็ไหวสะเทอื น
เลอื่ นล่นั พระพทุ ธเจา้ ทงั้ ปวงในทศทศิ ก็เปลง่ แสงโอภาสเรอื งรองมาตอ้ งวรกายแหง่ พระโพธิสตั ว์ และฉายรศั มไี ปยงั
โลกธาตตุ า่ ง ๆ อยา่ งปราศจากขอบเขต

พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ไดต้ รสั แกพ่ ระอานนทว์ า่ เน่ืองจากปณธิ านอนั ยิ่งใหญข่ องพระโพธิสตั ว์ หากเหลา่ มนษุ ยแ์ ละทวยเทพ
ตงั้ จิตสวดมหากรุณาธารณี พรอ้ มสวดพระนามพระพทุ ธอมติ าพทุ ธเจา้ แลว้ ก็จะสามารถดบั มหนั ตโทษจาํ นวนรอ้ ยพนั
หม่ืนลา้ นกลั ป์ ได้ หากเหลา่ มนษุ ย์ ทวยเทพและพรหม สวดคาถามหากรุณาธารณีนี้ เมื่อใกลช้ ีวติ ดบั พระพทุ ธเจา้ ทงั้ ๑๐
ทศิ จะยืน่ พระกรมารบั เพ่ือใหไ้ ปอบุ ตั ิในพทุ ธเกษตรทกุ แหง่

จากเรอื่ งราวในพระสตู รนีท้ าํ ใหเ้ กิดการสรา้ งรูปพระโพธิสตั วพ์ นั หสั ถพ์ นั เนตร อนั แสดงถงึ การทอดทศั นาเลง็ เห็นท่วั โลกธาตุ
และพนั หสั ตแ์ สดงถงึ อาํ นาจในการชว่ ยเหลอื สรรพสตั วใ์ หพ้ น้ ทกุ ข์ บทสวดในพระสตู รนีเ้ ป็นภาษาสนั สกฤตผสมภาษา

ทอ้ งถิ่นโบราณในอนิ เดีย ทหี่ ลงเหลอื มาในปัจจบุ นั มีหลายฉบบั ท่ีไมต่ รงกนั ทงั้ ในฉบบั ทเิ บต ฉบบั จีนซงึ่ มที งั้ ของพระภควธ
รรม พระอโมฆวชั ระ ฯลฯ ตอ่ มาไดม้ กี ารคน้ ควา้ และปรบั ปรุงใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณโ์ ดย Dr.Lokesh Chandra และ
ตพี มิ พเ์ ผยแพรเ่ ม่อื ค.ศ.1988 เป็นบทสวดสาํ คญั ประจาํ องคพ์ ระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วท์ พี่ ทุ ธศาสนกิ ชนมหายานสวดกนั

อยโู่ ดยท่วั ไป

พระสตู รสําคัญในพุทธศาสนามหายาน เปนพระสูตรของพระอวโลติเกศวรโพธิสัตวป างพันมือพนั ตา
ซง่ึ ถอื เปน ปางที่ทรงมหิธานุภาพท่สี ุด ปางนเี้ ปนปางที่พระโพธสิ ตั วเ จามาเพื่อโปรดสัตวท ด่ี ุรายทีส่ ุด พระสูตรน้ี
เปน พระสตู รท่ีใชใ นพธิ กี รรมปลกุ เษกทกุ สรรพสิ่ง เชน การปลุกเษกมณฑลพิธี ปลกุ เษกพระเคร่ือง เปน ตน
ธารณนี ้ีเปน ธารณีแหง ความเมตตามหานิยม และแคลวคลาดจากอันตรายทุกประการ

มหากรุณาคือจติ เมตตากรณุ าอนั ยิ่งใหญไพศาล ธารณีคือมนตรค าถาหรือคําระหสั แหง พระพุทธเจา
และพระโพธิสัตวเ จา ที่ไดจากฌานสมาบัติ มหากรุณาธารณีจึงเปน ธรรมมูลฐานท่ีพระพุทธเจา ทรงประทานให
ดวยมหาเมตตา ผตู ้งั ใจสวดทองจงึ ไดรบั ผลสนองตอบอันย่ิงใหญ ดว ยวาในขณะสวดทอ งธารณนี ้ีจะปรากฏ
พระพทุ ธเจา พระโพธสิ ตั วเ จา พระอรหนั ตเจา เทพธรรมบาล 84 พระองคคอยใหค วามชวยเหลอื คมุ ครองและ
นําพาใหบรรลธุ รรม

มหากรุณาธารณี เป็นบทสวดสาํ คญั ในพระพทุ ธศาสนานิกายมหายาน เป็นธารณีประจาํ องคพ์ ระอวโลกิเตศวร
ปางพนั หตั ถพ์ นั เนตร มตี น้ กาํ เนดิ จากพระสตู รมหายานภาษาสนั สกฤตของอนิ เดยี พระภควธรรมเถระชาวอนิ เดยี นาํ เขา้ ไป
แปลในประเทศจีนสมยั ราชวงศถ์ งั และมฉี บบั แปลเป็นภาษาทิเบตดว้ ย มหากรุณาธารณเี ป็นมนตรอ์ นั เกิดจากความเมตตา
กรุณาอนั ยง่ิ ใหญ่ของพระอวโลกเิ ตศวรท่มี ตี อ่ สรรพสตั วท์ ี่ตกทกุ ขใ์ นโลก ในคมั ภรี ก์ ลา่ ววา่ ธารณีนมี้ ีช่ือตา่ ง ๆ กนั เช่นมหา

ไวปลุ ยสมั ปรุ ณธารณ,ี อกิญจนมหากรุณาธารณี, อายวุ ฒั นธารณี, วกิ รมอตุ ตรภมู ิธารณ,ี มโนมยั อศิ วรธารณี เป็นตน้
อกั ษรหนง่ึ ตวั และประโยคหนง่ึ ในบทธารณีมนตรน์ ี้ ลว้ นขยายเป็นอรรถธรรม อนั จะนาํ เขา้ ถึงพระสมั มาสมั โพธิญาณ

ประวตั ิ

ในประเทศไทยธารณีสตู รฉบบั นีไ้ ดแ้ ปลโดยหลวงจีนคณาจีนพรต (เยน็ บญุ ) เจา้ อาวาสวดั ทิพยว์ ารวี ิหาร แขวงบา้ นหมอ้
เขตพระนคร กรุงเทพ ในคมั ภรี ส์ นั สกฤตของมหายานคือคมั ภรี ์ “สหสั ภชุ สหสั เนตรอวโลกิเตศวรโพธิสตั วไวปลุ ยสมั ปรุ ณอ
กิญจนมหากรุณาจิตธารณีสตู รมหากรุณามนตระ” นาํ เขา้ ไปแปลในจีนโดยพระภควธรรม ชาวอนิ เดยี ในสมยั ราชวงศถ์ งั
ไดก้ ลา่ วถงึ บทสวดธารณีแหง่ พระโพธิสตั วอ์ วโลกิเตศวร คอื มหากรุณาหฤทยั ธารณี อนั จะยงั อานสิ งสค์ วามศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ใหบ้ งั

เกิดขนึ้ แกผ่ สู้ วดนานปั การ

พระโพธิสตั วอ์ วโลกิเตศวรพนั หสั ตพ์ นั เนตร รูปเคารพของพระอวโลกิเตศวรมีอยหู่ ลายปาง ทงั้ ภาคบรุ ุษ ภาคสตรี ไปจนถงึ
ปางอนั แสดงลกั ษณาการทด่ี รุ า้ ย ซงึ่ เป็นสญั ลกั ษณข์ องการปราบมารคือสรรพกิเลส แตป่ างทส่ี าํ คญั ปางหนงึ่ คือปางทท่ี รง
สาํ แดงพระวรกายเป็นพนั หสั ถพ์ นั เนตร ซง่ึ มีเรอื่ งราวปรากฏในพระสตู รสนั สกฤตคือ สหสั ภชุ สหสั เนตรอวโลกิเตศวรโพธิ
สตั วไวปลุ ยสมั ปรุ ณอกิญจนมหากรุณาจิตรธารณีสตู รมหากรุณามนตร์ หรอื เรยี กสนั้ ๆ วา่ มหากรุณาธารณีสตู ร (大悲咒
) นาํ เขา้ ไปแปลในจีนโดยพระภควธรรมชาวอินเดยี ในสมยั ราชวงศถ์ งั ไดก้ ลา่ วถงึ บทสวดธารณีแหง่ พระโพธิสตั วพ์ ระองคน์ ี้
คือ “มหากรุณาหฤทยั ธารณ”ี เนอื้ หากลา่ วถึงเมื่อครงั้ ที่พระศากยมนุ สี มั มาสมั พทุ ธเจา้ ประทบั อยู่ ณ โปตาลกะบรรพต ใน
กาลนนั้ พระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วไ์ ดข้ อพทุ ธานญุ าตแสดงธารณีมนตรอ์ นั ศกั ดิส์ ทิ ธิ์ไวเ้ พือ่ เป็นทีพ่ ง่ึ แกส่ รรพสตั ว์ ซง่ึ ธารณีนี้

ยอ้ นไปในครงั้ กาลสมยั ของพระพทุ ธเจา้ นามวา่ พระสหสั ประภาศานตสิ ถิตยตถาคต พระพทุ ธเจา้ พระองคน์ นั้ ไดต้ รสั ธารณี
นแี้ ก่พระอวโลกิเตศวร และตรสั วา่ “สาธุ บรุ ุษ เมอ่ื เธอไดห้ ฤทยั ธารณีนี้ จงสรา้ งประโยชนส์ ขุ สาํ ราญแก่สตั วท์ งั้ หลาย
ในกษายกลั ป์ แหง่ อนาคตกาลโดยท่วั ถงึ ”

ตามเนือ้ ความของพระสตู รไดก้ ลา่ ววา่ ในขณะนนั้ เม่ือพระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วไ์ ดส้ ดบั มนตรน์ แี้ ลว้ ก็ไดบ้ รรลถุ งึ ภมู ทิ ี่ ๘
แหง่ พระโพธิสตั วเ์ จา้ จงึ ไดต้ งั้ ปณิธานวา่ “ในอนาคตกาล หากขา้ พเจา้ สามารถยงั ประโยชนส์ ขุ แกส่ รรพสตั วไ์ ด้ ขอให้
ขา้ พเจา้ มพี นั เนตรพนั หตั ถใ์ นบดั ดล” เมื่อทา่ นตงั้ ปณิธานดงั นแี้ ลว้ พลนั ก็บงั เกิดมีพนั หสั ถพ์ นั เนตรขนึ้ ทนั ที และเพลานนั้
พนื้ มหาพสธุ าดลท่วั ทศทิศก็ไหวสะเทอื นเลอ่ื นล่นั พระพทุ ธเจา้ ทงั้ ปวงในทศทศิ ก็เปลง่ แสงโอภาสเรอื งรองมาตอ้ งวรกาย

แหง่ พระโพธิสตั ว์ และฉายรศั มไี ปยงั โลกธาตตุ า่ ง ๆ อยา่ งปราศจากขอบเขต พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ไดต้ รสั แก่พระอานนทว์ า่
เนอ่ื งจากปณิธานอนั ยง่ิ ใหญ่ของพระโพธิสตั ว์ หากเหลา่ มนษุ ยแ์ ละทวยเทพ ตงั้ จิตสวดมหากรุณาธารณี มนตรน์ คี้ ืนละ ๗
จบ ก็จะดบั มหนั ตโทษจาํ นวนรอ้ ยพนั หม่นื ลา้ นกลั ป์ ได้ หากเหลา่ มนษุ ยท์ วยเทพสวดคาถามหากรุณาธารณีนี้ เม่ือใกลช้ ีวติ

ดบั พระพทุ ธเจา้ ทงั้ ๑๐ ทิศจะยนื่ พระกรมารบั ใหไ้ ปอบุ ตั ใิ นพทุ ธเกษตรทกุ แหง่

จากเรอื่ งราวในพระสตู รนีท้ าํ ใหเ้ กิดการสรา้ งรูปพระโพธิสตั วพ์ นั หสั ถพ์ นั เนตร อนั แสดงถงึ การทอดทศั นาเลง็ เห็นท่วั โลกธาตุ
และพนั หสั ตแ์ สดงถงึ อาํ นาจในการช่วยเหลอื สรรพสตั วใ์ หพ้ น้ ทกุ ข์ บทสวดในพระสตู รนเี้ ป็นภาษาสนั สกฤตผสมภาษา

ทอ้ งถิ่นโบราณในอนิ เดยี ทีห่ ลงเหลอื มาในปัจจบุ นั มหี ลายฉบบั ท่ีไมต่ รงกนั ทงั้ ในฉบบั ทเิ บต ฉบบั จีนซง่ึ มที งั้ ของพระภควธ
รรม พระอโมฆวชั ระ ฯลฯ ตอ่ มาไดม้ ีการคน้ ควา้ และปรบั ปรุงใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณโ์ ดย Dr.Lokesh Chandra และ
ตีพมิ พเ์ ผยแพรเ่ ม่อื ค.ศ.1988 เป็นบทสวดสาํ คญั ประจาํ องคพ์ ระอวโลกิเตศวรโพธิสตั วท์ ่ีพทุ ธศาสนกิ ชนมหายานสวดกนั

อยโู่ ดยท่วั ไป

บทสวดนีเ้ ป็นทน่ี บั ถือและสวดบชู าพระอวโลกเิ ตศวร กนั อยทู่ ่วั ไปในหมพู่ ทุ ธศาสนกิ ชน ตงั้ แตอ่ ินเดยี เหนือ เนปาล ทิเบต
ไปจนถึงจีน ญ่ีป่ นุ และเกาหลี มหากรุณาธารณีนีเ้ ป็นบทสวดของพระอวโลกิเตศวรปางพนั หตั ถพ์ นั เนตร ในคมั ภีรร์ ะบวุ า่ ผู้
ทเี่ ลอื่ มใสถวายสกั การะตอ่ พระอวโลกิเตศวรอยเู่ ป็นเนืองนติ ย์ ตงั้ ใจสวดสรรเสรญิ พระนาม ยอ่ มจะถึงพรอ้ มในกศุ ลทงั้ ปวง
สามารถยงั วบิ ากกรรมอนั มมิ ปี ระมาณใหส้ นิ้ สญู ครนั้ เมอ่ื วายชนมจ์ ะไปอบุ ตั ิ ณ สขุ าวดโี ลกธาตแุ หง่ องคพ์ ระอมติ าภพทุ ธ

เจา้

บทสวดมนตฮ์ ่งไป่ กวงอิม(สรรเสรญิ กิตตคิ ุณพระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอิม)

มอ้ เอ่ียซาผอ่ ออ จซี้ มิ กยุ เหมง่ ลี่

กวงอมิ ผอ่ สกั ไตฉ่ ื่อปยุ ก่ิวโตว่ จงเซ็งบอ่ จิงตี้

จ๋อชิ่วจิบป๊ังกาํ โหลว่ จยุ้ อ๋ิวช่ิวจิบกีเอ่ียงลวิ กี

เทา้ เจี่ยเต็งจงุ อยไู่ หลฮ่ กุ เขา้ ตงั เสย่ี เหนี่ยมออหน่ที อ้

อนู่ งั้ เหนยี มตกิ กวงอิมจ่ิว ฮวยแคฮว่ ยจอ่ แปะโหนย่ ตี๊

เจียวเหน่ียมกวงซอี่ มิ หมอเหนยี มกวงซีอ่ ิม

จี่เตก็ ลมิ้ ตงั กวงซี่อมิ แปะโหนย้ ตตี๊ งั กวงซี่อมิ

ฉิ่มเซยี กิว้ โคว่ กวงซอี่ มิ แปะโชยบว่ งเอก็ กวงซ่ีอิม

หกตอ่ ฮงุ้ ตงั คงลหี่ ่ิง หกตอ่ กงั โอว้ หล่งั หลชี ิม้

หกตอ่ เอยี้ งกงั กิว้ จิกโคว่ หกตอ่ อมิ ฮโู่ ตว่ จงเซง็

หยกิ ยกิ สซ่ี ีไ้ หลก่ ิว้ โคว่ สซ่ี ีก้ ิว้ โคว่ ปกุ หลซ่ี ิง

งอ้ กิมก๋ีซ่วิ ไปก้ วงอมิ หยยุ่ หงวงกวงอมิ กงั้ ไหลล่ มิ้

ไตฉ่ ื่อปยุ กิว้ โคว่ หลง่ั นาํ มอเหลง่ กาํ้ กวงซอ่ี มิ

ผอ่ สกั หมอ่ ฮอสกั นาํ มอออนถี้ ่อหกุ

นาํ มอออนถี้ ่อหกุ นาํ มอออนถี้ อ่ หกุ

คาํ แปล
ขอนมสั การพระรตั นตรยั ดว้ ยจิตตงั้ ม่นั ในหลกั ของศาสนาทจี่ ะเขา้ ถึงธรรมะขอนอ้ มระลกึ ถงึ พระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอมิ ผู้
ทรงมีมหาเมตตาเป็นอนนั ตท์ ่ีทรงชว่ ยเหลอื สตั วโ์ ลกใหพ้ น้ จากวฏั ฏะโดยไมม่ ขี อบขา่ ยพระหตั ถซ์ า้ ยของพระองคท์ รงถือ
แจกนั นา้ํ อมฤตที่สามารถปราบมารไดแ้ ละพระหตั ถข์ วาทรงถือก่ิงหลวิ อนั ศกั ดิส์ ทิ ธิ์ไวส้ าํ หรบั ประพรมนา้ํ อมฤตบนเศยี รทรง
สวมรตั นมาลาทีม่ ีสญั ลกั ษณข์ องพระพทุ ธเจา้ พระองคท์ รงหม่นั สวดมนตภ์ าวนาระลกึ ถงึ พระพทุ ธเจา้ อมติ าภะอยเู่ สมอผใู้ ด
หม่นั ภาวนาพระคาถาบชู าพระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอมิ จนขนึ้ ใจยอ่ มที่จะพน้ จากทกุ ขร์ อ้ นและไดร้ บั ความรม่ เยน็ เหมือนด่งั
ความเยน็ ชื่นแหง่ สระบวั ขาวขอนอ้ มจิตระลกึ ถึงพระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอมิ เสมอทงั้ เวลาเชา้ และเยน็ ขอนอ้ มจิตระลกึ ถึง
พระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอมิ ท่ที รงเรน้ พระวรกายอยใู่ นป่ าไผข่ อนอ้ มจิตระลกึ ถงึ พระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอิมทีท่ รงประทบั อยู่
บนดอกบวั ขาวในโบกขรณีขอนอ้ มจิตระลกึ ถงึ พระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอิมท่ีทรงบาํ บดั ทกุ ขต์ ามเสยี งพร่าํ เรยี กของสตั วโ์ ลก
ขอนอ้ มจิตระลกึ ถึงพระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอมิ ที่ทรงอยหู่ า่ งเราเป็นหม่นื เป็นแสนโยชนบ์ างครงั้ พระองคจ์ ะทรงปรากฏพระ
วรกายอยบู่ นปยุ เมฆเพอื่ ชว่ ยเหลอื เราบางครงั้ พระองคจ์ ะทรงดนั้ ดน้ ในทา่ มกลางคลน่ื ลมของแมน่ า้ํ และมหาสมทุ ร เพอ่ื ทรง
คน้ หาและชว่ ยเหลอื เราบางครงั้ พระองคจ์ ะทรงบาํ บดั ทกุ ขใ์ หส้ ตั วโ์ ลกในมนษุ ยโลกบางครงั้ พระองคจ์ ะทรงชว่ ยเหลอื สตั วใ์ น
นรกโลกทกุ ๆวนั ทกุ ๆเวลาขอออ้ นวอนพระองคใ์ หเ้ สดจ็ มาทรงชว่ ยปลดเปลอื้ งทกุ ขใ์ หแ้ กเ่ ราทกุ ๆเวลาขอใหพ้ ระองคเ์ สดจ็ มา
อยใู่ กลๆ้ เราพอื่ ทรงขจดั ทกุ ขใ์ นวโรกาสนีข้ า้ นอ้ ยขอสกั การบชู าพระโพธิสตั วเ์ จา้ แมก่ วนอมิ ดว้ ยความเคารพยง่ิ และหวงั วา่

กระแสแหง่ การสกั การบชู านี้ คงจะกระทบถึงพระองคใ์ หท้ รงรบั ทราบและเสดจ็ มาโปรดขา้ นอ้ ยทงั้ หลายบา้ งขอ้ นอ้ มสกั การ
ในนาํ้ พระทยั อนั ลา้ํ ลกึ ของพระองคผ์ ทู้ รงเป็นพระมหาโพธิสตั วซ์ งึ่ ขจดั ทกุ ขใ์ หแ้ กส่ ตั วโ์ ลกไดน้ ะโมอนนั ตพทุ ธะ

บทสวดมหากรุณาธารณีสตู ร 84 ภาค

๑. นาํ มอ ฮอ ลา ตนั นอ ตอ ลา เหย่ เย
นาํ มอ – ความนอบนอ้ ม

ฮอ ลา ตนั นอ – ความเป็นรตั นะ
ตอ ลา เหย่ – 3
เย – นมสั การ

ขอนอบนอ้ มนมสั การพระไตรรตั นท์ งั้ สาม
หมายถึง..การนอ้ มเอาพระไตรสรณคมน,์ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พง่ึ ทร่ี ะลกึ ผตู้ อ้ งการปฏบิ ตั ิใหถ้ งึ พระองค์

จะตอ้ งสาธยายมนตราดว้ ยความมเี มตตากรุณาและเปี่ยมดว้ ยศรทั ธา
ไมค่ วรสวดดว้ ยเสยี งอนั ดงั เกรยี้ วกราด และเรง่ รอ้ น

๒. นาํ มอ ออ ลี เย
นาํ มอ – ความนอบนอ้ ม

ออ ลี – องคอ์ รยิ ะ
เย – นมสั การ

ขอนอบนอ้ มนมสั การแดอ่ งคพ์ ระอรยิ ะ ผหู้ า่ งไกลจากบาปอกศุ ล
วตั ถปุ ระสงคแ์ หง่ บทน…ี้ พระโพธิสตั วท์ รงส่งั สอนชาวโลกใหป้ ฏบิ ตั ทิ างจติ เป็น

มลู ฐาน พระสทั ธรรมทงั้ หลายลว้ นกาํ เนดิ มาแตจ่ ติ
เหตนุ ผี้ ปู้ ฏิบตั ิจะตอ้ งมคี วามชดั แจง้ แหง่ จิต และมองเห็นสภาวะแหง่ ตน จงึ จะ

สามารถบรรลพุ ระสมั มาสมั โพธิญาณ
เม่ือไมแ่ จง้ ชดั ในจิตก็ไมส่ ามารถเห็นสภาวะแหง่ ตน หากแตจ่ ิตเป็นอจล มีความ

ม่นั คง ก็สามารถเดนิ ทางสพู่ ระนฤพานได้

๓. ผอ่ ลู กิด ตี ซอ ปอ ลา เย
ผอ่ ลู กิด ตี – การเพง่ พิจารณา อีกนยั หนง่ึ คอื ความสวา่ ง

ซอ ปอ ลา – เสยี งของโลกอนั เป็นอิสระ
เย – นอบนอ้ มนมสั การ

ขอนอบนอ้ มคารวะแดอ่ งคพ์ ระอวโลกิเตศวรโพธิสตั ว์ ผเู้ พง่ เสยี งแหง่ สรรพสตั วผ์ ยู้ าก
พระโพธิสตั วผ์ สู้ งสารชีวติ แหง่ สรรพสตั วผ์ ตู้ กอยใู่ นกองทกุ ข์ เขาเหลา่ นนั้ ลว้ นมี
ความทกุ ขอ์ นั เกิดจากการหลงลมื สภาวะเดมิ ของตน จาํ ตอ้ งเวยี นวา่ ยอยใู่ น
สงั สารวฏั พระองคพ์ จิ ารณาตามนี้ จึงเกดิ เมตตาจิตทจ่ี ะโปรดสตั ว์

๔. ผู่ ที สตั ตอ พอ เย
ผู่ ที (โพธิ) – ตรสั รู้
สตั ตอ (สตั ว)์ – การมชี ีวติ อารมณ์
พอเย – นอ้ มคารวะ
ขอนอบนอ้ มคารวะตอ่ ผใู้ หค้ วามตรสั รูแ้ กท่ กุ ชีวิต
…หากตงั้ ใจในธรรม นอบนอ้ มตอ่ ความแจง้ ในสภาวะเดมิ ก็จะถงึ ความหลดุ พน้

๕. หมอ่ ฮอ สตั ตอ พอ เย
หมอ่ ฮอ – ใหญ่มาก

สตั ตอ – สตั วโ์ ลก หรอื อีกนยั หนง่ึ หมายถึง ผกู้ ลา้ หาญ
พอ เย – นอ้ มคารวะ

เม่อื นอ้ มคารวะผกู้ ลา้ หาญก็มโี อกาสทีจ่ ะหลดุ พน้ มวลสรรพสตั วใ์ นโลกอนั ไพศาล ถา้ รูส้ กึ ตวั แลว้ ลงมือปฏบิ ตั ิ ลว้ นถงึ
ความหลดุ พน้ ได้

๖. หมอ่ ฮอ เกีย ลู นี เกีย เย
หมอ่ ฮอ -ใหญ่มาก
เกีย ลู – กรุณา
นี เกีย – จิต
เย – คารวะ

ขอนอบนอ้ มคารวะตอ่ ผมู้ มี หากรุณาจิต

๗. งนั

งนั (โอม) – นอบนอ้ ม

ขอนอบนอ้ ม บชู าถวาย

แดพ่ ระโพธิสตั วเ์ ป็นผมู้ คี วามเมตตากรุณาไมม่ ีประมาณ นาํ สทั ธรรมอนั เป็นความดบั สญู โดยแทจ้ รงิ ปลกุ ใหม้ นษุ ยฟ์ ื้นคนื
สภาวะเดมิ ทีม่ อี ยู่ เขา้ ถงึ สทั ธรรมอนั บรสิ ทุ ธิ์

๘. สตั พนั ลา ฮวั อี
สตั พนั ลา – อสิ ระ

ฮวั อี – อรยิ ะ
องคอ์ รยิ ะผอู้ สิ ระ ผมู้ กี ายใจอนั บรสิ ทุ ธิ์สะอาด
กาย ใจ จะบรสิ ทุ ธิ์ได้ ตอ้ งตงั้ อยใู่ นสจั ธรรม ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นศลี

๙. ซู ตนั นอ ตนั เซ

การปฏบิ ตั ิธรรมตอ้ งถือความสจั เป็นพนื้ ฐาน ใชค้ วามเพียรเป็นเครอ่ื งมอื เพ่ือบรรลสุ อู่ รยิ สจั

หากการปฏบิ ตั ิธรรมไมป่ ระกอบดว้ ยความสจั กจ็ ะไมพ่ บหนทางสคู่ วามสาํ เรจ็ เนอ่ื งจากความสจั นนั้ เป็นธรรมท่ปี ราศจาก
การหลอกลวง จิตจงึ รวมเป็นหนงึ่ ได้ เมื่อมคี วามสจั ก็จะมีความเขา้ ใจ เมอื่ เขา้ ใจกจ็ ะมองเหน็ ความปลอดโปรง่ เมอ่ื ปลอด

โปรง่ ก็จะเกิดความเปลย่ี นแปลง และกลบั กลายไปในทิศทางทด่ี ขี นึ้

๑๐. นาํ มอ สดิ กิด ลี ตอ อี หมง่ ออ ลี เย

นาํ มอ – นอบนอ้ ม

สดิ กิด ลี ตอ อี หมง่ – ผปู้ ฏิบตั ธิ รรมยอ่ มไดร้ บั ความคมุ้ ครองจากพระพทุ ธเจา้ และพระ

โพธิสตั วท์ งั้ หลาย

ออ ลี เย – การปฏบิ ตั ธิ รรมจะรบี รอ้ นใหไ้ ดผ้ ลในทนั ทยี อ่ มเป็นไปไมไ่ ด้

ฉะนนั้ ผทู้ จ่ี ะนอ้ บนอ้ มเขา้ ถึงองคอ์ รยิ ะ จาํ ตอ้ งปฏิบตั ธิ รรมโดยมานะพากเพยี ร มีจิตใจม่นั คงเป็นหนงึ่ จะกระทาํ โดยเรง่ รบี
ไมไ่ ด้ ตอ้ งทาํ ใจใหว้ า่ งเขา้ ถงึ องคแ์ หง่ พระธรรมคมั ภรี ์ หม่นั ในการปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม มคี วามคดิ ดาํ รมิ ่นั ที่จะกา้ วขา้ ม

หว้ งแหง่ โอฆะ คดิ จะกระทาํ ประโยชนแ์ กส่ รรพชีวติ

๑๑. ผอ่ ลู กิด ตี สดิ ฮู ลา เลง ถอ่ พอ
ผอ่ ลู กิด ตี – จิตตอ้ งกบั ธรรม

สดิ ฮู ลา – ทอ่ งเท่ยี วไปอยา่ งอสิ ระ
เลง ถอ่ พอ – เนอ่ื งดว้ ยสาํ เรจ็ ในมรรคผล
…ผปู้ ฏิบตั ติ อ้ งจงใจมงุ่ ไปขา้ งหนา้ ฝึกฝนใหก้ ายและจติ รวมเป็นหนง่ึ (เอกคั คตา)

๑๒. นาํ มอ นอ ลา กิน ซี

นาํ มอ – นอบนอ้ ม

นอ ลา กิน ซี – การคมุ้ ครองคนดี นกั ปราชญ์ นกั ปฏิบตั ิ

..ดว้ ยความเมตตากรุณาของพระโพธิสตั ว์ ทรงยา้ํ เตือนใหย้ ดึ ถือพระไตรสรณาคมน์ ตอ้ งปฏิบตั ติ นอยใู่ นมนษุ ยธรรม ทาํ ตน
เป็นตวั อยา่ งเพอื่ ใหส้ าธชุ นรุน่ หลงั ไดร้ บั รูเ้ ป็นแบบอยา่ งและเจรญิ รอยตามสาธชุ นผปู้ ฏบิ ตั ิตามพระพทุ ธองคแ์ ละพระธรรม

ยงิ่ ตอ้ งมีความเมตตากรุณาจิตและโพธิจิตเพ่ือโปรดสตั ว์ รกั ษาพระธรรมยิง่ กวา่ ชวี ิตและเผื่อแผท่ ่วั ไปไมม่ ีประมาณ

๑๓. ซี ลี หมอ่ ฮอ พนั ตอ ซา เม

ซี ลี หมอ่ ฮอ – ความเมตตากรุณาอนั ไพศาล สามารถบาํ บดั ทกุ ขบ์ าํ รุงสขุ ได้

พนั ตอ ซา เม – ผมู้ ีบญุ วาสนาจะไดร้ บั การคมุ้ ครองจากเทพเจา้ มารทงั้ หลายไมส่ ามารถ

มารบกวนได้

…พระโพธิสตั วเ์ ลง็ เหน็ วา่ ชาวโลกถือเอาความรวย, มีชื่อเสยี ง, ศกั ดินา เป็นท่นี ิยมศรทั ธา อนั เป็นการเพิ่มพนู ความทกุ ข์
พระองคจ์ งึ เตอื นจิตใหม้ นษุ ย์ จงผอ่ นใจในทางโลก โนม้ นา้ วจิตใจมาในทางมรรคผล เมื่อจติ วา่ งแลว้ พระสทั ธรรมอนั พิสทุ ธิ์

ก็จะเจรญิ ขนึ้

๑๔. สะ พอ ออ ทอ เตา ซี พง
สะ – การไดเ้ ห็น
พอ – เสมอภาค

ออ – พระสทั ธรรมอนั บรสิ ทุ ธิ์
ทอ เตา ซี พง – ธรรมไมม่ ีขอบเขต
…ทกุ คนท่ปี ฏิบตั ิสามารถรูไ้ ดเ้ ห็นได้ และบรรลสุ พู่ ระพทุ ธภมู ไิ ดโ้ ดยเสมอกนั

๑๕. ออ ซี เย็น
ผทู้ ่ที าํ ความดยี อ่ มไดร้ บั การชมเชย ผทู้ าํ บาปจะตอ้ งสาํ นกึ และขอขมาโทษ

๑๖. สะ พอ สะ ตอ นอ มอ พอ สะ ตอ นะ มอ พอ เค
สะ พอ สะ ตอ – พทุ ธธรรมอนั ไมม่ ีขอบเขตสนิ้ สดุ สรรพสตั วใ์ นโลกนลี้ ว้ นสาํ เรจ็ เป็นพระพทุ ธเจา้ ได้

นอ มอ พอ สะ ตอ – พทุ ธธรรมเป็นความเสมอภาค มไิ ดแ้ บง่ แยกเป็นสงู หรอื ต่าํ
นะ มอ พอ เค – พทุ ธธรรมมีความไพศาล ผปู้ ฏบิ ตั ิตามจะสามารถระงบั ภยนั ตรายทกุ สง่ิ
…ไมว่ า่ นกั ปราชญห์ รอื ผโู้ ง่เขลา เบาปัญญา คนหรอื สตั ว์ ลว้ นสามารถหลดุ พน้ ได้ ถา้ เขาเหลา่ นนั้ ปฏิบตั ิธรรมดว้ ยความสจั

๑๗. มอ ฮวั เตอ เตา

ผปู้ ฏบิ ตั ิตอ้ งถือพระสทั ธรรมเป็นสญู ไมข่ อ้ งแวะ ไมต่ ิดในรูป ไมย่ ดึ ในจติ ถือเอาสจั ธรรมเป็นใหญ่ และตอ้ งละความวติ ก
กงั วล กาํ จดั ความโกรธ ความโลภ ความหลง โดยใชห้ ลกั แหง่ ปัญญาดบั กิเลสใหจ้ ิตสงบ เป็นอยใู่ นโลกนโี้ ดยสนั ติสขุ

๑๘. ตนั จิต ทอ

ความศรทั ธาจรงิ อนั ตอ่ เน่อื งกนั จติ ตอ้ งตรงกบั พระธรรม หา้ มมใิ หม้ ีความคดิ ทางโลกเกดิ ขนึ้ โดยเดด็ ขาด ทงั้ นี้ เน่อื งจากวา่
หากปลอ่ ยใหค้ วามคดิ ทางโลก เกิดขนึ้ ในจิต กาย ใจ ก็จะไมบ่ รสิ ทุ ธิ์ ทาํ ใหเ้ กิดการขดั แยง้ กบั พระธรรม ไมอ่ าจจะพบความ

สนั ตสิ ขุ ได้

๑๙. งนั ออ พอ ลู ซี

งนั – นอบนอ้ ม เป็นบทนาํ

ออ พอ ลู ซี – เป็นพระโพธิสตั ว์ หมายถึงพระธรรมคอื ความสะอาดจิตสะอาดสดใสไรร้ าคะ

ผปู้ ฏิบตั ิธรรมตอ้ งมจี ิตใจท่ีเดด็ เดย่ี ว ไมห่ ว่นั ไหวตอ่ การก่อกวนของเหลา่ มาร(กามกิเลส) หากสามารถตงั้ จติ ขม่ จิตสาํ รวม
กาย วาจา และจิต ละทงิ้ โลกาวิสยั ทงั้ หมดก็จะเขา้ ถึงพทุ ธสภาวะท่มี อี ยเู่ ดมิ

.. ถา้ ทาํ ใหจ้ ิตมีความสงบน่ิงอยทู่ กุ ขณะ ไมว่ า่ จะยืน เดิน น่งั นอน ก็จะมคี วามสาํ เรจ็ ในธรรมโดยมิรูต้ วั ..พระพทุ ธเจา้ ทกุ
พระองค์ รวมทงั้ พระโพธิสตั วเ์ จา้ ไดห้ ลดุ พน้ ในขณะท่ีอยใู่ นโลกอนั มากลน้ ไปดว้ ยกิเลสนี้

๒๐. ลู เกีย ตี

เป็นโลกนาถ มีความเป็นอสิ ระ

…มีกศุ ลจิตสะอาดบรสิ ทุ ธิ์ ไมม่ วั หมอง มีรศั มสี วา่ งรอบกาย และสามารถรว่ มกบั ดนิ ฟา้ เป็นอนั หนงึ่ อนั เดยี วกนั รกั ษาความ
มีกศุ ลจติ อยา่ ทาํ ลายตนเอง อยา่ หลงผดิ เป็นชอบ สง่ิ สาํ คญั …ตอ้ งรกั ษาจติ ใหบ้ รสิ ทุ ธิ์

๒๑. เกีย ลอ ตี
ผมู้ ีความกรุณา ผปู้ ลดปลอ่ ยทกุ ข์ เป็นผมู้ ีจิตในทางธรรม ดาํ รงมรรคม่นั คง มสี ติปัญญาเฉียบแหลมยิ่งใหญ่

…เมื่อจิตมีความสงบก็สามารถเปลย่ี นแปลงสง่ิ ช่วั รา้ ยใหก้ ลบั กลายเป็นดี

๒๒. อี ซี ลี
กระทาํ ตามโอวาท อยา่ มจี ิตหลงผดิ

๒๓. หมอ่ ฮอ ผู่ ที สตั ตอ
หมอ่ ฮอ – ความไพศาลของพทุ ธธรรม ทกุ คนนอ้ มนาํ ไปปฏบิ ตั ไิ ด้

ผทู่ ี – เห็นโลกนีเ้ ป็นสญู
สตั ตอ – การเนน้ ปฏบิ ตั อิ นตั ตธรรม มองเหน็ สรรพธรรมเป็นสญู
มองความรุง่ เรอื งแหง่ ลาภยศ สรรเสรญิ เป็นสญู มองใหเ้ ห็นเป็นเงาลวง ทาํ จิตใจรา่ งกายใหห้ มดจด

๒๔. สตั พอ สตั พอ
พทุ ธธรรมมคี วามเสมอภาค อกี ทงั้ ยงั อาํ นวยประโยชนส์ ขุ แก่สตั วโ์ ลก ผทู้ ่มี ีปัจจยั แหง่ บญุ ยอ่ มไดร้ บั ความสขุ

๒๕. มอ ลา มอ ลา

ผปู้ ฏบิ ตั ิจะไดม้ มี โนรถแกว้ มณี แกว้ มณีนแี้ จ่มใสไมม่ อี ะไรขดั ขอ้ ง

…ความคดิ คาํ นงึ เกดิ มาแตจ่ ติ จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นประธานแหง่ บญุ และบาป ผปู้ ฏบิ ตั ติ อ้ งกาํ จดั ความคดิ อนั เป็นอกศุ ล
ความคดิ ฟงุ้ ซา่ น ระงบั ความวติ กกงั วล เพยี รพยายามเสาะหาสจั ธรรม ชาํ ระลา้ งอายตนะภายในใหส้ ะอาดพสิ ทุ ธิ์ ละความ

หว่ งใยใดๆใหส้ นิ้ เชิง

๒๖. มอ ซี มอ ซี ลี ทอ ยิน

มอ ซี – ความมีอสิ ระทนั ที ผปู้ ฏิบตั ิไมม่ เี วลาใดทไี่ มเ่ ป็นอสิ ระคือมีอิสระทกุ เมอื่

ลี ทอ ยนิ – การปฏบิ ตั กิ ระท่งั สาํ เรจ็ วิชชาธรรมกาย มอี าสนด์ อกบวั รองรบั

โดยปกติแลว้ ผทู้ ี่มจี ิตวา่ งก็จะมคี วามสะอาดทงั้ กายและจิต เม่ือลงมือปฏบิ ตั แิ ลว้ ก็สามารถบรรลมุ รรคผลได้ และก็จะตงั้ อยู่
เช่นนนั้ ไมม่ ีวนั เสอ่ื มถอย

๒๗. กี ลู กี ลู กิด มง
กี ลู – การเกิดความคดิ ปฎบิ ตั ิธรรมสามารถบนั ดาลใหเ้ ทพเจา้ มาปกปักรกั ษา
กิด มง – ผปู้ ฏบิ ตั จิ ะตอ้ งสรา้ งสมบญุ บารมเี พ่อื เป็นพืน้ ฐานในการบรรลสุ มู่ หามรรค (มรรคผล-นิพพาน)

๒๘. ตู ลู ตู ลู ฟา เซ เย ตี
ตู ลู – ผปู้ ฏบิ ตั จิ ะตอ้ งยนื ใหม้ ่นั ตงั้ ใจปฏบิ ตั ิ ไมห่ ลมุ่ หลงดว้ ยพวกเดยี รถี มคี วามแนว่ แน่ มสี มาธิ มคี วามสงบ

ฟา เซ เย ตี – มคี วามบรสิ ทุ ธิ์อนั ยง่ิ ใหญ่สามารถขา้ มพน้ สงั สารวฏั ได้

๒๙. หมอ่ ฮอ ฮวั เซ เย ตี
พระสทั ธรรมอนั ไพศาล สามารถระงบั ความเกิดดบั แหง่ กิเลสได้ ภยั พบิ ตั ิตา่ งๆไมแ่ ผว้ พาน ทกุ

คนสามารถสาํ เรจ็ เป็นพทุ ธะไดเ้ หมือนหนั
กาํ จดั ความหลงผดิ ความเหน็ แกต่ วั ปลอ่ ยวางปัจจยั ทางโลก

๓๐. ทอ ลา ทอ ลา
เม่ือปฏิบตั ิจิตใหม้ สี ภาพเหมอื นอากาศอนั โปรง่ ใส ไรล้ ะอองธลุ แี มแ้ ตน่ อ้ ย ก็จะไดไ้ ปเกิดใน

สวรรคช์ นั้ พรหมได้

๓๑. ตี ลี นี
ตี – โลก
ลี – สตั วท์ งั้ หลายลว้ นสามารถรบั การโปรดได้
นี – พรหมจารณิ ีทปี่ ฏบิ ตั ิธรรมอยู่

๓๒. สดิ ฮู ลา เย
เม่ือปฏบิ ตั ิธรรมเขา้ ถงึ ความสมบรู ณแ์ หง่ สภาวะเดมิ แลว้ จะมคี วามสวา่ งปรากฏในกายของตน

๓๓. เจ ลา เจ ลา
ความโกรธ ดุ สรุ เสยี งทเ่ี ปลง่ ออกมาดจุ เสยี งคาํ รามของฟา้ กระหมึ่ ไปท่วั สารทศิ
ธรรมเหมือนดงั ฟา้ รอ้ งคาํ รามไปทกุ สารทิศ เป็นเสยี งแหง่ พรหมเมอื่ เหลา่ มารไดย้ นิ ศพั ทส์ าํ เนยี งนี้ ก็จะเกิดความสะดงุ้ กลวั

๓๔. มอ มอ ฮวั มอ ลา
มอ มอ – การกระทาํ ดี สามารถทาํ ลายความกงั วลแหง่ ภยนั ตรายได้
ฮวั มอ ลา – ธรรมะเป็นสง่ิ ลกึ ซงึ้ เขา้ ใจยาก และมคี วามศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ไมส่ ามารถประมาณ หรอื

คาดคดิ ได้ เป็นประโยชนท์ ่ีไมม่ ีสงิ่ ใดทดั เทยี ม

๓๕. หมก ตี ลี
หลดุ พน้

ผปู้ ฏบิ ตั ไิ ดเ้ ชน่ นี้ ยอ่ มบรรลสุ ภู่ มู แิ หง่ พทุ ธ


Click to View FlipBook Version