The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 1-2567 วิชาการเป็นผู้ประกอบการ หน่วยที่ 1-9

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanyanathanawatkulchai, 2024-06-18 05:38:58

แผนการจัดการเรียนรู้ 1-2567 วิชาการเป็นผู้ประกอบการ หน่วยที่ 1-9_removed

แผนการจัดการเรียนรู้ 1-2567 วิชาการเป็นผู้ประกอบการ หน่วยที่ 1-9

กิจกรรมการเรียนการสอนหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ผู้สอนทบทวนความรู้เดิมจากครั้งที่แล้ว เรื่องภาษีอากรสำหรับธุรกิจ พร้อมยกตัวอย่าง ธุรกิจที่จะต้องชำระภาษีให้ผู้เรียนฟัง ผู้เรียนฟัง ร่วมคิดและตอบคำถาม ขั้นสอน ผู้สอนบรรยายเชิงปฏิสัมพันธ์ด้วย Power Point เรื่อง ความหมายและความสำคัญของแผน ธุรกิจ ผู้เรียนฟังการบรรยาย และศึกษาเอกสารประกอบ และ ร่วมตอบคำถาม ผู้สอนให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มจำนวน 5 กลุ่ม เท่าๆ กัน ให้แต่ละกลุ่มสรุปสาระสำคัญของแต่ละ เรื่องตามจุดประสงค์ลงในกระดาษ A4 ผู้สอนทำการสรุปแต่ละเรื่องให้ผู้เรียนฟังจน เข้าใจ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มศึกษา เรื่องที่ได้รับมอบหมายส่ง ตัวแทนออกมาสรุปหน้าชั้นเรียน ผู้เรียนฟังเพื่อนและฟังผู้สอนสรุปอีกครั้ง


สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ 1. สื่อ Power Point 2. วีดีโอ สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ห้องปฏิบัติการ สื่อของจริง 1. ใบงาน 2. ตัวอย่าง ชิ้นงาน แหล่งการเรียนรู้ ในสถานศึกษา 1. ห้องสมุด 2. ห้องอินเทอร์เน็ต นอกสถานศึกษา 1. สถานประกอบการสำหรับศึกษาดูงาน การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย ด้านการพูด การอ่าน และการเขียน 2. บูรณาการกับวิชาหลักการตลาด ด้านผลิตภัณฑ์ส่วนประสมทางการตลาด 3. บูรณาการกับวิชาภาษาอังกฤษ ด้านคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องและควรจำ 4. บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านความประหยัด ขยันหมั่นเพียร การประเมินผลการเรียนรู้ • หลักการประเมินผลการเรียนรู้ รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้ 1. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 บอกความหมายของแผนธุรกิจได้ 2. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 บอกความสำคัญของแผนธุรกิจได้ 3. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 3 บอกองค์ประกอบของแผนธุรกิจได้ 4. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 4 อธิบายขั้นตอนการเขียนแผนธุรกิจได้ 5. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 5 ฝึกปฏิบัติตามแผนธุรกิจได้ ก่อนเรียน. 1. แบบทอสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 6 จำนวน 10 ข้อ จำนวน 4 ตัวเลือก ขณะเรียน 1. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้และพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่ดี และมุ่งเน้นปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง


หลังเรียน 1. ใบงานท้ายบทเรียน ที่ 7.1 การเขียนแผนธุรกิจและกิจกรรมลงสู่การปฏิบัติจริง ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสำเร็จของผู้เรียน 1. แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 2. ใบงานตามบทเรียน


ใบงานที่ 7.1 ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้บทที่ 7 เรื่อง การเขียนแผนธุรกิจ จุดประสงค์ของงาน 1. เขียนแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและนำลงสู่การปฏิบัติจริงได้ 2. ปฏิบัติตามแผนธุรกิจได้ 3. นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน กิจกรรม 1. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อระดมสมองโดยการศึกษาหนังสือเรียนตำราหน่วยที่ 7 แล้วเลือก มา 1 แผน เพื่อปรับเป้นแผนตัวอย่างในการปฏิบัติจริง 2. ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มกันเขียนแผนธุรกิจอย่างง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริงในการลงสู่กระบวนการ ปฏิบัติงาน ระหว่างปฏิบัติกิจกรรมครูผู้สอนคอยให้คำแนะนำและปรึกษาตลอดคาบเรียน 3. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มบันทึกงานลงในกระดาษแบบบันทึกใบงาน 4. นำเสนอและจัดทำรายงานส่งครูผู้สอน เกณฑ์การพิจารณา แบบประเมินการปฏิบัติใบงาน เกณฑ์การประเมิน 18-20 หมายถึง ดีมาก 15-17 หมายถึง ดี 10-14 หมายถึง พอใช้ ต่ำกว่า 10 หมายถึง ต้องปรับปรุง เกณฑ์การตัดสิน ผู้เรียนต้องอยู่ในระดับ “พอใช้” ขึ้นไปจึงถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ……………………………ผู้ประเมิน (…………………………………………..) วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………... ข้อที่ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 ความสอดคล้องตามสมรรถนะที่พึงประสงค์ 4 3 2 1 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 การสรุปเป็นองค์ความรู้ 4 ความสร้างสรรค์และประยุกต์ใช้ 5 ผลงานส่งตามกำหนดเวลา รวม


แบบประเมินผลการนำเสนอผลงาน ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง................................................ รายชื่อสมาชิก 1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่……. ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น 3 2 1 1 เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหา ความ ถูกต้อง ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า) 2 รูปแบบการนำเสนอ 3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมี ความสนใจ รวม ผู้ประเมิน………………………………………… เกณฑ์การให้คะแนน 1. เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจนถูกต้อง 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วนถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคัญไม่ครบถ้วน แต่ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคัญไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์ 2. รูปแบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการ นำเสนอที่ น่าสนใจ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = มีเทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ แต่ขาดการ ประยุกต์ใช้ วัสดุในท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสมและไม่น่าสนใจ 3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ความสนใจของผู้ฟัง 3 คะแนน = ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ 2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ


แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง…………… รายชื่อสมาชิก 1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่……. ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น 3 2 1 1 การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน 2 การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม 3 การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน รวม ผู้ประเมิน………………………………………………… วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………... เกณฑ์การให้คะแนน 1. การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายการทำงานอย่างชัดเจน 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน 2. การหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม 3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง ยึดหลักความประหยัด 2 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง แต่ไม่ตรงตามความสามารถ และมีสื่อ /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง แต่ขาดการจัดเตรียมสถานที่และไม่ยึดหลักความประหยัด 1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถึงและมีสื่อ /อุปกรณ์ไม่เพียงพอ และไม่ยึดหลักความประหยัด 3. การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กำหนด มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 2 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่ช้ากว่าเวลาที่กำหนด ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 1 คะแนน = ทำงานไม่สำเร็จตามเป้าหมาย และไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ มีความรอบรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวัง 2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวัง


แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย หน่วยที่ 7 คำชี้แจง: จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับแผนธุรกิจ ก. เป็นเรื่องของผู้ประกอบการในการเตรียมการล่วงหน้า ข. เป็นเครื่องมือในการนำเสนอต่อหุ้นส่วนหรือสถาบันการเงินต่างๆ ค. เป็นแผนที่สร้างขึ้นเพื่อคำนวณเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ง. เป็นการทำงานประจำเกี่ยวกับอาชีพค้าขายกิจการอย่างอื่นที่สำคัญที่ไม่ใช่ราชการ 2. ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของแผนธุรกิจ ก. เป็นเครื่องมือที่แสวงหาเงินทุนจากผู้ร่วมลงทุน ข. เป็นเครื่องมือในการกำหนดปฏิบัติงานที่ต่อเนื่องของกิจการในอนาคต ค. เป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้ประกอบการมีเป้าหมายที่ชัดเขนในการทำธุรกิจ ง. เป็นเครื่องมือที่เพิ่มขั้นตอนการทำงานให้มากขึ้นกับผู้ประกอบการ 3. ข้อใดไม่จัดเป็นส่วนประสมทางการตลาด (4 P’s) ก. Product ข. Price ค. Place ง. Professional 4. การสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันอยู่ในกลยุทธ์ใด ก. กลยุทธ์การจัดจำหน่าย ข. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ ค. กลยุทธ์ด้านการส่งเสริมการขาย ง. กลยุทธ์ด้านส่งเสริมการตลาด 5. ผู้ประกอบการทำการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้เรียกว่า ก. จุดแข่ง ข. โอกาส ค. จุดอ่อน ง. อุปสรรค 6. ข้อใดหมายถึง SWOT Analysis ก. การวิจัยตลาด ข. การวิเคราะห์สถานการณ์ ค. แผนปฏิบัติการ ง. แผนการจัดการ 7. ผู้ข้อใดคือสิ่งที่ผู้อ่านแผนธุรกิจจะเห็นเป็นอันดับแรก ก. ปกหน้า ข. สารบัญ ค. บทสรุปผู้บริหาร


ง. แนวคิดธุรกิจ 8. ข้อใดเป็นลักษณะของแผนธุรกิจที่ดี ก. สั้นกระทัดรัด ข. ง่ายต่อการเข้าใจ ค. ปฏิบัติได้จริง ง. ถูกทุกข้อ 9. ข้อใดเป็นองค์ประกอบของแผนธุรกิจที่มีไว้เพื่อสะดวกในการค้นหารายละเอียดได้อย่างรวดเร็ว ก. ปกหน้า ข. สารบัญ ค. บทสรุปผู้บริหาร ง. แผนการตลาด 10. ข้อใดคือส่วนที่สรุปรายละเอียดของแผนธุรกิจ และต้องเขียนเป็นอันดับสุดท้ายแม้ว่าจะจัดไว้ในส่วนต้นๆของ แผนธุรกิจ ก. ปกหน้า ข. ประวัติกิจการ ค. บทสรุปผู้บริหาร ง. แผนการตลาด


แผนการจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎี แผนการจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 8 ชื่อวิชา การเป็นผู้ประกอบการ สอนสัปดาห์ที่ 13 ชื่อหน่วย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบ ธุรกิจ คาบรวม 4 ชื่อเรื่อง ความหมายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจ จำนวนคาบ 2 หัวข้อเรื่อง ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจ 2. ความสำคัญหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจ 3. จุดมุ่งหมายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจ 4. แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจ ด้านคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย สาระสำคัญ หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การ สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจถือว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญ และสังคมส่วนใหญ่ให้การยอมรับว่าเป็นอาชีพอิสระที่มีผู้สนใจมากขึ้น สังคมส่วนใหญ่ให้การยอมรับด้วยที่ว่า ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นเมื่อมีผลกำไรมาก มีการคืนกำไรให้กับสังคมในหลายรูปแบบ ซึ่งผู้ที่ประสบผลสำเร็จและมี ความก้าวหน้าในทาธุรกิจนั้น ปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลให้ธุรกิจเกิดกำไรและดำเนินงานอยู่ต่อไปในสภาพเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยการนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและ ดำเนินงานเพื่อความอยู่รอดในการแข่งขันทางธุรกิจ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงถือว่ามีความสำคัญและ ความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเรียนรู้ให้เข้าใจและนำไปยึดถือปฏิบัติให้ถูกต้อง สมรรถนะอาชีพประจำหน่วย ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดำเนินงาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. สรุปสาระได้ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น 2. ความสนใจใฝ่รู้ ความมีวินัย ตรงต่อเวลา ความรอบคอบ ระมัดระวัง 3. ความเมตตา กรุณา โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และไม่เห็นแก่ตัว จุดประสงค์การสอน / การเรียนรู้ • จุดประสงค์ทั่วไป / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. บอกความหมายของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจได้ 2. อธิบายความสำคัญหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจได้


3. บอกจุดมุ่งหมายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจได้ 4. อธิบายแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบธุรกิจได้ • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1) พุทธิพิสัย ผู้เรียนมีความรู้และบอกความหมายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการ ประกอบธุรกิจได้ 2) ทักษะพิสัย ผู้เรียนสามารถอธิบายแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการ ประกอบธุรกิจได้ 3) จิตพิสัย ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย กิจกรรมการเรียนรู้ ⚫ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ผู้สอนทบทวนความรู้เดิมจากครั้งที่แล้ว เรื่องแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำลงสู่ การปฏิบัติได้จริง เป็นแผนตัวอย่าง ⚫ ขั้นสอน 1. ผู้สอนบรรยายเชิงปฏิสัมพันธ์ด้วย Power Point เรื่อง ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริชี้แนะ แนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทาง เศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความ เปลี่ยนแปลงต่างๆ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่าง ยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการ ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้อง เสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มี สำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและ กว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้ ๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่าง มีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ ๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ


ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมี เงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ ดังนี้ ๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความ ระมัดระวังในการปฏิบัติ ๒. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความ ซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต 2. ผู้เรียนแบ่งกลุ่มย่อยกลุ่มละ 5-7 คน เพื่อระดมสมองโดยการศึกษาเนื้อหาร่วมกันโดยให้แต่ละคน มีบทบาทช่วยกันในกลุ่ม 2.1 นักเรียนสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญเกี่ยวกับหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ประเทศไทยกับเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นให้ผู้ผลิต หรือผู้บริโภค พยายามเริ่มต้นผลิต หรือบริโภคภายใต้ขอบเขต ข้อจำกัดของรายได้ หรือทรัพยากรที่มีอยู่ไปก่อน ซึ่งก็คือ หลักในการลดการพึ่งพา เพิ่มขีดความสามารถในการ ควบคุมการผลิตได้ด้วยตนเอง และลดภาวะการเสี่ยงจากการไม่สามารถควบคุมระบบตลาดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เศรษฐกิจพอเพียงมิใช่หมายความถึง การกระเบียดกระเสียนจนเกินสมควร หากแต่อาจฟุ่มเฟือยได้ เป็นครั้งคราวตามอัตภาพ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศ มักใช้จ่ายเกินตัว เกินฐานะที่หามาได้ เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำไปสู่เป้าหมายของการสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจได้ เช่น โดยพื้นฐานแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เศรษฐกิจของประเทศจึงควรเน้นที่เศรษฐกิจการเกษตร เน้นความมั่นคง ทางอาหาร เป็นการสร้างความมั่นคงให้เป็นระบบเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง จึงเป็นระบบเศรษฐกิจที่ช่วยลดความ เสี่ยง หรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ เศรษฐกิจพอเพียง สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นจะต้อง จำกัดเฉพาะแต่ภาคการเกษตร หรือภาคชนบท แม้แต่ภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการค้าการลงทุน ระหว่างประเทศ โดยมีหลักการที่คล้ายคลึงกันคือ เน้นการเลือกปฏิบัติอย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล และสร้างภูมิคุ้มกัน ให้แก่ตนเองและสังคม การดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนั้น เมื่อได้พระราชทานแนว พระราชดำริ หรือพระบรมราโชวาทในด้านต่างๆ จะทรงคำนึงถึงวิถีชีวิต สภาพสังคมของประชาชนด้วย เพื่อ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความคิด ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในทางปฏิบัติได้ แนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง ๑. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต ๒. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต ๓. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง ๔. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้มีรายได้ เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ ๕. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา ตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง


ทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีใหม่ คือ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของ การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงที่เด่นชัดที่สุด ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรินี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่มักประสบปัญหา ทั้งภัยธรรมชาติและปัจจัยภาย นอกที่มีผลกระทบต่อการทำการเกษตร ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำได้โดยไม่เดือดร้อนและยากลำบากนัก ความเสี่ยงที่เกษตรกร มักพบเป็นประจำ ประกอบด้วย ๑. ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร ๒. ความเสี่ยงในราคาและการพึ่งพาปัจจัยการผลิตสมัยใหม่จากต่างประเทศ ๓. ความเสี่ยงด้านน้ำ ฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง ๔. ภัยธรรมชาติอื่นๆ และโรคระบาด ๕. ความเสี่ยงด้านแบบแผนการผลิต - ความเสี่ยงด้านโรคและศัตรูพืช - ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนแรงงาน - ความเสี่ยงด้านหนี้สินและการสูญเสียที่ดิน ทฤษฎีใหม่ จึงเป็นแนวทางหรือหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดิน ขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2. ผู้เรียนแบ่งกลุ่มย่อยกลุ่มละ 5-7 คน เพื่อระดมสมองโดยการศึกษาเนื้อหาร่วมกันโดยให้แต่ละคนมี บทบาทช่วยกันในกลุ่ม 2.1 นักเรียนสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง 2.2 นักเรียนทำใบงานที่ 8.1 โดยครูคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม 3. นำเสนอผลงานการปฏิบัติกิจกรรม เป็นผลงานกลุ่ม ⚫ ขั้นสรุป 4. ผู้สอนวิพากษ์ผลงานของนักเรียนและตั้งคำถามให้ผู้เรียนให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความหมาย และความสำคัญของแผนธุรกิจ 5. สมาชิกในชั้นเรียนร่วมกันวิพากษ์ผลงานของเพื่อน การบูรณาการกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 1.1 ความมุ่งมั่นและปรารถนา พยายามที่จะดำเนินธุรกิจเหล่านั้นให้ประสบความสำเร็จ มิฉะนั้นจะทำ ให้สูญเสียทั้งเงินและเวลา 1.2 องค์กรธุรกิจทำให้เกิดการกระจายรายได้ ประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ทำให้ เกิดการกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น ๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่าง รอบคอบ 2.1 ธุรกิจทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้า เพื่อธุรกิจก่อให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน มีการกระจายรายได้ ทำให้ประชาชนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


2.2 เมื่อมีการผลิตก็จะมีการจ้างงาน ทำให้ประชาชนมีโอกาสทำงานมีรายได้ ซึ่งรายได้โดยรวมจะถูก จัดสรรไปยังประชาชนกลุ่มต่างๆส่งผลให้รายได้ประชาชาตินั้นสูงขึ้น ประชาชนอยู่ดีกินดีและมีมาตรฐานการ ครองชีพที่สูง 2.3 วัตถุประสงค์ของการจัดเก็บภาษีเป็นรายได้ของรัฐที่นำไปใช้ด้านการบำบัดทุกข์บำรุงสุชของ ประชาชน ๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต 3.1 การที่กิจการของธุรกิจเกิดการขยายตัวออกไปมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ประชาชนในสังคมมีงานทำ มี รายได้ และมีอำนาจในการซื้อสูงมากเท่านั้น เรื่องของการเกิดปัญหาด้านอาชญากรรมต่างๆก็จะลดลง 3.2 แผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่แสวงหาทุนจากผู้ร่วมลงทุน กองทุน และสถาบันการเงินต่างๆ โดยมีเงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ ดังนี้ 4. เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความ รอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังใน การปฏิบัติ 4.1 การทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่งคั่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีการกินดีอยู่ดี และมีรายได้สูง สามารถ พึ่งพาตนเองและเลี้ยงดูครอบครัวได้ การประกอบกิจการก็จะมีความมั่งคั่งเป้นผลตามไปด้วย 4.2 การเลือกวิธีการผลิตคือการจะใช้วิธีการผลิตสินค้าและบริการแต่ละชนิดอย่างไรที่จะทำให้ สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยที่สุด เสียต้นทุนในการผลิตต่ำที่สุด ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิธีการผลิตที่เหมาะสมที่สุด 5. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต 5.1 การดำเนินงานของหน่วยงานราชการและองค์กรการกุศล ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการให้บริการแก่ ประชาชนโดยไม่ได้มุ่งหวังผลตอบแทน ซึ่งในปัจจุบันการประกอบธุรกิจมิใช่เพื่อสนองความต้องการของ ผู้บริโภคเฉพาะเพียงในด้านปัจจัยสี่เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองความต้องการที่สูงอย่างไม่จำกัดของ ผู้บริโภค 5.2 เมื่อเขียนแผนธุรกิจเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะนำเสนอแผนธุรกิจต่อผู้ร่วมลงทุนหรือแหล่งเงินกู้ควร ทบทวนรายละเอียดในแผนก่อน โดยอาจให้บุคคลที่มีความรู้หรือผู้ที่เราไว้วางใจได้อ่านแผนธุรกิจเพื่อแสดง ความคิดเห็น และให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไข่อไป การวัดและประเมินผล 1. แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม 2. แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะพึงประสงค์ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์, PowerPoint 3. เว็บไซต์ หลักฐานการเรียนรู้ 1. บันทึกการสอนของผู้สอน 2. ใบเช็ครายชื่อ 3. แผนจัดการเรียนรู้ 4. การตรวจประเมินผลงาน


การวัดผลและประเมินผล ก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน - แบบสังเกตพฤติกรรม หลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน เครื่องมือประเมิน 1. แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ 3. แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะพึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุงแบบประเมินผล การเรียนรู้ก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียน 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้ จากการทดสอบหลังเรียน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง .


กิจกรรมการเรียนการสอนหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ผู้สอนทบทวนความรู้เดิมจากครั้งที่แล้ว เรื่องแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำลง สู่การปฏิบัติจริงได้พร้อมยกตัวอย่างแผนธุรกิจ ให้ ผู้เรียนฟัง ผู้เรียนฟัง ร่วมคิดและตอบคำถาม ขั้นสอน ผู้สอนบรรยายเชิงปฏิสัมพันธ์ด้วย Power Point เรื่อง ความหมายและความสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนฟังการบรรยาย และศึกษาเอกสารประกอบ และ ร่วมตอบคำถาม ผู้สอนให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มจำนวน 5 กลุ่ม เท่าๆ กัน ให้แต่ละกลุ่มสรุปสาระสำคัญของแต่ละ เรื่องตามจุดประสงค์ลงในกระดาษ A4 ผู้สอนทำการสรุปแต่ละเรื่องให้ผู้เรียนฟังจน เข้าใจ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มศึกษา เรื่องที่ได้รับมอบหมายส่ง ตัวแทนออกมาสรุปหน้าชั้นเรียน ผู้เรียนฟังเพื่อนและฟังผู้สอนสรุปอีกครั้ง


สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ 1. สื่อ Power Point 2. วีดีโอ สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ห้องปฏิบัติการ สื่อของจริง 1. ใบงาน 2. ตัวอย่าง ชิ้นงาน แหล่งการเรียนรู้ ในสถานศึกษา 1. ห้องสมุด 2. ห้องอินเทอร์เน็ต นอกสถานศึกษา 1. สถานประกอบการสำหรับศึกษาดูงาน การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย ด้านการพูด การอ่าน และการเขียน 2. บูรณาการกับวิชาหลักการตลาด ด้านผลิตภัณฑ์ส่วนประสมทางการตลาด 3. บูรณาการกับวิชาภาษาอังกฤษ ด้านคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องและควรจำ 4. บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านความประหยัด ขยันหมั่นเพียร การประเมินผลการเรียนรู้ • หลักการประเมินผลการเรียนรู้ รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้ 1. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 บอกความหมายของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กับการประกอบธุรกิจได้ 2. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 อธิบายความสำคัญหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับ การประกอบธุรกิจได้ 3. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 3 บอกจุดมุ่งหมายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการ ประกอบธุรกิจได้ 4. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 4 อธิบายแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการ ประกอบธุรกิจได้ ก่อนเรียน. 1. แบบทอสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 8 จำนวน 10 ข้อ


ขณะเรียน 1. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้และพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่ดี และมุ่งเน้นปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง หลังเรียน 1. ใบงานท้ายบทเรียน ที่ 8.1 ความหมายและความสำคัญเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสำเร็จของผู้เรียน 1. แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 2. ใบงานตามบทเรียน


ใบงานที่ 8.1 ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้บทที่ 8 เรื่อง ความหมายและความสำคัญเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จุดประสงค์ของงาน 1. บอกความหมายและความสำคัญเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง 2. อธิบายความสำคัญเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง 3. นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน กิจกรรม 1. ให้ผู้เรียนเขียนสรุปความหมายและความสำคัญเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงลงในแบบบันทึกที่ ครุแจกให้ สรุปเป็นแผนผังทางความคิด (Mind Mapping) 2. นำเสนอและจัดทำรายงานส่งครูผู้สอน เกณฑ์การพิจารณา แบบประเมินการปฏิบัติใบงาน เกณฑ์การประเมิน 18-20 หมายถึง ดีมาก 15-17 หมายถึง ดี 10-14 หมายถึง พอใช้ ต่ำกว่า 10 หมายถึง ต้องปรับปรุง เกณฑ์การตัดสิน ผู้เรียนต้องอยู่ในระดับ “พอใช้” ขึ้นไปจึงถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ……………………………ผู้ประเมิน (…………………………………………..) วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………... ข้อที่ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 ความสอดคล้องตามสมรรถนะที่พึงประสงค์ 4 3 2 1 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 การสรุปเป็นองค์ความรู้ 4 ความสร้างสรรค์และประยุกต์ใช้ 5 ผลงานส่งตามกำหนดเวลา รวม


แบบประเมินผลการนำเสนอผลงาน ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง................................................ รายชื่อสมาชิก 1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่……. ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น 3 2 1 1 เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหา ความ ถูกต้อง ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า) 2 รูปแบบการนำเสนอ 3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมี ความสนใจ รวม ผู้ประเมิน………………………………………… เกณฑ์การให้คะแนน 1. เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจนถูกต้อง 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วนถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคัญไม่ครบถ้วน แต่ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคัญไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์ 2. รูปแบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการ นำเสนอที่ น่าสนใจ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = มีเทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ แต่ขาดการ ประยุกต์ใช้ วัสดุในท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสมและไม่น่าสนใจ 3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ความสนใจของผู้ฟัง 3 คะแนน = ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ 2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ


แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง…………… รายชื่อสมาชิก 1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่……. ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น 3 2 1 1 การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน 2 การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม 3 การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน รวม ผู้ประเมิน………………………………………………… วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………... เกณฑ์การให้คะแนน 1. การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายการทำงานอย่างชัดเจน 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน 2. การหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม 3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง ยึดหลักความประหยัด 2 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง แต่ไม่ตรงตามความสามารถ และมีสื่อ /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง แต่ขาดการจัดเตรียมสถานที่และไม่ยึดหลักความประหยัด 1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถึงและมีสื่อ /อุปกรณ์ไม่เพียงพอ และไม่ยึดหลักความประหยัด 3. การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กำหนด มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 2 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่ช้ากว่าเวลาที่กำหนด ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 1 คะแนน = ทำงานไม่สำเร็จตามเป้าหมาย และไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ มีความรอบรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวัง 2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวัง


แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย หน่วยที่ 8 คำชี้แจง: จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. ข้อใดไม่ใช่การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในภาคของธุรกิจเอกชน ก. การลงทุนเกินตัว ข. การไม่ลงทุนใหม่ๆ ค. การม่สร้างมลพิษ ง. การใช้เงินลงทุนอย่างประหยัด 2. ใครมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก. รัฐบาล ข. นักธุรกิจ ค. เกษตรกร ง. ทุกคนในประเทศ 3. ข้อใดหมายถึงเศรษฐกิจพอเพียง ก. ระบบเศรษฐกิจที่ปิดประเทศ ข. ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งตนเอง ค. แนวคิดทางเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง แต่ยังมีการค้าขายลกเปลี่ยน ง. แนวคิดเศรษฐกิจที่เน้นแต่ภาคการเกษตรกรรม 4. ข้อไหนหมายถึงการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการประกอบธุรกิจ ก. ไม่สร้างภาระหนี้สินมากจนเกินเงินลงทุน ข. การพิจารณางานที่จะดำเนินงานด้วยความถี่ถ้วนรอบรอบ ค. ประกอบธุรกิจไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินตัว ง. ทำงานเป็นขั้นตอนเพื่อให้งานมีความก้าวหน้า 5. ข้อใดกล่าวถึงความหายของเศรษฐกิจพอเพียงได้ถูกต้องที่สุด ก. การเป็นพ่อค้าส่ง พ่อค้าปลีก ข. ความต้องการซื้อของผู้บริโภค ค. แนวทางการดำรงอยู่และรอดพ้นจากกระแสความเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ ง. กิจกรรมที่เกิดจากการโอนย้ายสับเปลี่ยนสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภค 6. ข้อใดจัดเป็นเงื่อนไขคุณธรรม ก. ซื่อตรงต่อหน้าที่การงาน ข. เชี่ยวชาญในงานที่ทำ ค. ความรู้กว้างในงานที่รับผิดชอบ ง. เอารัดเอาเปรียบบางกรณีที่จำเป็น 7. ข้อใดจัดเป็นเงื่อนไขความรู้ ก. ความซื่อสัตย์สุจริต ข. ความประพฤติชอบ ค. การซื่อตรงต่อหน้าที่


ง. ความรู้ลึกในงานที่ทำ 8. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเศรษฐกิจพอเพียง ก. เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ข. เพื่อให้พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลง ค. เพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ง. เป็นระบบที่สร้างขึ้นเพื่อทดสอบความสามารถของลูกค้าและผู้ประกอบการ 9. ข้อใดคือเศรษฐกิจพอเพียง ก. มีอยู่ 10 ส่วนออมทั้งหมดเพื่ออนาคต ข. มีอยู่ 10 ส่วนฝากธนาคาร 5 ส่วน ค. มีอยู่ 10 ส่วน นำมาหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ 7 ส่วน ง. มีอยู่ 10 ส่วน นำมาออมประกันชีวิตทั้งหมดเพื่อไม่ประมาทในการใช้ชีวิต 10. ข้อใดจัดเป็นความสำคัญของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการประกอบธุรกิจ ก. ความมั่นคงของกิจการบางประเภทที่ไม่ใหญ่มากนัก ข. ความเจริญเติบโตของธุรกิจเฉพาะที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก ค. เพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมในบางกลุ่มอาชีพที่เป็นเอกชน ง. เศรษฐกิจดีขึ้นเกิดความสมดุลในทุกมิติ


แผนการจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎี แผนการจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 9 ชื่อวิชา การเป็นผู้ประกอบการ สอนสัปดาห์ที่ 14-15 ชื่อหน่วย จรรยาบรรณผู้ประกอบการยุคใหม่ คาบรวม 8 ชื่อเรื่อง ความหมายของจรรยาบรรณ จำนวนคาบ 2 หัวข้อเรื่อง ความหมายของจรรยาบรรณ สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของจรรยาบรรณ 2. องค์ประกอบของจรรยาบรรณ 3. หลักจรรยาบรรณของผู้ประกอบการ 4. จรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่มีต่อคู่แข่งขัน 5. จรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่พึงมีต่อสังคม ด้านคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย สาระสำคัญ สภาพสังคมไทยปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจนั้นได้ให้ความสนใจและให้ความสำคัญเกี่ยวกับ เรื่องจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม ของผู้ประกอบการที่ดี ที่พึงมีและพึงกระทำในการดำเนินธุรกิจมาก ยิ่งขึ้น แต่ยังมีธุรกิจที่ยังมีความไม่ชอบธรรมในการขยายเครือข่าย โดยผู้ประกอบการให้ความสำคัญและยึดถือ เรื่องผลกำไรของธุรกิจ หรือค่านิยมทางวัตถุมากกว่าที่จะยึดมั่นในจรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่ดี หรือ คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งในการประกอบธุรกิจนั้นผู้ประกอบการจะต้องมีจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรมต่อผู้ถือหุ้น หรือมีต่อลูกค้าและต่อการประกอบธุรกิจแต่ละประเภท สมรรถนะอาชีพประจำหน่วย อธิบายหลักจรรยาบรรณของผู้ประกอบการได้ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. สรุปสาระได้ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น 2. ความสนใจใฝ่รู้ ความมีวินัย ตรงต่อเวลา ความรอบคอบ ระมัดระวัง 3. ความเมตตา กรุณา โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และไม่เห็นแก่ตัว จุดประสงค์การสอน / การเรียนรู้ • จุดประสงค์ทั่วไป / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 1. บอกความหมายของจรรยาบรรณของผู้ประกอบการได้ 2. บอกองค์ประกอบจรรยาบรรณของผู้ประกอบการได้ 3. อธิบายหลักจรรยาบรรณของผู้ประกอบการได้ 4. อธิบายจรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่มีต่อคู่แข่งขันได้ 5. อธิบายจรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่พึงมีต่อสังคมได้ • จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง


1) พุทธิพิสัย ผู้เรียนมีความรู้และบอกความหมายของจรรยาบรรณของผู้ประกอบการได้ 2) ทักษะพิสัย อธิบายจรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่พึงมีต่อสังคมได้ 3) จิตพิสัย ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย กิจกรรมการเรียนรู้ ⚫ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ผู้สอนทบทวนความรู้เดิมจากครั้งที่แล้ว เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับผู้ประกอบการ พร้อมยกตัวอย่างทฤษฎีใหม่ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ⚫ ขั้นสอน 1. ผู้สอนบรรยายเชิงปฏิสัมพันธ์ด้วย Power Point เรื่อง ความหมายของจรรยาบรรณ ความหมายของจรรยาบรรณ จรรยาบรรณ (Code of Ethics) หมายถึง ประมวลความประพฤติ ที่ผู้ประกอบอาชีพการงาน แต่ละอาชีพกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก จรรยาบรรณ คือ จริยธรรมของกลุ่มชนผู้ร่วมอาชีพร่วมอุดมการณ์ เป็นหลักประพฤติ หลัก จริยธรรม มารยาท ที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ควรจะร่วมกันรักษาไว้เพื่อธำรงเกียรติและศรัทธาจาก ประชาชน ละเมียดละไมกว่ากฎระเบียบ ลึกซึ้งกว่าวินัย สูงค่าเทียบเท่าอุดมการณ์จรรยาบรรณ เป็นสายใยของ กลุ่มชนที่ร่วมอาชีพ ร่วมอุดมการณ์ เป็นระบบเกียรติศักดิ์ที่ใช้ดูแลและปกครองกันเอง เพื่อดำรงความเชื่อถือ และเกียรติคุณแห่งอาชีพ ให้เป็นที่ศรัทธาของสาธารณชน ความสำคัญของจรรยาบรรณในองค์กร 1. ช่วยควบคุมมาตรฐานประกันคุณภาพ และปริมาณที่ถูกต้องในการปฏิบัติงาน และการ ดําเนินงานขององค์กร 2. ช่วยควบคุมจริยธรรมของบุคคลในองค์กรให้เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ สุจริต และยุติธรรม 3. ช่วยส่งเสริมมาตรฐาน คุณภาพ และปริมาณของผลการปฏิบัติงานขององค์กร จัดทําขึ้นให้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่เสมอ 4. ช่วยส่งเสริมจริยธรรมของบุคคลในองค์กร และดําเนินการให้มีความเมตตา กรุณา เห็นอก เห็นใจต่อผู้ร่วมงานในองค์กร 5. ช่วยลดการเอารัดเอาเปรียบ การฉ้อฉล ความเห็นแก่ตัว ตลอดจนความมักง่าย ใจแคบไม่ เคย เสียสละ 6. ช่วยเน้นให้เห็นชัดเจนยิงขึ้นในภาพพจน์ที่ดีขององค์กรที่มีจริยธรรม 7. ช่วยทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิตามกฎหมายขององค์กร ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามทํานองคลอง ธรรม แสดงความสัมพันธ์ขอบข่ายจรรยาบรรณผู้ประกอบการยคุใหม่ จรรยาบรรณของผู้ประกอบการ ยุคใหม่ จรรยาบรรณของผู้ประกอบการ ยุคใหม่ องค์ประกอบ จรรยาบรรณต่อคู่แข่งขัน จรรยาบรรณต่อสังคม หลักจรรยาบรรณ


องค์ประกอบของจรรยาบรรณ โดยทั่วไปจรรยาบรรณหรือคุณธรรมและจริยธรรมที่ดีงานในสังคมไทยนั้นมักจะกล่าวถึงในเรื่องขแง ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความมีเหตุผล ความกตัญญูกตเวที ความประพฤติปฏิบัติ การรักษาซึ่งระเบียบ วินัย ความเสียสละ ความประหยัดมัธยัสด์อดออม ความยุติธรรม ความขยันหมั่นเพียรและอุตสาหะ รวมไปถึง ความเมตตากรุณาที่สังคมพึงมีต่อกัน เรื่องที่มีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการควรรู้เกี่ยวกับหลักจรรยาบรรณ คุณธรรมและจริยธรรม ประกอบด้วย ค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ 1. การพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร และมีความรับผิดชอบ 2. การประหยัดและรู้จักอดออม 3. การมีระเบียบวินัยและเคารพกฎหมาย 4. การปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนา 5. ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ผู้เรียนแบ่งกลุ่มย่อยกลุ่มละ 5-7 คน เพื่อระดมสมองโดยการศึกษาเนื้อหาร่วมกันโดยให้แต่ละคนมี บทบาทช่วยกันในกลุ่ม 2.1 นักเรียนสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมายของวจรรยาบรรณ 2.2 นักเรียนทำใบงานที่ 9.1 โดยครูคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม 3. นำเสนอผลงานการปฏิบัติกิจกรรม เป็นผลงานกลุ่ม ⚫ ขั้นสรุป 4. ผู้สอนวิพากษ์ผลงานของนักเรียนและตั้งคำถามให้ผู้เรียนให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความหมาย และความสำคัญของแผนธุรกิจ 5. สมาชิกในชั้นเรียนร่วมกันวิพากษ์ผลงานของเพื่อน การบูรณาการกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 1.1 ความมุ่งมั่นและปรารถนา พยายามที่จะดำเนินธุรกิจเหล่านั้นให้ประสบความสำเร็จ มิฉะนั้นจะทำ ให้สูญเสียทั้งเงินและเวลา 1.2 องค์กรธุรกิจทำให้เกิดการกระจายรายได้ ประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ทำให้ เกิดการกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น ค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ ประหยัด มีวินัย รักชาติ ศาสนา พึ่งตนเอง มีคุณธรรม


1.3 การู้จักพอประมาณ ผู้ประกอบการต้องรู้จักการควบคุมความต้องการ การกระทำต่างๆในการ ลงทุน ประกอบกิจการด้านธุรกิจให้อยู่ในขอบเขตอันสมควรตามสภาพและฐานะของผู้ประกอบการ ไม่ลงทุน ทำกิจการที่เกินฐานะทางการเงินที่มีอยู่ ๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่าง รอบคอบ 2.1 ธุรกิจทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้า เพื่อธุรกิจก่อให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน มีการกระจายรายได้ ทำให้ประชาชนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 2.2 เมื่อมีการผลิตก็จะมีการจ้างงาน ทำให้ประชาชนมีโอกาสทำงานมีรายได้ ซึ่งรายได้โดยรวมจะถูก จัดสรรไปยังประชาชนกลุ่มต่างๆส่งผลให้รายได้ประชาชาตินั้นสูงขึ้น ประชาชนอยู่ดีกินดีและมีมาตรฐานการ ครองชีพที่สูง 2.3 วัตถุประสงค์ของการจัดเก็บภาษีเป็นรายได้ของรัฐที่นำไปใช้ด้านการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของ ประชาชน ๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต 3.1 การที่กิจการของธุรกิจเกิดการขยายตัวออกไปมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ประชาชนในสังคมมีงานทำ มี รายได้ และมีอำนาจในการซื้อสูงมากเท่านั้น เรื่องของการเกิดปัญหาด้านอาชญากรรมต่างๆก็จะลดลง 3.2 แผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่แสวงหาทุนจากผู้ร่วมลงทุน กองทุน และสถาบันการเงินต่างๆ 3.3 ผู้ประกอบการที่ประพฤติปฏิบัติตนตามหลักค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการข้างต้นนี้ได้ย่อมแสดงว่า ผู้ประกอบการรายนั้นกำลังสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ชีวิตและธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่นั้นตกลงไปในทางที่เสื่อม โดยมีเงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ ดังนี้ 4. เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความ รอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังใน การปฏิบัติ 4.1 การทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่งคั่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีการกินดีอยู่ดี และมีรายได้สูง สามารถ พึ่งพาตนเองและเลี้ยงดูครอบครัวได้ การประกอบกิจการก็จะมีความมั่งคั่งเป้นผลตามไปด้วย 4.2 การเลือกวิธีการผลิตคือการจะใช้วิธีการผลิตสินค้าและบริการแต่ละชนิดอย่างไรที่จะทำให้ สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยที่สุด เสียต้นทุนในการผลิตต่ำที่สุด ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิธีการผลิตที่เหมาะสมที่สุด 5. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต 5.1 การดำเนินงานของหน่วยงานราชการและองค์กรการกุศล ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการให้บริการแก่ ประชาชนโดยไม่ได้มุ่งหวังผลตอบแทน ซึ่งในปัจจุบันการประกอบธุรกิจมิใช่เพื่อสนองความต้องการของ ผู้บริโภคเฉพาะเพียงในด้านปัจจัยสี่เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองความต้องการที่สูงอย่างไม่จำกัดของ ผู้บริโภค 5.2 เมื่อเขียนแผนธุรกิจเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะนำเสนอแผนธุรกิจต่อผู้ร่วมลงทุนหรือแหล่งเงินกู้ควร ทบทวนรายละเอียดในแผนก่อน โดยอาจให้บุคคลที่มีความรู้หรือผู้ที่เราไว้วางใจได้อ่านแผนธุรกิจเพื่อแสดง ความคิดเห็น และให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไข่อไป การวัดและประเมินผล 1. แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม


2. แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะพึงประสงค์ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์, PowerPoint 3. เว็บไซต์ หลักฐานการเรียนรู้ 1. บันทึกการสอนของผู้สอน 2. ใบเช็ครายชื่อ 3. แผนจัดการเรียนรู้ 4. การตรวจประเมินผลงาน การวัดผลและประเมินผล ก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน - แบบสังเกตพฤติกรรม หลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน เครื่องมือประเมิน 1. แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ 3. แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะพึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุงแบบประเมินผล การเรียนรู้ก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียน 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้ จากการทดสอบหลังเรียน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง .


กิจกรรมการเรียนการสอนหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ผู้สอนทบทวนความรู้เดิมจากครั้งที่แล้ว เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการ ประกอบธุรกิจ พร้อมยกตัวอย่างของเศรษฐกิจ ทฤษฎีใหม่ ให้ผู้เรียนฟัง ผู้เรียนฟัง ร่วมคิดและตอบคำถาม ขั้นสอน ผู้สอนบรรยายเชิงปฏิสัมพันธ์ด้วย Power Point เรื่อง ความหมายและองค์ประกอบของ จรรยาบรรณ ค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ ผู้เรียนฟังการบรรยาย และศึกษาเอกสารประกอบ และ ร่วมตอบคำถาม ผู้สอนให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มจำนวน 5 กลุ่ม เท่าๆ กัน ให้แต่ละกลุ่มสรุปสาระสำคัญของแต่ละ เรื่องตามจุดประสงค์ลงในกระดาษ A4 ผู้สอนทำการสรุปแต่ละเรื่องให้ผู้เรียนฟังจน เข้าใจ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มศึกษา เรื่องที่ได้รับมอบหมายส่ง ตัวแทนออกมาสรุปหน้าชั้นเรียน ผู้เรียนฟังเพื่อนและฟังผู้สอนสรุปอีกครั้ง


สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ 1. สื่อ Power Point 2. วีดีโอ สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ห้องปฏิบัติการ สื่อของจริง 1. ใบงาน 2. ตัวอย่าง ชิ้นงาน แหล่งการเรียนรู้ ในสถานศึกษา 1. ห้องสมุด 2. ห้องอินเทอร์เน็ต นอกสถานศึกษา 1. สถานประกอบการสำหรับศึกษาดูงาน การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย ด้านการพูด การอ่าน และการเขียน 2. บูรณาการกับวิชาหลักการตลาด ด้านผลิตภัณฑ์ส่วนประสมทางการตลาด 3. บูรณาการกับวิชาภาษาอังกฤษ ด้านคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องและควรจำ 4. บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านความประหยัด ขยันหมั่นเพียร การประเมินผลการเรียนรู้ • หลักการประเมินผลการเรียนรู้ รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้ 1. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 บอกความหมายจรรยาบรรณของผู้ประกอบการได้ 2. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 บอกองค์ประกอบจรรยาบรรณของผู้ประกอบการได้ 3. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 3 อธิบายหลักจรรยาบรรณของผู้ประกอบการได้ 4. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 4 อธิบายจรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่พึงมีต่อคู่แข่งขันได้ 5. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 5 อธิบายจรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่พึงมีต่อสังคมได้ ก่อนเรียน 1. แบบทอสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 8 จำนวน 10 ข้อ จำนวน 4 ตัวเลือก ขณะเรียน 1. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้และพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่ดี และมุ่งเน้นปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง


หลังเรียน 1. ใบงานท้ายบทเรียน ที่ 9.1 ความหมายและองค์ประกอบของจรรยาบรรณ ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสำเร็จของผู้เรียน 1. แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 2. ใบงานตามบทเรียน


ใบงานที่ 9.1 ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้บทที่ 9 เรื่อง ความหมายและองค์ประกอบของจรรยาบรรณ จุดประสงค์ของงาน 1. บอกความหมายของจรรยาบรรณได้อย่างถูกต้อง 2. อธิบายองค์ประกอบของจรรยาบรรณได้อย่างถูกต้อง 3. นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน กิจกรรม 1. ให้ผู้เรียนเขียนสรุปความหมายและความสำคัญของจรรยาบรรณลงในแบบบันทึกที่ครูแจกให้ สรุปเป็น แผนผังทางความคิด (Mind Mapping) 2. นำเสนอและส่งครูผู้สอน เกณฑ์การพิจารณา แบบประเมินการปฏิบัติใบงาน เกณฑ์การประเมิน 18-20 หมายถึง ดีมาก 15-17 หมายถึง ดี 10-14 หมายถึง พอใช้ ต่ำกว่า 10 หมายถึง ต้องปรับปรุง เกณฑ์การตัดสิน ผู้เรียนต้องอยู่ในระดับ “พอใช้” ขึ้นไปจึงถือว่า “ผ่าน” ลงชื่อ……………………………ผู้ประเมิน (…………………………………………..) วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………... ข้อที่ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 ความสอดคล้องตามสมรรถนะที่พึงประสงค์ 4 3 2 1 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 การสรุปเป็นองค์ความรู้ 4 ความสร้างสรรค์และประยุกต์ใช้ 5 ผลงานส่งตามกำหนดเวลา รวม


แบบประเมินผลการนำเสนอผลงาน ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง................................................ รายชื่อสมาชิก 1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่……. ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น 3 2 1 1 เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหา ความ ถูกต้อง ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า) 2 รูปแบบการนำเสนอ 3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมี ความสนใจ รวม ผู้ประเมิน………………………………………… เกณฑ์การให้คะแนน 1. เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจนถูกต้อง 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วนถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคัญไม่ครบถ้วน แต่ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคัญไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์ 2. รูปแบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการ นำเสนอที่ น่าสนใจ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = มีเทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ แต่ขาดการ ประยุกต์ใช้ วัสดุในท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสมและไม่น่าสนใจ 3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ความสนใจของผู้ฟัง 3 คะแนน = ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ 2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ


แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง…………… รายชื่อสมาชิก 1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่……. ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น 3 2 1 1 การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน 2 การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม 3 การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน รวม ผู้ประเมิน………………………………………………… วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………... เกณฑ์การให้คะแนน 1. การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายการทำงานอย่างชัดเจน 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน 2. การหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม 3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง ยึดหลักความประหยัด 2 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง แต่ไม่ตรงตามความสามารถ และมีสื่อ /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง แต่ขาดการจัดเตรียมสถานที่และไม่ยึดหลักความประหยัด 1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถึงและมีสื่อ /อุปกรณ์ไม่เพียงพอ และไม่ยึดหลักความประหยัด 3. การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กำหนด มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 2 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่ช้ากว่าเวลาที่กำหนด ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 1 คะแนน = ทำงานไม่สำเร็จตามเป้าหมาย และไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ มีความรอบรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวัง 2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง 1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน ไม่มีความรอบรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวัง


แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย หน่วยที่ 9 คำชี้แจง: จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. ผู้ประกอบการจัดหาที่พักและรถรับส่งให้กับพนักงานในบริษัทเป็นจรรยาบรรณข้อใด ก. ค่าจ้าง ข. สวัสดิการ ค. ความปลอดภัย ง. ความก้าวหน้า 2. ข้อใดที่ผู้ประกอบการ ไม่ควรปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้าง ก. จ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรม ข. จัดสวัสดิการให้อย่างเหมาะสม ค. รักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ง. เลื่อนตำแหน่งและปรับเงินเดือนตามความอาวุโส 3. ข้อใดไม่ใช่จรรยาบรรณที่ผู้ประกอบการพึงมีต่อธุรกิจ ก. ทำธุรกิจที่ไม่ผิดกฎหมาย ข. ไม่หลีกเลี่ยงภาษี ค. ทำบัญชีตามที่กฎหมายกำหนด ง. รับผิดชอบต่อการขายสินค้า 4. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณ ก. เป็นข้อบังคับที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติ ข. ได้รับการยอมรับจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ค. ไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษทางกฎหมาย ง. เป็นข้อกำหนดทางกฎหมายและมีบทลงโทษต้องปฏิบัติตาม 5. ข้อใดหมายถึงจรรยาบรรณ ก. Employer ข. Business ค. Ethic ง. Society 6. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับจรรยาบรรณ ก. การประกอบการที่มุ่งอยู่กับผลตอบแทนในรูปแบบของกำไร ข. การไม่ใส่ใขต่อสภาพแวดล้อมหรือสังคมรอบด้าน ค. ความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพกำหนดขึ้นเพื่อรักษาส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง ง. ถูกทุกข้อ 7. ข้อใดจัดเป็นจรรยาบรรณที่ผู้ประกอบการพึงมีต่อลูกค้า ก. มีความซื่อสัตย์ ข. ไม่หลีกเลี่ยงภาษี ค. ทำบัญชีตามที่กฎหมายกำหนด


ง. ให้ความร่วมมือกับรัฐในการพัฒนาสังคม 8. ข้อใดคือสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมีจรรยาบรรณต่อลูกค้า ก. ขายสินค้าในราคายุติธรรม ข. ดูแลเอาใจใส่ ค. มีอัธยาศัยไมตรี ง. ถูกทุกข้อ 9. ผู้ประกอบการที่ให้ข้อมูลที่เป็นจริงต่อลูกค้า ถือว่ามีจรรยาบรรณข้อใด ก. ความเชื่อมั่นในตนเอง ข. ความซื่อสัตย์ ค. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ง. ความรู้ด้านตลาด 10. ข้อใดเป็นหลักการที่ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจประสบผลสำเร็จในการดำเนินชีวิต ก. หลักความพอดี ข. อยู่ภายใต้กรอบคุณธรรม จริยธรรม และความรอบรู้ รอบคอบ ค. ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง มีสติรู้เท่าทันเหตุการณ์ ง. ถูกทุกข้อ


ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version