The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by timnit01, 2021-04-03 22:38:08

เล่ม ๔ การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ ปรับแล้ว









ค ำน ำ





แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ๔R วิชาภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่มที่ 4 การอานอย่างมีวิจารณญาณจากบทความ จัดท าขึ้นเพอเป็นเครื่องมือ

ื่


ในการพฒนาทักษะการอานให้กับนักเรียน ซึ่งจะท าให้นักเรียนสามารถอานแล้วน าความรู้ ความคิด

ประสบการณ์ที่ได้รับจากการอานไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ขณะเดียวกันยังท าให้นักเรียน


มีความสุข สนุกสนานเพลิดเพลิน มีความภูมิใจในผลงานของตนเอง และเสริมสร้างนิสัยรักการอาน

ให้กับนักเรียน นอกจากนักเรียนจะได้น าไปฝึกทักษะการอานอย่างมีวิจารณญาณแล้ว ครูผู้สอน
สามารถน าไปใช้ทบทวนเนื้อหาที่นักเรียนได้เรียนไปแล้ว หรือใช้สอนซ่อมเสริมให้กับนักเรียนที่มี
ความบกพร่องในทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

แบบฝึกเสริมทักษะ เล่มที่ 4 การอานอย่างมีวิจารณญาณจากบทความ ประกอบด้วยเนื้อหา


ความรู้เกี่ยวกับบทความ ตัวอย่างการอานอย่างมีวิจารณญาณจากนิทาน และแบบฝึกหัด เพอให้
ื่
นักเรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งในแบบฝึกทักษะจะมีการตอบค าถามแบบปรนัย และอตนัย


เชิงวิเคราะห์ โดยเน้นให้นักเรียนได้ใช้ทักษะในการอานอย่างมีวิจารณญาณ โดยเรียงตามล าดับ
ขั้นตอนตั้งแต่ขั้นที่ 1 – ขั้นที่ 6

ผู้จัดท าหวังว่า แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ4R
เล่มที่ 4 การอานอย่างมีวิจารณญาณจากบทความ เล่มนี้ คงเออปะโยชน์แก่นักเรียน ครูผู้สอน

ื้
ผู้ที่สนใจ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี


นิตยา ยารวง











สำรบัญ



เรื่อง หน้ำ
ค าน า ก

สารบัญ ข
ค าชี้แจงส าหรับครูผู้สอน ค

ค าชี้แจงส าหรับนักเรียน ง
สาระการเรียนรู้ มาตรฐาน และตัวชี้วัด จ

แบบทดสอบก่อนเรียน ๑
ใบความรู้ที่ ๑ สาระน่ารู้เกี่ยวกับบทความ 7

ตัวอย่างการอ่านอย่างมีวิจารณญาณจากบทความ 10

แบบฝึกหัด ขั้นที่ ๑ S (Survey) 17
แบบฝึกหัด ขั้นที่ ๒ Q (Question) 20

แบบฝึกหัด ขั้นที่ 3 R๑ (Read) 21

แบบฝึกหัด ขั้นที่ 4 R๒ (Record) 22
แบบฝึกหัด ขั้นที่ 5 R๓ (Recite) 23

แบบฝึกหัด ขั้นที่ 6 R๔ (Reflect) 24
แบบฝึกหัด ขั้นที่ 7 S (Survey) 25

แบบฝึกหัด ขั้นที่ 8 Q (Question) 28
แบบฝึกหัด ขั้นที่ 9 R๑ (Read) 29
แบบฝึกหัด ขั้นที่ 10 R๒ (Record) 30
แบบฝึกหัด ขั้นที่ 11 R๓ (Recite) 31

แบบฝึกหัด ขั้นที่ 12 R๔ (Reflect) 32
แบบทดสอบหลังเรียน 33

บรรณานุกรม 38
ภาคผนวก 39

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 41
แนวการตอบแบบฝึกหัดที่ ๑ – 12 42

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 68
การให้คะแนนแบบฝึกหัด 69









ค ำชี้แจงส ำหรับครูผู้สอน






๑. ครูเตรียมและศึกษำแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ แบบฝึกเสริมทักษะกำรอย่ำงมวจำรณญำณ
โดยวิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3





๒. ศึกษำเนื้อหำและล ำดับขั้นตอนของแบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมวิจำรณญำณ

ให้เข้ำใจชัดเจน



๓. อธิบำยให้นักเรียนทรำบถึงวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนเห็นประโยชน์และคุณค่ำ

ของกำรท ำแบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R




10 ข้อ

๔. ครูให้นักเรียนท ำแบบทดสอบก่อนเรียน จ ำนวน ใช้เวลำ 15 นำที



๕. กำรศึกษำแต่ละครั้ง ควรให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น ร่วมคิดอภิปรำย

ตรวจผลงำน และสรุปองค์ควำมรู้ด้วยตนเอง




๖. ครูให้นักเรียนท ำแบบทดสอบหลังเรียน จ ำนวน ๑๐ ข้อ ใช้เวลำ 15 นำที เพื่อตรวจสอบ
ควำมก้ำวหน้ำและควำมรู้ควำมเข้ำใจของนักเรียน









๗. บันทึกผลกำรท ำแบบฝึกเสริมทักษะกำรอำนอย่ำงมวจำรณญำณโดยใช้วธีกำรอำน
แบบ SQ๔R ของนักเรียนทุกครั้ง เพื่อสังเกตพัฒนำกำรของนักเรียน









ค ำชี้แจงส ำหรับนักเรียน




1. ศึกษำมำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด จุดประสงค์กำรเรียนรู้ สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน

และคุณลักษณะอันพึงประสงค์



2. อ่ำนค ำชี้แจงกำรใช้แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ โดยใช้วิธีกำรอ่ำน
ี่
แบบ SQ4R ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท 3


3. ท ำแบบทดสอบก่อนเรียน จ ำนวน 10 ข้อ ใช้เวลำ 15 นำที

เพื่อประเมินควำมรู้พื้นฐำนของนักเรียน



4. ศึกษำกรอบเนื้อหำขั้นตอนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ โดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ4R

มี 6 ขั้นตอน โดยนักเรียนต้องศึกษำอย่ำงละเอียด



5. ท ำแบบฝึกทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
แต่ละเล่มให้ครบทกกิจกรรมตำมล ำดับ




6. ท ำแบบทดสอบหลังเรียน จ ำนวน 10 ข้อ ใช้เวลำ 15 นำที
เพื่อประเมินควำมก้ำวหน้ำของตนเอง




7. ตรวจค ำตอบ แบบทดสอบก่อนเรียน/แบบฝึกทักษะ/แบบทดสอบหลังเรียน



8. สรุปคะแนนที่ได้ลงในกระดำษค ำตอบ เพื่อทรำบผลกำรเรียนและกำรพัฒนำตนเอง









สำระกำรเรียนรู้ มำตรฐำน และตัวชี้วัด




มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา
ื่
ในการด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน
ตัวชี้วัด
ข้อ ๓ ระบุใจความส าคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน
ข้อ ๕ วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การล าดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง

ข้อ ๙ ตีความและประเมินคุณค่าแนวความคิดที่ได้จากงานเขียนอย่างหลากหลาย
เพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต
ข้อ ๑๐ มีมารยาทในการอ่าน


มำตรฐำน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว
ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด
ข้อ ๑ เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียง
ถูกต้อง มีข้อมูลและสาระส าคัญชัดเจน
ข้อ ๘ มีมารยาทในการเขียน



จุดประสงค์กำรเรียนรู้

ด้ำนควำมรู้
๑. นักเรียนสรุปใจความส าคัญ เข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่าน และประโยชน์ที่ได้รับจากการอ่านได้
๒. นักเรียนสามารถวิจารณ์ความสมเหตุสมผล ล าดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่องได้
๓. นักเรียนสามารถตีความและประเมินคุณค่าแนวความคิดที่ได้จากงานเขียน

อย่างหลากหลาย เพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตได้
ด้ำนกระบวนกำร
๑. นักเรียนสารมารถเรียงล าดับเหตุการณ์ เล่าเรื่องจากการอ่านได้
๒. นักเรียนสามารถสรุปมโนทัศน์ของเรื่องที่อ่านไปใช้แก้ปัญหาได้


ด้ำนคุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. นักเรียนมีความสนใจตั้งใจเรียน ตรงต่อเวลา และรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย

1








แบบทดสอบก่อนเรียน

แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่มที่ ๔ กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม




ค ำชี้แจง

๑. แบบทดสอบฉบับนี้ใช้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการอานอย่างมีวิจารณญาณจากบทความ


โดยใช้วิธีการอานแบบ SQ๔R เป็นแบบทดสอบปรนัยแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จ านวน ๑๐ ข้อ
ข้อละ ๑ คะแนน ใช้เวลาในการท าแบบทดสอบ ๑๕ นาที


๒. นักเรียนอานข้อค าถามและค าตอบให้ละเอยดแล้วท าเครื่องหมายกากบาท () ลงใน

กระดาษค าตอบ โดยเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว



๑. ข้อใดหมายถึงบทความ
ก. เป็นงานที่แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียน

ข. เป็นบันทึกเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์
ค. เป็นงานที่สร้างสรรค์ให้แก่บุคคลใดโดยเฉพาะ
ง. เป็นการน าเสนอความรู้ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็น



๒. หากต้องการเขียนบทความเรื่อง “เคล็ดลับการครองชีวิตคู่” ควรเลือกการเขียนบทความรูปแบบใด

ก. บทความวิเคราะห์
ข. บทความทางวิชาการ

ค. บทความกงชีวประวัติ
ึ่
ง. บทความให้ความรู้ทั่วไป

2







ค ำชี้แจง อ่านบทความที่ก าหนดให้ แล้วตอบค าถามข้อ ๓-๗


โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความส าคัญต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในระยะตั้งครรภ์
ิ่
ความต้องการของโปรตีนจะเพมขึ้นนอกจากนี้ระยะการให้นมบุตรก็มีความต้องการโปรตีนด้วย
ขณะเดียวกัน เด็กที่อยู่ในวัยที่ก าลังเจริญเติบโต จะมความต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น

อาหารที่มีโปรตีนสูงจึงเป็นอาหารที่ควรได้รับ


อาหารที่มีโปรตีนสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถั่วเหลือง เช่น เนื้อไก่ เนื้อเป็ด ปลาทู
เนื้อวัวไม่ติดมันจะมีโปรตีนประมาณ ๒๐ ต่อ ๑๐๐ กรัมของอาหาร ส่วนไข่จะมีโปรตีนประมาณ

๑๓ กรัมต่อ ๑๐๐ กรัมของอาหาร และถั่วเหลืองเป็นพชที่มีโปรตีนสูงถึงร้อยละประมาณ ๓๔

การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในประเทศที่พัฒนาการแล้ว พบว่าได้รับโปรตีนปริมาณ

สูงกว่าคนในประเทศที่ก าลังพฒนา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะขาดอาหาร การได้รับโปรตีนสูงเกินไปจะไม่มี

ประโยชน์ ตรงกันข้ามจะเพิ่มความเสี่ยง เช่น อาจเป็นโรคอ้วน เนื่องจากอาหารที่มีโปรตีนสูงมักจะเป็น

เนื้อสัตว์ติดมัน ถ้าเป็นเด็กหรือทารกร่างกายไม่สามารถที่จะปรับตัวกับปริมาณโปรตีนสูง ๆ ที่กิน
เข้าไป การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงจะท าให้กินอาหารอนได้น้อยลง โอกาสที่จะท าให้เกิดการขาด
ื่
ื่
สารอาหารชนิดอนเป็นไปได้สูง และการกินอาหารที่มีโปรตีนสูงท าให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย
ิ่
เพราะท าให้ร่างกายเพมการก าจัดแคลเซียมออกจากร่างกาย ดังนั้น การกินอาหารจึงควรมีโปรตีน
ในปริมาณที่พอเหมาะ

ที่มา : ขวัญเรือน ปักษ์แรก เดือนสิงหาคม. ๒๕๕๙.


๓. ประโยคใจความส าคัญของเรื่องนี้คอข้อใด
ก. การกินอาหารทีมีโปรตีนสูงท าให้อิ่มเร็วขึ้น

ข. ควรกินอาหารที่มีโปรตีนในปริมาณพอเหมาะ
ค. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความส าคัญต่อการเจริญเติบโต

ง. อาหารที่มีโปรตีนสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง

๔. ใจความส าคัญของย่อหน้าที่ ๔ คือข้อใด

ก. ร่างกายเพิ่มการก าจัดแคลเซียมได้มากขึ้น
ข. โอกาสขาดสารอาหารชนิดอื่น ๆ เป็นไปได้สูง
ค. การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงจะท าให้กินอาหารอื่นได้น้อยลง

ง. การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงท าให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย

3






๕. ข้อใดเรียงล าดับจากเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง

๑) การกินอาหารจึงควรมีโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะ
๒) การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง จะท าให้กินอาหารอื่นได้น้อยลง

๓) การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง ท าให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย

๔) การที่ได้รับโปรตีนสูงเกนไปจะไม่มีประโยชน์ จะเพมความเสี่ยงอาจเป็นโรคอ้วนได้
ิ่
ก. ๔ ๒ ๓ ๑
ข. ๔ ๓ ๒ ๑

ค. ๑ ๒ ๔ ๓
ง. ๒ ๑ ๔ ๓

๖. จากเนื้อความข้างต้นผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างไร

ก. ชี้แจง
ข. แนะน า

ค. สั่งสอน
ง. ให้ข้อคิด


๗. ความคิดส าคัญของเรื่องนี้คืออะไร
ก. ผู้ที่อยู่ในวัยเด็กควรทานอาหารประเภทโปรตีน

ข. สตรีมีครรภ์ควรทานอาหารประเภทโปรตีนมาก ๆ
ค. ผู้ที่กินอาหารประเภทโปรตีนมากมีโอกาสเป็นโรคอ้วน
ง. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความส าคัญต่อการเจริญเติบโต

4








ค ำชี้แจง อ่านบทความเรื่อง ผูกขวัญ ที่ก าหนดให้ แล้วตอบค าถามข้อ ๘ - ๑๐
การรับขวัญหรือผูกขวัญที่ยังพอมีผู้ปฏิบัติกันอยู่บ้างนั้น คิดว่าเป็นกิจกรรมแบบฉบับที่

น่าสนใจและน่านิยมควรแก่การปรับปรุงมาใช้ใหม่ให้กว้างขวางเหมาะสมกับกาลสมัย เพราะเป็น

กิจกรรมที่ให้คุณค่าแก่ชีวิตเสริมสุขภาพจิตอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะเสริมสุขภาพจิตและเสริมพฒนาการ
ของเด็ก ๆ
ผู้ใหญ่ให้ความรักความอบอนแก่ลูกหลานนับแต่เกิดจนสิ้นวัยเรียนอนเป็นพนฐานส าคัญ
ื้
ุ่

ของชีวิต โอกาสที่เด็กจะมีปัญหาสุขภาพจิตจะน้อยเมื่อโตขึ้น การผูกขวัญทารกเมื่อแรกเกิดจะจดเวลา
ตกฟาก วัน เดือน ปีเกิดของทารกไว้ ค าว่า ขวัญ ตามพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง
สิ่งหนึ่งที่ไม่มีตัวตน (Unmatter) แต่ประจ าวันอยู่ในตัวคนทุกคน ถ้าขวัญอยู่กับตัวจะมีความสุข

ไม่เป็นทุกข์ ไม่เจ็บไข้ ผู้ใหญ่รับขวัญหรือท าขวัญให้เด็กเมื่อใดบ้าง เมื่อแรกเกิดได้ ๓ วัน เมื่อเกิด
ได้ครบเดือน เมื่อโกนจุกจะเห็นได้ว่าผู้ใหญ่ให้ความส าคัญแก่เด็กมาก โดยพอประกาศตนยอมรับต่อ

หน้าผู้คน ณ ที่นั่นว่าเขารับทารกเป็นลูกต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู เมื่อทารกมีชีวิตได้ ๓ วัน พ่อแม่ท าขวัญ


อกครั้งเรียกว่า รับขวัญวัน ซึ่งมีพธีซับซ้อนขึ้นด้วยการบอกเจ้าหน้าที่จัดเครื่องบูชาและเครื่องสังเวย
ผูกข้อมือด้วยสายสิญจน์ และเมื่อทารกอายุ ๑ เดือน จะท าขวัญเดือน โดยโกนผมไฟและไว้จุก แกะ

หรือโก๊ะ ญาติมิตรจะมาแสดงความยินดี มีพธีพทธเมื่อเจริญวัยขึ้นจะซุกซนตามประสาเด็ก เด็กอาจ

พบสิ่งใดที่ตกใจกลัวเกิดอาการขวัญหนีหรือขวัญหายผู้ใหญ่ก็จะปลอบขวัญ หรือเรียกขวัญ เป็นคราว

ๆ ไป หรือเป็นไข้หนักเมื่อหายไข้แล้วเกรงไข้จะกลับจึงท าพธีผูกขวัญประกันไว้ ส่วนในพธีโกนจุกซึ่ง


เป็นพธีใหญ่ทั้งพทธและพราหมณ์เด็กจะได้รับการผูกขวัญอกด้วย อนเป็นการรับขวัญครั้งสุดท้าย



ในช่วงวัยเด็กก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ต่อไป การรับขวัญในโอกาสต่าง ๆ ตั้งแต่แรกเกิดจน

ตลอดช่วงวัยเด็กเห็นว่าน่าจะเป็นการเสริมพฒนาการและเสริมสุขภาพจิตของเด็กเป็นอย่างดีแสดงให้
เห็นความเข้าใจชีวิต จิตใจเด็ก เราไม่หวังให้ผู้ใหญ่ในปัจจุบันรับขวัญเด็ก ดังตัวอย่างที่ยกมานี้
ทุกประการเพียงให้ประยุกต์ภูมิปัญญาผู้ใหญ่สมัยก่อนตามสมควรเท่านั้น

ที่มา : จิตวิทยา กองสุขภาพจิต กรมการแพทย์.2555.


๘. ข้อใดที่มีลักษณะเป็นข้อคิดเห็น
ก. เมื่อทารกมอายุหนึ่งเดือน จะท าขวัญเดือนให้โดยโกนผมไฟและไว้จุก

ข. หากเป็นไข้หนัก เมื่อหายแล้ว เกรงไข้กลับจึงท าพิธีผูกขวัญประกันไว้


ค. เมื่อทารกมีชีวิตอยู่ได้ ๓ วัน พอแม่จะท าขวัญให้อีกครั้ง เรียกว่า ท าขวัญวัน
ง. การรับขวัญหรือผูกขวัญที่ยังพอมีผู้ปฏิบัติกันอยู่บ้างนั้น คิดว่าเป็นกิจกรรมแบบฉบับที่น่าสนใจ

และน่านิยม

5








๙. ข้อใดมีลักษณะเป็นข้อเท็จจริง
ก. การรับขวัญเด็กในโอกาสต่าง ๆ เห็นว่าน่าจะเป็นการเสริมพฒนาการและเสริมสุขภาพจิต

ของเด็กเป็นอย่างดี
ข. ในพิธีโกนจุกซึ่งเป็นพิธีใหญ่ทั้งพุทธและพราหมณ์เด็กได้รับการผูกขวัญอกอัน เป็นการรับขวัญ

ครั้งสุดท้ายในช่วงวัยเด็ก
ค. เราไม่หวังให้ผู้ใหญ่ในปัจจุบันนี้รับขวัญเด็กดังกล่าวมาทุกประการ เพียงให้ประยุกต์ใช้
ตามสมควรเท่านั้น

ง. การรับขวัญหรือผูกขวัญท าให้มองเห็นว่า ผู้ใหญ่ไทยแต่โบราณนั้นให้ความรักความอบอุ่น
แก่ลูกหลานอย่างผสมผสานลึกซึ้งตลอดช่วงวัยเด็ก



๑๐. จากบทความเรื่อง ผูกขวัญ เป็นบทความประเภทใด
ก. บทความวิจารณ์

ข. บทความวิเคราะห์
ค. บทความให้ความรู้ทั่วไป

ง. บทความแสดงความคิดเห็นทั่วไป

6








กระดำษค ำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน

แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่ม 4 กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม






ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยกาเครื่องหมายกากบาท ()

ลงในกระดาษค าตอบ



ข้อ ก ข ค ง












๑๐

7








ใบควำมรู้ที่ ๑

สำระน่ำรเกี่ยวกับ“บทควำม”
ู้



ค ำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาสาระจากใบความรู้ แล้วท ากิจกรรมตามที่ก าหนด

บทความเป็นงานเขียนที่ปรากฏอยู่ทั่วไป มีหลายประเภททั้งบทความที่ให้ความรู้ บทความ

เชิงวิจารณ์ เชิงชักชวน สดุดี และล้อเลียนในปัจจุบันบทความมีความส าคัญต่อสังคมอยู่ไม่น้อย เนื้อหา
หรือสาระที่ผู้เขียนต้องการสื่อแก่ผู้อานจะสามารถเข้าใจสาระนั้น ๆ ได้ถึงขั้นสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้

ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณาดังนี้


๑. ควำมหมำยของบทควำม
ื่
บทควำม คือ งานเขียนที่ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นเพอสื่อสารให้ผู้อ่านได้ทราบและเข้าใจเรื่องราว
ต่าง ๆ เช่น ความรู้ ความคิดเห็น ชี้ข้อบกพร่องหรือปัญหาและเสนอแนะวิธีแก้ไขที่ปฏิบัติได้

ื่
เพอประโยชน์สุขแก่ส่วนรวม โดยมีหลักฐาน ข้อเท็จจริง อางองประกอบพร้อมทั้งแทรกข้อเสนอแนะ

เชิงวิจารณ์ หรือเชิงสร้างสรรค์ไว้ด้วย

๒. ประเภทบทควำม
๑. บทความสัมภาษณ ์

๒. บทความชีวประวัติ
๓. บทความเชิงวิจารณ์

๔. บทความแสดงความคิดเห็น
๕. บทความประเภทให้ความรู้

๖. บทความชักชวน หรือโน้มน้าวใจให้กระท าสิ่งหนึ่งสิ่งใด


๓. ลักษณะและรูปแบบของกำรเขียนบทควำม

บทความเป็นการเขียนความเรียง ร้อยแก้ว มุ่งแสดงความคิดเห็นเป็นหลักและแทรกความรู้ความ
คิดเห็น ความจริง ความถูกต้องด้วยเหตุผลไว้เป็นส่วนประกอบเพอให้ผู้อานเห็นคล้อยตาม และเกิด
ื่

อารมณ์เพลิดเพลินพอใจ

8







๔. ลักษณะของบทควำมที่ดี ส่วนประกอบของบทความ

๔.๑ มีส่วนประกอบ ๓ ส่วน คือ
๔.๑.๑ ส่วนน ำ เป็นส่วนขึ้นต้นเพอดึงดูดความสนใจของผู้อานมีลักษณะเป็นเชิงกล่าวน า
ื่

หรือให้ความรู้พื้นฐาน ควรพิจารณาว่าผู้เขียนใช้วิธีเปิดเรื่องอย่างไร ส่วนน าสอดคล้องกันเนื้อเรื่องหรือไม่




๔.๑.๒ ส่วนเนื้อหำ เป็นส่วนส าคัญที่ให้ความรู้และสาระแก่ผู้อานมีการจัดล าดับเนื้อหา
ให้เป็นเอกภาพ มีลักษณะที่ดีคือ

๑) ถ้าเป็นบทความที่มุ่งเสนอความรู้ เนื้อหาจะต้องถูกต้องมีหลักฐานค้นคว้าอางอง

ได้ครบถ้วน
๒) ถ้าเป็นบทความที่แสดงความคิดเห็น ความเห็นนั้น ควรเป็นไปในทางสร้างสรรค์
เกิดประโยชน์แก่สังคม ไม่แสดงความล าเอียงและไม่เป็นความเห็นที่ชักจูงให้คนประพฤติผิด
๓) ถ้าเป็นบทความเชิงวิจารณ์ ข้อวิจารณ์นั้นควรมีหลักวิชาการ เป็นพนฐาน
ื้
รองรับอยู่ ต้องไม่เป็นการทับถมหรือสรรเสริญโดยมีจุดมุ่งหมายอื่นแอบแฝงอยู่ ควรวิจารณ์โดยใช้หลัก
วิชาและมีความบริสุทธิ์ใจในการวิจารณ์
๔) ข้อมูล เป็นส่วนที่ผู้อ่านต้องพิจารณาแยกแยะให้ได้ว่าส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง ส่วน
ใดเป็นความคิดเห็นหรือทรรศนะของผู้เขียนและส่วนใดเป็นข้อมูล ที่ผู้เขียนน ามาจากที่อน จากนั้น
ื่
ควรพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร
๕) จุดมุ่งหมาย ผู้อานควรหาค าตอบให้ได้ว่า ผู้เขียนเขียนท าไม เขียนเพออะไร

ื่
โดยพิจารณาจากประเภทของบทความ เพราะจุดมุ่งหมายและประเภทของบทความจะสัมพันธ์กัน

๖) กลวิธีการเขียน ควรพจารณาว่า การเรียบเรียงนั้น ท าให้อานเข้าใจง่ายหรือล าดับ



ความดีเพยงใด การใช้ภาษาควรพจารณาว่าการเลือกถ้อยค ามาใช้นั้นเหมาะสมกับลักษณะของสาระหรือไม่
การใช้ประโยคเหมาะสมและสัมพันธ์กันตลอดเรื่องหรือไม่
ื่
๔.๑.๓ ส่วนสรุป เป็นส่วนท้ายของบทความ เพอสร้างความเข้าใจเป็นการสรุปเนื้อหา
และสร้างประทับใจในการอ่าน ควรปิดด้วยการสรุป การย่อความปิดท้ายหรือจบไปเลย
๔.๒ มเนื้อหำสำระที่เป็นประโยชน์ บทความที่มีคุณค่านั้นควรมีเนื้อหาสาระที่ให้ความรู้



และความคิดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อาน เนื้อหาควรทันเหตุการณ์ มีความถูกต้องและสามารถใช้อางอง

ได้
๔.๓ ใช้ภำษำ ถ้อยค ำ และส ำนวนโวหำรได้ถูกต้องเหมำะสม ถ้อยค ามีความกระชับ รัดกุม
ไม่ฟมเฟอย ส านวนภาษาที่ใช้ต้องเป็นภาษามาตรฐาน เป็นทางการ ถ้าเป็นบทความเชิงวิชาการ
ุ่

ื่

ควรใช้ภาษาที่เป็นแบบแผน แต่ถ้าเป็นบทความประเภทอนที่ไม่ใช่บทความทางวิชาการ ควรใช้ภาษาพด
หรือภาษากึ่งแบบแผนในการเขียน ซึ่งจะท าให้บทความน่าสนใจขึ้น

9








๕. หลักกำรอ่ำนคิดวิเครำะห์บทควำม
ผู้อ่านควรมีหลักการพิจารณา ดังนี้
๑. รู้และเข้าใจลักษณะของบทความว่าเป็นบทความประเภทใด และมีเนื้อหาสาระอย่างไร
๒. บทความมีส่วนน า ส่วนเนื้อหา และส่วนสรุปครบถ้วนหรือไม่

๓. เนื้อหามีความถูกต้องและน่าเชื่อถือหรือไม่ ถ้าเป็นส่วนแสดงความคิดเห็น มีเหตุผลที่เหมาะสม
หรือไม่
๔. กลวิธีการเขียนบทความ ได้แก่ การเสนอเรื่องและการใช้ภาษานั้นมีความน่าสนใจ

มากน้อยเพยงใด การเสนอเรื่องในบทความจะต้องมีการจัดล าดับเนื้อหาสาระและความคิดเห็น
ให้เป็นไปตามล าดับ มีการเสนอความคิดหลักและขยายความคิดอย่างละเอียด นอกจากนี้การเสนอเรื่อง
จะต้องมีความเป็นเอกภาพ ไม่สับสนวกวน ทางด้านการใช้ภาษา ใช้ถ้อยค าชัดเจน ถูกต้อง ไม่มีค าต่ า
หรือค าหยาบและมีการใช้ส านวนโวหาร เพื่อโน้มน้าวจิตใจของผู้อ่านให้คล้อยกับบทความนั้น
๕. การประเมินคุณค่าของบทความควรพิจารณาตามหัวข้อดังนี้

๕.๑ บทความน่าสนใจหรือไม่
๕.๒ รูปภาพ ตัวเลข สถิติทันสมัย และเชื่อถือได้หรือไม่
๕.๓ บทความให้ความรู้หรือข้อคิดเห็นมากน้อยเพียงใด
๕.๔ ชื่อเรื่องและเนื้อหามีความสอดคล้องเหมาะสมหรือไม่


ที่มา : เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. เขียนบทความอย่างไรให้น่าอ่าน.๒๕๕๓.

10








ตัวอย่ำงกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม โดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R


ขั้นที่ ๑ S (Survey) กำรอำนเรื่องอย่ำงคร่ำว ๆ เพื่อหำจุดส ำคัญของเรื่อง




ดื่มน้ ำเพื่อสุขภำพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง



“น้ า” เป็นสิ่งที่มีความส าคัญต่อชีวิตโดยเฉพาะ

ในด้านของสุขภาพนั้น น้ า จะมีหน้าที่ส าคัญในกระบวนการ
ื่
ย่อยและละลายสารอาหารรวมทั้งออกซิเจนเพอส่งไปยังเซลล์
ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ช่วยให้หัวใจท างานเป็นปกติ และระบบ
ไหลเวียนโลหิตท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งมีส่วนช่วย

ท าให้ข้อกระดูกต่าง ๆ เคลื่อนไหวได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้
น้ ายังเป็นตัวช่วยส าคัญในการละลายสารพษแล้วขับออกจาก

ร่างกาย จึงมีส่วนช่วยท าให้มีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใส

ไม่แห้งกร้าน ใบหน้าชุ่มชื้นดูมีเลือดฝาด และดูออนกว่าวัย

อกด้วย ที่ส าคัญคือร่างกายของคนเราจะประกอบไปด้วยน้ า
มากถึงร้อยละ 70 โดยในจ านวนนี้จะเป็นน้ าที่ประกอบอยู่

ภายในเซลล์ถึงร้อยละ 60 อยู่ภายนอกเซลล์อกร้อยละ 30 นอกนั้นจะเป็นน้ าที่อยู่ในเนื้อเยื่อ
ื่
และเลือด ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงมีความต้องการน้ าสูงถึงวันละ 2 - 3 ลิตร เพอกระบวนการต่าง ๆ
และเพอทดแทนในส่วนที่สูญเสียไปกับการขับถ่าย เหงื่อ และลมหายใจ ดังนั้น หากในแต่ละวัน
ื่
ร่างกายของเราไม่ได้รับน้ าในปริมาณที่เพียงพอ ร่างกายก็จะดึงเอาน้ าจากส่วนต่าง ๆ มาใช้ จึงส่งผลให้
เลือดมีความเข้มข้นสูง ระบบไหลเวียนของเหลวผิดปกติ ท าให้ผิวหยาบกร้าน ปวดศีรษะ เป็นตะคริว

และเกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้ แต่ก็มีข้อควรระวังในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต เพราะการดื่มน้ าในปริมาณ
ที่เกินกว่าการควบคุมของแพทย์ ก็จะเป็นเหตุท าให้มีน้ าคั่งอยู่ภายในซึ่งจะส่งผลท าให้มีแขนขาบวม
และความดันโลหิตสูงตามมาในที่สุด อย่างไรก็ดี ส าหรับคนปกติ การดื่มน้ าให้พอดีกับความต้องการ

ในแต่ละวันอาจจะยังไม่เพยงพอต่อการส่งเสริมสุขภาพเท่าใดนัก เพราะการดื่มน้ าให้ได้ประโยชน์
สูงที่สุดควรค านึงถึงหลักต่อไปนี้ด้วย คือ

1. น้ าที่จะน ามาดื่มจะต้องเป็นน้ าที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งสารเคมีเจือปน
โดยจะต้องดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว หรือราว 2 – 3 ลิตร จึงจะเพียงพอกับความต้องการ
ของร่างกาย

11








ื่
2. ควรดื่มน้ าทันทีภายหลังจากตื่นนอนในตอนเช้าอย่างน้อย 2 แก้ว เพอช่วยในการขับถ่าย
ของเสีย แต่ไม่ควรดื่มเกินครึ่งแก้วก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที และภายใน 40 นาที หลัง
มื้ออาหาร เพราะจะท าให้น้ าย่อยเจือจางจนส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารได้
3. ควรดื่มน้ าทุกครั้งที่รู้สึกกระหาย โดยในวันที่อากาศร้อนและแห้ง หรืออยู่ภายในห้องที่มี

การปรับอากาศ ก็จ าเป็นจะต้องได้รับน้ าในปริมาณที่เพมมากขึ้น เพราะร่างกายจะมีการสูญเสียน้ า
ิ่
ไปทางผิวหนังและลมหายใจมากกว่าปกติ นอกจากนี้ ภายหลังจากการออกก าลังกาย หรืออยู่ใน
ื่
ระหว่างมีไข้ ท้องเสีย หรืออาเจียน ก็ควรดื่มน้ าเพอชดเชยน้ าที่สูญเสียไปด้วย โดยดื่มทีละนิดแต่
จิบบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน เพอไม่ให้เป็นการไปเพมภาระให้กับอวัยวะในระบบขับถ่าย ได้แก่ ไต ปอด
ื่
ิ่
ม้าม และระบบย่อยอาหารอื่น ๆ
ิ่
4. จ าไว้ว่า การดื่มน้ าที่เย็นจัดจนเกินไป แม้จะท าให้รู้สึกสดชื่นแต่ก็จะไปเพมภาระให้กับ
อวัยวะภายในมากขึ้น เพราะร่างกายจะต้องปรับอณหภูมิของน้ าให้เท่ากับอณหภูมิภายในร่างกาย


เสียก่อน จึงส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย รวมทั้งท าให้ร่างกายอ่อนแอลงได้
นอกจากนี้ ยังจะต้องหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารที่มีรสจัดจนเกินไปด้วย เพราะจะท าให้รู้สึก
กระหายน้ ามากกว่าปกติ แต่การดื่มน้ าที่มากเกินความจ าเป็นของร่างกาย จะเป็นสาเหตุท าให้

ไตต้องท างานหนัก จึงส่งผลต่อการมีร่างกายที่ทรุดโทรมก่อนวัยอนควรได้ ไม่ใช่เรื่องยากเพราะ
เพยงแค่ดื่มน้ าให้เพยงพอและถูกหลักก็พอเพยงแล้วส าหรับการมีสุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับ



การมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง งดงาม
ที่มา : กรรณิการ์ เอมแสง. ดื่มน้ าเพื่อสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง. 2559.



ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ดื่มน้ าเพื่อสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง โดยส ารวจ
เนื้อหาอย่างรวดเร็วแล้วตอบค าถามต่อไปนี้


ื่
๑. ชื่อเรื่อง ดื่มน้ าเพอสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง
๒. ผู้แต่ง / ที่มา กรรณิการ์ เอมแสง. ที่มา : https://www.organicbook.com

๓. จุดมุ่งหมายในการแต่ง แนะน าการดื่มน้ าในปริมาณที่เพียงพอ รวมถงการดื่มน้ าให้ได้
ประโยชน์สูงที่สุด

๔. สาระส าคัญ น้ า มีหน้าที่ส าคัญในกระบวนการย่อยและละลายสารอาหารรวมทั้ง
ออกซิเจนเพื่อส่งไปยังเซลล์ ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ช่วยให้หัวใจท างาน
เป็นปกติ และระบบไหลเวียนโลหิตท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งมีส่วนช่วยท าให้ข้อกระดูกต่าง ๆ เคลื่อนไหวได้สะดวกยิ่งขึ้น
และการดื่มน้ าให้พอดีกับความต้องการในแต่ละวัน

12








ขั้นที่ ๒ Q (Question) กำรตั้งค ำถำม







ื่
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ดื่มน้ าเพอสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง แล้วตั้งค าถาม
ให้ครอบคลุมเนื้อหา จ านวน ๕ ค าถาม


ค าถามที่ ๑
“น้ า” มีความส าคัญต่อชีวิตคนเราอย่างไร

ค าถามที่ ๒
หากในแต่ละวันร่างกายของเราไม่ได้รับน้ าในปริมาณที่เพียงพอ จะเกิดผลอย่างไร


ค าถามที่ ๓
เหตุใดผู้ป่วยที่เป็นโรคไต จึงต้องระมัดระวังในการดื่มน้ า


ค าถามที่ ๔
เหตุใดเราจึงควรดื่มน้ าทันทีภายหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า


ค าถามที่ ๕
ี่
การดื่มน้ าทเย็นจัดจนเกินไป ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร

13









ขั้นที่ ๓ R๑ (Read) กำรอำนอย่ำงละเอียดเพื่อหำค ำตอบของค ำถำมที่ตั้งไว้







ื่
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ดื่มน้ าเพอสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง แล้วหาค าตอบ
ของค าถามที่ตั้งไว้ในแบบฝึกหัดที่ ๒


ค าตอบข้อที่ ๑
น้ า มีหน้าที่ส าคัญในกระบวนการย่อยและละลายสารอาหารรวมทั้งออกซิเจน
เพื่อส่งไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ช่วยให้หัวใจท างานเป็นปกติ และระบบ
ไหลเวียนโลหิตท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งมีส่วนช่วยท าให้ข้อกระดูก

ต่าง ๆ เคลื่อนไหวได้สะดวกยิ่งขึ้น

ค าตอบข้อที่ ๒
ส่งผลให้เลือดมีความเข้มข้นสูง ระบบไหลเวียนของเหลวผิดปกติ ท าให้ผิว

หยาบกร้าน ปวดศีรษะ เป็นตะคริว และเกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้

ค าตอบข้อที่ ๓
จะเป็นเหตุท าให้มีน้ าคั่งอยู่ภายในซึ่งจะส่งผลท าให้มีแขนขาบวม และ

ความดันโลหิตสูง

ค าตอบข้อที่ ๔

เพื่อช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย

ค าตอบข้อที่ ๕
เพราะจะส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย รวมทั้งท าให้ร่างกาย
อ่อนแอลง

14








ขั้นที่ ๔ R๒ (Record) กำรจดบันทึกข้อมูลต่ำง ๆ ตำมควำมเข้ำใจของตนเอง






ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ดื่มน้ าเพอสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง แล้วจดบันทึก
ื่
ข้อความที่ส าคัญอย่างย่อตามความเข้าใจของนักเรียน

บันทึกกำรอ่ำน


น้ า มีหน้าที่ส าคัญในกระบวนการย่อยและละลายสารอาหารรวมทั้งออกซิเจนเพอส่งไปยัง
ื่
เซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ช่วยให้หัวใจท างานเป็นปกติ และระบบไหลเวียนโลหิตท างานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพรวมทั้งมีส่วนช่วยท าให้ข้อกระดูกต่าง ๆ เคลื่อนไหวได้สะดวกยิ่งขึ้น น้ ายังเป็นตัวช่วย
ส าคัญในการละลายสารพษแล้วขับออกจากร่างกาย จึงมีส่วนช่วยท าให้มีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใส

ไม่แห้งกร้าน ใบหน้าชุ่มชื้นดูมีเลือดฝาด และดูอ่อนกว่าวัย หากในแต่ละวันร่างกายของเราไม่ได้รับน้ า
ในปริมาณที่เพยงพอ ร่างกายก็จะดึงเอาน้ าจากส่วนต่าง ๆ มาใช้ จึงส่งผลให้เลือดมีความเข้มข้นสูง

ระบบไหลเวียนของเหลวผิดปกติ ท าให้ผิวหยาบกร้าน ปวดศีรษะ เป็นตะคริว และเกิดภาวะ
ความดันโลหิตสูงได้

15








ขั้นที่ ๕ R๓ (Recite) กำรเขียนสรุปใจควำมส ำคัญโดยใช้ส ำนวนของตนเอง



ื่
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ดื่มน้ าเพอสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง
สรุปใจความส าคัญเป็นแผนผังความคิด แล้วเรียบเรียงโดยใช้ส านวนของตนเอง





ละลายสารอาหารที่ รักษาสมดุลของระบบ เสริมสร้างการท างาน
จ าเป็นต่อร่างกาย ไหลเวียนโลหิต ของเซลล์ให้ดีขึ้น






ประโยชน์ของการดื่มน้ า





รักษาอุณหภูมิของ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
ร่างกาย สดใส ไม่แห้งกร้าน


ดื่มน้ ำเพื่อสุขภำพ

แค่เพียงพอ
ยังไม่พอเพียง



ดื่มน้ าสะอาด ดื่มน้ าทุกครั้งเมื่อรู้สึก
กระหาย




หลักในการดื่มน้ าให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด






ดื่มน้ าทันทีหลังจาก
ตื่นนอน ไม่ควรดื่มน้ าเย็นจัด

16








ขั้นที่ ๖ R๔ (Reflect) กำรวิเครำะห์ วิจำรณ์เรื่องที่อ่ำนแล้วแสดงควำมคิดเห็น






ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ดื่มน้ าเพอสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง แล้ววิเคราะห์
ื่
วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นจากประเด็นที่ก าหนดให้


1. ในร่างกายของคนเรามีน้ าคิดเป็นสัดส่วนเท่าไร่ของน้ าหนักตัว และมีความต้องการน้ า
วันละเท่าไหร่
ร่างกายของคนเราจะประกอบไปด้วยน้ ามากถึงร้อยละ 70 ของน้ าหนักตัว

และร่างกายต้องการน้ าบริสุทธิ์สูงถึงวันละ 2 - 3 ลิตร



2. นักเรียนคิดว่าร่างกายของคนเราสูญเสียน้ าในแต่ละวันได้อย่างไรบ้าง
ร้องไห้ เหงื่อออก และการขับถ่าย


3. นักเรียนบอกวิธีการดื่มน้ าที่ถูกวิธีมา 5 ข้อ
- ดื่มน้ าวันละ 6 – 8 แก้ว
- ดื่มน้ าสะอาดบริสุทธิ์
- ดื่มน้ าทันทีหลังตื่นนอน

- ดื่มน้ าทุกครั้งเมื่อรู้สึกกระหาย
- ไม่ดื่มน้ าที่เย็นจัด


ี่
4. ถ้าเราดื่มน้ าในปริมาณทไม่เพียงพอ จะส่งผลกระทบต่ออวัยวะใดบ้าง
อวัยวะในระบบขับถ่าย ได้แก่ ไต ปอด ม้าม และระบบย่อยอาหารอื่น ๆ

5. บทความ เรื่อง ดื่มน้ าเพื่อสุขภาพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง ให้ประโยชน์ต่อนักเรียน
อย่างไร

- ได้รับความรู้เรื่องการดื่มน้ าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
- ได้รับความรู้เรื่องวิธีการดื่มน้ าที่ถูกวิธี

17









แบบฝึกหัดที่ ๑
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม

ขั้นที่ ๑ S (Survey) กำรอำนเรื่องอย่ำงคร่ำว ๆ เพื่อหำจุดส ำคัญของเรื่อง





พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน

บนพนพภพแห่งนี้ มีสัตว์บกอยู่เป็นจ านวนหนึ่งที่ตัดสินใจทิ้งถิ่นฐาน บ้านช่องบนผืนแผ่นดิน

ื้
ไปตั้งรากฐานอยู่ในน้ าเป็นการถาวร ในบรรดาสัตว์พลัดถิ่นดังกล่าว มีอยู่พวกหนึ่ง ซึ่งนับได้ว่ามี

ลักษณะพเศษสุด คือ สภาพความเป็นสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมของมันยังอยู่อย่างแจ่มชัด แต่ก็หมดสิ้น

ความสามารถที่จะกลับขึ้นฝั่งอกต่อไป มันใช้ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายอยู่ในน้ าตลอดเวลา แต่ก็มีขีด
ความสามารถในการอยู่กับโลกสีครามจ ากัดกว่าปลา

เราก าลังพูดถึง “พะยูน” หรือที่หลายแหง่เรียกมันว่า “วัวทะเล”

พะยูนหรือปลาพะยูน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลเพยงชนิดเดียวที่กินพชเป็นอาหาร

รูปร่างของพะยูนนั้นคล้าย ๆ กับปลาโลมาอยู่เหมือนกัน คือ มีรูปทรงเรียวหัวเรียวท้ายเหมือน
แท่งซิการ์ซึ่งเหมาะส าหรับการเคลื่อนไหวในน้ าแต่เนื่องจากมันไม่มีกระโดงหลังเหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูก
ื่
ด้วยนมประเภทอน ๆ ที่อยู่ในทะเล จึงต้องอาศัยแพนหางที่แผ่กว้างและทรงพลังโบกขึ้นโบกลง
ื่
เพอเคลื่อนที่ไปมาแทน การที่บรรพบุรุษของพะยูนอพยพลงมาใช้ชีวิตในน้ าจนกระทั้งลูกหลาน
กลับขึ้นบกไม่ได้อีกนั้น น่าจะมีสาเหตุส าคัญมาจากการหาอาหาร อาหารจานโปรดของพะยูนแทนที่จะ

เป็นกุ้ง หอย ปู ปลา หรือสาหร่ายทะเลซึ่งหาไม่ได้บนบกกลับเป็นพชผักที่มีอยู่ในบริเวณชายฝั่ง
ซึ่งเรียกกันว่า “หญ้าทะเล”
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าพะยูนมีอายุเท่าใด แต่นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่ามัน น่าจะอยู่ได้ถึง
๔๐ ปี ด้วยเหตุผลว่ามันเป็นสัตว์ที่เติบโตช้า ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของสัตว์ที่มีช่วงอายุยาวนาน

แต่พะยูนก็เป็นเช่นเดียวกับสัตว์ทุกชนิดที่มีอยู่ในโลกนี้คือมันไม่สามารถป้องกันตนเองได้เลย
เมื่อต้องเผชิญกับความต้องการล่าพะยูนมาท าเครื่องอปโภคบริโภคของมนุษย์ เพราะเนื้อของพะยูน


นั้นอดมไปด้วยโปรตีน หนังของพะยูนก็เหนียวหนาเหมาะที่จะน ามาท าเครื่องใช้สารพดชนิด

ทั้งชาวมาเลย์ยังเชื่อว่าน้ าตาพะยูนเป็นยามหาเสน่ห์
ทุกวันนี้ แม้หลายประเทศจะมีกฎหมายปกป้องคุ้มครองพะยูน แต่การจับพะยูนมากินก็ยังมี
อยู่ในเขตที่มีประชากรยากจน โดยเฉพาะตั้งแต่ภาคใต้ของไทยไปจนถึงหมู่เกาะต่าง ๆ ของมาเลเซีย
ื้
แม้ในเขตที่ไม่มีการล่าพะยูนอย่างจงใจก็ยังมีการแก่งแย่งพนที่ท ากินระหว่างมนุษย์กับพะยูนเกิดขึ้น
อย่างเลี่ยงไม่พน เนื่องจากถิ่นที่อยู่พะยูนมักเป็นบริเวณชายฝั่งทะเลและปากแม่น้ า โอกาสที่มัน

จะติดอวนตายหรือถูกใบพัดเรือบาดจนเสียชีวิตไปจึงมีอยู่มาก

18










ปัญหาร้ายแรงอกอย่างหนึ่งอนเนื่องมาจากกิจกรรมของมนุษย์ก็คือ การที่มนุษย์ได้สร้าง

มลภาวะขึ้นในทะเลจนหญ้าทะเลไม่สามารถงอกงามขึ้นมาได้หรืองอกได้ ก็เต็มไปด้วยสารพษเคมี
ซึ่งเป็นอันตรายต่อพะยูนที่ไปกินหญ้าเหล่านี้เป็นอาหาร
เมื่อพจารณาว่าพะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีลูกได้ครั้งละตัวและใช้เวลาเลี้ยงลูกออน


เป็นแรมปี ในเมื่อการแพร่พนธุ์และเติบโตของพะยูนเป็นไปโดยเชื่องช้าอยู่แล้ว การสูญเสียสมาชิก

ของเผ่าพันธุ์อย่างต่อเนื่องจึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถชดเชยได้โดยง่าย


ในน่านน้ าไทยเราเคยมีพะยูนอยู่ทั้งปากอาวไทยและอนดามัน แต่ในปัจจุบันไม่เคยมีคนเห็น

พะยูนทางฝั่งทะเลด้านอาวไทยมานานแล้วและคงจะสรุปได้ว่ามันสูญพนธุ์ไปจากบริเวณนี้ค่อนข้าง

แน่นอน ที่เหลือให้พบเห็นเป็นครั้งคราวคือ ฝั่งทะเลจังหวัดตรังบริเวณแหลมเจ้าไหม เกาะลิบง
ื้
และหลังเกาะมุก ซึ่งยังคงมีหญ้าทะเลขึ้นอย่างอดมสมบูรณ์ และมิได้เป็นพนที่ที่ประชากรหนาแน่น

หรือมีการท่องเที่ยวคึกคักนัก ปัญหามีอยู่ว่าเราจะรักษาพะยูนฝูงสุดท้ายนี้เอาไว้ได้อย่างไร


ที่มา : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล. บางอย่างที่หายไป : รวมบทความเกี่ยวกับสัตว์ป่าและธรรมชาติ .๒๕๕๘.

19















ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน โดยส ารวจเนื้อหา
อย่างรวดเร็วแล้วตอบค าถามต่อไปนี้ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)

๑. ชื่อเรื่อง

..................................................................................................................................................
๒. ผู้แต่ง / ที่มา
..................................................................................................................................................
๓. จุดมุ่งหมายในการแต่ง

…………………………………………………………………………………………………………………
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๔. สาระส าคัญ

..................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

20








แบบฝึกหัดที่ ๒

กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม
ขั้นที่ ๒ Q (Question) กำรตั้งค ำถำม







ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน แล้วตั้งค าถาม

ให้ครอบคลุมเนื้อหา จ านวน ๕ ค าถาม (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)


ค าถามที่ ๑
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ค าถามที่ ๒
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
ค าถามที่ ๓
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
ค าถามที่ ๔
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ค าถามที่ ๕
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

21







แบบฝึกหัดที่ ๓
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม

ขั้นที่ ๓ R๑ (Read) กำรอำนอย่ำงละเอียดเพื่อหำค ำตอบของค ำถำมที่ตั้งไว้








ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน แล้วหาค าตอบของ
ค าถามที่ตั้งไว้ในแบบฝึกหัดที่ ๒ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)


ค าตอบที่ ๑
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๒
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๓
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๔
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ค าตอบที่ ๕
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

22








แบบฝึกหัดที่ ๔
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม

ขั้นที่ ๔ R๒ (Record) กำรจดบันทึกข้อมูลต่ำง ๆ ตำมควำมเข้ำใจของตนเอง







ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน แล้วจดบันทึกข้อความ

ที่ส าคัญอย่างย่อ ตามความเขาใจของนักเรียน (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)



บันทึกกำรอ่ำน

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

23








แบบฝึกหัดที่ ๕

กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม
ขั้นที่ ๕ R๓ (Recite) กำรเขียนสรุปใจควำมส ำคัญโดยใช้ส ำนวนของตนเอง




ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน สรุปใจความส าคัญ

เป็นแผนผังความคิด แล้วเรียบเรียงโดยใช้ส านวนของตนเอง (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)

24






แบบฝึกหัดที่ ๖
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม

ขั้นที่ ๖ R๔ (Reflect) กำรวิเครำะห์ วิจำรณ์เรื่องที่อ่ำนแล้วแสดงควำมคิดเห็น







ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน แล้ววิเคราะห์
วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นจากการอ่านประเด็นที่ก าหนดให้ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)


๑. ใจความส าคัญของเรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน คืออะไร


...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๒. จงอธิบายจุดมุ่งหมายของผู้เขียน

...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

๓. กลวิธีในการตั้งชื่อเรื่องมีลักษณะอย่างไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

๔. กลวิธีการเขียนเนื้อเรื่องมีลักษณะอย่างไร
...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................
๕. จงยกตัวอย่างเนื้อหาในด้านข้อเท็จจริงจ านวน ๓ ประเด็น
...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

25







แบบฝึกหัดที่ 7
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม

ื่

ขั้นที่ ๑ S (Survey) กำรอำนเรื่องอย่ำงคร่ำว ๆ เพอหำจุดส ำคัญของเรื่อง



ภำษำกับวยรุ่น

ภำษำกับวยรุ่น



ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีการสื่อสารเกิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งนี้เพ่อตอบสนองความ
ต้องการของมนุษย์จึงท าให้เกิดค่านิยมแปลก ๆ ใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาซึ่งส่งผลกระกระทบต่อ
เยาวชนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่นไทยในปัจจุบันที่ได้รับค่านิยมที่ผิด ๆ ต่อการใช้

เทคโนโลยี การสื่อสารมาใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างแพร่หลาย นั่นก็คือการใช้ภาษาไทยอย่างผิด ๆ
โดยไม่ค านึงถึงปัญหาต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบตามมา ซึ่งเยาวชนในสมัยนี้มีความคิดที่ว่าการใช้ค า
ภาษาไทยในแบบที่ผิด ๆ นั้นเป็นเรื่องที่เท่ห์ เก๋ ดูดี ทันสมัย และหากไม่ใช้ค าที่ผิด ๆ ก็จะถูกมองว่า

เชย ล้าสมัย ตกกระแส บ้านนอก แต่เยาวชนเหล่านี้ลืมมองไปว่ากว่าที่เราจะมีภาษาไทยไว้ใช้ใน
ปัจจุบันนั้นยากล าบากแค่ไหน
ประเทศไทยของเรานั้นมีภาษาที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทยเราควร
ภาคภูมิใจในความเป็นเอกราช และภาษาของเราเอง แต่ก็มีเยาวชนในบางส่วนไม่เห็นคุณค่าของค า

ในภาษาไทย ซึ่งจะนิยมใช้ค าในภาษาไทยแบบที่ผิด ๆ ท าให้ค าในภาษาไทยเริ่มวิบัติลง ซึ่งเห็นได ้
จากการสื่อสารกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งอุปกรณ์การสื่อสารต่าง ๆ โดยผ่านทางการพิมพ์
ภาษาวิบัติหรือภาษาอุบัตินั้นก็คือภาษาที่เรียกค าในภาษาไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งการเขียน
ที่สะกดผิดบ่อย ค าศัพท์ใหม่หรือค าศัพท์ที่สะกดให้แปลกแตกต่างไปจากเดิม

ภาษาไทยเป็นภาษาที่สื่อถึงวัฒนธรรมที่แสดงถึงความส าคัญของชาติ ท าให้ภาษาเปรียบได ้
เสมือนกับการเป็นรั้วของชาติ ดังค ากล่าวที่ว่าถ้าชนชาติใดสามารถรักษาภาษาของตนไว้ได้ดี
ให้มีความบริสุทธิ์ ก็จะได้ขึ้นขื่อว่ารักษาชาติ การที่เรานั้นได้เกิดเป็นคนไทยนับเป็นโชคดีมากที่มีภาษ
เป็นของตนเอง นอกจากนี้ยังมีสระ พยัญชนะที่ถือว่าเป็นอักษรประจ าชาติ ซึ่งเป็นสิ่งล้ าค่าที่บรรพ

บุรุษได้สร้างสรรค์ให้เราได้ใช้มาจนปัจจุบัน เราควรภูมิใจที่มีภาษใช้มามากกว่า 700 ปี
ปัญหาการใช้ค าในภาษาไทยเกิดขึ้นมาเป็นระยะยาวนานหลายสิบปี แต่ในปัจจุบันปัญหา
นี้ยังเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีปัจจัยที่ส าคัญก็คือความก้าวหน้าทาง

เทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ท าให้เราพบเห็นการใช้ค าในภาษาไทยที่ผิด ๆ จนเกิดความ
คุ้นชิน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่มีการใช้ภาษาวิบัติกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ม ี
วิวัฒนาการทางภาษาที่มีใช้กันเฉพาะกลุ่มซึ่งโดยส่วนมากจะไม่มีไวยกรณ์เป็นส่วนประกอบ
ของภาษาที่ใช้

26









สื่อเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อยู่กับเด็กและเยาวชนตลอดเวลา ดังนั้นสื่อควรตระหนักว่าตนมีอิทธิพลต่อ

พฤติกรรมต่าง ๆ ของวัยรุ่น รวมทั้งการภาษาในปัจจุบันสื่อมักมีการใช้ค าที่แปลกใหม่เพ่อเป็นการ
สร้างสีสันของข่าวและดึงดูดให้ผู้ชมผู้ฟังมาสนใจข่าวของตน ดังนั้นเมื่อมีการมีการสื่อสารควรจะใช้

วิจารณญาณและภาษาไทยให้ถูกต้อง
เราจะเห็นได้ว่า ปัญหาการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่นมีความส าคัญเป็นอย่างมาก เพราะ
ภาษาไทยนั้น นอกจากเป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารแล้ว ยังเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมที่สืบต่อ
กันมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปี ดังนั้นภาษาไทยจึงมีความส าคัญกับวัยรุ่นไทยที่เป็นอนาคตของ

ประเทศที่จะเป็นตัวช่วยสืบสาน รักษาภาษาไทยที่บรรพบุรุษของเราสร้างไว้ให้คงอยู่กับชาต ิ
บ้านเมืองสืบไป
ที่มา : ผัสชาณิกาญจน์ หาญณรงค์. 2560.

27








ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ภาษากับวัยรุ่น โดยส ารวจเนื้อหาอย่างรวดเร็วแล้วตอบค าถาม
ต่อไปนี้ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)


1. ชื่อเรื่อง
..................................................................................................................................................

2. ผู้แต่ง / ที่มา
..................................................................................................................................................

3. จุดมุ่งหมายในการแต่ง

…………………………………………………………………………………………………………………
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
4. สาระส าคัญ

…………………………………………………………………………………………………………………
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

28








แบบฝึกหัดที่ ๘

กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม
ขั้นที่ ๒ Q (Question) กำรตั้งค ำถำม







ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ภาษากับวัยรุ่น แล้วตั้งค าถาม ให้ครอบคลุมเนื้อหา

จ านวน ๕ ค าถาม (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)


ค าถามที่ ๑
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ค าถามที่ ๒
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
ค าถามที่ ๓
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
ค าถามที่ ๔
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ค าถามที่ ๕
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

29








แบบฝึกหัดที่ ๙

กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม
ขั้นที่ ๓ R๑ (Read) กำรอำนอย่ำงละเอียดเพื่อหำค ำตอบของค ำถำมที่ตั้งไว้






ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ภาษากับวัยรุ่น แล้วหาค าตอบของค าถามที่ตั้งไว้ใน
แบบฝึกหัดที่ ๒ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)


ค าตอบที่ ๑
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ค าตอบที่ ๒
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๓
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๔
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๕
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................

30








แบบฝึกหัดที่ ๑๐

กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม
ขั้นที่ ๔ R๒ (Record) กำรจดบันทึกข้อมูลต่ำง ๆ ตำมควำมเข้ำใจของตนเอง








ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ภาษากับวัยรุ่น แล้วจดบันทึกข้อความที่ส าคัญอย่างย่อ
ตามความเข้าใจของนักเรียน (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)


บันทึกกำรอ่ำน

..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

31







แบบฝึกหัดที่ 11

กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม
ขั้นที่ ๕ R๓ (Recite) กำรเขียนสรุปใจควำมส ำคัญโดยใช้ส ำนวนของตนเอง



ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ภาษากับวัยรุ่น สรุปใจความส าคัญเป็นแผนผังความคิด
แล้วเรียบเรียงโดยใช้ส านวนของตนเอง (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)

32







แบบฝึกหัดที่ 12

กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม
ขั้นที่ ๖ R๔ (Reflect) กำรวิเครำะห์ วิจำรณ์เรื่องที่อ่ำนแล้วแสดงควำมคิดเห็น






ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ภาษากับวัยรุ่น แล้ววิเคราะห์ วิจารณ์และแสดงความคิดเห็น
จากการอ่านประเด็นที่ก าหนดให้ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)



1. นักเรียนคิดว่าสื่อเทคโนโลยี มีผลต่อการใช้ภาษาไทยของเยาวชนไทยในปัจจุบันอย่างไร
...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................
2. เยาวชนไทยยุคใหม่มีค่านิยมที่ผิดในการใช้ภาษาไทยจริงหรือไม่ เพราะใด
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

3. เพราะเหตุใดเยาวชนไทยยุคใหม่ จึงใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

4. หากเยาวชนไทยยุคใหม่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง จะส่งผลอย่างไรต่อภาษาไทยในอนาคต
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
5. ถ้านักเรียนไดรับมอบหมายให้แก้ปัญหา เรื่อง เยาวชนยุคใหม่ใช้ภาษาไทยอย่างไรให้
ถูกต้อง นักเรียนจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร พร้อมให้เหตุผลประกอบ

...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

33







แบบทดสอบหลังเรียน
แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ

เล่มที่ ๔ กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม




ค ำชี้แจง
๑. แบบทดสอบฉบับนี้ใช้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการอานอย่างมีวิจารณญาณจากบทความ

โดยวิธีการอานแบบ SQ๔R เป็นแบบทดสอบปรนัยแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จ านวน ๑๐ ข้อ

ข้อละ ๑ คะแนน ใช้เวลาในการท าแบบทดสอบ ๑๕ นาที
๒. นักเรียนอานข้อค าถามและค าตอบให้ละเอยดแล้วท าเครื่องหมายกากบาท () ลงใน


กระดาษค าตอบ โดยเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว


ค ำชี้แจง อ่านบทความเรื่อง ผูกขวัญ ที่ก าหนดให้ แล้วตอบค าถามข้อ 1 - 3

การรับขวัญหรือผูกขวัญที่ยังพอมีผู้ปฏิบัติกันอยู่บ้างนั้น คิดว่าเป็นกิจกรรมแบบฉบับที่

น่าสนใจและน่านิยมควรแก่การปรับปรุงมาใช้ใหม่ให้กว้างขวางเหมาะสมกับกาลสมัย เพราะเป็น
กิจกรรมที่ให้คุณค่าแก่ชีวิตเสริมสุขภาพจิตอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะเสริมสุขภาพจิตและเสริมพฒนาการ


ุ่
ื้
ของเด็กๆ ผู้ใหญ่ให้ความรัก ความอบอนแก่ลูกหลานนับแต่เกิดจนสิ้นวัยเรียนอนเป็นพนฐานส าคัญ
ของชีวิต โอกาสที่เด็กจะมีปัญหาสุขภาพจิตจะน้อยเมื่อโตขึ้น การผูกขวัญทารกเมื่อแรกเกิดจะจดเวลา
ตกฟาก วัน เดือน ปีเกิดของทารกไว้
ค าว่า ขวัญ ตามพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง สิ่งหนึ่งที่ไม่มีตัวตน

(Unmatter) แต่ประจ าวันอยู่ในตัวคนทุกคน ถ้าขวัญอยู่กับตัวจะมีความสุขไม่เป็นทุกข์ ไม่เจ็บไข้
ผู้ใหญ่รับขวัญหรือท าขวัญให้เด็กเมื่อใดบ้าง เมื่อแรกเกิดได้ ๓ วัน เมื่อเกิดได้ครบเดือน เมื่อโกนจุก
จะเห็นได้ว่าผู้ใหญ่ให้ความส าคัญแก่เด็กมาก โดยพ่อประกาศตนยอมรับต่อหน้าผู้คน ณ ที่นั้นว่าเขารับ

ทารกเป็นลูกต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู เมื่อทารกมีชีวิตได้ ๓ วัน พ่อแม่ท าขวัญอีกครั้งเรียกว่า รับขวัญวัน
ซึ่งมีพิธีซับซ้อนขึ้นด้วยการบอกเจ้าหน้าที่จัดเครื่องบูชาและเครื่องสังเวย ผูกข้อมือด้วยสายสิญจน์ และ

เมื่อทารกอายุ ๑ เดือน จะท าขวัญเดือน โดยโกนผมไฟและไว้จุก แกะ หรือโก๊ะ ญาติมิตรจะมาแสดง
ความยินดี มีพธีพทธเมื่อเจริญวัยขึ้นจะซุกซนตามประสาเด็ก เด็กอาจพบสิ่งใดที่ตกใจกลัวเกิดอาการ


ขวัญหนีหรือขวัญหายผู้ใหญ่ก็จะปลอบขวัญ หรือเรียกขวัญเป็นคราวๆ ไป หรือเป็นไข้หนักเมื่อหายไข ้


แล้วเกรงไข้จะกลับจึงท าพธีผูกขวัญประกันไว้ ส่วนในพธีโกนจุกซึ่งเป็นพธีใหญ่ทั้งพทธและพราหมณ์


เด็กจะได้รับการผูกขวัญอกด้วย อันเป็นการรับขวัญครั้งสุดท้ายในช่วงวัยเด็กก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่น และ

วัยผู้ใหญ่ต่อไป การรับขวัญในโอกาสต่าง ๆ ตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดช่วงวัยเด็กเห็นว่า

34









น่าจะเป็นการเสริมพฒนาการและเสริมสุขภาพจิตของเด็กเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นความเข้าใจ
ชีวิตจิตใจเด็ก เราไม่หวังให้ผู้ใหญ่ในปัจจุบันรับขวัญเด็กดังตัวอย่างที่ยกมานี้ทุกประการ

เพียงให้ประยุกต์ภูมิปัญญาผู้ใหญ่สมัยก่อนตามสมควรเท่านั้น
ที่มา : จิตวิทยา กองสุขภาพจิต กรมการแพทย์. 2555.


1. ข้อใดที่มีลักษณะเป็นข้อคิดเห็น

ก. เมื่อทารกมอายุหนึ่งเดือน จะท าขวัญเดือนให้โดยโกนผมไฟและไว้จุก
ข. หากเป็นไข้หนัก เมื่อหายแล้ว เกรงไข้กลับจึงท าพิธีผูกขวัญประกันไว้

ค. เมื่อทารกมีชีวิตอยู่ได้ ๓ วัน พอแม่จะท าขวัญให้อีกครั้ง เรียกว่า ท าขวัญวัน
ง. การรับขวัญหรือผูกขวัญที่ยังพอมีผู้ปฏิบัติกันอยู่บ้างนั้น คิดว่าเป็นกิจกรรมแบบฉบับที่น่าสนใจ
และน่านิยม

2. ข้อใดมีลักษณะเป็นข้อเท็จจริง


ก. การรับขวัญเด็กในโอกาสต่างๆ เห็นว่าน่าจะเป็นการเสริมพฒนาการและเสริมสุขภาพจิตของ
เด็กเป็นอย่างดี

ข. ในพิธีโกนจุกซึ่งเป็นพิธีใหญ่ทั้งพุทธและพราหมณ์เด็กได้รับการผูกขวัญอกอัน เป็นการรับขวัญ

ครั้งสุดท้ายในช่วงวัยเด็ก

ค. เราไม่หวังให้ผู้ใหญ่ในปัจจุบันนี้รับขวัญเด็กดังกล่าวมาทกประการ เพียงให้ประยุกต์ใช้ตาม

สมควรเท่านั้น

ง. การรับขวัญหรือผูกขวัญท าให้มองเห็นว่า ผู้ใหญ่ไทยแต่โบราณนั้นให้ความรักความอบอุ่นแก ่
ลูกหลานอย่างผสมผสานลึกซึ้งตลอดช่วงวัยเด็ก

3. จากบทความเรื่อง ผูกขวัญ เป็นบทความประเภทใด

ก. บทความวิจารณ์
ข. บทความวิเคราะห์

ค. บทความให้ความรู้ทั่วไป
ง. บทความแสดงความคิดเห็นทั่วไป


4. ข้อใดหมายถึงบทความ
ก. เป็นงานที่แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียน
ข. เป็นบันทึกเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์

ค. เป็นงานที่สร้างสรรค์ให้แก่บุคคลใดโดยเฉพาะ
ง. เป็นการน าเสนอความรู้ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็น

35








5. หากต้องการเขียนบทความเรื่อง “เคล็ดลับการครองชีวิตคู่” ควรเลือกการเขียนบทความรูปแบบใด
ก. บทความวิเคราะห์

ข. บทความทางวิชาการ
ค. บทความกงชีวประวัติ
ึ่
ง. บทความให้ความรู้ทั่วไป

ค ำชี้แจง อ่านบทความที่ก าหนดให้ แล้วตอบค าถามข้อ 6 - 10


โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความส าคัญต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในระยะตั้งครรภ์
ิ่
ความต้องการของโปรตีนจะเพมขึ้นนอกจากนี้ระยะการให้นมบุตรก็มีความต้องการโปรตีนด้วย
ขณะเดียวกันเด็กที่อยู่ในวัยที่ก าลังเจริญเติบโตจะมีความต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นอาหาร
ที่มีโปรตีนสูงจึงเป็นอาหารที่ควรได้รับ
อาหารที่มีโปรตีนสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถั่วเหลือง เช่น เนื้อไก่ เนื้อเป็ด ปลาทู

เนื้อวัวไม่ติดมันจะมีโปรตีนประมาณ ๒๐ ต่อ ๑๐๐ กรัมของอาหาร ส่วนไข่จะมีโปรตีนประมาณ
๑๓ กรัมต่อ ๑๐๐ กรัมของอาหาร และถั่วเหลืองเป็นพชที่มีโปรตีนสูงถึงร้อยละประมาณ ๓๔

การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในประเทศที่พัฒนาการแล้ว พบว่าได้รับโปรตีนปริมาณ
สูงกว่าคนในประเทศที่ก าลังพฒนา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะขาดอาหาร การได้รับโปรตีนสูงเกินไปจะไม่มี

ประโยชน์ ตรงกันข้ามจะเพิ่มความเสี่ยง เช่น อาจเป็นโรคอ้วน เนื่องจากอาหารที่มีโปรตีนสูงมักจะเป็น
เนื้อสัตว์ติดมัน ถ้าเป็นเด็กหรือทารกร่างกายไม่สามารถที่จะปรับตัวกับปริมาณโปรตีนสูง ๆ ที่

กินเข้าไป การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงจะท าให้กินอาหารอื่นได้น้อยลง โอกาสที่จะท าให้เกิดการ ขาด
ื่
สารอาหารชนิดอนเป็นไปได้สูง และการกินอาหารที่มีโปรตีนสูงท าให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย
เพราะท าให้ร่างกายเพมการก าจัดแคลเซียมออกจากร่างกาย ดังนั้น การกินอาหารจึงควรมีโปรตีนใน
ิ่
ปริมาณที่พอเหมาะ
ที่มา : ขวัญเรือน ปักษ์แรก เดือนสิงหาคม. ๒๕๕๙.


6. ประโยคใจความส าคัญของเรื่องนี้คอข้อใด
ก. การกินอาหารทีมีโปรตีนสูงท าให้อิ่มเร็วขึ้น

ข. ควรกินอาหารที่มีโปรตีนในปริมาณพอเหมาะ
ค. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความส าคัญต่อการเจริญเติบโต
ง. อาหารที่มีโปรตีนสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง

36








7. ใจความส าคัญของย่อหน้าที่ ๔ คือข้อใด
ก. ร่างกายเพิ่มการก าจัดแคลเซียมได้มากขึ้น

ข. โอกาสขาดสารอาหารชนิดอื่น ๆ เป็นไปได้สูง
ค. การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงจะท าให้กินอาหารอื่นได้น้อยลง

ง. การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงท าให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย

8. ข้อใดเรียงล าดับจากเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง

๑) การกินอาหารจึงควรมีโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะ
๒) การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง จะท าให้กินอาหารอื่นได้น้อยลง
๓) การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง ท าให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย


ิ่
๔) การที่ได้รับโปรตีนสูงเกนไปจะไม่มีประโยชน์ จะเพมความเสี่ยงอาจเป็นโรคอ้วนได้
ก. ๔ ๒ ๓ ๑
ข. ๔ ๓ ๒ ๑
ค. ๑ ๒ ๔ ๓

ง. ๒ ๑ ๔ ๓

9. จากเนื้อความข้างต้นผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างไร
ก. ชี้แจง

ข. แนะน า
ค. สั่งสอน

ง. ให้ข้อคิด

10. ความคิดส าคัญของเรื่องนี้คืออะไร

ก. ผู้ที่อยู่ในวัยเด็กควรทานอาหารประเภทโปรตีน
ข. สตรีมีครรภ์ควรทานอาหารประเภทโปรตีนมาก ๆ
ค. ผู้ที่กินอาหารประเภทโปรตีนมากมีโอกาสเป็นโรคอ้วน

ง. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความส าคัญต่อการเจริญเติบโต

37








กระดำษค ำตอบแบบทดสอบหลังเรียน

แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่ม 4 กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม







ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยกาเครื่องหมายกากบาท ()

ลงในกระดาษค าตอบ



ข้อ ก ข ค ง











๑๐

38








บรรณำนุกรม




กองสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. กำรผูกขวัญ. พิมพครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : รสพ, ๒๕55.
กรรณิการ์ เอมแสง.ดื่มน้ ำเพื่อสุขภำพ แค่เพียงพอยังไม่พอเพียง. (ออนไลน์)

แหล่งที่มา : https://www.organicbook.com. (15 มิถุนายน 2560)


เกรียงศกดิ์ เจริญวงศ์ศกดิ์. เขียนบทควำมอย่ำงไรให้น่ำอำน. กรุงเทพฯ : ซัคเซสมีเดีย. 2553.

ขติยา มหาสินธ์. โปรตีน สารอาหารส าคัญของร่างกาย. ขวญเรือน, หน้า 48 ประจ าเดือนสิงหาคม.

2559.
ชาติชาย ทนะขว้าง. กำรพัฒนำแบบฝึกกำรอ่ำนจับใจควำมส ำคัญโดยใช้วิธีกำร
อ่ำนแบบ SQ๔R ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท๓ โรงเรียนพระธำตุพิทยำคม
ี่
อ ำเภอเชียงกลำง จังหวัดน่ำน. ๒๕๕๕.

ธารทิพย์ แก้วเหลี่ยม. วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R. (ออนไลน์) แหล่งที่มา :
http://gotoknow.org/blog/sairung/244531. (๒ มกราคม ๒๕59)
ผัสชาณิกาญจน์ หาญณรงค์. ภำษำกับวยรุ่น. (ออนไลน์) แหล่งที่มา :.

https://www.dek-d.com/board/view/3054190/ . (14 มิถุนายน 2560)

พรทิพย์ แฟงสุด. แบบฝึกทักษะกำรอ่ำนจับใจควำมภำษำไทย. กรุงเทพฯ :
ฟิสิกส์เซ็นเตอร์. ๒๕๕๐.
วชิราพรรณ จันทน์เทศ. กำรพัฒนำชุดกำรสอนด้วยตนเองวิชำภำษำไทยเรื่อง

กำรอ่ำนจับใจควำม ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท๑. สาระนิพนธ์การศึกษา
ี่
มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการมัธยมศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ. ๒๕๔๙.
ศึกษาธิการ,กระทรวง. กำรจัดกำรเรียนกำรสอนภำษำไทยเพื่อพัฒนำทักษะกำรคิด.
กรุงเทพฯ : สถาบันภาษาไทย ส านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส านักงาน


คณะกรรมการการศกษาขั้นพื้นฐาน. ๒๕๕๐.
สมพร จารุนัฎ. เทคนิคกำรอ่ำน เล่มที่ ๑ กำรอ่ำนเพื่อกำรเรียนรู้.
กระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย

จ ากัด. ๒๕๕๓.

สุวัฒน์ วิวัฒนานนท์. ทักษะกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขียน. พิมพครั้งที่ ๓.
นนทบุรี : ซี.ซี.นอลลิดจ์คส์. ๒๕๕๔.
เสกสรรค์ ประเสริฐกุล. บำงอย่ำงที่หำยไป : รวมบทควำมเกี่ยวกับสัตว์ป่ำ

และธรรมชำติ, กรุงเทพฯ : สามัญชน. ๒๕๕๘.

39

























ภำคผนวก

40








กระดำษค ำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน

แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่ม 4 กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม







ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยกาเครื่องหมายกากบาท ()

ลงในกระดาษค าตอบ



ข้อ ก ข ค ง











๑๐

41








เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่ม 4 กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณจำกบทควำม








ข้อที่ ก่อนเรียน

๑ ง

๒ ง
๓ ค

๔ ค
๕ ข

๖ ก
๗ ง

๘ ง
๙ ข

๑๐ ค

42









แนวกำรตอบแบบฝึกหัดที่ ๑






ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน โดยส ารวจเนื้อหาอย่าง

รวดเร็วแล้วตอบค าถามต่อไปนี้ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)

๑. ชื่อเรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน

๒. ผู้แต่ง / ที่มา เสกสรรค์ ประเสริญกุล : บางอย่างที่หายไป :
รวมบทความเกี่ยวกับสัตว์ป่าและธรรมชาติ

๓. จุดมุ่งหมายในการแต่ง เพอให้ทุกคนเกิดความตระหนัก และช่วยกันอนุรักษ์
ื่
ปลาพะยูนเพื่อไม่ให้สูญพันธ์
๔. สาระส าคัญ พะยูนหรือปลาพะยูน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลเพียงชนิดเดียว

ที่กินพืชเป็นอาหาร รูปร่างของพะยูนนั้นคล้ายๆ กับปลาโลมา คือ
มีรูปทรงเรียวหัวเรียวท้ายเหมือนแท่งซิการ์ ซึ่งเหมาะส าหรับการ

เคลื่อนไหวในน้ าแต่เนื่องจากมันไม่มีกระโดงหลังเหมือนกับสัตว์เลี้ยง
ลูกด้วยนมประเภทอื่น ๆ ที่อยู่ในทะเล จึงต้องอาศัยแพนหางที่แผ่กว้าง

และทรงพลังโบกขึ้นโบกลงเพื่อเคลื่อนที่ไปมาแทน อาหารจานโปรด
ของพะยูนคือ หญ้าทะเล ปัจจุบันพะยูนก าลังจะสูญพันธ์เพราะการล่า
ของมนุษย์ที่ต้องการน าพะยูนมาท าเครื่องอุปโภคบริโภค ดังนั้นเราจะ

รักษาพะยูนฝูงสุดท้ายนี้เอาไว้ได้อย่างไร



หมายเหตุ ค าตอบอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน

43








เกณฑ์กำรให้คะแนนแบบฝึกหัดที่ 1




คะแนน เกณฑ์กำรให้คะแนน
- ตอบค าถามที่ก าหนดไว้ได้ตรงประเด็น ครบทุกขอ

สรุปสาระส าคัญตรงประเด็นของเรื่อง
5
- ภาษาที่ใช้ เช่น ตัวสะกดและไวยากรณ์มีความถูกต้อง สมบูรณ์
ท าให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย
- ตอบค าถามที่ก าหนดไว้ได้ตรงประเด็น บางข้อ
สรุปสาระส าคัญตรงประเด็นของเรื่อง
4
- ภาษาที่ใช้ เช่น ตัวสะกดและไวยากรณ์มีความถูกต้อง
ท าให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย

- ตอบค าถามที่ก าหนดไว้ได้ไม่ครบทุกขอ ตรงประเด็นบางข้อ
สรุปสาระส าคัญตรงประเด็นของเรื่อง
3
- ภาษาที่ใช้ เช่น ตัวสะกดและไวยากรณ์มีความถูกต้อง
ท าให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย
- ตอบค าถามที่ก าหนดไว้ได้ไม่ครบทุกขอ ตรงประเด็นบางข้อ

สรุปสาระส าคัญตรงประเด็นของเรื่องบางส่วน
2
- ภาษาที่ใช้ เช่น ตัวสะกดและไวยากรณ์ขาดความสมบูรณ์บางส่วน
ท าให้ผู้อ่านเข้าใจยาก
- ตอบค าถามที่ก าหนดไว้ไม่ครบทุกข้อ สรุปสาระส าคัญไม่ตรงประเด็น

ของเรื่อง
1
- ภาษาที่ใช้ เช่น ตัวสะกดและไวยากรณ์ ขาดความสมบูรณ์
ท าให้ผู้อ่านเข้าใจยาก
0 - ไม่ปฏิบัติงานในแบบฝึกทักษะ



เกณฑกำรผ่ำนร้อยละ 70 เท่ำกับจ ำนวน 3 คะแนน



4 - 5 คะแนน ระดับคณภาพ ดี
2 - 3 คะแนน ระดับคณภาพ พอใช้

0 – 1 คะแนน ระดับคณภาพ ปรับปรุง


44








แนวกำรตอบแบบฝึกหัดที่ ๒






ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง พะยูน เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน แล้วตั้งค าถาม
ให้ครอบคลุมเนื้อหา จ านวน ๕ ค าถาม (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)

ค าถามที่ ๑


“พะยูน” มีชื่อเรียกอกอย่างหนึ่งว่าอย่างไร

ค าถามที่ ๒

“พะยูน” มีลักษณะอย่างไร

ค าถามที่ ๓
เหตุใดพะยูนถึงก าลังจะสูญพันธ์


ค าถามที่ ๔
อาหารจานโปรดของพะยูน คืออะไร


ค าถามที่ ๕
เหตุใดมนุษย์จึงนิยมล่าพะยูน



หมายเหตุ ค าตอบอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน


Click to View FlipBook Version