ก
ค ำน ำ
่
่
แบบฝึกเสริมทักษะการอานอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอานแบบ SQ๔R วิชา
่
ื้
ื่
ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่มที่ 1 พนฐานการอานอย่างมีวิจารณญาณ จัดท าขึ้นเพอเป็น
ั
่
่
เครื่องมือ ในการพฒนาทักษะการอานให้กับนักเรียน ซึ่งจะท าให้นักเรียนสามารถอานแล้วน า
ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ที่ได้รับจากการอานไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ขณะเดียวกัน
่
ยังท าให้นักเรียน มีความสุข สนุกสนานเพลิดเพลิน มีความภูมิใจในผลงานของตนเอง และ
เสริมสร้างนิสัยรักการอานให้กับนักเรียน นอกจากนักเรียนจะได้น าไปฝึกทักษะการอานอย่างมี
่
่
วิจารณญาณแล้ว ครูผู้สอนสามารถน าไปใช้ทบทวนเนื้อหาที่นักเรียนได้เรียนไปแล้ว หรือใช้สอน
ซ่อมเสริมให้กับนักเรียนที่มี ความบกพร่องในทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
่
ื้
แบบฝึกเสริมทักษะ เล่มที่ 1 พนฐานการอานอย่างมีวิจารณญาณ เป็นแบบฝึกเกี่ยวกับ
ื้
การปูพนฐานหลักการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ และวิธีการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการ
อ่านแบบ SQ4R ซึ่งในแบบฝึกทักษะจะมีการตอบค าถามแบบปรนัย และอตนัยเชิงวิเคราะห์ โดย
ั
่
เน้นให้นักเรียนได้ใช้ทักษะในการอานอย่างมีวิจารณญาณเรียงตามล าดับขั้นตอนตั้งแต่ขั้นที่
1 – ขั้นที่ 6
่
ผู้จัดท าหวังว่า แบบฝึกเสริมทักษะการอานอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอานแบบ
่
SQ4R เล่มที่ 1 พื้นฐานการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ เล่มนี้ คงเออปะโยชน์แกนักเรียน ครูผู้สอน
่
ื้
ผู้ที่สนใจ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
นิตยา ยารวง
ฃ
สำรบัญ
เรื่อง
หน้ำ
ค าน า ก
สารบัญ ข
ค าชี้แจงส าหรับครูผู้สอน ค
ค าชี้แจงส าหรับนักเรียน ง
สาระการเรียนรู้ มาตรฐาน และตัวชี้วัด จ
แบบทดสอบก่อนเรียน ๑
ใบความรู้ที่๑ พื้นฐานการอานอย่างมีวิจารณญาณ 5
่
่
แบบฝึกหัดที่ ๑ พื้นฐานการอานอย่างมีวิจารณญาณ ๗
ใบความรู้ที่ ๒ รู้หลัก เข้าใจ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ 11
แบบฝึกหัดที่ ๒ รู้หลัก เข้าใจ น าไปใช้ให้เกิดผล ๑3
ใบความรู้ที่ ๓ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้วิธีอ่านแบบSQ๔R ๑5
แบบฝึกหัดที่ 3 ขั้นที่ ๑ S (Survey) 24
แบบฝึกหัดที่ 4 ขั้นที่ ๒ Q (Question) 27
แบบฝึกหัดที่ 5 ขั้นที่ 3 R๑ (Read) 28
แบบฝึกหัดที่ 6 ขั้นที่ 4 R๒ (Record) 29
แบบฝึกหัดที่ 7 ขั้นที่ 5 R๓ (Recite) 30
แบบฝึกหัดที่ 8 ขั้นที่ 6 R๔ (Reflect) 31
แบบทดสอบหลังเรียน 32
บรรณานุกรม 37
ภาคผนวก 39
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 41
แนวการตอบ แบบฝึกหัดที่ ๒ – ๘ 42
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 57
การให้คะแนนแบบฝึกหัด 59
ค
ค ำชี้แจงส ำหรับครูผู้สอน
๑. ครูเตรียมและศึกษำแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ แบบฝึกเสริมทักษะกำรอย่ำงม ี
วิจำรณญำณโดยวิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3
๒. ศึกษำเนื้อหำและล ำดับขั้นตอนของแบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมวิจำรณญำณ
ี
ให้เข้ำใจชัดเจน
๓. อธิบำยให้นักเรียนทรำบถึงวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนเห็นประโยชน์และคุณค่ำของ
กำรท ำแบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
ี
๔. ครูให้นักเรียนท ำแบบทดสอบก่อนเรียน จ ำนวน 10 ข้อ ใช้เวลำ1๕นำที
๕. กำรศึกษำแต่ละครั้ง ควรให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น ร่วมคิดอภิปรำย
ตรวจผลงำน และสรุปองค์ควำมรู้ด้วยตนเอง
๖. ครูให้นักเรียนท ำแบบทดสอบหลังเรียน จ ำนวน ๑๐ ข้อ ใช้เวลำ 15 นำที
เพื่อตรวจสอบควำมก้ำวหน้ำและควำมรู้ควำมเข้ำใจของนักเรียน
ิ
่
ิ
๗. บันทึกผลกำรท ำแบบฝึกเสริมทักษะกำรอำนอย่ำงมวจำรณญำณโดยใช้วธีกำรอำน
่
ี
แบบ SQ๔R ของนักเรียนทุกครั้ง เพื่อสังเกตพัฒนำกำรของนักเรียน
ง
ค ำชี้แจงส ำหรับนักเรียน
1. ศึกษำมำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด จุดประสงค์กำรเรียนรู้ สมรรถนะส ำคัญของ
ผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
2. อ่ำนค ำชี้แจงกำรใช้แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ โดยใช้วิธีกำร
ี่
อ่ำนแบบ SQ4R ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท 3
3. ท ำแบบทดสอบก่อนเรียน จ ำนวน 10 ข้อ ใช้เวลำ 15 นำที
เพื่อประเมินควำมรู้พื้นฐำนของนักเรียน
4. ศึกษำกรอบเนื้อหำขั้นตอนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ โดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ
SQ4R มี 6 ขั้นตอน โดยนักเรียนต้องศึกษำอย่ำงละเอียด
5. ท ำแบบฝึกทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ุ
แต่ละเล่มให้ครบทกกิจกรรมตำมล ำดับ
6. ท ำแบบทดสอบหลังเรียน จ ำนวน 10 ข้อ ใช้เวลำ 15 นำที
เพื่อประเมินควำมก้ำวหน้ำของตนเอง
7. ตรวจค ำตอบ แบบทดสอบก่อนเรียน/แบบฝึกทักษะ/แบบทดสอบหลังเรียน
8. สรุปคะแนนที่ได้ลงในกระดำษค ำตอบ เพื่อทรำบผลกำรเรียนและกำรพัฒนำตนเอง
จ
สำระกำรเรียนรู้ มำตรฐำน และตัวชี้วัด
มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา
ื่
ในการด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน
ตัวชี้วัด
ข้อ ๓ ระบุใจความส าคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน
ข้อ ๕ วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การล าดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง
ข้อ ๙ ตีความและประเมินคุณค่าแนวความคิดที่ได้จากงานเขียนอย่างหลากหลาย
เพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต
ข้อ ๑๐ มีมารยาทในการอ่าน
มำตรฐำน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
ข้อ ๑ เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียง
ถูกต้อง มีข้อมูลและสาระส าคัญชัดเจน
ข้อ ๘ มีมารยาทในการเขียน
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
ด้ำนควำมรู้
๑.นักเรียนสรุปใจความส าคัญ เข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่าน และประโยชน์ที่ได้รับจากการอ่านได้
๒. นักเรียนสามารถวิจารณ์ความสมเหตุสมผล ล าดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่องได้
๓. นักเรียนสามารถตีความและประเมินคุณค่าแนวความคิดที่ได้จากงานเขียน
อย่างหลากหลาย เพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตได้
ด้ำนกระบวนกำร
๑. นักเรียนสารมารถเรียงล าดับเหตุการณ์ เล่าเรื่องจากการอ่านได้
๒. นักเรียนสามารถสรุปมโนทัศน์ของเรื่องที่อ่านไปใช้แก้ปัญหาได้
ด้ำนคุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. นักเรียนมีความสนใจตั้งใจเรียน ตรงต่อเวลา และรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
1
แบบทดสอบก่อนเรียน
แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่มที่ ๑ พื้นฐำนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ค ำชี้แจง
๑. แบบทดสอบฉบับนี้ใช้ทดสอบความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ
การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ๔R เป็นแบบทดสอบปรนัยแบบเลือกตอบ
๔ ตัวเลือก จ านวน ๑๐ ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน ใช้เวลาในการท าแบบทดสอบ ๑๕ นาที
๒. นักเรียนอานข้อค าถามและค าตอบให้ละเอยดแล้วท าเครื่องหมายกากบาท () ลงใน
่
ี
กระดาษค าตอบ โดยเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
๑. ข้อใดให้ความหมายของวิจารณญาณได้อย่างถูกต้อง
ก. รู้จักคิดใคร่ครวญและไตร่ตรองเมื่อรับข่าวสาร
ข. พิจารณาสารที่รับว่ามีความเป็นไปได้ทุกกรณี
ค. แยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของผู้เขียน
ง. พยายามท าความเข้าใจเนื้อหาสาระของเรื่อง
่
๒. ข้อใด ไมใช่ เหตุผลส าคัญที่ต้องอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
ก. เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าเรื่องที่อ่านมีความน่าเชื่อถือ
ข. เพราะต้องมีการถ่ายทอดความรู้จากเรื่องที่อ่านไปยังผู้อื่นที่ถูกต้อง
่
ค. เพราะเป็นการเชื่อมโยงความคิดไปยังเรื่องอื่นๆ และได้มุมมองจากเรื่องที่อาน
ง. เพราะต้องการความบันเทิงและความเพลิดเพลินทางอารมณ์จากการอ่านเป็นส าคัญ
๓. ข้อใด ไมใช่ หลักการอ่านสารให้ความรู้อย่างมีวิจารณญาณ
่
ก. การอ่านอย่างตั้งใจ
ข. การวิเคราะห์ชื่อเสียงของผู้แต่ง
ค. การประเมินคุณค่าของเรื่องที่อ่าน
ง. การวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น รวมถึงหลักฐานอ้างอิง
2
ื่
๔. “อ่านอย่างคร่าว ๆ เพอหาจุดส าคัญของเรื่อง” จากข้อความข้างต้นเป็นขั้นตอนในการอ่าน
ข้อใด
ก. ขั้นที่ ๑
ข. ขั้นที่ ๓
ค. ขั้นที่ ๕
ง. ขั้นที่ ๖
๕. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ขั้น Read (R1) เป็นการอ่านการอ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดส าคัญของเรื่อง
ข. ขั้น Record (R2) เป็นการอ่านข้อความในบทหรือตอนนั้น ๆ ซ้ าอย่างละเอียด
้
ค. ขั้น Recite (R3) เป็นการจดบันทึกขอมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการอ่านข้อมูลอย่างละเอียด
ง. ขั้น Reflect (R4) เป็นการอานที่ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ บทอ่านที่ผู้เรียนได้อานแล้ว
่
่
แสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ผู้เรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องหรือความคิดเห็นไม่
สอดคล้อง
๖. ข้อใดคอประโยชน์ของการตั้งค าถาม
ื
ก. ท าให้หาจุดส าคัญของเรื่องง่ายขึ้น
ก. ท าให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อเรื่องได้ตรงประเด็น
ข. ท าให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อเรื่องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ค. ท าให้ประเด็นในเรื่องที่กาลังอ่านเด่นชัดมากขึ้น
7. ข้อใดมีวิธีการอานอย่างมีวิจารณญาณต่างจากข้ออื่น
่
ก. น้ าท่วมและอากาศหนาวส่งผลให้ผักมีราคาแพงกว่าปกติ รวมถึงราคาน้ ามันด้วย
ข. อุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนทางภาคใต้ว่าจะมีพายุเข้าและมีฝนตกชุกหนาแน่น
ค. ระดับน้ าแม่น้ ามูลยังคงทรงตัว มวลน้ าก้อนใหญ่ยังไม่ไหลมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี
ง. พระภิกษุสามเณรในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวลงอย่างรวดเร็ว
่
เด็กไทยสมัยนี้มีสิ่งยั่วยุท าให้เสียเวลาเรียน เสียเวลาอานหนังสือมากมาย
ทั้งเกมคอมพิวเตอร์ โซเชียลเน็ตเวิร์ค เฟชบุ๊ก อินตราแกรม หรือเว็บไซต์ไร้สาระต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้
ท าให้เด็กใช้งานจนติดเป็นนิสัย เล่นพอดีก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าเล่นนาน ๆ ก็มีผลเสีย หากเล่น
ิ
เกมหรืออนเทอร์เน็ตนาน ๆ จะก่อให้เกิดผลกระทบหรือโทษได้หลายประการเช่นกัน ได้แก่
โทษต่อสุขภาพกาย เช่น แสบตา ปวดข้อมือ ไม่รับประทานอาหารจนแสบกระเพาะ อดนอน
จนตื่นสาย ท าให้เพลีย ง่วงเวลาเรียนหรือเวลางาน เป็นต้น
ที่มา : สิริมงคล ศรีบุญ. ผลเสียของการเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ตนาน ๆ. 2556.
3
8. บทความนี้กล่าวถึงเรื่องอะไรเป็นประเด็นหลัก
ก. โทษของการไม่สนใจเรียน
ข. การปฏิบัติตนของเด็กไทย
ค. สิ่งยั่วยุต่าง ๆ ท าให้เด็กไทยเสียเวลาเรียน
ง. ผลกระทบและโทษของเกมคอมพิวเตอร์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค
อ่ำนข้อควำมต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมข้อ 9 – 10
้
้
ความอวน คือ หนทางสู่โรคร้ายนานาชนิด เพราะความอวนท าให้ระบบเมตาโบลิก
(ระบบเผาผลาญที่ส่งผลต่อการท างานของร่างกาย) และระบบฮอร์โมนในร่างกายท างานเรรวน
ทั้งยังเหนี่ยวน าให้เกิดภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน (ทาให้เกิดโรคเบาหวาน ประเภท ๒) โรคหัวใจ
และหลอดเลือด (คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง) โรคความดันโลหิตสูง มะเร็งบางชนิด เช่น
มะเร็งล าไส้ใหญ่ โรคกระดูกและข้อเสื่อม โรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ โรคถุงน้ าดี
โรคตับ และในผู้หญิงท าให้รอบเดือนผิดปกติ
ที่มา : ศัลยา คงสมบรูณ์เวช. กินอย่างไร ไม่อ้วน ไม่มีโรค. 2551.
9. ข้อใดเป็นการตั้งค าถามที่ไม่สัมพันธ์กับเนื้อหา
ก. ท าอย่างไรจึงจะไม่อ้วน
ข. ข้อความนี้กล่าวถึงเรื่องใด
ค. ความอ้วนท าให้เกิดโรคใดได้บ้าง
ง. ความอ้วนท าให้เกิดโรคเบาหวานได้อย่างไร
10. จากข้อความข้างต้น ผู้เขียนมีความมุ่งหมายอย่างไร
ก. กล่าวถึงสาเหตุของความอ้วน
ข. กล่าวถึงอันตรายที่เกดจากความอ้วน
ิ
ค. กล่าวถึงการดูแลสุขภาพของคนอ้วน
ง. กล่าวถึงแนวโน้มของโรคที่เกิดจากความอ้วน
4
กระดำษค ำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่มที่ ๑ พื้นฐำนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยกาเครื่องหมายกากบาท ()
ลงในกระดาษค าตอบ
ข้อ ก ข ค ง
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
5
ใบควำมรู้ที่ ๑
ควำมรู้พื้นฐำนในกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ค ำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาสาระจากใบความรู้ แล้วท ากิจกรรมตามที่ก าหนด
ี
ควำมรู้พื้นฐำนเกี่ยวกับกำรอ่ำนอย่ำงมวิจำรณญำณ
่
การอานอย่างมีวิจารณญาณ หมายถึง การอานที่ผู้อานน าเอาวิธีคิดอย่างมีวิจารณญาณ
่
่
่
่
ื่
มาใช้ในการรับสารจากการอาน ทั้งนี้เพอประเมินสิ่งที่อาน และตัดสินใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนน าเสนอ
มีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม่ เพยงใด การอานอย่างมีวิจารณญาณเป็นทักษะการอานขั้นสูงที่ผู้อาน
ี
่
่
่
่
ื่
จ าเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่อานเพอเป็นพนฐานในการวิเคราะห์ วิจารณ์ในขั้นสูงต่อไป
ื้
ทักษะการอานอย่างมีวิจารณญาณเป็นสิ่งที่มีความส าคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของข้อมูล
่
ข่าวสาร เช่นในปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะจะช่วยให้ผู้อานรู้จักวิเคราะห์ ตรวจสอบ และเลือกรับข้อมูล
่
ข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุผล
ล ำดับขั้นกำรอ่ำนอย่ำงมวิจำรณญำณ
ี
๑. จ าความหมายของค า ข้อความ หรือประโยค
๒. เข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่าน สรุปมโนทัศน์ของเรื่อง เรียงล าดับเหตุการณ์ หรือเล่าเรื่องได้
๓. น าเหตุการณ์และถ้อยค า หรือประโยคที่ได้จากการอานไปเทียบเคียงหรือแก้ปัญหา
่
ในชีวิตประจ าวัน
๔. วิเคราะห์แยกแยะรายละเอยดของเนื้อเรื่อง เช่น บุคลิกภาพของตัวละคร หรือลักษณะ
ี
พิเศษที่ท าให้เกิดเหตุการณ์ส าคัญของเรื่อง
๕. สังเคราะห์โดยการเปรียบเทียบกับสถานการณ์ คติ ส านวน สุภาษิตที่เกี่ยวข้อง
๖. ประเมินค่า พจารณาตัดสินข้อเท็จจริง หรือข้อคิดเห็น รวมทั้งคุณค่าเหตุผล และ
ิ
ความประทับใจที่ได้รับจากการอ่าน
หลักปฏิบัติในกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
๑. นั่งในท่าสบาย ล าตัวตรง
๒. กะระยะสายตาห่างจากหนังสือประมาณ ๑ ฟุต
๓. ไม่เอียงคอ หรี่ตา หรือส่ายหน้าตามบรรทัด
๔. ไม่ท าปากขมุบขมิบหรือออกเสียงขณะอ่าน
๕. กวาดสายตาตลอดบรรทัด ไมมองย้อนกลับ
่
๖. ไม่ใช้นิ้วชี้ตามตัวอักษร
๗. มีสมาธิและปฏิบัติตามล าดับขั้นการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
6
ี
ตัวอย่ำงกำรอ่ำนอย่ำงมวิจำรณญำณ
่
ั
้
่
ถึงแมวำคนโบรำณจะสอนกันมำวำ “อนออยตำลหวำนลิ้นแล้วสิ้นซำก
้
ั
ื่
่
แต่ลมปำกหวำนหูไมรู้หำย” ดังนี้ก็ตำมแต่ลูกควรระวงค ำพูดของคนอนโดยเฉพำะ
้
ค ำพูดหวำน ๆ ของคนไวบ้ำงก็ดี น้ ำออยหรือน้ ำตำลที่มรสหวำนทิ้งไวนำนเข้ำก็กลำยเป็น
้
ี
้
ื
น้ ำเมำได้ น้ ำค ำหวำน ๆ ของคนบำงคนก็ท ำให้เรำเมำได้เหมอนกัน พอเมำแล้วก็ท ำให้
ี่
่
หลงลืมตัว ลืมใจ เสียรู้ เสียท่ำบำงครั้งถึงกับเสียเงินเสียทองให้เขำอย่ำงทไมน่ำจะเสีย เพรำะ
ไปเชื่อค ำหวำนของเขำ ข้อนี้ขอให้ลูกพิจำรณำให้ดี ใครมำพูดจำหวำน ๆ ยกยอเรำวำ
่
ดีอยำงนั้น เก่งอย่ำงนี้ ลูกต้องระวังไว้ก่อนทีเดียว อย่ำเพิ่งไปหลงใหลได้ปลื้มกับค ำพูดของเขำ
่
่
ในทันที ลูกจะได้ไมเสียใจภำยหลัง ปลำที่ตำยไปส่วนหนึ่งเพรำะถูกเขำ “ยกยอ” ขึ้นมำ
ั
่
ั
ั
ถ้ำมนไมติด “ยอ”มนก็จะไมตำย เรื่องมนเป็นอย่ำงนี้จึงควรระวงจะถูก “ยกยอ” แล้วตำยไป
ั
่
เหมือนปลำ
่
ผู้อานต้องใช้วิจารณญาณว่าค าที่สอนมานี้เป็นการเปรียบเทียบกับสิ่งที่สามารถมองเห็น
ิ
ได้อย่างชัดเจน เช่น น้ าออยที่ทิ้งไว้นานจะกลายเป็นน้ าเมา วิจารณญาณที่จะใช้พจารณาคือ
้
น้ าออยและน้ าเมานั้นอะไรดี อะไรมีโทษ เมา คือความลุ่มหลง หลงเชื่อในค ายอ เปรียบเหมือน
้
ปลาที่ติดยอจนตาย คนก็เช่นกันถ้าหลงในค าหวานที่มีโทษก็จะตายไปเหมือนปลา เมื่อได้ประสบ
ิ
เหตุการณ์เหล่านี้ผู้ที่ได้รับรู้ค าสอนนี้จะได้ใช้วิจารณญาณของตนพจารณาได้ว่า อะไรคืออะไร
เพราะการฟังและเชื่อโดยไม่พิจารณาให้ถ้วนถี่มีโทษมากมาย
ิ
การอานงานเขียนโดยทั่วไปนั้น ต้องรู้จักคิด พจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ การอาน
่
่
อย่างมีวิจารณญาณต้องอาศัยการวิเคราะห์เป็นพื้นฐาน ผนวกกับการประเมินค่าเรื่องที่เราอ่านอีก
ขั้นหนึ่ง คือ สามารถวิจารณ์เรื่องนั้น แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล วิเคราะห์ถ้อยค า ประโยค
วิเคราะห์ ทัศนะของผู้แต่งและเนื้อหาได้
ที่มา : เตือนใจ คิดดี. การพัฒนาความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบอุปนัย ของจอห์น สจ๊วต มิลล์ ส าหรับนักเรียน
ี่
ชั้นมัธยมศึกษาปีท ๑. ๒๕๕๔.
7
แบบฝึกหัดที่ ๑
พื้นฐำนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ค ำชี้แจง ให้นักเรียนท าเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษค าตอบ ในข้อที่นักเรียน
เห็นว่าถูกต้องหรือเหมาะสมที่สุด (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
1. ข้อใดให้ความหมายของวิจารณญาณได้ถูกต้องที่สุด
ก. เพื่อประเมินค่าสิ่งที่อ่าน
ข. ท าความเขาใจเนื้อหาสาระของเรื่อง
้
ค. พิจารณาสารที่รับว่ามีความเป็นไปได้ทุกกรณี
ง. เพื่อตัดสินว่าสิ่งที่ผู้เขียนน าเสนอมีความถูกต้องเหมาะสม
ื
2. สิ่งที่ต้องปฏิบัติเป็นอันดับแรกของขั้นตอนการอ่านที่ดีคออะไร
ก. อ่านให้ได้จังหวะ
ข. อ่านให้ดังพอเหมาะกับผู้ฟัง
้
ค. ท าความเขาใจเรื่องที่จะอ่าน
ง. แบ่งอ่านข้อความเป็นช่วงๆ
3. ข้อใดเป็นสาระส าคัญของข้อความนี้
ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล
จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนมี
ที่มา : แก้ที่จนใจ จาก http://www.chaoprayanews.com
ก. ต้องรู้จักหาวิธีแก้จน
ข. จะไม่จนถ้าเป็นคนรู้จักพอ
ค. ไม่มีใครปรารถนาความจน
ง. จนทรัพย์แล้วอย่าจนความคิด
8
อ่ำนข้อควำมต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำม 4 – 5
เห็นเสือหมอบ...อย่าเชื่อ...ว่าเสือไหว้
เผลอเมื่อไหร่...เสือกิน...สิ้นทั้งขน
เป็นคนต้อง...เกรงเยงย า...น้ าใจคน
่
เขาถอมตน...อย่าเหมา...ว่าเขากลัว
ที่มา : เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต (ธมฺมวิตกฺโกภิกฺขุ) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ
4. ข้อความนี้ให้ข้อคิดอะไรเป็นส าคัญ
ก. อย่าไว้ใจคน
ข. ให้รู้จักเจียมตัว
ค. ควรมีน้ าใจต่อผู้อื่น
ง. ควรเกรงกลัวต่อบาป
5. “เกรงเยงย า” ในที่นี้มีความหมายว่าอย่างไร
ก. ความตื่นเต้น
ข. ความย าเกรง
ค. ความหวาดกลัว
ง. ความระมดระวังตัว
ั
กำรสร้ำงสรรค์
มวลมนุษย์ยิ่งพยายามสร้างสรรค์ดูเหมือนโลกยิ่งวุ่นวายไม่รู้จบ การสร้างสรรค์
ที่แท้คือ การน าความปกติสุขมาสู่สรรพชีวิต ถ้าไม่เข้าใจความจริงของชีวิตก็อย่าคิดสร้างสรรค์
อะไรเลย เรื่องราวภายในของชีวิตไม่ต้องสร้างสรรค์ เพยงแต่รู้เท่าทันการสรรค์สร้างปล่อยให้
ี
ธรรมชาติเดิมแท้ในตนกระท ากิจทั้งหลายไปตามกระแสแห่งธรรมชาติ แต่โบราณกาลมาแล้ว
พระอริยบุคคลทั้งหลายก็กระท าโดยมิได้กระท าดังนี้ ความดีย่อมปิดฉากลงด้วยการบังคับให้
กระท า
ที่มา : การคิดสร้างสรรค์ จากhttp://happyhappiness.monkiezgrove.com
6. บทความเรื่อง “การสร้างสรรค์” ผู้เขียนต้องการสื่ออะไรกับผู้อ่าน
ก. ชีวิตเราไม่ต้องการปรุงแต่ง
ข. การด าเนินชีวิตแบบสายกลาง
ค. ปล่อยให้โลกเป็นไปตามธรรมชาติ
ง. การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เป็นการท าร้ายธรรมชาติ
9
7. ข้อคิดที่ได้จากบทความนี้คืออะไร
ก. ชีวิตต้องการความสงบ
ข. การสร้างสรรค์ท าให้โลกสงบสุข
ค. การรู้เท่าทันธรรมชาติท าให้เรามีความสุข
ง. การสร้างสรรค์ที่แท้ต้องน าความสุขมาสู่สรรพชีวิต
กว่าเจ้าจะสูงใหญ่เกินไหล่แม่ ล าบากแท้เพียงไหนดวงใจเอ๋ย
สักหายใจห่างเจ้าแม่ไม่เคย เฝ้าชมเชยลูกน้อยผู้กลอยใจ
ี
ความชรามาเยือนเตือนให้รู้ แม่จะอยู่กับเราอกเท่าไร
ไม้ใกล้ฝั่งทรุดพังลงวันใด เย็นร่มไทรจักกลับไปกับกาล
ที่มา : กว่าจะสูงเกินไหล่แม่ จากhttp://vcharkarn.com/exam/set/268.
8. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของผู้เขียนค าประพันธ์ข้างต้น
ก. พรรณนาความรักทมีต่อแม่
ี่
ข. เตือนให้ลูกดูแลแม่เพื่อทดแทนคุณ
ค. ระบายความโศกเศร้าที่แม่จะจากไป
ง. แสดงความรู้สึกระลึกถึงพระคุณของแม ่
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 8
จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี
ยะลา และ นราธิวาส ให้เตรียมพร้อมในการป้องกันและแก้ปัญหา ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนที่
ื้
ั
อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล และพนที่เสี่ยงให้ระวังอนตรายจากวาตภัยในช่วงวันที่ 17 - 20
ธ.ค. นี้
ที่มา : ข่าวสั้นรอบเมือง จาก http://news.mthai.com/hot-news/general-news/473146.html.
10
9. จากข่าวข้างต้นควรพาดหัวข่าวว่าอย่างไรจึงจะครอบคลุมเนื้อหาของข่าว
ก. ภาคใต้เตรียมเจอพายุหนัก!
ข. ภาคใต้เตรียมเจอวาตภัยในเร็ว ๆ นี้
ค. จังหวัดภาคใต้น่าสงสาร เตรียมเจอวาตภัยเร็ว ๆ นี้
ง. 8 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างเฝ้าระวังวาตภัย 17 - 20 ธ.ค.นี้
“พูดอะไรไม่มีหูรูด ไม่ควรที่จะพูดก็เผย
รู้เรื่องของใครไม่เคย จะเฉยเลยละโพนทะนา”
10. พฤติกรรมการพูดของบุคคลตามค าประพันธ์ต้นตรงกับส านวนไทยในข้อใด
ก. ฆ้องปากแตก
ข. ปากหอยปากปู
ค. ปลาหมอตายเพราะปาก
ง. ต่อความยาวสาวความยืด
11
ใบควำมรู้ที่ ๒
รู้หลัก เข้ำใจ กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
่
ค ำชี้แจง นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง รู้หลัก เข้าใจ การอานอย่างมีวิจารณญาณ จากนั้น
ท ากิจกรรมตามทก าหนด
ี่
หลักการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
1. พิจารณาความถูกต้องของภาษาที่อ่าน ด้านความหมาย การวางต าแหน่งค า
การเว้นวรรคตอน เพราะความผิดพลาดดังกล่าวจะท าให้ความหมายเปลี่ยนไป
2. พิจารณาความต่อเนื่องของประโยคว่า ข้อความมีเหตุผลรับกันหรือไม่โดย
อาศัยความรู้สึกทางตรรกวิทยาเข้าช่วย ความจากประโยคไม่ขัดแย้งหรือเรียงล าดับไม่สับสน
วุ่นวายจนอ่านไม่รู้เรื่องหรืออ่านแล้วเสียเวลา
3. พิจารณาความต่อเนื่องของเนื้อเรื่องที่เป็นแกนหลักหรือแกนน าให้แกนรอง
และส่วนประกอบอื่นว่ากลมกลืนกันหรือไม่ รู้จักแยกแยะข้อเท็จจริงและพิจารณาความสัมพันธ์
หลักในกำรอ่ำนจับใจควำมส ำคัญ ควรปฏิบัติดังนี้
๑. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน
๒. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าว ๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความส าคัญของแต่ละย่อหน้า
๓. เมื่ออ่านจบให้ตั้งค าถามตนเองว่า เรื่องทอ่านมีใคร ท าอะไร ที่ไหน เมื่อไร
ี่
อย่างไร
๔. น าสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความส าคัญใหม่ด้วยส านวนของตนเองเพอ
ื่
ให้เกิดความสละสลวย
วิธีจับใจควำมส ำคัญ
วิธีเก็บใจความส าคัญมีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความชอบว่าอย่างไร เช่น การขีดเส้นใต้
การใช้สีต่าง ๆ กัน แสดงความส าคัญมากน้อยของข้อความ การบันทึกย่อเป็นส่วนหนึ่งของ
่
การอานจับใจความส าคัญที่ดี แต่ผู้ที่ย่อควรย่อด้วยส านวนภาษาและส านวนของตนเอง
่
ไม่ควรย่อด้วยการตัดเอาข้อความส าคัญมาเรียงต่อกัน เพราะอาจท าให้ผู้อานพลาดสาระส าคัญ
บางตอนไปอันเป็นเหตุให้การตีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ วิธีจับใจความส าคัญมีหลัก ดังนี้
๑. พิจารณาทีละย่อหน้า หาประโยคใจความส าคัญของแต่ละหน้า
๒. ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่าง ส านวนโวหาร อุปมาอปไมย
ุ
ตัวเลขสถิติ ตลอดจนค าถามหรือค าพูดของผู้เขียนซึ่งเป็นส่วนขยายใจความส าคัญ
๓. สรุปใจความส าคัญด้วยส านวนภาษาของตนเอง
ที่มา : เตือนใจ คิดดี. การพัฒนาความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบอุปนัย ของจอห์น สจ๊วต มิลล์ ส าหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑. ๒๕๕๔.
12
ตัวอย่ำงกำรจับใจควำมส ำคัญ
ตัวอย่ำงที่ ๑
ื้
ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตพนฐาน คือเข้าใจธรรมชาติ
ั
เข้าใจความเป็นมนุษย์ และความสัมพนธ์ที่เกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์
กับธรรมชาติ มีความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติอย่างจริงใจ
ใจควำมส ำคัญ ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน
ตัวอย่ำงที่ ๒
ิ่
ความเครียดท าให้เพมฮอร์โมนอะดรีนาลีนในเลือด ท าให้หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือด
ิ
บีบตัวกล้ามเนื้อเขม็งดึง ระบบย่อยอาหารผิดปกติเกดอาการปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น แข้งขา
อ่อนแรง ความเครียดจึงเป็นตัวการให้แก่เร็ว
ใจควำมส ำคัญ ความเครียดท าให้แก่เร็ว
ตัวอย่ำงที่ ๓
ี่
โดยทั่วไปผักทขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่เกษตรกรมักใช้สารก าจัดศัตรูพืช หากไม่
มีความรอบคอบในการใช้จะท าให้เกิดสารตกค้าง ท าให้มีปัญหาต่อสุขภาพ ฉะนั้นเมื่อซื้อผัก
ไปรับประทานจึงควรล้างผักด้วยน้ าหลาย ๆ ครั้ง เพราะจะช่วยก าจัดสารตกค้างไปได้บ้าง
บางคนอาจแช่ผักโดยใช้น้ าผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตก็ได้แต่อาจท าให้วิตามินลดลง
ใจควำมส ำคัญ เมื่อซื้อผักไปรับประทานจึงควรล้างผักด้วยน้ าหลายๆ ครั้ง
ตัวอย่ำงที่ ๔
ื่
การรักษาศีลเพอบังคับตนเองให้มีระเบียบวินัยในการกระท าทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น
เรามาอยู่วัด มานุ่งขาวห่มขาว ไม่ใช่ถือแต่ศีลแปดข้อเท่านั้น แต่เราต้องนึกว่าศีลนั้นคือ
ความมีระเบียบวินัย เราเดินอย่างมีระเบียบวินัย นั่งอย่างมีระเบียบ กินอย่างมีระเบียบ
ท าอะไรก็ท าอย่างมีระเบียบ นั่นเป็นคนที่มีศีล ถ้าเราไม่มีระเบียบ ก็ไม่มีศีล
ใจควำมส ำคัญ การรักษาศีลเพื่อบังคับตนเองให้มีระเบียบวินัยในการกระท าทุกสิ่ง
ทุกอย่าง
13
ส่วนขยำยใจควำมส ำคัญ หรือใจควำมรอง
คือ ข้อความที่เป็นส่วนขยายหรือสนับสนุนใจความหลักให้ชัดเจนขึ้นในหนึ่งย่อหน้า
อาจมีใจความรองมากกว่า ๑ ประเด็น แต่ทุกประเด็นต่างสนับสนุนใจความหลักเดียวกัน เช่น
ี
ใจความรองที่เป็นสาเหตุ ผลที่ตามมา รายละเอยด ลักษณะ อาการ วิธีการ ประโยชน์ เป็นต้น
ทั้งนี้เพื่อขยายใจความหลักนั้น ๆ ให้ชัดเจนหรือหนักแน่นยิ่งขึ้น
ตัวอย่ำงที่ ๑
ความเครียดเป็นตัวการที่เร่งให้แก่เร็วเพราะความเครียดท าให้เพิ่มฮอร์โมนอะดรีนาลิน
ในเลือด ท าให้หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือดบีบตัว กล้ามเนื้อเขม็งตึง ระบบย่อยอาหารผิดปกติ และ
เกิดอาการปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น แข้งขาอ่อนแรง
ใจควำมส ำคัญ ความเครียดเป็นตัวการเร่งให้แก่เร็ว
ส่วนขยำยใจควำมส ำคัญ อาการต่าง ๆ ที่เกิดจากความเครียดและมีผลท าให้ร่างกายแก่เร็ว
ตัวอย่ำงที่ 2
ข้อมูลที่ได้จากผู้ท าวิจัยเรื่องวิถีชาวนาไทยระบุว่า การท านาได้เปลี่ยนไปจากวิธีการแบบเดิม
ที่เรารู้กัน คือชาวนาใช้แรงงานในครอบครัวท านา แล้วเรียกเพื่อนชาวนามาช่วยกันตอนเกี่ยวข้าว
กลายเป็นชาวนาเปลี่ยนจากการท านามาเป็นผู้บริหารงานทุกขั้นตอน เช่น จ้างคนมาไถ จ้างคน
ื่
มาด า จ้างคนมาเกี่ยว ดูเหมือนว่าแรงงานในครอบครัวที่เคยมีก็ไปท าอย่างอน เช่น รุ่นลูกไปมี
ื่
่
อาชีพอน เหลือแต่รุ่นพอที่อายุมากแล้ว และไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะใช้แรงของตนเองได้ จึงต้อง
บริหารเอา
ใจควำมส ำคัญ วิถีชาวนาไทยเปลี่ยนไป
ส่วนขยำยใจควำมส ำคัญ จากการท านาเองมาเป็นผู้บริหารการท านา เพราะขาดแรงงาน
คนรุ่นลูกไปประกอบอาชีพอนคนรุ่นพ่อไม่มีแรงงานเพียงพอ จึงต้อง
ื่
บริหารงานแทนท างานเอง
ตัวอย่ำงที่ 3
มะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่มีปริมาณของเบตาแคโรทีนสูง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วยให้ผิวพรรณ
็
เปล่งปลั่งสดใส และสายตาแขงแรง มะม่วงสุกยังมีวิตามินซีที่ช่วยสร้างคอลลาเจนและต้านอนุมูล
อสระด้วย มะม่วงสุกยังมีวิตามินอที่พบน้อยในผลไม้อน ๆ เมื่อวิตามินอท างานร่วมกับวิตามินซี
ื่
ี
ิ
ี
จะท าให้ต้านอนุมูลอสระได้ดีขึ้น และยังช่วยบ ารุงสุขภาพผิวหนังให้ดูสดใส นอกจากนี้มะม่วงสุก
ิ
ยังมีกากใยปริมาณมาก จึงช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายอีกด้วย
14
ใจควำมส ำคัญ มะม่วงสุกมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก
ส่วนขยำยใจควำมส ำคัญ มะม่วงสุกมีปริมาณของเบตาแคโรทีนสูง ซึ่งช่วยให้ผิวพรรณ
เปล่งปลั่งสดใส และสายตาแข็งแรง มีวิตามินซีที่ช่วยสร้างคอลลาเจน
และต้านอนุมูลอสระ ช่วยบ ารุงสุขภาพผิวหนังให้ดูสดใส มีกากใย
ิ
ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายอีกด้วย
ตัวอย่ำงที่ 4
มองและฝันต่อไปข้างหน้า ถ้าประเทศไทยเราพฒนาโครงสร้างพนฐานดี ๆ ระบบ
ั
ื้
คมนาคมทั้งในเมืองและต่างจังหวัดสะดวก ปลอดภัย อนเทอร์เน็ตมีความเร็วสูงครอบคลุม
ิ
ทั่วประเทศ ต้อนรับนักท่องเที่ยวดี ๆ ท าให้บ้านเมืองสงบสุข รวมทั้งมีอาหารการกินที่อร่อย
หาง่าย ราคาไม่แพง เพยงเท่านี้เราจะเป็นที่หนึ่งในอาเซียนได้ไม่ยาก เว้นเสียแต่ทุกสิ่งทุกอย่าง
ี
ี
มีของควบคู่กัน มีดีมีเลว ขอเพยงคนไทยอย่าขัดขากันเอง อย่าสร้างสถานการณ์ความขัดแย้ง
ในสังคม มีสติปัญญาในการรับข่าวสาร
ใจควำมส ำคัญ วิธีการท าให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งในอาเซียน
ส่วนขยำยใจควำมส ำคัญ พฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างดี มีระบบคมนาคมทั้งในเมืองและ
ั
ต่างจังหวัดให้สะดวก ปลอดภัย พัฒนาอินเทอร์เน็ตให้มีความเร็วสูง
ครอบคลุมทั่วประเทศ ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างดี ท าให้บ้านเมือง
สงบสุข รวมทั้งมีอาหารการกินที่อร่อย หาง่าย ราคาไม่แพง คนไทย
อย่าทะเลาะกันเอง อย่าสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคม
มีสติปัญญาในการรับข่าวสาร
ตัวอย่ำงที่ 5
การดูแลครอบครัวและการท างานหาเงินเป็นภารกิจที่มีเป้าหมายหลักของตัวเอง ถ้าเรา
ื่
คอยระมัดระวังหมั่นเตือนตนเองเสมอว่าเราตื่นขึ้นมาในแต่ละวันเพอท าอะไร ชีวิตก็จะด าเนิน
ไปได้ หลายครั้งเราต้องคอยช าเลืองเป้าหมายรองด้วย เช่น ถ้าให้การดูแลครอบครัวเป็นเป้าหมาย
หลัก การหาเงินก็เป็นเป้าหมายรอง การก าหนดเป้าหมายหลัก เป้าหมายรองถูกต้องมักท าให้
ได้ผลลัพธ์ดี นั่นคือได้ทั้งครอบครัวและเงินพร้อม ๆ กัน
ใจควำมส ำคัญ การก าหนดเป้าหมายหลักเป้าหมายรองถูกต้องมักท าให้การด าเนิน
ชีวิตเป็นไปได้ดี
ส่วนขยำยใจควำมส ำคัญ การดูแลครอบครัวและการท างานหาเงินต่างเป็นภารกิจที่เป็น
เป้าหมายหลักได้เมื่อเราเลือกเรื่องใดเป็นเป้าหมายหลักเป้าหมายรอง
แล้วเราต้องสนใจด าเนินการให้ดีทั้งสองเป้าหมาย
ที่มา : จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ และบาหยัน อิ่มส าราญ,การใช้ภาษาไทย. ๒๕๔๗ : ๔๕-๔๖.
15
แบบฝึกหัดที่ ๒
รู้หลัก เข้ำใจ น ำไปใช้ให้เกิดผล
ค ำชี้แจง จากข้อความต่อไปนี้ให้นักเรียนแยกประโยคที่เป็นใจความส าคัญ และส่วนขยาย
ใจความส าคัญ
๑. การคบมิตรถือเป็นสิ่งจ าเป็นส าหรับเรา เพราะมิตรสามารถช่วยคลายทุกข์โศกได้ แต่มิตรที่ดี
นั้นหายาก เราต้องขวนขวายหา ถึงแม้มีเพียงหนึ่งดีกว่า
ใจความส าคัญ...................................................................................................................
ส่วนขยายใจความส าคัญ...................................................................................................
........................................................................................................................................................
๒. วัดกับคนไทยมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งตลอดมา ในสมัยก่อนวัดเป็นทุกสิ่งใน
ชีวิตประจ าวัน เป็นโรงเรียนอบรมสั่งสอนเด็ก เป็นศาลไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งของผู้ใหญ่
ใจความส าคัญ..................................................................................................................
ส่วนขยายใจความส าคัญ...................................................................................................
........................................................................................................................................................
๓. คนนิยมใช้ผ้าไหมท าเครื่องแต่งกาย เพราะมีเนื้อเป็นมันสีสวยสะดุดตา
ใจความส าคัญ..................................................................................................................
ส่วนขยายใจความส าคัญ..................................................................................................
........................................................................................................................................................
ี
๔. ความแตกต่างระหว่างมนุษย์และสัตว์อกประการหนึ่งที่เด่นชัดคือ เรื่องของการใช้ภาษา
มนุษย์สามารถถ่ายทอดความรู้ ความคิดออกมาเป็นตัวเขียน คือเป็นภาษาหนังสือส าหรับ
ี่
ผู้อื่นอ่านและเข้าใจความหมายตามทต้องการ แต่สัตว์ใช้ได้แต่เสียงเท่านั้นในการสื่อสาร
ใจความส าคัญ...................................................................................................................
ส่วนขยายใจความส าคัญ...................................................................................................
........................................................................................................................................................
16
๕. หลายคนรู้จักดอกเดย์ลิลลี่ แต่ทราบไหมว่า ดอกไม้จีนที่ชาวจีนนิยมใส่แกงจืดก็คือ
ดอกเดย์ลิลลี่ชนิดหนึ่ง ดอกไม้จีนนี้ยังไม่ทันได้บานก็ถูกเก็บน ามาใช้ปรุงสด ๆ หรือ
น าไปตากแห้งก่อนแล้วน ามาแช่น้ า จากนั้นก็มัดเป็นปมเหมือนมัดเชือกก่อนใส่ลงไปใน
หม้อแกง ดอกไม้จีนจึงเป็นดอกเดย์ลิลลี่ชนิดที่ทั้งสวยและก็อร่อยด้วย
ใจความส าคัญ...................................................................................................................
ส่วนขยายใจความส าคัญ...................................................................................................
........................................................................................................................................................
17
ใบควำมรู้ที่ ๓
้
เรื่อง กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ โดยใชวิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
ค ำชี้แจง นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ
ิ
SQ๔R จากนั้นท ากจกรรมตามที่ก าหนด
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ โดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
วิธีการอานแบบ SQ4R นั้นปรับปรุงมาจากการสอนอานแบบ SQ3R ของฟรานซีส พ.
ี
่
่
โรบินสัน (Francis P.Robinson) ผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่าน แห่งมหาวิทยาลัยโอไฮโอ เป็นการอ่าน
เพอหาจุดส าคัญของเรื่องโดยการตอบค าถามที่ก าหนดไว้ วิธีสอนแบบ SQ4R นี้ยังสามารถ
ื่
ช่วยให้นักเรียนที่มีปัญหาในการอานได้อกด้วย เริ่มตั้งแต่ขั้นส ารวจ ซึ่งในขั้นนี้ผู้เรียนจะได้มอง
ี
่
ื่
่
ภาพรวมของเรื่องที่จะอานเพอกระตุ้นให้เกิดการคิดถึงเรื่องที่ก าลังอานและยังมีกลวิธีตั้งค าถาม
่
่
ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนฝึกหาค าตอบจากค าถามที่ตั้งไว้ ช่วยให้นักเรียนมีแรงจูงใจในการอาน
่
ี
่
เนื่องจากมีจุดประสงค์ในการอานที่ชัดเจนไม่ใช่เพยงอานให้จบเท่านั้น และเมื่อนักเรียนสามารถ
หาค าตอบได้จะท าให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการอานว่าไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไป เพราะนักเรียน
่
สามารถตอบค าถามจากเรื่องที่อานได้และยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในการอาน และนักเรียน
่
่
่
่
ที่มีจุดออนในเรื่องของค าศัพท์ก็ยังจะได้ฝึกฝนจากการอานซ้ า ๆ เพราะวิธีการสอนแบบ SQ4R
ี
เน้นที่การอานซ้ า ๆ อย่างละเอยดจนกว่าจะเข้าใจและจดจ าเรื่องที่อานได้และยังแสดงให้เห็นถึง
่
่
ความเข้าใจของตนเองได้ในขั้นเขียนสรุปใจความ ซึ่งเป็นการใช้ความสามารถที่แท้จริงของ
ี
่
นักเรียนว่าสามารถท าความเข้าใจเรื่องที่อานได้มากน้อยเพยงใด และหากนักเรียนได้รับการ
่
่
ฝึกฝนจากการสอนอานด้วยวิธี SQ4R จนมีความช านาญแล้ว การอานต าราเรียนก็จะไม่เป็น
ปัญหาส าหรับนักเรียนอีกต่อไป
วิธีสอนแบบ SQ4R ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนใช้ทฤษฎีโครงสร้างความรู้ ซึ่งมีบทบาท
่
ส าคัญเป็นอย่างยิ่งในการท าความเข้าใจเรื่องที่อาน เพราะโครงสร้างความรู้ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้
่
่
ผู้อานค้นหา และเลือกข้อมูลที่ต้องการในการตอบค าถามและยังช่วยตีความเรื่องราวที่อาน
ช่วยทบทวนข้อมูลจากความทรงจ าของตนเอง เพอท าให้เรื่องราวที่ขาดหายไปสมบูรณ์ขึ้น
ื่
่
นอกจากนี้การใช้ความรู้เดิมมาท าความเข้าใจเรื่องที่อาน ท าให้การเก็บข้อมูลในสมอง
่
มีความคงทนและมีการเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ หากมีความรู้เดิมกับเรื่องที่อานก็จะท าให้
ื้
ี
่
มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งอกด้วย ทฤษฎีโครงสร้างความรู้ให้ความส าคัญแก่พนความรู้ของผู้อาน
โดยเชื่อว่าพนความรู้มีบทบาทส าคัญต่อความเข้าใจในการอาน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละเลย
ื้
่
ความส าคัญของความรู้ด้านภาษาแต่อย่างใด ดังนั้นการสอนอ่านตามแนวคิดของทฤษฎีโครงสร้าง
18
่
ความรู้ที่มีอยู่บวกกับข้อมูลที่เสนอไว้ในบทอานกับวิธีสอนแบบ SQ4R ซึ่งเป็นวิธีการสอนซึ่ง
่
สามารถช่วยให้นักเรียนสามารถอ่านและเข้าใจเรื่องที่อานได้อย่างรวดเร็ว จดจ าได้ดีและทบทวน
่
่
ื่
เรื่องราวที่อานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพอให้การสอนอาน ที่ใช้วิธีสอนแบบ SQ4R มี
ประสิทธิภาพแก่นักเรียนสูงขึ้น
วิธีการอ่านแบบ SQ4R เป็นเทคนิคการอ่านอย่างคร่าว ๆ มี ๖ ขั้นตอน คือ
๑. Survey (S) อ่านอย่างคร่าวๆ เพื่อหาจุดส าคัญของเรื่อง การอ่านในขั้นนี้ไม่ควรใช้
เวลานาน เกินไป การอ่านคร่าว ๆ จะช่วยให้ผู้อ่านเรียบเรียงแนวคิดต่าง ๆ ได้
๒. Question (Q) การตั้งค าถามจะท าให้ผู้อานมีความอยากรู้อยากเห็น ดังนั้น
่
้
จึงเพิ่มความเขาใจในการอ่านมากยิ่งขึ้น ค าถามจะช่วยให้ผู้อ่านระลึกถึงความรู้เดิมที่มีอยู่เกี่ยวกับ
่
ั
เรื่องที่อาน ค าถามจะช่วยให้ผู้อานเข้าใจเรื่องได้เร็วและที่ส าคัญก็คือ ค าถามจะต้องสัมพนธ์
่
กับเรื่องราวที่ก าลังอานในเวลาเดียวกันก็ควรจะต้องถามตัวเองดูว่าใจความส าคัญที่ผู้เขียนก าลัง
่
พดถึงอยู่นั้นคืออะไร ท าไมจึงส าคัญ ส าคัญอย่างไร และเกี่ยวข้องกับอะไรหรือใครบ้าง ตอนไหน
ู
่
และเมื่อไร อย่างไรก็ตามควรพยายามตั้งค าถามให้ได้เพราะจะช่วยให้การอานในขั้นต่อไปเป็นไป
อย่างมีจุดมุ่งหมายและสามารถจับประเด็นส าคัญได้ถูกต้องไม่ผิดพลาด
่
1
ี
๓. Read (R ) การอานข้อความในบทหรือตอนนั้น ๆ ซ้ าอย่างละเอยดและ
ในขณะเดียวกัน ก็ค้นหาค าตอบส าหรับค าถามที่ได้ตั้งไว้ ในขั้นนี้จะเป็นการอานเพอจับใจความ
ื่
่
่
และจับประเด็นส าคัญ ๆ โดยแท้จริง ขณะที่ก าลังอานอยู่ถ้านึกค าถามได้อกก็อาจใช้วิธีจดบันทึก
ี
ไว้ในที่ว่างริมหน้าหนังสือก่อนแล้วตั้งใจอ่านต่อไปจนกว่าจะได้รับค าตอบที่ต้องการ
่
๔. Record (R2) ให้ผู้เรียนจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้อานจากขั้นตอนที่ ๓ โดยมุ่ง
จดบันทึกในส่วนที่ส าคัญและสิ่งที่จ าเป็นโดยใช้ข้อความอย่างรัดกุมหรือย่อ ๆ ตามความเข้าใจ
ของผู้เรียน
๕. Recite (R3) ให้ผู้เรียนเขียนสรุปใจความส าคัญ โดยพยายามใช้ภาษาของตนเอง
ถ้ายังไม่แน่ใจในบทใดหรือตอนใดให้กลับไปอ่านซ้ าใหม่
่
่
4
๖. Reflect (R ) ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ บทอานที่ผู้เรียนได้อานแล้ว
แสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ผู้เรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องหรือความคิดเห็นไม่สอดคล้อง
่
บางครั้งอาจขยายความสิ่งที่ได้อาน โดยการเชื่อมโยงความคิดจากบทอานกับความรู้เดิมโดยใช้
่
ภาษาอย่างถูกต้อง
ที่มา : ธารทิพย์ แก้วเหลี่ยม. วิธีการอ่านแบบ SQ4R.
จาก http://gotoknow.org/blog/sairung/244531, ๒๕๕๓.
.
19
ตัวอย่ำงกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
ขั้นที่ ๑ S (Survey) กำรอำนเรื่องอย่ำงคร่ำว ๆ เพื่อหำจุดส ำคัญของเรื่อง
่
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านใบความรู้ เรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ๔R
โดยส ารวจเนื้อหาอย่างรวดเร็วแล้วตอบค าถามต่อไปนี้
๑. ชื่อเรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีอ่านแบบ SQ๔R
๒. ผู้แต่ง / ที่มา ธารทิพย์ แก้วเหลี่ยม + วิธีการอ่านแบบ SQ4R.
http://gotoknow.org/blog/sairung/244531
๓. จุดมุ่งหมายในการแต่ง เสนอแนะเทคนิควิธีการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้
วิธีการอ่านแบบ SQ๔R ซึ่งมี ๖ ขั้นตอน
๔. สาระส าคัญ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ4R
มี ๖ ขั้นตอน ได้แก่ การอ่านเนื้อเรื่องอย่างคร่าว ๆ เพื่อหา
จุดส าคัญของเรื่อง การตั้งค าถาม การอ่านอย่างละเอียด เพื่อหา
ค าตอบของค าถามที่ตั้งไว้ การจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ตามความ
เข้าใจของตนเอง การเขียนสรุปใจความส าคัญโดยใช้ส านวน
ของตนเอง การวิเคราะห์ วิจารณ์เรื่องที่อ่านแล้วแสดงความคิดเห็น
20
ขั้นที่ ๒ Q (Question) กำรตั้งค ำถำม
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านใบความรู้ เรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ๔R
แล้วตั้งค าถามให้ครอบคลุมเนื้อหา จ านวน ๕ ค าถาม
ค าถามที่ ๑
การอ่านแบบ SQ๔R มีกขั้นตอน อะไรบ้าง
ี่
ค าถามที่ ๒
การอ่านในขั้น Survey มีความมุ่งหมายอย่างไร
ค าถามที่ ๓
การอ่านในขั้น Survey แตกต่างจากการอ่านในขั้น Read อย่างไร
ค าถามที่ ๔
การเขียนสรุปใจความส าคัญโดยใช้ภาษาของตนเอง เป็นขั้นตอนใดใน
SQ๔R และแตกต่างจากขั้น Record อย่างไร
ค าถามที่ ๕
การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์หรือขยายความสิ่งที่อ่าน ต้องอาศัยการ
เชื่อมโยงสิ่งใดบ้าง
21
่
ขั้นที่ ๓ R๑ (Read) กำรอำนอย่ำงละเอียดเพื่อหำค ำตอบของค ำถำมที่ตั้งไว้
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านใบความรู้ เรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ๔R
แล้วหาค าตอบของค าถามที่ตั้งไว้
ค าตอบที่ ๑
มี ๖ ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ ๑ Survey ขั้นที่ ๒ Question
ขั้นที่ ๓ Read ขั้นที่ ๔ Record ขั้นที่ ๕ Recite ขั้นที่ ๖ Reflect
ค าตอบที่ ๒
เป็นการอ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดส าคัญของเรื่อง และช่วยให้ผู้อ่าน
เรียบเรียงแนวคิดจากเรื่องได้
ค าตอบที่ ๓
ขั้น Survey อ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดส าคัญของเรื่อง แต่ในขั้น
่
Read เป็นการอานข้อความซ้ าอย่างละเอียด และค้นหาค าตอบที่ต้องการ
ค าตอบที่ ๔
ขั้น Recite แตกต่างจากขั้น Record คือเป็นขั้นสรุปใจความส าคัญจากการ
จดบันทึกในขั้น Record
ค าตอบที่ ๕
ต้องเชื่อมโยงความคดจากบทที่อ่าน และความรู้เดิมโดยใช้ภาษา
ิ
อย่างถูกต้อง
22
ขั้นที่ ๔ R๒ (Record) กำรจดบันทึกข้อมูลต่ำง ๆ ตำมควำมเข้ำใจของตนเอง
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านใบความรู้ เรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ๔R
แล้วจดบันทึกข้อความที่ส าคัญอย่างย่อตามความเข้าใจของนักเรียน
บันทึกกำรอ่ำน
การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยวิธีการอ่านแบบ SQ๔R เป็นขั้นตอนการอ่าน ๖ ขั้น
ประกอบด้วย
๑. ขั้นอ่านอย่างคร่าวๆ เพื่อหาจุดส าคัญของเรื่อง (Survey) เป็นการอ่านคร่าว ๆ
จะช่วยให้ผู้อ่านเรียบเรียงแนวคิดของเรื่อง
ิ่
่
๒. ขั้นการตั้งค าถาม (Question) จะท าให้ผู้อานมีความอยากรู้อยากเห็น และเพมความ
เข้าใจในการอ่านมากยิ่งขึ้น และค าถามจะช่วยให้ระลึกถึงความรู้เดิมที่มีอยู่เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
๓. ขั้นการอานอย่างละเอยด (Read) เป็นการค้นหาค าตอบส าหรับค าถามที่ได้ตั้งไว้
ี
่
และเป็นการอ่านเพื่อจับใจความและจับประเด็นส าคัญของเรื่อง
๔. ขั้นจดบันทึก (Record) โดยจดบันทึกในส่วนที่ส าคัญและสิ่งที่จ าเป็นโดยใช้ข้อความ
อย่างรัดกุมตามความเข้าใจของผู้อ่าน
๕. ขั้นสรุปความ (Recite) เขียนสรุปใจความส าคัญ โดยใช้ภาษาของตนเอง
๖. ขั้นวิเคราะห์ วิจารณ์ (Reflect) เป็นการแสดงความคิดเห็นในทางบวกและทางลบ
โดยการเชื่อมโยงความคิดจากความรู้เดิมโดยใช้ภาษาอย่างถูกต้อง
23
ขั้นที่ ๕ R๓ (Recite) กำรเขียนสรุปใจควำมส ำคัญโดยใช้ส ำนวนของตนเอง
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านใบความรู้ เรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ๔R
สรุปใจความส าคัญเป็นแผนผังความคิด แล้วเรียบเรียงโดยใช้ส านวนของตนเอง
๑.ขั้นอ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหา
จุดส าคัญของเรื่อง (Survey)
๖. ขั้นวิเคราะห์ วิจารณ์ ๒. ขั้นการตั้งค าถาม
(Reflect) (Question)
กำรอ่ำนอย่ำงม ี
วิจำรณญำณ โดย
วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
๓. ขั้นการอ่านอย่างละเอียด
๕. ขั้นสรุปความ (Read)
(Recite)
๔. ขั้นจดบันทึก
(Record)
24
ขั้นที่ ๖ R๔ (Reflect) กำรวิเครำะห์ วิจำรณ์เรื่องที่อ่ำนแล้วแสดงควำมคิดเห็น
่
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านใบความรู้ เรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีอานแบบ SQ๔R
แล้ววิเคราะห์ วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นจากประเด็นที่ก าหนดให้
๑. นักเรียนคิดว่าการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีอ่านแบบ SQ๔R
มีประโยชน์อย่างไร
- ช่วยให้มีเป้าหมายในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
- ท าให้สามารถเก็บรายละเอียดของประเด็นส าคัญในเนื้อเรื่องได้อย่างครบถ้วน
- ท าให้การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และมีแนวทางในการอ่าน
อย่างมีวิจารณญาณ
๒. หากนักเรียนทุกคนน าวิธีการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีอ่านแบบ SQ๔R ไป
ใช้ในการเรียนทุกวิชาจะส่งผลอย่างไรต่อนักเรียน
่
- นักเรียนได้เข้าใจมากขึ้น ผลการเรียนก็จะดีขึ้น เพราะการอานเป็นหัวใจส าคัญ
ี
ของการเรียน ดังนั้น การอ่านที่มีเป้าหมายและมขั้นตอนที่ชัดเจนจะช่วยให้มี
แนวทางในการอ่าน และจดบันทึก สรุปเนื้อหาตลอดจนวิเคราะห์วิจารณ์อย่าง
ตรงประเด็น
๓. นักเรียนคิดว่าสิ่งใดส่งผลให้แต่ละคนอ่านจับใจความส าคัญได้แตกต่างกัน
- ความสามารถในการอ่าน การแปลความหมาย การจับใจความส าคัญของเรื่อง
- เทคนิคการตั้งคาถาม และการหาค าตอบของเรื่อง
- การจดบันทึกและการสรุปข้อมูลให้ถูกต้องตรงประเด็น
- ประสบการณ์และความรู้เดิมของผู้อ่าน
25
๔. นักเรียนคิดว่า การตั้งค าถาม มีส่วนช่วยในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ได้อย่างไร
- การตั้งค าถาม ท าให้ผู้อ่านอยากรู้ และเพิ่มเติมความเข้าใจในการอ่านมากขึ้น
ท าให้มีจุดมุ่งหมาย และสามารถจ าประเด็นส าคัญของเนื้อเรื่องได้ถูกต้อง
ไม่ผิดพลาด
๕. นักเรียนสามารถน าวิธี การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีอ่านแบบ SQ๔R ไปใช้
ในชีวิตประจ าวันอย่างไร
- น าไปใช้ในการเรียนทุกกลุ่มสาระ เพราะการเรียนต้องมีกิจกรรมการอ่านเป็น
พื้นฐานส าคัญ ดังนั้นการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีอ่านแบบ SQ๔R
ุ
สามารถน าไปประยุกต์ใช้ในการเรียนได้ทกกลุ่มสาระ
26
แบบฝึกหัดที่ 3
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
่
ขั้นที่ ๑ S (Survey) กำรอำนเรื่องอย่ำงคร่ำว ๆ เพื่อหำจุดส ำคัญของเรื่อง
ล ำไย..คุณค่ำมำกกว่ำควำมหวำน
เมื่อพดถึงผลไม้ในประเทศไทยแล้ว นับเป็นโชคดีของเรา
ู
ที่มีผลไม้ต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกผลผลิตมาให้รับประทาน
กันได้ตลอดทั้งปี และในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนก็จะเป็น
ฤดูกาลของ “ล าไย”ผลไม้รสหวาน หอม อร่อยที่ใครๆ ชื่นชอบ
ล าไยเป็นไม้ผลที่นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส าคัญ มีมูลค่าการส่งออกสูงปีละหลายพันล้าน
บาท นอก จากรับประทานผลสดหรือน ามาปรุงเป็นขนมหวาน เช่น ข้าวเหนียวเปียกล าไย
ิ่
ยังสามารถน ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพอเพมมูลค่าได้ด้วย เช่น ล าไยกระป๋อง ล าไยแช่
ื่
็
แขง ล าไยอบแห้ง น้ าล าไย และไวน์ล าไย ส าหรับคุณค่าทางโภชนาการ พบว่าในเนื้อผลของล าไย
ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามิน
บี วิตามินบีสอง ไนอาซิน วิตามินซี กรดอะมิโน และน้ าตาลซึ่งท าให้ล าไยมีรสหวาน ได้แก่ กลูโคส
ซูโครส และฟรุกโตส
ประโยชน์ทางยาของล าไยตามสรรพคุณแผนโบราณของไทยใช้เมล็ดแก้บาดแผล
มีเลือดออก ห้ามเลือด แก้ปวด สมานแผล แก้แผลมีหนอง และแก้กลากเกลื้อน ใบแก้ไข้หวัด
แก้มาลาเรีย แก้ฝีหัวขาด แก้ริดสีดวงทวาร ดอกแก้โรคเกี่ยวกับหนองทั้งหลาย รากใช้แก้เสมหะ
และลม ถ่ายโลหิตออกทางทวารหนัก แก้ระดูขาวมากผิดปกติ ขับพยาธิเส้นด้าย เปลือกต้น
แก้เสมหะ ขับลมในล าไส้ แก้จุกเสียด สมานแผล แก้น้ าลายเหนียว
27
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ของสารสกัดจากล าไยซึ่งมีการบอกกล่าวสรรพคุณในการบรรเทา
ั
็
อาการปวด ลดการอกเสบของข้อเข่า เส้นเอน และกล้ามเนื้อ ออกวางจ าหน่าย เมื่อศึกษา
จากงานวิจัยพบว่า สารสกัดจากดอก เมล็ด กิ่ง เนื้อผล และเปลือกผล มีฤทธิ์ลดการอกเสบได้ทั้ง
ั
ั
ในเซลล์เพาะเลี้ยงและสัตว์ทดลอง สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ยับยั้งสารกระตุ้นการอกเสบ IL-1
ซึ่งท าให้เกิดการเสื่อมสลายของเซลล์กระดูกข้อเข่า แสดงว่าสารสกัดจากเมล็ดล าไยมีฤทธิ์ต้าน
ั
่
การเสื่อมสลายของเซลล์กระดูกออน ซึ่งจะเป็นแนวทางในการที่จะน ามาพฒนาใช้ในการรักษา
โรคข้อเสื่อมได้ สารสกัดจากดอก สาร proanthocyanidin A2 และ acetonylgeraniin A
ที่แยกได้จากดอก สารสกัดจากเมล็ดล าไย สาร gallic acid, corilagin และ ellagic acid ที่แยก
ได้จากเมล็ด มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ xanthine oxidase ลดระดับของกรดยูริกในเซลล์ตับ
(clone-9 cells) และลดระดับของกรดยูริกในเลือดของหนูที่ถูกเหนี่ยวน าให้เกิดภาวะกรดยูริกใน
เลือดสูงได้ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนผลของการใช้ล าไยในการรักษาโรคเก๊าท์ นอกจากนี้สารสกัด
จากผลยังมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างกระดูกซึ่งอาจช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้
จะเห็นได้ว่าล าไย เป็นผลไม้ที่นอกเหนือจากคุณค่าในด้านเศรษฐกิจและอาหารแล้ว
ยังมีคุณประโยชน์ในทางยาด้วย จากคุณสมบัติเด่นในการต้านอนุมูลอสระ ล าไยจึงมีศักยภาพ
ิ
ุ
ิ
ที่จะน าไปพฒนาเป็นสารต้านอนุมูลอสระจากธรรมชาติ และประยุกต์ใช้ในอตสาหกรรมอาหาร
ั
เครื่องส าอาง และยาได้ โดยเฉพาะสารสกัดจากเมล็ดและเปลือกล าไยที่พบว่ามีฤทธิ์ทาง
เภสัชวิทยาและสารส าคัญหลายชนิดที่น่าสนใจ ซึ่งควรจะน ามาศึกษาเพมเติมโดยเฉพาะ
ิ่
การศึกษาในคน เพอให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นการเพมมูลค่าของวัสดุที่เหลือทิ้ง
ื่
ิ่
จากการบริโภคอีกด้วย
ที่มา : อรัญญา ศรีบุศราคัม ส านักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล จาก https://www.pharmacy.mahidol.ac.th.
28
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ล าไย..คุณค่ามากกว่าความหวาน โดยส ารวจเนื้อหา
อย่างรวดเร็วแล้วตอบค าถามต่อไปนี้ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)
๑. ชื่อเรื่อง
..........................................................................................................................................
๒. ผู้แต่ง / ที่มา
..........................................................................................................................................
๓. จุดมุ่งหมายในการแต่ง
……………………………………………………………………………………………………………
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
4. สาระส าคัญ
……………………………………………………………………………………………………………
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
29
แบบฝึกหัดที่ 4
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
ขั้นที่ ๒ Q (Question) กำรตั้งค ำถำม
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ล าไย..คุณค่ามากกว่าความหวาน แล้วตั้งค าถาม
ให้ครอบคลุมเนื้อหา จ านวน ๕ ค าถาม (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)
ค าถามที่ ๑
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ค าถามที่ ๒
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ค าถามที่ ๓
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ค าถามที่ ๔
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ค าถามที่ ๕
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
.
30
แบบฝึกหัดที่ 5
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
ขั้นที่ ๓ R๑ (Read) กำรอำนอย่ำงละเอียดเพื่อหำค ำตอบของค ำถำมที่ตั้งไว้
่
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ล าไย..คุณค่ามากกว่าความหวาน แล้วหาค าตอบ
ของค าถามที่ตั้งไว้ในแบบฝึกหัดที่ 4 (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)
ค าตอบที่ ๑
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๒
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๓
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๔
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ค าตอบที่ ๕
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
31
แบบฝึกหัดที่ 6
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
ขั้นที่ ๔ R๒ (Record) กำรจดบันทึกข้อมูลต่ำง ๆ ตำมควำมเข้ำใจของตนเอง
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ล าไย..คุณค่ามากกว่าความหวาน แล้วจดบันทึกข้อความ
้
ที่ส าคัญอย่างย่อ ตามความเขาใจของนักเรียน (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)
บันทึกกำรอ่ำน
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
32
แบบฝึกหัดที่ 7
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
ขั้นที่ ๕ R๓ (Recite) กำรเขียนสรุปใจควำมส ำคัญโดยใช้ส ำนวนของตนเอง
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ล าไย..คุณค่ามากกว่าความหวาน สรุปใจความส าคัญ
เป็นแผนผังความคด แล้วเรียบเรียงโดยใช้ส านวนของตนเอง (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)
ิ
33
แบบฝึกหัดที่ 8
กำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณโดยใช้วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R
ขั้นที่ ๖ R๔ (Reflect) กำรวิเครำะห์ วิจำรณ์เรื่องที่อ่ำนแล้วแสดงควำมคิดเห็น
ค ำชี้แจง นักเรียนอ่านบทความ เรื่อง ล าไย..คุณค่ามากกว่าความหวาน แล้ววิเคราะห์ วิจารณ์
และแสดงความคิดเห็นจากการอ่านประเด็นที่ก าหนดให้ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)
ุ
๑. ล าไยมีคณสมบัติที่โดดเด่นอย่างไร
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
๒. เหตุใดล าไยจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส าคัญของไทย
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
๓. หากนักเรียนมีบาดแผล และมีเลือดออก นักเรียนจะใช้ประโยชน์จากส่วนใดของ
ล าไย ในการห้ามเลือด
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
๔. สาร gallic acid, corilaging และ ellagic acid มีฤทธิ์อย่างไร
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
๕. ถ้าชุมชนของนักเรียนปลูกล าไยเป็นจ านวนมาก และผลผลิตล้นตลาด นักเรียนจะมี
วิธีการในการเพิ่มมูลค่าให้กับล าไยอย่างไรบ้าง
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
34
แบบทดสอบหลังเรียน
แบบฝึกเสริมทักษะกำรอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่มที่ ๑ พื้นฐำนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ค ำชี้แจง
๑. แบบทดสอบฉบับนี้ใช้ทดสอบความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ
การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้วิธีการอ่านแบบ SQ๔R เป็นแบบทดสอบปรนัยแบบเลือกตอบ
๔ ตัวเลือก จ านวน ๑๐ ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน ใช้เวลาในการท าแบบทดสอบ ๑๕ นาที
่
ี
๒. นักเรียนอานข้อค าถามและค าตอบให้ละเอยดแล้วท าเครื่องหมายกากบาท () ลงใน
กระดาษค าตอบ โดยเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
อ่ำนข้อควำมต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมข้อ 9 – 10
้
้
ความอวน คือ หนทางสู่โรคร้ายนานาชนิด เพราะความอวนท าให้ระบบเมตาโบลิก
(ระบบเผาผลาญที่ส่งผลต่อการท างานของร่างกาย) และระบบฮอร์โมนในร่างกายท างานเรรวน
ทั้งยังเหนี่ยวน าให้เกิดภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน (ทาให้เกิดโรคเบาหวาน ประเภท ๒) โรคหัวใจ
และหลอดเลือด (คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง) โรคความดันโลหิตสูง มะเร็งบางชนิด
เช่น มะเร็งล าไส้ใหญ่ โรคกระดูกและข้อเสื่อม โรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ
โรคถุงน้ าดี โรคตับ และในผู้หญิงท าให้รอบเดือนผิดปกติ
ที่มา : ศัลยา คงสมบรูณ์เวช : กินอย่างไร ไม่อ้วน ไม่มีโรค
1. ข้อใดเป็นการตั้งค าถามที่ไม่สัมพันธ์กับเนื้อหา
ก. ท าอย่างไรจึงจะไม่อ้วน
ข. ข้อความนี้กล่าวถึงเรื่องใด
ค. ความอ้วนท าให้เกิดโรคใดได้บ้าง
ง. ความอ้วนท าให้เกิดโรคเบาหวานได้อย่างไร
35
2. จากข้อความข้างต้น ผู้เขียนมีความมุ่งหมายอย่างไร
ก. กล่าวถึงสาเหตุของความอ้วน
ข. กล่าวถึงอันตรายที่เกดจากความอ้วน
ิ
ค. กล่าวถึงการดูแลสุขภาพของคนอ้วน
ง. กล่าวถึงแนวโน้มของโรคที่เกิดจากความอ้วน
3. ข้อใดคอประโยชน์ของการตั้งค าถาม
ื
ก. ท าให้หาจุดส าคัญของเรื่องง่ายขึ้น
ข. ข ท าให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อเรื่องได้ตรงประเด็น
ค. ท าให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อเรื่องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ง. ท าให้ประเด็นในเรื่องที่กาลังอ่านเด่นชัดมากขึ้น
่
4. ข้อใดมีวิธีการอานอย่างมีวิจารณญาณต่างจากข้ออื่น
ก. น้ าท่วมและอากาศหนาวส่งผลให้ผักมีราคาแพงกว่าปกติ รวมถึงราคาน้ ามันด้วย
ข. อุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนทางภาคใต้ว่าจะมีพายุเข้าและมีฝนตกชุกหนาแน่น
ค. ระดับน้ าแม่น้ ามูลยังคงทรงตัว มวลน้ าก้อนใหญ่ยังไม่ไหลมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี
ง. พระภิกษุสามเณรในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวลงอย่างรวดเร็ว
่
5. ข้อใด ไมใช่ หลักการอ่านสารให้ความรู้อย่างมีวิจารณญาณ
ก. การวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น รวมถึงหลักฐานอ้างอิง
ข. การประเมินคุณค่าของเรื่องที่อ่าน
ค. การวิเคราะห์ชื่อเสียงของผู้แต่ง
ง. การอ่านอย่างตั้งใจ
6. "อ่านอย่างคร่าว ๆ เพอหาจุดส าคัญของเรื่อง" จากขอความข้างต้นเป็นขั้นตอนในการอ่าน
้
ื่
ข้อใด
ก. ขั้นที่ ๑
ข. ขั้นที่ ๓
ค. ขั้นที่ ๕
ง. ขั้นที่ ๖
36
7. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ขั้น Read (R1) เป็นการอ่านการอ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดส าคัญของเรื่อง
ข. ขั้น Record (R2) เป็นการอ่านข้อความในบทหรือตอนนั้น ๆ ซ้ าอย่างละเอียด
้
ค. ขั้น Recite (R3) เป็นการจดบันทึกขอมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการอ่านข้อมูลอย่างละเอียด
ง. ขั้น Reflect (R4) เป็นการอานที่ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ บทอ่านที่ผู้เรียนได้อานแล้ว
่
่
แสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ผู้เรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องหรือความคิดเห็นไม่
สอดคล้อง
8. ข้อใดให้ความหมายของวิจารณญาณได้อย่างถูกต้อง
ก. รู้จักคิดใคร่ครวญและไตร่ตรองเมื่อรับข่าวสาร
ข. พิจารณาสารที่รับว่ามีความเป็นไปได้ทุกกรณี
ค. แยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของผู้เขียน
ง. พยายามท าความเข้าใจเนื้อหาสาระของเรื่อง
9. ข้อใด ไมใช่ เหตุผลส าคัญที่ต้องอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
่
ก. เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าเรื่องที่อ่านมีความน่าเชื่อถือ
ข. เพราะต้องมีการถ่ายทอดความรู้จากเรื่องที่อ่านไปยังผู้อื่นที่ถูกต้อง
่
ค. เพราะเป็นการเชื่อมโยงความคิดไปยังเรื่องอื่นๆ และได้มุมมองจากเรื่องที่อาน
ง. เพราะต้องการความบันเทิงและความเพลิดเพลินทางอารมณ์จากการอ่านเป็นส าคัญ
เด็กไทยสมัยนี้มีสิ่งยั่วยุท าให้เสียเวลาเรียน เสียเวลาอานหนังสือมากมายทั้งเกมคอมพวเตอร์
ิ
่
โซเชียลเน็ตเวิร์ค เฟชบุ๊ก อินตราแกรม หรือเว็บไซต์ไร้สาระต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ท าให้เด็กใช้งานจน
ิ
ติดเป็นนิสัย เล่นพอดีก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าเล่นนาน ๆ ก็มีผลเสีย หากเล่นเกมหรืออนเทอร์เน็ต
นาน ๆ จะก่อให้เกิดผลกระทบหรือโทษได้หลายประการเช่นกัน ได้แก่ โทษต่อสุขภาพกาย เช่น
แสบตา ปวดข้อมือ ไม่รับประทานอาหารจนแสบกระเพาะ อดนอนจนตื่นสาย ท าให้เพลีย ง่วง
เวลาเรียนหรือเวลางาน เป็นต้น
ที่มา : สิริมงคล ศรีบุญ : ผลเสียของการเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ตนาน ๆ
37
10. บทความนี้กล่าวถึงเรื่องอะไรเป็นประเด็นหลัก
ก. โทษของการไม่สนใจเรียน
ข. การปฏิบัติตนของเด็กไทย
ค. สิ่งยั่วยุต่าง ๆ ท าให้เด็กไทยเสียเวลาเรียน
ง. ผลกระทบและโทษของเกมคอมพิวเตอร์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค
38
กระดำษค ำตอบแบบทดสอบหลังเรียน
แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่มที่ ๑ พื้นฐำนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยกาเครื่องหมายกากบาท ()
ลงในกระดาษค าตอบ
ข้อ ก ข ค ง
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
39
บรรณำนุกรม
กว่ำจะสูงเกินไหล่แม. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://www.vchakarn.com/exam/set/268
่
(15 มิถุนายน 2559)
กำรคิดสร้ำงสรรค์. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://happyhappiness.monkiezgrove.com
(5 มิถุนายน 2559)
แก้ที่จนใจ. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://www.chaoprayanews.com/
(5 มิถุนายน 2559)
ข่ำวสั้นรอบเมือง. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://news.mthai.com/hot-news/general-
News/473146.html (5 มิถุนายน 2559)
ค ำหวำน ๆ ยกยอ. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://kabi.nfe.go.th (24 กรกฎาคม 2559)
จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ และบาหยัน อิ่มส าราญ. กำรใช้ภำษำไทย. กรุงเทพฯ : คณะอักษรศาสาตร์
มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๒๕๔๗.
เตือนใจ คิดดี. กำรพัฒนำควำมสำมำรถในกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ ด้วยวิธีกำร
จัดกำรเรียนรู้แบบอปนัยของจอห์น สจ๊วต มิลล์ ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำ
ุ
ปีที่ ๑. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการสอนภาษาไทย, ภาควิชา
หลักสูตรและ วิธีสอน, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๒๕๕๔.
ธารทิพย์ แก้วเหลี่ยม. วิธีกำรอ่ำนแบบ SQ๔R. (ออนไลน์) แหล่งที่มา :
http://gotoknow.org/blog/sairung/244531. (๒ มกราคม ๒๕59)
นรรัตนราชมานิต, ท่านเจ้าคุณ(ธมมวิตกโกภิกขุ) วัดเทพศิรินทราวาส : กรุงเทพฯ
๒๔๔๐ – ๒๕๑๔.
ฟองจันทร์ สุขยิ่ง และคณะ. ภำษำไทยหลักภำษำและกำรใช้ภำษำ ม.๓.
กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.๒๕๕๑.
ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา. ค ำสอนพ่อ ประมวล
พระบรมรำโชวำท และพระรำชด ำรัสเกี่ยวกับเด็กและเยำวชน. พิมพ์ครั้งที่ ๕.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพกรุงเทพฯ. ๒๕๕๐.
์
วชิราพรรณ จันทร์เทศน์. กำรพัฒนำชุดกำรสอนด้วยตนเอง วิชำภำษำไทย
เรื่อง กำรอ่ำนจับใจควำมส ำคัญส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท ๑.
ี่
สารนิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการศกษาบัณฑิตวิทยาลัย
ึ
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ๒๕๔๙.
40
บรรณำนุกรม (ต่อ)
แววมยุรา เหมือนนิล. กำรอ่ำนจับใจควำม. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก.๒๕๔๑.
่
ศัลยา คงสมบูรณ์เวช. กินอย่ำงไร ไม่อ้วน ไมมีโรค. พิมพครั้งที่ ๖. กรุงเทพฯ : อมรินทร์
์
สุขภาพ. ๒๕๕๑.
สมถวิล วิเศษสมบัติ. วิธีสอนภำษำไทยระดับมัธยมศึกษำ. กรุงเทพฯ : อักษรบัณฑิต.
๒๕๒๕.
สิริมงคล ศรีบุญ. GAT เชื่อมโยง. กรุงเทพฯ : พ.ศ. พัฒนา จ ากัด. 2556.
ส านักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค.คู่มือกำรเผยแพร่ให้ควำมรู้แก่ผู้บริโภค
(ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เท่านั้น. ม.ป.ป.
อรัญญา ศรีบุศราคัม. ล ำไย..คุณค่ำมำกกว่ำควำมหวำน. ส านักงานข้อมูลสมุนไพร
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. 2560.
41
ภำคผนวก
42
กระดำษค ำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่มที่ ๑ พื้นฐำนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยกาเครื่องหมายกากบาท ()
ลงในกระดาษค าตอบ
ข้อ ก ข ค ง
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
43
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
แบบฝึกเสริมทักษะกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
เล่มที่ ๑ พื้นฐำนกำรอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ
ข้อที่ ก่อนเรียน
๑ ค
๒ ง
๓ ข
๔ ก
๕ ง
๖ ค
๗ ก
๘ ง
๙ ก
๑๐ ข
44
เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๑
ข้อที่ ค ำตอบ
๑ ข
๒ ค
๓ ง
๔ ก
๕ ง
๖ ค
๗ ง
๘ ข
๙ ง
๑๐ ก