The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลมุ่
ตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน

พทุ ธศกั ราช 2551

รายวิชา พัฒนาอาชีพใหม้ ีความมั่นคง อช 31003
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอกนั ทรลกั ษ์
สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั ศรสี ะเกษ



คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นเคร่ืองมือสาคัญสาหรับครูที่จะทาให้การจัดการเรียนรู้บรรลุเป้าหมาย
ที่ต้องการ เป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้าโดยศึกษาในเร่ือง สาระพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2545) หมวด 3 ระบบการศกึ ษา และ หมวด 4 แนวการจดั การศึกษาทุกมาตรากรอบของ
การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เอกสาร
เก่ียวกับการประกันคุณภาพการศึกษา โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานเอกสารเก่ียวกับ
เนื้อหาในรายวิชาที่จัดการเรียนรู้ และศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ วิธีการจัดการเรียนรู้แบบต่าง ๆ
ซ่ึงเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญและรูปแบบการเรียนรู้ โดยกาหนดให้ใช้รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ กศน.
(ONIE MODEL) ซ่ึงมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขัน้ ตอนที่ 1 การกาหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O
: Orientation) ข้ันตอนท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N : New ways of learning) ขั้นตอนท่ี
3 การปฏิบัติและนาไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) ข้ันตอนท่ี 4 การประเมินผล (E : Evaluation)
แผนการเรียนรู้จะทาให้ครูได้คู่มือการจัดการเรียนรู้ ทาให้ดาเนินการจัดการเรียนรู้ได้ครบถ้วนตรงตามหลักสูตร
และจัดการเรยี นรไู้ ด้ตรงเวลา

ในการจัดทาแผนการเรียนรู้ดังกล่าว สาเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือจากผู้บริหาร ครู กศน.และ
นักศกึ ษา ท่ีไดเ้ สนอแนะความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ย่งิ ต่อการพัฒนาเปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ ขอขอบคุณ
ในความร่วมมอื มาในโอกาสน้ี

24 พฤศจกิ ายน 2563

สำรบญั ค

คาอธิบายรายวิชา และรายละเอียดคาอธบิ ายรายวชิ า หน้า
ตารางวเิ คราะห์เน้ือหา 1
ตารางวิเคราะห์หลักสตู ร 2
แผนการจัดการเรียนรู้ 4

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 เร่ือง ศกั ยภาพธรุ กิจ 7
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เร่อื ง การจัดทาแผนพัฒนาการตลาด 29
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 เรื่อง การจดั ทาแผนพฒั นาการผลติ หรอื บริการ 43
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เรือ่ ง การพฒั นาธรุ กจิ เชิงรุก 58
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 เรอ่ื ง โครงการพัฒนาอาชพี ใหม้ คี วามมัน่ คง 66
คณะผจู้ ดั ทา

1

คาอธบิ ายรายวชิ า อช31003 พฒั นาอาชพี ใหม้ ีความม่นั คง จานวน 2 หนว่ ยกิต
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

มาตรฐานการเรียนรูร้ ะดับ
มีความรู้ ความเข้าใจในการพฒั นาอาชพี ใหม้ ผี ลติ ภณั ฑ์หรืองานบริการ สรา้ งรายไดพ้ อเพยี งตอ่ การ

ดารงชีวิต มเี งนิ ออมและมีทุนในการขยายอาชีพ

ศกึ ษา และฝึกทักษะเกี่ยวกับการพัฒนาอาชพี เพื่อให้มีความมนั่ คง ดงั นี้ คือ
ความหมาย ความสาคัญ ความจาเปน็ ในการพฒั นาอาชีพศกั ยภาพธุรกิจของตนเอง ชมุ ชน ความ

จาเปน็ และคุณค่าของการวเิ คราะหศ์ ักยภาพธุรกิจ
การวิเคราะหต์ าแหน่งธรุ กิจ (ระยะเร่มิ ต้น ระยะสร้างตวั ระยะทรงตัว ระยะตกต่าหรอื สงู ขนึ้ ) การ

วิเคราะหธ์ รุ กิจตามศกั ยภาพ 5 ด้านได้แก่ ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติในแตล่ ะพน้ื ท่ี ศักยภาพของพืน้ ทตี่ าม
ลักษณะภูมิอากาศ ศกั ยภาพของภมู ปิ ระเทศและทาเลท่ีต้งั ของแตล่ ะพื้นที่ ศักยภาพของศิลปะ วฒั นธรรมประเพณี
และวถิ ีชวี ิตของแต่ละพ้ืนท่ี ศกั ยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในแตล่ ะพ้นื ท่ีบนเส้นทางของเวลา

การจัดทาแผนพฒั นาการตลาด การกาหนดทิศทางการตลาด การกาหนดเป้าหมายการตลาดการ
กาหนดกลยุทธ์สู่เปา้ หมายบนพ้นื ฐานศกั ยภาพธรุ กจิ ที่เป็นอยู่ การวเิ คราะหก์ ลยทุ ธก์ าหนดกจิ กรรมแผนการ
พัฒนาการตลาด

การจดั ทาแผนพัฒนาการผลิตหรือการบรกิ าร การกาหนดคุณภาพผลผลิตหรือการบริการ การวเิ คราะห์
ทนุ ปัจจัยการผลิตหรือการบรกิ าร การกาหนดเปา้ หมายการผลิตหรือการบรกิ าร การกาหนดแผนกจิ กรรม พัฒนา
ระบบการผลติ หรอื การบริการ

การพัฒนาธุรกิจเชิงรกุ ความจา เปน็ และคณุ ค่าของธรุ กิจเชิงรุก การแทรกความนยิ มเขา้ สคู่ วามตอ้ งการ
แทจ้ รงิ ของผูบ้ รโิ ภค รูปลกั ษณ์คณุ ภาพใหม่ เพ่มิ ชอ่ งทางเข้าถงึ ลกู ค้าปฏบิ ัติการ จดั ทาแผน และโครงการพัฒนา
อาชีพใหม้ คี วามมัน่ คง

การจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้
เป็นการศกึ ษาปฏบิ ตั จิ ริงด้วยการวเิ คราะหศ์ ักยภาพธุรกิจ การจดั ทาแผนพฒั นาการตลาด การจัดทา

แผนพัฒนาการผลติ การพฒั นาธุรกิจเชงิ รุก การพฒั นาองคก์ รให้มีประสทิ ธิภาพ อาจสรา้ งสถานการณ์จาลอง
ข้นึ มา หรอื พาไปศกึ ษาของจรงิ เพอื่ ฝึกปฏบิ ัติและนาแผนปฏิบัตกิ ารต่าง ๆ เขา้ ส่วู ถิ ีชีวติ หรอื ดาเนนิ การจริง
ตามวถิ ีชีวิต เพอ่ื ผเู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้สามารถพฒั นาอาชีพของตน หรือชมุ ชน ให้มคี วามมน่ั คง (พออยู่ พอกิน
มีรายได้ มีการออม และมที ุนในการขยายอาชพี )

การวัดและประเมนิ ผล
ประเมินจากสภาพจริงจากผลงานการเรียนรู้ และผลการเรยี นรู้ การจัดทาแผนและโครงการพัฒนา

อาชีพใหม้ คี วามมัน่ คง

ตารางวิเคร
อช31003 พัฒนาอาชพี ใหม้ ีความม
มาตรฐานการเรียนรู้ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการพัฒนาอาชพี ใหม้ ผี ลติ ภัณฑห์ รอื งานบ

ท่ี หวั เรื่อง ตัวช้วี ัด

1 ศักยภาพธรุ กิจ 1.อธิบายความหมาย ความสาคัญ และความจาเป
อาชีพ เพื่อให้มคี วามม่ันคง
2.อธิบายความจาเปน็ และคุณค่าของการวเิ คราะ
ธุรกจิ
3.วเิ คราะหต์ าแหน่งธุรกิจในระยะตา่ ง ๆ

2 การจดั ทาแผนพัฒนา 4.วิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจบนเส้นทางของเวลา
การตลาด 1.กาหนดทศิ ทางการตลาด
2.กาหนดเป้าหมายการตลาด
3.กาหนดกลยุทธ์สเู่ ปา้ หมาย
4.วเิ คราะห์กลยทุ ธ์
5.กาหนดกจิ กรรมและแผนการพัฒนาการตลาด

2

ราะหเ์ นอ้ื หา
มั่นคง ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
บริการ สร้างรายไดพ้ อเพยี งตอ่ การดารงชีวิต มีเงินออมและมีทนุ ในการขยายอาชีพ

จานวน
เน้อื หา (ชว่ั โมง)

ปน็ ของการพัฒนา 1.ความหมาย ความสาคญั และความจาเป็นของการ 20
ะห์ศกั ยภาพของ พัฒนาอาชีพ
2.ความจาเปน็ ของการวเิ คราะห์ศักยภาพธุรกจิ
3.การวเิ คราะหต์ าแหน่งธรุ กิจ
- ระยะเรม่ิ ต้น
- ระยะสร้างตวั
- ระยะทรงตวั
- ระยะตกต่าหรือสงู ขึน้
4.การวิเคราะห์ศักยภาพธรุ กจิ บนเส้นทางของเวลา

1.การกาหนดทิศทางการตลาด 15
2.การกาหนดเป้าหมายการตลาด
3.การกาหนดกลยทุ ธ์ส่เู ปา้ หมาย
4.การวเิ คราะห์กลยุทธ์
5.กจิ กรรมและแผนการพัฒนาการตลาด

ที่ หวั เรอ่ื ง ตวั ชวี้ ัด

3 การจดั ทาแผนพัฒนาการ 1.อธบิ ายการกาหนดคุณภาพผลผลิตหรือการบรกิ
ผลิตหรอื การบริการ 2.สามารถวเิ คราะห์ทนุ ปัจจัยการผลิตหรือการบร
3.กาหนดเปา้ หมายการผลติ หรอื การบริการ
4 การพฒั นาธุรกิจเชงิ รุก 4.กาหนดแผนกจิ กรรมการผลิต
5.พัฒนาระบบการผลติ หรือการริการได้
1.อธิบายความจาเป็น และคุณค่าของธรุ กิจเชิงรุก
2.อธบิ ายการแทรกความนิยมเข้าสู่ความต้องการ
อย่างแทจ้ ริง
3.อธิบายการสรา้ งรูปลกั ษณ์ คุณภาพสินค้าใหม่
4.อธิบายการพัฒนาอาชีพให้มคี วามม่นั คง

5 โครงการพัฒนาอาชีพใหม้ ี 1.วิเคราะหค์ วามเป็นไปไของแผนการตลาดและก

ความมนั่ คง บริการ

2.เขียนโครงการการพัฒนาอาชพี ได้
3.ตรวจสอบความเปน็ ไปได้ของโครงการพัฒนาอ
4.ปรับปรงุ โครงการพฒั นาอาชีพ

3

การ เนือ้ หา จานวน
ริการ (ช่วั โมง)
1.การกาหนดทุนการผลติ หรือการบริการ
ก 2.การวเิ คราะหท์ ุนปัจจยั การผลิตหรือการบริการ 15
รของผู้บริโภคได้ 3.การกาหนดเป้าหมายการผลติ หรอื การบริการ
4.การกาหนดแผนกจิ กรรม 15
5.การพฒั นาระบบการผลิตหรอื การบริการ
1.ความจาเปน็ และคณุ ค่าของธรุ กิจเชิงรกุ
2.การแทรกความนิยมเขา้ สูค่ วามตอ้ งการของผู้บรโิ ภค

การผลติ หรอื การ 3.สร้างรูปลกั ษณ์คุณภาพสินค้าใหม่ 15
อาชพี 4.การพฒั นาอาชพี ให้มีความมัน่ คง เข้มแข็ง ย่ังยนื (พอ
อยู่ พอกนิ มีรายได้ มีการออม และมที ุนในการขยาย
อาชพี )
1.การวิเคราะห์ความเป็นไปไดข้ องแผนการตลาดและ
การผลิตหรือการบริการ
2.การเขียนโครงการการพฒั นาอาชีพ
3.การตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ
4.การปรบั ปรงุ โครงการพัฒนาอาชพี

ตารางวเิ คราะห์หลักสตู ร สาระการประกอบอาชีพ อช31003

หวั เรอ่ื ง ตัวชีว้ ัด เนอื้ หา

1. ศกั ยภาพ 1. อธิบายความหมาย ความสาคัญ และ 1. ความหมาย ความสาคัญแ
ธรุ กิจ ความจาเป็นของการพฒั นาอาชพี จาเปน็ ของการพัฒนาอาชีพ
เพอื่ ให้มีความม่ันคง
2. การจดั ทา 2. ความจาเป็นของการวิเ
แผนพฒั นา 2. อธิบายความจาเป็น และคุณคา่ ของ ศกั ยภาพธุรกิจ
การตลาด การวเิ คราะห์ศกั ยภาพของธุรกจิ
3. การวิเคราะห์ตาแหนง่ ธรุ กิจ
3. วเิ คราะหต์ าแหน่งธรุ กจิ ในระยะต่างๆ - ระยะเรมิ่ ต้น
4. วิเคราะหศ์ ักยภาพธุรกจิ บนเส้นทาง - ระยะสร้างตวั
- ระยะทรงตัว
ของเวลา - ระยะตกตา่ หรือสูงขนึ้

1. กาหนดทิศทางการตลาด 4. การวิเคราะห์ศักยภาพธ
2. กาหนดเปา้ หมายการตลาด เส้นทางของเวลา
3. กาหนดกลยุทธ์สเู่ ป้าหมาย
4. วิเคราะห์กลยทุ ธ์ 1. กาหนดทิศทางการตลาด
5. กาหนดกจิ กรรมและแผนการ 2. การกาหนดเปา้ หมาย
3. การกาหนดกลยทุ ธส์ ู่เป้าหม
พัฒนาการตลาด 4. การวิเคราะห์กลยุทธ์
5. กิจกรรมและแผนการพัฒ

ตลาด

4

3 พฒั นาอาชีพให้มีความมน่ั คง ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

ระดับการเรยี นรู้ รปู แบบ

ช.ม. ง่าย ปาน ยาก กรต. พก. ทาง ช้นั อธั ยา โครง อน่ื ๆ
กลาง (ชม.) (ช.ม.) ไกล เรียน ศยั งาน (ช.ม.)
(ช.ม.) (ช.ม.) (ช.ม.) (ช.ม.)

และความ 20   
พ (14) (3) (3)

เ ค ร า ะ ห์



ธุ ร กิ จ บ น 
15   (12) (3)

มาย
ฒนาการ

หวั เรื่อง ตัวชว้ี ดั เน้ือหา

3. การจดั ทา 1. อธบิ ายการกาหนดคุณภาพผลผลติ 1. การกาหนดทุนการผลิตห
แผนพัฒนา หรือการบริการ บริการ
การผลิตหรือ
การบรกิ าร 2. สามารถวเิ คราะห์ทุนปัจจัยการผลิต 2. การวิเคราะห์ทุนปัจจัยก
หรือการบริการกาหนดเป้าหมายการ หรือการบริการ
4. การพฒั นา ผลติ หรือการบริการ
ธุรกิจเชิงรุก 3. การกาหนดเป้าหมายการผ
3. กาหนดเป้าหมายการผลติ หรือการ การบริการ
บรกิ าร
4. การกาหนดแผนกจิ กรรม
4. กาหนดแผนกิจกรรมการผลิต 5. การพัฒนาระบบการผลิต
5.พฒั นาระบบการผลิตหรอื การบรกิ ารได้
1. อธบิ ายความจาเปน็ และคุณคา่ ของ บริการ
1. ความจาเป็น และคุณค่าข
ธุรกิจเชงิ รุก
2. อธบิ ายการแทรกความนยิ มเข้าสู่ เชิงรกุ
2. การแทรกความนิยมเข้า
ความต้องการของผ้บู ริโภคได้อยา่ ง
แทจ้ รงิ ต้องการของผบู้ ริโภค
3. อธบิ ายการสรา้ งรปู ลกั ษณ์คุณภาพ 3. สรา้ งรปู ลกั ษณค์ ณุ ภาพสนิ
สินคา้ ใหม่ 4. การพัฒนาอาชีพให้มีควา
4. อธิบายการพฒั นาอาชีพให้มีความ
มั่นคง เข้มแข็ง ย่ังยืน (พออยู่ พ
รายได้ มีการออม และมีท
ขยายอาชีพ)

5

ระดับการเรยี นรู้ รูปแบบ

ช.ม. ง่าย ปาน ยาก กรต. พก. ทาง ชัน้ อัธยา โครง อน่ื ๆ
กลาง (ชม.) (ช.ม.) ไกล เรยี น ศัย งาน (ช.ม.)
หรือการ 15 (ช.ม.) (ช.ม.) (ช.ม.) (ช.ม.)
การผลิต
 

(12) (3)

ผลิตหรือ

ตหรือการ 
(12) (3)
ของธุรกิจ 15  

าสู่ความ

นค้าใหม่
ามมั่นคง
พอกิน มี
ทุนในการ

หัวเร่อื ง ตัวชี้วดั เน้ือหา

5. โครงการ 1. วเิ คราะหค์ วามเปน็ ไปของแผนการ 1. การวิเคราะห์ความเป็นไ
พฒั นาอาชีพ ตลาดและการผลติ หรือการบรกิ าร แผนการตลาดและการผ
ให้มีความ การบริการ
ม่นั คง 2. เขียนโครงการการพัฒนาอาชีพได้
3. ตรวจสอบความเปน็ ไปได้ของ 2. การเขยี นโครงการพัฒนาอ
3. การตรวจสอบความเป็นไ
โครงการพัฒนาอาชีพ
4. ปรบั ปรงุ โครงการพัฒนาอาชีพ โครงการ
4. การปรับปรุงโครงการพัฒน

6

ระดับการเรยี นรู้ รูปแบบ

ช.ม. งา่ ย ปาน ยาก กรต. พก. ทาง ชน้ั อธั ยา โครง อน่ื ๆ
กลาง (ชม.) (ช.ม.) ไกล เรียน ศยั งาน (ช.ม.)
ไปได้ของ 15 (ช.ม.) (ช.ม.) (ช.ม.) (ช.ม.)
ผลิตหรือ
 

(12) (3)

อาชีพ
ไปได้ของ

นาอาชพี

7

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
กลุ่มสำระกำรประกอบอำชพี รำยวชิ ำ พัฒนาอาชพี ใหม้ ีความมน่ั คง (อช 31003) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

เร่อื งที่ 1 ศกั ยภาพธรุ กจิ เวลา 3 ช่วั โมง
สอนวันท่ี ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ
มคี วามรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาอาชีพ ใหม้ ีผลิตภัณฑห์ รืองานบริการ สร้างรายได้พอเพยี งต่อการดารงชีวิต มี
เงินออมและมที นุ ในการขยายอาชพี
ตวั ชีว้ ดั
อธบิ ายความหมาย ความสาคัญ และความจาเปน็ ของการพัฒนาอาชีพ เพื่อให้มีความมนั่ คง
เน้ือหาสาระ
ความหมาย ความสาคัญ และความจาเป็นขอกการพฒั นาอาชพี
การจดั กระบวนการเรียนรู้
ขัน้ ตอนท่ี 1 ขั้นกาหนดสภาพปญั หาความต้องการในการเรยี นรู้ (O : Orientation)
1.1 ครูแจง้ วตั ถุประสงคใ์ นการเรยี นให้ผ้เู รยี นได้รบั ทราบ ใช้เวลา 10 นาที
1.2 ครูให้ผเู้ รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรอื่ งความหมายความสาคัญและความจาเป็นของการพัฒนาอาชีพ
เพ่ือความม่นั คง จานวน 10 ข้อ ใช้เวลา 20 นาที
1.3 ครแู ละผู้เรยี นรว่ มกันกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้เรื่องความหมาย ความสาคญั และ
ความจาเปน็ ของการพัฒนาอาชพี

ข้นั ตอนท่ี 2 การแสวงหาความรู้ (N : New ways of learning)
2.1 ให้ผู้เรยี นศึกษาใบความรู้ เรื่อง ความหมายความสาคัญและความจาเปน็ ของการพฒั นาอาชพี เพื่อความ

มนั่ คง และดูคลปิ วิดโี อ เรอื่ ง ความหมายความสาคญั และความจาเป็นของการพัฒนาอาชีพเพ่ือความมั่นคงหลงั
จากน้ันให้ผู้เรียนทาใบงานที่ 1 ใชเ้ วลา 60 นาที

2.2 ครแู ละผู้เรียนรว่ มกนั แลกเปลยี่ นเรียนรู้ และสรุปความร้เู บือ้ งตน้ ท่ีได้ไปศึกษา ค้นควา้ เรยี นรมู้ าจาก
แหล่งเรยี นรูต้ า่ ง ๆ เพ่ือนามาประยุกตใ์ ช้

ขั้นตอนที่ 3 การปฏบิ ตั ิและการนาไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation)
3.1 ผ้เู รียนสามารถนาความรู้ และประสบการณห์ ลังจากการเรียนรู้ดว้ ยตน
3.2 ผเู้ รยี นสามารถแก้ไขปัญหา อปุ สรรคในการทางานได้แต่ละครั้งพร้อมสรปุ จัดทารายงานรวบรวมเป็น

แฟ้มสะสมงาน

8

ขัน้ ตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation)
4.1 ครใู ห้ผเู้ รียนทาแบบทดสอบก่อน-หลังเรยี น
4.2 ครูและผูเ้ รยี นเฉลยแบบทดสอบร่วมกนั
4.3 ครมู อบหมายงาน กรต.

ส่อื / แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือแบบเรียนวิชาพฒั นาอาชีพใหม้ คี วามมั่นคง ระดบั ม.ปลาย (E-book)
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
3. ใบความรู้
4. ใบงาน
5. Internet

การวัดผลและประเมนิ ผล
1. สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ มของผู้เรยี นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความตัง้ ใจ ความสนใจ
2. ผลงาน/ชิน้ งาน /ใบงาน
3. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลงั เรยี น

9

ใบความรู้ ที่ 1
เรื่อง ความหมายความสาคญั และความจาเป็นของการพัฒนาอาชพี เพ่ือความม่ันคง

ความหมายของการพัฒนาอาชพี
อาชีพ (Career) หมายถึง ส่ิงท่ีบุคลากรทาเพื่อการดารงชีวติ โดยใช้ความรู้ ทักษะ และความสามารถ

ของตนที่ไดร้ ับจากการศึกษาและฝกึ อบรม เชน่ อาชีพแพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ ชา่ งไฟฟา้ ช่างไม้ เป็น
ตน้ แต่ในทน่ี ้จี ะให้ความหมายของคาว่าอาชีพ คือ “ลาดบั ของตาแหน่งซึง่ บุคคลดารงอยู่ภายในช่วงชวี ติ ของเขา”
(De Cenzo & Robbins, 1994) ดังน้ัน บุคลากรทกุ คนท่ีทางานโดยได้รับหรือไม่ไดร้ บั คา่ ตอบแทน จะถอื ว่าเป็น
บุคคลที่มีอาชพี ทงั้ ส้นิ

การพัฒนาอาชีพ (Career development) หมายถงึ กระบวนการซึ่งองคก์ ารจัดขน้ึ เพอ่ื ช่วยเหลอื
บุคลากรในการจัดการกบั อาชีพของ ซ่งึ อาจจะไดแ้ กก่ ารประเมนิ ศักยภาพของบุคคล กาหนดเส้นทางอาชีพที่
เหมาะสม วางแผน และฝกึ อบรม เพอื่ ส่งเสรมิ ให้บคุ ลากรมกี รพัฒนาและความกา้ วหน้าในงาน
ประโยชน์และความจาเป็นของการพัฒนาอาชีพ

การพฒั นาอาชีพของบคุ ลากร มีความสาคญั และก่อให้เกิดประโยชนแ์ ก่องคแ์ ละตนเองหลายประการ
ดังต่อไปนีค้ ือ

-ช่วยรับประกนั ว่าบคุ ลากรท่ีมีความสามารถจะอยู่กบั องค์การตอ่ ไป บคุ ลากรทม่ี ีความสามารถและ
ประสบการณ์ ย่อมเปน็ ท่ตี ้องการขององค์ทุกแหง่ และบคุ คลเหลา่ นส้ี ามารถท่จี ะหางานใหมไ่ ด้อย่างรวดเร็วและ
ง่ายดาย หากพวกเขารสู้ กึ ว่าองค์การไมไ่ ด้ใหค้ วามสาคัญแก่พวกเขา และไมไ่ ด้รับนโยบายหรอื มาตรการใด ๆ ทจี่ ะ
ส่งเสรมิ ความกา้ วหนา้ ในอาชีพแก่พวกเขาแล้ว โอกาสท่ีพวกเขาจะลาออกจากงานก็มีสูงยงิ่ ข้นึ ดงั น้นั โครงการ
ดา้ นการพัฒนาอาชีพจะเปน็ สิ่งเหนย่ี วร้ังมใิ หบ้ ุคลากรทมี่ คี วามสามารถเหล่านี้ออกจากองค์การไป ขณะเดียวกันการ
พฒั นาอาชีพสาหรบั ตนเองก็จะทาให้เกดิ ความม่ันคงในอาชีพของตนเอง และกา้ วสคู่ วามกา้ วหนา้ ในอาชีพท่ีประกอบ
อยู่ตอ่ ไป

- ชว่ ยให้องค์การสามารถดงึ บุคลากรท่ีมีความสามารถสูงเข้ามาทางานไดม้ ากขน้ึ บุคคลที่มีความสามารถสงู
มักจะพจิ ารณาเลอื กทางานกับองค์การ ซึ่งให้ความสาคัญตอ่ อนาคตและความก้าวหนา้ ของบุคลากร ดงั นั้น หาก
องค์การใดท่ีมโี ครงการดา้ นการพัฒนาอาชีพ กย็ อ่ มจะมีความได้เปรยี บในการดงึ ดูดบุคลากรเหล่านั้นให้เข้ามา
ทางานกบั ตนเอง

- ช่วยสร้างภาพลักษณท์ ่ีดี องค์การที่ใหค้ วามสาคญั และความสนใจแกอ่ นาคตและความกา้ วหนา้ ของ
บคุ ลากร ย่อมจะทาใหท้ ้ังบุคลากรภายในองค์การและบคุ ลากรภายนอกองค์การนน้ั ดว้ ยความรู้สกึ ทด่ี ี ซง่ึ จะช่วย

10

สง่ เสริมภาพลักษณแ์ ละช่ือเสียงใหอ้ งค์การเป็นอย่างดี ขณะเดยี วกนั ผทู้ ่ปี ระกอบอาชีพส่วนตวั กจ็ ะเกิดผลดใี นดา้ น
ภาพลักษณ์ของตนเองต่อลูกค้าและผูพ้ บเห็นด้วยเช่นกนั

- ชว่ ยใหบ้ คุ ลากรมีการพัฒนาตนเองและลดความล้าสมยั การทางานในตาแหน่งหนึง่ ๆ อนั อาจจะทาให้
บคุ ลากรลา้ หลงั ต่อความเปล่ียนแปลงตา่ ง ๆ ดังนน้ั การพัฒนาอาชีพจะช่วยใหบ้ คุ ลากรมีการพัฒนาตนเองอยู่
ตลอดเวลา ทัง้ นเี้ พราะบุคลากรเหลา่ นั้นจาเป็นตอ้ งเพิ่มพูนความร้แู ละความสามารถต่าง ๆทจี่ าเป็นก่อนที่จะ
สามารถก้าวขึน้ สู่ตาแหน่งอน่ื ๆ สาหรับผทู้ ป่ี ระกอบอาชีพสว่ นตวั ก็จะเพ่ิมความสามารถในการเลือกประกอบ
อาชีพเพ่ิมขึน้ ลดความเบ่อื หน่ายจาเจของอาชพี และยังเพิ่มทกั ษะและเทคโนโลยใี นการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้นอกี
ด้วย

ลิงค์คลิปวิดโี อจากช่องยูทูบ : https://www.youtube.com/watch?v=0XCoOURNNMA

11

ใบงานท่ี 1

คาชแ้ี จง ใหผ้ ู้เรยี นทกุ คนสรุปสาระสาคัญของเรื่องที่ศึกษามาโดยสงั เขปตามประเด็นต่อไปน้ี

1. การพัฒนาอาชีพ หมายถึง....................................................................................................................................
2. ความมัน่ คง หมายถึง...................................................................................................................................
3. ศักยภาพของธรุ กิจ หมายถึง..................................................................................................................................
4. ศกั ยภาพในอาชพี หมายถงึ ..................................................................................................................................
5. เส้นทางของเวลา หมายถึง..................................................................................................................................
6. การวเิ คราะหศ์ ักยภาพบนเส้นทางของเวลา หมายถงึ .............................................................................................
7. ศักยภาพของการขยายอาชพี หมายถึง.................................................................................................................
8. ประสทิ ธิภาพรวมของการดาเนินการขยายอาชีพมีตวั แปรเท่าใด หมายถึง.............................................................
9. ประสิทธิภาพแตล่ ะปจั จยั ต้องมีค่าเทา่ ใด................................................................................................................
10. เกณฑ์การประเมินต่ากว่า 0.5 หมายถงึ อะไร.......................................................................................................

แนวการตอบ

1.การประกอบอาชพี ที่มีการพฒั นาสนิ คา้ หรือผลิตภณั ฑใ์ ห้ตรงกบั ความต้องการของลกู ค้าอยตู่ ลอดเวลา
2.การเกดิ แน่นและทนทานไม่กลบั
3.ธรุ กจิ ทบ่ี คุ คลท่ีมีความสามารถพัฒนาสินคา้ นัน้ ๆใหอ้ ยู่ในตลาดได้อยา่ งมัน่ คง
4.ภาวะแฝงหรือานาจแฝงท่ีมีอยู่ในปัจจยั ดาเนนิ การอาชีพ
5.วงจรของการประกบอาชีพ ธรุ กจิ สนิ คา้ หรือบรกิ ารในชว่ งระยะเวลาหนึ่งของการดาเนินการ
6.การแยกแยะกระบวนการทางธุรกิจ
7.เป็นตวั เลขบง่ ชค้ี วามตรงกนั
8.-1ถึง 1
9. 0.5 ขึ้นไป
10.การขยายอาชพี มีศกั ยภาพต่าต้องแก้ไข

12

ใบความรู้ ที่ 2

เรื่อง ความจาเปน็ ของการวเิ คราะหศ์ กั ยภาพทางธรุ กิจ

การวิเคราะห์ (Analysis) หมายถงึ การแยกแยะสง่ิ ท่ีจะพจิ ารณาออกเป็นส่วนย่อย ท่มี ีความสัมพันธก์ ัน
รวมทงั้ การสืบคน้ ความสัมพนั ธ์ของส่วนตา่ ง ๆ เพ่ือดวู า่ สว่ นประกอบปลกี ย่อยนั้นสามารถเขา้ กนั ได้หรอื ไม่ ซงึ่ จะชว่ ย
ให้เกิดความเข้าใจต่อสิง่ หนึ่งส่ิงใดอยา่ งแทจ้ รงิ โดยพน้ื ฐานแลว้ การวิเคราะหถ์ ือเป็นทักษะท่ีมนุษย์ฝึกได้ โดยมีผู้
กล่าวไวว้ า่ ทักษะการวเิ คราะห์ประกอบด้วย 3 สว่ นคือ

1. ความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์ ตลอดจนทัศนะคติในเคร่ืองทจี่ ะวเิ คราะห์น้นั ๆ 40% รวมเรียกว่าศาสตร์
2. ศิลปะในการใช้ภาษา การส่ือสาร การถ่ายทอดให้ผู้อ่นื เขา้ ใจมุมมอง 40% รวมเรียกว่าศิลปะ
3. สญั ชาติญาณและความกล้าหาญอกี 20% เรยี กวา่ พรสวรรค์
วิธีคดิ วิเคราะห์

การวิเคราะห์ คือ การพิจารณาแยกสง่ิ ใดสิ่งหนง่ึ ออกเป็นสว่ นๆ เพื่อทาความเขา้ ใจแตล่ ะส่วนให้แจ่มแจ้ง
แล้วทาความเข้าใจต่อไปวา่ แตล่ ะสว่ นสัมพันธ์เกยี่ วเน่ืองกันอยา่ งไร ก่อนทเี่ ราจะสามารถแยกแยะสิ่งที่เราจะ
พิจารณาออกเป็นสว่ น ๆ ได้ เราจาเป็นต้องมหี ลักความรู้เพียงพอทจ่ี ะนามาใช้ในกระบวนการคดิ วเิ คราะห์
ข้นั ตอนของวิธีคิดเชงิ วิเคราะห์

1. กาหนดขอบเขตหรือนิยามสิง่ ที่เราจะวเิ คราะห์ให้ชดั เจน
2. กาหนดจดุ ม่งุ หมายวา่ จะวเิ คราะห์เพ่ืออะไร
3. พจิ ารณาหลักความรหู้ รอื ทฤษฎีท่ีเกี่ยวขอ้ งว่าจะใช้หลกั ใดในการวิเคราะห์
4. ใช้หลกั ความรนู้ ้นั ใหต้ รงกบั เร่ืองท่จี ะวิเคราะหเ์ ปน็ กรณีๆไปและตอ้ งรู้ว่าควรจะวเิ คราะหอ์ ยา่ งไร
5. สรุปและรายงานผลใหเ้ ปน็ ระเบียบ
เหตผุ ลหลกั ทผี่ ู้ประกอบการจะต้องทาการวเิ คราะห์ศกั ยภาพทางธรุ กิจ

• เพื่อทจ่ี ะไดเ้ หน็ ทศิ ทางเชิงกลยทุ ธข์ องธุรกจิ
• เปน็ การสอื่ ทศิ ทางของธรุ กจิ ให้แกบ่ ุคคล หรอื องคก์ รทีส่ ามารถจดั สรร เงินทุนใหไ้ ดท้ ราบเพือ่ การกยู้ ืม หรือ
การร่วมลงทุนตลอดจนการสร้างความมน่ั ใจใหก้ บั ลูกค้า
• เพ่ือศึกษาความเปน็ ไปได้ของโครงการพฒั นาธรุ กิจของตนเอง
วเิ คราะห์องค์ประกอบหลักของแผนธรุ กิจ
ประกอบด้วย
• ผปู้ ระกอบการตอ้ งรวู้ ่าตนเองเปน็ ใคร
• ธรุ กจิ ของตนจะเดินไปในทิศทางไหน จะต้องอาศัยการกาหนดกรอบ 3 ประการ ไดแ้ ก่

- การกาหนดวิสยั ทัศน์
- การกาหนดพันธกจิ
- การกาหนดเป้าหมาย

13

• ร้วู า่ ตนเองจะไปไดอ้ ยา่ งไร จะตอ้ งมีการวางกลยทุ ธใ์ นแตล่ ะระดับขัน้ ซึ่งประกอบด้วย
- กลยทุ ธร์ ะดับองค์กร
- กลยทุ ธร์ ะดบั ธรุ กิจ
- กลยทุ ธร์ ะดบั หนา้ ที่

วิเคราะห์องคป์ ระกอบของแผนธุรกจิ ทปี่ ระสบความสาเร็จ
ตอ้ งมีการลาดับความสาคญั ของเน้อื หาทว่ี ิเคราะห์ ดังนี้

• บทสรุปสาหรบั ผูบ้ รหิ าร
เปน็ สว่ นท่รี วบรวมประเดน็ หลัก ๆ ของแผนทั้งเลม่ จดุ เดน่ คือ จะต้องอ่านและจับประเดน็ ไดง้ ่าย เนือ้ หาที่
นาเสนอประกอบดว้ ย ช่อื โครงการ เจ้าของโครงการ สินค้าและบริการ เงินลงทุนในโครงการ โครงสร้างเงนิ ทุน
หลักทรัพย์ อตั ราส่วนทางการเงนิ ท่ีสาคญั อตั ราผลตอบแทน ระยะเวลาคนื ทุน
• วิสัยทศั น์
นาเสนอจุดมุ่งหมายของผู้ประกอบการเกยี่ วกับการทาธรุ กิจ ซง่ึ มกั ประกอบด้วย จดุ มุ่งหมายท่ี
เฉพาะเจาะจง สามารถวดั ค่าได้ สามารถดาเนินการใหบ้ รรลุได้ เป็นเหตุเปน็ ผลและต้ังอยู่บนพื้นฐานของความเปน็
จริงและมีกรอบระยะเวลาเป็นเครือ่ งกาหนด
• การวิเคราะหธ์ รุ กิจ / โครงการ
• การวิเคราะหส์ ถานการณ์ แบง่ เปน็ 2 ส่วน คอื

1. การวิเคราะห์ปัจจยั ภายนอก เปน็ ปัจจยั ท่ีไมส่ ามารถควบคมุ ได้ จะไดจ้ ากการประเมนิ สภาพแวดลอ้ ม
ในการดาเนินธรุ กิจซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเขา้ ใจสถานการณป์ ัจจบุ ันและแนวโน้มในอนาคต ทั้งทีเ่ ปน็ โอกาสและ
อุปสรรคของธรุ กิจ/ โครงการ

ปัจจัยภายนอกที่ผู้ประกอบการควรใหค้ วามสนใจมี 5 ประการหลกั ๆ ดังน้ี
• กลุ่มผู้ซื้อ หรือลูกค้ากลุ่มเปา้ หมาย
• ค่านิยมทางวฒั นธรรมและสังคม
• ความก้าวหน้า ทางดา้ นเทคโนโลยี
• สถานการณ์ และการเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ
• สถานการณ์ และแนวโน้มการเปลีย่ นแปลงกฎ ระเบยี บ กลุ่มผู้ผลิต/ จาหนา่ ยวตั ถุดิบ และเครือข่าย

ธุรกิจ
2. การวเิ คราะห์ปัจจัยภายใน

เปน็ ปจั จยั ทส่ี ามารถควบคุมได้ การวเิ คราะห์ปัจจยั น้ีถือเป็นการตรวจสอบความสามารถความพร้อม จุดอ่อนและจุด
แข็งของธรุ กิจ/ โครงการ

อาจแบง่ ได้เปน็ 3 ขั้นตอนหลัก
• กาหนดประเด็นที่มีอทิ ธิพลต่อความสามารถ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ต่อโครงการ
• วิเคราะหจ์ ัดกลมุ่ ของประเดน็ ตา่ ง ๆ เชน่ จดุ แขง็ หรอื จุดอ่อน
• ประเมินความสาคัญของแต่ละประเดน็ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดสรรทรัพยากร (เงนิ คน ของ) เพ่อื เสริม

14

จุดแขง็ และลดจุดอ่อน
• การวิเคราะห์การแข่งขัน
• พันธกิจ จะอธบิ ายความเป็นไปไดข้ องธรุ กิจ/ โครงการ ซงึ่ มักครอบคลมุ ประเด็นสาคญั 5 ประการ คือ
• สินค้าและบรกิ ารของคุณคืออะไร
• ลกู ค้าของคณุ เป็นใคร
• คณุ คา่ ท่ีคุณมอบใหแ้ กล่ ูกค้าเปน็ อยา่ งไร
• ขณะนคี้ ุณเปน็ อยา่ งไร
• ต่อไปคุณควรจะเปน็ อย่างไร
• โอกาสทางธรุ กิจ
เป็นการแสดงขอ้ มลู หรอื ภาพทางการตลาดในปจั จุบนั ซ่งึ สอ่ื ใหเ้ ห็นถึงโอกาสทางการตลาด
• กลยทุ ธ์ธรุ กิจ
เป็นการอธบิ ายให้เห็นถึงแนวทางและจดุ แขง็ ของธุรกจิ / โครงการ ในการบริหารโครงการ ประกอบดว้ ยเรื่อง
• ประสทิ ธภิ าพทางธรุ กิจ คุณภาพสนิ คา้ และบริการทเ่ี หนอื กวา่ คูแ่ ข่ง รวมถงึ นวัตกรรมในโครงการ
• การบรหิ ารต้นทุนใหต้ า่ ทส่ี ดุ
• นากลยุทธ์ “ ความแตกต่าง ” เขา้ มาปรับใช้
• กาหนดกลยทุ ธ์เจาะกลุ่มตลาดเปา้ หมาย
• สามารถปรับตัวไดเ้ ร็ว
• วเิ คราะหก์ ลยทุ ธ์ระดบั หน้าที่
กาหนดเป็นข้อยอ่ ยดังนี้
1. วิเคราะห์การตลาดได้แก่
• วิเคราะห์รายละเอียดถึงวธิ ีการทธ่ี รุ กิจเข้าไปเกีย่ วกบั โอกาสทางการตลาด
วเิ คราะหถ์ ึงกิจกรรมทางการตลาดของธรุ กิจในปัจจุบนั และแผนงานที่วางไวใ้ นอนาคต
• วิเคราะหก์ ารพัฒนาผลิตภัณฑ์
• วิเคราะหก์ ารทาตลาดและการขยายตลาด
• วเิ คราะห์รายละเอยี ดและการประเมินคแู่ ขง่ ขนั ทางธุรกจิ
• วเิ คราะห์การตอบโต้ทางธุรกจิ
2. วเิ คราะห์การผลิตและการดาเนนิ งานได้แก่
• แผนการผลติ
• อธิบายถึงโครงสร้างกระบวนการผลติ
• เทคนคิ การผลิต
• กระบวนการท่ีแปลสภาพจากวตั ถุดบิ เป็นสนิ คา้ สาเร็จรปู หรือบริการออกสู่ตลาด
3. วเิ คราะหก์ ารบรหิ ารจัดการ ได้แก่
• วิเคราะห์ผ้บู รหิ าร

15

• วเิ คราะห์ถึงปมู หลัง ประสบการณ์ จุดแข็งของบริษัท
• วเิ คราะห์ความสามารถของทีมบริหารทจ่ี ะนาพาธรุ กจิ ไปสู่ความสาเรจ็ ตามเปา้ หมายท่ตี ้ังไว้
• แผนการจดั องค์กร
• วิเคราะหโ์ ครงสรา้ งองค์กร
4. วิเคราะหก์ ารบัญชีและการเงิน ประกอบดว้ ย
• วเิ คราะหข์ อ้ มูลรายละเอียดทางการเงนิ ตา่ ง ๆ
• วเิ คราะห์งบดุลกาไรขาดทนุ งบดุล งบกระแสเงินสด
• วิเคราะหข์ อ้ มลู ด้านการเงินท่ีผ่านมาอย่างนอ้ ย 1-3 ปี และประมาณการทางการเงิน
• วิเคราะห์อัตราผลตอบแทน
• วิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน
• วเิ คราะหก์ ารประเมนิ ความเป็นไปไดข้ องโครงการ

16

แบบฝึก/ใบงาน ที่ 2
ใหผ้ ู้เรียนแบ่งกล่มุ ย่อยประมาณ 4-6 คน (ในกรณมี ผี เู้ รียนน้อยอาจจัดให้เป็นกจิ กรรมแตล่ ะบคุ คลกไ็ ด้) ให้
ผูเ้ รียนจัดทาแผนงานการวเิ คราะห์พฒั นาอาชีพ โดยอาจเลอื กจากอาชีพของผูเ้ รยี นเองหรอื อาชีพทผ่ี เู้ รยี นสนใจ โดย
ใชห้ ลักและวิธกี ารท่ีไดเ้ รียนรู้ข้างตน้ และนามาอภิปรายในกลุ่มการเรยี นของตน
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
................................................ ....................................................................................................... ................................
........................................................................................................................ ...............................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
....................................................................................................................................... ................................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.......................................................................................................................................................................... .............
...................................................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
..................................................................................................................................... ..................................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
....................................................................................................................................................... ................................
................................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.................................................................................................................................. .....................................................

17

ใบความรู้ ที่ 3
การวิเคราะห์ตาแหนง่ ทางธรุ กจิ
การวิเคราะห์งานทางธุรกิจ หมายถงึ กระบวนการในการเก็บรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกบั งานในแง่ลักษณะ หน้าที่
ความรบั ผดิ ชอบและข้อมลู เก่ียวกับคนในแง่ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และองค์ประกอบอ่นื ๆ ข้อมลู ตา่ งๆท่ีไดจ้ าก
การวเิ คราะห์งานนัน้ จะมีการบันทกึ ในแบบฟอร์ม 2 ชนิด แบบฟอรม์ เอกสารบันทึก อันแรกคือ คาบรรยายลกั ษณะ
งาน (job description) และอกี อันหน่ึงคือ คณุ สมบตั เิ ฉพาะของผปู้ ฏิบตั ิงาน (job specification) ซง่ึ จะได้
ความหมาย ดังน้ี
คาบรรยายลกั ษณะงาน ( job description ) หมายถงึ เอกสารอธบิ ายขอบเขตความรบั ผดิ ชอบ และหนา้ ท่ีที่จะต้อง
ปฏบิ ัตขิ องผู้ดารงตาแหน่งงานหนึ่งๆภายใตส้ ภาพเง่ือนไขและวธิ ีการทางานที่กาหนด
ขอ้ กาหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ปฏิบตั ิงาน ( job specification ) หมายถึง เอกสารที่กาหนดรายละเอียด
เก่ียวกับคุณสมบตั ิผูป้ ฏิบตั ิงานในเรอื่ งความรู้ ทักษะและองคป์ ระกอบอน่ื ๆ เพ่อื ใหก้ ารปฏิบัติงานบรรลุเปา้ หมาย
เหตุผลท่ีตอ้ งจดั ทาการวเิ คราะหง์ าน
1. มีการจดั รูปแบบองค์การใหม่ โครงสรา้ งองค์การมกี ารเปลี่ยนแปลงเกดิ การลดงานในบางสายงาน และ
เพมิ่ งานในบางสายงานทาให้ภาระหน้าท่งี านในแตล่ ะตาแหน่งมีการเปลี่ยนแปลง จึงต้องมกี ารจัดทาคาบรรยาย
ลกั ษณะงาน และข้อกาหนดคุณสมบัติของผปู้ ฏบิ ตั งิ านใหม่ตามท่งี านเปล่ยี นแปลงไป
2. มีการขยายธุรกจิ องค์การมีการเติบโตมีการขยายสาขาเพม่ิ ขึน้ สาขาท่ีมีการเปดิ ใหมจ่ ะมีภาระหนา้ ท่ี
งานซงึ่ ตอ้ งมกี ารวเิ คราะห์งาน เพื่อกาหนดออกมาว่าจะต้องการผปู้ ฏบิ ตั งิ านก่ตี าแหน่ง และแต่ละตาแหน่งต้องทา
หนา้ ทีภ่ ารกิจอะไร มีคุณสมบัตอิ ย่างไรบ้าง
3. องค์การมีขนาดใหญข่ ึ้น องค์การมีหนา้ ท่รี ับผดิ ชอบเพม่ิ มากขึ้น เพื่อให้การกระจายภาระหน้าทขี่ อง
แต่ละตาแหนง่ งานมีความเหมาะสมไม่มากหรือน้อยเกินไป จึงตอ้ งมีการจัดทาการวิเคราะหง์ านเพ่ือกาหนดจานวน
หน้าท่ีภารกิจ และคุณสมบตั ิของแต่ละตาแหน่งให้เหมาะสมกบั ปริมาณงานด้วย
4. ลกั ษณะงานมกี ารเปล่ยี นแปลง กระบวนการหรือขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ านมกี ารเปลยี่ นแปลงเน่ืองจาก
นาเทคโนโลยมี าใช้ ทาให้ภารกจิ งานเปล่ยี นแปลงจงึ ต้องวิเคราะหง์ านเพื่อกาหนดหน้าที่ภารกจิ ตามข้นั ตอนการ
ทางานทเี่ ปล่ยี นและกาหนดคุณสมบตั ผิ ปู้ ฏบิ ัตงิ านใหม่
การวิเคราะหง์ านกับการบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย์มขี ้นั ตอนดงั นี้
1.การวางแผนกาลงั คน : การวเิ คราะห์งานทาใหท้ ราบชนิด ปริมาณงานและคณุ สมบตั ขิ องผ้ปู ฏบิ ตั งิ าน
ซง่ึ ข้อมูลเหล่านี้ถกู ใช้วางแผนกาลงั คน ทั้งการกาหนดคุณสมบัติผ้ทู างาน และคานวณหาปรมิ าณกาลงั คนทเี่ หมาะสม
กบั งานในอนาคต

18

2.การสรรหาคดั เลือก : การวเิ คราะห์งานทาให้ทราบวา่ งานแต่ละตาแหนง่ ตอ้ งทาหนา้ ท่ีอะไร และต้อง
ใช้คนคุณสมบัติอย่างไร ซึ่งขอ้ มลู เหลา่ น้ี จะถูกนามาใชใ้ นการพิจารณาเพอื่ สรรหาคัดเลอื กคนท่เี หมาะสมเขา้ มา
ทางาน

3.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ : การวิเคราะห์งานทาใหท้ ราบหน้าท่คี ุณสมบัตขิ องผู้ปฏบิ ตั งิ าน ซง่ึ ข้อมลู
เหลา่ น้จี ะถูกนามาใชใ้ นหวั ข้อในการ วางแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์วา่ จะต้องเพ่ิมทักษะ ความรู้ ความชานาญ
ประสบการณ์ด้านใดบ้าง

4.การบริหารงานอาชีพ : การวเิ คราะหง์ านทาให้ทราบหน้าที่ และคุณสมบัตขิ องผูป้ ฏิบัติงาน ขอ้ มลู
เหล่าน้ีถูกใช้เป็นแนวทางในการวางแผน อาชพี และพัฒนาอาชีพวา่ ต้องเพิ่มศักยภาพด้านใดใหก้ บั พนักงานเพื่อ
สามารถก้าวไปสู่ตาแหนง่ ทวี่ างแผนไว้ในอนาคต

5.การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน : การวเิ คราะหง์ านทาให้ทราบหน้าท่ี และคณุ สมบตั ิของผู้ดารง
ตาแหน่งนั้นๆ ซึ่งข้อมูลเหลา่ น้จี ะถูกนามาใช้ เปน็ เกณฑ์ในการประเมินผลการปฏิบตั ิงาน

6.การเปล่ยี นแปลงตาแหนง่ : การวเิ คราะห์งานทาให้ทราบภารกจิ และคุณสมบตั ิของผปู้ ฏิบตั ิงาน ซ่ึงทา
ใหภ้ ารกจิ ทก่ี าหนดไวจ้ ะเป็นเกณฑ์ การประเมินผลงานเพื่อการพจิ ารณาเปลี่ยนแปลงตาแหน่งงาน และคณุ สมบัติ
ประจาตาแหนง่ เปน็ เกณฑ์การพจิ ารณาเพือ่ จัดคนใหเ้ หมาะกับงาน

7.การบรหิ ารค่าจา้ งและเงนิ เดือน : การวเิ คราะหง์ านทาให้ทราบหนา้ ท่ีและคุณสมบัติของผปู้ ฏิบัติงาน
ซง่ึ ข้อมลู เหล่าน้ีจะนามาใชพ้ จิ ารณาการ จา่ ยค่าตอบแทนที่ค้มุ ค่าตามหนา้ ท่ีงานที่รบั ผิดชอบและคุณสมบัติของ
ผู้ปฏิบัตงิ านทม่ี ี

8.สขุ ภาพและความปลอดภยั : คาบรรยายทีไ่ ดจ้ ากการวิเคราะหง์ านจะบรรยายหน้าทีส่ ถานท่ี เวลา
ปฏบิ ตั งิ าน ซ่งึ บางกรณีอาจก่อให้เกดิ อันตรายต่อสขุ ภาพกายและใจได้ ซึ่งข้อมลู เหลา่ น้ีจะถูกนามาใช้กาหนดแนว
ทางการป้องกนั บรรเทาอนั ตรายท่ีอาจเกดิ ข้ึนได้

9.สารสนเทศทางด้านการบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์ : การวิเคราะหง์ านทาให้ทราบหนา้ ที่ และคุณสมบัติ
ของผู้ปฏบิ ตั งิ าน ใช้เปน็ ฐานข้อมูลเพ่ือ การบรหิ ารสารสนเทศดา้ นการบริหารทรพั ยากรมนษุ ยท์ ีเ่ หมาะสม เชน่ การ
สรรหาคดั เลอื ก การกาหนดค่าจา้ งและเงินเดอื น

10.กฎหมายแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ : คาบรรยายลักษณะงานและข้อกาหนดคณุ สมบัติ เป็นเกณฑ์
การพิจารณาในการออกกฎหมาย แรงงานท่ีเปน็ ธรรม เช่น การกาหนดคา่ จ้างขน้ั ต่า
กระบวนการวิเคราะห์งาน มีขั้นตอนดังน้ี

1. การกาหนดวัตถุประสงค์ การกาหนดวตั ถปุ ระสงคก์ ารวิเคราะห์งานวา่ เป็นการจัดทาการวเิ คราะห์
งานเพ่ืออะไร เชน่ เพื่อเปน็ มาตรฐานการประเมินผลการปฏิบัตงิ านเพื่อเปน็ เกณฑ์การสรรหาและคดั เลือก

19

2. การเลอื กตาแหนง่ งาน เพ่ือจัดทาการวิเคราะห์งาน เกณฑ์การพิจารณาเลือกตาแหน่งงานเพื่อการ
วเิ คราะหง์ าน มีดังน้ี

2.1 งานทเ่ี ป็นตวั แทนกลุม่
2.2 งานทม่ี ผี ู้ครองตาแหน่งมากสดุ
2.3 งานที่สรา้ งปัญหา
2.4 งานทส่ี ามารถเขียนคาพรรณนาได้
3. การกาหนดผู้วเิ คราะห์งาน และผเู้ กี่ยวข้อง เปน็ การกาหนดผรู้ บั ผดิ ชอบจัดทาการวเิ คราะหง์ านและ
การกาหนดผู้เกีย่ วขอ้ ง ได้แก่ ผู้ปฏิบัตงิ านผบู้ งั คบั บัญชา ผู้ใตบ้ งั คบั บัญชา ผรู้ ว่ มงาน ผรู้ บั บรกิ าร
4. การรวบรวมขอ้ มลู พื้นฐานท่เี กย่ี วกับพนักงาน มดี ังนี้
4.1 แผนภมู ิองค์การ แสดงความสัมพันธข์ องฝ่ายต่างๆในหนว่ ยงาน ทงั้ โครงสร้างสายการบงั คบั
บญั ชาและรปู แบบติดตอ่ ส่ือสาร
4.2 แผนภูมิกระบวนการทางาน แสดงรายละเอยี ดกระบวนการทางานแต่ละงานมีความสมั พนั ธ์
เชงิ ระบบ input - output
5. การเลือกวธิ ีการเกบ็ ข้อมลู เทคนคิ วธิ ีการที่ใช้ในการวเิ คราะหง์ านทีเ่ ป็นวิธกี ารพื้นฐานน้นั โดยปกติมี
5 วธิ ีคอื
5.1 วิธกี ารสมั ภาษณ์ การสัมภาษณเ์ พอ่ื การวิเคราะห์งานประกอบด้วยบุคคล 2 คน คือหัวหนา้ งาน
กบั ผู้ปฏบิ ัติงานโดยตรงและผู้เก่ยี วข้อง ประเภทการสัมภาษณ์ แบ่งได้ 2 ประเภท ดงั น้ี

5.1.1 การสมั ภาษณ์มรี ูปแบบ การถามกาหนดคาถามไว้ มรี ปู แบบการถามที่แน่นอน ผู้ถูก
สมั ภาษณไ์ ดร้ บั การถามเหมือนกันหมด

5.1.2 การสมั ภาษณ์ไม่มรี ูปแบบ การถามเปิดกวา้ ง แตต่ ้องสามารถหาคาตอบตาม
วัตถุประสงค์การวเิ คราะหง์ านใหไ้ ด้

5.2 วิธกี ารสังเกตการณ์ การเก็บข้อมูลโดยการสังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ าน เหมาะกับการเก็บ
ขอ้ มลู งานทตี่ ้องปฏิบตั กิ บั เคร่ืองมือ เครื่องจักร หรืองานสนาม ประเภทของการสังเกตการณแ์ บ่งได้ 2 ประเภทดังน้ี

5.2.1 การสงั เกตแบบมสี ว่ นร่วม ผู้สังเกตการณ์ร่วมเป็นสมาชกิ ในกลุ่ม ทากจิ กรรมผู้ถูก
สังเกตการณ์

5.2.2 การสงั เกตแบบไม่มีส่วนร่วม ผ้สู ังเกตไมร่ ่วมกจิ กรรมกลมุ่ ควรทาโดยผถู้ กู สังเกตไมร่ ู้ตวั
5.3 การใช้แบบสอบถาม การออกแบบรายการเพื่อเกบ็ ขอ้ มูลจากผู้ปฏิบัตงิ าน และให้บังคบั บญั ชา
แก้ไขเพิ่มเติมอกี ครัง้ รูปแบบของแบบ สอบถาม มี 2 ลักษณะดังน้ี

5.3.1 คาถามเปิด การตอบสามารถแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

20

5.3.2 คาถามปิด คาถามท่ีผสู้ รา้ งจัดเตรียมคาตอบไวล้ ว่ งหนา้ การตอบมีการกาหนดคาตอบ
ไว้หลายคาตอบใหเ้ ลือกตอบ

5.4 การบนั ทกึ เปน็ การบนั ทึกการปฏบิ ัติงานประจาวนั เหมาะในการเกบ็ ข้อมลู งานที่ใช้ทกั ษะ
เทคนิควิธกี ารทางาน และงานวิชาชีพ วธิ ีการเก็บบันทึกแบง่ ได้ 4 วิธีการดังนี้

5.4.1 การเก็บบันทึกประจาวัน
5.4.2 การเก็บบนั ทกึ เหตุการณส์ าคัญ
5.4.3 การบันทึกกิจกรรมการปฏิบัติงาน
5.4.4 การบนั ทกึ กง่ึ อภปิ ราย
ขอ้ พจิ ารณาท่ีเกีย่ วกับการวิเคราะหง์ าน
1 ขอ้ มูลต่างๆที่ควรรวบรวมจากการวิเคราะห์งาน
ในการจดั ทาการวเิ คราะหง์ านนนั้ ข้อมลู ตา่ งๆท่จี ะรวบรวมมักเก่ียวข้องกับขอบเขตตอ่ ไปนี้ คอื
1. กิจกรรมทเี่ ก่ยี วกบั งาน
ก. กิจกรรมย่อยของงานนน้ั ๆและกระบวนการของงาน
ข. บันทึกกจิ กรรมตา่ งๆ
ค. ระเบยี บวิธีปฏิบัติท่ใี ชอ้ ยู่
ง. ความรับผิดชอบบคุ คล
2. กิจกรรมทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั คนงานท่จี ะต้องม่งุ สนใจ หรือทมุ่ เทเปน็ พเิ ศษ
ก. พฤติกรรมบุคคล เช่น การทีจ่ ะต้องปฏิบัติเก่ียวกับแรงกาย และการส่ือความในขณะทางาน
ข. การเคลื่อนไหวเกย่ี วกบั วตั ถเุ พ่ือการวเิ คราะห์งาน
ค. ความต้องการของงานนน้ั ๆ เช่น การใชแ้ รงกาย
3. เคร่อื งจกั ร เครื่องมือ อปุ กรณ์ และสิ่งช่วยเพ่ือการทางานตา่ งๆเพื่อความจาเป็น
4. สิง่ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกับงานทีเ่ ห็นได้และเหน็ ไม่ได้
ก. ความรู้ท่จี าเป็นต้องใช้ หรอื เพอื่ นามาประยุกต์ใช้ เช่น ความรเู้ ก่ียวกับบญั ชี
ข. วัตถดุ บิ ท่ดี าเนินการผลิตตามกระบวนการ
ค. ผลิตภณั ฑ์ท่ีผลติ ออกมาหรือบรกิ ารท่จี าเป็นตอ้ งทา
5. ผลงาน
ก. การวิเคราะห์ข้อผดิ พลาด
ข. มาตรฐานของงาน
ค. การวดั งาน เชน่ เวลาที่ใช้เพื่อการทางาน

21

6. เนื้อหาส่วนประกอบของงาน
ก. ตารางเวลาของการปฏิบัติงาน
ข. รางวลั จ่ายคา่ ตอบแทนท้ังเปน็ เงนิ และไมใ่ ชเ่ งิน
ค. สภาพแวดล้อมทางกายภาพของงาน
ง. สภาพขององค์การและสภาพของสงั คม

7. ความต้องการทีเ่ ก่ียวกบั การบรหิ ารงานบุคคลสาหรับงานนน้ั
ก. ลกั ษณะของแตล่ ะบุคคล เช่น บุคลกิ ภาพและความสนใจ
ข. การศึกษาและการอบรมจาเป็น
ค. ประสบการณ์ทเี่ กย่ี วกับงาน

2) วิธีการจดั ทาการวิเคราะหง์ าน
การวเิ คราะหง์ านอาจจะทาให้เสรจ็ ส้นิ โดยเลอื กใช้ 7 วิธนี ี้ คือ

1. การพจิ ารณาจากการวิเคราะห์งานทไ่ี ด้ทามาแล้วในครงั้ ก่อนๆ หรอื จากคาบรรยายลกั ษณะงานของ
ตาแหนง่ หรือบันทึกของงานตาแหนง่ อื่นๆ

2. วิธสี งั เกตการณ์เก่ยี วกบั งานนั้นๆ และสงั เกตผู้ทางาน
3. การสมั ภาษณผ์ ู้ทางานและผบู้ ังคบั บัญชา โดยใชว้ เิ คราะหจ์ ากคนเดยี ว หรอื โดยวิธีวเิ คราะหเ์ ปน็ กล่มุ
4. การจดั รูปแบบคาถามเพ่ือให้กรอกข้อความ โดยผูท้ างานและผู้บังคับบญั ชา
5. โดยวิธกี ารทาการบันทึกดว้ ยตนเอง และโดยวิธกี ารสงั เกตการณ์โดยบนั ทกึ ในสมุดบนั ทกึ ในสมดุ บันทึก
หรือไดอารีที่พนกั งานผ้ปู ฎบิ ัติได้บนั
ทกึ ด้วยตนเอง
6. การบนั ทึกกิจกรรมของงานโดยวิธีถ่ายภาพยนตร์ หรือใช้เครอื่ งมืออน่ื เพ่ือบนั ทึก
7. วเิ คราะห์จากข้อมูลทเ่ี กย่ี วกับการออกแบบอุปกรณ์จากแบบท่ีไดอ้ อกแบบไว้แล้ว
ความรับผดิ ชอบในการวเิ คราะห์งาน โดยปกติแล้วความรับผดิ ชอบในการดาเนินการวเิ คราะหง์ าน และจดั ทาคา
บรรยายลักษณะงานและข้อกาหนดคุณสมบตั ิเฉพาะของผปู้ ฏิบตั งิ าน มักจะตกอยู่กับฝา่ ยบุคคล โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ
ในองค์การขนาดใหญ่แลว้ มักจะมีหน่วยงานทรี่ บั ผดิ ชอบเรือ่ งนี้โดยตรง และมกั จะสงั กดั อยู่ใน สว่ นบรหิ ารค่าจ้างและ
เงินเดือนเปน็ ส่วนใหญ่

22

แบบฝกึ /ใบงาน ท่ี 3
เม่อื เรียนจบบทที่ 1เร่ืองท3่ี แลว้ ใหผ้ ู้เรยี นตอบคาถามลงในชอ่ งวา่ ง จากนน้ั ให้ตรวจดคู าตอบใน บทท่ี 1 เรื่องท3่ี
หากตอบผิดให้แก้ไขคาตอบให้ถกู ต้อง

1. การวิเคราะหง์ านทางธรุ กจิ
หมายถึง.................................................................…….................……………………………………………………

2. คาบรรยายลักษณะงาน ( job description )
หมายถงึ ……………………………………………………………………................................................................…….

3. ขอ้ กาหนดคุณสมบตั ิเฉพาะของผปู้ ฏบิ ตั ิงาน ( job specification )
หมายถงึ …………………………………............................................................................…………………………….

4. เหตผุ ลท่ีต้องจดั ทาการวิเคราะหง์ าน (ตอบเฉพาะหัวข้อ)
1. .............................................
2. ............................................
3. ..............................................
4. ..............................................

5. การวเิ คราะห์งานกับการบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์ มีข้นั ตอนอยา่ งไร(ตอบเฉพาะหัวข้อหลักๆ)
1..............................................

2. ............................................

3...............................................

4...............................................

5..............................................

23

ใบความรู้ท่ี 4
เรอ่ื ง การวเิ คราะหศ์ ักยภาพธรุ กจิ บนเสน้ ทางของเวลา

การวิเคราะห์ธุรกิจตามศักยภาพ 5 ด้าน ได้แก่ ศักยภาพของของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละพื้นท่ีตาม
ลักษณะภูมมอิ ากาศ ศักยภาพภูมิประเทศและทาเลท่ีต้ังแตล่ ะพืน้ ที่ ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถี
ชวี ติ ของแตล่ ะพน้ื ทศี่ ักยภาพของทรัพยากรมนษุ ยใ์ นแตล่ ะพนื้ ที่ บนเสน้ ทางของเวลา

การวเิ คราะห์ศกั ยภาพธุรกิจ 5 ด้านบนเสน้ ทางของเวลา หมายถึง การวิเคราะห์ดว้ ยศกั ยภาพของธุรกิจใน
พื้นที่โดยแบ่งวิเคราะห์กระบวนการทางธรุ กจิ ตามเส้นทางของเวลา

ศักยภาพหลักของพื้นท่ี หมายถึง ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละพ้ืนท่ีตามลักษณะภูมิอากาศ
และศักยภาพของภูมปิ ระเทศ ศักยภาพของทรพั ยากรมนุษย์ในแต่ละพนื้ ท่ีมีขอ้ มลู ดงั น้ี

1.ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแต่ละพ้ืนที่
2.ศกั ยภาพของพน้ื ทต่ี ามลกั ษณะภมู ิอากาศ
3.ศักยภาพของภูมิประเทศและทตี่ งั้ ของแต่ละพน้ื ท่ี
4 ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี แลละวิธีชีวิตของแต่ละพ้ืนที่ศิลปะคือสิ่งท่ีมนุษย์สร้างสรรค์ข้ึน
เพ่ือแสดงออกซ่ึงอารมณ์วัฒนธรรมคือวิถีชีวิตหรือแบบแผนของการดาเนินชีวิตของมนุษย์มนุษย์เกิดในสังคมก็จะ
เรยี นรู้และซึมซับในวฒั นธรรมประเพณีหมายถึง แบบความเชื่อ ความคิด การกระทา ค่านยิ ม ทัศนคติ ศีลธรรมจารีต
ระเบียบ แบบแผนและวิธีการกระทาสิ่งตา่ งๆ
5.ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพ้ืนท่ี หมายถึง บุคคลที่อยู่ในพ้ืนท่ีต้องได้รับการพัฒนาความรู้
ความคดิ ความสามารถในการประกอบอาชีพ

กลุ่มอาชีพใหม่ 5 กล่มุ ประกอบดว้ ย
1.กลุ่มอาชพี เกษตรกรรม คอื การพัฒนาอาชพี ด้านการเกษตรเกย่ี วกับการปลูกพืชสัตว์เล้ียงการประมง โดย
นาความรู้ใหม่เทคโนโลยีนวัตกรรมมาพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพหลักของพ้ืนท่ี 5 ด้านได้แก่ การล้ียงหมู วัว
ควาย กวาง นกกระจอกเทศ
2.กลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม คือการพัฒนาท่ีอาศัยความรู้ เทคโนโลยีนวัตกรรมมาพัฒนาอาชีพท่ีเก่ียวกับงาน
ชา่ งต่างๆ
3.กลุม่ อาชพี พาณิชกรรม คอื งานทีเ่ กี่ยวข้องกบั พาณชิ ยกรรม ให้สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของตลาดและ
ศกั ยภาพหลักของพื้นที่ 5 ด้าน
4.กลุ่มอาชีพด้านความคิดสร้างสรรค์คืออาชีพท่ีอยู่บนพ้ืนฐานของการใช้องค์ความรู้การศึกษา การ
สรา้ งสรรค์งาน และการใชท้ รัพยส์ ินทางปัญญา
5.กลุ่มอาชีพบริหารจัดการและบริการ คือ การให้ความช่วยเหลือหรือการดาเนินการเพื่อประโยชน์ของ
ผู้อน่ื

24

ใบงานท่ี 4

คาชแ้ี จง ใหผ้ ู้เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
1.การวเิ คราะห์ศกั ยภาพธรุ กิจ 5 ดา้ นมอี ะไรบ้างจงอธิบายมาพอสังเขป

.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
...................................................................................................................................................... .....................
2.อธบิ ายศกั ยภาพของพื้นที่ตามลักษณะภูมอิ ากาศ มาพอสงั เขป
................................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.............................................................................................................................................. .............................
3.กลุ่มอาชีพใหม่ 5 กลุ่มมีอะไรบ้าง
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.......................................................................................................................................................... .................
................................................................................................................. ...................................................................
4.จงอธบิ ายการวิเคราะห์พนื้ ท่ตี ามลกั ษณะภูมิอากาศมาพอสงั เขป
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................................ ...........................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
5.จงอธิบายกลุ่มอาชีพด้านความคดิ สรา้ งสรรค์
............................................................................................................................. ..........................................................
................................................................................................................................................. ......................................
............................................................................................. ..........................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ...........................................

25

แนวทางการตอบ
1. การวเิ คราะห์ศกั ยภาพธรุ กิจ 5 ดา้ นมีอะไรบา้ งจงอธบิ ายมาพอสงั เขป

การวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจ 5 ดา้ นบนเส้นทางของเวลา หมายถงึ การวิเคราะหด์ ว้ ยศักยภาพของธรุ กจิ ใน
พื้นทโี่ ดยแบง่ วเิ คราะห์กระบวนการทางธรุ กิจตามเสน้ ทางของเวลาศกั ยภาพหลกั ของพื้นท่ี หมายถงึ ศักยภาพของ
ทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละพ้นื ทีต่ ามลกั ษณะภมู ิอากาศ และศักยภาพของภมู ปิ ระเทศ ศกั ยภาพของทรัพยากร
มนษุ ย์ในแต่ละพื้นที่มีข้อมลู ดังนี้

1.ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตล่ ะพ้นื ท่ี
2.ศักยภาพของพ้ืนทต่ี ามลักษณะภมู ิอากาศ
3.ศกั ยภาพของภูมิประเทศและท่ตี ้งั ของแตล่ ะพ้นื ที่
4 ศักยภาพของศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี แลละวิธีชีวติ ของแต่ละพื้นที่ศิลปะคือส่ิงทีม่ นษุ ยส์ ร้างสรรค์ข้นึ
5.ศักยภาพของทรัพยากรมนษุ ยใ์ นแตล่ ะพืน้ ท่ี หมายถึง บคุ คลท่ีอยูใ่ นพืน้ ที่ต้องได้รับการพัฒนาความรู้
ความคิดความสามารถในการประกอบอาชีพ
2. อธิบายศักยภาพของพื้นท่ีตามลกั ษณะภูมอิ ากาศ มาพอสังเขป
ลักษณะของดินฟ้าอากาศที่อยู่ในทอ้ งถนิ่ ท่ีเหมาะต่อการประกอบอาชีพ เชน่ การประกอบอาชีพท่องเที่ยวถา้
มีฝนตกตลอดเวลาท้ังวนั จะทาให้เปน็ อปุ สรรคต่อการพานักทอ่ งเท่ียวชมตามสถานท่ีตา่ งๆดงั นั้นจงึ ควรพิจารณา
ฤดกู าลตามลกั ษณะอากาศที่เกิดขนึ้ เป็นประจาในท้องถิน่ นั้นๆ
3. กลมุ่ อาชีพใหม่ 5 กล่มุ มีอะไรบา้ ง
1.กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม คือการพฒั นาอาชพี ด้านการเกษตรเกี่ยวกับการปลูกพชื สัตว์เลี้ยงการประมง โดยนา
ความรใู้ หม่เทคโนโลยีนวัตกรรมมาพฒั นาให้สอดคลอ้ งกับศักยภาพหลักของพนื้ ท่ี 5 ดา้ นไดแ้ ก่ การลี้ยงหมู ววั
ควาย กวาง นกกระจอกเทศ
2.กลมุ่ อาชีพอุตสาหกรรม คือการพัฒนาทีอ่ าศัยความรู้ เทคโนโลยีนวัตกรรมมาพัฒนาอาชีพทเี่ กีย่ วกับงานช่าง
ตา่ งๆ
3.กลมุ่ อาชพี พาณิชกรรม คือ งานท่ีเกยี่ วข้องกับพาณชิ ยกรรม ใหส้ อดคล้องกบั ความต้องการของตลาดและ
ศักยภาพหลักของพนื้ ท่ี 5 ด้าน
4.กลมุ่ อาชพี ดา้ นความคดิ สร้างสรรคค์ ืออาชพี ท่ีอยู่บนพื้นฐานของการใช้องค์ความรู้การศึกษา การสร้างสรรค์งาน
และการใช้ทรัพยส์ ินทางปญั ญา
5.กลมุ่ อาชีพบรหิ ารจดั การและบรกิ าร คอื การให้ความชว่ ยเหลือหรอื การดาเนินการเพื่อประโยชนข์ องผอู้ ื่น
4. จงอธบิ ายการวเิ คราะห์พื้นทีต่ ามลกั ษณะภมู อิ ากาศมาพอสังเขป
ภูมิอากาศทีม่ ผี ลต่อการพัฒนา การผลติ สินคา้ และบริการ ,ฤดกู าลตา่ งๆทีผ่ ลต่อการพัฒนาอาชีพ,อน่ื ๆที่
เกยี่ วขอ้ งกับภูมิอากาศ
5. จงอธบิ ายกลมุ่ อาชีพด้านความคดิ สรา้ งสรรค์
คืออาชีพที่อยูบ่ นพืน้ ฐานความรู้ การศกึ ษา การสร้าสรรค์งาน และการใชท้ รัพยส์ นิ ทางปัญญาทเ่ี ช่ือมโยง
กับพนื้ ฐานทางวฒั นธรรมการส่ังสมความร้ทู างสังคมเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมใหม่ๆ

26

แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน หน่วยที 1
เรอื่ ง ศกั ยภาพธรุ กิจ

คาชีแ้ จง ให้นกั ศกึ ษาเลอื กขอ้ ทต่ี รงกับคาตอบท่ีถูกทีส่ ุดเพยี งขอ้ เดียว เวลาที่ใช้ในการทาแบบทดสอบ 20 นาที

1.ปจั จยั ในการผลิตมอี งค์ประกอบที่สาคัญใดบ้าง 6.คาว่า “รายได้” หมายถงึ
ก. ทนุ แรงงาน ก. ค่าจา้ งแรงงาน
ข. ทนุ แรงงาน ผปู้ ระกอบการ ข. การขายบริการ
ค. ทนุ แรงงาน ผปู้ ระกอบการ เครอื่ งมือ ค. ผลตอบแทนจากการขายสินค้า
ง. ทนุ แรงงาน ผู้ประกอบการ สิ่งปลกู สร้าง ง. ผลตอบแทนจากการขายสนิ คา้ และบริการ
2.ขอ้ ใดคือการกาหนดเปา้ หมายของการผลิตและ
บรกิ าร 7.การจดั ทาแผนปฏบิ ัติการมีวัตถุประสงค์ใดบ้าง
ก. การประเมนิ ตลาด ก. เพอื่ ใหม้ มี าตรฐานในธุรกิจ
ข. การเลอื กส่วนตลาด ข. เพือ่ สรา้ งภูมิคมุ้ กนั ใหก้ ับโครงการ
ค. ถูกท้งั ขอ้ ก. และข้อ ข. ค. เพอ่ื ไม่ใหก้ ารดาเนนิ ธรุ กจิ ผดิ ทศิ ทาง
ง. ผิดทกุ ข้อ ง. เพ่ือสรา้ งความม่นั ใจและลดความเสยี่ ง
3.กลยทุ ธข์ องสงครามตลาดเชิงรุก หมายถงึ
ก. การปอ้ งกนั ตลาดไม่ให้มีการแข่งขนั 8.ในการเขยี นโครงการพัฒนาอาชีพควรมีการ
ข. การคดิ กระบวนในตลาดเพ่ือล้มคู่แข่ง วิเคราะหค์ วามเป็นไปได้ของโครงการดา้ นใดบา้ ง
ค. การชงิ ความไดเ้ ปรยี บในตลาดตอ่ คู่แข่ง
ง. การประเมินจดุ ออ่ นจุดแขง็ ในการตลาดของคู่แขง่ ก. ด้านการตลาด
4 “การจโู่ จมซ่ึงหน้า” เป็นกลยทุ ธห์ นึ่งในการตลาด ข. ดา้ นการตลาด ดา้ นการลงทนุ
แต่ควรนามาใชเ้ มื่อใด ค. ด้านผลติ ภณั ฑ์ ดา้ นการลงทนุ
ก. เมอ่ื คู่แข่งเพลีอ้ งพลา้ ง. ด้านการลงทุน การตลาด และผลติ ภัณฑ์
ข. เมื่อมีลูกค้าสนใจมากข้นึ 9.ข้อใดเปน็ ลาดับแรกของการเขยี นโครงการ
ค. เมือ่ ไดโ้ อกาสท่เี หมาะสม ก. ชือ่ โครงการ
ง. เมื่อสินคา้ ในตลาดค่อนขา้ งเหมือนกัน ข. เป้าหมายโครงการ
5 “การโจมตดี ้านขา้ ง” เปน็ กลยทุ ธใ์ นการตลาดที่ควร ค. หลกั การและเหตผุ ล
นามาใชเ้ มื่อใด ง. วัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ
ก. เมอ่ื ตลาดมกี ารแขง่ ขันสูง 10.เพ่ือให้ทราบผลของโครงการในการนาไปปรับปรุง
ข. เมื่อมีกลุ่มเปา้ หมายเฉพาะ พัฒนาผู้เขยี นโครงการจะต้องกาหนดข้อใดไวท้ ุก
ค. เมือ่ ตลาดมีความต่างของสนิ คา้ โครงการ
ง. เมื่อตลาดบางกลมุ่ ไมม่ ีการแข่งขนั ก. การดาเนินงาน
ข. ผลทค่ี าดว่าจะได้รับ
ค. การประเมนิ โครงการการ
ง. ระ ย ะ เว ล าก ารด าเนิ น งาน โค รงก า ร

27

11.การพฒั นาอาชีพ หมายถงึ 16. วธิ การกาหนดทิศทางและเป้าหมายทางการตลาดทา

ก. การทาอาชพี ใหด้ ีข้ึน อย่างไร

ข. การเลือกประกอบอาชพี ที่ประสบผลสาเร็จ ก. ตรวจสอบตลาดในเบือ้ งต้น

ค. แล้วการรวมกลุม่ ผปู้ ระกอบอาชีพเข้าด้วยกัน ข. มองความสาคญั ของลูกค้าในอนาคต

ง. กระบวนการทห่ี นว่ ยงานจดั ขึ้นเพอื่ ช่วยเหลอื ค. แสวงหาตลาดท่ีมีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

พัฒนางานอาชีพ ง. เป็นไปตามนโยบายของสถานประกอบแตล่ ะแหง่

12.ทาไมผู้ประกอบการจะต้องทาการวเิ คราะห์ศกั ยภาพ 17. ข้อใดตรงกับแนวคิดเก่ยี วกับตลาดเปา้ หมาย

ทางธุรกจิ ก. ตลาดกลาง

ก. ใหท้ ราบข้ันตอนของธรุ กจิ ข. ตลาดมวลชน

ข. เพ่ือทราบแนวทางของคูแ่ ข่งในตลาด ค. ตลาดไร้คู่แข่ง

ค. เตรียมการประกอบธุรกิจอย่างมนั่ ใจ ง. ตลาดผ้คู ้าปลกี

ง. เพ่ือให้เห็นทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธรุ กิจ 18. “การแบง่ ส่วนตลาด” หมายถงึ

13.ในการประกอบธุรกจิ จาเปน็ ต้องมีการวเิ คราะห์งาน ก. ตามลกั ษณะผลติ ภณั ฑ์

ความหมายของ “การวิเคราะห์งาน”หมายถึงข้อใด ข. ต้องสามารถเข้าถึงได้

ก. ใหท้ ราบทุกขนั้ ตอนของงาน ค. การแยกแยะตลาดย่อย

ข. เปน็ นโยบายหลกั ในการทาธรุ กจิ ง. จากพฤตกิ รรมของผ้ซู ้อื ในตลาด

ค. เปน็ การเก็บขอ้ มลู ทกุ เร่ืองของการทางาน 19. ในการวางแผนทางการผลิตมีข้ันตอนใดบ้าง

ง. ใหผ้ ้ปู ฏบิ ตั ิงานเขา้ ใจกระบวนการของงาน ก. การกาหนดวิสัยทัศน์

14.ในการวเิ คราะหง์ านควรมีข้อพิจารณาใดบา้ ง ข. การกาหนดยุทธ์ศาสตร์

ก. มาตรฐานของงาน ค. การกาหนดนโยบายธรุ กจิ

ข. กจิ กรรมทว่ั ไปในการทางาน ง. ถกู ทุกข้อ

ค. กจิ กรรมท่เี ก่ยี วข้องกบั งาน 20. การดาเนนิ แผนทางการตลาดใหป้ ระสบผลสาเร็จมี

ง. การปฏบิ ตั งิ านของบุคลากร เทคนคิ อยา่ งไร

15.ในการประกอบธรุ กิจน้ันจาเป็นตอ้ งเข้าใจตลาด ปจั จบุ ัน ก. กาหนดตามกลไกตลาด

การตลาดไม่ได้มุ่งไปทีผ่ ลกาไรอยา่ งเดียวแต่มที ศิ ทาง ข. แผนควรรดั กุมไมย่ งุ่ ยาก

ด้านใด ค. ม่งุ หมายไปทก่ี ลุ่มผู้บรโิ ภค

ก. ส่งเสรมิ การขายแบบเจาะลึก ง. แผนการตลาดทใี่ ห้ทกุ คนรแู้ ละเข้าใจรว่ มกัน

ข. ปรับตัวสินค้าใหเ้ ข้ายุคสมยั

ค. ขจัดคแู่ ข่งในตลาดให้ลดนอ้ ยลง

ง. สร้างความพึงพอใจให้กบั ผบู้ ริโภค

28

แนวการตอบ

1.ข 2.ค 3.ง 4.ง 5.ค 6.ง 7.ง 8.ง 9.ก 10.ก
11.ง 12.ง 13.ง 14.ค 15.ค 16.ง 17.ง 18.ค 19.ข 20.ข

29

แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
กลมุ่ สำระกำรประกอบอำชีพ รำยวิชำ พัฒนาอาชพี ใหม้ ีความมน่ั คง (อช 31003) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

เร่ืองที่ 2 การจดั ทาแผนพฒั นาการตลาด เวลา 3 ช่ัวโมง

สอนวันท่ี ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดับ

มีความรู้ ความเขา้ ใจในการพัฒนาอาชพี ให้มีผลภิ ณั ฑห์ รืองานบริการ สร้างรายได้ พอเพียงตอ่ กรดารงชีวิต มีเงิน

ออม และมีทุนในการขยายอาชพี

ตัวชว้ี ัด

มีความรคู้ วามเขา้ ใจการพัฒนาอาชีพให้มีผลภิ ณั ฑห์ รืองานบรกิ าร สร้างรายได้ พอเพยี งตอ่ กรดารงชวี ติ มเี งินออม

และมที ุนในการขยายอาชีพ

เนอ้ื หาสาระ

1. การกาหนดทิศทางการตลาด

2. การกาหนดเปา้ หมายการตลาด

3. การกาหนดกลยุทธส์ เู่ ปา้ หมาย

4. การวิเคราะห์กลยุทธ์

5.กิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาด

การจดั กระบวนการเรียนรู้

ขัน้ ที่ 1 กาหนดสภาพปญั หา ความต้องการ

1.1 ครแู ละผู้เรียนร่วมกันกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการกาหนดทิศทางการตลาด เป้าหมายการตลาด และ

กลยุทธส์ ู่เปา้ หมาย และการวเิ คราะห์กลยุทธ์

1.2 ครแู ละผู้เรยี นร่วมกันวเิ คราะห์ และทาความเข้าใจกับสภาพปัญหาของการกาหนดทิศทางการตลาด การ

กาหนดเป้าหมายการตลาด การกาหนดกลยุทธส์ เู่ ปา้ หมาย และการวเิ คราะหก์ ลยุทธ์

1.3 ครแู ละผู้เรยี นรว่ มกนั วางแผน และกาหนดแนวทางในการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง

ขนั้ ที่ 2 ขน้ั แสวงหาขอ้ มลู

2.1. เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง คิดหาเหตผุ ลเชิงประจกั ษข์ องตนเอง ในการวิเคราะห์ศกั ยภาพธุรกิจในชว่ งระยะเริม่ ต้น

สร้างตวั และทรงตัว ตกต่าหรือสูงขึ้น จากผู้มีประสบการณ์ ผู้รู้ ภมู ปิ ัญญา ส่ือ

2.2. ครแู ละผู้เรยี นร่วมกนั แลกเปลยี่ นเรียนรู้ และสรปุ ความรู้เบื้องตน้ ทไ่ี ด้ไปศึกษา ค้นคว้า เรียนรู้มาจากแหลง่

เรียนรู้ต่าง ๆ เพอ่ื นามาประยุกตใ์ ช้

2.3. ผู้เรยี นไดน้ าความรทู้ ี่ได้ศึกษาด้วยตนเองเพ่ือมาตรวจสอบความถูกต้องในกระบวนการเรยี นรู้

ขั้นที่ 3 การปฏบิ ัตแิ ละนาไปประยกุ ต์ใช้

3.1 ผเู้ รยี นสามารถนาความรู้ และประสบการณ์หลังจากการเรยี นรู้ดว้ ยตน

3.2 ผเู้ รียนสามารถแก้ไขปญั หา อปุ สรรคในการทางานไดแ้ ต่ละคร้งั พร้อมสรุปจดั ทารายงานรวบรวมเป็นแฟม้

สะสมงาน

30

ขนั้ ท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้
4.1 ครแู ละผูเ้ รียนนาแฟ้มสะสมผลงาน และผลงานท่ไี ด้จากการปฏิบตั ิ สรปุ เป็นองคค์ วามรูเ้ พ่ือใชเ้ ปน็

แนวทาง กระบวนการปฏิบัติงาน
4.2 ครวู ดั ผลประเมนิ ผลผู้เรยี นจากเกณฑ์วัดผลประเมนิ ผล
4.3 ครสู ามารถประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น และผ้เู รียนสามารถประเมินความรู้ภายในกลมุ่ หรือของ

ตนเองได้
ส่อื / แหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสอื แบบเรยี นวชิ าพฒั นาอาชีพใหม้ คี วามมน่ั คง ระดับม.ปลาย (E-book)
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
3. ใบความรู้
4. ใบงาน
5. Internet
การวดั ผลและประเมินผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้เรยี นในการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ความต้งั ใจ ความสนใจ
2. ผลงาน/ชนิ้ งาน /ใบงาน
3. แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรยี น

31

ใบความร้ทู ี่ 1
การกาหนดทศิ ทางและเปา้ หมายการตลาด
( 1. กาหนดทศิ ทางการตลาดได้ 2. การกาหนดเป้าหมายการตลาดได้)
การกาหนดทศิ ทางธุรกจิ
เปน็ การคดิ ให้มองเหน็ อนาคตการขยายอาชีพให้มคี วามพอดี จะต้องกาหนดให้ได้วา่ ในชว่ งระยะข้างหนา้ ควร
จะไปถึงไหน อย่างไร
การกาหนดเป้าหมายการตลาด
เปา้ หมายการตลาดเพ่ือการขยายอาชพี คอื การบอกให้ทราบวา่ สถานประกอบการน้ันสามารถทาอะไรได้
ภายในระยะเวลาเท่าใด ซง่ึ อาจจะกาหนดไวเ้ ป็นระยะสน้ั หรอื ระยะยาว 3 ปี หรอื 5 ปี ก็ได้ การกาหนดเปา้ หมายของ
การพฒั นาอาชพี ต้องมีความชัดเจนสามารถวดั และประเมินผลได้ การกาหนดเป้าหมายหากสามารถกาหนดเป็น
จานวนตวั เลขได้กจ็ ะย่ิงดี เพราะทาให้มีความชัดเจนจะชว่ ยให้การวางแผนมีคณุ ภาพย่ิงข้ึน และจะสง่ ผลในทางปฏบิ ัติ
ได้ดียง่ิ ขน้ึ
การบรหิ ารการตลาด (Marketing Management) เป็นกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวกบั การวางแผน การ
ปฏิบัตกิ ารและการควบคุมกจิ กรรมตา่ งๆ ทีท่ าใหธ้ ุรกจิ บรรลุเปา้ หมายทต่ี ัง้ ไว้ ประกอบด้วย 3 สว่ น
1. การวางแผนวิธีการเพ่อื บรรลเุ ปา้ หมาย
2. การปฏบิ ตั ิตามแผน
3. การควบคุมและตรวจสอบ
การตลาดในยุคโลกาภิวฒั นม์ ีการเปล่ียนแปลงเร็วมากซ่ึงขึ้นอยกู่ บั กระแสของสงั คม กาลงั ซอ้ื ของผบู้ ริโภค
และส่วนแบง่ ของตลาด ดงั นัน้ ผู้ประกอบอาชพี จาเป็นต้องศึกษากระบวนการตลาดอยู่ตลอดเวลา เพอ่ื นามากาหนด
ทศิ ทางและเป้าหมายทางการตลาด โดยพยายามผลติ สินค้าหรือบรกิ ารขน้ึ มาท่ีจะสามารถตอบสนองความพึงพอใจ
ของผู้บรโิ ภคให้ได้มากท่ีสดุ ดงั น้ันจาเปน็ ทจี่ ะต้องมกี ารกาหนดทศิ ทางและเป้าหมายทางการตลาดมาใช้ทางการตลาด
เพอื่ เอาชนะคูแ่ ข่งขันทางการตลาดและเป็นผูป้ ระสบความสาเร็จในทสี่ ุด
การกาหนดทิศทางและเป้าหมายทางการตลาดจะตอ้ งตอบคาถามเหลา่ นใี้ ห้ไดด้ งั น้ี
1. ตลาดต้องการซือ้ อะไร หมายถึง สินค้าท่ีผู้บรโิ ภคตอ้ งการ
2. ทาไมจึงซ้ือ หมายถึง จุดประสงค์ในการซ้ือสนิ ค้าไปทาไม
3. ใครคอื ผู้ซ้ือ หมายถึง กลุ่มเปา้ หมายทจี่ ะซือ้ คอื กลุม่ ใด
4. ซื้ออย่างไร หมายถงึ กระบวนการซ้ืออยา่ งไร เชน่ ซื้อแบบต้งั คณะกรรมการการประมูล
5. ซ้ือเม่อื ไร หมายถึง โอกาสทจ่ี ะซื้อสินคา้ เมื่อไร เช่น ทุกวัน ทุกเดือน
6. ซอื้ ที่ไหน หมายถึง สินค้าท่ีจะซื้อมขี ายตามร้านค้าประเภทใด เช่น ร้านขายของเบ็ดเตล็ด รา้ นขายทั่วไป
ผปู้ ระกอบการจะต้องสรปุ ให้ได้ว่าผบู้ รโิ ภคตอ้ งการสินคา้ ชนดิ ใดนาไปใช้ทาอะไร กลุ่มเปา้ หมายที่ต้องซื้อเปน็ กล่มุ ทีม่ กี าลงั
ซอ้ื หรอื ไม่ วิธีการทีซ่ อ้ื เชน่ ซือ้ ได้ทวั่ ไปหรือต้องผ่านคณะกรรมการ ซอ้ื ใช้เมือ่ ใดและควรซื้อแหล่งใด สิง่ เหลา่ น้จี ะเปน็
ทิศทางในการผลิตสินคา้ แล้วนามากาหนดเปา้ หมายท่ีจะผลิตสนิ คา้ เช่น ผลิตผกั อนิ ทรยี ์ ผซู้ ื้อต้องการกนิ อาหารปลอด
สารเคมี คือกลมุ่ เปา้ หมายผู้สงู อายุในหมูบ่ ้าน ซื้อปลีกใชท้ ุกวัน ตามรา้ นค้าในชุมชน นอกจากนอ้ี าจจะตอ้ งวเิ คราะห์ส่ิง
ต่างๆ ดังน้ี เพอื่ นามาพิจารณากาหนดทศิ ทางด้วย

32

ตัวอย่าง
การวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของลกู ค้าสายการบิน
1. ตลาดต้องการซื้ออะไร : การเดนิ ทางทสี่ ะดวก สบาย รวดเร็ว การบรกิ ารทีป่ ระทบั ใจ มีเทยี่ วบนิ ให้เลอื กมาก มี
เที่ยวบนิ ตรง
2. ทาไมจึงซ้ือ : ตอ้ งการประหยดั เวลา ตอ้ งการเดนิ ทางอย่างรวดเร็ว มคี วามภูมิใจ
3. ใครคือผซู้ ื้อ : นกั ธุรกจิ นกั ทอ่ งเทย่ี ว
4. ซื้ออยา่ งไร : ซ้อื ซา้ ซอ้ื เมื่อมีธุระดว่ นและจาเป็น ซอ้ื จากความประทับใจ
5. ซอ้ื เมอ่ื ไร : ซอ้ื สม่าเสมอ ซอ้ื เร่งด่วนเป็นคร้งั คราว ซ้อื เม่ือตอ้ งการเดินทางท่องเท่ียว
6. ซ้อื ทไ่ี หน : ตวั แทนจาหน่าย สานกั งานขายของสายการบนิ
การเลอื กตลาดเป้าหมาย (Target Market) นนั้ เป็นองคป์ ระกอบทสี่ าคัญของกลยทุ ธ์ทางการตลาด ซ่งึ นกั การตลาด
จะเลอื กตลาดเป้าหมายได้ จะต้องทาการวิเคราะหส์ ิง่ ตา่ งๆ ดังต่อไปน้ี
1. ผทู้ ่ีคาดว่าจะเปน็ ลูกคา้ ในอนาคตมีลักษณะการบรโิ ภคอย่างไร มคี วามต้องการสินคา้ ชนิดใด มีรปู แบบ
พฤติกรรมการบริโภคอยา่ งไร? และผ้ทู ค่ี าดวา่ จะเป็นลูกค้าในอนาคตเป็นใครอยทู่ ี่ไหน
2. สว่ นผสมทางการตลาด และความสามารถในการจัดสว่ นผสมทางการตลาดใหเ้ ขา้ ถงึ เป้าหมายทางการ
ตลาดท่ีได้วางไว้
3. เปา้ หมายของกิจการ โดยวิเคราะหถ์ ึงการแสวงหาโอกาสทางการตลาดที่เห็นวา่ พอมชี อ่ งทาง
4. ปัจจัยอื่นๆ ซึง่ สว่ นมา ได้แก่ ตวั แปร หรอื สภาพแวดล้อมทางการตลาดท่ีควบคุมไมไ่ ด้ เพราะปัจจยั น้ีมผี ล
ตอ่ การเลือกตลาดเป้าหมายเชน่ กนั
5. การแบ่งสว่ นตลาด เพื่อที่จะได้กลยุทธแ์ ละยุทธวิธีทางการตลาดใหเ้ หมาะสมกบั ตลาดแตล่ ะส่วน
เป้าหมายทางการตลาด เป็นการคัดเลอื กกลุ่มลกู ค้าท่เี ป็นเป้าหมายโดยต้องคานึงถึงปัจจัยสาคัญ คอื ส่วนผสมทาง
การตลาด ผูท้ ี่คาดหวังว่าจะเป็นลกู ค้าในอนาคตและกรณมี ีส่วนแบ่งในการตลาด
หลักการกาหนดเปา้ หมายทางการตลาด มีดังนี้
1. เป้าหมายที่กาหนดต้องมคี วามเปน็ ไปได้
2. เป้าหมายต้องชัดเจน
3. การกาหนดเปา้ หมายตอ้ งมีความละเอียดเพียงพอ

33

ใบความรู้ที่ 2.

การกาหนดและวเิ คราะหก์ ลยุทธส์ เู่ ปา้ หมาย

( 3. กาหนดกลยทุ ธ์สู่เป้าหมายได้ 4. วิเคราะห์กลยุทธ์ได้ )

การกาหนดกลยทุ ธ์ เปน็ การพัฒนาแผนระยะยาวบนพนื้ ฐานของโอกาสและอปุ สรรคภายในสภาพแวดลอ้ ม

ภายนอก จุดแข็งและจุดอ่อนภายในสภาพแวดล้อมภายในของบริษทั การกาหนด กลยุทธ์จะตอ้ งรวมท้ังการรุก การ

รับ การกาหนดเป้าหมายก่อนการพัฒนากลยุทธ์ และการกาหนดนโยบายของบริษัท

การกาหนดกลยุทธ์ เป็นการทาใหธ้ ุรกิจเจริญเติบโตเพื่อความอยรู่ อดเป็นสาคญั การสร้างความเจริญเตบิ โต

อยา่ งต่อเน่อื งอันจะนามาซึ่งยอดขายท่ีสงู ขึน้ ต้นทนุ ต่อหน่วยลดลงและเปน็ ผลเนือ่ งจากประสบการณ์ในการผลติ และ

เปน็ ผลทาใหก้ าไรสูงข้ึนอีกด้วย ถือว่าได้เปน็ กลยทุ ธก์ ารเจริญเตบิ โตโดยวิธที างลดั เพ่ือตัดลดค่าใชจ้ ่ายทั้งทางด้าน

การเงนิ และการบริหารจดั การกลยทุ ธ์

กลยุทธ์การพฒั นาการตลาด เป็นกลยทุ ธ์ทน่ี ามาใช้เพ่ือเพ่ิมยอดขายและขยายการเติบโต โดยใช้ผลิตภณั ฑท์ มี่ ี

อย่อู อกจาหนา่ ยในตลาดใหม่ กลุม่ ลูกคา้ ในพ้นื ที่แหง่ ใหม่ เพ่ือให้สามารถครอบคลุมให้ครบทกุ พืน้ ทที่ ้ังในประเทศและ

ต่างประเทศ

กลยทุ ธ์ เป็นแนวทางปฏิบตั ิ เพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค์

กลยทุ ธ์ คือหลกั วธิ กี ารและแนวทางในการปฏบิ ัติ เพื่อใหส้ อดคล้องกบั วตั ถุประสงค์ ซง่ึ จะใชก้ ลยุทธ์ในระดบั ปฏบิ ัติการ

การวเิ คราะห์กลยทุ ธ์สู่เป้าหมาย

อาจใช้วิธกี ารวิเคราะหจ์ ดุ อ่อน จุดแข็ง (SWOT Analysis) ซ่ึงมอี งคป์ ระกอบดังน้ี

SWOT Analysis

จุดแข็ง จุดอ่อน

โอกาส อุปสรรค

SWOT Analysis เป็นการวิเคราะหส์ ารวจสภาพภายในองค์กร และสภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อนามา
สังเคราะห์ว่าองค์กรมจี ดุ ออ่ น (S) จดุ แขง็ (W) อปุ สรรค (T) และโอกาส (O) อย่างไร
ปจั จัยภายใน คือ สง่ิ ทีเ่ ราควบคมุ ไว้ ไดแ้ กจ่ ดุ อ่อน จุดแขง็
ปจั จัยภายนอก คอื สิ่งท่เี ราควบคุมไม่ได้ ได้แก่ อุปสรรคและโอกาส

จดุ แข็ง (Strengths) มลี ักษณะ ดังนี้
1. เปน็ งานทีเ่ ราถนดั ทาแล้วมคี วามสุข
2. เป็นงานท่โี ดดเด่น ชุมชนชนื่ ชอบ
3. ทรพั ยากรและเคร่ืองมือมีความพรอ้ ม

จุดออ่ น (Weakness) มลี กั ษณะดงั นี้
1. เป็นงานทเ่ี ราไม่สบายใจท่ีจะทา
2. ต้องการรับความช่วยเหลอื จากคนอืน่
3. ทกั ษะบางอย่างทีเ่ รายังไม่มัน่ ใจ
4. ขาดทรัพยากรในการทางานใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย

34

อปุ สรรค (Threats) มีลกั ษณะดงั น้ี
1. ใครคือคแู่ ข่งขันท่ีทาได้ดีกว่าเรา
2. ถา้ สภาพแวดลอ้ มเปลยี่ นจะทาให้แผนโครงการเรามปี ัญหา
3. ความขัดข้องทจ่ี ะเกิดจากเราเอง

โอกาส (Opportumties) มีลกั ษณะดังนี้ คือ
1. โอกาสทก่ี าลังจะเกิดขนึ้ ท่จี ะทาให้เราประสบความสาเรจ็
2. มเี ครือ่ งมือใหมท่ ี่ไดร้ ับการสนับสนุน
3. มีส่วนแบง่ ของตลาดทีเ่ รามองเหน็
4. บคุ ลากรมีศักยภาพทาให้งานสาเร็จได้ง่ายขน้ึ

ศึกษาความเปน็ ไปได้ ดงั น้ี คือ
1. ความเป็นไปได้ทางการเงิน
2. ความเป็นไปได้ทางการตลาด
3. ความเปน็ ไปไดท้ างการผลิต
4. ความเปน็ ไปไดท้ างเทคโนโลยี

การกาหนดกลยทุ ธ์
1. ลงทุนตา่ ที่สุด ซึ่งมีความเป็นไปได้ทางการเงิน
2. ทาในสงิ่ ท่ที าได้ดี ซงึ่ มคี วามเปน็ ไปได้ในการผลิต
3. ทาจานวนนอ้ ย แล้วค่อยๆ เพ่มิ ไปสู่จานวนมาก
4. เปน็ ธุรกจิ ทสี่ ามารถทาไดใ้ นระยะยาว ซงึ่ มคี วามเปน็ ไปได้ทางการตลาด

ความสามารถในการแข่งขยั อาจพจิ ารณาในสิ่งตา่ งๆ ดงั น้ี
1. อะไรท่ีเราทาไดด้ ีท่ีสุดเมื่อเทยี บกับผอู้ ่นื
1.1 ดีกว่า
1.2 เร็วกวา่
1.3 ถูกกว่า
1.4 แตกต่างกว่า เดน่ กว่า
2. มองจดุ เด่นทีเ่ รามี
2.1 สนิ ค้า / บรกิ ารของเราดีอย่างไร
2.2 ใครคือลูกคา้ ของเรา
2.3 ขนาดตลาดมีมูลคา่ เท่าไร
2.4 เทคโนโลยีในการผลิตสุดยอดเพยี งใด
2.5 ถ้าคู่แขง่ ทาไดจ้ ะใชเ้ วลาอีกนานเท่าไร

35

กลยทุ ธก์ ารตลาดโดยใช้ 4P
กลยุทธ์การตลาดน้นั มีอย่มู ากมาย แตเ่ ปน็ ทร่ี ูจ้ ักและเป็นพ้นื ฐาน คือการใช้ 4P เป็นการวางแผนในแต่ละสว่ น

ใหเ้ ขา้ กันในบางครั้งอาจจะไม่สามารถปรบั เปล่ยี นทัง้ 4P ไดท้ ั้งหมดในระยะส้นั กไ็ ม่เป็นไร แตจ่ ะค่อยๆ ปรบั จนสมดลุ
ครบทง้ั 4P ในทส่ี ุด

1. สนิ คา้ หรือบริการ (Product) กาหนดสนิ ค้าใหต้ รงกับความตอ้ งการของลูกค้า เช่น ลูกคา้ สงู อายตุ ้องการ
นา้ ผลไม้ทมี่ ีรสหวานเลก็ น้อย

2. ราคาสินค้า (Price) เปน็ การตง้ั ราคาท่เี หมาะสมกับสนิ ค้าหรือบรกิ าร และกาลงั ซื้อของลูกค้า พิจารณา
จากราคาของคู่แข่ง บางครั้งอาจลดราคาต่ากวา่ คู่แข่งก็ได้ โดยลดคุณภาพบางตัวทีไ่ มจ่ าเป็นก็จะทาใหส้ นิ คา้ มีราคาตา่
กว่าคู่แข่ง หรอื กาหนดราคาสูงกว่าค่แู ข่งก็ไดถ้ า้ สินคา้ ของเราดกี วา่ ค่แู ขง่ ดา้ นใดเพื่อใหล้ ูกค้ามีโอกาสเปรียบเทยี บ

3. สถานท่ีขายสนิ คา้ (Place) ควรเลอื กทาเลขายให้เมาะสมกับลกู คา้ หรือคิดหาวธิ กี ารส่งของสนิ ค้าให้ถึง
มอื ลูกค้าได้อย่างไร

4. การสง่ เสรมิ การขาย (Promotion) เปน็ การทากิจกรรมตา่ งๆ เพอื่ ใหล้ ูกค้ารู้จกั สินค้าและอยากทจ่ี ะซื้อ
มาใช้ เชน่ การแจกให้ทดลองใช้ การลดราคาในชว่ งแรก การแถมไปกับสินค้าอน่ื ๆ

36

ใบความรทู้ ่ี 3

การกาหนดกิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาด

การตลาดมีความสาคญั เพราะเป็นจุดเร่ิมตน้ และมผี ลตอ่ การบรรลเุ ปา้ หมายสดุ ทา้ ยของการดาเนินธุรกจิ

ธรุ กิจตอ้ งเรมิ่ ด้วยการศึกษาความตอ้ งการที่แท้จริงของลกู ค้า จากนน้ั จงึ ทาการสรา้ งสนิ ค้าหรอื บรกิ ารที่ทาใหล้ กู คา้ เกิด

ความพอใจสูงสุด (Customer Focus)

การบรหิ ารตลาด เปน็ กระบวนการวางแผน ปฏิบตั ิงานและการควบคุมกิจกรรมทางการตลาดที่กอ่ ให้เกิดการ

แลกเปล่ียนระหวา่ งผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมท้ังนาความพอใจมาสทู่ ัง้ 2 ฝ่าย

การกาหนดกิจกรรมเพื่อพัฒนาการตลาด

เม่ือเราทราบวา่ กลยุทธ์ท่ีกาหนดไว้มดี ้านใดบ้าง เชน่ กลยุทธ์ 4P กค็ อื ดา้ นตัวสนิ คา้ ดา้ นราคา ด้านสถานท่ี

ขาย และการสง่ เสริมการขาย กลยทุ ธท์ ้งั 4 ดา้ น ให้นามากาหนดเปน็ กจิ กรรมท่ีต้องดาเนินการ เช่น

1. กิจกรรมดา้ นพัฒนาตัวสนิ ค้า พัฒนาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

2. กจิ กรรมดา้ นราคา ผผู้ ลิตก็ตอ้ งกาหนดราคาทเี่ หมาะสมกับกาลงั ซอื้ ของผบู้ รโิ ภค และเหมาะสมกบั คณุ ภาพ

ของสนิ ค้า

3. กจิ กรรมดา้ นสถานท่ี ตอ้ งคิดว่าจะสง่ มอบสินคา้ ให้กบั ผูบ้ รโิ ภคไดอ้ ยา่ งไร หรอื ต้องมีการปรับสถานท่ขี าย

ทาเลทต่ี ั้งขายสนิ ค้า

4. กิจกรรมสง่ เสริมการขาย จะใชว้ ธิ กี ารใดทที่ าให้ลกู คา้ รจู้ ักสนิ คา้ ของเรา

การวางแผนพฒั นาการตลาด

ผูผ้ ลติ จะตอ้ งนากจิ กรรมต่างๆ มาวางแผนเพ่ือพัฒนาการตลาด ซ่ึงสามารถนาไปสกู่ ารปฏิบัติใหไ้ ด้ดังตัวอย่าง

แผนการพัฒนาการตลาด

ที่ กิจกรรมที่ต้องดาเนนิ แผนการพัฒนาการตลาดปี 2553

1 ศกึ ษาข้อมลู เพื่อกาหนดทศิ ทางการ ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.

พฒั นาการตลาด

2 กาหนดเป้าหมายการตลาด

3 กาหนดกลยุทธ์ส่เู หมาย

4 วเิ คราะห์กลยทุ ธ์

5 ดาเนินการ

- การโฆษณา

- การประชาสมั พันธ์

- การทางานข้อมูลลกู คา้

- การส่งเสริมการขาย

- การกระจายสินค้า

- การส่งมอบสนิ ค้า

- ฯลฯ

37

ใบงานท่ี 1
การกาหนดทิศทางและเป้าหมายการตลาด
( 1. กาหนดทิศทางการตลาดได้ 2. การกาหนดเป้าหมายการตลาดได้)
ใหผ้ ูเ้ รยี นรวมกลุ่มกัน 5 คนกาหนดทิศทางและเป้าหมายการตลาดในการพฒั นาสนิ คา้ ของตนเองหรือสินคา้ ทส่ี นใจ
1. ศึกษาตลาดเพื่อกาหนดทศิ ทาง 1.1 สนิ ค้า คอื ..........
1.2 ลูกคา้ ซื้อไปทาอะไร
1.3 กลุ่มเปา้ หมายที่ซ้ือสนิ คา้ คือใคร มกี าลงั ซื้อหรือไม่
1.4 ลกู คา้ จะซ้ืออย่างไร
1.5 ลกู ค้าซื้อใชเ้ ม่ือไร
1.6 ซ้ือสนิ คา้ ไดท้ ่ีไหน
2. เม่ือศึกษาทิศทางการตลาดแลว้ ให้กาหนดเป้าหมายการตลาดในการผลติ สินค้า
แบบบันทกึ
สมาชิกในกลุ่ม
1...........................................................................................................................................
2............................................................................................................................ ...............
3...........................................................................................................................................
4............................................................................................................................ ...............
5...........................................................................................................................................
1. ทศิ ทางการผลติ สินคา้ ................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
2. เป้าหมายการผลติ สินคา้ ............................................................................................................................. .
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
.............................................................................................................................. .........................................

38

ใบงานท่ี 2
การกาหนดและวเิ คราะห์กลยุทธ์ทางการตลาด
( 3. กาหนดกลยุทธส์ ่เู ปา้ หมายได้ 4. วิเคราะหก์ ลยุทธ์ได้ )
ใหผ้ ู้เรียนรวมกลุ่มกนั 5 คน รว่ มกันกาหนดและวเิ คราะหก์ ลยุทธพ์ ัฒนาทางการตลาดแล้วสรปุ ลงในแบบบนั ทึก
แบบบนั ทกึ
สมาชิกในกลุ่ม 1...........................................................................................................................................
2............................................................................................................................ ...............
3............................................................................................................................ ...............
4................................................................................................................. ..........................
5............................................................................................................................ ...............
กลยุทธ์
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
การวเิ คราะห์กลยุทธ์ โดยการวิเคราะห์จดุ อ่อน จุดแข็ง
1. จดุ แขง็ ........................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................... ...
2. จุดออ่ น.....................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
3. โอกาส......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
4. อปุ สรรค............................................................................................................................. ..................
........................................................................................................ ................................................................
สรุปผลการวิเคราะห์
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
...................................................................................... ..................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

39

ใบงานท่ี 3
ตรวจสออบผลการวเิ คราะห์กลยุทธ์
ให้ผู้เรียนนาผลการวเิ คราะห์กลยุทธจ์ ากใบงานทน่ี าไปให้ผรู้ ู้ชว่ ยตรวจสอบความเป็นไปได้แล้วสรุปลงในแบบบันทกึ
แบบบันทกึ
กลยทุ ธ์..........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................
...................................................................................................................................................... ...............
สรปุ ผลการวิเคราะหจ์ ากผูร้ ู้
............................................................................................................................. ........................................
.....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. ........................................
.....................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ขจากการแสดงความคิดเห็นของผู้รู้
.................................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ........................................
................................................................................................................................................................. ....
............................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. ........................................
...................................................................................................................................................................

40

แบบทดสอบกอ่ น-หลังเรยี น หน่วยที่ 2
เร่อื ง การจดั ทาแผนพฒั นาการตลาด

คาชแี้ จง ใหผ้ ู้เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน จงเลือกกากบาทในขอ้ ท่ีผู้เรยี นเหน็ วา่ ถกู ทส่ี ดุ เพียงหนงึ่ ขอ้

1.การกาหนดทิศทางธรุ กจิ ข้อใดถกู ต้อง ง.ภารกิจด้านผลผลิต

ก.การกาหนดวสิ ัยทัศนแ์ ละพันธกิจ 7.การบอกใหท้ ราบวา่ สถานประกอบการนั้นสามารถทา

ข.การคดิ เขียนแผนกลยทุ ธ์และวางแผน อะไรไดภ้ ายในระยะเวลาเทา่ ใด หมายถึง

ค.มีเป้าหมายอยา่ งชดั เจน ก.การวางแผนการตลาด

ง.แผนทิศทางไปสคู่ วามสาเรจ็ ของการดาเนนิ ธรุ กจิ ข. การทาโครงการการตลาด

2. “ทศิ ทางของธรุ กิจท่ีเราจะตอ้ งฝา่ ฟันอปุ สรรคต่างๆ ไปให้ ค.การกาหนดเป้าหมายการตลาด

ถงึ ได้” ข้อความนห้ี มายถึงข้อใด ง.การประชาสมั พันธ์การตลาด

ก. เป้าหมาย 8.การกาหนดเปา้ หมายการตลาดขอ้ ใดถูกต้อง

ข.ทศิ ทาง ก.ระยะสั้น หรือระยะยาว

ค.วสิ ยั ทศั น์ ข. 3 ปี 5 ปี

ง.การตลาด ค. ทกุ ปี

3.พันธกิจ ในทางธรุ กิจมีภาระทีส่ าคัญกี่ ประการ ง. ขอ้ ก และ ขอ้ ข ถูก

ก. 1 ประการ 9. การศกึ ษาการตลาดของผปู้ ระกอบการตอ้ งทาความ

ข. 2 ประการ เขา้ ใจเรอ่ื งใดบา้ ง

ค. 3 ประการ ก. ตลาดตอ้ งการอะไร

ง. 4 ประการ ข. ผรู้ บั บรกิ ารคอื ใคร
ค. ลกู คา้ ตอ้ งการอะไร
4.ความสาคญั ของพันธกจิ ข้อใดเป็นอนั ดบั แรกในดา้ นธุรกิจ ง. กลุ่มเป้าหมายมมี ากน้อยเพยี งใด
ก. ภารกิจดา้ นทุนดาเนนิ การ 10. มขี อ้ พจิ ารณาเพ่อื การกาหนดกลยุทธส์ เู่ ป้าหมายการ
พฒั นาตลาดอยา่ งใดบา้ ง
ข. ภารกิจด้านลกู คา้ ก. ลงทนุ สงู ทาสนิ คา้ มาก
ข. อยทู่ ก่ี ารตดั สนิ ใจของผปู้ ระกอบการ
ค. ภารกจิ ดา้ นผลผลิต ค. ตอ้ งประเมนิ ความตอ้ งการของตลาดก่อนลงทุน
ง. ภารกจิ ด้านการเรยี นรพู้ ัฒนาตนเองและองค์กร ง. ลงทุนต่าทส่ี ุด ทาสนิ คา้ จานวนน้อยแลว้ คอ่ ยเพม่ิ ขน้ึ
11.องค์ประกอบด้านการควบคมุ เชงิ กลยุทธป์ ระกอบด้วย
5. การกาหนดทศิ ทางและเป้าหมายการตลาดช่วยอะไร อะไรบา้ ง
ในการทาธุรกจิ ใดบา้ ง
ก.เปา้ หมาย ตัวบ่งชี้
ก. รจู้ กั กลมุ่ ลกู คา้ มาก
ข. สนิ คา้ จะไดร้ บั ความสนใจ ข.ปัจจยั นาเขา้ ตัวบง่ ช้ี เป้าหมาย
ค. ช่วยใหส้ ามารถดาเนินธุรกจิ ไดค้ ล่องตวั ยง่ิ ขน้ึ
ง. สามารถกาหนดเป้าหมายการตลาด ค.กจิ กรรม / โครงการทตี่ ้องทา ตวั บ่งชี้ เป้าหมาย
6. เปา้ หมายการตลาดเพอื่ การขยายอาชพี ข้อใดถูกต้อง
ก.มวี ธิ ีดาเนนิ การท่สี าคัญ ง.เป้าหมาย ตัวบง่ ช้ี ปัจจยั นาเข้า กรรม / โครงการ

ข.ต้องมีความชดั เจนสามารถวัดและประเมนิ ผลได้ ทต่ี ้องทา

ค.พฒั นาตนเองและองค์กร

41

12.ขอ้ ใดเรียงลาดับถูกต้องตามองค์ประกอบด้านเหตุผลสู่ ก. การเพ่ิมกาลงั การผลิต
ความสาเร็จของการขยายอาชีพ ข. การเพิม่ ต้นทนุ การผลติ
ค. การควบคมุ คุณภาพผลผลติ
ก. ด้านการลงทนุ ด้านลูกคา้ ดา้ นผลผลติ ดา้ นการ ง. การสง่ มอบผลผลติ ตามสะดวก
เรยี นรพู้ ัฒนาตนเอง 17. กิจกรรมในข้อใดเปน็ กจิ กรรมสง่ เสรมิ การตลาด
ก.กจิ กรรมสง่ เสริมการขาย
ข. ด้านลูกค้า ด้านผลผลติ ด้านการลงทนุ ด้านการ ข.กจิ กรรมการสง่ ออกสินค้า
เรียนร้พู ัฒนาตนเอง ค.กจิ กรรมการแลกเปลยี่ นสนิ คา้
ง.กจิ กรรมการวจิ ยั ตลาด
ค. ดา้ นผลผลิต ดา้ นการลงทุน ดา้ นการเรยี นรู้พฒั นา 18.วธิ กี ารโดยทวั่ ไปทใ่ี ชใ้ นส่งเสรมิ การตลาด ส่วนมากจะ
ตนเอง ด้านลกู ค้า ใชว้ ธิ ใี ด
ก. ทาการวจิ ยั ตลาด
ง.ดา้ นการเรียนร้พู ฒั นาตนเอง ดา้ นลูกคา้ ด้านผลผลิต ข. ใชพ้ นกั งานเดนิ ตลาด
ดา้ นการลงทุน ค. การโฆษณาประชาสมั พนั ธ์
13. การวิเคราะห์กลยุทธ์จดั ทาขน้ึ เพื่อกิจกรรมใด ง. สารวจความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค
19.การกาหนดกจิ กรรมเพ่ือพัฒนาการตลาดต้องศึกษาสิง่ ใด
ก.เหตุผลที่จะทาใหก้ ารขยายอาชีพสาเร็จ เป็นอันดบั แรก
ข.ใชเ้ ป็นแผนภาพรวมของการขยายอาชีพ เป็นเครอ่ื งมือ ก.ศกึ ษาขอ้ มูลสินคา้
ควบคุม ข.ศึกษาทาเลทีต่ ้ัง
ค.ควบคมุ ภาพรวมของการดาเนนิ งาน ค.ศึกษาความต้องการของลกู ค้า
ง.ถกู ทุกข้อ ง.ศึกษาการประชาสัมพันธ์
14. เป้าหมายกลยุทธ์ ภารกจิ ดา้ นการลงทนุ คือข้อใด 20.กจิ กรรมและแผนการพัฒนาการตลาดมีความจาเป็นต่อ
ก. คนงานรู้เทา่ ทันกัน การพฒั นาอาชีพอย่างไร
ข.เอกสารตรวจติดตามคณุ ภาพ ก. สามารถปฏิบตั ิงานไดต้ ามจุดม่งุ หมาย
ค.ขยายพนื้ ท่ีการผลิต 20 ไร่ ข. สามารถปฏบิ ตั งิ านได้ตามแผนท่วี างไว้
ง.สร้างความเชอ่ื ถอื ใหก้ ับลกู คา้ ค. ชว่ ยประหยัดต้นทนุ ในการประกอบอาชีพ
15.กิจกรรมโครงการภารกิจด้านลูกค้า คือข้อใด ง. ช่วยใหก้ ารพฒั นาอาชีพประสบความสาเร็จและมี
ก.สรา้ งความเช่อื ถือใหก้ บั ลูกคา้ ประสทิ ธภิ าพ
ข.จดั ทาสารคดคี วามรู้และแสดงผลงาน
ค.จดั ทาเอกสารขนั้ ตอนการทางานในแตล่ ะกจิ กรรม
ง.ยกระดับคณุ ภาพผลผลติ ใหไ้ ด้ตามมาตรฐาน

16.ข้อใดเป็นวธิ กี ารทจี่ ะพัฒนาอาชพี ให้มีความม่ันคง
เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น

1. ก 2.ค 3. ง 4. ก 5. ง 6. ข 7. ค 8. ง 9. ค 10. ง

11. ง 12.ก 13.ง 14. ค 15.ข16.ค 17. ก 18. ค 19.ค 20. ง

บันทึกหลงั การสอน

42

รายวิชา พัฒนาอาชีพให้มีความม่ันคง ( อช 31003)
ครัง้ ที่ .............วันท่ี ............เดือน......................................พ.ศ.............................
สาระการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................................................. ..................................
กระบวนการจัดการเรียนรู้
...............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
ส่ือประกอบการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ..................................................................
................................................................................................................................................................. ..............................
การวัดผลประเมนิ ผล
...............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
ปญั หาและอุปสรรคในการเรียนรู้
............................................................................................................................. ..................................................................
................................................................................................................................................................ ...............................
ข้อปรบั ปรงุ แก้ไข และ ขอ้ เสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................ผบู้ ันทึกหลงั การสอน
(.....................................................)

ขอ้ คิดเห็น / เสนอแนะ ของผูน้ เิ ทศ / ผู้บริหาร
..................................................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... ......................................................

ลงช่ือ.................................................ผนู้ เิ ทศ/ ผู้บรหิ าร
(..........................................)

ผู้อานวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอ...............

แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version