The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง

43

กลุม่ สำระกำรประกอบอำชีพ รำยวชิ ำ พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง (อช 31003) ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

เร่ืองที่ 3 การจัดทาแผนพัฒนาการผลติ หรอื การบริการ เวลา 3 ชั่วโมง

สอนวันที่ ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดับ

มีความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาอาชีพ ใหม้ ผี ลติ ภณั ฑ์หรืองานบริการ สร้างรายได้พอเพียงต่อการดารงชีวติ มี
เงนิ ออมและมที นุ ในการขยายอาชีพ
ตวั ชีว้ ัด

อธิบายการกาหนดคุณภาพ ผลผลิต หรอื การการบริการ สามารถวิเคราะหท์ นุ ปัจจัยการผลิต การบรกิ าร

กาหนดเป้าหมายการผลิต หรือการบริการ กาหนดแผนกิจกรรมการผลติ พฒั นาระบบการผลติ และการบริการได้

เน้อื หาสาระ
1.การกาหนดทุนการผลติ หรอื การบริการ
2.การวิเคราะหท์ ุนปัจจยั การผลิตหรือการบริการ
3.การกาหนดเป้าหมายการผลิตหรอื การบริการ
4.การกาหนดแผนกจิ กรรม
5.การพฒั นาระบบการผลิตหรือการบริการ

การจัดกระบวนการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 กาหนดสภาพปญั หา ความต้องการ

1.1 ครูและผเู้ รยี นร่วมกนั กาหนดสภาพปัญหา ทุนปัจจยั การผลติ เปา้ หมายการผลิตหรือการบรกิ าร แผนกจิ กรรม
และการพฒั นาระบบ

1.2 ครแู ละผู้เรียนร่วมกนั วเิ คราะห์ และทาความเขา้ ใจกบั ทุนปัจจยั การผลติ เปา้ หมายการผลิตหรอื การบริการ
แผนกิจกรรมและการพัฒนาระบบ

1.3 ครูและผูเ้ รยี นรว่ มกันวางแผน และกาหนดแนวทางในการเรียนรดู้ ้วยตนเอง
ขั้นท่ี 2 ขนั้ แสวงหาข้อมลู

2.1. เรียนรูด้ ้วยตนเอง คิดหาเหตุผลเชิงประจกั ษข์ องตนเอง ในการวเิ คราะห์ศกั ยภาพธรุ กิจในชว่ งระยะเรมิ่ ต้น สรา้ ง
ตวั และทรงตวั ตกต่าหรือสูงขึน้ จากผู้มีประสบการณ์ ผู้รู้ ภูมปิ ญั ญา ส่อื

2.2. ครูและผู้เรยี นรว่ มกันแลกเปลยี่ นเรียนรู้ และสรปุ ความรเู้ บ้ืองต้นที่ได้ไปศึกษา คน้ ควา้ เรียนร้มู าจากแหล่ง
เรยี นรูต้ า่ ง ๆ เพ่ือนามาประยุกต์ใช้

2.3. ผ้เู รียนไดน้ าความรู้ท่ีไดศ้ ึกษาด้วยตนเองเพื่อมาตรวจสอบความถกู ต้องในกระบวนการเรียนรู้
ขั้นท่ี 3 การปฏิบตั ิและนาไปประยุกต์ใช้

3.1 ผเู้ รียนสามารถนาความรู้ และประสบการณห์ ลงั จากการเรียนรู้ด้วยตน
3.2 ผเู้ รียนสามารถแก้ไขปัญหา อุปสรรคในการทางานได้แต่ละครัง้ พรอ้ มสรุปจัดทารายงานรวบรวมเปน็ แฟ้ม
สะสมงาน

44

ข้ันท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้
4.1 ครูและผู้เรียนนาแฟม้ สะสมผลงาน และผลงานทไ่ี ดจ้ ากการปฏบิ ัติ สรปุ เปน็ องค์ความร้เู พ่ือใช้เป็นแนวทาง

กระบวนการปฏิบัตงิ าน
4.2 ครูวัดผลประเมนิ ผลผ้เู รยี นจากเกณฑ์วัดผลประเมนิ ผล
4.3 ครูสามารถประเมนิ ผลการเรียนรู้ของผเู้ รยี น และผู้เรยี นสามารถประเมินความรภู้ ายในกลุ่ม หรอื ของตนเองได้

สือ่ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือแบบเรยี นวิชาพฒั นาอาชีพใหม้ คี วามมนั่ คง ระดับม.ปลาย (E-book)
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
3. ใบความรู้
4. ใบงาน
5. Internet

การวดั ผลและประเมินผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ มของผู้เรยี นในการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ความต้งั ใจ ความสนใจ
2. ผลงาน/ชิ้นงาน /ใบงาน
3. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลงั เรยี น

45

ใบความรู้ท่ี 1

การกาหนดคณุ ภาพผลผลติ หรือการบรกิ าร
การจัดการการผลติ หมายถึง การสรา้ งสรรคห์ รอื การแปรสภาพส่ิงหน่ึงสง่ิ ใด ใหเ้ ปน็ สินค้า เป็น
กระบวนการทดี่ าเนนิ งานผลิตสนิ คา้ ตามขั้นตอนตา่ งๆ อยา่ งต่อเน่อื งและมีการประสานงานกนั เพื่อใหบ้ รรลุ
เปา้ หมายขององค์กรหรือกิจการการผลิต
การกาหนดคณุ ภาพผลผลิต เปน็ การกาหนดคุณสมบตั ิของผลผลิตตามที่ลกู คา้ ต้องการ เชน่ ลกู คา้ ต้องการ
ผกั ปลอดสารพิษ ดังนนั้ ตอ้ งพัฒนากระบวนการปลูกผักโดยใชส้ ารธรรมชาติแทนป๋ยุ เคมี หรอื พฒั นารสชาติของ
อาหารแปรรปู ให้มรี สเปรย้ี วยง่ิ ขนึ้ เพ่ือให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุม่ วัยรนุ่
การบริการ หมายถงึ กระบวนการทีเ่ นน้ การให้บริการแกล่ ูกคา้ โดยตรง โดยการทาใหล้ ูกค้าไดร้ ับความพึง
พอใจ มีความสุขและไดร้ บั ผลประโยชน์อย่างเต็มท่ี
ลักษณะงานอาชพี ในการผลิต งานอาชีพในการผลติ นั้น ส่วนใหญม่ ีอยู่ในภาคเกษตรกรรม และภาคอตุ สาหกรรม
เช่น ภาคเกษตรกรรม
- ผลผลติ ได้แก่ พืชไร่ พชื สวน ไมด้ อกไมป้ ระดับ นาข้าว ปศุสัตว์ ฟารม์ เปน็ ต้น
ภาคอุตสาหกรรม
- อาชพี ตดั เย็บเส้ือผ้า อาชีพผลติ รถยนต์ ผลผลติ คอื รถยนต์ เปน็ ตน้ การผลิตเพ่ือให้ไดผ้ ลผลติ ที่ดนี ้นั ตอ้ ง
ใหต้ รงกบั ความต้องการของผู้ใชห้ รือผูซ้ อ้ื ให้มากท่ีสุด
คณุ ภาพของผลผลติ ท่ีดีนน้ั ต้องมาจากผผู้ ลิตท่ีมีคุณลกั ษณะทด่ี ี ซ่งึ ประมวลได้ดงั นี้
1. ซอ่ื สัตยต์ อ่ ผู้บรโิ ภค
2. รักษาคณุ ภาพของผลผลติ ให้คงท่แี ละปรับปรงุ ให้ดีขึน้
3. ไมป่ ลอมปนผลผลติ
4. ไมเ่ อารดั เอาเปรยี บผบู้ ริโภค
5. ไม่กักตุนผลผลิต
6. มีความรู้ ความชานาญในงานอาชพี ท่ีดาเนินการเป็นอย่างดี
7. มคี วามรักและศรทั ธาในงานอาชพี ท่ดี าเนนิ การ
8. มีความเชอื่ มั่นในตวั เอง
9. มคี วามคดิ ริเร่มิ และมีมนุษยสัมพนั ธท์ ี่ดี
ลกั ษณะงานอาชีพการให้บริการ
การบรกิ าร เป็นกจิ กรรมหรือการกระทาที่ผ้ใู หบ้ ริการทาข้นึ เพื่อส่งมอบการบรกิ ารให้แก่ผู้รบั บรกิ าร
ผูร้ ับบรกิ ารส่วนใหญจ่ ะเน้นให้ความสาคญั กบั “กจิ กรรม” หรอื “กระบวนการบรกิ าร” ของผ้ใู ห้บรกิ ารมากกวา่ ส่ิง
อ่ืน และจะเกิดความประทบั ใจ ในขณะทผ่ี ้รู ับบรกิ ารสัมผสั ไดก้ บั การไดร้ ับบรกิ ารน้ัน ๆ คณุ ภาพของการบรกิ าร วัด
ไดจ้ ากการบรกิ ารของผู้ให้บริการ 7 ประการ ดังนี้
1. การยม้ิ แยม้ เอาใจใส่ เห็นอกเห็นใจต่อความลาบากยงุ่ ยากของลกู ค้า
2. การตอบสนองต่อความประสงคข์ องลูกค้าอย่างรวดเร็วทันใจ

46

3. การแสดงออกถงึ ความนับถือ ให้เกยี รติลกู ค้า
4. การบริการเปน็ แบบสมัครใจและเต็มใจทา
5. การแสดงออกถงึ การรักษาภาพลกั ษณ์ของการใหบ้ รกิ าร
6. การบริการเปน็ ไปดว้ ยกิรยิ าท่ีสุภาพ และมีมารยาทดี อ่อนน้อมถ่อมตน
7. การบรกิ ารมีความกระฉับกระเฉง กระตือรอื รน้ มีบางอาชพี ท่เี ป็นไปไดท้ ้ังการผลิตและการบรกิ าร เช่น
ผูป้ ระกอบการอาชพี ร้านอาหาร ตอ้ งมผี ลผลติ เช่น อาหารประเภทตา่ งๆ ควบค่กู ับการบรกิ าร

47

ใบความรู้ที่ 2
การวิเคราะห์ทุนปจั จัยการผลติ หรอื การบรกิ าร
การวิเคราะห์ทุน ซ่ึงเปน็ ปจั จัยการผลติ จึงมีความจาเป็นต่อการพัฒนาอาชพี จะส่งผลต่อความเข้มแข็งของ
อาชพี ถ้ารู้จักลดต้นทนุ ใชท้ ุนอยา่ งเหมาะสมและประหยัด จัดหาทุนทดแทน
ทนุ หมายถงึ ปัจจัยทใี่ ชใ้ นการลงทนุ ในการดาเนนิ การประกอบอาชีพ เพือ่ หวงั ผลกาไรจากการดาเนินการ
ทนุ ถือว่าเป็นปจั จยั สาคัญในการประกอบอาชพี ใหด้ าเนนิ งานไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ และมีความเจริญเตบิ โตอยา่ ง
ต่อเน่อื ง
ตน้ ทุนการผลิต หมายถึง ทุน ในการดาเนินการประกอบอาชีพ แบง่ ได้ 2 ประเภท คือ
1. ทุนคงท่ี คอื ปัจจัยท่ผี ปู้ ระกอบการจัดหามา เพ่ือใช้ในการจดั หาสนิ ทรัพยถ์ าวร เช่น
ดอกเบย้ี เงินกู้ ท่ีดิน อาคาร เคร่ืองจักร เป็นต้น สาหรับใช้ในการประกอบอาชีพทนุ คงที่ สามารถแบง่ ได้ 2 ลกั ษณะ
คือ
1) ทุนคงทีท่ เี่ ป็นเงนิ สด เปน็ จานวนเงินท่ีต้องจ่ายเปน็ ค่าดอกเบีย้ เงนิ กู้ เพอ่ื นามาใช้ในการดาเนินการ
ประกอบอาชีพ
2) ทุนคงท่ีที่ไม่เป็นเงินสด ได้แก่ พื้นที่ อาคารสถานที่ โรงเรอื น รวมถึงคา่ เสื่อม ราคาของเคร่ืองจักร
2. ทนุ หมุนเวียน คือ ปจั จยั ท่ผี ้ปู ระกอบการจดั หามา เพ่อื ใชใ้ นการดาเนินการจัดหา สนิ ทรพั ย์หมนุ เวียนใน
การดาเนินกจิ กรรมอาชพี เชน่ วัตถุดบิ ในการผลิตสินคา้ หรือการบริการ วัสดุสนิ้ เปลอื ง ค่าแรงงาน ค่าขนสง่ ค่าไฟฟา้
ค่าโทรศัพท์ เปน็ ตน้
ทุนหมุนเวียนแบง่ ออกเปน็ ดังนี้ คือ
1. คา่ วัสดอุ ุปกรณ์ในการประกอบอาชพี ดงั น้ี
1.1) วสั ดุอุปกรณ์อาชีพในกลุ่มผลิตผลผลิต เชน่ งานอาชพี เกษตรกรรม เชน่ ค่าปุย๋ พันธุ์พชื พนั ธุ์
สัตว์ ค่านา้ มนั เป็นต้น
1.2) วัสดอุ ุปกรณ์อาชพี ในกลุ่มบริการ เช่น อาชพี รับจา้ งซักรดี เสอื้ ผ้า เช่น ค่าผงซกั ฟอก คา่ นา้ ยา
ซกั ผา้ เปน็ ต้น
2. คา่ จ้างแรงงาน เปน็ คา่ จ้างแรงงานในการผลติ หรอื บริการ เชน่ คา่ แรงงานในการไถดิน ค่าจา้ งลกู จ้างใน
รา้ นอาหาร
3. คา่ เช่าท่ีดนิ /สถานท่ี เป็นค่าเช่าท่ีดนิ /สถานทใี่ นการประกอบธรุ กิจ
4. คา่ ใช้จ่ายอนื่ ๆ เป็นคา่ ใชจ้ า่ ยในกรณีอ่ืนท่ีนอกเหนือจากรายการ
5. ค่าใชจ้ า่ ยในครัวเรอื น เป็นแรงงานในครวั เรือนส่วนใหญ่ ในการประกอบอาชีพอาจจะไมไ่ ดน้ ามาคิดเป็น
ตน้ ทนุ จึงไม่ทราบข้อมูลการลงทุนทีช่ ดั เจน ดงั นน้ั การคดิ ค่าแรงในครัวเรอื น จงึ จาเป็นต้องคิดดว้ ยโดยคดิ ในอตั รา
ค่าแรงขน้ั ต่าของท้องถ่ินน้นั ๆ
6. คา่ เสยี โอกาสที่ดิน กรณเี จ้าของธุรกิจมีท่ดี ินเปน็ ของตนเอง การคิดตน้ ทนุ ให้คิดตามอัตราค่าเชา่ ที่ดนิ ใน
ทอ้ งถิน่ หรือบรเิ วณใกล้เคียง ในการดาเนินงานประกอบอาชีพ การบรหิ ารเงินทุนหรอื ด้านการเงินน้นั

48

ใบความรู้ที่ 3
การกาหนดเป้าหมายการผลิตหรอื การบริการ
เปา้ หมายการผลิตหรือการบริการ เป็นส่งิ ทีผ่ ปู้ ระกอบอาชพี ตอ้ งการมุ่งไปให้ถงึ เกดิ ผลตามท่ีตอ้ งการ ดว้ ย
วธิ กี ารต่าง ๆ เป้าหมายจงึ เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณท่จี ะตอ้ งผลติ หรือบรกิ ารให้ได้ตามระยะเวลาที่กาหนดดว้ ยความพงึ
พอใจของลกู คา้ เต็มใจในการรับบริการ
ปจั จยั ที่สง่ ผลใหป้ ระสบความสาเรจ็ น้ันประกอบดว้ ย
1. การกาหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างชัดเจน
2. การเสริมสรา้ งสว่ นประสมทางการตลาดได้อย่างลงตัว
3. การคานงึ ถึงสภาวะแวดลอ้ มท่คี วบคุมไม่ได้
4. สามารถตอบคาถามต่อไปน้ีไดท้ กุ ข้อ
ขอ้ มูลปจั จยั ของลูกค้า ท่ีต้องการสนิ ค้าทจี่ ะพฒั นาขึ้นใหม่ประกอบด้วย
ใครคือ กลมุ่ ลูกค้าเปา้ หมายสาหรบั ผลผลิตท่ีผลติ ขน้ึ หรอื การบรกิ าร
ลกู คา้ เป้าหมายดงั กลา่ วอยู่ ณ ท่ใี ด
ในปจั จุบนั ลกู ค้าเหล่านีซ้ ้ือผลผลิตหรอื การบรกิ ารไดจ้ ากท่ใี ด
ลูกค้าซ้ือผลผลิตหรอื การบริการบอ่ ยแค่ไหน
อะไรคือส่งิ จงู ใจที่ทาให้ลกู คา้ เหลา่ นน้ั ตดั สนิ ใจใช้บรกิ าร
เหตผุ ลทาไมลกู คา้ ถึงใชผ้ ลผลิตหรอื บรกิ ารของเรา
อะไรที่ลูกคา้ เหล่านน้ั ชอบและไม่ชอบผลผลติ หรอื บรกิ ารอะไรท่เี รามีอยู่บา้ ง
ขอ้ มูลปัจจัยของผลผลติ หรือการบริการ ประกอบด้วย
1. ลูกคา้ ตอ้ งการผลผลติ หรอื บรกิ ารอะไร
2. ลกู ค้าอยากจะให้มผี ลผลติ หรอื บริการในเวลาใด
3. งานดา้ นการบริการ ควรตง้ั ชือ่ วา่ อะไร เพอื่ เป็นสิ่งดึงดูดใจลกู คา้ ได้มากที่สดุ
นอกจากนขี้ ้อมลู ด้านการกาหนดเป้าหมายการผลิตหรือการบรกิ ารให้สอดคล้องกบั ความเป็นจริงและความเป็นไปได้
แล้ว ขอ้ มลู องค์ประกอบด้านผูป้ ระกอบการ ในการพฒั นาอาชีพจะต้องพิจารณาตามประเด็นสาคญั ๆ ดงั นี้
1. แรงงาน ตอ้ งใช้แรงงานมากน้อยที่เพม่ิ หรือลดลงเทา่ ไร ปัจจบุ ันมีแรงงานเพียงพอตอ่ การดาเนนิ งานหรือไม่ ถา้
ไม่เพยี งพอจะทาอย่างไร จะนาเครือ่ งจกั รมาใชแ้ ทนแรงงานบ้างไดห้ รือไม่
2. เงินทนุ ต้องใชเ้ งนิ ทุนมากนอ้ ยเพยี งไร ปจั จุบนั มีเงินทนุ เพียงตอ่ การดาเนนิ งานหรอื ไม่ ถา้ ไม่เพยี งพอจะทาอยา่ งไร
3. เคร่ืองมือ/อปุ กรณ์ ตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งมอื /อปุ กรณอ์ ะไร จานวนเทา่ ไร เพยี งพอหรอื ไม่ ถ้าไมเ่ พยี งพอจะทาอยา่ งไร
4. วตั ถดุ บิ เปน็ สิ่งสาคัญมากขาดไมไ่ ด้ ผ้ผู ลิตจะตอ้ งพิจารณาวา่ จะจดั หาจัดซ้อื วัตถดุ บิ จากท่ีใด ราคาเทา่ ไร จะหา
ได้จากแหลง่ ไหน และโดยวิธีใด
5. สถานท่ี หากเป็นการประกอบอาชพี ด้านการผลติ ตอ้ งกาหนดสถานทที่ ่ใี กลแ้ หลง่ วัตถดุ บิ ถา้ เป็นธรุ กิจดา้ นการ
บรกิ าร ตอ้ งจัดสถานที่ให้มคี วามเหมาะสม สะอาด และเดินทางสะดวก เป็นหลัก

49

ใบความร้ทู ่ี 4
การกาหนดแผนกจิ กรรมการผลิตหรอื การบริการ
แผนกิจกรรมการผลิตหรือการบรกิ าร คอื แผนงานทางการประกอบอาชีพท่แี สดงกิจกรรมตา่ งๆ ทต่ี อ้ ง
ปฏบิ ตั ิในการลงทนุ ประกอบการ โดยมจี ุดเร่มิ ตน้ จากจะผลิตสนิ ค้าและบริการอะไร มีกระบวนการปฏบิ ัตอิ ย่างไรบ้าง
และผลจากการปฏิบัติออกมาได้มากน้อยแคไ่ หน ใช้งบประมาณและกาลังคนเทา่ ไร เพ่ือใหเ้ กดิ เป็นสินค้าและบรกิ าร
แกล่ กู ค้า และจะบริหารธรุ กจิ อยา่ งไรธรุ กจิ จึงจะอยรู่ อด
การกาหนดแผนกจิ กรรมการผลติ หรือการบริการ เป็นสิ่งที่สาคัญยงิ่ ต่อการประกอบอาชีพ เพราะเปน็ การ
กาหนดเปา้ หมายในส่งิ ทตี่ ้องการใหเ้ กดิ รายละเอียดท่ีตอ้ งปฏิบตั ิ ผา่ นกระบวนการตัดสนิ ใจอยา่ งมีระบบและข้อมูล
เพือ่ ใหเ้ กดิ ผลการปฏิบัตบิ รรลุผลตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ โดยมีขนั้ ตอนการกาหนดแผนกิจกรรมการผลิตหรอื การ
บริการ ดงั นี้
1. สารวจตัวเองเพ่ือใหร้ ู้ถงึ สถานภาพปจั จุบนั ของงานอาชพี ของตนเอง เปน็ การตรวจสอบขอ้ มลู เกีย่ วกับ
แรงงาน เงนิ ทุน เครอื่ งมือ/อุปกรณ์ วตั ถุดบิ และสถานท่ีว่า มีสภาพความพรอ้ มหรอื มปี ัญหาอย่างไร รวมถงึ ผลผลติ
หรอื บริการของตนว่ามอี ะไรบกพร่องหรอื ไม่
2. สารวจสภาพแวดล้อม เปน็ การตรวจสอบข้อมูลภายนอกเก่ยี วกับสภาพธรุ กิจประเภทเดียวกนั ในชุมชน
ความตอ้ งการของลูกคา้ การดาเนินงานตามขั้นตอนที่ 1 และ 2 เปน็ การศึกษาข้อมลู เพ่ือระบุถึงปัญหาท่เี กิดข้นึ และ
ควรแกไ้ ข ซ่งึ ข้อมูลของท้งั สองข้อน้ี อยู่ในเรอื่ ง ของสภาพปัญหา และหลกั การและเหตุผล ในสว่ นแรกของแผนงาน/
โครงการผลติ หรอื บรกิ าร
3. การกาหนดทางเลอื กเพ่ือใหก้ ารวางแผนมคี วามชัดเจน หลังจากสามารถกาหนดสาเหตขุ องปัญหา( ข้อ 1
และ ข้อ 2 ) ได้แล้ว ผู้ประกอบการตอ้ งตดั สินใจเพ่อื พิจารณาหาทางเลือก เพ่ือให้ได้ทางเลือกหลายทางสู่การปฏบิ ตั ิ
4. การประเมนิ ทางเลอื ก เม่ือสามารถกาหนดทางเลือกได้หลากหลายแลว้ (จาก ข้อ 3 ) เพื่อให้ได้ทางเลอื กสู่
การปฏบิ ตั ิทเี่ หมาะสมท่สี ดุ ในการวางแผนกลยุทธท์ างการตลาด ผ้ปู ระกอบการต้องพิจารณาประเมินทางเลือกในแต่
ละวธิ ี เพอื่ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายใหด้ ีที่สดุ
5. การตดั สินใจ เม่ือไดท้ างเลือกหลายทางเลอื กในการตัดสินใจสามารถใช้หลัก 4 ประการในการพจิ ารณา
ประกอบการตัดสินใจคือ
1) ประสบการณ์ 2) การทดลอง 3) การวิจยั หรือการวเิ คราะห์ และ 4) การตัดสนิ ใจเลือก
6. กาหนดวัตถปุ ระสงค์ เปน็ การกาหนดเปา้ หมายของการดาเนินงานวา่ ต้องการให้เกิดอะไร
7. พยากรณ์อนาคตถึงความเปน็ ไปได้ เป็นการคิดผลบรรลุล่วงหน้าวา่ หากดาเนนิ การตามแผนกจิ กรรมการ
ผลติ หรือการบรกิ ารแลว้ ธุรกจิ ทด่ี าเนินงานจะเกดิ อะไรขน้ึ
8. กาหนดแนวทางการปฏิบตั ิ เปน็ การกาหนดรายละเอียดข้ันตอนการปฏบิ ตั วิ ่าจะทาอย่างไร เมอ่ื ไร เพอ่ื ให้
เกดิ ผลตามวตั ถปุ ระสงค์ท่ีกาหนดไว
9. ประเมินแนวทางการปฏบิ ัติทวี่ างไว้ เป็นการตรวจสอบความสมบรู ณ์ของแผนกจิ กรรมการผลิตหรอื การ
บรกิ ารว่า มคี วามสอดคลอ้ งกันหรอื ไม่อยา่ งไร สามารถทีจ่ ะปฏิบัติตามข้ันตอน วธิ กี ารท่กี าหนดไว้ได้หรือไม่อย่างไร

50

หากพบว่าแผนกจิ กรรมการผลติ หรอื การบริการท่ีจัดทาขน้ึ ยังไม่มีความสอดคล้อง หรอื มีข้ันตอนวิธีการใดทีไ่ มม่ ่นั ใจ
ใหจ้ ัดการปรบั ปรงุ ใหม่ใหม้ ีความสอดคล้องและเหมาะสม

10. ทบทวนและปรับแผน เมื่อสถานการณ์ส่ิงแวดล้อมทเี่ ปลีย่ นแปลงไป และผลลพั ธไ์ มเ่ ป็นไปตามทีก่ าหนด
เปน็ การพฒั นาแผนกิจกรรมการผลิตหรอื การบรกิ ารในระหว่างการปฏบิ ตั ติ ามแผน เมอ่ื มีสถานการณ์เปลีย่ นแปลงไป
หรือมขี ้อมลู ใหม่ทีส่ าคัญ

การควบคมุ คุณภาพการผลิตหรือการบรกิ าร หมายถงึ การจัดกจิ กรรมตา่ งๆ เพอ่ื ใหผ้ ลผลิตหรือการบริการ
ไดต้ ามท่ีกาหนดคณุ ภาพไว้ ทาให้ตอบสนองความต้องการและสามารถสรา้ งความพึงพอใจใหก้ บั ลูกค้าบนแนวคดิ
พนื้ ฐานวา่ เมอื่ กระบวนการดี ผลลัพธ์ทอ่ี อกมาก็จะดตี าม

การจัดการเกีย่ วกับการควบคุมคณุ ภาพการผลิตหรือการบริการ การควบคุมคณุ ภาพน้ัน มีวัตถปุ ระสงค์
เพ่อื ใหผ้ ลติ ภัณฑห์ รือการบรกิ ารบรรลุจุดม่งุ หมายดังต่อไปน้ี

1. สินค้าท่สี ่ังซอ้ื หรือสงั่ ผลติ มีคุณภาพตรงตามข้อตกลงหรือเงอื่ นไขในสัญญา
2. กระบวนการผลิตดาเนนิ ไปอยา่ งถูกต้องเหมาะสม
3. การวางแผนการผลิตเปน็ ไปตามทีก่ าหนดไว้
4. การบรรจุหีบหอ่ ดีและเหมาะสม หมายถงึ สามารถนาส่งวสั ดยุ ังจุดหมาย ปลายทางในสภาพดี
ขัน้ ตอนการควบคุมคุณภาพการผลติ แบ่งออกเป็น 4 ขัน้ ตอน คือ
1. ขน้ั การกาหนดนโยบาย เป็นการกาหนดวัตถปุ ระสงค์อย่างกวา้ งๆ เชน่ ระดับสนิ คา้ ขนาดของตลาด
วิธีการจาหนา่ ย ตลอดถงึ การรับประกัน ขอ้ กาหนดเหล่าน้ีจะเป็นเครื่องชน้ี าว่า กจิ การจะต้องทาอะไรบา้ ง เพอื่ ให้
บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ท่ีได้กาหนดไว้
2. ข้นั การออกแบบผลิตภัณฑ์ หมายถึง การกาหนดคุณลักษณะของผลติ ภัณฑ์ การออกแบบผลิตภณั ฑ์ ซง่ึ
จะตอ้ งมคี วามสัมพันธ์กับระบบการผลิต
3. ข้นั ตอนการควบคุมคุณภาพของการผลติ การควบคุมคุณภาพการผลติ แบง่ ออกเป็นขั้นตอนย่อย 3 ขั้น
คอื การตรวจสอบคณุ ภาพของชิ้นส่วน การควบคุมกระบวนการการผลิตและการ ตรวจสอบคณุ ภาพของผลิตภณั ฑ์
โดยในการตรวจสอบทงั้ 3 ขั้นน้ี สว่ นใหญ่จะใช้เทคนคิ การสุ่มตวั อยา่ ง เพราะผลิตภัณฑท์ ี่ผลิตไดน้ น้ั มีจานวนมากไม่
อาจจะทาการตรวจสอบได้อย่างทว่ั ถึงภายในเวลาจากดั
4. ขั้นการจดั จาหนา่ ย การควบคุมคุณภาพในการจาหน่าย จะใหค้ วามสาคัญกบั บริการหลงั การขาย ซง่ึ
ในระบบการตลาดสมยั ใหม่ ถือวา่ เปน็ เรอ่ื งสาคัญมาก เพราะสนิ คา้ บางชนดิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินคา้ ประเภท
เครื่องมือ เครอ่ื งจักรหรืออปุ กรณท์ างไฟฟ้า หรอื เครอ่ื งอเิ ล็กทรอนิกสห์ รอื คอมพวิ เตอร์ ซ่ึงมีวิธีการใช้และการดแู ล
รักษาท่ีคอ่ นขา้ งย่งุ ยาก ผผู้ ลติ หรอื ผ้ขู ายจะต้องคอยดู และเพ่อื ให้บริการหลงั การขายแกผ่ ู้ซือ้ อยูเ่ สมอ เพือ่ สร้างความ
พึงพอใจ ซง่ึ จะมผี ลต่อการสร้างความเช่ือมัน่ และความก้าวหนา้ ทางธรุ กิจในอนาคต การควบคมุ คุณภาพการผลติ
หรอื การบรกิ ารมคี วามสาคญั ตอ่ การกาหนดกิจกรรมการผลิตหรือการบริการเป็นอย่างมาก เพราะการผลติ สินคา้ หรือ
การบรกิ ารที่ดนี ั้น ต้องมีคณุ ภาพทค่ี งที่ ดีเสมอต้นเสมอปลาย จึงจะคงความพงึ พอใจต่อลกู คา้ ให้ซ่ือสัตย์ และเชือ่ มน่ั
ในคณุ ภาพของสนิ ค้าและการบรกิ ารตลอดไป

51

ใบความรทู้ ี่ 5
การพัฒนาระบบการผลิตหรอื การบริการ
การประกอบอาชพี ทั้งด้านการผลติ และการบรกิ าร ที่ดาเนินการอย่จู ะสามารถดาเนนิ ไปไดด้ ว้ ยดแี ลว้ ก็ตาม
แต่เพ่ือใหก้ ารประกอบอาชพี น้ีมีความกา้ วหน้าและมั่นคง ผปู้ ระกอบการธุรกิจต้องคานึงถงึ การพฒั นาระบบการผลิต
หรือการบรกิ ารอยา่ งต่อเนื่อง การพฒั นาระบบการผลิตหรอื การบริการ สามารถดาเนินการไดด้ ังน้ี
1. ลักษณะการผลิตและการให้บรกิ าร หมายถงึ สภาพของแหล่งให้บรกิ ารทดี่ ีที่ผู้ใชบ้ ริการสามารถสัมผสั จบั
ตอ้ งได้ ลักษณะของสนิ ค้าและผลติ ภณั ฑด์ ดู ี น่าซ้อื นา่ ใช้
2. ความไว้วางใจ หมายถงึ ความสามารถในการนาเสนอผลิตภัณฑ์หรอื การบริการตามคามั่นสัญญาท่ใี ห้ไว้
อยา่ งตรงไปตรงมาและถกู ต้อง และมีการรบั รองคณุ ภาพจากหน่วยงานที่เกย่ี วข้อง
3. ความกระตือรือรน้ ดา้ นการบริการ หมายถงึ การแสดงความเต็มใจท่จี ะชว่ ยเหลือ และพรอ้ มทจ่ี ะ
ให้บริการผใู้ ช้บรกิ ารอย่างทันท่วงที
4. ความเชยี่ วชาญ หมายถงึ ความรู้ ความสามารถ ในการปฏิบตั ิงานบรกิ ารทรี่ ับผิดชอบอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ความน่าเชื่อถือในตัวสนิ คา้ รับรองด้วยตราสินคา้ ท่มี เี ชย่ี วชาญเฉพาะด้าน
5. อธั ยาศัยทนี่ อบน้อมดา้ นการบรกิ าร หมายถงึ ความมีมติ รไมตรี ความสุภาพนอบน้อมเป็นกนั เอง
6. ใหเ้ กียรติผูอ้ ่ืน จรงิ ใจ มีน้าใจ และความเปน็ มติ รของผปู้ ฏิบตั งิ านผลผลิตและบรกิ าร
7. ความนา่ เช่ือถือ หมายถงึ ความสามารถในด้านการสรา้ งความเชื่อมั่น ด้วยความซ่อื สัตยข์ อง
ผ้ปู ระกอบการธรุ กจิ
8. ความปลอดภัย หมายถึง สภาพทีป่ ราศจากอันตราย ความเสี่ยงภยั และปญั หาต่างๆ
9. การเข้าถึงบริการ หมายถงึ การติดต่อเพ่ือการซ้ือผลิตภัณฑ์หรือใชบ้ รกิ าร ด้วยความสะดวกไม่ยุง่ ยาก
10. การติดต่อสื่อสาร หมายถงึ ความสามารถในการสรา้ งความสัมพนั ธ์ และส่ือความหมายได้ชัดเจน ใช้
ภาษาท่ีง่าย และรบั ฟังความคิดเหน็ ของผ้รู ับบริการ
11. ความเขา้ ใจลูกค้า หมายถึง ความพยายามในการค้นหาและทาความเขา้ ใจกับความต้องการของ
ผ้ใู ช้บริการ และใหค้ วามสาคัญตอบสนองความต้องการของผใู้ ช้บริการโดยทันที คุณภาพของการผลติ หรือการ
บริการเป็นสง่ิ สาคญั ที่ผปู้ ระกอบการธุรกิจต้องรักษาระดบั คุณภาพ และพฒั นาระดบั คุณภาพการผลิตหรอื การบริการ
ให้เหนือกว่าคู่แขง่ ขนั โดยเสนอคณุ ภาพการผลติ หรือการให้บรกิ ารตามลูกคา้ คาดหวงั หรือเกินกวา่ สง่ิ ที่ลกู ค้า
คาดหวงั ไว้เสมอ

52

ใบงานที่ 1
การกาหนดคุณภาพผลผลิตหรอื การบรกิ าร
ให้ผ้เู รียนกาหนดคุณภาพผลผลติ หรอื การบริการ ในงานอาชพี ที่ผเู้ รยี นดาเนนิ การเองหรืออาชีพ ที่สนใจ ให้เหตุผล
ประกอบ
ลกั ษณะงานอาชีพ……………………………………………………………………………………
ประเภทของผลผลิตหรอื การบริการ………………………………………………………………….
ช่ือเจ้าของธุรกิจ……………………………………………………………………………………...
ท่ีตงั้ ของธุรกจิ ………………………………………………………………………………............
คณุ ภาพของผลผลติ หรือการบรกิ ารที่ปรากฏ และอธิบายเหตุผลประกอบคณุ ภาพนน้ั ๆ
...................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
.......................................................................................... ...........................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
.......................................................................................... ...........................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

53

ใบงานท่ี 2

การวิเคราะหท์ นุ ปัจจยั การผลิตหรอื การบรกิ าร

ให้ผูเ้ รยี นกาหนดทุนและวเิ คราะห์ความจาเปน็ ในการพัฒนาอาชพี เพื่อจะทาให้อาชพี มีความเข้มแข็ง

รายการทุน เหตุผลในการใช้ทุน

รายการ จานวน

54

ใบงานที่ 3
การกาหนดเป้าหมายการผลิตหรอื การบริการ
ให้ผูเ้ รียนรวมกล่มุ กนั 3-5 คน กาหนดเป้าหมายการผลิตหรอื การบริการ ในการพฒั นาอาชพี ทีผ่ ูเ้ รียนดาเนินการเอง
หรอื อาชีพทส่ี นใจแล้วบันทกึ ดงั น้ี
1. ลกั ษณะงานอาชีพ…………………………………….…………………………………………
2. ประเภทของผลผลิตหรอื การบริการ……………………………………………………………
3. ชอ่ื เจา้ ของธรุ กิจ…………………………………………………………………………
4. ทต่ี ัง้ ของธุรกจิ …………………………………………………………………………
5. เป้าหมายการผลติ หรือการบริการ………………………………………………………
6. เหตผุ ลในการกาหนดเปา้ หมายการผลิตหรือการบริการ เพราะ
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................ ...........................................................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................ ...........................................................................

55

ใบงานที่ 4
การกาหนดกจิ กรรมการผลิตหรือการบริการ
ให้ผู้เรียนกาหนดแผนกจิ กรรมการผลิตหรือการบริการในการพัฒนาอาชีพของผู้เรียน หรอื อาชีพ ทส่ี นใจโดยบันทึก
ดังน้ี
ลกั ษณะงานอาชพี …………………………………………………………………………………… ……………………………………………..
ประเภทของผลผลติ หรอื การบริการ………………………………………………………………… ………………………………………
ช่อื เจา้ ของธุรกิจ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………
ที่ตงั้ ของธุรกจิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………...
แผนกจิ กรรมการผลิตหรือการบริการ คือ
......................................................................................................................................... …………………………………
.................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................... .............................................
............................................................................................... .................................................................................
........................................................................................................................................ ........................................
แผนฯ นไี้ ด้มีการจดั การควบคุมคุณภาพดา้ น
......................................................................................................................................... …………………………………
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................................
................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ........................................
เหตุผล เพราะ.........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... …………………………………
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................................
................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ........................................

56

ใบงานท่ี 5
การพัฒนาระบบการผลติ หรอื การบรกิ าร
ใหผ้ ูเ้ รยี นอธบิ ายการพัฒนาระบบการผลติ หรือการบรกิ ารในการพัฒนาอาชีพท่ผี ู้เรียนดาเนนิ การ หรืออาชพี ท่สี นใจ
ดงั นี้
1....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
2......................................................................................................................................... ...........
...................................................................................................................... ................................
3........................................................................................................... .........................................
......................................................................................................................................................
4....................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .
5............................................................................................................................... .....................
....................................................................................................................... ...............................
6....................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................

57

บันทกึ หลงั การสอน

รายวชิ า พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง ( อช 31003)
คร้งั ท่ี .............วนั ท่ี ............เดอื น......................................พ.ศ.............................
สาระการเรยี นรู้
.................................................................................... ...................................................................................................
............................................................................................................................................................. ..........................
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
.......................................................................................... .............................................................................................
.................................................................................................................................................. .....................................
............................................................................................. ..........................................................................................
สอื่ ประกอบการจัดการเรียนรู้
........................................................................................................................................ ...............................................
............................................................................................... ........................................................................................
การวัดผลประเมนิ ผล
................................................................................................................................... ....................................................
.......................................................................................................................................................................................
ปัญหาและอุปสรรคในการเรยี นรู้
......................................................................................................................... ..............................................................
.......................................................................................................................................................................................
ขอ้ ปรบั ปรุงแก้ไข และ ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................... ................................................................
............................................................................................................................................................................... ........

ลงชือ่ ......................................................ผบู้ ันทกึ หลงั การสอน
(.....................................................)

ขอ้ คิดเหน็ / เสนอแนะ ของผู้นเิ ทศ / ผบู้ ริหาร
............................................................... .................................................................................................................. ......
............................................................................................................................. ..........................................................

ลงชอื่ .................................................ผู้นิเทศ/ ผู้บริหาร
(..........................................)

ผอู้ านวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอ...............

58

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
กลุม่ สำระกำรประกอบอำชีพ รำยวิชำ พัฒนาอาชพี ใหม้ ีความมน่ั คง (อช 31003) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

เรอื่ งท่ี 4 การพัฒนาธรุ กิจเชิงรกุ เวลา 3 ช่ัวโมง

สอนวนั ที่ ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวช้ีวดั

อธิบายความจาเป็น และคณุ คา่ ของธรุ กิจเชิงรุก การแทรกความนิยมเขา้ สู่ความต้องการของผูบ้ รโิ ภคได้

อยา่ งแท้จรงิ การสร้างรูปลักษณค์ ุณภาพสนิ คา้ ใหม่ การพัฒนาอาชีพให้มีความมน่ั คง

เนอ้ื หา

1. ความจาเปน็ และคุณคา่ ของธรุ กจิ เชิงรุก

2. การแทรกความนยิ มเขา้ สคู่ วามตอ้ งการของผู้บรโิ ภค

3. สร้างรปู ลักษณค์ ุณภาพสนิ คา้ ใหม่

4. การพฒั นาอาชพี ใหม้ ีความมนั่ คง เข้มแขง็ ยง่ั ยนื (พออยู่ พอกิน มรี ายได้ มีการออม และมที ุนในการ

ขยายอาชีพ)

ข้ันตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้

ขน้ั ที่ 1 การกาหนดสภาพ ปญั หา ความต้องการในการเรยี นรู้ O : Orientation

1. ครตู ิดตามชกั ถามผเู้ รยี นเรื่องงานที่มอบหมายให้ไปค้นคว้าความรูเ้ ร่ือง ประโยชนก์ ารพัฒนาอาชีพให้มี

ความเขม็ แขง็ โดยการนาเสนอตามรายกลมุ่ มอบหมายไปค้นคว้ามารายงาน

2. ครผู ู้สอนและผ้เู รียนสนทนาเร่อื งการพัฒนาอาชีพ ให้ผู้เรียนรวมกลุม่ กันอภิปรายแลกเปล่ยี นเรียนรซู้ ง่ึ กัน

และกนั ในการที่จะทาให้อาชีพท่ีประกอบการอยู่หรืออาชีพท่ีสนใจมีความจาเปน็ ทจี่ ะต้องใช้ธุรกจิ เชิงรุกในการพฒั นา

อาชพี ตามหัวข้อ ดงั นี้

- ผู้เรียนคิดว่า ธุรกจิ เชงิ รุก จาเป็นอยา่ งไรในการพฒั นาอาชีพ

3. ใหผ้ ู้แทนของแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลงาน

4. ครูและผเู้ รยี นสรุปส่ิงทีไ่ ด้เรียนรู้รว่ มกัน และผู้เรียนบันทึกสรุปสิ่งทีไ่ ด้เรียนรู้ลงในสมดุ บนั ทึกกจิ กรรม

ข้ันท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและการจดั การเรียนรู้ N : New ways of learning

1. ครรู ว่ มกับผู้เรียนแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นและเรยี นรูก้ ารทาธรุ กิจเชิงรุก

-แบง่ ผู้เรยี นเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5-7คน ให้แตล่ ะกลุม่ ทาการค้นคว้า เรอ่ื ง ธุรกจิ เชิงรกุ ใบความรูท้ ีค่ รู

แจก ตามหวั ข้อตอ่ ไปนี้

- อธิบายความแตกตา่ งธรุ กจิ เชงิ รกุ บั ธรุ กจิ เชงิ รบั ข้อดแี ละข้อเสีย

2. ใหผ้ ู้แทนของแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลงาน

3. ครสู รุปเนอ้ื หาเรอ่ื งธุรกจิ เชิงรกุ โดยใช้ PowerPoint

4. ครูและผ้เู รียนสรปุ สิ่งทีไ่ ด้เรียนรูร้ ว่ มกัน และผเู้ รยี นบนั ทึกสรุปส่ิงทีไ่ ด้เรยี นรลู้ งในสมุดบันทึกกจิ กรรม

59

ข้ันท่ี 3 การปฏิบตั ิและนาไปประยกุ ต์ใช้ I : Implementation
1. ครูยกตวั อยา่ งความเป็นมาของธุรกจิ เชงิ รุกที่ประสบความสาเร็จใหผ้ ้เู รยี นแลกเปล่ียนความคิดเหน็

และครูสรปุ ผลจากการนาเสนอการรายงานทค่ี ้นคว้ามา โดยครสู ังเกตพฤติกรรมผู้เรยี นในการทารายงานและการ
นาเสนองาน ใช้เวลากลมุ่ ละ 25 นาที และใหผ้ เู้ รียนบันทกึ กจิ กรรมลงในสมุดบันทึกกิจกรมในสปั ดาห์ที่ 4 ใช้เวลา 30
นาทีครตู รวจงานท่ผี เู้ รยี นทาใช้เวลา 10 นาที ครมู อบหมายให้ผูเ้ รียนไปศกึ ษาวิธกี ารเขยี นโครงการมาในการพบกลุ่ม
ครั้งตอ่ ไป
ข้ันที่ 4 การประเมินผล E : Evaluation

ครแู ละผู้เรยี นสรปุ ส่ิงท่ไี ด้เรยี นรู้รว่ มกัน และผ้เู รยี นบนั ทึกสรปุ ส่ิงทีไ่ ด้เรยี นรู้ลงในสมดุ บันทึกกิจกรรม
การมอบหมายงานใหผ้ เู้ รียน เรยี นรู้ด้วยตนเองครูมอบหมายให้ผู้เรยี นไปศึกษาวิธกี ารเขียนโครงการพฒั นาอาชีพให้
เข้มแข็งในอาชีพของผู้เรียนหรอื อาชีพทีส่ นใจ
สื่อและแหล่งเรยี นรู้

1. Google
2. You tube
3. หนงั สอื เรยี น/สื่อสิง่ พิมพ์
4. ใบความรู้ เร่ืองการพัฒนาอาชพี ให้มคี วามม่นั คง

- ใบความรูเ้ รอ่ื งการพฒั นาอาชพี ใหม้ คี วามม่ันคง - ใบงาน
- รายงาน
- สมุดบันทกึ กจิ กรรม
- ห้องสมุด /ศูนยก์ ารเรยี น
การวัดผลประเมนิ ผล
1. สังเกตการณ์มีส่วนร่วม
2. การนาเสนอผลงาน
3. ใบงานและสมดุ บันทกึ การเรยี นรู้

60

ใบความรทู้ ่ี 1
ความจาเปน็ และคุณคา่ ของธุรกจิ เชงิ รกุ
1. ความหมายของธุรกจิ เชิงรุก
ธุรกิจเชิงรกุ หมายถงึ การบริหารจดั การธุรกิจแบบมีแบบแผน เปน็ ระบบการพฒั นางานท่ดี ี อานวยประโยชน์ใหก้ บั
ผู้ประกอบการ สามารถวางแผนติดตามและควบคมุ ให้การดาเนินงานในทุกด้านไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
2. ความจาเปน็ และคณุ คา่ ของธรุ กจิ เชิงรกุ
ธุรกจิ เชงิ รุก เปน็ ความพยายามท่ีจะหาวธิ กี ารให้ไดเ้ ปรยี บทางการแขง่ ขันทางธุรกจิ เป็นการพฒั นาสนิ ค้าให้ตรงกับ
ความต้องการของผู้บริโภค สนิ คา้ ได้รบั การพฒั นาอยา่ งต่อเน่อื งตลอดเวลา ผู้บรโิ ภคมโี อกาสเลือกซื้อสนิ ค้าได้
หลากหลาย

61

ใบความรทู้ ี่ 2
การแทรกความนยิ มเขา้ สูค่ วามตอ้ งการของผู้บริโภค
การแทรกความนยิ มเขา้ ส่คู วามต้องการของผบู้ รโิ ภค จะต้องรู้ว่าชว่ ยอะไรให้กบั ใคร
กลยุทธเ์ ปน็ ส่วนประกอบทางการตลาดที่ต้องแทรกความนิยมเข้าสูค่ วามต้องการของลกู คา้ ซึง่ สว่ นประกอบทางการ
ตลาดเบอ้ื งตน้ ไดแ้ ก่ ผลติ ภัณฑ์ ( Product ) ซ่งึ เป็นท้งั สนิ ค้า ( Goods ) หรอื บริการ ( Services ) หรือทัง้ สองอย่าง
ซ่งึ ผปู้ ระกอบการต้องช้ีแจงได้ว่าผลติ ภณั ฑข์ องตนคอื อะไร ใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งไร และมุ่งหวังวา่ จะต้องหาทาง
ผลกั ดนั ใหเ้ ปน็ ที่ยอมรบั ของลูกค้าในตลาดใหไ้ ดโ้ ดยการแทรกรสนยิ มเข้าสสู่ นิ คา้ หรือบรกิ ารนน้ั ๆ
ผลิตภัณฑค์ ือสิ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ผปู้ ระกอบการควรคานงึ ถงึ สินค้าทีข่ ายให้กับลูกคา้ เปรียบเสมือนผแู้ กป้ ัญหาทางการตลาด ปัญหาของลูกคา้
คือ ความต้องการสง่ิ ที่มาตอบสนองให้กับตนเอง เชน่ ลกู ค้านยิ มกล่ินใบเตยในขนมปัง ผู้ผลิต จึงนาใบเตยมาใช้เป็น
ส่วนผสมในขนมปงั การใช้ใบเตยในขนมปังจึงเป็นการแทรกความนยิ มลงในสนิ ค้า

รูปที่ 1
ความสมั พันธร์ ะหว่างผลติ ภณั ฑ์กับลกู ค้า

ผลิตภณั ฑ์ ลูกคา้
( สิ่งที่ธรุ กิจขาย ) ( สิ่งท่ลี kกู ค้าต้องการ ) 45

62

ใบความรทู้ ี่ 3
การสรา้ งรูปลกั ษณ์คณุ ภาพสนิ ค้าใหม่
การสร้างรปู ลักษณ์คุณภาพสินคา้ ใหม่ เปน็ การพฒั นาสนิ ค้าให้ตรงกบั ความตอ้ งการของผู้บรโิ ภค เชน่ มี
ความสวยงาม ใชง้ านสะดวก มีความทนทาน การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ของธรุ กิจมีหลายรูปแบบ ซ่ึงการพัฒนาผลติ ภณั ฑ์
อาจมีสาเหตุมาจากความมัน่ คงของธรุ กจิ หรอื การเติบโตของธุรกจิ จงึ ต้องมีการพฒั นาผลติ ภัณฑใ์ ห้มีคุณภาพ
แตกต่างกนั ไป แตล่ ะธุรกิจจะพฒั นาไดต้ ่อเมื่อผ้ปู ระกอบการรับรู้ความตอ้ งการในการตดั สนิ ใจซื้อสนิ คา้ และบริการ
จงึ กาหนดทิศทางทางวธิ กี ารพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เหมาะสมสอดคล้องกบั ความต้องการของผู้ประกอบการ
แนวทางพิจารณาผลติ ภัณฑ์ไมห่ มายถึงเฉพาะรปู แบบหรือวตั ถุส่งิ ของทเ่ี ป็นรูปรา่ งเท่าน้ัน แตย่ ังรวมไปถึง
คุณค่าของผลิตภณั ฑแ์ ละการบริการด้วย ดงั นัน้ ผลติ ภณั ฑจ์ ึงหมายถึง สินค้าท่ีสามารถตอบสนองความพอใจทจ่ี บั ต้อง
ไดแ้ ละจับต้องไม่ได้
ส่วนประกอบท่สี าคญั ในการพัฒนาผลิตภณั ฑ์ มี 2 ประการ คือ
1. ผลติ ภัณฑ์นน้ั ต้องมีคณุ ค่าและตอบสนองความต้องการผู้บริโภคไดม้ ากท่สี ุด
2. ส่วนประกอบของผลิตภณั ฑ์ต้องมีอยา่ งครบถว้ น
หนา้ ทีใ่ นการพัฒนาผลิตภณั ฑ์ ในการคดิ ค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด ผผู้ ลิตควรดาเนนิ การ ดังนี้
1. รวบรวมขอ้ มูลสาหรบั ปรับปรงุ และวิธีการดาเนนิ การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์
2. กาหนดแผนการพฒั นาผลติ ภัณฑ์
3. ดาเนนิ การและติดตามผลพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสทิ ธิภาพ
4. วางแผนกลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์

63

ใบงานท่ี 1
การพฒั นาธรุ กจิ เชิงรกุ
ใหผ้ ู้เรียนรวมกลุ่มกันอภิปรายแลกเปลีย่ นเรยี นรูซ้ ึง่ กนั และกันเพอ่ื ดาเนินการพัฒนาธรุ กจิ เชิงรกุ ในการที่จะทาให้
อาชพี ทป่ี ระกอบการอย่หู รืออาชพี ทส่ี นใจมีความเขม้ แขง็ สามารถครองอยู่ในตลาดได้นาน ตามหวั ขอ้ ดังน้ี
1. มีความจาเป็นอย่างไรทจี่ ะต้องพัฒนาธรุ กจิ เชงิ รกุ
........................................................................................................................................ ...............................................
.................................................................................... ...................................................................................................
............................................................................................................................................................. ..........................
.................................................................................................................................................
2. คิดว่าการแทรกความนิยมของสนิ ค้าทีจ่ ะพัฒนาขนึ้ ใหมเ่ ข้าสูค่ วามต้องการของผบู้ ริโภค อะไรบา้ ง
อยา่ งไร
............................................................................................................................. ..........................................................
..................................................................................................................................................................................... ..
................................................................................................................................. ......................................................
..................................................................................................................................................
3. คิดวา่ จะกาหนดรูปลักษณ์คุณภาพสินค้าที่จะพฒั นาข้ึนใหม่ เปน็ อย่างไร เพราะเหตใุ ด
................................................................................................................... ....................................................................
........................................................................................................................................................................... ............
....................................................................................................................... ................................................................
.................................................................................................................................................

64

แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน

เรื่อง การพฒั นาธุรกิจเชิงรุก

1. การกาหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์สินค้ามีประโยชน์ 6. ข้อใดหมายถึงเทคโนโลยีเพ่ือการทางาน

อย่างไร ก. การพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

ก. พัฒนาฝีมือแรงงาน ข. การนาทรัพยากรมาใช้ในการทางาน

ข. เพ่ิมปริมาณการผลิต ค. การประดิษฐ์เคร่ืองมือท่ีเป็นเทคโนโลยี

ค. ลดปัญหาสินค้าล้นตลาด ง การนาวิธีการใหม่ๆมาใช้เพื่อให้ทางานได้

ง. ทาให้ม่ันใจว่าสินค้าปลอดภัย สะดวก

2. ข้อใดคือข้อเสียของการขายทางอ้อม 7. ปัจจัยในการบริหารจัดการประกอบด้วย

ก. ต้องซ้ือสินค้าจานวนมาก ก. เงินทุน แรงงาน

ข. สินค้าท่ีจาหน่ายมีราคาแพง ข. เงินทุน แรงงาน ตลาด

ค. ไม่มีสิทธิในการต่อรองสินค้า ค. แรงงาน ทุน อุปกรณ์ การจัดการ

ง. ผู้บริโภคไม่ได้รับความสะดวกสบาย ง. แรงงาน ทุน อุปกรณ์ ตลาดและการจัดการ

3. “ มนุษย์ขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ” เป็นผลกระทบ 8. การจัดการตลาด ได้แก่

ของเทคโนโลยีในด้านใด ก. ผู้บริโภค ผู้ผลิต ผู้จาหน่าย

ก. ด้านสังคม ข. ผู้บริโภค ผู้ผลิต และจาหน่าย

ข. ด้านการศึกษา ค. แหล่งขาย ผู้ซื้อ ผู้ผลิต การส่งเสริมการขาย

ค. ด้านเศรษฐกิจ ง. แหล่งชาย การส่งเสริมการขาย ระบบการเงิน

ง. ด้านส่ิงแวดล้อม 9. ข้อใดแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติตามแผนประสบ

4. ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการสร้างกระบวนการทาง ผลสาเรจ็

เทคโนโลยี ก. งานบรรลุตามวัตถุประสงค์

ก. ตั้งจุดประสงค์ ข. งานดาเนินตามขั้นตอนที่วางแผนไว้

ข. วิเคราะห์วิธีการแก้ปัญหา ค. มีการปฏิบัติงานได้มากกว่าท่ีกาหนดขอบเขตไว้

ค. กาหนดข้ันตอนการปฏิบัติ ง. บุคลากรทุกคนลงมือปฏิบัติงานในหน้าที่พร้อม

ง. เขียนแบบหรือสเกตซ์ภาพเทคโนโลยีขึ้น กัน

5. ข้อใดแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติตามแผนประสบ 10. การขยายขอบข่ายจากการสร้างและพัฒนา

ผลสาเรจ็ เครือข่ายจากอาชีพ เช่น

ก. งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ ก. ศูนย์กลางรับซื้อและขายส่งมะพร้าว

ข. งานดาเนินตามข้ันตอนท่ีวางแผนไว้ ข. สร้างธุรกิจขนมหวานเยลลี่

ค. มีการปฏิบัติงานได้มากกว่าที่กาหนดขอบเขตไว้ ค. เฟรนชายน์ ชายส่ีบะหมี่เก้ียว

ง. บุคลากรทุกคนลงมือปฏิบัติงานในหน้าที่พร้อม ง. จัดบริการท่องเที่ยวพักผ่อน ชิมสวนผลไม้

กัน

เฉลย

1.ง 2.ข 3.ข 4.ก 5.ก 6.ง 7.ค 8.ง 9.ก 10.ค

65

บนั ทึกหลงั การสอน

รายวิชา พัฒนาอาชีพให้มีความมนั่ คง ( อช 31003)
ครง้ั ท่ี .............วนั ท่ี ............เดอื น......................................พ.ศ.............................
สาระการเรียนรู้
............................................................................................... ........................................................................................
.......................................................................................................................................................................
กระบวนการจดั การเรียนรู้
..................................................................................................................... ..................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ .......................................
สือ่ ประกอบการจัดการเรียนรู้
.......................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ......................................
การวัดผลประเมินผล
.......................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. .....................
ปญั หาและอุปสรรคในการเรียนรู้
.......................................................................................... .............................................................................................
.................................................................................................................................................. .....................
ขอ้ ปรับปรุงแก้ไข และ ข้อเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... ..................

ลงชื่อ......................................................ผู้บันทกึ หลังการสอน
(.....................................................)

ข้อคิดเห็น / เสนอแนะ ของผ้นู เิ ทศ / ผบู้ รหิ าร
................................................................................................................................................................. ......................
............................................................................................................. ..........................................................

ลงชอื่ .................................................ผ้นู เิ ทศ/ ผู้บรหิ าร
(..........................................)

ผอู้ านวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอ...............

66

แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้

กลมุ่ สำระกำรประกอบอำชพี รำยวชิ ำ พัฒนาอาชพี ใหม้ ีความม่ันคง (อช 31003) ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

เร่ืองท่ี 5 โครงการพัฒนาอาชีพให้มีความมนั่ คง เวลา 3 ช่วั โมง

สอนวนั ท่ี ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวชี้วดั

วเิ คราะห์ความเปน็ ไปได้ของแผนการตลาดและการผลติ หรอื บรกิ าร เขยี นโครงการการพัฒนาอาชพี

ตรวจสอบความเปน็ ไปได้ของโครงการพัฒนาอาชีพ ปรับปรุงโครงการพัฒนาอาชีพ

เนอ้ื หา

1. การวเิ คราะหค์ วามเป็นไปไดข้ องแผนการตลาดและการผลิตหรอื การบรกิ าร

2. การเขียนโครงการการพฒั นาอาชีพ
3. การตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ
4. การปรับปรุงโครงการพัฒนาอาชีพ
ขนั้ ตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้

ขน้ั ที่ 1 กาหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการ

1.1 ครแู ละผู้เรยี นรว่ มกันกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการวางแผนการตลาดและการผลิตหรอื บรกิ าร การ

เขยี น การตรวจสอบ และการปรบั ปรงุ โครงการเพ่อื พฒั นาอาชีพ

1.2 ครแู ละผ้เู รยี นร่วมกันวเิ คราะห์ และทาความเข้าใจการวางแผนการตลาดและการผลิตหรอื บรกิ าร การ

เขียน การตรวจสอบ และการปรับปรุงโครงการเพอื่ พฒั นาอาชีพ
1.3 ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกนั วางแผน และกาหนดแนวทางในการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง

ขั้นที่ 2 ข้นั แสวงหาข้อมูล

2.1. เรียนรู้ด้วยตนเอง คดิ หาเหตผุ ลเชิงประจกั ษ์ของตนเอง ในการวเิ คราะหศ์ กั ยภาพธรุ กจิ ในช่วงระยะเร่ิมต้น

สรา้ งตัว และทรงตวั ตกตา่ หรือสงู ข้นึ จากผู้มีประสบการณ์ ผ้รู ู้ ภูมปิ ญั ญา สื่อ

2.2. ครแู ละผ้เู รยี นรว่ มกันแลกเปลยี่ นเรียนรู้ และสรปุ ความรเู้ บอ้ื งต้นทีไ่ ด้ไปศึกษา คน้ คว้า เรยี นรู้มาจากแหล่ง

เรยี นรตู้ า่ ง ๆ เพือ่ นามาประยุกต์ใช้
2.3. ผูเ้ รยี นได้นาความรู้ทีไ่ ด้ศกึ ษาด้วยตนเองเพ่ือมาตรวจสอบความถูกต้องในกระบวนการเรยี นรู้

ข้นั ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละนาไปประยุกต์ใช้
3.1 ผเู้ รยี นสามารถนาความรู้ และประสบการณ์หลงั จากการเรียนรดู้ ้วยตน
3.2 ผเู้ รียนสามารถแก้ไขปัญหา อปุ สรรคในการทางานได้แต่ละครง้ั พรอ้ มสรปุ จัดทารายงานรวบรวมเปน็ แฟ้ม

สะสมงาน

67

ขั้นท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้
4.1 ครูและผเู้ รียนนาแฟ้มสะสมผลงาน และผลงานที่ได้จากการปฏิบัติ สรุปเป็นองค์ความร้เู พอ่ื ใช้เปน็

แนวทาง กระบวนการปฏิบัติงาน
4.2 ครวู ัดผลประเมนิ ผลผู้เรยี นจากเกณฑว์ ดั ผลประเมินผล
4.3 ครสู ามารถประเมนิ ผลการเรยี นร้ขู องผเู้ รียน และผู้เรยี นสามารถประเมนิ ความร้ภู ายในกลุม่ หรือของ

ตนเองได้
สื่อและแหล่งเรยี นรู้

-หนงั สือแบบเรียน
-ใบความรู้
-แบบฝึก/ใบงาน
-อนิ เทอรเ์ นต
-หอ้ งสมดุ ประชาชน
-ภมู ิปญั ญา/ผูร้ ู้
-แหล่งเรยี นรู้ในชมุ ชน
การวัดผลประเมนิ ผล
1. สังเกตการณ์มีสว่ นรว่ ม
2. การนาเสนอผลงาน
3. ใบงานและสมุดบนั ทึกการเรยี นรู้

68

ใบความรู้
การเขียนโครงการ

1. ช่ือโครงการ ทาอะไร

2. ชอ่ื ผู้ดาเนินโครงการ ใครเป็นผ้ทู า

3. อาจารย์ท่ีปรึกษาโครงการ ใครเปน็ ผู้คอยชว่ ยเหลอื ใหค้ าปรกึ ษา

4. หลักการเหตุผล ทาไมจึงเลือกประกอบอาชีพนี้

5. วตั ถปุ ระสงค์ ทาแล้วจะไดอ้ ะไร หรือเกดิ ประโยชน์อย่างไร

6. เป้าหมาย ทาแล้วมีผลงานอะไร มากนอ้ ยเพยี งใด

7. ระยะเวลาดาเนินการ ทาเมอ่ื ใด

8. สถานที่ ทาที่ไหน

9. งบประมาณ ใช้ทรพั ยากรอะไรบ้าง จานวนเทา่ ใด

10. ขัน้ ตอนการดาเนนิ งาน ทาอยา่ งไร มขี นั้ ตอนทาอย่างไร

การเขียนรายงานโครงการ

การเขียนรายงานโครงการ จัดทาเม่ือได้ปฏิบัติโครงการบรรลุตามจุดมุ่งหมายเรียนรู้จบแล้ว ลักษณะการ

เรียนจะต้องใชภ้ าษาทเ่ี ข้าใจงา่ ย สนั้ รัดกมุ และสรุปได้ชัดเจน ตรงไปตรงมา เพอ่ื ให้ผู้อา่ นได้เข้าใจแนวความคดิ การ

ดาเนนิ งาน ศกึ ษาค้นควา้ และผลทีไ่ ด้รับ หวั ข้อการเขียนรายงานโครงการควรประกอบดว้ ย

1. ชอ่ื โครงการ

2. ช่ือผู้ทาโครงการ

3. ชอ่ื ครู อาจารย์ท่ีปรึกษา

4. ผลการดาเนินงาน (ระบุจุดมุ่งหมาย ความสาคัญของโครงการ การดาเนินงาน และผลการดาเนินงาน

โดยเขยี นสรุปอยา่ งยอ่ ๆ ใชถ้ อ้ ยคาไมม่ ากนัก )

5. สรุปและข้อเสนอแนะ (สรุปผลการปฏบิ ัติงาน โครงการ และใหข้ ้อเสนอแนะ หรอื แนวทางที่ดาเนินงาน

ต่อไป)

6. เอกสารอา้ งองิ

69

ตัวอยำ่ งกำรเขียนโครงกำร
1. ช่ือโครงการ การผลิตดินผสมปลกู พชื

2. ชื่อผู้ทาโครงการ

นาย / นาง / นางสาว...................................................

3. ชอื่ ครูอาจารยท์ ่ปี รึกษา

นาย / นาง / นางสาว...................................................

4. หลกั การและเหตุผล

ในปัจจุบัน ดินผสมปลูกพืชกาลังเป็นท่ีต้องการของประชาชนท่ีนิยมชมชอบกับงานอดิเรกปลูกต้นไม้ และ

แม้แต่ผู้ท่ีปลูกต้นไม้เป็นอาชีพ โดยเฉพาะงานปลูกไม้ดอกไม้ประดับในภาชนะ หรือพืชผักต่าง ๆ ทั้งในเมืองหลวง

และในทอ้ งถ่นิ ต่างก็หาซ้อื ดินผสมปลูกพืชท่บี รรจุถงุ วางจาหน่ายอยู่ทว่ั ไป จงึ เกดิ ธุรกจิ การซ้อื ขายดนิ ผสมปลูกพชื ขึ้น

อย่างกวา้ งขวางตามท้องถ่ินตา่ ง ๆ ดังจะเหน็ ไดจ้ ากในตลาดจาหนา่ ยวสั ดุเกษตร จะมีผู้ผลิตสินค้าดินผสมจาหนา่ ยใน

นามของดินผสมสีดา ลพบุรี เฟืองฟ้า ฯลฯ การผลิตดินผสมปลูกพืช เป็นงานท่ีทาได้ไม่ยาก และไม่ค่อยสลับซับซ้อน

มากนัก เพียงแต่ผู้ผลิตทราบสูตรผสม และจัดหาวัสดุในท้องถ่ินมาผสมเข้าด้วยกัน ก็จะได้ดินผสมไป ปลูกพืชเป็น

อย่างดี ดังนั้น เมื่อได้จัดทาโครงการผลิตดินผสมปลูกพืชข้ึนแล้วก็จะทาให้มีความรู้ และประสบการณ์ในการศึกษา

วชิ าเกษตรกรรม ซง่ึ สามารถชว่ ยเหลือครอบครัว ไม่ต้องไปหาซื้อดินผสมปลกู พืช ซึ่งสามารถทาได้ดเี ช่นกัน อีกท้ังยัง

ช่วยให้มีการทดลองศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับการปลูกพืช โดยใช้ดินผสมสูตรต่าง ๆ ในการศึกษาวิชาเกษตรกรรม

ระดบั สูงตอ่ ไป

5. วตั ถุประสงค์

เพื่อศกึ ษาสูตรดินผสมปลูกพืช จานวน 3 สูตร

6. เปา้ หมาย

ไดส้ ูตรดินผสมปลกู พชื จานวน 3 สูตร

7. ระยะเวลาดาเนินการ

1. เรม่ิ โครงการ วันท่ี 1 ตลุ าคม 2552

2. สนิ้ สดุ โครงการ วนั ท่ี 31 ธันวาคม 2552

3. รวมระยะเวลาดาเนนิ งาน 3 เดอื น

8. สถานที่

จดั ทาโครงการท่ีบริเวณเรอื นเพาะชาของโรงเรยี น

9. งบประมาณ

จานวน............................บาท

10. ขน้ั ตอนการดาเนินงาน

1. ศกึ ษาหนงั สอื และเอกสารเก่ยี วกับดิน และปุ๋ย และการปรบั ปรงุ ดนิ ปลูกพืช

2. ขอคาแนะนาวิธผี สมดิน และปรกึ ษาครเู กษตรเก่ียวกับการเขยี นโครงการ

3. จดั ทาหนังสือเสนอโครงการต่อครูเกษตรให้ความเห็นชอบ

70

4. จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ทราย ดิน จากบริเวณบ้าน ซื้อปูนขาว หรือปูนมาร์ล เมล็ดผักบุ้ง

กระถาง และป๋ยุ ยูเรีย

5. การเตรียมดินผสมปลูกพืช

5.1 ทบุ ดินเหนยี วให้แตกเปน็ ก้อนเล็ก ๆ และผสมตามสตู รทง้ั 3 สตู ร ดงั น้ี

สูตรที่ 1

1. ดินเหนยี ว 1 สว่ น

2. ทราย 1 ส่วน

3. อินทรยี วัตถุ (ขุยมะพร้าว ข้ีเถ้าแกลบ เปลือกถั่ว ปุ๋ยคอก ป๋ยุ หมัก)

4. ปูนขาว หรือปนู มาร์ล ร้อยละ 0.5 ของปรมิ าตรส่วนผสมทั้ง 3 ส่วน

สูตรที่ 2

1. ดินเหนยี ว 1 ส่วน

2. ปุ๋ยคอกเกา่ 1 สว่ น

3. ปุ๋ยหมกั 1 ส่วน

สตู รท่ี 3

1. ดินรว่ น 1 สว่ น

2. ทราย ½ สว่ น

3. ใบไมผ้ ุ 1 ส่วน

4. ปยุ๋ คอก 1 สว่ น

ส่วน หมายถึง สัดสว่ นโดยปริมาตร เชน่ เดนิ เหนยี ว 1 บ้งุ กี๋ ผสมปุย๋ คอก 1 บงุ้ ก๋ี และปยุ๋ หมกั 1 บ้งุ ก๋ี

5.2 ปลกู พชื เปรียบเทยี บดนิ โดยใชด้ นิ ทผ่ี สมทง้ั 3 สูตร ใสล่ งในกระถางสูตรละ

1 ใบ ใช้ดินธรรมดาใส่กระถางอกี 1 ใบ

5.3 นาเมล็ดผกั บุง้ ไปแชน่ ้า ประมาณ 2 ชวั่ โมง คดั เมลด็ ท่ลี อยน้าออก

เพราะเปน็ เมล็ดเสีย

5.4 ปลกู ผักบ้งุ โดยการหว่านลงไปในกระถางท้งั 4 ใบ ๆ ละ 20 เมลด็

5.5 ปฏิบตั ิดูแลรกั ษา โดย

- รดน้าเชา้ เย็น

- กาจัดวชั พืช

- ใส่ปยุ๋ แอมโมเนยี มซัลเฟต 2 ครัง้

5.6 จดบนั ทกึ การปฏิบตั งิ าน และข้อมลู ตา่ ง ๆ

11. ผลทคี่ าดว่าจะไดร้ บั

1. ได้รบั ความรู้ ทักษะ และประสบการณเ์ กี่ยวกับการผสมดินปลูกพืช

2. ได้ประสบการณ์เกี่ยวกบั การปลกู พืชเปรียบเทียบดิน ซึ่งจะเปน็ แนวทางศกึ ษาค้นคว้าวิชาเกษตรกรรมใน

ระดับสูงต่อไป

71

3. ได้ดนิ ผสมท่ีมคี ณุ ภาพดี สาหรับนาไปปลกู พืชทบี่ า้ น
4. ได้ความช่ืนชมยินดจี ากครู อาจารย์ และพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง

ตวั อย่ำงกำรเขียนรำยงำนโครงกำร
1. ชื่อโครงการ การผลิตดนิ ผสมปลูกพชื
2. ชื่อผ้ทู าโครงการ

นาย / นาง / นางสาว...................................................
3. ช่ือครอู าจารยท์ ่ปี รึกษา

นาย / นาง / นางสาว...................................................
4. ผลการดาเนินงาน

จากการศึกษาโครงการการผลิตดินผสมปลูกพืช โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาสูตรดินผสมปลูกพืช
เพ่ือให้เกษตรกรได้นาไปใช้ในการเพาะปลูกพืช และเป็นการผลิตดินผสมจาหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ โดยมีเป้าหมายได้
สตู รดินผสมปลกู พชื จานวน 3 สตู ร จากการศึกษาในคร้งั นี้พบว่า สตู รดนิ ผสมปลกู ท่เี หมาะสมมสี ่วนผสม ดงั นี้

ดนิ ผสมสูตรท่ี 1 เหมาะสาหรับปลกู พืชผกั ชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคกลาง เช่น ผักบุ้ง ผกั กาด
คะน้า มะเขือเทศ ถัว่ ฝกั ยาว แตงกวา ฯลฯ

ดินผสมสูตรที่ 2 เหมาะสาหรับปลูกพืชผักบางชนิด เช่น ผักกาดหัว หอมแบ่ง หอมแดง
กระเทียม กระหล่าปลี กระหล่าดอก ผักสลัด และไม้ดอกไม้ประดับบางชนิด เช่น กุหลาบ เบญจมาศ กลาดิ
โอลัส ฯลฯ

ดินผสมสูตรท่ี 3 เหมาะสาหรบั ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ เฟืองฟ้า ชบา โกสน เยอบี
ร่า บอนสี
5. สรปุ และข้อเสนอแนะ

จากสูตรดินผสมปลูกพืชท้ัง 3 สูตร จะต้องใช้กับการปลูกพืช และไม้ดอกตามความเหมาะสมของ
พืช และจากผลการดาเนินการโครงการน้ี ทาให้เกษตรกรสามารถทาผลิตดินผสมปลูกพืชได้ใช้เองได้ และสามารถ
ผลิตเพือ่ จาหนา่ ยเปน็ การเพิ่มรายไดข้ องครอบครัว
6. เอกสารอ้างอิง

1. บริษัท ฟาร์อีสพับลิเคชน่ั จากัด. หนังสอื บทเรียน งานเกษตร (พืช) ชั้น ม.3 กรงุ เทพมหานคร.
ลินคอร์น โปรโมชั่น 2531

2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การใช้และปรับปรุงดินปลูกต้นไม้ในบ้าน กรุงเทพมหานคร. โรง
พิมพ์รุง่ เรอื งธรรม. 2523

72

ใบงำน
ใหน้ กั ศึกษาเขียนโครงการที่ตัวเองชอบ และมีความถนดั มา 1 โครงการ

……………………………………………………................................................………………………………………………………
…………………………………………….................................................………………………………………………………………
…………………………………………..................................................…………………………………………………………………
…………………………………………...................................................…………………………………………………………………
……………………………………………….........................................................………………………………………………………
……………………………………………………................................................………………………………………………………
…………………………………………….................................................………………………………………………………………
…………………………………………..................................................…………………………………………………………………
…………………………………………...................................................…………………………………………………………………
……………………………………………….........................................................………………………………………………………
……………………………………………………................................................………………………………………………………
…………………………………………….................................................………………………………………………………………
…………………………………………..................................................…………………………………………………………………
…………………………………………...................................................…………………………………………………………………
……………………………………………….........................................................………………………………………………………
……………………………………………………................................................………………………………………………………
…………………………………………….................................................………………………………………………………………
…………………………………………..................................................…………………………………………………………………
…………………………………………...................................................…………………………………………………………………
……………………………………………….........................................................………………………………………………………
……………………………………………………................................................………………………………………………………
…………………………………………….................................................………………………………………………………………
…………………………………………..................................................…………………………………………………………………
…………………………………………...................................................…………………………………………………………………
……………………………………………….........................................................………………………………………………………
……………………………………………………................................................………………………………………………………
…………………………………………….................................................………………………………………………………………
…………………………………………..................................................…………………………………………………………………
…………………………………………...................................................…………………………………………………………………
……………………………………………….........................................................…………………………………………………

73

แบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น

เรอื่ ง โครงการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง

1.การทาอาชีพท่ีสามารถขยายเครือข่ายออกไปได้เป็น ง.เพ่อื นท่ีคบหาด้วย
ก. การขยายอาชพี 7. ถา้ ในชมุ ชนทีน่ กั เรียนอาศัยอย่มู ีฟาร์มเลี้ยงสตั วเ์ ป็น
ข. การจดั การ จานวนมากผเู้ รยี นจะเลือกประกอบอาชีพอะไร
ค. ความพอเพียง
ง. อาคาร ลูกค้า ผลิตภัณฑ์ ทุน ก. เภสัชกร
ข.นักโบราณคดี
2.แผนธรุ กิจตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง มีกรี่ ะดบั ค. สตั วแพทย์
ก. มี 2 ระดบั ได้แก่ อยู่ดี มสี ุข ง. นกั ธรุ กิจ
ข. มี 3 ระดับ ไดแ้ ก่ต่าสุด ปานกลาง สูงสดุ 8.ข้อใด ไม่ใช่ เหตุผลในการตดั สนิ ใจเลอื กอาชพี
ค. มี 2 ระดบั ไดแ้ ก่พอประมาณ กา้ วหน้า ก. รายได้
ง. มี 3 ระดบั ได้แก่ พออยู่พอกิน อยดู่ มี ีสุขมง่ั มีศรีสขุ ข.มคี วามเสีย่ งต่อชีวติ และทรัพยส์ นิ
ค.การไดร้ ับการยอมรับนบั ถือ
3.การเขยี นโครงการขยายอาชพี มสี าระสาคัญกป่ี ระเดน็ ง.เวลาทางาน
ก. 2 ประเดน็ 9.การปฏิบตั ิตนข้อใดแสดงถึงการมีเจตคติที่ดตี ่อการ
ข. 4 ประเดน็ ประกอบอาชีพ
ค. 6 ประเดน็ ก.พัฒนางานของตนเอง และช่วยเหลืองานผอู้ ่นื เมื่อมี
ง. 8 ประเดน็ โอกาส
ข.ขโมยผลงานคนอื่นมาเปน็ ผลงานของตนเอง
4.คาวา่ ตลาดหมายความตามข้อใด ค.ไปทางานสาย พูดคยุ ตลอดเวลาท่ที างาน
ก.การเตรียมสถานทเ่ี พื่อรับรอง ง.ทางานตามท่ีเจ้านายสัง่ เท่านั้น
ข.สถานที่ประกอบอาชีพ 10.หลกั ธรรมใดเก่ียวข้องกับการประกอบอาชพี ให้
ค.ปัจจยั การผลิต ประสบความสาเร็จ
ง.ค่แู ข่งขันทางธุรกจิ ก.อริยสจั 4
ข.พรหมวิหาร 4
5.ขอ้ ใดคอื วัตถุประสงคข์ องธุรกจิ ค.อิทธบิ าท 4
ก.กาไรความมน่ั คงทางธรุ กิจ ง.มรรค 8
ข.ความกา้ วหนา้ และความเจริญเติมโตทางธุรกิจ 11. ถา้ นักเรยี นมเี จตคตทิ ี่ดีในการประกอบอาชพี จะ
ค.ใหส้ ง่ิ ที่ดที ่ีสดุ ในราคาท่ีเหมาะสมและสามารถ เกดิ ผลอย่างไร
ก.มเี พ่ือนมาคบหามากมาย
แขง่ ขันกับองค์ธุรกจิ ได้ ข.สุขภาพร่างกายแขง็ แรง
ง.ถูกทุกข้อ ข.เปน็ ที่ร้จู กั ของบุคคลท่วั ไป

6.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ข้อมูลทีน่ ามาใช้วิเคราะห์ตนเอง
ก.บุคลิกภาพ
ข.สขุ ภาพ
ค.ความสนใจ

ง.มคี วามสุขใจและประสบความสาเร็จในการ 74
ประกอบอาชีพ
12.เพราะเหตใุ ดจึงต้องสรา้ งอาชีพ ข.ศกึ ษาหาความรู้จากงานนั้นๆ ก่อนลงมือปฏบิ ตั ิ
ค.ลงมอื ปฏิบัตแิ ละศึกษาหาความรไู้ ปพร้อมๆ กัน
ก.เพราะตอ้ งการมีอานาจเหนือผู้อน่ื ง.ทางานตามข้ันตอน พรอ้ มตรวจสอบความเรยี บรอ้ ย
ข.เพราะเปน็ หน้าทที่ ี่มนษุ ยท์ ุกคนต้องทา 17. ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะของสมาชิกท่ีมคี วามสาคญั ต่อ
ค.เพราะอาชีพทาใหผ้ ้คู นมาเคารพกราบไหว้ ความสาคัญของกลมุ่
ง.เพราะต้องการรายได้มาใชจ้ ่ายในการดารงชีวิต ก.มคี วามเป็นผู้นา
13.บคุ คลประเภทใดที่จะพัฒนาตนเองเพื่องานอาชีพได้ ข.มคี วามคิดเห็น
ประสบผลสาเร็จ ค.มีความสามัคคี
ก.บคุ คลทม่ี ีความเชอื่ มั่นในตนเอง ง.มีความเฉลยี วฉลาด
ข.บคุ คลท่ีมีฐานะดี 18.การรวมกลุ่มอยา่ งมีประสิทธภิ าพมลี กั ษณะอยา่ งไร
ค.บุคคลท่มี ลี ูกนอ้ งมาก ก.กลุ่มจะต้องมีผนู้ าที่ดี
ง.บุคคลท่ีมีความรู้มาก ข.จะต้องเป็นกลุ่มในการพัฒนา
14. ชีวติ จะมีความสขุ ได้ ตอ้ งมีองค์ประกอบตามข้อใด ค.สมาชกิ ตอ้ งรับผดิ ชอบในบทบาทหนา้ ที่ของตน
ก.ขยนั - เศรษฐกจิ ดี ง.สมาชกิ จะต้องมคี วามรู้หลาย ๆ ดา้ น
ข.รายได้ดี - เศรษฐกิจดี 19. ความพยายามอยู่ทไี่ หน ความสาเรจ็ อยทู่ น่ี ั่น
ค.ความรดู้ ี - เศรษฐกจิ ดี ขอ้ ความนี้ส่งเสรมิ คุณธรรมข้อใดมากทส่ี ุด
ง.คุณภาพชวี ิตดี – เศรษฐกิจดี ก.ความสามัคคี
15. ขอ้ ใด ไม่ใช่ อาชีพรบั จ้างทางด้านแรงงาน ข.ความม่ันคง
ก.รบั จ้างพิมพ์บทความ ค.ความอดทน
ข.ขายข้าวแกงอยู่ทบ่ี า้ น ง.ความขยัน
ค.เจ้าหนา้ ท่ีรักษาความปลอดภัย 20.ข้อควรคานงึ ในการตดั สนิ ใจประกอบอาชีพของ
ง.เจา้ หนา้ ท่บี ญั ชีของบรษิ ทั ตนเองคือข้อใด
16. ขอ้ ใดเปน็ ทกั ษะที่สาคญั ในการเป็นปฏิบตั ิงานทด่ี ี ก.พ่อแมพ่ ีน่ ้องแนะนาให้ทา
ทาให้เกิดความร้คู วามชานาญในการทางาน ข.ความรสู้ ามารถของตน
ก.ทางานไปพร้อมกับวางแผนควบคู่กันไป ค.เพื่อน ๆ ในหมบู่ ้านทากนั มาก
ง.มคี นนิยมทางานนน้ั มากมายทั่วประเทศ

เฉลย
1.ก 2.ง 3.ค 4.ง 5.ข 6.ง 7.ค 8.ง 9.ก 10.ค 11.ง 12.ง 13.ก 14.ง 15.ข 16.ข 17.ก 18.ค 19.ค 20.ง

75

บนั ทึกหลงั การสอน

รายวิชา พัฒนาอาชีพให้มีความมน่ั คง ( อช 31003 )

ครง้ั ที่ .............วันที่ ............เดือน......................................พ.ศ.............................

สาระการเรียนรู้
............................................................................................ .............................................................................................
................................................................................................................................................................... ..
กระบวนการจดั การเรียนรู้
.................................................................................................................. .......................................................................
.....................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... ..........................................
สื่อประกอบการจดั การเรยี นรู้
...................................................................... .................................................................................................................. .
............................................................................................................................. ........................................
การวดั ผลประเมนิ ผล
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................. ........................
ปญั หาและอุปสรรคในการเรยี นรู้
....................................................................................... ..................................................................................................
............................................................................................................................................. ........................
ข้อปรับปรงุ แก้ไข และ ขอ้ เสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................ .....................

ลงช่อื ......................................................ผ้บู นั ทกึ หลังการสอน
(.....................................................)

ขอ้ คิดเห็น / เสนอแนะ ของผูน้ เิ ทศ / ผ้บู ริหาร
.............................................................................................................................................................. ...........................
........................................................................................................ .............................................................

ลงชอ่ื .................................................ผู้นิเทศ/ ผู้บริหาร
(..........................................)

ผอู้ านวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอ...............

76

แบบทดสอบท้ายบทเรียน

รายวชิ า พฒั นาอาชพี ใหม้ ีความมนั่ คง อช 31003 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

คาชี้แจง : จงเลอื กคาตอบทีถ่ ูกต้องที่สดุ เพยี งข้อเดยี ว

1. การประกอบอาชพี ให้มีความม่ันคงมคี วามสาคญั ก. ทาให้ตลาดแคบลง
อยา่ งไร ข. ทาให้ขยายตลาดได้กวา้ งขึ้น
ค. ทาใหม้ ีการแขง่ ขนั ทางการตลาดน้อยลง
ก. เพื่อให้ผู้ผลิตมผี ลิตภัณฑอ์ อกส่ตู ลาดไดต้ ลอดเวลา ง. ทาใหม้ กี ารแข่งขันทางการตลาดสงู ขึน้
ข. เพือ่ ใหส้ ามารถขายสนิ ค้าและบริการ ได้ราคาสูงขึน้ 4. การวิเคราะห์ตาแหน่งทางธุรกิจในชว่ งท่ีสินคา้ ไมม่ ี
ค. เพือ่ ให้ผู้บรโิ ภคสามารถเลือกซ้ือสินคา้ ไดใ้ นราคาถูก การพฒั นา แสดงว่าธุรกิจกาลงั อยูใ่ น ตาแหนง่ ใด
ง. เพ่ือใหผ้ ู้ผลิตผลิตสนิ คา้ และบริการให้ตรงกับความ ก. ระยะสรา้ งตัว
ต้องการของผูผ้ ลติ ไดม้ ากขึน้ ข. ระยะเรม่ิ ต้น
2. เหตุผลใดตอ้ งมีการวิเคราะห์ศักยภาพทางธรุ กจิ ค. ระยะทรงตวั
ก. เพือ่ ให้ขายสนิ คา้ ไดม้ ากขึน้ ง. ระยะตกต่า
ข. เพ่อื ใช้ตน้ ทุนการผลิตใหน้ ้อยลง 5. ขอ้ ใดเป็นการวิเคราะหศ์ ักยภาพการประกอบอาชีพ
ค. เพ่ือลดความเส่ียงในการดาเนนิ ธรุ กจิ ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
ง. เพื่อใหผ้ ู้ผลติ และผบู้ ริโภคได้เจอกนั ในตลาด ก. แดง วางแผนปลูกสตรอวเ์ บอร์รใี นหมูบ่ ้านเพราะมี
3. การวิเคราะหศ์ ักยภาพของธรุ กิจมผี ลต่อการตลาด อากาศหนาว
ดา้ นใด

ข. เขยี ว วางแผนปลูกมะเขือในหมบู่ า้ นเพราะมีแหล่ง 77
น้าเพียงพอ
10. การวางแผนการตลาดใหป้ ระสบผลสาเร็จควร
ค. ขาว วางแผนปลกู ขนุนเพราะเชอื่ วา่ จะมีคน ดาเนนิ การตามข้อใด
ช่วยเหลือ
ก. จัดทาแผนให้รดั กุมไมย่ ุ่งยาก
ง. ดา วางแผนเชา่ ท่ีดนิ ปลกู กล้วยหอมเพราะมตี ลาด ข. วางแผนมุ่งไปสู่กล่มุ เป้าหมาย เวลาหน่งึ
ต่างประเทศต้องการมาก ค. กาหนดแผนตามกลไกการตลาด
6. การกาหนดทศิ ทางการตลาด มปี ระโยชนต์ ่อ ง. วางแผนการตลาดใหท้ ุกคนได้รู้และเข้าใจในกจิ กรรม
ผปู้ ระกอบการอยา่ งไร ร่วมกนั
11. การกาหนดแผนกลยุทธใ์ นการประกอบอาชีพโดย
ก. ทาใหท้ ราบกลุ่มเป้าหมายผบู้ ริโภค สร้างความเช่ือถือให้กับลูกค้า เป็นการกาหนดภารกิจ
ข. ทาให้สามารถคาดคะเนต้นทนุ การผลติ ไดล้ ว่ งหนา้ ดา้ นใด
ค. ทาให้สามารถวางแผนการผลติ ว่าจะผลติ อะไร เทา่ ไร ก. ดา้ นลกู คา้
ง. ทาใหท้ ราบความต้องการของผบู้ รโิ ภคและ ข. ดา้ นผลผลิต
ผรู้ บั บรกิ าร ค. ด้านการลงทุน
7. การกาหนดเป้าหมายทางการตลาดทาให้ ง. ด้านการพฒั นาตนเอง
ผปู้ ระกอบการนาไปใช้ประโยชนอ์ ย่างไร 12. เพราะเหตุใดจึงต้องมีการกาหนดกลยทุ ธ์ในการขาย
ก. สามารถผลติ สินคา้ ได้ตลอดเวลา ก. ให้บริหารงานงา่ ยขึ้น
ข. สามารถหยดุ ผลิตสนิ คา้ ในชว่ งเวลาใด ข. เพิ่มผลผลติ ให้มากข้ึน
ค. สามารถผลิตสนิ ค้าอะไร จานวนเทา่ ใดในช่วงเวลา ค. เพิม่ มลู ค่าของผลติ ภัณฑ์
ใดบา้ ง ง. สรา้ งโอกาสความสามารถในการแขง่ ขนั
ง. สามารถผลติ สนิ คา้ และบริการเพ่ือบรกิ ารผู้บริโภค 13. การวางแผนพัฒนากจิ กรรมเพ่อื พัฒนาการตลาด
กลมุ่ ใดได้บา้ ง ควรดาเนนิ การอย่างไร
8. ทรงชัย วางแผนวา่ จะผลิตปยุ๋ หมกั ขายให้ได5้ 0 ตนั ก. พัฒนาสถานที่ใหส้ วยงาม สะอาด
ภายในเวลา 5 ปี แสดงว่ามีการวางแผน พฒั นาการ ข. พัฒนาสินค้าให้ตรงกับความตอ้ งการของลกู ค้า
ตลาดดา้ นใด ค. กาหนดราคาสินค้าใหส้ งู ขึ้นเพื่อให้ได้กาไรสูงสดุ
ก. การกาหนดกลยทุ ธ์ทางการตลาด ง. มุ่งผลติ สนิ ค้าใหอ้ อกสูต่ ลาดใหม้ ากที่สดุ เพื่อใหล้ กู ค้า
ข. การกาหนดเปา้ หมายทางการตลาด ไดเ้ ลือกมากข้ึน
ค. การกาหนดประเภทของสินคา้ การเกษตร 14. ถา้ ท่านตอ้ งการจดั กจิ กรรมใหล้ กู ค้าไดร้ ูจ้ ักสนิ คา้ มาก
ง. การกาหนดราคาสนิ คา้ ใหเ้ หมาะสมกบั ตลาด ขึ้น ควรวางแผนจดั กจิ กรรมดา้ นใด
9. ตลาดเปา้ หมาย ควรเปน็ ตลาดประเภทใด ก. ดา้ นราคาสินคา้
ก. ตลาดผู้คา้ ปลีก ข. ด้านการขนส่งสนิ ค้า
ข. ตลาดไรค้ แู่ ข่ง ค. ดา้ นการออกแบบผลิตภัณฑ์
ค. ตลาดมวลชน ง. ด้านการโฆษณา และประชาสมั พันธ์
ง. ตลาดกลาง

15. การกาหนดคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์หมายถึงข้อใด 78
ก. การทาใหผ้ ลติ ภณั ฑ์คงทน แข็งแรง
ข. การทาใหผ้ ลติ ภณั ฑ์ออกสู่ตลาดให้มากขน้ึ 20. การวางแผนการจดั กิจกรรมพัฒนาอาชีพควร
ค. การทาใหผ้ ลิตภัณฑ์มอี ายุการใชง้ านมากขึ้น ดาเนนิ การในเรือ่ งใดก่อน
ง. การทาให้ผลิตภณั ฑ์มีประสิทธิภาพในการใช้งานตาม
ก. กาหนดทางเลือกวา่ จะทาอะไร
ประเภทงานน้นั ข. สารวจทศิ ทางวา่ จะทาอะไรบ้าง
16. ตน้ ทุนคงที่ทใ่ี ชใ้ นการเพาะเห็ดคืออะไร ค. กาหนดวตั ถุประสงคว์ า่ ทาเพ่อื อะไร
ง. สารวจตนเองวา่ มีอะไรอยแู่ ละมีสง่ิ ใดที่ต้องการ
ก. โรงเรอื น อปุ กรณ์ ปรับปรุงแก้ไข
ข. ถุงพลาสตกิ ขี้เล่ือย 21. ถ้าตอ้ งการวางแผนพัฒนากจิ กรรมพฒั นาอาชพี
ค. ราขา้ ว ขา้ วฟ่าง ถุงพลาสติก โดยการพัฒนาดา้ นการเพม่ิ กิจกรรม ควรดาเนินการตาม
ง. ปูนขาว สายยางฉีดนา้ เชอื้ เหด็ ขอ้ ใด
17. ข้อใดเป็นทนุ หมนุ เวยี นท่ีใช้ในการเพาะเหด็ ฟาง ก. เพิ่มคุณภาพผลิตภณั ฑ์ใหด้ ีข้นึ
ก. ก้อนเชื้อเห็ด ข. ขยายพ้นื ท่เี พาะปลกู พืชให้มากข้ึน
ข. หมอ้ นึ่งฆ่าเช้ือ ค. ขยายอาชีพ โดยเพม่ิ สาขาในการประกอบการให้
ค. โรงเรือนเพาะเหด็ มากขึน้
ง. พนื้ ทีส่ าหรับทากองเห็ดฟาง ง. พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑห์ รอื การบรรจภุ ณั ฑ์ให้
18. ส่งิ แรกทผ่ี ปู้ ระกอบการต้องดาเนินการในการกาหนด สวยงามขึ้น
เป้าหมายการผลิต หรอื บรกิ าร ควรทาอยา่ งไร 22. การพัฒนาระบบการผลิต หรอื การบรกิ าร
ก. กาหนดราคาขายใหส้ งู ทีส่ ดุ ผปู้ ระกอบการจะต้องพัฒนาการผลติ ให้มีลักษณะ
ข. กาหนดสถานท่ีขายให้ชดั เจน อย่างไร
ค. กาหนดลูกคา้ เป้าหมายให้ชัดเจน ก. สร้างผลิตภณั ฑต์ ัวอย่าง
ง. กาหนดรูปแบบผลิตภณั ฑใ์ หโ้ ดดเด่น ข. สรา้ งผลติ ภัณฑต์ ามจนิ ตนาการ
19. การกาหนดเปา้ หมายการผลติ หรอื การบริการใน ค. สร้างผลิตภณั ฑจ์ าลองหรือเลยี นแบบกนั
การพัฒนาอาชีพให้ตรงกับความต้องการ ของลูกค้า ควร ง. สร้างผลิตภณั ฑใ์ หม้ ีรูปลกั ษณช์ ัดเจนจบั ตอ้ งได้
ทาอย่างไร 23. ในการทาอาชพี ดา้ นบรกิ าร หากตอ้ งการวาง
ก. กาหนดกลมุ่ ลูกค้าว่าเปน็ ใคร แผนการพฒั นาระบบบรกิ ารในดา้ นการสรา้ ง ความ
ข. ดวู า่ จะผลิตสนิ คา้ อะไร ในช่วงไหน นา่ เชือ่ ถอื ในงานบริการ ควรดาเนินการ ในดา้ นใด
ค. ดวู า่ ลูกค้าเหล่าน้ันซือ้ สินค้าจากทใ่ี ด ก. ผู้ประกอบการต้องให้บริการตรงตามเวลาทกี่ าหนด
ง. ศกึ ษาดูว่าส่ิงใดเปน็ แรงจูงใจให้ลกู คา้ ซ้ือสินคา้ ข. ผู้ประกอบการต้องกาหนดคา่ บริการใหเ้ ป็นธรรม
เหล่านน้ั ค. ผปู้ ระกอบการต้องมีความอดทน
ง. ผ้ปู ระกอบการต้องมคี วามซอ่ื สัตย์
24. เพราะเหตุใดต้องมีการพัฒนาธุรกิจเชงิ รกุ
ก. ธุรกจิ มีการแข่งขันสูงและแพร่หลาย
ข. ผบู้ ริโภคเขา้ ไม่ถงึ ผลิตภัณฑ์
ค. ผูผ้ ลิตสนิ ค้ามีนอ้ ยราย

ง. ธรุ กจิ ขยายตัวช้า 79
25. การเปล่ียนแปลงทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีมผี ล
ทาให้ต้องพฒั นาธุรกิจเชงิ รุกอย่างไร ง. การจดั ระบบการสรา้ งผลติ ภณั ฑ์
30. ฝา่ ยใดสาคญั ทสี่ ุดในการจัดการผลติ ภัณฑ์ใหมใ่ ห้
ก. มีการตดิ ต่อขา่ วสาร/ข้อมูลได้เรว็ ขนึ้ สามารถขายได้ดี
ข. ผบู้ ริโภครับข้อมลู สินค้าอนื่ ได้ง่ายจงึ มีการแข่งขนั
สงู ขน้ึ ก. ฝ่ายการเงนิ
ค. ผู้บรโิ ภคสามารถบริโภคสินคา้ ได้หลากหลายมากขน้ึ ข. ฝ่ายการผลิต
ง. ผ้ผู ลิตสนิ ค้าและบริการไมส่ ามารถควบคุมสนิ คา้ ของ ค. ฝ่ายการตลาด
ตัวเองได้ ง. ฝา่ ยการขนส่งสินค้า
26. ผูบ้ ริโภคสว่ นใหญต่ ้องการใช้สินค้าแตกตา่ งกนั 31. ข้อใดเป็นการพัฒนาอาชีพใหม้ ีความมน่ั คงตาม
โดยท่วั ไปผบู้ รโิ ภคต้องการใช้สินคา้ ดา้ นใด เปน็ อนั ดับ นโยบายท่ีสาคัญของรัฐบาลและสอดคลอ้ ง กับ
แรก สถานการณป์ จั จบุ ัน
ก. ดา้ นจิตใจ ก. การทาโครงการรบั จานาข้าว
ข. ด้านร่างกาย ข. การทาการเกษตรแบบผสมผสาน
ค. ด้านความงาม ค. การทาโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่
ง. ดา้ นการบันเทงิ ง. การดาเนนิ การตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
27. การแทรกความนิยมของสนิ ค้าเข้าสู่ความต้องการ พอเพยี ง
ของผู้บรโิ ภคด้านอาหาร ของคนไทย ควรให้มลี กั ษณะ 32. ในชุมชนเกษตรกรรมส่วนใหญ่มักจะพบกับปัญหา
อยา่ งไร รายไดไ้ มพ่ อเพยี ง การแกไ้ ขปญั หาดงั กล่าว เพื่อให้
ก. ใหม้ ีอาหารประเภทของทอดเพิม่ ขึ้น เกษตรกรสามารถดารงชีวิตอยู่ได้ ควรทาอยา่ งไร
ข. ให้มีรสเข้มข้นไปทางใดทางหนงึ่ ก. เร่งเพ่ิมผลผลิตใหม้ ากข้ึน
ค. ใหม้ ีความหลากหลาย เลอื กได้ ข. ขยายพืน้ ท่ีเพาะปลูกให้มากขนึ้
ง. ให้มีรสเผด็ อยา่ งเดยี ว ค. สารองผลผลติ ไว้จาหนา่ ยเมือ่ มีราคาสูง
28. การแทรกความนิยมของผบู้ รโิ ภคด้านรปู ลักษณข์ อง ง. ลดรายจ่ายใหเ้ หลือนอ้ ยลง และงดใชป้ จั จยั การผลิต
สนิ คา้ ควรคานึงถึงสิง่ ใดเปน็ อันดับแรก ท่ไี มจ่ าเปน็
ก. บรรจุภัณฑ์ 33. ผปู้ ระกอบการท่จี ะประสบความสาเร็จในอาชีพได้ดี
ข. ราคาของสนิ คา้ ควรมขี ้อมลู ด้านใดประกอบการพิจารณา ดาเนนิ การ
ค. สสี นั ของสนิ คา้ ก. ข้อมูลด้านการผลติ
ง. ขนาดของสินคา้ ข. ข้อมลู ผู้บริโภคทุก ๆ กลุ่ม
29. ในการพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ใหม่ ๆ ออกสูต่ ลาดควร ค. ข้อมูลการดาเนินงานของกิจการท้งั หมด
คานึงถึงสิง่ ใดเปน็ อันดบั แรก ง. ข้อมลู ด้านการตลาด ทั้งภายใน-ภายนอก
ก. การสรา้ งความคิดใหม่ 34. การวิเคราะหค์ วามเป็นไปไดข้ องแผนการผลติ สนิ ค้า
ข. การเลือกวัตถุดิบในการผลติ ควรทาอยา่ งไร
ค. การวางกลยทุ ธ์ทางการตลาด ก. นาข้อมูลการผลติ ทม่ี ีอยู่มาดาเนนิ การต่อ
ข. นาขอ้ มลู ผบู้ รโิ ภคมาใช้เป็นฐานการผลิต
ค. วเิ คราะหข์ ้อมูลการดาเนนิ งานของกิจการทั้งหมด

ง. จดั ทาแผนการขายสินค้าให้สอดคลอ้ งกับแผนการ 80
ผลิต
35. การตรวจสอบการดาเนนิ งานในการพัฒนาอาชพี มี 40. การปรับปรงุ โครงการพัฒนาอาชพี ให้มั่นคงมี
ผลดตี ่อการดาเนินงานอยา่ งไร ความสาคัญตอ่ ผู้ประกอบการอยา่ งไร

ก. ทาใหป้ ระหยดั เวลา และต้นทุน ก. ช่วยให้ลดตน้ ทนุ การผลิตได้
ข. ทราบข้อบกพร่องของการดาเนินงาน ข. ช่วยใหผ้ ปู้ ระกอบการสามารถทบทวนตนเองได้
ค. ช่วยปกป้องรกั ษาอาชีพให้มคี วามเข้มแข็ง ค. ชว่ ยให้ผูป้ ระกอบการและผู้ปฏบิ ัติการทราบผลการ
ง. เป็นการสร้างสมั พันธภาพที่ดีระหว่างผู้ประกอบการ ทางานของตนเอง
ผปู้ ฏิบัติการ และผูบ้ รโิ ภคได้
36. โครงการพฒั นาอาชีพให้มคี วามม่ันคงมีความสาคญั ง. ช่วยใหท้ ราบผลการดาเนนิ งานและผลกระทบท่ี
อย่างไร เกดิ ขึน้ กับการดาเนินงานได้
ก. ทาให้ทราบเงินทุนทีจ่ ะใช้ในการดาเนนิ งาน
ข. ทาให้ทราบถึงระยะเวลาในการดาเนินงาน 41.ข้อใดคือกระบวนการจดั การ ( Management )
ค. ทาใหผ้ ู้ปฏิบัติงานทราบถึงงานทจี่ ะต้องทาล่วงหน้า
ง. ทาให้ทราบแนวทางในการดาเนินงานกจิ การทัง้ หมด ก. คน เงนิ วัตถดุ บิ และ เคร่อื งจกั ร
37. ส่วนใดทีเ่ ปน็ สว่ นสาคญั ในการบอกทศิ ทางและภาระ ข.คน วตั ถดุ ิบ คา่ จ้าง และ เงิน
งานท่ตี ้องทาในการเขียนโครงการ พฒั นาอาชีพ ค. คน เงนิ และ วัตถดุ ิบ
ก. ช่ือโครงการ ง.คน เครือ่ งจกั ร และ วัตถดุ บิ
ข. วัตถปุ ระสงค์ 42.องค์ประกอบของการจดั การมี 3 ประการ ข้อใดไมใ่ ช่
ค. งบประมาณ
ง. ผ้รู ับผดิ ชอบ ก. เป็นกระบวนการของการดาเนนิ กิจกรรมที่ต่อเนอื่ ง และ
38. การกาหนดภาระงานทจ่ี ะทาให้เกดิ ข้นึ ในโครงการ สมั พนั ธก์ ัน
พัฒนาอาชพี จะต้องอยู่ในสว่ นใด
ก. การดาเนินงาน ข. การทางานเพือ่ มุ่งหวังผลการสาเรจ็ ของงานเพยี งด้านเดียว
ข. ผลที่คาดว่าจะไดร้ บั
ค. หลกั การและเหตุผล ค. เน้นท่กี ารบรรลุเป้าหมายขององค์การ
ง. วตั ถุประสงคข์ องโครงการ
39. เม่ือดาเนนิ งานโครงการสาเร็จแลว้ เราจะทราบได้ ง. การทางานเพอ่ื ใหบ้ รรลุเปา้ หมาย โดยผสมผสานบคุ ลากร
อย่างไรวา่ โครงการน้นั ประสบผลสาเรจ็ หรอื ไม่ และทรัพยากรทางการบรหิ ารเขา้ ด้วยกัน
ก. มกี ารประเมนิ โครงการ
ข. มกี ารสรุปผลการดาเนนิ การ 43.สิ่งทมี่ อี ยู่ในชมุ ชนนนั้ ๆ ท่สี ามารถนามาเป็นประโยชน์ในการ
ค. มกี ารรายงานการดาเนินการ เพม่ิ มูลค่า ในการสร้างอาชีพ เพ่ิมรายได้ ลดรายจ่าย เพ่ิมคุณคา่
ง. มีการตดิ ตามการดาเนินงาน ทางจิตใจสงั คมการอยรู่ ่วมกันอยา่ งร่มเยน็ เป็นสขุ คือ
ความหมายในขอ้ ใด

ก. ทรัพยากรธรรมชาติ

ข. สงิ่ ท่มี นษุ ย์สร้างข้นึ

ค. ทุนชมุ ชน

ง. ถกู ทุกข้อ

44.การใชเ้ ครอ่ื งมอื SWOT ในการวิเคราะหช์ มุ ชน ข้อใดไม่ถูก

ก. S ย่อมาจาก Strength แปลวา่ จดุ แข็ง 81
ข. W ยอ่ มาจาก Weakness แปลวา่ จุดแตกหกั
ค. O ยอ่ มาจาก Opportunities แปลว่า โอกาส ข. การวางแผนจะกาหนดและระบหุ น่วยงานท่ีรับผดิ ชอบ
ง. T ย่อมาจาก Threats อุปสรรคหรืออนั ตราย ค. การวางแผนทาใหอ้ งคก์ ารสามารถกาหนดนโยบายของ
45.ขอ้ ใดคือความหมายของ คาว่า วสิ ยั ทศั น์
องคก์ ารไดช้ ดั เจน
ก. พันธะอนั เป็นภาระสาคญั ที่จะตอ้ งทาเพอื่ ให้เกดิ ผล ง. ถกู ทุกขอ้
สาเรจ็ ของงาน 50.โครงการ (project) คือข้อใด

ข. การกาหนดความสาเร็จเปน็ ธงทีต่ งั้ เป้าไว้ใหผ้ ลสมั ฤทธ์ิ ก.คอื แผนซ่ึงกาหนดรายละเอยี ดของการปฏิบตั วิ ่าจะทาอะไร ที่
เกิดข้นึ ในช่วงเวลาระยะส้นั ระยะกลาง และ ระยะยาว ไหน อย่างไร ใครเปน็ ผรู้ ับผิดชอบค่าใชจ้ า่ ยเทา่ ไร

ค. กาหนดหลักการทางานตามแบบแผนงานท่ตี ้งั เป้าไว้ ข.คือแผนซ่งึ แบ่งงานออกเป็นกลมุ่ ใหญ่ ๆ เพื่อสะดวกในการ
ง. เป็นความตอ้ งการโดยรวมสุดท้ายปลายทางของชุมชนท่ี วางแผน เชน่ แผนงานการผลติ แผนงานการตลาด
แผนงานบคุ ลากร
ตอ้ งการให้เกิดและไปถงึ ได้จริงและทกุ คนในชมุ ชนเหน็
พอ้ งตอ้ งกันแล้ว ค.วิธีดาเนินงานตามแผน ตอ้ งพจิ ารณาหาลทู่ างในอนั ทีจ่ ะ
46.การกาหนดความสาเร็จเปน็ ธงทตี่ ้ังเปา้ ไว้ใหผ้ ลสัมฤทธ์ิ ดาเนนิ การตามแผนไวล้ ว่ งหนา้

เกิดข้ึนในชว่ งเวลาระยะสัน้ ระยะกลาง ระยะยาว เพ่ือใหเ้ ป็นไป ง.คือแผนงานทต่ี ้องทาให้สาเร็จลุลว่ งตามเวลาท่กี าหนด

ตามวิสยั ทศั น์ทก่ี าหนดรว่ มกัน คอื ข้อใด 51.ขอ้ ใดไมใ่ ชป่ ัจจยั ทก่ี อ่ ใหเ้ กิดความเส่ยี ง 4 ด้าน

ก. พันธกจิ ก. ความเสย่ี งดา้ นเทคนิค
ข. ความเสยี่ งดา้ นงบประมาณ
ข. วิสัยทศั น์ ค. ความเสยี่ งด้านคา่ ใชจ้ ่าย
ง. ความเสยี่ งด้านโรคภยั ไขเ้ จ็บ
ค. เป้าหมายพัฒนา 52.ขอ้ ใดคอื โครงการขนาดกลาง

ง. แผนปฏบิ ัตกิ ารแมบ่ ทชุมชน 47.ขอ้ ใดคอื ก.Small Projects

ประโยชน์ของการวางแผนปฏบิ ัตกิ าร ข. Medium Projects

ก. เพื่อเป็นกรอบหรอื แนวทางใหท้ กุ คนในองคก์ ารร่วมมอื ค. Large Projects

ร่วม นาไปสเู่ ปา้ หมายขององคก์ าร ง.ถูกท้งั ก และ ข

ข. ไมจ่ าเป็นต้องมีการวางแผนก็สามารถปฏบิ ัติงานใหส้ าเร็จ 53.ข้อใดไม่ใชก่ ลมุ่ ผมู้ สี ่วนได้เสีย

ได้ ก.ลกู ค้า

ค. การวางแผนงานทาให้เสยี เวลาในการปฏิบัตงิ าน ข. ผบู้ รหิ ารระดับสงู

ง. การวางแผนงานเพ่อื มุ่งหวงั ให้งานสาเรจ็ มปี ระสิทธภิ าพ ค. ผลู้ งทุน

แตต่ ้องใช้เงนิ ทุน ง.นายจา้ ง

48.ข้อใดไมใ่ ชก่ ารวางแผน (Planning)

ก. กระบวนการคดิ วเิ คราะห์

ข. การตดั สนิ ใจ

ค. การสร้างภูมิคมุ้ กัน

ง. วธิ ีการทางานลว่ งหน้า
49.ความสาคัญของการวางแผน การวางแผนมคี วามสาคัญ
อยา่ งไร

ก. การวางแผนชว่ ยให้กาหนดเป้าหมายของผลสาเรจ็ ท่ี
ชดั เจน

54.ข้อใดกลา่ วไมถ่ กู 82

ก.คุณภาพ หมายถึง คุณลักษณะของผลิตภณั ฑ์และบริการที่ ก. ผลติ ภณั ฑ์ ( Product )
สามารถตอบสนองความพงึ พอใจและ ความต้องการของลกู คา้ ข. สถานที่ ( Place )
ค. การส่งเสรมิ การขาย ( Promotion )
ข.สนิ คา้ อุปโภค คือ สนิ คา้ ท่ีเปน็ สงิ่ ของเครอ่ื งใช้ เช่น เสอ้ื ผ้า ง. กิจกรรม ชว่ งเช้า
เครอื่ งไฟฟา้ อาคาร เครื่องเรือน ยานพาหนะ ของเดก็ เล่น 60.ขั้นตอนการวิจัยตลาด ประกอบดว้ ยข้ันตอนท่สี าคญั 4
เปน็ ต้น ขน้ั ตอน ขอ้ ใดไม่ใช่

ค.สินค้าบรโิ ภค คือ สนิ ค้าที่รับประทานไดแ้ ละส่ิงของเคร่อื งใช้ ก. การกาหนดปญั หาหรือจดุ ประสงคข์ องข้อมลู
ทุกชนิด ข. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ค. การวเิ คราะหแ์ ละการตคี วามข้อมลู
ง.สนิ ค้าดีตอ้ งมีฉลากตดิ แสดงวันเดอื นปีทผ่ี ลติ ง. การกาหนดมุ่งหมายอย่างชดั เจน
61.การจัดทาข้อมลู ของลกู คา้ ควรกาหนดหัวข้อตามขอ้ ใด
55.ข้อใดเปน็ ปจั จัยในการผลติ ที่สาคญั สง่ ผลแปรผันให้กับ
ผลิตภัณฑ์ ก. ชือ่ - สกุล
ข. เพศ การศึกษา
ก. เคร่ืองจักร ค. อาชีพ รายได้
ข. คน ง. ทกุ ขอ้ ควรจัดทา
ค. เงนิ 62. การจดั ทาบญั ชีมีประโยชนต์ อ่ ผูป้ ระกอบธรุ กจิ ขอ้ ใด
ง. วตั ถดุ บิ ไม่ใช่
56.ขอ้ ใดไมใ่ ชป่ ระโยชน์การใช้นวตั กรรม / เทคโนโลยใี นการผลิต
ก. เป็นการบันทกึ เหตกุ ารณ์ เก่ียวกบั การประกอบอาชพี ทมี่ ี
ก. ประหยดั เวลา ระเบยี บแบบแผน
ข. ลดต้นทุนการผลติ
ค. ผลผลติ มีมาตรฐาน ข. การจัดทาบญั ชีไมไ่ ด้ชว่ ยใหก้ จิ การดขี ้ึน
ง. ค่าใชจ้ า่ ยสูงแตไ่ ด้ปรมิ าณงานเทา่ เดมิ ค. ชว่ ยให้สามารถปรบั ปรงุ การคา้ หรอื การประกอบอาชีพทีท่ า
57.คาว่า “นวตั กรรม” มาจากคาภาษาอังกฤษตามขอ้ ใด
อยูใ่ หด้ ขี ึน้ ได้
ก. Invention ง. เปน็ หลักฐานการดาเนนิ งานและสามารถสรปุ ผลกาไร
ข. Development
ค. Technology ขาดทนุ ได้
ง. Innovation 63.ข้อใดไมใ่ ชก่ ารบันทกึ ข้อมูลลงในบญั ชี
58.ขอ้ 58.ข้อใดที่ไมไ่ ดม้ าจากกระบวนการผลิต
ก. จดั ทาเฉพาะตวั เลขลงในบญั ชี
ก. โตะ๊ ข. วเิ คราะหก์ ารค้า
ข. สบู่ ค. จัดทางบทดลอง งบกาไร ขาดทุน งบดุล
ค. ตน้ ไม้ ง. บนั ทกึ รายการ
ง. เครอ่ื งสาอาง
64.ข้อใดไม่ใชก่ ารขบั เคลื่อนแผนปฏิบตั ิการสูค่ วามสาเรจ็
59.ข้อใดไม่ใช่ส่วนผสมของตลาด
ก. การวเิ คราะห์ความเปน็ ไปได้ของแผนปฏิบตั กิ าร
ข. ไม่ต้องจัดทาแผนรองรับ

83

ค. การพัฒนาแผนปฏบิ ตั กิ าร ค. วตั ถปุ ระสงค์ ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ
ง. การจดั การความรู้ขับเคล่อื นแผนปฏิบตั กิ ารสคู่ วามสาเร็จ ง. ถูกทกุ ขอ้
70.โครงการทีด่ ีควรมลี ักษณะอยา่ งไร
65.ขอ้ ใดไม่ใชแ่ ผนปฏิบตั ิการเพอื่ การขยายธุรกิจ ซึง่ ในที่นจ้ี ะใช้
PDCA วงจรสูค่ วามสาเรจ็ ของเคมมง่ิ ก. ใชภ้ าษาพูดเขา้ ใจง่าย
ข. ใช้งบประมาณจานวนมาก
ก. P : Price = ราคา ค. วดั และประเมินผลได้
ข. D : Do = ปฏิบัตติ ามแผน ง. ขยายระยะเวลาในการดาเนินการ ถา้ ไม่บรรลผุ ลสาเร็จ
ค. C : Check = ตรวจสอบ 71. การวางแผน หมายถึงข้อใด
ง. A : Act = ดาเนนิ การใหเ้ หมาะสม
66.การจดั การความรขู้ ับเคลื่อนแผนปฏบิ ตั กิ ารสู่ความสาเรจ็ โดย ก. การกาหนดปัจจยั ในการทางาน
มีกระบวนการขนั้ ตอน คอื ขอ้ ใด
ข. การกาหนดนโยบายและวิสยั ทัศน์
ก. การจดั การความรู้ขบั เคลอื่ นแผนปฏิบตั กิ ารสคู่ วามสาเร็จ
ข. การพฒั นาแผนปฏบิ ตั กิ าร ค.การกาหนดวตั ถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมาย
ค. การวเิ คราะหโ์ ครงการ
ง. กระบวนการจดั การความรู้ ง.การกาหนดแนวทางในการจดั กจิ กรรมเป็นข้ันตอน
67.ขอ้ ใดไมใ่ ชค่ วามสาคัญของการวางแผน
72. ธุรกิจการตลาดหมายถงึ ขอ้ ใด
ก.เป็นการคาดการณส์ ่ิงทจี่ ะเกิดในอนาคต
ก. สงั คม
ข.เป็นการกาหนดวิธกี ารดาเนินงานต่าง ๆ อยา่ งเปน็ ข้ันตอน
เพือ่ ให้บรรลุวตั ถุประสงค์ ข. ตลาด

ค.ทาใหบ้ คุ คลรหู้ นา้ ที่และความรบั ผิดชอบอยา่ งชัดเจน ค. ผู้บริโภค

ง.เกิดการเรียนรหู้ ลังปฏบิ ตั ิงานเสรจ็ ง. เศรษฐกิจ

68.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความสาคญั ของโครงการ 73. การทาบญั ชีธุรกิจ หมายถงึ ข้อใด

ก. แผนการดาเนนิ งานท่เี ขยี นขึ้นกอ่ น ก. การทา งบดลุ – กาไรขาดทุน
ข. เปน็ เคร่ืองมอื ในการควบคมุ กากบั ดแู ลการทางานให้
เปน็ ไปตามทิศทางทกี่ าหนด ข. บัญชีเงินสด หรอื บญั ชีท่วั ไป
ค. แผนหรือโครงการจะชว่ ยพจิ ารณาทางเลือกทดี่ ีและ
เหมาะสมทสี่ ดุ ค. บัญชแี ยกประเภทหรอื บญั ชปี ระเภทต่าง ๆ
ง. การจดั ทาโครงการมขี ้อจากดั เรือ่ งเวลาทาให้ไม่ไดเ้ กิดผล
ดี ง. การบันทึกรายรับ – จา่ ยในการจาหน่ายสินค้า
69.ขอ้ ใดคือหัวขอ้ ในการเขียนโครงการ
74.หากมีข้อสงสยั ในการทาบญั ชคี วรทาอยา่ งไร
ก. ชอ่ื โครงการ หลักการและเหตผุ ล
ข. ผรู้ ับผิดชอบ เงนิ งบประมาณ ก. ถามผู้รู้

ข. รายงานเจา้ นาย

ค. นิง่ เฉยไวไ้ มใ่ ห้ใครรู้

84

ง. ศกึ ษาหาความรูเ้ พิ่มเตมิ ข. ทุน ลูกค้า ผลติ ภณั ฑ์ ตนเอง

75. แผนปฏิบตั ิการธุรกิจ หมายถงึ ข้อใด ค. สนิ คา้ คน เจ้าหน้ี ทรัพย์สิน
ก. เปา้ หมายของธุรกิจ
ข. สถานการณ์ของตลาด ง. ความม่นั คง
ค. การศึกษาข้อมลู พ้ืนฐานของธรุ กิจ
ง.แนวทางการดาเนินงานธุรกิจสู่เปา้ หมาย 80. การใช้นวตั กรรมและเทคโนโลยเี พอ่ื การประกอบอาชีพ จุด
แขง็ โอกาสและอุปสรรค เป็นเทคนคิ ของให้มปี ระสทิ ธภิ าพขึ้นอยู่
76. ปจั จยั ภายในของธรุ กจิ คือขอ้ ใด กบั องคป์ ระกอบขอ้ ใดบา้ ง
ก. การพัฒนาผลผลติ
ข. การจดั การเงนิ ลงทนุ ก. SWOT
ค. โอกาสในการทาธุรกจิ
ง. ผู้บริโภค ข. ความพงึ พอใจ ความสะดวก ความรวดเร็ว

77. กลยทุ ธใ์ นการขยายธรุ กจิ พิจารณาขอ้ ใด ค. ความกา้ วหน้า ความมัน่ คง ความร่ารวย
ก. การผลติ
ข. การตลาด ง. ความถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ลดต้นทนุ
ค. การแข่งขัน
ง. การบรกิ าร 81.การทาอาชีพทสี่ ามารถขยายเครอื ขา่ ยออกไปไดเ้ ปน็

78. การเขยี นโครงการคานึงถึงขอ้ ใด ก. การขยายอาชีพ
ก. การประเมนิ ความเสย่ี ง
ข. การวเิ คราะห์ความเปน็ ไปได้ ข. การจัดการ
ค. การรกั ษากฎหมาย ระเบยี บ วินยั
ง. การศกึ ษาขอ้ มูลเพ่ือตดั สินใจ ค. ความพอเพียง

79. การดาเนนิ การทางธุรกจิ มีองคป์ ระกอบอะไรบ้าง ง. อาคาร ลกู คา้ ผลิตภัณฑ์ ทนุ
ก. เงิน คน สนิ ค้า รา้ นค้า
82.แผนธุรกิจตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีกรี่ ะดบั

ก. มี 2 ระดับ ไดแ้ ก่ อยู่ดี มสี ุข

ข. มี 3 ระดับ ไดแ้ กต่ า่ สดุ ปานกลาง สูงสุด

ค. มี 2 ระดับ ไดแ้ กพ่ อประมาณ กา้ วหน้า

ง. มี 3 ระดับไดแ้ ก่ พออยูพ่ อกิน อยดู่ ีมสี ุขมั่งมศี รสี ขุ

83.การเขียนโครงการขยายอาชีพ มีสาระสาคัญกป่ี ระเดน็

ก. 2 ประเดน็

ข. 4 ประเดน็

ค. 6 ประเดน็

ง. 8 ประเดน็

85

84.คาว่าตลาดหมายความตามข้อใด ข.มคี วามเส่ียงตอ่ ชวี ิตและทรพั ยส์ นิ
ก.การเตรยี มสถานท่เี พ่ือรบั รอง
ข.สถานที่ประกอบอาชีพ ค.การไดร้ บั การยอมรับนับถอื
ค.ปจั จัยการผลิต
ง.คู่แข่งขันทางธุรกจิ ง.เวลาทางาน

85.ข้อใดคือวตั ถุประสงค์ของธุรกจิ 89.การปฏิบัตติ นข้อใดแสดงถงึ การมเี จตคตทิ ีด่ ตี อ่ การประกอบ
ก.กาไรความมั่นคงทางธุรกจิ อาชีพ
ข.ความกา้ วหนา้ และความเจรญิ เตมิ โตทางธรุ กิจ
ค.ให้สิ่งทีด่ ีทส่ี ดุ ในราคาทเ่ี หมาะสมและสามารถแข่งขัน กับองค์ ก.พฒั นางานของตนเอง และช่วยเหลอื งานผ้อู ืน่ เมอ่ื มีโอกาส

ธรุ กิจได้ ข.ขโมยผลงานคนอน่ื มาเป็นผลงานของตนเอง
ง.ถกู ทุกขอ้
ค.ไปทางานสาย พดู คุยตลอดเวลาทีท่ างาน
86.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ข้อมลู ทีน่ ามาใช้วเิ คราะห์ตนเอง
ก.บุคลกิ ภาพ ง.ทางานตามทีเ่ จ้านายสง่ั เทา่ นนั้
ข.สขุ ภาพ
ค.ความสนใจ 90.หลักธรรมใดเก่ยี วข้องกับการประกอบอาชีพใหป้ ระสบ
ง.เพอื่ นทคี่ บหาดว้ ย ความสาเรจ็

87. ถา้ ในชมุ ชนทนี่ ักเรียนอาศยั อยู่มฟี าร์มเลีย้ งสตั ว์เป็นจานวน ก.อริยสัจ 4
มากผเู้ รยี นจะเลอื กประกอบอาชพี อะไร
ข.พรหมวิหาร 4
ก. เภสัชกร
ข.นักโบราณคดี ค.อทิ ธิบาท 4
ค. สัตวแพทย์
ง. นกั ธรุ กจิ ง.มรรค 8
88.ข้อใด ไม่ใช่ เหตุผลในการตัดสนิ ใจเลอื กอาชีพ
ก. รายได้ 91. ถา้ นกั เรยี นมีเจตคตทิ ดี่ ีในการประกอบอาชีพจะเกดิ ผลอยา่ งไร

ก.มีเพือ่ นมาคบหามากมาย

ข.สขุ ภาพร่างกายแข็งแรง

ข.เป็นท่รี จู้ ักของบคุ คลทั่วไป

ง.มคี วามสุขใจและประสบความสาเร็จในการประกอบอาชีพ

92.เพราะเหตุใดจึงตอ้ งสรา้ งอาชีพ

ก.เพราะต้องการมอี านาจเหนือผู้อนื่

ข.เพราะเป็นหน้าท่ีท่มี นุษยท์ ุกคนตอ้ งทา

ค.เพราะอาชีพทาใหผ้ คู้ นมาเคารพกราบไหว้

ง.เพราะตอ้ งการรายไดม้ าใช้จา่ ยในการดารงชวี ติ 86
93.บคุ คลประเภทใดท่จี ะพฒั นาตนเองเพอ่ื งานอาชพี ได้ประสบ
ผลสาเรจ็ 97. ข้อใดเป็นลกั ษณะของสมาชกิ ท่มี ีความสาคญั ตอ่ ความสาคัญ
ของกลมุ่
ก.บุคคลท่ีมีความเช่ือม่นั ในตนเอง
ข.บุคคลท่ีมีฐานะดี ก.มีความเป็นผนู้ า
ค.บคุ คลที่มลี กู นอ้ งมาก ข.มีความคิดเห็น
ง.บคุ คลท่มี ีความรู้มาก ค.มีความสามัคคี
94. ชวี ิตจะมคี วามสขุ ได้ ต้องมอี งคป์ ระกอบตามขอ้ ใด ง.มีความเฉลยี วฉลาด
ก.ขยนั - เศรษฐกจิ ดี 98.การรวมกลุ่มอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพมีลกั ษณะอยา่ งไร ๆ ดา้ น
ข.รายไดด้ ี - เศรษฐกจิ ดี ก.กลุ่มจะตอ้ งมีผู้นาทด่ี ี
ค.ความรดู้ ี - เศรษฐกจิ ดี ข.จะต้องเป็นกลมุ่ ในการพัฒนา
ง.คุณภาพชีวิตดี – เศรษฐกจิ ดี ค.สมาชกิ ต้องรับผดิ ชอบในบทบาทหนา้ ทขี่ องตน
95. ข้อใด ไมใ่ ช่ อาชีพรบั จ้างทางด้านแรงงาน ง.สมาชกิ จะตอ้ งมคี วามรหู้ ลาย ๆ ดา้ น
ก.รบั จ้างพิมพ์บทความ 99. ความพยายามอยทู่ ่ไี หน ความสาเร็จอยูท่ นี่ ่นั ขอ้ ความน้ี
ข.ขายขา้ วแกงอยทู่ ี่บา้ น ส่งเสรมิ คุณธรรมข้อใดมากท่ีสุด
ค.เจ้าหนา้ ทีร่ กั ษาความปลอดภัย ก.ความสามัคคี
ง.เจ้าหน้าทบี่ ัญชขี องบรษิ ทั ข.ความม่ันคง
96. ขอ้ ใดเป็นทกั ษะทสี่ าคญั ในการเปน็ ปฏิบัตงิ านท่ีดี ทาให้เกิด ค.ความอดทน
ความรู้ความชานาญในการทางาน ง.ความขยนั
ก.ทางานไปพรอ้ มกบั วางแผนควบคู่กันไป 100.ข้อควรคานงึ ในการตดั สินใจประกอบอาชีพของตนเองคือขอ้
ข.ศกึ ษาหาความรจู้ ากงานน้ันๆ กอ่ นลงมอื ปฏิบตั ิ ใด
ค.ลงมือปฏิบตั แิ ละศกึ ษาหาความรไู้ ปพร้อมๆ กนั ก.พ่อแมพ่ น่ี ้องแนะนาให้ทา
ง.ทางานตามข้ันตอน พรอ้ มตรวจสอบความเรยี บร้อย ข.ความรู้สามารถของตน
ค.เพื่อน ๆ ในหม่บู ้านทากันมาก
ง.มคี นนิยมทางานน้นั มากมายทั่วประเทศ

87

เฉลยข้อสอบรายวิชา พฒั นาอาชพี ใหม้ ีความมั่นคง อช 31003 ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

1. ง 11. ค 21. ก 31. ค 41. ก 51. ง 61. ง 71. ง 81. ก 91. ง
92. ง
2. ค 12. ง 22. ข 32. ข 42. ข 52. ข 62. ข 72. ค 82. ง 93. ก
94. ง
3. ข 13. ง 23. ค 33. ง 43. ค 53. ง 63. ข 73. ก 83. ค 95. ข
96. ข
4. ง 14. ง 24. ข 34. ค 44. ข 54. ค 64. ข 74. ง 84.ง 97. ก
98. ค
5. ข 15. ง 25. ง 35. ค 45. ง 55. ค 65. ก 75. ง 85. ข 99. ค
100.ง
6. ง 16. ก 26. ค 36. ง 46. ค 56. ง 66. ก 76. ง 86. ง

7. ง 17. ก 27. ก 37. ง 47. ก 57. ง 67. ง 77. ง 87. ค

8. ข 18. ง 28. ค 38. ค 48. ค 58. ค 68. ง 78. ข 88. ง

9. ง 19. ง 29. ง 39. ง 49. ง 59. ง 69. ง 79. ก 89. ก

10. ง 20. ง 30. ก 40. ง 50. ก 60. ง 70. ค 80. ง 90. ค

ท่ปี รกึ ษา คณะผู้จัดทา
1. นายสรุ ศกั ด์ิ
2. นางดวงพร สีดาบตุ ร ผอ. กศน.อาเภออุทุมพรพสิ ยั
3. นางสาวจตพุ ร เดชวเิ ศษ ครูชานาญการ
จินารัตน์ ครผู ้ชู ่วย

88

4. นางสาวโฉมฉาย เวยี งคา บรรณารกั ษป์ ฏบิ ัติการ

ผู้จดั ทา ครผู ู้ชว่ ย
ครอู าสาสมัคร กศน.
1. นางสาวจตุพร จินารัตน์ ครูอาสาสมัคร กศน.
ครูอาสาสมัคร กศน.
2. นางสาวนฐั ศวรรณ สิทธิศกั ด์ิ ครู กศน.ตาบล
ครู กศน.ตาบล
3. นางเฉลิมวรรณ ขันธเสน ครู กศน.ตาบล
ครู กศน.ตาบล
4. นางสาวเยาวเรศ จนั ทพันธ์ ครู กศน.ตาบล
ครู กศน.ตาบล
5. นางญาดานนั ท์ พวงบุรี ครู กศน.ตาบล
ครู กศน.ตาบล
6. นางนงเยาว์ บุญสงิ ห์ ครู กศน.ตาบล
ครู กศน.ตาบล
7. นางแก้วมณี บวั เขียว ครู กศน.ตาบล
ครู กศน.ตาบล
8. นางสาวจริ วดี ภกั ดีเหลา ครศู ูนยก์ ารเรียนชุมชน
ครศู นู ยก์ ารเรยี นชมุ ชน
9. นายปญั ญา รักษาพันธ์ ครูศนู ยก์ ารเรียนชุมชน

10. นายประดษิ ฐ สุวรรณ์ ครูผู้ชว่ ย

11. นายศุภสวัสดิ์ บุญย่งิ

12. นายวัชรฉัตร ลาพูน

13. นางกิตติยา สาสงั ข์
14. นางสมสวาท อตุ สาหะ

15. นายประวิตร เทพวงศ์

16. นางสาววิไลลกั ษณ์ ดวงเดือน

17. นางสาวเยาวเรศ เลาเลิศ

18. นางสาววาสินี รัตนา

19. นางสาวธัญญพัทธ ธราพร

รูปเล่ม/เรียบเรยี ง

นางสาวจตพุ ร จินารตั น์


Click to View FlipBook Version