- ทำให้ลดอาการอยากสุรา/ยาเสพติดได้ ข้อดี วิธีที่ 3 ข้อเสีย - สะใจ - บำบัดไม่ครบขั้นตอนไม่พ้นระยะสมองติดยา - ไม่ได้ยารักษาเพื่อช่วยลดอาการทางจิต - พ่อแม่/ครอบครัวเสียใจ - เจ้าหน้าที่และพยาบาลถูกสอบสวน 4) เลือกทางเลือกหรือวิธีการที่มีข้อดีมากกว่าข้อเสียที่ตนเองและผู้อื่นไม่เดือดร้อนลงมือปฏิบัติตามที่คิด/ วางแผนไว้ เลือกวิธีที่ 1, 2 5) แก้ไขข้อเสียของทางเลือก - เขียนสิ่งทุกข์ใจ บอกความทุกข์ในจดหมาย เขียนจดหมายให้ครอบครัวมาเยี่ยม - เข้ากลุ่ม/ทำงานเพื่อคลายเครียดสม่ำเสมอ เป็นต้นการจะให้การเผชิญปัญหาและการแก้ปัญหาที่ถูก วิธี และดียิ่งขึ้น เราต้องมีองค์ประกอบ หรือสิ่งต่างๆ เหล่านี้ร่วมด้วย - ปรึกษาคนที่เรารัก นับถือ หรือไว้วางใจก่อน (หลายหัวคิด ดีกว่าหัวเดียว) มีความอดทน อดกลั้น เผชิญปัญหาอย่างมีสติ - มองคนที่ด้อยกว่าเรา เราก็จะพบสิ่งที่ดีอยู่ในตัว หรือความโชคดีกว่าคนบางคน - ไม่ใช้สุรา หรือยาเสพติดเมื่อมีปัญหา - ให้คิดว่า ปัญหาทุกอย่างแก้ได้โดยใช้สติปัญญา และใช้เวลา - ก่อนตัดสินใจจริงๆ ทุกครั้งให้นึกถึงข้อดีต้องมีมากกว่าข้อเสีย โดยใช้หลักจริยธรรม ศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และกฎหมาย - ยอมรับสภาพของตนเอง ร่างกาย สติปัญญา ครอบครัว รักในเพื่อนมนุษย์ มองโลกในแง่ดีและรับ ความรักจากผู้อื่น ข้อคิดให้ทุกท่านได้คิด เพื่อชีวิตที่ดีงามในโอกาสวันต่อๆ ไป “ผู้ที่ไม่เคยทำผิด คือผู้ที่ไม่ทำอะไรเลย แต่อย่าให้ผิดซ้ำซาก เพราะความผิดพลาดของตนนั้น จะเป็นบทเรียน สอนใจให้ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น เพราะมนุษย์มีขีดความสามารถไม่จำกัด และสามารถพัฒนา ปรับปรุงให้ดี ขึ้นได้ จึงไม่ควรกังวล หรือท้อแท้ ท้อถอย เพราะจะทำให้คุณค่าชีวิตลดน้อยลงไป”
กิจกรรมครั้งที่ 12 ทักษะการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ เวลา 1 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดอดทนรอคอย และแก้ไขอารมณ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆได้ 2. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างเหมาะสม สาระสำคัญ ความสามารถอดทน อดกลั้น รอคอยต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความเครียดได้อย่างเหมาะสม( Stress tolerance)เป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่งของบุคคลที่สามารถใช้ความฉลาดทางอารมณ์ มีแนวทางในการจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมรวมทั้งได้ฝึกทักษะการตัดสินใจและแก้ไข ปัญหาต่างๆได้โดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบทั้งต่อตนเอง และบุคคลรอบข้าง ทำให้มีความสุขกับชีวิตไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การงาน หรือชีวิตส่วนตัว การดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกเล่าเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้ความอดทน รอคอย 2. ให้บอกผลดี ผลเสียของการอดทน รอคอย และแนวทางการจัดการที่เกิดขึ้นจากการอดทน รอคอย 3. ผู้นำกลุ่ม สรุปตามใบความรู้ และอธิบายเพิ่มเติมขั้นตอนการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา 4. แบ่งกลุ่มย่อย โดยให้สมาชิกศึกษากรณีศึกษาและอภิปรายตามใบกิจกรรมที่ 12 5. ผู้นำกลุ่ม สรุปเพิ่มเติมการตัดสินใจแก้ปัญหา สื่อ/อุปกรณ์ - กรณีศึกษา เรื่องที่ 1 สาขาของพี่เบิ้ม เรื่องที่ 2 วิทย์กับนคร เรื่องที่ 3 แม่เลี้ยงของธันวา - ใบความรู้ที่ 12/1 แนวคิดที่ควรได้ - ใบความรู้ที่ 12/2 ทักษะการอดทนรอคอยและการจูงใจตนเอง - ใบกิจกรรมที่ 12
กรณีศึกษา เรื่องที่ 1 สาขาของพี่เบิ้ม เขตเป็นนักเรียนชั้น ม.4ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง เขาเห็นพี่เบิ้มซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.6 กำลังขายยาบ้า ให้กับเพื่อนในห้องน้ำชายหลังโรงเรียน พี่เบิ้มขู่เขตว่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกครู เขตต้องงเจ็บตัวแน่ ทางที่ดีขอให้เขต มาเป็นสาขาหาลูกค้าให้กับพี่เบิ้มดีกว่า จะได้มีเงินใช้มากๆด้วย เขตรู้ว่าพี่เบิ้มเป็นผู้มีอิทธิพลในโรงเรียน ถ้าเขา ยอมตามดีๆ เขาจะไม่เจ็บตัว แต่เขาคงต้องเป็นทาสพี่เบิ้มตลอดไป ถ้าสมาชิกเป็นเขต จะตัดสินใจและแก้ไขปัญหานี้อย่างไร………. เรื่องที่ 2 วิทย์กับนคร วิทย์กับนครเป็นเพื่อนที่รักกันมาก วันหนึ่งวิทย์ชวนเพื่อนๆหลายคนรวมทั้งนครไปที่บ้าน เพื่อจัดงานปาร์ตี้ ฉลองปิดเทอมกัน ในงานนี้วิทย์และเพื่อนบางคนใช้สารแปลกๆ ผสมลงในเครื่องดื่มเมื่อดื่มกันแล้วทุกคนรู้สึกคึกคัก สนุกสนานกันมาก หลังจากนั้นอีกหลายวันต่อมาก็นัดชุมชุนกันอีก นครก็ไปร่วมงานอีก คราวนี้เพื่อนๆ มีข้อตกลง ว่ามีการจ่ายเงินลงขัน เพื่อซื้อสารมาปรุงเครื่องดื่มอย่าง ที่เคยดื่ม แต่วิทย์บอกว่าถ้านครไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร ติดไว้ ก่อนได้ และแนะนำให้นครชวนเพื่อนคนอื่นมาร่วมงานให้มากๆ และเรียกเก็บค่าลงขันจากคนที่มาใหม่ให้มากขึ้น แล้วค่อยนำเงินมาใช้คืนวิทย์ นครนึกเอะใจว่า เมื่อสิ้นสุดงานเลี้ยงทุกครั้ง เขารู้สึกปวดศีรษะ เมื่อยล้าและ อ่อนเพลียมาก ไม่อยากอ่านหนังสือ หรือทำงานใดๆ น่าจะมีผลจากการดื่มเครื่องดื่มในงานเลี้ยงแน่ๆ เขาจึงอยาก ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกงานปาร์ตี้ของวิทย์ ถ้าสมาชิกเป็นนคร จะตัดสินใจแก้ไขปัญหาของนครอย่างไร………. เรื่องที่ 3 แม่เลี้ยงของธันวา แม่ของธันวาหย่ากับพ่อไปมีสามีใหม่ ธันวาอยู่กับพ่อซึ่งไม่นานก็แต่งงานใหม่ และมีน้องอีก 1 คน พ่อมี อาชีพขับรถแท็กซี่ ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน และไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้านดูแลธันวา แม่เลี้ยงมักยักยอกเงินบางส่วนของ พ่อเอาไปเล่นไพ่และดื่มเหล้า ไม่ให้ธันวาใช้ ธันวามีเรื่องทะเลาะกับแม่เลี้ยงบ่อยมาก คนข้างบ้านได้ชวนให้ธันวา ลองดื่มเหล้าเพื่อประชดแม่เลี้ยงดูบ้าง จนธันวาติดเหล้าและเลยลองเสพยาบ้าตามคำชวนของเพื่อนบ้านอีกด้วย นอกจากนี้เพื่อนบ้านคนนั้นยังแนะนำว่าควรจะเอาชนะแม่เลี้ยงด้วยการขายยาบ้าหาเงินเลี้ยงตัวเอง ธันวาเริ่มนึก คล้อยตาม แต่ยังลังเลใจ ถ้าสมาชิกเป็นธันวา จะตัดสินใจและแก้ไขปัญหานี้อย่างไร………..
ใบความรู้ที่ 12/1 แนวคิดที่ควรได้ การตัดสินใจในการแก้ปัญหา เป็นการเลือกทางในการแก้ปัญหาทีมีทางเลือกมากกว่า1 ทางเลือก ในการ เผชิญปัญหา หาทางออกไม่ได้และการตัดสินใจแก้ปัญหานั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อตนเองต่อผู้อื่น ซึ่งจะนำไปสู่ ความสำเร็จ หรือความล้มเหลว ฉะนั้นจึงควรให้ความสำคัญ ต่อการตัดสินใจที่รอบคอบ โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง เหมาะสม ทันสมัย และเพียงพอในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาแต่ละครั้ง ควรกำหนดขั้นตอนเลือกกระบวนการ ตัดสินใจ ด้วยวิธีการที่มีระบบและมีเหตุผล เป็นกระบวนการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา 5 ขั้นตอน 1. การกำหนดปัญหา เป็นขั้นตอนที่กำหนดให้ชัดเจนว่า อะไรคือ ปัญหาที่แท้จริง 2. การค้นหาสาเหตุของปัญหาและกำหนดทางเลือก โดยพิจารณาจากสาเหตุของปัญหา และ พัฒนาทางเลือกหลายๆ ทางเลือกที่มีความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหา 3. การวิเคราะห์ทางเลือก โดยการประเมินทางเลือก แต่ละทางเลือกว่าเกิดผลดี ผลเสียอะไร ตามมา และ สามารถปฏิบัติได้หรือไม่ โดยใช้ข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ หรือหาข้อมูลประกอบเพิ่มเติมและตัดสินใจเลือก วิธีแก้ปัญหาจากทางเลือกต่างๆด้วยเหตุผลและข้อมูลที่มี 4. ตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด โดยอาศัยหลักจริยธรรม ค่านิยม และหลักกฎหมาย มาเป็น เกณฑ์ในการตัดสินใจ 5. แก้ไขข้อเสียของทางเลือก เสนอแนะวิธีการแก้ไขข้อเสียที่เกิดจากวิธีแก้ปัญหาที่เลือกใช้ ถ้า ทดลองใช้แล้วได้ผลก็สรุป เป็นแนวทาวปฏิบัติจริง
ใบความรู้ที่ 12/2 ทักษะการอดทนรอคอยและการจูงใจตนเอง มีความสำคัญต่อชีวิตที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวที่มีความมุ่งมั่น พากเพียร จะใช้หลัก อิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ รู้จักให้กำลังใจตนเอง รู้ประโยชน์ เป้าหมาย ของสิ่งที่ตนเองทำ วิริยะ มีความพากเพียร พยายาม อดทนต่อสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ จิตตะ มีความตั้งใจ แน่วแน่ วิมังสา คิดทบทวนถึงสาเหตุและผลต่างๆที่จะตามมา และปรับปรุงแก้ไข
ใบกิจกรรมที่ 12 ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มแก้ปัญหาจากกรณีศึกษา โดยวิเคราะห์ขั้นตอนต่างๆตามหลักการแก้ไข ปัญหา 5 ขั้นตอน และ บันทึกลงในแบบบันทึกนี้ (เวลา 15 นาที ) ปัญหาของตัวละครในกรณีศึกษา คือ……………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… กำหนดทางเลือกในการแก้ปัญหาจากกรณีศึกษา และข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละทางเลือก ทางเลือก ข้อดี ข้อเสีย 1……………………… ……………………… ………………... 2……………………… ……………………… ……………….. 3……………………… ……………………… ………………. 3. แต่ละกลุ่มเลือกทางเลือกใดในการแก้ปัญหา……………………………………...………………………………………………….... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เพราะเหตุใด……………………………………………………………………………………………..................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.วิธีแก้ไขข้อเสียของทางเลือกที่ตัดสินใจเลือก คือ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
กิจกรรมครั้งที่ 13 การฟื้นฟูสัมพันธภาพ เวลา 1 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดตระหนักรู้และทบทวนถึงความผิดพลาดในอดีต 2. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดรู้จักให้อภัยตนเองและผู้อื่น 3. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดมีแนวทางในการวางแผนปรับปรุงสัมพันธภาพของผู้อื่น สาระสำคัญ ฟื้นฟูสัมพันธภาพกับคนใกล้ชิด คนในครอบครัวเป็นสิ่งจำเป็น การฟื้นฟูสัมพันธภาพจะทำได้ต้องอาศัย การให้อภัยตนเองและผู้อื่นเป็นเบื้องต้น การมีแนวทางเพื่อที่จะพื้นฟูสัมพันธภาพ จะทำให้ง่ายต่อการปฏิบัติจริง การดำเนินกิจกรรม 1. ให้ผู้รับการบำบัดอ่านข้อความ ก และอภิปรายถึงพฤติกรรมในช่วงเสพยามีผลกระทบต่อคนใกล้ชิด 2. ให้ผู้รับการบำบัดทำกิจกรรม ข ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3. ให้ผู้รับการบำบัด 1 คนอ่านข้อความ ค และให้สมาชิกทุกคนตอบคำภามและร่วมกันแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น 4. ผู้บำบัดสรุปถึงความสำคัญของการฟื้นฟูสัมพันธภาพมีผลต่อการเลิกยาเสพติดของสมาชิก อุปกรณ์/สื่อ - ใบกิจกรรมที่ 13 การฟื้นฟูสัมพันธภาพ
ใบกิจกรรมที่ 13 การฟื้นฟูสัมพันธภาพ ก. เป็นเรื่องปกติที่ผู้ติดยา จะทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด ทั้งนี้เนื่องมาจากผู้ติดยาเสพติดมักจะไม่สามารถดูแล รับผิดชอบตัวเอง ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถที่จะดูแลเอาใจใส่ผู้อื่นได้เช่นกัน ในระยะฟื้นจากภาวะเสพติด คุณควรจะนึกถึงคนที่คุณเคยทำร้าย(ทั้งร่างกายและจิตใจในระหว่างที่คุณติด ยา และควรจะพูดหรือทำอะไรสักอย่างกับพวกเขาเหล่านั้น เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีขึ้นมาใหม่) เรียกการกระทำเช่นนี้ว่า “การชดเชยค่าเสียหาย” ข. 1. มีพฤติกรรมอะไรบ้างในอดีตที่คุณต้องการชดใช้กับผู้อื่น ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... 2. มีอะไรบ้างที่คุณได้ละเลยที่จะทำหรือพูด ซึ่งน่าจะกล่าวถึง ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... 3. คุณได้วางแผนที่จะทำอะไรบ้างเพื่อเป็นการชดใช้สิ่งที่คุณได้กระทำลงไปในอดีต ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... 4. คุณรู้สึกว่าระยะเวลาที่ได้เข้าสู่ระยะฟื้นตัวจากยาเสพติด และหยุดใช้ยานั้น เป็นการเพียงพอหรือไม่ สำหรับการชดใช้สิ่งที่คุณกระทำต่อผู้อื่น (สำหรับการเลิกยาเสพติด) ค. การกระทำเพื่อฟื้นฟูสัมพันธภาพดังกล่าวข้างต้นนี้ คุณไม่จำเป็นต้องทำให้ยุ่งยากมากนัก เพียงแต่คุณ ยอมรับว่าการติดยาเป็นการทำร้ายเขาก็จะช่วยลดความขัดแย้งของสัมพันธภาพได้มาก ไม่ใช้ทุกคนที่ พร้อมจะยกโทษให้คุณ สิ่งสำคัญของการฟื้นฟูสัมพันธภาพคือการเริ่มต้นที่จะให้อภัยตนเอง ในขณะที่ส่วน หนึ่งของการฟื้นฟูสัมพันธภาพขึ้นมาใหม่นั้น คุณต้องให้อภัยผู้อื่นสำหรับสิ่งต่างๆที่พวกเขาทำกับคุณใน ระหว่างที่คุณติดยา(อย่ารอให้คนอื่นให้อภัยคุณ แต่คุณต้องให้อภัยผู้อื่นก่อน รวมทั้งตัวคุณเองได้ด้วย) 1. คุณต้องการให้อภัยใครบ้าง ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................... มีความขุ่นข้องหมองใจอะไรบ้างที่คุณอยากให้ผ่านไปโดยไม่ต้องการพูดถึงมัน
กิจกรรมครั้งที่ 14/1 Disease & Medication ความรู้เรื่องยาที่ได้รับและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา เวลา 45 นาที วัตถุประสงค์การเรียนรู้: 1. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดทราบว่ายาที่ได้รับมีความสำคัญอย่างไร ระยะเวลาในการใช้ยา และอาการอันไม่ พึงประสงค์จากยาที่อาจพบได้ 2. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดได้เฝ้าระวังอาการที่อาจเกิดขึ้นและการดูแลตนเอง สาระสำคัญ การที่สมาชิกได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับยาที่ได้รับทั้งในด้านความจำเป็นที่ต้องรับประทานยา ระยะเวลาในการใช้ ยา และอาการอันไม่พึงประสงค์จากยาที่อาจพบได้สมาชิกจะได้เข้าใจและเกิดความร่วมมือในการใช้ยา รวมทั้งเฝ้า ระวังอาการอันไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นและสามารถดูแลตนเองหรือแจ้งให้ผู้ดูแลทราบได้ วิธีดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกเล่าประสบการณ์ที่เคยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 2. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกเล่าประสบการณ์การแก้ไขอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่เกิดขึ้น 3. ผู้นำกลุ่มให้ความรู้เรื่องยาที่ใช้ อาการอันไม่พึงประสงค์จากยาที่อาจพบได้ และการดูแลเพื่อลดอาการ ดังกล่าว 4. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกซักถามข้อสงสัย และเพิ่มเติมความรู้ตามความเหมาะสม 5. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกร่วมกันตอบคำถามและอภิปรายตามประเด็นในใบงาน 6. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกแต่ละคนอธิบายว่าเมื่อกลับไปอยู่บ้านสมาชิกจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้อย่างไร สื่อการจัดกิจกรรม 1. ใบความรู้ที่ 14 2. ใบกิจกรรมที่ 14 3. กระดาษโปสเตอร์ / กระดานไวท์บอร์ด 4. ปากกาไวท์บอร์ด 5. เทปกาว การประเมินผล ประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรม ความสนใจ ความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็น การซักถาม ปัญหาและจากการตอบใบความรู้
ใบกิจกรรมที่ 14 เรื่อง ความรู้เรื่องยาที่ได้รับและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 1. สมาชิกเคยมีประสบการณ์การเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาหรือไม่ อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… 2. เมื่อสมาชิกรับประทานยาแล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา สมาชิกจะใช้วิธีการจัดการกับปัญหา ดังกล่าวอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… 3. หากสมาชิกรู้สึกเบื่อที่จะรับประทานยาสมาชิกคิดว่ามีวิธีการใดบ้างที่จะช่วยทำให้สามารถรับประทานยาต่อไป ได้ โดยไม่หยุดยา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… 4. สมาชิกทราบหรือไม่ว่าต้องรับประทานยาต่อเนื่อง นานแค่ไหน เมื่อไหร่ถึงจะหยุดยาได้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… 33
กิจกรรมครั้งที่ 14/2 Disease & Medication การใช้ยาร่วมกับแอลกอฮอล์ ยากับบุหรี่ ยากับกาแฟ เวลา 45 นาที วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้รับการบำบัดตระหนักถึงผลเสียของการใช้ยาร่วมกับแอลกอฮอล์ ยากับบุหรี่ ยากับกาแฟ สาระสำคัญ การที่สมาชิกได้ทราบเกี่ยวกับผลเสียของการใช้ยากับแอลกอฮอล์ ยากับบุหรี่ ยากับกาแฟ และทราบ ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้การรักษาของสมาชิกไม่ได้ผล สมาชิกจะได้หลีกเลี่ยง วิธีดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกแลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือข้อคิดเห็นของสมาชิกเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้การรักษา ไม่ได้ผล หรือสาเหตุที่ทำให้สมาชิกต้องมารักษาซ้ำ 2. ผู้นำกลุ่มสรุปสาเหตุที่ทำให้การรักษาไม่ได้ผล หรือสาเหตุที่ทำให้สมาชิกต้องมารักษาซ้ำจากข้อมูลที่ได้ จากสมาชิก 3. ผู้นำกลุ่มให้ความรู้เรื่อง ผลเสียของการใช้ยากับแอลกอฮอล์ ยากับบุหรี่ ยากับกาแฟ 4. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกซักถามข้อสงสัย และเพิ่มเติมความรู้ตามความเหมาะสม 5. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกร่วมกันตอบคำถามและร่วมอภิปรายตามประเด็นในใบงาน 6. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกแต่ละคนอธิบายว่าเมื่อกลับไปอยู่บ้านสมาชิกจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้อย่างไร สื่อการจัดกิจกรรม 1. ใบความรู้ที่ 14/2 2. ใบกิจกรรมที่ 14/2 3. กระดาษโปสเตอร์ / กระดานไวท์บอร์ด 4. ปากกาไวท์บอร์ด 5. เทปกาว การประเมินผล ประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรม ความสนใจ ความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็น การซักถาม ปัญหาและจากการตอบใบความรู้ ข้อเสนอแนะสำหรับผู้นำกลุ่ม ควรเขียนประเด็นการพูดคุยลงในกระดาษโปสเตอร์หรือกระดานไวท์บอร์ด เพื่อสมาชิกเห็นได้ชัดเจน และ สามารถติดตามการดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง
ใบกิจกรรมที่ 14/2 เรื่อง การใช้ยาร่วมกับแอลกอฮอล์ ยากับบุหรี่ ยากับกาแฟ 1. สมาชิกคิดว่าสาเหตุที่ทำให้การรักษาของสมาชิกไม่ได้ผล หรือสาเหตุที่ทำให้สมาชิกต้องกลับมารักษาซ้ำมี อะไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. สมาชิกคิดว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาการดื่มสุรา สูบบุหรี่ และดื่มกาแฟมีผลต่อการเจ็บป่วยทางจิตของ สมาชิกหรือไม่ อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การดื่มสุรา สูบบุหรี่ และการดื่มกาแฟ มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา สมาชิกคิดว่าสมาชิกจะมีวิธีลด ละ เลิก พฤติกรรมเหล่านี้ อย่างไรบ้าง (เน้นการทำได้จริงๆ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ที่ 14/2 เรื่องการใช้ยาร่วมกับแอลกอฮอล์ ยากับบุหรี่ ยากับกาแฟ แอลกอฮอล์ ปฏิกิริยาระหว่างแอลกอฮอล์และยาที่สำคัญทางคลินิก มีอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการรับประทานยาร่วมกับแอลกอฮอล์เราจึงควรรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ เกิดปฏิกิริยาดังกล่าว เพื่อจะได้ป้องกันได้อย่างถูกต้อง โดยเริ่มจากตับซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ทำลายฤทธิ์ของ แอลกอฮอล์ โดยเอนไซม์alcohol dehydrogenase จะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็น acetaldehyde พร้อมกับการ reduce NAD (nicotinamide adenine dinucleotide) ไปเป็น NADH2 กระบวนการนี้จะดำเนินไปเรื่อยๆ เพราะ NADH2 จะถูก reoxidized กลับไปเป็นNAD ใหม่ ดังรูปข้างล่าง การที่แอลกอฮอล์จะถูกเปลี่ยนไปเป็น acetaldehyde ต้องใช้ NAD นั้นเป็นการแข่งขันกับกระบวนการสร้างน้ำตาล glucose และ glycogen จากสาร จำพวกไขมันและโปรตีน ซึ่งต้องการ NAD เช่นกัน
การดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ แอลกอฮอล์จะเพิ่มอัตราการ metabolism ของยาหลายชนิด เช่น warfarin, phenytoin และ tolbutamide เป็นต้น (กลไกอาจเกิดโดยการ เพิ่มการทำงานของเอนไซม์ในตับ) ส่วนผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งๆ ซึ่งโดยปกติเป็นผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า แอลกอฮอล์มีผลยับยั้งการทำงานของตับในการ metabolism ของยาบางชนิดได้ นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยัง เกิดปฏิกิริยากับยาอื่นๆ ได้ เช่น 1. Antianginal and antihypertensive drugs ในผู้ที่ต้องรับประทานยาขยายหลอดเลือดเป็น ประจำ เช่น ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงหรือผู้ที่หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้เส้น เลือดขยายตัวมากเกินไปจนถึงกับหมดสติได้ เนื่องมาจากความดันโลหิตลดลงต่ำมาก และยาลดความดันโลหิตบาง ชนิด เช่น guanethidine มักจะทำให้เกิด postural hypotension ได้ง่าย คือ ความดันโลหิตลดลงต่ำทันทีทันใด เมื่อมีการเปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งหรือท่านอนเป็นท่ายืน สำหรับยาลดความดันโลหิตบางชนิดมีผลทำให้เกิด อาการง่วง แอลกอฮอล์จะไปช่วยเสริมฤทธิ์ให้มากขึ้นอีกเพราะจะมีผลในทางกดประสาทอยู่แล้ว 2. Anti-infective agents ยาฆ่าเชื้อบางชนิดเมื่อรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์แล้ว จะมีอาการคล้าย กับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาอดเหล้า disulfiram (มีอาการหน้าแดง ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วอาจมีปวดศีรษะร่วม ด้วย รู้สึกเพลีย เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน) ยาที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ เช่น metronidazone, furazolidone, griseofulvin ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของยาและแอลกอฮอล์ที่รับประทานตลอดจนบุคคลแต่ละคน ด้วย - ยาถ่ายพยาธิบางชนิดห้ามดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือหลังรับประทานยาเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เนื่องจากทำให้มีอาการข้างเคียงทางประสาทร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ มึนงง และยังช่วยให้การดูดซึมของยาดีมาก ซึ่งโดยปกติแล้วยาถ่ายพยาธินั้นต้องการให้มีการดูดซึมน้อยที่สุดเพราะจะทำให้ความเข้มข้นในเลือดสูงขึ้นจนเป็น อันตราย - การใช้ยา isoniazid และ rifampicin ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ จะมีผลทำให้ระดับยาในเลือดลดลง ทำให้ยาลดประสิทธิผลในการรักษาโรค 3. Analgesics - ยาลดอาการปวดกลุ่มที่เป็นสารฝิ่น เช่น morphine, codeine แอลกอฮอล์ทำให้เกิดอาการง่วง มากขึ้นและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด - ยาลดอาการปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สารฝิ่น เช่น aspirin, ibuprofen, acetaminophen แอลกอฮอล์ จะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการยับยั้งการแข็งตัวของเลือด และเพิ่ม ความเสี่ยงของการทำลายตับ
4. Hypoglycemic agents การเพิ่มปริมาณของ NADH2 ในตับอันเนื่องมาจากการทำลายฤทธิ์ของ แอลกอฮอล์ทำให้กระบวนการสร้างน้ำตาล glucose ซึ่งต้องอาศัย NAD ถูกยับยั้ง ทำให้เกิดผลที่สำคัญในผู้ที่เป็น เบาหวานและรับประทานยาลดน้ำตาลเป็นประจำ ดังนี้ 4.1 ทำให้มีอาการหน้ามืด ใจสั่น ถ้าเป็นมากๆ อาจถึงหมดสติเนื่องจากน้ำตาลในเลือดลดต่ำ จนเกินไป เพราะน้ำตาลในเลือดส่วนใหญ่มาจากกระบวนการ gluconeogenesis ซึ่งต้องอาศัย NAD แต่ถูกยับยั้ง โดยแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป 4.2 ทำให้เกิดการสะสม lactic acid ในร่างกายมากขึ้นเพราะมีปริมาณของ NADH2 มากขึ้นใน ผู้ป่วยโรคเบาหวานซึ่งรับประทานยาลดน้ำตาล phenformin ร่วมกับแอลกอฮอล์ซึ่งทำให้เกิด lactic acidosis มากกว่าคนปกติ ยาลดน้ำตาลประเภท sulfonylurea ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วยจะมีอาการคล้ายผู้ที่รับประทาน ยาอดเหล้าคือ disulfiram จะมีอาการหน้าแดง ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วอาจมีปวดศีรษะร่วมด้วยหลังจากนั้นประมาณ 10 นาที จะรู้สึกเพลียและเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อาการนี้จะพบประมาณ 10-20 % ของผู้ป่วย แต่จะไม่ ร้ายแรงเท่ากับรับประทาน disulfiram หากจะรับประทานยาพวก sulfonylurea แล้วต้องการจะดื่มแอลกอฮอล์ ควรรับประทานยา antihistamine ก่อนการดื่มราว 1 ชั่วโมง แต่ในบางคนยา antihistamine จะไปเสริมฤทธิ์กับ แอลกอฮอล์ทำให้ผู้ป่วยง่วงมึนซึมมากยิ่งขึ้น 5. Sedative and hypnotic drugs การรับประทานแอลกอฮอล์ไปนานๆ นั้นจะทำให้ร่างกายทนต่อยา ระงับประสาทในขนาดรับประทานปกติจะใช้ไม่ได้การทนต่อยาจะเพิ่มมากขึ้นจนในที่สุดขนาดรับประทานที่ได้ผล จะใกล้กับขนาดที่เป็นอันตราย และในการที่รับประทานยาสงบประสาทและยานอนหลับร่วมกับแอลกอฮอล์จะไป เสริมฤทธิ์กัน ในการกดระบบประสาทส่วนกลาง บางรายอาจเสียชีวิตโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในปีหนึ่งๆ นั้น มักจะมี ผู้เสียชีวิตจากการรับประทานยาระงับประสาทเกินขนาด ซึ่งโดยทั่วไปมองดูคล้ายกับการฆ่าตัวตาย แต่ที่จริงนั้น เป็นการเสียชีวิตโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 6. ยากลุ่ม Anesthetics เช่น Diprivan, Enflurane (Ethrane), Halothane (Fluothane): การใช้ยา ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง จะต้องใช้ขนาดยาเพิ่มสูงขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยสลบ นอกจากนั้นยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูก ทำลายของตับเนื่องจากต้องใช้ขนาดยา enflurane (Ethrane®) และ halothane (Fluothane) เพิ่มสูงขึ้น 7. ยากลุ่ม Anticoagulants เช่น warfarin การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว จะทำให้ระดับ ยา warfarin ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกได้ง่าย สำหรับในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ เรื้อรัง จะทำให้ระดับยาในเลือดลดลง ทำให้ยาลดประสิทธิผลในการรักษาโรค 8. ยา กลุ่ม antidepressants แอลกอฮ อล์ จ ะเ พ ิ่ ม sedative effect ของยากลุ่ม tricyclic antidepressant เช่น amitriptyline นอกจากนั้นยังลดฤทธิ์ของยาอีกด้วย และอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ 9. ยากลุ่ม antihistamine เช่น diphenhydramine การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มภาวะ sedation และอาจเวียนศีรษะมากได้
10. ยากลุ่ม Antipsychotic medications เช่น chlorpromazine การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็น ครั้งคราว จะเพิ่ม sedative effect ของยาและอาจไปมีผล impaired coordination และ potentially fatal breathing difficulties การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง จะมีผลต่อการที่ตับถูกทำลาย 11. ยากลุ่มยากันชัก การใช้ยา phenytoin ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว จะเพิ่มระดับยา phenytoin ในเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา การใช้ยา phenytoin ในผู้ที่ดื่ม แอลกอฮอล์เรื้อรัง จะทำให้ระดับยา phenytoin ในเลือดลดลง ทำให้ลดประสิทธิผลของยาในการควบคุมการชัก บุหรี่ ผลเสียของการสูบบุหรี่ต่อยาที่ใช้ การสูบบุหรี่ สารบางชนิดในบุหรี่ เช่น polycyclic aromatic hydrocarbon และ nicotine สามารถ เพิ่มฤทธิ์ของเอนไซม์ในตับที่ทำหน้าที่ metabolise ยาหลายๆ ตัว มีผลเพิ่มการกำจัดยาออกจากร่างกาย เช่น ยา theophylline, caffeine, tacrine, heparin, tiotixene, fluphenazine, clozapine, chlorpromazine, haloperidol, olanzapine, alprazolam, lorazepam, oxazepam, diazepam, demethyl-diazepam, imipramine, amitriptyline, haloperidol, clomipramine, fluvoxamine, trazodone, pentazocine, propranolol, flecainide, estradiol และ mexiletine เป็นต้น ซึ่งมีผลทำให้ระดับยาในเลือดลดลงผลของยา ลดลงได้สารนิโคตินในบุหรี่ทำให้เกิดหลอดเลือดหดตัวบริเวณผิวหนังมีผลทำให้ลดการดูดซึมยา insulin เมื่อให้ ยาโดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง นอกจากนั้นการสูบบุหรี่ยังมีผลต่อยาที่ใช้ในส่วนของกลไกการออกฤทธิ์ของยาโดยเกี่ยวข้องกับสาร nicotine ในบุหรี่ เช่น - ผลทำให้ความดันโลหิตลดลงและลดอัตราการเต้นของหัวใจในผู้ที่ใช้ยากลุ่ม beta-blocker - ลดผล sedation ของยาในกลุ่ม benzodiazepine - ลดฤทธิ์ในการลดอาการปวดจากยาในกลุ่ม opioids - เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือในผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะ อาหาร และในผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิด โดยรวมการสูบบุหรี่ร่วมกับการใช้ยาทำให้เกิดผลเสียหลายอย่างทั้งในแง่ผลเสียจากบุหรี่ และทำให้ยาที่ ผู้ป่วยใช้ร่วมไม่ได้ผลในการรักษา เนื่องจากสารสำคัญในบุหรี่มีผลเพิ่มการกำจัดยาออกจากร่างกาย caffeine ยาที่มีรายงานเกิดปฏิกิริยากับ caffeine 1. Caffeine – Aminophylline, Theophylline (Significance: ระดับ 5)
Onset: rapid (ปฏิกิริยาเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง) ความรุนแรง: Minor (ผลที่เกิดขึ้นน้อยไม่จำเป็นต้องให้การรักษา) กลไก: ไม่ทราบ ผลทำให้ระดับยา theophylline ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น การจัดการ: ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ การเพิ่มของระดับยา theophylline ในเลือดเกิดเพียงเล็กน้อย หากผู้ป่วย ไม่สามารถหยุดดื่มกาแฟได้ แนะนำให้ผู้ป่วยดื่มกาแฟในปริมาณต่อวันเท่าเดิม 2. Caffeine – Cimetidine (Significance: ระดับ 5) Onset: delayed (ปฏิกิริยาเกิดขึ้นใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง) ความรุนแรง: Minor กลไก: Cimetidine จะไปรบกวน hepatic microsomal metabolism ของ caffeine ทำให้เพิ่มระดับ caffeine ในเลือด ผลทำให้เพิ่มฤทธิ์ของ caffeine (cardiovascular and CNS stimulation effects) การจัดการ: ลดปริมาณการดื่ม caffeine ต่อวัน 3. Caffeine – Oral contraceptive (ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน) (Significance: ระดับ 3) Onset: delayed (ปฏิกิริยาเกิดขึ้นใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง) ความรุนแรง: Minor กลไก: Oral contraceptive จะไปรบกวน hepatic microsomal metabolism ของ caffeine ทำให้เพิ่ม ระดับ caffeine ในเลือด ผลทำให้เพิ่มฤทธิ์ของ caffeine (cardiovascular and CNS stimulation effects) การจัดการ: ลดปริมาณการดื่ม caffeine ต่อวัน 4. Caffeine – Disulfiram (Significance: ระดับ 4) Onset: delayed (ปฏิกิริยาเกิดขึ้นใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง) ความรุนแรง: Moderate (ผลที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ป่วยมีอาการเลวลง ต้องการการรักษาเพิ่มขึ้น อยู่ใน รพ. นาน ขึ้น) กลไก: Disulfiram จะยับยั้ง caffeine metabolism ที่ตับ ทำให้ระดับ caffeine ในเลือดสูงขึ้น ผลเพิ่ม ฤทธิ์ของ caffeine (cardiovascular and CNS stimulation effects) การจัดการ: ลดปริมาณ caffeine ที่ดื่มต่อวัน และระวังความเป็นพิษจาก caffeine (เช่น CNS excitation, cardiovascular abnormalities) 5. Caffeine – Ciprofloxacin, Norfloxacin (Significance: ระดับ 3) Onset: delayed (ปฏิกิริยาเกิดขึ้นใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง) ความรุนแรง: Minor
กลไก: Ciprofloxacin และ Norfloxacin จะลด hepatic metabolism ของ caffeine ทำให้ระดับ caffeine ในเลือดสูงขึ้น ผลเพิ่มฤทธิ์ของ caffeine (cardiovascular and CNS stimulation effects) การจัดการ: ลดปริมาณ caffeine ที่ดื่มต่อวัน และระวังความเป็นพิษจาก caffeine (เช่น CNS excitation, cardiovascular abnormalities) 6. Caffeine – Clozapine (Significance: ระดับ 2) Onset: rapid (ปฏิกิริยาเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง) ความรุนแรง: Moderate กลไก: Caffeine จะยับยั้ง clozapine metabolism (cytochrome P450 1A2) ผลทำให้ระดับยา clozapine ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้ การจัดการ: แนะนำหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี caffeine เป็นส่วนผสม ในระหว่างที่ใช้ยา clozapine 7. Caffeine – Lithium (Significance: ระดับ 4) Onset: delayed (ปฏิกิริยาเกิดขึ้นใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง) ความรุนแรง: Moderate กลไก: Caffeine อาจจะช่วยเพิ่มการกำจัดยา lithium ออกทางไต ทำให้ระดับยา lithium ในเลือดลดลง การจัดการ: ควรระวังในผู้ป่วยที่ใช้ caffeine ในปริมาณมาก (> 4 ถ้วยกาแฟต่อวัน) ควรติดตามระดับยา lithium และอาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา
กิจกรรมครั้งที่ 1 5 Projective Group เวลา 1 ชั่วโมง
กิจกรรมครั้งที่ 16 การสังเกตอาการเตือนการกลับไปเสพยาซ้ำ เวลา 1 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดเข้าใจอาการเตือนของการกลับไปเสพยาซ้ำ 2. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดรับรู้ เข้าใจ และสามารถนำวิธีปฏิบัติตัวไปใช้ในการเลิกยาระยะต่างๆ สาระสำคัญ สัญญาณเตือนอันตราย ของการกลับไปเสพยาซ้ำซึ่งผู้รับการบำบัดจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ อาการทางกาย ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ได้แก่ อาการนอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง การโกหก การ ขโมย ความเบื่อ ความวิตกกังวล ความหงุดหงิด อารมณ์เศร้า อารมณ์อยากสนุก และอารมณ์โกรธ มีความคิดเพื่อ หาเหตุผลการกลับเสพสุราและยาเสพติดซ้ำ ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มกล่าวเปิดกลุ่ม แนะนำตัว 2. ผู้นำกลุ่มบอกชื่อเรื่อง วัตถุประสงค์ และสาระสำคัญ 3. ผู้นำกลุ่มนำเข้าสู่เนื้อหาโดยให้ผู้รับการบำบัดเล่าประสบการณ์การเลิกยาในระยะต่างๆ 4. ผู้นำกลุ่มให้ความรู้ตามใบงาน และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้รับการบำบัดเป็นระยะๆ 5. ผู้นำกลุ่มสรุปการสังเกตอาการเตือนกลับไปเสพยาซ้ำ ปิดกลุ่ม และนัดทำกลุ่มครั้งต่อไป สื่อ/อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 16/1 และ 16/2 2. ใบกิจกรรมที่ 16 การประเมินผล - สังเกตการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและตอบคำถาม - สังเกตใบงาน
ใบความรู้ที่ 16/1 อาการเตือนของการกลับไปเสพยาซ้ำ บุคคลที่มีประสบการณ์ในการติดสุราและยาเสพติด จะมีความจำและคิดถึงการเสพยาเกิดขึ้นได้แม้นจะ หยุดใช้สุราและยาเสพติดมาแล้วระยะหนึ่ง เนื่องจากเป็นกระบวนการเรียนรู้ของสมองของผู้ที่เป็นโรคสมองติดยา ก่อนที่ผู้เสพจะหยุดเสพหรือเลิกสุรายาเสพติด จะคิดถึงสุราและยาเสพติด แล้วกลับไปเสพซ้ำ ซึ่งจะมีสัญญาณเตือน อันตราย เกี่ยวกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม นำมาก่อน ดังนี้ อารมณ์หรือความรู้สึกบางอย่าง ได้แก่ ความเบื่อ ความวิตกกังวล ความหงุดหงิด อารมณ์เศร้า อารมณ์ อยากสนุก และอารมณ์โกรธ ฯลฯ อาการทางกาย พฤติกรรม หรือการกระทำบางอย่าง ได้แก่ อาการนอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง การโกหก การขโมย การเกียจคร้าน ว่างงาน มีเวลาว่างมาก ทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง เที่ยวนอก บ้าน กลับไปคบหาเพื่อนกลุ่มเดิมที่เสพสุราและยาเสพติด ใช้เงินเปลือง มีปัญหาทะเลาะกับคนในครอบครัวบ่อย ฯลฯ ความคิดเพื่อหาเหตุผลการกลับเสพสุราและยาเสพติดซ้ำ ได้แก่ อยู่บ้านเบื่อไม่มีอะไรทำ ถ้าได้เสพยาสักที คงจะดี ใช้ครั้งเดียวคงไม่เป็นไร เพื่อนๆ เขาก็ยังเสพเลยไม่เห็นเป็นอะไร ถึงผมเสพยาผมก็ทำงานได้ ผมใช้ยาเสพ ติดแล้วอารมณ์ดี ทำงานได้
ใบความรู้ที่ 16/2 วิธีปฏิบัติตัวในการเลิกยาระยะต่างๆ การป้องการกลับไปเสพสุราและยาเสพติดซ้ำ 1. ฝึกทักษะการจัดการกับอารมณ์/ความเครียดที่เหมาะสม เช่น ฝึกการหายใจ ฝึกคลาย กล้ามเนื้อ เพื่อ การผ่อนคลาย การจินตนาการ การหยุดความคิด เป็นต้น 2. หากิจกรรมอื่นทำยามว่าง เช่น ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ตกแต่งบ้าน ทำสวน และกิจกรรมนันทนาการ ต่างๆ เช่น เล่นกีฬา เล่นดนตรี ร้องเพลง วาดภาพ เล่นเกมส์ เป็นต้น 3. ทำตารางประจำวัน/การวางแผน การดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นการดำเนินชีวิตที่สมดุล อย่าทำ ตัวให้ว่าง เพราะเวลาว่าง จะเป็นตัวกระตุ้นให้ไปเสพสุราและยาเสพติดซ้ำ 4. เลิกพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ขี้โกหก ขี้ขโมย เล่นการพนัน เกียจคร้าน ไม่มีความรับผิดชอบ เป็น ต้น 5. ฝึกการทำงานอย่างจริงจังและรับผิดชอบต่องานที่ทำด้วยความใส่ใจ 6. หยุดความคิดหาเหตุผลการกลับไปเสพสุราและยาเสพติดซ้ำ โดยทบทวนการกระทำของตนเองทุกวัน รู้ทันความคิดของตนเองก่อนกลับไปเสพสุราและยาเสพติดซ้ำและบอกตนเองทุกวันว่า เราจะไม่กลับไปใช้สุราและ ยาเสพติดอีก
ใบกิจกรรมที่ 16 คำชี้แจง ให้ผู้บำบัดตอบคำถาม ดังต่อไปนี้ อาการเตือนก่อนที่ท่านจะกลับไปเสพยาซ้ำมีอะไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ท่านสามารถป้องกันการกลับไปเสพสุราและยาเสพติดซ้ำได้อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
กิจกรรมครั้งที่ 17 การมีวิถีชีวิตที่สมดุล เวลา 1 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดทราบผลดีของการมีวิถีชีวิตที่สมดุล 2. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดมีความรู้แนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ตนเองมีวิถีชีวิตที่สมดุลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ สาระสำคัญ การมีความรู้เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ตนเองมีวิถีชีวิตที่สมดุลในแต่ละวันและการปฏิบัติตามแนว ปฏิบัติหรือกิจกรรมที่วางไว้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกวัน เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้สุราหรือยาเสพย์ติดสามารถ เลิกใช้สุราหรือยาเสพติดได้สำเร็จ การดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มกล่าวทักทายสมาชิกและสุ่มถามสมาชิก 3-4 คนว่า “ในแต่ละวันท่านทำอะไรเพื่อไม่ให้ตนเอง ว่าง” 2. ผู้นำกลุ่มสุ่มกล่าวชื่นชม และถามสมาชิก 3-4 คนว่า “ท่านคิดว่าการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อไม่ให้ตนเอง ว่างมีความสำคัญอย่างไร” 3. ผู้นำกลุ่มให้แบ่งสมาชิกแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 3 กลุ่ม ให้สมาชิกแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็น ตามใบงาน ใช้เวลา 10 นาที 4. ให้สมาชิกที่เป็นตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอกลุ่มละ 5 นาทีผู้นำกลุ่มสรุปเพิ่มเติมตามใบความรู้และ กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการมีวิถีชีวิตที่สมดุล สื่อ/อุปกรณ์ 1. ดินสอ 2. ใบกิจกรรมที่ 17 3. ใบความรู้ที่ 17 การประเมินผล 1. จากความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรม 2. จากการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 3. จากใบกิจกรรม
ใบกิจกรรมที่ 17 คำชี้แจง ให้สมาชิกแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม ร่วมอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ จนได้ข้อสรุป แล้วเตรียมตัวแทน 1 ท่าน นำเสนอในกลุ่มใหญ่ สมาชิกช่วยกันคิดกิจกรรมต่างๆที่สามารถทำได้จริงในแต่ละวันเพื่อไม่ให้ตนเองว่างเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านอย่างน้อย 8-10 กิจกรรม ......................................................................................................................................................................... ........... .................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... สมาชิกช่วยกันคิดว่า “เพราะอะไรการทำกิจกรรมต่างๆที่สามารถทำได้จริงในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้ตนเองว่าง เมื่อ กลับไปอยู่ที่บ้าน ช่วยให้ท่านสามารถเลิกใช้สุราหรือยาเสพติดได้” ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ที่ 17 เรื่อง การมีวิถีชีวิตที่สมดุล การมีวิถีชีวิตที่สมดุล (Balance daily life) เป็นการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆให้ครอบคลุม เรื่องงาน การ รับประทานอาหาร การนอนหลับ การพักผ่อนหย่อนใจ/การคลายเครียด การมีสัมพันธภาพกับผู้อื่นให้เหมาะสมใน แต่ละวันเพื่อไม่ให้ตนเองว่าง เนื่องเวลาว่างทำให้บุคคลที่เคยใช้สุราหรือยาเสพติดมีอารมณ์ เหงา อ้างว้าง โดดเดี่ยว เบื่อหน่าย ซึมเศร้า วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย เครียด ทำให้สมองหวนคิดถึงสุราหรือยาเสพติดแล้วกลับไปเริ่มใช้ใหม่ อาการทางจิตก็จะกำเริบ และส่งผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ในที่สุดก็ต้องกลับเข้ารักษาซ้ำใน โรงพยาบาล ดังนั้นการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆที่ควรทำในแต่ละวันเพื่อไม่ให้ตนเองว่าง มีดังนี้ เรื่องงาน เน้นงานที่สุจริตไม่เบียดเบียนผู้อื่นและเหมาะกับบริบท ความสามารถของตนเอง เช่น กรีดยาง ทำสวนปาล์ม ประมง ทำนา ค้าขาย รับจ้าง เลี้ยงสัตว์ (เป็ด ไก่ หมูฯลฯ) ปลูกผักสวนครัว ช่วยงานบ้านใน ครอบครัว (ทำความสะอาดบ้าน หุงข้าว ทำกับข้าว ล้างจาน เลี้ยงลูก/หลานฯลฯ) ปลูกต้นไม้ ถากหญ้าตกแต่งบ้าน เลิกพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ขี้โกหก ขี้ขโมย เล่นการพนัน เกียจคร้าน ไม่มีความรับผิดชอบ การรับประทานอาหาร รับประทานอาหารที่ประโยชน์ และครบทุกมื้อ อาจมีระหว่างมื้อตาม ลักษณะเฉพาะบุคคล เนื่องจากการปล่อยให้ท้องว่างจะทำให้รู้สึกอยากสุราหรือยาเสพติดที่เคยใช้ หลีกเลี่ยงการดื่ม ชา กาแฟเพราะทำให้รู้สึกอยากใช้ยาบ้า ไอซ์ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน เช่น โค๊ค แป๊ปซี่เพราะทำให้ อยากใช้น้ำกระท่อม หยุดใช้สุราหรือยาเสพติดทุกชนิด หากรู้สึกอยากสุราหรือยาเสพติดให้เคี้ยวหมากฝรั่ง อมท๊อฟฟี่ร้อนๆ หรือบ้วนปากบ่อยๆ การนอนหลับ ควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงติดต่อกัน และหากนอนไม่หลับติดต่อกันเป็น เวลา 3 วันขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ใกล้บ้าน ไม่ควรนอนกลางวันเพราะจะทำให้กลางคืนนอนไม่หลับ ยกเว้น คนทำงานกลางคืนก็ต้องนอนกลางวัน การพักผ่อนหย่อนใจ เช่น เล่นกีฬา (เตะฟุตบอล เตะตะกร้อ ชกกระสอบทราย วิ่งเหยาะๆ) ดูทีวี ตกปลา ทำกิจกรรมตามหลักศาสนาของตนเอง พาครอบครัวไปเที่ยวน้ำตก เที่ยวทะเล หลีกเลี่ยงสถานที่ที่เคยใช้สุราหรือ ยาเสพติด หลีกเลี่ยงเพื่อนกลุ่มเดิมที่ใช้สุราหรือยาเสพติด หลีกเลี่ยงสถานเริงรมย์ คลับ บาร์ งานเลี้ยงต่างๆ ส่วน การคลายเครียดที่เหมาะสม เช่น ฝึกการหายใจ ฝึกคลายกล้ามเนื้อเพื่อการผ่อนคลาย การจินตนาการ เล่นดนตรี ร้องเพลง วาดภาพ การหยุดความคิดโดยการดีดหนังยาง การเขียนระบายความทุกข์ใจ การปรึกษาคนที่เรา ไว้วางใจ การอาบน้ำให้ตัวเย็น การมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น การสร้างสัมพันธภาพเพื่อนใหม่ ที่ไม่ใช้สุราหรือยาเสพติดมีความสำคัญต่อการ หยุดหรือเลิกใช้สุราหรือยาเสพติดสำเร็จ ดังนั้นควรเน้นการสร้างสัมพันธภาพกับคนใกล้ชิด เช่น ญาติพี่น้องที่ไม่ใช้
สุราหรือยาเสพติด การฟื้นฟูสัมพันธภาพกับคนในครอบครัวใช้สุราหรือยาเสพติด (กิจกรรมต่างๆ หากเขียนเป็น ตารางกิจวัตรประจำวันและทำตามตารางโอกาสประสบความสำเร็จจะมากกว่า)
กิจกรรมครั้งที่ 18 การสร้างวินัยในตนเอง เรื่อง การฝึกวินัยในแถว เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดรู้จักระเบียบการปฏิบัติเมื่ออยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ 2. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดรู้จักระเบียบร่างกายที่ดีและข้อบกพร่องของตนเองเมื่ออยู่ในแถว สารระสำคัญ ความสามารถในการปฏิบัติตามระเบียบแถว เพื่อความสมบูรณืของแถว เป็นคุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งของ การอยู่รวมกัน ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มสร้างสัมพันธภาพให้สมาชิกเล่าถึงประสบการณ์กิจกรรมร่วมกลุ่มต่างๆ 2. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกบอกผลดี ผลเสียของกิจกรรมกลุ่มต่างๆ 3. ผู้นำกลุ่มหาสถานที่ที่เหมาะสม ออกคำสั่งดำเนินการปฏิบัติตามขั้นตอนใบงาน 1 และ 2 4. ผู้นำกลุ่มสรุป และเพิ่มเติมข้อบกพร่องเพื่อให้สมาชิกนำไปแก้ไข สื่อ/อุปกรณ์ - ใบกิจกรรมที่ 18/1 และ 18/2 การประเมินผล 1. จากความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรม 2. จากการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 3. จากการปฏิบัติตามใบกิจกรรม
ใบกิจกรรมที่18/1 การฝึกวินัยในแถว (แถวชิด) เพื่อให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยของแถว และผู้ปฏิบัติมีวินัยภายในแถว จึงจำเป็นต้องมีการเรียกแถว โดยใช้คำสั่ง “แถว” ผู้ปฏิบัติภายในศูนย์ฟื้นฟูฯ วิ่งมาเข้าแถวในลักษณะแถวตอน ตามความเหมาะสมของจำนวน คน หรือตามหมู่ ตามกลุ่มที่แบ่งไว้ กรณีตามความเหมาะสมของจำนวนคน คำบอก-คำสั่ง : “แถวตอนเรียง.......-แถว” เช่น “แถวตอนเรียง 5 – แถวตอนเรียง......” ผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติ ดังนี้ วิ่ง : วิ่งมายืนเข้าแถวตามลำดับความสูง แตะ : ยืนตรง ยกข้อศอกซ้ายขึ้นโดยให้มือแตะที่เอวของตนเอง แบะศอกให้แนวขนานลำตัว เรียกว่า “ระยะเคียง 1 ช่วงศอก” มือ : มือขวายกแตะไหล่คนข้างหน้า ได้ที่แล้วลดมือขวาลง เรียกว่า “ระยะต่อ 1 ช่วงแขน” ใบหน้า :ใบหน้าสะบัดไปทางขวา หรือไปทางหัวแถว เมื่อยืนแถวเรียบร้อยจะอยู่ในลักษณะ ยกศอกซ้าย สะบัดหน้าไปทางขวา ผู้ออกคำสั่ง สั่งว่า “นิ่ง” ให้ผู้ปฏิบัติลดศอกซ้ายลงพร้อมกับสะบัดหน้ากลับ ยืนอยู่ในท่าตรง หมายเหตุ - เมื่อไม่มีคนทางซ้ายตนเอง ไม่ต้องยกศอก - แถวขวามือสุด ไม่ต้องสะบัดหน้าไปทางขวา - ผู้ออกคำสั่งจะสั่ง “นิ่ง” ได้ก็ต่อเมื่อแถวยู่ในลักษณะเรียบร้อย
ใบกิจกรรม 18/2 การเข้าแถว ลักษณะแถวตอน ☺ ผู้เรียกแถว ระยะเคียง 1 ศอก หัวแถว ขวามือ หมายเหตุ การคุมแถวขณะเดิน ให้ผู้คุมแถวอยู่ข้างแถวทางด้านขวาตรงกลางแถว ระยะต่อ 1 ช่วงแขน การปิดท้ายแถว ปิดด้านขวาให้เต็มก่อน
กิจกรรมครั้งที่ 19 ชีวิตมีคุณค่า เวลา 1 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้สมาชิกมีแนวทางในการดำเนินชีวิต มีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของตนอย่างมีจุดหมาย ไปสู่ความสำเร็จ และมีพลังใจที่เข้มแข็งพร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป สาระสำคัญ ชีวิตของคนเราทุกคนนั้นมีคุณค่า โดยเริ่มต้นจากการทำแต่ละวันให้ชีวิตสมดุลเพื่อการเลิกยาสุราและสาร เสพติดให้ได้ก่อน และการทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ก็อยู่ที่การกำหนดเป้าหมายชีวิตของเราเอง โดย การเรียนรู้และนำสิ่งดีงามมาเป็นแบบอย่าง มีการกำหนดแนวทางการดำเนินชีวิตที่เหมาะสมกับความสามารถของ ตนเอง มีความมุ่งมั่น เพียรพยายาม รู้จักควบคุมตนเอง อดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ การดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มทบทวนประเด็นต่างๆ ในการทำกิจกรรมกลุ่มตั้งแต่ครั้งแรกๆจนถึงครั้งนี้ โดยถามทีละคน “ให้สมาชิกทบทวนว่าได้ทำกลุ่มกิจกรรมอะไรไปบ้าง” 2. ให้สมาชิกจับคู่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ได้รับจากการเข้ากิจกรรมกลุ่มตั้งแต่ครั้งแรกๆจน ถึงครั้งนี้ใน ประเด็น 2.1 สมาชิกรู้สึกอย่างไรต่อการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 2.2 สมาชิกได้ประสบการณ์อะไรบ้างจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านมา 3. ให้สมาชิกแต่ละคู่นำเสนอในกลุ่มทีละประเด็น 4. ให้สมาชิกแต่ละคนเขียน “หลังเลิกกลุ่มสมาชิกจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้ากลุ่มไปปฏิบัติต่อไป อย่างไร เพื่อให้ตนเองเลิกสุราและยาเสพติดได้ รวมทั้งดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า” 5. ให้สมาชิกแต่ละคนนำเสนอให้กลุ่มฟังทีละคน 6. ผู้นำกลุ่มอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุป สื่อ/อุปกรณ์ 1. ดินสอ 2. กระดาษ 4A 3. ยางลบดินสอ การประเมินผล สังเกตการมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่ม
ใบงานที่19/1 ให้สมาชิกจับคู่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ได้รับจากการเข้ากิจกรรมกลุ่มตั้งแต่ครั้งแรกๆจน ถึงครั้งนี้ในประเด็น 1.สมาชิกรู้สึกอย่างไรต่อการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ........................................................................................................................................................................... ......... .......................................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................................... 2. สมาชิกได้ประสบการณ์อะไรบ้างจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านมา ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ........................................................................................................................................................................... ......... ............................................................................................................................ ........................................................ ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................ .................................................................................... ........................................................................................................................ ............................................................ ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................
ใบงานที่ 19/2 ให้สมาชิกแต่ละคนเขียน “หลังเลิกกลุ่มสมาชิกจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้ากลุ่มไปปฏิบัติต่อไปอย่างไร เพื่อให้ตนเองเลิกสุราและยาเสพติดได้ รวมทั้งดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า” ............................................................................................................................. ....................................................... ........................................................................................................................................................................ ............ ....................................................................................................................... ............................................................. ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................................ ........................................ .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ................................................................................................................................................................ .................... ............................................................................................................... ..................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................... ................................................ .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. .......................................................
ใบความรู้ที่ 19 เรื่อง ชีวิตมีคุณค่า ชีวิตของคนเราทุกคนนั้นมีคุณค่า โดยเริ่มต้นจากการทำแต่ละวันให้ชีวิตสมดุลเพื่อการเลิกยาสุราและ เสพติดให้ได้ก่อน และการทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ก็อยู่ที่การกำหนดเป้าหมายชีวิตของเราเอง โดย การเรียนรู้และนำสิ่งดีงามจากการอยู่ร่วมกัน การทำกิจกรรมกลุ่ม มาเป็นแบบอย่าง มีการกำหนดแนวท างการ ดำเนินชีวิตที่เหมาะสมกับความสามารถของตนเอง มีความมุ่งมั่น เพียรพยายาม รู้จักควบคุมตนเอง อดทน ไม่ย่อ ท้อต่ออุปสรรคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ซึ่งจะนำไปสู่ความความสำเร็จ ที่ประกอบด้วยหลักสำคัญ 3 ประการ คือ ความถูกต้อง (right) ความรับผิดชอบ (responsibility) และความจริง (realite) 1. ความถูกต้อง (right) เป็นการกระทำโดยเปรียบเทียบจากศีลธรรมจริยธรรม กฎระเบียบบรรทัดฐาน ประเพณี ค่านิยมทางสังคม ซึ่งเป็นแนวทางให้บุคคลเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง 2. ความเป็นจริง (realite) เป็นการยอมรับความจริงว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น เกิดจากเรา เป็นคนเลือกเอง เราสามารถตอบสนองถึงความต้องการของตนเองได้แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคใดๆก็ตาม เราก็ จะสามารถแก้ปัญหาของตนเองได้ และพฤติกรรมที่เราจะแก้ไขต้องมีความเป็นไปได้จริง 3. ความรับผิดชอบ (responsibility) เป็นความสามารถตอบสนองความต้องการของบุคคล โดยไม่ กระทบกระเทือนสิทธิผู้อื่น และตัวเราเองเท่านั้นที่จะรับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง คนอื่นไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงการกระทำของเราได้ บุคคลเรียนรู้ความรับผิดชอบโดยผ่านการให้และการรับความรักจากบุคคล ใกล้ชิด
กิจกรรมครั้งที่ 20 เส้นทางใหม่ห่างไกลยาเสพติด เวลา 1 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้รับการบำบัดฝึกการวางแผนการดำเนินชีวิตให้มีเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม 2. เพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อการทำกิจกรรม สาระสำคัญ/แนวคิดกิจกรรม ความเบื่อ (boredom) ช่วงที่เลิกยาเสพติดชีวิตต้องมีกิจกรรมใหม่ๆและทำต่อไปเรื่อยๆ การมีงานอดิเรก สันทนาการ และความสนใจสิ่งอื่น ทำให้ชีวิตให้ชีวิตน่าสนุก ความน่าเบื่อจะทำให้เฉยชา ความเบื่อจะไม่หายไปเอง จึงต้องหาทางแก้ไข การมีเวลามากเกินไป เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดตัวกระตุ้นภายใน คือความเบื่อ และเป็น เหตุให้กลับไปสู่วงจรการเสพซ้ำ การจัดตารางเวลาในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผู้รับการบำบัดสามารถวางแผนการใช้ เวลาได้อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ A skill-based approach therapy ทักษะพื้นฐานในการ ดำเนินชีวิต เช่นการจัดการความเครียด ความคิดความรู้สึกที่ไม่พอใจ หรือสถานการณ์เสี่ยงที่กระตุ้นให้ดื่ม แอลกอฮอล์ (Coping with unpieasant emotions) ได้แก่ ทักษะการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ (Leisure skills) การดื่มสุราและการกลับไปดื่มซ้ำของผู้ป่วยสุราที่มีโรคร่วมทางจิตเวชมีหลายสาเหตุซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การมี เวลาว่างมากจนกลายเป็นความเหงา และการสูญเสียหน้าที่การงาน ดังนั้นจึงต้องมีการส่งเสริมทักษะการใช้เวลา ว่างให้เป็นประโยชน์ การวางแผนการดำเนินชีวิตให้มีเป้าหมาย เพื่อลดการกลับไปเสพซ้ำและช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ที่ดีให้กับผู้ป่วย การดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มแนะนำตนเอง แนะนำกลุ่ม วัตถุประสงค์ของกลุ่มและให้สมาชิกแนะนำตัวเอง 2. ผู้นำกลุ่มเริ่มนำเข้าสู่กิจกรรม โดยพูดถึงความสำคัญของทักษะพื้นฐานในการดำเนินชีวิต กิจวัตร ประจำวันและการใช้เวลาว่าง 3. ผู้นำกลุ่มดำเนินกิจกรรมตามใบกิจกรรมที่ 20/1 เรื่อง ตารางกิจกรรมประจำวัน และใบกิจกรรมที่ 20/2 เรื่องแบบประเมินทางกิจกรรมบำบัด (ความสนใจในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต) 4. ให้สมาชิกแต่ละคนประเมินโอกาสที่จะเป็นไปได้ในการปฏิบัติตามตารางกิจกรรมประจำวัน 5. ผู้นำกลุ่มสรุปตามใบความรู้ที่ 20 และเปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นเป็นรายบุคคล 6. ผู้นำกลุ่มนัดหมายการทำกิจกรรมครั้งต่อไป และปิดกลุ่ม อุปกรณ์/สื่อ - ใบกิจกรรมที่ 20/1 เรื่อง ตารางกิจกรรมประจำวัน - ใบกิจกรรมที่ 20/2 เรื่อง แบบประเมินทางกิจกรรมบำบัด (ความสนใจในการทำกิจกรรมการดำเนิน ชีวิต)
- ใบความรู้ที่ 20 เรื่องการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด การประเมินผล ผู้รับการบำบัดสามารถวางแผนการทำงาน/กิจกรรมที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของตนเองได้อย่าง เหมาะสม
ใบกิจกรรมที่ 20/1 ตารางกิจกรรมประจำวัน เวลา กิจกรรมที่ต้องทำ 01.00-02.00 02.00-03.00 03.00-04.00 04.00-05.00 05.00-06.00 06.00-07.00 07.00-08.00 08.00-09.00 09.00-10.00 10.00-11.00 11.00-12.00 12.00-13.00 13.00-14.00 14.00-15.00 15.00-16.00 16.00-17.00 17.00-18.00 18.00-19.00 19.00-20.00
ใบกิจกรรมที่ 20/2 แบบประเมินทางกิจกรรมบำบัด (ความสนใจในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต) ให้วงกลมคำตอบ(1,2,3,4,5,)ใน คำถามข้อ1-3ในแต่ละกิจกรรม 1.ถ้าฉันได้ทำกิจกรรมนี้ฉันจะรู้สึก มั่นใจ 1=น้อยที่สุด 2=น้อย 3=ปานกลาง 4=มาก 5=มากที่สุด 2.ฉันรู้สึกว่ากิจกรรมนี้มีคุณค่า 1=น้อยที่สุด 2=น้อย 3=ปานกลาง 4=มาก 5=มากที่สุด 3.ฉันคิดว่ากิจกรรมนี้จะทำมี ความสุข 1=น้อยที่สุด 2=น้อย 3=ปานกลาง 4=มาก 5=มากที่สุด กลุ่มกิจกรรมการดูแลตนเอง (7 รายการ) อาบน้ำ/ล้างหน้า/แปรงฟัน 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การกินยา 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 กวาดบ้าน/ถูบ้าน 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม,งาน เลี้ยง 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การแต่งตัว 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การตกแต่งทรงผม 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การทำกิจกรรมทางศาสนา 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 รวม เฉลี่ย (รวมหาร 7)
ให้วงกลมคำตอบ(1,2,3,4,5,)ใน คำถามข้อ1-3ในแต่ละกิจกรรม 1.ถ้าฉันได้ทำกิจกรรมนี้ฉันจะรู้สึก มั่นใจ 1=น้อยที่สุด 2=น้อย 3=ปานกลาง 4=มาก 5=มากที่สุด 2.ฉันรู้สึกว่ากิจกรรมนี้มีคุณค่า 1=น้อยที่สุด 2=น้อย 3=ปานกลาง 4=มาก 5=มากที่สุด 3.ฉันคิดว่ากิจกรรมนี้จะทำมี ความสุข 1=น้อยที่สุด 2=น้อย 3=ปานกลาง 4=มาก 5=มากที่สุด กลุ่มกิจกรรมยามว่าง (9รายการ) การเยี่ยมเยือน ญาติ/เพื่อน 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การอ่าน 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การเดินทางท่องเที่ยว 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 ปั่นจักรยาน 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การออกกำลังกาย/กายบริหาร 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การทำกิจกรรมร่วมกับ ครอบครัว 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 ฟังวิทยุ 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 ชมภาพยนตร์ 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 การสนทนาพูดคุย 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 รวม เฉลี่ย (รวมหาร9)
กิจกรรมครั้งที่ 21 ความลับของความสุข เวลา 1 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกิจกรรมความสุข 2. เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างสารเสพติดกับความสุข สาระสำคัญ ความลับของความสุขอย่างหนึ่งคือ ตัวการที่ทำให้เรามีความสุขส่วนใหญ่มันไม่ต้องใช้เงินทองในการซื้อหา และไม่ต้องมียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ความสุขของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันก็จริง แต่พื้นฐานความสุข มันมาจาก ความรัก ครอบครัว เพื่อนฝูง สุขภาพและความสุขส่วนตัว การดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มเกริ่นนำ เขียนสิ่งที่ทำให้มีความสุขของสมาชิกมีอะไรบ้าง 2. ผู้นำกลุ่มแจกใบกิจกรรมที่ 21 ความสุขของฉัน ใช้เวลาทำ 5 นาที 3. ผู้นำกลุ่มแบ่งสมาชิกออกเป็น 4 ทีม ตอบคำถามข้อ 1-4 ในใบกิจกรรม 4. สมาชิกร่วมอภิปรายและช่วยกันบอกค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมความสุขความสัมพันธ์ของความสุขกับ การเสพสารเสพติด 5. สรุปประเด็นการเรียนรู้ สื่อ/อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 21 “ความสุขของฉัน” 2. กระดาษ,ปากกา การประเมินผล พิจารณาคำตอบในใบงาน การอภิปรายข้อสรุป ความสนใจ
ใบกิจกรรมที่ 21 ความสุขของฉัน ตอบคำถามต่อไปนี้ โดยเขียนประเด็นคำตอบแยกแต่ละบรรทัดให้ชัดเจน 1. กิจกรรมและสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข เวลาที่อยู่โรงเรียน คือ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. กิจกรรมและสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข เวลาอยู่บ้าน คือ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. กิจกรรมและสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข เวลาอยู่กับเพื่อนๆ คือ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. กิจกรรมและสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข เวลาอยู่กับตัวเองตามลำพัง คือ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
กิจกรรมครั้งที่ 22 เป้าหมายชีวิตของฉัน เวลา 1 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้รับการบำบัดเห็นความสำคัญของการมีเป้าหมายในชีวิตของตน ณ ปัจจุบัน สาระสำคัญ อนาคตเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถกำหนดได้ด้วยตนเอง ว่าจะก้าวไปสู่เป้าหมายที่ต้องการสำเร็จได้อย่างไร การมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน มุ่งมั่น รู้จักควบคุมตนเอง ไม่ท้อถอยต่อปัญหาอุปสรรคต่างๆ จะทำให้ทุกคนไปสู่ เป้าหมายที่ต้องการได้ ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มให้สมาชิกดู วีดีโอ (V.D.O) “เอกชัย วรรณแก้ว ผู้เขียนชีวิตด้วยปลายเท้า” 2. ผู้นำกลุ่มตั้งคำถามตามใบกิจกรรมที่ 22/1 ในประเด็น - “ท่านรู้สึกอย่างไรกับเรื่องราวชีวิตของเอกชัย วรรณแก้ว และได้ข้อคิดอะไรจากการดู วีดีโอ นี้” - “เอกชัย วรรณแก้ว ดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน” ตัวท่านเองมีเป้าหมายชีวิตอย่างไร 4. ผู้นำกลุ่มถามสมาชิกตามใบกิจกรรมที่ 22/2 ในประเด็น - “ท่านคิดว่าการดำเนินชีวิต มีเป้าหมาย/ไม่มีเป้าหมายมีผลต่อชีวิตท่านอย่างไรบ้าง” - พฤติกรรมสำคัญที่ขัดขวางเป้าหมายชีวิตของสมาชิกคืออะไร และแนวทางในการแก้ไข พฤติกรรมนั้นๆ ทำได้อย่างไร 6. ให้ตัวแทนกลุ่มรายงานทีละประเด็น/ผู้นำกลุ่มอภิปรายและสรุปตามแนวคิดที่ควรได้ตามใบ ความรู้ที่ 22 7. เพื่อไปสู่เป้าหมายชีวิตของสมาชิก สมาชิกจะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างไร 8. ผู้นำกลุ่มสรุป และให้กำลังใจ สื่อ/อุปกรณ์ 1. V.D.O เรื่อง “เอกชัย วรรณแก้ว ผู้เขียนชีวิตด้วยปลายเท้า” https://www.youtube.com/watch?v=VtbuPRzvoUs 2. ใบกิจกรรมที่ 22/1 3. ใบกิจกรรมที่ 22/2 4. ใบความรู้ที่ 22 การประเมินผล สังเกตการมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่ม
ใบกิจกรรมที่ 22/1 เรื่อง “เป้าหมายชีวิตของฉัน” 1. ท่านรู้สึกอย่างไรกับเรื่องราวชีวิตของเอกชัย วรรณแก้ว และได้ข้อคิดอะไรจากบทความนี้ (กลุ่มใหญ่) 2. นายเอกชัย ดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมายทางการงานที่ชัดเจน ตัวท่านเองมีเป้าหมายชีวิตอย่างไร (กลุ่มใหญ่)
ใบกิจกรรมที่ 22/2 เรื่อง “เป้าหมายชีวิตของฉัน” ให้สมาชิกแบ่งกลุ่มย่อย 3 – 4 คน ร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ จนได้ข้อสรุปแล้วเตรียมตัวแทน 1 ท่าน นำเสนอในกลุ่มใหญ่ 1. ท่านคิดว่า การดำเนินชีวิตมีเป้าหมาย/ไม่มีเป้าหมาย มีผลต่อชีวิตท่านอย่างไรบ้าง .................................................................................... ............................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................................... .................. ................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... .......................................................................... ....................................................................................... 2. ท่านช่วยกันสำรวจดูว่าพฤติกรรมสำคัญที่ขัดขวางเป้าหมายชีวิตของท่านคืออะไร และแนวทางในการแก้ไข พฤติกรรมนั้นๆ ทำได้อย่างไร ............................................... .................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................ ..................................................................................... ............................................................................................................................. .................................... ...................................................................................................................................... ........................... ....................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ....................................
ใบความรู้ที่22 เรื่อง “เป้าหมายชีวิตของฉัน” ประเด็นอภิปราย แนวคิดที่ควรได้ สมาชิกคิดว่าการดำเนินชีวิตมีเป้าหมาย/ ไม่มีเป้าหมายมีผลต่อชีวิตสมาชิกอย่างไร สมาชิกช่วยกันสำรวจดูว่า พฤติกรรม สำคัญที่ขัดขวางเป้าหมายชีวิตของสมาชิก คืออะไร และแนวทางในการแก้ไข พฤติกรรมนั้นๆ ทำได้อย่างไร - การดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมายทำให้เรามีแนวทางใน การดำเนินชีวิตที่ชัดเจนทำให้เรารู้ขั้นตอนชีวิตในแต่ละ ขณะว่า เราควรทำอะไรอย่างไร และเป็นสิ่งที่ช่วยให้ เกิดการเตรียมพร้อมในการแก้ปัญหา อุปสรรคที่จะ เกิดขึ้น - พฤติกรรมสำคัญที่ขัดขวางเป้าหมายชีวิตของเรามักจะอยู่ ที่ตัวเราเอง เช่น การขาดความรับผิดชอบต่อการกระทำ ของตนที่จะให้บรรลุเป้าหมายขาดความพยายามและความ อดทน เป็นต้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายชีวิต ของเราได้ก็คือ การมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของ ตนเอง และพึงตระหนักไว้เสมอว่าชีวิตของเราจะเป็น อย่างไรขึ้นอยู่กับการกระทำของเราเองรวมทั้งมีความ พยายามและอดทนอย่างต่อเนื่องที่จะทำให้ เป้าหมายชีวิตของเราประสบความสำเร็จ ความคิดรวบยอด เรื่อง “เป้าหมายชีวิตของฉัน” “เป้าหมายชีวิต” เปรียบเสมือนดวงไฟส่องทาง ที่ทำให้เรามีแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างชัดเจน สิ่งที่ ช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายชีวิตของเราก็คือ การมีความรับผิดชอบต่อการกระทำที่ทำให้เราไปสู่เป้าหมาย ชีวิต
กิจกรรมครั้งที่ 23/1 Family therapy relationship & communication เวลา 2 ชั่วโมง เปิดใจตนเอง เข้าใจคนรอบข้าง สู่การเปลี่ยนแปลง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้รับการบำบัด เกิดความตระหนักถึงโทษ พิษภัย/ผลกระทบจากการใช้สุรายาเสพติด 2. เพื่อให้ผู้รับการบำบัด เข้าใจตนเอง เข้าใจความรู้สึกของครอบครัวที่มีผู้ติดสุรายาเสพติดอยู่ในครอบครัว สาระสำคัญ/แนวคิดกิจกรรม : ครอบครัวเป็นหน่วยเล็กที่สุดในสังคมและมีความสำคัญมากที่สุดในสังคม ครอบครัวที่เข้มแข็งจะเป็น เกราะป้องกันปัญหาทางสังคม โดยเฉพาะปัญหาการติดสุรายาเสพติด ปัจจุบันปัญหาการติดสุรายาเสพติด มักมี สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาในครอบครัว เช่น ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ที่ทะเลาะกันทุกวัน ครอบครัวที่ขาดการ สื่อสาร การใช้อารมณ์ต่อกัน มีการแก้ปัญหาที่ไม่เหมาะสม การไม่ได้ทำหน้าที่/บทบาทของครอบครัว ฯลฯ ล้วน ส่งผลให้เกิดความเครียด ความกดดัน ไม่มีความสุขในการอยู่ร่วมกันในครอบครัว ทำให้เกิดการใช้/พึ่งพาสุรายาเสพ ติดเพราะคิดว่าสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาความเครียดได้ และเมื่อมีผู้ติดสุรายาเสพติดอยู่ในครอบครัวย่อม ส่งผลกระทบมากมายเพราะอยู่ใกล้ชิดกันมากที่สุดและได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้หลายครอบครัวรู้สึกทุกข์ เบื่อหน่าย ท้อแท้ บางครอบครัวมีปัญหาสุขภาพจิต ดังนั้นในการช่วยเหลือให้ผู้ติดสุรายาเสพติดสามารถเลิกสุรายา เสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ครอบครัวจึงมีความสำคัญในการทำหน้าที่/บทบาทของครอบครัว การให้กำลังใจ ช่วยเหลือ สนับสนุน สร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว เข้าใจกระบวนการรักษา และส่งเสริมให้ผู้ติดสุรายาเสพติด ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง สุรายาเสพติดมีโทษพิษภัยต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ ซึ่งระดับความรุนแรงจะ แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของยาเสพติด ระยะเวลา ความถี่และปริมาณการใช้สุรายาเสพติด หากเข้าใจถึง ผลกระทบอย่างแท้จริงแล้วจะสามารถนำไปสู่การแก้ไขพฤติกรรมการใช้สุรายาเสพติดของตนเองได้ การดำเนินกิจกรรม 1. ผู้นำกลุ่มแนะนำตนเอง แนะนำกลุ่ม วัตถุประสงค์ของกลุ่ม และให้สมาชิกแนะนำตัวเอง 2. ผู้นำกลุ่มเริ่มนำเข้าสู่กิจกรรม โดยพูดถึงความสำคัญของครอบครัว บทบาทสมาชิกในครอบครัว ลักษณะของครอบครัว ฯลฯ 3. ผู้นำกลุ่มดำเนินกิจกรรมตามใบกิจกรรมที่ 23/1.1 เมื่อฉันติดสุรายาเสพติด : สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน ครอบครัว และสังคม ผู้นำกลุ่มดำเนินกิจกรรมตามใบกิจกรรมที่ 23/1.2 เข้าใจตนเอง เข้าใจครอบครัว:สู่การ เปลี่ยนแปลง 4. ผู้นำกลุ่มสรุปตามใบความรู้ที่ 23
5. ผู้นำกลุ่มประเมินความพึงพอใจจากการเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้นำกลุ่มนัดหมายการทำกิจกรรมครั้งต่อไป และปิดกลุ่ม อุปกรณ์/สื่อ 1. บัตรความคิด 3 สี (โดยแจกให้สมาชิกคนละ 3 แผ่น /3 สี) 2. ปากกาเส้นใหญ่ (โดยแจกให้สมาชิกคนละ 1 แท่ง) 3. คลิปชาร์ท และกระดาษกาว 4. ใบกิจกรรมที่ 23/1.1 เมื่อฉันติดสุรายาเสพติด : สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน ครอบครัว และสังคม 5. ใบกิจกรรมที่ 23/1.2 เข้าใจตนเอง เข้าใจครอบครัว : สู่การเปลี่ยนแปลง 6. ใบความรู้ที่ 23 เรื่องโทษ พิษภัย และผลกระทบของสุรายาเสพติด การประเมินผล 1. ประเมินการมีส่วนร่วมของสมาชิกจากการสังเกต 2. ประเมินความพึงพอใจจากการเข้าร่วมกิจกรรม
ใบกิจกรรมที่ 23/1.1 เมื่อฉันติดสุรายาเสพติด : สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน ครอบครัว และสังคม คำสั่ง : มีข้อคำถามทั้งหมด 3 ข้อ ให้สมาชิกแต่ละคนตอบคำถามทีละข้อ โดยให้สมาชิกเขียนคำตอบ ของตนเองลงในบัตรความคิด บัตรสีละ 1 คำตอบ ซึ่งจะมีผู้นำกลุ่มเป็นผู้ถามคำถามทีละข้อ เมื่อสมาชิกกลุ่มตอบ เสร็จครบทุกคนแล้วให้นำบัตรความคิดเหล่านั้นมาติดบนบอร์ดที่เตรียมไว้ แล้วจึงถามคำถามข้อต่อไป ทำ เช่นเดียวกันจนครบทั้ง 3 ข้อ แล้วให้สมาชิกช่วยกันจัดกลุ่มความคิดจากบัตรความคิดที่ติดอยู่บนบอร์ด ผู้นำกลุ่ม และสมาชิกช่วยกันสรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ร่วมกันในครั้งนี้ เงื่อนไข : ให้สมาชิกทุกคนเขียนคำตอบแต่ละข้อ ลงในบัตรความคิดแต่ละสีที่ผู้นำกลุ่มกำหนด โดยเขียน คนละ 1 บัตร (ของตนเอง) ให้เขียนเป็นข้อความสั้นๆ ตัวโตๆ เมื่อติดบนบอร์ดให้สมาชิกทุกคนมองเห็นเนื้อหาได้ คำถามข้อที่ 1. เมื่อฉันติดสุรายาเสพติด : มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวฉันบ้าง (ใช้บัตรความคิดสีเขียว) คำถามข้อที่ 2. เมื่อฉันติดสุรายาเสพติด : มีอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวของฉันบ้าง(ใช้บัตรความคิดสีฟ้า) คำถามข้อที่ 3. เมื่อฉันติดสุรายาเสพติด : เกิดอะไรขึ้นกับสังคมที่ฉันอยู่บ้าง (ใช้บัตรความคิดสีชมพู)
ใบกิจกรรมที่ 23/1.2 เข้าใจตนเอง เข้าใจครอบครัว : สู่การเปลี่ยนแปลง ส่วนที่ 1 เข้าใจตนเอง 1. คุณคาดหวัง/ปรารถนาให้ชีวิตคุณเป็นเช่นไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. คุณรู้สึกอย่างไรกับตัวเองจากการเป็นผู้เสพหรือผู้ติดสุราสารเสพติด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. คุณมีเป้าหมายอย่างไรในการมาบำบัดรักษาในครั้งนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. อะไรเป็นแรงจูงใจที่ทำให้คุณอยากเปลี่ยนแปลงตนเอง/เลิกใช้สุราสารเสพติด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. อะไรเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณไม่สามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ และคุณจะจัดการกับอุปสรรคได้อย่างไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. ถ้าความมั่นใจในการเลิกใช้สุราสารเสพติดมีคะแนนเต็มเท่ากับ 10 ขณะนี้คุณมีความมั่นใจในการเลิกใช้สุรา สารเสพติดแค่ไหน ให้ ตัวเลขด้านล่าง ที่คุณคิดว่าคุณมั่นใจที่จะเลิกใช้สุราสารเสพติด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไม่มั่นใจ มั่นใจมากที่สุด
ส่วนที่ 2 เข้าใจครอบครัว 1. คุณรู้สึกอย่างไรต่อครอบครัว จากการเป็นผู้เสพหรือผู้ติดสุราสารเสพติด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. คุณคิดว่า ครอบครัวจะรู้สึกอย่างไรจากการที่คุณติดสุราสารเสพติด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. คุณคิดว่า ครอบครัวคาดหวัง/ปรารถนาให้คุณเป็นเช่นไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………